Connect with us

Hi, what are you looking for?

future

สำรวจสังคมผู้สูงอายุไทย : 6 จังหวัดเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด และ 64 จังหวัดที่ตายมากกว่าเกิด

รูปภาพโดย บ้านบางแค
  • ในปี 2568 ประเทศไทยประชากรผู้สูงอายุทั้งหมด 14,286,095 คน คิดเป็น 21.71% ของประชากรทั้งหมด ทำให้ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) 
  • จากการแบ่งสังคมผู้สูงอายุ พบว่าจังหวัดส่วนใหญ่อยู่ในระดับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ 46 จังหวัด ระดับสังคมสูงวัย 25 จังหวัด และสังคมสูงวัยระดับสุดยอด 6 จังหวัด คือ ลำปาง แพร่ ลำพูน สิงห์บุรี พะเยา และชัยนาท
  • ลำปางเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรสูงที่สุดในประเทศ โดยมีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากถึง 30.53 ของประชากรทั้งหมด เช่นเดียวกับภาคเหนือที่เป็นภาคที่มีสัดส่วนประชากรสูงอายุมากที่สุด
  • ประเทศไทยมีจำนวนการตายของประชากรแซงหน้าจำนวนการเกิดจองประชากร กระทบต่อโครงสร้างประชากรที่จะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ในขณะที่จากการคำนวณอัตราการพึ่งพิงสูงอายุ พบว่าคนวัยทำงาน 100 คนจะต้องดูและผู้สูงอายุสูงถึง 34.09 คน
  • ประเทศไทยมี 64 จังหวัดที่มีการตายมากกว่าเกิด และมีเพียง 13 จังหวัดที่มีจำนวนการเกิดของประชากรมากกว่าการตายของประชากร คือ สมุทรสาคร สงขลา ระนอง แม่ฮ่องสอน ชลบุรี ตาก สตูล ระยอง กระบี่ ยะลา ภูเก็ต ปัตตานี และนราธิวาส 

สังคมผู้สูงวัยกำลังเป็นปัญหาที่ท้าทายทั่วโลก ประเทศไทยเองเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) แล้วเนื่องจากมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากกว่า 20% ของประชากร ทำให้ประเด็นผู้สูงอายุเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ประเทศต้องเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องโครงสร้างประชากร งบประมาณ การบริการขั้นพื้นฐานในการอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุ Rocket Media Lab ชวนสำรวจสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุในประเทศไทยเป็นอย่างไร พื้นที่ไหนสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรมากที่สุด

ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ : มี 6 จังหวัดที่เป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอดแล้ว 

จากข้อมูลสถิติจำนวนประชากรแยกรายอายุ ปี 2568 ระบบสถิติทางการทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง โดยนำประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมาคำนวณเพื่อดูว่าแต่ละจังหวักมีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรในจังหวัดเท่าไหร่ และแยกเป็นระดับสังคมผู้สูงอายุ โดยองค์กรสหประชาชาติ (UN) แยกระดับสังคมผู้สูงอายุออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  1. สังคมสูงวัย (Aged Society) หมายถึง สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด (หรือมีประชากรอายุ65ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 7)
  2. สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) หมายถึง สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด (หรือมีประชากรอายุ65ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 14)
  3. สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) หมายถึง สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด (หรือประชากรอายุ65ปีขึ้นมากกว่าร้อยละ 20)

จากข้อมูลพบว่าในปี 2568 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุทั้งหมด 14,286,095 คน คิดเป็น 21.71% ของประชากรทั้งหมด ทำให้ไทยอยู่ในสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ หากแยกรายจังหวัดเพื่อดูระดับสังคมผู้สูงอายุ พบว่า จังหวัดส่วนใหญ่อยู่ในระดับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ 46 จังหวัด ระดับสังคมสูงวัย 25 จังหวัด และสังคมสูงวัยระดับสุดยอด 6 จังหวัด คือ ลำปาง แพร่ ลำพูน สิงห์บุรี พะเยา และชัยนาท

เมื่อแยกดูจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรมากที่สุด พบว่า ลำปางเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรมากที่สุด โดยมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากถึง 30.53% ของประชากรทั้งหมด ตามมาด้วยแพร่ 29.96% ลำพูน 29.38% สิงห์บุรี 29.23% และพะเยา 28.56% ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรน้อยที่สุด คือ ปัตตานี 13.86% ตามมด้วยนราธิวาส 13.89% ยะลา 14.41% ตาก 14.91% และภูเก็ต 14.94%

หากพิจารณาเป็นรายภาคจะพบว่า ภาคเหนือ มีประชากรผู้สูงอายุจำนวน 1,624,119 คน คิดเป็น 26.00% ของประชากร อยู่ในระดับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดคือ ลำปาง 30.53% แพร่ 29.96% ลำพูน 29.38% และพะเยา 28.56% ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุน้อยที่สุดคือ แม่ฮองสอน 16.35% เชียงราย 24.25% เชียงใหม่ 24.35% น่าน 26.45% และอุตรดิตถ์ 27.12%

ภาคกลาง มีประชากรผู้สูงอายุจำนวน 4,727,746 คน คิดเป็น 23.63% ของประชากร อยู่ในระดับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดคือ สิงห์บุรี 29.23% ชัยนาท 28.03% สมุทรสงคราม 27.70% อ่างทอง 27.38% และสุโขทัย 26.25% ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุน้อยที่สุดคือ ปทุมธานี 18.90% สมุทรสาคร 19.75% สมุทรปราการ 19.78% สมุทรปราการ 21.70% และนครปฐม 22.14%

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประชากรผู้สูงอายุจำนวน 4,502,435 คน คิดเป็น 20.90% ของประชากร อยู่ในระดับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดคือ ชัยภูมิ 22.96% เลย 22.72% ขอนแก่น 22.51% มหาสารคาม 22.40% และนครราชสีมา 22.10% ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุน้อยที่สุดคือ บึงกาฬ 17.99% มุกดาหาร 18.90% นครพนม 18.91% สกลนคร 19.06% และอุดรธานี 19.06%

ภาคตะวันตก มีประชากรผู้สูงอายุจำนวน 722,561 คน คิดเป็น 20.65% ของประชากร อยู่ในระดับ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดคือ เพชรบุรี 23.84% ราชบุรี 23.39% ประจวบคีรีขันธ์ 22.03% ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุน้อยที่สุดคือ ตาก 14.91% กาญจนบุรี 19.96%

ภาคตะวันออก มีประชากรผู้สูงอายุจำนวน 950,919 คน คิดเป็น 19.04% ของประชากร อยู่ในระดับสังคมสูงวัย โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดคือ จันทบุรี 22.76% ตราด 22.38% ฉะเชิงเทรา 21.17% ปราจีนบุรี 20.43% ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุน้อยที่สุดคือ ระยอง 16.39% ชลบุรี 17.22% และสระแก้ว 19.22%

ภาคใต้ มีประชากรผู้สูงอายุจำนวน 1,758,315 คน คิดเป็น 18.46% ของประชากร อยู่ในระดับสังคมสูงวัย โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดคือ พัทลุง 22.90% ชุมพร 21.91% นครศรีธรรมราช 21.46% พังงา 21.18% และตรัง 20.48% ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุน้อยที่สุดคือ ปัตตานี 13.86% นราธิวาส 13.89% ยะลา 14.41% ภูเก็ต 14.94% และกระบี่ 15.78%

จากข้อมูลพบว่า ทั้ง 77 จังหวัดได้เข้าสู่สังคมสูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดในภาคเหนือกำลังประสบปัญหาสังคมสูงอายุโดยเฉพาะในจังหวัดลำปาง แพร่ ลำพูน และพะเยา ที่เข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดแล้ว เนื่องจากมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด

เมื่อมีคนตายมากกว่าเกิด : มีเพียง 13 จังหวัดที่มีการเกิดมากกว่าตาย 

จากข้อมูลสถิติการเกิดและการตาย ปี 2568 ระบบสถิติทางการทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง พบว่าในปี 2568 ประเทศไทยมีจำนวนการเกิดของประชากร 416,574 คน คิดเป็นสัดส่วน 6.33 คนต่อพันประชากร หากแยกเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีสัดส่วนการเกิดต่อพันประชากรมากที่สุด คือ นครศรีธรรมราช 9,186 คน คิดเป็น 6.00 คนต่อพันประชากร ตาามด้วย ตรัง 3,753 คน คิดเป็น 5.93 คนต่อพันประชากร พระนครศรีอยุธยา 7,472 คน คิดเป็น 5.87 คนต่อพันประชากร มุกดาหาร 2,048 คน คิดเป็น 5.86 คนต่อพันประชากร และอุบลราชธานี 10,846 คน คิดเป็น 5.81 คนต่อพันประชากร

จังหวัดที่มีสัดส่วนการเกิดน้อยที่สุด คือ ชัยนาท 986 คน คิดเป็นสัดส่วนการเกิด 3.16 คนต่อพันประชากร ตามมาด้วย สมุทรสงคราม 598 คน คิดเป็น 3.23 คนต่อพันประชากร แพร่ 1,373 คน คิดเป็น 3.29 คนต่อพันประชากร ลำปาง 2,450 คน คิดเป็น 3.51 คนต่อพันประชากร และสุโขทัย 2,206 คน คิดเป็น 3.88 คน ต่อพันประชากร

หากพิจารณารายภาคจะพบว่า ภาคตะวันออกเป็นภาคที่มีสัดส่วนการเกิดต่อประชากรมากที่สุด จำนวน 42,399 คน คิดเป็น 8.49 คนต่อพันประชากร ตามมาด้วยภาคใต้ 77,084 คน คิดเป็น 8.09 คนต่อพันประชากร ภาคตะวันตก 28,261 คน คิดเป็น 8.08 คนต่อพันประชากร ภาคกลาง 126,806 คน คิดเป็น 6.34 คนต่อพันประชากร ภาคเหนือ 35,547 คน คิดเป็น 5.69 คนต่อพันประชากร และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 106,477 คน คิดเป็น 4.94 คนต่อพันประชากร

ในขณะที่ปี 2568 มีจำนวนการตายของประชากรรวมทั้งหมด 559,684 คน คิดเป็น 8.50 คนต่อพันประชากร หากแยกเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีสัดส่วนการตายต่อพันประชากรมากที่สุด คือ แพร่ 4,847 คน คิดเป็น 11.61 คนต่อพันประชากร ตามมาด้วยลำปาง 7,861 คน คิดเป็น 11.27 คนต่อพันประชากร นครนายก 2,858 คน คิดเป็น 11.01 คนต่อพันประชากร สิงห์บุรี 2,163 คน คิดเป็น 10.92 คนต่อพันประชากร และอุตรดิตถ์ 4,663 คน คิดเป็น 4,663 คนต่อพันประชากร

จังหวัดที่มีสัดส่วนการตายน้อยที่สุด คือ สตูล 1,799 คน คิดเป็น 5.54 คนต่อพันประชากร แม่ฮ่องสอน 1,682 คน คิดเป็น 5.83 คนต่อพันประชากร ตาก 4,284 คน คิดเป็น 6.08 คนต่อพันประชากร ระนอง 1,185 คน คิดเป็น 6.16 คนต่อพันประชากร และนราธิวาส 5,112 คน คิดเป็น 6.17 คนต่อพันประชากร

หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคเหนือเป็นภาคที่มีสัดส่วนการตายต่อประชากรมากที่สุด จำนวน 60,748 คน คิดเป็น 9.72 คนต่อพันประชากร ตามมาด้วยภาคกลาง 179,421 คน คิดเป็น 8.97 คนต่อพันประชากร ภาคตะวันออก 42,472 คน คิดเป็น 8.51 คนต่อพันประชากร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 182,175 คน คิดเป็น 8.46 คนต่อพันประชากร ภาคตะวันตก 27,660 คน คิดเป็น 7.91 คนต่อพันประชากร และภาคใต้ 67,208 คน คิดเป็น 7.06 คนต่อพันประชากร

เมื่อนำข้อมูลการตายและการเกิดมาเปรียบเทียบ พบว่าประเทศไทยมีจำนวนการเกิดของประชากรน้อยกว่าจำนวนการตายของประชากรซึ่งต่างกันมากถึง 143,110 คน หากดูเป็นรายจังหวัดพบว่ามีมากถึง 64 จังหวัดที่มีจำนวนการตายของประชากรมากกว่าการเกิดของประชากร โดยมีเพียง 13 จังหวัดที่มีจำนวนการเกิดของประชากรมากกว่าการตายของประชากร คือ สมุทรสาคร สงขลา ระนอง แม่ฮ่องสอน ชลบุรี ตาก สตูล ระยอง กระบี่ ยะลา ภูเก็ต ปัตตานี และนราธิวาส

หากแยกรายภาคพบว่าภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวนการตายของประชากรมากกว่าการเกิดของประชากร และมีเพียงภาคตะวันตกและภาคใต้ที่มีจำนวนการเกิดของประชากรมากกว่าจำนวนการตายของประชากร

คนทำงานต้องรับผิดชอบดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น

เมื่อนำจำนวนผู้สูงอายุและจำนวนประชากรวัยทำงานมาคำนวณอัตราพึ่งพิงวัยสูงอายุ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดภาระการดูแลผุ้สูงอายุของคนวัยทำงานอายุ 15 – 59 ปี ว่าคนวัยทำงาน 100 คนจะต้องดูแลผู้สูงอายุกี่คน พบว่าในปี 2568 ประเทศไทยมีอัตราพึ่งพิงสูงอายุอยู่ที่ 34.09 เท่ากับว่าคนวัยทำงาน 100 คนจะต้องดูแลผู้สูงอายุ 34.09 คน เมื่อเทียบกับอัตราพึ่งพิงสูงอายุจากรายงานการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 ของสำนักสถิติแห่งชาติที่มีการทำข้อมูลอัตราพึ่งพิงวัยสูงอายุ ปีพ.ศ. 2537 – 2567 จะเห็นได้ว่าอัตราพึ่งพิงวัยสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยในปี 2537 คนวัยทำงาน 100 คนจะต้องดูแลผู้สูงอายุเฉลี่ย 10.7 คน แต่ในปี 2568 ตัวเลขผู้สูงอายุที่คนวัยทำงานต้องดูแลเพิ่มขึ้นเป็น 34.09 คน

หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด จังหวัดที่มีอัตราพึ่งพิงวัยสูงอายุมากที่สุดคือ ลำปาง โดยมีอัตราพึ่งพิงวัยสูงอายุสูงถึง 51.61 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน แพร่ 50.22 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน ลำพูน 49.98 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน สิงห์บุรี 49.47 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน และพะเยา 47.66 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน 

ในขณะที่จังหวัดที่มีอัตราพึ่งพิงวัยสูงอายุน้อยที่สุดคือ นราธิวาส 21.89 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน ปัตตานี 22.36 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน ภูเก็ต 22.44 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน ยะลา 23.27 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน และกระบี่ 24.03 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน

หากดูเป็นรายภาค พบว่าภาคเหนือเป็นภาคที่มีอัตราพึ่งพิงวัยสูงอายุมากที่สุด คิดเป็นผู้สูงอายุ 42.92 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน ตามมาด้วยภาคกลาง 37.44 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน ภาคตะวันตก 33.10 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 32.16 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน ภาคตะวันออก 29.24 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน และภาคใต้ 29.02 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน

ที่มา

รายงานการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 ของสำนักสถิติแห่งชาติ

สถิติการเกิดและการตาย ปี 2568 ระบบสถิติทางการทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง

สถิติจำนวนประชากรแยกรายอายุ ปี 2568 ระบบสถิติทางการทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง

ดูข้อมูลได้ที่ https://rocketmedialab.co/database-thailand-ageing-society

คุณอาจสนใจ