- ปี 2568 ภาคเหนือมีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุดถึง 3,934,676 ไร่ รองลงมาเป็นภาคตะวันตก 1,754,762 ไร่ ภาคกลาง 873,112 ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 770,172 ไร่ และน้อยที่สุดคือภาคตะวันออก 49,051 ไร่ ส่วนภาคใต้ไม่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเกิดขึ้น
- ภาคเหนือเป็นภาคที่ได้รับงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับไฟป่าจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปีงบประมาณ 2569 สูงที่สุดเป็นจำนวนถึง 246,982,200 บาท รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 125,886,200 บาท ภาคกลาง 78,853,900 บาท ภาคตะวันตก 78,338,350 บาท ภาคใต้ 47,953,650 บาท และน้อยที่สุดคือภาคตะวันออกเป็นจำนวน 26,322,500 บาท
- หากพิจารณาทั้ง 24 จังหวัดที่ไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่า จะมีถึง 16 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณในส่วนนี้และรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,857,550 บาท ซึ่งคิดเป็น 8.42% ของงบประมาณทั้งหมด
- มหาสารคามมีพื้นที่ป่าถูกเผาอยู่ที่ 4,860 ไร่ จัดเป็นอันดับที่ 38 จาก 76 จังหวัดและชัยนาทมีพื้นที่ป่าถูกเผาอยู่ที่ 1,254 ไร่ จัดเป็นอันดับที่ 46 จาก 76 จังหวัด แต่ทั้ง 2 จังหวัดนี้กลับไม่ได้รับงบประมาณในส่วนนี้
จากสถานการณ์ไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นทุกปี ภาคเหนือยังคงเป็นภาคที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าสูงที่สุด และยังได้รับงบประมาณสูงที่สุด แต่ในบางจังหวัดที่พบพื้นที่เผาไหม้ในป่า แต่กลับไร้งบประมาณในปีนี้ ในขณะที่บางจังหวัดไม่พบพื้นที่เผาไหม้แต่กลับได้รับงบประมาณมากกว่าจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้เสียอีก
Rocket Media Lab จึงชวนมาลองสำรวจว่าในปี 2569 นี้ภาครัฐจัดการงบประมาณที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าอย่างไร
สถานการณ์พื้นที่เผาไหม้ในป่า ปี 2568
จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(GISTDA) ในช่วง 1 มกราคม 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2568 พบว่าภาคเหนือมีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุดถึง 3,934,676 ไร่ รองลงมาเป็นภาคตะวันตก 1,754,762 ไร่ ภาคกลาง 873,112 ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 770,172 ไร่ และน้อยที่สุดคือภาคตะวันออก 49,051 ไร่ ส่วนภาคใต้ไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่า
หากพิจารณารายละเอียดของแต่ละภาคที่มีพื้นที่เผาไหม้จะพบว่า
ในภาคเหนือ แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุดถึง 1,110,340 ไร่ ส่วนเชียงรายมีพื้นที่ป่าถูกเผาเพียง 13,302 ไร่ ถือเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุดในภาคเหนือ ซึ่งต่างจากแม่ฮ่องสอนถึง 1,097,038 ไร่
ภาคตะวันตก ตากเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุดถึง 1,195,419 ไร่ ส่วนประจวบคีรีขันธ์มีพื้นที่ป่าถูกเผาเพียง 25 ไร่ ถือเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุดในภาคตะวันตก
ภาคกลาง ลพบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผามากที่สุดถึง 161,466 ไร่ ส่วนจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุดคือ ชัยนาท 1,254 ไร่ และยังมีจังหวัดที่ไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่าอีก 10 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สิงห์บุรีและอ่างทอง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผามากที่สุดถึง 217,259 ไร่ ส่วนบึงกาฬเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุดเพียง 229 ไร่
และภาคตะวันออก ชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผามากที่สุดถึง 17,067 ไร่ ส่วนจันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุดเพียง 113 ไร่
นอกจากนี้หากพิจารณาทั้ง 76 จังหวัด (ยกเว้นกรุงเทพฯ) จะพบว่า 10 จังหวัด ที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุด คือ
- ตาก 1,195,419 ไร่
- แม่ฮ่องสอน 1,110,340 ไร่
- ลำปาง 829,250 ไร่
- เชียงใหม่ 637,886 ไร่
- กาญจนบุรี 333,826 ไร่
- อุตรดิตถ์ 333,680 ไร่
- ลำพูน 331,758 ไร่
- แพร่ 255,494 ไร่
- ชัยภูมิ 217,259 ไร่
- น่าน 212,483 ไร่
จะพบว่า จาก10 จังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุด มีจังหวัดภาคเหนือถึง 7 จังหวัดและมีจังหวัดในภาคตะวันตกอีก 2 จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีก 1 จังหวัด
ส่วน 10 จังหวัด ที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุด คือ
- ประจวบคีรีขันธ์ 25 ไร่
- จันทบุรี 113 ไร่
- ฉะเชิงเทรา 183 ไร่
- บึงกาฬ 229 ไร่
- สุรินทร์ 828 ไร่
- หนองคาย 948 ไร่
- ชัยนาท 1,254 ไร่
- อำนาจเจริญ 1,445 ไร่
- ศรีสะเกษ 1,556 ไร่
- ปราจีนบุรี 1,669 ไร่
ใน 10 จังหวัด ที่มีพื้นป่าถูกเผาน้อยที่สุด เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 จังหวัด รองลงมาเป็นภาคตะวันออก 3 จังหวัด ภาคกลาง 2 จังหวัด และภาคตะวันตกอีก 1 จังหวัด
นอกจากนี้ยังมีจังหวัดที่ไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่าอีก 24 จังหวัด คือ นครนายก ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สิงห์บุรี อ่างทอง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ชุมพร สงขลา สุราษฎร์ธานี พัทลุง พังงา ภูเก็ต ตรัง ยะลา กระบี่ ปัตตานี ระนองและสตูล
งบประมาณการจัดการไฟป่า ปี 2569
กระทรวงที่ใช้งบประมาณเกี่ยวกับไฟป่าโดยตรงคือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้กระทรวงนี้ มี 3 หน่วยงานที่ดูแลเรื่องไฟป่าโดยตรง คือสำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งดูแลแผนงานและการจัดการ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดูแลเรื่องการทำแนวกันไฟ และกรมป่าไม้ ดูแลเรื่องการดับไฟ
จากงบประมาณประจำปี 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดสรรงบสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กไว้ 10,000,000 บาท โดยภาคเหนือได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 4,610,000 บาท และภาคตะวันตกได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 640,000 บาท ส่วนภาคตะวันออกไม่ได้รับงบประมาณ โดยมี 31 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณ เชียงใหม่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดจำนวน 600,000 บาท ส่วนกาญจนบุรีได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 90,000 บาท
ด้านกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ตั้งงบสำหรับสำหรับการควบคุมไฟป่า การทำแนวกันไฟ และการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาไฟป่าไว้ทั้งหมด 486,682,500 บาท โดยภาคเหนือได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 184,015,900 บาท ส่วนภาคตะวันออกได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 22,954,500 บาท โดยมี 63 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณ เชียงใหม่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดจำนวน 63,635,500 บาท ส่วนสตูลได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 915,100 บาท
ส่วนกรมป่าไม้ ได้ตั้งงบสำหรับงานป้องกันไฟป่าและควบคุมหมอกควันไว้ 107,654,300 บาท โดยภาคเหนือได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 58,356,300 บาท ส่วนภาคตะวันออกได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 3,368,000 บาท โดยมี 47 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณ น่านได้รับงบประมาณสูงที่สุดจำนวน 15,110,900 บาท ส่วนบึงกาฬได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 55,900 บาท
เมื่อพิจารณางบประมาณรวมทั้ง 3 หน่วยงานจะพบว่าภาคที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดคือ ภาคเหนือ จำนวน 246,982,200 บาท รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 125,886,200 บาท ภาคกลาง 78,853,900 บาท ภาคตะวันตก 78,338,350 บาท ภาคใต้ 47,953,650 บาท และน้อยที่สุดคือ ภาคตะวันออกเป็นจำนวน 26,322,500 บาท
การเปรียบเทียบงบประมาณและพื้นที่เผาไหม้ในป่า

นอกจากนี้หากเทียบงบประมาณและพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นรายจังหวัดในแต่ละภาคจะพบว่า ในภาคเหนือ ซึ่งได้งบประมาณมากที่สุดและมีพื้นที่เผาไหม้ในป่ามากที่สุด เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 73,418,000 บาท ขณะที่แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าสูงที่สุดในภาคเหนือ แต่กลับได้รับงบประมาณเพียง 24,897,000 บาท จัดเป็นลำดับที่ 5 ในภาคเหนือ ในขณะที่เชียงรายมีพื้นที่เผาไม้ในป่าน้อยที่สุดในภาคเหนือ แต่กลับได้รับงบประมาณถึง 36,424,500 บาท จัดเป็นลำดับที่ 2 ในภาคเหนือ ซึ่งเชียงรายได้รับงบประมาณมากกว่าแม่ฮ่องสอนถึง 11,527,500 บาท ส่วนอุตรดิตถ์เป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 7,305,500 บาท
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับงบประมาณมากเป็นอันดับ 2 และมีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นอันดับที่ 4 นครราชสีมาเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 17,647,900 บาท และมีพื้นที่เผาไหม้เป็นลำดับที่ 4 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ชัยภูมิมีพื้นที่เผาไหม้ในป่ามากที่สุด กลับได้รับงบประมาณเพียง 6,481,000 บาท ถือเป็นลำดับที่ 8 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งชัยภูมิได้รับงบประมาณน้อยกว่านครราชสีมาถึง 11,166,900 บาท ส่วนยโสธรเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 423,000 บาท
นอกจากนี้มหาสารคามซึ่งเป็นจังหวัดเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ไม่ได้รับงบประมาณทั้งที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่า 4,860 ไร่ มากเป็นลำดับที่ 13 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่บึงกาฬมีพื้นที่เผาไหม้ในป่าน้อยที่สุดเพียง 25 ไร่ แต่ยังได้รับงบประมาณ 2,596,400 บาท
ภาคกลาง ซึ่งได้รับงบประมาณมากเป็นอันดับ 3 และมีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นอันดับที่ 3 พิษณุโลกเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 18,844,100 บาท แต่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นลำดับที่ 8 จาก 11 จังหวัดในภาคกลางที่พบพื้นที่เผาไหม้ในป่า ขณะที่ลพบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นเผาไหม้ในป่าสูงที่สุดในภาคกลาง แต่กลับได้รับงบประมาณเพียง 2,270,300 บาท ซึ่งถือเป็นลำดับที่ 10 จาก 12 จังหวัดในภาคกลางที่ได้รับงบประมาณ ส่วนพิจิตรและปทุมธานีเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 200,000 บาท
นอกจากนี้ชัยนาทที่มีพื้นป่าถูกเผาไป 1,254 ไร่ แต่กลับไม่ได้รับงบประมาณ ในขณะที่นครนายกและปทุมธานีไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่า แต่ยังได้รับงบประมาณ โดยนครนายกได้รับงบประมาณถึง 2,703,900 บาท ถือเป็นลำดับที่ 7 จาก 12 จังหวัดในภาคกลางที่ได้รับงบประมาณ และปทุมธานีได้รับงบประมาณไป 200,000 บาท
ภาคตะวันตก ซึ่งได้รับงบประมาณมากเป็นอันดับ 4 และมีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นอันดับที่ 2 ตาก ซึ่งมีพื้นที่เผาไหม้มากที่สุดเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 31,608,100 บาท ประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้น้อยที่สุดในภาคตะวันตก ได้รับงบประมาณถึง 9,603,100 บาท ถือเป็นอันดับที่ 3 ของภาคตะวันตก ในขณะที่ราชบุรีมีพื้นที่เผาไหม้เป็นลำดับที่ 3 ของภาคตะวันตก แต่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 7,045,250 บาท
ภาคใต้ ซึ่งไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่า แต่กลับได้รับงบประมาณรวมทั้งภาคเป็นลำดับที่ 5 จาก 6 ภาคมากกว่าภาคตะวันออกที่พบพื้นที่เผาไหม้ในป่าถึง 21,631,150 บาท โดยนครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 12,095,600 บาท ส่วนสตูลเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 915,100 บาท
ภาคตะวันออก ฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 6,717,100 บาท มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นลำดับรองสุดท้ายของภาคตะวันออก ชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าสูงที่สุดในภาคตะวันออก แต่กลับได้รับงบประมาณเพียง 3,063,800 บาท ถือเป็นลำดับที่ 4 ของภาคตะวันออก และตราดเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 1,625,000 บาท
เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัดทั้งหมด 76 จังหวัดจะพบว่า 10 จังหวัด ที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุด มีดังนี้
- เชียงใหม่ 73,418,000 บาท
- เชียงราย 36,424,500 บาท
- น่าน 32,620,500 บาท
- ตาก 31,608,100 บาท
- ลำปาง 31,136,600 บาท
- แม่ฮ่องสอน 24,897,000 บาท
- กาญจนบุรี 21,224,000 บาท
- พิษณุโลก 18,844,100 บาท
- นครราชสีมา 17,647,900 บาท
- อุทัยธานี 17,185,100 บาท
ใน 10 จังหวัด ที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุด มีจังหวัดในภาคเหนือไปแล้วถึง 5 จังหวัดและมีจังหวัดในภาคตะวันตก 2 จังหวัด ภาคกลาง 2 จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีก 1 จังหวัด
ส่วน 10 จังหวัด ที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุด มีดังนี้
1. พิจิตร 200,000 บาท
1. ปทุมธานี 200,000 บาท
3. ยโสธร 423,000 บาท
4. สตูล 915,100 บาท
5. ระนอง 1,104,000 บาท
6. ปัตตานี 1,158,500 บาท
7. กระบี่ 1,174,000 บาท
8. ยะลา 1,291,000 บาท
9. ตรัง 1,313,900 บาท
10. ภูเก็ต 1,355,900 บาท
ใน 10 จังหวัด ที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุด เป็นจังหวัดในภาคใต้ถึง 7 จังหวัด และเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด และภาคกลางอีก 2 จังหวัด
นอกจากนี้ยังพบว่า เมื่อพิจารณา 24 จังหวัดที่ไม่ปรากฏพื้นที่เผาไหม้ในป่า จะมีถึง 16 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณในส่วนนี้และรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,857,550 บาท ซึ่งคิดเป็น 8.42% ของงบประมาณทั้งหมด ในงบประมาณของจังหวัดที่ได้รับงบประมาณแต่ไม่พบพื้นที่เผาไหม้จำนวน 50,857,550 บาท แบ่งออกเป็นงบประมาณจากกรมป่าไม้ 3,730,000 บาท สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1,200,000 บาท และงบประมาณจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชอีก 45,927,550 บาท ซึ่งถูกใช้ในงานควบคุมไฟป่าสูงถึง 36,868,900 บาท
การจัดสรรงบประมาณของ 3 หน่วยงาน
หากพิจารณางบประมาณ ใน 3 หน่วยงานภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวม 604,336,800 บาท
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเป็นหน่วยงานที่มีงบประมาณสูงที่สุดใน 3 หน่วยงาน 486,682,500 บาท โดยในจำนวนนี้มีงบที่ถูกระบุว่าเป็นงานเกี่ยวกับการจัดทำแนวกันไฟ 95,220,100 บาท
โดยจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดคือ เชียงใหม่ได้รับงบประมาณไป 63,635,500 บาท รองลงมาคือเชียงราย 27,263,600 บาท ตาก 24,343,100 บาท ลำปาง 21,104,700 บาท และกาญจนบุรี 20,016,000 บาท จะเห็นได้ว่าทั้ง 5 จังหวัดนั้นอยู่ในเขตภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศทั้งหมด
ส่วนงบประมาณจำนวน 107,654,300 ของกรมป่าไม้จะเน้นไปที่การป้องกันไฟป่าและควบคุมหมอกควัน น่านได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 15,110,900 บาท รองลงมาคือ ลำปาง 9,481,900 บาท เชียงใหม่ 9,182,500 บาท เชียงราย 8,610,900 บาท และตาก 6,715,000 บาท
นอกจากนี้ยังมีงบประมาณในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีก 10,000,000 บาท ซึ่งระบุว่าเป็น งบสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันโดยจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดคือ เชียงใหม่ 600,000 บาท รองลงมาคือ เชียงใหม่ ลำปาง ตาก แม่ฮ่องสอนและลำพูนที่ได้รับงบประมาณเท่ากันคือ 550,000 บาท
ที่มา : การจัดสรรงบประมาณประจำปี 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, พื้นที่เผาไหม้รวมทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม 2568 จาก GISTDA
ดูข้อมูลได้ที่ https://rocketmedialab.co/database-budget-forest-fire-2569/


























