<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>featured Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/featured/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/featured/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Tue, 13 Oct 2026 05:29:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>featured Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/featured/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สำรวจพื้นที่น้ำท่วม 5.12 ล้านไร่ ใน 45 จังหวัด ช่วง 28 ก.ย. &#8211; 4 ต.ค. 69  เกือบ 80% อยู่ในภาคกลาง</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/thailand-flood-area-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Oct 2026 05:21:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8281</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/thailand-flood-area-2026/">สำรวจพื้นที่น้ำท่วม 5.12 ล้านไร่ ใน 45 จังหวัด ช่วง 28 ก.ย. &#8211; 4 ต.ค. 69  เกือบ 80% อยู่ในภาคกลาง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">จาก<a href="https://gistda.or.th/th/news/gistda-%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C/">ข้อมูล</a>ภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2569 เผยให้เห็นภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทยที่มีพื้นที่น้ำท่วมสะสมสูงถึง 5,122,560 ไร่ (ราว 8,196 ตารางกิโลเมตร) ครอบคลุม 45 จังหวัดทั่วประเทศ โดยพื้นที่น้ำท่วมกระจุกตัวอย่างหนักในภาคกลาง ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนกว่า 1.58 ล้านคน และกว่า 21,800 ครัวเรือน</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab นำข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมรายจังหวัดจาก GISTDA มาวิเคราะห์แบบแยกรายภาค เพื่อหาว่าวิกฤตน้ำท่วมขังรวมกว่า 5.12 ล้านไร่ ใน 45 จังหวัดนี้ กระจุกตัวอยู่ที่ไหน เกิดจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์หรืออื่นใด และเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับขนาดพื้นที่จริงของแต่ละจังหวัด จะพบความแตกต่างของระดับความรุนแรงอย่างไรบ้าง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-flood-45-provinces-1-scaled.png" alt="" class="wp-image-8294" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-flood-45-provinces-1-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-flood-45-provinces-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-flood-45-provinces-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-flood-45-provinces-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-flood-45-provinces-1-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-flood-45-provinces-1-1638x2048.png 1638w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่น้ำท่วม 5.12 ล้านไร่ เกือบ 80% อยู่ในภาคกลาง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจาก GISTDA รายงานน้ำท่วมสะสม 7 วัน ระหว่างวันที่ 28 กันยายน &#8211; 4 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยมีพื้นที่น้ำท่วม 5,122,560 ไร่ คิดเป็นราว 8,196 ตารางกิโลเมตร เมื่อแยกรายภาคแล้ว พบว่า ภาคกลางมีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด 4,090,500 ไร่ ใน 22 จังหวัด คิดเป็น 79.85% ของพื้นที่ท่วมทั้งประเทศ รองลงมาคือภาคตะวันออก 854,800 ไร่ ใน 7 จังหวัด หรือ 16.69% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 127,360 ไร่ ใน 13 จังหวัด หรือ 2.49% และภาคตะวันตก 49,900 ไร่ ใน 3 จังหวัด หรือ 0.97% ส่วนภาคเหนือและภาคใต้ไม่ปรากฏในรายงานรอบนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">พื้นที่น้ำท่วมกระจายตัวอยู่ใน 45 จังหวัดจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยนำมาจัดอันดับ 10 จังหวัดที่มีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด ได้ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>นครสวรรค์ 765,000 ไร่</li>



<li>พระนครศรีอยุธยา 594,800 ไร่</li>



<li>สุพรรณบุรี 576,300 ไร่</li>



<li>ปราจีนบุรี 398,500 ไร่</li>



<li>ฉะเชิงเทรา 380,000 ไร่</li>



<li>พิจิตร 330,400 ไร่</li>



<li>นครนายก 282,600 ไร่</li>



<li>สุโขทัย 198,200 ไร่</li>



<li>นครปฐม 163,600 ไร่</li>



<li>ชัยนาท 160,000 ไร่</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำมาจัดกลุ่มตามพื้นที่น้ำท่วม จะแยกได้ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>พื้นที่น้ำท่วมเกิน 500,000 ไร่ มี 3 จังหวัด</strong> ได้แก่ นครสวรรค์ 765,000 ไร่, พระนครศรีอยุธยา 594,800 ไร่ และสุพรรณบุรี 576,300 ไร่&nbsp;</li>



<li><strong>พื้นที่น้ำท่วม 200,001 ถึง 500,000 ไร่ มี 4 จังหวัด</strong> ได้แก่ ปราจีนบุรี 398,500 ไร่, ฉะเชิงเทรา 380,000 ไร่, พิจิตร 330,400 ไร่ และนครนายก 282,600 ไร่</li>



<li><strong>พื้นที่น้ำท่วมช่วง 100,001 ถึง 200,000 ไร่ มี 8 จังหวัด</strong> ได้แก่ สุโขทัย 198,200 ไร่, นครปฐม 163,600 ไร่, ชัยนาท 160,000 ไร่, ลพบุรี 158,400 ไร่, กำแพงเพชร 123,500 ไร่, อ่างทอง 122,700 ไร่, ปทุมธานี 119,500 ไร่ และพิษณุโลก 113,400 ไร่</li>



<li><strong>พื้นที่น้ำท่วมช่วง 50,001 ถึง 100,000 ไร่ มี 4 จังหวัด</strong> ได้แก่ สระบุรี 89,500 ไร่, สิงห์บุรี 82,100 ไร่, เพชรบูรณ์ 65,900 ไร่ และชลบุรี 51,100 ไร่</li>



<li><strong>พื้นที่น้ำท่วมช่วง 10,000 ถึง 50,000 ไร่ มี 11 จังหวัด</strong> ได้แก่ อุทัยธานี 48,600 ไร่, บุรีรัมย์ 45,800 ไร่, กรุงเทพมหานคร 45,200 ไร่, นนทบุรี 30,900 ไร่, ราชบุรี 29,300 ไร่, กาญจนบุรี 17,900 ไร่, สมุทรปราการ 17,200 ไร่, บึงกาฬ 16,300 ไร่, สระแก้ว 15,800 ไร่, สกลนคร 11,900 ไร่ และนครพนม 11,000 ไร่</li>



<li><strong>พื้นที่น้ำท่วมต่ำกว่า 10,000 ไร่</strong> <strong>มี 15 จังหวัด</strong> ได้แก่ อุดรธานี 9,600 ไร่, นครราชสีมา 8,700 ไร่, ชัยภูมิ 8,400 ไร่, ระยอง 6,500 ไร่, หนองคาย 5,400 ไร่, สุรินทร์ 4,700 ไร่, ร้อยเอ็ด 4,700 ไร่, เพชรบุรี 2,700 ไร่, จันทบุรี 2,500 ไร่, สมุทรสงคราม 2,400 ไร่, ยโสธร 700 ไร่, ตราด 400 ไร่, สมุทรสาคร 300 ไร่, ขอนแก่น 100 ไร่ และศรีสะเกษ 60 ไร่</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ เมื่อนำพื้นที่น้ำท่วมมาเทียบกับขนาดพื้นที่ทั้งจังหวัดเพื่อสะท้อนระดับความรุนแรงของแต่ละจังหวัด สามารถจัดอันดับ 10 จังหวัดแรกที่มีสัดส่วนพื้นที่น้ำท่วมต่อพื้นที่จังหวัดสูงสุด ได้ดังนี้<br>&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>พระนครศรีอยุธยา พื้นที่ท่วมคิดเป็น 37.22% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>นครนายก พื้นที่ท่วมคิดเป็น 21.31% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>อ่างทอง พื้นที่ท่วมคิดเป็น 20.27% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>สุพรรณบุรี พื้นที่ท่วมคิดเป็น 17.21% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>สิงห์บุรี พื้นที่ท่วมคิดเป็น 15.97% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>ปราจีนบุรี พื้นที่ท่วมคิดเป็น 13.39% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>นครสวรรค์ พื้นที่ท่วมคิดเป็น 12.75% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>ปทุมธานี พื้นที่ท่วมคิดเป็น 12.53% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>นครปฐม พื้นที่ท่วมคิดเป็น 12.07% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>พิจิตร พื้นที่ท่วมคิดเป็น 11.67% ของพื้นที่จังหวัด</li>
</ol>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-flood-area-central-region-scaled.png" alt="" class="wp-image-8283" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-flood-area-central-region-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-flood-area-central-region-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-flood-area-central-region-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-flood-area-central-region-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-flood-area-central-region-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-flood-area-central-region-1638x2048.png 1638w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่น้ำท่วมภาคกลาง: นครสวรรค์มีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด แต่อยุธยาท่วมหนักสุดเมื่อเทียบสัดส่วนจังหวัด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA (28 กันยายน &#8211; 4 ตุลาคม 2569) รายงานว่า ภาคกลาง เป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักที่สุดในประเทศ โดยมีพื้นที่น้ำท่วมสูงถึง 4,090,500 ไร่ ครอบคลุม 22 จังหวัด ซึ่งคิดเป็น 79.85% ของพื้นที่น้ำท่วมรวมทั้งประเทศ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. นครสวรรค์ 765,000 ไร่ (ราว 1,224 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. พระนครศรีอยุธยา 594,800 ไร่ (ราว 951.68 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. สุพรรณบุรี 576,300 ไร่ (ราว 922.08 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://mgronline.com/local/detail/9690000095517">ปัจจัยหลัก</a>ที่ทำให้นครสวรรค์มีพื้นที่น้ำท่วมมาก มาจากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่นครสวรรค์เป็นด่านรับน้ำแรกจากภาคเหนือ โดยเป็นจุดที่แม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านไหลมารวมกันบริเวณปากน้ำโพเกิดเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเกิดฝนตกหนักทางตอนบน มวลน้ำทั้งหมดจึงไหลมากองรวมกันที่นี่ นอกจากนี้ ยังมีน้ำป่าหลากและน้ำล้นอ่างเก็บน้ำจากพื้นที่เทือกเขาใกล้เคียง เช่น เทือกเขาแม่วงก์ และอ่างเก็บน้ำคลองโพธิ์ (อ.แม่เปิน) ไหลสมทบเข้ามาอย่างรวดเร็ว ประกอบกับสภาพพื้นที่บางแห่งเป็นที่ราบลุ่มต่ำริมน้ำ เช่น ชุมชนเกาะยม เมื่อปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาสูงเกินความจุ น้ำจึงเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างเลี่ยงไม่ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม แม้นครสวรรค์จะมีขนาดพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับขนาดพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด จะพบว่าพื้นที่น้ำท่วมคิดเป็น 12.75% ของพื้นที่จังหวัดเท่านั้น ขณะที่พระนครศรีอยุธยามีพื้นที่น้ำท่วมสูงถึง 37.22% หรือคิดเป็นพื้นที่กว่า 1 ใน 3 ของทั้งจังหวัด</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-flood-area-eastern-region-scaled.png" alt="" class="wp-image-8284" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-flood-area-eastern-region-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-flood-area-eastern-region-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-flood-area-eastern-region-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-flood-area-eastern-region-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-flood-area-eastern-region-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-flood-area-eastern-region-1638x2048.png 1638w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่น้ำท่วมภาคตะวันออก: ปราจีนบุรีและฉะเชิงเทราครองพื้นที่ท่วมสูงสุด คิดเป็นกว่า 91% ของทั้งภาค</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA (28 กันยายน &#8211; 4 ตุลาคม 2569) รายงานว่า ภาคตะวันออก มีพื้นที่น้ำท่วมสะสมรวม 854,800 ไร่ ครอบคลุม 7 จังหวัด ซึ่งคิดเป็น 16.69% ของพื้นที่น้ำท่วมรวมทั้งประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. ปราจีนบุรี 398,500 ไร่&nbsp; (ราว 637.6 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. ฉะเชิงเทรา 380,000 ไร่&nbsp; (ราว 608 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. ชลบุรี 51,100 ไร่&nbsp; (ราว 81.76 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.facebook.com/watch/?v=2124072471532249">ปัจจัย</a>หลักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมหนักกระจุกตัวในพื้นที่ดังกล่าว มาจากการที่ทั้งปราจีนบุรีและฉะเชิงเทราตั้งอยู่ใน ลุ่มน้ำปราจีนบุรี-บางปะกง ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำหลักของภูมิภาค โดยปราจีนบุรีรับน้ำจากทางตอนบน รายงานล่าสุดจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 10 ต.ค. 2569 <a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/570722">ระบุว่า</a> เกิดน้ำท่วมใน 6 อำเภอ (กบินทร์บุรี, เมืองฯ, ศรีมหาโพธิ, ประจันตคาม, บ้านสร้าง และศรีมโหสถ) รวม 59 ตำบล 641 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 59,832 ครัวเรือน และเสียชีวิต 23 ราย โดยปัจจุบันระดับน้ำเริ่มมีแนวโน้มลดลงแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนล่างริมแม่น้ำบางปะกง ต้องรับมวลน้ำมหาศาลที่ไหลลงมาจากทางตอนเหนือและเจอปัญหา<a href="https://www.youtube.com/watch?v=57-W-DeYSgk">ภาวะน้ำทะเลหนุนสูง</a>ในอ่าวไทย น้ำทะเลจึงดันกลับเข้ามาในแม่น้ำบางปะกง การระบายน้ำเป็นไปได้ยาก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมกระจายวงกว้างใน 8 อำเภอ (บางน้ำเปรี้ยว, บางคล้า, พนมสารคาม, แปลงยาว, เมืองฯ, บ้านโพธิ์, คลองเขื่อน และราชสาส์น) รวม 75 ตำบล 673 หมู่บ้าน มีผู้ได้รับผลกระทบ 54,729 ครัวเรือน และระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่าภาคตะวันออกมีการกระจุกตัวของน้ำท่วมอย่างชัดเจน โดยใน 2 จังหวัดอย่างปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา มีพื้นที่น้ำท่วมรวมกันสูงถึง 91.07% ของพื้นที่น้ำท่วมทั้งหมดในภาคตะวันออก ขณะที่อีก 5 จังหวัดที่เหลือ มีพื้นที่น้ำท่วมรวมกันเพียง 76,300 ไร่ หรือไม่ถึง 9% ของทั้งภูมิภาค</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-flood-area-northeast-region-scaled.png" alt="" class="wp-image-8285" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-flood-area-northeast-region-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-flood-area-northeast-region-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-flood-area-northeast-region-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-flood-area-northeast-region-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-flood-area-northeast-region-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-flood-area-northeast-region-1638x2048.png 1638w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่น้ำท่วมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: กระจายวงกว้าง 13 จังหวัด แต่พื้นที่น้ำท่วมรวมกันไม่ถึงครึ่งของนครนายก</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA (28 กันยายน &#8211; 4 ตุลาคม 2569) รายงานว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่น้ำท่วมสะสมรวม 127,360 ไร่ จาก 13 ใน 20 จังหวัด ซึ่งคิดเป็นเพียง 2.49% ของพื้นที่น้ำท่วมรวมทั้งประเทศ เมื่อเทียบพื้นที่แล้วภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวมกันยังมีพื้นที่น้ำท่วมไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจังหวัดนครนายกเพียงจังหวัดเดียว ที่มีพื้นที่น้ำท่วมจำนวน 282,600 ไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. บุรีรัมย์ 45,800 ไร่ (ราว 73.28 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. บึงกาฬ 16,300 ไร่ (ราว 26.08 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. สกลนคร 11,900 ไร่ (ราว 19.04 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://siamrath.co.th/regional/325814">ปัจจัยหลัก</a>ที่ทำให้ บุรีรัมย์ กลายเป็นพื้นที่น้ำท่วมสูงที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกิดจากอิทธิพลของฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำหลากและน้ำท่วมขังในวงกว้าง ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2569 จาก<a href="https://www.naewna.com/n/national-news/105171/">ศูนย์บัญชาการอุทกภัยจังหวัดบุรีรัมย์</a> ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบครอบคลุม 12 อำเภอ 75 ตำบล 660 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 14,901 ครัวเรือน หรือกว่า 39,912 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากนำขนาดพื้นที่น้ำท่วมไปเปรียบเทียบกับขนาดพื้นที่ทั้งหมดของแต่ละจังหวัด จะพบว่าน้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นการกระจายตัวเฉพาะจุด โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนพื้นที่น้ำท่วมสูงที่สุดอย่าง บุรีรัมย์ มีพื้นที่น้ำท่วมราว 73.28 ตร.กม. คิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.71% ของพื้นที่ทั้งจังหวัดเท่านั้น ถัดมาคือ บึงกาฬ คิดเป็น 0.61% และ สกลนคร คิดเป็น 0.20% ขณะที่จังหวัดใหญ่อย่างนครราชสีมา และขอนแก่น มีสัดส่วนพื้นที่ท่วมไม่ถึง 0.1% ของจังหวัด สะท้อนให้เห็นว่าแม้ภาคอีสานจะมีจำนวนจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมมากถึง 13 จังหวัด แต่ระดับความรุนแรงในเชิงสัดส่วนพื้นที่ของแต่ละจังหวัดยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับภาคกลางและภาคตะวันออก</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info5-flood-area-western-region-scaled.png" alt="" class="wp-image-8286" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info5-flood-area-western-region-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info5-flood-area-western-region-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info5-flood-area-western-region-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info5-flood-area-western-region-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info5-flood-area-western-region-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info5-flood-area-western-region-1638x2048.png 1638w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่น้ำท่วมภาคตะวันตก: จำนวนพื้นที่น้ำท่วมน้อยสุดเพียง 0.97% ของประเทศ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA (28 กันยายน &#8211; 4 ตุลาคม 2569) รายงานว่า ภาคตะวันตก มีพื้นที่น้ำท่วมสะสม 49,900 ไร่ จาก 3 ใน 5 จังหวัด ใกล้เคียงกับขนาดพื้นที่น้ำท่วมของกรุงเทพมหานครที่มี 45,200 ไร่ โดยคิดเป็นเพียง 0.97% ของพื้นที่น้ำท่วมรวมทั้งประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. ราชบุรี 29,300 ไร่ (ราว 46.88 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. กาญจนบุรี 17,900 ไร่ (ราว 28.64 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. เพชรบุรี 2,700 ไร่ (ราว 4.32 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/570851">ปัจจัย</a>ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมในภาคตะวันตกเกิดจากฝนตกหนักสะสม และน้ำป่าไหลหลากฉับพลันจนทำให้น้ำระบายไม่ทัน ขณะที่เขื่อนขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์ มีน้ำกักเก็บใกล้เต็มความจุ ต้องเร่งปริมาณระบายน้ำและอาจทำให้เกิดพื้นที่น้ำท่วมขัง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของ GISTDA ระบุปริมาณน้ำท่วมสะสมถึงวันที่ 4 ตุลาคม แต่ในคืนวันที่ 5 ตุลาคม จังหวัดราชบุรีได้เกิดฝนตกหนักจนมีน้ำป่าไหลหลากลงมาจากพื้นที่ภูเขา เข้าท่วมบ้านเรือนและเส้นทางคมนาคมใน อ.จอมบึง และ อ.โพธาราม ซ้ำเติมอีกระลอก บางจุดระดับน้ำสูงถึงระดับคอ ขณะที่ข้อมูลวันที่ 12 ตุลาคม 2569 สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) <a href="https://today.line.me/th/v3/article/BEmv8vN">ระบุ</a>ว่ายังมีน้ำท่วมขังรวม 7 อำเภอ ส่งผลกระทบกว่า 11,689 ครัวเรือน และยังต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาความรุนแรงในเชิงสัดส่วนต่อขนาดจังหวัด พบว่าภาคตะวันตกมีสัดส่วนพื้นที่น้ำท่วมต่ำมาก โดย ราชบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ท่วมหนักที่สุดในภาค มีพื้นที่น้ำท่วมคิดเป็นเพียง 0.90% ของพื้นที่จังหวัดเท่านั้น ขณะที่ กาญจนบุรี คิดเป็น 0.15% และ เพชรบุรี คิดเป็นเพียง 0.07% ของพื้นที่จังหวัด สะท้อนว่าภาพรวมของภาคตะวันตกเป็นการเกิดน้ำท่วมขังเฉพาะจุดและน้ำไหลหลากเป็นช่วงเวลา ไม่ได้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างต่อเนื่องในลักษณะแบบภาคกลาง</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/thailand-flood-area-2026/">สำรวจพื้นที่น้ำท่วม 5.12 ล้านไร่ ใน 45 จังหวัด ช่วง 28 ก.ย. &#8211; 4 ต.ค. 69  เกือบ 80% อยู่ในภาคกลาง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รวมบทเรียนจากการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/vote62-sso-board-election-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Oct 2026 11:41:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[vote62]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งประกันสังคม2569]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8271</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3585;&#3634;&#3619;&#3648;&#3621;&#3639;&#3629;&#3585 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/vote62-sso-board-election-2026/">รวมบทเรียนจากการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><br><br>การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 จัดขึ้นทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 5,233 หน่วยเลือกตั้ง พบว่า มีผู้ประกันตนมาใช้สิทธิ 1,003,615 คน และนายจ้างมาใช้สิทธิราว 12,200 ราย เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งในปี 2566 ถึง 533% และ 733% ตามลำดับ<br><br>ในภาพรวม การสังเกตการณ์เลือกตั้งครั้งนี้พบว่า บัตรเสียมีจำนวนไม่มาก โดยส่วนใหญ่เป็น “บัตรเสียบางส่วน” ซึ่งเกิดจากการลงคะแนนให้ผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิ์ ส่วนบัตรเสียในรูปแบบอื่นพบค่อนข้างน้อย<br><br>การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับครั้งก่อน ส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นผลจากการยกเลิกเงื่อนไขที่ผู้มีสิทธิต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ทำให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงการเลือกตั้งได้สะดวกขึ้น นับเป็นการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่มีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุดนับตั้งแต่กองทุนประกันสังคมก่อตั้งขึ้น อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้มาใช้สิทธิที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การจัดการบางขั้นตอนล่าช้า ตั้งแต่การเข้าคิวลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ไปจนถึงการรวบรวมคะแนนจากศูนย์ต่างๆ ทั่วประเทศ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="971" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตัวอย่างบัตรเสียบางส่วน1-1024x971.jpg" alt="" class="wp-image-8277" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตัวอย่างบัตรเสียบางส่วน1-1024x971.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตัวอย่างบัตรเสียบางส่วน1-300x285.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตัวอย่างบัตรเสียบางส่วน1-768x729.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตัวอย่างบัตรเสียบางส่วน1-1536x1457.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตัวอย่างบัตรเสียบางส่วน1-2048x1943.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption class="wp-element-caption">ตัวอย่าง “บัตรเสียบางส่วน” เลขไม่ชัดว่าเป็นเลข 45 หรือ 46 </figcaption></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากการสังเกตการณ์ พบประเด็นที่ควรปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. เว็บไซต์ประกันสังคมไม่เสถียรในช่วงเลือกตั้ง</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม <a href="https://sso.go.th">sso.go.th</a> ใช้งานได้ไม่สม่ำเสมอในช่วงสัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง โดยบางช่วงสามารถเข้าใช้งานได้ แต่บางช่วงไม่สามารถโหลดหน้าเว็บได้ ปัญหานี้เป็นอุปสรรคต่อผู้มีสิทธิที่ต้องการตรวจสอบสถานะและสถานที่ลงคะแนนของตนเอง ทำให้มีรายงานว่า ผู้ลงคะแนนไปผิดหน่วย และต้องเดินทางย้ายหน่วยโดยที่ไม่มั่นใจว่า หน่วยที่จะต้องไปนั้นเป็นหน่วยที่ถูกต้องหรือไม่</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. ขั้นตอนและเอกสารที่ยุ่งยากในการลงคะแนนฝ่ายนายจ้าง</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างกำหนดให้ผู้ใช้สิทธิต้องเตรียมเอกสารหลายรายการ นอกเหนือจากบัตรประชาชนแล้ว ยังต้องใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน กรณีที่มีการมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจตามที่ระบุในหนังสือรับรองบริษัทและสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจนั้นๆ เงื่อนไขดังกล่าวเพิ่มภาระในการเตรียมเอกสารและอาจเป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิของนายจ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ผู้ใช้สิทธิฝ่ายนายจ้างไม่สามารถใช้เลขทะเบียนนิติบุคคลหรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (Tax ID) ในการค้นหาข้อมูลได้ แต่ต้องใช้เลขบัญชีนายจ้างจำนวน 10 หลัก ซึ่งเป็นข้อมูลคนละชุดกับเลขทะเบียนนิติบุคคลที่ผู้ประกอบการคุ้นเคยมากกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกปัญหาที่พบซ้ำกันคือ ข้อมูลหมายเลขผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกันระหว่างช่องทางออนไลน์ ป้ายรายชื่อหน้าหน่วย และบัญชีรายชื่อภายในหน่วยเลือกตั้ง ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สิทธิพบชื่อบริษัทและหมายเลขของตนบนป้ายหน้าหน่วย แต่เมื่อเข้าไปลงชื่อรับบัตรเลือกตั้งกลับไม่พบชื่อ หรือพบชื่อแต่หมายเลขไม่ตรงกับข้อมูลหน้าหน่วย ความคลาดเคลื่อนดังกล่าวทำให้เกิดความสับสนและอาจทำให้การตรวจสอบสิทธิใช้เวลานานขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. การมุดกระดานขีดคะแนนที่ผู้สังเกตการณ์มองเห็นได้ไม่ชัดเจน</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">หลังปิดหีบเลือกตั้ง ในขั้นตอนการขานคะแนนและบันทึกคะแนนลงบนกระดาน พบปัญหาคล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งทั่วไป กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยบางแห่งระบุว่ามีพื้นที่ไม่เพียงพอ จึงนำกระดานบันทึกคะแนนหลายใบมาแขวนรวมกันเป็นปึกเดียว เมื่อมีการขานคะแนนจึงค่อยเปิดกระดาษและมุดเข้าไปขีดคะแนนด้านใน</p>



<p class="wp-block-paragraph">วิธีการดังกล่าวทำให้ผู้สังเกตการณ์ไม่สามารถมองเห็นการบันทึกคะแนนได้อย่างชัดเจน จึงเป็นข้อจำกัดต่อการตรวจสอบความถูกต้องของการนับคะแนนแบบเรียลไทม์ การจัดพื้นที่และรูปแบบการแสดงกระดานคะแนนควรเอื้อให้ผู้สังเกตการณ์สามารถติดตามขั้นตอนการนับคะแนนได้โดยไม่ถูกบดบัง</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="577" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/v1-1024x577.jpg" alt="" class="wp-image-8272" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/v1-1024x576.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/v1-300x169.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/v1-768x432.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/v1-1536x865.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/v1-600x337.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/v1.jpg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption class="wp-element-caption">ตัวอย่างการมุดกระดานขีดคะแนน<br>ภาพโดย: คิม ไชยสุขประเสริฐ</figcaption></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. พื้นที่ลงคะแนนแออัดและการจัดคิวล่าช้า</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สถานที่เลือกตั้งบางแห่งมีหน่วยลงคะแนนจำนวนมากตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ทำให้เกิดความแออัด ทั้งในบริเวณหน่วยเลือกตั้งและเส้นทางสัญจรภายในสถานที่ การจัดคิวและการเคลื่อนตัวของผู้มาใช้สิทธิจึงเป็นไปอย่างล่าช้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหานี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการประเมินความเหมาะสมของพื้นที่ จำนวนหน่วยเลือกตั้ง และการจัดเส้นทางเข้าออกให้สอดคล้องกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ โดยเฉพาะเมื่อการเลือกตั้งเปิดให้ผู้มีสิทธิเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมีผู้มาใช้สิทธิมากกว่าครั้งก่อนอย่างมีนัยสำคัญ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5. แบบฟอร์มบันทึกคะแนนระบุข้อมูลประจำหน่วยไม่ละเอียดพอ</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในการนับคะแนน พบข้อจำกัดของหัวกระดาษในแบบฟอร์มบันทึกคะแนน (สปส.ลต.2/6) ทั้งแบบฟอร์มขนาดใหญ่ที่ติดบนกระดาน และแบบฟอร์มขนาดเล็ก ซึ่งไม่มีช่องระบุหมายเลขหน่วยย่อยที่แน่ชัด โดยมีเพียงช่องสำหรับชื่อสถานที่เลือกตั้ง เขต และจังหวัด แต่ไม่ได้ระบุว่าสถานที่เลือกตั้งนั้นเป็นแห่งที่เท่าใดในพื้นที่เดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากสถานที่แห่งหนึ่งมีหลายหน่วยเลือกตั้ง การขาดข้อมูลระบุหน่วยอย่างละเอียดอาจทำให้เกิดความสับสนในการจัดเก็บเอกสารและเป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบคะแนนย้อนหลัง จึงควรปรับปรุงแบบฟอร์มให้มีข้อมูลระบุหน่วยเลือกตั้งอย่างครบถ้วนและตรวจสอบย้อนกลับได้<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="860" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตัวอย่างฟอร์มที่หัวกระดาษไม่ชัด-860x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8274" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตัวอย่างฟอร์มที่หัวกระดาษไม่ชัด-860x1024.jpg 860w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตัวอย่างฟอร์มที่หัวกระดาษไม่ชัด-252x300.jpg 252w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตัวอย่างฟอร์มที่หัวกระดาษไม่ชัด-767x914.jpg 767w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตัวอย่างฟอร์มที่หัวกระดาษไม่ชัด-1289x1536.jpg 1289w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตัวอย่างฟอร์มที่หัวกระดาษไม่ชัด-1719x2048.jpg 1719w" sizes="(max-width: 860px) 100vw, 860px" /><figcaption class="wp-element-caption">ภาพแบบฟอร์มที่หัวกระดาษไม่ได้ระบุหน่วยย่อยของสถานที่เลือกตั้ง</figcaption></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความท้าทายของการเลือกตั้งครั้งต่อไป</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">แม้การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 จะใช้เวลารับรองผลนานถึง 2 เดือน โดยกระทรวงแรงงานมีคำสั่งแต่งตั้งในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 แต่ในการเลือกตั้ง ปี 2569 สำนักงานประกันสังคมคาดว่าจะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการภายใน 30 วันหลังวันเลือกตั้ง ทั้งนี้ ต้องติดตามการประกาศผลอย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันตัวเลขผู้มาใช้สิทธิและผลคะแนนที่ถูกต้อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีผู้มาใช้สิทธิมากที่สุดนับตั้งแต่กองทุนประกันสังคมก่อตั้งขึ้น แต่เมื่อเปรียบเทียบกับฐานผู้มีสิทธิทั้งหมด จะพบว่าสัดส่วนผู้มาใช้สิทธิยังอยู่ในระดับต่ำ หากใช้จำนวนผู้มีสิทธิประมาณ 400,000 คนในฝ่ายนายจ้าง และ 11 ล้านคนในฝ่ายผู้ประกันตนเป็นฐานคำนวณ จะมีผู้มาใช้สิทธิฝ่ายนายจ้างประมาณ 2.68% และฝ่ายผู้ประกันตนประมาณ 7.45%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การเพิ่มจำนวนผู้มาใช้สิทธิเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโจทย์การพัฒนาการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ในระยะต่อไปยังจำเป็นต้องทำให้กระบวนการใช้สิทธิเข้าถึงง่ายขึ้น ข้อมูลมีความถูกต้องตรงกัน ระบบและสถานที่เลือกตั้งรองรับผู้ใช้สิทธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส เพื่อให้ผู้ประกันตนและนายจ้างมีโอกาสใช้สิทธิและติดตามการนับคะแนนได้อย่างมั่นใจ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตะกร้าบัตร-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-8275" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตะกร้าบัตร-1024x576-1.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตะกร้าบัตร-300x169.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตะกร้าบัตร-768x432.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตะกร้าบัตร-1536x864.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตะกร้าบัตร-2048x1152.jpg 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตะกร้าบัตร-600x337.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">VOTE62 เป็นแพลตฟอร์มรายงานผลการเลือกตั้งแบบคราวด์ซอร์ส (Crowdsourcing) ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง opendream บริษัทที่นำเอาความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาสังคม, iLaw องค์กรที่จับตาด้านกฎหมายและนโยบายของไทย และ Rocket Media Lab องค์กรที่ทำงานด้านข้อมูลเพื่อสื่อสารมวลชน</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/vote62-sso-board-election-2026/">รวมบทเรียนจากการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ชุมชนแออัด” เป็นของใคร ในเมืองหลวงแห่งความเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-slum/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 09:42:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนคลองเตย]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนแออัด]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านมั่นคง]]></category>
		<category><![CDATA[สลัม]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์]]></category>
		<category><![CDATA[แออัด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8220</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3623;&#3633;&#3609;&#3592;&#3633;&#3609;&#3607;&#3619 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-slum/">“ชุมชนแออัด” เป็นของใคร ในเมืองหลวงแห่งความเหลื่อมล้ำ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>กรุงเทพมหานครมีชุมชนแออัดจำนวน 640 ชุมชน มีประชากรผู้อยู่อาศัยมากถึง 625,457 คน คิดเป็น 11.31% ของประชากรที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน</li>



<li>พื้นที่ชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ มีพื้นที่รวมประมาณ 7,028.84 ไร่ มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ยสูงถึง 55,615 คนต่อตารางกิโลเมตร หรือเฉลี่ยประมาณ 89 คนต่อไร่ ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากลและเข้าเกณฑ์ชุมชนแออัดตามกฎหมายไทย</li>



<li>แม้จะมีภาพจำว่าชุมชนแออัดเป็นผู้บุกรุก แต่ในความเป็นจริงสัดส่วนพื้นที่ที่สูงที่สุดคือคนในชุมชนถือครองกรรมสิทธิ์เอง คิดเป็น 20.41% ของพื้นที่ทั้งหมด รองลงมาคือหน่วยงานภาครัฐถือครอง 17.34% เอกชนถือครอง 12.91% และกรมการศาสนาถือครอง 8.12%</li>



<li>มีชุมชนแออัดจำนวน 238 แห่ง (37.19%) ตั้งอยู่บนที่ดินที่มีราคาประเมินตั้งแต่ 100,000 บาทต่อตารางวาขึ้นไป และมีบางชุมชนในย่านศูนย์กลางธุรกิจตั้งอยู่บนที่ดินราคาสูงถึง 650,000 บาทต่อตารางวา ส่งผลให้ชุมชนบนที่ดินมูลค่าสูงเหล่านี้เผชิญความเสี่ยงต่อการถูกเลิกสัญญาเช่าหรือเวนคืนพื้นที่</li>



<li>แม้รัฐบาลจะดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยผ่าน &#8220;โครงการบ้านมั่นคง&#8221; และแผนแม่บท 20 ปี แต่การดำเนินงานยังประสบอุปสรรคเนื่องจากเงื่อนไขสินเชื่อสถาบันการเงินไม่สอดคล้องกับโครงสร้างรายได้อันไม่แน่นอนของแรงงานนอกระบบ รวมถึงปัญหาความซ้ำซ้อนและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกัน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปี จะเป็นวันที่อยู่อาศัยโลก (World Habitat Day) ในปีนี้ตรงกับวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งมาจากพันธกิจหลักของ โครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (<a href="https://capitalfm.africa/un-habitat-opens-nominations-2026-scroll-of-honour-award/">UN-Habitat</a>) อันเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติ ในการส่งเสริมการพัฒนาเมืองและชุมชนเมืองให้มีความยั่งยืน ครอบคลุม และปลอดภัย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรุงเทพมหานคร ได้รับการโหวตว่าเป็นอันดับ 1 ของโลกสำหรับนักเดินทางสายดิจิทัล (Digital Nomad) จากจุดเด่นด้านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและค่าครองชีพที่เข้าถึงได้ อันดับ 1 ของเมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับคนรุ่นใหม่ Gen Z ประจำปี 2568 และล่าสุดในปี 2569 ก็คว้าอันดับ 3 เมืองน่าไปที่สุดในโลกปี 69 จาก นิวยอร์กไทมส์ แต่จริงๆ แล้วกรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคนไหม โดยเฉพาะคนที่อาจจะไม่มีสิทธิในที่อยู่อาศัยของตนเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">คำถามเรื่องสิทธิในที่อยู่อาศัยยังคงเป็นโจทย์ที่ซับซ้อนของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ&nbsp; โดยเฉพาะกรณีการถกเถียงครั้งใหญ่เกี่ยวกับแนวคิดในการย้ายและรื้อถอนชุมชนแออัดคลองเตยบนพื้นที่กว่า <a href="https://www.salika.co/2019/01/27/klongtoei-bangkok-smart-community/">2,353 ไร่</a> ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาสู่<a href="https://www.checkraka.com/condo/news/118221/">โครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City)</a>, ศูนย์กลางโลจิสติกส์ และพื้นที่เชิงพาณิชย์มิกซ์ยูส&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งแผนการย้ายประชากรชุมชนคลองเตยกว่า <a href="https://www.engineeringtoday.net/%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%97-%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A2-smart-community/">26 ชุมชน ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยประมาณ 12,000-13,000 ครัวเรือน</a>ผ่านโครงการ &#8220;Smart Community&#8221; ทำให้เกิดข้อถกเถียงสำคัญระหว่างผลประโยชน์การพัฒนาเมือง กับวิถีชีวิตคนจนเมืองด้วย โดยพบว่าในมุมมองเชิงนโยบาย มองว่าการปรับเปลี่ยนพื้นที่ช่วยลดต้นทุนทางสังคมของเมืองหลวง ทั้งปัญหามลพิษ PM2.5 การจราจรติดขัดจากรถบรรทุกสินค้า พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนให้ย้ายเข้าไปอยู่อาศัยใน<a href="https://www.engineeringtoday.net/%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%97-%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A2-smart-community/">คอนโดมิเนียมแนวตั้งสูง 25 ชั้น (ขนาด 33 ตารางเมตร)</a> ที่มีระบบสุขาภิบาล ตลาด โรงเรียน และสาธารณูปโภคครบครัน หรือเลือกรับสิทธิ์ที่ดินเปล่าขนาด 19.5 ตารางวา ย่านหนองจอก หรือรับเงินขวัญถุงเพื่อกลับภูมิลำเนา&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกันภาคประชาสังคมและนักวิชาการก็ตั้งคำถามถึงความสอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง เนื่องจากผู้คนในคลองเตยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง ค้าขาย หรือรับจ้างแบกสินค้าในท่าเรือ การย้ายขึ้นอาคารสูงทำให้ขาดพื้นที่ประกอบอาชีพอิสระและเก็บสิ่งของ ส่วนการย้ายไปอยู่อาศัยนอกเมืองอย่างหนองจอกหรือกลับภูมิลำเนาทำให้ชาวบ้านต้องสูญเสียแหล่งรายได้หลักในเมืองหลวง นอกจากนี้ ยังมีข้อกังขาว่าการที่รัฐนำที่ดินสาธารณะมูลค่ามหาศาลไปเปิดให้เอกชนสัมปทาน อาจเป็นการเบียดขับคนจนเมืองออกไปเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุน มากกว่าการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างแท้จริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรณีคลองเตยเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็ง เพราะประเทศไทยยังเผชิญความเหลื่อมล้ำและการกระจุกตัวของความมั่งคั่งอย่างเข้มข้น <a href="https://tu.ac.th/thammasat-econ-expert-inequality-asset-thailand">ผศ.ดร.ดวงมณี เลาวกุล</a> ศูนย์ศึกษาความเหลื่อมล้ำและนโยบายสาธารณะ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ข้อมูลว่า ในปี พ.ศ. 2555 ค่าสัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาคในการถือครองที่ดินโฉนดสูงถึง 0.89 โดยผู้ถือครองที่ดินกลุ่มใหญ่ที่สุด 10% แรก ถือครองที่ดินคิดเป็น 61.48% ของที่ดินมีโฉนดทั้งหมด ขณะที่กลุ่มผู้ถือครองระดับบนสุดเพียง 1% ถือครองที่ดินคิดเป็น 1 ใน 4 ของที่ดินมีโฉนดทั้งประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรุงเทพมหานครมีพื้นที่ทั้งหมด 1,568.737 ตารางกิโลเมตร เป็นเมืองที่รวมกลุ่มคนที่มั่งคั่งที่สุดและกลุ่มคนที่ยากไร้ที่สุดไว้ในพื้นที่เดียวกัน ตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยชุมชนและกรรมการชุมชน พ.ศ. 2564 ชุมชนแบ่งออกเป็น 5 ประเภท โดยปี 2565 พบชุมชนเมือง 940 ชุมชน, ชุมชนแออัด 640 ชุมชน, ชุมชนชานเมือง 351 ชุมชน, ชุมชนอาคารสูง 85 ชุมชน ส่วนชุมชนรูปแบบพิเศษพบว่ามี 0 ศูนย์ชุมชน จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่าในปี 2565 มีรายงานว่ามีชุมชนแออัดถึง 640 ชุมชน ความแออัดภายในกรุงเทพมหานครยังสะท้อนออกมาให้เห็นชัดขึ้นด้วยตัวเลขจำนวนประชากรกรุงเทพฯ ที่อยู่ในทะเบียนบ้านมีจำนวน 5,527,994 คนและยังไม่นับประชากรแฝง หากนับจำนวนประชากรผู้อยู่อาศัยในชุมชนแออัดจะพบว่ามีมากถึง 625,457 คน จาก 5,527,994 คน คิดเป็น 11.31% ของประชากรในทะเบียนบ้าน โดยยังไม่รวมประชากรแฝงอีกจำนวนมาก เท่ากับว่ามีคนเมืองหลวงมากกว่าหกแสนชีวิตที่ต้องดำเนินชีวิตประจำวันท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่จำกัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แล้วคนในชุมชนแออัด 11% เหล่านั้น แท้จริงแล้วเป็นเจ้าของที่ดินด้วยไหม Rocket Media Lab จะพาไปสำรวจซอกหลืบของกรุงเทพมหานคร สำรวจเครื่องจักรของเมืองที่ทำให้เมืองเดินได้ สำรวจแรงงานผู้ขับเคลื่อนเมืองหลวงซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศให้เดินต่อว่าปัจจัยสี่นี้ไกลหรือใกล้เอื้อมมือมากกว่ากัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="969" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-3-969x1024.png" alt="" class="wp-image-8240" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-3-969x1024.png 969w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-3-284x300.png 284w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-3-768x811.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-3.png 1420w" sizes="(max-width: 969px) 100vw, 969px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ภูมิศาสตร์ชุมชนแออัด 101: ชุมชนอยู่ไหนบ้าง และแออัดแค่ไหน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ชุมชนแออัดตามนิยามของหลายแหล่งล้วนให้การนิยามที่คล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นนิยามขององค์การสหประชาชาติ กระทรวงมหาดไทย การเคหะแห่งชาติ ตลอดจนการนิยามของกรุงเทพมหานคร ว่าเป็นย่านหรือแหล่งอาศัยที่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น แออัด ต่ำกว่ามาตรฐานที่สมควร โดยให้ถือเกณฑ์ความหนาแน่นของบ้านเรือนอย่างน้อย 15 หลังคาเรือนต่อพื้นที่ 1 ไร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผลการสำรวจพบชุมชนแออัดกระจายตัวใน 46 เขต จากทั้งหมด 50 เขตของกรุงเทพมหานคร เว้นเพียงเขตรอบนอกที่มีพื้นที่กว้างขวางอย่างคลองสามวา ทวีวัฒนา หนองจอก และเขตพื้นที่จำกัดอย่างสัมพันธวงศ์ จากข้อมูลพบว่าเขตที่มีชุมชนแออัดมากที่สุด ได้แก่ เขตบางซื่อ 47 ชุมชน, เขตธนบุรี 43 ชุมชน, เขตบางพลัด 41 ชุมชน, เขตบางกอกน้อย 31 ชุมชน, เขตคลองสาน 29 ชุมชน และเขตบางกอกใหญ่ 28 ชุมชน ในทางกลับกัน เขตรอบนอกอย่างลาดกระบัง ทุ่งครุ และมีนบุรี พบชุมชนแออัดเพียงเขตละ 1 แห่งเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">กำเนิดชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานครผูกติดกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความต้องการแรงงาน โดยเฉพาะช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (ระหว่าง พ.ศ. 2504-2509 ) ที่ดึงดูดแรงงานจากภาคเกษตรกรรมให้โยกย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เมือง ประวัติการตั้งถิ่นฐานในแต่ละเขตก็สะท้อนภาพการเติบโตของเมืองที่แตกต่างกัน ตัวอย่างคือ เขตบางซื่อ พบชุมชนแออัด 47 ชุมชน แต่เดิมบางซื่อเป็นเขตที่ตั้งอยู่ริมตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา มีคนมาตั้งรกรากที่อยู่อาศัยบริเวณริมน้ำจนหลายชุมชนแปรสภาพเป็นชุมชนแออัด พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นในอดีตมีการทำปูนที่ใช้สำหรับเคี้ยวหมาก (ปูนแดง) สวนผลไม้ แต่ต่อมามีการสร้างหน่วยงานราชการบริเวณนี้ เริ่มเกิดเป็นชุมชนอาศัยอยู่พื้นที่ใกล้เคียง เริ่มมีการพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ ทำอาคารพาณิชย์เพื่อการค้า ตึกแถว บ้านเดี่ยว ความเป็นชุมชนก็เริ่มหนาแน่นมากขึ้น อีกทั้งเขตบางซื่อยังมีรถไฟฟ้าผ่านถึง 3 สาย ทั้งรถไฟฟ้าสีม่วง สายสีแดง สายสีน้ำเงิน และยังมีเส้นทางรถไฟผ่าน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ชุมชนแออัดที่เก่าแก่ที่สุดในเขตบางซื่อก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2490 คือชุมชนตรอกต้นมะม่วง แต่เดิมพื้นที่เป็นสวนมะม่วง ต่อมาเอกชนซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ได้ถวายที่ดินให้แก่วัดวัดมกุฏกษัตริยาราม ซึ่งทางวัดได้แบ่งแปลงให้ผู้คนเข้ามาเช่าปลูกบ้าน และชุมชนตรอกตรงข้ามวัดสะพานสูง ซึ่งมีเจ้าของเป็นเอกชนมากกว่าหนึ่งเจ้า ชุมชนเริ่มหนาแน่นเพราะมีคนต่างจังหวัดเข้ามาทำมาหากินและตั้งรกรากอาศัย จะเห็นได้ว่าชุมชนแออัดของเขตบางซื่อเกิดจากการเป็นสวนหรือพื้นที่ว่างเปล่ามาก่อน ต่อมาถูกแบ่งมาเป็นพื้นที่ให้เช่าในราคาถูก จึงเริ่มมีคนมาอาศัยอย่างหนาแน่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่เขตธนบุรี พบว่ามีชุมชนแออัด 43 ชุมชน เติบโตจากการเป็นย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำ หากย้อนผังเมืองของธนบุรีในอดีตก็จะพบว่า ความเจริญและชุมชนก็จะกระจุกตัวอยู่ริมแม่น้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นเขตธนบุรีจึงมักมีคนมาบุกเบิกที่ดินรกร้าง สวนผลไม้เก่า แผ้วถางทำที่อยู่อาศัย ชุมชนแออัดที่สามารถสืบค้นได้ ย้อนได้ไปถึงปี 2470 คือชุมชนมัสยิดบ้านสมเด็จ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ดั้งเดิมของชาวไทยมุสลิมที่ย้ายมาอยู่อาศัยกันตั้งนานแล้ว คนในชุมชนมีกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของตนเองเนื่องจากได้รับพระราชทานที่ดินจากเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ต่อมาชุมชนเริ่มมีการขยายครอบครัวจนหนาแน่นในปี 2470 ซึ่งต่อมามีการทำบ้านให้เช่าและห้องให้เช่าอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตบางพลัด พบชุมชนแออัด 41 ชุมชน เป็นพื้นที่ที่ใกล้กับย่านปิ่นเกล้าและฝั่งธนบุรี มีลำคลองอยู่มาก มีพื้นที่ชุมชนติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา จึงจัดเป็นย่านชุมชนเก่าที่มีคนรวมตัวอาศัยอยู่มาก ชุมชนแออัดที่เก่าแก่ที่สุดในเขตสืบค้นได้ว่าเกิดในปี 2480 คือชุมชนบ้านปูน ในอดีตมีการทำปูนที่ใช้สำหรับเคี้ยวหมาก (ปูนแดง) จึงเรียกชื่อชุมชนว่าบ้านปูน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้นยังมีเขตบางกอกน้อย 31 ชุมชน คลองสาน 29 ชุมชน บางกอกใหญ่ 28 ชุมชน ซึ่งล้วนเป็นเขตชุมชนเก่าทั้งสิ้น ส่วนเขตที่พบชุมชนแออัดน้อยที่สุดคือเขตลาดพระบัง เขตทุ่งครุ และมีนบุรี ซึ่งพบเพียง 1 ชุมชน โดยเขตเหล่านี้ล้วนเป็นเขตรอบนอกกทม. จึงไม่ค่อยเกิดชุมชนแออัดหรือคนไปอาศัยอยู่รวมกันอย่างหนาแน่น และข้อสังเกตุนี้ยิ่งเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อพบว่าเขตที่ไม่มีชุมชนแออัดเลยคือเขตคลองสามวา ทวีวัฒนา หนองจอก ซึ่งอยู่ห่างไกลจากเขตชั้นในที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเกิดขึ้นของชุมชนแออัดจึงมีโอกาสน้อย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประวัติการตั้งถิ่นฐานของชุมชนแออัดทั่วกรุงเทพมหานครแสดงให้เห็นว่า ชุมชนจำนวน 141 แห่ง พัฒนามาจากพื้นที่สวนผลไม้ดั้งเดิม เช่น ชุมชนหนองจุฬา เขตจตุจักร และชุมชนแสงหิรัญ เขตภาษีเจริญ ชุมชนจำนวน 134 แห่งเกิดจากพื้นที่ป่า ป่าช้า หรือท้องนา เช่น ชุมชนสุเหร่าแดง เขตคันนายาว ซึ่งเคยเป็นนาบัว และชุมชนจำนวน 44 แห่งเกิดจากการรวมตัวบริเวณริมคลองและบึงน้ำต่างๆ ชุมชนเก่าแก่มักตั้งอยู่ริมน้ำเพื่ออาศัยการคมนาคมทางเรือ เช่น ชุมชนนิมมานรดี เขตบางแค ริมคลองราชมนตรี และชุมชนวัดสุวรรณาราม ริมคลองบางกอกน้อย ขณะที่เขตรอบนอกอย่างลาดกระบัง วังทองหลาง และมีนบุรี ชุมชนขยายตัวมาจากพื้นที่เกษตรกรรม นาข้าว และบ่อบัว เมื่อการทำเกษตรลดลงและโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาแทนที่มีคนมาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นตามลำดับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ชุมชนแออัดที่จัดตั้งขึ้นใหม่หลังปี พ.ศ. 2530 ส่วนใหญ่พัฒนาบนที่ดินของหน่วยงานรัฐ หรือเกิดจากการจัดสรรพื้นที่คืนของเจ้าของเดิม เช่น เป็นของกรมชลประทานมาก่อน เป็นพื้นที่ของการเคหะแห่งชาติ เป็นพื้นที่ของกรมธนารักษ์ หรือแม้แต่พื้นที่ของการรถไฟ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มักช่วยเหลือการให้พื้นที่อาศัยแก่ผู้คนที่อาศัยในชุมชนแออัด อาจกล่าวได้ว่าเพราะยินยอมเจรจา หรือแม้แต่ยินยอมให้ความช่วยเหลือ เช่น ชุมชนใต้สะพานโซน 1 ที่ก่อตั้งเป็นชุมชนในปี 2544 แต่เดิมชาวบ้านโดนไล่ที่มาจากใต้สะพานฝั่งเขตธนบุรี จนกระทั่งการเคหะแห่งชาติได้ซื้อที่ดินเพื่อรองรับคนกลุ่มดังกล่าว ต่อมาคือชุมชนบริเวณเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย อาทิ ชุมชนศุภมิตร 1-2 ชุมชนมัสยิดมหานาค ชุมชนจักรพรรดิพงษ์ที่มีเจ้าของเป็นสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ล้วนเป็นชุมชนเกิดใหม่ ซึ่งการเกิดใหม่ของชุมชนเหล่านี้อาจไม่ได้สัมพันธ์กับเขตที่ตั้งเสมอไป แต่สัมพันธ์กับการจัดสรรที่ดินและให้ชุมชนเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่อย่างถูกกฎหมาย เช่น ชุมชนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่าการถือกำเนิดและการขยายตัวของชุมชนแออัดผูกพันใกล้ชิดกับลักษณะทางกายภาพของพื้นที่และจุดกำเนิดของแหล่งงาน เมื่อเกิดพื้นที่ว่างเปล่าใกล้โรงงานหรือย่านการค้า แรงงานจึงเข้ามาจับจองและตั้งถิ่นฐานอย่างหนาแน่นเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ถึงกระนั้น ความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและการรอดพ้นจากการถูกไล่รื้อในระยะยาว ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการเข้าถือครองพื้นที่ตั้งแต่แรกเริ่ม หากต้องอาศัยกระบวนการเจรจาต่อรองและการจัดทำสัญญาเช่าที่ถูกต้องตามกฎหมายกับผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นสำคัญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาในเชิงมิติพื้นที่ การกระจายตัวของชุมชนแออัดมีจุดเริ่มต้นจากเขตเมืองชั้นในอันเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและแหล่งจ้างงานหลัก เช่น เขตปทุมวันและเขตราชเทวี ก่อนจะค่อยๆ ขยับขยายออกสู่เขตชั้นนอกตามการเติบโตของเมือง การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน และการเปิดพื้นที่แหล่งงานแห่งใหม่ ซึ่งทิศทางการขยายตัวดังกล่าวยังสัมพันธ์โดยตรงกับรูปแบบการจัดสรรและบริหารจัดการที่ดินของผู้ถือครองกรรมสิทธิ์แต่ละแห่งด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading"></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8241" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-100x100.jpg 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ชุมชนแออัดในกทม. ความหนาแน่นทะลุเกณฑ์: เมื่อพื้นที่หนึ่งไร่ต้องแบกรับผู้คนนับพัน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การประเมินภาวะความแออัดของชุมชนนิยมพิจารณาผ่านความหนาแน่นประชากรในหน่วยคนต่อตารางกิโลเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานสากลที่กำหนดความหนาแน่นประชากรที่เหมาะสมไว้ในระดับ <a href="http://legacy.orst.go.th/wp-content/uploads/royin-ebook/275/FileUpload/732_6828.pdf">25 &#8211; 80</a> คนต่อพื้นที่ 1 ไร่ (คำนวณเป็นความหนาแน่นประชากรประมาณ 15,625-50,000 คนต่อตารางกิโลเมตร) ขณะที่เกณฑ์ระเบียบของไทยกำหนดนิยามชุมชนแออัดไว้ที่ความหนาแน่นหลังคาเรือนตั้งแต่ 15 หลังคาเรือนขึ้นไปต่อไร่ ภาพรวมของชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานครที่มีประชากรรวม 625,457 คน บนพื้นที่รวม 7,028.84 ไร่ (ประมาณ 11.25 ตารางกิโลเมตร) มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ยสูงถึง 55,615 คนต่อตารางกิโลเมตร หรือมีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ยประมาณ 89 คนต่อไร่ กล่าวคือพื้นที่หนึ่งไร่ต้องรองรับคนมากกว่าเกณฑ์กว่า 11.23% และมีความหนาแน่นหลังคาเรือนเฉลี่ย 17.07 หลังคาเรือนต่อไร่ สูงกว่าเกณฑ์ 15 หลังคาเรือนต่อไร่ประมาณ 2 หลัง ซึ่งเกินกว่ามาตรฐานสากลและเข้าเกณฑ์ชุมชนแออัดตามกฎหมายไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">และหากสำรวจชุมชนแออัดที่มีความหนาแน่นมากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า 2 แห่งตั้งอยู่ในเขตบางกอกน้อย และอีกแห่งตั้งอยู่ในเขตบางนา โดยอันดับแรกคือชุมชนวัดดงมูลเหล็ก ในเขตบางกอกน้อย ชุมชนนี้มีพื้นที่ 6.64 ไร่ มีคนอาศัยอยู่ 18,000 คน คิดเป็นความหนาแน่นประมาณ 2,711 คนต่อไร่ หรือหนาแน่นประมาณ 34 เท่า เมื่อเทียบกับระดับ 80 คนต่อไร่ กล่าวคือพื้นที่หนึ่งไร่ต้องรองรับผู้อยู่อาศัยมากกว่า 80 คนอยู่ประมาณ 2,631 คน พื้นที่ชุมชนบางส่วนเป็นสวน บางส่วนเป็นป่าช้าเก่าของวัดดงมูลเหล็ก เริ่มมีคนมาอยู่อาศัยมากขึ้นจนหนาแน่นในปี 2500 ต่อมาปี 2540 ก็จัดตั้งเป็นชุมชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากเทียบให้เห็นภาพมากขึ้น สมมติใช้สนามฟุตบอลขนาด 105 × 68 เมตร ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 4.46 ไร่ ที่ระดับความหนาแน่น 80 คนต่อไร่ พื้นที่ขนาดนี้จะรองรับผู้อยู่อาศัยประมาณ 357 คน แต่หากมีความหนาแน่นเท่ากับชุมชนวัดดงมูลเหล็ก พื้นที่ขนาดเท่ากันจะต้องรองรับผู้อยู่อาศัยประมาณ 12,100 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือชุมชนวัดยางสุทธาราม ในเขตบางกอกน้อยเช่นกัน ชุมชนนี้มีพื้นที่ประมาณ 3.44 ไร่ มีคนอาศัย 8,000 คน คิดเป็นความหนาแน่นประมาณ 2,327 คนต่อไร่ หรือหนาแน่นประมาณ 29 เท่า เมื่อเทียบกับระดับ 80 คนต่อไร่ พื้นที่แต่เดิมเป็นสวนผลไม้ สวนหมาก เดิมเคยเป็นลานตากธูปตากแป้งบริเวณรอบๆ วัดอีกด้วย คนส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างจังหวัดที่มาอาศัยอยู่เป็นเวลานาน ชุมชนหนาแน่นประมาณปี 2510 จัดตั้งเป็นชุมชนประมาณปี 2525 กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของเอกชน และจากการสำรวจของการเคหะแห่งชาติยังพบว่าในอดีตเคยมีปัญหาเรื่องการไล่ที่ คือเจ้าของซึ่งเป็นเอกชนต้องการพื้นที่คืนจึงแจ้งให้ย้ายออกล่วงหน้าเป็นเวลา 6 เดือนและไม่เก็บค่าเช่าที่ ซึ่งหากเอกชนได้พื้นที่ชุมชนคืนอาจขายได้ถึง 110,000 บาทต่อตารางวา จากการประเมินของกรมธนารักษ์ที่อ้างในข้อมูลสำรวจ อย่างไรก็ตามชาวบ้านในชุมชนไม่ยอมย้ายออก เจ้าของที่จึงยอมให้อยู่ต่อและเก็บค่าเช่าที่อีกครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสามคือชุมชนวรรณทอง ในเขตบางนา ซึ่งมีพื้นที่เพียง 1.5 ไร่ แต่มีประชากร 3,144 คน คิดเป็นความหนาแน่น 2,096 คนต่อไร่ หรือหนาแน่นประมาณ 26 เท่า เมื่อเทียบกับระดับ 80 คนต่อไร่ กล่าวคือพื้นที่หนึ่งไร่ต้องรองรับผู้อยู่อาศัยมากกว่า 80 คนอยู่ถึง 2,016 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ชุมชนแออัดแห่งอื่นที่มีความหนาแน่นเกิน 1,600 คนต่อไร่ ได้แก่ ชุมชนมัสยิดบางอ้อ-จรัญฯ 86 เขตบางพลัด มีความหนาแน่นประมาณ 1,773 คนต่อไร่ ชุมชนซอยสุเหร่า เขตราชเทวี ประมาณ 1,883 คนต่อไร่ ชุมชนซอยวนาวรรณ เขตคลองสาน ประมาณ 2,014 คนต่อไร่ และชุมชนวัดจันทร์ประดิษฐาราม เขต 3 เขตภาษีเจริญ 1,850 คนต่อไร่ ชุมชนเหล่านี้มีความหนาแน่นประมาณ 22-25 เท่า เมื่อเทียบกับระดับ 80 คนต่อไร่ โดยแต่ละแห่งมีพื้นที่ไม่ถึง 2 ไร่ แต่ต้องรองรับประชากรหลักพันคน</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าชุมชนที่มีความหนาแน่นมากที่สุดสองอันดับแรกล้วนอยู่ในเขตบางกอกน้อย โดยพบว่าเริ่มมีคนมาอาศัยอยู่ในช่วงปี 2500 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นผลจากความต้องการแรงงานในกทม. จึงเกิดการโยกย้ายแรงงานเข้ามาเรื่อยๆ เริ่มจากพื้นที่ในเมือง กระจายออกมารอบนอกและพื้นที่ปริมณฑล ตามพื้นที่รกร้าง หรือพื้นที่ที่อดีตเคยเป็นสวนก็แปรสภาพเป็นบ้านเช่าห้องเช่าไปในที่สุด รวมไปถึงพื้นที่สาธารณะที่รกร้างก็ถูกคนรุกล้ำเข้ามาอาศัยเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนในระดับเขตนั้น เขตบางซื่อพบว่ามีชุมชนแออัดที่มีค่าความหนาแน่นไม่เกิน 16 คนต่อไร่ จำนวน 1 ชุมชน คือชุมชนบ้านสามเรือน ในแขวงวงศ์สว่าง มีคนอาศัยอยู่ 146 คน ในพื้นที่ 30 ไร่ คิดเป็นความหนาแน่นประมาณ 4.87 คนต่อไร่ ขณะที่ชุมชนส่วนใหญ่ 34 แห่งมีความหนาแน่นมากกว่า 16 แต่ไม่เกิน 160 คนต่อไร่ และอีก 12 แห่งมีความหนาแน่นมากกว่า 160 แต่ไม่เกิน 1,600 คนต่อไร่ เช่น ชุมชนหลังตลาดศรีเขมา ซึ่งมีประชากร 1,329 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่เพียง 8 ไร่ คิดเป็นความหนาแน่นประมาณ 166 คนต่อไร่ หรือหนาแน่นประมาณ 2 เท่า เมื่อเทียบกับระดับ 80 คนต่อไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตธนบุรีพบว่ามีชุมชนแออัดที่มีค่าความหนาแน่นไม่เกิน 16 คนต่อไร่ จำนวน 1 ชุมชน คือชุมชนกุฎีจีน แขวงวัดกัลยาณ์ มีประชากรอาศัย 864 คน ในพื้นที่ 64 ไร่ คิดเป็นความหนาแน่น 13.50 คนต่อไร่ ส่วนชุมชนที่มีความหนาแน่นมากกว่า 16 แต่ไม่เกิน 160 คนต่อไร่ มีจำนวน 23 ชุมชน เช่น ชุมชนวัดใหม่ยายนุ้ย ชุมชนวัดหิรัญรูจี และชุมชนวัดกันตทาราราม และชุมชนที่มีความหนาแน่นมากกว่า 160 แต่ไม่เกิน 1,600 คนต่อไร่ มีจำนวน 19 ชุมชน เช่น ชุมชนสองร้อยห้อง (บุคคโล) ที่มีประชากรมากถึง 5,181 คน ในพื้นที่ประมาณ 4.53 ไร่ คิดเป็นความหนาแน่นประมาณ 1,144 คนต่อไร่ หรือหนาแน่นประมาณ 14 เท่า เมื่อเทียบกับระดับ 80 คนต่อไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลจำแนกตามรายเขต พบความแตกต่างของระดับความแออัดด้วย โดยกลุ่มเขตศูนย์กลางเศรษฐกิจและย่านชุมชนเก่ามีคนอาศัยต่อไร่มากกว่าระดับ 80 คนหลายเท่าตัว อย่างเขตปทุมวัน มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ยในพื้นที่ชุมชนแออัดประมาณ 365 คนต่อไร่ หรือหนาแน่น 4.56 เท่า เมื่อเทียบกับระดับ 80 คนต่อไร่ และมีความหนาแน่นหลังคาเรือนเฉลี่ย 60.01 หลังคาเรือนต่อไร่ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ยประมาณ 274 คนต่อไร่ หรือหนาแน่น 3.42 เท่า และมีความหนาแน่นหลังคาเรือนเฉลี่ย 64.55 หลังคาเรือนต่อไร่ ส่วนเขตบางกอกน้อย มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ยประมาณ 203 คนต่อไร่ หรือหนาแน่น 2.54 เท่า และมีความหนาแน่นหลังคาเรือนเฉลี่ย 28.17 หลังคาเรือนต่อไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่มีความหนาแน่นต่ำหรืออยู่ในช่วง 25-80 คนต่อไร่ พบว่าเขตสะพานสูง มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ยในพื้นที่ชุมชนแออัดเพียง 19.62 คนต่อไร่ และความหนาแน่นหลังคาเรือนเฉลี่ย 3.12 หลังคาเรือนต่อไร่ ซึ่งมีคนอาศัยน้อยกว่า 25 คนต่อไร่ และมีความหนาแน่นหลังคาเรือนต่ำกว่าเกณฑ์ 15 หลังคาเรือนต่อไร่ รวมถึงเขตบางแค มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ย 24.06 คนต่อไร่ และความหนาแน่นหลังคาเรือนเฉลี่ย 4.58 หลังคาเรือนต่อไร่ ส่วนเขตดินแดง มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ย 42.54 คนต่อไร่ ซึ่งอยู่ในช่วง 25-80 คนต่อไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งความแตกต่างระหว่างเขตที่มีชุมชนแออัดหนาแน่นสูงกับเขตที่มีความหนาแน่นต่ำอาจเห็นภาพได้ชัดขึ้น เมื่อเทียบด้วยพื้นที่ขนาดเท่าสนามฟุตบอลหนึ่งสนาม หากลองนึกภาพคนมายืนรวมกันบนสนามขนาด 105 × 68 เมตร ความหนาแน่นเฉลี่ยของชุมชนแออัดในเขตปทุมวันจะเทียบได้กับคนประมาณ 1,600 คน ขณะที่ชุมชนแออัดในเขตสะพานสูงจะเทียบได้กับคนประมาณ 88 คนบนพื้นที่ขนาดเดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ความหนาแน่นเฉลี่ยรายเขตข้างต้นคำนวณจากประชากรรวมของชุมชนแออัดในแต่ละเขตหารด้วยพื้นที่รวมของชุมชนเหล่านั้น การประเมินความแออัดจึงควรพิจารณาควบคู่กับลักษณะบ้านเรือน จำนวนผู้อยู่อาศัยต่อบ้าน และสภาพแวดล้อมของแต่ละชุมชนด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="969" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-4-969x1024.png" alt="" class="wp-image-8242" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-4-969x1024.png 969w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-4-284x300.png 284w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-4-768x811.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-4.png 1420w" sizes="(max-width: 969px) 100vw, 969px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ เป็นของใคร</h3>



<p class="wp-block-paragraph">โดยมากคนมักจินตนาการว่าคนที่อาศัยในชุมชนแออัดล้วนเป็นผู้บุกรุกพื้นที่ว่างเปล่า หรือบุกรุกที่สาธารณะเพื่ออยู่อาศัย แต่หากสำรวจลงไปลึกกว่าจะพบว่าพื้นที่ในชุมชนแออัดต่างมีเจ้าของหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์มากหน้าหลายตา บางชุมชนอาจมีคนถือครองที่ดินมากกว่า 2 ราย จากข้อมูล Rocket Media Lab พบว่าชุมชนแออัดที่มีอยู่ในกทม.ทั้งหมด 640 แห่ง จากจำนวน 50 เขต มีเจ้าของดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ที่ดินที่มีเจ้าของกรรมสิทธิ์มากกว่า 1 ราย พบจำนวน 128 ชุมชน คิดเป็นพื้นที่ 3,641,872 ตารางเมตร (32.43% ของพื้นที่ชุมชนแออัดทั้งหมด) โดยแยกเป็น
<ul class="wp-block-list">
<li>กลุ่มไม่มีรัฐเป็นเจ้าของร่วม มี 90 ชุมชน (พื้นที่ 2,182,416 ตารางเมตร คิดเป็น 19.41%)
<ul class="wp-block-list">
<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับเช่าที่ที่ระบุเจ้าของไม่ได้ 79 ชุมชน (พื้นที่ 1,914,416 ตารางเมตร คิดเป็น 17.02) </li>



<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับสำนักงานทรัพยสินพระมหากษัตริย์ 7 ชุมชน (พื้นที่ 208,400 ตารางเมตร คิดเป็น 1.85%)</li>



<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับบุกรุกที่ที่ระบุเจ้าของไม่ได้ 3 ชุมชน (พื้นที่ 32,000 ตารางเมตร คิดเป็น 0.28%)</li>



<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับมัสยิดซึ่งเป็นที่วากัฟ 1 ชุมชน (พื้นที่ 27,600 ตารางเมตร คิดเป็น 0.25%)</li>
</ul>
</li>
</ul>
</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>กลุ่มมีรัฐเป็นเจ้าของร่วม มี 38 ชุมชน (พื้นที่ 1,459,456 ตารางเมตร คิดเป็น 12.98%)
<ul class="wp-block-list">
<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับกรมศาสนา และเช่าที่ที่ระบุเจ้าของไม่ได้ 10 ชุมชน (พื้นที่ 710,400 ตารางเมตร คิดเป็น 6.32%)</li>



<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับกรมการศาสนา 14 ชุมชน (พื้นที่ 518,400 ตารางเมตร คิดเป็น 4.61%)</li>



<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับกรมธนารักษ์ 5 ชุมชน (พื้นที่ 98,476 ตารางเมตร คิดเป็น 0.88%)</li>



<li>กรมการศาสนา ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 2 ชุมชน (พื้นที่ 24,400 ตารางเมตร คิดเป็น 0.22%)</li>



<li>กรมการศาสนา ร่วมกับเช่าที่ที่ระบุเจ้าของไม่ได้ 1 ชุมชน (พื้นที่ 24,000 ตารางเมตร คิดเป็น 0.21%)</li>



<li>กรมธนารักษ์ ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 2 ชุมชน (พื้นที่ 24,000 ตารางเมตร คิดเป็น 0.21%)</li>



<li>กรมการศาสนา ร่วมกับกรมธนารักษ์ 1 ชุมชน (พื้นที่ 20,800 ตารางเมตร คิดเป็น 0.18%)</li>



<li>กรมธนารักษ์ ร่วมกับเอกชน 2 ชุมชน (พื้นที่ 19,780 ตารางเมตร คิดเป็น 0.18%)</li>



<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับการรถไฟ และกรมธนารักษ์ 1 ชุมชน (พื้นที่ 19,200 ตารางเมตร คิดเป็น 0.17%)</li>
</ul>
</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ 71 ชุมชน (พื้นที่ 2,295,512 ตารางเมตร คิดเป็น 20.41%)</li>



<li>รัฐเป็นเจ้าของ 184 ชุมชน (พื้นที่ 1,949,660 ตารางเมตร คิดเป็น 17.34%)
<ul class="wp-block-list">
<li>กรมการศาสนา 80 ชุมชน (พื้นที่ 913,076 ตารางเมตร คิดเป็น 8.12%)</li>



<li>กรมธนารักษ์ 77 ชุมชน (พื้นที่ 811,768 ตารางเมตร คิดเป็น 7.22%)</li>



<li>กองทัพอากาศ 2 ชุมชน (พื้นที่ 77,576 ตารางเมตร คิดเป็น 0.69%)</li>



<li>กรมชลประทาน 7 ชุมชน (พื้นที่ 67,844 ตารางเมตร คิดเป็น 0.60%)</li>



<li>กทม. 14 ชุมชน (พื้นที่ 54,364 ตารางเมตร คิดเป็น 0.48%)</li>



<li>ที่ราชพัสดุ 1 ชุมชน (พื้นที่ 11,200 ตารางเมตร คิดเป็น 0.10%)</li>



<li>โรงพยาบาลเลิดสิน 1 ชุมชน (พื้นที่ 9,256 ตารางเมตร คิดเป็น 0.08%)</li>



<li>กรมศิลปากร 1 ชุมชน (พื้นที่ 2,368 ตารางเมตร คิดเป็น 0.02%)</li>



<li>มูลนิธิเกษตราธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 1 ชุมชน (พื้นที่ 2,208 ตารางเมตร คิดเป็น 0.02%)</li>
</ul>
</li>



<li>เอกชนเป็นเจ้าของ 159 ชุมชน (พื้นที่ 1,451,764 ตารางเมตร คิดเป็น 12.91%)</li>



<li>สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 42 ชุมชน (พื้นที่ 844,708 ตารางเมตร คิดเป็น 7.51%)</li>



<li>รัฐวิสาหกิจเป็นเจ้าของ 41 ชุมชน (พื้นที่ 630,224 ตารางเมตร คิดเป็น 5.60%)
<ul class="wp-block-list">
<li>การท่าเรือ 18 ชุมชน (พื้นที่ 382,076 ตารางเมตร คิดเป็น 3.40%)   </li>



<li>การรถไฟ 21 ชุมชน (พื้นที่ 216,864 ตารางเมตร คิดเป็น 1.93%)   </li>



<li>การเคหะแห่งชาติ 2 ชุมชน (พื้นที่ 31,284 ตารางเมตร คิดเป็น 0.28%)</li>
</ul>
</li>



<li>ระบุเจ้าของไม่ได้ 22 ชุมชน (พื้นที่ 548,220 ตารางเมตร คิดเป็น 4.88%)</li>



<li>มัสยิดและสุเหร่าเป็นเจ้าของ 9 ชุมชน (พื้นที่ 277,372 ตารางเมตร คิดเป็น 2.47%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสำรวจเจ้าของกรรมสิทธิ์ในชุมชนแออัดที่มีเจ้าของมากกว่า 1 ราย พบว่ามีจำนวน 128 ชุมชน คิดเป็นพื้นที่กว่า 3,641,872 หรือ 32.38% โดยชุมชนที่มีเจ้าของกรรมสิทธิ์มากกว่า 1 รายนั้น ไม่มีข้อมูลว่าแบ่งเป็นสัดส่วนเท่าใด ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภทดังนี้ คือไม่มีรัฐเป็นเจ้าของร่วม จำนวน 90 ชุมชน มีพื้นที่กว่า 2,182,416 ตร.ม. คิดเป็น 19.41% โดยคนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับเช่าที่ที่ระบุเจ้าของไม่ได้ พื้นที่กว่า 1,914,416 ตร.ม. คิดเป็น 17.02% จำนวน 79 ชุมชน รองลงมาคือคนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับสำนักงานทรัพยสินพระมหากษัตริย์ 208,400 ตร.ม. คิดเป็น 1.85% จำนวน 7 ชุมชน ลำดับที่สามคือคนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับบุกรุกที่ที่ระบุเจ้าของไม่ได้ 32,000 ตร.ม. คิดเป็น 0.28% จำนวน 3 ชุมชน และลำดับสุดท้ายคือคนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับมัสยิดซึ่งเป็นที่วากัฟ 27,600 ตร.ม. คิดเป็น 0.25% จำนวน 1 ชุมชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยกตัวอย่างชุมชนที่มีเจ้าของร่วมกัน เช่น ชุมชนศาลเจ้าอาเหนียว ในเขตคลองสาน โดยอยู่บริเวณรอบๆศาลเจ้าอาเหนียว ศาลเจ้าเก่าแก่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2420 หรือสมัยรัชกาลที่ 5 และเนื่องจากมีผู้อาศัยบริเวณโดยรอบมาอย่างยาวนาน ที่ดินบางส่วนจึงมีกรรมสิทธิ์ทั้งของคนในชุมชนเองและเช่าที่เอกชน เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมาคือประเภทมีหน่วยงานรัฐเป็นเจ้าของร่วมกับรายอื่น จำนวน 38 ชุมชน มีพื้นที่ 1,459,456 ตร.ม. คิดเป็น 12.98% โดยแบ่งเป็นคนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับกรมศาสนาซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ และเช่าที่ที่ระบุเจ้าของไม่ได้ 710,400 ตร.ม. คิดเป็น 6.32% จำนวน 10 ชุมชน, คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับกรมการศาสนา 518,400 ตร.ม. คิดเป็น 4.61% จำนวน 14 ชุมชน, คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับกรมธนารักษ์ 98,476 ตร.ม. คิดเป็น 0.88% จำนวน 5 ชุมชน, กรมการศาสนา ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 24,400 ตร.ม. คิดเป็น 0.22% จำนวน 2 ชุมชน, กรมการศาสนา ร่วมกับเช่าที่ที่ระบุเจ้าของไม่ได้ 24,000 ตร.ม. คิดเป็น 0.21% จำนวน 1 ชุมชน, กรมธนารักษ์ ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 24,000 ตร.ม. คิดเป็น 0.21% จำนวน 2 ชุมชน, กรมการศาสนา ร่วมกับกรมธนารักษ์ 20,800&nbsp; ตร.ม. คิดเป็น 0.18% จำนวน 1 ชุมชน, กรมธนารักษ์ ร่วมกับเอกชน 19,780 ตร.ม. คิดเป็น 0.18% จำนวน 2 ชุมชน, คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับการรถไฟ และกรมธนารักษ์ 19,200 ตร.ม. คิดเป็น 0.17% จำนวน 1 ชุมชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยกตัวอย่างชุมชนที่มีเจ้าของกรรมสิทธิ์ โดยมีหน่วยงานรัฐเป็นเจ้าของร่วม เช่น ชุมชนบ้านครัวใต้ ในเขตปทุมวัน อยู่บริเวณซอยเจริญนิวาส แขวงรองเมือง ถนนพระราม 1 ซึ่งมีผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ทั้งเอกชนและกรมธนารักษ์ จากการสำรวจของการเคหะแห่งชาติพบว่าคนอยู่อาศัยในชุมชนนี้มีตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ โดยถูกเกณฑ์มาจากกัมพูชาเพื่อช่วยทำสงครามเรียกว่า ‘กองกำลังอาสาจาม’ ต่อมาก็เริ่มมีคนมาอยู่อาศัยมาจากขึ้น รวมไปถึงแรงงานต่างชาติ พม่า กัมพูชา ที่อาศัยอยู่ตามบ้านเช่าห้องเช่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลเจ้าของกรรมสิทธิ์ในชุมชนแออัดของกรุงเทพมหานคร จะพบว่ามีโครงสร้างการถือครองที่ดินที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่หน่วยงานส่วนราชการ กรุงเทพมหานคร กรมธนารักษ์ กรมชลประทาน กรมศิลปากร หน่วยงานรัฐวิสาหกิจอย่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย และการรถไฟแห่งประเทศไทย ตลอดจนศาสนสถาน และมูลนิธิต่างๆ ในกรณีของชุมชนแออัดบริเวณย่านที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นชุมชนประเภทบุกเบิกตั้งถิ่นฐาน พบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจว่า ผู้เข้ามาบุกเบิกและจับจองพื้นที่ริมทางรถไฟกลุ่มแรกๆ ในอดีต มักเป็นพนักงาน ลูกจ้าง หรือครอบครัวของเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ เอง ที่เข้ามาสร้างบ้านพักชั่วคราวเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน ก่อนจะขยายตัวเป็นชุมชนหนาแน่นในเวลาต่อมา โดยกระจุกตัวมากที่สุดในเขตราชเทวีถึง 10 ชุมชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อพิจารณาการกระจายตัวเชิงพื้นที่ของผู้ถือครองกรรมสิทธิ์รายใหญ่ พบรูปแบบการถือครองที่สัมพันธ์กับประวัติศาสตร์การพัฒนาเมือง&nbsp; กล่าวคือกรมการศาสนาและวัดต่างๆ ถือครองกรรมสิทธิ์ในชุมชนแออัดมากที่สุดในบรรดาหน่วยงานภาครัฐ รวม 80 ชุมชน (พื้นที่ 913,076 ตารางเมตร คิดเป็น 8.12%) โดยกระจุกตัวอยู่อย่างหนาแน่นที่สุดในย่านเมืองเก่าและฝั่งธนบุรี เช่น เขตบางพลัด 13 ชุมชน, เขตบางกอกน้อย 7 ชุมชน, เขตธนบุรี 8 ชุมชน และเขตบางกอกใหญ่ 10 ชุมชน ปรากฏการณ์นี้เกิดจากบทบาททางสังคมของวัดในอดีต ซึ่งเป็นศูนย์กลางชุมชนและถือครองที่ดินธรณีสงฆ์หรือสวนผลไม้รอบวัด เมื่อแรงงานอพยพเข้ามาทำงานในเมือง วัดจึงทำหน้าที่เป็นที่พึ่งพาทางสังคม โดยปล่อยให้ผู้มีรายได้น้อยเช่าที่ดินปลูกสร้างบ้านเรือนในราคาประหยัด ส่วนสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ถือครองกรรมสิทธิ์ 42 ชุมชน (พื้นที่ 844,708 ตารางเมตร คิดเป็น 7.51%) โดยกระจุกตัวอยู่ในเขตเมืองชั้นใน ย่านบริหารราชการ และศูนย์กลางเศรษฐกิจประวัติศาสตร์ เช่น เขตบางคอแหลม 12 ชุมชน, เขตวังทองหลาง 7 ชุมชน, เขตปทุมวัน 7 ชุมชน, เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 3 ชุมชน และเขตราชเทวี 3 ชุมชน แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ส่วนใหญ่เน้นการจัดระเบียบชุมชน และสนับสนุนให้ผู้อยู่อาศัยทำสัญญาเช่าที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนคนในชุมชนถือครองกรรมสิทธิ์เอง แม้จะมีจำนวน 71 ชุมชน แต่ครอบคลุมพื้นที่รวมถึง 2,295,512 ตารางเมตร หรือคิดเป็น 20.41% ซึ่งนับเป็นสัดส่วนพื้นที่ที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ประเภทอื่น ชุมชนกลุ่มนี้กระจายตัวอยู่ในเขตเมืองชั้นกลางและเขตรอบนอก เช่น เขตบางซื่อ 10 ชุมชน, เขตบางกอกใหญ่ 9 ชุมชน, เขตบึงกุ่ม 7 ชุมชน และเขตบางแค 7 ชุมชน การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์มักไม่ได้เกิดจากการเป็นชุมชนตั้งใหม่ตั้งแต่แรกเริ่ม หากแต่เกิดจากกระบวนการรวมกลุ่มต่อรองของชาวบ้านที่เคยถูกไล่รื้อมาจากย่านใจกลางเมือง แล้วร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อกู้ยืมเงินมาจัดซื้อที่ดินผืนใหม่ หรือเกิดจากการทยอยซื้อที่ดินและออกโฉนดร่วมกันตลอดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8243" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1-100x100.jpg 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">อยากเป็นเจ้าของที่ดินที่อาศัยอยู่ โอกาสนี้ริบหรี่แค่ไหน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หน่วยงานภาครัฐถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินในชุมชนแออัดจำนวน 184 ชุมชน ถือครองพื้นที่กว่า 1,949,660 ตร.ม. คิดเป็น 17.34% ซึ่งมีหลายหน่วยงานของรัฐเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ แบ่งออกเป็น กรมการศาสนาถือครองที่ดินกว่า 913,076 ตร.ม. คิดเป็น 8.12% จำนวน 80 ชุมชน, กรมธนารักษ์ 811,768 ตร.ม. คิดเป็น 7.22% จำนวน 77 ชุมชน, กองทัพอากาศ 77,576 ตร.ม. คิดเป็น 0.69% จำนวน 2 ชุมชน, กรมชลประทาน 67,844 ตร.ม. คิดเป็น 0.60% จำนวน 7 ชุมชน, กทม. 54,364 ตร.ม. คิดเป็น 0.48% จำนวน 14 ชุมชน, ที่ราชพัสดุ 11,200 ตร.ม. คิดเป็น 0.10% จำนวน 1 ชุมชน, โรงพยาบาลเลิดสิน 9,256 ตร.ม. 0.08% จำนวน 1 ชุมชน, กรมศิลปากร 2,368 ตร.ม. 0.02% จำนวน 1 ชุมชน, มูลนิธิเกษตราธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2,208 ตร.ม. 0.02% จำนวน 1 ชุมชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างการตั้งถิ่นฐานบนที่ดินศาสนสถาน ปรากฏในชุมชนรื่นฤดี เขตวัฒนา ซึ่งพื้นที่เดิมเป็นสวนผลไม้ของเอกชน ต่อมาเจ้าของยกที่ดินให้วัดมักกะสัน ให้ทางวัดเก็บประโยชน์และเก็บค่าเช่าเป็นรายเดือนในราคาถูก และด้วยค่าเช่าราคาถูกชาวบ้านจึงทยอยเข้ามาอยู่ จนกระทั่งจัดตั้งเป็นชุมชนประมาณปี 2541 นอกจากนี้ในกทม.ยังมีชุมชนแออัดที่อาศัยอยู่รอบๆวัดเป็นจำนวนมาก เหตุผลที่กระจุกตัวก็คล้ายคลึงกันคือมีวัดเป็นผู้ให้เช่าที่ดินในราคาถูก มักกระจุกตัวกันอยู่ในเมือง หรือชุมชนวัดบางบัว ในเขตจตุจักร กรรมสิทธิ์ที่ดินเดิมเป็นที่กรมชลประทานต่อมาได้โอนให้ทางกรมธนารักษ์ดูแล จะเห็นได้ว่าหลายๆชุมชนเดิมไม่ได้เป็นของกรมธนารักษ์ แต่เป็นของหน่วยงานอื่นในสังกัดรัฐ ซึ่งบางหน่วยงานก็เลือกที่จะโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่กรมธนารักษ์เพื่อให้ดูแลและจัดการง่าย ดังนั้นกรมธนารักษ์จึงถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินในชุมชนแออัดอยู่เป็นจำนวนมาก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ มีข้อมูลที่น่าสนใจว่าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เป็นเจ้าของชุมชนแออัดในกทม.กว่า 42 ชุมชน ถือครองพื้นที่ว่า 844,708 ตร.ม. หรือคิดเป็น 7.51% โดยมากเป็นพื้นที่บริเวณเขตชั้นใน เช่นชุมชนท่าน้ำสามเสน ในเขตดุสิต , ชุมชนทรัพย์สินใหม่ ในเขตวังทองหลาง เป็นต้น โดยการจัดการชุมชนชนแออัดของทางสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ โดยมากคือให้ชุมชนที่อาศัยอยู่ทำสัญญาเช่าอย่างถูกกฎหมาย ตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมคือชุมชนทรัพย์สินใหม่ ซึ่งทุกครัวเรือนในชุมชนมีการทำสัญญาเช่าที่ดินกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์แล้วทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อพิจารณาสัดส่วนการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน จะพบว่าคนในชุมชนสามารถถือครองกรรมสิทธิ์เองจำนวน 71 ชุมชน มีพื้นที่ราวๆ 2,295,512 ตร.ม. คิดเป็น&nbsp; 20.41% เช่น ชุมชนโพธิ์ทอง ในเขตบึงกุ่ม แต่เดิมบริเวณรอบชุมชนเป็นท้องนาและที่รกร้าง จึงมีคนมาบุกเบิกที่ดินเพื่ออยู่อาศัย และจากการสำรวจข้อมูลของการเคหะแห่งชาติพบว่ามีบางส่วนย้ายมาจากชุมชนนาทองหรือนาซองในเขตดินแดง บริเวณซอยสุทธิผลหลังสถานทูตจีน เนื่องจากถูกไล่ที่ ปี 2519 เจ้าของที่ดินต้องการใช้พื้นที่ จึงขอแลกที่กับชาวบ้านที่มาบุกเบิกอาศัย โดยมาซื้อที่ดินที่ชุมชนโพธิ์ทองในปี 2520 ให้ชาวบ้านอยู่อาศัย ทั้งยังจัดสรรที่ดินแบ่งเป็นล็อค ดังนั้นชาวบ้านในชุมชนนี้จึงได้โฉนดที่ดินและได้รับโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินของคนในชุมชนล้วนได้มาจากการต่อรองทั้งสิ้น แต่ถึงอย่างนั้นเนื่องจากชุมชนนี้ก่อตั้งมานานและอยู่มานานกว่า 40 ปี จึงมีปัญหาที่สะสมมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งชุมชน กล่าวคือที่ดินที่อาศัยอยู่เป็นที่ดินตาบอด ทางเข้า-ออกชุมชนอยู่ติดกำแพงปั๊ม และมีปัญหาเรื่องขยะสะสมด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การที่คนในชุมชนจะก้าวไปสู่การเป็นเจ้าของที่ดินที่ตนอาศัยอยู่ จำเป็นต้องมีอำนาจต่อรองกับเอกชนหรือผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ และต้องอาศัยเจตจำนงของเจ้าของที่ดินในการร่วมหาทางออกเพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นได้น้อยมาก เพราะชุมชนส่วนใหญ่มักประสบภาวะถูกไล่รื้อตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มกระบวนการต่อรองด้วยซ้ำ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากการต่อรองกับเอกชน ยังพบตัวอย่างการต่อรองกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น <a href="https://decode.plus/20230201-pracharuamchai-community/">ชุมชนสะพานร่วมใจ</a> ในซอยวิภาวดี 80 เขตดอนเมือง แม้จะไม่ใช่กรณีของการได้ถือครองที่ดินในชุมชน แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีเพราะชาวบ้านในชุมชนได้เช่าที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่เดิมพื้นที่ของชุมชนสะพานร่วมใจเป็นของกรมทางหลวง ต่อมากรมทางหลวงต้องการใช้พื้นที่ตรงนี้ ในเดือนตุลาคม ปี 2563 ชาวบ้านจึงได้รับหมายจากผู้อำนวยการแขวงทางหลวงกรุงเทพฯ ให้รื้อย้ายบ้านเรือนออกไปแต่ชาวบ้านไม่ยอมย้ายออก เจ้าหน้าที่พอช.แนะนำทางออกว่าให้ชาวบ้านรวมตัวกันตั้งกลุ่มออมทรัพย์ และให้ไปหาที่ดินอื่นอยู่ หากพอใจแล้วค่อยมากู้เงินจากพอช.เพื่อปลูกสร้างบ้าน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ชาวบ้านในชุมชนเล็งเห็นว่าวิธีนี้ไม่เหมาะสมกับคนในชุมชน จึงตัดสินใจไปยื่นข้อเรียกร้องร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) ผ่านคณะอนุกรรมการของกระทรวงคมนาคมที่มีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นประธาน เพื่อต่อรองขอใช้พื้นที่เดิม จนกระทั่งวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565 กรมทางหลวงซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จึงส่งมอบที่ดินขนาด 3 ไร่ 16 ตารางวา คืนกรมธนารักษ์ และให้กรมธนารักษ์นำพื้นที่ส่วนนั้นไปให้ชุมชนเช่าทำที่อยู่อาศัยตามแนวทางของโครงการบ้านมั่นคง ชุมชนก็จะได้ความมั่นคงมีสิทธิตามกฎหมายและคุณภาพชีวิตดีขึ้น เพราะจะมีการปรับผังปลูกบ้านใหม่โดยได้รับเงินอุดหนุนทั้งแบบให้เปล่าและสินเชื่อจาก พอช. ซึ่งกรณีนี้ก็เป็นอีกกรณีตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="728" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ชุมชนแออัด-กทม-728x1024.png" alt="" class="wp-image-8244" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ชุมชนแออัด-กทม-728x1024.png 728w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ชุมชนแออัด-กทม-213x300.png 213w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ชุมชนแออัด-กทม-768x1080.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ชุมชนแออัด-กทม-1092x1536.png 1092w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ชุมชนแออัด-กทม.png 1367w" sizes="(max-width: 728px) 100vw, 728px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ชุมชนแออัดในกทม. เพิ่มขึ้น ลดลง หรือกลายเป็นชุมชนนิรนาม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจสถิติชุมชนแออัดในช่วงระยะเวลา 11 ปี ตั้งแต่ 2555-2565 พบว่าโครงสร้างความแออัดไม่ได้มีลักษณะหยุดนิ่ง แต่เคลื่อนตัวตามการพัฒนาเมืองและการบังคับใช้เกณฑ์ทางกฎหมาย เมื่อนำเกณฑ์ความหนาแน่นทางกายภาพที่ไม่น้อยกว่า 15 หลังคาเรือนต่อไร่มาพิจารณา พบว่ามีชุมชนที่เข้าเกณฑ์ความแออัดจริงจำนวน 439 แห่ง คิดเป็น 68.59% ของชุมชนทั้งหมด ขณะที่ชุมชนอีก 181 แห่ง (28.28%) มีความหนาแน่นหลังคาเรือนต่ำกว่าเกณฑ์ดังกล่าว และอีก 20 แห่ง (3.13%) ไม่สามารถคำนวณความหนาแน่นได้เนื่องจากไม่มีข้อมูลจำนวนบ้านเรือน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน หากนับการขึ้นทะเบียนจำนวนชุมชนแออัดในกทม. จะพบว่ามีทั้งเพิ่มขึ้นและลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ในเขตทุ่งครุปี 2555 เคยมีชุมชนแออัดจำนวน 17 ชุมชน ต่อมาปี 2556 จนถึงปัจจุบัน เหลือเพียงชุมชนใต้สะโพนโซน 1 ที่ยังคงเป็นชุมชนแออัด ขณะที่ชุมชนที่เหลืออีก 16 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนคอลิดีน ชุมชนชมทรัพย์ ชุมชนชานเมืองหมู่ 5 (ทุ่งครุ) ชุมชนชานเมืองหมู่ 6 (ทุ่งครุ) ชุมชนดารีซีน ชุมชนทุ่งครุพัฒนา ชุมชนบูลไลท์ ชุมชนประชาอุทิศ 43 ชุมชนประชาอุทิศ 68 ชุมชนมิตรไมตรี ชุมชนร่วมใจพัฒนา ชุมชนศรีสมิต ชุมชนสามัคคี ชุมชนหลังวัดกลางนา ชุมชนหลังสน.ทุ่งครุ ชุมชนอัตตักวา ได้รับการปรับเปลี่ยนสถานะทางกฎหมาย ให้กลายเป็นชุมชนประเภทเมือง เนื่องจากความหนาแน่นของบ้านเรือนลดลงจนต่ำกว่าเกณฑ์ชุมชนแออัดของกรุงเทพมหานคร</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตามบางเขตอาจไม่ได้เปลี่ยนสถานะชุมชนจากชุมชนแออัดกลายเป็นชุมชนประเภทอื่นไป แต่หายไปเพราะถูกรื้อทิ้ง หรือถูกเวนคืนที่ เช่น ชุมชนเริ่มเจริญ ในเขตคลองเตย ชุมชนดังกล่าวอยู่ใกล้ๆหมู่บ้านเปรมฤทัย โดยชุมชนเริ่มเจริญเป็นชุมชมขนาดเล็ก 56 หลังคาเรือนบนที่ดินเช่าของเอกชน ต้องถูกรื้อถอนเนื่องจากการก่อสร้างคอนโดมิเนียมบริเวณซอยสุขุมวิท 50 หรือชุมชนข้างโรงงานธานินทร์ในเขตบางนา ในปี 2557 เคยเกิดเพลิงไหม้จนชุมชนในพื้นที่เกิดเพลิงไหม้กว่า 15 หลัง แม้จะมีการบูรณะชุมชนภายหลัง ทว่าก็ถูกเวนคืนพื้นที่ในเวลาต่อมา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้มีหลายชุมชนที่สามารถยกระดับชุมชนผ่านโครงการปรับปรุงที่อยู่อาศัย โดยพบว่าชุมชนแออัดบางแห่งแปรสภาพไปสู่รูปแบบที่อยู่อาศัยที่มั่นคงขึ้นจากการเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เช่น ชุมชนหมู่บ้านพัฒนาซอยสวนพลู ในเขตสาทร ซึ่งเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายเป็นชุมชนอาคารสูง หลังการปรับปรุงพื้นที่และสร้างอาคารพักอาศัยใหม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อค้นพบหนึ่งที่น่าสนใจ คือ พบว่าในรอบ 11 ปีมานี้ สถิติอย่างเป็นทางการของกรุงเทพมหานคร พบว่าเขตที่มีชุมชนแออัดมากที่สุดอย่างเขตบางซื่อยังคงตัวเลขไว้ที่ 47 แห่งเท่าเดิมมาตั้งแต่ พ.ศ. 2556 (ยกเว้นปี 2561 ที่ระบุ 48 แห่ง)&nbsp; หรือเขตทุ่งครุลดจาก <a href="https://arts.kmutt.ac.th/cdmu/thungkhru%20%20912.pdf">17</a> ชุมชนในปี 2555 เหลือ 1 ชุมชน คือใต้สะพานโซน 1 ตั้งแต่ปี 2556 และยังปรากฏจำนวน 1 ชุมชนในปีถัดๆ มาที่มีข้อมูล&nbsp; อย่างไรก็ตาม การไม่มีข้อมูลระบุว่าชุมชนแออัดเพิ่มขึ้นมา ก็ไม่อาจกล่าวได้ว่าชุมชนแออัดในกทม.ไม่มีการเกิดใหม่เลย หากแต่เกิดชุมชนแออัดแบบนิรนามขึ้น กล่าวคือบางชุมชนที่ไม่ถูกขึ้นทะเบียนชุมชน จะไม่ถูกนับเป็นชุมชนประเภทใดของกทม.เลย เช่น ชุมชนทางด่วนบางนา ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งชุมชน ซึ่งการไร้สถานะทางกฎหมายทำให้ชุมชนเหล่านี้ไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนรายเดือนเพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและบริการสังคมขั้นพื้นฐาน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8245" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-2-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-2-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-2-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-2-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-2-100x100.jpg 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-2-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-2.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">สำรวจชุมชนแออัด สภาพแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก และมูลค่าที่ดินรอบชุมชนรอบๆ มีอะไรบ้าง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยไม่เพียงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในไทยหรือกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่เป็นปัญหาที่พบได้ในทั่วโลก จากสถิติการขยายตัวของเมืองของรายงาน World Urbanization Prospects ประจำปี พ.ศ. 2561 ที่ขององค์การสหประชาชาติ&nbsp; <a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/103/SorSorchor/plan.pdf">พบว่า</a>ประชากรโลกมากกว่า <a href="https://www.un.org/development/desa/publications/2018-revision-of-world-urbanization-prospects.html">55%</a> อาศัยอยู่ในเขตเมืองทั้งสิ้น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 68% ภายในปี พ.ศ. 2593 ความท้าทายนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (<a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/103/SorSorchor/plan.pdf">SDGs</a>) เป้าหมายที่ 11 ซึ่งมุ่งหวังให้เมืองมีความครอบคลุม ปลอดภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตในชุมชนแออัดภายในปี พ.ศ. 2573</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่การบรรลุเป้าหมายที่อยู่อาศัยในราคาที่สามารถจ่ายได้สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด จากการสำรวจราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ (รอบปี พ.ศ. 2559-2562 และรอบปี พ.ศ. 2566-2569) พบความเหลื่อมล้ำของมูลค่าที่ดินรอบชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานครอย่างมาก โดยพบว่าราคาที่ดินบริเวณรอบๆชุมชนแออัดในกทม.ทั้งหมดมีตั้งแต่ตารางวาละ 3,000 ไปจนถึง 900,000 ขึ้นอยู่กับแหล่งที่ตั้ง และศักยภาพทางเศรษฐกิจ<br></p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาโครงสร้างการถือครองที่ดินในกลุ่มพื้นที่ราคาแพง พบว่ามีชุมชนแออัดตั้งอยู่บนที่ดินที่มีราคาประเมินตั้งแต่ 100,000 บาทต่อตารางวาขึ้นไปจำนวน 238 ชุมชน คิดเป็น 37.19% ของชุมชนทั้งหมดในเมืองหลวง ในกลุ่มที่ดินราคาแพงนี้ ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจถือครองสัดส่วนมากที่สุดรวม 77 ชุมชน คิดเป็น 32.35% โดยมีหน่วยงานหลักคือกรมธนารักษ์ถือครอง 36 ชุมชน การรถไฟแห่งประเทศไทย 14 ชุมชน การท่าเรือแห่งประเทศไทย 9 ชุมชน และกรุงเทพมหานคร 6 ชุมชน รองลงมาคือที่ดินเอกชนถือครอง 65 ชุมชน สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ถือครอง 33 ชุมชน ศาสนสถานและมูลนิธิถือครอง 32 ชุมชน และเป็นพื้นที่เช่าหรือระบุผู้ถือครองไม่ชัดเจนอีก 26 ชุมชน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8247" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame2-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame2-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame2-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame2-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame2-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame2-100x100.jpg 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame2.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ หากยกระดับเกณฑ์พิจารณาที่ดินราคาตั้งแต่ 200,000 บาทต่อตารางวาขึ้นไป จะพบชุมชนแออัดตั้งอยู่ถึง 83 ชุมชน คิดเป็น 12.97% ของทั้งหมด โดยชุมชนบนที่ดินราคาสูงที่สุดระหว่าง 400,000 ถึง 650,000 บาทต่อตารางวา กระจุกตัวอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) เช่น เขตปทุมวัน บางรัก คลองเตย วัฒนา สาทร และพระนคร ตัวอย่างชุมชนที่ตั้งอยู่บนที่ดินมูลค่ามหาศาล ได้แก่ ชุมชนหลังวัดปทุมวนารามในเขตปทุมวัน ซึ่งมีราคาประเมินสูงถึง 650,000 บาทต่อตารางวา ชุมชนซอยพระเจนในเขตปทุมวัน และชุมชนบ้านแบบในเขตสาทร ที่มีราคาประเมิน 625,000 บาทต่อตารางวา รวมถึงชุมชนซอยพิพัฒน์ 2 ในเขตบางรัก ที่มีราคาประเมิน 500,000 บาทต่อตารางวา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความแตกต่างของทำเลที่ตั้ง ยังส่งผลโดยตรงต่อระดับการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ในกลุ่มชุมชนบนที่ดินราคาประหยัด เช่น ชุมชนแจงร้อนในเขตราษฎร์บูรณะ ซึ่งมีราคาที่ดินประเมินเพียงตารางวาละ 8,700 บาท เนื่องจากตั้งอยู่ในซอยขนาดเล็กและอยู่นอกรัศมีบริการสาธารณะ จึงไม่พบทั้งโรงพยาบาลรัฐและศูนย์เลี้ยงเด็กอ่อนในรัศมี 1 กิโลเมตรเลย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางตรงกันข้าม ชุมชนในย่านศูนย์กลางธุรกิจดั้งเดิมอย่างชุมชนซอยพระเจนในเขตปทุมวัน ซึ่งมีราคาที่ดินประเมินสูงถึง 500,000 ถึง 750,000 บาทต่อตารางวา&nbsp; ตั้งอยู่ห่างจากสถานรับเลี้ยงเด็ก มพสร เพียง 200 เมตร ใช้เวลาเดินเท้าเพียง 2 นาทีถึงป้ายรถเมล์บริเวณสถานทูตญี่ปุ่น มีโรงเรียนรัฐบาลหลายแห่ง เช่น โรงเรียนสวนลุมพินี โรงเรียนปลูกจิต และโรงเรียนสุนีพิทยาในรัศมี 1 กิโลเมตร และห่างจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1.7 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเดินเท้าเฉลี่ยราว 6 นาที เช่นเดียวกับชุมชนซอยพิพัฒน์ 2 ในย่านสีลม เขตบางรัก ที่สามารถเข้าถึงโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงเรียนรัฐบาล และป้ายรถโดยสารประจำทางในรัศมี 1 กิโลเมตรได้อย่างสะดวกสบาย บนที่ดินที่มีมูลค่าพุ่งสูงถึง 500,000 บาทต่อตารางวา รวมไปถึงชุมชนตรอกสลักหินในเขตปทุมวัน แม้จะเป็นตรอกแคบ แต่ราคาที่ดินประเมินก็สูงถึง 280,000 บาทต่อตารางวา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่ดินราคาแพงเหล่านี้ ยังพบได้ในย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) อย่างรัชดาภิเษก ห้วยขวาง และพระรามเก้า เช่น&nbsp; ชุมชนเพชรบุรี 40 ในเขตห้วยขวาง ตั้งอยู่บนที่ดินราคาประเมินสูงถึงตารางวาละ 170,000 บาท เนื่องจากตั้งอยู่ติดถนนเพชรบุรีสายหลัก เดินเท้าเพียง 90 เมตรถึงป้ายรถเมล์ตรงข้ามซอยศูนย์วิจัย ทั้งยังมีศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนสุเหร่าบ้านดอน โรงเรียนสุเหร่าบ้านดอน และโรงเรียนแจ่มจันทร์ตั้งอยู่ในรัศมีเดินเท้า ข้อมูลราคาประเมินเหล่านี้สอดคล้องกับรายงานของคู่มือปฏิบัติงานเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย กรุงเทพมหานคร ที่ระบุว่าพื้นที่กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง ได้แก่ เขตพระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ ดุสิต ดินแดง พญาไท ราชเทวี ห้วยขวาง และวังทองหลาง ส่วนใหญ่มีราคาที่ดินสูงและมีผู้ถือครองกรรมสิทธิ์เต็มพื้นที่แล้วทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น ราคาประเมินที่ดินใหม่รอบปี พ.ศ. 2566-2569 ยังปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยทั่วประเทศอีกราว <a href="https://www.ddproperty.com/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88-14870#:~:text=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2,%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%208%25">8%</a> ซ้ำเติมความยากลำบากในการถือครองที่ดินของคนจนเมือง</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8252" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองเตย-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8252" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองเตย-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองเตย-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองเตย-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองเตย-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองเตย-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองเตย-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองเตย.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8250" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองสาน-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8250" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองสาน-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองสาน-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองสาน-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองสาน-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองสาน-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองสาน-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองสาน.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8249" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คันนายาว-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8249" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คันนายาว-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คันนายาว-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คันนายาว-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คันนายาว-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คันนายาว-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คันนายาว-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คันนายาว.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8253" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จตุจักร-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8253" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จตุจักร-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จตุจักร-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จตุจักร-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จตุจักร-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จตุจักร-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จตุจักร-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จตุจักร.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8251" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จอมทอง-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8251" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จอมทอง-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จอมทอง-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จอมทอง-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จอมทอง-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จอมทอง-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จอมทอง-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จอมทอง.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8254" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดอนเมือง-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8254" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดอนเมือง-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดอนเมือง-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดอนเมือง-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดอนเมือง-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดอนเมือง-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดอนเมือง-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดอนเมือง.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8255" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดินแดง-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8255" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดินแดง-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดินแดง-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดินแดง-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดินแดง-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดินแดง-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดินแดง-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดินแดง.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8258" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดุสิต-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8258" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดุสิต-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดุสิต-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดุสิต-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดุสิต-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดุสิต-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดุสิต-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดุสิต-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8257" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตลิ่งชัน-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8257" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตลิ่งชัน-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตลิ่งชัน-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตลิ่งชัน-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตลิ่งชัน-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตลิ่งชัน-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตลิ่งชัน-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตลิ่งชัน-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8256" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ทุ่งครุ-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8256" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ทุ่งครุ-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ทุ่งครุ-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ทุ่งครุ-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ทุ่งครุ-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ทุ่งครุ-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ทุ่งครุ-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ทุ่งครุ-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8259" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ธนบุรี-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8259" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ธนบุรี-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ธนบุรี-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ธนบุรี-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ธนบุรี-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ธนบุรี-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ธนบุรี-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ธนบุรี-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8260" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกน้อย-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8260" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกน้อย-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกน้อย-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกน้อย-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกน้อย-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกน้อย-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกน้อย-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกน้อย-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8261" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกใหญ่-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8261" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกใหญ่-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกใหญ่-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกใหญ่-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกใหญ่-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกใหญ่-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกใหญ่-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกใหญ่-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8263" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกะปิ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8263" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกะปิ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกะปิ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกะปิ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกะปิ-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกะปิ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกะปิ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกะปิ.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8262" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางขุนเทียน-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8262" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางขุนเทียน-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางขุนเทียน-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางขุนเทียน-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางขุนเทียน-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางขุนเทียน-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางขุนเทียน-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางขุนเทียน-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8264" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางเขน-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8264" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางเขน-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางเขน-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางเขน-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางเขน-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางเขน-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางเขน-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางเขน-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8265" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางคอแหลม-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8265" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางคอแหลม-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางคอแหลม-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางคอแหลม-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางคอแหลม-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางคอแหลม-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางคอแหลม-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางคอแหลม-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8266" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางแค-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8266" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางแค-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางแค-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางแค-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางแค-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางแค-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางแค-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางแค-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8268" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางซื่อ-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8268" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางซื่อ-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางซื่อ-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางซื่อ-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางซื่อ-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางซื่อ-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางซื่อ-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางซื่อ-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8267" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางนา-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8267" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางนา-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางนา-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางนา-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางนา-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางนา-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางนา-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางนา-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</figure>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้การตั้งถิ่นฐานบนที่ดินมูลค่าสูง มาพร้อมกับความเสี่ยงจากการถูกเวนคืนพื้นที่ด้วยเช่นกัน โดยความเสี่ยงก็ยังผูกติดอยู่กับประเภทของผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ โดยพบว่ากลุ่มที่ดินเอกชนถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด เมื่อราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้น เจ้าของที่ดินมักเลิกสัญญาเช่าเพื่อนำที่ดินไปขายต่อให้นายทุนพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมหรือศูนย์การค้า ดังกรณีของชุมชนเริ่มเจริญในเขตคลองเตย ชุมชนขนาดเล็ก 56 หลังคาเรือนบนที่ดินเช่าเอกชน ต้องถูกรื้อถอนเนื่องจากการขยายตัวของคอนโดมิเนียมหรูรอบซอยสุขุมวิท 50 หรือชุมชนพร้อมใจ ย่านอ่อนนุช เขตวัฒนา ที่เคยเช่าที่ดินเอกชนอยู่อาศัยนานกว่า 100 ปี แต่เมื่อเส้นทางรถไฟฟ้าและความเจริญเข้าถึง ทายาทเจ้าของที่ดินได้บอกเลิกสัญญาเช่าเพื่อขายที่ดินให้อสังหาริมทรัพย์ภาคเอกชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน กลุ่มที่ดินรัฐวิสาหกิจและย่านเศรษฐกิจต้องเผชิญแรงกดดันจากโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ เช่น ที่ดินการท่าเรือแห่งประเทศไทย ย่านคลองเตย บนพื้นที่กว่า 2,353 ไร่ ราคาประเมิน 300,000 ถึง 450,000 บาทต่อตารางวา กำลังอยู่ท่ามกลางแรงกดดันในการขอคืนพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็น Smart City ศูนย์กลางโลจิสติกส์ และโครงการมิกซ์ยูส ซึ่งกระทบประชากร 26 ชุมชน หรือประมาณ 13,000 ครัวเรือน รวมถึงที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย ย่านยมราช ราชเทวี และเพชรบุรี ที่มีมูลค่าสูงถึง 310,000 บาทต่อตารางวา เผชิญการขอคืนพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงและโครงการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นเมื่อพิจารณาข้อกำหนดของเป้าหมาย SDGs ที่มุ่งหวังให้ประชากรทุกคนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะและบริการพื้นฐานที่ปลอดภัยในราคาที่สามารถจ่ายได้ภายในปี พ.ศ. 2573 ผลการวิเคราะห์ระยะทางจากชุมชนแออัดทั้ง 640 แห่งไปยังสิ่งอำนวยความสะดวก 4 ด้าน ทำให้พบว่าระดับการเข้าถึงที่เหลื่อมล้ำแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ระบบคมนาคมขนส่งผ่านป้ายรถโดยสารประจำทางนับเป็นบริการที่เข้าถึงได้ดีที่สุด โดยมีชุมชนถึง 533 แห่ง (คิดเป็น 83.28%) ที่มีป้ายรถเมล์อยู่ในรัศมีเดินเท้าไม่เกิน 1 กิโลเมตร และในจำนวนนี้มีถึง 368 ชุมชน (57.50%) ที่ตั้งอยู่ใกล้ในระยะไม่เกิน 500 เมตร ขณะที่อีก 66 ชุมชน (10.31%) ตั้งอยู่ห่างออกไปเกิน 1 กิโลเมตร และมี 41 ชุมชน (6.41%) ที่ไม่มีข้อมูลป้ายรถเมล์ในระยะใกล้ เนื่องจากตั้งอยู่ลึกในซอยหรือเป็นเขตรอบนอก เช่น ชุมชนเชลียง 5 ในซอยอุดมสุข 45 ซึ่งมีราคาที่ดินประเมิน 55,000 บาทต่อตารางวา ชุมชนซอยร่วมสามัคคีในซอยวชิรธรรมสาธิต 55 ชุมชนวัดอาวุธในซอยสุขาภิบาล 5 แยก 20 เขตบางเขน ชุมชนกลางนาในเขตบางนา ซึ่งห่างป้ายรถเมล์ถึง 2.9 กิโลเมตร และชุมชนข้างโรงเรียนวัดสะพานในเขตคลองเตย ซึ่งห่างป้ายรถเมล์ 1.3 กิโลเมตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของสวัสดิการด้านการศึกษาและการดูแลสุขภาพ ก็พบว่าด้านสถานสถานศึกษา พบชุมชน 355 แห่ง (55.56%) มีโรงเรียนอยู่ในรัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตร โดยเป็นระยะไม่เกิน 500 เมตรจำนวน 149 ชุมชน (23.32%) ขณะที่อีก 234 ชุมชน (36.62%) ตั้งอยู่ห่างเกิน 1 กิโลเมตร และอีก 50 ชุมชน (7.82%) ไม่พบข้อมูลโรงเรียนในระยะใกล้ สำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและศูนย์เลี้ยงเด็ก มีชุมชนเพียง 190 แห่ง (30%) เท่านั้นที่มีศูนย์เลี้ยงเด็กในรัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตร โดยเป็นระยะไม่เกิน 500 เมตรเพียง 66 ชุมชน (10.31%) เช่น ชุมชน 9 พัฒนาในเขตวังทองหลาง ซึ่งห่างจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนชุมชนรุ่งมณีพัฒนาเพียง 190 เมตร หรือชุมชนซอยโปโลในเขตปทุมวัน ซึ่งห่างจากสถานรับเลี้ยงเด็ก มพสร เพียง 350 เมตร ขณะที่ชุมชนอีก 158 แห่ง (24.69%) ตั้งอยู่ห่างเกิน 1 กิโลเมตร และมีมากถึง 292 ชุมชน (45.63%) ที่ไม่พบข้อมูลศูนย์เลี้ยงเด็กในระบบ สะท้อนภาวะขาดแคลนสวัสดิการดูแลเด็กปฐมวัยในระดับชุมชน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนด้านสถานพยาบาล พบชุมชนเพียง 80&nbsp; แห่ง (12.50%) ที่มีโรงพยาบาลในรัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตร โดยเป็นระยะไม่เกิน 500 เมตรเพียง 18 ชุมชน (2.81%) เช่น ชุมชนตรอกวังหลังในเขตบางกอกน้อย ซึ่งห่างจากโรงพยาบาลศิริราช 280 เมตร หรือชุมชนบ้านดอกไม้ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ซึ่งห่างจากโรงพยาบาลกลาง 500 เมตร ขณะที่ชุมชนอีก 67 แห่ง (10.47%) อยู่ห่างเกิน 1 กิโลเมตร และประชากรส่วนใหญ่ใน 493 ชุมชน (77.03%) ไม่มีโรงพยาบาลอยู่ในระยะเดินเท้า ทำให้ต้องพึ่งพาศูนย์บริการสาธารณสุขของกรุงเทพมหานครหรือเดินทางไกลไปยังโรงพยาบาลศูนย์แทน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลทั้งหมดอาจสรุปได้ว่า ชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานครเผชิญเงื่อนไขชีวิตที่แตกต่างกันตามทำเลที่ตั้ง ชุมชนใจกลางเมืองในย่านเศรษฐกิจสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ทั้งโรงพยาบาล ศูนย์เลี้ยงเด็ก ป้ายรถเมล์ และโรงเรียนรัฐในรัศมี 1 กิโลเมตรได้อย่างครบถ้วน แต่ต้องแลกมาด้วยค่าเช่าห้องพักที่แพงกว่า และสิทธิในการเป็นเจ้าของที่ดินแทบจะริบหรี่หรือเป็นไปไม่ได้เลย ในทางตรงกันข้าม ชุมชนแออัดในเขตรอบนอก เช่น เขตดอนเมืองและเขตบางนา แม้จะมีค่าเช่าห้องพักราคาประหยัด แต่กลับไร้สิ่งอำนวยความสะดวกในระยะเดินเท้า ห่างไกลโรงพยาบาลรัฐ และไม่มีป้ายรถเมล์ผ่านชุมชน ทำให้ชาวบ้านต้องแบกรับภาระค่าเดินทางเพิ่มเติมจากการใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์หรือรถสองแถวในชีวิตประจำวัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-3-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8246" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-3-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-3-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-3-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-3-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-3-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-3-100x100.jpg 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-3.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ต่างประเทศจัดการกันอย่างไรกับปัญหาชุมชนแออัดและที่อยู่อาศัย</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหากระทบเรื่องที่อยู่อาศัยปรากฏในหลายประเทศทั่วโลก ชุมชนแออัดชื่อดังในเมืองริโอเดจาเนโรของบราซิล โดยภาษาบราซิลจะเรียกชุมชนแออัดว่า<a href="https://www.thebrasilians.com/almost-16-4-million-people-live-in-favelas-in-brazil-census-reveals/">ฟาเวลา (favela)</a> จากการสำรวจจะพบว่าชาวบราซิลกว่า 6% หรือ 11.25 ล้านคนคนอาศัยอยู่ในชุมชนแออัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งบางชุมชนยังมีชื่อเสียงจากการเป็นชุมชนแออัด จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย เช่น <a href="https://www.gulf-times.com/story/92129/dharavi-no-longer-biggest-slum-study">ชุมชนแออัดดาราวี (Dharavi)</a> นครมุมไบของอินเดีย ถือเป็นชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีคนอาศัยอยู่ 1 ล้านคนในพื้นที่ 1,500 ไร่ ราวๆ 2.4 ตารางกิโลเมตร เคยโด่งดังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ “สลัมด็อก มิลเลียนแนร์” (Slumdog Millionaire) ที่ได้รับรางวัลออสการ์เมื่อปี 2551&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ฮ่องกงเคยมีชุมชนแออัดระดับตำนานอย่าง Kowloon Walled City ซึ่งเกิดตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง ก่อนที่จะ<a href="https://20022964.myblog.arts.ac.uk/2023/11/07/research-geographic-location-kowloon-walled-city/">ถูกรื้อถอนในปี 2537</a> และด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ในเกาะฮ่องกง ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยมีสูงมาก ขณะเดียวกันการเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของโลกทำให้ราคาที่อยู่อาศัยในฮ่องกงยิ่งมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ จากข้อมูลของสำนักงาน<a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/103/SorSorchor/plan.pdf">การพัฒนาชุมชน</a>ระบุว่าราคาที่อยู่อาศัยในฮ่องกงแพงที่สุดเมื่อเทียบกับ <a href="https://www.home.co.th/news/topic-5203">35</a> เมืองหลักในโลก ตามด้วยประเทศสิงค์โปร์ และเมืองเซี่ยงไฮ้ ในจีน</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยราคาที่อยู่อาศัยในฮ่องกงเฉลี่ยอยู่ที่ 39.52 ล้านบาทต่อยูนิต หรือเฉลี่ย 67,000 บาทต่อ<a href="https://www.cnbc.com/2022/12/07/hong-kong-home-prices-plummet-to-five-year-lows-and-could-drop-further.html">ตารางฟุต</a> หรือราวๆ 0.0929 ตารางเมตรเท่านั้น ปัจจุบันฮ่องกงมีประชากร 7.413 ล้านคน มีคนที่จัดว่ามีฐานะยากจนในฮ่องกงถึง <a href="https://www.oxfam.org.hk/en/what-we-do/development-programmes/hong-kong/povertyinhongkongandoxfamsadvocacywork">1.653</a> ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากร ซึ่งคนกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนักในการจัดหาที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">แนวทางแก้ไขปัญหาของรัฐบาลฮ่องกงคือการจัดสรรห้องเช่าของรัฐให้กลุ่มประชากรที่มีรายได้น้อย โดยมีเงื่อนไขต่างกันไปในแต่ละประเภท แต่ห้องเช่าของรัฐที่มีอยู่เพียง 73,000 ห้องก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากมีผู้รอเช่ามากถึง <a href="https://thaibizchina.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%83/">280,000</a> ราย หรือหมายความว่ามีเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่จะได้เช่าอาศัย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือหากไม่อยากเช่าห้องพักของรัฐ รัฐก็จัดสรรให้ประชาชนได้มีโอกาสเป็นเจ้าของห้องพักของตนเองเป็นครั้งแรก ด้วยการจัดทำห้องพักราคาประหยัด ซึ่งมีเพียง 2,700 ห้องเท่านั้น ขณะที่ผู้ขอยื่นใบสมัครมีมากถึง <a href="https://thaibizchina.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%83/">180,000</a> ราย อย่างไรก็ตามในอนาคตรัฐบาลฮ่องกงมีแผนพัฒนาพื้นที่ในเกาะลันเตา และมีการถมทะเลทางตอนเหนือของเกาะเพื่อขยายพื้นที่ในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะรองรับการขยายเมือง และรองรับห้องสำหรับประชาชนได้ราวๆ 144,000 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ก็ไม่ใช่ว่าประชากรทุกคนจะมีกำลังเพียงพอในการซื้อที่อยู่อาศัยราคาถูกโดยรัฐ หรือหากเช่าก็ต้องรอเวลามากกว่า 10 ปี กว่าที่ห้องเช่าของรัฐจะว่าง ตาม<a href="https://www.oxfam.org.hk/en/what-we-do/development-programmes/hong-kong/povertyinhongkongandoxfamsadvocacywork">รายงาน</a>ของ Oxfam ที่ศึกษาเรื่องแฟลตเช่าเล็กๆ ในฮ่องกงพบว่า ในปี 2021 มีการแบ่งแฟลตให้เช่ากว่า 100,943 แห่ง โดยแต่ละแห่งซอยย่อยออกเป็นห้องพักเล็กๆ พื้นที่ราวๆ 100 ตารางฟุต ซึ่งมีคนอาศัยอยู่ในแฟลตเหล่านั้น <a href="https://www.oxfam.org.hk/en/what-we-do/development-programmes/hong-kong/povertyinhongkongandoxfamsadvocacywork">226,000 คน</a> เพื่ออยู่อาศัยชั่วคราว หรือบางครอบครัวนั้น แฟลตเล็กๆเหล่านั้นคือบ้านที่พวกเขาใช้พักอาศัยตลอดชีวิตเพราะไม่มีใครทราบว่าโอกาสในการพักอาศัยห้องเช่าราคาถูกของรัฐนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางตรงกันข้าม ประเทศสิงคโปร์ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการที่อยู่อาศัย ผ่านการประกาศใช้กฎหมายเวนคืนที่ดิน <a href="https://www.adb.org/sites/default/files/publication/181599/adbi-wp559.pdf">(Land Acquisition Act)</a> ในปี พ.ศ. 2509 ทำให้รัฐดึงที่ดินกลับมาเป็นของรัฐได้ถึง 85% รัฐบาลสิงคโปร์จัดทำโครงการที่อยู่อาศัยที่รัฐอุดหนุน(<a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/103/SorSorchor/plan.pdf">Public Housing</a>)&nbsp; ผ่านคณะกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัย (HDB) ส่งผลให้ประชากรกว่า <a href="https://waymagazine.org/public-housing-singapore/#_edn1">82%</a>&nbsp; ได้เช่าอยู่อาศัยระยะยาว 99 ปีในราคาที่จับต้องได้ กล่าวคือที่อยู่อาศัยที่รัฐเป็นเจ้าของ ประชาชนสิงคโปร์มีสิทธิ์เช่าอยู่ 99 ปี ในราคาไม่แพง ขณะที่รายได้ของชาวสิงคโปร์เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ ทั้งยังออกแบบนโยบายเพื่อสนับสนุนการเป็นเจ้าของบ้านอย่างชัดเจน ส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ซึ่งการจะซื้อบ้านเป็นของตนเองได้นั้น ก็มีการนำเงินของผู้ที่ทำงานและจ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพกลาง (<a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/103/SorSorchor/plan.pdf">The Central Provident Fund</a>) ตามระบบประกันสังคมของสิงคโปร์มาจ่ายเป็นเงินดาวน์ซื้อแฟลต และแม้จะเป็นแฟลตของรัฐก็ยังมีการจัดการที่พักอาศัยอย่างเป็นระบบ สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี มีสวนสาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ซึ่งถือได้ว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของสิงคโปร์นั้นประสบความสำเร็จอย่างมากแม้มีพื้นที่เล็กๆ เท่านั้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนประเทศ<a href="http://www.bangkokgis.com/mapstorage/community/phasicharoen.pdf">เกาหลีใต้</a> เคยใช้นโยบายรื้อถอนชุมชนแออัดอย่างรุนแรงในช่วงทศวรรษ 1980 โดยรัฐบาลมี “โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่” (Urban redevelopment) กล่าวคือพยายามพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่ โยกย้ายคนจากชุมชนแออัดไปอยู่ที่ดินอื่น รวมไปถึงเอกชนซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ต้องการที่ดินคืน โดยรัฐบาลและเอกชนได้<a href="https://www.academia.edu/121790545/Red_Devil_Fever_Dreams_Jo_Seubs_Post_Minjung_Response_to_South_Koreas_World_Cup_Fanaticism">จ้างกลุ่มรื้อถอนเข้ากดดันชาวบ้านในพื้นที่</a> แม้จะสามารถสร้างที่อยู่อาศัยใหม่สำเร็จ แต่ราคาที่พักอาศัยที่สูงเกินไปกลับผลักดันให้คนจนเมืองต้องย้ายออก&nbsp; โยกย้ายไปตั้งถิ่นฐานใหม่ เกิดชุมชนบุกรุกหรือชุมชนแออัดในจุดใหม่ที่ไกลจากเมือง ซึ่งก็ยังเป็นชุมชนแออัดของคนจนเมืองเช่นเดิม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากทั้งหมดจะเห็นว่าโมเดลการแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยไม่ได้ทำสำเร็จทุกประเทศ หากแต่ต้องอาศัยกระบวนการการสร้างความเข้าอกเข้าใจ และรับฐาลต้องเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-4-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8248" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-4-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-4-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-4-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-4-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-4-100x100.jpg 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-4-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-4.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ประเทศไทยจัดการอย่างไรเรื่องที่อยู่อาศัย: จากแผนแม่บท 20 ปีสู่การปฏิรูปที่อยู่อาศัย</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประเทศไทยได้รับการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการบรรจุไว้ใน<a href="https://www.ryt9.com/s/iq03/2708440">แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579)</a> โดยรัฐบาลได้กำหนดวิสัยทัศน์หลักคือ “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579 (<a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/103/SorSorchor/plan.pdf">Housing for All)</a>” ยุทธศาสตร์สำคัญมุ่งเน้นการจัดสรรที่ดินและการนำที่ดินมิได้ใช้ประโยชน์ของหน่วยงานภาครัฐมาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ตลอดจนการผลักดันโครงการสำคัญของรัฐเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและความไม่มั่นคงในที่ดินทำกิน ได้แก่ โครงการบ้านประชารัฐ โครงการเคหะสุขประชา และโครงการบ้านมั่นคง</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;ในระดับท้องถิ่น กรุงเทพมหานครได้ตอบรับแนวนโยบายดังกล่าวด้วยการจัดทำ<a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/103/SorSorchor/plan.pdf">แผนพัฒนา</a>ที่อยู่อาศัยกรุงเทพมหานคร ระยะ 10 ปี และแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะ 5 ปี รวมถึงโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวเมืองอีกหลายประการ พร้อมทั้งร่วมมือกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และภาคีเครือข่าย ตั้งคณะกรรมการเพื่อปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เช่น การผ่อนปรนเกณฑ์การรับจดทะเบียนชุมชนจากเดิมที่ต้องมีบ้านเรือนไม่น้อยกว่า 100 หลังคาเรือน ให้ชุมชนขนาดเล็กกว่านั้นสามารถจดทะเบียนเพื่อรับสิทธิประโยชน์จาก กทม. ได้อย่างทั่วถึง</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลไกหลักในการแก้ปัญหาที่ดินของคนจนเมืองคือ <a href="https://www.thaipost.net/public-relations-news/457794/">&#8220;โครงการบ้านมั่นคง&#8221;</a> ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 โดยประเดิม 10 โครงการนำร่องใน <a href="https://ref.codi.or.th/attachments/article/28/Project_Guide%20_111158.pdf">10 ชุมชนทั่วประเทศ</a> ได้แก่ ชุมชนโกลกวิลเลจ จังหวัดนราธิวาส, ชุมชนเก้าเส้ง จังหวัดสงขลา, ชุมชนเจริญชัยนิมิตรใหม่ กรุงเทพมหานคร, ชุมชนบ่อนไก่ (คลองเตย) กรุงเทพมหานคร, ชุมชนบุ่งคุก จังหวัดอุตรดิตถ์, ชุมชนคลองเตย 7-12 กรุงเทพมหานคร, ชุมชนเก้าพัฒนา กรุงเทพมหานคร, ชุมชนร่วมสามัคคี กรุงเทพมหานคร, ชุมชนคลองลำนุ่น กรุงเทพมหานคร และชุมชนแหลมรุ่งเรือง จังหวัดระยอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระบวนการพัฒนาตามแนวทางบ้านมั่นคงถูกแบ่งออกเป็น 5 รูปแบบหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>การปรับปรุงชุมชนในที่ดินเดิม (Slum Upgrading) เป็นการพัฒนาสาธารณูปโภคและสภาพแวดล้อมโดยไม่กระทบผังบ้านเรือนเดิม</li>



<li>การปรับผังแปลงที่ดินใหม่ (Reblocking) เป็นการจัดผังที่ดินใหม่โดยพยายามคงโครงสร้างเดิมไว้ ปรับปรุงพื้นที่ และอาจมีการรื้อย้ายบ้านเรือนบางส่วนเพื่อเปิดทางให้ระบบสาธารณูปโภคเข้าถึง</li>



<li>การแบ่งปันที่ดิน (Land Sharing) อาศัยการเจรจาต่อรองกับเจ้าของที่ดินเอกชนเพื่อขอเช่าหรือซื้อที่ดินบางส่วนในราคาถูก ทำให้ชาวบ้านได้กรรมสิทธิ์หรือสัญญาเช่าระยะยาว เกิดการปรับผังและพัฒนาที่อยู่อาศัยร่วมกันอย่างมั่นคง</li>



<li>การก่อสร้างรูปแบบใหม่ในที่เดิม (Reconstruction) เป็นการรื้อย้ายภายในบริเวณเดิมเพื่อจัดผังใหม่แล้วทำสัญญาเช่าระยะยาว ช่วยให้ชาวบ้านไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไกลจากแหล่งงานและเครือข่ายสังคมเดิม ดังเช่นโครงการบ้านมั่นคงริมคลองในกรุงเทพมหานคร (คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร) ซึ่ง พอช. ได้รับงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาลกว่า 4,061 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขว่าเมื่อสำรวจแนวเขตพ้นจากเขื่อนกั้นน้ำแล้ว ชุมชนจะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ในระยะแรก 30 ปี อัตราค่าเช่าเพียง 1.25-4 บาทต่อตารางวาต่อเดือน สร้างบ้านขนาด 4.6-4.8 ตารางเมตร ทั้งแบบชั้นเดียวและสองชั้นตามกำลังความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อประมาณเดือนละ 1,000-3,000 บาท ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือ ชุมชนประชาร่วมใจ 1 และประชาร่วมใจ 2 บริเวณคลองเปรมประชากร ซึ่งได้รับสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ 30 ปี (ต่อสัญญาได้) สร้างบ้านสองชั้นราคาหลังละ 450,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละไม่เกิน 2,800-2,900 บาท เป็นเวลา 20 ปี โดย พอช. เป็นผู้ประสานขออนุญาตปลูกสร้างอย่างถูกต้องตามกฎหมายกับสำนักงานเขต</li>



<li>การรื้อย้ายไปอยู่ที่ใหม่ (Relocation) เป็นการย้ายชุมชนออกไปสร้างบ้านบนที่ดินผืนใหม่ แม้ชาวบ้านจะได้ครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินอย่างมั่นคง แต่ต้องแลกด้วยภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อที่ดินและปลูกสร้างบ้านใหม่ ทั้งยังต้องเผชิญความยากลำบากจากการตั้งถิ่นฐานไกลจากแหล่งงาน สถานศึกษา และสังคมเดิม</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">แม้โครงการบ้านมั่นคงจะขยายผลไปแล้วกว่า 100 ชุมชน แต่กระบวนการดำเนินงานกลับต้องเผชิญอุปสรรคเชิงโครงสร้างและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกัน ในปี พ.ศ. <a href="https://www.ryt9.com/s/prg/3030761?fbclid=IwAR1wvIY3RA9pcocFA1djiGLD6BXW_T-wioLtIhlwCyx3yAnr7BNVOOKz46g">2562</a> การออก<a href="https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_9657682">คำสั่งคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 44 (ปว.44)</a> ที่สั่งให้รื้อถอนอาคารรุกล้ำริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อภายใน 15 วัน (หากเจ้าหน้าที่รื้อถอนให้ ชาวบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง) กลับถูกสำนักงานเขตดอนเมืองนำไปบังคับใช้ไล่รื้อบ้านเรือนบนบกในชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ชุมชนบางแห่งยังถูก<a href="https://d.dailynews.co.th/bangkok/718373/?fbclid=IwAR2UnhpuZSUBd1uMfj4NaGOII4QwgZGw-rrsoeBi7j-WhWtbqh9bG2hmYSw">กรมธนารักษ์</a>ฟ้องร้องดำเนินคดี ขณะเดียวกัน มีหลายชุมชนที่เข้าสู่กระบวนการสำรวจของโครงการบ้านมั่นคงแล้วแต่กลับไม่สามารถเริ่มก่อสร้างได้เนื่องจากติดปัญหาการใช้ที่ดิน เช่น ชุมชนพรหมสัมฤทธิ์ (เขตดอนเมือง), ชุมชนร่วมใจรักคลองเปรมประชากร (เขตดอนเมือง), ชุมชนร่วมพัฒนา (ดอนเมือง), ชุมชนเปรมสุขสันต์ (เขตหลักสี่), ชุมชนคนรักถิ่น (เขตหลักสี่) ที่ไม่สามารถเปิดพื้นที่ได้ และชุมชนประชากร 4 ที่ไม่สามารถปลูกสร้างบ้านในที่ดินเดิมได้ รวมไปถึงชุมชนบ้านบาตร ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ที่ชาวบ้านรวมตัวจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ แต่เมื่อการเคหะแห่งชาติเข้าสำรวจพื้นที่แล้ว โครงการกลับเงียบหาย ไร้ความชัดเจนเรื่องสัญญาเช่าและทิศทางในการดำเนินงานต่อ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความไม่แน่นอนด้านที่อยู่อาศัยยังปรากฏในกรณีชุมชนคลองเตย ซึ่งอนาคตของประชาชนผูกโยงอยู่กับแผนพัฒนาที่ดินของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) โดยเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แสดงเจตนารมณ์ที่จะย้ายการให้บริการท่าเรือกรุงเทพไปรวมศูนย์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการพัฒนาเชิงพาณิชย์ พร้อมมอบหมายให้ กทท. ศึกษาความเป็นไปได้และ<a href="https://isranews.org/article/isranews-news/149047-transport-341.html">การบริหารจัดการผลกระทบต่อชุมชนรอบท่าเรือทั้ง 26 ชุมชน</a> หากจำเป็นต้องย้ายประชาชน จะต้องจัดสร้างที่อยู่อาศัยทดแทนและทยอยดำเนินการเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นยังไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วนและต้องรอผลการศึกษา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมาในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายพิพัฒน์เข้าพบตัวแทน 26 ชุมชน ณ สำนักงานเขตคลองเตย เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ <a href="https://thaitabloid.com/archives/322282">โดยยืนยันว่าจะไม่ไล่ที่หรือบังคับให้ประชาชนย้ายออก</a>จากคลองเตย หากชุมชนเห็นชอบกับการพัฒนา จะจัดหาพื้นที่ว่างเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยรองรับก่อน แล้วจึงทยอยย้ายเป็นส่วนๆ พร้อมระบุว่าการย้ายท่าเรือยังไม่มีข้อยุติว่าจะดำเนินการหรือไม่ และหากย้ายจะย้ายทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการศึกษา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในการหารือครั้งเดียวกัน รัฐมนตรียังระบุว่าจะนำ<a href="https://www.banmuang.co.th/news/politic/492903">แนวทางโฉนดชุมชน</a>ไปหารือกับนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้เรื่องสิทธิการอยู่อาศัยและการส่งต่อสิทธิให้ลูกหลาน รวมถึงสนับสนุนกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงคมนาคม กทท. และตัวแทนประชาชน เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน บริการสาธารณะ และโอกาสการจ้างงาน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการหารือ จึงต้องติดตามต่อว่าจะพัฒนาไปสู่เงื่อนไขและหลักประกันการอยู่อาศัยที่ชัดเจนได้อย่างไร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน แผนพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เคยเสนอไว้ก่อนหน้านี้ยังเผชิญความล่าช้า โดยรายงานของ SPRiNG วันที่ 19 กันยายน 2569 ระบุว่าโครงการ Smart Community ซึ่งวางแผนจัดสร้างที่อยู่อาศัย 6,048 ยูนิตเพื่อรองรับชุมชนเดิม <a href="https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/865105">ยังไม่เริ่มก่อสร้างตามกรอบเวลาปี 2566-2568</a> และอยู่ระหว่างรอความชัดเจนหลังมีการทบทวนแผนหลายครั้ง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนต้องรอทั้งความคืบหน้าของโครงการที่อยู่อาศัยและข้อยุติของนโยบายพัฒนาพื้นที่ท่าเรือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรณีคลองเตยจึงสะท้อนว่า การจัดทำแผนพัฒนาหรือการประกาศว่าจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบ จำเป็นต้องตามมาด้วยความชัดเจนเรื่องสิทธิการอยู่อาศัย ค่าใช้จ่ายที่ประชาชนต้องรับผิดชอบ และความต่อเนื่องของแหล่งงาน ตลอดจนการเปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของพื้นที่ตั้งแต่ต้น เพื่อให้การพัฒนาที่ดินของรัฐเดินหน้าไปพร้อมกับความมั่นคงในชีวิตของผู้คนที่อยู่อาศัยและทำมาหากินในพื้นที่นั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน<a href="http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_announcement4029.htm">ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย</a> ชี้ว่า แม้โครงการบ้านมั่นคงจะดำเนินการต่อเนื่องมาจากยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร จนถึงรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ เนื่องจากเงื่อนไขการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินต้องการหลักฐานรายได้ที่แน่นอนและการผ่อนชำระค่างวดที่สม่ำเสมอ ซึ่งขัดกับสภาวะเศรษฐกิจของคนจนเมืองและแรงงานนอกระบบที่รับจ้างรายวันหรือรายชั่วโมง เมื่อขาดคุณสมบัติทางการเงินหรือไม่สามารถผ่อนชำระได้สม่ำเสมอก็ต้องถูกบังคับให้ออกจากที่อยู่อาศัย ประกอบกับการดำเนินโครงการที่ไม่ต่อเนื่องจึงยากแก่การติดตามผล</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่า สัญญาเช่าระยะยาวหรือประวัติการอยู่อาศัยมาหลายชั่วอายุคน ไม่ได้เป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตอย่างแท้จริง ดังตัวอย่างของชุมชนพร้อมใจ ย่านอ่อนนุช ที่เคยเช่าที่ดินมานานกว่าหนึ่งร้อยปี แต่เมื่อความเจริญขยายตัวเข้าถึง ทายาทเจ้าของที่ดินได้ยกเลิกสัญญาเช่าและขายที่ดินให้นายทุนทันที การมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านเป็นของตนเองจึงเป็นหลักประกันสูงสุดที่จะช่วยให้คนจนเมืองรอดพ้นจากการถูกไล่รื้อ</p>



<p class="wp-block-paragraph">และหากมองในช่วงอดีตที่ผ่านมา นับตั้งแต่ช่วงต้นปี พ.ศ. 2520 รัฐเคยพยายามแก้ปัญหาด้วยการย้ายประชากรหรือสร้างอาคารสงเคราะห์ในรูปแบบแฟลตให้เช่าซื้อราคาถูกผ่อนระยะยาว ทว่าแนวทางดังกล่าวกลับล้มเหลวเพราะไม่ตอบโจทย์วิถีชีวิต และรูปแบบการผ่อนส่งประจำรายเดือนที่ไม่ยืดหยุ่นต่อโครงสร้างรายได้อันไม่แน่นอนของแรงงานนอกระบบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพื่อแก้ปัญหานี้ ภาครัฐจึงพยายามเร่งรัดแก้ปัญหาผ่านหลายกลไกพร้อมกัน ได้แก่ การเดินหน้าโครงการบ้านมั่นคงริมคลองต่อเนื่อง การปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายที่ดินรัฐผ่านนโยบายการจัดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้ชุมชน (เช่น โครงการ &#8220;ธนารักษ์สุขใจ&#8221; ของกรมธนารักษ์ที่นำที่ดินราชพัสดุมาปล่อยเช่าระยะยาวในราคาย่อมเยา และการเร่งรัดจัดทำ One Map เพื่อลดความซ้ำซ้อนและคดีความระหว่างรัฐกับประชาชน) ตลอดจนการสนับสนุนสินเชื่อยืดหยุ่นผ่าน พอช. และสถาบันการเงินของรัฐสำหรับผู้มีรายได้น้อย</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว นอกจากการสร้างความมั่นคงในสัญญาเช่าและการจัดตั้งกองทุนสินเชื่อที่ยืดหยุ่นสอดรับกับวิถีชีวิตแรงงานนอกระบบแล้ว รัฐจำเป็นต้องกระจายการพัฒนาและส่งเสริมการลงทุนไปสู่ภูมิภาคอย่างจริงจัง ด้วยการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมและแหล่งงานในต่างจังหวัด เพื่อลดแรงกดดันจากการย้ายถิ่นฐานเข้าสู่กรุงเทพมหานคร การเข้าอกเข้าใจเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของคนจนเมืองอย่างแท้จริง จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและยั่งยืนสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลดิบ อ่านทั้งหมดได้ที่ : <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-slum">https://rocketmedialab.co/database-bkk-slum</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-slum/">“ชุมชนแออัด” เป็นของใคร ในเมืองหลวงแห่งความเหลื่อมล้ำ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>น้ำท่วมไม่ได้หายไป แค่ย้ายที่: เทียบแผนที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2554 กับ 2569 ท่วมซ้ำ ท่วมใหม่ รอดตรงไหนใน 50 เขต</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-flood-2554-vs-2569/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2026 10:47:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วมกรุงเทพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8212</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3613;&#3609;&#3607;&#3637;&#3656;&#3605;&#3585;&#3605 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flood-2554-vs-2569/">น้ำท่วมไม่ได้หายไป แค่ย้ายที่: เทียบแผนที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2554 กับ 2569 ท่วมซ้ำ ท่วมใหม่ รอดตรงไหนใน 50 เขต</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ฝนที่ตกต่อเนื่องเกือบ 48 ชั่วโมงเมื่อช่วงวันที่ 24-26 กันยายน 2569 ทำให้ถนนหลายสายในกรุงเทพฯ เกิดน้ำท่วมขัง และมีปริมาณฝนสะสมบางพื้นที่สูงเกิน <a href="https://www.naewna.com/n/top-stories/82429/">300 มิลลิเมตร</a> จน กทม. ต้องประกาศให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย ก่อนจะออก<a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1441544871486991&amp;set=pb.100068944758423.-2207520000&amp;type=3">ประกาศ</a>ปรับลดพื้นที่ภายหลังในวันที่ 29 กันยายน แบ่งเป็น 21 เขตไม่ได้รับผลกระทบ 14 เขตได้รับผลกระทบระดับปานกลาง และ 15 เขตได้รับผลกระทบระดับสูง</p>



<p class="wp-block-paragraph">สถานการณ์น้ำท่วมขังใน 29 เขตดังกล่าว ดึงความทรงจำของคนเมืองให้มองย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2554 ซึ่งเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของไทย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งเขื่อน อุโมงค์ระบายน้ำ แก้มลิง ไปจนถึงการขุดลอกคลอง แต่เมื่อต้องรับมือกับฝนตกหนักในปีนี้ ภาพน้ำท่วมขังกลับยังคงปรากฏซ้ำในจุดเดิมๆ นำมาสู่ประเด็นคำถามว่า <strong>เมื่อเทียบกับปี 2554 แผนที่น้ำท่วมของกรุงเทพฯ เปลี่ยนไปอย่างไร และงบประมาณแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของ กทม. ได้ถูกนำไปใช้ตรงจุดวิกฤตที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-bangkok-flood-2011-vs-2026-50-districts-scaled.png" alt="" class="wp-image-8213" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-bangkok-flood-2011-vs-2026-50-districts-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-bangkok-flood-2011-vs-2026-50-districts-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-bangkok-flood-2011-vs-2026-50-districts-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-bangkok-flood-2011-vs-2026-50-districts-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-bangkok-flood-2011-vs-2026-50-districts-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-bangkok-flood-2011-vs-2026-50-districts-1638x2048.png 1638w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">น้ำท่วมปี 2554 เทียบ 2569 แต่ละเขตเป็นอย่างไร</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สถานการณ์น้ำท่วมในปี 2554 Rocket Media Lab รวบรวมจากรายงานข่าวหลายแหล่ง ซึ่งแบ่งไว้เป็น 5 กลุ่ม นำมาจัดระดับให้เทียบกับปี 2569 ตามประกาศของ กทม. ได้ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ผลกระทบระดับสูง นับเขตที่ระบุว่าท่วมหนักและเป็นเวลานาน</li>



<li>ผลกระทบระดับปานกลาง นับเขตที่ระบุว่าเสียหายบางส่วนจากน้ำเหนือเกิน 20% ของพื้นที่, เสียหายบางส่วนน้อยกว่า 20% ของพื้นที่ และเขตที่ได้รับผลกระทบช่วงสั้นๆ จากระดับน้ำเจ้าพระยาขึ้น-ลง</li>



<li>ไม่ได้รับผลกระทบ นับเขตที่ระบุว่าไม่ประสบปัญหาน้ำท่วม</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">โดยสามารถแบ่งระดับผลกระทบของ 50 เขตในกรุงเทพฯ ได้ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง</strong> มี 12 เขต ได้แก่ คลองสามวา จตุจักร ดอนเมือง ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางเขน บางแค บางพลัด ภาษีเจริญ สายไหม หนองแขม และหลักสี่</li>



<li><strong>เขตที่ได้รับผลกระทบระดับปานกลาง</strong> มี 26 เขต ได้แก่ คลองเตย คันนายาว จอมทอง ดินแดง ดุสิต ธนบุรี บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ บางกะปิ บางขุนเทียน บางคอแหลม บางซื่อ บางบอน  บางรัก บึงกุ่ม ประเวศ พระโขนง พระนคร มีนบุรี ยานนาวา ลาดกระบัง ลาดพร้าว สะพานสูง สัมพันธวงศ์ หนองจอก และห้วยขวาง</li>



<li><strong>เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ</strong> มี 12 เขต ได้แก่ คลองสาน ทุ่งครุ บางนา ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย พญาไท ราชเทวี ราษฎร์บูรณะ วังทองหลาง วัฒนา สวนหลวง และสาทร</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนปี 2569 แบ่งได้ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง</strong> มี 15 เขต ได้แก่ คลองสามวา คันนายาว จตุจักร บางกะปิ บางเขน บึงกุ่ม ประเวศ มีนบุรี ลาดกระบัง วังทองหลาง สวนหลวง สะพานสูง สายไหม หนองจอก และหลักสี่</li>



<li><strong>เขตที่ได้รับผลกระทบระดับปานกลาง</strong> มี 14 เขต ได้แก่ ดอนเมือง ดินแดง ดุสิต ทวีวัฒนา ทุ่งครุ บางซื่อ บางนา บางบอน บางพลัด พญาไท พระโขนง ราชเทวี วัฒนา และห้วยขวาง</li>



<li><strong>เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ</strong> มี 21 เขต ได้แก่ คลองเตย คลองสาน จอมทอง ตลิ่งชัน ธนบุรี บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ บางขุนเทียน บางคอแหลม บางแค บางรัก ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย พระนคร ภาษีเจริญ ยานนาวา ราษฎร์บูรณะ ลาดพร้าว สัมพันธวงศ์ สาทร และหนองแขม</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ เขตที่ได้รับผลกระทบ ตามประกาศของ กทม. หมายถึงเกิดปัญหาน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัด ซึ่งกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน&nbsp; ตลอดจนก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนและของรัฐ อันเป็นสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 โดยใน 21 เขตที่ระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบนั้น มาจากการตรวจสอบในเชิงพื้นที่ของ กทม. เอง ซึ่งอาจหมายความว่ามีน้ำท่วมขังบางจุด แต่ไม่ถึงขั้นกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ได้แปลว่าไม่มีน้ำท่วมขังเลย และ กทม. ไม่ได้เปิดเผยเกณฑ์รายละเอียดที่ใช้แยกระดับปานกลางและกับสูง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-bangkok-flood-50-districts-scaled.png" alt="" class="wp-image-8214" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-bangkok-flood-50-districts-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-bangkok-flood-50-districts-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-bangkok-flood-50-districts-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-bangkok-flood-50-districts-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-bangkok-flood-50-districts-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-bangkok-flood-50-districts-1638x2048.png 1638w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเทียบปี 2554 กับปี 2569 ภาพรวมของกรุงเทพฯ ดูจะไปในทางที่ดีขึ้น โดยมี<strong>เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ</strong>เพิ่มจาก 12 เป็น 21 เขต <strong>เขตที่ได้รับผลกระทบปานกลาง</strong>ลดลงจาก 26 เหลือ 14 เขต ส่วน<strong>ผลกระทบสูง</strong>เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 12 เป็น 15 เขต ทว่าเมื่อเปรียบเทียบเป็นรายเขต จะพบว่าน้ำท่วมไม่ได้หายไป แต่แค่ย้ายพื้นที่ท่วม โดยมีรายละเอียด ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เขตที่ได้รับผลกระทบทั้งสองปี</strong> มี 22 เขต ในจำนวนนี้มี 5 เขตที่อยู่ระดับสูงทั้งสองปี คือ คลองสามวา จตุจักร บางเขน สายไหม และหลักสี่ มี 8 เขตที่ขยับจากปานกลางเป็นสูง คือ คันนายาว บางกะปิ บึงกุ่ม ประเวศ มีนบุรี ลาดกระบัง สะพานสูง และหนองจอก ส่วนดอนเมือง ทวีวัฒนา บางพลัด ลดจากสูงเป็นปานกลาง และอีก 6 เขตอยู่ระดับปานกลางเท่าเดิม คือ ดินแดง ดุสิต บางซื่อ บางบอน พระโขนง และห้วยขวาง</li>



<li><strong>เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบในปี 2554 แต่ได้รับผลกระทบในปี 2569</strong> มี 7 เขต ในนี้มี 2 เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง ได้แก่ วังทองหลาง และสวนหลวง ส่วนที่เหลืออยู่ระดับปานกลาง คือ ทุ่งครุ บางนา พญาไท ราชเทวี และวัฒนา</li>



<li><strong>เขตที่ได้รับผลกระทบในปี 2554 แต่ไม่ได้รับผลกระทบในปี 2569</strong> มี 16 เขต เป็นเขตที่เคยอยู่ระดับสูง 4 เขต คือ ตลิ่งชัน บางแค ภาษีเจริญ หนองแขม และเคยอยู่ระดับปานกลาง 12 เขต ได้แก่ คลองเตย จอมทอง ธนบุรี บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ บางขุนเทียน บางคอแหลม บางรัก พระนคร ยานนาวา ลาดพร้าว และสัมพันธวงศ์</li>



<li><strong>เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบเลยทั้งสองปี</strong> มีเพียง 5 เขต ได้แก่ คลองสาน ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย ราษฎร์บูรณะ และสาทร</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่า น้ำท่วมไปกระจุกอยู่แถบกรุงเทพตะวันออกและเหนือ ซึ่งมีเขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูงรวมกัน 13 จาก 15 เขต โดยฝั่งกรุงเทพตะวันออกที่เคยมีเขตระดับสูงในปี 2554 เพียง 1 เขต กลายเป็นมีระดับสูงครบทั้ง 9 เขตในปีนี้ ขณะที่ฝั่งธนฯ ซึ่งเคยมีเขตระดับสูงถึง 6 เขต ก็ไม่เหลือเขตระดับสูงอยู่เลย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-bangkok-flood-2011-vs-2026-causes-scaled.png" alt="" class="wp-image-8215" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-bangkok-flood-2011-vs-2026-causes-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-bangkok-flood-2011-vs-2026-causes-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-bangkok-flood-2011-vs-2026-causes-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-bangkok-flood-2011-vs-2026-causes-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-bangkok-flood-2011-vs-2026-causes-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-bangkok-flood-2011-vs-2026-causes-1229x1536.png 1229w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">น้ำท่วมปี 2554 และ 2569 มีที่มาจากไหน ต่างกันอย่างไร&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจาก<a href="https://tiwrmdev.hii.or.th/current/menu.html">สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ</a>ระบุว่า มหาอุทกภัยปี 2554 เกิดจากลานีญาที่ทำให้ฝนมาเร็วและมีปริมาณฝนสะสมทั่วประเทศสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 35% ร่วมกับอิทธิพลจากพายุ 5 ลูก ทำให้เกิดมวลน้ำมหาศาลจากภาคเหนือไหลลงลุ่มน้ำเจ้าพระยา เจอกับโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพลดลงจากแผ่นดินทรุดและขาดการบำรุงรักษา การผันน้ำออกฝั่งตะวันออกและตะวันตกทำได้ไม่เต็มศักยภาพ น้ำจึงไหลเข้ากรุงเทพฯ ทางด้านเหนือ พื้นที่รับน้ำเดิมก็ถูกถมเป็นหมู่บ้านจัดสรรและนิคมอุตสาหกรรมทำให้ระบายไม่ได้ และน้ำทะเลหนุนช่วงปลายตุลาคมถึงพฤศจิกายนทำให้ระบายลงอ่าวไทยล่าช้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนปี 2569 <a href="https://policywatch.thaipbs.or.th/article/environment-217">สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ</a> (สทนช.) ระบุว่า เกิดจากฝนตกลงตรงพื้นที่ราบอย่างต่อเนื่องและกระจายหลายจุด ทำให้มีน้ำไหลเข้าระบบระบายตลอด บางพื้นที่จึงระบายไม่ทันแม้ฝนเริ่มลด ประกอบกับคำอธิบายจาก รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ชี้ว่าลักษณะ<a href="https://www.bbc.com/thai/articles/cm209ved1wz9o">กายภาพของกรุงเทพฯ</a> มีพื้นที่ระดับสูงต่ำไม่เท่ากัน พื้นที่ต่ำอย่างบางกะปิ รามคำแหง หรือฝั่งตะวันออกต้องรับน้ำจากที่สูงกว่า ขณะที่ฝั่งธนบุรีซึ่งเป็นพื้นที่สูง แม้มีฝนใกล้เคียงกันแต่เกิดน้ำท่วมน้อยกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flood-2025/">ข้อมูล</a>จากสำนักการระบายน้ำที่เคยรายงานสถิติน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักของกรุงเทพฯ ปี 2567-2568 พบว่ามีจำนวนน้ำท่วมขังรวม 841 ครั้ง ใน 43 เขต เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลเขตที่เกิดน้ำท่วมทั้งปี 2554 และ 2569 นี้จะพบว่า 22 เขตที่น้ำท่วมซ้ำซากทั้ง 2 ปี มีรายงานการเกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลัก รวม 480 ครั้ง หรือคิดเป็น 57.07% ของรายงานทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น 5 อันดับเขตที่มีน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักมากที่สุด ก็ล้วนจัดอยู่ในกลุ่มเขตที่ได้รับผลกระทบซ้ำซากนี้ ได้แก่ ดินแดง 57 ครั้ง, หลักสี่ 52 ครั้ง, จตุจักร 49 ครั้ง, บึงกุ่ม 45 ครั้ง และบางกะปิ 44 ครั้ง ขณะที่ 5 เขตที่รอดน้ำท่วมทั้งสองปี เกิดน้ำท่วมขังรวมกันเพียง 46 ครั้ง หรือคิดเป็น 5.47% เท่านั้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูเฉพาะ 29 เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูงและปานกลางในปี 2569 พบว่า มี 24 เขตที่มีรายงานน้ำท่วมขังบนถนนช่วงปี 2567-2568 รวมกันสูงถึง 655 ครั้ง หรือคิดเป็น 77.88% ของรายงานทั้งหมด และมี 5 เขต ที่ไม่เคยมีรายงานน้ำท่วมขังบนถนนเลยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่กลับประสบอุทกภัยในปีนี้ ได้แก่ คลองสามวา ทวีวัฒนา ทุ่งครุ สะพานสูง และหนองจอก</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลชี้ให้เห็นว่า แม้แผนที่น้ำท่วมในปี 2569 จะไม่ได้ซ้ำกับปี 2554 ทั้งหมด แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบก็เป็นพื้นที่ที่มีประวัติน้ำท่วมขังสะสมบนถนนมาก่อน ขณะเดียวกันบางพื้นที่ก็เพิ่งปรากฏเป็นจุดเสี่ยงจากลักษณะฝนตกหนักโดยตรงในปีนี้ เมื่อปัญหาน้ำท่วมไม่ได้กระจายตัวเท่ากันใน 50 เขต คำถามที่ตามมาคือ กทม. จัดสรรงบประมาณเพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วมไปยังพื้นที่เหล่านี้อย่างไร และงบประมาณดังกล่าวถูกนำไปใช้กับงานประเภทใดบ้าง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-bangkok-2026-flooded-districts-4yr-budget-scaled.png" alt="" class="wp-image-8216" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-bangkok-2026-flooded-districts-4yr-budget-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-bangkok-2026-flooded-districts-4yr-budget-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-bangkok-2026-flooded-districts-4yr-budget-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-bangkok-2026-flooded-districts-4yr-budget-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-bangkok-2026-flooded-districts-4yr-budget-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-bangkok-2026-flooded-districts-4yr-budget-1229x1536.png 1229w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">4 ปี กทม. ใช้งบแก้น้ำท่วมเท่าไร งบลงเขตที่เกิดน้ำท่วมแค่ไหน?</h3>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://rocketmedialab.co/bangkok-flood-budget-2023-2026/?utm_source=chatgpt.com">Rocket Media Lab</a> รวบรวมข้อมูลจากข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร 4 ปีย้อนหลัง (ปีงบฯ 2566-2569) พบงบที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมจากสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขต 50 เขต รวม <strong>13,563.59 ล้านบาท</strong> แบ่งเป็นงบของสำนักการระบายน้ำประมาณ 9,376.37 ล้านบาท และงบของ 50 สำนักงานเขตอีกประมาณ 4,187.22 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากแยกตาม<a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flooded-2569-budget/">ประเภทงาน</a> พบว่า งบก้อนใหญ่ที่สุดคือ เขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม 5,465.22 ล้านบาท หรือ 40.29% รองลงมาคือ งบเกี่ยวกับระบบระบายน้ำ 3,788.85 ล้านบาท หรือ 27.93% ตามด้วยงบค่าใช้สอยและวัสดุ 2,848.74 ล้านบาท หรือ 21% งบขุดลอกคลอง-ลำราง 1,151.24 ล้านบาท หรือ 8.49% งบแก้มลิง 252.30 ล้านบาท หรือ 1.86% และงบสำหรับเครื่องสูบน้ำ 57.23 ล้านบาท หรือ 0.42%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อรวมงบประมาณจากสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขต เฉพาะรายการที่สามารถระบุพื้นที่ดำเนินการเป็นรายเขตได้ พบว่ามีงบรวม 11,318.05 ล้านบาท กระจายอยู่ในทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับพื้นที่น้ำท่วมในปี 2554 และ 2569 พบว่า 22 เขตที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำทั้งสองปี ได้รับงบประมาณรวมตลอด 4 ปี 5,562.78 ล้านบาท หรือ 49.15% ของงบที่สามารถระบุพื้นที่ได้ โดยเขตที่ได้รับงบสูงสุดในกลุ่มนี้คือดอนเมือง 770.91 ล้านบาท ซึ่งดอนเมืองถูกจัดอยู่ในกลุ่มผลกระทบระดับปานกลางในปี 2569 ขณะที่หนองจอก ซึ่งอยู่ในกลุ่มได้รับผลกระทบระดับสูง กลับได้รับงบเพียง 19.09 ล้านบาท หรือน้อยกว่าดอนเมืองราว 40 เท่า งบของหนองจอกเป็นค่าวัสดุและค่าใช้สอย 13.09 ล้านบาท กับงบขุดลอกคลอง-ลำราง 6 ล้านบาท ไม่มีงบเกี่ยวกับระบบระบายน้ำเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูเฉพาะปี 2569 เขตที่ได้รับผลกระทบ 29 เขตได้งบรวม 7,060.99 ล้านบาท หรือ 62.4% ของงบที่ระบุพื้นที่ได้ สามารถแบ่งตามระดับที่ได้รับผลกระทบ ได้ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง</strong> มี 15 เขต ได้รับงบ 4 ปี รวม 3,945.47 ล้านบาท หรือ 34.86% เขตที่ได้งบมากที่สุดคือ หลักสี่ 694.53 ล้านบาท และน้อยที่สุดคือ หนองจอก 19.09 ล้านบาท</li>



<li><strong>เขตที่ได้รับผลกระทบระดับปานกลาง</strong> มี 14 เขต ได้รับงบ 4 ปี รวม 3,115.52 ล้านบาท หรือ 27.53% เขตที่ได้งบมากที่สุดคือ ดอนเมือง 770.91 ล้านบาท และน้อยที่สุดคือ บางบอน 52.53 ล้านบาท  </li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วน <strong>21 เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ</strong> ได้รับงบ 4 ปี รวม 4,257.04 ล้านบาท หรือ 37.61% เขตที่ได้งบมากที่สุดคือ คลองเตย 662.58 ล้านบาท และน้อยที่สุดคือ ป้อมปราบศัตรูพ่าย 22 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรงบประมาณป้องกันและแก้น้ำท่วมกับระดับความเสี่ยงของพื้นที่ โดยพบช่องว่างงบประมาณที่แตกต่างกันอย่างมากแม้ในกลุ่มเขตที่มีระดับผลกระทบใกล้เคียงกัน ตัวอย่างเช่น หนองจอกซึ่งอยู่ในกลุ่มผลกระทบระดับสูงได้รับงบเพียง 19.09 ล้านบาท ขณะที่หลักสี่อยู่ในระดับเดียวกันได้งบ 694.53 ล้านบาท ต่างกันกว่า 36 เท่า ส่วนเขตผลกระทบระดับปานกลางอย่าง ดอนเมือง ได้งบสูงถึง 770.91 ล้านบาท ห่างจากเขตบางบอนในกลุ่มเดียวกันราว 15 เท่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเปรียบเทียบสถานการณ์ปี 2554 กับ 2569 สะท้อนให้เห็นว่ากรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับโจทย์เรื่องน้ำที่เปลี่ยนไป การจับตาเรื่องงบประมาณในการแก้ปัญหาน้ำท่วมต่อจากนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่คำถามว่า กทม. ใช้งบประมาณไปเท่าไรแล้วทำไมน้ำยังคงท่วม แต่ต้องชี้ให้เห็นว่าเงินแต่ละก้อนถูกนำไปใช้แก้ไขปัญหาน้ำแบบไหน และรูปแบบการแก้ไขนั้นตรงกับสภาวะความเสี่ยงของเมืองในปัจจุบันหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">การจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณหลังจากนี้ จึงต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งจำนวนครั้งและระยะเวลาในการเกิดน้ำท่วมขัง จำนวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ความสำคัญเชิงพื้นที่ของโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนความเสี่ยงจากสภาวะอากาศแปรปรวนในระยะยาว เพราะในวันที่ฝนตกหนักลงกลางเมืองเกินกว่า 300 มิลลิเมตรได้ภายในเวลาไม่กี่สิบชั่วโมง การจัดการน้ำจะหยุดอยู่แค่การสร้างแนวป้องกันเพื่อกั้นน้ำจากภายนอกไม่ให้ทะลักเข้าเมืองไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องยกระดับศักยภาพของระบบภายในเพื่อรับมวลน้ำฝน เร่งระบายน้ำออกสู่ระบบหลัก ตลอดจนกระจายความช่วยเหลือลงสู่พื้นที่ได้อย่างทันท่วงที</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flood-2554-vs-2569/">น้ำท่วมไม่ได้หายไป แค่ย้ายที่: เทียบแผนที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2554 กับ 2569 ท่วมซ้ำ ท่วมใหม่ รอดตรงไหนใน 50 เขต</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ย้อนดูงบแก้น้ำท่วม กทม. 4 ปี (2566-2569) 13,563.59 ล้านบาท เขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมมากสุดกว่า 40% </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-flooded-2569-budget/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Sep 2026 07:05:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8196</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3618;&#3657;&#3629;&#3609;&#3604;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flooded-2569-budget/">ย้อนดูงบแก้น้ำท่วม กทม. 4 ปี (2566-2569) 13,563.59 ล้านบาท เขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมมากสุดกว่า 40% </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ย้อนดูข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร ปี 2566-2569 ที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมเฉพาะงบของสำนักการระบายน้ำและ 50 สำนักงานเขต รวมทั้งสิ้น 13,563.59 ล้านบาท พบว่า งบ 40.29% เป็นงบเกี่ยวกับเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม รวม 5,465.22 ล้านบาท รองลงมา งบ 27.93% เป็นงบเกี่ยวกับระบบระบายน้ำ 3,788.85 ล้านบาท อันดับ 3 งบ 21%&nbsp; เป็นงบค่าใช้สอยสำหรับวัสดุอุปกรณ์ เพื่อบำรุงรักษาระบบอาคารบังคับน้ำและเครื่องสูบน้ำ และค่ายานพาหนะ 2,848.74 ล้านบาท อันดับ 4 งบ 8.49% เป็นงบขุดลอกคลอง-ลำราง 1,151.24 ล้านบาท อันดับ 5 งบ 1.86% เป็นงบแก้มลิง 252.30 ล้านบาท อันดับ 6 งบ&nbsp; 0.42% งบเกี่ยวกับเครื่องสูบน้ำ 57.23 ล้านบาท</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info-bkk-flood-budget-4-years-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8197" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info-bkk-flood-budget-4-years-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info-bkk-flood-budget-4-years-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info-bkk-flood-budget-4-years-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info-bkk-flood-budget-4-years-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info-bkk-flood-budget-4-years-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info-bkk-flood-budget-4-years-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">งบที่เกี่ยวกับเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม รวม 5,465.22 ล้านบาทแบ่งเป็นงบก่อสร้าง 82.04% จำนวน 4,483.71 ล้านบาท และงบปรับปรุง 17.96% จำนวน 981.52 ล้านบาท  เมื่อพิจารณาจากพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบหนักจากน้ำท่วมกรุงเทพฯ กันยายน 2569 เท่าที่ Rocket Media Lab วิเคราะห์ได้พบโครงการที่น่าสนใจ เช่น โครงการเกี่ยวกับก่อสร้างเขื่อนคอนกรีต คลองเปรมประชากรตั้งแต่ คลองบ้านใหม่ เขตดอนเมือง ถึงถึงบริเวณโรงเรียนผะดุงศิษย์พิทยา เขตบางซื่อ รวม 564.37 ล้านบาท  โครงการก่อสร้างเขื่อน หน้าสถานีสูบน้ำพระโขนงถึงจุดที่กำหนดให้บริเวณถนนสุขุมวิท 348.66 ล้านบาท โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองบางตลาด คลองบางเขน 233.89 ล้านบาท โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองลำบึงขวาง ในเขตลาดกระบังและมีนบุรี รวม 174.89 ล้านบาท โครงการก่อสร้างเขื่อนและปรับปรุงเขื่อน ค.ส.ล. คลองแสนแสบ จากบริเวณทางด่วนเฉลิมมหานคร ถึงบริเวณประตูระบายน้ำคลองตัน 125 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">งบเกี่ยวกับระบบระบายน้ำ 3,788.85 ล้านบาท แบ่งเป็น งบก่อสร้าง 41.57% จำนวน 1,574.91 ล้านบาท และงบปรับปรุง 58.43% จำนวน 2,213.87 ล้านบาท ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นงบเกี่ยวกับการปรับปรุงท่อระบายตามถนนและซอยต่างๆ และยังมีงบที่เกี่ยวกับอุโมงค์ระบายน้ำสู่แม่น้ำเจ้าพระยา 873.68 ล้านบาท เป็นอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ อุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองพระโขนง อุโมงค์ระบายน้ำจากบึงมักกะสัน อุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนา</p>



<p class="wp-block-paragraph">งบค่าใช้สอยสำหรับวัสดุอุปกรณ์ เพื่อบำรุงรักษาระบบอาคารบังคับน้ำและเครื่องสูบน้ำ และค่ายานพาหนะ 2,848.74 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ทำความสะอาด ท่อระบายน้ำ ค่าเครื่องแต่งกาย ค่าวัสดุอุปกรณ์บำรุงรักษาระบบระบายน้ำฯ ฯลฯ เช่น ค่ารถดูดฉีดล้างท่อระบายน้ำ ติดตั้งบนรถบรรทุก 10 ล้อ 10 ลบ.ม. ถังบรรจุน้ำ ขนาด 4 ลบ.ม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">งบขุดลอกคลอง-ลำราง 1,151.24 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบขุดลอกคลองต่างๆ&nbsp; กระจายไปอยู่เขตบางขุนเทียนมากที่สุด 100.76 ล้านบาท รองลงมาเป็น คลองสามวา 85.72 ล้านบาท คันนายาว 61 ล้านบาท มีนบุรี 55.2 ล้านบาท จอมทอง 51.46 ล้านบาท และเขตลาดกระบัง 50.73 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">งบแก้มลิง 252.30 ล้านบาท แบ่งเป็นงบก่อสร้าง 132.3 ล้านบาท และงบปรับปรุง 120 ล้านบาท โดยเป็นการก่อสร้างแก้มลิงในเขตบึงกุ่ม ดอนเมือง ดุสิต ลาดกระบัง และขุดลอกแก้มลิงเขตหลักสี่ และราชเทีวี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">งบเกี่ยวกับเครื่องสูบน้ำ 57.23 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นการซื้อเครื่องสูบน้ำกระจายอยู่ใน 18 เขต ในระยะเวลา 4 ปี เขตหนองแขม มีงบซื้อเครื่องสูบน้ำมากที่สุด 10.16 ล้านบาท อันดับ 2 เขตสวนหลวง 9 ล้านบาท อันดับ 3 เขตหลักสี่ 8.8 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/databaseb-bangkok-flood-budget-2023-2026/">https://rocketmedialab.co/databaseb-bangkok-flood-budget-2023-2026/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flooded-2569-budget/">ย้อนดูงบแก้น้ำท่วม กทม. 4 ปี (2566-2569) 13,563.59 ล้านบาท เขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมมากสุดกว่า 40% </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;ปลอมตัวมาตั้งนาน ที่แท้เธอคือ&#8230;&#8221; : สำรวจโลกของละครสั้นแนวตั้ง จาก 92 เรื่อง 7 แอป 91 ล้านวิว </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/short-drama-7apps-insights/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Sep 2026 05:32:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[ละครสั้นแนวตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ละครเอไอ]]></category>
		<category><![CDATA[ละครแนวตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[สล็อตออนไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8174</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3612;&#3641;&#3657;&#3627;&#3597;&#3636;&#3591;&#3588 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/short-drama-7apps-insights/">&#8220;ปลอมตัวมาตั้งนาน ที่แท้เธอคือ&#8230;&#8221; : สำรวจโลกของละครสั้นแนวตั้ง จาก 92 เรื่อง 7 แอป 91 ล้านวิว </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>สำรวจ 92 ละครสั้นแนวตั้งจาก 7 แอปยอดนิยม พบว่ากว่าครึ่งครองแชมป์ด้วยพล็อตโรแมนติกและเมโลดราม่า เน้นย่อยง่าย เร่งอารมณ์ และเข้าถึงจุดฮุคอย่างรวดเร็ว</li>



<li>พระเอกอันดับหนึ่งยังคงเป็นประธานบริษัท/นักธุรกิจ (31.52%) ส่วนนางเอกส่วนใหญ่ถูกวางบทเป็นแม่บ้านหรือหญิงสาวที่ยังไม่ระบุอาชีพชัดเจน (31.52%)</li>



<li>โมเดลธุรกิจของแอปละครสั้น มักใช้กลยุทธ์ดูฟรีช่วงแรกก่อนดักด้วยระบบเหรียญ สุ่มกล่อง ทำภารกิจ หรือสมัครสมาชิก VIP ซึ่งบางแอปมีราคาสูงถึง 600-725 บาทต่อสัปดาห์ (สูงกว่าสตรีมมิ่งเจ้าใหญ่หลายเท่า)</li>



<li>แม้แอปจะจดทะเบียนต่างประเทศ แต่มักพบการเล็ดลอดของโฆษณาแบนเนอร์และป็อปอัปที่เชื่อมโยงไปสู่เว็บพนันและเกมสล็อต เสี่ยงต่อการล่อลวงผู้ใช้งานชาวไทย</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_cover-ig-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8175" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_cover-ig-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_cover-ig-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_cover-ig-767x959.png 767w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_cover-ig-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_cover-ig-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_cover-ig-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"><em>ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะถูกครอบครัวส่งไปแต่งงานกับชายแก่ อีกคนเพิ่งพบว่าสามีนอกใจหลังแต่งงานกันมาสี่ปี ชายหนุ่มที่ทุกคนเรียกกันว่าขยะกลับซุกซ่อนพลังระดับสะเทือนยุทธจักร ส่วนช่างล้างรถวัยกลางคนที่ถูกคนหัวเราะเยาะ แท้จริงแล้วคืออดีตราชาแห่งสนามแข่งรถในตำนาน</em></p>



<p class="wp-block-paragraph">เหล่านี้ล้วนเป็นภาษาของละครสั้นแนวตั้งทั้งสิ้น โดยละครเหล่านี้ แทบไม่ต้องใช้เวลานานไปกับการปูพื้นฐานว่าใครเป็นใคร ทำอะไร มาจากไหน มีพื้นฐานอาชีพหรือความสัมพันธ์อย่างไร มากไปกว่านั้นละครสั้นแนวตั้งยังพาคนดูเข้าสู่ท่อนฮุคหรือจุดดึงดูดทันที และในท้ายตอนก็มักจะจบช่วงด้วยคำถามที่ทำให้ผู้ชมอยากดูต่อ ตั้งแต่ใครคือทายาทตัวจริง สามีจะรู้ความจริงเมื่อไร คนที่ถูกเหยียดจะเปิดเผยฐานะตอนไหน หรือการหย่าครั้งนี้จะทำให้อีกฝ่ายเสียใจเพียงใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่เพียงเท่านี้ ละครสั้นแนวตั้งยังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเน้นขายจังหวะเร่ง ขายความค้างคา ตลอดจนขายความสะดวกในการดูบนโทรศัพท์ และในไทย ละครประเภทนี้เดินทางมาพร้อมเสียงพากย์ ชื่อไทย คำโปรยร้อนแรง ตลอดจนคลิปยาวบน YouTube และลิงก์ที่พาผู้ชมไปดูตอนต่อในแอปได้อีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">คลิปหนึ่งตอนมักยาวราว 2-3 นาที บางตอนอาจสั้นแค่ 1 นาที ขณะที่เรื่องเต็มอาจกินเวลา 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง บางเรื่องปล่อยฉบับเต็มบน YouTube บางเรื่องให้ดูเพียงครึ่งทางแล้วส่งลิงก์ไปยังแอป เมื่อตามดูต่อ ผู้ชมจึงพบทั้งแพ็กเกจสมาชิก เหรียญปลดล็อกเพื่อดูตอนต่อไป ภารกิจเช็กอิน กล่องสุ่ม เกม นิยาย บทความภายนอก และโฆษณาที่แลกกับสิทธิ์ดูตอนต่อไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab จะพาไปสำรวจโลกของละครสั้นยอดฮิตในไทย โดยสำรวจจาก 92 เรื่อง จาก 7 แอปพลิเคชั่น ซึ่งเผยแพร่ระหว่างวันที่ 13 ธันวาคม 2024 ถึง 26 พฤษภาคม 2026 ยอดชมรวมมากกว่า 91 ล้านครั้ง ซึ่งช่วยให้เห็นว่าพล็อตแบบใดถูกผลิตซ้ำและถูกอกถูกใจผู้ชมชาวไทยมากที่สุด พระเอกและนางเอกในเรื่องราวเหล่านี้ประกอบอาชีพอะไรกันบ้าง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ละครสั้น 101: ละครสั้นไม่ได้เริ่มจากจีนแต่แรก แต่โตได้เพราะพี่จีน&nbsp;</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การเกิดขึ้นละครสั้นแนวตั้งไม่ได้มีที่มาจากจีนตั้งแต่แรก โดยแนวคิดการผลิตวิดีโอขนาดสั้นแนวตั้งสำหรับรับชมบนโทรศัพท์มือถือ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2018 เมื่อ<a href="https://www.reuters.com/business/media-telecom/streaming-service-quibi-wind-down-operations-six-months-after-launch-2020-10-21/">แพลตฟอร์ม Quibi</a> ในสหรัฐอเมริกาเริ่มเปิดให้บริการแอปสำหรับรับชมละครสั้นแนวตั้ง ทว่าบริการดังกล่าวก็ต้องยุติลงภายในเวลา 6 เดือน สาเหตุเนื่องมาจากการเก็บค่าสมาชิกรายเดือน และรูปแบบเนื้อหาที่ไม่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">บทเรียนดังกล่าวทำให้พบว่า แค่ความสั้นของเนื้อหาเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถจูงใจให้ผู้ฟังยอมจ่ายเงินได้ ต่อมาภาคธุรกิจในประเทศจีนได้พัฒนาโมเดลใหม่ผ่านการโปรโมตนิตยสารและนิยายออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Kuaishou และ Douyin จนได้รับความสนใจสูง Kuaishou จึงเปิดตัวฟีเจอร์ <a href="https://daoinsights.com/opinions/the-rise-and-rise-of-the-microdrama/">Kuaishou Small Theatre เพื่อรองรับละครสั้น</a>โดยเฉพาะ ก่อนที่ Douyin จะเปิดบริการตามมา และขยายโอกาสให้บริษัทโปรดักชั่นภายนอกเข้ามาผลิตเนื้อหาอย่างกว้างขวาง ประกอบในช่วงโควิด-19 ที่ทำให้ละครสั้นแนวตั้งในจีนเติบโตขึ้นมากเช่นกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ละครสั้นแนวตั้งขยายตัวไปสู่ระดับสากล เกิดจากการเปิดตัวแอปพลิเคชั่น ReelShort โดย <a href="https://www.duanju.news/en/post/reelshort-duanju-s-american-style-platform">Crazy Maple Studio บริษัทลูกในแคลิฟอร์เนีย</a>ภายใต้เครือ COL Group ซึ่งเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์นิยายออนไลน์รายใหญ่ของจีน โดย Crazy Maple Studio ใช้วิธีดัดแปลงนิยายจีนมาเจาะตลาดสหรัฐอเมริกาและกลุ่มผู้ใช้ภาษาอังกฤษ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในเวลาใกล้เคียงกัน ตลาดประเทศไทยก็เริ่มคุ้นเคยกับสื่อรูปแบบนี้ผ่านการผลิตละครคุณธรรม ขณะที่ค่ายภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่อย่าง <a href="https://variety.com/2023/digital/news/mean-girls-free-tiktok-23-parts-paramount-1235743213/">Paramount Pictures</a> เลือกตัดหั่นภาพยนตร์ Mean Girls ออกเป็น 23 ตอนสั้นเพื่อเผยแพร่บน TikTok ส่วนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลกทั้ง Netflix, Disney+, HBO MAX และ Prime Video ต่างปรับตัวมาใช้คลิปวิดีโอแนวตั้งเพื่อโปรโมตเนื้อหา ประเทศเกาหลีใต้เองก็มีการเปิดตัวแพลตฟอร์ม KITZ พร้อมดึงศิลปินชื่อดังอย่าง<a href="https://www.cineplay.co.kr/en-us/articles/24488">แจมินและเจโน่ จากวง NCT Dream</a> มาร่วมแสดงในซีรีส์แนวตั้งเรื่อง Wind Up ส่วนในประเทศไทย ทรูวิชั่นส์เปิดให้บริการดูละครสั้นแนวตั้งฟรีผ่านแอป <a href="https://truevisions.co.th/movieseries/30475/">TrueVisions NOW</a> รวมถึงแพลตฟอร์ม <a href="https://www.sanook.com/movie/186095/">WeTV</a> และ iQIYI ที่เปิดพื้นที่รองรับละครแนวนี้เช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและความพร้อมของระบบสนับสนุนส่งผลให้มูลค่าตลาดละครสั้นแนวตั้งเติบโตอย่างก้าวกระโดด <a href="https://marketeeronline.co/archives/426705">&nbsp;iMedia Research</a> ประเมินว่ามูลค่าตลาดละครสั้นในประเทศจีนจะพุ่งสูงกว่า 13,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.45 แสนล้านบาทภายในปี 2570 เพิ่มขึ้นจาก 5,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 ด้านสำนักงานการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (U.S. International Trade Administration) ก็ระบุว่าตลาดจีนมีมูลค่าถึง 50,440 ล้านหยวนในปี 2024 โดยละครสั้นหนึ่งเรื่องมักมีความยาว 60 ถึง 100 ตอน แต่ละตอนยาว 30 วินาทีถึง 5 นาที และผู้ชมในจีนมากกว่าครึ่งหนึ่งก็ยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อปลดล็อกเนื้อหาเพื่อดูตอนต่อไป&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกันก็พบว่าผู้ใช้งานทั่วโลกใช้เวล<a href="https://sensortower.com/blog/state-of-short-drama-apps-2026-report">าในแอปละครสั้นในปี 2026 อยู่ที่ 25 นาทีต่อวัน</a> ขณะที่ผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เฉลี่ยอยู่ที่ 40 นาทีต่อวัน ซึ่งอัตราการใช้งานเหล่านี้ เพิ่มขึ้นจากปี 2025 มากถึง 6 เท่าเลยทีเดียว ขณะเดียวกันหากมองที่ส่วนแบ่งการตลาดก็พบว่าส่วนแบ่งการตลาดละครสั้นแนวตั้งกระจายอยู่ในภูมิภาค<a href="https://www.datainsightsmarket.com/reports/vertical-screen-short-drama-507764">เอเชียแปซิฟิกสูงสุดถึง 60%</a> ตามด้วยอเมริกาเหนือ 15% ยุโรป 12% อเมริกาใต้ 8% และภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา 5% ปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญมาจากการที่ประชากรส่วนใหญ่มีสมาร์ทโฟนใช้ เนื้อหาของละครสั้นที่ย่อยง่ายตรงกับไลฟ์สไตล์ และเทคนิคการเล่าเรื่องจำนวนราว 70 ฉาก ซึ่งกำหนดให้มีจุดลุ้นระทึกดึงดูดสายตาในทุก 30 วินาที&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อละครสั้นแนวตั้งเป็นที่นิยม ก็ย่อมมีผู้ผลิตมากขึ้นเช่นกัน โดยพบว่าในฝั่งผู้ผลิตของอุตสาหกรรมนี้<a href="https://www.datainsightsmarket.com/reports/vertical-screen-short-drama-507764">มีผู้เล่นรายสำคัญจำนวน</a>มาก ซึ่งล้วนแต่เป็นบริษัทใหญ่ทั้งสิ้น เช่น Tencent, Mango TV, Linmon, Govmade, Gdinsight, Crazy Maple Studio, Guangdong Advertising Group, Zhejiang Satellite TV, Huacemedia, Oriental Pearl Group, Perfect World, Tangde, China Literature Limited, Beijing Baination Pictures, และ JMEI Jumei International นอกจากนี้สตูดิโอขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงอย่าง Huacemedia และ Perfect World ซึ่งเดิมผลิตละครยาว ก็เข้ามาก็กระโดดเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดนี้ด้วยเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="819" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_1-1024x819.png" alt="" class="wp-image-8176" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_1-1024x819.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_1-300x240.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_1-767x614.png 767w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_1-1536x1229.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_1-2048x1638.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>แอปละครสั้น ขายอะไรให้คนดูบ้าง?: สำรวจระบบสมาชิก ราคา การซื้อเหรียญ และกิจกรรมปลดล็อกตอนของ 7 แอปละครสั้น</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">บทความนี้กำหนดเกณฑ์การเลือกศึกษา 7 แอปพลิเคชันละครสั้น (ได้แก่ DramaBox, ShortMax, Goodshort, NetShort, Melolo, FlexTV และ FlickReels) โดยพิจารณาจากยอดดาวน์โหลดสะสมระดับสูงบน Google Play Store ตั้งแต่ระดับ 10 ล้าน ถึงมากกว่า 100 ล้านครั้ง) ควบคู่กับฐานการเข้าถึงผู้บริโภคในประเทศไทยเป็นหลัก ผ่านการสำรวจฐานข้อมูลละครสั้นจำนวน 92 เรื่องที่มีการเผยแพร่คลิปเวอร์ชันภาษาไทย หรือมีการเจาะกลุ่มเป้าหมายตลาดไทยบนแพลตฟอร์ม YouTube ซึ่งต้องมียอดเข้าชมขั้นต่ำตั้งแต่ 300,000 ครั้งขึ้นไป และเผยแพร่ในช่วงระหว่างวันที่ 13 ธันวาคม 2024 ถึง 26 พฤษภาคม 2026</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาภาพรวมของทั้ง 7 แอปพลิเคชั่น จากตัวเลขยอดดาวน์โหลดบน Google Play จนถึงวันที่ 1 กันยายน 2026 พบว่ามีผู้รับชมละครสั้นมหาศาล โดยแอปพลิเคชั่นที่เปิดบริการตั้งแต่ปี 2022 อย่าง <a href="https://www.flextv.cc/">FlexTV</a> ทำยอดดาวน์โหลดไปได้มากกว่า 10 ล้านครั้ง ซึ่งมี YUDER PTE. LTD. เป็นผู้ดูแล&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตามมาด้วย <a href="https://www.dramabox.com/th">DramaBox</a> จาก STORYMATRIX PTE. LTD. และ <a href="https://www.shorttv.live/">ShortMax</a> จาก SHORTMAX LIMITED มียอดดาวน์โหลดทะลุ 100 ล้านครั้ง ส่วน <a href="https://www.goodshort.com/">Goodshort</a> จาก SINGAPORE NEW READING TECHNOLOGY PTE. LTD. มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 50 ล้านครั้ง ส่วนปี 2024 ก็พบว่า <a href="https://www.flickreels.net/">FlickReels</a> จาก FARSUN PTE. LTD. ทำยอดดาวน์โหลดเกิน 10 ล้านครั้ง ขณะที่ <a href="https://www.melolo.org/">Melolo</a> จาก POLIGON และ <a href="https://netshort.com/">NetShort</a> จาก NETSTORY PTE. LTD. ต่างทำยอดดาวน์โหลดทะลุ 100 ล้านครั้งเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่น่าสนใจคือผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่น 6 ใน 7 รายจดทะเบียนบริษัทในประเทศสิงคโปร์ มีเพียง ShortMax รายเดียวที่จดทะเบียนในฮ่องกง ซึ่งปัจจัยที่กลุ่มทุนผู้พัฒนาละครสั้นเลือกสิงคโปร์นั้น เกิดจากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน <a href="https://www.thinkchina.sg/economy/chinas-microdrama-mogul-how-col-conquering-global-screens-singapore">สิทธิประโยชน์ทางภาษี</a> นโยบายสนับสนุนทรัพย์สินทางปัญญา และภาพลักษณ์ที่เอื้อต่อการขยายธุรกิจออกสู่ระดับสากล โดยเฉพาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาตินอเมริกา และอเมริกาเหนือ นอกจากนี้ Melolo ซึ่งดำเนินการโดย POLIGON ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok โดยทาง ByteDance เพิ่งเปิดแอปพลิเคชั่นอย่าง <a href="https://shortdrama.tiktok.com/th">PineDrama</a> ที่ชูจุดขายการรับชมฟรีแบบไร้โฆษณาคั่น เพื่อสะสมฐานผู้ใช้งานในระยะยาวด้วยเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของสินค้าและบริการ แพลตฟอร์มละครสั้นเน้นขายความสะดวกในการเสพเนื้อหาแบบต่อเนื่อง ผ่านช่องทางสร้างรายได้หลัก 3 รูปแบบ รูปแบบแรกคือระบบสมัครสมาชิก VIP ที่มอบสิทธิ์การดูละครแบบไม่จำกัด ไร้โฆษณาคั่น และเข้าถึงตอนใหม่ก่อนใคร รูปแบบที่สองคือระบบการซื้อเหรียญ หรือเพชรผ่านการเติมเงิน เพื่อนำไปกดปลดล็อกละครเป็นรายตอน ซึ่งเหมาะกับผู้บริโภคที่เลือกดูเฉพาะเรื่อง รูปแบบสุดท้ายคือระบบโฆษณาแลกรางวัล ที่เปิดพื้นที่โฆษณาให้ผู้สนับสนุน โดยแลกกับสิทธิ์การปลดล็อกตอนฟรี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากสำรวจแพ็กเกจราคาสมาชิก VIP นั้น พบว่าการสมัครสมาชิกของแต่ละแอปพลิเคชั่นมีความหลากหลายมาก โดย FlexTV กำหนดค่าบริการรายสัปดาห์ไว้ที่ 600 บาท รายเดือน 1,550 บาท และรายปี 7,850 บาท ด้าน DramaBox คิดค่าสมาชิกรายสัปดาห์ 275 บาท และรายปี 2,900 บาท โดยไม่มีแพ็กเกจรายเดือน ส่วน ShortMax ตั้งราคารายสัปดาห์ไว้ที่ 350 บาท และรายปี 3,575 บาท ขณะที่ FlickReels ให้บริการรายสัปดาห์ 225 บาท รายเดือน 450 บาท และรายปี 3,650 บาท สำหรับ NetShort คิดค่าสมาชิกรายสัปดาห์ 725 บาท รายเดือน 1,925 บาท และรายปี 2,450 บาท ทั้งนี้ มี 2 แอปพลิเคชั่นที่ไม่ใช้นโยบายสมัครสมาชิก VIP คือ Goodshort ที่เน้นระบบเติมเงินซื้อเหรียญ (เพื่อนำเหรียญไปปลดล็อกตอน) เพียงอย่างเดียว ส่วน Melolo ให้ผู้ใช้รับชมฟรีผ่านโมเดลอื่นแทน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">น่าสนใจว่าราคาการสมัครสมาชิกของแอปละครสั้นนี้ หากเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับ Mainstream ที่ให้บริการซีรีส์จีนในประเทศไทย จะพบว่าราคาค่าสมัครสมาชิกของแอปละครสั้น มีราคาสูงกว่าสตรีมมิ่งหลักอยู่มาก โดยสตรีมมิ่งเจ้าหลักอย่าง <a href="https://www.iq.com/vip/order">iQIYI</a> มีค่าบริการสมาชิก VIP รายเดือนเริ่มต้นประมาณ 119 บาท และรายปี 1,200 บาท ทางด้าน <a href="https://wetv.vip/th">WeTV</a> คิดค่าสมาชิกรายเดือนเฉลี่ย 89 ถึง 129 บาท และรายปีประมาณ 899 ถึง 1,200 บาท ขณะที่ <a href="https://www.youku.tv/?lang=th_TH">YOUKU</a> คิดค่าบริการรายเดือนเริ่มต้นประมาณ 39-129 บาท และรายปีประมาณ 759 บาท จากตัวเลขดังกล่าว จะพบว่าแอปละครสั้นบางแห่งคิดค่าบริการรายสัปดาห์สูงถึง 600 ถึง 725 บาท หรือคิดเป็นรายเดือนสูงถึง 1,550 ถึง 1,925 บาท ซึ่งสูงกว่าการดูสตรีมมิ่งค่ายใหญ่หลายเท่าตัว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยการขายแพ็กเกจเพื่อให้สมัครสมาชิกนั้น ถือเป็นรายได้หลักของแอปเห็นได้จากเอกสารที่ <a href="https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/1953021/000121390026044335/ea0281860-20f_mega.htm">Mega Matrix</a> ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ ที่อธิบายโมเดลของแอปพลิเคชั่นละครสั้นแนวตั้งอย่าง FlexTV ว่าผู้ใช้มักได้ดู 5-10 ตอนแรกโดยไม่เสียเงิน จากนั้นจึงซื้อสมาชิกหรือเติมเหรียญ ซึ่งบางครั้งเหรียญก็อาจมาจากการเช็กอินภารกิจผู้ใช้ใหม่ การเช็กอินรายวัน การดูโฆษณา การชวนเพื่อน และการแชร์ไปยัง Facebook หรือ TikTok แต่ก็ส่วนมากก็ยังมีรายได้หลักผ่านการเติมเหรียญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ยังพบความร่วมมือกันระหว่างแอปละครสั้นและผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือหลายค่าย ตัวอย่างเช่น ในปี 2026 AIS จับมือ ReelShort เสนอแพ็กเกจราคา 39 บาทต่อเดือน พร้อมเนื้อหาซับไทยและพากย์ไทย <a href="https://www.ais.th/en/about-us/pr-news/reelshort">AIS</a> ส่วน TrueVisions NOW ประกาศนำละครแนวตั้งมากกว่า 30 เรื่องเข้าบริการ ให้ดูฟรี 10 ตอนแรก ก่อนเข้าถึงผ่านแพ็กเกจ NOW ENT เริ่มต้นเดือนละ 99 บาท <a href="https://truevisions.co.th/movieseries/25626/">TrueVisions</a> ซึ่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคได้จ่ายน้อยลง แต่ยังรับชมละครสั้นแนวตั้งได้เหมือนเดิม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/1-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8181" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/1-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/1-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/1-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/1-1-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/1-1-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/1-1-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกันหากไม่ต้องการสมัครสมาชิก แอปต่างๆ ก็ได้ออกแบบระบบทำกิจกรรมเพื่อเปิดโอกาสให้แลกเหรียญหรือสิทธิ์ปลดล็อกเพื่อดูตอนต่อไปฟรีหลายรูปแบบ แอปส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็น DramaBox, ShortMax, FlickReels และ NetShort กำหนดระบบเช็กอินรายวันและการดูโฆษณาเพื่อสะสมเหรียญ ในทางกลับกัน Goodshort เลือกใช้วิธีเปิดให้ผู้ใช้ดูโฆษณาเพื่อปลดล็อกตอนฟรีสูงสุดวันละ 10 ตอน หากต้องการดูเพิ่มจำเป็นต้องเติมเงินซื้อเหรียญเริ่มต้นตั้งแต่ 39 บาท ถึง 775 บาท ยิ่งไปกว่านั้น FlexTV และ NetShort ยังจัดกิจกรรมให้ผู้ใช้กดอ่านบทความหรือเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ภายนอกอย่าง Netbits และ info.cabledfluting เพื่อรับเหรียญโบนัส ส่วน FlickReels นำระบบเปิดกล่องสุ่มของขวัญมาใช้ และ FlexTV มีโหมดเกมให้เล่น รวมถึงการอ่านนิยายภายในแอปเพื่อสะสมเหรียญ ที่น่าสนใจคือ Melolo มีโมเดลที่แตกต่างจากแอปอื่น โดยเปิดให้ผู้ใช้รับชมละคร ทำภารกิจ เช็กอิน และชวนเพื่อนเพื่อสะสมคะแนนสูงสุดราว 13,800 คะแนนต่อวัน แล้วนำคะแนนไปแปลงเป็นเงินสดถอนเข้า TrueMoney Wallet โดยระบุว่าจำนวนนี้สามารถได้จริงตามเงื่อนไข&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เส้นทางของการดูละครสั้นในแอปจึงเริ่มจาก เปิดแอป รับรางวัลเช็กอิน เลือกเรื่อง ดูตอนฟรีจนถึงจุดล็อก แล้วเลือกดูโฆษณาหรือใช้เหรียญ บางแอปกำหนดจำนวนโฆษณาที่แลกได้ต่อวัน บางแอปเพิ่มเหรียญเมื่อผู้ใช้กลับมาต่อเนื่อง แชร์ลิงก์ หรือชวนเพื่อน เมื่อเหรียญไม่พอ ผู้ชมต้องหยุดรอ ทำภารกิจอื่น หรือเติมเงิน ระบบทำให้การดูละครสั้นเรื่องเดียวเชื่อมกับกิจกรรมหลายรูปแบบ และทุกกิจกรรมช่วยเพิ่มเวลาที่ผู้ใช้อยู่ในระบบได้นานขึ้น&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_2-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8177" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_2-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_2-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_2-767x959.png 767w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_2-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_2-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_2-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong><strong>รูปแบบการนำเสนอคอนเทนต์ในแอปละครสั้น: เลือกใช้เสียง ภาษา และ AI แบบไหนถึงจะเจาะตลาดคนไทยได้</strong></strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การแข่งขันอันเข้มข้นของแพลตฟอร์มละครสั้นแนวตั้ง ทำให้ผู้พัฒนาคอนเทนต์พัฒนารูปแบบการนำเสนอด้านเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นเสียง ภาษา และเนื้อหาเพื่อดึงดูดผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง จากการรวบรวมข้อมูลละครสั้นแนวตั้งยอดนิยมจำนวน 92 เรื่อง บนแพลตฟอร์มละครสั้น ได้แก่ DramaBox, NetShort, Melolo, FlexTV, FlickReels, ShortMax และ Goodshort พบว่าแต่ละแอปพลิเคชั่นเลือกใช้รูปแบบเสียงพากย์และภาษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ฟังในระดับที่แตกต่างกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากแบ่งประเภทโครงสร้างและรูปแบบการนำเสนอของทั้ง 7 แอปพลิเคชั่น จะพบว่า DramaBox รวม 38 เรื่อง นำเสนอด้วยพากย์ไทยเป็นหลักจำนวน 36 เรื่อง รองลงมาคือการผลิตรูปแบบละครไทยที่ใช้นักแสดงไทยและพูดภาษาไทยโดยตรงจำนวน 1 เรื่อง และรูปแบบซับไทยจำนวน 1 เรื่อง ด้าน NetShort รวม 32 เรื่อง นำเสนอผ่านรูปแบบพากย์ไทยจำนวน 29 เรื่อง ซับไทยจำนวน 2 เรื่อง และใช้พากย์ AI จำนวน 1 เรื่อง ส่วน Melolo รวม 9 เรื่อง มีพากย์ไทยทั้งหมดจำนวน 9 เรื่อง ขณะที่ FlexTV รวม 6 เรื่อง เน้นการนำเสนอรูปแบบละครไทยจำนวน 5 เรื่อง และซับไทยจำนวน 1 เรื่อง สำหรับ FlickReels รวม 5 เรื่อง พากย์ไทยทั้งหมดจำนวน 5 เรื่อง ส่วน ShortMax รวม 1 เรื่อง นำเสนอผ่านรูปแบบละครไทยจำนวน 1 เรื่อง และ Goodshort รวม 1 เรื่อง พากย์ไทยจำนวน 1 เรื่อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้ง 92 เรื่องนี้ ชี้ให้เห็นว่ารูปแบบการพากย์ไทยยังครองสัดส่วนสูงที่สุดถึง 81 เรื่อง หรือคิดเป็น 88% ของคอนเทนต์ทั้งหมด เนื่องจากเสียงพากย์ภาษาไทยช่วยให้ผู้บริโภคเสพความบันเทิงได้ง่าย ฟังขณะทำกิจกรรมอื่นได้ ขณะที่รูปแบบละครไทยมีจำนวนรวม 7 เรื่อง แม้จะยังน้อยแต่ก็ทำให้เห็นว่าไทยก็ริเริ่มทำละครสั้นแนวตั้งบ้างแล้ว อีกทั้งละครที่ทำด้วยคนไทยโดยตรง ช่วยสร้างความใกล้ชิดและความผูกพันจากผู้ชมในประเทศเดียวกันได้ ส่วนรูปแบบซับไทยมีจำนวนรวม 4 เรื่อง เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่ต้องการฟังเสียงภาษาต้นฉบับ และรูปแบบพากย์ AI ปรากฏจำนวน 1 เรื่อง ซึ่งเน้นความรวดเร็วในการแปลและปล่อยคอนเทนต์ใหม่ออกสู่ตลาด</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ละครสั้นจากต่างประเทศเข้าถึงจิตใจของผู้ชมชาวไทยได้อย่างรวดเร็วคือ การพยายามแปลชื่อตัวละครให้เป็นชื่อไทย และไม่เพียงชื่อตัวละคร แต่ยังพบว่ามีการแปลให้เป็นไทยตั้งแต่ชื่อตระกูล ยศตำแหน่ง และสถานที่ให้กลายเป็นบริบทไทยทั้งหมด ผู้พากย์และผู้แปลมักเปลี่ยนชื่อตัวละครต้นฉบับภาษาจีนให้เป็นชื่อไทยที่จดจำง่าย เช่น ในเรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=QBMRG5jpG8I">คืนลับกับดักหัวใจ</a>” ตัวละครเอกใช้ชื่อไทยว่า เพลินตา และจินต์ธร หรือเรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=7GG1_F1QIHg">จังหวะจะรัก”</a> ที่เปลี่ยนชื่อนางเอกคุณหนูอันดับหนึ่งเป็นลียา และพระเอกเป็นเพชรภูมิ ส่วนเรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=v1J8oINFmtc">แผนร้ายให้เธอรับรัก</a>” ใช้ชื่อนางเอกว่าอารยา และเรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=CVcHmZCzTNA">ชีวิตพลิกกลายเป็นคุณนายมหาเศรษฐี</a>”เลือกใช้ชื่อแววดาว คู่กับ พลวัฒน์</p>



<p class="wp-block-paragraph">การลงรายละเอียดชื่อตัวละครยังครอบคลุมไปถึงชื่อตระกูลและตัวประกอบ ดังจะเห็นได้จากเรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=O8BZaF0zrAU">เธอคือแสงสว่างในชีวิตฉัน</a>” ที่นำเสนอตัวละครเอกในชื่อขวัญใจ และ กรณ์ โดยแปลชื่อพ่อบ้านเป็นปองศักดิ์ พร้อมเปลี่ยนชื่อตระกูลให้เป็นนามสกุลไทย หรือเรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=x_8GzNl60PU">รักที่ไกลเกินจะไขว่คว้า”</a> ที่เปลี่ยนชื่อตัวละครในเรื่องเป็นชื่อไทยทั้งหมด ทั้งน่านน้ำ นที หาญกล้า เหมือนดาว แพรไหม แพรวพราว และฟ้าลดา&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ละครสั้นหลายเรื่องบนช่องทาง YouTube ยังมีการดัดแปลงยศและตำแหน่งทางราชการหรือธุรกิจ เช่น เรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=FAa3aKPhUiw">กษัตริย์กลับบ้านทำตามสัญญา แต่พบว่าคู่หมั้นทรยศ ร่วมกับคนชั่วกดขี่ เขาจึงลุกขึ้นล้างคนทรยศ!</a>” เปลี่ยนชื่อพระราชาในเรื่องโดยให้ชื่อว่าธรรมรัตน์ สิงห์ราช และเปลี่ยนชื่ออัครมหาเสนาบดีเป็นวาสุเทพ สงศิริ รวมถึงตำแหน่งผู้ว่าราชการชื่อทีปกร กุลชัย ขณะที่เรื่องแนวประธานบริษัทอย่าง <a href="https://www.youtube.com/watch?v=wNdud4UKGDE">“เข้าใจผิดว่าเธอเป็นลูกฆาตกร จึงส่งเข้า รพ.บ้า สุดท้ายกลับแต่ง เพราะรักมานานแล้ว”</a> ตั้งชื่อพระเอกว่า ภาสกร พร้อมเปลี่ยนชื่อองค์กรเป็นภาสศิริกุล กรุ๊ป หรือเรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=4CLK4_d9b9g">บอดี้การ์ดระดับตำนาน ปกป้องสาวไฮโซ!</a>” ที่กำหนดชื่อพระเอกเป็นวายุ บริบูรณ์ และนางเอกทายาทตระกูลใหญ่เป็นณัฐฐา รุ่งเรืองกิจ เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในด้านการรับชมและความยาวของเรื่องนั้น ละครสั้นถูกหั่นแบ่งออกเป็นตอนย่อยความยาวประมาณ 1-3 นาทีต่อตอน ทว่าเมื่อนำตอนทั้งหมดมารวมกัน ความยาวรวมของทั้งเรื่องจะอยู่ที่ประมาณ 1.30 ถึง 2.30 ชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่ากับความยาวของภาพยนตร์ยาว 1 เรื่องพอดี นอกจากนี้ผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นมักใช้กลยุทธ์ด้วยการนำเนื้อหาบางเรื่องไปอัปโหลดให้รับชมจนจบแบบฟรีบน YouTube เพื่อสร้างฐานผู้ติดตาม ในขณะที่ละครสั้นเรื่องยอดนิยมบางเรื่องมักจะถูกนำไปอัปโหลดไว้เพียงครึ่งเรื่อง แล้วแปะลิงก์เชิญชวนให้ผู้รับชมกดดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเพื่อไปดูต่อจนจบ ถือเป็นการเปลี่ยนผู้รับชมทั่วไปบนแพลตฟอร์มวิดีโอฟรีให้กลายเป็นผู้ใช้งานบนแอปพลิเคชั่นหลักอย่างหนึ่ง มากไปกว่านั้นผู้พัฒนาคอนเทนต์บางแห่งยังเลือกใส่ข้อความกำกับไว้ที่หน้าปกหรือชื่อคลิปวิดีโอไว้ว่าเป็นการพากย์เสียงด้วยคนจริง เช่น เรื่องหัวใจนักซิ่ง เพื่อรับประกันคุณภาพงานเสียงและดึงดูดผู้ฟังที่ชื่นชอบการพากย์เสียงด้วยคนจริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจก็ยังพบว่า ละครสั้นส่วนใหญ่ที่ได้รับความนิยมและมียอดรับชมจำนวนมากจะยังคงใช้มนุษย์เป็นนักแสดงจริง แต่การเข้ามาของเทคโนโลยี AI ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการละครสั้นอย่างมีนัยสำคัญ ละคร AI ยุคใหม่ถูกพัฒนาขึ้นจนมีความแนบเนียนสูงมาก หากผู้ชมดูอย่างผ่านๆ อาจแยกแยะไม่ออก เนื่องจากใบหน้าของตัวเอกทั้งชายและหญิงถูกสร้างขึ้นให้มีความสวยหล่อสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานความงาม เช่น ในเรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=4VO-Vp0uW68">ผู้ชายที่เธอรักแต่งงานกับคนอื่น💔เธอหนีทั้งน้ำตา แต่ CEO เย็นชากลับคลั่งรักเธอหนัก!🔥”&nbsp;</a> ความคิดเห็นของผู้รับชมใต้คลิปแสดงให้เห็นว่า แม้ผู้ชมจะรับรู้ว่าเป็นละครที่สร้างด้วย AI แต่ก็ได้รับการตอบรับในเชิงบวก โดยมองว่าเป็นงานสร้างที่สวยงามและน่ารับชม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน ละคร AI ยังเริ่มเปิดพื้นที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ทั้งในรูปแบบชายหญิง และ<a href="https://www.youtube.com/playlist?list=PLobjseP4WUZCWOrJQpMHU-GPVH2LSPfHv">ชายชาย</a> โดยเฉพาะการสร้างฉากโรแมนติกหรือฉากแสดงความสัมพันธ์แบบโจ่งแจ้ง รวมถึงฉากแฟนตาซีที่มี<a href="https://www.flickreels.net/th/classify/ai/3176/1">ตัวละครเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ</a>หรือสัตว์ประหลาด ไม่ว่าจะเป็นมัมมี่ หมาป่า แวมไพร์ เป็นต้น ซึ่งหากใช้นักแสดงคนจริงในการถ่ายทำ อาจมีข้อจำกัดด้านจริยธรรม ต้นทุนการผลิต หรือความยินยอมของนักแสดง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ดี ความแนบเนียนของละคร AI ในปัจจุบันยังคงมีจุดสังเกตที่ต้องใช้เวลาในการพิจารณา เช่น ในเรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=Ao6ggqmAtOo">วันคัดเลือกสามี เธอทิ้งชีวิตหรูไปแต่งกับขอทาน แต่เขาคือฮ่องเต้ที่รักเธอสุดหัวใจ😲💞# วาสนาเสี่ยงทาย👑👑</a>” พบว่าการแสดงบทบาทหลักมีความเรียบรื่นดี แต่หากสังเกตจะพบว่าปรากฏข้อผิดพลาดเล็กน้อยในส่วนของตัวประกอบ เช่น ท่าทางการวิ่งที่ไม่สมจริง หรือการเคลื่อนไหวทางกายภาพในฉากแอ็คชั่นอย่างฉากพระเอกฉีกเสื้อ ซึ่งท่าทางและน้ำหนักของการเคลื่อนไหวยังขาดความเป็นธรรมชาติเมื่อเปรียบเทียบกับมนุษย์จริง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_3-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8178" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_3-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_3-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_3-767x959.png 767w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_3-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_3-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_3-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>สำรวจพล็อตละครสั้น 92 เรื่องจาก 7 แอป: มากกว่าครึ่งของละครสั้นที่คนไทยดู เป็นโรแมนติก-เมโลดราม่า</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำละครสั้นแนวตั้งจำนวน 92 เรื่องที่ได้รับความนิยมในไทย จากแพลตฟอร์มยอดนิยม 7 แอปพลิเคชั่น มาจัดประเภทตามพล็อตเรื่อง จะพบว่าผู้ชมชาวไทยเน้นรับชมเนื้อหาแนวโรแมนติกและเมโลดราม่ามากที่สุด โดยแนวอื่นๆ พบดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>โรแมนติก (Romance) พบ 27 เรื่อง คิดเป็น 29.35% เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักหรือการพัฒนาความสัมพันธ์ของคู่หลักเป็นคำถามสำคัญที่สุดของเรื่อง เช่น จะรักกันไหม จะลงเอยกันอย่างไร หรือจากการแต่งงานตามสัญญาจะกลายเป็นรักจริงหรือไม่</li>



<li>เมโลดราม่า (Melodrama) พบ 25 เรื่อง คิดเป็น 27.17% เน้นเกี่ยวกับอารมณ์ที่เข้มข้นและสถานการณ์ที่ตัวละครถูกทอดทิ้ง ทรยศ ถูกใส่ร้าย ป่วยหนัก สลับตัว ทายาทหาย ความจริงเปิดเผยเมื่อสาย การแก้แค้น และการลงโทษคนผิด&nbsp;</li>



<li>แฟนตาซี (Fantasy) พบ 17 เรื่อง คิดเป็น 18.48% เน้นพล็อตที่เหนือกฎธรรมชาติหรือโลกสมมติ เช่น เกิดใหม่ ย้อนเวลา ทะลุมิติ การจำลองเป็นเกม พลังพิเศษ เวทมนตร์ เซียน วิญญาณ คำสาป หรือพลังยุทธ์เหนือธรรมชาติ</li>



<li>แอ็คชั่น (Action) พบ 9 เรื่อง คิดเป็น 9.78% เน้นการขับเคลื่อนหลักด้วยการต่อสู้ การปะทะ การไล่ล่า แข่งขันกีฬา</li>



<li>ดราม่า (Drama) พบ 6 เรื่อง คิดเป็น 6.52% เป็นเรื่องเกี่ยวกับความขัดแย้งทางชีวิต ครอบครัว อาชีพ หรือสังคม และพัฒนาการทางอารมณ์ของตัวละคร โดยเหตุการณ์ยังค่อนข้างอยู่บนฐานความสมจริงและไม่เน้นการเร่งอารมณ์แบบสุดขั้วแบบเมโลดราม่า</li>



<li>ระทึกขวัญ (Thriller) พบ 5 เรื่อง คิดเป็น 5.43% เน้นเนื้อหาที่มีความเสี่ยง อันตราย การหลบหนี อาชญากรรม การพนัน มาเฟีย การสืบหาความจริง หรือเดิมพันชีวิต เป็นแรงขับหลักของเรื่อง โดยพยายามทำให้คนดูรู้สึกตึงเครียดและอยากรู้ว่าจะเอาตัวรอดหรือเปิดโปงตัวร้ายได้หรือไม่</li>



<li>ย้อนยุค/ประวัติศาสตร์ (Historical) พบ 3 เรื่อง คิดเป็น 3.26% เป็นเรื่องเกี่ยวกับบริบทสังคมโบราณ ราชสำนัก สงคราม การเมือง หรือโครงสร้างสังคมในอดีตเป็นเงื่อนไขสำคัญของเรื่อง&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในบรรดาพล็อตเรื่องนั้น พบว่าละครสั้นประเภทโรแมนติกครองสัดส่วนมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็น 29.35% (จำนวน 27 เรื่อง) ตัวเรื่องวางแกนกลางไว้ที่ความสัมพันธ์และการลงเอยของคู่พระนาง เส้นเรื่องยอดนิยมมักเริ่มจากความสัมพันธ์ที่มีเงื่อนไขหรือผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยว เช่น การแต่งงานตามสัญญา การแต่งงานแทนพี่สาว หรือการตกลงรับตำแหน่งภรรยาทดแทน ตัวอย่างเรื่องราวที่พบบ่อยคือนางเอกฐานะยากจนตัดสินใจจดทะเบียนสมรสชั่วคราวกับชายหนุ่ม ก่อนจะพบความจริงในภายหลังว่าเขาเป็นมหาเศรษฐี หรือกรณีของหญิงสาวที่ต้องเข้าพิธีแต่งงานแทนพี่สาวที่หนีการแต่งงานไป ขณะเดียวกันเมื่อแต่งงานแทนแล้ว สามีมหาเศรษฐีที่แต่งด้วยก็ให้เกียรติอย่างดี ทั้งยังออกหน้าปกป้องเธอจากการถูกกลั่นแกล้ง และยอมรับเธอเป็นคู่ชีวิตที่แท้จริง โครงสร้างบทละครลักษณะนี้ดึงดูดความสนใจของผู้ชมด้วยการค่อยๆ เปลี่ยนแปลงข้อตกลงที่ไร้ความรู้สึกให้กลายเป็นความรักที่มั่นคง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนแนวเมโลดราม่าตามมาเป็นอันดับสอง ด้วยสัดส่วนถึง 27.17% (จำนวน 25 เรื่อง) ละครกลุ่มนี้เดินเรื่องด้วยอารมณ์ที่เข้มข้น รุนแรง และเน้นสร้างสถานการณ์กดดันตัวละครขั้นสุด เช่น การถูกคนรักและครอบครัวสามีทรยศ การโดนใส่ร้ายจนชีวิตสมรสพังทลาย หรือการถูกขับออกจากตระกูล ตัวอย่างพล็อตเรื่องที่ปรากฏบ่อยคือ หญิงสาวทุ่มเทดูแลครอบครัวมานานหลายปี แต่กลับถูกสามีและลูกสาวมองข้ามจนต้องยื่นใบหย่าเพื่อออกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ หรือเรื่องราวของอดีตภรรยาที่กลับมาทวงคืนศักดิ์ศรีพร้อมเปิดเผยตัวตนว่าเป็นประธานบริษัทใหญ่ แล้วสั่งถอนการสนับสนุนทางการเงินทั้งหมดจนอดีตสามีผู้ทรยศต้องคุกเข่าขอร้อง เมโลดราม่าตอบสนองความรู้สึกของคนดูผ่านการเปิดโปงตัวร้ายและการลงโทษคนผิดอย่างสาสม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อค้นพบเหล่านี้ยังสอดคล้องกับรายงานเรื่อง <a href="https://sensortower.com/blog/state-of-short-drama-apps-2026-report">State of Short Drama Apps 2026 ของ Sensor Tower</a> ที่ระบุว่ารูปแบบของละครสั้นแนวตั้งจะเน้นไปที่เนื้อหาที่กระชับ ออกแบบมาเพื่อการรับชมบนโทรศัพท์มือถือที่รวดเร็วและชวนให้ติดตามต่อ&nbsp; โดยพล็อตเรื่องส่วนใหญ่มักจะเน้นที่ประเภทที่กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นความรัก การแก้แค้น แฟนตาซี ความขัดแย้งในครอบครัว และการพลิกฐานะ แม้กระทั่งการพลิกผันฐานะจากต่ำต้อยขึ้นมาร่ำรวย ซึ่งพล็อตเหล่านี้เป็นสูตรสำเร็จที่ผู้ชมเข้าใจร่วมกันได้ทันทีโดยสัญชาตญาณ แพลตฟอร์มจึงสามารถตัดฉากดึงดูดอารมณ์ไปทำเป็นโฆษณาได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเล่าปูพื้นหลังตัวละครยาวๆ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่หมวดหมู่แฟนตาซีครองอันดับสาม คิดเป็น 18.48% (จำนวน 17 เรื่อง) บทละครกลุ่มนี้ใช้กลไกเหนือธรรมชาติเป็นตัวดำเนินเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการทะลุมิติ การย้อนเวลา การเกิดใหม่ หรือระบบพิเศษ พล็อตยอดฮิตมีตั้งแต่เรื่องของชายยุคใหม่หรือด็อกเตอร์ที่ทะลุมิติไปอยู่ในร่างของคุณชายเสเพลยุคโบราณ แล้วนำความรู้สมัยใหม่มาแก้ไขความผิดพลาดเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้ครอบครัว ไปจนถึงเรื่องราวที่นางเอกหรือลูกในท้องมีความสามารถพิเศษ เช่น การได้ยินเสียงความคิดของลูกน้อยจนสามารถล่วงรู้แผนร้ายและพลิกสถานการณ์เอาชีวิตรอดได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับพล็อตประเภทอื่นๆ มีสัดส่วนลดหลั่นลงมาตามลำดับ โดยแนวแอ็กชันมี 9.78% (จำนวน 9 เรื่อง) ซึ่งมักเล่าเรื่องของอดีตยอดฝีมือที่ปกปิดตัวตน เช่น อดีตราชาสนามแข่งที่ซ่อนตัวเป็นคนล้างรถ หรือยอดหญิงแกร่งที่ลงมาจากเขาเพื่อปกป้องครอบครัว ด้านแนวดราม่าทั่วไปคิดเป็น 6.52% (จำนวน 6 เรื่อง) ซึ่งเน้นปมความขัดแย้งเชิงสังคม อาชีพ หรือครอบครัว เช่น ย่าทวดที่เสียชีวิตไปแล้วกลับมาฟื้นในร่างวัยรุ่นเพื่อจัดระเบียบตระกูลใหม่มากกว่าจะสนใจด้านความรัก หรืออัจฉริยะด้านการทำอาหารที่ต้องพิสูจน์ฝีมือในโลกธุรกิจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ แนวระทึกขวัญพบว่ามี 5.43% (จำนวน 5 เรื่อง) ซึ่งเป็นเรื่องที่มักพัวพันกับวงการพนัน มาเฟีย การแก้แค้น และกลโกงหักเหลี่ยม ส่วนแนวย้อนยุคหรือประวัติศาสตร์โดยไม่มีระบบแฟนตาซีเข้ามาเกี่ยวข้อง มีสัดส่วนน้อยที่สุดเพียง 3.26% (จำนวน 3 เรื่อง) ซึ่งเน้นเรื่องราวการชิงรักหักสวาทและการสู้รบในบริบทสังคมโบราณ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่น่าสนใจคือ จากข้อมูลที่สำรวจไม่พบละครสั้นแนวตั้งประเภทคอเมดี้ ตลก สืบสวนสอบสวน หรือกลุ่มสยองขวัญเลย ในทีนี้อาจเพราะโครงสร้างไม่เหมาะสำหรับละครสั้นแนวตั้ง กล่าวคือ ละครสั้นแนวตั้งที่เน้นพล็อตโรแมนติกและเมโลดรามา ล้วนใช้การแต่งงาน การนอกใจ ครอบครัว ฐานะ และการล้างแค้นเป็นจุดตัดของตอน ในขณะที่ละครแนวสืบสวนต้องวางเบาะแส รักษาความต่อเนื่อง ดังนั้นการตัดทุก 1-3 นาทีแบบละครสั้นเพื่อให้คนดูกดตอนต่อไป อาจไม่จูงใจมากพอ ขณะที่ละครแนวคอเมดี้ก็ต้องพึ่งพาภาษา จังหวะของมุกตลก บางครั้งอาจเกี่ยวข้องกับบริบทของวัฒนธรรม จึงยังไม่ค่อยเป็นที่นิยม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตามตลาดละครสั้นยังคงมีความหลากหลายและไม่ได้ปิดรับเนื้อหาแนวอื่นเสียทีเดียว เพียงแต่กลุ่มประเภทของเรื่องและพล็อตที่ได้รับความนิยมสูงรวมถึงถูกนำมาผลิตซ้ำมากที่สุด ยังคงตกเป็นของแนวโรแมนติกและเมโลดราม่า ซึ่งเห็นได้จากภาพรวมข้อมูลทั้งหมดที่พบว่าผู้ชมละครสั้นในไทยให้ความสนใจกับเนื้อหาที่เข้าถึงอารมณ์ได้ง่าย เข้าใจไม่ซับซ้อน และเน้นความรู้สึกสะใจ โดยเฉพาะโครงสร้างเรื่องประเภทการกลับมารับโชค การทวงคืนความยุติธรรม และการพลิกฐานะทางสังคม&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_4-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8179" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_4-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_4-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_4-767x959.png 767w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_4-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_4-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info_ละครสั้น_4-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>ในโลกละครสั้น พระเอกเป็นประธานบริษัท นางเอกไม่มีงานทำ</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากคำกล่าวที่ว่า “ฉันเป็นประธานบริษัท” ที่มักเป็นมุกล้อเลียนบนโซเชียลมีเดียเมื่อดูละครสั้นแนวตั้ง จากการสำรวจอาชีพของตัวละครหลักในละครสั้นแนวตั้งจำนวน 92 เรื่อง จากแพลตฟอร์มยอดนิยม 7 แอปพลิเคชั่น พบว่าฝั่งพระเอกครองตำแหน่งผู้บริหารและนักธุรกิจสายงานองค์กรมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่ฝั่งนางเอกเป็นกลุ่มที่ไม่ปรากฏการทำอาชีพหรือไม่มีการระบุอาชีพในบทละครมากที่สุด</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาในภาพรวมแล้ว ในส่วนของอาชีพนั้น พระเอกในโลกละครสั้นประกอบอาชีพสายธุรกิจ ผู้บริหาร หรือเจ้าของกิจการ สูงถึง 29 เรื่อง คิดเป็น 31.52% จากจำนวนทั้งหมด ส่วนอันดับรองลงมาคือพระเอกที่ไม่ระบุอาชีพหรือไม่มีอาชีพจำนวน 16 เรื่อง คิดเป็น 17.39% แต่แม้จะไม่มีอาชีพ พระเอกในโลกของละครสั้นแนวตั้งก็มักซ่อนตัวตนจริงไว้ภายใต้คราบคนธรรมดา เช่น เรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=J9WDCws-cMg">ทุ่มเทสนับสนุนแฟนจนสำเร็จ แต่ถูกทิ้ง สาวพันล้านขอแต่งงานพลิกชีวิตครั้งใหญ่ ที่ภาริส</a>” ชายหนุ่มไร้อาชีพที่ถูกแฟนเก่าทอดทิ้ง หลังเธอได้งานตำแหน่งสูงๆ จากการช่วยเหลือของเขา ก่อนที่ประธานสาวพันล้านจะเข้ามาขอเขาแต่งงาน ตามมาด้วยกลุ่มชนชั้นสูงหรือราชสำนักจำนวน 10 เรื่อง คิดเป็น 10.87% และกลุ่มทหารหรือผู้รักษาความมั่นคงจำนวน 7 เรื่อง คิดเป็น 7.61% ส่วนอาชีพอื่นๆ ของพระเอกมีสัดส่วนลดหลั่นกันไป เช่น ทายาทตระกูลใหญ่ นักกีฬา นักวิจัย นักพนัน แพทย์ และผู้บำเพ็ญเพียร แต่ที่ไม่พบเลยคืออาชีพค้าขาย/การบริการ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทางด้านตัวละครนางเอก พบว่าจำนวน 29 เรื่อง คิดเป็น 31.52% ไม่มีการระบุอาชีพหรือไม่ได้ประกอบอาชีพอย่างชัดเจน โดยถูกวางตัวเป็นแม่บ้านหรือหญิงสาวที่ต้องพึ่งพิงผู้อื่นเนื่องจากมรสุมชีวิต อย่างไรก็ตามในกลุ่มนางเอกที่มีอาชีพ ผู้สร้างละครนิยมกำหนดอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม โดยอันดับสองร่วมกันตกเป็นของกลุ่มงานศิลปะ ออกแบบ และแฟชั่น จำนวน 9 เรื่อง คิดเป็น 9.78% เช่น เรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=HONI_kbPr3k">โธ่ ลูกฉันเป็นทายาทเศรษฐีเหรอ</a>” ที่มีจี้เถียนเถียน ทำอาชีพนักออกแบบอิสระเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง ก่อนจะพบกับเจียงมู่ไป๋ ผู้บริหารเจียงกรุ๊ป และกลุ่มธุรกิจหรือผู้บริหารจำนวน 9 เรื่อง คิดเป็น 9.78% นอกจากนี้นางเอกยังกระจายอยู่ในกลุ่มนักเรียนหรือนักศึกษา 8 เรื่อง (8.70%) พนักงานบริษัท 7 เรื่อง (7.61%) ชนชั้นสูงและทหารฝั่งย้อนยุคกลุ่มละ 6 เรื่อง (6.52%) งานบริการ 4 เรื่อง (4.35%) รวมถึงสายงานเลขาธิการ บุคลากรทางการแพทย์ และนักกฎหมายในสัดส่วนที่น้อยลงมา</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ทางสถานะทางสังคมระหว่างตัวละครหลัก ละครสั้นจำนวนถึง 38 เรื่อง คิดเป็น 41.30% กำหนดให้พระเอกมีสถานะสูงกว่านางเอก โครงสร้างเรื่องราวมักวางบทบาทให้พระเอกมหาเศรษฐีหรือผู้บริหารระดับสูงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ให้ความคุ้มครอง หรือยกระดับชีวิตของนางเอกที่กำลังเผชิญความลำบาก ตัวอย่างเช่น เรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=w6BG6AuwU88">สลับเจ้าบ่าว เปลี่ยนชีวิต</a>” ซึ่งวางบทฟู่จิ้นเย่ พระเอกของเรื่องและยังเป็นประธานบริษัทมหาเศรษฐีให้แต่งงานกับ ซูหว่านถัง หญิงสาวผู้ถูกครอบครัวบังคับให้เข้าพิธีแต่งงานแทนพี่สาว หรือเรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=D3QtKRAsxQA">สะใภ้สายลุย พิชิตบอสสายหยิ่ง</a>” ที่ลี่เส้าถิง ประธานบริษัทลี่ซื่อกรุ๊ป ต้องเข้ามาพัวพันกับเฮ่ายุ่น หญิงสาวบ้านนอกที่ยอมแต่งงานตามสัญญาเพื่อหาเงินช่วยเหลือหมู่บ้าน เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน ก็ยังพบว่ามีกลุ่มเรื่องที่ไม่เน้นความสัมพันธ์โรแมนติกหรือไม่มีคู่หลัก จึงทำให้แยกสถานะไม่ได้ว่าใครมีตำแหน่งสูงกว่า โดยพบว่าในกลุ่มนี้มีจำนวน 28 เรื่อง คิดเป็น 30.43% ที่พล็อตเน้นการแก้แค้น การต่อสู้ชีวิต หรือการพิสูจน์ตนเองเป็นหลัก เช่น เรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=rpC3YVQ_BHA">หัวใจนักซิ่ง</a>” ที่เน้นเส้นทางของเฉินวั่งโจว อดีตราชาแห่งสนามแข่งที่ซ่อนตัวเป็นช่างล้างรถก่อนจะกลับมากอบกู้ศักดิ์ศรี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับกลุ่มที่มีสถานะใกล้เคียงกันมีจำนวน 22 เรื่อง คิดเป็น 23.91% ซึ่งมักซ่อนความจริงเรื่องฐานะไว้ เช่น เรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=jzcgiGz2aNU">รักกุหลาบไฟ</a>”ที่วางบทให้เหมือนฝัน ประธานโรซ่ากรุ๊ป จับคู่กับจิรกิตติ์ ประธานบริหารภัทรวงศ์กรุ๊ป หรือเรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=oJ66MV4atQs">ถูกแม่สามีเหยียดกลางงานแต่ง! เด็กสาวจน ๆ แต่งงานสัญญา…เขาคือซีอีโอตัวจริง!</a>” ที่ชลดา นางเอกของเรื่องนั้น แท้จริงเป็นทายาทมหาเศรษฐีแต่แกล้งทำตัวเป็นกรรมกรก่อสร้างก่อนจะแต่งงานกับสราวุฒิ คุณชายรองแห่งตระกูลใหญ่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนกลุ่มที่นางเอกมีสถานะสูงกว่าพระเอกปรากฏเพียง 4 เรื่อง คิดเป็น 4.35% เท่านั้น เช่น เรื่อง “<a href="https://www.youtube.com/watch?v=xPdM8yeP8f8">กลับจากทริปเจอผัวแอบมีชู้กับรักเก่าในออฟฟิศ! เธอขึ้นเป็นประธาน ไล่ออกทั้งคู่ ส่วนผัวก้มเข่าขออภัย!</a>” ซึ่งเซี่ยหยาน นางเอกของเรื่องนั้น เป็นผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ต่อมาเพื่อแก้แค้นสามีเก่า จึงใช้อำนาจทางการเงินและความเป็นเจ้าของกิจการปลดฉู่มู่ สามีผู้บริหารออกจากตำแหน่งหลังจากจับได้ว่าเขานอกใจ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/2-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8180" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/2-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/2-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/2-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/2-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/2-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/2-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>มิจจี้ 101: หรือแอปละครสั้นจะกลายเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้โฆษณาเว็บพนัน?</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากละครสั้นจะกลายเป็นความนิยมใหม่ในโลกออนไลน์ของคนทั่วโลก และยังได้รับความนิยมในไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ภายใต้ความบันเทิงที่เข้าถึงง่ายนี้ กลับยังไม่มีกลไกหรือหน่วยงานเข้ามาควบคุมกำกับดูแลอย่างจริงจังนัก เพราะจากการสำรวจ ยังพบว่าแอปฯ ละครสั้นเหล่านี้มีรูปแบบของการโฆษณาหลอกลวง การสร้างสิ่งจูงใจเกินจริง และการดักรอด้วยภัยไซเบอร์หลากหลายรูปแบบภายในแอปพลิเคชัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยจากการสำรวจแอปฯ ละครสั้นแนวตั้งยอดนิยมในไทยนั้น พบการแทรกตัวของโฆษณาแบบป็อปอัปและแบนเนอร์ขนาดเล็กในหน้าโปรไฟล์ของผู้ใช้งาน ซึ่งเมื่อผู้ใช้กดเข้าไปจะถูกส่งต่อไปยังเกมสล็อต จากการสำรวจพบว่าแอปละครสั้นแอปหนึ่งมีลักษณะดังกล่าว คือมีโฆษณาในรูปแบบแบนเนอร์ขนาดเล็กในแอป เมื่อผู้ใช้กดเข้าไปจะถูกส่งต่อไปยังเกมสล็อตอย่าง R*** P*** C*** หรือหน้าเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ในทันที แม้ตัวแอปพลิเคชั่นปลายทางจะระบุในคำอธิบายบน Play Store ว่าเป็นเพียงเกมคาสิโนจำลองเพื่อความบันเทิงที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินจริงได้ แต่ข้อมูลจากการใช้งานและรีวิวของผู้ใช้จริง กลับพบภาพตรงกันข้าม โดยพบว่ามีผู้ใช้กล่าวถึงเรื่องระบบการฝากถอนเงิน ปัญหาเงินหาย เช่น <em>“เติมเท่าไหร่ก็หมด แทบไม่เคยชนะ”</em> หรือ <em>“ตอนเติมเงินไวมาก แต่พอจะถอนเงินกลับรอนานเป็นชั่วโมง”</em> ซึ่งชี้ให้เห็นระบบการฝากถอนเงินและรูปแบบการเล่นที่มุ่งเน้นการเสียเงินเป็นหลัก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่น่าสนใจคือ โฆษณาเหล่านี้เล็ดลอดเข้ามาปรากฏบนหน้าจอของผู้ใช้ในประเทศไทยได้อย่างไร ทั้งที่แอปพลิเคชันละครสั้นจำนวนมากจดทะเบียนนิติบุคคลในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีองค์กร <a href="https://www.gra.gov.sg/harm-minimisation">Gambling Regulatory Authority</a> คอยควบคุมกฎหมายการพนันอย่างเข้มงวด การโฆษณาพนันที่ผิดกฎหมายในสิงคโปร์มีบทลงโทษทั้งจำคุกและปรับอย่างหนัก ขณะที่ฝั่งรัฐบาลไทยเองก็มีมาตรการลงโทษผู้โพสต์ลิงก์ ชักชวน หรือ<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/165242">โฆษณาการพนันออนไลน์ตาม พ.ร.บ. การพนัน</a> และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เช่นกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อลองสืบค้นจากผู้ให้บริการอย่าง Google จะพบว่ามีคำอธิบายของ <a href="https://developers.google.com/admob/android/next-gen/mediation?hl=en">Google AdMob Mediation</a> ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการพื้นที่โฆษณาบนแอปพลิเคชัน ระบบนี้ช่วยให้ผู้พัฒนาแอปเปิดพื้นที่ให้เครือข่ายโฆษณาหลายแห่งเข้ามาประมูลราคาแข่งกัน ทำให้ผู้ใช้งานแต่ละคนเห็นโฆษณาที่ต่างกันไปตามตำแหน่งที่อยู่และข้อมูลประชากร โดยผู้ใช้อาจพบได้ทั้งโฆษณาเกม การเงิน สุขภาพ ความงาม ช้อปปิ้ง ตลอดจนโฆษณาแอปอื่น จากระบบนี้ทำให้ผู้ใช้ในประเทศไทยเห็น<a href="https://support.google.com/adspolicy/answer/6018017">โฆษณาเว็บพนัน</a>ต่างจากผู้ใช้ในสิงคโปร์ แม้จะใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นตัวเดียวกันก็ตาม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งทาง Google ก็มีนโยบายร่วมด้วยว่าผู้ลงโฆษณาต้องผ่านการรับรองและปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะพื้นที่อย่างเคร่งครัด รวมถึงห้ามการหลอกลวงหรือนำทางไปสู่บริการที่ผิดกฎหมาย ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ก็ยังพบเครือข่ายการพนันฝ่าฝืนนโยบาย เลี่ยงระบบตรวจจับด้วยการ <a href="https://www.independent.co.uk/games/fake-google-play-ads-scam-linked-unlicensed-casinos-b3023663.html">สร้างหน้าจำลอง Google Play Store ปลอมขึ้นมา</a>หรือใช้วิธี<a href="https://www.independent.co.uk/games/fake-google-play-ads-scam-linked-unlicensed-casinos-b3023663.html">เปลี่ยนหน้าลิงก์ปลายทางหลังจากโฆษณาผ่านการอนุมัติแล้ว</a> ส่งผลให้โฆษณาเหล่านี้ยังคงเล็ดลอดมาสร้างผลกระทบต่อผู้ใช้งานไทยอยู่เรื่อยมา&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">พฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นภัยไซเบอร์ในรูปแบบ Scam ระดับเริ่มต้น และหากปล่อยให้แอปพลิเคชันละครสั้นเหล่านี้เติบโตในสภาวะที่ไร้การควบคุม โดยไม่มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยกำกับดูแลหรือคัดกรองโฆษณาอย่างจริงจัง ก็จะกลายเป็นการเปิดช่องให้มิจฉาชีพขยายวงกว้าง ใช้ความบันเทิงล่อลวงผู้ใช้ให้กดลิงก์อันตราย ตลอดจนสร้างความเสียหายและสูญเสียทรัพย์สินของประชาชนไปมากกว่านี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ดูข้อมูลดิบได้ที่</strong> <a href="https://rocketmedialab.co/database-short-drama-7apps-insights">https://rocketmedialab.co/database-short-drama-7apps-insights</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/short-drama-7apps-insights/">&#8220;ปลอมตัวมาตั้งนาน ที่แท้เธอคือ&#8230;&#8221; : สำรวจโลกของละครสั้นแนวตั้ง จาก 92 เรื่อง 7 แอป 91 ล้านวิว </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไอโฟนราคาขึ้นแทบทุกปี ว่าแต่ค่าแรงขั้นต่ำของคนไทยขยับขึ้นในอัตราการขึ้นราคาของไอโฟนไหม </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/iphone-vs-thai-minimum-wage/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Sep 2026 07:25:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[economy]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างขั้นต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ไอโฟน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8163</guid>

					<description><![CDATA[<p>Apple &#3648;&#3614;&#3636;&#3656;&#3591;&#3592;&#3632; [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/iphone-vs-thai-minimum-wage/">ไอโฟนราคาขึ้นแทบทุกปี ว่าแต่ค่าแรงขั้นต่ำของคนไทยขยับขึ้นในอัตราการขึ้นราคาของไอโฟนไหม </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">Apple เพิ่งจะเปิดตัว iPhone รุ่นล่าสุด โดยในปีนี้เป็นรุ่น iPhone Duo ซึ่งเป็น iPhone แบบพับได้รุ่นแรกด้วยราคาเปิดตัว 1,999 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 79,900 บาท) สำหรับความจุเริ่มต้น 256GB&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab จึงชวนมาคำนวณและย้อนดูการเปิดตัวไอโฟนตั้งแต่ iPhone 3G ในปี 2009 มาจนถึงรุ่นล่าสุด เพื่อดูว่าราคาตัวเครื่องปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ มากแค่ไหน และอัตราค่าแรงขั้นต่ำของคนไทยขยับตามทันความเปลี่ยนแปลงนี้หรือเปล่า&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8171" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/1-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/1-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/1-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากใช้ข้อมูลอัตราค่าแรงขั้นต่ำเฉพาะของ กทม. เท่านั้น (คิดวันละ 8 ชั่วโมง) เปรียบเทียบกับราคาเปิดตัว iPhone รุ่นหลักที่เปิดตัวในแต่ละปี (โดยไม่นับรวมรุ่นย่อย รุ่นราคาประหยัด หรือรุ่นเรือธง อย่าง รุ่น s, e, SE, Plus, Pro หรือ Pro Max) โดยอ้างอิงราคาจากรุ่นที่มีความจุเริ่มต้น/ความจุต่ำสุด ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยในปีนั้นเป็นมาตราฐานในการคำนวณ&nbsp; จะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2009 ยุค iPhone 3G (8 GB) ราคาเปิดตัวในไทยอยู่ที่ 24,500 บาท ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำ กทม. สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (อัตรามีผลตั้งแต่ มิ.ย. 2008) อยู่ที่ 203 บาท/วัน (หรือประมาณ 25.38 บาท/ชั่วโมง) คน กทม. ต้องทำงานถึง 120.69 วัน หรือราว 965.52 ชั่วโมง จึงจะซื้อได้ 1 เครื่อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมาในปี 2010 ยุค iPhone 4 (16 GB) ราคาปรับเพิ่มขึ้นเป็น 26,000 บาท หรือเพิ่มขึ้น 6.12% ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำขยับขึ้นมาเป็น 206 บาท/วัน หรือเพิ่มขึ้นเพียง 1.48% ทำให้จำนวนวันทำงานที่ต้องใช้ซื้อเครื่องขยับเพิ่มขึ้นเป็น 126.21 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนกระทั่งในปี 2012 เมื่อ iPhone 5 (16 GB) ปรับราคาลงมาอยู่ที่ 22,900 บาท (ลดลง 11.92%) ประกอบกับนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศเป็น 300 บาท/วัน ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ปรับ กทม. นำร่อง เม.ย. 2012) ซึ่งคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 39.53% จากปี 2011 ส่งผลให้ภาระการทำงานลดลงเหลือ 76.33 วัน (หรือคิดเป็น 610.67 ชั่วโมง) ซึ่งนับเป็นช่วงที่ราคาไอโฟนเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำเข้าถึงง่ายที่สุดช่วงหนึ่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม หลังจากปี 2013 เป็นต้นมา แม้ค่าแรงขั้นต่ำจะถึง 300 บาท/วัน แล้วก็ตาม แต่ก็พบว่าค่าแรงขั้นต่ำของคน กทม. กลับถูกแช่แข็งยาวนานถึง 4 ปีเต็ม ตั้งแต่ปี 2013 ถึงปี 2016 ในช่วงคาบเกี่ยวรัฐบาลยิ่งลักษณ์และยุค คสช. ของประยุทธ์ จันทร์โอชา สวนทางกับราคา iPhone ที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยหากดูในช่วงปี 2012-2016 ที่ค่าแรงขั้นต่ำถูกแช่ไว้ที่ 300 บาท/วัน จะพบว่าราคา iPhone มีการปรับเพิ่มขึ้นจาก 22,900 บาท ในปี 2012 มาเป็น 26,500 บาท ในปี 2016 หรือเพิ่มขึ้น 15.72% ทำให้สัดส่วนราคาต่อค่าแรงเพิ่มขึ้นจาก 76.33 เท่า เป็น 88.33 เท่า จะเห็นว่าราคาสมาร์ทโฟนปรับขึ้นสูง แต่ราคาค่าแรงขั้นต่ำกลับไม่ขยับเพิ่ม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2017 Apple ได้เปิดตัว iPhone X (64 GB) ที่ราคาพุ่งสูงถึง 40,500 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก iPhone 8 ถึง 42.11% ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำ กทม. ในช่วงเปิดตัว iPhone X ยังคงอยู่ที่ 310 บาท/วัน เท่าเดิม นั่นหมายความว่าราคาของสมาร์ทโฟน 1 เครื่อง มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำถึง 130.65 เท่า คน กทม. จึงต้องทำงานสูงถึง 130.65 วัน หรือ 1,045.16 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงปี 2019-2021 ราคา iPhone รุ่นเริ่มต้นเริ่มทรงตัวและมีการปรับความจุเพิ่มขึ้น เช่น iPhone 11 (24,900 บาท ซึ่งราคาปรับลดลง 38.52% จาก iPhone X) ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 325-331 บาท/วัน ทำให้จำนวนวันทำงานทรงตัวอยู่ในระดับประมาณ 76 &#8211; 90 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนกระทั่งในปี 2024-2025 การเปิดตัว iPhone 16 และ iPhone 17 (ความจุ 256 GB ราคา 29,900 บาท) ร่วมกับการปรับค่าแรงขั้นต่ำ กทม. เป็น 400 บาท/วัน ในสมัยรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร (ปรับอัตรา กทม. มีผล ก.ค. 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้น 10.19% จากปี 2024 ขณะที่ราคาเปิดตัวของ iPhone 17 เท่ากันกับราคาเปิดตัวของ iPhone 16) ทำให้จำนวนวันทำงานลดลงมาอยู่ที่ 74.75 วัน หรือคิดเป็น 598 ชั่วโมง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ แม้ในปี 2019 (iPhone 11) และปี 2024-2025 (iPhone 16 และ iPhone 17) อัตราส่วนราคาต่อค่าแรงจะลดลงมาอยู่ในระดับต่ำที่สุดเหลือเพียงราว 74-76 เท่า/วัน แปลว่าคน กทม. ใช้จำนวนวันทำงานลดลงในการซื้อโทรศัพท์ แต่ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากการเติบโตของค่าแรงขั้นต่ำเป็นหลัก หากแต่เป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์ด้านราคาของ Apple เอง ที่ปรับราคาลงมาอยู่ที่ 29,900 บาท ร่วมกับการให้ความจุเริ่มต้นเพิ่มขึ้นเป็น 256 GB ในปี 2025 ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำมีการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">และในปี 2026 นี้ มีการเปิดตัว iPhone Duo (256 GB) ที่มีราคาสูงถึง 79,900 บาท พุ่งขึ้นถึง 167.22% จากรุ่นเริ่มต้นปีก่อนหน้า ในขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำ กทม. ยังคงหยุดอยู่ที่ 400 บาท/วัน เท่าเดิม ส่งผลให้คนไทยต้องใช้เวลาทำงานสูงถึง 199.75 วัน หรือคิดเป็น 1,598 ชั่วโมง จึงจะสามารถซื้อได้ 1 เครื่อง ซึ่งถือเป็นสถิติจำนวนวันทำงานที่สูงที่สุด สาเหตุเพราะเกิดจากการที่ Apple ปรับเปลี่ยนไลน์อัพสินค้า โดยเน้นเปิดตัวนวัตกรรมใหม่อย่างรุ่นหน้าจอพับที่มีราคาสูง รวมถึงรุ่น Pro และ Pro Max ที่เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้น 48,900 บาท ขณะที่ยังไม่มีการเปิดตัว iPhone 18 รุ่นมาตรฐานราคาเริ่มต้นตามปกติ ซึ่งคาดว่าน่าจะตามมาในปีหน้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ก็จะเห็นว่า เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นเปลี่ยนผ่านอย่าง iPhone X ซึ่งเป็นรุ่นฉลองครบสิบปี ในปี 2017 ที่ราคาพุ่งขึ้น 42.11% จนต้องทำงาน 130.65 วัน มาจนถึง iPhone Duo (ปี 2026) ที่ราคาพุ่งขึ้น 167.22% จนต้องทำงานเกือบ 200 วันทำงาน (หรือมากกว่า 6.6 เดือนโดยไม่ใช้จ่ายเลย) ซึ่งช่องว่างระหว่างราคาสมาร์ทโฟนระดับเรือธง กับกำลังซื้อของผู้มีรายได้ขั้นต่ำใน กทม. นั้นได้ขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>iPhone Duo รุ่น 256GB ประเทศไหนใช้เวลาเท่าไหร่ กว่าจะซื้อได้ 1 เครื่อง?</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ย้อนกลับไปตอนที่ Rocket Media Lab เคยทำรายงาน <a href="https://rocketmedialab.co/iphone15-minimum-wage/">อยากได้ &#8216;ไอโฟน 15&#8217; ต้องทำงานกี่ชั่วโมง</a> โดยใช้สินค้ารุ่นราคาต่ำสุดขณะนั้น ที่ราคา 799 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 28,000 บาท มาเปรียบเทียบชั่วโมงทำงานโดยคิดจากฐานค่าแรงขั้นต่ำของแต่ละประเทศโดยตรง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2026 นี้ หากลองนำแนวคิดและเกณฑ์คำนวณเดียวกันมาเปรียบเทียบรุ่นล่าสุดอย่างอย่าง iPhone Duo (รุ่น 256GB ราคาเปิดตัวในสหรัฐฯ อยู่ที่ 1,999 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 79,900 บาท) โดยนำราคา มาตั้งแล้วหารด้วยอัตราค่าแรงขั้นต่ำต่อชั่วโมง ของแต่ละประเทศ จะพบว่าภาพรวมกำลังซื้อแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยในกลุ่มประเทศสวัสดิการสูงฝั่งยุโรปและโอเชียเนีย อย่างประเทศลักเซมเบิร์ก ยังคงครองอันดับหนึ่ง แรงงานค่าแรงขั้นต่ำสูงสุด ที่ 19.09 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ชม. หรือประมาณ 760 บาท/ชม. ซึ่งหากคนลักเซมเบิร์กต้องการซื้อไอโฟน 1 เครื่องจะต้องทำงานราว 104.7 ชั่วโมง หรือคิดเป็นเวลาทำงานจริงเพียงครึ่งเดือนเท่านั้น (ประมาณ 13 วันทำงาน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ประเทศผู้นำด้านแรงงานรายได้สูงฝั่งโอเชียเนียอย่าง ออสเตรเลีย มีค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 15.16 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ชม. หรือประมาณ 605 บาท/ชม. ต้องใช้เวลาประมาณ 131.9 ชั่วโมง ตามมาด้วย สหราชอาณาจักร (14.35 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ชม. หรือประมาณ 570 บาท/ชม.) ที่ 139.2 ชั่วโมง ส่วนเบลเยียม (14.29 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ชม. หรือประมาณ 570 บาท/ชม.) ที่ 139.9 ชั่วโมง และเยอรมนี (13.29 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ชม. หรือประมาณ 530 บาท/ชม.) ที่ 150.5 ชั่วโมง ซึ่งล้วนใช้เวลาทำงานไม่เกินหนึ่งเดือน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถัดมาคือกลุ่มประเทศที่ต้องใช้เวลาเฉลี่ย 1-3 เดือนจึงจะซื้อสินค้าเดียวกันได้ อาทิ แคนาดา ที่มีค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 12.17 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ชม. หรือประมาณ 485 บาท/ชม. ต้องใช้เวลาทำงาน 164.3 ชั่วโมง หรือประมาณหนึ่งเดือนพอดีจึงจะซื้อได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนสหรัฐอเมริกา หากอ้างอิงตามค่าแรงขั้นต่ำระดับรัฐบาลกลาง ซึ่งอยู่ที่ 7.25 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ชม. หรือประมาณ 290 บาท/ชม. จะต้องใช้เวลาทำงานเพิ่มขึ้นเป็น 275.7 ชั่วโมง หรือประมาณ 1.7 เดือน ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศพัฒนาแล้วในเอเชียอย่างเกาหลีใต้ ที่มีค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 7.15 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ชม. หรือประมาณ 285 บาท/ชม. ที่ต้องใช้เวลาราวๆ 279.6 ชั่วโมง และญี่ปุ่น (7.10 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ชม. หรือประมาณ 280 บาท/ชม.) ที่ต้องใช้เวลา 281.5 ชั่วโมง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนประเทศไทยนั้น หากคิดจากอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ที่ 400 บาท/วัน (คิดเป็นประมาณ 50 บาท/ชม. หรือราว 1.30 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ชม.) แรงงานไทยจะต้องใช้เวลาทำงานสะสมสูงถึง 1,730 ชั่วโมง หรือคิดเป็นการทำงานเต็มเวลานานถึง 10.8 เดือนเต็มโดยไม่นำรายได้ไปใช้จ่ายกับค่าครองชีพด้านอื่นเลย ซึ่งต้องใช้เวลาทำงานมากกว่าแรงงานในประเทศสวัสดิการสูงอย่างลักเซมเบิร์กถึง 16.5 เท่า หรือต่างกันประมาณ 203 วัน และมากกว่าออสเตรเลียถึง 13.1 เท่า หรือต่างกันประมาณ 200 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลนี้จะเห็นว่า&nbsp; แม้จะเป็นสินค้าชิ้นเดียวกัน แต่ประเทศที่มีโครงสร้างค่าแรงขั้นต่ำระดับสูงจะยังคงมีอำนาจในการจับจ่ายมากกว่า ขณะที่แรงงานในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มประเทศที่ค่าแรงขั้นต่ำไม่สูงมากนักจะต้องแบกรับภาระชั่วโมงการทำงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเพื่อเข้าถึงสินค้าชิ้นเดียวกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่นี่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-iphone-vs-thai-minimum-wage">https://rocketmedialab.co/database-iphone-vs-thai-minimum-wage</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อ่านเพิ่มเติม</strong> <a href="https://rocketmedialab.co/may-minimumwage-2026/">ค่าแรงขั้นต่ำยังขึ้นไหมในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากสงคราม : สำรวจการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วโลกในวันแรงงานปี 2026 &#8211;</a> https://rocketmedialab.co/may-minimumwage-2026/&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หมายเหตุ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ราคา iPhone อ้างอิงจากราคาเปิดตัวรุ่นความจุต่ำสุด/ราคาต่ำสุดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย (รวมภาษีแล้ว)</li>



<li>ค่าแรงขั้นต่ำอ้างอิงอัตราค่าแรงขั้นต่ำ กรุงเทพมหานคร ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง</li>



<li>คำนวณชั่วโมงทำงานโดยอิงเกณฑ์มาตรฐาน 1 วันทำงานเท่ากับ 8 ชั่วโมง</li>
</ul>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/iphone-vs-thai-minimum-wage/">ไอโฟนราคาขึ้นแทบทุกปี ว่าแต่ค่าแรงขั้นต่ำของคนไทยขยับขึ้นในอัตราการขึ้นราคาของไอโฟนไหม </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ของประเทศไทย</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/climate-mitigation-finance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Sep 2026 07:00:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[CFNT]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RMLXCFNT]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกรวน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8153</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3611;&#3619;&#3632;&#3648;&#3607;&#3624;&#3652;&#3607 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/climate-mitigation-finance/">สำรวจการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ของประเทศไทย</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายการเป็นประเทศที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 ตามแผน NDC 3.0 ซึ่งประกาศต่อประชาคมโลกเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ในการประชุม COP30 ที่ประเทศบราซิล</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ดังกล่าว ประเทศไทยได้กำหนดเป้าหมายระหว่างทางไว้ด้วยว่า ภายในปี ค.ศ. 2035 จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เหลือ 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งคิดเป็นการลดลง 47% เมื่อเทียบกับปี ค.ศ. 2019</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม การจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ตามเป้าหมายนี้ ภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องมีมาตรการรองรับ และต้องได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนเพื่อให้สามารถดำเนินการได้จริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ร่วมกับเครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน (CFNT) ชวนสำรวจการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย โดยอ้างอิงข้อมูลจากฐานข้อมูล Thailand Climate Finance Tracker 2026 ซึ่งติดตามการลงทุนสองด้าน คือ ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และด้านการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Adaptation) เพื่อร่วมกันหาคำตอบว่า ประเทศไทยมีการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากน้อยเพียงใด เงินลงทุนดังกล่าวกระจายไปยังพื้นที่ใด และดำเนินการผ่านหน่วยงานใดบ้าง</p>



<h3 class="wp-block-heading">ประเทศไทยมีการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) มากน้อยแค่ไหน&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8159" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจาก Thailand Climate Finance Tracker 2026 ซึ่งเก็บจากรายงานความยั่งยืนและข้อมูลที่มีการเปิดเผยสาธารณะ ชี้ว่า ระหว่างพ.ศ. 2561 – พฤษภาคม 2569 หน่วยงานภาครัฐของไทยมีการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) รวม 287,317.54 ล้านบาท ใน 3,327 โครงการ เฉพาะโครงการภายที่อยู่ภายใต้งบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มี 809 โครงการ เป็นเงิน 15,307.93 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเมื่อนำมาจำแนกตามพื้นที่พบว่า มีการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด 5 อันดับแรก ดังนี้&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สมุทรปราการ 1,303.84 ล้านบาท คิดเป็น 8.52%</li>



<li>กรุงเทพมหานคร 1,205.75 ล้านบาท คิดเป็น 7.88%</li>



<li>ร้อยเอ็ด 720.71 ล้านบาท คิดเป็น 4.71%</li>



<li>อุดรธานี 667.01 ล้านบาท คิดเป็น 4.36%</li>



<li>อ่างทอง 647.48 ล้านบาท คิดเป็น 4.23%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนจังหวัดที่มีงบประมาณสำหรับการเงินเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยน้อยที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสงคราม บึงกาฬ นราธิวาส และตาก ตามลำดับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยสมุทรปราการ มีโครงการทั้งสิ้น 8 โครงการ เป็นโครงการภาคอาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้ 948.40 ล้านบาท ตามด้วยภาคพลังงาน 327.08 ล้านบาท อาคารและโครงสร้างพื้นฐาน 27.86 ล้านบาท และขยะ 0.50 ล้านบาท ขณะที่กรุงเทพมหานคร เป็นโครงการการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 788.47 ล้านบาท และขยะ 417.28 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนอ่างทองเป็นจังหวัดที่มีจำนวนโครงการมากที่สุด 63 โครงการ จำนวนมากเป็นโครงการในด้าน อาคารและโครงสร้างพื้นฐาน 643.32 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการอำนวยความปลอดภัยทางถนนโดยดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ ตามด้วยโครงการด้านการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 1.70 ล้านบาท พลังงาน 1.50 ล้านบาท และภาคอาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้ 0.96 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลพบว่า มี 6 พื้นที่ที่มีงบประมาณมากกว่า 500 ล้านบาทคือ สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร ร้อยเอ็ด อุดรธานี อ่างทอง และนนทบุรี ส่วนจังหวัดที่งบประมาณต่ำกว่า 10 ล้านบาท ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสงคราม บึงกาฬ และนราธิวาส โดยเพชรบุรีเป็นจังหวัดที่มีงบเพียง 0.45 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้หากนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation finance) จะพบว่ากรุงเทพฯ และสมุทรปราการ เป็นสองจังหวัดที่ติดอยู่ในอันดับต้นๆ ของทั้งการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Climate Adaptation Finance) และการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) และเป็นเพียง 2 จังหวัดที่มีการลงทุนมากกว่า 1 พันล้านบาท&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">การลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) อยู่ในภาคส่วนไหนมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8156" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ของภาครัฐมาจำแนกตามระบบการจำแนกภาคเศรษฐกิจ จะพบว่า</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>การขนส่ง 132,647.04 ล้านบาท คิดเป็น 46.17%</li>



<li>การจัดการน้ำและสุขาภิบาล 76,358.39 ล้านบาท คิดเป็น 26.58%</li>



<li>อาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้ 22,148.62 ล้านบาท คิดเป็น 7.71%</li>



<li>ขยะ 10,661.00 ล้านบาท คิดเป็น 3.71%</li>



<li>พลังงาน 9,873.78 ล้านบาท คิดเป็น 3.44%</li>



<li>อาคารและโครงสร้างพื้นฐาน 7,512.26 ล้านบาท คิดเป็น 2.61%</li>



<li>อุตสาหกรรม 988.22 ล้านบาท คิดเป็น 0.34%</li>



<li>เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 194.38 ล้านบาท คิดเป็น 0.07%</li>



<li>ไม่สามารถจำแนกตามภาคเศรษฐกิจได้ เนื่องจากข้อจำกัดของการเปิดเผยข้อมูล 26,933.84 ล้านบาท คิดเป็น 9.37%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูล พบว่า ภาครัฐใช้งบประมาณในภาคการขนส่งมากที่สุด 132,647.04 ล้านบาท คิดเป็น 46.17% ของงบทั้งหมด 287,317.54 บาท เมื่อพิจารณาในระดับจังหวัด พบการลงทุนในภาคการขนส่งมากที่สุด ที่จังหวัดสงขลา 45 ล้านบาท ตามด้วยกาญจนบุรี 32 ล้านบาท และหากดูเป็นรายกระทรวง พบการใช้งบสูงสุดที่กระทรวงคมนาคม 111,724.44 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือภาคการจัดการน้ำและสุขาภิบาล เป็นเงิน 76,358.39 ล้านบาท คิดเป็น 26.58% เมื่อพิจารณาในระดับพื้นที่ พบการลงทุนในภาคการจัดการน้ำและสุขาภิบาลมากที่สุดที่กรุงเทพมหานคร 788.47 ล้านบาท ตามด้วยพัทยา 405.30 ล้านบาท และหากดูเป็นรายกระทรวง พบการใช้งบสูงสุดที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 48,256.54 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">มาตามด้วยโครงการที่ไม่สามารถจำแนกตามภาคเศรษฐกิจได้ เนื่องจากข้อจำกัดของการเปิดเผยข้อมูล เป็นเงิน 26,933.84 ล้านบาท คิดเป็น 9.37% เมื่อพิจารณาในระดับจังหวัด พบการลงทุนในโครงการ ไม่สามารถจำแนกตามภาคเศรษฐกิจได้ มากที่สุดที่ระนอง 19.62 ล้านบาท ตามด้วยนครปฐม 1 ล้านบาท หากดูเป็นรายกระทรวง พบการใช้งบสูงสุดที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 26,596.19 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถัดมาคือภาคอาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้ 22,148.62 ล้านบาท คิดเป็น 7.71% เมื่อพิจารณาในระดับจังหวัด พบการลงทุนในภาคอาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้มากที่สุด ที่สมุทรปราการ 948.40 ล้านบาท ตามด้วยยโสธร 102.51 ล้านบาท หากดูรายกระทรวง พบการใช้งบสูงสุดที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 14,715.74 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีก 5 ภาคที่เหลือคือขยะ, พลังงาน, อาคารและโครงสร้างพื้นฐาน, อุตสาหกรรม และ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมกันเป็นเงิน 29,229.64 ล้านบาท คิดเป็น 10.17%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Climate Adaptation Finance) จะพบว่า การลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน ใช้งบการจัดการน้ำและสุขาภิบาลมากที่สุด 167,869.73 ล้านบาท ในขณะที่การลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ใช้งบประมาณไปกับภาคการขนส่งมากที่สุด 132,647.04 ล้านบาท อย่างไรก็ตามงบประมาณในการจัดการน้ำของการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ก็ยังคงสูงเป็นอันดับสอง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แสดงให้เห็นว่าไทยใช้งบประมาณในโครงการที่เกี่ยวข้องกับโลกรวนมากที่สุดในด้านการจัดการน้ำและสุขาภิบาล อย่างไรก็ตามประเทศไทยก็ยังคงต้องเผชิญปัญหาน้ำแล้งในฤดูร้อน และน้ำท่วมในฤดูฝนมาโดยตลอด โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำท่วมที่ทวีความรุนแรงสูงขึ้นทุกปี ซึ่งอาจแสดงให้เห็นว่าไทยมีการลงทุนในโครงสร้างที่อาจจะไม่สามารถช่วยในการปรับตัวหรือบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกรวนได้อย่างตรงจุด ทั้งโครงสร้างพื้นฐานสีเทา (gray infrastructure) ที่รองรับวัตถุประสงค์เพียงด้านเดียว (single-purpose infrastructure) เช่น อ่างเก็บน้ำหรือเขื่อน ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจจะกลายเป็น “การปรับตัวที่ก่อโทษ (maladaptation)” ที่ส่งผลลบต่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมากกว่าเดิม</p>



<h3 class="wp-block-heading">การลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ถูกใช้ผ่านงบประมาณในแต่ละกระทรวงมากน้อยเพียงใด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8157" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ของภาครัฐมาจำแนกเป็นรายกระทรวง พบว่า กระทรวงคมนาคม มีงบประมาณมากที่สุด 111,747.26 ล้านบาท คิดเป็น 41.15% โดยโครงการส่วนใหญ่อยู่ในด้านการขนส่ง 111,724.44 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นโครงการด้านการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 22.82 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 98,232.49 ล้านบาท คิดเป็น 36.17% โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการด้านการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 48,256.54 ล้านบาท ส่วนโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุดจากทั้งหมด 8 โครงการ คือโครงการด้านพลังงาน 3 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงมหาดไทย 24,372.04 ล้านบาท คิดเป็น 8.97% ส่วนใหญ่เป็นโครงการการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 23,818.86 ล้านบาท ตามด้วยโครงการด้านขยะ 531.26 ล้านบาท และโครงการด้านพลังงาน 21.92 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงการคลัง 20,785.43 ล้านบาท คิดเป็น 7.65% ส่วนใหญ่เป็นโครงการการขนส่ง 20,754.51 ล้านบาท ตามด้วยโครงการด้านอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน 18 ล้านบาท และโครงการด้านอาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้ 12.92 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีงบประมาณรวมกัน 16,434.45 ล้านบาท คิดเป็น 6.05%</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่างบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) กระจุกตัวอยู่ใน 2 กระทรวง คือ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีงบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกัน คิดเป็น 77.32% ของงบประมาณทั้งหมด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Climate Adaptation Finance) จะพบว่า การลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน ใช้งบประมาณส่วนนี้มากในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเพียงกระทรวงเดียวก็สูงถึง 63.80% ของงบทั้งหมด ในขณะที่การลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ใช้งบประมาณในกระทรวงคมนาคมสูงสุด ความแตกต่างนี้เกิดจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยมุ่งไปที่ภาคการขนส่งมากกว่าภาคอื่นๆ แต่ในขณะเดียวกันกลับพบว่าภาคพลังงานของไทยเป็นภาคที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงมี่สุดถึง 67% ซึ่งการขนส่งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของภาคพลังงาน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">การลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Climate Adaptation Finance) และการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ในแต่ละจังหวัดของไทย</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8160" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมารวมกันกับการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และนำไปจำแนกเป็นรายพื้นที่ เพื่อดูว่าพื้นที่ใดมีการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนเท่าไรบ้าง จะพบว่าจังหวัด/หน่วยการปกครอง ที่ได้รับงบประมาณการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนสูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กรุงเทพมหานคร 2,438.74 ล้านบาท คิดเป็น 12.39%</li>



<li>สมุทรปราการ 2,296.18 ล้านบาท คิดเป็น 11.66%</li>



<li>พัทยา 799.72 ล้านบาท คิดเป็น 4.06%</li>



<li>ร้อยเอ็ด 749.28 ล้านบาท คิดเป็น 3.81%</li>



<li>อุดรธานี 667.01 ล้านบาท คิดเป็น 3.39%</li>



<li>อ่างทอง 654.30 ล้านบาท คิดเป็น 3.32%</li>



<li>นนทบุรี 615.50 ล้านบาท คิดเป็น 3.13%</li>



<li>ระยอง 595.81 ล้านบาท คิดเป็น 3.03%</li>



<li>กาฬสินธุ์ 447.35 ล้านบาท คิดเป็น 2.27%</li>



<li>ขอนแก่น 434.92 ล้านบาท คิดเป็น 2.21%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่ากรุงเทพฯ และสมุทรปราการ เป็นสองจังหวัดที่มีการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนสูงที่สุด และเป็นสองจังหวัดที่มีการลงทุนสูงที่สุดทั้งการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวนและการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเช่นเดียวกัน นอกจากนี้กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ ยังเป็นสองจังหวัดที่มีการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนสูงกว่า 2 พันล้านบาทและอยู่ในหลักพันล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่จังหวัดที่มีการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนน้อยที่สุด คือ เพชรบุรี เพียง 0.45 ล้านบาท และเป็นเพียงจังหวัดเดียวที่มีงบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนต่ำกว่าระดับล้านบาท และมีอีก 28 จังหวัด ที่มีงบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนต่ำกว่า 100 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่าจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและสังคมขนาดใหญ่ อย่างกรุงเทพฯ สมุทรปราการ เมืองพัทยา นนทบุรี ระยอง หรือขอนแก่น เป็นพื้นที่ที่มีการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนสูงเมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่นๆ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้อาจมีความเสี่ยงและความเปราะบางสูง โดยเฉพาะต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะโลกรวน จึงทำให้มีงบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนสูงเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/climate-mitigation-finance/">สำรวจการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ของประเทศไทย</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของบริษัทพลังงานไทย</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/energy-mitigation-finance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 08:33:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[CFNT]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RMLXCFNT]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8135</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3619;&#3634;&#3618;&#3591;&#3634 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/energy-mitigation-finance/">สำรวจการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของบริษัทพลังงานไทย</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">จากรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่อันดับที่ 17 ของโลก ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather) จึงจำเป็นอย่างยิ่งและเร่งด่วนที่ไทยจะต้องลงทุนเพื่อรับมือต่อภาวะโลกรวนทั้งในด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (climate mitigation) และการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภายใต้ NDC 3.0 ประเทศไทยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2593 ดังนั้น การลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ซึ่งมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุดในประเทศ จึงจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายที่ประกาศไว้ต่อประชาคมโลก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab และเครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน (CFNT) ชวนสำรวจการลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัทพลังงานในประเทศไทย โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูล Thailand Climate Finance Tracker 2026 ซึ่งเก็บข้อมูลระหว่างปี พ.ศ. 2561-พฤษภาคม พ.ศ. 2569 จากรายงานความยั่งยืนและข้อมูลที่มีการเปิดเผยสาธารณะ ว่าบริษัทพลังงานในประเทศไทยลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนอย่างไรและในด้านใดบ้าง<br></p>



<h3 class="wp-block-heading">บริษัทพลังงานไทยลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานเท่าไรและอย่างไรบ้าง</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8149" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ในภาพใหญ่ ข้อมูลจาก Thailand Climate Finance Tracker 2026 ซึ่งเก็บรวบรวม<a href="https://www.climatefinancethai.com/tracker/mitigation">การลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่าง พ.ศ. 2561-พฤษภาคม พ.ศ. 2569 พบว่า มีการลงทุน</a>รวมประมาณ 2 ล้านล้านบาท โดยภาคเอกชนและสถาบันการเงินยังคงเป็นผู้ลงทุนหลัก หรือมากกว่า 3 ใน 5 ของเงินลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในประเทศไทย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเฉพาะในส่วนของการลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัทพลังงานในประเทศไทย จำนวน 233 โครงการ จาก 97 บริษัท เป็นเงินสูงถึง 730,813.82 ล้านบาท และเมื่อนำมาจำแนกว่าแต่ละบริษัทใช้เงินลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อนไปกับภาคเศรษฐกิจย่อยใดบ้าง จะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">มีบริษัทพลังงาน 30 แห่ง ที่ลงทุนเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกเฉพาะในส่วนของการผลิตเชื้อเพลิง (Fuel Production) อย่างเดียว เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท บัวใหญ่ ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด, บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และกลุ่มมิตรผล</p>



<p class="wp-block-paragraph">มีบริษัทพลังงาน 73 แห่ง ที่ลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกรวนเฉพาะในส่วนของการผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) อย่างเดียว เช่น บริษัท บีจี เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด, บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กันกุล พาวเวอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และมีบริษัทพลังงานเพียง 1 แห่งที่มีการลงทุนในการส่งและจำหน่ายไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Transmission and Distribution) หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน อาทิ ระบบสมาร์ตกริด ได้แก่ บริษัท เอซีอี โซลาร์ จำกัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่มีการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานสูงที่สุดในประเทศไทย 250,454.40 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 34.27% จากการลงทุนทั้ง 97 บริษัท ขณะที่ภาคเศรษฐกิจย่อยที่บริษัทพลังงานลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานมากที่สุดคือ การผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) 472,209.30 ล้านบาท หรือคิดเป็น 64.61% จากการลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อนของบริษัทพลังงานในประเทศไทยทั้งหมด&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">บริษัทพลังงานลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อน ในภาคเศรษฐกิจย่อยใด เท่าไรบ้าง&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8150" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของของบริษัทพลังงานในประเทศไทย จำนวน 233 โครงการ จาก 97 บริษัท มาจำแนกว่าแต่ละบริษัทใช้เงินลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อนไปในภาคเศรษฐกิจย่อยได้ด้วยเทคโนโลยีใดบ้าง จะพบว่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นำไปลงทุนในภาคเศรษฐกิจย่อย ด้านการผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) มากที่สุด 472,209.30 ล้านบาท หรือคิดเป็น 64.61% โดยบริษัทลงที่ลงทุนในภาคเศรษฐกิจย่อยประเภทนี้มากที่สุด คือ บริษัท บีจี เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นเมื่อพิจารณาว่าใน ภาคเศรษฐกิจย่อยด้านการผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) มีการลงทุนในเทคโนโลยีใดบ้าง จะพบว่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 1 คือ การลงทุนในโซลาร์เซลล์ (PV) สูงสุดที่ 214,582.67 ล้านบาท โดยบริษัทที่ลงทุนมากที่สุด คือบริษัทบีจี เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 2 คือ การลงทุนเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมากกว่า 1 ชนิด คิดเป็น 89,494.63 ล้านบาท โดยบริษัทที่ลงทุนมากที่สุดคือ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 3 คือ การลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานลมบนบก 58,653.12 ล้านบาท โดยบริษัทที่ลงทุนมากที่สุด คือ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของภาคเศรษฐกินย่อยด้านการผลิตเชื้อเพลิง (Fuel Production) 258,525.99 ล้านบาท หรือคิดเป็น 35.38% โดยบริษัทที่ลงทุนในด้านการผลิตเชื้อเพลิงมากที่สุด คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 232,050 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นเมื่อพิจารณาว่าในภาคเศรษฐกินย่อยด้านการผลิตเชื้อเพลิง มีการลงทุนในเชื้อเพลิงสะอาดใดบ้าง จะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 1 คือ การลงทุนในไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนมากที่สุด 232,050 ล้านบาท โดยมีบริษัทที่ลงทุนในเชื้อเพลิงดังกล่าวเพียงรายเดียวคือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 2 คือ การลงทุนในก๊าซชีวภาพ 25,611.98 ล้านบาท โดยบริษัทที่ลงทุนมากที่สุด คือ กลุ่มมิตรผล&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 3 คือ การลงทุนในเชื้อเพลิงชีวภาพ 864 ล้านบาท โดยบริษัทที่ลงทุนมากที่สุด คือ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า เงินลงทุนกว่า 99% ถูกจัดสรรไปที่การผลิตพลังงานและเชื้อเพลิงหมุนเวียนขณะที่เงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น สมาร์ทกริด (smart grid) กลับมีจำนวนน้อยมาก ซึ่งข้อมูลจาก Thailand Climate Finance Tracker 2026 พบว่า ยังคงมีช่องว่างขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยมีการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบสายส่งเพียง 78.53 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.01% ของเงินลงทุนทั้งหมดในภาคพลังงาน โดยมีบริษัทที่ลงทุนเพียงบริษัทเดียวคือ บริษัท เอซีอี โซลาร์ จำกัด&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">20 อันดับแรกของบริษัทพลังงานไทยที่ลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานสูงที่สุด&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8151" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของบริษัทพลังงานในประเทศไทย จำนวน 233 โครงการ จาก 97 บริษัท มาจัดอันดับบริษัทที่มีการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานสูงที่สุดที่สุด จะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับหนึ่ง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานสูงที่สุด คิดเป็น 250,454.40 บาท หรือ 34.27% ของการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั้งหมดของบริษัทพลังงานไทย สัดส่วนการลงทุนสูงที่สุดอยู่ในด้านเชื้อเพลิงที่ 232,050 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนในเทคโนโลยีเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ภาคการผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) มีเพียง 18,404.40 ล้านบาท โดยโครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุด คือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture Use and Storage (CCUS)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสอง บริษัท บีจี เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Bangkok Glass (BG) ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานความร้อนเหลือทิ้ง เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานรวม 66,794.31 บาท คิดเป็น 9.14% ของการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั้งหมดของบริษัทพลังงานไทย และพบว่าเป็นการลงทุนใน Sub Sector การผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation)ทั้งหมด โครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุดคือ ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar – Photovoltaic (PV)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสาม บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA เป็นผู้นำธุรกิจพลังงานพลังงานทดแทน ผลิตแบตเตอรี่ และยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร โดยมีการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานรวม 62,027.96 บาท คิดเป็น 8.49% ของการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั้งหมดของบริษัทพลังงานไทย และพบว่าเป็นการลงทุนในการผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) ทั้งหมด โดยมีโครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุด คือโครงการพลังงานลมบนบก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่า ปตท. เป็นเพียงบริษัทเดียวที่ลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อนสูงในระดับแสนล้าน หรือคิดเป็น 34.27% จากทั้ง 97 บริษัท และเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับบริษัทพลังงานที่มีมูลค่าตลาด (market capitalization) สูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ณ วันที่ 28 เมษายน 2568 จำนวน 10 อันดับแรกก็จะพบว่าบริษัทที่มีมูลค่าตลาด (market capitalization) สูงสุดอยู่ใน 10 อันดับแรกส่วนใหญ่ก็จะอยู่ใน 20 อันดับแรกของบริษัทที่ใช้เงินลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อนเช่นเดียวกัน ยกเว้บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKP) โดยในกรณีของบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) พบเป็นบริษัท CH. Karnchang Public Company Limited ในอันดับที่ 96&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และยังมีกรณีของบริษัทร่วมทุนที่ติดอยู่ใน 20 อันดับแรก เช่น บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (Xayaburi Power Company Limited &#8211; XPCL) ในอันดับที่ 10 ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและดำเนินงาน โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีบนแม่น้ำโขงในแขวงไซยะบุรี สปป. ลาว โดยมี ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKPower) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือในอันดับที่ 23 ก็เป็นยอดรวมการนำเข้าโซลาร์เซลล์จากต่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 3,257.15 ล้านบาท&nbsp; </p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/energy-mitigation-finance/">สำรวจการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของบริษัทพลังงานไทย</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คำถามพบบ่อย (FAQ) &#8211; Rocket Media Lab Fellowship 2026–2027</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/fellowship-faq/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Sep 2026 05:03:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Fellowship]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RML Fellowship]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสืบสวนสอบสวน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8119</guid>

					<description><![CDATA[<p>RML Fellowship &#3650;&#3588;&#3619;&#3591;&#3585;&#363 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/fellowship-faq/">คำถามพบบ่อย (FAQ) &#8211; Rocket Media Lab Fellowship 2026–2027</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<div style="border: 2px solid #0073aa; background-color: #f0f8ff; padding: 15px; border-radius: 8px;">
    <strong>RML Fellowship</strong><br>
โครงการให้ทุนนักข่าวสืบสวนสอบสวน Rocket Media Lab Fellowship ดำเนินการโดย ร็อกเกต มีเดีย แล็บ และคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อให้ทุนการทำงานสืบสวนสอบสวนในรูปแบบกองบรรณาธิการเฉพาะกิจ (อ่าน<a href="https://rocketmedialab.co/fellowship-2026/">รายละเอียดและวัตถุประสงค์ของโครงการ</a>)
<br>
<br>
  📅 เปิดรับสมัคร 1-30 กันยายน 2569 <br>
🔴 ขยายเวลาเปิดรับสมัครถึง 5 ตุลาคม 2569 (เวลาเที่ยงวัน)<br>
📅 สัมภาษณ์ผู้สมัครและประกาศผล: ตุลาคม 2569<br>
📅 ระยะเวลารับทุน: 1 พฤศจิกายน 2569 – 30 เมษายน 2570<br>

🔗 กรอกใบสมัครที่ <a href="https://forms.gle/oEU968b69iFUBCpL6">https://forms.gle/oEU968b69iFUBCpL6</a> &nbsp; 



</div>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คุณสมบัติและการสมัคร</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Q: ผู้สมัครไม่ได้เป็นนักข่าว สามารถสมัคร Fellowship ได้ไหม?</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>A:</strong> ได้ ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องเป็นนักข่าวอาชีพในปัจจุบัน แต่ต้องมีประสบการณ์การทำงานข่าว หรือทำงานข้อมูลเชิงลึก การทำงานในพื้นที่ หรือการผลิตคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ มาแล้วอย่างน้อยสองปี&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Q: ทำข้อมูลเชิงลึกได้ แต่เขียนข่าวไม่เป็น จะขอทุนได้ไหม?</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>A:</strong> ได้ หากผู้สมัครมีความเข้าใจในประเด็นที่ต้องการทำและมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นงานข่าวสืบสวนสอบสวน อย่างไรก็ตาม การเขียนถือเป็นทักษะพื้นฐานของการทำงานข่าว และผู้รับทุนต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับคุณสมบัติและองค์ประกอบของข่าว รวมถึงจรรยาวิชาชีพสื่อมวลชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรณีที่ผู้สมัครมีความมั่นใจในประเด็นหรือทักษะการทำข้อมูล แต่ยังไม่มั่นใจด้านการเขียน ทางโครงการสามารถร่วมพัฒนาทักษะดังกล่าวในระหว่างโครงการได้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Q: ทุน Rocket Media Lab Fellowship เป็นทุนสำหรับบุคคลหรือทีม?</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>A:</strong> สามารถสมัครได้ทั้งแบบบุคคลและแบบทีม โดยมูลค่าทุนเท่ากันทั้งสองกรณี หากสมัครเป็นทีม จะต้องระบุผู้รับผิดชอบหลักของทีมหนึ่งคน และสมาชิกทั้งทีมต้องเข้าร่วมการสัมภาษณ์ทุนพร้อมกัน ทั้งนี้ โครงการไม่รับสมัครในนามองค์กรหรือหน่วยงาน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Q: ผู้สมัครทุน Fellowship จำเป็นต้องผ่านการอบรมนักข่าวสืบสวนสอบสวนที่โครงการจัดขึ้นในวันที่ 21–23 สิงหาคม 2569 หรือไม่?</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>A:</strong> ไม่จำเป็น การสมัครเข้ารับการอบรมและการสมัครรับทุน Fellowship เป็นกระบวนการที่แยกจากกัน ผู้สมัครทุน Fellowship สามารถสมัครได้โดยไม่ต้องเข้าร่วมการอบรมดังกล่าว</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หัวข้อที่สามารถทำได้</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Q: สนใจทำงานหัวข้ออื่นนอกจากสี่หัวข้อที่โครงการกำหนด สามารถสมัครได้ไหม?</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>A:</strong> สำหรับโครงการ Fellowship รอบปี 2026–2027 เปิดรับข้อเสนองานในสี่ประเด็น ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม</li>



<li>ทุนผูกขาดและทุนยึดรัฐ</li>



<li>ทุนเทาและสแกมเมอร์ยุคใหม่</li>



<li>การแย่งชิงทรัพยากรในลุ่มน้ำโขง</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ในรอบนี้ โครงการยังไม่เปิดรับข้อเสนอในประเด็นอื่นนอกเหนือจากสี่ประเด็นดังกล่าว</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รูปแบบและจำนวนผลงาน</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Q: ผู้ได้รับทุนต้องเผยแพร่ผลงานบ่อยเพียงใด?</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>A:</strong> ผู้รับทุนจะเลือกทำงานหนึ่งประเด็นจากสี่ประเด็นที่โครงการกำหนด และมีเป้าหมายในการผลิตและเผยแพร่ผลงานอย่างน้อยแปดชิ้นตลอดระยะเวลาของโครงการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม งานสืบสวนสอบสวนต้องใช้เวลาในการลงพื้นที่ รวบรวมข้อมูล และตรวจสอบข้อเท็จจริง โครงการจึงจะร่วมกับผู้รับทุนวางแผนและกำหนดกรอบเวลา รวมถึงเป้าหมายการเผยแพร่ที่เหมาะสมกับลักษณะของแต่ละประเด็น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Q: ผลงานทั้งแปดชิ้นต้องผลิตสื่อในรูปแบบใด?</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>A:</strong> ผลงานทั้งแปดชิ้นต้องมีลักษณะเป็นงาน “ข่าว” “สกู๊ป” หรือ “รายงานพิเศษ” โดยไม่จำกัดรูปแบบการนำเสนอ แต่ต้องมุ่งนำเสนอข้อค้นพบใหม่จากการทำงานข่าวสืบสวนสอบสวน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Q: หากหัวข้อสืบสวนสอบสวนต้องลงพื้นที่ ทาง Rocket Media Lab สนับสนุนค่าใช้จ่ายหรือไม่?</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>A:</strong> หากการทำงานมีความจำเป็นต้องลงพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตามจริงได้ ทั้งนี้ เนื่องจากโครงการมีงบประมาณจำกัด การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการลงพื้นที่จะต้องหารือและได้รับความเห็นชอบจากทีมที่ปรึกษาของโครงการก่อนดำเนินการ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การเผยแพร่และลิขสิทธิ์</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Q: ผลงานที่ผลิตจะเผยแพร่ที่ใด?</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>A:</strong> ผลงานจะเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์และช่องทางโซเชียลมีเดียของ Rocket Media Lab รวมถึงช่องทางของต้นสังกัดของผู้รับทุน หากต้นสังกัดประสงค์จะเผยแพร่ด้วย หรือช่องทางอื่นที่ได้รับการตกลงและอนุญาตจาก Rocket Media Lab</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Q: ลิขสิทธิ์ของผลงานทั้งแปดชิ้นเป็นของใคร?</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>A:</strong> ข้อเท็จจริงหรือข่าวสารในตัวมันเองไม่อยู่ภายใต้การคุ้มครองลิขสิทธิ์ แต่การเรียบเรียงและรูปแบบการนำเสนออาจได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับผลงานที่ผลิตภายใต้ทุนนี้ รูปแบบการนำเสนอที่ผ่านการบรรณาธิกรณ์ รวมถึงภาพถ่ายและภาพกราฟิก ให้ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ Rocket Media Lab เป็นระยะเวลา 2 ปีนับจากวันที่เผยแพร่ หลังจากนั้นลิขสิทธิ์ในส่วนดังกล่าวจะเป็นของผู้รับทุน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การทำงานกับต้นสังกัดและการรับทุน</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Q: หากได้รับทุน จะต้องขออนุญาตหน่วยงานต้นสังกัดอย่างไร?</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>A:</strong> เมื่อได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ทีมงานจะจัดทำสัญญาและเอกสารที่ระบุเงื่อนไขการเข้าร่วม เพื่อให้ผู้ได้รับทุนสามารถนำไปประกอบการขออนุญาตจากต้นสังกัดได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรณีสมัครเป็นทีม สมาชิกทุกคนที่มีต้นสังกัดจะต้องมีหลักฐานการอนุญาตจากต้นสังกัดตามเงื่อนไขของโครงการ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Q: หากทำงานไม่ครบแปดชิ้น จะเกิดอะไรขึ้น?</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>A:</strong> ทุนจะมีการแบ่งจ่ายเป็นงวดตามความคืบหน้าและแผนการทำงานที่ตกลงร่วมกันระหว่างโครงการกับผู้รับทุน การได้รับเงินทุนในแต่ละงวดจะเป็นไปตามเงื่อนไขและความคืบหน้าที่กำหนดไว้ในสัญญา</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากไม่สามารถดำเนินงานตามแผนหรือไม่สามารถผลิตผลงานได้ครบตามที่ตกลงกัน ผู้รับทุนจะต้องหารือกับโครงการเพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมตามเงื่อนไขของทุน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ข้อควรระวังเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Q: ประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) คืออะไร ขนาดไหน และสำคัญอย่างไร?</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>A:</strong> ผลประโยชน์ทับซ้อน คือสถานการณ์ที่ผู้รับทุนมีความสัมพันธ์หรือผลประโยชน์ส่วนตัว ทางการเงิน ทางวิชาชีพ หรือในลักษณะอื่นที่อาจมีผลต่อความเป็นอิสระในการทำข่าว หรือทำให้สาธารณชนมีเหตุอันควรตั้งคำถามต่อความเป็นอิสระของงานข่าวนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น ผู้รับทุนมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับบุคคล องค์กร กิจกรรม หรือโครงการที่กำลังตรวจสอบ มีความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือทางธุรกิจกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับประเด็น หรือได้รับผลประโยชน์จากผลลัพธ์ของการนำเสนอข่าว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้เพราะงานข่าวสืบสวนสอบสวนต้องดำเนินไปอย่างเป็นอิสระ โดยนักข่าวต้องไม่ปล่อยให้ผลประโยชน์หรือความสัมพันธ์ส่วนตัวเข้ามามีอิทธิพลต่อการเลือกประเด็น การรวบรวมและตรวจสอบข้อมูล หรือการนำเสนอข่าว ทั้งนี้ ผลประโยชน์ทับซ้อนไม่จำเป็นต้องหมายความว่าผู้รับทุนมีอคติจริง เพียงแต่หากความสัมพันธ์หรือผลประโยชน์ดังกล่าวอาจทำให้เกิดข้อกังขาต่อความเป็นอิสระของงานข่าว ก็ควรเปิดเผยและหารือกับโครงการเพื่อหาวิธีจัดการที่เหมาะสม</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากผู้สมัครหรือผู้รับทุนไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ใดเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน สามารถเปิดเผยข้อมูลและหารือกับทีมโครงการได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มทำงาน เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/fellowship-faq/">คำถามพบบ่อย (FAQ) &#8211; Rocket Media Lab Fellowship 2026–2027</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
