<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>future Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/category/future/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/category/future/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Wed, 07 Oct 2026 09:42:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>future Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/category/future/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ชุมชนแออัด” เป็นของใคร ในเมืองหลวงแห่งความเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-slum/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Oct 2026 09:42:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนคลองเตย]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนแออัด]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านมั่นคง]]></category>
		<category><![CDATA[สลัม]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์]]></category>
		<category><![CDATA[แออัด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8220</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3623;&#3633;&#3609;&#3592;&#3633;&#3609;&#3607;&#3619 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-slum/">“ชุมชนแออัด” เป็นของใคร ในเมืองหลวงแห่งความเหลื่อมล้ำ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>กรุงเทพมหานครมีชุมชนแออัดจำนวน 640 ชุมชน มีประชากรผู้อยู่อาศัยมากถึง 625,457 คน คิดเป็น 11.31% ของประชากรที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน</li>



<li>พื้นที่ชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ มีพื้นที่รวมประมาณ 7,028.84 ไร่ มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ยสูงถึง 55,615 คนต่อตารางกิโลเมตร หรือเฉลี่ยประมาณ 89 คนต่อไร่ ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากลและเข้าเกณฑ์ชุมชนแออัดตามกฎหมายไทย</li>



<li>แม้จะมีภาพจำว่าชุมชนแออัดเป็นผู้บุกรุก แต่ในความเป็นจริงสัดส่วนพื้นที่ที่สูงที่สุดคือคนในชุมชนถือครองกรรมสิทธิ์เอง คิดเป็น 20.41% ของพื้นที่ทั้งหมด รองลงมาคือหน่วยงานภาครัฐถือครอง 17.34% เอกชนถือครอง 12.91% และกรมการศาสนาถือครอง 8.12%</li>



<li>มีชุมชนแออัดจำนวน 238 แห่ง (37.19%) ตั้งอยู่บนที่ดินที่มีราคาประเมินตั้งแต่ 100,000 บาทต่อตารางวาขึ้นไป และมีบางชุมชนในย่านศูนย์กลางธุรกิจตั้งอยู่บนที่ดินราคาสูงถึง 650,000 บาทต่อตารางวา ส่งผลให้ชุมชนบนที่ดินมูลค่าสูงเหล่านี้เผชิญความเสี่ยงต่อการถูกเลิกสัญญาเช่าหรือเวนคืนพื้นที่</li>



<li>แม้รัฐบาลจะดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยผ่าน &#8220;โครงการบ้านมั่นคง&#8221; และแผนแม่บท 20 ปี แต่การดำเนินงานยังประสบอุปสรรคเนื่องจากเงื่อนไขสินเชื่อสถาบันการเงินไม่สอดคล้องกับโครงสร้างรายได้อันไม่แน่นอนของแรงงานนอกระบบ รวมถึงปัญหาความซ้ำซ้อนและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกัน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปี จะเป็นวันที่อยู่อาศัยโลก (World Habitat Day) ในปีนี้ตรงกับวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งมาจากพันธกิจหลักของ โครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (<a href="https://capitalfm.africa/un-habitat-opens-nominations-2026-scroll-of-honour-award/">UN-Habitat</a>) อันเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติ ในการส่งเสริมการพัฒนาเมืองและชุมชนเมืองให้มีความยั่งยืน ครอบคลุม และปลอดภัย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรุงเทพมหานคร ได้รับการโหวตว่าเป็นอันดับ 1 ของโลกสำหรับนักเดินทางสายดิจิทัล (Digital Nomad) จากจุดเด่นด้านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและค่าครองชีพที่เข้าถึงได้ อันดับ 1 ของเมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับคนรุ่นใหม่ Gen Z ประจำปี 2568 และล่าสุดในปี 2569 ก็คว้าอันดับ 3 เมืองน่าไปที่สุดในโลกปี 69 จาก นิวยอร์กไทมส์ แต่จริงๆ แล้วกรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคนไหม โดยเฉพาะคนที่อาจจะไม่มีสิทธิในที่อยู่อาศัยของตนเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">คำถามเรื่องสิทธิในที่อยู่อาศัยยังคงเป็นโจทย์ที่ซับซ้อนของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ&nbsp; โดยเฉพาะกรณีการถกเถียงครั้งใหญ่เกี่ยวกับแนวคิดในการย้ายและรื้อถอนชุมชนแออัดคลองเตยบนพื้นที่กว่า <a href="https://www.salika.co/2019/01/27/klongtoei-bangkok-smart-community/">2,353 ไร่</a> ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาสู่<a href="https://www.checkraka.com/condo/news/118221/">โครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City)</a>, ศูนย์กลางโลจิสติกส์ และพื้นที่เชิงพาณิชย์มิกซ์ยูส&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งแผนการย้ายประชากรชุมชนคลองเตยกว่า <a href="https://www.engineeringtoday.net/%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%97-%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A2-smart-community/">26 ชุมชน ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยประมาณ 12,000-13,000 ครัวเรือน</a>ผ่านโครงการ &#8220;Smart Community&#8221; ทำให้เกิดข้อถกเถียงสำคัญระหว่างผลประโยชน์การพัฒนาเมือง กับวิถีชีวิตคนจนเมืองด้วย โดยพบว่าในมุมมองเชิงนโยบาย มองว่าการปรับเปลี่ยนพื้นที่ช่วยลดต้นทุนทางสังคมของเมืองหลวง ทั้งปัญหามลพิษ PM2.5 การจราจรติดขัดจากรถบรรทุกสินค้า พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนให้ย้ายเข้าไปอยู่อาศัยใน<a href="https://www.engineeringtoday.net/%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%97-%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A2-smart-community/">คอนโดมิเนียมแนวตั้งสูง 25 ชั้น (ขนาด 33 ตารางเมตร)</a> ที่มีระบบสุขาภิบาล ตลาด โรงเรียน และสาธารณูปโภคครบครัน หรือเลือกรับสิทธิ์ที่ดินเปล่าขนาด 19.5 ตารางวา ย่านหนองจอก หรือรับเงินขวัญถุงเพื่อกลับภูมิลำเนา&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกันภาคประชาสังคมและนักวิชาการก็ตั้งคำถามถึงความสอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง เนื่องจากผู้คนในคลองเตยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง ค้าขาย หรือรับจ้างแบกสินค้าในท่าเรือ การย้ายขึ้นอาคารสูงทำให้ขาดพื้นที่ประกอบอาชีพอิสระและเก็บสิ่งของ ส่วนการย้ายไปอยู่อาศัยนอกเมืองอย่างหนองจอกหรือกลับภูมิลำเนาทำให้ชาวบ้านต้องสูญเสียแหล่งรายได้หลักในเมืองหลวง นอกจากนี้ ยังมีข้อกังขาว่าการที่รัฐนำที่ดินสาธารณะมูลค่ามหาศาลไปเปิดให้เอกชนสัมปทาน อาจเป็นการเบียดขับคนจนเมืองออกไปเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุน มากกว่าการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างแท้จริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรณีคลองเตยเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็ง เพราะประเทศไทยยังเผชิญความเหลื่อมล้ำและการกระจุกตัวของความมั่งคั่งอย่างเข้มข้น <a href="https://tu.ac.th/thammasat-econ-expert-inequality-asset-thailand">ผศ.ดร.ดวงมณี เลาวกุล</a> ศูนย์ศึกษาความเหลื่อมล้ำและนโยบายสาธารณะ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ข้อมูลว่า ในปี พ.ศ. 2555 ค่าสัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาคในการถือครองที่ดินโฉนดสูงถึง 0.89 โดยผู้ถือครองที่ดินกลุ่มใหญ่ที่สุด 10% แรก ถือครองที่ดินคิดเป็น 61.48% ของที่ดินมีโฉนดทั้งหมด ขณะที่กลุ่มผู้ถือครองระดับบนสุดเพียง 1% ถือครองที่ดินคิดเป็น 1 ใน 4 ของที่ดินมีโฉนดทั้งประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรุงเทพมหานครมีพื้นที่ทั้งหมด 1,568.737 ตารางกิโลเมตร เป็นเมืองที่รวมกลุ่มคนที่มั่งคั่งที่สุดและกลุ่มคนที่ยากไร้ที่สุดไว้ในพื้นที่เดียวกัน ตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยชุมชนและกรรมการชุมชน พ.ศ. 2564 ชุมชนแบ่งออกเป็น 5 ประเภท โดยปี 2565 พบชุมชนเมือง 940 ชุมชน, ชุมชนแออัด 640 ชุมชน, ชุมชนชานเมือง 351 ชุมชน, ชุมชนอาคารสูง 85 ชุมชน ส่วนชุมชนรูปแบบพิเศษพบว่ามี 0 ศูนย์ชุมชน จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่าในปี 2565 มีรายงานว่ามีชุมชนแออัดถึง 640 ชุมชน ความแออัดภายในกรุงเทพมหานครยังสะท้อนออกมาให้เห็นชัดขึ้นด้วยตัวเลขจำนวนประชากรกรุงเทพฯ ที่อยู่ในทะเบียนบ้านมีจำนวน 5,527,994 คนและยังไม่นับประชากรแฝง หากนับจำนวนประชากรผู้อยู่อาศัยในชุมชนแออัดจะพบว่ามีมากถึง 625,457 คน จาก 5,527,994 คน คิดเป็น 11.31% ของประชากรในทะเบียนบ้าน โดยยังไม่รวมประชากรแฝงอีกจำนวนมาก เท่ากับว่ามีคนเมืองหลวงมากกว่าหกแสนชีวิตที่ต้องดำเนินชีวิตประจำวันท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่จำกัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แล้วคนในชุมชนแออัด 11% เหล่านั้น แท้จริงแล้วเป็นเจ้าของที่ดินด้วยไหม Rocket Media Lab จะพาไปสำรวจซอกหลืบของกรุงเทพมหานคร สำรวจเครื่องจักรของเมืองที่ทำให้เมืองเดินได้ สำรวจแรงงานผู้ขับเคลื่อนเมืองหลวงซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศให้เดินต่อว่าปัจจัยสี่นี้ไกลหรือใกล้เอื้อมมือมากกว่ากัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="969" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-3-969x1024.png" alt="" class="wp-image-8240" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-3-969x1024.png 969w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-3-284x300.png 284w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-3-768x811.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-3.png 1420w" sizes="(max-width: 969px) 100vw, 969px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ภูมิศาสตร์ชุมชนแออัด 101: ชุมชนอยู่ไหนบ้าง และแออัดแค่ไหน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ชุมชนแออัดตามนิยามของหลายแหล่งล้วนให้การนิยามที่คล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะเป็นนิยามขององค์การสหประชาชาติ กระทรวงมหาดไทย การเคหะแห่งชาติ ตลอดจนการนิยามของกรุงเทพมหานคร ว่าเป็นย่านหรือแหล่งอาศัยที่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น แออัด ต่ำกว่ามาตรฐานที่สมควร โดยให้ถือเกณฑ์ความหนาแน่นของบ้านเรือนอย่างน้อย 15 หลังคาเรือนต่อพื้นที่ 1 ไร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผลการสำรวจพบชุมชนแออัดกระจายตัวใน 46 เขต จากทั้งหมด 50 เขตของกรุงเทพมหานคร เว้นเพียงเขตรอบนอกที่มีพื้นที่กว้างขวางอย่างคลองสามวา ทวีวัฒนา หนองจอก และเขตพื้นที่จำกัดอย่างสัมพันธวงศ์ จากข้อมูลพบว่าเขตที่มีชุมชนแออัดมากที่สุด ได้แก่ เขตบางซื่อ 47 ชุมชน, เขตธนบุรี 43 ชุมชน, เขตบางพลัด 41 ชุมชน, เขตบางกอกน้อย 31 ชุมชน, เขตคลองสาน 29 ชุมชน และเขตบางกอกใหญ่ 28 ชุมชน ในทางกลับกัน เขตรอบนอกอย่างลาดกระบัง ทุ่งครุ และมีนบุรี พบชุมชนแออัดเพียงเขตละ 1 แห่งเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">กำเนิดชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานครผูกติดกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความต้องการแรงงาน โดยเฉพาะช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (ระหว่าง พ.ศ. 2504-2509 ) ที่ดึงดูดแรงงานจากภาคเกษตรกรรมให้โยกย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เมือง ประวัติการตั้งถิ่นฐานในแต่ละเขตก็สะท้อนภาพการเติบโตของเมืองที่แตกต่างกัน ตัวอย่างคือ เขตบางซื่อ พบชุมชนแออัด 47 ชุมชน แต่เดิมบางซื่อเป็นเขตที่ตั้งอยู่ริมตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา มีคนมาตั้งรกรากที่อยู่อาศัยบริเวณริมน้ำจนหลายชุมชนแปรสภาพเป็นชุมชนแออัด พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นในอดีตมีการทำปูนที่ใช้สำหรับเคี้ยวหมาก (ปูนแดง) สวนผลไม้ แต่ต่อมามีการสร้างหน่วยงานราชการบริเวณนี้ เริ่มเกิดเป็นชุมชนอาศัยอยู่พื้นที่ใกล้เคียง เริ่มมีการพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์ ทำอาคารพาณิชย์เพื่อการค้า ตึกแถว บ้านเดี่ยว ความเป็นชุมชนก็เริ่มหนาแน่นมากขึ้น อีกทั้งเขตบางซื่อยังมีรถไฟฟ้าผ่านถึง 3 สาย ทั้งรถไฟฟ้าสีม่วง สายสีแดง สายสีน้ำเงิน และยังมีเส้นทางรถไฟผ่าน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ชุมชนแออัดที่เก่าแก่ที่สุดในเขตบางซื่อก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2490 คือชุมชนตรอกต้นมะม่วง แต่เดิมพื้นที่เป็นสวนมะม่วง ต่อมาเอกชนซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ได้ถวายที่ดินให้แก่วัดวัดมกุฏกษัตริยาราม ซึ่งทางวัดได้แบ่งแปลงให้ผู้คนเข้ามาเช่าปลูกบ้าน และชุมชนตรอกตรงข้ามวัดสะพานสูง ซึ่งมีเจ้าของเป็นเอกชนมากกว่าหนึ่งเจ้า ชุมชนเริ่มหนาแน่นเพราะมีคนต่างจังหวัดเข้ามาทำมาหากินและตั้งรกรากอาศัย จะเห็นได้ว่าชุมชนแออัดของเขตบางซื่อเกิดจากการเป็นสวนหรือพื้นที่ว่างเปล่ามาก่อน ต่อมาถูกแบ่งมาเป็นพื้นที่ให้เช่าในราคาถูก จึงเริ่มมีคนมาอาศัยอย่างหนาแน่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่เขตธนบุรี พบว่ามีชุมชนแออัด 43 ชุมชน เติบโตจากการเป็นย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำ หากย้อนผังเมืองของธนบุรีในอดีตก็จะพบว่า ความเจริญและชุมชนก็จะกระจุกตัวอยู่ริมแม่น้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นเขตธนบุรีจึงมักมีคนมาบุกเบิกที่ดินรกร้าง สวนผลไม้เก่า แผ้วถางทำที่อยู่อาศัย ชุมชนแออัดที่สามารถสืบค้นได้ ย้อนได้ไปถึงปี 2470 คือชุมชนมัสยิดบ้านสมเด็จ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ดั้งเดิมของชาวไทยมุสลิมที่ย้ายมาอยู่อาศัยกันตั้งนานแล้ว คนในชุมชนมีกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของตนเองเนื่องจากได้รับพระราชทานที่ดินจากเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ต่อมาชุมชนเริ่มมีการขยายครอบครัวจนหนาแน่นในปี 2470 ซึ่งต่อมามีการทำบ้านให้เช่าและห้องให้เช่าอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตบางพลัด พบชุมชนแออัด 41 ชุมชน เป็นพื้นที่ที่ใกล้กับย่านปิ่นเกล้าและฝั่งธนบุรี มีลำคลองอยู่มาก มีพื้นที่ชุมชนติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา จึงจัดเป็นย่านชุมชนเก่าที่มีคนรวมตัวอาศัยอยู่มาก ชุมชนแออัดที่เก่าแก่ที่สุดในเขตสืบค้นได้ว่าเกิดในปี 2480 คือชุมชนบ้านปูน ในอดีตมีการทำปูนที่ใช้สำหรับเคี้ยวหมาก (ปูนแดง) จึงเรียกชื่อชุมชนว่าบ้านปูน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้นยังมีเขตบางกอกน้อย 31 ชุมชน คลองสาน 29 ชุมชน บางกอกใหญ่ 28 ชุมชน ซึ่งล้วนเป็นเขตชุมชนเก่าทั้งสิ้น ส่วนเขตที่พบชุมชนแออัดน้อยที่สุดคือเขตลาดพระบัง เขตทุ่งครุ และมีนบุรี ซึ่งพบเพียง 1 ชุมชน โดยเขตเหล่านี้ล้วนเป็นเขตรอบนอกกทม. จึงไม่ค่อยเกิดชุมชนแออัดหรือคนไปอาศัยอยู่รวมกันอย่างหนาแน่น และข้อสังเกตุนี้ยิ่งเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อพบว่าเขตที่ไม่มีชุมชนแออัดเลยคือเขตคลองสามวา ทวีวัฒนา หนองจอก ซึ่งอยู่ห่างไกลจากเขตชั้นในที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเกิดขึ้นของชุมชนแออัดจึงมีโอกาสน้อย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประวัติการตั้งถิ่นฐานของชุมชนแออัดทั่วกรุงเทพมหานครแสดงให้เห็นว่า ชุมชนจำนวน 141 แห่ง พัฒนามาจากพื้นที่สวนผลไม้ดั้งเดิม เช่น ชุมชนหนองจุฬา เขตจตุจักร และชุมชนแสงหิรัญ เขตภาษีเจริญ ชุมชนจำนวน 134 แห่งเกิดจากพื้นที่ป่า ป่าช้า หรือท้องนา เช่น ชุมชนสุเหร่าแดง เขตคันนายาว ซึ่งเคยเป็นนาบัว และชุมชนจำนวน 44 แห่งเกิดจากการรวมตัวบริเวณริมคลองและบึงน้ำต่างๆ ชุมชนเก่าแก่มักตั้งอยู่ริมน้ำเพื่ออาศัยการคมนาคมทางเรือ เช่น ชุมชนนิมมานรดี เขตบางแค ริมคลองราชมนตรี และชุมชนวัดสุวรรณาราม ริมคลองบางกอกน้อย ขณะที่เขตรอบนอกอย่างลาดกระบัง วังทองหลาง และมีนบุรี ชุมชนขยายตัวมาจากพื้นที่เกษตรกรรม นาข้าว และบ่อบัว เมื่อการทำเกษตรลดลงและโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาแทนที่มีคนมาอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นตามลำดับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ชุมชนแออัดที่จัดตั้งขึ้นใหม่หลังปี พ.ศ. 2530 ส่วนใหญ่พัฒนาบนที่ดินของหน่วยงานรัฐ หรือเกิดจากการจัดสรรพื้นที่คืนของเจ้าของเดิม เช่น เป็นของกรมชลประทานมาก่อน เป็นพื้นที่ของการเคหะแห่งชาติ เป็นพื้นที่ของกรมธนารักษ์ หรือแม้แต่พื้นที่ของการรถไฟ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มักช่วยเหลือการให้พื้นที่อาศัยแก่ผู้คนที่อาศัยในชุมชนแออัด อาจกล่าวได้ว่าเพราะยินยอมเจรจา หรือแม้แต่ยินยอมให้ความช่วยเหลือ เช่น ชุมชนใต้สะพานโซน 1 ที่ก่อตั้งเป็นชุมชนในปี 2544 แต่เดิมชาวบ้านโดนไล่ที่มาจากใต้สะพานฝั่งเขตธนบุรี จนกระทั่งการเคหะแห่งชาติได้ซื้อที่ดินเพื่อรองรับคนกลุ่มดังกล่าว ต่อมาคือชุมชนบริเวณเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย อาทิ ชุมชนศุภมิตร 1-2 ชุมชนมัสยิดมหานาค ชุมชนจักรพรรดิพงษ์ที่มีเจ้าของเป็นสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ล้วนเป็นชุมชนเกิดใหม่ ซึ่งการเกิดใหม่ของชุมชนเหล่านี้อาจไม่ได้สัมพันธ์กับเขตที่ตั้งเสมอไป แต่สัมพันธ์กับการจัดสรรที่ดินและให้ชุมชนเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่อย่างถูกกฎหมาย เช่น ชุมชนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่าการถือกำเนิดและการขยายตัวของชุมชนแออัดผูกพันใกล้ชิดกับลักษณะทางกายภาพของพื้นที่และจุดกำเนิดของแหล่งงาน เมื่อเกิดพื้นที่ว่างเปล่าใกล้โรงงานหรือย่านการค้า แรงงานจึงเข้ามาจับจองและตั้งถิ่นฐานอย่างหนาแน่นเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ถึงกระนั้น ความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและการรอดพ้นจากการถูกไล่รื้อในระยะยาว ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการเข้าถือครองพื้นที่ตั้งแต่แรกเริ่ม หากต้องอาศัยกระบวนการเจรจาต่อรองและการจัดทำสัญญาเช่าที่ถูกต้องตามกฎหมายกับผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นสำคัญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาในเชิงมิติพื้นที่ การกระจายตัวของชุมชนแออัดมีจุดเริ่มต้นจากเขตเมืองชั้นในอันเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและแหล่งจ้างงานหลัก เช่น เขตปทุมวันและเขตราชเทวี ก่อนจะค่อยๆ ขยับขยายออกสู่เขตชั้นนอกตามการเติบโตของเมือง การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน และการเปิดพื้นที่แหล่งงานแห่งใหม่ ซึ่งทิศทางการขยายตัวดังกล่าวยังสัมพันธ์โดยตรงกับรูปแบบการจัดสรรและบริหารจัดการที่ดินของผู้ถือครองกรรมสิทธิ์แต่ละแห่งด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading"></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8241" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-100x100.jpg 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ชุมชนแออัดในกทม. ความหนาแน่นทะลุเกณฑ์: เมื่อพื้นที่หนึ่งไร่ต้องแบกรับผู้คนนับพัน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การประเมินภาวะความแออัดของชุมชนนิยมพิจารณาผ่านความหนาแน่นประชากรในหน่วยคนต่อตารางกิโลเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานสากลที่กำหนดความหนาแน่นประชากรที่เหมาะสมไว้ในระดับ <a href="http://legacy.orst.go.th/wp-content/uploads/royin-ebook/275/FileUpload/732_6828.pdf">25 &#8211; 80</a> คนต่อพื้นที่ 1 ไร่ (คำนวณเป็นความหนาแน่นประชากรประมาณ 15,625-50,000 คนต่อตารางกิโลเมตร) ขณะที่เกณฑ์ระเบียบของไทยกำหนดนิยามชุมชนแออัดไว้ที่ความหนาแน่นหลังคาเรือนตั้งแต่ 15 หลังคาเรือนขึ้นไปต่อไร่ ภาพรวมของชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานครที่มีประชากรรวม 625,457 คน บนพื้นที่รวม 7,028.84 ไร่ (ประมาณ 11.25 ตารางกิโลเมตร) มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ยสูงถึง 55,615 คนต่อตารางกิโลเมตร หรือมีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ยประมาณ 89 คนต่อไร่ กล่าวคือพื้นที่หนึ่งไร่ต้องรองรับคนมากกว่าเกณฑ์กว่า 11.23% และมีความหนาแน่นหลังคาเรือนเฉลี่ย 17.07 หลังคาเรือนต่อไร่ สูงกว่าเกณฑ์ 15 หลังคาเรือนต่อไร่ประมาณ 2 หลัง ซึ่งเกินกว่ามาตรฐานสากลและเข้าเกณฑ์ชุมชนแออัดตามกฎหมายไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">และหากสำรวจชุมชนแออัดที่มีความหนาแน่นมากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า 2 แห่งตั้งอยู่ในเขตบางกอกน้อย และอีกแห่งตั้งอยู่ในเขตบางนา โดยอันดับแรกคือชุมชนวัดดงมูลเหล็ก ในเขตบางกอกน้อย ชุมชนนี้มีพื้นที่ 6.64 ไร่ มีคนอาศัยอยู่ 18,000 คน คิดเป็นความหนาแน่นประมาณ 2,711 คนต่อไร่ หรือหนาแน่นประมาณ 34 เท่า เมื่อเทียบกับระดับ 80 คนต่อไร่ กล่าวคือพื้นที่หนึ่งไร่ต้องรองรับผู้อยู่อาศัยมากกว่า 80 คนอยู่ประมาณ 2,631 คน พื้นที่ชุมชนบางส่วนเป็นสวน บางส่วนเป็นป่าช้าเก่าของวัดดงมูลเหล็ก เริ่มมีคนมาอยู่อาศัยมากขึ้นจนหนาแน่นในปี 2500 ต่อมาปี 2540 ก็จัดตั้งเป็นชุมชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากเทียบให้เห็นภาพมากขึ้น สมมติใช้สนามฟุตบอลขนาด 105 × 68 เมตร ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 4.46 ไร่ ที่ระดับความหนาแน่น 80 คนต่อไร่ พื้นที่ขนาดนี้จะรองรับผู้อยู่อาศัยประมาณ 357 คน แต่หากมีความหนาแน่นเท่ากับชุมชนวัดดงมูลเหล็ก พื้นที่ขนาดเท่ากันจะต้องรองรับผู้อยู่อาศัยประมาณ 12,100 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือชุมชนวัดยางสุทธาราม ในเขตบางกอกน้อยเช่นกัน ชุมชนนี้มีพื้นที่ประมาณ 3.44 ไร่ มีคนอาศัย 8,000 คน คิดเป็นความหนาแน่นประมาณ 2,327 คนต่อไร่ หรือหนาแน่นประมาณ 29 เท่า เมื่อเทียบกับระดับ 80 คนต่อไร่ พื้นที่แต่เดิมเป็นสวนผลไม้ สวนหมาก เดิมเคยเป็นลานตากธูปตากแป้งบริเวณรอบๆ วัดอีกด้วย คนส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างจังหวัดที่มาอาศัยอยู่เป็นเวลานาน ชุมชนหนาแน่นประมาณปี 2510 จัดตั้งเป็นชุมชนประมาณปี 2525 กรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของเอกชน และจากการสำรวจของการเคหะแห่งชาติยังพบว่าในอดีตเคยมีปัญหาเรื่องการไล่ที่ คือเจ้าของซึ่งเป็นเอกชนต้องการพื้นที่คืนจึงแจ้งให้ย้ายออกล่วงหน้าเป็นเวลา 6 เดือนและไม่เก็บค่าเช่าที่ ซึ่งหากเอกชนได้พื้นที่ชุมชนคืนอาจขายได้ถึง 110,000 บาทต่อตารางวา จากการประเมินของกรมธนารักษ์ที่อ้างในข้อมูลสำรวจ อย่างไรก็ตามชาวบ้านในชุมชนไม่ยอมย้ายออก เจ้าของที่จึงยอมให้อยู่ต่อและเก็บค่าเช่าที่อีกครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสามคือชุมชนวรรณทอง ในเขตบางนา ซึ่งมีพื้นที่เพียง 1.5 ไร่ แต่มีประชากร 3,144 คน คิดเป็นความหนาแน่น 2,096 คนต่อไร่ หรือหนาแน่นประมาณ 26 เท่า เมื่อเทียบกับระดับ 80 คนต่อไร่ กล่าวคือพื้นที่หนึ่งไร่ต้องรองรับผู้อยู่อาศัยมากกว่า 80 คนอยู่ถึง 2,016 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ชุมชนแออัดแห่งอื่นที่มีความหนาแน่นเกิน 1,600 คนต่อไร่ ได้แก่ ชุมชนมัสยิดบางอ้อ-จรัญฯ 86 เขตบางพลัด มีความหนาแน่นประมาณ 1,773 คนต่อไร่ ชุมชนซอยสุเหร่า เขตราชเทวี ประมาณ 1,883 คนต่อไร่ ชุมชนซอยวนาวรรณ เขตคลองสาน ประมาณ 2,014 คนต่อไร่ และชุมชนวัดจันทร์ประดิษฐาราม เขต 3 เขตภาษีเจริญ 1,850 คนต่อไร่ ชุมชนเหล่านี้มีความหนาแน่นประมาณ 22-25 เท่า เมื่อเทียบกับระดับ 80 คนต่อไร่ โดยแต่ละแห่งมีพื้นที่ไม่ถึง 2 ไร่ แต่ต้องรองรับประชากรหลักพันคน</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าชุมชนที่มีความหนาแน่นมากที่สุดสองอันดับแรกล้วนอยู่ในเขตบางกอกน้อย โดยพบว่าเริ่มมีคนมาอาศัยอยู่ในช่วงปี 2500 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นผลจากความต้องการแรงงานในกทม. จึงเกิดการโยกย้ายแรงงานเข้ามาเรื่อยๆ เริ่มจากพื้นที่ในเมือง กระจายออกมารอบนอกและพื้นที่ปริมณฑล ตามพื้นที่รกร้าง หรือพื้นที่ที่อดีตเคยเป็นสวนก็แปรสภาพเป็นบ้านเช่าห้องเช่าไปในที่สุด รวมไปถึงพื้นที่สาธารณะที่รกร้างก็ถูกคนรุกล้ำเข้ามาอาศัยเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนในระดับเขตนั้น เขตบางซื่อพบว่ามีชุมชนแออัดที่มีค่าความหนาแน่นไม่เกิน 16 คนต่อไร่ จำนวน 1 ชุมชน คือชุมชนบ้านสามเรือน ในแขวงวงศ์สว่าง มีคนอาศัยอยู่ 146 คน ในพื้นที่ 30 ไร่ คิดเป็นความหนาแน่นประมาณ 4.87 คนต่อไร่ ขณะที่ชุมชนส่วนใหญ่ 34 แห่งมีความหนาแน่นมากกว่า 16 แต่ไม่เกิน 160 คนต่อไร่ และอีก 12 แห่งมีความหนาแน่นมากกว่า 160 แต่ไม่เกิน 1,600 คนต่อไร่ เช่น ชุมชนหลังตลาดศรีเขมา ซึ่งมีประชากร 1,329 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่เพียง 8 ไร่ คิดเป็นความหนาแน่นประมาณ 166 คนต่อไร่ หรือหนาแน่นประมาณ 2 เท่า เมื่อเทียบกับระดับ 80 คนต่อไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตธนบุรีพบว่ามีชุมชนแออัดที่มีค่าความหนาแน่นไม่เกิน 16 คนต่อไร่ จำนวน 1 ชุมชน คือชุมชนกุฎีจีน แขวงวัดกัลยาณ์ มีประชากรอาศัย 864 คน ในพื้นที่ 64 ไร่ คิดเป็นความหนาแน่น 13.50 คนต่อไร่ ส่วนชุมชนที่มีความหนาแน่นมากกว่า 16 แต่ไม่เกิน 160 คนต่อไร่ มีจำนวน 23 ชุมชน เช่น ชุมชนวัดใหม่ยายนุ้ย ชุมชนวัดหิรัญรูจี และชุมชนวัดกันตทาราราม และชุมชนที่มีความหนาแน่นมากกว่า 160 แต่ไม่เกิน 1,600 คนต่อไร่ มีจำนวน 19 ชุมชน เช่น ชุมชนสองร้อยห้อง (บุคคโล) ที่มีประชากรมากถึง 5,181 คน ในพื้นที่ประมาณ 4.53 ไร่ คิดเป็นความหนาแน่นประมาณ 1,144 คนต่อไร่ หรือหนาแน่นประมาณ 14 เท่า เมื่อเทียบกับระดับ 80 คนต่อไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลจำแนกตามรายเขต พบความแตกต่างของระดับความแออัดด้วย โดยกลุ่มเขตศูนย์กลางเศรษฐกิจและย่านชุมชนเก่ามีคนอาศัยต่อไร่มากกว่าระดับ 80 คนหลายเท่าตัว อย่างเขตปทุมวัน มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ยในพื้นที่ชุมชนแออัดประมาณ 365 คนต่อไร่ หรือหนาแน่น 4.56 เท่า เมื่อเทียบกับระดับ 80 คนต่อไร่ และมีความหนาแน่นหลังคาเรือนเฉลี่ย 60.01 หลังคาเรือนต่อไร่ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ยประมาณ 274 คนต่อไร่ หรือหนาแน่น 3.42 เท่า และมีความหนาแน่นหลังคาเรือนเฉลี่ย 64.55 หลังคาเรือนต่อไร่ ส่วนเขตบางกอกน้อย มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ยประมาณ 203 คนต่อไร่ หรือหนาแน่น 2.54 เท่า และมีความหนาแน่นหลังคาเรือนเฉลี่ย 28.17 หลังคาเรือนต่อไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่มีความหนาแน่นต่ำหรืออยู่ในช่วง 25-80 คนต่อไร่ พบว่าเขตสะพานสูง มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ยในพื้นที่ชุมชนแออัดเพียง 19.62 คนต่อไร่ และความหนาแน่นหลังคาเรือนเฉลี่ย 3.12 หลังคาเรือนต่อไร่ ซึ่งมีคนอาศัยน้อยกว่า 25 คนต่อไร่ และมีความหนาแน่นหลังคาเรือนต่ำกว่าเกณฑ์ 15 หลังคาเรือนต่อไร่ รวมถึงเขตบางแค มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ย 24.06 คนต่อไร่ และความหนาแน่นหลังคาเรือนเฉลี่ย 4.58 หลังคาเรือนต่อไร่ ส่วนเขตดินแดง มีความหนาแน่นประชากรเฉลี่ย 42.54 คนต่อไร่ ซึ่งอยู่ในช่วง 25-80 คนต่อไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งความแตกต่างระหว่างเขตที่มีชุมชนแออัดหนาแน่นสูงกับเขตที่มีความหนาแน่นต่ำอาจเห็นภาพได้ชัดขึ้น เมื่อเทียบด้วยพื้นที่ขนาดเท่าสนามฟุตบอลหนึ่งสนาม หากลองนึกภาพคนมายืนรวมกันบนสนามขนาด 105 × 68 เมตร ความหนาแน่นเฉลี่ยของชุมชนแออัดในเขตปทุมวันจะเทียบได้กับคนประมาณ 1,600 คน ขณะที่ชุมชนแออัดในเขตสะพานสูงจะเทียบได้กับคนประมาณ 88 คนบนพื้นที่ขนาดเดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ความหนาแน่นเฉลี่ยรายเขตข้างต้นคำนวณจากประชากรรวมของชุมชนแออัดในแต่ละเขตหารด้วยพื้นที่รวมของชุมชนเหล่านั้น การประเมินความแออัดจึงควรพิจารณาควบคู่กับลักษณะบ้านเรือน จำนวนผู้อยู่อาศัยต่อบ้าน และสภาพแวดล้อมของแต่ละชุมชนด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="969" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-4-969x1024.png" alt="" class="wp-image-8242" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-4-969x1024.png 969w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-4-284x300.png 284w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-4-768x811.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame-4.png 1420w" sizes="(max-width: 969px) 100vw, 969px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ เป็นของใคร</h3>



<p class="wp-block-paragraph">โดยมากคนมักจินตนาการว่าคนที่อาศัยในชุมชนแออัดล้วนเป็นผู้บุกรุกพื้นที่ว่างเปล่า หรือบุกรุกที่สาธารณะเพื่ออยู่อาศัย แต่หากสำรวจลงไปลึกกว่าจะพบว่าพื้นที่ในชุมชนแออัดต่างมีเจ้าของหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์มากหน้าหลายตา บางชุมชนอาจมีคนถือครองที่ดินมากกว่า 2 ราย จากข้อมูล Rocket Media Lab พบว่าชุมชนแออัดที่มีอยู่ในกทม.ทั้งหมด 640 แห่ง จากจำนวน 50 เขต มีเจ้าของดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ที่ดินที่มีเจ้าของกรรมสิทธิ์มากกว่า 1 ราย พบจำนวน 128 ชุมชน คิดเป็นพื้นที่ 3,641,872 ตารางเมตร (32.43% ของพื้นที่ชุมชนแออัดทั้งหมด) โดยแยกเป็น
<ul class="wp-block-list">
<li>กลุ่มไม่มีรัฐเป็นเจ้าของร่วม มี 90 ชุมชน (พื้นที่ 2,182,416 ตารางเมตร คิดเป็น 19.41%)
<ul class="wp-block-list">
<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับเช่าที่ที่ระบุเจ้าของไม่ได้ 79 ชุมชน (พื้นที่ 1,914,416 ตารางเมตร คิดเป็น 17.02) </li>



<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับสำนักงานทรัพยสินพระมหากษัตริย์ 7 ชุมชน (พื้นที่ 208,400 ตารางเมตร คิดเป็น 1.85%)</li>



<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับบุกรุกที่ที่ระบุเจ้าของไม่ได้ 3 ชุมชน (พื้นที่ 32,000 ตารางเมตร คิดเป็น 0.28%)</li>



<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับมัสยิดซึ่งเป็นที่วากัฟ 1 ชุมชน (พื้นที่ 27,600 ตารางเมตร คิดเป็น 0.25%)</li>
</ul>
</li>
</ul>
</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>กลุ่มมีรัฐเป็นเจ้าของร่วม มี 38 ชุมชน (พื้นที่ 1,459,456 ตารางเมตร คิดเป็น 12.98%)
<ul class="wp-block-list">
<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับกรมศาสนา และเช่าที่ที่ระบุเจ้าของไม่ได้ 10 ชุมชน (พื้นที่ 710,400 ตารางเมตร คิดเป็น 6.32%)</li>



<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับกรมการศาสนา 14 ชุมชน (พื้นที่ 518,400 ตารางเมตร คิดเป็น 4.61%)</li>



<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับกรมธนารักษ์ 5 ชุมชน (พื้นที่ 98,476 ตารางเมตร คิดเป็น 0.88%)</li>



<li>กรมการศาสนา ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 2 ชุมชน (พื้นที่ 24,400 ตารางเมตร คิดเป็น 0.22%)</li>



<li>กรมการศาสนา ร่วมกับเช่าที่ที่ระบุเจ้าของไม่ได้ 1 ชุมชน (พื้นที่ 24,000 ตารางเมตร คิดเป็น 0.21%)</li>



<li>กรมธนารักษ์ ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 2 ชุมชน (พื้นที่ 24,000 ตารางเมตร คิดเป็น 0.21%)</li>



<li>กรมการศาสนา ร่วมกับกรมธนารักษ์ 1 ชุมชน (พื้นที่ 20,800 ตารางเมตร คิดเป็น 0.18%)</li>



<li>กรมธนารักษ์ ร่วมกับเอกชน 2 ชุมชน (พื้นที่ 19,780 ตารางเมตร คิดเป็น 0.18%)</li>



<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับการรถไฟ และกรมธนารักษ์ 1 ชุมชน (พื้นที่ 19,200 ตารางเมตร คิดเป็น 0.17%)</li>
</ul>
</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>คนในชุมชนเป็นเจ้าของ 71 ชุมชน (พื้นที่ 2,295,512 ตารางเมตร คิดเป็น 20.41%)</li>



<li>รัฐเป็นเจ้าของ 184 ชุมชน (พื้นที่ 1,949,660 ตารางเมตร คิดเป็น 17.34%)
<ul class="wp-block-list">
<li>กรมการศาสนา 80 ชุมชน (พื้นที่ 913,076 ตารางเมตร คิดเป็น 8.12%)</li>



<li>กรมธนารักษ์ 77 ชุมชน (พื้นที่ 811,768 ตารางเมตร คิดเป็น 7.22%)</li>



<li>กองทัพอากาศ 2 ชุมชน (พื้นที่ 77,576 ตารางเมตร คิดเป็น 0.69%)</li>



<li>กรมชลประทาน 7 ชุมชน (พื้นที่ 67,844 ตารางเมตร คิดเป็น 0.60%)</li>



<li>กทม. 14 ชุมชน (พื้นที่ 54,364 ตารางเมตร คิดเป็น 0.48%)</li>



<li>ที่ราชพัสดุ 1 ชุมชน (พื้นที่ 11,200 ตารางเมตร คิดเป็น 0.10%)</li>



<li>โรงพยาบาลเลิดสิน 1 ชุมชน (พื้นที่ 9,256 ตารางเมตร คิดเป็น 0.08%)</li>



<li>กรมศิลปากร 1 ชุมชน (พื้นที่ 2,368 ตารางเมตร คิดเป็น 0.02%)</li>



<li>มูลนิธิเกษตราธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 1 ชุมชน (พื้นที่ 2,208 ตารางเมตร คิดเป็น 0.02%)</li>
</ul>
</li>



<li>เอกชนเป็นเจ้าของ 159 ชุมชน (พื้นที่ 1,451,764 ตารางเมตร คิดเป็น 12.91%)</li>



<li>สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 42 ชุมชน (พื้นที่ 844,708 ตารางเมตร คิดเป็น 7.51%)</li>



<li>รัฐวิสาหกิจเป็นเจ้าของ 41 ชุมชน (พื้นที่ 630,224 ตารางเมตร คิดเป็น 5.60%)
<ul class="wp-block-list">
<li>การท่าเรือ 18 ชุมชน (พื้นที่ 382,076 ตารางเมตร คิดเป็น 3.40%)   </li>



<li>การรถไฟ 21 ชุมชน (พื้นที่ 216,864 ตารางเมตร คิดเป็น 1.93%)   </li>



<li>การเคหะแห่งชาติ 2 ชุมชน (พื้นที่ 31,284 ตารางเมตร คิดเป็น 0.28%)</li>
</ul>
</li>



<li>ระบุเจ้าของไม่ได้ 22 ชุมชน (พื้นที่ 548,220 ตารางเมตร คิดเป็น 4.88%)</li>



<li>มัสยิดและสุเหร่าเป็นเจ้าของ 9 ชุมชน (พื้นที่ 277,372 ตารางเมตร คิดเป็น 2.47%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสำรวจเจ้าของกรรมสิทธิ์ในชุมชนแออัดที่มีเจ้าของมากกว่า 1 ราย พบว่ามีจำนวน 128 ชุมชน คิดเป็นพื้นที่กว่า 3,641,872 หรือ 32.38% โดยชุมชนที่มีเจ้าของกรรมสิทธิ์มากกว่า 1 รายนั้น ไม่มีข้อมูลว่าแบ่งเป็นสัดส่วนเท่าใด ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภทดังนี้ คือไม่มีรัฐเป็นเจ้าของร่วม จำนวน 90 ชุมชน มีพื้นที่กว่า 2,182,416 ตร.ม. คิดเป็น 19.41% โดยคนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับเช่าที่ที่ระบุเจ้าของไม่ได้ พื้นที่กว่า 1,914,416 ตร.ม. คิดเป็น 17.02% จำนวน 79 ชุมชน รองลงมาคือคนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับสำนักงานทรัพยสินพระมหากษัตริย์ 208,400 ตร.ม. คิดเป็น 1.85% จำนวน 7 ชุมชน ลำดับที่สามคือคนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับบุกรุกที่ที่ระบุเจ้าของไม่ได้ 32,000 ตร.ม. คิดเป็น 0.28% จำนวน 3 ชุมชน และลำดับสุดท้ายคือคนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับมัสยิดซึ่งเป็นที่วากัฟ 27,600 ตร.ม. คิดเป็น 0.25% จำนวน 1 ชุมชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยกตัวอย่างชุมชนที่มีเจ้าของร่วมกัน เช่น ชุมชนศาลเจ้าอาเหนียว ในเขตคลองสาน โดยอยู่บริเวณรอบๆศาลเจ้าอาเหนียว ศาลเจ้าเก่าแก่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2420 หรือสมัยรัชกาลที่ 5 และเนื่องจากมีผู้อาศัยบริเวณโดยรอบมาอย่างยาวนาน ที่ดินบางส่วนจึงมีกรรมสิทธิ์ทั้งของคนในชุมชนเองและเช่าที่เอกชน เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมาคือประเภทมีหน่วยงานรัฐเป็นเจ้าของร่วมกับรายอื่น จำนวน 38 ชุมชน มีพื้นที่ 1,459,456 ตร.ม. คิดเป็น 12.98% โดยแบ่งเป็นคนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับกรมศาสนาซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ และเช่าที่ที่ระบุเจ้าของไม่ได้ 710,400 ตร.ม. คิดเป็น 6.32% จำนวน 10 ชุมชน, คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับกรมการศาสนา 518,400 ตร.ม. คิดเป็น 4.61% จำนวน 14 ชุมชน, คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับกรมธนารักษ์ 98,476 ตร.ม. คิดเป็น 0.88% จำนวน 5 ชุมชน, กรมการศาสนา ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 24,400 ตร.ม. คิดเป็น 0.22% จำนวน 2 ชุมชน, กรมการศาสนา ร่วมกับเช่าที่ที่ระบุเจ้าของไม่ได้ 24,000 ตร.ม. คิดเป็น 0.21% จำนวน 1 ชุมชน, กรมธนารักษ์ ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 24,000 ตร.ม. คิดเป็น 0.21% จำนวน 2 ชุมชน, กรมการศาสนา ร่วมกับกรมธนารักษ์ 20,800&nbsp; ตร.ม. คิดเป็น 0.18% จำนวน 1 ชุมชน, กรมธนารักษ์ ร่วมกับเอกชน 19,780 ตร.ม. คิดเป็น 0.18% จำนวน 2 ชุมชน, คนในชุมชนเป็นเจ้าของ ร่วมกับการรถไฟ และกรมธนารักษ์ 19,200 ตร.ม. คิดเป็น 0.17% จำนวน 1 ชุมชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยกตัวอย่างชุมชนที่มีเจ้าของกรรมสิทธิ์ โดยมีหน่วยงานรัฐเป็นเจ้าของร่วม เช่น ชุมชนบ้านครัวใต้ ในเขตปทุมวัน อยู่บริเวณซอยเจริญนิวาส แขวงรองเมือง ถนนพระราม 1 ซึ่งมีผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ทั้งเอกชนและกรมธนารักษ์ จากการสำรวจของการเคหะแห่งชาติพบว่าคนอยู่อาศัยในชุมชนนี้มีตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ โดยถูกเกณฑ์มาจากกัมพูชาเพื่อช่วยทำสงครามเรียกว่า ‘กองกำลังอาสาจาม’ ต่อมาก็เริ่มมีคนมาอยู่อาศัยมาจากขึ้น รวมไปถึงแรงงานต่างชาติ พม่า กัมพูชา ที่อาศัยอยู่ตามบ้านเช่าห้องเช่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลเจ้าของกรรมสิทธิ์ในชุมชนแออัดของกรุงเทพมหานคร จะพบว่ามีโครงสร้างการถือครองที่ดินที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่หน่วยงานส่วนราชการ กรุงเทพมหานคร กรมธนารักษ์ กรมชลประทาน กรมศิลปากร หน่วยงานรัฐวิสาหกิจอย่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย และการรถไฟแห่งประเทศไทย ตลอดจนศาสนสถาน และมูลนิธิต่างๆ ในกรณีของชุมชนแออัดบริเวณย่านที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นชุมชนประเภทบุกเบิกตั้งถิ่นฐาน พบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจว่า ผู้เข้ามาบุกเบิกและจับจองพื้นที่ริมทางรถไฟกลุ่มแรกๆ ในอดีต มักเป็นพนักงาน ลูกจ้าง หรือครอบครัวของเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ เอง ที่เข้ามาสร้างบ้านพักชั่วคราวเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน ก่อนจะขยายตัวเป็นชุมชนหนาแน่นในเวลาต่อมา โดยกระจุกตัวมากที่สุดในเขตราชเทวีถึง 10 ชุมชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อพิจารณาการกระจายตัวเชิงพื้นที่ของผู้ถือครองกรรมสิทธิ์รายใหญ่ พบรูปแบบการถือครองที่สัมพันธ์กับประวัติศาสตร์การพัฒนาเมือง&nbsp; กล่าวคือกรมการศาสนาและวัดต่างๆ ถือครองกรรมสิทธิ์ในชุมชนแออัดมากที่สุดในบรรดาหน่วยงานภาครัฐ รวม 80 ชุมชน (พื้นที่ 913,076 ตารางเมตร คิดเป็น 8.12%) โดยกระจุกตัวอยู่อย่างหนาแน่นที่สุดในย่านเมืองเก่าและฝั่งธนบุรี เช่น เขตบางพลัด 13 ชุมชน, เขตบางกอกน้อย 7 ชุมชน, เขตธนบุรี 8 ชุมชน และเขตบางกอกใหญ่ 10 ชุมชน ปรากฏการณ์นี้เกิดจากบทบาททางสังคมของวัดในอดีต ซึ่งเป็นศูนย์กลางชุมชนและถือครองที่ดินธรณีสงฆ์หรือสวนผลไม้รอบวัด เมื่อแรงงานอพยพเข้ามาทำงานในเมือง วัดจึงทำหน้าที่เป็นที่พึ่งพาทางสังคม โดยปล่อยให้ผู้มีรายได้น้อยเช่าที่ดินปลูกสร้างบ้านเรือนในราคาประหยัด ส่วนสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ถือครองกรรมสิทธิ์ 42 ชุมชน (พื้นที่ 844,708 ตารางเมตร คิดเป็น 7.51%) โดยกระจุกตัวอยู่ในเขตเมืองชั้นใน ย่านบริหารราชการ และศูนย์กลางเศรษฐกิจประวัติศาสตร์ เช่น เขตบางคอแหลม 12 ชุมชน, เขตวังทองหลาง 7 ชุมชน, เขตปทุมวัน 7 ชุมชน, เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 3 ชุมชน และเขตราชเทวี 3 ชุมชน แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ส่วนใหญ่เน้นการจัดระเบียบชุมชน และสนับสนุนให้ผู้อยู่อาศัยทำสัญญาเช่าที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนคนในชุมชนถือครองกรรมสิทธิ์เอง แม้จะมีจำนวน 71 ชุมชน แต่ครอบคลุมพื้นที่รวมถึง 2,295,512 ตารางเมตร หรือคิดเป็น 20.41% ซึ่งนับเป็นสัดส่วนพื้นที่ที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ประเภทอื่น ชุมชนกลุ่มนี้กระจายตัวอยู่ในเขตเมืองชั้นกลางและเขตรอบนอก เช่น เขตบางซื่อ 10 ชุมชน, เขตบางกอกใหญ่ 9 ชุมชน, เขตบึงกุ่ม 7 ชุมชน และเขตบางแค 7 ชุมชน การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์มักไม่ได้เกิดจากการเป็นชุมชนตั้งใหม่ตั้งแต่แรกเริ่ม หากแต่เกิดจากกระบวนการรวมกลุ่มต่อรองของชาวบ้านที่เคยถูกไล่รื้อมาจากย่านใจกลางเมือง แล้วร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อกู้ยืมเงินมาจัดซื้อที่ดินผืนใหม่ หรือเกิดจากการทยอยซื้อที่ดินและออกโฉนดร่วมกันตลอดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8243" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1-100x100.jpg 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-1.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">อยากเป็นเจ้าของที่ดินที่อาศัยอยู่ โอกาสนี้ริบหรี่แค่ไหน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หน่วยงานภาครัฐถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินในชุมชนแออัดจำนวน 184 ชุมชน ถือครองพื้นที่กว่า 1,949,660 ตร.ม. คิดเป็น 17.34% ซึ่งมีหลายหน่วยงานของรัฐเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ แบ่งออกเป็น กรมการศาสนาถือครองที่ดินกว่า 913,076 ตร.ม. คิดเป็น 8.12% จำนวน 80 ชุมชน, กรมธนารักษ์ 811,768 ตร.ม. คิดเป็น 7.22% จำนวน 77 ชุมชน, กองทัพอากาศ 77,576 ตร.ม. คิดเป็น 0.69% จำนวน 2 ชุมชน, กรมชลประทาน 67,844 ตร.ม. คิดเป็น 0.60% จำนวน 7 ชุมชน, กทม. 54,364 ตร.ม. คิดเป็น 0.48% จำนวน 14 ชุมชน, ที่ราชพัสดุ 11,200 ตร.ม. คิดเป็น 0.10% จำนวน 1 ชุมชน, โรงพยาบาลเลิดสิน 9,256 ตร.ม. 0.08% จำนวน 1 ชุมชน, กรมศิลปากร 2,368 ตร.ม. 0.02% จำนวน 1 ชุมชน, มูลนิธิเกษตราธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2,208 ตร.ม. 0.02% จำนวน 1 ชุมชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างการตั้งถิ่นฐานบนที่ดินศาสนสถาน ปรากฏในชุมชนรื่นฤดี เขตวัฒนา ซึ่งพื้นที่เดิมเป็นสวนผลไม้ของเอกชน ต่อมาเจ้าของยกที่ดินให้วัดมักกะสัน ให้ทางวัดเก็บประโยชน์และเก็บค่าเช่าเป็นรายเดือนในราคาถูก และด้วยค่าเช่าราคาถูกชาวบ้านจึงทยอยเข้ามาอยู่ จนกระทั่งจัดตั้งเป็นชุมชนประมาณปี 2541 นอกจากนี้ในกทม.ยังมีชุมชนแออัดที่อาศัยอยู่รอบๆวัดเป็นจำนวนมาก เหตุผลที่กระจุกตัวก็คล้ายคลึงกันคือมีวัดเป็นผู้ให้เช่าที่ดินในราคาถูก มักกระจุกตัวกันอยู่ในเมือง หรือชุมชนวัดบางบัว ในเขตจตุจักร กรรมสิทธิ์ที่ดินเดิมเป็นที่กรมชลประทานต่อมาได้โอนให้ทางกรมธนารักษ์ดูแล จะเห็นได้ว่าหลายๆชุมชนเดิมไม่ได้เป็นของกรมธนารักษ์ แต่เป็นของหน่วยงานอื่นในสังกัดรัฐ ซึ่งบางหน่วยงานก็เลือกที่จะโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่กรมธนารักษ์เพื่อให้ดูแลและจัดการง่าย ดังนั้นกรมธนารักษ์จึงถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินในชุมชนแออัดอยู่เป็นจำนวนมาก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ มีข้อมูลที่น่าสนใจว่าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เป็นเจ้าของชุมชนแออัดในกทม.กว่า 42 ชุมชน ถือครองพื้นที่ว่า 844,708 ตร.ม. หรือคิดเป็น 7.51% โดยมากเป็นพื้นที่บริเวณเขตชั้นใน เช่นชุมชนท่าน้ำสามเสน ในเขตดุสิต , ชุมชนทรัพย์สินใหม่ ในเขตวังทองหลาง เป็นต้น โดยการจัดการชุมชนชนแออัดของทางสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ โดยมากคือให้ชุมชนที่อาศัยอยู่ทำสัญญาเช่าอย่างถูกกฎหมาย ตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมคือชุมชนทรัพย์สินใหม่ ซึ่งทุกครัวเรือนในชุมชนมีการทำสัญญาเช่าที่ดินกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์แล้วทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อพิจารณาสัดส่วนการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน จะพบว่าคนในชุมชนสามารถถือครองกรรมสิทธิ์เองจำนวน 71 ชุมชน มีพื้นที่ราวๆ 2,295,512 ตร.ม. คิดเป็น&nbsp; 20.41% เช่น ชุมชนโพธิ์ทอง ในเขตบึงกุ่ม แต่เดิมบริเวณรอบชุมชนเป็นท้องนาและที่รกร้าง จึงมีคนมาบุกเบิกที่ดินเพื่ออยู่อาศัย และจากการสำรวจข้อมูลของการเคหะแห่งชาติพบว่ามีบางส่วนย้ายมาจากชุมชนนาทองหรือนาซองในเขตดินแดง บริเวณซอยสุทธิผลหลังสถานทูตจีน เนื่องจากถูกไล่ที่ ปี 2519 เจ้าของที่ดินต้องการใช้พื้นที่ จึงขอแลกที่กับชาวบ้านที่มาบุกเบิกอาศัย โดยมาซื้อที่ดินที่ชุมชนโพธิ์ทองในปี 2520 ให้ชาวบ้านอยู่อาศัย ทั้งยังจัดสรรที่ดินแบ่งเป็นล็อค ดังนั้นชาวบ้านในชุมชนนี้จึงได้โฉนดที่ดินและได้รับโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินของคนในชุมชนล้วนได้มาจากการต่อรองทั้งสิ้น แต่ถึงอย่างนั้นเนื่องจากชุมชนนี้ก่อตั้งมานานและอยู่มานานกว่า 40 ปี จึงมีปัญหาที่สะสมมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งชุมชน กล่าวคือที่ดินที่อาศัยอยู่เป็นที่ดินตาบอด ทางเข้า-ออกชุมชนอยู่ติดกำแพงปั๊ม และมีปัญหาเรื่องขยะสะสมด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การที่คนในชุมชนจะก้าวไปสู่การเป็นเจ้าของที่ดินที่ตนอาศัยอยู่ จำเป็นต้องมีอำนาจต่อรองกับเอกชนหรือผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ และต้องอาศัยเจตจำนงของเจ้าของที่ดินในการร่วมหาทางออกเพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นได้น้อยมาก เพราะชุมชนส่วนใหญ่มักประสบภาวะถูกไล่รื้อตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มกระบวนการต่อรองด้วยซ้ำ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากการต่อรองกับเอกชน ยังพบตัวอย่างการต่อรองกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น <a href="https://decode.plus/20230201-pracharuamchai-community/">ชุมชนสะพานร่วมใจ</a> ในซอยวิภาวดี 80 เขตดอนเมือง แม้จะไม่ใช่กรณีของการได้ถือครองที่ดินในชุมชน แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีเพราะชาวบ้านในชุมชนได้เช่าที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่เดิมพื้นที่ของชุมชนสะพานร่วมใจเป็นของกรมทางหลวง ต่อมากรมทางหลวงต้องการใช้พื้นที่ตรงนี้ ในเดือนตุลาคม ปี 2563 ชาวบ้านจึงได้รับหมายจากผู้อำนวยการแขวงทางหลวงกรุงเทพฯ ให้รื้อย้ายบ้านเรือนออกไปแต่ชาวบ้านไม่ยอมย้ายออก เจ้าหน้าที่พอช.แนะนำทางออกว่าให้ชาวบ้านรวมตัวกันตั้งกลุ่มออมทรัพย์ และให้ไปหาที่ดินอื่นอยู่ หากพอใจแล้วค่อยมากู้เงินจากพอช.เพื่อปลูกสร้างบ้าน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ชาวบ้านในชุมชนเล็งเห็นว่าวิธีนี้ไม่เหมาะสมกับคนในชุมชน จึงตัดสินใจไปยื่นข้อเรียกร้องร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) ผ่านคณะอนุกรรมการของกระทรวงคมนาคมที่มีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นประธาน เพื่อต่อรองขอใช้พื้นที่เดิม จนกระทั่งวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565 กรมทางหลวงซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จึงส่งมอบที่ดินขนาด 3 ไร่ 16 ตารางวา คืนกรมธนารักษ์ และให้กรมธนารักษ์นำพื้นที่ส่วนนั้นไปให้ชุมชนเช่าทำที่อยู่อาศัยตามแนวทางของโครงการบ้านมั่นคง ชุมชนก็จะได้ความมั่นคงมีสิทธิตามกฎหมายและคุณภาพชีวิตดีขึ้น เพราะจะมีการปรับผังปลูกบ้านใหม่โดยได้รับเงินอุดหนุนทั้งแบบให้เปล่าและสินเชื่อจาก พอช. ซึ่งกรณีนี้ก็เป็นอีกกรณีตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="728" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ชุมชนแออัด-กทม-728x1024.png" alt="" class="wp-image-8244" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ชุมชนแออัด-กทม-728x1024.png 728w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ชุมชนแออัด-กทม-213x300.png 213w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ชุมชนแออัด-กทม-768x1080.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ชุมชนแออัด-กทม-1092x1536.png 1092w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ชุมชนแออัด-กทม.png 1367w" sizes="(max-width: 728px) 100vw, 728px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ชุมชนแออัดในกทม. เพิ่มขึ้น ลดลง หรือกลายเป็นชุมชนนิรนาม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจสถิติชุมชนแออัดในช่วงระยะเวลา 11 ปี ตั้งแต่ 2555-2565 พบว่าโครงสร้างความแออัดไม่ได้มีลักษณะหยุดนิ่ง แต่เคลื่อนตัวตามการพัฒนาเมืองและการบังคับใช้เกณฑ์ทางกฎหมาย เมื่อนำเกณฑ์ความหนาแน่นทางกายภาพที่ไม่น้อยกว่า 15 หลังคาเรือนต่อไร่มาพิจารณา พบว่ามีชุมชนที่เข้าเกณฑ์ความแออัดจริงจำนวน 439 แห่ง คิดเป็น 68.59% ของชุมชนทั้งหมด ขณะที่ชุมชนอีก 181 แห่ง (28.28%) มีความหนาแน่นหลังคาเรือนต่ำกว่าเกณฑ์ดังกล่าว และอีก 20 แห่ง (3.13%) ไม่สามารถคำนวณความหนาแน่นได้เนื่องจากไม่มีข้อมูลจำนวนบ้านเรือน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน หากนับการขึ้นทะเบียนจำนวนชุมชนแออัดในกทม. จะพบว่ามีทั้งเพิ่มขึ้นและลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ในเขตทุ่งครุปี 2555 เคยมีชุมชนแออัดจำนวน 17 ชุมชน ต่อมาปี 2556 จนถึงปัจจุบัน เหลือเพียงชุมชนใต้สะโพนโซน 1 ที่ยังคงเป็นชุมชนแออัด ขณะที่ชุมชนที่เหลืออีก 16 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนคอลิดีน ชุมชนชมทรัพย์ ชุมชนชานเมืองหมู่ 5 (ทุ่งครุ) ชุมชนชานเมืองหมู่ 6 (ทุ่งครุ) ชุมชนดารีซีน ชุมชนทุ่งครุพัฒนา ชุมชนบูลไลท์ ชุมชนประชาอุทิศ 43 ชุมชนประชาอุทิศ 68 ชุมชนมิตรไมตรี ชุมชนร่วมใจพัฒนา ชุมชนศรีสมิต ชุมชนสามัคคี ชุมชนหลังวัดกลางนา ชุมชนหลังสน.ทุ่งครุ ชุมชนอัตตักวา ได้รับการปรับเปลี่ยนสถานะทางกฎหมาย ให้กลายเป็นชุมชนประเภทเมือง เนื่องจากความหนาแน่นของบ้านเรือนลดลงจนต่ำกว่าเกณฑ์ชุมชนแออัดของกรุงเทพมหานคร</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตามบางเขตอาจไม่ได้เปลี่ยนสถานะชุมชนจากชุมชนแออัดกลายเป็นชุมชนประเภทอื่นไป แต่หายไปเพราะถูกรื้อทิ้ง หรือถูกเวนคืนที่ เช่น ชุมชนเริ่มเจริญ ในเขตคลองเตย ชุมชนดังกล่าวอยู่ใกล้ๆหมู่บ้านเปรมฤทัย โดยชุมชนเริ่มเจริญเป็นชุมชมขนาดเล็ก 56 หลังคาเรือนบนที่ดินเช่าของเอกชน ต้องถูกรื้อถอนเนื่องจากการก่อสร้างคอนโดมิเนียมบริเวณซอยสุขุมวิท 50 หรือชุมชนข้างโรงงานธานินทร์ในเขตบางนา ในปี 2557 เคยเกิดเพลิงไหม้จนชุมชนในพื้นที่เกิดเพลิงไหม้กว่า 15 หลัง แม้จะมีการบูรณะชุมชนภายหลัง ทว่าก็ถูกเวนคืนพื้นที่ในเวลาต่อมา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้มีหลายชุมชนที่สามารถยกระดับชุมชนผ่านโครงการปรับปรุงที่อยู่อาศัย โดยพบว่าชุมชนแออัดบางแห่งแปรสภาพไปสู่รูปแบบที่อยู่อาศัยที่มั่นคงขึ้นจากการเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เช่น ชุมชนหมู่บ้านพัฒนาซอยสวนพลู ในเขตสาทร ซึ่งเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายเป็นชุมชนอาคารสูง หลังการปรับปรุงพื้นที่และสร้างอาคารพักอาศัยใหม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อค้นพบหนึ่งที่น่าสนใจ คือ พบว่าในรอบ 11 ปีมานี้ สถิติอย่างเป็นทางการของกรุงเทพมหานคร พบว่าเขตที่มีชุมชนแออัดมากที่สุดอย่างเขตบางซื่อยังคงตัวเลขไว้ที่ 47 แห่งเท่าเดิมมาตั้งแต่ พ.ศ. 2556 (ยกเว้นปี 2561 ที่ระบุ 48 แห่ง)&nbsp; หรือเขตทุ่งครุลดจาก <a href="https://arts.kmutt.ac.th/cdmu/thungkhru%20%20912.pdf">17</a> ชุมชนในปี 2555 เหลือ 1 ชุมชน คือใต้สะพานโซน 1 ตั้งแต่ปี 2556 และยังปรากฏจำนวน 1 ชุมชนในปีถัดๆ มาที่มีข้อมูล&nbsp; อย่างไรก็ตาม การไม่มีข้อมูลระบุว่าชุมชนแออัดเพิ่มขึ้นมา ก็ไม่อาจกล่าวได้ว่าชุมชนแออัดในกทม.ไม่มีการเกิดใหม่เลย หากแต่เกิดชุมชนแออัดแบบนิรนามขึ้น กล่าวคือบางชุมชนที่ไม่ถูกขึ้นทะเบียนชุมชน จะไม่ถูกนับเป็นชุมชนประเภทใดของกทม.เลย เช่น ชุมชนทางด่วนบางนา ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งชุมชน ซึ่งการไร้สถานะทางกฎหมายทำให้ชุมชนเหล่านี้ไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนรายเดือนเพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและบริการสังคมขั้นพื้นฐาน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8245" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-2-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-2-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-2-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-2-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-2-100x100.jpg 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-2-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-2.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">สำรวจชุมชนแออัด สภาพแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก และมูลค่าที่ดินรอบชุมชนรอบๆ มีอะไรบ้าง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยไม่เพียงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในไทยหรือกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่เป็นปัญหาที่พบได้ในทั่วโลก จากสถิติการขยายตัวของเมืองของรายงาน World Urbanization Prospects ประจำปี พ.ศ. 2561 ที่ขององค์การสหประชาชาติ&nbsp; <a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/103/SorSorchor/plan.pdf">พบว่า</a>ประชากรโลกมากกว่า <a href="https://www.un.org/development/desa/publications/2018-revision-of-world-urbanization-prospects.html">55%</a> อาศัยอยู่ในเขตเมืองทั้งสิ้น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 68% ภายในปี พ.ศ. 2593 ความท้าทายนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (<a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/103/SorSorchor/plan.pdf">SDGs</a>) เป้าหมายที่ 11 ซึ่งมุ่งหวังให้เมืองมีความครอบคลุม ปลอดภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตในชุมชนแออัดภายในปี พ.ศ. 2573</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่การบรรลุเป้าหมายที่อยู่อาศัยในราคาที่สามารถจ่ายได้สำหรับผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด จากการสำรวจราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ (รอบปี พ.ศ. 2559-2562 และรอบปี พ.ศ. 2566-2569) พบความเหลื่อมล้ำของมูลค่าที่ดินรอบชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานครอย่างมาก โดยพบว่าราคาที่ดินบริเวณรอบๆชุมชนแออัดในกทม.ทั้งหมดมีตั้งแต่ตารางวาละ 3,000 ไปจนถึง 900,000 ขึ้นอยู่กับแหล่งที่ตั้ง และศักยภาพทางเศรษฐกิจ<br></p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาโครงสร้างการถือครองที่ดินในกลุ่มพื้นที่ราคาแพง พบว่ามีชุมชนแออัดตั้งอยู่บนที่ดินที่มีราคาประเมินตั้งแต่ 100,000 บาทต่อตารางวาขึ้นไปจำนวน 238 ชุมชน คิดเป็น 37.19% ของชุมชนทั้งหมดในเมืองหลวง ในกลุ่มที่ดินราคาแพงนี้ ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจถือครองสัดส่วนมากที่สุดรวม 77 ชุมชน คิดเป็น 32.35% โดยมีหน่วยงานหลักคือกรมธนารักษ์ถือครอง 36 ชุมชน การรถไฟแห่งประเทศไทย 14 ชุมชน การท่าเรือแห่งประเทศไทย 9 ชุมชน และกรุงเทพมหานคร 6 ชุมชน รองลงมาคือที่ดินเอกชนถือครอง 65 ชุมชน สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ถือครอง 33 ชุมชน ศาสนสถานและมูลนิธิถือครอง 32 ชุมชน และเป็นพื้นที่เช่าหรือระบุผู้ถือครองไม่ชัดเจนอีก 26 ชุมชน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8247" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame2-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame2-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame2-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame2-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame2-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame2-100x100.jpg 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame2.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ หากยกระดับเกณฑ์พิจารณาที่ดินราคาตั้งแต่ 200,000 บาทต่อตารางวาขึ้นไป จะพบชุมชนแออัดตั้งอยู่ถึง 83 ชุมชน คิดเป็น 12.97% ของทั้งหมด โดยชุมชนบนที่ดินราคาสูงที่สุดระหว่าง 400,000 ถึง 650,000 บาทต่อตารางวา กระจุกตัวอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) เช่น เขตปทุมวัน บางรัก คลองเตย วัฒนา สาทร และพระนคร ตัวอย่างชุมชนที่ตั้งอยู่บนที่ดินมูลค่ามหาศาล ได้แก่ ชุมชนหลังวัดปทุมวนารามในเขตปทุมวัน ซึ่งมีราคาประเมินสูงถึง 650,000 บาทต่อตารางวา ชุมชนซอยพระเจนในเขตปทุมวัน และชุมชนบ้านแบบในเขตสาทร ที่มีราคาประเมิน 625,000 บาทต่อตารางวา รวมถึงชุมชนซอยพิพัฒน์ 2 ในเขตบางรัก ที่มีราคาประเมิน 500,000 บาทต่อตารางวา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความแตกต่างของทำเลที่ตั้ง ยังส่งผลโดยตรงต่อระดับการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ในกลุ่มชุมชนบนที่ดินราคาประหยัด เช่น ชุมชนแจงร้อนในเขตราษฎร์บูรณะ ซึ่งมีราคาที่ดินประเมินเพียงตารางวาละ 8,700 บาท เนื่องจากตั้งอยู่ในซอยขนาดเล็กและอยู่นอกรัศมีบริการสาธารณะ จึงไม่พบทั้งโรงพยาบาลรัฐและศูนย์เลี้ยงเด็กอ่อนในรัศมี 1 กิโลเมตรเลย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางตรงกันข้าม ชุมชนในย่านศูนย์กลางธุรกิจดั้งเดิมอย่างชุมชนซอยพระเจนในเขตปทุมวัน ซึ่งมีราคาที่ดินประเมินสูงถึง 500,000 ถึง 750,000 บาทต่อตารางวา&nbsp; ตั้งอยู่ห่างจากสถานรับเลี้ยงเด็ก มพสร เพียง 200 เมตร ใช้เวลาเดินเท้าเพียง 2 นาทีถึงป้ายรถเมล์บริเวณสถานทูตญี่ปุ่น มีโรงเรียนรัฐบาลหลายแห่ง เช่น โรงเรียนสวนลุมพินี โรงเรียนปลูกจิต และโรงเรียนสุนีพิทยาในรัศมี 1 กิโลเมตร และห่างจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1.7 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเดินเท้าเฉลี่ยราว 6 นาที เช่นเดียวกับชุมชนซอยพิพัฒน์ 2 ในย่านสีลม เขตบางรัก ที่สามารถเข้าถึงโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงเรียนรัฐบาล และป้ายรถโดยสารประจำทางในรัศมี 1 กิโลเมตรได้อย่างสะดวกสบาย บนที่ดินที่มีมูลค่าพุ่งสูงถึง 500,000 บาทต่อตารางวา รวมไปถึงชุมชนตรอกสลักหินในเขตปทุมวัน แม้จะเป็นตรอกแคบ แต่ราคาที่ดินประเมินก็สูงถึง 280,000 บาทต่อตารางวา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่ดินราคาแพงเหล่านี้ ยังพบได้ในย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) อย่างรัชดาภิเษก ห้วยขวาง และพระรามเก้า เช่น&nbsp; ชุมชนเพชรบุรี 40 ในเขตห้วยขวาง ตั้งอยู่บนที่ดินราคาประเมินสูงถึงตารางวาละ 170,000 บาท เนื่องจากตั้งอยู่ติดถนนเพชรบุรีสายหลัก เดินเท้าเพียง 90 เมตรถึงป้ายรถเมล์ตรงข้ามซอยศูนย์วิจัย ทั้งยังมีศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนสุเหร่าบ้านดอน โรงเรียนสุเหร่าบ้านดอน และโรงเรียนแจ่มจันทร์ตั้งอยู่ในรัศมีเดินเท้า ข้อมูลราคาประเมินเหล่านี้สอดคล้องกับรายงานของคู่มือปฏิบัติงานเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย กรุงเทพมหานคร ที่ระบุว่าพื้นที่กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง ได้แก่ เขตพระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ ดุสิต ดินแดง พญาไท ราชเทวี ห้วยขวาง และวังทองหลาง ส่วนใหญ่มีราคาที่ดินสูงและมีผู้ถือครองกรรมสิทธิ์เต็มพื้นที่แล้วทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น ราคาประเมินที่ดินใหม่รอบปี พ.ศ. 2566-2569 ยังปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยทั่วประเทศอีกราว <a href="https://www.ddproperty.com/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88-14870#:~:text=%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2,%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%208%25">8%</a> ซ้ำเติมความยากลำบากในการถือครองที่ดินของคนจนเมือง</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8252" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองเตย-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8252" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองเตย-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองเตย-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองเตย-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองเตย-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองเตย-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองเตย-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองเตย.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8250" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองสาน-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8250" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองสาน-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองสาน-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองสาน-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองสาน-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองสาน-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองสาน-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คลองสาน.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8249" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คันนายาว-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8249" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คันนายาว-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คันนายาว-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คันนายาว-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คันนายาว-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คันนายาว-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คันนายาว-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/คันนายาว.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8253" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จตุจักร-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8253" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จตุจักร-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จตุจักร-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จตุจักร-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จตุจักร-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จตุจักร-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จตุจักร-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จตุจักร.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8251" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จอมทอง-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8251" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จอมทอง-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จอมทอง-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จอมทอง-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จอมทอง-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จอมทอง-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จอมทอง-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/จอมทอง.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8254" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดอนเมือง-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8254" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดอนเมือง-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดอนเมือง-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดอนเมือง-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดอนเมือง-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดอนเมือง-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดอนเมือง-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดอนเมือง.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8255" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดินแดง-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8255" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดินแดง-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดินแดง-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดินแดง-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดินแดง-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดินแดง-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดินแดง-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดินแดง.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8258" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดุสิต-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8258" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดุสิต-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดุสิต-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดุสิต-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดุสิต-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดุสิต-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดุสิต-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ดุสิต-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8257" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตลิ่งชัน-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8257" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตลิ่งชัน-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตลิ่งชัน-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตลิ่งชัน-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตลิ่งชัน-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตลิ่งชัน-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตลิ่งชัน-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ตลิ่งชัน-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8256" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ทุ่งครุ-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8256" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ทุ่งครุ-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ทุ่งครุ-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ทุ่งครุ-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ทุ่งครุ-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ทุ่งครุ-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ทุ่งครุ-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ทุ่งครุ-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8259" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ธนบุรี-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8259" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ธนบุรี-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ธนบุรี-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ธนบุรี-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ธนบุรี-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ธนบุรี-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ธนบุรี-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/ธนบุรี-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8260" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกน้อย-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8260" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกน้อย-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกน้อย-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกน้อย-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกน้อย-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกน้อย-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกน้อย-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกน้อย-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8261" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกใหญ่-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8261" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกใหญ่-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกใหญ่-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกใหญ่-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกใหญ่-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกใหญ่-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกใหญ่-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกอกใหญ่-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8263" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกะปิ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8263" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกะปิ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกะปิ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกะปิ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกะปิ-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกะปิ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกะปิ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางกะปิ.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8262" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางขุนเทียน-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8262" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางขุนเทียน-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางขุนเทียน-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางขุนเทียน-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางขุนเทียน-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางขุนเทียน-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางขุนเทียน-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางขุนเทียน-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8264" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางเขน-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8264" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางเขน-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางเขน-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางเขน-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางเขน-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางเขน-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางเขน-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางเขน-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8265" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางคอแหลม-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8265" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางคอแหลม-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางคอแหลม-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางคอแหลม-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางคอแหลม-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางคอแหลม-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางคอแหลม-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางคอแหลม-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8266" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางแค-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8266" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางแค-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางแค-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางแค-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางแค-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางแค-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางแค-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางแค-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8268" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางซื่อ-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8268" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางซื่อ-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางซื่อ-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางซื่อ-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางซื่อ-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางซื่อ-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางซื่อ-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางซื่อ-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="8267" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางนา-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-8267" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางนา-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางนา-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางนา-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางนา-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางนา-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางนา-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/บางนา-2.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</figure>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้การตั้งถิ่นฐานบนที่ดินมูลค่าสูง มาพร้อมกับความเสี่ยงจากการถูกเวนคืนพื้นที่ด้วยเช่นกัน โดยความเสี่ยงก็ยังผูกติดอยู่กับประเภทของผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ โดยพบว่ากลุ่มที่ดินเอกชนถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด เมื่อราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้น เจ้าของที่ดินมักเลิกสัญญาเช่าเพื่อนำที่ดินไปขายต่อให้นายทุนพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมหรือศูนย์การค้า ดังกรณีของชุมชนเริ่มเจริญในเขตคลองเตย ชุมชนขนาดเล็ก 56 หลังคาเรือนบนที่ดินเช่าเอกชน ต้องถูกรื้อถอนเนื่องจากการขยายตัวของคอนโดมิเนียมหรูรอบซอยสุขุมวิท 50 หรือชุมชนพร้อมใจ ย่านอ่อนนุช เขตวัฒนา ที่เคยเช่าที่ดินเอกชนอยู่อาศัยนานกว่า 100 ปี แต่เมื่อเส้นทางรถไฟฟ้าและความเจริญเข้าถึง ทายาทเจ้าของที่ดินได้บอกเลิกสัญญาเช่าเพื่อขายที่ดินให้อสังหาริมทรัพย์ภาคเอกชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน กลุ่มที่ดินรัฐวิสาหกิจและย่านเศรษฐกิจต้องเผชิญแรงกดดันจากโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ เช่น ที่ดินการท่าเรือแห่งประเทศไทย ย่านคลองเตย บนพื้นที่กว่า 2,353 ไร่ ราคาประเมิน 300,000 ถึง 450,000 บาทต่อตารางวา กำลังอยู่ท่ามกลางแรงกดดันในการขอคืนพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็น Smart City ศูนย์กลางโลจิสติกส์ และโครงการมิกซ์ยูส ซึ่งกระทบประชากร 26 ชุมชน หรือประมาณ 13,000 ครัวเรือน รวมถึงที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย ย่านยมราช ราชเทวี และเพชรบุรี ที่มีมูลค่าสูงถึง 310,000 บาทต่อตารางวา เผชิญการขอคืนพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงและโครงการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นเมื่อพิจารณาข้อกำหนดของเป้าหมาย SDGs ที่มุ่งหวังให้ประชากรทุกคนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะและบริการพื้นฐานที่ปลอดภัยในราคาที่สามารถจ่ายได้ภายในปี พ.ศ. 2573 ผลการวิเคราะห์ระยะทางจากชุมชนแออัดทั้ง 640 แห่งไปยังสิ่งอำนวยความสะดวก 4 ด้าน ทำให้พบว่าระดับการเข้าถึงที่เหลื่อมล้ำแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ระบบคมนาคมขนส่งผ่านป้ายรถโดยสารประจำทางนับเป็นบริการที่เข้าถึงได้ดีที่สุด โดยมีชุมชนถึง 533 แห่ง (คิดเป็น 83.28%) ที่มีป้ายรถเมล์อยู่ในรัศมีเดินเท้าไม่เกิน 1 กิโลเมตร และในจำนวนนี้มีถึง 368 ชุมชน (57.50%) ที่ตั้งอยู่ใกล้ในระยะไม่เกิน 500 เมตร ขณะที่อีก 66 ชุมชน (10.31%) ตั้งอยู่ห่างออกไปเกิน 1 กิโลเมตร และมี 41 ชุมชน (6.41%) ที่ไม่มีข้อมูลป้ายรถเมล์ในระยะใกล้ เนื่องจากตั้งอยู่ลึกในซอยหรือเป็นเขตรอบนอก เช่น ชุมชนเชลียง 5 ในซอยอุดมสุข 45 ซึ่งมีราคาที่ดินประเมิน 55,000 บาทต่อตารางวา ชุมชนซอยร่วมสามัคคีในซอยวชิรธรรมสาธิต 55 ชุมชนวัดอาวุธในซอยสุขาภิบาล 5 แยก 20 เขตบางเขน ชุมชนกลางนาในเขตบางนา ซึ่งห่างป้ายรถเมล์ถึง 2.9 กิโลเมตร และชุมชนข้างโรงเรียนวัดสะพานในเขตคลองเตย ซึ่งห่างป้ายรถเมล์ 1.3 กิโลเมตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของสวัสดิการด้านการศึกษาและการดูแลสุขภาพ ก็พบว่าด้านสถานสถานศึกษา พบชุมชน 355 แห่ง (55.56%) มีโรงเรียนอยู่ในรัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตร โดยเป็นระยะไม่เกิน 500 เมตรจำนวน 149 ชุมชน (23.32%) ขณะที่อีก 234 ชุมชน (36.62%) ตั้งอยู่ห่างเกิน 1 กิโลเมตร และอีก 50 ชุมชน (7.82%) ไม่พบข้อมูลโรงเรียนในระยะใกล้ สำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและศูนย์เลี้ยงเด็ก มีชุมชนเพียง 190 แห่ง (30%) เท่านั้นที่มีศูนย์เลี้ยงเด็กในรัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตร โดยเป็นระยะไม่เกิน 500 เมตรเพียง 66 ชุมชน (10.31%) เช่น ชุมชน 9 พัฒนาในเขตวังทองหลาง ซึ่งห่างจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนชุมชนรุ่งมณีพัฒนาเพียง 190 เมตร หรือชุมชนซอยโปโลในเขตปทุมวัน ซึ่งห่างจากสถานรับเลี้ยงเด็ก มพสร เพียง 350 เมตร ขณะที่ชุมชนอีก 158 แห่ง (24.69%) ตั้งอยู่ห่างเกิน 1 กิโลเมตร และมีมากถึง 292 ชุมชน (45.63%) ที่ไม่พบข้อมูลศูนย์เลี้ยงเด็กในระบบ สะท้อนภาวะขาดแคลนสวัสดิการดูแลเด็กปฐมวัยในระดับชุมชน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนด้านสถานพยาบาล พบชุมชนเพียง 80&nbsp; แห่ง (12.50%) ที่มีโรงพยาบาลในรัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตร โดยเป็นระยะไม่เกิน 500 เมตรเพียง 18 ชุมชน (2.81%) เช่น ชุมชนตรอกวังหลังในเขตบางกอกน้อย ซึ่งห่างจากโรงพยาบาลศิริราช 280 เมตร หรือชุมชนบ้านดอกไม้ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ซึ่งห่างจากโรงพยาบาลกลาง 500 เมตร ขณะที่ชุมชนอีก 67 แห่ง (10.47%) อยู่ห่างเกิน 1 กิโลเมตร และประชากรส่วนใหญ่ใน 493 ชุมชน (77.03%) ไม่มีโรงพยาบาลอยู่ในระยะเดินเท้า ทำให้ต้องพึ่งพาศูนย์บริการสาธารณสุขของกรุงเทพมหานครหรือเดินทางไกลไปยังโรงพยาบาลศูนย์แทน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลทั้งหมดอาจสรุปได้ว่า ชุมชนแออัดในกรุงเทพมหานครเผชิญเงื่อนไขชีวิตที่แตกต่างกันตามทำเลที่ตั้ง ชุมชนใจกลางเมืองในย่านเศรษฐกิจสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ทั้งโรงพยาบาล ศูนย์เลี้ยงเด็ก ป้ายรถเมล์ และโรงเรียนรัฐในรัศมี 1 กิโลเมตรได้อย่างครบถ้วน แต่ต้องแลกมาด้วยค่าเช่าห้องพักที่แพงกว่า และสิทธิในการเป็นเจ้าของที่ดินแทบจะริบหรี่หรือเป็นไปไม่ได้เลย ในทางตรงกันข้าม ชุมชนแออัดในเขตรอบนอก เช่น เขตดอนเมืองและเขตบางนา แม้จะมีค่าเช่าห้องพักราคาประหยัด แต่กลับไร้สิ่งอำนวยความสะดวกในระยะเดินเท้า ห่างไกลโรงพยาบาลรัฐ และไม่มีป้ายรถเมล์ผ่านชุมชน ทำให้ชาวบ้านต้องแบกรับภาระค่าเดินทางเพิ่มเติมจากการใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์หรือรถสองแถวในชีวิตประจำวัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-3-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8246" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-3-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-3-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-3-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-3-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-3-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-3-100x100.jpg 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-3.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ต่างประเทศจัดการกันอย่างไรกับปัญหาชุมชนแออัดและที่อยู่อาศัย</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหากระทบเรื่องที่อยู่อาศัยปรากฏในหลายประเทศทั่วโลก ชุมชนแออัดชื่อดังในเมืองริโอเดจาเนโรของบราซิล โดยภาษาบราซิลจะเรียกชุมชนแออัดว่า<a href="https://www.thebrasilians.com/almost-16-4-million-people-live-in-favelas-in-brazil-census-reveals/">ฟาเวลา (favela)</a> จากการสำรวจจะพบว่าชาวบราซิลกว่า 6% หรือ 11.25 ล้านคนคนอาศัยอยู่ในชุมชนแออัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งบางชุมชนยังมีชื่อเสียงจากการเป็นชุมชนแออัด จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย เช่น <a href="https://www.gulf-times.com/story/92129/dharavi-no-longer-biggest-slum-study">ชุมชนแออัดดาราวี (Dharavi)</a> นครมุมไบของอินเดีย ถือเป็นชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีคนอาศัยอยู่ 1 ล้านคนในพื้นที่ 1,500 ไร่ ราวๆ 2.4 ตารางกิโลเมตร เคยโด่งดังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ “สลัมด็อก มิลเลียนแนร์” (Slumdog Millionaire) ที่ได้รับรางวัลออสการ์เมื่อปี 2551&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ฮ่องกงเคยมีชุมชนแออัดระดับตำนานอย่าง Kowloon Walled City ซึ่งเกิดตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง ก่อนที่จะ<a href="https://20022964.myblog.arts.ac.uk/2023/11/07/research-geographic-location-kowloon-walled-city/">ถูกรื้อถอนในปี 2537</a> และด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ในเกาะฮ่องกง ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยมีสูงมาก ขณะเดียวกันการเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญของโลกทำให้ราคาที่อยู่อาศัยในฮ่องกงยิ่งมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ จากข้อมูลของสำนักงาน<a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/103/SorSorchor/plan.pdf">การพัฒนาชุมชน</a>ระบุว่าราคาที่อยู่อาศัยในฮ่องกงแพงที่สุดเมื่อเทียบกับ <a href="https://www.home.co.th/news/topic-5203">35</a> เมืองหลักในโลก ตามด้วยประเทศสิงค์โปร์ และเมืองเซี่ยงไฮ้ ในจีน</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยราคาที่อยู่อาศัยในฮ่องกงเฉลี่ยอยู่ที่ 39.52 ล้านบาทต่อยูนิต หรือเฉลี่ย 67,000 บาทต่อ<a href="https://www.cnbc.com/2022/12/07/hong-kong-home-prices-plummet-to-five-year-lows-and-could-drop-further.html">ตารางฟุต</a> หรือราวๆ 0.0929 ตารางเมตรเท่านั้น ปัจจุบันฮ่องกงมีประชากร 7.413 ล้านคน มีคนที่จัดว่ามีฐานะยากจนในฮ่องกงถึง <a href="https://www.oxfam.org.hk/en/what-we-do/development-programmes/hong-kong/povertyinhongkongandoxfamsadvocacywork">1.653</a> ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากร ซึ่งคนกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนักในการจัดหาที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">แนวทางแก้ไขปัญหาของรัฐบาลฮ่องกงคือการจัดสรรห้องเช่าของรัฐให้กลุ่มประชากรที่มีรายได้น้อย โดยมีเงื่อนไขต่างกันไปในแต่ละประเภท แต่ห้องเช่าของรัฐที่มีอยู่เพียง 73,000 ห้องก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากมีผู้รอเช่ามากถึง <a href="https://thaibizchina.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%83/">280,000</a> ราย หรือหมายความว่ามีเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่จะได้เช่าอาศัย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือหากไม่อยากเช่าห้องพักของรัฐ รัฐก็จัดสรรให้ประชาชนได้มีโอกาสเป็นเจ้าของห้องพักของตนเองเป็นครั้งแรก ด้วยการจัดทำห้องพักราคาประหยัด ซึ่งมีเพียง 2,700 ห้องเท่านั้น ขณะที่ผู้ขอยื่นใบสมัครมีมากถึง <a href="https://thaibizchina.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%83/">180,000</a> ราย อย่างไรก็ตามในอนาคตรัฐบาลฮ่องกงมีแผนพัฒนาพื้นที่ในเกาะลันเตา และมีการถมทะเลทางตอนเหนือของเกาะเพื่อขยายพื้นที่ในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะรองรับการขยายเมือง และรองรับห้องสำหรับประชาชนได้ราวๆ 144,000 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ก็ไม่ใช่ว่าประชากรทุกคนจะมีกำลังเพียงพอในการซื้อที่อยู่อาศัยราคาถูกโดยรัฐ หรือหากเช่าก็ต้องรอเวลามากกว่า 10 ปี กว่าที่ห้องเช่าของรัฐจะว่าง ตาม<a href="https://www.oxfam.org.hk/en/what-we-do/development-programmes/hong-kong/povertyinhongkongandoxfamsadvocacywork">รายงาน</a>ของ Oxfam ที่ศึกษาเรื่องแฟลตเช่าเล็กๆ ในฮ่องกงพบว่า ในปี 2021 มีการแบ่งแฟลตให้เช่ากว่า 100,943 แห่ง โดยแต่ละแห่งซอยย่อยออกเป็นห้องพักเล็กๆ พื้นที่ราวๆ 100 ตารางฟุต ซึ่งมีคนอาศัยอยู่ในแฟลตเหล่านั้น <a href="https://www.oxfam.org.hk/en/what-we-do/development-programmes/hong-kong/povertyinhongkongandoxfamsadvocacywork">226,000 คน</a> เพื่ออยู่อาศัยชั่วคราว หรือบางครอบครัวนั้น แฟลตเล็กๆเหล่านั้นคือบ้านที่พวกเขาใช้พักอาศัยตลอดชีวิตเพราะไม่มีใครทราบว่าโอกาสในการพักอาศัยห้องเช่าราคาถูกของรัฐนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางตรงกันข้าม ประเทศสิงคโปร์ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการที่อยู่อาศัย ผ่านการประกาศใช้กฎหมายเวนคืนที่ดิน <a href="https://www.adb.org/sites/default/files/publication/181599/adbi-wp559.pdf">(Land Acquisition Act)</a> ในปี พ.ศ. 2509 ทำให้รัฐดึงที่ดินกลับมาเป็นของรัฐได้ถึง 85% รัฐบาลสิงคโปร์จัดทำโครงการที่อยู่อาศัยที่รัฐอุดหนุน(<a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/103/SorSorchor/plan.pdf">Public Housing</a>)&nbsp; ผ่านคณะกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัย (HDB) ส่งผลให้ประชากรกว่า <a href="https://waymagazine.org/public-housing-singapore/#_edn1">82%</a>&nbsp; ได้เช่าอยู่อาศัยระยะยาว 99 ปีในราคาที่จับต้องได้ กล่าวคือที่อยู่อาศัยที่รัฐเป็นเจ้าของ ประชาชนสิงคโปร์มีสิทธิ์เช่าอยู่ 99 ปี ในราคาไม่แพง ขณะที่รายได้ของชาวสิงคโปร์เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ ทั้งยังออกแบบนโยบายเพื่อสนับสนุนการเป็นเจ้าของบ้านอย่างชัดเจน ส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ซึ่งการจะซื้อบ้านเป็นของตนเองได้นั้น ก็มีการนำเงินของผู้ที่ทำงานและจ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพกลาง (<a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/103/SorSorchor/plan.pdf">The Central Provident Fund</a>) ตามระบบประกันสังคมของสิงคโปร์มาจ่ายเป็นเงินดาวน์ซื้อแฟลต และแม้จะเป็นแฟลตของรัฐก็ยังมีการจัดการที่พักอาศัยอย่างเป็นระบบ สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี มีสวนสาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ซึ่งถือได้ว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของสิงคโปร์นั้นประสบความสำเร็จอย่างมากแม้มีพื้นที่เล็กๆ เท่านั้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนประเทศ<a href="http://www.bangkokgis.com/mapstorage/community/phasicharoen.pdf">เกาหลีใต้</a> เคยใช้นโยบายรื้อถอนชุมชนแออัดอย่างรุนแรงในช่วงทศวรรษ 1980 โดยรัฐบาลมี “โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่” (Urban redevelopment) กล่าวคือพยายามพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่ โยกย้ายคนจากชุมชนแออัดไปอยู่ที่ดินอื่น รวมไปถึงเอกชนซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ต้องการที่ดินคืน โดยรัฐบาลและเอกชนได้<a href="https://www.academia.edu/121790545/Red_Devil_Fever_Dreams_Jo_Seubs_Post_Minjung_Response_to_South_Koreas_World_Cup_Fanaticism">จ้างกลุ่มรื้อถอนเข้ากดดันชาวบ้านในพื้นที่</a> แม้จะสามารถสร้างที่อยู่อาศัยใหม่สำเร็จ แต่ราคาที่พักอาศัยที่สูงเกินไปกลับผลักดันให้คนจนเมืองต้องย้ายออก&nbsp; โยกย้ายไปตั้งถิ่นฐานใหม่ เกิดชุมชนบุกรุกหรือชุมชนแออัดในจุดใหม่ที่ไกลจากเมือง ซึ่งก็ยังเป็นชุมชนแออัดของคนจนเมืองเช่นเดิม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากทั้งหมดจะเห็นว่าโมเดลการแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยไม่ได้ทำสำเร็จทุกประเทศ หากแต่ต้องอาศัยกระบวนการการสร้างความเข้าอกเข้าใจ และรับฐาลต้องเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-4-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8248" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-4-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-4-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-4-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-4-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-4-100x100.jpg 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-4-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/10/Frame1-4.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ประเทศไทยจัดการอย่างไรเรื่องที่อยู่อาศัย: จากแผนแม่บท 20 ปีสู่การปฏิรูปที่อยู่อาศัย</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประเทศไทยได้รับการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการบรรจุไว้ใน<a href="https://www.ryt9.com/s/iq03/2708440">แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579)</a> โดยรัฐบาลได้กำหนดวิสัยทัศน์หลักคือ “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579 (<a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/103/SorSorchor/plan.pdf">Housing for All)</a>” ยุทธศาสตร์สำคัญมุ่งเน้นการจัดสรรที่ดินและการนำที่ดินมิได้ใช้ประโยชน์ของหน่วยงานภาครัฐมาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ตลอดจนการผลักดันโครงการสำคัญของรัฐเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและความไม่มั่นคงในที่ดินทำกิน ได้แก่ โครงการบ้านประชารัฐ โครงการเคหะสุขประชา และโครงการบ้านมั่นคง</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;ในระดับท้องถิ่น กรุงเทพมหานครได้ตอบรับแนวนโยบายดังกล่าวด้วยการจัดทำ<a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/103/SorSorchor/plan.pdf">แผนพัฒนา</a>ที่อยู่อาศัยกรุงเทพมหานคร ระยะ 10 ปี และแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะ 5 ปี รวมถึงโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวเมืองอีกหลายประการ พร้อมทั้งร่วมมือกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และภาคีเครือข่าย ตั้งคณะกรรมการเพื่อปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค เช่น การผ่อนปรนเกณฑ์การรับจดทะเบียนชุมชนจากเดิมที่ต้องมีบ้านเรือนไม่น้อยกว่า 100 หลังคาเรือน ให้ชุมชนขนาดเล็กกว่านั้นสามารถจดทะเบียนเพื่อรับสิทธิประโยชน์จาก กทม. ได้อย่างทั่วถึง</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลไกหลักในการแก้ปัญหาที่ดินของคนจนเมืองคือ <a href="https://www.thaipost.net/public-relations-news/457794/">&#8220;โครงการบ้านมั่นคง&#8221;</a> ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 โดยประเดิม 10 โครงการนำร่องใน <a href="https://ref.codi.or.th/attachments/article/28/Project_Guide%20_111158.pdf">10 ชุมชนทั่วประเทศ</a> ได้แก่ ชุมชนโกลกวิลเลจ จังหวัดนราธิวาส, ชุมชนเก้าเส้ง จังหวัดสงขลา, ชุมชนเจริญชัยนิมิตรใหม่ กรุงเทพมหานคร, ชุมชนบ่อนไก่ (คลองเตย) กรุงเทพมหานคร, ชุมชนบุ่งคุก จังหวัดอุตรดิตถ์, ชุมชนคลองเตย 7-12 กรุงเทพมหานคร, ชุมชนเก้าพัฒนา กรุงเทพมหานคร, ชุมชนร่วมสามัคคี กรุงเทพมหานคร, ชุมชนคลองลำนุ่น กรุงเทพมหานคร และชุมชนแหลมรุ่งเรือง จังหวัดระยอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระบวนการพัฒนาตามแนวทางบ้านมั่นคงถูกแบ่งออกเป็น 5 รูปแบบหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>การปรับปรุงชุมชนในที่ดินเดิม (Slum Upgrading) เป็นการพัฒนาสาธารณูปโภคและสภาพแวดล้อมโดยไม่กระทบผังบ้านเรือนเดิม</li>



<li>การปรับผังแปลงที่ดินใหม่ (Reblocking) เป็นการจัดผังที่ดินใหม่โดยพยายามคงโครงสร้างเดิมไว้ ปรับปรุงพื้นที่ และอาจมีการรื้อย้ายบ้านเรือนบางส่วนเพื่อเปิดทางให้ระบบสาธารณูปโภคเข้าถึง</li>



<li>การแบ่งปันที่ดิน (Land Sharing) อาศัยการเจรจาต่อรองกับเจ้าของที่ดินเอกชนเพื่อขอเช่าหรือซื้อที่ดินบางส่วนในราคาถูก ทำให้ชาวบ้านได้กรรมสิทธิ์หรือสัญญาเช่าระยะยาว เกิดการปรับผังและพัฒนาที่อยู่อาศัยร่วมกันอย่างมั่นคง</li>



<li>การก่อสร้างรูปแบบใหม่ในที่เดิม (Reconstruction) เป็นการรื้อย้ายภายในบริเวณเดิมเพื่อจัดผังใหม่แล้วทำสัญญาเช่าระยะยาว ช่วยให้ชาวบ้านไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไกลจากแหล่งงานและเครือข่ายสังคมเดิม ดังเช่นโครงการบ้านมั่นคงริมคลองในกรุงเทพมหานคร (คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร) ซึ่ง พอช. ได้รับงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาลกว่า 4,061 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขว่าเมื่อสำรวจแนวเขตพ้นจากเขื่อนกั้นน้ำแล้ว ชุมชนจะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ในระยะแรก 30 ปี อัตราค่าเช่าเพียง 1.25-4 บาทต่อตารางวาต่อเดือน สร้างบ้านขนาด 4.6-4.8 ตารางเมตร ทั้งแบบชั้นเดียวและสองชั้นตามกำลังความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อประมาณเดือนละ 1,000-3,000 บาท ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือ ชุมชนประชาร่วมใจ 1 และประชาร่วมใจ 2 บริเวณคลองเปรมประชากร ซึ่งได้รับสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ 30 ปี (ต่อสัญญาได้) สร้างบ้านสองชั้นราคาหลังละ 450,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละไม่เกิน 2,800-2,900 บาท เป็นเวลา 20 ปี โดย พอช. เป็นผู้ประสานขออนุญาตปลูกสร้างอย่างถูกต้องตามกฎหมายกับสำนักงานเขต</li>



<li>การรื้อย้ายไปอยู่ที่ใหม่ (Relocation) เป็นการย้ายชุมชนออกไปสร้างบ้านบนที่ดินผืนใหม่ แม้ชาวบ้านจะได้ครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินอย่างมั่นคง แต่ต้องแลกด้วยภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อที่ดินและปลูกสร้างบ้านใหม่ ทั้งยังต้องเผชิญความยากลำบากจากการตั้งถิ่นฐานไกลจากแหล่งงาน สถานศึกษา และสังคมเดิม</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">แม้โครงการบ้านมั่นคงจะขยายผลไปแล้วกว่า 100 ชุมชน แต่กระบวนการดำเนินงานกลับต้องเผชิญอุปสรรคเชิงโครงสร้างและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกัน ในปี พ.ศ. <a href="https://www.ryt9.com/s/prg/3030761?fbclid=IwAR1wvIY3RA9pcocFA1djiGLD6BXW_T-wioLtIhlwCyx3yAnr7BNVOOKz46g">2562</a> การออก<a href="https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_9657682">คำสั่งคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 44 (ปว.44)</a> ที่สั่งให้รื้อถอนอาคารรุกล้ำริมคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อภายใน 15 วัน (หากเจ้าหน้าที่รื้อถอนให้ ชาวบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง) กลับถูกสำนักงานเขตดอนเมืองนำไปบังคับใช้ไล่รื้อบ้านเรือนบนบกในชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ชุมชนบางแห่งยังถูก<a href="https://d.dailynews.co.th/bangkok/718373/?fbclid=IwAR2UnhpuZSUBd1uMfj4NaGOII4QwgZGw-rrsoeBi7j-WhWtbqh9bG2hmYSw">กรมธนารักษ์</a>ฟ้องร้องดำเนินคดี ขณะเดียวกัน มีหลายชุมชนที่เข้าสู่กระบวนการสำรวจของโครงการบ้านมั่นคงแล้วแต่กลับไม่สามารถเริ่มก่อสร้างได้เนื่องจากติดปัญหาการใช้ที่ดิน เช่น ชุมชนพรหมสัมฤทธิ์ (เขตดอนเมือง), ชุมชนร่วมใจรักคลองเปรมประชากร (เขตดอนเมือง), ชุมชนร่วมพัฒนา (ดอนเมือง), ชุมชนเปรมสุขสันต์ (เขตหลักสี่), ชุมชนคนรักถิ่น (เขตหลักสี่) ที่ไม่สามารถเปิดพื้นที่ได้ และชุมชนประชากร 4 ที่ไม่สามารถปลูกสร้างบ้านในที่ดินเดิมได้ รวมไปถึงชุมชนบ้านบาตร ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ที่ชาวบ้านรวมตัวจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ แต่เมื่อการเคหะแห่งชาติเข้าสำรวจพื้นที่แล้ว โครงการกลับเงียบหาย ไร้ความชัดเจนเรื่องสัญญาเช่าและทิศทางในการดำเนินงานต่อ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความไม่แน่นอนด้านที่อยู่อาศัยยังปรากฏในกรณีชุมชนคลองเตย ซึ่งอนาคตของประชาชนผูกโยงอยู่กับแผนพัฒนาที่ดินของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) โดยเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แสดงเจตนารมณ์ที่จะย้ายการให้บริการท่าเรือกรุงเทพไปรวมศูนย์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการพัฒนาเชิงพาณิชย์ พร้อมมอบหมายให้ กทท. ศึกษาความเป็นไปได้และ<a href="https://isranews.org/article/isranews-news/149047-transport-341.html">การบริหารจัดการผลกระทบต่อชุมชนรอบท่าเรือทั้ง 26 ชุมชน</a> หากจำเป็นต้องย้ายประชาชน จะต้องจัดสร้างที่อยู่อาศัยทดแทนและทยอยดำเนินการเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นยังไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วนและต้องรอผลการศึกษา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมาในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายพิพัฒน์เข้าพบตัวแทน 26 ชุมชน ณ สำนักงานเขตคลองเตย เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ <a href="https://thaitabloid.com/archives/322282">โดยยืนยันว่าจะไม่ไล่ที่หรือบังคับให้ประชาชนย้ายออก</a>จากคลองเตย หากชุมชนเห็นชอบกับการพัฒนา จะจัดหาพื้นที่ว่างเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยรองรับก่อน แล้วจึงทยอยย้ายเป็นส่วนๆ พร้อมระบุว่าการย้ายท่าเรือยังไม่มีข้อยุติว่าจะดำเนินการหรือไม่ และหากย้ายจะย้ายทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการศึกษา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในการหารือครั้งเดียวกัน รัฐมนตรียังระบุว่าจะนำ<a href="https://www.banmuang.co.th/news/politic/492903">แนวทางโฉนดชุมชน</a>ไปหารือกับนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้เรื่องสิทธิการอยู่อาศัยและการส่งต่อสิทธิให้ลูกหลาน รวมถึงสนับสนุนกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงคมนาคม กทท. และตัวแทนประชาชน เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน บริการสาธารณะ และโอกาสการจ้างงาน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการหารือ จึงต้องติดตามต่อว่าจะพัฒนาไปสู่เงื่อนไขและหลักประกันการอยู่อาศัยที่ชัดเจนได้อย่างไร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน แผนพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เคยเสนอไว้ก่อนหน้านี้ยังเผชิญความล่าช้า โดยรายงานของ SPRiNG วันที่ 19 กันยายน 2569 ระบุว่าโครงการ Smart Community ซึ่งวางแผนจัดสร้างที่อยู่อาศัย 6,048 ยูนิตเพื่อรองรับชุมชนเดิม <a href="https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/865105">ยังไม่เริ่มก่อสร้างตามกรอบเวลาปี 2566-2568</a> และอยู่ระหว่างรอความชัดเจนหลังมีการทบทวนแผนหลายครั้ง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนต้องรอทั้งความคืบหน้าของโครงการที่อยู่อาศัยและข้อยุติของนโยบายพัฒนาพื้นที่ท่าเรือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรณีคลองเตยจึงสะท้อนว่า การจัดทำแผนพัฒนาหรือการประกาศว่าจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบ จำเป็นต้องตามมาด้วยความชัดเจนเรื่องสิทธิการอยู่อาศัย ค่าใช้จ่ายที่ประชาชนต้องรับผิดชอบ และความต่อเนื่องของแหล่งงาน ตลอดจนการเปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของพื้นที่ตั้งแต่ต้น เพื่อให้การพัฒนาที่ดินของรัฐเดินหน้าไปพร้อมกับความมั่นคงในชีวิตของผู้คนที่อยู่อาศัยและทำมาหากินในพื้นที่นั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน<a href="http://www.area.co.th/thai/area_announce/area_press.php?strquey=press_announcement4029.htm">ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย</a> ชี้ว่า แม้โครงการบ้านมั่นคงจะดำเนินการต่อเนื่องมาจากยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร จนถึงรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ เนื่องจากเงื่อนไขการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินต้องการหลักฐานรายได้ที่แน่นอนและการผ่อนชำระค่างวดที่สม่ำเสมอ ซึ่งขัดกับสภาวะเศรษฐกิจของคนจนเมืองและแรงงานนอกระบบที่รับจ้างรายวันหรือรายชั่วโมง เมื่อขาดคุณสมบัติทางการเงินหรือไม่สามารถผ่อนชำระได้สม่ำเสมอก็ต้องถูกบังคับให้ออกจากที่อยู่อาศัย ประกอบกับการดำเนินโครงการที่ไม่ต่อเนื่องจึงยากแก่การติดตามผล</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่า สัญญาเช่าระยะยาวหรือประวัติการอยู่อาศัยมาหลายชั่วอายุคน ไม่ได้เป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตอย่างแท้จริง ดังตัวอย่างของชุมชนพร้อมใจ ย่านอ่อนนุช ที่เคยเช่าที่ดินมานานกว่าหนึ่งร้อยปี แต่เมื่อความเจริญขยายตัวเข้าถึง ทายาทเจ้าของที่ดินได้ยกเลิกสัญญาเช่าและขายที่ดินให้นายทุนทันที การมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านเป็นของตนเองจึงเป็นหลักประกันสูงสุดที่จะช่วยให้คนจนเมืองรอดพ้นจากการถูกไล่รื้อ</p>



<p class="wp-block-paragraph">และหากมองในช่วงอดีตที่ผ่านมา นับตั้งแต่ช่วงต้นปี พ.ศ. 2520 รัฐเคยพยายามแก้ปัญหาด้วยการย้ายประชากรหรือสร้างอาคารสงเคราะห์ในรูปแบบแฟลตให้เช่าซื้อราคาถูกผ่อนระยะยาว ทว่าแนวทางดังกล่าวกลับล้มเหลวเพราะไม่ตอบโจทย์วิถีชีวิต และรูปแบบการผ่อนส่งประจำรายเดือนที่ไม่ยืดหยุ่นต่อโครงสร้างรายได้อันไม่แน่นอนของแรงงานนอกระบบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพื่อแก้ปัญหานี้ ภาครัฐจึงพยายามเร่งรัดแก้ปัญหาผ่านหลายกลไกพร้อมกัน ได้แก่ การเดินหน้าโครงการบ้านมั่นคงริมคลองต่อเนื่อง การปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายที่ดินรัฐผ่านนโยบายการจัดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้ชุมชน (เช่น โครงการ &#8220;ธนารักษ์สุขใจ&#8221; ของกรมธนารักษ์ที่นำที่ดินราชพัสดุมาปล่อยเช่าระยะยาวในราคาย่อมเยา และการเร่งรัดจัดทำ One Map เพื่อลดความซ้ำซ้อนและคดีความระหว่างรัฐกับประชาชน) ตลอดจนการสนับสนุนสินเชื่อยืดหยุ่นผ่าน พอช. และสถาบันการเงินของรัฐสำหรับผู้มีรายได้น้อย</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว นอกจากการสร้างความมั่นคงในสัญญาเช่าและการจัดตั้งกองทุนสินเชื่อที่ยืดหยุ่นสอดรับกับวิถีชีวิตแรงงานนอกระบบแล้ว รัฐจำเป็นต้องกระจายการพัฒนาและส่งเสริมการลงทุนไปสู่ภูมิภาคอย่างจริงจัง ด้วยการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมและแหล่งงานในต่างจังหวัด เพื่อลดแรงกดดันจากการย้ายถิ่นฐานเข้าสู่กรุงเทพมหานคร การเข้าอกเข้าใจเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของคนจนเมืองอย่างแท้จริง จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและยั่งยืนสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลดิบ อ่านทั้งหมดได้ที่ : <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-slum">https://rocketmedialab.co/database-bkk-slum</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-slum/">“ชุมชนแออัด” เป็นของใคร ในเมืองหลวงแห่งความเหลื่อมล้ำ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สังคมผู้สูงอายุไทย [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-thailand-ageing-society/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Aug 2026 08:04:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมผู้สูงอายุ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8064</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3626;&#3633 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-thailand-ageing-society/">สังคมผู้สูงอายุไทย [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลสังคมผู้สูงอายุรายจังหวัด ข้อมูลจำนวนการเกิดและการตายของประชากรรายจังหวัด และข้อมูลอัตราพึ่งพิงวัยสูงอายุรายจังหวัด ปี 2568</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQlW51uVx1si-DblIgN8PC7uLL-KhQwbxyjhKJz6PkIXHLkuFRM_vxEiNy-usp66xwxpdXsMuEU6Rkk/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1UcKHlg17_m0URMzx4HAQbLZ8gmKFbPVABGzt4lFMZ_E/edit?usp=sharing">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/thailand-ageing-society/">สำรวจสังคมผู้สูงอายุไทย : 6 จังหวัดเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด และ 64 จังหวัดที่ตายมากกว่าเกิด</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-thailand-ageing-society/">สังคมผู้สูงอายุไทย [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจสังคมผู้สูงอายุไทย : 6 จังหวัดเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด และ 64 จังหวัดที่ตายมากกว่าเกิด</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/thailand-ageing-society/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Aug 2026 08:04:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมผู้สูงอายุ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=8045</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3626;&#3633;&#3591;&#3588;&#3617;&#3612;&#3641;&#3657 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/thailand-ageing-society/">สำรวจสังคมผู้สูงอายุไทย : 6 จังหวัดเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด และ 64 จังหวัดที่ตายมากกว่าเกิด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>ในปี 2568 ประเทศไทยประชากรผู้สูงอายุทั้งหมด 14,286,095 คน คิดเป็น 21.71% ของประชากรทั้งหมด ทำให้ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society)&nbsp;</li>



<li>จากการแบ่งสังคมผู้สูงอายุ พบว่าจังหวัดส่วนใหญ่อยู่ในระดับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ 46 จังหวัด ระดับสังคมสูงวัย 25 จังหวัด และสังคมสูงวัยระดับสุดยอด 6 จังหวัด คือ ลำปาง แพร่ ลำพูน สิงห์บุรี พะเยา และชัยนาท</li>



<li>ลำปางเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรสูงที่สุดในประเทศ โดยมีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากถึง 30.53 ของประชากรทั้งหมด เช่นเดียวกับภาคเหนือที่เป็นภาคที่มีสัดส่วนประชากรสูงอายุมากที่สุด</li>



<li>ประเทศไทยมีจำนวนการตายของประชากรแซงหน้าจำนวนการเกิดจองประชากร กระทบต่อโครงสร้างประชากรที่จะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ในขณะที่จากการคำนวณอัตราการพึ่งพิงสูงอายุ พบว่าคนวัยทำงาน 100 คนจะต้องดูและผู้สูงอายุสูงถึง 34.09 คน</li>



<li>ประเทศไทยมี 64 จังหวัดที่มีการตายมากกว่าเกิด และมีเพียง 13 จังหวัดที่มีจำนวนการเกิดของประชากรมากกว่าการตายของประชากร คือ สมุทรสาคร สงขลา ระนอง แม่ฮ่องสอน ชลบุรี ตาก สตูล ระยอง กระบี่ ยะลา ภูเก็ต ปัตตานี และนราธิวาส&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">สังคมผู้สูงวัยกำลังเป็นปัญหาที่ท้าทายทั่วโลก ประเทศไทยเองเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) แล้วเนื่องจากมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากกว่า 20% ของประชากร ทำให้ประเด็นผู้สูงอายุเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ประเทศต้องเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องโครงสร้างประชากร งบประมาณ การบริการขั้นพื้นฐานในการอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุ Rocket Media Lab ชวนสำรวจสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุในประเทศไทยเป็นอย่างไร พื้นที่ไหนสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรมากที่สุด</p>



<h3 class="wp-block-heading">ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ : มี 6 จังหวัดที่เป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอดแล้ว&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลสถิติจำนวนประชากรแยกรายอายุ ปี 2568 ระบบสถิติทางการทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง โดยนำประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมาคำนวณเพื่อดูว่าแต่ละจังหวักมีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรในจังหวัดเท่าไหร่ และแยกเป็นระดับสังคมผู้สูงอายุ โดยองค์กรสหประชาชาติ (UN) แยกระดับสังคมผู้สูงอายุออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สังคมสูงวัย (Aged Society) หมายถึง สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด (หรือมีประชากรอายุ65ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 7)</li>



<li>สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) หมายถึง สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด (หรือมีประชากรอายุ65ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 14)</li>



<li>สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) หมายถึง สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด (หรือประชากรอายุ65ปีขึ้นมากกว่าร้อยละ 20)</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/1-AGED-Society-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8046" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/1-AGED-Society-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/1-AGED-Society-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/1-AGED-Society-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/1-AGED-Society-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/1-AGED-Society-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/1-AGED-Society-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลพบว่าในปี 2568 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุทั้งหมด 14,286,095 คน คิดเป็น 21.71% ของประชากรทั้งหมด ทำให้ไทยอยู่ในสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ หากแยกรายจังหวัดเพื่อดูระดับสังคมผู้สูงอายุ พบว่า จังหวัดส่วนใหญ่อยู่ในระดับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ 46 จังหวัด ระดับสังคมสูงวัย 25 จังหวัด และสังคมสูงวัยระดับสุดยอด 6 จังหวัด คือ ลำปาง แพร่ ลำพูน สิงห์บุรี พะเยา และชัยนาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อแยกดูจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรมากที่สุด พบว่า ลำปางเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรมากที่สุด โดยมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากถึง 30.53% ของประชากรทั้งหมด ตามมาด้วยแพร่ 29.96% ลำพูน 29.38% สิงห์บุรี 29.23% และพะเยา 28.56% ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรน้อยที่สุด คือ ปัตตานี 13.86% ตามมด้วยนราธิวาส 13.89% ยะลา 14.41% ตาก 14.91% และภูเก็ต 14.94%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคเหนือ-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8052" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคเหนือ-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคเหนือ-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคเหนือ-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคเหนือ-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคเหนือ-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคเหนือ-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นรายภาคจะพบว่า ภาคเหนือ มีประชากรผู้สูงอายุจำนวน 1,624,119 คน คิดเป็น 26.00% ของประชากร อยู่ในระดับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดคือ ลำปาง 30.53% แพร่ 29.96% ลำพูน 29.38% และพะเยา 28.56% ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุน้อยที่สุดคือ แม่ฮองสอน 16.35% เชียงราย 24.25% เชียงใหม่ 24.35% น่าน 26.45% และอุตรดิตถ์ 27.12%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคกลาง-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8047" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคกลาง-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคกลาง-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคกลาง-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคกลาง-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคกลาง-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคกลาง-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ภาคกลาง มีประชากรผู้สูงอายุจำนวน 4,727,746 คน คิดเป็น 23.63% ของประชากร อยู่ในระดับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดคือ สิงห์บุรี 29.23% ชัยนาท 28.03% สมุทรสงคราม 27.70% อ่างทอง 27.38% และสุโขทัย 26.25% ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุน้อยที่สุดคือ ปทุมธานี 18.90% สมุทรสาคร 19.75% สมุทรปราการ 19.78% สมุทรปราการ 21.70% และนครปฐม 22.14%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8050" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประชากรผู้สูงอายุจำนวน 4,502,435 คน คิดเป็น 20.90% ของประชากร อยู่ในระดับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดคือ ชัยภูมิ 22.96% เลย 22.72% ขอนแก่น 22.51% มหาสารคาม 22.40% และนครราชสีมา 22.10% ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุน้อยที่สุดคือ บึงกาฬ 17.99% มุกดาหาร 18.90% นครพนม 18.91% สกลนคร 19.06% และอุดรธานี 19.06%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันตก-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8048" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันตก-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันตก-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันตก-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันตก-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันตก-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันตก-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ภาคตะวันตก มีประชากรผู้สูงอายุจำนวน 722,561 คน คิดเป็น 20.65% ของประชากร อยู่ในระดับ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดคือ เพชรบุรี 23.84% ราชบุรี 23.39% ประจวบคีรีขันธ์ 22.03% ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุน้อยที่สุดคือ ตาก 14.91% กาญจนบุรี 19.96%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันออก-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8049" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันออก-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันออก-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันออก-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันออก-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันออก-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคตะวันออก-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ภาคตะวันออก มีประชากรผู้สูงอายุจำนวน 950,919 คน คิดเป็น 19.04% ของประชากร อยู่ในระดับสังคมสูงวัย โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดคือ จันทบุรี 22.76% ตราด 22.38% ฉะเชิงเทรา 21.17% ปราจีนบุรี 20.43% ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุน้อยที่สุดคือ ระยอง 16.39% ชลบุรี 17.22% และสระแก้ว 19.22%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคใต้-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8051" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคใต้-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคใต้-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคใต้-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคใต้-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคใต้-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/2-AGED-Society-ภาคใต้-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ภาคใต้ มีประชากรผู้สูงอายุจำนวน 1,758,315 คน คิดเป็น 18.46% ของประชากร อยู่ในระดับสังคมสูงวัย โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดคือ พัทลุง 22.90% ชุมพร 21.91% นครศรีธรรมราช 21.46% พังงา 21.18% และตรัง 20.48% ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุน้อยที่สุดคือ ปัตตานี 13.86% นราธิวาส 13.89% ยะลา 14.41% ภูเก็ต 14.94% และกระบี่ 15.78%</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลพบว่า ทั้ง 77 จังหวัดได้เข้าสู่สังคมสูงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดในภาคเหนือกำลังประสบปัญหาสังคมสูงอายุโดยเฉพาะในจังหวัดลำปาง แพร่ ลำพูน และพะเยา ที่เข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดแล้ว เนื่องจากมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด</p>



<h3 class="wp-block-heading">เมื่อมีคนตายมากกว่าเกิด : มีเพียง 13 จังหวัดที่มีการเกิดมากกว่าตาย&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/3-AGED-Society-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8053" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/3-AGED-Society-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/3-AGED-Society-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/3-AGED-Society-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/3-AGED-Society-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/3-AGED-Society-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/3-AGED-Society-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลสถิติการเกิดและการตาย ปี 2568 ระบบสถิติทางการทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง พบว่าในปี 2568 ประเทศไทยมีจำนวนการเกิดของประชากร 416,574 คน คิดเป็นสัดส่วน 6.33 คนต่อพันประชากร หากแยกเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีสัดส่วนการเกิดต่อพันประชากรมากที่สุด คือ นครศรีธรรมราช 9,186 คน คิดเป็น 6.00 คนต่อพันประชากร ตาามด้วย ตรัง 3,753 คน คิดเป็น 5.93 คนต่อพันประชากร พระนครศรีอยุธยา 7,472 คน คิดเป็น 5.87 คนต่อพันประชากร มุกดาหาร 2,048 คน คิดเป็น 5.86 คนต่อพันประชากร และอุบลราชธานี 10,846 คน คิดเป็น 5.81 คนต่อพันประชากร</p>



<p class="wp-block-paragraph">จังหวัดที่มีสัดส่วนการเกิดน้อยที่สุด คือ ชัยนาท 986 คน คิดเป็นสัดส่วนการเกิด 3.16 คนต่อพันประชากร ตามมาด้วย สมุทรสงคราม 598 คน คิดเป็น 3.23 คนต่อพันประชากร แพร่ 1,373 คน คิดเป็น 3.29 คนต่อพันประชากร ลำปาง 2,450 คน คิดเป็น 3.51 คนต่อพันประชากร และสุโขทัย 2,206 คน คิดเป็น 3.88 คน ต่อพันประชากร</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณารายภาคจะพบว่า ภาคตะวันออกเป็นภาคที่มีสัดส่วนการเกิดต่อประชากรมากที่สุด จำนวน 42,399 คน คิดเป็น 8.49 คนต่อพันประชากร ตามมาด้วยภาคใต้ 77,084 คน คิดเป็น 8.09 คนต่อพันประชากร ภาคตะวันตก 28,261 คน คิดเป็น 8.08 คนต่อพันประชากร ภาคกลาง 126,806 คน คิดเป็น 6.34 คนต่อพันประชากร ภาคเหนือ 35,547 คน คิดเป็น 5.69 คนต่อพันประชากร และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 106,477 คน คิดเป็น 4.94 คนต่อพันประชากร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ปี 2568 มีจำนวนการตายของประชากรรวมทั้งหมด 559,684 คน คิดเป็น 8.50 คนต่อพันประชากร หากแยกเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีสัดส่วนการตายต่อพันประชากรมากที่สุด คือ แพร่ 4,847 คน คิดเป็น 11.61 คนต่อพันประชากร ตามมาด้วยลำปาง 7,861 คน คิดเป็น 11.27 คนต่อพันประชากร นครนายก 2,858 คน คิดเป็น 11.01 คนต่อพันประชากร สิงห์บุรี 2,163 คน คิดเป็น 10.92 คนต่อพันประชากร และอุตรดิตถ์ 4,663 คน คิดเป็น 4,663 คนต่อพันประชากร</p>



<p class="wp-block-paragraph">จังหวัดที่มีสัดส่วนการตายน้อยที่สุด คือ สตูล 1,799 คน คิดเป็น 5.54 คนต่อพันประชากร แม่ฮ่องสอน 1,682 คน คิดเป็น 5.83 คนต่อพันประชากร ตาก 4,284 คน คิดเป็น 6.08 คนต่อพันประชากร ระนอง 1,185 คน คิดเป็น 6.16 คนต่อพันประชากร และนราธิวาส 5,112 คน คิดเป็น 6.17 คนต่อพันประชากร</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคเหนือเป็นภาคที่มีสัดส่วนการตายต่อประชากรมากที่สุด จำนวน 60,748 คน คิดเป็น 9.72 คนต่อพันประชากร ตามมาด้วยภาคกลาง 179,421 คน คิดเป็น 8.97 คนต่อพันประชากร ภาคตะวันออก 42,472 คน คิดเป็น 8.51 คนต่อพันประชากร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 182,175 คน คิดเป็น 8.46 คนต่อพันประชากร ภาคตะวันตก 27,660 คน คิดเป็น 7.91 คนต่อพันประชากร และภาคใต้ 67,208 คน คิดเป็น 7.06 คนต่อพันประชากร</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลการตายและการเกิดมาเปรียบเทียบ พบว่าประเทศไทยมีจำนวนการเกิดของประชากรน้อยกว่าจำนวนการตายของประชากรซึ่งต่างกันมากถึง 143,110 คน หากดูเป็นรายจังหวัดพบว่ามีมากถึง 64 จังหวัดที่มีจำนวนการตายของประชากรมากกว่าการเกิดของประชากร โดยมีเพียง 13 จังหวัดที่มีจำนวนการเกิดของประชากรมากกว่าการตายของประชากร คือ สมุทรสาคร สงขลา ระนอง แม่ฮ่องสอน ชลบุรี ตาก สตูล ระยอง กระบี่ ยะลา ภูเก็ต ปัตตานี และนราธิวาส</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-2 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" data-id="8059" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคเหนือ-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8059" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคเหนือ-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคเหนือ-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคเหนือ-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคเหนือ-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคเหนือ-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคเหนือ-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" data-id="8057" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8057" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" data-id="8054" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคกลาง-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8054" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคกลาง-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคกลาง-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคกลาง-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคกลาง-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคกลาง-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคกลาง-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" data-id="8058" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคใต้-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8058" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคใต้-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคใต้-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคใต้-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคใต้-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคใต้-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคใต้-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" data-id="8056" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออก-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8056" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออก-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออก-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออก-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออก-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออก-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออก-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" data-id="8055" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันตก-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8055" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันตก-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันตก-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันตก-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันตก-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันตก-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันตก-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</figure>



<p class="wp-block-paragraph">หากแยกรายภาคพบว่าภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวนการตายของประชากรมากกว่าการเกิดของประชากร และมีเพียงภาคตะวันตกและภาคใต้ที่มีจำนวนการเกิดของประชากรมากกว่าจำนวนการตายของประชากร</p>



<h3 class="wp-block-heading">สถานการณ์การเกิดและการตายของไทย : แต่ละภาคเป็นอย่างไร มีจังหวัดไหนที่เกิดมากกว่าตายบ้าง </h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคเหนือ-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8059" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคเหนือ-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคเหนือ-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคเหนือ-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคเหนือ-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคเหนือ-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคเหนือ-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ภาคเหนือเป็นภาคที่มีสัดส่วนการเกิดต่อประชากร จำนวน 35,547 คน คิดเป็น 5.69 คนต่อพันประชากร และสัดส่วนการตายต่อประชากร จำนวน 60,748 คน คิดเป็น 9.72 คนต่อพันประชากร หากเทียบจำนวนการเกิดและการตาย พบว่าภาคเหนือมีจำนวนการตายมากกว่าการเกิดของประชากร โดยมี 8 จังหวัดที่มีจำนวนการตายมากกว่าการเกิด ในขณะที่แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดเดียวที่มีจำนวนการเกิดมากกว่าจำนวนการตาย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีสัดส่วนการเกิดต่อประชากรมากที่สุด คือ แม่ฮ่องสอน จำนวน 2,709 คน คิดเป็น 9.38 คนต่อพันประชากร ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนการตายมากที่สุด คือ แพร่ จำนวน 4,847 คน คิดเป็น 11.61 คนต่อพันประชากร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคกลาง-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8054" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคกลาง-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคกลาง-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคกลาง-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคกลาง-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคกลาง-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคกลาง-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ภาคกลางเป็นภาคที่มีสัดส่วนการเกิดต่อประชากร จำนวน 126,806 คน คิดเป็น 6.34 คนต่อพันประชากร และสัดส่วนการตายต่อประชากร จำนวน 179,421 คน คิดเป็น 8.97 คนต่อพันประชากร หากเทียบจำนวนการเกิดและการตาย พบว่าภาคกลางมีจำนวนการตายมากกว่าการเกิดของประชากร โดยมี 21 จังหวัดที่มีจำนวนการตายมากกว่าจำนวนการเกิด ในขณะที่สมุทรสาครเป็นจังหวัดเดียวที่มีจำนวนการเกิดมากกว่าการตาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีสัดส่วนการเกิดต่อประชากรมากที่สุด คือ สมุทรสาคร จำนวน 5,270 คน คิดเป็น 8.97 คนต่อพันประชากร ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนการตายมากที่สุด คือ นครนายก จำนวน 2,858 คน คิดเป็น 11.01 คนต่อพันประชากร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8057" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคที่มีสัดส่วนการเกิดต่อประชากร จำนวน 106,477 คน คิดเป็น 4.94 คนต่อพันประชากร และสัดส่วนการตายต่อประชากร จำนวน 182,175 คน คิดเป็น 8.46 คนต่อพันประชากร หากเทียบจำนวนการเกิดและการตาย พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนการตายมากกว่าการเกิดของประชากร โดยมี 20 จังหวัดที่มีจำนวนการตายมากกว่าจำนวนการเกิด และไม่มีจังหวัดที่มีจำนวนการเกิดมากกว่าการตาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีสัดส่วนการเกิดต่อประชากรมากที่สุด คือ มุกดาหาร จำนวน 2,048 คน คิดเป็น 5.86 คนต่อพันประชากร ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนการตายมากที่สุด คือ ชัยภูมิ จำนวน 10,347 คน คิดเป็น 9.40 คนต่อพันประชากร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันตก-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8055" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันตก-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันตก-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันตก-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันตก-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันตก-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันตก-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ภาคตะวันตกเป็นภาคที่มีสัดส่วนการเกิดต่อประชากร จำนวน 28,261 คน คิดเป็น 8.08 คนต่อพันประชากร และสัดส่วนการตายต่อประชากร จำนวน 27,660 คน คิดเป็น 7.91 คนต่อพันประชากร หากเทียบจำนวนการเกิดและการตาย พบว่าภาคตะวันตกมีจำนวนการเกิดมากกว่าการตายของประชากร โดยมี ตาก เป็นจังหวัดเดียวที่มีจำนวนการเกิดมากกว่าจำนวนการตาย ในขณะที่มี 4 จังหวัดที่มีจำนวนการตายมากกว่าการเกิด</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีสัดส่วนการเกิดต่อประชากรมากที่สุด คือ ตาก จำนวน 11,283 คน คิดเป็น 16.02 คนต่อพันประชากร ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนการตายมากที่สุด คือ ราชบุรี จำนวน 7,669 คน คิดเป็น 8.90 คนต่อพันประชากร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออก-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8056" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออก-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออก-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออก-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออก-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออก-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคตะวันออก-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ภาคตะวันออกเป็นภาคที่มีสัดส่วนการเกิดต่อประชากร จำนวน 42,399 คน คิดเป็น 8.49 คนต่อพันประชากร และสัดส่วนการตายต่อประชากร จำนวน 42,472 คน คิดเป็น 8.51 คนต่อพันประชากร หากเทียบจำนวนการเกิดและการตาย พบว่าภาคตะวันออกมีจำนวนการตายมากกว่าการเกิดของประชากร โดยมี 5 จังหวัดที่มีจำนวนการตายมากกว่าจำนวนการเกิด ในขณะที่มี 2 จังหวัดที่มีจำนวนการตายมากกว่าการเกิด ได้แก่ ชลบุรี และระยอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีสัดส่วนการเกิดต่อประชากรมากที่สุด คือ ชลบุรี จำนวน 18,061 คน คิดเป็น 10.97 คนต่อพันประชากร ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนการตายมากที่สุด คือ จันทบุรี จำนวน 5,053 คน คิดเป็น 9.43 คนต่อพันประชากร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคใต้-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8058" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคใต้-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคใต้-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคใต้-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคใต้-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคใต้-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/4-Birth-Death-ภาคใต้-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ภาคใต้เป็นภาคที่มีสัดส่วนการเกิดต่อประชากร จำนวน 77,084 คน คิดเป็น 8.09 คนต่อพันประชากร และสัดส่วนการตายต่อประชากร จำนวน 67,208 คน คิดเป็น 7.06 คนต่อพันประชากร หากเทียบจำนวนการเกิดและการตาย พบว่าภาคใต้มีจำนวนการเกิดมากกว่าการตายของประชากร โดยมี 8 จังหวัดที่มีจำนวนการเกิดมากกว่าจำนวนการตาย ในขณะที่มี 6 จังหวัดที่มีจำนวนการตายมากกว่าการเกิด</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่าจังหวัดที่มีสัดส่วนการเกิดต่อประชากรมากที่สุด คือ แม่ฮ่องสอน จำนวน 2,709 คน คิดเป็น 9.38 คนต่อพันประชากร ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนการตายมากที่สุด คือ แพร่ จำนวน 4,847 คน คิดเป็น 11.61 คนต่อพันประชากร</p>



<h3 class="wp-block-heading">คนทำงานต้องรับผิดชอบดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/5-AGED-Society-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-8060" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/5-AGED-Society-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/5-AGED-Society-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/5-AGED-Society-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/5-AGED-Society-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/5-AGED-Society-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/08/5-AGED-Society-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำจำนวนผู้สูงอายุและจำนวนประชากรวัยทำงานมาคำนวณอัตราพึ่งพิงวัยสูงอายุ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดภาระการดูแลผุ้สูงอายุของคนวัยทำงานอายุ 15 &#8211; 59 ปี ว่าคนวัยทำงาน 100 คนจะต้องดูแลผู้สูงอายุกี่คน พบว่าในปี 2568 ประเทศไทยมีอัตราพึ่งพิงสูงอายุอยู่ที่ 34.09 เท่ากับว่าคนวัยทำงาน 100 คนจะต้องดูแลผู้สูงอายุ 34.09 คน เมื่อเทียบกับอัตราพึ่งพิงสูงอายุจาก<a href="https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2025/20241003145311_94190.pdf">รายงานการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 ของสำนักสถิติแห่งชาติ</a>ที่มีการทำข้อมูลอัตราพึ่งพิงวัยสูงอายุ ปีพ.ศ. 2537 &#8211; 2567 จะเห็นได้ว่าอัตราพึ่งพิงวัยสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยในปี 2537 คนวัยทำงาน 100 คนจะต้องดูแลผู้สูงอายุเฉลี่ย 10.7 คน แต่ในปี 2568 ตัวเลขผู้สูงอายุที่คนวัยทำงานต้องดูแลเพิ่มขึ้นเป็น 34.09 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด จังหวัดที่มีอัตราพึ่งพิงวัยสูงอายุมากที่สุดคือ ลำปาง โดยมีอัตราพึ่งพิงวัยสูงอายุสูงถึง 51.61 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน แพร่ 50.22 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน ลำพูน 49.98 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน สิงห์บุรี 49.47 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน และพะเยา 47.66 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่จังหวัดที่มีอัตราพึ่งพิงวัยสูงอายุน้อยที่สุดคือ นราธิวาส 21.89 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน ปัตตานี 22.36 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน ภูเก็ต 22.44 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน ยะลา 23.27 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน และกระบี่ 24.03 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากดูเป็นรายภาค พบว่าภาคเหนือเป็นภาคที่มีอัตราพึ่งพิงวัยสูงอายุมากที่สุด คิดเป็นผู้สูงอายุ 42.92 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน ตามมาด้วยภาคกลาง 37.44 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน ภาคตะวันตก 33.10 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 32.16 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน ภาคตะวันออก 29.24 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน และภาคใต้ 29.02 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา</p>



<p class="wp-block-paragraph">รายงานการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 ของสำนักสถิติแห่งชาติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สถิติการเกิดและการตาย ปี 2568 ระบบสถิติทางการทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">สถิติจำนวนประชากรแยกรายอายุ ปี 2568 ระบบสถิติทางการทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-thailand-ageing-society">https://rocketmedialab.co/database-thailand-ageing-society</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/thailand-ageing-society/">สำรวจสังคมผู้สูงอายุไทย : 6 จังหวัดเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด และ 64 จังหวัดที่ตายมากกว่าเกิด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงเทพฯ เมืองสังคมผู้สูงอายุ [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-bangkok-ageing-city/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2026 09:59:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7862</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3612;&#3641 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bangkok-ageing-city/">กรุงเทพฯ เมืองสังคมผู้สูงอายุ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลผู้สูงอายุในพื้นที่กรุงเทพมหานครแบบรายเขต ปี 2568 จากระบบสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร (รายเดือน) ปี 2568 สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTUvpGbNUy1tF6xvh3zZYLZ4dETdCrJSb4WZ2d0BjPBeBdrELGyDta0K4GstLZz9nL_Sx7zYMNWjlJ0/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1lLUk-wo-ljrvujbsfkiBcwG0fDWP9b8ZcVUlOb4u4Rg/edit?gid=0#gid=0">ดาวน์โหลดข้อมูลที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/bangkok-ageing-city/">กรุงเทพฯ เมืองสังคมผู้สูงอายุ : 36 เขตมีคนตายมากกว่าคนเกิด 18 เขตเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bangkok-ageing-city/">กรุงเทพฯ เมืองสังคมผู้สูงอายุ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงเทพฯ เมืองสังคมผู้สูงอายุ : 36 เขตมีคนตายมากกว่าคนเกิด 18 เขตเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bangkok-ageing-city/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2026 09:32:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7826</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3626;&#3633;&#3591;&#3588;&#3617;&#3612;&#3641;&#3657 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bangkok-ageing-city/">กรุงเทพฯ เมืองสังคมผู้สูงอายุ : 36 เขตมีคนตายมากกว่าคนเกิด 18 เขตเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">สังคมผู้สูงวัยกำลังเป็นปัญหาที่ท้าทายทั่วโลก ประเทศไทยเอง ในปี พ.ศ. 2567 มีผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 14,027,411 คน คิดเป็น 20% ของประชากรทั้งประเทศ ทำให้ไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) เนื่องจากมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากกว่า 20% ของประชากร</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกันกับกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่มีจำนวนผู้สูงอายุ 1,335,665 คน มากที่สุดในประเทศไทย ที่ประเด็นผู้สูงอายุกลายเป็นโจทย์ใหม่ที่ท้าทายสำหรับการบริหารจัดการเมืองแห่งนี้ ทั้งในแง่งบประมาณ การบริการขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะการบริการสาธารณสุข รวมไปถึงการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวนในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุทั้งในปัจจุบันและอนาคต</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนสำรวจข้อมูลผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร ทั้งในแง่การกระจายตัว แนวโน้ม ไปจนถึงงบประมาณที่เมืองแห่งนี้ใช้ไปกับผู้สูงอายุว่ามีอะไร ทำอะไรไปแล้วบ้าง&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">กทม. เข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว โดยมี 18 เขตที่เป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-elderly-society-map-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7836" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-elderly-society-map-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-elderly-society-map-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-elderly-society-map-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-elderly-society-map-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-elderly-society-map-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-bkk-elderly-society-map-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">องค์กรสหประชาชาติ (UN) แยกระดับสังคมผู้สูงอายุออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สังคมสูงวัย (Aged Society) หมายถึง สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด (หรือมีประชากรอายุ65ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 7)</li>



<li>สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) หมายถึง สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด (หรือมีประชากรอายุ65ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 14)</li>



<li>สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) หมายถึง สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด (หรือประชากรอายุ65ปีขึ้นมากกว่าร้อยละ 20)</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลประชากรของกรุงเทพมหานครรวม 5,422,568 คน พบกลุ่มเด็กอายุ 0-15 ปี จำนวน 730,656 คน หรือ 13.47% ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมีจำนวนถึง 1,335,665 คน คิดเป็น 24.63% จากข้อมูลจะเห็นว่าสถานะของกรุงเทพมหานครว่าเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว เมื่อพิจารณารายเขตจาก 50 เขต พบความแตกต่างของระดับสังคมผู้สูงอายุ เขตพื้นที่ชั้นในและเขตเก่าแก่มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงมากจนอยู่ในระดับสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดจำนวน 18 เขต นำโดยเขตสัมพันธวงศ์ที่มีผู้สูงอายุมากถึง 39.06% โดบพบว่าสัมพันธวงศ์มีประชากร 18,329 คน เป็น อายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 7,159 คน รองลงมาคือเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 36.62% ผู้สูงอายุจาก 13,147 คน ใน 35,900คน และเขตพระนคร 35.33% มีผู้สูงอายุ จาก 13,571 คน ในประชากร จำนวน 38,408 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่น่าสนใจคือเขตสัมพันธวงศ์ ซึ่งเป็นเขตที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรมากที่สุดคือ 39.06% ซึ่งตัวเลขนี้เกือบจะแตะ 2 ใน 5 ของประชากรทั้งหมดในเขต และเมื่อดูจำนวนเด็กอายุ 0-15 ปี กลับมีเพียง 1,483 คน หรือคิดเป็นแค่ 8.09% เท่านั้น หมายความว่ากลุ่มวัยเด็กในพื้นที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับกลุ่มผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้เขตส่วนใหญ่จำนวน 27 เขตอยู่ในระดับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ได้แก่ คลองเตย คันนายาว จตุจักร จอมทอง ดอนเมือง ทุ่งครุ บางกะปิ บางเขน บางแค บางนา บางบอน บึงกุ่ม พญาไท พระโขนง ภาษีเจริญ มีนบุรี ราชเทวี ราษฎร์บูรณะ ลาดพร้าว วังทองหลาง วัฒนา สวนหลวง สะพานสูง สายไหม หนองแขม หลักสี่ และห้วยขวาง ส่วนเขตที่เพิ่งเข้าสู่ระดับสังคมผู้สูงอายุหรือมีสัดส่วนผู้สูงอายุต่ำกว่า 10% มีเพียง 5 เขต ได้แก่ เขตหนองจอก เขตคลองสามวา เขตลาดกระบัง เขตประเวศ และเขตบางขุนเทียน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรและการย้ายถิ่นฐานเขตเมือง กล่าวคือ ประชากรวัยทำงานและครอบครัวเกิดใหม่ มักขยับขยายไปอาศัยยังพื้นที่ชายเมืองฝั่งตะวันออก และฝั่งธนบุรีใต้ ซึ่งมีการพัฒนาโครงสร้างอสังหาริมทรัพย์ใหม่ ประกอบกับมีพื้นที่ รวมถึงราคาที่อยู่อาศัยที่เข้าถึงได้ ส่วนพื้นที่เศรษฐกิจเดิมและพื้นที่เขตเมืองนั้น มักเป็นที่พักอาศัยหลักของประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุที่เกิดขึ้น เห็นได้จากทิศทางนโยบายการรับมือของกรุงเพมหานครที่ผ่านมา โดยพบว่ามีการเตรียมการรับมือผ่านนโยบายเส้นเลือดฝอย ด้วยการชูแนวทางการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเพื่อให้ประชากรกลุ่มนี้ใช้ชีวิตในถิ่นฐานเดิมได้อย่างปลอดภัย ทั้งการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานกายภาพ เช่น <a href="https://bmc.go.th/%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A1-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89/">การปรับปรุงทางเท้าให้เรียบ</a> การทำทางลาด และยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขให้เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิที่ตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุเชิงรุก รวมถึง<a href="https://webportal.bangkok.go.th/msdbangkok/page/sub/22924/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99_Bangkok-PORTAL.pdf/19/info/369359/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99_Bangkok-PORTAL.pdf">ส่งเสริมการตั้งชมรมผู้สูงอายุตามชุมชนต่างๆ</a> เพื่อกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางสังคมและป้องกันภาวะติดบ้านติดเตียงในระยะยาว</p>



<h3 class="wp-block-heading">กรุงเทพฯ มี 36 เขตที่มีคนตายมากกว่าคนเกิด เขตสัมพันธ์วงศ์ เกิด 0 ตาย 50</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-bkk-births-deaths-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7837" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-bkk-births-deaths-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-bkk-births-deaths-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-bkk-births-deaths-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-bkk-births-deaths-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-bkk-births-deaths-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-bkk-births-deaths-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากดูข้อมูลอัตราการเกิดและการตายในปี 2568 จะเห็นแนวโน้มประชากรที่ลดลง กล่าวคือกรุงเทพมหานครมีจำนวนการเกิดเพียง 45,685 คนเท่านั้น แต่มีจำนวนการตาย 48,869 คน นั่นหมายความว่ามีส่วนต่างถึง 3,184 คน และเมื่อแยกตามเขตจะพบว่า 36 เขตมีจำนวนคนตายมากกว่าคนเกิด</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตที่มีส่วนต่างคนตายมากกว่าคนเกิดสูงที่สุดคือเขตหลักสี่ ซึ่งมีคนเกิด 383 คน มีคนตาย 1,776 คน นั่นหมายความว่าคนตายมากกว่าคนเกิด 1,393 คน รองลงมาคือเขตคลองสามวาและเขตบางแค และในทางตรงข้าม เขตที่ยังมีคนเกิดมากกว่าคนตายมีเพียง 14 เขต โดยเขตปทุมวันมีคนเกิด 3,757 คน ตาย 2,068 คน เขตวัฒนามีคนเกิด 2,025 คน ตาย 629 คน และเขตคันนายาวมีคนเกิด 3,549 คน ตาย 2,158 คน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตสัมพันธวงศ์เป็นอีกพื้นที่ที่น่าสนใจมาก เมื่อเทียบกับประชากรทั้งหมด 18,329 คน พบว่าไม่มีจำนวนคนเกิดเลย (0 คน) แต่มีคนตาย 50 คน ซึ่งจะเห็นว่าพื้นที่เศรษฐกิจดั้งเดิมและเขตเมืองเก่ากลายเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุเกือบทั้งหมด ขณะที่ครอบครัวใหม่และคนวัยทำงานส่วนใหญ่ เลือกที่ย้ายออกไปตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ชานเมือง และเขตที่เหมาะสมในการตั้งครอบครัว ส่งผลให้อัตราการเกิดในพื้นที่กลางเมืองบางแห่ง มีสัดส่วนการเกิดน้อยมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้เป็นไปได้ว่า จำนวนเด็กเกิดใหม่รายเขตอาจจะขึ้นอยู่กับจำนวนสถานพยาบาลในเขตนั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจำนวนสถานพยาบาลรายเขตก็มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน เขตสัมพันธวงศ์อยู่ในลำดับที่ 47 จาก 50 เขต หรือน้อยเป็นอันดับที่ 3 รองจากบางกอกใหญ่และสาทร โดยเขตสัมพันธวงศ์มีสถานพยาบาลทั้งหมด 2 แห่ง ซึ่งทั้งคู่เป็นโรงพยาบาลเอกชน ส่วนเขตราชเทวี มีจำนวนสถานพยาบาลรวม 13 แห่ง โดยมีโรงพยาบาลรัฐ 10 แห่ง เอกชน 2 แห่ง และศูนย์บริการสาธารณสุข 1 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาประชากรที่มีอายุ 0-18 ปี ในปี 2568 รายเขต ก็ยังพบว่าเขตสัมพันธวงศ์อยู่อันดับที่ 50 จัดว่าน้อยที่สุด เพียง 1,904 คน ดังนั้น แม้ว่าจำนวนเด็กเกิดใหม่อาจจะสัมพันธ์กับจำนวนโรงพยาบาลในเขตนั้น แต่เมื่อพิจารณาจำนวนเด็กและเยาวชนในเขตก็ยังพบว่าน้อยที่สุดและมีสัดส่วนที่น้อยกว่าผู้สูงอายุอยู่ดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งสอดคล้องกับรายงานข่าวล่าสุดที่ระบุว่าสถิติเด็กเกิดใหม่ปี 2568<a href="https://www.youtube.com/watch?v=FkLsVsD2fJk"> ต่ำสุดในรอบ 75 ปี</a> และประเทศไทยกำลังเผชิญสถานการณ์คนเสียชีวิตมากกว่าคนเกิดใหม่ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 แล้ว จากโครงสร้างประชากรไทยเปลี่ยนไปนี้ ทั้งจากจำนวนประชากรที่เริ่มลดลง และการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมสูงวัยขั้นสุดยอด จะส่งกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทยใน<a href="https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/Pages/Demographic-CIS3495-FB-21-05-2024.aspx"> 3 ด้านหลัก</a> ทั้งปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่รุนแรงขึ้น แนวโน้มการบริโภคภายในประเทศที่ลดลงเนื่องจากกำลังซื้อหดตัว และภาระทางการคลังที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากงบประมาณด้านสวัสดิการและสาธารณสุขเพื่อดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทั้งระดับท้องถิ่นอย่าง กทม. และระดับรัฐบาลต้องเร่งหาทางรับมืออย่างเป็นระบบ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-elderly-dependency-ratio-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7838" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-elderly-dependency-ratio-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-elderly-dependency-ratio-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-elderly-dependency-ratio-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-elderly-dependency-ratio-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-elderly-dependency-ratio-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-bkk-elderly-dependency-ratio-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">สังคมผู้สูงอายุทำให้วัยทำงานกลายเป็นเดอะแบก</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากพบประชากรมีอัตราการเกิดน้อยกว่าอัตราการตายแล้วนั้น การเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุยังส่งผลโดยตรงต่อวัยทำงานที่ต้องรับภาระดูแล ซึ่งพบว่าอัตราส่วนพึ่งพิงวัยสูงอายุของกรุงเทพมหานครเฉลี่ยอยู่ที่ 39.80 หมายความว่าคนวัยทำงาน 100 คน ต้องรับผิดชอบดูแลผู้สูงอายุเกือบ 40 คน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาระนี้หนักที่สุดในเขตสัมพันธวงศ์ ซึ่งคนวัยทำงาน 100 คนต้องดูแลผู้สูงอายุถึง 73.90 คน ซึ่งมากที่สุดในทุกเขต ตามด้วยเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 71.71 คน และเขตพระนคร 65.01 คน ส่วนเขตที่มีภาระพึ่งพิงน้อยที่สุดคือเขตหนองจอก อยู่ที่ 24.29 คน เขตคลองสามวา 25.84 คน และเขตลาดกระบัง 27.37 คน ซึ่งเขตน้อย จะมีตัวตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 24-27 คนต่อคนวัยทำงาน 100 คน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตเมืองชั้นใน คนวัยทำงานจึงต้องรับภาระหนักขึ้นทั้งเรื่องเงินและเวลาในการดูแล นอกจากนี้จำนวนคนวัยทำงานที่ลดลงยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม เมื่อครอบครัวต้องแบกรับภาระดูแลคนแก่มากขึ้น เงินที่หามาได้จึงถูกนำไปจ่ายเป็นค่าดูแลสุขภาพและค่าใช้จ่ายรายวันของผู้สูงวัย แทนที่จะสามารถนำเงินเหล่านั้นไปลงทุนหรือต่อยอดสร้างรายได้ทางอื่น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ ข้อมูลจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประเมินว่าเมื่อประชากรเข้าสู่วัยสูงอายุ รายได้จะลดลงอย่างรวดเร็ว แต่มูลค่าการบริโภค (โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ) กลับเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดช่องว่างทางการเงินที่<a href="https://www.nesdc.go.th/wordpress/wp-content/uploads/2025/04/article_20201103152654.pdf">ต้องพึ่งพาเงินออมหรือเงินโอนจากครอบครัวและรัฐบาล</a> และยังพบอีกว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า ผู้สูงอายุกว่า <a href="https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-15">91.4%</a> จะยังคงต้องดิ้นรนทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพต่อไปแม้จะเข้าสู่วัยเกษียณแล้วก็ตาม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ในปี 2567 ผู้สูงอายุในกรุงเทพฯ ไม่มีงานทำสูงถึง 1,034,237 คน หรือคิดเป็น 71% ของจำนวนประชากรผู้สูงอายุ แม้จพมีสัดส่วนที่สูง แต่ในจำนวนนี้อาจจะเป็นผู้สูงอายุที่เกษียณแล้วและมีรายได้จากเงินเก็บ เงินบำนาญ หรือมีบุตรเลี้ยงดูอยู่แล้วก็ได้ ในขณะที่ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอถึงนั้น มีจำนวน 210,807 หรือคิดเป็น 14.47% ของจำนวนประชากรผู้สูงอายุ และมีผู้สูงอายุที่ไม่มีเงินออม 594,018 คน คิดเป็น 40.78%</p>



<h3 class="wp-block-heading">งบประมาณของ กทม. ที่ใช้ไปกับผู้สูงอายุ ใช้ทำอะไรบ้าง&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-bkk-elderly-budget-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7840" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-bkk-elderly-budget-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-bkk-elderly-budget-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-bkk-elderly-budget-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-bkk-elderly-budget-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-bkk-elderly-budget-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-bkk-elderly-budget-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสำรวจงบประมาณที่กรุงเทพมหานครจัดสรรเพื่อรองรับสถานการณ์ผู้สูงอายุ ระหว่างปี 2566 ถึง 2569 โดยไม่รวมค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสิ้น 575,931,914 บาท การเบิกจ่ายงบประมาณสูงสุดเกิดขึ้นในปี 2566 จำนวนกว่า 351,836,400 บาท ก่อนจะลดลงตามลำดับในปีถัดมา คือ ปี 2567 จำนวน 152,342,400 บาท ปี 2568 จำนวน 30,597,100 บาท และปี 2569 อีก 41,156,014 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูรายละเอียดประเภทโครงการ กทม. เน้นลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลสุขภาพ สัดส่วน 46.36% หรือ 267 ล้านบาท โดยใช้ไปกับการก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้และดูแลผู้ป่วยสูงอายุแบบบูรณาการ โดยมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชรับผิดชอบโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ด้วยงบประมาณหลายช่วง รวมมูลค่าสูงถึง 267 ล้านบาท (เช่น ก้อนแรก 24,130,400 บาท และก้อนใหญ่ 242,869,600 บาท)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาสัดส่วน 35.25% หรือประมาณ 203 ล้านบาท ใช้สำหรับสร้างบ้านพักและศูนย์บริการผู้สูงอายุ โครงการหลักในส่วนนี้คืองานของสำนักการโยธาที่รับผิดชอบการก่อสร้างบ้านพักผู้สูงอายุบึงสะแกงาม ซึ่งแบ่งเป็นระยะที่ 1 ด้วยงบประมาณ 82,000,000 บาท และระยะที่ 2 อีก 113,100,000 บาท รวมไปถึงงบที่สำนักพัฒนาสังคมตั้งไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการบ้านพักผู้สูงอายุบึงสะแกงาม 5,729,414 บาท ค่าใช้สอยและค่าอาหารผู้สูงอายุ รวมถึงค่าซ่อมแซมและจ้างเหมาดูแลระบบสระธาราบำบัดรวมกว่า 2 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนงบประมาณที่เหลือกระจายไปตามการจัดสวัสดิการสังคม การส่งเสริมศักยภาพ การจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก การพัฒนาผู้ดูแล และการบริการด้านสุขภาพอื่นๆ เช่น งบประมาณสวัสดิการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง สัดส่วน 11.39% คิดเป็นเงิน 65,579,000 บาท ซึ่งกระจายไปยังสำนักงานเขตต่างๆ เช่น สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ใช้จ่าย 1,000,000 บาท สำนักงานเขตดอนเมือง 400,000 บาท และสำนักงานเขตมีนบุรี 880,000 บาท เป็นต้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น งบประมาณ 13,366,900 บาท (2.32%) เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ ตัวอย่างเช่น สำนักงานเขตจตุจักรจัดสรรงบ 2,261,200 บาท สำหรับสัมมนาและศึกษาดูงานพัฒนาคุณภาพชีวิต สำนักงานเขตดอนเมืองจัดสรร 1,402,000 บาท สำนักงานเขตดินแดงตั้งงบศึกษาดูงานด้านธรรมะ 336,000 บาท และมีงบของสำนักอนามัย 262,600 บาท เพื่อโครงการชมรมผู้สูงอายุ Active Aging รวมถึงมีการจัดสรรงบ 8,988,000 บาท (1.56%) ผ่านสำนักการจราจรและขนส่ง เพื่อเป็นเงินอุดหนุนโครงการรถบริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด อีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผลจากการลงทุนก่อสร้างบ้านพักและศูนย์บริการผู้สูงอายุ นำมาสู่การพัฒนาสถานดูแลผู้สูงอายุแห่งใหม่ โครงการล่าสุดที่เตรียมเปิดให้บริการคือ บ้านพักผู้สูงอายุบึงสะแกงาม เขตคลองสามวา บนเนื้อที่กว่า 32 ไร่ กรุงเทพมหานครออกแบบพื้นที่แห่งนี้โดยใช้แนวคิดธรรมชาติบำบัด แบ่งสัดส่วนเป็นพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ฝึกอาชีพ พื้นที่กายภาพบำบัด และพื้นที่พักอาศัย โครงการนี้รองรับผู้สูงอายุได้ประมาณ 150 คน ซึ่งปัจจุบันมีการเปิดให้บริการบ้านพักผู้สูงอายุบึงสะแกงามระยะแรกในรูปแบบบริการแบบ<a href="https://www.youtube.com/watch?v=od4-Splhn00">ไปเช้าเย็นกลับ (Day Service)</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลการจัดสรรงบประมาณแสดงให้เห็นความต่อเนื่องของการพัฒนาโครงการ กรุงเทพมหานครโดยสำนักการโยธาเริ่มลงทุนก่อสร้างระยะแรกในปีงบประมาณ 2566 ด้วยวงเงิน 82,000,000 บาท จากนั้นสานต่อการก่อสร้างระยะที่ 2 ในปีงบประมาณ 2567 ด้วยวงเงิน 113,100,000 บาท และเพื่อรองรับการดำเนินงานในอนาคต สำนักพัฒนาสังคมได้เตรียมงบประมาณรายจ่ายอื่นในปี 2569 จำนวน 5,729,414 บาท สำหรับใช้เป็นค่าบริหารจัดการบ้านพักผู้สูงอายุบึงสะแกงาม</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://rocketmedialab.co/database-bangkok-ageing-city">ดูข้อมูลได้ที่ https://rocketmedialab.co/database-bangkok-ageing-city</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bangkok-ageing-city/">กรุงเทพฯ เมืองสังคมผู้สูงอายุ : 36 เขตมีคนตายมากกว่าคนเกิด 18 เขตเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bangkok Index 2025 : อันดับความน่าอยู่ของ 50 เขตในกรุงเทพฯ</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bangkok-index-2025-living-ranking/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 06:04:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7671</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3626;&#3635;&#3619;&#3623;&#3592;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bangkok-index-2025-living-ranking/">Bangkok Index 2025 : อันดับความน่าอยู่ของ 50 เขตในกรุงเทพฯ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab สำรวจเขตต่างๆ ในกรุงเทพฯ ว่าน่าอยู่แค่ไหน ผ่านข้อมูลหลายด้านว่าเขตไหนอยู่อันดับที่เท่าไร ในการจัดอันดับ Bangkok Index 2025</p>



<p class="wp-block-paragraph"><br>ย้อนไปการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปี 2565 Rocket Media Lab จัดทำ Bangkok Index แพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลประเด็นปัญหาต่างๆ ในกรุงเทพฯ จากทั้ง 50 เขตมาจัดอันดับ พร้อมบทวิเคราะห์แต่ละประเด็น เพื่อให้เห็นถึงปัญหา ที่มา และแนวทางที่จะนำไปสู่การแก้ไข โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและรวบรวมฐานข้อมูลในประเด็นปัญหาที่สำคัญของกรุงเทพฯ เพื่อนำไปใช้ในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร จากนั้นทีมงานก็อัปเดตดัชนีต่อมาทุกปี</p>



<p class="wp-block-paragraph"><br>ในปีนี้ ซึ่งมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งใหม่ Rocket Media Lab จึงขอนำเสนอการจัดอันดับความน่าอยู่ของ 50 เขตในกรุงเทพฯ “Bangkok Index 2025” เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการออกแบบและพัฒนานโยบายในแต่ละพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร<br>ข้อมูลทั้งหมดใน Bangkok Index แบ่งออกเป็นสี่ด้าน แต่ละด้านแยกออกไปอีกด้านละสี่หัวข้อ ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ด้านบริการสาธารณะ ประกอบด้วย สาธารณสุข ขนส่งสาธารณะ การศึกษา และคุณภาพชีวิต</li>



<li>ด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วย งบประมาณรายเขต รายได้จากการจัดเก็บภาษี การจดทะเบียนธุรกิจ และสถานประกอบการอาหาร</li>



<li>ด้านสวัสดิภาพ ประกอบด้วย อัคคีภัย อุทกภัย จุดเสี่ยงอาชญากรรม และอุบัติเหตุบนท้องถนน</li>



<li>ด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ขยะ น้ำเสีย อากาศ และสวนสาธารณะ</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ละหัวข้อจะจัดอันดับทั้ง 50 เขตจากคะแนนน้อยที่สุดถึงมากที่สุด และให้คะแนนตามลำดับตั้งแต่ 1-50 คะแนน โดยเขตที่มีลำดับเท่ากันจะได้คะแนนเท่ากัน เช่น เขต ก. มีจำนวนขยะต่อจำนวนประชากรน้อยที่สุด ก็จะได้ 50 คะแนน จากนั้นคำนวณคะแนนเฉลี่ยรายหัวข้อ รายด้าน และคะแนนเฉลี่ยรวมทั้งสี่ด้าน เพื่อจัดอันดับความน่าอยู่ทั้ง 50 เขต ว่าเขตไหนในกรุงเทพฯ น่าอยู่มากที่สุด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/12-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7674" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/12-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/12-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/12-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/12-1-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/12-1-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/12-1-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากการจัดอันดับความน่าอยู่ใน Bangkok Index 2025 พบว่า เขตปทุมวันเป็นเขตที่มีคะแนนความน่าอยู่มากที่สุด โดยได้คะแนนเฉลี่ย 32.04 จาก 50 คะแนน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขตปทุมวันขยับจากอันดับสามขึ้นมาเป็นอันดับ 1 คือคะแนนด้านเศรษฐกิจและบริการสาธารณะที่สูงที่สุดในกรุงเทพฯ ส่วนหมวดสวัสดิภาพนั้นอยู่ในอันดับที่ 15 เขตปทุมวันได้คะแนนน้อยที่สุดจากหมวดสิ่งแวดล้อม โดยเป็นอันดับที่ 47 แม้จะมีสวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวเป็นอันดับหนึ่งก็ตาม แต่เนื่องจากเป็นเขตที่มีปริมาณขยะมากที่สุดในกรุงเทพฯ มีน้ำเสียมากที่สุด และมีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับกลางๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับ 2 คือ เขตพระนคร คะแนน 29.17 แชมป์เก่าจากการจัดอันดับครั้งที่แล้ว สิ่งที่ทำให้เขตพระนครหล่นจากอันดับหนึ่งแม้ว่าอันดับด้านบริการสาธารณะกับด้านเศรษฐกิจจะขยับสูงขึ้นก็ตาม แต่ด้านสวัสดิภาพกลับตกลงอย่างมาก จากอันดับ 4 ในการจัดอันดับครั้งที่ผ่านมาตกลงมาสู่อันดับที่ 24 ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากคะแนนด้านจุดเสี่ยงอาชญากรรมที่เคยอยู่อันดับที่ 35 แล้วหล่นมาอยู่อันดับที่ 46</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับ 3 คือ เขตบางกอกน้อย ได้ 28.42 คะแนน ขยับขึ้นมาจากอันดับ 13 ในครั้งก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญจากคะแนนด้านเศรษฐกิจที่ขยับจากอันดับ 15 มาอยู่อันดับ 9 ด้านสวัสดิภาพจากอันดับ 27 มาอยู่อันดับ 4 และด้านสิ่งแวดล้อมจากอันดับ 26 มาเป็นอันดับ 4</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับอันดับถัดมา อันดับ 4 คือ เขตสัมพันธวงศ์ 27.96 คะแนน และอันดับ 5 คือ เขตบางรัก 27.89 คะแนน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ เขตดินแดง ได้ 17.35 คะแนน จาก 50 คะแนน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในการจัดอันดับปีที่แล้ว เขตดินแดงอยู่อันดับ 32 แต่ตกลงมาอยู่อันดับ 50 ในครั้งนี้ เนื่องจากคะแนนด้านสวัสดิภาพลดลงจากอันดับ 26 มาอยู่ที่อันดับ 46 และคะแนนด้านบริการสาธารณะลดลงจากอันดับ 18 มาอยู่ที่อันดับ 31 รองลงมาคือเขตวังทองหลาง ได้ 17.38 คะแนน ตามมาด้วยเขตบางเขน 17.80 คะแนน เขตลาดพร้าว 17.81 คะแนน และเขตบึงกุ่ม 18.13 คะแนน ตามลำดับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านบริการสาธารณะ เขตปทุมวันมีคะแนนสูงที่สุด รักษาอันดับ 1 จากปีที่แล้วไว้ได้ รองลงมาคือเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายและเขตราชเทวี ส่วนเขตที่มีคะแนนต่ำที่สุด คือ เขตบางเขน เขตบางขุนเทียน และเขตบางบอน ตามลำดับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านเศรษฐกิจ เขตปทุมวันมีคะแนนสูงที่สุดเช่นกัน รองลงมาคือเขตบางรักและเขตสัมพันธวงศ์ ส่วนเขตที่มีคะแนนต่ำที่สุด คือ เขตสายไหม รองลงมาคือเขตจอมทองและเขตบางแค</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านสวัสดิภาพ เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายมีคะแนนสูงที่สุด รองลงมาคือเขตคันนายาวและเขตทวีวัฒนา ส่วนเขตที่มีคะแนนต่ำที่สุด คือ เขตจตุจักร เขตวังทองหลาง และเขตลาดพร้าว ตามลำดับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านสิ่งแวดล้อม เขตทวีวัฒนามีคะแนนสูงที่สุด รองลงมาคือเขตจอมทองและเขตสะพานสูง ส่วนเขตที่มีคะแนนต่ำที่สุด คือ เขตคลองเตย รองลงมาคือเขตสวนหลวงและเขตบางรัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ Bangkok Index 2025 ยังพบว่า มี 24 เขตที่อันดับขยับสูงขึ้นจากการจัดอันดับครั้งก่อน ได้แก่ ภาษีเจริญ ธนบุรี หนองจอก คันนายาว บางซื่อ หนองแขม ราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ คลองสามวา จอมทอง บางกอกน้อย ยานนาวา ทวีวัฒนา บางแค วัฒนา สายไหม คลองสาน บางขุนเทียน บางคอแหลม บางบอน บางรัก ปทุมวัน มีนบุรี และจตุจักร โดยเขตภาษีเจริญขยับขึ้นมากที่สุด จากอันดับ 41 มาอยู่อันดับ 18</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่มี 24 เขตที่อันดับลดลง ได้แก่ ประเวศ พระนคร บางพลัด บางกะปิ บางเขน พระโขนง ลาดกระบัง ป้อมปราบศัตรูพ่าย ดุสิต ตลิ่งชัน บางนา วังทองหลาง พญาไท ดอนเมือง สะพานสูง บึงกุ่ม ลาดพร้าว ราชเทวี หลักสี่ ห้วยขวาง ดินแดง สวนหลวง คลองเตย และสาทร โดยเขตสาทรมีอันดับลดลงมากที่สุด จากอันดับ 6 ในครั้งก่อนมาอยู่ที่อันดับ 33</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยมี 2 เขตที่อันดับไม่เปลี่ยนแปลงก็คือ บางกอกใหญ่และสัมพันธวงศ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">Bangkok Index 2025 นำเสนอในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟที่ใช้งานได้ง่าย พร้อมฟังก์ชันให้เลือกใช้งานหลากหลาย ทั้งการแสดงผลในรูปแบบ ‘แผนที่’ ที่แสดงอันดับความน่าอยู่และการกระจายตัวของแต่ละเขตในกรุงเทพฯ โดยผู้ใช้สามารถคลิกแต่ละเขตเพื่อดูข้อมูลรายละเอียดได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังสามารถเลือกดูในรูปแบบ ‘กราฟ’ ซึ่งแสดงผลเรียงตามอันดับความน่าอยู่ของ Bangkok Index 2025 เมื่อคลิกชื่อเขต จะปรากฏข้อมูลภาพรวมของพื้นที่นั้น รวมถึงคะแนนในแต่ละด้าน และแผนภูมิเรดาร์ (Radar Chart) หรือแผนภูมิใยแมงมุม (Spider Chart) ที่แสดงจุดเด่นและจุดด้อยของแต่ละเขตในแต่ละด้าน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ใช้ยังสามารถเลือกดูข้อมูลได้ทั้ง 4 ด้าน หรือทั้ง 12 หัวข้อ เปรียบเทียบอันดับความน่าอยู่ระหว่าง 2 เขตที่ต้องการ รวมถึงเข้าถึงรายงานสรุปอันดับความน่าอยู่ประจำปีทั้งในภาพรวมและรายด้าน พร้อมฐานข้อมูลและวิธีคำนวณคะแนนในแต่ละหัวข้อ นอกจากนี้ยังสามารถแชร์ผลการจัดอันดับไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์</p>



<p class="wp-block-paragraph">สามารถเข้าไปดู Bangkok Index 2025 อันดับความน่าอยู่ของ 50 เขตในกรุงเทพฯ ได้แล้วที่ <a href="https://bkkindex.rocketmedialab.co/?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAAR7qTGD97i3jCNd6yQc_mxHx7BhXqr9QeuUEaOPdfSWwfCfznJBeiQH6VJtsRQ_aem_Bah1s9mYbjEzz32AhDkCWA">bkkindex.rocketmedialab.co</a></p>



<ol class="wp-block-list"></ol>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bangkok-index-2025-living-ranking/">Bangkok Index 2025 : อันดับความน่าอยู่ของ 50 เขตในกรุงเทพฯ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แบบสำรวจพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักเรียน [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-student-q2-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 10:52:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[ChatGPT]]></category>
		<category><![CDATA[Gemini]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[แบบสอบถาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7606</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3619;&#3655;&#3629;&#3585;&#3648;&#3585;&#3605; &#361 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q2-2026/">แบบสำรวจพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักเรียน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) พฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 และ ปวช. 1 ถึง 3 จำนวน 1,777 คน ระหว่าง 29 มีนาคม &#8211; 25 พฤษภาคม 2569</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vSnZtj9nJ7XFLpAaeoL-K30BKsBCI_aaz8hsvb3aB2v52wpXBrfMoxFryYnelf33xoiS34TRlcRWK8w/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/student-q2-2026/">มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย &#8211; Rocket Media Lab</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลดข้อมูล<a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1h3rMyM3kQDEpn5nE4Th5KbXm_Z5lLu3w5H3FlupRujg/edit?usp=sharing">ที่นี่</a> </p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q2-2026/">แบบสำรวจพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักเรียน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/student-q2-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 10:42:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[ChatGPT]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[Gemini]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[แบบสอบถาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7583</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3651;&#3609;&#3586;&#3603;&#3632;&#3607;&#3637;&#3656 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/student-q2-2026/">มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เด็กไทย 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย ในขณะที่ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เริ่มจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี แต่ผลสำรวจของไทยพบว่านักเรียนถึง 1,420 คน ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ โดยกลุ่มอายุ 14 ปี มีสัดส่วนไม่เห็นด้วยสูงที่สุดถึง 88.95%</li>



<li>72.50% ของผู้ตอบแบบสอบถามเริ่มมีสมาร์ทโฟนเครื่องแรกตั้งแต่ประถม และเกือบทั้งหมดพกไปโรงเรียนทุกวัน โดยส่วนใหญ่ยินดีให้เก็บโทรศัพท์ในเวลาเรียนแต่ต้องยืดหยุ่นให้ใช้สืบค้นข้อมูลได้</li>



<li>94.26% ของผู้ตอบแบบสอบถามพึ่งพา AI ช่วยเรื่องเรียน โดยวิชาคณิตศาสตร์และภาษาต่างประเทศเป็นวิชาที่เด็กๆ นิยมใช้ตัวช่วยมากที่สุด โดยมี ChatGPT และ Gemini เป็นสองแอปฯ หลัก </li>



<li>นอกจากเรื่องเรียนแล้ว เด็กไทยยังใช้คุยเล่นและปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาการเงิน ไปจนถึงเรื่องความรักและครอบครัว</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="512" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/หน้าปก-1024x512.png" alt="" class="wp-image-7594" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/หน้าปก-1024x512.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/หน้าปก-300x150.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/หน้าปก-768x384.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/หน้าปก-1536x768.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/หน้าปก-2048x1024.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซียกำลังเดินหน้าแบนการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กต่ำกว่า 16 ปี เพราะกังวลเรื่องภัยออนไลน์ที่เกินรับมือ แต่เสียงสะท้อนจากเด็กไทยกว่า 80%ในแบบสอบถาม กลับตอบว่าไม่เห็นด้วย และจากแบบสอบถามยังพบว่าเด็กไทยไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นที่ปรึกษายามเหงา หรือใช้ช่วยทำส่งครูเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นที่พึ่งทางใจ และที่ปรึกษาส่วนตัวในแทบจะทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเรียน ปัญหาสุขภาพจิต ไปจนถึงเรื่องความรัก ในแบบที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะนึกไม่ถึง</p>



<p class="wp-block-paragraph">งานชิ้นนี้จะชวนไปสำรวจพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 และ ปวช. 1 ถึง 3 จำนวน 1,777 คน ระหว่าง 29 มีนาคม &#8211; 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจัดทำขึ้นโดย ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/2-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7595" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/2-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/2-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/2-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/2-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/2-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/2-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ผู้ตอบแบบสอบถาม ใครกันบ้างที่มาร่วมตอบ?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ผลสำรวจครั้งนี้ได้ข้อมูลจากนักเรียนทั้งสิ้น 1,777 คน โดยแบ่งตามเพศดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>หญิง 1,055 คน (59.37%)</li>



<li>ชาย 606 คน (34.10%)</li>



<li>LGBTQIA+ 72 คน (4.05%)</li>



<li>ไม่ต้องการระบุเพศ 44 คน (2.48%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อแบ่งตามระดับชั้นพบว่านักเรียนชั้น ม.1 มีจำนวนมากที่สุดถึง 400 คน คิดเป็น 22.51% รองลงมาคือ ม.3 จำนวน 373 คน คิดเป็น 20.99% ม.2 จำนวน 261 คน คิดเป็น 14.69% ม.4 จำนวน 242 คน คิดเป็น 13.62% ม.6 จำนวน 233 คน คิดเป็น 13.11% ม.5 จำนวน 189 คน คิดเป็น 10.64% ส่วนนักเรียน ปวช. มีจำนวนรวมกัน 79 คน คิดเป็น 4.45%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/3-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7596" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/3-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/3-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/3-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/3-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/3-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/3-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">“สมาร์ทโฟน” ไอเทมคู่กายที่เด็กนักเรียนเกือบทุกคนต้องมี</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านอุปกรณ์ดิจิทัล นักเรียน 1,736 คน คิดเป็น 97.69% มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง มีเพียง 41 คน คิดเป็น 2.31% เท่านั้นที่ยังไม่มี ส่วนแท็บเล็ตหรือไอแพดนั้น นักเรียน 940 คน คิดเป็น 52.90% ยังไม่มีเป็นของตัวเอง ขณะที่อีก 837 คน คิดเป็น 47.10% มีอยู่แล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">สมาร์ทโฟนเครื่องแรกของนักเรียนส่วนใหญ่เริ่มต้นในช่วงประถมศึกษา โดยนักเรียนกว่า 72.50% ได้รับสมาร์ทโฟนเครื่องแรกในช่วง ป.1 ถึง ป.6 ซึ่งเป็นช่วงอายุประมาณ 6-12 ปี และยังมีอีก 7.15% ที่ได้รับตั้งแต่อนุบาล โดย ป.4 เป็นช่วงที่มีนักเรียนได้รับสมาร์ทโฟนมากที่สุดถึง 398 คน คิดเป็น 22.40% ตามมาด้วย ป.3 จำนวน 323 คน คิดเป็น 18.18% และ ป.5 จำนวน 206 คน คิดเป็น 11.59%</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อเปรียบเทียบการครอบครองอุปกรณ์ระหว่างกลุ่มพบว่าแทบไม่มีความแตกต่างระหว่างระดับชั้นเลย ทั้ง ม.ต้น ม.ปลาย และ ปวช. ต่างมีสมาร์ทโฟนในสัดส่วนใกล้เคียง 100% เกือบทั้งหมด โดยพบว่าม.ต้น (ม.1-3) มีสมาร์ทโฟน 478 คน จาก 478 คน ม.ปลาย (ม.4-6) มีสมาร์ทโฟน 346 คน จาก 346 คน ยกเว้นกลุ่ม ปวช. ที่มีสัดส่วนต่ำกว่าเล็กน้อยที่ 93.67% โดยพบว่ามีสมาร์ทโฟน 74 คน จาก 79 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่แท็บเล็ตกลับให้ภาพที่น่าสนใจกว่า โดยนักเรียน ม.ปลาย มีแท็บเล็ตในสัดส่วนสูงที่สุดที่ 50.90% โดยพบว่าม.ปลาย (ม.4-6) มีแท็บเล็ต 338 คน จาก 664 คน ขณะที่ ม.ต้นมีแท็บเล็ต 465 คน จาก 1,034 คน หรืออยู่ที่ 44.97% และ ปวช. มีแท็บเล็ต 34 คน จาก 79 คน หรือคิดเป็น 43.04% ซึ่งพบความน่าสนใจคือ เมื่อผู้เรียนมีอายุมากขึ้น ภาระทางด้านการเรียนก็มากขึ้นตาม ความต้องการใช้อุปกรณ์หน้าจอใหญ่เพื่ออ่านและทำรายงานก็อาจเพิ่มตามด้วย ส่วนที่ ปวช. มีสัดส่วนแท็บเล็ตต่ำที่สุดนั้น อาจเป็นเพราะลักษณะการเรียนสายอาชีวะที่เน้นภาคปฏิบัติมากกว่าการนั่งอ่านหรือทำงานในเอกสาร ทำให้สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวก็อาจเพียงพอแล้ว</p>



<h3 class="wp-block-heading">จ่ายกันเดือนละเท่าไหร่? ส่องค่าเน็ตวัยเรียน&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นักเรียนส่วนใหญ่ใช้แพ็กเกจรายเดือนมากถึง 1,349 คน คิดเป็น 75.91% ในขณะที่ใช้แบบเติมเงิน 428 คน คิดเป็น 24.09%&nbsp; ค่าใช้จ่ายต่อเดือนพบว่ามีค่าใช้จ่าย 200-399 บาท มากที่สุด จำนวน 712 คน คิดเป็น 40.07% รองลงมาคือช่วง 100-199 บาท จำนวน 325 คน คิดเป็น 18.29% และมีนักเรียน 260 คน คิดเป็น 14.63% ที่จ่ายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/4-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7597" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/4-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/4-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/4-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/4-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/4-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/4-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">นโยบายโทรศัพท์ในโรงเรียน: เก็บโทรศัพท์ได้ แต่ขอให้ยืดหยุ่นหน่อย</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นักเรียน 1,713 คน คิดเป็น 96.40% พกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตไปโรงเรียนทุกวัน และมีนักเรียน 1,538 คน คิดเป็น 86.55% ระบุว่าโรงเรียนมีอินเทอร์เน็ตฟรีให้ใช้&nbsp; ซึ่งหมายความว่านักเรียนเกือบทั้งหมดเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แม้อยู่ในโรงเรียน สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือโรงเรียนมีนโยบายรับมือกับการใช้โทรศัพท์ในห้องเรียนอย่างไร และ Wi-Fi ที่ให้บริการมีการกรองเนื้อหาหรือเปิดให้ใช้ได้อย่างเสรี และในทางกลับกัน พบนักเรียน 41 คน ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนและอีก 239 คน ที่โรงเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ต&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของนโยบาย ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิเสธการมีกฎระเบียบเรื่องการใช้สมาร์ทโฟนในโรงเรียนทั้งหมด แต่ต้องการให้มีความยืดหยุ่น เมื่อถามว่านโยบายแบบไหนที่รับได้ นักเรียนตอบดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เก็บเฉพาะเวลาเรียน แต่ใช้ได้เมื่อจำเป็น 1,172 คน (65.95%)</li>



<li>ไม่เห็นด้วยกับการเก็บโทรศัพท์เลย 427 คน (24.03%)</li>



<li>เก็บเฉพาะเวลาเรียนโดยไม่มีข้อยกเว้น 142 คน (7.99%)</li>



<li>ให้โรงเรียนเก็บได้ทั้งวัน 25 คน (1.41%)</li>



<li>ห้ามเอามาโรงเรียนเลย 11 คน (0.62%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวเลขนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริงในห้องเรียน เมื่อถามว่าใช้สมาร์ทโฟนทำอะไรในชั่วโมงเรียน นักเรียนตอบว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ค้นข้อมูล 1,642 ครั้ง (38.39%)</li>



<li>จดโน้ต 924 ครั้ง (21.60%)</li>



<li>ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย 758 ครั้ง (17.72%)</li>



<li>เล่นเกม 324 ครั้ง (7.58%)</li>



<li>ดูหนัง ฟังเพลง 399 ครั้ง (9.33%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อดังกล่าวจะพบว่านักเรียนตอบว่าใช้ค้นข้อมูลมากที่สุด รองลงมาคือจดโน้ต และใช้ทำการบ้านหรืองานที่ได้รับมอบหมาย </p>



<h3 class="wp-block-heading">จำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียไหม นักเรียนไทยเห็นด้วยรึเปล่า</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในส่วนนี้คือนโยบายจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งกำลังเป็นกระแสที่หลายประเทศทั่วโลกเดินหน้าพร้อมกัน ออสเตรเลียเป็นชาติแรกที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ก่อนที่<a href="https://www.engadget.com/2179225/malaysia-under-16-social-media-ban-june-1/">มาเลเซีย</a>จะประกาศใช้นโยบายเดียวกันในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube ต้องติดตั้งระบบยืนยันอายุผู้ใช้ ส่วน<a href="https://www.biometricupdate.com/202603/indonesia-to-ban-under-16s-from-social-media-implement-standard-based-age-checks">อินโดนีเซีย</a>ก็บังคับใช้กฎหมายในทิศทางเดียวกันตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยสั่งระงับบัญชีของเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่ YouTube, TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ X</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลับมาที่ผลสำรวจของไทย นักเรียน 1,420 คน คิดเป็น 79.91% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายลักษณะนี้ มีเพียง 357 คน คิดเป็น 20.09% เท่านั้นที่สนับสนุน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อแยกตามอายุพบว่าแนวโน้มน่าสนใจมาก กลุ่มที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่นโยบายนี้ส่งผลกระทบโดยตรง ไม่เห็นด้วยในสัดส่วนที่สูงมาก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อายุ 14 ปี ไม่เห็นด้วย 330 คน จาก 371 คน (88.95%)</li>



<li>อายุ 13 ปี ไม่เห็นด้วย 255 คน จาก 304 คน (83.88%)</li>



<li>อายุ 12 ปี ไม่เห็นด้วย 225 คน จาก 288 คน (78.13%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่กลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยว่าให้จำกัดการเข้าถึงสูงกว่าทุกกลุ่ม</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน (28.34%)</li>



<li>อายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน (42.86%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะพบว่ากลุ่มอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งนโยบายนี้ไม่ได้จำกัดสิทธิโดยตรง กลับมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยสูงกว่าทุกกลุ่ม กลุ่มอายุ 17 ปี เห็นด้วย 70 คน จาก 247 คน คิดเป็น 28.34% และกลุ่มอายุ 18 ปี เห็นด้วย 21 คน จาก 49 คน คิดเป็น 42.86% ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในทุกกลุ่มอายุ และพบว่าเด็กโตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา และมองว่าควรมีการควบคุมบ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากคำตอบจะเห็นว่ายิ่งผู้ตอบแบบสอบถามอายุมากกว่า 16 ปี และอายุพ้นเกณฑ์ที่นโยบายครอบคลุม ความเห็นด้วยก็ยิ่งสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจหมายความได้สองทาง ทั้งการที่กลุ่มอายุน้อยรู้สึกว่าถูกจำกัดสิทธิโดยไม่จำเป็น และการที่กลุ่มที่โตกว่าเริ่มมองเห็นผลกระทบของโซเชียลมีเดียในแบบที่ประสบการณ์สอนมา ใน<a href="https://soyacincau.com/2026/04/20/malaysia-under-16-social-media-ban-privacy-rights-concerns/">มาเลเซีย</a>เองก็มีกระแสคัดค้านจากนักวิชาการและภาคประชาสังคม โดยมองว่าการแบนแบบเหมารวมอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และเด็กไม่จำเป็นต้องถูกกีดกันออกจากพื้นที่ดิจิทัล แต่ควรได้รับการปกป้องและทักษะในการใช้งานอย่างปลอดภัยแทน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่น่าสนใจคือในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกำลังเดินหน้าจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็ก กระทรวงศึกษาธิการไทยกลับ<a href="https://www.eduzones.com/2026/05/23/moe-13/">ประกาศความร่วมมือกับ TikTok</a> เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบคลิปสั้น โดยมีเป้าหมายลดภาระงานครูและอัปสกิลบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับ<a href="https://www.eduzones.com/2026/05/23/moe-13/">นโยบาย Happy Learning</a> และแผนการนำ AI เข้าสู่การเรียนรู้ของกระทรวงในปี 2568-2569 ขณะที่ <a href="https://www.scmp.com/week-asia/lifestyle-culture/article/3353440/why-indonesia-expanding-under-16-social-media-ban-e-commerce">อินโดนีเซีย</a>กำลังพิจารณาขยายการแบนไปถึงแพลตฟอร์ม e-commerce หลังพบว่าเด็กตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางออนไลน์และใช้จ่ายเงินโดยไม่มีผู้ปกครองดูแล ซึ่งก็เห็นทิศทางที่แตกต่างกันของหลายๆ ประเทศ และยังต้องหาคำตอบที่ลงตัวไม่ได้ว่าควรจัดการโซเชียลมีเดียอย่างไร&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/5-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7599" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/5-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/5-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/5-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/5-1-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/5-1-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/5-1-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เด็กไทยใช้ AI ทำอะไรบ้าง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสอบถามเรื่อง AI พบว่านักเรียน 1,675 คน คิดเป็น 94.26% เคยใช้ AI ช่วยเรื่องการเรียนมาแล้ว มีเพียง 102 คน คิดเป็น 5.74% เท่านั้นที่ไม่เคยใช้เลย โดยในการใช้งานที่พบว่ามีดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ช่วยสรุปเนื้อหา 1,366 ครั้ง (18.68%)</li>



<li>ค้นข้อมูลทำรายงาน 1,326 ครั้ง (18.14%)</li>



<li>แปลภาษา 1,276 ครั้ง (17.45%)</li>



<li>ช่วยคิดไอเดียโครงงาน 1,030 ครั้ง (14.09%)</li>



<li>ตรวจงานก่อนส่งครู 730 ครั้ง (9.98%)</li>



<li>โยนโจทย์การบ้านให้ AI ช่วยตอบ 692 ครั้ง (9.47%)</li>



<li>ทำพรีเซนเทชั่น 573 ครั้ง (7.84%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้เมื่อถามเรื่องด้านการตรวจสอบความถูกต้อง พบว่านักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/6-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7600" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/6-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/6-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/6-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/6-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/6-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/6-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูว่านักเรียนใช้ AI ตัวไหนมากที่สุด พบว่า ChatGPT ครองอันดับหนึ่งด้วยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 1,019 คน คิดเป็น 60.84% รองลงมาคือ Gemini 552 คน คิดเป็น 32.96% สองแพลตฟอร์มนี้รวมกันครอบคลุมผู้ใช้เกือบ 94% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ส่วน Canvas AI อยู่อันดับสามด้วย 37 คน คิดเป็น 2.21% ตามมาด้วย Grok 16 คน และ Claude 22 คน คิดเป็น 0.96% และ 1.31% ตามลำดับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อดูรูปแบบการใช้งานของแต่ละแพลตฟอร์ม พบว่าเด็กนักเรียนใช้ ChatGPT และ Gemini&nbsp; เกือบทุกด้าน ทั้งสรุปเนื้อหา ค้นข้อมูล แปลภาษา ช่วยคิดไอเดียโครงงาน ทำพรีเซนเทชั่น และโยนโจทย์การบ้านให้ช่วยตอบ ส่วนการใช้ Canvas AI หลายคนระบุว่าใช้วาดรูปและทำพรีเซนเทชั่นควบคู่กับงานอื่น ส่วน Grok มีผู้ใช้เพียง 16 คน และให้ข้อมูลว่าใช้ช่วย debug โปรแกรม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/7-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7601" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/7-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/7-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/7-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/7-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/7-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/7-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">วิชายอดฮิตที่ต้องพึ่ง AI&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">วิชาที่ใช้ AI มากที่สุดคือคณิตศาสตร์ 609 ครั้ง คิดเป็น 36.36% ตามมาด้วยภาษาต่างประเทศ 538 ครั้ง คิดเป็น 32.12% และวิทยาศาสตร์ 169 ครั้ง คิดเป็น 10.09% ทำให้เห็นว่านักเรียนมักพึ่ง AI ในวิชาที่ต้องการความแม่นยำหรือทักษะภาษาเป็นหลัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในแง่ของครูและโรงเรียน นักเรียน 1,354 คน คิดเป็น 76.20% ระบุว่าครูอนุญาตให้ใช้ AI ได้บางวิชา มีเพียง 47 คน คิดเป็น 2.64% ที่ครูห้ามใช้เด็ดขาด อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าเคยโดนครูจับได้ว่าใช้ AI ทำงานส่งไหม พบว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไม่เคยใช้ AI ทำงานส่ง 426 คน (23.97%)</li>



<li>ใช้แต่ไม่เคยถูกจับ 880 คน (49.52%)</li>



<li>เคยถูกจับได้ 471 คน (26.51%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านการตรวจสอบความถูกต้อง นักเรียน 886 คน คิดเป็น 52.90% ตรวจสอบเนื้อหาจาก AI เพียงบางครั้ง มี 727 คน คิดเป็น 43.40% ที่ตรวจสอบทุกครั้ง และ 62 คน คิดเป็น 3.70% ที่ไม่ตรวจสอบเลย ตัวเลขนี้สอดคล้องกับการที่นักเรียนส่วนใหญ่ถึง 1,083 คน คิดเป็น 27.10% ของผู้ตอบในข้อนี้ ระบุว่าอยากมีวิชาที่สอนเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลจาก AI โดยเฉพาะ รองลงมาคือการเขียนโค้ดและ prompt 1,066 ครั้ง คิดเป็น 26.68% และความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว 945 ครั้ง คิดเป็น 23.65%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/8-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7602" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/8-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/8-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/8-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/8-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/8-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/8-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว: เมื่อ AI เป็นตั้งแต่ที่ปรึกษาเรื่องเรียน ยันที่ปรึกษาหัวใจ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกเหนือจากการเรียน AI ยังกลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของนักเรียนหลายคน โดยนักเรียนใช้คุยเล่นทั่วไปมากที่สุด 897 ครั้ง คิดเป็น 19.78% ตามมาด้วยการปรึกษาปัญหาสุขภาพร่างกาย 764 ครั้ง คิดเป็น 16.85% ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต 530 ครั้ง คิดเป็น 11.69% และวางแผนการเงิน 518 ครั้ง คิดเป็น 11.42% รวมถึงการปรึกษาเรื่องความรัก 403 ครั้ง คิดเป็น 8.89% และปัญหาครอบครัว 380 ครั้ง คิดเป็น 8.38% จากข้อมูลจะให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผู้ช่วยที่คอยให้ทำปรึกษาในหลายๆ เรื่องด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่หลายประเทศกำลังพยายามหาวิธีปกป้องเด็กในพื้นที่ดิจิทัล <a href="https://www.yahoo.com/news/articles/indonesia-bans-social-media-under-102848687.html?guccounter=1&amp;guce_referrer=aHR0cHM6Ly9jbGF1ZGUuYWkv&amp;guce_referrer_sig=AQAAAEF3nNtzg32GHI0oPoOavZHWwetd21cIgffWUyh42lObVH-JWMK0dMDkywlmBhkuyVkAI40vnRwKd--MsmfQH781TsBVAKP2odKo359KRlGOQF2skZ85-976B1JsliczGwtXQJQPa6qKwX1UMOCFmwlcTqXOUWP4rKNVjKWgdtMu">อินโดนีเซีย</a>เพิ่งสั่งระงับบัญชีเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบนแพลตฟอร์มเสี่ยงสูงอย่าง YouTube, TikTok, Facebook และ Instagram ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 โดยรัฐมนตรีด้านดิจิทัลระบุว่ารัฐบาลต้องการเข้ามาช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องสู้กับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เพียงลำพัง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/9-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7603" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/9-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/9-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/9-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/9-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/9-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/9-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถามว่าเคยทำตามคำแนะนำของ AI ไหม นักเรียน 1,316 คน คิดเป็น 74.06% ตอบว่าทำตามเป็นบางครั้ง มี 204 คน คิดเป็น 11.48% ที่ทำตามบ่อยๆ และ 32 คน คิดเป็น 1.80% ที่ทำตามทุกครั้ง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถามถึงความจำเป็นของ AI ในชีวิต นักเรียน 1,091 คน คิดเป็น 61.40% มองว่ามีก็ดีเพราะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ขณะที่ 602 คน คิดเป็น 33.88% รู้สึกว่าไม่มีก็ได้ และมีเพียง 58 คน คิดเป็น 3.26% ที่บอกว่า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้แล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ : <a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q2-2026">https://rocketmedialab.co/database-student-q2-2026</a>  </p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/student-q2-2026/">มาเลเซียแบนแล้ว อินโดนีเซียแบนแล้ว แต่เด็กไทย 80% ไม่เห็นด้วย กับนโยบายจำกัดไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจบริการสาธารณะในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/public-service-bangkok-index-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 06:34:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[bangkok index 2025]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การส่งเสริมคุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ขนส่งมวลชน]]></category>
		<category><![CDATA[ขนส่งสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[บริการสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ลานกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สถานบริการสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7494</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3626;&#3635;&#3619;&#3623;&#3592;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/public-service-bangkok-index-2025/">สำรวจบริการสาธารณะในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab สำรวจบริการสาธารณะในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านบริการสาธารณะ ประกอบไปด้วย 4 หัวข้อ ได้แก่ สาธารณสุข ขนส่งสาธารณะ การศึกษา และคุณภาพชีวิต โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อมูลที่ใช้</h3>



<ol class="wp-block-list">
<li>สาธารณสุข สำรวจการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขรายเขต โดยคิดจากจำนวนหน่วยบริการสาธารณสุขในแต่ละเขต และข้อมูลโรคที่ควรรักษาแบบผู้ป่วยนอก (ACSC) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2568</li>



<li>ขนส่งสาธารณะ สำรวจการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะรายเขต โดยคิดจากจำนวนสายรถเมล์ที่ผ่านในแต่ละเขต และจำนวนสถานีรถไฟฟ้ารายเขต ปี 2568</li>



<li>การศึกษา สำรวจการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานในแต่ละเขต ปี 2568 โดยเทียบสัดส่วนโรงเรียนต่อ 1,000 ประชากร ในช่วงอายุ 0-18 ปี และสัดส่วนครูต่อนักเรียน ปี 2568 จากข้อมูลสารสนเทศการศึกษา ปีการศึกษา 2568 โดยศูนย์ข้อมูลการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และข้อมูลโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 2568</li>



<li>คุณภาพชีวิต สำรวจบริการที่ยกระดับคุณภาพชีวิตสำหรับรายเขต โดยเทียบสัดส่วนลานกีฬาต่อ 1,000 ประชากร สัดส่วนห้องสมุดและบ้านหนังสือต่อ 1,000 ประชากร และสัดส่วนศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนต่อ 1,000 ประชากร ในช่วงอายุ 0-6 ปี ปี 2568</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading">ผลการจัดอันดับ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เขตที่มีคะแนนด้านบริการสาธารณะมากที่สุด คือ เขตปทุมวัน ได้ 30.65 คะแนน จาก 50 คะแนน รองลงมาคือ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 28.85 คะแนน เขตราชเทวี 28.72 คะแนน เขตพระนคร 28.52 คะแนน เขตคลองเตย 25.19 คะแนน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่มีคะแนนด้านบริการสาธารณะน้อยที่สุด คือ เขตบางเขน ได้เพียง 11.10 คะแนน จาก 50 คะแนน ตามมาด้วยเขตบางขุนเทียน 12.11 คะแนน เขตบางบอน 12.28 คะแนน เขตทุ่งครุ 12.49 คะแนน และเขตหนองแขม 12.53 คะแนน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดู Bangkok Index 2025 : <a href="https://bkkindex.rocketmedialab.co/">https://bkkindex.rocketmedialab.co/</a>&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bangkok-index-2025/">https://rocketmedialab.co/database-bangkok-index-2025/</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/public-service-bangkok-index-2025/">สำรวจบริการสาธารณะในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจสวัสดิภาพในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/security-bangkok-index-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 06:28:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[bangkok index 2025]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[จุดเสี่ยงอาชญากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อัคคีภัย]]></category>
		<category><![CDATA[อุทกภัย]]></category>
		<category><![CDATA[อุบัติเหตุบนท้องถนน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7482</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3626;&#3635;&#3619;&#3623;&#3592;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/security-bangkok-index-2025/">สำรวจสวัสดิภาพในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab สำรวจสวัสดิภาพในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านสวัสดิภาพ ประกอบด้วย 4 หัวข้อ ได้แก่ อัคคีภัย อุทกภัย จุดเสี่ยงอาชญกรรม อุบัติเหตุบนท้องถนน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อมูลที่ใช้</h3>



<ol class="wp-block-list">
<li>อัคคีภัย คิดจากจำนวนเหตุอัคคีภัยในพื้นที่ อ้างอิงจากข้อมูลจำนวนไฟไหม้ สถิติสาธารณภัย ปี 2567 ศูนย์ข้อมูลสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสัดส่วนประปาหัวแดงต่อ 1,000 ครัวเรือน ปี 2567 อ้างอิงจากจำนวนประปาหัวแดง โดยสํานักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร </li>



<li>อุทกภัย สำรวจจากข้อมูลน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักของกรุงเทพมหานครในความรับผิดชอบของสำนักการระบายน้ำ ปีพ.ศ. 2568 สำนักระบายน้ำ </li>



<li>จุดเสี่ยงอาชญากรรม จากบัญชีพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่อันตราย ปี 2568 โดยสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร </li>



<li>อุบัติเหตุบนท้องถนน สำรวจจำนวนผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน และจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ในปี 2568 </li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading">ผลการจัดอันดับ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เขตที่มีคะแนนด้านสวัสดิภาพมากที่สุด คือ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ได้ 41.97 คะแนน จาก 50 คะแนน รองลงมาคือเขตคันนายาว 39.90 คะแนน เขตทวีวัฒนา 39.90 คะแนน เขตบางกอกน้อย 39.72 คะแนน และเขตบางรัก 39.71 คะแนน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่มีคะแนนด้านสวัสดิภาพน้อยที่สุด คือ เขตจตุจักร ได้เพียง 22.66 คะแนน จาก 50 คะแนน ตามมาด้วยเขตวังทองหลาง 22.88 คะแนน เขตลาดพร้าว 23.14 คะแนน เขตบึงกุ่ม 23.30 คะแนน และเขตดินแดง 23.48 คะแนน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดู Bangkok Index 2025 : <a href="https://bkkindex.rocketmedialab.co/">https://bkkindex.rocketmedialab.co/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bangkok-index-2025/">https://rocketmedialab.co/database-bangkok-index-2025/</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/security-bangkok-index-2025/">สำรวจสวัสดิภาพในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
