Connect with us

Hi, what are you looking for?

politics

ผู้สมัคร สส. กทม. 9 พรรค ที่ส่งครบทั้ง 33 เขต เป็นใครกันบ้าง

พรรคประชาชน-เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย-กล้าธรรม-ไทยก้าวใหม่-รวมไทยสร้างชาติ-ไทยสร้างไทย-โอกาสใหม่

จากข้อมูลการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. ในหน้าสื่อ Rocket Media Lab ชวนสำรวจว่าที่ผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานครของพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ว่าเป็นใคร มาจากไหนบ้าง เป็นผู้สมัครพรรคเดิม หน้าใหม่ หรือย้ายพรรค?

ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 Rocket Media Lab จัดทำฐานข้อมูลทางการเมืองของผู้สมัคร สส. โดยแยกกลุ่มผู้สมัครเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. ผู้สมัครจากพรรคเดิม ทั้งอดีต สส. และอดีตผู้สมัคร สส. จากการเลือกตั้งปี 2566 หรือปีที่เก่ากว่านั้น

2. ผู้สมัครที่ย้ายมาจากพรรคอื่น ทั้งอดีต สส. และอดีตผู้สมัคร สส. จากการเลือกตั้งปี 2566 หรือปีที่เก่ากว่านั้น โดยนับปีล่าสุดที่ผู้สมัครคนนั้นลงสมัคร สส. 

3. ผู้สมัครหน้าใหม่ ซึ่งหมายถึง ผู้ที่ไม่เคยลงสมัคร สส. มาก่อน ทั้ง สส. แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ

ว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาชน : หน้าใหม่ 10 คน เป็นใครมาจากไหน 

ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 พรรคก้าวไกล ซึ่งปัจจุบันคือพรรคประชาชน มีผู้สมัคร สส. ในกรุงเทพฯ เป็นประเภทหน้าใหม่มากที่สุดถึง 26 คน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ มาก่อน เช่น เคยเป็นอนุกรรมาธิการต่างๆ ในสภา ในขณะที่เป็นผู้สมัครที่ย้ายพรรคมา 1 คน โดยย้ายมาจากพรรคเพื่อไทย นั่นก็คือ พงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ และเป็นอดีต สส. จากการเลือกตั้งปี 2562 จำนวน 3 คน และอดีตผู้สมัคร สส. จากปี 2562 จำนวน 3 คน โดยในการเลือกตั้งปี 2566 ผู้สมัครจากพรรคก้าวไกลได้รับเลือกเป็น สส. ในกรุงเทพฯ ถึง 32 คน จาก 33 เขตเลือกตั้ง

ในขณะที่การเลือกตั้งปี 2569 นี้ พบว่า ว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาชน เป็นอดีต สส. เดิมของพรรคจากปี 2566 จำนวน 23 คน คิดเป็น 60.70% และเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ 10 คน คิดเป็น 30.30% โดยอดีต สส. พรรคประชาชนที่ไม่ได้ลงสมัครต่อในการเลือกตั้งครั้งนี้มี 10 คนด้วยกันคือ 

  1. ธิษะณา ชุณหะวัณ เขต 2 (สาทร ปทุมวัน ราชเทวี)
  2. เฉลิมชัย กุลาเลิศ เขต 5 (ห้วยขวาง วังทองหลาง) 
  3. สิริลภัส กองตระการ เขต 14 (วังทองหลาง บางกะปิ)
  4. ปิยรัฐ จงเทพ เขต 23 (พระโขนง บางนา)
  5. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เขต 24 (ธนบุรี คลองสาน ราษฎร์บูรณะ)
  6. ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ เขต 26 (บางขุนเทียน จอมทอง)
  7. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เขต 27 (บางขุนเทียน บางบอน) 
  8. รักชนก ศรีนอก เขต 28 (จอมทอง บางบอน หนองแขม) 
  9. สิริน สงวนสิน เขต 31 (ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา) 
  10. พงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ เขต 33 (บางพลัด บางกอกน้อย) 

โดยพบว่าผู้สมัครหน้าใหม่ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ มาก่อน เช่น ปิติกรณ์ บรรณเภสัช ก็เคยเป็นอดีตคณะทำงานของปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภา และชยพล สท้อนดี สส. พรรคประชาชน หรือ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ก็เคยเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. เลขานุการประจำ กมธ. พาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนั้นยังมีผู้สมัครหน้าใหม่ที่เป็นนักธุรกิจ เช่น ก่อเกียรติ ก่อสูงศักดิ์ นักธุรกิจวัสดุก่อสร้าง อสังหาและการโรงแรม และนักวิจัย/นักวิชาการ เช่น อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคเพื่อไทย : หน้าใหม่ 13 คน ย้ายพรรคมา 7 คน 

ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 พรรคเพื่อไทยมีผู้สมัคร สส. ในกรุงเทพฯ เป็นประเภทหน้าใหม่มากที่สุดถึง 14 คน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ มาก่อน เช่น เคยเป็นอนุกรรมาธิการต่างๆ ในสภา และเป็นผู้สมัครพรรคเดิมทั้งหมด 11 คน นอกจาก 7 คนที่เป็นอดีต ส.ส. ที่กลับมาลงสมัครแล้ว ยังมีอดีตผู้สมัคร ส.ส. ปี 2562 อีก 4 คน นอกจากนั้นเป็นผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรค 8 คน โดยในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ได้ สส. ในกรุงเทพฯ 1 ที่นั่ง นั่นก็คือธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ จากเขต 20 ลาดกระบัง

ในขณะที่การเลือกตั้งปี 2569 นี้ พบว่า ว่าที่ผู้สมัคร สส. ในกรุงเทพฯ ของพรรคเพื่อไทย มาจากพรรคเดิมมากที่สุด 13 คน คิดเป็น 39.39% โดยมีทั้งอดีต สส. จากการเลือกตั้งครั้งก่อน คือธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กลับมาลงเลือกตั้งอีกครั้ง อดีต สส. จากอดีต เช่น สุรชาติ เทียนทอง พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ หรือ จิรายุ ห่วงทรัพย์  

อีกส่วนหนึ่งคือผู้สมัครหน้าใหม่ จำนวน 13 คน คิดเป็น 39.39% พบว่าส่วนมากเป็นผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ มาก่อน เช่น เคยเป็นอนุกรรมาธิการต่างๆ ในสภา เช่น พุฒิพงศ์ อินทรสุวรรณ อดีตที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการศึกษาพัฒนาเทตโนโลยีและนวัตกรรมให้เท่าทันโลกดิจิทัล นอกจากนี้ยังพบว่าเป็นเครือญาติของนักการเมืองระดับประเทศและนักการเมืองท้องถิ่นอีกหลายคน เช่น อรชพร คงวุฒิปัญญา บุตรของสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา และมานะ คงวุฒิปัญญา อดีต สส. เพื่อไทย หรือ ศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร บุตรของสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก. พรรคเพื่อไทย

นอกจากนั้นยังพบว่าผู้สมัครที่ย้ายมาจากพรรคอื่น 7 คน คิดเป็น 21.21% เช่น ศิริพงษ์ รัสมี อดีต สส. พรรคพลังประชารัฐ หรือ ประเวช แสวงสุข อดีตผู้สมัคร สส. จากพรรครวมไทยสร้างชาติ รวมไปถึง สุไพรพล เพ็ญแข ที่แม้จะรู้จักกันดีในฐานะภรรยาของจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช แต่สุไพรพล เพ็ญแข (นามสกุลเดิม ช่วยชู) ก็เคยเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคเพื่อชาติ มาก่อนจากการเลือกตั้งในปี 2562 

ว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ : หน้าใหม่ 21 คน พรรคเดิมและย้ายพรรคเท่ากันที่ 6 คน 

หากย้อนไปในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 พรรคประชาธิปัตย์ส่งผู้สมัคร สส. ในพื้นที่กรุงเทพมหานครครบทั้ง 33 เขต โดยมีสัดส่วนกลุ่ม “ผู้สมัครหน้าใหม่” มากที่สุดถึง 15 คน สำหรับผู้สมัครที่มีประสบการณ์ทางการเมืองมาก่อนนั้น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มผู้สมัครเดิมของพรรค (14 คน) ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับ 7 พรรคใหญ่ที่ส่งผู้สมัครครบทุกเขตใน กทม. โดยแบ่งเป็นผู้ที่เคยลงสมัครในปี 2562 จำนวน 13 คน และผู้ที่เคยลงสมัครก่อนปี 2562 อีก 1 คน และกลุ่มผู้สมัครที่ย้ายมาจากพรรคอื่น (4 คน) ทั้งหมดเป็นอดีตผู้สมัครจากปี 2562 โดยแบ่งเป็นการย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ 2 คน และพรรคภูมิใจไทย 2 คน

สำหรับการเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งปี 2569 พรรคประชาธิปัตย์ปรับทัพผู้สมัคร สส. ในพื้นที่กรุงเทพมหานครครั้งใหญ่ โดยพบว่า ว่าที่ผู้สมัครทั้ง 33 เขต เป็นกลุ่มคนหน้าใหม่มากที่สุดถึง 21 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 63.64% ของผู้สมัครทั้งหมด

กลุ่มผู้สมัครชุดนี้ประกอบด้วยนักธุรกิจระดับบริหารเป็นส่วนใหญ่ อาทิ นนธนัตถ์ บุนนาค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพร์มไทม์ จำกัด และ ชัยพร แก้ววาตะ รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) นอกจากกลุ่มนักธุรกิจแล้ว ยังมีกลุ่มที่มีประสบการณ์การทำงานในแวดวงการเมืองและงานนโยบาย เช่น ภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฐ์ ซึ่งเป็นอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา (OCA) และยังมีศักดิ์เป็นเครือญาติของ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรคและรัฐมนตรีหลายสมัยของพรรคประชาธิปัตย์อีกด้วย

นอกจากกลุ่มหน้าใหม่แล้ว โครงสร้างผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ที่เหลือแบ่งออกเป็น กลุ่มฐานเสียงเดิมของพรรค (18.18%) มีจำนวน 6 คน ซึ่งล้วนเป็นอดีตผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ ศิริภา อินทวิเชียร, กิตพล เชิดชูกิจกุล, สุนันท์ มีนมณี, ชยิน พึ่งสาย, อภิมุข ฉันทวานิช และ พงศกร ขวัญเมือง

อีกกลุ่ม คือผู้สมัครที่ย้ายมาจากพรรคอื่น (18.18%) มีจำนวน 6 คนเช่นกัน โดยเป็นการดึงตัวมาจาก 2 พรรคหลัก ได้แก่

  • ย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ (3 คน): ระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา, พิชาญศักดิ์ บุญมาศ และ สาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล
  • ย้ายมาจากพรรคชาติพัฒนากล้า (3 คน): วิเวียน จุลมนต์, ปรินต์ ทองปุสสะ และ ทศพล โชติคุตร์

ว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคภูมิใจไทย : ย้ายพรรค 13 คน โดยมาจาก รทสช. ถึง 10 คน

หากย้อนไปในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 พรรคภูมิใจไทยส่งผู้สมัคร สส. ในพื้นที่กรุงเทพมหานครครบทั้ง 33 เขต โดยมีสัดส่วนกลุ่ม “ผู้สมัครหน้าใหม่” มากที่สุดถึง 20 คน ซึ่งมาจากผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ มาก่อนมากที่สุด นอกจากนั้นผู้สมัคร สส. กทม. ของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งปี 2566 ไม่มีผู้สมัครจากพรรคเดิมเลย และมีผู้สมัคร สส. ที่มาจากการย้ายมาจากพรรคอื่นรวม 13 คน 

สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 พรรคภูมิใจไทยก็ยังส่งผู้สมัคร สส. ครบทั้ง 33 เขต โดยพบว่า กลุ่มที่ย้ายมาจากพรรคอื่น และกลุ่มสังกัดพรรคเดิม มีสัดส่วนเท่ากันที่ 13 คน หรือคิดเป็น 39.39% โดยกลุ่มที่ย้ายมาจากพรรคอื่น แบ่งเป็น ย้ายมาจากพรรครวมไทยสร้างชาติมากที่สุด 10 คน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อชาติ และพรรคไทยภักดี พรรคละ 1 คน เช่น สุขสันต์ แสงศรี เขต 17 เป็นอดีตผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี มาก่อน หรือ เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ เขต 4 ก็เป็นทั้งอดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย และอดีตผู้สมัคร สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ 

ด้านกลุ่มพรรคเดิม เช่น ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่เคยลงสมัครเขต 5 ห้วยขวาง-วังทองหลาง ในปี 2566 ก็กลับมาลงเขตเดิมในนามพรรคเดิมอีกครั้งในการเลือกตั้งปี 2569 นี้ หรือ เจณิสตา เตชะโสภณมณี ซึ่งเคยลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย เขต 24  ก็กลับมาลงเขตเดิมอีกครั้ง 

นอกจากนี้คือคนหน้าใหม่ซึ่งมีจำนวนเพียง 7 คน หรือคิดเป็น 21.22% โดยมีทั้งนักธุรกิจ ผู้ที่เคยทำงานด้านการเมืองมาก่อน ประกอบอาชีพส่วนตัว และบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม เช่น ลลิดา เพริศวิวัฒนา เขต 1 เคยเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ชำนาญการของเกรียงยศ สุดลาภา สส. ภูมิใจไทย หรือ อรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง ก็เป็นอดีตโฆษกพรรคโอกาสใหม่ รวมไปถึงพิธีกร Top News และอดีตอนุกรรมการคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์สื่อดิจิทัลอีกด้วย

ว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคกล้าธรรม : พรรคใหม่ ที่มาพร้อมหน้าใหม่ถึง 22 คน

ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 สส. พรรคกล้าธรรมในปัจจุบันสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะแยกตัวออกมาเป็นพรรคกล้าธรรม โดยในการจัดทำข้อมูลนี้ ใช้หลักเกณ์การสังกัดพรรคการเมืองจากการเลือกตั้งปี 2566 และการเลือกตั้งปี 2569 ดังนั้น ในกรณี สส. ของพรรคกล้าธรรมจึงถือว่าเป็นการย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ ทำให้ไม่มี สส. ในกลุ่มที่เรียกว่า ‘พรรคเดิม’

สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 พรรคกล้าธรรมส่งผู้สมัคร สส. ใน กทม. ครบทั้ง 33 เขต โดยพบว่าเป็นกลุ่มหน้าใหม่มากที่สุดถึง 22 คน หรือคิดเป็น 66.67% ซึ่งพบว่าส่วนมากเป็นผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ มาก่อน เช่น ณรงค์ชัย เมืองครอง ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 6 ก็เคยเป็นผู้ช่วย สส. คุณากร มั่นนทีรัย ที่เคยอยู่พรรคประชาชนแต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ย้ายมาลงพรรคกล้าธรรม จ.นนทบุรี หรือเตชสิทธิ์ ดนตรีรักษ์ ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 13 ก็เคยเป็น​​อดีตโฆษกพรรคประชากรไทย และอดีตรองหัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่มาก่อน 

รองลงมาคือประกอบอาชีพส่วนตัว นักธุรกิจ เช่น ดิษยะฤทธิ์ รู้ดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาส์คมี เอ็กซ์ จำกัด บุคคลผู้มีชื่อเสียงในสังคม เช่น ปภัสราวรรณ ม่วงไหม นางสาวไทย อุดรธานี 2567 หรือเครือญาตินักการเมืองระดับชาติ เช่น วิลาสินี แป๊ะสมัน หลานสาวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม

อีกส่วนหนึ่งคือผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรค โดยมาจากพรรคไทยสร้างไทยมากที่สุด 5 คน เช่น ศุข ศักดิ์ณรงค์เดช หรือ นรุตม์ชัย บุนนาค ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัคร สส. กทม. ไทยสร้างไทย ปี 2566 นอกจากนั้นยังมาจากพรรคชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนากล้า ประชาชาติ รวมพลังชาติไทย เส้นด้าย และเสรีรวมไทย พรรคละ 1 คน เช่น นนท์ปวิธ แก้วงาม ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้สมัคร สส. แบ่งเขต กทม. เสรีรวมไทย ปี 2566

พรรคไทยก้าวใหม่ : ก้าวใหม่ของ ดร. เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และผู้สมัครหน้าใหม่อีกหลายคน

ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ยังไม่มีพรรคไทยก้าวใหม่ โดย ดร. เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เป็นที่รู้จักจากการลงสมัครผู้ว่า กทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะออกมาตั้งพรรคการเมืองเองในนาม พรรคไทยก้าวใหม่ ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 นี้ ดังนั้นพรรคไทยก้าวใหม่จึงไม่มี สส. ในกลุ่มที่เรียกว่า ‘พรรคเดิม’

สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 พรรคไทยก้าวใหม่ส่งผู้สมัคร สส. ใน กทม. ครบทั้ง 33 เขต โดยพบว่าเป็นกลุ่มหน้าใหม่มากที่สุดถึง 24 คน หรือคิดเป็น 72.73% ซึ่งพบว่าส่วนมากเป็นผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ มาก่อน เช่น กุลธิภัสร์ ธนวีรชุติวัฒน์ อดีตที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการปกครอง หรือ ศุภพิพัฒน์ บัลนาลังก์ ก็เป็นอดีตอนุกรรมาธิการแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และธุรกิจคนต่างด้าว วุฒิสภา 

รอลงมาก็คือ นักการเมืองระดับท้องถิ่น เช่น ธราธพ ชาตรี เป็นอดีต สข. เขตหลักสี่ และอดีต ผู้สมัคร สก. เขตหลักสี่ พรรคประชาธิปัตย์ หรือ เช่นเดียวกับ ณรงค์ศักดิ์ ฤทธิวรผล ก็เป็นอดีตผู้สมัคร สก. ประชาธิปัตย์ นอกจากนั้นยังมี นักธุรกิจ เช่น โชติพงศ์ สรรเสริญ นักธุรกิจแบรนด์ Germa Labs และผู้ก่อตั้งบริษัท Alternatech Group บุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม เช่น จิดาภา วิไลวรางกูร นักร้อง สามารถ คุ้มทรงธรรม ซึ่งเป็นอดีตผู้สื่อข่าว และเคยลงสมัคร สว. สายสื่อมวลชน

ในส่วนของผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรค พบว่าย้ายมาจากพรรคประชาธิปัตย์มากที่สุด 4 คน เช่น สุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ อดีตผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ประชาธิปัตย์ ปี 2566 และ 2562 พรรคพลังประชารัฐ 2 คน เช่น กานต์ กิตติอําพน อดีตผู้สมัคร สส. พลังประชารัฐ กทม ปี 2566 บุตรของ อำพล กิตติอำพน อดีตเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และองคมนตรี นอกจากนี้ยังมีพรรคภูมิใจไทย รักษ์ผืนป่าประเทศไทย และเศรษฐกิจใหม่อีกพรรคละ 1 คน

พรรครวมไทยสร้างชาติ : ยังคงสู้ในสนาม กทม. ต่อไป แม้ผู้สมัครพรรคเดิมจะเหลือเพียง 5 คน 

ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 นั้น ผู้สมัคร สส. กทม. ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ทั้ง 33 คน มาจากการย้ายพรรคจำนวน 11 คน แยกเป็น อดีต สส. ปี 2562 จากพรรคอื่น จำนวน 7 คน โดยมาจากพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคที่รวมไทยสร้างชาติแยกตัวออกมา 2 คน เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ 22 คน โดยส่วนมากเป็นนักการเมืองระดับท้องถิ่น นักธุรกิจ และผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ 

สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 นี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่งผู้สมัคร สส. ใน กทม. ครบทั้ง 33 เขต โดยพบว่าเป็นกลุ่มผู้สมัครหน้าใหม่มากที่สุด 15 คน ส่วนมากประกอบอาชีพส่วนตัว รองลงมาคือนักธุรกิจ เช่น วนัส ฮ้อแสงชัย นักธุรกิจ ซีอีโอบริษัท Beehive Network ผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ เช่น อัฏฐพล สิทธิชัยอารีกิจ ผู้ก่อตั้งแอปพลิเคชั่น Go Bike และอดีตตัวแทนประจำ จังหวัดกรุงเทพฯ เขตเลือกตั้งที่ 16 คลองสามวา ของพรรคภูมิใจไทย บุคคลผู้มีชื่อเสียงในสังคม เช่น รัชชานนท์ สมบัติลาภตระกูล อดีตผู้สมัคร สก. พรรคกล้า นักร้องวง play และอดีตผู้ประกวด The Voice หรือเครือญาตินักการเมือง เช่น ธนกร คงอุดม บุตรชายของ ชัชวาลล์ คงอุดม หรือ ชัช เตาปูน

ในส่วนของผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรค 13 คน พบว่า มาจากพรรคเสรีรวมไทยและพลังศรัทธามากที่สุด พรรคละ 2 คน เช่น ปรีชาชัย พิพรรธน์ธนาดุล อดีตผู้สมัคร สส. กทม. พรรคเสรีรวมไทย ปี 2562 นอกจากนี้ยังมาจากพรรคชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนากล้า ไทยภักดี ประชาชาติ ประชาธิปัตย์ พลังท้องถิ่นไท พลังประชารัฐ และภูมิใจไทย พรรคละ 1 คน

พรรคไทยสร้างไทย : ผู้สมัครเดิมจากการเลือกตั้งปี 66 ไหลออก ส่วนปี 69 มาพร้อมผู้สมัครหน้าใหม่

ในการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2566 พรรคไทยสร้างไทยมีผู้สมัคร สส. กทม. ที่มาจากการย้ายพรรค 11 คน โดยมีทั้งจากพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ ประชาธิปัตย์ รวมพลังประชาชน พลังประชารัฐ และชาติพัฒนา นอกนั้นเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ 22 คน ซึ่งมาจากนักการเมืองระดับท้องถิ่นและนักธุรกิจมากที่สุด 

สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 นี้ พรรคไทยสร้างไทยส่งผู้สมัคร สส. ใน กทม. ครบทั้ง 33 เขต โดยพบว่าเป็นกลุ่มผู้สมัครหน้าใหม่มากที่สุด 19 คน ส่วนมากประกอบอาชีพนักธุรกิจมากที่สุด เช่น ฤทธี กิจพิพิธ นักธุรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และกรรมการบริหารของ บมจ. สแกน อินเตอร์ (SCN) นอกจากนั้นยังมีประกอบอาชีพส่วนตัว ข้าราชการประจำ/หน่วยงานรัฐ เช่น ณัฐกัญญ์ภา อภิญญ์มณีณัฐ อดีตนิติกร กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม 

นักการเมืองระดับท้องถิ่น เช่น ไกรศักดิ์ เสาเวียง หรือ “ตุ้ย เส้นด้ายดอนเมือง” อดีตผู้สมัคร ส.ก.ดอนเมือง พรรคก้าวไกล ปี 2565 และบุคคลผู้มีชื่อเสียงในสังคม เช่น จักร์กวินทร์ ภู่สวาสดิ์ ช่างภาพชื่อดัง BOX WEDDING & JAKAWIN PHOTOGRAPHY

ในส่วนของผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรค พบว่ามี 8 คน ย้ายมาจากพรรคชาติพัฒนากล้ามากที่สุด 3 คน และพรรคประชาไทย เพื่อแผ่นดิน ภราดรภาพ เศรษฐกิจใหม่ 1 คน และเสรีรวมไทย พรรคละ 1 คน

ส่วนผู้สมัครที่เป็นพรรคเดิมนั้น มี 6 คน ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัคร สส. ในการเลือกตั้งปี 2566 ทั้ง มังกร ศิริศรีโพธิ์, นุชนาฏ หุ่นอยู่, อมรศักดิ์ ไทยนิยม, ธวัชชัย ทองสิมา, เบสท์ วงศ์ไพโรจน์ และ พีร์ โรจนดารา

พรรคโอกาสใหม่ : พรรคใหม่ แต่มาพร้อมผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรคถึง 19 คน 

พรรคโอกาสใหม่เป็นพรรคใหม่ โดยเปลี่ยนชื่อพรรคมาจากชื่อเดิมคือพรรคไทยเป็นหนึ่ง และมีจตุพร บุรุษพัฒน์ นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ประภัสร์ จงสงวน เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ยังไม่มีพรรคโอกาสใหม่ ดังนั้นในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 นี้ พรรคไทยก้าวใหม่จึงไม่มี สส. ในกลุ่มที่เรียกว่า ‘พรรคเดิม’

สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 นี้ พรรคโอกาสใหม่ส่งผู้สมัคร สส. ใน กทม. ครบทั้ง 33 เขต โดยพบว่าเป็นกลุ่มผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรคมากที่สุดถึง 19 คน โดยย้ายมาจากพรรคภูมิใจไทย พลังประชารัฐ และ

ชาติไทยพัฒนา พรรคละ 3 คน รวมไทยสร้างชาติและชาติพัฒนากล้า พรรคละ 2 คน และเพื่อไทย 

พลังเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ประชาชาติ ไทยสร้างไทย และไทยภักดี พรรคละ 1 คน เช่น หวังจันทร์ ยิ้มวิไล อดีตผู้สมัคร สส. จากพรรคไทยภักดี หรืออนันตชาติ บัวสุวรรณ์ อดีตผู้สมัคร สส. พรรคพลังประชารัฐ 

นอกจากนั้นเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ 14 คน ส่วนมากเป็นผู้ประกอบอาชีพส่วนตัวและข้าราชการประจำ/หน่วยงานของรัฐ มากที่สุด เช่น กรณิศ บัวจันทร์ อดีตผู้อำนวยการเขตราชเทวี คันนายาว รองลงมาก็คือ นักธุรกิจ เช่น จักร์ บุนนาค นายกสมาคมการค้าธุรกิจคุ้มกันภัย เจ้าหน้าที่บริหารบริษัทรักษา​ความปลอดภัย​​ เอโฟร์ดี​ ​เซอร์วิส จำกัด นักการเมืองระดับท้องถิ่น เช่น ถวิล รัตตะมณี อดีตผู้สมัคร สก. พรรคพลังประชารัฐ และผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ

คุณอาจสนใจ