<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>environment Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/category/environment/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/category/environment/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Fri, 26 Jun 2026 09:40:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>environment Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/category/environment/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สวนสาธาณะและพื้นที่สีเขียวใน กทม. เพิ่มขึ้นและเข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหน</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-park-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2026 09:40:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[สวนสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7823</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3585;&#3634;&#3619;&#3648;&#3614;&#3636;&#3656;&#3617 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-park-2025/">สวนสาธาณะและพื้นที่สีเขียวใน กทม. เพิ่มขึ้นและเข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะเป็นอีกหนึ่งนโยบายเรือธงของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่ต้องมีทุกครั้ง เพราะเป็นบริการสาธารณะของเมืองโดยเฉพาะในยามที่เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นสำคัญ นอกจากนี้ยังพบว่าตั้งแต่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งแรก ธรรมนูญ เทียนเงิน ซึ่งต่อมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. จากการเลือกตั้งคนแรกก็เคยหาเสียงไว้ว่า ‘จะสร้างสวนสาธารณะ’ และในเวลาต่อมา ผู้สมัครคนอื่นๆ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็ล้วนแล้วแต่มีนโยบายสวนสาธารณะด้วยกันทั้งสิ้น รวมไปถึงชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. คนก่อน ก็มาพร้อมนโยบาย ‘สวน 15 นาที’</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากสวนพระนคร สวนที่ กทม. สร้างเอง ในยุคผู้ว่าฯ ชำนาญ ยุวบูรณ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 1 ในปี 2516 จนถึงปัจจุบัน Rocket Media Lab ชวนติดตามประเด็นปัญหาพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ว่ามีเพียงพอแค่ไหน ทั่วถึงหรือยัง</p>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่สีเขียว VS สวนสาธารณะ</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7839" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">กรุงเทพฯ แบ่งสวนออกเป็น 7 ประเภทได้แก่ สวนเฉพาะทาง สวนชุมชน สวนถนน สวนระดับเมือง สวนระดับย่าน สวนหมู่บ้าน และสวนหย่อมขนาดเล็ก แต่ความหมายของคำว่าสวน หรือ ‘สวนสาธารณะ’ ที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งหมายถึงการเข้าไปใช้งานพื้นที่ได้ จะอยู่ในบางประเภทเท่านั้น เช่น สวนชุมชน สวนหมู่บ้าน สวนระดับย่าน สวนระดับเขต</p>



<p class="wp-block-paragraph">การแบ่งสวนออกเป็น 7 ประเภทของกรุงเทพฯ นั้นก็เพื่อจะนำมานับคำนวณ ‘พื้นที่สีเขียว’ ทั้งหมดของกรุงเทพฯ โดยรวมเอา ‘ทุกพื้นที่ที่มีสีเขียว’ มาจัดประเภทให้เป็นสวนประเภทต่างๆ เช่น สวนถนนอาจหมายถึงเกาะกลางหรือริมถนนที่ปลูกต้นไม้ หรือการปลูกไม้ประดับไม้เลื้อยเป็นสวนแนวตั้งกำแพงรั้ว สวนหย่อมขนาดเล็กอาจหมายถึงสวนหน้าบ้านของใครสักคน สวนเฉพาะทางก็อาจหมายถึงพื้นที่สวนบนโรงแรมหรือคอนโด หรือแม้กระทั่งสวนหมู่บ้านก็อาจหมายถึงสนามฟุตบอลในโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้น ในรายละเอียดของการรวบรวม ‘พื้นที่ที่มีสีเขียว’ โดยแบ่งเป็นสวน 7 ประเภทของกรุงเทพฯ ก็มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ ทั้งการนับรวมแบบเหมาพื้นที่ ณ จุดใดจุดหนึ่งที่ไม่ได้มีเฉพาะพื้นที่สีเขียว เช่น โรงเรียนบางแห่ง ที่นับรวมพื้นที่ทั้งโรงเรียนว่าเป็น ‘พื้นที่สีเขียว’ ซึ่งอาจทำให้ตัวเลขพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพฯ นั้นสูงกว่าความเป็นจริง เช่นเดียวกันกับการนับรวมพื้นที่ของเอกชนซึ่งเป็นสัดส่วนขนาดใหญ่ที่ทำให้กรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวจำนวนมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นข้อมูลพื้นที่สีเขียวจึงอาจจะไม่ได้สะท้อนจำนวนสวนสาธารณะที่มี หรือสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ ซึ่งพิจารณาจากการออกแบบพื้นที่ ที่ไม่ใช่เพียงแค่การนำเอาพืชพรรณสีเขียวมาปลูกในพื้นที่ว่าง แต่ยังรวมไปถึงการออกแบบพื้นที่เพื่อการใช้สอยต่างๆ ทั้งการเดิน วิ่ง ออกกำลังกาย หรืออย่างน้อยที่สุดนั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ มีการอำนวยความสะดวกในขั้นพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ แสงไฟ ห้องน้ำ ฯลฯ และไม่ใช่การออกแบบพื้นที่มาเพื่อใช้การอย่างหนึ่งแต่มีพื้นที่ที่เรียกว่าสวนร่วมด้วย เช่น โรงเรียน หรือวัด<br>หรือแม้กระทั่งจำนวนสวนสาธารณะที่ถูกรายงานในสวน 7 ประเภท ก็อาจจะไม่ได้สะท้อนจำนวนสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้จริง เช่น เมื่อกล่าวถึงเขตที่มีจำนวนสวนมากที่สุด หากยึดตามข้อมูลของกรุงเทพฯ ก็คือเขตบางขุนเทียน แต่ในความเป็นจริงแล้ว บางขุนเทียนมีสวนถนน ซึ่งก็คือต้นไม้ริมถนน ฟุตบาธ และสวนขนาดเล็ก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสวนหย่อมหน้าอาคารสถานที่ต่างๆ มากกว่าจะเป็นสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้<br>จากข้อมูลของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. (ข้อมูลเดือน เมษายน 2569) พบว่า กทม. มีพื้นที่สีเขียวทั้งหมด 42,106,656.42 ตร.ม. โดยมีอัตราพื้นที่สีเขียวต่อประชากร 7.83 ตร.ม./คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2565 จาก 7.49 ตร.ม./คน (ข้อมูลปัจจุบัน ณ เดือนมิถุนายนคือ 8.27 ตร.ม./คน) โดยเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) อยู่ที่ 9 ตร.ม./คน หากแยกเป็นรายเขต พบว่าเขตที่มีอัตราพื้นที่สีเขียวต่อประชากรมากที่สุด คือเขตคันนายาว 34.99 ตร.ม./คน ตามมาด้วยเขตปทุมวัน 24.51 ตร.ม./คน เขตทวีวัฒนา 22.54 ตร.ม./คน เขตบางขุนเทียน 19.89 ตร.ม./คน และเขตหลักสี่ 18.48 ตร.ม./คน ในขณะที่เขตที่มีอัตราพื้นที่สีเขียวต่อประชากรน้อยที่สุด คือเขตวังทองหลาง 1.78 ตร.ม./คน ตามมด้วยเขตวัฒนา 1.85 ตร.ม./คน เขตดินแดง 2.00 ตร.ม./คน เขตบางซื่อ 2.43 ตร.ม./คน และเขตธนบุรี 2.86 ตร.ม./คน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7841" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7842" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7844" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7845" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7843" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากเปรียบเทียบว่ามีเขตใดที่อัตราพื้นที่สีเขียวต่อประชากรมากกว่าเกณฑ์ WHO จะพบว่ามี 13 เขต คือคันนายาว ปทุมวัน ทวีวัฒนา บางขุนเทียน หลักสี่ ประเวศ พระนคร ดุสิต จตุจักร ตลิ่งชัน คลองเตย ราชเทวี และบางบอน ส่วนเขตที่น้อยกว่าเกณฑ์ WHO จะพบว่ามี 37 เขต คือ สัมพันธวงศ์ หนองจอก ป้อมปราบศัตรูพ่าย มีนบุรี ยานนาวา บึงกุ่ม สวนหลวง บางกะปิ ลาดพร้าว บางเขน ห้วยขวาง สะพานสูง สายไหม บางกอกน้อย บางแค หนองแขม สาทร ทุ่งครุ บางคอแหลม คลองสามวา บางนา ดอนเมือง บางรัก คลองสาน ลาดกระบัง ราษฎร์บูรณะ บางกอกใหญ่ จอมทอง พญาไท บางพลัด พระโขนง ภาษีเจริญ ธนบุรี บางซื่อ ดินแดง วัฒนา และวังทองหลาง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนสวนสาธารณะ จากข้อมูลจำนวนสวนทั้ง 7 ประเภท (ข้อมูลเดือน เมษายน 2569) จำนวน 8,621 แห่ง ของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. พบว่า เขตบางขุนเทียนเป็นเขตที่มีพื้นที่สวนสาธารณะมากที่สุด ขนาด 3,683,241.33 ตร.ม. ตามมาด้วย เขตคันนายาว ขนาด 3,264,552.10 ตร.ม. เขตประเวศ ขนาด 3,096,657.79 ตร.ม. และ เขตจตุจักร ขนาด 2,169,260.56 ตร.ม. ในขณะที่เขตที่มีพื้นที่สวนสาธารณะน้อยที่สุด คือ เขตสัมพันธวงศ์ ขนาด 140,046.34 ตร.ม. ตามมาด้วยเขตวัฒนา ขนาด 147,557.76 ตร.ม. เขตบางรัก ขนาด 170,258.28 ตร.ม. และเขตวังทองหลาง ขนาด 181,937.70 ตร.ม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม จากการจัดทำข้อมูลของ Rocket Media Lab โดยพิจารณาสวนทั้ง 7 ประเภท จำนวน 8,621 แห่ง ร่วมกับข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ และแยกประเภทเฉพาะสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ในแง่การใช้พื้นที่ โดยพิจารณาจากความสามารถในการเข้าใช้งาน เช่น การเข้าไปออกกำลังกาย การพักผ่อนหย่อนใจ หรือมีพื้นที่จัดกิจกรรมภายในสวน พบว่ากรุงเทพฯ มีสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ในแง่การใช้พื้นที่จำนวน 281 แห่ง โดยเขตที่มีสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้มากที่สุด คือ เขตจตุจักร จำนวน 19 แห่ง ตามมาด้วย เขตคันนายาว 13 แห่ง เขตพระนคร 11 แห่ง เขตหนองแขม เขตลาดกระบัง และเขตประเวศ 10 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่เขตที่มีสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้น้อยที่สุด คือ เขตทุ่งครุ เขตสวนหลวง และเขตป้อมปรายศัตรูพ่าย ที่มีสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้เพียง 1 แห่ง ตามมาด้วยเขตสัมพันธวงศ์ เขตดุสิต เขตบางพลัด เขตบางซื่อ และเขตภาษีเจริญจำนวน 2 แห่ง และเขตบางรัก เขตพญาไท เขตวัฒนา เขตตลิ่งชัน เขตบึงกุ่ม และเขตบางแค จำนวน 3 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้หากนำข้อมูลพื้นที่สีเขียวของ กทม. มาวิเคราะห์ร่วมกับจำนวนและพื้นที่สวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ จะพบว่า หลายเขตที่มีอัตราพื้นที่สีเขียวมาก แต่กลับมีอัตราส่วนสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้น้อย เช่นคันนายาว มีอัตราพื้นที่สีเขียวต่อประชากรสูงถึง 34.99 แต่อัตราพื้นที่สวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ต่อประชากรอยู่ที่ 0.42 เท่านั้น นอกจากนี้ในเขตที่มีอัตราพื้นที่สีเขียวผ่านเกณฑ์ WHO อยู่ที่ 9 ตร.ม./คน ทั้งหมด 13 เขต แต่กลับมีเขตที่ไม่ผ่านเกณฑ์พื้นที่สีเขียวเพื่อการบริการ ซึ่งมีเกณฑ์ระดับสากลอยู่ที่ 4 ตร.ม./คน มากถึง 7 เขต ได้แก่ ตลิ่งชัน ดุสิต คันนายาว หลักสี่ ราชเทวี บางบอน และบางขุนเทียน</p>



<h3 class="wp-block-heading">สวนสาธารณะใกล้บ้านคุณ มีจำนวนเท่าไหร่ เข้าถึงได้มากแค่ไหน</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7854" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab นำเอาข้อมูลสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้จำนวน 281 สวน มาแบ่งประเภทตามขนาดของสวนสาธารณะ โดยแบ่งเป็นสวนขนาดเล็ก (S) พื้นที่ 0 – 16,000 ตร.ม. โดยกำหนดระยะการเข้าถึงไว้ที่ 500 ม. สวนขนาดกลาง (M) พื้นที่ 16,001 – 80,000 ตร.ม. ระยะการเข้าถึง 1 กม. สวนขนาดใหญ่ (L) พื้นที่ 80,001 – 160,000 ตร.ม. ระยะการเข้าถึง 3 กม. และสวนขนาดใหญ่มาก (XL) พื้นที่ 160,001 ตร.ม. ขึ้นไป ระยะการเข้าถึง 5 กม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำเกณฑ์ดังกล่าวมาประกอบกับข้อมูลจุดที่ตั้งของสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ทั้ง 281 แห่งจะพบว่าสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้และมีระยะการเข้าถึงตามเกณฑ์ที่กำหนดยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพชั้นใน และย่านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มสวนขนาดเล็ก (S) พื้นที่ 0 – 16,000 ตร.ม.แม้จะมีการกระจายตัวในพื้นที่กรุงเทพชั้นนอกเพิ่มขึ้นก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าแทบจะไม่มีการเพิ่มขึ้นของสวนขนาดใหญ่มาก (XL) และสวนขนาดใหญ่ (L) เลยนับจากปี 2565 โดยเฉพาะในเขตขนาดใหญ่อย่างเขตหนองจอก และลาดกระบังที่ยังไม่มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในพื้นที่ ในทางกลับกัน สวนขนาดกลาง (M) และขนาดเล็ก (S) เพิ่มขึ้นและกระจายตัวอย่างต่อเนื่องจากนโยบายสวน 15 นาที ทำให้หลายเขตมีตัวเลือกในการเข้าถึงสวนสาธารณะมากขึ้นในระยะทางที่น้อยลง แต่ยังคงมีหลายพื้นที่ที่ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะได้น้อย โดยเฉพาะเขตกรุงเทพตะวันออกและกรุงเทพใต้</p>



<p class="wp-block-paragraph">สวนสาธารณะในกรุงเทพฯ อยู่ในความรับผิดชอบของหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น กทม. เอง หรือหน่วยงานราชการอื่นๆ หรือเอกชน ในส่วนของ กทม. หน่วยงานที่รับผิดชอบหลักๆ ก็คือ สำนักสิ่งแวดล้อม และสำนักงานเขต ในส่วนของสำนักสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น สวนเบญจกิติ สวนวชิรเบญจทัศ สวนสันติภาพ สวนปิยะภิรมย์ ฯลฯ ซึ่งนอกจากสวนสาธารณะแล้ว สำนักสิ่งแวดล้อมยังดูแลพื้นที่สีเขียวในรูปแบบอื่นๆ อีกด้วย อย่างสวนถนน เช่น ต้นไม้ถนนรัชดาภิเษก เกาะกลางถนนใต้ทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ฯลฯ รวมไปถึงการประดับตกแต่งเมืองในวันสำคัญต่างๆ ซึ่งแต่ละปีก็จะมีการตั้งงบประมาณในส่วนนี้ไว้</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อบัญญัติงบประมาณของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ในปี 2568 ระบุงบประมาณในการดูแลสวนสาธารณะ โดยเป็นค่าใช้สอยซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างเหมาเอกชนดูแลและบำรุงรักษาต้นไม้ ค่าจ้างเหมาดูแลทรัพย์สิน และรักษาความปลอดภัย ค่าเช่าที่ดิน ฯลฯ 521,381,100 บาท แต่หากพิจารณาเฉพาะรายจ่ายประจำที่ใช้กับสวนสาธารณะจะพบว่าแต่ละสวนที่สำนักสิ่งแวดล้อมรับผิดชอบนั้น จะมีรายจ่ายประจำอยู่สองรายการก็คือ 1. จ้างเหมาเอกชนดูแลและบำรุงรักษาต้นไม้ 2. จ้างเหมาดูแลทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย ซึ่งจำนวนงบประมาณก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละสวน ขึ้นอยู่กับขนาดของสวนเป็นหลัก เช่น สวนเบญจกิติ มีการจ้างเหมาเอกชนดูแลและบำรุงรักษาต้นไม้อยู่ที่ 29,000,000 บาท และจ้างเหมาดูแลทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัยอยู่ที่ 28,350,000 บาท นอกจากนั้นก็จะเป็นงบประมาณไม่ประจำ เช่น ปรับปรุง ซ่อมแซม ปลูกสร้างหรือจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพิ่มเติมในแต่ละสวน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่จากการใช้งบประมาณในหลายปีที่ผ่านมาจะพบว่า งบประมาณที่นอกจากงบประจำก็ยังกระจุกตัวอยู่ในสวนสาธารณะใจกลางเมืองเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสวนเบญจกิติ และสวนลุมพินี อย่างกรณีสวนลุมพินี นอกจากค่าใช้จ่ายประจำทั้งการจ้างเหมาเอกชนดูแลและบำรุงรักษาต้นไม้และการจ้างเหมาดูแลทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัยแล้ว จะพบว่ามีทั้งโครงการจ้างก่อสร้างรั้วรอบลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 และปรับปรุงรั้ว สวนลุมพินีด้านถนนพระราม 4 และปรับปรุงภูมิทัศน์สวนลุมพินี 18,000,000 บาท รื้อถอนอาคารสมาคมแบดมินตัน อาคารสถานีวิทยุ และรั้ว &#8211; ก่อสร้างทางเชื่อมสะพานเขียว 47,000,000 บาทปรับปรุงสวนลุมพินี 3,000,000 บาท หรือเป็นงบประมาณจากส่วนอื่นของกทม. เช่น ปรับปรุงระบบระบายน้ำในสวนลุมพินี ของสำนักระบายน้ำ 27,000,000 บาท ก่อสร้างศูนย์อาหาร Hawker Center สวนลุมพินี ของสำนักการโยธา 12,800,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่เพียงแค่นั้น ที่ผ่านมา กทม. ยังใช้งบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุทยานเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตดุสิตถือว่าเป็นเขตกรุงเทพฯ ชั้นในเช่นเดียวกัน ใน 4 โครงการ สูงถึง 3,100.88 ล้านบาท ทั้งโครงการก่อสร้างถังเก็บน้ำดิบใต้ดินพร้อมอาคารประกอบ 1,963.42 ล้านบาท ปรับปรุงอุทยานเฉลิมพระเกียรติ 950 ล้านบาท จัดหาพร้อมติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ระยะที่ 1 จำนวน 569 ตัว 169.06 ล้านบาท ระยะที่ 2 จำนวน 126 ตัว 18.40 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้สวนลุมพินี หรือสวนใจกลางกรุงเทพฯ ที่ได้รับงบประมาณอื่นๆ นอกจากรายจ่ายประจำมากกว่าสวนอื่นๆ จะมีผู้เข้ามาใช้บริการมากมาย และมีขนาดพื้นที่ที่กว้างใหญ่ อย่างไรก็ตามจากข้อมูลสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ก็จะเห็นแล้วว่าสวนสาธารณะในกรุงเทพฯ กระจุกตัวอยู่ในเขตชั้นในของกรุงเทพฯ ทั้งก่อนหน้าและหลังการมีนโยบายสวน 15 นาที การที่จำนวนสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้กระจุกตัวอยู่แต่ในเขตชั้นในของกรุงเทพฯ และงบประมาณในการปรับปรุง ซ่อมแซม ปลูกสร้างหรือจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ยังกระจุกตัวอยู่แต่ในสวนขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ อาจยิ่งทำให้พื้นที่สวนสาธารณะในรอบนอกของกรุงเทพฯ ได้รับการพัฒนาน้อยลงไปอีก</p>



<h3 class="wp-block-heading">สวน 15 นาที มีลักษณะเป็นอย่างไร เข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหน</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7849" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นโยบายสวน 15 นาทีเป็นนโยบายที่มีความโดดเด่นมากของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เมื่อครั้งลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2565 โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนสามารถเดินเท้าเข้าถึงสวนสาธารณะและพื้นที่พักผ่อนได้ภายในเวลาไม่เกิน 15 นาที หรือในระยะทางประมาณ 800 เมตร เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคนเมือง และเมื่อได้รับการเลือกตั้งมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็นำเอานโยบายดังกล่าวมาใช้ทันที</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อบัญญัติงบประมาณปี 2566 ของกรุงเทพมหานคร ระบุไว้ว่า นโยบายสวน 15 นาทีทั่วกรุง มีโครงการ/กิจกรรมยุทธศาสตร์อยู่ 2 โครงการด้วยกันคือ 1. ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสวนชุมชนขนาดเล็ก (Pocket Park) 25,000,000 บาท 2. ค่าใช้จ่ายในการเพิ่มศักยภาพและสิ่งอํานวยความสะดวกในการเข้าถึงสวนสาธารณะ 120,863,900 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. (มิ.ย. 69) พบว่า กรุงเทพฯ มีสวน 15 นาทีกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ จำนวน 495 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 1,320,621.22 ตร.ม. หากพิจารณาจำนวนสวน 15 นาทีเป็นรายเขตจะพบว่าเขตที่มีสวนมากที่สุด คือเขตสาทรและเขตคลองเตย จำนวน 13 แห่ง ตามมาด้วยเขตลาดกระบัง ยานนาวา ปทุมวัน บางซื่อ และทุ่งครุ จำนวน 12 แห่ง หนองจอก ลาดพร้าว ราษฎร์บูรณะ พระโขนง บึงกุ่ม บางคอแหลม บางขุนเทียน ตลิ่งชัน และจอมทอง จำนวน 11 แห่ง ในขณะที่เขตที่มีจำนวนสวน 15 นาทีน้อยที่สุดคือ เขตห้วยขวาง ภาษีเจริญ บางพลัด และบางบอน จำนวน 7 แห่ง สายไหม วัฒนา บางกะปิ จตุจักร และคันนายาว จำนวน 8 แห่ง สะพานสูง ราชเทวี มีนบุรี พญาไท ประเวศ บางเขน ทวีวัฒนา และคลองสาน จำนวน 9 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นขนาดพื้นที่จะพบว่าเขตที่มีพื้นที่สวน 15 นาทีใหญ่ที่สุด คือเขตบึงกุ่ม ขนาด 186,262 ตร.ม. ตามมาด้วยทวีวัฒนา 157,522.80 ตร.ม. ปทุมวัน 75,787.72 ตร.ม. บางขุนเทียน 61,217.46 ตร.ม. และคลองเตย 59,381.60 ตร.ม. ในขณะที่เขตที่มีขนาดพื้นที่สวน 15 นาทีเล็กที่สุด คือเขตบางกอกน้อย ขนาด<br>2,693.80 ตร.ม. ตามมาด้วยราชเทวี 2,960.00 ตร.ม. บางรัก 3,803.32 ตร.ม. ดินแดง 4,269.76 ตร.ม. และหลักสี่ 4,732.50 ตร.ม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">รูปแบบการทำสวน 15 นาที ทั้ง 495 แห่ง จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ<br>การสร้างสวน 15 นาทีขึ้นมาใหม่ จำนวน 338 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 943,254.2 ตร.ม. โดยเขตที่มีการสร้างสวน 15 นาทีขึ้นมาใหม่มากที่สุด คือเขตสาทร ลาดกระบัง บางซื่อ ดอนเมือง และจตุจักร จำนวน 11 แห่ง วัฒนา วังทองหลาง ราชเทวี พระโขนง บางเขน ทวีวัฒนา และคลองเตย จำนวน 10 แห่ง<br>การปรับปรุงพื้นที่สวนเดิมให้เป็นสวน 15 นาที จำนวน 157 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 377,367.02 ตร.ม. โดยเขตที่มีการปรับปรุงพื้นที่สวนเดิมให้เป็นสวน 15 นาทีมากที่สุด คือเขตสัมพันธวงศ์ จำนวน 10 แห่ง ป้อมปราบศัตรูพ่าย 9 แห่ง พญาไท และคลองสาน 8 แห่ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7851" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ หากดูรายละเอียดของสวน 15 นาที ทั้ง 495 สวน ในแง่ที่ว่าใครเป็นพื้นที่ของใครบ้าง จะพบว่าส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร จำนวน 216 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 390,465.66 ตร.ม. รัฐวิสาหกิจ เช่น การเคหะ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย การประปานครหลวง จำนวน 61 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 191,388.12 ตร.ม. เอกชน 60 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 175,015.20 ตร.ม. ศาสนสถาน และสถานศึกษา 51 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 49,886.74 ตร.ม. ที่สาธารณะประโยชน์ 42 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 257,653.26 ตร.ม. กรมทางหลวง 35 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 124,764.00 ตร.ม. และหน่วยงานราชการอื่นๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย กรมธนารักษ์ สำนักงานพระคลังข้างที่ 30 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 131,448.24 ตร.ม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาสวน 15 นาทีที่เข้าถึงได้ในแง่การใช้พื้นที่โดยใช้เกณฑ์เดียวกับการพิจารณาการเข้าถึงสวนสาธารณะจะพบว่า มีสวน 15 นาทีที่สามารถเข้าถึงได้ในแง่การใช้พื้นที่จำนวน 312 แห่ง โดยเขตที่มีสวน 15 นาทีที่สามารถเข้าถึงได้มากที่สุด คือ เขตสาทร ลาดพร้าว และยานนาวา จำนวน 11 แห่ง ตามมด้วยเขตหนองจอก 10 แห่ง เขตมีนบุรี บึงกุ่ม บางซื่อ และคลองเตย 9 แห่ง ในขณะที่เขตที่มีสวน 15 นาทีที่เข้าถึงได้น้อยที่สุดคือเขตดินแดง จำนวน 2 แห่ง ตามมด้วยเขตบางบอน บางแค ทุ่งครุ ทวีวัฒนา ตลิ่งชัน และดุสิต 3 แห่ง ห้วยขวาง ประเวศ บางเขน บางกอกน้อย และดอนเมือง 4 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องการเข้าถึงได้ของสวน 15 นาที เป็นประเด็นที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด เนื่องด้วยสวน 15 นาทีหลายแห่งมีลักษณะเป็นเพียงพื้นที่สีเขียวในแบบสวนหย่อมเท่านั้น จากการพิจารณาสวน 15 นาที ทั้ง 495 แห่งพบว่าสามารถเข้าถึงได้ในแง่การใช้พื้นที่จำนวน 312 แห่ง อีก 157 แห่งอาจจะสามารถจัดเป็นพื้นที่สีเขียวเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีลักษณะเป็นสวนที่สามารถเข้าถึงได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่ผ่านมาในการนับสวนทั้ง 7 ประเภทเข้าสู่ระบบพื้นที่สีเขียวของ กทม. นั้น มีสวนที่มีลักษณะตรงกับสวน 15 นาที ทั้งที่เข้าถึงได้และไม่ได้อยู่แล้ว เช่น สวนริมถนนหรือสวนหย่อมหน้าสถานที่ต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชน แม้กระทั่งสวนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานต่างๆ ทั้งวัด โรงเรียน สถานที่ราชการ หรือสถานที่ของเอกชน สวน 15 นาทีส่วนใหญ่จึงเป็นสวนประเภทสวนขนาดเล็กในบรรดาทั้งหมดของสวน 7 ประเภทกว่า 8,621 แห่งของ กทม. ที่มีอยู่ แม้จะมีจำนวนมากถึง 495 สวน แต่ก็จะต้องพิจารณาขนาดและและการเข้าถึงได้ โดยพบว่าสวน 15 นาที มีพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 2,667.92 ตร.ม./แห่ง ในขณะที่สวนที่เข้าถึงได้ขนาดเล็ก (ไซส์ S) เดิม มีพื้นที่เฉลี่ย 8,100.177 ตร.ม./ แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา<br>ข้อมูลผลการดำเนินงาน สวน 15 นาที ปี 2569<br>ฐานข้อมูลและระบบติดตามประเมินผล การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ของกรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร<br>ข้อบัญญัติงบประมาณ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.<br>สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร (รายเดือน) สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-park-2025/">https://rocketmedialab.co/database-bkk-park-2025/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-park-2025/">สวนสาธาณะและพื้นที่สีเขียวใน กทม. เพิ่มขึ้นและเข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขยะมูลฝอย 2568 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-bkk-waste-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 11:23:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะมูลฝอย]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7799</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3600;&#3634;&#3609;&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-waste-2025/">ขยะมูลฝอย 2568 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ฐานข้อมูลนี้รวบรวมข้อมูลปริมาณขยะมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ระหว่างปี 2563–2568 จากกรมควบคุมมลพิษ ข้อมูลสถิติการจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร ข้อมูลประชากรแฝงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ และข้อมูลโครงการกำจัดขยะที่ปรากฏในแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2568 ของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRhunF58YBsyMQHcFwfrQjxIRhsZr5FPS4777z-lSmgpr3eMPXDy5-LTZdY-MSxfoAuOE3vcF8Mz1Y6/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลดข้อมูล <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1SPx2-CrgSZg565NHy1Ufj3aViGXIkWcMI5EQP_awBRA/edit?usp=sharing">ที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน<a href="https://rocketmedialab.co/bkk-waste-2025">ขยะของคน กทม. ที่ยังถูกนำไปทิ้งที่ ฉะเชิงเทรา นครปฐม และล่าสุดที่กาญจนบุรี</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-waste-2025/">ขยะมูลฝอย 2568 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขยะของคน กทม. ที่ยังถูกนำไปทิ้งที่ ฉะเชิงเทรา นครปฐม และล่าสุดที่กาญจนบุรี</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-waste-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 11:22:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะมูลฝอย]]></category>
		<category><![CDATA[มีเทน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7793</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3651;&#3609;&#3619;&#3634;&#3618;&#3591;&#3634;&#3609 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-waste-2025/">ขยะของคน กทม. ที่ยังถูกนำไปทิ้งที่ ฉะเชิงเทรา นครปฐม และล่าสุดที่กาญจนบุรี</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ในรายงาน <a href="https://thaimsw.pcd.go.th/report_country.php">ระบบสารสนเทศด้านการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน</a> ของกรมควบคุมมลพิษ ให้ข้อมูลไว้ว่ากรุงเทพฯ มีขยะมูลฝอยตกค้าง 0 ตัน ซึ่งหมายความว่ากรุงเทพฯ สามารถเก็บและกำจัดขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้ทั้งหมด ว่าแต่ในเมืองที่สร้างขยะเกือบหนึ่งหมื่นตันต่อวัน เอาขยะไปกำจัดอย่างไร&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7806" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ขยะ กทม. นอกจากจะสูงขึ้นแล้ว ยังนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้น้อยลง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากสถิติจากรายงานประจำปี 2568 ของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร พบว่าค่าเฉลี่ยปริมาณขยะมูลฝอยรายวันที่จัดเก็บได้ในแต่ละปี มีดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปี 2563 จัดเก็บได้เฉลี่ย 9,519 ตันต่อวัน</li>



<li>ปี 2564 จัดเก็บได้เฉลี่ย 8,675 ตันต่อวัน (เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์โควิด-19)</li>



<li>ปี 2565 จัดเก็บได้เฉลี่ย 8,979 ตันต่อวัน</li>



<li>ปี 2566 จัดเก็บได้เฉลี่ย 8,775 ตันต่อวัน</li>



<li>ปี 2567 จัดเก็บได้เฉลี่ย 9,238 ตันต่อวัน</li>



<li>ปี 2568 จัดเก็บได้เฉลี่ย 9,231.40 ตันต่อวัน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่าแม้ปริมาณขยะหลังโควิด-19 จะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่สูงเท่าช่วงก่อนโควิด-19 ขณะเดียวกันเมื่อเราพิจารณาข้อมูลปริมาณการผลิตขยะมูลฝอยเฉลี่ยรายวันของกรุงเทพฯ โดยกรมควบคุมมลพิษ ก็จะพบว่า คนกรุงเทพฯ ผลิตขยะมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ไม่ได้มีแนวโน้มลดลง โดยในปี 2568 มีการผลิตขยะสูงถึงเฉลี่ยวันละ 13,254 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นเฉลี่ยวันละ 12,281.70 ตัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่เพียงแค่การเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะเท่านั้น ในปี 2568 ปริมาณขยะที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ยังลดลงอีกด้วย เหลือเพียง 3,592 ตัน หรือคิดเป็น 27.10% ของปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีขยะที่ต้องนำไปกำจัดอย่างถูกต้องสูงถึงวันละ 9,662 ตัน หรือคิดเป็น 72.90% เมื่อเทียบกับปี 2563 จะเห็นว่านอกจากจะมีปริมาณขยะน้อยกว่าแล้ว ยังมีปริมาณขยะที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่าอีกด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปริมาณขยะในกรุงเทพฯ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจำนวนประชากรจะลดลงอย่างต่อเนื่องก็ตาม จากข้อมูลสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครองพบว่าประชากรในกรุงเทพฯ ลดลงต่อเนื่องทุกปี จาก 5,588,222 คนในปี 2563 เหลือเพียง 5,422,568 คนในปี 2568 หายไปราว 165,000 คนในหกปี ถึงอย่างนั้นกรุงเทพฯ ก็ไม่ได้มีเพียงประชากรในทะเบียนบ้าน แต่กรุงเทพฯ ยังเป็นเมืองที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วประเทศเข้ามาทุกวัน ทั้งแรงงาน นักศึกษา ตลอดจนนักท่องเที่ยว ซึ่งเรียกกันว่าประชากรแฝง ตัวเลขจาก<a href="https://data.go.th/dataset/0706_01_0049">สำนักงานสถิติแห่งชาติ</a> พบว่ากรุงเทพฯ มีประชากรแฝงเพิ่มขึ้นจาก 2,526,380 คนในปี 2563 เป็น 2,920,537 คนในปี 2567 และอยู่ที่ 2,900,650 คนในปี 2568</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อรวมประชากรสองกลุ่มเข้าด้วยกัน จะพบว่าจำนวนคนที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพมหานครเพิ่มมากขึ้น จาก 8,114,602 คนในปี 2563 มาเป็น 8,323,218 คนในปี 2568 ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าทำไมขยะในกรุงเทพฯ จึงไม่ได้ลดลงไปด้วยแม้ประชากรจะมีแนวโน้มลดลงก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นทุกปี ยังอาจจะมาจากไลฟ์สไตล์การบริโภคของคนกรุงเทพฯ ที่ส่งเสริมให้เกิดปริมาณขยะมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ Food Delivery หรือการเติบโตของบรรดาห้างร้านต่างๆ ในใจกลางกรุงเทพฯ เพราะเมื่อดู<a href="https://webportal.bangkok.go.th/environmentbma/page/sub/28229/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%9D%E0%B8%AD%E0%B8%A2">สถิติขยะมูลฝอยรายเขต โดยสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร</a> ในปี 2568 จะพบว่าเขตรอบนอกมีอัตราการสร้างขยะต่อหัวต่ำมาก เช่น เขตหนองจอกสร้างขยะเพียง 0.84 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน สายไหม 1.01 กิโลกรัม คลองสามวาและดอนเมือง 1.08 กิโลกรัม และหนองแขม 1.09 กิโลกรัม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางตรงกันข้าม เขตย่านธุรกิจ ศูนย์การค้า และการท่องเที่ยวกลับผลิตขยะต่อหัวมากกว่าหลายเท่า นำโดยปทุมวันสร้างขยะสูงถึง 6.83 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน พระนคร 3.73 กิโลกรัม วัฒนา 3.70 กิโลกรัม บางรัก 3.48 กิโลกรัม และคลองเตย 3.26 กิโลกรัม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือแม้ดูเพียงปริมาณขยะที่เกิดขึ้น ไม่คิดในแบบต่อหัวประชากร เนื่องด้วยเขตชั้นในอาจจะมีประชากรน้อยกว่าแต่มีคนเข้ามาใช้ชีวิตมากกว่า ก็ยังพบว่า เขตใจกลางเมือง ย่านธุรกิจ อย่างปทุมวันก็ยังสร้างขยะมากกว่าเขตรอบนอกอย่างหนองจอกอยู่ดี โดยในปี 2568 ปทุมวันมีปริมาณขยะอยู่ที่ 98,270.58 ตัน ในขณะที่หนองจอกอยู่ที่ 57,433.19 ตัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมการเก็บขยะครั้งใหญ่ โดยออก<a href="https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/65326.pdf?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBEyUWpDNXkzTmhlakxadmhhaHNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR6FMIxyrUtMes7y9BFZ3uxSN3O22KIEPVRM3HFgLLqGBHKICZtSevpxDC8ZjQ_aem_Tg0eOzkchcm4c21tdpOjKw">ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร</a>ฉบับใหม่ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 และเริ่มบังคับใช้ในเดือนตุลาคม 2568 กฎหมายฉบับนี้แยกค่าธรรมเนียมเป็น “ค่าเก็บขน” และ “ค่ากำจัด” อย่างชัดเจน หากบ้านเรือนทิ้งขยะไม่เกิน 20 ลิตรต่อวันและไม่คัดแยก จะต้องจ่ายรวม 60 บาทต่อเดือน แต่ถ้าคัดแยกตามระเบียบ อัตราจะลดลงเหลือเพียง 20 บาทต่อเดือน ส่วนสถานประกอบการขนาดใหญ่ที่มีขยะเกิน 1 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรวมพุ่งสูงถึง 8,000 บาทต่อเดือน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ <a href="https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/87401.pdf?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBEyUWpDNXkzTmhlakxadmhhaHNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR7Y1Koa1V-Sy0SspbW_nLcKCKrzos8bWQivALxve6TCADvgY5HWzbc96pgEHw_aem_pfhYlwddggVzkAi1jIAHUA">ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการมูลฝอยที่มีการคัดแยก</a> พ.ศ. 2568 ที่ประกาศตามมาในวันที่ 26 กันยายน 2568 กำหนดให้บ้านเรือนที่ต้องการสิทธิ์ส่วนลดต้องลงทะเบียน และต้องส่งหลักฐานการคัดแยกขยะผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่กำหนด หากผู้ได้รับสิทธิ์ไม่ยอมคัดแยกขยะหรือส่งหลักฐานไม่ครบ กรุงเทพมหานครจะระงับสิทธิ์และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอัตราเต็มย้อนหลังทันที รวมไปถึงโครงการ ‘ไม่เทรวม’ ของผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่พยายามจะทำให้ประชาชนแยกขยะ เพื่อให้มีขยะที่ต้องนำไปกำจัดน้อยลง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2569 พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์สรุปผลงานตลอด 4 ปีในการขับเคลื่อนนโยบาย &#8220;เมืองยั่งยืน&#8221; ในประเด็นเรื่องการจัดการขยะว่า กรุงเทพมหานครสามารถลดปริมาณขยะได้กว่า 1,326 ตันต่อวัน และช่วยประหยัดงบประมาณได้กว่า 973 ล้านบาทต่อปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม กรุงเทพฯ ก็ยังต้องเผชิญความท้าทายเดิมอยู่เช่นเคยว่าจะทำอย่างไรให้ปริมาณการผลิตขยะมูลฝอยลดลง แยกขยะได้มากขึ้นเพื่อจะได้มีขยะที่ต้องนำไปกำจัดลดลงด้วย<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7807" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">นอกจากฉะเชิงเทราและนครปฐมแล้ว ขยะของคนกรุงเทพฯ ยังถูกนำไปทิ้งเพิ่มที่กาญจนบุรี</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากความท้าทายในการต้องลดปริมาณขยะลงให้ได้แล้ว กทม. ยังมีความท้าทายในการกำจัดขยะอีกด้วย จากรายงานเรื่อง<a href="https://rocketmedialab.co/bkk-waste/">ขยะของคน กทม. ที่ถูกนำไปทิ้งที่บ้านคนอื่น </a>ของ Rocket Media Lab ในปี 2565 พบว่าขยะของคนกรุงเทพฯ ไม่ได้ถูกกำจัดในกรุงเทพฯ ทั้งหมด แต่ถูกขนถ่ายออกนอกเมืองไปกำจัดในบ่อขยะในต่างจังหวัดทั้งที่ฉะเชิงเทราและนครปฐม และเมื่อดูข้อมูลปัจจุบัน ระบบการจัดการเช่นนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนไป อีกทั้งยังขยายใหญ่มากขึ้นไปอีก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ ในปี 2568 นี้ กรุงเทพมหานครยังคงผลิตขยะสูงถึงวันละ 13,254 ตันต่อวัน จากจำนวนนี้ในระหว่างทางการเก็บขยะ ก็จะมีขยะจำนวนหนึ่งถูกคัดแยกไปรีไซเคิลผ่านรถซาเล้ง ร้านรับซื้อ และบริษัทเอกชน คิดเป็นจำนวนขยะที่ถูกนำไปรีไซเคิล 3,592 ตัน ส่วนที่เหลืออีก 9,662 ตันไหลเข้าสู่ระบบกำจัดผ่านสถานีขนถ่าย 4 แห่ง ได้แก่ สถานีอ่อนนุช รับเข้าระบบ 3,865 ตันต่อวัน สถานีสายไหม รับเข้าระบบ 2,029 ตัน สถานีหนองแขม 3,268 และสถานีรัชวิภาอีก 500 ตัน อย่างไรก็ตามสถานีรัชวิภาเป็นเพียงศูนย์พักขยะย่อยเท่านั้น ไม่ได้มีระบบกำจัดของตัวเอง จากเอกสารโครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยรัชวิภา และนำส่งไปกำจัด ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ปี 2561 ระบุไว้ว่าขยะที่นำมาพักที่สถานีรัชวิภาก็จะถูกขนไปยังสถานีหนองแขมอีกที&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ณ สถานีขนถ่ายขยะทั้ง 3 แห่งของกรุงเทพฯ จะพบว่าที่สถานี<a href="https://siamrath.co.th/quality-of-life/news/146034">ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช</a> มีขยะที่ต้องกำจัดเข้ามาเฉลี่ย 3,865 ตันต่อวัน โดยในจำนวนนี้สามารถนำไปหมักปุ๋ยอินทรีย์ โดยมีปริมาณสูงสุดที่รับได้ 1,600 ตันต่อวัน แบ่งเป็น<a href="https://webportal.bangkok.go.th/environmentbma/page/sub/6671/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C/0/info/523333/-#:~:text=%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%2016%2D18,%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2">โรงงานกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีทำปุ๋ยหมักอินทรี</a>ย์ ขนาด 600 ตันต่อวัน และโรงงานกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ ขนาด 1,000 ตันต่อวัน นอกจากนี้ส่วนหนึ่งยังจะถูกนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF) โดย<a href="https://webportal.bangkok.go.th/environmentbma/page/sub/6671/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C/0/info/523333/-#:~:text=%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%2016%2D18,%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2">ใช้เทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ (Mechanical-Biological Treatment : MBT)</a> เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ขนาดไม่น้อยกว่า 800 ตันต่อวัน (ปัจจุบันหยุดการดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ <a href="https://www.facebook.com/61569802333847/posts/-%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A1-%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%9D%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-800-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%9C/122174833874660077/">10 มกราคม 2569 </a>เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกลิ่นรบกวน) และอีกส่วนหนึ่งจะถูกนำไปกำจัดด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตไฟฟ้า มีขีดความสามารถในการกำจัดขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน (รองรับสูงสุด 1,600 ตันต่อวัน) ดำเนินการโดยบริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด ที่ก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จกว่า 90% และมี<a href="https://www.sdthailand.com/2026/03/new-sky-waste-to-energy-onnut/">การทดสอบระบบรับขยะในวันที่ 20 มีนาคม 2569 </a>ไปแล้ว ในขณะที่ขยะส่วนที่เหลือจากกระบวนทั้งหมด ซึ่งคาดว่ามีมากกว่า 2,000 ตันต่อวัน จะถูกนำไปกำจัดที่หลุมฝังกลบที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ดำเนินงานโดย<a href="https://www.pairoj.co.th/th/portfolio-paiorjsompong-group">บริษัท ไพโรจน์สมพงษ์พานิชย์ จำกัด</a> เป็นผู้ดูแลผ่านสัญญารับจ้างขนขยะไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล โดยปัจจุบันอยู่ในสัญญาระยะที่ 2 (<a href="https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic">พ.ศ. 2566-2570</a>) ด้วยวงเงินรวม 876 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราค่าจ้างที่ 600 บาทต่อตัน (ขั้นต่ำวันละ 1,000 ตัน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://mgronline.com/qol/detail/9650000061582">ที่สถานีสายไหม</a> มีขยะที่ต้องกำจัดเข้ามาเฉลี่ย 2,029 ตันต่อวัน ขยะจากสถานีนี้จะถูกนำไปกำจัดอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ที่บ่อขยะสองที่ก็คือ ที่แรกอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ดำเนินงานโดยบ<a href="https://www.watsaduphan-thurakit.com/partner">ริษัท วัสดุภัณฑ์ธุรกิจ จำกัด </a>ตามสัญญาที่เริ่มตั้งแต่ปี 2558 โดยสัญญาเดิม 7 ปีมีวงเงิน 4,436 ล้านบาท เทียบเท่าราว 1,017 บาทต่อตัน สัญญาต่อมาช่วงปี 2563-2567 อยู่ที่ราว<a href="https://www.watsaduphan-thurakit.com/partner"> 714 บาทต่อตัน</a> และสัญญาล่าสุดที่เริ่มวันที่ 4 กันยายน 2568 ต่ออีก 4 ปี ถึงปี 2572 วันละไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน และอีกคู่สัญญาคือบ่อขยะที่อำเภอ<a href="https://pr-bangkok.com/?p=526860">ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ดำเนินการโดยบริษัท เบตเตอร์ซิตี้ จำกัด</a> (เดิมชื่อบริษัท สยามรับเบอร์ จำกัด) ภายใต้สัญญา 20 ปี เริ่มขนขยะตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2565 สิ้นสุดวันที่ 8 พฤษภาคม 2585 โดยรับขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน <a href="https://www.matichon.co.th/local/news_5649473">ขนไปยังโรงงานของบริษัทเพื่อนำขยะไปคัดแยก โดยขยะรีไซเคิลจะถูกส่งกลับเข้าระบบ</a> ขยะอินทรีย์จะถูกนำไปหมักทำปุ๋ย ส่วนขยะที่เผาได้จะถูกนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง RDF สำหรับโรงปูนซีเมนต์ และที่เหลือที่ต้องนำไปกำจัดจะถูกนำไปฝังกลบในหลุมฝังกลบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของสถานีรัชวิภา ซึ่งไม่มีระบบกำจัดเป็นของตัวเอง ระบบการกำจัดขยะในสถานีย่อยรัชวิภาจึงเป็นการรับขยะมา แล้ว<a href="https://infocenter.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER9/DRAWER021/GENERAL/DATA0001/00001293.PDF?fbclid=IwY2xjawSXM85leHRuA2FlbQIxMABicmlkETJOY1ZKZHR3cjJCajJYNDRSc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHqcqdt7wjFduCuyAZIhOSovrYZQXbCpTYlx5fKz40v8-u1e3iwVW-WpEnEIK_aem_hH6HtcV6phkgBmnFiR6S8g">ส่งต่อไปยังสถานีหนองแขม</a> ภายใต้โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยรัชวิภา และนำส่งไปกำจัดที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร โดย<a href="https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic">บริษัท ลำเลียงชัย จำกัด</a> วันละไม่น้อยกว่า 500 ตัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ณ สถานีขนถ่ายหนองแขมมีขยะที่ต้องกำจัดเข้ามาเฉลี่ย 3,268 ตันต่อวัน และเมื่อรวมกับของสถานีรัชวิภา จะมีขยะรวมกัน 3,768 ตันต่อวัน โดย<a href="https://www.sdthailand.com/2026/05/new-sky-waste-to-energy-nong-kham/">มีโครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าหนองแขม </a>หรือระบบเตาเผาขยะ (WTE) หนองแขม 1 มีศักยภาพรองรับขยะได้ 300-500 ตันต่อวัน และได้​เปิดดำเนินการโรงงานเตาเผาขยะเพิ่มเติมที่<a href="https://www.sdthailand.com/2026/05/new-sky-waste-to-energy-nong-kham/">หนองแขมเป็นแห่งที่ 2</a> โดยเริ่มทดสอบระบบ เมื่อปี 2569 ที่ผ่านมา มีศักยภาพกำจัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีเผาไหม้ ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ทั้งนี้ <a href="https://www.sdthailand.com/2026/05/new-sky-waste-to-energy-nong-kham/">บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด</a> (C&amp;G Environmental Protection (Thailand)) เป็นผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ทั้ง 2 ศูนย์</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้สถานีแห่งนี้จะมีโรงไฟฟ้าขยะ (WTE) แต่ก็มีขีดความสามารถในการเผาทำลายจำกัดเพียง 300-500 ตันต่อวันเท่านั้น เมื่อรวมกับเตาเผาใหม่ที่เกิดขึ้นอีก 1,000 ตันต่อวัน ก็ยังเหลือขยะส่วนเกินจำนวนกว่า 2,200 ตันต่อวัน จึงต้องถูกขนส่งไปฝังกลบที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ดำเนินงานโดย<a href="https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic/">บริษัท กลุ่ม 79 จำกัด</a> สัญญาล่าสุดเป็นโครงการระยะยาว 20 ปีเช่นกัน (พ.ศ. 2566-2586) มูลค่างานรวม 4,737 ล้านบาท คิดเป็นอัตราค่าจ้าง 649 บาทต่อตัน สำหรับการขนขยะไม่น้อยกว่าวันละ 1,000 ตัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูแผนงานในส่วนของแผนงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ในแผนปฏิบัติราชการ&nbsp;ประจำปี พ.ศ. 2568 ของสำนักสิ่งแวดล้อม จะพบว่ามีโครงการและรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างเอกชนเพื่อขนถ่ายขยะ ดังนี้&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยรัชวิภา และนำส่งไปกำจัดที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ใช้งบประมาณ 60,955,000 บาท (12 ปี ปี 2562 &#8211; 2573 รวม 609,550,000 บาท)&nbsp;</li>



<li>โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหมและนำไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล 32,020,721 บาท (6 ปี ปี 2563 &#8211; 2568 รวม 1,042,440,000 บาท)&nbsp;&nbsp;</li>



<li>โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและนำไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ระยะที่ 2 งบ 144,739,200 บาท&nbsp; (6 ปี ปี 2566 &#8211; 2571 รวม 876,000,000 บาท)&nbsp;&nbsp;</li>



<li>โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมและนำไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ระยะที่ 2 งบ 219,000,000 บาท (5 ปี ปี 2567 &#8211; 2571 รวม 876,000,000 บาท)</li>



<li>โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหมและนำไปกำจัดโดยวิธีฝังกลบตามหลักสุขาภิบาล งบ 1,000,000 (5 ปี ปี 2568 &#8211; 2572 รวม 730,000,000 บาท)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><br>โดยทั้ง 5 โครงการ เฉพาะรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างเอกชนเพื่อขนถ่ายขยะนั้น รวมเป็นเงินกว่า 457,714,921 บาท</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7808" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">คนกรุงเทพฯ จะรู้ไหมว่า ขยะของ กทม. ที่ถูกนำไปทิ้งที่อื่น สร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหน&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากต้นทุนการกำจัดขยะของ กทม. จะพบว่ายังมีต้นทุนที่แพงกว่านั้นคือต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม สถานีขนถ่ายทั้ง 3 แห่งของ กทม. สร้างปัญหากลิ่นเหม็นรบกวนแก่ชุมชนโดยรอบมาอย่างยาวนาน และยังไม่สามารถแก้ไขได้ การจัดการขยะของ กทม. ไม่เพียงแค่สร้างปัญหาในพื้นที่ กทม. เองเท่านั้น แต่ยังสร้างปัญหาในพื้นที่ที่ กทม. เอาขยะไปกำจัด และโลกใบนี้อีกด้วย หนึ่งในนั้นก็คือการปลดปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพในการทำให้โลกร้อนสูงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 80 เท่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจาก Carbon Mapper และ<a href="https://methanedata.unep.org/map?fs=mars&amp;e=0183923a-b9e7-4ad0-a09b-6bd0037c041e&amp;fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExdWljOHRFREZTQWpEeTVRaHNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR6aoxeGIhpT4hi5PpZl--EjwEM5TkJw3iiSjZFoZFIKnEFUcROFuQo3PSPhCg_aem_hqvGoY_eHXBV38lxGN6Smw#mcoord=8.99/13.8401/101.066">ระบบ Methane Alert and Response System (MARS) ของ UNEP </a>พบว่ามีการตรวจพบการปล่อยก๊าซมีเทนจากพื้นที่ฝังกลบขยะที่เชื่อมโยงกับระบบกำจัดขยะของกรุงเทพมหานครหลายแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ <a href="https://data.carbonmapper.org/?lat=14.05573&amp;lon=99.96134&amp;details=CH4_6A_1000m_99.96134_14.05573%3Fdatetime%3D2025-01-01T00%253A00%253A00.000Z%252F2025-12-31T23%253A59%253A59.999Z%26eps%3D1000%26instruments%3Dtan%26instruments%3Demi%26status%3Dnot_deleted&amp;plume_id=tan20251128t045302c00s4001-A#13.58/14.04786/99.97182">อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม</a> และ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งถูกจัดอยู่ในหมวดกิจกรรมด้านการจัดการขยะมูลฝอย (Solid Waste) ตามการจำแนกของ IPCC</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับพื้นที่กำแพงแสน <a href="https://data.carbonmapper.org/?lat=14.05573&amp;lon=99.96134&amp;details=CH4_6A_1000m_99.96134_14.05573%3Fdatetime%3D2025-01-01T00%253A00%253A00.000Z%252F2025-12-31T23%253A59%253A59.999Z%26eps%3D1000%26instruments%3Dtan%26instruments%3Demi%26status%3Dnot_deleted&amp;plume_id=tan20251128t045302c00s4001-A#13.58/14.04786/99.97182">Carbon Mapper</a> ตรวจพบการปล่อยก๊าซมีเทนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566–2569 หลายครั้ง โดยการตรวจวัดเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 พบอัตราการปล่อยสูงถึง 6,888 กิโลกรัมต่อชั่วโมง หรือประมาณ 6.9 ตันต่อชั่วโมง โดยจากรายงาน <a href="https://law.ucla.edu/news/spotlight-top-25-methane-plumes-2025-landfills">Top 25 landfill methane emitters of 2025 ของ UCLA</a> ซึ่งรวบรวมจากข้อมูล Carbon Mapper พบว่าบ่อขยะกำแพงแสนมีอัตราการปล่อยก๊าซมีเทนอยู่ระหว่าง<a href="https://law.ucla.edu/news/spotlight-top-25-methane-plumes-2025-landfills">ประมาณ 3.6-7.5 ตันต่อชั่วโมง</a> ซึ่งถือเป็นบ่อขยะที่มีการปลดปล่อยมีเทนสูงเป็นอันดับ 8 ของโลก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาการจัดการขยะที่กำแพงแสนจะพบว่า นอกจากจะเป็นที่ตั้งของบ่อขยะแล้ว ยังมีการนำก๊าซจากขยะมาใช้เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย โดยขยะในบ่อฝังกลบจะถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายจนเกิดก๊าซมีเทน จากนั้นจะมีการดูดก๊าซออกมาผ่านระบบทำความสะอาด และดักความชื้นก่อน จะนำไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า ซึ่งบ่อขยะกำแพงแสน ในส่วนที่บริษัทกลุ่ม 79 จำกัด ดำเนินงาน ตรวจพบว่า มีโรงไฟฟ้าบจก. สี่มุม พาวเวอร์ กำลังการผลิตตามสัญญา 4 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ รวมไปถึงโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากก๊าซขยะตามแนวพระราชดำริ กำลังการผลิตตามสัญญา 0.21 เมกะวัตต์ นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมีบ่อขยะกระจายตัวอยู่ และมีโรงไฟฟ้าอีกหลายโรงด้วยกันทั้ง บจก. เวสต์ 4 พาวเวอร์ กำลังการผลิตตามสัญญา 8 เมกะวัตต์, บจก. เครน รีนิวเอเบิล เอ็นเนอยี กำลังการผลิตตามสัญญา 8 เมกะวัตต์, บจก. บางกอก กรีนเพาเวอร์ กำลังการผลิตตามสัญญา 8 เมกะวัตต์, บจก. ซีนิท กรีน เอ็นเนอยี กำลังการผลิตตามสัญญา 8 เมกะวัตต์, ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทของตระกูลสะสมทรัพย์ เจ้าของบ<a href="https://www.watsaduphan-thurakit.com/partner">ริษัท วัสดุภัณฑ์ธุรกิจ จำกัด </a>และบริษัทกลุ่ม 79 จำกัด ที่ได้รับสัมปทานการกำจัดขยะจาก กทม.&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นแม้จะตรวจพบว่าบ่อขยะกำแพงแสนเป็นบ่อขยะที่มีการปลดปล่อยก๊าซมีเทนสูงเป็นอันดับ 8 ของโลก และก๊าซมีเทนที่มีการตรวจจับได้นั้นเป็นก๊าซมีเทนที่ถูกนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้า แต่ไม่ชัดเจนว่าก๊าซมีเทนที่ปล่อยออกมาถูกนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนเท่าใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่พื้นที่<a href="https://data.carbonmapper.org/?details=CH4_6A_500m_101.40167_13.76618%3Fstatus%3Dnot_deleted#15/13.76618/101.40577">พนมสารคาม</a>ตรวจพบการปล่อยมีเทนอย่างน้อย 3 ครั้งระหว่างปี 2567-2569 และมีการตรวจวัดสูงสุดที่ประมาณ 3.5 ตันต่อชั่วโมงในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 แม้บ่อขยะพนมสารคามจะปลดปล่อยมีเทนไม่มากเท่ากับบ่อขยะกำแพงแสนจากการตรวจของ Carbon Mapper แต่ด้วยขนาดพื้นที่ที่มากถึง 200 ไร่ และรองรับขยะไม่เพียงแค่ของ กทม. เท่านั้น กลับพบว่าบ่อขยะพนมสารคามใช้ประโยชน์จากขยะในการนำมาผลิตไฟฟ้าผ่านโรงไฟฟ้าบริษัท เจริญสมพงษ์ ได้เพียงกำลังการผลิตตามสัญญา 2.4 เมกะวัตต์เท่านั้น ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการปลดปล่อยก๊าซมีเทนสู่ชั้นบรรยากาศมากกว่าการนำไปใช้ประโยชน์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และในส่วนของบ่อขยะของบริษัท เบตเตอร์ ซิตี้ จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท สยามรับเบอร์ จำกัด) ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรียังไม่มีรายงานตรวจพบการปล่อยก๊าซมีเทนในลักษณะดังกล่าว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความน่าสนใจคือในด้านหนึ่งกรุงเทพมหานครมีนโยบาย <a href="https://greener.bangkok.go.th/climate-change/bma-net-zero/">BMA Net Zero</a> หรือ “คาร์บอนคุมได้ กทม. ปลอดคาร์บอน” เพื่อขับเคลื่อนเมืองหลวงสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ทั้งตรวจสอบและขึ้นทะเบียนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ปรับปรุงพฤติกรรม ประหยัดพลังงาน แยกขยะในสำนักงานเขต ตลอดจนปลูกต้นไม้และจัดหาคาร์บอนเครดิตมาชดเชยส่วนที่เหลือ โดยสอดรับกับ<a href="https://www.dcce.go.th/13314/">นโยบายในระดับชาติ</a>ด้วย แต่คำถามคือกรุงเทพฯ กำลังบรรลุป้าหมาย Net Zero ด้วยการย้ายแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปไว้ที่จังหวัดอื่นหรือไม่ เพราะตราบใดที่รถขนขยะจากกรุงเทพมหานคร ยังคงส่งขยะไปฝังกลบยังต่างจังหวัด ปัญหาของบ่อขยะที่ปล่อยก๊าซมีเทนก็จะยังคงมีต่อไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">และไม่เพียงแต่ปัญหาการปลดปล่อยก๊าซมีเทนเท่านั้น แต่บ่อขยะยังนำมาซึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องกลิ่นที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่อยู่อาศัยโดยรอบอีกด้วย อย่างบ่อขยะกำแพงแสง นอกจากจะมีการเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาเรื่องกลิ่นของประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้กับบ่อขยะปรากฏในโซเชียลมีเดียเรื่อยมาแล้ว จาก<a href="https://www.thailis.or.th/tdc/browse.php?option=show&amp;browse_type=title&amp;titleid=117750">วิทยานิพนธ์</a>เรื่อง “การตีค่าผลประโยชน์ด้านสุขภาพโครงการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยใช้ก๊าซชีวภาพจากหลุมขยะ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม” ของ<a href="https://www.thailis.or.th/tdc/basic.php?query=%C0%D1%B7%C3%D2%C7%B4%D5%20%BB%C3%D0%C0%D1%CA%C3%D2%B9%D1%B9%B7%EC%20&amp;field=1003&amp;institute_code=0&amp;option=showindex_creator&amp;doc_type=0">ภัทราวดี ประภัสรานันท์</a> ยังให้ข้อมูลว่าพื้นที่ศึกษารัศมี 3 กิโลเมตร รอบหลุมฝั่งกลบขยะ มีอัตราการป่วยโรคระบบทางเดินหายใจต่อประชากรพันคนสูงกว่าในบริเวณพื้นที่เปรียบเทียบ และพบการป่วยด้วยโรคที่รุนแรงกว่า ได้แก่ โรคปอดบวม ประชากรช่วงอายุ 0-14 ปี มีอัตราการป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจที่ศึกษาต่อประชากรพันคนมากกว่าช่วงอายุอื่นๆ&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่บ่อขยะพนมสารคามก็มีปัญหาทั้งเรื่องกลิ่น การลักลอบทิ้งขยะสารเคมีอุตสาหกรรม รวมไปถึงปัญหาน้ำเน่าเสีย แหล่งน้ำผิวดินและน้ำใต้ดินปนเปื้อนสารมลพิษ ส่งให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม รวมถึงคุณภาพดินเสื่อมโทรมอีกด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้บ่อขยะทั้งที่กำแพงแสน พนมสารคาม ห้วยกระเขา อาจจะไม่ได้รับขยะจากกรุงเทพฯ เพียงที่เดียว แต่ขยะจากกรุงเทพฯ วันละหลายพันตันที่เดินทางไปยังบ่อขยะทั้ง 3 จังหวัดนอกกรุงเทพฯ นั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม ที่แม้แต่คนกรุงเทพฯ เองก็อาจจะไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างมลพิษให้แก่ผู้คนในจังหวัดอื่น</p>



<p class="has-small-font-size wp-block-paragraph"><em>**ผู้เขียนนำพิกัดหลุมฝังกลบที่รับขยะจากกรุงเทพมหานครมาเทียบกับฐานข้อมูลการปล่อยก๊าซมีเทนของ Carbon Mapper และระบบ MARS ของ UNEP จากนั้นตรวจสอบตำแหน่งด้วยภาพถ่ายดาวเทียม Google Earth และข้อมูลสัญญาจ้างกำจัดขยะของกรุงเทพมหานคร เพื่อระบุความเชื่อมโยงระหว่างปลายทางกำจัดขยะกับแหล่งปล่อยก๊าซมีเทนที่ตรวจพบจากดาวเทียม</em></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7814" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ถ้าไม่ฝังกลบเลย แล้วจะต้องสร้างเตาเผาอีกกี่แห่ง?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ภาครัฐพยายามผลักดันนโยบายเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า (Waste-to-Energy: WTE) มาตั้งแต่ <a href="https://library.parliament.go.th/th/radioscript/rr2569-apr1#:~:text=%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B2,%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%20%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%204)%20%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%87">พ.ศ. 2558</a> โดยกระทรวงมหาดไทยสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงทุนในเทคโนโลยีเตาเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อแก้ปัญหาขยะล้นเมือง โดยปัจจุบันกรุงเทพมหานครเองก็พยายามผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าขยะและโครงสร้างพื้นฐานหลายรูปแบบ เพื่อใช้ในการกำจัดขยะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นเฉลี่ยประมาณ 13,254 ตันต่อวัน เข้าสู่ระบบกำจัด 9,662 ตันต่อวัน ขณะที่ระบบกำจัดขยะที่มีอยู่ในปัจจุบันประกอบด้วยโรงหมักปุ๋ยอินทรีย์ที่รองรับได้สูงสุด 1,600 ตันต่อวัน โรงไฟฟ้าขยะเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า (Waste-to-Energy: WTE) ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชซึ่งรองรับได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน โรงไฟฟ้าขยะหนองแขม 1 ที่รองรับได้ประมาณ 300-500 ตันต่อวัน และโรงไฟฟ้าขยะหนองแขม 2 ที่มีกำลังการกำจัดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีระบบแปรรูปขยะเป็นเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel: RDF) ด้วยเทคโนโลยี MBT ซึ่งมีกำลังรองรับประมาณ 800 ตันต่อวัน อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวเคยถูกสั่งปิดในปี 2565 เนื่องจากปัญหากลิ่นรบกวน และในปี 2569 ยังคงอยู่ระหว่างการปรับปรุงและยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มประสิทธิภาพ เมื่อรวมกำลังการจัดการขยะของระบบทั้งหมด จะสามารถรองรับขยะได้สูงสุดเพียงประมาณ 4,900 ตันต่อวันเท่านั้น ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดในแต่ละวัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในอนาคตอันใกล้ กรุงเทพมหานครได้เร่งอนุมัติการสร้างเตาเผาขยะใหม่เพิ่มเติมอีก 1 แห่ง คือเตาเผาขยะที่<a href="https://opencontract.bangkok.go.th/main.html?itemId=0026">ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยสายไหม ขนาด 1,000 ตันต่อวัน</a> ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือเรื่องการรับซื้อไฟฟ้า โดยหากในอนาคตเมื่อโครงการใหม่สร้างเสร็จและเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ กรุงเทพมหานครจะมีกำลังการจัดการขยะรวมทั้งสิ้นประมาณ 5,900 ตันต่อวัน ซึ่งเมื่อเทียบกับปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด&nbsp; 9,662 ตันต่อวัน จะเห็นได้ว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานของกรุงเทพมหานคร ยังคงมีขีดความสามารถในการจัดการขยะได้เพียง 61% ของปริมาณขยะที่ต้องกำจัด และยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณขยะทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากว่ากรุงเทพมหานคร ตัดสินใจยกเลิกฝังกลบขยะทุกประเภทแล้วแล้วหันมาใช้เทคโนโลยีเตาเผาขยะเพียงอย่างเดียวเพื่อจัดการขยะที่เหลือทั้งหมด โดยเมื่อนำปริมาณขยะที่ต้องส่งฝังกลบจริงจำนวน 9,662 ตันต่อวัน มาหักลบด้วยกำลังการจัดการของระบบเดิมที่มีอยู่ ได้แก่ โรงหมักปุ๋ยอินทรีย์ 1,600 ตันต่อวัน ระบบ MBT 800 ตันต่อวัน โรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุช 1,000 ตันต่อวัน โรงไฟฟ้าขยะหนองแขม 1 จำนวน 500 ตันต่อวัน และโรงไฟฟ้าขยะหนองแขม 2 อีก 1,000 ตันต่อวัน จะพบว่ายังคงมีขยะส่วนต่างเหลืออยู่อีกประมาณ 4,762 ตันต่อวันที่ยังไม่ถูกกำจัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากจำลองว่ากรุงเทพมหานครต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมเพื่อรองรับขยะมูลฝอยที่ยังไม่สามารถกำจัดได้ในปัจจุบัน โดยเลือกใช้เทคโนโลยีเตาเผาขยะเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า (Waste-to-Energy: WTE) ขนาด 1,000 ตันต่อวัน เป็นหน่วยมาตรฐาน จะพบว่ากรุงเทพมหานครจำเป็นต้องก่อสร้างเตาเผาขยะเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 5 แห่ง เพื่อรองรับขยะส่วนต่างที่ยังเหลืออยู่ประมาณ 4,762 ตันต่อวัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งการสร้างเตาเผาขยะเพิ่มขึ้นนำมาซึ่งการลงทุนมหาศาล หากอ้างอิงจาก<a href="https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic">โครงการเตาเผามูลฝอยขนาด 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม</a> (โครงการปี 2567-2590) ซึ่งกำหนดวงเงินโครงการรวม 4,410 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าจ้างกำจัดมูลฝอยตลอดอายุสัญญา 20 ปี จำนวน 4,380 ล้านบาท และค่าจ้างที่ปรึกษาอีก 30 ล้านบาท หากกรุงเทพมหานครต้องพัฒนาโครงการในลักษณะเดียวกันเพิ่มขึ้นอีก 5 แห่ง จะก่อให้เกิดภาระงบประมาณรวมตลอดอายุสัญญาสูงถึงประมาณ 22,050 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมต้นทุนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ค่าบริหารจัดการพื้นที่ ค่าติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ค่าใช้จ่ายในการกำกับดูแลโครงการ ตลอดจนความเสี่ยงจากการปรับเพิ่มค่าจ้างกำจัดมูลฝอยในอนาคต</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาตาม<a href="https://webportal.bangkok.go.th/upload/user/00000231/data/law/1.8_May.pdf">กฎกระทรวงสุขลักษณะการจัดการมูลฝอยทั่วไป พ.ศ. 2560</a> การสร้างเตาเผาขยะต้องปฏิบัติตามสุขลักษณะที่เข้มงวด เช่น ต้องจัดให้มีพื้นที่แนวกันชน (Buffer Zone) โดยรอบภายในอาณาเขตเพื่อปลูกต้นไม้และทำระบบระบายน้ำเพื่อลดปัญหากลิ่นรบกวน รวมถึงต้องมีระบบควบคุมคุณภาพอากาศที่ปล่อยจากปล่องเตาเผาให้ได้มาตรฐานตามกฎหมาย ดังนั้นการหาพื้นที่เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะเพิ่มขึ้นอีกถึง 5 แห่งในเขตกรุงเทพฯ จึงเป็นโจทย์ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยิ่งไปกว่านั้น ในทางปฏิบัติโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มักเผชิญปัญหาการยอมรับจากชุมชน โดย<a href="https://www.matichon.co.th/prachachuen/news_4797207">โรงงานระบบ MBT</a> ที่ทำหน้าที่คัดแยกและสร้างพลังงาน เคยถูกระงับใบอนุญาตชั่วคราวเนื่องจากประชาชนร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นในปี 2565 และในปัจจุบันปัญหากลิ่นรบกวนดังกล่าวก็ยังไม่หมดไป โดยพบว่ามีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องผ่านระบบ Traffy Fondue ทั้งในพื้นที่หนองแขมและประเวศ ในพื้นที่อื่นๆ ก็มักจะเผชิญการคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เช่น กลุ่มชาวบ้านบ้านกร่างกว่า 100 คนยื่นหนังสือคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าขยะที่จังหวัด<a href="https://www.bangkokbiznews.com/social/1000904">พิษณุโลกในปี 2565</a> เนื่องจากกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่มีการทำประชาพิจารณ์อย่างโปร่งใส เช่นเดียวกับเหตุการณ์คัดค้านในจังหวัดกระบี่ เพชรบุรี และสงขลา ก็พบด้วยเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากทั้งหมดจะเห็นว่าเตาเผาขยะอาจไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการกำจัดขยะ โดยเฉพาะเมื่อขยะที่ส่งเข้าเตายังไม่ผ่านการคัดแยก ขยะอินทรีย์ที่มีความชื้นสูงฉุดอุณหภูมิการเผาไหม้ให้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 850 องศาเซลเซียส <a href="https://www.greenpeace.org/thailand/story/9013/incinerator/">ก่อให้เกิดเขม่าควันและก๊าซพิษ</a> ขณะที่พลาสติก PVC ที่ปะปนเข้ามาจะปลดปล่อยสารไดออกซินและโลหะหนักที่เป็นสารก่อมะเร็ง และตราบใดที่ยังไม่มีระบบคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การสร้างเตาเผาก็เป็นเพียงการเปลี่ยนจากเพิ่มวิกฤตก๊าซมีเทียนในต่างจังหวัด มาเป็นวิกฤตฝุ่นในกรุงเทพฯ แทน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น โจทย์สำคัญในตอนนี้ต้องใช้มาตรการทางกฎหมายและแรงจูงใจอย่างมาก เพื่อส่งเสริมและเพื่อบังคับให้คนกรุงเทพฯ รวมถึงประชากรแฝงกว่า 8 ล้านคน เริ่มคัดแยกขยะตั้งแต่ครัวเรือน เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด และแปรสภาพขยะให้กลับมาเป็นทรัพยากรหมุนเวียนที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของทุกคนให้ได้มากที่สุด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่&nbsp; <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-waste-2025">https://rocketmedialab.co/database-bkk-waste-2025</a></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ้างอิงจากมูลค่าการลงทุนของโครงการกำจัดมูลฝอยโดยระบบเตาเผามูลฝอย ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม (กกฝ.) งบประมาณที่ขอปี 68 : 10,000,000 บาท งบประมาณทั้งโครงการ : 4,410,000,000 บาท ค่าจ้างเหมา (1,000 x 600 x 365 วัน x 20 ปี) = 4,380,000,000 บาท (จ้างที่ปรึกษา 30,000,000 บาท) ระยะเวลาดำเนินการ : 24 ปี (2567 &#8211;&nbsp; 2590)&nbsp;</li>



<li>ข้อมูลสถานการณ์ขยะมูลฝอยของจังหวัด กรุงเทพมหานคร 2563-2568 โดยระบบสารสนเทศด้านการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน กรมควบคุมมลพิษ&nbsp; <a href="https://thaimsw.pcd.go.th/report_province.php?year=2568&amp;province=1">https://thaimsw.pcd.go.th/report_province.php?year=2568&amp;province=1</a>&nbsp;</li>



<li>สถิติปริมาณมูลฝอย กทม. 2568&nbsp; <a href="https://webportal.bangkok.go.th/environmentbma/page/sub/28229/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%9D%E0%B8%AD%E0%B8%A2">https://webportal.bangkok.go.th/environmentbma/page/sub/28229/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%9D%E0%B8%AD%E0%B8%A2</a>&nbsp;</li>



<li>อ้างอิงข้อมูลโครงการ จากเอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ ๔/๒๕๖๗ <a href="https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic">https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic</a>&nbsp;</li>



<li><a href="https://thaimsw.pcd.go.th/search_storage.php?storage_id=4278&amp;year=2568">ระบบสารสนเทศด้านการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน</a>&nbsp; <a href="https://thaimsw.pcd.go.th/search_storage.php?storage_id=4278&amp;year=2568">https://thaimsw.pcd.go.th/search_storage.php?storage_id=4278&amp;year=2568</a>&nbsp;</li>
</ul>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-waste-2025/">ขยะของคน กทม. ที่ยังถูกนำไปทิ้งที่ ฉะเชิงเทรา นครปฐม และล่าสุดที่กาญจนบุรี</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งบระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วม 4 ปี (2566-2569) ของ กทม. ในยุคชัชชาติ ลงเขตไหน ทำอะไรบ้าง</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bangkok-flood-budget-2023-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 11:48:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบระบายน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7745</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3607;&#3640;&#3585;&#3588;&#3619;&#3633;&#3657;&#3591 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bangkok-flood-budget-2023-2026/">งบระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วม 4 ปี (2566-2569) ของ กทม. ในยุคชัชชาติ ลงเขตไหน ทำอะไรบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>จากงบ กทม. ปี 2566-2569 พบว่ามีงบที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม เฉพาะงบประมาณของสำนักการระบายน้ำและงบของ 50 สำนักงานเขต รวมทั้งสิ้นประมาณ 13,563.59 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบของสำนักการระบายน้ำ ประมาณ 9,376.37 ล้านบาท ซึ่งเน้นไปที่โครงการก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อนและอุโมงค์ระบายน้ำ และงบของ 50 สำนักงานเขต ซึ่งเน้นไปที่การก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อน ระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ และขุดลอกคลองในพื้นที่ รวมประมาณ 4,187.22 ล้านบาท</li>



<li>งบที่จัดสรรลงไปให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตโดยตรง ส่วนที่เกี่ยวกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม 4 ปี มีงบรวม 4,187.22 ล้านบาท เขตหนองแขมได้รับมากที่สุด 566.69 ล้านบาท คิดเป็น 13.53% ของงบรายเขตทั้งหมด เกือบทั้งหมดเป็นงบก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม ขณะที่เขตสัมพันธวงศ์ได้รับน้อยที่สุดเพียง 3.06 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นค่าวัสดุและค่าใช้สอยในงบดำเนินงาน ไม่มีงบก่อสร้างหรือปรับปรุงโครงสร้างใดๆ</li>



<li>เมื่อพิจารณาเฉพาะงบของสำนักการระบายน้ำที่ระบุพื้นที่ลงรายเขตได้ รวม 11,318.05 ล้านบาท เขตคลองเตยได้รับงบมากที่สุดจำนวน 652.47 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงบก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. หน้าสถานีสูบน้ำพระโขนงถึงจุดที่กำหนดให้บริเวณถนนสุขุมวิท ขณะที่เขตสายไหม ได้รับงบน้อยที่สุดเพียง 1.64 ล้านบาท และมีอีก 4 เขตที่ไม่ปรากฏงบประมาณที่สามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่เขตได้ ได้แก่ เขตทุ่งครุ เขตบางบอน เขตราษฎร์บูรณะ และเขตหนองจอก</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ทุกครั้งที่ฝนตกหนัก ‘น้ำรอระบาย’ กลายเป็นภาพคุ้นตาของคนกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะถนนสายสำคัญอย่างสุขุมวิท ศรีนครินทร์ แจ้งวัฒนะ ไปจนถึงชุมชนริมคลองรอบนอกเมืองและพื้นที่ใกล้คลองสายหลัก การเกิดน้ำท่วมขังซ้ำซากในจุดเดิมๆ ทำให้การระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม เป็นโจทย์ใหญ่ที่กรุงเทพมหานครต้องทุ่มงบประมาณลงไปอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี และคำถามคือ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กทม. ใช้งบกับเรื่องนี้ไปเท่าไร และลงไปที่เขตไหนบ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการรวบรวมข้อมูลของ Rocket Media Lab จากข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร ปี 2566-2569 ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาการบริหารงานของชัชชาติ สิทธิพันธ์ พบว่ากรุงเทพมหานครจัดสรรงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม เฉพาะงบของสำนักการระบายน้ำและ 50 สำนักงานเขต รวมทั้งสิ้นประมาณ 13,563.59 ล้านบาท แบ่งเป็นงบของสำนักการระบายน้ำประมาณ 9,376.37 ล้านบาท และงบของ 50 สำนักงานเขตอีกประมาณ 4,187.22 ล้านบาท โดยทั้งสองส่วนต่างตั้งงบส่วนใหญ่ไปกับโครงการเกี่ยวกับเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมเป็นหลัก รองลงมาคือโครงการเกี่ยวกับประตูระบายน้ำ ระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ บ่อพักน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อแยกตามลักษณะงาน จะแยกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ คือ ก่อสร้าง ปรับปรุง และใช้จ่าย โดยงบส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างมากที่สุด 6,190.99 ล้านบาท คิดเป็น 45.64% ของงบการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นการก่อสร้างเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม ถึง 4,483.71 ล้านบาท รองลงมาคือ ปรับปรุง 4,466.63 ล้านบาท คิดเป็น 32.93% ซึ่งเป็นการปรับปรุงประตูระบายน้ำ ระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ บ่อพักน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ มากที่สุด จำนวน 2,213.87 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นงบใช้จ่ายอีก 2,905.97 ล้านบาท คิดเป็น 21.42% โดยแบ่งเป็นค่าวัสดุใช้สอยและรายจ่ายโครงการ จำนวน 2,848.74 ล้านบาท และซื้อเครื่องสูบน้ำอีก 57.23 ล้านบาท</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page1_-flood_UNIT-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7751" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page1_-flood_UNIT-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page1_-flood_UNIT-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page1_-flood_UNIT-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page1_-flood_UNIT-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page1_-flood_UNIT-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page2_-flood_UNIT-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7752" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page2_-flood_UNIT-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page2_-flood_UNIT-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page2_-flood_UNIT-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page2_-flood_UNIT-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page2_-flood_UNIT-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">งบระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วมรายเขต : หนองแขมได้งบเขตเยอะสุด สัมพันธวงศ์ได้น้อยสุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของงบประมาณที่กรุงเทพมหานครจัดสรรลงไปให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตโดยตรง ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมใน 4 ปีที่ผ่านมา มีงบรวม 4,187.22 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงบก่อสร้างและปรับปรุงเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม รวมถึงการก่อสร้างและปรับปรุงท่อและระบบระบายน้ำ และการขุดลอกคลอง-ลำรางในพื้นที่</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตหนองแขมมีงบเกี่ยวกับการระบายน้ำมากที่สุด เมื่อเทียบกับอีก 49 เขต รวม 566.69 ล้านบาท คิดเป็น 13.53% ของงบรายเขตทั้งหมด เกือบทั้งหมดเป็นงบก่อสร้างเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม 514.37 ล้านบาทในจำนวนนี้ โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองกำนันเทียน ได้งบประมาณรวมมากที่สุด จำนวน 175.27 ล้านบาท ซึ่งกระจายอยู่ในงบประมาณปี 2567-2569 อันดับ 2 เขตดอนเมือง 293.04 ล้านบาท อันดับ 3 คลองสามวา 258.17 ล้านบาท อันดับ 4 บางเขน 237.70 ล้านบาท และอันดับ 5 จตุจักร 236.97 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตที่มีงบเกี่ยวกับการระบายน้ำของสำนักงานเขตน้อยที่สุดคือ สัมพันธวงศ์ เพียง 3.06 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าวัสดุและค่าใช้สอยที่อยู่ในงบดำเนินงานของเขต ไม่มีงบก่อสร้างหรือปรับปรุงโครงสร้างใดๆ รองลงมาคือ ปทุมวัน 4.05 ล้านบาท ราชเทวี 7.06 ล้านบาท คลองเตย 10.11 ล้านบาท และบางรัก 11.85 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลสถิติระดับน้ำท่วมขังบนถนนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ปี 2567 &#8211; 2568 ซึ่งมีรายงานน้ำท่วมขัง 841 ครั้ง ใน 43 เขต ทั่วกรุงเทพฯ พบว่า เขตดินแดง มีจำนวนน้ำท่วมมากที่สุด 57 ครั้งใน 2 ปี แต่งบเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่กรุงเทพมหานครจัดสรรลงเขตนั้นอยู่อันดับที่ 43 ได้รับเพียง 15.27 ล้านบาทเท่านั้น โดยทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้แก่ ค่าวัสดุและค่าใช้สอย ส่วนเขตหนองแขมที่ได้รับการจัดสรรงบมากที่สุด กลับไม่มีรายงานน้ำท่วมขังในปี 2567-2568 เลย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page1_-flood-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7753" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page1_-flood-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page1_-flood-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page1_-flood-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page1_-flood-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page1_-flood-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page2_-flood-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7754" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page2_-flood-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page2_-flood-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page2_-flood-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page2_-flood-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page2_-flood-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">งบน้ำท่วม 4 ปี จากสำนักการระบายน้ำกระจายลงไปใน 46 เขต คลองเตยได้งบมากที่สุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูเฉพาะงบจากสำนักการระบายน้ำ 4 ปี รวม 9,376.37 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นงบที่ระบุพื้นที่ลงรายเขตได้ 7,130.83 ล้านบาท และเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของสำนักการระบายน้ำที่ระบุพื้นที่ลงเขตไม่ได้อีก 2,245.54 ล้านบาท เมื่อเทียบงบรายปี งบที่เกี่ยวกับการระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วมของสำนักการระบายน้ำปี 2566 อยู่ที่ 1,291.80 ล้านบาท เพิ่มเป็น 2,413.11 ล้านบาทในปี 2567 ลดลงมาที่ 2,011.46 ล้านบาทในปี 2568 ก่อนจะกระโดดไปแตะ 3,659.99 ล้านบาทในปี 2569 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปีแรก</p>



<p class="wp-block-paragraph">งบของสำนักการระบายน้ำที่ลงรายเขต เขตคลองเตยได้รับมากที่สุดจำนวน 652.47 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.15% ของงบสำนักการระบายน้ำที่ลงไปในทุกเขต โดยส่วนใหญ่เป็นงบก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. หน้าสถานีสูบน้ำพระโขนงถึงจุดที่กำหนดให้บริเวณถนนสุขุมวิท ซึ่งได้รับการจัดสรรงบตั้งแต่ปี 2566-2569 รวมกว่า 348.66 ล้านบาท อันดับ 2 ดอนเมือง 477.87 ล้านบาท อันดับ 3 หลักสี่ 477.68 ล้านบาท ซึ่งรวมการปรับปรุงแก้มลิงบึงสีกัน 99 ล้านบาท อันดับ 4 ดุสิต 308.09 ล้านบาท และอันดับ 5 ยานนาวา 292.83 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่งบจากสำนักการระบายน้ำน้อยกระจายลงไปน้อยที่สุดคือ สายไหม เพียง 1.64 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นการปรับปรุงประตูระบายน้ำ ระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ บ่อพักน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำ รองลงมาคือ บางกอกใหญ่ 6.49 ล้านบาท สะพานสูง 7.19 ล้านบาท และป้อมปราบศัตรูพ่าย 9.83 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำตัวเลขนี้ไปเปรียบกับสถิติน้ำท่วมขัง พบว่าคลองเตยเป็นหนึ่งในไม่กี่เขตที่จำนวนน้ำท่วมขังลดลง โดยในปี 2567 คลองเตยมีรายงานน้ำท่วมขังถึง 19 ครั้ง ซึ่งเท่ากับวัฒนาและติดอันดับ 2 ของกรุงเทพฯ แต่ในปี 2568 คลองเตยกลับเป็นหนึ่งใน 7 เขตที่มีจำนวนน้ำท่วมขังลดลง&nbsp; อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการลดลงดังกล่าวเป็นผลโดยตรงจากงบของสำนักการระบายน้ำที่จัดสรรลงไป หรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ในทางตรงกันข้าม เขตสายไหมที่ได้รับงบจากสำนักการระบายน้ำน้อยที่สุดเพียง 1.64 ล้านบาท กลับมีรายงานน้ำท่วมขังถึง 15 ครั้งในปี 2567 และเพิ่มมาเป็น 20 ครั้งในปี 2568&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ เขตหลักสี่ ซึ่งได้รับงบจากสำนักการระบายน้ำเป็นอันดับ 3 รวม 477.68 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงงบปรับปรุงแก้มลิงบึงสีกัน 99 ล้านบาท แต่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา หลักสี่ยังคงเป็นเขตที่มีน้ำท่วมขังสูงเป็นอันดับ 2 รวมปี 2567-2568 มีน้ำท่วมขัง 52 ครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น 2 ใน 5 ของจุดท่วมซ้ำซากบ่อยที่สุดในกรุงเทพฯ ยังตั้งอยู่ในเขตหลักสี่ทั้งคู่ ได้แก่ ถนนแจ้งวัฒนะหน้าโลตัสแจ้งวัฒนะ 14 ครั้ง และถนนแจ้งวัฒนะหน้าศาลปกครองกลาง 11 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากดูตามลักษณะงาน งบของสำนักการระบายน้ำที่ลงรายเขตเน้นไปที่การก่อสร้างเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมเป็นหลัก รวมกว่า 3,798.52 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 53.27% ตามด้วยการก่อสร้างประตู ระบบ และอุโมงค์ระบายน้ำ จำนวน 2,688.81 ล้านบาท คิดเป็น 37.71% ขุดลอกคลอง-ลำราง จำนวน 391.19 ล้านบาท คิดเป็น 5.49% ขณะที่งบแก้มลิงซึ่งมีสัดส่วนน้อยที่สุด กระจายอยู่เพียง 6 เขต ได้แก่ ปรับปรุงแก้มลิงบึงสีกัน เขตหลักสี่ 99 ล้านบาท ก่อสร้างแก้มลิงบริเวณถนนอำนวยสงคราม เขตดุสิต 60 ล้านบาท ก่อสร้างแก้มลิงสวนน้ำเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 45.3 ล้านบาท ขุดลอกแก้มลิงบึงมักกะสัน เขตราชเทวี 21 ล้านบาท ก่อสร้างระบบแก้มลิงบึงวัดพรหมรังษี เขตดอนเมือง 20 ล้านบาท และก่อสร้างระบบแก้มลิงบึงสวนพระนคร เขตลาดกระบัง 7 ล้านบาท รวมงบ 252.30 ล้านบาท คิดเป็น 3.54%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ งบที่เกี่ยวกับการระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วม ของสำนักการระบายน้ำ ระบุพื้นที่ดำเนินการได้ 46 เขตจาก 50 เขต โดยอีก 4 เขตไม่ปรากฏงบประมาณที่สามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่เขตได้ ได้แก่ เขตทุ่งครุ เขตบางบอน เขตราษฎร์บูรณะ และเขตหนองจอก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page1_-flood_ALL-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7755" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page1_-flood_ALL-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page1_-flood_ALL-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page1_-flood_ALL-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page1_-flood_ALL-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page1_-flood_ALL-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page2_-flood_ALL-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7756" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page2_-flood_ALL-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page2_-flood_ALL-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page2_-flood_ALL-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page2_-flood_ALL-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page2_-flood_ALL-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">รวมงบน้ำท่วม งบรายเขต+งบสำนักระบายน้ำ 4 ปี : ดอนเมืองได้งบมากที่สุด หนองจอกได้น้อยที่สุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อรวมงบจากทั้งสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตเข้าด้วยกัน เฉพาะส่วนที่ระบุพื้นที่ลงเป็นรายเขตได้ มีงบรวม 11,318.05 ล้านบาท กระจายอยู่ใน 50 เขต โดยงบด้านเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมมีสัดส่วนสูงที่สุด สะท้อนว่าการรับมือน้ำท่วมของ กทม. ในช่วง 4 ปีนี้ให้น้ำหนักไปที่การสร้างแนวกั้นน้ำริมคลองเป็นหลัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตดอนเมืองได้รับการจัดสรรงบมากที่สุด 770.91 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.81% ของงบรวมทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นงบก่อสร้าง-ปรับปรุงเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม ซึ่งโครงการที่ระบุพื้นที่ในเขตดอนเมืองจะมีอยู่ 3 โครงการใหญ่ได้แก่ ก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองเปรมประชากร งบประมาณรวม 180 ล้านบาท ก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คลองบ้านใหม่ 161.16 ล้านบาท และ ก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คูนายกิมสาย 2 113.09 ล้านบาท อันดับ 2 หลักสี่ 694.53 ล้านบาท อันดับ 3 คลองเตย 662.58 ล้านบาท อันดับ 4 หนองแขม 658.78 ล้านบาท และอันดับ 5 จตุจักร 489.67 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่ได้รับงบเกี่ยวกับการระบายน้ำน้อยที่สุดคือ หนองจอก 19.09 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ 13.09 ล้านบาท และงบสำหรับขุดลอกคลอง/ลำราง 6 ล้านบาท ได้แก่ ขุดลอกคลองหนึ่ง 3.50 ล้านบาท ขุดลอกคลองลำชะล่า 1.71 ล้านบาท และขุดลอกคลองลำฝอยทอง 0.78 ล้านบาท รองลงมาคือป้อมปราบศัตรูพ่าย 22.00 ล้านบาท ราษฎร์บูรณะ 27.06 ล้านบาท สาทร 31.98 ล้านบาท และบางรัก 35.95 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลสถิติระดับน้ำท่วมขังบนถนนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ปี 2567 &#8211; 2568 พบว่า เขตดอนเมือง ที่ได้งบรวมมากสุด 770.91 ล้าน มีน้ำท่วมขังในปี 2567-2568 รวม 20 ครั้ง แต่ดอนเมืองกลับเป็นเขตที่ใช้เวลาระบายน้ำนานที่สุดในกรุงเทพฯ ทั้งในปี 2567 และ 2568 โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 495 นาทีหรือ 8.25 ชั่วโมงในปี 2567 และ 431 นาทีหรือ 7.19 ชั่วโมงในปี 2568 ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะงบประมาณของดอนเมืองกว่า 663.11 ล้านบาทกระจุกตัวอยู่กับการก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม ซึ่งออกแบบมาเพื่อกั้นน้ำจากคลองและแม่น้ำไม่ให้ล้นเข้าพื้นที่ ไม่ใช่เพื่อเร่งระบายน้ำฝนที่ขังอยู่บนถนนออกไปให้เร็วขึ้น ส่วนเขตหนองจอก ที่ได้รับงบรวมน้อยที่สุด อยู่ที่ 19.09 ล้านบาท นั้นไม่พบการรายงานว่ามีน้ำท่วมขังเลย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากเขตหนองจอกแล้ว ยังมีอีก 6 เขตที่ไม่พบรายงานว่ามีน้ำท่วมขังบนถนนสายหลัก ได้แก่ คลองสามวา ทวีวัฒนา ทุ่งครุ ธนบุรี สะพานสูง และหนองแขม เมื่อปรียบเทียบกับงบจากสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตที่แต่ละเขตได้รับ พบว่า เขตหนองแขม คลองสามวา ทวีวัฒนา และทุ่งครุ ได้รับงบสูงตั้งแต่อันดับ 4 (658.78 ล้านบาท), 18 (270.93 ล้านบาท), 21 (218.43 ล้านบาท), 28 (182.68 ล้านบาท) ตามลำดับ ส่วน สะพานสูง และธนบุรี ได้งบอยู่ที่อันดับ 41 (85.73 ล้านบาท), 44 (55.24 ล้านบาท) ตามลำดับ รวมแล้ว 7 เขตที่ไม่มีรายงานน้ำท่วมขังเลย ได้รับงบรวมกัน 1,490.88 ล้านบาท ขณะที่ ดินแดง ซึ่งท่วมบ่อยที่สุด 57 ครั้ง ได้รับงบในอันดับที่ 39 เพียง 87.16 ล้านบาท น้อยกว่าถึง 17 เท่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลทั้งหมด สะท้อนว่า กทม. ใช้งบระบายน้ำ 4 ปีกว่า 13,563 ล้านบาทไปกับการก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40.29% ของงบทั้งหมด โครงสร้างเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันน้ำจากภายนอก จากแม่น้ำและคลองที่ล้นตลิ่ง แต่ปัญหาน้ำท่วมที่คนกรุงเทพฯ เผชิญอยู่ทุกวันกลับเป็นน้ำฝนที่ขังอยู่บนถนน ซึ่งต้องการระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ ขณะเดียวกัน เขตที่ได้รับงบมากที่สุดก็ไม่ใช่เขตที่ท่วมบ่อยที่สุด และเขตที่ท่วมซ้ำซากมากที่สุดอย่างดินแดงกลับได้รับงบเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับพื้นที่รอบนอกที่ไม่มีรายงานน้ำท่วมเลยแม้แต่ครั้งเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/databaseb-bangkok-flood-budget-2023-2026/">https://rocketmedialab.co/databaseb-bangkok-flood-budget-2023-2026/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bangkok-flood-budget-2023-2026/">งบระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วม 4 ปี (2566-2569) ของ กทม. ในยุคชัชชาติ ลงเขตไหน ทำอะไรบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องปัญหาน้ำท่วมขังกรุงเทพฯ : เขตดินแดงโดนน้ำท่วมขังมากที่สุด ซอยพหลโยธิน 60/1 เจอท่วมซ้ำซากบ่อยที่สุด</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-flood-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 09:11:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[งบน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7731</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3648;&#3617;&#3639;&#3656;&#3629;&#3648;&#3586;&#3657 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flood-2025/">ส่องปัญหาน้ำท่วมขังกรุงเทพฯ : เขตดินแดงโดนน้ำท่วมขังมากที่สุด ซอยพหลโยธิน 60/1 เจอท่วมซ้ำซากบ่อยที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>ในปี 2567 &#8211; 2568 มีการรายงานน้ำท่วมขัง 841 ครั้ง แยกเป็นปี 2567 จำนวน 213  ครั้ง และปี 2568 จำนวน 628 ครั้งพบว่าเขตที่มีน้ำท่วมขังบนถนนมากที่สุดคือ เขตดินแดง จำนวน 57 ครั้ง ตามมาด้วยเขตหลักสี่ 52 ครั้ง เขตจตุจักร 49 ครั้ง เขตบึงกุ่ม 45 ครั้ง และเขตบางกะปิ 44 ครั้ง</li>



<li>บริเวณที่น้ำท่วมซ้ำซากในช่วงปี 2567 &#8211; 2568 ซ้ำซากมากที่สุด คือ ถนนพหลโยธินช่วงซอยพหลโยธิน 60/1 จำนวน 19 ครั้ง (9 ครั้งในปี 2567 และ 10 ครั้งในปี 2568)</li>



<li>พบว่าเขตที่มีงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำมากที่สุด คือเขตดอนเมือง งบรวมทั้งหมด 770,908,200 บาท คิดเป็น 5.68% ของงบประมาณทั้งหมด ในขณะที่เขตที่ได้รับงบน้อยที่สุด คือหนองจอก 19,086,300 บาท คิดเป็น 0.14% ของงบประมาณทั้งหมด</li>



<li>ในปี 2567 ถนนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ใช้เวลาในการระบายน้ำจนแห้งเฉลี่ย 89.29 นาที หรือ 1.49 ชั่วโมง หากแยกเป็นรายเขต พบว่าเขตที่ใช้เวลาระบายน้ำจนแห้งนานที่สุด คือเขตดอนเมือง ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 495 นาที หรือ 8.25 ชั่วโมง ในขณะที่ในปี 2568 ถนนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ใช้เวลาในการระบายน้ำจนแห้งเฉลี่ย 152.49 นาที หรือ 2.54 ชั่วโมง หากแยกเป็นรายเขต พบว่าเขตที่ใช้เวลาระบายน้ำจนแห้งนานที่สุด คือเขตดอนเมือง ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 431.67 นาที หรือ 7.19 ชั่วโมง</li>



<li>วันที่ 10 พฤษภาคม 2568 เป็นวันที่มีฝนตกหนักและนำท่วมขังมากที่สุด จากการรายงานน้ำท่วมขัง 108 ครั้ง ในพื้นที่ 28 เขตทั่วกรุงเทพมหานคร โดยพื้นที่ที่ถนนแห้งช้าที่สุดคือ ถนนลาดพร้าว ลาดพร้าวซอย 64 เขตวังทองหลาง ที่น้ำเริ่มท่วมเวลา 18.00 น. และแห้งเวลา 3.45 น. ใช้เวลามากถึง 9 ชั่วโมง 45 นาที ในการระบายน้ำท่วมขัง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน กรุงเทพฯ ก็มักจะเจอกับปัญหาน้ำท่วมขังรอระบายในทุกปี ส่งผลต่อการจราจรและการใช้ชีวิตของคนในกรุงเทพฯ เกิดเป็นภาพข่าวปรากฏขึ้นซ้ำๆ ในทุกปีเมื่อฤดูฝนมาเยือน และในการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ทุกครั้ง ปัญหาน้ำท่วมก็มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของผู้ลงสมัครว่าจะจัดการปัญหาน้ำท่วมอย่างไร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนสำรวจปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วงปี 2567- 2568 ว่ามีเขตไหนที่เจอน้ำท่วมขังมากที่สุด จุดไหนเกิดน้ำท่วมซ้ำซากมากที่สุด และงบประมาณในการแก้ไขน้ำท่วมของกรุงเทพฯ ใช้ไปกับอะไรที่ไหนบ้าง</p>



<h3 class="wp-block-heading">เขตไหนน้ำท่วมขังมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-4-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7733" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-4-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-4-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-4-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-4-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-4.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลสถิติระดับน้ำท่วมขังบนถนนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ปี 2567 &#8211; 2568 จำนวน 841 ครั้ง แยกเป็นปี 2567 จำนวน 213&nbsp; ครั้ง และปี 2568 จำนวน 628 ครั้ง พบว่าเขตที่มีน้ำท่วมขังบนถนนมากที่สุดคือ เขตดินแดง จำนวน 57 ครั้ง ตามมาด้วยเขตหลักสี่ 52 ครั้ง เขตจตุจักร 49 ครั้ง เขตบึงกุ่ม 45 ครั้ง และเขตบางกะปิ 44 ครั้ง ในขณะที่มี 7 เขต ที่ไม่พบรายงานว่ามีน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักของกรุงเทพมหานครได้แก่ คลองสามวา ทวีวัฒนา ทุ่งครุ ธนบุรี สะพานสูง หนองแขม และหนองจอก</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากแยกเป็นรายปี พบว่าในปี 2567 เขตที่พบน้ำท่วมขังบนถนนมากที่สุดคือ หลักสี่ 23 ครั้ง ตามมาด้วยวัฒนาและคลองเตย 19 ครั้ง ดินแดงและจตุจักร 16 ครั้ง สายไหม 15 ครั้ง และราชเทวี 12 ครั้ง นอกจากนี้มีจำนวน 14 เขตที่ไม่ปรากฏรายงานน้ำท่วมขัง ได้แก่ บางกะปิ ลาดพร้าว บางขุนเทียน ภาษีเจริญ ดุสิต คันนายาว บางกอกใหญ่ หนองแขม คลองสามวา ทวีวัฒนา ทุ่งครุ สะพานสูง ธนบุรี และหนองจอก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ปี 2568 เขตที่พบน้ำท่วมขังบนถนนมากที่สุดคือ บางกะปิ 44 ครั้ง ตามมาด้วยดินแดง 41 ครั้ง บึงกุ่ม 37 ครั้ง จตุจักร 33 ครั้ง วังทองหลางและลาดพร้าว 31 ครั้ง นอกจากนี้มีจำนวน 11 เขตที่ไม่มีรายงานน้ำท่วมขัง ได้แก่ ราษฎร์บูรณะ บางพลัด ตลิ่งชัน บางซื่อ หนองแขม คลองสามวา ทวีวัฒนา ทุ่งครุ สะพานสูง ธนบุรี และหนองจอก</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากเปรียบเทียบข้อมูลของทั้ง 2 ปี จะเห็นได้ว่ามีเขตที่มีการรายงานว่ามีน้ำท่วมขังเพิ่มมากขึ้นถึง 34 เขต โดยเขตบางกะปิ เป็นเขตที่มีจำนวนน้ำท่วมขังเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยในปี 2567 ไม่มีรายงานน้ำท่วมขังในพื้นที่ แต่ในปี 2568&nbsp; มีรายงานน้ำท่วมขังเพิ่มขึ้น 44 ครั้ง ในขณะที่มีเขตที่มีจำนวนน้ำท่วมขังลดลงมีทั้งหมด 7 เขต ได้แก่ ราษฎร์บูรณะ บางพลัด ตลิ่งชัน คลองเตย บางแค บางซื่อ และวัฒนา นอกจากนี้มี 2 เขตที่มีจำนวนน้ำท่วมขัง ปี 2567 &#8211; 2568 เท่าเดิม คือจอมทอง ปีละ 2 ครั้ง และบางกอกน้อย ปีละ 1 ครั้ง</p>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่ไหนน้ำท่วมบ่อยที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-8-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7737" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-8-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-8-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-8-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-8-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-8.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้เมื่อพิจารณาจากข้อมูลในปี 2567-2568 เพื่อหาว่าบริเวณไหนเป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังบ่อยที่สุด พบว่าพื้นที่ที่น้ำท่วมขังบ่อยที่สุด คือ ถนนพหลโยธินช่วงซอยพหลโยธิน 60/1 จำนวน 19 ครั้ง ตามมาด้วยถนนแจ้งวัฒนะหน้าโลตัสแจ้งวัฒนะ จำนวน 14 ครั้ง ถนนอ่อนนุชช่วงซอยอ่อนนุช 59 จำนวน 12 ครั้ง ถนนแจ้งวัฒนะหน้าศาลปกครองกลาง จำนวน 11 ครั้ง ถนนลาดกระบังแยกกิ่งแก้ว ถนนหัวหมากซอยรามคำแหง 24 แยก18 และถนนสุขุมวิทช่วงแบริ่ง จำนวน 10 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากแยกเป็นรายปี พบว่าในปี 2567 พื้นที่ที่น้ำท่วมขังบ่อยที่สุด คือ ถนนพหลโยธินช่วงซอยพหลโยธิน 60/1 จำนวน 9 ครั้ง ถนนแจ้งวัฒนะหน้าโลตัสแจ้งวัฒนะ 7 ครั้ง และถนนแจ้งวัฒนะหน้าศาลปกครองกลาง จำนวน 6 ครั้ง ในขณะที่ในปี 2568 พื้นที่ที่น้ำท่วมขังบ่อยที่สุด คือ ถนนอ่อนนุชช่วงซอยอ่อนนุช 59 จำนวน 12 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถนนหัวหมากซอยรามคำแหง 24 แยก18 ถนนลาดกระบังแยกกิ่งแก้ว และถนนพหลโยธินช่วงซอยพหลโยธิน 60/1 จำนวน 10 ครั้ง ถนนประชาสุขซอยอินทามระ 34 และถนนนวมินทร์ ช่วงซอยนวมินทร์ 38 จำนวน 9 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้หาดูรายละเอียดของน้ำท่วมขังระหว่างปี 2567 &#8211; 2568 เพื่อดูว่าถนนเส้นไหนที่น้ำท่วมซ้ำซากมากที่สุด จะพบว่าถนนที่ท่วมซ้ำซากมากที่สุด คือ ถนนพหลโยธินช่วงซอยพหลโยธิน 60/1 จำนวน 19 ครั้ง (9 ครั้งในปี 2567 และ 10 ครั้งในปี 2568) ตามมาด้วยถนนแจ้งวัฒนะหน้าโลตัส จำนวน 14 ครั้ง (7 ครั้งในปี 2567 และ 7 ครั้งในปี 2568) ถนนแจ้งวัฒนะหน้าศาลปกครองกลาง จำนวน 11 ครั้ง (5 ครั้งในปี 2567 และ 5 ครั้งในปี 2568) และถนนสุขุมวิทช่วงแบริ่ง จำนวน 10 ครั้ง (3 ครั้งในปี 2567 และ 7 ครั้งในปี 2568)</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากดูรายละเอียดในเขตที่มีน้ำท่วมขังมากที่สุด 5 เขต ได้แก่ เขตดินแดง หลักสี่ จตุจักร บึงกุ่ม และบางกะปิ พบว่าบริเวณที่ท่วมบ่อยที่สุดคือ ถนนแจ้งวัฒนะหน้าโลตัสในเขตหลักสี่ 14 ครั้ง ตามมาด้วย ถนนแจ้งวัฒนะหน้าศาลปกครองกลางในเขตหลักสี่ 11 ครั้ง และถนนหัวหมากซอยรามคำแหง 24 แยก18 ในเขตบางกะปิ 10 ครั้ง</p>



<h3 class="wp-block-heading">น้ำท่วมกรุงเทพฯ แต่ละครั้ง ใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะแห้ง</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-10-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7739" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-10-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-10-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-10-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-10-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-10.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลการรายงานน้ำท่วมขังในช่วงปี 2567 &#8211; 2568 ทั้งหมด 841 ครั้ง พบว่ามีน้ำท่วมขังความสูงต่ำสุดอยู่ที่ 2 เซนติเมตร และสูงสุด 50 เซนติเมตร หากดูความสูงเฉลี่ย พบว่ามีน้ำท่วมขังขั้นต่ำสูง 10 เซนติเมตรมากที่สุดจำนวน 368 ครั้ง และท่วมสูงสุด 15 เซนติเมตรมากที่สุดจำนวน 336 ครั้ง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากดูระยะเวลาที่น้ำท่วมขังระบายจนแห้ง พบว่าในปี 2567 ถนนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ใช้เวลาในการระบายน้ำจนแห้งเฉลี่ย 89.29 นาที หรือ 1.49 ชั่วโมง จากจำนวนการรายงานน้ำท่วมขัง 213 ครั้ง หากแยกเป็นรายเขต พบว่าเขตที่ใช้เวลาระบายน้ำจนแห้งนานที่สุด คือเขตดอนเมือง ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 495 นาที หรือ 8.25 ชั่วโมง ตามมาด้วยเขตลาดกระบัง ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 289 นาที หรือ 4.81 ชั่วโมง เขตบางเขน ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 194.2 นาที หรือ 3.24 ชั่วโมง เขตบางนา ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 157.83 นาที หรือ 2.63 ชั่วโมง และเขตสวนหลวง ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 145.63 นาที หรือ 2.43 ชั่วโมง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ในปี 2568 ถนนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ใช้เวลาในการระบายน้ำจนแห้งเฉลี่ย 152.49 นาที หรือ 2.54 ชั่วโมง จากจำนวนการรายงานน้ำท่วมขัง 628 ครั้ง หากแยกเป็นรายเขต พบว่าเขตที่ใช้เวลาระบายน้ำจนแห้งนานที่สุด คือเขตดอนเมือง ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 431.67 นาที หรือ 7.19 ชั่วโมง ตามมาด้วยเขตประเวศ ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 271.34 นาที หรือ 4.52 ชั่วโมง เขตลาดพร้าว ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 257.42 นาที หรือ 4.29 ชั่วโมง เขตบางรัก ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 223.57 นาที หรือ 3.73 ชั่วโมง และเขตบางนา ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 217.5 นาที หรือ 3.63 ชั่วโมง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากดูเวลาในการระบายน้ำท่วมขังของกรุงเทพฯ พบว่าในปี 2567 ถนนในกรุงเทพฯ มีรายงานน้ำท่วมขังทั้งหมด 213 ครั้ง ส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการระบายน้ำไม่เกิน 1 ชั่วโมง จำนวน 116 ครั้งคิดเป็น 54.46%ของน้ำท่วมทั้งหมด ในขณะที่ถนนที่ใช้เวลามากกว่า 3 ชั่วโมงในการระบายน้ำมีเพียง 24 ครั้ง คิดเป็น 11.27%ของน้ำท่วมทั้งหมด แต่ในปี 2568 ถนนในกรุงเทพฯ มีรายงานน้ำท่วมขังเพิ่มขึ้นรวมทั้งหมด 628 ครั้ง ส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการระบายน้ำไม่เกิน 1 ชั่วโมง จำนวน 194 ครั้งคิดเป็น 30.89% ของน้ำท่วมทั้งหมด ในขณะที่ถนนที่ใช้เวลามากกว่า 3 ชั่วโมงในการระบายน้ำเพิ่มถึง 156 ครั้ง คิดเป็น 24.84% ของน้ำท่วมทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากอิงจากเป้าหมายของทีมงานผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ตั้งเป้าหมายว่า <a href="https://policywatch.thaipbs.or.th/article/environment-190#title-5">“น้ำท่วมขังต้องระบายให้หมดภายใน 3 ชั่วโมง”</a> ซึ่งจากข้อมูล ปี 2567 &#8211; 2568 จะเห็นได้ว่าสัดส่วนของพื้นที่ระบายน้ำที่ใช้เวลามากกว่า 3 ชั่วโมงมีมากถึง 21.40%ของจำนวนน้ำท่วมทั้งหมด ซึ่งมีหลายปัจจัยทั้งจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ และโครงสร้างการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่จะต้องดำเนินการ</p>



<h3 class="wp-block-heading">วันไหน เดือนไหน ที่ฝนตกน้ำขังบ่อยที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-5-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7734" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-5-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-5-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-5-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-5-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-5.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากดูข้อมูลเป็นรายเดือนช่วงปี 2567 &#8211; 2568 เพื่อดูว่าเดือนไหนน้ำท่วมบ่อยที่สุด พบว่าเดือนที่น้ำท่วมบ่อยที่สุด คือเดือนพฤษภาคม 217 ครั้ง แบ่งออกเป็นปี 2567 จำนวน 36 ครั้ง และปี 2568 จำนวน 181 ครั้ง ตามมาด้วยเดือนกันยายน จำนวน 171 ครั้ง แบ่งออกเป็นปี 2567 จำนวน 21 ครั้ง และปี 2568 จำนวน 150 ครั้ง เดือนสิงหาคม 149 ครั้ง แบ่งออกเป็นปี 2567 จำนวน 42 ครั้ง และปี 2568 จำนวน 107 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้หากดูเป็นช่วงวันและเดือนว่าเวลาไหนที่มีน้ำท่วมขังบ่อยที่สุด พบว่า วันเสาร์ของเดือนพฤษภาคมมีน้ำท่วมขังบ่อยที่สุด จำนวน 123 ครั้ง ตามมาด้วยวันเสาร์ของเดือนกันยายน 65 ครั้ง วันพฤหัสบดีของเดือนพฤศจิกายน 58 ครั้ง วันอาทิตย์ของเดือนพฤศจิกายน 50 ครั้ง และวันอังคารของเดือนสิงหาคม 42 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><br>ในขณะที่วันที่ 10 พฤษภาคม 2568 เป็นวันที่มีฝนตกหนักและนำท่วมขังมากที่สุด จากการรายงานน้ำท่วมขัง 108 ครั้ง ในพื้นที่ 28 เขตทั่วกรุงเทพมหานคร โดยพื้นที่ที่ถนนแห้งช้าที่สุดคือ ถนนลาดพร้าว ลาดพร้าวซอย 64 เขตวังทองหลาง ที่น้ำเริ่มท่วมเวลา 18.00 น. และแห้งเวลา 3.45 น. ใช้เวลามากถึง 9 ชั่วโมง 45 นาที ในการระบายน้ำท่วมขัง</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อแยกเป็นเวลาที่น้ำเริ่มท่วม จะพบว่าช่วงเวลาที่มีรายงานน้ำเริ่มท่วมมากที่สุด คือ ช่วงเวลา 6 โมงเย็น จำนวน 169 ครั้ง ตามมาด้วยช่วงเวลา 5 โมงเย็น จำนวน 78 ครั้ง ตี 2 จำนวน 59 ครั้ง 3 ทุ่มและ 4 โมงเย็น จำนวน 54 ครั้ง โดยช่วงเวลาตั้งแต่ 4โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม เป็นช่วงเวลาที่มีรายงานน้ำท่วมขังมากที่สุด อีกทั้งเป็นช่วงชั่วโมงเร่งด่วนที่ประชาชนเลิกงานและเดินทางเป็นจำนวนมาก ทำให้น้ำท่วมขังในช่วงเวลานี้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางและสร้างความลำบากให้กับประชาชน โดยเฉพาะบริเวณ feeder ที่มีประชาชนจำนวนมากรอเดินทางด้วยรถขนส่งสาธารณะ</p>



<h3 class="wp-block-heading">งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำของ กทม. 4 ปีย้อนหลัง ใช้ทำอะไร ที่ไหนบ้าง</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-6-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7735" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-6-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-6-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-6-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-6-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-6.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากการรวบรวมงบประมาณที่เกี่ยวกับการระบายน้ำของกรุงเทพฯ จากข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 &#8211; 2569 ของกรุงเทพมหานคร ทั้งงบรายเขตและสำนักระบายน้ำ พบว่ามีงบประมาณทั้งหมด 13,563,588,193.03 บาท โดยมีการจำแนกประเภทของงบออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>งบประมาณเกี่ยวกับเขื่อน และแนวป้องกันน้ำท่วม จำนวน 5,465,228,176 บาท เป็นงบที่เกี่ยวกับการก่อสร้างและปรับปรุงแนวป้องกันและระบายน้ำ เช่น เขื่อนค.ส.ล. แนวป้องกันน้ำท่วม ราวกันตก ทางเดินบริเวณเขื่อน ฯลฯ</li>



<li>งบประมาณเกี่ยวกับประตูระบายน้ำ ระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ บ่อพักน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำ จำนวน 3,788,849,642 บาท เป็นงบเกี่ยวกับการก่อสร้างและปรับปรุงระบบระบายน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ เช่น อุโมงค์ระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ บ่อพักน้ำ ประตูระบายน้ำ ฯลฯ</li>



<li>งบประมาณเกี่ยวกับค่าวัสดุใช้สอยและรายจ่ายโครงการ จำนวน 2,848,742,975 บาท เป็นงบที่เกี่ยวกับการซ่อมบำรุงรักษา และการทำความสะอาดระบบระบายน้ำ เช่น สถานีสูบน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ ฯลฯ</li>



<li>งบประมาณเกี่ยวกับการขุดลอกคลอง-ลำราง จำนวน 1,151,241,800 บาท เป็นงบเกี่ยวกับการขุดลอกคลองและลำรางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ</li>



<li>งบประมาณเกี่ยวกับแก้มลิง จำนวน 252,300,000 บาท เป็นงบก่อสร้างและปรับปรุงแก้มลิง</li>



<li>งบประมาณเกี่ยวกับเครื่องสูบน้ำ จำนวน 57,225,600 บาท เป็นงบเกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-7-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7736" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-7-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-7-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-7-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-7-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-7.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-9-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7738" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-9-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-9-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-9-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-9-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-9.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากแยกงบประมาณ 4 ปีเป็นรายเขต พบว่าเขตที่มีงบประมาณเกี่ยวกับการระบายน้ำมากที่สุด คือดอนเมือง ได้รับงบรวมทั้งหมด 770,908,200 บาท คิดเป็น 5.68% ของงบประมาณทั้งหมด ตามมาด้วย หลักสี่ 694,525,825 บาท คลองเตย 662,579,448 บาท และหนองแขม 658,778,795.3 บาท ในขณะที่เขตที่ได้รับงบน้อยที่สุด คือหนองจอก 19,086,300 บาท คิดเป็น 0.14% ของงบประมาณทั้งหมด ตามมาด้วยป้อมปราบศัตรูพ่าย 21,996,600 บาท ราษฎร์บูรณะ 27,061,500 บาท และสาทร 31,984,400 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากเทียบกับข้อมูลสถิติระดับน้ำท่วมขังบนถนนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักระบายน้ำ จะพบว่าเขตที่มีน้ำท่วมขังบนถนนมากที่สุดอย่างดินแดงที่มีน้ำท่วมมากถึง 57 ครั้งในช่วงปี 2567 &#8211; 2568 แต่กลับมีงบที่เกี่ยวกับการระบายน้ำอยู่ในอันดับที่ 39 เพียง 87,160,616.17 บาท คิดเป็น 0.64% ของงบประมาณ 4 ปี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่เขตดอนเมือง ซึ่งเป็นเขตที่ได้รับงบประมาณเกี่ยวกับการระบายน้ำมากที่สุด แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีน้ำท่วมขัง 20 ครั้ง แบ่งเป็นปี 2567 จำนวน 2 ครั้ง และปี 2568 จำนวน 18 ครั้ง นอกจากนี้ดอนเมืองยังเป็นเขตที่ใช้เวลาระบายน้ำจนแห้งนานที่สุด&nbsp; ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 495 นาที หรือ 8.25 ชั่วโมง โดยงบประมาณการระบายน้ำของเขตดอนเมืองเป็นงบเกี่ยวกับเขื่อน และแนวป้องกันน้ำท่วมมากที่สุดสูงถึง 663,106,000 บาท เช่น การก่อสร้าง ก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.คลองเปรมประชากรช่วงที่ 3 จากถนนสรงประภาถึงถนนแจ้งวัฒนะ ในปีงบประมาณ 2567 จำนวน 100,000,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตหนองแขมเป็นเขตที่ไม่มีรายงานน้ำท่วมขังเลย แต่กลับได้งบรวมเป็นอันดับ 4 สูงถึง 658,778,795 บาท ส่วนใหญ่เป็นงบประมาณเกี่ยวกับเขื่อน และแนวป้องกันน้ำท่วมมากที่สุด 514,369,262 บาท จำนวน 10 โครงการ เช่น การก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองตาปลั่ง 1 ในปีงบประมาณ 2569 จำนวน 133,000,000 บาท และการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองกำนันประทีป ในปีงบประมาณ 2568 จำนวน 91,760,000 บาท เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สถิติระดับน้ำท่วมขังบนถนนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักระบายน้ำ ปี 2567 &#8211; 2568 จัดทำโดยสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร คำนวณโดย Rocket Media Lab</li>



<li>ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี กรุงเทพมหานคร ปี 2566 &#8211; 2569</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-flood-2025 ">https://rocketmedialab.co/database-bkk-flood-2025 </a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flood-2025/">ส่องปัญหาน้ำท่วมขังกรุงเทพฯ : เขตดินแดงโดนน้ำท่วมขังมากที่สุด ซอยพหลโยธิน 60/1 เจอท่วมซ้ำซากบ่อยที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ใครว่ากรุงเทพฯ อากาศดีขึ้น : ปี 2025 กรุงเทพฯ มีวันอากาศดี 38 วัน ลดลงจากปีก่อนซึ่งมี 43 วัน เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,280.59 มวน</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-pm25-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 10:54:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นPM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7677</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3594;&#3623;&#3609;&#3626;&#3635;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm25-2025/">ใครว่ากรุงเทพฯ อากาศดีขึ้น : ปี 2025 กรุงเทพฯ มีวันอากาศดี 38 วัน ลดลงจากปีก่อนซึ่งมี 43 วัน เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,280.59 มวน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ในปี 2025 ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีวันที่อากาศดี คืออยู่ในเกณฑ์สีเขียว 38 วัน คิดเป็น 10.50% ลดลงจากปี 2024 ที่มีวันที่อากาศดี 43 วัน และในปี 2025 ส่วนใหญ่นั้นเป็นวันที่อากาศมีคุณภาพปานกลาง คือเกณฑ์สีเหลือง 254 วัน หรือคิดเป็น 70.17% ของทั้งปี และหากเทียบกับปี 2024 ที่มีอากาศในเกณฑ์สีเหลือง 252 วันแล้วก็นับว่าเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน</li>



<li>ในปี 2025 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ ทั้งหมด 1,280.59 มวน ลดลงจากปี 2024 ที่มีจำนวน 1,297.14 มวน ถึง 16.55 มวน หรือคิดเป็นประมาณ 0.83 ซอง แต่ก็ยังมากกว่าปี 2022 ที่มีจำนวน 1,224.77 มวน และปี 2021 ที่มีจำนวน 1,261.05 มวน</li>



<li>กทม. แถลงว่า “ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นฝุ่น PM2.5 ลดลง โดยเฉพาะเดือนมกราคม ค่าเฉลี่ยลดลงร้อยละ 22” แต่จากการเทียบค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งข้อมูลจากทั้ง 3 แหล่ง คือ Gistda, Air4Thai และ The World Air Quality Index Project พบว่าผลลัพธ์แตกต่างกันตามแหล่งข้อมูลและปีฐานที่ใช้เปรียบเทียบ โดยแม้ข้อมูลของ GISTDA จะสะท้อนว่าค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ในเดือนมกราคมปี 2569 ลดลงจากปี 2567 และ 2568 แต่ข้อมูลจาก Air4Thai และ The World Air Quality Index Project กลับชี้ว่าค่าเฉลี่ยฝุ่นในปี 2569 ยังคงสูงกว่าปีฐานในอดีต</li>



<li>กทม. แถลงว่า “จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานช่วงเดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์ ลดลงประมาณ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน” แต่จากการเทียบค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งข้อมูลจากทั้ง 3 แหล่ง คือ Gistda, Air4Thai และ The World Air Quality Index Project จะพบว่าข้อมูลจาก The World Air Quality Index Project ลดลงเพียง 1.14% เท่านั้น ในขณะที่ข้อมูลจาก Air4Thai ลดลง 53.85%</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/IG-cover-copy-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7690" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/IG-cover-copy-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/IG-cover-copy-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/IG-cover-copy.jpg 1081w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนสำรวจภาพรวมสภาพอากาศของกรุงเทพฯ ในปี 2025 ว่าสถานการณ์ปัญหาฝุ่น PM2.5 ดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร และ กทม. มีแนวนโยบายในการแก้ปัญหาในปี 2026 อย่างไรบ้าง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-2025-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7683" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-2025-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-2025-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-2025-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-2025-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-2025-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-2025-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">กรุงเทพฯ และสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในปี 2025</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการทำงานของ Rocket Media Lab โดยอ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project พบว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีวันที่อากาศดี คืออยู่ในเกณฑ์สีเขียว 38 วัน คิดเป็น 10.50% ลดลงจากปี 2024 ที่มีวันที่อากาศดี 43 วัน และในปี 2025 ส่วนใหญ่นั้นเป็นวันที่อากาศมีคุณภาพปานกลาง คือเกณฑ์สีเหลือง 254 วัน หรือคิดเป็น 70.17% ของทั้งปี และหากเทียบกับปี 2024 ที่มีอากาศในเกณฑ์สีเหลือง 252 วันแล้วก็นับว่าเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนวันที่มีคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษหรือสีส้มนั้นมีเพียง 57 วัน หรือคิดเป็น 15.75% ของทั้งปี ลดลงจากปี 2024 ที่มีจำนวน 61 วัน และวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรืออยู่ในเกณฑ์สีแดงนั้นมี 13 วัน หรือคิดเป็น 3.59% ของทั้งปี และเมื่อเทียบกับปี 2024 ที่มีเพียง 8 วัน กล่าวคือวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรืออยู่ในเกณฑ์สีแดงนั้นเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 5 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยภาพรวมแล้วอากาศในปี 2025 มีวันที่อากาศดีลดลง ในขณะที่วันที่อากาศมีคุณภาพปานกลางเพิ่มขึ้น ส่วนวันที่มีคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษหรือสีส้มนั้นลดลง แต่ทว่าวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) กลับเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">3 เดือนที่อากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2025:&nbsp; เดือนมกราคมยังเป็นเดือนที่ค่าเฉลี่ยอากาศแย่ที่สุด ส่วนวันที่อากาศแย่ที่สุดคือ วันที่ 23 มีนาคม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2024 เดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดคือเดือนมกราคม ขณะเดียวกันในปี 2025 เดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดยังคงเป็นเดือนมกราคม โดยมีค่าเฉลี่ยอากาศทั้งเดือนสูงถึง 129.35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าปี 2024 ที่มีค่าเฉลี่ย 119.87 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยในเดือนมกราคม 2025 นี้ ไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลย สำหรับวันที่มีสีเหลืองหรือคุณภาพอากาศปานกลางพบว่ามีเพียง 4 วัน ส่วนสีส้มหรือคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษมี 20 วัน และสีแดง หรือมีผลกระทบต่อสุขภาพมีถึง 7 วัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยค่าเฉลี่ยอากาศสูงถึง 114.50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยในเดือนนี้ไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลย ขณะที่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง หรือคุณภาพอากาศปานกลางเพียง 9 วัน ส่วนสีส้ม หรือคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษมีถึง 16 วัน และมีวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรืออยู่ในเกณฑ์สีแดงอีก 3 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตามมาด้วยเดือนมีนาคม ด้วยค่าเฉลี่ยอากาศที่ 101.87 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลยเช่นเดียวกัน ขณะที่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง หรือคุณภาพอากาศปานกลาง 17 วัน และสีส้ม หรือคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 11 วัน นอกจากนี้ยังพบวันที่มีสีแดง หรือวันที่มีผลต่อสุขภาพอีกจำนวน 3 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากสำรวจวันที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดของปี พบว่าเป็นวันที่ 23 มีนาคม 2025 โดยมีค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 173 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าสามเดือนที่อากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2025 คือ มกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม ซึ่งยังคงเป็นกลุ่มเดือนในช่วงต้นปีเช่นเดียวกับปีก่อนหน้า ดังเช่นปี 2024 ที่พบในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ และธันวาคม ปี 2023 ที่พบในเดือนเมษายน มีนาคม และกุมภาพันธ์ ส่วนปี 2019, 2020 และ 2021 มักพบในช่วงรอยต่อปลายปีถึงต้นปี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อสังเกตที่พบคือในปี 2025 สถานการณ์ฝุ่นมีความรุนแรงเข้มข้นขึ้น โดยในเดือนมกราคมมีจำนวนวันสีแดงเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2024 คือจาก 4 วัน เป็น 7 วัน ขณะที่ในเดือนกุมภาพันธ์ พบว่าวันสีส้ม (กลุ่มเสี่ยง) เพิ่มขึ้นจากเดิม 6 วัน เป็น 16 วัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ส่วนวันสีเหลืองลดลงจาก 19 วัน เหลือเพียง 9 วัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคุณภาพอากาศที่เคยอยู่ในเกณฑ์ปานกลางได้ขยับความรุนแรงขึ้นไปอยู่ในเกณฑ์ที่มีผลต่อสุขภาพมากขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">เดือนสิงหาคมอากาศดีที่สุดในปี 2025: เฉลี่ยเพียง 50.61 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เดือนที่มีอากาศดีที่สุดในปี 2025 ยังคงเป็นเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเดือนที่มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับเดือนอื่น คือ 50.61 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ซึ่งดีกว่าปี 2024 ที่มีค่าเฉลี่ย 53.13 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) โดยในปีนี้มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเพิ่มขึ้นเป็น 13 วัน และมีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง หรือคุณภาพอากาศปานกลาง 18 วัน จะเห็นได้ว่าแม้ภาพรวมต้นปีจะวิกฤต แต่ในเดือนสิงหาคม 2025 กลับมีจำนวนวันที่อากาศบริสุทธิ์ (สีเขียว) มากกว่าปีก่อนถึง 5 วัน ทำให้ครองตำแหน่งแชมป์เดือนที่อากาศดีที่สุดของปีไปครองได้อีกครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือเดือนกันยายน 2025 ซึ่งเป็นเดือนที่มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง คือ 54.23 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยมีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 8 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 22 วัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตามมาด้วยมิถุนายน 2024 มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 5 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 25 วัน ทั้งนี้เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน และมิถุนายนซึ่งเป็น 3 เดือนที่อากาศดีที่สุดนั้น ไม่พบวันที่มีอากาศในเกณฑ์สีส้มและแดงเลย ในขณะที่วันที่อากาศดีที่สุดในปี 2025 คือวันที่ 31 สิงหาคม 2025 โดยมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 23 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่วันที่อากาศดีที่สุดในปี 2024 คือวันที่ 23 สิงหาคม โดยมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 11 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และในปี 2023 คือวันที่ 16 กันยายน อยู่ที่ 20 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งหนึ่งอาจจะมีบางเขตของกรุงเทพฯ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกทุกเขต</p>



<h3 class="wp-block-heading">ถ้าค่าฝุ่น PM2.5 22 มคก./ลบ.ม. = บุหรี่ 1 มวน ปี 2025 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูบบุหรี่ไปกี่มวน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จาก<a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence/">งานของ&nbsp;Richard&nbsp;A. Muller&nbsp;</a>นักวิจัยชาวอเมริกันจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Berkeley Earth แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่า ค่าฝุ่น PM2.5 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ 1 มวน ซึ่งหากนำค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของปี 2024 มาคำนวณเปรียบเทียบตามเกณฑ์ของ&nbsp;Richard&nbsp;Muller จะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2025 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ ทั้งหมด 1,280.59 มวน ลดลงจากปี 2024 ที่มีจำนวน 1,297.14 มวน ถึง 16.55 มวน หรือคิดเป็นประมาณ 0.83 ซอง แต่ก็ยังมากกว่าปี 2022 ที่มีจำนวน 1,224.77 มวน และปี 2021 ที่มีจำนวน 1,261.05 มวน</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2025 อย่างเดือนมกราคม คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 182.27&nbsp; มวน คิดเป็นเฉลี่ยวันละ 5.88 มวน ซึ่งมีจำนวนของมวนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2024 อย่างเดือนมกราคม ที่มี 168.91 มวน คิดเป็นเฉลี่ยวันละ 5.45 มวน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือในเดือนที่อากาศดีที่สุดในปี 2025 อย่างเดือนสิงหาคม คนกรุงเทพฯ ก็ยังสูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 71.318 มวน เฉลี่ยวันละ 2.30 มวน โดยลดลงเมื่อเทียบกับเดือนที่อากาศดีที่สุดในปี 2024 อย่างเดือนสิงหาคมที่มีจำนวน&nbsp; 74.86 มวน เฉลี่ยวันละ 2.41 มวน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>กรุงเทพฯ มีแนวโน้มคุณภาพอากาศดีขึ้นจริงไหม</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-BKK-2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7697" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-BKK-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-BKK-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-BKK-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-BKK-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-BKK-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-BKK-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากการแถลงความคืบหน้าการดำเนิน <a href="https://pr-bangkok.com/?p=581637&amp;fbclid=IwY2xjawQbY_NleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFCQ2d0Q0NrcFBlamJSa1hYc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHjrUajaQZnuvzoxkIWjvMvVtbRGNPAiELiEqdMNnxfccBMyxGV5dTHqd3ILJ_aem_PkEoI_zzQE0lvRfuoi0SJQ">“10 มาตรการหลัก”</a> แก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา โดยชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งกล่าวว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์คุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานช่วงเดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์ ลดลงประมาณ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ปีนี้สภาพอากาศจะปิดและการระบายอากาศทำได้ยากกว่าปีก่อนหน้า ซึ่งจากข้อมูลสถิติฤดูฝุ่นตลอด 4 ปี (2565–2569) พบว่า ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นฝุ่น PM2.5 ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเดือนมกราคม ค่าเฉลี่ยลดลงร้อยละ 22 จาก 48.4 เหลือ 37.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และจำนวนวันเกินมาตรฐานลดลง 40–50% ในหลายช่วงเวลา”</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำ *สถิติมาเปรียบเทียบกับข้อมูลจาก 3 แหล่งอ้างอิงหลัก ได้แก่ ข้อมูลจาก <a href="http://air4thai.pcd.go.th/webV3/#/History">Air4Thai</a> โดยกรมควบคุมมลพิษ ฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง โดยสำรวจจากทั้งปี 2565, 2566,&nbsp; 2567, 2568 และ 2569 ซึ่งมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในกทม. จำนวน 12 สถานี ข้อมูลจาก เว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง และข้อมูลจาก<a href="https://pm25.gistda.or.th/download">ระบบติดตาม PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง</a> โดย Gistda สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) จะพบว่าความแตกต่างที่น่าสนใจ ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นที่ 1&nbsp; “ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นฝุ่น PM2.5 ลดลง โดยเฉพาะเดือนมกราคม ค่าเฉลี่ยลดลงร้อยละ 22” คำแถลงระบุว่าค่าเฉลี่ยฝุ่นในเดือนมกราคมลดลงถึง 22% แต่จากการสำรวจข้อมูลย้อนหลังระหว่างปี 2565, 2566,&nbsp; 2567 2568 และ 2569 จากแหล่งข้อมูลอื่นๆ ในเดือนมกราคม พบว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จากระบบติดตาม PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง โดย Gistda ในพื้นที่กทม. ค่าเฉลี่ยเดือนมกราคม ปี 2567 จะอยู่ที่ 50.58 มคก./ลบ.ม. ส่วนมกราคม ในปี 2568 อยู่ที่ 56.30 มคก./ลบ.ม. ส่วนมกราคม ในปี 2569 อยู่ที่ 33.84 มคก./ลบ.ม. ทั้งนี้เมื่อนำมาคำนวณกับปีฐาน จะพบว่าลดลงมา 33.10% </li>



<li>ข้อมูลจาก Air4Thai ซึ่งดูแลโดยกรมควบคุมมลพิษ จะพบว่าค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 เดือนมกราคม ในปี 2565 อยู่ที่ 29.79 มคก./ลบ.ม., ปี 2566 อยู่ที่ 32.71 มคก./ลบ.ม., ปี 2567 อยู่ที่ 39.49 มคก./ลบ.ม. ปี 2568 พุ่งสูงขึ้นเป็น 44.67 มคก./ลบ.ม. และปี 2569 อยู่ที่ 44.73 มคก./ลบ.ม. ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลังในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (2565-2569) พบว่าค่าเฉลี่ยฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปีล่าสุดมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 50.15% เมื่อเทียบกับปี 2565</li>



<li>ข้อมูลจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบว่าค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 เดือนมกราคม ในปี 2565 อยู่ที่ 92.03 มคก./ลบ.ม., ปี 2566 อยู่ที่ 90.17 มคก./ลบ.ม., ปี 2567 อยู่ที่ 119.87 มคก./ลบ.ม. ปี 2568 ขยับสูงขึ้นเป็น 129.35 มคก./ลบ.ม. ส่วนปี 2569 อยู่ที่ 107.77 มคก./ลบ.ม. ซึ่งเมื่อพิจารณาความเปลี่ยนแปลงในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (2565-2569) จะพบว่าความเข้มข้นของฝุ่นเพิ่มขึ้นถึง 17.10% เมื่อเทียบปีล่าสุดกับปีฐานคือปี 2565</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นหากเทียบค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 จากทั้ง 3 แหล่งข้อมูลจะพบว่า ข้อมูลจาก GISTDA ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ในเดือนมกราคมของปี 2569 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2567 และปี 2568 ขณะที่ข้อมูลจาก Air4Thai และ The World Air Quality Index Project ชี้ว่าระดับฝุ่นในปี 2569 ยังคงสูงกว่าปีฐานซึ่งก็คือปี 2565 เช่นเดียวกับปีฐานที่ กทม.ใช้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นที่ 2 คือ “จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานช่วงเดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์ ลดลงประมาณ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน” เมื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบ พบความน่าสนใจดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จากระบบติดตาม PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง โดย Gistda ซึ่งมีข้อมูลเพียง 2 ปี พบว่าในกรุงเทพมหานคร ช่วงปี 66/67 มีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์อยู่ที่ 64 วัน ขณะที่ปี 68/69 ลดลงเหลือ 37 วัน คิดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ลดลง 42.19% ซึ่งแม้จะมีแนวโน้มดีขึ้นแต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายการลดลง 50% ตามที่ กทม. กล่าว</li>



<li>ข้อมูลจาก Air4Thai ซึ่งดูแลโดยกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในช่วงปี 65/66 มีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานอยู่ที่ 28 วัน ปี 66/67 อยู่ที่ 25 วัน ปี 67/68 อยู่ที่ 39 วัน และในปี 68/69 ลดลงเหลือ 18 วัน ซึ่งหากคำนวณเปรียบเทียบจากปีก่อนหน้าจะพบว่าจำนวนวันลดลง 53.85% </li>



<li>ข้อมูลจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบว่าจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ของปี 65/66 อยู่ที่ 89 วัน ปี 66/67 อยู่ที่ 92 วัน ปี 67/68 อยู่ที่ 89 วัน และในปี 68/69 ลดลงเหลือ 88 วัน ซึ่งหากคำนวณเปรียบเทียบจากปีก่อนหน้าจะพบว่าจำนวนวันลดลงเพียง 1.12% เท่านั้น</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะพบว่าแม้ข้อมูลจาก The World Air Quality Index Project จะพบว่าจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานช่วงเดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 67/68 จะลดลงจริงในปี 68/69 แต่ก็ลดลงเพียง 1.12% เท่านั้น ในขณะที่หากพิจารณาข้อมูลจาก Air4Thai จะพบว่าจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานลดลง 53.85% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (67/68) แต่หากเทียบกับปีฐาน 65/66 จะพบว่าลดลงเพียง 35.71% เท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้การเปรียบเทียบข้อมูลจากทั้ง 3 แหล่งข้อมูลจะมีทั้งข้อมูลที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับที่ กทม. แถลงและเป็นไปในทิศทางที่ขัดแย้งกัน แต่ก็มีข้อสังเกตที่น่าสนใจเพิ่มเติมก็คือ กทม. เลือกที่จะใช้ข้อมูลบางช่วงเวลา เช่น เฉพาะเดือนมกราคม หรือช่วงเดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์ ในขณะเดียวกันบางช่วงเวลาก็เลือกที่จะเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า และบางช่วงเวลาก็เลือกที่จะเปรียบเทียบกับปีฐาน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม การที่ข้อมูลจากแต่ละแหล่งข้อมูลไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันนั้น อาจเป็นเพราะข้อมูลของ กทม. อ้างอิงจากสถานีตรวจวัดทั้งหมด <a href="https://airquality.airbkk.com/PublicWebClient/#/Modules/Aqs/HomePage">78 สถานีวัด</a>ในสังกัด ในขณะที่ Air4Thai อ้างอิงจากสถานีหลักของกรมควบคุมมลพิษเพียง 12 สถานี ส่วน Gistda นั้นไม่ระบุจำนวนสถานีแต่ครอบคลุมทั้ง 50 เขตใน กทม. ซึ่งอาจทำให้ความครอบคลุมและค่าเฉลี่ยที่ได้ไม่เท่ากัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">*หมายเหตุ: เพื่อให้เห็นแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในระยะยาวตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2565–2568) การวิเคราะห์นี้จึงใช้วิธีคำนวณหาอัตราการเปลี่ยนแปลงสะสม (Percentage Change) โดยการหาผลต่างระหว่างค่าเฉลี่ยในปีปัจจุบันเทียบกับปีฐาน (2565) แล้วหารด้วยค่าของปีฐาน เพื่อสะท้อนสัดส่วนการเพิ่มขึ้นหรือลดลงสุทธิว่าตลอดระยะเวลาดังกล่าวสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดจากจุดเริ่มต้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">แล้ว กทม. มีมาตรการรับมืออะไรบ้างในปี 2569</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-KPI-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7685" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-KPI-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-KPI-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-KPI-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-KPI-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-KPI-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-KPI-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับกรุงเทพมหานคร มีการนำเสนอ (ร่าง) แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2025 ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” แบ่งออกเป็น มาตรการดำเนินการตลอดทั้งปี มาตรการดำเนินการเมื่อสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และมาตรการระยะยาว และ 2 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา กทม.ได้รายงานถึง <a href="https://pr-bangkok.com/?p=581637&amp;fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExOEpmelYzcEJwTVZUV1VtMnNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR46kSo8XDWWI7_BBwRcNZ94VPKa76pa-GbOGlKJQyhYxZao5rk-G5Bcc-aCpA_aem_t6xjEUIkeYeDUYO6h5lm-A">10 มาตรการหลัก</a>ที่ใช้แก้ไขปัญหา ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เขตควบคุมมลพิษ (Low Emission Zone: LEZ) จำกัดรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไปที่ไม่ผ่านเกณฑ์เข้าพื้นที่ชั้นใน และเปิดลงทะเบียน “บัญชีสีเขียว (Green List)” ปัจจุบันมีรถลงทะเบียนแล้ว 73,448 คัน&nbsp;</li>



<li>โครงการ Green List Plus – รถคันนี้ลดฝุ่น ส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองอากาศ ตั้งเป้า 500,000 คัน มีรถเข้าร่วมแล้ว 377,461 คัน คาดว่าช่วยลดมลพิษจากภาคขนส่งได้ 22.5%&nbsp;</li>



<li>เข้มงวดตรวจจับรถควันดำ ปรับเกณฑ์มาตรฐานความทึบแสงจาก 30% เหลือ 20–24% และเพิ่มความถี่ในการตรวจจับ ปี 2568–2569 จับกุมรถปล่อยควันดำได้ 21,532 คัน เพิ่มขึ้น 1.5 เท่า</li>



<li>ควบคุมฝุ่นในไซต์ก่อสร้างและแพลนท์ปูน ตรวจเข้มไซต์ก่อสร้าง 17,967 ครั้ง และแพลนท์ปูน 4,551 ครั้ง พร้อมกำหนดเงื่อนไขใบอนุญาต หากพบรถปล่อยควันดำอาจถูกระงับใบอนุญาต&nbsp;</li>



<li>จัดการมลพิษในโรงงานอุตสาหกรรม เพิ่มโรงงานติดตั้งระบบตรวจวัดปล่องควันแบบ Real-time (CEMS) จาก 8 แห่ง เป็น 256 แห่ง และยกระดับมาตรฐานการปล่อยมลพิษ NOx, SO₂ และ TSP ให้เข้มงวดขึ้น&nbsp;</li>



<li>ประสานความร่วมมือจังหวัดรอบข้าง ลดการเผาในที่โล่ง สนับสนุนทางเลือกแทนการเผา เช่น การใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซัง และเครื่องอัดฟาง ส่งผลให้จุดความร้อนพื้นที่ภาคกลาง (ตะวันตก–ตะวันออก) ลดลง 44% จังหวัดนครนายกลดลง 25% และจำนวนวันที่ไม่มีการเผาเพิ่มขึ้น 38% ขณะที่จุดเผาในกรุงเทพฯ ลดลง 23%&nbsp;</li>



<li>การมีส่วนร่วมของประชาชน ใช้ระบบแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast และ Line Alert พร้อมพยากรณ์ล่วงหน้า 7 วัน และเปิดช่องทางแจ้งเบาะแสผ่าน Traffy Fondue</li>



<li>จัดทำห้องปลอดฝุ่นในโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนสังกัด กทม. 2,119 ห้องเรียน ดำเนินการแล้วกว่า 51% ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 262 แห่ง ดำเนินการแล้ว 44% คาดว่าจะครบเกือบ 100% ภายในปีนี้ โดยติดตั้งเครื่องปรับอากาศและเครื่องกรองฝุ่นเพื่อปกป้องกลุ่มเปราะบาง&nbsp;</li>



<li>มาตรการ Work From Home (WFH) เมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน มีการขอความร่วมมือหน่วยงานและเอกชนทำงานที่บ้าน ช่วยลดปริมาณจราจรเฉลี่ย 7.5–10%&nbsp;</li>



<li>เพิ่มพื้นที่สีเขียวและกำแพงกรองฝุ่น (Bangkok Green Wall) ปลูกต้นไม้สะสมกว่า 2.4 ล้านต้น พัฒนาสวน 15 นาที 441 แห่ง และจัดทำแนวกำแพงต้นไม้ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ช่วยลดค่าฝุ่นในพื้นที่สวนได้เฉลี่ยประมาณ 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">โดยมาตรการจะพบว่าเป็นการพยายามเปลี่ยนจากการรณรงค์ไปสู่การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้น เพื่อให้สอดรับกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 – 2570 และระยะ 5 ปีต่อไป โดยเฉพาะการใช้บัญชีสีเขียว (Green List) และการตรวจสอบโรงงานแบบอัตโนมัติ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project ซึ่งค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง <a href="https://aqicn.org/city/bangkok/">https://aqicn.org/city/bangkok/</a>&nbsp;</li>



<li>ค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งหนึ่งอาจจะมีบางเขตของกรุงเทพฯ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกทุกเขต&nbsp;</li>



<li>PM2.5 เทียบกับบุหรี่ <a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence">http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence</a>&nbsp;</li>



<li>อ้างอิงข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA&nbsp;</li>



<li>อ้างอิงมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2025 จากมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568 และปี 2569 โดยกรมควบคุมมลพิษ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm25-2025">https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm25-2025</a> &nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm25-2025/">ใครว่ากรุงเทพฯ อากาศดีขึ้น : ปี 2025 กรุงเทพฯ มีวันอากาศดี 38 วัน ลดลงจากปีก่อนซึ่งมี 43 วัน เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,280.59 มวน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงเทพฯ ร้อนแค่ไหน : ดอนเมืองอุณหภูมิสูงสุด  บางซื่อ ‘รู้สึก’ ร้อนที่สุด พระนครมีวันที่เกิน 35 °C มากที่สุด [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-bkkheat2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 31 May 2026 06:47:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7622</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3629;&#3640 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkkheat2026/">กรุงเทพฯ ร้อนแค่ไหน : ดอนเมืองอุณหภูมิสูงสุด  บางซื่อ ‘รู้สึก’ ร้อนที่สุด พระนครมีวันที่เกิน 35 °C มากที่สุด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดรายวัน มีนาคม -พฤษภาคม 2567-2568  รายเขตของกรุงเทพมหานคร</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vSN6oWS9pwWUuoyCOsgRIgkWqodzh8kilPuwfFyDR37INeaSxbll_ygaw9QBOQWDcI4Zungb48nM08g/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลดข้อมูล <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1GpqhxJ5t-xZyL2MKM_eqvo268WmtZrtffEvFrfwFDMo/edit?usp=sharing">ที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน บทความ <a href="https://rocketmedialab.co/bkkheat2026/">กรุงเทพฯ ร้อนแค่ไหน : ดอนเมืองอุณหภูมิสูงสุด  บางซื่อ ‘รู้สึก’ ร้อนที่สุด พระนครมีวันที่เกิน 35 °C มากที่สุด</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkkheat2026/">กรุงเทพฯ ร้อนแค่ไหน : ดอนเมืองอุณหภูมิสูงสุด  บางซื่อ ‘รู้สึก’ ร้อนที่สุด พระนครมีวันที่เกิน 35 °C มากที่สุด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงเทพฯ ร้อนแค่ไหน : ดอนเมืองอุณหภูมิสูงสุด บางซื่อ ‘รู้สึก’ ร้อนที่สุด พระนครมีวันที่เกิน 35 °C มากที่สุด</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkkheat2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 31 May 2026 06:38:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[heatindex]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชนีความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7615</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3629;&#3634;&#3585;&#3634;&#3624;&#3619;&#3657;&#3629 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkkheat2026/">กรุงเทพฯ ร้อนแค่ไหน : ดอนเมืองอุณหภูมิสูงสุด บางซื่อ ‘รู้สึก’ ร้อนที่สุด พระนครมีวันที่เกิน 35 °C มากที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปี 2567-2568 อุณหภูมิสูงสุดรายวันของแต่ละเขต เขตดอนเมืองมีอุณหภูมิสูงสุดรายวันสูงที่สุด 41.3 องศาเซลเซียส ในวันที่ 30 เมษายน 2567 อันดับ 2 เขตพระนคร 40.5 องศาเซลเซียส วันที่ 25 เมษายน 2568 อันดับ 3 เขตสายไหม 40.4 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิสูงสุดรายวันเมื่อเทียบกับเขตอื่นๆ น้อยที่สุดเป็นของเขตยานนาวา 32.2 องศาเซลเซียส</li>



<li>เฉพาะฤดูร้อน (มีนาคม- พฤษภาคม) เขตพระนครมีวันที่อุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปมากที่สุด 145 วันจาก 184 วัน หากดูดัชนีความร้อนระดับอันตรายจะพบว่า เขตบางซื่อมีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายมากที่สุด 125 วัน</li>



<li>เดือนเมษายนเป็นเดือนที่ทั้งอุณหภูมิและดัชนีความร้อนเฉลี่ยสูงที่สุดจากทั้งสามเดือน ขณะที่เดือนพฤษภาคม แม้อุณหภูมิจะเริ่มลดลง แต่น่าสนใจว่าค่าดัชนีความร้อนสูง อาจจะเป็นเพราะมีความชื้นเพิ่มจากการเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">อากาศร้อนในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เพียงแค่ปรากฏการณ์ครั้งคราวที่คนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญเฉพาะในฤดูร้อนเท่านั้น แต่กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ภาครัฐควรให้ความสนใจมากขึ้น เพราะส่งกระทบทั้งในแง่เศรษฐกิจ สุขภาพ การใช้ชีวิต โดยเฉพาะประชากรกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก คนชรา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ย้อนกลับไป 40 ปีก่อนหน้านี้ช่วงปี 2503-2543 อุณหภูมิเฉลี่ยของกรุงเทพฯ อยู่ที่ราว 28-30 องศาเซลเซียส กระทั่งในช่วงสองทศวรรษมานี้ อุณหภูมิเฉลี่ยของกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมีการคาดกันว่าภายใต้สภาวะโลกรวน อุณหภูมิของกรุงเทพฯ อาจมากกว่าเดิมถึง 4.5 องศาเซลเซียส ตามสถานการณ์ก๊าซเรือนกระจก อุณหภูมิสูงสุดรายวันของกรุงเทพฯ ในช่วงสิบปีระหว่าง 2559-2558 เฉลี่ยอยู่ที่ 39.51 องศาเซลเซียส ขณะเดียวกันผลการศึกษาในรายงานของศูนย์พลังงานอาเซียน (Asean Energy Center คาดการณ์ว่า ในปี 2593 (ค.ศ. 2050) กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองที่มีวันที่มีอุณหภูมิเกิน 35 องศาเซลเซียสต่อปีมากที่สุดในกลุ่มประเทศกลุ่มอาเซียน อยู่ที่ 120 วันต่อปี พร้อมกับคาดว่าอุณหภูมิสูงสุดรายวันเฉลี่ยของกรุงเทพฯ ในปี 2050 จะพุ่งสูงถึง 38.1 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ รายงานวิเคราะห์สภาวะความร้อนในกรุงเทพฯ Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City เผยว่าเขตต่างๆ ในกรุงเทพฯ มีระดับความร้อนไม่เท่ากัน เขตชั้นในที่เป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูงจะมีอุณหภูมิสูงกว่าโดยเฉพาะเวลากลางคืนจากปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab สำรวจอุณหภูมิสูงสุดรายวันและดัชนีความร้อนในช่วงฤดูร้อนของกรุงเทพมหานคร (มีนาคมถึงพฤษภาคม) ปี 2567 และ 2568 จากข้อมูลของสำนักสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีข้อมูล 43 เขตในปี 2567 (ขาดเขตบางกะปิ, บางเขน, บางขุนเทียน, บางคอแหลม, บางแค, บางพลัด, ราชเทวี) และ 48 เขตในปี 2568 (ขาดเขตบางคอแหลม, บางกะปิ) ว่าแต่ละเขตร้อนแตกต่างมากน้อยเพียงใด และอาจนำไปสู่การจัดทำนโยบายที่เกี่ยวข้องเจาะจงสำหรับเขตนั้นได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">แต่ละเขตร้อนแค่ไหน อุณหภูมิสูงสุดเท่าไหร่<br></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7626" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดรายวันในช่วงฤดูร้อนของกรุงเทพมหานคร (มีนาคมถึงพฤษภาคม) ปี 2567 และ 2568 พบว่า ปี 2567 ร้อนกว่าปี 2568 ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ย 35.12 องศาเซลเซียส ส่วนปี 2568 อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 33.99 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยช่วง 2 ปีนี้ เมื่อพิจารณาอุณหภูมิสูงสุดของแต่ละเขต เขตดอนเมืองมีอุณหภูมิสูงสุดรายวันสูงที่สุด 41.3 องศาเซลเซียส ในวันที่ 30 เมษายน 2567 อันดับ 2 เขตพระนคร 40.5 องศาเซลเซียส วันที่ 25 เมษายน 2568 อันดับ 3 เขตสายไหม 40.4 องศาเซลเซียส อันดับ 4 เขตบางซื่อ 40.3 องศาเซลเซียส และอันดับ 5 คลองสามวา 39.9 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิสูงสุดรายวันเมื่อเทียบกับเขตอื่นๆ น้อยที่สุดเป็นของเขตยานนาวา อุณหภูมิสูงสุดของเขตยานนาวาอยู่ที่ 32.2 องศาเซลเซียส วันที่ 21 เมษายน 2567 วันเดียวกันนี้เองเป็นวันที่อีก 24 เขตก็มีอุณหภูมิรายวันสูงสุดในรอบ 2 ปีเช่นกัน นอกจากนี้ยานนาวายังเป็นเขตเดียวที่มีอุณหภูมิสูงสุดน้อยกว่า 35 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากดูอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยของแต่ละเขตเป็นรายปี ในปี 2567 อุณหภูมิรายวันสูงสุดอยู่ที่ 41.3 องศาเซลเซียส ที่เขตดอนเมือง เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 หากพิจารณาอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยสูงสุดรายเขต ดอนเมืองสูงสุดที่ 36.79 องศาเซลเซียส รองลงมาเป็น บางซื่อ 36.35 องศาเซลเซียส อันดับ 3 สายไหม 36.33 องศาเซลเซียส อันดับ 4 ลาดกระบัง 36.32 องศาเซลเซียส อันดับ 5 พระนคร 36.25 องศาเซลเซียส เขตยานนาวามีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยต่ำที่สุดที่ 29.23 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนปี 2568 อุณหภูมิรายวันสูงสุดอยู่ที่ 40.5 องศาเซลเซียส ในวันที่ 25 เมษายน 2568 ที่เขตพระนคร หากพิจารณาอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยสูงสุดรายเขต ลาดกระบัง สูงสุดที่ 36.15 องศาเซลเซียส รองลงมาเป็นพระนคร<br>อันดับ 3 บางขุนเทียน 35.19 องศาเซลเซียส อันดับ 4 สายไหม 34.96 องศาเซลเซียส อันดับ 5 ตลิ่งชัน<br>34.92 องศาเซลเซียส เขตยานนาวามีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยต่ำที่สุดที่ 28.31 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเปรียบเทียบทั้งสองปี นอกจากอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยสุดรายเขตของปี 2567 จะสูงกว่าปี 2568 แล้ว มีเขตที่เคยมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ 5 อันดับแรกในปี 2567 แล้วอันดับลดลงในปี 2568 เช่น ดอนเมืองจากอันดับ 1 ตกลงอยู่มาอันดับ 5 บางซื่อจากอันดับ 2 มาอยู่อันดับ 11 บางเขตมีอันดับสูงขึ้น เช่น ตลิ่งชันที่เคยอยู่อันดับ 13 ในปี 2567 ก็ขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ในปี 2568 เขตที่มีอุณหภูมิสูงสุดต่ำสุดทั้งสองปี คือ ยานนาวา</p>



<h3 class="wp-block-heading">พระนครมีวันที่ อุณหภูมิ35 องศาขึ้นไปมากที่สุด ยานนาวา (เกือบ) ไม่มีเลย<br></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7627" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">รายงาน “Roadmap for Extreme Heat Protection through Passive Cooling in ASEAN Region” ของศูนย์พลังงานอาเซียนระบุว่า ในปี 2568 กรุงเทพฯ มี “วันที่อากาศร้อนจัด” หรือวันที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส อยู่ที่ประมาณ 45 วัน เมื่อดูข้อมูลอุณหภูมิรายวันสูงสุดรายเขตของกรุงเทพมหานคร เฉพาะช่วงฤดูร้อน 3 เดือนของปี 2567 และ 2568 พบว่า จากทั้งหมด 184 วัน มี 163 วัน ที่อุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียส และ 21 วันที่ไม่มีเขตไหนเลยมีอุณหภูมิต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส โดยในปี 2567 มี 7 วัน และปี 2568 มี 14 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตพระนครมีวันที่อุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปมากที่สุด 145 วันจาก 184 วัน อันดับ 2 ดอนเมือง 128 วัน อันดับ 3 ลาดกระบังและสายไหม 126 วัน อันดับ 5 บางซื่อและวังทองหลาง 121 วัน ส่วนเขตยานนาวามี 183 วันที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส ส่วนอีก 1 วันไม่ปรากฏข้อมูล</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปี 2567 เมื่อเปรียบเทียบอุณหภูมิสูงสุดรายวันตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสของเขตต่างๆ ในกรุงเทพฯ พบว่า เขตยานนาวาเป็นเขตเดียวที่ไม่มีวันที่มีอุณหภูมิเกิน 35 องศาเซลเซียสเลย ส่วนเขตที่มีวันที่มีอุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปมากที่สุดคือ ดอนเมือง 78 วัน รองลงมาเป็น พระนคร 77 วัน อันดับ 3 บางซื่อ 76 วัน อันดับ 4 สายไหม 74 วัน อันดับ 5 วังทองหลาง 73 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2568 พบว่า จากทั้งหมด 48 เขต มีเพียงเขตเดียวคือ เขตยานนาวา ที่ 91 วันมีอุณหภูมิสูงสุดน้อยกว่า 35 องศาเซลเซียส และ 1 วันที่เหลือไม่มีข้อมูล ส่วนเขตที่มีวันที่มีอุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปมากที่สุดคือ เขตลาดกระบัง มี 72 วัน ขณะที่มี 5 เขตที่มีวันที่มีอุณหภูมิสูงสุดมากกว่า 35 องศาไม่ถึง 10 วัน ได้แก่ บึงกุ่ม 4 วัน วัฒนา 6 วัน พระโขนง 7 วัน และจอมทองและบางแค 9 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในรายงานวิเคราะห์สภาวะความร้อนในกรุงเทพฯ Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City ระบุว่า ปรากฏการณ์เกาะความร้อนที่กรุงเทพฯ กำลังเผชิญอยู่ ความหนาแน่นของอาคารและการมีพื้นที่สีเขียวปกคลุมน้อยเป็นปัจจัยหลักที่เร่งความร้อนในแต่ละย่าน โดยพื้นที่เมืองที่มีอาคารสูงหนาแน่นจะดูดซับและกักเก็บความร้อนไว้มากกว่าพื้นที่รอบนอก และระบายความร้อนออกได้ช้ากว่าในเวลากลางคืน และ เขตที่ร้อนที่สุดเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมือง (CBD) ที่มีอาคารสูงหนาแน่นและพื้นผิวคอนกรีตจำนวนมากสะสมความร้อนและระบายออกช้า ส่วนเขตที่อยู่ในพื้นที่รอบนอก เช่น ดอนเมือง สายไหม หนองจอกและบางเขต เย็นกว่า เพราะมีพื้นที่เปิดโล่งและมีพื้นที่สีเขียวมากกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถึงกระนั้นหากนำอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อพื้นที่เขตในกรุงเทพฯ มาพิจารณาร่วมด้วยก็จะพบว่าพื้นที่สีเขียวอาจไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้พื้นที่เขตนั้นๆ มีความร้อนลดลงหรือมากขึ้น ตามรายงานวิเคราะห์สภาวะความร้อนในกรุงเทพฯ Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City เนื่องจากหากพิจารณาข้อมูลของเขตพระนคร ก็จะพบว่า เขตพระนครมีอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อพื้นที่ทั้งหมดของเขตมากเป็นอันดับ 2 ของกรุงเทพฯ แต่เขตพระนครเองก็เป็นเขตที่มีวันที่อุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปมากที่สุดถึง 145 วันจาก 184 วัน ดังนั้นจะเห็นว่าพื้นที่สีเขียวหรือแม้กระทั่งความหนาแน่นของอาคาร อาจจะไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่ส่งผลให้พื้นที่นั้นๆ ร้อนมากหรือน้อยกว่าพื้นที่อื่นเสมอไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">บางซื่อมีวันที่มีดัชนีความร้อนระดับอันตรายมากที่สุด<br></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7628" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นอกจากอุณหภูมิแล้ว ดัชนีความร้อนยังเป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่ถูกนำมาใช้พิจารณาความรุนแรงของสภาพอากาศที่คนต้องเผชิญในช่วงฤดูร้อนว่าจะส่งผลกระทบต่อร่างกายหรือไม่ ดัชนีความร้อนเป็นอุณหภูมิที่ “รู้สึก” ได้ ณ ขณะนั้น ซึ่งค่าดัชนีความร้อนคำนวณจากค่าอุณหภูมิอากาศและค่าความชื้นสัมพัทธ์ เมื่ออุณหภูมิสูง ค่าความชื้นสัมพัทธ์จะทำให้ค่าดัชนีความร้อนมีค่าอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิที่วัดได้จริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดัชนีความร้อนแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับเฝ้าระวัง ดัชนีความร้อน 27-32.9 องศาเซลเซียส ระดับเตือนภัย 33-41.9 องศาเซลเซียส ระดับอันตราย 42-51.9 องศาเซลเซียส และระดับอันตรายมาก มากกว่า 52 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดัชนีความร้อนสูงสุดของแต่ละเขตในช่วง 2 ปีนี้พบว่า เขตพระนครมีดัชนีความร้อนสูงที่สุด 64.4 องศาเซลเซียส ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2568 อันดับ 2 สาทร 52.8 องศาเซลเซียส ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 อันดับ 3 ตลิ่งชัน 51.8 องศาเซลเซียส อันดับ 4 บางซื่อ 51.7 องศาเซลเซียส และอันดับ 5 ดอนเมือง 51.3 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนรายเขต พบว่า เขตบางขุนเทียนมากที่สุด 43.36 องศาเซลเซียส อันดับ 2 สายไหม 41.84 องศาเซลเซียส อันดับ 3 บางซื่อ 41.78 องศาเซลเซียส อันดับ 4 ดอนเมือง 41.58 องศาเซลเซียส อันดับ 5 ประเวศ 41.55 องศาเซลเซียส ขณะที่พระนคร อยู่อันดับ 32 ดัชนีความร้อนเฉลี่ย 38.50 องศาเซลเซียส ส่วนเขตพระนคร ยานนาวามีค่าดัชนีความร้อนน้อยที่สุดที่ 29.14 องศาเซลเซียส ส่วนค่าเฉลี่ยของกรุงเทพฯ อยู่ที่ 40.80 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตที่มีวันที่มีดัชนีความร้อนในระดับอันตรายมาก มี 2 เขตคือ เขตพระนคร มีค่าดัชนีความร้อน 64.4 องศาเซลเซียส ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2568 และเขตสาทร มีค่าดัชนีความร้อน 52.8 องศาเซลเซียส ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 อย่างไรก็ตาม หากดูดัชนีความร้อนระดับอันตรายจะพบว่า เขตบางซื่อมีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายมากที่สุด 125 วัน รองลงมา ดอนเมืองและหนองจอก 123 วัน เขตประเวศ 122 วัน เขตสายไหม 120 วัน และเขตหนองแขม 113 วัน ขณะที่เขตพระนครมีดัชนีความร้อนระดับอันตราย 71 วัน และเขตสาทรมี 21 วันเท่านั้น ทั้งนี้เขตยานนาวาและเขตบางแคเป็นเขตที่ไม่มีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายเลย โดยที่เขตยานนาวาเป็นเขตเดียวที่ในฤดูร้อนมีวันที่ดัชนีความร้อนระดับปกติ ซึ่งมี 8 วัน ทั้งนี้เขตบางขุนเทียน ซึ่งมีดัชนีความร้อนเฉลี่ยมากที่สุด 43.36 องศาเซลเซียส มีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตราย 70 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลดัชนีความร้อนในช่วงฤดูร้อน ปี 2567 กรุงเทพฯ มีดัชนีความร้อนสูงที่สุด 51.8 องศาเซลเซียสที่เขตตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 27 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่เขตส่วนใหญ่มีดัชนีความร้อนในระดับอันตรายเช่นกัน ยกเว้นเขตยานนาวาที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับเตือนภัย</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากดูที่ “ค่าเฉลี่ย” ดัชนีความร้อนจะพบว่า กรุงเทพฯ มีค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนอยู่ที่ 42.55 องศาเซลเซียส ซึ่งอยู่ในระดับอันตราย โดยเขตบางซื่อมีค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนสูงที่สุด 44.38 องศาเซลเซียส อันดับ 2 ทุ่งครุ 44.20 องศาเซลเซียส อันดับ 3 ดอนเมือง 43.92 องศาเซลเซียสเท่ากัน อันดับ 4 สวนหลวง 43.83 องศาเซลเซียส อันดับ 5 ตลิ่งชัน 43.81 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาว่าเขตใดมีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายมากที่สุดพบว่า เขตทุ่งครุมากที่สุด 74 วัน รองลงมาเป็น ดอนเมือง บางซื่อ และประเวศ เท่ากันที่ 73 วัน อันดับ 5 หนองจอก 72 วัน ส่วนเขตยานนาวาเป็นเขตที่ไม่มีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปี 2568 เขตพระนครมีดัชนีความร้อนสูงที่สุด 64.4 องศาเซลเซียสอยู่ในระดับอันตรายมาก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 ในวันนี้ยังมีเขตสาทรที่มีดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายมากที่ 52.8 องศาเซลเซียส ส่วนค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนอยู่ที่ 39.40 องศาเซลเซียสซึ่งจัดอยู่ในระดับเตือนภัย</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่หากดูที่ “ค่าเฉลี่ย” ดัชนีความร้อนจะพบว่า ในปีนี้เขตบางขุนเทียนมีค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนมากที่สุด 43.36 องศาเซลเซียส อันดับ 2 สายไหม 41.85 องศาเซลเซียส อันดับ 3 บางซื่อ 41.78 องศาเซลเซียส อันดับ 4 เขตดอนเมือง 41.58 องศาเซลเซียส และอันดับ 5 เขตประเวศ 41.55 องศาเซลเซียส</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7629" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาว่า เขตใดมีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายมากที่สุด คือ เขตบางขุนเทียน 70 วัน อันดับ 2 สายไหม 55 วัน อันดับ 3 บางซื่อ 52 วัน อันดับ 4 ดอนเมืองและหนองจอก 50 วัน อันดับ 5 ประเวศ 49 วัน ขณะที่มี 9 เขตที่ไม่มีวันที่มีดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายเลย ได้แก่ คันนายาว ตลิ่งชัน บางแค บางรัก ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย พญาไท มีนบุรี ยานนาวา</p>



<h3 class="wp-block-heading">9 เขตที่ติดอันดับทั้งอุณหภูมิสูงสุดและดัชนีความร้อนสูงสุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-4-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7644" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-4-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-4-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-4-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-4-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-4-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-4-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำอุณหภูมิสูงสุดรายวันเปรียบเทียบกับค่าดัชนีความร้อนที่สูงสุดของแต่ละเขต 15 อันดับแรก ในปี 2567 และ 2568 มี 9 เขตที่ติดอันดับทั้งอุณหภูมิสูงสุดและดัชนีความร้อนสูงสุด ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ดอนเมือง</li>



<li>พระนคร</li>



<li>สายไหม</li>



<li>บางซื่อ</li>



<li>คลองสามวา</li>



<li>วังทองหลาง</li>



<li>หลักสี่</li>



<li>ตลิ่งชัน</li>



<li>คันนายาว</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่ติดอันดับอุณหภูมิสูงสุด แต่ไม่ติดอันดับดัชนีความร้อนสูงสุด คือ หนองจอก ลาดกระบัง ประเวศ ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย และมีนบุรี ส่วนเขตที่ติดอันดับดัชนีความร้อนสูงสุด แต่ไม่ติดอันดับอุณหภูมิสูงสุดคือ สาทร จอมทอง ทุ่งครุ บางขุนเทียน ราชเทวี ธนบุรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในแง่ผลกระทบ อุณหภูมิและดัชนีความร้อนส่งผลกระทบต่อทุกคน และน่ากังวลมากขึ้นสำหรับประชากรกลุ่มเปราะบาง เมื่อสำรวจประชากรกลุ่มเปราะบางที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป เทียบกับเขตที่ติด 10 อันดับแรกที่มีอุณหภูมิสูงสุด หรือที่มีดัชนีความร้อนสูงสุดพบว่า ในกลุ่มนี้มีหลายเขตที่มีสัดส่วนประชากรกลุ่มเปราะบางมากเป็น 10 อันดับแรกของกรุงเทพฯ โดยเขตที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากและติดอันดับอากาศร้อนคือ พระนคร ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย สาทร เขตที่มีเด็กมากและติดอันดับอากาศร้อนคือ คันนายาว หนองจอก มีนบุรี บางขุนเทียน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบข้อสังเกตที่น่าสนใจ เดือนเมษายนเป็นเดือนที่ค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนสูงกว่าอุณหภูมิสูงสุดถึง 6.7 องศาเซลเซียส และเดือนเมษายนเป็นเดือนที่ทั้งอุณหภูมิและดัชนีความร้อนเฉลี่ยสูงที่สุดจากทั้งสามเดือน ขณะที่เดือนพฤษภาคม แม้อุณหภูมิจะเริ่มลดลง แต่น่าสนใจว่าค่าดัชนีความร้อนสูง อาจจะเป็นเพราะมีความชื้นเพิ่มจากการเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน</p>



<p class="wp-block-paragraph">การที่เขตอย่าง ดอนเมือง สายไหม และพระนคร ติดอันดับทั้งสองตารางอาจสะท้อนว่าพื้นที่เหล่านี้คือ จุดศูนย์กลางของวิกฤตความร้อนในกรุงเทพฯ เขตราษฎร์บูรณะ บางขุนเทียน และหนองแขม มีดัชนีความร้อนสูงกว่าอุณหภูมิจริงเฉลี่ย 8 องศาเซลเซียส ซึ่งหมายความว่าถึงแม้วันที่อากาศ 34 องศาเซลเซียสแต่ร่างกายรับรู้ความร้อนเสมือน 42 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกันเขตหนองจอก ลาดกระบัง และมีนบุรี มักติดอันดับอุณหภูมิอากาศสูงสุด แต่ร่างกายอาจไม่รู้สึก &#8220;อบอ้าว&#8221; เท่าเขตชั้นใน สถิติจำนวนวันร้อนจัด: เขตลาดกระบัง มีจำนวนวันที่อากาศร้อนจัด (เกิน 35 องศาเซลเซียส) มากที่สุดในปี 2568 ถึง 72 วัน อาจจะเป็นผลมาจากเป็นพื้นที่ชานเมือง มีที่ว่างและพื้นที่เกษตรกรรมมากกว่า อุณหภูมิอากาศจึงพุ่งสูงขึ้นได้ง่ายจากแสงแดดจัด แต่การระบายอากาศที่ดีกว่าและความชื้นที่อาจไม่สะสมหนาแน่น จึงทำให้ค่าดัชนีความร้อนสูงสุดมักไม่พุ่งไปอยู่ใน 15 อันดับแรกเท่ากับเขตในเมือง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkkheat2026/">https://rocketmedialab.co/database-bkkheat2026/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkkheat2026/">กรุงเทพฯ ร้อนแค่ไหน : ดอนเมืองอุณหภูมิสูงสุด บางซื่อ ‘รู้สึก’ ร้อนที่สุด พระนครมีวันที่เกิน 35 °C มากที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/environment-bangkok-index-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 06:31:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[bangkok index 2025]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะมูลฝอย]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นPM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สวน15นาที]]></category>
		<category><![CDATA[สวนสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7488</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3594;&#3623;&#3609;&#3626;&#3635;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/environment-bangkok-index-2025/">สำรวจสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนสำรวจสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ทัศนียภาพ พื้นที่สีเขียวและการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมในแต่ละเขต โดยในหัวข้อนี้ประกอบไปด้วย 4 หัวข้อ ได้แก่ ขยะ น้ำเสีย อากาศ และสวนสาธารณะ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อมูลที่ใช้</h3>



<ol class="wp-block-list">
<li>ขยะ อัตราการสร้างขยะมูลฝอย ต่อประชากร 1 คนในแต่ละเขต อ้างอิงจากสถิติปริมาณขยะมูลฝอย ปี 2568 จาก สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร</li>



<li>น้ำเสีย ค่าเฉลี่ยความต้องการออกซิเจนทางชีวเคมี (BOD) ของคลองและแม่น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อ้างอิงจากค่าเฉลี่ยคุณภาพคลอง ปี 2540-2567 โดยสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร&nbsp;</li>



<li>อากาศ ข้อมูลคุณภาพอากาศ PM2.5 โดยสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร โดยดึงข้อมูลจากระบบรายงานผลการตรวจวัดของกรุงเทพมหานคร</li>



<li>สวนสาธารณะ สัดส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชากร ปี 2568 อ้างอิงจากข้อมูลพื้นที่สวนสาธารณะ (เฉพาะสำนักงานสวนดูแล) เปรียบเทียบกับเป้าหมาย 7 ประเภท และสัดส่วนพื้นที่สวนฯ ที่เข้าถึงได้ต่อประชากร ปี 2568 อ้างอิงจากข้อมูลพื้นที่สวนสาธารณะ (เฉพาะสำนักงานสวนดูแล) เปรียบเทียบกับเป้าหมาย 7 ประเภท โดย สำนักสิ่งแวดล้อม และ สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กรุงเทพมหานคร</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading">ผลการจัดอันดับ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เขตที่มีคะแนนด้านสิ่งแวดล้อมมากที่สุด คือ เขตทวีวัฒนา ได้ 37.40 คะแนน จาก 50 คะแนน รองลงมาคือเขตจอมทอง 35.36 คะแนน เขตสะพานสูง 34.77 คะแนน เขตบางกอกน้อย 34.77 คะแนน และเขตบางกอกใหญ่ 34.62 คะแนน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่มีคะแนนด้านสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด คือ เขตคลองเตย ได้เพียง 17.24 คะแนน จาก 50 คะแนน ตามมาด้วยเขตสวนหลวง 19.30 คะแนน เขตบางรัก 19.53 คะแนน เขตปทุมวัน 20.19 คะแนน และเขตห้วยขวาง 20.30 คะแนน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดู Bangkok Index 2025 : <a href="https://bkkindex.rocketmedialab.co/">https://bkkindex.rocketmedialab.co/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bangkok-index-2025/">https://rocketmedialab.co/database-bangkok-index-2025/</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/environment-bangkok-index-2025/">สำรวจสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจสถานการณ์อุทกภัยในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/flood-bangkok-index-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 05:53:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[bangkok index 2025]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[จุดเสี่ยงน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อุทกภัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7379</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3626;&#3635;&#3619;&#3623;&#3592;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/flood-bangkok-index-2025/">สำรวจสถานการณ์อุทกภัยในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab สำรวจสถานการณ์อุทกภัยในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อมูลที่ใช้</h3>



<ol class="wp-block-list">
<li>ข้อมูลน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักการระบายน้ำ ปีพ.ศ. 2568 สำนักระบายน้ำ</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading">ผลการจัดอันดับ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หัวข้ออุทกภัย เป็นส่วนหนึ่งของด้านสวัสดิภาพ เพื่อสำรวจภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละเขต โดยองค์ประกอบในการคิดคะแนนมาจากคะแนนจำนวนครั้งที่น้ำท่วมขังบนถนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักการระบายน้ำ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการจัดอันดับหัวข้ออุทกภัยของ Bangkok Index พบว่า เขตที่มีคะแนนหัวข้ออุทกภัยมากที่สุด มีทั้งหมด 11 เขต ได้คะแนนเต็ม 50 คะแนน คือ เขตคลองสามวา เขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา เขตทุ่งครุ เขตธนบุรี เขตบางซื่อ เขตบางพลัด เขตราษฎร์บูรณะ เขตสะพานสูง เขตหนองแขม และเขตหนองจอก โดยในเขตไม่มีจำนวนครั้งที่น้ำท่วมขังเลย รองลงมาคือ เขตบางกอกน้อย 48.89 คะแนน โดยมีจำนวนครั้งที่น้ำท่วมขัง 1 ครั้ง และมีระยะเวลาแห้งทั้งหมด 75 นาที และเขตบางกอกใหญ่ 48.89 คะแนน โดยมีจำนวนครั้งที่น้ำท่วมขัง 1 ครั้ง และมีระยะเวลาแห้งทั้งหมด 25 นาที</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่มีคะแนนหัวข้ออุทกภัยน้อยที่สุด คือเขตบางกะปิ ได้เพียง 1.00 คะแนน จาก 50 คะแนน โดยมีจำนวนครั้งที่น้ำท่วมขัง 44 ครั้ง และมีระยะเวลาแห้งทั้งหมด 8,278 นาที รองลงมาคือเขตดินแดง 4.34 คะแนน โดยมีจำนวนครั้งที่น้ำท่วมขัง 41 ครั้ง และมีระยะเวลาแห้งทั้งหมด 4,265 นาที และเขตบึงกุ่ม 8.80 คะแนน โดยมีจำนวนครั้งที่น้ำท่วมขัง 37 ครั้ง และมีระยะเวลาแห้งทั้งหมด 3,910 นาที</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดู Bangkok Index 2025 : <a href="https://bkkindex.rocketmedialab.co/">https://bkkindex.rocketmedialab.co/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-flood-bangkok-index-2025/">https://rocketmedialab.co/database-flood-bangkok-index-2025/</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/flood-bangkok-index-2025/">สำรวจสถานการณ์อุทกภัยในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
