Rocket Media Lab ชวนสำรวจความน่าอยู่ของแต่ละเขตในกรุงเทพมหานคร ผ่านข้อมูล Bangkok Index เพื่อดูว่าแต่ละเขตน่าอยู่มากเพียงใด มีปัญหาด้านใดบ้าง
โดยแบ่งออกเป็น 4 ด้าน แต่ละด้านประกอบด้วย 4 หัวข้อ ได้แก่ 1. ด้านบริการสาธารณะ ประกอบด้วยสาธารณสุข ขนส่งสาธารณะ การศึกษา และคุณภาพชีวิต 2. ด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วยงบประมาณรายเขต รายได้จากการจัดเก็บภาษี การจดทะเบียนธุรกิจ และสถานประกอบการอาหาร 3. ด้านสวัสดิภาพ ประกอบด้วยอัคคีภัย อุทกภัย จุดเสี่ยงอาชญากรรม และอุบัติเหตุบนท้องถนน 4. ด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ขยะ น้ำเสีย อากาศ และสวนสาธารณะ
ในแต่ละหัวข้อ จะจัดอันดับและให้คะแนนจากข้อมูลพื้นฐานของแต่ละเขต โดยใช้หลัก Normalization and Scaling ซึ่งเป็นวิธีการสากลที่ใช้ในการคํานวณการจัดอันดับ จากนั้นนำคำนวณคะแนนเฉลี่ยของแต่ละหัวข้อและแต่ละด้าน และนำมาคำนวณคะแนนเฉลี่ยทั้ง 4 ด้านเพื่อจัดอันดับความน่าอยู่ทั้ง 50 เขต ว่าเขตไหนในกรุงเทพฯ น่าอยู่มากที่สุด
จากการจัดอันดับความน่าอยู่ใน Bangkok Index 2025 พบว่า เขตที่มีคะแนนความน่าอยู่มากที่สุด คือ เขตปทุมวัน ได้คะแนนเฉลี่ย 32.04 จาก 50 คะแนน โดยมีคะแนนโดดเด่นในด้านเศรษฐกิจและด้านบริการสาธารณะสูงที่สุดเมื่อเทียบกับเขตอื่นๆ
รองลงมาคือเขตพระนคร ได้คะแนนเฉลี่ย 29.18 คะแนน เขตบางกอกน้อย 28.42 คะแนน เขตสัมพันธวงศ์ 27.96 คะแนน และเขตบางรัก 27.90 คะแนน
ส่วนเขตที่มีคะแนนความน่าอยู่น้อยที่สุด คือ เขตดินแดง ได้คะแนนเฉลี่ย 17.35 คะแนนจาก 50 คะแนน โดยได้คะแนนในด้านเศรษฐกิจและด้านสิ่งแวดล้อมค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับเขตอื่นๆ
รองลงมาคือ เขตวังทองหลาง ได้คะแนนเฉลี่ย 17.39 คะแนน เขตบางเขน 17.80 คะแนน เขตลาดพร้าว 17.81 คะแนน และเขตบึงกุ่ม 18.13 คะแนน
จากการจัดอันดับของ Bangkok Index 2025 พบว่า เขตที่ได้คะแนนความน่าอยู่สูงมักกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ และมีงบประมาณในการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานมากกว่าเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร ส่วนเขตที่ได้คะแนนความน่าอยู่น้อยมักอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นนอกและชั้นกลาง ซึ่งได้คะแนนในด้านบริการสาธารณะและเศรษฐกิจต่ำ เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร
วิธีการคำนวณ Bangkok Index
Bangkok Index แบ่งออกเป็น 4 ด้าน แต่ละด้านแยกออกไปอีกด้านละ 4 หัวข้อ ได้แก่ 1. ด้านบริการสาธารณะ แยกออกเป็น การศึกษา สาธารณสุข ขนส่งสาธารณะ และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต 2. ด้านเศรษฐกิจ แยกออกเป็น งบประมาณรายเขต รายได้จากการจัดเก็บภาษี การจดทะเบียนธุรกิจ และสถานประกอบการอาหาร 3. ด้านสวัสดิภาพ แยกออกเป็น อัคคีภัย อุทกภัย จุดเสี่ยงอาชญากรรม และอุบัติเหตุบนท้องถนน 4. ด้านสิ่งแวดล้อม แยกออกเป็น ขยะ น้ำเสีย อากาศ และสวนสาธารณะ
ในแต่ละประเด็น จะมีการนำเอาข้อมูลพื้นฐานในแต่ละเขต ทั้ง 50 เขต มาจัดอันดับและให้คะแนน โดยใช้หลัก Normalization and Scaling เพื่อแปลงค่าข้อมูลจริงของทุกเขตให้อยู่ในสเกลคะแนน 1-50 คะแนนเท่ากัน เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบกันได้อย่างเป็นสากล จากนั้นก็จะนำคะแนนในแต่ละประเด็นมาหาคะแนนเฉลี่ย เพื่อจัดอันดับทั้ง 16 ประเด็น และ 4 ด้าน แล้วทำคะแนนเฉลี่ยทั้งหมดในทุกด้านเพื่อจัดอันดับรวมทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ ว่าเขตไหนในกรุงเทพฯ น่าอยู่มากที่สุด
คะแนนความน่าอยู่ของ Bangkok Index 2025 มาจากการหาคะแนนเฉลี่ยของทั้ง 4 ด้าน แต่ละด้านประกอบด้วย 4 หัวข้อ ดังนี้
- ด้านบริการสาธารณะ ประกอบด้วยการสาธารณสุข ขนส่งสาธารณะ ศึกษา และคุณภาพชีวิต
- ด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วยงบประมาณรายเขต รายได้จากการจัดเก็บภาษี การจดทะเบียนธุรกิจ และสถานประกอบการอาหาร
- ด้านสวัสดิภาพ ประกอบด้วยอัคคีภัย อุทกภัย จุดเสี่ยงอาชญากรรม และอุบัติเหตุบนท้องถนน
- ด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ขยะ น้ำเสีย อากาศ และสวนสาธารณะ
ข้อมูลที่นำมาใช้
ด้านบริการสาธารณะ
- สาธารณสุข จำนวนสถานบริการสาธารณสุข ปี 2568 และข้อมูลโรคที่ควรรักษาแบบผู้ป่วยนอก (ACSC) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2568
- ขนส่งสาธารณะ จำนวนสายรถเมล์ ปี 2568 และจำนวนสถานีรถไฟฟ้า ปี 2568 โดยการรวบรวมของ Rocket Media Lab
- การศึกษา สำรวจการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานในแต่ละเขต ปี 2568 โดยเทียบสัดส่วนโรงเรียนต่อ 1,000 ประชากร ในช่วงอายุ 0-18 ปี และสัดส่วนครูต่อนักเรียน ปี 2568 จากข้อมูลสารสนเทศการศึกษา ปีการศึกษา 2568 โดยศูนย์ข้อมูลการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และข้อมูลโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 2568
- คุณภาพชีวิต สัดส่วนลานกีฬาต่อ 1,000 ประชากร สัดส่วนห้องสมุดและบ้านหนังสือต่อ 1,000 ประชากร และสัดส่วนศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนต่อ 1,000 ประชากร ในช่วงอายุ 0-6 ปี ปี 2568 โดยกรุงเทพมหานคร
ด้านเศรษฐกิจ
- งบประมาณรายเขต สัดส่วนงบประมาณต่อประชากรในแต่ละเขต อ้างอิงจากข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ปี 2568
- รายได้จากการจัดเก็บภาษี เป็นายได้ในการจัดเก็บภาษี 5 ประเภท ได้แก่ ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีน้ำมัน โดยเทียบสัดส่วนต่อจำนวนประชากร จากรายงานผลการจัดเก็บภาษี 5 ประเภท ปีงบประมาณ พ.ศ.2568 จำแนกตามสำนักงานเขต จากสำนักการคลัง กรุงเทพมหานคร
- การจดทะเบียนธุรกิจ ข้อมูลสถานะนิติบุคคล ข้อมูลรายพื้นที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำปี 2568 เทียบกับสัดส่วนต่อ 1,000 ประชากร
- สถานประกอบการอาหาร สัดส่วนสถานประกอบการอาหารต่อ 1,000 ประชากร อ้างอิงจากจำนวนสถานประกอบการอาหารที่ได้รับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร
ด้านสวัสดิภาพ
- อัคคีภัย คิดจากจำนวนเหตุอัคคีภัยในพื้นที่ อ้างอิงจากข้อมูลจำนวนไฟไหม้ สถิติสาธารณภัย ปี 2567 ศูนย์ข้อมูลสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสัดส่วนประปาหัวแดงต่อ 1,000 ครัวเรือน ปี 2567 อ้างอิงจากจำนวนประปาหัวแดง โดยสํานักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร
- อุทกภัย สำรวจจากข้อมูลน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักการระบายน้ำ ปีพ.ศ. 2568 สำนักระบายน้ำ
- จุดเสี่ยงอาชญากรรม จากบัญชีพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่อันตราย ปี 2568 โดยสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร
- อุบัติเหตุบนท้องถนน สำรวจจำนวนผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน และจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ในปี 2568
ด้านสิ่งแวดล้อม
- ขยะ อัตราการสร้างขยะมูลฝอย ต่อประชากร 1 คนในแต่ละเขต อ้างอิงจากสถิติปริมาณขยะมูลฝอย ปี 2568 จาก สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร
- น้ำเสีย ค่าเฉลี่ยความต้องการออกซิเจนทางชีวเคมี (BOD) ของคลองและแม่น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อ้างอิงจากค่าเฉลี่ยคุณภาพคลอง ปี 2540-2567 โดยสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร
- อากาศ ข้อมูลคุณภาพอากาศ PM2.5 โดยสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร โดยดึงข้อมูลจากระบบรายงานผลการตรวจวัดของกรุงเทพมหานคร
- สวนสาธารณะ สัดส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากร ปี 2568 อ้างอิงจากข้อมูลพื้นที่สวนสาธารณะ (เฉพาะสำนักงานสวนดูแล) เปรียบเทียบกับเป้าหมาย 7 ประเภท และสัดส่วนพื้นที่สวนฯ ที่เข้าถึงได้ต่อประชากร ปี 2568 อ้างอิงจากข้อมูลพื้นที่สวนสาธารณะ (เฉพาะสำนักงานสวนดูแล) เปรียบเทียบกับเป้าหมาย 7 ประเภท โดย สำนักสิ่งแวดล้อม และ สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กรุงเทพมหานคร
ขั้นตอนการจัดทำคะแนน Bangkok Index มี 3 ขั้นตอนดังนี้
- การจัดทำคะแนนทั้ง 16 หัวข้อ โดยการจัดทำข้อมูลพื้นฐานทั้ง 50 เขต และนำมาคำนวณผ่านหลักการ Normalization and Scaling ให้กลายเป็นคะแนนมาตรฐานที่มีสเกลตั้งแต่ 1-50 คะแนนเท่ากัน เพื่อให้สามารถนำมาเปรียบเทียบและรวมคะแนนกันได้อย่างถูกต้อง
ตัวอย่าง
หัวข้อขนส่งสาธารณะ ด้านบริการสาธารณะ ใช้ข้อมูลพื้นฐาน 2 ชุด ได้แก่ จำนวนสายรถเมล์ภายในเขต ปี 2568 และจำนวนสถานีรถไฟฟ้าภายในเขต ปี 2568 เมื่อได้ข้อมูลพื้นฐานแล้ว จะนำมาคำนวณปรับสเกล (Scaling) เพื่อแปลงให้เป็นคะแนน 1-50 คะแนน โดยเขตที่มีโครงสร้างพื้นฐานดีที่สุดจะได้คะแนนเข้าใกล้ 50 คะแนน และเขตที่มีน้อยที่สุดจะมีคะแนนลดหลั่นลงไปตามสัดส่วนของข้อมูลจริง ไม่ใช่การล็อกแต้มเรียงลำดับแบบเดิม
- การจัดทำคะแนนทั้ง 4 ด้าน โดยนำคะแนนหัวข้อย่อยของด้านนั้น 4 หัวข้อ มาหาคะแนนเฉลี่ย เช่น คะแนนเฉลี่ยด้านบริการสาธารณะ มาจากการนำคะแนนหัวข้อการศึกษา สาธารณสุข ขนส่งสาธารณะ และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต รวมกันหาคะแนนเฉลี่ย
ตัวอย่าง
คะแนนด้านบริการสาธารณะของ Bangkok Index 2025 มาจากการนำคะแนนของทั้ง 4 หัวข้อ ได้แก่ สาธารณสุข ขนส่งสาธารณะ การศึกษา และคุณภาพชีวิต มารวมกันและหารสี่ เพื่อหาคะแนนเฉลี่ยของด้านบริการสาธารณะ
- การจัดทำคะแนนความน่าอยู่ โดยนำคะแนนเฉลี่ยทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านบริการสาธารณะ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสวัสดิภาพ และด้านสิ่งแวดล้อม มาหาคะแนนเฉลี่ย
ตัวอย่าง
เขต A มีคะแนนความน่าอยู่ 50 คะแนน มาจากการนำคะแนนของด้านบริการสาธารณะ 50 คะแนน ด้านเศรษฐกิจ 50 คะแนน ด้านสวัสดิภาพ 50 คะแนน และด้านสิ่งแวดล้อม 50 คะแนน มารวมกันหารสี่เป็นคะแนนเฉลี่ยความน่าอยู่ของ Bangkok Index 2025
ดู Bangkok Index 2025 : https://bkkindex.rocketmedialab.co
ดูข้อมูลได้ที่ https://rocketmedialab.co/database-bangkok-index-2025/




























