Connect with us

Hi, what are you looking for?

environment

กรุงเทพฯ ร้อนแค่ไหน : ดอนเมืองอุณหภูมิสูงสุด บางซื่อ ‘รู้สึก’ ร้อนที่สุด พระนครมีวันที่เกิน 35 °C มากที่สุด

  • ปี 2567-2568 อุณหภูมิสูงสุดรายวันของแต่ละเขต เขตดอนเมืองมีอุณหภูมิสูงสุดรายวันสูงที่สุด 41.3 องศาเซลเซียส ในวันที่ 30 เมษายน 2567 อันดับ 2 เขตพระนคร 40.5 องศาเซลเซียส วันที่ 25 เมษายน 2568 อันดับ 3 เขตสายไหม 40.4 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิสูงสุดรายวันเมื่อเทียบกับเขตอื่นๆ น้อยที่สุดเป็นของเขตยานนาวา 32.2 องศาเซลเซียส
  • เฉพาะฤดูร้อน (มีนาคม- พฤษภาคม) เขตพระนครมีวันที่อุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปมากที่สุด 145 วันจาก 184 วัน หากดูดัชนีความร้อนระดับอันตรายจะพบว่า เขตบางซื่อมีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายมากที่สุด 125 วัน
  • เดือนเมษายนเป็นเดือนที่ทั้งอุณหภูมิและดัชนีความร้อนเฉลี่ยสูงที่สุดจากทั้งสามเดือน ขณะที่เดือนพฤษภาคม แม้อุณหภูมิจะเริ่มลดลง แต่น่าสนใจว่าค่าดัชนีความร้อนสูง อาจจะเป็นเพราะมีความชื้นเพิ่มจากการเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน

อากาศร้อนในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เพียงแค่ปรากฏการณ์ครั้งคราวที่คนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญเฉพาะในฤดูร้อนเท่านั้น แต่กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ภาครัฐควรให้ความสนใจมากขึ้น เพราะส่งกระทบทั้งในแง่เศรษฐกิจ สุขภาพ การใช้ชีวิต โดยเฉพาะประชากรกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก คนชรา

ย้อนกลับไป 40 ปีก่อนหน้านี้ช่วงปี 2503-2543 อุณหภูมิเฉลี่ยของกรุงเทพฯ อยู่ที่ราว 28-30 องศาเซลเซียส กระทั่งในช่วงสองทศวรรษมานี้ อุณหภูมิเฉลี่ยของกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมีการคาดกันว่าภายใต้สภาวะโลกรวน อุณหภูมิของกรุงเทพฯ อาจมากกว่าเดิมถึง 4.5 องศาเซลเซียส ตามสถานการณ์ก๊าซเรือนกระจก อุณหภูมิสูงสุดรายวันของกรุงเทพฯ ในช่วงสิบปีระหว่าง 2559-2558 เฉลี่ยอยู่ที่ 39.51 องศาเซลเซียส ขณะเดียวกันผลการศึกษาในรายงานของศูนย์พลังงานอาเซียน (Asean Energy Center คาดการณ์ว่า ในปี 2593 (ค.ศ. 2050) กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองที่มีวันที่มีอุณหภูมิเกิน 35 องศาเซลเซียสต่อปีมากที่สุดในกลุ่มประเทศกลุ่มอาเซียน อยู่ที่ 120 วันต่อปี พร้อมกับคาดว่าอุณหภูมิสูงสุดรายวันเฉลี่ยของกรุงเทพฯ ในปี 2050 จะพุ่งสูงถึง 38.1 องศาเซลเซียส

นอกจากนี้ รายงานวิเคราะห์สภาวะความร้อนในกรุงเทพฯ Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City เผยว่าเขตต่างๆ ในกรุงเทพฯ มีระดับความร้อนไม่เท่ากัน เขตชั้นในที่เป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูงจะมีอุณหภูมิสูงกว่าโดยเฉพาะเวลากลางคืนจากปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง

Rocket Media Lab สำรวจอุณหภูมิสูงสุดรายวันและดัชนีความร้อนในช่วงฤดูร้อนของกรุงเทพมหานคร (มีนาคมถึงพฤษภาคม) ปี 2567 และ 2568 จากข้อมูลของสำนักสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีข้อมูล 43 เขตในปี 2567 (ขาดเขตบางกะปิ, บางเขน, บางขุนเทียน, บางคอแหลม, บางแค, บางพลัด, ราชเทวี) และ 48 เขตในปี 2568 (ขาดเขตบางคอแหลม, บางกะปิ) ว่าแต่ละเขตร้อนแตกต่างมากน้อยเพียงใด และอาจนำไปสู่การจัดทำนโยบายที่เกี่ยวข้องเจาะจงสำหรับเขตนั้นได้

แต่ละเขตร้อนแค่ไหน อุณหภูมิสูงสุดเท่าไหร่

จากการสำรวจข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดรายวันในช่วงฤดูร้อนของกรุงเทพมหานคร (มีนาคมถึงพฤษภาคม) ปี 2567 และ 2568 พบว่า ปี 2567 ร้อนกว่าปี 2568 ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ย 35.12 องศาเซลเซียส ส่วนปี 2568 อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 33.99 องศาเซลเซียส

โดยช่วง 2 ปีนี้ เมื่อพิจารณาอุณหภูมิสูงสุดของแต่ละเขต เขตดอนเมืองมีอุณหภูมิสูงสุดรายวันสูงที่สุด 41.3 องศาเซลเซียส ในวันที่ 30 เมษายน 2567 อันดับ 2 เขตพระนคร 40.5 องศาเซลเซียส วันที่ 25 เมษายน 2568 อันดับ 3 เขตสายไหม 40.4 องศาเซลเซียส อันดับ 4 เขตบางซื่อ 40.3 องศาเซลเซียส และอันดับ 5 คลองสามวา 39.9 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิสูงสุดรายวันเมื่อเทียบกับเขตอื่นๆ น้อยที่สุดเป็นของเขตยานนาวา อุณหภูมิสูงสุดของเขตยานนาวาอยู่ที่ 32.2 องศาเซลเซียส วันที่ 21 เมษายน 2567 วันเดียวกันนี้เองเป็นวันที่อีก 24 เขตก็มีอุณหภูมิรายวันสูงสุดในรอบ 2 ปีเช่นกัน นอกจากนี้ยานนาวายังเป็นเขตเดียวที่มีอุณหภูมิสูงสุดน้อยกว่า 35 องศาเซลเซียส

หากดูอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยของแต่ละเขตเป็นรายปี ในปี 2567 อุณหภูมิรายวันสูงสุดอยู่ที่ 41.3 องศาเซลเซียส ที่เขตดอนเมือง เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 หากพิจารณาอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยสูงสุดรายเขต ดอนเมืองสูงสุดที่ 36.79 องศาเซลเซียส รองลงมาเป็น บางซื่อ 36.35 องศาเซลเซียส อันดับ 3 สายไหม 36.33 องศาเซลเซียส อันดับ 4 ลาดกระบัง 36.32 องศาเซลเซียส อันดับ 5 พระนคร 36.25 องศาเซลเซียส เขตยานนาวามีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยต่ำที่สุดที่ 29.23 องศาเซลเซียส

ส่วนปี 2568 อุณหภูมิรายวันสูงสุดอยู่ที่ 40.5 องศาเซลเซียส ในวันที่ 25 เมษายน 2568 ที่เขตพระนคร หากพิจารณาอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยสูงสุดรายเขต ลาดกระบัง สูงสุดที่ 36.15 องศาเซลเซียส รองลงมาเป็นพระนคร
อันดับ 3 บางขุนเทียน 35.19 องศาเซลเซียส อันดับ 4 สายไหม 34.96 องศาเซลเซียส อันดับ 5 ตลิ่งชัน
34.92 องศาเซลเซียส เขตยานนาวามีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยต่ำที่สุดที่ 28.31 องศาเซลเซียส

เมื่อเปรียบเทียบทั้งสองปี นอกจากอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยสุดรายเขตของปี 2567 จะสูงกว่าปี 2568 แล้ว มีเขตที่เคยมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ 5 อันดับแรกในปี 2567 แล้วอันดับลดลงในปี 2568 เช่น ดอนเมืองจากอันดับ 1 ตกลงอยู่มาอันดับ 5 บางซื่อจากอันดับ 2 มาอยู่อันดับ 11 บางเขตมีอันดับสูงขึ้น เช่น ตลิ่งชันที่เคยอยู่อันดับ 13 ในปี 2567 ก็ขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ในปี 2568 เขตที่มีอุณหภูมิสูงสุดต่ำสุดทั้งสองปี คือ ยานนาวา

พระนครมีวันที่ อุณหภูมิ35 องศาขึ้นไปมากที่สุด ยานนาวา (เกือบ) ไม่มีเลย

รายงาน “Roadmap for Extreme Heat Protection through Passive Cooling in ASEAN Region” ของศูนย์พลังงานอาเซียนระบุว่า ในปี 2568 กรุงเทพฯ มี “วันที่อากาศร้อนจัด” หรือวันที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส อยู่ที่ประมาณ 45 วัน เมื่อดูข้อมูลอุณหภูมิรายวันสูงสุดรายเขตของกรุงเทพมหานคร เฉพาะช่วงฤดูร้อน 3 เดือนของปี 2567 และ 2568 พบว่า จากทั้งหมด 184 วัน มี 163 วัน ที่อุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียส และ 21 วันที่ไม่มีเขตไหนเลยมีอุณหภูมิต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส โดยในปี 2567 มี 7 วัน และปี 2568 มี 14 วัน

เขตพระนครมีวันที่อุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปมากที่สุด 145 วันจาก 184 วัน อันดับ 2 ดอนเมือง 128 วัน อันดับ 3 ลาดกระบังและสายไหม 126 วัน อันดับ 5 บางซื่อและวังทองหลาง 121 วัน ส่วนเขตยานนาวามี 183 วันที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส ส่วนอีก 1 วันไม่ปรากฏข้อมูล

ปี 2567 เมื่อเปรียบเทียบอุณหภูมิสูงสุดรายวันตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสของเขตต่างๆ ในกรุงเทพฯ พบว่า เขตยานนาวาเป็นเขตเดียวที่ไม่มีวันที่มีอุณหภูมิเกิน 35 องศาเซลเซียสเลย ส่วนเขตที่มีวันที่มีอุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปมากที่สุดคือ ดอนเมือง 78 วัน รองลงมาเป็น พระนคร 77 วัน อันดับ 3 บางซื่อ 76 วัน อันดับ 4 สายไหม 74 วัน อันดับ 5 วังทองหลาง 73 วัน

ในปี 2568 พบว่า จากทั้งหมด 48 เขต มีเพียงเขตเดียวคือ เขตยานนาวา ที่ 91 วันมีอุณหภูมิสูงสุดน้อยกว่า 35 องศาเซลเซียส และ 1 วันที่เหลือไม่มีข้อมูล ส่วนเขตที่มีวันที่มีอุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปมากที่สุดคือ เขตลาดกระบัง มี 72 วัน ขณะที่มี 5 เขตที่มีวันที่มีอุณหภูมิสูงสุดมากกว่า 35 องศาไม่ถึง 10 วัน ได้แก่ บึงกุ่ม 4 วัน วัฒนา 6 วัน พระโขนง 7 วัน และจอมทองและบางแค 9 วัน

ในรายงานวิเคราะห์สภาวะความร้อนในกรุงเทพฯ Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City ระบุว่า ปรากฏการณ์เกาะความร้อนที่กรุงเทพฯ กำลังเผชิญอยู่ ความหนาแน่นของอาคารและการมีพื้นที่สีเขียวปกคลุมน้อยเป็นปัจจัยหลักที่เร่งความร้อนในแต่ละย่าน โดยพื้นที่เมืองที่มีอาคารสูงหนาแน่นจะดูดซับและกักเก็บความร้อนไว้มากกว่าพื้นที่รอบนอก และระบายความร้อนออกได้ช้ากว่าในเวลากลางคืน และ เขตที่ร้อนที่สุดเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมือง (CBD) ที่มีอาคารสูงหนาแน่นและพื้นผิวคอนกรีตจำนวนมากสะสมความร้อนและระบายออกช้า ส่วนเขตที่อยู่ในพื้นที่รอบนอก เช่น ดอนเมือง สายไหม หนองจอกและบางเขต เย็นกว่า เพราะมีพื้นที่เปิดโล่งและมีพื้นที่สีเขียวมากกว่า

ถึงกระนั้นหากนำอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อพื้นที่เขตในกรุงเทพฯ มาพิจารณาร่วมด้วยก็จะพบว่าพื้นที่สีเขียวอาจไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้พื้นที่เขตนั้นๆ มีความร้อนลดลงหรือมากขึ้น ตามรายงานวิเคราะห์สภาวะความร้อนในกรุงเทพฯ Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City เนื่องจากหากพิจารณาข้อมูลของเขตพระนคร ก็จะพบว่า เขตพระนครมีอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อพื้นที่ทั้งหมดของเขตมากเป็นอันดับ 2 ของกรุงเทพฯ แต่เขตพระนครเองก็เป็นเขตที่มีวันที่อุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปมากที่สุดถึง 145 วันจาก 184 วัน ดังนั้นจะเห็นว่าพื้นที่สีเขียวหรือแม้กระทั่งความหนาแน่นของอาคาร อาจจะไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่ส่งผลให้พื้นที่นั้นๆ ร้อนมากหรือน้อยกว่าพื้นที่อื่นเสมอไป

บางซื่อมีวันที่มีดัชนีความร้อนระดับอันตรายมากที่สุด

นอกจากอุณหภูมิแล้ว ดัชนีความร้อนยังเป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่ถูกนำมาใช้พิจารณาความรุนแรงของสภาพอากาศที่คนต้องเผชิญในช่วงฤดูร้อนว่าจะส่งผลกระทบต่อร่างกายหรือไม่ ดัชนีความร้อนเป็นอุณหภูมิที่ “รู้สึก” ได้ ณ ขณะนั้น ซึ่งค่าดัชนีความร้อนคำนวณจากค่าอุณหภูมิอากาศและค่าความชื้นสัมพัทธ์ เมื่ออุณหภูมิสูง ค่าความชื้นสัมพัทธ์จะทำให้ค่าดัชนีความร้อนมีค่าอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิที่วัดได้จริง

ดัชนีความร้อนแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับเฝ้าระวัง ดัชนีความร้อน 27-32.9 องศาเซลเซียส ระดับเตือนภัย 33-41.9 องศาเซลเซียส ระดับอันตราย 42-51.9 องศาเซลเซียส และระดับอันตรายมาก มากกว่า 52 องศาเซลเซียส

ดัชนีความร้อนสูงสุดของแต่ละเขตในช่วง 2 ปีนี้พบว่า เขตพระนครมีดัชนีความร้อนสูงที่สุด 64.4 องศาเซลเซียส ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2568 อันดับ 2 สาทร 52.8 องศาเซลเซียส ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 อันดับ 3 ตลิ่งชัน 51.8 องศาเซลเซียส อันดับ 4 บางซื่อ 51.7 องศาเซลเซียส และอันดับ 5 ดอนเมือง 51.3 องศาเซลเซียส

เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนรายเขต พบว่า เขตบางขุนเทียนมากที่สุด 43.36 องศาเซลเซียส อันดับ 2 สายไหม 41.84 องศาเซลเซียส อันดับ 3 บางซื่อ 41.78 องศาเซลเซียส อันดับ 4 ดอนเมือง 41.58 องศาเซลเซียส อันดับ 5 ประเวศ 41.55 องศาเซลเซียส ขณะที่พระนคร อยู่อันดับ 32 ดัชนีความร้อนเฉลี่ย 38.50 องศาเซลเซียส ส่วนเขตพระนคร ยานนาวามีค่าดัชนีความร้อนน้อยที่สุดที่ 29.14 องศาเซลเซียส ส่วนค่าเฉลี่ยของกรุงเทพฯ อยู่ที่ 40.80 องศาเซลเซียส

เขตที่มีวันที่มีดัชนีความร้อนในระดับอันตรายมาก มี 2 เขตคือ เขตพระนคร มีค่าดัชนีความร้อน 64.4 องศาเซลเซียส ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2568 และเขตสาทร มีค่าดัชนีความร้อน 52.8 องศาเซลเซียส ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 อย่างไรก็ตาม หากดูดัชนีความร้อนระดับอันตรายจะพบว่า เขตบางซื่อมีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายมากที่สุด 125 วัน รองลงมา ดอนเมืองและหนองจอก 123 วัน เขตประเวศ 122 วัน เขตสายไหม 120 วัน และเขตหนองแขม 113 วัน ขณะที่เขตพระนครมีดัชนีความร้อนระดับอันตราย 71 วัน และเขตสาทรมี 21 วันเท่านั้น ทั้งนี้เขตยานนาวาและเขตบางแคเป็นเขตที่ไม่มีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายเลย โดยที่เขตยานนาวาเป็นเขตเดียวที่ในฤดูร้อนมีวันที่ดัชนีความร้อนระดับปกติ ซึ่งมี 8 วัน ทั้งนี้เขตบางขุนเทียน ซึ่งมีดัชนีความร้อนเฉลี่ยมากที่สุด 43.36 องศาเซลเซียส มีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตราย 70 วัน

จากข้อมูลดัชนีความร้อนในช่วงฤดูร้อน ปี 2567 กรุงเทพฯ มีดัชนีความร้อนสูงที่สุด 51.8 องศาเซลเซียสที่เขตตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 27 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่เขตส่วนใหญ่มีดัชนีความร้อนในระดับอันตรายเช่นกัน ยกเว้นเขตยานนาวาที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับเตือนภัย

หากดูที่ “ค่าเฉลี่ย” ดัชนีความร้อนจะพบว่า กรุงเทพฯ มีค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนอยู่ที่ 42.55 องศาเซลเซียส ซึ่งอยู่ในระดับอันตราย โดยเขตบางซื่อมีค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนสูงที่สุด 44.38 องศาเซลเซียส อันดับ 2 ทุ่งครุ 44.20 องศาเซลเซียส อันดับ 3 ดอนเมือง 43.92 องศาเซลเซียสเท่ากัน อันดับ 4 สวนหลวง 43.83 องศาเซลเซียส อันดับ 5 ตลิ่งชัน 43.81 องศาเซลเซียส

เมื่อพิจารณาว่าเขตใดมีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายมากที่สุดพบว่า เขตทุ่งครุมากที่สุด 74 วัน รองลงมาเป็น ดอนเมือง บางซื่อ และประเวศ เท่ากันที่ 73 วัน อันดับ 5 หนองจอก 72 วัน ส่วนเขตยานนาวาเป็นเขตที่ไม่มีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายเลย

ปี 2568 เขตพระนครมีดัชนีความร้อนสูงที่สุด 64.4 องศาเซลเซียสอยู่ในระดับอันตรายมาก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 ในวันนี้ยังมีเขตสาทรที่มีดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายมากที่ 52.8 องศาเซลเซียส ส่วนค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนอยู่ที่ 39.40 องศาเซลเซียสซึ่งจัดอยู่ในระดับเตือนภัย

แต่หากดูที่ “ค่าเฉลี่ย” ดัชนีความร้อนจะพบว่า ในปีนี้เขตบางขุนเทียนมีค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนมากที่สุด 43.36 องศาเซลเซียส อันดับ 2 สายไหม 41.85 องศาเซลเซียส อันดับ 3 บางซื่อ 41.78 องศาเซลเซียส อันดับ 4 เขตดอนเมือง 41.58 องศาเซลเซียส และอันดับ 5 เขตประเวศ 41.55 องศาเซลเซียส

เมื่อพิจารณาว่า เขตใดมีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายมากที่สุด คือ เขตบางขุนเทียน 70 วัน อันดับ 2 สายไหม 55 วัน อันดับ 3 บางซื่อ 52 วัน อันดับ 4 ดอนเมืองและหนองจอก 50 วัน อันดับ 5 ประเวศ 49 วัน ขณะที่มี 9 เขตที่ไม่มีวันที่มีดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายเลย ได้แก่ คันนายาว ตลิ่งชัน บางแค บางรัก ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย พญาไท มีนบุรี ยานนาวา

9 เขตที่ติดอันดับทั้งอุณหภูมิสูงสุดและดัชนีความร้อนสูงสุด

เมื่อนำอุณหภูมิสูงสุดรายวันเปรียบเทียบกับค่าดัชนีความร้อนที่สูงสุดของแต่ละเขต 15 อันดับแรก ในปี 2567 และ 2568 มี 9 เขตที่ติดอันดับทั้งอุณหภูมิสูงสุดและดัชนีความร้อนสูงสุด ได้แก่

  1. ดอนเมือง
  2. พระนคร
  3. สายไหม
  4. บางซื่อ
  5. คลองสามวา
  6. วังทองหลาง
  7. หลักสี่
  8. ตลิ่งชัน
  9. คันนายาว

ส่วนเขตที่ติดอันดับอุณหภูมิสูงสุด แต่ไม่ติดอันดับดัชนีความร้อนสูงสุด คือ หนองจอก ลาดกระบัง ประเวศ ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย และมีนบุรี ส่วนเขตที่ติดอันดับดัชนีความร้อนสูงสุด แต่ไม่ติดอันดับอุณหภูมิสูงสุดคือ สาทร จอมทอง ทุ่งครุ บางขุนเทียน ราชเทวี ธนบุรี

ในแง่ผลกระทบ อุณหภูมิและดัชนีความร้อนส่งผลกระทบต่อทุกคน และน่ากังวลมากขึ้นสำหรับประชากรกลุ่มเปราะบาง เมื่อสำรวจประชากรกลุ่มเปราะบางที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป เทียบกับเขตที่ติด 10 อันดับแรกที่มีอุณหภูมิสูงสุด หรือที่มีดัชนีความร้อนสูงสุดพบว่า ในกลุ่มนี้มีหลายเขตที่มีสัดส่วนประชากรกลุ่มเปราะบางมากเป็น 10 อันดับแรกของกรุงเทพฯ โดยเขตที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากและติดอันดับอากาศร้อนคือ พระนคร ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย สาทร เขตที่มีเด็กมากและติดอันดับอากาศร้อนคือ คันนายาว หนองจอก มีนบุรี บางขุนเทียน

นอกจากนี้ยังพบข้อสังเกตที่น่าสนใจ เดือนเมษายนเป็นเดือนที่ค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนสูงกว่าอุณหภูมิสูงสุดถึง 6.7 องศาเซลเซียส และเดือนเมษายนเป็นเดือนที่ทั้งอุณหภูมิและดัชนีความร้อนเฉลี่ยสูงที่สุดจากทั้งสามเดือน ขณะที่เดือนพฤษภาคม แม้อุณหภูมิจะเริ่มลดลง แต่น่าสนใจว่าค่าดัชนีความร้อนสูง อาจจะเป็นเพราะมีความชื้นเพิ่มจากการเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน

การที่เขตอย่าง ดอนเมือง สายไหม และพระนคร ติดอันดับทั้งสองตารางอาจสะท้อนว่าพื้นที่เหล่านี้คือ จุดศูนย์กลางของวิกฤตความร้อนในกรุงเทพฯ เขตราษฎร์บูรณะ บางขุนเทียน และหนองแขม มีดัชนีความร้อนสูงกว่าอุณหภูมิจริงเฉลี่ย 8 องศาเซลเซียส ซึ่งหมายความว่าถึงแม้วันที่อากาศ 34 องศาเซลเซียสแต่ร่างกายรับรู้ความร้อนเสมือน 42 องศาเซลเซียส

ขณะเดียวกันเขตหนองจอก ลาดกระบัง และมีนบุรี มักติดอันดับอุณหภูมิอากาศสูงสุด แต่ร่างกายอาจไม่รู้สึก “อบอ้าว” เท่าเขตชั้นใน สถิติจำนวนวันร้อนจัด: เขตลาดกระบัง มีจำนวนวันที่อากาศร้อนจัด (เกิน 35 องศาเซลเซียส) มากที่สุดในปี 2568 ถึง 72 วัน อาจจะเป็นผลมาจากเป็นพื้นที่ชานเมือง มีที่ว่างและพื้นที่เกษตรกรรมมากกว่า อุณหภูมิอากาศจึงพุ่งสูงขึ้นได้ง่ายจากแสงแดดจัด แต่การระบายอากาศที่ดีกว่าและความชื้นที่อาจไม่สะสมหนาแน่น จึงทำให้ค่าดัชนีความร้อนสูงสุดมักไม่พุ่งไปอยู่ใน 15 อันดับแรกเท่ากับเขตในเมือง

ดูข้อมูลได้ที่ https://rocketmedialab.co/database-bkkheat2026/

คุณอาจสนใจ