<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>environment Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/category/environment/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/category/environment/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Sep 2026 07:00:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.1</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>environment Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/category/environment/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สำรวจการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ของประเทศไทย</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/climate-mitigation-finance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Sep 2026 07:00:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[CFNT]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RMLXCFNT]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกรวน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8153</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3611;&#3619;&#3632;&#3648;&#3607;&#3624;&#3652;&#3607 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/climate-mitigation-finance/">สำรวจการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ของประเทศไทย</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายการเป็นประเทศที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 ตามแผน NDC 3.0 ซึ่งประกาศต่อประชาคมโลกเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ในการประชุม COP30 ที่ประเทศบราซิล</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ดังกล่าว ประเทศไทยได้กำหนดเป้าหมายระหว่างทางไว้ด้วยว่า ภายในปี ค.ศ. 2035 จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เหลือ 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งคิดเป็นการลดลง 47% เมื่อเทียบกับปี ค.ศ. 2019</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม การจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ตามเป้าหมายนี้ ภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องมีมาตรการรองรับ และต้องได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนเพื่อให้สามารถดำเนินการได้จริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ร่วมกับเครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน (CFNT) ชวนสำรวจการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย โดยอ้างอิงข้อมูลจากฐานข้อมูล Thailand Climate Finance Tracker 2026 ซึ่งติดตามการลงทุนสองด้าน คือ ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และด้านการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Adaptation) เพื่อร่วมกันหาคำตอบว่า ประเทศไทยมีการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากน้อยเพียงใด เงินลงทุนดังกล่าวกระจายไปยังพื้นที่ใด และดำเนินการผ่านหน่วยงานใดบ้าง</p>



<h3 class="wp-block-heading">ประเทศไทยมีการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) มากน้อยแค่ไหน&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8159" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจาก Thailand Climate Finance Tracker 2026 ซึ่งเก็บจากรายงานความยั่งยืนและข้อมูลที่มีการเปิดเผยสาธารณะ ชี้ว่า ระหว่างพ.ศ. 2561 – พฤษภาคม 2569 หน่วยงานภาครัฐของไทยมีการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) รวม 287,317.54 ล้านบาท ใน 3,327 โครงการ เฉพาะโครงการภายที่อยู่ภายใต้งบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มี 809 โครงการ เป็นเงิน 15,307.93 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเมื่อนำมาจำแนกตามพื้นที่พบว่า มีการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด 5 อันดับแรก ดังนี้&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สมุทรปราการ 1,303.84 ล้านบาท คิดเป็น 8.52%</li>



<li>กรุงเทพมหานคร 1,205.75 ล้านบาท คิดเป็น 7.88%</li>



<li>ร้อยเอ็ด 720.71 ล้านบาท คิดเป็น 4.71%</li>



<li>อุดรธานี 667.01 ล้านบาท คิดเป็น 4.36%</li>



<li>อ่างทอง 647.48 ล้านบาท คิดเป็น 4.23%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนจังหวัดที่มีงบประมาณสำหรับการเงินเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยน้อยที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสงคราม บึงกาฬ นราธิวาส และตาก ตามลำดับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยสมุทรปราการ มีโครงการทั้งสิ้น 8 โครงการ เป็นโครงการภาคอาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้ 948.40 ล้านบาท ตามด้วยภาคพลังงาน 327.08 ล้านบาท อาคารและโครงสร้างพื้นฐาน 27.86 ล้านบาท และขยะ 0.50 ล้านบาท ขณะที่กรุงเทพมหานคร เป็นโครงการการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 788.47 ล้านบาท และขยะ 417.28 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนอ่างทองเป็นจังหวัดที่มีจำนวนโครงการมากที่สุด 63 โครงการ จำนวนมากเป็นโครงการในด้าน อาคารและโครงสร้างพื้นฐาน 643.32 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการอำนวยความปลอดภัยทางถนนโดยดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ ตามด้วยโครงการด้านการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 1.70 ล้านบาท พลังงาน 1.50 ล้านบาท และภาคอาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้ 0.96 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลพบว่า มี 6 พื้นที่ที่มีงบประมาณมากกว่า 500 ล้านบาทคือ สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร ร้อยเอ็ด อุดรธานี อ่างทอง และนนทบุรี ส่วนจังหวัดที่งบประมาณต่ำกว่า 10 ล้านบาท ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสงคราม บึงกาฬ และนราธิวาส โดยเพชรบุรีเป็นจังหวัดที่มีงบเพียง 0.45 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้หากนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation finance) จะพบว่ากรุงเทพฯ และสมุทรปราการ เป็นสองจังหวัดที่ติดอยู่ในอันดับต้นๆ ของทั้งการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Climate Adaptation Finance) และการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) และเป็นเพียง 2 จังหวัดที่มีการลงทุนมากกว่า 1 พันล้านบาท&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">การลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) อยู่ในภาคส่วนไหนมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8156" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ของภาครัฐมาจำแนกตามระบบการจำแนกภาคเศรษฐกิจ จะพบว่า</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>การขนส่ง 132,647.04 ล้านบาท คิดเป็น 46.17%</li>



<li>การจัดการน้ำและสุขาภิบาล 76,358.39 ล้านบาท คิดเป็น 26.58%</li>



<li>อาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้ 22,148.62 ล้านบาท คิดเป็น 7.71%</li>



<li>ขยะ 10,661.00 ล้านบาท คิดเป็น 3.71%</li>



<li>พลังงาน 9,873.78 ล้านบาท คิดเป็น 3.44%</li>



<li>อาคารและโครงสร้างพื้นฐาน 7,512.26 ล้านบาท คิดเป็น 2.61%</li>



<li>อุตสาหกรรม 988.22 ล้านบาท คิดเป็น 0.34%</li>



<li>เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 194.38 ล้านบาท คิดเป็น 0.07%</li>



<li>ไม่สามารถจำแนกตามภาคเศรษฐกิจได้ เนื่องจากข้อจำกัดของการเปิดเผยข้อมูล 26,933.84 ล้านบาท คิดเป็น 9.37%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูล พบว่า ภาครัฐใช้งบประมาณในภาคการขนส่งมากที่สุด 132,647.04 ล้านบาท คิดเป็น 46.17% ของงบทั้งหมด 287,317.54 บาท เมื่อพิจารณาในระดับจังหวัด พบการลงทุนในภาคการขนส่งมากที่สุด ที่จังหวัดสงขลา 45 ล้านบาท ตามด้วยกาญจนบุรี 32 ล้านบาท และหากดูเป็นรายกระทรวง พบการใช้งบสูงสุดที่กระทรวงคมนาคม 111,724.44 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือภาคการจัดการน้ำและสุขาภิบาล เป็นเงิน 76,358.39 ล้านบาท คิดเป็น 26.58% เมื่อพิจารณาในระดับพื้นที่ พบการลงทุนในภาคการจัดการน้ำและสุขาภิบาลมากที่สุดที่กรุงเทพมหานคร 788.47 ล้านบาท ตามด้วยพัทยา 405.30 ล้านบาท และหากดูเป็นรายกระทรวง พบการใช้งบสูงสุดที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 48,256.54 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">มาตามด้วยโครงการที่ไม่สามารถจำแนกตามภาคเศรษฐกิจได้ เนื่องจากข้อจำกัดของการเปิดเผยข้อมูล เป็นเงิน 26,933.84 ล้านบาท คิดเป็น 9.37% เมื่อพิจารณาในระดับจังหวัด พบการลงทุนในโครงการ ไม่สามารถจำแนกตามภาคเศรษฐกิจได้ มากที่สุดที่ระนอง 19.62 ล้านบาท ตามด้วยนครปฐม 1 ล้านบาท หากดูเป็นรายกระทรวง พบการใช้งบสูงสุดที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 26,596.19 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถัดมาคือภาคอาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้ 22,148.62 ล้านบาท คิดเป็น 7.71% เมื่อพิจารณาในระดับจังหวัด พบการลงทุนในภาคอาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้มากที่สุด ที่สมุทรปราการ 948.40 ล้านบาท ตามด้วยยโสธร 102.51 ล้านบาท หากดูรายกระทรวง พบการใช้งบสูงสุดที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 14,715.74 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีก 5 ภาคที่เหลือคือขยะ, พลังงาน, อาคารและโครงสร้างพื้นฐาน, อุตสาหกรรม และ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมกันเป็นเงิน 29,229.64 ล้านบาท คิดเป็น 10.17%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Climate Adaptation Finance) จะพบว่า การลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน ใช้งบการจัดการน้ำและสุขาภิบาลมากที่สุด 167,869.73 ล้านบาท ในขณะที่การลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ใช้งบประมาณไปกับภาคการขนส่งมากที่สุด 132,647.04 ล้านบาท อย่างไรก็ตามงบประมาณในการจัดการน้ำของการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ก็ยังคงสูงเป็นอันดับสอง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แสดงให้เห็นว่าไทยใช้งบประมาณในโครงการที่เกี่ยวข้องกับโลกรวนมากที่สุดในด้านการจัดการน้ำและสุขาภิบาล อย่างไรก็ตามประเทศไทยก็ยังคงต้องเผชิญปัญหาน้ำแล้งในฤดูร้อน และน้ำท่วมในฤดูฝนมาโดยตลอด โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำท่วมที่ทวีความรุนแรงสูงขึ้นทุกปี ซึ่งอาจแสดงให้เห็นว่าไทยมีการลงทุนในโครงสร้างที่อาจจะไม่สามารถช่วยในการปรับตัวหรือบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกรวนได้อย่างตรงจุด ทั้งโครงสร้างพื้นฐานสีเทา (gray infrastructure) ที่รองรับวัตถุประสงค์เพียงด้านเดียว (single-purpose infrastructure) เช่น อ่างเก็บน้ำหรือเขื่อน ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจจะกลายเป็น “การปรับตัวที่ก่อโทษ (maladaptation)” ที่ส่งผลลบต่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมากกว่าเดิม</p>



<h3 class="wp-block-heading">การลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ถูกใช้ผ่านงบประมาณในแต่ละกระทรวงมากน้อยเพียงใด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8157" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ของภาครัฐมาจำแนกเป็นรายกระทรวง พบว่า กระทรวงคมนาคม มีงบประมาณมากที่สุด 111,747.26 ล้านบาท คิดเป็น 41.15% โดยโครงการส่วนใหญ่อยู่ในด้านการขนส่ง 111,724.44 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นโครงการด้านการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 22.82 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 98,232.49 ล้านบาท คิดเป็น 36.17% โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการด้านการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 48,256.54 ล้านบาท ส่วนโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุดจากทั้งหมด 8 โครงการ คือโครงการด้านพลังงาน 3 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงมหาดไทย 24,372.04 ล้านบาท คิดเป็น 8.97% ส่วนใหญ่เป็นโครงการการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 23,818.86 ล้านบาท ตามด้วยโครงการด้านขยะ 531.26 ล้านบาท และโครงการด้านพลังงาน 21.92 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงการคลัง 20,785.43 ล้านบาท คิดเป็น 7.65% ส่วนใหญ่เป็นโครงการการขนส่ง 20,754.51 ล้านบาท ตามด้วยโครงการด้านอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน 18 ล้านบาท และโครงการด้านอาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้ 12.92 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีงบประมาณรวมกัน 16,434.45 ล้านบาท คิดเป็น 6.05%</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่างบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) กระจุกตัวอยู่ใน 2 กระทรวง คือ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีงบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกัน คิดเป็น 77.32% ของงบประมาณทั้งหมด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Climate Adaptation Finance) จะพบว่า การลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน ใช้งบประมาณส่วนนี้มากในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเพียงกระทรวงเดียวก็สูงถึง 63.80% ของงบทั้งหมด ในขณะที่การลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ใช้งบประมาณในกระทรวงคมนาคมสูงสุด ความแตกต่างนี้เกิดจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยมุ่งไปที่ภาคการขนส่งมากกว่าภาคอื่นๆ แต่ในขณะเดียวกันกลับพบว่าภาคพลังงานของไทยเป็นภาคที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงมี่สุดถึง 67% ซึ่งการขนส่งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของภาคพลังงาน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">การลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Climate Adaptation Finance) และการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ในแต่ละจังหวัดของไทย</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8160" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมารวมกันกับการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และนำไปจำแนกเป็นรายพื้นที่ เพื่อดูว่าพื้นที่ใดมีการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนเท่าไรบ้าง จะพบว่าจังหวัด/หน่วยการปกครอง ที่ได้รับงบประมาณการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนสูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กรุงเทพมหานคร 2,438.74 ล้านบาท คิดเป็น 12.39%</li>



<li>สมุทรปราการ 2,296.18 ล้านบาท คิดเป็น 11.66%</li>



<li>พัทยา 799.72 ล้านบาท คิดเป็น 4.06%</li>



<li>ร้อยเอ็ด 749.28 ล้านบาท คิดเป็น 3.81%</li>



<li>อุดรธานี 667.01 ล้านบาท คิดเป็น 3.39%</li>



<li>อ่างทอง 654.30 ล้านบาท คิดเป็น 3.32%</li>



<li>นนทบุรี 615.50 ล้านบาท คิดเป็น 3.13%</li>



<li>ระยอง 595.81 ล้านบาท คิดเป็น 3.03%</li>



<li>กาฬสินธุ์ 447.35 ล้านบาท คิดเป็น 2.27%</li>



<li>ขอนแก่น 434.92 ล้านบาท คิดเป็น 2.21%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่ากรุงเทพฯ และสมุทรปราการ เป็นสองจังหวัดที่มีการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนสูงที่สุด และเป็นสองจังหวัดที่มีการลงทุนสูงที่สุดทั้งการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวนและการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเช่นเดียวกัน นอกจากนี้กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ ยังเป็นสองจังหวัดที่มีการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนสูงกว่า 2 พันล้านบาทและอยู่ในหลักพันล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่จังหวัดที่มีการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนน้อยที่สุด คือ เพชรบุรี เพียง 0.45 ล้านบาท และเป็นเพียงจังหวัดเดียวที่มีงบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนต่ำกว่าระดับล้านบาท และมีอีก 28 จังหวัด ที่มีงบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนต่ำกว่า 100 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่าจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและสังคมขนาดใหญ่ อย่างกรุงเทพฯ สมุทรปราการ เมืองพัทยา นนทบุรี ระยอง หรือขอนแก่น เป็นพื้นที่ที่มีการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนสูงเมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่นๆ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้อาจมีความเสี่ยงและความเปราะบางสูง โดยเฉพาะต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะโลกรวน จึงทำให้มีงบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนสูงเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/climate-mitigation-finance/">สำรวจการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ของประเทศไทย</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของบริษัทพลังงานไทย</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/energy-mitigation-finance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 08:33:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[CFNT]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RMLXCFNT]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8135</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3619;&#3634;&#3618;&#3591;&#3634 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/energy-mitigation-finance/">สำรวจการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของบริษัทพลังงานไทย</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">จากรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่อันดับที่ 17 ของโลก ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather) จึงจำเป็นอย่างยิ่งและเร่งด่วนที่ไทยจะต้องลงทุนเพื่อรับมือต่อภาวะโลกรวนทั้งในด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (climate mitigation) และการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภายใต้ NDC 3.0 ประเทศไทยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2593 ดังนั้น การลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ซึ่งมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุดในประเทศ จึงจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายที่ประกาศไว้ต่อประชาคมโลก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab และเครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน (CFNT) ชวนสำรวจการลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัทพลังงานในประเทศไทย โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูล Thailand Climate Finance Tracker 2026 ซึ่งเก็บข้อมูลระหว่างปี พ.ศ. 2561-พฤษภาคม พ.ศ. 2569 จากรายงานความยั่งยืนและข้อมูลที่มีการเปิดเผยสาธารณะ ว่าบริษัทพลังงานในประเทศไทยลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนอย่างไรและในด้านใดบ้าง<br></p>



<h3 class="wp-block-heading">บริษัทพลังงานไทยลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานเท่าไรและอย่างไรบ้าง</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8149" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ในภาพใหญ่ ข้อมูลจาก Thailand Climate Finance Tracker 2026 ซึ่งเก็บรวบรวม<a href="https://www.climatefinancethai.com/tracker/mitigation">การลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่าง พ.ศ. 2561-พฤษภาคม พ.ศ. 2569 พบว่า มีการลงทุน</a>รวมประมาณ 2 ล้านล้านบาท โดยภาคเอกชนและสถาบันการเงินยังคงเป็นผู้ลงทุนหลัก หรือมากกว่า 3 ใน 5 ของเงินลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในประเทศไทย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเฉพาะในส่วนของการลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัทพลังงานในประเทศไทย จำนวน 233 โครงการ จาก 97 บริษัท เป็นเงินสูงถึง 730,813.82 ล้านบาท และเมื่อนำมาจำแนกว่าแต่ละบริษัทใช้เงินลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อนไปกับภาคเศรษฐกิจย่อยใดบ้าง จะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">มีบริษัทพลังงาน 30 แห่ง ที่ลงทุนเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกเฉพาะในส่วนของการผลิตเชื้อเพลิง (Fuel Production) อย่างเดียว เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท บัวใหญ่ ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด, บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และกลุ่มมิตรผล</p>



<p class="wp-block-paragraph">มีบริษัทพลังงาน 73 แห่ง ที่ลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกรวนเฉพาะในส่วนของการผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) อย่างเดียว เช่น บริษัท บีจี เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด, บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กันกุล พาวเวอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และมีบริษัทพลังงานเพียง 1 แห่งที่มีการลงทุนในการส่งและจำหน่ายไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Transmission and Distribution) หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน อาทิ ระบบสมาร์ตกริด ได้แก่ บริษัท เอซีอี โซลาร์ จำกัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่มีการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานสูงที่สุดในประเทศไทย 250,454.40 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 34.27% จากการลงทุนทั้ง 97 บริษัท ขณะที่ภาคเศรษฐกิจย่อยที่บริษัทพลังงานลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานมากที่สุดคือ การผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) 472,209.30 ล้านบาท หรือคิดเป็น 64.61% จากการลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อนของบริษัทพลังงานในประเทศไทยทั้งหมด&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">บริษัทพลังงานลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อน ในภาคเศรษฐกิจย่อยใด เท่าไรบ้าง&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8150" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของของบริษัทพลังงานในประเทศไทย จำนวน 233 โครงการ จาก 97 บริษัท มาจำแนกว่าแต่ละบริษัทใช้เงินลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อนไปในภาคเศรษฐกิจย่อยได้ด้วยเทคโนโลยีใดบ้าง จะพบว่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นำไปลงทุนในภาคเศรษฐกิจย่อย ด้านการผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) มากที่สุด 472,209.30 ล้านบาท หรือคิดเป็น 64.61% โดยบริษัทลงที่ลงทุนในภาคเศรษฐกิจย่อยประเภทนี้มากที่สุด คือ บริษัท บีจี เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นเมื่อพิจารณาว่าใน ภาคเศรษฐกิจย่อยด้านการผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) มีการลงทุนในเทคโนโลยีใดบ้าง จะพบว่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 1 คือ การลงทุนในโซลาร์เซลล์ (PV) สูงสุดที่ 214,582.67 ล้านบาท โดยบริษัทที่ลงทุนมากที่สุด คือบริษัทบีจี เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 2 คือ การลงทุนเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมากกว่า 1 ชนิด คิดเป็น 89,494.63 ล้านบาท โดยบริษัทที่ลงทุนมากที่สุดคือ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 3 คือ การลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานลมบนบก 58,653.12 ล้านบาท โดยบริษัทที่ลงทุนมากที่สุด คือ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของภาคเศรษฐกินย่อยด้านการผลิตเชื้อเพลิง (Fuel Production) 258,525.99 ล้านบาท หรือคิดเป็น 35.38% โดยบริษัทที่ลงทุนในด้านการผลิตเชื้อเพลิงมากที่สุด คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 232,050 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นเมื่อพิจารณาว่าในภาคเศรษฐกินย่อยด้านการผลิตเชื้อเพลิง มีการลงทุนในเชื้อเพลิงสะอาดใดบ้าง จะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 1 คือ การลงทุนในไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนมากที่สุด 232,050 ล้านบาท โดยมีบริษัทที่ลงทุนในเชื้อเพลิงดังกล่าวเพียงรายเดียวคือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 2 คือ การลงทุนในก๊าซชีวภาพ 25,611.98 ล้านบาท โดยบริษัทที่ลงทุนมากที่สุด คือ กลุ่มมิตรผล&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 3 คือ การลงทุนในเชื้อเพลิงชีวภาพ 864 ล้านบาท โดยบริษัทที่ลงทุนมากที่สุด คือ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า เงินลงทุนกว่า 99% ถูกจัดสรรไปที่การผลิตพลังงานและเชื้อเพลิงหมุนเวียนขณะที่เงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น สมาร์ทกริด (smart grid) กลับมีจำนวนน้อยมาก ซึ่งข้อมูลจาก Thailand Climate Finance Tracker 2026 พบว่า ยังคงมีช่องว่างขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยมีการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบสายส่งเพียง 78.53 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.01% ของเงินลงทุนทั้งหมดในภาคพลังงาน โดยมีบริษัทที่ลงทุนเพียงบริษัทเดียวคือ บริษัท เอซีอี โซลาร์ จำกัด&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">20 อันดับแรกของบริษัทพลังงานไทยที่ลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานสูงที่สุด&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8151" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของบริษัทพลังงานในประเทศไทย จำนวน 233 โครงการ จาก 97 บริษัท มาจัดอันดับบริษัทที่มีการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานสูงที่สุดที่สุด จะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับหนึ่ง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานสูงที่สุด คิดเป็น 250,454.40 บาท หรือ 34.27% ของการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั้งหมดของบริษัทพลังงานไทย สัดส่วนการลงทุนสูงที่สุดอยู่ในด้านเชื้อเพลิงที่ 232,050 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนในเทคโนโลยีเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ภาคการผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) มีเพียง 18,404.40 ล้านบาท โดยโครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุด คือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture Use and Storage (CCUS)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสอง บริษัท บีจี เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Bangkok Glass (BG) ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานความร้อนเหลือทิ้ง เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานรวม 66,794.31 บาท คิดเป็น 9.14% ของการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั้งหมดของบริษัทพลังงานไทย และพบว่าเป็นการลงทุนใน Sub Sector การผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation)ทั้งหมด โครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุดคือ ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar – Photovoltaic (PV)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสาม บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA เป็นผู้นำธุรกิจพลังงานพลังงานทดแทน ผลิตแบตเตอรี่ และยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร โดยมีการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานรวม 62,027.96 บาท คิดเป็น 8.49% ของการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั้งหมดของบริษัทพลังงานไทย และพบว่าเป็นการลงทุนในการผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) ทั้งหมด โดยมีโครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุด คือโครงการพลังงานลมบนบก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่า ปตท. เป็นเพียงบริษัทเดียวที่ลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อนสูงในระดับแสนล้าน หรือคิดเป็น 34.27% จากทั้ง 97 บริษัท และเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับบริษัทพลังงานที่มีมูลค่าตลาด (market capitalization) สูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ณ วันที่ 28 เมษายน 2568 จำนวน 10 อันดับแรกก็จะพบว่าบริษัทที่มีมูลค่าตลาด (market capitalization) สูงสุดอยู่ใน 10 อันดับแรกส่วนใหญ่ก็จะอยู่ใน 20 อันดับแรกของบริษัทที่ใช้เงินลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อนเช่นเดียวกัน ยกเว้บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKP) โดยในกรณีของบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) พบเป็นบริษัท CH. Karnchang Public Company Limited ในอันดับที่ 96&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และยังมีกรณีของบริษัทร่วมทุนที่ติดอยู่ใน 20 อันดับแรก เช่น บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (Xayaburi Power Company Limited &#8211; XPCL) ในอันดับที่ 10 ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและดำเนินงาน โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีบนแม่น้ำโขงในแขวงไซยะบุรี สปป. ลาว โดยมี ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKPower) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือในอันดับที่ 23 ก็เป็นยอดรวมการนำเข้าโซลาร์เซลล์จากต่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 3,257.15 ล้านบาท&nbsp; </p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/energy-mitigation-finance/">สำรวจการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของบริษัทพลังงานไทย</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation finance) ในประเทศไทย </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/climate-adaptation-finance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2026 05:32:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[CFNT]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RMLXCFNT]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกรวน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8097</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3648;&#3627;&#3605;&#3640;&#3585;&#3634;&#3619;&#3603 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/climate-adaptation-finance/">สำรวจการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation finance) ในประเทศไทย </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">เหตุการณ์น้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปลาย พ.ศ. 2568 และเหตุการณ์น้ำท่วมใน จ.น่าน เมื่อเดือนสิงหาคมปีนี้ กำลังส่งสัญญาณเตือนประเทศไทยถึงความแปรปรวนและความรุนแรงของภัยพิบัติจากภาวะโลกรวน</p>



<p class="wp-block-paragraph">รายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 ชี้ว่า ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว (extreme weather) จากภาวะโลกรวนเป็นอันดับที่ 17 ของโลก ขณะที่ข้อมูลจาก Readiness Ranking ชี้ว่า ไทยมีความพร้อมในการรับมือกับภาวะโลกรวนอยู่ในอันดับที่ 123 ของโลก สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากขึ้นเพื่อรับมือกับผลกระทบจากภาวะโลกรวน ซึ่งย่อมรวมถึงการจัดทำแผนระยะยาว การจัดสรรงบประมาณ รวมถึงการผสานความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">คำถามคือ ในตอนนี้ประเทศไทยมีความพร้อมเพียงใดแล้ว ต่อความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab และเครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน (CFNT) ชวนสำรวจการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation finance) ในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย โดยอ้างอิงฐานข้อมูล Thailand Climate Finance Tracker 2026 ซึ่งติดตามการลงทุนด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (mitigation) และการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (adaptation) ครอบคลุมเงินลงทุนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนแหล่งเงินทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น สถาบันการเงินและองค์กรระหว่างประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลภูมิทัศน์การเงินเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนประจำปี พ.ศ. 2569 จัดเก็บโดย CFNT ร่วมกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ (PIER) ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ <a href="https://www.climatefinancethai.com/tracker/adaptation">พ.ศ. 2561 ถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2569</a> เพื่อร่วมกันหาคำตอบว่า ประเทศไทยลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมากน้อยเพียงใด เงินลงทุนดังกล่าวกระจายไปสู่ภาคส่วนใดบ้าง และประเทศไทยมีความพร้อมเพียงใดในการรับมือกับภาวะโลกรวน</p>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทยมีการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน<br>(climate adaptation finance) มากน้อยเพียงใด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในภาพรวม ข้อมูลจาก Thailand Climate Finance Tracker 2026 ชี้ว่า ระหว่าง <a href="https://www.climatefinancethai.com/tracker/adaptation">พ.ศ. 2561 ถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2569</a> ประเทศไทยมีการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation finance) หรือการลงทุนทุกรูปแบบที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมพร้อม รับมือ หรือปรับตัวต่อภาวะโลกรวนรวม 279.5 พันล้านบาท โดยภาครัฐยังคงเป็นผู้ลงทุนหลักมากกว่า 4 ใน 5 ของเงินลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนทั้งหมดในประเทศไทย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8102" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาในระดับท้องถิ่น จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2025–2026 พบโครงการที่ถือเป็นการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนทั้งหมด 1,605 โครงการ ในจำนวนนี้เป็นโครงการภายใต้งบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 531 โครงการ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเมื่อนำมาจำแนกตามพื้นที่พบว่า พื้นที่ที่มีงบประมาณสำหรับการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กรุงเทพมหานคร 1,232.99 ล้านบาท มาจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2026 ของกรุงเทพมหานคร โดยทั้งหมดเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำ เช่น โครงการก่อสร้างเขื่อน อุโมงค์ระบายน้ำ และระบบป้องกันน้ำท่วม</li>



<li>จังหวัดสมุทรปราการ 992.33 ล้านบาท</li>



<li>เมืองพัทยา ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ 304.53 ล้านบาท</li>



<li>จังหวัดระยอง 198.40 ล้านบาท</li>



<li>จังหวัดเพชรบูรณ์ 113.30 ล้านบาท</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนจังหวัดที่มีงบประมาณสำหรับการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนน้อยที่สุด ได้แก่ อุตรดิตถ์ ยโสธร ชัยนาท ตราด และกาญจนบุรี ตามลำดับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้กรุงเทพฯ จะเป็นพื้นที่ที่มีงบประมาณสำหรับการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนสูงที่สุด แต่เมื่อพิจารณาจากจำนวนโครงการกลับพบว่า มีเพียง 11 โครงการเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่นครพนมเป็นจังหวัดที่มีโครงการซึ่งถือเป็นการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมากที่สุดถึง 83 โครงการ เกือบทั้งหมดเป็นโครงการธนาคารน้ำใต้ดินแบบเปิด ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง อันเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างยั่งยืน โดยโครงการเหล่านี้กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครพนม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลยังชี้ว่า มีเพียง 2 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ ที่มีงบประมาณสำหรับการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมากกว่า 500 ล้านบาท ขณะที่ 12 จังหวัดมีงบประมาณต่ำกว่า 1 ล้านบาท และอีก 5 จังหวัดไม่ปรากฏข้อมูล ได้แก่ ตรัง นราธิวาส เพชรบุรี ศรีสะเกษ และอุดรธานี</p>



<h3 class="wp-block-heading">หน่วยงานราชการไทยนำงบประมาณเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน<br>(climate adaptation finance) ไปใช้ในเรื่องใดบ้าง&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8103" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนของภาครัฐมาจำแนกตามระบบการจำแนกภาคเศรษฐกิจ สามารถแบ่งออกเป็น 8 ภาค ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>การจัดการน้ำและสุขาภิบาล</li>



<li>ระบบนิเวศ</li>



<li>เมืองและการตั้งถิ่นฐาน</li>



<li>สาธารณสุข</li>



<li>ระบบสังคม</li>



<li>โครงสร้างพื้นฐาน</li>



<li>อาหาร เกษตรกรรม และป่าไม้</li>



<li>อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ภาครัฐใช้งบประมาณในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำมากที่สุด คิดเป็นมูลค่า 167,869.73 ล้านบาท หรือ 71.21% ของงบประมาณภาครัฐที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนทั้งหมด 235,740.68 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาในระดับจังหวัด พบการลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำมากที่สุดในกรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น มุกดาหาร นครพนม และนครราชสีมา โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือโครงการที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เกษตรกรรม และป่าไม้ ซึ่งครอบคลุมการลงทุนในระบบการผลิตและจัดหาอาหารและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การผลิตขั้นต้นไปจนถึงการกระจายสินค้า โดยมีมูลค่าการลงทุนเพื่อรับมือและปรับตัวต่อภาวะโลกรวน 27,873.06 ล้านบาท หรือ 11.82%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในระดับจังหวัด พบการลงทุนในโครงการกลุ่มนี้มากที่สุดในกรุงเทพฯ เช่น โครงการบำรุงรักษา ปรับปรุง และเพิ่มพื้นที่สีเขียว รองลงมาคือสุราษฎร์ธานี โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถัดมาคือโครงการที่เกี่ยวข้องกับเมืองและการตั้งถิ่นฐาน หมายถึงการลงทุนเพื่อทำให้ชุมชนและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ทั้งในเขตเมืองและชนบทสามารถรับมือกับภาวะโลกรวนได้ มีมูลค่า 21,388.70 ล้านบาท หรือ 9.07%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในระดับพื้นที่ พบการลงทุนในโครงการกลุ่มนี้มากที่สุดในกรุงเทพฯ และเมืองพัทยา โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการของกระทรวงมหาดไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศ หมายถึงการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศบนบก น้ำจืด ชายฝั่ง และทะเล รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ ทุนทางธรรมชาติ และบริการจากระบบนิเวศ เพื่อรับมือและปรับตัวต่อภาวะโลกรวน มีมูลค่า 10,205.19 ล้านบาท หรือ 4.33%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในระดับจังหวัด พบการลงทุนในโครงการกลุ่มนี้มากที่สุดในสมุทรปราการและระยอง ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบสังคม หมายถึงการลงทุนในระบบและบริการที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ ความปลอดภัย และความมั่นคงทางสังคม เพื่อเสริมความสามารถในการรับมือกับภาวะโลกรวน มีมูลค่า 7,149.26 ล้านบาท หรือ 3.03%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในระดับจังหวัด พบการลงทุนในโครงการกลุ่มนี้มากที่สุดในเชียงใหม่และสมุทรปราการ โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการของกระทรวงคมนาคม</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน หมายถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ให้บริการที่จำเป็นต่อประชาชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น ไฟฟ้า การขนส่ง และระบบสารสนเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับมือและปรับตัวต่อภาวะโลกรวน มีมูลค่า 704.20 ล้านบาท หรือ 0.30%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในระดับพื้นที่ พบการลงทุนในโครงการกลุ่มนี้มากที่สุดในกรุงเทพฯ โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุข หมายถึงการลงทุนในระบบและบริการเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมสุขภาพของประชาชน มีมูลค่า 524.10 ล้านบาท หรือ 0.22%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในระดับจังหวัด พบการลงทุนในโครงการกลุ่มนี้มากที่สุดในเพชรบูรณ์และอุบลราชธานี โดยทั้งหมดเป็นโครงการของกระทรวงสาธารณสุข</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม หมายถึงการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางอุตสาหกรรม การผลิต และภาคบริการ เช่น การก่อสร้าง การผลิต เทคโนโลยีสารสนเทศ การท่องเที่ยว และบริการทางการเงิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน มีมูลค่า 26.45 ล้านบาท หรือ 0.01%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในระดับจังหวัด พบการลงทุนในโครงการกลุ่มนี้ในสุราษฎร์ธานี โดยเป็นโครงการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า งบประมาณภาครัฐที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนกระจุกตัวอยู่ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำมากที่สุด เนื่องจากประเทศไทยเผชิญทั้งภัยแล้งและอุทกภัยเป็นประจำทุกปี อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ เช่น ปรากฏการณ์ลานีญา ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกและมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมสูงขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์น้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปลาย พ.ศ. 2568 สะท้อนให้เห็นว่า เม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบของการปรับตัวที่มีประสิทธิภาพเสมอไป ขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐานสีเทา (gray infrastructure) ที่รองรับวัตถุประสงค์เพียงด้านเดียว (single-purpose infrastructure) เช่น อ่างเก็บน้ำหรือเขื่อน อาจจะกลายเป็น “การปรับตัวที่ก่อโทษ (maladaptation)” ที่ส่งผลลบต่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมากกว่าเดิม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานที่อิงธรรมชาติหรือโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว (green infrastructure) ควบคู่กันไป รวมถึงประยุกต์ใช้แนวทางการแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (nature-based solutions) เพื่อรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศจากภาวะโลกรวน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน งบประมาณของโครงการที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เมืองสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ สมุทรปราการ เมืองพัทยา และระยอง พื้นที่เหล่านี้อาจมีความเสี่ยงและความเปราะบางสูง โดยเฉพาะต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะโลกรวน</p>



<h3 class="wp-block-heading">แต่ละกระทรวงมีงบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมากน้อยเพียงใด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8104" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation finance) ของภาครัฐมาจำแนกเป็นรายกระทรวง พบว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีงบประมาณสำหรับโครงการที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมากที่สุด คิดเป็นมูลค่า 147,119.55 ล้านบาท หรือ 63.80%</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการส่วนใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำและสุขาภิบาล มีมูลค่า 133,319.23 ล้านบาท ขณะที่โครงการด้านระบบนิเวศได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุด อยู่ที่ 2.60 ล้านบาท จากทั้งหมด 6 โครงการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือกระทรวงมหาดไทย มีงบประมาณ 34,917.37 ล้านบาท หรือ 15.14% โดยโครงการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเมืองและการตั้งถิ่นฐาน มีมูลค่า 18,631.30 ล้านบาท ตามด้วยการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 15,633.65 ล้านบาท ส่วนโครงการด้านระบบนิเวศได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุด อยู่ที่ 9.20 ล้านบาท จากทั้งหมด 4 โครงการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีงบประมาณ 34,072.86 ล้านบาท หรือ 14.78% โดยโครงการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอาหาร เกษตรกรรม และป่าไม้ มีมูลค่า 15,897.80 ล้านบาท ส่วนโครงการด้านเมืองและการตั้งถิ่นฐานได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุด อยู่ที่ 15.83 ล้านบาท จากทั้งหมด 5 โครงการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงคมนาคมมีงบประมาณ 10,288.17 ล้านบาท หรือ 4.46% โดยโครงการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำและสุขาภิบาล มีมูลค่า 4,695.88 ล้านบาท ส่วนโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุด อยู่ที่ 13.25 ล้านบาท จากทั้งหมด 5 โครงการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีงบประมาณ 1,508.62 ล้านบาท หรือ 0.65% โดยโครงการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับระบบสังคม มีมูลค่า 999.68 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีมูลค่า 508.94 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ยังมีกระทรวงการคลัง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีงบประมาณรวมกัน 2,683.16 ล้านบาท หรือ 1.16%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า งบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนกระจุกตัวอยู่ใน 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่างมีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ เกษตรกรรม และสิ่งแวดล้อมโดยตรง จึงมีโครงการและงบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนในสัดส่วนสูง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำ โดยเฉพาะการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม อยู่ในอันดับต้น ๆ ของหน่วยงานภาครัฐ งบประมาณส่วนหนึ่งถูกส่งผ่านไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ จึงทำให้กระทรวงมหาดไทยเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่มีงบประมาณสำหรับการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนในระดับสูง</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Thailand Climate Finance Tracker 2026 โปรดดู: <a href="https://climatefinancethai.com/th/tracker-th/adaptation-th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://climatefinancethai.com/th/tracker-th/adaptation-th/</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/climate-adaptation-finance/">สำรวจการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation finance) ในประเทศไทย </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งบเกี่ยวกับน้ำท่วม กทม. ร่างงบประมาณ กทม. 2570 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-bkk-budget-2026-draft-flood/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 02:13:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วมกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8075</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3591;&#3610 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-budget-2026-draft-flood/">งบเกี่ยวกับน้ำท่วม กทม. ร่างงบประมาณ กทม. 2570 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลงบประมาณเกี่ยวกับน้ำท่วมใน ร่างข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร 2570</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vSkWGxbTdqc6BnkQYBzrcyv3UVe2wQKitzFDQ8vM740mN0Xamf-MaryaSXwXUI1qkhW4V12nc-8S0m7/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลด <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1qi1x1rhsoOOT9l6JrjyX5ZPFK7JsRKVaz88qN0uI76Q/edit?usp=sharing">ทื่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-budget-2026-draft-flood/">งบน้ำท่วม กทม. ปี 70 : ดินแดงเขตที่มีน้ำท่วมขังมากที่สุด แต่ได้งบเป็นอันดับที่ 38</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-budget-2026-draft-flood/">งบเกี่ยวกับน้ำท่วม กทม. ร่างงบประมาณ กทม. 2570 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งบน้ำท่วม กทม. ปี 70 : ดินแดงเขตที่มีน้ำท่วมขังมากที่สุด แต่ได้งบเป็นอันดับที่ 38</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-budget-2026-draft-flood/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 02:07:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วมกรุงเทพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8073</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3585;&#3634;&#3619;&#3619;&#3632;&#3610;&#3634;&#3618 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-budget-2026-draft-flood/">งบน้ำท่วม กทม. ปี 70 : ดินแดงเขตที่มีน้ำท่วมขังมากที่สุด แต่ได้งบเป็นอันดับที่ 38</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>จากร่างข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร ปี 2570 พบว่ามีงบที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม เฉพาะงบประมาณของสำนักการระบายน้ำและงบของ 50 สำนักงานเขต รวมทั้งสิ้นประมาณ 5,309.68 ล้านบาท&nbsp; โดยแบ่งเป็น งบประมาณที่เกี่ยวกับน้ำท่วมของสำนักการระบายน้ำ 4,520.55 ล้านบาท และงบของสำนักงานเขต 50 เขต 789.13 ล้านบาท ซึ่งทั้งคู่เป็นงบการก่อสร้างเขื่อนมากที่สุด</li>



<li>งบที่จัดสรรไปให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตโดยตรงผ่านงานระบายน้ำและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม 789.13 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงบก่อสร้างเขื่อน เขตหนองแขมมีงบเกี่ยวกับน้ำท่วมมากที่สุด 209.41 ล้านบาท คิดเป็น 26.54% ของงบรายเขตทั้งหมด เขตสัมพันธวงศ์ มีงบเกี่ยวกับน้ำท่วมน้อยที่สุด 1.15&nbsp; ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างเหมาล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ</li>



<li>งบจากสำนักการระบายน้ำ 4,520.55 ล้านบาท มีงบที่ระบุพื้นที่รายเขตได้ 3,800.60 ล้านบาท และงบที่ระบุพื้นที่เขตไม่ได้อีก 719.94 ล้านบาท เป็นการก่อสร้างมากที่สุด รวม 2,822.01 ล้านบาท คิดเป็น 62.43% ของงบที่เกี่ยวกับน้ำท่วมทั้งหมดในสำนักการระบายน้ำ ในจำนวนนี้เป็นงบก่อสร้างเขื่อน 1,150.16 ล้านบาท และงบก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ 1,087.67 ล้านบาท</li>



<li>เมื่อเทียบกับงบประมาณ 4 ปีก่อนหน้านี้ เขตหนองแขม ไม่มีรายงานปัญหาน้ำท่วมขังบนถนนสายหลัก แต่ก็ได้งบประมาณมากที่สุดเช่นกัน&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">การระบายน้ำและการแก้ปัญหาน้ำท่วมเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของกรุงเทพมหานคร ดังจะเห็นได้จากการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปีที่ใช้ไปกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมนับพันล้านบาท ในร่างข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร ปี 2570 การดำเนินการที่เกี่ยวกับการระบายน้ำอยู่ภายใต้แผนงานจัดการน้ำทิ้ง ซึ่งรวมการบำบัดน้ำเสียด้วย มีการตั้งงบประมาณไว้ถึง 6,076.42 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab สำรวจงบประมาณที่เกี่ยวกับน้ำท่วมของร่างข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2570 จากสำนักการระบายน้ำ และงบงานระบายน้ำและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่อยู่ในงบสำนักงานเขต 50 เขต พบว่า มีงบที่เกี่ยวกับน้ำท่วมโดยเฉพาะรวม 5,309.68 ล้านบาท แบ่งเป็น งบประมาณที่เกี่ยวกับน้ำท่วมของสำนักการระบายน้ำ 4,520.55 ล้านบาท และงบของสำนักงานเขต 789.13 ล้านบาท</p>



<h3 class="wp-block-heading">หนองแขมมีงบแก้น้ำท่วมรายเขตมากที่สุด เหมือนใน 4 ปีที่ผ่านมา</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8083" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-1-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-1-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-1-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">งบประมาณที่กรุงเทพมหานครจัดสรรลงไปให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตโดยตรงผ่านงานระบายน้ำและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม 789.13 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงบก่อสร้างเขื่อน ค่าดำเนินการที่เกี่ยวกับการซ่อมแซมเครื่องจักรและเครื่องทุ่นแรงที่เกี่ยวกับการบำรุงรักษาท่อระบายน้ำ เช่น ค่าวัสดุอุปกรณ์ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ&nbsp; ค่าจ้างเหมาล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ และค่าขุดลอกคลอง-ลำรางในพื้นที่</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตหนองแขมมีงบเกี่ยวกับน้ำท่วมมากที่สุด 209.41 ล้านบาท คิดเป็น 26.54% ของงบรายเขตทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นงบก่อสร้างเขื่อนรวม 203.30 ล้านบาท จากโครงการ โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองตาปลั่ง 1 และโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองราษฎร์สามัคคี อันดับ 2 เขตจอมทอง 43.39 ล้านบาท อันดับ 3 เขตลาดพร้าว 46.08 ล้านบาท อันดับ 4 เขตหลักสี่ 39.57 ล้านบาท อันดับ 5 เขตวัฒนา 38.98&nbsp; ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตสัมพันธวงศ์ มีงบเกี่ยวกับน้ำท่วมน้อยที่สุด 1.15&nbsp; ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างเหมาล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ค่าซ่อมแซมยานพาหนะ รองลงมาเป็นเขตปทุมวัน 1.38 ล้านบาท ราชเทวี 1.48 ล้านบาท พระนคร 1.81 ล้านบาท และป้อมปราบศัตรูพ่าย 1.89 ล้านบาท โดยทั้ง 5 เขตนี้เป็นกรุงเทพชั้นใน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อย้อนไปดู<a href="https://rocketmedialab.co/bangkok-flood-budget-2023-2026/">งบประมาณรายเขตในปี 2567-2569</a> ก็พบว่า เขตที่มีงบแก้ไขน้ำท่วมมากที่สุดและน้อยที่สุดคือ หนองแขมที่มีงบประมาณมากที่สุดเช่นกัน โดยเป็นงบก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล. คลองกำนันเทียนมากทีสุด ส่วนเขตที่มีงบประมาณแก้ไขน้ำท่วมน้อยที่สุดก็เป็นเขตสัมพันธวงศ์เช่นเดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากโครงการใหญ่ งบสำนักงานเขตเป็นการจัดสรรงบประมาณสำหรับการซ่อมแซมท่อระบายน้ำ เช่น ค่าจ้างขุดลอกท่อ และการจัดซื้ออุปกรณ์สนับสนุน เช่น รถดูดล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ กระสอบทราย และวัสดุซ่อมบำรุงต่างๆ เขตบางขุนเทียนมีงบขุดลอกมากที่สุด 25.42 ล้านบาท รวม 13 โครงการ ส่วนเขตดอนเมืองมีงบการสูบน้ำมากที่สุด 24.84 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาลักษณะงานของร่างงบประมาณปี 2570 งบเขตที่เกี่ยวกับน้ำท่วมใช้สำหรับการก่อสร้างมากที่สุด ซึ่งเป็นการก่อสร้างเขื่อน ทางระบายน้ำ และบ่อสูบน้ำ 419.75 ล้านบาท คิดเป็น 53.19% รองลงมาเป็นการปรับปรุงซ่อมแซม ซึ่งรวมทั้งการขุดลอก และงานเกี่ยวกับการซ่อมแซมทำความสะอาดท่อระบายน้ำ&nbsp; 307.89 ล้านบาท 39.02% และงบเกี่ยวกับการซื้อครุภัณฑ์และยานพาหนะ 61.49 ล้านบาท 7.79% โดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อเครื่องสูบน้ำและรถบรรทุก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลสถิติระดับน้ำท่วมขังบนถนนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ปี 2567 – 2568 ซึ่งมีรายงานน้ำท่วมขัง 841 ครั้ง ใน 43 เขต ทั่วกรุงเทพฯ พบว่า เขตดินแดง มีจำนวนน้ำท่วมมากที่สุด 57 ครั้งใน 2 ปี แต่เขตดินแดงมีงบแก้ปัญหาน้ำท่วมอยู่ในอันดับที่ 32 ด้วยงบ 4.30 ล้านบาท ซึ่งเกือบทั้งหมด 4.15 ล้านบาท เป็นงบดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาท่อระบายน้ำ เช่น ค่าจ้างขุดลอกท่อ งบที่เหลือเป็นงบซื้อวัสดุอุปกรณ์ ส่วนเขตหนองแขมที่มีงบแก้ปัญหาน้ำท่วมมากทีสุดกลับไม่มีรายงานน้ำท่วมขังในปี 2567-2568 เลย</p>



<h3 class="wp-block-heading">งบน้ำท่วมจากสำนักระบายน้ำ เน้นก่อสร้างเขื่อนและอุโมงค์ระบายน้ำ โดยเขตสวนหลวงได้รับการจัดสรรมากที่สุด&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-2-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8084" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-2-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-2-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-2-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-2-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-2-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-2-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูเฉพาะงบจากสำนักการระบายน้ำ 4,520.55 ล้านบาท มีงบที่ระบุพื้นที่รายเขตได้ 3,800.60 ล้านบาท และงบที่ระบุพื้นที่เขตไม่ได้อีก 719.95 ล้านบาท งบประมาณที่เกี่ยวกับน้ำท่วมในปี 2570 เพิ่มขึ้นจากปี 2569 ซึ่งอยู่ที่ 3,659.99 ล้านบาท ในปี 2570</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อแยกตามลักษณะงาน จะพบว่าเป็นการก่อสร้างมากที่สุด รวม 2,822.01 ล้านบาท คิดเป็น 62.43% ของงบที่เกี่ยวกับน้ำท่วมทั้งหมดในสำนักการระบายน้ำ ในจำนวนนี้เป็นงบก่อสร้างเขื่อน 1,150.16 ล้านบาท และงบก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ 1,087.67 ล้านบาท รองลงมาเป็นงบปรับปรุงซ่อมแซม 1,455.311 ล้านบาท เช่น ซ่อมแซมและปรับปรุงเครื่องสูบน้ำและสถานีสูบน้ำ ขุดลอก ซ่อมบำรุงระบบระบายน้ำ อันดับ 3 งบเดินเดินระบบและบริหารจัดการอุโมงค์ระบายน้ำ 157.45 ล้านบาท อันดับ 4 ซื้อวัสดุอุปกรณ์ 85.39 ล้านบาท เช่น เรือไฟเบอร์กลาส วัสดุซ่อมเขื่อนและทำนบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณางบที่กระจายลงเขต เขตสวนหลวงได้งบน้ำท่วมมากที่สุด 558.49 ล้านบาท เกือบทั้งหมดเป็นการก่อสร้าง โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองพระโขนง (สถานีสูบน้ำ &#8211; คลองสวนอ้อย) มีงบมากที่สุด 350 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบผูกพัน รองลงมาเป็นการสร้างเขื่อนคลองพระโขนง 3 ระยะรวม 136 ล้านบาท อันดับ 2 เขตประเวศ 258.88 ล้านบาท โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอน ถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ โครงการผูกพัน 5 ปี มีงบมากที่สุด 180.39 ล้านบาท อันดับ 3 เขตลาดกระบัง 241.99 ล้านบาท อันดับ 4 เขตดอนเมือง 213.94 ล้านบาท อันดับ 5 ดุสิต 210 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่งบจากสำนักการระบายน้ำน้อยกระจายลงไปน้อยที่สุดคือ บางกอกใหญ่ 204,750 บาท เป็นค่าเช่าที่ดินสถานีสูบน้ำคลองมอญ รองลงมา บางพลัด 5.45 ล้านบาท อันดับ 3 บางคอแหลม 5.55 ล้านบาท อันดับ 4 ราชเทวีและบางรักเท่ากันที่ 5.66 ล้านบาท จากโครงการเดินระบบและบริหารจัดการอุโมงค์ระบายน้ำจากบึงมักกะสันฯ ระยะที่ 4</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ งบที่เกี่ยวกับการระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วม ของสำนักการระบายน้ำ ระบุพื้นที่ดำเนินการได้ 40 เขตจาก 50 เขต โดยอีก 10 เขตไม่ปรากฏงบประมาณที่สามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่เขตได้ ได้แก่ เขตตลิ่งชัน ทุ่งครุ<br>บางขุนเทียน บางบอน ป้อมปราบศัตรูพ่าย ราษฎร์บูรณะ สัมพันธวงศ์ หนองแขม หนองจอก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำตัวเลขนี้ไปเปรียบกับสถิติน้ำท่วมขัง พบว่า เขตสวนหลวงเคยมีรายงานน้ำท่วมขังในปี 2567-2568 รวม 24 ครั้ง อยู่ในอันดับที่ 18 ส่วนเขตบางกอกใหญ่มีน้ำท่วมขัง 1 ครั้งเท่านั้น นอกจากนี้ในเขตที่ไม่ปรากฏงบประมาณที่เชื่อมโยงกับพื้นที่เขตได้ เขตราษฎร์บูรณะ ตลิ่งชัน ป้อมปราบศัตรูพ่ายติด 10 อันดับแรกของเขตที่น้ำท่วมขังน้อยที่สุด 1-3 ครั้งเท่านั้น ส่วนเขตทุ่งครุ หนองแขม หนองจอก ไม่พบรายงานว่ามีน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักเลย</p>



<h3 class="wp-block-heading">รวมงบน้ำท่วมทั้งของเขตและสำนักระบายน้ำ : สวนหลวงได้งบแก้น้ำท่วมมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-3-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8085" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-3-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-3-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-3-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-3-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-3-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-3-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากรวมงบประมาณที่เกี่ยวกับน้ำท่วมโดยเฉพาะทั้งจากสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขต 5,309.68 ล้านบาท&nbsp; นอกจากงบที่ไม่สามารถระบุเขตได้ของสำนักการระบายน้ำ 719.95 ล้านบาท ในจำนวนนี้เมื่อแยกรายเขตจะพบว่า เขตสวนหลวงมีงบมากที่สุด 563.502 ล้านบาท แบ่งเป็นงบจากสำนักการระบายน้ำ 558.49 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงบโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองพระโขนง (สถานีสูบน้ำ &#8211; คลองสวนอ้อย) และงบสำนักงานเขต 5.10 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาเป็น ลาดกระบัง 264.44 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสำนักการระบายน้ำ 241.99 ล้านบาทและสำนักงานเขต 22.46 ล้านบาท&nbsp; อันดับ 3 ประเวศ 262.67 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสำนักการระบายน้ำ 258.88 ล้านบาทและสำนักงานเขต 3.80 ล้านบาท อันดับ 4 ดอนเมือง 245.44 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสำนักการระบายน้ำ 213.94 ล้านบาท และงบสำนักงานเขต 31.50 ล้านบาท และอันดับ 5 ดุสิต 215.28 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสำนักการระบายน้ำ 210 ล้านบาท และงบสำนักงานเขต 5.29 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่ได้รับงบแก้น้ำท่วมน้อยที่สุดคือ สัมพันธวงศ์ 1.15 ล้านบาท รองลงมาเป็น ป้อมปราบศัตรูพ่าย 1.89 ล้านบาท อันดับ 3 ราษฎร์บูรณะ 2.33 ล้านบาท อันดับ 4 คันนายาว 3.03 ล้านบาท อันดับ 5 ทุ่งครุ 3.74 ล้านบาท ทั้ง 5 เขตนี้ไม่ได้รับงบจากสำนักการระบายน้ำเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่เขตดอนเมือง ซึ่งเป็นเขตที่ได้รับงบประมาณการแก้ไขน้ำท่วมมากที่สุดในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (2566-2569) อยู่ในอันดับที่ 4 ของเขตที่ได้รับงบประมาณการแก้ไขน้ำท่วมมากที่สุดในร่างงบ 2570 ของ กทม. และดินแดงซึ่งเป็นเขตที่มีการรายงานว่ามีน้ำท่วมขังมากที่สุด ได้งบในอันดับที่ 38</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลทั้งหมดสะท้อนว่า งบประมาณที่เกี่ยวกับการระบายน้ำและแก้ปัญหาน้ำท่วมในปี 2570 ของ กทม. ไม่แตกต่างจาก 4 ปีก่อนหน้านี้ที่มุ่งเน้นไปที่การก่อสร้างเป็นหลัก ทั้งในระดับสำนักและเขต โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เป็นงบประมาณผูกพันหลายปี และคาบเกี่ยวหลายเขต เช่น เขื่อนคลองแสนแสบ&nbsp; โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอน อุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากร นอกจากนี้เมื่อเทียบงบประมาณเขตได้รับกับสถิติน้ำท่วมขังใน 2 ปีที่ผ่านมา เขตที่ได้รับงบประมาณมากที่สุด ทั้งงบรายเขตและงบสำนักระบายน้ำไม่ใช่เขตที่มีน้ำท่วมซ้ำซากมากที่สุด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://data.bangkok.go.th/dataset/70-pdf">ร่างข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร 2570</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่&nbsp;<a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-budget-2026-draft-flood/">https://rocketmedialab.co/database-bkk-budget-2026-draft-flood/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-budget-2026-draft-flood/">งบน้ำท่วม กทม. ปี 70 : ดินแดงเขตที่มีน้ำท่วมขังมากที่สุด แต่ได้งบเป็นอันดับที่ 38</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจเหตุไฟไหม้ในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มาจากไฟฟ้าลัดวงจร เขตจตุจักรเกิดไฟฟ้าลัดวงจรมากที่สุด </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/fire-bkk/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2026 07:31:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณภัย]]></category>
		<category><![CDATA[อัคคีภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้าลัดวงจร]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟไหม้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8030</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3648;&#3627;&#3605;&#3640;&#3652 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/fire-bkk/">สำรวจเหตุไฟไหม้ในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มาจากไฟฟ้าลัดวงจร เขตจตุจักรเกิดไฟฟ้าลัดวงจรมากที่สุด </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">จากเหตุไฟไหม้ร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างมาก ทำให้ประเด็นเรื่องการเกิดไฟไหม้ในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นที่พูดถึงอีกครั้ง โดยในปี 2568 มีรายงานเหตุไฟไหม้โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรวมทั้งหมด 657 ครั้ง เรียกได้ว่าในหนึ่งวัน กรุงเทพฯ จะต้องมีเหตุไฟไหม้อย่างน้อย 1-2 ครั้ง Rocket Media Lab ชวนสำรวจสถานการณ์ไฟไหม้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 2568 เขตไหนมีเหตุไฟไหม้มากที่สุด สาเหตุไฟไหม้มาจากอะไรบ้าง </p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เขตบางกะปิมีรายงานการเกิดไฟไหม้มากที่สุด&nbsp;</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8032" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-1-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-1.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลสถิติเพลิงไหม้อาคารและเพลิงสงบก่อน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ. 2568 ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร พบว่าพบว่าในปี 2568 กรุงเทพฯ มีรายงานเหตุไฟมากถึง 657 ครั้ง โดยเขตที่มีรายงานการเกิดไฟไหม้มากที่สุด คือ บางกะปิ จำนวน 32 ครั้ง ตามมาด้วย ลาดกระบัง 30 ครั้ง บางขุนเทียน 29 ครั้ง ประเวศ 24 ครั้ง และบางเขน 20 ครั้ง ในขณะที่เขตที่มีรายงานการเกิดไฟไหม้น้อยที่สุด คือ สัมพันธวงศ์ จำนวน 2 ครั้ง ตามมาด้วยป้อมปราบศัตรูพ่าย 3 ครั้ง สะพานสูง พญาไท ปทุมวัน บางนาและดุสิต 6 ครั้ง หลักสี่ บางกอกใหญ่ และคันนายาว 7 ครั้ง</p>



<h3 class="wp-block-heading">สาเหตุการเกิดไฟไหม้ใน กทม. มาจากเครื่องใช้ไฟฟ้ามากที่สุด<strong> </strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-2-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8033" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-2-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-2-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-2-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-2-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-2.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลข้อสันนิษฐานสาเหตุเพลิงไหม้ประจำปี พ.ศ. 2568 ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการบันทึกข้อมูล 657 ครั้ง โดยมีการบันทึกว่าสาเหตุส่วนใหญ่ไม่สามารถตรวจสอบได้มากถึง 143 ครั้ง ในขณะที่หากพิจารณาจากสาเหตุการเกิดไฟไหม้ที่ตรวจสอบได้ พบว่ามาจากเครื่องใช้ไฟฟ้ามากที่สุด จำนวน 124 ครั้ง ตามมด้วยปลั๊กพ่วง 89 ครั้ง ปลั๊กติดผนัง 52 ครั้ง ธูปเทียน 46 ครั้ง สายไฟ 33 ครั้ง การประกอบและอุ่นอาหาร 32 ครั้ง ที่ชาร์จโทรศัพท์ 18 ครั้ง ถังก๊าซหุงต้มชำรุด 13 ครั้ง ความร้อนสะสม 8 ครั้ง และอื่นๆ 92 ครั้ง</p>



<h3 class="wp-block-heading">จตุจักร เป็นเขตที่เกิดไฟฟ้าลัดวงจรมากที่สุด<strong> </strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8031" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลเหตุไฟฟ้าลัดวงจร แยกตามเขต ปี พ.ศ. 2568 ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร พบว่าในปี 2568 กรุงเทพฯ มีรายงานเหตุไฟฟ้าลัดวงจรมากถึง 1,407 ครั้ง โดยเขตที่มีรายงานเหตุไฟฟ้าลัดวงจรมากที่สุด คือ จตุจักร จำนวน 61 ครั้ง ตามมาด้วยบางกะปิ 57 ครั้ง บางขุนเทียน 53 ครั้ง ประเวศ 50 ครั้ง และบางเขน 46 ครั้ง ในขณะที่เขตที่มีรายงานเหตุไฟฟ้าลัดวงจรน้อยที่สุด คือ พระนคร จำนวน 5 ครั้ง ตามมด้วยสัมพันธวงศ์และป้อมปราบศัตรูพ่าย 7 ครั้ง ภาษีเจริญและคันนายาว 14 ครั้ง พระโขนง 15 ครั้ง และบางกอกใหญ่ 16 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">น่าสังเกตว่าเหตุการณ์ไฟไหม้ร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งตั้งอยู่ในเขตจตุจักรนั้น มีรายงานเบื้องต้นว่าสาเหตุเพลิงไหม้คาดว่ามาจากไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณเครื่องปรับอากาศบนฝ้าเพดาน ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากฝ้าเพดานไม่ใช้วัสดุกันไฟ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://data.bangkok.go.th/th/organization/19000000">ข้อมูลสถิติสาธารณภัย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่  <a href="https://rocketmedialab.co/database-fire-bkk">https://rocketmedialab.co/database-fire-bkk</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/fire-bkk/">สำรวจเหตุไฟไหม้ในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มาจากไฟฟ้าลัดวงจร เขตจตุจักรเกิดไฟฟ้าลัดวงจรมากที่สุด </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวใน กทม. เพิ่มขึ้นและเข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหน</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-park-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2026 09:40:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[สวนสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7823</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3585;&#3634;&#3619;&#3648;&#3614;&#3636;&#3656;&#3617 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-park-2025/">สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวใน กทม. เพิ่มขึ้นและเข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะเป็นอีกหนึ่งนโยบายเรือธงของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่ต้องมีทุกครั้ง เพราะเป็นบริการสาธารณะของเมืองโดยเฉพาะในยามที่เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นสำคัญ นอกจากนี้ยังพบว่าตั้งแต่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งแรก ธรรมนูญ เทียนเงิน ซึ่งต่อมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. จากการเลือกตั้งคนแรกก็เคยหาเสียงไว้ว่า ‘จะสร้างสวนสาธารณะ’ และในเวลาต่อมา ผู้สมัครคนอื่นๆ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็ล้วนแล้วแต่มีนโยบายสวนสาธารณะด้วยกันทั้งสิ้น รวมไปถึงชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. คนก่อน ก็มาพร้อมนโยบาย ‘สวน 15 นาที’</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากสวนพระนคร สวนที่ กทม. สร้างเอง ในยุคผู้ว่าฯ ชำนาญ ยุวบูรณ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 1 ในปี 2516 จนถึงปัจจุบัน Rocket Media Lab ชวนติดตามประเด็นปัญหาพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ว่ามีเพียงพอแค่ไหน ทั่วถึงหรือยัง</p>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่สีเขียว VS สวนสาธารณะ</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7839" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">กรุงเทพฯ แบ่งสวนออกเป็น 7 ประเภทได้แก่ สวนเฉพาะทาง สวนชุมชน สวนถนน สวนระดับเมือง สวนระดับย่าน สวนหมู่บ้าน และสวนหย่อมขนาดเล็ก แต่ความหมายของคำว่าสวน หรือ ‘สวนสาธารณะ’ ที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งหมายถึงการเข้าไปใช้งานพื้นที่ได้ จะอยู่ในบางประเภทเท่านั้น เช่น สวนชุมชน สวนหมู่บ้าน สวนระดับย่าน สวนระดับเขต</p>



<p class="wp-block-paragraph">การแบ่งสวนออกเป็น 7 ประเภทของกรุงเทพฯ นั้นก็เพื่อจะนำมานับคำนวณ ‘พื้นที่สีเขียว’ ทั้งหมดของกรุงเทพฯ โดยรวมเอา ‘ทุกพื้นที่ที่มีสีเขียว’ มาจัดประเภทให้เป็นสวนประเภทต่างๆ เช่น สวนถนนอาจหมายถึงเกาะกลางหรือริมถนนที่ปลูกต้นไม้ หรือการปลูกไม้ประดับไม้เลื้อยเป็นสวนแนวตั้งกำแพงรั้ว สวนหย่อมขนาดเล็กอาจหมายถึงสวนหน้าบ้านของใครสักคน สวนเฉพาะทางก็อาจหมายถึงพื้นที่สวนบนโรงแรมหรือคอนโด หรือแม้กระทั่งสวนหมู่บ้านก็อาจหมายถึงสนามฟุตบอลในโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้น ในรายละเอียดของการรวบรวม ‘พื้นที่ที่มีสีเขียว’ โดยแบ่งเป็นสวน 7 ประเภทของกรุงเทพฯ ก็มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ ทั้งการนับรวมแบบเหมาพื้นที่ ณ จุดใดจุดหนึ่งที่ไม่ได้มีเฉพาะพื้นที่สีเขียว เช่น โรงเรียนบางแห่ง ที่นับรวมพื้นที่ทั้งโรงเรียนว่าเป็น ‘พื้นที่สีเขียว’ ซึ่งอาจทำให้ตัวเลขพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพฯ นั้นสูงกว่าความเป็นจริง เช่นเดียวกันกับการนับรวมพื้นที่ของเอกชนซึ่งเป็นสัดส่วนขนาดใหญ่ที่ทำให้กรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวจำนวนมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นข้อมูลพื้นที่สีเขียวจึงอาจจะไม่ได้สะท้อนจำนวนสวนสาธารณะที่มี หรือสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ ซึ่งพิจารณาจากการออกแบบพื้นที่ ที่ไม่ใช่เพียงแค่การนำเอาพืชพรรณสีเขียวมาปลูกในพื้นที่ว่าง แต่ยังรวมไปถึงการออกแบบพื้นที่เพื่อการใช้สอยต่างๆ ทั้งการเดิน วิ่ง ออกกำลังกาย หรืออย่างน้อยที่สุดนั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ มีการอำนวยความสะดวกในขั้นพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ แสงไฟ ห้องน้ำ ฯลฯ และไม่ใช่การออกแบบพื้นที่มาเพื่อใช้การอย่างหนึ่งแต่มีพื้นที่ที่เรียกว่าสวนร่วมด้วย เช่น โรงเรียน หรือวัด<br>หรือแม้กระทั่งจำนวนสวนสาธารณะที่ถูกรายงานในสวน 7 ประเภท ก็อาจจะไม่ได้สะท้อนจำนวนสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้จริง เช่น เมื่อกล่าวถึงเขตที่มีจำนวนสวนมากที่สุด หากยึดตามข้อมูลของกรุงเทพฯ ก็คือเขตบางขุนเทียน แต่ในความเป็นจริงแล้ว บางขุนเทียนมีสวนถนน ซึ่งก็คือต้นไม้ริมถนน ฟุตบาธ และสวนขนาดเล็ก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสวนหย่อมหน้าอาคารสถานที่ต่างๆ มากกว่าจะเป็นสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้<br>จากข้อมูลของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. (ข้อมูลเดือน เมษายน 2569) พบว่า กทม. มีพื้นที่สีเขียวทั้งหมด 42,106,656.42 ตร.ม. โดยมีอัตราพื้นที่สีเขียวต่อประชากร 7.83 ตร.ม./คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2565 จาก 7.49 ตร.ม./คน (ข้อมูลปัจจุบัน ณ เดือนมิถุนายนคือ 8.27 ตร.ม./คน) โดยเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) อยู่ที่ 9 ตร.ม./คน หากแยกเป็นรายเขต พบว่าเขตที่มีอัตราพื้นที่สีเขียวต่อประชากรมากที่สุด คือเขตคันนายาว 34.99 ตร.ม./คน ตามมาด้วยเขตปทุมวัน 24.51 ตร.ม./คน เขตทวีวัฒนา 22.54 ตร.ม./คน เขตบางขุนเทียน 19.89 ตร.ม./คน และเขตหลักสี่ 18.48 ตร.ม./คน ในขณะที่เขตที่มีอัตราพื้นที่สีเขียวต่อประชากรน้อยที่สุด คือเขตวังทองหลาง 1.78 ตร.ม./คน ตามมด้วยเขตวัฒนา 1.85 ตร.ม./คน เขตดินแดง 2.00 ตร.ม./คน เขตบางซื่อ 2.43 ตร.ม./คน และเขตธนบุรี 2.86 ตร.ม./คน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7841" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7842" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7844" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7845" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7843" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากเปรียบเทียบว่ามีเขตใดที่อัตราพื้นที่สีเขียวต่อประชากรมากกว่าเกณฑ์ WHO จะพบว่ามี 13 เขต คือคันนายาว ปทุมวัน ทวีวัฒนา บางขุนเทียน หลักสี่ ประเวศ พระนคร ดุสิต จตุจักร ตลิ่งชัน คลองเตย ราชเทวี และบางบอน ส่วนเขตที่น้อยกว่าเกณฑ์ WHO จะพบว่ามี 37 เขต คือ สัมพันธวงศ์ หนองจอก ป้อมปราบศัตรูพ่าย มีนบุรี ยานนาวา บึงกุ่ม สวนหลวง บางกะปิ ลาดพร้าว บางเขน ห้วยขวาง สะพานสูง สายไหม บางกอกน้อย บางแค หนองแขม สาทร ทุ่งครุ บางคอแหลม คลองสามวา บางนา ดอนเมือง บางรัก คลองสาน ลาดกระบัง ราษฎร์บูรณะ บางกอกใหญ่ จอมทอง พญาไท บางพลัด พระโขนง ภาษีเจริญ ธนบุรี บางซื่อ ดินแดง วัฒนา และวังทองหลาง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนสวนสาธารณะ จากข้อมูลจำนวนสวนทั้ง 7 ประเภท (ข้อมูลเดือน เมษายน 2569) จำนวน 8,621 แห่ง ของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. พบว่า เขตบางขุนเทียนเป็นเขตที่มีพื้นที่สวนสาธารณะมากที่สุด ขนาด 3,683,241.33 ตร.ม. ตามมาด้วย เขตคันนายาว ขนาด 3,264,552.10 ตร.ม. เขตประเวศ ขนาด 3,096,657.79 ตร.ม. และ เขตจตุจักร ขนาด 2,169,260.56 ตร.ม. ในขณะที่เขตที่มีพื้นที่สวนสาธารณะน้อยที่สุด คือ เขตสัมพันธวงศ์ ขนาด 140,046.34 ตร.ม. ตามมาด้วยเขตวัฒนา ขนาด 147,557.76 ตร.ม. เขตบางรัก ขนาด 170,258.28 ตร.ม. และเขตวังทองหลาง ขนาด 181,937.70 ตร.ม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม จากการจัดทำข้อมูลของ Rocket Media Lab โดยพิจารณาสวนทั้ง 7 ประเภท จำนวน 8,621 แห่ง ร่วมกับข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ และแยกประเภทเฉพาะสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ในแง่การใช้พื้นที่ โดยพิจารณาจากความสามารถในการเข้าใช้งาน เช่น การเข้าไปออกกำลังกาย การพักผ่อนหย่อนใจ หรือมีพื้นที่จัดกิจกรรมภายในสวน พบว่ากรุงเทพฯ มีสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ในแง่การใช้พื้นที่จำนวน 281 แห่ง โดยเขตที่มีสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้มากที่สุด คือ เขตจตุจักร จำนวน 19 แห่ง ตามมาด้วย เขตคันนายาว 13 แห่ง เขตพระนคร 11 แห่ง เขตหนองแขม เขตลาดกระบัง และเขตประเวศ 10 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่เขตที่มีสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้น้อยที่สุด คือ เขตทุ่งครุ เขตสวนหลวง และเขตป้อมปรายศัตรูพ่าย ที่มีสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้เพียง 1 แห่ง ตามมาด้วยเขตสัมพันธวงศ์ เขตดุสิต เขตบางพลัด เขตบางซื่อ และเขตภาษีเจริญจำนวน 2 แห่ง และเขตบางรัก เขตพญาไท เขตวัฒนา เขตตลิ่งชัน เขตบึงกุ่ม และเขตบางแค จำนวน 3 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้หากนำข้อมูลพื้นที่สีเขียวของ กทม. มาวิเคราะห์ร่วมกับจำนวนและพื้นที่สวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ จะพบว่า หลายเขตที่มีอัตราพื้นที่สีเขียวมาก แต่กลับมีอัตราส่วนสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้น้อย เช่นคันนายาว มีอัตราพื้นที่สีเขียวต่อประชากรสูงถึง 34.99 แต่อัตราพื้นที่สวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ต่อประชากรอยู่ที่ 0.42 เท่านั้น นอกจากนี้ในเขตที่มีอัตราพื้นที่สีเขียวผ่านเกณฑ์ WHO อยู่ที่ 9 ตร.ม./คน ทั้งหมด 13 เขต แต่กลับมีเขตที่ไม่ผ่านเกณฑ์พื้นที่สีเขียวเพื่อการบริการ ซึ่งมีเกณฑ์ระดับสากลอยู่ที่ 4 ตร.ม./คน มากถึง 7 เขต ได้แก่ ตลิ่งชัน ดุสิต คันนายาว หลักสี่ ราชเทวี บางบอน และบางขุนเทียน</p>



<h3 class="wp-block-heading">สวนสาธารณะใกล้บ้านคุณ มีจำนวนเท่าไหร่ เข้าถึงได้มากแค่ไหน</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7854" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab นำเอาข้อมูลสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้จำนวน 281 สวน มาแบ่งประเภทตามขนาดของสวนสาธารณะ โดยแบ่งเป็นสวนขนาดเล็ก (S) พื้นที่ 0 – 16,000 ตร.ม. โดยกำหนดระยะการเข้าถึงไว้ที่ 500 ม. สวนขนาดกลาง (M) พื้นที่ 16,001 – 80,000 ตร.ม. ระยะการเข้าถึง 1 กม. สวนขนาดใหญ่ (L) พื้นที่ 80,001 – 160,000 ตร.ม. ระยะการเข้าถึง 3 กม. และสวนขนาดใหญ่มาก (XL) พื้นที่ 160,001 ตร.ม. ขึ้นไป ระยะการเข้าถึง 5 กม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำเกณฑ์ดังกล่าวมาประกอบกับข้อมูลจุดที่ตั้งของสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ทั้ง 281 แห่งจะพบว่าสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้และมีระยะการเข้าถึงตามเกณฑ์ที่กำหนดยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพชั้นใน และย่านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มสวนขนาดเล็ก (S) พื้นที่ 0 – 16,000 ตร.ม.แม้จะมีการกระจายตัวในพื้นที่กรุงเทพชั้นนอกเพิ่มขึ้นก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าแทบจะไม่มีการเพิ่มขึ้นของสวนขนาดใหญ่มาก (XL) และสวนขนาดใหญ่ (L) เลยนับจากปี 2565 โดยเฉพาะในเขตขนาดใหญ่อย่างเขตหนองจอก และลาดกระบังที่ยังไม่มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในพื้นที่ ในทางกลับกัน สวนขนาดกลาง (M) และขนาดเล็ก (S) เพิ่มขึ้นและกระจายตัวอย่างต่อเนื่องจากนโยบายสวน 15 นาที ทำให้หลายเขตมีตัวเลือกในการเข้าถึงสวนสาธารณะมากขึ้นในระยะทางที่น้อยลง แต่ยังคงมีหลายพื้นที่ที่ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะได้น้อย โดยเฉพาะเขตกรุงเทพตะวันออกและกรุงเทพใต้</p>



<p class="wp-block-paragraph">สวนสาธารณะในกรุงเทพฯ อยู่ในความรับผิดชอบของหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น กทม. เอง หรือหน่วยงานราชการอื่นๆ หรือเอกชน ในส่วนของ กทม. หน่วยงานที่รับผิดชอบหลักๆ ก็คือ สำนักสิ่งแวดล้อม และสำนักงานเขต ในส่วนของสำนักสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น สวนเบญจกิติ สวนวชิรเบญจทัศ สวนสันติภาพ สวนปิยะภิรมย์ ฯลฯ ซึ่งนอกจากสวนสาธารณะแล้ว สำนักสิ่งแวดล้อมยังดูแลพื้นที่สีเขียวในรูปแบบอื่นๆ อีกด้วย อย่างสวนถนน เช่น ต้นไม้ถนนรัชดาภิเษก เกาะกลางถนนใต้ทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ฯลฯ รวมไปถึงการประดับตกแต่งเมืองในวันสำคัญต่างๆ ซึ่งแต่ละปีก็จะมีการตั้งงบประมาณในส่วนนี้ไว้</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อบัญญัติงบประมาณของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ในปี 2568 ระบุงบประมาณในการดูแลสวนสาธารณะ โดยเป็นค่าใช้สอยซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างเหมาเอกชนดูแลและบำรุงรักษาต้นไม้ ค่าจ้างเหมาดูแลทรัพย์สิน และรักษาความปลอดภัย ค่าเช่าที่ดิน ฯลฯ 521,381,100 บาท แต่หากพิจารณาเฉพาะรายจ่ายประจำที่ใช้กับสวนสาธารณะจะพบว่าแต่ละสวนที่สำนักสิ่งแวดล้อมรับผิดชอบนั้น จะมีรายจ่ายประจำอยู่สองรายการก็คือ 1. จ้างเหมาเอกชนดูแลและบำรุงรักษาต้นไม้ 2. จ้างเหมาดูแลทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย ซึ่งจำนวนงบประมาณก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละสวน ขึ้นอยู่กับขนาดของสวนเป็นหลัก เช่น สวนเบญจกิติ มีการจ้างเหมาเอกชนดูแลและบำรุงรักษาต้นไม้อยู่ที่ 29,000,000 บาท และจ้างเหมาดูแลทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัยอยู่ที่ 28,350,000 บาท นอกจากนั้นก็จะเป็นงบประมาณไม่ประจำ เช่น ปรับปรุง ซ่อมแซม ปลูกสร้างหรือจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพิ่มเติมในแต่ละสวน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่จากการใช้งบประมาณในหลายปีที่ผ่านมาจะพบว่า งบประมาณที่นอกจากงบประจำก็ยังกระจุกตัวอยู่ในสวนสาธารณะใจกลางเมืองเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสวนเบญจกิติ และสวนลุมพินี อย่างกรณีสวนลุมพินี นอกจากค่าใช้จ่ายประจำทั้งการจ้างเหมาเอกชนดูแลและบำรุงรักษาต้นไม้และการจ้างเหมาดูแลทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัยแล้ว จะพบว่ามีทั้งโครงการจ้างก่อสร้างรั้วรอบลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 และปรับปรุงรั้ว สวนลุมพินีด้านถนนพระราม 4 และปรับปรุงภูมิทัศน์สวนลุมพินี 18,000,000 บาท รื้อถอนอาคารสมาคมแบดมินตัน อาคารสถานีวิทยุ และรั้ว &#8211; ก่อสร้างทางเชื่อมสะพานเขียว 47,000,000 บาทปรับปรุงสวนลุมพินี 3,000,000 บาท หรือเป็นงบประมาณจากส่วนอื่นของกทม. เช่น ปรับปรุงระบบระบายน้ำในสวนลุมพินี ของสำนักระบายน้ำ 27,000,000 บาท ก่อสร้างศูนย์อาหาร Hawker Center สวนลุมพินี ของสำนักการโยธา 12,800,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่เพียงแค่นั้น ที่ผ่านมา กทม. ยังใช้งบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุทยานเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตดุสิตถือว่าเป็นเขตกรุงเทพฯ ชั้นในเช่นเดียวกัน ใน 4 โครงการ สูงถึง 3,100.88 ล้านบาท ทั้งโครงการก่อสร้างถังเก็บน้ำดิบใต้ดินพร้อมอาคารประกอบ 1,963.42 ล้านบาท ปรับปรุงอุทยานเฉลิมพระเกียรติ 950 ล้านบาท จัดหาพร้อมติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ระยะที่ 1 จำนวน 569 ตัว 169.06 ล้านบาท ระยะที่ 2 จำนวน 126 ตัว 18.40 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้สวนลุมพินี หรือสวนใจกลางกรุงเทพฯ ที่ได้รับงบประมาณอื่นๆ นอกจากรายจ่ายประจำมากกว่าสวนอื่นๆ จะมีผู้เข้ามาใช้บริการมากมาย และมีขนาดพื้นที่ที่กว้างใหญ่ อย่างไรก็ตามจากข้อมูลสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ก็จะเห็นแล้วว่าสวนสาธารณะในกรุงเทพฯ กระจุกตัวอยู่ในเขตชั้นในของกรุงเทพฯ ทั้งก่อนหน้าและหลังการมีนโยบายสวน 15 นาที การที่จำนวนสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้กระจุกตัวอยู่แต่ในเขตชั้นในของกรุงเทพฯ และงบประมาณในการปรับปรุง ซ่อมแซม ปลูกสร้างหรือจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ยังกระจุกตัวอยู่แต่ในสวนขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ อาจยิ่งทำให้พื้นที่สวนสาธารณะในรอบนอกของกรุงเทพฯ ได้รับการพัฒนาน้อยลงไปอีก</p>



<h3 class="wp-block-heading">สวน 15 นาที มีลักษณะเป็นอย่างไร เข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหน</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7849" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นโยบายสวน 15 นาทีเป็นนโยบายที่มีความโดดเด่นมากของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เมื่อครั้งลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2565 โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนสามารถเดินเท้าเข้าถึงสวนสาธารณะและพื้นที่พักผ่อนได้ภายในเวลาไม่เกิน 15 นาที หรือในระยะทางประมาณ 800 เมตร เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคนเมือง และเมื่อได้รับการเลือกตั้งมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็นำเอานโยบายดังกล่าวมาใช้ทันที</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อบัญญัติงบประมาณปี 2566 ของกรุงเทพมหานคร ระบุไว้ว่า นโยบายสวน 15 นาทีทั่วกรุง มีโครงการ/กิจกรรมยุทธศาสตร์อยู่ 2 โครงการด้วยกันคือ 1. ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสวนชุมชนขนาดเล็ก (Pocket Park) 25,000,000 บาท 2. ค่าใช้จ่ายในการเพิ่มศักยภาพและสิ่งอํานวยความสะดวกในการเข้าถึงสวนสาธารณะ 120,863,900 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. (มิ.ย. 69) พบว่า กรุงเทพฯ มีสวน 15 นาทีกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ จำนวน 495 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 1,320,621.22 ตร.ม. หากพิจารณาจำนวนสวน 15 นาทีเป็นรายเขตจะพบว่าเขตที่มีสวนมากที่สุด คือเขตสาทรและเขตคลองเตย จำนวน 13 แห่ง ตามมาด้วยเขตลาดกระบัง ยานนาวา ปทุมวัน บางซื่อ และทุ่งครุ จำนวน 12 แห่ง หนองจอก ลาดพร้าว ราษฎร์บูรณะ พระโขนง บึงกุ่ม บางคอแหลม บางขุนเทียน ตลิ่งชัน และจอมทอง จำนวน 11 แห่ง ในขณะที่เขตที่มีจำนวนสวน 15 นาทีน้อยที่สุดคือ เขตห้วยขวาง ภาษีเจริญ บางพลัด และบางบอน จำนวน 7 แห่ง สายไหม วัฒนา บางกะปิ จตุจักร และคันนายาว จำนวน 8 แห่ง สะพานสูง ราชเทวี มีนบุรี พญาไท ประเวศ บางเขน ทวีวัฒนา และคลองสาน จำนวน 9 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นขนาดพื้นที่จะพบว่าเขตที่มีพื้นที่สวน 15 นาทีใหญ่ที่สุด คือเขตบึงกุ่ม ขนาด 186,262 ตร.ม. ตามมาด้วยทวีวัฒนา 157,522.80 ตร.ม. ปทุมวัน 75,787.72 ตร.ม. บางขุนเทียน 61,217.46 ตร.ม. และคลองเตย 59,381.60 ตร.ม. ในขณะที่เขตที่มีขนาดพื้นที่สวน 15 นาทีเล็กที่สุด คือเขตบางกอกน้อย ขนาด<br>2,693.80 ตร.ม. ตามมาด้วยราชเทวี 2,960.00 ตร.ม. บางรัก 3,803.32 ตร.ม. ดินแดง 4,269.76 ตร.ม. และหลักสี่ 4,732.50 ตร.ม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">รูปแบบการทำสวน 15 นาที ทั้ง 495 แห่ง จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ<br>การสร้างสวน 15 นาทีขึ้นมาใหม่ จำนวน 338 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 943,254.2 ตร.ม. โดยเขตที่มีการสร้างสวน 15 นาทีขึ้นมาใหม่มากที่สุด คือเขตสาทร ลาดกระบัง บางซื่อ ดอนเมือง และจตุจักร จำนวน 11 แห่ง วัฒนา วังทองหลาง ราชเทวี พระโขนง บางเขน ทวีวัฒนา และคลองเตย จำนวน 10 แห่ง<br>การปรับปรุงพื้นที่สวนเดิมให้เป็นสวน 15 นาที จำนวน 157 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 377,367.02 ตร.ม. โดยเขตที่มีการปรับปรุงพื้นที่สวนเดิมให้เป็นสวน 15 นาทีมากที่สุด คือเขตสัมพันธวงศ์ จำนวน 10 แห่ง ป้อมปราบศัตรูพ่าย 9 แห่ง พญาไท และคลองสาน 8 แห่ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7851" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ หากดูรายละเอียดของสวน 15 นาที ทั้ง 495 สวน ในแง่ที่ว่าใครเป็นพื้นที่ของใครบ้าง จะพบว่าส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร จำนวน 216 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 390,465.66 ตร.ม. รัฐวิสาหกิจ เช่น การเคหะ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย การประปานครหลวง จำนวน 61 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 191,388.12 ตร.ม. เอกชน 60 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 175,015.20 ตร.ม. ศาสนสถาน และสถานศึกษา 51 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 49,886.74 ตร.ม. ที่สาธารณะประโยชน์ 42 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 257,653.26 ตร.ม. กรมทางหลวง 35 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 124,764.00 ตร.ม. และหน่วยงานราชการอื่นๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย กรมธนารักษ์ สำนักงานพระคลังข้างที่ 30 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 131,448.24 ตร.ม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาสวน 15 นาทีที่เข้าถึงได้ในแง่การใช้พื้นที่โดยใช้เกณฑ์เดียวกับการพิจารณาการเข้าถึงสวนสาธารณะจะพบว่า มีสวน 15 นาทีที่สามารถเข้าถึงได้ในแง่การใช้พื้นที่จำนวน 312 แห่ง โดยเขตที่มีสวน 15 นาทีที่สามารถเข้าถึงได้มากที่สุด คือ เขตสาทร ลาดพร้าว และยานนาวา จำนวน 11 แห่ง ตามมด้วยเขตหนองจอก 10 แห่ง เขตมีนบุรี บึงกุ่ม บางซื่อ และคลองเตย 9 แห่ง ในขณะที่เขตที่มีสวน 15 นาทีที่เข้าถึงได้น้อยที่สุดคือเขตดินแดง จำนวน 2 แห่ง ตามมด้วยเขตบางบอน บางแค ทุ่งครุ ทวีวัฒนา ตลิ่งชัน และดุสิต 3 แห่ง ห้วยขวาง ประเวศ บางเขน บางกอกน้อย และดอนเมือง 4 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องการเข้าถึงได้ของสวน 15 นาที เป็นประเด็นที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด เนื่องด้วยสวน 15 นาทีหลายแห่งมีลักษณะเป็นเพียงพื้นที่สีเขียวในแบบสวนหย่อมเท่านั้น จากการพิจารณาสวน 15 นาที ทั้ง 495 แห่งพบว่าสามารถเข้าถึงได้ในแง่การใช้พื้นที่จำนวน 312 แห่ง อีก 157 แห่งอาจจะสามารถจัดเป็นพื้นที่สีเขียวเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีลักษณะเป็นสวนที่สามารถเข้าถึงได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่ผ่านมาในการนับสวนทั้ง 7 ประเภทเข้าสู่ระบบพื้นที่สีเขียวของ กทม. นั้น มีสวนที่มีลักษณะตรงกับสวน 15 นาที ทั้งที่เข้าถึงได้และไม่ได้อยู่แล้ว เช่น สวนริมถนนหรือสวนหย่อมหน้าสถานที่ต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชน แม้กระทั่งสวนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานต่างๆ ทั้งวัด โรงเรียน สถานที่ราชการ หรือสถานที่ของเอกชน สวน 15 นาทีส่วนใหญ่จึงเป็นสวนประเภทสวนขนาดเล็กในบรรดาทั้งหมดของสวน 7 ประเภทกว่า 8,621 แห่งของ กทม. ที่มีอยู่ แม้จะมีจำนวนมากถึง 495 สวน แต่ก็จะต้องพิจารณาขนาดและและการเข้าถึงได้ โดยพบว่าสวน 15 นาที มีพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 2,667.92 ตร.ม./แห่ง ในขณะที่สวนที่เข้าถึงได้ขนาดเล็ก (ไซส์ S) เดิม มีพื้นที่เฉลี่ย 8,100.177 ตร.ม./ แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา<br>ข้อมูลผลการดำเนินงาน สวน 15 นาที ปี 2569<br>ฐานข้อมูลและระบบติดตามประเมินผล การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ของกรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร<br>ข้อบัญญัติงบประมาณ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.<br>สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร (รายเดือน) สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-park-2025/">https://rocketmedialab.co/database-bkk-park-2025/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-park-2025/">สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวใน กทม. เพิ่มขึ้นและเข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขยะมูลฝอย 2568 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-bkk-waste-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 11:23:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะมูลฝอย]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7799</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3600;&#3634;&#3609;&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-waste-2025/">ขยะมูลฝอย 2568 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ฐานข้อมูลนี้รวบรวมข้อมูลปริมาณขยะมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ระหว่างปี 2563–2568 จากกรมควบคุมมลพิษ ข้อมูลสถิติการจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร ข้อมูลประชากรแฝงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ และข้อมูลโครงการกำจัดขยะที่ปรากฏในแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2568 ของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRhunF58YBsyMQHcFwfrQjxIRhsZr5FPS4777z-lSmgpr3eMPXDy5-LTZdY-MSxfoAuOE3vcF8Mz1Y6/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลดข้อมูล <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1SPx2-CrgSZg565NHy1Ufj3aViGXIkWcMI5EQP_awBRA/edit?usp=sharing">ที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน<a href="https://rocketmedialab.co/bkk-waste-2025">ขยะของคน กทม. ที่ยังถูกนำไปทิ้งที่ ฉะเชิงเทรา นครปฐม และล่าสุดที่กาญจนบุรี</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-waste-2025/">ขยะมูลฝอย 2568 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขยะของคน กทม. ที่ยังถูกนำไปทิ้งที่ ฉะเชิงเทรา นครปฐม และล่าสุดที่กาญจนบุรี</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-waste-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 11:22:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะมูลฝอย]]></category>
		<category><![CDATA[มีเทน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7793</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3651;&#3609;&#3619;&#3634;&#3618;&#3591;&#3634;&#3609 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-waste-2025/">ขยะของคน กทม. ที่ยังถูกนำไปทิ้งที่ ฉะเชิงเทรา นครปฐม และล่าสุดที่กาญจนบุรี</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ในรายงาน <a href="https://thaimsw.pcd.go.th/report_country.php">ระบบสารสนเทศด้านการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน</a> ของกรมควบคุมมลพิษ ให้ข้อมูลไว้ว่ากรุงเทพฯ มีขยะมูลฝอยตกค้าง 0 ตัน ซึ่งหมายความว่ากรุงเทพฯ สามารถเก็บและกำจัดขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้ทั้งหมด ว่าแต่ในเมืองที่สร้างขยะเกือบหนึ่งหมื่นตันต่อวัน เอาขยะไปกำจัดอย่างไร&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7806" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ขยะ กทม. นอกจากจะสูงขึ้นแล้ว ยังนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้น้อยลง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากสถิติจากรายงานประจำปี 2568 ของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร พบว่าค่าเฉลี่ยปริมาณขยะมูลฝอยรายวันที่จัดเก็บได้ในแต่ละปี มีดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปี 2563 จัดเก็บได้เฉลี่ย 9,519 ตันต่อวัน</li>



<li>ปี 2564 จัดเก็บได้เฉลี่ย 8,675 ตันต่อวัน (เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์โควิด-19)</li>



<li>ปี 2565 จัดเก็บได้เฉลี่ย 8,979 ตันต่อวัน</li>



<li>ปี 2566 จัดเก็บได้เฉลี่ย 8,775 ตันต่อวัน</li>



<li>ปี 2567 จัดเก็บได้เฉลี่ย 9,238 ตันต่อวัน</li>



<li>ปี 2568 จัดเก็บได้เฉลี่ย 9,231.40 ตันต่อวัน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่าแม้ปริมาณขยะหลังโควิด-19 จะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่สูงเท่าช่วงก่อนโควิด-19 ขณะเดียวกันเมื่อเราพิจารณาข้อมูลปริมาณการผลิตขยะมูลฝอยเฉลี่ยรายวันของกรุงเทพฯ โดยกรมควบคุมมลพิษ ก็จะพบว่า คนกรุงเทพฯ ผลิตขยะมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ไม่ได้มีแนวโน้มลดลง โดยในปี 2568 มีการผลิตขยะสูงถึงเฉลี่ยวันละ 13,254 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นเฉลี่ยวันละ 12,281.70 ตัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่เพียงแค่การเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะเท่านั้น ในปี 2568 ปริมาณขยะที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ยังลดลงอีกด้วย เหลือเพียง 3,592 ตัน หรือคิดเป็น 27.10% ของปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีขยะที่ต้องนำไปกำจัดอย่างถูกต้องสูงถึงวันละ 9,662 ตัน หรือคิดเป็น 72.90% เมื่อเทียบกับปี 2563 จะเห็นว่านอกจากจะมีปริมาณขยะน้อยกว่าแล้ว ยังมีปริมาณขยะที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่าอีกด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปริมาณขยะในกรุงเทพฯ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจำนวนประชากรจะลดลงอย่างต่อเนื่องก็ตาม จากข้อมูลสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครองพบว่าประชากรในกรุงเทพฯ ลดลงต่อเนื่องทุกปี จาก 5,588,222 คนในปี 2563 เหลือเพียง 5,422,568 คนในปี 2568 หายไปราว 165,000 คนในหกปี ถึงอย่างนั้นกรุงเทพฯ ก็ไม่ได้มีเพียงประชากรในทะเบียนบ้าน แต่กรุงเทพฯ ยังเป็นเมืองที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วประเทศเข้ามาทุกวัน ทั้งแรงงาน นักศึกษา ตลอดจนนักท่องเที่ยว ซึ่งเรียกกันว่าประชากรแฝง ตัวเลขจาก<a href="https://data.go.th/dataset/0706_01_0049">สำนักงานสถิติแห่งชาติ</a> พบว่ากรุงเทพฯ มีประชากรแฝงเพิ่มขึ้นจาก 2,526,380 คนในปี 2563 เป็น 2,920,537 คนในปี 2567 และอยู่ที่ 2,900,650 คนในปี 2568</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อรวมประชากรสองกลุ่มเข้าด้วยกัน จะพบว่าจำนวนคนที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพมหานครเพิ่มมากขึ้น จาก 8,114,602 คนในปี 2563 มาเป็น 8,323,218 คนในปี 2568 ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าทำไมขยะในกรุงเทพฯ จึงไม่ได้ลดลงไปด้วยแม้ประชากรจะมีแนวโน้มลดลงก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นทุกปี ยังอาจจะมาจากไลฟ์สไตล์การบริโภคของคนกรุงเทพฯ ที่ส่งเสริมให้เกิดปริมาณขยะมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ Food Delivery หรือการเติบโตของบรรดาห้างร้านต่างๆ ในใจกลางกรุงเทพฯ เพราะเมื่อดู<a href="https://webportal.bangkok.go.th/environmentbma/page/sub/28229/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%9D%E0%B8%AD%E0%B8%A2">สถิติขยะมูลฝอยรายเขต โดยสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร</a> ในปี 2568 จะพบว่าเขตรอบนอกมีอัตราการสร้างขยะต่อหัวต่ำมาก เช่น เขตหนองจอกสร้างขยะเพียง 0.84 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน สายไหม 1.01 กิโลกรัม คลองสามวาและดอนเมือง 1.08 กิโลกรัม และหนองแขม 1.09 กิโลกรัม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางตรงกันข้าม เขตย่านธุรกิจ ศูนย์การค้า และการท่องเที่ยวกลับผลิตขยะต่อหัวมากกว่าหลายเท่า นำโดยปทุมวันสร้างขยะสูงถึง 6.83 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน พระนคร 3.73 กิโลกรัม วัฒนา 3.70 กิโลกรัม บางรัก 3.48 กิโลกรัม และคลองเตย 3.26 กิโลกรัม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือแม้ดูเพียงปริมาณขยะที่เกิดขึ้น ไม่คิดในแบบต่อหัวประชากร เนื่องด้วยเขตชั้นในอาจจะมีประชากรน้อยกว่าแต่มีคนเข้ามาใช้ชีวิตมากกว่า ก็ยังพบว่า เขตใจกลางเมือง ย่านธุรกิจ อย่างปทุมวันก็ยังสร้างขยะมากกว่าเขตรอบนอกอย่างหนองจอกอยู่ดี โดยในปี 2568 ปทุมวันมีปริมาณขยะอยู่ที่ 98,270.58 ตัน ในขณะที่หนองจอกอยู่ที่ 57,433.19 ตัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมการเก็บขยะครั้งใหญ่ โดยออก<a href="https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/65326.pdf?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBEyUWpDNXkzTmhlakxadmhhaHNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR6FMIxyrUtMes7y9BFZ3uxSN3O22KIEPVRM3HFgLLqGBHKICZtSevpxDC8ZjQ_aem_Tg0eOzkchcm4c21tdpOjKw">ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร</a>ฉบับใหม่ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 และเริ่มบังคับใช้ในเดือนตุลาคม 2568 กฎหมายฉบับนี้แยกค่าธรรมเนียมเป็น “ค่าเก็บขน” และ “ค่ากำจัด” อย่างชัดเจน หากบ้านเรือนทิ้งขยะไม่เกิน 20 ลิตรต่อวันและไม่คัดแยก จะต้องจ่ายรวม 60 บาทต่อเดือน แต่ถ้าคัดแยกตามระเบียบ อัตราจะลดลงเหลือเพียง 20 บาทต่อเดือน ส่วนสถานประกอบการขนาดใหญ่ที่มีขยะเกิน 1 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรวมพุ่งสูงถึง 8,000 บาทต่อเดือน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ <a href="https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/87401.pdf?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBEyUWpDNXkzTmhlakxadmhhaHNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR7Y1Koa1V-Sy0SspbW_nLcKCKrzos8bWQivALxve6TCADvgY5HWzbc96pgEHw_aem_pfhYlwddggVzkAi1jIAHUA">ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการมูลฝอยที่มีการคัดแยก</a> พ.ศ. 2568 ที่ประกาศตามมาในวันที่ 26 กันยายน 2568 กำหนดให้บ้านเรือนที่ต้องการสิทธิ์ส่วนลดต้องลงทะเบียน และต้องส่งหลักฐานการคัดแยกขยะผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่กำหนด หากผู้ได้รับสิทธิ์ไม่ยอมคัดแยกขยะหรือส่งหลักฐานไม่ครบ กรุงเทพมหานครจะระงับสิทธิ์และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอัตราเต็มย้อนหลังทันที รวมไปถึงโครงการ ‘ไม่เทรวม’ ของผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่พยายามจะทำให้ประชาชนแยกขยะ เพื่อให้มีขยะที่ต้องนำไปกำจัดน้อยลง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2569 พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์สรุปผลงานตลอด 4 ปีในการขับเคลื่อนนโยบาย &#8220;เมืองยั่งยืน&#8221; ในประเด็นเรื่องการจัดการขยะว่า กรุงเทพมหานครสามารถลดปริมาณขยะได้กว่า 1,326 ตันต่อวัน และช่วยประหยัดงบประมาณได้กว่า 973 ล้านบาทต่อปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม กรุงเทพฯ ก็ยังต้องเผชิญความท้าทายเดิมอยู่เช่นเคยว่าจะทำอย่างไรให้ปริมาณการผลิตขยะมูลฝอยลดลง แยกขยะได้มากขึ้นเพื่อจะได้มีขยะที่ต้องนำไปกำจัดลดลงด้วย<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7807" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">นอกจากฉะเชิงเทราและนครปฐมแล้ว ขยะของคนกรุงเทพฯ ยังถูกนำไปทิ้งเพิ่มที่กาญจนบุรี</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากความท้าทายในการต้องลดปริมาณขยะลงให้ได้แล้ว กทม. ยังมีความท้าทายในการกำจัดขยะอีกด้วย จากรายงานเรื่อง<a href="https://rocketmedialab.co/bkk-waste/">ขยะของคน กทม. ที่ถูกนำไปทิ้งที่บ้านคนอื่น </a>ของ Rocket Media Lab ในปี 2565 พบว่าขยะของคนกรุงเทพฯ ไม่ได้ถูกกำจัดในกรุงเทพฯ ทั้งหมด แต่ถูกขนถ่ายออกนอกเมืองไปกำจัดในบ่อขยะในต่างจังหวัดทั้งที่ฉะเชิงเทราและนครปฐม และเมื่อดูข้อมูลปัจจุบัน ระบบการจัดการเช่นนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนไป อีกทั้งยังขยายใหญ่มากขึ้นไปอีก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ ในปี 2568 นี้ กรุงเทพมหานครยังคงผลิตขยะสูงถึงวันละ 13,254 ตันต่อวัน จากจำนวนนี้ในระหว่างทางการเก็บขยะ ก็จะมีขยะจำนวนหนึ่งถูกคัดแยกไปรีไซเคิลผ่านรถซาเล้ง ร้านรับซื้อ และบริษัทเอกชน คิดเป็นจำนวนขยะที่ถูกนำไปรีไซเคิล 3,592 ตัน ส่วนที่เหลืออีก 9,662 ตันไหลเข้าสู่ระบบกำจัดผ่านสถานีขนถ่าย 4 แห่ง ได้แก่ สถานีอ่อนนุช รับเข้าระบบ 3,865 ตันต่อวัน สถานีสายไหม รับเข้าระบบ 2,029 ตัน สถานีหนองแขม 3,268 และสถานีรัชวิภาอีก 500 ตัน อย่างไรก็ตามสถานีรัชวิภาเป็นเพียงศูนย์พักขยะย่อยเท่านั้น ไม่ได้มีระบบกำจัดของตัวเอง จากเอกสารโครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยรัชวิภา และนำส่งไปกำจัด ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ปี 2561 ระบุไว้ว่าขยะที่นำมาพักที่สถานีรัชวิภาก็จะถูกขนไปยังสถานีหนองแขมอีกที&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ณ สถานีขนถ่ายขยะทั้ง 3 แห่งของกรุงเทพฯ จะพบว่าที่สถานี<a href="https://siamrath.co.th/quality-of-life/news/146034">ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช</a> มีขยะที่ต้องกำจัดเข้ามาเฉลี่ย 3,865 ตันต่อวัน โดยในจำนวนนี้สามารถนำไปหมักปุ๋ยอินทรีย์ โดยมีปริมาณสูงสุดที่รับได้ 1,600 ตันต่อวัน แบ่งเป็น<a href="https://webportal.bangkok.go.th/environmentbma/page/sub/6671/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C/0/info/523333/-#:~:text=%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%2016%2D18,%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2">โรงงานกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีทำปุ๋ยหมักอินทรี</a>ย์ ขนาด 600 ตันต่อวัน และโรงงานกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ ขนาด 1,000 ตันต่อวัน นอกจากนี้ส่วนหนึ่งยังจะถูกนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF) โดย<a href="https://webportal.bangkok.go.th/environmentbma/page/sub/6671/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C/0/info/523333/-#:~:text=%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%2016%2D18,%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2">ใช้เทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ (Mechanical-Biological Treatment : MBT)</a> เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ขนาดไม่น้อยกว่า 800 ตันต่อวัน (ปัจจุบันหยุดการดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ <a href="https://www.facebook.com/61569802333847/posts/-%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A1-%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%9D%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-800-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%9C/122174833874660077/">10 มกราคม 2569 </a>เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกลิ่นรบกวน) และอีกส่วนหนึ่งจะถูกนำไปกำจัดด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตไฟฟ้า มีขีดความสามารถในการกำจัดขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน (รองรับสูงสุด 1,600 ตันต่อวัน) ดำเนินการโดยบริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด ที่ก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จกว่า 90% และมี<a href="https://www.sdthailand.com/2026/03/new-sky-waste-to-energy-onnut/">การทดสอบระบบรับขยะในวันที่ 20 มีนาคม 2569 </a>ไปแล้ว ในขณะที่ขยะส่วนที่เหลือจากกระบวนทั้งหมด ซึ่งคาดว่ามีมากกว่า 2,000 ตันต่อวัน จะถูกนำไปกำจัดที่หลุมฝังกลบที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ดำเนินงานโดย<a href="https://www.pairoj.co.th/th/portfolio-paiorjsompong-group">บริษัท ไพโรจน์สมพงษ์พานิชย์ จำกัด</a> เป็นผู้ดูแลผ่านสัญญารับจ้างขนขยะไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล โดยปัจจุบันอยู่ในสัญญาระยะที่ 2 (<a href="https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic">พ.ศ. 2566-2570</a>) ด้วยวงเงินรวม 876 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราค่าจ้างที่ 600 บาทต่อตัน (ขั้นต่ำวันละ 1,000 ตัน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://mgronline.com/qol/detail/9650000061582">ที่สถานีสายไหม</a> มีขยะที่ต้องกำจัดเข้ามาเฉลี่ย 2,029 ตันต่อวัน ขยะจากสถานีนี้จะถูกนำไปกำจัดอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ที่บ่อขยะสองที่ก็คือ ที่แรกอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ดำเนินงานโดยบ<a href="https://www.watsaduphan-thurakit.com/partner">ริษัท วัสดุภัณฑ์ธุรกิจ จำกัด </a>ตามสัญญาที่เริ่มตั้งแต่ปี 2558 โดยสัญญาเดิม 7 ปีมีวงเงิน 4,436 ล้านบาท เทียบเท่าราว 1,017 บาทต่อตัน สัญญาต่อมาช่วงปี 2563-2567 อยู่ที่ราว<a href="https://www.watsaduphan-thurakit.com/partner"> 714 บาทต่อตัน</a> และสัญญาล่าสุดที่เริ่มวันที่ 4 กันยายน 2568 ต่ออีก 4 ปี ถึงปี 2572 วันละไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน และอีกคู่สัญญาคือบ่อขยะที่อำเภอ<a href="https://pr-bangkok.com/?p=526860">ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ดำเนินการโดยบริษัท เบตเตอร์ซิตี้ จำกัด</a> (เดิมชื่อบริษัท สยามรับเบอร์ จำกัด) ภายใต้สัญญา 20 ปี เริ่มขนขยะตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2565 สิ้นสุดวันที่ 8 พฤษภาคม 2585 โดยรับขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน <a href="https://www.matichon.co.th/local/news_5649473">ขนไปยังโรงงานของบริษัทเพื่อนำขยะไปคัดแยก โดยขยะรีไซเคิลจะถูกส่งกลับเข้าระบบ</a> ขยะอินทรีย์จะถูกนำไปหมักทำปุ๋ย ส่วนขยะที่เผาได้จะถูกนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง RDF สำหรับโรงปูนซีเมนต์ และที่เหลือที่ต้องนำไปกำจัดจะถูกนำไปฝังกลบในหลุมฝังกลบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของสถานีรัชวิภา ซึ่งไม่มีระบบกำจัดเป็นของตัวเอง ระบบการกำจัดขยะในสถานีย่อยรัชวิภาจึงเป็นการรับขยะมา แล้ว<a href="https://infocenter.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER9/DRAWER021/GENERAL/DATA0001/00001293.PDF?fbclid=IwY2xjawSXM85leHRuA2FlbQIxMABicmlkETJOY1ZKZHR3cjJCajJYNDRSc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHqcqdt7wjFduCuyAZIhOSovrYZQXbCpTYlx5fKz40v8-u1e3iwVW-WpEnEIK_aem_hH6HtcV6phkgBmnFiR6S8g">ส่งต่อไปยังสถานีหนองแขม</a> ภายใต้โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยรัชวิภา และนำส่งไปกำจัดที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร โดย<a href="https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic">บริษัท ลำเลียงชัย จำกัด</a> วันละไม่น้อยกว่า 500 ตัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ณ สถานีขนถ่ายหนองแขมมีขยะที่ต้องกำจัดเข้ามาเฉลี่ย 3,268 ตันต่อวัน และเมื่อรวมกับของสถานีรัชวิภา จะมีขยะรวมกัน 3,768 ตันต่อวัน โดย<a href="https://www.sdthailand.com/2026/05/new-sky-waste-to-energy-nong-kham/">มีโครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าหนองแขม </a>หรือระบบเตาเผาขยะ (WTE) หนองแขม 1 มีศักยภาพรองรับขยะได้ 300-500 ตันต่อวัน และได้​เปิดดำเนินการโรงงานเตาเผาขยะเพิ่มเติมที่<a href="https://www.sdthailand.com/2026/05/new-sky-waste-to-energy-nong-kham/">หนองแขมเป็นแห่งที่ 2</a> โดยเริ่มทดสอบระบบ เมื่อปี 2569 ที่ผ่านมา มีศักยภาพกำจัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีเผาไหม้ ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ทั้งนี้ <a href="https://www.sdthailand.com/2026/05/new-sky-waste-to-energy-nong-kham/">บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด</a> (C&amp;G Environmental Protection (Thailand)) เป็นผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ทั้ง 2 ศูนย์</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้สถานีแห่งนี้จะมีโรงไฟฟ้าขยะ (WTE) แต่ก็มีขีดความสามารถในการเผาทำลายจำกัดเพียง 300-500 ตันต่อวันเท่านั้น เมื่อรวมกับเตาเผาใหม่ที่เกิดขึ้นอีก 1,000 ตันต่อวัน ก็ยังเหลือขยะส่วนเกินจำนวนกว่า 2,200 ตันต่อวัน จึงต้องถูกขนส่งไปฝังกลบที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ดำเนินงานโดย<a href="https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic/">บริษัท กลุ่ม 79 จำกัด</a> สัญญาล่าสุดเป็นโครงการระยะยาว 20 ปีเช่นกัน (พ.ศ. 2566-2586) มูลค่างานรวม 4,737 ล้านบาท คิดเป็นอัตราค่าจ้าง 649 บาทต่อตัน สำหรับการขนขยะไม่น้อยกว่าวันละ 1,000 ตัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูแผนงานในส่วนของแผนงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ในแผนปฏิบัติราชการ&nbsp;ประจำปี พ.ศ. 2568 ของสำนักสิ่งแวดล้อม จะพบว่ามีโครงการและรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างเอกชนเพื่อขนถ่ายขยะ ดังนี้&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยรัชวิภา และนำส่งไปกำจัดที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ใช้งบประมาณ 60,955,000 บาท (12 ปี ปี 2562 &#8211; 2573 รวม 609,550,000 บาท)&nbsp;</li>



<li>โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหมและนำไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล 32,020,721 บาท (6 ปี ปี 2563 &#8211; 2568 รวม 1,042,440,000 บาท)&nbsp;&nbsp;</li>



<li>โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและนำไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ระยะที่ 2 งบ 144,739,200 บาท&nbsp; (6 ปี ปี 2566 &#8211; 2571 รวม 876,000,000 บาท)&nbsp;&nbsp;</li>



<li>โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมและนำไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ระยะที่ 2 งบ 219,000,000 บาท (5 ปี ปี 2567 &#8211; 2571 รวม 876,000,000 บาท)</li>



<li>โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหมและนำไปกำจัดโดยวิธีฝังกลบตามหลักสุขาภิบาล งบ 1,000,000 (5 ปี ปี 2568 &#8211; 2572 รวม 730,000,000 บาท)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><br>โดยทั้ง 5 โครงการ เฉพาะรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างเอกชนเพื่อขนถ่ายขยะนั้น รวมเป็นเงินกว่า 457,714,921 บาท</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7808" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">คนกรุงเทพฯ จะรู้ไหมว่า ขยะของ กทม. ที่ถูกนำไปทิ้งที่อื่น สร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหน&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากต้นทุนการกำจัดขยะของ กทม. จะพบว่ายังมีต้นทุนที่แพงกว่านั้นคือต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม สถานีขนถ่ายทั้ง 3 แห่งของ กทม. สร้างปัญหากลิ่นเหม็นรบกวนแก่ชุมชนโดยรอบมาอย่างยาวนาน และยังไม่สามารถแก้ไขได้ การจัดการขยะของ กทม. ไม่เพียงแค่สร้างปัญหาในพื้นที่ กทม. เองเท่านั้น แต่ยังสร้างปัญหาในพื้นที่ที่ กทม. เอาขยะไปกำจัด และโลกใบนี้อีกด้วย หนึ่งในนั้นก็คือการปลดปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพในการทำให้โลกร้อนสูงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 80 เท่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจาก Carbon Mapper และ<a href="https://methanedata.unep.org/map?fs=mars&amp;e=0183923a-b9e7-4ad0-a09b-6bd0037c041e&amp;fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExdWljOHRFREZTQWpEeTVRaHNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR6aoxeGIhpT4hi5PpZl--EjwEM5TkJw3iiSjZFoZFIKnEFUcROFuQo3PSPhCg_aem_hqvGoY_eHXBV38lxGN6Smw#mcoord=8.99/13.8401/101.066">ระบบ Methane Alert and Response System (MARS) ของ UNEP </a>พบว่ามีการตรวจพบการปล่อยก๊าซมีเทนจากพื้นที่ฝังกลบขยะที่เชื่อมโยงกับระบบกำจัดขยะของกรุงเทพมหานครหลายแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ <a href="https://data.carbonmapper.org/?lat=14.05573&amp;lon=99.96134&amp;details=CH4_6A_1000m_99.96134_14.05573%3Fdatetime%3D2025-01-01T00%253A00%253A00.000Z%252F2025-12-31T23%253A59%253A59.999Z%26eps%3D1000%26instruments%3Dtan%26instruments%3Demi%26status%3Dnot_deleted&amp;plume_id=tan20251128t045302c00s4001-A#13.58/14.04786/99.97182">อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม</a> และ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งถูกจัดอยู่ในหมวดกิจกรรมด้านการจัดการขยะมูลฝอย (Solid Waste) ตามการจำแนกของ IPCC</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับพื้นที่กำแพงแสน <a href="https://data.carbonmapper.org/?lat=14.05573&amp;lon=99.96134&amp;details=CH4_6A_1000m_99.96134_14.05573%3Fdatetime%3D2025-01-01T00%253A00%253A00.000Z%252F2025-12-31T23%253A59%253A59.999Z%26eps%3D1000%26instruments%3Dtan%26instruments%3Demi%26status%3Dnot_deleted&amp;plume_id=tan20251128t045302c00s4001-A#13.58/14.04786/99.97182">Carbon Mapper</a> ตรวจพบการปล่อยก๊าซมีเทนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566–2569 หลายครั้ง โดยการตรวจวัดเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 พบอัตราการปล่อยสูงถึง 6,888 กิโลกรัมต่อชั่วโมง หรือประมาณ 6.9 ตันต่อชั่วโมง โดยจากรายงาน <a href="https://law.ucla.edu/news/spotlight-top-25-methane-plumes-2025-landfills">Top 25 landfill methane emitters of 2025 ของ UCLA</a> ซึ่งรวบรวมจากข้อมูล Carbon Mapper พบว่าบ่อขยะกำแพงแสนมีอัตราการปล่อยก๊าซมีเทนอยู่ระหว่าง<a href="https://law.ucla.edu/news/spotlight-top-25-methane-plumes-2025-landfills">ประมาณ 3.6-7.5 ตันต่อชั่วโมง</a> ซึ่งถือเป็นบ่อขยะที่มีการปลดปล่อยมีเทนสูงเป็นอันดับ 8 ของโลก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาการจัดการขยะที่กำแพงแสนจะพบว่า นอกจากจะเป็นที่ตั้งของบ่อขยะแล้ว ยังมีการนำก๊าซจากขยะมาใช้เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย โดยขยะในบ่อฝังกลบจะถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายจนเกิดก๊าซมีเทน จากนั้นจะมีการดูดก๊าซออกมาผ่านระบบทำความสะอาด และดักความชื้นก่อน จะนำไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า ซึ่งบ่อขยะกำแพงแสน ในส่วนที่บริษัทกลุ่ม 79 จำกัด ดำเนินงาน ตรวจพบว่า มีโรงไฟฟ้าบจก. สี่มุม พาวเวอร์ กำลังการผลิตตามสัญญา 4 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ รวมไปถึงโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากก๊าซขยะตามแนวพระราชดำริ กำลังการผลิตตามสัญญา 0.21 เมกะวัตต์ นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมีบ่อขยะกระจายตัวอยู่ และมีโรงไฟฟ้าอีกหลายโรงด้วยกันทั้ง บจก. เวสต์ 4 พาวเวอร์ กำลังการผลิตตามสัญญา 8 เมกะวัตต์, บจก. เครน รีนิวเอเบิล เอ็นเนอยี กำลังการผลิตตามสัญญา 8 เมกะวัตต์, บจก. บางกอก กรีนเพาเวอร์ กำลังการผลิตตามสัญญา 8 เมกะวัตต์, บจก. ซีนิท กรีน เอ็นเนอยี กำลังการผลิตตามสัญญา 8 เมกะวัตต์, ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทของตระกูลสะสมทรัพย์ เจ้าของบ<a href="https://www.watsaduphan-thurakit.com/partner">ริษัท วัสดุภัณฑ์ธุรกิจ จำกัด </a>และบริษัทกลุ่ม 79 จำกัด ที่ได้รับสัมปทานการกำจัดขยะจาก กทม.&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นแม้จะตรวจพบว่าบ่อขยะกำแพงแสนเป็นบ่อขยะที่มีการปลดปล่อยก๊าซมีเทนสูงเป็นอันดับ 8 ของโลก และก๊าซมีเทนที่มีการตรวจจับได้นั้นเป็นก๊าซมีเทนที่ถูกนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้า แต่ไม่ชัดเจนว่าก๊าซมีเทนที่ปล่อยออกมาถูกนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนเท่าใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่พื้นที่<a href="https://data.carbonmapper.org/?details=CH4_6A_500m_101.40167_13.76618%3Fstatus%3Dnot_deleted#15/13.76618/101.40577">พนมสารคาม</a>ตรวจพบการปล่อยมีเทนอย่างน้อย 3 ครั้งระหว่างปี 2567-2569 และมีการตรวจวัดสูงสุดที่ประมาณ 3.5 ตันต่อชั่วโมงในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 แม้บ่อขยะพนมสารคามจะปลดปล่อยมีเทนไม่มากเท่ากับบ่อขยะกำแพงแสนจากการตรวจของ Carbon Mapper แต่ด้วยขนาดพื้นที่ที่มากถึง 200 ไร่ และรองรับขยะไม่เพียงแค่ของ กทม. เท่านั้น กลับพบว่าบ่อขยะพนมสารคามใช้ประโยชน์จากขยะในการนำมาผลิตไฟฟ้าผ่านโรงไฟฟ้าบริษัท เจริญสมพงษ์ ได้เพียงกำลังการผลิตตามสัญญา 2.4 เมกะวัตต์เท่านั้น ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการปลดปล่อยก๊าซมีเทนสู่ชั้นบรรยากาศมากกว่าการนำไปใช้ประโยชน์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และในส่วนของบ่อขยะของบริษัท เบตเตอร์ ซิตี้ จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท สยามรับเบอร์ จำกัด) ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรียังไม่มีรายงานตรวจพบการปล่อยก๊าซมีเทนในลักษณะดังกล่าว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความน่าสนใจคือในด้านหนึ่งกรุงเทพมหานครมีนโยบาย <a href="https://greener.bangkok.go.th/climate-change/bma-net-zero/">BMA Net Zero</a> หรือ “คาร์บอนคุมได้ กทม. ปลอดคาร์บอน” เพื่อขับเคลื่อนเมืองหลวงสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ทั้งตรวจสอบและขึ้นทะเบียนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ปรับปรุงพฤติกรรม ประหยัดพลังงาน แยกขยะในสำนักงานเขต ตลอดจนปลูกต้นไม้และจัดหาคาร์บอนเครดิตมาชดเชยส่วนที่เหลือ โดยสอดรับกับ<a href="https://www.dcce.go.th/13314/">นโยบายในระดับชาติ</a>ด้วย แต่คำถามคือกรุงเทพฯ กำลังบรรลุป้าหมาย Net Zero ด้วยการย้ายแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปไว้ที่จังหวัดอื่นหรือไม่ เพราะตราบใดที่รถขนขยะจากกรุงเทพมหานคร ยังคงส่งขยะไปฝังกลบยังต่างจังหวัด ปัญหาของบ่อขยะที่ปล่อยก๊าซมีเทนก็จะยังคงมีต่อไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">และไม่เพียงแต่ปัญหาการปลดปล่อยก๊าซมีเทนเท่านั้น แต่บ่อขยะยังนำมาซึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องกลิ่นที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่อยู่อาศัยโดยรอบอีกด้วย อย่างบ่อขยะกำแพงแสง นอกจากจะมีการเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาเรื่องกลิ่นของประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้กับบ่อขยะปรากฏในโซเชียลมีเดียเรื่อยมาแล้ว จาก<a href="https://www.thailis.or.th/tdc/browse.php?option=show&amp;browse_type=title&amp;titleid=117750">วิทยานิพนธ์</a>เรื่อง “การตีค่าผลประโยชน์ด้านสุขภาพโครงการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยใช้ก๊าซชีวภาพจากหลุมขยะ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม” ของ<a href="https://www.thailis.or.th/tdc/basic.php?query=%C0%D1%B7%C3%D2%C7%B4%D5%20%BB%C3%D0%C0%D1%CA%C3%D2%B9%D1%B9%B7%EC%20&amp;field=1003&amp;institute_code=0&amp;option=showindex_creator&amp;doc_type=0">ภัทราวดี ประภัสรานันท์</a> ยังให้ข้อมูลว่าพื้นที่ศึกษารัศมี 3 กิโลเมตร รอบหลุมฝั่งกลบขยะ มีอัตราการป่วยโรคระบบทางเดินหายใจต่อประชากรพันคนสูงกว่าในบริเวณพื้นที่เปรียบเทียบ และพบการป่วยด้วยโรคที่รุนแรงกว่า ได้แก่ โรคปอดบวม ประชากรช่วงอายุ 0-14 ปี มีอัตราการป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจที่ศึกษาต่อประชากรพันคนมากกว่าช่วงอายุอื่นๆ&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่บ่อขยะพนมสารคามก็มีปัญหาทั้งเรื่องกลิ่น การลักลอบทิ้งขยะสารเคมีอุตสาหกรรม รวมไปถึงปัญหาน้ำเน่าเสีย แหล่งน้ำผิวดินและน้ำใต้ดินปนเปื้อนสารมลพิษ ส่งให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม รวมถึงคุณภาพดินเสื่อมโทรมอีกด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้บ่อขยะทั้งที่กำแพงแสน พนมสารคาม ห้วยกระเขา อาจจะไม่ได้รับขยะจากกรุงเทพฯ เพียงที่เดียว แต่ขยะจากกรุงเทพฯ วันละหลายพันตันที่เดินทางไปยังบ่อขยะทั้ง 3 จังหวัดนอกกรุงเทพฯ นั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม ที่แม้แต่คนกรุงเทพฯ เองก็อาจจะไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างมลพิษให้แก่ผู้คนในจังหวัดอื่น</p>



<p class="has-small-font-size wp-block-paragraph"><em>**ผู้เขียนนำพิกัดหลุมฝังกลบที่รับขยะจากกรุงเทพมหานครมาเทียบกับฐานข้อมูลการปล่อยก๊าซมีเทนของ Carbon Mapper และระบบ MARS ของ UNEP จากนั้นตรวจสอบตำแหน่งด้วยภาพถ่ายดาวเทียม Google Earth และข้อมูลสัญญาจ้างกำจัดขยะของกรุงเทพมหานคร เพื่อระบุความเชื่อมโยงระหว่างปลายทางกำจัดขยะกับแหล่งปล่อยก๊าซมีเทนที่ตรวจพบจากดาวเทียม</em></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7814" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ถ้าไม่ฝังกลบเลย แล้วจะต้องสร้างเตาเผาอีกกี่แห่ง?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ภาครัฐพยายามผลักดันนโยบายเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า (Waste-to-Energy: WTE) มาตั้งแต่ <a href="https://library.parliament.go.th/th/radioscript/rr2569-apr1#:~:text=%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B2,%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%20%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%204)%20%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%87">พ.ศ. 2558</a> โดยกระทรวงมหาดไทยสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงทุนในเทคโนโลยีเตาเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อแก้ปัญหาขยะล้นเมือง โดยปัจจุบันกรุงเทพมหานครเองก็พยายามผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าขยะและโครงสร้างพื้นฐานหลายรูปแบบ เพื่อใช้ในการกำจัดขยะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นเฉลี่ยประมาณ 13,254 ตันต่อวัน เข้าสู่ระบบกำจัด 9,662 ตันต่อวัน ขณะที่ระบบกำจัดขยะที่มีอยู่ในปัจจุบันประกอบด้วยโรงหมักปุ๋ยอินทรีย์ที่รองรับได้สูงสุด 1,600 ตันต่อวัน โรงไฟฟ้าขยะเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า (Waste-to-Energy: WTE) ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชซึ่งรองรับได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน โรงไฟฟ้าขยะหนองแขม 1 ที่รองรับได้ประมาณ 300-500 ตันต่อวัน และโรงไฟฟ้าขยะหนองแขม 2 ที่มีกำลังการกำจัดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีระบบแปรรูปขยะเป็นเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel: RDF) ด้วยเทคโนโลยี MBT ซึ่งมีกำลังรองรับประมาณ 800 ตันต่อวัน อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวเคยถูกสั่งปิดในปี 2565 เนื่องจากปัญหากลิ่นรบกวน และในปี 2569 ยังคงอยู่ระหว่างการปรับปรุงและยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มประสิทธิภาพ เมื่อรวมกำลังการจัดการขยะของระบบทั้งหมด จะสามารถรองรับขยะได้สูงสุดเพียงประมาณ 4,900 ตันต่อวันเท่านั้น ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดในแต่ละวัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในอนาคตอันใกล้ กรุงเทพมหานครได้เร่งอนุมัติการสร้างเตาเผาขยะใหม่เพิ่มเติมอีก 1 แห่ง คือเตาเผาขยะที่<a href="https://opencontract.bangkok.go.th/main.html?itemId=0026">ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยสายไหม ขนาด 1,000 ตันต่อวัน</a> ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือเรื่องการรับซื้อไฟฟ้า โดยหากในอนาคตเมื่อโครงการใหม่สร้างเสร็จและเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ กรุงเทพมหานครจะมีกำลังการจัดการขยะรวมทั้งสิ้นประมาณ 5,900 ตันต่อวัน ซึ่งเมื่อเทียบกับปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด&nbsp; 9,662 ตันต่อวัน จะเห็นได้ว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานของกรุงเทพมหานคร ยังคงมีขีดความสามารถในการจัดการขยะได้เพียง 61% ของปริมาณขยะที่ต้องกำจัด และยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณขยะทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากว่ากรุงเทพมหานคร ตัดสินใจยกเลิกฝังกลบขยะทุกประเภทแล้วแล้วหันมาใช้เทคโนโลยีเตาเผาขยะเพียงอย่างเดียวเพื่อจัดการขยะที่เหลือทั้งหมด โดยเมื่อนำปริมาณขยะที่ต้องส่งฝังกลบจริงจำนวน 9,662 ตันต่อวัน มาหักลบด้วยกำลังการจัดการของระบบเดิมที่มีอยู่ ได้แก่ โรงหมักปุ๋ยอินทรีย์ 1,600 ตันต่อวัน ระบบ MBT 800 ตันต่อวัน โรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุช 1,000 ตันต่อวัน โรงไฟฟ้าขยะหนองแขม 1 จำนวน 500 ตันต่อวัน และโรงไฟฟ้าขยะหนองแขม 2 อีก 1,000 ตันต่อวัน จะพบว่ายังคงมีขยะส่วนต่างเหลืออยู่อีกประมาณ 4,762 ตันต่อวันที่ยังไม่ถูกกำจัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากจำลองว่ากรุงเทพมหานครต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมเพื่อรองรับขยะมูลฝอยที่ยังไม่สามารถกำจัดได้ในปัจจุบัน โดยเลือกใช้เทคโนโลยีเตาเผาขยะเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า (Waste-to-Energy: WTE) ขนาด 1,000 ตันต่อวัน เป็นหน่วยมาตรฐาน จะพบว่ากรุงเทพมหานครจำเป็นต้องก่อสร้างเตาเผาขยะเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 5 แห่ง เพื่อรองรับขยะส่วนต่างที่ยังเหลืออยู่ประมาณ 4,762 ตันต่อวัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งการสร้างเตาเผาขยะเพิ่มขึ้นนำมาซึ่งการลงทุนมหาศาล หากอ้างอิงจาก<a href="https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic">โครงการเตาเผามูลฝอยขนาด 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม</a> (โครงการปี 2567-2590) ซึ่งกำหนดวงเงินโครงการรวม 4,410 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าจ้างกำจัดมูลฝอยตลอดอายุสัญญา 20 ปี จำนวน 4,380 ล้านบาท และค่าจ้างที่ปรึกษาอีก 30 ล้านบาท หากกรุงเทพมหานครต้องพัฒนาโครงการในลักษณะเดียวกันเพิ่มขึ้นอีก 5 แห่ง จะก่อให้เกิดภาระงบประมาณรวมตลอดอายุสัญญาสูงถึงประมาณ 22,050 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมต้นทุนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ค่าบริหารจัดการพื้นที่ ค่าติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ค่าใช้จ่ายในการกำกับดูแลโครงการ ตลอดจนความเสี่ยงจากการปรับเพิ่มค่าจ้างกำจัดมูลฝอยในอนาคต</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาตาม<a href="https://webportal.bangkok.go.th/upload/user/00000231/data/law/1.8_May.pdf">กฎกระทรวงสุขลักษณะการจัดการมูลฝอยทั่วไป พ.ศ. 2560</a> การสร้างเตาเผาขยะต้องปฏิบัติตามสุขลักษณะที่เข้มงวด เช่น ต้องจัดให้มีพื้นที่แนวกันชน (Buffer Zone) โดยรอบภายในอาณาเขตเพื่อปลูกต้นไม้และทำระบบระบายน้ำเพื่อลดปัญหากลิ่นรบกวน รวมถึงต้องมีระบบควบคุมคุณภาพอากาศที่ปล่อยจากปล่องเตาเผาให้ได้มาตรฐานตามกฎหมาย ดังนั้นการหาพื้นที่เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะเพิ่มขึ้นอีกถึง 5 แห่งในเขตกรุงเทพฯ จึงเป็นโจทย์ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยิ่งไปกว่านั้น ในทางปฏิบัติโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มักเผชิญปัญหาการยอมรับจากชุมชน โดย<a href="https://www.matichon.co.th/prachachuen/news_4797207">โรงงานระบบ MBT</a> ที่ทำหน้าที่คัดแยกและสร้างพลังงาน เคยถูกระงับใบอนุญาตชั่วคราวเนื่องจากประชาชนร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นในปี 2565 และในปัจจุบันปัญหากลิ่นรบกวนดังกล่าวก็ยังไม่หมดไป โดยพบว่ามีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องผ่านระบบ Traffy Fondue ทั้งในพื้นที่หนองแขมและประเวศ ในพื้นที่อื่นๆ ก็มักจะเผชิญการคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เช่น กลุ่มชาวบ้านบ้านกร่างกว่า 100 คนยื่นหนังสือคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าขยะที่จังหวัด<a href="https://www.bangkokbiznews.com/social/1000904">พิษณุโลกในปี 2565</a> เนื่องจากกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่มีการทำประชาพิจารณ์อย่างโปร่งใส เช่นเดียวกับเหตุการณ์คัดค้านในจังหวัดกระบี่ เพชรบุรี และสงขลา ก็พบด้วยเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากทั้งหมดจะเห็นว่าเตาเผาขยะอาจไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการกำจัดขยะ โดยเฉพาะเมื่อขยะที่ส่งเข้าเตายังไม่ผ่านการคัดแยก ขยะอินทรีย์ที่มีความชื้นสูงฉุดอุณหภูมิการเผาไหม้ให้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 850 องศาเซลเซียส <a href="https://www.greenpeace.org/thailand/story/9013/incinerator/">ก่อให้เกิดเขม่าควันและก๊าซพิษ</a> ขณะที่พลาสติก PVC ที่ปะปนเข้ามาจะปลดปล่อยสารไดออกซินและโลหะหนักที่เป็นสารก่อมะเร็ง และตราบใดที่ยังไม่มีระบบคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การสร้างเตาเผาก็เป็นเพียงการเปลี่ยนจากเพิ่มวิกฤตก๊าซมีเทียนในต่างจังหวัด มาเป็นวิกฤตฝุ่นในกรุงเทพฯ แทน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น โจทย์สำคัญในตอนนี้ต้องใช้มาตรการทางกฎหมายและแรงจูงใจอย่างมาก เพื่อส่งเสริมและเพื่อบังคับให้คนกรุงเทพฯ รวมถึงประชากรแฝงกว่า 8 ล้านคน เริ่มคัดแยกขยะตั้งแต่ครัวเรือน เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด และแปรสภาพขยะให้กลับมาเป็นทรัพยากรหมุนเวียนที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของทุกคนให้ได้มากที่สุด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่&nbsp; <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-waste-2025">https://rocketmedialab.co/database-bkk-waste-2025</a></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ้างอิงจากมูลค่าการลงทุนของโครงการกำจัดมูลฝอยโดยระบบเตาเผามูลฝอย ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม (กกฝ.) งบประมาณที่ขอปี 68 : 10,000,000 บาท งบประมาณทั้งโครงการ : 4,410,000,000 บาท ค่าจ้างเหมา (1,000 x 600 x 365 วัน x 20 ปี) = 4,380,000,000 บาท (จ้างที่ปรึกษา 30,000,000 บาท) ระยะเวลาดำเนินการ : 24 ปี (2567 &#8211;&nbsp; 2590)&nbsp;</li>



<li>ข้อมูลสถานการณ์ขยะมูลฝอยของจังหวัด กรุงเทพมหานคร 2563-2568 โดยระบบสารสนเทศด้านการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน กรมควบคุมมลพิษ&nbsp; <a href="https://thaimsw.pcd.go.th/report_province.php?year=2568&amp;province=1">https://thaimsw.pcd.go.th/report_province.php?year=2568&amp;province=1</a>&nbsp;</li>



<li>สถิติปริมาณมูลฝอย กทม. 2568&nbsp; <a href="https://webportal.bangkok.go.th/environmentbma/page/sub/28229/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%9D%E0%B8%AD%E0%B8%A2">https://webportal.bangkok.go.th/environmentbma/page/sub/28229/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%9D%E0%B8%AD%E0%B8%A2</a>&nbsp;</li>



<li>อ้างอิงข้อมูลโครงการ จากเอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ ๔/๒๕๖๗ <a href="https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic">https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic</a>&nbsp;</li>



<li><a href="https://thaimsw.pcd.go.th/search_storage.php?storage_id=4278&amp;year=2568">ระบบสารสนเทศด้านการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน</a>&nbsp; <a href="https://thaimsw.pcd.go.th/search_storage.php?storage_id=4278&amp;year=2568">https://thaimsw.pcd.go.th/search_storage.php?storage_id=4278&amp;year=2568</a>&nbsp;</li>
</ul>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-waste-2025/">ขยะของคน กทม. ที่ยังถูกนำไปทิ้งที่ ฉะเชิงเทรา นครปฐม และล่าสุดที่กาญจนบุรี</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งบระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วม 4 ปี (2566-2569) ของ กทม. ในยุคชัชชาติ ลงเขตไหน ทำอะไรบ้าง</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bangkok-flood-budget-2023-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 11:48:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบระบายน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7745</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3607;&#3640;&#3585;&#3588;&#3619;&#3633;&#3657;&#3591 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bangkok-flood-budget-2023-2026/">งบระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วม 4 ปี (2566-2569) ของ กทม. ในยุคชัชชาติ ลงเขตไหน ทำอะไรบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>จากงบ กทม. ปี 2566-2569 พบว่ามีงบที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม เฉพาะงบประมาณของสำนักการระบายน้ำและงบของ 50 สำนักงานเขต รวมทั้งสิ้นประมาณ 13,563.59 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบของสำนักการระบายน้ำ ประมาณ 9,376.37 ล้านบาท ซึ่งเน้นไปที่โครงการก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อนและอุโมงค์ระบายน้ำ และงบของ 50 สำนักงานเขต ซึ่งเน้นไปที่การก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อน ระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ และขุดลอกคลองในพื้นที่ รวมประมาณ 4,187.22 ล้านบาท</li>



<li>งบที่จัดสรรลงไปให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตโดยตรง ส่วนที่เกี่ยวกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม 4 ปี มีงบรวม 4,187.22 ล้านบาท เขตหนองแขมได้รับมากที่สุด 566.69 ล้านบาท คิดเป็น 13.53% ของงบรายเขตทั้งหมด เกือบทั้งหมดเป็นงบก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม ขณะที่เขตสัมพันธวงศ์ได้รับน้อยที่สุดเพียง 3.06 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นค่าวัสดุและค่าใช้สอยในงบดำเนินงาน ไม่มีงบก่อสร้างหรือปรับปรุงโครงสร้างใดๆ</li>



<li>เมื่อพิจารณาเฉพาะงบของสำนักการระบายน้ำที่ระบุพื้นที่ลงรายเขตได้ รวม 11,318.05 ล้านบาท เขตคลองเตยได้รับงบมากที่สุดจำนวน 652.47 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงบก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. หน้าสถานีสูบน้ำพระโขนงถึงจุดที่กำหนดให้บริเวณถนนสุขุมวิท ขณะที่เขตสายไหม ได้รับงบน้อยที่สุดเพียง 1.64 ล้านบาท และมีอีก 4 เขตที่ไม่ปรากฏงบประมาณที่สามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่เขตได้ ได้แก่ เขตทุ่งครุ เขตบางบอน เขตราษฎร์บูรณะ และเขตหนองจอก</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ทุกครั้งที่ฝนตกหนัก ‘น้ำรอระบาย’ กลายเป็นภาพคุ้นตาของคนกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะถนนสายสำคัญอย่างสุขุมวิท ศรีนครินทร์ แจ้งวัฒนะ ไปจนถึงชุมชนริมคลองรอบนอกเมืองและพื้นที่ใกล้คลองสายหลัก การเกิดน้ำท่วมขังซ้ำซากในจุดเดิมๆ ทำให้การระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม เป็นโจทย์ใหญ่ที่กรุงเทพมหานครต้องทุ่มงบประมาณลงไปอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี และคำถามคือ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กทม. ใช้งบกับเรื่องนี้ไปเท่าไร และลงไปที่เขตไหนบ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการรวบรวมข้อมูลของ Rocket Media Lab จากข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร ปี 2566-2569 ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาการบริหารงานของชัชชาติ สิทธิพันธ์ พบว่ากรุงเทพมหานครจัดสรรงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม เฉพาะงบของสำนักการระบายน้ำและ 50 สำนักงานเขต รวมทั้งสิ้นประมาณ 13,563.59 ล้านบาท แบ่งเป็นงบของสำนักการระบายน้ำประมาณ 9,376.37 ล้านบาท และงบของ 50 สำนักงานเขตอีกประมาณ 4,187.22 ล้านบาท โดยทั้งสองส่วนต่างตั้งงบส่วนใหญ่ไปกับโครงการเกี่ยวกับเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมเป็นหลัก รองลงมาคือโครงการเกี่ยวกับประตูระบายน้ำ ระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ บ่อพักน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อแยกตามลักษณะงาน จะแยกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ คือ ก่อสร้าง ปรับปรุง และใช้จ่าย โดยงบส่วนใหญ่เป็นการก่อสร้างมากที่สุด 6,190.99 ล้านบาท คิดเป็น 45.64% ของงบการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นการก่อสร้างเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม ถึง 4,483.71 ล้านบาท รองลงมาคือ ปรับปรุง 4,466.63 ล้านบาท คิดเป็น 32.93% ซึ่งเป็นการปรับปรุงประตูระบายน้ำ ระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ บ่อพักน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ มากที่สุด จำนวน 2,213.87 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นงบใช้จ่ายอีก 2,905.97 ล้านบาท คิดเป็น 21.42% โดยแบ่งเป็นค่าวัสดุใช้สอยและรายจ่ายโครงการ จำนวน 2,848.74 ล้านบาท และซื้อเครื่องสูบน้ำอีก 57.23 ล้านบาท</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page1_-flood_UNIT-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7751" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page1_-flood_UNIT-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page1_-flood_UNIT-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page1_-flood_UNIT-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page1_-flood_UNIT-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page1_-flood_UNIT-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page2_-flood_UNIT-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7752" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page2_-flood_UNIT-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page2_-flood_UNIT-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page2_-flood_UNIT-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page2_-flood_UNIT-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1_page2_-flood_UNIT-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">งบระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วมรายเขต : หนองแขมได้งบเขตเยอะสุด สัมพันธวงศ์ได้น้อยสุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของงบประมาณที่กรุงเทพมหานครจัดสรรลงไปให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตโดยตรง ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมใน 4 ปีที่ผ่านมา มีงบรวม 4,187.22 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงบก่อสร้างและปรับปรุงเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม รวมถึงการก่อสร้างและปรับปรุงท่อและระบบระบายน้ำ และการขุดลอกคลอง-ลำรางในพื้นที่</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตหนองแขมมีงบเกี่ยวกับการระบายน้ำมากที่สุด เมื่อเทียบกับอีก 49 เขต รวม 566.69 ล้านบาท คิดเป็น 13.53% ของงบรายเขตทั้งหมด เกือบทั้งหมดเป็นงบก่อสร้างเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม 514.37 ล้านบาทในจำนวนนี้ โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองกำนันเทียน ได้งบประมาณรวมมากที่สุด จำนวน 175.27 ล้านบาท ซึ่งกระจายอยู่ในงบประมาณปี 2567-2569 อันดับ 2 เขตดอนเมือง 293.04 ล้านบาท อันดับ 3 คลองสามวา 258.17 ล้านบาท อันดับ 4 บางเขน 237.70 ล้านบาท และอันดับ 5 จตุจักร 236.97 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตที่มีงบเกี่ยวกับการระบายน้ำของสำนักงานเขตน้อยที่สุดคือ สัมพันธวงศ์ เพียง 3.06 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าวัสดุและค่าใช้สอยที่อยู่ในงบดำเนินงานของเขต ไม่มีงบก่อสร้างหรือปรับปรุงโครงสร้างใดๆ รองลงมาคือ ปทุมวัน 4.05 ล้านบาท ราชเทวี 7.06 ล้านบาท คลองเตย 10.11 ล้านบาท และบางรัก 11.85 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลสถิติระดับน้ำท่วมขังบนถนนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ปี 2567 &#8211; 2568 ซึ่งมีรายงานน้ำท่วมขัง 841 ครั้ง ใน 43 เขต ทั่วกรุงเทพฯ พบว่า เขตดินแดง มีจำนวนน้ำท่วมมากที่สุด 57 ครั้งใน 2 ปี แต่งบเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่กรุงเทพมหานครจัดสรรลงเขตนั้นอยู่อันดับที่ 43 ได้รับเพียง 15.27 ล้านบาทเท่านั้น โดยทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้แก่ ค่าวัสดุและค่าใช้สอย ส่วนเขตหนองแขมที่ได้รับการจัดสรรงบมากที่สุด กลับไม่มีรายงานน้ำท่วมขังในปี 2567-2568 เลย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page1_-flood-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7753" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page1_-flood-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page1_-flood-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page1_-flood-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page1_-flood-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page1_-flood-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page2_-flood-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7754" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page2_-flood-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page2_-flood-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page2_-flood-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page2_-flood-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2_page2_-flood-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">งบน้ำท่วม 4 ปี จากสำนักการระบายน้ำกระจายลงไปใน 46 เขต คลองเตยได้งบมากที่สุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูเฉพาะงบจากสำนักการระบายน้ำ 4 ปี รวม 9,376.37 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นงบที่ระบุพื้นที่ลงรายเขตได้ 7,130.83 ล้านบาท และเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของสำนักการระบายน้ำที่ระบุพื้นที่ลงเขตไม่ได้อีก 2,245.54 ล้านบาท เมื่อเทียบงบรายปี งบที่เกี่ยวกับการระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วมของสำนักการระบายน้ำปี 2566 อยู่ที่ 1,291.80 ล้านบาท เพิ่มเป็น 2,413.11 ล้านบาทในปี 2567 ลดลงมาที่ 2,011.46 ล้านบาทในปี 2568 ก่อนจะกระโดดไปแตะ 3,659.99 ล้านบาทในปี 2569 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปีแรก</p>



<p class="wp-block-paragraph">งบของสำนักการระบายน้ำที่ลงรายเขต เขตคลองเตยได้รับมากที่สุดจำนวน 652.47 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.15% ของงบสำนักการระบายน้ำที่ลงไปในทุกเขต โดยส่วนใหญ่เป็นงบก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. หน้าสถานีสูบน้ำพระโขนงถึงจุดที่กำหนดให้บริเวณถนนสุขุมวิท ซึ่งได้รับการจัดสรรงบตั้งแต่ปี 2566-2569 รวมกว่า 348.66 ล้านบาท อันดับ 2 ดอนเมือง 477.87 ล้านบาท อันดับ 3 หลักสี่ 477.68 ล้านบาท ซึ่งรวมการปรับปรุงแก้มลิงบึงสีกัน 99 ล้านบาท อันดับ 4 ดุสิต 308.09 ล้านบาท และอันดับ 5 ยานนาวา 292.83 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่งบจากสำนักการระบายน้ำน้อยกระจายลงไปน้อยที่สุดคือ สายไหม เพียง 1.64 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นการปรับปรุงประตูระบายน้ำ ระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ บ่อพักน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำ รองลงมาคือ บางกอกใหญ่ 6.49 ล้านบาท สะพานสูง 7.19 ล้านบาท และป้อมปราบศัตรูพ่าย 9.83 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำตัวเลขนี้ไปเปรียบกับสถิติน้ำท่วมขัง พบว่าคลองเตยเป็นหนึ่งในไม่กี่เขตที่จำนวนน้ำท่วมขังลดลง โดยในปี 2567 คลองเตยมีรายงานน้ำท่วมขังถึง 19 ครั้ง ซึ่งเท่ากับวัฒนาและติดอันดับ 2 ของกรุงเทพฯ แต่ในปี 2568 คลองเตยกลับเป็นหนึ่งใน 7 เขตที่มีจำนวนน้ำท่วมขังลดลง&nbsp; อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการลดลงดังกล่าวเป็นผลโดยตรงจากงบของสำนักการระบายน้ำที่จัดสรรลงไป หรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ในทางตรงกันข้าม เขตสายไหมที่ได้รับงบจากสำนักการระบายน้ำน้อยที่สุดเพียง 1.64 ล้านบาท กลับมีรายงานน้ำท่วมขังถึง 15 ครั้งในปี 2567 และเพิ่มมาเป็น 20 ครั้งในปี 2568&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ เขตหลักสี่ ซึ่งได้รับงบจากสำนักการระบายน้ำเป็นอันดับ 3 รวม 477.68 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงงบปรับปรุงแก้มลิงบึงสีกัน 99 ล้านบาท แต่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา หลักสี่ยังคงเป็นเขตที่มีน้ำท่วมขังสูงเป็นอันดับ 2 รวมปี 2567-2568 มีน้ำท่วมขัง 52 ครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น 2 ใน 5 ของจุดท่วมซ้ำซากบ่อยที่สุดในกรุงเทพฯ ยังตั้งอยู่ในเขตหลักสี่ทั้งคู่ ได้แก่ ถนนแจ้งวัฒนะหน้าโลตัสแจ้งวัฒนะ 14 ครั้ง และถนนแจ้งวัฒนะหน้าศาลปกครองกลาง 11 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากดูตามลักษณะงาน งบของสำนักการระบายน้ำที่ลงรายเขตเน้นไปที่การก่อสร้างเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมเป็นหลัก รวมกว่า 3,798.52 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 53.27% ตามด้วยการก่อสร้างประตู ระบบ และอุโมงค์ระบายน้ำ จำนวน 2,688.81 ล้านบาท คิดเป็น 37.71% ขุดลอกคลอง-ลำราง จำนวน 391.19 ล้านบาท คิดเป็น 5.49% ขณะที่งบแก้มลิงซึ่งมีสัดส่วนน้อยที่สุด กระจายอยู่เพียง 6 เขต ได้แก่ ปรับปรุงแก้มลิงบึงสีกัน เขตหลักสี่ 99 ล้านบาท ก่อสร้างแก้มลิงบริเวณถนนอำนวยสงคราม เขตดุสิต 60 ล้านบาท ก่อสร้างแก้มลิงสวนน้ำเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 45.3 ล้านบาท ขุดลอกแก้มลิงบึงมักกะสัน เขตราชเทวี 21 ล้านบาท ก่อสร้างระบบแก้มลิงบึงวัดพรหมรังษี เขตดอนเมือง 20 ล้านบาท และก่อสร้างระบบแก้มลิงบึงสวนพระนคร เขตลาดกระบัง 7 ล้านบาท รวมงบ 252.30 ล้านบาท คิดเป็น 3.54%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ งบที่เกี่ยวกับการระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วม ของสำนักการระบายน้ำ ระบุพื้นที่ดำเนินการได้ 46 เขตจาก 50 เขต โดยอีก 4 เขตไม่ปรากฏงบประมาณที่สามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่เขตได้ ได้แก่ เขตทุ่งครุ เขตบางบอน เขตราษฎร์บูรณะ และเขตหนองจอก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page1_-flood_ALL-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7755" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page1_-flood_ALL-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page1_-flood_ALL-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page1_-flood_ALL-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page1_-flood_ALL-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page1_-flood_ALL-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page2_-flood_ALL-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7756" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page2_-flood_ALL-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page2_-flood_ALL-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page2_-flood_ALL-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page2_-flood_ALL-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3_page2_-flood_ALL-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">รวมงบน้ำท่วม งบรายเขต+งบสำนักระบายน้ำ 4 ปี : ดอนเมืองได้งบมากที่สุด หนองจอกได้น้อยที่สุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อรวมงบจากทั้งสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตเข้าด้วยกัน เฉพาะส่วนที่ระบุพื้นที่ลงเป็นรายเขตได้ มีงบรวม 11,318.05 ล้านบาท กระจายอยู่ใน 50 เขต โดยงบด้านเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมมีสัดส่วนสูงที่สุด สะท้อนว่าการรับมือน้ำท่วมของ กทม. ในช่วง 4 ปีนี้ให้น้ำหนักไปที่การสร้างแนวกั้นน้ำริมคลองเป็นหลัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตดอนเมืองได้รับการจัดสรรงบมากที่สุด 770.91 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.81% ของงบรวมทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นงบก่อสร้าง-ปรับปรุงเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม ซึ่งโครงการที่ระบุพื้นที่ในเขตดอนเมืองจะมีอยู่ 3 โครงการใหญ่ได้แก่ ก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองเปรมประชากร งบประมาณรวม 180 ล้านบาท ก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คลองบ้านใหม่ 161.16 ล้านบาท และ ก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คูนายกิมสาย 2 113.09 ล้านบาท อันดับ 2 หลักสี่ 694.53 ล้านบาท อันดับ 3 คลองเตย 662.58 ล้านบาท อันดับ 4 หนองแขม 658.78 ล้านบาท และอันดับ 5 จตุจักร 489.67 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่ได้รับงบเกี่ยวกับการระบายน้ำน้อยที่สุดคือ หนองจอก 19.09 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ 13.09 ล้านบาท และงบสำหรับขุดลอกคลอง/ลำราง 6 ล้านบาท ได้แก่ ขุดลอกคลองหนึ่ง 3.50 ล้านบาท ขุดลอกคลองลำชะล่า 1.71 ล้านบาท และขุดลอกคลองลำฝอยทอง 0.78 ล้านบาท รองลงมาคือป้อมปราบศัตรูพ่าย 22.00 ล้านบาท ราษฎร์บูรณะ 27.06 ล้านบาท สาทร 31.98 ล้านบาท และบางรัก 35.95 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลสถิติระดับน้ำท่วมขังบนถนนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ปี 2567 &#8211; 2568 พบว่า เขตดอนเมือง ที่ได้งบรวมมากสุด 770.91 ล้าน มีน้ำท่วมขังในปี 2567-2568 รวม 20 ครั้ง แต่ดอนเมืองกลับเป็นเขตที่ใช้เวลาระบายน้ำนานที่สุดในกรุงเทพฯ ทั้งในปี 2567 และ 2568 โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 495 นาทีหรือ 8.25 ชั่วโมงในปี 2567 และ 431 นาทีหรือ 7.19 ชั่วโมงในปี 2568 ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะงบประมาณของดอนเมืองกว่า 663.11 ล้านบาทกระจุกตัวอยู่กับการก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม ซึ่งออกแบบมาเพื่อกั้นน้ำจากคลองและแม่น้ำไม่ให้ล้นเข้าพื้นที่ ไม่ใช่เพื่อเร่งระบายน้ำฝนที่ขังอยู่บนถนนออกไปให้เร็วขึ้น ส่วนเขตหนองจอก ที่ได้รับงบรวมน้อยที่สุด อยู่ที่ 19.09 ล้านบาท นั้นไม่พบการรายงานว่ามีน้ำท่วมขังเลย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากเขตหนองจอกแล้ว ยังมีอีก 6 เขตที่ไม่พบรายงานว่ามีน้ำท่วมขังบนถนนสายหลัก ได้แก่ คลองสามวา ทวีวัฒนา ทุ่งครุ ธนบุรี สะพานสูง และหนองแขม เมื่อปรียบเทียบกับงบจากสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตที่แต่ละเขตได้รับ พบว่า เขตหนองแขม คลองสามวา ทวีวัฒนา และทุ่งครุ ได้รับงบสูงตั้งแต่อันดับ 4 (658.78 ล้านบาท), 18 (270.93 ล้านบาท), 21 (218.43 ล้านบาท), 28 (182.68 ล้านบาท) ตามลำดับ ส่วน สะพานสูง และธนบุรี ได้งบอยู่ที่อันดับ 41 (85.73 ล้านบาท), 44 (55.24 ล้านบาท) ตามลำดับ รวมแล้ว 7 เขตที่ไม่มีรายงานน้ำท่วมขังเลย ได้รับงบรวมกัน 1,490.88 ล้านบาท ขณะที่ ดินแดง ซึ่งท่วมบ่อยที่สุด 57 ครั้ง ได้รับงบในอันดับที่ 39 เพียง 87.16 ล้านบาท น้อยกว่าถึง 17 เท่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลทั้งหมด สะท้อนว่า กทม. ใช้งบระบายน้ำ 4 ปีกว่า 13,563 ล้านบาทไปกับการก่อสร้าง/ปรับปรุงเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40.29% ของงบทั้งหมด โครงสร้างเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันน้ำจากภายนอก จากแม่น้ำและคลองที่ล้นตลิ่ง แต่ปัญหาน้ำท่วมที่คนกรุงเทพฯ เผชิญอยู่ทุกวันกลับเป็นน้ำฝนที่ขังอยู่บนถนน ซึ่งต้องการระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ ขณะเดียวกัน เขตที่ได้รับงบมากที่สุดก็ไม่ใช่เขตที่ท่วมบ่อยที่สุด และเขตที่ท่วมซ้ำซากมากที่สุดอย่างดินแดงกลับได้รับงบเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับพื้นที่รอบนอกที่ไม่มีรายงานน้ำท่วมเลยแม้แต่ครั้งเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/databaseb-bangkok-flood-budget-2023-2026/">https://rocketmedialab.co/databaseb-bangkok-flood-budget-2023-2026/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bangkok-flood-budget-2023-2026/">งบระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วม 4 ปี (2566-2569) ของ กทม. ในยุคชัชชาติ ลงเขตไหน ทำอะไรบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
