Connect with us

Hi, what are you looking for?

environment

งบระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วม 4 ปี (2566-2569) ของ กทม. ในยุคชัชชาติ ลงเขตไหน ทำอะไรบ้าง

  • จากงบ กทม. ปี 2566-2569 พบว่ามีงบที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม เฉพาะงบประมาณของสำนักการระบายน้ำและงบของ 50 สำนักงานเขต รวมทั้งสิ้นประมาณ 13,563.59 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบของสำนักการระบายน้ำ ประมาณ 9,376.37 ล้านบาท ซึ่งเน้นไปที่โครงการก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อนและอุโมงค์ระบายน้ำ และงบของ 50 สำนักงานเขต ซึ่งเน้นไปที่การก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อน ระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ และขุดลอกคลองในพื้นที่ รวมประมาณ 4,187.22 ล้านบาท
  • งบที่จัดสรรลงไปให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตโดยตรง ส่วนที่เกี่ยวกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม 4 ปี มีงบรวม 4,187.22 ล้านบาท เขตหนองแขมได้รับมากที่สุด 566.69 ล้านบาท คิดเป็น 13.53% ของงบรายเขตทั้งหมด เกือบทั้งหมดเป็นงบก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม ขณะที่เขตสัมพันธวงศ์ได้รับน้อยที่สุดเพียง 3.06 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นค่าวัสดุและค่าใช้สอยในงบดำเนินงาน ไม่มีงบก่อสร้างหรือปรับปรุงโครงสร้างใดๆ
  • เมื่อพิจารณาเฉพาะงบของสำนักการระบายน้ำที่ระบุพื้นที่ลงรายเขตได้ รวม 11,318.05 ล้านบาท เขตคลองเตยได้รับงบมากที่สุดจำนวน 652.47 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงบก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. หน้าสถานีสูบน้ำพระโขนงถึงจุดที่กำหนดให้บริเวณถนนสุขุมวิท ขณะที่เขตสายไหม ได้รับงบน้อยที่สุดเพียง 1.64 ล้านบาท และมีอีก 4 เขตที่ไม่ปรากฏงบประมาณที่สามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่เขตได้ ได้แก่ เขตทุ่งครุ เขตบางบอน เขตราษฎร์บูรณะ และเขตหนองจอก

ทุกครั้งที่ฝนตกหนัก ‘น้ำรอระบาย’ กลายเป็นภาพคุ้นตาของคนกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะถนนสายสำคัญอย่างสุขุมวิท ศรีนครินทร์ แจ้งวัฒนะ ไปจนถึงชุมชนริมคลองรอบนอกเมืองและพื้นที่ใกล้คลองสายหลัก การเกิดน้ำท่วมขังซ้ำซากในจุดเดิมๆ ทำให้การระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม เป็นโจทย์ใหญ่ที่กรุงเทพมหานครต้องทุ่มงบประมาณลงไปอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี และคำถามคือ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กทม. ใช้งบกับเรื่องนี้ไปเท่าไร และลงไปที่เขตไหนบ้าง

จากการรวบรวมข้อมูลของ Rocket Media Lab จากข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร ปี 2566-2569 ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาการบริหารงานของชัชชาติ สิทธิพันธ์ พบว่ากรุงเทพมหานครจัดสรรงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม เฉพาะงบของสำนักการระบายน้ำและ 50 สำนักงานเขต รวมทั้งสิ้นประมาณ 13,563.59 ล้านบาท แบ่งเป็นงบของสำนักการระบายน้ำประมาณ 9,376.37 ล้านบาท และงบของ 50 สำนักงานเขตอีกประมาณ 4,187.22 ล้านบาท โดยทั้งสองส่วนต่างตั้งงบส่วนใหญ่ไปกับโครงการเกี่ยวกับเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมเป็นหลัก รองลงมาคือโครงการเกี่ยวกับประตูระบายน้ำ ระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ บ่อพักน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำ

เมื่อแยกตามลักษณะงาน จะแยกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ คือ ก่อสร้าง ปรับปรุง และใช้จ่าย โดยงบส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างมากที่สุด 6,190.99 ล้านบาท คิดเป็น 45.64% ของงบการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นการก่อสร้างเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม ถึง 4,483.71 ล้านบาท รองลงมาคือ ปรับปรุง 4,466.63 ล้านบาท คิดเป็น 32.93% ซึ่งเป็นการปรับปรุงประตูระบายน้ำ ระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ บ่อพักน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ มากที่สุด จำนวน 2,213.87 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นงบใช้จ่ายอีก 2,905.97 ล้านบาท คิดเป็น 21.42% โดยแบ่งเป็นค่าวัสดุใช้สอยและรายจ่ายโครงการ จำนวน 2,848.74 ล้านบาท และซื้อเครื่องสูบน้ำอีก 57.23 ล้านบาท

งบระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วมรายเขต : หนองแขมได้งบเขตเยอะสุด สัมพันธวงศ์ได้น้อยสุด

ในส่วนของงบประมาณที่กรุงเทพมหานครจัดสรรลงไปให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตโดยตรง ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมใน 4 ปีที่ผ่านมา มีงบรวม 4,187.22 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงบก่อสร้างและปรับปรุงเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม รวมถึงการก่อสร้างและปรับปรุงท่อและระบบระบายน้ำ และการขุดลอกคลอง-ลำรางในพื้นที่

เขตหนองแขมมีงบเกี่ยวกับการระบายน้ำมากที่สุด เมื่อเทียบกับอีก 49 เขต รวม 566.69 ล้านบาท คิดเป็น 13.53% ของงบรายเขตทั้งหมด เกือบทั้งหมดเป็นงบก่อสร้างเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม 514.37 ล้านบาทในจำนวนนี้ โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองกำนันเทียน ได้งบประมาณรวมมากที่สุด จำนวน 175.27 ล้านบาท ซึ่งกระจายอยู่ในงบประมาณปี 2567-2569 อันดับ 2 เขตดอนเมือง 293.04 ล้านบาท อันดับ 3 คลองสามวา 258.17 ล้านบาท อันดับ 4 บางเขน 237.70 ล้านบาท และอันดับ 5 จตุจักร 236.97 ล้านบาท

เขตที่มีงบเกี่ยวกับการระบายน้ำของสำนักงานเขตน้อยที่สุดคือ สัมพันธวงศ์ เพียง 3.06 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าวัสดุและค่าใช้สอยที่อยู่ในงบดำเนินงานของเขต ไม่มีงบก่อสร้างหรือปรับปรุงโครงสร้างใดๆ รองลงมาคือ ปทุมวัน 4.05 ล้านบาท ราชเทวี 7.06 ล้านบาท คลองเตย 10.11 ล้านบาท และบางรัก 11.85 ล้านบาท

นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลสถิติระดับน้ำท่วมขังบนถนนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ปี 2567 – 2568 ซึ่งมีรายงานน้ำท่วมขัง 841 ครั้ง ใน 43 เขต ทั่วกรุงเทพฯ พบว่า เขตดินแดง มีจำนวนน้ำท่วมมากที่สุด 57 ครั้งใน 2 ปี แต่งบเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่กรุงเทพมหานครจัดสรรลงเขตนั้นอยู่อันดับที่ 43 ได้รับเพียง 15.27 ล้านบาทเท่านั้น โดยทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้แก่ ค่าวัสดุและค่าใช้สอย ส่วนเขตหนองแขมที่ได้รับการจัดสรรงบมากที่สุด กลับไม่มีรายงานน้ำท่วมขังในปี 2567-2568 เลย

งบน้ำท่วม 4 ปี จากสำนักการระบายน้ำกระจายลงไปใน 46 เขต คลองเตยได้งบมากที่สุด

เมื่อดูเฉพาะงบจากสำนักการระบายน้ำ 4 ปี รวม 9,376.37 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นงบที่ระบุพื้นที่ลงรายเขตได้ 7,130.83 ล้านบาท และเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของสำนักการระบายน้ำที่ระบุพื้นที่ลงเขตไม่ได้อีก 2,245.54 ล้านบาท เมื่อเทียบงบรายปี งบที่เกี่ยวกับการระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วมของสำนักการระบายน้ำปี 2566 อยู่ที่ 1,291.80 ล้านบาท เพิ่มเป็น 2,413.11 ล้านบาทในปี 2567 ลดลงมาที่ 2,011.46 ล้านบาทในปี 2568 ก่อนจะกระโดดไปแตะ 3,659.99 ล้านบาทในปี 2569 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปีแรก

งบของสำนักการระบายน้ำที่ลงรายเขต เขตคลองเตยได้รับมากที่สุดจำนวน 652.47 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.15% ของงบสำนักการระบายน้ำที่ลงไปในทุกเขต โดยส่วนใหญ่เป็นงบก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. หน้าสถานีสูบน้ำพระโขนงถึงจุดที่กำหนดให้บริเวณถนนสุขุมวิท ซึ่งได้รับการจัดสรรงบตั้งแต่ปี 2566-2569 รวมกว่า 348.66 ล้านบาท อันดับ 2 ดอนเมือง 477.87 ล้านบาท อันดับ 3 หลักสี่ 477.68 ล้านบาท ซึ่งรวมการปรับปรุงแก้มลิงบึงสีกัน 99 ล้านบาท อันดับ 4 ดุสิต 308.09 ล้านบาท และอันดับ 5 ยานนาวา 292.83 ล้านบาท

ส่วนเขตที่งบจากสำนักการระบายน้ำน้อยกระจายลงไปน้อยที่สุดคือ สายไหม เพียง 1.64 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นการปรับปรุงประตูระบายน้ำ ระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ บ่อพักน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำ รองลงมาคือ บางกอกใหญ่ 6.49 ล้านบาท สะพานสูง 7.19 ล้านบาท และป้อมปราบศัตรูพ่าย 9.83 ล้านบาท

เมื่อนำตัวเลขนี้ไปเปรียบกับสถิติน้ำท่วมขัง พบว่าคลองเตยเป็นหนึ่งในไม่กี่เขตที่จำนวนน้ำท่วมขังลดลง โดยในปี 2567 คลองเตยมีรายงานน้ำท่วมขังถึง 19 ครั้ง ซึ่งเท่ากับวัฒนาและติดอันดับ 2 ของกรุงเทพฯ แต่ในปี 2568 คลองเตยกลับเป็นหนึ่งใน 7 เขตที่มีจำนวนน้ำท่วมขังลดลง  อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการลดลงดังกล่าวเป็นผลโดยตรงจากงบของสำนักการระบายน้ำที่จัดสรรลงไป หรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ในทางตรงกันข้าม เขตสายไหมที่ได้รับงบจากสำนักการระบายน้ำน้อยที่สุดเพียง 1.64 ล้านบาท กลับมีรายงานน้ำท่วมขังถึง 15 ครั้งในปี 2567 และเพิ่มมาเป็น 20 ครั้งในปี 2568 

นอกจากนี้ เขตหลักสี่ ซึ่งได้รับงบจากสำนักการระบายน้ำเป็นอันดับ 3 รวม 477.68 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงงบปรับปรุงแก้มลิงบึงสีกัน 99 ล้านบาท แต่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา หลักสี่ยังคงเป็นเขตที่มีน้ำท่วมขังสูงเป็นอันดับ 2 รวมปี 2567-2568 มีน้ำท่วมขัง 52 ครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น 2 ใน 5 ของจุดท่วมซ้ำซากบ่อยที่สุดในกรุงเทพฯ ยังตั้งอยู่ในเขตหลักสี่ทั้งคู่ ได้แก่ ถนนแจ้งวัฒนะหน้าโลตัสแจ้งวัฒนะ 14 ครั้ง และถนนแจ้งวัฒนะหน้าศาลปกครองกลาง 11 ครั้ง

หากดูตามลักษณะงาน งบของสำนักการระบายน้ำที่ลงรายเขตเน้นไปที่การก่อสร้างเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมเป็นหลัก รวมกว่า 3,798.52 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 53.27% ตามด้วยการก่อสร้างประตู ระบบ และอุโมงค์ระบายน้ำ จำนวน 2,688.81 ล้านบาท คิดเป็น 37.71% ขุดลอกคลอง-ลำราง จำนวน 391.19 ล้านบาท คิดเป็น 5.49% ขณะที่งบแก้มลิงซึ่งมีสัดส่วนน้อยที่สุด กระจายอยู่เพียง 6 เขต ได้แก่ ปรับปรุงแก้มลิงบึงสีกัน เขตหลักสี่ 99 ล้านบาท ก่อสร้างแก้มลิงบริเวณถนนอำนวยสงคราม เขตดุสิต 60 ล้านบาท ก่อสร้างแก้มลิงสวนน้ำเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 45.3 ล้านบาท ขุดลอกแก้มลิงบึงมักกะสัน เขตราชเทวี 21 ล้านบาท ก่อสร้างระบบแก้มลิงบึงวัดพรหมรังษี เขตดอนเมือง 20 ล้านบาท และก่อสร้างระบบแก้มลิงบึงสวนพระนคร เขตลาดกระบัง 7 ล้านบาท รวมงบ 252.30 ล้านบาท คิดเป็น 3.54%

ทั้งนี้ งบที่เกี่ยวกับการระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วม ของสำนักการระบายน้ำ ระบุพื้นที่ดำเนินการได้ 46 เขตจาก 50 เขต โดยอีก 4 เขตไม่ปรากฏงบประมาณที่สามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่เขตได้ ได้แก่ เขตทุ่งครุ เขตบางบอน เขตราษฎร์บูรณะ และเขตหนองจอก

รวมงบน้ำท่วม งบรายเขต+งบสำนักระบายน้ำ 4 ปี : ดอนเมืองได้งบมากที่สุด หนองจอกได้น้อยที่สุด

เมื่อรวมงบจากทั้งสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตเข้าด้วยกัน เฉพาะส่วนที่ระบุพื้นที่ลงเป็นรายเขตได้ มีงบรวม 11,318.05 ล้านบาท กระจายอยู่ใน 50 เขต โดยงบด้านเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมมีสัดส่วนสูงที่สุด สะท้อนว่าการรับมือน้ำท่วมของ กทม. ในช่วง 4 ปีนี้ให้น้ำหนักไปที่การสร้างแนวกั้นน้ำริมคลองเป็นหลัก

เขตดอนเมืองได้รับการจัดสรรงบมากที่สุด 770.91 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.81% ของงบรวมทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นงบก่อสร้าง-ปรับปรุงเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม ซึ่งโครงการที่ระบุพื้นที่ในเขตดอนเมืองจะมีอยู่ 3 โครงการใหญ่ได้แก่ ก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองเปรมประชากร งบประมาณรวม 180 ล้านบาท ก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คลองบ้านใหม่ 161.16 ล้านบาท และ ก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คูนายกิมสาย 2 113.09 ล้านบาท อันดับ 2 หลักสี่ 694.53 ล้านบาท อันดับ 3 คลองเตย 662.58 ล้านบาท อันดับ 4 หนองแขม 658.78 ล้านบาท และอันดับ 5 จตุจักร 489.67 ล้านบาท

ส่วนเขตที่ได้รับงบเกี่ยวกับการระบายน้ำน้อยที่สุดคือ หนองจอก 19.09 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ 13.09 ล้านบาท และงบสำหรับขุดลอกคลอง/ลำราง 6 ล้านบาท ได้แก่ ขุดลอกคลองหนึ่ง 3.50 ล้านบาท ขุดลอกคลองลำชะล่า 1.71 ล้านบาท และขุดลอกคลองลำฝอยทอง 0.78 ล้านบาท รองลงมาคือป้อมปราบศัตรูพ่าย 22.00 ล้านบาท ราษฎร์บูรณะ 27.06 ล้านบาท สาทร 31.98 ล้านบาท และบางรัก 35.95 ล้านบาท

เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลสถิติระดับน้ำท่วมขังบนถนนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ปี 2567 – 2568 พบว่า เขตดอนเมือง ที่ได้งบรวมมากสุด 770.91 ล้าน มีน้ำท่วมขังในปี 2567-2568 รวม 20 ครั้ง แต่ดอนเมืองกลับเป็นเขตที่ใช้เวลาระบายน้ำนานที่สุดในกรุงเทพฯ ทั้งในปี 2567 และ 2568 โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 495 นาทีหรือ 8.25 ชั่วโมงในปี 2567 และ 431 นาทีหรือ 7.19 ชั่วโมงในปี 2568 ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะงบประมาณของดอนเมืองกว่า 663.11 ล้านบาทกระจุกตัวอยู่กับการก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม ซึ่งออกแบบมาเพื่อกั้นน้ำจากคลองและแม่น้ำไม่ให้ล้นเข้าพื้นที่ ไม่ใช่เพื่อเร่งระบายน้ำฝนที่ขังอยู่บนถนนออกไปให้เร็วขึ้น ส่วนเขตหนองจอก ที่ได้รับงบรวมน้อยที่สุด อยู่ที่ 19.09 ล้านบาท นั้นไม่พบการรายงานว่ามีน้ำท่วมขังเลย 

นอกจากเขตหนองจอกแล้ว ยังมีอีก 6 เขตที่ไม่พบรายงานว่ามีน้ำท่วมขังบนถนนสายหลัก ได้แก่ คลองสามวา ทวีวัฒนา ทุ่งครุ ธนบุรี สะพานสูง และหนองแขม เมื่อปรียบเทียบกับงบจากสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตที่แต่ละเขตได้รับ พบว่า เขตหนองแขม คลองสามวา ทวีวัฒนา และทุ่งครุ ได้รับงบสูงตั้งแต่อันดับ 4 (658.78 ล้านบาท), 18 (270.93 ล้านบาท), 21 (218.43 ล้านบาท), 28 (182.68 ล้านบาท) ตามลำดับ ส่วน สะพานสูง และธนบุรี ได้งบอยู่ที่อันดับ 41 (85.73 ล้านบาท), 44 (55.24 ล้านบาท) ตามลำดับ รวมแล้ว 7 เขตที่ไม่มีรายงานน้ำท่วมขังเลย ได้รับงบรวมกัน 1,490.88 ล้านบาท ขณะที่ ดินแดง ซึ่งท่วมบ่อยที่สุด 57 ครั้ง ได้รับงบในอันดับที่ 39 เพียง 87.16 ล้านบาท น้อยกว่าถึง 17 เท่า 

จากข้อมูลทั้งหมด สะท้อนว่า กทม. ใช้งบระบายน้ำ 4 ปีกว่า 13,563 ล้านบาทไปกับการก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40.29% ของงบทั้งหมด โครงสร้างเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันน้ำจากภายนอก จากแม่น้ำและคลองที่ล้นตลิ่ง แต่ปัญหาน้ำท่วมที่คนกรุงเทพฯ เผชิญอยู่ทุกวันกลับเป็นน้ำฝนที่ขังอยู่บนถนน ซึ่งต้องการระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ ขณะเดียวกัน เขตที่ได้รับงบมากที่สุดก็ไม่ใช่เขตที่ท่วมบ่อยที่สุด และเขตที่ท่วมซ้ำซากมากที่สุดอย่างดินแดงกลับได้รับงบเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับพื้นที่รอบนอกที่ไม่มีรายงานน้ำท่วมเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ดูข้อมูลได้ที่ https://rocketmedialab.co/databaseb-bangkok-flood-budget-2023-2026/

คุณอาจสนใจ