<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>environment Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/category/environment/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/category/environment/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Tue, 13 Oct 2026 05:29:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.4</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>environment Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/category/environment/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สำรวจพื้นที่น้ำท่วม 5.12 ล้านไร่ ใน 45 จังหวัด ช่วง 28 ก.ย. &#8211; 4 ต.ค. 69  เกือบ 80% อยู่ในภาคกลาง</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/thailand-flood-area-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Oct 2026 05:21:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8281</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/thailand-flood-area-2026/">สำรวจพื้นที่น้ำท่วม 5.12 ล้านไร่ ใน 45 จังหวัด ช่วง 28 ก.ย. &#8211; 4 ต.ค. 69  เกือบ 80% อยู่ในภาคกลาง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">จาก<a href="https://gistda.or.th/th/news/gistda-%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C/">ข้อมูล</a>ภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2569 เผยให้เห็นภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทยที่มีพื้นที่น้ำท่วมสะสมสูงถึง 5,122,560 ไร่ (ราว 8,196 ตารางกิโลเมตร) ครอบคลุม 45 จังหวัดทั่วประเทศ โดยพื้นที่น้ำท่วมกระจุกตัวอย่างหนักในภาคกลาง ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนกว่า 1.58 ล้านคน และกว่า 21,800 ครัวเรือน</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab นำข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมรายจังหวัดจาก GISTDA มาวิเคราะห์แบบแยกรายภาค เพื่อหาว่าวิกฤตน้ำท่วมขังรวมกว่า 5.12 ล้านไร่ ใน 45 จังหวัดนี้ กระจุกตัวอยู่ที่ไหน เกิดจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์หรืออื่นใด และเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับขนาดพื้นที่จริงของแต่ละจังหวัด จะพบความแตกต่างของระดับความรุนแรงอย่างไรบ้าง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-flood-45-provinces-1-scaled.png" alt="" class="wp-image-8294" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-flood-45-provinces-1-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-flood-45-provinces-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-flood-45-provinces-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-flood-45-provinces-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-flood-45-provinces-1-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-flood-45-provinces-1-1638x2048.png 1638w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่น้ำท่วม 5.12 ล้านไร่ เกือบ 80% อยู่ในภาคกลาง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจาก GISTDA รายงานน้ำท่วมสะสม 7 วัน ระหว่างวันที่ 28 กันยายน &#8211; 4 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยมีพื้นที่น้ำท่วม 5,122,560 ไร่ คิดเป็นราว 8,196 ตารางกิโลเมตร เมื่อแยกรายภาคแล้ว พบว่า ภาคกลางมีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด 4,090,500 ไร่ ใน 22 จังหวัด คิดเป็น 79.85% ของพื้นที่ท่วมทั้งประเทศ รองลงมาคือภาคตะวันออก 854,800 ไร่ ใน 7 จังหวัด หรือ 16.69% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 127,360 ไร่ ใน 13 จังหวัด หรือ 2.49% และภาคตะวันตก 49,900 ไร่ ใน 3 จังหวัด หรือ 0.97% ส่วนภาคเหนือและภาคใต้ไม่ปรากฏในรายงานรอบนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">พื้นที่น้ำท่วมกระจายตัวอยู่ใน 45 จังหวัดจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยนำมาจัดอันดับ 10 จังหวัดที่มีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด ได้ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>นครสวรรค์ 765,000 ไร่</li>



<li>พระนครศรีอยุธยา 594,800 ไร่</li>



<li>สุพรรณบุรี 576,300 ไร่</li>



<li>ปราจีนบุรี 398,500 ไร่</li>



<li>ฉะเชิงเทรา 380,000 ไร่</li>



<li>พิจิตร 330,400 ไร่</li>



<li>นครนายก 282,600 ไร่</li>



<li>สุโขทัย 198,200 ไร่</li>



<li>นครปฐม 163,600 ไร่</li>



<li>ชัยนาท 160,000 ไร่</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำมาจัดกลุ่มตามพื้นที่น้ำท่วม จะแยกได้ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>พื้นที่น้ำท่วมเกิน 500,000 ไร่ มี 3 จังหวัด</strong> ได้แก่ นครสวรรค์ 765,000 ไร่, พระนครศรีอยุธยา 594,800 ไร่ และสุพรรณบุรี 576,300 ไร่&nbsp;</li>



<li><strong>พื้นที่น้ำท่วม 200,001 ถึง 500,000 ไร่ มี 4 จังหวัด</strong> ได้แก่ ปราจีนบุรี 398,500 ไร่, ฉะเชิงเทรา 380,000 ไร่, พิจิตร 330,400 ไร่ และนครนายก 282,600 ไร่</li>



<li><strong>พื้นที่น้ำท่วมช่วง 100,001 ถึง 200,000 ไร่ มี 8 จังหวัด</strong> ได้แก่ สุโขทัย 198,200 ไร่, นครปฐม 163,600 ไร่, ชัยนาท 160,000 ไร่, ลพบุรี 158,400 ไร่, กำแพงเพชร 123,500 ไร่, อ่างทอง 122,700 ไร่, ปทุมธานี 119,500 ไร่ และพิษณุโลก 113,400 ไร่</li>



<li><strong>พื้นที่น้ำท่วมช่วง 50,001 ถึง 100,000 ไร่ มี 4 จังหวัด</strong> ได้แก่ สระบุรี 89,500 ไร่, สิงห์บุรี 82,100 ไร่, เพชรบูรณ์ 65,900 ไร่ และชลบุรี 51,100 ไร่</li>



<li><strong>พื้นที่น้ำท่วมช่วง 10,000 ถึง 50,000 ไร่ มี 11 จังหวัด</strong> ได้แก่ อุทัยธานี 48,600 ไร่, บุรีรัมย์ 45,800 ไร่, กรุงเทพมหานคร 45,200 ไร่, นนทบุรี 30,900 ไร่, ราชบุรี 29,300 ไร่, กาญจนบุรี 17,900 ไร่, สมุทรปราการ 17,200 ไร่, บึงกาฬ 16,300 ไร่, สระแก้ว 15,800 ไร่, สกลนคร 11,900 ไร่ และนครพนม 11,000 ไร่</li>



<li><strong>พื้นที่น้ำท่วมต่ำกว่า 10,000 ไร่</strong> <strong>มี 15 จังหวัด</strong> ได้แก่ อุดรธานี 9,600 ไร่, นครราชสีมา 8,700 ไร่, ชัยภูมิ 8,400 ไร่, ระยอง 6,500 ไร่, หนองคาย 5,400 ไร่, สุรินทร์ 4,700 ไร่, ร้อยเอ็ด 4,700 ไร่, เพชรบุรี 2,700 ไร่, จันทบุรี 2,500 ไร่, สมุทรสงคราม 2,400 ไร่, ยโสธร 700 ไร่, ตราด 400 ไร่, สมุทรสาคร 300 ไร่, ขอนแก่น 100 ไร่ และศรีสะเกษ 60 ไร่</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ เมื่อนำพื้นที่น้ำท่วมมาเทียบกับขนาดพื้นที่ทั้งจังหวัดเพื่อสะท้อนระดับความรุนแรงของแต่ละจังหวัด สามารถจัดอันดับ 10 จังหวัดแรกที่มีสัดส่วนพื้นที่น้ำท่วมต่อพื้นที่จังหวัดสูงสุด ได้ดังนี้<br>&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>พระนครศรีอยุธยา พื้นที่ท่วมคิดเป็น 37.22% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>นครนายก พื้นที่ท่วมคิดเป็น 21.31% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>อ่างทอง พื้นที่ท่วมคิดเป็น 20.27% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>สุพรรณบุรี พื้นที่ท่วมคิดเป็น 17.21% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>สิงห์บุรี พื้นที่ท่วมคิดเป็น 15.97% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>ปราจีนบุรี พื้นที่ท่วมคิดเป็น 13.39% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>นครสวรรค์ พื้นที่ท่วมคิดเป็น 12.75% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>ปทุมธานี พื้นที่ท่วมคิดเป็น 12.53% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>นครปฐม พื้นที่ท่วมคิดเป็น 12.07% ของพื้นที่จังหวัด</li>



<li>พิจิตร พื้นที่ท่วมคิดเป็น 11.67% ของพื้นที่จังหวัด</li>
</ol>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-flood-area-central-region-scaled.png" alt="" class="wp-image-8283" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-flood-area-central-region-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-flood-area-central-region-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-flood-area-central-region-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-flood-area-central-region-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-flood-area-central-region-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-flood-area-central-region-1638x2048.png 1638w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่น้ำท่วมภาคกลาง: นครสวรรค์มีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด แต่อยุธยาท่วมหนักสุดเมื่อเทียบสัดส่วนจังหวัด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA (28 กันยายน &#8211; 4 ตุลาคม 2569) รายงานว่า ภาคกลาง เป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักที่สุดในประเทศ โดยมีพื้นที่น้ำท่วมสูงถึง 4,090,500 ไร่ ครอบคลุม 22 จังหวัด ซึ่งคิดเป็น 79.85% ของพื้นที่น้ำท่วมรวมทั้งประเทศ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. นครสวรรค์ 765,000 ไร่ (ราว 1,224 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. พระนครศรีอยุธยา 594,800 ไร่ (ราว 951.68 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. สุพรรณบุรี 576,300 ไร่ (ราว 922.08 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://mgronline.com/local/detail/9690000095517">ปัจจัยหลัก</a>ที่ทำให้นครสวรรค์มีพื้นที่น้ำท่วมมาก มาจากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่นครสวรรค์เป็นด่านรับน้ำแรกจากภาคเหนือ โดยเป็นจุดที่แม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านไหลมารวมกันบริเวณปากน้ำโพเกิดเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเกิดฝนตกหนักทางตอนบน มวลน้ำทั้งหมดจึงไหลมากองรวมกันที่นี่ นอกจากนี้ ยังมีน้ำป่าหลากและน้ำล้นอ่างเก็บน้ำจากพื้นที่เทือกเขาใกล้เคียง เช่น เทือกเขาแม่วงก์ และอ่างเก็บน้ำคลองโพธิ์ (อ.แม่เปิน) ไหลสมทบเข้ามาอย่างรวดเร็ว ประกอบกับสภาพพื้นที่บางแห่งเป็นที่ราบลุ่มต่ำริมน้ำ เช่น ชุมชนเกาะยม เมื่อปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาสูงเกินความจุ น้ำจึงเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างเลี่ยงไม่ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม แม้นครสวรรค์จะมีขนาดพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับขนาดพื้นที่ทั้งหมดของจังหวัด จะพบว่าพื้นที่น้ำท่วมคิดเป็น 12.75% ของพื้นที่จังหวัดเท่านั้น ขณะที่พระนครศรีอยุธยามีพื้นที่น้ำท่วมสูงถึง 37.22% หรือคิดเป็นพื้นที่กว่า 1 ใน 3 ของทั้งจังหวัด</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-flood-area-eastern-region-scaled.png" alt="" class="wp-image-8284" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-flood-area-eastern-region-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-flood-area-eastern-region-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-flood-area-eastern-region-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-flood-area-eastern-region-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-flood-area-eastern-region-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-flood-area-eastern-region-1638x2048.png 1638w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่น้ำท่วมภาคตะวันออก: ปราจีนบุรีและฉะเชิงเทราครองพื้นที่ท่วมสูงสุด คิดเป็นกว่า 91% ของทั้งภาค</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA (28 กันยายน &#8211; 4 ตุลาคม 2569) รายงานว่า ภาคตะวันออก มีพื้นที่น้ำท่วมสะสมรวม 854,800 ไร่ ครอบคลุม 7 จังหวัด ซึ่งคิดเป็น 16.69% ของพื้นที่น้ำท่วมรวมทั้งประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. ปราจีนบุรี 398,500 ไร่&nbsp; (ราว 637.6 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. ฉะเชิงเทรา 380,000 ไร่&nbsp; (ราว 608 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. ชลบุรี 51,100 ไร่&nbsp; (ราว 81.76 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.facebook.com/watch/?v=2124072471532249">ปัจจัย</a>หลักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมหนักกระจุกตัวในพื้นที่ดังกล่าว มาจากการที่ทั้งปราจีนบุรีและฉะเชิงเทราตั้งอยู่ใน ลุ่มน้ำปราจีนบุรี-บางปะกง ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำหลักของภูมิภาค โดยปราจีนบุรีรับน้ำจากทางตอนบน รายงานล่าสุดจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 10 ต.ค. 2569 <a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/570722">ระบุว่า</a> เกิดน้ำท่วมใน 6 อำเภอ (กบินทร์บุรี, เมืองฯ, ศรีมหาโพธิ, ประจันตคาม, บ้านสร้าง และศรีมโหสถ) รวม 59 ตำบล 641 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 59,832 ครัวเรือน และเสียชีวิต 23 ราย โดยปัจจุบันระดับน้ำเริ่มมีแนวโน้มลดลงแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนล่างริมแม่น้ำบางปะกง ต้องรับมวลน้ำมหาศาลที่ไหลลงมาจากทางตอนเหนือและเจอปัญหา<a href="https://www.youtube.com/watch?v=57-W-DeYSgk">ภาวะน้ำทะเลหนุนสูง</a>ในอ่าวไทย น้ำทะเลจึงดันกลับเข้ามาในแม่น้ำบางปะกง การระบายน้ำเป็นไปได้ยาก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมกระจายวงกว้างใน 8 อำเภอ (บางน้ำเปรี้ยว, บางคล้า, พนมสารคาม, แปลงยาว, เมืองฯ, บ้านโพธิ์, คลองเขื่อน และราชสาส์น) รวม 75 ตำบล 673 หมู่บ้าน มีผู้ได้รับผลกระทบ 54,729 ครัวเรือน และระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่าภาคตะวันออกมีการกระจุกตัวของน้ำท่วมอย่างชัดเจน โดยใน 2 จังหวัดอย่างปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา มีพื้นที่น้ำท่วมรวมกันสูงถึง 91.07% ของพื้นที่น้ำท่วมทั้งหมดในภาคตะวันออก ขณะที่อีก 5 จังหวัดที่เหลือ มีพื้นที่น้ำท่วมรวมกันเพียง 76,300 ไร่ หรือไม่ถึง 9% ของทั้งภูมิภาค</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-flood-area-northeast-region-scaled.png" alt="" class="wp-image-8285" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-flood-area-northeast-region-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-flood-area-northeast-region-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-flood-area-northeast-region-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-flood-area-northeast-region-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-flood-area-northeast-region-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-flood-area-northeast-region-1638x2048.png 1638w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่น้ำท่วมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: กระจายวงกว้าง 13 จังหวัด แต่พื้นที่น้ำท่วมรวมกันไม่ถึงครึ่งของนครนายก</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA (28 กันยายน &#8211; 4 ตุลาคม 2569) รายงานว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่น้ำท่วมสะสมรวม 127,360 ไร่ จาก 13 ใน 20 จังหวัด ซึ่งคิดเป็นเพียง 2.49% ของพื้นที่น้ำท่วมรวมทั้งประเทศ เมื่อเทียบพื้นที่แล้วภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวมกันยังมีพื้นที่น้ำท่วมไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจังหวัดนครนายกเพียงจังหวัดเดียว ที่มีพื้นที่น้ำท่วมจำนวน 282,600 ไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. บุรีรัมย์ 45,800 ไร่ (ราว 73.28 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. บึงกาฬ 16,300 ไร่ (ราว 26.08 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. สกลนคร 11,900 ไร่ (ราว 19.04 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://siamrath.co.th/regional/325814">ปัจจัยหลัก</a>ที่ทำให้ บุรีรัมย์ กลายเป็นพื้นที่น้ำท่วมสูงที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกิดจากอิทธิพลของฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำหลากและน้ำท่วมขังในวงกว้าง ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2569 จาก<a href="https://www.naewna.com/n/national-news/105171/">ศูนย์บัญชาการอุทกภัยจังหวัดบุรีรัมย์</a> ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบครอบคลุม 12 อำเภอ 75 ตำบล 660 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 14,901 ครัวเรือน หรือกว่า 39,912 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากนำขนาดพื้นที่น้ำท่วมไปเปรียบเทียบกับขนาดพื้นที่ทั้งหมดของแต่ละจังหวัด จะพบว่าน้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นการกระจายตัวเฉพาะจุด โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนพื้นที่น้ำท่วมสูงที่สุดอย่าง บุรีรัมย์ มีพื้นที่น้ำท่วมราว 73.28 ตร.กม. คิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.71% ของพื้นที่ทั้งจังหวัดเท่านั้น ถัดมาคือ บึงกาฬ คิดเป็น 0.61% และ สกลนคร คิดเป็น 0.20% ขณะที่จังหวัดใหญ่อย่างนครราชสีมา และขอนแก่น มีสัดส่วนพื้นที่ท่วมไม่ถึง 0.1% ของจังหวัด สะท้อนให้เห็นว่าแม้ภาคอีสานจะมีจำนวนจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมมากถึง 13 จังหวัด แต่ระดับความรุนแรงในเชิงสัดส่วนพื้นที่ของแต่ละจังหวัดยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับภาคกลางและภาคตะวันออก</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info5-flood-area-western-region-scaled.png" alt="" class="wp-image-8286" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info5-flood-area-western-region-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info5-flood-area-western-region-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info5-flood-area-western-region-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info5-flood-area-western-region-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info5-flood-area-western-region-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info5-flood-area-western-region-1638x2048.png 1638w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่น้ำท่วมภาคตะวันตก: จำนวนพื้นที่น้ำท่วมน้อยสุดเพียง 0.97% ของประเทศ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA (28 กันยายน &#8211; 4 ตุลาคม 2569) รายงานว่า ภาคตะวันตก มีพื้นที่น้ำท่วมสะสม 49,900 ไร่ จาก 3 ใน 5 จังหวัด ใกล้เคียงกับขนาดพื้นที่น้ำท่วมของกรุงเทพมหานครที่มี 45,200 ไร่ โดยคิดเป็นเพียง 0.97% ของพื้นที่น้ำท่วมรวมทั้งประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีพื้นที่น้ำท่วมมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. ราชบุรี 29,300 ไร่ (ราว 46.88 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. กาญจนบุรี 17,900 ไร่ (ราว 28.64 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. เพชรบุรี 2,700 ไร่ (ราว 4.32 ตร.กม.)</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/570851">ปัจจัย</a>ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมในภาคตะวันตกเกิดจากฝนตกหนักสะสม และน้ำป่าไหลหลากฉับพลันจนทำให้น้ำระบายไม่ทัน ขณะที่เขื่อนขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์ มีน้ำกักเก็บใกล้เต็มความจุ ต้องเร่งปริมาณระบายน้ำและอาจทำให้เกิดพื้นที่น้ำท่วมขัง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของ GISTDA ระบุปริมาณน้ำท่วมสะสมถึงวันที่ 4 ตุลาคม แต่ในคืนวันที่ 5 ตุลาคม จังหวัดราชบุรีได้เกิดฝนตกหนักจนมีน้ำป่าไหลหลากลงมาจากพื้นที่ภูเขา เข้าท่วมบ้านเรือนและเส้นทางคมนาคมใน อ.จอมบึง และ อ.โพธาราม ซ้ำเติมอีกระลอก บางจุดระดับน้ำสูงถึงระดับคอ ขณะที่ข้อมูลวันที่ 12 ตุลาคม 2569 สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) <a href="https://today.line.me/th/v3/article/BEmv8vN">ระบุ</a>ว่ายังมีน้ำท่วมขังรวม 7 อำเภอ ส่งผลกระทบกว่า 11,689 ครัวเรือน และยังต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาความรุนแรงในเชิงสัดส่วนต่อขนาดจังหวัด พบว่าภาคตะวันตกมีสัดส่วนพื้นที่น้ำท่วมต่ำมาก โดย ราชบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ท่วมหนักที่สุดในภาค มีพื้นที่น้ำท่วมคิดเป็นเพียง 0.90% ของพื้นที่จังหวัดเท่านั้น ขณะที่ กาญจนบุรี คิดเป็น 0.15% และ เพชรบุรี คิดเป็นเพียง 0.07% ของพื้นที่จังหวัด สะท้อนว่าภาพรวมของภาคตะวันตกเป็นการเกิดน้ำท่วมขังเฉพาะจุดและน้ำไหลหลากเป็นช่วงเวลา ไม่ได้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างต่อเนื่องในลักษณะแบบภาคกลาง</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/thailand-flood-area-2026/">สำรวจพื้นที่น้ำท่วม 5.12 ล้านไร่ ใน 45 จังหวัด ช่วง 28 ก.ย. &#8211; 4 ต.ค. 69  เกือบ 80% อยู่ในภาคกลาง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>น้ำท่วมไม่ได้หายไป แค่ย้ายที่: เทียบแผนที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2554 กับ 2569 ท่วมซ้ำ ท่วมใหม่ รอดตรงไหนใน 50 เขต</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-flood-2554-vs-2569/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2026 10:47:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วมกรุงเทพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8212</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3613;&#3609;&#3607;&#3637;&#3656;&#3605;&#3585;&#3605 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flood-2554-vs-2569/">น้ำท่วมไม่ได้หายไป แค่ย้ายที่: เทียบแผนที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2554 กับ 2569 ท่วมซ้ำ ท่วมใหม่ รอดตรงไหนใน 50 เขต</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ฝนที่ตกต่อเนื่องเกือบ 48 ชั่วโมงเมื่อช่วงวันที่ 24-26 กันยายน 2569 ทำให้ถนนหลายสายในกรุงเทพฯ เกิดน้ำท่วมขัง และมีปริมาณฝนสะสมบางพื้นที่สูงเกิน <a href="https://www.naewna.com/n/top-stories/82429/">300 มิลลิเมตร</a> จน กทม. ต้องประกาศให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย ก่อนจะออก<a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1441544871486991&amp;set=pb.100068944758423.-2207520000&amp;type=3">ประกาศ</a>ปรับลดพื้นที่ภายหลังในวันที่ 29 กันยายน แบ่งเป็น 21 เขตไม่ได้รับผลกระทบ 14 เขตได้รับผลกระทบระดับปานกลาง และ 15 เขตได้รับผลกระทบระดับสูง</p>



<p class="wp-block-paragraph">สถานการณ์น้ำท่วมขังใน 29 เขตดังกล่าว ดึงความทรงจำของคนเมืองให้มองย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2554 ซึ่งเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของไทย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งเขื่อน อุโมงค์ระบายน้ำ แก้มลิง ไปจนถึงการขุดลอกคลอง แต่เมื่อต้องรับมือกับฝนตกหนักในปีนี้ ภาพน้ำท่วมขังกลับยังคงปรากฏซ้ำในจุดเดิมๆ นำมาสู่ประเด็นคำถามว่า <strong>เมื่อเทียบกับปี 2554 แผนที่น้ำท่วมของกรุงเทพฯ เปลี่ยนไปอย่างไร และงบประมาณแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของ กทม. ได้ถูกนำไปใช้ตรงจุดวิกฤตที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-bangkok-flood-2011-vs-2026-50-districts-scaled.png" alt="" class="wp-image-8213" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-bangkok-flood-2011-vs-2026-50-districts-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-bangkok-flood-2011-vs-2026-50-districts-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-bangkok-flood-2011-vs-2026-50-districts-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-bangkok-flood-2011-vs-2026-50-districts-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-bangkok-flood-2011-vs-2026-50-districts-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info1-bangkok-flood-2011-vs-2026-50-districts-1638x2048.png 1638w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">น้ำท่วมปี 2554 เทียบ 2569 แต่ละเขตเป็นอย่างไร</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สถานการณ์น้ำท่วมในปี 2554 Rocket Media Lab รวบรวมจากรายงานข่าวหลายแหล่ง ซึ่งแบ่งไว้เป็น 5 กลุ่ม นำมาจัดระดับให้เทียบกับปี 2569 ตามประกาศของ กทม. ได้ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ผลกระทบระดับสูง นับเขตที่ระบุว่าท่วมหนักและเป็นเวลานาน</li>



<li>ผลกระทบระดับปานกลาง นับเขตที่ระบุว่าเสียหายบางส่วนจากน้ำเหนือเกิน 20% ของพื้นที่, เสียหายบางส่วนน้อยกว่า 20% ของพื้นที่ และเขตที่ได้รับผลกระทบช่วงสั้นๆ จากระดับน้ำเจ้าพระยาขึ้น-ลง</li>



<li>ไม่ได้รับผลกระทบ นับเขตที่ระบุว่าไม่ประสบปัญหาน้ำท่วม</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">โดยสามารถแบ่งระดับผลกระทบของ 50 เขตในกรุงเทพฯ ได้ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง</strong> มี 12 เขต ได้แก่ คลองสามวา จตุจักร ดอนเมือง ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางเขน บางแค บางพลัด ภาษีเจริญ สายไหม หนองแขม และหลักสี่</li>



<li><strong>เขตที่ได้รับผลกระทบระดับปานกลาง</strong> มี 26 เขต ได้แก่ คลองเตย คันนายาว จอมทอง ดินแดง ดุสิต ธนบุรี บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ บางกะปิ บางขุนเทียน บางคอแหลม บางซื่อ บางบอน  บางรัก บึงกุ่ม ประเวศ พระโขนง พระนคร มีนบุรี ยานนาวา ลาดกระบัง ลาดพร้าว สะพานสูง สัมพันธวงศ์ หนองจอก และห้วยขวาง</li>



<li><strong>เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ</strong> มี 12 เขต ได้แก่ คลองสาน ทุ่งครุ บางนา ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย พญาไท ราชเทวี ราษฎร์บูรณะ วังทองหลาง วัฒนา สวนหลวง และสาทร</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนปี 2569 แบ่งได้ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง</strong> มี 15 เขต ได้แก่ คลองสามวา คันนายาว จตุจักร บางกะปิ บางเขน บึงกุ่ม ประเวศ มีนบุรี ลาดกระบัง วังทองหลาง สวนหลวง สะพานสูง สายไหม หนองจอก และหลักสี่</li>



<li><strong>เขตที่ได้รับผลกระทบระดับปานกลาง</strong> มี 14 เขต ได้แก่ ดอนเมือง ดินแดง ดุสิต ทวีวัฒนา ทุ่งครุ บางซื่อ บางนา บางบอน บางพลัด พญาไท พระโขนง ราชเทวี วัฒนา และห้วยขวาง</li>



<li><strong>เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ</strong> มี 21 เขต ได้แก่ คลองเตย คลองสาน จอมทอง ตลิ่งชัน ธนบุรี บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ บางขุนเทียน บางคอแหลม บางแค บางรัก ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย พระนคร ภาษีเจริญ ยานนาวา ราษฎร์บูรณะ ลาดพร้าว สัมพันธวงศ์ สาทร และหนองแขม</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ เขตที่ได้รับผลกระทบ ตามประกาศของ กทม. หมายถึงเกิดปัญหาน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัด ซึ่งกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน&nbsp; ตลอดจนก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนและของรัฐ อันเป็นสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 โดยใน 21 เขตที่ระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบนั้น มาจากการตรวจสอบในเชิงพื้นที่ของ กทม. เอง ซึ่งอาจหมายความว่ามีน้ำท่วมขังบางจุด แต่ไม่ถึงขั้นกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ได้แปลว่าไม่มีน้ำท่วมขังเลย และ กทม. ไม่ได้เปิดเผยเกณฑ์รายละเอียดที่ใช้แยกระดับปานกลางและกับสูง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-bangkok-flood-50-districts-scaled.png" alt="" class="wp-image-8214" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-bangkok-flood-50-districts-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-bangkok-flood-50-districts-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-bangkok-flood-50-districts-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-bangkok-flood-50-districts-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-bangkok-flood-50-districts-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info2-bangkok-flood-50-districts-1638x2048.png 1638w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเทียบปี 2554 กับปี 2569 ภาพรวมของกรุงเทพฯ ดูจะไปในทางที่ดีขึ้น โดยมี<strong>เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ</strong>เพิ่มจาก 12 เป็น 21 เขต <strong>เขตที่ได้รับผลกระทบปานกลาง</strong>ลดลงจาก 26 เหลือ 14 เขต ส่วน<strong>ผลกระทบสูง</strong>เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 12 เป็น 15 เขต ทว่าเมื่อเปรียบเทียบเป็นรายเขต จะพบว่าน้ำท่วมไม่ได้หายไป แต่แค่ย้ายพื้นที่ท่วม โดยมีรายละเอียด ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เขตที่ได้รับผลกระทบทั้งสองปี</strong> มี 22 เขต ในจำนวนนี้มี 5 เขตที่อยู่ระดับสูงทั้งสองปี คือ คลองสามวา จตุจักร บางเขน สายไหม และหลักสี่ มี 8 เขตที่ขยับจากปานกลางเป็นสูง คือ คันนายาว บางกะปิ บึงกุ่ม ประเวศ มีนบุรี ลาดกระบัง สะพานสูง และหนองจอก ส่วนดอนเมือง ทวีวัฒนา บางพลัด ลดจากสูงเป็นปานกลาง และอีก 6 เขตอยู่ระดับปานกลางเท่าเดิม คือ ดินแดง ดุสิต บางซื่อ บางบอน พระโขนง และห้วยขวาง</li>



<li><strong>เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบในปี 2554 แต่ได้รับผลกระทบในปี 2569</strong> มี 7 เขต ในนี้มี 2 เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง ได้แก่ วังทองหลาง และสวนหลวง ส่วนที่เหลืออยู่ระดับปานกลาง คือ ทุ่งครุ บางนา พญาไท ราชเทวี และวัฒนา</li>



<li><strong>เขตที่ได้รับผลกระทบในปี 2554 แต่ไม่ได้รับผลกระทบในปี 2569</strong> มี 16 เขต เป็นเขตที่เคยอยู่ระดับสูง 4 เขต คือ ตลิ่งชัน บางแค ภาษีเจริญ หนองแขม และเคยอยู่ระดับปานกลาง 12 เขต ได้แก่ คลองเตย จอมทอง ธนบุรี บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ บางขุนเทียน บางคอแหลม บางรัก พระนคร ยานนาวา ลาดพร้าว และสัมพันธวงศ์</li>



<li><strong>เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบเลยทั้งสองปี</strong> มีเพียง 5 เขต ได้แก่ คลองสาน ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย ราษฎร์บูรณะ และสาทร</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่า น้ำท่วมไปกระจุกอยู่แถบกรุงเทพตะวันออกและเหนือ ซึ่งมีเขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูงรวมกัน 13 จาก 15 เขต โดยฝั่งกรุงเทพตะวันออกที่เคยมีเขตระดับสูงในปี 2554 เพียง 1 เขต กลายเป็นมีระดับสูงครบทั้ง 9 เขตในปีนี้ ขณะที่ฝั่งธนฯ ซึ่งเคยมีเขตระดับสูงถึง 6 เขต ก็ไม่เหลือเขตระดับสูงอยู่เลย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-bangkok-flood-2011-vs-2026-causes-scaled.png" alt="" class="wp-image-8215" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-bangkok-flood-2011-vs-2026-causes-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-bangkok-flood-2011-vs-2026-causes-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-bangkok-flood-2011-vs-2026-causes-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-bangkok-flood-2011-vs-2026-causes-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-bangkok-flood-2011-vs-2026-causes-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info3-bangkok-flood-2011-vs-2026-causes-1229x1536.png 1229w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">น้ำท่วมปี 2554 และ 2569 มีที่มาจากไหน ต่างกันอย่างไร&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจาก<a href="https://tiwrmdev.hii.or.th/current/menu.html">สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ</a>ระบุว่า มหาอุทกภัยปี 2554 เกิดจากลานีญาที่ทำให้ฝนมาเร็วและมีปริมาณฝนสะสมทั่วประเทศสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 35% ร่วมกับอิทธิพลจากพายุ 5 ลูก ทำให้เกิดมวลน้ำมหาศาลจากภาคเหนือไหลลงลุ่มน้ำเจ้าพระยา เจอกับโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพลดลงจากแผ่นดินทรุดและขาดการบำรุงรักษา การผันน้ำออกฝั่งตะวันออกและตะวันตกทำได้ไม่เต็มศักยภาพ น้ำจึงไหลเข้ากรุงเทพฯ ทางด้านเหนือ พื้นที่รับน้ำเดิมก็ถูกถมเป็นหมู่บ้านจัดสรรและนิคมอุตสาหกรรมทำให้ระบายไม่ได้ และน้ำทะเลหนุนช่วงปลายตุลาคมถึงพฤศจิกายนทำให้ระบายลงอ่าวไทยล่าช้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนปี 2569 <a href="https://policywatch.thaipbs.or.th/article/environment-217">สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ</a> (สทนช.) ระบุว่า เกิดจากฝนตกลงตรงพื้นที่ราบอย่างต่อเนื่องและกระจายหลายจุด ทำให้มีน้ำไหลเข้าระบบระบายตลอด บางพื้นที่จึงระบายไม่ทันแม้ฝนเริ่มลด ประกอบกับคำอธิบายจาก รศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ชี้ว่าลักษณะ<a href="https://www.bbc.com/thai/articles/cm209ved1wz9o">กายภาพของกรุงเทพฯ</a> มีพื้นที่ระดับสูงต่ำไม่เท่ากัน พื้นที่ต่ำอย่างบางกะปิ รามคำแหง หรือฝั่งตะวันออกต้องรับน้ำจากที่สูงกว่า ขณะที่ฝั่งธนบุรีซึ่งเป็นพื้นที่สูง แม้มีฝนใกล้เคียงกันแต่เกิดน้ำท่วมน้อยกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flood-2025/">ข้อมูล</a>จากสำนักการระบายน้ำที่เคยรายงานสถิติน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักของกรุงเทพฯ ปี 2567-2568 พบว่ามีจำนวนน้ำท่วมขังรวม 841 ครั้ง ใน 43 เขต เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลเขตที่เกิดน้ำท่วมทั้งปี 2554 และ 2569 นี้จะพบว่า 22 เขตที่น้ำท่วมซ้ำซากทั้ง 2 ปี มีรายงานการเกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลัก รวม 480 ครั้ง หรือคิดเป็น 57.07% ของรายงานทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น 5 อันดับเขตที่มีน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักมากที่สุด ก็ล้วนจัดอยู่ในกลุ่มเขตที่ได้รับผลกระทบซ้ำซากนี้ ได้แก่ ดินแดง 57 ครั้ง, หลักสี่ 52 ครั้ง, จตุจักร 49 ครั้ง, บึงกุ่ม 45 ครั้ง และบางกะปิ 44 ครั้ง ขณะที่ 5 เขตที่รอดน้ำท่วมทั้งสองปี เกิดน้ำท่วมขังรวมกันเพียง 46 ครั้ง หรือคิดเป็น 5.47% เท่านั้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูเฉพาะ 29 เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูงและปานกลางในปี 2569 พบว่า มี 24 เขตที่มีรายงานน้ำท่วมขังบนถนนช่วงปี 2567-2568 รวมกันสูงถึง 655 ครั้ง หรือคิดเป็น 77.88% ของรายงานทั้งหมด และมี 5 เขต ที่ไม่เคยมีรายงานน้ำท่วมขังบนถนนเลยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่กลับประสบอุทกภัยในปีนี้ ได้แก่ คลองสามวา ทวีวัฒนา ทุ่งครุ สะพานสูง และหนองจอก</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลชี้ให้เห็นว่า แม้แผนที่น้ำท่วมในปี 2569 จะไม่ได้ซ้ำกับปี 2554 ทั้งหมด แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบก็เป็นพื้นที่ที่มีประวัติน้ำท่วมขังสะสมบนถนนมาก่อน ขณะเดียวกันบางพื้นที่ก็เพิ่งปรากฏเป็นจุดเสี่ยงจากลักษณะฝนตกหนักโดยตรงในปีนี้ เมื่อปัญหาน้ำท่วมไม่ได้กระจายตัวเท่ากันใน 50 เขต คำถามที่ตามมาคือ กทม. จัดสรรงบประมาณเพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วมไปยังพื้นที่เหล่านี้อย่างไร และงบประมาณดังกล่าวถูกนำไปใช้กับงานประเภทใดบ้าง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2048" height="2560" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-bangkok-2026-flooded-districts-4yr-budget-scaled.png" alt="" class="wp-image-8216" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-bangkok-2026-flooded-districts-4yr-budget-scaled.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-bangkok-2026-flooded-districts-4yr-budget-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-bangkok-2026-flooded-districts-4yr-budget-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-bangkok-2026-flooded-districts-4yr-budget-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-bangkok-2026-flooded-districts-4yr-budget-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/info4-bangkok-2026-flooded-districts-4yr-budget-1229x1536.png 1229w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">4 ปี กทม. ใช้งบแก้น้ำท่วมเท่าไร งบลงเขตที่เกิดน้ำท่วมแค่ไหน?</h3>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://rocketmedialab.co/bangkok-flood-budget-2023-2026/?utm_source=chatgpt.com">Rocket Media Lab</a> รวบรวมข้อมูลจากข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร 4 ปีย้อนหลัง (ปีงบฯ 2566-2569) พบงบที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมจากสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขต 50 เขต รวม <strong>13,563.59 ล้านบาท</strong> แบ่งเป็นงบของสำนักการระบายน้ำประมาณ 9,376.37 ล้านบาท และงบของ 50 สำนักงานเขตอีกประมาณ 4,187.22 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากแยกตาม<a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flooded-2569-budget/">ประเภทงาน</a> พบว่า งบก้อนใหญ่ที่สุดคือ เขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม 5,465.22 ล้านบาท หรือ 40.29% รองลงมาคือ งบเกี่ยวกับระบบระบายน้ำ 3,788.85 ล้านบาท หรือ 27.93% ตามด้วยงบค่าใช้สอยและวัสดุ 2,848.74 ล้านบาท หรือ 21% งบขุดลอกคลอง-ลำราง 1,151.24 ล้านบาท หรือ 8.49% งบแก้มลิง 252.30 ล้านบาท หรือ 1.86% และงบสำหรับเครื่องสูบน้ำ 57.23 ล้านบาท หรือ 0.42%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อรวมงบประมาณจากสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขต เฉพาะรายการที่สามารถระบุพื้นที่ดำเนินการเป็นรายเขตได้ พบว่ามีงบรวม 11,318.05 ล้านบาท กระจายอยู่ในทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับพื้นที่น้ำท่วมในปี 2554 และ 2569 พบว่า 22 เขตที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำทั้งสองปี ได้รับงบประมาณรวมตลอด 4 ปี 5,562.78 ล้านบาท หรือ 49.15% ของงบที่สามารถระบุพื้นที่ได้ โดยเขตที่ได้รับงบสูงสุดในกลุ่มนี้คือดอนเมือง 770.91 ล้านบาท ซึ่งดอนเมืองถูกจัดอยู่ในกลุ่มผลกระทบระดับปานกลางในปี 2569 ขณะที่หนองจอก ซึ่งอยู่ในกลุ่มได้รับผลกระทบระดับสูง กลับได้รับงบเพียง 19.09 ล้านบาท หรือน้อยกว่าดอนเมืองราว 40 เท่า งบของหนองจอกเป็นค่าวัสดุและค่าใช้สอย 13.09 ล้านบาท กับงบขุดลอกคลอง-ลำราง 6 ล้านบาท ไม่มีงบเกี่ยวกับระบบระบายน้ำเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูเฉพาะปี 2569 เขตที่ได้รับผลกระทบ 29 เขตได้งบรวม 7,060.99 ล้านบาท หรือ 62.4% ของงบที่ระบุพื้นที่ได้ สามารถแบ่งตามระดับที่ได้รับผลกระทบ ได้ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง</strong> มี 15 เขต ได้รับงบ 4 ปี รวม 3,945.47 ล้านบาท หรือ 34.86% เขตที่ได้งบมากที่สุดคือ หลักสี่ 694.53 ล้านบาท และน้อยที่สุดคือ หนองจอก 19.09 ล้านบาท</li>



<li><strong>เขตที่ได้รับผลกระทบระดับปานกลาง</strong> มี 14 เขต ได้รับงบ 4 ปี รวม 3,115.52 ล้านบาท หรือ 27.53% เขตที่ได้งบมากที่สุดคือ ดอนเมือง 770.91 ล้านบาท และน้อยที่สุดคือ บางบอน 52.53 ล้านบาท  </li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วน <strong>21 เขตที่ไม่ได้รับผลกระทบ</strong> ได้รับงบ 4 ปี รวม 4,257.04 ล้านบาท หรือ 37.61% เขตที่ได้งบมากที่สุดคือ คลองเตย 662.58 ล้านบาท และน้อยที่สุดคือ ป้อมปราบศัตรูพ่าย 22 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรงบประมาณป้องกันและแก้น้ำท่วมกับระดับความเสี่ยงของพื้นที่ โดยพบช่องว่างงบประมาณที่แตกต่างกันอย่างมากแม้ในกลุ่มเขตที่มีระดับผลกระทบใกล้เคียงกัน ตัวอย่างเช่น หนองจอกซึ่งอยู่ในกลุ่มผลกระทบระดับสูงได้รับงบเพียง 19.09 ล้านบาท ขณะที่หลักสี่อยู่ในระดับเดียวกันได้งบ 694.53 ล้านบาท ต่างกันกว่า 36 เท่า ส่วนเขตผลกระทบระดับปานกลางอย่าง ดอนเมือง ได้งบสูงถึง 770.91 ล้านบาท ห่างจากเขตบางบอนในกลุ่มเดียวกันราว 15 เท่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเปรียบเทียบสถานการณ์ปี 2554 กับ 2569 สะท้อนให้เห็นว่ากรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับโจทย์เรื่องน้ำที่เปลี่ยนไป การจับตาเรื่องงบประมาณในการแก้ปัญหาน้ำท่วมต่อจากนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่คำถามว่า กทม. ใช้งบประมาณไปเท่าไรแล้วทำไมน้ำยังคงท่วม แต่ต้องชี้ให้เห็นว่าเงินแต่ละก้อนถูกนำไปใช้แก้ไขปัญหาน้ำแบบไหน และรูปแบบการแก้ไขนั้นตรงกับสภาวะความเสี่ยงของเมืองในปัจจุบันหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">การจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณหลังจากนี้ จึงต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งจำนวนครั้งและระยะเวลาในการเกิดน้ำท่วมขัง จำนวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ความสำคัญเชิงพื้นที่ของโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนความเสี่ยงจากสภาวะอากาศแปรปรวนในระยะยาว เพราะในวันที่ฝนตกหนักลงกลางเมืองเกินกว่า 300 มิลลิเมตรได้ภายในเวลาไม่กี่สิบชั่วโมง การจัดการน้ำจะหยุดอยู่แค่การสร้างแนวป้องกันเพื่อกั้นน้ำจากภายนอกไม่ให้ทะลักเข้าเมืองไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องยกระดับศักยภาพของระบบภายในเพื่อรับมวลน้ำฝน เร่งระบายน้ำออกสู่ระบบหลัก ตลอดจนกระจายความช่วยเหลือลงสู่พื้นที่ได้อย่างทันท่วงที</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flood-2554-vs-2569/">น้ำท่วมไม่ได้หายไป แค่ย้ายที่: เทียบแผนที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2554 กับ 2569 ท่วมซ้ำ ท่วมใหม่ รอดตรงไหนใน 50 เขต</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ย้อนดูงบแก้น้ำท่วม กทม. 4 ปี (2566-2569) 13,563.59 ล้านบาท เขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมมากสุดกว่า 40% </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-flooded-2569-budget/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Sep 2026 07:05:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8196</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3618;&#3657;&#3629;&#3609;&#3604;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flooded-2569-budget/">ย้อนดูงบแก้น้ำท่วม กทม. 4 ปี (2566-2569) 13,563.59 ล้านบาท เขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมมากสุดกว่า 40% </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ย้อนดูข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร ปี 2566-2569 ที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมเฉพาะงบของสำนักการระบายน้ำและ 50 สำนักงานเขต รวมทั้งสิ้น 13,563.59 ล้านบาท พบว่า งบ 40.29% เป็นงบเกี่ยวกับเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม รวม 5,465.22 ล้านบาท รองลงมา งบ 27.93% เป็นงบเกี่ยวกับระบบระบายน้ำ 3,788.85 ล้านบาท อันดับ 3 งบ 21%&nbsp; เป็นงบค่าใช้สอยสำหรับวัสดุอุปกรณ์ เพื่อบำรุงรักษาระบบอาคารบังคับน้ำและเครื่องสูบน้ำ และค่ายานพาหนะ 2,848.74 ล้านบาท อันดับ 4 งบ 8.49% เป็นงบขุดลอกคลอง-ลำราง 1,151.24 ล้านบาท อันดับ 5 งบ 1.86% เป็นงบแก้มลิง 252.30 ล้านบาท อันดับ 6 งบ&nbsp; 0.42% งบเกี่ยวกับเครื่องสูบน้ำ 57.23 ล้านบาท</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info-bkk-flood-budget-4-years-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8197" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info-bkk-flood-budget-4-years-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info-bkk-flood-budget-4-years-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info-bkk-flood-budget-4-years-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info-bkk-flood-budget-4-years-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info-bkk-flood-budget-4-years-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/info-bkk-flood-budget-4-years-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">งบที่เกี่ยวกับเขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วม รวม 5,465.22 ล้านบาทแบ่งเป็นงบก่อสร้าง 82.04% จำนวน 4,483.71 ล้านบาท และงบปรับปรุง 17.96% จำนวน 981.52 ล้านบาท  เมื่อพิจารณาจากพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบหนักจากน้ำท่วมกรุงเทพฯ กันยายน 2569 เท่าที่ Rocket Media Lab วิเคราะห์ได้พบโครงการที่น่าสนใจ เช่น โครงการเกี่ยวกับก่อสร้างเขื่อนคอนกรีต คลองเปรมประชากรตั้งแต่ คลองบ้านใหม่ เขตดอนเมือง ถึงถึงบริเวณโรงเรียนผะดุงศิษย์พิทยา เขตบางซื่อ รวม 564.37 ล้านบาท  โครงการก่อสร้างเขื่อน หน้าสถานีสูบน้ำพระโขนงถึงจุดที่กำหนดให้บริเวณถนนสุขุมวิท 348.66 ล้านบาท โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองบางตลาด คลองบางเขน 233.89 ล้านบาท โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองลำบึงขวาง ในเขตลาดกระบังและมีนบุรี รวม 174.89 ล้านบาท โครงการก่อสร้างเขื่อนและปรับปรุงเขื่อน ค.ส.ล. คลองแสนแสบ จากบริเวณทางด่วนเฉลิมมหานคร ถึงบริเวณประตูระบายน้ำคลองตัน 125 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">งบเกี่ยวกับระบบระบายน้ำ 3,788.85 ล้านบาท แบ่งเป็น งบก่อสร้าง 41.57% จำนวน 1,574.91 ล้านบาท และงบปรับปรุง 58.43% จำนวน 2,213.87 ล้านบาท ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นงบเกี่ยวกับการปรับปรุงท่อระบายตามถนนและซอยต่างๆ และยังมีงบที่เกี่ยวกับอุโมงค์ระบายน้ำสู่แม่น้ำเจ้าพระยา 873.68 ล้านบาท เป็นอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ อุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองพระโขนง อุโมงค์ระบายน้ำจากบึงมักกะสัน อุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนา</p>



<p class="wp-block-paragraph">งบค่าใช้สอยสำหรับวัสดุอุปกรณ์ เพื่อบำรุงรักษาระบบอาคารบังคับน้ำและเครื่องสูบน้ำ และค่ายานพาหนะ 2,848.74 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ทำความสะอาด ท่อระบายน้ำ ค่าเครื่องแต่งกาย ค่าวัสดุอุปกรณ์บำรุงรักษาระบบระบายน้ำฯ ฯลฯ เช่น ค่ารถดูดฉีดล้างท่อระบายน้ำ ติดตั้งบนรถบรรทุก 10 ล้อ 10 ลบ.ม. ถังบรรจุน้ำ ขนาด 4 ลบ.ม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">งบขุดลอกคลอง-ลำราง 1,151.24 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบขุดลอกคลองต่างๆ&nbsp; กระจายไปอยู่เขตบางขุนเทียนมากที่สุด 100.76 ล้านบาท รองลงมาเป็น คลองสามวา 85.72 ล้านบาท คันนายาว 61 ล้านบาท มีนบุรี 55.2 ล้านบาท จอมทอง 51.46 ล้านบาท และเขตลาดกระบัง 50.73 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">งบแก้มลิง 252.30 ล้านบาท แบ่งเป็นงบก่อสร้าง 132.3 ล้านบาท และงบปรับปรุง 120 ล้านบาท โดยเป็นการก่อสร้างแก้มลิงในเขตบึงกุ่ม ดอนเมือง ดุสิต ลาดกระบัง และขุดลอกแก้มลิงเขตหลักสี่ และราชเทีวี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">งบเกี่ยวกับเครื่องสูบน้ำ 57.23 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นการซื้อเครื่องสูบน้ำกระจายอยู่ใน 18 เขต ในระยะเวลา 4 ปี เขตหนองแขม มีงบซื้อเครื่องสูบน้ำมากที่สุด 10.16 ล้านบาท อันดับ 2 เขตสวนหลวง 9 ล้านบาท อันดับ 3 เขตหลักสี่ 8.8 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/databaseb-bangkok-flood-budget-2023-2026/">https://rocketmedialab.co/databaseb-bangkok-flood-budget-2023-2026/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flooded-2569-budget/">ย้อนดูงบแก้น้ำท่วม กทม. 4 ปี (2566-2569) 13,563.59 ล้านบาท เขื่อนและแนวป้องกันน้ำท่วมมากสุดกว่า 40% </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ของประเทศไทย</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/climate-mitigation-finance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Sep 2026 07:00:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[CFNT]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RMLXCFNT]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกรวน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8153</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3611;&#3619;&#3632;&#3648;&#3607;&#3624;&#3652;&#3607 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/climate-mitigation-finance/">สำรวจการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ของประเทศไทย</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายการเป็นประเทศที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 ตามแผน NDC 3.0 ซึ่งประกาศต่อประชาคมโลกเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ในการประชุม COP30 ที่ประเทศบราซิล</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ดังกล่าว ประเทศไทยได้กำหนดเป้าหมายระหว่างทางไว้ด้วยว่า ภายในปี ค.ศ. 2035 จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เหลือ 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งคิดเป็นการลดลง 47% เมื่อเทียบกับปี ค.ศ. 2019</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม การจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ตามเป้าหมายนี้ ภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องมีมาตรการรองรับ และต้องได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนเพื่อให้สามารถดำเนินการได้จริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ร่วมกับเครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน (CFNT) ชวนสำรวจการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย โดยอ้างอิงข้อมูลจากฐานข้อมูล Thailand Climate Finance Tracker 2026 ซึ่งติดตามการลงทุนสองด้าน คือ ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และด้านการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Adaptation) เพื่อร่วมกันหาคำตอบว่า ประเทศไทยมีการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากน้อยเพียงใด เงินลงทุนดังกล่าวกระจายไปยังพื้นที่ใด และดำเนินการผ่านหน่วยงานใดบ้าง</p>



<h3 class="wp-block-heading">ประเทศไทยมีการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) มากน้อยแค่ไหน&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8159" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจาก Thailand Climate Finance Tracker 2026 ซึ่งเก็บจากรายงานความยั่งยืนและข้อมูลที่มีการเปิดเผยสาธารณะ ชี้ว่า ระหว่างพ.ศ. 2561 – พฤษภาคม 2569 หน่วยงานภาครัฐของไทยมีการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) รวม 287,317.54 ล้านบาท ใน 3,327 โครงการ เฉพาะโครงการภายที่อยู่ภายใต้งบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มี 809 โครงการ เป็นเงิน 15,307.93 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเมื่อนำมาจำแนกตามพื้นที่พบว่า มีการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด 5 อันดับแรก ดังนี้&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สมุทรปราการ 1,303.84 ล้านบาท คิดเป็น 8.52%</li>



<li>กรุงเทพมหานคร 1,205.75 ล้านบาท คิดเป็น 7.88%</li>



<li>ร้อยเอ็ด 720.71 ล้านบาท คิดเป็น 4.71%</li>



<li>อุดรธานี 667.01 ล้านบาท คิดเป็น 4.36%</li>



<li>อ่างทอง 647.48 ล้านบาท คิดเป็น 4.23%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนจังหวัดที่มีงบประมาณสำหรับการเงินเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยน้อยที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสงคราม บึงกาฬ นราธิวาส และตาก ตามลำดับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยสมุทรปราการ มีโครงการทั้งสิ้น 8 โครงการ เป็นโครงการภาคอาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้ 948.40 ล้านบาท ตามด้วยภาคพลังงาน 327.08 ล้านบาท อาคารและโครงสร้างพื้นฐาน 27.86 ล้านบาท และขยะ 0.50 ล้านบาท ขณะที่กรุงเทพมหานคร เป็นโครงการการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 788.47 ล้านบาท และขยะ 417.28 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนอ่างทองเป็นจังหวัดที่มีจำนวนโครงการมากที่สุด 63 โครงการ จำนวนมากเป็นโครงการในด้าน อาคารและโครงสร้างพื้นฐาน 643.32 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการอำนวยความปลอดภัยทางถนนโดยดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ ตามด้วยโครงการด้านการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 1.70 ล้านบาท พลังงาน 1.50 ล้านบาท และภาคอาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้ 0.96 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลพบว่า มี 6 พื้นที่ที่มีงบประมาณมากกว่า 500 ล้านบาทคือ สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร ร้อยเอ็ด อุดรธานี อ่างทอง และนนทบุรี ส่วนจังหวัดที่งบประมาณต่ำกว่า 10 ล้านบาท ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสงคราม บึงกาฬ และนราธิวาส โดยเพชรบุรีเป็นจังหวัดที่มีงบเพียง 0.45 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้หากนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation finance) จะพบว่ากรุงเทพฯ และสมุทรปราการ เป็นสองจังหวัดที่ติดอยู่ในอันดับต้นๆ ของทั้งการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Climate Adaptation Finance) และการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) และเป็นเพียง 2 จังหวัดที่มีการลงทุนมากกว่า 1 พันล้านบาท&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">การลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) อยู่ในภาคส่วนไหนมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8156" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ของภาครัฐมาจำแนกตามระบบการจำแนกภาคเศรษฐกิจ จะพบว่า</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>การขนส่ง 132,647.04 ล้านบาท คิดเป็น 46.17%</li>



<li>การจัดการน้ำและสุขาภิบาล 76,358.39 ล้านบาท คิดเป็น 26.58%</li>



<li>อาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้ 22,148.62 ล้านบาท คิดเป็น 7.71%</li>



<li>ขยะ 10,661.00 ล้านบาท คิดเป็น 3.71%</li>



<li>พลังงาน 9,873.78 ล้านบาท คิดเป็น 3.44%</li>



<li>อาคารและโครงสร้างพื้นฐาน 7,512.26 ล้านบาท คิดเป็น 2.61%</li>



<li>อุตสาหกรรม 988.22 ล้านบาท คิดเป็น 0.34%</li>



<li>เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 194.38 ล้านบาท คิดเป็น 0.07%</li>



<li>ไม่สามารถจำแนกตามภาคเศรษฐกิจได้ เนื่องจากข้อจำกัดของการเปิดเผยข้อมูล 26,933.84 ล้านบาท คิดเป็น 9.37%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูล พบว่า ภาครัฐใช้งบประมาณในภาคการขนส่งมากที่สุด 132,647.04 ล้านบาท คิดเป็น 46.17% ของงบทั้งหมด 287,317.54 บาท เมื่อพิจารณาในระดับจังหวัด พบการลงทุนในภาคการขนส่งมากที่สุด ที่จังหวัดสงขลา 45 ล้านบาท ตามด้วยกาญจนบุรี 32 ล้านบาท และหากดูเป็นรายกระทรวง พบการใช้งบสูงสุดที่กระทรวงคมนาคม 111,724.44 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือภาคการจัดการน้ำและสุขาภิบาล เป็นเงิน 76,358.39 ล้านบาท คิดเป็น 26.58% เมื่อพิจารณาในระดับพื้นที่ พบการลงทุนในภาคการจัดการน้ำและสุขาภิบาลมากที่สุดที่กรุงเทพมหานคร 788.47 ล้านบาท ตามด้วยพัทยา 405.30 ล้านบาท และหากดูเป็นรายกระทรวง พบการใช้งบสูงสุดที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 48,256.54 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">มาตามด้วยโครงการที่ไม่สามารถจำแนกตามภาคเศรษฐกิจได้ เนื่องจากข้อจำกัดของการเปิดเผยข้อมูล เป็นเงิน 26,933.84 ล้านบาท คิดเป็น 9.37% เมื่อพิจารณาในระดับจังหวัด พบการลงทุนในโครงการ ไม่สามารถจำแนกตามภาคเศรษฐกิจได้ มากที่สุดที่ระนอง 19.62 ล้านบาท ตามด้วยนครปฐม 1 ล้านบาท หากดูเป็นรายกระทรวง พบการใช้งบสูงสุดที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 26,596.19 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถัดมาคือภาคอาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้ 22,148.62 ล้านบาท คิดเป็น 7.71% เมื่อพิจารณาในระดับจังหวัด พบการลงทุนในภาคอาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้มากที่สุด ที่สมุทรปราการ 948.40 ล้านบาท ตามด้วยยโสธร 102.51 ล้านบาท หากดูรายกระทรวง พบการใช้งบสูงสุดที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 14,715.74 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีก 5 ภาคที่เหลือคือขยะ, พลังงาน, อาคารและโครงสร้างพื้นฐาน, อุตสาหกรรม และ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมกันเป็นเงิน 29,229.64 ล้านบาท คิดเป็น 10.17%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Climate Adaptation Finance) จะพบว่า การลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน ใช้งบการจัดการน้ำและสุขาภิบาลมากที่สุด 167,869.73 ล้านบาท ในขณะที่การลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ใช้งบประมาณไปกับภาคการขนส่งมากที่สุด 132,647.04 ล้านบาท อย่างไรก็ตามงบประมาณในการจัดการน้ำของการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ก็ยังคงสูงเป็นอันดับสอง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แสดงให้เห็นว่าไทยใช้งบประมาณในโครงการที่เกี่ยวข้องกับโลกรวนมากที่สุดในด้านการจัดการน้ำและสุขาภิบาล อย่างไรก็ตามประเทศไทยก็ยังคงต้องเผชิญปัญหาน้ำแล้งในฤดูร้อน และน้ำท่วมในฤดูฝนมาโดยตลอด โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำท่วมที่ทวีความรุนแรงสูงขึ้นทุกปี ซึ่งอาจแสดงให้เห็นว่าไทยมีการลงทุนในโครงสร้างที่อาจจะไม่สามารถช่วยในการปรับตัวหรือบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกรวนได้อย่างตรงจุด ทั้งโครงสร้างพื้นฐานสีเทา (gray infrastructure) ที่รองรับวัตถุประสงค์เพียงด้านเดียว (single-purpose infrastructure) เช่น อ่างเก็บน้ำหรือเขื่อน ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจจะกลายเป็น “การปรับตัวที่ก่อโทษ (maladaptation)” ที่ส่งผลลบต่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมากกว่าเดิม</p>



<h3 class="wp-block-heading">การลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ถูกใช้ผ่านงบประมาณในแต่ละกระทรวงมากน้อยเพียงใด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8157" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ของภาครัฐมาจำแนกเป็นรายกระทรวง พบว่า กระทรวงคมนาคม มีงบประมาณมากที่สุด 111,747.26 ล้านบาท คิดเป็น 41.15% โดยโครงการส่วนใหญ่อยู่ในด้านการขนส่ง 111,724.44 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นโครงการด้านการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 22.82 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 98,232.49 ล้านบาท คิดเป็น 36.17% โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการด้านการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 48,256.54 ล้านบาท ส่วนโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุดจากทั้งหมด 8 โครงการ คือโครงการด้านพลังงาน 3 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงมหาดไทย 24,372.04 ล้านบาท คิดเป็น 8.97% ส่วนใหญ่เป็นโครงการการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 23,818.86 ล้านบาท ตามด้วยโครงการด้านขยะ 531.26 ล้านบาท และโครงการด้านพลังงาน 21.92 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงการคลัง 20,785.43 ล้านบาท คิดเป็น 7.65% ส่วนใหญ่เป็นโครงการการขนส่ง 20,754.51 ล้านบาท ตามด้วยโครงการด้านอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน 18 ล้านบาท และโครงการด้านอาหาร เกษตรกรรมและป่าไม้ 12.92 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีงบประมาณรวมกัน 16,434.45 ล้านบาท คิดเป็น 6.05%</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่างบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) กระจุกตัวอยู่ใน 2 กระทรวง คือ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีงบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกัน คิดเป็น 77.32% ของงบประมาณทั้งหมด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Climate Adaptation Finance) จะพบว่า การลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน ใช้งบประมาณส่วนนี้มากในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเพียงกระทรวงเดียวก็สูงถึง 63.80% ของงบทั้งหมด ในขณะที่การลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ใช้งบประมาณในกระทรวงคมนาคมสูงสุด ความแตกต่างนี้เกิดจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยมุ่งไปที่ภาคการขนส่งมากกว่าภาคอื่นๆ แต่ในขณะเดียวกันกลับพบว่าภาคพลังงานของไทยเป็นภาคที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงมี่สุดถึง 67% ซึ่งการขนส่งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของภาคพลังงาน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">การลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (Climate Adaptation Finance) และการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ในแต่ละจังหวัดของไทย</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8160" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Climate-Mitigation-Finance4-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมารวมกันกับการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และนำไปจำแนกเป็นรายพื้นที่ เพื่อดูว่าพื้นที่ใดมีการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนเท่าไรบ้าง จะพบว่าจังหวัด/หน่วยการปกครอง ที่ได้รับงบประมาณการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนสูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กรุงเทพมหานคร 2,438.74 ล้านบาท คิดเป็น 12.39%</li>



<li>สมุทรปราการ 2,296.18 ล้านบาท คิดเป็น 11.66%</li>



<li>พัทยา 799.72 ล้านบาท คิดเป็น 4.06%</li>



<li>ร้อยเอ็ด 749.28 ล้านบาท คิดเป็น 3.81%</li>



<li>อุดรธานี 667.01 ล้านบาท คิดเป็น 3.39%</li>



<li>อ่างทอง 654.30 ล้านบาท คิดเป็น 3.32%</li>



<li>นนทบุรี 615.50 ล้านบาท คิดเป็น 3.13%</li>



<li>ระยอง 595.81 ล้านบาท คิดเป็น 3.03%</li>



<li>กาฬสินธุ์ 447.35 ล้านบาท คิดเป็น 2.27%</li>



<li>ขอนแก่น 434.92 ล้านบาท คิดเป็น 2.21%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่ากรุงเทพฯ และสมุทรปราการ เป็นสองจังหวัดที่มีการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนสูงที่สุด และเป็นสองจังหวัดที่มีการลงทุนสูงที่สุดทั้งการลงทุนเพื่อปรับตัวต่อภาวะโลกรวนและการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเช่นเดียวกัน นอกจากนี้กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ ยังเป็นสองจังหวัดที่มีการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนสูงกว่า 2 พันล้านบาทและอยู่ในหลักพันล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่จังหวัดที่มีการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนน้อยที่สุด คือ เพชรบุรี เพียง 0.45 ล้านบาท และเป็นเพียงจังหวัดเดียวที่มีงบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนต่ำกว่าระดับล้านบาท และมีอีก 28 จังหวัด ที่มีงบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนต่ำกว่า 100 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่าจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและสังคมขนาดใหญ่ อย่างกรุงเทพฯ สมุทรปราการ เมืองพัทยา นนทบุรี ระยอง หรือขอนแก่น เป็นพื้นที่ที่มีการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนสูงเมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่นๆ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้อาจมีความเสี่ยงและความเปราะบางสูง โดยเฉพาะต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะโลกรวน จึงทำให้มีงบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวนสูงเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/climate-mitigation-finance/">สำรวจการลงทุนเพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation Finance) ของประเทศไทย</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของบริษัทพลังงานไทย</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/energy-mitigation-finance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 08:33:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[CFNT]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RMLXCFNT]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8135</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3619;&#3634;&#3618;&#3591;&#3634 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/energy-mitigation-finance/">สำรวจการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของบริษัทพลังงานไทย</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">จากรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่อันดับที่ 17 ของโลก ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather) จึงจำเป็นอย่างยิ่งและเร่งด่วนที่ไทยจะต้องลงทุนเพื่อรับมือต่อภาวะโลกรวนทั้งในด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (climate mitigation) และการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภายใต้ NDC 3.0 ประเทศไทยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2593 ดังนั้น การลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ซึ่งมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุดในประเทศ จึงจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายที่ประกาศไว้ต่อประชาคมโลก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab และเครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน (CFNT) ชวนสำรวจการลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัทพลังงานในประเทศไทย โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูล Thailand Climate Finance Tracker 2026 ซึ่งเก็บข้อมูลระหว่างปี พ.ศ. 2561-พฤษภาคม พ.ศ. 2569 จากรายงานความยั่งยืนและข้อมูลที่มีการเปิดเผยสาธารณะ ว่าบริษัทพลังงานในประเทศไทยลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนอย่างไรและในด้านใดบ้าง<br></p>



<h3 class="wp-block-heading">บริษัทพลังงานไทยลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานเท่าไรและอย่างไรบ้าง</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8149" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ในภาพใหญ่ ข้อมูลจาก Thailand Climate Finance Tracker 2026 ซึ่งเก็บรวบรวม<a href="https://www.climatefinancethai.com/tracker/mitigation">การลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่าง พ.ศ. 2561-พฤษภาคม พ.ศ. 2569 พบว่า มีการลงทุน</a>รวมประมาณ 2 ล้านล้านบาท โดยภาคเอกชนและสถาบันการเงินยังคงเป็นผู้ลงทุนหลัก หรือมากกว่า 3 ใน 5 ของเงินลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในประเทศไทย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเฉพาะในส่วนของการลงทุนเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกของบริษัทพลังงานในประเทศไทย จำนวน 233 โครงการ จาก 97 บริษัท เป็นเงินสูงถึง 730,813.82 ล้านบาท และเมื่อนำมาจำแนกว่าแต่ละบริษัทใช้เงินลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อนไปกับภาคเศรษฐกิจย่อยใดบ้าง จะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">มีบริษัทพลังงาน 30 แห่ง ที่ลงทุนเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกเฉพาะในส่วนของการผลิตเชื้อเพลิง (Fuel Production) อย่างเดียว เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท บัวใหญ่ ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด, บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และกลุ่มมิตรผล</p>



<p class="wp-block-paragraph">มีบริษัทพลังงาน 73 แห่ง ที่ลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกรวนเฉพาะในส่วนของการผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) อย่างเดียว เช่น บริษัท บีจี เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด, บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กันกุล พาวเวอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และมีบริษัทพลังงานเพียง 1 แห่งที่มีการลงทุนในการส่งและจำหน่ายไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Transmission and Distribution) หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน อาทิ ระบบสมาร์ตกริด ได้แก่ บริษัท เอซีอี โซลาร์ จำกัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่มีการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานสูงที่สุดในประเทศไทย 250,454.40 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 34.27% จากการลงทุนทั้ง 97 บริษัท ขณะที่ภาคเศรษฐกิจย่อยที่บริษัทพลังงานลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานมากที่สุดคือ การผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) 472,209.30 ล้านบาท หรือคิดเป็น 64.61% จากการลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อนของบริษัทพลังงานในประเทศไทยทั้งหมด&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">บริษัทพลังงานลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อน ในภาคเศรษฐกิจย่อยใด เท่าไรบ้าง&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8150" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของของบริษัทพลังงานในประเทศไทย จำนวน 233 โครงการ จาก 97 บริษัท มาจำแนกว่าแต่ละบริษัทใช้เงินลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อนไปในภาคเศรษฐกิจย่อยได้ด้วยเทคโนโลยีใดบ้าง จะพบว่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นำไปลงทุนในภาคเศรษฐกิจย่อย ด้านการผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) มากที่สุด 472,209.30 ล้านบาท หรือคิดเป็น 64.61% โดยบริษัทลงที่ลงทุนในภาคเศรษฐกิจย่อยประเภทนี้มากที่สุด คือ บริษัท บีจี เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นเมื่อพิจารณาว่าใน ภาคเศรษฐกิจย่อยด้านการผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) มีการลงทุนในเทคโนโลยีใดบ้าง จะพบว่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 1 คือ การลงทุนในโซลาร์เซลล์ (PV) สูงสุดที่ 214,582.67 ล้านบาท โดยบริษัทที่ลงทุนมากที่สุด คือบริษัทบีจี เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 2 คือ การลงทุนเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมากกว่า 1 ชนิด คิดเป็น 89,494.63 ล้านบาท โดยบริษัทที่ลงทุนมากที่สุดคือ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 3 คือ การลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานลมบนบก 58,653.12 ล้านบาท โดยบริษัทที่ลงทุนมากที่สุด คือ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของภาคเศรษฐกินย่อยด้านการผลิตเชื้อเพลิง (Fuel Production) 258,525.99 ล้านบาท หรือคิดเป็น 35.38% โดยบริษัทที่ลงทุนในด้านการผลิตเชื้อเพลิงมากที่สุด คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 232,050 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นเมื่อพิจารณาว่าในภาคเศรษฐกินย่อยด้านการผลิตเชื้อเพลิง มีการลงทุนในเชื้อเพลิงสะอาดใดบ้าง จะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 1 คือ การลงทุนในไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนมากที่สุด 232,050 ล้านบาท โดยมีบริษัทที่ลงทุนในเชื้อเพลิงดังกล่าวเพียงรายเดียวคือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 2 คือ การลงทุนในก๊าซชีวภาพ 25,611.98 ล้านบาท โดยบริษัทที่ลงทุนมากที่สุด คือ กลุ่มมิตรผล&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; อันดับ 3 คือ การลงทุนในเชื้อเพลิงชีวภาพ 864 ล้านบาท โดยบริษัทที่ลงทุนมากที่สุด คือ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า เงินลงทุนกว่า 99% ถูกจัดสรรไปที่การผลิตพลังงานและเชื้อเพลิงหมุนเวียนขณะที่เงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น สมาร์ทกริด (smart grid) กลับมีจำนวนน้อยมาก ซึ่งข้อมูลจาก Thailand Climate Finance Tracker 2026 พบว่า ยังคงมีช่องว่างขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยมีการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบสายส่งเพียง 78.53 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.01% ของเงินลงทุนทั้งหมดในภาคพลังงาน โดยมีบริษัทที่ลงทุนเพียงบริษัทเดียวคือ บริษัท เอซีอี โซลาร์ จำกัด&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">20 อันดับแรกของบริษัทพลังงานไทยที่ลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานสูงที่สุด&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8151" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/09/Mitigation-finance3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของบริษัทพลังงานในประเทศไทย จำนวน 233 โครงการ จาก 97 บริษัท มาจัดอันดับบริษัทที่มีการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานสูงที่สุดที่สุด จะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับหนึ่ง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานสูงที่สุด คิดเป็น 250,454.40 บาท หรือ 34.27% ของการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั้งหมดของบริษัทพลังงานไทย สัดส่วนการลงทุนสูงที่สุดอยู่ในด้านเชื้อเพลิงที่ 232,050 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนในเทคโนโลยีเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ภาคการผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) มีเพียง 18,404.40 ล้านบาท โดยโครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุด คือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture Use and Storage (CCUS)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสอง บริษัท บีจี เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Bangkok Glass (BG) ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานความร้อนเหลือทิ้ง เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานรวม 66,794.31 บาท คิดเป็น 9.14% ของการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั้งหมดของบริษัทพลังงานไทย และพบว่าเป็นการลงทุนใน Sub Sector การผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation)ทั้งหมด โครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุดคือ ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar – Photovoltaic (PV)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสาม บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA เป็นผู้นำธุรกิจพลังงานพลังงานทดแทน ผลิตแบตเตอรี่ และยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร โดยมีการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานรวม 62,027.96 บาท คิดเป็น 8.49% ของการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานทั้งหมดของบริษัทพลังงานไทย และพบว่าเป็นการลงทุนในการผลิตไฟฟ้าและความร้อน (Power and Heat Generation) ทั้งหมด โดยมีโครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุด คือโครงการพลังงานลมบนบก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่า ปตท. เป็นเพียงบริษัทเดียวที่ลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อนสูงในระดับแสนล้าน หรือคิดเป็น 34.27% จากทั้ง 97 บริษัท และเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับบริษัทพลังงานที่มีมูลค่าตลาด (market capitalization) สูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ณ วันที่ 28 เมษายน 2568 จำนวน 10 อันดับแรกก็จะพบว่าบริษัทที่มีมูลค่าตลาด (market capitalization) สูงสุดอยู่ใน 10 อันดับแรกส่วนใหญ่ก็จะอยู่ใน 20 อันดับแรกของบริษัทที่ใช้เงินลงทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโลกร้อนเช่นเดียวกัน ยกเว้บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKP) โดยในกรณีของบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) พบเป็นบริษัท CH. Karnchang Public Company Limited ในอันดับที่ 96&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และยังมีกรณีของบริษัทร่วมทุนที่ติดอยู่ใน 20 อันดับแรก เช่น บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (Xayaburi Power Company Limited &#8211; XPCL) ในอันดับที่ 10 ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและดำเนินงาน โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีบนแม่น้ำโขงในแขวงไซยะบุรี สปป. ลาว โดยมี ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKPower) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือในอันดับที่ 23 ก็เป็นยอดรวมการนำเข้าโซลาร์เซลล์จากต่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 3,257.15 ล้านบาท&nbsp; </p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/energy-mitigation-finance/">สำรวจการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของบริษัทพลังงานไทย</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation finance) ในประเทศไทย </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/climate-adaptation-finance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Aug 2026 05:32:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[CFNT]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RMLXCFNT]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกรวน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8097</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3648;&#3627;&#3605;&#3640;&#3585;&#3634;&#3619;&#3603 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/climate-adaptation-finance/">สำรวจการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation finance) ในประเทศไทย </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">เหตุการณ์น้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปลาย พ.ศ. 2568 และเหตุการณ์น้ำท่วมใน จ.น่าน เมื่อเดือนสิงหาคมปีนี้ กำลังส่งสัญญาณเตือนประเทศไทยถึงความแปรปรวนและความรุนแรงของภัยพิบัติจากภาวะโลกรวน</p>



<p class="wp-block-paragraph">รายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 ชี้ว่า ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว (extreme weather) จากภาวะโลกรวนเป็นอันดับที่ 17 ของโลก ขณะที่ข้อมูลจาก Readiness Ranking ชี้ว่า ไทยมีความพร้อมในการรับมือกับภาวะโลกรวนอยู่ในอันดับที่ 123 ของโลก สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากขึ้นเพื่อรับมือกับผลกระทบจากภาวะโลกรวน ซึ่งย่อมรวมถึงการจัดทำแผนระยะยาว การจัดสรรงบประมาณ รวมถึงการผสานความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">คำถามคือ ในตอนนี้ประเทศไทยมีความพร้อมเพียงใดแล้ว ต่อความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab และเครือข่ายการเงินเพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน (CFNT) ชวนสำรวจการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation finance) ในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย โดยอ้างอิงฐานข้อมูล Thailand Climate Finance Tracker 2026 ซึ่งติดตามการลงทุนด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (mitigation) และการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (adaptation) ครอบคลุมเงินลงทุนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนแหล่งเงินทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น สถาบันการเงินและองค์กรระหว่างประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลภูมิทัศน์การเงินเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนประจำปี พ.ศ. 2569 จัดเก็บโดย CFNT ร่วมกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ (PIER) ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ <a href="https://www.climatefinancethai.com/tracker/adaptation">พ.ศ. 2561 ถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2569</a> เพื่อร่วมกันหาคำตอบว่า ประเทศไทยลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมากน้อยเพียงใด เงินลงทุนดังกล่าวกระจายไปสู่ภาคส่วนใดบ้าง และประเทศไทยมีความพร้อมเพียงใดในการรับมือกับภาวะโลกรวน</p>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทยมีการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน<br>(climate adaptation finance) มากน้อยเพียงใด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในภาพรวม ข้อมูลจาก Thailand Climate Finance Tracker 2026 ชี้ว่า ระหว่าง <a href="https://www.climatefinancethai.com/tracker/adaptation">พ.ศ. 2561 ถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2569</a> ประเทศไทยมีการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation finance) หรือการลงทุนทุกรูปแบบที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมพร้อม รับมือ หรือปรับตัวต่อภาวะโลกรวนรวม 279.5 พันล้านบาท โดยภาครัฐยังคงเป็นผู้ลงทุนหลักมากกว่า 4 ใน 5 ของเงินลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนทั้งหมดในประเทศไทย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8102" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาในระดับท้องถิ่น จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2025–2026 พบโครงการที่ถือเป็นการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนทั้งหมด 1,605 โครงการ ในจำนวนนี้เป็นโครงการภายใต้งบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 531 โครงการ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเมื่อนำมาจำแนกตามพื้นที่พบว่า พื้นที่ที่มีงบประมาณสำหรับการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กรุงเทพมหานคร 1,232.99 ล้านบาท มาจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2026 ของกรุงเทพมหานคร โดยทั้งหมดเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำ เช่น โครงการก่อสร้างเขื่อน อุโมงค์ระบายน้ำ และระบบป้องกันน้ำท่วม</li>



<li>จังหวัดสมุทรปราการ 992.33 ล้านบาท</li>



<li>เมืองพัทยา ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ 304.53 ล้านบาท</li>



<li>จังหวัดระยอง 198.40 ล้านบาท</li>



<li>จังหวัดเพชรบูรณ์ 113.30 ล้านบาท</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนจังหวัดที่มีงบประมาณสำหรับการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนน้อยที่สุด ได้แก่ อุตรดิตถ์ ยโสธร ชัยนาท ตราด และกาญจนบุรี ตามลำดับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้กรุงเทพฯ จะเป็นพื้นที่ที่มีงบประมาณสำหรับการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนสูงที่สุด แต่เมื่อพิจารณาจากจำนวนโครงการกลับพบว่า มีเพียง 11 โครงการเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่นครพนมเป็นจังหวัดที่มีโครงการซึ่งถือเป็นการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมากที่สุดถึง 83 โครงการ เกือบทั้งหมดเป็นโครงการธนาคารน้ำใต้ดินแบบเปิด ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง อันเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างยั่งยืน โดยโครงการเหล่านี้กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครพนม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลยังชี้ว่า มีเพียง 2 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ ที่มีงบประมาณสำหรับการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมากกว่า 500 ล้านบาท ขณะที่ 12 จังหวัดมีงบประมาณต่ำกว่า 1 ล้านบาท และอีก 5 จังหวัดไม่ปรากฏข้อมูล ได้แก่ ตรัง นราธิวาส เพชรบุรี ศรีสะเกษ และอุดรธานี</p>



<h3 class="wp-block-heading">หน่วยงานราชการไทยนำงบประมาณเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน<br>(climate adaptation finance) ไปใช้ในเรื่องใดบ้าง&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8103" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนของภาครัฐมาจำแนกตามระบบการจำแนกภาคเศรษฐกิจ สามารถแบ่งออกเป็น 8 ภาค ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>การจัดการน้ำและสุขาภิบาล</li>



<li>ระบบนิเวศ</li>



<li>เมืองและการตั้งถิ่นฐาน</li>



<li>สาธารณสุข</li>



<li>ระบบสังคม</li>



<li>โครงสร้างพื้นฐาน</li>



<li>อาหาร เกษตรกรรม และป่าไม้</li>



<li>อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ภาครัฐใช้งบประมาณในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำมากที่สุด คิดเป็นมูลค่า 167,869.73 ล้านบาท หรือ 71.21% ของงบประมาณภาครัฐที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนทั้งหมด 235,740.68 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาในระดับจังหวัด พบการลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำมากที่สุดในกรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น มุกดาหาร นครพนม และนครราชสีมา โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือโครงการที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เกษตรกรรม และป่าไม้ ซึ่งครอบคลุมการลงทุนในระบบการผลิตและจัดหาอาหารและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การผลิตขั้นต้นไปจนถึงการกระจายสินค้า โดยมีมูลค่าการลงทุนเพื่อรับมือและปรับตัวต่อภาวะโลกรวน 27,873.06 ล้านบาท หรือ 11.82%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในระดับจังหวัด พบการลงทุนในโครงการกลุ่มนี้มากที่สุดในกรุงเทพฯ เช่น โครงการบำรุงรักษา ปรับปรุง และเพิ่มพื้นที่สีเขียว รองลงมาคือสุราษฎร์ธานี โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถัดมาคือโครงการที่เกี่ยวข้องกับเมืองและการตั้งถิ่นฐาน หมายถึงการลงทุนเพื่อทำให้ชุมชนและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ทั้งในเขตเมืองและชนบทสามารถรับมือกับภาวะโลกรวนได้ มีมูลค่า 21,388.70 ล้านบาท หรือ 9.07%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในระดับพื้นที่ พบการลงทุนในโครงการกลุ่มนี้มากที่สุดในกรุงเทพฯ และเมืองพัทยา โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการของกระทรวงมหาดไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศ หมายถึงการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศบนบก น้ำจืด ชายฝั่ง และทะเล รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ ทุนทางธรรมชาติ และบริการจากระบบนิเวศ เพื่อรับมือและปรับตัวต่อภาวะโลกรวน มีมูลค่า 10,205.19 ล้านบาท หรือ 4.33%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในระดับจังหวัด พบการลงทุนในโครงการกลุ่มนี้มากที่สุดในสมุทรปราการและระยอง ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบสังคม หมายถึงการลงทุนในระบบและบริการที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ ความปลอดภัย และความมั่นคงทางสังคม เพื่อเสริมความสามารถในการรับมือกับภาวะโลกรวน มีมูลค่า 7,149.26 ล้านบาท หรือ 3.03%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในระดับจังหวัด พบการลงทุนในโครงการกลุ่มนี้มากที่สุดในเชียงใหม่และสมุทรปราการ โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการของกระทรวงคมนาคม</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน หมายถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ให้บริการที่จำเป็นต่อประชาชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น ไฟฟ้า การขนส่ง และระบบสารสนเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับมือและปรับตัวต่อภาวะโลกรวน มีมูลค่า 704.20 ล้านบาท หรือ 0.30%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในระดับพื้นที่ พบการลงทุนในโครงการกลุ่มนี้มากที่สุดในกรุงเทพฯ โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุข หมายถึงการลงทุนในระบบและบริการเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมสุขภาพของประชาชน มีมูลค่า 524.10 ล้านบาท หรือ 0.22%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในระดับจังหวัด พบการลงทุนในโครงการกลุ่มนี้มากที่สุดในเพชรบูรณ์และอุบลราชธานี โดยทั้งหมดเป็นโครงการของกระทรวงสาธารณสุข</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม หมายถึงการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางอุตสาหกรรม การผลิต และภาคบริการ เช่น การก่อสร้าง การผลิต เทคโนโลยีสารสนเทศ การท่องเที่ยว และบริการทางการเงิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับมือกับภาวะโลกรวน มีมูลค่า 26.45 ล้านบาท หรือ 0.01%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในระดับจังหวัด พบการลงทุนในโครงการกลุ่มนี้ในสุราษฎร์ธานี โดยเป็นโครงการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า งบประมาณภาครัฐที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนกระจุกตัวอยู่ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำมากที่สุด เนื่องจากประเทศไทยเผชิญทั้งภัยแล้งและอุทกภัยเป็นประจำทุกปี อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ เช่น ปรากฏการณ์ลานีญา ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกและมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมสูงขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์น้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปลาย พ.ศ. 2568 สะท้อนให้เห็นว่า เม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบของการปรับตัวที่มีประสิทธิภาพเสมอไป ขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐานสีเทา (gray infrastructure) ที่รองรับวัตถุประสงค์เพียงด้านเดียว (single-purpose infrastructure) เช่น อ่างเก็บน้ำหรือเขื่อน อาจจะกลายเป็น “การปรับตัวที่ก่อโทษ (maladaptation)” ที่ส่งผลลบต่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมากกว่าเดิม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานที่อิงธรรมชาติหรือโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว (green infrastructure) ควบคู่กันไป รวมถึงประยุกต์ใช้แนวทางการแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (nature-based solutions) เพื่อรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศจากภาวะโลกรวน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน งบประมาณของโครงการที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เมืองสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ สมุทรปราการ เมืองพัทยา และระยอง พื้นที่เหล่านี้อาจมีความเสี่ยงและความเปราะบางสูง โดยเฉพาะต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะโลกรวน</p>



<h3 class="wp-block-heading">แต่ละกระทรวงมีงบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมากน้อยเพียงใด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8104" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/Adapt3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation finance) ของภาครัฐมาจำแนกเป็นรายกระทรวง พบว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีงบประมาณสำหรับโครงการที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนมากที่สุด คิดเป็นมูลค่า 147,119.55 ล้านบาท หรือ 63.80%</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการส่วนใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำและสุขาภิบาล มีมูลค่า 133,319.23 ล้านบาท ขณะที่โครงการด้านระบบนิเวศได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุด อยู่ที่ 2.60 ล้านบาท จากทั้งหมด 6 โครงการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือกระทรวงมหาดไทย มีงบประมาณ 34,917.37 ล้านบาท หรือ 15.14% โดยโครงการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเมืองและการตั้งถิ่นฐาน มีมูลค่า 18,631.30 ล้านบาท ตามด้วยการจัดการน้ำและสุขาภิบาล 15,633.65 ล้านบาท ส่วนโครงการด้านระบบนิเวศได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุด อยู่ที่ 9.20 ล้านบาท จากทั้งหมด 4 โครงการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีงบประมาณ 34,072.86 ล้านบาท หรือ 14.78% โดยโครงการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอาหาร เกษตรกรรม และป่าไม้ มีมูลค่า 15,897.80 ล้านบาท ส่วนโครงการด้านเมืองและการตั้งถิ่นฐานได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุด อยู่ที่ 15.83 ล้านบาท จากทั้งหมด 5 โครงการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงคมนาคมมีงบประมาณ 10,288.17 ล้านบาท หรือ 4.46% โดยโครงการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำและสุขาภิบาล มีมูลค่า 4,695.88 ล้านบาท ส่วนโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุด อยู่ที่ 13.25 ล้านบาท จากทั้งหมด 5 โครงการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีงบประมาณ 1,508.62 ล้านบาท หรือ 0.65% โดยโครงการส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับระบบสังคม มีมูลค่า 999.68 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีมูลค่า 508.94 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ยังมีกระทรวงการคลัง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีงบประมาณรวมกัน 2,683.16 ล้านบาท หรือ 1.16%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า งบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนกระจุกตัวอยู่ใน 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่างมีภารกิจที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ เกษตรกรรม และสิ่งแวดล้อมโดยตรง จึงมีโครงการและงบประมาณที่ถือเป็นการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนในสัดส่วนสูง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำ โดยเฉพาะการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม อยู่ในอันดับต้น ๆ ของหน่วยงานภาครัฐ งบประมาณส่วนหนึ่งถูกส่งผ่านไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ จึงทำให้กระทรวงมหาดไทยเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่มีงบประมาณสำหรับการปรับตัวต่อภาวะโลกรวนในระดับสูง</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Thailand Climate Finance Tracker 2026 โปรดดู: <a href="https://climatefinancethai.com/th/tracker-th/adaptation-th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://climatefinancethai.com/th/tracker-th/adaptation-th/</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/climate-adaptation-finance/">สำรวจการลงทุนเพื่อการปรับตัวต่อภาวะโลกรวน (climate adaptation finance) ในประเทศไทย </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งบเกี่ยวกับน้ำท่วม กทม. ร่างงบประมาณ กทม. 2570 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-bkk-budget-2026-draft-flood/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 02:13:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วมกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8075</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3591;&#3610 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-budget-2026-draft-flood/">งบเกี่ยวกับน้ำท่วม กทม. ร่างงบประมาณ กทม. 2570 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลงบประมาณเกี่ยวกับน้ำท่วมใน ร่างข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร 2570</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vSkWGxbTdqc6BnkQYBzrcyv3UVe2wQKitzFDQ8vM740mN0Xamf-MaryaSXwXUI1qkhW4V12nc-8S0m7/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลด <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1qi1x1rhsoOOT9l6JrjyX5ZPFK7JsRKVaz88qN0uI76Q/edit?usp=sharing">ทื่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-budget-2026-draft-flood/">งบน้ำท่วม กทม. ปี 70 : ดินแดงเขตที่มีน้ำท่วมขังมากที่สุด แต่ได้งบเป็นอันดับที่ 38</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-budget-2026-draft-flood/">งบเกี่ยวกับน้ำท่วม กทม. ร่างงบประมาณ กทม. 2570 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งบน้ำท่วม กทม. ปี 70 : ดินแดงเขตที่มีน้ำท่วมขังมากที่สุด แต่ได้งบเป็นอันดับที่ 38</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-budget-2026-draft-flood/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2026 02:07:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วมกรุงเทพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8073</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3585;&#3634;&#3619;&#3619;&#3632;&#3610;&#3634;&#3618 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-budget-2026-draft-flood/">งบน้ำท่วม กทม. ปี 70 : ดินแดงเขตที่มีน้ำท่วมขังมากที่สุด แต่ได้งบเป็นอันดับที่ 38</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>จากร่างข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร ปี 2570 พบว่ามีงบที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม เฉพาะงบประมาณของสำนักการระบายน้ำและงบของ 50 สำนักงานเขต รวมทั้งสิ้นประมาณ 5,309.68 ล้านบาท&nbsp; โดยแบ่งเป็น งบประมาณที่เกี่ยวกับน้ำท่วมของสำนักการระบายน้ำ 4,520.55 ล้านบาท และงบของสำนักงานเขต 50 เขต 789.13 ล้านบาท ซึ่งทั้งคู่เป็นงบการก่อสร้างเขื่อนมากที่สุด</li>



<li>งบที่จัดสรรไปให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตโดยตรงผ่านงานระบายน้ำและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม 789.13 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงบก่อสร้างเขื่อน เขตหนองแขมมีงบเกี่ยวกับน้ำท่วมมากที่สุด 209.41 ล้านบาท คิดเป็น 26.54% ของงบรายเขตทั้งหมด เขตสัมพันธวงศ์ มีงบเกี่ยวกับน้ำท่วมน้อยที่สุด 1.15&nbsp; ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างเหมาล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ</li>



<li>งบจากสำนักการระบายน้ำ 4,520.55 ล้านบาท มีงบที่ระบุพื้นที่รายเขตได้ 3,800.60 ล้านบาท และงบที่ระบุพื้นที่เขตไม่ได้อีก 719.94 ล้านบาท เป็นการก่อสร้างมากที่สุด รวม 2,822.01 ล้านบาท คิดเป็น 62.43% ของงบที่เกี่ยวกับน้ำท่วมทั้งหมดในสำนักการระบายน้ำ ในจำนวนนี้เป็นงบก่อสร้างเขื่อน 1,150.16 ล้านบาท และงบก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ 1,087.67 ล้านบาท</li>



<li>เมื่อเทียบกับงบประมาณ 4 ปีก่อนหน้านี้ เขตหนองแขม ไม่มีรายงานปัญหาน้ำท่วมขังบนถนนสายหลัก แต่ก็ได้งบประมาณมากที่สุดเช่นกัน&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">การระบายน้ำและการแก้ปัญหาน้ำท่วมเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของกรุงเทพมหานคร ดังจะเห็นได้จากการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปีที่ใช้ไปกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมนับพันล้านบาท ในร่างข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร ปี 2570 การดำเนินการที่เกี่ยวกับการระบายน้ำอยู่ภายใต้แผนงานจัดการน้ำทิ้ง ซึ่งรวมการบำบัดน้ำเสียด้วย มีการตั้งงบประมาณไว้ถึง 6,076.42 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab สำรวจงบประมาณที่เกี่ยวกับน้ำท่วมของร่างข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2570 จากสำนักการระบายน้ำ และงบงานระบายน้ำและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่อยู่ในงบสำนักงานเขต 50 เขต พบว่า มีงบที่เกี่ยวกับน้ำท่วมโดยเฉพาะรวม 5,309.68 ล้านบาท แบ่งเป็น งบประมาณที่เกี่ยวกับน้ำท่วมของสำนักการระบายน้ำ 4,520.55 ล้านบาท และงบของสำนักงานเขต 789.13 ล้านบาท</p>



<h3 class="wp-block-heading">หนองแขมมีงบแก้น้ำท่วมรายเขตมากที่สุด เหมือนใน 4 ปีที่ผ่านมา</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8083" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-1-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-1-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-1-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">งบประมาณที่กรุงเทพมหานครจัดสรรลงไปให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตโดยตรงผ่านงานระบายน้ำและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม 789.13 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงบก่อสร้างเขื่อน ค่าดำเนินการที่เกี่ยวกับการซ่อมแซมเครื่องจักรและเครื่องทุ่นแรงที่เกี่ยวกับการบำรุงรักษาท่อระบายน้ำ เช่น ค่าวัสดุอุปกรณ์ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ&nbsp; ค่าจ้างเหมาล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ และค่าขุดลอกคลอง-ลำรางในพื้นที่</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตหนองแขมมีงบเกี่ยวกับน้ำท่วมมากที่สุด 209.41 ล้านบาท คิดเป็น 26.54% ของงบรายเขตทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นงบก่อสร้างเขื่อนรวม 203.30 ล้านบาท จากโครงการ โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองตาปลั่ง 1 และโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองราษฎร์สามัคคี อันดับ 2 เขตจอมทอง 43.39 ล้านบาท อันดับ 3 เขตลาดพร้าว 46.08 ล้านบาท อันดับ 4 เขตหลักสี่ 39.57 ล้านบาท อันดับ 5 เขตวัฒนา 38.98&nbsp; ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตสัมพันธวงศ์ มีงบเกี่ยวกับน้ำท่วมน้อยที่สุด 1.15&nbsp; ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างเหมาล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ค่าซ่อมแซมยานพาหนะ รองลงมาเป็นเขตปทุมวัน 1.38 ล้านบาท ราชเทวี 1.48 ล้านบาท พระนคร 1.81 ล้านบาท และป้อมปราบศัตรูพ่าย 1.89 ล้านบาท โดยทั้ง 5 เขตนี้เป็นกรุงเทพชั้นใน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อย้อนไปดู<a href="https://rocketmedialab.co/bangkok-flood-budget-2023-2026/">งบประมาณรายเขตในปี 2567-2569</a> ก็พบว่า เขตที่มีงบแก้ไขน้ำท่วมมากที่สุดและน้อยที่สุดคือ หนองแขมที่มีงบประมาณมากที่สุดเช่นกัน โดยเป็นงบก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล. คลองกำนันเทียนมากทีสุด ส่วนเขตที่มีงบประมาณแก้ไขน้ำท่วมน้อยที่สุดก็เป็นเขตสัมพันธวงศ์เช่นเดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากโครงการใหญ่ งบสำนักงานเขตเป็นการจัดสรรงบประมาณสำหรับการซ่อมแซมท่อระบายน้ำ เช่น ค่าจ้างขุดลอกท่อ และการจัดซื้ออุปกรณ์สนับสนุน เช่น รถดูดล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ กระสอบทราย และวัสดุซ่อมบำรุงต่างๆ เขตบางขุนเทียนมีงบขุดลอกมากที่สุด 25.42 ล้านบาท รวม 13 โครงการ ส่วนเขตดอนเมืองมีงบการสูบน้ำมากที่สุด 24.84 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาลักษณะงานของร่างงบประมาณปี 2570 งบเขตที่เกี่ยวกับน้ำท่วมใช้สำหรับการก่อสร้างมากที่สุด ซึ่งเป็นการก่อสร้างเขื่อน ทางระบายน้ำ และบ่อสูบน้ำ 419.75 ล้านบาท คิดเป็น 53.19% รองลงมาเป็นการปรับปรุงซ่อมแซม ซึ่งรวมทั้งการขุดลอก และงานเกี่ยวกับการซ่อมแซมทำความสะอาดท่อระบายน้ำ&nbsp; 307.89 ล้านบาท 39.02% และงบเกี่ยวกับการซื้อครุภัณฑ์และยานพาหนะ 61.49 ล้านบาท 7.79% โดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อเครื่องสูบน้ำและรถบรรทุก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลสถิติระดับน้ำท่วมขังบนถนนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ปี 2567 – 2568 ซึ่งมีรายงานน้ำท่วมขัง 841 ครั้ง ใน 43 เขต ทั่วกรุงเทพฯ พบว่า เขตดินแดง มีจำนวนน้ำท่วมมากที่สุด 57 ครั้งใน 2 ปี แต่เขตดินแดงมีงบแก้ปัญหาน้ำท่วมอยู่ในอันดับที่ 32 ด้วยงบ 4.30 ล้านบาท ซึ่งเกือบทั้งหมด 4.15 ล้านบาท เป็นงบดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาท่อระบายน้ำ เช่น ค่าจ้างขุดลอกท่อ งบที่เหลือเป็นงบซื้อวัสดุอุปกรณ์ ส่วนเขตหนองแขมที่มีงบแก้ปัญหาน้ำท่วมมากทีสุดกลับไม่มีรายงานน้ำท่วมขังในปี 2567-2568 เลย</p>



<h3 class="wp-block-heading">งบน้ำท่วมจากสำนักระบายน้ำ เน้นก่อสร้างเขื่อนและอุโมงค์ระบายน้ำ โดยเขตสวนหลวงได้รับการจัดสรรมากที่สุด&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-2-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8084" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-2-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-2-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-2-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-2-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-2-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-2-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูเฉพาะงบจากสำนักการระบายน้ำ 4,520.55 ล้านบาท มีงบที่ระบุพื้นที่รายเขตได้ 3,800.60 ล้านบาท และงบที่ระบุพื้นที่เขตไม่ได้อีก 719.95 ล้านบาท งบประมาณที่เกี่ยวกับน้ำท่วมในปี 2570 เพิ่มขึ้นจากปี 2569 ซึ่งอยู่ที่ 3,659.99 ล้านบาท ในปี 2570</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อแยกตามลักษณะงาน จะพบว่าเป็นการก่อสร้างมากที่สุด รวม 2,822.01 ล้านบาท คิดเป็น 62.43% ของงบที่เกี่ยวกับน้ำท่วมทั้งหมดในสำนักการระบายน้ำ ในจำนวนนี้เป็นงบก่อสร้างเขื่อน 1,150.16 ล้านบาท และงบก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ 1,087.67 ล้านบาท รองลงมาเป็นงบปรับปรุงซ่อมแซม 1,455.311 ล้านบาท เช่น ซ่อมแซมและปรับปรุงเครื่องสูบน้ำและสถานีสูบน้ำ ขุดลอก ซ่อมบำรุงระบบระบายน้ำ อันดับ 3 งบเดินเดินระบบและบริหารจัดการอุโมงค์ระบายน้ำ 157.45 ล้านบาท อันดับ 4 ซื้อวัสดุอุปกรณ์ 85.39 ล้านบาท เช่น เรือไฟเบอร์กลาส วัสดุซ่อมเขื่อนและทำนบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณางบที่กระจายลงเขต เขตสวนหลวงได้งบน้ำท่วมมากที่สุด 558.49 ล้านบาท เกือบทั้งหมดเป็นการก่อสร้าง โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองพระโขนง (สถานีสูบน้ำ &#8211; คลองสวนอ้อย) มีงบมากที่สุด 350 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบผูกพัน รองลงมาเป็นการสร้างเขื่อนคลองพระโขนง 3 ระยะรวม 136 ล้านบาท อันดับ 2 เขตประเวศ 258.88 ล้านบาท โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอน ถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ โครงการผูกพัน 5 ปี มีงบมากที่สุด 180.39 ล้านบาท อันดับ 3 เขตลาดกระบัง 241.99 ล้านบาท อันดับ 4 เขตดอนเมือง 213.94 ล้านบาท อันดับ 5 ดุสิต 210 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่งบจากสำนักการระบายน้ำน้อยกระจายลงไปน้อยที่สุดคือ บางกอกใหญ่ 204,750 บาท เป็นค่าเช่าที่ดินสถานีสูบน้ำคลองมอญ รองลงมา บางพลัด 5.45 ล้านบาท อันดับ 3 บางคอแหลม 5.55 ล้านบาท อันดับ 4 ราชเทวีและบางรักเท่ากันที่ 5.66 ล้านบาท จากโครงการเดินระบบและบริหารจัดการอุโมงค์ระบายน้ำจากบึงมักกะสันฯ ระยะที่ 4</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ งบที่เกี่ยวกับการระบายน้ำ-ป้องกันน้ำท่วม ของสำนักการระบายน้ำ ระบุพื้นที่ดำเนินการได้ 40 เขตจาก 50 เขต โดยอีก 10 เขตไม่ปรากฏงบประมาณที่สามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่เขตได้ ได้แก่ เขตตลิ่งชัน ทุ่งครุ<br>บางขุนเทียน บางบอน ป้อมปราบศัตรูพ่าย ราษฎร์บูรณะ สัมพันธวงศ์ หนองแขม หนองจอก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำตัวเลขนี้ไปเปรียบกับสถิติน้ำท่วมขัง พบว่า เขตสวนหลวงเคยมีรายงานน้ำท่วมขังในปี 2567-2568 รวม 24 ครั้ง อยู่ในอันดับที่ 18 ส่วนเขตบางกอกใหญ่มีน้ำท่วมขัง 1 ครั้งเท่านั้น นอกจากนี้ในเขตที่ไม่ปรากฏงบประมาณที่เชื่อมโยงกับพื้นที่เขตได้ เขตราษฎร์บูรณะ ตลิ่งชัน ป้อมปราบศัตรูพ่ายติด 10 อันดับแรกของเขตที่น้ำท่วมขังน้อยที่สุด 1-3 ครั้งเท่านั้น ส่วนเขตทุ่งครุ หนองแขม หนองจอก ไม่พบรายงานว่ามีน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักเลย</p>



<h3 class="wp-block-heading">รวมงบน้ำท่วมทั้งของเขตและสำนักระบายน้ำ : สวนหลวงได้งบแก้น้ำท่วมมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-3-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8085" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-3-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-3-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-3-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-3-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-3-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/info_BKK-flood-budget2570-3-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากรวมงบประมาณที่เกี่ยวกับน้ำท่วมโดยเฉพาะทั้งจากสำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขต 5,309.68 ล้านบาท&nbsp; นอกจากงบที่ไม่สามารถระบุเขตได้ของสำนักการระบายน้ำ 719.95 ล้านบาท ในจำนวนนี้เมื่อแยกรายเขตจะพบว่า เขตสวนหลวงมีงบมากที่สุด 563.502 ล้านบาท แบ่งเป็นงบจากสำนักการระบายน้ำ 558.49 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงบโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองพระโขนง (สถานีสูบน้ำ &#8211; คลองสวนอ้อย) และงบสำนักงานเขต 5.10 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาเป็น ลาดกระบัง 264.44 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสำนักการระบายน้ำ 241.99 ล้านบาทและสำนักงานเขต 22.46 ล้านบาท&nbsp; อันดับ 3 ประเวศ 262.67 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสำนักการระบายน้ำ 258.88 ล้านบาทและสำนักงานเขต 3.80 ล้านบาท อันดับ 4 ดอนเมือง 245.44 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสำนักการระบายน้ำ 213.94 ล้านบาท และงบสำนักงานเขต 31.50 ล้านบาท และอันดับ 5 ดุสิต 215.28 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสำนักการระบายน้ำ 210 ล้านบาท และงบสำนักงานเขต 5.29 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่ได้รับงบแก้น้ำท่วมน้อยที่สุดคือ สัมพันธวงศ์ 1.15 ล้านบาท รองลงมาเป็น ป้อมปราบศัตรูพ่าย 1.89 ล้านบาท อันดับ 3 ราษฎร์บูรณะ 2.33 ล้านบาท อันดับ 4 คันนายาว 3.03 ล้านบาท อันดับ 5 ทุ่งครุ 3.74 ล้านบาท ทั้ง 5 เขตนี้ไม่ได้รับงบจากสำนักการระบายน้ำเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่เขตดอนเมือง ซึ่งเป็นเขตที่ได้รับงบประมาณการแก้ไขน้ำท่วมมากที่สุดในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (2566-2569) อยู่ในอันดับที่ 4 ของเขตที่ได้รับงบประมาณการแก้ไขน้ำท่วมมากที่สุดในร่างงบ 2570 ของ กทม. และดินแดงซึ่งเป็นเขตที่มีการรายงานว่ามีน้ำท่วมขังมากที่สุด ได้งบในอันดับที่ 38</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลทั้งหมดสะท้อนว่า งบประมาณที่เกี่ยวกับการระบายน้ำและแก้ปัญหาน้ำท่วมในปี 2570 ของ กทม. ไม่แตกต่างจาก 4 ปีก่อนหน้านี้ที่มุ่งเน้นไปที่การก่อสร้างเป็นหลัก ทั้งในระดับสำนักและเขต โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เป็นงบประมาณผูกพันหลายปี และคาบเกี่ยวหลายเขต เช่น เขื่อนคลองแสนแสบ&nbsp; โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอน อุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากร นอกจากนี้เมื่อเทียบงบประมาณเขตได้รับกับสถิติน้ำท่วมขังใน 2 ปีที่ผ่านมา เขตที่ได้รับงบประมาณมากที่สุด ทั้งงบรายเขตและงบสำนักระบายน้ำไม่ใช่เขตที่มีน้ำท่วมซ้ำซากมากที่สุด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://data.bangkok.go.th/dataset/70-pdf">ร่างข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร 2570</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่&nbsp;<a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-budget-2026-draft-flood/">https://rocketmedialab.co/database-bkk-budget-2026-draft-flood/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-budget-2026-draft-flood/">งบน้ำท่วม กทม. ปี 70 : ดินแดงเขตที่มีน้ำท่วมขังมากที่สุด แต่ได้งบเป็นอันดับที่ 38</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจเหตุไฟไหม้ในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มาจากไฟฟ้าลัดวงจร เขตจตุจักรเกิดไฟฟ้าลัดวงจรมากที่สุด </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/fire-bkk/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2026 07:31:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณภัย]]></category>
		<category><![CDATA[อัคคีภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้าลัดวงจร]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟไหม้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8030</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3648;&#3627;&#3605;&#3640;&#3652 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/fire-bkk/">สำรวจเหตุไฟไหม้ในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มาจากไฟฟ้าลัดวงจร เขตจตุจักรเกิดไฟฟ้าลัดวงจรมากที่สุด </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">จากเหตุไฟไหม้ร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างมาก ทำให้ประเด็นเรื่องการเกิดไฟไหม้ในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นที่พูดถึงอีกครั้ง โดยในปี 2568 มีรายงานเหตุไฟไหม้โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรวมทั้งหมด 657 ครั้ง เรียกได้ว่าในหนึ่งวัน กรุงเทพฯ จะต้องมีเหตุไฟไหม้อย่างน้อย 1-2 ครั้ง Rocket Media Lab ชวนสำรวจสถานการณ์ไฟไหม้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 2568 เขตไหนมีเหตุไฟไหม้มากที่สุด สาเหตุไฟไหม้มาจากอะไรบ้าง </p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เขตบางกะปิมีรายงานการเกิดไฟไหม้มากที่สุด&nbsp;</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8032" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-1-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-1.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลสถิติเพลิงไหม้อาคารและเพลิงสงบก่อน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำปี พ.ศ. 2568 ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร พบว่าพบว่าในปี 2568 กรุงเทพฯ มีรายงานเหตุไฟมากถึง 657 ครั้ง โดยเขตที่มีรายงานการเกิดไฟไหม้มากที่สุด คือ บางกะปิ จำนวน 32 ครั้ง ตามมาด้วย ลาดกระบัง 30 ครั้ง บางขุนเทียน 29 ครั้ง ประเวศ 24 ครั้ง และบางเขน 20 ครั้ง ในขณะที่เขตที่มีรายงานการเกิดไฟไหม้น้อยที่สุด คือ สัมพันธวงศ์ จำนวน 2 ครั้ง ตามมาด้วยป้อมปราบศัตรูพ่าย 3 ครั้ง สะพานสูง พญาไท ปทุมวัน บางนาและดุสิต 6 ครั้ง หลักสี่ บางกอกใหญ่ และคันนายาว 7 ครั้ง</p>



<h3 class="wp-block-heading">สาเหตุการเกิดไฟไหม้ใน กทม. มาจากเครื่องใช้ไฟฟ้ามากที่สุด<strong> </strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-2-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8033" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-2-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-2-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-2-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-2-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-2.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลข้อสันนิษฐานสาเหตุเพลิงไหม้ประจำปี พ.ศ. 2568 ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการบันทึกข้อมูล 657 ครั้ง โดยมีการบันทึกว่าสาเหตุส่วนใหญ่ไม่สามารถตรวจสอบได้มากถึง 143 ครั้ง ในขณะที่หากพิจารณาจากสาเหตุการเกิดไฟไหม้ที่ตรวจสอบได้ พบว่ามาจากเครื่องใช้ไฟฟ้ามากที่สุด จำนวน 124 ครั้ง ตามมด้วยปลั๊กพ่วง 89 ครั้ง ปลั๊กติดผนัง 52 ครั้ง ธูปเทียน 46 ครั้ง สายไฟ 33 ครั้ง การประกอบและอุ่นอาหาร 32 ครั้ง ที่ชาร์จโทรศัพท์ 18 ครั้ง ถังก๊าซหุงต้มชำรุด 13 ครั้ง ความร้อนสะสม 8 ครั้ง และอื่นๆ 92 ครั้ง</p>



<h3 class="wp-block-heading">จตุจักร เป็นเขตที่เกิดไฟฟ้าลัดวงจรมากที่สุด<strong> </strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-819x1024.png" alt="" class="wp-image-8031" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/07/image.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลเหตุไฟฟ้าลัดวงจร แยกตามเขต ปี พ.ศ. 2568 ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร พบว่าในปี 2568 กรุงเทพฯ มีรายงานเหตุไฟฟ้าลัดวงจรมากถึง 1,407 ครั้ง โดยเขตที่มีรายงานเหตุไฟฟ้าลัดวงจรมากที่สุด คือ จตุจักร จำนวน 61 ครั้ง ตามมาด้วยบางกะปิ 57 ครั้ง บางขุนเทียน 53 ครั้ง ประเวศ 50 ครั้ง และบางเขน 46 ครั้ง ในขณะที่เขตที่มีรายงานเหตุไฟฟ้าลัดวงจรน้อยที่สุด คือ พระนคร จำนวน 5 ครั้ง ตามมด้วยสัมพันธวงศ์และป้อมปราบศัตรูพ่าย 7 ครั้ง ภาษีเจริญและคันนายาว 14 ครั้ง พระโขนง 15 ครั้ง และบางกอกใหญ่ 16 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">น่าสังเกตว่าเหตุการณ์ไฟไหม้ร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งตั้งอยู่ในเขตจตุจักรนั้น มีรายงานเบื้องต้นว่าสาเหตุเพลิงไหม้คาดว่ามาจากไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณเครื่องปรับอากาศบนฝ้าเพดาน ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากฝ้าเพดานไม่ใช้วัสดุกันไฟ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://data.bangkok.go.th/th/organization/19000000">ข้อมูลสถิติสาธารณภัย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่  <a href="https://rocketmedialab.co/database-fire-bkk">https://rocketmedialab.co/database-fire-bkk</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/fire-bkk/">สำรวจเหตุไฟไหม้ในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มาจากไฟฟ้าลัดวงจร เขตจตุจักรเกิดไฟฟ้าลัดวงจรมากที่สุด </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวใน กทม. เพิ่มขึ้นและเข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหน</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-park-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2026 09:40:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[สวนสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7823</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3585;&#3634;&#3619;&#3648;&#3614;&#3636;&#3656;&#3617 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-park-2025/">สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวใน กทม. เพิ่มขึ้นและเข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะเป็นอีกหนึ่งนโยบายเรือธงของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่ต้องมีทุกครั้ง เพราะเป็นบริการสาธารณะของเมืองโดยเฉพาะในยามที่เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นสำคัญ นอกจากนี้ยังพบว่าตั้งแต่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งแรก ธรรมนูญ เทียนเงิน ซึ่งต่อมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. จากการเลือกตั้งคนแรกก็เคยหาเสียงไว้ว่า ‘จะสร้างสวนสาธารณะ’ และในเวลาต่อมา ผู้สมัครคนอื่นๆ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็ล้วนแล้วแต่มีนโยบายสวนสาธารณะด้วยกันทั้งสิ้น รวมไปถึงชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. คนก่อน ก็มาพร้อมนโยบาย ‘สวน 15 นาที’</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากสวนพระนคร สวนที่ กทม. สร้างเอง ในยุคผู้ว่าฯ ชำนาญ ยุวบูรณ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 1 ในปี 2516 จนถึงปัจจุบัน Rocket Media Lab ชวนติดตามประเด็นปัญหาพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ว่ามีเพียงพอแค่ไหน ทั่วถึงหรือยัง</p>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่สีเขียว VS สวนสาธารณะ</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7839" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-6-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">กรุงเทพฯ แบ่งสวนออกเป็น 7 ประเภทได้แก่ สวนเฉพาะทาง สวนชุมชน สวนถนน สวนระดับเมือง สวนระดับย่าน สวนหมู่บ้าน และสวนหย่อมขนาดเล็ก แต่ความหมายของคำว่าสวน หรือ ‘สวนสาธารณะ’ ที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งหมายถึงการเข้าไปใช้งานพื้นที่ได้ จะอยู่ในบางประเภทเท่านั้น เช่น สวนชุมชน สวนหมู่บ้าน สวนระดับย่าน สวนระดับเขต</p>



<p class="wp-block-paragraph">การแบ่งสวนออกเป็น 7 ประเภทของกรุงเทพฯ นั้นก็เพื่อจะนำมานับคำนวณ ‘พื้นที่สีเขียว’ ทั้งหมดของกรุงเทพฯ โดยรวมเอา ‘ทุกพื้นที่ที่มีสีเขียว’ มาจัดประเภทให้เป็นสวนประเภทต่างๆ เช่น สวนถนนอาจหมายถึงเกาะกลางหรือริมถนนที่ปลูกต้นไม้ หรือการปลูกไม้ประดับไม้เลื้อยเป็นสวนแนวตั้งกำแพงรั้ว สวนหย่อมขนาดเล็กอาจหมายถึงสวนหน้าบ้านของใครสักคน สวนเฉพาะทางก็อาจหมายถึงพื้นที่สวนบนโรงแรมหรือคอนโด หรือแม้กระทั่งสวนหมู่บ้านก็อาจหมายถึงสนามฟุตบอลในโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้น ในรายละเอียดของการรวบรวม ‘พื้นที่ที่มีสีเขียว’ โดยแบ่งเป็นสวน 7 ประเภทของกรุงเทพฯ ก็มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ ทั้งการนับรวมแบบเหมาพื้นที่ ณ จุดใดจุดหนึ่งที่ไม่ได้มีเฉพาะพื้นที่สีเขียว เช่น โรงเรียนบางแห่ง ที่นับรวมพื้นที่ทั้งโรงเรียนว่าเป็น ‘พื้นที่สีเขียว’ ซึ่งอาจทำให้ตัวเลขพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพฯ นั้นสูงกว่าความเป็นจริง เช่นเดียวกันกับการนับรวมพื้นที่ของเอกชนซึ่งเป็นสัดส่วนขนาดใหญ่ที่ทำให้กรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวจำนวนมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นข้อมูลพื้นที่สีเขียวจึงอาจจะไม่ได้สะท้อนจำนวนสวนสาธารณะที่มี หรือสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ ซึ่งพิจารณาจากการออกแบบพื้นที่ ที่ไม่ใช่เพียงแค่การนำเอาพืชพรรณสีเขียวมาปลูกในพื้นที่ว่าง แต่ยังรวมไปถึงการออกแบบพื้นที่เพื่อการใช้สอยต่างๆ ทั้งการเดิน วิ่ง ออกกำลังกาย หรืออย่างน้อยที่สุดนั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ มีการอำนวยความสะดวกในขั้นพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ แสงไฟ ห้องน้ำ ฯลฯ และไม่ใช่การออกแบบพื้นที่มาเพื่อใช้การอย่างหนึ่งแต่มีพื้นที่ที่เรียกว่าสวนร่วมด้วย เช่น โรงเรียน หรือวัด<br>หรือแม้กระทั่งจำนวนสวนสาธารณะที่ถูกรายงานในสวน 7 ประเภท ก็อาจจะไม่ได้สะท้อนจำนวนสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้จริง เช่น เมื่อกล่าวถึงเขตที่มีจำนวนสวนมากที่สุด หากยึดตามข้อมูลของกรุงเทพฯ ก็คือเขตบางขุนเทียน แต่ในความเป็นจริงแล้ว บางขุนเทียนมีสวนถนน ซึ่งก็คือต้นไม้ริมถนน ฟุตบาธ และสวนขนาดเล็ก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสวนหย่อมหน้าอาคารสถานที่ต่างๆ มากกว่าจะเป็นสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้<br>จากข้อมูลของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. (ข้อมูลเดือน เมษายน 2569) พบว่า กทม. มีพื้นที่สีเขียวทั้งหมด 42,106,656.42 ตร.ม. โดยมีอัตราพื้นที่สีเขียวต่อประชากร 7.83 ตร.ม./คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2565 จาก 7.49 ตร.ม./คน (ข้อมูลปัจจุบัน ณ เดือนมิถุนายนคือ 8.27 ตร.ม./คน) โดยเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) อยู่ที่ 9 ตร.ม./คน หากแยกเป็นรายเขต พบว่าเขตที่มีอัตราพื้นที่สีเขียวต่อประชากรมากที่สุด คือเขตคันนายาว 34.99 ตร.ม./คน ตามมาด้วยเขตปทุมวัน 24.51 ตร.ม./คน เขตทวีวัฒนา 22.54 ตร.ม./คน เขตบางขุนเทียน 19.89 ตร.ม./คน และเขตหลักสี่ 18.48 ตร.ม./คน ในขณะที่เขตที่มีอัตราพื้นที่สีเขียวต่อประชากรน้อยที่สุด คือเขตวังทองหลาง 1.78 ตร.ม./คน ตามมด้วยเขตวัฒนา 1.85 ตร.ม./คน เขตดินแดง 2.00 ตร.ม./คน เขตบางซื่อ 2.43 ตร.ม./คน และเขตธนบุรี 2.86 ตร.ม./คน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7841" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7842" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7844" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7845" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-4-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7843" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-5-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากเปรียบเทียบว่ามีเขตใดที่อัตราพื้นที่สีเขียวต่อประชากรมากกว่าเกณฑ์ WHO จะพบว่ามี 13 เขต คือคันนายาว ปทุมวัน ทวีวัฒนา บางขุนเทียน หลักสี่ ประเวศ พระนคร ดุสิต จตุจักร ตลิ่งชัน คลองเตย ราชเทวี และบางบอน ส่วนเขตที่น้อยกว่าเกณฑ์ WHO จะพบว่ามี 37 เขต คือ สัมพันธวงศ์ หนองจอก ป้อมปราบศัตรูพ่าย มีนบุรี ยานนาวา บึงกุ่ม สวนหลวง บางกะปิ ลาดพร้าว บางเขน ห้วยขวาง สะพานสูง สายไหม บางกอกน้อย บางแค หนองแขม สาทร ทุ่งครุ บางคอแหลม คลองสามวา บางนา ดอนเมือง บางรัก คลองสาน ลาดกระบัง ราษฎร์บูรณะ บางกอกใหญ่ จอมทอง พญาไท บางพลัด พระโขนง ภาษีเจริญ ธนบุรี บางซื่อ ดินแดง วัฒนา และวังทองหลาง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนสวนสาธารณะ จากข้อมูลจำนวนสวนทั้ง 7 ประเภท (ข้อมูลเดือน เมษายน 2569) จำนวน 8,621 แห่ง ของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. พบว่า เขตบางขุนเทียนเป็นเขตที่มีพื้นที่สวนสาธารณะมากที่สุด ขนาด 3,683,241.33 ตร.ม. ตามมาด้วย เขตคันนายาว ขนาด 3,264,552.10 ตร.ม. เขตประเวศ ขนาด 3,096,657.79 ตร.ม. และ เขตจตุจักร ขนาด 2,169,260.56 ตร.ม. ในขณะที่เขตที่มีพื้นที่สวนสาธารณะน้อยที่สุด คือ เขตสัมพันธวงศ์ ขนาด 140,046.34 ตร.ม. ตามมาด้วยเขตวัฒนา ขนาด 147,557.76 ตร.ม. เขตบางรัก ขนาด 170,258.28 ตร.ม. และเขตวังทองหลาง ขนาด 181,937.70 ตร.ม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม จากการจัดทำข้อมูลของ Rocket Media Lab โดยพิจารณาสวนทั้ง 7 ประเภท จำนวน 8,621 แห่ง ร่วมกับข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ และแยกประเภทเฉพาะสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ในแง่การใช้พื้นที่ โดยพิจารณาจากความสามารถในการเข้าใช้งาน เช่น การเข้าไปออกกำลังกาย การพักผ่อนหย่อนใจ หรือมีพื้นที่จัดกิจกรรมภายในสวน พบว่ากรุงเทพฯ มีสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ในแง่การใช้พื้นที่จำนวน 281 แห่ง โดยเขตที่มีสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้มากที่สุด คือ เขตจตุจักร จำนวน 19 แห่ง ตามมาด้วย เขตคันนายาว 13 แห่ง เขตพระนคร 11 แห่ง เขตหนองแขม เขตลาดกระบัง และเขตประเวศ 10 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่เขตที่มีสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้น้อยที่สุด คือ เขตทุ่งครุ เขตสวนหลวง และเขตป้อมปรายศัตรูพ่าย ที่มีสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้เพียง 1 แห่ง ตามมาด้วยเขตสัมพันธวงศ์ เขตดุสิต เขตบางพลัด เขตบางซื่อ และเขตภาษีเจริญจำนวน 2 แห่ง และเขตบางรัก เขตพญาไท เขตวัฒนา เขตตลิ่งชัน เขตบึงกุ่ม และเขตบางแค จำนวน 3 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้หากนำข้อมูลพื้นที่สีเขียวของ กทม. มาวิเคราะห์ร่วมกับจำนวนและพื้นที่สวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ จะพบว่า หลายเขตที่มีอัตราพื้นที่สีเขียวมาก แต่กลับมีอัตราส่วนสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้น้อย เช่นคันนายาว มีอัตราพื้นที่สีเขียวต่อประชากรสูงถึง 34.99 แต่อัตราพื้นที่สวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ต่อประชากรอยู่ที่ 0.42 เท่านั้น นอกจากนี้ในเขตที่มีอัตราพื้นที่สีเขียวผ่านเกณฑ์ WHO อยู่ที่ 9 ตร.ม./คน ทั้งหมด 13 เขต แต่กลับมีเขตที่ไม่ผ่านเกณฑ์พื้นที่สีเขียวเพื่อการบริการ ซึ่งมีเกณฑ์ระดับสากลอยู่ที่ 4 ตร.ม./คน มากถึง 7 เขต ได้แก่ ตลิ่งชัน ดุสิต คันนายาว หลักสี่ ราชเทวี บางบอน และบางขุนเทียน</p>



<h3 class="wp-block-heading">สวนสาธารณะใกล้บ้านคุณ มีจำนวนเท่าไหร่ เข้าถึงได้มากแค่ไหน</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7854" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-9-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab นำเอาข้อมูลสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้จำนวน 281 สวน มาแบ่งประเภทตามขนาดของสวนสาธารณะ โดยแบ่งเป็นสวนขนาดเล็ก (S) พื้นที่ 0 – 16,000 ตร.ม. โดยกำหนดระยะการเข้าถึงไว้ที่ 500 ม. สวนขนาดกลาง (M) พื้นที่ 16,001 – 80,000 ตร.ม. ระยะการเข้าถึง 1 กม. สวนขนาดใหญ่ (L) พื้นที่ 80,001 – 160,000 ตร.ม. ระยะการเข้าถึง 3 กม. และสวนขนาดใหญ่มาก (XL) พื้นที่ 160,001 ตร.ม. ขึ้นไป ระยะการเข้าถึง 5 กม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำเกณฑ์ดังกล่าวมาประกอบกับข้อมูลจุดที่ตั้งของสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ทั้ง 281 แห่งจะพบว่าสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้และมีระยะการเข้าถึงตามเกณฑ์ที่กำหนดยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพชั้นใน และย่านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มสวนขนาดเล็ก (S) พื้นที่ 0 – 16,000 ตร.ม.แม้จะมีการกระจายตัวในพื้นที่กรุงเทพชั้นนอกเพิ่มขึ้นก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าแทบจะไม่มีการเพิ่มขึ้นของสวนขนาดใหญ่มาก (XL) และสวนขนาดใหญ่ (L) เลยนับจากปี 2565 โดยเฉพาะในเขตขนาดใหญ่อย่างเขตหนองจอก และลาดกระบังที่ยังไม่มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในพื้นที่ ในทางกลับกัน สวนขนาดกลาง (M) และขนาดเล็ก (S) เพิ่มขึ้นและกระจายตัวอย่างต่อเนื่องจากนโยบายสวน 15 นาที ทำให้หลายเขตมีตัวเลือกในการเข้าถึงสวนสาธารณะมากขึ้นในระยะทางที่น้อยลง แต่ยังคงมีหลายพื้นที่ที่ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะได้น้อย โดยเฉพาะเขตกรุงเทพตะวันออกและกรุงเทพใต้</p>



<p class="wp-block-paragraph">สวนสาธารณะในกรุงเทพฯ อยู่ในความรับผิดชอบของหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น กทม. เอง หรือหน่วยงานราชการอื่นๆ หรือเอกชน ในส่วนของ กทม. หน่วยงานที่รับผิดชอบหลักๆ ก็คือ สำนักสิ่งแวดล้อม และสำนักงานเขต ในส่วนของสำนักสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น สวนเบญจกิติ สวนวชิรเบญจทัศ สวนสันติภาพ สวนปิยะภิรมย์ ฯลฯ ซึ่งนอกจากสวนสาธารณะแล้ว สำนักสิ่งแวดล้อมยังดูแลพื้นที่สีเขียวในรูปแบบอื่นๆ อีกด้วย อย่างสวนถนน เช่น ต้นไม้ถนนรัชดาภิเษก เกาะกลางถนนใต้ทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ฯลฯ รวมไปถึงการประดับตกแต่งเมืองในวันสำคัญต่างๆ ซึ่งแต่ละปีก็จะมีการตั้งงบประมาณในส่วนนี้ไว้</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อบัญญัติงบประมาณของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ในปี 2568 ระบุงบประมาณในการดูแลสวนสาธารณะ โดยเป็นค่าใช้สอยซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างเหมาเอกชนดูแลและบำรุงรักษาต้นไม้ ค่าจ้างเหมาดูแลทรัพย์สิน และรักษาความปลอดภัย ค่าเช่าที่ดิน ฯลฯ 521,381,100 บาท แต่หากพิจารณาเฉพาะรายจ่ายประจำที่ใช้กับสวนสาธารณะจะพบว่าแต่ละสวนที่สำนักสิ่งแวดล้อมรับผิดชอบนั้น จะมีรายจ่ายประจำอยู่สองรายการก็คือ 1. จ้างเหมาเอกชนดูแลและบำรุงรักษาต้นไม้ 2. จ้างเหมาดูแลทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัย ซึ่งจำนวนงบประมาณก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละสวน ขึ้นอยู่กับขนาดของสวนเป็นหลัก เช่น สวนเบญจกิติ มีการจ้างเหมาเอกชนดูแลและบำรุงรักษาต้นไม้อยู่ที่ 29,000,000 บาท และจ้างเหมาดูแลทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัยอยู่ที่ 28,350,000 บาท นอกจากนั้นก็จะเป็นงบประมาณไม่ประจำ เช่น ปรับปรุง ซ่อมแซม ปลูกสร้างหรือจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพิ่มเติมในแต่ละสวน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่จากการใช้งบประมาณในหลายปีที่ผ่านมาจะพบว่า งบประมาณที่นอกจากงบประจำก็ยังกระจุกตัวอยู่ในสวนสาธารณะใจกลางเมืองเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสวนเบญจกิติ และสวนลุมพินี อย่างกรณีสวนลุมพินี นอกจากค่าใช้จ่ายประจำทั้งการจ้างเหมาเอกชนดูแลและบำรุงรักษาต้นไม้และการจ้างเหมาดูแลทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัยแล้ว จะพบว่ามีทั้งโครงการจ้างก่อสร้างรั้วรอบลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 และปรับปรุงรั้ว สวนลุมพินีด้านถนนพระราม 4 และปรับปรุงภูมิทัศน์สวนลุมพินี 18,000,000 บาท รื้อถอนอาคารสมาคมแบดมินตัน อาคารสถานีวิทยุ และรั้ว &#8211; ก่อสร้างทางเชื่อมสะพานเขียว 47,000,000 บาทปรับปรุงสวนลุมพินี 3,000,000 บาท หรือเป็นงบประมาณจากส่วนอื่นของกทม. เช่น ปรับปรุงระบบระบายน้ำในสวนลุมพินี ของสำนักระบายน้ำ 27,000,000 บาท ก่อสร้างศูนย์อาหาร Hawker Center สวนลุมพินี ของสำนักการโยธา 12,800,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่เพียงแค่นั้น ที่ผ่านมา กทม. ยังใช้งบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุทยานเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตดุสิตถือว่าเป็นเขตกรุงเทพฯ ชั้นในเช่นเดียวกัน ใน 4 โครงการ สูงถึง 3,100.88 ล้านบาท ทั้งโครงการก่อสร้างถังเก็บน้ำดิบใต้ดินพร้อมอาคารประกอบ 1,963.42 ล้านบาท ปรับปรุงอุทยานเฉลิมพระเกียรติ 950 ล้านบาท จัดหาพร้อมติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ระยะที่ 1 จำนวน 569 ตัว 169.06 ล้านบาท ระยะที่ 2 จำนวน 126 ตัว 18.40 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้สวนลุมพินี หรือสวนใจกลางกรุงเทพฯ ที่ได้รับงบประมาณอื่นๆ นอกจากรายจ่ายประจำมากกว่าสวนอื่นๆ จะมีผู้เข้ามาใช้บริการมากมาย และมีขนาดพื้นที่ที่กว้างใหญ่ อย่างไรก็ตามจากข้อมูลสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้ก็จะเห็นแล้วว่าสวนสาธารณะในกรุงเทพฯ กระจุกตัวอยู่ในเขตชั้นในของกรุงเทพฯ ทั้งก่อนหน้าและหลังการมีนโยบายสวน 15 นาที การที่จำนวนสวนสาธารณะที่เข้าถึงได้กระจุกตัวอยู่แต่ในเขตชั้นในของกรุงเทพฯ และงบประมาณในการปรับปรุง ซ่อมแซม ปลูกสร้างหรือจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ยังกระจุกตัวอยู่แต่ในสวนขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ อาจยิ่งทำให้พื้นที่สวนสาธารณะในรอบนอกของกรุงเทพฯ ได้รับการพัฒนาน้อยลงไปอีก</p>



<h3 class="wp-block-heading">สวน 15 นาที มีลักษณะเป็นอย่างไร เข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหน</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7849" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-7-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นโยบายสวน 15 นาทีเป็นนโยบายที่มีความโดดเด่นมากของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เมื่อครั้งลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2565 โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนสามารถเดินเท้าเข้าถึงสวนสาธารณะและพื้นที่พักผ่อนได้ภายในเวลาไม่เกิน 15 นาที หรือในระยะทางประมาณ 800 เมตร เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของคนเมือง และเมื่อได้รับการเลือกตั้งมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็นำเอานโยบายดังกล่าวมาใช้ทันที</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อบัญญัติงบประมาณปี 2566 ของกรุงเทพมหานคร ระบุไว้ว่า นโยบายสวน 15 นาทีทั่วกรุง มีโครงการ/กิจกรรมยุทธศาสตร์อยู่ 2 โครงการด้วยกันคือ 1. ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสวนชุมชนขนาดเล็ก (Pocket Park) 25,000,000 บาท 2. ค่าใช้จ่ายในการเพิ่มศักยภาพและสิ่งอํานวยความสะดวกในการเข้าถึงสวนสาธารณะ 120,863,900 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. (มิ.ย. 69) พบว่า กรุงเทพฯ มีสวน 15 นาทีกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ จำนวน 495 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 1,320,621.22 ตร.ม. หากพิจารณาจำนวนสวน 15 นาทีเป็นรายเขตจะพบว่าเขตที่มีสวนมากที่สุด คือเขตสาทรและเขตคลองเตย จำนวน 13 แห่ง ตามมาด้วยเขตลาดกระบัง ยานนาวา ปทุมวัน บางซื่อ และทุ่งครุ จำนวน 12 แห่ง หนองจอก ลาดพร้าว ราษฎร์บูรณะ พระโขนง บึงกุ่ม บางคอแหลม บางขุนเทียน ตลิ่งชัน และจอมทอง จำนวน 11 แห่ง ในขณะที่เขตที่มีจำนวนสวน 15 นาทีน้อยที่สุดคือ เขตห้วยขวาง ภาษีเจริญ บางพลัด และบางบอน จำนวน 7 แห่ง สายไหม วัฒนา บางกะปิ จตุจักร และคันนายาว จำนวน 8 แห่ง สะพานสูง ราชเทวี มีนบุรี พญาไท ประเวศ บางเขน ทวีวัฒนา และคลองสาน จำนวน 9 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นขนาดพื้นที่จะพบว่าเขตที่มีพื้นที่สวน 15 นาทีใหญ่ที่สุด คือเขตบึงกุ่ม ขนาด 186,262 ตร.ม. ตามมาด้วยทวีวัฒนา 157,522.80 ตร.ม. ปทุมวัน 75,787.72 ตร.ม. บางขุนเทียน 61,217.46 ตร.ม. และคลองเตย 59,381.60 ตร.ม. ในขณะที่เขตที่มีขนาดพื้นที่สวน 15 นาทีเล็กที่สุด คือเขตบางกอกน้อย ขนาด<br>2,693.80 ตร.ม. ตามมาด้วยราชเทวี 2,960.00 ตร.ม. บางรัก 3,803.32 ตร.ม. ดินแดง 4,269.76 ตร.ม. และหลักสี่ 4,732.50 ตร.ม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">รูปแบบการทำสวน 15 นาที ทั้ง 495 แห่ง จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ<br>การสร้างสวน 15 นาทีขึ้นมาใหม่ จำนวน 338 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 943,254.2 ตร.ม. โดยเขตที่มีการสร้างสวน 15 นาทีขึ้นมาใหม่มากที่สุด คือเขตสาทร ลาดกระบัง บางซื่อ ดอนเมือง และจตุจักร จำนวน 11 แห่ง วัฒนา วังทองหลาง ราชเทวี พระโขนง บางเขน ทวีวัฒนา และคลองเตย จำนวน 10 แห่ง<br>การปรับปรุงพื้นที่สวนเดิมให้เป็นสวน 15 นาที จำนวน 157 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 377,367.02 ตร.ม. โดยเขตที่มีการปรับปรุงพื้นที่สวนเดิมให้เป็นสวน 15 นาทีมากที่สุด คือเขตสัมพันธวงศ์ จำนวน 10 แห่ง ป้อมปราบศัตรูพ่าย 9 แห่ง พญาไท และคลองสาน 8 แห่ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7851" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/Green-BKK-8-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ หากดูรายละเอียดของสวน 15 นาที ทั้ง 495 สวน ในแง่ที่ว่าใครเป็นพื้นที่ของใครบ้าง จะพบว่าส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร จำนวน 216 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 390,465.66 ตร.ม. รัฐวิสาหกิจ เช่น การเคหะ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย การประปานครหลวง จำนวน 61 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 191,388.12 ตร.ม. เอกชน 60 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 175,015.20 ตร.ม. ศาสนสถาน และสถานศึกษา 51 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 49,886.74 ตร.ม. ที่สาธารณะประโยชน์ 42 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 257,653.26 ตร.ม. กรมทางหลวง 35 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 124,764.00 ตร.ม. และหน่วยงานราชการอื่นๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย กรมธนารักษ์ สำนักงานพระคลังข้างที่ 30 แห่ง ขนาดพื้นที่รวม 131,448.24 ตร.ม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาสวน 15 นาทีที่เข้าถึงได้ในแง่การใช้พื้นที่โดยใช้เกณฑ์เดียวกับการพิจารณาการเข้าถึงสวนสาธารณะจะพบว่า มีสวน 15 นาทีที่สามารถเข้าถึงได้ในแง่การใช้พื้นที่จำนวน 312 แห่ง โดยเขตที่มีสวน 15 นาทีที่สามารถเข้าถึงได้มากที่สุด คือ เขตสาทร ลาดพร้าว และยานนาวา จำนวน 11 แห่ง ตามมด้วยเขตหนองจอก 10 แห่ง เขตมีนบุรี บึงกุ่ม บางซื่อ และคลองเตย 9 แห่ง ในขณะที่เขตที่มีสวน 15 นาทีที่เข้าถึงได้น้อยที่สุดคือเขตดินแดง จำนวน 2 แห่ง ตามมด้วยเขตบางบอน บางแค ทุ่งครุ ทวีวัฒนา ตลิ่งชัน และดุสิต 3 แห่ง ห้วยขวาง ประเวศ บางเขน บางกอกน้อย และดอนเมือง 4 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องการเข้าถึงได้ของสวน 15 นาที เป็นประเด็นที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด เนื่องด้วยสวน 15 นาทีหลายแห่งมีลักษณะเป็นเพียงพื้นที่สีเขียวในแบบสวนหย่อมเท่านั้น จากการพิจารณาสวน 15 นาที ทั้ง 495 แห่งพบว่าสามารถเข้าถึงได้ในแง่การใช้พื้นที่จำนวน 312 แห่ง อีก 157 แห่งอาจจะสามารถจัดเป็นพื้นที่สีเขียวเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีลักษณะเป็นสวนที่สามารถเข้าถึงได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่ผ่านมาในการนับสวนทั้ง 7 ประเภทเข้าสู่ระบบพื้นที่สีเขียวของ กทม. นั้น มีสวนที่มีลักษณะตรงกับสวน 15 นาที ทั้งที่เข้าถึงได้และไม่ได้อยู่แล้ว เช่น สวนริมถนนหรือสวนหย่อมหน้าสถานที่ต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชน แม้กระทั่งสวนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานต่างๆ ทั้งวัด โรงเรียน สถานที่ราชการ หรือสถานที่ของเอกชน สวน 15 นาทีส่วนใหญ่จึงเป็นสวนประเภทสวนขนาดเล็กในบรรดาทั้งหมดของสวน 7 ประเภทกว่า 8,621 แห่งของ กทม. ที่มีอยู่ แม้จะมีจำนวนมากถึง 495 สวน แต่ก็จะต้องพิจารณาขนาดและและการเข้าถึงได้ โดยพบว่าสวน 15 นาที มีพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 2,667.92 ตร.ม./แห่ง ในขณะที่สวนที่เข้าถึงได้ขนาดเล็ก (ไซส์ S) เดิม มีพื้นที่เฉลี่ย 8,100.177 ตร.ม./ แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา<br>ข้อมูลผลการดำเนินงาน สวน 15 นาที ปี 2569<br>ฐานข้อมูลและระบบติดตามประเมินผล การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ของกรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร<br>ข้อบัญญัติงบประมาณ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.<br>สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร (รายเดือน) สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-park-2025/">https://rocketmedialab.co/database-bkk-park-2025/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-park-2025/">สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวใน กทม. เพิ่มขึ้นและเข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
