Connect with us

Hi, what are you looking for?

politics

เลือกตั้ง ’69 : ภูมิใจไทยโตกว่า 155% กวาด สส. เขต 174 ที่นั่ง ชนะขาดทั้งกลุ่มพรรคเดิม ย้ายพรรค และหน้าใหม่ 

ภาพจากเฟซบุ๊ก พรรคภูมิใจไทย
  • พรรคเดิมคือผู้ชนะหลักในการเลือกตั้งครั้งนี้ จาก ว่าที่ สส. แบบแบ่งเขตทั้งหมด 400 คน เป็น ผู้สมัคร สส. จากพรรคเดิมได้รับเลือกตั้งเป็นสัดส่วนมากที่สุด จำนวน 202 คน คิดเป็น 50.50% ของ สส.แบบแบ่งเขตทั้งหมด รองลงมาเป็น ผู้สมัครแบบย้ายพรรค จำนวน 119 คน คิดเป็น  29.75% ส่วนผู้สมัครหน้าใหม่ได้รับเลือกตั้ง 79 คน คิดเป็น 19.75% ต่างจากการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่ง ว่าที่สส.แบบแบ่งเขตมาจากผู้สมัครหน้าใหม่มากที่สุด 178 คน คิดเป็น 44.5%
  • พรรคภูมิใจไทยมีจำนวนว่าที่ สส. แบ่งเขต เพิ่มขึ้นมากที่สุด เพิ่มขึ้นจาก 68 คน เป็น 174 คน เพิ่มขึ้น 155.88% ขณะที่พรรคประชาชน หรือพรรคก้าวไกลเดิม และเพื่อไทย ซึ่งได้ สส.แบบแบ่งเขตมากที่สุดในปี 2566 เท่ากัน มีจำนวน สส. ลดลง พรรคประชาชนมีจำนวน ว่าที่ สส. ลดลง จาก 112 คนเป็น 87 คน ลดลง 22.32% พรรคเพื่อไทยลดลงจาก 112 คน เหลือ 58 คน ลดลง 48.21%
  • การเลือกตั้งปี 2566 คนไทยเลือก สส.เขตหน้าใหม่มากที่สุด พรรคก้าวไกลและพรรคชาติไทยพัฒนา มีสส.เดิมได้รับการเลือกตั้งกลับมา 100%  ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้ สส.ที่มาจากการย้ายพรรคมากที่สุด แต่การเลือกตั้งปี 2569 พรรคภูมิใจไทยมี สส.จากพรรคเดิมที่ได้รับการเลือกตั้งมากที่สุด รวม 78 คน คิดเป็น 38.61% ของสส. จากพรรคเดิม
  • เมื่อเปรียบเทียบพรรคเดิมที่อดีต สส. เคยสังกัดในปี 2566 ก่อนที่จะย้ายเข้าพรรคใหม่เพื่อลงสมัครเลือกตั้งในปี 2569 เพื่อดูว่าอดีต สส. ย้ายมาจากพรรคไหนได้รับเลือกตั้งกลับไปมากที่สุด จะพบว่า อันดับหนึ่งคืออดีต สส. ที่เคยสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ได้รับเลือก 27 คน คิดเป็น 39.71% ของว่าที่ สส. ย้ายพรรคที่ได้ได้รับเลือกตั้งในปี 2569 ทั้งหมด 68 คน ส่วนอดีต สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 ที่ย้ายพรรคและไม่ได้รับเลือกตั้งกลับมาในครั้งนี้ พบว่ามี 2 พรรค ได้แก่ พรรคก้าวไกลซึ่งมีอดีต สส.ย้ายพรรค 5 คน และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีอดีต สส.ย้ายพรรค  2 คน
  • ว่าที่ สส.แบ่งเขต ปี 2569 ที่เป็นหน้าใหม่ มีภูมิหลังเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมากที่สุด โดยมีพรรคภูมิใจไทย มีว่าที่ สส. หน้าใหม่สูงที่สุด 30 คน ซึ่ง มาจากนักการเมืองท้องถิ่น 39.53% ตามด้วยเครือญาตินักการเมืองท้องถิ่น 20.93% และเครือญาตินักการเมืองระดับชาติ 18.60%

ภาพรวม: พรรคภูมิใจไทยมี สส. เขตเพิ่มขึ้นมากที่สุด จาก 68 คน เป็น 174 คน เพิ่มขึ้น 155.88%

ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 Rocket Media Lab จัดทำฐานข้อมูลทางการเมืองของผู้สมัคร สส. โดยแยกกลุ่มผู้สมัครเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. ผู้สมัครจากพรรคเดิม ทั้งอดีต สส. และอดีตผู้สมัคร สส. จากการเลือกตั้งปี 2566 หรือปีที่เก่ากว่านั้น

2. ผู้สมัครที่ย้ายมาจากพรรคอื่น ทั้งอดีต สส. และอดีตผู้สมัคร สส. จากการเลือกตั้งปี 2566 หรือปีที่เก่ากว่านั้น โดยนับปีล่าสุดที่ผู้สมัครคนนั้นลงสมัคร สส. 

3. ผู้สมัครหน้าใหม่ ซึ่งหมายถึง ผู้ที่ไม่เคยลงสมัคร สส. มาก่อน ทั้ง สส. แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ

หลังการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งรายงานผลการเลือกตั้ง สส. ปี 2569 อย่างไม่เป็นทางการ ทาง ECT Report เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569  Rocket Media Lab ชวนสำรวจว่าที่ สส. แบบแบ่งเขตที่ได้รับการเลือกตั้ง

ในการเลือกตั้ง 2569 มีผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต 3,527 คน ซึ่งแบ่งเป็นผู้สมัครจากพรรคเดิม จำนวน 743 คน คิดเป็น 21.07% มีผู้สมัครที่ย้ายพรรค จำนวน 1,041 คน คิดเป็น 29.52% และมีผู้สมัครหน้าใหม่ จำนวน 1,743 คน คิดเป็น 49.42%

ผลปรากฏว่ากลุ่มพรรคเดิมคือผู้ชนะหลักในการเลือกตั้งครั้งนี้ จาก ว่าที่ สส. แบบแบ่งเขตทั้งหมด 400 คน เป็นผู้สมัคร สส. จากพรรคเดิมได้รับเลือกตั้งเป็นสัดส่วนมากที่สุด จำนวน 202 คน คิดเป็น 50.50% ของ สส.แบบแบ่งเขตทั้งหมด รองลงมาเป็น ผู้สมัครแบบย้ายพรรค จำนวน 119 คน คิดเป็น  29.75% ส่วนผู้สมัครหน้าใหม่ได้รับเลือกตั้ง 79 คน คิดเป็น 19.75% ต่างจากการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่ง ว่าที่สส.แบบแบ่งเขตมาจากผู้สมัครหน้าใหม่มากที่สุด 178 คน คิดเป็น 44.5%

ขณะที่ในการเลือกตั้งปี 2566 คนไทยเลือก สส.เขตหน้าใหม่มากที่สุด พรรคก้าวไกลและพรรคชาติไทยพัฒนา มีสส.เดิมได้รับการเลือกตั้งกลับมา 100%  ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้ สส.ที่มาจากการย้ายพรรคมากที่สุด

หากนำจำนวนผู้สมัครทั้งหมดมาเทียบกับจำนวนคนที่ได้รับเลือกตั้งจริง จะพบว่ากลุ่มพรรคเดิมมีโอกาสชนะสูงสุดถึง 27.18% ตามด้วยกลุ่มย้ายพรรค 11.43% และกลุ่มหน้าใหม่มีโอกาสชนะเพียง 4.53% สะท้อนว่าผู้สมัครจากพรรคเดิมมีโอกาสชนะสูงกว่ากลุ่มหน้าใหม่ถึง 6 เท่า

เมื่อพิจารณาเป็นรายพรรค พบว่า จากทั้งหมด 400 คน ผู้สมัคร สส. พรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกมากที่สุด 174 คน คิดเป็น 43.5% รองลงมาเป็น พรรคประชาชน 87 คน คิดเป็น คิดเป็น 21.75% อันดับ 3 พรรคเพื่อไทย 58 คน คิดเป็น  14.5% อันดับ 4 พรรคกล้าธรรรม 56 คน คิดเป็น  14% อันดับ 5 พรรคประชาธิปัตย์ 10 คน คิดเป็น  2.5% พรรคไทรวมพลัง 5 คน คิดเป็น  1.25% พรรคพลังประชารัฐ เท่ากับพรรคประชาชาติ พรรคละ 4 คน คิดเป็นพรรคละ 1% พรรคโอกาสใหม่เท่ากับพรรคไทยสร้างไทย พรรคละ 1 คน คิดเป็นพรรคละ 0.25%

เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 พบว่า พรรคภูมิใจไทยจำนวน ว่าที่ สส. เพิ่มขึ้นมากที่สุด เพิ่มขึ้นจาก 68 คน เป็น 174 คน เพิ่มขึ้น 155.88% ทั้งนี้พรรคที่มี ว่าที่ สส.แบบแบ่งเขตเพิ่มขึ้น ยังมีพรรคไทรวมพลัง (เปลี่ยนชื่อจากเพื่อไทรวมพลัง) มีจำนวน ว่าที่ สส.เพิ่มขึ้นจาก 2 คน เป็น 5 คน เพิ่มขึ้น 60%

ขณะที่พรรคประชาชน หรือพรรคก้าวไกลเดิม และเพื่อไทย ซึ่งได้สส.แบบแบ่งเขตมากที่สุดในปี 2566 เท่ากัน มีจำนวน สส ลดลง พรรคประชาชนมีจำนวน ว่าที่ สส. ลดลง จาก 112 คนเป็น 87 คน ลดลง 22.32% พรรคเพื่อไทยลดลงจาก 112 คน เหลือ 58 คน ลดลง 48.21%

ส่วนพรรคอื่นๆ ก็มีจำนวน ว่าที่ สส. ลดลงเช่นกัน พรรคพลังประชารัฐ มีจำนวนลดลงจาก 39 คน เป็น 4 คน ลดลง 89.74% พรรคไทยสร้างไทย มีจำนวนลดลงจาก 5 คนเป็น 1 คน ลดลง 80% พรรคประชาธิปัตย์ มีจำนวนลดลงจาก 22 คน เป็น 10 คน ลดลง 54.55% พรรคประชาชาติ มีจำนวนลดลงจาก 7 คนเป็น 4 คน ลดลง 42.86% และพรรครวมไทยสร้างชาติ มีจำนวนลดลงจาก 23 คน เป็นไม่ได้รับเลือกตั้งเลย นอกจากนี้ยังมีพรรคชาติไทยพัฒนาที่เคยมี สส. แบ่งเขต 9 คน และพรรคชาติพัฒนากล้าที่เคยมี สส. แบ่งเขต 1 คน ไม่ส่งผู้สมัครในการเลือกตั้งปี 2569

พรรคกล้าธรรม และพรรคโอกาสใหม่ที่มี สส. แบบแบ่งเขตในการเลือกตั้งปี 2569 เพิ่งลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตครั้งแรก

เมื่อพิจารณารายภาค จะเห็นว่า ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสัดส่วน ว่าที่ สส. ที่เป็นผู้สมัครจากพรรคเดิมมากที่สุด ขณะที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ มีสัดส่วน ว่าที่สส. ย้ายพรรคสูงมาก โดยเฉพาะภาคตะวันตกที่ผู้สมัครจากการย้ายพรรคได้รับเลือกด้วยสัดส่วนสูงถึง 52.63% ส่วนภาคตะวันออกมีสัดส่วนผู้สมัครหน้าใหม่ได้รับเลือกตั้งมากที่สุด 27.59%

พรรคเดิม: ภูมิใจไทย มีอดีต สส.ปี 2566 พรรคเดิม ได้รับเลือกตั้ง 56 คน จาก 58 คน คิดเป็น 96.55%

ผู้สมัครสส.จากพรรคเดิมได้รับเลือกตั้งเป็นสัดส่วนมากที่สุด จำนวน 202 คน คิดเป็น 50.50% ของ สส.แบบแบ่งเขตทั้งหมด และเมื่อพิจารณาจากจำนวนผู้สมัครพรรคเดิม 743 คน มีผู้สมัครที่ได้รับเลือกคิดเป็น 27.19% ของผู้สมัครที่มาจากพรรคเดิม

ในจำนวน ว่าที่ สส. จากพรรคเดิม 202 คน แบ่งเป็นอดีต สส.แบบแบ่งเขตปี 2566 จำนวน 168 คน หรือคิดเป็น 83.17% และอดีตผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตปี 2566 จำนวน 31 คน หรือ 15.35% อดีตผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อปี 2566 จำนวน 2 คน คิดเป็น 0.99% และอดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อก่อนปี 2566  จำนวน 1 คน คิดเป็น 0.50%

เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 พบว่า การเลือกตั้งปี 2569 มีผู้สมัครจากพรรคเดิมได้รับการเลือกตั้งมากขึ้น เพิ่มจาก 155 คน เป็น 202 คน เพิ่มขึ้น 23.27% ขณะเดียวกันอดีต สส. จากการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้าก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นด้วย ในปี 2566 ผู้สมัครพรรคเดิมที่ได้รับการเลือกตั้งเป็น อดีต ส.ส. พรรคเดิมจากปี 2562 มี 104 คน ส่วนปี 2566 มี 168 คน 

การเลือกตั้งปี 2569 พรรคภูมิใจไทยมี สส.จากพรรคเดิมที่ได้รับการเลือกตั้งมากที่สุด รวม 78 คน คิดเป็น 38.61% ของสส. จากพรรคเดิม แบ่งเป็นอดีต สส.แบบแบ่งเขตปี 2566 จำนวน 56 คน อดีต สส. บัญชีรายชื่อปี 2566  จำนวน 1 คน อดีตผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตปี 2566 จำนวน 31 คน และอดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อก่อนปี 2566 จำนวน 1 คน

รองลงมาเป็นพรรคประชาชน มี สส.จากพรรคเดิม (ก้าวไกล) รวม 65 คน คิดเป็น 32.17% ของผู้สมัครจากพรรคเดิม แบ่งเป็นอดีต สส.แบบแบ่งเขตปี 2566 จำนวน 58 คน และอดีตผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตปี 2566 จำนวน 7 คน ต่อมาเป็นพรรคเพื่อไทยมี สส.จากพรรคเดิม 43 คน คิดเป็น 21.29% แบ่งเป็นอดีต สส.แบบแบ่งเขตปี 2566 จำนวน 41 คน และอดีตผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตปี 2566 จำนวน 2 คน พรรคประชาธิปัตย์ มี สส.จากพรรคเดิม 6 คน คิดเป็น 2.97% แบ่งเป็นอดีต สส.แบบแบ่งเขตปี 2566 จำนวน 4 คน และอดีตผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตปี 2566 จำนวน 2 คน พรรคประชาชาติเป็นอดีต สส.แบบแบ่งเขตปี 2566 ทั้งหมดจำนวน 4 คน พรรคไทรวมพลัง 3 คน แบ่งเป็นอดีต สส.แบบแบ่งเขตปี 2566 จำนวน 2 คน และอดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อปี 2566 จำนวน 1 คน พรรคพลังประชารัฐเป็นอดีต สส.แบบแบ่งเขตปี 2566 ทั้งหมด จำนวน 2 คน และพรรคไทยสร้างไทย เป็นอดีต สส.แบบแบ่งเขตปี 2566 ทั้งหมด จำนวน 1 คน

เมื่อพิจารณาอัตราส่วนระหว่างจำนวนผู้สมัคร สส.พรรคเดิม กับ ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นสส.ของแต่ละพรรค 3 อันดับแรก พบว่าพรรคภูมิใจไทยมีสัดส่วนมากที่สุด จาก 112 คน ได้รับเลือก 78 คน คิดเป็น 69.64% ของผู้สมัคร สส.พรรคเดิมของพรรค รองลงมาคือ พรรคประชาชน จาก 167 คน ได้รับเลือก 65 คน คิดเป็น 38.92% ของผู้สมัคร สส.พรรคเดิม ส่วนพรรคเพื่อไทย จาก 181 คน ได้รับเลือก 43 คน คิดเป็น 23.76% ของผู้สมัคร สส.พรรคเดิม

จากการเปรียบเทียบกับพรรคที่มีจำนวน สส. แบบแบ่งเขตมากที่สุดในปี 2566 พบว่า พรรคภูมิใจไทย มีอดีต สส.ปี 2566 และลงสมัครปี 2569 ได้รับเลือกตั้้ง 56 คน จาก 58 คน คิดเป็นอัตราชนะ 96.55% ส่วนพรรคประชาชน มีอดีต สส. ปี 2566 และลงสมัครปี 2569 จำนวน 83 คน ได้รับเลือกตั้ง 58 คน คิดเป็นอัตราชนะ  69.89 % ขณะที่พรรคเพื่อไทย มีอดีต สส. ปี 2566 และลงสมัครปี 2569 จำนวน 88 คน ได้รับเลือกตั้ง 41 คน คิดเป็นอัตราชนะ 46.59%

เมื่อพิจารณาตามภาค ภาคกลางมี อดีตสส.ปี 2566 จากพรรคเดิม ได้รับเลือกตั้งเป็นสัดส่วนมากที่สุด 55 คนจาก 69 คน คิดเป็น 79.71% สัดส่วนน้อยที่สุดคือ ภาคเหนือ 13 คนจาก 30 คน คิดเป็น 43.33% ขณะที่อดีตผู้สมัคร สส.ภาคเหนือ ปี 2566 ได้รับเลือกตั้งเป็นสัดส่วนมากที่สุด จาก 40 คน เป็น 8 คน คิดเป็น 20% ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับเลือกตั้งเป็นสัดส่วนน้อยที่สุด จาก 157 คน เป็น 7 คน คิดเป็น 4.45%

ย้ายพรรค: อดีต สส. ที่ย้ายจากพลังประชารัฐได้รับเลือกตั้งมากที่สุด

จากว่าที่ สส. จำนวน 400 คนในการเลือกตั้งปี 2569 พบว่า มีผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นจำนวน 119 คน สามารถแบ่งได้ดังนี้

1. อดีต สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 จำนวน 68 คน หรือ 57.14% 

2. อดีตผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 จำนวน 36 คน คิดเป็น 30.25% 

3. อดีต สส. แบบบัญชีรายชื่อ ปี 2566 จำนวน 3 คน คิดเป็น 2.52%

4. อดีตผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อปี 2566 จำนวน 5 คน คิดเป็น 4.20%

5. อดีต สส.แบ่งเขตก่อนปี 2566 จำนวน 1 คน คิดเป็น 0.84%

6. อดีตผู้สมัคร สส. แบ่งเขตก่อนปี 2566 จำนวน 6 คน คิดเป็น 5.04% 

เมื่อเปรียบเทียบพรรคเดิมที่อดีต สส. เคยสังกัดในปี 2566 ก่อนที่จะย้ายเข้าพรรคใหม่เพื่อลงสมัครเลือกตั้งในปี 2569 เพื่อดูว่าอดีต สส. ย้ายมาจากพรรคไหนได้รับเลือกตั้งกลับไปมากที่สุด จะพบว่า อันดับหนึ่งคืออดีต สส. ที่เคยสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ได้รับเลือก 27 คน คิดเป็น 39.71% ของว่าที่ สส. ย้ายพรรคที่ได้ได้รับเลือกตั้งในปี 2569 ทั้งหมด 68 คน รองลงมาคือ อดีต สส. ที่เคยสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ 16 คน คิดเป็น 23.53% ชาติไทยพัฒนาและประชาธิปัตย์ พรรคละ 8 คน คิดเป็นพรรคละ 11.76% เพื่อไทย 4 คน คิดเป็น 5.88% ไทยสร้างไทย 3 คน คิดเป็น 4.41% ชาติพัฒนากล้าและประชาชาติ พรรคละ 1 คน คิดเป็นพรรคละ 1.47%

ส่วนอดีต สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 ที่ย้ายพรรคและไม่ได้รับเลือกตั้งกลับมาในครั้งนี้ พบว่ามี 2 พรรค ได้แก่ พรรคก้าวไกล ซึ่งมีอดีต สส.ย้ายพรรค 5 คน ที่ย้ายไปพรรคกล้าธรรม 2 คน พรรคเศรษฐกิจ พลวัต และเพื่อไทย พรรคละ 1 คน ไม่ได้รับเลือกตั้งกลับมาในครั้งนี้เลย และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีอดีต สส.ย้ายพรรค  2 คน ไปยังพรรคกล้าธรรมและพลังประชารัฐ พรรคละ 1 คน ก็ไม่ชนะเลือกตั้งกลับมาเช่นกัน

และหากพิจารณาเป็นรายพรรคจะพบว่า สส. กลุ่มย้ายพรรคทั้ง 119 คน กระจายอยู่ใน 8 พรรคการเมือง โดยมีพรรคที่มีผู้สมัครย้ายพรรคได้รับเลือกตั้งมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. พรรคภูมิใจไทย ได้ว่าที่ สส. ย้ายพรรคมากที่สุด 66 คน แบ่งเป็น

  • อดีตผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 จำนวน 16 คน 
  • อดีต สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 จำนวน 42 คน 
  • อดีตผู้สมัคร สส. แบ่งเขตก่อนปี 2566 จำนวน 3 คน
  • อดีต สส.แบ่งเขตก่อนปี 2566 จำนวน 1 คน
  • อดีตผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อปี 2566 จำนวน 2 คน
  • อดีต สส. บัญชีรายชื่อปี 2566 จำนวน 2 คน

เมื่อพิจารณาเฉพาะอดีต สส. ในปี 2566 เป็นรายพรรคจะพบว่า อดีต สส. ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ปี 2566 รวม 61 คน ได้รับเลือกตั้ง 44 คน แบ่งเป็น อดีต สส. ปี 2566 ที่ย้ายมาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ 17 คน ได้รับเลือกเป็น สส. ในนามพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ถึง 13 คนด้วยกัน รองลงมาก็คืออดีต สส. ปี 2566 ที่ย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ 12 คน ไดรับเลือกเป็น สส. ในนามพรรคภูมิใจไทย 10 คน นอกจากนี้ยังมีพรรคเพื่อไทย 4 คน ชาติไทยพัฒนา 8 คน และประชาธิปัตย์ 4 คน โดยพรรคที่ย้ายเข้ามาแต่ไม่ได้รับเลือกให้เป็น สส. คือ พรรคไทยสร้างไทย ชาติพัฒนากล้า และประชาชาติ

2. พรรคกล้าธรรม ได้ว่าที่ สส. ย้ายพรรค 41 คน แบ่งเป็น

  • อดีตผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 จำนวน 14 คน 
  • อดีต สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 จำนวน 24 คน 
  • อดีตผู้สมัคร สส. แบ่งเขตก่อนปี 2566 จำนวน 1 คน
  • อดีตผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อปี 2566 จำนวน 1 คน
  • อดีต สส. บัญชีรายชื่อปี 2566 จำนวน 1 คน

เมื่อพิจารณาเฉพาะอดีต สส. ในปี 2566 เป็นรายพรรคจะพบว่า อดีต สส. ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ปี 2566 รวม 42 คน ได้รับการเลือกตั้ง 26 คน แบ่งเป็น อดีตสส. ปี 2566 ที่ย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐมาเป็นพรรคกล้าธรรมจำนวน 22 คนนั้น ได้รับเลือกเป็น สส. ในนามพรรคกล้าธรรมในการเลือกตั้งครั้งนี้ 17 คนด้วยกัน รองลงมาก็คืออดีต สส. ปี 2566 ที่ย้ายมาจากพรรคประชาธิปัตย์ 8 คน ได้รับเลือกเป็น สส. ในนามพรรคกล้าธรรม 5 คน และอดีต สส. ปี 2566 จากพรรครวมไทยสร้างชาติ 5 คน ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. ในการเลือกตั้งครั้งนี้ในนามพรรคกล้าธรรม 4 คน

3. พรรคเพื่อไทย ได้ว่าที่ สส. ย้ายพรรค 5 คน แบ่งเป็น

  • อดีตผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 จำนวน 3 คน 
  • อดีต สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 จำนวน 1 คน 
  • อดีตผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อปี 2566 จำนวน 1 คน


เมื่อพิจารณาจากการเลือกตั้งปี 2566 เป็นรายพรรคจะพบว่า ว่าที่ สส. ย้ายพรรคทั้ง 5 คนของพรรคเพื่อไทย ที่เป็นอดีต สส. ปี 2566 จำนวน 1 คน ย้ายมาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่วนอดีตผู้สมัคร สส. ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ มาจากพรรคชาติพัฒนากล้า ไทยสร้างไทย พลังประชารัฐ และเสรีรวมไทย อย่างละ 1 คน

4. พรรคไทรวมพลัง ได้ว่าที่ สส. ย้ายพรรค 2 คน แบ่งเป็น

  • อดีตผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 จำนวน 1 คน 
  • อดีต สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 จำนวน 1 คน

เมื่อพิจารณาจากการเลือกตั้งปี 2566 เป็นรายพรรคจะพบว่า ว่าที่ สส. ย้ายพรรคทั้ง 2 คนของพรรคไทรวมพลัง เป็นอดีต สส. ปี 2566 ที่ย้ายมาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ 1 คน และอดีตผู้สมัคร สส. จากพรรคเพื่อไทย 1 คน

5. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ว่าที่ สส. ย้ายพรรค 2 คน แบ่งเป็น

  • อดีตผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 จำนวน 1 คน 
  • อดีตผู้สมัคร สส. แบ่งเขตก่อนปี 2566 จำนวน 1 คน


เมื่อพิจารณาจากการเลือกตั้งปี 2566 เป็นรายพรรคจะพบว่า ว่าที่ สส. ย้ายพรรคทั้ง 2 คนของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นอดีตผู้สมัคร สส. ปี 2566 ที่ย้ายมาจากพรรคชาติพัฒนากล้า 1 คน และอดีตผู้สมัคร สส. ก่อนปี 2566 จากพรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน

ส่วนอีก 3 พรรคที่มีผู้สมัคร สส. ย้ายพรรคได้รับเลือกตั้งคือ พรรคประชาชน 1 คน เป็นอดีตผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อปี 2566 ที่ย้ายมาจากพรรคแผ่นดินธรรม, พรรคพลังประชารัฐ 1 คน เป็นอดีตผู้สมัคร สส. แบ่งเขตก่อนปี 2566 ที่ย้ายมาจากพรรคเสรีธรรม และพรรคโอกาสใหม่ 1 คน เป็นอดีตอดีตผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 ที่ย้ายมาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ


หากพิจารณาเป็นรายภาค จะพบว่า ภาคเหนือ เป็นภาคที่อดีต สส. ย้ายพรรคได้รับเลือกกลับมาสูงที่สุด จากผู้ลงสมัคร 6 คน ได้รับเลือก 5 คน หรือคิดเป็นอัตราการชนะสูงถึง 83.33% รองลงมาคือภาคกลางที่มีอดีต สส. ย้ายพรรคลงสมัครถึง 30 คน และได้รับเลือกกลับมา 23 คน คิดเป็น 76.67% ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคเดียวที่อดีต สส. ย้ายพรรคกลับมาลงสมัครแล้วอัตราการชนะต่ำกว่าครึ่ง อยู่ที่ 40% เท่านั้น จากการลงสมัคร 25 คน และได้รับเลือกกลับมาเพียง 10 คน

จะเห็นได้ว่าในภาพรวม อดีต สส. ย้ายพรรค มีอัตราการชนะสูงมาก โดยมีอดีต สส. ปี 2566 ที่กลับมาลงเลือกตั้งในปี 2569 รวม 107 คน และได้รับเลือกกลับมาถึง 68 คน คิดเป็นอัตราชนะถึง 63.55% ขณะที่หากเป็นผู้สมัคร สส. ปี 2566 กลับมาลงสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ มีอัตราชนะเพียง 5.63% หรือได้รับเลือกแค่ 36 คน จาก 639 คนที่กลับมาลงสมัคร


หน้าใหม่: มาจากนักการเมืองท้องถิ่นมากที่สุด

จากว่าที่ สส. จำนวน 400 คนในการเลือกตั้งปี 2569 พบว่า ผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตหน้าใหม่ ได้รับเลือกตั้ง 79 คน จากผู้สมัครหน้าใหม่ทั้งหมด 1,743 คน คิดเป็น 4.53% สามารถแบ่งได้ดังนี้*

1. นักการเมืองระดับท้องถิ่น เช่น อดีตสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด, สมาชิกเทศบาล 39 คน

2. เครือญาตินักการเมืองท้องถิ่น 14 คน 

2. ผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ เช่น คณะกรรมาธิการในรัฐสภา 14 คน

4. เครือญาตินักการเมืองระดับชาติ 13 คน

5. ประกอบอาชีพส่วนตัว 9 คน

5. ข้าราชการ/หน่วยงานรัฐ/รัฐวิสาหกิจ 9 คน

7. นักธุรกิจ 4 คน

7. นักวิชาการ/นักวิจัย 4 คน

9. นักเคลื่อนไหวทางการเมือง/สังคม 3 คน

10. พนักงาน/ลูกจ้างภาคเอกชน 2 คน

11. อดีตผู้สมัคร สว. 1 คน

*ผู้สมัคร สส. 1 คน อาจมีได้มากกว่า 1 สถานะ 

จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ว่าที่ สส. แบบแบ่งเขตประเภทหน้าใหม่เป็นนักการเมืองระดับท้องถิ่นมากที่สุด รองลงมาคือ เครือญาตินักการเมืองท้องถิ่น และผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ  ในสัดส่วนที่เท่ากัน เครือญาตินักการเมืองระดับชาติ ประกอบอาชีพส่วนตัว ฯลฯ นอกจากนี้ยังพบอดีตผู้สมัคร สว. ที่ได้รับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตอีกด้วยจำนวน 1 คน ทั้งนี้ ไม่พบผู้สมัครที่เป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงในสังคมได้รับเลือกให้เป็นว่าที่ สส. แบ่งเขต ปี 2569 เลย

จากทั้งหมด 39 คน พรรคภูมิใจไทยมี สส.หน้าใหม่ที่เคยเป็นนักการเมืองระดับท้องถิ่นมากที่สุด จำนวน 17 คน หรือคิดเป็น 43.59% โดยมีอย่างน้อย  8 คนที่เป็นอดีตสมาชิก อบจ. ในจำนวนนี้มีผู้ที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นและเป็นเครือญาติกับนักการเมืองระดับชาติอย่างน้อย 2 คน คือ ชานนท์ ไทยเศรษฐ์ และวิทวัส ไตรสรณกุล อันดับ 2 พรรคกล้าธรรม จำนวน 14 คน คิดเป็น 35.90% ซึ่งประกอบด้วยอดีตสมาชิก อบจ. 10 คน ซึ่งในจำนวนนี้มี 1 คน อัครา พรหมเผ่า ที่เป็นอดีตนายก อบจ.พะเยา และเป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติ จากการเป็นน้องชายของธรรมนัส พรหมเผ่า ส่วนพรรคเพื่อไทย 5 คน คิดเป็น 12.82%  มี 4 คนที่เป็นสมาชิก อบจ. และ 1 คนเป็นกำนัน พรรคประชาชน 2 คน คิดเป็น 5.12% เป็นอดีตผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) และอดีตผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาล อย่างละ 1 คน และพรรคประชาธิปัตย์ 1 คน คิดเป็น 2.56% เป็นอดีตนายก อบจ. และเครือญาติของนักการเมืองระดับชาติ

เมื่อหากเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งในปี 2566 จะพบว่า ว่าที่ สส. แบบแบ่งเขตประเภทหน้าใหม่เป็นนักการเมืองระดับท้องถิ่นมากที่สุดเช่นกัน และอันดับ 2 ก็เป็นผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ เช่นเดียวกัน ส่วนเครือญาตินักการเมืองท้องถิ่นที่เคยอยู่อันดับที่ 7 ในปี 2566 ก็เขยิบขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ขณะที่นักธุรกิจที่อยู่อันดับ 3 ในปี 2566 ในการเลือกตั้งครั้งนี้กลับหล่นไปอยู่อันดับที่ 7 แทน

นอกจากนี้ หากพิจารณาเป็นรายพรรค พบว่า พรรคภูมิใจไทย มีว่าที่ สส. หน้าใหม่สูงที่สุด 30 คน โดยเน้นฐานการเมืองเชิงเครือญาติและพื้นที่เป็นหลัก แบ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น 39.53% ตามด้วยเครือญาตินักการเมืองท้องถิ่น 20.93% และเครือญาตินักการเมืองระดับชาติ 18.60% ขณะที่ พรรคประชาชน ตามมาเป็นอันดับสองด้วยจำนวน 21 คน โดยเป็นผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ มีสัดส่วนมากที่สุด 32.26% รองลงมาคือประกอบอาชีพส่วนตัว 19.35% ส่วนอันดับสามคือ พรรคกล้าธรรม จำนวน 15 คน ซึ่งมีสัดส่วนนักการเมืองท้องถิ่นสูงถึง 73.68%

ดูข้อมูลที่ https://rocketmedialab.co/database-election-69-1/ 

คุณอาจสนใจ