<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กรุงเทพมหานคร Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/กรุงเทพมหานคร/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Fri, 29 May 2026 11:11:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>กรุงเทพมหานคร Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/กรุงเทพมหานคร/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เลือกตั้ง กทม. 69 : แผนพัฒนา กทม. มีไว้ทำไม ผู้ว่า กทม. แต่ละคนวางแผนฉบับไหน ทำตามแผนยังไงบ้าง </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-development-plans/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 09:37:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพัฒนากทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7572</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3617;&#3629;&#3591;&#3585;&#3607;&#3617;. &#3612;&#36 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-development-plans/">เลือกตั้ง กทม. 69 : แผนพัฒนา กทม. มีไว้ทำไม ผู้ว่า กทม. แต่ละคนวางแผนฉบับไหน ทำตามแผนยังไงบ้าง </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<h3 class="wp-block-heading">มองกทม. ผ่านแผนพัฒนา</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ทิศทางการพัฒนาที่ปรากฏในแต่ละแผนกรุงเทพมหานครจะสอดรับกับสภาพปัญหาในแต่ละช่วงเวลานั้น ด้วยตั้งเป้าหมายว่าต้องการเห็นกรุงเทพฯ เป็นอย่างไร โดยในภาพรวมจะพบว่าแผนพัฒนากรุงเทพฯ ทั้ง 9 ฉบับ ส่วนใหญ่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ครอบคลุมเรื่อง ที่ดินและผังเมือง การจราจร การระบายน้ำ การกำจัดน้ำเสีย ขยะมูลฝอย การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม พัฒนาชุมชน และสวัสดิการสังคม</p>



<p class="wp-block-paragraph">มีหลายประเด็นปัญหาที่ยังปรากฏในแต่ละแผนจนถึงปัจจุบัน เสมือนเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยังไม่สามารถแก้ไขให้สำเร็จได้ เช่น การจัดการขยะมูลฝอย การจราจร น้ำเสีย น้ำท่วมและการระบายน้ำ สาธารณสุข เศรษฐกิจปากท้องประชาชน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7576" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับจุดเน้นของแผนพัฒนากรุงเทพมหานครแต่ละฉบับอาจสรุปได้เบื้องต้นว่า แผนพัฒนาฉบับที่ 1 ซึ่งลงนามโดย ชลอ ธรรมศิริ มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาชุมชนบริเวณชานเมืองและรอบนอกกรุงเทพฯ จากนั้นในฉบับที่ 2 ของ เทียม มกรานนท์ ได้หันมาให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนฉบับที่ 3 และ 4 ในยุคของ จำลอง ศรีเมือง เริ่มขยับมาเน้นเรื่องมลพิษ น้ำท่วม สุขาภิบาลอาหารและน้ำ รวมถึงการมุ่งเน้นกลุ่มผู้ด้อยโอกาสตามลำดับ โดยภาพรวมของแผนฉบับที่ 1 ถึง 4 นี้ ถือเป็นการให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างและบริการพื้นฐาน สิ่งแวดล้อมและรายได้ของกรุงเทพฯ เป็นหลัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมาในฉบับที่ 5 ของ พิจิตต รัตตกุล มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาที่เน้นคนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น มีการทำประชาพิจารณ์แผน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 และเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการพัฒนาแผน ขณะที่ฉบับที่ 6 ในยุคของ สมัคร สุนทรเวช ได้ขยายขอบเขตการพัฒนาเพิ่มขึ้นเพื่อสอดรับกับพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนกำหนดวิสัยทัศน์และร่างแผน พร้อมกำหนดให้แผนพัฒนากรุงเทพเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่ชี้นำการพัฒนากรุงเทพฯ ที่หน่วยงานจะแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากนั้นกรุงเทพฯ เริ่มก้าวเข้าสู่การวางแผนระยะยาว โดยแผนระยะยาว 12 ปี พ.ศ. 2552 ถึง 2563 ในยุคของ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้กำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายการพัฒนาระยะยาว เพื่อเป็นกรอบแนวทางหลักในการพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครน่าอยู่อย่างยั่งยืน โดยแบ่งช่วงการพัฒนาเป็น 3 ระยะตามวาระของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และส่งไม้ต่อมายังแผนพัฒนาระยะ 20 ปี พ.ศ. 2556 ถึง 2575 ในยุคของ สุขุมพันธ์ บริพัตร ที่ใช้วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2575 ตั้งเป้าหมายเป็นมหานครศูนย์กลางของเอเชีย ประกอบด้วย 6 มิติ ได้แก่ มหานครปลอดภัย มหานครสีเขียว สะดวกสบาย มหานครสำหรับทุกคน มหานครกะทัดรัด มหานครประชาธิปไตย และมหานครแห่งเศรษฐกิจและการเรียนรู้ มาเป็นกรอบในการพัฒนา มีการกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ย่อย และตัวชี้วัดทุก 5 ปี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนกระทั่งมาถึง<a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/130/BMA-developmentplan/P20ys_rivise.pdf">แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร 20 ปี ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2561 ถึง 2580</a> ซึ่งเป็นฉบับล่าสุดที่ลงนามโดย อัศวิน ขวัญเมือง แผนฉบับนี้มุ่งส่งเสริมและยกระดับกรุงเทพมหานครให้เป็นมหานครแห่งเอเชียและเป็นเมืองที่มีสมรรถนะสูง ทว่าในเวลาต่อมา อัศวินได้หมดวาระลง ทำให้แผนฉบับปรับปรุงนี้ถูกส่งต่อมาอยู่ในมือของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้นำคนใหม่ที่ต้องรับไม้ต่อและนำแผนนี้ไปใช้จริง สะท้อนให้เห็นภาพภาพเดิมๆ ของเมืองกรุงที่คนลงนามในแผนและคนนำแผนไปใช้กลายเป็นคนละคนกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการศึกษาความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของแต่ละประเด็นหรือแผนงานในแผนพัฒนาฉบับต่าง ๆ ที่ครอบคลุมการบริหารกรุงเทพฯ ตลอด 55 ปี พบว่า แผนทุกฉบับมีเป้าหมายและยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานคล้ายคลึงกันในบางมิติ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>มลพิษทางเสียง ที่กำหนดไว้ตรงกันว่า ต้องการควบคุมไม่ให้มีการก่อเสียงรบกวนเกินมาตรฐาน</li>



<li>สวนสาธารณะ มุ่งไปที่การจัดหาพื้นที่สำหรับสวนสาธารณะเพิ่มเติม</li>



<li>ที่ดินและผังเมือง กำหนดย่านและประเภทการใช้ที่ดิน และการปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพฯ</li>



<li>พื้นที่นันทนาการ ดนตรี กีฬา เป็นการจัดสร้างศูนย์กิจกรรมต่างๆ ให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หากแต่มีบางฉบับ ที่มีวิธีมองและแก้ไขปัญหาที่โดดเด่นและมีรายละเอียดที่พัฒนาขึ้นมาจากฉบับอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัดในแต่ละด้าน&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">มลพิษทางอากาศ&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">เดิมระบุตรงกันว่าต้องการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ แต่เพิ่งเริ่มมีการกำหนดชัดเจนถึงการตรวจสอบคุณภาพอากาศในย่านที่มีการจราจรหนาแน่นจำนวน 30 แห่งต่อเดือน ในแผนฉบับที่ 4 จากนั้นในแผนพัฒนาระยะ 20 ปี ยุคสุขุมพันธ์ ได้เพิ่มตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่า พลเมืองกรุงเทพฯ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ต้องได้สูดอากาศบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 200 วันต่อปี โดยมีเกณฑ์ก๊าซโอโซนไม่เกิน 70 ส่วนในพันล้านส่วน และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ไม่เกิน 170 ส่วนในพันล้านส่วน จนกระทั่งในแผนฉบับปรับปรุงล่าสุดของอัศวิน ได้ปรับเปลี่ยนวิธีมองมามุ่งเน้นการบริหารจัดการคุณภาพอากาศในเชิงพื้นที่ให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 85 ถึง 95 โดยเน้นการควบคุมและลดฝุ่นละอองในบรรยากาศริมถนนที่เกิดจากการสัญจร ผ่านมาตรการความสะอาดและวิธีทางธรรมชาติ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ขยะมูลฝอย&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">จากเดิมทุกแผนฯ จะระบุถึงการพัฒนาประสิทธิภาพของการจัดเก็บและขนถ่ายขยะมูลฝอยให้ทั่วพื้นที่กำจัดขยะไม่ให้มีการตกค้าง โดยในฉบับที่ 4 เน้นเก็บขยะให้หมดวันต่อวัน และฉบับที่ 6 ตั้งเป้าไม่มีขยะตกค้างตามที่ว่างสาธารณะและลดอัตราการเกิดขยะให้น้อยกว่า 1 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มขึ้นในแผนฉบับที่ 3 ที่มีการลงรายละเอียดกำหนดประเด็น แยกขยะ และเริ่มทดลองให้ประชาชนแยกขยะในหมู่บ้านทดลองของสำนักงานเขตต่าง ๆ ก่อนจะต่อยอดในแผนฉบับที่ 5 ที่เพิ่มเรื่องรณรงค์ให้ประชาชนแยกขยะมูลฝอยและการนำมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ใหม่ ขยายมาสู่แผน 12 ปีที่เน้นเทคโนโลยีแปรรูปขยะเพื่อสร้างมูลค่า และในแผน 20 ปีที่หันมาเน้นการลดขยะต้นทางจนถึงปลายทาง ควบคุมการฝังกลบให้ไม่เกินร้อยละ 60 จนถึงแผนฉบับปรับปรุงล่าสุดที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกขยะ ของเสียอันตราย และกากไขมันตั้งแต่แหล่งกำเนิด</p>



<h4 class="wp-block-heading">การกำจัดน้ำเสีย&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ทุกแผนฯ จะเน้นไปที่การสร้างระบบระบายน้ำป้องกันน้ำเสีย สร้างโรงงานกำจัดน้ำเสียและการควบคุมคุณภาพน้ำในคูคลองต่าง ๆ โดยในฉบับที่ 4 มีการวางแผนสร้างโรงงานบำบัดน้ำเสียใหม่ถึง 5 แห่งโดยกรุงเทพฯ และรัฐบาล และอีก 11 แห่งโดยเอกชน จนถึงแผนฯ ฉบับที่ 6 ที่เพิ่มการกำหนดเป้าหมายต้องลดการทำให้น้ำเสียโดยประชาชนลงร้อยละ 5 ต่อปี ส่วนแผนระยะ 12 ปี กำหนดตัวชี้วัดยกระดับคุณภาพน้ำทิ้ง และฟื้นฟูคุณภาพน้ำคลองให้มีค่าดีโอมากกว่า 2 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่แผนระยะยาว 20 ปี ตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2575 น้ำเสียจากทุกครัวเรือนต้องได้รับการบำบัดก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ และแผนฉบับปรับปรุงล่าสุดได้ขยายขีดความสามารถของระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนให้รองรับได้ถึงร้อยละ 90 พร้อมตั้งเป้าให้จุดเก็บตัวอย่างน้ำในคลองมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์พอใช้ถึงดีให้ได้ร้อยละ 80</p>



<h4 class="wp-block-heading">น้ำท่วมและการระบายน้ำ&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ทุกแผนฯ จะกำหนดเรื่องติดตั้งและปรับปรุงระบบป้องกันน้ำท่วม รวมทั้งการขุดลอกคูคลอง จนแผนฯ ฉบับที่ 3 เริ่มกล่าวถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและความรู้ และแผนฯ ฉบับที่ 4 กล่าวถึงการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ของศูนย์ป้องกันน้ำท่วม ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำและฝนในฝั่งธนบุรี และเริ่มมีการสำรวจข้อมูลระบบระบายน้ำย่อย ต่อมาในแผนฉบับที่ 6 มุ่งเน้นการฟื้นฟูคูคลองเพื่อระบายน้ำและคมนาคม จนถึงแผนระยะยาว 20 ปีที่กำหนดเป้าหมายชัดเจนว่า พื้นที่ร้อยละ 90 ของกรุงเทพฯ ต้องสามารถระบายน้ำฝนให้เสร็จสิ้นได้ภายใน 30 นาทีหลังฝนตก ขณะที่แผนฉบับปรับปรุงล่าสุด ได้ปรับเกณฑ์มาเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักกรณีฝนตกไม่เกิน 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ให้อยู่ในเกณฑ์ 60 ถึง 180 นาที พร้อมเพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำหลากและน้ำหนุน</p>



<h4 class="wp-block-heading">จราจรและขนส่งสาธารณะ&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">นับตั้งแต่แผนฯ ฉบับที่ 1 เป็นต้นมา ทุกแผนมุ่งเน้นไปที่การสร้าง ปรับปรุง และเชื่อมต่อถนน ตรอก ซอย ต่าง ๆ รวมถึงการสร้างทางด่วนหรือทางพิเศษ ขยายเส้นทางและเพิ่มจำนวนรถโดยสารประจำทาง จนแผนฯ ฉบับที่ 4 ถึงได้เริ่มบรรจุเรื่องการก่อสร้างรถรางไฟฟ้าในพื้นที่จราจรติดขัดและเดินเรือทางน้ำ ส่วนแผนฉบับที่ 6 เริ่มกำหนดประเด็นเพิ่มโครงข่ายคมนาคมขนส่งทั้งระบบถนนและทางน้ำเพื่อเป็นตัวเลือกในการเดินทาง และในแผนระยะยาว 20 ปี นับเป็นครั้งแรกที่พูดถึงการสัญจรด้วยจักรยาน ทางเดินเท้าอย่างสะดวก ปลอดภัย และตั้งเป้าให้คนกรุงใช้ระบบขนส่งมวลชนที่กำหนดเวลาได้ภายใน 10 นาที ล่าสุดในแผนฉบับปรับปรุงของอัศวิน ได้มุ่งเน้นการเชื่อมต่อระบบรางหลัก พัฒนารถไฟฟ้าส่วนต่อขยายหรือรางรอง ขยายการขนส่งทางน้ำ พัฒนาทางเดินเท้าและทางจักรยานตามแนวคิดอารยสถาปัตย์(Universal Design) รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันรวมข้อมูลการเดินทางเพื่อช่วยประชาชนวางแผน</p>



<h4 class="wp-block-heading">สาธารณสุข&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">แผนฯ เกือบทั้งหมดให้ความสำคัญกับการขยายและพัฒนาศูนย์บริการสาธารณสุขชุมชนให้ทั่วถึง มีคุณภาพ จนแผนฉบับที่ 6 เริ่มระบุถึงระบบเครือข่ายการบริการสุขภาพแบบผสมผสานให้ครอบคลุม 50 เขต ส่วนแผนระยะ 12 ปีกล่าวถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการแพทย์ฉุกเฉินในสถานการณ์วิกฤตหรือภัยพิบัติ และในแผนฉบับปรับปรุงล่าสุดได้ยกระดับสู่การเป็น เมืองสุขภาพดี มุ่งจัดให้มีระบบสุขภาพปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิอย่างครอบคลุม จัดตั้งคลินิกหมอครอบครัว และเร่งคัดกรองโรคคนเมือง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต เพื่อนำเข้าสู่การรักษาอย่างรวดเร็ว</p>



<h4 class="wp-block-heading">เศรษฐกิจปากท้องประชาชน&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจน้อยกว่าปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ มักถูกจัดอยู่ส่วนที่เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนหรือสวัสดิการสังคม เริ่มจากตลาดซึ่งได้รับการกล่าวถึงตั้งแต่ในฉบับที่ 1 เพื่อให้เป็นพื้นที่ระบายสินค้าการเกษตร จากนั้นในฉบับที่ 2 และ 4 เป็นการพัฒนาเป็นตลาดเพื่อผู้มีรายได้น้อยและพัฒนาอาชีพ ต่อมาในแผนระยะยาว 12 ปี ระบุว่าจะปรับปรุงตลาดนัดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว จนกระทั่งในแผนฉบับปรับปรุงล่าสุดของอัศวิน ได้เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับแรงงานนอกระบบ โดยตั้งเป้าขยายสถานธนานุบาลหรือโรงรับจำนำเพิ่มขึ้นอีก 10 แห่ง เพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน พร้อมทั้งเน้นการพัฒนาทักษะอาชีพให้ตรงกับตลาดงาน และผลักดัน ผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือ แบงค็อก แบรนด์ ให้เป็นสินค้าระดับพรีเมียม แพลทินัม และโกลด์ เพื่อยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจฐานราก</p>



<h3 class="wp-block-heading">กทม. พัฒนาได้ตามแผนฯ มากน้อยแค่ไหน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">คำถามที่หลายคนยังอดสงสัยไม่ได้คือ แผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่ผ่านมาถูกนำไปปฏิบัติได้ครบถ้วนหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นนี้ กรุงเทพมหานครเองได้มีการทบทวนและประเมินผลการดำเนินการตามแผนฯ โดยเฉพาะในช่วงต้องจัดทำแผนใหม่ ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าแผนเดิม บรรลุเป้าหมายไปกี่โครงการและมีโครงการอะไรบ้างที่ทำไม่สำเร็จ</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจพบว่าแผนงานที่ถูกประเมินว่าทำสำเร็จส่วนใหญ่จะเป็นโครงการระยะสั้น หรือเป็นการเพิ่มจำนวนสิ่งที่มีอยู่แล้ว เช่น การก่อสร้างถนน ปรับปรุงตรอกซอกซอย การจัดสร้างสวนสาธารณะ การติดตั้งสถานีระบายน้ำ การเพิ่มจำนวนศูนย์บริการสาธารณสุข</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ก็มีอีกหลายเรื่องที่ไม่สามารถทำได้สำเร็จ เช่น แผนงานป้องกันน้ำท่วมและน้ำเสียของ แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3 สามารถดำเนินโครงการติดตั้งระบบกำจัดน้ำเสียสี่พระยาได้ตามแผน แต่โครงการบำบัดน้ำเสียในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในไม่สำเร็จ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องพื้นที่ก่อสร้าง ขณะที่งานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องใช้งบประมาณมาก หรืองานติดตั้งระบบโครงข่ายต่าง ๆ ที่มีความซับซ้อนมากไม่เป็นไปตามแผน เช่น โครงการขุดแม่น้ำเจ้าพระยา 2 ซึ่งใช้งบประมาณสูงมากและต้องมีการบริหารจัดการใหม่เป็นแผนรวมป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพและปริมณฑล</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการประมวลข้อมูลแผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่ผ่านมาอาจสรุปได้ว่า ผู้จัดทำแผนฉบับต่าง ๆ วิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้แผนงานหรือโครงการต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่วางไว้ว่ามาจากการเกินขีดความสามารถของหน่วยงาน ติดขัดขั้นตอนตามระบบราชการ ไม่มีงบประมาณเพียงพอ และเป็นโครงการระยะยาวเกินกว่าที่ประเมินไว้</p>



<p class="wp-block-paragraph">สรุปจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ 4 ฉบับที่ได้รับการประเมินจากแผนพัฒนาฉบับถัดไป พบว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 2 มีขั้นตอนการอนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบราชการเป็นไปได้ล่าช้ามาก การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารทำให้นโยบายเปลี่ยนแปลง งบประมาณไม่เพียงพอ</li>



<li>แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3 ขาดแผนหลักในการพัฒนา ขาดแผนลงทุน ไม่ได้กำหนดรายละเอียดที่สำคัญไว้อย่างชัดเจน ขาดงบประมาณ วางแผนปฏิบัติการและติดตามผล อัตรากำลังไม่เหมาะสม ระเบียบกฎหมาย ประสานงานกับหน่วยงานภายนอก</li>



<li>แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 4 โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ล่าช้าเนื่องจากระยะเวลากำหนดน้อยเกินไป หน่วยงานของกรุงเทพมหานคร มีภารกิจมาก ขาดระบบและแนวทางการดำเนินงานชัดเจนในการประสานระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ปัญหาด้านงบประมาณ อัตรากำลังข้าราชการและลูกจ้างไม่เพียงพอ สภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปทำให้มูลค่าการดำเนินโครงการสูงขึ้น</li>



<li>แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 5 มีปัญหาด้านงบประมาณ ปัญหาด้านบุคลากร ระยะเวลาไม่สอดคล้องกับขอบเขตของโครงการ ประชาชนไม่ไห้การสนับสนุนการปฏิบัติงาน อย่างต่อเนื่อง ขาดประสิทธิภาพในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">แต่บางครั้งการประเมินความสำเร็จตามแผนงานก็มีคำอธิบายที่ชวนสงสัยว่าสำเร็จจริงหรือไม่…</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น ในการประเมินแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 4 ซึ่งอ้างอิงจากเนื้อหาในแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 5 ระบุว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีโครงการที่บรรลุเป้าหมาย “แม้จะไม่มีผลเป็นรูปธรรมมากนัก แต่ได้ผลมากในด้านจิตวิทยาที่ทำให้ประชาชนตระหนักและเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม”</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนกระทั่ง พ.ศ. 2552 เริ่มมีการนำระบบการประเมินผลด้วย ‘ตัวชี้วัด’ ที่ชัดเจนมีความพยายามประเมินผลมาใช้ เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมเป้าหมายและยุทธศาสตร์ย่อยลงไปใหม่ได้ แผนพัฒนาระยะ 12 ปี มีการประเมินและปรับปรุงแผนพัฒนาทุก 4 ปี ด้วยการจัดทำตัวชี้วัดเชิงปริมาณเพื่อให้วัดความสำเร็จของยุทธศาสตร์ย่อยได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">สุดท้าย แม้กรุงเทพมหานครจะกำหนดให้มีหน่วยงานหน้าที่ติดตามและประเมินผลคือ หน่วยงานเจ้าของโครงการ กองงบประมาณ สำนักนโยบายและผู้ตรวจการกรุงเทพมหานคร แต่ก็ยังตอบโจทย์เพียงว่าทำงานสำเร็จตามแผนหรือไม่เท่านั้น แต่ไม่ได้กำหนดว่าถ้าทำไม่สำเร็จแล้วจะมีผลกระทบใด ๆ ตามมา ยิ่งเมื่อแผนล่าสุดถูกส่งผ่านจากผู้ลงนามในยุคหนึ่งมาสู่ผู้ปฏิบัติในอีกยุคหนึ่ง ความท้าทายในการผลักดันแผนให้เข้าเป้าจึงยังคงเป็นคำถามสำคัญของคนเมืองหลวงต่อไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">จากแผน 5 ฉบับ ถึงแผนพัฒนา กทม. 20 ปี ฉบับปรังปรุง: ใครทำ ใครใช้?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เคยสงสัยไหมว่าสารพัดโครงการพัฒนาในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่การแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก บำบัดน้ำเสีย จัดการรถติด ไปจนถึงการวางระบบขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ สิ่งเหล่านี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และทำไมเมืองหลวงแห่งนี้ถึงมีหน้าตาและสภาพแวดล้อมอย่างที่เราเผชิญกันอยู่ทุกวันนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากลองแกะรอยดูก็จะพบว่า ทิศทางในการขับเคลื่อนเมืองหลวงแห่งนี้ ถูกกำหนดไว้ผ่านแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร และจุดเริ่มต้นนี้ก็เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อนแล้ว ซึ่งนำมาใช้ครั้งแรกเมื่อ 45 ปีก่อน หลังจากที่กรุงเทพมหานครมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมาแล้ว 5 คน ในช่วงระยะเวลา 4 ปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">แผนพัฒนาเมืองแต่ละฉบับเปรียบเหมือนพิมพ์เขียว และหมุดหมายสำคัญที่ใช้กำหนดทิศทางว่าอยากจะเปลี่ยนโฉมหน้าเมืองหลวงไปทางไหน ขณะเดียวกัน แผนแม่บทเหล่านี้ยังกลายเป็นกรอบบังคับให้ทุกหน่วยงานต้องทำตามด้วย จนบางครั้งก็เกิดคำถามว่าตอบโจทย์ต่อคนกรุงมากน้อยเพียงใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">นับจากอดีต จาก พ.ศ. 2520 จนถึงปัจจุบันกรุงเทพมหานคร มีแผนพัฒนามาแล้วทั้งหมด 8 ฉบับ เริ่มตั้งแต่แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 1-6 ต่อเนื่องมาถึง แผนยุทธศาสตร์กรุงเทพระยะยาว 12 ปี พ.ศ. 2552-2563 และแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร 20 ปี พ.ศ. 2556-2575</p>



<p class="wp-block-paragraph">นำมาสู่คำถามชวนสงสัยต่อไปว่า ท่ามกลางกรอบแผนแม่บทที่ถูกวางโครงข่ายเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ผู้ว่าฯ กทม. ที่คนกรุงโหวตเลือกเข้ามาเพราะถูกอกถูกใจนโยบาย สุดท้ายแล้วจะสามารถผลักดันนโยบายที่หาเสียงไว้ได้มากน้อยแค่ไหน หรือสุดท้ายแล้วก็ยังมี ‘กรอบ’ ที่ต้องทำตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานครอยู่ดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนทุกคนไปร่วมสำรวจแผนที่ และเข็มทิศนำทางเมืองหลวง ผ่านแผนพัฒนาเมืองหลวงทั้ง 8 ฉบับ เพื่อเข้าใจเมืองกรุงไปด้วยกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7577" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ใครเป็นคนกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองหลวง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนจะมีแผนพัฒนาเป็นของตัวเองนั้น กรุงเทพมหานคร บริหารงานภายใต้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 และ แผนแม่บทกระทรวงมหาดไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็น “เมืองหลวง” บริหารจัดการภายใต้ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มีสถานะเป็น “องค์กรปกครองท้องถิ่นพิเศษ” พูดอีกแง่หนึ่งคือ กทม. ยังเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นที่ครอบคลุมพื้นที่เมืองเต็มพื้นที่ มีสถานะเป็น “จังหวัด” ในแง่ของพื้นที่การบริหาร แต่ไม่มีโครงสร้างแบบจังหวัดตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ทำให้ “ผู้ว่าฯ กทม.” ไม่มีอำนาจเหนือหน่วยงานราชการอื่นในระดับเดียวกับผู้ว่าราชการจังหวัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">และมีกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานที่ “กำกับดูแล กทม.”</p>



<p class="wp-block-paragraph">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมติคณะรัฐมนตรี สามารถปลดผู้ว่าฯ ​กทม. ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ใน “ความเป็นพื้นที่” ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง และเป็นพื้นที่ศูนย์กลางอำนาจรัฐ (ไทย) จึงมีปัญหาหลายด้านที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น มีแนวคิดให้มีแผนพัฒนากรุงเทพฯ เพื่อแก้ไขปัญหา เริ่มจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2520-2524) และฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2525-2529) ซึ่งใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 4 เป็นแนวทาง ร่วมกับ แผนแม่บทมหาดไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนกระทั่ง แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 3 เป็นต้นมา ถึงได้เริ่มนำนโยบายผู้ว่าฯ กทม. ที่มาจากการเลือกตั้งมาใช้เป็นแนวทางกำหนดแผนด้วย โดยมี ‘สำนักนโยบายและแผน’ (ปัจจุบันคือสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดทำ</p>



<h3 class="wp-block-heading">สำรวจ 3 รูปแบบจัดทำแผนพัฒนา ฯ คนกรุงมีส่วนร่วมแค่ไหน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาแผนพัฒนากรุงเทพฯ ทั้ง 8 ฉบับแล้ว อาจจำแนกตามกระบวนการจัดทำแผนได้เป็น 3 รูปแบบ คือ</p>



<h4 class="wp-block-heading">1) จัดทำโดยข้าราชการ กทม. สอดคล้องตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วง 20 ปีแรก แผนพัฒนาฉบับที่ 1-4 (พ.ศ. 2520-2539) การออกแบบการพัฒนากรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรไม่ต่ำกว่า 4.7 ล้านคน ถูกกำหนดโดย คณะกรรมการพัฒนากรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าฯ กทม. เป็นกลุ่มคนที่มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและอนุมัติทิศทางของการพัฒนา โดยมี คณะอนุกรรมการจัดทำแผนแต่ละสาขา ซึ่งประกอบด้วยข้าราชการจากหน่วยงานต่าง ๆ ในแต่ละแผนพัฒนาจะประกอบด้วย แผนงานย่อย วัตถุประสงค์ และ เป้าหมายย่อย หากย้อนไปดูรายละเอียดของแต่ละแผนพัฒนาฯ จะพบจุดเด่นที่มีลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละแผน เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ฉบับที่ 1 เน้นไปที่การพัฒนาชุมชนบริเวณชานเมืองและรอบนอกกรุงเทพฯ</li>



<li>ฉบับที่ 2 เน้นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านต่าง ๆ ของเมือง</li>



<li>ฉบับที่ 3 ให้ความสำคัญกับปัญหามลพิษ น้ำท่วม รวมถึงสุขอนามัยของประชาชน โดยมีประเด็นสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ปรากฏขึ้นมาโดยเฉพาะในระดับแผนงาน จากที่ฉบับก่อน ๆ เป็นเพียงโครงการย่อย</li>



<li>ฉบับที่ 4 เริ่มพูดถึงเป้าหมายเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาส และเรื่องมลพิษทางอากาศและเสียงปรากฏอยู่ในระดับแผนงาน</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading">2) จัดทำโดยข้าราชการ กทม. ภายใต้การมีส่วนร่วมของประชาชน</h4>



<p class="wp-block-paragraph">จุดเปลี่ยนของการจัดทำแผนพัฒนาฯ เริ่มต้น ในแผนพัฒนาฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2540-2544) ด้วยบริบทกระแสการตื่นตัวทางการเมืองของภาคประชาชนกับการมีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนุญปี 2540 คือเดิมที่ภาคราชการเป็นผู้จัดทำ แต่ฉบับนี้ เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมครั้งแรกในการแสดงความคิดเห็น และกำหนดทิศทางผ่านการระดมความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไป ด้วยการออกแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนากรุงเทพฯ ในด้านต่าง ๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เริ่มจากการจัดสัมมนาเรื่องเมืองน่าอยู่ 1 วัน เพื่อประมวลความคิดเห็นของประชาชนทุกเขต ต่อด้วยการสัมมนาประชาพิจารณ์อีก 1 วัน ให้ตัวแทนประชาชนวิจารณ์ร่างแผนพัฒนาที่กรุงเทพมหานคร จัดทำขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทว่า บทบาทของประชาชนก็ยังถูกจำกัดอยู่เพียงแค่เป็น “ผู้ให้ความเห็น” ต่อแผนที่หน่วยงานรัฐร่างไว้ก่อนเท่านั้น ยิ่งหากพิจารณาเนื้อหาในแผนฉบับที่ 5 นั้น จะพบว่ามีแผนงานในประเด็นต่าง ๆ ที่แทบไม่แตกต่างจากแผนฉบับที่ 4</p>



<p class="wp-block-paragraph">บทบาทของประชาชนเริ่มมีขึ้นในขั้นตอนการจัดทำแผนฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2545-2549) โดยผู้จัดทำเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งภาคประชาชน เอกชน และราชการ มีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็นและจัดทำแผนทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ และเป้าหมาย ตลอดจนการร่วมตรวจร่างแผน ก่อนนำเสนอคณะกรรมการพัฒนากรุงเทพฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">แผนพัฒนาฉบับนี้มีลักษณะที่เป็นแผนยุทธศาสตร์มากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ และเริ่มมีประเด็นเรื่องการท่องเที่ยว การกีฬาและเทคโนโลยีสารสนเทศปรากฏขึ้นมาในระดับแผนงานเป็นครั้งแรกในแผนฉบับนี้อีกด้วย</p>



<h4 class="wp-block-heading">3) จัดทำโดยคณะผู้เชี่ยวชาญและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน</h4>



<p class="wp-block-paragraph">แผนพัฒนากรุงเทพมหานครในระยะหลัง ถูกขยายกรอบเวลาให้นานขึ้น จากเดิมที่กำหนดไว้ 5 ปี ทั้งแผนยุทธศาสตร์กรุงเทพฯ ระยะยาว 12 ปี (พ.ศ. 2552-2563) ที่อยู่ภายใต้เป้าหมาย ‘มหานครน่าอยู่อย่างยั่งยืน’ แบ่งช่วงการพัฒนาเป็น 3 ระยะ ระยะละ 4 ปี ตามวาระของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในกระบวนการจัดทำแผน คณะกรรมการกํากับนโยบายการจัดทําแผนบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2552-2555 ได้มอบนโยบายแก่ผู้บริหารของกรุงเทพมหานครให้กําหนดวิสัยทัศน์การพัฒนากรุงเทพฯ ในระยะยาว 12 ปี จากนั้น จึงนำแผนฉบับร่างไปเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และพัฒนาเป็นแผนฉบับสมบูรณ์ระยะยาว 12 ปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่นานก็มีแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร 20 ปี (พ.ศ. 2556-2575) ซ้อนขึ้นมา ด้วย เป้าหมายเป็น ‘มหานครของเอเชีย’ ซึ่งจัดทำโดยคณะที่ปรึกษาจากสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีการทำงานร่วมกับข้าราชการกรุงเทพมหานครและรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนภาคประชาชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังการประกาศใช้แผนได้ไม่นาน กรุงเทพมหานคร ได้ปรับปรุงแนวทางเป็น แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) หรือ ฉบับปรับปรุง ด้วยเหตุผลว่า “เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกด้าน” ภายใต้กรอบ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และ สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนการปฏิรูปประเทศ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติเข้าไว้ด้วยตามพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่การจัดทำแผนฉบับนี้จำกัดอยู่เฉพาะผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ทั้งการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องและการรับฟังความเห็นจากข้าราชการ แต่ระบุว่ามีการฟังความเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้วยก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">กล่าวโดยสรุป ทิศทางการจัดทำแผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่เคยจำกัดอยู่เฉพาะหน่วยงานของ กรุงเทพมหานคร ได้เปิดให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงก็ยังมีข้อจำกัด ทั้งขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชน ยังเป็นเพียงขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นมากกว่าการร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ ประเด็นรายละเอียด รวมทั้งเรื่องระยะเวลาที่สั้นมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่สิ่งสำคัญคือจะมีช่องทางให้คนกรุงสามารถเสนอความคิด และข้อเสนอแนะ ร่วมพัฒนาถิ่นที่อยู่ของตัวเองได้หรือไม่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="724" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-1024x724.png" alt="" class="wp-image-7575" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-1024x724.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-300x212.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-768x543.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-1536x1086.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-2048x1448.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">บทบาทของผู้ว่าฯ กทม. ในการกำหนดทิศทางผ่านแผนพัฒนากรุงเทพฯ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จนถึงปัจจุบัน กรุงเทพฯ มีผู้ว่าฯ กทม. มาแล้ว 16 คน และมีแผนพัฒนากรุงเทพฯ 8 ฉบับ ผู้ว่าฯ ที่มีโอกาสได้ใช้แผนพัฒนากรุงเทพฯ คนแรก คือ ชลอ ธรรมศิริ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นที่น่าสังเกตว่าจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ แต่ละฉบับ มีทั้งผู้ว่าฯ ที่เป็นเพียงแค่ผู้ปฏิบัติตามแผน บางคนได้มีส่วนร่วมและใช้แผนพัฒนาในช่วงเวลาที่ตนเองดำรงตำแหน่งอยู่ ในขณะที่ผู้ว่าฯ บางคนดำรงตำแหน่งในช่วงที่มีการร่างแผนที่จะใช้ดำเนินการในระยะต่อไป แต่หมดวาระก่อนที่จะได้ทันใช้แผนพัฒนาดังกล่าว บางคนรับช่วงแผนมาจากผู้ว่าฯ ชุดก่อนโดยไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางตั้งแต่ต้น บางคนทุ่มเทจัดทำแผนฉบับใหม่จนเสร็จสมบูรณ์ แต่กลับหมดวาระเสียก่อนที่จะได้ลงมือขับเคลื่อนแผนนั้นด้วยตนเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกทั้งพบว่า ผู้ว่าฯ ที่ได้ใช้แผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ตนเองลงนาม มีเพียงแค่ 4 คน คือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">1) ชลอ ธรรมศิริ ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2520-2522 ในช่วงที่แผนพัฒนาฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2520-2524) ประกาศใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">2) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2528-2532 และ 2533-2535 ในช่วงที่แผนพัฒนาฉบับที่ 2 (พ.ศ.2525-2539) และ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2530-2534) ประกาศใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">3) พิจิตต รัตตกุล ดำรงตำแหน่งระหว่าง 2539-2543 ในช่วงที่แผนพัฒนาฉบับที่ 5 (พ.ศ.2540-2544)ประกาศใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">4) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ.2552-2556 ในช่วงที่แผนพัฒนา 20 ปี ประกาศใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่า แผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี บางฉบับเช่น ฉบับที่ 1 มีผู้ว่าฯ 2 คนคือ ชลอ ธรรมศิริ และ เชาวน์วัศ สุดอาภา บริหารภายใต้แผนเดียวกัน ส่วนฉบับที่ 4 มี ร.อ.กฤษฎา อรุณวงศ์ ณ อยุธยา เป็นผู้ว่าฯ คนเดียวของแผนฉบับนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่การบริหารงาน กทม. ภายใต้ผู้ว่าฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ในช่วงปี พ.ศ. 2550-2551 ไม่มีแผนพัฒนากรุงเทพฯ ใช้เป็นแนวทางในการบริหาร เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ที่กำหนดให้ส่วนราชการทำแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับแผนการบริหารราชแผ่นดิน จากนั้น จึงเริ่มมีการจัดทำแผนพัฒนากรุงเทพระยะยาว 12 ปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมาในยุค ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร มีการจัดทำและประกาศใช้แผนพัฒนาระยะ 20 ปี ในช่วงเวลาซ้อนกับแผนระยะ 12 ปีด้วย ซึ่งแผน 20 ปีใช้มาจนถึงยุคของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. ตั้งแต่ พ.ศ. 2559&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-724x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7578" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-724x1024.jpg 724w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-212x300.jpg 212w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-768x1086.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-1086x1536.jpg 1086w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-1448x2048.jpg 1448w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-scaled.jpg 1810w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/130/BMA-developmentplan/P20ys_phase1(2556-2560)sumTH.pdf">ระยะที่ 1</a> ของแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2556–2560) ถูกจัดทำขึ้นในสมัยการบริหารงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร โดยมุ่งนำวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2575 มาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งกระบวนการจัดทำแผนเน้นการ มีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ข้าราชการกรุงเทพมหานคร และนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้แนวคิดการพัฒนาจากล่างขึ้นบน เพื่อให้ประชาชนร่วมกำหนดอนาคตของเมือง แผนดังกล่าวมีเป้าหมายผลักดันกรุงเทพมหานครสู่การเป็นมหานครแห่งเอเชียที่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้แม้จะเป็นผู้วางรากฐานแผน แต่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กลับได้บริหารงานภายใต้แผนนี้เพียงระยะสั้น ก่อนที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. จะเป็นผู้รับช่วงต่อในปี พ.ศ. 2559</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-724x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7579" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-724x1024.jpg 724w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-212x300.jpg 212w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-768x1086.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-1086x1536.jpg 1086w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-1448x2048.jpg 1448w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-scaled.jpg 1810w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/354/aboutcpud/plan/plan6165bkk.pdf">ระยะ ที่ 2</a> ของแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2565) จัดทำโดยสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ร่วมกับคณะที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยังคงวิสัยทัศน์การพัฒนากรุงเทพมหานครสู่ “มหานครแห่งเอเชีย” ภายในปี 2575 ในสมัยการบริหารของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ทั้งยังมีการปรับแผนพัฒนาเพื่อแก้ไขตัวชี้วัดและเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนนโยบายให้บรรลุเป้าหมายมากขึ้น พร้อมประกาศนโยบาย NOW ภายใต้แนวคิด “ทำจริง เห็นผลจริง” ซึ่งเป็นการหยิบเอาประเด็นต่าง ๆ ของแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร แผนปฏิบัติราชการประจำปีของ กทม. และแนวนโยบายของพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง มาปรับใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงนี้เองที่เห็นชัดว่า พล.ต.อ.อัศวิน เป็นตัวอย่างของผู้ว่าฯ ที่ทำแผน แต่ไม่ได้เก็บเกี่ยวผลจากแผนนั้น เพราะนอกจากจะผลักดันแผนพัฒนากรุงเทพฯ ระยะ 20 ปี ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2561–2580) ออกมาเพื่อปรับตัวชี้วัดและวางฐานข้อมูลเมืองแล้ว ยังจัดทำระยะที่ 3 ไว้ด้วย แต่สุดท้ายแผนแม่บทที่วางโครงสร้างเมืองสมรรถนะสูง นี้กลับตกมาถึงมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในปี พ.ศ. 2565 ผู้ว่าฯ คนใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้รับช่วงต่อ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="714" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-714x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7580" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-714x1024.jpg 714w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-209x300.jpg 209w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-768x1102.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-1071x1536.jpg 1071w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-1428x2048.jpg 1428w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-scaled.jpg 1785w" sizes="(max-width: 714px) 100vw, 714px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://prt.parliament.go.th/server/api/core/bitstreams/7ec21ef7-5e23-45d6-846f-d92243340479/content">ระยะที่ 3</a> แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี(พ.ศ. 2566-2570) จัดทำโดยสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กรุงเทพมหานคร ร่วมกับคณะที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางการพัฒนาเมืองในระยะต่อไป ภายใต้การบริหารของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง โดยแผนฉบับนี้ให้ความสำคัญกับแนวคิด “เมืองสมรรถนะสูง” ที่สามารถรับมือกับความซับซ้อนและความผันผวนของเมืองสมัยใหม่ นอกจากนี้ยังมีการปรับโครงสร้างงบประมาณเชิงยุทธศาสตร์ ลดการกระจุกตัวของงบประมาณในระดับสำนัก และมุ่งเน้นการพัฒนาเชิงพื้นที่ผ่านสำนักงานเขตตามยุทธศาสตร์ทั้ง 7 ด้านของกรุงเทพมหานคร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากแผนนี้จะเห็นว่าพล.ต.อ.อัศวิน เป็นผู้จัดทำและลงนาม แต่หมดวาระลงก่อนที่แผนจะมีผลบังคับใช้ ทำให้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ต้องรับกรอบแผนที่ตนเองไม่ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น และต้องหาทางผนวกนโยบาย 214 ข้อที่หาเสียงไว้เข้ากับโครงสร้างแผนพัฒนาที่วางไว้ก่อนแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://pr-bangkok.com/?p=600708">ระยะที่ 4</a>&nbsp; แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2571–2575) จัดทำขึ้นในสมัยการบริหารของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานปฏิบัติของกรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองในช่วง 5 ปีสุดท้ายของแผนแม่บท ระยะนี้แบ่งการทำงานออกเป็น 9 ด้านตามนโยบายสำคัญของเมือง พร้อมนำองค์ความรู้และตัวอย่างความสำเร็จจากพื้นที่อื่นมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของกรุงเทพมหานคร แผนดังกล่าวครอบคลุมทั้งการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ การพัฒนาเชิงพื้นที่ และแผนปฏิบัติราชการประจำปี โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหาร หน่วยงานระดับสำนัก และผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อร่วมกันออกแบบยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัด และโครงการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่าโครงสร้างของแผนพัฒนาระยะยาวทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของการบริหาร กทม. นั่นคือ ผู้ว่าฯ มักไม่ได้เริ่มต้นและจบลงพร้อมกับแผนที่ตนเองวางไว้ แต่ละยุคจึงเป็นทั้งผู้รับมรดกและผู้ส่งต่อโครงสร้างการพัฒนาเมืองในเวลาเดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">คำถามคือผู้ว่าฯ คนใหม่จะผนวกนโยบายที่ตนเองได้หาเสียงไปภายใต้แผนพัฒนาที่ตนเองไม่ได้มีส่วนในการทำแผนอย่างไร</p>



<h3 class="wp-block-heading">เมื่อได้เป็นผู้ว่าฯ นโยบายที่เคยหาเสียงไว้จะหลอมรวมกับแผนพัฒนา กทม. ออกมาเป็นผลงานได้มากน้อยแค่ไหน&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในมิติของ นโยบายหาเสียงของผู้ว่าฯ กทม. กับ แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร จะพบว่าแม้ผู้ว่าฯ กทม. บางคนไม่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ต้องบริหารงานตามแผนเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว แต่ก็ยังสามารถเชื่อมโยงนโยบายเข้ากับแผนพัฒนา กทม. จนสร้างผลงานตามที่เคยหาเสียงไว้ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยกตัวอย่าง สวนสาธารณะจุตจักร ที่ริเริ่มโดย ธรรมนูญ เทียนเงิน ผู้ว่าฯ กทม. ที่มาจากการ<a href="https://theactive.net/topic/public-policy/politics/">เลือกตั้ง</a>คนแรก แต่มีระยะเวลาดำรงตำแหน่งเพียง 2 ปี จนกระทั่ง ชลอ ธรรมศิริ ผู้ว่าฯ คนต่อมาซึ่งเป็นคนแรกที่มีโอกาสได้ใช้แผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2520-2524) ได้สานต่อนโยบายสร้างสวนสาธารณะสวนจตุจักรให้แล้วเสร็จ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่ต่างจาก ‘โครงการกรุงเทพเมืองสะอาด’ ของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง“ (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2528-2533) ที่ทำให้กรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองสะอาดน่าอยู่ของโลกได้ นั้น ก็เป็นการขยายมาจากโครงการเดิมของ พล.ร.อ.เทียม มกรานนท์ ผู้ว่าฯ คนก่อนหน้านี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในแง่การทำงานนโยบายเรื่องความสะอาดเป็นนโยบายที่มีในทุกแผนอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าผู้ว่าฯ แต่ละคนจะเสนอโครงการใดเพื่อรองรับและดำเนินการตามแผนนั้น เช่นเดียวกันกับนโยบายด้านความสะอาดในยุค พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก็สอดคล้องกับแผนฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2525-2529) ที่มีเป้าหมายว่า “ให้มีการกวาดถนน ตรอก ซอยทุกสายในกรุงเทพ”</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกับการจัดตั้งศูนย์ป้องกันน้ำท่วมของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่สอดคล้องกันกับแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3 ที่ระบุว่า มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีหรือความรู้ด้านการป้องกันน้ำท่วม และการระบายน้ำ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือการเปลี่ยนตลาดนัดจตุจักรให้กลายเป็นตลาดนัดถาวร มีโครงสร้างพื้นฐาน มีน้ำ มีไฟฟ้า ซึ่งโครงการตลาดนัดจตุจักรนั้น แรกเริ่มเป็นโครงการของชลอ ธรรมศิริ ที่ต้องการจะย้ายตลาดนัดสนามหลวงออกมาเพื่อแก้ปัญหารถติดบริเวณรอบสนามหลวงและใช้สนามหลวงเป็นพื้นที่สวนสาธารณะและประกอบพระราชพิธีสำคัญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม มีผลงานจำนวนหนึ่งที่เกิดขึ้นในยุคผู้ว่าฯ จำลอง ที่อาจไม่ได้มาจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ โดยตรง แต่เป็นโครงการที่มีแนวคิดริเริ่มเกิดขึ้นจากตัวผู้ว่าฯ เอง เช่น แนวคิดริเริ่มทำรถไฟลอยฟ้าเพื่อแก้ปัญหารถติด เช่นเดียวกันกับการนำเรือมาใช้ในการโดยสารในคลองแสนแสบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในสมัย พิจิตต รัตตกุล เป็นผู้ว่าฯ กทม. พ.ศ. 2539-2543 ผลงานส่วนหนึ่งเป็นไปตามแผนฉบับที่ 5 ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ‘รถตู้มวลชน’ ที่เป็นไปตามแผนที่กล่าวถึงระบบขนส่งเชื่อมต่อระหว่าง<a href="https://theactive.net/topic/life-and-culture/urban/">เมือง</a> มี ‘ป้ายจุดผ่อนผันหาบเร่แผงลอย’ ตามแนวทางควบคุมผู้ค้าบนทางเท้า ตลอดจนการพัฒนาระบบเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและการให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องมลพิษทางอากาศ ซึ่งในยุคของผู้ว่าฯ พิจิตตก็มีการตั้งจุดตรวจมลพิษยานยนต์ 50 จุดทั่วกรุงเทพฯ ส่วนการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากรก็เป็นไปตาม แผนงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมและปรับปรุงระบบระบายรองรับในพื้นที่กรุงเทพฯ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่แนวคิดสร้าง “หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร” ก็ไม่ปรากฏอยู่ในแผนพัฒนาฯ ด้านวัฒนธรรมแต่อย่างใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนยุคของ สมัคร สุนทรเวช แม้จะมีชื่อว่ามีส่วนในการก่อตั้งศูนย์เอราวัณและเป็นเจ้าของนโยบาย ‘แฟลตข้าวโพด’ แต่ทั้งสองโครงการนี้ก็อยู่ในแผนพัฒนาฯ พ.ศ. 2540-2544 อยู่แล้ว ซึ่งระบุไว้ว่าจะ “พัฒนาระบบส่งต่อด้านสุขภาพระหว่างหน่วยงานในสังกัด กทม. กับหน่วยงานอื่น ๆ” และ “ให้ความช่วยเหลือชุมชนที่ถูกรื้อย้าย”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผลงานของอภิรักษ์ โกษะโยธินก็เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่การเพิ่มจำนวนพื้นที่สีเขียว ภายใต้โครงการ ‘10 สวนสวย 10 คลองใส 10 ถนนสะอาด’ ซึ่งอยู่ภายใต้แผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 6 ที่ระบุเป้าหมายว่า ต้องเพิ่มพื้นที่โล่งว่างและสวนสาธารณะเพื่อนันทนาการให้มีสัดส่วนต่อประชากรมากกว่า 2.5 ตารางเมตรต่อคน ภายในระยะเวลา 5 ปี นอกจากนี้ ผลงานโครงการจราจรอัจฉริยะต่าง ๆ ก็สอดคล้องกับเป้าหมายของแผนที่มุ่งพัฒนาระบบสารสนเทศด้านการจราจรและขนส่งให้สมบูรณ์ เป็นปัจจุบัน และจัดตั้งศูนย์ข้อมูลสารสนเทศด้านการจราจรและขนส่งกรุงเทพ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านแผนระยะยาวทั้ง 12 ปีและ 20 ปี ที่อยู่ในช่วงที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ดำรงตำแหน่ง ระบุว่ากรุงเทพฯ จะมีความปลอดภัยจากอาชญากรรมอยู่ใน 5 อันดับแรกของเอเชีย การติดตั้งกล้อง CCTV เป็นหนึ่งในโครงการที่จะดำเนินการ และกำหนดว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายมหานครสีเขียว สะดวกสบาย ต้องมีพื้นที่สีเขียวกระจายครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของพื้นที่ ดังนั้นผลงานด้านการจัดหาสวนสาธารณะและกล้อง CCTV ของสุขุมพันธุ์ก็อยู่ภายใต้แผนพัฒนาฯ เช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าผู้ว่าฯ ส่วนใหญ่ดำเนินงานตามแผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่กำหนดไว้อยู่แล้ว มีเพียงบางกรณีที่อยู่นอกเหนือแผน กระนั้นก็ตามเนื่องจากเนื้อหาในแผนฯ มักเขียนอย่างไม่เฉพาะเจาะจงและมีแนวนโยบายครอบคลุมเกือบทุกปัญหาในกรุงเทพฯ จึงเอื้อให้ผู้ว่าฯ ในเวลานั้นสามารถนำเอานโยบายของตนเองหรือสิ่งที่ตนเองเคยหาเสียงไว้มาปรับใช้เป็นโครงการต่าง ๆ ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">การพัฒนากรุงเทพฯ จึงไม่ได้อยู่แค่เพียงว่าแผนพัฒนานั้นดีมากน้อยแค่ไหน หรือผู้ว่าฯ ได้ทำตามที่เคยหาเสียงไว้หรือไม่ แต่คำถามที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือ ชาวกรุงเทพฯ มีบทบาทมากน้อยแค่ไหนในการกำหนดการพัฒนาของเมืองหลวงแห่งนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่ใช่แค่แผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่คอยกำกับการทำงานของผู้ว่าฯ กทม. แต่ยังมีอำนาจทับซ้อนที่อยู่เหนือการตัดสินใจของ ผู้ว่าฯ กทม. อีกที</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่สำหรับโครงการขนาดใหญ่ใน กทม. ที่ต้องใช้งบประมาณสูงและมีกรอบการดำเนินการที่ยาวนานนั้น อำนาจการตัดสินใจชี้ขาดก็ไม่ได้ขึ้นของผู้ว่าฯ กทม. เพียงคนเดียวเท่านั้น เนื่องจากอำนาจในการบริหารจัดการกรุงเทพมหานครถูกรวมศูนย์ไว้ที่รัฐบาลและส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้กรุงเทพฯ ไม่สามารถบริหารจัดการเมืองได้อย่างอิสระดังที่คาดคิด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น แม้ประชาชนจะเลือกผู้ว่าฯ จากนโยบายที่ตรงกับความต้องการของตนเอง แต่ก็ใช่ว่านโยบายเหล่านั้นจะเป็นจริงได้ทั้งหมด เพราะการบริหารกรุงเทพฯ รายล้อมไปด้วยเงื่อนไขมากมายจนยากที่จะขยับแต่ลำพัง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ การก่อสร้างรถไฟฟ้าโครงการต่าง ๆ แม้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง น่าจะเป็นผู้ว่าฯ คนแรก ๆ ที่เริ่มพูดถึงการสร้างรถไฟลอยฟ้าในกรุงเทพฯ เพื่อแก้ปัญหาจราจร แต่ในความเป็นจริงแล้ว กรุงเทพมหานครไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพัง คนกรุงเทพฯ ต้องรอนานนับสิบปีกว่ารถไฟฟ้าสายแรกจะใช้ได้จริง เพราะผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย ต้องอาศัยงบประมาณจากส่วนกลาง และต้องได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีก่อน จนถึงปัจจุบันการก่อสร้างหรือเก็บค่าบริการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าก็ยังเป็นอำนาจการตัดสินใจของรัฐบาล</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือแม้แต่กรณี โครงการการพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ ยังเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลเห็นชอบแผนหลักการพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ ระยะเวลา 11 ปี (พ.ศ. 2564-2574) จำนวน 84 โครงการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 82,563 ล้านบาทตามข้อเสนอของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ด้วยเหตุผลว่าเป็นการสนองพระบรมราโชบายของรัชกาลที่ 10 ที่ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาดูแลแหล่งน้ำลำคลอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้การบริหารจัดการกรุงเทพฯ ยังถูกกำกับไว้ด้วยหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีอำนาจและบทบาทเฉพาะเรื่องโดยตรงมากกว่า จนปัญหาเดียวของกรุงเทพฯ มี “เจ้าภาพ” หลายราย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเรื่องนี้คือ การแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นปรากฎอยู่ในแผนพัฒนาทุกฉบับและชี้สาเหตุได้ว่าเกี่ยวข้องกับน้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน และการระบายน้ำไม่ทันตั้งแต่ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 2</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่การแก้ปัญหานี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กรมชลประทาน นับตั้งแต่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ที่คณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) ตั้งคณะกรรมการกำหนดกรอบนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อจัดทำแบบยุทธศาสตร์จัดการทรัพยากรน้ำทั้งประเทศ และเกิดสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติขึ้น การบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพฯ ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานนี้เช่นกัน กรุงเทพฯ ไม่ได้มีบทบาทจัดการเท่าที่ควรแม้จะเป็นผู้รับผิดชอบคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมของคนกรุงเทพฯ โดยตรง</p>



<p class="wp-block-paragraph">รวมไปถึงเงื่อนไขเรื่อง “กฎหมาย” ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการท้องถิ่นตั้งแต่ พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา ก็ยิ่งทำให้การจัดการกรุงเทพฯ ซับซ้อนมากขึ้น โดยไม่เพียงแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือแผนแม่บทกระทรวงมหาดไทยเท่านั้นที่กำหนดแนวทางพัฒนาเมืองกรุงเทพฯ แต่ยังเป็นผลจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ที่กำหนดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐให้รัฐบาลที่เข้ามาบริหารงานต้องดำเนินการประกอบกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 โดยรัฐบาลได้จัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2548-2551 ขึ้น และกำหนดให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนการบริหารราชการแผ่นดิน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมา ยังมีแนวทางของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนการปฏิรูปประเทศ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติเข้าไว้ด้วยตามพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 ไปจนถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่น่าสนใจ คือ บทบาทของประชาชนซึ่งควรจะเป็นคนที่ได้ประโยชน์จากแผนพัฒนาฯ มากที่สุด ได้หายไปจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ ตั้งแต่ร่วมคิดและกำหนดวิสัยทัศน์ ออกแบบเมืองที่ตนเองต้องอยู่โดยตรง ตลอดจนการประเมินความก้าวหน้าของการพัฒนาเมืองสะท้อนให้เห็นวิธีการทำงานของระบบรัฐราชการที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนมากเท่าที่ควรจะเป็น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งหมดนี้นำมาสู่คำถามต่อไปว่า แผนพัฒนากรุงเทพฯ ในปัจจุบันตอบสนองกับความต้องการของประชาชนมากน้อยเพียงใด และควรจะมีกระบวนการร่วมคิดร่วมสร้างกรุงเทพฯ รูปแบบใหม่ ๆ โดยประชาชนในฐานะที่เป็นพลเมืองของกรุงเทพฯ หรือไม่ เพื่อไม่ให้แผนพัฒนากรุงเทพเป็นเพียง “คู่มือ” กำกับการปฏิบัติงานของข้าราชการเท่านั้นดังที่เป็นมา</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา : ปรุงปรุงแก้ไขจากบทความ “แผนพัฒนา กทม. มีไว้ทำไม” <a href="https://theactive.thaipbs.or.th/data/bangkok-development-plan-ep1">EP1</a> <a href="https://theactive.thaipbs.or.th/data/bangkok-development-plan-ep2">EP2</a> และ <a href="https://theactive.thaipbs.or.th/data/bangkok-development-plan-ep3">EP3</a> ซึ่งเป็นความร่วมมือทางด้านข้อมูลระหว่าง The Active และ Rocket Media Lab</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่านเพิ่มเติม <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-2026-policy-check/">เลือกตั้ง กทม. 69 : ย้อนดูนโยบายหาเสียงและผลงานของผู้ว่าฯ กทม. ในแต่ละยุค  &#8211; Rocket Media Lab</a> </p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลนโยบายหาเสียงของผู้ว่าฯ ปี 2518-2565 ได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-campaign">https://rocketmedialab.co/database-bkk-campaign</a>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-development-plans/">เลือกตั้ง กทม. 69 : แผนพัฒนา กทม. มีไว้ทำไม ผู้ว่า กทม. แต่ละคนวางแผนฉบับไหน ทำตามแผนยังไงบ้าง </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลือกตั้ง กทม. 69 : ย้อนดูนโยบายหาเสียงและผลงานของผู้ว่าฯ กทม. ในแต่ละยุค </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-2026-policy-check/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 06:58:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7549</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3585;&#3634;&#3619;&#3648;&#3621;&#3639;&#3629;&#3585 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-2026-policy-check/">เลือกตั้ง กทม. 69 : ย้อนดูนโยบายหาเสียงและผลงานของผู้ว่าฯ กทม. ในแต่ละยุค </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 เป็นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 18 มีผู้สมัครลงชิงชัยในตำแหน่งผู้ว่า กทม. ทั้งจากพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง และผู้สมัครอิสระ กว่า 14 คน ซึ่งมาพร้อมกับประกาศนโยบายพัฒนากรุงเทพฯ ที่หลากหลาย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ดูเหมือนว่านโยบายที่ผู้ลงสมัครแต่ละคนใช้หาเสียง ยังเป็นเรื่องรถติด น้ำท่วม พื้นที่สีเขียว สภาพทางเท้า ฯลฯ ไม่แตกต่างจากผู้ลงสมัครในยุคก่อนๆ เท่าใด จนชวนสงสัยว่า ที่ผ่านมาผู้ลงสมัครหรือผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. เคยหาเสียงไว้ว่าอย่างไร ทำอะไรไปแล้วบ้าง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนย้อนทบทวนว่าที่ผ่านมาผู้ว่าฯ กทม. คนก่อนๆ เคยหาเสียงอะไรไว้ เคยมีผลงานอะไร ทำตามที่เคยหาเสียงไว้ไหม มีผลงานอะไรโดดเด่นบ้าง โดยพิจารณาจากผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้ง จำนวน 8 คน (11 สมัย) ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งแรกใน พ.ศ. 2518 มาจนถึงการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2565 ว่ามีระเด็นปัญหาที่สำคัญและนโยบายใดที่มักถูกหยิบยกมาหาเสียงบ้าง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7553" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-1152x1536.jpg 1152w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-1536x2048.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-scaled.jpg 1920w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7554" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-1152x1536.jpg 1152w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-1536x2048.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-scaled.jpg 1920w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">จราจร: เน้นสร้างถนน ขยายรถไฟฟ้า แต่รถเมล์คือสิ่งที่ถูกลืม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาการจราจรติดขัดมักเป็นประเด็นแรกสุดที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ ตลอดระยะเวลากว่า 47 ปี ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ข้อเสนอส่วนใหญ่เน้นไปที่การรองรับรถยนต์ด้วยการเชื่อมต่อเส้นทาง ขยายถนน และปรับปรุงระบบสัญญาณไฟจราจร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในสมัยแรกของการลงสมัครรับเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2528 จำลอง ศรีเมือง หาเสียงว่า “ต้องทำให้ประชาชนให้ความร่วมมือ” จนสมัยต่อมา พ.ศ. 2533 จึงมีข้อเสนอต่อการแก้ปัญหาจราจรติดขัดว่า ควรจะ “สร้างสะพานลอยข้ามแยกที่มีการจราจรหนาแน่น ตัดถนนใหม่ ขยายถนนเก่า สร้างทางลัดให้มากขึ้น” อีกทั้งยังสนับสนุนให้สร้างที่จอดรถและสะพานลอยคนข้ามให้มากขึ้นด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกับ กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา กับนโยบายหาเสียงในการเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2535 ก็เป็นการต่อยอดจากนโยบายของ จำลอง ที่ลาออกไป ด้วยการสานต่อการสร้างสะพานข้ามแยกเช่นกัน รวมถึงสมัคร สุนทรเวช ที่เสนอนโยบายสร้างถนนวงแหวน เชื่อมนอกเมืองในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2543 ขณะที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งคนอื่นๆ ได้แก่ พิจิตต รัตตกุล, อภิรักษ์ โกษะโยธิน และ สุขุมพันธุ์ บริพัตร ให้ความสำคัญกับการขนส่งสาธารณะมากกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">นโยบายขนส่งมวลชนเริ่มได้รับความสนใจตั้งแต่ พ.ศ. 2533 โดยจำลองเสนอให้จัดรถวน เป็นรถส่วนกลางรับส่งประชาชนในถนนบางสายที่การจราจรแออัดมาก เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวลง ระหว่างที่จำลองดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครออกประกาศให้บุคคลยื่นข้อเสนอโครงการลงทุนก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2534 ต่อมาจึงได้ทำสัญญากับบริษัท ธนายง จำกัด เมื่อ 9 เมษายน 2535 หลังจากผ่านการอนุมัติโดยกระทรวงมหาดไทยแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">การหาเสียงว่าจะสร้างรถไฟลอยฟ้าเริ่มชัดเจนขึ้นในยุคของกฤษฎา ซึ่งหาเสียงว่าจะสร้างรถไฟลอยฟ้าและจัดทำเครือข่ายรถไฟลอยฟ้าขนาดเล็กใยแมงมุมทั่วกรุงเทพ หลังกฤษฎาเข้ารับตำแหน่งในเดือนเมษายน 2535 ก็มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การรถไฟฟ้ามหานคร ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อเดือนสิงหาคม 2535 และกรุงเทพมหานครจัดทำแผนแม่บทโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน พ.ศ. 2538 เป็นครั้งแรก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมาพิจิตตหาเสียงในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2539 ว่าจะ “ผลักดันรถไฟฟ้าใต้ดินให้เร็วที่สุดและรีบเร่งดำเนินงานที่คั่งค้างและต่อเนื่องให้เสร็จโดยฉับพลัน” พร้อมกับเสนอว่าจะสร้าง “รถรางเลียบคลองแสนแสบ คลองเปรมประชากร คลองภาษีเจริญ” ซึ่งไม่เกิดขึ้นในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ขณะที่สมัยอภิรักษ์และสุขุมพันธุ์เสนอการเชื่อมโยงระบบเดินทางขนส่งมวลชนทุกพื้นที่ ทั้งขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดิน อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการดำเนินการตามแผนที่มีอยู่แล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่รถโดยสารประจำทางไม่ค่อยถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นในการหาเสียงมากนัก นอกจากการประกาศนโยบายรถตู้มวลชนเพื่อเชื่อมการเดินทางชานเมืองสู่เมืองชั้นในของพิจิตต ขณะที่ยุคของอภิรักษ์ พ.ศ. 2547 เมื่อตอนหาเสียงเน้นที่การเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนโดยรวม จัดให้มีรถเมล์ด่วนพิเศษบน 10 เส้นทางหลัก สร้างเครือข่ายขนส่งมวลชนขนาดเล็กและเครือข่ายรถโรงเรียน แต่ที่เกิดขึ้นจริงคือ รถเมล์ด่วนพิเศษ BRT 1 เส้นทาง ที่เปิดใช้งานในช่วงที่สุขุมพันธุ์เข้ามาทำงานต่อจากอภิรักษ์ที่ต้องลาออกไป&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุคชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีการหาเสียงในเรื่องการจราจรและขนส่งสาธารณะไว้หลากหลายประเด็น ทั้งการใช้เทคโนโลยี ระบบอัจฉริยะ ITMS มาช่วยแก้ปัญหารถติด การใช้ประโยชน์จากรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งต่อมาการคืนหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวกลายมาเป็นประเด็นใหญ่ที่สุดในการทำงานเป็นผู้ว่าฯ กทม. ของชัชชาติ นอกจากนี้ยังมีการทำป้ายรถเมล์ที่ต้องมีข้อมูลครบและส่องสว่าง และการเพิ่มรถเมล์สายหลักและรองราคาถูกราคาเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่หาเสียงไว้แต่ยังไม่เกิดขึ้นในช่วงการทำงานเป็นผู้ว่าฯ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า นโยบายของผู้สมัครมักให้น้ำหนักไปที่รถยนต์และรถไฟฟ้าเป็นหลัก ส่วนระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ เช่น รถโดยสารประจำทาง เรือ ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก ทั้งที่เป็นการเดินทางที่สามารถเข้าถึงคนจำนวนมาก ราคาถูก เข้าถึงพื้นที่ได้มากกว่ารถไฟฟ้า และแก้ปัญหาการจราจรติดขัดได้ แต่ถึงอย่างนั้น ในสมัยของผู้ว่าฯ จำลอง ก็มีการนำเอาเรือโดยสารคลองแสนแสบมาวิ่งบริการเป็นครั้งแรก แม้ไม่ได้หาเสียงเรื่องนี้ไว้</p>



<h3 class="wp-block-heading">สิ่งแวดล้อม: จะผ่านไปกี่ปีก็ต้องแก้น้ำท่วมและปลูกต้นไม้ให้มากๆ</h3>



<h4 class="wp-block-heading">น้ำท่วม&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">การหาเสียงว่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ด้วยการปรับปรุงท่อระบายน้ำมีมาตั้งแต่สมัยจำลอง เมื่อ พ.ศ. 2533 โดยเสนอว่าจะ “สร้างท่อระบายน้ำหรือขุดคูคลองสองข้างทางถนนที่ยังไม่มีท่อระบายน้ำ ขยายช่องตะแกรงระบายน้ำริมถนนให้กว้างขึ้น ปรับปรุงท่อระบายน้ำใต้ดินที่มีขนาดเล็กและไม่ได้ระดับ” รวมทั้งจะ “เร่งรัดการก่อสร้างเขื่อน สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำเพิ่ม” และ “จัดหาแอ่งรับน้ำในกรุงเทพฯ เพิ่มมากขึ้น”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วง พ.ศ. 2535-2547 นโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วมของผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้งคือ กฤษฎา สมัคร และพิจิตต ไม่ชัดเจนนัก ส่วนการหาเสียงทั้งสองครั้งของอภิรักษ์ก็ไม่มีรายละเอียดมากนัก โดยเสนอว่าจะพัฒนาระบบระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม การหาเสียงเมื่อ พ.ศ. 2552 สุขุมพันธุ์เสนอให้มีระบบระบายน้ำที่ใช้การได้ทั่วถึง ต่อมา พ.ศ. 2556 เสนอว่า “สร้างอุโมงค์ระบายน้ำยักษ์ 6 แห่ง เพิ่มขีดความสามารถในการรับน้ำฝนแต่ละพื้นที่ให้รับได้เกิน 60 มม.”&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ บางคน แม้ไม่ได้หาเสียงเรื่องนี้ไว้ แต่ขณะดำรงตำแหน่งก็มีผลงาน เช่น พิจิตต มี “อาสาสมัครหน่วยฟองน้ำ” ซึ่งออกปฏิบัติการป้องกันน้ำท่วมในย่านต่างๆ เมื่อมีฝนตกน้ำขัง หรือกฤษฎาที่สร้างสถานีสูบน้ําและประตูระบายน้ํา 18 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุคชัชชาติ มีการหาเสียงไว้ว่าจะขุดลอกและทำความสะอาดท่อระบายน้ำ 3,000 กม. เพิ่มการขุดคลอง แก้ปัญหาพื้นที่ต่ำ 50 เขต เพื่อลดจุดเสี่ยงจุดเฝ้าระวังน้ำท่วม&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ขยะ</h4>



<p class="wp-block-paragraph"><br>ตอนที่จำลอง ศรีเมืองหาเสียงใน พ.ศ. 2528 เน้นการรณรงค์ให้ประชาชนมีจิตสำนึก โดยเสนอว่า “ต้องทำให้ประชาชนหันมาให้ความร่วมมือในการรักษาความสะอาด” ต่อมาในการหาเสียง พ.ศ. 2533 มุ่งเน้นการจัดเก็บให้ทั่วถึง “เพิ่มรถขนขยะให้เพียงพอ โดยเฉพาะรถขนขยะขนาดเล็กให้เข้าซอยได้ ใช้เรือเก็บขยะในคูคลองต่างๆ จัดซื้อที่ดินแปลงใหญ่ไกลออกไปจากย่านชุมชนเพื่อนำขยะไปทิ้ง เร่งรัดให้มีการจัดสร้างโรงงานกำจัดขยะและเตาเผาขยะเพิ่มขึ้น”&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งคล้ายกับที่พิจิตตหาเสียงเมื่อ พ.ศ. 2539 ว่าจะจัดเก็บขยะให้หมด และจะสร้างโรงเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าที่ท่าแร้ง-บางเขน อ่อนนุช คลองเตย เช่นเดียวกับสมัครที่เสนอว่า จะ “สร้างเตาเผาขยะ ทั้งสามทิศชิดชานเมือง” ส่วนนโยบายของอภิรักษ์ พ.ศ. 2547 ระบุว่า จะเพิ่มเวลาการจัดเก็บขยะให้ถี่ขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งจะมีการลงทุนเพิ่มเติมพร้อมกับการปฏิรูปการบริหารจัดการ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่สุขุมพันธุ์หาเสียงเมื่อปี 2552 ว่าจะจัดให้มีถังขยะพอเพียงในทุกที่ และจัดธนาคารรีไซเคิล แปลงขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า ต่อมา พ.ศ. 2556 เน้นไปที่การจัดหาโรงงานกำจัดขยะเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน โดยเสนอว่า จะสร้างโรงงานขยะแปรรูปอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน สร้างเตาเผาขยะผลิตกระแสไฟฟ้า 2 แห่ง สร้างโรงผลิตปุ๋ยจากขยะอินทรีย์ 1,000 ตัน รวมทั้งสร้างสถานีขนถ่ายย่อย โดยกล่าวถึงนโยบายการแยกขยะว่าเป็นการรณรงค์กับประชาชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุคของชัชชาติ มีนโยบายหาเสียงที่โดดเด่นในเรื่องขยะก็คือการแยกขยะจากต้นทาง ซึ่งก็คือโครงการไม่เทรวมในเวลาต่อมา รวมไปถึงรถขยะไซส์เล็ก</p>



<h3 class="wp-block-heading">การเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยสวนสาธารณะและปลูกต้นไม้&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การปลูกต้นไม้เป็นนโยบายที่ถูกนำมาหาเสียงมากที่สุด พ.ศ. 2528 จำลองหาเสียงไว้ว่า จะปลูกต้นไม้ยืนต้นและไม้เลื้อยให้มากขึ้น ต่อมา การเลือกตั้งสมัยที่ 2 เริ่มกล่าวถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเสนอว่า จะรณรงค์ต่อต้านการทุจริตทั่วประเทศเพื่อให้รัฐบาลมีเงินเหลือมาแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมเป็นพิษในกรุงเทพฯ และติดตั้งแผ่นกั้นเสียงบางจุดที่มีเสียงยวดยานอยู่ในเกณฑ์อันตราย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านพิจิตต ในภาพรวมมีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมหลายด้าน โดยเสนอนโยบาย เก็บ-แยก-กำจัด ขยะ บำบัดน้ำเสียทั่วเมือง ฟื้นฟูลำคลอง และปลูกต้นไม้ให้ กทม.เขียวขจี 400,000 ต้น ต่อมา พ.ศ. 2543 สมัครหาเสียงว่า จะเพิ่มข้อต่อติดท่อไอเสียรถยนต์และปลูกต้นไม้เกาะกลางถนน ขณะที่อภิรักษ์ให้ความสำคัญกับปัญหาสภาวะโลกร้อนด้วยการประกาศว่าจะรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนทุกวันที่ 9 ของเดือน ส่วนนโยบายของสุขุมพันธุ์ พ.ศ. 2552 คือ ส่งเสริมพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านสวนสาธารณะตั้งแต่ พ.ศ. 2528 เป็นต้นมา ผู้สมัครทุกคนหาเสียงว่าจะเพิ่มสวนสาธารณะให้มากขึ้นผู้ที่ระบุจำนวนไว้ว่าจะสร้างสวนสาธารณะให้ได้ 10 แห่งระหว่างที่ดำรงตำแหน่งคือกฤษฎา ส่วนสุขุมพันธุ์หาเสียงเมื่อ พ.ศ. 2556 ว่าจะเพิ่มพื้นที่สีเขียว 5,000 ไร่ สร้างสวนสาธารณะ 10 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกันกับในยุคชัชชาติ ที่มีนโยบายเด่นอย่าง ‘สวน 15 นาที’ กระจายในทุกเขต และการปลูกต้นไม่ 1 ล้านต้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">คุณภาพชีวิต: พัฒนาศูนย์บริการสาธารณสุข จัดระเบียบแผงลอย พัฒนาชุมชน</h3>



<h4 class="wp-block-heading">สาธารณสุข&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากการหาเสียงเมื่อ พ.ศ. 2528 ของจำลองที่ว่าจะแก้ปัญหาสาธารณสุขเน้นการขยายและสร้างขึ้นอย่างทั่วถึง ผู้สมัครทุกคนนับตั้งแต่กฤษฎาเป็นต้นมาเสนอให้พัฒนาศูนย์สาธารณสุขให้เป็นโรงพยาบาล หรือปรับปรุงคุณภาพโรงพยาบาลของกรุงเทพมหานครให้เทียบเท่าเอกชน ขณะที่พิจิตตเสนอว่า จะจัดให้มี กทม.โพลีคลีนิก 60 แห่งทั่วกรุงเทพฯ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านอภิรักษ์หาเสียงในสมัยที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2551 ว่า นอกจากยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ให้ได้มาตรฐานแล้วยังมีแนวคิดจะจัดหน่วยพยาบาล กทม. เคลื่อนที่เยี่ยมบ้านและที่ทำงาน บุคลากรสาธารณสุขของ กทม. ออกเยี่ยมบ้านและที่ทำงานด้วย ส่วนสุขุมพันธุ์สัญญาว่าจะจัดให้มีบริการตรวจสุขภาพประจำปีฟรี จัดตั้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินและตั้งศูนย์เวชศาสตร์คนเมืองเพื่อศึกษาปัญหาด้านสุขภาพโดยเฉพาะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนชัชชาติ ก็มีการหาเสียงผ่านนโยบายขยายโรงพยาบาล 10,000 เตียง ระบบ Telemedicine รถสุขภาพตรวจถึงชุมชนและคลินิกสุขภาพเพศหลากหลาย</p>



<h4 class="wp-block-heading">หาบเร่แผงลอย&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">จำลองเริ่มมีแนวคิดจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยตอนที่ลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ สมัยที่ 2 พ.ศ. 2533 ด้วยการหาเสียงว่า จะผลักดันให้มีการแก้กฎหมายเพื่อให้ กทม.มีอำนาจผ่อนผันให้ผู้ค้าวางสินค้าบนทางเท้าบางจุดได้เหมาะสม ให้ กทม.มีอำนาจจับและปรับผู้ฝ่าฝืน กำหนดจุดอนุญาต ขีดสีตีเส้นให้ผู้ค้าตั้งวางเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ใช้นโยบายปราบผู้ค้าและผู้ซื้อพร้อมกัน และจัดหาสถานที่เหมาะสมให้ผู้ค้ามากขึ้น เช่น จัดให้มีตลาดนัดแห่งใหม่เพิ่ม ด้านสมัครย้ำถึงความสำคัญของการมีอาหารราคาถูก โดยประกาศว่าจะตั้งศูนย์อาหารไว้ใกล้ชุมชน โดยหลังจากได้เป็นผู้ว่าฯ ก็มีการตั้งสำนักเทศกิจขึ้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2556 สุขุมพันธุ์มีนโยบายว่า จะดำเนินการให้หาบเร่แผงลอยมาอยู่ในอำนาจของ กทม. ขยายโครงการอาหารริมทาง สะอาดปลอดภัยมีใบรับรอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ชัชชาติมีนโยบายทางเท้าเดินโล่ง สะอาดเป็นระเบียบ ซึ่งต่อมาเมื่อไดเป็นผู้ว่าฯ กทม. แล้ว ก็มีการจัดการหาบเร่แผงลอยในหลายๆ พื้นที่ในกรุงเทพฯ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ชุมชนและคุณภาพชีวิต&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">การหาเสียงในประเด็นนี้ จำลองเริ่มต้นด้วยการหาเสียงว่าจะโน้มน้าวจิตใจให้คนเห็นแก่ตัวน้อยลง ในการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2528 ต่อมา กฤษฎาประกาศว่าจะพัฒนาชุมชนแออัด นโยบายของสมัครที่ว่าจัดแฟลตให้ผู้มีรายได้น้อยอยู่ ถือว่าเป็นการเสนอทางแก้ปัญหาชุมชนแออัดอย่างเป็นรูปธรรม ในสมัยแรก อภิรักษ์เสนอว่าจะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน ส่งเสริมการกระจายสินค้าชุมชนและพัฒนาตลาดนัด พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ต่อมา พ.ศ. 2551 มุ่งไปที่การส่งเสริมชมรมผู้สูงอายุ จัดตั้งศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 500 บาทต่อคนต่อเดือน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านสุขุมพันธุ์ต่อยอดนโยบายของอภิรักษ์โดยเสนอเมื่อ พ.ศ. 2552 ว่าจะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครแห่งการค้าและการท่องเที่ยวของภูมิภาค สร้างตลาดนัดอาชีพ เพิ่มพื้นที่ตลาดสินค้าผลิตในครัวเรือนและสินค้าทำมือ และตั้งลานกีฬาใกล้บ้าน ศูนย์กีฬาครบวงจร 1,200 แห่ง โดยจะมีฟุตบาทเรียบ ถนนสวย ในการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งที่ 2 พ.ศ. 2556 สุขุมพันธุ์มีนโยบายว่าจะจัดให้มีศูนย์กีฬามิติใหม่และกีฬาผาดโผนสี่มุมเมือง สร้างห้องน้ำสาธารณะสะอาดครอบคลุมจุดเชื่อมต่อการเดินทาง ขยายการดูแลนักเรียน บริการหมวกกันน็อกฟรีแก่นักเรียน สร้างห้องสมุดใหม่ 10 แห่ง สร้างศูนย์เยาวชนเพิ่ม 5 แห่ง ติดตั้ง WIFI ความเร็วสูง และทำแท็กซี่สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของชัชชาติ มีทั้งนโยบายพื้นที่ทางดนตรีและศิลปะการแสดง ซึ่งต่อมาก็คืองานดนตรีในสวนที่ได้รับความนิยม การพัฒนาลานกีฬา 1,034 แห่ง ห้องสมุดชุมชนและบ้านหนังสือ โครงการ BKK Food Bank ส่งต่ออาหารให้กลุ่มเปราะบาง BKK Trail เส้นทางวิ่งออกกำลังกาย น้ำสะอาดปลอดภัยฟรีทั่วกรุง เส้นทางการปั่นจักรยาน&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ปลอดภัยจากอาชญากรรม&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นนี้ถูกหยิบยกมาหาเสียงอย่างชัดเจนในสมัยของพิจิตต เมื่อ พ.ศ. 2539 ซึ่งเสนอว่าจะติดตั้งไฟแสงจันทร์ทั่วทุกซอย จัดทำโครงการสารสนเทศป้องกันเหตุร้าย 24 ชั่วโมง และตั้งศูนย์อาสาประชากู้ภัยทั้ง 38 เขต บริการ 24 ชั่วโมง คล้ายคลึงกับนโยบายของอภิรักษ์ในปี 2547 ที่จะ “สำรวจจุดเสี่ยงต่างๆ ที่เป็นจุดที่ล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรม ปรับบทบาทบุคลากรของ กทม. เช่น เทศกิจ ให้เข้ามาดูแลประชาชนโดยให้ผู้รักษาความปลอดภัยโดยจะร่วมกับอาสาสมัครในชุมชนนั้นๆ”&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สมัยของสุขุมพันธุ์ พ.ศ. 2552 นอกจากการติดไฟส่องสว่างเพิ่ม 40,000 จุด ยังเพิ่มการติดตั้งกล้องวงจรปิด 10,000 ตัว ขณะที่ในปี 2556 เน้นเพิ่มจำนวนทั้งการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) และติดไฟส่องสว่างในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงจะจัดตั้งศูนย์บริหารการจัดการภัยพิบัติเร่งด่วน เพิ่มชุดปฏิบัติการดับเพลิงขนาดเล็กสำหรับชุมชน และให้มีอาสาสมัครชุมชนเฝ้าระวังเสริมความปลอดภัยให้ชุมชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนชัชชาตินั้น มีทั้งโครงการการขอข้อมูลจากกล้อง CCTV ออนไลน์ และการใช้กล้อง CCTV เพื่อลดการก่ออาชญากรรม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลสะท้อนให้เห็นว่า การออกแบบนโยบายหาเสียงมักขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ในกรุงเทพฯ ณ เวลานั้น และตั้งเป้าหมายว่าต้องการเห็นกรุงเทพฯ เป็นอย่างไร และเมื่อพิจารณาจะเห็นได้ว่า ประเด็นที่ผู้ลงสมัครในแต่ละยุคหยิบยกขึ้นมาเป็นนโยบายหาเสียงแทบจะไม่แตกต่างกันเลย หรือในแง่หนึ่งก็อาจกล่าวได้ว่าเป็นปัญหาเรื้อรังของกรุงเทพฯ ที่ไม่สามารถแก้ไขให้สำเร็จได้เลยไม่ว่าในยุคไหน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จึงเป็นคำถามที่น่าสนใจว่า เมื่อได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.แล้ว ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งคนนั้นๆ ในแต่ละยุค ได้ทำในสิ่งที่ตนเองหาเสียงไว้ว่าจะแก้ไขปัญหาต่างๆ ไปมากน้อยแค่ไหน แล้วทำไมเมื่อการเลือกตั้งครั้งใหม่วนกลับมา ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งก็ยังนำเอาประเด็นปัญหานั้นกลับมาหาเสียงใหม่อยู่ร่ำไป</p>



<h3 class="wp-block-heading"></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7555" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ผู้ว่าฯ กทม. แต่ละยุค แต่ละสมัย มีผลงานอะไรโดดเด่นบ้าง&nbsp;&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากย้อนดูผลงานของผู้ว่าฯ ที่ได้รับเลือกตั้งจำนวนหนึ่ง จะเห็นได้ว่ามีทั้งที่มาจากสิ่งที่เคยหาเสียงและไม่ได้หาเสียงไว้ และน่าสังเกตว่าผลงานหลายเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งไม่ได้หาเสียงไว้ สอดคล้องกับแผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่จัดทำทุก 5 ปีอยู่แล้ว หรือแม้แต่สิ่งที่หาเสียงไว้ก็ดูคล้ายจะมาจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ ในแต่ละยุคนั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนย้อนสำรวจดูผลงานเด่นของผู้ว่าฯ กทม. ในแต่ละยุค เพื่อดูว่าแท้จริงแล้ว ผลงานของผู้ว่าฯ มีอะไร และที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ว่าฯ ที่มาจากการแต่งตั้ง 4 คนแรกคือ ชำนาญ ยุวบูรณ์, อรรถ วิสูตรโยธาภิบาล, ศิริ สันติบุตร และสาย หุตะเจริญ เป็นข้าราชการที่มาจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งต้องบริหารกรุงเทพฯ ภายใต้แผนแม่บทของกระทรวงมหาดไทย และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้ง ธรรมนูญ เทียนเงิน ผู้ว่าฯ คนแรกจากพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งหาเสียงไว้ว่า จะแก้ไขปัญหาขยะ น้ำท่วม และสร้างสวนสาธารณะ ก็เข้ามาทำงาน ซึ่งได้ก็ดำเนินการตามที่หาเสียงไว้ เช่น การดำเนินการสร้างสวนสาธารณะสวนจตุจักร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ว่าฯ ต่อมาอีก 4 คนที่มาจากการแต่งตั้ง ได้แก่ ชลอ ธรรมศิริ, เชาวน์วัศ สุดลาภา, เทียม มกรานนท์ และอาษา เมฆสวรรค์ ซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วง พ.ศ. 2520-2528 มีผลงานเด่นคือ การริเริ่มแนวคิดย้ายตลาดนัดออกจากสนามหลวง ริเริ่มศูนย์อํานวยการประสานงานการป้องกันนํ้าท่วม 24 ชม. ริเริ่มจ้างบริษัทเอกชนมาเก็บขยะ และสร้างสวนเสรีไทย ตามลำดับ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไปตามที่ระบุไว้ในแผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2520-2524 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2525-2529 เช่น การดูแลปรับปรุงซ่อมแซมยานพาหนะเก็บขนมูลฝอยและขนถ่ายปฏิกูลให้ทั่วถึง และการดำเนินการด้านระบบป้องกันน้ำท่วม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7556" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับจำลอง การหาเสียงในการเลือกตั้งสมัยแรก พ.ศ. 2528 เน้นไปที่ตัวบุคคลคือตัวจำลองเองมากกว่าเรื่องนโยบาย หากจะมีนโยบายที่เด่นชัดก็เห็นจะเป็นเรื่องการป้องกันการทุจริตของข้าราชการ กทม. อย่างไรก็ตาม แม้จะมีบางเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในนโยบายการหาเสียง แต่ก็เป็นสิ่งที่เมื่อเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ แล้วทำได้จนกลายเป็นภาพจำ นั่นก็คือนโยบายด้านความสะอาด โดยจำลองได้ขยาย “โครงการ กรุงเทพฯ เมืองสะอาด” ของ เทียม มกรานนท์ มาใช้อย่างเข้มงวด จนทำให้กรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองสะอาดน่าอยู่ 1 ใน 10 ของโลก นอกจากนี้ในยุคนั้นยังเริ่มมีการใช้เสื้อสีสะท้อนแสงของพนักงานกวาดถนนอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในสมัยที่ 2 จำลองเน้นการแก้ปัญหาจราจรโดยการขยายถนน และกล่าวได้ว่าเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการสร้างรถไฟลอยฟ้าเพื่อแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ และยังมีการเดินเรือขนส่งในคลองแสนแสบเป็นครั้งแรกอีกด้วย นอกจากนี้อีกหลายนโยบายที่หาเสียงไว้ก็มาสำเร็จในยุคหลัง เช่น สะพานลอยข้ามแยกเกษตร หรือมีการสานต่อในยุคของกฤษฎา อดีตรองผู้ว่าฯ ในยุคของจำลองและเป็นผู้ว่าฯ กทม.คนต่อมา เช่น การสานต่อเรื่องรถไฟลอยฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่กฤษฎาใช้เป็นนโยบายหาเสียงด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ กฤษฎายังมีผลงานที่ชัดเจนในเรื่องอื่น เช่น สวนสาธารณะจากภูเขาขยะ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่หาเสียงไว้ว่าจะสร้างสวนสาธารณะ 10 แห่ง ส่วนการริเริ่มระบบควบคุมสัญญาณไฟอิเล็กทรอนิกส์ (ATC) นั้นที่แม้จะเกิดขึ้นในยุคของกฤษฎา แต่ก็เป็นไปตามแผนพัฒนาฉบับที่ 4 พ.ศ. 2535-2539 ที่ให้มีการปรับปรุงและติดตั้งระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรตามทางแยกด้วยระบบคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">พิจิตตเป็นผู้ว่าฯ อีกคนหนึ่งที่มีผลงานเป็นไปตามที่หาเสียงไว้ แม้ว่านโยบายสำคัญ เช่น รถรางไฟฟ้าเลียบคลองหรือสภาประชาคมจะไม่สำเร็จ แต่กล่าวได้ว่า รถตู้มวลชนที่เกิดขึ้นในยุคนี้ตรงกับที่หาเสียงไว้ ส่วนการริเริ่มสร้างหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ไม่ปรากฏว่ามีการหาเสียงไว้และไม่อยู่ในแผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 4</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่นโยบายของสมัครที่เสนอให้สร้างแฟลตฝักข้าวโพดสำหรับผู้มีรายได้น้อยเกิดขึ้นได้ตามแผน ส่วนผลงานการตั้งศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จที่เกิดขึ้นในยุคสมัครเป็นไปตามแผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 5-6 ส่วนอภิรักษ์ที่หาเสียงไว้ว่า จะฟื้นฟูสภาพแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองใส 1,165 คลองสอดคล้องกับผลงานโครงการ 10 สวนสวย 10 คลองใส 10 ถนนสะอาด และยังได้ริเริ่มแนวคิดปรับปรุงคลองช่องนนทรีไว้อีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับสุขุมพันธุ์ซึ่งเป็นผู้ว่าฯ ที่ได้รับเลือกตั้ง 2 สมัยและดำรงตำแหน่งในช่วงที่มีการจัดทำแผนพัฒนากรุงเทพระยะ 12 ปี และระยะ 20 ปี มีผลงานเป็นไปตามนโยบายที่หาเสียงไว้หลายด้าน ที่ชัดเจนที่สุดคือ การให้คำมั่นว่าจะติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้น 20,000 ตัว ในสมัยที่ 2 ซึ่งอาจเป็นผลมาจากเหตุระเบิดกลางกรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งสมัยแรก อีกทั้งจำนวนกล้องวงจรปิดยังถูกจัดเป็นตัวชี้วัดหนึ่งของมหานครปลอดภัย ในแผนพัฒนากรุงเทพฯ ระยะ 20 ปีด้วย ส่วนนโยบายโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนที่หาเสียงไว้ก็เป็นไปตามการหาเสียงเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนผลงานของ อัศวิน ขวัญเมือง ซึ่งเข้ารับตำแหน่งจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระหว่าง พ.ศ. 2559-2565 เชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาลกลางอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างคือ การปรับปรุงภูมิทัศน์คลองโอ่งอ่าง ที่เป็นไปตามแผนขยายการดำเนินการปรับภูมิทัศน์คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ และคลองอื่นๆ ทั่วกรุงเทพมหานครของรัฐบาลที่สนับสนุนงบประมาณให้กรุงเทพมหานคร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าฯ คนล่าสุด ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2565-2569 มีผลงานภายใต้นโยบาย 9 ด้าน 9 ดี ที่หาเสียงไว้ในปี 2565 ใน<a href="https://openpolicy.bangkok.go.th/overview">เว็บไซต์รวบรวมนโยบายของผู้ว่าฯ กทม.</a>ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2567 และ 2568 นโยบายด้านเดินทางดี และสิ่งแวดล้อมดีใช้งบประมาณเป็นสัดส่วนมากที่สุด 2 อันดับแรก น้อยที่สุด 2 อันดับคือ ด้านโปร่งใสดี และเศรษฐกิจดี แพลตฟอร์มทราฟฟี่ ฟองดูว์ที่พัฒนาโดยเนคเทค และ กทม. นำมาใช้เป็นผลงานที่อาจนับได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกการใช้แพลตฟอร์มแจ้งปัญหาเมือง ในช่วงที่ชัชชาติ เป็นผู้ว่าฯ มี การรายงานปัญหาสะสมกว่า<a href="https://openpolicy.bangkok.go.th/policy/057"> 998,000 เรื่อง</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการด้านสิ่งแวดล้อมของชัชชาติที่โดดเด่นได้แก่ โครงการไม่เทรวมที่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนแยกขยะเศษอาหาร จูงใจด้วยการลดค่าธรรมเนียมการเก็บขยะ สวน 15 นาทีที่กระตุ้นให้สำนักงานเขตต่างๆ ปรับเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่ประชาชน ส่วนปัญหาฝุ่น PM2.5 ผลงานที่เห็นชัดเจนคือ โครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นของโรงเรียนในสังกัด กทม. ผลงานด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นที่รับรู้กันกว้างขวางคือ การขุดลอกท่อและทางระบายน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายแรกๆ ที่มีการปฏิบัติหลังชัชชาติเข้ารับตำแหน่ง ในช่วงหน้าฝนปี 2565 เช่นเดียวกับดนตรีในสวน กิจกรรมมีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีแรกของการเป็นผู้ว่าฯ จนครบ 4 ปี นอกจากนี้ผลงานด้านคุณภาพชีวิตอื่นๆ ที่ถือได้ว่าริเริ่มในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็น คลินิกเพศหลากหลาย และการขึ้นทะเบียนและฝังไมโครชิปหมาแมว</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ผู้ว่าฯ ส่วนใหญ่ดำเนินงานตามแผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่กำหนดไว้อยู่แล้ว นอกจากนี้ผู้ว่าฯ บางคนก็สามารถนำเอานโยบายของตนเองหรือสิ่งที่ตนเองเคยหาเสียงไว้มาปรับใช้เป็นโครงการต่างๆ ได้ เนื่องด้วยในแผนพัฒนากรุงเทพฯ วางกรอบไว้กว้างๆ ในประเด็นปัญหาอมตะและเรื้อรังของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจราจร น้ำท่วม พื้นที่สีเขียว ฯลฯ ซึ่งจากข้อมูลที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ผู้ว่าฯ กทม. ทุกคนล้วนพยายามแก้ปัญหานั้นตามที่หาเสียงไว้ เพียงแค่ว่าแก้ได้แค่ไหน อย่างไร เท่านั้นเอง</p>



<h3 class="wp-block-heading">ผู้ว่าฯ ใหม่ ปัญหาเดิม : ภาพซ้ำการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ทุกยุคทุกสมัย&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลข้างต้นนำมาสู่คำถามที่ว่าเหตุใดกรุงเทพฯ จึงยังประสบกับปัญหาเดิมๆ แม้จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สักกี่ครั้ง ผู้สมัครก็ยังต้องมาพร้อมกับนโยบายในการแก้ปัญหาเดิม และส่วนมากก็มาพร้อมกับแนวทางที่ไม่สามารถฉีกออกไปจากเดิมมากนัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะการพัฒนาของกรุงเทพมหานครนั้นถูกกำกับและกำหนดทิศทางจาก ‘แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร’ ซึ่งเป็นแผนแม่บท ดังนั้นไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้บริหาร ก็ต้องดำเนินการภายใต้กรอบของแผนพัฒนาฯ ในช่วงเวลาน้ัน ไม่ว่าจะสอดคล้องกับนโยบายของตนเองหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกประเด็นหนึ่งก็อาจเป็นเพราะการบริหารจัดการกรุงเทพฯ ยังถูกกำกับโดยหน่วยงานอื่นๆ ที่ซ้อนทับอยู่ด้วย เช่น ผู้ว่าฯ ไม่มีอำนาจบริหารจัดการรถโดยสารประจำทางโดยตรง การตัดสินใจจัดซื้อรถใหม่ต้องผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน หรือการดำเนินการโครงการขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ก็ต้องผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ปัญหาหนึ่งปัญหาของกรุงเทพฯ ยังมี ‘เจ้าภาพ’ หลายราย ไม่นับรวมถึงกฎหมายที่เข้ามากำหนดแนวทางการบริหารจัดการก็ยิ่งทำให้การจัดการกรุงเทพฯ ซับซ้อนมากขึ้น เช่น พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 ที่กำหนดให้กรุงเทพฯ ต้องบริหารภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, แผนการปฏิรูปประเทศ, นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาของกรุงเทพฯ จึงไม่ได้มีแค่ปัญหาเชิงประจักษ์อย่าง รถติด น้ำท่วม อากาศเสีย เพียงเท่านั้น แต่รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในการบริหารเองด้วย ทั้งโครงสร้างที่ต้องผูกพันกับอำนาจที่ใหญ่กว่าอย่างรัฐบาลกลางหรือกระทรวงมหาดไทย โครงการสร้างภายในอย่าง ส.ก. ส.ข. ที่ถูกยุบไป หรือการทำงานในระดับเขตของผู้อำนวยการเขต ที่ทำให้ผู้ว่าฯ กทม. ไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและเบ็ดเสร็จ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาของกรุงเทพฯ ซับซ้อนกว่านั้น และแน่นอนว่า ผู้ว่าฯ ไม่ใช่ซูเปอร์แมน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา : ปรุงปรุงแก้ไขจากบทความ <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-campaign/">“นโยบายผู้ว่าฯ กทม. : เลือกตั้งกี่ครั้งก็ยังต้องแก้ปัญหาเดิม”</a> โดย Rocket Media Lab</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลนโยบายหาเสียงของผู้ว่าฯ ปี 2518-2565 ได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-campaign">https://rocketmedialab.co/database-bkk-campaign</a> </p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-2026-policy-check/">เลือกตั้ง กทม. 69 : ย้อนดูนโยบายหาเสียงและผลงานของผู้ว่าฯ กทม. ในแต่ละยุค </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลือกตั้ง กทม. : กรุงเทพฯ หาเงินจากไหน ใช้เงินไปกับการพัฒนาในด้านใดบ้าง</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkkelection69-income/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 May 2026 11:21:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7532</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3627;&#3621;&#3633;&#3591;&#3592;&#3634;&#3585;&#3585 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkkelection69-income/">เลือกตั้ง กทม. : กรุงเทพฯ หาเงินจากไหน ใช้เงินไปกับการพัฒนาในด้านใดบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายได้ของกทม. ประมาณ 1 ใน 3 มาจากรายได้ที่ กทม. จัดเก็บเอง ก่อนปี 2562 รายได้หลักมาจาก ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนเกือบ 80% ของรายได้ทั้งหมดในส่วนที่ กทม. จัดเก็บเอง ซึ่งต่อมาเปลี่ยนมาเป็นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง</li>



<li>รายได้ภาษีที่สูงที่สุดในหมวดรายได้ที่ส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้คือภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งสูงถึงเกือบ 50% ของรายได้ในหมวดหมู่อื่นๆ ในส่วนที่ส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้ และสูงที่สุดในบรรดารายได้ของกรุงเทพฯ และสูงกว่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ในระบบเดิม) อันเป็นรายได้ที่สูงเป็นอันดับหนึ่งในส่วนที่ กทม.จัดเก็บเองเกือบเท่าตัว&nbsp;</li>



<li>ปี 2567 กรุงเทพฯ จัดเก็บรายได้ได้ 93,231.93 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่เก็บได้ 95,555.76 ล้านบาท โดยในภาพรวมรายได้หลักของกรุงเทพฯ นั้นมาจากภาษีมูลค่าเพิ่มคิดเป็นสัดส่วนกว่า 37.24% รองลงมาคือภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน เกือบ 18% ตามมาด้วยภาษี/ค่าจดทะเบียนสิทธิ/นิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์</li>



<li>การใช้งบประมาณรายปีของสำนักต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร จะเห็นว่า แม้สำนักการโยธาจะเป็นสำนักที่ได้งบประมาณมากเป็นอันดับหนึ่งเรื่อยมา แต่ในช่วงหลัง 10 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555) เราจะเริ่มเห็นงบประมาณของสำนักสิ่งแวดล้อมสูงขึ้นเรื่อย ๆ และในหลาย ๆ ปีสูงกว่าสำนักการโยธาอีกด้วย เช่นเดียวกับสำนักระบายน้ำที่ตีควบคู่กันมา</li>



<li>กทม. มีแผนที่จะจัดเก็บภาษีประเภทอื่นเพิ่มเติมในอนาคต โดยเฉพาะภาษีค่าธรรมเนียมผู้พักในโรงแรม ในอัตราไม่เกินร้อยละ 3 ของค่าเช่าห้องพัก คาดว่าจะสามารถจัดเก็บได้ประมาณ 1,022 ล้านบาท/ปี ภาษียาสูบ ในอัตรามวลละ 10 สตางค์ ก็จะสามารถเก็บภาษีเพิ่มได้ปีละประมาณ 330 ล้านบาท หรือการเพิ่มภาษีน้ำมันจาก 5 สตางค์ต่อลิตร เป็น 10 สตางค์ต่อลิตร ซึ่งก็จะเพิ่มรายได้ให้ กทม. ได้อีกประมาณ 390 ล้านบาท/ปี โดยนอกจากภาษีเหล่านี้แล้ว ในอนาคตยังมีการแนวคิดการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมอีกด้วย&nbsp;</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7526" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-1-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-1-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-1-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-1-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-1-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หลังจากกรุงเทพมหานครได้รับการจัดตั้งเทศบาลนครกรุงเทพ ในปีพ.ศ. 2479 ภายใต้พระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พ.ศ. 2476 ก็ทำให้กรุงเทพฯ มีรายได้โดยส่วนหนึ่งมาจากรัฐบาลและส่วนหนึ่งมาจากการจัดเก็บรายได้ด้วยตนเอง ซึ่งในขณะนั้นนอกจากกรุงเทพฯ จะจัดตั้งเป็นจัดตั้งเทศบาลนครกรุงเทพ ฝั่งธนเองก็ได้รับการจัดตั้งเป็นเทศบาลนครธนบุรีด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นก็มีประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 24 และ 25 ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2514 ให้รวมจังหวัดพระนครกับจังหวัดธนบุรีเป็นนครหลวงกรุงเทพธนบุรี ต่อมาในปีพ.ศ.2515 จากประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 335 ซึ่งทำให้เทศบาลนครกรุงเทพธนบุรีเปลี่ยนเป็นองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ โดยมีการกำหนดให้รายได้และรายจ่ายของกรุงเทพมหานครเป็นไปตามกฎหมายที่จะได้มีการกำหนดใหม่ต่อไป ซึ่งก็คือพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2518 และหลังจากนั้นก็คือพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีรายได้แบ่งเป็น 2 ประเภทได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>รายได้ที่กรุงเทพมหานครจัดเก็บเอง ได้แก่
<ol class="wp-block-list">
<li>ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เก็บจากผู้ที่ถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งห้องชุด บ้าน โรงเรือน อาคาร ตึก ตึกแถว หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นใดที่มีลักษณะให้บุคคลใช้เพื่อการอยู่อาศัย หรือปล่อยเช่า โดยเป็นภาษีที่เพิ่มจะมีการตัดเก็บในปี 2563 ตามพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 โดยจะมาใช้แทนภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่ เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บ เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บและสอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบันมากขึ้น&nbsp;</li>



<li>&nbsp;ภาษีบำรุงท้องที่ แม้จะถูกยกเลิกโดยการจัดเก็บภาษีใหม่คือภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่ก็ยังมีรายได้จากการตกค้าง</li>



<li>ภาษีโรงเรือนและที่ดิน แม้จะถูกยกเลิกโดยการจัดเก็บภาษีใหม่คือภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่ก็ยังมีรายได้จากการตกค้าง</li>



<li>ภาษีป้าย ภาษีที่จัดเก็บจากป้ายโฆษณาเพื่อการค้า</li>



<li>ภาษีบำรุงกทม.สำหรับน้ำมัน เริ่มจัดเก็บในปี 2559 โดยเก็บจากผู้ประกอบการค้าปลีกขายน้ำมัน</li>



<li>ภาษีการพนัน โดยปกติเป็นภาษีในส่วนที่ราชการอื่นจัดเก็บให้ แต่ย้ายมาเป็นกทม.จัดเก็บเองตั้งแต่ปี 2563 โดยเก็บจากสนามแข่งม้า ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงแห่งเดียวคือ สมาคมราชกรีฑาสโมสร&nbsp;</li>



<li>อากรฆ่าสัตว์ เก็บจากโรงฆ่าสัตว์</li>



<li>ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต ค่ารับและค่าบริการ เก็บจากงานบริการต่างๆ ของกทม. เช่น ค่าเก็บขยะ ค่าทำบัตรประชาชน ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายควบคุมอาคาร</li>



<li>รายได้จากทรัพย์สิน เก็บจากค่าเช่าอาคารสถานที่ที่กทม. เป็นเจ้าของ</li>



<li>รายได้จากสาธารณูปโภค การพาณิชย์และกิจกรรมอื่นๆ เก็บจากโรงรับจำนำและตลาดที่เป็นของกทม.</li>



<li>ค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย เพิ่งเริ่มจัดเก็บตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568</li>



<li>รายได้เบ็ดเตล็ด เป็นรายได้อื่นๆ ของกทม.และเงินเหลือจ่ายจากปีที่ผ่านมาที่ส่งคืน&nbsp;</li>
</ol>
</li>



<li>รายได้ที่ส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้
<ol class="wp-block-list">
<li>ภาษีมูลค่าเพิ่ม เก็บจากการซื้อสินค้าและบริการที่เกิดขึ้นในกทม.</li>



<li>ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน เป็นภาษีที่กรมการขนส่งทางบกจัดเก็บจากภาษีรถยนต์และอื่นๆ และจัดสรรให้กับกทม.&nbsp;</li>



<li>ภาษีสุรา เนื่องจากมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งได้ยกเลิกพระราชบัญญัติจัดสรรเงินภาษีสุรา พ.ศ. 2527 ส่งผลให้ไม่มีการจัดเก็บภาษีสุราตั้งแต่เดือนกันยายน 2560</li>



<li>ภาษีสรรพสามิต เป็นภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าและการบริการบางประเภทโดยกรมสรรพสามิต เช่น สุรา โดยคำนวณตามสัดส่วนจานวนประชากรตามหลักฐานทะเบียนราษฎร และจัดสรรให้ในแต่ละท้องถิ่น</li>



<li>ภาษีและค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิ/นิติธรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เป็นภาษีที่กรมที่ดินจัดเก็บได้ โดยมาจากการภาษีและค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน/นิติกรรมอสังหาริทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโดมิเนียม&nbsp;</li>



<li>ภาษีธุรกิจเฉพาะ เก็บจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ทำธุรกิจ ดังเช่น ธุรกิจเครดิต&nbsp; เงินทุน หลักทรัพย์ ประกันชีวิต รับจำนำ ขายค้ากำไรอสังหาริมทรัพย์ ขายหลักทรัพย์ ฯลฯ&nbsp;</li>



<li>ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุรา เป็นภาษีที่เพิ่งจะมีการจัดเก็บในปี 2562 โดยเก็บจากการร้านค้าขายส่ง ขายปลีก และร้านค้าทั่วไป</li>



<li>ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเล่นการพนัน เป็นภาษีที่เพิ่งจะมีการจัดเก็บในปี 2562 โดยเก็บจากการขออนุญาตเพื่อจัดให้มีการเล่นการพนันประเภทใดประเภทหนึ่งตามพระราชบัญญัติการพนัน เช่น ขายสลากกินแบ่ง แข่งม้า มวย หรือการต่อสู้ของสัตว์&nbsp;</li>



<li>ค่าปรับผู้ละเมิดกฎจราจร เป็นภาษีที่เพิ่งจะมีการจัดเก็บในปี 2562 โดยจัดเก็บจากผู้ที่ละเมิดกฎจราจรโดยสานักงานตำรวจแห่งชาติและแบ่งให้แก่กรุงเทพมหานคร ในอัตราร้อยละ 50 ของจำนวนเงินค่าปรับ&nbsp;</li>
</ol>
</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2567 กรุงเทพฯ จัดเก็บรายได้ได้ 93,231.93 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่เก็บได้ 95,555.76 ล้านบาท โดยในภาพรวมรายได้หลักของกรุงเทพฯ นั้นมาจากภาษีมูลค่าเพิ่มคิดเป็นสัดส่วนกว่า 37.24% รองลงมาคือภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน เกือบ 18% ตามมาด้วยภาษี/ค่าจดทะเบียนสิทธิ/นิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์</p>



<h3 class="wp-block-heading">รายรับที่ กทม. จัดเก็บเอง มาจากค่าอะไรบ้าง&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-5-1-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7611" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-5-1-1-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-5-1-1-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-5-1-1-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-5-1-1-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-5-1-1-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่ารายได้ของกทม. ประมาณ 1 ใน 3 มาจากรายได้ที่ กทม. จัดเก็บเอง ก่อนปี 2562 รายได้หลักมาจาก ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนเกือบ 80% ของรายได้ทั้งหมดในส่วนที่ กทม. จัดเก็บเอง ซึ่งต่อมาเปลี่ยนมาเป็นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 โดย ยกเลิกภาษีภาษีโรงเรือนและที่ดินและภาษีบำรุงท้องที่ ในปี 2563 เป็นปีแรกที่มีการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่เนื่องจากมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2563 ลดจํานวนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 จึงทำให้ในปี 2563 และ 2564 เก็บภาษีส่วนนี้ต่ำกว่าประมาณการ ปี 2565 เป็นต้นมา ภาษีการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเริ่มใกล้เคียงกับภาษีโรงเรือนและที่ดินก่อนหน้านี้ โดยปี 2565 กทม. มีรายได้ 13,239.03 ล้านบาท ปี 2567 มี 17,178.50 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ในปี 2568 รายรับของกทม.ยังรวมถึง ค่าธรรมเนียมน้ำเสีย ซึ่งตั้งแต่ 1 กันยายน 2568 กทม. เริ่มดำเนินการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียแล้ว โดยคิดจากปริมาณการใช้น้ำเดือนก.ย. 68 ที่ร้อยละ 80 คูณด้วยอัตราค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย จัดเก็บเฉพาะพื้นที่บริการบำบัดน้ำเสีย 22 เขต อัตราการจัดเก็บขึ้นอยู่กับประเภทของแหล่งกำเนิดน้ำเสีย</p>



<h3 class="wp-block-heading">รายรับที่ส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้ มาจากค่าอะไรมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-4-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7612" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-4-1-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-4-1-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-4-1-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-4-1-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-4-1-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของรายได้ที่ส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้นั้น จากข้อมูลจะพบว่า รายได้ภาษีที่สูงที่สุดในหมวดนี้ก็คือภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งสูงถึงเกือบ 50% ของรายได้ในหมวดหมู่อื่น ๆ ในส่วนที่ส่วนราชการอื่นจัดเก็บให้ และสูงที่สุดในบรรดารายได้ของกรุงเทพฯ และสูงกว่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ในระบบเดิม) อันเป็นรายได้ที่สูงเป็นอันดับหนึ่งในส่วนที่ กทม.จัดเก็บเองเกือบเท่าตัว ภาษีมูลค่าเพิ่มในส่วนนี้ได้มาจากการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการทั้งหมดบนพื้นที่กรุงเทพมหานคร</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีประชากรตามทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 อยู่ที่ 5,422,568 คน แต่ประชากรที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ จริงๆ นั้น รวมถึงผู้ที่ไม่ได้มีชื่อในทะเบียนราษฎรของกรุงเทพมหานคร ที่เข้ามาอาศัยในเมืองหลวงด้วยการย้ายเข้ามาทำงาน เรียนหนังสือ หรือแม้กระทั่งเข้ามาใช้ชีวิตเป็นประชากรแฝงในช่วงกลางวันหรือกลางคืนอีกกว่า 2 ล้านคน ประชากรกว่า 2 ล้านคนเหล่านี้คือผู้ที่มีส่วนเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กลายมาเป็นรายได้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร ในการนำไปใช้พัฒนาเมืองหลวงแห่งนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">กรุงเทพฯ ใช้เงินไปกับการพัฒนาในด้านใดบ้าง</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-4-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7529" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-4-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-4-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-4-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-4-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-4-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเรานำเอางบประมาณจากสำนักต่าง ๆ ทั้งหมด 22 สำนัก ตั้งแต่ปี 2516-2569 โดยยึดจากสำนักที่มีอยู่ในปัจจุบัน และควบรวมตัวเลขงบฯ จากสำนัก ฝ่าย กอง ในอดีตที่ย้ายมาอยู่ภายใต้สำนักในปัจจุบัน ก็อาจจะทำให้เห็นความเป็นมา ทิศทาง แนวโน้ม ในการแก้ปัญหาหรือพัฒนากรุงเทพฯ โดยการใช้งบประมาณตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน จะพบว่า สำนักที่ใช้งบประมาณมากที่สุดคือสำนักการโยธา จำนวน 209,471.01 ล้านบาท สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะกรุงเทพฯ ต้องวางรากฐานการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้งหลาย และโครงการการก่อสร้างนั้นก็ใช้เงินมหาศาล แต่ในขณะเดียวกัน จากการศึกษาข้อมูลจะพบว่าในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของสำนักการโยธาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้น มีตั้งแต่การทำถนน ทางเดินเท้า สะพาน ที่ทำการของหน่วยงานต่างๆ รวมไปถึงระบบจราจรด้วย เนื่องด้วยสำนักการจราจรและขนส่งนั้นเพิ่งจะตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 นี่เอง จึงอาจกล่าวได้ว่าการใช้งบประมาณฯ ส่วนมากของกรุงเทพฯ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นการนำงบฯ ไปใช้การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งไม่ใช่แค่ขอบข่ายหน้าที่ตามการทำงานของสำนักการโยธาในแบบปัจจุบัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับต่อมาก็คือสำนักสิ่งแวดล้อม จำนวน 163,170.42 ล้านบาท ซึ่งเดิมคือสำนักรักษาความสะอาดในอดีต เน้นดูแลเรื่องขยะของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมาตั้งแต่กรุงเทพมหานครเป็นองค์การปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษมาตั้งแต่ปี 2515 ปัญหาเรื่องเมืองสกปรกนั้นอยู่คู่กับกรุงเทพฯ มาแต่ไหนแต่ไร ทั้งนี้พบว่าในขณะที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่กำลังเติบโต แต่กรุงเทพฯ กลับไม่มีบ่อฝังกลบขยะมาตั้งแต่ต้น แต่ใช้วิธีการนำขยะที่เก็บจากบ้านเรือนไปทิ้งตามที่รกร้างว่างเปล่า อีกทั้งไม่มีบุคลากร และรถเก็บขยะเพียงพอจึงทำให้ขยะตกค้างจำนวนมาก งบประมาณส่วนใหญ่จึงอยู่ที่การสร้างประสิทธิภาพในการจัดเก็บและกำจัดขยะ ซึ่งเป็นมาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่สำหรับงานด้านสิ่งแวดล้อมนั้น เดิมทีเรื่องสวนสาธารณะอยู่ภายใต้สำนักสวัสดิการสังคม ก่อนจะย้ายเข้ามารวมกันจนเกิดเป็นสำนักสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาใหญ่ของการสร้างสวนสาธารณะตั้งแต่แผนพัฒนาฉบับที่หนึ่งก็คือ กรุงเทพมหานครคือไม่มีงบประมาณมากพอที่จะซื้อที่ดินมาจัดทำสวนสาธารณะให้เพียงพอได้ โดยสวนสาธารณะหลายแห่งในกรุงเทพฯ เกิดขึ้นทั้งจากการที่กรุงเทพฯ ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลในช่วงแรกๆ รวมไปถึงเกิดจากโครงการของรัฐบาล หรือโครงการพระราชดำริโดยตรง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับที่สามคือสำนักระบายน้ำ จำนวน 162,687 ล้านบาท โดยสำนักระบายน้ำนั้นดูแลทั้งเรื่องน้ำท่วมและน้ำเสีย จากข้อมูลแม้สำนักระบายน้ำจะอยู่ในอันดับที่สาม แต่จากข้อมูลข้อบัญญัติงบประมาณที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ามีการตั้งงบฉุกเฉิน งบกลาง หรือเงินอุดหนุนจากรัฐบาลมาใช้เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมเรื่อยมา สะท้อนให้เห็นสภาพปัญหาที่เรื้อรังของกรุงเทพฯ โดยแผนพัฒนาฉบับที่สองกล่าวไว้ว่ากรุงเทพฯ เกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งเนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำที่ไหลลงมาจากทางเหนือ รวมไปถึงการขาดประสิทธิภาพในการระบายน้ำในพื้นที่เมืองชั้นใน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น ปัญหาการแก้ปัญหาน้ำท่วมจึงมีทั้งมิติการใช้งบประมาณ และมิติเชิงโครงสร้างอำนาจซ้อนทับอีกที เนื่องด้วยกรุงเทพฯ เองไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยลำพังหากปราศจากรัฐบาล จังหวัดรอบข้างที่เป็นทางผ่านของน้ำ ไม่ว่าจะนำทะเลหรือน้ำเหนือ แต่กรุงเทพฯ เองกลับพยายามทุ่มงบฯ ไปที่การพยายามแก้ปัญหาการระบายน้ำไปที่โครงการขนาดใหญ่อย่างเดียว ดังเช่นที่เราเห็นจากเรื่องอุโมงค์ระบายน้ำที่ล้มเหลวที่ผ่านมา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาการใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ที่มีมิติเชิงโครงสร้างอำนาจซ้อนทับยังมีในส่วนอื่น ๆ อีกมากมาย ดังเช่นในข้อมูลจะเห็นได้ว่าสำนักการแพทย์ สำนักการจราจรและขนส่ง หรือสำนักการศึกษา นั้นใช้งบประมาณมากเป็นอันดับรองๆ ลงมา แต่ในขณะเดียวกันการทำงานของแต่ละสำนักนี้ ยังซ้อนทับไปด้วยองค์กรอื่น ๆ อีกมากมาย อันเนื่องด้วยกรุงเทพฯ นั้นถือเป็นเมืองหลวงของประเทศ เช่น สำนักการจราจรและขนส่ง มีทั้งทางด่วนที่สร้างโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ถนนวงแหวนที่เป็นผลมาจากพระราชดำริ หรือแม้กระทั่งกระทรวงคมนาคมหรือกรมทางหลวง ในขณะที่สำนักการแพทย์ก็มีกระทรวงสาธารณสุข หรือสำนักการศึกษาก็มีกระทรวงศึกษาธิการ งบประมาณฯ ของกรุงเทพฯ ที่รายเขตใช้จ่ายไปยังเรื่องการศึกษาในโรงเรียนในแต่ละเขตส่วนมากในปัจจุบันจึงเป็นเพียงเงินค่าอาหารกลางวัน ค่านม โครงการการศึกษาต่าง ๆ ที่ไม่ใช่การพัฒนาการศึกษาโดยตรง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-5-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7568" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-5-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-5-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-5-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-5-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-income-5-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากการใช้งบประมาณรายปีของสำนักต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร จะเห็นว่า แม้สำนักการโยธาจะเป็นสำนักที่ได้งบประมาณมากเป็นอันดับหนึ่งเรื่อยมา แต่ในช่วงหลัง 10 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555) เราจะเริ่มเห็นงบประมาณของสำนักสิ่งแวดล้อมสูงขึ้นเรื่อย ๆ และในหลาย ๆ ปีสูงกว่าสำนักการโยธาอีกด้วย เช่นเดียวกับสำนักระบายน้ำที่ตีควบคู่กันมา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศ น้ำเสีย การขาดพื้นที่สีเขียว น้ำท่วม ฯลฯ กลายมาเป็นปัญหาใหญ่ของกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานอาจจะมีนั้นมีเพียงแค่ปัญหาการบำรุงรักษา เพราะในช่วงแรกจากแผนพัฒนาฉบับแรก ๆ นั้น กรุงเทพฯ ให้ความสำคัญอย่างมากกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานไปแล้ว ปัจจุบันจึงเป็นการให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น หรือในอีกแง่หนึ่งก็อาจมองได้ว่า กรุงเทพฯ มีปัญหาเรื้อรังคือปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แก้ไขไม่ได้สักที และหากพิจารณาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจาก งบฯ 3 สำนักที่ได้มากที่สุด คือ โยธา สิ่งแวดล้อม ระบายน้ำ ซึ่งคำนวณรวมกันแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่งของงบฯ ทั้งหมดของกรุงเทพฯ ยิ่งจะเห็นว่ากรุงเทพฯ กำลังมีแนวโน้มหรือปัญหาในเรื่องใด</p>



<h3 class="wp-block-heading">รายได้พอไหม วางแผนอนาคตไว้อย่างไรบ้าง&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากรายงานข่าวในช่วงที่ผ่านมาที่ปรากฏว่ากทม. มีรายรับสูงกว่ารายจ่ายตามงบประมาณเป็นจำนวนเงินรวม 5,395,569,089.44 บาท ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดเก็บรายได้ที่สูงกว่าประมาณการ ควบคู่ไปกับการเบิกจ่ายงบประมาณที่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างมากในโซเชียลมีเดีย</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม แม้ กทม. จะมีรายรับสูงกว่ารายจ่ายตามงบประมาณ แต่ กทม. เองก็มีแผนที่จะแก้ไขพรบ.ปี 2528 เพื่อให้สามารถจัดเก็บภาษีประเภทอื่นเพิ่มเติมได้ในอนาคต โดยเฉพาะภาษีค่าธรรมเนียมผู้พักในโรงแรม ซึ่งเป็นภาษีที่ อบจ. มีอำนาจในการเก็บได้ โดยกทม. เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และมีจำนวนโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายรวมกว่า 1,222 แห่ง (มีห้องพักรวมเกือบ 140,000 ห้อง) หากรวมถึงที่พักประเภทอื่นๆ เช่น โฮสเทลและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ อาจจะสูงถึง 8,300 แห่งเลยทีเดียว ซึ่งหากสามารถจัดเก็บภาษีค่าธรรมเนียมผู้พักในโรงแรมในอัตราไม่เกินร้อยละ 3 ของค่าเช่าห้องพัก คาดว่าจะสามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียนจากผู้พักในโรงแรมได้ประมาณ 1,022 ล้านบาท/ปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการนำเสนอแนวคิดการจัดเก็บภาษียาสูบ ซึ่งเป็นภาษีที่ อบจ. มีอำนาจในการจัดเก็บเช่นเดียวกัน ซึ่งหากจัดเก็บภาษียาสูบในอัตรามวลละ 10 สตางค์ ก็จะสามารถเก็บภาษีเพิ่มได้ปีละประมาณ 330 ล้านบาท หรือการเพิ่มภาษีน้ำมันจาก 5 สตางค์ต่อลิตร เป็น 10 สตางค์ต่อลิตร ซึ่งก็จะเพิ่มรายได้ให้ กทม. ได้อีกประมาณ 390 ล้านบาท/ปี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยนอกจากภาษีเหล่านี้แล้ว ในอนาคตยังมีการแนวคิดการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม จากผู้ก่อมลพิษประเภทต่างๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นเครื่องมือในการดูแลควบคุมปัญหาสิ่งแวดล้อมใน กทม. แล้ว ยังนำมาสู่การสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับ กทม. อีกด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkkelection69-budget">https://rocketmedialab.co/database-bkkelection69-budget</a>/</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkkelection69-income/">เลือกตั้ง กทม. : กรุงเทพฯ หาเงินจากไหน ใช้เงินไปกับการพัฒนาในด้านใดบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bangkok Index 2025: อัคคีภัย [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-conflagration-bangkok-index-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 10:26:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ประปาหัวแดง]]></category>
		<category><![CDATA[อัคคีภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟไหม้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7445</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3604;&#3636 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-conflagration-bangkok-index-2025/">Bangkok Index 2025: อัคคีภัย [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลดิบอัคคีภัย สถิติสาธารณภัย ปี 2567 โดยศูนย์ข้อมูลสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และข้อมูลตำแหน่งประปาหัวแดง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2567 โดยสํานักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vSpWJT-8eLixiw6qH0kRum1qx53Z4R9yzZUme4WFJk3l4zjTLEveAScl3JxxqRh3Gp9CtcMUxUWjt-i/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/19c9qfCblaTAK2a4asqcfoezqtyRRGyleJf-JQHWrCUA/edit?gid=0#gid=0">ดาวน์โหลดข้อมูลที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://rocketmedialab.co/conflagration-bangkok-index-2025/">อ่านสำรวจสถานการณ์อัคคีภัยในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-conflagration-bangkok-index-2025/">Bangkok Index 2025: อัคคีภัย [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bangkok Index 2025: สาธารณสุข [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-public-health-bangkok-index-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 10:21:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[สถานบริการสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7399</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3604;&#3636 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-public-health-bangkok-index-2025/">Bangkok Index 2025: สาธารณสุข [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลดิบข้อมูลดิบสาธารณสุข จำนวนสถานบริการสาธารณสุข ปี 2568 และสัดส่วนผู้ป่วยนอกที่รับไว้รักษาในโรงพยาบาลโดยใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้าต่อประชากรที่มีสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า 100,000 คน ปี 2568 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTYXIXpKb7LHUp7BCI08kVj0WwekRljg6lAoVicMhTvgQcmMtLQu5O_xSi02LHosHR5dSgG02TB1DJB/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1SAhOIFM-5cKMuNtys5zVGlLL9ZivMhFjaGQOsZQUxqc/edit?gid=0#gid=0">ดาวนโหลดข้อมูลที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/public-health-bangkok-index-2025/">สำรวจสาธารณสุขในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-public-health-bangkok-index-2025/">Bangkok Index 2025: สาธารณสุข [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bangkok Index 2025: ขนส่งสาธารณะ [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-public-transportation-bangkok-index-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 10:16:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ขนส่งสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[รถเมล์]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7402</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3604;&#3636 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-public-transportation-bangkok-index-2025/">Bangkok Index 2025: ขนส่งสาธารณะ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลดิบขนส่งสาธารณะ ข้อมูลสายรถเมล์โดย Rocket Media Lab และ Via Bus ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 และข้อมูลสถานีรถไฟฟ้า จากการรวบรวมของ Rocket Media Lab</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTxPD1iNmH7CFVysCt7IeOVSW6pSDAiUJXCCcBNeiDvod_eQAUs5QoRhj8gcWsPh5UQzkWsew8XnvwJ/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1-q6xJd9GM9rZaK5xJtqAbglZf8DwrznPckGO8II-ZAk/edit?gid=0#gid=0">ดาวน์โหลดข้อมูลที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://rocketmedialab.co/public-transportation-bangkok-index-2025/">อ่านสำรวจขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-public-transportation-bangkok-index-2025/">Bangkok Index 2025: ขนส่งสาธารณะ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bangkok Index 2025: การศึกษา [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-education-bangkok-index-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 10:08:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7404</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3604;&#3636 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-education-bangkok-index-2025/">Bangkok Index 2025: การศึกษา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลดิบการศึกษา ข้อมูลสัดส่วนโรงเรียนต่อ 1,000 ประชากร ในช่วงอายุ 0-18 ปี และสัดส่วนครูต่อ 1,000 ประชากร ในช่วงอายุ 0-18 ปี จากข้อมูลสารสนเทศการศึกษา ปีการศึกษา 2568 โดยศูนย์ข้อมูลการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vT7T_pS9RZv_hu4PKLVMTox_qjwyl_UjwJWRt1bkXWYwNB7RWFPzgw5joifXpzBBUAk-7o12UA_eNa6/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/141Xqc7cBTye-XPDJvaRp1gsBXiBhU0FhE4IREciTxGs/edit?gid=0#gid=0">ดาวน์โหลดข้อมูลที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://rocketmedialab.co/education-bangkok-index-2025/">อ่านสำรวจการศึกษาในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-education-bangkok-index-2025/">Bangkok Index 2025: การศึกษา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bangkok Index 2025: คุณภาพชีวิต [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-quality-of-life-bangkok-index-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[tanabadee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 10:05:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ลานกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสมุด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7406</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3604;&#3636 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-quality-of-life-bangkok-index-2025/">Bangkok Index 2025: คุณภาพชีวิต [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลดิบคุณภาพชีวิต สัดส่วนลานกีฬาในเขตต่อ 1,000 ประชากร สัดส่วนห้องสมุดในเขต และบ้านหนังสือในเขตต่อ1,000 ประชากร และสัดส่วนศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนต่อ 1,000 ประชากรอายุ 0-6 ปี อ้างอิงจากที่ตั้งลานกีฬา ปี 2567 โดยกรุงเทพมหานคร ที่ตั้งห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ ปี 2567 โดยกรุงเทพมหานคร ข้อมูลบ้านหนังสือ จำแนกตามเขตการปกครองกรุงเทพมหานคร ปี 2567 และจำนวนศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนตามเขตทั้งหมด  ปี 2567 โดยสำนักพัฒนาสังคม</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTHE_c_uPKV8mI3Lx8QIAtiyiPULPCSdVMkurLu-EZN4D4nTIjGUfNle7SbKhTZ6BD7WVN51qiRRkja/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1xz_OumQJBJ_PeMKcQIXczEYnhYaA6Xw-Awlr4bEOLyM/edit?gid=0#gid=0">ดาวน์โหลดข้อมูลที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://rocketmedialab.co/quality-of-life-bangkok-index-2025/">อ่านสำรวจคุณภาพชีวิตในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-quality-of-life-bangkok-index-2025/">Bangkok Index 2025: คุณภาพชีวิต [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bangkok Index 2025: งบประมาณรายเขต [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-budget-bangkok-index-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 09:58:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณรายจ่ายประจำปี]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณรายเขต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7408</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3604;&#3636 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-budget-bangkok-index-2025/">Bangkok Index 2025: งบประมาณรายเขต [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลดิบงบประมาณรายเขต สัดส่วนงบประมาณต่อประชากรในแต่ละเขต อ้างอิงจากข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ปี 2568</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQw8QwNXdrRERlHvBSQ7QWul-27ET7YmfWf5838Kr-I5RmB0GFCz4sbnCIBsiYw2QFMNsSUZ_WR_fyO/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1ZGi6NOI5r012bQahsimiMS1M5aUCme1S0qZXaOj8m7w/edit?gid=0#gid=0">ดาวน์โหลดข้อมูลที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/budget-bangkok-index-2025/">สำรวจงบประมาณรายเขตในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-budget-bangkok-index-2025/">Bangkok Index 2025: งบประมาณรายเขต [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bangkok Index 2025: รายได้จากการจัดเก็บภาษี [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-taxation-bangkok-index-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 09:55:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีบำรุงท้องที่]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีป้าย]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีโรงเรือนและที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้จากการจัดเก็บภาษี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7410</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3604;&#3636 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-taxation-bangkok-index-2025/">Bangkok Index 2025: รายได้จากการจัดเก็บภาษี [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลดิบการจัดเก็บภาษี 5 ประเภท ปี 2568 ได้แก่ ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีบำรุงกรุงเทพมหานครสำหรับน้ำมันฯ สำนักการคลัง กรุงเทพมหานคร</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRmGUIIsr8ASTI0iLgGlyCjgnmOHG8inigi55AwDZH8jGd3IUHkwUmeGv9vAnVFj_MqxRqjUgc6E411/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1Pqf_jNTF5hwiaXnPhZ-3uYVa_IvJP7K0Z6AL-KCxvJQ/edit?gid=0#gid=0">ดาวน์โหลดข้อมูลที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/taxation-bangkok-index-2025/">สำรวจรายได้จากการจัดเก็บภาษีในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-taxation-bangkok-index-2025/">Bangkok Index 2025: รายได้จากการจัดเก็บภาษี [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
