Connect with us

Hi, what are you looking for?

politics

สำรวจเมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษผ่านงบประมาณใน 13 ปีที่ผ่านมา

ภาพ โดย เฟซบุ๊ก Pattaya
  • รายรับที่รัฐจัดเก็บให้จะพบว่าในช่วง 13 ปีที่ผ่านมารายได้ในส่วนนี้มาจากภาษีมูลค่าเพิ่มจาก พ.ร.บ. กำหนดแผนฯ มากที่สุด คิดเป็นประมาณ 40.77% ของรายได้ทั้งหมดของเมืองพัทยาเลยทีเดียว โดยในปี 2567 ได้รับการจัดสรร 939,697,860.3 บาท ซึ่งภาษีมูลค่าเพิ่มจาก พ.ร.บ. กำหนดแผนฯ คือ เงินภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่รัฐบาลกลางจัดเก็บได้ แล้วถูกจัดสรรตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ
  • รายได้ที่จัดเก็บเองของเมืองพัทยา มาจากภาษีอากรมากที่สุด คิดเป็น 21.62% ในรายรับทั้งหมดตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ซึ่งก็คือภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีบำรุงท้องที่ และภาษีป้าย โดยในปี 2567 เก็บได้จริง 915,833,029.03 บาท ซึ่งจะพบว่า ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นส่วนที่จัดเก็บได้มากที่สุด โดยในปี 2567 จัดเก็บได้ 774,533,777.49 บาท 
  • แผนงานที่มีรายจ่ายมากที่สุดก็คือ งานเคหะและชุมชน ซึ่งเป็นแผนงานที่เกี่ยวกับสวนสาธารณะ ขยะ และน้ำเสีย ในปี 2569 มีค่าจ้างเอกชนในการทำความสะอาดและบำรุงรักษาสวนสาธารณะ 33,219,000 บาท ในส่วนของขยะ จ้างเหมากวาดและทำความสะอาดในเมืองพัทยา 39,496,000 บาท รวมไปถึงค่าจ้างเอกชนในการเก็บ ขนถ่ายและกำจัดขยะมูลฝอย 154,394,000 บาท ระบบบำบัดน้ำเสีย 30,000,000 บาท 
  • นอกจากรายรับที่ได้มาจากการจัดเก็บเองและการจัดสรรของรัฐแล้ว เมืองพัทยายังมีเงินคงคลังอื่นๆ อยู่ด้วย อย่างในปีงบประมาณ 2563 ที่รายจ่ายสูงกว่ารายรับ เมืองพัทยามีเงินฝากในธนาคารทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2562) 5,079,172,415.8 บาท และยังมีเงินสะสมอีก 2,663,319,213.24 บาท และทุนสำรองเงินสะสมอีก 1,013,924,994.21 บาท โดยในปีงบประมาณล่าสุด 2569 เมืองพัทยามีเงินฝากในธนาคารทั้งสิ้น (ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568) 7,193,086,686.93 บาท และมีเงินสะสม 12,929,578,011.23 บาท และทุนสำรองเงินสะสม 0 บาท 

เมืองพัทยา เป็น หน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ที่จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2521 จากนั้นในปี พ.ศ. 2542 ได้มีการจัดโครงสร้างการบริหารเมืองพัทยาใหม่ โดยการตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542 เป็นการปรับเปลี่ยนกฎหมายเมืองพัทยาให้เป็นไปตามกรอบกติกาของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 

ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาฉบับนี้ ได้กำหนดรูปแบบโครงสร้างแตกต่างไปจากเดิมหลายประการ โดยโครงสร้างภายในของเมืองพัทยารูปแบบใหม่ ประกอบด้วย (1) สภาเมืองพัทยา ประกอบด้วย สมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเมืองพัทยา จำนวน 24 คน อยู่ในวาระคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง (2) นายกเมืองพัทยา มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเมืองพัทยา จะมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง และจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ 

จากนั้นในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 จึงได้มีการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาตาม พ.ร.บ. บริหารราชการเมืองพัทยา 2542 ซึ่งเป็นการเลือกโดยประชาชนขึ้นเป็นครั้งแรก โดยได้ ไพรัช สุทธิธำรงสวัสดิ์ มาเป็นนายกเมืองพัทยา ในการเลือกตั้งต่อมาในปี 2547 ก็ได้ นิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร เป็นนายกเมืองพัทยา ตามมาด้วย อิทธิพล คุณปลื้ม ซึ่งได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกเมืองพัทยาถึงสองมัยด้วยกันคือในปี 2551- 2555 และ 2555-2559 จากนั้นในปี 2560-261 คสช. ก็ได้แต่งตั้ง พลตำรวจตรี อนันต์ เจริญชาศรี มาดำรงแหน่งในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนจะแต่งตั้ง สนธยา คุณปลื้ม มาเป็นนายกเมืองพัทยาในปี 2561-2565 จากนั้นจึงจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่และได้ ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ มากำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาในปี 2565-2669 จนครบวาระ และได้มีการจัดการเลือกตั้บใหม่ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้

รู้จักเมืองพัทยาผ่านงบประมาณ : รายได้ที่รัฐจัดเก็บให้มาจากไหนบ้าง ?

เมืองพัทยามีโครงการสร้างรายได้ไม่แตกต่างจากองค์การปกครองท้องถิ่นแบบอื่นๆ คือมีรายรับจากการจัดเก็บเองส่วนหนึ่ง และรายรับที่ส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้อีกส่วนหนึ่ง โดยพบว่า

ในส่วนของรายรับที่รัฐจัดเก็บให้จะพบว่าในช่วง 13 ปีที่ผ่านมารายได้ในส่วนนี้มาจากภาษีมูลค่าเพิ่มจาก พ.ร.บ. กำหนดแผนฯ มากที่สุด คิดเป็นประมาณ 40.77% ของรายได้ทั้งหมดของเมืองพัทยาเลยทีเดียว โดยในปี 2567 ได้รับการจัดสรร 939,697,860.3 บาท ซึ่งภาษีมูลค่าเพิ่มจาก พ.ร.บ. กำหนดแผนฯ คือ เงินภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่รัฐบาลกลางจัดเก็บได้ แล้วถูกจัดสรรตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 เพื่อกระจายรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ

นอกจากภาษีมูลค่าเพิ่มจาก  พ.ร.บ. กำหนดแผนฯ เมืองพัทยายังได้ภาษีมูลค่าเพิ่มจัดสรรรายได้ (ตามประมวลรัษฎากร) อีกด้วย มีสัดส่วนประมาณ 2% ของรายรับทั้งหมด โดยในปี 2567 จัดเก็บ ได้รับการจัดสรร 64,829,480.63 บาท และรายรับในหมวดของภาษีมูลค่าเพิ่มยังมีภาษีมูลค่าเพิ่มตาม พ.ร.บ. อบจ. อีกด้วย ซึ่งรายรับในหมวดนี้ปรากฏถึงแค่ในปี 2561 โดยได้รับการจัดสรร 33,949,861.36 บาท

รายรับในส่วนที่รัฐจัดเก็บให้ของเมืองพัทยาที่ได้มากเป็นอันดับสองก็คือ ค่าธรรมเนียมที่ดิน ใน 13 ปีที่ผ่านมามีสัดส่วนสูงถึง 20.84% โดยในปี 2667 ได้รับการจัดสรร 582,548,025 บาท อันดับสามคือภาษีสรรพสามิต คิดเป็น 3.13% ใน 13 ปีที่ผ่านมา โดยในช่วงแรกนั้นมีการเก็บภาษีสรรพสามิตและภาษีสุราแยกกัน จากนั้นภาษีสุราก็ถูกรวมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของภาษีสรรพสามิต ภายใต้ “พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560” ทำให้มีรายได้จากภาษีสุราในปี 2560 เป็นปีสุดท้าย โดยเก็บได้จริง 23,954,865.53 บาท ซึ่งในปีนั้นได้รับการจัดสรรภาษีสรรพสามิต 57,728,407.41 บาท จากนั้นในปี 2561 เมื่อนำภาษีสุรามารวมกับภาษีสรรพสามิตแล้ว ได้รับการจัดสรร 94,020,785.69 บาท และในปี 2567 ได้รับการจัดสรร 95,476,152.29 บาท

นอกจากนี้ยังมีภาษีรถยนต์ ซึ่งเมืองพัทยาเพิ่งจะได้รับการจัดสรรภาษีรถยนต์ในปี 2559 ซึ่งเกิดจาก ประกาศคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กถ.) เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดสรรเงินภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สําหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 โดยจัดสรรแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายในเขตจังหวัด ดังนี้ 1. ร้อยละ 80 ให้จัดสรรแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด และ 2. ร้อยละ 20 ให้จัดสรรแก่เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตําบล โดยร้อยละ 50 แบ่งเท่ากันทุกแห่ง และร้อยละ 50 ตามจํานวนประชากร กรณีเมืองพัทยาให้ได้รับการจัดสรรโดยถือเป็นเทศบาลหนึ่งในจังหวัดชลบุรี โดยในปี 2567 เมืองพัทยาได้รับการจัดสรรภาษีรถยนต์ 12,539,319.67 บาท 

ภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งจัดเก็บจากกิจการเฉพาะบางประเภทที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นพิเศษ เช่น การค้าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเมืองพัทยามีการค้าขายอสังหาริมทรัพย์เติมโตสูงมาก โดยเมืองพัทยาปรากฏรายรับจากภาษีธุรกิจเฉพาะ เพียงปีเดียวนั่นก็คือปี 2557 โดยได้รับการจัดสรร 720,700.05

บาท 

นอกจากนั้นยังมี ค่าภาคหลวงแร่ ที่เก็บจากผู้ประกอบการทำเหมืองแร่ โดยในปี 2567 เมืองพัทยาได้รับการจัดสรร 1,530,598.59 บาท ค่าภาคหลวงปิโตรเลียม ที่เก็บจากบริษัทเอกชนผู้รับสัมปทานเมื่อมีการขุดเจาะและนำพลังงานใต้ดินไม่ว่าจะเป็น น้ำมันดิบ, ก๊าซธรรมชาติ, หรือก๊าซธรรมชาติเหลว (LPG/NGL) ขึ้นมาจำหน่ายหรือส่งออก โดยในปี 2567 เมืองพัทยาได้รับการจัดสรร 913,483 บาท และเงินที่เก็บตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ คือรายได้ที่จัดเก็บจากผู้เข้าไปใช้บริการในเขตอุทยานฯ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนรุกขชาติ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติฯ (ส่วนกลาง) เป็นผู้จัดเก็บจากอุทยานต่างๆ ทั่วประเทศ แล้วนำมาจัดสรรกระจายคืนให้ท้องถิ่น เมืองพัทยาปรากฏรายรับหมวดนี้เพียงปี 2555 ปีเดียว อยู่ที่ 27,333,365 บาท เนื่องจากกฎหมายระบุว่างบประมาณในส่วนนี้ต้องจัดสรรให้เฉพาะ อปท. ที่มีเขตอุทยาน

และสุดท้าย หมวดภาษีจัดสรรอื่นๆ โดยในปี 2567 เมืองพัทยาได้รับการจัดสรรจากภาษีจัดสรรอื่นๆ 525,777.3 บาท

รู้จักเมืองพัทยาผ่านงบประมาณ : รายได้ที่จัดเก็บเอง ได้มาจากการจัดเก็บค่าอะไรมากที่สุด 

ในส่วนรายได้ที่จัดเก็บเองของเมืองพัทยา มาจากภาษีอากรมากที่สุด คิดเป็น 21.62% ในรายรับทั้งหมดตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ซึ่งก็คือภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีบำรุงท้องที่ และภาษีป้าย โดยในปี 2567 เก็บได้จริง 915,833,029.03 บาท ซึ่งจะพบว่า ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นส่วนที่จัดเก็บได้มากที่สุด โดยในปี 2567 จัดเก็บได้ 774,533,777.49 บาท รองลงมาก็คือภาษีป้าย 78,377,956.53 บาท ภาษีโรงเรือนและที่ดิน 62,589,239.99 บาท  และภาษีบำรุงท้องที่ 62,055.02 บาท อย่างไรก็ตามในบางปีก็อาจจะเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินได้มากกว่าภาษีป้าย เช่น ปี 2566 ที่เก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินได้สูงถึง 116,626,632.45 บาท ในขณะที่ภาษีป้ายเก็บได้ที่  65,461,473.09 บาท

รองลงมาก็คือค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และใบอนุญาต คิดเป็น 5.51% ในรายรับทั้งหมดตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมากกว่า 30 รายการ เช่น ค่าธรรมเนียมเก็บและขนมูลฝอย ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมที่เก็บได้มากสุด ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการขายสุรา ค่าปรับผู้กระทำผิดกฎหมายจราจรทางบก ค่าใบอนุญาตจัดตั้งสถานที่จำน่ายอาหาร ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชน ฯลฯ โดยในปี 2567 จัดเก็บได้จริง 132,729,654.26

นอกจากนั้นยังมี รายได้จากทรัพย์สิน โดยส่วนใหญ่เป็น ดอกเบี้ยและค่าเช่าที่ดิน คิดเป็น 2.44% ในรายรับทั้งหมดตลอด 13 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2567 จัดเก็บได้จริง 59,586,318.03 บาท รายได้จากสาธารณูปโภค และกิจการพาณิชย์ ซึ่งก็คือโรงรับจำนำ โดยในปี 2567 จัดเก็บได้จริง 1,467,932.07 บาท รายได้จากทุน ซึ่งมาจากการขายทอดตลาดทรัพย์สิน โดยในปี 2567 จัดเก็บได้จริง 520,200 บาท และรายได้เบ็ดเตล็ด ส่วนใหญ่มาจากค่าขายเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง  โดยในปี 2567 จัดเก็บได้จริง 4,665,431.22 บาท 

จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าเมืองพัทยามีรายรับที่ส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้เป็นสัดส่วนกว่า 60% ของรายรับทั้งหมดของเมืองพัทยา และภาษีมูลค่าเพิ่มยังเป็นรายรับที่มีสัดส่วนสูงที่สุด โดยพบว่าในปี 2563 ในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่มตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนฯ เมืองพัทยาเคยได้รับการจัดสรรสูงสุดถึง 1,060,306,410.68 และเป็นปีเดียวที่ได้รับการจัดสรรสูงเกินหนึ่งพันล้านบาท 

รายจ่ายของเมืองพัทยามีอะไร นำเงินไปพัฒนาในส่วนไหนมากที่สุด

งบประมาณรายจ่ายของเมืองพัทยาก็มีโครงสร้างไม่แตกต่างจาก อปท. อื่นๆ คือแบ่งออกเป็นแผนงานต่างๆ คึือ บริหารงานทั่วไป การรักษาความสงบภายใน การศึกษา สาธารณสุข สังคมสงเคราะห์ เคหะและชุมชน สร้างความเข้มแข็งของชุมชน ศาสนาวัฒนธรรมและนันทนาการ อุตสาหกรรมและการโยธา และเกษตร โดยเมื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายใน 13 ปีที่ผ่านมาของเมืองพัทยา จะพบว่า

แผนงานที่มีรายจ่ายมากที่สุดก็คือ งานเคหะและชุมชน ซึ่งเป็นแผนงานที่เกี่ยวกับสวนสาธารณะ ขยะ และน้ำเสีย โดยในปี 2569 เมืองพัทยามีค่าจ้างเอกชนในการทำความสะอาดและบำรุงรักษาสวนสาธารณะของเมืองพัทยาทั้ง 9 แห่งอยู่ที่ 33,219,000 บาท ในส่วนของขยะ งบประมาณส่วนใหญ่จะเป็นการจ้างเหมากวาดและทำความสะอาดในเมืองพัทยา โดยในปี 2569 ใช้งบไป 39,496,000 บาท รวมไปถึงค่าจ้างเอกชนในการเก็บ ขนถ่ายและกำจัดขยะมูลฝอย 154,394,000 บาท ค่าจ้างเหมาะแรงงานเพื่อปฏิบัติการ 14,856,000 บาท เป็นต้น ในขณะที่เรื่องน้ำเสีย จะเป็นค่าจ้างเหมาระบบบำรุงรักษา ระบบรวบรวม และระบบบำบัดน้ำเสียและระบบป้องกันน้ำท่วมเมืองพัทยา โดยในปี 2569 มีงบประมาณอยู่ที่ 30,000,000 บาท 

แผนงานที่ใช้งบประมาณมากเป็นอันดับสองก็คือ งานบริหารงานทั่วไป ซึ่งก็เป็นเงินเดือน การบริหารจัดการของพนักงานเจ้าหน้าที่เมืองพัทยาต่างๆ อันดับสามคือ งานสาธารณสุข  ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่จะเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารโรงพยาบาลและหน่วยบริหารสาธารณสุข ปีละกว่า 80 ล้าน และงบคุรุภัณฑ์ในการซื้ออุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ อีกปีละกว่า 20 ล้าน ที่น่าสนใจคือมีงบการกำจัดขยะมูลฝอยในส่วนของการบริการสาธารณสุขและงานสาธารณสุขอื่น อีก 23,000,000 ล้าน

งานอุตสาหกรรมและการโยธา ซึ่งมักจะเป็นส่วนที่เป็นรายจ่ายสูงที่สุดดังเช่นการศึกษาของ Rocket Media Lab ที่พบว่า งบประมาณอุตสาหกรรมและโยธาใน 76 อบจ. ทั่วประเทศ หรือคิดเป็นเงิน 22,846,269,817 บาท มีสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับแผนงานอื่นๆ หรือคิดเป็น 32.53% แต่สำหรับเมืองพัทยานั้นงบประมาณในส่วนของงานอุตสาหกรรมและการโยธาสูงเป็นอันดับ 4 เท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเมืองพัทยามีพื้นที่รับผิดชอบเพียง 53.44 ตร.กม. เท่านั้น 

นอกจากนี้ยังพบความน่าสนใจว่า งบในส่วนของงานอุตสาหกรรมและการโยธาของเมืองพัทยาเพิ่งจะสูงแบบก้าวกระโดดในช่วงปี 2560 และปี 2561 โดยในปี 2559 มีงบประมาณรายจ่ายอยู่ที่ 117,427,980 บาท และสูงขึ้นเป็น 193,390,340 บาท ในปี 2560 และสูงขึ้นเป็น 269,140,120 บาท ในปี 2561 โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับงบในด้านศาสนาวัฒนธรรมและนันทนาการ และงบด้านการศึกษา ที่ในช่วงปี 2557-2559 สูงกว่างบงานอุตสาหกรรมและการโยธามาโดยตลอด 

อันดับต่อมาคืองบกลาง ซึ่งเป็บงบในการจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ เงินสำรองจ่ายกรณีเหตุฉุกเฉินและภัยพิบัติต่างๆ 

งานศาสนาวัฒนธรรมและนันทนาการ ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่จะใช้ไปกับโครงการเพื่งส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา เช่น โครงการแข่งขันพัทยามาราธอน 12,000,000 บาท โครงการเทศกาล Pattaya Festivak 10,000,000 บาท โครงการเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา 15,000,000 บาท โครงการพลุนานาชาติเมืองพัทยา 31,000,000 บาท เป็นต้น 

งานการศึกษา ซึ่งดูแลกลุ่มสถานศึกษาในสังกัดสำนักการศึกษา เมืองพัทยา ซึ่งก็คือโรงเรียนเมืองพัทยา 1-11 โดยเฉพาะโรงเรียนเมืองพัทยา 11 หรือมัธยมสาธิตพัทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ในพัทยา 

งานการรักษาความสงบภายใน ซึ่งงบประมาณส่วนมากก็จะเกี่ยวข้องกับกล้องวงจรปิดในเมืองพัทยา โดยมีโครงการอย่าง ค่าจ้างเหมาเอกชนเพื่อใช้ระบบกล้องวงจรปิด 45,408,080 บาท โครงการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพระบบกล้องวงจรปิดหาดจอมเทียน 9,538,300 บาท ค่าจ้างดูแลบำรุงรักษาระบบสื่อสารและระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยวพื้นที่เกาะล้าน เมืองพัทยา 11,000,000 บาท เป็นต้น 

งานสังคมสงเคราะห์ งบประมาณส่วนมากก็จะเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่างๆ เช่น โครงการส่งเสริมการทำงานของคนพิการ 500,000 บาท โครงการพัฒนาสู่การพึ่งพาตัวเองของเด็กและเยาวชน 400,000 บาท โครงการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายพัฒนาสังคมเมืองพัทยา 550,000 บาท

งานสร้างความเข้มแข็งของชุมชน งบประมาณส่วนมากก็จะเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาชุมชนต่างๆ เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานแก่คณะกรรมการชุมชน 300,000 บาท โครงการสร้างความรับรู้เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและการเป็นเจ้าบ้านที่ดี 200,000 บาท โครงการอบรมและศึกษาดูงานเพื่อเพิ่มพูนศักยภาพคณะกรรมการชุมชน ผู้นำชุมชม และผู้นำท้องถิ่นในเมืองพัทยา 2,500,000 บาท

และด้านการเกษตร ที่เพิ่งจะมีงบประมาณรายจ่ายในด้านนี้ในปี 2565 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโครงการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ค่าจ้างเหมาตรวจวัดติดตามคุณภาพเสียง 1,070,000 บาท ค่าจ้างเหมาตรวจวัดติดตามคุณภาพอากาศ 2,357,800 บาท 

เมืองพัทยามีรายรับเพียงพอกับรายจ่ายไหม 

หากเปรียบเทียบรายรับและรายจ่ายของเมืองพัทยาในช่วง 11 ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าเมืองพัทยามีรายรับสูงกว่ารายจ่ายประมาณ 20-30% มาโดยตลอด จนเมื่อปี 2563-2564 ซึ่งเกิดเหตุการณ์การระบาดของโควิด-19 จนทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ เก็บภาษีได้น้อยลง โดยในปี 2563 นั้นมีรายรับที่เก็บได้ตามจริงอยู่ที่ 1,775 ล้านบาท ในขณะที่มีประมาณการรายจ่ายอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท เช่นกันกับปี 2564 มีรายรับที่เก็บได้ตามจริงอยู่ที่ 1,557 ล้านบาท และมีประมาณการรายจ่ายอยู่ที่ 1,670 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองปีนั้นประมาณการรายจ่ายสูงกว่ารายรับ

อย่างไรก็ตาม นอกจากรายรับที่ได้มาจากการจัดเก็บเองและการจัดสรรของรัฐแล้ว เมืองพัทยายังมีเงินคงคลังอื่นๆ อยู่ด้วย อย่างในปีงบประมาณ 2563 ที่รายจ่ายสูงกว่ารายรับ เมืองพัทยามีเงินฝากในธนาคารทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2562) 5,079,172,415.8 บาท และยังมีเงินสะสมอีก 2,663,319,213.24 บาท และทุนสำรองเงินสะสมอีก 1,013,924,994.21 บาท ซึ่งจะเห็นได้ว่าเงินคงคลังทั้งหมดของเมืองพัทยามีสูงกว่ารายจ่ายแม้ว่าในปีนั้นรายจ่ายจะสูงกว่ารายรับก็ตาม

เช่นเดียวกันกับปีงบประมาณ 2564 เมืองพัทยาก็มีเงิน มีเงินฝากในธนาคารทั้งสิ้น (ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2563) 5,310,130,396.07 บาท และยังมีเงินสะสมอีก 3,189,530,667.52 บาท และทุนสำรองเงินสะสมอีก 1,189,154,356.03 บาท ซึ่งนอกจากจะสูงกว่ารายจ่าย ยังเพิ่มขึ้นมากกว่าในปี 2563 อีกด้วย แม้ว่าจะยังอยู่ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ก็ตาม

โดยในปีงบประมาณล่าสุด 2569 เมืองพัทยามีเงินฝากในธนาคารทั้งสิ้น (ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568) 7,193,086,686.93 บาท และมีเงินสะสม 12,929,578,011.23 บาท และทุนสำรองเงินสะสม 0 บาท 

นอกจากนั้นหากเราพิจารณาในส่วนของรายรับ จะพบว่าในส่วนของรายรับที่รัฐจัดเก็บให้ เมืองพัทยาเคยได้รับการจัดสรรมากที่สุดในปี 2562 จำนวน 1,782,364,160.25 บาท ในส่วนที่ที่จัดเก็บเอง เมืองพัทยาเคยจัดเก็บได้มากที่สุดในปี 2569 จำนวน 972,162,122.68 บาท และหากรวมรายรับจากทั้งสองส่วน ปี 2569 เป็นปีที่เมืองพัทยามีรายรับมากที่สุด 2,812,863,261.39 บาท 

ในส่วนของรายจ่ายนั้น พบว่าในปี 2563 ประมาณการรายจ่าย สูงขึ้นจากปี 2562 อย่างมาก จาก 1,850,000,000 บาท เป็น 2,000,000,000 บาท โดยเพิ่มจากด้านบริหารงานทั่วไปสูงที่สุด จาก 226,048,900 บาท เป็น 338,990,270 บาท ในขณะที่ปี 2569 เป็นปีที่มีประมาณการรายจ่ายสูงที่สุดใน 13 ปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 2,400,000,000 บาท โดยงานด้านสาธารณสูงเพิ่มขึ้นจาก 180,382,480 บาทในปี 2568 เป็น 282,964,160 ในปี 2569 และในส่วนของงบกลาง จาก 262,063,870 บาท ในปี 2568 เป็น 383,946,930 ในปี 2569

ดูข้อมูลได้ที่ https://rocketmedialab.co/database-pattaya-budget/

คุณอาจสนใจ