ในการเลือกตั้งปี 2569 พบผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต* จำนวน 3,527 คน Rocket Media Lab ชวนสำรวจผู้สมัคร สส.เขต ทั้ง 250 คน ของพรรครวมไทยสร้างชาติว่าเป็นใคร มาจากไหนบ้าง เป็นผู้สมัครพรรคเดิม หน้าใหม่ หรือย้ายพรรค?

ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 Rocket Media Lab จัดทำฐานข้อมูลทางการเมืองของผู้สมัคร สส. โดยแยกกลุ่มผู้สมัครเป็น 3 ประเภท ได้แก่
1. ผู้สมัครจากพรรคเดิม ทั้งอดีต สส. และอดีตผู้สมัคร สส. จากการเลือกตั้งปี 2566 หรือปีที่เก่ากว่านั้น
2. ผู้สมัครที่ย้ายมาจากพรรคอื่น ทั้งอดีต สส. และอดีตผู้สมัคร สส. จากการเลือกตั้งปี 2566 หรือปีที่เก่ากว่านั้น โดยนับปีล่าสุดที่ผู้สมัครคนนั้นลงสมัคร สส.
3. ผู้สมัครหน้าใหม่ ซึ่งหมายถึง ผู้ที่ไม่เคยลงสมัคร สส. มาก่อน ทั้ง สส. แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ
เมื่อแยกผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต 250 คน จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ในการเลือกตั้งปี 2569 ตามการจัดประเภทดังกล่าว พบว่า มีผู้สมัครจากพรรคเดิม 35 คน คิดเป็น 14% มีผู้สมัครที่ย้ายมาจากพรรคอื่น 100 คน คิดเป็น 40% และมีผู้สมัครหน้าใหม่ 115 คน คิดเป็น 46%
จากข้อมูลหากเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 จะพบว่าสัดส่วนผู้สมัครย้ายพรรคลดลง จาก 51.75% ในปี 2566 เหลือเพียง 40% ในปี 2569 เช่นเดียวกับสัดส่วนผู้สมัครหน้าใหม่ที่ลดลงจาก 48.25% เหลือ 46% ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งปี 2566 พรรครวมไทยสร้างชาติยังไม่มีฐานผู้สมัครพรรคเดิมเนื่องจากเป็นพรรคการเมืองใหม่ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจำนวนผู้สมัครที่ลดลงจาก 400 คนในปี 2566 เหลือ 250 คนในปี 2569 โดยมีผู้สมัครจากพรรคเดิมเพียง 35 คน จะพบว่าสัดส่วนผู้สมัครเดิมหายไปมากถึง 91.25%
จากนั้นเมื่อแยกตามภูมิภาค จะเห็นได้ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติส่งผู้สมัครพรรคเดิมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นสัดส่วนสูงที่สุด 16.84% และไม่มีผู้สมัครพรรคเดิมเลยในภาคตะวันออก ในขณะที่หน้าใหม่นั้นพบว่าสูงสุดในภาคตะวันตก 77.78% และน้อยที่สุดในภาคใต้ เพียง 37.04% ส่วนผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรคนั้นมีสัดส่วนมากที่สุดในภาคใต้ 51.85%
ผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตจากพรรคเดิม

เมื่อพิจารณาผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต 250 คนจากพรรครวมไทยสร้างชาติ เทียบกับฐานข้อมูลของ Rocket Media Lab พบว่า ผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตที่มาจากพรรคเดิม จำนวน 35 คน ของพรรครวมไทยสร้างชาติ สามารถแบ่งออกได้ดังนี้
1. อดีตผู้สมัคร สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ แบบแบ่งเขต ปี 2566 จำนวน 33 คน คิดเป็น 94.29%
2. อดีตผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ ปี 2566 จำนวน 2 คน คิดเป็น 5.71%
จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ผู้สมัคร สส. ในปี 2569 ที่เป็นพรรคเดิมของพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นอดีตผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตมากที่สุด และมีอดีตผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อมาลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขตด้วย 2 คน
โดยหากพิจารณาเป็นรายภาคจะพบว่า ไม่มีอดีตผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตของพรรครวมไทยสร้างชาติจากการเลือกตั้งปี 2566 นั้น กลับมาลงสมัครในภาคตะวันออกเลย ส่วนภาคที่อดีตผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตกลับมาลงสมัครในนามพรรคเดิมเป็นสัดส่วนมากที่สุดคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จาก 133 คน กลับมาลงสมัครอีกครั้ง 16 คน หรือคิดเป็น 12.03%
นอกจากนี้แม้พรรครวมไทยสร้างชาติในการเลือกตั้งปี 2566 จะได้ สส. แบบแบ่งเขตทั้งหมด 23 คน แต่ในการเลือกตั้งปี 2569 นี้ไม่มีอดีต สส. กลับมาลงสมัครในนามพรรคเดิมเลย
จากนั้นเมื่อพิจารณาว่าผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตจากการเลือกตั้งปี 2566 ที่ไม่ลงสมัคร สส. แบ่งเขตในนามพรรคเดิมว่ามีความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างไร พบว่า อดีตผู้สมัคร สส. ปี 2566 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ 400 คน ที่ไม่ลงสมัครในนามพรรครวมไทยสร้างชาติมีจำนวน 367 คน แยกเป็น
อดีต สส. 23 คน
- ย้ายพรรค 22 คน
- ไม่ลงสมัคร 1 คน
อดีตผู้ลงสมัคร สส. 344 คน
- ย้ายไปลงบัญชีรายชื่อพรรคเดิม 4 คน
- ย้ายพรรค 93 คน
- ไม่ลงสมัคร 247 คน
ผู้สมัคร สส. ที่มาจากการย้ายพรรค

เมื่อพิจารณาผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต 250 คนจากพรรครวมไทยสร้างชาติ เปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของ Rocket Media Lab พบว่ามีผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตที่ย้ายมาจากพรรคอื่น 100 คน ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้
1. อดีตผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 ที่ย้ายมาจากพรรคอื่น จำนวน 60 คน คิดเป็น 60%
2. อดีตผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต ก่อนปี 2566 ที่ย้ายมาจากพรรคอื่น จำนวน 31 คน คิดเป็น 31%
3. อดีตผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ ปี 2566 ที่ย้ายมาจากพรรคอื่น จำนวน 5 คน คิดเป็น 5%
4. อดีตผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ ก่อนปี 2566 ที่ย้ายมาจากพรรคอื่น จำนวน 4 คน คิดเป็น 4%
จากข้อมูลจะพบว่า ว่าที่ผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต 100 คน ของพรรครวมไทยสร้างชาติในการเลือกตั้ง 2569 ย้ายมาจากพรรคการเมืองอื่นรวม 40 พรรค โดยมาเรียงลำดับพรรคได้ ดังนี้
1. ประชาธิปัตย์ 14 คน
2. ไทยภักดี 9 คน
3. เสรีรวมไทย 9 คน
4. ไทยสร้างไทย 5 คน
5. พลังประชารัฐ 5 คน
6. ภูมิใจไทย 5 คน
7. ชาติพัฒนากล้า 4 คน
8. ก้าวไกล 3 คน
9. ไทยสมาร์ท 3 คน
อดีตผู้สมัครจากพรรคอื่นๆ 12 พรรค พรรคละ 2 คน คือ พรรคคลองไทย ชาติไทยพัฒนา แนวทางใหม่ ประชาไทย พลังชาติไทย พลังท้องถิ่นไท พลังศรัทธา เพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน รวมใจไทย ราษฎร์วิถี และเศรษฐกิจใหม่
นอกจากนี้ยังมีอดีตผู้สมัครจากพรรคอื่นๆ อีก 19 พรรค พรรคละ 1 คน ได้แก่ พรรคกรีน ช่วยชาติ ชาติพัฒนา ถิ่นกาขาวชาววิไล ทางเลือกใหม่ ประชากรไทย ประชาชนปฏิรูป ประชาชาติ ประชาธรรมไทย ประชาภิวัฒน์ แผ่นดินธรรม พลังไทยรักไทย พลังแรงงานไทย พลังสังคม เพื่อชาติไทย รวมพลังประชาชาติไทย รักษ์ถิ่นไทย รักษ์ผืนป่าประเทศไทย และอนาคตใหม่
ผู้สมัคร สส. หน้าใหม่

เมื่อพิจารณาผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต 250 คนจากพรรครวมไทยสร้างชาติ เปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของ Rocket Media Lab พบว่า ผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตที่ถือเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ 115 คน สามารถแบ่งออกได้ดังนี้*
1. ประกอบอาชีพส่วนตัว 44 คน
2. นักการเมืองระดับท้องถิ่น 36 คน
3. ข้าราชการ/หน่วยงานรัฐ/รัฐวิสาหกิจ 19 คน
4. นักธุรกิจ 7 คน
5. ผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ 5 คน
6. เครือญาตินักการเมืองท้องถิ่น 4 คน
6. บุคคลผู้มีชื่อเสียงในสังคม 4 คน
8. นักวิชาการ/นักวิจัย 3 คน
9. พนักงาน/ลูกจ้างภาคเอกชน 2 คน
9. เครือญาตินักการเมืองระดับชาติ 2 คน
9. อดีตผู้สมัคร สว. 2 คน
*ว่าที่ผู้สมัคร สส. 1 คน อาจมีได้มากกว่า 1 สถานะ
จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ 115 คน มาจากกลุ่มที่มีอาชีพประกอบอาชีพส่วนตัวมากที่สุด 44 คน รองลงมาก็คือนักการเมืองท้องถิ่น 36 คน ข้าราชการ/หน่วยงานรัฐ/รัฐวิสาหกิจ 19 คน นักธุรกิจ 7 คน ฯลฯ
หากเปรียบเทีบบกับการเลือกตั้งปี 2566 จะพบว่านักการเมืองท้องถิ่นที่เคยเป็นอันดับหนึ่งใน 2566 หล่นลงมาอยู่อันดับ 2 และกลุ่มประกอบอาชีพส่วนตัวที่เคยอยู่อันดับ 5 กลายมาเป็นอันดับหนึ่งแทนในการเลือกตั้งปีนี้ อีกสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือปี 2566 พรรครวมไทยสร้างชาติมีผู้สมัครที่เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง/สังคมอยู่อันดับที่ 8 แต่ปีนี้กลับไม่พบเลย นอกจากนี้ยังมีผู้สมัครหน้าใหม่ที่เป็นอดีตผู้สมัคร สว. มาลงสมัครเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตของพรรครวมไทยสร้างชาติในครั้งนี้ด้วย จำนวน 2 คน
นอกจากนี้หากพิจารณาเป็นรายภาคจะพบว่า เกือบทุกภาคมีผู้สมัครหน้าใหม่ที่ประกอบอาชีพส่วนตัวเป็นสัดส่วนสูงที่สุด มีเพียงภาคตะวันตกและภาคใต้ที่อันดับหนึ่งคือ นักการเมืองระดับท้องถิ่น โดยภาคตะวันตกยังพบผู้สมัครที่เป็นเครือญาตินักการเมืองท้องถิ่นในสัดส่วนที่สูงที่สุดจากทุกภาคอีกด้วย ขณะที่อดีตผู้สมัคร สว. นั้นพบอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 คน และภาคใต้ 1 คน
ดูข้อมูลที่ https://rocketmedialab.co/database-election-69-1/

























