Connect with us

Hi, what are you looking for?

environment

เปิดงบฯ แก้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 เกือบ 400 ล้านบาทในภาคเหนือและเชียงใหม่เอาไปใช้ทำอะไรบ้าง

ภาพจากเพจเฟซบุ๊กองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่

  • จากงบประมาณปี 2569 ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับไฟป่าใน 17 จังหวัดภาคเหนือ พบว่านครสวรรค์ได้รับงบน้อยที่สุดเพียง 3,719,100 บาท ขณะที่เชียงใหม่ได้รับสูงสุดที่ 73,418,000 บาท
  • ข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ปี 2568 ระบุว่าในกลุ่ม 17 จังหวัดภาคเหนือ เชียงใหม่มีพื้นที่ป่าในเขตอนุรักษ์ถูกเผาสูงที่สุดในประเทศ รวม 38,575.3 ไร่ ขณะที่อุตรดิตถ์มีพื้นที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในภูมิภาคเดียวกันที่ 767 ไร่
  • เชียงใหม่ได้รับงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสูงที่สุดใน 17 จังหวัดภาคเหนือ รวม 73,418,000 บาท หรือ 20.89% ของงบจัดการไฟป่าของกระทรวงฯ ในภูมิภาค แบ่งเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 63,635,500 บาท กรมป่าไม้ 9,182,500 บาท และสำนักปลัดกระทรวงฯ 600,000 บาท
  • จาก อบต. และเทศบาล 211 แห่งในเชียงใหม่ มี 191 แห่งที่ตั้งงบสำหรับการแก้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 รวม 18,432,336 บาท (ไม่รวมงบวัสดุ ครุภัณฑ์ และงบกลาง) ส่วนอีก 20 แห่งไม่ได้ตั้งงบในส่วนนี้ไว้
  • โครงการที่เกี่ยวข้องกับการทำแนวกันไฟโดยตรงมีประมาณ 41 โครงการใน 16 อปท. งบประมาณรวม 1,725,200 บาท เช่น อบต.บ้านสหกรณ์ อบต.อมก๋อย และเทศบาลตำบลจอมแจ้ง

ในปี 2566 ประเทศไทยเกิดไฟป่ารวม 2,375 ครั้ง โดยภาคเหนือมีความถี่สูงสุดถึง 2,179 ครั้ง เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เกิดไฟป่ามากเป็นอันดับสามของประเทศ และยังครองสถิติพื้นที่ไฟป่าในเขตอนุรักษ์สูงสุดอย่างต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของปีนั้น เชียงใหม่เผชิญกับสถานการณ์ไฟป่าอย่างรุนแรง ส่งผลให้ระดับมลพิษทางอากาศพุ่งสูงจนติดอันดับเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก

เช่นเดียวกับปี 2569 ที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงใหม่ต้องเผชิญกับปัญหาหมอกควันและไฟป่าอีกครั้ง จนทำให้เชียงใหม่กลายเป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก

เมื่อสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ หน่วยงานภาครัฐดำเนินการรับมือ ทั้งแก้ปัญหาและป้องกันอย่างไร งานชิ้นนี้ลองสำรวจงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 ของภาคเหนือและจ.เชียงใหม่

งบไฟป่าจากส่วนกลางผ่านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กระทรวงที่ใช้งบประมาณเกี่ยวกับไฟป่าโดยตรงคือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้กระทรวงนี้ มี 3 หน่วยงานที่ดูแลเรื่องไฟป่าโดยตรง คือสำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งดูแลแผนงานและการจัดการ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดูแลเรื่องการทำแนวกันไฟ และกรมป่าไม้ ดูแลเรื่องการดับไฟ

จากงบประมาณปี 2569 สำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดสรรงบสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กใน 17 จังหวัดภาคเหนือ รวม 7,310,000 บาท โดยนครสวรรค์ได้รับงบน้อยที่สุด 210,000 บาท และเชียงใหม่ได้รับมากที่สุด 600,000 บาท

ด้านกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตั้งงบสำหรับการควบคุมไฟป่า การทำแนวกันไฟ และการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาไฟป่าใน 17 จังหวัดภาคเหนือไว้ที่ 266,219,300 บาท โดยนครสวรรค์ได้รับน้อยที่สุด 3,074,100 บาท และเชียงใหม่ได้รับมากที่สุด 63,635,500 บาท

ส่วนกรมป่าไม้ตั้งงบสำหรับงานป้องกันไฟป่าและควบคุมหมอกควันใน 17 จังหวัดภาคเหนือรวม 77,939,900 บาท โดยนครสวรรค์ได้รับน้อยที่สุด 462,000 บาท และน่านได้รับมากที่สุด 15,110,900 บาท

เมื่อพิจารณางบประมาณรวมทั้งสามหน่วยงานในระดับจังหวัด พบว่านครสวรรค์เป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 3,719,100 บาท ขณะที่เชียงใหม่ได้รับสูงสุด 73,418,000 บาท

ในขณะเดียวกัน หากพิจารณาควบคู่กับข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ จากข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พบว่าในปี 2568 เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าในเขตอนุรักษ์ถูกไฟไหม้สูงที่สุดทั้งในระดับประเทศและใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่ 38,575.3 ไร่ ขณะที่อุตรดิตถ์มีพื้นที่ถูกเผาน้อยที่สุดใน 17 จังหวัดภาคเหนือเพียง 767 ไร่

นอกจากนี้ หากพิจารณาจากข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่าของ GISTDA ในปีเดียวกัน พบว่าตากเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุดถึง 1,195,419 ไร่ ในขณะที่พิจิตรมีพื้นที่ถูกเผาน้อยที่สุดเพียง 1,715 ไร่

นอกจากงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว งบประมาณที่เกี่ยวกับการจัดการไฟป่าในแต่ละพื้นที่จังหวัดยังมาจากงบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาล แต่ละหน่วยงานต่างก็มีโครงการหลากหลายรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่า ไม่ว่าจะเป็นโครงการเงินอุดหนุนหน่วยงานในพื้นที่ที่ทำงานด้านไฟป่าโดยตรง โครงการอบรมอาสาสมัครป้องกันไฟป่า โครงการทำแนวกันไฟ หรือจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้ในการจัดการไฟป่า ฯลฯ

งบหมอกควัน ไฟป่าและ PM2.5 ของจ.เชียงใหม่

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ที่กำลังเผชิญปัญหาไฟป่าจนกลายเป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลกอยู่ในขณะนี้ หากพิจารณางบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ รวม 351,469,200 บาท พบว่าเชียงใหม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสูงที่สุดใน 17 จังหวัดภาคเหนือ รวม 73,418,000 บาท หรือคิดเป็น 20.89% ของงบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่าของกระทรวงฯ ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยแบ่งเป็นงบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 63,635,500 บาท กรมป่าไม้ 9,182,500 บาท และสำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 600,000 บาท

เมื่อพิจารณางบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่าจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของ อบจ.เชียงใหม่นั้นตั้งงบในปี 2569 ไว้ที่ 9,987,200 บาท แบ่งเป็น

กล้องถ่ายภาพความร้อน 460,000 บาท

รถปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ 3,500,000 บาท

อากาศยานไร้คนขับ 2,427,200 บาท

การรายงานข้อมูลฝุ่น PM2.5 1,600,000 บาท

ติดตั้งเครื่องพ่นน้ำ 2,000,000 บาท

ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 211 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อพิจารณาจากข้อบัญญัติงบประมาณของ อบจ. อบต. และเทศบาล ประจำปี 2569 หรือปีก่อนหน้าในกรณีที่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูล พบว่ามี 191 แห่งที่ตั้งงบประมาณสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 รวมทั้งสิ้น 18,432,336 บาท (ไม่รวมงบวัสดุ ครุภัณฑ์ และงบกลาง) ขณะที่อีก 20 แห่งไม่ได้ตั้งงบประมาณในส่วนนี้ไว้

งบประมาณสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 ส่วนใหญ่จะอยู่ในหมวดงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย งานสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และงบอุดหนุน โดยแต่ละ อปท. มีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป แต่มักพบโครงการที่ใช้ชื่อซ้ำกันในหลาย อปท. เช่น “โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5” ซึ่งมีรายละเอียดการดำเนินงาน ได้แก่ การรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักแก่ประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบของหมอกควันและฝุ่น PM2.5 การจัดกิจกรรมฉีดน้ำในอากาศช่วงวิกฤต การรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่ และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าตกแต่งและจัดสถานที่ เช่น เครื่องเสียง เต็นท์ และเวที รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

นอกจากนี้ยังพบโครงการที่เกี่ยวข้องกับการทำแนวกันไฟโดยตรงอีกประมาณ 41 โครงการใน 16 อปท. รวมงบประมาณทั้งสิ้น 1,725,200 บาท เช่น อบต.บ้านสหกรณ์ที่ได้รับเงินอุดหนุนสำหรับการทำแนวกันไฟใน 8 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 10,000 บาท โครงการทำแนวกันไฟป่าชุมชนของ อบต.อมก๋อย งบประมาณ 200,000 บาท และเงินอุดหนุนโครงการจัดทำแนวกันไฟประจำปีงบประมาณ 2569 ของเทศบาลตำบลจอมแจ้ง งบประมาณ 105,000 บาท

รวมถึงงบสำหรับการอบรมอาสาสมัคร เช่น โครงการฝึกอบรมอาสาสมัครป้องกันไฟป่าของ อบต.ออนเหนือ งบประมาณ 20,000 บาท และโครงการอบรมอาสาดับไฟป่าและกฎหมายสิ่งแวดล้อมของ อบต.แม่ตื่น งบประมาณ 200,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีโครงการที่มุ่งลดการเผาในภาคเกษตรกรรม เช่น โครงการแก้ไขปัญหาหมอกควันและลดการเผาในพื้นที่ของ อบต.แม่ก๊า ซึ่งสนับสนุนการนำเศษวัสดุทางการเกษตรมาทำปุ๋ยหมักแทนการเผา งบประมาณ 5,000 บาท โครงการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดหมอกควันของ อบต.บ้านหลวง งบประมาณ 30,000 บาท และโครงการพิธีรวมพลังป้องกันไฟป่าและหมอกควัน (พิธีสาปแช่ง) ขององค์กรเครือข่ายลุ่มน้ำแม่กลางตอนบน ของเทศบาลตำบลบ้านหลวง งบประมาณ 40,000 บาท

นอกจากงบโครงการแล้ว บาง อปท. ยังมีการใช้งบวัสดุจัดซื้ออุปกรณ์ดับไฟป่าด้วย เช่น เทศบาลตำบลยุหว่าจัดซื้อเครื่องเป่าลม งบประมาณ 6,110 บาท และเครื่องเป่าใบไม้ งบประมาณ 9,080 บาท อบต.สันกลางจัดซื้อเครื่องเป่าลมสะพายหลัง งบประมาณ 11,800 บาท และเทศบาลตำบลบ้านตาลจัดซื้อโดรน งบประมาณ 308,600 บาท

ที่มา: การจัดสรรงบประมาณประจำปี 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ข้อบัญญัติงบประมาณของ อบจ. อบต. และเทศบาล จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2569 หรือปีก่อนหน้าในกรณีที่หน่วยงานยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูล

ดูข้อมูลที่ https://rocketmedialab.co/database-chiang-mai-smog-budget-breakdown/

คุณอาจสนใจ