<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>PM2.5 Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/pm2-5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/pm2-5/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Tue, 24 Mar 2026 11:32:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>PM2.5 Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/pm2-5/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ตรวจการบ้าน : ภาครัฐแก้ปัญหาฝุ่นในปี 2568 ประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้มากน้อยแค่ไหน</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Mar 2026 11:32:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นPM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7135</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3611;&#3619;&#3632;&#3648;&#3604;&#3655;&#3609;&#3648 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/">ตรวจการบ้าน : ภาครัฐแก้ปัญหาฝุ่นในปี 2568 ประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้มากน้อยแค่ไหน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จากการตั้งเป้าหมายปี 2568 ไว้ว่าพื้นที่การเผาป่าทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ จังหวัดกาญจนบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องลดลง 25% จากข้อมูลจะพบว่าไม่บรรลุผลสำเร็จในทุกระดับ โดยการเผาใน 17 จังหวัดภาคเหนือนั้นกลับสูงถึง 152.06% ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงขึ้น 39.82% </li>



<li>จากการตั้งเป้าหมายปี 2568 ไว้ว่าต้องลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือลง 20% ใน 17 จังหวัดภาคเหนือลง 30% ในภาคกลางลง 10% และในภาคตะวันตกลง 15% จากข้อมูลจะพบว่าบรรลุผลทั้งหมด </li>



<li>อย่างไรก็ตามการลดการเผาในพื้นที่เกษตรบรรลุตามเป้าหมายนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการลดค่าเป้าหมายจากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 50% เหลือเพียง 10-30% จึงทำให้บรรลุเป้าหมายได้ แต่หากยึดค่าเป้าหมายเดิมซึ่งอยู่ที่ 50% จะพบว่ามีเพียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันตกที่จะบรรลุผล ส่วนกลุ่มพืชเป้าหมายก็จะมีเพียงข้าวโพดเท่านั้นที่จะบรรลุผล </li>
</ul>



<p>ประเด็นเรื่องฝุ่น PM2.5 กลายเป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างมาตั้งแต่ปี 2558 และเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา จนทำให้ภาครัฐผลักดันแผนฝุ่นปี 62 หรือ <a href="http://www.ppb.moi.go.th/midev07/upload/cabinet.pdf">แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง”</a> ซึ่งมีขึ้นหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อให้เป็นแม่แบบแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ทั่วประเทศ ผลจากแผนดังกล่าวก่อให้เกิดการขยายสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศเป็น 96 สถานีใน 65 จังหวัด การบังคับใช้น้ำมัน Euro 5 (1 ม.ค. 67) การปรับค่ามาตรฐานฝุ่นใหม่ให้เข้มข้นขึ้น (รายปีไม่เกิน 15 มคก./ลบ.ม.) และมีระบบ Single Command สำหรับสั่งการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ถึงอย่างนั้นปัญหา PM2.5 ก็ยังคงไม่ทุเลาลง และยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น จนต่อมารัฐบาลใหม่ก็ได้ออกแผนฝุ่นแห่งชาติฉบับที่ 2 ซึ่งก็คือ <a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/407859">แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ &#8220;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&#8221; ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568-2570</a> โดยในแต่ละปีก็จะมีการกำหนดเกณฑ์เป้าหมายเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ลงให้ได้</p>



<p>Rocket Media Lab จึงชวนมาตรวจการบ้านภาครัฐในปี 2568 จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ใน <a href="https://www.pcd.go.th/airandsound/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2568/?fbclid=IwY2xjawIpNz1leHRuA2FlbQIxMAABHUZvL84gDfB8yMFnAY1QN0hPCOCZa3fsJFnkgOZUQsW6Q4sWCF4oauweZg_aem_Y1nHJLTp6zbj4dwd73TOMQ">มาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568</a> ว่าภาครัฐประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ในประเด็นใดบ้าง&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="748" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-748x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7141" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-748x1024.jpg 748w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-219x300.jpg 219w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-768x1051.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-1122x1536.jpg 1122w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-1496x2048.jpg 1496w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-scaled.jpg 1870w" sizes="(max-width: 748px) 100vw, 748px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่ป่าลดการเผาไหม้ลงจากปี 2567 ทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดกาญจนบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องลดลง 25%</h3>



<p>จากข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ (burnt scar) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ระหว่างเดือน ม.ค.-พ.ค. 2567 และ ม.ค.-พ.ค. 2568 พบว่าปี 2567 ในพื้นที่ 17 จังหวัดในภาคเหนือ มีการเผาป่า 2,292,112 ไร่ ส่วนปี 2568 เกิดการเผา 5,777,474 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น 3,485,362 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 152.06% จึงถือว่าเป้าหมายในส่วนนี้ไม่ประสบความสำเร็จ</p>



<p>ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีที่นับเป็นพื้นที่เป้าหมายใหม่ในมาตรการ พบว่าปี 2567 มีการเผาป่า 271,238 ไร่ ส่วนปี 2568 มีจำนวน 333,826 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น 62,588 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 23% จึงถือว่าเป้าหมายในส่วนนี้ไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งไว้</p>



<p>ส่วนพื้นที่ระดับภาคอย่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องลดพื้นที่เผาในป่า ลง 25% นั้นพบว่าปี 2567 มีพื้นที่เผาป่า 550,849 ไร่ ส่วนปี 2568 มีจำนวน 770,172 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น 219,323 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 40% จึงถือว่าเป้าหมายในส่วนนี้ไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งไว้</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายลดการเผาในพื้นที่ป่า 17 จังหวัดภาคเหนือ ทั้งตอนล่างและตอนบน จังหวัดกาญจนบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลงให้ได้ 25% จึงไม่บรรลุผลในทุกระดับพื้นที่&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เกษตร เป้าหมายแบ่งเป็น ลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผานาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดลง 20% ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ลดลง 30% ภาคกลางลดลง 10% และภาคตะวันตกลดลง 15% และในส่วน KPI เฉพาะกลุ่มพืชเป้าหมาย ทั่วประเทศแบ่งเป็น นาข้าว ลดลง 30% ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลดลง 10% อ้อยโรงงาน ลดลง 15%</h3>



<p>เมื่อตรวจสอบการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ต้องลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผานาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลง 20% นั้น พบว่าปี 2567 นั้นมีพื้นที่การเผา 4,209,711 ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 2,024,402 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมลดลง 2,185,309 ไร่ หรือคิดเป็นลดลง 51.91% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568&nbsp;</p>



<p>ขณะที่พื้นที่ภาคเหนือ ต้องลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผานาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลง 30% ก็พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 3,895,749 ไร่ ขณะที่ปี 2568&nbsp; มีการเผา 2,073,665 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมลดลง 1,822,084 ไร่ หรือลดลง 46.77% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568 เช่นกัน&nbsp;</p>



<p>ส่วนพื้นที่ภาคกลาง ต้องลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผานาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลง 10% พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 3,505,195 ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 2,673,979 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมลดลง 831,216 ไร่ หรือลดลง 23.71% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568&nbsp;</p>



<p>ภาคตะวันตก ต้องลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผานาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลง 15% พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 902,195 ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 201,147 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมลดลง 701,048&nbsp; ไร่ หรือคิดเป็น ลดลง 77.7% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568 เช่นกัน&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของตัวชี้วัดว่าด้วยพืชเป้าหมายทั่วประเทศ โดยมีมาตรการคือ ลดการเผาในนาข้าว ลง 30% พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 6,054,743 ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 3,079,895 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่นาข้าวลดลง 2,974,848 ไร่ หรือคิดเป็น ลดลง 49.13% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568 เช่นกัน&nbsp;</p>



<p>พืชกลุ่มเป้าหมายยังมีลดการเผาในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลง 10% พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 4,434,357&nbsp; ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 542,288 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลง 3,892,069 ไร่ หรือคิดเป็นลดลง 88.77% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568 ลดการเผาในอ้อยโรงงานลง 15% พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 49,965 ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 1,796,678 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น 1,746,713 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มถึง 3,496% ซึ่งถือว่าไม่บรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568 แต่หากพิจารณาข้อมูลอ้อยเผาเข้าหีบกลับพบว่า จากข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ชี้ว่าปริมาณอ้อยเข้าหีบปี <a href="https://sugarzone.in.th/production-report-closed-box/">2566/67</a> มีอ้อยเผาเข้าหีบ 24.3 ล้านตัน ในหีบปี 2567/68 มีอ้อยเผาเข้าหีบ 13.6 ล้านตัน จากข้อมูลจะพบว่าปริมาณอ้อยเผาเข้าหีบลดลงเรื่อยๆ สวนทางกับพื้นที่การเผา ดังนั้นเป้าหมายลดการเผาในพืชกลุ่มเป้าหมายนั้น จึงบรรลุผลเพียงในกลุ่มข้าวและข้าวโพดเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตามการลดการเผาในพื้นที่เกษตรบรรลุตามเป้าหมายนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการลดค่าเป้าหมาย จากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 50% เหลือเพียง 10-30% จึงทำให้บรรลุเป้าหมายได้ แต่หากยึดค่าเป้าหมาย เดิมซึ่งอยู่ที่ 50% จะพบว่ามีเพียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันตกที่จะบรรลุผล ส่วนกลุ่มพืชเป้าหมายก็จะมีเพียงข้าวโพดเท่านั้นที่จะบรรลุผล&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เมืองควบคุมการระบายฝุ่นในพื้นที่เมือง เน้นการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ 100%&nbsp;&nbsp;</h3>



<p>ไม่มีการวัดผล</p>



<h3 class="wp-block-heading">เปรียบเทียบเป้าหมายการแก้ปัญหาฝุ่น 3 ปี กับ KPI ที่ลดลงเรื่อยๆ&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7142" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="675" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-675x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7143" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-675x1024.jpg 675w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-198x300.jpg 198w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-768x1164.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-1013x1536.jpg 1013w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-1351x2048.jpg 1351w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-scaled.jpg 1689w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure>
</div>


<p>จากการสำรวจ KPI การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 2568 และ 2569 พบว่ามีการลดเพดานความเข้มงวดลง โดยเห็นได้ในส่วนของการเผาในพื้นที่ป่านั้นมีการกำหนด KPI จาก 50% ในปี 2567 เหลือเพียง 25% ในปี 2568 และในปี 2569 เหลือเพียง 10% เท่านั้น ขณะที่ภาคการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลับมีการลด KPI จาก 50% ในปี 2567 เหลือเพียง 30% ในปี 2568 และลดลงเหลือ 10% ในปี 2569 ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการปรับ KPI การเผาในพื้นที่เกษตรจาก 20% ในปี 2568 เหลือ 10% ในปี 2569 นอกจากนี้ในปี 2569 มีการเพิ่มเป้าหมายพื้นที่เกษตร โดยแยกเป็นกลุ่มพืชเป้าหมาย&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของค่าเฉลี่ยฝุ่นนั้นพบว่า ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งในปี 2567 เคยตั้งเป้าลดค่าเฉลี่ยฝุ่นไว้สูงถึง 40% แต่ในปี 2568 กลับถอยมาตั้งเป้าเพียง 15% และลดลงเหลือ 10% ในปี 2569 เช่นเดียวกับจำนวนวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐานที่เคยตั้งไว้ 30% ในปี 2567 ก็ถูกปรับลดลงเหลือเพียง 10% ในปี 2568 และลดลงเหลือ 5% ในปี 2569&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป้าหมายการลดค่าเฉลี่ยฝุ่นก็ลดลงจากเดิมที่ 20% ในปี 2567 เหลือเพียง 5% ในปี 2568 และคงที่ 5% ในปี 2569 โดยยังคงเป้าหมายจำนวนวันเกินมาตรฐานไว้ที่ 5% เท่าเดิมตลอดทั้ง 3 ปี สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็พบการปรับลดเป้าหมายค่าเฉลี่ยฝุ่นลงจาก 10% ในปี 2567 เหลือ 5% ในปี 2568 และคงไว้ที่ 5% ในปี 2569 ขณะที่จำนวนวันเกินมาตรฐานยังคงอยู่ที่ 5% ตลอดทั้ง 3 ปี และในพื้นที่ภาคกลางมีการปรับลดลงในทุกมิติคือเป้าหมายค่าเฉลี่ยฝุ่นลดจาก 10% ในปี 2567 เหลือ 5% ในปี 2568 และ 2569 ส่วนจำนวนวันเกินมาตรฐานก็ลดจาก 10% ในปี 2567 เหลือ 5% ในปี 2568 และ 2569 เช่นกัน</p>



<p>เมื่อพิจารณาข้อมูลสถิติเปรียบเทียบระหว่างปี 2567 และปี 2568 พบว่าค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ทั้งปีทุกภูมิภาคมีแนวโน้มลดลง เริ่มจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่ลดลงจาก 46 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในปี 2567 เหลือเพียง 33 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในปี 2568 คิดเป็นลดลง 28.26% ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดลงจาก 33 เหลือ 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือ 28.26%&nbsp; สำหรับ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่าเฉลี่ยลดลงจาก 37 เหลือ 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือลดลง18.92% ส่วนภาคกลางลดลงจาก 34 เหลือ 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 11.76% และภาคตะวันตก ลดลงจาก 41 เหลือ 33 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 19.51%</p>



<p>และหากพิจารณาจำนวนวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงจนเกินค่ามาตรฐานร่วมด้วย พบว่าใน 17 จังหวัดภาคเหนือ มีจำนวนวันฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานเพิ่มขึ้นจาก 129 วัน ในปี 2567 เป็น 163 วัน ในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นถึง 26.36% ทางด้าน กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีจำนวนวันฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานเพิ่มจาก 97 วัน เป็น 118 วัน หรือเพิ่มขึ้น 21.65% สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มขึ้นจาก 113 วัน เป็น 127 วัน คิดเป็น 12.39% และภาคกลาง เพิ่มขึ้นจาก 101 วัน เป็น 109 วัน หรือเพิ่มขึ้น 7.92% จากข้อมูลจะพบว่ามีเพียงภาคตะวันตกเพียงภูมิภาคเดียวที่สถานการณ์ดีขึ้นในทิศทางเดียวกันทั้งสองมิติ โดยจำนวนวันฝุ่นเกินมาตรฐานลดลงจาก 84 วัน เหลือ 73 วัน หรือลดลง 13.10%</p>



<p>ซึ่งหากพิจารณาจากข้อมูลทั้ง 2 ชุด จะพบว่าแม้ในภาพรวมค่าความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 จะลดลงและดูเหมือนจะเบาบางลง แต่ในความจริงแล้ว ประชาชนก็ยังต้องเผชิญกับจำนวนวันที่สภาพอากาศเป็นพิษยาวนานขึ้นกว่าปีก่อน และการที่ประสบความสำเร็จในเชิงตัวเลขก็เพราะเกิดจากการปรับลดค่าเป้าหมายในการวัดผล มากกว่าจะเป็นความสำเร็จจากการแก้ปัญหาจริง โดยหากใช้ KPI เดิม จะพบว่ามีเพียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้นที่บรรลุผลจาก KPI เดิมในส่วนของค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 แต่ถึงอย่างนั้นในส่วนของวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานก็ไม่บรรลุผลอยู่ดี&nbsp;&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ผ่าตัดแผนแก้ฝุ่นฉบับที่ 2 ของภาครัฐ อะไรเพิ่มมาบ้าง?</h3>



<p>แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 &#8211; 2570 และระยะ 5 ปีต่อไป จัดทำขึ้นเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้ครอบคลุมทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงสร้างของแผนใหม่นี้มีความแตกต่างจากเดิม ซึ่งระบุว่าแผนใหม่มุ่งเน้นการป้องกันและควบคุมการระบายมลพิษแบบเจาะจงรายพื้นที่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ได้แก่ มาตรการในพื้นที่เมือง พื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรกรรม ภาคมลพิษข้ามแดน และการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการยาแรงภาคเกษตร: เมื่อภาครัฐระบุว่าจะประกาศสงครามกับการเผา</h4>



<p>สำหรับพื้นที่เกษตรกรรมนั้น ในแผนแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ฉบับที่ 2 รัฐบาลได้เปลี่ยนจากการรณรงค์ขอความร่วมมือ มาสู่การใช้มาตรการเชิงรุกขั้นเด็ดขาดภายใต้คำว่า “ประกาศสงครามกับการเผาพื้นที่เกษตรกรรม” โดยระบุว่ามีใช้มาตรการตัดสิทธิเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรที่เผาในพื้นที่เกษตรกรรมจะไม่ได้รับสิทธิ หรืออาจถูกเพิกถอนสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก. และนิคมสหกรณ์ รวมถึงจะไม่ได้รับการจ่ายเงินช่วยเหลือตามโครงการต่างๆ ของภาครัฐอีกต่อไป</p>



<p>นอกจากบทลงโทษแล้ว แผนนี้ยังเน้นการจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยการนำระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) มาใช้ เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของผลผลิตทางการเกษตร สินค้าแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรว่าไม่ได้มาจากการเผา</p>



<p>ส่วนภาคธุรกิจจะถูกกระตุ้นให้รับซื้อผลผลิตจากแหล่งที่ปลอดการเผา และหลีกเลี่ยงการรับซื้อสินค้าเกษตรที่มาจากการเผาอย่างเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการเร่งรัดมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) สำหรับข้าวและอ้อยแบบไม่เผา รวมถึงมาตรฐาน PM2.5 Free Plus สำหรับกระบวนการผลิตข้าวโพดเมล็ดแห้งด้วย</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการเก็บเงินในภาคเมือง: โมเดล Low Emission Zone และ Congestion Charge&nbsp;</h4>



<p>ในภาคเมืองนั้น พบว่าปัญหาของฝุ่นมาจากการจราจรและการก่อสร้างดังนั้นในแผนฉบับใหม่นี้ จึงกำหนดให้จัดตั้งพื้นที่ควบคุมพิเศษ หรือ Low Emission Zone ซึ่งอาจนำไปสู่การจัดเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันตามขนาดและประเภทของยานพาหนะ หรือการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามประเภทรถยนต์</p>



<p>นอกจากนี้ยังพบว่า แผนนี้ระบุให้มีการกำหนดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถนนในพื้นที่การจราจรหนาแน่น (Congestion Charge) เพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการแก้ปัญหารถติดและลดปริมาณการปล่อยฝุ่นละออง PM2.5 ในเขตเมือง</p>



<h4 class="wp-block-heading">ยกระดับการจัดการฝุ่นข้ามแดน: ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy)&nbsp;</h4>



<p>มลพิษข้ามแดนถือเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ควบคุมได้ยาก แต่ในแผนใหม่นี้ได้มีการยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาคผ่านยุทธศาสตร์ฟ้าใส หรือ CLEAR Sky Strategy (ค.ศ. 2024-2030) ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการร่วมระหว่างประเทศไทย ลาว และเมียนมา อย่างที่เคยมีมาตลอด</p>



<p>มากไปกว่าความร่วมมือระดับรัฐ แผนนี้ยังใช้กลไกการค้าโดยส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคธุรกิจต้องดำเนินการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างรอบด้านทั้งในและนอกราชอาณาจักร เพื่อสร้างหลักประกันว่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในสายพานการผลิตของแต่ละประเทศ จะปราศจากการก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศข้ามแดน</p>



<h4 class="wp-block-heading">KPI ใหม่ที่หินกว่าเดิม: เปลี่ยนจาก Hotspot เป็น Burnt Scar</h4>



<p>ความน่าสนใจของแผนใหม่นี้ คือการปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดความสำเร็จ จากเดิมที่มีมาตรการควบคุมจุดความร้อน (Hotspot) มาเป็นการวัดพื้นที่เผาไหม้ (Burnt Scar) แทน ซึ่งมีการระบุสาเหตุที่ต้องเปลี่ยน เพราะข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียมมีข้อจำกัดในการตรวจจับ เนื่องจากเกษตรกรมีพฤติกรรมการเผาหลบดาวเทียม เช่น การเผาในเวลากลางคืน การเผาในช่วงเวลาสั้นๆ การเผาใต้แนวไม้ หรือการเผาในวันที่เมฆปกคลุม</p>



<p>ในขณะที่ข้อมูลร่องรอยพื้นที่เผาไหม้ (Burnt Scar) มีความแม่นยำสูงกว่า และยังช่วยชี้เป้าพื้นที่ที่มีการเผาซ้ำซากได้อีกด้วย ดังนั้นความน่าสนใจของแผนใหม่นี้คือการใช้มาตรวัดที่แม่นยำขึ้น และยังกำหนดให้พื้นที่เผาไหม้ (Burnt Scar) ต้องลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี</p>



<p>นอกจากนี้ในด้านสุขภาพ ยังมีการตั้งเกณฑ์ใหม่ที่เข้มงวดขึ้น โดยมีการกำหนดให้ค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง PM2.5 ราย 24 ชั่วโมง ต้องอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งอ้างอิงตามเกณฑ์ความปลอดภัยคือต้องมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่า 37.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p>แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติฯ ฉบับที่ 2 นี้ พบว่ามีการยกระดับการจัดการจากยุคของการขอความร่วมมือมาสู่ยุคของการบังคับใช้ด้วยมาตรการทางกฎหมาย อย่างไรก็ตามคำถามและความท้าทายที่รออยู่คือ รัฐบาลจะสามารถเปลี่ยนตัวหนังสือเหล่านี้ให้กลายเป็นการปฏิบัติจริงได้หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงแค่แผนฉบับใหม่ที่ใช้ KPI เดิมในการทำงานต่อไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">มาตรการใหม่ปี 2569 จากครม. มีอะไรบ้าง?</h3>



<p>ทั้งนี้พบว่ามาตรการใหม่ปี 2569 ที่<a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/475186">คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569</a> โดยแบ่งพื้นที่ปฏิบัติงานออกเป็นสามส่วนหลักคือพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และพื้นที่เมือง โดยในส่วนของพื้นที่ป่านั้นได้กำหนดเป้าหมายการลดการเผาทั่วประเทศรวมถึงกลุ่มป่าแปลงใหญ่ 14 กลุ่มป่า&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>พื้นที่ป่า โดยกำหนดเป้าหมายลดการเผาป่าทั่วประเทศ และป่าแปลงใหญ่ 14 กลุ่มป่า ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 </li>



<li>พื้นที่เกษตรภาพรวม ควบคุมพื้นที่เผาไหม้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 15 </li>



<li>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 </li>



<li>ภาคเหนือ 17 จังหวัด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 </li>



<li>ภาคกลาง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 </li>



<li>ภาคตะวันตก ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 </li>



<li>ภาคตะวันออก ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 </li>
</ul>



<p>นอกจากนี้นาข้าว มีเป้าหมายการเผาลดลงไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 ข้าวโพดและพืชไร่หมุนเวียนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 และอ้อยโรงงานไม่น้อยกว่า ร้อยละ 15&nbsp;</p>



<p>พื้นที่เมืองมีการควบคุมการระบายฝุ่นในพื้นที่เมือง โดยตั้งเป้าหมายให้ยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และสถานประกอบกิจการเป้าหมายปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ ร้อยละ 100</p>



<p>และมีการกำหนดเกณฑ์เรื่องกำหนดผลลัพธ์คุณภาพอากาศ โดยพบว่ามีการตั้งเป้าให้ลดลงจากปี 2568 ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>17 จังหวัด ภาคเหนือ เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 10 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>



<li>กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 5 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>



<li>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 5 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>



<li>ภาคกลาง เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 5 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>



<li>ภาคตะวันตก เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 10 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>



<li>ภาคตะวันออก เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 10 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>
</ul>



<p>รวมทั้งควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร และให้จัดหาเครื่องมือ/เครื่องจักรกลทางการเกษตรเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรทำการเกษตรแบบไม่เผา เช่น เครื่องเกี่ยวข้าว เครื่องไถกลบตอซัง และเครื่องอัดฟาง เป็นต้น โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ</p>



<p>ทั้งยังกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การบริหารการเผาในพื้นที่เกษตร (ประกอบด้วยช่วงเวลา จำนวนพื้นที่ เงื่อนไขการเผาการควบคุมดูแล) เพื่อให้แต่ละจังหวัดจัดเตรียมระบบ ขั้นตอนและผู้รับผิดชอบ รวมถึงประกาศให้เกษตรกรรับทราบโดยทั่วกัน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ปัญหาของอ้อย : พื้นที่เผาเพิ่มแต่อ้อยเผาเข้าหีบลด และราคาลด</h3>



<p>ส่วนนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอ้อยนั้น พบว่าปีหีบอ้อย 2568/2569 <a href="https://www.bangkokbiznews.com/economics/1220630">มติครม. เคาะราคาอ้อย-น้ำตาลทรายขั้นต้น ปี 68/69 ราคาเดียว 890 บาทต่อตันอ้อย</a> สาเหตุเพราะภาวะราคาน้ำตาลในตลาดโลกอ่อนตัวลง กล่าวคือ เมื่อมีคนขายมาก เลยต้องลดราคาลง ซึ่งระบบการคำนวณราคาอ้อยขั้นต้น เป็นการคำนวณราคาอ้อยอ้างอิงจากรายได้สุทธิของระบบอ้อยและน้ำตาลทราย เมื่อราคาขายน้ำตาลทรายและผลพลอยได้ในตลาดโลกลดลง รายได้รวมของระบบจึงลดลงตามไปด้วย</p>



<p>แต่ทั้งนี้ แม้ราคาอ้อยขั้นต้นจะลดลง แต่ก็ยังได้รับเงินส่งเสริมที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีลดฝุ่น PM 2.5 ในอัตรา 69 บาทต่อตัน (แต่เดิมได้ 100 บาท มาจากรัฐช่วย 69 บาท และกองทุน 31 บาท) แล้วก็ยังได้รับเงินเงินเพิ่มพิเศษจากโรงงาน โรงงานน้ำตาลส่วนใหญ่ยินดีจ่ายเงินเพิ่มให้อีก 40 บาทต่อตัน สำหรับชาวไร่ในบางเขตคำนวณราคา (เช่น เขต 1, 3, 6 และ 9) เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง&nbsp;</p>



<p>และพบว่าในฤดูการผลิตปี 2568/69 นี้ สอน. ได้วางแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลที่เก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดี ประกอบด้วยโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิต ฤดูการผลิต 2568/2569 โดยสนับสนุนให้แก่ชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดสะอาด 100% โครงการสนับสนุนเครื่องสาง-ตัด-กวาด-อัด-สับคลุก เพื่อการตัดอ้อยสดและมีโมเดลธุรกิจใหม่-คนละครึ่ง Farmer Plus รวมถึง “มาตรการแก้ไขปัญหาการเผาอ้อยและลดปัญหาฝุ่นมลพิษ PM 2.5 ฤดูการผลิตปี 2568/2569” และกำหนดให้โรงงานน้ำตาลรับอ้อยเผาเข้าหีบได้ไม่เกิน 20% ต่อวัน&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ที่น่ากังวลคืออุตสาหกรรมอ้อยที่ปีผลิต 2568/2569 มีการกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นเพียง 890 บาทต่อตันเนื่องจากสภาวะน้ำตาลล้นตลาดโลก ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว อีกทั้งเงินอุดหนุนการตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่นยังลดลงจากเดิม 100 บาทเหลือเพียง 69 บาทต่อตัน แม้จะมีความพยายามช่วยเหลือผ่านโครงการคนละครึ่งหรือการจำกัดการรับอ้อยเผาเข้าโรงงานไม่เกินร้อยละ 20 ต่อวัน&nbsp;</p>



<p>แต่เมื่อพิจารณาสถิติการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมระหว่างปี 2567 และ 2568 นั้นกลับพบความล้มเหลวจากตัวเลข เพราะพื้นที่เผาไหม้ในพื้นที่ปลูกอ้อยพุ่งสูงขึ้นจาก 49,965 ไร่ในปี 2567 เป็น 1,796,678 ไร่ในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นถึง 3,496% แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อพิจารณาจากตัวเลขอ้อยเผาเข้าหีบจะพบว่า ปริมาณอ้อยเข้าหีบปี 2566/67 มีอ้อยเผาเข้าหีบ 24.3 ล้านตัน ในหีบปี 2567/68 มีอ้อยเผาเข้าหีบ 13.6 ล้านตัน ส่วนอ้อย ปี 2568/69 พบว่ามีอ้อยเผาเข้าหีบปี 3.3 ล้านตัน โดยตัวเลขอ้อยเผาเข้าหีบที่ลดลงนั้นสวนทางกับพื้นที่การเผาที่สูงขึ้น ซึ่งการขยายตัวของการเผาที่มากกว่าสามสิบเท่าตัวท่ามกลางแรงจูงใจทางการเงินที่น้อยลงนี้ จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เป้าหมายการลดการเผาอ้อยลง 15% ในปี 2569 อาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง และส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิกฤตคุณภาพอากาศที่ประชาชนยังต้องเผชิญอยู่</p>



<h3 class="wp-block-heading">สรุป</h3>



<p>จากการวิเคราะห์สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่าภาพรวมยังคงไม่ประสบความสำเร็จตามตัวชี้วัด แม้จะมีการปรับลดเกณฑ์ KPI ให้ผ่อนปรนลงกว่าปี 2567 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในเชิงตัวเลขได้ง่ายขึ้น แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่าจำนวนวันที่อากาศเกินค่ามาตรฐานเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีวันฝุ่นพิษเพิ่มขึ้นถึง 26% และกรุงเทพมหานครที่เพิ่มขึ้นกว่า 21%</p>



<p>และเมื่อพิจารณาต่อไปยังมาตรการใหม่ปี 2569 จาก<a href="https://www.phetmuengthong.go.th/fileupload/2026-02-129822860485.pdf">มาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569</a> ก็พบว่ามาตรการเหล่านี้แทบไม่มีความแตกต่างในเชิงโครงสร้างจากแผนวาระฝุ่นแห่งชาติปี 2562 หรือแผนปี 2567 ที่ล้มเหลวมาแล้วในอดีต เพียงแต่มีการเพิ่มรายละเอียดรายพื้นที่ จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลว่ามาตรการในรูปแบบเดิมที่เน้นเพียงการตั้งตัวเลขและลด KPI ลง จะสามารถแก้ไขวิกฤตฝุ่นที่ฝังรากได้จริงหรือไม่&nbsp;</p>



<p>หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ้างอิงข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA </li>



<li>อ้างอิงมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2025 จากมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568 และปี 2569 โดยกรมควบคุมมลพิษ</li>
</ul>



<p>ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-kpi-pm25-2025">https://rocketmedialab.co/database-kpi-pm25-2025</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/">ตรวจการบ้าน : ภาครัฐแก้ปัญหาฝุ่นในปี 2568 ประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้มากน้อยแค่ไหน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจอากาศในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2024</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/pollution-bangkok-index-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Apr 2025 08:11:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นPM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5300</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3626;&#3635;&#3619;&#3623;&#3592;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pollution-bangkok-index-2024/">สำรวจอากาศในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2024</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Rocket Media Lab สำรวจอากาศในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2024</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อมูลที่ใช้</h3>



<p>ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5 อ้างอิงจากรายงานผลการตรวจวัด กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรุงเทพมหานคร</p>



<h3 class="wp-block-heading">ผลการจัดอันดับ</h3>



<p>จากการจัดอันดับหัวข้ออากาศของ Bangkok Index พบว่า เขตที่มีคะแนนหัวข้ออากาศมากที่สุด คือ เขตสวนหลวง ได้คะแนนเต็ม 50 คะแนน โดยมีค่าฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ยทั้งปีเพียง 17.49 µg/m³ รองลงมาคือ เขตสะพานสูง 49 คะแนน โดยมีค่าฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ยทั้งปี 20.80 µg/m³ และเขตบางคอแหลม 48 คะแนน โดยมีค่าฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ยทั้งปี 21.41 µg/m³&nbsp;</p>



<p>ส่วนเขตที่มีคะแนนหัวข้ออากาสน้อยที่สุด คือ เขตสายไหม ได้เพียง 1 คะแนน จาก 50 คะแนน โดยมีค่าฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ยทั้งปีสูงถึง 39.34 µg/m³ รองลงมาคือเขตบางพลัด 2 คะแนน โดยมีค่าฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ยทั้งปี 34.93 µg/m³ และเขตหนองแขม 3 คะแนน โดยมีค่าฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ยทั้งปี 33.72 µg/m³</p>



<p><br>ดู Bangkok Index 2024 : <a href="https://bkkindex.rocketmedialab.co/">https://bkkindex.rocketmedialab.co/</a></p>



<p>ดูข้อมูลที่:<a href="https://rocketmedialab.co/database-pollution-bangkok-index-2024/">https://rocketmedialab.co/database-pollution-bangkok-index-2024/</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pollution-bangkok-index-2024/">สำรวจอากาศในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2024</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/pm25-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Feb 2025 14:16:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxThaiHealth]]></category>
		<category><![CDATA[จุดความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นPM25]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นทั่วไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เผาไหม้]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[หมอกควัน]]></category>
		<category><![CDATA[เผาป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5073</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3585;&#3619;&#3603;&#3637;&#3585 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024/">จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<p>จากกรณีการเสียชีวิตของ นายแพทย์กฤตไท ธนสมบัติกุล อาจารย์ประจำศูนย์ระบาดวิทยาคลินิกและสถิติศาสตร์คลินิก ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก &#8220;สู้ดิวะ&#8221; เนื่องด้วยมะเร็งปอดระยะสุดท้าย เมื่อปลายปี 2566 และสถานการณ์ไฟไหม้ป่าที่ภาคเหนือ ซึ่งเกิดขึ้นสม่ำเสมอทุกช่วงต้นปี ประกอบกับสถานการณ์ฝุ่นควันข้ามแดนจากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ส่งผลให้เชียงใหม่ติดอันดับเมือง PM2.5 สูงสุดในโลก ทำให้ประเด็นฝุ่น PM2.5 กลับมาเป็นประเด็นระดับชาติอีกครั้ง พร้อมด้วยแผนรับมือฝุ่น จากภาคส่วนต่างๆ Rocket Media Lab และ สสส. พาไปสำรวจประเด็นต่างๆ ที่น่าจับตา ว่าในปี 2567 ที่ผ่านมา คนไทยแต่ละภาคต้องเจอกับอะไรบ้าง และอะไรคือสิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปในปี 2568 นี้&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคเหนือ (9 จังหวัด): จับตาไฟป่า แต่ลืมจับตาการเผาแบบอื่นๆ&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5075" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ในปี 2566 เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ไฟป่ามากเป็นอันดับสามของประเทศ และเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ที่เกิดไฟป่าในเขตอนุรักษ์มากที่สุดในประเทศนับแต่ปี 2556 การเกิดไฟป่าอย่างหนักในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2566 ในเชียงใหม่ จนทำให้ครองแชมป์เมืองคุณภาพอากาศแย่ที่สุดของโลก ทำให้ปัญหาไฟป่าในภาคเหนือกลายเป็นประเด็นที่ภาครัฐต้องออกมาตรการป้องกันและแก้ไขโดยด่วน โดยเฉพาะการตั้งเป้าไว้ว่า ในปี 2567 ต้องลดการเผาไหม้ในป่าอนุรักษ์และป่าสงวน 50% เช่นเดียวกับพื้นที่การเกษตรต้องลดการเผาลงให้ได้ 50% ในพื้นที่ 17 จังหวัดในภาคเหนือ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5127" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>แม้จุดความร้อนในภาคเหนือ (9 จังหวัด) จะลดลง 75,007 จุดในเดือนพฤศจิกายน 2565 &#8211; ตุลาคม 2566 เป็น 59,821 จุดในเดือนพฤศจิกายน 2566 &#8211; ตุลาคม 2567 แต่หากพิจารณาจากข้อมูลพื้นที่การเผา (burn scar) ระหว่างมกราคม-พฤษภาคม 2566 และ มกราคม-พฤษภาคม 2567 ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) จะพบว่ากลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จาก 6,202,042 ไร่ในปี 2566 เป็น 6,269,701 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 1.09% และแม้พื้นที่เผาไหม้ป่าจะลดลงจาก 4,605,045 ไร่ในปี 2566 เป็น 1,827,813 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 60.31% รวมไปถึงข้าวโพด จาก 701,312 ไร่ในปี 2566 เป็น 533,147 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 23.98% แต่กลับพบการเผาในพื้นที่เกษตรอื่นๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จาก 580,162 ไร่ในปี 2566 เป็น 2,486,157 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 328.53% และพื้นที่เผาไหม้อ้อยเพิ่มขึ้น จาก 11,999 ไร่ เป็น 45,791 ไร่ หรือเพิ่มขึ้น 281.62% จะเห็นได้ว่าในขณะที่มาตรการของรัฐและการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่มุ่งเป้าไปที่ไฟป่า ซึ่งเป็นปัญหาหลักของภาคเหนือในปี 2566 แต่ในพื้นที่อื่นๆ กลับถูกละเลย จนท้ายที่สุดแล้วในปี 2567 พื้นที่การเผาไหม้รวมในภาคเหนือ (9 จังหวัด) ไม่ได้ลดลงตามที่ตั้งเป้าไว้ และยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย</p>



<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่และจังหวัดในภาคเหนือ (9 จังหวัด) ที่ต้องจับตา</h4>



<p>พื้นที่ที่ต้องจับตาในปี 2568: พื้นที่เกษตรอื่นๆ โดยเฉพาะจังหวัดลำปาง แม่ฮ่องสอนและน่าน</p>



<p>จังหวัดที่ต้องจับตาในปี 2568: จังหวัดแพร่ มีจำนวนพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาค โดยเพิ่มขึ้นจาก 319,262 ไร่ในปี 2566 เป็น 689,195 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 115.87%</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคตะวันตก: แม้พื้นที่ป่าจะมาก แต่เผาพื้นที่เกษตรมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5129" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-768x767.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ในขณะที่ภาคตะวันตกซึ่งมีพื้นที่ติดกับภาคเหนือและได้รับผลกระทบจากหมอกควันจากไฟป่าที่เชียงใหม่ในปี 2566 พบว่า พื้นที่เผาไหม้รวมเพิ่มขึ้น 54.39% จาก 1,721,069 ไร่ในปี 2566 เป็น 2,657,134 ไร่ในปี 2567 โดยเฉพาะพื้นที่เผานาข้าวที่เพิ่มขึ้นสูงสุด จาก 15,274 ไร่ในปี 2566 เป็น 633,787 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มถึง 4,049.45% รองลงมาก็คือพื้นที่เกษตรอื่นๆ เพิ่มขึ้น จาก 129,599 ไร่ในปี 2566 เป็น 914,014 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 605.26% ส่วนพื้นที่เผาไหม้ป่า ก็เพิ่มจาก 1,281,688 ไร่ในปี 2566 เป็น 548,809 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 57.18% ในขณะที่ข้าวโพด เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย จาก 246,936 ไร่ในปี 2566 เป็น 268,188 ไร่ในปี 2567 หรือคิดเป็น 8.61%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5076" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ส่วนพื้นที่ที่มีการเผาลดลงก็คืออ้อย โดยลดลงจากจาก 28,230 ไร่ในปี 2566 เหลือ 220 ไร่ในปี 2567 หรือลดลงถึง 99.22%</p>



<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่และจังหวัดในภาคตะวันตกที่ต้องจับตา</h4>



<p>พื้นที่ที่ต้องจับตาในปี 2568: พื้นที่เกษตรอื่นๆ โดยจังหวัดตากและกาญจนบุรี</p>



<p>จังหวัดที่ต้องจับตาในปี 2568: เพชรบุรี มีจำนวนพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาค โดยเพิ่มขึ้น 3,004.01% โดยเพิ่มจาก 3,146 ไร่ ในปี 2566 เป็น 97,652 ไร่ในปี 2567&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ภาคที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงในเรื่อง PM2.5 แต่การเพิ่มขึ้นของพื้นที่เผาไหม้สูงสุด</h3>



<p>แม้จากตัวเลขพื้นที่เผาไหม้ในปี 2567 ภาคเหนือ (9 จังหวัด) ยังคงเป็นภาคที่มีพื้นที่การเผาไหม้มากที่สุด ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นเป็นอันดับสอง คือมีพื้นที่เผาไหม้ 5,692,127 ไร่ แต่หากพิจารณาถึงการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เผาไหม้เปรียบเทียบกับปีก่อนหน้าจะพบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นมีอัตราการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เผาไหม้สูงสุด โดยเพิ่มถึง 506.41% จาก 938,666 ไร่ในปี 2566 เป็น 5,692,127 ไร่ในปี 2567 และสิ่งที่แตกต่างจากภาคเหนือ (9 จังหวัด) ก็คือ พื้นที่เผาไหม้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นที่นาข้าวมากที่สุด โดยหากเปรียบเทียบพื้นที่เผานาข้าวกับปีก่อนหน้าจะพบว่า จากพื้นที่เผานาข้าว 331,218 ไร่ในปี 2566 เป็น 2,303,924 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นถึง 595.59%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5077" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-768x769.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ไม่เพียงแต่พื้นที่นาข้าวเท่านั้นที่มีการเผามากขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังพบว่า พื้นที่ข้าวโพดยังพบการเผาเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย จาก 28,651 ไร่ในปี 2566 เป็น 1,904,910 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 6548.67% รวมไปถึงพื้นที่การเผาป่า ที่เพิ่มขึ้น จาก 326,904 ไร่ในปี 2566 เป็น 550,849 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 68.50%</p>



<p>ในขณะที่พื้นที่การเผาอ้อยที่ลดลงจาก 56,167 ไร่ในปี 2566 เป็น 877 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 98.44%&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5130" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-768x769.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>อย่างไรก็ตามการที่พื้นที่เผารวมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในประเทศก็อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะต้องถูกจับตามองเป็นพิเศษในปี 2568 นี้</p>



<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่และจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ต้องจับตา</h4>



<p>พื้นที่ที่ต้องจับตาในปี 2568: นาข้าว โดยเฉพาะในจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ และขอนแก่น</p>



<p>จังหวัดที่ต้องจับตาในปี 2568: ร้อยเอ็ด มีจำนวนพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นมากขึ้นที่สุด โดยเพิ่ม 2,461.16% จาก 18,616 ไร่ในปี 2566 เป็น 476,786 ไร่ ในปี 2567&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคกลาง: เผาอ้อยลดลง แต่การเผาอย่างอื่นกลับเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;</h3>



<p>ภาคกลางเป็นภาคที่มีพื้นที่การปลูกอ้อยมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับภาคอื่นๆ และอ้อยยังเป็นพืชผลทางการเกษตรที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐตันละ 120 บาท เพื่อไม่ให้มีการเผาอ้อย แต่ก็เป็นพืชผลทางการเกษตรชนิดเดียวเช่นกันที่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการเผาหรือไม่เมื่อต้องส่งอ้อยเข้าหีบในโรงงาน อันจะส่งผลต่อราคาของอ้อยและมาตรการการหักเงินอ้อยไฟไหม้เข้าหีบ 130 บาทต่อตันที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้พื้นที่การเผาอ้อยในภาคกลางลดลง จาก 326,151 ในปี 2566 เป็น 2,970 ในปี 2567 หรือลดลง 99.09% ไม่เพียงแค่พื้นที่การเผาอ้อยเท่านั้นที่ลดลง แต่พื้นที่ไฟป่าในภาคกลางก็ลดลงอีกด้วย จาก 698,426 ในปี 2566 เป็น 252,604 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 63.83%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5078" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-768x769.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>แต่ถึงอย่างนั้นกลับพบว่าพื้นที่เผาไหม้ในภาคกลางโดยรวมเพิ่มขึ้น 92.80% จาก 2,321,411 ไร่ในปี 2566 เป็น 4,475,787 ไร่ในปี 2567 โดยพื้นที่เผาไหม้ที่เพิ่มขึ้นอยู่ในส่วนของข้าวโพดมากที่สุด จาก 184,701 ไร่ในปี 2566 เป็น 1,588,395 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 759.98% พื้นที่อื่นๆ จาก 26,122 ไร่ในปี 2566 เป็น 88,085 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 237.21% พื้นที่เกษตรอื่นๆ จาก 203,039 ไร่ในปี 2566 เป็น 629,905 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 210.24% และนาข้าว 882,972 ไร่ในปี 2566 เป็น 1,913,830 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 116.75%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5131" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-768x767.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>จะเห็นได้ว่าแม้พื้นที่เผาไหม้ในส่วนของข้าวโพดจะเพิ่มมากที่สุด แต่จำนวนพื้นที่ที่มีการเผาไหม้มากที่สุดในภาคกลางในปี 2567 ก็คือนาข้าว เช่นเดียวกันกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</p>



<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่และจังหวัดในภาคกลางที่ต้องจับตา</h4>



<p>พื้นที่ที่ต้องจับตาในปี 2568: นาข้าว โดยเฉพาะเฉพาะในจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และเพชรบูรณ์</p>



<p>จังหวัดที่ต้องจับตาในปี 2568: พระนครศรีอยุธยา มีจำนวนพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาค โดยเพิ่มขึ้นถึง 2393.02% จาก 2,809 ไร่ในปี 2566 เป็น 70,029 ไร่ในปี 2567&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคตะวันออก: พื้นที่อุตสาหกรรมของประเทศ แต่สัดส่วนพื้นที่เผาไหม้พุ่งขึ้นสู่อันดับสอง&nbsp;</h3>



<p>ภาคตะวันออกมักไม่ค่อยถูกพูดถึงในประเด็นเรื่องหมอกควันหรือฝุ่น PM2.5 มากนัก โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เนื่องด้วยภาคตะวันออกมักจะถูกมองเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมมากกว่า ประเด็นเรื่องมลพิษทางอากาศจึงผูกติดอยู่กับภาพของโรงไฟฟ้าหรือโรงงานอุตสาหกรรมภายในภาค แต่จากข้อมูลจะพบว่าการเผาไหม้ในภาคตะวันออกเพิ่มสูงถึง 371.96% โดยเพิ่มจาก 90,787 ไร่ในปี 2566 เป็น 428,477 ไร่ในปี 2567 โดยอัตราการเพิ่มขึ้นเป็นรองแค่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้น และยังพบว่าพื้นที่เผาไหม้มากที่สุดคือพื้นที่ปลูกข้าวโพดโดยเพิ่มขึ้นจาก 182 ไร่ในปี 2566 เป็น 139,717 ไร่ในปี 2567 หรือคิดเป็น 76,667.58%&nbsp;</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5079" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>นอกจากพื้นที่ข้าวโพดแล้ว ยังพบว่า พื้นที่เกษตรอื่นๆ ก็มีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้น โดยเพิ่มจาก 9,673 ไร่ในปี 2566 เป็น 92,721 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 858.55% พื้นที่นาข้าวจาก 43,990 ไร่ในปี 2566 เป็น 187,299 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 325.78% รวมถึงพื้นที่อื่นๆ จาก 2,461 ไร่ในปี 2566 เป็น 3,699 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 50.30%</p>



<p>ขณะที่พื้นที่เผาไหม้ในส่วนของป่าและอ้อยนั้นลดลงเช่นเดียวกับภาคอื่นๆ โดยพื้นที่เผาไหม้ป่า ลดลงจาก 14,903 ไร่ในปี 2566 เป็น 4,933 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 66.90% และพื้นที่เผาไหม้อ้อย ลดลงจาก 19,578 ไร่ในปี 2566 เป็น 107 ไร่ในปี 2567 หรือลดลงถึง 99.45%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5132" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่และจังหวัดในภาคตะวันออกที่ต้องจับตา</h4>



<p>พื้นที่ที่ต้องจับตาในปี 2568: ข้าว โดยเฉพาะในจังหวัดปราจีนบุรี</p>



<p>จังหวัดที่ต้องจับตาในปี 2568: ระยอง มีจำนวนพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาค โดยเพิ่มขึ้นถึง 5,250% จาก 6 ไร่ในปี 2566 เป็น 321 ไร่ในปี 2567</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาพรวมของประเทศไทยในปี 2567: ใครว่าเผาลดลง?&nbsp;</h3>



<p>จากปริมาณฝุ่น PM2.5 ในปี 2566 รวมไปถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่เชียงใหม่ในปี 2566 ทำให้รัฐบาลมีมาตรการในการลดฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 โดยตั้งตัวชี้วัดให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดในภาคเหนือ ให้ลดการเผาไหม้ในป่าอนุรักษ์และป่าสงวน 50% เช่นเดียวกับพื้นที่การเกษตรต้องลดการเผาลงให้ได้ 50% ส่วนพื้นที่เป้าหมายรองต้องลดการเผาลง 20% และพื้นที่เกษตรอื่นๆ ให้ลดการเผาให้ได้ 10%</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5082" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>แต่จากข้อมูลจะพบว่า ในภาพรวมทั้งประเทศ มีการเผาเพิ่มขึ้น 73.15% จาก 11,275,651 ไร่ในปี 2566 เป็น 19,523,235 ไร่ในปี 2567 โดยพบการเพิ่มขึ้นของพื้นที่การเผาในพื้นที่เกษตรอื่นๆ มากที่สุด จาก 996,137 ไร่ในปี 2566 เป็น 4,883,724 ไร่ในปี 2567 หรือคิดเป็น 390.27% รองลงมาก็คือ นาข้าว จาก 1,529,604 ไร่ในปี 2566 เป็น 6,054,743 ไร่ ในปี 2567 หรือคิดเป็น 295.84% ตามมาด้วยข้าวโพด จาก 1,161,779 ไร่ในปี 2566 เป็น 4,434,360 ไร่ ในปี 2567 หรือคิดเป็น 281.69% และพื้นที่อื่นๆ จาก 218,987 ไร่ ในปี 2566 เป็น 915,426 ไร่ ในปี 2567 หรือคิดเป็น 318.03% &nbsp;</p>



<p>ในขณะที่พื้นที่เผาป่านั้นลดลง จาก 6,927,021 ไร่ในปี 2566 เหลือ 3,185,017 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 54.02% เช่นเดียวกับอ้อย จาก 442,124 ไร่ในปี 2566 เหลือ 49,966 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 88.70% แต่ในกรณีของการเผาอ้อยที่มีพื้นที่การเผาลดลงอย่างมาก มีข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า การเก็บข้อมูลพื้นที่การเผานั้นเก็บในช่วง 1 มกราคม-31 พฤษภาคม ในขณะที่การเผาอ้อยเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตและส่งเข้าหีบในโรงงานนั้นจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ดังนั้นตัวเลขพื้นที่การเผาอ้อยที่ลดลงอย่างมากอาจจะคลาดเคลื่อนกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น โดย<a href="https://spacebar.th/business/mitr-phol-thairungruang-subsidiary-factory-burnt-sugarcane?utm_source=facebook&amp;utm_medium=Pic_Post&amp;utm_campaign=Spacebar&amp;utm_content=facebook&amp;fbclid=IwY2xjawHoYXdleHRuA2FlbQIxMAABHfpbeXM-4xge-bik87aihF_s55jB7aa5c1YwjEW9vUpiJ1eu6mkCWQOaWQ_aem_ECmNX7wu4EklQPRBr2saPw">รายงาน</a>จากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ระบุว่าภาพรวมเฉลี่ยโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศรับซื้ออ้อยถูกเผากว่า 4 ล้านตัน คิดเป็น 21.80% ของปริมาณอ้อยที่รับเข้าหีบทั้งหมดกว่า 18 ล้านตัน เทียบเท่ากับการเผาป่ากว่า 4 แสนไร่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5081" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>หากพิจารณาเฉพาะจำนวนพื้นที่เผาไหม้ในปี 2567 จะพบว่า พื้นที่เผานาข้าวสูงที่สุด จำนวน 6,054,743 ไร่หรือคิดเป็น 31.01% ในขณะที่น้อยที่สุดคืออ้อย 49,966 หรือคิดเป็น 0.26%&nbsp;</p>



<p>และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคจะพบว่า ภาคที่มีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มสูงคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเพิ่มถึง 506.41% จาก 938,666 ไร่ในปี 2566 เป็น 5,692,127 ไร่ในปี 2567 รองลงมาก็คือ ภาคตะวันออก เพิ่มขึ้น 371.96% โดยเพิ่มจาก 90,787 ไร่ในปี 2566 เป็น 428,477 ไร่ในปี 2567 ตามมาด้วยภาคกลาง มีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้น 92.80% จาก 2,321,411 ไร่ในปี 2566 เป็น 4,475,787 ไร่ในปี 2567&nbsp;</p>



<p>ภาคตะวันตก มีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้น 54.39% จาก 1,721,069 ไร่ในปี 2566 เป็น 2,657,134 ไร่ในปี 2567 และภาคเหนือ (9 จังหวัด) เพิ่มขึ้น 1.09% จาก 6,202,042 ไร่ในปี 2566 เป็น 6,269,701 ไร่ในปี 2567&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่ภาคใต้นั้น มีพื้นที่เผาไหม้ลดลง 99.52% จาก 1,677 ไร่ในปี 2566 เหลือ 8 ไร่ในปี 2567&nbsp;</p>



<p>จะเห็นได้ว่าปัญหาไฟป่าและเผาในพื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในปี 2567 โดยภาพรวมแล้วไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด อีกทั้งยังเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย หากในปี 2566 พื้นที่เผาที่ถูกจับตาเป็นพิเศษคือพื้นที่ป่า ข้อมูลในปี 2567 แสดงให้เห็นแล้วว่าในปี 2568 นี้ พื้นที่ที่ควรจับตาและมีมาตรการอย่างเคร่งครัดก็คือนาข้าว&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5083" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">หมอกควันข้ามแดน: จุดความร้อนลด แต่นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่ม โดยเฉพาะจากกัมพูชา</h3>



<p>อีกปัจจัยของปัญหาเรื่องฝุ่นก็คือ หมอกควันข้ามพรมแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน จากข้อมูลจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านของ GISTDA ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.2566-31ต.ค.2567 พบว่า มีจุดความร้อนในเมียนมามากที่สุด 338,943 จุด ตามด้วย สปป.ลาว 175,930 จุด และกัมพูชา 156,420 จุด อันดับสี่ คือ เวียดนาม 57,871 จุด และอินโดนีเซีย อย่างน้อย 20,752 จุด และมาเลเซีย อย่างน้อย 493 จุด (เนื่องจากไม่ปรากฏข้อมูลในปี 2567 ของอินโดนีเซียและมาเลเซีย)&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบจุดความร้อนระหว่าง 1 พฤศจิกายน 2565- 31 ตุลาคม 2566 กับ 1 พฤศจิกายน 2566-31 ตุลาคม 2567 พบว่า กัมพูชา เพิ่มขึ้น 46.96% ส่วนเวียดนามเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4.90% ขณะที่ประเทศลาวและเมียนมา ลดลง 31.97% และ 17.88% ตามลำดับ&nbsp;</p>



<p>แม้จุดความร้อนโดยรวมในประเทศเพื่อนบ้านจะลดลง แต่กลับพบว่าการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยจากประเทศเพื่อนบ้านกลับเพิ่มสูงขึ้น โดยในปี 2566 ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมา ลาว และกัมพูชา รวม 1,331,428 ตัน โดยนำเข้าจากเมียนมาสูงสุด ในขณะที่ในปี 2567 เพิ่มเป็น 2,012,117 ตัน และยังเป็นการนำเข้าจากเมียนมามากที่สุดเช่นเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>สาเหตุที่ประเทศไทยต้องนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมานั้น มาจากความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย โดย<a href="https://www.thaifeedmill.org/wp-content/uploads/2020/12/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2543-2567-%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2.pdf">สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์</a> ให้ข้อมูลไว้ว่าในปี 2567 ประเทศไทยต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราว 8 ล้านตันต่อปี แต่คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพข้อมูลปริมาณการผลิตสินค้าเกษตร พยากรณ์ไว้ว่า ในปี 2567 ประเทศไทยจะสามารถผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศได้เพียง 4,742,139 ตัน จึงจำเป็นที่จะต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน แม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาจะมีกระแสคัดค้านให้ยกเลิกการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากพบว่าจำนวนจุดความร้อนที่เกิดขึ้นอย่างมากในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว เมียนมา กัมพูชา สัมพันธ์กันกับปัญหาหมอกควันข้ามแดนและฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดในประเทศไทยที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยรายงานผืนป่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมลพิษ PM2.5 ข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ปี พ.ศ.2558-2563 ของ<a href="https://www.greenpeace.org/static/planet4-thailand-stateless/2021/04/46bdd195-minireport-forest-maize-haze-transboundary.pdf">กรีนพีซ</a> วิเคราะห์จุดความร้อนจากภาพดาวเทียม Suomi-NPP ระบบ VIIR พบว่า 1 ใน 3 ของจุดความร้อนอยู่ในพื้นที่ปลูกข้าวโพด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เปรียบเทียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-819x1024.png" alt="" class="wp-image-5085" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เปรียบเทียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เปรียบเทียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เปรียบเทียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เปรียบเทียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์.png 1081w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>ขณะที่เมื่อเทียบกับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากเว็บไซต์กรมศุลกากร พบว่า ปริมาณการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วง 10 ปี ตั้งแต่ปี 2558 ถึงพฤศจิกายน 2567 พบว่า ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมามากที่สุด 8,127,18 ตัน จากทั้งหมด 9,394,819 ตัน และไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น 1,130.50% ปริมาณการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 2 ครั้ง ได้แก่ ปี 2561 กับ ปี 2562 เพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่า และปี 2562 กับปี 2563 เพิ่มขึ้น 2 เท่า ปี 2567 มีปริมาณนำเข้าสูงสุด 2,012,11 ตัน</p>



<p>ในช่วงปี 2558-2559 ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากลาวเป็นส่วนใหญ่ แต่ในปี 2562 จนถึงปี 2567 ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมาเป็นหลัก จาก 588,515 ตันในปี 2562 เป็น 1,750,024 ตันในปี 2567</p>



<p><a href="https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?ref=A&amp;id=Q1l4ckRaR2Y2Wm89">รายงานโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย</a> เมื่อ 28 มีนาคม 2567 ระบุว่า การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศกัมพูชา ลาว และเมียนมาอยู่ภายใต้ความตกลง ASEAN Trade in Goods Agreement (ATIGA) 3 ทำให้ผู้นำเข้าได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า รวมถึงต้นทุนค่าขนส่งต่ำ จึงมีความได้เปรียบกว่าประเทศอื่นๆ ในปีเดียวกัน <a href="https://www.infoquest.co.th/2024/454303">คณะรัฐมนตรี</a>ยังคงนโยบายที่ผู้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะได้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร ในอัตรา 0% เช่นเดิมในปี 2568&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">เผาก็เพิ่ม ผู้ป่วยก็เพิ่ม: ภาพรวมปัญหาสุขภาพในปี 2567 ที่อาจมีสาเหตุมาจากฝุ่นพิษ PM2.5</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="820" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งกลุ่มโรค-820x1024.png" alt="" class="wp-image-5086" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งกลุ่มโรค-820x1024.png 820w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งกลุ่มโรค-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งกลุ่มโรค-768x959.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งกลุ่มโรค.png 1081w" sizes="(max-width: 820px) 100vw, 820px" /></figure>
</div>


<p>จากข้อมูลผู้ป่วยรายโรครายเดือน 1 พ.ย. 2566 &#8211; 31 ต.ค.2567 ของระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ผู้ป่วยกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ (กลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ ประกอบด้วย โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคปอดอักเสบ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคต่อมทอนซิลอักเสบ โรคจมูกอักเสบเรื้อรัง โรคหลอดลมอักเสบ โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มโรคตาอักเสบ กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ กลุ่มโรคอื่นๆ และโรคมะเร็งปอด) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวนมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูเฉพาะจำนวนกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ (กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ ประกอบด้วย โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคปอดอักเสบ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคต่อมทอนซิลอักเสบ โรคจมูกอักเสบเรื้อรัง และโรคหลอดลมอักเสบ) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็สูงกว่าภาคอื่นเช่นกัน ขณะที่เมื่อดูเฉพาะตัวเลขมะเร็งปอด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นรองเพียงภาคกลาง ซึ่งห่างกันเพียง 1,252 คนเท่านั้น ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อมูลพื้นที่เผาในปี 2567 ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เผาสูงที่สุดในประเทศ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาสัดส่วนผู้ป่วยต่อประชากรแสนคน จะพบว่า ภาคเหนือ (9 จังหวัด) มีสัดส่วนผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ และโรคมะเร็งปอดมากที่สุด โดยอยู่ที่ 20,459.65 คนต่อแสนประชากรและ 616.87 คนต่อแสนประชากรตามลำดับ ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อมูลพื้นที่การเผาในปี 2567 ที่ภาคเหนือ (9 จังหวัด) ยังครองแชมป์จำนวนพื้นที่การเผาสูงที่สุดของประเทศ ขณะที่เมื่อดูผู้ป่วยกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ พบว่า ภาคใต้ มีสัดส่วนผู้ป่วยมากที่สุด 9,471.19 คนต่อประชากรแสนคน</p>



<p>แม้ว่ามาตรการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 จะพุ่งเป้าไปที่ภาคเหนือเป็นพิเศษ แต่เมื่อดูข้อมูลผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับ PM2.5 ช่วงสองปีเทียบกันแล้ว พบว่า ภาคที่เริ่มมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นคือ ภาคตะวันออก ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ ซึ่งภาคตะวันออกมีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นอยู่ในอันดับที่สอง รองจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยข้อมูลจำนวนผู้ป่วยรายโรครายเดือน ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2565 &#8211; 31 ต.ค.2566 กับ 1 พ.ย. 2566 &#8211; 31 ต.ค.2567 ของระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ภาคตะวันออก มีจำนวนผู้ป่วยกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ เพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่ม 14.25% จาก 786,974 คนเป็น 899,133 คน จังหวัดที่น่าจับตาคือ จังหวัดสระแก้วที่มีจำนวนผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ เพิ่มขึ้นมากกว่าจังหวัดอื่นในภาค คิดเป็น 16.68% ซึ่งจังหวัดสระแก้วเป็นจังหวัดที่มีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากที่สุดในภาคตะวันออก และอยู่ติดกับประเทศกัมพูชา พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จำนวนจุดความร้อนเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วยในปีที่ผ่านมา</p>



<p>ขณะที่เมื่อดูเฉพาะโรคมะเร็งปอด ก็พบว่า ภาคตะวันออกเป็นภาคที่มีจำนวนผู้ป่วย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน มากที่สุดเช่นกัน โดยอยู่ที่ 14.94% โดยสระแก้ว มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากกว่าจังหวัดอื่นในภาค คิดเป็น 15.52%</p>



<p>ส่วนภาคเหนือที่มักมีข่าวเรื่องมลพิษทางอากาศปรากฏว่า เป็นภาคที่มีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งปอด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.10% หรือลดลง 424 คน โดยลดลงที่จังหวัดเชียงใหม่ พะเยา และลำปาง</p>



<p>ขณะที่เมื่อดูเฉพาะกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ พบว่า ภาคกลาง เป็นภาคที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากที่สุด 11.47% จาก 1,141,505 คนเป็น 1,272,461 คน โดยกรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดที่น่าจับตา โดยเพิ่มขึ้น 43.37% จาก 82,201 คนเป็น 117,855 คนในช่วงเดียวกันของปีถัดไป แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลผู้ป่วยเดือน พ.ย.-ธ.ค.2565 ปรากฏก็ตาม</p>



<h3 class="wp-block-heading">พ.ร.บ. อากาศสะอาด จะช่วยลดปัญหา PM2.5 ได้จริงไหม</h3>



<p>ปัญหาฝุ่น PM2.5 เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน จึงต้องใช้ความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ที่ผ่านมา มีความพยายามผลักดันการออกกฎหมายเพื่อจัดการกับปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจัง โดยมีร่างกฎหมาย 7 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ 1 ฉบับ ฉบับที่พรรคการเมืองเป็นผู้เสนอ 5 ฉบับ (พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคประชาธิปัตย์) และฉบับประชาชน โดยมีคนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 22,251 คนเป็นผู้เสนอ&nbsp;</p>



<p>โดยเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ….ทั้ง 7 ฉบับ ผ่านรัฐสภาด้วยมติ 443: 0 มีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณายกร่างใหม่จาก 7 ฉบับดังกล่าว ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2567 จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด<a href="https://x.com/jakkaphon_18/status/1866745080834642348"> เขียนข้อความผ่าน X</a> ว่า ฝ่ายนิติบัญญัติ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาได้ราว 70% แล้ว และจะเร่งเสนอเข้าสภาภายในต้นปีหน้า&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลจากเว็บไซต์รัฐสภา มีรายงานสรุปผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. สภาผู้แทนราษฎร แล้ว 44 ครั้งจนถึงวันที่ 2 ธันวาคม 2567 โดยประเด็นที่มีการพิจารณาแล้ว มีเรื่องเด่น 7 เรื่อง ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กำหนดให้บุคคล ชุมชน และประชาชนมีสิทธิในอากาศสะอาด สิทธิในสุขภาพ และสิทธิในชีวิตอันเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน โดยรัฐมีหน้าที่ทำให้เกิดการเคารพ คุ้มครอง และทำให้สิทธิดังกล่าวเกิดขึ้นจริง&nbsp;</li>



<li>มีคณะกรรมการหลากหลายรูปแบบ ทั้งคณะกรรมการระดับชาติที่ดูแลด้านนโยบาย คณะกรรมการกำกับดูแลเพื่ออากาศสะอาด ที่จะทำหน้าที่ประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายและเป้าหมายที่กำหนด คณะกรรมการระดับจังหวัด ซึ่งจะจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในระดับจังหวัด โดยให้สอดคล้องกับนโยบายระดับชาติ และคำนึงถึงบริบทเฉพาะของพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีคณะกรรมการเฉพาะด้าน เช่น คณะกรรมการวิชาการ คณะกรรมการด้านเศรษฐศาสตร์</li>



<li>เมื่อพื้นที่ใดมีปัญหามลพิษทางอากาศ อันเกิดจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ สภาพแวดล้อม หรือปัญหาข้ามพื้นที่ คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดสามารถแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ในพื้นที่นั้นๆ อย่างเร่งด่วนได้</li>



<li>กรณีมีพื้นที่ที่มีคุณภาพอากาศไม่เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพระดับประเทศหรือมีแนวโน้มเกิดมลพิษทางอากาศซึ่งอาจกระทบต่อสุขภาพหรือคุณภาพสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดมีอำนาจประกาศให้พื้นที่นั้นเป็นเขตเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศ และหากมีพื้นที่ใดที่มีคุณภาพอากาศเกินเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาด คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดก็มีอำนาจประกาศให้พื้นที่นั้นเป็นเขตประสบมลพิษทางอากาศได้ด้วย</li>



<li>จะมีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพระดับประเทศ มาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาดเพื่อสวัสดิภาพของสาธารณะ และดัชนีคุณภาพอากาศ โดยคณะกรรมการวิชาการเพื่ออากาศสะอาดเป็นผู้เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายร่วมเพื่ออากาศสะอาด&nbsp;</li>



<li>มีเครื่องมือและมาตรการทางเศรษฐศาสตร์เพื่ออากาศสะอาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกลไกตลาดและลดการปล่อยมลพิษโดยการสร้างแรงจูงใจ หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคล ผู้ประกอบการ หรือชุมชน ในการป้องกัน บำบัด ขจัด หรือลดมลพิษทางอากาศ หรือส่งเสริมให้มีอากาศสะอาด เช่น ภาษีอาการเพื่ออากาศสะอาด ค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาด&nbsp; การจัดสรร การซื้อขาย และการโอนสิทธิในการระบายมลพิษทางอากาศ หลักประกันความเสี่ยงหรือความเสียหายอันเนื่องมาจากมลพิษทางอากาศ มาตรการอุดหนุน สนับสนุน หรือส่งเสริม บุคคล ผู้ประกอบการ ชุมชน หรือกิจกรรมเพื่ออากาศสะอาด&nbsp;&nbsp;</li>



<li>กำหนดให้หน่วยงานรัฐบูรณาการการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดน โดยร่วมมือกับต่างประเทศ ควบคุมสินค้าเกษตรที่ก่อมลพิษ และกำหนดความรับผิดของผู้กระทำผิด</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5087" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">บทบาทของ สสส.</h3>



<p>สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผลักดันกระบวนการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในทุกมติ ด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง ผ่าน 4 กลไกหลัก ได้แก่ พลังนโยบาย พลังปัญญา พลังสังคม และการสื่อสารสังคม เพื่อเสริมหนุนความเข้มแข็งให้กับภาคประชาสังคม เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน แบบสหวิชาชีพ อย่างบูรณาการข้ามศาสตร์&nbsp;</p>



<p>จนนำไปสู่การสร้างความร่วมมือระหว่างภาคประชาสังคม ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการในการแก้ปัญหาสาเหตุ PM2.5 อย่างบูรณาการ เช่น เครือข่ายสภาลมหายใจ ประกอบด้วย สภาลมหายใจเชียงใหม่ สภาลมหายใจแม่ฮ่องสอน สภาลมหายใจลำพูน สภาลมหายใจเชียงราย สภาลมหายใจลำปาง ชมรมอากาศดีที่เมืองแพร่ สภาลมหายใจพะเยา เครือข่ายรักษ์อากาศน่าน สภาลมหายใจตาก สภาลมหายใจกรุงเทพมหานคร และสภาลมหายใจกาญจนบุรี เป็นต้น ยกระดับการแก้ปัญหา PM2.5 ระดับตำบล ระดับอำเภอ นำไปสู่ข้อเสนอและปฏิบัติการทางนโยบายระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับชาติ เช่น การบริหารจัดการไฟตามบริบทภูมิสังคม แทนการบริหารควบคุมจุดความร้อนห้ามเผาเด็ดขาด หรือ Fire Management แทน Zero Burning และ การผลักดันการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าพื้นที่รอยต่อจังหวัดและพื้นที่ไหม้ซ้ำซากในภาคเหนือตอนบน (ไฟแปลงใหญ่)</p>



<p>&nbsp;เชื่อมโยงการบริหารจัดการ บูรณาการ Big Data พัฒนา ปรับปรุงงานวิชาการ เสนอแนะวิธีแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เช่น การจัดประชุมทางวิชาการระดับชาติ เรื่อง มลพิษทางอากาศ PM2.5 ครั้งที่ 1 (Thailand National PM 2.5 Forum) หัวข้อ “อากาศสะอาด: ความรับผิดชอบร่วมของรัฐ เอกชน และประชาสังคม” เพื่อร่วมกันหาข้อสรุปนโยบายและมาตรการจัดการมลพิษทางอากาศ นำเสนอต่อรัฐบาล ทั้งเรื่องระบบสุขภาพ การจัดการไฟป่า ไฟในที่โล่ง พื้นที่ทางการเกษตร มลพิษข้ามแดน ฝุ่นจากอุตสาหกรรม ผลกระทบภาคธุรกิจ และการกำหนดมาตรฐานฝุ่นละออง PM2.5 ใหม่ให้เข้มงวดขึ้น เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพอากาศของประเทศ ป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยผ่านการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน</p>



<p>โดยมีหมุดหมายสำคัญ คือ ก้าวข้ามการจัดการแบบเดิมไปสู่การจัดการมลพิษทางอากาศแบบสุขภาพนำสังคม หรือ “สังคมอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ” เชื่อมประสานการดำเนินงานทางสถาบันการศึกษา หน้าต่างทางนโยบาย และการเคลื่อนไหวทางสังคม โยงใยกลไกและองค์กรทั้งภาคการเมือง ภาครัฐ ภาคท้องที่ท้องถิ่น ภาควิชาการ ภาคการสื่อสารสาธารณะ ภาคเอกชน และการต่างประเทศ</p>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p>ข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ 1 มกราคม &#8211; 31 พฤษภาคม 2566&nbsp; สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ 1 มกราคม &#8211; 31 พฤษภาคม 2567&nbsp; สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลจุดความร้อน 2022 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลจุดความร้อน 2023 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลจุดความร้อน 2024 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)&nbsp;</p>



<p>ระบบรายงานสถิติ กรมศุลกากร</p>



<p></p>



<p>ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-pm25-2024/">https://rocketmedialab.co/database-pm25-2024/</a></p>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/ebook-pm25/">ดาวน์โหลดเวอร์ชัน E-book ที่นี่</a></p>



<p></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024/">จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-pm25-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Feb 2025 14:13:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxThaiHealth]]></category>
		<category><![CDATA[จุดความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นทั่วไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เผาไหม้]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สสส.]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[หมอกควัน]]></category>
		<category><![CDATA[เผาป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5072</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3604;&#3634;&#3623;&#3609;&#3660;&#3650;&#3627;&#3621 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-pm25-2024/">สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTkE7uSbgNqml17CnvbADttovi-qUf1LzqKHeCiFFRGNV-b9W8gNCpi6c87UHCKV3kSTtOrMGhHH6FM/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1dtN0UDUjHKo9k1c4QCMVYJjvr8SYaYaJjAVVenmmN0g/edit?gid=1295075901#gid=1295075901">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p>อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024">จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-pm25-2024/">สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 [e-book]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/ebook-pm25/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Feb 2025 11:41:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[ebook]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxThaiHealth]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เผาไหม้]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5103</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3604;&#3634;&#3623;&#3609;&#3660;&#3650;&#3627;&#3621 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/ebook-pm25/">จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 [e-book]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[

		
		<div id="ep-gutenberg-content-fb794b4d6627ff7d3f88ea05839bc166" class="ep-gutenberg-content ep-aligncenter  ep-percentage-width   ep-content-protection-disabled ">
			<div class="embedpress-inner-iframe emebedpress-unit-percent ep-doc-fb794b4d6627ff7d3f88ea05839bc166"  style="max-width:100%" id="embedpress-pdf-1738940023079">
				<div >
					<div class="ep-embed-content-wraper"><div class="position-right-wraper gutenberg-pdf-wraper"><iframe title="ebook-pm25" class="embedpress-embed-document-pdf embedpress-pdf-1738940023079" style="width:600px;height:600px; max-width:100%; display: inline-block" src="https://rocketmedialab.co/wp-admin/admin-ajax.php?action=get_viewer&#038;file=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fwp-content%2Fuploads%2F2025%2F02%2Febook-pm25.pdf#key=dGhlbWVNb2RlPWRlZmF1bHQmdG9vbGJhcj10cnVlJnBvc2l0aW9uPXRvcCZwcmVzZW50YXRpb249dHJ1ZSZsYXp5TG9hZD1mYWxzZSZkb3dubG9hZD10cnVlJmNvcHlfdGV4dD10cnVlJmFkZF90ZXh0PXRydWUmZHJhdz1mYWxzZSZkb2Nfcm90YXRpb249dHJ1ZSZhZGRfaW1hZ2U9dHJ1ZSZkb2NfZGV0YWlscz10cnVlJnpvb21faW49dHJ1ZSZ6b29tX291dD10cnVlJmZpdF92aWV3PXRydWUmYm9va21hcms9dHJ1ZSZmbGlwYm9va190b29sYmFyX3Bvc2l0aW9uPWJvdHRvbSZzZWxlY3Rpb25fdG9vbD0wJnNjcm9sbGluZz0tMSZzcHJlYWRzPS0x" frameborder="0" oncontextmenu="return false;"></iframe> <p class="embedpress-el-powered">Powered By EmbedPress</p></div></div>
									</div>
			</div>
		</div>
	


<p><a href="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/ebook-pm25.pdf">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p>อ่านเวอร์ชันเว็บที่ <a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024/">https://rocketmedialab.co/pm25-2024/</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/ebook-pm25/">จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 [e-book]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แก้ปัญหา PM2.5 ด้วยการทำห้องเรียนปลอดฝุ่นให้กับนักเรียนทั่วประเทศ จะต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/clean-air-classroom/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Feb 2025 11:33:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนปลอดฝุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4994</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3620;&#3604;&#3641;&#3585;&#3634;&#3621;&#3613;&#3640 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/clean-air-classroom/">แก้ปัญหา PM2.5 ด้วยการทำห้องเรียนปลอดฝุ่นให้กับนักเรียนทั่วประเทศ จะต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>จากรายงาน ปี 2566 ของยูนิเซฟ ชี้ว่าเด็กในประเทศไทยที่เผชิญความเสี่ยงสูงจากฝุ่น PM2.5 นั้นมีมากกว่าจำนวนเด็กที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางสภาพอากาศอื่นๆ เช่น น้ำท่วม คลื่นความร้อน และภัยแล้งเสียอีก และยังพบว่ามีเด็กกว่า 13.6 ล้านคนในประเทศไทย ได้รับผลกระทบรุนแรงจากฝุ่น PM2.5</li>



<li>กทม. มี<a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=945401324434684&amp;set=a.249425947365562&amp;type=3&amp;rdid=QiC7UGCtRmwbbgwy&amp;share_url=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fshare%2F15gxnKV91q%2F#">นโยบายทำห้องเรียนปลอดฝุ่น</a> ในโรงเรียน 429 แห่ง รวม 1,966 ห้อง ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2567 จำนวน 744 ห้อง คิดเป็น 38% ของทั้งหมด และอยู่ระหว่างดำเนินการปี 2568 จำนวน 1,222 ห้อง คิดเป็น 62% โดยในปี 2568 ใช้งบประมาณ 219,339,000 บาท&nbsp;</li>



<li>หากนำจำนวนห้องเรียนของโรงเรียนในสังกัด กทม. และ สพฐ. ทั่วประเทศ มาคำนวณจัดซื้อเครื่องฟอกอากาศแบบตั้งพื้นที่เคลื่อนย้ายได้ โดยอ้างอิงราคาจัดซื้อจากหน่วยงานของรัฐในขนาดที่เหมาะสมกับห้องเรียน 1 ห้อง โดยมีราคาเครื่องละ 9,300 บาท ทั้งหมดจำนวน 357,558 ห้อง จะใช้งบประมาณ 3,315,989,400&nbsp; บาท&nbsp;</li>



<li>เท่ากับว่านักเรียน 1 คนใช้งบประมาณในการสร้างอากาศสะอาดคนละ 496 บาท หากคำนวณด้วยตัวเลขนี้กับจำนวกนักเรียนในสังกัดดการศึกษาอื่นที่เหลือทั้งประเทศ อีก 5,201,382 คนจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นอีก 2,579,885,472 บาท&nbsp;</li>



<li>หากรวมถึงเด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั่วประเทศ ทั้งในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน 638,043 คน ในสังกัด กทม. อีก 17,231 คน ดังนั้น หากเปรียบเทียบงบประมาณจากการคำนวณ 496 บาทต่อนักเรียน 1 คน จะพบว่า รัฐจะต้องใช้งบประมาณจัดซื้อเครื่องฟอกอากาศสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพิ่มขึ้นอีก 325,015,904 บาท&nbsp;</li>



<li>รวมแล้วทั้งนักเรียนในสังกัดการศึกษาทุกสังกัดทั่วประเทศ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั่วประเทศ จะต้องใช้งบประมาณ 6,220,890,776 บาท&nbsp;</li>
</ul>



<p>ฤดูกาลฝุ่น PM2.5 กลับมาอีกครั้ง ที่ผ่านมามีเด็กเล็กเจ็บป่วยด้วยโรคอันเป็นผลมาจาก PM2.5 เพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งเด็กเป็นกลุ่มเปราะบางที่ได้ผลกระทบจากฝุ่นง่ายที่สุด โดยเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีถือเป็นกลุ่มที่เปราะบางต่อมลพิษทางอากาศเป็นพิเศษ และไม่เพียงแค่เด็กเล็ก แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาได้ด้วย&nbsp;</p>



<p>จาก<a href="https://ch3plus.com/news/social/ch3onlinenews/431744">รายงาน Over the Tipping Point report </a>ของ ยูนิเซฟ ในปี 2566 ชี้ว่าเด็กในประเทศไทยที่เผชิญความเสี่ยงสูงจากฝุ่น PM2.5 นั้นมีมากกว่าจำนวนเด็กที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางสภาพอากาศอื่นๆ เช่น น้ำท่วม คลื่นความร้อน และภัยแล้งเสียอีก ในขณะที่งานวิจัยของยูนิเซฟในปี 2566 พบว่ามีเด็กกว่า 13.6 ล้านคนในประเทศไทยได้รับผลกระทบรุนแรงจากฝุ่น PM2.5</p>



<p>ดังนั้น การแก้ไขปัญหา PM2.5 ด้วยความพยายามลดแหล่งกำเนิดของฝุ่น PM2.5 แล้ว การจะต้องมีมาตรการเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางยังมีความสำคัญเฉพาะหน้ามากอีกด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">โครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นคืออะไร?&nbsp;</h3>



<p>จากค่าฝุ่น PM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นในกรุงเทพฯ จนก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ จนทำให้ภาครัฐมีมาตรการแก้ปัญหาเร่งด่วน โดยออกมาตรการขึ้นรถเมล์-รถไฟฟ้าฟรีทุกสายทาง 7 วัน ตั้งแต่ 25-31 มกราคม 2568 ซึ่งทางรัฐบาลจะชดเชยตามค่าเฉลี่ย 7 วัน รวมประมาณ 140 ล้านบาท โดยมาจากงบกลาง และในวันที่ 28 มกราคม 2568 มีรายงานว่ามีการเพิ่มงบประมาณจากเดิมที่ระบุไว้ 140 ล้านบาท เป็น 329.82 ล้านบาท แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ามาตรการดังกล่าวอาจอาจไม่เห็นผล และไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ ซึ่งมีการหยิบยกการนำเอางบประมาณส่วนนี้ไปทำ ‘ห้องเรียนปลอดฝุ่น’ จะดีกว่า ว่าแต่ห้องเรียนปลอดฝุ่นคืออะไร&nbsp;</p>



<p><a href="https://www.bangkokbiznews.com/health/social/1087688">ห้องเรียนปลอดฝุ่น</a>เกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกแนวทางคู่มือการลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) พ.ศ. 2563 ซึ่งรูปแบบการจัดทำ Cleanroom หรือห้องปลอดฝุ่น ที่<a href="https://www.hfocus.org/content/2024/01/29639">กรมอนามัยแนะนำ</a>คือ 1.ห้องปิดมิดชิด ป้องกันฝุ่นจากภายนอก แต่ไม่มีเครื่องฟอกอากาศ แต่ทั้งนี้หากเปลี่ยนไปใช้รูปแบบอื่นได้ก็แนะนำรูปแบบอื่นมากกว่า 2.ห้องแบบมีเครื่องฟอกอากาศ&nbsp; 3.ห้องที่มีเครื่องฟอกอากาศ และมีตัวระบายอากาศ มีแผ่นกรอง โดยกรมอนามัยชี้ว่าห้องแบบที่ 3 ที่มีเครื่องฟอกอากาศและตัวระบายอากาศเป็นรูปแบบห้องปลอดฝุ่นที่ดีที่สุด แต่อาจจะติดขัดด้านงบประมาณ</p>



<p>ห้องเรียนปลอดฝุ่น แต่เดิมชื่อโครงการว่า “<a href="https://www.thaihealth.or.th/%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB-2/">ห้องเรียนสู้ฝุ่น</a>” เน้นการออกแบบหลักสูตรเสริมการรับมือกับฝุ่นสภาวะวิกฤต สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โดยให้ความรู้ในการรับมือกับฝุ่น PM2.5 สร้างความตระหนักถึงปัญหาด้านสุขภาพต่อภาวะวิกฤตฝุ่นละออง สอนให้เด็กรับมือสถานการณ์ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน เสริมสร้างทักษะชีวิตให้กับเด็กและเยาวชน ซึ่งเริ่มต้นขึ้นที่ภาคเหนือ ต่อมามีโครงการห้องเรียนสู้ฝุ่นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร <a href="https://www.thaihealth.or.th/%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%AA-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88-12/">ระยะที่ 1</a> มีใน 32 โรงเรียน มี 7 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการและได้รับการประเมินว่าดีเลิศ คือ 1.โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ 2.โรงเรียนประชานิเวศน์ 3.โรงเรียนสุเหร่าใหม่ สำนักงานเขตสวนหลวง 4.โรงเรียนวัดวิมุตยาราม 5.โรงเรียนวัดราชบูรณะ 6.โรงเรียนวัดทองสัมฤทธิ์ และ 7.โรงเรียนวัดกันตทาราราม</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การสอนให้รู้จักฝุ่น PM2.5 อย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้ โครงการเรื่องห้องเรียนปลอดฝุ่นจึงถือกำเนิดขึ้น กล่าวได้ว่าไม่ใช่แค่สู้ฝุ่นเท่านั้น แต่ต้องปลอดฝุ่นด้วย ซึ่งปัจจุบันตั้ง<a href="https://www.thairath.co.th/futureperfect/articles/2749232">เป้าหมาย</a>ไว้ว่าจะให้ครบทั้ง 437 โรงเรียนในสังกัดกทม. ที่มีจำนวนห้องเรียนสำหรับเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1-3 อายุระหว่าง 3-5 ขวบ จำนวน 1,743 ห้อง&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">งบประมาณห้องเรียนปลอดฝุ่นของ กทม. ในปี 2568</h3>



<p>เมื่อสำรวจแล้วจะพบว่าห้องเรียนปลอดฝุ่นนั้นอยู่ใต้โครงการ <a href="https://greener.bangkok.go.th/pm2-5/bkk-clean-air-area/">BKK Clean Air Area</a> ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาพื้นที่ปลอดฝุ่น ด้วยการปลูกต้นไม้ ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ และสร้างความตระหนักรู้ให้กับเยาวชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับฝุ่น PM2.5&nbsp; มีเป้าหมายเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดฝุ่น ในพื้นที่เปิด กทม.ปลูกและสนับสนุนให้เอกชนปลูกต้นไม้ บำรุงรักษาต้นไม้ที่ช่วยดักจับและกรองฝุ่น ส่วนในพื้นที่ปิดมีการสนับสนุนการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ เน้นสถานที่ที่มีกลุ่มเปราะบาง และประชาชนหนาแน่น</p>



<p>โดย กทม. จะผลักดันให้ห้องเรียนของโรงเรียนในสังกัด กทม. มีเครื่องปรับอากาศและเครื่องฟอกอากาศในรูปแบบห้องปลอดฝุ่น (Cleaner air shelter) ซึ่งทำตามคำแนะนำของ<a href="https://www.thairath.co.th/futureperfect/articles/2749232">กรมอนามัย</a> กระทรวงสาธารณสุข โดยจะทำห้องตามมาตรฐานห้องปลอดฝุ่น<a href="https://www.facebook.com/bangkokbma/photos/%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-pm-25-%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A1-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8/945401324434684/?_rdr">รูปแบบ 2</a> กล่าวคือกั้นฝุ่นข้างนอกไม่ให้เข้ามาในห้องเรียน ด้วยการอุดรอยรั่วของห้อง เมื่ออุดแล้วก็ต้องกรองฝุ่นในห้องด้วยเครื่องฟอกอากาศ จึงจะกลายเป็นห้องปลอดฝุ่นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กนักเรียน&nbsp;</p>



<p>และเมื่อสำรวจโครงการที่จะดำเนินงานในปีงบประมาณ 2568 จากเอกสารงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของ กทม. นั้นจะพบว่ามีงบประมาณรายจ่ายประจำจำนวน 90,773,031,580 บาท&nbsp; แบ่งเป็นด้านการศึกษา 1,669,198,373 บาท ซึ่งพบโครงการที่เกี่ยวข้องกับ<a href="https://division.bangkok.go.th/budd/main/upload/2567/10/68003.pdf?fbclid=IwY2xjawIECNFleHRuA2FlbQIxMAABHWHHZ66zZgn0UzVgJ-dJvHF05QXgtztttr7cdkf8AYo7YOOcejwZyrj3GQ_aem_K-3mpFWzU78MXsIWeDwPNQ">ห้องเรียนปลอดฝุ่น</a> ด้วยงบประมาณ 219,339,000 บาท แบ่งได้ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>โครงการปรับปรุงห้องเรียนปลอดฝุ่น ชั้นอนุบาล กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ 14,250,000 บาท</li>



<li>โครงการปรับปรุงห้องเรียนปลอดฝุ่น ชั้นอนุบาล กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง&nbsp; 6,190,000 บาท</li>



<li>โครงการปรับปรุงห้องเรียนปลอดฝุ่น ชั้นอนุบาล กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ 21,170,000 บาท</li>



<li>โครงการปรับปรุงห้องเรียนปลอดฝุ่น ชั้นอนุบาล กลุ่มเขตกรุงธนใต้ 25,130,000 บาท</li>



<li>โครงการปรับปรุงห้องเรียนปลอดฝุ่น ชั้นอนุบาล กลุ่มเขตกรุงเทพใต้ 3,570,000 บาท</li>



<li>โครงการปรับปรุงห้องเรียนปลอดฝุ่น ชั้นอนุบาล กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก 55,790,000 บาท</li>
</ul>



<p>ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำ TOR จำนวน 6 กลุ่มเขต กรุงเทพกลาง จำนวน 49 ห้อง กรุงเทพเหนือ จำนวน 126 ห้อง กรุงเทพใต้ จำนวน 29 ห้อง กรุงเทพตะวันออก จำนวน 437 ห้อง กรุงธนเหนือ จำนวน 140 ห้อง กรุงธนใต้ จำนวน 214 ห้อง รวมทั้งสิ้นจำนวน 995 ห้อง</p>



<p>ซึ่งแนวทางการดำเนินการปรับปรุงห้องระบบเปิดให้เป็นระบบปิด มีขนาดห้องเรียน 2 ขนาด กล่าวคือ ขนาดห้องเรียนที่มีพื้นที่มากกว่า 35 ตร.ม. และขนาดห้องเรียนที่มีพื้นที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 35 ตร.ม. โดยได้ทำการติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบแขวน ระบบ INVERTER พร้อมพัดลมระบายอากาศ เดินระบบ MAIN BREAKER ภายในห้อง ติดตั้งเครื่องวัดค่าคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 วัดสภาพอากาศ</p>



<h3 class="wp-block-heading">แผนงานของ กทม.เรื่องห้องเรียนปลอดฝุ่นเป็นยังไงบ้าง</h3>



<p>ทั้งนี้ เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงแผนงานในปี 2568 เมื่อวันที่ <a href="https://www.facebook.com/bangkokbma/posts/%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81-pm25-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A-437-%E0%B9%82/937060788602071/">11 มกราคม 2568</a> ว่า กทม.ร่วมกับโครงการห้องเรียนสู้ฝุ่นของ สสส. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และห้างหุ้นส่วนจำกัด เติมเต็มวิสาหกิจเพื่อสังคม ได้ดำเนินโครงการสร้างการเรียนรู้สำหรับเยาวชนเพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาด้านสุขภาพ ต่อภาวะวิกฤตฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีโรงเรียนในสังกัดเข้าร่วม 32 โรงเรียน และจะขยายความร่วมมือให้ครบ 437 โรงเรียน&nbsp;</p>



<p>โดยโรงเรียนในสังกัด กทม.จะได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ การจัดทำเครื่องวัดคุณภาพอากาศ จำนวน 405 ชุด จากห้างหุ้นส่วนจำกัด เติมเต็มวิสาหกิจเพื่อสังคม ส่วนสำนักการศึกษาจะจัดซื้อตู้กันน้ำพลาสติก จำนวน 405 ชุด เพื่อนำมาประกอบเป็นเครื่องวัดคุณภาพอากาศ โดยส่งมอบเครื่องวัดคุณภาพอากาศให้โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครแล้ว 382 เครื่อง อยู่ระหว่างดำเนินการส่งมอบจำนวน 17 เครื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการส่งประกอบ จำนวน 6 เครื่อง&nbsp;</p>



<p>แต่ทั้งนี้ตามแนวทางคู่มือการลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละออง PM2.5 จากรายงานของ กทม. พบว่ามีจำนวนโรงเรียน 429 โรงเรียน <a href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=945401324434684&amp;set=a.249425947365562&amp;type=3&amp;rdid=QiC7UGCtRmwbbgwy&amp;share_url=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fshare%2F15gxnKV91q%2F#">1,966</a> ห้อง ดำเนินการแล้วเสร็จไปแล้วในปี 2567 จำนวน 744 ห้อง คิดเป็น 38% ของทั้งหมด และอยู่ระหว่างดำเนินการปี 2568 จำนวน 1,222 ห้อง คิดเป็น 62%&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ทำไมห้องเรียนปลอดฝุ่นที่ กทม. เคยเสนอไปในปีงบ 2567 ถูกปัดตก</h3>



<p>แม้จะเห็นความพยายามผลักดันโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นในปี 2568 แต่เมื่อย้อนไปในปีงบประมาณ 2567 จะพบว่ามีการพยายามทำให้เกิดขึ้นมาแล้ว ทว่าถูกสภา กทม. ปัดตกไป</p>



<p>ย้อนกลับไปเมื่อ 7 กันยายน 2566 ในการประชุมงบเรื่อง ข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร ปี 2567 สภากรุงเทพมหานคร มีมติเห็นชอบตัดงบโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่น (Clean air shelter) สำหรับเด็กอายุ 3-6 ขวบ ที่จะใช้งบประมาณ 219,339,000 บาท สำหรับโรงเรียน 429 โรงเรียน รวมจำนวนห้องเรียน 1,743 ห้องที่ต้องทำระบบฟอกอากาศ ทั่วทั้ง 50 เขต ในสภากรุงเทพมหานคร จากข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร ปี 2567 เนื่องจากมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่ไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ และโครงการโรงเรียนสู้ฝุ่นเดิม นำร่อง 32 แห่ง ที่ กทม. ดำเนินการอยู่ไม่มีการขยายผลต่อยอด&nbsp;</p>



<p>เมื่อสืบดูแนวทางในการจัดการ พบว่าโครงการดังกล่าว กทม.จะติดตั้งเครื่องฟอกอากาศจำนวน 1,743 เครื่อง โดยได้รับงบประมาณในส่วนของงบครุภัณฑ์ <a href="https://pr-bangkok.com/?p=183761&amp;fbclid=IwY2xjawID-uBleHRuA2FlbQIxMAABHRXHk20MCX5wJNmpIISpkJ9Xln32dYKkNRF9KKMF4-HaEDRZpyqz03951Q_aem_UoYIqmzlOt5gk--Ia8zwdA">52.11</a> ล้านบาท รวมถึงจะปรับปรุงห้องเรียนใน 429 โรงเรียน รวม 1,743 ห้องเรียน โดยจะปรับปรุงห้องเรียนระบบเปิดให้กลายเป็นระบบปิด ในห้องเรียนขนาดเฉลี่ย 49-64 ตารางเมตร ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เครื่องวัดอากาศ เครื่องกรองอากาศและพัดลมระบายอากาศในห้องเรียน ซึ่งติดตามผลฝุ่นหรือคาร์บอนที่ลดได้ โดย กทม.ร่วมกับเอกชนในรูปแบบของซีเอสอาร์&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้แนวทางในการเลือกเครื่องปรับอากาศ คือเลือกขนาดไม่ต่ำกว่า 30,000 BTU จำนวน 2 เครื่อง เพราะเหมาะสมกับห้องเรียนขนาด 49-64 ตารางเมตร ความสูง 3.5 เมตร คำนวณจากค่าเฉลี่ยของห้องเรียนในโรงเรียนตามปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ขนาดของห้องและค่าคูลลิ่งโหลด หรือค่าความร้อนในแต่ละห้อง คือเป็นห้องเรียนที่มีเด็กนักเรียนอยู่จำนวนมาก และเปิดใช้งานในเวลากลางวัน แสงแดดส่องถึง โดยเลือกระบบอินเวอร์เตอร์ เนื่องจากประหยัดไฟได้มากกว่าปกติถึง 30% และทำงานเงียบกว่าแอร์ธรรมดา จึงไม่รบกวนสมาธิเวลาเรียนและการนอนกลางวันของเด็ก</p>



<p>โดยจะนำร่องด้วยห้องเรียนของนักเรียนชั้นอนุบาลก่อน เนื่องจากนักเรียนอนุบาลไม่สะดวกใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ซึ่งมีนักเรียนจำนวน 36,891 คน จึงตั้งงบประมาณไว้ที่ 219 ล้านบาท เฉลี่ยใช้เงิน 125,874 บาทต่อหนึ่งห้องเรียน เพื่อการดูแลสุขภาพของเด็กนักเรียนในระยะยาว</p>



<p>อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ไม่สามารถดำเนินได้ดังที่กล่าวไปข้างต้น เนื่องจาก<a href="https://www.matichon.co.th/local/news_4171053">รายละเอียด</a>ในเอกสารที่ของบประมาณเข้ามาในขั้นตอนของการแปรญัตติ ในคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 นั้นไม่ครอบคลุม โดยนฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ โฆษกสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) ชี้ว่าเอกสารดังกล่าวมีข้อบกพร่องคือ มีการระบุห้องเรียนที่จะติดตั้งแอร์ขนาด 20 ตร.ม.ทุกห้องเรียน ไม่มีการระบุจำนวนผู้ใช้งาน&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้เมื่อการพิจารณางบประมาณ กทม. ปี 2567 ไม่ผ่าน ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ชี้ว่าได้กลับมาทบทวนโครงการ ตัวเลขที่แสดงใน<a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/331408">เอกสาร</a>มีข้อมูลหนึ่งที่เป็นค่าก่อผนังซึ่งเขียนว่า 20 ตร.ม. แต่จริงๆ แล้ว ตัวของห้องที่จะทำ มีขนาด 49-64 ตร.ม. จึงจำเป็นต้องใช้แอร์ 2 ตัว จึงจำเป็นต้องนำไปทบทวนกันต่อไป ด้านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่าจะมีการนำเสนอโครงการอีกครั้งในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งปัจจุบันโครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นผ่านเรียบร้อย และกำลังเริ่มดำเนินการ</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/clean-air-classroom-819x1024.png" alt="" class="wp-image-5031" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/clean-air-classroom-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/clean-air-classroom-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/clean-air-classroom-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/clean-air-classroom-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/clean-air-classroom-1638x2048.png 1638w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">ชวนมาคำนวณดูเล่นๆ ว่าถ้าห้องเรียนทั่วประเทศจะปลอดฝุ่นได้ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่</h3>



<p>จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า หากจะจัดห้องเรียนปลอดฝุ่น จะต้องใช้งบประมาณ 3 ด้านด้วยกันคือ 1. การก่อสร้างเพื่อให้ห้องเรียนเป็นห้องปิด 2. การจัดซื้อและติดตั้งเครื่องปรับอากาศ 3. การจัดซื้อและติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ</p>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม ในการคำนวณครั้งนี้จะใช้เพียงเครื่องฟอกอากาศเท่านั้น ซึ่งปกติแล้วราคาเครื่องฟอกอากาศอ้างอิงตามราคาที่ระบุไว้ใน<a href="https://procurement.obec.go.th/media_cdn/uploads/entry-files/29_obec_supply_20211215.pdf?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAAR3n5qqZZHbiDQ1OSE5GaRMcwSvrohcug1NwLqp-Jfndoog1Swr_ZkVoveg_aem__YB3Reo-sEGA8ZTVnpMNrg">บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์</a> จะพบว่ามีราคา 47,000 บาท แต่เป็นเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่แบบฝังใต้เพดาน หรือแบบติดผนัง ในการคำนวณครั้งนี้จะใช้เครื่องฟอกอากาศแบบเคลื่อนย้ายได้ ซึ่งบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ไม่มีราคากลางของเครื่องฟอกอากาศแบบเคลื่อนย้ายได้ ในการคำนวณครั้งนี้จึงจะอ้างอิงราคาเครื่องฟอกอากาศตั้งพื้นที่เคลื่อนย้ายได้ที่เหมาะกับห้องเรียนขนาดมาตรฐานตามรายงาน คือมีขนาด 49-64 ตารางเมตร โดยในส่วนของราคากลางนั้นอ้างอิงจากราคาการจัดซื้อนอกครุภัณฑ์ จากการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่การก่อสร้างโดยวิธีวิธีเฉพาะเจาะจง เป็นราคากลางเครื่องฟอกอากาศตั้งพื้นที่เคลื่อนย้ายได้ สำหรับขนาดพื้นที่ 35-60 ตารางเมตร โดย<a href="https://ddc.moph.go.th/uploads/files/3983920231116051110.pdf?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAAR2NWRE-XQuOyBYKNS9wWcr_TtlQp6IjYKGd-5DsYYvyVNyn_ErALvqjJZ0_aem_JmYL92y_biHsUSPC88Rl0w">กรมควบคุมโรค</a> ในราคา 9,300 บาทต่อหน่วย</p>



<p>Rocket Media Lab ชวนมาคำนวณว่าหากต้องทำห้องเรียนปลอดฝุ่นให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศ จะต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ โดยแบ่งเป็นจำนวนห้องเรียน* จำนวนโรงเรียน และงบประมาณที่ต้องใช้ ดังนี้</p>



<p>*จำนวนห้องเรียน หมายถึง ห้องสำหรับกิจกรรมการเรียน การสอน เช่น ห้องม.1/1 นับเป็น 1 ห้องเรียน ซึ่งปัจจุบัน<a href="https://www.moe.go.th/%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/">สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</a> (สพฐ.) ได้กำหนดจำนวนนักเรียนใน 1 ห้องเรียนในระดับปฐมวัยไว้ที่ 30 คนต่อห้องเรียน ประถมศึกษา 40 คนต่อห้องเรียน และมัธยมศึกษา 40 คนต่อห้องเรียน</p>



<p>กทม.&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร หมายถึง โรงเรียนที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร จากข้อมูล ปี 2566 พบว่า มี จำนวน 437 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียน 253,554 คน ซึ่งมีห้องเรียน 9,178 ห้อง หากซื้อเครื่องฟอกอากาศ 1 เครื่องต่อ 1 ห้องเรียนในราคา 9,300 บาท จะใช้งบประมาณ 85,355,400 บาท</li>



<li>โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 160 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียน 246,541 คน และจำนวนห้องเรียน 7,447 ห้อง จะใช้งบประมาณ 69,257,100 บาท</li>
</ol>



<p>ภาคเหนือ :&nbsp; มีโรงเรียนภายใต้สังกัดสพฐ. จำนวน 3,214 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียน 591,709 คน จำนวน ห้องเรียน 33,354 ห้องเรียน หากซื้อเครื่องฟอกอากาศ1 เครื่องต่อ 1 ห้องเรียนในราคา 9,300 บาท จะใช้งบประมาณ 310,192,200 บาท</p>



<p>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : มีโรงเรียนภายใต้สังกัดสพฐ. จำนวน 13,100 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียน 2,300,793 คน จำนวนห้องเรียน 138,811 ห้อง หากซื้อเครื่องฟอกอากาศ 1 เครื่องต่อ 1 ห้องเรียนในราคา 9,300 บาท จะใช้งบประมาณ 1,290,942,300 บาท</p>



<p>ภาคกลาง :&nbsp; มีโรงเรียนภายใต้สังกัดสพฐ. จำนวน 5,594 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียน 1,341,515 คน จำนวนห้องเรียน 67,125 ห้อง หากซื้อเครื่องฟอกอากาศ 1 เครื่องต่อ 1 ห้องเรียนในราคา 9,300 บาท จะใช้งบประมาณ 624,262,500 บาท</p>



<p>ภาคตะวันออก : มีโรงเรียนภายใต้สังกัดสพฐ. จำนวน 1,703 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียน 528,925 คน จำนวนห้องเรียน&nbsp; 22,695 ห้อง หากซื้อเครื่องฟอกอากาศ 1 เครื่องต่อ 1 ห้องเรียนในราคา 9,300 บาท จะใช้งบประมาณ 211,063,500 บาท</p>



<p>ภาคตะวันตก : มีโรงเรียนภายใต้สังกัดสพฐ. จำนวน 1,508 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียน 379,403 คนจำนวนห้องเรียน 18,259 ห้อง หากซื้อเครื่องฟอกอากาศ 1 เครื่องต่อ 1 ห้องเรียนในราคา 9,300 บาท จะใช้งบประมาณ 169,808,700 บาท</p>



<p>ภาคใต้ : มีโรงเรียนภายใต้สังกัดสพฐ. จำนวน 4,170 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียน 977,349 คน จำนวนห้องเรียน 48,096 ห้อง หากซื้อเครื่องฟอกอากาศ 1 เครื่องต่อ 1 ห้องเรียนในราคา 9,300 บาท จะใช้งบประมาณ 447,292,800 บาท</p>



<p>และโรงเรียนสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการประกอบไปด้วยโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนเฉพาะความพิการและศูนย์ศึกษาพิเศษทั่วประเทศ จำนวน 184 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียน 71,932 คน จำนวนห้องเรียน 11,593 ห้อง หากซื้อเครื่องฟอกอากาศ 1 เครื่องต่อ 1 ห้องเรียนในราคา 9,300 บาท จะใช้งบประมาณ 107,814,900 บาท</p>



<p>ดังนั้น หากรวมงบประมาณจากการคำนวณในครั้งนี้ทั้งพื้นที่ กทม. ที่รวมทั้งโรงเรียนในสังกัด กทม.และ สพฐ. รวมไปถึงโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคใต้ และโรงเรียนสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ซึ่งมีห้องเรียนรวมกันทั้งหมดจำนวน 356,558 ห้อง จะใช้งบประมาณ 3,315,989,400 &nbsp;บาท&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ค่าอากาศสะอาด 496 บาทเพื่อนักเรียนทั่วประเทศ</h3>



<p>จากตัวเลขที่ลองคำนวณดูนั้น หากต้องทำห้องปลอดฝุ่นโดยการจัดซื้อเฉพาะเครื่องฟอกอากาศแบบเคลื่อนที่ได้สำหรับ 1 ห้องเรียน เพื่ออากาศที่สะอาดสำหรับเด็กนักเรียนทั่วประเทศในสังกัดกทม. และสพฐ. จำนวน 6,691,721 คน รัฐบาลต้องใช้งบระมาณ 3,315,989,400 บาท หรือคิดเป็น 496 บาทต่อคนสำหรับค่าอากาศสะอาด</p>



<p>แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ครอบคลุมเด็กนักเรียนทั้งประเทศ เนื่องด้วยยังมีนักเรียนในสังกัดสถานศึกษา สำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษา สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โรงเรียนในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและอื่นๆ รวมทั้งหมด อีก 5,201,382 คนและหากคิดงบประมาณจากการคำนวณ 496 บาทต่อนักเรียน 1 คน จะพบว่า หากรัฐจะต้องใช้งบประมาณจัดซื้อเครื่องฟอกอากาศสำหรับนักเรียนทั่วประเทศ จะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นอีก 2,579,885,472 บาท รวมเป็น 5,895,874,872 บาท&nbsp;</p>



<p>ไม่เพียงแค่นั้น หากจะให้ครอบคลุมอาจจะต้องรวมไปถึงเด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมีเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน 638,043 คน ใน 18,242 แห่ง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัดสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพฯ อีก 17,231 คน ใน 274 แห่ง ดังนั้นหาก งบประมาณจากการคำนวณ 496 บาทต่อนักเรียน 1 คน จะพบว่า รัฐจะต้องใช้งบประมาณจัดซื้อเครื่องฟอกอากาศสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพิ่มขึ้นอีก 325,015,904 บาท&nbsp;</p>



<p>รวมแล้วรัฐต้องใช้งบประมาณประมาณ 6,220,890,776 บาท&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การคำนวณครั้งนี้เป็นการคำนวณเฉพาะการจัดซื้อเครื่องฟอกอากาศในแบบตั้งพื้นที่เคลื่อนย้ายได้ โดยอ้างอิงราคาการจัดซื้อจากหน่วยงานหนึ่งเป็นฐานในการคำนวณเท่านั้น การสร้างห้องเรียนปลอดฝุ่นในแต่ละพื้นที่นั้น อาจมีปัจจัยที่ทำให้ใช้งบประมาณที่แตกต่างกัน เพิ่มขึ้นหรือลดลงอีก ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ห้องเรียนเป็นห้องปิดที่จำเป็นต้องมีการก่อสร้าง หรือการต้องติดเครื่องปรับอากาศร่วมด้วย เหมือนดังเช่นแนวทางนโยบายห้องเรียนปลอดฝุ่นของ กทม. หรืออาจจะใช้เครื่องฟอกอากาศในรูปแบบอื่น เช่น แบบฝังหรือติดกับผนัง ซึ่งมีาคารที่แตกต่างกันจากราคาที่ใช้คำนวณในครั้งนี้ นอกจากนั้นยังรวมไปถึงบางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่อากาศดี ไม่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ก็อาจไม่จำเป็นต้องติดตั้งเครื่องฟอกอากาศก็เป็นได้&nbsp;</p>



<p>แต่ถึงอย่างนั้น นอกจากมาตรการการป้องกันอย่างการสร้างห้องเรียนปลอดฝุ่นแล้ว สิ่งที่สำคัญในการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 คือการแก้ไขปัญหาจากต้นตอแหล่งกำเนิดฝุ่น ไม่ว่าจะเป็นการเผา ภาคขนส่งและอุตสาหกรรม รวมไปถึงหมอกควันข้ามแดนนั่นเอง&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"></h2>



<p>ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-clean-air-classroom">ลองคำนวณห้องเรียนปลอดฝุ่นทั่วประเทศ [ข้อมูลดิบ]</a></p>



<p>ที่มา&nbsp;</p>



<p>รายงานสถิติจำนวนศูนย์การเรียน สถานเลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก นักเรียน และร้อยละของนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา นอกระบบโรงเรียนของประเทศไทย ปีการศึกษา 2565</p>



<p>จำนวนนักเรียนโรงเรียนสังกัด กทม. จากรายงานสถิติการศึกษา ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร<a href="https://webportal.bangkok.go.th/user_files/116/2052212579651f64bf7549d6.15479121.pdf"> https://webportal.bangkok.go.th/user_files/116/2052212579651f64bf7549d6.15479121.pdf</a></p>



<p>จำนวนนักเรียนโรงเรียนสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ จาก รายงานสถิติการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ</p>



<p>จำนวนนักเรียนนักศึกษา จำแนกตามสังกัด ปีการศึกษา 2/2567 จากระบบศูนย์บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ</p>



<p>รายงานสถิติจำนวนศูนย์การเรียน สถานเลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก นักเรียน และร้อยละของนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา นอกระบบโรงเรียนของประเทศไทย ปีการศึกษา 2565</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/clean-air-classroom/">แก้ปัญหา PM2.5 ด้วยการทำห้องเรียนปลอดฝุ่นให้กับนักเรียนทั่วประเทศ จะต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลองคำนวณห้องเรียนปลอดฝุ่นทั่วประเทศ [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-clean-air-classroom/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Feb 2025 11:30:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนปลอดฝุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4997</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3594;&#3623;&#3609;&#3617;&#3634;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-clean-air-classroom/">ลองคำนวณห้องเรียนปลอดฝุ่นทั่วประเทศ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Rocket Media Lab ชวนมาคำนวณว่าหากต้องทำห้องเรียนปลอดฝุ่นให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศ จะต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ โดยแบ่งเป็นจำนวนห้องเรียน จำนวนโรงเรียน และงบประมาณที่ต้องใช้  <br><br>ในการคำนวณครั้งนี้จะใช้เพียงเครื่องฟอกอากาศเท่านั้น ซึ่งปกติแล้วราคาเครื่องฟอกอากาศอ้างอิงตามราคาที่ระบุไว้ใน<a href="https://procurement.obec.go.th/media_cdn/uploads/entry-files/29_obec_supply_20211215.pdf?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAAR3n5qqZZHbiDQ1OSE5GaRMcwSvrohcug1NwLqp-Jfndoog1Swr_ZkVoveg_aem__YB3Reo-sEGA8ZTVnpMNrg">บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์</a> จะพบว่ามีราคา 47,000 บาท แต่เป็นเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่แบบฝังใต้เพดาน หรือแบบติดผนัง ในการคำนวณครั้งนี้จะใช้เครื่องฟอกอากาศแบบเคลื่อนย้ายได้ ซึ่งบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ไม่มีราคากลางของเครื่องฟอกอากาศแบบเคลื่อนย้ายได้ ในการคำนวณครั้งนี้จึงจะอ้างอิงราคาเครื่องฟอกอากาศตั้งพื้นที่เคลื่อนย้ายได้ที่เหมาะกับห้องเรียนขนาดมาตรฐานตามรายงาน คือมีขนาด 49-64 ตารางเมตร โดยในส่วนของราคากลางนั้นอ้างอิงจากราคาการจัดซื้อนอกครุภัณฑ์ จากการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่การก่อสร้างโดยวิธีวิธีเฉพาะเจาะจง เป็นราคากลางเครื่องฟอกอากาศตั้งพื้นที่เคลื่อนย้ายได้ สำหรับขนาดพื้นที่ 35-60 ตารางเมตร โดย<a href="https://ddc.moph.go.th/uploads/files/3983920231116051110.pdf?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAAR2NWRE-XQuOyBYKNS9wWcr_TtlQp6IjYKGd-5DsYYvyVNyn_ErALvqjJZ0_aem_JmYL92y_biHsUSPC88Rl0w">กรมควบคุมโรค</a> ในราคา 9,300 บาทต่อหน่วย<br></p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vR5B3Je43J_0FRLpZdwQv3dfxN8Jv1Fk2kqofb5JcdkfxTMkz7ksEcD4ehYP4o1yAvN_VuCkGGEb3eR/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vR5B3Je43J_0FRLpZdwQv3dfxN8Jv1Fk2kqofb5JcdkfxTMkz7ksEcD4ehYP4o1yAvN_VuCkGGEb3eR/pubhtml">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p>อ่าน&nbsp;<a href="https://rocketmedialab.co/clean-air-classroom">แก้ปัญหา PM2.5 ด้วยการทำห้องเรียนปลอดฝุ่นให้กับนักเรียนทั่วประเทศ จะต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่&nbsp;</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-clean-air-classroom/">ลองคำนวณห้องเรียนปลอดฝุ่นทั่วประเทศ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทม์ไลน์แผนหมอกควันข้ามแดนอาเซียน [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-asean-haze-policy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Jan 2025 09:43:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4987</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3604;&#3634;&#3623;&#3609;&#3660;&#3650;&#3627;&#3621 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-asean-haze-policy/">ไทม์ไลน์แผนหมอกควันข้ามแดนอาเซียน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQQq8tVX249EVy9e_tq5NmXiCpt1K0E0ipCIJ43OOMeMR_Yj07Pn2KPNTNxWslh6Q6uKn3XKOwqYRAm/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQQq8tVX249EVy9e_tq5NmXiCpt1K0E0ipCIJ43OOMeMR_Yj07Pn2KPNTNxWslh6Q6uKn3XKOwqYRAm/pubhtml">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p>อ่าน<a href="https://rocketmedialab.co/asean-haze-policy/"> 30 ปีแห่งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนร่วมกันของอาเซียน</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-asean-haze-policy/">ไทม์ไลน์แผนหมอกควันข้ามแดนอาเซียน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>30 ปีแห่งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนร่วมกันของอาเซียน</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/asean-haze-policy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Jan 2025 09:27:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4979</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3651;&#3609;&#3611;&#3637; 2567 &#3611;&#3633;&#3597; [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/asean-haze-policy/">30 ปีแห่งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนร่วมกันของอาเซียน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>จุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนของอาเซียนมาจากร่างแผนปฏิบัติการหมอกควันระดับภูมิภาค หรือที่เรียกว่า Regional Haze Action Plan: RHAP ที่เกิดขึ้นในปี 2538&nbsp;</li>



<li>จากนั้นในปี 2545 ก็มีข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution: AATHP) อันนำมาสู่การทำโรดแมป ASEAN Transboundary Haze Free Roadmap by 2020 เพื่อทำให้ภูมิภาคอาเซียนปลอดหมอกควันภายในปี 2563</li>



<li>แผน ASEAN Transboundary Haze Free Roadmap by 2020 ไม่สำเร็จภายในปี 2563 จึงเกิดแผนงานอาเซียนปลอดหมอกควันครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2566-2573) Second ASEAN Haze-Free Roadmap (2023-2030) ซึ่งเปิดตัวไปในปี 2567 ที่ผ่านมา&nbsp;</li>



<li>ในเดือนตุลาคม 2567 ก็เกิดแผนงานความร่วมมือระหว่างไทย สปป.ลาว และเมียนมา ภายใต้ชื่อ ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) ซึ่งมีกรอบระยะเวลาในการทำงานระหว่างปี 2567-2573 เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนใน 3 ประเทศ&nbsp;</li>
</ul>



<p>ในปี 2567 ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือรุนแรงมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัญหาเรื่องหมอกควันข้ามแดนจากเมียนมาและลาว อันมาจากพื้นที่การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำให้ประเด็นเรื่องหมอกควันข้ามแดนถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย ในขณะที่ปี 2568 นี้ พบจุดความร้อนจำนวนมากในกัมพูชาในช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 สูงขึ้น ประกอบกับการเผาพื้นที่เกษตรภายในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร กล่าวเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 ว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นวาระอาเซียน&nbsp;</p>



<p>Rocket Media Lab ชวนย้อนสำรวจความร่วมมือของประเทศในแถบอาเซียนในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนว่ามีมาตั้งแต่เมื่อไร ในปัจจุบันมีความคืบหน้าแค่ไหน และทำไมถึงยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้สักที</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>30 ปีแห่งความพยายามในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนของอาเซียน</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-1024x576.png" alt="" class="wp-image-4984" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-1024x576.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-300x169.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-768x432.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-1536x864.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-2048x1152.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-600x337.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ปัญหาหมอกควันข้ามแดนมีมานานแล้ว เช่นเดียวกับความพยายามในการสร้างความร่วมมือกันแก้ปัญหาของประเทศในแถบอาเซียน โดยในช่วงแรกนั้นเกิดมาจากปัญหาไฟไหม้ป่าในประเทศอินโดนีเซียซึ่งมักเกิดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนของทุกปี ส่งผลให้เกิดหมอกควันและฝุ่นละอองปกคลุมบริเวณพื้นที่ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ บูรไน สิงคโปร์ มาเลเซีย และภาคใต้ตอนล่างของไทย โดยเฉพาะเหตุการณ์หมอกควันครั้งรุนแรงในปี 2537&nbsp;</p>



<p>ในปี 2538 ในช่วงรัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา&nbsp;เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในการหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า โดยกำหนดให้มีการร่างแผนปฏิบัติการหมอกควันระดับภูมิภาค หรือที่เรียกว่า Regional Haze Action Plan: RHAP ขึ้น จากนั้นในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านหมอกควัน ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 &#8211; 23 ธันวาคม 2540 ณ ประเทศสิงคโปร์ มีความเห็นชอบให้จัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านหมอกควันทุก 2 ปี อีกทั้งยังได้มีการจัดตั้งเจ้าหน้าที่อาวุโสเฉพาะกิจของอาเซียนด้านหมอกควัน (Haze Technical Task Force: HTTF) ขึ้น เพื่อรับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันหมอกควันจากไฟป่าในภูมิภาคอาเซียน</p>



<p>ในปี 2543 มีการจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 8 (8th&nbsp;AMME) ในวันที่ 6–7 ตุลาคม 2543 ณ ประเทศมาเลเซีย และมีมติเห็นชอบการขยายความร่วมมือและการกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเรื่องหมอกควันและไฟป่าตามร่างแผนปฏิบัติการหมอกควันระดับภูมิภาค (RHAP) และมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดทำข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution by 2020: AATHP) เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือในระดับภูมิภาคในการติดตาม เฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และยกเลิก RHAP รวมไปถึงกลไกการทำงานเดิมทั้งหมด</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จาก RHAP สู่ AATHP</strong></h3>



<p>หลังจาก ยกเลิก RHAP และมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดทำข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution by 2020: AATHP) แล้ว ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศก็ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution by 2020: AATHP) เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2545 และข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2546 โดยที่ทั้ง 10 ประเทศได้ลงนามให้สัตยาบันแล้ว&nbsp;</p>



<p>แต่ถึงอย่างนั้นข้อตกลง AATHP ก็เป็นเพียง การแต่งตั้งหน่วยงานรับผิดชอบภายใต้ข้อตกลง AATHP โดยในประเทศไทยมีหน่วยงานรับผิดชอบหลักก็คือ กรมควบคุมมลพิษ และเป็นข้กตกลงในการดำเนินโครงการและจัดทำแผนงานเท่านั้น นอกจากนั้นก็มีเพียงการกำหนดการประชุมทั้ง การประชุมประเทศภาคีต่อข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (10 ประเทศอาเซียน) การประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม&nbsp;5 ประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และการประชุมคณะทำงานภายใต้รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (5 ประเทศในอนุภูมิภาคแม่โขง ได้แก่ เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา และไทย) และการประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม&nbsp;5&nbsp;ประเทศ เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และการประชุมคณะทำงานภายใต้รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม&nbsp;5 ประเทศ เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน&nbsp;(5 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย)&nbsp;</p>



<p>จากนั้นในปี 2559 จึงได้มีการนำเสนอ ASEAN Transboundary Haze Free Roadmap (ATHFR) ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินการร่วมกันเพื่อควบคุมการข้ามพรมแดนมลพิษจากหมอกควันในอาเซียน ในการประชุมสมัชชาภาคีภาคีฯ ครั้งที่ 12 (COP-12) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2559 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และได้รับการรับรองในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 28 และ 29 เมื่อวันที่ 6 – 8 กันยายน 2559 ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ซึ่งโรดแมป ATHFR&nbsp; นี้ตั้งเป้าหมายให้อาเซียนปลอดมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนให้ได้ภายในปี 2563</p>



<p>โดยในระหว่างนั้นในปี 2560 ก็มีการทำแผนย่อย ซึ่งก็คือ แผนปฏิบัติการเชียงราย 2017 เพื่อป้องกันมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (Chiang Rai 2017 Plan of Action for Transboundary Haze Pollution Control in the Mekong Sub-Region) โดยมีกรอบความร่วมมือให้ประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง 5 ประเทศ ให้เร่งรัดดำเนินการร่วมกันเพื่อลดจำนวนจุดความร้อนรวมในอนุภูมิภาคแม่โขงลงเหลือไม่เกิน 50,000 จุด ในปี 2563 ซึ่งจะทำให้บรรลุเป้าหมายของ ATHFR ที่จะทำให้ภูมิภาคอาเซียนปลอดหมอกควันภายในปี 2563 ได้&nbsp;</p>



<p>และในปี 2562 ภาคีของ AATHP ตกลงที่จะทบทวนแผนงานเพื่อประเมินความก้าวหน้าในความพยายามเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ข้ามพรมแดนอาเซียนปลอดหมอกควันภายในปี 2563 แต่เมื่อถึงปี 2563 ปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนยังคงมีอยู่และไม่ลดลง อีกทั้งก็ยังไม่มีมาตรการในทางปฏิบัติออกมาจากแผน ATHFR&nbsp; มีเพียงแค่การแลกเปลี่ยนข้อมูล การประชุมปรึกษาหารือและทบทวนแผนเท่านั้น สุดท้ายในปี 2563 แผนโรดแมป ATHFR จึงหมดอายุลงโดยปริยายและไม่ประสบความสำเร็จในการทำให้ภูมิภาคอาเซียนปลอดหมอกควันภายในปี 2563</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แผนเก่าไม่สำเร็จ แผนใหม่ ภาค 2 จึงออกมาอีกครั้ง&nbsp;</strong></h3>



<p>แม้แผนโรดแมป ATHFR จะไม่สำเร็จ แต่ข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution) ยังคงอยู่ โดยในปี 2564 ภาคีของ AATHP ได้มีการทบทวนและตกลงที่จะจัดทำแผนงานฉบับที่ 2 โดยมีคณะทำงานประกอบด้วยผู้อาวุโสเจ้าหน้าที่จาก AMS (Asean Member States) เพื่อสรุปผลแผนงานที่สอง</p>



<p>และในปี 2567 ที่ผ่านมาก็ได้มีการเปิดตัวแผนงานอาเซียนปลอดหมอกควันครั้งที่ 2 พ.ศ. 2566-2573 (Second ASEAN Haze-Free Roadmap 2023-2030) ซึ่งประกอบไปด้วยนโยบายและการเจรจาว่าด้วยยุทธศาสตร์และการดำเนินการเพื่อให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปราศจากหมอกควันให้สำเร็จ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากแผนอาเซียน 10 ประเทศ สู่แผน 3 ประเทศ ไทย ลาว เมียนมา</strong></h3>



<p>จากแผน Chiang Rai 2017 Plan of Action ในปี 2560 ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ประเทศ คือ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนามและไทย ซึ่งยังคงมีการดำเนินการต่อ แม้เป้าหมายที่กำหนดไว้ว่าจะลดจำนวนจุดความร้อนรวมในอนุภูมิภาคแม่โขงลงเหลือไม่เกิน 50,000 จุด ในปี 2563 เพื่อให้เป้าหมายหลักของ ATHFR ที่จะทำให้ภูมิภาคอาเซียนปลอดหมอกควันภายในปี 2563 จะไม่ประสบความสำเร็จ และ ATHFR ก็หมดระยะเวลาลงไปแล้วนั้น&nbsp;</p>



<p>ในปี 2565 มีการประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศ เรื่อง มลพิษจากหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขง ครั้งที่ 11 (11th Meeting of the Sub-Regional Ministerial Steering Committee on Transboundary Haze Pollution in the Mekong Sub-Region หรือ 11th MSC Mekong) อันสืบเนื่องมาจาก แผน Chiang Rai 2017 Plan of Action โดยมีการตั้งเป้าหมายลดจุดความร้อนภายใต้แผนปฏิบัติการเชียงราย (Chiangrai Plan of Action) ในปี 2566 2567 และ 2568 ให้ลดลงร้อยละ 30 35 และ 40 ตามลำดับ โดยใช้จำนวนจุดความร้อนปี 2563 เป็นฐาน&nbsp;</p>



<p>และต่อมาในเดือนตุลาคม 2567 ก็เกิดแผนงานใหม่ ซึ่งเป็นความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างไทย สปป.ลาว และเมียนมา ภายใต้ชื่อ ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) ซึ่งมีกรอบระยะเวลาในการทำงานระหว่างปี 2567-2573 โดยกำหนดเป้าหมายลดจุดความร้อน การจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงการเกิดไฟไหม้ป่า การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสุขภาพต่อประชาชน การส่งเสริมความร่วมมือกับพันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และการจัดตั้งสายด่วน (hotline) เพื่อประสานงานระหว่างทั้งสามประเทศ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>30 ปีแล้ว&#8230;มาตรการหมอกควันข้ามแดนของอาเซียนจะสำเร็จเมื่อไร</strong></h3>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าความพยายามในการสร้างความร่วมมือกันแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนร่วมกันของอาเซียนมีมานานถึง 30 ปีแล้ว แต่กลับยังไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากไม่มีมาตรการข้อบังคับต่อกัน เป็นเพียงกรอบแนวทางในการลดการเกิดจุดความร้อนและการเผาในประเทศของตนและแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้และความร่วมมืออื่นๆ มากกว่า เพราะเมื่อประเทศเพื่อนบ้านเกิดจุดความร้อนสูงและมีการเผาเกิดขึ้น จนส่งผลกระทบเป็นหมอกควันข้ามแดนเหมือนดังเช่น ที่เกิดขึ้นในเมียนมาเมื่อปีที่แล้ว หรือในกัมพูชาเมื่อต้นปีนี้ ประเทศไทย ซึ่งได้รับผลกระทบก็ยังไม่สามารถใช้ข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนในการจัดการได้</p>



<p>แต่จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ระหว่างปี 2565 ถึง 2566 พบว่า จุดความร้อนใน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา&nbsp; สิงคโปร์ เวียดนามและไทย เพิ่มขึ้นจาก 704,892 จุดในปี 2565 เป็น 1,130,626 จุด&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศในอาเซียนที่อยู่ในข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนด้วย มีการใช้กฎหมายหมอกควันข้ามพรมแดน (Transboundary Haze Pollution<strong> </strong>Act &#8211; THPA) ลงโทษบริษัทหรือบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดน ไม่ว่าบริษัทหรือบุคคลนั้นจะอยู่นอกเขตแดนสิงคโปร์ก็ตาม ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดคือการปรับเงิน 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์/วัน หรือสูงสุด 2,000,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลการตรวจสอบคุณภาพอากาศเพื่อรวบรวมหลักฐานในการดำเนินคดี&nbsp;</p>



<p>ประเทศไทยเอง จากการการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 รวมไปถึงการแถลงผลงาน 3 เดือนในวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจะใช้<a href="https://www.igreenstory.co/pm2-5-3/?fbclid=IwY2xjawIEObVleHRuA2FlbQIxMAABHViEAC53q6QYQNdDqKnVDXGx_GytnN__QAqMA2o5ZJBnC25Dh-aRCKaWoA_aem_LMmObOfvtoGe9j1Mwoer0A">มาตรการ</a>ไม่รับซื้อข้าวโพด อ้อย จากการเผาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อลดปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรและหมอกควันข้ามแดน</p>



<p>แต่จากข้อมูลการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากกรมศุลากร พบว่าในปี 2566 ประเทศนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมา ลาว และกัมพูชา รวม 1,331,428 ตัน โดยนำเข้าจากเมียนมาสูงสุด ในขณะที่ในปี 2567 เพิ่มเป็น 2,012,117 ตัน และยังเป็นการนำเข้าจากเมียนมามากที่สุดเช่นเดียวกัน โดยในปี 2567 การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศกัมพูชา ลาว และเมียนมาอยู่ภายใต้ความตกลง ASEAN Trade in Goods Agreement (ATIGA) 3 ทำให้ผู้นำเข้าได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า รวมถึงต้นทุนค่าขนส่งต่ำ จึงมีความได้เปรียบกว่าประเทศอื่นๆ ในปีเดียวกัน <a href="https://www.infoquest.co.th/2024/454303">คณะรัฐมนตรี</a>ยังคงนโยบายที่ผู้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะได้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร ในอัตรา 0% เช่นเดิมในปี 2568&nbsp;</p>



<p>นอกจากนั้น จำนวนจุดความร้อนที่เกิดขึ้นอย่างมากในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว เมียนมา กัมพูชา ยังสัมพันธ์กันกับปัญหาหมอกควันข้ามแดนและฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดในประเทศไทยที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย โดยรายงานผืนป่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมลพิษ PM2.5 ข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ปี พ.ศ.2558-2563 ของ<a href="https://www.greenpeace.org/static/planet4-thailand-stateless/2021/04/46bdd195-minireport-forest-maize-haze-transboundary.pdf">กรีนพีซ</a> วิเคราะห์ข้อมูลจากจุดความร้อนจากภาพดาวเทียม Suomi-NPP ระบบ VIIR พบว่า 1 ใน 3 ของจุดความร้อนอยู่ในพื้นที่ปลูกข้าวโพด</p>



<p>จะเห็นได้ว่าแม้ไทยจะอยู่ในข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน แต่เมื่อข้อตกลงดังกล่าวไม่มีสภาพบังคับต่อกัน ปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านจึงยังไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยข้อตกลงดังกล่าว และไทยเองก็ไม่มีกฎหมายดังเช่นสิงคโปร์ หรือแนวความคิดในการงดรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากต่างประเทศที่มาจากพื้นที่ที่มีการเผาก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง อีกทั้งยังนำเข้าเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย มาตรการที่ประเทศไทยใช้เพื่อพยายามจะแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนอยู่ในปัจจุบันนี้จึงเป็นเพียงมาตรการ ‘ปรึกษาหารือ’ ผ่าน<a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/336554">กระทรวงการต่างประเทศ</a> ดังเช่นเมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อจุดความร้อนในประเทศกัมพูชาสูงมากจนก่อมลพิษในประเทศไทย โดยทางกระทรวงการต่างประเทศสั่งการให้เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ เข้าพบเพื่อหารือกับผู้แทนระดับสูงของกัมพูชาเพื่อแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นแทน&nbsp;</p>



<p>อ้างอิง</p>



<p><a href="https://fad.mnre.go.th/th/as/content/255">ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution</a></p>



<p><a href="https://asean.org/wp-content/uploads/2024/09/The-Second-Haze-Free-Roadmap-2023-2030.pdf">The Second Roadmap on ASEAN Cooperation towards Transboundary Haze Pollution with Means of Implementation 2023-2030</a></p>



<p>ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-asean-haze-policy/">ไทม์ไลน์แผนหมอกควันข้ามแดนอาเซียน [ข้อมูลดิบ</a>]</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/asean-haze-policy/">30 ปีแห่งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนร่วมกันของอาเซียน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปี 2024 มีวันอากาศดีเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่รัฐบาลยังไม่บรรลุเป้าหมายแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jan 2025 05:46:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4914</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2024 คนกรุงเทพฯ มีวันอากาศดี 43 วัน เพิ่มจากปีก่อนซึ่งมี 31 วัน แต่ยังสูดฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,297.14 มวน</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2024/">ปี 2024 มีวันอากาศดีเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่รัฐบาลยังไม่บรรลุเป้าหมายแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<p><em>หมายเหตุ: มีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2025 เวลา 19.30 น.</em></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ในปี 2024 ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีวันที่อากาศดี คืออยู่ในเกณฑ์สีเขียว 43 วัน คิดเป็น 11.81% เพิ่มสูงขึ้นกว่าปี 2023 ที่มีวันที่อากาศดีเพียง 31 วัน และในปี 2024 ส่วนใหญ่นั้นเป็นวันที่อากาศมีคุณภาพปานกลาง คือเกณฑ์สีเหลือง 252 วัน หรือคิดเป็น 69.23% ของทั้งปี และหากเทียบกับปี 2023 ที่มีอากาศในเกณฑ์สีเหลือง 241 วันแล้วก็นับว่าเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน</li>



<li>ในปี 2024 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ ทั้งหมด 1,297.14 มวน ลดลงจากปี 2023 ที่มีจำนวน 1,370.09 มวน ถึง 81.95 มวน หรือคิดเป็น 4.09 ซอง แต่ก็ยังมากกว่าปี 2022 ที่มีจำนวน 1,224.77 มวน และปี 2021 ที่มีจำนวน 1,261.05 มวน&nbsp;</li>



<li>ในเดือนธันวาคม 2023 ในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ออก<a href="https://epo13.pcd.go.th/th/download/?file=oJM3MRkjoF5aBKDlnGS4AKNmoGM3A0jjoGOaZKDknGq4ZKNmoGO3ZHjloGEaZaDjnGW4YKNjoGO3BRjmoGSaAKD3nGO4ZUNkoGS3A0jkoGAaZUDknGW4AUNloGO3ZxjgoJIaoUEcnJM4Y3OyoJk3nHkzoF9aq3EhnGI4AaNkoF93MRkuoJ9aoUEjnKI4YjWewEb3QWewEb3Q&amp;n=%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%20PM2&amp;t=GTMgoJqwqS9cMUug">มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024</a> โดยกำหนดเป้าหมายเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ในปี 2024 โดยเฉพาะการลดพื้นที่เผาใน 17 จังหวัดภาคเหนือลง 50% จากข้อมูลพื้นที่เผาของ GISTDA ในปี 2024 พบว่ามาตรการในปี 2024 นั้นไม่บรรลุผล</li>
</ul>



<p>Rocket Media Lab ชวนสำรวจภาพรวมสภาพอากาศของกรุงเทพฯ ในปี 2024 ว่า ฝุ่น PM2.5 เป็นอย่างไร การแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 ในระดับชาติเกิดขึ้นได้จริงไหม&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-4938" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-768x961.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-1228x1536.jpg 1228w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-1637x2048.jpg 1637w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-scaled.jpg 2046w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">กรุงเทพฯ และสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในปี 2024</h3>



<p>จากการทำงานของ Rocket Media Lab โดยอ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project พบว่า ในปี 2024 ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีวันที่อากาศดี คืออยู่เกณฑ์สีเขียว 43 วัน คิดเป็น 11.81% เพิ่มสูงขึ้นกว่าปี 2023 ที่มีวันที่อากาศดีเพียง 31 วัน และในปี 2024 ส่วนใหญ่นั้นเป็นวันที่อากาศมีคุณภาพปานกลาง คือเกณฑ์สีเหลือง 252 วัน หรือคิดเป็น 69.23% ของทั้งปี และหากเทียบกับปี 2023 ที่มีอากาศในเกณฑ์สีเหลือง 241 วันแล้วก็นับว่าเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน ส่วนวันที่มีคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษหรือสีส้มนั้นมีเพียง 61 วัน หรือคิดเป็น 16.76% ของทั้งปี ลดลงจากปี 2023 ที่มีจำนวน 78 วัน และวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรืออยู่ในเกณฑ์สีแดงนั้นมี 8 วัน หรือคิดเป็น 2.20% ของทั้งปี และเมื่อเทียบกับปี 2023 ที่มีมากถึง 14 วัน กล่าวคือวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรืออยู่ในเกณฑ์สีแดงนั้นลดลงจากเดิมถึง 6 วัน</p>



<p>โดยภาพรวมแล้วอากาศในปี 2024 มีวันที่อากาศดีเพิ่มขึ้น วันที่อากาศมีคุณภาพปานกลางก็เพิ่มขึ้น ส่วนวันที่มีคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษหรือสีส้มนั้นลดลง และวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพก็ยังลดลงอีกด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">3 เดือนที่อากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2024: เดือนมีนาคมตกอันดับ เดือนมกราคมขึ้นมาแทนที่ วันที่อากาศแย่ที่สุดคือวันวาเลนไทน์</h3>



<p>ในปี 2023 เดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดเป็นเดือนมีนาคม ทว่าในปี 2024 เดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดคือเดือนมกราคม โดยมีค่าเฉลี่ยอากาศทั้งเดือนอยู่ที่ 119.87 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าปี 2023 ที่มีค่าเฉลี่ย 113.45 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยเดือนมกราคม 2024 ไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลย สำหรับวันที่มีสีเหลืองหรือคุณภาพอากาศปานกลางพบว่ามี 8 วัน ส่วนสีส้มหรือคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 19 วัน และสีแดง หรือมีผลต่อสุขภาพ 4 วัน</p>



<p>รองลงมาคือเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยค่าเฉลี่ยอากาศ 99.52 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลย ขณะที่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 19 วัน และสีส้ม คุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 6 วัน และสีแดง หรือมีผลต่อสุขภาพ 4 วัน</p>



<p>ตามมาด้วยเดือนธันวาคม ด้วยค่าเฉลี่ยอากาศที่ 99.31 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็ไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลยเช่นเดียวกัน ขณะที่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 15 วัน และสีส้ม คุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 14 วัน แต่ไม่พบวันที่มีสีแดง หรือวันที่มีผลต่อสุขภาพ ทั้งนี้ เนื่องจากไม่ปรากฏข้อมูลวันที่ 30 และ 31 ธันวาคม จึงไม่ได้นำมาคำนวณด้วย แต่แม้ข้อมูลจะขาดหายไปสองวัน แต่ค่าเฉลี่ยของเดือนธันวาคมก็ยังสูงจนติดอันดับสามของปี&nbsp;</p>



<p>หากสำรวจวันที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดของปี พบว่าเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2024 ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์ โดยมีค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 165 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p>อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าสามเดือนที่อากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2024 เป็นเดือนในช่วงต้นปีเช่นเดิม ดังเช่น ปี 2023 ที่พบในเดือนเมษายน มีนาคม และกุมภาพันธ์ ปี 2022 ที่พบในเดือนธันวาคม มกราคม และเมษายน ปี 2021 และ 2020 ที่มีพบในเดือนธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">เดือนสิงหาคมอากาศดีที่สุดในปี 2024: เฉลี่ยแค่ 11 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;</h3>



<p>เดือนที่มีอากาศดีที่สุดในปี 2024 คือเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเดือนที่มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงทั้งเดือนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับเดือนอื่น คือ 53.13 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยมีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 8 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 23 วัน ซึ่งถึงแม้จะมีวันที่มีอากาศสีเขียวเพียงแค่ 4 วันแต่เนื่องจากค่าเฉลี่ยในวันที่ 23 สิงหาคมคือ 11 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และวันที่ 22 สิงหาคมคือ 13 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยอากาศที่ต่ำมาก ทำให้จำนวนค่าเฉลี่ยทั้งเดือนต่ำไปด้วย จึงได้แชมป์เดือนที่อากาศดีที่สุดของปีไปครอง</p>



<p>รองลงมาคือเดือนกรกฎาคม 2024 ซึ่งเป็นเดือนที่มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง คือ 53.16 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยมีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 11 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 20 วัน&nbsp;</p>



<p>ตามมาด้วยมิถุนายน 2024 มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 12 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 30 วัน ทั้งนี้เดือนสิงหาคม เดือนกรกฎาคม และมิถุนายนซึ่งเป็น 3 เดือนที่อากาศดีที่สุดนั้น ไม่พบวันที่มีอากาศในเกณฑ์สีส้มและแดงเลย ในขณะที่วันที่อากาศดีที่สุดในปี 2024 คือวันที่ 23 สิงหาคม 2024 โดยมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 11 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่วันที่อากาศดีที่สุดในปี 2023 คือ วันที่ 16 กันยายน โดยมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 20 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งหนึ่งอาจจะมีบางเขตของกรุงเทพฯ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกทุกเขต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-4919" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ถ้าค่าฝุ่น PM2.5 22 มคก./ลบ.ม. = บุหรี่ 1 มวน ปี 2024 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูบบุหรี่ไปกี่มวน</h3>



<p>จาก<a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence/">งานของ&nbsp;Richard&nbsp;A. Muller&nbsp;</a>นักวิจัยชาวอเมริกันจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Berkeley Earth แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่า ค่าฝุ่น PM2.5 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ 1 มวน ซึ่งหากนำค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของปี 2024 มาคำนวณเปรียบเทียบตามเกณฑ์ของ&nbsp;Richard&nbsp;Muller จะพบว่า</p>



<p>ในปี 2024 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ ทั้งหมด 1,297.14 มวน ลดลงจากปี 2023 ที่มีจำนวน 1,370.09 มวน ถึง 81.95 มวน หรือคิดเป็น 4.09 ซอง แต่ก็ยังมากกว่าปี 2022 ที่มีจำนวน 1,224.77 มวน และปี 2021 ที่มีจำนวน 1,261.05 มวน</p>



<p>สำหรับเดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2024 อย่างเดือนมกราคม คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 168.91 มวน คิดเป็นเฉลี่ยวันละ 5.45 มวน ซึ่งมีจำนวนของมวนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2023 อย่างเดือนเมษายน ที่มีจำนวน 157.45 มวน หรือเฉลี่ยวันละ 5.24 มวน&nbsp;</p>



<p>หรือในเดือนที่อากาศดีที่สุดในปี 2024 อย่างเดือนสิงหาคม คนกรุงเทพฯ ก็ยังสูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 74.86 มวน เฉลี่ยวันละ 2.41 มวน อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ถือว่าลดลง เมื่อเทียบกับเดือนที่อากาศดีที่สุดในปี 2023 อย่างเดือนสิงหาคมที่มีจำนวน 70.14 มวน เฉลี่ยวันละ 2.33 มวน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-5203" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในปี 2024 ที่ผ่านมาสำเร็จแค่ไหน</h3>



<p>ปัญหา PM2.5 นับเป็นปัญหาซ้ำซากที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงต้นปีและปลายปีทุกปี ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพของประชาชนไทย รัฐบาลเคยมีมติให้ “การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละออง” เป็นวาระแห่งชาติในปี 2019 โดยในแผนวาระฝุ่นแห่งชาตินั้น มีการกำหนดตัวชี้วัดไว้ 3 ข้อด้วยกัน คือ1) จํานวนวันที่ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มขึ้น 2) จํานวนจุดความร้อน (Hotspot) ภายในประเทศลดลง 3) จํานวนผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ (ที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ) ลดลง&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่ในปี 2023 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่ภาคเหนืออย่างรุนแรง ส่งผลให้ประเด็นเรื่อง PM2.5 กลับมาเป็นที่พูดถึงและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอีกครั้ง ในเดือนธันวาคม 2023 ในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จึงได้ออก<a href="https://epo13.pcd.go.th/th/download/?file=oJM3MRkjoF5aBKDlnGS4AKNmoGM3A0jjoGOaZKDknGq4ZKNmoGO3ZHjloGEaZaDjnGW4YKNjoGO3BRjmoGSaAKD3nGO4ZUNkoGS3A0jkoGAaZUDknGW4AUNloGO3ZxjgoJIaoUEcnJM4Y3OyoJk3nHkzoF9aq3EhnGI4AaNkoF93MRkuoJ9aoUEjnKI4YjWewEb3QWewEb3Q&amp;n=%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%20PM2&amp;t=GTMgoJqwqS9cMUug">มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024</a> โดยกำหนดเป้าหมายเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ในปี 2024 ดังนี้&nbsp;ในขณะที่ในปี 2023 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่ภาคเหนืออย่างรุนแรง ส่งผลให้ประเด็นเรื่อง PM2.5 กลับมาเป็นที่พูดถึงและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอีกครั้ง ในเดือนธันวาคม 2023 ในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จึงได้ออก<a href="https://epo13.pcd.go.th/th/download/?file=oJM3MRkjoF5aBKDlnGS4AKNmoGM3A0jjoGOaZKDknGq4ZKNmoGO3ZHjloGEaZaDjnGW4YKNjoGO3BRjmoGSaAKD3nGO4ZUNkoGS3A0jkoGAaZUDknGW4AUNloGO3ZxjgoJIaoUEcnJM4Y3OyoJk3nHkzoF9aq3EhnGI4AaNkoF93MRkuoJ9aoUEjnKI4YjWewEb3QWewEb3Q&amp;n=%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%20PM2&amp;t=GTMgoJqwqS9cMUug">มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024</a> โดยกำหนดเป้าหมายเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ในปี 2024 ดังนี้&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>17 จังหวัดในภาคเหนือ ต้องดำเนินการลดการเผาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 10 แห่ง และป่าสงวนแห่งชาติทั้ง 10 แห่ง ลงให้ได้ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน</li>
</ol>



<p>จากข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ (burn scar) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ระหว่าง ม.ค.-พ.ค. 2023 และ ม.ค.-พ.ค. 2024 พบว่า ในปี 2023 จังหวัด 17 จังหวัดในภาคเหนือ มีพื้นที่เผาในป่าสงวนแห่งชาติ 3,731,468.34 ไร่ ส่วนปี 2024 เกิดการเผา 3,819,335.70 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ป่าสงวนเพิ่มขึ้น 87,867.363 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 2.35% จึงถือว่าเป้าหมายในส่วนนี้ไม่ประสบความสำเร็จ</p>



<p>ในส่วนของป่าอนุรักษ์นั้น พบว่าในปี 2023 พื้นที่ป่าอนุรักษ์ใน 17 จังหวัดภาคเหนือเกิดการเผา 3,952,486.113 ไร่ ส่วนปี 2024 เกิดการเผา 3,382,162.591 ไร่ หรือมีการเผาในป่าอนุรักษ์ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ลดลง 570,323.522 ไร่ หรือคิดเป็นลดลง 14.43% แม้พื้นที่เผาไหม้ในป่าอนุรักษ์จะลดลง แต่เมื่อเทียบกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ตั้งเป้าลดการเผาลง 50% นั้นก็ถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายลดการเผาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 10 แห่ง และป่าสงวนแห่งชาติทั้ง 10 แห่ง ลงให้ได้ 50% ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงไม่บรรลุผล</p>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>การเผาในพื้นที่เกษตรกรรมใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ต้องลดลง 50%&nbsp;</li>
</ol>



<p>เมื่อตรวจสอบการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ปี 2023 พบว่า มีพื้นที่การเผา 1,206,204.498 ไร่ ขณะที่ปี 2024 มีการเผา 1,609,633.09 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 403,428.59 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 33.45% ซึ่งถือว่าไม่สามารถทำตามเป้าได้</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ลง 50% จึงถือว่าไม่บรรลุผล</p>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>การเผาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนแห่งชาติ นอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือต้องลดลง 20%</li>
</ol>



<p>สำหรับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ นอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ พบว่าปี 2566 มีการเผา 240,720.83 ไร่ ขณะที่ปี 2567 มีการเผาสูงถึง 1,020,301.16 ไร่ หรือพื้นที่ป่าสงวนนอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เท่ากับมีการเผาเพิ่มขึ้น 779,580.33 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 323.85% เลยทีเดียว</p>



<p>ส่วนพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พบว่าในปี 2566 มีพื้นที่เผาเกิดขึ้น 463,572.441 ไร่ และปี 2567 มีพื้นที่เผา 999,132.12 ไร่ หรือพื้นที่ป่าอนุรักษ์นอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เท่ากับมีการเผาเพิ่มขึ้นถึง 535,559.679 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 115.53%&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายลดการเผาในพื้นป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนแห่งชาตินอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ลง 20% จึงถือว่าไม่บรรลุผล</p>



<ol start="4" class="wp-block-list">
<li>พื้นที่เกษตรกรรม นอกเหนือจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ ต้องลดการเผาลง 10%</li>
</ol>



<p>พื้นที่เกษตรกรรมนอกเหนือจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ พบว่า ในปี 2023 มีการเผา 495,733.499 ไร่ ส่วนปี 2024 มีการเผา 4,851,424.91 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรนอกเหนือจาก 17 จังหวัดภาคเหนือเพิ่มขึ้น 4,355,691.411 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 878.64% เลยทีเดียว</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายลดการเผาในพื้นที่เกษตร นอกเหนือจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ ลง 20% จึงถือว่าไม่บรรลุผล</p>



<ol start="5" class="wp-block-list">
<li>ค่าเฉลี่ยของฝุ่นควัน PM2.5 ในภาคเหนือจะต้องลดลง 40% กรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดลง 20% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องลดลง 10% และภาคกลางลดลง 10%</li>
</ol>



<p>จากรายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2023 และจากรายงานมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง โดยกรมควบคุมมลพิษ พบว่าคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 33 มคก./ลบ.ม. ในปี 2567 ก็ยังมีค่าเฉลี่ยอากาศเท่าเดิม เช่นเดียวกับส่วนของภาคกลางมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 34 มคก./ลบ.ม. ที่ปี 2024 ค่าเฉลี่ยฝุ่นยังเท่าเดิม ไม่ลดลงหรือเพิ่มขึ้น นับว่าไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้</p>



<p>ในขณะที่ภาคเหนือ มีค่าเฉลี่ย PM2.5 อยู่ที่ 62 มคก./ลบ.ม. ในปี 2567 อยู่ที่ 46 มคก./ลบ.ม. แม้ว่าจะลดลงถึง 16 มคก./ลบ.ม. แต่ก็ยังไม่บรรลุเป้าหมาย เพราะลดลง 25.81% เท่านั้น&nbsp;</p>



<p>ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 41 มคก./ลบ.ม. ปี 2024 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 37 มคก./ลบ.ม. ลดลงเพียง 9.76% ถือว่าไม่บรรลุเป้าหมาย&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายการลดค่าเฉลี่ยของฝุ่นควัน PM2.5 ในปี 2024 ในทุกพื้นที่ จึงถือว่าไม่ประสบความสำเร็จ&nbsp;</p>



<ol start="6" class="wp-block-list">
<li>จำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคเหนือต้องลดลง 30% กรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดลง 5% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดลง 5% ภาคกลาง 10%</li>
</ol>



<p>มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024 พบว่า ในปี 2024 มีจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคเหนือ 112 วัน กรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ที่ 52 วัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 95 วัน และภาคกลาง 73 วัน&nbsp;</p>



<p>โดยเมื่อเปรียบเทียบจากรายงานมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง พบว่าจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคเหนือ ต้องลดลง 30% นั้น พบว่าไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ เนื่องจากปี 2024 จำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคเหนือมี 129 วัน นับว่าเพิ่มขึ้น 15.18% ขณะที่ภาคอื่นๆ ก็ไม่บรรลุตามเป้าหมาย โดยจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดลง 5% แต่เดิมจาก 52 วัน เพิ่มมาเป็น 97 วัน หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 86.54% ส่วนจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จาก 95 วัน ก็เพิ่มมาเป็น 113 วัน หรือเพิ่มขึ้น 18.95% และจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคกลาง ที่ตั้งเป้าว่าต้องลดลง 10% นั้น ในปี 2023 มีจำนวนวันที่ 73 วัน ส่วนปี 2024 มี 101 วัน เพิ่มขึ้น 38.36%&nbsp;</p>



<p>จากการตรวจสอบเป้าหมายทั้งหมดพบว่าวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนดในแต่ละภาคล้วนเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% นับว่าไม่บรรลุเป้าหมาย</p>



<h3 class="wp-block-heading">ปี 2024 เป้าการลดฝุ่น PM2.5 ไม่ประสบความสำเร็จ แล้วมาตรการใน ปี 2025 เป็นอย่างไร&nbsp;</h3>



<p>สำหรับรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร กับการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่อง PM2.5 ในปี 2025 พบว่าเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2025 นายกรัฐมนตรีมี<a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2940/iid/354314">ข้อสั่งการเร่งด่วน</a>ในที่ประชุม ครม. คือ เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยมีเป้าหมายต้องลดให้ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา และมีข้อสั่งการให้แต่ละกระทรวงรับผิดชอบ โดยเฉพาะมาตรการเกี่ยวกับพืชผลทางการเกษตรที่มีการเผา&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการด้านการเกษตร</h4>



<p>สำหรับมาตรการด้านการเกษตรนั้น กำหนดให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งกำหนดมาตรการเพื่อให้ผู้ประกอบการงดการรับซื้ออ้อยไฟไหม้ รวมทั้งพืชเกษตรอื่นๆ ที่ผ่านการเผา บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้เผาป่า เผาตอซังข้าว ข้าวโพด อ้อย และพืชอื่นๆ รวมทั้งประกาศกำหนดเขตควบคุมมลพิษ กรมศุลกากรตรวจสอบการลักลอบการนำเข้าพืชที่ผ่านการเผาทุกชนิด ตามแนวชายแดนต่างๆ อย่างเข้มงวด&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม นโยบายการแก้ปัญหาเรื่องอ้อยไฟไหม้ จากข้อมูลการรับอ้อยเข้าหีบในปีหีบ 2024/2025 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2025 พบว่ามีอ้อยไฟไหม้เข้าหีบไปแล้ว 5,592,524.900 ตัน แม้ว่ารัฐบาลจะออก<a href="https://www.ocsb.go.th/2024/economic-news/31680/">มาตรการเพิ่มรายได้</a>จากใบและยอดอ้อย การให้เงินสนับสนุนการรับซื้อใบและยอดอ้อย เพื่อเป็นวัตถุดิบด้านพลังงานป้อนโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลรวมไปถึงนโยบายเพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลเพิ่มเติมทั้งในรูปแบบที่เป็นมาตรการสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตร (In Kind) และในรูปแบบเงินช่วยเหลือ (In Cash) เพื่อสนับสนุนชาวไร่อ้อยที่เก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีส่งโรงงานให้มีรายได้เพิ่มและเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อเก็บเกี่ยวอ้อยสดก็ตาม</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการด้านขนส่งและการก่อสร้าง</h4>



<p>มีนโยบายให้กระทรวงคมนาคมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบและห้ามใช้ยานพาหนะที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐานอย่างจริงจัง โดยเฉพาะรถกระบะ รถโดยสาร รถบรรทุกขนาดใหญ่ ที่ปล่อยควันดำรวมทั้งรถขนส่งมวลชนของ ขสมก. และรถร่วมบริการเส้นทางต่างๆ ที่อยู่ในความดูแลของรัฐ ด้านการก่อสร้างยังคงมีนโยบายคล้ายเดิม กล่าวคือให้หน่วยงานรับผิดชอบควบคุมการก่อสร้างป้องกันการปล่อย PM2.5 จากไซต์งานก่อสร้างรวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการด้านฝุ่นละอองและจุดความร้อน</h4>



<p>รัฐบาลมีมติให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พัฒนาแพลตฟอร์มฐานข้อมูลกลางเกี่ยวกับจุดความร้อน (Hotspot) และระบบระบายอากาศ (Ventilation) โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม หรือ low cost sensors เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ นำไปใช้ในการแก้ปัญหาการฟุ้งกระจายของ PM2.5&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการด้านหมอกควันข้ามพรมแดน&nbsp;</h4>



<p>รัฐบาลมีนโยบายให้กระทรวงการต่างประเทศหารือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อร่วมมือและให้ความช่วยเหลือในการลดปัญหาฝุ่นควันข้ามพรมแดน ภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (Clear Sky Strategy) และยังมีแนวความคิดควบคุมการนำเข้าและไม่รับซื้อสินค้าเกษตรที่มาจากการเผา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการการเฝ้าระวังและบูรณาการด้านข้อมูล</h4>



<p>มีการกำหนดให้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 และการคาดการณ์ในอนาคต โดยอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ การเฝ้าระวังและเตือนภัยฝุ่นละออง PM2.5 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยใช้เทคโนโลยีในการตรวจจับจุดความร้อน โดยผู้อำนวยการสำนักงานเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ รวมไปถึงการปฏิบัติการและการควบคุมไฟป่า 14 กลุ่มป่า โดยอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และยังมีการสนับสนุนกำลังพล ยุทโธปกรณ์และเครื่องมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า โดยแม่ทัพภาคที่ 3 อีกด้วย</p>



<p>นอกจากนี้ ในส่วนของ ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภา ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นและมีการประกาศใช้ใน 2025 นี้&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ชวนส่อง KPI เป้าหมายการลดฝุ่น PM2.5 ปี 2025 มาใหม่ มีอะไรอีกบ้าง?</h3>



<p>จากรายงานมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2025 โดยกรมควบคุมมลพิษ มีการกำหนดมาตรการในการลดฝุ่น PM2.5 และพื้นที่เป้าหมายไว้ 3 พื้นที่ด้วยกัน คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>พื้นที่ป่า เป้าหมาย : พื้นที่เผาไหม้ลดลงจากปี 2024 แบ่งเป็น</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ลดลงร้อยละ 25</li>



<li>8 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ลดลงร้อยละ 25&nbsp;</li>



<li>จังหวัดกาญจนบุรี ลดลงร้อยละ 25&nbsp;</li>



<li>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดลงร้อยละ 25</li>
</ul>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>พื้นที่เกษตร เป้าหมาย: พื้นที่เผาไหม้จากการเผาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว อ้อยโรงงาน ลดลงจากปี 2024 แบ่งเป็น&nbsp;</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดลงร้อยละ 20&nbsp;&nbsp;</li>



<li>17 จังหวัดภาคเหนือ ลดลงร้อยละ 30&nbsp;</li>



<li>ภาคกลาง ลดลงร้อยละ 10</li>



<li>ภาคตะวันตก ลดลงร้อยละ 15&nbsp;</li>
</ul>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>กลุ่มพืชเป้าหมาย แบ่งเป็น&nbsp;</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>นาข้าว ลดลงร้อยละ 30&nbsp;</li>



<li>ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลดลงร้อยละ 10&nbsp;</li>



<li>อ้อยโรงงาน ลดลงร้อยละ 15</li>
</ul>



<ol start="4" class="wp-block-list">
<li>พื้นที่เมือง เป้าหมาย : ควบคุมการระบายฝุ่นในพื้นที่เมือง</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>การปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ ร้อยละ 100&nbsp;</li>
</ul>



<p>จาก KPI ใหม่ในปี 2025 จะเห็นว่า ในพื้นที่ป่านั้นมีการกำหนด KPI ลดลงจากปี 2024 จาก 50% เหลือเพียง 25% และไม่มีการกำหนด KPI ในพื้นที่ป่าภาคกลาง ในขณะที่พื้นที่เกษตร จะพบว่า KPI ในภาคเหนือลดลง จาก 50% เหลือเพียง 30% ส่วนภาคอื่นๆ สูงขึ้น และมีการเพิ่มเป้าหมายพื้นที่เกษตร โดยแยกเป็นกลุ่มพืชเป้าหมาย ในขณะเดียวกัน ค่าเฉลี่ยของฝุ่นควัน PM2.5 และจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ซึ่งเคยมีการกำหนดเป็น KPI ในปี 2024 กลับไม่มีการกำหนด KPI แล้วในปี 2025รกำหนดเป็น KPI ในปี 2024 กลับไม่มีการกำหนด KPI แล้วในปี 2025</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">แล้ว กทม. มีมาตรการอะไรบ้างในปี 2025</h3>



<p>สำหรับกรุงเทพมหานคร มีการนำเสนอ (ร่าง) แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2025 ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” แบ่งออกเป็น มาตรการดำเนินการตลอดทั้งปี มาตรการดำเนินการเมื่อสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และมาตรการระยะยาว โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการดําเนินการตลอดทั้งปี</h4>



<ol class="wp-block-list">
<li>&nbsp;พยากรณ์ แจ้งเตือนป้องกันฝุ่น&nbsp;</li>
</ol>



<p>การแจ้งเตือนค่าฝุ่นละอองในที่สาธารณะ ทั้งป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณสี่แยก ธงคุณภาพอากาศในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 437 แห่ง โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร จํานวน 11 แห่ง สวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร จํานวน 39 แห่ง ชุมชนที่จดทะเบียน จํานวน 2,017 ชุมชน รวมไปถึงเว็บไซต์แอปพลิเคชัน AirBKK Air4Thai เฟซบุ๊ก และแอปพลิเคชันไลน์ป้ายจราจรอัจฉริยะของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และ Traffy Fondue</p>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>ขยายระบบการติดตามและแจ้งเตือนฝุ่นระดับแขวง 1,000 จุด (ปัจจุบัน 732 จุด)</li>
</ol>



<p>ขอความร่วมมือผู้ประกอบการและส่งเสริมสถานศึกษาติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 ประกอบด้วย สถานที่ก่อสร้าง จํานวน 100 แห่ง สถานศึกษา ให้ครอบคลุมโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ทั้ง 437 โรงเรียน</p>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>จัดทีม “นักสืบฝุ่น” และศึกษาต้นตอฝุ่นละออง PM2.5</li>
</ol>



<ol start="4" class="wp-block-list">
<li>ตรวจจับควันดําจากต้นตอ</li>
</ol>



<p>การตรวจสอบสถานที่และการตรวจวัดควันดํารถบรรทุกอย่างน้อยแห่งละ 2 ครั้งต่อเดือน ทั้งสถานที่ก่อสร้างหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่อนุญาตก่อสร้างโดยสํานักการโยธา ได้แก่ โครงการก่อสร้างทาง โครงการก่อสร้างอาคารราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร โครงการก่อสร้างอาคาร โครงการก่อสร้างที่อนุญาตโดยสํานักงานเขต สถานประกอบการหรือโรงงานอุตสาหกรรม สถานีขนส่ง อู่รถเมล์ ท่าปล่อยรถสองแถว บริษัทขนส่ง บริษัทรถบรรทุก ท่ารถตู้โดยสารสาธารณะ รถโดยสารสาธารณะประจําทาง รถโดยสารไม่ประจําทาง รถบรรทุกใช้งานในแพลนท์ปูน หากมีค่าควันดําไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน จะมอบสติ๊กเกอร์สําหรับใช้เข้าออกแพลนท์ปูนหรือสถานที่ก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร</p>



<ol start="5" class="wp-block-list">
<li>สนับสนุนให้เกิด Ecosystem รถพลังงานไฟฟ้า</li>
</ol>



<p>ส่งเสริมการดัดแปลงรถราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร ประเภทเครื่องยนต์ดีเซลเป็นรถยนต์ไฟฟ้า จัดทําหลักสูตรดัดแปลงรถจักรยานยนต์เป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้า และหลักสูตรดัดแปลงรถยนต์เป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้า ส่งเสริมการติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้า จัดหารถเก็บขนมูลฝอยให้เป็นรถพลังงานไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์ดีเซล</p>



<ol start="6" class="wp-block-list">
<li>ลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในชั่วโมงเร่งด่วน (Low Emission Zone)</li>
</ol>



<p>ให้บริการ Shuttle bus จํานวน 4 เส้นทาง ได้แก่ สาย B2 ดินแดง &#8211; BTS สนามเป้า สาย B3 ชุมชนเคหะร่มเกล้า &#8211; ARL ลาดกระบัง สายสามเสน &#8211; ฝั่งธนบุรี และบริการท่องเที่ยว 4 ตลาดน้ํา ขยายผลการดําเนินงานเขตควบคุมมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ไปอีก 5 เขต</p>



<ol start="7" class="wp-block-list">
<li>การตรวจสอบคุณภาพอากาศเชิงรุกในโรงงาน</li>
</ol>



<p>ตรวจกํากับโรงงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงและโรงงานที่มีฝุ่นละอองสูงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จํานวน 260 แห่ง อย่างน้อยแห่งละ 2 ครั้งต่อเดือน ทั้งกิจการผสมซีเมนต์ จํานวน 124 แห่ง กิจการหลอมโลหะ จํานวน 74 แห่ง กิจการที่มีการใช้หม้อไอน้ํา จํานวน 101 แห่ง ให้คําแนะนําและกํากับดูแลเจ้าหน้าที่ฌาปนกิจศพในวัดและฌาปนสถาน จํานวน 308 แห่ง ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ</p>



<ol start="8" class="wp-block-list">
<li>การก่อสร้าง</li>
</ol>



<p>กํากับดูแลผู้รับเหมาก่อสร้างในแต่ละโครงการที่อยู่ภายใต้สัญญาให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กําหนดไว้ในรายงาน EIA ดําเนินการตามกฎหมายกับผู้ขออนุญาตก่อสร้างที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขท้ายใบอนุญาตก่อสร้างของโครงการก่อสร้างที่ขออนุญาตที่สํานักการโยธาและสํานักงานเขต</p>



<ol start="9" class="wp-block-list">
<li>การควบคุมการเผาในที่โล่ง</li>
</ol>



<p>ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังและฟางข้าวแทนวิธีการเผา รณรงค์ให้เกษตรกรในพื้นที่ทํานาของกรุงเทพมหานครลดการเผาตอซังข้าวและวัสดุทางการเกษตร ติดตามผลการทําเกษตรปลอดการเผา 100% ในพื้นที่เขตลาดกระบัง เขตหนองจอก และเขตคลองสามวา ให้บริการรถอัดฟางแก่เกษตรกร จําวนวน 3 คัน เพื่อลดการเผาตอซังข้าว มีช่องทางกลุ่มไลน์ : monitor open burning เพื่อเฝ้าระวังและติดตามพื้นที่เสี่ยงการเผา ติดตามและเฝ้าระวังจุดความร้อนจากการเผาในที่โล่ง/พื้นที่การเกษตรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลบนเว็บไซต์ของ GISTDA และควบคุมแก้ไขปัญหาการเผา โดยประสานหน่วยงานรับผิดชอบหลักในพื้นที่เกิดเหตุเข้าระงับเหตุ&nbsp;</p>



<ol start="10" class="wp-block-list">
<li>การป้องกัน ดูแลสุขภาพ ประชาชน</li>
</ol>



<p>จัดทําห้องปลอดฝุ่น ประกอบด้วยโรงเรียนในสังกัด กทม. 429 แห่ง (กลุ่มเปราะบาง นักเรียนระดับอนุบาล อายุ 2-6 ปี) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด กทม. 274 แห่ง โรงพยาบาลในสังกัด กทม. 11 แห่ง ห้องปลอดฝุ่นในชุมชน โดยมีต้นแบบ ณ ชุมชนคลองลัดภาชี เขตภาษีเจริญ ขยายผลห้องเรียนสู้ฝุ่นครอบคลุมโรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 โรงเรียน</p>



<ol start="11" class="wp-block-list">
<li>การพัฒนาพื้นที่ปลอดฝุ่น (BKK Clean Air Area) ด้วยต้นไม้ สําหรับพื้นที่เปิด ด้วยเครื่องฟอกอากาศสําหรับพื้นที่ปิด&nbsp;</li>
</ol>



<p>จัดให้มีกําแพงต้นไม้กรองฝุ่น เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การทําเครื่องฟอกอากาศแบบ DIY โดยโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร เพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานครตามแนวรถไฟฟ้าหรือแผนการศึกษา เช่น ปลูกต้นไม้ล้านต้น สวน 15 นาที และถนนสวย ล้างและดูดฝุ่นถนน และล้างต้นไม้ ใบไม้ทุกวัน เพื่อดักจับฝุ่นละอองและเพิ่มความชื้นในอากาศ ล้างทําความสะอาดจุดสัมผัส ขยายเวลาเปิด-ปิดสวนสาธารณะ</p>



<p>ในขณะที่มาตรการดําเนินการเมื่อสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กําหนดไว้ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ก็จะคล้ายกันกับมาตรการทั้งปี แต่จะมีความเข้มข้นมากขึ้น เช่น สถานศึกษาสามารถสั่งปิดการเรียนการสอนได้ หรือมีหน่วยบริการสาธารณสุขและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจจํานวน 69 หน่วย เพื่อให้บริการตรวจรักษาโรคและให้คําแนะนําการป้องกันสุขภาพจากฝุ่นละออง PM2.5 หรือหากเกิน 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ก็จะมีการพิจารณาขยายพื้นที่ในการจํากัดเวลารถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือขอความร่วมมือให้ WFH และถ้าเกิน 150 มคก./ลบ.ม. ขึ้นไป ติดต่อกัน 5 วัน ก็จะประกาศเขตการให้ความช่วยแหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)</p>



<p>ส่วนมาตรการระยะยาวนั้นก็คล้ายกันกับมาตรการทั้งปี แต่เป็นเพียงกรอบมาตรการกว้างๆ โดยมีส่วนที่แตกต่างคือการกําหนดและบังคับใช้มาตรฐานการระบายมลพิษจากรถยนต์ใหม่ตาม EURO 6</p>



<h3 class="wp-block-heading">สรุป</h3>



<p>จากข้อมูลของ <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2023/">Rocket Media Lab</a> ที่เคยประเมินผลแผนวาระฝุ่นแห่งชาติ ปี 2019 ซึ่งกำหนดตัวชี้วัดไว้ 3 ข้อด้วยกันคือ 1) จํานวนวันที่ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มขึ้น 2) จํานวนจุดความร้อน (Hotspot) ภายในประเทศลดลง 3) จํานวนผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ (ที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ) ลดลง โดยแผนวาระฝุ่นแห่งชาติ ปี 2019 ไม่ประสบความสำเร็จตามตัวชี้วัดที่ได้ตั้งไว้&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดในปี 2024 ที่กรมควบคุมมลพิษ ตั้งเอาไว้กับข้อมูลที่ได้นำเสนอข้างต้น ก็จะพบว่าไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน </p>



<p>และเมื่อพิจารณาต่อไปยังมาตรการใหม่ในปี 2025 ทั้งในส่วนของรัฐบาลและกรุงเทพฯ นั้น ก็จะพบว่ามีมาตรการไม่ต่างจากแผนวาระฝุ่นแห่งชาติ ปี 2019 เพียงแต่มีการเพิ่มรายละเอียดมากขึ้นเท่านั้น ในขณะที่แผนวาระฝุ่นแห่งชาติ ปี 2019 ก็ล้มเหลว และเป้าหมายจาก<a href="https://epo13.pcd.go.th/th/download/?file=oJM3MRkjoF5aBKDlnGS4AKNmoGM3A0jjoGOaZKDknGq4ZKNmoGO3ZHjloGEaZaDjnGW4YKNjoGO3BRjmoGSaAKD3nGO4ZUNkoGS3A0jkoGAaZUDknGW4AUNloGO3ZxjgoJIaoUEcnJM4Y3OyoJk3nHkzoF9aq3EhnGI4AaNkoF93MRkuoJ9aoUEjnKI4YjWewEb3QWewEb3Q&amp;n=%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%20PM2&amp;t=GTMgoJqwqS9cMUug">มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024</a> ก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน จึงน่าสนใจว่า แล้วมาตรการในปี 2025 ที่ไม่ได้แตกต่างจากแผนเดิมในอดีตที่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จนั้น จะทำให้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ลดลงได้หรือไม่ในปี 2025 นี้&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"></h2>



<p>หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project ซึ่งค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง <a href="https://aqicn.org/city/chiang-mai">https://aqicn.org/city/chiang-mai</a>&nbsp;</li>



<li>ค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งหนึ่งอาจจะมีบางเขตของกรุงเทพฯ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกทุกเขต&nbsp;</li>



<li>PM2.5 เทียบกับบุหรี่ <a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence">http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence</a>&nbsp;</li>



<li>อ้างอิงข้อมูลจุดความร้อนจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA&nbsp;</li>



<li>อ้างอิงมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024 และกลไกการบริหารจัดการ จากการประชุมคณะรัฐมนตรี 19 ธันวาคม 2023 <a href="https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/76368?fbclid=IwAR08OpW3oXc6uRyV7cdKgvGcrHCYcfB3iMsTkn7n192r7sj3wpV9r0DE-uE">https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/76368</a></li>



<li>ค่าปกติของฝนหมายถึง ค่าเฉลี่ยคาบ 30 ปีระหว่าง 1991-2020 ประมาณค่าฝนเชิงพื้นที่ด้วยวิธี Inverse Distance Weighting (IDW) โดยใช้ข้อมูลจากสถานีตรวจอากาศกรมอุตุนิยมวิทยา</li>



<li>รายงานมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2025 โดยกรมควบคุมมลพิษ</li>
</ul>



<p>ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2024">https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2024</a>&nbsp;</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2024/">ปี 2024 มีวันอากาศดีเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่รัฐบาลยังไม่บรรลุเป้าหมายแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
