<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>politics Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/category/politics/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/category/politics/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Tue, 12 May 2026 11:13:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>politics Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/category/politics/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ข้อมูลบิดเบือนในยุค AI: บทเรียนจากต่างประเทศ</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/ai-disinformation-global-lessons/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 May 2026 11:28:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7345</guid>

					<description><![CDATA[<p>Author: &#3624;&#3624;&#3636;&#3611;&#3619;&#3632;&#361 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/ai-disinformation-global-lessons/">ข้อมูลบิดเบือนในยุค AI: บทเรียนจากต่างประเทศ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>Author: ศศิประภา มิมาชา</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบัน ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้ามามีบทบาทในหลากหลายมิติของสังคม ทั้งด้านเศรษฐกิจ การสื่อสาร การศึกษา และการเมือง โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง (Generative AI) ที่สามารถสร้างข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอเสมือนจริงได้อย่างสมจริง เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการสื่อสารอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เกิดการนำไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น การสร้างข้อมูลบิดเบือน (Disinformation) การปลอมแปลงตัวตน หรือการสร้างสื่อสังเคราะห์อย่างดีปเฟก (Deepfake) เพื่อชี้นำหรือบิดเบือนความเข้าใจของสาธารณะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้วยเหตุนี้ หลายประเทศจึงเริ่มพัฒนากรอบกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลการใช้ปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะในมิติของการกำกับดูแลสื่อและเนื้อหาดิจิทัล บทความนี้จึงมุ่งศึกษาการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ และดีปเฟกในมิติของสื่อและข้อมูลข่าวสาร โดยวิเคราะห์แนวทางการจัดการความเสี่ยง ความท้าทาย และแนวโน้มสำคัญของการพัฒนากฎหมายในต่างประเทศ เพื่อนำมาใช้เป็นบทเรียนสำหรับการพัฒนานโยบายของประเทศไทยในอนาคต</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สหภาพยุโรป: การกำกับดูแลเนื้อหาดิจิทัลเชิงป้องกัน บนพื้นฐานของความเสี่ยง</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">แนวทางที่สหภาพยุโรปนำมาใช้วางกรอบกฎหมายเพื่อกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ ผสานรวมกันระหว่างกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ (AI Act) และกฎหมายบริการดิจิทัล (Digital Services Act: DSA) ซึ่งเป็นความพยายามกำกับดูแล ทั้งในส่วนของเอไอ และแพลตฟอร์มดิจิทัลไปพร้อมกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">กฎหมายปัญญาประดิษฐ์ นำรูปแบบการกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยงมาใช้ โดยกำหนดให้การใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง (Generative AI) โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบที่สร้างสื่อสังเคราะห์ (Synthetic Media) เช่น ดีปเฟก (Deepfakes) จะต้องมีภาระหน้าที่เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เนื้อหาที่สร้างหรือดัดแปลงโดยปัญญาประดิษฐ์จะต้องได้รับการระบุอย่างชัดเจน หากมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ผู้ใช้งาน แนวทางนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ “การกำกับดูแลเชิงป้องกัน” ซึ่งมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงก่อนที่เนื้อหาดังกล่าวจะเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง (European Parliament, 2024; European Commission, 2024)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายบริการดิจิทัล (Digital Services Act หรือ DSA) ในปี 2565 กฎหมายนี้วางกรอบการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการบริหารจัดการ “ความเสี่ยงเชิงระบบ” (systemic risks) ภายในสภาพแวดล้อมดิจิทัล กำหนดให้แพลตฟอร์มดำเนินการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน การชักจูงทางข้อมูล รวมถึงผลกระทบจากอัลกอริทึมที่อาจส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นอันตราย นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดด้านความโปร่งใส การรายงาน และการตรวจสอบโดยอิสระ เพื่อยกระดับความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มต่อระบบนิเวศข้อมูลโดยรวม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่า DSA จะมิได้มุ่งเน้นการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์โดยตรง แต่ก็มีบทบาทสำคัญในการจัดการผลกระทบของเอไอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของการเผยแพร่และขยายเนื้อหาที่สร้างขึ้นโดยระบบอัตโนมัติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">แบบจำลองของสหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความสามารถในการตรวจสอบ และการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงระบบ ซึ่งเป็นกรอบการกำกับดูแลที่สำคัญต่อการจัดการปัญหาการบิดเบือนข้อมูลที่สร้างโดยเอไอ โดยเฉพาะในบริบททางการเมืองที่มีความละเอียดอ่อน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายบริการดิจิทัล (Digital Services Act) และกฎหมายปัญญาประดิษฐ์ (AI Act) อาจส่งผลให้เกิดภาระในการปฏิบัติตามสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย เนื่องจากกฎหมายของสหภาพยุโรปเป็นแบบจำลองการกำกับดูแลที่มีมาตรฐานสูง (High-standard regulatory model) ซึ่งกำหนดภาระหน้าที่ของผู้ประกอบการในหลายมิติ อาทิ การจำแนกความเสี่ยงของบัญชีผู้ใช้ การจัดทำรายงานความโปร่งใส และการตรวจสอบการทำงานของระบบและเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม (Bradford, 2023; Veale, 2021)</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สหรัฐอเมริกา: แนวทางแบบแยกส่วนและการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สหรัฐอเมริกาใช้รูปแบบการกำกับดูแลแบบแยกส่วน โดยยังไม่มีกฎหมายที่ครอบคลุมเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ในระดับรัฐบาลกลาง การกำกับดูแลจึงกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ และผ่านกฎหมายระดับมลรัฐ แนวทางนี้ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำให้รัฐมีข้อจำกัดในการควบคุมเนื้อหาโดยตรง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นสำคัญที่ถกเถียงอย่างกว้างขวางในยุคปัญญาประดิษฐ์ คือบทบาทของมาตรา 230 แห่งพระราชบัญญัติ Communications Decency Act (พ.ศ. 2539) ซึ่งเดิมมีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองแพลตฟอร์มจากความรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่สร้างโดยผู้ใช้ (user-generated content) หรือที่เรียกว่า “safe harbor”</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม การเกิดขึ้นของเอไอทำให้ขอบเขตระหว่าง “ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม” และ “ผู้สร้างเนื้อหา” เริ่มคลุมเครือมากขึ้น ฝ่ายหนึ่งเห็นว่ามาตรา 230 ไม่ควรนำมาใช้กับเนื้อหาที่สร้างโดยเอไอ เนื่องจากระบบไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางในแบบเดียวกับเสิร์ชเอนจิน แต่มีบทบาทสร้างและเรียบเรียงเนื้อหาใหม่ ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการมีสถานะใกล้เคียงกับผู้ผลิตเนื้อหามากขึ้น ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่า หากลดทอนความคุ้มครองนี้ อาจส่งผลให้เกิดภาระทางกฎหมายและความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้องเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ และอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเทคโนโลยีโดยรวมได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อถกเถียงดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่และยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า กรอบกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจไม่สอดคล้องกับระบบนิเวศของปัญญาประดิษฐ์ในยุคปัจจุบัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ผลกระทบจากปัญญาประดิษฐ์ในภาคการเมืองและภาคธุรกิจ: กรณีศึกษา อเมริกา จีน และเกาหลีใต้&nbsp;</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้ส่งผลเฉพาะในด้านเทคโนโลยีหรือเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อความมั่นคงทางการเมือง ความน่าเชื่อถือของข้อมูล และความเชื่อมั่นของสังคมในวงกว้าง โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีอย่างดีปเฟกและสื่อสังเคราะห์ถูกนำมาใช้ในบริบทที่อ่อนไหว เช่น การเลือกตั้ง การหลอกลวงทางการเงิน หรือการปลอมแปลงตัวตน ทำให้หลายประเทศเริ่มออกมาตรการเพื่อควบคุมและกำกับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรณีศึกษาที่นำเสนอในส่วนนี้ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา จีน และเกาหลีใต้ ซึ่งสะท้อนแนวทางการกำกับดูแลที่แตกต่างกันตามบริบททางการเมืองและกฎหมายของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและจีนที่ถือเป็นประเทศผู้นำด้านการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ และเป็นคู่แข่งสำคัญด้านเทคโนโลยีของโลก แม้ทั้งสองประเทศจะมีบทบาทในการผลักดันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ แต่ก็ยังต้องเผชิญกับผลกระทบจากการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าว และจำเป็นต้องพัฒนามาตรการกำกับดูแลเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ขณะที่เกาหลีใต้เป็นตัวอย่างของประเทศในเอเชียที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองกระบวนการเลือกตั้งและการจัดการความเสี่ยงจากสื่อสังเคราะห์อย่างจริงจัง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>กรณีศึกษาที่ I: สหรัฐอเมริกา กับการกำกับดูแลเชิงคาดการณ์ในบริบทของการเลือกตั้ง</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">สหรัฐอเมริกาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การออกกฎหมายเกี่ยวกับเทคโนโลยีดีปเฟก มิได้รอให้เกิดปัญหาใหญ่ก่อน แต่เริ่มต้นจาก “ความกังวลล่วงหน้า” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2020 ซึ่งเตือนว่าสื่อที่สร้างโดยเอไออาจถูกนำมาใช้เพื่อชี้นำความคิดของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เช่น การเผยแพร่วิดีโอปลอมในช่วงใกล้การเลือกตั้งที่ประชาชนอาจไม่มีเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริง (Persily, 2020)</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว หลายรัฐออกกฎหมายจำกัดการใช้เทคโนโลยีดีปเฟกในบริบททางการเมืองช่วงการเลือกตั้ง ในขณะที่หน่วยงานระดับรัฐบาลกลางยังคงมุ่งเน้นมาตรการทางเทคนิค เช่น การติดลายน้ำ (watermarking) และการยืนยันแหล่งที่มาของเนื้อหา มากกว่าการออกกฎหมายควบคุมโดยตรง (White House, 2023)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในการเลือกตั้งปี 2024 สหรัฐอเมริกาเริ่มเผชิญกับผลกระทบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น กรณี “robocall” ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ปลอมแปลงเสียงของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อโทรศัพท์หาผู้มีสิทธิเลือกตั้งในมลรัฐนิวแฮมป์เชียร์ โดยมีเนื้อหาที่แนะนำให้ “งดเว้นการลงคะแนนเสียง” ซึ่งถือเป็นตัวอย่างแรกๆ ของการนำเอไอมาใช้เพื่อแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้งโดยตรง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะเดียวกัน ยังเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “liar’s dividend” ซึ่งนักการเมืองอาจอ้างว่า “คลิปนี้เป็นเอไอปลอม” เพื่อปฏิเสธความรับผิดชอ แม้ในบางกรณีจะเป็นเรื่องจริง เหตุการณ์เหล่านี้นำไปสู่แรงกดดันในการออกกฎหมายเพิ่มเติม เช่น การกำหนดความผิดสำหรับการใช้เอไอสร้างภาพอนาจารปลอม และการห้ามใช้เทคโนโลยีดีปเฟกเพื่อรบกวนการเลือกตั้งในช่วงก่อนวันลงคะแนนเสียง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาพรวมสะท้อนแนวทาง –ระวังไว้ก่อน แทรกแซงเท่าที่จำเป็น–- ซึ่งได้รับอิทธิพลจากหลักเสรีภาพในการแสดงออก ส่งผลให้กฎหมายยังคงมีขอบเขตจำกัดและเฉพาะบริบท ข้อดีคือสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วในบางกรณี แต่ข้อจำกัดคือ กฎหมายมีลักษณะกระจัดกระจาย ทำให้การรับมือกับปัญหาในภาพรวมยังไม่เต็มประสิทธิภาพ (Chesney, 2019)</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>กรณีศึกษาที่ II: จีน — การกำกับดูแลเชิงป้องกันแบบรัฐเป็นศูนย์กลาง</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเทศจีนมีแนวทางที่แตกต่างออกไป โดยมองว่าปัญญาประดิษฐ์และสื่อสังเคราะห์เป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของสังคม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงที่ผ่านมา มีกรณีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้เอไอเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น การปลอมแปลงเสียงเพื่อหลอกลวงให้โอนเงิน และการใช้เทคโนโลยีดีปเฟก (deepfake) ในการสนทนาผ่านวิดีโอคอลเพื่อแอบอ้างตัวบุคคล โดยในปี 2024 ได้เกิดกรณีในฮ่องกงที่พนักงานบริษัทถูกหลอกให้โอนเงินจำนวนมหาศาล ภายหลังจากการเข้าร่วมการประชุมออนไลน์ที่ผู้เข้าร่วมทั้งหมดเป็นภาพดีปเฟก อีกตัวอย่างหนึ่งคือแอปพลิเคชันเปลี่ยนใบหน้า (face-swapping) ที่นำใบหน้าของบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าหรือการหลอกลวง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทางการจีนได้ออกระเบียบควบคุมเทคโนโลยีดีปซินเธซิส (Deep Synthesis) ซึ่งกำหนดให้ระบุแหล่งที่มาของเนื้อหาที่สร้างโดยเอไอ กำหนดข้อบังคับในการยืนยันตัวตน และบูรณาการกลไกการปฏิบัติตามกฎหมายเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของแพลตฟอร์ม (Heather Chen., 2024) (China Law Translate, 2022)</p>



<p class="wp-block-paragraph">แนวทางนี้ถือเป็นการควบคุมตั้งแต่ต้นทาง โดยฝังข้อกำหนดทางกฎหมายไว้ในระบบของแพลตฟอร์มก่อนที่เนื้อหาจะถูกเผยแพร่ ข้อดีคือสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออกและการใช้อำนาจรัฐเกินขอบเขต ทั้งนี้ กรณีของจีนได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการบังคับใช้กฎหมายเฉพาะสำหรับเทคโนโลยีในทางปฏิบัติ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>กรณีศึกษาที่ III: เกาหลีใต้ — มาตรการคุ้มครองการเลือกตั้งแบบมุ่งเป้า</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">กรณีของเกาหลีใต้เป็นตัวอย่างล่าสุดของการปฏิรูปกฎหมายที่มีเป้าหมายเฉพาะเจาะจง โดยมุ่งเน้นไปที่การเลือกตั้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากเนื้อหาทางการเมืองที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ความกังวลเกี่ยวกับสื่อสังเคราะห์ที่มีความสมจริงมากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงการเลือกตั้งปี 2022 และ 2024 มีการสร้าง “เอไอตัวแทน” ของผู้สมัครรับเลือกตั้งขึ้นมาเพื่อตอบคำถามประชาชน แม้ในช่วงแรกจะดูสร้างสรรค์ แต่ต่อมาเริ่มมีวิดีโอดีปเฟกที่ทำให้ผู้สมัครดูเหมือนกำลังกล่าวถ้อยคำดูหมิ่นผู้อื่นหรือแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา (Public Official Election Act) ที่กำหนดให้การเผยแพร่ดีปเฟกที่มีเจตนาร้ายในช่วง 90 วันก่อนการเลือกตั้งเป็นความผิดทางอาญา (Kim, 2023)</p>



<p class="wp-block-paragraph">แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงการดำเนินการเชิงป้องกันในช่วงเวลาที่สำคัญยิ่ง เพื่อธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญประการหนึ่งคือการจำแนกความแตกต่างระหว่าง “การแสดงออกเชิงล้อเลียน” กับ “การบิดเบือนข้อมูลที่เป็นอันตราย” ซึ่งในทางปฏิบัติยังคงขาดความชัดเจน และอาจส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากกรณีศึกษาเหล่านี้ สามารถสรุปรูปแบบความพยายามกำกับดูแลเอไอได้ 3 ประการ:</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>แรงผลักดันทางกฎหมาย: การริเริ่มทางกฎหมายมักไม่ได้มีสาเหตุหลักมาจากความเสียหายขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นแล้ว หากแต่เกิดจากการประเมิน “ความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้” และความกังวลเชิงนโยบายล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงที่ผ่านมา เช่น การใช้ปัญญาประดิษฐ์แทรกแซงการเลือกตั้ง หรือการฉ้อโกงด้วยเทคโนโลยีดีปเฟก ได้ยืนยันการมีอยู่จริงของความเสี่ยงเหล่านี้และเห็นได้ถึงศักยภาพในการก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคม</li>
</ol>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>โครงสร้างการกำกับดูแลที่แตกต่างกัน: รูปแบบการกำกับดูแลมีความหลากหลายตามบริบททางการเมืองและสถาบัน โดยมีตัวอย่างดังนี้ สหรัฐอเมริกาใช้แนวทางแบบแยกส่วน โดยเน้นการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จีนบังคับใช้การกำกับดูแลเชิงป้องกันแบบรวมศูนย์ โดยรัฐมีบทบาทสำคัญ เกาหลีใต้มุ่งเน้นการออกกฎหมายเฉพาะจุด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองกระบวนการเลือกตั้ง</li>
</ol>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>จุดร่วมเชิงนโยบาย: แม้ว่ารูปแบบการกำกับดูแลจะแตกต่างกัน แต่ทุกประเทศเริ่มนำเครื่องมือที่คล้ายคลึงกันมาใช้ ได้แก่ 1) การติดป้ายกำกับเนื้อหาที่สร้างโดยเอไอ 2) การกำหนดความรับผิดชอบสำหรับการใช้เอไอในทางที่ก่อให้เกิดอันตราย 3) การแทรกแซงบนพื้นฐานของระดับความเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีความอ่อนไหว เช่น การเลือกตั้ง</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">กรณีศึกษาเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างที่สำคัญ เนื่องจากประเทศไทยยังขาดทั้งมาตรการป้องกันเชิงรุกในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูง และระบบการประสานงานที่มีประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อการบิดเบือนข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ช่องว่างดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นปัญหาทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของระบบการกำกับดูแลโดยรวม ซึ่งยังคงอาศัยการตอบสนองภายหลังเหตุการณ์เป็นหลัก ในบริบทที่ข้อมูลสามารถถูกสร้างและเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็วผ่านเทคโนโลยีเอไอ การขาดกลไกเชิงป้องกันและการประสานงานเชิงระบบ จึงอาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางสังคมและการเมือง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>References</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><em>China Law Translate. (2022, December 11). Provisions on the Administration of Deep Synthesis Internet Information Services. Retrieved from China Law Translate: https://www.chinalawtranslate.com/en/deep-synthesis/</em></li>



<li><em>Bradford, A. (2023). Digital Empires. The Global Battle to Regulate Technology. New York: Oxford University Press.</em></li>



<li><em>Chesney, R. C. (2019). Deep fakes: A looming challenge for privacy, democracy, and national security. California Law Review, 107, 1753-1782.</em></li>



<li><em>Creemers, R. (2022). China’s deep synthesis provisions: The first step in regulating generative AI? DigiChina. Stanford University. doi:https://digichina.stanford.edu/</em></li>



<li><em>European Commission. (2024). The Digital Services Act: Ensuring a safe and accountable online environment. Retrieved from https://digital-strategy.ec.europa.eu/en/policies/digital-services-act</em></li>



<li><em>European Parliament. (2024). Artificial Intelligence Act: EU authorities agree on landmark rules for AI. Retrieved from https://www.europarl.europa.eu/news/en/press-room/20240308IPR19015/artificial-intelligence-act-meps-adopt-landmark-law</em></li>



<li><em>Floridi, L. C. (2018). AI4People—An ethical framework for a good AI society: Opportunities, risks, principles, and recommendations. Minds and Machines, 28(4), 689-707.</em></li>



<li><em>George, C. (2020). Air-conditioned nation revisited: Essays on Singapore politics. Ethos Books.&nbsp;</em></li>



<li><em>Hacker, P. (2024). The European AI Act and the UK Online Safety Act: A comparative analysis of systemic risk regulation. International Journal of Law and Information Technology, 32(1), 15-38.</em></li>



<li><em>Heather Chen., K. M. (2024, February 4). Finance worker pays out $25 million after video call with deepfake ‘chief financial officer’. Retrieved from CNN World: https://edition.cnn.com/2024/02/04/asia/deepfake-cfo-scam-hong-kong-intl-hnk</em></li>



<li><em>Human Rights Watch. (2020). Thailand: Computer Crime Act being used to silence critics.&nbsp;</em></li>



<li><em>Kim, S. (2023). Targeted electoral safeguards in the age of AI: The case of South Korea. Journal of East Asian Studies, 45-67.</em></li>



<li><em>Persily, N. (2020). The platform ideology. Journal of Democracy.&nbsp;</em></li>



<li><em>Secretary of State for Science, Innovation and Technology. (2024). A pro-innovation approach to AI regulation: Amended government response. HM Government.</em></li>



<li><em>Tan, N. (2021). Disinformation and the law: POFMA and the regulation of free speech in Singapore. Asian Journal of Comparative Law, 1-22.</em></li>



<li><em>Veale, M. &amp;. (2021). Demystifying the Draft AI Act: Analysing the law, politics and safeguards of the European Commission’s proposed AI regulation. Computer Law Review International, 22(4), 97-112.</em></li>



<li><em>Wagner, B. (2021). Global governance of AI: Mapping the policy landscape. Oxford University Press.</em></li>



<li><em>White House. (2023, October 30). Safe, Secure, and Trustworthy Development and Use of Artificial Intelligence. Executive Office of the President.</em></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Indo-Pacific Media Resilience Program โดย Internews</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/ai-disinformation-global-lessons/">ข้อมูลบิดเบือนในยุค AI: บทเรียนจากต่างประเทศ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม.อนุทิน 2 : หน้าตา ครม. เป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างจาก ครม. ในอดีตอย่างไรบ้าง</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/anutin-2-lineup/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 10:26:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[ครม.]]></category>
		<category><![CDATA[อนุทิน ชาญวีรกูล]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7160</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3627;&#3621;&#3633;&#3591;&#3592;&#3634;&#3585;&#3617 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/anutin-2-lineup/">ครม.อนุทิน 2 : หน้าตา ครม. เป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างจาก ครม. ในอดีตอย่างไรบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>ตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร&nbsp; 2544 จนถึงรัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล มีนาคม 2569 รวม 13 รัฐบาล มีบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในแต่ละชุดรวม 409 คน โดยมี 16 คน เป็นรัฐมนตรีตั้งแต่ 4 รัฐบาลขึ้นไป หรือคิดเป็น 3.91% ของผู้ที่เคยเป็นรัฐมนตรีทั้งหมด</li>



<li>มี&nbsp; 21 คนที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว และ 14 คนที่เป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ อย่างไรก็ตามเกือบทั้งหมดเป็นเครือข่าย “บ้านใหญ่</li>



<li>ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 6 รัฐบาล ซึ่งถือว่ามากเป็นอันดับ 2 รองมาจากอนุทิน มี 3 คน ได้แก่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ&nbsp; ทรงศักดิ์ ทองศรี และ วราวุธ ศิลปอาชา</li>



<li>มี 26 คนหรือคิดเป็น 74.29% ที่ตรวจสอบพบว่าเป็นบ้านใหญ่หรือมาจากตระกูลการเมืองระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น และอีก 9 คนหรือ 25.71% ที่ไม่ใช่เครือข่ายบ้านใหญ่หรือตระกูลการเมือง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ทั้ง 35 คน ในรัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 Rocket Media Lab ชวนสำรวจประวัติทางการเมืองของรัฐมนตรี ว่า ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ใครเป็นรัฐมนตรีหลายรัฐบาลมากที่สุด และมีใครเป็นเครือข่ายบ้านใหญ่หรือตระกูลการเมืองบ้าง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/Most-Seats-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7162" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/Most-Seats-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/Most-Seats-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/Most-Seats-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/Most-Seats.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">อนุทินเคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 7 รัฐบาล</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นคณะรัฐมนตรีชุดที่ 54 เข้าบริหารประเทศ เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2544 จนถึงคณะรัฐมนตรีชุดที่ 66 ภายใต้การบริหารของอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อ 30 มีนาคม 2569 รวม 13 รัฐบาล จากการรวบรวมข้อมูลสถิติบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในแต่ละชุดรวม 409 คน พบว่า มี 16 คน ที่เป็นรัฐมนตรีตั้งแต่ 4 รัฐบาลขึ้นไป หรือคิดเป็น 3.91% ของผู้ที่เคยเป็นรัฐมนตรีทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">อนุทิน ชาญวีรกูลเป็นรัฐมนตรีมาแล้วรวม 7 รัฐบาล ซึ่งถือว่ามากที่สุด ตั้งแต่รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร 1 ปี 2544&nbsp; โดยเป็นนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดที่ 65 และ 66 โดยเริ่มจากเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อ 30 มิถุนายน 2547 ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 1 ในสังกัดพรรคไทยรักไทย จากนั้นเป็นรัฐมนตรีอีกหลายครั้งในรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย ยกเว้นรัฐบาลประยุทธ์&nbsp; จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 2&nbsp; รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน รัฐบาลแพรทองธาร ชินวัตร ก่อนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีชุดที่ 65 และ 66 อนุทินเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยกระทรวงสาธารณสุข พาณิชย์ มหาดไทย และรองนายกรัฐมนตรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 6 รัฐบาล ซึ่งถือว่ามากเป็นอันดับ 2 รองมาจากอนุทิน มี 3 คน ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 1 และ 2 เว้นวรรคไปหลังถูกตัดสิทธิทางการเมืองและยุบพรรค และกลับมาเป็นรัฐมนตรีอีกครั้งในรัฐบาลประยุทธ์ 2 เมื่อปี 2562 ที่ย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ ก่อนที่จะกลับมาสังกัดพรรคเพื่อไทย พร้อมตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และแพทองธาร ชินวัตร และรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล 2&nbsp;</li>



<li>ทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช พรรคพลังประชาชน ในปี 2551 ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จากนั้นเมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา 2 ทรงศักดิ์กลับมาได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีอีกครั้งและอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทยมาโดยตลอด ก่อนที่จะได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล 2</li>



<li>วราวุธ ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช พรรคพลังประชาชน ในปี 2551 ภายใต้สังกัดพรรคชาติไทย โดยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จากนั้นเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ประยุทธ์ จันทร์โอชา เศรษฐา ทวีสิน แพรทองธาร ชินวัตร และล่าสุดเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล 2</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 5 รัฐบาล มี 4 คน โดยผู้ที่เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกในรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา และเป็นรัฐมนตรีในทุกรัฐบาลจนถึงรัฐบาลอนุทิน 2 เหมือนกัน 2 คน คือ พิพัฒน์ รัชกิจประการ และสุชาติ ชมกลิ่น ส่วนอีก 2 คน สมศักดิ์ เทพสุทิน และสันติ พร้อมพัฒน์ ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน 2 ซึ่งสมศักดิ์เคยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ 1 และ 2 เว้นวรรคไปหลังถูกตัดสิทธิทางการเมืองและยุบพรรค และกลับมาเป็นรัฐมนตรีอีกครั้งในรัฐบาลประยุทธ์ 2 เมื่อปี 2562 ขณะที่สันติ พร้อมพัฒน์เป็นรัฐมนตรีคมนาคม ในสังกัดพรรคพลังประชาชน ในรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช ปี 2551 ตามด้วยรัฐมนตรีในรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่อมาเมื่อย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ ก็เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา2&nbsp; และเศรษฐา ทวีสิน แม้จะไม่ได้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน 1 และ 2 แต่มีบุตรชายคือ พัฒนา พร้อมพัฒน์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีอีก 8 คนที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 4 รัฐบาลคือ นภินทร ศรีสรรพางค์ ประเสริฐ จันทรรวงทอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ศุภมาส อิศรภักดี สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ซึ่ง 4 คนนี้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน 2 ส่วนวิษณุ เครืองาม&nbsp; สมคิด จาตุศรีพิทักษ์&nbsp; สุวิทย์ คุณกิตติ อุไรวรรณ เทียนทอง ไม่ได้ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">รัฐบาลอนุทิน 2569 ใครมีประสบการณ์เป็นรัฐมนตรีมากที่สุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเฉพาะรัฐมนตรี 35 คนในรัฐบาลอนุทิน 2 ที่มาจากพรรคภูมิใจไทยและเพื่อไทย ว่าใครเคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อนแล้วบ้าง พบว่ามี&nbsp; 21 คนที่เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว และ 14 คนที่เป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ อย่างไรก็ตามเกือบทั้งหมดเป็นเครือข่าย “บ้านใหญ่”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ที่เป็นรัฐมนตรีมา 5 รัฐบาลมี 6 คน คือ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี, วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ที่เป็นรัฐมนตรีมา 4 รัฐบาลมี 4 คน คือ นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ที่เป็นรัฐมนตรีมา 3 รัฐบาลมี 2 คน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">มี 9 คนที่เป็นรัฐมนตรีมา 2 รัฐบาล โดยมี 8 คนที่เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกในรัฐบาลอนุทิน 1 ได้แก่ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีเพียง เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp; ในรัฐบาลแพรทองธาร ชินวัตรมาก่อน และกลับมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเดิมในรัฐบาลอนุทิน 2</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูว่า ใครเคยเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวงมากที่สุดพบว่า วราวุธ ศิลปอาชา ที่เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวงมากที่สุด รวม 4 กระทรวง คือ คมนาคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และอุตสาหกรรม ส่วนอีก 5 คน เคยเป็นรัฐมนตรี 3 กระทรวงและเคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี คือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เกษตรและสหกรณ์ คมนาคม อุตสาหกรรม รองนายกรัฐมนตรี</li>



<li>สุชาติ ชมกลิ่น ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แรงงาน พาณิชย์ รองนายกรัฐมนตรี</li>



<li>พิพัฒน์ รัชกิจประการ การท่องเที่ยวและกีฬา คมนาคม แรงงาน รองนายกรัฐมนตรี</li>



<li>อนุทิน ชาญวีรกูล หากไม่นับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พาณิชย์ มหาดไทย สาธารณสุข รองนายกรัฐมนตรี</li>



<li>ประเสริฐ จันทรรวงทอง คมนาคม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศึกษาธิการ รองนายกรัฐมนตรี</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้นยังพบว่า ในช่วงรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ไปจนถึงรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อนุทิน ชาญวีรกูล ถูกตัดสิทธิทางการเมือง จึงได้ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ผู้เป็นพ่อ มานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีสาธารณสุขและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมมั่นคงของมนุษย์ </p>



<p class="wp-block-paragraph">การใช้เครือญาติมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแทนในช่วงที่ตนเองถูกตัดสิทธิทางการเมือง ยังเห็นได้อีกอย่างกรณีของ วราวุธ ศิลปอาชา ในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยให้ชุมพล ศิลปอาชา ผู้เป็นอา มาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแทน เช่นเดียวกับ สมศักดิ์ เทพสุทิน ในช่วงรัฐบาลสมัคร สุนทรเวชและรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ให้ภรรยา อนงค์วรรณ เทพสุทิน มานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมแทน</p>



<h3 class="wp-block-heading">รัฐมนตรี 74.29% มาจากบ้านใหญ่</h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/35-Big-House-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7191" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/35-Big-House-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/35-Big-House-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/35-Big-House-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/35-Big-House-1.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">จากรัฐมนตรีทั้งหมด 35 คน เมื่อพิจารณาว่า เป็นบ้านใหญ่หรือมาจากตระกูลการเมืองระดับชาติหรือระดับท้องถิ่นเป็นสัดส่วนเท่าใด พบว่า มี 26 คนหรือคิดเป็น 74.29% ที่ตรวจสอบพบว่าเป็นบ้านใหญ่หรือมาจากตระกูลการเมืองระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น และอีก 9 คนหรือ 25.71% ที่ไม่ใช่เครือข่ายบ้านใหญ่หรือตระกูลการเมือง</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากทั้งหมด 26 คน เป็นผู้ที่มีเครือข่ายบ้านใหญ่จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด 9 คน กระจุกตัวอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา 3 คน บุรีรัมย์ 2 คน ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ&nbsp; อุดรธานี และอุบลราชธานีอย่างละ 1 คน ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นครราชสีมา</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>นิกร โสมกลาง รมว. การพัฒนาสังคมฯ พรรคเพื่อไทย ลูกของสมศักดิ์ โสมกลาง อดีต สส.นครราชสีมา และเป็นสามีของ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และเป็นเครือญาติกับ ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา</li>



<li>ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว. ศึกษาธิการ พรรคเพื่อไทย</li>



<li>พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พรรคภูมิใจไทย ลูกของไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีตรัฐมนตรีและระนองรักษ์ สุวรรณฉวี อดีตรัฐมนตรีและอดีตนายก อบจ.นครราชสีมา</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>บุรีรัมย์</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พรรคภูมิใจไทย ลูกชายของเนวิน ชิดชอบ</li>



<li>ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย เป็นพี่น้องกับ เพิ่มพูนและรุ่งโรจน์ ทองศรี สส.บัญชีรายชื่อ และจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นสามีของแว่นฟ้า ทองศรี พี่สะใภ้ อดีตผู้สมัคร สส.จังหวัดบึงกาฬ ปี 2554 และ 2562&nbsp; และเป็นพ่อตาของสยาม เพ็งทอง สส.ปี 2566 และปี 2569 จังหวัดบึงกาฬ รวมทั้งเป็นเครือญาติกับเสริมศักดิ์ ทองศรี รองนายก อบจ.บุรีรัมย์ พูนศักดิ์ ทองศรี สจ.บุรีรัมย์</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ศรีสะเกษ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช. คมนาคม พรรคภูมิใจไทย เป็นลูกของฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ซึ่งดำรงตำแหน่งนาน 10 สมัย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อำนาจเจริญ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สุขสมรวย วันทนียกุล รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย เป็นภรรยาของพ.ต.อ.ชัชนันต์ พรบุตร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ และเป็นผู้สนับสนุนนายกเทศมนตรีเมืองอำนาจเจริญและนายก อบจ.อำนาจเจริญหลายคน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อุดรธานี</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>วัชรพล ขาวขำ รมช. เกษตรและสหกรณ์ พรรคเพื่อไทย ลูกชายของวิเชียร ขาวขำ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด อุดรธานี อดีต สส.หลายสมัย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อุบลราชธานี</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>แนน บุญย์ธิดา สมชัย รมช. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พรรคภูมิใจไทย ลูกของอิสระ สมชัย อดีตรัฐมนตรีและ สส.จังหวัดอุบลราชธานีและบัญชีรายชื่อหลายสมัย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคกลาง 6 คน โดยมีรัฐมนตรีจากเครือข่ายบ้านใหญ่จังหวัดอุทัยธานี 2 คน&nbsp; พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี พิจิตร อ่างทอง อย่างละ 1 คน ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อุทัยธานี</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว. วัฒนธรรม ภูมิใจไทย ลูกของชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรี</li>



<li>เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์&nbsp; รมช. มหาดไทย ภูมิใจไทย ลูกของมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี และเป็นเครือญาติของชานนท์ ไทยเศรษฐ์ สส.ปี 2569 จังหวัดนครสวรรค์</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>พระนครศรีอยุธยา</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว. การท่องเที่ยวและกีฬา พรรคภูมิใจไทย อดีต สจ.พระนครศรีอยุธยา น้องของ สุวิมล พันธ์เจริญวรกุล อดีต สส. และลูกของสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สุพรรณบุรี</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>วราวุธ ศิลปอาชา รมว. อุตสาหกรรม พรรคภูมิใจไทย ลูกของบรรหาร ศิลปอาชา&nbsp; อดีตนายกรัฐมนตรี และ สส.สุพรรณบุรีหลายสมัย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>พิจิตร</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม พรรคภูมิใจไทย ลูกของประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีต สส. หลายสมัย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อ่างทอง</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภราดร ปริศนานันทกุล รมว. สำนักนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย ลูกของ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และพี่ของกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคใต้ 3 คน จาก 2 จังหวัดคือ สตูล 2 คน และสงขลา 1 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สตูล</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว. คมนาคม พรรคภูมิใจไทย พ่อของชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อและสามีของนาที รัชกิจประการ อดีตรมว.ท่องเที่ยว</li>



<li>วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช. มหาดไทย พรรคภูมิใจไทย ลูกของสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ นักธุรกิจรายใหญ่ของจังหวัด และเป็นหลานของสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ อดีตนายก อบจ.สตูล 3 สมัย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สงขลา</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สรรเพชญ บุญญามณี รมช. คมนาคม พรรคภูมิใจไทย ลูกของนิพนธ์ บุญญามณี อดีตสส. หลายสมัย&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และกัลยา บุญญามณี ปลัดเทศบาลนครสงขลา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคเหนือ 3 คน จากจังหวัดเพชรบูรณ์ เชียงใหม่ เชียงราย อย่างละ 1 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เพชรบูรณ์</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>พัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว. สาธารณสุข พรรคภูมิใจไทย ลูกของวันเพ็ญ และสันติ พร้อมพัฒน์ อดีต สส. และอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เชียงใหม่</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว. แรงงาน พรรคเพื่อไทย สามีของวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์&nbsp; สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยลูกของวิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีต สส. หลายสมัย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เชียงราย</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช. เกษตรและสหกรณ์ พรรคเพื่อไทย ลูกของยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรัฐมนตรีและ สส. หลายสมัย และสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช อดีตนายก อบจ.เชียงราย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เครือข่ายบ้านใหญ่และตระกูลการเมืองอื่นๆ อีก 5 คน ได้แก่</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว. มหาดไทย พรรคภูมิใจไทย ลูกของ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีและ สส. หลายสมัย</li>



<li>สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พรรคเพื่อไทย เครือญาติกับพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีและอดีต สส.</li>



<li>ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว. การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อไทย ลูกของสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เครือญาติของทักษิณ ยิ่งลักษณ์ และแพรทองธาร ชินวัตร</li>



<li>เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว. พลังงาน พรรคภูมิใจไทย บุตรของนายพรเทพ เตชะไพบูลย์ อดีตรัฐมนตรี และ สส. เครือญาติกับสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรัฐมนตรี และ สส. หลายสมัย</li>



<li>สุชาติ ชมกลิ่น รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พรรคภูมิใจไทย จังหวัดชลบุรี</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">อีก 9 คนหรือ 25.71% ที่ไม่ใช่เครือข่ายบ้านใหญ่หรือตระกูลการเมือง คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</li>



<li>สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ</li>



<li>ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</li>



<li>ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี​</li>



<li>อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</li>



<li>รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม &nbsp;</li>



<li>ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</li>



<li>นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</li>



<li>อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ในจำนวนนี้มี 1 คน คือ รุทธพล เนาวรัตน์ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ถูกมองว่าใกล้ชิดกับเครือข่ายเนวิน ชิดชอบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ : การนับจำนวนการเป็นรัฐมนตรีในงานชิ้นนี้ นับรวมตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วย และรองนายกรัฐมนตรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-anutin-2-lineup/">https://rocketmedialab.co/database-anutin-2-lineup/</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/anutin-2-lineup/">ครม.อนุทิน 2 : หน้าตา ครม. เป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างจาก ครม. ในอดีตอย่างไรบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง69 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-election-69-6/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2026 11:17:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7075</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3588;&#3632 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-6/">คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง69 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ การเลือกตั้ง 2569</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTlS8rKEQUtWCBxgsKeaVfiPM3Klx9aoEZz_VGQkygZh3WMk6jobFCiSIcPbODiGmgvGC0CThT3LqwR/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ขอบคุณคุณ ณัฐ เหลืองนฤมิตชัย และสฤณี อาชวานันทกุล ที่ช่วยจัดการเรียบเรียงตัวเลขผลการเลือกตั้งจาก 398 เขต</li>



<li>งานชิ้นนี้ อ้างอิงคะแนน สส.6/1 จาก<a href="https://drive.google.com/drive/folders/1elYwd_ATWpm8q_ZxoxKcXO1TaVF7MElj">ฐานข้อมูลภาพ pdf </a>อัปโหลดโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลดข้อมูล <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTlS8rKEQUtWCBxgsKeaVfiPM3Klx9aoEZz_VGQkygZh3WMk6jobFCiSIcPbODiGmgvGC0CThT3LqwR/pubhtml">ที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-24/">คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง 69</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-6/">คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง69 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง 69</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/election-69-24/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2026 11:10:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7066</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3612;&#3621;&#3588;&#3632;&#3649 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-24/">คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง 69</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">จากผลคะแนนการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่ไฟล์ สส.6/1 ที่สรุปผลคะแนนระดับเขตในรูปแบบรูปภาพ ซึ่งมีจำนวนเขตทั้งสิ้น 397 เขต (ขาดไปสามเขตคือ กรุงเทพมหานครเขต 15 ลพบุรีเขต 4 และ อุดรธานีเขต 6) นั้น หากคำนวนจากตัวเลขบัตรดีจำนวนทั้งสิ้น 34,761,396 ใบ (จากจำนวนบัตรดีทั้งหมด 34,862,178 จาก 400 เขต คือยังไม่มีคะแนนอีก 100,782 ใบ) จะสามารถคำนวณคะแนนและที่นั่ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์แบบไม่เป็นทางการได้ และมีข้อค้นพบเบื้องต้น ดังต่อไปนี้&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เลือกตั้ง 69 มีพรรคการเมืองทั้งหมด 21 พรรคเข้าสภา</li>



<li>สส.ปัดเศษ มีจำนวน 10 พรรค คะแนนน้อยสุดเป็นของพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้เสียงแต่ 1.4 แสนเสียงก็ได้ที่นั่งแล้ว</li>



<li>หากดูความนิยมของพรรค ตามลำดับของคะแนนปาร์ตี้ลิสต์สูงสุดในแต่ละเขต จะพบว่า พรรคอันดับหนึ่งคือพรรคประชาชน (ชนะใน 215 เขต) อันดับสองคือเพื่อไทย (ชนะใน 71 เขต) อันดับสามคือภูมิใจไทย (ชนะ 56 เขต)</li>



<li>จาก 400 เขตทั่วประเทศ มีพื้นที่ที่คะแนนของพรรคประชาชน ภูมิใจไทย และเพื่อไทย สูสีกันหรือห่างกันไม่เกิน 15% ทั้งหมด 88 เขต</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit1-count-partylist-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7084" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit1-count-partylist-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit1-count-partylist-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit1-count-partylist-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit1-count-partylist.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>เลือกตั้ง 69 มีพรรคการเมือง 21 พรรคในสภา</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">พรรคการเมืองที่มีตัวแทนปาร์ตี้ลิสต์ในสภามีมากถึง 21 พรรค โดย พรรคอันดับหนึ่งคือพรรคประชาชนที่ได้ 32 ที่นั่งจาก 10.97 ล้านเสียง อันดับสองคือพรรคภูมิใจไทย ที่ได้ 19 ที่นั่งจาก 6.44 ล้านเสียง อันดับสามคือพรรคเพื่อไทย ที่ได้ 16 ที่นั่งจาก 5.5 ล้านเสียง อันดับสี่ คือพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ 11 ที่นั่งจาก 3.9 ล้านเสียง อันดับห้าคือพรรคเศรษฐกิจที่ได้ 3 ที่นั่งจาก 1.1 ล้านเสียง<br></p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>หมายเลขพรรค</strong></td><td><strong>ชื่อพรรค</strong></td><td><strong>คะแนนพรรคจาก 398 เขต</strong></td><td><strong>จำนวนที่นั่งแบบยังไม่ปัดเศษ</strong></td><td><strong>จำนวนที่นั่ง</strong></td></tr><tr><td>46</td><td>ประชาชน</td><td>10,971,958</td><td>31.6</td><td>32</td></tr><tr><td>37</td><td>ภูมิใจไทย</td><td>6,445,573</td><td>18.5</td><td>19</td></tr><tr><td>9</td><td>เพื่อไทย</td><td>5,512,309</td><td>15.9</td><td>16</td></tr><tr><td>27</td><td>ประชาธิปัตย์</td><td>3,929,531</td><td>11.3</td><td>11</td></tr><tr><td>11</td><td>เศรษฐกิจ</td><td>1,124,647</td><td>3.2</td><td>3</td></tr><tr><td>6</td><td>รวมไทยสร้างชาติ</td><td>761,851</td><td>2.2</td><td>2</td></tr><tr><td>2</td><td>เพื่อชาติไทย</td><td>676,837</td><td>1.9</td><td>2</td></tr><tr><td>42</td><td>กล้าธรรม</td><td>642,586</td><td>1.8</td><td>2</td></tr><tr><td>33</td><td>ประชาชาติ</td><td>428,874</td><td>1.2</td><td>1</td></tr><tr><td>5</td><td>รวมใจไทย</td><td>428,349</td><td>1.2</td><td>1</td></tr><tr><td>3</td><td>ใหม่</td><td>313,738</td><td>0.9</td><td>1</td></tr><tr><td>1</td><td>ไทยทรัพย์ทวี</td><td>303,944</td><td>0.9</td><td>1</td></tr><tr><td>8</td><td>ประชาธิปไตยใหม่</td><td>278,199</td><td>0.8</td><td>1</td></tr><tr><td>29</td><td>ไทยภักดี</td><td>245,382</td><td>0.7</td><td>1</td></tr><tr><td>4</td><td>มิติใหม่</td><td>245,090</td><td>0.7</td><td>1</td></tr><tr><td>48</td><td>ไทยสร้างไทย</td><td>200,770</td><td>0.6</td><td>1</td></tr><tr><td>13</td><td>รวมพลังประชาชน</td><td>196,163</td><td>0.6</td><td>1</td></tr><tr><td>12</td><td>เสรีรวมไทย</td><td>184,156</td><td>0.5</td><td>1</td></tr><tr><td>10</td><td>ทางเลือกใหม่</td><td>176,519</td><td>0.5</td><td>1</td></tr><tr><td>21</td><td>ไทรวมพลัง</td><td>166,313</td><td>0.5</td><td>1</td></tr><tr><td>43</td><td>พลังประชารัฐ</td><td>141,047</td><td>0.4</td><td>1</td></tr><tr><td>7</td><td>พลวัต</td><td>117,460</td><td>0.3</td><td>0</td></tr><tr><td>49</td><td>ไทยก้าวใหม่</td><td>108,969</td><td>0.3</td><td>0</td></tr><tr><td>38</td><td>พลังธรรมใหม่</td><td>89,848</td><td>0.3</td><td>0</td></tr><tr><td>44</td><td>โอกาสใหม่</td><td>81,828</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>47</td><td>ประชาไทย</td><td>77,416</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>16</td><td>พลังเพื่อไทย</td><td>71,681</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>31</td><td>ประชากรไทย</td><td>70,308</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>35</td><td>รักชาติ</td><td>68,288</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>36</td><td>ไทยพร้อม</td><td>61,930</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>34</td><td>สร้างอนาคตไทย</td><td>59,422</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>32</td><td>ครูไทยเพื่อประชาชน</td><td>56,031</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>30</td><td>แรงงานสร้างชาติ</td><td>54,260</td><td>0.2</td><td>0</td></tr><tr><td>17</td><td>ไทยชนะ</td><td>52,026</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>28</td><td>ไทยก้าวหน้า</td><td>50,687</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>14</td><td>ท้องที่ไทย</td><td>47,999</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>24</td><td>วิชชั่นใหม่</td><td>43,127</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>45</td><td>เป็นธรรม</td><td>40,366</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>26</td><td>คลองไทย</td><td>36,876</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>15</td><td>อนาคตไทย</td><td>30,275</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>23</td><td>ปวงชนไทย</td><td>28,280</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>56</td><td>เพื่อบ้านเมือง</td><td>24,620</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>39</td><td>กรีน</td><td>24,168</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>57</td><td>พลังไทยรักชาติ</td><td>22,249</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>40</td><td>ไทยธรรม</td><td>21,847</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>19</td><td>สังคมประชาธิปไตยไทย</td><td>19,478</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>22</td><td>ก้าวอิสระ</td><td>17,820</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>51</td><td>พร้อม</td><td>17,596</td><td>0.1</td><td>0</td></tr><tr><td>25</td><td>เพื่อชีวิตใหม่</td><td>14,081</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>41</td><td>แผ่นดินธรรม</td><td>13,984</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>20</td><td>ฟิวชัน</td><td>13,594</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>18</td><td>พลังสังคมใหม่</td><td>11,769</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>54</td><td>ความหวังใหม่</td><td>9,508</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>52</td><td>เครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย</td><td>9,060</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>55</td><td>ไทยรวมไทย</td><td>8,091</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>50</td><td>ประชาอาสาชาติ</td><td>5,780</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td>53</td><td>ไทยพิทักษ์ธรรม</td><td>5,653</td><td>0.0</td><td>0</td></tr><tr><td></td><td></td><td></td><td></td><td></td></tr><tr><td>หมายเหตุ:</td><td>1. สส.พึงมี คิดเป็น</td><td>347,613.96</td><td></td><td></td></tr><tr><td></td><td>2. ข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก 397 เขต โดยกกต.ยังไม่ได้เผยแพร่ผลการเลือกตั้งของกรุงเทพมหานครเขต 15 ลพบุรีเขต 4 และอุดรธานีเขต 6</td><td></td><td></td><td></td></tr></tbody></table></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><br>อีก 16 พรรคที่ได้เข้าสภา ที่ได้คะแนนไม่ถึงล้านเสียง อาทิ พรรครวมไทยสร้างชาติ (2 ที่นั่งจาก 7.6 แสนเสียง) พรรคกล้าธรรม (2 ที่นั่งจาก 6.4 แสนเสียง) พรรคประชาชาติ (1 ที่นั่งจาก 4.3 แสนเสียง)</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สส.ปัดเศษ มีจำนวน 10 พรรค คะแนนน้อยสุดเป็นของพรรคพลังประชารัฐ</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ หากคำนวณตัวเลขจากจำนวนสส.พึงมี หรือจำนวนคะแนนที่สส.หนึ่งที่นั่งควรได้รับ จะอยู่ที่ราว 347,614 คะแนน แต่ด้วยระบบเลือกตั้งแบบที่ออกแบบให้พรรคใหญ่เสียเปรียบและต้องการให้มีพรรคเล็กจำนวนมากในสภา จึงทำให้มี “สส.ปัดเศษ” หรือสส.จากพรรคที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์สส.พึงมี จำนวนทั้งสิ้น 10 พรรค&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มนี้ มาจากพรรค ไทยทรัพย์ทวี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคมิติใหม่ พรรคไทยสร้างไทย พรรครวมพลังประชาชน พรรคเสรีรวมไทย พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทรวมพลัง และพรรคพลังประชารัฐซึ่งรั้งท้ายที่ 1.4 แสนคะแนนเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า พรรคการเมืองที่จับฉลากได้เลขเบอร์เดียวในลำดับที่หนึ่งถึงห้า ล้วนได้รับคะแนนสูงทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น เบอร์ 1 พรรคไทยทรัพย์ทวี เบอร์ 2 พรรคเพื่อชาติไทย เบอร์ 3 พรรคใหม่ เบอร์ 4 พรรคมิติใหม่ และเบอร์ 5 พรรครวมไทย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ลำดับของพรรคที่ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์สูงสุดในแต่ละเขต</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit2-district-partylist-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7085" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit2-district-partylist-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit2-district-partylist-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit2-district-partylist-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/edit2-district-partylist.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ หากดูคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ในระดับเขต จะพบอันดับความนิยมของพรรคแตกต่างจากคะแนนสส.เขต โดยพรรคประชาชนได้อันดับหนึ่งใน 214 เขต พรรคเพื่อไทยกวาดอันดับหนึ่งใน 70 เขต ส่วนพรรคภูมิใจไทยที่เป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ชนะที่หนึ่งใน 56 เขตเท่านั้น</p>



<figure class="wp-block-table"><table class="has-fixed-layout"><tbody><tr><td><strong>พรรค</strong></td><td><strong>จำนวนเขตที่ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์สูงสุด</strong></td></tr><tr><td>ประชาชน</td><td>215</td></tr><tr><td>เพื่อไทย</td><td>71</td></tr><tr><td>ภูมิใจไทย</td><td>56</td></tr><tr><td>ประชาธิปัตย์</td><td>43</td></tr><tr><td>ประชาชาติ</td><td>9</td></tr><tr><td>กล้าธรรม</td><td>3</td></tr><tr><td>ไทรวมพลัง</td><td>2</td></tr><tr><td>พลังประชารัฐ</td><td>1</td></tr></tbody></table></figure>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ:<br>1. อ้างอิงข้อมูลจากไฟล์ สส.6/1(บช) ของ กกต. ซึ่งยังขาดข้อมูล 3 เขต คือ กรุงเทพมหานคร เขต 15 ลพบุรี เขต 6 และ อุดรธานี เขต 3</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. ข้อมูล 3 เขต คือ กรุงเทพมหานคร เขต 15 ลพบุรี เขต 4 และ อุดรธานี เขต 6 อ้างอิงจากข้อมูล 94% จากระบบ ECT Report</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคประชาชน ได้อันดับ 1 ใน 215 เขต&nbsp;</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">พรรคประชาชนครองที่หนึ่งในเกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้และอีสานตอนบน/ล่าง ที่เป็นฐานเดิมของประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และเพื่อไทย ตามลำดับ ในหลายพื้นที่ได้คะแนนสูงสุดทุกเขตทั้งจังหวัด เช่น กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง น่าน นครปฐม ราชบุรี สระบุรี ภูเก็ต&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคเพื่อไทย ได้อันดับ 1 ใน 71 เขต</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">พรรคเพื่อไทยสามารถกวาดพื้นที่ภาคอีสานตอนบนและตอนกลางเป็นหลัก เช่น ร้อยเอ็ด (7 เขต) สกลนคร (6 เขต) ขอนแก่น (8 เขต) กาฬสินธุ์ (4 เขต) มหาสารคาม (5 เขต) ยโสธร (3 เขต) อุดรธานี (9 เขต) นครพนม (3 เขต) และอื่นๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคภูมิใจไทย ได้อันดับ 1 ใน 56 เขต</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนใหญ่พรรคภูมิใจไทยสามารถกวาดภาคอีสานตอนล่างและภาคกลางตะวันตก โดยมีคะแนนโดดเด่นที่ บุรีรัมย์ (ครบทุก 10 เขต) สุรินทร์ (8 เขต) สุพรรณบุรี (5 เขต) เพชรบูรณ์ (4 เขต)&nbsp; เพชรบุรี (3 เขต) อุทัยธานี (2 เขต) อ่างทอง (2 เขต) สุโขทัย (1 เขต) แพร่ (1 เขต) และอื่นๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคประชาธิปัตย์ ได้อันดับ 1 ใน 43 เขต</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การกลับมาของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ สามารถได้ที่นั่งจากคะแนนสส.บัญชีรายชื่อในพื้นที่ภาคใต้ส่วนมาก ได้แก่ นครศรีธรรมราช (ครบ 9 เขต) สงขลา (9 เขต) ตรัง (4 เขต) สุราษฎร์ธานี (7 เขต) ชุมพร (3 เขต) กระบี่ (3 เขต) พัทลุง (3 เขต) พังงา (2 เขต) สตูล (2 เขต) ประจวบคีรีขันธ์ (1 เขต)</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคกล้าธรรม ได้อันดับ 1 ใน 3 เขต</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">พรรคกล้าธรรม กวาดทุกเขตในจังหวัดพะเยา ซึ่งมีทั้งหมด 3 เขตได้&nbsp;&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ประชาชน สูสีกับ ภูมิใจไทย และ/หรือ เพื่อไทย (ห่างกันไม่เกิน 15%) ทั้งหมด 88 เขต</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเขตที่มีคะแนนสูสี หรือทิ้งห่างกันไม่เกิน 15% มีทั้งหมด 88 เขต โดยเขตที่น่าจับตามอง ได้แก่&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ขอนแก่น เขต 11: ประชาชน 18,652 vs ภูมิใจไทย 20,024 vs เพื่อไทย 19,952</li>



<li>ชัยภูมิ เขต 6: ประชาชน 19,853 vs ภูมิใจไทย 19,069 vs เพื่อไทย 21,029</li>



<li>นครราชสีมา เขต 5: ประชาชน 22,017 vs ภูมิใจไทย 22,285 vs เพื่อไทย 18,807</li>



<li>บึงกาฬ เขต 3: ประชาชน 17,980 vs ภูมิใจไทย 15,705 vs เพื่อไทย 20,137</li>



<li>อำนาจเจริญ เขต 2: ประชาชน 22,514 vs ภูมิใจไทย 23,395 vs เพื่อไทย 21,698</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งในหนึ่งเขต คือ สระแก้ว เขต 2 โดยเป็นเขตที่คะแนนสูสีมาก กล่าวคือ พรรคพลังประชารัฐได้ 22,924 คะแนน พรรค ประชาชน 22,827 คะแนน เหตุผลสำคัญอาจเพราะเป็นพื้นที่ของ &#8220;บ้านใหญ่&#8221; โดยสระแก้วเป็นพื้นที่ตระกูลเทียนทองที่มีทั้ง สส.แบบแบ่งเขตอย่างน้อย 2 คน และ นายกอบจ. ติดต่อกันมายาวนาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนพรรคไทรวมพลัง ก็สามารถชนะคะแนนใน 2 เขตของจังหวัดอุบลราชธานี ที่ เขต 9 และ 10 ทั้งนี้ พรรคไทรวมพลัง หนึ่งในเครือข่ายตระกูลหวังศุภกิจโกศล เจ้าของธุรกิจโรงแป้งในภาคอีสาน ที่ กังฟู-วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรค เป็นเครือญาติกับ ยลดา หวังศุภกิจโกศล และจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่ลงสมัคร สส.ปี 2569 ในจังหวัดนี้ ตระกูลหวังศุภกิจโกศลมีธุรกิจหลายอย่างในจังหวัดอุบลราชธานี อาทิ บริษัทเอี่ยมอุบลอุตสาหกรรม จำกัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ขอบคุณคุณ ณัฐ เหลืองนฤมิตชัย และสฤณี อาชวานันทกุล ที่ช่วยจัดการเรียบเรียงตัวเลขผลการเลือกตั้งจาก 397 เขต</li>



<li>งานชิ้นนี้ อ้างอิงคะแนน สส.6/1 จาก<a href="https://drive.google.com/drive/folders/1elYwd_ATWpm8q_ZxoxKcXO1TaVF7MElj">ฐานข้อมูลภาพ pdf </a>อัปโหลดโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งยังขาดข้อมูล 3 เขต คือ กรุงเทพมหานคร เขต 15 ลพบุรี เขต 6 และ อุดรธานี เขต 3</li>



<li>งานชิ้นนี้แก้ไขข้อมูลเมื่อ 5 มีนาคม 2569 เวลา 13.45 น. หลังพบว่า ไฟล์ 6/1(บช) ของลพบุรีเขต 4 ของคณะกรรมการเลือกตั้งมีข้อมูลผิดพลาด โดยเป็นข้อมูลของลพบุรี เขต 1 ดังนั้น สำหรับคะแนนดิบทั้งประเทศ (ตารางที่ 1) จึงแสดงที่ 397 เขตเลือกตั้ง และสำหรับลำดับผู้ชนะในแต่ละเขต (ตารางที่ 2) จึงอ้างอิงจากข้อมูล 94% จากระบบ ECT Report เฉพาะข้อมูลของเขต คือ กรุงเทพมหานคร เขต 15 ลพบุรี เขต 4 และ อุดรธานี เขต 6</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-6/">https://rocketmedialab.co/database-election-69-6/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-24/">คำนวณคะแนน สส. บัญชีรายชื่อ สส. พึงมี และที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์ เราเห็นอะไรในการเมืองไทยจากเลือกตั้ง 69</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>#เลือกตั้ง69 สส.เขต 24 คน ที่เป็น สส. 4 สมัย [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-election-69-5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Mar 2026 12:11:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7052</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621; &#3626;&#362 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-5/">#เลือกตั้ง69 สส.เขต 24 คน ที่เป็น สส. 4 สมัย [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูล สส.แบ่งเขต 24 คน ที่เป็น สส. 4 สมัย จากทั้งหมด 7 สมัยขึ้นไป</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQno0Zoi0T-zSQ3WGn7Zy_leOsDgcfZAOCsaOR2a9mdnbw2k9aqPA77K0b08mLbPtE2rE_kmqOxBiDp/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ: นับเฉพาะผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตในปี 2544, 2548, 2550, 2554, 2562, 2566 และ 2569 โดยไม่นับการเลือกตั้งซ่อม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลด <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1IMEwctM1F4cawFhSur-m9Dkrqvq_uAJL7qQGYtTxtJ8/edit?usp=sharing">ที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-23/">#เลือกตั้ง69 มีสส. แบ่งเขต 24 คน เป็น สส. 4 สมัยขึ้นไป เกือบทั้งหมดมาจากตระกูล ‘บ้านใหญ่’</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-5/">#เลือกตั้ง69 สส.เขต 24 คน ที่เป็น สส. 4 สมัย [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>#เลือกตั้ง69 มี สส. แบ่งเขต 24 คน เป็น สส. 4 สมัยขึ้นไป เกือบทั้งหมดมาจากตระกูล ‘บ้านใหญ่’ </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/election-69-23/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Mar 2026 12:03:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7044</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3585;&#3623;&#3656;&#3634; 25 &#3611;&#3637;&#3609;&# [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-23/">#เลือกตั้ง69 มี สส. แบ่งเขต 24 คน เป็น สส. 4 สมัยขึ้นไป เกือบทั้งหมดมาจากตระกูล ‘บ้านใหญ่’ </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ในจำนวน สส.แบบแบ่งเขตทั้งหมด 400 คน มี สส. 24 คนที่ได้รับเลือกตั้งติดต่อกันมาแล้วเกินครึ่ง หรือมากกว่า 4 ครั้ง จากทั้งหมด 7 ครั้ง หรือชนะเลือกตั้งปี 2554, 2562, 2566 และ 2569&nbsp;</li>



<li>ตรีนุช เทียนทอง และโสภณ ซารัมย์ เป็น 2 สส. ที่ได้รับเลือกทุกครั้งตั้งแต่ปี 2544 ถึง 2569&nbsp;</li>



<li>ในจำนวน สส. ที่ได้รับเลือกตั้งติดต่อกันมาแล้วเกินครึ่ง หรือมากกว่า 4 ครั้ง เกือบทุกคนมีสมาชิกครอบครัวเป็นหรือเคยเป็นนักการเมืองระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น&nbsp;</li>



<li>จาก สส. ทั้งหมด 24 คนที่ได้รับเลือกตั้งติดต่อกันมาแล้วเกินครึ่ง หรือมากกว่า 4 ครั้ง จากทั้งหมด 7 ครั้ง มี 17 คน ที่มีเครือญาติเป็นทั้งนักการเมืองระดับชาติและนักการเมืองท้องถิ่น ส่วนที่เหลือคือมีเครือญาติเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง และมีเพียง 1 คน คือ มนพร เจริญศรี สส.นครพนม ที่ไม่พบว่าเครือญาติเป็นนักการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่น</li>



<li>ในจำนวนนี้ มี 10 คน 9 ตระกูลที่มีเครือญาติตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป เป็นหรือเคยเป็นนักการเมืองระดับชาติ อาทิ ตระกูลทองศรี มีรุ่งโรจน์ ทองศรี ซึ่งพี่ชาย 2 คนเป็นสส. เพิ่มพูน (สส.บัญชีรายชื่อ ปี 2550) และทรงศักดิ์ (สส.บุรีรัมย์&nbsp; ปี 2544, 2548 และ 2550 สส.บัญชีรายชื่อ ปี 2562, 2566 ภูมิใจไทย) ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่วนพรเพิ่ม ทองศรี พี่ชายอีกคนหนึ่งเป็น สว.ปี 2567 ยังมีแว่นฟ้า ทองศรี พี่สะใภ้ (ภรรยาของทรงศักดิ์) เป็นอดีตผู้สมัคร สส.จังหวัดบึงกาฬ ปี 2554 และ 2562 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง รวมถึงสยาม เพ็งทอง หลานเขย (ลูกเขยของทรงศักดิ์) เป็น สส.ปี 2566 และปี 2569 จังหวัดบึงกาฬ ขณะที่จักรกฤษณ์ ทองศรี ที่เป็นสส. ปี 2569 เป็นลูกของเพิ่มพูน หลานของรุ่งโรจน์ และทรงศักดิ์&nbsp;</li>



<li>87.5% จาก สส. ทั้งหมด 24 คน มีเครือญาติเป็นหรือเคยเป็นนักการเมืองระดับท้องถิ่น เมื่อพิจารณาเฉพาะ ตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พบว่า มี 10 คนที่มีเครือญาติเคยเป็นหรือเป็นนายกอบจ.</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">กว่า 25 ปีนับตั้งแต่ปี 2544 จนถึง 2569 หากไม่นับการเลือกตั้งปี 2549 ที่ถูกทำให้เป็นโมฆะ และการเลือกตั้งปี 2557 ที่มีการขัดขวางการเลือกตั้งของกลุ่มกปปส. และศาลร้ฐธรรมนูญตัดสินว่า เลือกตั้งครั้งนี้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไทยมีเลือกตั้งมาแล้ว 7 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อวิเคราะห์ว่า สส. แบบแบ่งเขตที่ได้รับเลือกตั้งในปี 2569 คนไหนที่ชนะการเลือกตั้งติดต่อกันมายาวนานที่สุดจากฐานข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ตั้งแต่ปี 2544 -2569 ของ Rocket Media Lab พบว่า ผู้ที่สามารถคว้าชัยชนะได้ยาวนาน มักเป็นตระกูลการเมืองที่มีเครือข่ายการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่น หรือที่เรียกกันว่า ‘บ้านใหญ่’ ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในจำนวน สส. แบบแบ่งเขตทั้งหมด 400 คน มี สส. 24 คนที่ได้รับเลือกตั้งมากกว่า 4 ครั้ง จากทั้งหมด 7 ครั้ง หรือชนะเลือกตั้งปี 2554, 2562, 2566 และ 2569 อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 58.54 ปี อายุน้อยที่สุด 45 ปี อายุมากที่สุด 80 ปี ในจำนวนนี้มี 10 คน ที่ชนะเลือกตั้งมากกว่า 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2550 และมี 2 คนที่เป็น สส. 7 สมัย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/24MP-69-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7063" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/24MP-69-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/24MP-69-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/24MP-69-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/24MP-69.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">สส.ที่ได้รับเลือกตั้งติดต่อกัน 4 สมัยขึ้นไปเป็นใคร อยู่พรรคไหน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">แชมป์ตลอดกาลที่ลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วชนะการเลือกตั้งมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2544 ที่ลงสมัคร 7 ครั้ง ได้รับเลือก 7 ครั้ง ก็คือ ตรีนุช เทียนทอง อายุ 53 ปี พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดสระแก้ว และโสภณ ซารัมย์ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ อายุ 70 ปี ทั้งคู่มีประวัติย้ายพรรค โดยตรีนุชเคยเป็น สส.พรรคไทยรักไทยในปี 2544 และ 2548 ก่อนจะย้ายมาอยู่พรรคประชาราช ที่ก่อตั้งโดยเสนาะ เทียนทอง ผู้เป็นลุง จากนั้นก็ย้ายกลับเข้าพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งปี 2554 แต่ต่อมาลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปี 2569 ส่วนโสภณ ลงเลือกตั้งในนามพรรคชาติไทยในปี 2544 ก่อนที่จะย้ายมาอยู่พรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งปี 2548 และพรรคพลังประชาชนในปี 2550 จนกระทั่งปี 2554 โสภณซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิก ‘กลุ่มเพื่อนเนวิน’ ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคใหม่ที่ก่อตั้งหลังจากศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน มาจนถึงปัจจุบัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งติดต่อกัน 5 สมัย หรือระยะเวลายาวนานเกือบ 20 ปี ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปี 2569 มี 8 คน โดย 6 คนมาจากพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ ชาดา ไทยเศรษฐ์ จังหวัดอุทัยธานี, พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล จังหวัดนครศรีธรรมราช, ภราดร ปริศนานันทกุล จังหวัดอ่างทอง, รุ่งโรจน์ ทองศรี จังหวัดบุรีรัมย์, วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ จังหวัดเพชรบูรณ์ และสนอง เทพอักษรณรงค์ จังหวัดบุรีรัมย์ อีก 2 คนจากพรรคเพื่อไทย คือ จิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ จังหวัดมหาสารคาม และวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ จังหวัดอุบลราชธานี ขณะที่สส. จากพรรคภูมิใจไทยมีการย้ายพรรคอย่างน้อย 1 ครั้ง ส่วน สส. จากพรรคเพื่อไทยทั้งสองคนสังกัดพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชาชนมาตลอดตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2550</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วน สส. อีก 14 คนที่ได้รับเลือกตั้งติดต่อกัน 4 สมัย ตั้งแต่ปี 2554 ถึง 2569 ประกอบด้วย สส. เพื่อไทย 5 คน&nbsp; กล้าธรรม 5 คน และภูมิใจไทย 4 คน โดยมีผู้ที่เคยได้รับเลือกตั้งซ่อม จากการเลือกตั้งในปี 2550 มาแล้ว 4 คน คือ จักรกฤษณ์ ทองศรี จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย, มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช จังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย, อำนาจ วิลาวัลย์ พรรคภูมิใจไทย และองอาจ วงษ์ประยูร จังหวัดสระบุรี พรรคกล้าธรรม น่าสังเกตว่า จากสส.พรรคเพื่อไทยปี 2569 จำนวน 5 คน พบว่า 4 ใน 5 คน ไม่เคยย้ายพรรคเลยตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา คือ เทียบจุฑา ขาวขำ จังหวัดอุดรธานี, นพพล เหลืองทองนารา จังหวัดพิษณุโลก, พัฒนา สัพโส จังหวัดสกลนคร, และมนพร เจริญศรี จังหวัดนครพนม ด้านโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย จังหวัดชัยภูมิ เคยเป็น สส. ภูมิใจไทยในปี 2554 ก่อนที่จะย้ายมาเพื่อไทยตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 เป็นการย้ายพรรคครั้งเดียว ในทำนองเดียวกันกับ สรชัด สุจิตต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ที่การเลือกตั้ง 3 ครั้งก่อนหน้านี้อยู่พรรคชาติไทยพัฒนาโดยปัจจุบันย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งปี 2569 ส่วน สส. อีก 4 คนจากพรรคกล้าธรรม บุญยิ่ง นิติกาญจนา จังหวัดราชบุรี, ไผ่ ลิกค์ จังหวัดกำแพงเพชร, สินธพ แก้วพิจิตร จังหวัดนครปฐม และสุรินทร์ ปาลาเร่ จังหวัดสงขลา ย้ายพรรคมาแล้วมากกว่า 2 ครั้งดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สินธพ แก้วพิจิตร&nbsp; 4 พรรค ปี 2554 สส.ชาติไทยพัฒนา, ปี 2562 สส.ประชาธิปัตย์, ปี 2566 สส.รวมไทยสร้างชาติ และปี 2569 สส.กล้าธรรม</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไผ่ ลิกค์&nbsp; 3 พรรค ปี 2550 เป็นผู้สมัครที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชน, ปี 2554 สส.เพื่อไทย, ปี 2562 และ 2566 สส.พลังประชารัฐ และปี 2569 สส.กล้าธรรม</li>



<li>สุรินทร์ ปาลาเร่ 3 พรรค ปี 2550 เป็นผู้สมัครที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง เพื่อแผ่นดิน ปี 2554, 2562 และ 2566 สส.ประชาธิปัตย์ และปี 2569 สส.กล้าธรรม</li>



<li>บุญยิ่ง นิติกาญจนา 3 พรรค ปี 2554 สส.ภูมิใจไทย, ปี 2562 และ 2566 สส.พลังประชารัฐ และปี 2569 สส.กล้าธรรม</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">79.16% ของ 24 คน มีเครือญาติเป็น สส. และรัฐมนตรี</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จาก สส.ทั้งหมด 24 คนที่ได้รับเลือกตั้งมากกว่า 4 ครั้ง จากทั้งหมด 7 ครั้ง หรือชนะเลือกตั้งปี 2554, 2562, 2566 และ 2569 พบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">มี 17 คน ที่มีเครือญาติเป็นทั้งนักการเมืองระดับชาติและนักการเมืองท้องถิ่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">มี 2 คน ที่มีเครือญาติเป็นนักการเมืองระดับชาติ แต่ไม่มีเครือญาติเป็นนักการเมืองท้องถิ่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">มี 4 คน ที่ไม่มีเครือญาติเป็นนักการเมืองระดับชาติ แต่มีเครือญาติเป็นนักการเมืองท้องถิ่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">มี 1 คน ที่ไม่มีเครือญาติเป็นนักการเมืองระดับชาติและนักการเมืองระดับท้องถิ่น คือ มนพร เจริญศรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">จาก สส. ทั้งหมด 24 คน เมื่อสำรวจว่า ใครมีสมาชิกครอบครัวหรือเครือญาติเป็นหรือเคยเป็นนักการเมืองระดับชาติบ้าง ปรากฏว่า มี 19 คนที่เป็นเครือญาติกับนักการเมืองระดับชาติ คิดเป็น 79.16% มีเพียง 5 คน ที่สืบค้นไม่พบ ได้แก่ นพพล เหลืองทองนารา, มนพร เจริญศรี และ สนอง เทพอักษรณรงค์, สรชัด สุจิตต์, สุรินทร์ ปาลาเร่ ทั้งนี้มี 2 คนที่เป็นเครือญาติกัน คือ รุ่งโรจน์ ทองศรี และจักรกฤษณ์ ทองศรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ที่มีเครือญาติเป็นหรือเคยเป็นนักการเมืองระดับชาติจำนวนมากที่สุดคือ ตรีนุช เทียนทอง โดยที่สมาชิกใกล้ชิดที่สุดในครอบครัว ได้แก่ แม่ (ขวัญเรือน เทียนทอง) สส.ปี 2566&nbsp; พี่ชาย (ฐานิสร์ เทียนทอง) สส. ปี 2544, 2548, 2550, 2554, 2562 ซึ่งเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และน้องชาย (บดี เทียนทอง) เป็น สส.ปี 2569 ทั้งเป็น สส.แบบแบ่งเขต จังหวัดสระแก้ว ตรีนุชยังมีญาติฝ่ายพ่อที่เป็นนักการเมืองระดับชาติด้วย ไม่ว่าจะเป็นลุง (เสนาะ และวิทยา เทียนทอง) ลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเป็นลูกของพี่ของพ่อตนเอง (พิเชษฐ์) ได้แก่ สุรเกียรติ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ปี 2566, สรวงศ์ สส.สระแก้ว ปี 2566, สุรชาติ เทียนทอง สส.สระแก้วปี 2554 และสนธิเดช อดีตผู้สมัคร สส. แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากตรีนุชแล้ว อีก 10 คน 9 ตระกูลที่มีเครือญาติตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป เป็นหรือเคยเป็นนักการเมืองระดับชาติ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รุ่งโรจน์ ทองศรี&nbsp; มี
<ul class="wp-block-list">
<li>พี่ชาย 2 คนเป็นสส. เพิ่มพูน (สส.บัญชีรายชื่อ ปี 2550) และทรงศักดิ์ (สส.บุรีรัมย์&nbsp; ปี 2544, 2548 และ 2550 สส.บัญชีรายชื่อ ปี 2562, 2566 ภูมิใจไทย) ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่วน พรเพิ่ม ทองศรี พี่ชายอีกคนหนึ่งเป็น สว.ปี 2567</li>



<li>แว่นฟ้า ทองศรี พี่สะใภ้ (ภรรยาของทรงศักดิ์) เป็นอดีตผู้สมัคร สส.จังหวัดบึงกาฬ ปี 2554 และ 2562 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง</li>



<li>สยาม เพ็งทอง หลานเขย (ลูกเขยของทรงศักดิ์) เป็น สส.ปี 2566 และปี 2569 จังหวัดบึงกาฬ</li>
</ul>
</li>



<li>จักรกฤษณ์ ทองศรี เป็นลูกของเพิ่มพูน หลานของรุ่งโรจน์ และทรงศักดิ์&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ชาดา ไทยเศรษฐ์ มีน้องสาว (มนัญญา) เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ลูกสาว (ซาบีดา) เป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม หลาน 2 คน ได้แก่ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ลูกของมนัญญา เป็น สส.ปี 2562, 2566 และ 2569 จังหวัดอุทัยธานี และชานนท์ ไทยเศรษฐ์ ลูกของน้องชาย (ชานนท์) สส.ปี 2569 จังหวดนครสวรรค์</li>



<li>ภราดร ปริศนานันทกุล มีพ่อ (สมศักดิ์) สส. ปี 2544, 2548 และ 2550 และน้องชาย 2 คน ได้แก่ กรวีร์&nbsp; สส.ปี 2554, 2562, 2566 และ 2569 และ ภคิน สส.จากการเลือกตั้งซ่อมในปี 2550</li>



<li>วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ มีสามี (สันติ) สส.เพชรบูรณ์ ปี 2538 และ 2539 สส.บัญชีรายชื่อ ปี 2548, 2550, 2554, 2562 และอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย และลูกชาย (พัฒนา) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</li>



<li>เทียบจุฑา ขาวขำ มีสามี (วิเชียร) เป็น สส.อุดรธานี ปี 2531, 2535, 2538, 2550 และ 2554 และมีลูกชาย (วัชระพล) สส.ปี 2566 และปี 2569</li>



<li>องอาจ วงษ์ประยูร มีพ่อ (บัญญัติ) วงษ์ประยูร สส. และมีน้องชาย (อรรถพล) สส.ปี 2554, 2566 และ 2569</li>



<li>โสภณ ซารัมย์ มี พี่ชาย (สมบูรณ์) สส.ปี 2562 และหลาน (ศักดิ์) สส.ปี 2566 และปี 2569</li>



<li>มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช มีพ่อ (กมล) เป็น สส.ปี 2526, 2529, 2531, 2535, 2538, 2539, 2544 และ 2550 และหลานสะใภ้ (กาญจนาพร) สส.ปี 2569 ซึ่งเป็นลูกของ เกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สส.ลพบุรี ปี 2554 และ 2562</li>



<li>อำนาจ วิลาวัลย์ มีเครือญาติที่ไม่ใช่ครอบครัวใกล้ชิดเป็นนักการเมืองระดับชาติ คือ สุนทร วิลาวัลย์ สส.ปี 2526, 2544 และ ปี 2550 และกนกวรรณ วิลาวัลย์ สส. ปี 2548 และ 2562 อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">มี 8 คน ที่มีเครือญาติ 1 คน เป็นหรือเคยเป็นนักการเมืองระดับชาติ ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>จิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ มีพ่อ (ประยุทธ์)&nbsp; สส.ปี 2550 และ 2566</li>



<li>พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล มีพ่อ (มาโนชญ์) สส. ปี 2522, 2526, 2529, 2531, 2535, 2538, 2539, 2544 และ 2548</li>



<li>วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ มีพ่อ (เกรียง) สส.ปี 2538, 2539, 2544, 2548 และ 2566</li>



<li>บุญยิ่ง นิติกาญจนา มีสามี (วิวัฒน์) สส. ปี 2544 และ 2548</li>



<li>ไผ่ ลิกค์ มีพ่อ (เรืองวิทย์) สส. ปี 2526, 2529, 2531, 2535, 2538, 2539, 2544 และ 2548 และเป็นอดีตรัฐมนตรี</li>



<li>พัฒนา สัพโส มีลูก (จิรัชยา) สส. ปี 2566 และ ปี 2569</li>



<li>สินธพ แก้วพิจิตร มีพี่ชาย (สมพัฒน์) สส.ปี 2548 และปี 2550 และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</li>



<li>โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย พี่ชาย (บัณฑูรย์) สส.ปี 2550</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading">87.5% มีเครือญาติเป็นนักการเมืองท้องถิ่น</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จาก สส. ทั้งหมด 24 คน ที่ได้รับเลือกตั้งมากกว่า 4 ครั้ง จากทั้งหมด 7 ครั้ง หรือชนะเลือกตั้งปี 2554, 2562, 2566 และ 2569 เมื่อสำรวจว่า ใครมีเครือญาติเป็นหรือเคยเป็นนักการเมืองระดับท้องถิ่นบ้าง มี 21 คนเป็นเครือญาติกับนักการเมืองระดับท้องถิ่น คิดเป็น 87.5% มีเพียง 3 คน ที่สืบค้นไม่พบ ได้แก่ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล, วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์, มนพร เจริญศรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเฉพาะ ตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พบว่า มี 10 คนที่มีเครือญาติเคยเป็นหรือเป็นนายกอบจ. ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ตรีนุช เทียนทอง มีแม่ (ขวัญเรือน) และ พี่ชาย (ฐานิสร์) นายก อบจ.สระแก้ว</li>



<li>รุ่งโรจน์ ทองศรี มีพี่ชาย (ทรงศักดิ์) และ พี่สะใภ้ (แว่นฟ้า) นายก อบจ.บึงกาฬ</li>



<li>วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ มีอา (กานต์) นายก อบจ. อุบลราชธานี</li>



<li>จักรกฤษณ์ ทองศรี มีอา (ทรงศักดิ์) และ อาสะใภ้ (แว่นฟ้า) นายก อบจ.บึงกาฬ</li>



<li>เทียบจุฑา ขาวขำ มีสามี (วิเชียร) นายก อบจ.อุดรธานี</li>



<li>บุญยิ่ง นิติกาญจนา มีสามี (วิวัฒน์) นายก อบจ. กาญจนบุรี</li>



<li>พัฒนา สัพโส มีภรรยา (นฤมล) นายก อบจ.สกลนคร</li>



<li>มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช มีพี่ชาย (สุบรรณ) และพี่สะใภ้ (อรพิน) นายก อบจ.ลพบุรี</li>



<li>อำนาจ วิลาวัลย์ มีเครือญาติ (สุนทรและบังอร วิลาวัลย์) นายก อบจ.ปราจีนบุรี</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากตำแหน่งนายก อบจ.แล้ว ใน 9 คนนี้ ยังมีเครือญาติเคยเป็นหรือเป็นนักการเมืองท้องถิ่นตำแหน่งอื่นๆ ด้วย ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รุ่งโรจน์-จักรกฤษณ์ ทองศรี ที่มีเครือญาติคือ เสริมศักดิ์ ทองศรี รองนายก อบจ.บุรีรัมย์ พูนศักดิ์ ทองศรี สจ.บุรีรัมย์</li>



<li>วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ มีแม่ (รจนา) และภรรยา (พิศทยา ไชยสงคราม) นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี</li>



<li>บุญยิ่ง นิติกาญจนา มีลูกชาย (ธนวัชร) เป็นรองนายกอบจ. ราชบุรี</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">อีก 12 คนที่มีเครือญาติเคยเป็นหรือเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในตำแหน่งอื่นๆ ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>โสภณ ซารัมย์ ภรรยา (อารีญาภรณ์) นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลลำปลายมาศ, ลูกชาย (อาณัตพณ)&nbsp; สจ.บุรีรัมย์,</li>



<li>จิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ พ่อ (ประยุทธ์) สจ.มหาสารคาม</li>



<li>ชาดา ไทยเศรษฐ์ น้องสาว (มนัญญา) นายกเทศมนตรีเมือง อุทัยธานี</li>



<li>ภราดร ปริศนานันทกุล พ่อ (สมศักดิ์) สจ.อ่างทอง</li>



<li>สนอง เทพอักษรณรงค์ ลูกชาย (วิทูรย์) สจ.บุรีรัมย์</li>



<li>นพพล เหลืองทองนารา น้องสาว (กมลชนก) สจ.พิษณุโลก&nbsp;</li>



<li>ไผ่ ลิกค์ พ่อ (เรืองวิทย์) สจ.กำแพงเพชร</li>



<li>สรชัด สุจิตต์ ภรรยา (วิภากร) ที่ปรึกษานายกอบจ.สุพรรณบุรี</li>



<li>สินธพ แก้วพิจิตร พ่อ (สุนทร) ประธานสภาเทศบาลนครนครปฐม น้องชาย (เสรินทร์) นายกเทศมนตรีนครนครปฐม หลาน (ณัทกร) รองประธานสภาเทศบาลนครนครปฐม</li>



<li>สุรินทร์ ปาลาเร่ ลูกสาว (ปรินดา) รองนายก อบจ. สงขลา</li>



<li>องอาจ วงษ์ประยูร ภรรยา (ปิยะดา) ปิยะดา วงษ์ประยูร ประธานสภา อบจ สระบุรี, น้องชาย (อรรถพล) รองนายก อบจ. สระบุรี&nbsp;</li>



<li>โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย พี่ชาย (บัณฑูรย์) สจ.ชัยภูมิ และพี่ชายอีกคน (บรรยงค์) นายกเทศมนตรีเมืองชัยภูมิ</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่า สส. ที่ได้รับเลือกตั้งติดต่อกันมายาวนาน หากไม่นับมนพร เจริญศรี ล้วนแต่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นนักการเมืองในระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เพียงการสืบทอดทายาททางการเมืองภายในครอบครัว อาทิ จาก พ่อ-แม่สู่ลูก, สามีสู่ภรรยา ยังมีการขยายเครือญาติที่ห่างออกไปอีกหลายชั้น ดังเช่น กรณีของตระกูลเทียนทอง ตระกูลทองศรี ตระกูลไทยเศรษฐ์ที่มีการขยับขยายทั้งจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่เข้าสู่แวดวงการเมืองอย่างน้อย 3 รุ่นและรูปแบบของการเมืองหลายระดับ ทั้ง อบจ. เทศบาล</p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ: นับเฉพาะผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตในปี 2544, 2548, 2550, 2554, 2562, 2566 และ 2569 โดยไม่นับการเลือกตั้งซ่อม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-5">https://rocketmedialab.co/database-election-69-5</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-23/">#เลือกตั้ง69 มี สส. แบ่งเขต 24 คน เป็น สส. 4 สมัยขึ้นไป เกือบทั้งหมดมาจากตระกูล ‘บ้านใหญ่’ </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านใหญ่ 190 ตระกูลที่ลงเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ประสบความสำเร็จแค่ไหนใน #เลือกตั้ง69</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/election-69-22/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 11:24:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7025</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3591;&#3634;&#3609; &#8220;&#364 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-22/">บ้านใหญ่ 190 ตระกูลที่ลงเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ประสบความสำเร็จแค่ไหนใน #เลือกตั้ง69</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>เมื่อนำตระกูลบ้านใหญ่ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ทั้ง 190 ตระกูล มาพิจารณาประกอบผลการเลือกตั้ง โดยอิงผลการเลือกตั้ง 94% จาก กกต. ณ วันที่ 10 ก.พ. 2569 จะพบว่า ในจำนวน 190 ตระกูลนั้นได้รับการเลือกตั้งถึง 112 ตระกูลด้วยกัน หรือคิดเป็น 58.95% </li>



<li>ภาคกลางมีอัตราการชนะสูงสุด 51 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 33 ตระกูล คิดเป็น 64.71% ซึ่งหากพิจารณาจำนวนบ้านใหญ่ลงสมัครรับเลือกตั้งและจำนวน สส. แบบแบ่งเขตในภาคกลางว่าพรรคใดได้มากที่สุดจะพบว่าพรรคภูมิใจไทยมีตระกูลบ้านใหญ่มากที่สุดกว่าทุกพรรคในภาคกลาง และพรรคภูมิใจไทยก็ได้ สส. มากที่สุดกว่าพรรคอื่นๆ ในพื้นที่ภาคกลางอีกด้วย</li>



<li> ตระกูลบ้านใหญ่ 190 ตระกูล ในการเลือกตั้งปี 2569 มีบ้านใหญ่ย้ายพรรค 85 ตระกูล แต่ได้รับการเลือกตั้งเพียง 46 ตระกูล เท่านั้น ซึ่งคิดเป็น 54.12% หากไม่นับพรรคไทรวมพลัง ที่มีอัตราการชนะ 100% จากตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายเข้ามาแล้วได้รับการเลือกตั้ง ซึ่งมีเพียง 1 ตระกูลนั้น จะพบว่าตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายมาพรรคภูมิใจไทยยังคงได้รับการเลือกตั้งเข้ามาในอัตรการชนะสูงมาก จากตระกูลที่ย้ายพรรคมา 39 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 29 ตระกูล หรือคิดเป็น 74.36%</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากงาน <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-2/">“เลือกตั้ง’69 : ตระกูล ‘บ้านใหญ่’ ย้ายไปอยู่พรรคไหนบ้าง”</a> โดย Rocket Media Lab ที่สำรวจตระกูลการเมืองที่ถือว่าเป็น ‘บ้านใหญ่’ ในการเลือกตั้งปี 2569 ซึ่งมีจำนวน 215 ตระกูล (จาก 225 เขต เนื่องจากบางตระกูลลงคนละพรรค) ใน 10 พรรคการเมือง จากนั้นเมื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาตรวจสอบกับการลงสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตจะพบว่า มีตระกูลบ้านใหญ่ที่ลงสมัคครับเลือกตั้งเพียง 190 ตระกูล เนื่องจากมีบางตระกูลที่เคยลงสมัคร สส. แบบแบ่งเขตย้ายไปลงแบบัญชีรายชื่อ เช่น ตระกูลอมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย ที่จ. เชียงใหม่ หรือตระกูลหลีนวรัตน์ พรรคภูมิใจไทย ที่จ.ปทุมธานี หรือให้การสนับสนุนแต่ไม่ได้ลงสมัครเอง เช่น ตระกูลพันธ์เจริญวรกุล พรรคภูมิใจไทย ที่จ.พระนครศรีอยุธยา หรือตระกูลบูรณุปกรณ์ พรรคประชาชน ที่จ.เชียงใหม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">[ตระกูลบ้านใหญ่ หมายถึงตระกูลนักการเมืองที่มีอิทธิพลสูงในท้องถิ่น มีเครือญาติความสัมพันธ์หรือเป็นที่รู้จักกว้างขวางในชุมชน และอาจมีอำนาจการเมืองในระดับท้องถิ่นด้วย โดยในการจัดทำข้อมูลนี้ ใช้หลักเกณ์การสังกัดพรรคการเมืองจากการเลือกตั้งปี 2566 และการเลือกตั้งปี 2569 ดังนั้น ในกรณีของพรรคกล้าธรรมเกือบทั้งหมด จึงเป็นการย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ]</p>



<h3 class="wp-block-heading">ใน 190 ตระกูลบ้านใหญ่ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนใน #เลือกตั้ง69&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำตระกูลบ้านใหญ่ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ทั้ง 190 ตระกูล มาพิจารณาประกอบผลการเลือกตั้ง โดยอิงผลการเลือกตั้ง 94% จาก กกต. ณ วันที่ 10 ก.พ. 2569 จะพบว่า ในจำนวน 190 ตระกูลนั้นได้รับการเลือกตั้งถึง 112 ตระกูลด้วยกัน หรือคิดเป็น 58.95% และแบ่งเป็นรายภาคได้ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภาคเหนือ จาก 18 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 9 ตระกูล คิดเป็น 50%</li>



<li>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จาก 65 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 37 ตระกูล คิดเป็น 56.92%</li>



<li>ภาคกลาง จาก 51 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 33 ตระกูล คิดเป็น 64.71%</li>



<li>ภาคตะวันตก จาก 11 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 7 ตระกูล คิดเป็น 63.64%</li>



<li>ภาคตะวันออก จาก 14 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 8 ตระกูล คิดเป็น 57.14%</li>



<li>ภาคใต้ จาก 31 ตะกูล ได้รับการเลือกตั้ง 18 ตระกูล คิดเป็น 58.06%</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">*บางตระกูลลงสมัครมากกว่า 1 เขต/คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าในทุกภาคนั้น บ้านใหญ่สามารถชนะการเลือกตั้งได้เกิน 50% จากจำนวนตระกูลบ้านใหญ่ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในภาคนั้นๆ โดยภาคกลางมีอัตราการชนะสูงสุด 51 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 33 ตระกูล คิดเป็น 64.71% ซึ่งหากพิจารณาจำนวนบ้านใหญ่ลงสมัครรับเลือกตั้งและจำนวน สส. แบบแบ่งเขตในภาคกลางว่าพรรคใดได้มากที่สุดจะพบว่าพรรคภูมิใจไทยมีตระกูลบ้านใหญ่มากที่สุดกว่าทุกพรรคในภาคกลาง และพรรคภูมิใจไทยก็ได้ สส. มากที่สุดกว่าพรรคอื่นๆ ในพื้นที่ภาคกลางอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ภาคเหนือ มีอัตราการชนะต่ำสุดจาก 18 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 9 ตระกูล หรือเพียง 50% เท่านั้น ซึ่งหากพิจารณาจำนวนบ้านใหญ่ลงสมัครรับเลือกตั้งและจำนวน สส. แบบแบ่งเขตในภาคเหนือว่าพรรคใดได้มากที่สุดจะพบว่าพรรคกล้าธรรม มีบ้านใหญ่ลงเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตในภาคเหนือ 4 ตระกูล และได้รับการเลือกตั้งทั้ง 4 ตระกูล คิดเป็น 100%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/ผลการเลือกตั้งบ้านใหญ่-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7027" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/ผลการเลือกตั้งบ้านใหญ่-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/ผลการเลือกตั้งบ้านใหญ่-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/ผลการเลือกตั้งบ้านใหญ่-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/ผลการเลือกตั้งบ้านใหญ่-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/ผลการเลือกตั้งบ้านใหญ่-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/ผลการเลือกตั้งบ้านใหญ่-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายพรรค ประสบความสำเร็จแค่ไหน&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลบ้านใหญ่ตระกูลการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ทั้ง 190 ตระกูล เมื่อนำมาพิจารณาในประเด็นเรื่องการย้ายพรรคว่า ในการเลือกตั้งปี 2566 บ้านใหญ่เหล่านี้สังกัดพรรคการเมืองใดมาก่อนและในการเลือกตั้ง 2569 สังกัดพรรคการเมืองใด และชนะการเลือกตั้งไหม จะพบว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภูมิใจไทย มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 78 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 67 ตระกูล โดยในจำนวนนี้มาจากการย้ายพรรค 39 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 29 ตระกูล </li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">*ขยับจากบ้านใหญ่ท้องถิ่น 2 ตระกูล ได้รับเลือก 1 ตระกูล</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เพื่อไทย มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 58 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 19 ตระกูล โดยในจำนวนนี้มาจากการย้ายพรรค 10 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 1 ตระกูล </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>กล้าธรรม มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 26 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 17 ตระกูล โดยในจำนวนนี้มาจากการย้ายพรรค 24 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 15 ตระกูล </li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">*ขยับจากบ้านใหญ่ท้องถิ่น 2 ตระกูล ได้รับเลือก 2 ตระกูล</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ประชาชน มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 9 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 2 ตระกูล โดยในจำนวนนี้มาจากการย้ายพรรค 5 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 0 ตระกูล </li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">*ขยับจากบ้านใหญ่ท้องถิ่น 1 ตระกูล ได้รับเลือก 1 ตระกูล</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ประชาธิปัตย์ มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 6 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 2 ตระกูล โดยในจำนวนนี้มาจากการย้ายพรรค 1 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 1 ตระกูล </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>พลังประชารัฐ มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 5 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 2 ตระกูล โดยในจำนวนนี้มาจากการย้ายพรรค 4 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 0 ตระกูล </li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">*ขยับจากบ้านใหญ่ท้องถิ่น 1 ตระกูล ได้รับเลือก 1 ตระกูล</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไทยรวมพลัง มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 1 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 1 ตระกูล โดยในจำนวนนี้มาจากการย้ายพรรค 1 ตระกูล  ได้รับการเลือกตั้ง 1 ตระกูล </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไทยสร้างไทย มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 1 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 0 ตระกูล โดยไม่มีตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายเข้ามา </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ประชาชาติ มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 3 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 1 ตระกูล โดยไม่มีตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายเข้ามา </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>รวมไทยสร้างชาติ มีบ้านใหญ่ที่ลงสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 1 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 0 ตระกูล โดยไม่มีตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายเข้ามา </li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ตระกูลบ้านใหญ่ 190 ตระกูล ในการเลือกตั้งปี 2569 มีบ้านใหญ่ย้ายพรรค 85 ตระกูล แต่ได้รับการเลือกตั้งเพียง 46 ตระกูล เท่านั้น ซึ่งคิดเป็น 54.12% หากไม่นับพรรคไทรวมพลัง ที่มีอัตราการชนะ 100% จากตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายเข้ามาแล้วได้รับการเลือกตั้ง ซึ่งมีเพียง 1 ตระกูลนั้น จะพบว่าตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายมาพรรคภูมิใจไทยยังคงได้รับการเลือกตั้งเข้ามาในอัตรการชนะสูงมาก จากตระกูลที่ย้ายพรรคมา 39 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 29 ตระกูล หรือคิดเป็น 74.36%</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาในรายภาค ตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายพรรค มีอัตราการชนะสูงที่ภาคตะวันออก คิดเป็น 66.67% โดยพบว่าส่วนมากเป็นพรรคกล้าธรรมและภูมิใจไทย ในขณะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp; ตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายพรรค มีอัตราการชนะต่ำที่สุด เพียง 39.13%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-4/">https://rocketmedialab.co/database-election-69-4/</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-22/">บ้านใหญ่ 190 ตระกูลที่ลงเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ประสบความสำเร็จแค่ไหนใน #เลือกตั้ง69</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลการเลือกตั้ง สส. แบ่งเขต ปี2569 ของบ้านใหญ่</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-election-69-4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 11:24:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7029</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3605;&#3619 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-4/">ผลการเลือกตั้ง สส. แบ่งเขต ปี2569 ของบ้านใหญ่</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลตระกูลบ้านใหญ่ที่ได้รับการเลือกตั้งในปี 2569</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRHerDaqXm-8xucWGOBQSb2u91B4PgMAldHrukul2QbD8NWjStG0ukFzoGPSmnEX3A2bqcrsJ3Qhvlo/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ :</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ตระกูลบ้านใหญ่ หมายถึงตระกูลนักการเมืองที่มีอิทธิพลสูงในท้องถิ่น มีเครือญาติความสัมพันธ์หรือเป็นที่รู้จักกว้างขวางในชุมชน และอาจมีอำนาจการเมืองในระดับท้องถิ่นด้วย โดยในการจัดทำข้อมูลนี้ ใช้หลักเกณ์การสังกัดพรรคการเมืองจากการเลือกตั้งปี 2566 และการเลือกตั้งปี 2569 ดังนั้น ในกรณีของพรรคกล้าธรรมเกือบทั้งหมด จึงเป็นการย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ</li>



<li>บางตระกูลลงสมัครมากกว่า 1 เขต/คน</li>



<li>ข้อมูลว่าที่ สส. ในแต่ละเขต อ้างอิงจากรายงานผลการเลือกตั้ง สส. ปี 2569 อย่างไม่เป็นทางการ จาก กกต. ณ วันที่ 10 ก.พ. 2569</li>



<li>ข้อมูลบ้านใหญ่ รวบรวมโดย Rocket Media Lab</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1neG0feSfGhgPsHaFEkcLsJLZARoUA-9VJju5mvWByAQ/edit?usp=sharing">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-22/">บ้านใหญ่ 190 ตระกูลที่ลงเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ประสบความสำเร็จแค่ไหนใน #เลือกตั้ง69</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-4/">ผลการเลือกตั้ง สส. แบ่งเขต ปี2569 ของบ้านใหญ่</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตระกูลบ้านใหญ่ช่วยให้พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/election-69-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Feb 2026 09:57:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคภูมิใจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7001</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3591;&#3634;&#3609; &#8220;&#364 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-21/">ตระกูลบ้านใหญ่ช่วยให้พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"> </p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เมื่อนำตระกูลบ้านใหญ่ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ในนามพรรคภูมิใจไทยทั้ง 78 ตระกูล มาพิจารณาประกอบผลการเลือกตั้ง โดยอิงผลการเลือกตั้ง 94% จาก กกต. ณ วันที่ 10 ก.พ. 2569 จะพบว่า ในจำนวน 78 ตระกูลนั้นได้รับการเลือกตั้งถึง 67 ตระกูลด้วยกัน หรือคิดเป็น 85.90% </li>



<li>การที่พรรคภูมิใจไทยสามารถรวบรวมตระกูลบ้านใหญ่ไว้มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับพรรคการเมืองอื่นๆ และกระจายตัวในทุกภาค ทำให้มีอัตรการชนะการเลือกตั้งสูงมาก รวมทั้งประเทศกว่า 85% โดยเฉพาะตระกูลบ้านใหญ่ที่สังกัดพรรคภูมิใจไทยในภาคตะวันตกและภาคตะวันออกนั้น ซึ่งได้รับเลือกเป็น สส. 100% เช่น ตระกูลนพอมรบดี ที่จ.ราชบุรี ตระกูลชมกลิ่น ที่จ.ชลบุรี </li>



<li>บ้านใหญ่ 78 ตระกูล เป็นบ้านใหญ่ที่สังกัดพรรคภูมิใจไทยมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 จำนวน 37 ตระกูล โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้รับการเลือกตั้ง 37 ตระกูลด้วยกัน หรือคิดเป็น 100% ในขณะที่บ้านใหญ่ที่ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้มี 39 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 29 ตระกูล หรือคิดเป็น 74.36%</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"> </p>



<p class="wp-block-paragraph">จากงาน <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-2/"><strong>“</strong>เลือกตั้ง’69 : ตระกูล ‘บ้านใหญ่’ ย้ายไปอยู่พรรคไหนบ้าง<strong>”</strong></a><strong> </strong>โดย Rocket Media Lab ที่สำรวจตระกูลการเมืองที่ถือว่าเป็น ‘บ้านใหญ่’ ในการเลือกตั้งปี 2569 ซึ่งมีจำนวน 215 ตระกูล (จาก 225 เขตที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากบางตระกูลลงคนละพรรค) ซึ่งหากพิจารณาจากสังกัดพรรคการเมืองในการเลือกตั้งปี 2569 จะพบว่า พรรคภูมิใจไทย มีตระกูลบ้านใหญ่มากที่สุด 86 ตระกูล&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">[ตระกูลบ้านใหญ่ หมายถึงตระกูลนักการเมืองที่มีอิทธิพลสูงในท้องถิ่น มีเครือญาติความสัมพันธ์หรือเป็นที่รู้จักกว้างขวางในชุมชน และอาจมีอำนาจการเมืองในระดับท้องถิ่นด้วย โดยในการจัดทำข้อมูลนี้ ใช้หลักเกณ์การสังกัดพรรคการเมืองจากการเลือกตั้งปี 2566 และการเลือกตั้งปี 2569 ดังนั้น ในกรณีของพรรคกล้าธรรมเกือบทั้งหมด จึงเป็นการย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ]</p>



<h3 class="wp-block-heading">บ้านใหญ่จากภูมิใจไทย ประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนใน #เลือกตั้ง69&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาตรวจสอบกับการลงสมัครรับเลือกตั้งจะพบว่า มีตระกูลบ้านใหญ่ที่ส่งผู้สมัครในนามพรรคภูมิใจไทยลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต 78 ตระกูลเท่านั้น ที่เหลือลงในนามบัญชีรายชื่อบ้าง เช่น ตระกูลหลีนวรัตน์ ที่จ.ปทุมธานี หรือให้การสนับสนุนแต่ไม่ได้ลงสมัครเอง เช่น ตระกูลพันธ์เจริญวรกุล ที่จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นเมื่อนำตระกูลบ้านใหญ่ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ในนามพรรคภูมิใจไทยทั้ง 78 ตระกูล มาพิจารณาประกอบผลการเลือกตั้ง โดยอิงผลการเลือกตั้ง 94% จาก กกต. ณ วันที่ 10 ก.พ. 2569 จะพบว่า ในจำนวน 78 ตระกูลนั้นได้รับการเลือกตั้งถึง 67 ตระกูลด้วยกัน หรือคิดเป็น 85.90% และแบ่งเป็นรายภาคได้ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภาคเหนือ จาก 4 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 2 ตระกูล คิดเป็น 50%</li>



<li>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จาก 25 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 22 ตระกูล คิดเป็น 88%</li>



<li>ภาคกลาง จาก 26 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 24 ตระกูล คิดเป็น 92.31%</li>



<li>ภาคตะวันตก จาก 6 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 6 ตระกูล คิดเป็น 100%</li>



<li>ภาคตะวันออก จาก 3 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 3 ตระกูล คิดเป็น 100%</li>



<li>ภาคใต้ จาก 14 ตะกูล ได้รับการเลือกตั้ง 10 ตระกูล คิดเป็น 71.43%</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">*บางตระกูลลงสมัครมากกว่า 1 เขต/คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า การที่พรรคภูมิใจไทยสามารถรวบรวมตระกูลบ้านใหญ่ไว้มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับพรรคการเมืองอื่นๆ และกระจายตัวในทุกภาค ทำให้มีอัตราการชนะเลือกตั้งสูงมาก รวมทั้งประเทศกว่า 85% โดยเฉพาะตระกูลบ้านใหญ่ที่สังกัดพรรคภูมิใจไทยในภาคตะวันตกและภาคตะวันออกนั้น ซึ่งได้รับเลือกเป็น สส. 100% เช่น ตระกูลนพอมรบดี ที่จ.ราชบุรี ตระกูลชมกลิ่น ที่จ.ชลบุรี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ภาคเหนือ ซึ่งอาจไม่ใช่พื้นที่ฐานเสียงของพรรค โดยพิจารณาได้จากผลการเลือกตั้งในปี 2566 และจำนวนบ้านใหญ่ที่พรรคภูมิใจไทยมีในภาคเหนือเพียง 4 ตระกูล เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนที่นั่ง สส. แบบแบ่งเขต จากข้อมูลจะเห็นว่าบ้านใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกเป็น สส. เพียง 50% คือ ตระกูลวันไชยธนวงศ์ จ.เชียงราย และตระกูลศุภศิริ จ.แพร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พรรคภูมิใจไทยมีจำนวนบ้านใหญ่มากที่สุด พบว่าสัดส่วนของการที่บ้านใหญ่ชนะการเลือกตั้งมีสูงกว่า 80% เลยทีเดียว เช่น ตระกูลอรรณนพพร ที่จ.ขอนแก่น ตระกูลรัตนเศรษฐ ที่จ.นครราชสีมา ตระกูลสะสมทรัพย์ ที่จ.นครปฐม ตระกูลวงษ์ประยูร ที่จ.สระบุรี แต่ถึงอย่างนั้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางก็ถือเป็นพื้นที่ฐานคะแนนเสียงเดิมของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ภาคใต้ พรรคภูมิใจไทยก็ยังใช้ยุทธศาสตร์บ้านใหญ่เช่นกัน และประสบความสำเร็จสูงได้รับการเลือกตั้งถึง 71.43% เช่น ตระกูลกิตติธรกุล ที่จ.กระบี่ ตระกูลกี่สิ้น จ.ภูเก็ต&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/Big-house-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7009" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/Big-house-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/Big-house-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/Big-house-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/Big-house-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/Big-house-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/Big-house-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ภูมิใจไทยได้เก้าอี้ สส. จากบ้านใหญ่เดิม และบ้านใหญ่ที่มาจากการย้ายพรรค เป็นจำนวนเท่าไหร่</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลบ้านใหญ่ตระกูลการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ในนามพรรคภูมิใจไทยทั้ง 78 ตระกูล เมื่อนำมาพิจารณาในประเด็นเรื่องการย้ายพรรคว่า ในการเลือกตั้งปี 2566 บ้านใหญ่เหล่านี้สังกัดพรรคการเมืองใดมาก่อนจะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">บ้านใหญ่ 78 ตระกูล เป็นบ้านใหญ่ที่สังกัดพรรคภูมิใจไทยมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 จำนวน 37 ตระกูล โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้รับการเลือกตั้ง 37 ตระกูลด้วยกัน หรือคิดเป็น 100% เช่น ตระกูลสงฆ์ประชา จ.ชัยนาท ตระกูล แทนทรัพย์ จ.ชัยภูมิ ตระกูลทวีเกื้อกูลกิจ จ.ตาก ตระกูลเผ่าประทาน จ.ประจวบคีรีขันธ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่บ้านใหญ่ที่ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้ง ปี 2569 มี 39 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 29 ตระกูล หรือคิดเป็น 74.36% เช่น ตระกูลพิทักษ์พรพัลลภ จ.อุบลราชธานี ตระกูลไกรวัตนุสสรณ์ จ.สมุทรสาคร ตระกูลบุญญามณี จ.สงขลา ตระกูลศุภศิริ จ.แพร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้น ยังมีอีก 2 ตระกูลที่ได้ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองระดับชาติมาก่อน แต่เป็นบ้านใหญ่การเมืองท้องถิ่นที่ขยับขึ้นมาเล่นการเมืองระดับชาติที่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้ เช่น ตระกูลนิโรจน์ จ.นครสวรรค์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นหากพิจารณาบ้านใหญ่ที่ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นรายภาคจะพบว่าภาคตะวันตกและภาคตะวันออก เป็น 2 ภาคที่แม้บ้านใหญ่จะมาจากการย้ายพรรคก็ได้รับเลือกทั้งหมด 100% ส่วนภาคกลาง 13 ตระกูลได้รับเลือก 11 ตระกูล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 ตระกูลได้รับเลือก 7 ตระกูล ภาคใต้ 8 ตระกูล ได้รับเลือก 5 ตระกูล และภาคเหนือ 3 ตระกูล ได้รับเลือกเพียง 1 ตระกูล&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และหากจะพิจารณาว่าตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายเข้ามาลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย ย้ายมาจากพรรคไหนบ้าง และได้รับเลือกตั้งเป็นจำนวนเท่าไรจะพบว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ 8 ตระกูล ได้รับเลือกตั้ง 7 ตระกูล เช่น ตระกูลรัตนเศรษฐ จ.นครราชสีมา ตระกูลพร้อมพัฒน์ จ.เพชรบูรณ์ ตระกูลวงษ์ประยูร จ.สระบุรี</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ย้ายมาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ 9 ตระกูล ได้รับเลือกตั้ง 7 ตระกูล เช่น ตระกูลชมกลิ่น จ.ชลบุรี ตระกูลไกรฤกษ์ จ. พิษณุโลก ตระกูลอังกินันทน์ จ.เพชรบุรี</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ย้ายมาจากพรรคเพื่อไทย 10 ตระกูล ได้รับเลือกตั้ง 5 ตระกูล เช่น ตระกูลวิเชียรศิลป์ จ.กาญจนบุรี ตระกูลไกรวัตนุสสรณ์ จ.สมุทรสาคร ตระกูลพิทักษ์พรพัลลภ จ.อุบลราชธานี</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ย้ายมาจากพรรคประชาธิปัตย์ 3 ตระกูล ได้รับเลือกตั้ง 2 ตระกูล เช่น ตระกูลบุญญามณี และตระกูลพลายด้วง จ.สงขลา</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ย้ายมาจากพรรคชาติไทยพัฒนา 6 ตระกูล ได้รับเลือกตั้ง 6 ตระกูล เช่น ตระกูลปิตุเตชะ จ.ระยอง ตระกูลสะสมทรัพย์ จ.นครปฐม ตระกูลจุรีมาศ จ.ร้อยเอ็ด</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ย้ายมาจากพรรคไทยสร้างไทย 2 ตระกูล ได้รับเลือกตั้ง 2 ตระกูล เช่น ตระกูลสลับศรี จ.ยโสธร </li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ย้ายมาจากพรรคประชาชาติ 1 ตระกูล แต่ไม่ได้รับเลือก คือ ตระกูลซูสารอ จ.ปัตตานี </li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า นอกจากบ้านใหญ่ที่สังกัดพรรคภูมิใจไทยแต่เดิม ที่มีอัตราชนะการเลือกตั้ง 100% ที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยมีเก้ากี้ สส. เป็นทุนถึง 37 ตระกูล ตระกูลบ้านใหญ่ที่มาจากการย้ายพรรค ก็สามารถเพิ่มเก้าอี้ สส. ให้กับพรรคภูมิใจได้ไม่น้อย จาก 39 ตระกูล ได้รับการเลือกตั้ง 29 ตระกูล หรืออัตราการชนะคิดเป็น 74.36% เลยทีเดียว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำข้อมูลชุดนี้ไปพิจารณาร่วมกับข้อมูลจากบทความ <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-20/">เลือกตั้ง ’69 : ภูมิใจไทยโตกว่า 155% กวาด สส. เขต 174 ที่นั่ง ชนะขาดทั้งกลุ่มพรรคเดิม ย้ายพรรค และหน้าใหม่</a> โดย Rocket Media Lab ที่ชี้ให้เห็นว่า<strong> </strong>ภูมิใจไทย มีอดีต สส. ปี 2566 พรรคเดิมได้รับเลือกตั้ง 56 คน จาก 58 คน คิดเป็น 96.55% นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยยังได้ว่าที่ สส. ที่มาจากย้ายพรรคมากที่สุดถึง 66 คน โดยในจำนวนนี้มาจากอดีต สส. แบบแบ่งเขต ปี 2566 จำนวน 42 คน และพรรคภูมิใจไทยยังได้ว่าที่ สส. หน้าใหม่ที่มาจากนักการเมืองระดับท้องถิ่นอีก จำนวน 17 คน ซึ่งทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยประสบความสำเร็จเป็นพรรคอันดับหนึ่งได้ที่นั่ง สส. แบบแบ่งเขตสูงถึง 174 คนในการเลือกตั้งครั้งนี้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-3/">https://rocketmedialab.co/database-election-69-3/</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-21/">ตระกูลบ้านใหญ่ช่วยให้พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลือกตั้ง’69 : ตระกูลบ้านใหญ่ &#8211; ภูมิใจไทย</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-election-69-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Feb 2026 09:56:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคภูมิใจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7005</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3605;&#3619 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-3/">เลือกตั้ง’69 : ตระกูลบ้านใหญ่ &#8211; ภูมิใจไทย</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลตระกูลบ้านใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยที่ได้รับเลือกตั้งในปี 2569</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTlY01ZyTkrcahQhJHcPXBWf6GX9oglDJQ9IjU5V-dS5m8y8bsvfQf0f8yvWkTB6d6Ji0lXeKjE_8C7/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ :</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ตระกูลบ้านใหญ่ หมายถึงตระกูลนักการเมืองที่มีอิทธิพลสูงในท้องถิ่น มีเครือญาติความสัมพันธ์หรือเป็นที่รู้จักกว้างขวางในชุมชน และอาจมีอำนาจการเมืองในระดับท้องถิ่นด้วย โดยในการจัดทำข้อมูลนี้ ใช้หลักเกณ์การสังกัดพรรคการเมืองจากการเลือกตั้งปี 2566 และการเลือกตั้งปี 2569 ดังนั้น ในกรณีของพรรคกล้าธรรมเกือบทั้งหมด จึงเป็นการย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ</li>



<li>บางตระกูลลงสมัครมากกว่า 1 เขต/คน</li>



<li>ข้อมูลว่าที่ สส. ในแต่ละเขต อ้างอิงจากรายงานผลการเลือกตั้ง สส. ปี 2569 อย่างไม่เป็นทางการ จาก กกต. ณ วันที่ 10 ก.พ. 2569</li>



<li>ข้อมูลบ้านใหญ่ รวบรวมโดย Rocket Media Lab</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1nZYRFd5cj8FrMqe-KWow6Jr7Zx6NA033lWuyAK4yqRA/edit?gid=1704357682#gid=1704357682">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/election-69-21/">ตระกูลบ้านใหญ่ช่วยให้พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน <br></a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-69-3/">เลือกตั้ง’69 : ตระกูลบ้านใหญ่ &#8211; ภูมิใจไทย</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
