<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การเลือกตั้ง Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/การเลือกตั้ง/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Thu, 25 Jun 2026 05:02:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>การเลือกตั้ง Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/การเลือกตั้ง/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ขยะมูลฝอย 2568 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-bkk-waste-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 11:23:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะมูลฝอย]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7799</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3600;&#3634;&#3609;&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-waste-2025/">ขยะมูลฝอย 2568 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ฐานข้อมูลนี้รวบรวมข้อมูลปริมาณขยะมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ระหว่างปี 2563–2568 จากกรมควบคุมมลพิษ ข้อมูลสถิติการจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร ข้อมูลประชากรแฝงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ และข้อมูลโครงการกำจัดขยะที่ปรากฏในแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2568 ของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRhunF58YBsyMQHcFwfrQjxIRhsZr5FPS4777z-lSmgpr3eMPXDy5-LTZdY-MSxfoAuOE3vcF8Mz1Y6/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลดข้อมูล <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1SPx2-CrgSZg565NHy1Ufj3aViGXIkWcMI5EQP_awBRA/edit?usp=sharing">ที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน<a href="https://rocketmedialab.co/bkk-waste-2025">ขยะของคน กทม. ที่ยังถูกนำไปทิ้งที่ ฉะเชิงเทรา นครปฐม และล่าสุดที่กาญจนบุรี</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-waste-2025/">ขยะมูลฝอย 2568 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขยะของคน กทม. ที่ยังถูกนำไปทิ้งที่ ฉะเชิงเทรา นครปฐม และล่าสุดที่กาญจนบุรี</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-waste-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 11:22:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะมูลฝอย]]></category>
		<category><![CDATA[มีเทน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7793</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3651;&#3609;&#3619;&#3634;&#3618;&#3591;&#3634;&#3609 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-waste-2025/">ขยะของคน กทม. ที่ยังถูกนำไปทิ้งที่ ฉะเชิงเทรา นครปฐม และล่าสุดที่กาญจนบุรี</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ในรายงาน <a href="https://thaimsw.pcd.go.th/report_country.php">ระบบสารสนเทศด้านการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน</a> ของกรมควบคุมมลพิษ ให้ข้อมูลไว้ว่ากรุงเทพฯ มีขยะมูลฝอยตกค้าง 0 ตัน ซึ่งหมายความว่ากรุงเทพฯ สามารถเก็บและกำจัดขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้ทั้งหมด ว่าแต่ในเมืองที่สร้างขยะเกือบหนึ่งหมื่นตันต่อวัน เอาขยะไปกำจัดอย่างไร&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7806" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-waste-never-decreases-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ขยะ กทม. นอกจากจะสูงขึ้นแล้ว ยังนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้น้อยลง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากสถิติจากรายงานประจำปี 2568 ของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร พบว่าค่าเฉลี่ยปริมาณขยะมูลฝอยรายวันที่จัดเก็บได้ในแต่ละปี มีดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปี 2563 จัดเก็บได้เฉลี่ย 9,519 ตันต่อวัน</li>



<li>ปี 2564 จัดเก็บได้เฉลี่ย 8,675 ตันต่อวัน (เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์โควิด-19)</li>



<li>ปี 2565 จัดเก็บได้เฉลี่ย 8,979 ตันต่อวัน</li>



<li>ปี 2566 จัดเก็บได้เฉลี่ย 8,775 ตันต่อวัน</li>



<li>ปี 2567 จัดเก็บได้เฉลี่ย 9,238 ตันต่อวัน</li>



<li>ปี 2568 จัดเก็บได้เฉลี่ย 9,231.40 ตันต่อวัน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่าแม้ปริมาณขยะหลังโควิด-19 จะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่สูงเท่าช่วงก่อนโควิด-19 ขณะเดียวกันเมื่อเราพิจารณาข้อมูลปริมาณการผลิตขยะมูลฝอยเฉลี่ยรายวันของกรุงเทพฯ โดยกรมควบคุมมลพิษ ก็จะพบว่า คนกรุงเทพฯ ผลิตขยะมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ไม่ได้มีแนวโน้มลดลง โดยในปี 2568 มีการผลิตขยะสูงถึงเฉลี่ยวันละ 13,254 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นเฉลี่ยวันละ 12,281.70 ตัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่เพียงแค่การเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะเท่านั้น ในปี 2568 ปริมาณขยะที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ยังลดลงอีกด้วย เหลือเพียง 3,592 ตัน หรือคิดเป็น 27.10% ของปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีขยะที่ต้องนำไปกำจัดอย่างถูกต้องสูงถึงวันละ 9,662 ตัน หรือคิดเป็น 72.90% เมื่อเทียบกับปี 2563 จะเห็นว่านอกจากจะมีปริมาณขยะน้อยกว่าแล้ว ยังมีปริมาณขยะที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่าอีกด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปริมาณขยะในกรุงเทพฯ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจำนวนประชากรจะลดลงอย่างต่อเนื่องก็ตาม จากข้อมูลสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครองพบว่าประชากรในกรุงเทพฯ ลดลงต่อเนื่องทุกปี จาก 5,588,222 คนในปี 2563 เหลือเพียง 5,422,568 คนในปี 2568 หายไปราว 165,000 คนในหกปี ถึงอย่างนั้นกรุงเทพฯ ก็ไม่ได้มีเพียงประชากรในทะเบียนบ้าน แต่กรุงเทพฯ ยังเป็นเมืองที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วประเทศเข้ามาทุกวัน ทั้งแรงงาน นักศึกษา ตลอดจนนักท่องเที่ยว ซึ่งเรียกกันว่าประชากรแฝง ตัวเลขจาก<a href="https://data.go.th/dataset/0706_01_0049">สำนักงานสถิติแห่งชาติ</a> พบว่ากรุงเทพฯ มีประชากรแฝงเพิ่มขึ้นจาก 2,526,380 คนในปี 2563 เป็น 2,920,537 คนในปี 2567 และอยู่ที่ 2,900,650 คนในปี 2568</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อรวมประชากรสองกลุ่มเข้าด้วยกัน จะพบว่าจำนวนคนที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพมหานครเพิ่มมากขึ้น จาก 8,114,602 คนในปี 2563 มาเป็น 8,323,218 คนในปี 2568 ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าทำไมขยะในกรุงเทพฯ จึงไม่ได้ลดลงไปด้วยแม้ประชากรจะมีแนวโน้มลดลงก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นทุกปี ยังอาจจะมาจากไลฟ์สไตล์การบริโภคของคนกรุงเทพฯ ที่ส่งเสริมให้เกิดปริมาณขยะมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ Food Delivery หรือการเติบโตของบรรดาห้างร้านต่างๆ ในใจกลางกรุงเทพฯ เพราะเมื่อดู<a href="https://webportal.bangkok.go.th/environmentbma/page/sub/28229/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%9D%E0%B8%AD%E0%B8%A2">สถิติขยะมูลฝอยรายเขต โดยสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร</a> ในปี 2568 จะพบว่าเขตรอบนอกมีอัตราการสร้างขยะต่อหัวต่ำมาก เช่น เขตหนองจอกสร้างขยะเพียง 0.84 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน สายไหม 1.01 กิโลกรัม คลองสามวาและดอนเมือง 1.08 กิโลกรัม และหนองแขม 1.09 กิโลกรัม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางตรงกันข้าม เขตย่านธุรกิจ ศูนย์การค้า และการท่องเที่ยวกลับผลิตขยะต่อหัวมากกว่าหลายเท่า นำโดยปทุมวันสร้างขยะสูงถึง 6.83 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน พระนคร 3.73 กิโลกรัม วัฒนา 3.70 กิโลกรัม บางรัก 3.48 กิโลกรัม และคลองเตย 3.26 กิโลกรัม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือแม้ดูเพียงปริมาณขยะที่เกิดขึ้น ไม่คิดในแบบต่อหัวประชากร เนื่องด้วยเขตชั้นในอาจจะมีประชากรน้อยกว่าแต่มีคนเข้ามาใช้ชีวิตมากกว่า ก็ยังพบว่า เขตใจกลางเมือง ย่านธุรกิจ อย่างปทุมวันก็ยังสร้างขยะมากกว่าเขตรอบนอกอย่างหนองจอกอยู่ดี โดยในปี 2568 ปทุมวันมีปริมาณขยะอยู่ที่ 98,270.58 ตัน ในขณะที่หนองจอกอยู่ที่ 57,433.19 ตัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมการเก็บขยะครั้งใหญ่ โดยออก<a href="https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/65326.pdf?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBEyUWpDNXkzTmhlakxadmhhaHNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR6FMIxyrUtMes7y9BFZ3uxSN3O22KIEPVRM3HFgLLqGBHKICZtSevpxDC8ZjQ_aem_Tg0eOzkchcm4c21tdpOjKw">ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร</a>ฉบับใหม่ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 และเริ่มบังคับใช้ในเดือนตุลาคม 2568 กฎหมายฉบับนี้แยกค่าธรรมเนียมเป็น “ค่าเก็บขน” และ “ค่ากำจัด” อย่างชัดเจน หากบ้านเรือนทิ้งขยะไม่เกิน 20 ลิตรต่อวันและไม่คัดแยก จะต้องจ่ายรวม 60 บาทต่อเดือน แต่ถ้าคัดแยกตามระเบียบ อัตราจะลดลงเหลือเพียง 20 บาทต่อเดือน ส่วนสถานประกอบการขนาดใหญ่ที่มีขยะเกิน 1 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรวมพุ่งสูงถึง 8,000 บาทต่อเดือน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ <a href="https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/87401.pdf?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBEyUWpDNXkzTmhlakxadmhhaHNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR7Y1Koa1V-Sy0SspbW_nLcKCKrzos8bWQivALxve6TCADvgY5HWzbc96pgEHw_aem_pfhYlwddggVzkAi1jIAHUA">ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการมูลฝอยที่มีการคัดแยก</a> พ.ศ. 2568 ที่ประกาศตามมาในวันที่ 26 กันยายน 2568 กำหนดให้บ้านเรือนที่ต้องการสิทธิ์ส่วนลดต้องลงทะเบียน และต้องส่งหลักฐานการคัดแยกขยะผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่กำหนด หากผู้ได้รับสิทธิ์ไม่ยอมคัดแยกขยะหรือส่งหลักฐานไม่ครบ กรุงเทพมหานครจะระงับสิทธิ์และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอัตราเต็มย้อนหลังทันที รวมไปถึงโครงการ ‘ไม่เทรวม’ ของผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่พยายามจะทำให้ประชาชนแยกขยะ เพื่อให้มีขยะที่ต้องนำไปกำจัดน้อยลง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2569 พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์สรุปผลงานตลอด 4 ปีในการขับเคลื่อนนโยบาย &#8220;เมืองยั่งยืน&#8221; ในประเด็นเรื่องการจัดการขยะว่า กรุงเทพมหานครสามารถลดปริมาณขยะได้กว่า 1,326 ตันต่อวัน และช่วยประหยัดงบประมาณได้กว่า 973 ล้านบาทต่อปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม กรุงเทพฯ ก็ยังต้องเผชิญความท้าทายเดิมอยู่เช่นเคยว่าจะทำอย่างไรให้ปริมาณการผลิตขยะมูลฝอยลดลง แยกขยะได้มากขึ้นเพื่อจะได้มีขยะที่ต้องนำไปกำจัดลดลงด้วย<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7807" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-where-does-bkk-waste-go-2025-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">นอกจากฉะเชิงเทราและนครปฐมแล้ว ขยะของคนกรุงเทพฯ ยังถูกนำไปทิ้งเพิ่มที่กาญจนบุรี</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากความท้าทายในการต้องลดปริมาณขยะลงให้ได้แล้ว กทม. ยังมีความท้าทายในการกำจัดขยะอีกด้วย จากรายงานเรื่อง<a href="https://rocketmedialab.co/bkk-waste/">ขยะของคน กทม. ที่ถูกนำไปทิ้งที่บ้านคนอื่น </a>ของ Rocket Media Lab ในปี 2565 พบว่าขยะของคนกรุงเทพฯ ไม่ได้ถูกกำจัดในกรุงเทพฯ ทั้งหมด แต่ถูกขนถ่ายออกนอกเมืองไปกำจัดในบ่อขยะในต่างจังหวัดทั้งที่ฉะเชิงเทราและนครปฐม และเมื่อดูข้อมูลปัจจุบัน ระบบการจัดการเช่นนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนไป อีกทั้งยังขยายใหญ่มากขึ้นไปอีก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ ในปี 2568 นี้ กรุงเทพมหานครยังคงผลิตขยะสูงถึงวันละ 13,254 ตันต่อวัน จากจำนวนนี้ในระหว่างทางการเก็บขยะ ก็จะมีขยะจำนวนหนึ่งถูกคัดแยกไปรีไซเคิลผ่านรถซาเล้ง ร้านรับซื้อ และบริษัทเอกชน คิดเป็นจำนวนขยะที่ถูกนำไปรีไซเคิล 3,592 ตัน ส่วนที่เหลืออีก 9,662 ตันไหลเข้าสู่ระบบกำจัดผ่านสถานีขนถ่าย 4 แห่ง ได้แก่ สถานีอ่อนนุช รับเข้าระบบ 3,865 ตันต่อวัน สถานีสายไหม รับเข้าระบบ 2,029 ตัน สถานีหนองแขม 3,268 และสถานีรัชวิภาอีก 500 ตัน อย่างไรก็ตามสถานีรัชวิภาเป็นเพียงศูนย์พักขยะย่อยเท่านั้น ไม่ได้มีระบบกำจัดของตัวเอง จากเอกสารโครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยรัชวิภา และนำส่งไปกำจัด ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ปี 2561 ระบุไว้ว่าขยะที่นำมาพักที่สถานีรัชวิภาก็จะถูกขนไปยังสถานีหนองแขมอีกที&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ณ สถานีขนถ่ายขยะทั้ง 3 แห่งของกรุงเทพฯ จะพบว่าที่สถานี<a href="https://siamrath.co.th/quality-of-life/news/146034">ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช</a> มีขยะที่ต้องกำจัดเข้ามาเฉลี่ย 3,865 ตันต่อวัน โดยในจำนวนนี้สามารถนำไปหมักปุ๋ยอินทรีย์ โดยมีปริมาณสูงสุดที่รับได้ 1,600 ตันต่อวัน แบ่งเป็น<a href="https://webportal.bangkok.go.th/environmentbma/page/sub/6671/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C/0/info/523333/-#:~:text=%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%2016%2D18,%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2">โรงงานกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีทำปุ๋ยหมักอินทรี</a>ย์ ขนาด 600 ตันต่อวัน และโรงงานกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ ขนาด 1,000 ตันต่อวัน นอกจากนี้ส่วนหนึ่งยังจะถูกนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF) โดย<a href="https://webportal.bangkok.go.th/environmentbma/page/sub/6671/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C/0/info/523333/-#:~:text=%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%2016%2D18,%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2">ใช้เทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ (Mechanical-Biological Treatment : MBT)</a> เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ขนาดไม่น้อยกว่า 800 ตันต่อวัน (ปัจจุบันหยุดการดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ <a href="https://www.facebook.com/61569802333847/posts/-%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A1-%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%9D%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-800-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%9C/122174833874660077/">10 มกราคม 2569 </a>เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกลิ่นรบกวน) และอีกส่วนหนึ่งจะถูกนำไปกำจัดด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตไฟฟ้า มีขีดความสามารถในการกำจัดขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน (รองรับสูงสุด 1,600 ตันต่อวัน) ดำเนินการโดยบริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด ที่ก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จกว่า 90% และมี<a href="https://www.sdthailand.com/2026/03/new-sky-waste-to-energy-onnut/">การทดสอบระบบรับขยะในวันที่ 20 มีนาคม 2569 </a>ไปแล้ว ในขณะที่ขยะส่วนที่เหลือจากกระบวนทั้งหมด ซึ่งคาดว่ามีมากกว่า 2,000 ตันต่อวัน จะถูกนำไปกำจัดที่หลุมฝังกลบที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ดำเนินงานโดย<a href="https://www.pairoj.co.th/th/portfolio-paiorjsompong-group">บริษัท ไพโรจน์สมพงษ์พานิชย์ จำกัด</a> เป็นผู้ดูแลผ่านสัญญารับจ้างขนขยะไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล โดยปัจจุบันอยู่ในสัญญาระยะที่ 2 (<a href="https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic">พ.ศ. 2566-2570</a>) ด้วยวงเงินรวม 876 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราค่าจ้างที่ 600 บาทต่อตัน (ขั้นต่ำวันละ 1,000 ตัน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://mgronline.com/qol/detail/9650000061582">ที่สถานีสายไหม</a> มีขยะที่ต้องกำจัดเข้ามาเฉลี่ย 2,029 ตันต่อวัน ขยะจากสถานีนี้จะถูกนำไปกำจัดอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ที่บ่อขยะสองที่ก็คือ ที่แรกอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ดำเนินงานโดยบ<a href="https://www.watsaduphan-thurakit.com/partner">ริษัท วัสดุภัณฑ์ธุรกิจ จำกัด </a>ตามสัญญาที่เริ่มตั้งแต่ปี 2558 โดยสัญญาเดิม 7 ปีมีวงเงิน 4,436 ล้านบาท เทียบเท่าราว 1,017 บาทต่อตัน สัญญาต่อมาช่วงปี 2563-2567 อยู่ที่ราว<a href="https://www.watsaduphan-thurakit.com/partner"> 714 บาทต่อตัน</a> และสัญญาล่าสุดที่เริ่มวันที่ 4 กันยายน 2568 ต่ออีก 4 ปี ถึงปี 2572 วันละไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน และอีกคู่สัญญาคือบ่อขยะที่อำเภอ<a href="https://pr-bangkok.com/?p=526860">ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ดำเนินการโดยบริษัท เบตเตอร์ซิตี้ จำกัด</a> (เดิมชื่อบริษัท สยามรับเบอร์ จำกัด) ภายใต้สัญญา 20 ปี เริ่มขนขยะตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2565 สิ้นสุดวันที่ 8 พฤษภาคม 2585 โดยรับขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน <a href="https://www.matichon.co.th/local/news_5649473">ขนไปยังโรงงานของบริษัทเพื่อนำขยะไปคัดแยก โดยขยะรีไซเคิลจะถูกส่งกลับเข้าระบบ</a> ขยะอินทรีย์จะถูกนำไปหมักทำปุ๋ย ส่วนขยะที่เผาได้จะถูกนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง RDF สำหรับโรงปูนซีเมนต์ และที่เหลือที่ต้องนำไปกำจัดจะถูกนำไปฝังกลบในหลุมฝังกลบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของสถานีรัชวิภา ซึ่งไม่มีระบบกำจัดเป็นของตัวเอง ระบบการกำจัดขยะในสถานีย่อยรัชวิภาจึงเป็นการรับขยะมา แล้ว<a href="https://infocenter.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER9/DRAWER021/GENERAL/DATA0001/00001293.PDF?fbclid=IwY2xjawSXM85leHRuA2FlbQIxMABicmlkETJOY1ZKZHR3cjJCajJYNDRSc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHqcqdt7wjFduCuyAZIhOSovrYZQXbCpTYlx5fKz40v8-u1e3iwVW-WpEnEIK_aem_hH6HtcV6phkgBmnFiR6S8g">ส่งต่อไปยังสถานีหนองแขม</a> ภายใต้โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยรัชวิภา และนำส่งไปกำจัดที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร โดย<a href="https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic">บริษัท ลำเลียงชัย จำกัด</a> วันละไม่น้อยกว่า 500 ตัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ณ สถานีขนถ่ายหนองแขมมีขยะที่ต้องกำจัดเข้ามาเฉลี่ย 3,268 ตันต่อวัน และเมื่อรวมกับของสถานีรัชวิภา จะมีขยะรวมกัน 3,768 ตันต่อวัน โดย<a href="https://www.sdthailand.com/2026/05/new-sky-waste-to-energy-nong-kham/">มีโครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าหนองแขม </a>หรือระบบเตาเผาขยะ (WTE) หนองแขม 1 มีศักยภาพรองรับขยะได้ 300-500 ตันต่อวัน และได้​เปิดดำเนินการโรงงานเตาเผาขยะเพิ่มเติมที่<a href="https://www.sdthailand.com/2026/05/new-sky-waste-to-energy-nong-kham/">หนองแขมเป็นแห่งที่ 2</a> โดยเริ่มทดสอบระบบ เมื่อปี 2569 ที่ผ่านมา มีศักยภาพกำจัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีเผาไหม้ ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ทั้งนี้ <a href="https://www.sdthailand.com/2026/05/new-sky-waste-to-energy-nong-kham/">บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด</a> (C&amp;G Environmental Protection (Thailand)) เป็นผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ทั้ง 2 ศูนย์</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้สถานีแห่งนี้จะมีโรงไฟฟ้าขยะ (WTE) แต่ก็มีขีดความสามารถในการเผาทำลายจำกัดเพียง 300-500 ตันต่อวันเท่านั้น เมื่อรวมกับเตาเผาใหม่ที่เกิดขึ้นอีก 1,000 ตันต่อวัน ก็ยังเหลือขยะส่วนเกินจำนวนกว่า 2,200 ตันต่อวัน จึงต้องถูกขนส่งไปฝังกลบที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ดำเนินงานโดย<a href="https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic/">บริษัท กลุ่ม 79 จำกัด</a> สัญญาล่าสุดเป็นโครงการระยะยาว 20 ปีเช่นกัน (พ.ศ. 2566-2586) มูลค่างานรวม 4,737 ล้านบาท คิดเป็นอัตราค่าจ้าง 649 บาทต่อตัน สำหรับการขนขยะไม่น้อยกว่าวันละ 1,000 ตัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูแผนงานในส่วนของแผนงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ในแผนปฏิบัติราชการ&nbsp;ประจำปี พ.ศ. 2568 ของสำนักสิ่งแวดล้อม จะพบว่ามีโครงการและรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างเอกชนเพื่อขนถ่ายขยะ ดังนี้&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยรัชวิภา และนำส่งไปกำจัดที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ใช้งบประมาณ 60,955,000 บาท (12 ปี ปี 2562 &#8211; 2573 รวม 609,550,000 บาท)&nbsp;</li>



<li>โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหมและนำไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล 32,020,721 บาท (6 ปี ปี 2563 &#8211; 2568 รวม 1,042,440,000 บาท)&nbsp;&nbsp;</li>



<li>โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชและนำไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ระยะที่ 2 งบ 144,739,200 บาท&nbsp; (6 ปี ปี 2566 &#8211; 2571 รวม 876,000,000 บาท)&nbsp;&nbsp;</li>



<li>โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมและนำไปฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ระยะที่ 2 งบ 219,000,000 บาท (5 ปี ปี 2567 &#8211; 2571 รวม 876,000,000 บาท)</li>



<li>โครงการจ้างเหมาเอกชนขนมูลฝอยจากศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหมและนำไปกำจัดโดยวิธีฝังกลบตามหลักสุขาภิบาล งบ 1,000,000 (5 ปี ปี 2568 &#8211; 2572 รวม 730,000,000 บาท)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><br>โดยทั้ง 5 โครงการ เฉพาะรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างเอกชนเพื่อขนถ่ายขยะนั้น รวมเป็นเงินกว่า 457,714,921 บาท</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7808" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-waste-destinations-methane-signals-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">คนกรุงเทพฯ จะรู้ไหมว่า ขยะของ กทม. ที่ถูกนำไปทิ้งที่อื่น สร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหน&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากต้นทุนการกำจัดขยะของ กทม. จะพบว่ายังมีต้นทุนที่แพงกว่านั้นคือต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม สถานีขนถ่ายทั้ง 3 แห่งของ กทม. สร้างปัญหากลิ่นเหม็นรบกวนแก่ชุมชนโดยรอบมาอย่างยาวนาน และยังไม่สามารถแก้ไขได้ การจัดการขยะของ กทม. ไม่เพียงแค่สร้างปัญหาในพื้นที่ กทม. เองเท่านั้น แต่ยังสร้างปัญหาในพื้นที่ที่ กทม. เอาขยะไปกำจัด และโลกใบนี้อีกด้วย หนึ่งในนั้นก็คือการปลดปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพในการทำให้โลกร้อนสูงกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 80 เท่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจาก Carbon Mapper และ<a href="https://methanedata.unep.org/map?fs=mars&amp;e=0183923a-b9e7-4ad0-a09b-6bd0037c041e&amp;fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExdWljOHRFREZTQWpEeTVRaHNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR6aoxeGIhpT4hi5PpZl--EjwEM5TkJw3iiSjZFoZFIKnEFUcROFuQo3PSPhCg_aem_hqvGoY_eHXBV38lxGN6Smw#mcoord=8.99/13.8401/101.066">ระบบ Methane Alert and Response System (MARS) ของ UNEP </a>พบว่ามีการตรวจพบการปล่อยก๊าซมีเทนจากพื้นที่ฝังกลบขยะที่เชื่อมโยงกับระบบกำจัดขยะของกรุงเทพมหานครหลายแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ <a href="https://data.carbonmapper.org/?lat=14.05573&amp;lon=99.96134&amp;details=CH4_6A_1000m_99.96134_14.05573%3Fdatetime%3D2025-01-01T00%253A00%253A00.000Z%252F2025-12-31T23%253A59%253A59.999Z%26eps%3D1000%26instruments%3Dtan%26instruments%3Demi%26status%3Dnot_deleted&amp;plume_id=tan20251128t045302c00s4001-A#13.58/14.04786/99.97182">อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม</a> และ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งถูกจัดอยู่ในหมวดกิจกรรมด้านการจัดการขยะมูลฝอย (Solid Waste) ตามการจำแนกของ IPCC</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับพื้นที่กำแพงแสน <a href="https://data.carbonmapper.org/?lat=14.05573&amp;lon=99.96134&amp;details=CH4_6A_1000m_99.96134_14.05573%3Fdatetime%3D2025-01-01T00%253A00%253A00.000Z%252F2025-12-31T23%253A59%253A59.999Z%26eps%3D1000%26instruments%3Dtan%26instruments%3Demi%26status%3Dnot_deleted&amp;plume_id=tan20251128t045302c00s4001-A#13.58/14.04786/99.97182">Carbon Mapper</a> ตรวจพบการปล่อยก๊าซมีเทนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566–2569 หลายครั้ง โดยการตรวจวัดเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 พบอัตราการปล่อยสูงถึง 6,888 กิโลกรัมต่อชั่วโมง หรือประมาณ 6.9 ตันต่อชั่วโมง โดยจากรายงาน <a href="https://law.ucla.edu/news/spotlight-top-25-methane-plumes-2025-landfills">Top 25 landfill methane emitters of 2025 ของ UCLA</a> ซึ่งรวบรวมจากข้อมูล Carbon Mapper พบว่าบ่อขยะกำแพงแสนมีอัตราการปล่อยก๊าซมีเทนอยู่ระหว่าง<a href="https://law.ucla.edu/news/spotlight-top-25-methane-plumes-2025-landfills">ประมาณ 3.6-7.5 ตันต่อชั่วโมง</a> ซึ่งถือเป็นบ่อขยะที่มีการปลดปล่อยมีเทนสูงเป็นอันดับ 8 ของโลก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาการจัดการขยะที่กำแพงแสนจะพบว่า นอกจากจะเป็นที่ตั้งของบ่อขยะแล้ว ยังมีการนำก๊าซจากขยะมาใช้เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย โดยขยะในบ่อฝังกลบจะถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายจนเกิดก๊าซมีเทน จากนั้นจะมีการดูดก๊าซออกมาผ่านระบบทำความสะอาด และดักความชื้นก่อน จะนำไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า ซึ่งบ่อขยะกำแพงแสน ในส่วนที่บริษัทกลุ่ม 79 จำกัด ดำเนินงาน ตรวจพบว่า มีโรงไฟฟ้าบจก. สี่มุม พาวเวอร์ กำลังการผลิตตามสัญญา 4 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ รวมไปถึงโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากก๊าซขยะตามแนวพระราชดำริ กำลังการผลิตตามสัญญา 0.21 เมกะวัตต์ นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมีบ่อขยะกระจายตัวอยู่ และมีโรงไฟฟ้าอีกหลายโรงด้วยกันทั้ง บจก. เวสต์ 4 พาวเวอร์ กำลังการผลิตตามสัญญา 8 เมกะวัตต์, บจก. เครน รีนิวเอเบิล เอ็นเนอยี กำลังการผลิตตามสัญญา 8 เมกะวัตต์, บจก. บางกอก กรีนเพาเวอร์ กำลังการผลิตตามสัญญา 8 เมกะวัตต์, บจก. ซีนิท กรีน เอ็นเนอยี กำลังการผลิตตามสัญญา 8 เมกะวัตต์, ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทของตระกูลสะสมทรัพย์ เจ้าของบ<a href="https://www.watsaduphan-thurakit.com/partner">ริษัท วัสดุภัณฑ์ธุรกิจ จำกัด </a>และบริษัทกลุ่ม 79 จำกัด ที่ได้รับสัมปทานการกำจัดขยะจาก กทม.&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นแม้จะตรวจพบว่าบ่อขยะกำแพงแสนเป็นบ่อขยะที่มีการปลดปล่อยก๊าซมีเทนสูงเป็นอันดับ 8 ของโลก และก๊าซมีเทนที่มีการตรวจจับได้นั้นเป็นก๊าซมีเทนที่ถูกนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้า แต่ไม่ชัดเจนว่าก๊าซมีเทนที่ปล่อยออกมาถูกนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนเท่าใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่พื้นที่<a href="https://data.carbonmapper.org/?details=CH4_6A_500m_101.40167_13.76618%3Fstatus%3Dnot_deleted#15/13.76618/101.40577">พนมสารคาม</a>ตรวจพบการปล่อยมีเทนอย่างน้อย 3 ครั้งระหว่างปี 2567-2569 และมีการตรวจวัดสูงสุดที่ประมาณ 3.5 ตันต่อชั่วโมงในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 แม้บ่อขยะพนมสารคามจะปลดปล่อยมีเทนไม่มากเท่ากับบ่อขยะกำแพงแสนจากการตรวจของ Carbon Mapper แต่ด้วยขนาดพื้นที่ที่มากถึง 200 ไร่ และรองรับขยะไม่เพียงแค่ของ กทม. เท่านั้น กลับพบว่าบ่อขยะพนมสารคามใช้ประโยชน์จากขยะในการนำมาผลิตไฟฟ้าผ่านโรงไฟฟ้าบริษัท เจริญสมพงษ์ ได้เพียงกำลังการผลิตตามสัญญา 2.4 เมกะวัตต์เท่านั้น ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการปลดปล่อยก๊าซมีเทนสู่ชั้นบรรยากาศมากกว่าการนำไปใช้ประโยชน์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และในส่วนของบ่อขยะของบริษัท เบตเตอร์ ซิตี้ จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท สยามรับเบอร์ จำกัด) ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรียังไม่มีรายงานตรวจพบการปล่อยก๊าซมีเทนในลักษณะดังกล่าว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความน่าสนใจคือในด้านหนึ่งกรุงเทพมหานครมีนโยบาย <a href="https://greener.bangkok.go.th/climate-change/bma-net-zero/">BMA Net Zero</a> หรือ “คาร์บอนคุมได้ กทม. ปลอดคาร์บอน” เพื่อขับเคลื่อนเมืองหลวงสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ทั้งตรวจสอบและขึ้นทะเบียนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ปรับปรุงพฤติกรรม ประหยัดพลังงาน แยกขยะในสำนักงานเขต ตลอดจนปลูกต้นไม้และจัดหาคาร์บอนเครดิตมาชดเชยส่วนที่เหลือ โดยสอดรับกับ<a href="https://www.dcce.go.th/13314/">นโยบายในระดับชาติ</a>ด้วย แต่คำถามคือกรุงเทพฯ กำลังบรรลุป้าหมาย Net Zero ด้วยการย้ายแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปไว้ที่จังหวัดอื่นหรือไม่ เพราะตราบใดที่รถขนขยะจากกรุงเทพมหานคร ยังคงส่งขยะไปฝังกลบยังต่างจังหวัด ปัญหาของบ่อขยะที่ปล่อยก๊าซมีเทนก็จะยังคงมีต่อไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">และไม่เพียงแต่ปัญหาการปลดปล่อยก๊าซมีเทนเท่านั้น แต่บ่อขยะยังนำมาซึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องกลิ่นที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่อยู่อาศัยโดยรอบอีกด้วย อย่างบ่อขยะกำแพงแสง นอกจากจะมีการเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาเรื่องกลิ่นของประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้กับบ่อขยะปรากฏในโซเชียลมีเดียเรื่อยมาแล้ว จาก<a href="https://www.thailis.or.th/tdc/browse.php?option=show&amp;browse_type=title&amp;titleid=117750">วิทยานิพนธ์</a>เรื่อง “การตีค่าผลประโยชน์ด้านสุขภาพโครงการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยใช้ก๊าซชีวภาพจากหลุมขยะ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม” ของ<a href="https://www.thailis.or.th/tdc/basic.php?query=%C0%D1%B7%C3%D2%C7%B4%D5%20%BB%C3%D0%C0%D1%CA%C3%D2%B9%D1%B9%B7%EC%20&amp;field=1003&amp;institute_code=0&amp;option=showindex_creator&amp;doc_type=0">ภัทราวดี ประภัสรานันท์</a> ยังให้ข้อมูลว่าพื้นที่ศึกษารัศมี 3 กิโลเมตร รอบหลุมฝั่งกลบขยะ มีอัตราการป่วยโรคระบบทางเดินหายใจต่อประชากรพันคนสูงกว่าในบริเวณพื้นที่เปรียบเทียบ และพบการป่วยด้วยโรคที่รุนแรงกว่า ได้แก่ โรคปอดบวม ประชากรช่วงอายุ 0-14 ปี มีอัตราการป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจที่ศึกษาต่อประชากรพันคนมากกว่าช่วงอายุอื่นๆ&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่บ่อขยะพนมสารคามก็มีปัญหาทั้งเรื่องกลิ่น การลักลอบทิ้งขยะสารเคมีอุตสาหกรรม รวมไปถึงปัญหาน้ำเน่าเสีย แหล่งน้ำผิวดินและน้ำใต้ดินปนเปื้อนสารมลพิษ ส่งให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม รวมถึงคุณภาพดินเสื่อมโทรมอีกด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้บ่อขยะทั้งที่กำแพงแสน พนมสารคาม ห้วยกระเขา อาจจะไม่ได้รับขยะจากกรุงเทพฯ เพียงที่เดียว แต่ขยะจากกรุงเทพฯ วันละหลายพันตันที่เดินทางไปยังบ่อขยะทั้ง 3 จังหวัดนอกกรุงเทพฯ นั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม ที่แม้แต่คนกรุงเทพฯ เองก็อาจจะไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างมลพิษให้แก่ผู้คนในจังหวัดอื่น</p>



<p class="has-small-font-size wp-block-paragraph"><em>**ผู้เขียนนำพิกัดหลุมฝังกลบที่รับขยะจากกรุงเทพมหานครมาเทียบกับฐานข้อมูลการปล่อยก๊าซมีเทนของ Carbon Mapper และระบบ MARS ของ UNEP จากนั้นตรวจสอบตำแหน่งด้วยภาพถ่ายดาวเทียม Google Earth และข้อมูลสัญญาจ้างกำจัดขยะของกรุงเทพมหานคร เพื่อระบุความเชื่อมโยงระหว่างปลายทางกำจัดขยะกับแหล่งปล่อยก๊าซมีเทนที่ตรวจพบจากดาวเทียม</em></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7814" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-end-landfill-need-7-more-incinerators-1-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ถ้าไม่ฝังกลบเลย แล้วจะต้องสร้างเตาเผาอีกกี่แห่ง?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ภาครัฐพยายามผลักดันนโยบายเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า (Waste-to-Energy: WTE) มาตั้งแต่ <a href="https://library.parliament.go.th/th/radioscript/rr2569-apr1#:~:text=%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%20%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B2,%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%20%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%204)%20%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%87">พ.ศ. 2558</a> โดยกระทรวงมหาดไทยสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงทุนในเทคโนโลยีเตาเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อแก้ปัญหาขยะล้นเมือง โดยปัจจุบันกรุงเทพมหานครเองก็พยายามผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าขยะและโครงสร้างพื้นฐานหลายรูปแบบ เพื่อใช้ในการกำจัดขยะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นเฉลี่ยประมาณ 13,254 ตันต่อวัน เข้าสู่ระบบกำจัด 9,662 ตันต่อวัน ขณะที่ระบบกำจัดขยะที่มีอยู่ในปัจจุบันประกอบด้วยโรงหมักปุ๋ยอินทรีย์ที่รองรับได้สูงสุด 1,600 ตันต่อวัน โรงไฟฟ้าขยะเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า (Waste-to-Energy: WTE) ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุชซึ่งรองรับได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน โรงไฟฟ้าขยะหนองแขม 1 ที่รองรับได้ประมาณ 300-500 ตันต่อวัน และโรงไฟฟ้าขยะหนองแขม 2 ที่มีกำลังการกำจัดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีระบบแปรรูปขยะเป็นเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel: RDF) ด้วยเทคโนโลยี MBT ซึ่งมีกำลังรองรับประมาณ 800 ตันต่อวัน อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวเคยถูกสั่งปิดในปี 2565 เนื่องจากปัญหากลิ่นรบกวน และในปี 2569 ยังคงอยู่ระหว่างการปรับปรุงและยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มประสิทธิภาพ เมื่อรวมกำลังการจัดการขยะของระบบทั้งหมด จะสามารถรองรับขยะได้สูงสุดเพียงประมาณ 4,900 ตันต่อวันเท่านั้น ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดในแต่ละวัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในอนาคตอันใกล้ กรุงเทพมหานครได้เร่งอนุมัติการสร้างเตาเผาขยะใหม่เพิ่มเติมอีก 1 แห่ง คือเตาเผาขยะที่<a href="https://opencontract.bangkok.go.th/main.html?itemId=0026">ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยสายไหม ขนาด 1,000 ตันต่อวัน</a> ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือเรื่องการรับซื้อไฟฟ้า โดยหากในอนาคตเมื่อโครงการใหม่สร้างเสร็จและเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ กรุงเทพมหานครจะมีกำลังการจัดการขยะรวมทั้งสิ้นประมาณ 5,900 ตันต่อวัน ซึ่งเมื่อเทียบกับปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด&nbsp; 9,662 ตันต่อวัน จะเห็นได้ว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานของกรุงเทพมหานคร ยังคงมีขีดความสามารถในการจัดการขยะได้เพียง 61% ของปริมาณขยะที่ต้องกำจัด และยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณขยะทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากว่ากรุงเทพมหานคร ตัดสินใจยกเลิกฝังกลบขยะทุกประเภทแล้วแล้วหันมาใช้เทคโนโลยีเตาเผาขยะเพียงอย่างเดียวเพื่อจัดการขยะที่เหลือทั้งหมด โดยเมื่อนำปริมาณขยะที่ต้องส่งฝังกลบจริงจำนวน 9,662 ตันต่อวัน มาหักลบด้วยกำลังการจัดการของระบบเดิมที่มีอยู่ ได้แก่ โรงหมักปุ๋ยอินทรีย์ 1,600 ตันต่อวัน ระบบ MBT 800 ตันต่อวัน โรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุช 1,000 ตันต่อวัน โรงไฟฟ้าขยะหนองแขม 1 จำนวน 500 ตันต่อวัน และโรงไฟฟ้าขยะหนองแขม 2 อีก 1,000 ตันต่อวัน จะพบว่ายังคงมีขยะส่วนต่างเหลืออยู่อีกประมาณ 4,762 ตันต่อวันที่ยังไม่ถูกกำจัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากจำลองว่ากรุงเทพมหานครต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมเพื่อรองรับขยะมูลฝอยที่ยังไม่สามารถกำจัดได้ในปัจจุบัน โดยเลือกใช้เทคโนโลยีเตาเผาขยะเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า (Waste-to-Energy: WTE) ขนาด 1,000 ตันต่อวัน เป็นหน่วยมาตรฐาน จะพบว่ากรุงเทพมหานครจำเป็นต้องก่อสร้างเตาเผาขยะเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 5 แห่ง เพื่อรองรับขยะส่วนต่างที่ยังเหลืออยู่ประมาณ 4,762 ตันต่อวัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งการสร้างเตาเผาขยะเพิ่มขึ้นนำมาซึ่งการลงทุนมหาศาล หากอ้างอิงจาก<a href="https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic">โครงการเตาเผามูลฝอยขนาด 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม</a> (โครงการปี 2567-2590) ซึ่งกำหนดวงเงินโครงการรวม 4,410 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าจ้างกำจัดมูลฝอยตลอดอายุสัญญา 20 ปี จำนวน 4,380 ล้านบาท และค่าจ้างที่ปรึกษาอีก 30 ล้านบาท หากกรุงเทพมหานครต้องพัฒนาโครงการในลักษณะเดียวกันเพิ่มขึ้นอีก 5 แห่ง จะก่อให้เกิดภาระงบประมาณรวมตลอดอายุสัญญาสูงถึงประมาณ 22,050 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมต้นทุนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ค่าบริหารจัดการพื้นที่ ค่าติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ค่าใช้จ่ายในการกำกับดูแลโครงการ ตลอดจนความเสี่ยงจากการปรับเพิ่มค่าจ้างกำจัดมูลฝอยในอนาคต</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาตาม<a href="https://webportal.bangkok.go.th/upload/user/00000231/data/law/1.8_May.pdf">กฎกระทรวงสุขลักษณะการจัดการมูลฝอยทั่วไป พ.ศ. 2560</a> การสร้างเตาเผาขยะต้องปฏิบัติตามสุขลักษณะที่เข้มงวด เช่น ต้องจัดให้มีพื้นที่แนวกันชน (Buffer Zone) โดยรอบภายในอาณาเขตเพื่อปลูกต้นไม้และทำระบบระบายน้ำเพื่อลดปัญหากลิ่นรบกวน รวมถึงต้องมีระบบควบคุมคุณภาพอากาศที่ปล่อยจากปล่องเตาเผาให้ได้มาตรฐานตามกฎหมาย ดังนั้นการหาพื้นที่เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะเพิ่มขึ้นอีกถึง 5 แห่งในเขตกรุงเทพฯ จึงเป็นโจทย์ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยิ่งไปกว่านั้น ในทางปฏิบัติโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มักเผชิญปัญหาการยอมรับจากชุมชน โดย<a href="https://www.matichon.co.th/prachachuen/news_4797207">โรงงานระบบ MBT</a> ที่ทำหน้าที่คัดแยกและสร้างพลังงาน เคยถูกระงับใบอนุญาตชั่วคราวเนื่องจากประชาชนร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นในปี 2565 และในปัจจุบันปัญหากลิ่นรบกวนดังกล่าวก็ยังไม่หมดไป โดยพบว่ามีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องผ่านระบบ Traffy Fondue ทั้งในพื้นที่หนองแขมและประเวศ ในพื้นที่อื่นๆ ก็มักจะเผชิญการคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เช่น กลุ่มชาวบ้านบ้านกร่างกว่า 100 คนยื่นหนังสือคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าขยะที่จังหวัด<a href="https://www.bangkokbiznews.com/social/1000904">พิษณุโลกในปี 2565</a> เนื่องจากกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่มีการทำประชาพิจารณ์อย่างโปร่งใส เช่นเดียวกับเหตุการณ์คัดค้านในจังหวัดกระบี่ เพชรบุรี และสงขลา ก็พบด้วยเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากทั้งหมดจะเห็นว่าเตาเผาขยะอาจไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการกำจัดขยะ โดยเฉพาะเมื่อขยะที่ส่งเข้าเตายังไม่ผ่านการคัดแยก ขยะอินทรีย์ที่มีความชื้นสูงฉุดอุณหภูมิการเผาไหม้ให้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 850 องศาเซลเซียส <a href="https://www.greenpeace.org/thailand/story/9013/incinerator/">ก่อให้เกิดเขม่าควันและก๊าซพิษ</a> ขณะที่พลาสติก PVC ที่ปะปนเข้ามาจะปลดปล่อยสารไดออกซินและโลหะหนักที่เป็นสารก่อมะเร็ง และตราบใดที่ยังไม่มีระบบคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การสร้างเตาเผาก็เป็นเพียงการเปลี่ยนจากเพิ่มวิกฤตก๊าซมีเทียนในต่างจังหวัด มาเป็นวิกฤตฝุ่นในกรุงเทพฯ แทน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น โจทย์สำคัญในตอนนี้ต้องใช้มาตรการทางกฎหมายและแรงจูงใจอย่างมาก เพื่อส่งเสริมและเพื่อบังคับให้คนกรุงเทพฯ รวมถึงประชากรแฝงกว่า 8 ล้านคน เริ่มคัดแยกขยะตั้งแต่ครัวเรือน เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด และแปรสภาพขยะให้กลับมาเป็นทรัพยากรหมุนเวียนที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของทุกคนให้ได้มากที่สุด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่&nbsp; <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-waste-2025">https://rocketmedialab.co/database-bkk-waste-2025</a></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ้างอิงจากมูลค่าการลงทุนของโครงการกำจัดมูลฝอยโดยระบบเตาเผามูลฝอย ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม (กกฝ.) งบประมาณที่ขอปี 68 : 10,000,000 บาท งบประมาณทั้งโครงการ : 4,410,000,000 บาท ค่าจ้างเหมา (1,000 x 600 x 365 วัน x 20 ปี) = 4,380,000,000 บาท (จ้างที่ปรึกษา 30,000,000 บาท) ระยะเวลาดำเนินการ : 24 ปี (2567 &#8211;&nbsp; 2590)&nbsp;</li>



<li>ข้อมูลสถานการณ์ขยะมูลฝอยของจังหวัด กรุงเทพมหานคร 2563-2568 โดยระบบสารสนเทศด้านการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน กรมควบคุมมลพิษ&nbsp; <a href="https://thaimsw.pcd.go.th/report_province.php?year=2568&amp;province=1">https://thaimsw.pcd.go.th/report_province.php?year=2568&amp;province=1</a>&nbsp;</li>



<li>สถิติปริมาณมูลฝอย กทม. 2568&nbsp; <a href="https://webportal.bangkok.go.th/environmentbma/page/sub/28229/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%9D%E0%B8%AD%E0%B8%A2">https://webportal.bangkok.go.th/environmentbma/page/sub/28229/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%9D%E0%B8%AD%E0%B8%A2</a>&nbsp;</li>



<li>อ้างอิงข้อมูลโครงการ จากเอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ ๔/๒๕๖๗ <a href="https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic">https://anyflip.com/rvuvk/vdaz/basic</a>&nbsp;</li>



<li><a href="https://thaimsw.pcd.go.th/search_storage.php?storage_id=4278&amp;year=2568">ระบบสารสนเทศด้านการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน</a>&nbsp; <a href="https://thaimsw.pcd.go.th/search_storage.php?storage_id=4278&amp;year=2568">https://thaimsw.pcd.go.th/search_storage.php?storage_id=4278&amp;year=2568</a>&nbsp;</li>
</ul>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-waste-2025/">ขยะของคน กทม. ที่ยังถูกนำไปทิ้งที่ ฉะเชิงเทรา นครปฐม และล่าสุดที่กาญจนบุรี</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กทม. มีอำนาจแค่ไหน ในการแก้ปัญหาให้คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-limit-authority/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 09:16:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7780</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3627;&#3634;&#3585;&#3618;&#3657;&#3629;&#3609;&#3652 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-limit-authority/">กทม. มีอำนาจแค่ไหน ในการแก้ปัญหาให้คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มาตรา 89 กำหนดหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไว้ 27 ด้าน แต่ปัญหาต่างๆ เกี่ยวข้องกับกฎหมายอีกหลายฉบับ หลายหน่วยงานรับผิดชอบ</li>



<li>แม้ กทม.จะมีอำนาจดูแลทางเท้า&nbsp; แต่ทางเท้าของกทม.เป็นพื้นที่ทับซ้อน ทางเท้าอยู่คู่กับถนนซึ่ง มีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบอย่างน้อย 3 ประเภทหน่วยงาน ทางเท้ายังเป็นพื้นที่รองรับอุปกรณ์สาธารณูปโภคทั้งบนดิน เช่น ต้นไม้ แผงลอย เสาไฟและใต้ดิน&nbsp; เช่น ท่อสายไฟใต้ดินของ กฟน. ท่อแก๊ส ท่อระบายน้ำ&nbsp; ท่อประปาของกปน. ที่ใช้กฎหมายคนละฉบับ</li>



<li>ความรับผิดชอบต่อสกายวอล์คหรือทางเดินลอยฟ้า ในกรุงเทพฯ มีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับสัมปทาน บางแห่ง กทม.มีอำนาจเต็มทั้งหมด บางแห่งเจ้าของสัมปทานรถไฟฟ้าเป็นผู้บำรุงรักษา ทางเชื่อมต่ออาคารอยู่ในการดูแลของเจ้าของอาคาร</li>



<li>มิถุนายน 2569 ร่างพ.ร.บ.บริหารราชการกรุงเทพมหานครฯ ที่รอการแก้ไข ทั้งร่าง พ.ร.บ.จากพรรคประชาชนและ ร่างพ.ร.บ. ของผู้บริหารกทม. ยุคชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนแล้ว อยู่ในขั้นตอนรอการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หากย้อนไปดูปัญหาเรื้อรังที่อยู่กับกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการจราจรติดขัด ทางเท้าผุพังไม่ได้มาตรฐาน สายสื่อสารรกรุงรัง ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดเวลา ดังที่อยู่ใน<a href="https://bangkok.traffy.in.th/">แพลตฟอร์มทราฟฟี่ฟองดูว์</a>ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมากว่า 1.3 ล้านเรื่อง ก็พบว่า มีเรื่องที่ต้องส่งต่อไปยังหน่วยงานอื่น 8% โดยเมื่อมีการร้องเรียนประเด็นเหล่านี้ คำตอบที่ได้กลับมามักออกมาในทำนองว่า กทม.ไม่มีอำนาจโดยตรงหรือเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานอื่น กทม. มีอำนาจโดยตรงเพียงบางเรื่อง เช่น จัดเก็บขยะ ดูแลสวนสาธารณะ แต่ส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาหลายอย่างถูกผูกไว้กับหลายหน่วยงาน ทั้งรัฐส่วนกลางและองค์กรเอกชนอื่นๆ ทำให้ กทม. ทำได้แค่ “ประสาน” แต่ไม่อาจบังคับได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนสำรวจว่า ปัญหาที่ประชาชนในกรุงเทพฯ ต้องเผชิญอยู่ทุกวัน กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ และมีผู้บริหารเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงมีความซับซ้อนอย่างไร เหตุใดกรุงเทพฯ จึงไม่สามารถแก้ไขได้โดยลำพัง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-power-limits-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7782" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-power-limits-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-power-limits-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-power-limits-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-power-limits-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-power-limits.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-bkk-power-limits-2-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7820" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-bkk-power-limits-2-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-bkk-power-limits-2-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-bkk-power-limits-2-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-bkk-power-limits-2-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-bkk-power-limits-2-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ทางเท้า-ถนน กทม. พื้นที่แห่งความซับซ้อน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลการร้องเรียนในแพลตฟอร์มทราฟฟี่ฟองดูว์ 4 ปีระหว่างมิถุนายน 2565 ถึงพฤษภาคม 2569 พบว่า 5 ประเด็นที่มีเรื่องร้องเรียนมากที่สุดได้แก่ ทางเท้า ถนน ผิดกฎจราจร ไฟฟ้า และความสะอาด เฉพาะทางเท้า ซึ่งเป็นอันดับ 1 จำนวน 145,449 เรื่อง คิดเป็น 11.14% ปัญหามักเป็นเรื่องทางเท้าผุพัง ฝาท่อชำรุด การขับขี่และจอดรถบนทางเท้า หาบเร่แผงลอย ไฟส่องทาง เมื่อเข้าไปดูข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าพบว่า สัดส่วนของเรื่องร้องเรียนที่ได้รับการแก้ไขสำเร็จอยู่ที่ประมาณ 80% อีกราว 20% อยู่ระหว่างการดำเนินการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขั้นตอนการแก้ปัญหา นอกจากการส่งต่อให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงของ กทม.เช่น สำนักงานเขต ฝ่ายเทศกิจ สำนักการจราจรและขนส่ง แล้ว ยังมีการส่งต่อให้หน่วยงานอื่นๆ แก้ปัญหาด้วย ทั้งรัฐและเอกชน ขึ้นอยู่กับพื้นที่และลักษณะของเรื่อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ กทม.จะมีอำนาจดูแลทางเท้า ตามกฎหมาย พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มาตรา 89 ที่กำหนดให้ กทม. มีหน้าที่ดูแลรักษาที่สาธารณะ ถึงกระนั้นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ต้องประสานงานกับหลายหน่วยงานก็เพราะว่าทางเท้าของกทม. เป็นหนึ่งในพื้นที่ทับซ้อน โดยในระดับผิวถนนทางเท้าอยู่คู่กับถนน ซึ่ง ถนนและซอยในกรุงเทพฯ นั้นมีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบอย่างน้อย 3 ประเภทหน่วยงานก็คือ สำนักการโยธา กทม. สำนักงานเขต และหน่วยงานอื่นๆ เช่น กรมทางหลวง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย ไปจนถึงสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และหน่วยงานทางทหาร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทางเท้ายังเป็นพื้นที่รองรับอุปกรณ์สาธารณูปโภคทั้งบนและใต้ทางเท้า ใต้ทางเท้ามี ท่อสายไฟใต้ดินของ กฟน. ท่อแก๊สใต้ดินของ ปตท. ท่อระบายน้ำของกทม. ท่อประปาของกปน. สายสื่อสารของบริษัทโทรคมนาคมต่างๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">บนทางเท้ามี เสาไฟฟ้าของกฟน. สายสื่อสาร ของบริษัทโทรคมนาคม ต้นไม้ของกทม. ป้ายจราจรของกรมทางหลวง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ตำรวจหรือกทม. หาบเร่แผงลอย ของกทม. ท่อดับเพลิงของกปน. ตู้ไปรษณีย์ของบริษัทไปรษณีย์ไทย แต่ละหน่วยงานมี พ.ร.บ. ของตัวเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ถนนซึ่งเกี่ยวเนื่องกับทางเท้า มีจำนวนเรื่องร้องเรียนมากเป็นอันดับ 2 โดยปัญหาส่วนใหญ่มักเป็นเรื่อง ผิวถนนชำรุด การทำฝาท่อบนถนน การเปิดปิดสัญญาณไฟจราจร การจอดรถริมทาง การจัดการจราจร การก่อสร้างบนถนน เช่นเดียวกันกับทางเท้า การแก้ปัญหาบนถนนในกรุงเทพฯ ขึ้นอยู่กับว่าปัญหานั้นเกิดที่ไหน และเป็นปัญหาอะไร เพราะถนนในกรุงเทพฯ ก็มีหน่วยงานรับผิดชอบหลายชั้นเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในแง่ของพื้นที่รับผิดชอบ หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบถนนสาธารณะในกรุงเทพฯ เป็นไปตาม พ.ร.บ. ทางหลวง พ.ศ. 2535 ที่แบ่งทางหลวงออกเป็นประเภทต่างๆ ถนนในกรุงเทพฯ ประกอบด้วยทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์)&nbsp; และทางหลวงแผ่นดินสายหลัก เช่น ถนนวิภาวดีรังสิต กรมทางหลวงดูแล ทางด่วนที่อยู่ภายใต้กำกับของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ทางหลวงท้องถิ่น ที่สำนักการโยธาและสำนักงานเขต เป็นผู้ดูแล ยังมีถนนที่อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ได้สังกัดกทม.เป็นเจ้าของด้วย เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย ไปจนถึงสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และหน่วยงานทางทหาร ซึ่งมีกฎหมายเฉพาะตัว กทม. ไม่สามารถเข้าไปจัดการได้เอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน จากลักษณะของปัญหาที่หลากหลายบนถนน เช่น การทำผิดกฎจราจร ถนนยุบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า ทำให้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น นอกสังกัด กทม. ตัวอย่างจากการร้องเรียนเช่น การจอดรถในช่องทางซ้ายสุดซึ่งเป็นที่ห้ามจอด เมื่อดูความรับผิดชอบของหน่วยงานจะพบว่า กทม.สร้างถนนและโครงสร้างจราจรต่างๆ รวมทั้งเป็นผู้ลงทุนติดตั้งสัญญาณไฟและระบบควบคุม ส่วนตำรวจจราจรทำหน้าที่ควบคุมสัญญาณไฟ และแม้ กทม. จะพัฒนาติดตั้งระบบอัจฉริยะแล้ว แต่ต้องขอความร่วมมือกับตำรวจในพื้นที่ ส่วนการออกใบสั่งและการจับกุมรถที่จอดในที่ห้ามจอดเป็นอำนาจของตำรวจ ยังไม่นับว่ามีปัญหาจราจรที่เกิดจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าต่างๆ เช่น กรณีดินถล่มบริเวณจุดก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าวชิรพยาบาล ปัญหาถนนชำรุด การจัดเส้นทางจราจรใหม่อันเป็นผลจากการโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม กทม. ทำได้เพียงเจรจา หรือประสาน ไม่มีอำนาจหยุดหรือสั่งปรับแผนใหม่ได้โดยตรง</p>



<h3 class="wp-block-heading">สกายวอล์คเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สกายวอล์ค ทางเดินเท้ายกระดับที่กระจายอยู่หลายพื้นที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในพื้นที่กึ่งสาธารณะกึ่งเอกชน เพราะสร้างบนพื้นที่สาธารณะ เปิดให้ประชาชนสัญจรผ่านไปมาได้ แต่พื้นที่บางส่วนเอกชนมีอำนาจในการดำเนินการ เช่น กำหนดเวลาเปิด-ปิด การติดตั้งและเข้าถึงข้อมูลในกล้องวงจรปิด การที่เส้นทางถูกแบ่งเป็นส่วนๆ ตามความเป็นเจ้าของพื้นที่บริเวณนั้นทำให้เกิดความซับซ้อนในการบริหารจัดการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเรื่องร้องเรียนในแพลตฟอร์มทราฟฟี่ฟองดูว์ เมื่อวันที่&nbsp; 3 เม.ย. 2567&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8220;ปัญหา: พื้นที่บนสกายวอล์ค ประชาชนแจ้งว่ายังคงพบการตั้งวางขายสินค้าที่บริเวณดังกล่าวอยู่เช่นเดิม ต้องการให้มีการปรับผู้ที่กระทำผิดอย่างจริงจังด้วย อ้างอิงเลขที่รับแจ้ง BWFZCE เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 67 เจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าตรวจสอบบริเวณทางเชื่อม BTS ลาดพร้าวแล้ว ขณะลงพื้นที่ตรวจสอบไม่พบมีการตั้งวางขายสินค้าบนทางเชื่อมตามที่ร้องเรียน เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของสถานีรถไฟฟ้า BTS ซึ่งผู้ร้องเรียนสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ได้กับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัน (จำกัดมหาชน)</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. เจ้าหน้าที่เทศกิจได้ประสานสอบถามกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในบริเวณดังกล่าว ทราบว่าได้มีการตรวจตราและเฝ้าระวังไม่ให้มีการวางขายสินค้าหรือการเรี่ยไรบริเวณทางสัญจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนผู้ใช้ทางเชื่อมในการสัญจร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประชาชนแจ้งว่าเมื่อเวลาประมาณ 18.14 น. วันที่ 4 มีนาคม 2567 ประชาชนยังพบเจอว่ามีการขายของประมาณ 5 ราย ให้มาตรวจจับทั้งสองด้าน ทั้งจากด้าน บีทีเอส และด้านยูเนี่ยนมอลล์ อยากให้เจ้าหน้าที่จับปรับอย่างจริงจัง…&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">“วันนี้ตอนประมาณเกือบสามทุ่ม เรากำลังเดินบนสกายวอคบีทีเอสอโศกมุ่งหน้าไปทางเชื่อมตึกไทมสแควร์ ได้เจอกับนักเที่ยวผู้ชายเกาหลี วิ่งหน้าตาตื่นมา บอกว่าโดนเลดี้บอยใส่ชุดสีเหลืองล้วงกระเป๋า ต้องการความช่วยเหลือ เราทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะช่วยยังไงดี ได้แต่บอกเค้าว่าน่าจะต้องแจ้งตำรวจ แต่ไม่เป็นไรมีกล้อง cctv แล้วก็พาเค้าไปหาเจ้าหน้าที่บีทีเอสเพื่อถามว่าเราจะช่วยเค้ายังไงได้บ้าง จนท บีทีเอสแจ้งว่าสกายวอคไม่มีกล้องวงจรปิด มีแค่หน้าโรงแรมโซฟิเทล นักท่องเที่ยวต้องไปแจ้งความที่ สน ลุมพินีเอง แต่ตอนนั้น นทท ไม่มีเงินติดตัว และเราก็ไม่สะดวกใจที่จะพาเค้าไปถึง สน ลุมพินี แต่สุดท้ายได้โทรแจ้ง 191 ให้ส่งตำรวจมาช่วยเหลือแล้ว จนท ของบีทีเอสบอกว่าตรงนั้นเกิดเหตุบ่อยมาก แต่ไม่มีกล้องวงจรปิด จึงอยากร้องเรียน กทม ว่าควรมีกล้อง เพื่อความปลอดภัยนะคะ แถวนั้นคนเดินเยอะมาก เช่นกรณีนี้ คือไม่สามารถตามตัวคนร้ายได้เลย การมีกล้องจะทำให้คนร้ายไม่กล้าทำความผิดนะคะ รบกวนผู้เกี่ยวข้องช่วยพิจารณาด้วยค่ะ”</p>



<p class="wp-block-paragraph">การดำเนินการใดๆ กับทางเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้าจะขึ้นอยู่กับว่า เส้นทางนั้นเป็นสัมปทานแบบใด และจุดนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของใคร</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สกายวอล์คเส้นทางสัมปทานกับบีทีเอส (สายสีเขียวหลัก) <a href="https://www.prachachat.net/hilight-prachachat/news-163660">กทม.เป็นเพียงผู้ออกใบอนุญาตเท่านั้น</a> เอกชนที่จะสร้างทางเชื่อมดำเนินการผ่านบีทีเอส ตัวอย่างเช่น แยกราชประสงค์ (Ratchaprasong Walk) ซึ่งสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) พัฒนาโครงข่ายทางเดินลอยฟ้า R-Walk ความยาว 1,150 เมตร เชื่อมต่อ 18 อาคารทั่วย่าน โดยสมาคมฯ ส่งมอบให้ กทม. ด้วยรูปแบบ MOU ที่ กทม. เป็นผู้ดูแลเพราะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บนที่สาธารณะ เอกชนเป็นผู้บำรุงรักษาในทางปฏิบัติ เช่น กล้องวงจรปิดเป็นของบีทีเอสที่ดูแลและเก็บรวบรวมข้อมูล</li>



<li>สกายวอล์คเส้นทางส่วนต่อขยายโครงการที่กทม. ลงทุนเอง เช่น อ่อนนุช-แบริ่ง และตากสิน-บางหว้า เอกชนจะยื่นขออนุญาตมาที่ กทม. โดยตรง กทม. ได้กำหนด <a href="https://info.dpt.go.th/app-service/wan/lawdpt/data/02/2559/129_187g_131255.pdf">หลักเกณฑ์การอนุญาตและค่าตอบแทนการสร้างทางเชื่อมระหว่างระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายกับอาคารบุคคลภายนอก 2555</a> ไว้ว่า ทางเชื่อมในส่วนที่อยู่เหนือที่สาธารณะจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ กทม. ผู้ได้รับอนุญาต (เอกชน/เจ้าของอาคาร) รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งค่าก่อสร้าง ค่ารื้อย้ายสาธารณูปโภค ค่าภาษี ค่าธรรมเนียม ค่าตอบแทนรายปี และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไปจนกว่าจะสิ้นสุดการอนุญาต ส่วนการดูแลรักษาและความปลอดภัย ผู้รับใบอนุญาตจะต้องรับผิดชอบจัดการรักษาความปลอดภัยของประชาชน บำรุงดูแลรักษา ความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยบริเวณทางเชื่อม ทั้งระหว่างก่อสร้างและระหว่างใช้งาน รวมทั้งต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่อาจขัดต่อกฎหมาย รวมถึงความรับผิดชอบต่อการละเมิดและอุบัติภัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นบนทางเชื่อมทั้งหมด</li>



<li>สกายวอล์คหรืออุโมงค์ใต้ดินที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า รฟม. <a href="https://mrtacoth-my.sharepoint.com/personal/kitsana_mrta_co_th/_layouts/15/onedrive.aspx?id=%2Fpersonal%2Fkitsana%5Fmrta%5Fco%5Fth%2FDocuments%2F%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%20%E0%B8%A3%E0%B8%9F%E0%B8%A1%2F%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%209%20%281%29%2F%28%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%81%2E%29%20%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A%20%E0%B8%A3%E0%B8%9F%E0%B8%A1%2E%20%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%20%2820%20%E0%B8%A1%E0%B8%B5%2E%E0%B8%84%2E%2067%29%20%28%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88%20%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%20%E0%B8%9D%E0%B8%9E%E0%B8%98%2E%20%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A1%29%2Epdf&amp;parent=%2Fpersonal%2Fkitsana%5Fmrta%5Fco%5Fth%2FDocuments%2F%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%20%E0%B8%A3%E0%B8%9F%E0%B8%A1%2F%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%209%20%281%29&amp;ga=1">ข้อบังคับ รฟม. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเชื่อมต่อหรือร่วมใช้กิจการรถไฟฟ้า พ.ศ. 2567</a> กำหนดให้ผู้รับสัมปทานมีหน้าที่ดูแล รักษา และบำรุงรักษาทรัพย์สินหรือระบบในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>สกายวอล์กที่ กทม. สร้างเอง และดูแลเอง ตัวอย่าง สกายวอล์คบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางเดินยกระดับ (Sky Walk) เชื่อมสถานีวงเวียนใหญ่ บริเวณใต้สะพานข้ามแยกตากสิน สำนักงานเขตในพื้นที่นั้นรับผิดชอบ โดยมีเทศกิจคอยกำกับดูแลสภาพความเป็นระเบียบ</li>



<li>สกายวอล์ครูปแบบอื่นๆ เช่น <a href="https://www.bangkokbiznews.com/advertorials/news/social-education/2622">โครงการก่อสร้างสะพานลอยเดินเท้าสายสีเขียวและสายสีน้ำเงิน บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต</a> ห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กรมทางหลวง และ กรุงเทพมหานคร ซึ่งแต่ละจุดก็อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานที่แตกต่างกัน หรือ<a href="https://webportal.bangkok.go.th/bangkoknoi/page/main/4797/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2/0/info/515410/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%99-sky-walk-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A-%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99">สกายวอล์คหน้าโรงพยาบาลศิริราช</a> แยกอรุณอัมรินทร์ ก่อสร้างโดยโรงพยาบาลศิริราช กทม.โดยสำนักงานเขตบางกอกน้อยร่วมตรวจตราความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในกรณีที่มีเหตุผิดปกติเกิดขึ้น ความสลับซับซ้อนของการจัดสรรความรับผิดชอบที่มีหลายรูปแบบก็สร้างความสับสนและยุ่งยากแก่ประชาชน ตัวอย่างเช่น เมื่อเกิดเหตุร้าย เช่น โดนทำร้ายในบริเวณนี้ ต้องการขอภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งโดยทั่วไปในพื้นที่อื่นๆ กทม.เป็นผู้ติดตั้งและบำรุงรักษา และเชื่อมโยงข้อมูลจากกล้องวงจรปิดไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองบังคับการตำรวจจราจร กองบัญชาการตำรวจนครบาล ประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นต้องทำหนังสือขอภาพจากกล้องต่อเจ้าของกล้องแต่ละเจ้าของ ขั้นตอนมากมายและใช้เวลายาวนาน สกายวอล์คเป็นอีกตัวอย่างของดินแดนกึ่งกลางที่พื้นที่เดียวกัน มีเจ้าของหลายราย มีกฎหมายหลายฉบับที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">สกายวอล์คเป็นพื้นที่รอยต่อที่สะท้อนปัญหาเดิมของ กทม.ที่เป็นพื้นที่ซับซ้อนในรูปแบบใหม่ พื้นที่ลักษณะเดียวกัน มีเจ้าของหลายแบบ กฎหมายที่มีอยู่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">กทม. มีอำนาจแก้ปัญหาเมืองหลวงมากแค่ไหน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">กฎหมายที่ใช้บริหารกรุงเทพมหานครในปัจจุบันบังคับใช้มาตั้งแต่ 40 ปีที่แล้ว โดย <a href="http://www.local.moi.go.th/2009/pdf/p.bangkok2528.pdf">พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 </a>มาตรา 89 กำหนดหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ไว้ 27 ด้าน ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">(1) การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ทั้งนี้ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครและตามกฎหมายอื่นที่กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร</p>



<p class="wp-block-paragraph">(2) การทะเบียน ตามที่กฎหมายกำหนด</p>



<p class="wp-block-paragraph">(3) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</p>



<p class="wp-block-paragraph">(4) การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง</p>



<p class="wp-block-paragraph">(5) การผังเมือง</p>



<p class="wp-block-paragraph">(6) การจัดให้มีและบำรุงรักษาทางบก ทางน้ำ และทางระบายน้ำ</p>



<p class="wp-block-paragraph">(7) การวิศวกรรมจราจร</p>



<p class="wp-block-paragraph">(8) การขนส่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">(9) การจัดให้มีและควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าข้ามและที่จอดรถ</p>



<p class="wp-block-paragraph">(10) การดูแลรักษาที่สาธารณะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">(11) การควบคุมอาคาร</p>



<p class="wp-block-paragraph">(12) การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดและการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย</p>



<p class="wp-block-paragraph">(13) การจัดให้มีและบำรุงรักษาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">(14) การพัฒนาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</p>



<p class="wp-block-paragraph">(14 ทวิ) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">(15) การสาธารณูปโภค</p>



<p class="wp-block-paragraph">(16) การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัว และการรักษาพยาบาล</p>



<p class="wp-block-paragraph">(17) การจัดให้มีและควบคุมสุสานและฌาปนสถาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">(18) การควบคุมการเลี้ยงสัตว์</p>



<p class="wp-block-paragraph">(19) การจัดให้มีและควบคุมการฆ่าสัตว์</p>



<p class="wp-block-paragraph">(20) การควบคุมความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและการอนามัย ในโรงมหรสพและสถานบริการอื่น ๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">(21) การจัดการศึกษา</p>



<p class="wp-block-paragraph">(22) การสาธารณูปการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">(23) การสังคมสงเคราะห์</p>



<p class="wp-block-paragraph">(24) การส่งเสริมการกีฬา</p>



<p class="wp-block-paragraph">(25) การส่งเสริมการประกอบอาชีพ</p>



<p class="wp-block-paragraph">(26) การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร</p>



<p class="wp-block-paragraph">(27) หน้าที่อื่น ๆ ที่มีกฎหมายระบุให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ เทศบาลนคร หรือตามที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย หรือที่กฎหมายระบุเป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานครพมหานคร</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่า อำนาจหน้าที่ของ กทม. ถูกกำหนดไว้อย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตามก็มีข้อจำกัดว่า อำนาจหน้าที่ของ กทม. ใน 27 ด้านนี้ อยู่ภายใต้กฎหมายอื่น ซึ่งหากมีกฎหมายเฉพาะที่ให้อำนาจหน่วยงานส่วนกลางไว้ อำนาจผู้ว่าฯ ก็จะถูกจำกัดลงทันที</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและบริหารกรุงเทพมหานครตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม อำนาจของผู้ว่าฯ จะถูกจำกัดไว้ด้วยในมาตรา 49 ว่า “(4) บริหารราชการตามที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย”</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจาก พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการ กทม. พ.ศ. 2528 มาตรา 89 ที่ระบุอำนาจหน้าที่ของกทม. ยังมีกฎหมายที่ กทม. ใช้บ่อย คือ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 ที่ครอบคลุมเรื่องขยะ ทางเท้า สิ่งกีดขวางบนที่สาธารณะ ที่ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น&nbsp;</li>



<li>พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ครอบคลุมเรื่องเหตุรำคาญ เสียง กลิ่น ขยะ โรงงานรบกวน ให้อำนาจ เจ้าพนักงานท้องถิ่น เจ้าพนักงานสาธารณสุข กทม. สั่งระงับเหตุรำคาญได้</li>



<li>พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ครอบคลุมเรื่องอาคารชำรุด กำหนดให้ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการ ควบคุม อาคาร ที่ปลูกสร้างในเขตพื้นที่</li>



<li>พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ศ. 2562 ครอบคลุมการวางแผนการใช้พื้นที่ เช่น ห้ามตั้งโรงงานในพื้นที่ที่อยู่อาศัย กทม. มีหน้าที่สำรวจ วิเคราะห์ และจัดทำร่างผังเมือง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ปัญหาต่างๆ ที่คนกรุงเทพฯ ประสบอยู่นั้น เกี่ยวข้องกับกฎหมายอีกหลายฉบับ ที่มีหลายหน่วยงานเป็นผู้ใช้อำนาจรับผิดชอบ ตัวอย่างปัญหาที่มีหลายหน่วยงานทับซ้อนกัน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รถเมล์ไม่ทั่วถึง พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ. จัดตั้ง ขสมก. พ.ศ. 2519 ให้กรมขนส่งทางบกเป็นผู้กำหนดเส้นทาง ออกใบอนุญาต และควบคุมคุณภาพรถ กทม.เป็นเพียงแค่ผู้สนับสนุนด้านอื่นๆ เช่น จัดทำศาลารอรถโดยสายประจำทาง</li>



<li>รถไฟฟ้าราคาแพง ไม่เพียงพอในชั่วโมงเร่งด่วน พ.ร.บ. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 ที่ให้อำนาจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำหนดอัตราค่าโดยสาร โดยมีกระทรวงคมนาคมเป็นผู้กำกับดูแล ในเส้นทางที่ กทม. เป็นคู่สัญญาโดยตรง กทม. ต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี</li>



<li>สายสื่อสารรกรุงรัง พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 (มาตรา 47 วรรคสองและมาตรา 48 ววรคสอง) และกฎกระทรวงกำหนดค่าใช้เขตทางหลวงท้องถิ่น พ.ศ. 2567 กำหนดให้กทม. มีอำนาจและดำเนินการตัดและรื้อถอนสายสื่อสารที่ไม่ได้ใช้งาน หรือสายที่ติดตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ โดยร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และ กสทช. เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้</li>



<li>รถเมล์-รถบรรทุกควันดำ พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522, พ.ร.บ.จราจรทางบก&nbsp; พ.ศ. 2522 และ ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดเกณฑ์มาตรฐานและวิธีการตรวจวัดค่าควันดำจากท่อไอเสียของรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2568 ให้กรมขนส่งทางบกมีอำนาจกำกับรถโดยสาร รถบรรทุก กทม. มีอำนาจกำกับเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่า กรอบกฎหมายนี้ไม่เอื้อต่อการแก้ปัญหาที่กรุงเทพฯ เผชิญอยู่มาอย่างยาวนาน เพราะต้องประสานกับหน่วยงานกลางที่มีกฎหมายเฉพาะ และอยู่ภายใต้นโยบายของแต่ละกระทรวงอีกด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">รถเมล์-รถไฟฟ้าที่ตรงใจคนกรุงเทพฯ พยายามแค่ไหนก็แพ้ ถ้าไม่แก้กฎหมาย</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาที่ชาวกรุงเทพฯ เรียกร้องมานาน แต่ไม่ได้รับการแก้ปัญหาคือ อำนาจในการบริหารจัดการขนส่งสาธารณะ ทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้า เหตุผลสำคัญมาจากการที่ กทม. ไม่มีอำนาจโดยตรงในการจัดการขนส่งสาธารณะของตัวเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรณีของรถเมล์ กทม. ไม่มีอำนาจจัดการรถเมล์ทุกด้าน เพราะเป็นความรับผิดชอบขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของกรมขนส่งทางบก และกระทรวงคมนาคม กรมขนส่งทางบกเป็นผู้กำหนดเส้นทางและออกใบอนุญาต และควบคุมคุณภาพรถ ตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522&nbsp; ด้วยเหตุนี้ที่ผ่านมา&nbsp; แทนที่เป็นการแก้ปัญหาการให้บริการขนส่งสาธารณะโดยตรง ที่เป็นความเดือดร้อนหลักของคนกรุงเทพฯ ทั้งราคาและการเข้าถึง ซึ่งส่งผลต่อค่าใช้จ่ายและคุณภาพชีวิตโดยตรง บทบาทของ กทม. ในเรื่องนี้มักวนเวียนอยู่กับใช้งบประมาณปรับปรุงป้ายรถเมล์แบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นป้ายรถเมล์อัจฉริยะในยุคของอภิรักษ์ โกษะโยธิน หรือการปรับรูปแบบของป้ายบอกสายรถเมล์ และออกแบบป้ายรถเมล์ใหม่ของชัชชาติ สิทธิพันธ์&nbsp; อย่างไรก็ตาม กทม. ไม่มีอำนาจพิจารณาตำแหน่งป้ายรถเมล์ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมขนส่งทางบก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่ผ่านมา กทม. มีการเดินรถโดยสารประจำทางเองคือ รถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT) ซึ่ง กทม. ต้องขอใบอนุญาตจากกรมขนส่งทางบกเท่านั้น ล่าสุดเมื่อ<a href="https://www.prachachat.net/hilight-prachachat/news-1644181">ปี 2567</a> กทม. ต้องการขยายเส้นทางเดินรถต่อ จากแยกสาทร-นราธิวาสไปถึงแยกวิทยุ เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า MRT สถานีลุมพินีในช่วงเวลาเร่งด่วน ปรากฏว่า กรมขนส่งทางบกไม่อนุญาต อีกวิธีหนึ่งที่กทม. ใช้คือ BMA Feeder การเดินรถแบบรถโดยสารไม่ประจำทางที่กำหนดจุดจอดรับ-ส่ง เฉพาะจุดที่กำหนดเฉพาะ แต่ก็อยู่ในเส้นทางที่จำกัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนรถไฟฟ้าก็เช่นกัน เนื่องจากรถไฟฟ้าอยู่ภายใต้พ.ร.บ. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 และสัมปทานระหว่างรัฐบาล กับบริษัทเอกชนต่างๆ กทม. จึงไม่มีอำนาจกำหนดราคาหรือเส้นทางได้เองนอกจากรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวที่ กทม. เป็นเจ้าของและจ้างบริษัทเดินรถ</p>



<p class="wp-block-paragraph">กทม. เคยมีความพยายามผลักดันให้กรุงเทพฯ มีรถโดยสารประจำทางพลังงานไฟฟ้าในปี 2566 โดยสภากรุงเทพมหานครลงมติผ่านร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง รถโดยสารประจำทางพลังงานไฟฟ้าเพื่อลดมลภาวะ พ.ศ. …ปรากฏว่า<a href="https://www.otp.go.th/uploads/tiny_uploads/Newspaper/2566/october/25661031/25661031-15.pdf">สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.)</a> มีหนังสือตอบกลับโดยสรุปว่า ไม่ใช่อำนาจของ กทม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือการกำหนดราคาโดยสารรถไฟฟ้า ที่ดูเหมือน กทม. จะมีอำนาจทำได้ แต่สุดท้ายศาลตัดสินว่า กทม. ไม่สามารถทำได้ <a href="https://www.thairath.co.th/news/politic/2678680">เมื่อปี 2564 กทม. ออกประกาศเรื่องการกำหนดค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว</a>&nbsp; ตลอดสายสูงสุด 104 บาท ต่อมาปี 2566 ศาลปกครองกลางพิพากษาเพิกถอนประกาศนี้ โดยให้เหตุผลว่า แม้รัฐธรรมนูญจะบัญญัติรับรองให้ กทม.ซึ่งเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นมีความเป็นอิสระ แต่การใช้อำนาจบริหารราชการและการจัดทำบริการสาธารณะของ กทม. โดยผู้ว่าฯ กทม.ก็ยังต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลตามหลักการกระจายอำนาจทางปกครองของรัฐ ดังนั้น กทม. ต้องปฏิบัติตามมติครม.</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งสองกรณีสะท้อนว่า แม้ กทม. ต้องการจะบริหารจัดการขนส่งสาธารณะด้วยตนเอง แต่ก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมายที่จำกัด จนทำให้การเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทันกับความต้องการของประชาชนเกิดขึ้นได้ยาก&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">การเคลื่อนไหวแก้ไข พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ใครเสนออะไร ถึงไหนแล้ว</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อติดขัดทางกฎหมายจนทำให้เมืองไม่สามารถพัฒนาได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ทำให้หลายฝ่ายพยายามแก้กฎหมาย พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ซึ่งบังคับใช้มากว่า 40 ปี และกำหนดโครงสร้างอำนาจของกรุงเทพมหานครทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อ <a href="https://theactive.thaipbs.or.th/news/politics-20241018">ตุลาคม 2567</a> คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนสภาผู้แทนราษฎร เปิดเวทีรับฟังความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครและการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดงบประมาณกรุงเทพมหานคร&nbsp; พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ เปิดเผยว่า จะยื่นร่างกฎหมายแก้ไข พ.ร.บ.บริหารราชการกรุงเทพมหานคร โดยเพิ่มการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีระดับเขตหรือกลุ่มเขต และการขยายอำนาจการบริหารและแก้ไขปัญหา เพื่อให้กทม. สามารถมีอำนาจจัดการปัญหาในพื้นที่ของตัวเอง โดยย่นย่อเรื่องการประสานงานหรือบูรณาการข้ามหน่วยงานไปได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมา เดือนเมษายน 2568 กทม.โดยชัชชาติ สิทธิพันธ์ เริ่มเสนอแนวคิดปรับปรุง พ.ร.บ.บริหารราชการกรุงเทพมหานครฯ ผ่าน<a href="https://2528.bangkok.go.th/">เว็บไซต์</a> มุ่งเป้าจะแก้ปัญหา 3 ด้าน ได้แก่ ด้านอำนาจฝ่ายบริหารที่เพิ่มอำนาจหน้าที่ของกทม. ในการดำเนินงานต่างๆ ด้านงบประมาณ เปิดทางให้กทม. สามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มเติมจากภาษีหรือค่าธรรมเนียมใหม่ ๆ และด้านโครงสร้างการบริหารราชการ&nbsp; ปรับโครงสร้างและสัดส่วนข้าราชการการเมือง ทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติให้เหมาะสมกับภารกิจในปัจจุบัน มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแล้ว อยู่ในขั้นตอนของคณะรัฐมนตรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน ร่างพ.ร.บ.ฯ ของพรรคประชาชนอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเพิ่งปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนเมื่อ 23 พฤษภาคม 2569 <a href="https://www.parliament.go.th/section77/manage/files/file_20260422072638_3_547.pdf">สาระสำคัญ</a>คือการแก้ไขมาตรา 4 เพื่อยกเลิกอำนาจบางส่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการควบคุม กทม. และกระจายอำนาจการบริหารสู่ท้องถิ่นอย่างเบ็ดเสร็จ โดยบังคับกระจายอำนาจ ถ่ายโอนภารกิจ งบประมาณ และบุคลากรให้ กทม. ตามแผน รวมถึงการขยายกรอบอำนาจให้กับ กทม.ในการให้บริการสาธารณะ โดยเปลี่ยนจากระบบ Positive List ที่ระบุว่า กทม. สามารถทำอะไรได้ จะต้องมีการระบุอยู่ในกฎหมาย เปลี่ยนไปเป็นระบบ Negative List ระบุเฉพาะสิ่งที่ประชาชนไม่ต้องการให้กรุงเทพมหานครทำ อาทิเช่น เงินตรา ศาล การทหาร การต่างประเทศ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการเลือกตั้ง 2 ชั้น มีทั้งผู้ว่าฯ/ส.ก. ในระดับเมือง และนายกเขต/ส.ข. ในระดับเขต</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนถึงมิถุนายน 2569 ร่าง พ.ร.บ. กทม. ของพรรคประชาชน อยู่ในขั้นตอนรอการอนุมัติรับรองจากนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นร่างการเงิน จึงจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-limit-authority/">กทม. มีอำนาจแค่ไหน ในการแก้ปัญหาให้คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องปัญหาน้ำท่วมขังกรุงเทพฯ : เขตดินแดงโดนน้ำท่วมขังมากที่สุด ซอยพหลโยธิน 60/1 เจอท่วมซ้ำซากบ่อยที่สุด</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-flood-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 09:11:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[งบน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7731</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3648;&#3617;&#3639;&#3656;&#3629;&#3648;&#3586;&#3657 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flood-2025/">ส่องปัญหาน้ำท่วมขังกรุงเทพฯ : เขตดินแดงโดนน้ำท่วมขังมากที่สุด ซอยพหลโยธิน 60/1 เจอท่วมซ้ำซากบ่อยที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>ในปี 2567 &#8211; 2568 มีการรายงานน้ำท่วมขัง 841 ครั้ง แยกเป็นปี 2567 จำนวน 213  ครั้ง และปี 2568 จำนวน 628 ครั้งพบว่าเขตที่มีน้ำท่วมขังบนถนนมากที่สุดคือ เขตดินแดง จำนวน 57 ครั้ง ตามมาด้วยเขตหลักสี่ 52 ครั้ง เขตจตุจักร 49 ครั้ง เขตบึงกุ่ม 45 ครั้ง และเขตบางกะปิ 44 ครั้ง</li>



<li>บริเวณที่น้ำท่วมซ้ำซากในช่วงปี 2567 &#8211; 2568 ซ้ำซากมากที่สุด คือ ถนนพหลโยธินช่วงซอยพหลโยธิน 60/1 จำนวน 19 ครั้ง (9 ครั้งในปี 2567 และ 10 ครั้งในปี 2568)</li>



<li>พบว่าเขตที่มีงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำมากที่สุด คือเขตดอนเมือง งบรวมทั้งหมด 770,908,200 บาท คิดเป็น 5.68% ของงบประมาณทั้งหมด ในขณะที่เขตที่ได้รับงบน้อยที่สุด คือหนองจอก 19,086,300 บาท คิดเป็น 0.14% ของงบประมาณทั้งหมด</li>



<li>ในปี 2567 ถนนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ใช้เวลาในการระบายน้ำจนแห้งเฉลี่ย 89.29 นาที หรือ 1.49 ชั่วโมง หากแยกเป็นรายเขต พบว่าเขตที่ใช้เวลาระบายน้ำจนแห้งนานที่สุด คือเขตดอนเมือง ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 495 นาที หรือ 8.25 ชั่วโมง ในขณะที่ในปี 2568 ถนนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ใช้เวลาในการระบายน้ำจนแห้งเฉลี่ย 152.49 นาที หรือ 2.54 ชั่วโมง หากแยกเป็นรายเขต พบว่าเขตที่ใช้เวลาระบายน้ำจนแห้งนานที่สุด คือเขตดอนเมือง ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 431.67 นาที หรือ 7.19 ชั่วโมง</li>



<li>วันที่ 10 พฤษภาคม 2568 เป็นวันที่มีฝนตกหนักและนำท่วมขังมากที่สุด จากการรายงานน้ำท่วมขัง 108 ครั้ง ในพื้นที่ 28 เขตทั่วกรุงเทพมหานคร โดยพื้นที่ที่ถนนแห้งช้าที่สุดคือ ถนนลาดพร้าว ลาดพร้าวซอย 64 เขตวังทองหลาง ที่น้ำเริ่มท่วมเวลา 18.00 น. และแห้งเวลา 3.45 น. ใช้เวลามากถึง 9 ชั่วโมง 45 นาที ในการระบายน้ำท่วมขัง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน กรุงเทพฯ ก็มักจะเจอกับปัญหาน้ำท่วมขังรอระบายในทุกปี ส่งผลต่อการจราจรและการใช้ชีวิตของคนในกรุงเทพฯ เกิดเป็นภาพข่าวปรากฏขึ้นซ้ำๆ ในทุกปีเมื่อฤดูฝนมาเยือน และในการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ทุกครั้ง ปัญหาน้ำท่วมก็มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของผู้ลงสมัครว่าจะจัดการปัญหาน้ำท่วมอย่างไร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนสำรวจปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพฯ ช่วงปี 2567- 2568 ว่ามีเขตไหนที่เจอน้ำท่วมขังมากที่สุด จุดไหนเกิดน้ำท่วมซ้ำซากมากที่สุด และงบประมาณในการแก้ไขน้ำท่วมของกรุงเทพฯ ใช้ไปกับอะไรที่ไหนบ้าง</p>



<h3 class="wp-block-heading">เขตไหนน้ำท่วมขังมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-4-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7733" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-4-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-4-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-4-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-4-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-4.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลสถิติระดับน้ำท่วมขังบนถนนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ปี 2567 &#8211; 2568 จำนวน 841 ครั้ง แยกเป็นปี 2567 จำนวน 213&nbsp; ครั้ง และปี 2568 จำนวน 628 ครั้ง พบว่าเขตที่มีน้ำท่วมขังบนถนนมากที่สุดคือ เขตดินแดง จำนวน 57 ครั้ง ตามมาด้วยเขตหลักสี่ 52 ครั้ง เขตจตุจักร 49 ครั้ง เขตบึงกุ่ม 45 ครั้ง และเขตบางกะปิ 44 ครั้ง ในขณะที่มี 7 เขต ที่ไม่พบรายงานว่ามีน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักของกรุงเทพมหานครได้แก่ คลองสามวา ทวีวัฒนา ทุ่งครุ ธนบุรี สะพานสูง หนองแขม และหนองจอก</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากแยกเป็นรายปี พบว่าในปี 2567 เขตที่พบน้ำท่วมขังบนถนนมากที่สุดคือ หลักสี่ 23 ครั้ง ตามมาด้วยวัฒนาและคลองเตย 19 ครั้ง ดินแดงและจตุจักร 16 ครั้ง สายไหม 15 ครั้ง และราชเทวี 12 ครั้ง นอกจากนี้มีจำนวน 14 เขตที่ไม่ปรากฏรายงานน้ำท่วมขัง ได้แก่ บางกะปิ ลาดพร้าว บางขุนเทียน ภาษีเจริญ ดุสิต คันนายาว บางกอกใหญ่ หนองแขม คลองสามวา ทวีวัฒนา ทุ่งครุ สะพานสูง ธนบุรี และหนองจอก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ปี 2568 เขตที่พบน้ำท่วมขังบนถนนมากที่สุดคือ บางกะปิ 44 ครั้ง ตามมาด้วยดินแดง 41 ครั้ง บึงกุ่ม 37 ครั้ง จตุจักร 33 ครั้ง วังทองหลางและลาดพร้าว 31 ครั้ง นอกจากนี้มีจำนวน 11 เขตที่ไม่มีรายงานน้ำท่วมขัง ได้แก่ ราษฎร์บูรณะ บางพลัด ตลิ่งชัน บางซื่อ หนองแขม คลองสามวา ทวีวัฒนา ทุ่งครุ สะพานสูง ธนบุรี และหนองจอก</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากเปรียบเทียบข้อมูลของทั้ง 2 ปี จะเห็นได้ว่ามีเขตที่มีการรายงานว่ามีน้ำท่วมขังเพิ่มมากขึ้นถึง 34 เขต โดยเขตบางกะปิ เป็นเขตที่มีจำนวนน้ำท่วมขังเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยในปี 2567 ไม่มีรายงานน้ำท่วมขังในพื้นที่ แต่ในปี 2568&nbsp; มีรายงานน้ำท่วมขังเพิ่มขึ้น 44 ครั้ง ในขณะที่มีเขตที่มีจำนวนน้ำท่วมขังลดลงมีทั้งหมด 7 เขต ได้แก่ ราษฎร์บูรณะ บางพลัด ตลิ่งชัน คลองเตย บางแค บางซื่อ และวัฒนา นอกจากนี้มี 2 เขตที่มีจำนวนน้ำท่วมขัง ปี 2567 &#8211; 2568 เท่าเดิม คือจอมทอง ปีละ 2 ครั้ง และบางกอกน้อย ปีละ 1 ครั้ง</p>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่ไหนน้ำท่วมบ่อยที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-8-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7737" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-8-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-8-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-8-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-8-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-8.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้เมื่อพิจารณาจากข้อมูลในปี 2567-2568 เพื่อหาว่าบริเวณไหนเป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังบ่อยที่สุด พบว่าพื้นที่ที่น้ำท่วมขังบ่อยที่สุด คือ ถนนพหลโยธินช่วงซอยพหลโยธิน 60/1 จำนวน 19 ครั้ง ตามมาด้วยถนนแจ้งวัฒนะหน้าโลตัสแจ้งวัฒนะ จำนวน 14 ครั้ง ถนนอ่อนนุชช่วงซอยอ่อนนุช 59 จำนวน 12 ครั้ง ถนนแจ้งวัฒนะหน้าศาลปกครองกลาง จำนวน 11 ครั้ง ถนนลาดกระบังแยกกิ่งแก้ว ถนนหัวหมากซอยรามคำแหง 24 แยก18 และถนนสุขุมวิทช่วงแบริ่ง จำนวน 10 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากแยกเป็นรายปี พบว่าในปี 2567 พื้นที่ที่น้ำท่วมขังบ่อยที่สุด คือ ถนนพหลโยธินช่วงซอยพหลโยธิน 60/1 จำนวน 9 ครั้ง ถนนแจ้งวัฒนะหน้าโลตัสแจ้งวัฒนะ 7 ครั้ง และถนนแจ้งวัฒนะหน้าศาลปกครองกลาง จำนวน 6 ครั้ง ในขณะที่ในปี 2568 พื้นที่ที่น้ำท่วมขังบ่อยที่สุด คือ ถนนอ่อนนุชช่วงซอยอ่อนนุช 59 จำนวน 12 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถนนหัวหมากซอยรามคำแหง 24 แยก18 ถนนลาดกระบังแยกกิ่งแก้ว และถนนพหลโยธินช่วงซอยพหลโยธิน 60/1 จำนวน 10 ครั้ง ถนนประชาสุขซอยอินทามระ 34 และถนนนวมินทร์ ช่วงซอยนวมินทร์ 38 จำนวน 9 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้หาดูรายละเอียดของน้ำท่วมขังระหว่างปี 2567 &#8211; 2568 เพื่อดูว่าถนนเส้นไหนที่น้ำท่วมซ้ำซากมากที่สุด จะพบว่าถนนที่ท่วมซ้ำซากมากที่สุด คือ ถนนพหลโยธินช่วงซอยพหลโยธิน 60/1 จำนวน 19 ครั้ง (9 ครั้งในปี 2567 และ 10 ครั้งในปี 2568) ตามมาด้วยถนนแจ้งวัฒนะหน้าโลตัส จำนวน 14 ครั้ง (7 ครั้งในปี 2567 และ 7 ครั้งในปี 2568) ถนนแจ้งวัฒนะหน้าศาลปกครองกลาง จำนวน 11 ครั้ง (5 ครั้งในปี 2567 และ 5 ครั้งในปี 2568) และถนนสุขุมวิทช่วงแบริ่ง จำนวน 10 ครั้ง (3 ครั้งในปี 2567 และ 7 ครั้งในปี 2568)</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากดูรายละเอียดในเขตที่มีน้ำท่วมขังมากที่สุด 5 เขต ได้แก่ เขตดินแดง หลักสี่ จตุจักร บึงกุ่ม และบางกะปิ พบว่าบริเวณที่ท่วมบ่อยที่สุดคือ ถนนแจ้งวัฒนะหน้าโลตัสในเขตหลักสี่ 14 ครั้ง ตามมาด้วย ถนนแจ้งวัฒนะหน้าศาลปกครองกลางในเขตหลักสี่ 11 ครั้ง และถนนหัวหมากซอยรามคำแหง 24 แยก18 ในเขตบางกะปิ 10 ครั้ง</p>



<h3 class="wp-block-heading">น้ำท่วมกรุงเทพฯ แต่ละครั้ง ใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะแห้ง</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-10-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7739" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-10-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-10-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-10-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-10-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-10.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลการรายงานน้ำท่วมขังในช่วงปี 2567 &#8211; 2568 ทั้งหมด 841 ครั้ง พบว่ามีน้ำท่วมขังความสูงต่ำสุดอยู่ที่ 2 เซนติเมตร และสูงสุด 50 เซนติเมตร หากดูความสูงเฉลี่ย พบว่ามีน้ำท่วมขังขั้นต่ำสูง 10 เซนติเมตรมากที่สุดจำนวน 368 ครั้ง และท่วมสูงสุด 15 เซนติเมตรมากที่สุดจำนวน 336 ครั้ง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากดูระยะเวลาที่น้ำท่วมขังระบายจนแห้ง พบว่าในปี 2567 ถนนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ใช้เวลาในการระบายน้ำจนแห้งเฉลี่ย 89.29 นาที หรือ 1.49 ชั่วโมง จากจำนวนการรายงานน้ำท่วมขัง 213 ครั้ง หากแยกเป็นรายเขต พบว่าเขตที่ใช้เวลาระบายน้ำจนแห้งนานที่สุด คือเขตดอนเมือง ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 495 นาที หรือ 8.25 ชั่วโมง ตามมาด้วยเขตลาดกระบัง ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 289 นาที หรือ 4.81 ชั่วโมง เขตบางเขน ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 194.2 นาที หรือ 3.24 ชั่วโมง เขตบางนา ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 157.83 นาที หรือ 2.63 ชั่วโมง และเขตสวนหลวง ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 145.63 นาที หรือ 2.43 ชั่วโมง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ในปี 2568 ถนนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ใช้เวลาในการระบายน้ำจนแห้งเฉลี่ย 152.49 นาที หรือ 2.54 ชั่วโมง จากจำนวนการรายงานน้ำท่วมขัง 628 ครั้ง หากแยกเป็นรายเขต พบว่าเขตที่ใช้เวลาระบายน้ำจนแห้งนานที่สุด คือเขตดอนเมือง ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 431.67 นาที หรือ 7.19 ชั่วโมง ตามมาด้วยเขตประเวศ ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 271.34 นาที หรือ 4.52 ชั่วโมง เขตลาดพร้าว ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 257.42 นาที หรือ 4.29 ชั่วโมง เขตบางรัก ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 223.57 นาที หรือ 3.73 ชั่วโมง และเขตบางนา ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 217.5 นาที หรือ 3.63 ชั่วโมง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากดูเวลาในการระบายน้ำท่วมขังของกรุงเทพฯ พบว่าในปี 2567 ถนนในกรุงเทพฯ มีรายงานน้ำท่วมขังทั้งหมด 213 ครั้ง ส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการระบายน้ำไม่เกิน 1 ชั่วโมง จำนวน 116 ครั้งคิดเป็น 54.46%ของน้ำท่วมทั้งหมด ในขณะที่ถนนที่ใช้เวลามากกว่า 3 ชั่วโมงในการระบายน้ำมีเพียง 24 ครั้ง คิดเป็น 11.27%ของน้ำท่วมทั้งหมด แต่ในปี 2568 ถนนในกรุงเทพฯ มีรายงานน้ำท่วมขังเพิ่มขึ้นรวมทั้งหมด 628 ครั้ง ส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการระบายน้ำไม่เกิน 1 ชั่วโมง จำนวน 194 ครั้งคิดเป็น 30.89% ของน้ำท่วมทั้งหมด ในขณะที่ถนนที่ใช้เวลามากกว่า 3 ชั่วโมงในการระบายน้ำเพิ่มถึง 156 ครั้ง คิดเป็น 24.84% ของน้ำท่วมทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากอิงจากเป้าหมายของทีมงานผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ตั้งเป้าหมายว่า <a href="https://policywatch.thaipbs.or.th/article/environment-190#title-5">“น้ำท่วมขังต้องระบายให้หมดภายใน 3 ชั่วโมง”</a> ซึ่งจากข้อมูล ปี 2567 &#8211; 2568 จะเห็นได้ว่าสัดส่วนของพื้นที่ระบายน้ำที่ใช้เวลามากกว่า 3 ชั่วโมงมีมากถึง 21.40%ของจำนวนน้ำท่วมทั้งหมด ซึ่งมีหลายปัจจัยทั้งจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ และโครงสร้างการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่จะต้องดำเนินการ</p>



<h3 class="wp-block-heading">วันไหน เดือนไหน ที่ฝนตกน้ำขังบ่อยที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-5-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7734" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-5-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-5-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-5-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-5-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-5.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากดูข้อมูลเป็นรายเดือนช่วงปี 2567 &#8211; 2568 เพื่อดูว่าเดือนไหนน้ำท่วมบ่อยที่สุด พบว่าเดือนที่น้ำท่วมบ่อยที่สุด คือเดือนพฤษภาคม 217 ครั้ง แบ่งออกเป็นปี 2567 จำนวน 36 ครั้ง และปี 2568 จำนวน 181 ครั้ง ตามมาด้วยเดือนกันยายน จำนวน 171 ครั้ง แบ่งออกเป็นปี 2567 จำนวน 21 ครั้ง และปี 2568 จำนวน 150 ครั้ง เดือนสิงหาคม 149 ครั้ง แบ่งออกเป็นปี 2567 จำนวน 42 ครั้ง และปี 2568 จำนวน 107 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้หากดูเป็นช่วงวันและเดือนว่าเวลาไหนที่มีน้ำท่วมขังบ่อยที่สุด พบว่า วันเสาร์ของเดือนพฤษภาคมมีน้ำท่วมขังบ่อยที่สุด จำนวน 123 ครั้ง ตามมาด้วยวันเสาร์ของเดือนกันยายน 65 ครั้ง วันพฤหัสบดีของเดือนพฤศจิกายน 58 ครั้ง วันอาทิตย์ของเดือนพฤศจิกายน 50 ครั้ง และวันอังคารของเดือนสิงหาคม 42 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><br>ในขณะที่วันที่ 10 พฤษภาคม 2568 เป็นวันที่มีฝนตกหนักและนำท่วมขังมากที่สุด จากการรายงานน้ำท่วมขัง 108 ครั้ง ในพื้นที่ 28 เขตทั่วกรุงเทพมหานคร โดยพื้นที่ที่ถนนแห้งช้าที่สุดคือ ถนนลาดพร้าว ลาดพร้าวซอย 64 เขตวังทองหลาง ที่น้ำเริ่มท่วมเวลา 18.00 น. และแห้งเวลา 3.45 น. ใช้เวลามากถึง 9 ชั่วโมง 45 นาที ในการระบายน้ำท่วมขัง</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อแยกเป็นเวลาที่น้ำเริ่มท่วม จะพบว่าช่วงเวลาที่มีรายงานน้ำเริ่มท่วมมากที่สุด คือ ช่วงเวลา 6 โมงเย็น จำนวน 169 ครั้ง ตามมาด้วยช่วงเวลา 5 โมงเย็น จำนวน 78 ครั้ง ตี 2 จำนวน 59 ครั้ง 3 ทุ่มและ 4 โมงเย็น จำนวน 54 ครั้ง โดยช่วงเวลาตั้งแต่ 4โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม เป็นช่วงเวลาที่มีรายงานน้ำท่วมขังมากที่สุด อีกทั้งเป็นช่วงชั่วโมงเร่งด่วนที่ประชาชนเลิกงานและเดินทางเป็นจำนวนมาก ทำให้น้ำท่วมขังในช่วงเวลานี้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางและสร้างความลำบากให้กับประชาชน โดยเฉพาะบริเวณ feeder ที่มีประชาชนจำนวนมากรอเดินทางด้วยรถขนส่งสาธารณะ</p>



<h3 class="wp-block-heading">งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำของ กทม. 4 ปีย้อนหลัง ใช้ทำอะไร ที่ไหนบ้าง</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-6-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7735" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-6-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-6-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-6-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-6-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-6.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากการรวบรวมงบประมาณที่เกี่ยวกับการระบายน้ำของกรุงเทพฯ จากข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 &#8211; 2569 ของกรุงเทพมหานคร ทั้งงบรายเขตและสำนักระบายน้ำ พบว่ามีงบประมาณทั้งหมด 13,563,588,193.03 บาท โดยมีการจำแนกประเภทของงบออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>งบประมาณเกี่ยวกับเขื่อน และแนวป้องกันน้ำท่วม จำนวน 5,465,228,176 บาท เป็นงบที่เกี่ยวกับการก่อสร้างและปรับปรุงแนวป้องกันและระบายน้ำ เช่น เขื่อนค.ส.ล. แนวป้องกันน้ำท่วม ราวกันตก ทางเดินบริเวณเขื่อน ฯลฯ</li>



<li>งบประมาณเกี่ยวกับประตูระบายน้ำ ระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ บ่อพักน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำ จำนวน 3,788,849,642 บาท เป็นงบเกี่ยวกับการก่อสร้างและปรับปรุงระบบระบายน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ เช่น อุโมงค์ระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ บ่อพักน้ำ ประตูระบายน้ำ ฯลฯ</li>



<li>งบประมาณเกี่ยวกับค่าวัสดุใช้สอยและรายจ่ายโครงการ จำนวน 2,848,742,975 บาท เป็นงบที่เกี่ยวกับการซ่อมบำรุงรักษา และการทำความสะอาดระบบระบายน้ำ เช่น สถานีสูบน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ ฯลฯ</li>



<li>งบประมาณเกี่ยวกับการขุดลอกคลอง-ลำราง จำนวน 1,151,241,800 บาท เป็นงบเกี่ยวกับการขุดลอกคลองและลำรางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ</li>



<li>งบประมาณเกี่ยวกับแก้มลิง จำนวน 252,300,000 บาท เป็นงบก่อสร้างและปรับปรุงแก้มลิง</li>



<li>งบประมาณเกี่ยวกับเครื่องสูบน้ำ จำนวน 57,225,600 บาท เป็นงบเกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-7-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7736" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-7-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-7-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-7-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-7-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-7.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-9-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7738" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-9-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-9-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-9-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-9-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/image-9.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากแยกงบประมาณ 4 ปีเป็นรายเขต พบว่าเขตที่มีงบประมาณเกี่ยวกับการระบายน้ำมากที่สุด คือดอนเมือง ได้รับงบรวมทั้งหมด 770,908,200 บาท คิดเป็น 5.68% ของงบประมาณทั้งหมด ตามมาด้วย หลักสี่ 694,525,825 บาท คลองเตย 662,579,448 บาท และหนองแขม 658,778,795.3 บาท ในขณะที่เขตที่ได้รับงบน้อยที่สุด คือหนองจอก 19,086,300 บาท คิดเป็น 0.14% ของงบประมาณทั้งหมด ตามมาด้วยป้อมปราบศัตรูพ่าย 21,996,600 บาท ราษฎร์บูรณะ 27,061,500 บาท และสาทร 31,984,400 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากเทียบกับข้อมูลสถิติระดับน้ำท่วมขังบนถนนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักระบายน้ำ จะพบว่าเขตที่มีน้ำท่วมขังบนถนนมากที่สุดอย่างดินแดงที่มีน้ำท่วมมากถึง 57 ครั้งในช่วงปี 2567 &#8211; 2568 แต่กลับมีงบที่เกี่ยวกับการระบายน้ำอยู่ในอันดับที่ 39 เพียง 87,160,616.17 บาท คิดเป็น 0.64% ของงบประมาณ 4 ปี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่เขตดอนเมือง ซึ่งเป็นเขตที่ได้รับงบประมาณเกี่ยวกับการระบายน้ำมากที่สุด แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีน้ำท่วมขัง 20 ครั้ง แบ่งเป็นปี 2567 จำนวน 2 ครั้ง และปี 2568 จำนวน 18 ครั้ง นอกจากนี้ดอนเมืองยังเป็นเขตที่ใช้เวลาระบายน้ำจนแห้งนานที่สุด&nbsp; ใช้เวลาระบายน้ำเฉลี่ย 495 นาที หรือ 8.25 ชั่วโมง โดยงบประมาณการระบายน้ำของเขตดอนเมืองเป็นงบเกี่ยวกับเขื่อน และแนวป้องกันน้ำท่วมมากที่สุดสูงถึง 663,106,000 บาท เช่น การก่อสร้าง ก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.คลองเปรมประชากรช่วงที่ 3 จากถนนสรงประภาถึงถนนแจ้งวัฒนะ ในปีงบประมาณ 2567 จำนวน 100,000,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตหนองแขมเป็นเขตที่ไม่มีรายงานน้ำท่วมขังเลย แต่กลับได้งบรวมเป็นอันดับ 4 สูงถึง 658,778,795 บาท ส่วนใหญ่เป็นงบประมาณเกี่ยวกับเขื่อน และแนวป้องกันน้ำท่วมมากที่สุด 514,369,262 บาท จำนวน 10 โครงการ เช่น การก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองตาปลั่ง 1 ในปีงบประมาณ 2569 จำนวน 133,000,000 บาท และการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองกำนันประทีป ในปีงบประมาณ 2568 จำนวน 91,760,000 บาท เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สถิติระดับน้ำท่วมขังบนถนนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักระบายน้ำ ปี 2567 &#8211; 2568 จัดทำโดยสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร คำนวณโดย Rocket Media Lab</li>



<li>ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี กรุงเทพมหานคร ปี 2566 &#8211; 2569</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-flood-2025 ">https://rocketmedialab.co/database-bkk-flood-2025 </a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flood-2025/">ส่องปัญหาน้ำท่วมขังกรุงเทพฯ : เขตดินแดงโดนน้ำท่วมขังมากที่สุด ซอยพหลโยธิน 60/1 เจอท่วมซ้ำซากบ่อยที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องปัญหาน้ำท่วมขังกรุงเทพฯ : เขตดินแดงโดนน้ำท่วมขังมากที่สุด ซอยพหลโยธิน 60/1 เจอท่วมซ้ำซากบ่อยที่สุด [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-bkk-flood-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jun 2026 09:11:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[งบน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7741</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3609;&#3657 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-flood-2025/">ส่องปัญหาน้ำท่วมขังกรุงเทพฯ : เขตดินแดงโดนน้ำท่วมขังมากที่สุด ซอยพหลโยธิน 60/1 เจอท่วมซ้ำซากบ่อยที่สุด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักระบายน้ำ ปี 2567 &#8211; 2568</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQjGaCoi8GqwV36z5KDIZXdyfIMoPg_scOWxUAEG7CgSBO29O5kpB3Lf3dNCnM2kiLhlG34Gb2laYOD/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลดข้อมูล <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1mvNIdz3lj2L9dpN2vh2uwT7Z4qLaE2vUE-j7lKQj5zs/edit?gid=0#gid=0">ที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-flood-2025/">ส่องปัญหาน้ำท่วมขังกรุงเทพฯ : เขตดินแดงโดนน้ำท่วมขังมากที่สุด ซอยพหลโยธิน 60/1 เจอท่วมซ้ำซากบ่อยที่สุด</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-flood-2025/">ส่องปัญหาน้ำท่วมขังกรุงเทพฯ : เขตดินแดงโดนน้ำท่วมขังมากที่สุด ซอยพหลโยธิน 60/1 เจอท่วมซ้ำซากบ่อยที่สุด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลือกตั้ง กทม. 69 : แผนพัฒนา กทม. มีไว้ทำไม ผู้ว่า กทม. แต่ละคนวางแผนฉบับไหน ทำตามแผนยังไงบ้าง </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-development-plans/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 09:37:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[แผนพัฒนากทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7572</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3617;&#3629;&#3591;&#3585;&#3607;&#3617;. &#3612;&#36 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-development-plans/">เลือกตั้ง กทม. 69 : แผนพัฒนา กทม. มีไว้ทำไม ผู้ว่า กทม. แต่ละคนวางแผนฉบับไหน ทำตามแผนยังไงบ้าง </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<h3 class="wp-block-heading">มองกทม. ผ่านแผนพัฒนา</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ทิศทางการพัฒนาที่ปรากฏในแต่ละแผนกรุงเทพมหานครจะสอดรับกับสภาพปัญหาในแต่ละช่วงเวลานั้น ด้วยตั้งเป้าหมายว่าต้องการเห็นกรุงเทพฯ เป็นอย่างไร โดยในภาพรวมจะพบว่าแผนพัฒนากรุงเทพฯ ทั้ง 9 ฉบับ ส่วนใหญ่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ครอบคลุมเรื่อง ที่ดินและผังเมือง การจราจร การระบายน้ำ การกำจัดน้ำเสีย ขยะมูลฝอย การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม พัฒนาชุมชน และสวัสดิการสังคม</p>



<p class="wp-block-paragraph">มีหลายประเด็นปัญหาที่ยังปรากฏในแต่ละแผนจนถึงปัจจุบัน เสมือนเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยังไม่สามารถแก้ไขให้สำเร็จได้ เช่น การจัดการขยะมูลฝอย การจราจร น้ำเสีย น้ำท่วมและการระบายน้ำ สาธารณสุข เศรษฐกิจปากท้องประชาชน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7576" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-8-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับจุดเน้นของแผนพัฒนากรุงเทพมหานครแต่ละฉบับอาจสรุปได้เบื้องต้นว่า แผนพัฒนาฉบับที่ 1 ซึ่งลงนามโดย ชลอ ธรรมศิริ มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาชุมชนบริเวณชานเมืองและรอบนอกกรุงเทพฯ จากนั้นในฉบับที่ 2 ของ เทียม มกรานนท์ ได้หันมาให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนฉบับที่ 3 และ 4 ในยุคของ จำลอง ศรีเมือง เริ่มขยับมาเน้นเรื่องมลพิษ น้ำท่วม สุขาภิบาลอาหารและน้ำ รวมถึงการมุ่งเน้นกลุ่มผู้ด้อยโอกาสตามลำดับ โดยภาพรวมของแผนฉบับที่ 1 ถึง 4 นี้ ถือเป็นการให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างและบริการพื้นฐาน สิ่งแวดล้อมและรายได้ของกรุงเทพฯ เป็นหลัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมาในฉบับที่ 5 ของ พิจิตต รัตตกุล มีการปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาที่เน้นคนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น มีการทำประชาพิจารณ์แผน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 และเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการพัฒนาแผน ขณะที่ฉบับที่ 6 ในยุคของ สมัคร สุนทรเวช ได้ขยายขอบเขตการพัฒนาเพิ่มขึ้นเพื่อสอดรับกับพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนกำหนดวิสัยทัศน์และร่างแผน พร้อมกำหนดให้แผนพัฒนากรุงเทพเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่ชี้นำการพัฒนากรุงเทพฯ ที่หน่วยงานจะแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากนั้นกรุงเทพฯ เริ่มก้าวเข้าสู่การวางแผนระยะยาว โดยแผนระยะยาว 12 ปี พ.ศ. 2552 ถึง 2563 ในยุคของ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้กำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายการพัฒนาระยะยาว เพื่อเป็นกรอบแนวทางหลักในการพัฒนากรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครน่าอยู่อย่างยั่งยืน โดยแบ่งช่วงการพัฒนาเป็น 3 ระยะตามวาระของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และส่งไม้ต่อมายังแผนพัฒนาระยะ 20 ปี พ.ศ. 2556 ถึง 2575 ในยุคของ สุขุมพันธ์ บริพัตร ที่ใช้วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2575 ตั้งเป้าหมายเป็นมหานครศูนย์กลางของเอเชีย ประกอบด้วย 6 มิติ ได้แก่ มหานครปลอดภัย มหานครสีเขียว สะดวกสบาย มหานครสำหรับทุกคน มหานครกะทัดรัด มหานครประชาธิปไตย และมหานครแห่งเศรษฐกิจและการเรียนรู้ มาเป็นกรอบในการพัฒนา มีการกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ย่อย และตัวชี้วัดทุก 5 ปี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนกระทั่งมาถึง<a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/130/BMA-developmentplan/P20ys_rivise.pdf">แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร 20 ปี ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2561 ถึง 2580</a> ซึ่งเป็นฉบับล่าสุดที่ลงนามโดย อัศวิน ขวัญเมือง แผนฉบับนี้มุ่งส่งเสริมและยกระดับกรุงเทพมหานครให้เป็นมหานครแห่งเอเชียและเป็นเมืองที่มีสมรรถนะสูง ทว่าในเวลาต่อมา อัศวินได้หมดวาระลง ทำให้แผนฉบับปรับปรุงนี้ถูกส่งต่อมาอยู่ในมือของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้นำคนใหม่ที่ต้องรับไม้ต่อและนำแผนนี้ไปใช้จริง สะท้อนให้เห็นภาพภาพเดิมๆ ของเมืองกรุงที่คนลงนามในแผนและคนนำแผนไปใช้กลายเป็นคนละคนกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการศึกษาความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของแต่ละประเด็นหรือแผนงานในแผนพัฒนาฉบับต่าง ๆ ที่ครอบคลุมการบริหารกรุงเทพฯ ตลอด 55 ปี พบว่า แผนทุกฉบับมีเป้าหมายและยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานคล้ายคลึงกันในบางมิติ เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>มลพิษทางเสียง ที่กำหนดไว้ตรงกันว่า ต้องการควบคุมไม่ให้มีการก่อเสียงรบกวนเกินมาตรฐาน</li>



<li>สวนสาธารณะ มุ่งไปที่การจัดหาพื้นที่สำหรับสวนสาธารณะเพิ่มเติม</li>



<li>ที่ดินและผังเมือง กำหนดย่านและประเภทการใช้ที่ดิน และการปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพฯ</li>



<li>พื้นที่นันทนาการ ดนตรี กีฬา เป็นการจัดสร้างศูนย์กิจกรรมต่างๆ ให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หากแต่มีบางฉบับ ที่มีวิธีมองและแก้ไขปัญหาที่โดดเด่นและมีรายละเอียดที่พัฒนาขึ้นมาจากฉบับอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัดในแต่ละด้าน&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">มลพิษทางอากาศ&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">เดิมระบุตรงกันว่าต้องการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ แต่เพิ่งเริ่มมีการกำหนดชัดเจนถึงการตรวจสอบคุณภาพอากาศในย่านที่มีการจราจรหนาแน่นจำนวน 30 แห่งต่อเดือน ในแผนฉบับที่ 4 จากนั้นในแผนพัฒนาระยะ 20 ปี ยุคสุขุมพันธ์ ได้เพิ่มตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่า พลเมืองกรุงเทพฯ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ต้องได้สูดอากาศบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 200 วันต่อปี โดยมีเกณฑ์ก๊าซโอโซนไม่เกิน 70 ส่วนในพันล้านส่วน และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ไม่เกิน 170 ส่วนในพันล้านส่วน จนกระทั่งในแผนฉบับปรับปรุงล่าสุดของอัศวิน ได้ปรับเปลี่ยนวิธีมองมามุ่งเน้นการบริหารจัดการคุณภาพอากาศในเชิงพื้นที่ให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 85 ถึง 95 โดยเน้นการควบคุมและลดฝุ่นละอองในบรรยากาศริมถนนที่เกิดจากการสัญจร ผ่านมาตรการความสะอาดและวิธีทางธรรมชาติ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ขยะมูลฝอย&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">จากเดิมทุกแผนฯ จะระบุถึงการพัฒนาประสิทธิภาพของการจัดเก็บและขนถ่ายขยะมูลฝอยให้ทั่วพื้นที่กำจัดขยะไม่ให้มีการตกค้าง โดยในฉบับที่ 4 เน้นเก็บขยะให้หมดวันต่อวัน และฉบับที่ 6 ตั้งเป้าไม่มีขยะตกค้างตามที่ว่างสาธารณะและลดอัตราการเกิดขยะให้น้อยกว่า 1 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มขึ้นในแผนฉบับที่ 3 ที่มีการลงรายละเอียดกำหนดประเด็น แยกขยะ และเริ่มทดลองให้ประชาชนแยกขยะในหมู่บ้านทดลองของสำนักงานเขตต่าง ๆ ก่อนจะต่อยอดในแผนฉบับที่ 5 ที่เพิ่มเรื่องรณรงค์ให้ประชาชนแยกขยะมูลฝอยและการนำมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ใหม่ ขยายมาสู่แผน 12 ปีที่เน้นเทคโนโลยีแปรรูปขยะเพื่อสร้างมูลค่า และในแผน 20 ปีที่หันมาเน้นการลดขยะต้นทางจนถึงปลายทาง ควบคุมการฝังกลบให้ไม่เกินร้อยละ 60 จนถึงแผนฉบับปรับปรุงล่าสุดที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกขยะ ของเสียอันตราย และกากไขมันตั้งแต่แหล่งกำเนิด</p>



<h4 class="wp-block-heading">การกำจัดน้ำเสีย&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ทุกแผนฯ จะเน้นไปที่การสร้างระบบระบายน้ำป้องกันน้ำเสีย สร้างโรงงานกำจัดน้ำเสียและการควบคุมคุณภาพน้ำในคูคลองต่าง ๆ โดยในฉบับที่ 4 มีการวางแผนสร้างโรงงานบำบัดน้ำเสียใหม่ถึง 5 แห่งโดยกรุงเทพฯ และรัฐบาล และอีก 11 แห่งโดยเอกชน จนถึงแผนฯ ฉบับที่ 6 ที่เพิ่มการกำหนดเป้าหมายต้องลดการทำให้น้ำเสียโดยประชาชนลงร้อยละ 5 ต่อปี ส่วนแผนระยะ 12 ปี กำหนดตัวชี้วัดยกระดับคุณภาพน้ำทิ้ง และฟื้นฟูคุณภาพน้ำคลองให้มีค่าดีโอมากกว่า 2 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่แผนระยะยาว 20 ปี ตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2575 น้ำเสียจากทุกครัวเรือนต้องได้รับการบำบัดก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ และแผนฉบับปรับปรุงล่าสุดได้ขยายขีดความสามารถของระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนให้รองรับได้ถึงร้อยละ 90 พร้อมตั้งเป้าให้จุดเก็บตัวอย่างน้ำในคลองมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์พอใช้ถึงดีให้ได้ร้อยละ 80</p>



<h4 class="wp-block-heading">น้ำท่วมและการระบายน้ำ&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ทุกแผนฯ จะกำหนดเรื่องติดตั้งและปรับปรุงระบบป้องกันน้ำท่วม รวมทั้งการขุดลอกคูคลอง จนแผนฯ ฉบับที่ 3 เริ่มกล่าวถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและความรู้ และแผนฯ ฉบับที่ 4 กล่าวถึงการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ของศูนย์ป้องกันน้ำท่วม ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำและฝนในฝั่งธนบุรี และเริ่มมีการสำรวจข้อมูลระบบระบายน้ำย่อย ต่อมาในแผนฉบับที่ 6 มุ่งเน้นการฟื้นฟูคูคลองเพื่อระบายน้ำและคมนาคม จนถึงแผนระยะยาว 20 ปีที่กำหนดเป้าหมายชัดเจนว่า พื้นที่ร้อยละ 90 ของกรุงเทพฯ ต้องสามารถระบายน้ำฝนให้เสร็จสิ้นได้ภายใน 30 นาทีหลังฝนตก ขณะที่แผนฉบับปรับปรุงล่าสุด ได้ปรับเกณฑ์มาเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักกรณีฝนตกไม่เกิน 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ให้อยู่ในเกณฑ์ 60 ถึง 180 นาที พร้อมเพิ่มความสามารถในการรองรับน้ำหลากและน้ำหนุน</p>



<h4 class="wp-block-heading">จราจรและขนส่งสาธารณะ&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">นับตั้งแต่แผนฯ ฉบับที่ 1 เป็นต้นมา ทุกแผนมุ่งเน้นไปที่การสร้าง ปรับปรุง และเชื่อมต่อถนน ตรอก ซอย ต่าง ๆ รวมถึงการสร้างทางด่วนหรือทางพิเศษ ขยายเส้นทางและเพิ่มจำนวนรถโดยสารประจำทาง จนแผนฯ ฉบับที่ 4 ถึงได้เริ่มบรรจุเรื่องการก่อสร้างรถรางไฟฟ้าในพื้นที่จราจรติดขัดและเดินเรือทางน้ำ ส่วนแผนฉบับที่ 6 เริ่มกำหนดประเด็นเพิ่มโครงข่ายคมนาคมขนส่งทั้งระบบถนนและทางน้ำเพื่อเป็นตัวเลือกในการเดินทาง และในแผนระยะยาว 20 ปี นับเป็นครั้งแรกที่พูดถึงการสัญจรด้วยจักรยาน ทางเดินเท้าอย่างสะดวก ปลอดภัย และตั้งเป้าให้คนกรุงใช้ระบบขนส่งมวลชนที่กำหนดเวลาได้ภายใน 10 นาที ล่าสุดในแผนฉบับปรับปรุงของอัศวิน ได้มุ่งเน้นการเชื่อมต่อระบบรางหลัก พัฒนารถไฟฟ้าส่วนต่อขยายหรือรางรอง ขยายการขนส่งทางน้ำ พัฒนาทางเดินเท้าและทางจักรยานตามแนวคิดอารยสถาปัตย์(Universal Design) รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันรวมข้อมูลการเดินทางเพื่อช่วยประชาชนวางแผน</p>



<h4 class="wp-block-heading">สาธารณสุข&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">แผนฯ เกือบทั้งหมดให้ความสำคัญกับการขยายและพัฒนาศูนย์บริการสาธารณสุขชุมชนให้ทั่วถึง มีคุณภาพ จนแผนฉบับที่ 6 เริ่มระบุถึงระบบเครือข่ายการบริการสุขภาพแบบผสมผสานให้ครอบคลุม 50 เขต ส่วนแผนระยะ 12 ปีกล่าวถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการแพทย์ฉุกเฉินในสถานการณ์วิกฤตหรือภัยพิบัติ และในแผนฉบับปรับปรุงล่าสุดได้ยกระดับสู่การเป็น เมืองสุขภาพดี มุ่งจัดให้มีระบบสุขภาพปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิอย่างครอบคลุม จัดตั้งคลินิกหมอครอบครัว และเร่งคัดกรองโรคคนเมือง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต เพื่อนำเข้าสู่การรักษาอย่างรวดเร็ว</p>



<h4 class="wp-block-heading">เศรษฐกิจปากท้องประชาชน&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจน้อยกว่าปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ มักถูกจัดอยู่ส่วนที่เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนหรือสวัสดิการสังคม เริ่มจากตลาดซึ่งได้รับการกล่าวถึงตั้งแต่ในฉบับที่ 1 เพื่อให้เป็นพื้นที่ระบายสินค้าการเกษตร จากนั้นในฉบับที่ 2 และ 4 เป็นการพัฒนาเป็นตลาดเพื่อผู้มีรายได้น้อยและพัฒนาอาชีพ ต่อมาในแผนระยะยาว 12 ปี ระบุว่าจะปรับปรุงตลาดนัดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว จนกระทั่งในแผนฉบับปรับปรุงล่าสุดของอัศวิน ได้เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับแรงงานนอกระบบ โดยตั้งเป้าขยายสถานธนานุบาลหรือโรงรับจำนำเพิ่มขึ้นอีก 10 แห่ง เพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน พร้อมทั้งเน้นการพัฒนาทักษะอาชีพให้ตรงกับตลาดงาน และผลักดัน ผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือ แบงค็อก แบรนด์ ให้เป็นสินค้าระดับพรีเมียม แพลทินัม และโกลด์ เพื่อยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจฐานราก</p>



<h3 class="wp-block-heading">กทม. พัฒนาได้ตามแผนฯ มากน้อยแค่ไหน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">คำถามที่หลายคนยังอดสงสัยไม่ได้คือ แผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่ผ่านมาถูกนำไปปฏิบัติได้ครบถ้วนหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นนี้ กรุงเทพมหานครเองได้มีการทบทวนและประเมินผลการดำเนินการตามแผนฯ โดยเฉพาะในช่วงต้องจัดทำแผนใหม่ ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าแผนเดิม บรรลุเป้าหมายไปกี่โครงการและมีโครงการอะไรบ้างที่ทำไม่สำเร็จ</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจพบว่าแผนงานที่ถูกประเมินว่าทำสำเร็จส่วนใหญ่จะเป็นโครงการระยะสั้น หรือเป็นการเพิ่มจำนวนสิ่งที่มีอยู่แล้ว เช่น การก่อสร้างถนน ปรับปรุงตรอกซอกซอย การจัดสร้างสวนสาธารณะ การติดตั้งสถานีระบายน้ำ การเพิ่มจำนวนศูนย์บริการสาธารณสุข</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ก็มีอีกหลายเรื่องที่ไม่สามารถทำได้สำเร็จ เช่น แผนงานป้องกันน้ำท่วมและน้ำเสียของ แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3 สามารถดำเนินโครงการติดตั้งระบบกำจัดน้ำเสียสี่พระยาได้ตามแผน แต่โครงการบำบัดน้ำเสียในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในไม่สำเร็จ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องพื้นที่ก่อสร้าง ขณะที่งานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องใช้งบประมาณมาก หรืองานติดตั้งระบบโครงข่ายต่าง ๆ ที่มีความซับซ้อนมากไม่เป็นไปตามแผน เช่น โครงการขุดแม่น้ำเจ้าพระยา 2 ซึ่งใช้งบประมาณสูงมากและต้องมีการบริหารจัดการใหม่เป็นแผนรวมป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพและปริมณฑล</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการประมวลข้อมูลแผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่ผ่านมาอาจสรุปได้ว่า ผู้จัดทำแผนฉบับต่าง ๆ วิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้แผนงานหรือโครงการต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่วางไว้ว่ามาจากการเกินขีดความสามารถของหน่วยงาน ติดขัดขั้นตอนตามระบบราชการ ไม่มีงบประมาณเพียงพอ และเป็นโครงการระยะยาวเกินกว่าที่ประเมินไว้</p>



<p class="wp-block-paragraph">สรุปจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ 4 ฉบับที่ได้รับการประเมินจากแผนพัฒนาฉบับถัดไป พบว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 2 มีขั้นตอนการอนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบราชการเป็นไปได้ล่าช้ามาก การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารทำให้นโยบายเปลี่ยนแปลง งบประมาณไม่เพียงพอ</li>



<li>แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3 ขาดแผนหลักในการพัฒนา ขาดแผนลงทุน ไม่ได้กำหนดรายละเอียดที่สำคัญไว้อย่างชัดเจน ขาดงบประมาณ วางแผนปฏิบัติการและติดตามผล อัตรากำลังไม่เหมาะสม ระเบียบกฎหมาย ประสานงานกับหน่วยงานภายนอก</li>



<li>แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 4 โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ล่าช้าเนื่องจากระยะเวลากำหนดน้อยเกินไป หน่วยงานของกรุงเทพมหานคร มีภารกิจมาก ขาดระบบและแนวทางการดำเนินงานชัดเจนในการประสานระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ปัญหาด้านงบประมาณ อัตรากำลังข้าราชการและลูกจ้างไม่เพียงพอ สภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปทำให้มูลค่าการดำเนินโครงการสูงขึ้น</li>



<li>แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 5 มีปัญหาด้านงบประมาณ ปัญหาด้านบุคลากร ระยะเวลาไม่สอดคล้องกับขอบเขตของโครงการ ประชาชนไม่ไห้การสนับสนุนการปฏิบัติงาน อย่างต่อเนื่อง ขาดประสิทธิภาพในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">แต่บางครั้งการประเมินความสำเร็จตามแผนงานก็มีคำอธิบายที่ชวนสงสัยว่าสำเร็จจริงหรือไม่…</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น ในการประเมินแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 4 ซึ่งอ้างอิงจากเนื้อหาในแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 5 ระบุว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีโครงการที่บรรลุเป้าหมาย “แม้จะไม่มีผลเป็นรูปธรรมมากนัก แต่ได้ผลมากในด้านจิตวิทยาที่ทำให้ประชาชนตระหนักและเห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม”</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนกระทั่ง พ.ศ. 2552 เริ่มมีการนำระบบการประเมินผลด้วย ‘ตัวชี้วัด’ ที่ชัดเจนมีความพยายามประเมินผลมาใช้ เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมเป้าหมายและยุทธศาสตร์ย่อยลงไปใหม่ได้ แผนพัฒนาระยะ 12 ปี มีการประเมินและปรับปรุงแผนพัฒนาทุก 4 ปี ด้วยการจัดทำตัวชี้วัดเชิงปริมาณเพื่อให้วัดความสำเร็จของยุทธศาสตร์ย่อยได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">สุดท้าย แม้กรุงเทพมหานครจะกำหนดให้มีหน่วยงานหน้าที่ติดตามและประเมินผลคือ หน่วยงานเจ้าของโครงการ กองงบประมาณ สำนักนโยบายและผู้ตรวจการกรุงเทพมหานคร แต่ก็ยังตอบโจทย์เพียงว่าทำงานสำเร็จตามแผนหรือไม่เท่านั้น แต่ไม่ได้กำหนดว่าถ้าทำไม่สำเร็จแล้วจะมีผลกระทบใด ๆ ตามมา ยิ่งเมื่อแผนล่าสุดถูกส่งผ่านจากผู้ลงนามในยุคหนึ่งมาสู่ผู้ปฏิบัติในอีกยุคหนึ่ง ความท้าทายในการผลักดันแผนให้เข้าเป้าจึงยังคงเป็นคำถามสำคัญของคนเมืองหลวงต่อไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">จากแผน 5 ฉบับ ถึงแผนพัฒนา กทม. 20 ปี ฉบับปรังปรุง: ใครทำ ใครใช้?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เคยสงสัยไหมว่าสารพัดโครงการพัฒนาในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่การแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก บำบัดน้ำเสีย จัดการรถติด ไปจนถึงการวางระบบขนส่งสาธารณะขนาดใหญ่ สิ่งเหล่านี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และทำไมเมืองหลวงแห่งนี้ถึงมีหน้าตาและสภาพแวดล้อมอย่างที่เราเผชิญกันอยู่ทุกวันนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากลองแกะรอยดูก็จะพบว่า ทิศทางในการขับเคลื่อนเมืองหลวงแห่งนี้ ถูกกำหนดไว้ผ่านแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร และจุดเริ่มต้นนี้ก็เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อนแล้ว ซึ่งนำมาใช้ครั้งแรกเมื่อ 45 ปีก่อน หลังจากที่กรุงเทพมหานครมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมาแล้ว 5 คน ในช่วงระยะเวลา 4 ปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">แผนพัฒนาเมืองแต่ละฉบับเปรียบเหมือนพิมพ์เขียว และหมุดหมายสำคัญที่ใช้กำหนดทิศทางว่าอยากจะเปลี่ยนโฉมหน้าเมืองหลวงไปทางไหน ขณะเดียวกัน แผนแม่บทเหล่านี้ยังกลายเป็นกรอบบังคับให้ทุกหน่วยงานต้องทำตามด้วย จนบางครั้งก็เกิดคำถามว่าตอบโจทย์ต่อคนกรุงมากน้อยเพียงใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">นับจากอดีต จาก พ.ศ. 2520 จนถึงปัจจุบันกรุงเทพมหานคร มีแผนพัฒนามาแล้วทั้งหมด 8 ฉบับ เริ่มตั้งแต่แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 1-6 ต่อเนื่องมาถึง แผนยุทธศาสตร์กรุงเทพระยะยาว 12 ปี พ.ศ. 2552-2563 และแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร 20 ปี พ.ศ. 2556-2575</p>



<p class="wp-block-paragraph">นำมาสู่คำถามชวนสงสัยต่อไปว่า ท่ามกลางกรอบแผนแม่บทที่ถูกวางโครงข่ายเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ผู้ว่าฯ กทม. ที่คนกรุงโหวตเลือกเข้ามาเพราะถูกอกถูกใจนโยบาย สุดท้ายแล้วจะสามารถผลักดันนโยบายที่หาเสียงไว้ได้มากน้อยแค่ไหน หรือสุดท้ายแล้วก็ยังมี ‘กรอบ’ ที่ต้องทำตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานครอยู่ดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนทุกคนไปร่วมสำรวจแผนที่ และเข็มทิศนำทางเมืองหลวง ผ่านแผนพัฒนาเมืองหลวงทั้ง 8 ฉบับ เพื่อเข้าใจเมืองกรุงไปด้วยกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7577" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-7-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ใครเป็นคนกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองหลวง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนจะมีแผนพัฒนาเป็นของตัวเองนั้น กรุงเทพมหานคร บริหารงานภายใต้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 และ แผนแม่บทกระทรวงมหาดไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็น “เมืองหลวง” บริหารจัดการภายใต้ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มีสถานะเป็น “องค์กรปกครองท้องถิ่นพิเศษ” พูดอีกแง่หนึ่งคือ กทม. ยังเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นที่ครอบคลุมพื้นที่เมืองเต็มพื้นที่ มีสถานะเป็น “จังหวัด” ในแง่ของพื้นที่การบริหาร แต่ไม่มีโครงสร้างแบบจังหวัดตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ทำให้ “ผู้ว่าฯ กทม.” ไม่มีอำนาจเหนือหน่วยงานราชการอื่นในระดับเดียวกับผู้ว่าราชการจังหวัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">และมีกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานที่ “กำกับดูแล กทม.”</p>



<p class="wp-block-paragraph">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมติคณะรัฐมนตรี สามารถปลดผู้ว่าฯ ​กทม. ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ใน “ความเป็นพื้นที่” ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง และเป็นพื้นที่ศูนย์กลางอำนาจรัฐ (ไทย) จึงมีปัญหาหลายด้านที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น มีแนวคิดให้มีแผนพัฒนากรุงเทพฯ เพื่อแก้ไขปัญหา เริ่มจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2520-2524) และฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2525-2529) ซึ่งใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 4 เป็นแนวทาง ร่วมกับ แผนแม่บทมหาดไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนกระทั่ง แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 3 เป็นต้นมา ถึงได้เริ่มนำนโยบายผู้ว่าฯ กทม. ที่มาจากการเลือกตั้งมาใช้เป็นแนวทางกำหนดแผนด้วย โดยมี ‘สำนักนโยบายและแผน’ (ปัจจุบันคือสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดทำ</p>



<h3 class="wp-block-heading">สำรวจ 3 รูปแบบจัดทำแผนพัฒนา ฯ คนกรุงมีส่วนร่วมแค่ไหน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาแผนพัฒนากรุงเทพฯ ทั้ง 8 ฉบับแล้ว อาจจำแนกตามกระบวนการจัดทำแผนได้เป็น 3 รูปแบบ คือ</p>



<h4 class="wp-block-heading">1) จัดทำโดยข้าราชการ กทม. สอดคล้องตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วง 20 ปีแรก แผนพัฒนาฉบับที่ 1-4 (พ.ศ. 2520-2539) การออกแบบการพัฒนากรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรไม่ต่ำกว่า 4.7 ล้านคน ถูกกำหนดโดย คณะกรรมการพัฒนากรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าฯ กทม. เป็นกลุ่มคนที่มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและอนุมัติทิศทางของการพัฒนา โดยมี คณะอนุกรรมการจัดทำแผนแต่ละสาขา ซึ่งประกอบด้วยข้าราชการจากหน่วยงานต่าง ๆ ในแต่ละแผนพัฒนาจะประกอบด้วย แผนงานย่อย วัตถุประสงค์ และ เป้าหมายย่อย หากย้อนไปดูรายละเอียดของแต่ละแผนพัฒนาฯ จะพบจุดเด่นที่มีลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละแผน เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ฉบับที่ 1 เน้นไปที่การพัฒนาชุมชนบริเวณชานเมืองและรอบนอกกรุงเทพฯ</li>



<li>ฉบับที่ 2 เน้นการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านต่าง ๆ ของเมือง</li>



<li>ฉบับที่ 3 ให้ความสำคัญกับปัญหามลพิษ น้ำท่วม รวมถึงสุขอนามัยของประชาชน โดยมีประเด็นสุขาภิบาลอาหารและน้ำ ปรากฏขึ้นมาโดยเฉพาะในระดับแผนงาน จากที่ฉบับก่อน ๆ เป็นเพียงโครงการย่อย</li>



<li>ฉบับที่ 4 เริ่มพูดถึงเป้าหมายเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาส และเรื่องมลพิษทางอากาศและเสียงปรากฏอยู่ในระดับแผนงาน</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading">2) จัดทำโดยข้าราชการ กทม. ภายใต้การมีส่วนร่วมของประชาชน</h4>



<p class="wp-block-paragraph">จุดเปลี่ยนของการจัดทำแผนพัฒนาฯ เริ่มต้น ในแผนพัฒนาฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2540-2544) ด้วยบริบทกระแสการตื่นตัวทางการเมืองของภาคประชาชนกับการมีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนุญปี 2540 คือเดิมที่ภาคราชการเป็นผู้จัดทำ แต่ฉบับนี้ เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมครั้งแรกในการแสดงความคิดเห็น และกำหนดทิศทางผ่านการระดมความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไป ด้วยการออกแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนากรุงเทพฯ ในด้านต่าง ๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เริ่มจากการจัดสัมมนาเรื่องเมืองน่าอยู่ 1 วัน เพื่อประมวลความคิดเห็นของประชาชนทุกเขต ต่อด้วยการสัมมนาประชาพิจารณ์อีก 1 วัน ให้ตัวแทนประชาชนวิจารณ์ร่างแผนพัฒนาที่กรุงเทพมหานคร จัดทำขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทว่า บทบาทของประชาชนก็ยังถูกจำกัดอยู่เพียงแค่เป็น “ผู้ให้ความเห็น” ต่อแผนที่หน่วยงานรัฐร่างไว้ก่อนเท่านั้น ยิ่งหากพิจารณาเนื้อหาในแผนฉบับที่ 5 นั้น จะพบว่ามีแผนงานในประเด็นต่าง ๆ ที่แทบไม่แตกต่างจากแผนฉบับที่ 4</p>



<p class="wp-block-paragraph">บทบาทของประชาชนเริ่มมีขึ้นในขั้นตอนการจัดทำแผนฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2545-2549) โดยผู้จัดทำเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งภาคประชาชน เอกชน และราชการ มีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็นและจัดทำแผนทุกขั้นตอน นับตั้งแต่การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ และเป้าหมาย ตลอดจนการร่วมตรวจร่างแผน ก่อนนำเสนอคณะกรรมการพัฒนากรุงเทพฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">แผนพัฒนาฉบับนี้มีลักษณะที่เป็นแผนยุทธศาสตร์มากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ และเริ่มมีประเด็นเรื่องการท่องเที่ยว การกีฬาและเทคโนโลยีสารสนเทศปรากฏขึ้นมาในระดับแผนงานเป็นครั้งแรกในแผนฉบับนี้อีกด้วย</p>



<h4 class="wp-block-heading">3) จัดทำโดยคณะผู้เชี่ยวชาญและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน</h4>



<p class="wp-block-paragraph">แผนพัฒนากรุงเทพมหานครในระยะหลัง ถูกขยายกรอบเวลาให้นานขึ้น จากเดิมที่กำหนดไว้ 5 ปี ทั้งแผนยุทธศาสตร์กรุงเทพฯ ระยะยาว 12 ปี (พ.ศ. 2552-2563) ที่อยู่ภายใต้เป้าหมาย ‘มหานครน่าอยู่อย่างยั่งยืน’ แบ่งช่วงการพัฒนาเป็น 3 ระยะ ระยะละ 4 ปี ตามวาระของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในกระบวนการจัดทำแผน คณะกรรมการกํากับนโยบายการจัดทําแผนบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2552-2555 ได้มอบนโยบายแก่ผู้บริหารของกรุงเทพมหานครให้กําหนดวิสัยทัศน์การพัฒนากรุงเทพฯ ในระยะยาว 12 ปี จากนั้น จึงนำแผนฉบับร่างไปเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และพัฒนาเป็นแผนฉบับสมบูรณ์ระยะยาว 12 ปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่นานก็มีแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร 20 ปี (พ.ศ. 2556-2575) ซ้อนขึ้นมา ด้วย เป้าหมายเป็น ‘มหานครของเอเชีย’ ซึ่งจัดทำโดยคณะที่ปรึกษาจากสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีการทำงานร่วมกับข้าราชการกรุงเทพมหานครและรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนภาคประชาชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังการประกาศใช้แผนได้ไม่นาน กรุงเทพมหานคร ได้ปรับปรุงแนวทางเป็น แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) หรือ ฉบับปรับปรุง ด้วยเหตุผลว่า “เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกด้าน” ภายใต้กรอบ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และ สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนการปฏิรูปประเทศ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติเข้าไว้ด้วยตามพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่การจัดทำแผนฉบับนี้จำกัดอยู่เฉพาะผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ทั้งการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้องและการรับฟังความเห็นจากข้าราชการ แต่ระบุว่ามีการฟังความเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้วยก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">กล่าวโดยสรุป ทิศทางการจัดทำแผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่เคยจำกัดอยู่เฉพาะหน่วยงานของ กรุงเทพมหานคร ได้เปิดให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงก็ยังมีข้อจำกัด ทั้งขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชน ยังเป็นเพียงขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นมากกว่าการร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ ประเด็นรายละเอียด รวมทั้งเรื่องระยะเวลาที่สั้นมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่สิ่งสำคัญคือจะมีช่องทางให้คนกรุงสามารถเสนอความคิด และข้อเสนอแนะ ร่วมพัฒนาถิ่นที่อยู่ของตัวเองได้หรือไม่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="724" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-1024x724.png" alt="" class="wp-image-7575" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-1024x724.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-300x212.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-768x543.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-1536x1086.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/all-แผนพัฒนากทม-2048x1448.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">บทบาทของผู้ว่าฯ กทม. ในการกำหนดทิศทางผ่านแผนพัฒนากรุงเทพฯ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จนถึงปัจจุบัน กรุงเทพฯ มีผู้ว่าฯ กทม. มาแล้ว 16 คน และมีแผนพัฒนากรุงเทพฯ 8 ฉบับ ผู้ว่าฯ ที่มีโอกาสได้ใช้แผนพัฒนากรุงเทพฯ คนแรก คือ ชลอ ธรรมศิริ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นที่น่าสังเกตว่าจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ แต่ละฉบับ มีทั้งผู้ว่าฯ ที่เป็นเพียงแค่ผู้ปฏิบัติตามแผน บางคนได้มีส่วนร่วมและใช้แผนพัฒนาในช่วงเวลาที่ตนเองดำรงตำแหน่งอยู่ ในขณะที่ผู้ว่าฯ บางคนดำรงตำแหน่งในช่วงที่มีการร่างแผนที่จะใช้ดำเนินการในระยะต่อไป แต่หมดวาระก่อนที่จะได้ทันใช้แผนพัฒนาดังกล่าว บางคนรับช่วงแผนมาจากผู้ว่าฯ ชุดก่อนโดยไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางตั้งแต่ต้น บางคนทุ่มเทจัดทำแผนฉบับใหม่จนเสร็จสมบูรณ์ แต่กลับหมดวาระเสียก่อนที่จะได้ลงมือขับเคลื่อนแผนนั้นด้วยตนเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกทั้งพบว่า ผู้ว่าฯ ที่ได้ใช้แผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ตนเองลงนาม มีเพียงแค่ 4 คน คือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">1) ชลอ ธรรมศิริ ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2520-2522 ในช่วงที่แผนพัฒนาฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2520-2524) ประกาศใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">2) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2528-2532 และ 2533-2535 ในช่วงที่แผนพัฒนาฉบับที่ 2 (พ.ศ.2525-2539) และ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2530-2534) ประกาศใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">3) พิจิตต รัตตกุล ดำรงตำแหน่งระหว่าง 2539-2543 ในช่วงที่แผนพัฒนาฉบับที่ 5 (พ.ศ.2540-2544)ประกาศใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">4) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ.2552-2556 ในช่วงที่แผนพัฒนา 20 ปี ประกาศใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่า แผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี บางฉบับเช่น ฉบับที่ 1 มีผู้ว่าฯ 2 คนคือ ชลอ ธรรมศิริ และ เชาวน์วัศ สุดอาภา บริหารภายใต้แผนเดียวกัน ส่วนฉบับที่ 4 มี ร.อ.กฤษฎา อรุณวงศ์ ณ อยุธยา เป็นผู้ว่าฯ คนเดียวของแผนฉบับนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่การบริหารงาน กทม. ภายใต้ผู้ว่าฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ในช่วงปี พ.ศ. 2550-2551 ไม่มีแผนพัฒนากรุงเทพฯ ใช้เป็นแนวทางในการบริหาร เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ที่กำหนดให้ส่วนราชการทำแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับแผนการบริหารราชแผ่นดิน จากนั้น จึงเริ่มมีการจัดทำแผนพัฒนากรุงเทพระยะยาว 12 ปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมาในยุค ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร มีการจัดทำและประกาศใช้แผนพัฒนาระยะ 20 ปี ในช่วงเวลาซ้อนกับแผนระยะ 12 ปีด้วย ซึ่งแผน 20 ปีใช้มาจนถึงยุคของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. ตั้งแต่ พ.ศ. 2559&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-724x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7578" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-724x1024.jpg 724w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-212x300.jpg 212w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-768x1086.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-1086x1536.jpg 1086w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-1448x2048.jpg 1448w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase12556-2560-scaled.jpg 1810w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/130/BMA-developmentplan/P20ys_phase1(2556-2560)sumTH.pdf">ระยะที่ 1</a> ของแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2556–2560) ถูกจัดทำขึ้นในสมัยการบริหารงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร โดยมุ่งนำวิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2575 มาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งกระบวนการจัดทำแผนเน้นการ มีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ข้าราชการกรุงเทพมหานคร และนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้แนวคิดการพัฒนาจากล่างขึ้นบน เพื่อให้ประชาชนร่วมกำหนดอนาคตของเมือง แผนดังกล่าวมีเป้าหมายผลักดันกรุงเทพมหานครสู่การเป็นมหานครแห่งเอเชียที่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้แม้จะเป็นผู้วางรากฐานแผน แต่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กลับได้บริหารงานภายใต้แผนนี้เพียงระยะสั้น ก่อนที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. จะเป็นผู้รับช่วงต่อในปี พ.ศ. 2559</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-724x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7579" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-724x1024.jpg 724w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-212x300.jpg 212w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-768x1086.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-1086x1536.jpg 1086w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-1448x2048.jpg 1448w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase22561-2565-scaled.jpg 1810w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/354/aboutcpud/plan/plan6165bkk.pdf">ระยะ ที่ 2</a> ของแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2565) จัดทำโดยสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ร่วมกับคณะที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยังคงวิสัยทัศน์การพัฒนากรุงเทพมหานครสู่ “มหานครแห่งเอเชีย” ภายในปี 2575 ในสมัยการบริหารของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ทั้งยังมีการปรับแผนพัฒนาเพื่อแก้ไขตัวชี้วัดและเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนนโยบายให้บรรลุเป้าหมายมากขึ้น พร้อมประกาศนโยบาย NOW ภายใต้แนวคิด “ทำจริง เห็นผลจริง” ซึ่งเป็นการหยิบเอาประเด็นต่าง ๆ ของแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร แผนปฏิบัติราชการประจำปีของ กทม. และแนวนโยบายของพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง มาปรับใช้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงนี้เองที่เห็นชัดว่า พล.ต.อ.อัศวิน เป็นตัวอย่างของผู้ว่าฯ ที่ทำแผน แต่ไม่ได้เก็บเกี่ยวผลจากแผนนั้น เพราะนอกจากจะผลักดันแผนพัฒนากรุงเทพฯ ระยะ 20 ปี ฉบับปรับปรุง (พ.ศ. 2561–2580) ออกมาเพื่อปรับตัวชี้วัดและวางฐานข้อมูลเมืองแล้ว ยังจัดทำระยะที่ 3 ไว้ด้วย แต่สุดท้ายแผนแม่บทที่วางโครงสร้างเมืองสมรรถนะสูง นี้กลับตกมาถึงมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในปี พ.ศ. 2565 ผู้ว่าฯ คนใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้รับช่วงต่อ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="714" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-714x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7580" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-714x1024.jpg 714w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-209x300.jpg 209w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-768x1102.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-1071x1536.jpg 1071w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-1428x2048.jpg 1428w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/picP20ys_phase3-scaled.jpg 1785w" sizes="(max-width: 714px) 100vw, 714px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://prt.parliament.go.th/server/api/core/bitstreams/7ec21ef7-5e23-45d6-846f-d92243340479/content">ระยะที่ 3</a> แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี(พ.ศ. 2566-2570) จัดทำโดยสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กรุงเทพมหานคร ร่วมกับคณะที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางการพัฒนาเมืองในระยะต่อไป ภายใต้การบริหารของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง โดยแผนฉบับนี้ให้ความสำคัญกับแนวคิด “เมืองสมรรถนะสูง” ที่สามารถรับมือกับความซับซ้อนและความผันผวนของเมืองสมัยใหม่ นอกจากนี้ยังมีการปรับโครงสร้างงบประมาณเชิงยุทธศาสตร์ ลดการกระจุกตัวของงบประมาณในระดับสำนัก และมุ่งเน้นการพัฒนาเชิงพื้นที่ผ่านสำนักงานเขตตามยุทธศาสตร์ทั้ง 7 ด้านของกรุงเทพมหานคร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากแผนนี้จะเห็นว่าพล.ต.อ.อัศวิน เป็นผู้จัดทำและลงนาม แต่หมดวาระลงก่อนที่แผนจะมีผลบังคับใช้ ทำให้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ต้องรับกรอบแผนที่ตนเองไม่ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น และต้องหาทางผนวกนโยบาย 214 ข้อที่หาเสียงไว้เข้ากับโครงสร้างแผนพัฒนาที่วางไว้ก่อนแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://pr-bangkok.com/?p=600708">ระยะที่ 4</a>&nbsp; แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2571–2575) จัดทำขึ้นในสมัยการบริหารของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานปฏิบัติของกรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองในช่วง 5 ปีสุดท้ายของแผนแม่บท ระยะนี้แบ่งการทำงานออกเป็น 9 ด้านตามนโยบายสำคัญของเมือง พร้อมนำองค์ความรู้และตัวอย่างความสำเร็จจากพื้นที่อื่นมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของกรุงเทพมหานคร แผนดังกล่าวครอบคลุมทั้งการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ การพัฒนาเชิงพื้นที่ และแผนปฏิบัติราชการประจำปี โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหาร หน่วยงานระดับสำนัก และผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อร่วมกันออกแบบยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัด และโครงการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่าโครงสร้างของแผนพัฒนาระยะยาวทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของการบริหาร กทม. นั่นคือ ผู้ว่าฯ มักไม่ได้เริ่มต้นและจบลงพร้อมกับแผนที่ตนเองวางไว้ แต่ละยุคจึงเป็นทั้งผู้รับมรดกและผู้ส่งต่อโครงสร้างการพัฒนาเมืองในเวลาเดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">คำถามคือผู้ว่าฯ คนใหม่จะผนวกนโยบายที่ตนเองได้หาเสียงไปภายใต้แผนพัฒนาที่ตนเองไม่ได้มีส่วนในการทำแผนอย่างไร</p>



<h3 class="wp-block-heading">เมื่อได้เป็นผู้ว่าฯ นโยบายที่เคยหาเสียงไว้จะหลอมรวมกับแผนพัฒนา กทม. ออกมาเป็นผลงานได้มากน้อยแค่ไหน&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในมิติของ นโยบายหาเสียงของผู้ว่าฯ กทม. กับ แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร จะพบว่าแม้ผู้ว่าฯ กทม. บางคนไม่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ต้องบริหารงานตามแผนเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว แต่ก็ยังสามารถเชื่อมโยงนโยบายเข้ากับแผนพัฒนา กทม. จนสร้างผลงานตามที่เคยหาเสียงไว้ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยกตัวอย่าง สวนสาธารณะจุตจักร ที่ริเริ่มโดย ธรรมนูญ เทียนเงิน ผู้ว่าฯ กทม. ที่มาจากการ<a href="https://theactive.net/topic/public-policy/politics/">เลือกตั้ง</a>คนแรก แต่มีระยะเวลาดำรงตำแหน่งเพียง 2 ปี จนกระทั่ง ชลอ ธรรมศิริ ผู้ว่าฯ คนต่อมาซึ่งเป็นคนแรกที่มีโอกาสได้ใช้แผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2520-2524) ได้สานต่อนโยบายสร้างสวนสาธารณะสวนจตุจักรให้แล้วเสร็จ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่ต่างจาก ‘โครงการกรุงเทพเมืองสะอาด’ ของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง“ (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2528-2533) ที่ทำให้กรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองสะอาดน่าอยู่ของโลกได้ นั้น ก็เป็นการขยายมาจากโครงการเดิมของ พล.ร.อ.เทียม มกรานนท์ ผู้ว่าฯ คนก่อนหน้านี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในแง่การทำงานนโยบายเรื่องความสะอาดเป็นนโยบายที่มีในทุกแผนอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าผู้ว่าฯ แต่ละคนจะเสนอโครงการใดเพื่อรองรับและดำเนินการตามแผนนั้น เช่นเดียวกันกับนโยบายด้านความสะอาดในยุค พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก็สอดคล้องกับแผนฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2525-2529) ที่มีเป้าหมายว่า “ให้มีการกวาดถนน ตรอก ซอยทุกสายในกรุงเทพ”</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกับการจัดตั้งศูนย์ป้องกันน้ำท่วมของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่สอดคล้องกันกับแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3 ที่ระบุว่า มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีหรือความรู้ด้านการป้องกันน้ำท่วม และการระบายน้ำ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือการเปลี่ยนตลาดนัดจตุจักรให้กลายเป็นตลาดนัดถาวร มีโครงสร้างพื้นฐาน มีน้ำ มีไฟฟ้า ซึ่งโครงการตลาดนัดจตุจักรนั้น แรกเริ่มเป็นโครงการของชลอ ธรรมศิริ ที่ต้องการจะย้ายตลาดนัดสนามหลวงออกมาเพื่อแก้ปัญหารถติดบริเวณรอบสนามหลวงและใช้สนามหลวงเป็นพื้นที่สวนสาธารณะและประกอบพระราชพิธีสำคัญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม มีผลงานจำนวนหนึ่งที่เกิดขึ้นในยุคผู้ว่าฯ จำลอง ที่อาจไม่ได้มาจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ โดยตรง แต่เป็นโครงการที่มีแนวคิดริเริ่มเกิดขึ้นจากตัวผู้ว่าฯ เอง เช่น แนวคิดริเริ่มทำรถไฟลอยฟ้าเพื่อแก้ปัญหารถติด เช่นเดียวกันกับการนำเรือมาใช้ในการโดยสารในคลองแสนแสบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในสมัย พิจิตต รัตตกุล เป็นผู้ว่าฯ กทม. พ.ศ. 2539-2543 ผลงานส่วนหนึ่งเป็นไปตามแผนฉบับที่ 5 ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ‘รถตู้มวลชน’ ที่เป็นไปตามแผนที่กล่าวถึงระบบขนส่งเชื่อมต่อระหว่าง<a href="https://theactive.net/topic/life-and-culture/urban/">เมือง</a> มี ‘ป้ายจุดผ่อนผันหาบเร่แผงลอย’ ตามแนวทางควบคุมผู้ค้าบนทางเท้า ตลอดจนการพัฒนาระบบเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและการให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องมลพิษทางอากาศ ซึ่งในยุคของผู้ว่าฯ พิจิตตก็มีการตั้งจุดตรวจมลพิษยานยนต์ 50 จุดทั่วกรุงเทพฯ ส่วนการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากรก็เป็นไปตาม แผนงานก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมและปรับปรุงระบบระบายรองรับในพื้นที่กรุงเทพฯ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่แนวคิดสร้าง “หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร” ก็ไม่ปรากฏอยู่ในแผนพัฒนาฯ ด้านวัฒนธรรมแต่อย่างใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนยุคของ สมัคร สุนทรเวช แม้จะมีชื่อว่ามีส่วนในการก่อตั้งศูนย์เอราวัณและเป็นเจ้าของนโยบาย ‘แฟลตข้าวโพด’ แต่ทั้งสองโครงการนี้ก็อยู่ในแผนพัฒนาฯ พ.ศ. 2540-2544 อยู่แล้ว ซึ่งระบุไว้ว่าจะ “พัฒนาระบบส่งต่อด้านสุขภาพระหว่างหน่วยงานในสังกัด กทม. กับหน่วยงานอื่น ๆ” และ “ให้ความช่วยเหลือชุมชนที่ถูกรื้อย้าย”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผลงานของอภิรักษ์ โกษะโยธินก็เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่การเพิ่มจำนวนพื้นที่สีเขียว ภายใต้โครงการ ‘10 สวนสวย 10 คลองใส 10 ถนนสะอาด’ ซึ่งอยู่ภายใต้แผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 6 ที่ระบุเป้าหมายว่า ต้องเพิ่มพื้นที่โล่งว่างและสวนสาธารณะเพื่อนันทนาการให้มีสัดส่วนต่อประชากรมากกว่า 2.5 ตารางเมตรต่อคน ภายในระยะเวลา 5 ปี นอกจากนี้ ผลงานโครงการจราจรอัจฉริยะต่าง ๆ ก็สอดคล้องกับเป้าหมายของแผนที่มุ่งพัฒนาระบบสารสนเทศด้านการจราจรและขนส่งให้สมบูรณ์ เป็นปัจจุบัน และจัดตั้งศูนย์ข้อมูลสารสนเทศด้านการจราจรและขนส่งกรุงเทพ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านแผนระยะยาวทั้ง 12 ปีและ 20 ปี ที่อยู่ในช่วงที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ดำรงตำแหน่ง ระบุว่ากรุงเทพฯ จะมีความปลอดภัยจากอาชญากรรมอยู่ใน 5 อันดับแรกของเอเชีย การติดตั้งกล้อง CCTV เป็นหนึ่งในโครงการที่จะดำเนินการ และกำหนดว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายมหานครสีเขียว สะดวกสบาย ต้องมีพื้นที่สีเขียวกระจายครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของพื้นที่ ดังนั้นผลงานด้านการจัดหาสวนสาธารณะและกล้อง CCTV ของสุขุมพันธุ์ก็อยู่ภายใต้แผนพัฒนาฯ เช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าผู้ว่าฯ ส่วนใหญ่ดำเนินงานตามแผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่กำหนดไว้อยู่แล้ว มีเพียงบางกรณีที่อยู่นอกเหนือแผน กระนั้นก็ตามเนื่องจากเนื้อหาในแผนฯ มักเขียนอย่างไม่เฉพาะเจาะจงและมีแนวนโยบายครอบคลุมเกือบทุกปัญหาในกรุงเทพฯ จึงเอื้อให้ผู้ว่าฯ ในเวลานั้นสามารถนำเอานโยบายของตนเองหรือสิ่งที่ตนเองเคยหาเสียงไว้มาปรับใช้เป็นโครงการต่าง ๆ ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">การพัฒนากรุงเทพฯ จึงไม่ได้อยู่แค่เพียงว่าแผนพัฒนานั้นดีมากน้อยแค่ไหน หรือผู้ว่าฯ ได้ทำตามที่เคยหาเสียงไว้หรือไม่ แต่คำถามที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือ ชาวกรุงเทพฯ มีบทบาทมากน้อยแค่ไหนในการกำหนดการพัฒนาของเมืองหลวงแห่งนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่ใช่แค่แผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่คอยกำกับการทำงานของผู้ว่าฯ กทม. แต่ยังมีอำนาจทับซ้อนที่อยู่เหนือการตัดสินใจของ ผู้ว่าฯ กทม. อีกที</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่สำหรับโครงการขนาดใหญ่ใน กทม. ที่ต้องใช้งบประมาณสูงและมีกรอบการดำเนินการที่ยาวนานนั้น อำนาจการตัดสินใจชี้ขาดก็ไม่ได้ขึ้นของผู้ว่าฯ กทม. เพียงคนเดียวเท่านั้น เนื่องจากอำนาจในการบริหารจัดการกรุงเทพมหานครถูกรวมศูนย์ไว้ที่รัฐบาลและส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้กรุงเทพฯ ไม่สามารถบริหารจัดการเมืองได้อย่างอิสระดังที่คาดคิด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น แม้ประชาชนจะเลือกผู้ว่าฯ จากนโยบายที่ตรงกับความต้องการของตนเอง แต่ก็ใช่ว่านโยบายเหล่านั้นจะเป็นจริงได้ทั้งหมด เพราะการบริหารกรุงเทพฯ รายล้อมไปด้วยเงื่อนไขมากมายจนยากที่จะขยับแต่ลำพัง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ การก่อสร้างรถไฟฟ้าโครงการต่าง ๆ แม้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง น่าจะเป็นผู้ว่าฯ คนแรก ๆ ที่เริ่มพูดถึงการสร้างรถไฟลอยฟ้าในกรุงเทพฯ เพื่อแก้ปัญหาจราจร แต่ในความเป็นจริงแล้ว กรุงเทพมหานครไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพัง คนกรุงเทพฯ ต้องรอนานนับสิบปีกว่ารถไฟฟ้าสายแรกจะใช้ได้จริง เพราะผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย ต้องอาศัยงบประมาณจากส่วนกลาง และต้องได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีก่อน จนถึงปัจจุบันการก่อสร้างหรือเก็บค่าบริการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าก็ยังเป็นอำนาจการตัดสินใจของรัฐบาล</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือแม้แต่กรณี โครงการการพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ ยังเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลเห็นชอบแผนหลักการพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ ระยะเวลา 11 ปี (พ.ศ. 2564-2574) จำนวน 84 โครงการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 82,563 ล้านบาทตามข้อเสนอของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ด้วยเหตุผลว่าเป็นการสนองพระบรมราโชบายของรัชกาลที่ 10 ที่ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาดูแลแหล่งน้ำลำคลอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้การบริหารจัดการกรุงเทพฯ ยังถูกกำกับไว้ด้วยหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีอำนาจและบทบาทเฉพาะเรื่องโดยตรงมากกว่า จนปัญหาเดียวของกรุงเทพฯ มี “เจ้าภาพ” หลายราย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเรื่องนี้คือ การแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นปรากฎอยู่ในแผนพัฒนาทุกฉบับและชี้สาเหตุได้ว่าเกี่ยวข้องกับน้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน และการระบายน้ำไม่ทันตั้งแต่ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 2</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่การแก้ปัญหานี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กรมชลประทาน นับตั้งแต่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 ที่คณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) ตั้งคณะกรรมการกำหนดกรอบนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อจัดทำแบบยุทธศาสตร์จัดการทรัพยากรน้ำทั้งประเทศ และเกิดสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติขึ้น การบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพฯ ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานนี้เช่นกัน กรุงเทพฯ ไม่ได้มีบทบาทจัดการเท่าที่ควรแม้จะเป็นผู้รับผิดชอบคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมของคนกรุงเทพฯ โดยตรง</p>



<p class="wp-block-paragraph">รวมไปถึงเงื่อนไขเรื่อง “กฎหมาย” ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการท้องถิ่นตั้งแต่ พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา ก็ยิ่งทำให้การจัดการกรุงเทพฯ ซับซ้อนมากขึ้น โดยไม่เพียงแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือแผนแม่บทกระทรวงมหาดไทยเท่านั้นที่กำหนดแนวทางพัฒนาเมืองกรุงเทพฯ แต่ยังเป็นผลจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ที่กำหนดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐให้รัฐบาลที่เข้ามาบริหารงานต้องดำเนินการประกอบกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 โดยรัฐบาลได้จัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2548-2551 ขึ้น และกำหนดให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทำแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนการบริหารราชการแผ่นดิน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมา ยังมีแนวทางของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนการปฏิรูปประเทศ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติเข้าไว้ด้วยตามพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 ไปจนถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่น่าสนใจ คือ บทบาทของประชาชนซึ่งควรจะเป็นคนที่ได้ประโยชน์จากแผนพัฒนาฯ มากที่สุด ได้หายไปจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ ตั้งแต่ร่วมคิดและกำหนดวิสัยทัศน์ ออกแบบเมืองที่ตนเองต้องอยู่โดยตรง ตลอดจนการประเมินความก้าวหน้าของการพัฒนาเมืองสะท้อนให้เห็นวิธีการทำงานของระบบรัฐราชการที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนมากเท่าที่ควรจะเป็น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งหมดนี้นำมาสู่คำถามต่อไปว่า แผนพัฒนากรุงเทพฯ ในปัจจุบันตอบสนองกับความต้องการของประชาชนมากน้อยเพียงใด และควรจะมีกระบวนการร่วมคิดร่วมสร้างกรุงเทพฯ รูปแบบใหม่ ๆ โดยประชาชนในฐานะที่เป็นพลเมืองของกรุงเทพฯ หรือไม่ เพื่อไม่ให้แผนพัฒนากรุงเทพเป็นเพียง “คู่มือ” กำกับการปฏิบัติงานของข้าราชการเท่านั้นดังที่เป็นมา</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา : ปรุงปรุงแก้ไขจากบทความ “แผนพัฒนา กทม. มีไว้ทำไม” <a href="https://theactive.thaipbs.or.th/data/bangkok-development-plan-ep1">EP1</a> <a href="https://theactive.thaipbs.or.th/data/bangkok-development-plan-ep2">EP2</a> และ <a href="https://theactive.thaipbs.or.th/data/bangkok-development-plan-ep3">EP3</a> ซึ่งเป็นความร่วมมือทางด้านข้อมูลระหว่าง The Active และ Rocket Media Lab</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่านเพิ่มเติม <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-2026-policy-check/">เลือกตั้ง กทม. 69 : ย้อนดูนโยบายหาเสียงและผลงานของผู้ว่าฯ กทม. ในแต่ละยุค  &#8211; Rocket Media Lab</a> </p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลนโยบายหาเสียงของผู้ว่าฯ ปี 2518-2565 ได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-campaign">https://rocketmedialab.co/database-bkk-campaign</a>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-development-plans/">เลือกตั้ง กทม. 69 : แผนพัฒนา กทม. มีไว้ทำไม ผู้ว่า กทม. แต่ละคนวางแผนฉบับไหน ทำตามแผนยังไงบ้าง </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลือกตั้ง กทม. 69 : ย้อนดูนโยบายหาเสียงและผลงานของผู้ว่าฯ กทม. ในแต่ละยุค </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-2026-policy-check/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 06:58:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7549</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3585;&#3634;&#3619;&#3648;&#3621;&#3639;&#3629;&#3585 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-2026-policy-check/">เลือกตั้ง กทม. 69 : ย้อนดูนโยบายหาเสียงและผลงานของผู้ว่าฯ กทม. ในแต่ละยุค </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 เป็นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 18 มีผู้สมัครลงชิงชัยในตำแหน่งผู้ว่า กทม. ทั้งจากพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง และผู้สมัครอิสระ กว่า 14 คน ซึ่งมาพร้อมกับประกาศนโยบายพัฒนากรุงเทพฯ ที่หลากหลาย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ดูเหมือนว่านโยบายที่ผู้ลงสมัครแต่ละคนใช้หาเสียง ยังเป็นเรื่องรถติด น้ำท่วม พื้นที่สีเขียว สภาพทางเท้า ฯลฯ ไม่แตกต่างจากผู้ลงสมัครในยุคก่อนๆ เท่าใด จนชวนสงสัยว่า ที่ผ่านมาผู้ลงสมัครหรือผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. เคยหาเสียงไว้ว่าอย่างไร ทำอะไรไปแล้วบ้าง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนย้อนทบทวนว่าที่ผ่านมาผู้ว่าฯ กทม. คนก่อนๆ เคยหาเสียงอะไรไว้ เคยมีผลงานอะไร ทำตามที่เคยหาเสียงไว้ไหม มีผลงานอะไรโดดเด่นบ้าง โดยพิจารณาจากผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้ง จำนวน 8 คน (11 สมัย) ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งแรกใน พ.ศ. 2518 มาจนถึงการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2565 ว่ามีระเด็นปัญหาที่สำคัญและนโยบายใดที่มักถูกหยิบยกมาหาเสียงบ้าง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7553" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-1152x1536.jpg 1152w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-1536x2048.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-1-scaled.jpg 1920w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7554" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-1152x1536.jpg 1152w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-1536x2048.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-ผู้ว่าหาเสียง-2-scaled.jpg 1920w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">จราจร: เน้นสร้างถนน ขยายรถไฟฟ้า แต่รถเมล์คือสิ่งที่ถูกลืม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาการจราจรติดขัดมักเป็นประเด็นแรกสุดที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ ตลอดระยะเวลากว่า 47 ปี ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ข้อเสนอส่วนใหญ่เน้นไปที่การรองรับรถยนต์ด้วยการเชื่อมต่อเส้นทาง ขยายถนน และปรับปรุงระบบสัญญาณไฟจราจร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในสมัยแรกของการลงสมัครรับเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2528 จำลอง ศรีเมือง หาเสียงว่า “ต้องทำให้ประชาชนให้ความร่วมมือ” จนสมัยต่อมา พ.ศ. 2533 จึงมีข้อเสนอต่อการแก้ปัญหาจราจรติดขัดว่า ควรจะ “สร้างสะพานลอยข้ามแยกที่มีการจราจรหนาแน่น ตัดถนนใหม่ ขยายถนนเก่า สร้างทางลัดให้มากขึ้น” อีกทั้งยังสนับสนุนให้สร้างที่จอดรถและสะพานลอยคนข้ามให้มากขึ้นด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกับ กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา กับนโยบายหาเสียงในการเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2535 ก็เป็นการต่อยอดจากนโยบายของ จำลอง ที่ลาออกไป ด้วยการสานต่อการสร้างสะพานข้ามแยกเช่นกัน รวมถึงสมัคร สุนทรเวช ที่เสนอนโยบายสร้างถนนวงแหวน เชื่อมนอกเมืองในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2543 ขณะที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งคนอื่นๆ ได้แก่ พิจิตต รัตตกุล, อภิรักษ์ โกษะโยธิน และ สุขุมพันธุ์ บริพัตร ให้ความสำคัญกับการขนส่งสาธารณะมากกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">นโยบายขนส่งมวลชนเริ่มได้รับความสนใจตั้งแต่ พ.ศ. 2533 โดยจำลองเสนอให้จัดรถวน เป็นรถส่วนกลางรับส่งประชาชนในถนนบางสายที่การจราจรแออัดมาก เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวลง ระหว่างที่จำลองดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครออกประกาศให้บุคคลยื่นข้อเสนอโครงการลงทุนก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2534 ต่อมาจึงได้ทำสัญญากับบริษัท ธนายง จำกัด เมื่อ 9 เมษายน 2535 หลังจากผ่านการอนุมัติโดยกระทรวงมหาดไทยแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">การหาเสียงว่าจะสร้างรถไฟลอยฟ้าเริ่มชัดเจนขึ้นในยุคของกฤษฎา ซึ่งหาเสียงว่าจะสร้างรถไฟลอยฟ้าและจัดทำเครือข่ายรถไฟลอยฟ้าขนาดเล็กใยแมงมุมทั่วกรุงเทพ หลังกฤษฎาเข้ารับตำแหน่งในเดือนเมษายน 2535 ก็มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การรถไฟฟ้ามหานคร ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อเดือนสิงหาคม 2535 และกรุงเทพมหานครจัดทำแผนแม่บทโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน พ.ศ. 2538 เป็นครั้งแรก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมาพิจิตตหาเสียงในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2539 ว่าจะ “ผลักดันรถไฟฟ้าใต้ดินให้เร็วที่สุดและรีบเร่งดำเนินงานที่คั่งค้างและต่อเนื่องให้เสร็จโดยฉับพลัน” พร้อมกับเสนอว่าจะสร้าง “รถรางเลียบคลองแสนแสบ คลองเปรมประชากร คลองภาษีเจริญ” ซึ่งไม่เกิดขึ้นในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ขณะที่สมัยอภิรักษ์และสุขุมพันธุ์เสนอการเชื่อมโยงระบบเดินทางขนส่งมวลชนทุกพื้นที่ ทั้งขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดิน อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการดำเนินการตามแผนที่มีอยู่แล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่รถโดยสารประจำทางไม่ค่อยถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นในการหาเสียงมากนัก นอกจากการประกาศนโยบายรถตู้มวลชนเพื่อเชื่อมการเดินทางชานเมืองสู่เมืองชั้นในของพิจิตต ขณะที่ยุคของอภิรักษ์ พ.ศ. 2547 เมื่อตอนหาเสียงเน้นที่การเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนโดยรวม จัดให้มีรถเมล์ด่วนพิเศษบน 10 เส้นทางหลัก สร้างเครือข่ายขนส่งมวลชนขนาดเล็กและเครือข่ายรถโรงเรียน แต่ที่เกิดขึ้นจริงคือ รถเมล์ด่วนพิเศษ BRT 1 เส้นทาง ที่เปิดใช้งานในช่วงที่สุขุมพันธุ์เข้ามาทำงานต่อจากอภิรักษ์ที่ต้องลาออกไป&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุคชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีการหาเสียงในเรื่องการจราจรและขนส่งสาธารณะไว้หลากหลายประเด็น ทั้งการใช้เทคโนโลยี ระบบอัจฉริยะ ITMS มาช่วยแก้ปัญหารถติด การใช้ประโยชน์จากรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งต่อมาการคืนหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวกลายมาเป็นประเด็นใหญ่ที่สุดในการทำงานเป็นผู้ว่าฯ กทม. ของชัชชาติ นอกจากนี้ยังมีการทำป้ายรถเมล์ที่ต้องมีข้อมูลครบและส่องสว่าง และการเพิ่มรถเมล์สายหลักและรองราคาถูกราคาเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่หาเสียงไว้แต่ยังไม่เกิดขึ้นในช่วงการทำงานเป็นผู้ว่าฯ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า นโยบายของผู้สมัครมักให้น้ำหนักไปที่รถยนต์และรถไฟฟ้าเป็นหลัก ส่วนระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ เช่น รถโดยสารประจำทาง เรือ ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก ทั้งที่เป็นการเดินทางที่สามารถเข้าถึงคนจำนวนมาก ราคาถูก เข้าถึงพื้นที่ได้มากกว่ารถไฟฟ้า และแก้ปัญหาการจราจรติดขัดได้ แต่ถึงอย่างนั้น ในสมัยของผู้ว่าฯ จำลอง ก็มีการนำเอาเรือโดยสารคลองแสนแสบมาวิ่งบริการเป็นครั้งแรก แม้ไม่ได้หาเสียงเรื่องนี้ไว้</p>



<h3 class="wp-block-heading">สิ่งแวดล้อม: จะผ่านไปกี่ปีก็ต้องแก้น้ำท่วมและปลูกต้นไม้ให้มากๆ</h3>



<h4 class="wp-block-heading">น้ำท่วม&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">การหาเสียงว่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ด้วยการปรับปรุงท่อระบายน้ำมีมาตั้งแต่สมัยจำลอง เมื่อ พ.ศ. 2533 โดยเสนอว่าจะ “สร้างท่อระบายน้ำหรือขุดคูคลองสองข้างทางถนนที่ยังไม่มีท่อระบายน้ำ ขยายช่องตะแกรงระบายน้ำริมถนนให้กว้างขึ้น ปรับปรุงท่อระบายน้ำใต้ดินที่มีขนาดเล็กและไม่ได้ระดับ” รวมทั้งจะ “เร่งรัดการก่อสร้างเขื่อน สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำเพิ่ม” และ “จัดหาแอ่งรับน้ำในกรุงเทพฯ เพิ่มมากขึ้น”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วง พ.ศ. 2535-2547 นโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วมของผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้งคือ กฤษฎา สมัคร และพิจิตต ไม่ชัดเจนนัก ส่วนการหาเสียงทั้งสองครั้งของอภิรักษ์ก็ไม่มีรายละเอียดมากนัก โดยเสนอว่าจะพัฒนาระบบระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม การหาเสียงเมื่อ พ.ศ. 2552 สุขุมพันธุ์เสนอให้มีระบบระบายน้ำที่ใช้การได้ทั่วถึง ต่อมา พ.ศ. 2556 เสนอว่า “สร้างอุโมงค์ระบายน้ำยักษ์ 6 แห่ง เพิ่มขีดความสามารถในการรับน้ำฝนแต่ละพื้นที่ให้รับได้เกิน 60 มม.”&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ บางคน แม้ไม่ได้หาเสียงเรื่องนี้ไว้ แต่ขณะดำรงตำแหน่งก็มีผลงาน เช่น พิจิตต มี “อาสาสมัครหน่วยฟองน้ำ” ซึ่งออกปฏิบัติการป้องกันน้ำท่วมในย่านต่างๆ เมื่อมีฝนตกน้ำขัง หรือกฤษฎาที่สร้างสถานีสูบน้ําและประตูระบายน้ํา 18 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุคชัชชาติ มีการหาเสียงไว้ว่าจะขุดลอกและทำความสะอาดท่อระบายน้ำ 3,000 กม. เพิ่มการขุดคลอง แก้ปัญหาพื้นที่ต่ำ 50 เขต เพื่อลดจุดเสี่ยงจุดเฝ้าระวังน้ำท่วม&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ขยะ</h4>



<p class="wp-block-paragraph"><br>ตอนที่จำลอง ศรีเมืองหาเสียงใน พ.ศ. 2528 เน้นการรณรงค์ให้ประชาชนมีจิตสำนึก โดยเสนอว่า “ต้องทำให้ประชาชนหันมาให้ความร่วมมือในการรักษาความสะอาด” ต่อมาในการหาเสียง พ.ศ. 2533 มุ่งเน้นการจัดเก็บให้ทั่วถึง “เพิ่มรถขนขยะให้เพียงพอ โดยเฉพาะรถขนขยะขนาดเล็กให้เข้าซอยได้ ใช้เรือเก็บขยะในคูคลองต่างๆ จัดซื้อที่ดินแปลงใหญ่ไกลออกไปจากย่านชุมชนเพื่อนำขยะไปทิ้ง เร่งรัดให้มีการจัดสร้างโรงงานกำจัดขยะและเตาเผาขยะเพิ่มขึ้น”&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งคล้ายกับที่พิจิตตหาเสียงเมื่อ พ.ศ. 2539 ว่าจะจัดเก็บขยะให้หมด และจะสร้างโรงเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าที่ท่าแร้ง-บางเขน อ่อนนุช คลองเตย เช่นเดียวกับสมัครที่เสนอว่า จะ “สร้างเตาเผาขยะ ทั้งสามทิศชิดชานเมือง” ส่วนนโยบายของอภิรักษ์ พ.ศ. 2547 ระบุว่า จะเพิ่มเวลาการจัดเก็บขยะให้ถี่ขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งจะมีการลงทุนเพิ่มเติมพร้อมกับการปฏิรูปการบริหารจัดการ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่สุขุมพันธุ์หาเสียงเมื่อปี 2552 ว่าจะจัดให้มีถังขยะพอเพียงในทุกที่ และจัดธนาคารรีไซเคิล แปลงขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า ต่อมา พ.ศ. 2556 เน้นไปที่การจัดหาโรงงานกำจัดขยะเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน โดยเสนอว่า จะสร้างโรงงานขยะแปรรูปอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน สร้างเตาเผาขยะผลิตกระแสไฟฟ้า 2 แห่ง สร้างโรงผลิตปุ๋ยจากขยะอินทรีย์ 1,000 ตัน รวมทั้งสร้างสถานีขนถ่ายย่อย โดยกล่าวถึงนโยบายการแยกขยะว่าเป็นการรณรงค์กับประชาชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุคของชัชชาติ มีนโยบายหาเสียงที่โดดเด่นในเรื่องขยะก็คือการแยกขยะจากต้นทาง ซึ่งก็คือโครงการไม่เทรวมในเวลาต่อมา รวมไปถึงรถขยะไซส์เล็ก</p>



<h3 class="wp-block-heading">การเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยสวนสาธารณะและปลูกต้นไม้&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การปลูกต้นไม้เป็นนโยบายที่ถูกนำมาหาเสียงมากที่สุด พ.ศ. 2528 จำลองหาเสียงไว้ว่า จะปลูกต้นไม้ยืนต้นและไม้เลื้อยให้มากขึ้น ต่อมา การเลือกตั้งสมัยที่ 2 เริ่มกล่าวถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเสนอว่า จะรณรงค์ต่อต้านการทุจริตทั่วประเทศเพื่อให้รัฐบาลมีเงินเหลือมาแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมเป็นพิษในกรุงเทพฯ และติดตั้งแผ่นกั้นเสียงบางจุดที่มีเสียงยวดยานอยู่ในเกณฑ์อันตราย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านพิจิตต ในภาพรวมมีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมหลายด้าน โดยเสนอนโยบาย เก็บ-แยก-กำจัด ขยะ บำบัดน้ำเสียทั่วเมือง ฟื้นฟูลำคลอง และปลูกต้นไม้ให้ กทม.เขียวขจี 400,000 ต้น ต่อมา พ.ศ. 2543 สมัครหาเสียงว่า จะเพิ่มข้อต่อติดท่อไอเสียรถยนต์และปลูกต้นไม้เกาะกลางถนน ขณะที่อภิรักษ์ให้ความสำคัญกับปัญหาสภาวะโลกร้อนด้วยการประกาศว่าจะรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนทุกวันที่ 9 ของเดือน ส่วนนโยบายของสุขุมพันธุ์ พ.ศ. 2552 คือ ส่งเสริมพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านสวนสาธารณะตั้งแต่ พ.ศ. 2528 เป็นต้นมา ผู้สมัครทุกคนหาเสียงว่าจะเพิ่มสวนสาธารณะให้มากขึ้นผู้ที่ระบุจำนวนไว้ว่าจะสร้างสวนสาธารณะให้ได้ 10 แห่งระหว่างที่ดำรงตำแหน่งคือกฤษฎา ส่วนสุขุมพันธุ์หาเสียงเมื่อ พ.ศ. 2556 ว่าจะเพิ่มพื้นที่สีเขียว 5,000 ไร่ สร้างสวนสาธารณะ 10 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกันกับในยุคชัชชาติ ที่มีนโยบายเด่นอย่าง ‘สวน 15 นาที’ กระจายในทุกเขต และการปลูกต้นไม่ 1 ล้านต้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">คุณภาพชีวิต: พัฒนาศูนย์บริการสาธารณสุข จัดระเบียบแผงลอย พัฒนาชุมชน</h3>



<h4 class="wp-block-heading">สาธารณสุข&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากการหาเสียงเมื่อ พ.ศ. 2528 ของจำลองที่ว่าจะแก้ปัญหาสาธารณสุขเน้นการขยายและสร้างขึ้นอย่างทั่วถึง ผู้สมัครทุกคนนับตั้งแต่กฤษฎาเป็นต้นมาเสนอให้พัฒนาศูนย์สาธารณสุขให้เป็นโรงพยาบาล หรือปรับปรุงคุณภาพโรงพยาบาลของกรุงเทพมหานครให้เทียบเท่าเอกชน ขณะที่พิจิตตเสนอว่า จะจัดให้มี กทม.โพลีคลีนิก 60 แห่งทั่วกรุงเทพฯ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านอภิรักษ์หาเสียงในสมัยที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2551 ว่า นอกจากยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ให้ได้มาตรฐานแล้วยังมีแนวคิดจะจัดหน่วยพยาบาล กทม. เคลื่อนที่เยี่ยมบ้านและที่ทำงาน บุคลากรสาธารณสุขของ กทม. ออกเยี่ยมบ้านและที่ทำงานด้วย ส่วนสุขุมพันธุ์สัญญาว่าจะจัดให้มีบริการตรวจสุขภาพประจำปีฟรี จัดตั้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินและตั้งศูนย์เวชศาสตร์คนเมืองเพื่อศึกษาปัญหาด้านสุขภาพโดยเฉพาะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนชัชชาติ ก็มีการหาเสียงผ่านนโยบายขยายโรงพยาบาล 10,000 เตียง ระบบ Telemedicine รถสุขภาพตรวจถึงชุมชนและคลินิกสุขภาพเพศหลากหลาย</p>



<h4 class="wp-block-heading">หาบเร่แผงลอย&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">จำลองเริ่มมีแนวคิดจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยตอนที่ลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ สมัยที่ 2 พ.ศ. 2533 ด้วยการหาเสียงว่า จะผลักดันให้มีการแก้กฎหมายเพื่อให้ กทม.มีอำนาจผ่อนผันให้ผู้ค้าวางสินค้าบนทางเท้าบางจุดได้เหมาะสม ให้ กทม.มีอำนาจจับและปรับผู้ฝ่าฝืน กำหนดจุดอนุญาต ขีดสีตีเส้นให้ผู้ค้าตั้งวางเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ใช้นโยบายปราบผู้ค้าและผู้ซื้อพร้อมกัน และจัดหาสถานที่เหมาะสมให้ผู้ค้ามากขึ้น เช่น จัดให้มีตลาดนัดแห่งใหม่เพิ่ม ด้านสมัครย้ำถึงความสำคัญของการมีอาหารราคาถูก โดยประกาศว่าจะตั้งศูนย์อาหารไว้ใกล้ชุมชน โดยหลังจากได้เป็นผู้ว่าฯ ก็มีการตั้งสำนักเทศกิจขึ้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2556 สุขุมพันธุ์มีนโยบายว่า จะดำเนินการให้หาบเร่แผงลอยมาอยู่ในอำนาจของ กทม. ขยายโครงการอาหารริมทาง สะอาดปลอดภัยมีใบรับรอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ชัชชาติมีนโยบายทางเท้าเดินโล่ง สะอาดเป็นระเบียบ ซึ่งต่อมาเมื่อไดเป็นผู้ว่าฯ กทม. แล้ว ก็มีการจัดการหาบเร่แผงลอยในหลายๆ พื้นที่ในกรุงเทพฯ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ชุมชนและคุณภาพชีวิต&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">การหาเสียงในประเด็นนี้ จำลองเริ่มต้นด้วยการหาเสียงว่าจะโน้มน้าวจิตใจให้คนเห็นแก่ตัวน้อยลง ในการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี 2528 ต่อมา กฤษฎาประกาศว่าจะพัฒนาชุมชนแออัด นโยบายของสมัครที่ว่าจัดแฟลตให้ผู้มีรายได้น้อยอยู่ ถือว่าเป็นการเสนอทางแก้ปัญหาชุมชนแออัดอย่างเป็นรูปธรรม ในสมัยแรก อภิรักษ์เสนอว่าจะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน ส่งเสริมการกระจายสินค้าชุมชนและพัฒนาตลาดนัด พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ต่อมา พ.ศ. 2551 มุ่งไปที่การส่งเสริมชมรมผู้สูงอายุ จัดตั้งศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 500 บาทต่อคนต่อเดือน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านสุขุมพันธุ์ต่อยอดนโยบายของอภิรักษ์โดยเสนอเมื่อ พ.ศ. 2552 ว่าจะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นมหานครแห่งการค้าและการท่องเที่ยวของภูมิภาค สร้างตลาดนัดอาชีพ เพิ่มพื้นที่ตลาดสินค้าผลิตในครัวเรือนและสินค้าทำมือ และตั้งลานกีฬาใกล้บ้าน ศูนย์กีฬาครบวงจร 1,200 แห่ง โดยจะมีฟุตบาทเรียบ ถนนสวย ในการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งที่ 2 พ.ศ. 2556 สุขุมพันธุ์มีนโยบายว่าจะจัดให้มีศูนย์กีฬามิติใหม่และกีฬาผาดโผนสี่มุมเมือง สร้างห้องน้ำสาธารณะสะอาดครอบคลุมจุดเชื่อมต่อการเดินทาง ขยายการดูแลนักเรียน บริการหมวกกันน็อกฟรีแก่นักเรียน สร้างห้องสมุดใหม่ 10 แห่ง สร้างศูนย์เยาวชนเพิ่ม 5 แห่ง ติดตั้ง WIFI ความเร็วสูง และทำแท็กซี่สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของชัชชาติ มีทั้งนโยบายพื้นที่ทางดนตรีและศิลปะการแสดง ซึ่งต่อมาก็คืองานดนตรีในสวนที่ได้รับความนิยม การพัฒนาลานกีฬา 1,034 แห่ง ห้องสมุดชุมชนและบ้านหนังสือ โครงการ BKK Food Bank ส่งต่ออาหารให้กลุ่มเปราะบาง BKK Trail เส้นทางวิ่งออกกำลังกาย น้ำสะอาดปลอดภัยฟรีทั่วกรุง เส้นทางการปั่นจักรยาน&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ปลอดภัยจากอาชญากรรม&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นนี้ถูกหยิบยกมาหาเสียงอย่างชัดเจนในสมัยของพิจิตต เมื่อ พ.ศ. 2539 ซึ่งเสนอว่าจะติดตั้งไฟแสงจันทร์ทั่วทุกซอย จัดทำโครงการสารสนเทศป้องกันเหตุร้าย 24 ชั่วโมง และตั้งศูนย์อาสาประชากู้ภัยทั้ง 38 เขต บริการ 24 ชั่วโมง คล้ายคลึงกับนโยบายของอภิรักษ์ในปี 2547 ที่จะ “สำรวจจุดเสี่ยงต่างๆ ที่เป็นจุดที่ล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรม ปรับบทบาทบุคลากรของ กทม. เช่น เทศกิจ ให้เข้ามาดูแลประชาชนโดยให้ผู้รักษาความปลอดภัยโดยจะร่วมกับอาสาสมัครในชุมชนนั้นๆ”&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สมัยของสุขุมพันธุ์ พ.ศ. 2552 นอกจากการติดไฟส่องสว่างเพิ่ม 40,000 จุด ยังเพิ่มการติดตั้งกล้องวงจรปิด 10,000 ตัว ขณะที่ในปี 2556 เน้นเพิ่มจำนวนทั้งการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) และติดไฟส่องสว่างในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงจะจัดตั้งศูนย์บริหารการจัดการภัยพิบัติเร่งด่วน เพิ่มชุดปฏิบัติการดับเพลิงขนาดเล็กสำหรับชุมชน และให้มีอาสาสมัครชุมชนเฝ้าระวังเสริมความปลอดภัยให้ชุมชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนชัชชาตินั้น มีทั้งโครงการการขอข้อมูลจากกล้อง CCTV ออนไลน์ และการใช้กล้อง CCTV เพื่อลดการก่ออาชญากรรม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลสะท้อนให้เห็นว่า การออกแบบนโยบายหาเสียงมักขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ในกรุงเทพฯ ณ เวลานั้น และตั้งเป้าหมายว่าต้องการเห็นกรุงเทพฯ เป็นอย่างไร และเมื่อพิจารณาจะเห็นได้ว่า ประเด็นที่ผู้ลงสมัครในแต่ละยุคหยิบยกขึ้นมาเป็นนโยบายหาเสียงแทบจะไม่แตกต่างกันเลย หรือในแง่หนึ่งก็อาจกล่าวได้ว่าเป็นปัญหาเรื้อรังของกรุงเทพฯ ที่ไม่สามารถแก้ไขให้สำเร็จได้เลยไม่ว่าในยุคไหน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จึงเป็นคำถามที่น่าสนใจว่า เมื่อได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.แล้ว ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งคนนั้นๆ ในแต่ละยุค ได้ทำในสิ่งที่ตนเองหาเสียงไว้ว่าจะแก้ไขปัญหาต่างๆ ไปมากน้อยแค่ไหน แล้วทำไมเมื่อการเลือกตั้งครั้งใหม่วนกลับมา ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งก็ยังนำเอาประเด็นปัญหานั้นกลับมาหาเสียงใหม่อยู่ร่ำไป</p>



<h3 class="wp-block-heading"></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7555" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-1-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ผู้ว่าฯ กทม. แต่ละยุค แต่ละสมัย มีผลงานอะไรโดดเด่นบ้าง&nbsp;&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากย้อนดูผลงานของผู้ว่าฯ ที่ได้รับเลือกตั้งจำนวนหนึ่ง จะเห็นได้ว่ามีทั้งที่มาจากสิ่งที่เคยหาเสียงและไม่ได้หาเสียงไว้ และน่าสังเกตว่าผลงานหลายเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งไม่ได้หาเสียงไว้ สอดคล้องกับแผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่จัดทำทุก 5 ปีอยู่แล้ว หรือแม้แต่สิ่งที่หาเสียงไว้ก็ดูคล้ายจะมาจากแผนพัฒนากรุงเทพฯ ในแต่ละยุคนั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนย้อนสำรวจดูผลงานเด่นของผู้ว่าฯ กทม. ในแต่ละยุค เพื่อดูว่าแท้จริงแล้ว ผลงานของผู้ว่าฯ มีอะไร และที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ว่าฯ ที่มาจากการแต่งตั้ง 4 คนแรกคือ ชำนาญ ยุวบูรณ์, อรรถ วิสูตรโยธาภิบาล, ศิริ สันติบุตร และสาย หุตะเจริญ เป็นข้าราชการที่มาจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งต้องบริหารกรุงเทพฯ ภายใต้แผนแม่บทของกระทรวงมหาดไทย และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้ง ธรรมนูญ เทียนเงิน ผู้ว่าฯ คนแรกจากพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งหาเสียงไว้ว่า จะแก้ไขปัญหาขยะ น้ำท่วม และสร้างสวนสาธารณะ ก็เข้ามาทำงาน ซึ่งได้ก็ดำเนินการตามที่หาเสียงไว้ เช่น การดำเนินการสร้างสวนสาธารณะสวนจตุจักร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ว่าฯ ต่อมาอีก 4 คนที่มาจากการแต่งตั้ง ได้แก่ ชลอ ธรรมศิริ, เชาวน์วัศ สุดลาภา, เทียม มกรานนท์ และอาษา เมฆสวรรค์ ซึ่งดำรงตำแหน่งในช่วง พ.ศ. 2520-2528 มีผลงานเด่นคือ การริเริ่มแนวคิดย้ายตลาดนัดออกจากสนามหลวง ริเริ่มศูนย์อํานวยการประสานงานการป้องกันนํ้าท่วม 24 ชม. ริเริ่มจ้างบริษัทเอกชนมาเก็บขยะ และสร้างสวนเสรีไทย ตามลำดับ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไปตามที่ระบุไว้ในแผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2520-2524 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2525-2529 เช่น การดูแลปรับปรุงซ่อมแซมยานพาหนะเก็บขนมูลฝอยและขนถ่ายปฏิกูลให้ทั่วถึง และการดำเนินการด้านระบบป้องกันน้ำท่วม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7556" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-768x1024.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-225x300.jpg 225w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-1153x1536.jpg 1153w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-1537x2048.jpg 1537w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/BKK-2026-2-scaled.jpg 1921w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับจำลอง การหาเสียงในการเลือกตั้งสมัยแรก พ.ศ. 2528 เน้นไปที่ตัวบุคคลคือตัวจำลองเองมากกว่าเรื่องนโยบาย หากจะมีนโยบายที่เด่นชัดก็เห็นจะเป็นเรื่องการป้องกันการทุจริตของข้าราชการ กทม. อย่างไรก็ตาม แม้จะมีบางเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในนโยบายการหาเสียง แต่ก็เป็นสิ่งที่เมื่อเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ แล้วทำได้จนกลายเป็นภาพจำ นั่นก็คือนโยบายด้านความสะอาด โดยจำลองได้ขยาย “โครงการ กรุงเทพฯ เมืองสะอาด” ของ เทียม มกรานนท์ มาใช้อย่างเข้มงวด จนทำให้กรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองสะอาดน่าอยู่ 1 ใน 10 ของโลก นอกจากนี้ในยุคนั้นยังเริ่มมีการใช้เสื้อสีสะท้อนแสงของพนักงานกวาดถนนอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในสมัยที่ 2 จำลองเน้นการแก้ปัญหาจราจรโดยการขยายถนน และกล่าวได้ว่าเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการสร้างรถไฟลอยฟ้าเพื่อแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ และยังมีการเดินเรือขนส่งในคลองแสนแสบเป็นครั้งแรกอีกด้วย นอกจากนี้อีกหลายนโยบายที่หาเสียงไว้ก็มาสำเร็จในยุคหลัง เช่น สะพานลอยข้ามแยกเกษตร หรือมีการสานต่อในยุคของกฤษฎา อดีตรองผู้ว่าฯ ในยุคของจำลองและเป็นผู้ว่าฯ กทม.คนต่อมา เช่น การสานต่อเรื่องรถไฟลอยฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่กฤษฎาใช้เป็นนโยบายหาเสียงด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ กฤษฎายังมีผลงานที่ชัดเจนในเรื่องอื่น เช่น สวนสาธารณะจากภูเขาขยะ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่หาเสียงไว้ว่าจะสร้างสวนสาธารณะ 10 แห่ง ส่วนการริเริ่มระบบควบคุมสัญญาณไฟอิเล็กทรอนิกส์ (ATC) นั้นที่แม้จะเกิดขึ้นในยุคของกฤษฎา แต่ก็เป็นไปตามแผนพัฒนาฉบับที่ 4 พ.ศ. 2535-2539 ที่ให้มีการปรับปรุงและติดตั้งระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรตามทางแยกด้วยระบบคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">พิจิตตเป็นผู้ว่าฯ อีกคนหนึ่งที่มีผลงานเป็นไปตามที่หาเสียงไว้ แม้ว่านโยบายสำคัญ เช่น รถรางไฟฟ้าเลียบคลองหรือสภาประชาคมจะไม่สำเร็จ แต่กล่าวได้ว่า รถตู้มวลชนที่เกิดขึ้นในยุคนี้ตรงกับที่หาเสียงไว้ ส่วนการริเริ่มสร้างหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ไม่ปรากฏว่ามีการหาเสียงไว้และไม่อยู่ในแผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 4</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่นโยบายของสมัครที่เสนอให้สร้างแฟลตฝักข้าวโพดสำหรับผู้มีรายได้น้อยเกิดขึ้นได้ตามแผน ส่วนผลงานการตั้งศูนย์บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จที่เกิดขึ้นในยุคสมัครเป็นไปตามแผนพัฒนากรุงเทพฯ ฉบับที่ 5-6 ส่วนอภิรักษ์ที่หาเสียงไว้ว่า จะฟื้นฟูสภาพแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองใส 1,165 คลองสอดคล้องกับผลงานโครงการ 10 สวนสวย 10 คลองใส 10 ถนนสะอาด และยังได้ริเริ่มแนวคิดปรับปรุงคลองช่องนนทรีไว้อีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับสุขุมพันธุ์ซึ่งเป็นผู้ว่าฯ ที่ได้รับเลือกตั้ง 2 สมัยและดำรงตำแหน่งในช่วงที่มีการจัดทำแผนพัฒนากรุงเทพระยะ 12 ปี และระยะ 20 ปี มีผลงานเป็นไปตามนโยบายที่หาเสียงไว้หลายด้าน ที่ชัดเจนที่สุดคือ การให้คำมั่นว่าจะติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้น 20,000 ตัว ในสมัยที่ 2 ซึ่งอาจเป็นผลมาจากเหตุระเบิดกลางกรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งสมัยแรก อีกทั้งจำนวนกล้องวงจรปิดยังถูกจัดเป็นตัวชี้วัดหนึ่งของมหานครปลอดภัย ในแผนพัฒนากรุงเทพฯ ระยะ 20 ปีด้วย ส่วนนโยบายโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนที่หาเสียงไว้ก็เป็นไปตามการหาเสียงเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนผลงานของ อัศวิน ขวัญเมือง ซึ่งเข้ารับตำแหน่งจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระหว่าง พ.ศ. 2559-2565 เชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาลกลางอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างคือ การปรับปรุงภูมิทัศน์คลองโอ่งอ่าง ที่เป็นไปตามแผนขยายการดำเนินการปรับภูมิทัศน์คลองรอบเกาะรัตนโกสินทร์ และคลองอื่นๆ ทั่วกรุงเทพมหานครของรัฐบาลที่สนับสนุนงบประมาณให้กรุงเทพมหานคร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าฯ คนล่าสุด ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2565-2569 มีผลงานภายใต้นโยบาย 9 ด้าน 9 ดี ที่หาเสียงไว้ในปี 2565 ใน<a href="https://openpolicy.bangkok.go.th/overview">เว็บไซต์รวบรวมนโยบายของผู้ว่าฯ กทม.</a>ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2567 และ 2568 นโยบายด้านเดินทางดี และสิ่งแวดล้อมดีใช้งบประมาณเป็นสัดส่วนมากที่สุด 2 อันดับแรก น้อยที่สุด 2 อันดับคือ ด้านโปร่งใสดี และเศรษฐกิจดี แพลตฟอร์มทราฟฟี่ ฟองดูว์ที่พัฒนาโดยเนคเทค และ กทม. นำมาใช้เป็นผลงานที่อาจนับได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกการใช้แพลตฟอร์มแจ้งปัญหาเมือง ในช่วงที่ชัชชาติ เป็นผู้ว่าฯ มี การรายงานปัญหาสะสมกว่า<a href="https://openpolicy.bangkok.go.th/policy/057"> 998,000 เรื่อง</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการด้านสิ่งแวดล้อมของชัชชาติที่โดดเด่นได้แก่ โครงการไม่เทรวมที่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนแยกขยะเศษอาหาร จูงใจด้วยการลดค่าธรรมเนียมการเก็บขยะ สวน 15 นาทีที่กระตุ้นให้สำนักงานเขตต่างๆ ปรับเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่ประชาชน ส่วนปัญหาฝุ่น PM2.5 ผลงานที่เห็นชัดเจนคือ โครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นของโรงเรียนในสังกัด กทม. ผลงานด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นที่รับรู้กันกว้างขวางคือ การขุดลอกท่อและทางระบายน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายแรกๆ ที่มีการปฏิบัติหลังชัชชาติเข้ารับตำแหน่ง ในช่วงหน้าฝนปี 2565 เช่นเดียวกับดนตรีในสวน กิจกรรมมีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีแรกของการเป็นผู้ว่าฯ จนครบ 4 ปี นอกจากนี้ผลงานด้านคุณภาพชีวิตอื่นๆ ที่ถือได้ว่าริเริ่มในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็น คลินิกเพศหลากหลาย และการขึ้นทะเบียนและฝังไมโครชิปหมาแมว</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ผู้ว่าฯ ส่วนใหญ่ดำเนินงานตามแผนพัฒนากรุงเทพฯ ที่กำหนดไว้อยู่แล้ว นอกจากนี้ผู้ว่าฯ บางคนก็สามารถนำเอานโยบายของตนเองหรือสิ่งที่ตนเองเคยหาเสียงไว้มาปรับใช้เป็นโครงการต่างๆ ได้ เนื่องด้วยในแผนพัฒนากรุงเทพฯ วางกรอบไว้กว้างๆ ในประเด็นปัญหาอมตะและเรื้อรังของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจราจร น้ำท่วม พื้นที่สีเขียว ฯลฯ ซึ่งจากข้อมูลที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ผู้ว่าฯ กทม. ทุกคนล้วนพยายามแก้ปัญหานั้นตามที่หาเสียงไว้ เพียงแค่ว่าแก้ได้แค่ไหน อย่างไร เท่านั้นเอง</p>



<h3 class="wp-block-heading">ผู้ว่าฯ ใหม่ ปัญหาเดิม : ภาพซ้ำการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ทุกยุคทุกสมัย&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลข้างต้นนำมาสู่คำถามที่ว่าเหตุใดกรุงเทพฯ จึงยังประสบกับปัญหาเดิมๆ แม้จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สักกี่ครั้ง ผู้สมัครก็ยังต้องมาพร้อมกับนโยบายในการแก้ปัญหาเดิม และส่วนมากก็มาพร้อมกับแนวทางที่ไม่สามารถฉีกออกไปจากเดิมมากนัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะการพัฒนาของกรุงเทพมหานครนั้นถูกกำกับและกำหนดทิศทางจาก ‘แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร’ ซึ่งเป็นแผนแม่บท ดังนั้นไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้บริหาร ก็ต้องดำเนินการภายใต้กรอบของแผนพัฒนาฯ ในช่วงเวลาน้ัน ไม่ว่าจะสอดคล้องกับนโยบายของตนเองหรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกประเด็นหนึ่งก็อาจเป็นเพราะการบริหารจัดการกรุงเทพฯ ยังถูกกำกับโดยหน่วยงานอื่นๆ ที่ซ้อนทับอยู่ด้วย เช่น ผู้ว่าฯ ไม่มีอำนาจบริหารจัดการรถโดยสารประจำทางโดยตรง การตัดสินใจจัดซื้อรถใหม่ต้องผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน หรือการดำเนินการโครงการขนาดใหญ่เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ก็ต้องผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ปัญหาหนึ่งปัญหาของกรุงเทพฯ ยังมี ‘เจ้าภาพ’ หลายราย ไม่นับรวมถึงกฎหมายที่เข้ามากำหนดแนวทางการบริหารจัดการก็ยิ่งทำให้การจัดการกรุงเทพฯ ซับซ้อนมากขึ้น เช่น พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 ที่กำหนดให้กรุงเทพฯ ต้องบริหารภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, แผนการปฏิรูปประเทศ, นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาของกรุงเทพฯ จึงไม่ได้มีแค่ปัญหาเชิงประจักษ์อย่าง รถติด น้ำท่วม อากาศเสีย เพียงเท่านั้น แต่รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในการบริหารเองด้วย ทั้งโครงสร้างที่ต้องผูกพันกับอำนาจที่ใหญ่กว่าอย่างรัฐบาลกลางหรือกระทรวงมหาดไทย โครงการสร้างภายในอย่าง ส.ก. ส.ข. ที่ถูกยุบไป หรือการทำงานในระดับเขตของผู้อำนวยการเขต ที่ทำให้ผู้ว่าฯ กทม. ไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและเบ็ดเสร็จ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาของกรุงเทพฯ ซับซ้อนกว่านั้น และแน่นอนว่า ผู้ว่าฯ ไม่ใช่ซูเปอร์แมน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา : ปรุงปรุงแก้ไขจากบทความ <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-campaign/">“นโยบายผู้ว่าฯ กทม. : เลือกตั้งกี่ครั้งก็ยังต้องแก้ปัญหาเดิม”</a> โดย Rocket Media Lab</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลนโยบายหาเสียงของผู้ว่าฯ ปี 2518-2565 ได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-campaign">https://rocketmedialab.co/database-bkk-campaign</a> </p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-2026-policy-check/">เลือกตั้ง กทม. 69 : ย้อนดูนโยบายหาเสียงและผลงานของผู้ว่าฯ กทม. ในแต่ละยุค </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งบประมาณและรายรับ กทม. 2516-2569  [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-bkkelection69-budget/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 May 2026 11:22:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7542</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3591;&#3610 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkkelection69-budget/">งบประมาณและรายรับ กทม. 2516-2569  [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลงบประมาณรายสำนักของกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ 2516-2569 และรายรับของ กทม. ตั้งแต่ปี 2555-2567</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vT2SGeHeLNPY3r4vlzfK7G1qwkye0ls7s0If1IEvr3nndCcZfiTDUAbbZY8x_o1nJ3EMW17ev-YbndC/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน  <a href="https://rocketmedialab.co/bkkelection69-income/">เลือกตั้ง กทม. : กรุงเทพฯ หาเงินจากไหน ใช้เงินไปกับการพัฒนาในด้านใดบ้าง</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkkelection69-budget/">งบประมาณและรายรับ กทม. 2516-2569  [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง69 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-election-69-6/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2026 11:17:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7075</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3588;&#3632 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-6/">คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง69 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ การเลือกตั้ง 2569</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTlS8rKEQUtWCBxgsKeaVfiPM3Klx9aoEZz_VGQkygZh3WMk6jobFCiSIcPbODiGmgvGC0CThT3LqwR/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ขอบคุณคุณ ณัฐ เหลืองนฤมิตชัย และสฤณี อาชวานันทกุล ที่ช่วยจัดการเรียบเรียงตัวเลขผลการเลือกตั้งจาก 398 เขต</li>



<li>งานชิ้นนี้ อ้างอิงคะแนน สส.6/1 จาก<a href="https://drive.google.com/drive/folders/1elYwd_ATWpm8q_ZxoxKcXO1TaVF7MElj">ฐานข้อมูลภาพ pdf </a>อัปโหลดโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลดข้อมูล <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTlS8rKEQUtWCBxgsKeaVfiPM3Klx9aoEZz_VGQkygZh3WMk6jobFCiSIcPbODiGmgvGC0CThT3LqwR/pubhtml">ที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-24/">คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง 69</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-6/">คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง69 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง 69</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/election-69-24/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2026 11:10:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7066</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3612;&#3621;&#3588;&#3632;&#3649 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-24/">คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง 69</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">จากผลคะแนนการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่ไฟล์ สส.6/1 ที่สรุปผลคะแนนระดับเขตในรูปแบบรูปภาพ ซึ่งมีจำนวนเขตทั้งสิ้น 397 เขต (ขาดไปสามเขตคือ กรุงเทพมหานครเขต 15 ลพบุรีเขต 4 และ อุดรธานีเขต 6) นั้น หากคำนวนจากตัวเลขบัตรดีจำนวนทั้งสิ้น 34,761,396 ใบ (จากจำนวนบัตรดีทั้งหมด 34,862,178 จาก 400 เขต คือยังไม่มีคะแนนอีก 100,782 ใบ) จะสามารถคำนวณคะแนนและที่นั่ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์แบบไม่เป็นทางการได้ และมีข้อค้นพบเบื้องต้น ดังต่อไปนี้&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เลือกตั้ง 69 มีพรรคการเมืองทั้งหมด 21 พรรคเข้าสภา</li>



<li>สส.ปัดเศษ มีจำนวน 10 พรรค คะแนนน้อยสุดเป็นของพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้เสียงแต่ 1.4 แสนเสียงก็ได้ที่นั่งแล้ว</li>



<li>หากดูความนิยมของพรรค ตามลำดับของคะแนนปาร์ตี้ลิสต์สูงสุดในแต่ละเขต จะพบว่า พรรคอันดับหนึ่งคือพรรคประชาชน (ชนะใน 215 เขต) อันดับสองคือเพื่อไทย (ชนะใน 71 เขต) อันดับสามคือภูมิใจไทย (ชนะ 56 เขต)</li>



<li>จาก 400 เขตทั่วประเทศ มีพื้นที่ที่คะแนนของพรรคประชาชน ภูมิใจไทย และเพื่อไทย สูสีกันหรือห่างกันไม่เกิน 15% ทั้งหมด 88 เขต</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit1-count-partylist-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7084" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit1-count-partylist-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit1-count-partylist-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit1-count-partylist-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit1-count-partylist.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>เลือกตั้ง 69 มีพรรคการเมือง 21 พรรคในสภา</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">พรรคการเมืองที่มีตัวแทนปาร์ตี้ลิสต์ในสภามีมากถึง 21 พรรค โดย พรรคอันดับหนึ่งคือพรรคประชาชนที่ได้ 32 ที่นั่งจาก 10.97 ล้านเสียง อันดับสองคือพรรคภูมิใจไทย ที่ได้ 19 ที่นั่งจาก 6.44 ล้านเสียง อันดับสามคือพรรคเพื่อไทย ที่ได้ 16 ที่นั่งจาก 5.5 ล้านเสียง อันดับสี่ คือพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ 11 ที่นั่งจาก 3.9 ล้านเสียง อันดับห้าคือพรรคเศรษฐกิจที่ได้ 3 ที่นั่งจาก 1.1 ล้านเสียง<br></p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>หมายเลขพรรค</strong></td><td><strong>ชื่อพรรค</strong></td><td><strong>คะแนนพรรคจาก 398 เขต</strong></td><td><strong>จำนวนที่นั่งแบบยังไม่ปัดเศษ</strong></td><td><strong>จำนวนที่นั่ง</strong></td></tr><tr><td>46</td><td>ประชาชน</td><td>10,971,958</td><td>31.6</td><td>32</td></tr><tr><td>37</td><td>ภูมิใจไทย</td><td>6,445,573</td><td>18.5</td><td>19</td></tr><tr><td>9</td><td>เพื่อไทย</td><td>5,512,309</td><td>15.9</td><td>16</td></tr><tr><td>27</td><td>ประชาธิปัตย์</td><td>3,929,531</td><td>11.3</td><td>11</td></tr><tr><td>11</td><td>เศรษฐกิจ</td><td>1,124,647</td><td>3.2</td><td>3</td></tr><tr><td>6</td><td>รวมไทยสร้างชาติ</td><td>761,851</td><td>2.2</td><td>2</td></tr><tr><td>2</td><td>เพื่อชาติไทย</td><td>676,837</td><td>1.9</td><td>2</td></tr><tr><td>42</td><td>กล้าธรรม</td><td>642,586</td><td>1.8</td><td>2</td></tr><tr><td>33</td><td>ประชาชาติ</td><td>428,874</td><td>1.2</td><td>1</td></tr><tr><td>5</td><td>รวมใจไทย</td><td>428,349</td><td>1.2</td><td>1</td></tr><tr><td>3</td><td>ใหม่</td><td>313,738</td><td>0.9</td><td>1</td></tr><tr><td>1</td><td>ไทยทรัพย์ทวี</td><td>303,944</td><td>0.9</td><td>1</td></tr><tr><td>8</td><td>ประชาธิปไตยใหม่</td><td>278,199</td><td>0.8</td><td>1</td></tr><tr><td>29</td><td>ไทยภักดี</td><td>245,382</td><td>0.7</td><td>1</td></tr><tr><td>4</td><td>มิติใหม่</td><td>245,090</td><td>0.7</td><td>1</td></tr><tr><td>48</td><td>ไทยสร้างไทย</td><td>200,770</td><td>0.6</td><td>1</td></tr><tr><td>13</td><td>รวมพลังประชาชน</td><td>196,163</td><td>0.6</td><td>1</td></tr><tr><td>12</td><td>เสรีรวมไทย</td><td>184,156</td><td>0.5</td><td>1</td></tr><tr><td>10</td><td>ทางเลือกใหม่</td><td>176,519</td><td>0.5</td><td>1</td></tr><tr><td>21</td><td>ไทรวมพลัง</td><td>166,313</td><td>0.5</td><td>1</td></tr><tr><td>43</td><td>พลังประชารัฐ</td><td>141,047</td><td>0.4</td><td>1</td></tr><tr><td>7</td><td>พลวัต</td><td>117,460</td><td>0.3</td><td>0</td></tr><tr><td>49</td><td>ไทยก้าวใหม่</td><td>108,969</td><td>0.3</td><td>0</td></tr><tr><td>38</td><td>พลังธรรมใหม่</td><td>89,848</td><td>0.3</td><td>0</td></tr><tr><td>44</td><td>โอกาสใหม่</td><td>81,828</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>47</td><td>ประชาไทย</td><td>77,416</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>16</td><td>พลังเพื่อไทย</td><td>71,681</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>31</td><td>ประชากรไทย</td><td>70,308</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>35</td><td>รักชาติ</td><td>68,288</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>36</td><td>ไทยพร้อม</td><td>61,930</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>34</td><td>สร้างอนาคตไทย</td><td>59,422</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>32</td><td>ครูไทยเพื่อประชาชน</td><td>56,031</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>30</td><td>แรงงานสร้างชาติ</td><td>54,260</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>17</td><td>ไทยชนะ</td><td>52,026</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>28</td><td>ไทยก้าวหน้า</td><td>50,687</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>14</td><td>ท้องที่ไทย</td><td>47,999</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>24</td><td>วิชชั่นใหม่</td><td>43,127</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>45</td><td>เป็นธรรม</td><td>40,366</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>26</td><td>คลองไทย</td><td>36,876</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>15</td><td>อนาคตไทย</td><td>30,275</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>23</td><td>ปวงชนไทย</td><td>28,280</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>56</td><td>เพื่อบ้านเมือง</td><td>24,620</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>39</td><td>กรีน</td><td>24,168</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>57</td><td>พลังไทยรักชาติ</td><td>22,249</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>40</td><td>ไทยธรรม</td><td>21,847</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>19</td><td>สังคมประชาธิปไตยไทย</td><td>19,478</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>22</td><td>ก้าวอิสระ</td><td>17,820</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>51</td><td>พร้อม</td><td>17,596</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>25</td><td>เพื่อชีวิตใหม่</td><td>14,081</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>41</td><td>แผ่นดินธรรม</td><td>13,984</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>20</td><td>ฟิวชัน</td><td>13,594</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>18</td><td>พลังสังคมใหม่</td><td>11,769</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>54</td><td>ความหวังใหม่</td><td>9,508</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>52</td><td>เครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย</td><td>9,060</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>55</td><td>ไทยรวมไทย</td><td>8,091</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>50</td><td>ประชาอาสาชาติ</td><td>5,780</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>53</td><td>ไทยพิทักษ์ธรรม</td><td>5,653</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td></td><td></td><td></td><td></td><td></td></tr><tr><td>หมายเหตุ:</td><td>1. สส.พึงมี คิดเป็น</td><td>347,613.96</td><td></td><td></td></tr><tr><td></td><td>2. ข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก 397 เขต โดยกกต.ยังไม่ได้เผยแพร่ผลการเลือกตั้งของกรุงเทพมหานครเขต 15 ลพบุรีเขต 4 และอุดรธานีเขต 6</td><td></td><td></td><td></td></tr></tbody></table></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><br>อีก 16 พรรคที่ได้เข้าสภา ที่ได้คะแนนไม่ถึงล้านเสียง อาทิ พรรครวมไทยสร้างชาติ (2 ที่นั่งจาก 7.6 แสนเสียง) พรรคกล้าธรรม (2 ที่นั่งจาก 6.4 แสนเสียง) พรรคประชาชาติ (1 ที่นั่งจาก 4.3 แสนเสียง)</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สส.ปัดเศษ มีจำนวน 10 พรรค คะแนนน้อยสุดเป็นของพรรคพลังประชารัฐ</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ หากคำนวณตัวเลขจากจำนวนสส.พึงมี หรือจำนวนคะแนนที่สส.หนึ่งที่นั่งควรได้รับ จะอยู่ที่ราว 347,614 คะแนน แต่ด้วยระบบเลือกตั้งแบบที่ออกแบบให้พรรคใหญ่เสียเปรียบและต้องการให้มีพรรคเล็กจำนวนมากในสภา จึงทำให้มี “สส.ปัดเศษ” หรือสส.จากพรรคที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์สส.พึงมี จำนวนทั้งสิ้น 10 พรรค&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มนี้ มาจากพรรค ไทยทรัพย์ทวี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคมิติใหม่ พรรคไทยสร้างไทย พรรครวมพลังประชาชน พรรคเสรีรวมไทย พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทรวมพลัง และพรรคพลังประชารัฐซึ่งรั้งท้ายที่ 1.4 แสนคะแนนเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า พรรคการเมืองที่จับฉลากได้เลขเบอร์เดียวในลำดับที่หนึ่งถึงห้า ล้วนได้รับคะแนนสูงทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น เบอร์ 1 พรรคไทยทรัพย์ทวี เบอร์ 2 พรรคเพื่อชาติไทย เบอร์ 3 พรรคใหม่ เบอร์ 4 พรรคมิติใหม่ และเบอร์ 5 พรรครวมไทย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ลำดับของพรรคที่ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์สูงสุดในแต่ละเขต</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit2-district-partylist-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7085" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit2-district-partylist-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit2-district-partylist-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit2-district-partylist-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit2-district-partylist.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ หากดูคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ในระดับเขต จะพบอันดับความนิยมของพรรคแตกต่างจากคะแนนสส.เขต โดยพรรคประชาชนได้อันดับหนึ่งใน 214 เขต พรรคเพื่อไทยกวาดอันดับหนึ่งใน 70 เขต ส่วนพรรคภูมิใจไทยที่เป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ชนะที่หนึ่งใน 56 เขตเท่านั้น</p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>พรรค</strong></td><td><strong>จำนวนเขตที่ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์สูงสุด</strong></td></tr><tr><td>ประชาชน</td><td>215</td></tr><tr><td>เพื่อไทย</td><td>71</td></tr><tr><td>ภูมิใจไทย</td><td>56</td></tr><tr><td>ประชาธิปัตย์</td><td>43</td></tr><tr><td>ประชาชาติ</td><td>9</td></tr><tr><td>กล้าธรรม</td><td>3</td></tr><tr><td>ไทรวมพลัง</td><td>2</td></tr><tr><td>พลังประชารัฐ</td><td>1</td></tr></tbody></table></figure>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ:<br>1. อ้างอิงข้อมูลจากไฟล์ สส.6/1(บช) ของ กกต. ซึ่งยังขาดข้อมูล 3 เขต คือ กรุงเทพมหานคร เขต 15 ลพบุรี เขต 6 และ อุดรธานี เขต 3</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. ข้อมูล 3 เขต คือ กรุงเทพมหานคร เขต 15 ลพบุรี เขต 4 และ อุดรธานี เขต 6 อ้างอิงจากข้อมูล 94% จากระบบ ECT Report</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคประชาชน ได้อันดับ 1 ใน 215 เขต&nbsp;</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">พรรคประชาชนครองที่หนึ่งในเกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้และอีสานตอนบน/ล่าง ที่เป็นฐานเดิมของประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และเพื่อไทย ตามลำดับ ในหลายพื้นที่ได้คะแนนสูงสุดทุกเขตทั้งจังหวัด เช่น กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง น่าน นครปฐม ราชบุรี สระบุรี ภูเก็ต&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคเพื่อไทย ได้อันดับ 1 ใน 71 เขต</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">พรรคเพื่อไทยสามารถกวาดพื้นที่ภาคอีสานตอนบนและตอนกลางเป็นหลัก เช่น ร้อยเอ็ด (7 เขต) สกลนคร (6 เขต) ขอนแก่น (8 เขต) กาฬสินธุ์ (4 เขต) มหาสารคาม (5 เขต) ยโสธร (3 เขต) อุดรธานี (9 เขต) นครพนม (3 เขต) และอื่นๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคภูมิใจไทย ได้อันดับ 1 ใน 56 เขต</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนใหญ่พรรคภูมิใจไทยสามารถกวาดภาคอีสานตอนล่างและภาคกลางตะวันตก โดยมีคะแนนโดดเด่นที่ บุรีรัมย์ (ครบทุก 10 เขต) สุรินทร์ (8 เขต) สุพรรณบุรี (5 เขต) เพชรบูรณ์ (4 เขต)&nbsp; เพชรบุรี (3 เขต) อุทัยธานี (2 เขต) อ่างทอง (2 เขต) สุโขทัย (1 เขต) แพร่ (1 เขต) และอื่นๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคประชาธิปัตย์ ได้อันดับ 1 ใน 43 เขต</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การกลับมาของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ สามารถได้ที่นั่งจากคะแนนสส.บัญชีรายชื่อในพื้นที่ภาคใต้ส่วนมาก ได้แก่ นครศรีธรรมราช (ครบ 9 เขต) สงขลา (9 เขต) ตรัง (4 เขต) สุราษฎร์ธานี (7 เขต) ชุมพร (3 เขต) กระบี่ (3 เขต) พัทลุง (3 เขต) พังงา (2 เขต) สตูล (2 เขต) ประจวบคีรีขันธ์ (1 เขต)</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคกล้าธรรม ได้อันดับ 1 ใน 3 เขต</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">พรรคกล้าธรรม กวาดทุกเขตในจังหวัดพะเยา ซึ่งมีทั้งหมด 3 เขตได้&nbsp;&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ประชาชน สูสีกับ ภูมิใจไทย และ/หรือ เพื่อไทย (ห่างกันไม่เกิน 15%) ทั้งหมด 88 เขต</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเขตที่มีคะแนนสูสี หรือทิ้งห่างกันไม่เกิน 15% มีทั้งหมด 88 เขต โดยเขตที่น่าจับตามอง ได้แก่&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ขอนแก่น เขต 11: ประชาชน 18,652 vs ภูมิใจไทย 20,024 vs เพื่อไทย 19,952</li>



<li>ชัยภูมิ เขต 6: ประชาชน 19,853 vs ภูมิใจไทย 19,069 vs เพื่อไทย 21,029</li>



<li>นครราชสีมา เขต 5: ประชาชน 22,017 vs ภูมิใจไทย 22,285 vs เพื่อไทย 18,807</li>



<li>บึงกาฬ เขต 3: ประชาชน 17,980 vs ภูมิใจไทย 15,705 vs เพื่อไทย 20,137</li>



<li>อำนาจเจริญ เขต 2: ประชาชน 22,514 vs ภูมิใจไทย 23,395 vs เพื่อไทย 21,698</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งในหนึ่งเขต คือ สระแก้ว เขต 2 โดยเป็นเขตที่คะแนนสูสีมาก กล่าวคือ พรรคพลังประชารัฐได้ 22,924 คะแนน พรรค ประชาชน 22,827 คะแนน เหตุผลสำคัญอาจเพราะเป็นพื้นที่ของ &#8220;บ้านใหญ่&#8221; โดยสระแก้วเป็นพื้นที่ตระกูลเทียนทองที่มีทั้ง สส.แบบแบ่งเขตอย่างน้อย 2 คน และ นายกอบจ. ติดต่อกันมายาวนาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนพรรคไทรวมพลัง ก็สามารถชนะคะแนนใน 2 เขตของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ เขต 9 และ 10 ทั้งนี้ พรรคไทรวมพลัง หนึ่งในเครือข่ายตระกูลหวังศุภกิจโกศล เจ้าของธุรกิจโรงแป้งในภาคอีสาน ที่ กังฟู-วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรค เป็นเครือญาติกับ ยลดา หวังศุภกิจโกศล และจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่ลงสมัคร สส.ปี 2569 ในจังหวัดนี้ ตระกูลหวังศุภกิจโกศลมีธุรกิจหลายอย่างในจังหวัดอุบลราชธานี อาทิ บริษัทเอี่ยมอุบลอุตสาหกรรม จำกัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ขอบคุณคุณ ณัฐ เหลืองนฤมิตชัย และสฤณี อาชวานันทกุล ที่ช่วยจัดการเรียบเรียงตัวเลขผลการเลือกตั้งจาก 397 เขต</li>



<li>งานชิ้นนี้ อ้างอิงคะแนน สส.6/1 จาก<a href="https://drive.google.com/drive/folders/1elYwd_ATWpm8q_ZxoxKcXO1TaVF7MElj">ฐานข้อมูลภาพ pdf </a>อัปโหลดโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งยังขาดข้อมูล 3 เขต คือ กรุงเทพมหานคร เขต 15 ลพบุรี เขต 6 และ อุดรธานี เขต 3</li>



<li>งานชิ้นนี้แก้ไขข้อมูลเมื่อ 5 มีนาคม 2569 เวลา 13.45 น. หลังพบว่า ไฟล์ 6/1(บช) ของลพบุรีเขต 4 ของคณะกรรมการเลือกตั้งมีข้อมูลผิดพลาด โดยเป็นข้อมูลของลพบุรี เขต 1 ดังนั้น สำหรับคะแนนดิบทั้งประเทศ (ตารางที่ 1) จึงแสดงที่ 397 เขตเลือกตั้ง และสำหรับลำดับผู้ชนะในแต่ละเขต (ตารางที่ 2) จึงอ้างอิงจากข้อมูล 94% จากระบบ ECT Report เฉพาะข้อมูลของเขต คือ กรุงเทพมหานคร เขต 15 ลพบุรี เขต 4 และ อุดรธานี เขต 6</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-6/">https://rocketmedialab.co/database-election-69-6/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-24/">คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง 69</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
