<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เลือกตั้ง69 Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%8769/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/เลือกตั้ง69/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jun 2026 10:54:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>เลือกตั้ง69 Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/เลือกตั้ง69/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ใครว่ากรุงเทพฯ อากาศดีขึ้น : ปี 2025 กรุงเทพฯ มีวันอากาศดี 38 วัน ลดลงจากปีก่อนซึ่งมี 43 วัน เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,280.59 มวน</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-pm25-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 10:54:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นPM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7677</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3594;&#3623;&#3609;&#3626;&#3635;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm25-2025/">ใครว่ากรุงเทพฯ อากาศดีขึ้น : ปี 2025 กรุงเทพฯ มีวันอากาศดี 38 วัน ลดลงจากปีก่อนซึ่งมี 43 วัน เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,280.59 มวน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ในปี 2025 ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีวันที่อากาศดี คืออยู่ในเกณฑ์สีเขียว 38 วัน คิดเป็น 10.50% ลดลงจากปี 2024 ที่มีวันที่อากาศดี 43 วัน และในปี 2025 ส่วนใหญ่นั้นเป็นวันที่อากาศมีคุณภาพปานกลาง คือเกณฑ์สีเหลือง 254 วัน หรือคิดเป็น 70.17% ของทั้งปี และหากเทียบกับปี 2024 ที่มีอากาศในเกณฑ์สีเหลือง 252 วันแล้วก็นับว่าเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน</li>



<li>ในปี 2025 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ ทั้งหมด 1,280.59 มวน ลดลงจากปี 2024 ที่มีจำนวน 1,297.14 มวน ถึง 16.55 มวน หรือคิดเป็นประมาณ 0.83 ซอง แต่ก็ยังมากกว่าปี 2022 ที่มีจำนวน 1,224.77 มวน และปี 2021 ที่มีจำนวน 1,261.05 มวน</li>



<li>กทม. แถลงว่า “ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นฝุ่น PM2.5 ลดลง โดยเฉพาะเดือนมกราคม ค่าเฉลี่ยลดลงร้อยละ 22” แต่จากการเทียบค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งข้อมูลจากทั้ง 3 แหล่ง คือ Gistda, Air4Thai และ The World Air Quality Index Project พบว่าผลลัพธ์แตกต่างกันตามแหล่งข้อมูลและปีฐานที่ใช้เปรียบเทียบ โดยแม้ข้อมูลของ GISTDA จะสะท้อนว่าค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ในเดือนมกราคมปี 2569 ลดลงจากปี 2567 และ 2568 แต่ข้อมูลจาก Air4Thai และ The World Air Quality Index Project กลับชี้ว่าค่าเฉลี่ยฝุ่นในปี 2569 ยังคงสูงกว่าปีฐานในอดีต</li>



<li>กทม. แถลงว่า “จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานช่วงเดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์ ลดลงประมาณ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน” แต่จากการเทียบค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งข้อมูลจากทั้ง 3 แหล่ง คือ Gistda, Air4Thai และ The World Air Quality Index Project จะพบว่าข้อมูลจาก The World Air Quality Index Project ลดลงเพียง 1.14% เท่านั้น ในขณะที่ข้อมูลจาก Air4Thai ลดลง 53.85%</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/IG-cover-copy-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7690" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/IG-cover-copy-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/IG-cover-copy-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/IG-cover-copy.jpg 1081w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนสำรวจภาพรวมสภาพอากาศของกรุงเทพฯ ในปี 2025 ว่าสถานการณ์ปัญหาฝุ่น PM2.5 ดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร และ กทม. มีแนวนโยบายในการแก้ปัญหาในปี 2026 อย่างไรบ้าง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-2025-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7683" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-2025-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-2025-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-2025-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-2025-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-2025-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-2025-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">กรุงเทพฯ และสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในปี 2025</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการทำงานของ Rocket Media Lab โดยอ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project พบว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีวันที่อากาศดี คืออยู่ในเกณฑ์สีเขียว 38 วัน คิดเป็น 10.50% ลดลงจากปี 2024 ที่มีวันที่อากาศดี 43 วัน และในปี 2025 ส่วนใหญ่นั้นเป็นวันที่อากาศมีคุณภาพปานกลาง คือเกณฑ์สีเหลือง 254 วัน หรือคิดเป็น 70.17% ของทั้งปี และหากเทียบกับปี 2024 ที่มีอากาศในเกณฑ์สีเหลือง 252 วันแล้วก็นับว่าเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนวันที่มีคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษหรือสีส้มนั้นมีเพียง 57 วัน หรือคิดเป็น 15.75% ของทั้งปี ลดลงจากปี 2024 ที่มีจำนวน 61 วัน และวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรืออยู่ในเกณฑ์สีแดงนั้นมี 13 วัน หรือคิดเป็น 3.59% ของทั้งปี และเมื่อเทียบกับปี 2024 ที่มีเพียง 8 วัน กล่าวคือวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรืออยู่ในเกณฑ์สีแดงนั้นเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 5 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยภาพรวมแล้วอากาศในปี 2025 มีวันที่อากาศดีลดลง ในขณะที่วันที่อากาศมีคุณภาพปานกลางเพิ่มขึ้น ส่วนวันที่มีคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษหรือสีส้มนั้นลดลง แต่ทว่าวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) กลับเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">3 เดือนที่อากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2025:&nbsp; เดือนมกราคมยังเป็นเดือนที่ค่าเฉลี่ยอากาศแย่ที่สุด ส่วนวันที่อากาศแย่ที่สุดคือ วันที่ 23 มีนาคม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2024 เดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดคือเดือนมกราคม ขณะเดียวกันในปี 2025 เดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดยังคงเป็นเดือนมกราคม โดยมีค่าเฉลี่ยอากาศทั้งเดือนสูงถึง 129.35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าปี 2024 ที่มีค่าเฉลี่ย 119.87 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยในเดือนมกราคม 2025 นี้ ไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลย สำหรับวันที่มีสีเหลืองหรือคุณภาพอากาศปานกลางพบว่ามีเพียง 4 วัน ส่วนสีส้มหรือคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษมี 20 วัน และสีแดง หรือมีผลกระทบต่อสุขภาพมีถึง 7 วัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยค่าเฉลี่ยอากาศสูงถึง 114.50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยในเดือนนี้ไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลย ขณะที่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง หรือคุณภาพอากาศปานกลางเพียง 9 วัน ส่วนสีส้ม หรือคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษมีถึง 16 วัน และมีวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรืออยู่ในเกณฑ์สีแดงอีก 3 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตามมาด้วยเดือนมีนาคม ด้วยค่าเฉลี่ยอากาศที่ 101.87 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลยเช่นเดียวกัน ขณะที่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง หรือคุณภาพอากาศปานกลาง 17 วัน และสีส้ม หรือคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 11 วัน นอกจากนี้ยังพบวันที่มีสีแดง หรือวันที่มีผลต่อสุขภาพอีกจำนวน 3 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากสำรวจวันที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดของปี พบว่าเป็นวันที่ 23 มีนาคม 2025 โดยมีค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 173 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าสามเดือนที่อากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2025 คือ มกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม ซึ่งยังคงเป็นกลุ่มเดือนในช่วงต้นปีเช่นเดียวกับปีก่อนหน้า ดังเช่นปี 2024 ที่พบในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ และธันวาคม ปี 2023 ที่พบในเดือนเมษายน มีนาคม และกุมภาพันธ์ ส่วนปี 2019, 2020 และ 2021 มักพบในช่วงรอยต่อปลายปีถึงต้นปี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อสังเกตที่พบคือในปี 2025 สถานการณ์ฝุ่นมีความรุนแรงเข้มข้นขึ้น โดยในเดือนมกราคมมีจำนวนวันสีแดงเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2024 คือจาก 4 วัน เป็น 7 วัน ขณะที่ในเดือนกุมภาพันธ์ พบว่าวันสีส้ม (กลุ่มเสี่ยง) เพิ่มขึ้นจากเดิม 6 วัน เป็น 16 วัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ส่วนวันสีเหลืองลดลงจาก 19 วัน เหลือเพียง 9 วัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคุณภาพอากาศที่เคยอยู่ในเกณฑ์ปานกลางได้ขยับความรุนแรงขึ้นไปอยู่ในเกณฑ์ที่มีผลต่อสุขภาพมากขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">เดือนสิงหาคมอากาศดีที่สุดในปี 2025: เฉลี่ยเพียง 50.61 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เดือนที่มีอากาศดีที่สุดในปี 2025 ยังคงเป็นเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเดือนที่มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับเดือนอื่น คือ 50.61 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ซึ่งดีกว่าปี 2024 ที่มีค่าเฉลี่ย 53.13 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) โดยในปีนี้มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเพิ่มขึ้นเป็น 13 วัน และมีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง หรือคุณภาพอากาศปานกลาง 18 วัน จะเห็นได้ว่าแม้ภาพรวมต้นปีจะวิกฤต แต่ในเดือนสิงหาคม 2025 กลับมีจำนวนวันที่อากาศบริสุทธิ์ (สีเขียว) มากกว่าปีก่อนถึง 5 วัน ทำให้ครองตำแหน่งแชมป์เดือนที่อากาศดีที่สุดของปีไปครองได้อีกครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือเดือนกันยายน 2025 ซึ่งเป็นเดือนที่มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง คือ 54.23 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยมีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 8 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 22 วัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตามมาด้วยมิถุนายน 2024 มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 5 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 25 วัน ทั้งนี้เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน และมิถุนายนซึ่งเป็น 3 เดือนที่อากาศดีที่สุดนั้น ไม่พบวันที่มีอากาศในเกณฑ์สีส้มและแดงเลย ในขณะที่วันที่อากาศดีที่สุดในปี 2025 คือวันที่ 31 สิงหาคม 2025 โดยมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 23 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่วันที่อากาศดีที่สุดในปี 2024 คือวันที่ 23 สิงหาคม โดยมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 11 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และในปี 2023 คือวันที่ 16 กันยายน อยู่ที่ 20 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งหนึ่งอาจจะมีบางเขตของกรุงเทพฯ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกทุกเขต</p>



<h3 class="wp-block-heading">ถ้าค่าฝุ่น PM2.5 22 มคก./ลบ.ม. = บุหรี่ 1 มวน ปี 2025 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูบบุหรี่ไปกี่มวน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จาก<a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence/">งานของ&nbsp;Richard&nbsp;A. Muller&nbsp;</a>นักวิจัยชาวอเมริกันจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Berkeley Earth แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่า ค่าฝุ่น PM2.5 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ 1 มวน ซึ่งหากนำค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของปี 2024 มาคำนวณเปรียบเทียบตามเกณฑ์ของ&nbsp;Richard&nbsp;Muller จะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2025 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ ทั้งหมด 1,280.59 มวน ลดลงจากปี 2024 ที่มีจำนวน 1,297.14 มวน ถึง 16.55 มวน หรือคิดเป็นประมาณ 0.83 ซอง แต่ก็ยังมากกว่าปี 2022 ที่มีจำนวน 1,224.77 มวน และปี 2021 ที่มีจำนวน 1,261.05 มวน</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2025 อย่างเดือนมกราคม คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 182.27&nbsp; มวน คิดเป็นเฉลี่ยวันละ 5.88 มวน ซึ่งมีจำนวนของมวนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2024 อย่างเดือนมกราคม ที่มี 168.91 มวน คิดเป็นเฉลี่ยวันละ 5.45 มวน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือในเดือนที่อากาศดีที่สุดในปี 2025 อย่างเดือนสิงหาคม คนกรุงเทพฯ ก็ยังสูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 71.318 มวน เฉลี่ยวันละ 2.30 มวน โดยลดลงเมื่อเทียบกับเดือนที่อากาศดีที่สุดในปี 2024 อย่างเดือนสิงหาคมที่มีจำนวน&nbsp; 74.86 มวน เฉลี่ยวันละ 2.41 มวน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>กรุงเทพฯ มีแนวโน้มคุณภาพอากาศดีขึ้นจริงไหม</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-BKK-2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7697" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-BKK-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-BKK-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-BKK-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-BKK-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-BKK-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-BKK-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากการแถลงความคืบหน้าการดำเนิน <a href="https://pr-bangkok.com/?p=581637&amp;fbclid=IwY2xjawQbY_NleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFCQ2d0Q0NrcFBlamJSa1hYc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHjrUajaQZnuvzoxkIWjvMvVtbRGNPAiELiEqdMNnxfccBMyxGV5dTHqd3ILJ_aem_PkEoI_zzQE0lvRfuoi0SJQ">“10 มาตรการหลัก”</a> แก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา โดยชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งกล่าวว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์คุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานช่วงเดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์ ลดลงประมาณ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ปีนี้สภาพอากาศจะปิดและการระบายอากาศทำได้ยากกว่าปีก่อนหน้า ซึ่งจากข้อมูลสถิติฤดูฝุ่นตลอด 4 ปี (2565–2569) พบว่า ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นฝุ่น PM2.5 ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเดือนมกราคม ค่าเฉลี่ยลดลงร้อยละ 22 จาก 48.4 เหลือ 37.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และจำนวนวันเกินมาตรฐานลดลง 40–50% ในหลายช่วงเวลา”</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำ *สถิติมาเปรียบเทียบกับข้อมูลจาก 3 แหล่งอ้างอิงหลัก ได้แก่ ข้อมูลจาก <a href="http://air4thai.pcd.go.th/webV3/#/History">Air4Thai</a> โดยกรมควบคุมมลพิษ ฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง โดยสำรวจจากทั้งปี 2565, 2566,&nbsp; 2567, 2568 และ 2569 ซึ่งมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในกทม. จำนวน 12 สถานี ข้อมูลจาก เว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง และข้อมูลจาก<a href="https://pm25.gistda.or.th/download">ระบบติดตาม PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง</a> โดย Gistda สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) จะพบว่าความแตกต่างที่น่าสนใจ ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นที่ 1&nbsp; “ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นฝุ่น PM2.5 ลดลง โดยเฉพาะเดือนมกราคม ค่าเฉลี่ยลดลงร้อยละ 22” คำแถลงระบุว่าค่าเฉลี่ยฝุ่นในเดือนมกราคมลดลงถึง 22% แต่จากการสำรวจข้อมูลย้อนหลังระหว่างปี 2565, 2566,&nbsp; 2567 2568 และ 2569 จากแหล่งข้อมูลอื่นๆ ในเดือนมกราคม พบว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จากระบบติดตาม PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง โดย Gistda ในพื้นที่กทม. ค่าเฉลี่ยเดือนมกราคม ปี 2567 จะอยู่ที่ 50.58 มคก./ลบ.ม. ส่วนมกราคม ในปี 2568 อยู่ที่ 56.30 มคก./ลบ.ม. ส่วนมกราคม ในปี 2569 อยู่ที่ 33.84 มคก./ลบ.ม. ทั้งนี้เมื่อนำมาคำนวณกับปีฐาน จะพบว่าลดลงมา 33.10% </li>



<li>ข้อมูลจาก Air4Thai ซึ่งดูแลโดยกรมควบคุมมลพิษ จะพบว่าค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 เดือนมกราคม ในปี 2565 อยู่ที่ 29.79 มคก./ลบ.ม., ปี 2566 อยู่ที่ 32.71 มคก./ลบ.ม., ปี 2567 อยู่ที่ 39.49 มคก./ลบ.ม. ปี 2568 พุ่งสูงขึ้นเป็น 44.67 มคก./ลบ.ม. และปี 2569 อยู่ที่ 44.73 มคก./ลบ.ม. ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลังในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (2565-2569) พบว่าค่าเฉลี่ยฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปีล่าสุดมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 50.15% เมื่อเทียบกับปี 2565</li>



<li>ข้อมูลจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบว่าค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 เดือนมกราคม ในปี 2565 อยู่ที่ 92.03 มคก./ลบ.ม., ปี 2566 อยู่ที่ 90.17 มคก./ลบ.ม., ปี 2567 อยู่ที่ 119.87 มคก./ลบ.ม. ปี 2568 ขยับสูงขึ้นเป็น 129.35 มคก./ลบ.ม. ส่วนปี 2569 อยู่ที่ 107.77 มคก./ลบ.ม. ซึ่งเมื่อพิจารณาความเปลี่ยนแปลงในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (2565-2569) จะพบว่าความเข้มข้นของฝุ่นเพิ่มขึ้นถึง 17.10% เมื่อเทียบปีล่าสุดกับปีฐานคือปี 2565</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นหากเทียบค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 จากทั้ง 3 แหล่งข้อมูลจะพบว่า ข้อมูลจาก GISTDA ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ในเดือนมกราคมของปี 2569 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2567 และปี 2568 ขณะที่ข้อมูลจาก Air4Thai และ The World Air Quality Index Project ชี้ว่าระดับฝุ่นในปี 2569 ยังคงสูงกว่าปีฐานซึ่งก็คือปี 2565 เช่นเดียวกับปีฐานที่ กทม.ใช้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นที่ 2 คือ “จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานช่วงเดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์ ลดลงประมาณ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน” เมื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบ พบความน่าสนใจดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จากระบบติดตาม PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง โดย Gistda ซึ่งมีข้อมูลเพียง 2 ปี พบว่าในกรุงเทพมหานคร ช่วงปี 66/67 มีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์อยู่ที่ 64 วัน ขณะที่ปี 68/69 ลดลงเหลือ 37 วัน คิดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ลดลง 42.19% ซึ่งแม้จะมีแนวโน้มดีขึ้นแต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายการลดลง 50% ตามที่ กทม. กล่าว</li>



<li>ข้อมูลจาก Air4Thai ซึ่งดูแลโดยกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในช่วงปี 65/66 มีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานอยู่ที่ 28 วัน ปี 66/67 อยู่ที่ 25 วัน ปี 67/68 อยู่ที่ 39 วัน และในปี 68/69 ลดลงเหลือ 18 วัน ซึ่งหากคำนวณเปรียบเทียบจากปีก่อนหน้าจะพบว่าจำนวนวันลดลง 53.85% </li>



<li>ข้อมูลจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบว่าจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ของปี 65/66 อยู่ที่ 89 วัน ปี 66/67 อยู่ที่ 92 วัน ปี 67/68 อยู่ที่ 89 วัน และในปี 68/69 ลดลงเหลือ 88 วัน ซึ่งหากคำนวณเปรียบเทียบจากปีก่อนหน้าจะพบว่าจำนวนวันลดลงเพียง 1.12% เท่านั้น</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะพบว่าแม้ข้อมูลจาก The World Air Quality Index Project จะพบว่าจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานช่วงเดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 67/68 จะลดลงจริงในปี 68/69 แต่ก็ลดลงเพียง 1.12% เท่านั้น ในขณะที่หากพิจารณาข้อมูลจาก Air4Thai จะพบว่าจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานลดลง 53.85% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (67/68) แต่หากเทียบกับปีฐาน 65/66 จะพบว่าลดลงเพียง 35.71% เท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้การเปรียบเทียบข้อมูลจากทั้ง 3 แหล่งข้อมูลจะมีทั้งข้อมูลที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับที่ กทม. แถลงและเป็นไปในทิศทางที่ขัดแย้งกัน แต่ก็มีข้อสังเกตที่น่าสนใจเพิ่มเติมก็คือ กทม. เลือกที่จะใช้ข้อมูลบางช่วงเวลา เช่น เฉพาะเดือนมกราคม หรือช่วงเดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์ ในขณะเดียวกันบางช่วงเวลาก็เลือกที่จะเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า และบางช่วงเวลาก็เลือกที่จะเปรียบเทียบกับปีฐาน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม การที่ข้อมูลจากแต่ละแหล่งข้อมูลไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันนั้น อาจเป็นเพราะข้อมูลของ กทม. อ้างอิงจากสถานีตรวจวัดทั้งหมด <a href="https://airquality.airbkk.com/PublicWebClient/#/Modules/Aqs/HomePage">78 สถานีวัด</a>ในสังกัด ในขณะที่ Air4Thai อ้างอิงจากสถานีหลักของกรมควบคุมมลพิษเพียง 12 สถานี ส่วน Gistda นั้นไม่ระบุจำนวนสถานีแต่ครอบคลุมทั้ง 50 เขตใน กทม. ซึ่งอาจทำให้ความครอบคลุมและค่าเฉลี่ยที่ได้ไม่เท่ากัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">*หมายเหตุ: เพื่อให้เห็นแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในระยะยาวตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2565–2568) การวิเคราะห์นี้จึงใช้วิธีคำนวณหาอัตราการเปลี่ยนแปลงสะสม (Percentage Change) โดยการหาผลต่างระหว่างค่าเฉลี่ยในปีปัจจุบันเทียบกับปีฐาน (2565) แล้วหารด้วยค่าของปีฐาน เพื่อสะท้อนสัดส่วนการเพิ่มขึ้นหรือลดลงสุทธิว่าตลอดระยะเวลาดังกล่าวสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดจากจุดเริ่มต้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">แล้ว กทม. มีมาตรการรับมืออะไรบ้างในปี 2569</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-KPI-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7685" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-KPI-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-KPI-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-KPI-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-KPI-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-KPI-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/2.5PM-KPI-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับกรุงเทพมหานคร มีการนำเสนอ (ร่าง) แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2025 ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” แบ่งออกเป็น มาตรการดำเนินการตลอดทั้งปี มาตรการดำเนินการเมื่อสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และมาตรการระยะยาว และ 2 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา กทม.ได้รายงานถึง <a href="https://pr-bangkok.com/?p=581637&amp;fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExOEpmelYzcEJwTVZUV1VtMnNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR46kSo8XDWWI7_BBwRcNZ94VPKa76pa-GbOGlKJQyhYxZao5rk-G5Bcc-aCpA_aem_t6xjEUIkeYeDUYO6h5lm-A">10 มาตรการหลัก</a>ที่ใช้แก้ไขปัญหา ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เขตควบคุมมลพิษ (Low Emission Zone: LEZ) จำกัดรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไปที่ไม่ผ่านเกณฑ์เข้าพื้นที่ชั้นใน และเปิดลงทะเบียน “บัญชีสีเขียว (Green List)” ปัจจุบันมีรถลงทะเบียนแล้ว 73,448 คัน&nbsp;</li>



<li>โครงการ Green List Plus – รถคันนี้ลดฝุ่น ส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองอากาศ ตั้งเป้า 500,000 คัน มีรถเข้าร่วมแล้ว 377,461 คัน คาดว่าช่วยลดมลพิษจากภาคขนส่งได้ 22.5%&nbsp;</li>



<li>เข้มงวดตรวจจับรถควันดำ ปรับเกณฑ์มาตรฐานความทึบแสงจาก 30% เหลือ 20–24% และเพิ่มความถี่ในการตรวจจับ ปี 2568–2569 จับกุมรถปล่อยควันดำได้ 21,532 คัน เพิ่มขึ้น 1.5 เท่า</li>



<li>ควบคุมฝุ่นในไซต์ก่อสร้างและแพลนท์ปูน ตรวจเข้มไซต์ก่อสร้าง 17,967 ครั้ง และแพลนท์ปูน 4,551 ครั้ง พร้อมกำหนดเงื่อนไขใบอนุญาต หากพบรถปล่อยควันดำอาจถูกระงับใบอนุญาต&nbsp;</li>



<li>จัดการมลพิษในโรงงานอุตสาหกรรม เพิ่มโรงงานติดตั้งระบบตรวจวัดปล่องควันแบบ Real-time (CEMS) จาก 8 แห่ง เป็น 256 แห่ง และยกระดับมาตรฐานการปล่อยมลพิษ NOx, SO₂ และ TSP ให้เข้มงวดขึ้น&nbsp;</li>



<li>ประสานความร่วมมือจังหวัดรอบข้าง ลดการเผาในที่โล่ง สนับสนุนทางเลือกแทนการเผา เช่น การใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซัง และเครื่องอัดฟาง ส่งผลให้จุดความร้อนพื้นที่ภาคกลาง (ตะวันตก–ตะวันออก) ลดลง 44% จังหวัดนครนายกลดลง 25% และจำนวนวันที่ไม่มีการเผาเพิ่มขึ้น 38% ขณะที่จุดเผาในกรุงเทพฯ ลดลง 23%&nbsp;</li>



<li>การมีส่วนร่วมของประชาชน ใช้ระบบแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast และ Line Alert พร้อมพยากรณ์ล่วงหน้า 7 วัน และเปิดช่องทางแจ้งเบาะแสผ่าน Traffy Fondue</li>



<li>จัดทำห้องปลอดฝุ่นในโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนสังกัด กทม. 2,119 ห้องเรียน ดำเนินการแล้วกว่า 51% ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 262 แห่ง ดำเนินการแล้ว 44% คาดว่าจะครบเกือบ 100% ภายในปีนี้ โดยติดตั้งเครื่องปรับอากาศและเครื่องกรองฝุ่นเพื่อปกป้องกลุ่มเปราะบาง&nbsp;</li>



<li>มาตรการ Work From Home (WFH) เมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน มีการขอความร่วมมือหน่วยงานและเอกชนทำงานที่บ้าน ช่วยลดปริมาณจราจรเฉลี่ย 7.5–10%&nbsp;</li>



<li>เพิ่มพื้นที่สีเขียวและกำแพงกรองฝุ่น (Bangkok Green Wall) ปลูกต้นไม้สะสมกว่า 2.4 ล้านต้น พัฒนาสวน 15 นาที 441 แห่ง และจัดทำแนวกำแพงต้นไม้ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ช่วยลดค่าฝุ่นในพื้นที่สวนได้เฉลี่ยประมาณ 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">โดยมาตรการจะพบว่าเป็นการพยายามเปลี่ยนจากการรณรงค์ไปสู่การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้น เพื่อให้สอดรับกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 – 2570 และระยะ 5 ปีต่อไป โดยเฉพาะการใช้บัญชีสีเขียว (Green List) และการตรวจสอบโรงงานแบบอัตโนมัติ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project ซึ่งค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง <a href="https://aqicn.org/city/bangkok/">https://aqicn.org/city/bangkok/</a>&nbsp;</li>



<li>ค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งหนึ่งอาจจะมีบางเขตของกรุงเทพฯ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกทุกเขต&nbsp;</li>



<li>PM2.5 เทียบกับบุหรี่ <a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence">http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence</a>&nbsp;</li>



<li>อ้างอิงข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA&nbsp;</li>



<li>อ้างอิงมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2025 จากมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568 และปี 2569 โดยกรมควบคุมมลพิษ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm25-2025">https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm25-2025</a> &nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm25-2025/">ใครว่ากรุงเทพฯ อากาศดีขึ้น : ปี 2025 กรุงเทพฯ มีวันอากาศดี 38 วัน ลดลงจากปีก่อนซึ่งมี 43 วัน เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,280.59 มวน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลือกตั้ง กทม. 69 : แผนพัฒนา กทม. มีไว้ทำไม ผู้ว่า กทม. แต่ละคนวางแผนฉบับไหน ทำตามแผนยังไงบ้าง </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-development-plans/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 09:37:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพัฒนากทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7572</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3617;&#3629;&#3591;&#3585;&#3607;&#3617;. &#3612;&#36 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-development-plans/">เลือกตั้ง กทม. 69 : แผนพัฒนา กทม. มีไว้ทำไม ผู้ว่า กทม. แต่ละคนวางแผนฉบับไหน ทำตามแผนยังไงบ้าง </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<h3 class="wp-block-heading">มองกทม. ผ่านแผนพัฒนา</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ทิศทางการพัฒนาที่ปรากฏในแต่ละแผนกรุงเทพมหานครจะสอดรับกับสภาพปัญหาในแต่ละช่วงเวลานั้น ด้วยตั้งเป้าหมายว่าต้องการเห็นกรุงเทพฯ เป็นอย่างไร โดยในภาพรวมจะพบว่าแผนพัฒนากรุงเทพฯ ทั้ง 9 ฉบับ ส่วนใหญ่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ครอบคลุมเรื่อง ที่ดินและผังเมือง การจราจร การระบายน้ำ การกำจัดน้ำเสีย ขยะมูลฝอย การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม พัฒนาชุมชน และสวัสดิการสังคม</p>



<p class="wp-block-paragraph">มีหลายประเด็นปัญหาที่ยังปรากฏในแต่ละแผนจนถึงปัจจุบัน เสมือนเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยังไม่สามารถแก้ไขให้สำเร็จได้ เช่น การจัดการขยะมูลฝอย การจราจร น้ำเสีย น้ำท่วมและการระบายน้ำ สาธารณสุข เศรษฐกิจปากท้องประชาชน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7576" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับจุดเน้นของแผนพัฒนากรุงเทพมหานครแต่ละฉบับอาจสรุปได้เบื้องต้นว่า แผนพัฒนาฉบับที่ 1 ซึ่งลงนามโดย ชลอ ธรรมศิริ มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาชุมชนบริเวณชานเมืองและรอบนอกกรุงเทพฯ จากนั้นในฉบับที่ 2 ของ เทียม มกรานนท์ ได้หันมาให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนฉบับที่ 3 และ 4 ในยุคของ จำลอง ศรีเมือง เริ่มขยับมาเน้นเรื่องมลพิษ น้ำท่วม สุขาภิบาลอาหารและน้ำ รวมถึงการมุ่งเน้นกลุ่มผู้ด้อยโอกาสตามลำดับ โดยภาพรวมของแผนฉบับที่ 1 ถึง 4 นี้ ถือเป็นการให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างและบริการพื้นฐาน สิ่งแวดล้อมและรายได้ของกรุงเทพฯ เป็นหลัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมาในฉบับที่ 5 ของ พิจิตต รัตตกุล มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาที่เน้นคนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น มีการทำประชาพิจารณ์แผน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 และเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการพัฒนาแผน ขณะที่ฉบับที่ 6 ในยุคของ สมัคร สุนทรเวช ได้ขยายขอบเขตการพัฒนาเพิ่มขึ้นเพื่อสอดรับกับพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนกำหนดวิสัยทัศน์และร่างแผน พร้อมกำหนดให้แผนพัฒนากรุงเทพเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่ชี้นำการพัฒนากรุงเทพฯ ที่หน่วยงานจะแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากนั้นกรุงเทพฯ เริ่มก้าวเข้าสู่การวางแผนระยะยาว โดยแผนระยะยาว 12 ปี พ.ศ. 2552 ถึง 2563 ในยุคของ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้กำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายการพัฒนาระยะยาว เพื่อเป็นกรอบแนวทางหลักในการพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครน่าอยู่อย่างยั่งยืน โดยแบ่งช่วงการพัฒนาเป็น 3 ระยะตามวาระของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และส่งไม้ต่อมายังแผนพัฒนาระยะ 20 ปี พ.ศ. 2556 ถึง 2575 ในยุคของ สุขุมพันธ์ บริพัตร ที่ใช้วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2575 ตั้งเป้าหมายเป็นมหานครศูนย์กลางของเอเชีย ประกอบด้วย 6 มิติ ได้แก่ มหานครปลอดภัย มหานครสีเขียว สะดวกสบาย มหานครสำหรับทุกคน มหานครกะทัดรัด มหานครประชาธิปไตย และมหานครแห่งเศรษฐกิจและการเรียนรู้ มาเป็นกรอบในการพัฒนา มีการกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ย่อย และตัวชี้วัดทุก 5 ปี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนกระทั่งมาถึง<a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/130/BMA-developmentplan/P20ys_rivise.pdf">แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร 20 ปี ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2561 ถึง 2580</a> ซึ่งเป็นฉบับล่าสุดที่ลงนามโดย อัศวิน ขวัญเมือง แผนฉบับนี้มุ่งส่งเสริมและยกระดับกรุงเทพมหานครให้เป็นมหานครแห่งเอเชียและเป็นเมืองที่มีสมรรถนะสูง ทว่าในเวลาต่อมา อัศวินได้หมดวาระลง ทำให้แผนฉบับปรับปรุงนี้ถูกส่งต่อมาอยู่ในมือของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้นำคนใหม่ที่ต้องรับไม้ต่อและนำแผนนี้ไปใช้จริง สะท้อนให้เห็นภาพภาพเดิมๆ ของเมืองกรุงที่คนลงนามในแผนและคนนำแผนไปใช้กลายเป็นคนละคนกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการศึกษาความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของแต่ละประเด็นหรือแผนงานในแผนพัฒนาฉบับต่าง ๆ ที่ครอบคลุมการบริหารกรุงเทพฯ ตลอด 55 ปี พบว่า แผนทุกฉบับมีเป้าหมายและยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานคล้ายคลึงกันในบางมิติ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>มลพิษทางเสียง ที่กำหนดไว้ตรงกันว่า ต้องการควบคุมไม่ให้มีการก่อเสียงรบกวนเกินมาตรฐาน</li>



<li>สวนสาธารณะ มุ่งไปที่การจัดหาพื้นที่สำหรับสวนสาธารณะเพิ่มเติม</li>



<li>ที่ดินและผังเมือง กำหนดย่านและประเภทการใช้ที่ดิน และการปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพฯ</li>



<li>พื้นที่นันทนาการ ดนตรี กีฬา เป็นการจัดสร้างศูนย์กิจกรรมต่างๆ ให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หากแต่มีบางฉบับ ที่มีวิธีมองและแก้ไขปัญหาที่โดดเด่นและมีรายละเอียดที่พัฒนาขึ้นมาจากฉบับอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัดในแต่ละด้าน&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">มลพิษทางอากาศ&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">เดิมระบุตรงกันว่าต้องการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ แต่เพิ่งเริ่มมีการกำหนดชัดเจนถึงการตรวจสอบคุณภาพอากาศในย่านที่มีการจราจรหนาแน่นจำนวน 30 แห่งต่อเดือน ในแผนฉบับที่ 4 จากนั้นในแผนพัฒนาระยะ 20 ปี ยุคสุขุมพันธ์ ได้เพิ่มตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่า พลเมืองกรุงเทพฯ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ต้องได้สูดอากาศบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 200 วันต่อปี โดยมีเกณฑ์ก๊าซโอโซนไม่เกิน 70 ส่วนในพันล้านส่วน และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ไม่เกิน 170 ส่วนในพันล้านส่วน จนกระทั่งในแผนฉบับปรับปรุงล่าสุดของอัศวิน ได้ปรับเปลี่ยนวิธีมองมามุ่งเน้นการบริหารจัดการคุณภาพอากาศในเชิงพื้นที่ให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 85 ถึง 95 โดยเน้นการควบคุมและลดฝุ่นละอองในบรรยากาศริมถนนที่เกิดจากการสัญจร ผ่านมาตรการความสะอาดและวิธีทางธรรมชาติ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ขยะมูลฝอย&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">จากเดิมทุกแผนฯ จะระบุถึงการพัฒนาประสิทธิภาพของการจัดเก็บและขนถ่ายขยะมูลฝอยให้ทั่วพื้นที่กำจัดขยะไม่ให้มีการตกค้าง โดยในฉบับที่ 4 เน้นเก็บขยะให้หมดวันต่อวัน และฉบับที่ 6 ตั้งเป้าไม่มีขยะตกค้างตามที่ว่างสาธารณะและลดอัตราการเกิดขยะให้น้อยกว่า 1 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มขึ้นในแผนฉบับที่ 3 ที่มีการลงรายละเอียดกำหนดประเด็น แยกขยะ และเริ่มทดลองให้ประชาชนแยกขยะในหมู่บ้านทดลองของสำนักงานเขตต่าง ๆ ก่อนจะต่อยอดในแผนฉบับที่ 5 ที่เพิ่มเรื่องรณรงค์ให้ประชาชนแยกขยะมูลฝอยและการนำมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ใหม่ ขยายมาสู่แผน 12 ปีที่เน้นเทคโนโลยีแปรรูปขยะเพื่อสร้างมูลค่า และในแผน 20 ปีที่หันมาเน้นการลดขยะต้นทางจนถึงปลายทาง ควบคุมการฝังกลบให้ไม่เกินร้อยละ 60 จนถึงแผนฉบับปรับปรุงล่าสุดที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกขยะ ของเสียอันตราย และกากไขมันตั้งแต่แหล่งกำเนิด</p>



<h4 class="wp-block-heading">การกำจัดน้ำเสีย&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ทุกแผนฯ จะเน้นไปที่การสร้างระบบระบายน้ำป้องกันน้ำเสีย สร้างโรงงานกำจัดน้ำเสียและการควบคุมคุณภาพน้ำในคูคลองต่าง ๆ โดยในฉบับที่ 4 มีการวางแผนสร้างโรงงานบำบัดน้ำเสียใหม่ถึง 5 แห่งโดยกรุงเทพฯ และรัฐบาล และอีก 11 แห่งโดยเอกชน จนถึงแผนฯ ฉบับที่ 6 ที่เพิ่มการกำหนดเป้าหมายต้องลดการทำให้น้ำเสียโดยประชาชนลงร้อยละ 5 ต่อปี ส่วนแผนระยะ 12 ปี กำหนดตัวชี้วัดยกระดับคุณภาพน้ำทิ้ง และฟื้นฟูคุณภาพน้ำคลองให้มีค่าดีโอมากกว่า 2 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่แผนระยะยาว 20 ปี ตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2575 น้ำเสียจากทุกครัวเรือนต้องได้รับการบำบัดก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ และแผนฉบับปรับปรุงล่าสุดได้ขยายขีดความสามารถของระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนให้รองรับได้ถึงร้อยละ 90 พร้อมตั้งเป้าให้จุดเก็บตัวอย่างน้ำในคลองมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์พอใช้ถึงดีให้ได้ร้อยละ 80</p>



<h4 class="wp-block-heading">น้ำท่วมและการระบายน้ำ&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ทุกแผนฯ จะกำหนดเรื่องติดตั้งและปรับปรุงระบบป้องกันน้ำท่วม รวมทั้งการขุดลอกคูคลอง จนแผนฯ ฉบับที่ 3 เริ่มกล่าวถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและความรู้ และแผนฯ ฉบับที่ 4 กล่าวถึงการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ของศูนย์ป้องกันน้ำท่วม ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำและฝนในฝั่งธนบุรี และเริ่มมีการสำรวจข้อมูลระบบระบายน้ำย่อย ต่อมาในแผนฉบับที่ 6 มุ่งเน้นการฟื้นฟูคูคลองเพื่อระบายน้ำและคมนาคม จนถึงแผนระยะยาว 20 ปีที่กำหนดเป้าหมายชัดเจนว่า พื้นที่ร้อยละ 90 ของกรุงเทพฯ ต้องสามารถระบายน้ำฝนให้เสร็จสิ้นได้ภายใน 30 นาทีหลังฝนตก ขณะที่แผนฉบับปรับปรุงล่าสุด ได้ปรับเกณฑ์มาเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักกรณีฝนตกไม่เกิน 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ให้อยู่ในเกณฑ์ 60 ถึง 180 นาที พร้อมเพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำหลากและน้ำหนุน</p>



<h4 class="wp-block-heading">จราจรและขนส่งสาธารณะ&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">นับตั้งแต่แผนฯ ฉบับที่ 1 เป็นต้นมา ทุกแผนมุ่งเน้นไปที่การสร้าง ปรับปรุง และเชื่อมต่อถนน ตรอก ซอย ต่าง ๆ รวมถึงการสร้างทางด่วนหรือทางพิเศษ ขยายเส้นทางและเพิ่มจำนวนรถโดยสารประจำทาง จนแผนฯ ฉบับที่ 4 ถึงได้เริ่มบรรจุเรื่องการก่อสร้างรถรางไฟฟ้าในพื้นที่จราจรติดขัดและเดินเรือทางน้ำ ส่วนแผนฉบับที่ 6 เริ่มกำหนดประเด็นเพิ่มโครงข่ายคมนาคมขนส่งทั้งระบบถนนและทางน้ำเพื่อเป็นตัวเลือกในการเดินทาง และในแผนระยะยาว 20 ปี นับเป็นครั้งแรกที่พูดถึงการสัญจรด้วยจักรยาน ทางเดินเท้าอย่างสะดวก ปลอดภัย และตั้งเป้าให้คนกรุงใช้ระบบขนส่งมวลชนที่กำหนดเวลาได้ภายใน 10 นาที ล่าสุดในแผนฉบับปรับปรุงของอัศวิน ได้มุ่งเน้นการเชื่อมต่อระบบรางหลัก พัฒนารถไฟฟ้าส่วนต่อขยายหรือรางรอง ขยายการขนส่งทางน้ำ พัฒนาทางเดินเท้าและทางจักรยานตามแนวคิดอารยสถาปัตย์(Universal Design) รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันรวมข้อมูลการเดินทางเพื่อช่วยประชาชนวางแผน</p>



<h4 class="wp-block-heading">สาธารณสุข&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">แผนฯ เกือบทั้งหมดให้ความสำคัญกับการขยายและพัฒนาศูนย์บริการสาธารณสุขชุมชนให้ทั่วถึง มีคุณภาพ จนแผนฉบับที่ 6 เริ่มระบุถึงระบบเครือข่ายการบริการสุขภาพแบบผสมผสานให้ครอบคลุม 50 เขต ส่วนแผนระยะ 12 ปีกล่าวถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการแพทย์ฉุกเฉินในสถานการณ์วิกฤตหรือภัยพิบัติ และในแผนฉบับปรับปรุงล่าสุดได้ยกระดับสู่การเป็น เมืองสุขภาพดี มุ่งจัดให้มีระบบสุขภาพปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิอย่างครอบคลุม จัดตั้งคลินิกหมอครอบครัว และเร่งคัดกรองโรคคนเมือง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต เพื่อนำเข้าสู่การรักษาอย่างรวดเร็ว</p>



<h4 class="wp-block-heading">เศรษฐกิจปากท้องประชาชน&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจน้อยกว่าปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ มักถูกจัดอยู่ส่วนที่เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนหรือสวัสดิการสังคม เริ่มจากตลาดซึ่งได้รับการกล่าวถึงตั้งแต่ในฉบับที่ 1 เพื่อให้เป็นพื้นที่ระบายสินค้าการเกษตร จากนั้นในฉบับที่ 2 และ 4 เป็นการพัฒนาเป็นตลาดเพื่อผู้มีรายได้น้อยและพัฒนาอาชีพ ต่อมาในแผนระยะยาว 12 ปี ระบุว่าจะปรับปรุงตลาดนัดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว จนกระทั่งในแผนฉบับปรับปรุงล่าสุดของอัศวิน ได้เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับแรงงานนอกระบบ โดยตั้งเป้าขยายสถานธนานุบาลหรือโรงรับจำนำเพิ่มขึ้นอีก 10 แห่ง เพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน พร้อมทั้งเน้นการพัฒนาทักษะอาชีพให้ตรงกับตลาดงาน และผลักดัน ผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือ แบงค็อก แบรนด์ ให้เป็นสินค้าระดับพรีเมียม แพลทินัม และโกลด์ เพื่อยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจฐานราก</p>



<h3 class="wp-block-heading">กทม. พัฒนาได้ตามแผนฯ มากน้อยแค่ไหน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">คำถามที่หลายคนยังอดสงสัยไม่ได้คือ แผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่ผ่านมาถูกนำไปปฏิบัติได้ครบถ้วนหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นนี้ กรุงเทพมหานครเองได้มีการทบทวนและประเมินผลการดำเนินการตามแผนฯ โดยเฉพาะในช่วงต้องจัดทำแผนใหม่ ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าแผนเดิม บรรลุเป้าหมายไปกี่โครงการและมีโครงการอะไรบ้างที่ทำไม่สำเร็จ</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจพบว่าแผนงานที่ถูกประเมินว่าทำสำเร็จส่วนใหญ่จะเป็นโครงการระยะสั้น หรือเป็นการเพิ่มจำนวนสิ่งที่มีอยู่แล้ว เช่น การก่อสร้างถนน ปรับปรุงตรอกซอกซอย การจัดสร้างสวนสาธารณะ การติดตั้งสถานีระบายน้ำ การเพิ่มจำนวนศูนย์บริการสาธารณสุข</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ก็มีอีกหลายเรื่องที่ไม่สามารถทำได้สำเร็จ เช่น แผนงานป้องกันน้ำท่วมและน้ำเสียของ แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3 สามารถดำเนินโครงการติดตั้งระบบกำจัดน้ำเสียสี่พระยาได้ตามแผน แต่โครงการบำบัดน้ำเสียในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในไม่สำเร็จ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องพื้นที่ก่อสร้าง ขณะที่งานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องใช้งบประมาณมาก หรืองานติดตั้งระบบโครงข่ายต่าง ๆ ที่มีความซับซ้อนมากไม่เป็นไปตามแผน เช่น โครงการขุดแม่น้ำเจ้าพระยา 2 ซึ่งใช้งบประมาณสูงมากและต้องมีการบริหารจัดการใหม่เป็นแผนรวมป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพและปริมณฑล</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการประมวลข้อมูลแผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่ผ่านมาอาจสรุปได้ว่า ผู้จัดทำแผนฉบับต่าง ๆ วิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้แผนงานหรือโครงการต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่วางไว้ว่ามาจากการเกินขีดความสามารถของหน่วยงาน ติดขัดขั้นตอนตามระบบราชการ ไม่มีงบประมาณเพียงพอ และเป็นโครงการระยะยาวเกินกว่าที่ประเมินไว้</p>



<p class="wp-block-paragraph">สรุปจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ 4 ฉบับที่ได้รับการประเมินจากแผนพัฒนาฉบับถัดไป พบว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 2 มีขั้นตอนการอนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบราชการเป็นไปได้ล่าช้ามาก การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารทำให้นโยบายเปลี่ยนแปลง งบประมาณไม่เพียงพอ</li>



<li>แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3 ขาดแผนหลักในการพัฒนา ขาดแผนลงทุน ไม่ได้กำหนดรายละเอียดที่สำคัญไว้อย่างชัดเจน ขาดงบประมาณ วางแผนปฏิบัติการและติดตามผล อัตรากำลังไม่เหมาะสม ระเบียบกฎหมาย ประสานงานกับหน่วยงานภายนอก</li>



<li>แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 4 โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ล่าช้าเนื่องจากระยะเวลากำหนดน้อยเกินไป หน่วยงานของกรุงเทพมหานคร มีภารกิจมาก ขาดระบบและแนวทางการดำเนินงานชัดเจนในการประสานระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ปัญหาด้านงบประมาณ อัตรากำลังข้าราชการและลูกจ้างไม่เพียงพอ สภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปทำให้มูลค่าการดำเนินโครงการสูงขึ้น</li>



<li>แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 5 มีปัญหาด้านงบประมาณ ปัญหาด้านบุคลากร ระยะเวลาไม่สอดคล้องกับขอบเขตของโครงการ ประชาชนไม่ไห้การสนับสนุนการปฏิบัติงาน อย่างต่อเนื่อง ขาดประสิทธิภาพในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">แต่บางครั้งการประเมินความสำเร็จตามแผนงานก็มีคำอธิบายที่ชวนสงสัยว่าสำเร็จจริงหรือไม่…</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น ในการประเมินแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 4 ซึ่งอ้างอิงจากเนื้อหาในแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 5 ระบุว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีโครงการที่บรรลุเป้าหมาย “แม้จะไม่มีผลเป็นรูปธรรมมากนัก แต่ได้ผลมากในด้านจิตวิทยาที่ทำให้ประชาชนตระหนักและเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม”</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนกระทั่ง พ.ศ. 2552 เริ่มมีการนำระบบการประเมินผลด้วย ‘ตัวชี้วัด’ ที่ชัดเจนมีความพยายามประเมินผลมาใช้ เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมเป้าหมายและยุทธศาสตร์ย่อยลงไปใหม่ได้ แผนพัฒนาระยะ 12 ปี มีการประเมินและปรับปรุงแผนพัฒนาทุก 4 ปี ด้วยการจัดทำตัวชี้วัดเชิงปริมาณเพื่อให้วัดความสำเร็จของยุทธศาสตร์ย่อยได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">สุดท้าย แม้กรุงเทพมหานครจะกำหนดให้มีหน่วยงานหน้าที่ติดตามและประเมินผลคือ หน่วยงานเจ้าของโครงการ กองงบประมาณ สำนักนโยบายและผู้ตรวจการกรุงเทพมหานคร แต่ก็ยังตอบโจทย์เพียงว่าทำงานสำเร็จตามแผนหรือไม่เท่านั้น แต่ไม่ได้กำหนดว่าถ้าทำไม่สำเร็จแล้วจะมีผลกระทบใด ๆ ตามมา ยิ่งเมื่อแผนล่าสุดถูกส่งผ่านจากผู้ลงนามในยุคหนึ่งมาสู่ผู้ปฏิบัติในอีกยุคหนึ่ง ความท้าทายในการผลักดันแผนให้เข้าเป้าจึงยังคงเป็นคำถามสำคัญของคนเมืองหลวงต่อไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">จากแผน 5 ฉบับ ถึงแผนพัฒนา กทม. 20 ปี ฉบับปรังปรุง: ใครทำ ใครใช้?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เคยสงสัยไหมว่าสารพัดโครงการพัฒนาในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่การแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก บำบัดน้ำเสีย จัดการรถติด ไปจนถึงการวางระบบขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ สิ่งเหล่านี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และทำไมเมืองหลวงแห่งนี้ถึงมีหน้าตาและสภาพแวดล้อมอย่างที่เราเผชิญกันอยู่ทุกวันนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากลองแกะรอยดูก็จะพบว่า ทิศทางในการขับเคลื่อนเมืองหลวงแห่งนี้ ถูกกำหนดไว้ผ่านแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร และจุดเริ่มต้นนี้ก็เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อนแล้ว ซึ่งนำมาใช้ครั้งแรกเมื่อ 45 ปีก่อน หลังจากที่กรุงเทพมหานครมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมาแล้ว 5 คน ในช่วงระยะเวลา 4 ปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">แผนพัฒนาเมืองแต่ละฉบับเปรียบเหมือนพิมพ์เขียว และหมุดหมายสำคัญที่ใช้กำหนดทิศทางว่าอยากจะเปลี่ยนโฉมหน้าเมืองหลวงไปทางไหน ขณะเดียวกัน แผนแม่บทเหล่านี้ยังกลายเป็นกรอบบังคับให้ทุกหน่วยงานต้องทำตามด้วย จนบางครั้งก็เกิดคำถามว่าตอบโจทย์ต่อคนกรุงมากน้อยเพียงใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">นับจากอดีต จาก พ.ศ. 2520 จนถึงปัจจุบันกรุงเทพมหานคร มีแผนพัฒนามาแล้วทั้งหมด 8 ฉบับ เริ่มตั้งแต่แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 1-6 ต่อเนื่องมาถึง แผนยุทธศาสตร์กรุงเทพระยะยาว 12 ปี พ.ศ. 2552-2563 และแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร 20 ปี พ.ศ. 2556-2575</p>



<p class="wp-block-paragraph">นำมาสู่คำถามชวนสงสัยต่อไปว่า ท่ามกลางกรอบแผนแม่บทที่ถูกวางโครงข่ายเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ผู้ว่าฯ กทม. ที่คนกรุงโหวตเลือกเข้ามาเพราะถูกอกถูกใจนโยบาย สุดท้ายแล้วจะสามารถผลักดันนโยบายที่หาเสียงไว้ได้มากน้อยแค่ไหน หรือสุดท้ายแล้วก็ยังมี ‘กรอบ’ ที่ต้องทำตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานครอยู่ดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนทุกคนไปร่วมสำรวจแผนที่ และเข็มทิศนำทางเมืองหลวง ผ่านแผนพัฒนาเมืองหลวงทั้ง 8 ฉบับ เพื่อเข้าใจเมืองกรุงไปด้วยกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7577" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ใครเป็นคนกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองหลวง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนจะมีแผนพัฒนาเป็นของตัวเองนั้น กรุงเทพมหานคร บริหารงานภายใต้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 และ แผนแม่บทกระทรวงมหาดไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็น “เมืองหลวง” บริหารจัดการภายใต้ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มีสถานะเป็น “องค์กรปกครองท้องถิ่นพิเศษ” พูดอีกแง่หนึ่งคือ กทม. ยังเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นที่ครอบคลุมพื้นที่เมืองเต็มพื้นที่ มีสถานะเป็น “จังหวัด” ในแง่ของพื้นที่การบริหาร แต่ไม่มีโครงสร้างแบบจังหวัดตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ทำให้ “ผู้ว่าฯ กทม.” ไม่มีอำนาจเหนือหน่วยงานราชการอื่นในระดับเดียวกับผู้ว่าราชการจังหวัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">และมีกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานที่ “กำกับดูแล กทม.”</p>



<p class="wp-block-paragraph">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมติคณะรัฐมนตรี สามารถปลดผู้ว่าฯ ​กทม. ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ใน “ความเป็นพื้นที่” ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง และเป็นพื้นที่ศูนย์กลางอำนาจรัฐ (ไทย) จึงมีปัญหาหลายด้านที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น มีแนวคิดให้มีแผนพัฒนากรุงเทพฯ เพื่อแก้ไขปัญหา เริ่มจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2520-2524) และฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2525-2529) ซึ่งใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 4 เป็นแนวทาง ร่วมกับ แผนแม่บทมหาดไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนกระทั่ง แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 3 เป็นต้นมา ถึงได้เริ่มนำนโยบายผู้ว่าฯ กทม. ที่มาจากการเลือกตั้งมาใช้เป็นแนวทางกำหนดแผนด้วย โดยมี ‘สำนักนโยบายและแผน’ (ปัจจุบันคือสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดทำ</p>



<h3 class="wp-block-heading">สำรวจ 3 รูปแบบจัดทำแผนพัฒนา ฯ คนกรุงมีส่วนร่วมแค่ไหน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาแผนพัฒนากรุงเทพฯ ทั้ง 8 ฉบับแล้ว อาจจำแนกตามกระบวนการจัดทำแผนได้เป็น 3 รูปแบบ คือ</p>



<h4 class="wp-block-heading">1) จัดทำโดยข้าราชการ กทม. สอดคล้องตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วง 20 ปีแรก แผนพัฒนาฉบับที่ 1-4 (พ.ศ. 2520-2539) การออกแบบการพัฒนากรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรไม่ต่ำกว่า 4.7 ล้านคน ถูกกำหนดโดย คณะกรรมการพัฒนากรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าฯ กทม. เป็นกลุ่มคนที่มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและอนุมัติทิศทางของการพัฒนา โดยมี คณะอนุกรรมการจัดทำแผนแต่ละสาขา ซึ่งประกอบด้วยข้าราชการจากหน่วยงานต่าง ๆ ในแต่ละแผนพัฒนาจะประกอบด้วย แผนงานย่อย วัตถุประสงค์ และ เป้าหมายย่อย หากย้อนไปดูรายละเอียดของแต่ละแผนพัฒนาฯ จะพบจุดเด่นที่มีลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละแผน เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ฉบับที่ 1 เน้นไปที่การพัฒนาชุมชนบริเวณชานเมืองและรอบนอกกรุงเทพฯ</li>



<li>ฉบับที่ 2 เน้นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านต่าง ๆ ของเมือง</li>



<li>ฉบับที่ 3 ให้ความสำคัญกับปัญหามลพิษ น้ำท่วม รวมถึงสุขอนามัยของประชาชน โดยมีประเด็นสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ปรากฏขึ้นมาโดยเฉพาะในระดับแผนงาน จากที่ฉบับก่อน ๆ เป็นเพียงโครงการย่อย</li>



<li>ฉบับที่ 4 เริ่มพูดถึงเป้าหมายเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาส และเรื่องมลพิษทางอากาศและเสียงปรากฏอยู่ในระดับแผนงาน</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading">2) จัดทำโดยข้าราชการ กทม. ภายใต้การมีส่วนร่วมของประชาชน</h4>



<p class="wp-block-paragraph">จุดเปลี่ยนของการจัดทำแผนพัฒนาฯ เริ่มต้น ในแผนพัฒนาฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2540-2544) ด้วยบริบทกระแสการตื่นตัวทางการเมืองของภาคประชาชนกับการมีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนุญปี 2540 คือเดิมที่ภาคราชการเป็นผู้จัดทำ แต่ฉบับนี้ เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมครั้งแรกในการแสดงความคิดเห็น และกำหนดทิศทางผ่านการระดมความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไป ด้วยการออกแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนากรุงเทพฯ ในด้านต่าง ๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เริ่มจากการจัดสัมมนาเรื่องเมืองน่าอยู่ 1 วัน เพื่อประมวลความคิดเห็นของประชาชนทุกเขต ต่อด้วยการสัมมนาประชาพิจารณ์อีก 1 วัน ให้ตัวแทนประชาชนวิจารณ์ร่างแผนพัฒนาที่กรุงเทพมหานคร จัดทำขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทว่า บทบาทของประชาชนก็ยังถูกจำกัดอยู่เพียงแค่เป็น “ผู้ให้ความเห็น” ต่อแผนที่หน่วยงานรัฐร่างไว้ก่อนเท่านั้น ยิ่งหากพิจารณาเนื้อหาในแผนฉบับที่ 5 นั้น จะพบว่ามีแผนงานในประเด็นต่าง ๆ ที่แทบไม่แตกต่างจากแผนฉบับที่ 4</p>



<p class="wp-block-paragraph">บทบาทของประชาชนเริ่มมีขึ้นในขั้นตอนการจัดทำแผนฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2545-2549) โดยผู้จัดทำเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งภาคประชาชน เอกชน และราชการ มีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็นและจัดทำแผนทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ และเป้าหมาย ตลอดจนการร่วมตรวจร่างแผน ก่อนนำเสนอคณะกรรมการพัฒนากรุงเทพฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">แผนพัฒนาฉบับนี้มีลักษณะที่เป็นแผนยุทธศาสตร์มากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ และเริ่มมีประเด็นเรื่องการท่องเที่ยว การกีฬาและเทคโนโลยีสารสนเทศปรากฏขึ้นมาในระดับแผนงานเป็นครั้งแรกในแผนฉบับนี้อีกด้วย</p>



<h4 class="wp-block-heading">3) จัดทำโดยคณะผู้เชี่ยวชาญและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน</h4>



<p class="wp-block-paragraph">แผนพัฒนากรุงเทพมหานครในระยะหลัง ถูกขยายกรอบเวลาให้นานขึ้น จากเดิมที่กำหนดไว้ 5 ปี ทั้งแผนยุทธศาสตร์กรุงเทพฯ ระยะยาว 12 ปี (พ.ศ. 2552-2563) ที่อยู่ภายใต้เป้าหมาย ‘มหานครน่าอยู่อย่างยั่งยืน’ แบ่งช่วงการพัฒนาเป็น 3 ระยะ ระยะละ 4 ปี ตามวาระของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในกระบวนการจัดทำแผน คณะกรรมการกํากับนโยบายการจัดทําแผนบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2552-2555 ได้มอบนโยบายแก่ผู้บริหารของกรุงเทพมหานครให้กําหนดวิสัยทัศน์การพัฒนากรุงเทพฯ ในระยะยาว 12 ปี จากนั้น จึงนำแผนฉบับร่างไปเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และพัฒนาเป็นแผนฉบับสมบูรณ์ระยะยาว 12 ปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่นานก็มีแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร 20 ปี (พ.ศ. 2556-2575) ซ้อนขึ้นมา ด้วย เป้าหมายเป็น ‘มหานครของเอเชีย’ ซึ่งจัดทำโดยคณะที่ปรึกษาจากสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีการทำงานร่วมกับข้าราชการกรุงเทพมหานครและรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนภาคประชาชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังการประกาศใช้แผนได้ไม่นาน กรุงเทพมหานคร ได้ปรับปรุงแนวทางเป็น แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) หรือ ฉบับปรับปรุง ด้วยเหตุผลว่า “เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกด้าน” ภายใต้กรอบ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และ สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนการปฏิรูปประเทศ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติเข้าไว้ด้วยตามพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่การจัดทำแผนฉบับนี้จำกัดอยู่เฉพาะผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ทั้งการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องและการรับฟังความเห็นจากข้าราชการ แต่ระบุว่ามีการฟังความเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้วยก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">กล่าวโดยสรุป ทิศทางการจัดทำแผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่เคยจำกัดอยู่เฉพาะหน่วยงานของ กรุงเทพมหานคร ได้เปิดให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงก็ยังมีข้อจำกัด ทั้งขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชน ยังเป็นเพียงขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นมากกว่าการร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ ประเด็นรายละเอียด รวมทั้งเรื่องระยะเวลาที่สั้นมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่สิ่งสำคัญคือจะมีช่องทางให้คนกรุงสามารถเสนอความคิด และข้อเสนอแนะ ร่วมพัฒนาถิ่นที่อยู่ของตัวเองได้หรือไม่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="724" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-1024x724.png" alt="" class="wp-image-7575" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-1024x724.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-300x212.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-768x543.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-1536x1086.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-2048x1448.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">บทบาทของผู้ว่าฯ กทม. ในการกำหนดทิศทางผ่านแผนพัฒนากรุงเทพฯ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จนถึงปัจจุบัน กรุงเทพฯ มีผู้ว่าฯ กทม. มาแล้ว 16 คน และมีแผนพัฒนากรุงเทพฯ 8 ฉบับ ผู้ว่าฯ ที่มีโอกาสได้ใช้แผนพัฒนากรุงเทพฯ คนแรก คือ ชลอ ธรรมศิริ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นที่น่าสังเกตว่าจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ แต่ละฉบับ มีทั้งผู้ว่าฯ ที่เป็นเพียงแค่ผู้ปฏิบัติตามแผน บางคนได้มีส่วนร่วมและใช้แผนพัฒนาในช่วงเวลาที่ตนเองดำรงตำแหน่งอยู่ ในขณะที่ผู้ว่าฯ บางคนดำรงตำแหน่งในช่วงที่มีการร่างแผนที่จะใช้ดำเนินการในระยะต่อไป แต่หมดวาระก่อนที่จะได้ทันใช้แผนพัฒนาดังกล่าว บางคนรับช่วงแผนมาจากผู้ว่าฯ ชุดก่อนโดยไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางตั้งแต่ต้น บางคนทุ่มเทจัดทำแผนฉบับใหม่จนเสร็จสมบูรณ์ แต่กลับหมดวาระเสียก่อนที่จะได้ลงมือขับเคลื่อนแผนนั้นด้วยตนเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกทั้งพบว่า ผู้ว่าฯ ที่ได้ใช้แผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ตนเองลงนาม มีเพียงแค่ 4 คน คือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">1) ชลอ ธรรมศิริ ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2520-2522 ในช่วงที่แผนพัฒนาฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2520-2524) ประกาศใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">2) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2528-2532 และ 2533-2535 ในช่วงที่แผนพัฒนาฉบับที่ 2 (พ.ศ.2525-2539) และ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2530-2534) ประกาศใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">3) พิจิตต รัตตกุล ดำรงตำแหน่งระหว่าง 2539-2543 ในช่วงที่แผนพัฒนาฉบับที่ 5 (พ.ศ.2540-2544)ประกาศใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">4) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ.2552-2556 ในช่วงที่แผนพัฒนา 20 ปี ประกาศใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่า แผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี บางฉบับเช่น ฉบับที่ 1 มีผู้ว่าฯ 2 คนคือ ชลอ ธรรมศิริ และ เชาวน์วัศ สุดอาภา บริหารภายใต้แผนเดียวกัน ส่วนฉบับที่ 4 มี ร.อ.กฤษฎา อรุณวงศ์ ณ อยุธยา เป็นผู้ว่าฯ คนเดียวของแผนฉบับนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่การบริหารงาน กทม. ภายใต้ผู้ว่าฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ในช่วงปี พ.ศ. 2550-2551 ไม่มีแผนพัฒนากรุงเทพฯ ใช้เป็นแนวทางในการบริหาร เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ที่กำหนดให้ส่วนราชการทำแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับแผนการบริหารราชแผ่นดิน จากนั้น จึงเริ่มมีการจัดทำแผนพัฒนากรุงเทพระยะยาว 12 ปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมาในยุค ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร มีการจัดทำและประกาศใช้แผนพัฒนาระยะ 20 ปี ในช่วงเวลาซ้อนกับแผนระยะ 12 ปีด้วย ซึ่งแผน 20 ปีใช้มาจนถึงยุคของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. ตั้งแต่ พ.ศ. 2559&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-724x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7578" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-724x1024.jpg 724w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-212x300.jpg 212w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-768x1086.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-1086x1536.jpg 1086w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-1448x2048.jpg 1448w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-scaled.jpg 1810w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/130/BMA-developmentplan/P20ys_phase1(2556-2560)sumTH.pdf">ระยะที่ 1</a> ของแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2556–2560) ถูกจัดทำขึ้นในสมัยการบริหารงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร โดยมุ่งนำวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2575 มาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งกระบวนการจัดทำแผนเน้นการ มีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ข้าราชการกรุงเทพมหานคร และนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้แนวคิดการพัฒนาจากล่างขึ้นบน เพื่อให้ประชาชนร่วมกำหนดอนาคตของเมือง แผนดังกล่าวมีเป้าหมายผลักดันกรุงเทพมหานครสู่การเป็นมหานครแห่งเอเชียที่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้แม้จะเป็นผู้วางรากฐานแผน แต่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กลับได้บริหารงานภายใต้แผนนี้เพียงระยะสั้น ก่อนที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. จะเป็นผู้รับช่วงต่อในปี พ.ศ. 2559</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-724x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7579" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-724x1024.jpg 724w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-212x300.jpg 212w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-768x1086.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-1086x1536.jpg 1086w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-1448x2048.jpg 1448w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-scaled.jpg 1810w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/354/aboutcpud/plan/plan6165bkk.pdf">ระยะ ที่ 2</a> ของแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2565) จัดทำโดยสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ร่วมกับคณะที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยังคงวิสัยทัศน์การพัฒนากรุงเทพมหานครสู่ “มหานครแห่งเอเชีย” ภายในปี 2575 ในสมัยการบริหารของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ทั้งยังมีการปรับแผนพัฒนาเพื่อแก้ไขตัวชี้วัดและเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนนโยบายให้บรรลุเป้าหมายมากขึ้น พร้อมประกาศนโยบาย NOW ภายใต้แนวคิด “ทำจริง เห็นผลจริง” ซึ่งเป็นการหยิบเอาประเด็นต่าง ๆ ของแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร แผนปฏิบัติราชการประจำปีของ กทม. และแนวนโยบายของพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง มาปรับใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงนี้เองที่เห็นชัดว่า พล.ต.อ.อัศวิน เป็นตัวอย่างของผู้ว่าฯ ที่ทำแผน แต่ไม่ได้เก็บเกี่ยวผลจากแผนนั้น เพราะนอกจากจะผลักดันแผนพัฒนากรุงเทพฯ ระยะ 20 ปี ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2561–2580) ออกมาเพื่อปรับตัวชี้วัดและวางฐานข้อมูลเมืองแล้ว ยังจัดทำระยะที่ 3 ไว้ด้วย แต่สุดท้ายแผนแม่บทที่วางโครงสร้างเมืองสมรรถนะสูง นี้กลับตกมาถึงมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในปี พ.ศ. 2565 ผู้ว่าฯ คนใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้รับช่วงต่อ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="714" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-714x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7580" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-714x1024.jpg 714w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-209x300.jpg 209w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-768x1102.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-1071x1536.jpg 1071w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-1428x2048.jpg 1428w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-scaled.jpg 1785w" sizes="(max-width: 714px) 100vw, 714px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://prt.parliament.go.th/server/api/core/bitstreams/7ec21ef7-5e23-45d6-846f-d92243340479/content">ระยะที่ 3</a> แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี(พ.ศ. 2566-2570) จัดทำโดยสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กรุงเทพมหานคร ร่วมกับคณะที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางการพัฒนาเมืองในระยะต่อไป ภายใต้การบริหารของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง โดยแผนฉบับนี้ให้ความสำคัญกับแนวคิด “เมืองสมรรถนะสูง” ที่สามารถรับมือกับความซับซ้อนและความผันผวนของเมืองสมัยใหม่ นอกจากนี้ยังมีการปรับโครงสร้างงบประมาณเชิงยุทธศาสตร์ ลดการกระจุกตัวของงบประมาณในระดับสำนัก และมุ่งเน้นการพัฒนาเชิงพื้นที่ผ่านสำนักงานเขตตามยุทธศาสตร์ทั้ง 7 ด้านของกรุงเทพมหานคร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากแผนนี้จะเห็นว่าพล.ต.อ.อัศวิน เป็นผู้จัดทำและลงนาม แต่หมดวาระลงก่อนที่แผนจะมีผลบังคับใช้ ทำให้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ต้องรับกรอบแผนที่ตนเองไม่ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น และต้องหาทางผนวกนโยบาย 214 ข้อที่หาเสียงไว้เข้ากับโครงสร้างแผนพัฒนาที่วางไว้ก่อนแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://pr-bangkok.com/?p=600708">ระยะที่ 4</a>&nbsp; แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2571–2575) จัดทำขึ้นในสมัยการบริหารของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานปฏิบัติของกรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองในช่วง 5 ปีสุดท้ายของแผนแม่บท ระยะนี้แบ่งการทำงานออกเป็น 9 ด้านตามนโยบายสำคัญของเมือง พร้อมนำองค์ความรู้และตัวอย่างความสำเร็จจากพื้นที่อื่นมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของกรุงเทพมหานคร แผนดังกล่าวครอบคลุมทั้งการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ การพัฒนาเชิงพื้นที่ และแผนปฏิบัติราชการประจำปี โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหาร หน่วยงานระดับสำนัก และผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อร่วมกันออกแบบยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัด และโครงการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่าโครงสร้างของแผนพัฒนาระยะยาวทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของการบริหาร กทม. นั่นคือ ผู้ว่าฯ มักไม่ได้เริ่มต้นและจบลงพร้อมกับแผนที่ตนเองวางไว้ แต่ละยุคจึงเป็นทั้งผู้รับมรดกและผู้ส่งต่อโครงสร้างการพัฒนาเมืองในเวลาเดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">คำถามคือผู้ว่าฯ คนใหม่จะผนวกนโยบายที่ตนเองได้หาเสียงไปภายใต้แผนพัฒนาที่ตนเองไม่ได้มีส่วนในการทำแผนอย่างไร</p>



<h3 class="wp-block-heading">เมื่อได้เป็นผู้ว่าฯ นโยบายที่เคยหาเสียงไว้จะหลอมรวมกับแผนพัฒนา กทม. ออกมาเป็นผลงานได้มากน้อยแค่ไหน&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในมิติของ นโยบายหาเสียงของผู้ว่าฯ กทม. กับ แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร จะพบว่าแม้ผู้ว่าฯ กทม. บางคนไม่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ต้องบริหารงานตามแผนเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว แต่ก็ยังสามารถเชื่อมโยงนโยบายเข้ากับแผนพัฒนา กทม. จนสร้างผลงานตามที่เคยหาเสียงไว้ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยกตัวอย่าง สวนสาธารณะจุตจักร ที่ริเริ่มโดย ธรรมนูญ เทียนเงิน ผู้ว่าฯ กทม. ที่มาจากการ<a href="https://theactive.net/topic/public-policy/politics/">เลือกตั้ง</a>คนแรก แต่มีระยะเวลาดำรงตำแหน่งเพียง 2 ปี จนกระทั่ง ชลอ ธรรมศิริ ผู้ว่าฯ คนต่อมาซึ่งเป็นคนแรกที่มีโอกาสได้ใช้แผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2520-2524) ได้สานต่อนโยบายสร้างสวนสาธารณะสวนจตุจักรให้แล้วเสร็จ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่ต่างจาก ‘โครงการกรุงเทพเมืองสะอาด’ ของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง“ (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2528-2533) ที่ทำให้กรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองสะอาดน่าอยู่ของโลกได้ นั้น ก็เป็นการขยายมาจากโครงการเดิมของ พล.ร.อ.เทียม มกรานนท์ ผู้ว่าฯ คนก่อนหน้านี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในแง่การทำงานนโยบายเรื่องความสะอาดเป็นนโยบายที่มีในทุกแผนอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าผู้ว่าฯ แต่ละคนจะเสนอโครงการใดเพื่อรองรับและดำเนินการตามแผนนั้น เช่นเดียวกันกับนโยบายด้านความสะอาดในยุค พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก็สอดคล้องกับแผนฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2525-2529) ที่มีเป้าหมายว่า “ให้มีการกวาดถนน ตรอก ซอยทุกสายในกรุงเทพ”</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกับการจัดตั้งศูนย์ป้องกันน้ำท่วมของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่สอดคล้องกันกับแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3 ที่ระบุว่า มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีหรือความรู้ด้านการป้องกันน้ำท่วม และการระบายน้ำ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือการเปลี่ยนตลาดนัดจตุจักรให้กลายเป็นตลาดนัดถาวร มีโครงสร้างพื้นฐาน มีน้ำ มีไฟฟ้า ซึ่งโครงการตลาดนัดจตุจักรนั้น แรกเริ่มเป็นโครงการของชลอ ธรรมศิริ ที่ต้องการจะย้ายตลาดนัดสนามหลวงออกมาเพื่อแก้ปัญหารถติดบริเวณรอบสนามหลวงและใช้สนามหลวงเป็นพื้นที่สวนสาธารณะและประกอบพระราชพิธีสำคัญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม มีผลงานจำนวนหนึ่งที่เกิดขึ้นในยุคผู้ว่าฯ จำลอง ที่อาจไม่ได้มาจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ โดยตรง แต่เป็นโครงการที่มีแนวคิดริเริ่มเกิดขึ้นจากตัวผู้ว่าฯ เอง เช่น แนวคิดริเริ่มทำรถไฟลอยฟ้าเพื่อแก้ปัญหารถติด เช่นเดียวกันกับการนำเรือมาใช้ในการโดยสารในคลองแสนแสบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในสมัย พิจิตต รัตตกุล เป็นผู้ว่าฯ กทม. พ.ศ. 2539-2543 ผลงานส่วนหนึ่งเป็นไปตามแผนฉบับที่ 5 ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ‘รถตู้มวลชน’ ที่เป็นไปตามแผนที่กล่าวถึงระบบขนส่งเชื่อมต่อระหว่าง<a href="https://theactive.net/topic/life-and-culture/urban/">เมือง</a> มี ‘ป้ายจุดผ่อนผันหาบเร่แผงลอย’ ตามแนวทางควบคุมผู้ค้าบนทางเท้า ตลอดจนการพัฒนาระบบเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและการให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องมลพิษทางอากาศ ซึ่งในยุคของผู้ว่าฯ พิจิตตก็มีการตั้งจุดตรวจมลพิษยานยนต์ 50 จุดทั่วกรุงเทพฯ ส่วนการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากรก็เป็นไปตาม แผนงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมและปรับปรุงระบบระบายรองรับในพื้นที่กรุงเทพฯ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่แนวคิดสร้าง “หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร” ก็ไม่ปรากฏอยู่ในแผนพัฒนาฯ ด้านวัฒนธรรมแต่อย่างใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนยุคของ สมัคร สุนทรเวช แม้จะมีชื่อว่ามีส่วนในการก่อตั้งศูนย์เอราวัณและเป็นเจ้าของนโยบาย ‘แฟลตข้าวโพด’ แต่ทั้งสองโครงการนี้ก็อยู่ในแผนพัฒนาฯ พ.ศ. 2540-2544 อยู่แล้ว ซึ่งระบุไว้ว่าจะ “พัฒนาระบบส่งต่อด้านสุขภาพระหว่างหน่วยงานในสังกัด กทม. กับหน่วยงานอื่น ๆ” และ “ให้ความช่วยเหลือชุมชนที่ถูกรื้อย้าย”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผลงานของอภิรักษ์ โกษะโยธินก็เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่การเพิ่มจำนวนพื้นที่สีเขียว ภายใต้โครงการ ‘10 สวนสวย 10 คลองใส 10 ถนนสะอาด’ ซึ่งอยู่ภายใต้แผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 6 ที่ระบุเป้าหมายว่า ต้องเพิ่มพื้นที่โล่งว่างและสวนสาธารณะเพื่อนันทนาการให้มีสัดส่วนต่อประชากรมากกว่า 2.5 ตารางเมตรต่อคน ภายในระยะเวลา 5 ปี นอกจากนี้ ผลงานโครงการจราจรอัจฉริยะต่าง ๆ ก็สอดคล้องกับเป้าหมายของแผนที่มุ่งพัฒนาระบบสารสนเทศด้านการจราจรและขนส่งให้สมบูรณ์ เป็นปัจจุบัน และจัดตั้งศูนย์ข้อมูลสารสนเทศด้านการจราจรและขนส่งกรุงเทพ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านแผนระยะยาวทั้ง 12 ปีและ 20 ปี ที่อยู่ในช่วงที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ดำรงตำแหน่ง ระบุว่ากรุงเทพฯ จะมีความปลอดภัยจากอาชญากรรมอยู่ใน 5 อันดับแรกของเอเชีย การติดตั้งกล้อง CCTV เป็นหนึ่งในโครงการที่จะดำเนินการ และกำหนดว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายมหานครสีเขียว สะดวกสบาย ต้องมีพื้นที่สีเขียวกระจายครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของพื้นที่ ดังนั้นผลงานด้านการจัดหาสวนสาธารณะและกล้อง CCTV ของสุขุมพันธุ์ก็อยู่ภายใต้แผนพัฒนาฯ เช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าผู้ว่าฯ ส่วนใหญ่ดำเนินงานตามแผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่กำหนดไว้อยู่แล้ว มีเพียงบางกรณีที่อยู่นอกเหนือแผน กระนั้นก็ตามเนื่องจากเนื้อหาในแผนฯ มักเขียนอย่างไม่เฉพาะเจาะจงและมีแนวนโยบายครอบคลุมเกือบทุกปัญหาในกรุงเทพฯ จึงเอื้อให้ผู้ว่าฯ ในเวลานั้นสามารถนำเอานโยบายของตนเองหรือสิ่งที่ตนเองเคยหาเสียงไว้มาปรับใช้เป็นโครงการต่าง ๆ ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">การพัฒนากรุงเทพฯ จึงไม่ได้อยู่แค่เพียงว่าแผนพัฒนานั้นดีมากน้อยแค่ไหน หรือผู้ว่าฯ ได้ทำตามที่เคยหาเสียงไว้หรือไม่ แต่คำถามที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือ ชาวกรุงเทพฯ มีบทบาทมากน้อยแค่ไหนในการกำหนดการพัฒนาของเมืองหลวงแห่งนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่ใช่แค่แผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่คอยกำกับการทำงานของผู้ว่าฯ กทม. แต่ยังมีอำนาจทับซ้อนที่อยู่เหนือการตัดสินใจของ ผู้ว่าฯ กทม. อีกที</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่สำหรับโครงการขนาดใหญ่ใน กทม. ที่ต้องใช้งบประมาณสูงและมีกรอบการดำเนินการที่ยาวนานนั้น อำนาจการตัดสินใจชี้ขาดก็ไม่ได้ขึ้นของผู้ว่าฯ กทม. เพียงคนเดียวเท่านั้น เนื่องจากอำนาจในการบริหารจัดการกรุงเทพมหานครถูกรวมศูนย์ไว้ที่รัฐบาลและส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้กรุงเทพฯ ไม่สามารถบริหารจัดการเมืองได้อย่างอิสระดังที่คาดคิด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น แม้ประชาชนจะเลือกผู้ว่าฯ จากนโยบายที่ตรงกับความต้องการของตนเอง แต่ก็ใช่ว่านโยบายเหล่านั้นจะเป็นจริงได้ทั้งหมด เพราะการบริหารกรุงเทพฯ รายล้อมไปด้วยเงื่อนไขมากมายจนยากที่จะขยับแต่ลำพัง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ การก่อสร้างรถไฟฟ้าโครงการต่าง ๆ แม้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง น่าจะเป็นผู้ว่าฯ คนแรก ๆ ที่เริ่มพูดถึงการสร้างรถไฟลอยฟ้าในกรุงเทพฯ เพื่อแก้ปัญหาจราจร แต่ในความเป็นจริงแล้ว กรุงเทพมหานครไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพัง คนกรุงเทพฯ ต้องรอนานนับสิบปีกว่ารถไฟฟ้าสายแรกจะใช้ได้จริง เพราะผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย ต้องอาศัยงบประมาณจากส่วนกลาง และต้องได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีก่อน จนถึงปัจจุบันการก่อสร้างหรือเก็บค่าบริการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าก็ยังเป็นอำนาจการตัดสินใจของรัฐบาล</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือแม้แต่กรณี โครงการการพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ ยังเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลเห็นชอบแผนหลักการพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ ระยะเวลา 11 ปี (พ.ศ. 2564-2574) จำนวน 84 โครงการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 82,563 ล้านบาทตามข้อเสนอของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ด้วยเหตุผลว่าเป็นการสนองพระบรมราโชบายของรัชกาลที่ 10 ที่ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาดูแลแหล่งน้ำลำคลอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้การบริหารจัดการกรุงเทพฯ ยังถูกกำกับไว้ด้วยหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีอำนาจและบทบาทเฉพาะเรื่องโดยตรงมากกว่า จนปัญหาเดียวของกรุงเทพฯ มี “เจ้าภาพ” หลายราย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเรื่องนี้คือ การแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นปรากฎอยู่ในแผนพัฒนาทุกฉบับและชี้สาเหตุได้ว่าเกี่ยวข้องกับน้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน และการระบายน้ำไม่ทันตั้งแต่ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 2</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่การแก้ปัญหานี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กรมชลประทาน นับตั้งแต่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ที่คณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) ตั้งคณะกรรมการกำหนดกรอบนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อจัดทำแบบยุทธศาสตร์จัดการทรัพยากรน้ำทั้งประเทศ และเกิดสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติขึ้น การบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพฯ ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานนี้เช่นกัน กรุงเทพฯ ไม่ได้มีบทบาทจัดการเท่าที่ควรแม้จะเป็นผู้รับผิดชอบคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมของคนกรุงเทพฯ โดยตรง</p>



<p class="wp-block-paragraph">รวมไปถึงเงื่อนไขเรื่อง “กฎหมาย” ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการท้องถิ่นตั้งแต่ พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา ก็ยิ่งทำให้การจัดการกรุงเทพฯ ซับซ้อนมากขึ้น โดยไม่เพียงแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือแผนแม่บทกระทรวงมหาดไทยเท่านั้นที่กำหนดแนวทางพัฒนาเมืองกรุงเทพฯ แต่ยังเป็นผลจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ที่กำหนดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐให้รัฐบาลที่เข้ามาบริหารงานต้องดำเนินการประกอบกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 โดยรัฐบาลได้จัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2548-2551 ขึ้น และกำหนดให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนการบริหารราชการแผ่นดิน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมา ยังมีแนวทางของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนการปฏิรูปประเทศ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติเข้าไว้ด้วยตามพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 ไปจนถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่น่าสนใจ คือ บทบาทของประชาชนซึ่งควรจะเป็นคนที่ได้ประโยชน์จากแผนพัฒนาฯ มากที่สุด ได้หายไปจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ ตั้งแต่ร่วมคิดและกำหนดวิสัยทัศน์ ออกแบบเมืองที่ตนเองต้องอยู่โดยตรง ตลอดจนการประเมินความก้าวหน้าของการพัฒนาเมืองสะท้อนให้เห็นวิธีการทำงานของระบบรัฐราชการที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนมากเท่าที่ควรจะเป็น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งหมดนี้นำมาสู่คำถามต่อไปว่า แผนพัฒนากรุงเทพฯ ในปัจจุบันตอบสนองกับความต้องการของประชาชนมากน้อยเพียงใด และควรจะมีกระบวนการร่วมคิดร่วมสร้างกรุงเทพฯ รูปแบบใหม่ ๆ โดยประชาชนในฐานะที่เป็นพลเมืองของกรุงเทพฯ หรือไม่ เพื่อไม่ให้แผนพัฒนากรุงเทพเป็นเพียง “คู่มือ” กำกับการปฏิบัติงานของข้าราชการเท่านั้นดังที่เป็นมา</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา : ปรุงปรุงแก้ไขจากบทความ “แผนพัฒนา กทม. มีไว้ทำไม” <a href="https://theactive.thaipbs.or.th/data/bangkok-development-plan-ep1">EP1</a> <a href="https://theactive.thaipbs.or.th/data/bangkok-development-plan-ep2">EP2</a> และ <a href="https://theactive.thaipbs.or.th/data/bangkok-development-plan-ep3">EP3</a> ซึ่งเป็นความร่วมมือทางด้านข้อมูลระหว่าง The Active และ Rocket Media Lab</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่านเพิ่มเติม <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-2026-policy-check/">เลือกตั้ง กทม. 69 : ย้อนดูนโยบายหาเสียงและผลงานของผู้ว่าฯ กทม. ในแต่ละยุค  &#8211; Rocket Media Lab</a> </p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลนโยบายหาเสียงของผู้ว่าฯ ปี 2518-2565 ได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-campaign">https://rocketmedialab.co/database-bkk-campaign</a>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-development-plans/">เลือกตั้ง กทม. 69 : แผนพัฒนา กทม. มีไว้ทำไม ผู้ว่า กทม. แต่ละคนวางแผนฉบับไหน ทำตามแผนยังไงบ้าง </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลือกตั้ง กทม. 69 : ย้อนดูนโยบายหาเสียงและผลงานของผู้ว่าฯ กทม. ในแต่ละยุค </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-2026-policy-check/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 06:58:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7549</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3585;&#3634;&#3619;&#3648;&#3621;&#3639;&#3629;&#3585 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-2026-policy-check/">เลือกตั้ง กทม. 69 : ย้อนดูนโยบายหาเสียงและผลงานของผู้ว่าฯ กทม. ในแต่ละยุค </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 เป็นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 18 มีผู้สมัครลงชิงชัยในตำแหน่งผู้ว่า กทม. ทั้งจากพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง และผู้สมัครอิสระ กว่า 14 คน ซึ่งมาพร้อมกับประกาศนโยบายพัฒนากรุงเทพฯ ที่หลากหลาย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ดูเหมือนว่านโยบายที่ผู้ลงสมัครแต่ละคนใช้หาเสียง ยังเป็นเรื่องรถติด น้ำท่วม พื้นที่สีเขียว สภาพทางเท้า ฯลฯ ไม่แตกต่างจากผู้ลงสมัครในยุคก่อนๆ เท่าใด จนชวนสงสัยว่า ที่ผ่านมาผู้ลงสมัครหรือผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. เคยหาเสียงไว้ว่าอย่างไร ทำอะไรไปแล้วบ้าง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนย้อนทบทวนว่าที่ผ่านมาผู้ว่าฯ กทม. คนก่อนๆ เคยหาเสียงอะไรไว้ เคยมีผลงานอะไร ทำตามที่เคยหาเสียงไว้ไหม มีผลงานอะไรโดดเด่นบ้าง โดยพิจารณาจากผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้ง จำนวน 8 คน (11 สมัย) ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งแรกใน พ.ศ. 2518 มาจนถึงการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2565 ว่ามีระเด็นปัญหาที่สำคัญและนโยบายใดที่มักถูกหยิบยกมาหาเสียงบ้าง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7553" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-1152x1536.jpg 1152w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-1536x2048.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-scaled.jpg 1920w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7554" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-1152x1536.jpg 1152w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-1536x2048.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-scaled.jpg 1920w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">จราจร: เน้นสร้างถนน ขยายรถไฟฟ้า แต่รถเมล์คือสิ่งที่ถูกลืม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาการจราจรติดขัดมักเป็นประเด็นแรกสุดที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ ตลอดระยะเวลากว่า 47 ปี ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ข้อเสนอส่วนใหญ่เน้นไปที่การรองรับรถยนต์ด้วยการเชื่อมต่อเส้นทาง ขยายถนน และปรับปรุงระบบสัญญาณไฟจราจร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในสมัยแรกของการลงสมัครรับเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2528 จำลอง ศรีเมือง หาเสียงว่า “ต้องทำให้ประชาชนให้ความร่วมมือ” จนสมัยต่อมา พ.ศ. 2533 จึงมีข้อเสนอต่อการแก้ปัญหาจราจรติดขัดว่า ควรจะ “สร้างสะพานลอยข้ามแยกที่มีการจราจรหนาแน่น ตัดถนนใหม่ ขยายถนนเก่า สร้างทางลัดให้มากขึ้น” อีกทั้งยังสนับสนุนให้สร้างที่จอดรถและสะพานลอยคนข้ามให้มากขึ้นด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกับ กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา กับนโยบายหาเสียงในการเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2535 ก็เป็นการต่อยอดจากนโยบายของ จำลอง ที่ลาออกไป ด้วยการสานต่อการสร้างสะพานข้ามแยกเช่นกัน รวมถึงสมัคร สุนทรเวช ที่เสนอนโยบายสร้างถนนวงแหวน เชื่อมนอกเมืองในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2543 ขณะที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งคนอื่นๆ ได้แก่ พิจิตต รัตตกุล, อภิรักษ์ โกษะโยธิน และ สุขุมพันธุ์ บริพัตร ให้ความสำคัญกับการขนส่งสาธารณะมากกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">นโยบายขนส่งมวลชนเริ่มได้รับความสนใจตั้งแต่ พ.ศ. 2533 โดยจำลองเสนอให้จัดรถวน เป็นรถส่วนกลางรับส่งประชาชนในถนนบางสายที่การจราจรแออัดมาก เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวลง ระหว่างที่จำลองดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครออกประกาศให้บุคคลยื่นข้อเสนอโครงการลงทุนก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2534 ต่อมาจึงได้ทำสัญญากับบริษัท ธนายง จำกัด เมื่อ 9 เมษายน 2535 หลังจากผ่านการอนุมัติโดยกระทรวงมหาดไทยแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">การหาเสียงว่าจะสร้างรถไฟลอยฟ้าเริ่มชัดเจนขึ้นในยุคของกฤษฎา ซึ่งหาเสียงว่าจะสร้างรถไฟลอยฟ้าและจัดทำเครือข่ายรถไฟลอยฟ้าขนาดเล็กใยแมงมุมทั่วกรุงเทพ หลังกฤษฎาเข้ารับตำแหน่งในเดือนเมษายน 2535 ก็มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การรถไฟฟ้ามหานคร ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อเดือนสิงหาคม 2535 และกรุงเทพมหานครจัดทำแผนแม่บทโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน พ.ศ. 2538 เป็นครั้งแรก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมาพิจิตตหาเสียงในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2539 ว่าจะ “ผลักดันรถไฟฟ้าใต้ดินให้เร็วที่สุดและรีบเร่งดำเนินงานที่คั่งค้างและต่อเนื่องให้เสร็จโดยฉับพลัน” พร้อมกับเสนอว่าจะสร้าง “รถรางเลียบคลองแสนแสบ คลองเปรมประชากร คลองภาษีเจริญ” ซึ่งไม่เกิดขึ้นในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ขณะที่สมัยอภิรักษ์และสุขุมพันธุ์เสนอการเชื่อมโยงระบบเดินทางขนส่งมวลชนทุกพื้นที่ ทั้งขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดิน อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการดำเนินการตามแผนที่มีอยู่แล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่รถโดยสารประจำทางไม่ค่อยถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นในการหาเสียงมากนัก นอกจากการประกาศนโยบายรถตู้มวลชนเพื่อเชื่อมการเดินทางชานเมืองสู่เมืองชั้นในของพิจิตต ขณะที่ยุคของอภิรักษ์ พ.ศ. 2547 เมื่อตอนหาเสียงเน้นที่การเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนโดยรวม จัดให้มีรถเมล์ด่วนพิเศษบน 10 เส้นทางหลัก สร้างเครือข่ายขนส่งมวลชนขนาดเล็กและเครือข่ายรถโรงเรียน แต่ที่เกิดขึ้นจริงคือ รถเมล์ด่วนพิเศษ BRT 1 เส้นทาง ที่เปิดใช้งานในช่วงที่สุขุมพันธุ์เข้ามาทำงานต่อจากอภิรักษ์ที่ต้องลาออกไป&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุคชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีการหาเสียงในเรื่องการจราจรและขนส่งสาธารณะไว้หลากหลายประเด็น ทั้งการใช้เทคโนโลยี ระบบอัจฉริยะ ITMS มาช่วยแก้ปัญหารถติด การใช้ประโยชน์จากรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งต่อมาการคืนหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวกลายมาเป็นประเด็นใหญ่ที่สุดในการทำงานเป็นผู้ว่าฯ กทม. ของชัชชาติ นอกจากนี้ยังมีการทำป้ายรถเมล์ที่ต้องมีข้อมูลครบและส่องสว่าง และการเพิ่มรถเมล์สายหลักและรองราคาถูกราคาเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่หาเสียงไว้แต่ยังไม่เกิดขึ้นในช่วงการทำงานเป็นผู้ว่าฯ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า นโยบายของผู้สมัครมักให้น้ำหนักไปที่รถยนต์และรถไฟฟ้าเป็นหลัก ส่วนระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ เช่น รถโดยสารประจำทาง เรือ ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก ทั้งที่เป็นการเดินทางที่สามารถเข้าถึงคนจำนวนมาก ราคาถูก เข้าถึงพื้นที่ได้มากกว่ารถไฟฟ้า และแก้ปัญหาการจราจรติดขัดได้ แต่ถึงอย่างนั้น ในสมัยของผู้ว่าฯ จำลอง ก็มีการนำเอาเรือโดยสารคลองแสนแสบมาวิ่งบริการเป็นครั้งแรก แม้ไม่ได้หาเสียงเรื่องนี้ไว้</p>



<h3 class="wp-block-heading">สิ่งแวดล้อม: จะผ่านไปกี่ปีก็ต้องแก้น้ำท่วมและปลูกต้นไม้ให้มากๆ</h3>



<h4 class="wp-block-heading">น้ำท่วม&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">การหาเสียงว่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ด้วยการปรับปรุงท่อระบายน้ำมีมาตั้งแต่สมัยจำลอง เมื่อ พ.ศ. 2533 โดยเสนอว่าจะ “สร้างท่อระบายน้ำหรือขุดคูคลองสองข้างทางถนนที่ยังไม่มีท่อระบายน้ำ ขยายช่องตะแกรงระบายน้ำริมถนนให้กว้างขึ้น ปรับปรุงท่อระบายน้ำใต้ดินที่มีขนาดเล็กและไม่ได้ระดับ” รวมทั้งจะ “เร่งรัดการก่อสร้างเขื่อน สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำเพิ่ม” และ “จัดหาแอ่งรับน้ำในกรุงเทพฯ เพิ่มมากขึ้น”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วง พ.ศ. 2535-2547 นโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วมของผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้งคือ กฤษฎา สมัคร และพิจิตต ไม่ชัดเจนนัก ส่วนการหาเสียงทั้งสองครั้งของอภิรักษ์ก็ไม่มีรายละเอียดมากนัก โดยเสนอว่าจะพัฒนาระบบระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม การหาเสียงเมื่อ พ.ศ. 2552 สุขุมพันธุ์เสนอให้มีระบบระบายน้ำที่ใช้การได้ทั่วถึง ต่อมา พ.ศ. 2556 เสนอว่า “สร้างอุโมงค์ระบายน้ำยักษ์ 6 แห่ง เพิ่มขีดความสามารถในการรับน้ำฝนแต่ละพื้นที่ให้รับได้เกิน 60 มม.”&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ บางคน แม้ไม่ได้หาเสียงเรื่องนี้ไว้ แต่ขณะดำรงตำแหน่งก็มีผลงาน เช่น พิจิตต มี “อาสาสมัครหน่วยฟองน้ำ” ซึ่งออกปฏิบัติการป้องกันน้ำท่วมในย่านต่างๆ เมื่อมีฝนตกน้ำขัง หรือกฤษฎาที่สร้างสถานีสูบน้ําและประตูระบายน้ํา 18 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุคชัชชาติ มีการหาเสียงไว้ว่าจะขุดลอกและทำความสะอาดท่อระบายน้ำ 3,000 กม. เพิ่มการขุดคลอง แก้ปัญหาพื้นที่ต่ำ 50 เขต เพื่อลดจุดเสี่ยงจุดเฝ้าระวังน้ำท่วม&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ขยะ</h4>



<p class="wp-block-paragraph"><br>ตอนที่จำลอง ศรีเมืองหาเสียงใน พ.ศ. 2528 เน้นการรณรงค์ให้ประชาชนมีจิตสำนึก โดยเสนอว่า “ต้องทำให้ประชาชนหันมาให้ความร่วมมือในการรักษาความสะอาด” ต่อมาในการหาเสียง พ.ศ. 2533 มุ่งเน้นการจัดเก็บให้ทั่วถึง “เพิ่มรถขนขยะให้เพียงพอ โดยเฉพาะรถขนขยะขนาดเล็กให้เข้าซอยได้ ใช้เรือเก็บขยะในคูคลองต่างๆ จัดซื้อที่ดินแปลงใหญ่ไกลออกไปจากย่านชุมชนเพื่อนำขยะไปทิ้ง เร่งรัดให้มีการจัดสร้างโรงงานกำจัดขยะและเตาเผาขยะเพิ่มขึ้น”&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งคล้ายกับที่พิจิตตหาเสียงเมื่อ พ.ศ. 2539 ว่าจะจัดเก็บขยะให้หมด และจะสร้างโรงเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าที่ท่าแร้ง-บางเขน อ่อนนุช คลองเตย เช่นเดียวกับสมัครที่เสนอว่า จะ “สร้างเตาเผาขยะ ทั้งสามทิศชิดชานเมือง” ส่วนนโยบายของอภิรักษ์ พ.ศ. 2547 ระบุว่า จะเพิ่มเวลาการจัดเก็บขยะให้ถี่ขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งจะมีการลงทุนเพิ่มเติมพร้อมกับการปฏิรูปการบริหารจัดการ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่สุขุมพันธุ์หาเสียงเมื่อปี 2552 ว่าจะจัดให้มีถังขยะพอเพียงในทุกที่ และจัดธนาคารรีไซเคิล แปลงขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า ต่อมา พ.ศ. 2556 เน้นไปที่การจัดหาโรงงานกำจัดขยะเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน โดยเสนอว่า จะสร้างโรงงานขยะแปรรูปอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน สร้างเตาเผาขยะผลิตกระแสไฟฟ้า 2 แห่ง สร้างโรงผลิตปุ๋ยจากขยะอินทรีย์ 1,000 ตัน รวมทั้งสร้างสถานีขนถ่ายย่อย โดยกล่าวถึงนโยบายการแยกขยะว่าเป็นการรณรงค์กับประชาชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุคของชัชชาติ มีนโยบายหาเสียงที่โดดเด่นในเรื่องขยะก็คือการแยกขยะจากต้นทาง ซึ่งก็คือโครงการไม่เทรวมในเวลาต่อมา รวมไปถึงรถขยะไซส์เล็ก</p>



<h3 class="wp-block-heading">การเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยสวนสาธารณะและปลูกต้นไม้&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การปลูกต้นไม้เป็นนโยบายที่ถูกนำมาหาเสียงมากที่สุด พ.ศ. 2528 จำลองหาเสียงไว้ว่า จะปลูกต้นไม้ยืนต้นและไม้เลื้อยให้มากขึ้น ต่อมา การเลือกตั้งสมัยที่ 2 เริ่มกล่าวถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเสนอว่า จะรณรงค์ต่อต้านการทุจริตทั่วประเทศเพื่อให้รัฐบาลมีเงินเหลือมาแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมเป็นพิษในกรุงเทพฯ และติดตั้งแผ่นกั้นเสียงบางจุดที่มีเสียงยวดยานอยู่ในเกณฑ์อันตราย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านพิจิตต ในภาพรวมมีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมหลายด้าน โดยเสนอนโยบาย เก็บ-แยก-กำจัด ขยะ บำบัดน้ำเสียทั่วเมือง ฟื้นฟูลำคลอง และปลูกต้นไม้ให้ กทม.เขียวขจี 400,000 ต้น ต่อมา พ.ศ. 2543 สมัครหาเสียงว่า จะเพิ่มข้อต่อติดท่อไอเสียรถยนต์และปลูกต้นไม้เกาะกลางถนน ขณะที่อภิรักษ์ให้ความสำคัญกับปัญหาสภาวะโลกร้อนด้วยการประกาศว่าจะรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนทุกวันที่ 9 ของเดือน ส่วนนโยบายของสุขุมพันธุ์ พ.ศ. 2552 คือ ส่งเสริมพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านสวนสาธารณะตั้งแต่ พ.ศ. 2528 เป็นต้นมา ผู้สมัครทุกคนหาเสียงว่าจะเพิ่มสวนสาธารณะให้มากขึ้นผู้ที่ระบุจำนวนไว้ว่าจะสร้างสวนสาธารณะให้ได้ 10 แห่งระหว่างที่ดำรงตำแหน่งคือกฤษฎา ส่วนสุขุมพันธุ์หาเสียงเมื่อ พ.ศ. 2556 ว่าจะเพิ่มพื้นที่สีเขียว 5,000 ไร่ สร้างสวนสาธารณะ 10 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกันกับในยุคชัชชาติ ที่มีนโยบายเด่นอย่าง ‘สวน 15 นาที’ กระจายในทุกเขต และการปลูกต้นไม่ 1 ล้านต้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">คุณภาพชีวิต: พัฒนาศูนย์บริการสาธารณสุข จัดระเบียบแผงลอย พัฒนาชุมชน</h3>



<h4 class="wp-block-heading">สาธารณสุข&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากการหาเสียงเมื่อ พ.ศ. 2528 ของจำลองที่ว่าจะแก้ปัญหาสาธารณสุขเน้นการขยายและสร้างขึ้นอย่างทั่วถึง ผู้สมัครทุกคนนับตั้งแต่กฤษฎาเป็นต้นมาเสนอให้พัฒนาศูนย์สาธารณสุขให้เป็นโรงพยาบาล หรือปรับปรุงคุณภาพโรงพยาบาลของกรุงเทพมหานครให้เทียบเท่าเอกชน ขณะที่พิจิตตเสนอว่า จะจัดให้มี กทม.โพลีคลีนิก 60 แห่งทั่วกรุงเทพฯ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านอภิรักษ์หาเสียงในสมัยที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2551 ว่า นอกจากยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ให้ได้มาตรฐานแล้วยังมีแนวคิดจะจัดหน่วยพยาบาล กทม. เคลื่อนที่เยี่ยมบ้านและที่ทำงาน บุคลากรสาธารณสุขของ กทม. ออกเยี่ยมบ้านและที่ทำงานด้วย ส่วนสุขุมพันธุ์สัญญาว่าจะจัดให้มีบริการตรวจสุขภาพประจำปีฟรี จัดตั้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินและตั้งศูนย์เวชศาสตร์คนเมืองเพื่อศึกษาปัญหาด้านสุขภาพโดยเฉพาะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนชัชชาติ ก็มีการหาเสียงผ่านนโยบายขยายโรงพยาบาล 10,000 เตียง ระบบ Telemedicine รถสุขภาพตรวจถึงชุมชนและคลินิกสุขภาพเพศหลากหลาย</p>



<h4 class="wp-block-heading">หาบเร่แผงลอย&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">จำลองเริ่มมีแนวคิดจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยตอนที่ลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ สมัยที่ 2 พ.ศ. 2533 ด้วยการหาเสียงว่า จะผลักดันให้มีการแก้กฎหมายเพื่อให้ กทม.มีอำนาจผ่อนผันให้ผู้ค้าวางสินค้าบนทางเท้าบางจุดได้เหมาะสม ให้ กทม.มีอำนาจจับและปรับผู้ฝ่าฝืน กำหนดจุดอนุญาต ขีดสีตีเส้นให้ผู้ค้าตั้งวางเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ใช้นโยบายปราบผู้ค้าและผู้ซื้อพร้อมกัน และจัดหาสถานที่เหมาะสมให้ผู้ค้ามากขึ้น เช่น จัดให้มีตลาดนัดแห่งใหม่เพิ่ม ด้านสมัครย้ำถึงความสำคัญของการมีอาหารราคาถูก โดยประกาศว่าจะตั้งศูนย์อาหารไว้ใกล้ชุมชน โดยหลังจากได้เป็นผู้ว่าฯ ก็มีการตั้งสำนักเทศกิจขึ้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2556 สุขุมพันธุ์มีนโยบายว่า จะดำเนินการให้หาบเร่แผงลอยมาอยู่ในอำนาจของ กทม. ขยายโครงการอาหารริมทาง สะอาดปลอดภัยมีใบรับรอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ชัชชาติมีนโยบายทางเท้าเดินโล่ง สะอาดเป็นระเบียบ ซึ่งต่อมาเมื่อไดเป็นผู้ว่าฯ กทม. แล้ว ก็มีการจัดการหาบเร่แผงลอยในหลายๆ พื้นที่ในกรุงเทพฯ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ชุมชนและคุณภาพชีวิต&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">การหาเสียงในประเด็นนี้ จำลองเริ่มต้นด้วยการหาเสียงว่าจะโน้มน้าวจิตใจให้คนเห็นแก่ตัวน้อยลง ในการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2528 ต่อมา กฤษฎาประกาศว่าจะพัฒนาชุมชนแออัด นโยบายของสมัครที่ว่าจัดแฟลตให้ผู้มีรายได้น้อยอยู่ ถือว่าเป็นการเสนอทางแก้ปัญหาชุมชนแออัดอย่างเป็นรูปธรรม ในสมัยแรก อภิรักษ์เสนอว่าจะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน ส่งเสริมการกระจายสินค้าชุมชนและพัฒนาตลาดนัด พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ต่อมา พ.ศ. 2551 มุ่งไปที่การส่งเสริมชมรมผู้สูงอายุ จัดตั้งศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 500 บาทต่อคนต่อเดือน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านสุขุมพันธุ์ต่อยอดนโยบายของอภิรักษ์โดยเสนอเมื่อ พ.ศ. 2552 ว่าจะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครแห่งการค้าและการท่องเที่ยวของภูมิภาค สร้างตลาดนัดอาชีพ เพิ่มพื้นที่ตลาดสินค้าผลิตในครัวเรือนและสินค้าทำมือ และตั้งลานกีฬาใกล้บ้าน ศูนย์กีฬาครบวงจร 1,200 แห่ง โดยจะมีฟุตบาทเรียบ ถนนสวย ในการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งที่ 2 พ.ศ. 2556 สุขุมพันธุ์มีนโยบายว่าจะจัดให้มีศูนย์กีฬามิติใหม่และกีฬาผาดโผนสี่มุมเมือง สร้างห้องน้ำสาธารณะสะอาดครอบคลุมจุดเชื่อมต่อการเดินทาง ขยายการดูแลนักเรียน บริการหมวกกันน็อกฟรีแก่นักเรียน สร้างห้องสมุดใหม่ 10 แห่ง สร้างศูนย์เยาวชนเพิ่ม 5 แห่ง ติดตั้ง WIFI ความเร็วสูง และทำแท็กซี่สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของชัชชาติ มีทั้งนโยบายพื้นที่ทางดนตรีและศิลปะการแสดง ซึ่งต่อมาก็คืองานดนตรีในสวนที่ได้รับความนิยม การพัฒนาลานกีฬา 1,034 แห่ง ห้องสมุดชุมชนและบ้านหนังสือ โครงการ BKK Food Bank ส่งต่ออาหารให้กลุ่มเปราะบาง BKK Trail เส้นทางวิ่งออกกำลังกาย น้ำสะอาดปลอดภัยฟรีทั่วกรุง เส้นทางการปั่นจักรยาน&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ปลอดภัยจากอาชญากรรม&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นนี้ถูกหยิบยกมาหาเสียงอย่างชัดเจนในสมัยของพิจิตต เมื่อ พ.ศ. 2539 ซึ่งเสนอว่าจะติดตั้งไฟแสงจันทร์ทั่วทุกซอย จัดทำโครงการสารสนเทศป้องกันเหตุร้าย 24 ชั่วโมง และตั้งศูนย์อาสาประชากู้ภัยทั้ง 38 เขต บริการ 24 ชั่วโมง คล้ายคลึงกับนโยบายของอภิรักษ์ในปี 2547 ที่จะ “สำรวจจุดเสี่ยงต่างๆ ที่เป็นจุดที่ล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรม ปรับบทบาทบุคลากรของ กทม. เช่น เทศกิจ ให้เข้ามาดูแลประชาชนโดยให้ผู้รักษาความปลอดภัยโดยจะร่วมกับอาสาสมัครในชุมชนนั้นๆ”&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สมัยของสุขุมพันธุ์ พ.ศ. 2552 นอกจากการติดไฟส่องสว่างเพิ่ม 40,000 จุด ยังเพิ่มการติดตั้งกล้องวงจรปิด 10,000 ตัว ขณะที่ในปี 2556 เน้นเพิ่มจำนวนทั้งการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) และติดไฟส่องสว่างในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงจะจัดตั้งศูนย์บริหารการจัดการภัยพิบัติเร่งด่วน เพิ่มชุดปฏิบัติการดับเพลิงขนาดเล็กสำหรับชุมชน และให้มีอาสาสมัครชุมชนเฝ้าระวังเสริมความปลอดภัยให้ชุมชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนชัชชาตินั้น มีทั้งโครงการการขอข้อมูลจากกล้อง CCTV ออนไลน์ และการใช้กล้อง CCTV เพื่อลดการก่ออาชญากรรม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลสะท้อนให้เห็นว่า การออกแบบนโยบายหาเสียงมักขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ในกรุงเทพฯ ณ เวลานั้น และตั้งเป้าหมายว่าต้องการเห็นกรุงเทพฯ เป็นอย่างไร และเมื่อพิจารณาจะเห็นได้ว่า ประเด็นที่ผู้ลงสมัครในแต่ละยุคหยิบยกขึ้นมาเป็นนโยบายหาเสียงแทบจะไม่แตกต่างกันเลย หรือในแง่หนึ่งก็อาจกล่าวได้ว่าเป็นปัญหาเรื้อรังของกรุงเทพฯ ที่ไม่สามารถแก้ไขให้สำเร็จได้เลยไม่ว่าในยุคไหน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จึงเป็นคำถามที่น่าสนใจว่า เมื่อได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.แล้ว ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งคนนั้นๆ ในแต่ละยุค ได้ทำในสิ่งที่ตนเองหาเสียงไว้ว่าจะแก้ไขปัญหาต่างๆ ไปมากน้อยแค่ไหน แล้วทำไมเมื่อการเลือกตั้งครั้งใหม่วนกลับมา ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งก็ยังนำเอาประเด็นปัญหานั้นกลับมาหาเสียงใหม่อยู่ร่ำไป</p>



<h3 class="wp-block-heading"></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7555" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ผู้ว่าฯ กทม. แต่ละยุค แต่ละสมัย มีผลงานอะไรโดดเด่นบ้าง&nbsp;&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากย้อนดูผลงานของผู้ว่าฯ ที่ได้รับเลือกตั้งจำนวนหนึ่ง จะเห็นได้ว่ามีทั้งที่มาจากสิ่งที่เคยหาเสียงและไม่ได้หาเสียงไว้ และน่าสังเกตว่าผลงานหลายเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งไม่ได้หาเสียงไว้ สอดคล้องกับแผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่จัดทำทุก 5 ปีอยู่แล้ว หรือแม้แต่สิ่งที่หาเสียงไว้ก็ดูคล้ายจะมาจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ ในแต่ละยุคนั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนย้อนสำรวจดูผลงานเด่นของผู้ว่าฯ กทม. ในแต่ละยุค เพื่อดูว่าแท้จริงแล้ว ผลงานของผู้ว่าฯ มีอะไร และที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ว่าฯ ที่มาจากการแต่งตั้ง 4 คนแรกคือ ชำนาญ ยุวบูรณ์, อรรถ วิสูตรโยธาภิบาล, ศิริ สันติบุตร และสาย หุตะเจริญ เป็นข้าราชการที่มาจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งต้องบริหารกรุงเทพฯ ภายใต้แผนแม่บทของกระทรวงมหาดไทย และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้ง ธรรมนูญ เทียนเงิน ผู้ว่าฯ คนแรกจากพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งหาเสียงไว้ว่า จะแก้ไขปัญหาขยะ น้ำท่วม และสร้างสวนสาธารณะ ก็เข้ามาทำงาน ซึ่งได้ก็ดำเนินการตามที่หาเสียงไว้ เช่น การดำเนินการสร้างสวนสาธารณะสวนจตุจักร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ว่าฯ ต่อมาอีก 4 คนที่มาจากการแต่งตั้ง ได้แก่ ชลอ ธรรมศิริ, เชาวน์วัศ สุดลาภา, เทียม มกรานนท์ และอาษา เมฆสวรรค์ ซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วง พ.ศ. 2520-2528 มีผลงานเด่นคือ การริเริ่มแนวคิดย้ายตลาดนัดออกจากสนามหลวง ริเริ่มศูนย์อํานวยการประสานงานการป้องกันนํ้าท่วม 24 ชม. ริเริ่มจ้างบริษัทเอกชนมาเก็บขยะ และสร้างสวนเสรีไทย ตามลำดับ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไปตามที่ระบุไว้ในแผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2520-2524 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2525-2529 เช่น การดูแลปรับปรุงซ่อมแซมยานพาหนะเก็บขนมูลฝอยและขนถ่ายปฏิกูลให้ทั่วถึง และการดำเนินการด้านระบบป้องกันน้ำท่วม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7556" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับจำลอง การหาเสียงในการเลือกตั้งสมัยแรก พ.ศ. 2528 เน้นไปที่ตัวบุคคลคือตัวจำลองเองมากกว่าเรื่องนโยบาย หากจะมีนโยบายที่เด่นชัดก็เห็นจะเป็นเรื่องการป้องกันการทุจริตของข้าราชการ กทม. อย่างไรก็ตาม แม้จะมีบางเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในนโยบายการหาเสียง แต่ก็เป็นสิ่งที่เมื่อเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ แล้วทำได้จนกลายเป็นภาพจำ นั่นก็คือนโยบายด้านความสะอาด โดยจำลองได้ขยาย “โครงการ กรุงเทพฯ เมืองสะอาด” ของ เทียม มกรานนท์ มาใช้อย่างเข้มงวด จนทำให้กรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองสะอาดน่าอยู่ 1 ใน 10 ของโลก นอกจากนี้ในยุคนั้นยังเริ่มมีการใช้เสื้อสีสะท้อนแสงของพนักงานกวาดถนนอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในสมัยที่ 2 จำลองเน้นการแก้ปัญหาจราจรโดยการขยายถนน และกล่าวได้ว่าเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการสร้างรถไฟลอยฟ้าเพื่อแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ และยังมีการเดินเรือขนส่งในคลองแสนแสบเป็นครั้งแรกอีกด้วย นอกจากนี้อีกหลายนโยบายที่หาเสียงไว้ก็มาสำเร็จในยุคหลัง เช่น สะพานลอยข้ามแยกเกษตร หรือมีการสานต่อในยุคของกฤษฎา อดีตรองผู้ว่าฯ ในยุคของจำลองและเป็นผู้ว่าฯ กทม.คนต่อมา เช่น การสานต่อเรื่องรถไฟลอยฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่กฤษฎาใช้เป็นนโยบายหาเสียงด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ กฤษฎายังมีผลงานที่ชัดเจนในเรื่องอื่น เช่น สวนสาธารณะจากภูเขาขยะ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่หาเสียงไว้ว่าจะสร้างสวนสาธารณะ 10 แห่ง ส่วนการริเริ่มระบบควบคุมสัญญาณไฟอิเล็กทรอนิกส์ (ATC) นั้นที่แม้จะเกิดขึ้นในยุคของกฤษฎา แต่ก็เป็นไปตามแผนพัฒนาฉบับที่ 4 พ.ศ. 2535-2539 ที่ให้มีการปรับปรุงและติดตั้งระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรตามทางแยกด้วยระบบคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">พิจิตตเป็นผู้ว่าฯ อีกคนหนึ่งที่มีผลงานเป็นไปตามที่หาเสียงไว้ แม้ว่านโยบายสำคัญ เช่น รถรางไฟฟ้าเลียบคลองหรือสภาประชาคมจะไม่สำเร็จ แต่กล่าวได้ว่า รถตู้มวลชนที่เกิดขึ้นในยุคนี้ตรงกับที่หาเสียงไว้ ส่วนการริเริ่มสร้างหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ไม่ปรากฏว่ามีการหาเสียงไว้และไม่อยู่ในแผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 4</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่นโยบายของสมัครที่เสนอให้สร้างแฟลตฝักข้าวโพดสำหรับผู้มีรายได้น้อยเกิดขึ้นได้ตามแผน ส่วนผลงานการตั้งศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จที่เกิดขึ้นในยุคสมัครเป็นไปตามแผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 5-6 ส่วนอภิรักษ์ที่หาเสียงไว้ว่า จะฟื้นฟูสภาพแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองใส 1,165 คลองสอดคล้องกับผลงานโครงการ 10 สวนสวย 10 คลองใส 10 ถนนสะอาด และยังได้ริเริ่มแนวคิดปรับปรุงคลองช่องนนทรีไว้อีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับสุขุมพันธุ์ซึ่งเป็นผู้ว่าฯ ที่ได้รับเลือกตั้ง 2 สมัยและดำรงตำแหน่งในช่วงที่มีการจัดทำแผนพัฒนากรุงเทพระยะ 12 ปี และระยะ 20 ปี มีผลงานเป็นไปตามนโยบายที่หาเสียงไว้หลายด้าน ที่ชัดเจนที่สุดคือ การให้คำมั่นว่าจะติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้น 20,000 ตัว ในสมัยที่ 2 ซึ่งอาจเป็นผลมาจากเหตุระเบิดกลางกรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งสมัยแรก อีกทั้งจำนวนกล้องวงจรปิดยังถูกจัดเป็นตัวชี้วัดหนึ่งของมหานครปลอดภัย ในแผนพัฒนากรุงเทพฯ ระยะ 20 ปีด้วย ส่วนนโยบายโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนที่หาเสียงไว้ก็เป็นไปตามการหาเสียงเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนผลงานของ อัศวิน ขวัญเมือง ซึ่งเข้ารับตำแหน่งจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระหว่าง พ.ศ. 2559-2565 เชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาลกลางอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างคือ การปรับปรุงภูมิทัศน์คลองโอ่งอ่าง ที่เป็นไปตามแผนขยายการดำเนินการปรับภูมิทัศน์คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ และคลองอื่นๆ ทั่วกรุงเทพมหานครของรัฐบาลที่สนับสนุนงบประมาณให้กรุงเทพมหานคร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าฯ คนล่าสุด ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2565-2569 มีผลงานภายใต้นโยบาย 9 ด้าน 9 ดี ที่หาเสียงไว้ในปี 2565 ใน<a href="https://openpolicy.bangkok.go.th/overview">เว็บไซต์รวบรวมนโยบายของผู้ว่าฯ กทม.</a>ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2567 และ 2568 นโยบายด้านเดินทางดี และสิ่งแวดล้อมดีใช้งบประมาณเป็นสัดส่วนมากที่สุด 2 อันดับแรก น้อยที่สุด 2 อันดับคือ ด้านโปร่งใสดี และเศรษฐกิจดี แพลตฟอร์มทราฟฟี่ ฟองดูว์ที่พัฒนาโดยเนคเทค และ กทม. นำมาใช้เป็นผลงานที่อาจนับได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกการใช้แพลตฟอร์มแจ้งปัญหาเมือง ในช่วงที่ชัชชาติ เป็นผู้ว่าฯ มี การรายงานปัญหาสะสมกว่า<a href="https://openpolicy.bangkok.go.th/policy/057"> 998,000 เรื่อง</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการด้านสิ่งแวดล้อมของชัชชาติที่โดดเด่นได้แก่ โครงการไม่เทรวมที่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนแยกขยะเศษอาหาร จูงใจด้วยการลดค่าธรรมเนียมการเก็บขยะ สวน 15 นาทีที่กระตุ้นให้สำนักงานเขตต่างๆ ปรับเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่ประชาชน ส่วนปัญหาฝุ่น PM2.5 ผลงานที่เห็นชัดเจนคือ โครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นของโรงเรียนในสังกัด กทม. ผลงานด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นที่รับรู้กันกว้างขวางคือ การขุดลอกท่อและทางระบายน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายแรกๆ ที่มีการปฏิบัติหลังชัชชาติเข้ารับตำแหน่ง ในช่วงหน้าฝนปี 2565 เช่นเดียวกับดนตรีในสวน กิจกรรมมีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีแรกของการเป็นผู้ว่าฯ จนครบ 4 ปี นอกจากนี้ผลงานด้านคุณภาพชีวิตอื่นๆ ที่ถือได้ว่าริเริ่มในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็น คลินิกเพศหลากหลาย และการขึ้นทะเบียนและฝังไมโครชิปหมาแมว</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ผู้ว่าฯ ส่วนใหญ่ดำเนินงานตามแผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่กำหนดไว้อยู่แล้ว นอกจากนี้ผู้ว่าฯ บางคนก็สามารถนำเอานโยบายของตนเองหรือสิ่งที่ตนเองเคยหาเสียงไว้มาปรับใช้เป็นโครงการต่างๆ ได้ เนื่องด้วยในแผนพัฒนากรุงเทพฯ วางกรอบไว้กว้างๆ ในประเด็นปัญหาอมตะและเรื้อรังของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจราจร น้ำท่วม พื้นที่สีเขียว ฯลฯ ซึ่งจากข้อมูลที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ผู้ว่าฯ กทม. ทุกคนล้วนพยายามแก้ปัญหานั้นตามที่หาเสียงไว้ เพียงแค่ว่าแก้ได้แค่ไหน อย่างไร เท่านั้นเอง</p>



<h3 class="wp-block-heading">ผู้ว่าฯ ใหม่ ปัญหาเดิม : ภาพซ้ำการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ทุกยุคทุกสมัย&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลข้างต้นนำมาสู่คำถามที่ว่าเหตุใดกรุงเทพฯ จึงยังประสบกับปัญหาเดิมๆ แม้จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สักกี่ครั้ง ผู้สมัครก็ยังต้องมาพร้อมกับนโยบายในการแก้ปัญหาเดิม และส่วนมากก็มาพร้อมกับแนวทางที่ไม่สามารถฉีกออกไปจากเดิมมากนัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะการพัฒนาของกรุงเทพมหานครนั้นถูกกำกับและกำหนดทิศทางจาก ‘แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร’ ซึ่งเป็นแผนแม่บท ดังนั้นไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้บริหาร ก็ต้องดำเนินการภายใต้กรอบของแผนพัฒนาฯ ในช่วงเวลาน้ัน ไม่ว่าจะสอดคล้องกับนโยบายของตนเองหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกประเด็นหนึ่งก็อาจเป็นเพราะการบริหารจัดการกรุงเทพฯ ยังถูกกำกับโดยหน่วยงานอื่นๆ ที่ซ้อนทับอยู่ด้วย เช่น ผู้ว่าฯ ไม่มีอำนาจบริหารจัดการรถโดยสารประจำทางโดยตรง การตัดสินใจจัดซื้อรถใหม่ต้องผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน หรือการดำเนินการโครงการขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ก็ต้องผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ปัญหาหนึ่งปัญหาของกรุงเทพฯ ยังมี ‘เจ้าภาพ’ หลายราย ไม่นับรวมถึงกฎหมายที่เข้ามากำหนดแนวทางการบริหารจัดการก็ยิ่งทำให้การจัดการกรุงเทพฯ ซับซ้อนมากขึ้น เช่น พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 ที่กำหนดให้กรุงเทพฯ ต้องบริหารภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, แผนการปฏิรูปประเทศ, นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาของกรุงเทพฯ จึงไม่ได้มีแค่ปัญหาเชิงประจักษ์อย่าง รถติด น้ำท่วม อากาศเสีย เพียงเท่านั้น แต่รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในการบริหารเองด้วย ทั้งโครงสร้างที่ต้องผูกพันกับอำนาจที่ใหญ่กว่าอย่างรัฐบาลกลางหรือกระทรวงมหาดไทย โครงการสร้างภายในอย่าง ส.ก. ส.ข. ที่ถูกยุบไป หรือการทำงานในระดับเขตของผู้อำนวยการเขต ที่ทำให้ผู้ว่าฯ กทม. ไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและเบ็ดเสร็จ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาของกรุงเทพฯ ซับซ้อนกว่านั้น และแน่นอนว่า ผู้ว่าฯ ไม่ใช่ซูเปอร์แมน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา : ปรุงปรุงแก้ไขจากบทความ <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-campaign/">“นโยบายผู้ว่าฯ กทม. : เลือกตั้งกี่ครั้งก็ยังต้องแก้ปัญหาเดิม”</a> โดย Rocket Media Lab</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลนโยบายหาเสียงของผู้ว่าฯ ปี 2518-2565 ได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-campaign">https://rocketmedialab.co/database-bkk-campaign</a> </p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-2026-policy-check/">เลือกตั้ง กทม. 69 : ย้อนดูนโยบายหาเสียงและผลงานของผู้ว่าฯ กทม. ในแต่ละยุค </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม.อนุทิน 2 : หน้าตา ครม. เป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างจาก ครม. ในอดีตอย่างไรบ้าง [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-anutin-2-lineup/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 10:33:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[ครม.]]></category>
		<category><![CDATA[อนุทิน ชาญวีรกูล]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7166</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3588;&#3603 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-anutin-2-lineup/">ครม.อนุทิน 2 : หน้าตา ครม. เป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างจาก ครม. ในอดีตอย่างไรบ้าง [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลคณะรัฐมนตรี ปี 2544 &#8211; 2569</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vThnTsRvDlPJUr4_YZ3XJLA60iYAauWyL3NdlPeBP-oRklx0DtoSc7XuuLubblt-PgujKK9db4T8BYP/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1BVhLaXiUvkwi7vQi1EbDcCeMj0qZSyDVhcywED_FONQ/edit?usp=sharing">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่านบทความ <a href="https://rocketmedialab.co/anutin-2-lineup/">ครม.อนุทิน 2 : หน้าตา ครม. เป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างจาก ครม. ในอดีตอย่างไรบ้าง</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-anutin-2-lineup/">ครม.อนุทิน 2 : หน้าตา ครม. เป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างจาก ครม. ในอดีตอย่างไรบ้าง [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม.อนุทิน 2 : หน้าตา ครม. เป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างจาก ครม. ในอดีตอย่างไรบ้าง</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/anutin-2-lineup/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 10:26:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[ครม.]]></category>
		<category><![CDATA[อนุทิน ชาญวีรกูล]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7160</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3627;&#3621;&#3633;&#3591;&#3592;&#3634;&#3585;&#3617 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/anutin-2-lineup/">ครม.อนุทิน 2 : หน้าตา ครม. เป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างจาก ครม. ในอดีตอย่างไรบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>ตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร&nbsp; 2544 จนถึงรัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล มีนาคม 2569 รวม 13 รัฐบาล มีบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในแต่ละชุดรวม 409 คน โดยมี 16 คน เป็นรัฐมนตรีตั้งแต่ 4 รัฐบาลขึ้นไป หรือคิดเป็น 3.91% ของผู้ที่เคยเป็นรัฐมนตรีทั้งหมด</li>



<li>มี&nbsp; 21 คนที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว และ 14 คนที่เป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ อย่างไรก็ตามเกือบทั้งหมดเป็นเครือข่าย “บ้านใหญ่</li>



<li>ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 6 รัฐบาล ซึ่งถือว่ามากเป็นอันดับ 2 รองมาจากอนุทิน มี 3 คน ได้แก่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ&nbsp; ทรงศักดิ์ ทองศรี และ วราวุธ ศิลปอาชา</li>



<li>มี 26 คนหรือคิดเป็น 74.29% ที่ตรวจสอบพบว่าเป็นบ้านใหญ่หรือมาจากตระกูลการเมืองระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น และอีก 9 คนหรือ 25.71% ที่ไม่ใช่เครือข่ายบ้านใหญ่หรือตระกูลการเมือง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ทั้ง 35 คน ในรัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 Rocket Media Lab ชวนสำรวจประวัติทางการเมืองของรัฐมนตรี ว่า ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ใครเป็นรัฐมนตรีหลายรัฐบาลมากที่สุด และมีใครเป็นเครือข่ายบ้านใหญ่หรือตระกูลการเมืองบ้าง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/Most-Seats-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7162" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/Most-Seats-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/Most-Seats-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/Most-Seats-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/Most-Seats.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">อนุทินเคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 7 รัฐบาล</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นคณะรัฐมนตรีชุดที่ 54 เข้าบริหารประเทศ เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2544 จนถึงคณะรัฐมนตรีชุดที่ 66 ภายใต้การบริหารของอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อ 30 มีนาคม 2569 รวม 13 รัฐบาล จากการรวบรวมข้อมูลสถิติบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในแต่ละชุดรวม 409 คน พบว่า มี 16 คน ที่เป็นรัฐมนตรีตั้งแต่ 4 รัฐบาลขึ้นไป หรือคิดเป็น 3.91% ของผู้ที่เคยเป็นรัฐมนตรีทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">อนุทิน ชาญวีรกูลเป็นรัฐมนตรีมาแล้วรวม 7 รัฐบาล ซึ่งถือว่ามากที่สุด ตั้งแต่รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร 1 ปี 2544&nbsp; โดยเป็นนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดที่ 65 และ 66 โดยเริ่มจากเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อ 30 มิถุนายน 2547 ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 1 ในสังกัดพรรคไทยรักไทย จากนั้นเป็นรัฐมนตรีอีกหลายครั้งในรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย ยกเว้นรัฐบาลประยุทธ์&nbsp; จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 2&nbsp; รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน รัฐบาลแพรทองธาร ชินวัตร ก่อนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีชุดที่ 65 และ 66 อนุทินเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยกระทรวงสาธารณสุข พาณิชย์ มหาดไทย และรองนายกรัฐมนตรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 6 รัฐบาล ซึ่งถือว่ามากเป็นอันดับ 2 รองมาจากอนุทิน มี 3 คน ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 1 และ 2 เว้นวรรคไปหลังถูกตัดสิทธิทางการเมืองและยุบพรรค และกลับมาเป็นรัฐมนตรีอีกครั้งในรัฐบาลประยุทธ์ 2 เมื่อปี 2562 ที่ย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ ก่อนที่จะกลับมาสังกัดพรรคเพื่อไทย พร้อมตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และแพทองธาร ชินวัตร และรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล 2&nbsp;</li>



<li>ทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช พรรคพลังประชาชน ในปี 2551 ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จากนั้นเมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา 2 ทรงศักดิ์กลับมาได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีอีกครั้งและอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทยมาโดยตลอด ก่อนที่จะได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล 2</li>



<li>วราวุธ ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช พรรคพลังประชาชน ในปี 2551 ภายใต้สังกัดพรรคชาติไทย โดยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จากนั้นเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ประยุทธ์ จันทร์โอชา เศรษฐา ทวีสิน แพรทองธาร ชินวัตร และล่าสุดเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล 2</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 5 รัฐบาล มี 4 คน โดยผู้ที่เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกในรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา และเป็นรัฐมนตรีในทุกรัฐบาลจนถึงรัฐบาลอนุทิน 2 เหมือนกัน 2 คน คือ พิพัฒน์ รัชกิจประการ และสุชาติ ชมกลิ่น ส่วนอีก 2 คน สมศักดิ์ เทพสุทิน และสันติ พร้อมพัฒน์ ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน 2 ซึ่งสมศักดิ์เคยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ 1 และ 2 เว้นวรรคไปหลังถูกตัดสิทธิทางการเมืองและยุบพรรค และกลับมาเป็นรัฐมนตรีอีกครั้งในรัฐบาลประยุทธ์ 2 เมื่อปี 2562 ขณะที่สันติ พร้อมพัฒน์เป็นรัฐมนตรีคมนาคม ในสังกัดพรรคพลังประชาชน ในรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช ปี 2551 ตามด้วยรัฐมนตรีในรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่อมาเมื่อย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ ก็เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา2&nbsp; และเศรษฐา ทวีสิน แม้จะไม่ได้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน 1 และ 2 แต่มีบุตรชายคือ พัฒนา พร้อมพัฒน์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีอีก 8 คนที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 4 รัฐบาลคือ นภินทร ศรีสรรพางค์ ประเสริฐ จันทรรวงทอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ศุภมาส อิศรภักดี สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ซึ่ง 4 คนนี้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน 2 ส่วนวิษณุ เครืองาม&nbsp; สมคิด จาตุศรีพิทักษ์&nbsp; สุวิทย์ คุณกิตติ อุไรวรรณ เทียนทอง ไม่ได้ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">รัฐบาลอนุทิน 2569 ใครมีประสบการณ์เป็นรัฐมนตรีมากที่สุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเฉพาะรัฐมนตรี 35 คนในรัฐบาลอนุทิน 2 ที่มาจากพรรคภูมิใจไทยและเพื่อไทย ว่าใครเคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อนแล้วบ้าง พบว่ามี&nbsp; 21 คนที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว และ 14 คนที่เป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ อย่างไรก็ตามเกือบทั้งหมดเป็นเครือข่าย “บ้านใหญ่”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ที่เป็นรัฐมนตรีมา 5 รัฐบาลมี 6 คน คือ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี, วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ที่เป็นรัฐมนตรีมา 4 รัฐบาลมี 4 คน คือ นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ที่เป็นรัฐมนตรีมา 3 รัฐบาลมี 2 คน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">มี 9 คนที่เป็นรัฐมนตรีมา 2 รัฐบาล โดยมี 8 คนที่เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกในรัฐบาลอนุทิน 1 ได้แก่ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีเพียง เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp; ในรัฐบาลแพรทองธาร ชินวัตรมาก่อน และกลับมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเดิมในรัฐบาลอนุทิน 2</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูว่า ใครเคยเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวงมากที่สุดพบว่า วราวุธ ศิลปอาชา ที่เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวงมากที่สุด รวม 4 กระทรวง คือ คมนาคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และอุตสาหกรรม ส่วนอีก 5 คน เคยเป็นรัฐมนตรี 3 กระทรวงและเคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี คือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เกษตรและสหกรณ์ คมนาคม อุตสาหกรรม รองนายกรัฐมนตรี</li>



<li>สุชาติ ชมกลิ่น ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แรงงาน พาณิชย์ รองนายกรัฐมนตรี</li>



<li>พิพัฒน์ รัชกิจประการ การท่องเที่ยวและกีฬา คมนาคม แรงงาน รองนายกรัฐมนตรี</li>



<li>อนุทิน ชาญวีรกูล หากไม่นับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พาณิชย์ มหาดไทย สาธารณสุข รองนายกรัฐมนตรี</li>



<li>ประเสริฐ จันทรรวงทอง คมนาคม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศึกษาธิการ รองนายกรัฐมนตรี</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้นยังพบว่า ในช่วงรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ไปจนถึงรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อนุทิน ชาญวีรกูล ถูกตัดสิทธิทางการเมือง จึงได้ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ผู้เป็นพ่อ มานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีสาธารณสุขและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมมั่นคงของมนุษย์ </p>



<p class="wp-block-paragraph">การใช้เครือญาติมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแทนในช่วงที่ตนเองถูกตัดสิทธิทางการเมือง ยังเห็นได้อีกอย่างกรณีของ วราวุธ ศิลปอาชา ในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยให้ชุมพล ศิลปอาชา ผู้เป็นอา มาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแทน เช่นเดียวกับ สมศักดิ์ เทพสุทิน ในช่วงรัฐบาลสมัคร สุนทรเวชและรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ให้ภรรยา อนงค์วรรณ เทพสุทิน มานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมแทน</p>



<h3 class="wp-block-heading">รัฐมนตรี 74.29% มาจากบ้านใหญ่</h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/35-Big-House-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7191" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/35-Big-House-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/35-Big-House-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/35-Big-House-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/35-Big-House-1.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">จากรัฐมนตรีทั้งหมด 35 คน เมื่อพิจารณาว่า เป็นบ้านใหญ่หรือมาจากตระกูลการเมืองระดับชาติหรือระดับท้องถิ่นเป็นสัดส่วนเท่าใด พบว่า มี 26 คนหรือคิดเป็น 74.29% ที่ตรวจสอบพบว่าเป็นบ้านใหญ่หรือมาจากตระกูลการเมืองระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น และอีก 9 คนหรือ 25.71% ที่ไม่ใช่เครือข่ายบ้านใหญ่หรือตระกูลการเมือง</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากทั้งหมด 26 คน เป็นผู้ที่มีเครือข่ายบ้านใหญ่จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด 9 คน กระจุกตัวอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา 3 คน บุรีรัมย์ 2 คน ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ&nbsp; อุดรธานี และอุบลราชธานีอย่างละ 1 คน ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นครราชสีมา</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>นิกร โสมกลาง รมว. การพัฒนาสังคมฯ พรรคเพื่อไทย ลูกของสมศักดิ์ โสมกลาง อดีต สส.นครราชสีมา และเป็นสามีของ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และเป็นเครือญาติกับ ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา</li>



<li>ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว. ศึกษาธิการ พรรคเพื่อไทย</li>



<li>พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พรรคภูมิใจไทย ลูกของไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีตรัฐมนตรีและระนองรักษ์ สุวรรณฉวี อดีตรัฐมนตรีและอดีตนายก อบจ.นครราชสีมา</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>บุรีรัมย์</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พรรคภูมิใจไทย ลูกชายของเนวิน ชิดชอบ</li>



<li>ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย เป็นพี่น้องกับ เพิ่มพูนและรุ่งโรจน์ ทองศรี สส.บัญชีรายชื่อ และจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นสามีของแว่นฟ้า ทองศรี พี่สะใภ้ อดีตผู้สมัคร สส.จังหวัดบึงกาฬ ปี 2554 และ 2562&nbsp; และเป็นพ่อตาของสยาม เพ็งทอง สส.ปี 2566 และปี 2569 จังหวัดบึงกาฬ รวมทั้งเป็นเครือญาติกับเสริมศักดิ์ ทองศรี รองนายก อบจ.บุรีรัมย์ พูนศักดิ์ ทองศรี สจ.บุรีรัมย์</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ศรีสะเกษ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช. คมนาคม พรรคภูมิใจไทย เป็นลูกของฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ซึ่งดำรงตำแหน่งนาน 10 สมัย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อำนาจเจริญ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สุขสมรวย วันทนียกุล รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย เป็นภรรยาของพ.ต.อ.ชัชนันต์ พรบุตร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ และเป็นผู้สนับสนุนนายกเทศมนตรีเมืองอำนาจเจริญและนายก อบจ.อำนาจเจริญหลายคน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อุดรธานี</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>วัชรพล ขาวขำ รมช. เกษตรและสหกรณ์ พรรคเพื่อไทย ลูกชายของวิเชียร ขาวขำ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด อุดรธานี อดีต สส.หลายสมัย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อุบลราชธานี</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>แนน บุญย์ธิดา สมชัย รมช. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พรรคภูมิใจไทย ลูกของอิสระ สมชัย อดีตรัฐมนตรีและ สส.จังหวัดอุบลราชธานีและบัญชีรายชื่อหลายสมัย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคกลาง 6 คน โดยมีรัฐมนตรีจากเครือข่ายบ้านใหญ่จังหวัดอุทัยธานี 2 คน&nbsp; พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี พิจิตร อ่างทอง อย่างละ 1 คน ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อุทัยธานี</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว. วัฒนธรรม ภูมิใจไทย ลูกของชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรี</li>



<li>เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์&nbsp; รมช. มหาดไทย ภูมิใจไทย ลูกของมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี และเป็นเครือญาติของชานนท์ ไทยเศรษฐ์ สส.ปี 2569 จังหวัดนครสวรรค์</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>พระนครศรีอยุธยา</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว. การท่องเที่ยวและกีฬา พรรคภูมิใจไทย อดีต สจ.พระนครศรีอยุธยา น้องของ สุวิมล พันธ์เจริญวรกุล อดีต สส. และลูกของสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สุพรรณบุรี</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>วราวุธ ศิลปอาชา รมว. อุตสาหกรรม พรรคภูมิใจไทย ลูกของบรรหาร ศิลปอาชา&nbsp; อดีตนายกรัฐมนตรี และ สส.สุพรรณบุรีหลายสมัย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>พิจิตร</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม พรรคภูมิใจไทย ลูกของประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีต สส. หลายสมัย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อ่างทอง</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภราดร ปริศนานันทกุล รมว. สำนักนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย ลูกของ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และพี่ของกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคใต้ 3 คน จาก 2 จังหวัดคือ สตูล 2 คน และสงขลา 1 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สตูล</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว. คมนาคม พรรคภูมิใจไทย พ่อของชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อและสามีของนาที รัชกิจประการ อดีตรมว.ท่องเที่ยว</li>



<li>วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช. มหาดไทย พรรคภูมิใจไทย ลูกของสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ นักธุรกิจรายใหญ่ของจังหวัด และเป็นหลานของสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ อดีตนายก อบจ.สตูล 3 สมัย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สงขลา</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สรรเพชญ บุญญามณี รมช. คมนาคม พรรคภูมิใจไทย ลูกของนิพนธ์ บุญญามณี อดีตสส. หลายสมัย&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และกัลยา บุญญามณี ปลัดเทศบาลนครสงขลา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคเหนือ 3 คน จากจังหวัดเพชรบูรณ์ เชียงใหม่ เชียงราย อย่างละ 1 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เพชรบูรณ์</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>พัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว. สาธารณสุข พรรคภูมิใจไทย ลูกของวันเพ็ญ และสันติ พร้อมพัฒน์ อดีต สส. และอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เชียงใหม่</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว. แรงงาน พรรคเพื่อไทย สามีของวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์&nbsp; สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยลูกของวิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีต สส. หลายสมัย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เชียงราย</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช. เกษตรและสหกรณ์ พรรคเพื่อไทย ลูกของยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรัฐมนตรีและ สส. หลายสมัย และสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช อดีตนายก อบจ.เชียงราย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เครือข่ายบ้านใหญ่และตระกูลการเมืองอื่นๆ อีก 5 คน ได้แก่</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว. มหาดไทย พรรคภูมิใจไทย ลูกของ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีและ สส. หลายสมัย</li>



<li>สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พรรคเพื่อไทย เครือญาติกับพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีและอดีต สส.</li>



<li>ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว. การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อไทย ลูกของสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เครือญาติของทักษิณ ยิ่งลักษณ์ และแพรทองธาร ชินวัตร</li>



<li>เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว. พลังงาน พรรคภูมิใจไทย บุตรของนายพรเทพ เตชะไพบูลย์ อดีตรัฐมนตรี และ สส. เครือญาติกับสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรัฐมนตรี และ สส. หลายสมัย</li>



<li>สุชาติ ชมกลิ่น รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พรรคภูมิใจไทย จังหวัดชลบุรี</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">อีก 9 คนหรือ 25.71% ที่ไม่ใช่เครือข่ายบ้านใหญ่หรือตระกูลการเมือง คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</li>



<li>สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ</li>



<li>ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</li>



<li>ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี​</li>



<li>อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</li>



<li>รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม &nbsp;</li>



<li>ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</li>



<li>นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</li>



<li>อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ในจำนวนนี้มี 1 คน คือ รุทธพล เนาวรัตน์ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ถูกมองว่าใกล้ชิดกับเครือข่ายเนวิน ชิดชอบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ : การนับจำนวนการเป็นรัฐมนตรีในงานชิ้นนี้ นับรวมตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วย และรองนายกรัฐมนตรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-anutin-2-lineup/">https://rocketmedialab.co/database-anutin-2-lineup/</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/anutin-2-lineup/">ครม.อนุทิน 2 : หน้าตา ครม. เป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างจาก ครม. ในอดีตอย่างไรบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง69 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-election-69-6/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2026 11:17:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7075</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3588;&#3632 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-6/">คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง69 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ การเลือกตั้ง 2569</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTlS8rKEQUtWCBxgsKeaVfiPM3Klx9aoEZz_VGQkygZh3WMk6jobFCiSIcPbODiGmgvGC0CThT3LqwR/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ขอบคุณคุณ ณัฐ เหลืองนฤมิตชัย และสฤณี อาชวานันทกุล ที่ช่วยจัดการเรียบเรียงตัวเลขผลการเลือกตั้งจาก 398 เขต</li>



<li>งานชิ้นนี้ อ้างอิงคะแนน สส.6/1 จาก<a href="https://drive.google.com/drive/folders/1elYwd_ATWpm8q_ZxoxKcXO1TaVF7MElj">ฐานข้อมูลภาพ pdf </a>อัปโหลดโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลดข้อมูล <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTlS8rKEQUtWCBxgsKeaVfiPM3Klx9aoEZz_VGQkygZh3WMk6jobFCiSIcPbODiGmgvGC0CThT3LqwR/pubhtml">ที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-24/">คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง 69</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-6/">คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง69 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง 69</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/election-69-24/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2026 11:10:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7066</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3612;&#3621;&#3588;&#3632;&#3649 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-24/">คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง 69</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">จากผลคะแนนการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่ไฟล์ สส.6/1 ที่สรุปผลคะแนนระดับเขตในรูปแบบรูปภาพ ซึ่งมีจำนวนเขตทั้งสิ้น 397 เขต (ขาดไปสามเขตคือ กรุงเทพมหานครเขต 15 ลพบุรีเขต 4 และ อุดรธานีเขต 6) นั้น หากคำนวนจากตัวเลขบัตรดีจำนวนทั้งสิ้น 34,761,396 ใบ (จากจำนวนบัตรดีทั้งหมด 34,862,178 จาก 400 เขต คือยังไม่มีคะแนนอีก 100,782 ใบ) จะสามารถคำนวณคะแนนและที่นั่ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์แบบไม่เป็นทางการได้ และมีข้อค้นพบเบื้องต้น ดังต่อไปนี้&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เลือกตั้ง 69 มีพรรคการเมืองทั้งหมด 21 พรรคเข้าสภา</li>



<li>สส.ปัดเศษ มีจำนวน 10 พรรค คะแนนน้อยสุดเป็นของพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้เสียงแต่ 1.4 แสนเสียงก็ได้ที่นั่งแล้ว</li>



<li>หากดูความนิยมของพรรค ตามลำดับของคะแนนปาร์ตี้ลิสต์สูงสุดในแต่ละเขต จะพบว่า พรรคอันดับหนึ่งคือพรรคประชาชน (ชนะใน 215 เขต) อันดับสองคือเพื่อไทย (ชนะใน 71 เขต) อันดับสามคือภูมิใจไทย (ชนะ 56 เขต)</li>



<li>จาก 400 เขตทั่วประเทศ มีพื้นที่ที่คะแนนของพรรคประชาชน ภูมิใจไทย และเพื่อไทย สูสีกันหรือห่างกันไม่เกิน 15% ทั้งหมด 88 เขต</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit1-count-partylist-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7084" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit1-count-partylist-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit1-count-partylist-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit1-count-partylist-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit1-count-partylist.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>เลือกตั้ง 69 มีพรรคการเมือง 21 พรรคในสภา</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">พรรคการเมืองที่มีตัวแทนปาร์ตี้ลิสต์ในสภามีมากถึง 21 พรรค โดย พรรคอันดับหนึ่งคือพรรคประชาชนที่ได้ 32 ที่นั่งจาก 10.97 ล้านเสียง อันดับสองคือพรรคภูมิใจไทย ที่ได้ 19 ที่นั่งจาก 6.44 ล้านเสียง อันดับสามคือพรรคเพื่อไทย ที่ได้ 16 ที่นั่งจาก 5.5 ล้านเสียง อันดับสี่ คือพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ 11 ที่นั่งจาก 3.9 ล้านเสียง อันดับห้าคือพรรคเศรษฐกิจที่ได้ 3 ที่นั่งจาก 1.1 ล้านเสียง<br></p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>หมายเลขพรรค</strong></td><td><strong>ชื่อพรรค</strong></td><td><strong>คะแนนพรรคจาก 398 เขต</strong></td><td><strong>จำนวนที่นั่งแบบยังไม่ปัดเศษ</strong></td><td><strong>จำนวนที่นั่ง</strong></td></tr><tr><td>46</td><td>ประชาชน</td><td>10,971,958</td><td>31.6</td><td>32</td></tr><tr><td>37</td><td>ภูมิใจไทย</td><td>6,445,573</td><td>18.5</td><td>19</td></tr><tr><td>9</td><td>เพื่อไทย</td><td>5,512,309</td><td>15.9</td><td>16</td></tr><tr><td>27</td><td>ประชาธิปัตย์</td><td>3,929,531</td><td>11.3</td><td>11</td></tr><tr><td>11</td><td>เศรษฐกิจ</td><td>1,124,647</td><td>3.2</td><td>3</td></tr><tr><td>6</td><td>รวมไทยสร้างชาติ</td><td>761,851</td><td>2.2</td><td>2</td></tr><tr><td>2</td><td>เพื่อชาติไทย</td><td>676,837</td><td>1.9</td><td>2</td></tr><tr><td>42</td><td>กล้าธรรม</td><td>642,586</td><td>1.8</td><td>2</td></tr><tr><td>33</td><td>ประชาชาติ</td><td>428,874</td><td>1.2</td><td>1</td></tr><tr><td>5</td><td>รวมใจไทย</td><td>428,349</td><td>1.2</td><td>1</td></tr><tr><td>3</td><td>ใหม่</td><td>313,738</td><td>0.9</td><td>1</td></tr><tr><td>1</td><td>ไทยทรัพย์ทวี</td><td>303,944</td><td>0.9</td><td>1</td></tr><tr><td>8</td><td>ประชาธิปไตยใหม่</td><td>278,199</td><td>0.8</td><td>1</td></tr><tr><td>29</td><td>ไทยภักดี</td><td>245,382</td><td>0.7</td><td>1</td></tr><tr><td>4</td><td>มิติใหม่</td><td>245,090</td><td>0.7</td><td>1</td></tr><tr><td>48</td><td>ไทยสร้างไทย</td><td>200,770</td><td>0.6</td><td>1</td></tr><tr><td>13</td><td>รวมพลังประชาชน</td><td>196,163</td><td>0.6</td><td>1</td></tr><tr><td>12</td><td>เสรีรวมไทย</td><td>184,156</td><td>0.5</td><td>1</td></tr><tr><td>10</td><td>ทางเลือกใหม่</td><td>176,519</td><td>0.5</td><td>1</td></tr><tr><td>21</td><td>ไทรวมพลัง</td><td>166,313</td><td>0.5</td><td>1</td></tr><tr><td>43</td><td>พลังประชารัฐ</td><td>141,047</td><td>0.4</td><td>1</td></tr><tr><td>7</td><td>พลวัต</td><td>117,460</td><td>0.3</td><td>0</td></tr><tr><td>49</td><td>ไทยก้าวใหม่</td><td>108,969</td><td>0.3</td><td>0</td></tr><tr><td>38</td><td>พลังธรรมใหม่</td><td>89,848</td><td>0.3</td><td>0</td></tr><tr><td>44</td><td>โอกาสใหม่</td><td>81,828</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>47</td><td>ประชาไทย</td><td>77,416</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>16</td><td>พลังเพื่อไทย</td><td>71,681</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>31</td><td>ประชากรไทย</td><td>70,308</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>35</td><td>รักชาติ</td><td>68,288</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>36</td><td>ไทยพร้อม</td><td>61,930</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>34</td><td>สร้างอนาคตไทย</td><td>59,422</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>32</td><td>ครูไทยเพื่อประชาชน</td><td>56,031</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>30</td><td>แรงงานสร้างชาติ</td><td>54,260</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>17</td><td>ไทยชนะ</td><td>52,026</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>28</td><td>ไทยก้าวหน้า</td><td>50,687</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>14</td><td>ท้องที่ไทย</td><td>47,999</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>24</td><td>วิชชั่นใหม่</td><td>43,127</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>45</td><td>เป็นธรรม</td><td>40,366</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>26</td><td>คลองไทย</td><td>36,876</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>15</td><td>อนาคตไทย</td><td>30,275</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>23</td><td>ปวงชนไทย</td><td>28,280</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>56</td><td>เพื่อบ้านเมือง</td><td>24,620</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>39</td><td>กรีน</td><td>24,168</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>57</td><td>พลังไทยรักชาติ</td><td>22,249</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>40</td><td>ไทยธรรม</td><td>21,847</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>19</td><td>สังคมประชาธิปไตยไทย</td><td>19,478</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>22</td><td>ก้าวอิสระ</td><td>17,820</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>51</td><td>พร้อม</td><td>17,596</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>25</td><td>เพื่อชีวิตใหม่</td><td>14,081</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>41</td><td>แผ่นดินธรรม</td><td>13,984</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>20</td><td>ฟิวชัน</td><td>13,594</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>18</td><td>พลังสังคมใหม่</td><td>11,769</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>54</td><td>ความหวังใหม่</td><td>9,508</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>52</td><td>เครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย</td><td>9,060</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>55</td><td>ไทยรวมไทย</td><td>8,091</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>50</td><td>ประชาอาสาชาติ</td><td>5,780</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>53</td><td>ไทยพิทักษ์ธรรม</td><td>5,653</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td></td><td></td><td></td><td></td><td></td></tr><tr><td>หมายเหตุ:</td><td>1. สส.พึงมี คิดเป็น</td><td>347,613.96</td><td></td><td></td></tr><tr><td></td><td>2. ข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก 397 เขต โดยกกต.ยังไม่ได้เผยแพร่ผลการเลือกตั้งของกรุงเทพมหานครเขต 15 ลพบุรีเขต 4 และอุดรธานีเขต 6</td><td></td><td></td><td></td></tr></tbody></table></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><br>อีก 16 พรรคที่ได้เข้าสภา ที่ได้คะแนนไม่ถึงล้านเสียง อาทิ พรรครวมไทยสร้างชาติ (2 ที่นั่งจาก 7.6 แสนเสียง) พรรคกล้าธรรม (2 ที่นั่งจาก 6.4 แสนเสียง) พรรคประชาชาติ (1 ที่นั่งจาก 4.3 แสนเสียง)</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สส.ปัดเศษ มีจำนวน 10 พรรค คะแนนน้อยสุดเป็นของพรรคพลังประชารัฐ</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ หากคำนวณตัวเลขจากจำนวนสส.พึงมี หรือจำนวนคะแนนที่สส.หนึ่งที่นั่งควรได้รับ จะอยู่ที่ราว 347,614 คะแนน แต่ด้วยระบบเลือกตั้งแบบที่ออกแบบให้พรรคใหญ่เสียเปรียบและต้องการให้มีพรรคเล็กจำนวนมากในสภา จึงทำให้มี “สส.ปัดเศษ” หรือสส.จากพรรคที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์สส.พึงมี จำนวนทั้งสิ้น 10 พรรค&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มนี้ มาจากพรรค ไทยทรัพย์ทวี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคมิติใหม่ พรรคไทยสร้างไทย พรรครวมพลังประชาชน พรรคเสรีรวมไทย พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทรวมพลัง และพรรคพลังประชารัฐซึ่งรั้งท้ายที่ 1.4 แสนคะแนนเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า พรรคการเมืองที่จับฉลากได้เลขเบอร์เดียวในลำดับที่หนึ่งถึงห้า ล้วนได้รับคะแนนสูงทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น เบอร์ 1 พรรคไทยทรัพย์ทวี เบอร์ 2 พรรคเพื่อชาติไทย เบอร์ 3 พรรคใหม่ เบอร์ 4 พรรคมิติใหม่ และเบอร์ 5 พรรครวมไทย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ลำดับของพรรคที่ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์สูงสุดในแต่ละเขต</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit2-district-partylist-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7085" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit2-district-partylist-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit2-district-partylist-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit2-district-partylist-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit2-district-partylist.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ หากดูคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ในระดับเขต จะพบอันดับความนิยมของพรรคแตกต่างจากคะแนนสส.เขต โดยพรรคประชาชนได้อันดับหนึ่งใน 214 เขต พรรคเพื่อไทยกวาดอันดับหนึ่งใน 70 เขต ส่วนพรรคภูมิใจไทยที่เป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ชนะที่หนึ่งใน 56 เขตเท่านั้น</p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>พรรค</strong></td><td><strong>จำนวนเขตที่ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์สูงสุด</strong></td></tr><tr><td>ประชาชน</td><td>215</td></tr><tr><td>เพื่อไทย</td><td>71</td></tr><tr><td>ภูมิใจไทย</td><td>56</td></tr><tr><td>ประชาธิปัตย์</td><td>43</td></tr><tr><td>ประชาชาติ</td><td>9</td></tr><tr><td>กล้าธรรม</td><td>3</td></tr><tr><td>ไทรวมพลัง</td><td>2</td></tr><tr><td>พลังประชารัฐ</td><td>1</td></tr></tbody></table></figure>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ:<br>1. อ้างอิงข้อมูลจากไฟล์ สส.6/1(บช) ของ กกต. ซึ่งยังขาดข้อมูล 3 เขต คือ กรุงเทพมหานคร เขต 15 ลพบุรี เขต 6 และ อุดรธานี เขต 3</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. ข้อมูล 3 เขต คือ กรุงเทพมหานคร เขต 15 ลพบุรี เขต 4 และ อุดรธานี เขต 6 อ้างอิงจากข้อมูล 94% จากระบบ ECT Report</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคประชาชน ได้อันดับ 1 ใน 215 เขต&nbsp;</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">พรรคประชาชนครองที่หนึ่งในเกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้และอีสานตอนบน/ล่าง ที่เป็นฐานเดิมของประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และเพื่อไทย ตามลำดับ ในหลายพื้นที่ได้คะแนนสูงสุดทุกเขตทั้งจังหวัด เช่น กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง น่าน นครปฐม ราชบุรี สระบุรี ภูเก็ต&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคเพื่อไทย ได้อันดับ 1 ใน 71 เขต</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">พรรคเพื่อไทยสามารถกวาดพื้นที่ภาคอีสานตอนบนและตอนกลางเป็นหลัก เช่น ร้อยเอ็ด (7 เขต) สกลนคร (6 เขต) ขอนแก่น (8 เขต) กาฬสินธุ์ (4 เขต) มหาสารคาม (5 เขต) ยโสธร (3 เขต) อุดรธานี (9 เขต) นครพนม (3 เขต) และอื่นๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคภูมิใจไทย ได้อันดับ 1 ใน 56 เขต</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนใหญ่พรรคภูมิใจไทยสามารถกวาดภาคอีสานตอนล่างและภาคกลางตะวันตก โดยมีคะแนนโดดเด่นที่ บุรีรัมย์ (ครบทุก 10 เขต) สุรินทร์ (8 เขต) สุพรรณบุรี (5 เขต) เพชรบูรณ์ (4 เขต)&nbsp; เพชรบุรี (3 เขต) อุทัยธานี (2 เขต) อ่างทอง (2 เขต) สุโขทัย (1 เขต) แพร่ (1 เขต) และอื่นๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคประชาธิปัตย์ ได้อันดับ 1 ใน 43 เขต</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การกลับมาของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ สามารถได้ที่นั่งจากคะแนนสส.บัญชีรายชื่อในพื้นที่ภาคใต้ส่วนมาก ได้แก่ นครศรีธรรมราช (ครบ 9 เขต) สงขลา (9 เขต) ตรัง (4 เขต) สุราษฎร์ธานี (7 เขต) ชุมพร (3 เขต) กระบี่ (3 เขต) พัทลุง (3 เขต) พังงา (2 เขต) สตูล (2 เขต) ประจวบคีรีขันธ์ (1 เขต)</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคกล้าธรรม ได้อันดับ 1 ใน 3 เขต</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">พรรคกล้าธรรม กวาดทุกเขตในจังหวัดพะเยา ซึ่งมีทั้งหมด 3 เขตได้&nbsp;&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ประชาชน สูสีกับ ภูมิใจไทย และ/หรือ เพื่อไทย (ห่างกันไม่เกิน 15%) ทั้งหมด 88 เขต</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเขตที่มีคะแนนสูสี หรือทิ้งห่างกันไม่เกิน 15% มีทั้งหมด 88 เขต โดยเขตที่น่าจับตามอง ได้แก่&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ขอนแก่น เขต 11: ประชาชน 18,652 vs ภูมิใจไทย 20,024 vs เพื่อไทย 19,952</li>



<li>ชัยภูมิ เขต 6: ประชาชน 19,853 vs ภูมิใจไทย 19,069 vs เพื่อไทย 21,029</li>



<li>นครราชสีมา เขต 5: ประชาชน 22,017 vs ภูมิใจไทย 22,285 vs เพื่อไทย 18,807</li>



<li>บึงกาฬ เขต 3: ประชาชน 17,980 vs ภูมิใจไทย 15,705 vs เพื่อไทย 20,137</li>



<li>อำนาจเจริญ เขต 2: ประชาชน 22,514 vs ภูมิใจไทย 23,395 vs เพื่อไทย 21,698</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งในหนึ่งเขต คือ สระแก้ว เขต 2 โดยเป็นเขตที่คะแนนสูสีมาก กล่าวคือ พรรคพลังประชารัฐได้ 22,924 คะแนน พรรค ประชาชน 22,827 คะแนน เหตุผลสำคัญอาจเพราะเป็นพื้นที่ของ &#8220;บ้านใหญ่&#8221; โดยสระแก้วเป็นพื้นที่ตระกูลเทียนทองที่มีทั้ง สส.แบบแบ่งเขตอย่างน้อย 2 คน และ นายกอบจ. ติดต่อกันมายาวนาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนพรรคไทรวมพลัง ก็สามารถชนะคะแนนใน 2 เขตของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ เขต 9 และ 10 ทั้งนี้ พรรคไทรวมพลัง หนึ่งในเครือข่ายตระกูลหวังศุภกิจโกศล เจ้าของธุรกิจโรงแป้งในภาคอีสาน ที่ กังฟู-วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรค เป็นเครือญาติกับ ยลดา หวังศุภกิจโกศล และจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่ลงสมัคร สส.ปี 2569 ในจังหวัดนี้ ตระกูลหวังศุภกิจโกศลมีธุรกิจหลายอย่างในจังหวัดอุบลราชธานี อาทิ บริษัทเอี่ยมอุบลอุตสาหกรรม จำกัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ขอบคุณคุณ ณัฐ เหลืองนฤมิตชัย และสฤณี อาชวานันทกุล ที่ช่วยจัดการเรียบเรียงตัวเลขผลการเลือกตั้งจาก 397 เขต</li>



<li>งานชิ้นนี้ อ้างอิงคะแนน สส.6/1 จาก<a href="https://drive.google.com/drive/folders/1elYwd_ATWpm8q_ZxoxKcXO1TaVF7MElj">ฐานข้อมูลภาพ pdf </a>อัปโหลดโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งยังขาดข้อมูล 3 เขต คือ กรุงเทพมหานคร เขต 15 ลพบุรี เขต 6 และ อุดรธานี เขต 3</li>



<li>งานชิ้นนี้แก้ไขข้อมูลเมื่อ 5 มีนาคม 2569 เวลา 13.45 น. หลังพบว่า ไฟล์ 6/1(บช) ของลพบุรีเขต 4 ของคณะกรรมการเลือกตั้งมีข้อมูลผิดพลาด โดยเป็นข้อมูลของลพบุรี เขต 1 ดังนั้น สำหรับคะแนนดิบทั้งประเทศ (ตารางที่ 1) จึงแสดงที่ 397 เขตเลือกตั้ง และสำหรับลำดับผู้ชนะในแต่ละเขต (ตารางที่ 2) จึงอ้างอิงจากข้อมูล 94% จากระบบ ECT Report เฉพาะข้อมูลของเขต คือ กรุงเทพมหานคร เขต 15 ลพบุรี เขต 4 และ อุดรธานี เขต 6</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-6/">https://rocketmedialab.co/database-election-69-6/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-24/">คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง 69</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>#เลือกตั้ง69 สส.เขต 24 คน ที่เป็น สส. 4 สมัย [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-election-69-5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Mar 2026 12:11:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7052</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621; &#3626;&#362 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-5/">#เลือกตั้ง69 สส.เขต 24 คน ที่เป็น สส. 4 สมัย [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูล สส.แบ่งเขต 24 คน ที่เป็น สส. 4 สมัย จากทั้งหมด 7 สมัยขึ้นไป</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQno0Zoi0T-zSQ3WGn7Zy_leOsDgcfZAOCsaOR2a9mdnbw2k9aqPA77K0b08mLbPtE2rE_kmqOxBiDp/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ: นับเฉพาะผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตในปี 2544, 2548, 2550, 2554, 2562, 2566 และ 2569 โดยไม่นับการเลือกตั้งซ่อม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลด <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1IMEwctM1F4cawFhSur-m9Dkrqvq_uAJL7qQGYtTxtJ8/edit?usp=sharing">ที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-23/">#เลือกตั้ง69 มีสส. แบ่งเขต 24 คน เป็น สส. 4 สมัยขึ้นไป เกือบทั้งหมดมาจากตระกูล ‘บ้านใหญ่’</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-5/">#เลือกตั้ง69 สส.เขต 24 คน ที่เป็น สส. 4 สมัย [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>#เลือกตั้ง69 มี สส. แบ่งเขต 24 คน เป็น สส. 4 สมัยขึ้นไป เกือบทั้งหมดมาจากตระกูล ‘บ้านใหญ่’ </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/election-69-23/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Mar 2026 12:03:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7044</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3585;&#3623;&#3656;&#3634; 25 &#3611;&#3637;&#3609;&# [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-23/">#เลือกตั้ง69 มี สส. แบ่งเขต 24 คน เป็น สส. 4 สมัยขึ้นไป เกือบทั้งหมดมาจากตระกูล ‘บ้านใหญ่’ </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ในจำนวน สส.แบบแบ่งเขตทั้งหมด 400 คน มี สส. 24 คนที่ได้รับเลือกตั้งติดต่อกันมาแล้วเกินครึ่ง หรือมากกว่า 4 ครั้ง จากทั้งหมด 7 ครั้ง หรือชนะเลือกตั้งปี 2554, 2562, 2566 และ 2569&nbsp;</li>



<li>ตรีนุช เทียนทอง และโสภณ ซารัมย์ เป็น 2 สส. ที่ได้รับเลือกทุกครั้งตั้งแต่ปี 2544 ถึง 2569&nbsp;</li>



<li>ในจำนวน สส. ที่ได้รับเลือกตั้งติดต่อกันมาแล้วเกินครึ่ง หรือมากกว่า 4 ครั้ง เกือบทุกคนมีสมาชิกครอบครัวเป็นหรือเคยเป็นนักการเมืองระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น&nbsp;</li>



<li>จาก สส. ทั้งหมด 24 คนที่ได้รับเลือกตั้งติดต่อกันมาแล้วเกินครึ่ง หรือมากกว่า 4 ครั้ง จากทั้งหมด 7 ครั้ง มี 17 คน ที่มีเครือญาติเป็นทั้งนักการเมืองระดับชาติและนักการเมืองท้องถิ่น ส่วนที่เหลือคือมีเครือญาติเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง และมีเพียง 1 คน คือ มนพร เจริญศรี สส.นครพนม ที่ไม่พบว่าเครือญาติเป็นนักการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่น</li>



<li>ในจำนวนนี้ มี 10 คน 9 ตระกูลที่มีเครือญาติตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป เป็นหรือเคยเป็นนักการเมืองระดับชาติ อาทิ ตระกูลทองศรี มีรุ่งโรจน์ ทองศรี ซึ่งพี่ชาย 2 คนเป็นสส. เพิ่มพูน (สส.บัญชีรายชื่อ ปี 2550) และทรงศักดิ์ (สส.บุรีรัมย์&nbsp; ปี 2544, 2548 และ 2550 สส.บัญชีรายชื่อ ปี 2562, 2566 ภูมิใจไทย) ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่วนพรเพิ่ม ทองศรี พี่ชายอีกคนหนึ่งเป็น สว.ปี 2567 ยังมีแว่นฟ้า ทองศรี พี่สะใภ้ (ภรรยาของทรงศักดิ์) เป็นอดีตผู้สมัคร สส.จังหวัดบึงกาฬ ปี 2554 และ 2562 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง รวมถึงสยาม เพ็งทอง หลานเขย (ลูกเขยของทรงศักดิ์) เป็น สส.ปี 2566 และปี 2569 จังหวัดบึงกาฬ ขณะที่จักรกฤษณ์ ทองศรี ที่เป็นสส. ปี 2569 เป็นลูกของเพิ่มพูน หลานของรุ่งโรจน์ และทรงศักดิ์&nbsp;</li>



<li>87.5% จาก สส. ทั้งหมด 24 คน มีเครือญาติเป็นหรือเคยเป็นนักการเมืองระดับท้องถิ่น เมื่อพิจารณาเฉพาะ ตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พบว่า มี 10 คนที่มีเครือญาติเคยเป็นหรือเป็นนายกอบจ.</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">กว่า 25 ปีนับตั้งแต่ปี 2544 จนถึง 2569 หากไม่นับการเลือกตั้งปี 2549 ที่ถูกทำให้เป็นโมฆะ และการเลือกตั้งปี 2557 ที่มีการขัดขวางการเลือกตั้งของกลุ่มกปปส. และศาลร้ฐธรรมนูญตัดสินว่า เลือกตั้งครั้งนี้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไทยมีเลือกตั้งมาแล้ว 7 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อวิเคราะห์ว่า สส. แบบแบ่งเขตที่ได้รับเลือกตั้งในปี 2569 คนไหนที่ชนะการเลือกตั้งติดต่อกันมายาวนานที่สุดจากฐานข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ตั้งแต่ปี 2544 -2569 ของ Rocket Media Lab พบว่า ผู้ที่สามารถคว้าชัยชนะได้ยาวนาน มักเป็นตระกูลการเมืองที่มีเครือข่ายการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่น หรือที่เรียกกันว่า ‘บ้านใหญ่’ ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในจำนวน สส. แบบแบ่งเขตทั้งหมด 400 คน มี สส. 24 คนที่ได้รับเลือกตั้งมากกว่า 4 ครั้ง จากทั้งหมด 7 ครั้ง หรือชนะเลือกตั้งปี 2554, 2562, 2566 และ 2569 อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 58.54 ปี อายุน้อยที่สุด 45 ปี อายุมากที่สุด 80 ปี ในจำนวนนี้มี 10 คน ที่ชนะเลือกตั้งมากกว่า 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2550 และมี 2 คนที่เป็น สส. 7 สมัย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/24MP-69-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7063" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/24MP-69-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/24MP-69-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/24MP-69-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/24MP-69.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">สส.ที่ได้รับเลือกตั้งติดต่อกัน 4 สมัยขึ้นไปเป็นใคร อยู่พรรคไหน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">แชมป์ตลอดกาลที่ลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วชนะการเลือกตั้งมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2544 ที่ลงสมัคร 7 ครั้ง ได้รับเลือก 7 ครั้ง ก็คือ ตรีนุช เทียนทอง อายุ 53 ปี พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดสระแก้ว และโสภณ ซารัมย์ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ อายุ 70 ปี ทั้งคู่มีประวัติย้ายพรรค โดยตรีนุชเคยเป็น สส.พรรคไทยรักไทยในปี 2544 และ 2548 ก่อนจะย้ายมาอยู่พรรคประชาราช ที่ก่อตั้งโดยเสนาะ เทียนทอง ผู้เป็นลุง จากนั้นก็ย้ายกลับเข้าพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งปี 2554 แต่ต่อมาลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปี 2569 ส่วนโสภณ ลงเลือกตั้งในนามพรรคชาติไทยในปี 2544 ก่อนที่จะย้ายมาอยู่พรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งปี 2548 และพรรคพลังประชาชนในปี 2550 จนกระทั่งปี 2554 โสภณซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิก ‘กลุ่มเพื่อนเนวิน’ ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคใหม่ที่ก่อตั้งหลังจากศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน มาจนถึงปัจจุบัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งติดต่อกัน 5 สมัย หรือระยะเวลายาวนานเกือบ 20 ปี ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปี 2569 มี 8 คน โดย 6 คนมาจากพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ ชาดา ไทยเศรษฐ์ จังหวัดอุทัยธานี, พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล จังหวัดนครศรีธรรมราช, ภราดร ปริศนานันทกุล จังหวัดอ่างทอง, รุ่งโรจน์ ทองศรี จังหวัดบุรีรัมย์, วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ จังหวัดเพชรบูรณ์ และสนอง เทพอักษรณรงค์ จังหวัดบุรีรัมย์ อีก 2 คนจากพรรคเพื่อไทย คือ จิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ จังหวัดมหาสารคาม และวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ จังหวัดอุบลราชธานี ขณะที่สส. จากพรรคภูมิใจไทยมีการย้ายพรรคอย่างน้อย 1 ครั้ง ส่วน สส. จากพรรคเพื่อไทยทั้งสองคนสังกัดพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชาชนมาตลอดตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2550</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วน สส. อีก 14 คนที่ได้รับเลือกตั้งติดต่อกัน 4 สมัย ตั้งแต่ปี 2554 ถึง 2569 ประกอบด้วย สส. เพื่อไทย 5 คน&nbsp; กล้าธรรม 5 คน และภูมิใจไทย 4 คน โดยมีผู้ที่เคยได้รับเลือกตั้งซ่อม จากการเลือกตั้งในปี 2550 มาแล้ว 4 คน คือ จักรกฤษณ์ ทองศรี จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย, มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช จังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย, อำนาจ วิลาวัลย์ พรรคภูมิใจไทย และองอาจ วงษ์ประยูร จังหวัดสระบุรี พรรคกล้าธรรม น่าสังเกตว่า จากสส.พรรคเพื่อไทยปี 2569 จำนวน 5 คน พบว่า 4 ใน 5 คน ไม่เคยย้ายพรรคเลยตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา คือ เทียบจุฑา ขาวขำ จังหวัดอุดรธานี, นพพล เหลืองทองนารา จังหวัดพิษณุโลก, พัฒนา สัพโส จังหวัดสกลนคร, และมนพร เจริญศรี จังหวัดนครพนม ด้านโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย จังหวัดชัยภูมิ เคยเป็น สส. ภูมิใจไทยในปี 2554 ก่อนที่จะย้ายมาเพื่อไทยตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 เป็นการย้ายพรรคครั้งเดียว ในทำนองเดียวกันกับ สรชัด สุจิตต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ที่การเลือกตั้ง 3 ครั้งก่อนหน้านี้อยู่พรรคชาติไทยพัฒนาโดยปัจจุบันย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งปี 2569 ส่วน สส. อีก 4 คนจากพรรคกล้าธรรม บุญยิ่ง นิติกาญจนา จังหวัดราชบุรี, ไผ่ ลิกค์ จังหวัดกำแพงเพชร, สินธพ แก้วพิจิตร จังหวัดนครปฐม และสุรินทร์ ปาลาเร่ จังหวัดสงขลา ย้ายพรรคมาแล้วมากกว่า 2 ครั้งดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สินธพ แก้วพิจิตร&nbsp; 4 พรรค ปี 2554 สส.ชาติไทยพัฒนา, ปี 2562 สส.ประชาธิปัตย์, ปี 2566 สส.รวมไทยสร้างชาติ และปี 2569 สส.กล้าธรรม</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไผ่ ลิกค์&nbsp; 3 พรรค ปี 2550 เป็นผู้สมัครที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชน, ปี 2554 สส.เพื่อไทย, ปี 2562 และ 2566 สส.พลังประชารัฐ และปี 2569 สส.กล้าธรรม</li>



<li>สุรินทร์ ปาลาเร่ 3 พรรค ปี 2550 เป็นผู้สมัครที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง เพื่อแผ่นดิน ปี 2554, 2562 และ 2566 สส.ประชาธิปัตย์ และปี 2569 สส.กล้าธรรม</li>



<li>บุญยิ่ง นิติกาญจนา 3 พรรค ปี 2554 สส.ภูมิใจไทย, ปี 2562 และ 2566 สส.พลังประชารัฐ และปี 2569 สส.กล้าธรรม</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">79.16% ของ 24 คน มีเครือญาติเป็น สส. และรัฐมนตรี</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จาก สส.ทั้งหมด 24 คนที่ได้รับเลือกตั้งมากกว่า 4 ครั้ง จากทั้งหมด 7 ครั้ง หรือชนะเลือกตั้งปี 2554, 2562, 2566 และ 2569 พบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">มี 17 คน ที่มีเครือญาติเป็นทั้งนักการเมืองระดับชาติและนักการเมืองท้องถิ่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">มี 2 คน ที่มีเครือญาติเป็นนักการเมืองระดับชาติ แต่ไม่มีเครือญาติเป็นนักการเมืองท้องถิ่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">มี 4 คน ที่ไม่มีเครือญาติเป็นนักการเมืองระดับชาติ แต่มีเครือญาติเป็นนักการเมืองท้องถิ่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">มี 1 คน ที่ไม่มีเครือญาติเป็นนักการเมืองระดับชาติและนักการเมืองระดับท้องถิ่น คือ มนพร เจริญศรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">จาก สส. ทั้งหมด 24 คน เมื่อสำรวจว่า ใครมีสมาชิกครอบครัวหรือเครือญาติเป็นหรือเคยเป็นนักการเมืองระดับชาติบ้าง ปรากฏว่า มี 19 คนที่เป็นเครือญาติกับนักการเมืองระดับชาติ คิดเป็น 79.16% มีเพียง 5 คน ที่สืบค้นไม่พบ ได้แก่ นพพล เหลืองทองนารา, มนพร เจริญศรี และ สนอง เทพอักษรณรงค์, สรชัด สุจิตต์, สุรินทร์ ปาลาเร่ ทั้งนี้มี 2 คนที่เป็นเครือญาติกัน คือ รุ่งโรจน์ ทองศรี และจักรกฤษณ์ ทองศรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ที่มีเครือญาติเป็นหรือเคยเป็นนักการเมืองระดับชาติจำนวนมากที่สุดคือ ตรีนุช เทียนทอง โดยที่สมาชิกใกล้ชิดที่สุดในครอบครัว ได้แก่ แม่ (ขวัญเรือน เทียนทอง) สส.ปี 2566&nbsp; พี่ชาย (ฐานิสร์ เทียนทอง) สส. ปี 2544, 2548, 2550, 2554, 2562 ซึ่งเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และน้องชาย (บดี เทียนทอง) เป็น สส.ปี 2569 ทั้งเป็น สส.แบบแบ่งเขต จังหวัดสระแก้ว ตรีนุชยังมีญาติฝ่ายพ่อที่เป็นนักการเมืองระดับชาติด้วย ไม่ว่าจะเป็นลุง (เสนาะ และวิทยา เทียนทอง) ลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเป็นลูกของพี่ของพ่อตนเอง (พิเชษฐ์) ได้แก่ สุรเกียรติ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ปี 2566, สรวงศ์ สส.สระแก้ว ปี 2566, สุรชาติ เทียนทอง สส.สระแก้วปี 2554 และสนธิเดช อดีตผู้สมัคร สส. แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากตรีนุชแล้ว อีก 10 คน 9 ตระกูลที่มีเครือญาติตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป เป็นหรือเคยเป็นนักการเมืองระดับชาติ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รุ่งโรจน์ ทองศรี&nbsp; มี
<ul class="wp-block-list">
<li>พี่ชาย 2 คนเป็นสส. เพิ่มพูน (สส.บัญชีรายชื่อ ปี 2550) และทรงศักดิ์ (สส.บุรีรัมย์&nbsp; ปี 2544, 2548 และ 2550 สส.บัญชีรายชื่อ ปี 2562, 2566 ภูมิใจไทย) ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่วน พรเพิ่ม ทองศรี พี่ชายอีกคนหนึ่งเป็น สว.ปี 2567</li>



<li>แว่นฟ้า ทองศรี พี่สะใภ้ (ภรรยาของทรงศักดิ์) เป็นอดีตผู้สมัคร สส.จังหวัดบึงกาฬ ปี 2554 และ 2562 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง</li>



<li>สยาม เพ็งทอง หลานเขย (ลูกเขยของทรงศักดิ์) เป็น สส.ปี 2566 และปี 2569 จังหวัดบึงกาฬ</li>
</ul>
</li>



<li>จักรกฤษณ์ ทองศรี เป็นลูกของเพิ่มพูน หลานของรุ่งโรจน์ และทรงศักดิ์&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ชาดา ไทยเศรษฐ์ มีน้องสาว (มนัญญา) เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ลูกสาว (ซาบีดา) เป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม หลาน 2 คน ได้แก่ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ลูกของมนัญญา เป็น สส.ปี 2562, 2566 และ 2569 จังหวัดอุทัยธานี และชานนท์ ไทยเศรษฐ์ ลูกของน้องชาย (ชานนท์) สส.ปี 2569 จังหวดนครสวรรค์</li>



<li>ภราดร ปริศนานันทกุล มีพ่อ (สมศักดิ์) สส. ปี 2544, 2548 และ 2550 และน้องชาย 2 คน ได้แก่ กรวีร์&nbsp; สส.ปี 2554, 2562, 2566 และ 2569 และ ภคิน สส.จากการเลือกตั้งซ่อมในปี 2550</li>



<li>วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ มีสามี (สันติ) สส.เพชรบูรณ์ ปี 2538 และ 2539 สส.บัญชีรายชื่อ ปี 2548, 2550, 2554, 2562 และอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย และลูกชาย (พัฒนา) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</li>



<li>เทียบจุฑา ขาวขำ มีสามี (วิเชียร) เป็น สส.อุดรธานี ปี 2531, 2535, 2538, 2550 และ 2554 และมีลูกชาย (วัชระพล) สส.ปี 2566 และปี 2569</li>



<li>องอาจ วงษ์ประยูร มีพ่อ (บัญญัติ) วงษ์ประยูร สส. และมีน้องชาย (อรรถพล) สส.ปี 2554, 2566 และ 2569</li>



<li>โสภณ ซารัมย์ มี พี่ชาย (สมบูรณ์) สส.ปี 2562 และหลาน (ศักดิ์) สส.ปี 2566 และปี 2569</li>



<li>มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช มีพ่อ (กมล) เป็น สส.ปี 2526, 2529, 2531, 2535, 2538, 2539, 2544 และ 2550 และหลานสะใภ้ (กาญจนาพร) สส.ปี 2569 ซึ่งเป็นลูกของ เกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สส.ลพบุรี ปี 2554 และ 2562</li>



<li>อำนาจ วิลาวัลย์ มีเครือญาติที่ไม่ใช่ครอบครัวใกล้ชิดเป็นนักการเมืองระดับชาติ คือ สุนทร วิลาวัลย์ สส.ปี 2526, 2544 และ ปี 2550 และกนกวรรณ วิลาวัลย์ สส. ปี 2548 และ 2562 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">มี 8 คน ที่มีเครือญาติ 1 คน เป็นหรือเคยเป็นนักการเมืองระดับชาติ ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>จิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ มีพ่อ (ประยุทธ์)&nbsp; สส.ปี 2550 และ 2566</li>



<li>พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล มีพ่อ (มาโนชญ์) สส. ปี 2522, 2526, 2529, 2531, 2535, 2538, 2539, 2544 และ 2548</li>



<li>วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ มีพ่อ (เกรียง) สส.ปี 2538, 2539, 2544, 2548 และ 2566</li>



<li>บุญยิ่ง นิติกาญจนา มีสามี (วิวัฒน์) สส. ปี 2544 และ 2548</li>



<li>ไผ่ ลิกค์ มีพ่อ (เรืองวิทย์) สส. ปี 2526, 2529, 2531, 2535, 2538, 2539, 2544 และ 2548 และเป็นอดีตรัฐมนตรี</li>



<li>พัฒนา สัพโส มีลูก (จิรัชยา) สส. ปี 2566 และ ปี 2569</li>



<li>สินธพ แก้วพิจิตร มีพี่ชาย (สมพัฒน์) สส.ปี 2548 และปี 2550 และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</li>



<li>โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย พี่ชาย (บัณฑูรย์) สส.ปี 2550</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading">87.5% มีเครือญาติเป็นนักการเมืองท้องถิ่น</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จาก สส. ทั้งหมด 24 คน ที่ได้รับเลือกตั้งมากกว่า 4 ครั้ง จากทั้งหมด 7 ครั้ง หรือชนะเลือกตั้งปี 2554, 2562, 2566 และ 2569 เมื่อสำรวจว่า ใครมีเครือญาติเป็นหรือเคยเป็นนักการเมืองระดับท้องถิ่นบ้าง มี 21 คนเป็นเครือญาติกับนักการเมืองระดับท้องถิ่น คิดเป็น 87.5% มีเพียง 3 คน ที่สืบค้นไม่พบ ได้แก่ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล, วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์, มนพร เจริญศรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเฉพาะ ตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พบว่า มี 10 คนที่มีเครือญาติเคยเป็นหรือเป็นนายกอบจ. ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ตรีนุช เทียนทอง มีแม่ (ขวัญเรือน) และ พี่ชาย (ฐานิสร์) นายก อบจ.สระแก้ว</li>



<li>รุ่งโรจน์ ทองศรี มีพี่ชาย (ทรงศักดิ์) และ พี่สะใภ้ (แว่นฟ้า) นายก อบจ.บึงกาฬ</li>



<li>วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ มีอา (กานต์) นายก อบจ. อุบลราชธานี</li>



<li>จักรกฤษณ์ ทองศรี มีอา (ทรงศักดิ์) และ อาสะใภ้ (แว่นฟ้า) นายก อบจ.บึงกาฬ</li>



<li>เทียบจุฑา ขาวขำ มีสามี (วิเชียร) นายก อบจ.อุดรธานี</li>



<li>บุญยิ่ง นิติกาญจนา มีสามี (วิวัฒน์) นายก อบจ. กาญจนบุรี</li>



<li>พัฒนา สัพโส มีภรรยา (นฤมล) นายก อบจ.สกลนคร</li>



<li>มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช มีพี่ชาย (สุบรรณ) และพี่สะใภ้ (อรพิน) นายก อบจ.ลพบุรี</li>



<li>อำนาจ วิลาวัลย์ มีเครือญาติ (สุนทรและบังอร วิลาวัลย์) นายก อบจ.ปราจีนบุรี</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากตำแหน่งนายก อบจ.แล้ว ใน 9 คนนี้ ยังมีเครือญาติเคยเป็นหรือเป็นนักการเมืองท้องถิ่นตำแหน่งอื่นๆ ด้วย ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รุ่งโรจน์-จักรกฤษณ์ ทองศรี ที่มีเครือญาติคือ เสริมศักดิ์ ทองศรี รองนายก อบจ.บุรีรัมย์ พูนศักดิ์ ทองศรี สจ.บุรีรัมย์</li>



<li>วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ มีแม่ (รจนา) และภรรยา (พิศทยา ไชยสงคราม) นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี</li>



<li>บุญยิ่ง นิติกาญจนา มีลูกชาย (ธนวัชร) เป็นรองนายกอบจ. ราชบุรี</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">อีก 12 คนที่มีเครือญาติเคยเป็นหรือเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในตำแหน่งอื่นๆ ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>โสภณ ซารัมย์ ภรรยา (อารีญาภรณ์) นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลลำปลายมาศ, ลูกชาย (อาณัตพณ)&nbsp; สจ.บุรีรัมย์,</li>



<li>จิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ พ่อ (ประยุทธ์) สจ.มหาสารคาม</li>



<li>ชาดา ไทยเศรษฐ์ น้องสาว (มนัญญา) นายกเทศมนตรีเมือง อุทัยธานี</li>



<li>ภราดร ปริศนานันทกุล พ่อ (สมศักดิ์) สจ.อ่างทอง</li>



<li>สนอง เทพอักษรณรงค์ ลูกชาย (วิทูรย์) สจ.บุรีรัมย์</li>



<li>นพพล เหลืองทองนารา น้องสาว (กมลชนก) สจ.พิษณุโลก&nbsp;</li>



<li>ไผ่ ลิกค์ พ่อ (เรืองวิทย์) สจ.กำแพงเพชร</li>



<li>สรชัด สุจิตต์ ภรรยา (วิภากร) ที่ปรึกษานายกอบจ.สุพรรณบุรี</li>



<li>สินธพ แก้วพิจิตร พ่อ (สุนทร) ประธานสภาเทศบาลนครนครปฐม น้องชาย (เสรินทร์) นายกเทศมนตรีนครนครปฐม หลาน (ณัทกร) รองประธานสภาเทศบาลนครนครปฐม</li>



<li>สุรินทร์ ปาลาเร่ ลูกสาว (ปรินดา) รองนายก อบจ. สงขลา</li>



<li>องอาจ วงษ์ประยูร ภรรยา (ปิยะดา) ปิยะดา วงษ์ประยูร ประธานสภา อบจ สระบุรี, น้องชาย (อรรถพล) รองนายก อบจ. สระบุรี&nbsp;</li>



<li>โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย พี่ชาย (บัณฑูรย์) สจ.ชัยภูมิ และพี่ชายอีกคน (บรรยงค์) นายกเทศมนตรีเมืองชัยภูมิ</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่า สส. ที่ได้รับเลือกตั้งติดต่อกันมายาวนาน หากไม่นับมนพร เจริญศรี ล้วนแต่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นนักการเมืองในระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เพียงการสืบทอดทายาททางการเมืองภายในครอบครัว อาทิ จาก พ่อ-แม่สู่ลูก, สามีสู่ภรรยา ยังมีการขยายเครือญาติที่ห่างออกไปอีกหลายชั้น ดังเช่น กรณีของตระกูลเทียนทอง ตระกูลทองศรี ตระกูลไทยเศรษฐ์ที่มีการขยับขยายทั้งจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่เข้าสู่แวดวงการเมืองอย่างน้อย 3 รุ่นและรูปแบบของการเมืองหลายระดับ ทั้ง อบจ. เทศบาล</p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ: นับเฉพาะผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตในปี 2544, 2548, 2550, 2554, 2562, 2566 และ 2569 โดยไม่นับการเลือกตั้งซ่อม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-5">https://rocketmedialab.co/database-election-69-5</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-23/">#เลือกตั้ง69 มี สส. แบ่งเขต 24 คน เป็น สส. 4 สมัยขึ้นไป เกือบทั้งหมดมาจากตระกูล ‘บ้านใหญ่’ </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านใหญ่ 190 ตระกูลที่ลงเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ประสบความสำเร็จแค่ไหนใน #เลือกตั้ง69</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/election-69-22/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 11:24:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7025</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3591;&#3634;&#3609; &#8220;&#364 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-22/">บ้านใหญ่ 190 ตระกูลที่ลงเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ประสบความสำเร็จแค่ไหนใน #เลือกตั้ง69</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>เมื่อนำตระกูลบ้านใหญ่ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ทั้ง 190 ตระกูล มาพิจารณาประกอบผลการเลือกตั้ง โดยอิงผลการเลือกตั้ง 94% จาก กกต. ณ วันที่ 10 ก.พ. 2569 จะพบว่า ในจำนวน 190 ตระกูลนั้นได้รับการเลือกตั้งถึง 112 ตระกูลด้วยกัน หรือคิดเป็น 58.95% </li>



<li>ภาคกลางมีอัตราการชนะสูงสุด 51 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 33 ตระกูล คิดเป็น 64.71% ซึ่งหากพิจารณาจำนวนบ้านใหญ่ลงสมัครรับเลือกตั้งและจำนวน สส. แบบแบ่งเขตในภาคกลางว่าพรรคใดได้มากที่สุดจะพบว่าพรรคภูมิใจไทยมีตระกูลบ้านใหญ่มากที่สุดกว่าทุกพรรคในภาคกลาง และพรรคภูมิใจไทยก็ได้ สส. มากที่สุดกว่าพรรคอื่นๆ ในพื้นที่ภาคกลางอีกด้วย</li>



<li> ตระกูลบ้านใหญ่ 190 ตระกูล ในการเลือกตั้งปี 2569 มีบ้านใหญ่ย้ายพรรค 85 ตระกูล แต่ได้รับการเลือกตั้งเพียง 46 ตระกูล เท่านั้น ซึ่งคิดเป็น 54.12% หากไม่นับพรรคไทรวมพลัง ที่มีอัตราการชนะ 100% จากตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายเข้ามาแล้วได้รับการเลือกตั้ง ซึ่งมีเพียง 1 ตระกูลนั้น จะพบว่าตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายมาพรรคภูมิใจไทยยังคงได้รับการเลือกตั้งเข้ามาในอัตรการชนะสูงมาก จากตระกูลที่ย้ายพรรคมา 39 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 29 ตระกูล หรือคิดเป็น 74.36%</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากงาน <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-2/">“เลือกตั้ง’69 : ตระกูล ‘บ้านใหญ่’ ย้ายไปอยู่พรรคไหนบ้าง”</a> โดย Rocket Media Lab ที่สำรวจตระกูลการเมืองที่ถือว่าเป็น ‘บ้านใหญ่’ ในการเลือกตั้งปี 2569 ซึ่งมีจำนวน 215 ตระกูล (จาก 225 เขต เนื่องจากบางตระกูลลงคนละพรรค) ใน 10 พรรคการเมือง จากนั้นเมื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาตรวจสอบกับการลงสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตจะพบว่า มีตระกูลบ้านใหญ่ที่ลงสมัคครับเลือกตั้งเพียง 190 ตระกูล เนื่องจากมีบางตระกูลที่เคยลงสมัคร สส. แบบแบ่งเขตย้ายไปลงแบบัญชีรายชื่อ เช่น ตระกูลอมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย ที่จ. เชียงใหม่ หรือตระกูลหลีนวรัตน์ พรรคภูมิใจไทย ที่จ.ปทุมธานี หรือให้การสนับสนุนแต่ไม่ได้ลงสมัครเอง เช่น ตระกูลพันธ์เจริญวรกุล พรรคภูมิใจไทย ที่จ.พระนครศรีอยุธยา หรือตระกูลบูรณุปกรณ์ พรรคประชาชน ที่จ.เชียงใหม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">[ตระกูลบ้านใหญ่ หมายถึงตระกูลนักการเมืองที่มีอิทธิพลสูงในท้องถิ่น มีเครือญาติความสัมพันธ์หรือเป็นที่รู้จักกว้างขวางในชุมชน และอาจมีอำนาจการเมืองในระดับท้องถิ่นด้วย โดยในการจัดทำข้อมูลนี้ ใช้หลักเกณ์การสังกัดพรรคการเมืองจากการเลือกตั้งปี 2566 และการเลือกตั้งปี 2569 ดังนั้น ในกรณีของพรรคกล้าธรรมเกือบทั้งหมด จึงเป็นการย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ]</p>



<h3 class="wp-block-heading">ใน 190 ตระกูลบ้านใหญ่ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนใน #เลือกตั้ง69&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำตระกูลบ้านใหญ่ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ทั้ง 190 ตระกูล มาพิจารณาประกอบผลการเลือกตั้ง โดยอิงผลการเลือกตั้ง 94% จาก กกต. ณ วันที่ 10 ก.พ. 2569 จะพบว่า ในจำนวน 190 ตระกูลนั้นได้รับการเลือกตั้งถึง 112 ตระกูลด้วยกัน หรือคิดเป็น 58.95% และแบ่งเป็นรายภาคได้ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภาคเหนือ จาก 18 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 9 ตระกูล คิดเป็น 50%</li>



<li>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จาก 65 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 37 ตระกูล คิดเป็น 56.92%</li>



<li>ภาคกลาง จาก 51 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 33 ตระกูล คิดเป็น 64.71%</li>



<li>ภาคตะวันตก จาก 11 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 7 ตระกูล คิดเป็น 63.64%</li>



<li>ภาคตะวันออก จาก 14 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 8 ตระกูล คิดเป็น 57.14%</li>



<li>ภาคใต้ จาก 31 ตะกูล ได้รับการเลือกตั้ง 18 ตระกูล คิดเป็น 58.06%</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">*บางตระกูลลงสมัครมากกว่า 1 เขต/คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าในทุกภาคนั้น บ้านใหญ่สามารถชนะการเลือกตั้งได้เกิน 50% จากจำนวนตระกูลบ้านใหญ่ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในภาคนั้นๆ โดยภาคกลางมีอัตราการชนะสูงสุด 51 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 33 ตระกูล คิดเป็น 64.71% ซึ่งหากพิจารณาจำนวนบ้านใหญ่ลงสมัครรับเลือกตั้งและจำนวน สส. แบบแบ่งเขตในภาคกลางว่าพรรคใดได้มากที่สุดจะพบว่าพรรคภูมิใจไทยมีตระกูลบ้านใหญ่มากที่สุดกว่าทุกพรรคในภาคกลาง และพรรคภูมิใจไทยก็ได้ สส. มากที่สุดกว่าพรรคอื่นๆ ในพื้นที่ภาคกลางอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ภาคเหนือ มีอัตราการชนะต่ำสุดจาก 18 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 9 ตระกูล หรือเพียง 50% เท่านั้น ซึ่งหากพิจารณาจำนวนบ้านใหญ่ลงสมัครรับเลือกตั้งและจำนวน สส. แบบแบ่งเขตในภาคเหนือว่าพรรคใดได้มากที่สุดจะพบว่าพรรคกล้าธรรม มีบ้านใหญ่ลงเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตในภาคเหนือ 4 ตระกูล และได้รับการเลือกตั้งทั้ง 4 ตระกูล คิดเป็น 100%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/ผลการเลือกตั้งบ้านใหญ่-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7027" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/ผลการเลือกตั้งบ้านใหญ่-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/ผลการเลือกตั้งบ้านใหญ่-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/ผลการเลือกตั้งบ้านใหญ่-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/ผลการเลือกตั้งบ้านใหญ่-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/ผลการเลือกตั้งบ้านใหญ่-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/ผลการเลือกตั้งบ้านใหญ่-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายพรรค ประสบความสำเร็จแค่ไหน&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลบ้านใหญ่ตระกูลการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ทั้ง 190 ตระกูล เมื่อนำมาพิจารณาในประเด็นเรื่องการย้ายพรรคว่า ในการเลือกตั้งปี 2566 บ้านใหญ่เหล่านี้สังกัดพรรคการเมืองใดมาก่อนและในการเลือกตั้ง 2569 สังกัดพรรคการเมืองใด และชนะการเลือกตั้งไหม จะพบว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภูมิใจไทย มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 78 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 67 ตระกูล โดยในจำนวนนี้มาจากการย้ายพรรค 39 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 29 ตระกูล </li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">*ขยับจากบ้านใหญ่ท้องถิ่น 2 ตระกูล ได้รับเลือก 1 ตระกูล</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เพื่อไทย มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 58 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 19 ตระกูล โดยในจำนวนนี้มาจากการย้ายพรรค 10 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 1 ตระกูล </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>กล้าธรรม มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 26 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 17 ตระกูล โดยในจำนวนนี้มาจากการย้ายพรรค 24 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 15 ตระกูล </li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">*ขยับจากบ้านใหญ่ท้องถิ่น 2 ตระกูล ได้รับเลือก 2 ตระกูล</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ประชาชน มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 9 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 2 ตระกูล โดยในจำนวนนี้มาจากการย้ายพรรค 5 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 0 ตระกูล </li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">*ขยับจากบ้านใหญ่ท้องถิ่น 1 ตระกูล ได้รับเลือก 1 ตระกูล</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ประชาธิปัตย์ มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 6 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 2 ตระกูล โดยในจำนวนนี้มาจากการย้ายพรรค 1 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 1 ตระกูล </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>พลังประชารัฐ มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 5 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 2 ตระกูล โดยในจำนวนนี้มาจากการย้ายพรรค 4 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 0 ตระกูล </li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">*ขยับจากบ้านใหญ่ท้องถิ่น 1 ตระกูล ได้รับเลือก 1 ตระกูล</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไทยรวมพลัง มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 1 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 1 ตระกูล โดยในจำนวนนี้มาจากการย้ายพรรค 1 ตระกูล  ได้รับการเลือกตั้ง 1 ตระกูล </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไทยสร้างไทย มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 1 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 0 ตระกูล โดยไม่มีตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายเข้ามา </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ประชาชาติ มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 3 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 1 ตระกูล โดยไม่มีตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายเข้ามา </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>รวมไทยสร้างชาติ มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 1 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 0 ตระกูล โดยไม่มีตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายเข้ามา </li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ตระกูลบ้านใหญ่ 190 ตระกูล ในการเลือกตั้งปี 2569 มีบ้านใหญ่ย้ายพรรค 85 ตระกูล แต่ได้รับการเลือกตั้งเพียง 46 ตระกูล เท่านั้น ซึ่งคิดเป็น 54.12% หากไม่นับพรรคไทรวมพลัง ที่มีอัตราการชนะ 100% จากตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายเข้ามาแล้วได้รับการเลือกตั้ง ซึ่งมีเพียง 1 ตระกูลนั้น จะพบว่าตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายมาพรรคภูมิใจไทยยังคงได้รับการเลือกตั้งเข้ามาในอัตรการชนะสูงมาก จากตระกูลที่ย้ายพรรคมา 39 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 29 ตระกูล หรือคิดเป็น 74.36%</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาในรายภาค ตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายพรรค มีอัตราการชนะสูงที่ภาคตะวันออก คิดเป็น 66.67% โดยพบว่าส่วนมากเป็นพรรคกล้าธรรมและภูมิใจไทย ในขณะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp; ตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายพรรค มีอัตราการชนะต่ำที่สุด เพียง 39.13%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-4/">https://rocketmedialab.co/database-election-69-4/</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-22/">บ้านใหญ่ 190 ตระกูลที่ลงเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ประสบความสำเร็จแค่ไหนใน #เลือกตั้ง69</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
