<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Tue, 12 May 2026 11:15:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ข้อมูลบิดเบือนในยุค AI: บทเรียนจากต่างประเทศ</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/ai-disinformation-global-lessons/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 May 2026 11:28:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7345</guid>

					<description><![CDATA[<p>Author: &#3624;&#3624;&#3636;&#3611;&#3619;&#3632;&#361 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/ai-disinformation-global-lessons/">ข้อมูลบิดเบือนในยุค AI: บทเรียนจากต่างประเทศ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>Author: ศศิประภา มิมาชา</strong></p>



<p>ปัจจุบัน ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้ามามีบทบาทในหลากหลายมิติของสังคม ทั้งด้านเศรษฐกิจ การสื่อสาร การศึกษา และการเมือง โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง (Generative AI) ที่สามารถสร้างข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอเสมือนจริงได้อย่างสมจริง เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการสื่อสารอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เกิดการนำไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น การสร้างข้อมูลบิดเบือน (Disinformation) การปลอมแปลงตัวตน หรือการสร้างสื่อสังเคราะห์อย่างดีปเฟก (Deepfake) เพื่อชี้นำหรือบิดเบือนความเข้าใจของสาธารณะ</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ หลายประเทศจึงเริ่มพัฒนากรอบกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลการใช้ปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะในมิติของการกำกับดูแลสื่อและเนื้อหาดิจิทัล บทความนี้จึงมุ่งศึกษาการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ และดีปเฟกในมิติของสื่อและข้อมูลข่าวสาร โดยวิเคราะห์แนวทางการจัดการความเสี่ยง ความท้าทาย และแนวโน้มสำคัญของการพัฒนากฎหมายในต่างประเทศ เพื่อนำมาใช้เป็นบทเรียนสำหรับการพัฒนานโยบายของประเทศไทยในอนาคต</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สหภาพยุโรป: การกำกับดูแลเนื้อหาดิจิทัลเชิงป้องกัน บนพื้นฐานของความเสี่ยง</strong></h3>



<p>แนวทางที่สหภาพยุโรปนำมาใช้วางกรอบกฎหมายเพื่อกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ ผสานรวมกันระหว่างกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ (AI Act) และกฎหมายบริการดิจิทัล (Digital Services Act: DSA) ซึ่งเป็นความพยายามกำกับดูแล ทั้งในส่วนของเอไอ และแพลตฟอร์มดิจิทัลไปพร้อมกัน</p>



<p>กฎหมายปัญญาประดิษฐ์ นำรูปแบบการกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยงมาใช้ โดยกำหนดให้การใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง (Generative AI) โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบที่สร้างสื่อสังเคราะห์ (Synthetic Media) เช่น ดีปเฟก (Deepfakes) จะต้องมีภาระหน้าที่เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เนื้อหาที่สร้างหรือดัดแปลงโดยปัญญาประดิษฐ์จะต้องได้รับการระบุอย่างชัดเจน หากมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ผู้ใช้งาน แนวทางนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ “การกำกับดูแลเชิงป้องกัน” ซึ่งมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงก่อนที่เนื้อหาดังกล่าวจะเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง (European Parliament, 2024; European Commission, 2024)</p>



<p>ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายบริการดิจิทัล (Digital Services Act หรือ DSA) ในปี 2565 กฎหมายนี้วางกรอบการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการบริหารจัดการ “ความเสี่ยงเชิงระบบ” (systemic risks) ภายในสภาพแวดล้อมดิจิทัล กำหนดให้แพลตฟอร์มดำเนินการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน การชักจูงทางข้อมูล รวมถึงผลกระทบจากอัลกอริทึมที่อาจส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นอันตราย นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดด้านความโปร่งใส การรายงาน และการตรวจสอบโดยอิสระ เพื่อยกระดับความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มต่อระบบนิเวศข้อมูลโดยรวม&nbsp;</p>



<p>แม้ว่า DSA จะมิได้มุ่งเน้นการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์โดยตรง แต่ก็มีบทบาทสำคัญในการจัดการผลกระทบของเอไอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของการเผยแพร่และขยายเนื้อหาที่สร้างขึ้นโดยระบบอัตโนมัติ</p>



<p>แบบจำลองของสหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความสามารถในการตรวจสอบ และการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงระบบ ซึ่งเป็นกรอบการกำกับดูแลที่สำคัญต่อการจัดการปัญหาการบิดเบือนข้อมูลที่สร้างโดยเอไอ โดยเฉพาะในบริบททางการเมืองที่มีความละเอียดอ่อน&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายบริการดิจิทัล (Digital Services Act) และกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ (AI Act) อาจส่งผลให้เกิดภาระในการปฏิบัติตามสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย เนื่องจากกฎหมายของสหภาพยุโรปเป็นแบบจำลองการกำกับดูแลที่มีมาตรฐานสูง (High-standard regulatory model) ซึ่งกำหนดภาระหน้าที่ของผู้ประกอบการในหลายมิติ อาทิ การจำแนกความเสี่ยงของบัญชีผู้ใช้ การจัดทำรายงานความโปร่งใส และการตรวจสอบการทำงานของระบบและเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม (Bradford, 2023; Veale, 2021)</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สหรัฐอเมริกา: แนวทางแบบแยกส่วนและการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก</strong></h3>



<p>สหรัฐอเมริกาใช้รูปแบบการกำกับดูแลแบบแยกส่วน โดยยังไม่มีกฎหมายที่ครอบคลุมเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ในระดับรัฐบาลกลาง การกำกับดูแลจึงกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ และผ่านกฎหมายระดับมลรัฐ แนวทางนี้ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำให้รัฐมีข้อจำกัดในการควบคุมเนื้อหาโดยตรง</p>



<p>ประเด็นสำคัญที่ถกเถียงอย่างกว้างขวางในยุคปัญญาประดิษฐ์ คือบทบาทของมาตรา 230 แห่งพระราชบัญญัติ Communications Decency Act (พ.ศ. 2539) ซึ่งเดิมมีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองแพลตฟอร์มจากความรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่สร้างโดยผู้ใช้ (user-generated content) หรือที่เรียกว่า “safe harbor”</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การเกิดขึ้นของเอไอทำให้ขอบเขตระหว่าง “ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม” และ “ผู้สร้างเนื้อหา” เริ่มคลุมเครือมากขึ้น ฝ่ายหนึ่งเห็นว่ามาตรา 230 ไม่ควรนำมาใช้กับเนื้อหาที่สร้างโดยเอไอ เนื่องจากระบบไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางในแบบเดียวกับเสิร์ชเอนจิน แต่มีบทบาทสร้างและเรียบเรียงเนื้อหาใหม่ ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการมีสถานะใกล้เคียงกับผู้ผลิตเนื้อหามากขึ้น ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่า หากลดทอนความคุ้มครองนี้ อาจส่งผลให้เกิดภาระทางกฎหมายและความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้องเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ และอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเทคโนโลยีโดยรวมได้</p>



<p>ข้อถกเถียงดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่และยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า กรอบกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจไม่สอดคล้องกับระบบนิเวศของปัญญาประดิษฐ์ในยุคปัจจุบัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ผลกระทบจากปัญญาประดิษฐ์ในภาคการเมืองและภาคธุรกิจ: กรณีศึกษา อเมริกา จีน และเกาหลีใต้&nbsp;</strong></h3>



<p>ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้ส่งผลเฉพาะในด้านเทคโนโลยีหรือเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อความมั่นคงทางการเมือง ความน่าเชื่อถือของข้อมูล และความเชื่อมั่นของสังคมในวงกว้าง โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีอย่างดีปเฟกและสื่อสังเคราะห์ถูกนำมาใช้ในบริบทที่อ่อนไหว เช่น การเลือกตั้ง การหลอกลวงทางการเงิน หรือการปลอมแปลงตัวตน ทำให้หลายประเทศเริ่มออกมาตรการเพื่อควบคุมและกำกับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น</p>



<p>กรณีศึกษาที่นำเสนอในส่วนนี้ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา จีน และเกาหลีใต้ ซึ่งสะท้อนแนวทางการกำกับดูแลที่แตกต่างกันตามบริบททางการเมืองและกฎหมายของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและจีนที่ถือเป็นประเทศผู้นำด้านการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ และเป็นคู่แข่งสำคัญด้านเทคโนโลยีของโลก แม้ทั้งสองประเทศจะมีบทบาทในการผลักดันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ แต่ก็ยังต้องเผชิญกับผลกระทบจากการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าว และจำเป็นต้องพัฒนามาตรการกำกับดูแลเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ขณะที่เกาหลีใต้เป็นตัวอย่างของประเทศในเอเชียที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองกระบวนการเลือกตั้งและการจัดการความเสี่ยงจากสื่อสังเคราะห์อย่างจริงจัง</p>



<p><strong>กรณีศึกษาที่ I: สหรัฐอเมริกา กับการกำกับดูแลเชิงคาดการณ์ในบริบทของการเลือกตั้ง</strong></p>



<p>สหรัฐอเมริกาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การออกกฎหมายเกี่ยวกับเทคโนโลยีดีปเฟก มิได้รอให้เกิดปัญหาใหญ่ก่อน แต่เริ่มต้นจาก “ความกังวลล่วงหน้า” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2020 ซึ่งเตือนว่าสื่อที่สร้างโดยเอไออาจถูกนำมาใช้เพื่อชี้นำความคิดของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เช่น การเผยแพร่วิดีโอปลอมในช่วงใกล้การเลือกตั้งที่ประชาชนอาจไม่มีเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริง (Persily, 2020)</p>



<p>เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว หลายรัฐออกกฎหมายจำกัดการใช้เทคโนโลยีดีปเฟกในบริบททางการเมืองช่วงการเลือกตั้ง ในขณะที่หน่วยงานระดับรัฐบาลกลางยังคงมุ่งเน้นมาตรการทางเทคนิค เช่น การติดลายน้ำ (watermarking) และการยืนยันแหล่งที่มาของเนื้อหา มากกว่าการออกกฎหมายควบคุมโดยตรง (White House, 2023)</p>



<p>ในการเลือกตั้งปี 2024 สหรัฐอเมริกาเริ่มเผชิญกับผลกระทบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น กรณี “robocall” ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปลอมแปลงเสียงของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อโทรศัพท์หาผู้มีสิทธิเลือกตั้งในมลรัฐนิวแฮมป์เชียร์ โดยมีเนื้อหาที่แนะนำให้ “งดเว้นการลงคะแนนเสียง” ซึ่งถือเป็นตัวอย่างแรกๆ ของการนำเอไอมาใช้เพื่อแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้งโดยตรง</p>



<p>ในขณะเดียวกัน ยังเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “liar’s dividend” ซึ่งนักการเมืองอาจอ้างว่า “คลิปนี้เป็นเอไอปลอม” เพื่อปฏิเสธความรับผิดชอ แม้ในบางกรณีจะเป็นเรื่องจริง เหตุการณ์เหล่านี้นำไปสู่แรงกดดันในการออกกฎหมายเพิ่มเติม เช่น การกำหนดความผิดสำหรับการใช้เอไอสร้างภาพอนาจารปลอม และการห้ามใช้เทคโนโลยีดีปเฟกเพื่อรบกวนการเลือกตั้งในช่วงก่อนวันลงคะแนนเสียง</p>



<p>ภาพรวมสะท้อนแนวทาง –ระวังไว้ก่อน แทรกแซงเท่าที่จำเป็น–- ซึ่งได้รับอิทธิพลจากหลักเสรีภาพในการแสดงออก ส่งผลให้กฎหมายยังคงมีขอบเขตจำกัดและเฉพาะบริบท ข้อดีคือสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วในบางกรณี แต่ข้อจำกัดคือ กฎหมายมีลักษณะกระจัดกระจาย ทำให้การรับมือกับปัญหาในภาพรวมยังไม่เต็มประสิทธิภาพ (Chesney, 2019)</p>



<p><strong>กรณีศึกษาที่ II: จีน — การกำกับดูแลเชิงป้องกันแบบรัฐเป็นศูนย์กลาง</strong></p>



<p>ประเทศจีนมีแนวทางที่แตกต่างออกไป โดยมองว่าปัญญาประดิษฐ์และสื่อสังเคราะห์เป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของสังคม</p>



<p>ในช่วงที่ผ่านมา มีกรณีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้เอไอเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การปลอมแปลงเสียงเพื่อหลอกลวงให้โอนเงิน และการใช้เทคโนโลยีดีปเฟก (deepfake) ในการสนทนาผ่านวิดีโอคอลเพื่อแอบอ้างตัวบุคคล โดยในปี 2024 ได้เกิดกรณีในฮ่องกงที่พนักงานบริษัทถูกหลอกให้โอนเงินจำนวนมหาศาล ภายหลังจากการเข้าร่วมการประชุมออนไลน์ที่ผู้เข้าร่วมทั้งหมดเป็นภาพดีปเฟก อีกตัวอย่างหนึ่งคือแอปพลิเคชันเปลี่ยนใบหน้า (face-swapping) ที่นำใบหน้าของบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าหรือการหลอกลวง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทางการจีนได้ออกระเบียบควบคุมเทคโนโลยีดีปซินเธซิส (Deep Synthesis) ซึ่งกำหนดให้ระบุแหล่งที่มาของเนื้อหาที่สร้างโดยเอไอ กำหนดข้อบังคับในการยืนยันตัวตน และบูรณาการกลไกการปฏิบัติตามกฎหมายเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของแพลตฟอร์ม (Heather Chen., 2024) (China Law Translate, 2022)</p>



<p>แนวทางนี้ถือเป็นการควบคุมตั้งแต่ต้นทาง โดยฝังข้อกำหนดทางกฎหมายไว้ในระบบของแพลตฟอร์มก่อนที่เนื้อหาจะถูกเผยแพร่ ข้อดีคือสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออกและการใช้อำนาจรัฐเกินขอบเขต ทั้งนี้ กรณีของจีนได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการบังคับใช้กฎหมายเฉพาะสำหรับเทคโนโลยีในทางปฏิบัติ</p>



<p><strong>กรณีศึกษาที่ III: เกาหลีใต้ — มาตรการคุ้มครองการเลือกตั้งแบบมุ่งเป้า</strong></p>



<p>กรณีของเกาหลีใต้เป็นตัวอย่างล่าสุดของการปฏิรูปกฎหมายที่มีเป้าหมายเฉพาะเจาะจง โดยมุ่งเน้นไปที่การเลือกตั้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากเนื้อหาทางการเมืองที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ความกังวลเกี่ยวกับสื่อสังเคราะห์ที่มีความสมจริงมากขึ้น</p>



<p>ในช่วงการเลือกตั้งปี 2022 และ 2024 มีการสร้าง “เอไอตัวแทน” ของผู้สมัครรับเลือกตั้งขึ้นมาเพื่อตอบคำถามประชาชน แม้ในช่วงแรกจะดูสร้างสรรค์ แต่ต่อมาเริ่มมีวิดีโอดีปเฟกที่ทำให้ผู้สมัครดูเหมือนกำลังกล่าวถ้อยคำดูหมิ่นผู้อื่นหรือแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา (Public Official Election Act) ที่กำหนดให้การเผยแพร่ดีปเฟกที่มีเจตนาร้ายในช่วง 90 วันก่อนการเลือกตั้งเป็นความผิดทางอาญา (Kim, 2023)</p>



<p>แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงการดำเนินการเชิงป้องกันในช่วงเวลาที่สำคัญยิ่ง เพื่อธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญประการหนึ่งคือการจำแนกความแตกต่างระหว่าง “การแสดงออกเชิงล้อเลียน” กับ “การบิดเบือนข้อมูลที่เป็นอันตราย” ซึ่งในทางปฏิบัติยังคงขาดความชัดเจน และอาจส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น</p>



<p>จากกรณีศึกษาเหล่านี้ สามารถสรุปรูปแบบความพยายามกำกับดูแลเอไอได้ 3 ประการ:</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>แรงผลักดันทางกฎหมาย: การริเริ่มทางกฎหมายมักไม่ได้มีสาเหตุหลักมาจากความเสียหายขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นแล้ว หากแต่เกิดจากการประเมิน “ความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้” และความกังวลเชิงนโยบายล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงที่ผ่านมา เช่น การใช้ปัญญาประดิษฐ์แทรกแซงการเลือกตั้ง หรือการฉ้อโกงด้วยเทคโนโลยีดีปเฟก ได้ยืนยันการมีอยู่จริงของความเสี่ยงเหล่านี้และเห็นได้ถึงศักยภาพในการก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคม</li>
</ol>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>โครงสร้างการกำกับดูแลที่แตกต่างกัน: รูปแบบการกำกับดูแลมีความหลากหลายตามบริบททางการเมืองและสถาบัน โดยมีตัวอย่างดังนี้ สหรัฐอเมริกาใช้แนวทางแบบแยกส่วน โดยเน้นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จีนบังคับใช้การกำกับดูแลเชิงป้องกันแบบรวมศูนย์ โดยรัฐมีบทบาทสำคัญ เกาหลีใต้มุ่งเน้นการออกกฎหมายเฉพาะจุด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองกระบวนการเลือกตั้ง</li>
</ol>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>จุดร่วมเชิงนโยบาย: แม้ว่ารูปแบบการกำกับดูแลจะแตกต่างกัน แต่ทุกประเทศเริ่มนำเครื่องมือที่คล้ายคลึงกันมาใช้ ได้แก่ 1) การติดป้ายกำกับเนื้อหาที่สร้างโดยเอไอ 2) การกำหนดความรับผิดชอบสำหรับการใช้เอไอในทางที่ก่อให้เกิดอันตราย 3) การแทรกแซงบนพื้นฐานของระดับความเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีความอ่อนไหว เช่น การเลือกตั้ง</li>
</ol>



<p>กรณีศึกษาเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างที่สำคัญ เนื่องจากประเทศไทยยังขาดทั้งมาตรการป้องกันเชิงรุกในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูง และระบบการประสานงานที่มีประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อการบิดเบือนข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;</p>



<p>ช่องว่างดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นปัญหาทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของระบบการกำกับดูแลโดยรวม ซึ่งยังคงอาศัยการตอบสนองภายหลังเหตุการณ์เป็นหลัก ในบริบทที่ข้อมูลสามารถถูกสร้างและเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็วผ่านเทคโนโลยีเอไอ การขาดกลไกเชิงป้องกันและการประสานงานเชิงระบบ จึงอาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางสังคมและการเมือง</p>



<p><strong>References</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><em>China Law Translate. (2022, December 11). Provisions on the Administration of Deep Synthesis Internet Information Services. Retrieved from China Law Translate: https://www.chinalawtranslate.com/en/deep-synthesis/</em></li>



<li><em>Bradford, A. (2023). Digital Empires. The Global Battle to Regulate Technology. New York: Oxford University Press.</em></li>



<li><em>Chesney, R. C. (2019). Deep fakes: A looming challenge for privacy, democracy, and national security. California Law Review, 107, 1753-1782.</em></li>



<li><em>Creemers, R. (2022). China’s deep synthesis provisions: The first step in regulating generative AI? DigiChina. Stanford University. doi:https://digichina.stanford.edu/</em></li>



<li><em>European Commission. (2024). The Digital Services Act: Ensuring a safe and accountable online environment. Retrieved from https://digital-strategy.ec.europa.eu/en/policies/digital-services-act</em></li>



<li><em>European Parliament. (2024). Artificial Intelligence Act: EU authorities agree on landmark rules for AI. Retrieved from https://www.europarl.europa.eu/news/en/press-room/20240308IPR19015/artificial-intelligence-act-meps-adopt-landmark-law</em></li>



<li><em>Floridi, L. C. (2018). AI4People—An ethical framework for a good AI society: Opportunities, risks, principles, and recommendations. Minds and Machines, 28(4), 689-707.</em></li>



<li><em>George, C. (2020). Air-conditioned nation revisited: Essays on Singapore politics. Ethos Books.&nbsp;</em></li>



<li><em>Hacker, P. (2024). The European AI Act and the UK Online Safety Act: A comparative analysis of systemic risk regulation. International Journal of Law and Information Technology, 32(1), 15-38.</em></li>



<li><em>Heather Chen., K. M. (2024, February 4). Finance worker pays out $25 million after video call with deepfake ‘chief financial officer’. Retrieved from CNN World: https://edition.cnn.com/2024/02/04/asia/deepfake-cfo-scam-hong-kong-intl-hnk</em></li>



<li><em>Human Rights Watch. (2020). Thailand: Computer Crime Act being used to silence critics.&nbsp;</em></li>



<li><em>Kim, S. (2023). Targeted electoral safeguards in the age of AI: The case of South Korea. Journal of East Asian Studies, 45-67.</em></li>



<li><em>Persily, N. (2020). The platform ideology. Journal of Democracy.&nbsp;</em></li>



<li><em>Secretary of State for Science, Innovation and Technology. (2024). A pro-innovation approach to AI regulation: Amended government response. HM Government.</em></li>



<li><em>Tan, N. (2021). Disinformation and the law: POFMA and the regulation of free speech in Singapore. Asian Journal of Comparative Law, 1-22.</em></li>



<li><em>Veale, M. &amp;. (2021). Demystifying the Draft AI Act: Analysing the law, politics and safeguards of the European Commission’s proposed AI regulation. Computer Law Review International, 22(4), 97-112.</em></li>



<li><em>Wagner, B. (2021). Global governance of AI: Mapping the policy landscape. Oxford University Press.</em></li>



<li><em>White House. (2023, October 30). Safe, Secure, and Trustworthy Development and Use of Artificial Intelligence. Executive Office of the President.</em></li>
</ul>



<p>บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Indo-Pacific Media Resilience Program โดย Internews</p>
<div class="simplesocialbuttons simplesocial-round-icon simplesocialbuttons_inline simplesocialbuttons-align-right post-7345 post  simplesocialbuttons-inline-no-animation">
<button class="simplesocial-fb-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Share" data-href="https://www.facebook.com/sharer/sharer.php?u=https://rocketmedialab.co/ai-disinformation-global-lessons/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Facebook </span> </button>
<button class="simplesocial-msng-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Messenger Share" onClick="javascript:window.open( this.dataset.href, '_blank',  'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600' );return false;" data-href="http://www.facebook.com/dialog/send?app_id=891268654262273&redirect_uri=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fai-disinformation-global-lessons%2F&link=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fai-disinformation-global-lessons%2F&display=popup" ><span class="simplesocialtxt">Messenger</span></button> 
<button class="simplesocial-twt-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Twitter Share" data-href="https://twitter.com/intent/tweet?text=%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84+AI%3A+%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8&url=https://rocketmedialab.co/ai-disinformation-global-lessons/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Twitter</span> </button>
<button onClick="javascript:window.print();return false;"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Print Share" class="simplesocial-print-share" ><span class="simplesocialtxt">Print</span></button>
</div>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/ai-disinformation-global-lessons/">ข้อมูลบิดเบือนในยุค AI: บทเรียนจากต่างประเทศ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าแรงขั้นต่ำ 2026 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-may-minimumwage-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 12:31:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[minimumwage]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างขั้นต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าแรงขั้นต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7339</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3626;&#3635;&#3619;&#3623;&#3592;&#3588;&#3656;&#3634 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-may-minimumwage-2026/">ค่าแรงขั้นต่ำ 2026 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สำรวจค่าแรงขั้นต่ำ ใน 74 ประเทศและดินแดนทั่วโลกในปี 2026</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRd5c4sjzC30itfkK6QBxapYoEiLY7StFaQOo7RLZk4ERZF_F_OaQzve7YtmU2cv19n-dKd9yx13fGS/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p>ดาวน์โหลด<a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1jIJr3huYVtzYj9EAdZnhrcSBY4NNuOFIk4bPKyICkF4/edit?usp=sharing">ที่นี่</a></p>



<p>อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/may-minimumwage-2026">ค่าแรงขั้นต่ำยังขึ้นไหมในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากสงคราม : สำรวจการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วโลกในวันแรงงานปี 2026</a></p>



<p></p>
<div class="simplesocialbuttons simplesocial-round-icon simplesocialbuttons_inline simplesocialbuttons-align-right post-7339 post  simplesocialbuttons-inline-no-animation">
<button class="simplesocial-fb-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Share" data-href="https://www.facebook.com/sharer/sharer.php?u=https://rocketmedialab.co/database-may-minimumwage-2026/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Facebook </span> </button>
<button class="simplesocial-msng-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Messenger Share" onClick="javascript:window.open( this.dataset.href, '_blank',  'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600' );return false;" data-href="http://www.facebook.com/dialog/send?app_id=891268654262273&redirect_uri=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fdatabase-may-minimumwage-2026%2F&link=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fdatabase-may-minimumwage-2026%2F&display=popup" ><span class="simplesocialtxt">Messenger</span></button> 
<button class="simplesocial-twt-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Twitter Share" data-href="https://twitter.com/intent/tweet?text=%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3+2026+%5B%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%9A%5D&url=https://rocketmedialab.co/database-may-minimumwage-2026/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Twitter</span> </button>
<button onClick="javascript:window.print();return false;"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Print Share" class="simplesocial-print-share" ><span class="simplesocialtxt">Print</span></button>
</div>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-may-minimumwage-2026/">ค่าแรงขั้นต่ำ 2026 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าแรงขั้นต่ำยังขึ้นไหมในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากสงคราม : สำรวจการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วโลกในวันแรงงานปี 2026</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/may-minimumwage-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 12:29:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[economy]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[minimumwage]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างขั้นต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าแรงขั้นต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[วันแรงงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7336</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3651;&#3609;&#3626;&#3606;&#3634;&#3609;&#3585;&#3634 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/may-minimumwage-2026/">ค่าแรงขั้นต่ำยังขึ้นไหมในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากสงคราม : สำรวจการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วโลกในวันแรงงานปี 2026</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<p>ในสถานการณ์โลกที่ร้อนระอุจากสงครามในตะวันออกกลางที่กำลังทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว ข้างของแพงขึ้นจากวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนต่างๆ เป็นที่น่าสนใจว่าในวันแรงงาน 1 พฤษภาคม ปี 2026 นี้ มีประเทศไหนบ้างที่ยังคงขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ</p>



<p>Rocket Media Lab สำรวจข้อมูลค่าแรงขั้นต่ำทั่วโลกว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ยังมีประเทศไหนบ้างที่ยังคงขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในวันแรงงานปี 2026 นี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info-wage2026-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-7341" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info-wage2026-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info-wage2026-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info-wage2026-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info-wage2026-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info-wage2026-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info-wage2026-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info-wage2026-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info-wage2026.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>จากการสำรวจการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำใน 74 ประเทศ/ดินแดน โดยไม่นับรวมสวีเดน เดนมาร์ก อิตาลี ที่ไม่มีการกำหนดค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายแต่ใช้ระบบการเจรจาต่อรองผ่านสหภาพแรงงานที่เข้มแข็ง พบว่า มี 31 ประเทศที่ปรับขึ้นค่าแรงอย่างสม่ำเสมอทั้งในปี 2025 และ 2026 มี 9 ประเทศที่ยังตรึงอัตราเดิมและไม่มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในปีนี้ มี 7 ประเทศที่มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเฉพาะในปี 2025 ที่ผ่าน และมี 3 ประเทศที่มีการประกาศปรับขึ้นเฉพาะในปี 2026&nbsp;&nbsp;</p>



<p>(หมายเหตุ: การแปลงค่าเงินเป็นเงินบาทไทยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 โดย 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.57 บาทไทย)&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ทวีปยุโรป ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นประจำสม่ำเสมอที่สุด</h3>



<p>ทวีปที่น่าสนใจที่สุดและมีการปรับขึ้นค่าแรงสม่ำเสมอคือทวีปยุโรป ซึ่งหลายประเทศได้พาเหรดกันปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้นปี 2026 โดยขึ้นเป็นประจำในเดือนมกราคม เนื่องจากโดยมากประเทศในภูมิภาคนี้มักจะมีนโยบายปรับฐานรายได้ไปพร้อมๆ กันเพื่อรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจของภูมิภาค กล่าวคือ หากทวีปยุโรปขึ้น ประเทศในทวีปยุโรปก็จะขึ้นให้สอดคล้องกัน&nbsp;</p>



<p>จากการสำรวจพบว่ากลุ่มประเทศในยุโรปที่ขึ้นค่าแรงอย่างสม่ำเสมอทั้งปี 2025 และ 2026 ได้แก่<a href="https://www.gov.uk/national-minimum-wage-rates">สหราชอาณาจักร</a>มีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 12.71 ปอนด์ หรือประมาณ 591 บาท <a href="https://www.workinnl.nl/en/wages/minimum/default.aspx#:~:text=Starting%20from%201%20January%202026,is%20%E2%82%AC7.36%20an%20hour">เนเธอร์แลนด์</a>มีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 14.71 ยูโร หรือประมาณ 581 บาท <a href="https://knowledge.dlapiper.com/dlapiperknowledge/globalemploymentlatestdevelopments/2025/National-Minimum-Wage-to-increase-?">ไอร์แลนด์</a>มีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 14.15 ยูโร หรือประมาณ 559 บาท <a href="https://arlettipartners.com/aumento-minimo-salariale-germania-2026">เยอรมนี</a>มีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 13.90 ยูโร หรือประมาณ 549 บาท ซึ่งของเยอรมนี ถือว่าเพิ่มขึ้นถึง 8.42% จากปีที่ผ่านมา และจะปรับเป็น 14.60 ยูโรในปี 2027 <a href="https://knowledge.dlapiper.com/dlapiperknowledge/globalemploymentlatestdevelopments/2025/National-Minimum-Wage-to-increase-?">ฝรั่งเศส</a>มีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 12.02 ยูโร หรือประมาณ 475 บาท</p>



<p>สโลวีเนียมีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 8.615 ยูโร หรือประมาณ 340 บาท <a href="https://wageindicator.org/work/minimum-wage/updates/2026/minimum-wage-updated-in-spain-from-01-january-2026-march-01-2026/">สเปน</a>มีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 7.63 ยูโร หรือประมาณ 301 บาท <a href="https://www.playroll.com/minimum-wage/poland#:~:text=As%20of%20January%201%2C%202026%2C%20the%20minimum%20hourly%20wage%20in,to%20the%20national%20minimum%20wage">โปแลนด์</a>มีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 31.40 ซวอตือ หรือประมาณ 288 บาท ลิทัวเนียมีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 7.20 ยูโร หรือประมาณ 284 บาท <a href="https://mercans.com/resources/statutory-alerts/cyprus-statutory-minimum-wage-increases-for-2026/">ไซปรัส</a>มีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 6.80 ยูโร หรือประมาณ 268 บาท <a href="https://www.cxcglobal.com/global-hiring-guide/croatia/payroll-and-benefits-in-croatia/">โครเอเชีย</a>มีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 6.56 ยูโร หรือประมาณ 259 บาท</p>



<p><a href="https://www.pickfords.co.uk/employee-relocation/industry-news/other-sets-of-countries-with-updated-salaries-for-2026#:~:text=Latvia%3A,residence%20permit%20with%20work%20authorisation">ลัตเวีย</a>มีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 4.875 ยูโร หรือประมาณ 192 บาท ที่น่าสนใจในปีนี้คือ บัลแกเรียมีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 3.876 ยูโร หรือประมาณ 153 บาท ซึ่ง<a href="https://www.ecb.europa.eu/press/economic-bulletin/focus/2026/html/ecb.ebbox202508_01~b4379b735b.en.html#:~:text=Published%20as%20part%20of%20the,member%20of%20the%20euro%20area.">บัลแกเรียเตรียมนำสกุลเงินยูโรมาใช้</a>ในปี 2026 จึงปรับฐานใหม่เป็น 620.20 ยูโรต่อเดือน ทางด้านเซอร์เบียมีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 371 ดีนาร์ หรือประมาณ 126 บาท เบลารุสมีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 5.36 รูเบิล หรือประมาณ 60 บาท และยูเครนมีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 52 ฮรีฟเนีย หรือประมาณ 49 บาท</p>



<p>และประเทศที่ขึ้นค่าแรงเฉพาะปี 2026 ในยุโรป ได้แก่ <a href="https://eurofast.eu/albania-announces-minimum-wage-increase-from-january-2026/">แอลเบเนีย</a> เป็นประเทศที่มีการขยับเฉพาะในปี 2026 โดยมีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 287.30 เลก หรือประมาณ 112 บาท</p>



<p>ส่วนประเทศที่ขึ้นค่าแรงเฉพาะปี 2025 ที่ผ่านมา คือ<a href="https://wageindicator.org/work/minimum-wage/updates/2025/minimum-wage-revised-in-luxemburg-from-01-january-2025-january-15-2025/">ลักเซมเบิร์ก</a> โดยเป็นประเทศที่มีการอัปเดตล่าสุดตั้งแต่ปี 2025 แต่ก็ยังเป็นประเทศที่มีค่าแรงขั้นต่ำสูงที่สุดในยุโรป มีตัวเลขสูงถึงเดือนละ 2,704 ยูโร หรือตกอยู่ที่ประมาณ 15.63 ยูโรต่อชั่วโมงสำหรับแรงงานทั่วไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">ทวีปเอเชีย ขึ้นบ้างไม่ขึ้นบ้าง&nbsp;</h3>



<p>เมื่อหันมามองสถานการณ์ในทวีปเอเชีย ก็จะพบว่าประเทศในทวีปเอเชีย มีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแบบกระจายตัวกว่ายุโรปมาก&nbsp;&nbsp;</p>



<p>พบว่ากลุ่มประเทศที่ขึ้นค่าแรงอย่างสม่ำเสมอทั้งปี 2025 และ 2026 ได้แก่ <a href="https://www.dailysabah.com/business/economy/turkiye-hikes-minimum-wage-by-27-for-2026">ตุรกี</a>ที่ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแข่งกับอัตราเงินเฟ้อสูง จึงมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำเพื่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อด้วย โดยตุรกีเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเพิ่มขึ้นสูงสุด เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำขึ้น 27% ขยับขึ้นไปแตะที่ระดับ 28,075 ลีราตุรกีต่อเดือน หรือประมาณ 20,193 บาท หรือ 175.46875 ลีราตุรกีต่อชั่วโมง หรือประมาณ 126 บาท นับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2026</p>



<p>รองลงมาคือกลุ่มประเทศที่มีการปรับฐานรายได้รับปี 2026 เช่นเดียวกัน ได้แก่ เวียดนามที่ขยับขึ้นเป็น 33,187.5 ดองต่อชั่วโมง หรือประมาณ 41 บาท อิสราเอลที่ปรับเป็น 35.4 เชเกลต่อชั่วโมง หรือประมาณ 389 บาท&nbsp;</p>



<p>และประเทศที่ขึ้นค่าแรงเฉพาะปี 2026 ได้แก่ อาเซอร์ไบจานที่เพิ่มเป็น 2.30 มานัตต่อชั่วโมง หรือประมาณ 44 บาท&nbsp;</p>



<p>และยังพบว่า ประเทศที่ขึ้นค่าแรงเฉพาะปี 2025 ที่ผ่านมา คือมาเลเซียเป็นประเทศที่มีการเพิ่มค่าแรงเป็น 8.72 ริงกิตต่อชั่วโมง หรือประมาณ 72 บาท เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2025 ที่ผ่านมา และ<a href="https://slasify.com/en/employment-guide/uzbekistan#:~:text=Payment%20of%20Wages&amp;text=The%20Cabinet%20of%20Ministers%20of,is%20paid%20once%20a%20month.&amp;text=Effective%20October%201%2C%202025%2C%20the,at%20UZS%201%2C271%2C000%20per%20month">อุซเบกิสถาน</a>ที่มีการปรับเป็น 7,943.75 ซอมต่อชั่วโมง หรือประมาณ 22 บาท ในเดือนตุลาคม 2025</p>



<h3 class="wp-block-heading">ทวีปอเมริกาใต้ และพื้นที่อื่นๆ</h3>



<p>ประเทศโคลอมเบีย เป็นหนึ่งในประเทศที่พบว่ามีการปรับขึ้นอย่างสม่ำเสมอทั้งปี 2025 และ 2026 ซึ่งเพิ่มสูงถึง 23% ทำให้ค่าแรงต่อเดือนพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 1,750,905 เปโซโคลอมเบีย หรือประมาณ 15,758 บาท โดยมีค่าแรงขั้นต่ำรายชั่วโมงอยู่ที่ 9,119.29 เปโซโคลอมเบีย หรือประมาณ 82 บาท</p>



<p>ทั้งนี้จากการสำรวจ พบว่ามีหลายประเทศที่ข้อมูลล่าสุดยังคงเป็นสถิติการปรับขึ้นในช่วงปี 2025 สาเหตุหลักเป็นเพราะการสำรวจข้อมูลรอบนี้ ถูกจัดทำขึ้นก่อนจะถึงช่วงวันแรงงานสากลในวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 แต่โดยธรรมเนียมปฏิบัติทางการเมืองและกฎหมายแรงงาน หลายประเทศมักจะใช้ช่วงเวลาคาบเกี่ยวหรือหลังวันแรงงานเล็กน้อย ในการประกาศหรือเริ่มบังคับใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำรอบใหม่ เช่น วันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี&nbsp;</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ตัวเลขของบางประเทศจึงอาจจะยังไม่สะท้อนการอัปเดตของปีปัจจุบันอย่างสมบูรณ์แบบ เช่น <a href="https://www.studyaustralia.gov.au/th/tools-and-resources/news/2024-australian-minimum-wage-increase#:~:text=The%20Australian%20Government's%20Fair%20Work,will%20be%20%2424.10%20per%20hour">ออสเตรเลีย</a> ที่ตัวเลขล่าสุดคือ 24.95 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อชั่วโมง หรือประมาณ 528 บาท ซึ่งมีผลไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 หรือกรณีของประเทศอียิปต์ ที่มีกำหนดการขยับขึ้นค่าแรงเป็น 8,000 ปอนด์อียิปต์ ต่อเดือน หรือประมาณ 5,424 บาทต่อเดือน แต่ก็จะมีผลบังคับใช้จริง<a href="https://egyptianstreets.com/2026/04/02/egypt-raises-minimum-wage-to-8000-egp-from-july-2026/">ในเดือนกรกฎาคม 2026</a>&nbsp;</p>



<p>ส่วนประเทศไทย ยังไม่มีการประกาศว่าจะมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในวันแรงงาน 1 พฤษภาคม 2569 นี้</p>



<p>ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-may-minimumwage-2026">https://rocketmedialab.co/database-may-minimumwage-2026</a></p>



<p>อ่านเพิ่มเติม&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ค่าแรงขั้นต่ำไม่ได้ขึ้นทุกปี ส่องเหตุผล ปีไหนไม่ได้ขึ้น? ไม่ได้ขึ้นเพราะอะไร? &#8211; Rocket Media Lab <a href="https://rocketmedialab.co/minimumwage-2025/">https://rocketmedialab.co/minimumwage-2025/</a></li>



<li>เศรษฐกิจพัง ค่าแรงยังขึ้นไหม? สำรวจการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วโลกในปี 2024 &#8211; Rocket Media Lab  <a href="https://rocketmedialab.co/minimum-wage-2024/">https://rocketmedialab.co/minimum-wage-2024/</a> </li>



<li>ปีใหม่ ค่าแรงใหม่ : ค่าแรงขั้นต่ำไทยยุติธรรมหรือไม่ ขึ้นยังไง ขึ้นช่วงไหน ทำไมขึ้นไม่เท่ากัน  &#8211; Rocket Media Lab  <a href="https://rocketmedialab.co/minimum-wage-2023/">https://rocketmedialab.co/minimum-wage-2023/</a> </li>
</ul>



<p></p>



<p></p>
<div class="simplesocialbuttons simplesocial-round-icon simplesocialbuttons_inline simplesocialbuttons-align-right post-7336 post  simplesocialbuttons-inline-no-animation">
<button class="simplesocial-fb-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Share" data-href="https://www.facebook.com/sharer/sharer.php?u=https://rocketmedialab.co/may-minimumwage-2026/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Facebook </span> </button>
<button class="simplesocial-msng-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Messenger Share" onClick="javascript:window.open( this.dataset.href, '_blank',  'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600' );return false;" data-href="http://www.facebook.com/dialog/send?app_id=891268654262273&redirect_uri=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fmay-minimumwage-2026%2F&link=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fmay-minimumwage-2026%2F&display=popup" ><span class="simplesocialtxt">Messenger</span></button> 
<button class="simplesocial-twt-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Twitter Share" data-href="https://twitter.com/intent/tweet?text=%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%8A%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1+%3A+%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B5+2026&url=https://rocketmedialab.co/may-minimumwage-2026/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Twitter</span> </button>
<button onClick="javascript:window.print();return false;"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Print Share" class="simplesocial-print-share" ><span class="simplesocialtxt">Print</span></button>
</div>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/may-minimumwage-2026/">ค่าแรงขั้นต่ำยังขึ้นไหมในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากสงคราม : สำรวจการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วโลกในวันแรงงานปี 2026</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สถานการณ์ไฟป่าในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร และมีงบฯ ในการจัดการมาก-น้อย แค่ไหน </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/budget-forest-fire-2569/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 12:17:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7323</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3626;&#3606;&#3634;&#3609;&#3585 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/budget-forest-fire-2569/">สถานการณ์ไฟป่าในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร และมีงบฯ ในการจัดการมาก-น้อย แค่ไหน </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปี 2568 ภาคเหนือมีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุดถึง 3,934,676 ไร่ รองลงมาเป็นภาคตะวันตก 1,754,762 ไร่ ภาคกลาง 873,112 ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 770,172 ไร่ และน้อยที่สุดคือภาคตะวันออก 49,051 ไร่ ส่วนภาคใต้ไม่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเกิดขึ้น</li>



<li>ภาคเหนือเป็นภาคที่ได้รับงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับไฟป่าจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปีงบประมาณ 2569 สูงที่สุดเป็นจำนวนถึง 246,982,200 บาท รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 125,886,200 บาท ภาคกลาง 78,853,900 บาท ภาคตะวันตก 78,338,350 บาท ภาคใต้ 47,953,650 บาท และน้อยที่สุดคือภาคตะวันออกเป็นจำนวน 26,322,500 บาท</li>



<li>หากพิจารณาทั้ง 24 จังหวัดที่ไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่า จะมีถึง 16 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณในส่วนนี้และรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,857,550 บาท ซึ่งคิดเป็น 8.42% ของงบประมาณทั้งหมด</li>



<li>มหาสารคามมีพื้นที่ป่าถูกเผาอยู่ที่ 4,860 ไร่ จัดเป็นอันดับที่ 38 จาก 76 จังหวัดและชัยนาทมีพื้นที่ป่าถูกเผาอยู่ที่ 1,254 ไร่ จัดเป็นอันดับที่ 46 จาก 76 จังหวัด แต่ทั้ง 2 จังหวัดนี้กลับไม่ได้รับงบประมาณในส่วนนี้</li>
</ul>



<p>จากสถานการณ์ไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นทุกปี ภาคเหนือยังคงเป็นภาคที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าสูงที่สุด และยังได้รับงบประมาณสูงที่สุด แต่ในบางจังหวัดที่พบพื้นที่เผาไหม้ในป่า แต่กลับไร้งบประมาณในปีนี้ ในขณะที่บางจังหวัดไม่พบพื้นที่เผาไหม้แต่กลับได้รับงบประมาณมากกว่าจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้เสียอีก</p>



<p>Rocket Media Lab จึงชวนมาลองสำรวจว่าในปี 2569 นี้ภาครัฐจัดการงบประมาณที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าอย่างไร</p>



<h3 class="wp-block-heading">สถานการณ์พื้นที่เผาไหม้ในป่า ปี 2568</h3>



<p>จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(GISTDA) ในช่วง 1 มกราคม 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2568 พบว่าภาคเหนือมีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุดถึง 3,934,676 ไร่ รองลงมาเป็นภาคตะวันตก 1,754,762 ไร่ ภาคกลาง 873,112 ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 770,172 ไร่ และน้อยที่สุดคือภาคตะวันออก 49,051 ไร่ ส่วนภาคใต้ไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่า</p>



<p>หากพิจารณารายละเอียดของแต่ละภาคที่มีพื้นที่เผาไหม้จะพบว่า</p>



<p>ในภาคเหนือ แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุดถึง 1,110,340 ไร่ ส่วนเชียงรายมีพื้นที่ป่าถูกเผาเพียง 13,302 ไร่ ถือเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุดในภาคเหนือ ซึ่งต่างจากแม่ฮ่องสอนถึง 1,097,038 ไร่</p>



<p>ภาคตะวันตก ตากเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุดถึง 1,195,419 ไร่ ส่วนประจวบคีรีขันธ์มีพื้นที่ป่าถูกเผาเพียง 25 ไร่ ถือเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุดในภาคตะวันตก&nbsp;</p>



<p>ภาคกลาง ลพบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผามากที่สุดถึง 161,466 ไร่ ส่วนจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุดคือ ชัยนาท 1,254 ไร่ และยังมีจังหวัดที่ไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่าอีก 10 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สิงห์บุรีและอ่างทอง</p>



<p>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผามากที่สุดถึง 217,259 ไร่ ส่วนบึงกาฬเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุดเพียง 229 ไร่&nbsp;</p>



<p>และภาคตะวันออก ชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผามากที่สุดถึง 17,067 ไร่ ส่วนจันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุดเพียง 113 ไร่&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้หากพิจารณาทั้ง 76 จังหวัด (ยกเว้นกรุงเทพฯ) จะพบว่า 10 จังหวัด ที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุด คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ตาก 1,195,419 ไร่</li>



<li>แม่ฮ่องสอน 1,110,340 ไร่</li>



<li>ลำปาง 829,250 ไร่</li>



<li>เชียงใหม่ 637,886 ไร่</li>



<li>กาญจนบุรี 333,826 ไร่</li>



<li>อุตรดิตถ์ 333,680 ไร่</li>



<li>ลำพูน 331,758 ไร่</li>



<li>แพร่ 255,494 ไร่</li>



<li>ชัยภูมิ 217,259 ไร่</li>



<li>น่าน 212,483 ไร่</li>
</ol>



<p>จะพบว่า จาก10 จังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุด มีจังหวัดภาคเหนือถึง 7 จังหวัดและมีจังหวัดในภาคตะวันตกอีก 2 จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีก 1 จังหวัด</p>



<p>ส่วน 10 จังหวัด ที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุด คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ประจวบคีรีขันธ์ 25 ไร่</li>



<li>จันทบุรี 113 ไร่</li>



<li>ฉะเชิงเทรา 183 ไร่</li>



<li>บึงกาฬ 229 ไร่</li>



<li>สุรินทร์ 828 ไร่</li>



<li>หนองคาย 948 ไร่</li>



<li>ชัยนาท 1,254 ไร่</li>



<li>อำนาจเจริญ 1,445 ไร่</li>



<li>ศรีสะเกษ 1,556 ไร่</li>



<li>ปราจีนบุรี 1,669 ไร่</li>
</ol>



<p>ใน 10 จังหวัด ที่มีพื้นป่าถูกเผาน้อยที่สุด เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 จังหวัด รองลงมาเป็นภาคตะวันออก 3 จังหวัด ภาคกลาง 2 จังหวัด และภาคตะวันตกอีก 1 จังหวัด</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีจังหวัดที่ไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่าอีก 24 จังหวัด คือ นครนายก ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สิงห์บุรี อ่างทอง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ชุมพร สงขลา สุราษฎร์ธานี พัทลุง พังงา ภูเก็ต ตรัง ยะลา กระบี่ ปัตตานี ระนองและสตูล</p>



<h3 class="wp-block-heading">งบประมาณการจัดการไฟป่า ปี 2569</h3>



<p>กระทรวงที่ใช้งบประมาณเกี่ยวกับไฟป่าโดยตรงคือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้กระทรวงนี้ มี 3 หน่วยงานที่ดูแลเรื่องไฟป่าโดยตรง คือสำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งดูแลแผนงานและการจัดการ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดูแลเรื่องการทำแนวกันไฟ และกรมป่าไม้ ดูแลเรื่องการดับไฟ</p>



<p>จากงบประมาณประจำปี 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดสรรงบสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กไว้ 10,000,000 บาท โดยภาคเหนือได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 4,610,000 บาท และภาคตะวันตกได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 640,000 บาท ส่วนภาคตะวันออกไม่ได้รับงบประมาณ โดยมี 31 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณ เชียงใหม่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดจำนวน 600,000 บาท ส่วนกาญจนบุรีได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 90,000 บาท</p>



<p>ด้านกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ตั้งงบสำหรับสำหรับการควบคุมไฟป่า การทำแนวกันไฟ และการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาไฟป่าไว้ทั้งหมด 486,682,500 บาท โดยภาคเหนือได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 184,015,900 บาท ส่วนภาคตะวันออกได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 22,954,500 บาท โดยมี 63 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณ เชียงใหม่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดจำนวน 63,635,500 บาท ส่วนสตูลได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 915,100 บาท</p>



<p>ส่วนกรมป่าไม้ ได้ตั้งงบสำหรับงานป้องกันไฟป่าและควบคุมหมอกควันไว้ 107,654,300 บาท โดยภาคเหนือได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 58,356,300 บาท ส่วนภาคตะวันออกได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 3,368,000 บาท โดยมี 47 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณ น่านได้รับงบประมาณสูงที่สุดจำนวน 15,110,900 บาท ส่วนบึงกาฬได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 55,900 บาท</p>



<p>เมื่อพิจารณางบประมาณรวมทั้ง 3 หน่วยงานจะพบว่าภาคที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดคือ ภาคเหนือ จำนวน 246,982,200 บาท รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 125,886,200 บาท ภาคกลาง 78,853,900 บาท ภาคตะวันตก 78,338,350 บาท ภาคใต้ 47,953,650 บาท และน้อยที่สุดคือ ภาคตะวันออกเป็นจำนวน 26,322,500 บาท</p>



<h3 class="wp-block-heading">การเปรียบเทียบงบประมาณและพื้นที่เผาไหม้ในป่า</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/budget-forrest-fire-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7326" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/budget-forrest-fire-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/budget-forrest-fire-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/budget-forrest-fire-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/budget-forrest-fire.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>นอกจากนี้หากเทียบงบประมาณและพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นรายจังหวัดในแต่ละภาคจะพบว่า ในภาคเหนือ ซึ่งได้งบประมาณมากที่สุดและมีพื้นที่เผาไหม้ในป่ามากที่สุด&nbsp; เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 73,418,000 บาท ขณะที่แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าสูงที่สุดในภาคเหนือ แต่กลับได้รับงบประมาณเพียง 24,897,000 บาท จัดเป็นลำดับที่ 5 ในภาคเหนือ ในขณะที่เชียงรายมีพื้นที่เผาไม้ในป่าน้อยที่สุดในภาคเหนือ แต่กลับได้รับงบประมาณถึง 36,424,500 บาท จัดเป็นลำดับที่ 2 ในภาคเหนือ ซึ่งเชียงรายได้รับงบประมาณมากกว่าแม่ฮ่องสอนถึง 11,527,500 บาท ส่วนอุตรดิตถ์เป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 7,305,500 บาท&nbsp;</p>



<p>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับงบประมาณมากเป็นอันดับ 2 และมีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นอันดับที่ 4 นครราชสีมาเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 17,647,900 บาท และมีพื้นที่เผาไหม้เป็นลำดับที่ 4 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ชัยภูมิมีพื้นที่เผาไหม้ในป่ามากที่สุด กลับได้รับงบประมาณเพียง 6,481,000 บาท ถือเป็นลำดับที่ 8 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งชัยภูมิได้รับงบประมาณน้อยกว่านครราชสีมาถึง 11,166,900 บาท ส่วนยโสธรเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 423,000 บาท</p>



<p>นอกจากนี้มหาสารคามซึ่งเป็นจังหวัดเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ไม่ได้รับงบประมาณทั้งที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่า 4,860 ไร่ มากเป็นลำดับที่ 13 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่บึงกาฬมีพื้นที่เผาไหม้ในป่าน้อยที่สุดเพียง 25 ไร่ แต่ยังได้รับงบประมาณ 2,596,400 บาท</p>



<p>ภาคกลาง ซึ่งได้รับงบประมาณมากเป็นอันดับ 3 และมีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นอันดับที่ 3 พิษณุโลกเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 18,844,100 บาท แต่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นลำดับที่ 8 จาก 11 จังหวัดในภาคกลางที่พบพื้นที่เผาไหม้ในป่า ขณะที่ลพบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นเผาไหม้ในป่าสูงที่สุดในภาคกลาง แต่กลับได้รับงบประมาณเพียง 2,270,300 บาท ซึ่งถือเป็นลำดับที่ 10 จาก 12 จังหวัดในภาคกลางที่ได้รับงบประมาณ ส่วนพิจิตรและปทุมธานีเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 200,000 บาท</p>



<p>นอกจากนี้ชัยนาทที่มีพื้นป่าถูกเผาไป 1,254 ไร่ แต่กลับไม่ได้รับงบประมาณ ในขณะที่นครนายกและปทุมธานีไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่า แต่ยังได้รับงบประมาณ โดยนครนายกได้รับงบประมาณถึง 2,703,900 บาท ถือเป็นลำดับที่ 7 จาก 12 จังหวัดในภาคกลางที่ได้รับงบประมาณ และปทุมธานีได้รับงบประมาณไป 200,000 บาท</p>



<p>ภาคตะวันตก ซึ่งได้รับงบประมาณมากเป็นอันดับ 4 และมีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นอันดับที่ 2 ตาก ซึ่งมีพื้นที่เผาไหม้มากที่สุดเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 31,608,100 บาท ประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้น้อยที่สุดในภาคตะวันตก ได้รับงบประมาณถึง 9,603,100 บาท ถือเป็นอันดับที่ 3 ของภาคตะวันตก ในขณะที่ราชบุรีมีพื้นที่เผาไหม้เป็นลำดับที่ 3 ของภาคตะวันตก แต่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 7,045,250 บาท</p>



<p>ภาคใต้ ซึ่งไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่า แต่กลับได้รับงบประมาณรวมทั้งภาคเป็นลำดับที่ 5 จาก 6 ภาคมากกว่าภาคตะวันออกที่พบพื้นที่เผาไหม้ในป่าถึง 21,631,150 บาท โดยนครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 12,095,600 บาท ส่วนสตูลเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 915,100 บาท&nbsp;</p>



<p>ภาคตะวันออก ฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 6,717,100 บาท มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นลำดับรองสุดท้ายของภาคตะวันออก ชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าสูงที่สุดในภาคตะวันออก แต่กลับได้รับงบประมาณเพียง 3,063,800 บาท ถือเป็นลำดับที่ 4 ของภาคตะวันออก และตราดเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 1,625,000 บาท</p>



<p>เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัดทั้งหมด 76 จังหวัดจะพบว่า 10 จังหวัด ที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุด มีดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เชียงใหม่ 73,418,000 บาท</li>



<li>เชียงราย 36,424,500 บาท</li>



<li>น่าน 32,620,500 บาท</li>



<li>ตาก 31,608,100 บาท</li>



<li>ลำปาง 31,136,600 บาท</li>



<li>แม่ฮ่องสอน 24,897,000 บาท</li>



<li>กาญจนบุรี 21,224,000 บาท</li>



<li>พิษณุโลก 18,844,100 บาท</li>



<li>นครราชสีมา 17,647,900 บาท</li>



<li>อุทัยธานี 17,185,100 บาท</li>
</ol>



<p>ใน 10 จังหวัด ที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุด มีจังหวัดในภาคเหนือไปแล้วถึง 5 จังหวัดและมีจังหวัดในภาคตะวันตก 2 จังหวัด ภาคกลาง 2 จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีก 1 จังหวัด</p>



<p>ส่วน 10 จังหวัด ที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุด มีดังนี้</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1. &nbsp; พิจิตร&nbsp; 200,000 บาท</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1. &nbsp; ปทุมธานี 200,000 บาท</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3. &nbsp; ยโสธร 423,000 บาท</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4. &nbsp; สตูล 915,100 บาท</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5. &nbsp; ระนอง 1,104,000 บาท</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6. &nbsp; ปัตตานี 1,158,500 บาท</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;7. &nbsp; กระบี่ 1,174,000 บาท</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;8. &nbsp; ยะลา 1,291,000 บาท</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;9. &nbsp; ตรัง 1,313,900 บาท</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;10.&nbsp; ภูเก็ต 1,355,900 บาท</p>



<p>ใน 10 จังหวัด ที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุด เป็นจังหวัดในภาคใต้ถึง 7 จังหวัด และเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด และภาคกลางอีก 2 จังหวัด</p>



<p>นอกจากนี้ยังพบว่า เมื่อพิจารณา 24 จังหวัดที่ไม่ปรากฏพื้นที่เผาไหม้ในป่า จะมีถึง 16 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณในส่วนนี้และรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,857,550 บาท ซึ่งคิดเป็น 8.42% ของงบประมาณทั้งหมด ในงบประมาณของจังหวัดที่ได้รับงบประมาณแต่ไม่พบพื้นที่เผาไหม้จำนวน 50,857,550 บาท แบ่งออกเป็นงบประมาณจากกรมป่าไม้ 3,730,000 บาท สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1,200,000 บาท และงบประมาณจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชอีก 45,927,550 บาท ซึ่งถูกใช้ในงานควบคุมไฟป่าสูงถึง 36,868,900 บาท&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">การจัดสรรงบประมาณของ 3 หน่วยงาน</h3>



<p>หากพิจารณางบประมาณ ใน 3 หน่วยงานภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวม 604,336,800 บาท</p>



<p>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเป็นหน่วยงานที่มีงบประมาณสูงที่สุดใน 3 หน่วยงาน 486,682,500 บาท&nbsp; โดยในจำนวนนี้มีงบที่ถูกระบุว่าเป็นงานเกี่ยวกับการจัดทำแนวกันไฟ 95,220,100 บาท</p>



<p>โดยจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดคือ เชียงใหม่ได้รับงบประมาณไป 63,635,500 บาท รองลงมาคือเชียงราย 27,263,600 บาท ตาก 24,343,100 บาท ลำปาง 21,104,700 บาท และกาญจนบุรี 20,016,000 บาท จะเห็นได้ว่าทั้ง 5 จังหวัดนั้นอยู่ในเขตภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศทั้งหมด</p>



<p>ส่วนงบประมาณจำนวน 107,654,300 ของกรมป่าไม้จะเน้นไปที่การป้องกันไฟป่าและควบคุมหมอกควัน น่านได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 15,110,900 บาท รองลงมาคือ ลำปาง 9,481,900 บาท เชียงใหม่ 9,182,500 บาท เชียงราย 8,610,900 บาท และตาก 6,715,000 บาท</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีงบประมาณในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีก 10,000,000 บาท&nbsp; ซึ่งระบุว่าเป็น งบสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันโดยจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดคือ เชียงใหม่ 600,000 บาท รองลงมาคือ เชียงใหม่ ลำปาง ตาก แม่ฮ่องสอนและลำพูนที่ได้รับงบประมาณเท่ากันคือ 550,000 บาท</p>



<p>ที่มา :&nbsp; การจัดสรรงบประมาณประจำปี 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, พื้นที่เผาไหม้รวมทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม 2568&nbsp; จาก GISTDA&nbsp;</p>



<p>ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-budget-forest-fire-2569">https://rocketmedialab.co/database-budget-forest-fire-2569</a>/</p>



<p></p>
<div class="simplesocialbuttons simplesocial-round-icon simplesocialbuttons_inline simplesocialbuttons-align-right post-7323 post  simplesocialbuttons-inline-no-animation">
<button class="simplesocial-fb-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Share" data-href="https://www.facebook.com/sharer/sharer.php?u=https://rocketmedialab.co/budget-forest-fire-2569/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Facebook </span> </button>
<button class="simplesocial-msng-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Messenger Share" onClick="javascript:window.open( this.dataset.href, '_blank',  'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600' );return false;" data-href="http://www.facebook.com/dialog/send?app_id=891268654262273&redirect_uri=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fbudget-forest-fire-2569%2F&link=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fbudget-forest-fire-2569%2F&display=popup" ><span class="simplesocialtxt">Messenger</span></button> 
<button class="simplesocial-twt-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Twitter Share" data-href="https://twitter.com/intent/tweet?text=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3+%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%AF+%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81-%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2+%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99%C2%A0&url=https://rocketmedialab.co/budget-forest-fire-2569/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Twitter</span> </button>
<button onClick="javascript:window.print();return false;"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Print Share" class="simplesocial-print-share" ><span class="simplesocialtxt">Print</span></button>
</div>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/budget-forest-fire-2569/">สถานการณ์ไฟป่าในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร และมีงบฯ ในการจัดการมาก-น้อย แค่ไหน </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สถานการณ์ไฟป่าในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร และมีงบฯ ในการจัดการมาก-น้อย แค่ไหน [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-budget-forest-fire-2569/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[thitima]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 12:17:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7331</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621; &#3585;&#363 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-budget-forest-fire-2569/">สถานการณ์ไฟป่าในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร และมีงบฯ ในการจัดการมาก-น้อย แค่ไหน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ข้อมูล การเปรียบเทียบงบประมาณ 2569 และพื้นที่เผาไหม้ในป่าปี 2568</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRS4WI2RJtjTv0BGkdFgRd_FM8CUOTlrtqCJHkLsQhD3mM9zjw5SdjjWJoJoDCjJiRFcdxVWB1d_G69/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p>ดาวน์โหลดข้อมูล <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1suBlhAZ3GzspaInN0USxz2PBb8oJJBQ7aZaTsEX4F70/edit?usp=sharing">ที่นี่</a></p>



<p>อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/budget-forest-fire-2569/">สถานการณ์ไฟป่าในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร และมีงบฯ ในการจัดการมาก-น้อย แค่ไหน</a> </p>



<p></p>
<div class="simplesocialbuttons simplesocial-round-icon simplesocialbuttons_inline simplesocialbuttons-align-right post-7331 post  simplesocialbuttons-inline-no-animation">
<button class="simplesocial-fb-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Share" data-href="https://www.facebook.com/sharer/sharer.php?u=https://rocketmedialab.co/database-budget-forest-fire-2569/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Facebook </span> </button>
<button class="simplesocial-msng-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Messenger Share" onClick="javascript:window.open( this.dataset.href, '_blank',  'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600' );return false;" data-href="http://www.facebook.com/dialog/send?app_id=891268654262273&redirect_uri=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fdatabase-budget-forest-fire-2569%2F&link=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fdatabase-budget-forest-fire-2569%2F&display=popup" ><span class="simplesocialtxt">Messenger</span></button> 
<button class="simplesocial-twt-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Twitter Share" data-href="https://twitter.com/intent/tweet?text=%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3+%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%AF+%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81-%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2+%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99%C2%A0%5B%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%9A%5D&url=https://rocketmedialab.co/database-budget-forest-fire-2569/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Twitter</span> </button>
<button onClick="javascript:window.print();return false;"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Print Share" class="simplesocial-print-share" ><span class="simplesocialtxt">Print</span></button>
</div>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-budget-forest-fire-2569/">สถานการณ์ไฟป่าในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร และมีงบฯ ในการจัดการมาก-น้อย แค่ไหน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจพื้นที่การเผาทั่วไทย: ปี 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดไหนมีพื้นที่เผาไหม้มาก-น้อย เท่าไร</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/burn-scar-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 04:33:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[burn scar]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[GISTDA]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เผาไหม้]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟไหม้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7304</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3611;&#3633;&#3597;&#3627;&#3634;&#3617;&#3621;&#3614 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/burn-scar-2025/">สำรวจพื้นที่การเผาทั่วไทย: ปี 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดไหนมีพื้นที่เผาไหม้มาก-น้อย เท่าไร</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<p>ปัญหามลพิษทางอากาศ และฝุ่นควันจากการเผาในที่โล่งไม่ได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในประเทศ แต่เป็นวิกฤตระดับชาติที่ส่งผลครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ในไทย&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกันก็มีข้อถกเถียงมากมายในไทยในประเด็นเรื่องการเผา ตั้งแต่การประเมินผล<a href="https://readcard.dnp.go.th/fire/knew/docs/firemanual.pdf">มาตรการชิงเผา</a>โดยหน่วยงานรัฐ ความจำเป็นในการจัดการไฟของเกษตรกรและกลุ่มชาติพันธุ์ในหลากหลายบริบท ไปจนถึงปัญหาจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านที่ก่อให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดน ซึ่งแม้จะมีมาตรการ<a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/271024">ห้ามรับซื้อ-นำเข้า สินค้าเกษตร (ข้าวโพด)</a> จากประเทศเพื่อนบ้านที่มาจากการเผา แต่ปัญหาก็ยังไม่คลี่คลาย ซ้ำร้ายการเผาข้ามพรมแดนยิ่งเข้ามาซ้ำเติมให้สถานการณ์ในประเทศให้เลวร้ายลงอีก</p>



<p>Rocket Media Lab จึงชวนย้อนสำรวจข้อมูลร่องรอยพื้นที่ถูกเผาไหม้ (Burnt Scar) ทั่วประเทศในปี 2568 ว่าพื้นที่จังหวัดใดมีการเผาเพิ่มขึ้น-ลดลง อย่างไรบ้าง </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7315" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เผาไหม้รวมทั่วประเทศ </h3>



<p>เมื่อกางข้อมูลพื้นที่เผาไหม้รวมทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม 2568 จะพบว่าร่องรอยการเผาไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงแค่ภาคเหนือตอนบนอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ลุกลามครอบคลุมไปในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ โดยมียอดรวมพื้นที่ถูกเผาไหม้ทั่วประเทศสูงถึง 14,301,954 ไร่ โดยลดลงจากปี 2567 ที่มีพื้นที่เผาไหม้รวม 19,523,234 ไร่&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด จะเห็นว่าตากเป็นจังหวัดที่ครองแชมป์มีพื้นที่เผาไหม้สูงสุดในประเทศด้วยตัวเลขที่สูงถึง 1,390,888 ไร่ ตามมาติดๆ ด้วยแม่ฮ่องสอนที่ 1,227,208 ไร่ ซึ่งทั้งสองจังหวัดนี้เป็นสองพื้นที่ในประเทศที่มียอดการเผาทะลุหลักล้านไร่&nbsp;</p>



<p>ขณะที่เชียงใหม่ซึ่งมักถูกจับตามองในฐานะศูนย์กลางของปัญหามลพิษทางอากาศกลับมียอดพื้นที่เผาไหม้อยู่ที่ 704,562 ไร่ ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วยังน้อยกว่าหลายจังหวัดในเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางที่พบตัวเลขสูง เช่น นครสวรรค์มียอดการเผาถึง 956,132 ไร่ ลพบุรี 942,667 ไร่ และลำปาง 915,177 ไร่&nbsp;</p>



<p>ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมาก็มีพื้นที่เผาไหม้สูงถึง 700,536 ไร่ ซึ่งจากข้อมูลจะเห็นว่าในหลายภูมิภาคทั่วไทย ยังคงมีการเผาในปริมาณมหาศาลอยู่&nbsp;</p>



<p>ในทางตรงกันข้าม กลุ่มจังหวัดทางภาคใต้ทั้งหมด รวมถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียงอย่างสมุทรสงคราม และสมุทรสาคร กลับไม่มีรายงานพื้นที่เผาไหม้เลยแม้แต่ไร่เดียว หรือแม้แต่สมุทรปราการก็พบร่องรอยเพียง 8 ไร่ นนทบุรี 36 ไร่ และปทุมธานี 166 ไร่เท่านั้น&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7313" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เผาไหม้ในป่าทั่วประเทศ</h3>



<p>เมื่อสำรวจข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในเขตป่าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 31 พฤษภาคม 2568 จะพบว่ามียอดเผาทั้งสิ้น 7,381,773 ไร่ เช่นเดิม จะพบว่าวิกฤตไฟป่าไม่ได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่ภาคเหนือ แต่ยังกระจายตัวไปยังภูมิภาคอื่นในไทยด้วย</p>



<p>โดยจังหวัดตากครองแชมป์จังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าสูงที่สุดในประเทศที่ 1,195,419 ไร่ ตามมาด้วยแม่ฮ่องสอนที่ 1,110,340 ไร่ ซึ่งทั้งสองจังหวัดนี้เป็นเพียงสองแห่งในไทยที่มียอดเผาป่าทะลุหลักล้านไร่ ขณะที่ลำปางและเชียงใหม่มียอดลดหลั่นลงมาที่ 829,250 ไร่และ 637,886 ไร่ตามลำดับ</p>



<p>ที่น่าสนใจคือ จังหวัดทางภาคตะวันตก อย่างกาญจนบุรีมียอดการเผาในป่าสูงถึง 333,826 ไร่ ซึ่งสูสีกับหลายจังหวัดในภาคเหนือตอนบน ในทางกลับกัน พื้นที่ที่มีการเผาไหม้ในป่าน้อยที่สุด แต่ยังคงมีร่องรอยอยู่คือ ประจวบคีรีขันธ์ ที่พบเพียง 25 ไร่ รองลงมาคือจันทบุรี 113 ไร่ และฉะเชิงเทรา 183 ไร่</p>



<p>ส่วนกลุ่มจังหวัดในภาคใต้ ตั้งแต่ชุมพร ลงไปจนถึงยะลา และนราธิวาส รวมไปถึงกลุ่มจังหวัดที่ราบลุ่มภาคกลาง และปริมณฑลอย่างกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ด้วย โดยไม่ปรากฎข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่าเลย</p>



<p>หากย้อนกลับไปในปี 2566 จะพบการเกิดไฟป่าทั่วประเทศสูงถึง <a href="https://forestinfo.forest.go.th/Content/file/stat2566/Table%2011.pdf">2,375 ครั้ง</a> ครั้ง ซึ่งพื้นที่ภาคเหนือมีความถี่สูงสุดถึง 2,179 ครั้ง ทำให้ปัญหาไฟป่าในภาคเหนือกลายเป็นประเด็นที่ภาครัฐต้องออกมาตรการป้องกันและแก้ไขโดยด่วน ซึ่งการแก้ปัญหาเหล่านี้สะท้อนผ่านการกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละออง โดยพบว่ามีการตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2567 มีการตั้ง KPI ไว้อย่างเข้มงวดโดยตั้งเป้าลดการเผาไหม้ทั้งในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน และพื้นที่เกษตรกรรมใน 17 จังหวัดภาคเหนือลงให้ได้ 50%</p>



<p>ผลจากการตั้งเป้าหมายอย่างเข้มงวดส่งผลให้ไฟป่าลดลง แต่กลับพบว่าการเผาในพื้นที่เกษตรเพิ่มสูงขึ้นแทน จนกลายเป็นปีแรกในรอบหลายสิบปีที่สถิติการเผาในภาคเกษตรสูงกว่าพื้นที่ป่าในภาพรวมทั้งประเทศ ซึ่งก็นำมาสู่การบังคับใช้มาตรการห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่เกษตรอย่างเข้มงวด จนทำให้ตัวเลขการเผาภาคเกษตรลดลงในปี 2568 ทว่าพื้นที่ป่ากลับมามีสถิติไฟไหม้เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7314" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เผาในพื้นที่การเกษตรทั่วประเทศ</h3>



<p>เมื่อพิจารณาสถิติพื้นที่เผาไหม้ในภาคการเกษตรทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 31 พฤษภาคม 2568 จะพบว่ามีการกระจายตัวเช่นกัน โดยในมิติของการทำเกษตรกรรมในหลากหลายภูมิภาคก็เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบอย่างหนัก โดยมียอดรวมพื้นที่เผาทางการเกษตรทั่วประเทศสูงถึง 6,677,564 ไร่ ซึ่งครอบคลุมทั้งนาข้าว ไร่ข้าวโพด ไร่อ้อย และเกษตรกรรมอื่นๆ</p>



<p>หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด จะพบว่าจังหวัดที่มียอดการเผาในพื้นที่เกษตรสูงสุดระดับประเทศนั้น โดยมากไปไปกระจุกตัวอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง นำโดยนครสวรรค์ที่มียอดรวมพุ่งสูงถึง 783,779 ไร่ ซึ่งมาจากการเผาในนาข้าวมากถึง 389,445 ไร่ ตามมาด้วยลพบุรีที่มียอดรวม 771,155 ไร่ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเผาไร่อ้อยที่สูงถึง 471,135 ไร่ เช่นเดียวกับเพชรบูรณ์ที่มียอดเผารวม 690,147 ไร่และเป็นการเผาไร่อ้อยไปแล้ว 404,427 ไร่</p>



<p>ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมาก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มียอดเผาสะสมสูงถึง 602,008 ไร่ ซึ่งกระจายตัวอยู่ในหลายพืชผลเกษตร ในทางตรงกันข้าม จังหวัดที่มีพื้นที่การเกษตร แต่มีพื้นที่เผาไหม้ต่ำสุดคือปทุมธานีที่พบร่องรอยพื้นที่เผาไหม้เพียง 142 ไร่ และตราด 199 ไร่</p>



<p>ขณะที่กลุ่มจังหวัดทางภาคใต้ทั้งหมด ตั้งแต่ชุมพรลงไปสามจังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ไม่ปรากฏข้อมูลการเผาในพื้นที่เกษตร</p>



<p>อย่างไรก็ตามเมื่อสำรวจ <a href="https://www.pcd.go.th/strategy/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%92-%E0%B8%9E-%E0%B8%A8-%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%96%E0%B9%98-%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%97%E0%B9%90-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B0-%E0%B9%95-%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%9B/">แผนแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ฉบับที่ 2</a> ก็พบว่าภาครัฐได้ออกมาตรการยาแรงสำหรับภาคเกษตรออกมา โดยภาครัฐระบุว่าจะประกาศสงครามกับการเผา ซึ่งปรากฎในแผนแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ฉบับที่ 2 รัฐบาลได้เปลี่ยนจากการรณรงค์ขอความร่วมมือ มาสู่การใช้มาตรการเชิงรุกขั้นเด็ดขาดภายใต้คำว่า “ประกาศสงครามกับการเผาพื้นที่เกษตรกรรม” โดยระบุว่ามีใช้มาตรการตัดสิทธิเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรที่เผาในพื้นที่เกษตรกรรมจะไม่ได้รับสิทธิ หรืออาจถูกเพิกถอนสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก. และนิคมสหกรณ์ รวมถึงจะไม่ได้รับการจ่ายเงินช่วยเหลือตามโครงการต่างๆ ของภาครัฐอีกต่อไป</p>



<p>นอกจากบทลงโทษแล้ว แผนนี้ยังเน้นการจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยการนำระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) มาใช้ เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของผลผลิตทางการเกษตร สินค้าแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรว่าไม่ได้มาจากการเผา</p>



<p>ส่วนภาคธุรกิจจะถูกกระตุ้นให้รับซื้อผลผลิตจากแหล่งที่ปลอดการเผา และหลีกเลี่ยงการรับซื้อสินค้าเกษตรที่มาจากการเผาอย่างเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการเร่งรัดมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) สำหรับข้าวและอ้อยแบบไม่เผา รวมถึงมาตรฐาน PM2.5 Free Plus สำหรับกระบวนการผลิตข้าวโพดเมล็ดแห้งด้วย ซึ่งจากการสำรวจพื้นที่การเผาในภาคเกษตร ก็พบว่ายังคงมีการเผาเกิดขึ้นอยู่</p>



<h3 class="wp-block-heading">สรุปการเผาทั่วประเทศ: ลดเผาไม่ได้ ก็เน้นแก้ KPI&nbsp;</h3>



<p>ภาพรวมสถานการณ์การเผาไหม้ทั่วประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 31 พฤษภาคม 2568 พบว่ามียอดพื้นที่เผาไหม้สะสมรวมกันสูงถึง 14,301,954 ไร่ ซึ่งสามารถแบ่งสัดส่วนหลักออกเป็นพื้นที่ป่าจำนวน 7,381,773 ไร่ และพื้นที่ทางการเกษตร 6,677,564 ไร่ หากมองในส่วนของพื้นที่ป่า จะพบการกระจุกตัวอยู่ในบริเวณที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขา โดยมีตาก และแม่ฮ่องสอนเป็นสองจังหวัดที่มียอดการเผาป่าทะลุหลักล้านไร่ รวมไปถึงจังหวัดทางภาคตะวันตก อย่างกาญจนบุรี ที่มียอดสูงกว่าสามแสนไร่</p>



<p>ทางพื้นที่ทางการเกษตร กลับพบว่าพื้นที่การเผาส่วนใหญ่ ได้ย้ายมาสู่บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำโดยนครสวรรค์ มียอดเผาในนาข้าว และพื้นที่เกษตรอื่นๆ รวม 783,779 ไร่ ตามมาด้วยลพบุรี และเพชรบูรณ์ ที่มีการเผาไร่อ้อยรวมกันกว่าแปดแสนไร่ ไปจนถึงนครราชสีมา ที่มียอดเผาสะสมในภาคเกษตรถึง 602,008 ไร่ ในขณะที่พื้นที่ภาคใต้ กรุงเทพมหานคร ไม่ปรากฏข้อมูลการเผา&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกัน เมื่อ<a href="https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/">สำรวจ KPI การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5</a> ในปี 2567 2568 และ 2569 ของภาครัฐ กลับพบว่ามีการลดเพดานความเข้มงวดลง โดยเห็นได้ในส่วนของการเผาในพื้นที่ป่านั้นมีการกำหนด KPI จาก 50% ในปี 2567 เหลือเพียง 25% ในปี 2568 และในปี 2569 เหลือเพียง 10% เท่านั้น ขณะที่ภาคการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลับมีการลด KPI จาก 50% ในปี 2567 เหลือเพียง 30% ในปี 2568 และลดลงเหลือ 10% ในปี 2569 ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการปรับ KPI การเผาในพื้นที่เกษตรจาก 20% ในปี 2568 เหลือ 10% ในปี 2569 นอกจากนี้ในปี 2569 มีการเพิ่มเป้าหมายพื้นที่เกษตร โดยแยกเป็นกลุ่มพืชเป้าหมาย&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาการเผาในไทยมีรากฐานมาจากสองส่วนหลักที่แตกต่างกัน ทั้งการจัดการทรัพยากรในเขตป่าไม้ และการพึ่งพาวิธีการเผา เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างนาข้าวและไร่อ้อยในพื้นที่ราบ นโยบายการแก้ปัญหาฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศหลังจากนี้จึงไม่อาจใช้เพียงมาตรการห้ามเผาแบบเหมารวม แต่จำเป็นต้องออกแบบแนวทางรับมือและแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศและวิถีการเกษตรของแต่ละพื้นที่</p>



<p>นอกจากนี้ หากสำรวจไปถึงแผนแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ฉบับที่ 2 ก็จะพบว่าภาครัฐได้ปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดความสำเร็จ จากเดิมที่มีมาตรการควบคุมจุดความร้อน (Hotspot) มาเป็นการวัดพื้นที่เผาไหม้ (Burnt Scar) แทน ซึ่งมีการระบุสาเหตุที่ต้องเปลี่ยน เพราะข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียมมีข้อจำกัดในการตรวจจับ เนื่องจากเกษตรกรมีพฤติกรรมการเผาหลบดาวเทียม เช่น การเผาในเวลากลางคืน การเผาในช่วงเวลาสั้นๆ การเผาใต้แนวไม้ หรือการเผาในวันที่เมฆปกคลุม</p>



<p>ในขณะที่ข้อมูลร่องรอยพื้นที่เผาไหม้ มีความแม่นยำสูงกว่า และยังช่วยชี้เป้าพื้นที่ที่มีการเผาซ้ำซากได้อีกด้วย ความน่าสนใจของแผนใหม่นี้จึงอยู่ที่การใช้มาตรวัดที่แม่นยำขึ้นพร้อมกับกำหนดเป้าหมายว่าพื้นที่เผาไหม้จะต้องลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลังห้าปี&nbsp;</p>



<p>แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลเทียบกันจะพบว่าในปี 2567 มีพื้นที่เผาไหม้รวม 19,523,234 ไร่ และในปี 2568 ก็มีพื้นที่เผาไหม้รวมไปแล้วถึง 14,301,954 ไร่ ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีลดการเผาลง แต่ก็ยังไม่ถึงเกณฑ์เป้าหมายที่ตั้งไว้ และแม้แผนปฏิบัติการฉบับนี้จะยกระดับการจัดการจากยุคของการขอความร่วมมือมาสู่การบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย แต่ความท้าทายที่รออยู่คือรัฐบาลจะสามารถเปลี่ยนตัวหนังสือในกระดาษเหล่านี้ให้กลายเป็นการปฏิบัติจริงได้หรือไม่</p>



<p></p>



<p>ดูข้อมูลได้ที่: <a href="https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025">https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025</a></p>



<p>อ่านเพิ่มเติม: </p>



<p>จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: <a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024/">สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567</a></p>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/">ตรวจการบ้าน : ภาครัฐแก้ปัญหาฝุ่นในปี 2568 ประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้มากน้อยแค่ไหน</a></p>



<p></p>
<div class="simplesocialbuttons simplesocial-round-icon simplesocialbuttons_inline simplesocialbuttons-align-right post-7304 post  simplesocialbuttons-inline-no-animation">
<button class="simplesocial-fb-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Share" data-href="https://www.facebook.com/sharer/sharer.php?u=https://rocketmedialab.co/burn-scar-2025/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Facebook </span> </button>
<button class="simplesocial-msng-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Messenger Share" onClick="javascript:window.open( this.dataset.href, '_blank',  'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600' );return false;" data-href="http://www.facebook.com/dialog/send?app_id=891268654262273&redirect_uri=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fburn-scar-2025%2F&link=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fburn-scar-2025%2F&display=popup" ><span class="simplesocialtxt">Messenger</span></button> 
<button class="simplesocial-twt-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Twitter Share" data-href="https://twitter.com/intent/tweet?text=%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%3A+%E0%B8%9B%E0%B8%B5+2568+%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2+%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81-%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2+%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A3&url=https://rocketmedialab.co/burn-scar-2025/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Twitter</span> </button>
<button onClick="javascript:window.print();return false;"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Print Share" class="simplesocial-print-share" ><span class="simplesocialtxt">Print</span></button>
</div>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/burn-scar-2025/">สำรวจพื้นที่การเผาทั่วไทย: ปี 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดไหนมีพื้นที่เผาไหม้มาก-น้อย เท่าไร</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พื้นที่เผาไหม้ 2568 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 04:31:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[burn scar]]></category>
		<category><![CDATA[GISTDA]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เผาไหม้]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟไหม้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7309</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3594;&#3640;&#3604;&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025/">พื้นที่เผาไหม้ 2568 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ชุดข้อมูลพื้นที่เผาไหม้รายจังหวัด จำแนกตามประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน ได้แก่ พื้นที่ป่า พื้นที่เพาะปลูก (ข้าว ข้าวโพด อ้อย) และพื้นที่เกษตรอื่น ๆ รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 และ 2568 โดย GISTDA (สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)).</p>



<p></p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQf890nxAQvaxmO7QMLiNQxb9xjqZGHlbTX5LLwPjueNbXvj95RVx0WS6TLOsygsWn5PUtkm9drl0_2/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p>ดาวน์โหลดข้อมูล <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1VGvLYq3fJBqLociwyadkhUy0VitfGVVEj_uxtYrXwcs/edit?usp=sharing">ที่นี่</a></p>



<p>อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/burn-scar-2025">สำรวจพื้นที่การเผาทั่วไทย: ปี 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดไหนมีพื้นที่เผาไหม้มาก-น้อย เท่าไร</a></p>



<p></p>
<div class="simplesocialbuttons simplesocial-round-icon simplesocialbuttons_inline simplesocialbuttons-align-right post-7309 post  simplesocialbuttons-inline-no-animation">
<button class="simplesocial-fb-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Share" data-href="https://www.facebook.com/sharer/sharer.php?u=https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Facebook </span> </button>
<button class="simplesocial-msng-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Messenger Share" onClick="javascript:window.open( this.dataset.href, '_blank',  'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600' );return false;" data-href="http://www.facebook.com/dialog/send?app_id=891268654262273&redirect_uri=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fdatabase-burn-scar-2025%2F&link=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fdatabase-burn-scar-2025%2F&display=popup" ><span class="simplesocialtxt">Messenger</span></button> 
<button class="simplesocial-twt-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Twitter Share" data-href="https://twitter.com/intent/tweet?text=%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%89+2568+%5B%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%9A%5D&url=https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Twitter</span> </button>
<button onClick="javascript:window.print();return false;"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Print Share" class="simplesocial-print-share" ><span class="simplesocialtxt">Print</span></button>
</div>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025/">พื้นที่เผาไหม้ 2568 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจ Hate Speech ที่ถูกผลิตซ้ำผ่านวิดีโอ AI ในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 07:54:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[hate speech]]></category>
		<category><![CDATA[ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7296</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3619;&#3623;&#3610;&#3619;&#3623;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/">สำรวจ Hate Speech ที่ถูกผลิตซ้ำผ่านวิดีโอ AI ในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Rocket Media Lab รวบรวมวิดีโอที่เข้าข่ายการบิดเบือนข้อเท็จจริง (Disinformation) ที่สร้างโดย AI และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการสร้างความเกลียดชังในบริบทความขัดแย้งชายแดนไทยและกัมพูชา จำนวน 212 คลิป จาก 14 บัญชีผู้ใช้บน Facebook โดยในจำนวนนี้มี 9 บัญชีที่เปิดหารายได้โดยให้สมัครสมาชิกรายเดือนได้ มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 19 บาทไปจนถึง 69 บาทต่อเดือน การเก็บข้อมูลครอบคลุมตั้งแต่ช่วงเริ่มเหตุปะทะในเดือนกรกฎาคม จนถึงการลงนามหยุดยิงในเดือนตุลาคม 2568 เพื่อวิเคราะห์ลักษณะของวิดีโอที่สร้างโดย AI ทั้งในแง่รูปแบบการสื่อสาร วิธีการสร้างความเกลียดชัง กลุ่มเป้าหมายที่ถูกโจมตี ตลอดจนบทบาทของเนื้อหาเหล่านี้ในการขยายความขัดแย้งในพื้นที่ออนไลน์</p>



<p><strong>วิธีการเก็บข้อมูล</strong></p>



<p>การเก็บข้อมูลเริ่มต้นจากการค้นหาบน Facebook ด้วยคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่เกี่ยวกับความขัดแย้งโดยตรง ทั้งชื่อบุคคล เช่น ฮุนเซน มาลี และคำที่สะท้อนบริบทความตึงเครียด เช่น ทหารกัมพูชา สงคราม และชายแดน จากนั้นกรองเฉพาะวิดีโอที่สร้างด้วย AI และมีเนื้อหาที่เข้าข่ายสร้างความเกลียดชัง การเก็บข้อมูลเน้นไปที่ 14 บัญชีผู้สร้างที่มีความสม่ำเสมอในการผลิตเนื้อหาลักษณะนี้ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว และไม่ได้รวบรวมวิดีโอทั้งหมดที่มีอยู่ แต่คัดเลือกตัวอย่างที่สะท้อนรูปแบบเนื้อหาเกลียดชังได้อย่างชัดเจน ข้อมูลที่รวบรวมได้นำมาวิเคราะห์และจำแนกลักษณะการเล่าเรื่อง (Narrative) ออกเป็น 4 หมวดหลัก โดยพิจารณาจากทั้งคีย์เวิร์ดในบทพูด องค์ประกอบภาพและเสียงที่ปรากฏในวิดีโอ</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQWe4NTlC4GL-QCEbhwhkfcv6csYYKBPF3whBgMyts-N15NFMLZTosYXEk4j5xpPboUWkGzpF8xq-8w/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1foGjmovhWw_1rnPAhg-SbGwZHpzOwhNLu__ZP3J0kT0/edit?usp=sharing">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p>อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/">ความเกลียดชังที่ขายได้ : สำรวจ Hate Speech ที่ถูกผลิตซ้ำผ่านวิดีโอ AI ในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา</a></p>



<p></p>
<div class="simplesocialbuttons simplesocial-round-icon simplesocialbuttons_inline simplesocialbuttons-align-right post-7296 post  simplesocialbuttons-inline-no-animation">
<button class="simplesocial-fb-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Share" data-href="https://www.facebook.com/sharer/sharer.php?u=https://rocketmedialab.co/database-ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Facebook </span> </button>
<button class="simplesocial-msng-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Messenger Share" onClick="javascript:window.open( this.dataset.href, '_blank',  'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600' );return false;" data-href="http://www.facebook.com/dialog/send?app_id=891268654262273&redirect_uri=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fdatabase-ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict%2F&link=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fdatabase-ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict%2F&display=popup" ><span class="simplesocialtxt">Messenger</span></button> 
<button class="simplesocial-twt-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Twitter Share" data-href="https://twitter.com/intent/tweet?text=%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88+Hate+Speech+%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD+AI+%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+%5B%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%9A%5D&url=https://rocketmedialab.co/database-ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Twitter</span> </button>
<button onClick="javascript:window.print();return false;"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Print Share" class="simplesocial-print-share" ><span class="simplesocialtxt">Print</span></button>
</div>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/">สำรวจ Hate Speech ที่ถูกผลิตซ้ำผ่านวิดีโอ AI ในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความเกลียดชังที่ขายได้ : สำรวจ Hate Speech ที่ถูกผลิตซ้ำผ่านวิดีโอ AI ในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 07:53:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[hate speech]]></category>
		<category><![CDATA[ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7283</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3651;&#3609;&#3648;&#3604;&#3639;&#3629;&#3609;&#3585 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/">ความเกลียดชังที่ขายได้ : สำรวจ Hate Speech ที่ถูกผลิตซ้ำผ่านวิดีโอ AI ในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>วิดีโอบิดเบือนข้อเท็จจริง (Disinformation) ที่สร้างโดย AI และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการสร้างความเกลียดชังในบริบทความขัดแย้งชายแดนไทยและกัมพูชาที่ใช้ในงานศึกษาชิ้นนี้ เป็นวิดีโอเนื้อหาภาษาไทย สื่อสารกับผู้รับสารคนไทยโดยเฉพาะ</li>



<li>ลักษณะการเล่าเรื่องประกอบด้วย 4 รูปแบบหลัก คือ 1. การล้อเลียน 2. การลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ 3. การสร้างความเหนือกว่าทางชาตินิยม และ 4.การกล่าวหาว่าอีกฝ่ายสมคบคิดแผนร้าย</li>



<li>คลิปที่สร้างโดย AI เหล่านี้ ไม่ได้มุ่งหมายสื่อสารเนื้อหาการเมืองหรือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เท่ากับการสร้างคลิปบันเทิงที่จุดติดได้ด้วยปลุกปั่นความเกลียดชัง</li>
</ul>



<p>ในเดือนกรกฎาคม ปี 2568 ความขัดแย้งทางทหารระหว่างไทยและกัมพูชาปะทุขึ้นอีกครั้งตามแนวชายแดน นับเป็นวิกฤตที่มีรากฐานทั้งจากข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ทับซ้อนที่ยาวนานนับทศวรรษ และจากความตึงเครียดทางการเมืองที่สะสมระหว่างสองประเทศ ความขัดแย้งในครั้งนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่ชายแดน แต่ยังขยายตัวเข้าสู่พื้นที่ออนไลน์อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เนื้อหาปลุกปั่นสร้างความเกลียดชังแพร่กระจายได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และเวลา</p>



<p>ในวิกฤตครั้งนี้ สมรภูมิทางความคิดที่รุนแรงบนพื้นที่ออนไลน์มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นตัวช่วยผลิตสื่อสังเคราะห์ (Synthetic Media) ทั้งภาพและเสียงที่สมจริงสูงจนยากต่อการคัดกรอง ในระหว่างที่ความขัดแย้งดำเนินไป บัญชีผู้ใช้หลายรายบน Facebook ใช้โอกาสนี้ผลิตวิดีโอ AI เพื่อขยายกระแสความเกลียดชัง ควบคู่ไปกับการเปิดรับรายได้จากผู้ติดตาม สะท้อนให้เห็นว่าความเกลียดชังไม่เพียงแพร่กระจายได้ง่าย แต่ยังกลายเป็น ‘สินค้า’ ที่สร้างรายได้อีกด้วย</p>



<p>Rocket Media Lab รวบรวมวิดีโอที่เข้าข่ายการบิดเบือนข้อเท็จจริง (Disinformation) ที่สร้างโดย AI และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการสร้างความเกลียดชังในบริบทความขัดแย้งชายแดนไทยและกัมพูชา จำนวน 212 คลิป จาก 14 บัญชีผู้ใช้บน Facebook โดยในจำนวนนี้มี 9 บัญชีที่เปิดหารายได้โดยให้สมัครสมาชิกรายเดือนได้ มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 19 บาทไปจนถึง 69 บาทต่อเดือน การเก็บข้อมูลครอบคลุมตั้งแต่ช่วงเริ่มเหตุปะทะในเดือนกรกฎาคม จนถึงการลงนามหยุดยิงในเดือนตุลาคม 2568 เพื่อวิเคราะห์ลักษณะของวิดีโอที่สร้างโดย AI ทั้งในแง่รูปแบบการสื่อสาร วิธีการสร้างความเกลียดชัง กลุ่มเป้าหมายที่ถูกโจมตี ตลอดจนบทบาทของเนื้อหาเหล่านี้ในการขยายความขัดแย้งในพื้นที่ออนไลน์</p>



<p><strong>วิธีการเก็บข้อมูล</strong></p>



<p>การเก็บข้อมูลเริ่มต้นจากการค้นหาบน Facebook ด้วยคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่เกี่ยวกับความขัดแย้งโดยตรง ทั้งชื่อบุคคล เช่น ฮุนเซน มาลี และคำที่สะท้อนบริบทความตึงเครียด เช่น ทหารกัมพูชา สงคราม และชายแดน จากนั้นกรองเฉพาะวิดีโอที่สร้างด้วย AI และมีเนื้อหาที่เข้าข่ายสร้างความเกลียดชัง การเก็บข้อมูลเน้นไปที่ 14 บัญชีผู้สร้างที่มีความสม่ำเสมอในการผลิตเนื้อหาลักษณะนี้ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว และไม่ได้รวบรวมวิดีโอทั้งหมดที่มีอยู่ แต่คัดเลือกตัวอย่างที่สะท้อนรูปแบบเนื้อหาเกลียดชังได้อย่างชัดเจน ข้อมูลที่รวบรวมได้นำมาวิเคราะห์และจำแนกลักษณะการเล่าเรื่อง (Narrative) ออกเป็น 4 หมวดหลัก โดยพิจารณาจากทั้งคีย์เวิร์ดในบทพูด องค์ประกอบภาพและเสียงที่ปรากฏในวิดีโอ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7288" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_1.png 961w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">4 รูปแบบหลัก ของเนื้อหาเกลียดชังที่สร้างด้วย AI</h3>



<p>จากการวิเคราะห์วิดีโอทั้ง 212 คลิปที่ถูกสร้างขึ้นด้วย AI สามารถจำแนกรูปแบบการสร้างเนื้อหาเกลียดชังที่พบออกได้เป็น 4 รูปแบบหลัก ตามลักษณะการเล่าเรื่อง (Narrative) ได้แก่&nbsp;</p>



<p><strong>1. การล้อเลียน (Ridicule)</strong> คือรูปแบบที่พบมากที่สุด โดยปรากฏเป็นแกนหลักของเรื่องในวิดีโอรวม 103 วิดีโอ ในจำนวนนี้เป็นการล้อเลียนอย่างเดียว 81 คลิป และอยู่คู่กับรูปแบบอื่น เช่น ลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ ใช้ความรุนแรง (Violence) และใช้มุกตลกทางเพศ (Sexual joke) เป็นรูปแบบย่อยคู่กับการล้อเลียนไปด้วย อีก 22 คลิป เนื้อหาประเภทนี้ใช้การล้อเลียนผ่านภาพและเสียงที่สร้างด้วย AI เพื่อทำให้ผู้นำและบุคคลสาธารณะของกัมพูชาดูตลก ไร้ความสามารถ หรืออยู่ในสถานการณ์ที่น่าอับอาย</p>



<p><strong>2. การลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ (Dehumanization) </strong>เป็นรูปแบบที่พบรองลงมา พบ 51 วิดีโอ โดยมีเนื้อหาที่มุ่งเป้าเพื่อลดทอนความเป็นมนุษย์อย่างเดียวจำนวน&nbsp; 48 คลิป และมีอีก 3 คลิปที่ผสมกับการล้อเลียน เนื้อหาลักษณะนี้มักนำใบหน้าบุคคลจริงไปซ้อนทับกับสัตว์หรือสิ่งที่ถูกมองว่าต่ำต้อย เช่น หมาขี้เรื้อน ตัวเงินตัวทอง งู หรือแมลง โดยรูปแบบนี้จะแตกต่างจากการล้อเลียนทั่วไปคือ การล้อเลียนจะยังคงสถานะความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกโจมตี แต่ทำให้หัวเราะกับพฤติกรรมที่ดูตลกหรือน่าอับอาย ขณะที่การลดทอนความเป็นมนุษย์จะตัดขาดความเป็นมนุษย์โดยสิ้นเชิง ทำให้ผู้ชมรับรู้ผู้ถูกโจมตีในฐานะสัตว์แทน</p>



<p><strong>3. การสร้างความเหนือกว่าทางชาตินิยม (National superiority) และการใช้ความรุนแรง (Violence) </strong>พบใน 50 คลิป โดยทั้งสองรูปแบบมีลักษณะร่วมกันคือการสร้างภาพความเหนือกว่าทางทหารของฝ่ายไทย ผ่านวิดีโอที่นำเสนอภาพอาวุธยุทโธปกรณ์ การโจมตี หรือการพ่ายแพ้ของอีกฝ่าย เพื่อเล่าเรื่องว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และสูญเสีย</p>



<p><strong>4. การกล่าวหาว่าอีกฝ่ายสมคบคิดแผนร้าย (Conspiracy) </strong>พบในจำนวนน้อยที่สุดรวม 8 รายการ เนื้อหาประเภทนี้จะสร้างภาพภัยคุกคาม โดยกล่าวหาว่าฝ่ายกัมพูชากำลังดำเนินการบางอย่างอย่างลับๆ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะกระตุ้นความกลัวและความระแวงให้แก่คนดู</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_2-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7289" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_2-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_2-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_2-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_2.png 961w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">วิเคราะห์วิดีโอล้อเลียน : เมื่อการล้อเลียนกลายเป็นเกราะกำบัง</h3>



<p>จากการเก็บข้อมูลคลิปที่ generate ด้วย AI (เจน AI) ที่มีเนื้อหาสร้างความเกลียดชังในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ทั้งหมด 212 คลิป พบรูปแบบการล้อเลียน (Ridicule) เป็นสัดส่วนสูงถึง 48.58% (103 คลิป) ของเนื้อหาทั้งหมด โดยมีจุดเด่นที่วิธีเล่าเรื่องให้ดู ‘ตลก’ เพื่อเป็นเกราะกำบังในการส่งผ่านวาทกรรมเกลียดชังและการทำลายความน่าเชื่อถือของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง</p>



<p><strong>วิดีโอที่มียอดเข้าชมและยอด engagement สูงสุดในหมวดล้อเลียน</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>วิดีโอที่มียอดเข้าชมสูงสุด</strong> คือวิดีโอเจน AI ให้ฮุนเซนเกาะกระจกเครื่องบินรบ พร้อมพูดอ้อนวอนว่า &#8220;กูขอร้องกี่ครั้งแล้วว่าอย่าใช้ F-16 กูไหว้ล่ะ&#8221; มียอดเข้าชมสูงถึง 5,600,000 ครั้ง ยอด engagement รวม 57,000 ครั้ง ยอดแชร์ 3,100 ครั้ง และแสดงความคิดเห็น 1,800 ครั้ง เผยแพร่ ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2568</li>



<li><strong>วิดีโอที่มียอด engagement สูงสุด</strong> คือวิดีโอเจน AI เป็นทหารกัมพูชาคุยกันว่า &#8220;เสบียงไม่มีจะขัดกระทะทำไม&#8221; อีกคนตอบ &#8220;วิทยุบอกเดี๋ยวมีไข่มาส่ง&#8221; และตัดภาพไปเป็นเครื่องบินรบจากไทยบรรทุกระเบิดมาพูดว่า &#8220;ไข่ฟองโตมาส่งแล้วครับ&#8221; มียอดเข้าชม 1,800,000 ครั้ง และมียอด engagement สูงถึง 88,000 ครั้ง ยอดแชร์ 1,700 ครั้ง แสดงความคิดเห็น 595 ครั้ง เผยแพร่ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2568</li>
</ul>



<p>เนื้อหาที่ได้รับความนิยมเหล่านี้ไม่ได้เน้นที่การแสดงข้อเท็จจริงใดๆ แต่เน้นสร้างความสะใจ และเปลี่ยนความตึงเครียดของสถานการณ์ชายแดนให้กลายเป็นสินค้าความบันเทิง นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์เนื้อหาของวิดีโออื่นๆ ในหมวดนี้ยังพบองค์ประกอบที่ซ้ำกัน ได้แก่</p>



<p><strong>1. ทำลายภาพลักษณ์ผู้นำ </strong>มีการใช้ AI เปลี่ยนภาพลักษณ์ของผู้นำกัมพูชาให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอับอาย โดยเฉพาะการให้แต่งกายด้วยชุดผู้หญิง ใส่ชุดเสื้อเกาะอก กระโปรง รองเท้าส้นสูง หรือชุดรัดรูป ตัวอย่างเช่น วิดีโอเจน AI ให้ฮุนเซนและฮุนมาเน็ตใส่ชุดเกาะอกและกระโปรง วิ่งหนีร้องไห้กอดคอกัน พร้อมพูดว่า &#8220;ยอมแล้ว ไม่เอาแล้ว&#8221; โดยมีฉากหลังเป็นเครื่องบินรบและรถถัง ในหลายวิดีโอยังให้แสดงกิริยาที่ถูกมองว่าไม่เหมาะสมกับภาพลักษณ์ผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นการเต้นแอโรบิก หรือนั่งบนรถถังขึ้นสนิม</p>



<p><strong>2. ล้อเลียนว่าเป็นประเทศที่ยากจนหรือใช้เทคโนโลยีที่ล้าสมัย</strong> วิดีโออีกจำนวนมากเจน AI เป็นภาพกองทัพที่ไร้ประสิทธิภาพ เครื่องบินขึ้นสนิมสตาร์ตไม่ติด งบประมาณไม่พอซื้ออาวุธจริง และทหารอายุมากที่อ่อนแอ วิดีโอเหล่านี้พยายามสร้างภาพว่ากัมพูชาไม่ใช่ภัยคุกคามที่ต้องกังวล เพื่อตอกย้ำความเหนือกว่าของไทย เช่น วิดีโอเจน AI เป็นฮุนเซนเปิดเผยอาวุธลับ ซึ่งเป็นปืนฉีดน้ำที่อ้างว่าสั่งมาจากลาซาด้าในช่วงลดราคา</p>



<p><strong>3. การลดทอนสถานะให้เป็นขอทาน หรือผู้รอรับความช่วยเหลือ</strong> วิดีโอส่วนหนึ่งใช้การสร้างบทสนทนาให้ชาวกัมพูชาหรือทหารยอมรับว่าตนเองต้องพึ่งพาไทยหรือเป็นขอทาน เช่น วิดีโอเจน AI เป็นการสัมภาษณ์ชาวกัมพูชาที่ใส่เสื้อผ้าขาด ตอบคำถามนักข่าวว่าที่ชอบฉีกแบงก์ 20 ของไทย เพราะ &#8220;เราเป็นขอทาน คนไทยโยนเศษเงินมาให้มากสุดก็แค่แบงก์ 20&#8221; หรืออีกวิดีโอเจน AI เป็นชาวกัมพูชายืนหลังรั้วลวดหนามและพูดว่า &#8220;เราต้องรื้อลวดหนามเพื่อเข้าไปเป็นขอทานในไทยให้ได้&#8221;</p>



<p><strong>4. การใช้มุกตลกทางเพศและความสัมพันธ์ที่ผิดศีลธรรม </strong>วิดีโอลักษณะนี้ทำคล้ายกับ ‘ละครน้ำเน่า’ โดยนำเสนอความสัมพันธ์สามเส้าระหว่างฮุนเซน บุนรานี และมาลี ผ่านการจัดฉากให้ดูเหมือนภาพจากกล้องวงจรปิด บทสนทนาที่แอบได้ยิน หรือตอนต่อเนื่องที่มีชื่อว่า ‘ละครไร้คุณธรรม’ ที่แสดงภาพมาลีแอบมีความสัมพันธ์กับฮุนเซนและบุนรานีจับได้ วิดีโอรูปแบบนี้จะดึง engagement ได้สูงเป็นพิเศษ เนื่องจากผสานดราม่ากับความบันเทิงเข้ากับการทำลายภาพลักษณ์ของบุคคลสาธารณะได้อย่างกลมกลืน</p>



<p><strong>5. การใช้สิ่งปฏิกูล</strong> วิดีโอกลุ่มนี้เปลี่ยนเป้าหมายจากโจมตีผู้นำมาสู่ประชาชนชาวกัมพูชา โดยใช้รถดูดส้วมเป็นเครื่องมือหลักในการโจมตี ตัวอย่างเช่น วิดีโอนักข่าวถามคนขับรถดูดสวมว่า &#8220;ขึ้นมาบนรถดูดสวมแบบนี้จะเอารถมาทำอะไรคะ&#8221; คนขับตอบว่า &#8220;ถ้าคุยกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง ก็ต้องคุยกับขี้แล้วกัน&#8221; หรือวิดีโอที่ให้ชาวกัมพูชาตะโกนว่า &#8220;หิวขี้ ขอกินขี้คนไทยหน่อย&#8221; ทั้งยังพูดว่า &#8220;ขี้คนไทยนี่อร่อยจริงๆ อยากกินมาตั้งนานแล้ว&#8221; นอกจากนี้ยังพบวิดีโอที่นำเสนอการฉีดน้ำดูดสวมใส่ ‘กลุ่มเด็ก’ ชาวกัมพูชาที่ยืนอยู่หลังลวดหนาม ซึ่งมียอดชมถึง 57,000 ครั้ง</p>



<p>เมื่อพิจารณาเป้าหมายของการโจมตีในหมวดล้อเลียน โดยนับจำนวนครั้งที่ตัวละครต่างๆ ปรากฏในวิดีโอ ไม่ว่าจะปรากฏเดี่ยวหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่น พบว่า <strong>ฮุนเซน</strong> คือเป้าหมายอันดับหนึ่งที่ถูกโจมตีมากที่สุด พบใน 57 วิดีโอ รองลงมาคือ <strong>มาลี</strong> โฆษกกระทรวงกลาโหมประเทศกัมพูชา พบ 36 วิดีโอ ตามด้วย<strong>ชาวกัมพูชาและประเทศกัมพูชา</strong> พบ 22 วิดีโอ และ <strong>ทหารกัมพูชา</strong> พบ 17 วิดีโอ นอกจากนี้ยังพบบุคคลอื่นที่ถูกดึงเข้ามาเป็นตัวละครสมทบ เช่น <strong>บุนรานี</strong> ภริยาของฮุนเซน พบ 10 วิดีโอ<strong> แพทองธาร </strong>พบ 4 วิดีโอ <strong>ทักษิณและฮุนมาเน็ต</strong> พบอย่างละ 3 วิดีโอ และนักร้องอย่าง<strong>แวนด้า</strong> พบ 2 วิดีโอ</p>



<p>สิ่งที่น่าสังเกตจากข้อมูลชุดนี้คือ มีถึง 19 วิดีโอด้วยกันที่ฮุนเซนและมาลีปรากฏร่วมกัน โดยส่วนใหญ่จะถูกนำเสนอในฐานะคู่ที่มีความสัมพันธ์ต่อกัน เพื่อทำลายภาพลักษณ์ผ่านมุกตลกทางเพศ นอกจากนี้ ยังพบว่าการโจมตีไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้นำ แต่ขยายมาสู่ชาวกัมพูชาทั่วไปอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็มีการดึงตัวละครฝ่ายไทย เช่น แพทองธารและทักษิณ เข้ามาร่วมเฟรมในสถานการณ์ที่ดูตลกหรือน่าอับอาย เช่น วิดีโอเจน AI ให้แพทองธารขี่หลังฮุนเซน หรือวิดีโอที่ให้ฮุนเซนขี่หลังทักษิณวิ่งหนีตัวเงินตัวทอง เพื่อสื่อถึงความสัมพันธ์และผลประโยชน์ที่มีร่วมกัน ตามข่าวที่ปรากฏในขณะนั้น เป็นการใช้ AI เพื่อแซะการเมืองในประเทศไทยไปพร้อมๆ กับการสร้างวาทกรรมเกลียดชังต่อกัมพูชา วิดีโอล้อเลียนลักษณะนี้ทำออกมาได้ง่ายกว่าการโจมตีเชิงนโยบายหรือโจมตีความสามารถในการบริหารบ้านเมือง และยังง่ายต่อการแพร่กระจายในรูปแบบความบันเทิงอีกด้วย</p>



<p>อีกประเด็นที่สำคัญคือการล้อเลียน ไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด แต่ยังเป็นรูปแบบที่มักถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นสู่เนื้อหาที่รุนแรงกว่า จากการตรวจสอบเนื้อหาในบัญชีผู้ใช้หลายราย พบว่า ส่วนใหญ่มีจุดเริ่มต้นด้วยการล้อเลียนหรือใช้มุกตลกผ่านบทพูด ก่อนค่อยๆ เพิ่มความรุนแรงของเนื้อหาขึ้น เช่น วิดีโอที่เริ่มต้นด้วยการบ่นเรื่องเสบียง แต่จบด้วยการส่ง ‘ไข่ฟองโต’ หรือระเบิดจากเครื่องบินรบมาถล่ม หรือวิดีโอพัสดุส่งด่วน ที่ล้อเลียนการส่งของแต่จบด้วยการยิงปืนใหญ่ใส่บ้านผู้นำ&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้มีการใช้แฮชแท็กอย่าง #คลิปตลก #คลิปเอไอ ทำหน้าที่เป็นเกราะกำบัง เปลี่ยนสถานะของ Hate Speech ให้กลายเป็นมุกขำๆ ซึ่งอาจสร้างความคุ้นชินกับความเกลียดชัง ดังที่พบในตัวอย่างคอมเมนต์ว่า &#8220;ขำๆ..ขายหัวเราะ555..ขอบคุณ AI&#8221; หรือ &#8220;ทำหนังตลกได้เลยรายได้กระจุยกระจายแน่นอน&#8221; เมื่อผู้ชมคุ้นชินกับการเห็นผู้นำอีกฝ่ายถูกกระทำให้อับอาย การเห็นภาพศพทหารหรือการโจมตีทางทหารที่รุนแรงกว่าในคลิปถัดๆ ไป จึงกลายเป็นเรื่องที่รับได้ง่ายขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_3-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7290" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_3-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_3-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_3-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_3.png 961w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">วิเคราะห์วิดีโอลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ (Dehumanization): เมื่อ AI ถูกใช้ทำให้สูญสิ้นความเป็นคน</h3>



<p>จากการเก็บข้อมูลวิดีโอที่มีเนื้อหาสร้างความเกลียดชังในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่สร้างด้วย AI ทั้งหมด 212 คลิป พบรูปแบบการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ (Dehumanization) เป็นสัดส่วน 24.06% (51 คลิป) ของเนื้อหาทั้งหมด วิดีโอในหมวดนี้มีจุดเด่นที่มีการแสดงภาพบุคคลในฐานะสัตว์หรือสิ่งสกปรก ผ่านการใช้ AI แทนใบหน้าบุคคลนั้นลงในร่างกายของสัตว์หรือฉากที่ออกแบบมาเพื่อสื่อความด้อยกว่า กระบวนการนี้แตกต่างจากหมวดการล้อเลียน (Ridicule) ตรงที่ไม่ได้มุ่งเป้าเพียงให้เกิดเสียงหัวเราะ แต่จงใจสร้างภาพแทนว่าอีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์</p>



<p><strong>วิดีโอที่มียอดเข้าชมและยอด engagement สูงสุดในหมวด Dehumanization</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>วิดีโอที่มียอดเข้าชมสูงสุด</strong> คือวิดีโอเจน AI เป็นฮุนเซนและมาลีถูกนำไปใส่แทนหน้าคางคก นอนทับกัน และมีตัวเงินตัวทองอยู่ข้างๆ มียอดเข้าชมสูงถึง 2,100,000 ครั้ง ยอด engagement รวม 5,200 ครั้ง ยอดแชร์ 480 ครั้ง และแสดงความคิดเห็น 346 ครั้ง เผยแพร่ ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2568</li>



<li><strong>วิดีโอที่มียอด engagement สูงสุด</strong> คือวิดีโอเจน AI เป็นภาพพยาบาลเข็นผู้ป่วยในชุดทหารกัมพูชาเข้ามาที่โรงพยาบาล แต่เมื่อหมอไทยเห็นกลับตอบว่า &#8220;ไหนล่ะ เห็นมีแต่เหี้ย&#8221; และหัวเราะเยาะอย่างสนุกสนาน มียอดเข้าชม 1,600,000 ครั้ง และมียอด engagement สูงถึง 45,000 ครั้ง ยอดแชร์ 3,000 ครั้ง แสดงความคิดเห็น 1,600 ครั้ง เผยแพร่ ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2568<br></li>
</ul>



<p>เนื้อหาลักษณะนี้สะท้อนว่า AI ถูกใช้เพื่อสร้างภาพจำที่เปลี่ยนฝ่ายตรงข้ามให้กลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจและไม่มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์เนื้อหาของวิดีโออื่นๆ ในหมวดนี้ยังพบองค์ประกอบที่ซ้ำกัน ได้แก่</p>



<p><strong>1. การเปรียบเทียบเป็นสัตว์</strong> พบการนำหน้าของบุคคลมาใส่ในสัตว์ต่างๆ กว่า 15 ชนิด ได้แก่ ตัวเงินตัวทอง, หมาขี้เรื้อน, ควาย, หมู, ชะนี, แมลงสาบ, แมลงวัน, แมงกุดจี่, เห็บหมัด, กิ้งกือ, หนอน, งู, ตุ๊กแก, อึ่งอ่าง และคางคก การเลือกสัตว์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สัตว์ทุกชนิดที่ถูกเลือกใช้มีความหมายเชิงลบในบริบทของไทยอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นภาพแทนของความสกปรก ต่ำต้อย โง่เขลา หรือน่ารังเกียจ ทำให้ผู้ชมสามารถรับรู้ข้อความเชิงดูถูกหรือสร้างความรู้สึกขยะแขยงในใจผู้ชมทันทีที่เห็นภาพ โดยไม่ต้องพึ่งคำบรรยายใดๆ นอกจากนี้ยังพบการใช้ AI สร้างภาพให้ผู้นำกัมพูชาและมาลีอุ้มตัวเงินตัวทองในฐานะ ‘ลูก’ บางวิดีโอมีการเพิ่มเสียงพากย์ที่ให้ตัวละครพูดบทสนทนาด่าทอกันเองว่าเป็นสัตว์ เช่น วิดีโอเจน AI เป็นหน้าฮุนเซนมีลำตัวตัวเป็นงู และหน้ามาลีมีลำตัวเป็นตัวเงินตัวทอง พร้อมบทพูดว่า &#8220;มะลิ เธอมันตัวเงินตัวทองจริงๆ สินะ&#8221; &#8220;วุ้นเส้น เธอมันงูเหลือมกินหมา เธอมันชั่วช้าสารเลว&#8221;</p>



<p><strong>2. การให้อยู่ในสถานะที่ต่ำต้อย อยู่ในพื้นที่สกปรก และมีพฤติกรรมที่สุดโต่ง</strong> ตัวละครถูกกำหนดให้คุ้ยขยะ กินขยะ คลานใส่สายจูง อยู่ในท่อน้ำเสีย น้ำเน่า อยู่ในโคลน ทำพฤติกรรมแบบสัตว์ เช่น คาบฟันปลอม คาบแพมเพิสที่เปื้อนอุจาระ การสร้างภาพตัวละครเช่นนี้เป็นระดับความรุนแรงเชิงสัญลักษณ์ที่สูงกว่าการล้อเลียนทั่วไป เพราะจะมุ่งไปที่การทำลายสุขอนามัยและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การสูญเสียสิ่งเหล่านี้ไปทำให้ตัวละครถูกมองเป็นเพียง ‘สิ่งสกปรก’ ในสายตาผู้ชม</p>



<p>เมื่อพิจารณาเป้าหมายของการโจมตีในหมวด Dehumanization โดยนับจำนวนครั้งที่ตัวละครต่างๆ ปรากฏในวิดีโอ ไม่ว่าจะปรากฏเดี่ยวหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่น พบว่า <strong>ฮุนเซน</strong> คือเป้าหมายอันดับหนึ่งที่ถูกโจมตีมากที่สุด พบใน 44 วิดีโอ รองลงมาคือ <strong>มาลี</strong> โฆษกกระทรวงกลาโหมประเทศกัมพูชา พบ 37 วิดีโอ <strong>ฮุนมาเนต </strong>บุตรชายคนโตของฮุนเซน<strong> </strong>พบ 4 วิดีโอ <strong>ชาวกัมพูชา ทหารกัมพูชา</strong> และ<strong>บุนรานี</strong> ภริยาของฮุนเซน พบในสัดส่วนที่เท่ากัน อย่างละ 3 วิดีโอ&nbsp;</p>



<p>วิดีโอที่จัดอยู่ในหมวด Dehumanization นี้คือจุดที่เนื้อหาข้ามเส้นจากการล้อเลียนไปสู่รากฐานของการความรุนแรง การให้ภาพคนว่าเป็นเหี้ยหรือหมาขี้เรื้อนซ้ำหลายสิบครั้งในช่วงเวลาไม่กี่เดือนไม่ใช่การล้อเลียนธรรมดา แต่คือการก่อสร้างทางวัฒนธรรมที่ค่อยๆ ทำให้การมองอีกฝ่ายว่าเป็นสิ่งที่ต่ำกว่ามนุษย์กลายเป็นเรื่องปกติ และเมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับข้อสังเกตว่าวิดีโอเหล่านี้ผลิตโดยบุคคลที่มีแรงจูงใจทางการหารายได้จากยอด engagement ความน่ากังวลจึงไม่ได้อยู่ที่เจตนาของผู้สร้าง แต่อยู่ที่ความรวดเร็วของเนื้อหาที่กระจายตัวไปแล้วอย่างกว้างขวาง และไม่มีกลไกใดที่จะเรียกคืนได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_4-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7291" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_4-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_4-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_4-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_4.png 961w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">วิเคราะห์วิดีโอหมวดการสร้างความเหนือกว่าทางชาตินิยมและความรุนแรง: เมื่อความรุนแรงถูกทำให้ชอบธรรมในนามความเป็นชาติ</h3>



<p>จากการเก็บข้อมูลวิดีโอที่มีเนื้อหาสร้างความเกลียดชังในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่สร้างด้วย AI ทั้งหมด 212 คลิป พบวิดีโอที่มีรูปแบบเนื้อหาสร้างความเหนือกว่าทางชาตินิยม (National Superiority) และการใช้ความรุนแรง (Violence) เป็นสัดส่วน 23.58% (50 คลิป) ของเนื้อหาทั้งหมด โดยวิดีโอในหมวดนี้จะครอบคลุมรูปแบบเนื้อหาสองกลุ่มที่มีจุดร่วมเชิงอุดมการณ์ คือ กลุ่มแรกสร้างภาพว่าไทยเหนือกว่ากัมพูชาในมิติทางการทหาร เทคโนโลยี อธิปไตย และศีลธรรม กลุ่มที่สองนำเสนอหรือสนับสนุนการใช้ความรุนแรงต่อฝ่ายกัมพูชา ทั้งสองกลุ่มถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมในหมวดเดียวกันเพราะมักปรากฏซ้อนทับในคลิปเดียวกัน และสร้างเรื่องเล่าเดียวกันคือ ‘ฝ่ายเราชนะ ฝ่ายนั้นสมควรถูกลงโทษ’</p>



<p><strong>วิดีโอที่มียอดเข้าชมและยอด engagement สูงสุดในหมวดการสร้างความเหนือกว่าทางชาตินิยมและความรุนแรง</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>วิดีโอที่มียอดเข้าชมสูงสุด</strong> คือวิดีโอเจน AI เป็นศพทหารกัมพูชานอนเกลื่อน ระบุข้อความในคลิปว่า &#8220;ไม่มีใครพาออกไปหน่อยหรอ ญาติพี่น้องเขารออยู่นะ&#8221; มียอดเข้าชมสูงถึง 9,200,000 ครั้ง ยอด engagement รวม 31,000 ครั้ง ยอดแชร์ 9,600 ครั้ง และแสดงความคิดเห็น 2,900 ครั้ง เผยแพร่ ณ วันที่ 5 สิงหาคม 2568&nbsp;</li>



<li><strong>วิดีโอที่มียอด engagement สูงสุด</strong> คือวิดีโอเจน AI เป็นภาพซากปรักหักพังของบ้านเรือน ระบุข้อความในคลิปว่า &#8220;หลังจากท่านแม่ทัพ สั่งให้รื้อบ้านเรือนตรงช่องอานม้ากว่า 80 หลังคาเรือน ก็ได้เอารถเครื่องจักรหนักเข้าทำลายพื้นที่ทันที&#8221; มียอดเข้าชม 2,600,000 ครั้ง และมียอด engagement สูงถึง 100,000 ครั้ง ยอดแชร์ 2,400 ครั้ง แสดงความคิดเห็น 5,400 ครั้ง เผยแพร่ ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2568</li>
</ul>



<p>วิดีโอภาพศพทหารกัมพูชาที่มียอดเข้าชมสูงสุดถึง 9.2 ล้านครั้ง แม้ภาพที่ปรากฏจะแสดงถึงความตายที่น่าสยดสยองของทหารกัมพูชา แต่กลับเลือกใช้คำแสดงความเป็นห่วงอย่าง “ญาติพี่น้องเขารออยู่นะ&#8221; การนำเสนอเนื้อหาผ่านวิธีนี้ทำหน้าที่เป็นเหมือน ‘โล่ทางศีลธรรม’ (Moral Shield) ให้แก่ผู้ชม เพราะรูปแบบการสื่อสารไม่ได้ถูกจัดวางให้เป็นการฉลองชัยชนะบนซากศพ แต่เป็นการตั้งคำถามด้วยความเวทนา ทำให้ผู้ชมสามารถรับชมเนื้อหาได้โดยไม่รู้สึกว่าตนเองกำลังทำผิดอะไร&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การสร้างเนื้อหาลักษณะนี้ไม่ได้ทำให้ความรุนแรงลดลง และที่น่าสังเกตคือ วิดีโอกลุ่มนี้มีเนื้อหาที่บริโภคและเผยแพร่ง่ายขึ้น ผู้ชมสามารถมีปฏิสัมพันธ์ เช่น การกดไลก์หรือแชร์ โดยไม่รู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมสร้างความรุนแรง ตลอดจนทำให้ความรุนแรงกลายเป็นเรื่องปกติ จึงจะเห็นได้ว่า วิดีโอในหมวดนี้มียอดการแชร์ที่สูงมาก และสูงที่สุดเมื่อเทียบกับวิดีโอในทุกหมวด</p>



<p>นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาวิดีโออื่นในชุดข้อมูลเดียวกัน ยังพบรูปแบบการผลิตเนื้อหาที่เป็นแบบแผน โดยในช่วงวันที่ 2-10 สิงหาคม 2568 มีวิดีโออย่างน้อย 12 คลิปจากบัญชีผู้สร้างเดียวกันที่ใช้โครงสร้างเหมือนกันทั้งหมด คือภาพศพทหารกัมพูชาอยู่ในสถานที่ต่างๆ เช่น แม่น้ำ ทุ่งหญ้า ป่า หรือปราสาท แต่เปลี่ยนข้อความกำกับในคลิปเล็กน้อย เช่น “เริ่มจะใกล้เน่าไปทุกที” “ป่านนี้เข้ามาเก็บกันหรือยังนะ” หรือ “แมลงวันเริ่มตอมแล้ว” สะท้อนว่าวิดีโอเหล่านี้ไม่ได้เป็นการผลิตเนื้อหาแบบธรรมชาติ แต่เป็นการทดลองโดยใช้ภาพชุดเดิมแล้วปรับข้อความเพื่อดูว่ารูปแบบใดสร้าง engagement ได้ดีที่สุด และผลคือคลิปที่ใช้ประโยค “ญาติพี่น้องเขารออยู่นะ” ทำผลงานได้ดีที่สุด ด้วยยอดเข้าชม 9.2 ล้านครั้ง ซึ่งมากกว่าคลิปอื่นในกลุ่มเดียวกันราว 5-10 เท่า แสดงให้เห็นว่า โทนความเวทนา ไม่เพียงทำหน้าที่เป็นโล่ทางศีลธรรม แต่ยังเป็นสูตรที่มีประสิทธิภาพในการดึงความสนใจและการมีส่วนร่วมของผู้ชมอย่างมีนัยสำคัญ</p>



<p>ส่วนวิดีโอที่มียอด engagement สูงสุด ซึ่งแสดงภาพซากบ้านเรือนที่ถูกทำลาย แม้ยอดวิวจะต่ำกว่าวิดีโอภาพศพ ราว 3.5 เท่า แต่กลับมี engagement สูงกว่ามาก โดยเฉพาะจำนวนคอมเมนต์ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ทำให้คลิปนี้มีอัตราการมีส่วนร่วมสูงที่สุดในวิดีโอทั้งหมด นอกจากนี้ การอ้างถึง ‘ท่านแม่ทัพ’ ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเนื้อหา โดยทำให้การกระทำนั้นดูเป็นคำสั่งอย่างเป็นทางการของรัฐ แม้ภายหลังภาครัฐจะมีการออกมา<a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3219/iid/417055">ยืนยัน</a>ว่าเป็นข่าวปลอม แต่วิดีโอนี้ก็ถูกแชร์ไปอย่างกว้างขวาง สะท้อนข้อจำกัดของระบบตรวจจับเนื้อหา ขณะเดียวกัน ช่องว่างระหว่างยอดวิวกับ engagement ยังบ่งชี้ว่า ผู้ชมไม่ได้เพียงถูกอัลกอริทึมพามาดู แต่มีสัดส่วนสูงที่เลือกจะมีส่วนร่วมกับวิดีโอนี้ โดยความเห็นที่ได้รับการกดถูกใจกว่า 1 พันครั้ง ระบุว่า “ท่านแม่ทัพทำถูกแล้ว” “ต้องเด็ดขาดงี้ สุดยอด ท่านแม่ทัพ” โดยตัวเลข engagement 100,000 ครั้งนี้ หมายความว่ามีผู้ชมกว่า 100,000 รายที่รู้สึกถูกกระตุ้นให้อยากมีส่วนร่วมกับเนื้อหานี้ และอาจมีแนวโม้มในการส่งต่อความเกลียดชังมากกว่าคลิปที่มีคนดู 9.2 ล้านรายแต่เป็นการดูผ่านไปเฉยๆ</p>



<p>เมื่อวิเคราะห์เนื้อหาของวิดีโออื่นๆ ในหมวดนี้ยังพบองค์ประกอบที่ซ้ำกัน ได้แก่</p>



<p><strong>1. ให้ภาพแสนยานุภาพทางทหารของไทยที่เหนือกว่า </strong>มีการใช้ภาพ AI เจนภาพเครื่องบินรบ F-16, จรวดกริพเพน, รถถัง และเรือดำน้ำในการถล่มฐานทัพหรือบ้านพักของผู้นำกัมพูชา&nbsp;</p>



<p><strong>2. การทำให้ความตายเป็นเรื่องปกติ </strong>มีการใช้ภาพศพทหาร เลือด และแมลงวันที่ตอมศพ เพื่อสื่อว่าฝ่ายตรงข้ามถูกกำจัดไปเป็นจำนวนมาก</p>



<p><strong>3. วาทกรรม ‘เพื่อชาติ’ และการปกป้องอธิปไตย </strong>มักใช้ประโยคอย่าง &#8220;ดอกนี้เพื่อคนไทยทั้งประเทศ&#8221; &#8220;ของขวัญจากไทย&#8221; หรือ &#8220;พัสดุส่งด่วน&#8221; ร่วมกับการโจมตีด้วยการทิ้งระเบิด มีการสร้างภาพการกั้นกำแพงและลวดหนามสูงเพื่อตัดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมตั้งคำถามกับผู้ชมว่า &#8220;เพื่อนๆ คิดว่าไง&#8221; เพื่อเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจนั้น</p>



<p>เมื่อพิจารณาเป้าหมายของการโจมตีในหมวดการสร้างความเหนือกว่าทางชาตินิยมและความรุนแรง โดยนับจำนวนครั้งที่ตัวละครต่างๆ ปรากฏในวิดีโอ ไม่ว่าจะปรากฏเดี่ยวหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่น พบว่า <strong>ทหารกัมพูชา</strong> คือเป้าหมายอันดับหนึ่งที่ถูกโจมตีมากที่สุด พบใน 26 วิดีโอ รองลงมาคือโจมตีไปที่<strong>ชาวกัมพูชาและประเทศกัมพูชาในภาพรวม </strong>พบ 20 วิดีโอ และโจมตี <strong>ฮุนเซน</strong> โดยตรง พบ 4 วิดีโอ ซึ่งจะเน้นการถล่มบ้านพักด้วยระเบิด&nbsp;</p>



<p>จากตัวเลขนี้จะเห็นว่าเป้าหมายในการโจมตีนั้นแตกต่างจากหมวดล้อเลียน หรือลดทอนความเป็นมนุษย์อย่างชัดเจน เนื่องจากจุดประสงค์หลักของการสร้างของวิดีโอในหมวดนี้เพื่อต้องการเห็นฝ่ายตรงข้ามพ่ายแพ้ เป้าหมายจึงเปลี่ยนจากผู้นำมาเป็นการโจมตีทหารและประเทศในภาพรวม เพื่อตอกย้ำชัยชนะและความเหนือกว่าของชาติตนเอง รูปแบบนี้จึงนับว่ามีอันตรายกว่าการโจมตีไปที่ตัวบุคคลใดคนหนึ่ง เพราะไม่มีเส้นแบ่งว่าชาวกัมพูชาคนไหนบ้างที่อยู่นอกขอบเขตของความเกลียดชัง&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้วิดีโอในหมวดนี้เลือกใช้ภาพที่มีความสมจริงสูง เช่น ภาพศพ อาวุธจริง แทนที่จะเป็นภาพสัตว์หรือการล้อเลียนแบบสุดโต่ง ซึ่งอาจทำให้ผู้รับสารจำนวนหนึ่งไม่แน่ใจว่าเนื้อหาเป็นของจริงหรือ AI สร้าง ดังที่ปรากฏในตัวอย่างคอมเมนต์ว่า &#8220;จริงหรือไม่จริงดูไม่รู้ แต่ฉันชอบนะ&#8221; “ของจริงหรือของปลอม ปลอมอย่าเอามาลงเลยค่ะ” “เรื่องจริงรึเปล่าเนี่ย ถ้าจริงก็ยอดเยี่ยมมากเลย” โดยงานวิจัยด้านเทคโนโลยีดีพเฟค (Deepfake) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการปลอมแปลงใบหน้าและเสียงที่สมจริง ของ <a href="https://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=3213954">Chesney &amp; Citron (2019)</a> ชี้ให้เห็นว่าอันตรายที่ร้ายแรงที่สุดของ Deepfake ไม่ใช่เพียงแค่การทำให้คนหลงเชื่อในข้อมูลเท็จ แต่คือการทำลายความสามารถของสังคมในการแยกแยะความจริงออกจากความเท็จ ซึ่งเป็นสิ่งที่วิดีโอในหมวดนี้ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_5-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7292" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_5-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_5-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_5-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_5.png 961w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">วิเคราะห์วิดีโอหมวดการกล่าวหาว่าอีกฝ่ายจัดฉาก สมคบคิด หรือมีแผนร้าย: เมื่อความสงสัยถูกใช้แทนข้อเท็จจริง</h3>



<p>จากการเก็บข้อมูลวิดีโอที่มีเนื้อหาสร้างความเกลียดชังในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่สร้างด้วย AI ทั้งหมด 212 คลิป พบวิดีโอที่มีรูปแบบเนื้อหากล่าวหาว่าอีกฝ่ายมีแผนร้าย สมคบคิด หรือจัดฉากหลอกลวง (Conspiracy) พบเป็นสัดส่วน 3.77% (8 คลิป) ของเนื้อหาทั้งหมด โดยวิดีโอในหมวดนี้มีลักษณะกล่าวหาว่าฝ่ายกัมพูชากำลังวางแผนหรือดำเนินการลับบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการรื้อรั้วลวดหนาม ขุดหลุมใกล้แนวชายแดน ลักลอบเข้าประเทศ หรือปกปิดยอดผู้เสียชีวิตจากสาธารณะ เนื้อหาในหมวดนี้แม้จะพบเป็นสัดส่วนน้อยที่สุด แต่กลับมีอิทธิพลสูงในการปลุกปั่นกระแสความระแวงของผู้คนภายในประเทศ</p>



<p><strong>วิดีโอที่มียอดเข้าชมและยอด engagement สูงสุดในหมวดการกล่าวหาว่าอีกฝ่ายจัดฉาก สมคบคิด หรือมีแผนร้าย</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>วิดีโอที่มียอดเข้าชมสูงสุดและยอด engagement สูงสุด</strong> คือวิดีโอเจน AI ให้คล้ายภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดตอนกลางคืน แสดงให้เห็นทหารกำลังขุดหลุมบริเวณรั้วลวดหนาม ระบุข้อความว่า &#8220;กลางค่ำกลางคืนก็ไม่เว้นเลยนะเขมร ทหารไทยอยู่ไหนครับมาดูกันหน่อย&#8221; มียอดเข้าชมสูงถึง 1,500,000 ครั้ง ยอด engagement รวม 15,000 ครั้ง ยอดแชร์ 12,000 ครั้ง และแสดงความคิดเห็น 2,300 ครั้ง เผยแพร่ ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2568&nbsp;</li>
</ul>



<p>สิ่งที่ทำให้วิดีโอนี้ได้รับความสนใจคือรูปแบบการนำเสนอที่เลือกใช้ภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อสร้างภาพว่านี่คือ ‘หลักฐานจริง’ ที่ถูกจับได้ วิธีนี้ช่วยลดการคัดกรองข้อมูล (Critical Thinking) ของผู้ชม และทำให้สิ่งที่ AI สร้างขึ้นดูเหมือนหลักฐานชิ้นสำคัญที่ถูกเปิดโปง มากกว่าจะเป็นเพียงคอนเทนต์เพื่อความบันเทิง&nbsp;</p>



<p>สิ่งที่สะท้อนชัดเจนว่าผู้ชมเชื่อและตื่นตระหนกกับหลักฐานปลอมที่ AI สร้างขึ้นคือจำนวนยอดแชร์ของวิดีโอนี้ที่สูงถึง 12,000 แชร์ ซึ่งสูงที่สุดจากทุกหมวด ทั้งยังพบการแสดงความคิดเห็นที่แฝงด้วยความกังวลต่อความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน เช่น “ทหารไทยอยู่ไหนนะ มันกำลังฝังลูกระเบิดหรือเปล่าตรงไหนก็ไม่รู้เลยนะคะ” “สันดานโจรชัดๆ บ้านหนองจานก็ระวังนะคะแกล้งป่วนส่วนอีกทางอาจจะวางทุ่นก็ได้ คำสั่งมันอาจจะมาแบบนี้ พวกนี้เชื้อไม่ทิ้งแถว” หรือ “เห็นเขาขนาดนี้ยังทำอะไรเขาไม่ได้เลยเหรอ” แสดงให้เห็นว่า AI ถูกใช้เพื่อเปลี่ยนจากความเกลียดชังเชิงตัวบุคคล เช่น ฮุนเซน หรือ มาลี ไปสู่การสร้างภาพจำว่าประชาชนและทหารกัมพูชาทุกคนคือภัยคุกคามที่พร้อมจะทำร้ายคนไทยทุกเมื่อ</p>



<p>นอกจากนี้ยังพบว่าบัญชีผู้โพสต์คลิปนี้มาตอบกลับบางความเห็นด้วย เช่น เมื่อมีผู้ชมแสดงความเห็นว่า “ถ่ายให้จบหน่อยว่าขุดอะไร” ผู้โพสต์ก็มาตอบกลับว่า “มันหนีไปก่อนคับ” ทำให้การสร้างกระแสความหวาดระแวงไม่ได้จบเพียงแค่การลงคลิป แต่มีการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมต่อ ซึ่งอาจทำให้ผู้ชมเชื่อว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง&nbsp;</p>



<p>แม้หมวดนี้จะมีเพียง 8 คลิป แต่พบองค์ประกอบที่ซ้ำกันชัดเจน แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ คือ</p>



<p><strong>1. การสร้างภาพหลักฐานเท็จ </strong>มีการใช้ AI สร้างภาพการลอบวางระเบิด รื้อลวดหนามของไทย การลอบขุดหลุมที่รั้วชายแดนเพื่อฝังวัตถุอันตราย หรือการโรยตะปูในป่า</p>



<p><strong>2. การสร้างภาพว่ากัมพูชาจัดฉาก</strong> พบการกล่าวหาว่าฝ่ายกัมพูชาทำการแสดงเพื่อหลอกลวงคนไทยและคนกัมพูชาด้วยกันเอง เช่น วิดีโอเจน AI เป็นทหารสั่งให้ชาวบ้านทำหน้าเศร้า ร้องไห้ เพื่อหลอกให้ไทยเปิดด่าน หรือวิดีโอกล่าวหาว่ากองทัพกัมพูชาโกหกเรื่องยอดการสูญเสีย โดยสร้างภาพ AI เป็นทหารกัมพูชา ใส่บทสนทนาว่า &#8220;ทหารของเราสูญเสียไป 2 พันนายแล้ว&#8221; &#8220;รายงานประชาชนว่าแค่ 20 คนพอ&#8221; เพื่อชูให้ฝ่ายไทยเป็นผู้กุมความจริงที่เหนือกว่า</p>



<p>นอกจากนี้คำบรรยาย (Caption) ในแต่ละวิดีโอของหมวดนี้ มักใช้การตั้งคำถามเพื่อทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมไปด้วย เช่น &#8220;เขมรเหิมเกริมรื้อลวดหนามไทย ทำยังไงดีครับเพื่อนๆ&#8221; หรือ &#8220;ใช่มันป่าววะ เพื่อนๆ ช่วยดูหน่อย&#8221; “เขมรจงจำไว้ ความเจ็บครั้งนี้ มึงจะต้องได้รับคืนอย่างสาสม” วิธีนี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมในการป้องกันประเทศ การสร้างภาพจำว่าทุกคนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามคือภัยคุกคามของวิดีโอหมวดนี้ ทำให้เกิดความรู้สึกชอบธรรมหากจะตอบโต้ด้วยความรุนแรงในท้ายที่สุด</p>



<p>เมื่อพิจารณาเป้าหมายของการโจมตีในหมวดการกล่าวหาว่าอีกฝ่ายมีแผนร้าย สมคบคิด หรือจัดฉากหลอกลวง โดยนับจำนวนครั้งที่ตัวละครต่างๆ ปรากฏในวิดีโอ ไม่ว่าจะปรากฏเดี่ยวหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่น พบว่า <strong>ทหารกัมพูชา</strong> คือเป้าหมายอันดับหนึ่งที่ถูกโจมตีมากที่สุด พบใน 5 วิดีโอ อยู่ในฐานะผู้ปฏิบัติตามแผนลับ รองลงมาคือโจมตีไปที่<strong>ชาวกัมพูชา </strong>พบ 3 วิดีโอ อยู่ในฐานะผู้ร่วมขบวนการลักลอบเข้าเมืองหรือจัดฉากหลอกลวง</p>



<p>จะเห็นว่าหมวดนี้ต่างจากหมวดอื่นตรงที่ไม่ปรากฏการโจมตีตัวผู้นำ แต่พุ่งเป้าไปยังทหารและประชาชนแทน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าชาวกัมพูชาทุกคนคือภัยคุกคามที่ไม่อาจไว้วางใจได้ วิดีโอที่ถูกผลิตในหมวดนี้มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของอีกฝ่ายในทุกมิติ ไม่ว่าความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นจริงกับอีกฝ่ายจะเป็นอย่างไร ผู้ชมฝั่งไทยที่รับสารและเชื่อในวิดีโอหมวดนี้ก็จะมองว่าเป็นเพียงการแสดง แม้จะมีจำนวนคลิปน้อยที่สุด แต่วิดีโอในหมวดนี้กลับเป็นหมวดที่อันตรายที่สุดเพราะทำให้วิดีโอในหมวดอื่นๆ มีความชอบธรรมมากขึ้น เมื่อผู้รับสารเชื่อว่าอีกฝ่ายกำลังสมคบคิดแผนร้ายอยู่ การเสียดสี ล้อเลียน ลดทอนความเป็นมนุษย์ หรือการเชียร์ให้ใช้ความรุนแรงต่อไป ก็จะไม่ดูเหมือนความเกลียดชัง แต่เป็นความยุติธรรมที่สมควรได้รับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">วิดีโอ AI ไม่ได้ผลิตขึ้นเพื่อให้ชาวกัมพูชาได้ยิน แต่เพื่อให้คนไทยได้ดู&nbsp;</h3>



<p>จากการรวบรวมวิดีโอทั้งหมด 212 วิดีโอ พบลักษณะร่วมที่สำคัญคือ ตัวละครทุกตัวล้วนเป็นวิดีโอที่ใช้<strong>พูดภาษาไทย</strong> ไม่ว่าจะเป็นเสียงของ ฮุนเซน มาลี ฮุนมาเน็ต ทหารกัมพูชา หรือแม้กระทั่งตัวละครที่ถูกนำเสนอว่าเป็นนักข่าวต่างประเทศหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเทคนิคในการสร้างเนื้อหา แต่เป็นข้อเท็จจริงสำคัญที่สะท้อนว่า วิดีโอเหล่านี้ไม่ได้ผลิตขึ้นเพื่อสื่อสารหรือตอบโต้กับชาวกัมพูชาโดยตรง แต่ผลิตขึ้นเพื่อสร้างพื้นที่สำหรับการเยาะเย้ยของคนไทยโดยเฉพาะ</p>



<p>การเลือกใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักของเนื้อหา ทำให้ผู้ชมชาวไทยสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมกับเนื้อหาได้ทันที ในขณะเดียวกัน การนำเสนอผู้นำและประชาชนกัมพูชาให้พูดภาษาไทย ยังเป็นวิธีหนึ่งในการวางตัวตนของอีกฝ่ายให้กลายเป็นเพียงตัวละครในเรื่องเล่าที่คนไทยเป็นผู้ควบคุม โดยตัวละครเหล่านี้มักถูกกำหนดให้พูดประโยคที่ลดทอนคุณค่าของตนเอง เช่น การยอมรับว่าเป็น ‘ขอทาน’ หรือการว่าโจมตีประเทศของตนว่า ‘จนจะตายห่า’ ไม่มีอะไรที่สู้ไทยได้ นอกจากนี้ยังมีการนำภาษาอีสานมาใช้ในบทสนทนาเพื่อเพิ่มอรรถรสและความตลกขบขัน เช่น การพากย์เสียงให้คนแก่พูดภาษาอีสานเพื่อด่าทออีกฝ่ายว่า “ซุมขี้กะตืกเขมร” หรือการใช้คำเรียกแทนฮุนเซนว่า ‘วุ้นเส้น’ ซึ่งเป็นคำที่ผู้ชมชาวไทยเข้าใจและรู้สึกมีส่วนร่วมได้ทันที</p>



<p>อีกสิ่งที่น่าสังเกตคือ เมื่อวิดีโอต้องการนำเสนอเสียงของต่างชาติเพื่อมายืนยันความเหนือกว่าของฝ่ายไทยเช่น ตัวละครนักข่าวต่างชาติที่ตำหนิทหารกัมพูชาว่าโกหก หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ระบุว่าเที่ยวประเทศไทยดีกว่า ตัวละครเหล่านั้นก็ยังพูดภาษาไทยอยู่ดี ถือเป็นการใช้ AI สร้างความภาคภูมิใจในระดับชาติผ่านตัวละครสมมติ การใช้ภาษาไทยที่ตลกขบขันและการติดแฮชแท็กอย่าง #คลิปตลก #ฮา #เพื่อความบันเทิง ทำให้วาทกรรมเกลียดชังเหล่านี้ดูเบาลงและแนบเนียนขึ้น และผู้ชมมักเข้ามาคอมเมนต์ในเชิงสนุกสนาน เช่น &#8220;คนไทยนี่อย่างปั่น&#8221; หรือ “ขอบคุณ AI ที่ทำให้มีอะไรขำๆ ดู” ส่งผลให้ความขัดแย้งถูกทำให้กลายเป็นเรื่องบันเทิงที่เข้าถึงง่ายสำหรับคนไทยด้วยกันเอง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_6-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7293" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_6-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_6-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_6-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_6.png 961w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">สำรวจเครื่องมือสร้างวิดีโอจาก AI : เมื่อความเกลียดชังสร้างง่ายเพียงปลายนิ้ว</h3>



<p>จากการวิเคราะห์วิดีโอที่สร้างด้วย AI ผ่านการตรวจสอบลายน้ำที่ปรากฏในคลิป และการใช้โปรแกรม HIVE เพื่อตรวจสอบย้อนหลัง พบเครื่องมือหลักที่ใช้สร้างวิดีโอจาก AI ได้แก่&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>HeyGen </strong>เป็นเครื่องมือสร้างวิดีโอจากข้อความพร้อมใบหน้าคนพูดที่สมจริงได้ มีจุดเด่นที่สามารถพูดและแสดงท่าทางได้อย่างสมจริง พร้อมเปลี่ยนปากให้ตรงกับเสียง และยังสามารถใช้งานร่วมกับเครื่องมือออกแบบอย่าง Canva ได้อีกด้วย</li>



<li><strong>Google Veo3</strong>&nbsp; ใช้สำหรับสร้างวิดีโอจากข้อความ โดย Veo3 สามารถสร้างเสียงบรรยากาศ เสียงดนตรีประกอบ หรือแม้แต่บทสนทนาที่ลิปซิงค์ (Lip-sync) กับปากของตัวละครในวิดีโอได้โดยตรงไม่ต้องใช้โปรแกรมอื่นช่วย และสามารถรักษาหน้าตาและลักษณะของตัวละครให้คงเดิมตลอดทั้งคลิป แม้จะมีการเปลี่ยนมุมกล้องหรือฉาก</li>



<li><strong>Hailuo AI</strong> เป็น AI สัญชาติจีนที่สามารถสร้างวิดีโอจากข้อความ สามารถทดลองใช้งานได้ฟรีแบบจำกัดเครดิต โดยรองรับทั้งการใช้งานบนเบราว์เซอร์และแอปพลิเคชันมือถือ&nbsp;</li>



<li><strong>Kling AI</strong> เป็น AI สัญชาติจีน รองรับการสร้างคลิปวิดีโอที่มีความยาวต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 10 วินาที มีระบบจัดเก็บตัวละครเพื่อให้สามารถนำมาใช้ซ้ำในหลายๆ ฉากได้โดยที่หน้าตาและลักษณะไม่เปลี่ยนแปลง</li>
</ul>



<p>เครื่องมือเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีสร้างสื่อสังเคราะห์ (synthetic media) ที่สามารถแปลงข้อความให้กลายเป็นวิดีโอได้โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้งานเพียงพิมพ์คำสั่งสั้นๆ เช่น ฉาก ตัวละคร หรือสถานการณ์ที่ต้องการ ระบบจะประมวลผลและสร้างภาพเคลื่อนไหว เสียง หรือแม้แต่บทสนทนาออกมาโดยไม่ต้องถ่ายทำจริง การเข้ามาของ AI เหล่านี้ทำให้ช่วยขั้นตอนและลดต้นทุนการผลิตลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับในอดีตที่การจะทำวิดีโอขึ้นมาสักหนึ่งชิ้น อาจจะต้องใช้ทักษะหลายด้าน เช่น การถ่ายทำ ตัดต่อ เขียนบท หรือการใช้โปรแกรมเฉพาะทาง แต่ในปัจจุบันถูกทำให้ง่ายขึ้นเพียงปลายนิ้วเพียงโดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะต่างๆ เหล่านี้ ใช้เพียงข้อความไม่กี่บรรทัดก็สามารถสร้างเนื้อหาได้</p>



<p>เมื่อเครื่องมือเหล่านี้ใช้งานได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำ ทำให้การสร้างวิดีโอไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องมือสาธารณะที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้การผลิตเนื้อหาบิดเบือนหรือสร้างความเกลียดชัง สามารถเกิดขึ้นได้ในวงกว้างและรวดเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังเอื้อให้เกิดการผลิตเนื้อหาในลักษณะทดลองและทำซ้ำได้อย่างรวดเร็ว โดยแค่ปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อย เช่น เปลี่ยนฉาก เปลี่ยนถ้อยคำ หรือปรับโทนของเนื้อหา แล้วสร้างวิดีโอหลายๆ คลิป ภายในเวลาอันสั้น ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบที่พบในชุดข้อมูลที่มีการผลิตคลิปจำนวนมากโดยใช้โครงสร้างคล้ายกันแต่ปรับข้อความเพื่อทดสอบการตอบสนองของผู้ชม</p>



<p>เครื่องมือสร้างวิดีโอด้วย AI ไม่เพียงแค่ลดขั้นตอนการผลิต แต่ได้เปลี่ยนโครงสร้างของการผลิตสื่อไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ต้องอาศัยทักษะและทรัพยากรเฉพาะทาง กลายเป็นกระบวนการที่ขับเคลื่อนด้วยความง่ายในการเข้าถึงและความสามารถในการผลิตซ้ำ ส่งผลให้เนื้อหาเกี่ยวกับความขัดแย้งถูกสร้างและเผยแพร่ถึงความรุนแรงได้อย่างต่อเนื่อง แม้เหตุการณ์จริงจะลดระดับลงแล้วก็ตาม</p>



<p>แม้เครื่องมือเหล่านี้จะมีมาตรฐานความปลอดภัยในการสร้างวิดีโอจาก AI ที่เข้มงวด เช่น <a href="https://www.heygen.com/trust-and-safety">HeyGen</a> ระบุว่าห้ามสร้างเนื้อหาทางการเมือง การเกลียดชัง หรือการใช้รูปลักษณ์บุคคลจริงโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือ <a href="https://docs.cloud.google.com/vertex-ai/generative-ai/docs/multimodal/configure-safety-filters">Google Veo</a> ที่มีระบบคัดกรองเนื้อหา Hate Speech และความรุนแรง และมีการบล็อกการตอบกลับเนื้อหาที่เป็นอันตราย ขณะที่แพลตฟอร์มสัญชาติจีนอย่าง <a href="https://kling.ai/docs/community-policy">Kling AI</a> และ <a href="https://hailuoai.video/doc/terms-of-service.html">Hailuo AI</a> มีนโยบายเซ็นเซอร์ประเด็นละเอียดอ่อนทางการเมืองและห้ามสร้างเนื้อหาที่ก่อให้เกิดความอับอายต่อบุคคลอื่น&nbsp;</p>



<p>แต่จากฐานข้อมูลวิดีโอกลับพบช่องว่างในการบังคับใช้ที่สำคัญ กล่าวคือ ยังคงพบการผลิตเนื้อหาที่ละเมิดนโยบายเหล่านี้ออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอล้อเลียนผู้นำ หรือแม้กระทั่งวิดีโอที่แสดงภาพศพทหารซึ่งมีความรุนแรงก็ยังสามารถเข้าถึงได้อยู่ สิ่งนี้สะท้อนว่าแม้บริษัทต่างๆ จะพยายามสร้างมาตรฐานในการกำกับดูแล แต่ในทางปฏิบัติ AI ยังคงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือผลิตซ้ำความเกลียดชังและบิดเบือนข้อมูลในพื้นที่ออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อถูกหล่อเลี้ยงด้วยระบบเศรษฐกิจของแพลตฟอร์มที่ให้รางวัลแก่ยอด Engagement มากกว่าคุณภาพและความถูกต้องของเนื้อหา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_7-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7294" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_7-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_7-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_7-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_7.png 961w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เมื่อความเกลียดชังเป็นสินค้า: เพียง 19 บาทต่อเดือนที่ขับเคลื่อนการบิดเบือนข้อมูล</h3>



<p>จากการตรวจสอบบัญชีผู้สร้างเนื้อหาหลัก 14 บัญชี พบว่ามีถึง 9 บัญชีที่เปิดรับรายได้ผ่านการสมัครสมาชิกรายเดือน โครงสร้างนี้เปลี่ยนให้ยอดปฏิสัมพันธ์ (Engagement) ถูกแปลงเป็นรายได้โดยตรง ยิ่งเนื้อหาปั่นกระแสให้คนเข้ามาด่าทอหรือแชร์ต่อมากเท่าไหร่ โอกาสที่ผู้สร้างเนื้อหานั้นจะเปลี่ยนผู้ชมขาจรให้กลายเป็นสมาชิกรายเดือนก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น</p>



<p>โครงสร้างราคาสมาชิกถูกออกแบบให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อให้ตัดสินใจสมัครได้ง่าย โดยพบช่วงราคาตั้งแต่ 19 บาท (3 บัญชี) 35 บาท (5 บัญชี) และ 69 บาทต่อเดือน (1 บัญชี) ขณะเดียวกัน บางบัญชีที่ไม่ได้เปิดระบบสมาชิกก็ยังหารายได้ผ่านการขายสินค้า หรือแทรกโฆษณาในคอมเมนต์ใต้คลิป สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งไม่ได้เป็นเพียงประเด็นทางการเมือง แต่ถูกแปรรูปเป็น ‘สินค้าความบันเทิง’ ผ่าน AI เนื้อหาจำนวนมากจึงถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นตอนต่อเนื่อง โดยใช้ตัวละครซ้ำ เช่น ฮุนเซนและมาลี เพื่อสร้างเรื่องราวให้ผู้ชมติดตามอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่สมัครสมาชิกจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้ชม แต่กลายเป็นฐานรายได้ระยะยาวที่ผู้ผลิตต้องรักษาไว้ ส่งผลให้เนื้อหาเหล่านี้ยังคงถูกผลิตซ้ำอย่างต่อเนื่อง แม้ความขัดแย้งจะลดระดับลงแล้วก็ตาม</p>



<p>เมื่อตรวจสอบบัญชีผู้สร้างเนื้อหาย้อนหลัง พบว่า บัญชีที่เปิดหารายได้เหล่านี้ไม่ได้เพิ่งสร้างขึ้นในช่วงความขัดแย้ง แต่มีอยู่ก่อนแล้ว โดยพบเก่าสุดตั้งแต่ปี 2553 และใหม่สุดในปี 2566 สะท้อนว่าผู้ผลิตเนื้อหาเหล่านี้มีฐานผู้ชมเดิมอยู่แล้ว เมื่อความขัดแย้งปะทุขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2568 เหตุการณ์ดังกล่าวจึงถูกดึงเข้าสู่สายพานการผลิตคอนเทนต์อย่างรวดเร็ว คล้ายกับการปรับตัวของสื่อกระแสหลักตามกระแสข่าว แต่แตกต่างตรงที่ไม่มีระบบกลั่นกรองเนื้อหาหรือควบคุมความถูกต้องของข้อมูล&nbsp;</p>



<p><strong>เมื่อ Engagement = รายได้โดยตรง</strong></p>



<p>จากวิดีโอทั้งหมด 212 คลิป มียอดเข้าชมสะสมรวม 141 ล้านครั้ง ภายในช่วงเวลาไม่ถึงสี่เดือน บัญชีผู้ผลิตเนื้อหาทั้งหมด 14 รายนี้ไม่ใช่บัญชีปลอม ไม่ใช่ปฏิบัติการของรัฐ และไม่ได้แสดงเจตนาเกลียดชังอย่างชัดเจนในโปรไฟล์ แต่เป็นเพียงเพจสาธารณะที่เปิดสมัครสมาชิกรายเดือน และผลิตเนื้อหาตามสิ่งที่ระบบบอกว่า ‘ทำแล้วได้เงิน’</p>



<p>โมเดลธุรกิจของผู้ผลิตเนื้อหากลุ่มนี้เปลี่ยนความโกรธและความเกลียดชังให้เป็นรายได้อย่างเป็นระบบผ่าน <strong>Facebook Bonus Program</strong> เป็นโปรแกรมที่ Facebook เปิดให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้จากคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ เช่น วิดีโอ Reels, Live, หรือโพสต์ที่ได้รับความนิยม โดย<a href="https://www.facebook.com/GraphicIncomee/posts/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A-facebook-bonus-program-%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93/686905296995925/">รายได้จากโบนัส</a>ไม่ได้มาจากการดูเพียงอย่างเดียว แต่คำนวณจากการมีส่วนร่วมทุกรูปแบบ ทั้งยอดไลก์ คอมเมนต์ และการแชร์ เนื้อหาที่สร้างความขัดแย้งมักกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงและคอมเมนต์จำนวนมหาศาล ตัวอย่างเช่น วิดีโอเจน AI ระบุในคลิปว่า &#8220;ล่าสุดชาวกัมพูชามายืนประท้วงหน้าลวดหนามของประเทศไทย บอกให้รื้อลวดหนามของประเทศไทยออก เพื่อนๆ ว่าสมควรรื้อออกไหม&#8221; วิดีโอนี้มียอดแสดงความเห็นสูงสุดถึง 11,000 ความเห็น เมื่อวิดีโอไหนที่มียอดการมีส่วนร่วมสูงเช่นนี้ระบบจะตีค่าเป็น ‘เนื้อหาที่มีประสิทธิภาพสูง’ และจ่ายเงินรางวัลให้แก่ผู้สร้างตามระดับการมีส่วนร่วมนั้น</p>



<p>แม้ Meta จะมีเกณฑ์ที่จะไม่นับยอดวิวจากเนื้อหาที่<a href="https://transparency.meta.com/policies/community-standards/?fbclid=IwY2xjawQ8O79leHRuA2FlbQIxMABicmlkETFDNVpGd2xpNEh0ajNmQXVOc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHknqrF8uh8bjQBdCAlkIc4Cinc_L6ER3v0i64UUKc5OHHSwzv8HOtGVHu7kF_aem_MQVSgZBdRYRHmXM5ceJ7Nw">ผิดกฎชุมชน</a>หรือข้อมูลเท็จ แต่จากข้อมูลพบว่าผู้สร้างส่วนใหญ่ใช้ผลิตเนื้อหาออกมาโดยใช้ความตลกเป็นเกราะกำบังไว้ และมีการติดแฮชแท็ก #เพื่อความบันเทิง #คลิปตลก #คลิปสั้นสร้างรายได้ เพื่อไม่ให้ระบบตรวจสอบมองว่าเป็น Hate Speech ส่งผลให้เนื้อหาเหล่านี้ยังไม่ถูกแบนและยังได้รับยอดการมีส่วนร่วมอย่างมหาศาล</p>



<p>ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า โครงสร้างแพลตฟอร์มไม่ได้เพียงเอื้อให้การผลิตเนื้อหาเกิดขึ้นง่ายขึ้น แต่ยังสร้างแรงจูงใจโดยตรงให้ผลิตเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์และดึงการมีส่วนร่วมได้สูง ซึ่งในบริบทของความขัดแย้ง ย่อมหมายถึงเนื้อหาที่มีแนวโน้มรุนแรงและสร้างความแตกแยกมากขึ้น อัลกอริทึมที่มุ่งเน้น Engagement ได้กลายเป็นเครื่องมือหลักที่ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถแปรรูปความเกลียดชังระหว่างประเทศให้กลายเป็นกำไรเข้ากระเป๋าตัวเองได้อย่างแนบเนียนผ่านค่าสมาชิกเพียงไม่กี่สิบบาท</p>



<p>ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict">https://rocketmedialab.co/database-ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict</a></p>



<p>หมายเหตุ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>งานศึกษานี้เก็บข้อมูลระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม 2568 โดยวิเคราะห์คลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา จาก 14 บัญชีที่โพสต์เนื้อหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหมด 212 คลิป</li>



<li>เนื่องจากคลิปบางส่วนมีเนื้อหารุนแรงและอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย งานชิ้นนี้จึงใช้วิธีการวิเคราะห์โดยไม่ผลิตซ้ำ กล่าวคือ ไม่เผยแพร่ลิงก์หรือภาพประกอบ</li>
</ul>



<p>บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Indo-Pacific Media Resilience Program โดย Internews</p>
<div class="simplesocialbuttons simplesocial-round-icon simplesocialbuttons_inline simplesocialbuttons-align-right post-7283 post  simplesocialbuttons-inline-no-animation">
<button class="simplesocial-fb-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Share" data-href="https://www.facebook.com/sharer/sharer.php?u=https://rocketmedialab.co/ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Facebook </span> </button>
<button class="simplesocial-msng-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Messenger Share" onClick="javascript:window.open( this.dataset.href, '_blank',  'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600' );return false;" data-href="http://www.facebook.com/dialog/send?app_id=891268654262273&redirect_uri=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict%2F&link=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict%2F&display=popup" ><span class="simplesocialtxt">Messenger</span></button> 
<button class="simplesocial-twt-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Twitter Share" data-href="https://twitter.com/intent/tweet?text=%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89+%3A+%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88+Hate+Speech+%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%8B%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD+AI+%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2&url=https://rocketmedialab.co/ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Twitter</span> </button>
<button onClick="javascript:window.print();return false;"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Print Share" class="simplesocial-print-share" ><span class="simplesocialtxt">Print</span></button>
</div>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/">ความเกลียดชังที่ขายได้ : สำรวจ Hate Speech ที่ถูกผลิตซ้ำผ่านวิดีโอ AI ในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยร้อนมากแค่ไหน : ตาก-แม่ฮ่องสอนเคยร้อนสุด 44.6 °C อุทัยธานีเพิ่มสูงสุด 7.5 °C 5 ปีที่ผ่านมาลำปางเกิน 40 °C ถึง 368 วัน [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2026 05:04:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7242</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3629;&#3640 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/">ไทยร้อนมากแค่ไหน : ตาก-แม่ฮ่องสอนเคยร้อนสุด 44.6 °C อุทัยธานีเพิ่มสูงสุด 7.5 °C 5 ปีที่ผ่านมาลำปางเกิน 40 °C ถึง 368 วัน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดรายวันรายจังหวัด ในปี 2558 ถึง 2568</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTqBHpSsFxB_AgqUEWENC4-NGGI47qcK4wQV-M1UvpRleGUTws4dsCrpHpTm6JK0t7aw1OSEvC2yeRQ/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p>อ่าน</p>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/heat-thailand-2026/">ไทยร้อนมากแค่ไหน : ตาก-แม่ฮ่องสอนเคยร้อนสุด 44.6 °C อุทัยธานีเพิ่มสูงสุด 7.5 °C 5 ปีที่ผ่านมาลำปางเกิน 40 °C ถึง 368 วัน</a></p>



<p>ดาวน์โหลด <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1F0aIXXkJ8nacmRDBxfaiW6rv65U-HPMklXhtgETTvMA/edit?usp=sharing">ที่นี่</a></p>
<div class="simplesocialbuttons simplesocial-round-icon simplesocialbuttons_inline simplesocialbuttons-align-right post-7242 post  simplesocialbuttons-inline-no-animation">
<button class="simplesocial-fb-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Share" data-href="https://www.facebook.com/sharer/sharer.php?u=https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Facebook </span> </button>
<button class="simplesocial-msng-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Facebook Messenger Share" onClick="javascript:window.open( this.dataset.href, '_blank',  'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600' );return false;" data-href="http://www.facebook.com/dialog/send?app_id=891268654262273&redirect_uri=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fdatabase-heat-thailand-2026%2F&link=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fdatabase-heat-thailand-2026%2F&display=popup" ><span class="simplesocialtxt">Messenger</span></button> 
<button class="simplesocial-twt-share"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Twitter Share" data-href="https://twitter.com/intent/tweet?text=%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99+%3A+%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81-%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AE%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94+44.6+%C2%B0C+%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94+7.5+%C2%B0C+5+%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99+40+%C2%B0C+%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87+368+%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99+%5B%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%9A%5D&url=https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/" onClick="javascript:window.open(this.dataset.href, '', 'menubar=no,toolbar=no,resizable=yes,scrollbars=yes,height=600,width=600');return false;"><span class="simplesocialtxt">Twitter</span> </button>
<button onClick="javascript:window.print();return false;"  rel="nofollow"  target="_blank"  aria-label="Print Share" class="simplesocial-print-share" ><span class="simplesocialtxt">Print</span></button>
</div>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/">ไทยร้อนมากแค่ไหน : ตาก-แม่ฮ่องสอนเคยร้อนสุด 44.6 °C อุทัยธานีเพิ่มสูงสุด 7.5 °C 5 ปีที่ผ่านมาลำปางเกิน 40 °C ถึง 368 วัน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
