<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เลือกตั้ง66 Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%8766/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/เลือกตั้ง66/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Mon, 21 Oct 2024 15:10:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>เลือกตั้ง66 Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/เลือกตั้ง66/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Data from Scratch</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/data-from-scratch/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Oct 2024 14:57:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[data journalism]]></category>
		<category><![CDATA[DataCon]]></category>
		<category><![CDATA[DataCon2024]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง66]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4706</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3608;&#3636;&#3605;&#3636;&#3617;&#3634; &#3629;&#364 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/data-from-scratch/">Data from Scratch</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ธิติมา อุรพีพัฒนพงศ์ นักวิจัยอาวุโส Rocket Media Lab เล่าถึงการทำงานของ Rocket Media Lab ในช่วง Lightning Talk ของงาน <a href="https://www.dataconth.com/">Data Con 2024</a> ซึ่งร่วมจัดโดย Rocket Media Lab, Skooldio, WeVis, Punch Up, Boonmee Lab, HAND, 101 และ 101PUB เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2024 ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค</p>



<p>รายละเอียดมีดังนี้</p>



<p></p>



<p>ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา AI เปลี่ยนการทำงานของเราไปมาก AI เป็นตัวช่วยจัดการกับข้อมูลมากมาย ตั้งแต่ค้นหา รวบรวม วิเคราะห์และประมวลผล ทำให้เราทำงานกับข้อมูลที่กระจัดกระจายในปริมาณมหาศาลได้ในเวลาสั้นๆ สำหรับงานวารสารศาสตร์ข้อมูล หรือ data journalism ที่ Rocket Media Lab ทำอยู่ ก็อยากได้ AI ช่วยงานมาก เพราะที่ผ่านมา เรายังอาศัยแรงคนเป็นหลัก วันนี้จะมาเล่าให้ฟังว่า เราทำงานยังไง จากประสบการณ์ตอนทำข้อมูลสำหรับการเลือกตั้งปี 2566 ที่เพิ่งผ่านไป</p>



<p>โจทย์ของ Rocket Media Lab ก็คือ อยากรู้ข้อมูลผู้สมัคร สส. แบ่งเขต ว่าเป็นใครมาจากไหน ทั้งในแง่ว่าที่ว่าเคยเป็น สส.มาก่อนไหม อยู่พรรคไหนมาแล้วบ้าง เคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมาก่อนหรือเปล่า ไปจนถึงว่า เป็นเครือญาติกับนักการเมืองคนไหน เรายังไม่เจอใครรวบรวมข้อมูลนี้อย่างเป็นระบบ</p>



<p>ที่สำคัญก็คือ งานนี้เราไม่ได้คิดแค่ว่าจะนำมารายงานข่าวการเลือกตั้งครั้งนี้แล้วจบ แต่ตั้งใจไว้ว่าน่าจะเป็น database ข้อมูลนักการเมืองหลังรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นต้นมา</p>



<p>อาจฟังดูไม่ยาก น่าจะมีคนทำเรื่องนี้ไว้เยอะแล้ว เราก็คิดแบบนี้เหมือนกันในตอนแรก ปรากฏว่าผิดจากที่คาดไปมากทีเดียว&nbsp;</p>



<p>แรกสุด เราต้องรวบรวมชื่อผู้สมัคร สส. ในการเลือกตั้งที่ย้อนหลังไป 20 ปี ที่เป็นครั้งแรกที่มีการแบ่งเขตกับปาร์ตี้ลิสต์ ตามรัฐธรรมนูญ 2540 แน่นอนเราต้องเริ่มจากเว็บ กกต. หน่วยงานจัดการเลือกตั้งที่ถือกำเนิดมาหลังรัฐธรรมนูญ 2540 บังคับใช้ เว็บนี้ก็ควรจะมีรายชื่อผู้สมัคร สส. หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีรายชื่อ สส. จากการเลือกตั้งแต่ละครั้งรวบรวมไว้บ้าง ผลปรากฏว่าไม่มี ลองเข้าเว็บ กกต. ตอนนี้ก็มีแต่ข้อมูลปี 2566</p>



<p>ต่อมาเติมข้อมูลได้จากเว็บ data.go.th เว็บ open data ภาครัฐที่เราคุ้นกันดี แม้จะมีรายชื่อผู้สมัครเป็นไฟล์ที่ machine-readable แต่ก็มีไม่ครบ เพราะมีข้อมูลการเลือกตั้งเพียง 3 ครั้งคือ 2548, 2550, 2554 เท่านั้น</p>



<p>เจอแบบนี้เราก็ต้องงัดสารพัดวิธีเท่าที่ทำได้ เช่น ค้นหาจากเว็บข่าวย้อนหลังไปจนถึงปี 2544 เพราะสื่อยุคก่อนจะตีพิมพ์รายชื่อผู้สมัคร ราชกิจจานุเบกษา เว็บห้องสมุดรัฐสภาซึ่งข้อมูลที่เจอส่วนหนึ่ง เป็นไฟล์รูปที่สแกนเอกสาร กรอกมือทุกอย่างลงตาราง spreadsheet จนได้รายชื่อมา 10,000 กว่ารายชื่อ</p>



<p>ในรายชื่อผู้สมัคร 10,000 กว่ารายชื่อจาก 20 ปี เราต้องมาซ้อนกับรายชื่อผู้สมัครแบบแบ่งเขตทั้งหมดในปี 2566 ซึ่งมี 4,781 คน เพื่อดูว่ามีใครเคยลงสมัครมาแล้วบ้าง ใครเป็นหน้าใหม่ กว่าจะคอนเฟิร์มรายชื่อผู้สมัครได้ก็ต้องรอวันสมัครรับเลือกตั้ง 3-7 เมษายน หรือแค่เดือนครึ่งก่อนวันเลือกตั้ง</p>



<p>ทีนี้จะเล่าการทำงานว่าด้วยเรื่องของชื่อผู้สมัครล้วนๆ ว่า พบเจออะไรบ้าง</p>



<p>เพราะเราต้องการ track ประวัติของผู้สมัคร เพราะฉะนั้นอย่างน้อยที่สุดชื่อและนามสกุลของคนเดียวกันจะต้องตรงกัน จะได้จัดการมันง่ายๆ แต่ถ้ามันราบรื่นก็ไม่มีเรื่องให้มาเล่าต่อในวันนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/lightning1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-4707" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/lightning1-1024x683.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/lightning1-300x200.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/lightning1-768x512.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/lightning1-1536x1024.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/lightning1-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>อุปสรรคแรก การสะกดคำและคำผิด เป็นเรื่องเหลือเชื่อมากที่เอกสารทางการจาก กกต.เอง สะกดชื่อคนเดียวกันที่ไม่เหมือนกัน เช่น คนนี้ “ภุชงค์ เลาศิริวงศ์” “ภุชงค์ เลาหศิริวงค์” “ภุชงค์ เลาหศิริวงศ์” “ภุชงค์ เสาหศิริวงศ์” ทั้งหมดคือคนเดียวกัน ลงเลือกตั้งคนละปีกัน ชื่อที่ถูกต้องคือ ภุชงค์ เลาหศิริวงศ์ เพราะเฟซบุ๊กของเจ้าตัวสะกดอย่างนี้</p>



<p>ขอยกตัวอย่างอีกคนหนึ่ง คุณ “รักษ์ฤทัย ยกสุขฤทัยไข่ขาว” ราชกิจจานุเบกษาประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้แบบนี้ แต่ชื่อที่ถูกต้องก็คือ “รักษ์ฤทัย ยกสุขฤทัยไขข่าว” ต้องไปหาจากเฟซบุ๊กของเจ้าตัวอีกแล้ว</p>



<p>อุปสรรคอันต่อมาเป็นเรื่องของวัฒนธรรม คนไทยนิยมเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ส่งผลกระทบกับการทำงานของเรา</p>



<p>อย่างชื่อนี้เป็นตัวอย่าง สุขโกศล โกศลธรรมสกุล เป็นผู้สมัคร สส.พรรคพลังประชารัฐ ปี 2566 แต่เขาก็คือคนเดียวกับที่ชื่อ นายนเรศ เชื้อโฮม อายุ 37 ปี สมาชิกอบจ. อุตรดิตถ์ เขต 1 อ.พิชัย ในปี 2554 ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย ได้คำตอบจากแอคเคานท์ TikTok ค่ะ แน่นอนว่า พอเป็นแบบนี้เราก็ต้องเช็กทุกรายชื่อ</p>



<p>ในงานของเราเจอผู้สมัคร สส.เปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลอย่างน้อย 49 คน จากผู้สมัครปี 2566 ทั้งหมด 4,781 คน จะตรวจสอบข้อมูลนี้ได้ยังไง เป็นเรื่องที่เรานึกกันไม่ออกเลย รู้แค่หนทางเดียว ทำมือ ก็คือ เสิร์ชไปเรื่อยๆ</p>



<p>จนเรารวม dataset ที่เป็นโครงล้วนอย่างเดียวก่อน เราต้องหาข้อมูลเติมเข้าไปอีก</p>



<p>ประวัติผู้สมัครจาก กกต.จะมีแค่เพศ อายุ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน อาชีพที่ไม่บ่งบอกอะไรเลย เช่น เป็นแพทย์ วิศวกร ข้าราชการ เป็นข้อมูลที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ตอบคำถามที่เราสงสัย เช่น ไม่บอกว่าเป็นลูกเขยนายก อบจ. คนไหน หรือเป็นลูกสาวของ สส.คนไหน ข้อมูลของ กกต. ไม่เหมาะสำหรับฐานข้อมูลสำหรับงานสื่อสารมวลชน&nbsp;</p>



<p>เมื่อเป็นแบบนี้ เราก็ต้องรับบทเป็นนักสืบโซเชียลของแท้ เสิร์ชจากกูเกิลทีละคน แน่นอนไม่ใช่จะเจอข้อมูลของทุกคน และก็ไม่รับประกันว่าจะได้ข้อมูลที่เราต้องการไหม แต่ก็พยายามให้ได้มากที่สุด</p>



<p>ค้นผ่านทางแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ เท่าที่ทำได้ ทั้งเฟซบุ๊ก TikTok ไม่ใช่แค่เพจทางการของผู้สมัคร แต่ยังรวมทั้งบัญชีส่วนตัว และต้องกดดูไทม์ไลน์ย้อนหลังให้ไกลที่สุด เพื่อหาให้ได้ว่า เคยลงสมัครเลือกตั้งท้องถิ่นไหม มีเครือญาติเป็นผู้สมัครหรือเป็นสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรึเปล่า</p>



<p>จนในที่สุดก็ได้งานออกมา ซึ่งเรามั่นใจว่า ประวัติของผู้สมัครในเว็บเราเป็นหนึ่งในฐานข้อมูลนักการเมืองไทยสมัยใหม่ที่ลึกที่สุดแห่งหนึ่งเลย</p>



<p>นอกจากใช้ SQL และ Google Sheet แบบไม่ซับซ้อนแล้ว สำหรับงานนี้กระบวนการรวบรวมและจัดการข้อมูลนี้เป็นงานทำมือ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า ข้อจำกัดของคนทำงาน ที่ไม่เชี่ยวชาญทางเทคนิคมากพอ แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็น่าจะเป็นเพราะข้อมูลพวกนี้ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะตรงไปตรงมา ซุกซ่อนตามที่ต่างๆ ไม่มีแพทเทิร์นตายตัว ไม่รู้จะกำหนดกฎเกณฑ์การหาข้อมูลยังไง เพราะมันก็ไร้ระเบียบมาก เช่น ชื่อผู้สมัครในระบบ กกต. เป็นภาษาไทย ชื่อในเฟซบุ๊กเป็นภาษาอังกฤษที่ไม่รู้ว่าที่ถูกต้องสะกดยังไง ใช้ชื่ออะไรในโลกออนไลน์</p>



<p>งานนี้ใช้เวลาราว 3 เดือน ช่วงสองเดือนแรกเป็นการเตรียมข้อมูลผู้สมัครเก่าไว้เป็นฐานข้อมูลก่อน แล้วก็ต้องเร่งเครื่องหนักมาก นับถอยหลังอีกราว 1 เดือน จากวันที่ กกต.ประกาศรับสมัคร กกต.ประกาศรายชื่อผู้สมัคร และต้องเผยแพร่ให้ทันก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง และเพราะมันเป็นฐานข้อมูล หลังเลือกตั้งเราก็ยังผลิตอะไรมาเล่นได้ต่อ และเอามาใช้กับการเลือกตั้งครั้งต่อไปได้อีก เช่น การเลือกตั้ง อบจ. ที่กำลังจะมาถึง</p>



<p>ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เพื่อแชร์ประสบการณ์จากการทำงาน data จากมุมของคนทำงานสื่อสารมวลชน&nbsp;</p>



<p>ลักษณะของปัญหาที่เราเผชิญมา คิดว่ามันมีลักษณะเฉพาะบางอย่างที่เรายังคิดไม่ออกว่าควรจะทำยังไง มันจะมีวิธีไหนบ้างที่ช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นกว่าที่ผ่านมาไหม หากใครมีคำแนะนำก็ยินดีพูดคุยอย่างยิ่ง หรือใครรู้สึกว่า งาน data แนวนี้ท้าทายมาก สนใจอยากทำงานร่วมกัน ขอให้แสดงตัวมาได้เลยค่ะ</p>



<p></p>



<p>บทความที่เกี่ยวข้อง</p>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/election-66-16/">เลือกตั้ง ’66 ผู้สมัคร ส.ส. เขต 4,781 คน : แม้จะมีผู้สมัครหน้าใหม่มากที่สุด แต่ผู้สมัครหน้าเก่าชอบย้ายพรรคมากกว่าลงสมัครพรรคเดิม</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/data-from-scratch/">Data from Scratch</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข่าวลือข่าวลวงในช่วงการจัดตั้งรัฐบาล : เป็นข่าวลือเรื่องอะไร กล่าวหาพรรคไหน ประเด็นใดมากที่สุด</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/rumor/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Dec 2023 15:54:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง66]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4086</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3612;&#3621;&#3585;&#3634;&#3619;&#3648;&#3621;&#3639 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/rumor/">ข่าวลือข่าวลวงในช่วงการจัดตั้งรัฐบาล : เป็นข่าวลือเรื่องอะไร กล่าวหาพรรคไหน ประเด็นใดมากที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>แม้ ‘ข่าวลือ’ จะยังไม่ถูกจัดเป็นข้อมูลผิดพลาด (misinformation) หรือข้อมูลบิดเบือน (disinformation) เนื่องจากไม่สามารถพิสูจน์ความเป็นจริงหรือเท็จได้ ทั้ง ณ เวลานั้น หรือในเวลาต่อมา แต่หลายข่าวลือกลับมีโครงสร้างการสร้างข่าวที่เทียบเคียงได้กับข้อมูลผิดพลาด (misinformation) หรือข้อมูลบิดเบือน (disinformation) จำนวนมาก</li>



<li>แม้ข่าวลือจะเป็นเรื่อง ‘เกมการเมือง’ มากที่สุด 21 ชิ้น แต่ในช่วงแรกที่พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ประเด็นของข่าวลือที่พบมากที่สุดคือ ‘อุดมการณ์ทางการเมือง’ มากถึง 11 ชิ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่พรรคก้าวไกลถูกโจมตีเสมอมา</li>



<li>ช่วงไทม์ไลน์ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล&nbsp; ประเด็นที่พรรคเพื่อไทยถูกโจมตีด้วยข่าวลือจะแตกต่างไปจากในช่วงไทม์ไลน์แรกที่พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ และเป็นเรื่องที่มีเป้าประสงค์เพื่อลดความน่าเชื่อถือของแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งก็คือ เศรษฐา ทวีสิน&nbsp;</li>



<li>การสร้างข่าวลือโดยการปล่อยข่าวนั้นมีมากที่สุด จำนวน 28 ชิ้น โดยมีเป้าประสงค์ในการสร้างความแตกแยกในการจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำมากที่สุด ถึง 10 ชิ้นด้วยกัน และยังพบว่าใน 10 ชิ้นนี้มีเป้าหมายโจมตีเป็นพรรคเพื่อไทยมากที่สุด</li>



<li>หัวหน้าข่าวการเมือง นสพ.เดลินิวส์ ชี้ทุกข่าวที่ได้มาเป็นข่าวลือ จนกว่าจะตรวจสอบ และในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ความจริงเปลี่ยนไว แม้จะคอนเฟิร์ม ณ ตอนนี้ แต่พรุ่งนี้หรืออีกหนึ่งชั่วโมงมันอาจจะเปลี่ยน&nbsp;</li>



<li>นักวิชาการวารสารศาสตร์เสนอวิธีรายงานข่าวลือแบบ ‘แซนด์วิช’ เอาสิ่งที่จริงขึ้นก่อน และตัวเท็จมาอยู่ตรงกลาง เสนอว่าข้อเท็จจริงคือแบบนี้ เพื่อให้อัลกอริทึมจับข้อมูลที่จริง มากกว่าตัวเท็จเวลาคนค้นหาข้อมูล&nbsp;</li>
</ul>



<p></p>



<p></p>



<p>ผลการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ปรากฏว่าพรรคก้าวไกลได้จำนวนที่นั่ง สส. มากเป็นอันดับหนึ่ง และก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้พรรคร่วมรัฐบาลชุดแรก 8 พรรค ที่มีก้าวไกลเป็นแกนนำ โดยมีพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่ในกระบวนการก้าวขึ้นสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ 2560 นั้น จำต้องได้เสียงโหวตเกินกว่า 376 เสียง ซึ่งรวมไปถึงเสียงโหวตจาก สว. ทั้ง 250 คนด้วย นำมาสู่บทสรุปที่ได้ เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยในช่วงเวลาดังกล่าวเต็มไปด้วยความพลิกผันทางการเมือง และมีข่าวลือ ข่าวลวง ข้อมูลที่ผิดพลาด บิดเบือน เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลและการโหวตประธานสภาและนายกรัฐมนตรี ทั้งทางตรงและทางอ้อม ถูกนำเสนอผ่านสื่อมวลชนไปจนถึงในโซเชียลมีเดียหลากหลายแพลตฟอร์มเป็นจำนวนมาก</p>



<p>Rocket Media Lab เก็บข้อมูลข่าวลือ ข่าวลวง ข้อมูลที่ผิดพลาด บิดเบือน ที่มีการรายงานในสื่อสารมวลชนและปรากฏในโซเชียลมีเดีย ในช่วงเวลาหลังการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 จนถึงการจัดตั้งรัฐบาล 22 สิงหาคม 2566 เพื่อนำมาวิเคราะห์ให้เห็นปรากฏการณ์ฝุ่นตลบในการรายงานข่าวของสื่อสารมวลชนที่เต็มไปด้วยข่าวลือข่าวลวงในช่วงก่อนการจัดตั้งรัฐบาล&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ข่าวลือข่าวลวงมีมากน้อยแค่ไหน ในช่วงก่อนจัดตั้งรัฐบาล</strong></h3>



<p><a href="https://themomentum.co/129416-autosave-v1/">พรรษาสิริ กุหลาบ</a> อาจารย์ประจำภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้คำนิยามคร่าวๆ ของคำว่า “ข่าวลือ” โดยอ้างอิงงานศึกษาเรื่อง The Web of False Information: Rumors, Fake News, Hoaxes, Clickbait, and Various Other Shenanigans ว่าหมายถึง “ข้อมูลที่ข้อเท็จจริงยังคลุมเครืออยู่ หรือยังไม่สามารถยืนยันได้ ยังฟันธงไม่ได้ในขณะนั้นว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ” โดยภายใต้กรอบคำนิยามนี้ Rocket Media Lab ได้เก็บรวบรวมการรายงานข่าวที่ถือว่าเป็นข่าวลือ ข่าวลวง ข้อมูลที่ผิดพลาด บิดเบือน&nbsp; ที่มีการรายงานในสื่อสารมวลชนและปรากฏในโซเชียลมีเดีย ในช่วงการจัดตั้งรัฐบาลที่ผ่านมา ตั้งแต่หลังวันเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566&nbsp; จนถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ที่มีการโปรดเกล้าคณะรัฐมนตรี จำนวนทั้งหมด 70 ชิ้น พบว่า เป็นข่าวลือที่มุ่งตรงไปยังองค์กรต่างๆ ซึ่งส่วนมากเป็นพรรคการเมือง โดยแยกได้ดังนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4108" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor1-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor1.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า 2 พรรคการเมืองที่ได้ที่นั่ง สส. มาเป็นอันดับหนึ่งและอันดับสอง และเป็นพันธมิตรในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันในช่วงแรก ต่างเป็นพรรคการเมืองที่มีข่าวลือที่มุ่งตรงไปยังตัวพรรคมากที่สุด โดยพรรคก้าวไกลมีมากถึง 24 ชิ้น พรรคเพื่อไทยมี 23 ชิ้น แต่ถ้านับรวมข่าวลือที่เกี่ยวพัน 2 พรรคการเมืองใน 1 ข่าว ซึ่งมีทั้ง เพื่อไทย/พลังประชารัฐ และ เพื่อไทย/ก้าวไกล ก็จะพบว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่มีข่าวลือเกี่ยวพันกับพรรคมากที่สุดในช่วงการจัดตั้งรัฐบาลที่ผ่านมา รองลงมาก็คือพรรคก้าวไกล และพรรครวมไทยสร้างชาติ&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ยังพบข่าวลือที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอื่นๆ ที่ไม่ใช่พรรคการเมืองอีกเช่น กกต. อย่างเช่นข่าวลือว่า คะแนนผู้สมัครเขตเลือกตั้งที่ 7 จ.สุราษฎร์ธานี มีจำนวนมากกว่าจำนวนผู้ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือองค์กรเอกชนอย่าง&nbsp; บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่มีข่าวลือว่า ทรูตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือพิธา ซึ่งต่อมา ทรูปฏิเสธข่าวดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กรณีนี้น่าจะสืบเนื่องจากกรณีที่มีการตัดสัญญาณถ่ายทอดการให้สัมภาษณ์ของพิธาในรายการของ BBC ไม่เพียงแค่นั้นในบางข่าวอาจจะไม่ใช่ข่าวลือของพรรคการเมืองเดี่ยวๆ แต่เป็นกลุ่มพรรคการเมืองที่ถูกนิยามว่า ‘ขั้วอำนาจเก่า’ อันหมายถึงพรรคการเมืองที่เคยเป็นรัฐบาลในสมัยที่ผ่านมา เช่นข่าวขั้วอำนาจเก่าเตรียมจับมือพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น หากมองในแง่ที่ว่าข่าวลือเป็นเหมือนอาวุธทางการเมืองรูปแบบหนึ่ง อาวุธในครั้งนี้จึงถูกนำมาใช้กับ 2 พรรคการเมืองหลักที่ผลัดกันขึ้นมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ข่าวลือเป็นเรื่องอะไร&nbsp;</strong></h3>



<p>จากนั้นเมื่อนำเอาข่าวลือทั้ง 70 ชิ้น มาวิเคราะห์เนื้อหาและแยกประเภทว่าเนื้อหาของข่าวมุ่งกล่าวหาในประเด็นอะไร สามารถแยกออกได้เป็น 10 ประเด็นดังนี้&nbsp;</p>



<p>เกมการเมือง 21 ชิ้น<br>อุดมการณ์ทางการเมือง 13 ชิ้น&nbsp;<br>หักหลัง 10 ชิ้น&nbsp;<br>ไม่เหมาะสม 9 ชิ้น&nbsp;<br>ความขัดแย้งในพรรค 4 ชิ้น&nbsp;<br>ขาดคุณสมบัติ 3 ชิ้น&nbsp;<br>ซื้อเสียง 3 ชิ้น&nbsp;<br>ไม่โปร่งใส 3 ชิ้น&nbsp;<br>ด้อยค่า 2 ชิ้น<br>ผิดคำพูด 2 ชิ้น&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor3-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4109" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor3-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor3-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor3-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor3-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor3-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor3-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor3.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>จากข้อมูล แม้จะเห็นได้ว่าข่าวลือที่มีประเด็นในการกล่าวหาว่าเป็น ‘เกมการเมือง’ มีมากที่สุดถึง 21 ชิ้น แต่เมื่อนำเอาข่าวลือทั้ง 70 ชิ้น มาแยกตามไทม์ไลน์โดยแบ่งเป็น 3 ช่วงระยะเวลา เพื่อให้เห็นบริบทที่แวดล้อมว่าเหตุใดถึงมีข่าวลือเรื่องนั้นๆ เกิดขึ้น ซึ่งก็คือ 1. ช่วงการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ 2. ช่วงการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำภายใต้ MOU 8 พรรค 3. ช่วงการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ จะทำให้เห็นความน่าสนใจของประเด็นของข่าวลือเพิ่มเติมด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4110" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor2.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ในช่วงแรกที่พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ประเด็นของข่าวลือที่พบมากที่สุดกลับไม่ใช่เรื่อง ‘เกมการเมือง’ แต่เป็น ‘อุดมการณ์ทางการเมือง’ มากถึง 11 ชิ้น และใน 11 ชิ้นนี้เป็นข่าวลือที่เกี่ยวข้องกับพรรคก้าวไกลโดยตรงถึง 9 ชิ้น เช่น เป็นการกล่าวหาถึงจุดยืนของพรรคก้าวไกล ทั้งเรื่องการจะให้สหรัฐฯ มาตั้งฐานทัพ มีการทำประชามติแบ่งแยกดินแดน หรือมีนโยบายขับแรงงานกัมพูชาออกนอกประเทศ ในขณะที่อีก 2 ชิ้นแม้จะไม่ได้มุ่งตรงไปยังพรรคก้าวไกล แต่ก็มีความเกี่ยวเนื่องกัน เช่น ข่าวลือทรูตัดสัญญาณมือถือพิธา หรือข่าวลือ มีชัยให้ สว. ที่โหวตพิธาต้องรักษาชาติก่อนประชาธิปไตย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าข่าวลือในช่วงแรกที่พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลนั้นมุ่งตรงไปยังประเด็นที่พรรคก้าวไกลถูกโจมตีเสมอมาในเรื่องของอุดมการณ์ทางการเมือง&nbsp;</p>



<p>รองลงมาซึ่งมีจำนวนน้อยกว่าเพียง 1 ชิ้นก็คือ ‘หักหลัง’ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยโดยตรง 8 ชิ้น เช่น กระแสข่าวดีลลับในการจับขั้วรัฐบาลใหม่โดยไม่มีพรรคก้าวไกล ในขณะที่อีก 2 ชิ้น แม้เนื้อหาไม่ได้พุ่งตรงไปยังพรรคเพื่อไทย แต่ก็มีความเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย เช่น ข่าวพรรคพลังประชารัฐจะยุบเพื่อไปรวมกับพรรคเพื่อไทย เพื่อจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล </p>



<p>จะเห็นได้ว่าในช่วงแรกนี้ การที่ข่าวลือในประเด็นเรื่อง ‘อุดมการณ์ทางการเมือง’ ซึ่งมุ่งตรงไปยังพรรคก้าวไกลมีมากที่สุดก็เพราะว่ามีเป้าประสงค์เพื่อลดความน่าเชื่อถือของพรรคในการเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาล ในขณะเดียวกันข่าวลือในประเด็นเรื่อง ‘หักหลัง’ ที่มีมากเป็นอันดับสองในจำนวนที่ใกล้กัน ซึ่งมุ่งตรงไปยังพรรคเพื่อไทยมากที่สุดโดยมีเป้าประสงค์เพื่อสร้างความแตกแยกในการจัดตั้งรัฐบาล&nbsp;</p>



<p>จากนั้นเมื่อมาพิจารณาดูในช่วงไทม์ไลน์ที่สองที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้ MOU 8 พรรค จะพบว่าประเด็นข่าวลือที่มีมากที่สุดก็คือ ‘เกมการเมือง’ มีจำนวน 8 ชิ้น ซึ่งมีเนื้อหามุ่งตรงไปยังพรรคเพื่อไทย ก้าวไกล และประชาธิปัตย์ อย่างละ 2 ชิ้นเท่าๆ กัน</p>



<p>และในช่วงไทม์ไลน์สุดท้าย ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ก็จะพบว่า ประเด็นที่มีมากที่สุดคือ ‘ความไม่เหมาะสม’ มีจำนวน 6 ชิ้น ซึ่งหมายถึงความไม่เหมาะสมในด้านคุณสมบัติ ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่มุ่งตรงไปยังเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ดังเช่นข่าวที่ชูวิทย์ออกมาระบุถึงความไม่ชอบมาพากลในการซื้อขายที่ดินของแสนสิริขณะอยู่ภายใต้การบริหารของเศรษฐา ในขณะที่&nbsp; ‘เกมการเมือง’&nbsp; นั้นตามมาอันดับสอง มีจำนวน 5 ชิ้น&nbsp; ซึ่งเนื้อหามุ่งตรงไปยังพรรคพลังประชารัฐและก้าวไกล ฝ่ายละ 2 ชิ้นเท่ากัน</p>



<p>จะเห็นได้ว่าในช่วงไทม์ไลน์ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล&nbsp; ประเด็นที่พรรคเพื่อไทยถูกโจมตีด้วยข่าวลือจะแตกต่างไปจากในช่วงไทม์ไลน์แรกที่พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ และเป็นเรื่องที่มีเป้าประสงค์เพื่อลดความน่าเชื่อถือของแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งก็คือ เศรษฐา ทวีสิน แตกต่างจากไทม์ไลน์แรกที่ข่าวลือโจมตีไปที่อุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคก้าวไกลเป็นหลัก</p>



<p>จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า ข่าวลือที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสะเปะสะปะ&nbsp; แต่กลับมีลักษณะเฉพาะเจาะจงเพื่อเป้าประสงค์ที่สอดคล้องกับบริบทของช่วงเวลาทางการเมืองอย่างชัดเจน เช่น ในช่วงเวลาหนึ่ง ที่พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาล ก็จะถูกโจมตีด้วยข่าวลือในเรื่องหนึ่งซ้ำๆ ในขณะที่เมื่อพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ประเด็นในการโจมตีจากข่าวลือก็จะเปลี่ยนไปสู่อีกประเด็นที่ส่งผลต่อการเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาลแทน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ข่าวลือสร้างขึ้นมาอย่างไร และสร้างผลกระทบอย่างไร</strong></h3>



<p>จากนั้นเมื่อนำข่าวลือข่าวลวง ข้อมูลที่ผิดพลาด บิดเบือน ทั้ง 70 ชิ้น มาวิเคราะห์โครงสร้าง ว่าข่าวแต่ละข่าวถูกสร้างด้วยวิธีการอย่างไร โดยแยกเป็นการสร้างข่าวลือจากการตัดต่อ สร้างข่าวลือจากการทำให้เข้าใจผิด สร้างข่าวลือจากการปลอมแปลงข้อมูล&nbsp; สร้างข่าวลือจากการเชื่อมโยงที่ผิดบริบท และสร้างข่าวลือจากการปล่อยข่าว จะพบว่า&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor4-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4106" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor4-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor4-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor4-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor4-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor4-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor4-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/12/rumor4.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>จากข้อมูลจะเห็นว่า การสร้างข่าวลือโดยการปล่อยข่าวนั้นมีมากที่สุด จำนวน 28 ชิ้น เช่น พรรคประชาธิปัตย์ จะเข้าร่วมรัฐบาล, จะมีการเสนอสุชาติ เป็นประธานสภาฯ นอกจากนี้ยังค้นพบว่า การสร้างข่าวลือโดยการปล่อยข่าว จำนวน 28 ชิ้นนี้ มีเป้าประสงค์ในการสร้างความแตกแยกในการจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำมากที่สุด ถึง 10 ชิ้นด้วยกัน และยังพบว่าใน 10 ชิ้นนี้มีเป้าหมายโจมตีเป็นพรรคเพื่อไทยมากที่สุด</p>



<p>โครงสร้างการสร้างข่าวลือที่มีมากเป็นอันดับสองก็คือ การสร้างข่าวลือจากการทำให้เข้าใจผิด จำนวน 17 ชิ้น โดยมีเป้าประสงค์เพื่อลดความน่าเชื่อถือของพรรคก้าวไกล/สส.ก้าวไกล มากที่สุดถึง 7 ชิ้น&nbsp; เช่น พรรคก้าวไกลโทรมาขอเสียงสนับสนุนจากพรรคประชาธิปัตย์เพื่อโหวตให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถัดมาเป็นการสร้างข่าวลือจากการทำให้เข้าใจผิด จำนวน 12 ชิ้น โดยมีเป้าประสงค์เพื่อลดความน่าเชื่อถือของพรรคก้าวไกล/สส.ก้าวไกลมากที่สุดถึง 7 ชิ้น เช่น ธนาธรปลุกระดมเยาวชนและกลุ่มชาติพันธุ์ภาคใต้ให้กระด้างกระเดื่องต่อรัฐไทย ถัดมาเป็นการสร้างข่าวลือจากข้อมูลที่ผิดบริบท 12 ชิ้น โดยมีเป้าประสงค์เพื่อลดความน่าเชื่อถือของพรรคก้าวไกลมากที่สุด 4 ชิ้น เช่น กรณีก้าวไกลกลับการทำประชามติแบ่งแยกดินแดน</p>



<p>และสุดท้าย การสร้างข่าวลือจากการตัดต่อ 7 ชิ้น โดยมีเป้าประสงค์เพื่อลดความน่าเชื่อถือของพรรคก้าวไกล/สส.ก้าวไกล มากที่สุดถึง 5 ชิ้น เช่น สส.ก้าวไกลนั่งฉี่ริมถนน และการสร้างข่าวลือจากการปลอมแปลงข้อมูล 6 ชิ้น โดยมีเป้าประสงค์เพื่อลดความน่าเชื่อถือของพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยเท่ากัน อย่างละ 2 ชิ้น เช่น ฮุนเซนบอกว่าก้าวไกลมีนโยบายขับแรงงานกัมพูชา และจาตุรนต์จ่อซบก้าวไกล&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้หากพิจารณาเฉพาะพรรคการเมือง จะพบความน่าสนใจว่า ในบรรดาข่าวลือข่าวลวง ข่าวที่ผิดพลาด บิดเบือนทั้งหมด ข่าวลือที่มุ่งตรงไปยังพรรคเพื่อไทยนั้น มักจะมีโครงสร้างเป็นการปล่อยข่าวมากที่สุด ในขณะที่พรรคก้าวไกลนั้น ข่าวลือมีโครงสร้างที่ชัดเจนทั้งการตัดต่อ และการทำให้เข้าใจผิดมากที่สุด&nbsp;</p>



<p>และจากข้อมูลทั้งหมดยังทำให้เห็นว่า แม้ ‘ข่าวลือ’ จะยังไม่ถูกจัดเป็นข้อมูลผิดพลาด (misinformation) หรือข้อมูลบิดเบือน (disinformation) เนื่องด้วยอยู่ในสถานะความคลุมเครือ ณ เวลานั้น หรือไม่สามารถพิสูจน์ความเป็นจริงหรือเท็จได้ ทั้ง ณ เวลานั้น หรือในเวลาต่อมา แต่หลายข่าวลือกลับมีโครงสร้างการสร้างข่าวที่เทียบเคียงได้กับข้อมูลผิดพลาด (misinformation) หรือข้อมูลบิดเบือน (disinformation) จำนวนมาก โดยในการศึกษาครั้งนี้พบว่าข่าวลือที่ไม่สามารถจัดประเภทโครงสร้างในแบบทฤษฎีข้อมูลผิดพลาด (misinformation) หรือข้อมูลบิดเบือน (disinformation) แต่ถูกจัดเป็นการปล่อยข่าวมีเพียง 28 ชิ้นเท่านั้น ขณะที่อีก 42 ชิ้น ที่เหลือ มีโครงสร้างการสร้างข่าวลือที่สามารถใช้ทฤษฎีข้อมูลผิดพลาด (misinformation) หรือข้อมูลบิดเบือน (disinformation) ได้ ทั้งการตัดต่อ การทำให้เข้าใจผิด การปลอมแปลงข้อมูล และการเชื่อมโยงที่ผิดบริบท&nbsp;&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ข่าวลือมายังไง มีอายุยาวนานแค่ไหน&nbsp;</strong></h3>



<p>จากข่าวลือข่าวลวงจำนวน 70 ชิ้นในช่วงการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อนำมาแยกประเภทที่มาของข่าวลือเท่าที่สามารถสืบค้นได้ จะพบว่าสามารถแยกได้เป็น&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สื่ออ้างรายงานข่าว/กระแสข่าว/แหล่งข่าวพรรค/ข่าวลือ 28 ชิ้น&nbsp;</li>



<li>โซเชียลมีเดียทั้งอินฟลูเอนเซอร์และผู้ใช้ทั่วไป 15 ชิ้น&nbsp;</li>



<li>นักเคลื่อนไหว/นักวิชาการ 14 ชิ้น</li>



<li>นักการเมือง 7 ชิ้น&nbsp;</li>



<li>สื่อมวลชน 6 ชิ้น&nbsp;</li>
</ol>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าข่าวลือที่เกิดขึ้นในช่วงการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนมากมาจากการที่สื่อรายงานโดยอ้างอิงว่าข่าวนั้นได้มาจาก รายงานข่าว/กระแสข่าว/แหล่งข่าวพรรค/ข่าวลือ เช่น ประวิตร วงษ์สุวรรณ บินไปอังกฤษเจรจาดีลลับจับขั้วแข่งก้าวไกล</p>



<p>รองลงมาก็คือ โซเชียลมีเดียทั้งอินฟลูเอนเซอร์และผู้ใช้ทั่วไป 15 ชิ้น เช่น คลิปเสียงคล้ายจาตุรนต์วิจารณ์เพื่อไทย&nbsp; ซึ่งต่อมาก็ถูกนำมาเสนอผ่านสื่อมวลชนอีกครั้ง ตามมาด้วย นักเคลื่อนไหว/นักวิชาการ 14 ชิ้น เช่น กรณีชูวิทย์กล่าวหาเศรษฐาในขณะบริหารแสนสิริว่าทุจริต นักการเมือง 7 ชิ้น&nbsp; เช่น หมอพรทิพย์นำเอาข้อเสนอแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม 10 ข้อ มาโพสต์ว่าเป็นข้อเสนอก้าวไกล หรือสื่อเอง 6 ชิ้น&nbsp; เช่น ข่าวว่าจาตุรนต์จ่อซบก้าวไกล</p>



<p>นอกจากนั้นยังพบความน่าสนใจในประเด็นเรื่องอายุของข่าวลือข่าวลวงที่มีอายุสั้นมาก โดยจำนวนวันคำนวณจากวันแรกที่พบการพูดถึงหรือรายงานข่าวนั้นๆ จนถึงวันที่มีผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ออกมาแสดงท่าทีต่อกระแสข่าวนั้น ไม่ว่าจะปฏิเสธหรือยอมรับ ทำให้ข่าวลือข่าวลวงที่ตอนแรกอยู่ในสภาวะคลุมเครือและยังไม่สามารถพิสูจน์ความเป็นจริงหรือเท็จได้จบลงไป ซึ่งจะพบว่า ข่าวลือข่าวลวงที่มีอายุในช่วง 24 ชั่วโมง มีจำนวนสูงถึง 30 ชิ้น เช่น พิธาไม่ได้จบฮาวาร์ด และข่าวลือข่าวลวงที่มีอายุเพียง 1 วัน มีจำนวน 26 ชิ้น&nbsp; เช่น&nbsp; ธรรมนัสจะนำ สส. พลังประชารัฐไปโหวตให้เพื่อไทย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การตรวจสอบข่าวลือข่าวลวงโดยองค์กรอื่นๆ</strong></h3>



<p>ข่าวลือข่าวลวงช่วงการจัดตั้งรัฐบาล มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหลายแหล่ง ทั้งของภาครัฐเอง เช่น กกต. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทยซึ่งจะนำเสนอการตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของ กกต. เช่น กรณี กกต. ถูกมองว่า ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ดำเนินคดีอาญาอนาคตใหม่ หรือ สส. พรรคก้าวไกลจะโดนใบแดง 10 คน เนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง</p>



<p>การตรวจสอบโดย AFP Factcheck ที่หยิบเอาข่าวลือที่แพร่สะพัดในโซเชียลมีเดียมาตรวจสอบ เช่น กรณีพิธาไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กรณีว่าที่ สส.ก้าวไกลนั่งฉี่ริมถนน กรณีมีคำกล่าวอ้างว่า สะพานที่ยาวที่สุดในประเทศไทยถูกสร้างในสมัยรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ กรณีที่มีการระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานยุทธศาสตร์ชาติ ในปี 2566 -2570 แปลว่ายังมีอำนาจเต็มเหนือรัฐบาล&nbsp;</p>



<p>ขณะที่ Cofact Thailand องค์กรภาคประชาสังคมที่เปิดแพลตฟอร์มให้ประชาชนร่วมตรวจสอบข่าวปลอมก็มีการตรวจสอบข่าวในช่วงนี้ด้วยเช่นกัน เช่น มีกรณีคลิปเสียงคล้ายจาตุรนต์วิจารณ์พรรคเพื่อไทย หรือกรณีปดิพัทธ์ซึ่งถูกขุดกิจกรรมทางการเมืองในอดีตมาพูดถึงหลังจากถูกเสนอชื่อเขาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรถึง 4 ประเด็นโดย Cofact ได้รวบรวมไว้เป็นกรณีเดียว</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ข่าวลือข่าวลวงในสายตาสื่อสารมวลชนและนักวิชาการ&nbsp;</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทุกข่าวที่ได้มาเป็นข่าวลือ จนกว่าจะตรวจสอบ</strong></h4>



<p>จากการสัมภาษณ์ ดวงฤทัย ผ่องใส หัวหน้าข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ถึงประสบการณ์การทำข่าวโดยเฉพาะช่วงหลังเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า ระหว่างข่าวลือกับข่าวจริง อะไรมีมากกว่ากัน ดวงฤทัยมองว่า ข่าวที่ได้มาทั้งหมดเป็นข่าวลือ จนกว่าจะมีการตรวจสอบ&nbsp;</p>



<p>“เวลาเขาส่งอะไรมา มันลือทั้งหมด แล้วก็เราต้องรีเช็คทั้งหมด&nbsp; ข่าวลือที่ส่งมาวันนี้เราอาจจะยังไม่เล่น เพราะเราไม่รู้ว่ามันจริงหรือไม่จริง แล้วถ้าเกิดว่าอีกสองวันมันไม่เป็นไปตามข่าวลือ เราก็จะมองแล้วว่า คนที่ปล่อยต้องการอะไร ทุกอย่างมันมีเรื่องราว มันเป็นไปตามการต่อรอง ธรรมชาติ แล้วก็ผลประโยชน์”&nbsp;</p>



<p>หัวหน้าข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เล่าว่า ขั้นตอนการทำงานคือ หนึ่ง ประเมินได้เลยว่าไม่เอาข่าวนี้ สอง สนใจแต่รีเช็ค อาจไม่จำเป็นต้องนำเสนอข่าววันนี้ สาม มันน่าจะเป็นไปได้ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นความจริง 100% หรือเปล่า อันนี้ประเมินด้วยประสบการณ์ว่า ต้องนำเสนอข่าวไหม</p>



<p>“เวลาได้ข่าวมา ก็จะใช้วิธีให้นักข่าวแต่ละคนโทรหาแกนนำเลย แล้วมาประเมินกันว่าใช่หรือไม่ใช่ บางครั้งในที่สุด ข่าวที่ได้มามันไม่ใช่ มันอาจจะเป็นการมโนของอีกฝั่งหนึ่งที่คิดว่าตัวเองจะไปได้ในเวย์นี้ จึงปล่อยข่าวออกมาแบบนี้ แต่พอไปถามคนที่เกี่ยวข้องว่าเป็นไปได้เหรอ เขาก็ปฏิเสธ มันมีการหลอกกันไปมาเยอะมาก มันต้องทันเกมมาก&nbsp; เราเองก็ต้องระวัง เพราะเราอยากจะนำเสนอในสิ่งที่คนอ่านไม่ไขว้เขว จะเห็นว่าในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ใครเปิดก่อนคนนั้นพลาดก่อน”</p>



<p>นอกจากนี้ดวงฤทัยยังอธิบายว่า ถ้าเป็นประเด็นใหญ่ๆ ก็จะตรวจสอบอีกครั้ง เช่น ตำแหน่งรัฐมนตรี หรือประธานสภาฯ แต่ในขณะเดียวกันการทำงานข่าวออนไลน์ก็ต้องมีความรวดเร็วด้วย ดังเช่นข่าวลือที่ว่าเพื่อไทยจะยกประธานสภาฯ ให้ก้าวไกล ที่จากการเก็บข้อมูลพบว่าเดลินิวส์เป็นสื่อมวลชนแรกๆ ที่นำเสนอ<a href="https://www.dailynews.co.th/news/2486234/">ข่าวนี้</a>ในคืนวันที่ 29 มิถุนายน ก่อนที่มาต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 30 มิถุนายน ชลน่านจะออกมาปฏิเสธข่าวว่าไม่เป็นความจริง&nbsp;</p>



<p>“ในหนังสือพิมพ์รอได้ บางเรื่องที่เราเห็นว่ายังไม่ได้ข้อสรุปหรือยังหมิ่นเหม่ เรารอ แต่ว่าบางเรื่องที่มันพอจะเห็นว่ามันเป็นไปได้ เราก็ปล่อย ปล่อยแล้วเราไม่ทิ้ง เราก็กลับมารีเช็คต่อ หากได้ข้อเท็จจริงมาเพิ่มเติมเราก็อัปเดตข่าว เราต้องเข้าใจว่าการแข่งขันมันสูง มีอะไรที่พอจะโยนได้ที่ไม่ได้กระทบต่อสังคม อย่างเช่นข่าวเพื่อไทยจะยกประธานสภาฯ ให้ก้าวไกล เนื่องจากเวลานั้นดึกแล้ว เราจึงตัดสินใจนำเสนอข่าวไป เพราะเป็นออนไลน์ แต่เราก็ตามต่อ เช้าวันต่อมาเมื่อคุณหมอชลน่านปฏิเสธ เราก็รายงานข่าวใหม่”&nbsp;</p>



<p>ส่วนเรื่องการเลือกนำเสนอกระแสข่าวจากโลกโซเชียล ดวงฤทัยเล่าวิธีการทำงานว่า “ในออนไลน์ ช่วงนั้นมันจะมีเรื่องของโซเชียลฟุ้งๆ ใช่ไหม เราก็เขียนให้ชาวบ้านรับรู้เท่านั้นเอง ว่าโซเชียลว่าอย่างนี้ๆ ในประเด็นที่น่าสนใจ ก็มาสรุปให้รู้ว่าเขามองอย่างนี้ๆ แต่เราไม่ได้บอกว่าแหล่งข่าวว่ามาอย่างนี้นะ จากนั้นเราก็ค่อยมาบอกว่ามันจริงมันเท็จอย่างไร ถ้าเราตามการเมืองในโลกออนไลน์ เราก็ต้องตามด้วยสติ”</p>



<p>นอกจากนี้ ดวงฤทัยชี้ถึงธรรมชาติการนำเสนอข่าวในหนังสือพิมพ์กับออนไลน์ว่า &#8220;มันมีธรรมชาติของการนำเสนอต่างกันอยู่แล้ว หนังสือพิมพ์เราเดินตามกรอบ ออนไลน์เราก็จะเดินตามเวลา และมีการตรวจสอบให้ตามเวลา แล้วเราก็จะมีบทวิเคราะห์ให้ทุกวัน”</p>



<p>ในข่าวลือข่าวลวงในช่วงการจัดตั้งรัฐบาลที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าหลายข่าวเกิดขึ้นโดยใช้คำว่า สื่ออ้างรายงานข่าว/กระแสข่าว/แหล่งข่าวพรรค โดยไม่มีการอ้างอิงชื่อแหล่งข่าวหรือตัวบุคคลผู้ให้ข่าวระบุชัดเจน หัวหน้าข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ อธิบายส่วนนี้ว่า&nbsp;</p>



<p>“เวลาเราคุยกับแหล่งข่าว เราจะต้องถามว่าอันนี้ขอโคว้ทได้ไหม หรือไม่ได้ แล้วแต่การตกลงในการคุยกัน แต่เราจะไม่ตีหัวแหล่งข่าว ที่เราไม่มีชื่อใครมาโคว้ทเลย เพราะถ้าโคว้ทไปปุ๊บ ไอ้นี่ก็ตายไง โดนผู้ใหญ่กาหัว ขนาดไม่โคว้ท เขาก็ยังหาอยู่เลยว่าใครให้ข่าว ทุกอย่างมันเป็นความลับ จนบัดนี้บางเรื่องก็เป็นความลับ แม้เราจะได้ชื่อรัฐมนตรีมาแล้ว เราก็พูดไม่ได้ว่าชื่อนี้เป็นมาอย่างไร เขาดูแลกันมาตั้งแต่ไหน มันพูดไม่ได้&nbsp;</p>



<p>“การที่เราจะเอาแหล่งข่าวมา เราจะไม่บอกว่าน้อง[ในสนาม]เอาข่าวมาจากไหน แต่น้องจะมีพื้นฐานของการดูว่าแหล่งข่าวคนนี้น่าเชื่อถือไหม คำว่าน่าเชื่อถือ อาจจะเป็น สส.เด็กๆ ก็ได้ แต่เรารู้ว่าคนนี้ไม่โกหก และถ้ามีอะไรที่พอจะเป็น hint ก็จะมากระซิบบอกเรา อีกแบบคือมีระดับที่เป็นผู้ใหญ่ที่อยู่ในวงใน แต่บางครั้งเราก็จะไม่เอาข่าวจากเขาเพราะเรารู้ว่าเขาพูดเพื่อผลประโยชน์อะไร เราจะกรองว่าต้องเป็นข้อมูลที่ไม่ใช่มาจากผลประโยชน์ แต่มาจากการเจรจาจริง</p>



<p>“หรือหากเป็นประเด็นใหญ่ ก็จะให้อีกฝั่งการเมืองรีเช็คเนื่องจากเป็นการหารือกัน ในกรณีที่มีเวลา บางทีพี่ก็จะช่วยเช็ค ถ้าคอนเฟิร์มก็โอเค แต่ขอวงเล็บว่า คอนเฟิร์ม ณ ตอนนี้ เพราะพรุ่งนี้มันอาจจะเปลี่ยน หรืออีกหนึ่งชั่วโมงมันอาจจะเปลี่ยน เพราะฉะนั้น จริงคือจริงตอนนี้ ถ้ารีเช็คอีกที มันไม่จริงแล้วก็ต้องทิ้ง”</p>



<p>ดวงฤทัยเห็นด้วยกับข้อสังเกตเรื่องอายุความจริงของข่าวนั้นสั้นลงในช่วงการจัดตั้งรัฐบาล โดยอธิบายเพิ่มเติมว่า แม้บางครั้งทำข่าวออกไปแล้ว แหล่งข่าวปฏิเสธว่าเรื่องดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งสื่ออาจถูกมองว่าสร้างความสับสน เธออธิบายว่าอยากให้ติดตามแต่ละข่าวไปจนสุดทาง จะรู้ความจริง</p>



<p>“หลายสิ่งที่เราเขียนไปแล้วก็ถูกแหล่งข่าวปฏิเสธ โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาล เขาปฏิเสธตลอดเวลา แต่มันไม่ใช่หยุดแค่ว่าวันนี้ปฏิเสธ พี่ดูต่อไป สิ่งที่เขาปฏิเสธ มันคือความจริง เขาปฏิเสธความจริง คนอ่านก็ต้องเกาะติดการเมืองไป แล้วที่เราเขียนว่าอันนี้เป็นอย่างนี้แล้วเขาปฏิเสธ ถ้าคนอ่านอ่านไปก็จะรู้ว่านักการเมืองไม่ได้พูดจริงทั้งหมด คือการเมืองมันไม่ได้อ่านแค่วันสองวัน ต้องดูจากวันนี้จนถึงสุดท้าย การอ่านข่าวการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องของนักการเมืองเข้ามาบริหารงบประมาณแผ่นดินจำนวนเท่าไหร่ แล้วดูแลทั้งประเทศ เราก็ต้องติดตามเขาตั้งแต่ก่อนเราจะใช้สิทธิเลือกตั้ง แล้วก็ไปติดตามเขา นั่นจะทำให้เราได้นักการเมืองที่มีคุณภาพ ประชาชนนั่นแหละคือคนตัดสินชีวิตประเทศ อนาคตประเทศ&#8221;</p>



<p><strong>เรียกร้องทุกฝ่ายกลับมาที่หลักการ</strong></p>



<p>ขณะที่ พรรษาสิริ กุหลาบ อาจารย์ประจำภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นต่อประเด็นการรายงานข่าวลือข่าวลวงในสื่อในช่วงการจัดตั้งรัฐบาลที่ผ่านมาว่าในเชิงหลักการ เราไม่ควรจะลงข่าวลือ หรือหากอ้างว่า มีความจำเป็นที่ต้องลง ก็ต้องถามว่าแล้วประโยชน์มันไปอยู่ที่ใคร เราควรนำเสนอโดยต้องคำนึงถึงว่าเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ประชาชนรู้เรื่องนี้แล้วเขาจะเอาไปทำไรได้ ดังนั้นถ้าสื่อไม่ได้คำนึงถึงประชาชนว่าจะสับสนจะวุ่นวาย มันผิดหลักการซ้ำสอง ถ้ามองในเรื่องการให้คุณค่าความสำคัญของแหล่งข่าวและสร้างความสัมพันธ์ของแหล่งข่าว เพื่อประโยชน์แล้วเล่นตามวาระที่แหล่งข่าวกำหนด สื่อก็เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายของกลไกที่เอื้อให้แหล่งข่าวได้ประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งก็ผิดหลักการทางวารสารศาสตร์ด้วยเช่นกัน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>อาจารย์ประจำภาควิชาวารสารสนเทศ มองว่า ถ้าพิจารณาแล้วว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน อาจรอให้มีความชัดเจนก่อน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในภาวะที่สถานการณ์การเมืองพลิกได้ตลอดเวลา เพราะหากนำเสนอไปแล้วอาจสร้างความสับสนให้ประชาชน ขณะที่คนที่ได้ประโยชน์อาจเป็นสื่อที่ได้เอนเกจเมนต์และแหล่งข่าวที่ได้สื่อสาร โดยที่ตัวแหล่งข่าวเองไม่ได้เสียหายอะไร หากมีการปฏิเสธขึ้นมา แต่หากเป็นการตั้งโต๊ะแถลงเอง แหล่งข่าวคนนั้นก็ต้องรับผิดชอบเองเต็มๆ แต่ถ้าใช้พื้นที่ผ่านสื่อ อาจกลายเป็นว่าสื่อเป็นเครื่องมือของเขา ทั้งที่หน้าที่ของสื่อคือตรวจสอบให้ประชาชน</p>



<p>พรรษาสิริชี้ด้วยว่า การอ้างแหล่งข่าวโดยหลักการทำเพื่อปกป้องแหล่งข่าวจากอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ในต่างประเทศยังใช้หลักการนี้อยู่ แต่เมืองไทย เส้นตรงนี้ถูกลดลง พร้อมตั้งคำถามว่า มาตรฐานของการปกปิดชื่อแหล่งข่าวคืออะไร ในมาตรฐานวิชาชีพทั่วไป จะไม่ใช้แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อ เนื่องจากจะส่งผลต่อสื่อเอง โดยที่ผู้รับสารก็ควรจะรู้ว่า วิธีการนี้ไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ผู้รับสารอาจจะสนใจเฉพาะข้อมูลข่าวสารที่สนับสนุนความคิดความเชื่อของตนเอง จึงไม่ได้พิจารณาว่า ข้อมูลที่ได้รับเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ผลที่เกิดขึ้นก็คือ ท่ามกลางข้อมูลที่วิ่งเต็มไปหมด คนอ่านก็ได้แต่ยืนงงๆ เหมือนเดิม แล้วความเกลียดชังกันก็อาจจะเพิ่มขึ้นด้วยและอาจจะยิ่งคุยกันไม่ได้มากขึ้น มากกว่าที่จะมาตกลงเรื่องนี้ควรจะถามต่ออย่างไร หรือมันควรจะเป็นอย่างไรโดยหลักการ</p>



<p>ถ้าถามว่าแล้วเรื่องที่เป็นกระแสหรือมีข่าวลืออยู่ สื่อจะนำเสนอแบบไหนได้บ้าง นักวิชาการด้านวารสารศาสตร์เสนอว่า อาจใช้วิธีรายงานต่อยอด โดยสาระสำคัญอยู่ที่การตรวจสอบข้อมูล โดยอาจจะเกริ่นได้ว่ามีการถกเถียงหรือพูดคุยในสังคมอยู่</p>



<p>“สาระสำคัญของรายงานชิ้นนี้ที่มีการเอาไป verify ว่าจริงไม่จริง ดังนั้น เวลาพาดหัวมันควรเป็นพาดหัวที่ฟันธงว่าเรื่องนี้มันจริงหรือไม่จริง ไม่ใช่พาดหัวว่าลือ แต่คุณต้องบอกว่า สิ่งที่จริงคืออะไร ”&nbsp;</p>



<p>พรรษาสิริเสนอให้ใช้วิธีการนำเสนอข่าวที่ต้องตรวจสอบว่าเป็นข่าวปลอมหรือไม่ด้วยวิธีที่เรียกว่า ‘แซนด์วิช’ โดยยกตัวอย่างคำพูดของโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจจะเป็นข่าวปลอม “เวลาเราลงออนไลน์แล้วบอกว่าทรัมป์พูดแบบนี้ และกลายเป็นพาดหัวอยู่ใน lead ทำให้ เว็บ search engine ซึ่งจะจับที่พาดหัวกับ lead ดังนั้น แทนที่เรื่องนี้จะทำให้ข้อมูลที่เป็นจริงมันถูกค้นเจอได้มากกว่า มันกลับไปทำให้ข้อมูลเท็จมันถูกผลิตซ้ำมากขึ้น แต่ถ้าเราเอาสิ่งที่จริงขึ้นก่อน และตัวเท็จมาอยู่ตรงกลาง เสนอว่าข้อเท็จจริงคือแบบนี้ อย่างน้อยก็เพื่อให้อัลกอริทึมมันจับข้อมูลที่จริง มากกว่าตัวเท็จเวลาคนค้นหาข้อมูล”</p>



<p>หากถามว่าจะเขียนเรื่องจากกระแสข่าวหรือข่าวลือได้หรือไม่ ตนเองเห็นว่าต้องจัดวางเพื่อไม่เน้นไปที่การเพิ่มยอดการเข้าดู แต่ควรจะต้องเอาข้อมูลที่เป็นความจริง สิ่งที่ตรวจสอบแล้วขึ้นมากกว่า เพื่อให้รู้ว่าสิ่งนี้เป็นข้อเท็จจริง แต่ในเนื้อข่าวสามารถอ้างอิงถึงกระแสข่าวได้</p>



<p>ทางออกของเรื่องนี้ พรรษาสิริเรียกร้องไปที่ผู้เล่นทุกฝ่ายของระบบนิเวศ ตั้งแต่สื่อเองที่ต้องกลับไปยึดมาตรฐานในการทำงาน เพื่อยืนระยะให้ได้อย่างที่ได้เสนอไปแล้วข้างต้น ประชาชนที่ต้องนิ่งมากขึ้น และนักการเมืองที่ต้องสร้างบรรทัดฐานในการสื่อสาร แม้จะยากเนื่องจากโซเชียลมีเดียทำให้รู้สึกว่าต้องตอบสนองอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่า ผู้เล่นสำคัญคือสื่อมวลชนที่มีมาตรฐานทางวิชาชีพระดับหนึ่ง มีหลักการเบื้องต้นว่า สิ่งที่ควร-ไม่ควรทำ เป็นอย่างไร ดังนั้นจึงควรกลับมายึดหลักปฏิบัตินี้</p>



<p>ขณะเดียวกันพรรษาสิริ เสนอให้เรียกร้องกับนักการเมือง เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดีของวัฒนธรรมทางการเมือง โดยยกตัวอย่างกรณีช่วงก่อนเลือกตั้ง ที่มีการเสนอให้พรรคการเมืองมีสัตยาบันร่วมกันว่าจะไม่ปล่อยข่าวลวง ข้อมูลเท็จ ทำให้เห็นมีความพยายามสร้างบรรทัดฐานในการสื่อสารด้วย</p>



<p>“หรือถามว่า โฆษกพรรคมีไว้ทำไม มันก็สะท้อนวิธีการสื่อสารของพรรคการเมืองบ้านเราเหมือนกันว่าใช้วิธีกองโจรไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้มีโครงสร้างชัดเจน แล้วทำไมถึงใช้กองโจรได้ เพราะมันมีโซเชียลมีเดีย แล้วคนก็สนใจอยู่ดี และอาจจะได้อิมแพคมากกว่าตั้งโต๊ะแถลงเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนสมัยก่อนที่ต้องง้องอนสื่อมาแถลงทุกวันอาทิตย์ เข้าใจได้ เพียงแต่ว่ามันไม่ได้ช่วยให้วัฒนธรรมการสื่อสารการพูดคุยในช่วงที่เป็นความขัดแย้งแบ่งขั้วมันดีขึ้น”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เช่นเดียวกับสื่อมวลชน “ตราบใดที่คุณไม่ปฏิรูปตัวเอง ไม่สร้างวัฒนธรรมที่จะทำให้มีความโปร่งใส สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาก็จะส่งผลเสียกับตัวคุณเลย”</p>



<p>ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-rumor/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://rocketmedialab.co/database-rumor/</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/rumor/">ข่าวลือข่าวลวงในช่วงการจัดตั้งรัฐบาล : เป็นข่าวลือเรื่องอะไร กล่าวหาพรรคไหน ประเด็นใดมากที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข่าวลือข่าวลวงในช่วงการจัดตั้งรัฐบาล [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-rumor/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Dec 2023 15:42:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง66]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4088</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3648;&#3585;&#3655;&#3610;&#3586;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-rumor/">ข่าวลือข่าวลวงในช่วงการจัดตั้งรัฐบาล [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Rocket Media Lab เก็บข้อมูลข่าวลือ ข่าวลวง ข้อมูลที่ผิดพลาด บิดเบือน ที่มีการรายงานในสื่อสารมวลชนและปรากฏในโซเชียลมีเดีย ในช่วงเวลาหลังการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 จนถึงการจัดตั้งรัฐบาล 22 สิงหาคม 2566 เพื่อนำมาวิเคราะห์ให้เห็นปรากฏการณ์ฝุ่นตลบในการรายงานข่าวของสื่อสารมวลชนที่เต็มไปด้วยข่าวลือข่าวลวงในช่วงก่อนการจัดตั้งรัฐบาล </p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vR2o-l3YLfddiog21dbJeqJQwqzzjumtYZYc1EeOqJunmLrlFUBtuE3dQUYr1HuleDII4M39FYBL-pM/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1cLE87jHVfo3XCmQBKKbArJN5c2v_3hvqDJJZhxmkfgQ/edit#gid=1992413579">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p>อ่าน <a href="http://rocketmedialab.co/rumor">ข่าวลือข่าวลวงในช่วงการจัดตั้งรัฐบาล : เป็นข่าวลือเรื่องอะไร กล่าวหาพรรคไหน ประเด็นใดมากที่สุด</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-rumor/">ข่าวลือข่าวลวงในช่วงการจัดตั้งรัฐบาล [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม. เศรษฐา 1 : หน้าตา ครม. เป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างจาก ครม. ในอดีตอย่างไรบ้าง</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/minister/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Sep 2023 06:06:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[DEMOThailand]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ส.ส.บัญชีรายชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ส.ส.เขต]]></category>
		<category><![CDATA[สส.]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง66]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐา1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=3945</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3627;&#3621;&#3633;&#3591;&#3592;&#3634;&#3585;&#3617 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/minister/">ครม. เศรษฐา 1 : หน้าตา ครม. เป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างจาก ครม. ในอดีตอย่างไรบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รัฐมนตรีใน ครม. เศรษฐา 1 มาจากการเป็น สส. ทั้งสองแบบทั้งแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อในสัดส่วนใกล้เคียงกัน อันเป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่กำหนดไว้ว่ารัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องลาออกจากการเป็น สส.&nbsp;</li>



<li>ในขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2540 กำหนดไว้ว่ารัฐมนตรีจะต้องลาออกจากการเป็น สส. จนทำให้คณะรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งในปี 2544 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่ใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นครั้งแรกนั้นมาจาก สส. แบบบัญชีรายชื่อมากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดการเลือกตั้งซ่อม และสูญเสียเก้าอี้ สส. ในสภา&nbsp;</li>



<li>ครม. เศรษฐา 1 มีรัฐมนตรีที่ไม่เคยลงสมัคร สส. เลยทั้ง 6 คน หรือจะเรียกว่ารัฐมนตรีคนนอกก็ได้ ส่วนมากมักจะเกิดขึ้นกับกระทรวงที่ต้องใช้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ หรือ ‘เทคโนแครต’ มาทำหน้าที่รัฐมนตรี โดยเฉพาะกระทรวงการคลังหรือกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นกระทรวงที่ใช้รัฐมนตรีคนนอกมากที่สุดในการจัดตั้ง ครม. ที่ผ่านๆ มาด้วย</li>



<li>มีรัฐมนตรีที่ลงสมัคร สส. ในการเลือกตั้งปี 2566 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง 3 คน ซึ่ง 2 ใน 3 คน ที่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยนั้นลงสมัครในแบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ท้ายๆ คือ <a href="https://www.komchadluek.net/news/politics/557795">จักรพงษ์ แสงมณี</a> เป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ในปี 2561 และ <a href="https://www.thereporters.co/tw-politics/2608231916/?fbclid=IwAR2TfCautPfSTr6zVT02SV0BaNEPCHe-_2D7rpIcoVRKmj2tb-wn0Aqk95Q">พวงเพ็ชร ชุนละเอียด </a>นั้นพบว่าเป็นอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย&nbsp;</li>



<li>ครม. เศรษฐา 1 ทั้ง 34 คน มีถึง 15 คนที่เคยย้ายพรรคมาก่อน และมีรัฐมนตรีที่เคยทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อนจำนวน 14 คน&nbsp;</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/09/mini_bg-819x1024.png" alt="" class="wp-image-3968" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/09/mini_bg-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/09/mini_bg-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/09/mini_bg-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/09/mini_bg.png 960w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/09/mini_bg1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-3969" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/09/mini_bg1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/09/mini_bg1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/09/mini_bg1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/09/mini_bg1.png 960w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>หลังจากมีการ<a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/331202">โปรดเกล้าฯ</a> แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ทั้ง 34 คน ในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาด้วยกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งในประเด็นเรื่องจำนวนโควต้ารัฐมนตรีที่พรรคต่างๆ ได้ไปในแต่ละกระทรวง ความเหมาะสม ความเชี่ยวชาญต่างๆ ของรัฐมนตรีในแต่ละตำแหน่ง ฯลฯ Rocket Media Lab ชวนสำรวจประวัติทางการเมืองของรัฐมนตรีในรัฐบาลเศรษฐา 1 โดยอาศัยฐานข้อมูลประวัตินักการเมืองจากโครงการ Demo Thailand เพื่อดูว่ารัฐมนตรีคนไหนเคยย้ายพรรคมาจากพรรคไหนบ้าง เคยลงสมัคร สส. มาแล้วกี่ครั้ง ได้เป็น สส. มาแล้วกี่สมัย หรือใครที่ไม่เคยเป็น สส. เลยแต่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี</p>



<p>จากข้อมูลคณะรัฐมนตรีทั้งหมด 34 คน ที่ได้รับการการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สามารถแยกประเภทรัฐมนตรีออกเป็น 5 ประเภท คือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>รัฐมนตรีจาก สส.บัญชีรายชื่อ 12 คน</li>



<li>รัฐมนตรี จาก สส.แบ่งเขต 10 คน&nbsp;</li>



<li>รัฐมนตรีที่ไม่เคยสมัคร สส. 6 คน&nbsp;</li>



<li>รัฐมนตรีที่เคยสมัคร สส. แต่ไม่สมัคร ปี 2566 3 คน&nbsp;</li>



<li>รัฐมนตรีที่สมัคร สส. ปี 2566 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง 3 คน</li>
</ol>



<p>และเมื่อพิจารณารัฐมนตรีในแบบที่ 1 ที่มาจากการเป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ 12 คน จะพบว่ามาจากพรรคเพื่อไทย 6 คน ได้แก่ เกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย, ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์, สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี, สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.ท่องเที่ยว, สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม</p>



<p>พรรคภูมิใจไทย 2 คน คือ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย, ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย</p>



<p>พรรครวมไทยสร้างชาติ 1 คน คือ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. พลังงาน&nbsp;</p>



<p>พรรคพลังประชารัฐ 1 คน คือ สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข&nbsp;</p>



<p>พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน คือ วราวุธ ศิลปอาชา รมว.พัฒนาสังคม</p>



<p>พรรคประชาชาติ 1 คน คือ ทวี สอดส่อง รมว. ยุติธรรม&nbsp;</p>



<p>ส่วนในแบบที่ 2 รัฐมนตรี ที่มาจากการเป็น สส. แบบแบ่งเขต 10 คน จะพบว่ามาจากพรรคเพื่อไทย 5 คน ได้แก่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง, ชลน่าน ศรีแก้ว รมว. สาธารณสุข, ไชยา พรหมา รมช. เกษตรฯ, ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว. ดิจิทัลฯ, มนพร เจริญศรี รมช. คมนาคม</p>



<p>พรรคภูมิใจไทย 2 คน ได้แก่ ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช. มหาดไทย, สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช. ศึกษาธิการ</p>



<p>พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน ได้แก่ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว. อุตสาหกรรม, อนุชา นาคาศัย รมช. เกษตรฯ&nbsp;</p>



<p>พรรคพลังประชารัฐ 1 คน ได้แก่ ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว. เกษตรฯ&nbsp;</p>



<p>แบบที่ 3 รัฐมนตรีที่ไม่เคยลงสมัคร สส. 6 คน จะพบว่ามาจากพรรคเพื่อไทย 2 คน ได้แก่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว. คลัง, เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว. วัฒนธรรม&nbsp;</p>



<p>พรรคภูมิใจไทย 2 คน ได้แก่ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว. แรงงาน, เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว. ศึกษาธิการ&nbsp;</p>



<p>พรรคพลังประชารัฐ 1 คน ได้แก่ พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ</p>



<p>พรรครวมไทยสร้างชาติ 1 คน ได้แก่ กฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง</p>



<p>แบบที่ 4 รัฐมนตรีที่เคยลงสมัคร สส. แต่ในการเลือกตั้งปี 2566 ไม่ได้ลงสมัคร 3 คน จะพบว่ามาจากพรรคเพื่อไทย 2 คน ได้แก่ นภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ ซึ่งเป็นอดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ปี 2554, สุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม ซึ่งเป็นอดีต สส. แบบแบ่งเขต พรรคเพื่อไทย ปี 2554</p>



<p>พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน ได้แก่ ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งเป็นอดีต สส. บัญชีรายชื่อพรรคชาติไทย ปี 2544</p>



<p>และแบบที่ 5 รัฐมนตรีที่ลงสมัคร สส. ในการเลือกตั้งปี 2566 ไม่ว่าแบบใด แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง 3 คน จะพบว่ามาจากพรรคเพื่อไทย 2 คน คือ จักรพงษ์ แสงมณี รมช. ต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 92 ของพรรคเพื่อไทย และพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต. สำนักนายกฯ ซึ่งเป็นผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 98 ของพรรคเพื่อไทย&nbsp;</p>



<p>พรรคภูมิใจไทย 1 คน ได้แก่ ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อุดมศึกษา ซึ่งเป็นผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 10 ของพรรคภูมิใจไทย&nbsp;</p>



<p>ความน่าสนใจเมื่อเราแยกประเภทของคณะรัฐมนตรีก็คือ ในส่วนของแบบที่ 1 และแบบที่ 2 ซึ่งเป็นรัฐมนตรีที่มาจากการเป็น สส. ทั้งสองแบบ ซึ่งมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน อันเป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่กำหนดไว้ว่ารัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องลาออกจากการเป็น สส. ซึ่งแตกต่างจากรัฐธรรมนูญในปี 2540 ที่กำหนดไว้ว่ารัฐมนตรีจะต้องลาออกจากการเป็น สส. จนทำให้คณะรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งในปี 2544 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่ใช้รัฐธรรมนูญปี 40 เป็นครั้งแรกนั้นมาจาก สส. แบบบัญชีรายชื่อมากที่สุด (อันจะกล่าวถึงในส่วนถัดไป) เพื่อไม่ให้เกิดการเลือกตั้งซ่อม และอาจเสียเก้าอี้ในสภา หากรัฐมนตรีมาจาก สส. แบบแบ่งเขต&nbsp;</p>



<p>และในส่วนที่ 3 ก็จะพบความน่าสนใจว่า รัฐมนตรีที่ไม่เคยลงสมัคร สส. เลยทั้ง 6 คน หรือจะเรียกว่ารัฐมนตรีคนนอกก็ได้ ส่วนมากมักจะเกิดขึ้นกับกระทรวงที่ต้องใช้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ หรือ ‘เทคโนแครต’ มาทำหน้าที่รัฐมนตรี โดยเฉพาะกระทรวงการคลังหรือกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นกระทรวงที่ใช้รัฐมนตรีคนนอกมากที่สุดในการจัดตั้ง ครม. ที่ผ่านๆ มาด้วย</p>



<p>ส่วนในคณะรัฐมนตรี เศรษฐา 1 ครั้งนี้ ก็ยังพบว่ามีการใช้รัฐมนตรีคนนอกจากกระทรวงการคลังดังเช่นในหลายๆ ครั้ง ทั้งเศรษฐา ทวีสินเอง ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ในขณะที่กฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง แม้ไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ก็เคยเป็นอดีตปลัดกระทรวงการคลังมาก่อน สำหรับเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว. วัฒนธรรม เคยเป็นอดีต รมช. ศึกษาธิการ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาก่อน ส่วนพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว. แรงงาน ก็เคยเป็นอดีต รมว.ท่องเที่ยว ในรัฐบาลประยุทธ์ 2562&nbsp;</p>



<p>ในส่วนที่ไม่เคยทำงานทางการเมืองโดยตรงมีเพียงเพิ่มพูน ชิดชอบ รมว. ศึกษาธิการ ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. และอดีตที่ปรึกษาพิเศษตำรวจมาก่อน รวมทั้งเป็นน้องชายของเนวิน และเป็นพี่ชายของศักดิ์สยาม ชิดชอบ และพัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ เคยเป็นอดีต ผบ.ตร. และที่สำคัญคือเป็นน้องชายพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ ยังจะเห็นว่ามีการให้ตำแหน่งรัฐมนตรีกับผู้ที่เคยลงสมัคร สส. แต่ในการเลือกตั้งปี 2566 ไม่ได้ลงสมัครอีก 3 คน และผู้ที่ลงสมัคร สส. ในการเลือกตั้งปี 2566 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง 3 คน ซึ่ง 2 ใน 3 คน ที่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยนั้นลงสมัครในแบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ท้ายๆ เลยทีเดียว โดยจากข้อมูลพบว่า <a href="https://www.komchadluek.net/news/politics/557795">จักรพงษ์ แสงมณี</a> เป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ในปี 2561 และได้รับมอบหมายให้ติดตามดูแล เศรษฐา ทวีสิน อย่างใกล้ชิดตั้งแต่ช่วงหาเสียง ส่วน<a href="https://www.thereporters.co/tw-politics/2608231916/?fbclid=IwAR2TfCautPfSTr6zVT02SV0BaNEPCHe-_2D7rpIcoVRKmj2tb-wn0Aqk95Q">พวงเพ็ชร ชุนละเอียด </a>นั้นพบว่าเป็นอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย มีความใกล้ชิดกับครอบครัวชินวัตร เป็นผู้ที่ไปดูแลทักษิณ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อครั้งต้องลี้ภัยไปอาศัยในต่างประเทศ โดยในการเลือกตั้งปี 2566 เป็นผู้สมัครสส. แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 98</p>



<p>นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาเรื่องการย้ายพรรค จะพบว่าคณะรัฐมนตรีทั้ง 34 คน มีถึง 15 คนที่เคยย้ายพรรคมาก่อน และที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นก็คือ จำนวนมากเคยอยู่พรรคไทยรักไทย/พลังประชาชน/เพื่อไทย มาก่อน เช่น ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อุดมศึกษา จากพรรคภูมิใจไทย ก็เคยเป็น สส. แบบแบ่งเขตของพรรคไทยรักไทยในปี 2544 มาก่อน หรือ อนุชา นาคาศัย รมช.เกษตร จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็เคยเป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคไทยรักไทยในปี 2544 มาก่อน หรือสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข ก็เคยเป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคไทยรักไทยในปี 2548 มาก่อน เช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าแม้จะเป็นคณะรัฐมนตรีจากรัฐบาลผสม แต่ส่วนใหญ่รัฐมนตรีก็เป็นศิษย์เก่าของพรรคไทยรักไทย/พลังประชาชน/เพื่อไทยนั่นเอง&nbsp;</p>



<p>และหากพิจารณาประวัติการทำงานที่ผ่านมาก็จะพบว่า ครม. 34 คนในรัฐบาลเศรษฐา 1 นี้ มีรัฐมนตรีที่เคยทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อนจำนวน 14 คน และมีรัฐมนตรีที่เคยทำงานในกระทรวงนั้นมาแล้วในอดีต เช่น ชลน่าน ศรีแก้ว ซึ่งเคยเป็น รมช.สาธารณสุข ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทรงศักดิ์ ทองศรี อดีต รมช. มหาดไทย ในรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา และได้ตำแหน่งเดิมในรัฐบาลนี้ ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช. เกษตรฯ ในรัฐบาลที่ผ่านมา และได้เขยิบขึ้นมาเป็น รมว. ในรัฐบาลล่าสุดนี้ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว. ท่องเที่ยวฯ ในรัฐบาลที่ผ่านมา และยังคงได้รับตำแหน่งเดิมในรัฐบาลนี้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็เคยเป็น รมว. คมนาคม มาแล้วในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 2 ในขณะที่มีรัฐมนตรีป้ายแดง จำนวน 20 คน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/09/เศรษฐา1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-3960" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/09/เศรษฐา1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/09/เศรษฐา1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/09/เศรษฐา1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/09/เศรษฐา1.png 960w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">หน้าตาของคณะรัฐมนตรีที่เปลี่ยนไปตามรัฐธรรมนูญ</h3>



<p>หากเราย้อนกลับไปดูหน้าตาของ ครม. ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2544 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการนำรัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้ ซึ่งกำหนดให้ สส. มี 2 แบบ คือแบบแบ่งแขตและแบบบัญชีรายชื่อ อันเป็นระบบที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน โดยในรัฐธรรมนูญ 2540 ได้กำหนดจำนวน สส. เป็นแบบแบ่งเขต 400 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่งเมื่อแยกประเภทรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งปี 2544 ออกมาก็จะพบว่า</p>



<p>การเลือกตั้งปี 2544 มี ครม. 37 คน&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>รัฐมนตรีจาก สส. บัญชีรายชื่อ 29 คน</li>



<li>รัฐมนตรีที่ลงสมัคร สส. แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง 6 คน</li>



<li>รัฐมนตรีที่ไม่เคยลงสมัคร สส. 2 คน</li>
</ol>



<p>นอกจากรัฐธรรมนูญ 2540 จะกำหนดให้มี สส. 2 แบบแล้ว ในมาตรา 118 ยังกำหนดเรื่องสมาชิกภาพของ สส. ไว้ใน (7) อีกด้วยว่าการเป็น สส. จะสิ้นสุดลงหาก สส. คนนั้นไปเป็นรัฐมนตรี ซึ่งทำให้หน้าตาของ ครม. ในการเลือกตั้งปี 2544 เต็มไปด้วย สส. ที่มาจากบัญชีรายชื่อสูงถึง 29 คนและไม่มีรัฐมนตรีที่มาจาก สส. แบบแบ่งเขตเลย เนื่องจากว่า หาก สส. แบบแบ่งเขตได้เป็นรัฐมนตรี จะต้องลาออกจากการเป็น สส. ซึ่งจะทำให้พรรคการเมืองสูญเสียเก้าอี้ในรัฐสภา และจะต้องมีการจัดการเลือกตั้งซ่อม ในขณะที่รัฐมนตรีที่มาจากคนนอก หรือผู้ที่ไม่เคยลงสมัคร สส. เลยนั้น มีจำนวน 2 คน คือ นที ขลิบทอง รมช. เกษตรฯ ซึ่งเคยเป็นอดีตรักษาการผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย และอดีตเลขาธิการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรมาก่อน และสมบัติ อุทัยสาง รมช. มหาดไทย ซึ่งเคยเป็นอดีตรมช.คมนาคม ในรัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา (2538) มาก่อน&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่ในการเลือกตั้งปี 2548 ซึ่งก็ใช้รัฐธรรมนูญ 2540 เช่นเดียวกัน แต่กลับพบว่าหน้าตาของ ครม. ในการเลือกตั้งปี 2548 แตกต่างไปจาก ครม. การเลือกตั้งปี 2544 โดยปรากฏว่า</p>



<p>การเลือกตั้งปี 2548 มีครม. 33 คน&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>รัฐมนตรีที่มาจาก สส. บัญชีรายชื่อ 8 คน</li>



<li>รัฐมนตรีที่เคยลงสมัคร สส. แต่ในปี 2548 ไม่ได้ลงสมัคร 16 คน</li>



<li>รัฐมนตรีที่ไม่เคยลงสมัคร สส. เลย 9 คน</li>
</ol>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ครม. จากการเลือกตั้งปี 2548 นั้นมีสิ่งที่เหมือนกันกับ ครม. จากการเลือกตั้งปี 2544 คือ ไม่มีรัฐมนตรีที่มาจาก สส. แบบแบ่งเขต ซึ่งมีสาเหตุมาจากรัฐธรรมนูญปี 2540 เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือมีรัฐมนตรีที่มาจาก สส. แบบบัญชีรายชื่อน้อยกว่ารัฐมนตรีคนนอก และรัฐมนตรีที่มาจากผู้ที่ลงสมัคร สส. แต่ไม่ได้รับเลือกเสียอีก โดยรัฐมนตรีที่ไม่ได้ลงเลือกตั้ง แต่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีล้วนแล้วแต่เป็น ‘บิ๊กเนม’ ทั้งสิ้น โดยจำนวนมากมาจากพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ได้แก่ ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, วราเทพ รัตนากร, ไชยยศ สะสมทรัพย์, กันตธีร์ ศุภมงคล, ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ, สมศักดิ์ เทพสุทิน, ประชา มาลีนนท์, สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, อดิศร เพียงเกษ, ยงยุทธ ติยะไพรัช และ สุวิทย์ คุณกิตติ</p>



<p>ที่เป็นเช่นนี้มาจากสองสาเหตุด้วยกัน คือ หนึ่งความนิยมในตัวพรรคไทยรักไทยหลังจากที่ชนะการเลือกตั้งและได้เป็นผู้นำรัฐบาลจากการเลือกตั้งปี 2544 ส่งผลให้เมื่อถึงการเลือกตั้งปี 2548 มีผู้ประสงค์อยากจะลงสมัคร สส. ในนามพรรคไทยรักไทยจำนวนมาก และสอง เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2540 ที่กำหนดให้ สส. ที่เป็นรัฐมนตรีต้องลาออกจากเป็น สส. ซึ่งจะทำให้รัฐมนตรีที่มาจาก สส. แบบแบ่งเขต ต้องลาออกและต้องจัดการเลือกตั้งซ่อม ซึ่งอาจจะทำให้พรรคสูญเสียที่นั่งในสภา และหากเป็นรัฐมนตรีที่มาจาก สส. แบบบัญชีรายชื่อ ก็จะต้องมีการเลื่อนลำดับ&nbsp;</p>



<p>บุคคลในระดับบิ๊กเนมซึ่งเป็น ‘แกนนำ’ ของพรรคจึงไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาการต้องลาออกจาการเป็น สส. และเลือกตั้งซ่อม หรือมีการเลื่อนลำดับมากจนเกินไป ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้น และที่สำคัญก็คือจากความนิยมในตัวพรรคไทยรักไทย ทำให้พรรคมีความมั่นใจในผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ทำให้สุดท้ายแล้วบิ๊กเนมทั้งหลายในระดับแกนนำพรรคจึงไม่ถูกส่งชื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่เมื่อผลการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว ชื่อเหล่านั้นก็กลายมาเป็นตำแหน่งรัฐมนตรี โดยไม่ต้องลงสมัครรับเลือกตั้ง จนทำให้หน้าตาของ ครม. ในการเลือกตั้งปี 2548 มีรัฐมนตรีที่ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งมากที่สุด&nbsp;</p>



<p>นอกจากนั้นยังพบว่า ครม. ในการเลือกตั้งปี 2548 นี้ยังมีการใช้รัฐมนตรีคนนอกสูงถึง 9 คนเลยทีเดียว เช่น ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกฯ และรมว. มหาดไทย ซึ่งเคยเป็นอดีตรอง ผบ.ตร. วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ซึ่งเคยได้รับตำแหน่งเดียวกันนี้ในสมัยรัฐบาลทักษิณ 1 และในกระทรวงที่ต้องใช้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษก็มีการใช้รัฐมนตรีคนนอกอย่าง ทนง พิทยะ รมว. พาณิชย์ ซึ่งเคยเป็นอดีต รมว.คลัง รัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช. มหาดไทย ซึ่งเคยเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยมาก่อน หรือ วิเศษ จูภิบาล รมว. พลังงาน ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในรัฐบาลทักษิณ 1 มาก่อน&nbsp;</p>



<p>หลังจากนั้นในการเลือกตั้งปี 2550 ก็เป็นปีที่ใช้กฏเกณฑ์การเลือกตั้งแบบใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ปี 2550 โดยกำหนดให้มี สส. 480 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 400 คน และแบบสัดส่วน 80 คน และเมื่อแยกประเภทรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งปี 2550 ออกมาก็จะพบว่า</p>



<p>การเลือกตั้ง ปี 2550 มีครม. 34 คน&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>รัฐมนตรีจาก สส.บัญชีรายชื่อ 11 คน</li>



<li>รัฐมนตรีจากสส. แบ่งเขต 10 คน&nbsp;</li>



<li>รัฐมนตรีที่ไม่เคยสมัคร สส. 3 คน&nbsp;</li>



<li>รัฐมนตรีที่เคยสมัคร สส. แต่ไม่ได้สมัครปี 2550 1 คน&nbsp;</li>



<li>รัฐมนตรีที่สมัคร สส. ปี 2550 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง 9 คน</li>
</ol>



<p>แต่เนื่องด้วยรัฐธรรมนูญ 2550 ได้ยกเลิกประเด็นเรื่องการที่ สส. ที่ได้เป็นรัฐมนตรีต้องลาออกจากการเป็น สส. ตามรัฐธรรมนูญ 2540 ออกไป ทำให้หน้าตาของ ครม. ในการเลือกตั้งปี 2550 มีรัฐมนตรีที่มาจาก สส. แบบแบ่งเขตถึง 10 คน ใกล้เคียงกับรัฐมนตรีที่มาจาก สส. แบบบัญชีรายชื่อที่มี 11 คน ในขณะที่มีการใช้รัฐมนตรีคนนอก 3 คน ซึ่งก็คือ สหัส บัณฑิตกุล รองนายกฯ ซึ่งเคยเป็น อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ฝ่ายโยธา ในสมัยสมัคร สุนทรเวช เป็นผู้ว่าฯ กทม. พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว. พลังงาน ภรรยาสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และ อุไรวรรณ เทียนทอง อดีต รมว. วัฒนธรรม ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 2&nbsp;</p>



<p>ในการเลือกตั้งครั้งต่อมาในปี 2554 ซึ่งมีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2554 กำหนดให้มี สส. 500 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 375 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 125 คน หน้าตาของ ครม. ในการเลือกตั้งปี 2554 พบว่า&nbsp;</p>



<p>การเลือกตั้ง ปี 2554 มี ครม. 36 คน</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>รัฐมนตรีจากสส. บัญชีรายชื่อ 13 คน</li>



<li>รัฐมนตรีจาก สส. แบ่งเขต 15 คน&nbsp;</li>



<li>รัฐมนตรีที่ไม่เคยสมัคร สส. 5 คน&nbsp;</li>



<li>รัฐมนตรีที่สมัคร สส. ปี 2554 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง 3 คน</li>
</ol>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า แม้สัดส่วนของ สส. แบบแบ่งเเขตและแบบบัญชีรายชื่อจะเปลี่ยนไปจากรัฐธรรมนูญปี 2550 แต่หน้าตา ครม. ในการเลือกตั้งปี 2554 มีความคล้ายคลึงกันกับหน้าตา ครม. ในการเลือกตั้งปี 2550 คือมีรัฐมนตรีจาก สส. แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน แต่เป็นครั้งแรกที่ ครม. มีรัฐมนตรีที่มาจาก สส. แบบแบ่งเขตมากกว่าบัญชีรายชื่อ ส่วนที่มีความแตกต่างกันบ้างเล็กน้อยก็คือ ครม. ในการเลือกตั้งปี 2554 ใช้รัฐมนตรีจากผู้สมัคร สส. ที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งน้อยกว่าในปี 2550 ส่วนรัฐมนตรีคนนอกนั้นมี 5 คน คือ โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และอดีต รมว. มหาดไทย ในรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์, กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว. พาณิชย์ ซึ่งเคยเป็นอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยชินวัตร และอดีตกรรมการในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)&nbsp;</p>



<p>ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว. คลัง ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย สายนโยบายการเงิน และอดีตรองผู้ว่าการเสถียรภาพการเงิน และอดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต., ธีระ วงศ์สมุทร รมว. เกษตรฯ ซึ่งเคยเป็นอดีตรมว.เกษตรฯ ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และอดีตอธิบดีกรมชลประทาน, สุกำพล สุวรรณทัต รมว. คมนาคม ซึ่งเคยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ&nbsp;</p>



<p>ในการเลือกตั้งปี 2562 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปี 2560 กำหนดจำนวน สส. 500 คน แบบแบ่งเขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน และเมื่อจำแนกประเภทรัฐมนตรีออกมาก็จะพบว่า</p>



<p>การเลือกตั้งปี 2562 มีครม. 36 คน&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>รัฐมนตรีจาก สส. บัญชีรายชื่อ 16 คน</li>



<li>รัฐมนตรีจาก สส. แบ่งเขต 5 คน&nbsp;</li>



<li>รัฐมนตรีที่ไม่เคยสมัคร สส. 11 คน&nbsp;</li>



<li>รัฐมนตรีที่เคยสมัคร สส. แต่ปี 2562 ไม่ได้ลงสมัคร 2 คน&nbsp;</li>



<li>รัฐมนตรีที่สมัคร สส.ปี 2562 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง 2 คน</li>
</ol>



<p>จากข้อมูลจะพบว่า หน้าตา ครม. ในการเลือกตั้งปี 2562 เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง กล่าวคือรัฐมนตรีที่มาจาก สส. แบบบัญชีรายชื่อกลับมามีจำนวนสูงอีกครั้งใน ครม. และรัฐมนตรีที่มาจาก สส. แบบแบ่งเขตลดลงอย่างมาก แตกต่างไปจากในการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้าในปี 2554 ที่สำคัญก็คือ มีการใช้รัฐมนตรีคนนอกสูงถึง 11 คน ซึ่งทั้งหมดมาจากคณะรัฐบาล คสช. ไม่ว่าจะเป็น ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ซึ่งเคยเป็นรองนายกฯ ในรัฐบาล คสช. ชัยชาญ ช้างมงคล รมช. กลาโหม ตำแหน่งเดิมจากรัฐบาล คสช. อุตตม สาวนายน รมว. คลัง ซึ่งเคยเป็นอดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในรัฐบาล คสช. ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว. ต่างประเทศ ตำแหน่งเดิมจากรัฐบาล คสช. สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว. พลังงาน ซึ่งเคยเป็นอดีต รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาล คสช. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย ตำแหน่งเดิมจากรัฐบาล คสช. สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว. อุดมศึกษา ซึ่งเคยเป็น รมว. วิทยาศาสตร์ฯ ในรัฐบาล คสช.&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งยังคงใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 โดยมี สส. 500 คน แบบแบ่งเขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน เช่นเดียวกันกับในการเลือกตั้งปี 2562 และเมื่อแยกประเภทรัฐมนตรีใน ครม. เศรษฐา 1 จะพบว่า</p>



<p>การเลือกตั้งปี 2566 มี ครม. 34 คน&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>รัฐมนตรีจาก สส.บัญชีรายชื่อ 12 คน</li>



<li>รัฐมนตรี จาก สส.แบ่งเขต 10 คน&nbsp;</li>



<li>รัฐมนตรีที่ไม่เคยสมัคร สส. 6 คน&nbsp;</li>



<li>รัฐมนตรีที่เคยสมัคร สส. แต่ไม่สมัคร ปี 2566 3 คน&nbsp;</li>



<li>รัฐมนตรีที่สมัคร สส.ปี 2566 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง 3 คน</li>
</ol>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าหน้าตา ครม. ในการเลือกตั้งปี 2566 คล้ายกับครม. ในการเลือกตั้งปี 2550 กล่าวคือมีรัฐมนตรีที่มาจาก สส. แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อใกล้เคียงกัน แต่รัฐมนตรีที่มาจาก สส. แบบัญชีรายชื่อมีมากกว่า และมีการใช้รัฐมนตรีคนนอกมากกว่า&nbsp;</p>



<p>ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-minister/">https://rocketmedialab.co/database-minister/</a>&nbsp;</p>



<p><strong>หมายเหตุ:</strong></p>



<p>นับเฉพาะการลงสมัคร สส. โดยไม่รวมการเลือกตั้งปี 2557</p>



<p>รายชื่อคณะรัฐมนตรี นับเฉพาะคณะแรกที่ได้รับการแต่งตั้งหลังเลือกตั้งในครั้งนั้นๆ&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/minister/">ครม. เศรษฐา 1 : หน้าตา ครม. เป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างจาก ครม. ในอดีตอย่างไรบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เครือญาตินักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต ปี 2566</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/election-66-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Jun 2023 15:37:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ส.ส.เขต]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง66]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=3812</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3585;&#3634;&#3619;&#3648;&#3621 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-66-19/">เครือญาตินักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต ปี 2566</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<p></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ในการเลือกตั้งปี 2566 มีผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด 4,781 คน* และถือเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ จำนวน 2,896 คน โดยในจำนวนนี้มีผู้สมัครหน้าใหม่ที่มีความสัมพันธ์เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติ จำนวน 151 คน และในจำนวนนี้ ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต จำนวน 39 คน คิดเป็น 25.83%&nbsp;&nbsp;</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>ผู้สมัครหน้าใหม่ที่มีความสัมพันธ์เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติที่ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต จำนวน 39 คน มีจำนวนมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 คน ตามด้วยภาคกลาง 8 คน ภาคใต้ 6 คน ภาคเหนือ 4 คน ภาคตะวันออก 2 คน และภาคตะวันตก 1 คน&nbsp;</li>



<li>นักการเมืองระดับชาติที่ว่าที่ ส.ส. ปี 2566 นั้นมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องเป็นเครือญาติ เป็นอดีต ส.ส. ในปี 2562 จำนวน 23 คนด้วยกัน</li>



<li>พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคที่มีผู้สมัคร ส.ส. หน้าใหม่ที่เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับพรรคอื่นๆ เป็นจำนวน 41 คน มีผู้ได้รับการเลือกตั้งถึง 18 คน&nbsp;</li>
</ul>



<p></p>



<p>จากการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมา ซึ่ง กกต. ได้ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2566 Rocket Media Lab ชวนสำรวจว่าที่ ส.ส. แบบแบ่งเขตที่เป็นเครือญาติของนักการเมืองระดับชาติ ว่ามีใครจากพรรคไหนบ้าง </p>



<p>ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 Rocket Media Lab จัดทำฐานข้อมูลทางการเมืองของผู้สมัคร ส.ส. โดยแยกกลุ่มผู้สมัครเป็น 3 ประเภท ได้แก่</p>



<p>1. ผู้สมัครจากพรรคเดิม หมายถึง อดีต ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากการเลือกตั้งปี 2562 หรือปีที่เก่ากว่านั้น ที่ลงสมัครในนามพรรคเดิมในปี 2566</p>



<p>2. ผู้สมัครที่ย้ายพรรค หมายถึง อดีต ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากการเลือกตั้งปี 2562 หรือปีที่เก่ากว่านั้น โดยนับปีล่าสุดที่ผู้สมัครคนนั้นลงสมัคร ส.ส. ที่ย้ายไปลงสมัครพรรคใหม่ในปี 2566</p>



<p>3. ผู้สมัครหน้าใหม่ หมายถึง ผู้ที่ไม่เคยลงสมัคร ส.ส. มาก่อน ทั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ</p>



<p>ในการเลือกตั้งปี 2566 ที่ผ่านมา มีผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งหมด 4,781 คน* และถือเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ จำนวน 2,896 คน โดยในจำนวนนี้มีผู้สมัครหน้าใหม่ที่มีความสัมพันธ์เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติ ไม่ว่าจะเป็นบุตร สามี-ภรรยา หลาน พี่น้อง ฯลฯ จำนวน 151 คน และในจำนวนนี้ ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต จำนวน 39 คน คิดเป็น 25.83%&nbsp; และเมื่อแยกเป็นรายพรรคจะพบว่า ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>พรรคเพื่อไทย 18 คน</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>ทินพล ศรีธเรศ เขต 5 กาฬสินธุ์&nbsp;</li>



<li>ศักดิ์ชาย ตันเจริญ เขต 3 ฉะเชิงเทรา</li>



<li>ศิวะ พงศ์ธีระดุลย์ เขต 5 ชัยภูมิ&nbsp;</li>



<li>ศรีโสภา โกฏคำลือ เขต 10 เชียงใหม่&nbsp;</li>



<li>ปิยะนุช ยินดีสุข เขต 7 นครราชสีมา&nbsp;</li>



<li>นิกร โสมกลาง เขต 8 นครราชสีมา</li>



<li>อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล เขต 11 นครราชสีมา&nbsp;</li>



<li>พชร จันทรรวงทอง เขต 13 นครราชสีมา&nbsp;</li>



<li>พรเทพ ศิริโรจนกุล เขต 16 นครราชสีมา&nbsp;</li>



<li>รัฐ คลังแสง เขต 6 มหาสารคาม</li>



<li>นรากร นาเมืองรักษ์ เขต 4 ร้อยเอ็ด</li>



<li>วรวงศ์ วรปัญญา เขต 5 ลพบุรี</li>



<li>จิรัชยา สัพโส เขต 3 สกลนคร</li>



<li>วัชระพล ขาวขำ 9 อุดรธานี</li>



<li>รวี เล็กอุทัย เขต 3 อุตรดิตถ์</li>



<li>สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ เขต 7 อุบลราชธานี</li>



<li>ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ เขต 6 อุบลราชธานี</li>
</ul>



<ol class="wp-block-list" start="2">
<li>พรรคภูมิใจไทย 6 คน</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>สยาม เพ็งทอง เขต 1 บึงกาฬ</li>



<li>ไชยชนก ชิดชอบ เขต 2 บุรีรัมย์</li>



<li>ศักดิ์ ซารัมย์ เขต 6 บุรีรัมย์</li>



<li>พิมพฤดา ตันจรารักษ์ เขต 3 พระนครศรีอยุธยา</li>



<li>ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ เขต 1 พิจิตร</li>



<li>นรินทร์ คลังผา เขต 4 ลพบุรี</li>
</ul>



<ol class="wp-block-list" start="3">
<li>พรรคพลังประชารัฐ 5 คน</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ เขต 7 ชัยภูมิ</li>



<li>อามินทร์ มะยูโซ๊ะ เขต 2 นราธิวาส</li>



<li>อัคร ทองใจสด เขต 6 เพชรบูรณ์</li>



<li>ปกรณ์ จีนาคำ เขต 1 แม่ฮ่องสอน</li>



<li>จตุพร กมลพันธ์ทิพย์ เขต 3 ราชบุรี</li>
</ul>



<ol class="wp-block-list" start="4">
<li>พรรคก้าวไกล 4 คน</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>ธิษะณา ชุณหะวัณ เขต 2 กรุงเทพมหานคร</li>



<li>ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เขต 9 กรุงเทพมหานคร</li>



<li>วรรณิดา นพสิทธิ์ เขต 2 ชลบุรี</li>



<li>ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เขต 3 เชียงใหม่</li>
</ul>



<ol class="wp-block-list" start="5">
<li>พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>พิทักษ์เดช เดชเดโช เขต 3 นครศรีธรรมราช</li>



<li>ยูนัยดี วาบา เขต 4 ปัตตานี</li>



<li>ร่มธรรม ขำนุรักษ์ เขต 3 พัทลุง</li>
</ul>



<ol class="wp-block-list" start="6">
<li>พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน&nbsp;</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>กานสินี โอภาสรังสรรค์ เขต 1 สุราษฎร์ธานี</li>



<li>นิติศักดิ์ ธรรมเพชร เขต 2 พัทลุง</li>
</ul>



<ol class="wp-block-list" start="7">
<li>พรรคชาติไทยพัฒนา&nbsp;</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>ศุภโชค ศรีสุขจร เขต 1 นครปฐม&nbsp;</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Nepo_baby_ect2023-819x1024.png" alt="" class="wp-image-3825" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Nepo_baby_ect2023-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Nepo_baby_ect2023-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Nepo_baby_ect2023-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Nepo_baby_ect2023.png 960w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อแยกเป็นรายภาคจะพบว่า ผู้สมัครหน้าใหม่ที่มีความสัมพันธ์เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติที่ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต จำนวน 39 คน มีจำนวนมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 คน ตามด้วยภาคกลาง 8 คน ภาคใต้ 6 คน ภาคเหนือ 4 คน ภาคตะวันออก 2 คน และภาคตะวันตก 1 คน นอกจากนี้ยังพบว่า นักการเมืองระดับชาติที่ว่าที่ ส.ส. ปี 2566 นั้นมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องเป็นเครือญาติ เป็นอดีต ส.ส. ในปี 2562 จำนวน 23 คนด้วยกัน</p>



<p>จากข้อมูลยังพบว่า พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคที่มีผู้สมัคร ส.ส. หน้าใหม่ที่เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับพรรคอื่นๆ เป็นจำนวน 41 คน ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับการเลือกตั้ง 18 คน โดยพรรคเพื่อไทยมีอดีต ส.ส. ปี 2562 หลายคนที่ไม่กลับไปลงสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต ทั้งยุติบทบาททางการเมืองหรือย้ายไปลงในแบบบัญชีรายชื่อ และมีเครือญาติลงสมัคร ไม่ว่าจะเป็น นิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ที่บุตรชาย นรากร นาเมืองรักษ์ ลงสมัครในเขต 4 จ.ร้อยเอ็ด และได้รับการเลือกตั้ง หรือ ศรีเรศ โกฏคำลือ ที่บุตรสาว ศรีโสภา โกฏคำลือ ลงสมัครในเขต 10 จ.เชียงใหม่ และได้รับการเลือกตั้ง&nbsp;</p>



<p>โดยในส่วนที่มีเครือญาติลงสมัครและไม่ได้รับการเลือกตั้ง เช่น คมเดช ไชยศิวามงคล ที่ภรรยา ยรรยงรัตน์ ไชยศิวามงคล ลงสมัครในเขต 3 จ.กาฬสินธุ์ เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ที่บุตรสาว ภัทรพร ราชป้องขันธ์ ลงสมัครในเขต 1 บึงกาฬ หรือประสิทธิ์ วุฒินันชัย ที่บุตรชาย นิธิกร วุฒินันชัย ลงสมัครในเขต 7 เชียงใหม่&nbsp;</p>



<p>อันดับสองคือพรรคภูมิใจไทย โดยพรรคภูมิใจไทยมีผู้สมัคร ส.ส. หน้าใหม่ที่เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติเป็นจำนวน 20 คน โดยได้รับการเลือกตั้ง 6 คน เช่น ไชยชนก ชิดชอบ ซึ่งเป็นบุตรของเนวิน ชิดชอบ ในเขต 2 บุรีรัมย์ หรือใน เขต 6 บุรีรัมย์ ก็มี ศักดิ์ ซารัมย์ ซึ่งเป็นเครือญาติกับสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ก็ได้รับเลือกตั้งเช่นเดียวกัน โดยในส่วนที่เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติแต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง เช่น สีหเดช ไกรคุปต์ เขต 3 ราชบุรี ซึ่งเป็นพี่ชายของปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ หรือ ปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร เขต 1 นครนายก ซึ่งเป็นบุตรของ วุฒิชัย กิตติธเนศวร อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย</p>



<p>อันดับสามคือพรรคพลังประชารัฐ โดยพรรคพลังประชารัฐมีผู้สมัคร ส.ส. หน้าใหม่ที่เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติเป็นจำนวน 21 คน โดยได้รับการเลือกตั้ง 5 คน เช่น&nbsp; อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ เขต 7 ชัยภูมิ ซึ่งเป็นบุตรของ อร่าม โล่ห์วี อดีต ส.ส. ชัยภูมิ 6 สมัย หรือ อามินทร์ มะยูโซ๊ะ เขต 2 นราธิวาส ซึ่งเป็นเครือญาติของ สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ อดีต ส.ส. นราธิวาส พรรคพลังประชารัฐ โดยในส่วนที่เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติแต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง เช่น อรัชมน รัตนวราหะ เขต 8 นครราชสีมา ซึ่งเป็นภรรยาของอธิรัฐ รัตนเศรษฐ อดีต รมช.คมนาคม และอดีตส.ส. พรรคพลังประชารัฐ หรือ จิรวรรณ เรี่ยวแรง เขต 3 นนทบุรี ซึ่งเป็นเครือญาติของฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส. นนทบุรี</p>



<p>อันดับสี่คือพรรคก้าวไกล โดยพรรคก้าวไกลมีผู้สมัคร ส.ส. หน้าใหม่ที่เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติเป็นจำนวน 7 คน โดยได้รับการเลือกตั้ง 4 คน เช่น&nbsp; ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เขต 9 กรุงเทพมหานคร&nbsp; ซึ่งเป็นหลานชายของ วิชาญ มีนชัยนันท์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หรือ ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เขต 3 เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบุตรของสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี โดยในส่วนที่เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติแต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง เช่น อันวาร์ อุเซ็ง เขต 1 ยะลา ซึ่งเป็นบุตรของ อุสมาน อุเซ็ง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หรือ กัญญาวีร์ ทองสงค์ เขต 3 สุโขทัย ซึ่งเป็นบุตรของสุวิทย์ ทองสงค์ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ปี 2562</p>



<p>อับดับห้าคือพรรคประชาธิปัตย์&nbsp; โดยพรรคประชาธิปัตย์มีผู้สมัคร ส.ส. หน้าใหม่ที่เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติเป็นจำนวน 22 คน โดยได้รับการเลือกตั้ง 3 คน คือ พิทักษ์เดช เดชเดโช เขต 3 นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นน้องชายของ ชัยชนะ เดชเดโช อดีต ส.ส. นครศรีธรรมราช ยูนัยดี วาบา เขต 4 ปัตตานี ซึ่งเป็นบุตรของ นิมุคตาร์ วาบา อดีต ส.ส. ปัตตานี พรรคเพื่อแผ่นดิน และร่มธรรม ขำนุรักษ์ เขต 3 พัทลุง ซึ่งเป็นบุตรของ นริศ ขำนุรักษ์ อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์&nbsp; โดยในส่วนที่เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติแต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง เช่น ปิยะกาญจน์ สุพรรณชนะบุรี เขต 2 พัทลุง เป็นบุตรของ สานันท์ สุพรรรณชนะบุรี อดีต ส.ส. พัทลุง หรือ วณิชชา ม่วงศิริ เขต 28 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเครือญาติของสามารถ ม่วงศิริ อดีต ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์&nbsp;</p>



<p>และอันดับหกคือ พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน โดยพรรครวมไทยสร้างชาติมีผู้สมัคร ส.ส. หน้าใหม่ที่เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติเป็นจำนวน 19 คน โดยได้รับการเลือกตั้ง 2 คน คือ กานสินี โอภาสรังสรรค์ เขต 1 สุราษฎร์ธานี และเป็นลูกสะใภ้ของชุมพลและโสภา กาญจนะ อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ และนิติศักดิ์ ธรรมเพชร เขต 2 พัทลุง ซึ่งเป็นบุตรชายของ วิสุทธิ์ ธรรมเพชร รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ประชาธิปัตย์&nbsp; โดยในส่วนที่เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติแต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง เช่น รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี เขต 33 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบุตรของไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต ส.ส. 4 สมัย หรือ พูน แก้วภราดัย เขต 1 นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบุตรชายของ วิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส. นครศรีธรรมราช</p>



<p>อันดับ 7 พรรคชาติไทยพัฒนา โดยพรรคชาติไทยพัฒนามีผู้สมัคร ส.ส. หน้าใหม่ที่เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติเป็นจำนวน 2 คน และได้รับการเลือกตั้ง 1 คน คือ ศุภโชค ศรีสุขจร เขต 1 นครปฐม ซึ่งเป็นบุตรของธงชัย ศรีสุขจร อดีต ส.ว. นครปฐม และส่วนที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งคือ วันชัย เจียมวิจักษณ์ เขต 3 เชียงราย ซึ่งเป็นบุตรของสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ อดีต ส.ส. เชียงราย</p>



<p>*ผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต 4,781 คน นับจากวันรับสมัครและไม่ได้ลบจำนวนผู้สมัครที่ถอนการสมัครและถูกตัดสิทธิจาก กกต. หลังจากนั้นออก</p>



<p>ดูข้อมูลพื้นฐานได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-66-3/">https://rocketmedialab.co/database-election-66-3/</a>&nbsp;</p>



<p></p>



<p><strong>หมายเหตุ</strong></p>



<p>ข้อมูลผู้สมัครและประวัติ สืบค้นจากการประกาศของพรรค การนำเสนอของสื่อและโซเชียลมีเดียของผู้สมัครแต่ละเขต</p>



<p>การนับ ส.ส. ปี 2562 นับจากการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 24 มีนาคม 2562</p>



<p>ปีที่ลงสมัคร ส.ส. ไม่นับปี 2557 ที่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ</p>



<p>ดูฐานข้อมูลว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ปี 2566 แบบแบ่งเขต รายจังหวัด (อย่างไม่เป็นทางการ) พร้อมประวัติทางการเมืองว่า เป็นผู้สมัครจากพรรคเดิม ย้ายมาจากพรรคไหน หรือเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ที่ไม่เคยลง ส.ส. มาก่อน ภายใต้ชื่อโครงการ DEMO Thailand ได้ที่ <a href="https://demothailand.rocketmedialab.co">https://demothailand.rocketmedialab.co</a></p>



<p>*ผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตใช้ผลการเลือกตั้งจากประกาศ กกต. ในวันที่ 25 พ.ค. 66</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-66-19/">เครือญาตินักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต ปี 2566</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งบจัดการเลือกตั้ง 2566 กว่า 5.9 พันล้าน ใช้ทำอะไรบ้าง </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/election66-budget/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Jun 2023 10:50:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กกต.]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง66]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=3809</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3619;&#3632;&#3627;&#3623;&#3656;&#3634;&#3591;&#3619 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election66-budget/">งบจัดการเลือกตั้ง 2566 กว่า 5.9 พันล้าน ใช้ทำอะไรบ้าง </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<p>ระหว่างรอ กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.&nbsp; Vote62 ชวนดูรายละเอียดงบประมาณ ที่ ครม. อนุมัติให้สำหรับใช้ควบคุมและจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่าเป็นเงินเท่าไร และใช้ทำอะไรบ้าง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Frame-32-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-3818" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Frame-32-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Frame-32-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Frame-32-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Frame-32-1.png 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>งบก้อนนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น 5,945,161,000 บาท แบ่งเป็นสองก้อน คือ 1. ค่าใช้จ่ายที่สำนักงาน กกต. ดำเนินการเอง จำนวน 5,104,546,750 บาท และ 2. ค่าใช้จ่ายของหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจที่ร่วมดำเนินการ 10 หน่วยงาน จำนวน 840,614,250 บาท&nbsp;</p>



<p>ก้อนแรกที่ดำเนินการโดยสำนักงาน กกต. เป็นเงินทั้งสิ้น 5,104,546,750 บาท</p>



<p>แบ่งตามภารกิจที่งบมากที่สุดไปหาน้อยที่สุด ได้ดังนี้&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ภารกิจจัดการเลือกตั้ง ส.ส.&nbsp; 2,905,719,800 บาท คิดเป็น 56.9%&nbsp;</li>



<li>ภารกิจส่งเสริมการมีส่วนร่วม รณรงค์เผยแพร่และประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง ส.ส.&nbsp; 518,121,250 บาท คิดเป็น 10.2%&nbsp;</li>



<li>ภารกิจการสนับสนุนการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. 502,193,640 บาท คิดเป็น 9.8%</li>



<li>ภารกิจเตรียมความพร้อมบุคลากร วิทยากร และเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้ง ส.ส. ทุกระดับ จำนวน 396,166,000 บาท คิดเป็น 7.8%</li>



<li>ภารกิจตรวจสอบการปฏิบัติงานเลือกตั้งและการกระทำผิดกฎหมายโดยผู้ตรวจการเลือกตั้ง 383,163,000 บาท คิดเป็น 7.5%</li>



<li>ภารกิจจัดการเลือกตั้งกรณี กกต. สั่งให้ลงคะแนน/เลือกตั้งใหม่/แทนตำแหน่งที่ว่าง 200,000,000 บาท คิดเป็น 3.9%</li>



<li>ภารกิจในการควบคุม สอดส่อง สืบสวนสอบสวน ไต่สวน วินิจฉัยชี้ขาดและการดำเนินคดีในศาล 80,442,900 บาท คิดเป็น 1.6%</li>



<li>ภารกิจตรวจติดตามการเลือกตั้ง ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการเลือกตั้งทั้งในและนอกราชอาณาจักร โดย กกต. และคณะ 55,855,000 บาท คิดเป็น 1.1%</li>



<li>ภารกิจอำนวยการและสนับสนุนการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. 48,140,360 บาท คิดเป็น 0.9%</li>



<li>ภารกิจตรวจติดตาม นิเทศ และประเมินผลการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. 6,335,600 บาท คิดเป็น 0.1%</li>



<li>ภารกิจรับรายงานจากผู้ตรวจการเลือกตั้งในการเลือกตั้ง ส.ส. และการตรวจติดตามการเลือกตั้ง ส.ส. 5,569,200 บาท คิดเป็น 0.1%</li>



<li>ภารกิจสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ส.ส. ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งต่างประเทศและหรือองค์กรระหว่างประเทศในราชอาณาจักร 3,840,000 บาท คิดเป็น 0.1%</li>
</ol>



<p>ก้อนที่สอง ค่าใช้จ่ายของหน่วยงานอื่นๆ เป็นเงินทั้งสิ้น 840,614,250 บาท&nbsp;</p>



<p>แบ่งตามภารกิจที่งบมากที่สุดไปหาน้อยที่สุด ได้ดังนี้&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ภารกิจขนส่งบัตรเลือกตั้ง และวัสดุอุปกรณ์เลือกตั้ง หนังสือแจ้งเจ้าบ้านและอื่น ๆ โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด 260,000,000 บาท คิดเป็น 30.9%</li>



<li>ภารกิจการลงทะเบียนขอใช้สิทธิก่อนวันเลือกตั้งและอื่นๆ การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง 190,542,250 บาท คิดเป็น 22.7%</li>



<li>ภารกิจสนับสนุนการควบคุมและจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนอกราชอาณาจักรโดยกระทรวงการต่างประเทศ 125,000,000 บาท คิดเป็น 14.9%</li>



<li>ภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 104,500,000 บาท คิดเป็น 12.4%</li>



<li>ภารกิจสื่อสารและโทรคมนาคม โดยบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) 49,841,100 บาท คิดเป็น 5.9%</li>



<li>ภารกิจสนับสนุนศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งและสำนักงานเขตโดยกรุงเทพมหานคร 48,617,000 บาท คิดเป็น 5.8%</li>



<li>ภารกิจสนับสนุนการดูแลและเฝ้าระวังไฟฟ้าในส่วนภูมิภาคโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 28,486,400 บาท คิดเป็น 3.4%</li>



<li>ภารกิจสนับสนุนการรณรงค์เผยแพร่ความรู้การเลือกตั้งโดยกระทรวงศึกษาธิการ 18,362,500 บาท คิดเป็น 2.2%</li>



<li>ภารกิจการเตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนการควบคุม และจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยสำนักบริหารการปกครองท้องที่กรมการปกครอง 12,265,000 บาท คิดเป็น 1.5%</li>



<li>ภารกิจสนับสนุนการดูแลและเฝ้าระวังไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ โดยการไฟฟ้านครหลวง 3,000,000 บาท คิดเป็น 0.4%</li>
</ol>



<p></p>



<p>ข้อมูลจาก <a href="https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/64134">https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/64134</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election66-budget/">งบจัดการเลือกตั้ง 2566 กว่า 5.9 พันล้าน ใช้ทำอะไรบ้าง </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลือกตั้ง&#8217;66: บัตรเสียเกือบ 3 ล้านใบ เสียเพราะอะไรกัน?</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/vote62-rejected-ballot/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 May 2023 08:25:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[vote62]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง66]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=3797</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3585;&#3634;&#3619;&#3607;&#3637 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/vote62-rejected-ballot/">เลือกตั้ง&#8217;66: บัตรเสียเกือบ 3 ล้านใบ เสียเพราะอะไรกัน?</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>จากการที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่รายงานผลการเลือกตั้ง 2566 อย่างไม่เป็นทางการ โดยมีผู้มาใช้สิทธิ 39,514,973 คน คิดเป็นร้อยละ 75.71 จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,195,920 คน นอกจากนี้ยังพบว่า มีบัตรเสียรวมทั้งหมด 2,967,735 ใบ แบ่งเป็นบัตร ส.ส. เขต 1,457,899 ใบ และบัตรบัญชีรายชื่อ 1,509,836 ใบ ซึ่งก่อให้เกิดคำถามว่าทำไมบัตรเสียถึงมีจำนวนสูงมากและสูงที่สุดตั้งแต่การเลือกตั้งในปี 2548&nbsp;</p>



<p>#vote62 ชวนมาดูตัวอย่าง ‘บัตรเสีย’ จากอาสาสมัครที่รายงานปัญหาและความผิดปกติในการนับคะแนนการเลือกตั้ง 14 พ.ค. ที่ผ่านมา เข้ามายังระบบของ vote62 ที่อาจจะทำให้เห็นภาพว่า การที่การเลือกตั้งครั้งนี้มี ‘บัตรเสีย’ จำนวนมาก เสียเพราะอะไรกันแน่&nbsp;</p>



<p>จากรายงานปัญหาและความผิดปกติในการนับคะแนนการเลือกตั้ง 14 พ.ค. ที่อาสาสมัคร vote62 รายงานเข้ามาจำนวน 1,076 ราย จาก 74 จังหวัด พบว่ามีการรายงานปัญหาและความผิดปกติในการนับคะแนน โดยมีการขานบัตรเสียว่าดี บัตรดีกว่าเสีย จำนวน 143 ราย โดยเมื่อพิจารณาจากรายละเอียดที่อาสาสมัครเขียนบรรยายและส่งรูปประกอบเข้ามาจะพบว่า ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่จะไม่ได้แสดงบัตรเลือกตั้งให้ดูเมื่อพบว่าเป็นบัตรเสีย และไม่ชี้แจงว่าบัตรเสีย เสียเพราะอะไร&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่ส่วนหนึ่งนั้นมีการแสดงบัตรเลือกตั้งที่ขานว่าเป็นบัตรเสีย พร้อมอธิบายว่าทำไมถึงวินิจฉัยให้เป็นบัตรเสีย ซึ่งทำให้เกิดการโต้แย้งจากอาสาสมัคร และมีการรายงานเข้ามายัง vote62 โดยในบางกรณีมีการแนบภาพบัตรเลือกตั้งที่เป็นปัญหาที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นบัตรเสียมาด้วย โดยมีตัวอย่างบางส่วนดังนี้&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/1_invalid_ballot_example-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-3798" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/1_invalid_ballot_example-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/1_invalid_ballot_example-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/1_invalid_ballot_example-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/1_invalid_ballot_example-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/1_invalid_ballot_example-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/1_invalid_ballot_example-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/1_invalid_ballot_example.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/2_invalid_ballot_example-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-3799" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/2_invalid_ballot_example-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/2_invalid_ballot_example-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/2_invalid_ballot_example-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/2_invalid_ballot_example-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/2_invalid_ballot_example-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/2_invalid_ballot_example-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/2_invalid_ballot_example.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/3_invalid_ballot_example-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-3800" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/3_invalid_ballot_example-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/3_invalid_ballot_example-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/3_invalid_ballot_example-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/3_invalid_ballot_example-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/3_invalid_ballot_example-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/3_invalid_ballot_example-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/3_invalid_ballot_example.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/4_invalid_ballot_example-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-3801" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/4_invalid_ballot_example-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/4_invalid_ballot_example-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/4_invalid_ballot_example-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/4_invalid_ballot_example-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/4_invalid_ballot_example-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/4_invalid_ballot_example-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/4_invalid_ballot_example.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/5_invalid_ballot_example-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-3802" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/5_invalid_ballot_example-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/5_invalid_ballot_example-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/5_invalid_ballot_example-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/5_invalid_ballot_example-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/5_invalid_ballot_example-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/5_invalid_ballot_example-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/5_invalid_ballot_example.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/6_invalid_ballot_example-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-3803" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/6_invalid_ballot_example-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/6_invalid_ballot_example-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/6_invalid_ballot_example-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/6_invalid_ballot_example-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/6_invalid_ballot_example-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/6_invalid_ballot_example-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/6_invalid_ballot_example.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>“แจ้งบัตรเสียหลายบัตร ไม่ชัดเจนทั้งๆ ที่ไม่น่าจะเป็นเสีย กรณีกากบาทซ้ำเพิ่มความชัดเจน” &#8211; อาสาสมัครจากเขตเลือกตั้งที่ 10 หน่วย 41 กรุงเทพมหานคร&nbsp;</li>



<li>“มีการกาในช่องหลายขีด” &#8211; อาสาสมัครจากหน่วยที่ 23 ศาลาอเนกประสงค์ชุมชนซอยประชาชื่นนนทบุรี 8 (ตู้ยามบริการประชาชน) นนทบุรี&nbsp;</li>



<li>“กาเลยช่องนิดเดียวนับเสีย” – อาสาสมัครจากหน่วยเลือกตั้งหมู่บ้านพฤกษา 12/1 ต.คลองสาม ปทุมธานี</li>



<li>“เจ้าหน้าที่ไม่แจ้งว่าบัตรเสียเพราะอะไร​ ให้เหตุผลว่า กกต.ไม่ให้แจ้ง” &#8211; อาสาสมัครจากเขตที่​ 2​ หน่วยเลือกตั้งที่​ 9​ ศาลาประชาคมบ้านหนองอิเลิง​ ต.ศรีฐาน​ อ.ภูกระดึง​ จ.เลย​</li>



<li>“เจ้าหน้าที่แจ้งบัตรเสีย เนื่องจากน่าจะมีหมึกเลอะมือไปโดนช่อง 18” &#8211; อาสาสมัครจากหน่วย 74 สนามกีฬาอารีน่าพาร์ค คู้บอน 27 แยก 11 กรุงเทพมหานคร</li>



<li>“มีการขีดกากบาท 2 อันทับกัน ซึ่งเป็นบัตรเสีย” – อาสาสมัครจากหน่วยเลือกตั้งที่ 8 เขต 33 กรุงเทพมหานคร</li>



<li>“ขีดเลยออกมานิดเดียว ตอนแรกดื้อดึงว่าเป็นบัตรเสีย จนประชาชนหลายคนทักจึงยอมให้เป็นบัตรดี และนับบัตรเสียใหม่” &#8211; อาสาสมัครจากหน่วยเลือกตั้งที่ 8 สนามกีฬา ซอย อุดมเดช 10-11 ต.บางเมืองใหม่ อ.เมือง สมุทรปราการ</li>



<li>“มีรอยตัดมากกว่า 1 จุด” – อาสาสมัครจากหน่วยเลือกตั้งที่ 15 เขต1 ชลบุรี</li>



<li>“เพราะกาไม่เต็มช่องบ้าง หรือย้ำเส้นเกินไปบอกเส้นบวม” &#8211; อาสาสมัครจากเขต 2 บางรักน้อย หน้าหมู่บ้าน เพชรดา ท่าอิฐ นนทบุรี</li>



<li>“บัตรบางส่วนถูกวินิจฉัยเป็นบัตรเสีย และเล่มคู่มือการกาที่ก่อให้เกิดบัตรเสียของ กกต. นำมาแสดง ไม่ตรงกับที่สื่อมวลชนประชาสัมพันธ์ไว้ก่อนหน้า หรือบางบัตรมีการกาที่ดี แต่อาจเป็นเพราะปากกา กามีขีดซ้ำจุดเดิม กลายเป็นบัตรเสีย” &#8211; อาสาสมัครจากหน่วยเลือกตั้งย่อยที่ 28 หน้าสโมสร บางแคเหนือ บางแค กทม.</li>



<li>“บัตรเสียของก้าวไกลเยอะจากรูปแค่บางส่วนที่ขานบัตรเสีย” &#8211; อาสาสมัครจากชลบุรีเขต 1 หน่วยเลือกตั้ง 15-18</li>



<li>“ขีดเลยช่อง ขานว่าเป็นบัตรเสีย” &#8211; อาสาสมัครจากหน่วยเลือกตั้งที่ 3 อาคารกองทุนหมู่บ้านปลวกแดง ระยอง</li>



<li>“บัตรกากบาทย้ำ (คล้ายปากกาไม่ติด) แต่เจ้าหน้าที่ตัดสินเป็นบัตรเสีย” &#8211; อาสาสมัครจากหน่วยเลือกตั้งนอกเขต หน่วยที่ 5 สำนักงานเขตห้วยขวาง</li>
</ul>



<p></p>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าบัตรเลือกตั้งส่วนหนึ่งที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นบัตรเสีย เกิดจากการกากบาทซ้ำทับรอยเส้นเดิม ทำให้อาจจะมีจุดตัดมากกว่าหนึ่งจุด หรือเป็นรอยขีดที่มากกว่า 2 เส้นตัดกัน ในขณะเดียวกันก็จะพบว่ามีการกากบาทเลยช่องออกไปเพียงเล็กน้อย ซึ่งทั้งสองกรณีที่มีการรายงานเข้ามานั้นถูกวินิจฉัยว่าเป็นบัตรเสีย ถึงแม้ว่าในภาพประชาสัมพันธ์ของ กกต. เองที่ออกมาก่อนหน้าการเลือกตั้งไม่นับว่าเป็นบัตรเสียก็ตาม&nbsp;</p>



<p>คำถามที่น่าสนใจก็คือในจำนวนบัตรเสียกว่า 3 ล้านใบในครั้งนี้ เป็นบัตรเสียที่เกิดจากการวินิจฉัยผิดพลาดเท่าไรกัน&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/vote62-rejected-ballot/">เลือกตั้ง&#8217;66: บัตรเสียเกือบ 3 ล้านใบ เสียเพราะอะไรกัน?</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลือกตั้ง ’66 : สำรวจผลการเลือกตั้งของ 6 พรรคใหญ่ แต่ละพรรคได้ว่าที่ ส.ส. แบบไหนกัน</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/election-66-18/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 May 2023 07:48:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[DEMOThailand]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ส.ส.เขต]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง66]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=3782</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3649;&#3585;&#3657;&#3652;&#3586;&#3586;&#3657;&#3629 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-66-18/">เลือกตั้ง ’66 : สำรวจผลการเลือกตั้งของ 6 พรรคใหญ่ แต่ละพรรคได้ว่าที่ ส.ส. แบบไหนกัน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><em>แก้ไขข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2566</em></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ก้าวไกล มีว่าที่ ส.ส. แบบแบ่งเขต ที่มาจากผู้สมัครหน้าใหม่ 86 คน คิดเป็น 28.38% ของผู้สมัครหน้าใหม่ของก้าวไกล เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนว่าที่ ส.ส.หน้าใหม่ของ 6 พรรคใหญ่ ทำให้ก้าวไกลเป็นพรรคที่มีว่าที่ ส.ส. หน้าใหม่เป็นสัดส่วนมากที่สุดใน 6 พรรค</li>



<li>ส่วนเพื่อไทย มีว่าที่ ส.ส. ที่มาจากการย้ายพรรค 29 คน คิดเป็น 27.36% ของผู้สมัคร ส.ส. ย้ายพรรคทั้งหมด 106 คน เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างพรรคการเมืองขนาดใหญ่ 6 พรรค จะเห็นได้ว่า พรรคเพื่อไทยมีว่าที่ ส.ส.ที่มาจากการย้ายพรรคมากที่สุด</li>



<li>ว่าที่ ส.ส. ของพรรคภูมิใจไทยนั้นมาจากผู้สมัครจากพรรคเดิมมากที่สุด เป็นจำนวน 37 คน คิดเป็น 48.68% ของผู้สมัครพรรคเดิมที่ลงสมัคร เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนว่าที่ ส.ส.พรรคเดิมของ 6 พรรคใหญ่ ภูมิใจไทยถือเป็นพรรคที่ได้ว่าที่ ส.ส. จากผู้สมัครพรรคเดิมเป็นสัดส่วนมากที่สุดในบรรดา 6 พรรค&nbsp;</li>
</ul>



<p>หลังการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งรายงานผลการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2566 อย่างเป็นทางการ ทาง ECT Report เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2566 Rocket Media Lab ชวนสำรวจว่าที่ ส.ส. แบบแบ่งเขตจากพรรคใหญ่ทั้ง 6 พรรคที่ได้รับการเลือกตั้ง ได้แก่ พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคประชาธิปัตย์ ว่าเป็นใครมาจากไหน ผ่านฐานข้อมูล<a href="https://demothailand.rocketmedialab.co/">โครงการ DEMO Thailand ของ Rocket Media Lab</a></p>



<p>ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 Rocket Media Lab จัดทำฐานข้อมูลทางการเมืองของผู้สมัคร ส.ส. โดยแยกกลุ่มผู้สมัครเป็น 3 ประเภท ได้แก่</p>



<p>1. ผู้สมัครจากพรรคเดิม หมายถึง อดีต ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากการเลือกตั้งปี 2562 หรือปีที่เก่ากว่านั้น ที่ลงสมัครในนามพรรคเดิมในปี 2566</p>



<p>2. ผู้สมัครที่ย้ายพรรค หมายถึง อดีต ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากการเลือกตั้งปี 2562 หรือปีที่เก่ากว่านั้น โดยนับปีล่าสุดที่ผู้สมัครคนนั้นลงสมัคร ส.ส. ที่ย้ายไปลงสมัครพรรคใหม่ในปี 2566</p>



<p>3. ผู้สมัครหน้าใหม่ หมายถึง ผู้ที่ไม่เคยลงสมัคร ส.ส. มาก่อน ทั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ</p>



<p>และเมื่อนำเอาว่าที่ ส.ส. แบบแบ่งเขตจากพรรคใหญ่ทั้ง 6 พรรค ที่ได้รับการเลือกตั้ง มาพิจารณาจากฐานข้อมูลและการจัดประเภทดังกล่าว จะพบว่า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/5-819x1024.png" alt="" class="wp-image-3855" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/5-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/5-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/5-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/5.png 960w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคก้าวไกล</strong></h3>



<p>จากผลการเลือกตั้ง 2566 พรรคก้าวไกลได้ว่าที่ ส.ส. แบบแบ่งเขตทั้งหมด 112 คน จากการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง 396 คน โดยแบ่งเป็น</p>



<p>1. ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ 86 คน</p>



<p>2. ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรค 2 คน</p>



<p>3. ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครจากพรรคเดิม 24 คน</p>



<p>จากผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต ของพรรคก้าวไกล 396 คน แบ่งเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ จำนวน 303 คน ผู้สมัครจากพรรคเดิม จำนวน 66 คน และผู้สมัครที่ย้ายมาจากพรรคอื่น จำนวน 27 คน พบว่า มีผู้สมัคร ส.ส. หน้าใหม่ได้รับเลือกตั้ง 86 คน คิดเป็น 28.38% ของผู้สมัครหน้าใหม่ที่ลงสมัคร เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนว่าที่ ส.ส.หน้าใหม่ของ 6 พรรคใหญ่ ทำให้ก้าวไกลเป็นพรรคที่มีว่าที่ ส.ส. หน้าใหม่เป็นสัดส่วนมากที่สุดใน 6 พรรค&nbsp;</p>



<p>สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ในบรรดาผู้สมัครหน้าใหม่ 303 คนที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นกลุ่มคนที่ประกอบอาชีพส่วนตัวมากที่สุด 38.6% นักธุรกิจ 28.71% และผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ 23.10% ขณะที่ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้งของพรรคก้าวไกลนั้น มาจากกลุ่มผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ มากที่สุด</p>



<p>เมื่อพิจารณาผู้สมัครพรรคเดิมจำนวน 66 คน พบว่า มีผู้ได้รับเลือกตั้งจำนวน 24 คน คิดเป็น 36.36% แบ่งเป็น อดีต ส.ส. แบบแบ่งเขต ปี 2562 จำนวน 8 คน อดีตผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต ปี 2562 จำนวน 13 คน และอดีต ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ปี 2562 จำนวน 1 คน และอดีตผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ปี 2562 จำนวน 2 คน</p>



<p>เนื่องจากในการเลือกตั้ง 2566 มีอดีต ส.ส. ลงสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตทั้งหมด 8 คน จึงสรุปได้ว่า พรรคก้าวไกลมีอดีต ส.ส. ที่ลงสมัครในนามพรรคเดิมและได้รับการเลือกตั้งครบ 100%</p>



<p>สำหรับผู้สมัคร ส.ส. ที่ย้ายมาจากพรรคอื่นในปี 2562 ที่ได้รับการเลือกตั้งมีจำนวน 2 คน โดยเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคไทยรักษาชาติและพรรคเพื่อไทยในปี 2562 ทั้งนี้ในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคก้าวไกลไม่มีอดีต ส.ส. จากพรรคอื่นย้ายมาลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคก้าวไกลเลย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/6-819x1024.png" alt="" class="wp-image-3857" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/6-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/6-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/6-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/6.png 960w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคเพื่อไทย&nbsp;</strong></h3>



<p>ในการเลือกตั้ง 2566 พรรคเพื่อไทยได้ว่าที่ ส.ส. แบบแบ่งเขตทั้งหมด 112 คน จากการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง 400 คน โดยแบ่งเป็น</p>



<p>1. ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ 34 คน</p>



<p>2. ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรค 29 คน</p>



<p>3. ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครจากพรรคเดิม 49 คน</p>



<p>จากผู้สมัคร ส.ส. เขต 400 คน แบ่งเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ 155 คน ผู้สมัครที่มาจากพรรคเดิม 139 คน และผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรค 106 คน พบว่า ว่าที่ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยเป็นผู้สมัครจากพรรคเดิมมากที่สุด จำนวน 49 คน คิดเป็น 35.25% ของผู้สมัครพรรคเดิม ในจำนวนนี้มีอดีต ส.ส.ปี 2562 จำนวน 40 คน อดีตผู้สมัคร ส.ส. ปี 2562 จำนวน 6 คน และอดีต ส.ส. ก่อนปี 2562 จำนวน 1 คน และอดีตผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่ลงสมัครในแบบแบ่งเขตในปี 2566 จำนวน 2 คน&nbsp;</p>



<p>ส่วนว่าที่ ส.ส. ที่มาจากผู้สมัครหน้าใหม่ พบว่า จากผู้สมัครหน้าใหม่ทั้งหมด 155 คน มีผู้ได้รับเลือกตั้ง 34 คนคิดเป็น 21.93% เมื่อพิจารณาภูมิหลังแล้วพบว่า มาจากกลุ่มคนที่เป็นเครือญาตินักการเมืองระดับชาติและนักการเมืองระดับท้องถิ่นมากที่สุด เท่ากันที่ 18 คน รองลงมาคือ นักธุรกิจ</p>



<p>ว่าที่ ส.ส. ที่มาจากการย้ายพรรค พบว่า จากผู้สมัคร ส.ส. ย้ายพรรคทั้งหมด 106 คน มีผู้ได้รับเลือกตั้งจำนวน 29 คน คิดเป็น 27.36% โดยเป็นอดีต ส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐ 3 คน พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อชาติ และพรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคละ 1 คน และอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคไทยรักษาชาติ 7 คน พรรคภูมิใจไทย 5 คน พรรคพลังประชารัฐ 3 คน พรรคเพื่อชาติ 2 คน พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคพลังท้องถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคชาติไทย และพรรคสามัคคีธรรม พรรคละ 1 คน</p>



<p>ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างพรรคการเมืองขนาดใหญ่ 6 พรรค จะเห็นได้ว่า พรรคเพื่อไทยมีว่าที่ ส.ส. ที่มาจากการย้ายพรรคมากที่สุด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/7-819x1024.png" alt="" class="wp-image-3858" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/7-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/7-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/7-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/7.png 960w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคภูมิใจไทย&nbsp;</strong></h3>



<p>ในการเลือกตั้ง 2566 พรรคภูมิใจไทยได้ว่าที่ ส.ส. แบบแบ่งเขตทั้งหมด 68 คน จากการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง 387 คน โดยแบ่งเป็น</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ 18 คน</li>



<li>ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรค 13 คน</li>



<li>ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครจากพรรคเดิม 37 คน</li>
</ol>



<p>จากผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตของพรรคภูมิใจไทย 387 คน ซึ่งมีผู้สมัครจากพรรคเดิม จำนวน 76 คน ผู้สมัครหน้าใหม่ จำนวน 183 คน และผู้สมัครที่ย้ายมาจากพรรคอื่น จำนวน 128 คน พบว่า ว่าที่ ส.ส. ของพรรคภูมิใจไทยนั้นมาจากผู้สมัครจากพรรคเดิมมากที่สุด เป็นจำนวน 37 คน คิดเป็น 48.68% ของผู้สมัครพรรคเดิมที่ลงสมัคร เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนว่าที่ ส.ส. พรรคเดิมของ 6 พรรคใหญ่ ภูมิใจไทยถือเป็นพรรคที่ได้ว่าที่ ส.ส. จากผู้สมัครพรรคเดิมเป็นสัดส่วนมากที่สุดในบรรดา 6 พรรค</p>



<p>สำหรับว่าที่ ส.ส. ของพรรคภูมิใจไทยที่มาจากผู้สมัครจากพรรคเดิม 37 คน แบ่งเป็นอดีต ส.ส. จากปี 2562 จำนวน 24 คน อดีตผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคจากปี 2562 อีก 9 คน และอดีต ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่มาลงในแบบแบ่งเขตอีก 2 คน และอดีตผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่ออีก 2 คน</p>



<p>จากนั้นเมื่อพิจารณาในส่วนของว่าที่ ส.ส. ของพรรคภูมิใจไทยที่มาจากผู้สมัครหน้าใหม่ จำนวน 18 คน จากผู้สมัครหน้าใหม่ทั้งหมด 183 คน คิดเป็น 9.84% พบว่ามาจากกลุ่มนักการเมืองระดับท้องถิ่นมากที่สุด 12 คน ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคภูมิใจไทยนั้นมาจากกลุ่มนักการเมืองระดับท้องถิ่นมากที่สุดเช่นเดียวกัน รองลงมาก็คือเครือญาตินักการเมืองระดับชาติเท่ากันกับเครือญาตินักการเมืองระดับท้องถิ่น 4 คน</p>



<p>และในส่วนสุดท้ายก็คือว่าที่ ส.ส. ที่มาจากการย้ายพรรค จำนวน 13 คน จากผู้สมัคร ส.ส. ที่มาจากการย้ายพรรคจำนวน 128 คน คิดเป็น 10.16% พบว่าเป็นอดีต ส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐ 3 คน พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน และอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐ 6 คน พรรคไทยรักษาชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคละ 1 คน</p>



<p>สิ่งที่น่าสนใจก็คือการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยมี อดีต ส.ส. ปี 2562 จากพรรคอื่นย้ายเข้ามาลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทยมากที่สุดถึง 49 คน แต่ได้รับเลือกตั้งเพียง 4 คนเท่านั้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/8-819x1024.png" alt="" class="wp-image-3859" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/8-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/8-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/8-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/8.png 960w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคพลังประชารัฐ&nbsp;</strong></h3>



<p>ในการเลือกตั้ง 2566 พรรคพลังประชารัฐ ได้ว่าที่ ส.ส. แบบแบ่งเขตทั้งหมด 39 คน จากการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง 400 คน โดยแบ่งเป็น</p>



<p>1. ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ 14 คน</p>



<p>2. ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรค 5 คน</p>



<p>3. ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครจากพรรคเดิม 20 คน</p>



<p>จากผู้สมัคร ส.ส. 400 คนของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีผู้สมัครหน้าใหม่ 202 คน ผู้สมัครที่ย้ายพรรค 98 คน และผู้สมัครจากพรรคเดิม 100 คน พบว่า ว่าที่ ส.ส. เป็นผู้สมัครจากพรรคเดิมมากที่สุด เป็นจำนวน 20 คน คิดเป็น 20% ของผู้สมัคร ส.ส. พรรคเดิม โดยแยกเป็น อดีต ส.ส. แบบแบ่งเขต ปี 2562 จำนวน 15 คน อดีตผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต ปี 2562 จำนวน 3 คน อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ ปี 2562 และอดีตผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อปี 2562 อย่างละ 1 คน&nbsp;</p>



<p>ส่วนว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่พบว่า จากผู้สมัคร ส.ส. ที่เป็นหน้าใหม่ทั้งหมด จำนวน 202 คน มีผู้ได้รับเลือกตั้งจำนวน 14 คน คิดเป็น 6.93% โดยเป็นกลุ่มที่เป็นนักการเมืองระดับท้องถิ่นมากที่สุด รองลงมาคือเครือญาตินักการเมืองระดับชาติ และเครือญาตินักการเมืองระดับท้องถิ่น</p>



<p>สำหรับ ส.ส. ที่มาจากการย้ายพรรคพบว่า จากผู้สมัคร ส.ส. ที่มาจากการย้ายพรรคทั้งหมด 98 คน มีผู้ได้รับเลือกตั้ง 5 คน คิดเป็น 5.10% โดยเป็นอดีต ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย พรรคละ 1 คน และอดีตผู้สมัครจากพรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคภูมิใจไทย และพรรคพลังท้องถิ่นไทย พรรคละ 1 คน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/9-819x1024.png" alt="" class="wp-image-3860" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/9-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/9-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/9-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/9.png 960w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรครวมไทยสร้างชาติ&nbsp;</strong></h3>



<p>ในการเลือกตั้ง 2566 พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ว่าที่ ส.ส. แบบแบ่งเขตทั้งหมด 23 คน จากการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง 400 คน โดยแบ่งเป็น</p>



<p>1. ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ 9 คน</p>



<p>2. ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรค 14 คน</p>



<p>จากผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตของพรรครวมไทยสร้างชาติ 400 คน ซึ่งแบ่งเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ 193 คน และผู้สมัครที่ย้ายมาจากพรรคอื่น 207 คน โดยไม่มีผู้สมัครจากพรรคเดิมเนื่องจากเป็นพรรคการเมืองใหม่ที่เพิ่งจะลงสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้ง ปี 2566 เป็นครั้งแรก พบว่า ว่าที่ ส.ส. ของพรรครวมไทยสร้างชาติมาจากการย้ายพรรค จำนวน 14 คน คิดเป็น 6.76% ของผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรค โดยแบ่งเป็นอดีต ส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐ 5 คน พรรคประชาธิปัตย์ 4 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 คน อดีตผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย และพรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคละ 1 คน</p>



<p>ส่วนว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ พบว่า จากผู้สมัครหน้าใหม่ทั้งหมด 193 คน มีผู้ได้รับเลือกตั้ง จำนวน 9 คน คิดเป็น 4.66% โดยเป็นกลุ่มคนที่เป็นนักการเมืองระดับท้องถิ่นมากที่สุด รองลงมาก็คือข้าราชการประจำ/หน่วยงานของรัฐ เครือญาตินักการเมืองระดับชาติ และเครือญาตินักการเมืองระดับท้องถิ่น ที่มีจำนวนเท่ากัน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/10-819x1024.png" alt="" class="wp-image-3861" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/10-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/10-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/10-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/10.png 960w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>พรรคประชาธิปัตย์&nbsp;</strong></h3>



<p>ในการเลือกตั้ง 2566 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ว่าที่ ส.ส. แบบแบ่งเขตทั้งหมด 22 คน จากการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง 400 คน โดยแบ่งเป็น</p>



<p>1. ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ 10 คน</p>



<p>2. ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรค 1 คน</p>



<p>3. ว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครจากพรรคเดิม 11 คน</p>



<p>จากผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตของพรรคประชาธิปัตย์ 400 คน ซึ่งแบ่งเป็นผู้สมัครจากพรรคเดิม 131 คน ผู้สมัครที่ย้ายมาจากพรรคอื่น 60 คน และผู้สมัครหน้าใหม่ 209 คน พบว่า ว่าที่ ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์นั้นมาจากผู้สมัครจากพรรคเดิมมากที่สุด เป็นจำนวน 11 คน คิดเป็น 8.40% ของผู้สมัครพรรคเดิม แบ่งเป็น อดีต ส.ส. จากปี 2562 จำนวน 7 คน (คิดเป็น 30.43% ของอดีต ส.ส. จากปี 2562 ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเดิม 23 คน) อดีตผู้สมัคร ส.ส. ปี 2562 จำนวน 3 คน และอดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อที่ลงสมัครในแบบแบ่งเขตอีก 1 คน&nbsp;</p>



<p>จากนั้นเมื่อพิจารณา ว่าที่ ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่พบว่า จากผู้สมัครหน้าใหม่ทั้งหมด 209 คน มีผู้ได้รับเลือกตั้งจำนวน 10 คน คิดเป็น 4.78% โดยมีกลุ่มคนที่เป็นนักการเมืองระดับท้องถิ่น และผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ มากที่สุดในจำนวนเท่ากัน รองลงมาคือเครือญาตินักการเมืองระดับชาติ และข้าราชการประจำ/หน่วยงานของรัฐ&nbsp;</p>



<p>และว่าที่ ส.ส. ที่มาจากการย้ายพรรค 1 คน คิดเป็น 1.66% ของผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรคทั้งหมด จำนวน 60 คน โดยเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชาติ&nbsp;</p>



<p>ดูข้อมูลพื้นฐานได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-66-3/">https://rocketmedialab.co/database-election-66-3/</a>&nbsp;</p>



<p><strong>หมายเหตุ</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ข้อมูลว่าที่ ส.ส. อ้างอิงจากรายงานผลการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2566 อย่างเป็นทางการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง วันที่ 25 พ.ค. 2566</li>



<li>ข้อมูลผู้สมัคร ส.ส. เป็นข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ&nbsp;</li>



<li>ข้อมูลผู้สมัครและประวัติ สืบค้นจากการประกาศของพรรค การนำเสนอของสื่อและโซเชียลมีเดียของผู้สมัครแต่ละเขต</li>



<li>การนับ ส.ส. ปี 2562 นับจากการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 24 มีนาคม 2562</li>



<li>ปีที่ลงสมัคร ส.ส. ไม่นับปี 2557 ที่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ</li>



<li>ดูฐานข้อมูลว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ปี 2566 แบบแบ่งเขต รายจังหวัด (อย่างไม่เป็นทางการ) พร้อมประวัติทางการเมืองว่า เป็นผู้สมัครจากพรรคเดิม ย้ายมาจากพรรคไหน หรือเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ที่ไม่เคยลง ส.ส. มาก่อน ภายใต้ชื่อโครงการ DEMO Thailand ได้ที่ <a href="https://demothailand.rocketmedialab.co">https://demothailand.rocketmedialab.co</a>&nbsp;</li>
</ul>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-66-18/">เลือกตั้ง ’66 : สำรวจผลการเลือกตั้งของ 6 พรรคใหญ่ แต่ละพรรคได้ว่าที่ ส.ส. แบบไหนกัน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ในวันที่ประชาชนลุกขึ้นยืนถือกล้อง” สรุปผลงานการจับตาและรายงานผลการนับคะแนนในการเลือกตั้ง ’66 โดย vote62</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/vote62-election66/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 May 2023 07:42:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[vote62]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง66]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=3758</guid>

					<description><![CDATA[<p>VOTE62 สรุปผลการทำงานแคมเปญจับตาการเลือกตั้ง พร้อมข้อเรียกร้องให้ กกต. สรุปบทเรียนและเปิดเผยข้อมูลการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/vote62-election66/">“ในวันที่ประชาชนลุกขึ้นยืนถือกล้อง” สรุปผลงานการจับตาและรายงานผลการนับคะแนนในการเลือกตั้ง ’66 โดย vote62</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>(20 พ.ค. 2566)  ที่สำนักงาน iLaw มีการจัดแถลงสรุปผลการจับตาและรายงานผลการนับคะแนนในการเลือกตั้ง ’66 โดย vote62 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง iLaw, Rocket Media Lab, Opendream และองค์กรพันธมิตรอีกมากมาย ทั้ง We Watch ทะลุฟ้า ActLab มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) เครือข่ายประชาชนสังเกตการณ์การเลือกตั้ง 2566 ฯลฯ ที่ร่วมระดมแรงหาอาสาสมัครเพื่อร่วมกันจับตาและรายงานผลการนับคะแนนในการเลือกตั้งในครั้งนี้ ผ่านการถ่ายภาพกระดานคะแนนที่นับเสร็จแล้วในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง อัปโหลดลงเว็บ vote62 และเข้ามาช่วยกรอกคะแนนจากภาพ เพื่อรวบรวมคะแนนตั้งแต่ระดับหน่วยฯ เพื่อเป็นข้อมูลตรวจสอบและเปรียบเทียบผลการรวมคะแนนจาก กกต. และสามารถรายงานผลได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/52910616897_c1575c8485_k-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-3768" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/52910616897_c1575c8485_k-1024x684.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/52910616897_c1575c8485_k-300x200.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/52910616897_c1575c8485_k-768x513.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/52910616897_c1575c8485_k-1536x1025.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/52910616897_c1575c8485_k.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>“เราเริ่มแคมเปญรณรงค์หาอาสาสมัครก่อนจะมีการเลือกตั้งประมาณ 3-4 เดือน ทั่วประเทศไทย เราทำค่ายอาสาสมัครทั้งที่จังหวัด ราชบุรี สมุทรปราการ เชียงใหม่  น่าน นครศรีธรรมราช สงขลา ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีการลงพื้นที่ไปรณรงค์ตามที่ต่างๆ อีกมากมาย สิ่งที่เราได้เห็นตลอดการลงพื้นที่คือ ความตื่นตัวอย่างมากกับการเลือกตั้ง และไม่ใช่แค่นักกิจกรรมเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงประชาชนทั่วไป เยาวชน หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ กกต. ด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ที่เราไป มันสะท้อนให้เห็นว่าคนต้องการการเลือกตั้งที่โปร่งใส บริสุทธ์ยุติธรรม และพร้อมที่จะทำงานอาสาสมัคร” ยุคลธรณ์ ช้อยเครือ จาก ทะลุฟ้า กล่าว </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/sum-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-3760" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/sum-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/sum-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/sum-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/05/sum.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>จากการทำงานแคมเปญนี้กว่า 6 เดือน ทำให้มีอาสาสมัครกว่า 39,000 หน่วย จากทั่วทั้งประเทศเข้าร่วม โดยในวันเลือกตั้งมีการส่งภาพกระดานคะแนนที่นับเสร็จแล้วของ ส.ส. แบบแบ่งเขตเข้ามาทั้งหมดกว่า 148,359 ภาพ คิดเป็นหน่วยเลือกตั้งกว่า 30,890 หน่วย และมีการเข้ามาช่วยกรอกคะแนนไปแล้วกว่า 27,578 หน่วย และภาพกระดานคะแนนที่นับเสร็จแล้วของ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ กว่า 255,775 ภาพ คิดเป็นหน่วยเลือกตั้งกว่า 28,714 หน่วย และมีการเข้ามาช่วยกรอกคะแนนเสร็จไปแล้วกว่า 19,471 หน่วย โดยทั้งประเทศนั้นมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 95,249 หน่วย&nbsp;</p>



<p>คิดเป็นคะแนนคือ ส.ส. แบบแบ่งเขต 12 ล้านคะแนน และ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่ออีก 9 ล้านคะแนน และมีถึง 6 เขตที่มีการส่งภาพกระดานคะแนนที่นับเสร็จแล้วมาครบทุกหน่วย นั่นก็คือ กทม. เขต 1, 4, 13, 20, 23 และ 33 นอกจากนี้ในการรายงานผลคะแนนผ่านระบบการแสดงผลบนเว็บไซต์ vote62.com ยังพบว่ามีประชาชนเข้ามาดูข้อมูลและผลคะแนนการเลือกตั้งจำนวนมาก และด้วยการรายงานผลคะแนนจากอาสาสมัครทั่วประเทศกว่า 39,000 คน ทำให้ vote62 มีผลคะแนนที่เข้ามาตั้งแต่เริ่มปิดหีบมากกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ รวมถึงระบบรายงานผลของ กกต. เอง และครบ 400 เขตก่อนแพลตฟอร์มอื่นและของ กกต. ก่อนที่จะมีผลคะแนนที่รายงานเข้ามาเท่ากันกับ กกต. ในช่วง 7.1 ล้านคะแนน</p>



<p>“จากแคมเปญ vote62 ทำให้เราเห็นว่า ประชาชนพร้อมมีส่วนร่วม รัฐแค่ต้องอำนวยความสะดวก แต่ที่ผ่านมาจะเห็นว่ารัฐไม่ให้ความสะดวกเท่าที่ควร โดยเฉพาะการเปิดข้อมูล อย่างการเปิดข้อมูลหน่วยเลือกตั้ง จนทำให้เราต้องใช้ระบบ crowdsourcing เพื่อให้ประชาชนมาช่วยกันกรอกข่อมูลหน่วยเลือกตั้งของตัวเอง การเปิดเผยข้อมูลจะทำให้การเลือกตั้งนั้นโปร่งใสมากยิ่งขึ้น เช่น ในกรณีของ กทม. เขต 20 ที่ผู้สมัครแพ้-ชนะ กันเพียง 4 คะแนนเท่านั้น&#8221; ปฏิพัทธ์ สุสำเภา จาก Opendream กล่าวและว่า </p>



<p>“การเปิดข้อมูลจะทำให้ประชาชนไม่เคลือบแคลงสงสัยและการเลือกตั้งมีความโปร่งใสและยุติธรรมมากขึ้น โดยในอนาคตเราต้องรณรงค์ให้ทำ open election data เช่น ข้อมูลด้านภูมิศาสตร์ของพื้นที่การเลือกตั้งและพิกัดหน่วยเลือกตั้ง ข้อมูลทะเบียนพรรคการเมือง ผลการนับคะแนน ผลการเลือกตั้งรายหน่วย หรือแม้กระทั่งข้อมูลรายงานการเงิน การร้องเรียนและผลการตัดสิน ผ่านการแก้ไขกฎหมายเลือกตั้ง เพื่อในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ดีกว่านี้” </p>



<p>ไม่เพียงแค่การรายงานผลคะแนนเท่านั้น การจับตาปัญหาและความผิดปกติในการเลือกตั้งและการนับคะแนนยังเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ vote62 ให้ความสำคัญและได้รับการรายงานมาจากอาสาสมัครเกือบทั่วทั้งประเทศ เริ่มตั้งแต่การรายงานปัญหาและความผิดปกติของการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 7 พ.ค. ที่มีอาสาสมัครรายงานข้อมูลเข้ามา 547 ราย จาก 58 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งพบว่าปัญหาที่มีการรายงานเข้ามามากที่สุดก็คือการใส่รหัสเขตหน้าซองผิดจากเขตเลือกตั้งจริง/การไม่ระบุหมายเลขเขต ซึ่งเป็นปัญหาที่ปรากฏเป็นข่าวตลอดทั้งวันในวันเลือกตั้งล่วงหน้าเช่นเดียวกัน แต่ถึงจะมีข้อมูลการรายงานปัญหาเข้ามาจากอาสาสมัครทั่วทั้งประเทศ แต่กลับไม่พบการเปิดเผยข้อมูลจาก กกต. และการแก้ปัญหาอย่างโปร่งใส&nbsp;</p>



<p>“เราได้รับการรายงานปัญหาในการเลือกตั้งล่วงหน้าเข้ามากมาย โดยที่ไม่ได้คาดคิดว่าจะมีการจากทุกช่องทาง ทั้งทาง iLaw เอง และ vote62 หลักๆ เป็นเรื่องการจัดการการเลือกตั้งล่วงหน้าของ กกต. ซึ่งสิ่งนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในการจัดการการเลือกตั้งของ กกต. แต่มากไปกว่านั้นก็คือปัญหาที่เราคิดว่าไม่น่าจะมีการรายงานเข้ามาเยอะ เพราะเราได้สื่อสารเรื่องนี้มากพอสมควร และทาง กกต. เองก็มีการสื่อสารออกไปเช่นเดียวกัน นั่นก็คือสิ่งที่อาสาสมัคร และคนที่ไปสังเกตการณ์ทำได้ อย่างการถ่ายรูป แต่กลับกลายเป็นว่าปัญหานี้ถูกรายงานเข้ามามากไม่แพ้กัน คือเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยบางหน่วยไม่ยอมให้ถ่ายรูป มันสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ใช่แค่การจัดการเลือกตั้งเท่านั้นที่ไม่พร้อม แต่การอบรมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งให้มีความรู้ว่า อะไรทำไม่ได้ อะไรทำได้ ก็ยังเป็นสิ่งที่มีปัญหา เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วย แต่ละพื้นที่มีความรับรู้ไม่เท่ากัน ” อานนท์ ชวาลาวัณย์ จาก iLaw กล่าว</p>



<p>เช่นเดียวกันกับวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 ที่นอกจากการรายงานผลการนับคะแนนเข้ามาแล้ว vote62 ยังเปิดระบบให้อาสาสมัครรายงานปัญหาและความผิดปกติในการนับคะแนนอีกด้วย โดยมีผู้แจ้งปัญหาเข้ามา 1,075 ราย จาก 74 จังหวัดทั่วประเทศ โดยปัญหาที่ถูกแจ้งเข้ามามากที่สุดคือการรวมคะแนนผิด 285 กรณี ซึ่งพบว่าเมื่อมีการทักท้วงแล้วเจ้าหน้ามีการที่แก้ไข 132 กรณี และ เจ้าหน้าที่ไม่แก้ไข 153 กรณี นอกจากนั้นยังพบปัญหาอย่างเจ้าหน้าที่ไม่ให้ถ่ายภาพ/วิดีโอ ทั้งตอนนับคะแนนและกระดานคะแนนที่นับเสร็จแล้วที่ถูกรายงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่ประเด็นนี้มีการสื่อสารและยืนยันมาจาก กกต. เอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงทั้งประสิทธิภาพในการจัดการเลือกตั้งและการขาดความเข้าใจในระบบระเบียบการจัดการเลือกตั้งของเจ้าหน้าที่และการมีส่วนร่วมจับตาการเลือกตั้งของภาคประชาชน&nbsp;</p>



<p>“เราจะเห็นได้ว่าในการจัดการเลือกตั้งมีปัญหามากมายที่มีการรายงานเข้ามายัง vote62 ตั้งแต่การเลือกตั้งล่วงหน้ามาจนถึงวันที่ 14 พ.ค. ในขณะเดียวกันเราก็ได้เห็นพลังของประชาชนที่ออกไปปกป้องทุกคะแนนเสียง ผ่านการรายงานผลคะแนน ปัญหา และการทักท้วงความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการนับคะแนน ซึ่งถ้าไม่มีสิ่งนี้เกิดขึ้น ปัญหาต่างๆ ก็จะไม่ถูกแก้ไข เหมือนดังข้อมูลที่เราได้มาว่าในแต่ละปัญหาเจ้าหน้าที่มีการแก้ไขหรือไม่ แก้ไขเท่าไร ไม่แก้ไขเท่าไร แต่มากไปกว่านั้นก็คือเราไม่เห็นความโปร่งใสนี้ทั้งจากการเปิดเผยข้อมูลของ กกต. ดังเช่นในกรณีของการเลือกตั้งล่วงหน้า ที่สุดแล้วเราไม่รู้เลยว่าซองบัตรลงคะแนนที่มีปัญหามีจำนวนเท่าไรกันแน่ ถูกส่งไปที่ไหนบ้าง และมีการแก้ไขอย่างไร การเปิดข้อมูลทั้งหมดจะทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อใจในการจัดการเลือกตั้งของ กกต.” สันติชัย อาภรณ์ศรี จาก Rocket Media Lab กล่าว</p>



<p>ถึงแม้จะเกิดปัญหาดังที่มีการรายงานเข้ามายัง vote62 ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้าและในวันเลือกตั้งจริง แต่ในขณะเดียวกัน ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ได้เห็นปรากฏการณ์การมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างล้นหลาม ทั้งจากอาสาสมัครของ vote62 และประชาชนทั่วประเทศที่ไปเฝ้าจับตาการนับคะแนนเพื่อให้เกิดความถูกต้อง โปร่งใส โดยยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า&nbsp;</p>



<p>“สิ่งที่เราได้เห็นในการทำแคมเปญ vote62 ครั้งนี้และในวันเลือกตั้งที่ผ่านมาก็คือวัฒนธรรมใหม่ของการตรวจสอบการเลือกตั้งให้โปร่งใส ถึงอย่างนั้น แม้การเลือกตั้งจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่เรายังขอเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยคะแนนรายหน่วยทั้งหมด ให้ถูกต้องครบถ้วนตามหน้าที่ และในส่วนของปัญหาและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในหลายๆ เรื่อง ก็อยากจะให้ กกต. ออกมายอมรับและอธิบายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลือกตั้งล่วงหน้า ปัญหาต่างๆ ที่อาสาสมัคร vote62 หรือคนทั่วไปมีการรายงาน การพูดถึงในโซเชียลมีเดียตลอดการเลือกตั้งที่ผ่านมา หรือเรื่องการรายงานคะแนนที่ช้ากว่าที่คาดหมาย และรีบรับรองผลการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เพราะถ้า กกต. ไม่อธิบายก็จะทำให้การทำงานในการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน”&nbsp;</p>



<p>โดยต่อจากนี้ vote62 จะเปิดข้อมูลผลคะแนนรายเขตที่อาสาสมัครรายงานเข้ามาทั่วประเทศและข้อมูลรายหน่วย นอกจากนั้นจะดำเนินการสื่อสารและจัดกิจกรรมกับอาสาสมัครที่มีส่วนร่วมมากกว่า 40,000 คนเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมการจับตาทางประชาธิปไตยโดยภาคประชาชนต่อไปในอนาคต</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong><em>ข้อเสนอต่อ กกต. เพื่ออนาคต&nbsp;</em></strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ข้อเสนอในระยะเร่งด่วนเฉพาะหน้า&nbsp;</strong></h3>



<p>1. ในสถานการณ์ปัจจุบัน กกต. ควรเร่งรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการโดยเร็วที่สุด แม้ในระเบียบข้อ 215 จะให้เวลากกต. 60 วัน แต่หากกกต. ตรวจสอบแล้วว่าการเลือกตั้ง ในพื้นที่ใดไม่มีข้อสงสัยเรื่องการทุจริตก็ควรประกาศรับรองในวันจันทร์ที่ 22 พฤษภาคม 2566 เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลใหม่สามารถเดินหน้าไปได้โดยไม่เปิดช่องว่างให้เกิดการเจรจาต่อรอง เพื่อเปลี่ยนแปลงแนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลให้แตกต่างไปจากที่ประชาชนได้ออกเสียงมา&nbsp;</p>



<p>2. สําหรับเขตเลือกตั้งที่มีข้อร้องเรียนว่าผลคะแนนรวมไม่ตรงกับจํานวนผู้มาใช้สิทธิ เลือกตั้ง ระเบียบข้อ 177 วรรคสี่ และข้อ 223 ให้อํานาจกกต. สั่ง “นับคะแนนใหม่” ได้และ ควรสั่งโดยเร็ว เมื่อมีข้อครหาเกี่ยวกับการนับคะแนนและการรายงานผลคะแนน การสั่งให้นับ คะแนนใหม่ควรจะเป็นวัฒนธรรมพื้นฐานที่สร้างให้เกิดการมีส่วนร่วมและความโปร่งใส ไม่ใช่การเพิ่มภาระและไม่ใช่การเสียหน้าสำหรับกกต.&nbsp;</p>



<p>3. สําหรับเขตเลือกตั้งที่ยังมีข้อสงสัย และมีข้อร้องเรียน กกต. ควรเร่งตรวจสอบและชี้แจงต่อสาธารณะให้เร็วที่สุด เช่น กรณีการรวมคะแนนแล้วผู้สมัครบางคนมีคะแนนเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว กรณีข้อมูลที่แสดงผลจากระบบ ECTReport มีลักษณะ “บัตรเขย่ง” คือ คะแนนของผู้สมัครทุกคนรวมกันมากกว่าจํานวนผู้มาใช้สิทธิและเลิกพฤติกรรมการ “กาหัว” ประชาชนที่แสดงความคิดเห็นว่า “ไม่เป็นความจริง” แต่ใช้การอธิบายข้อเท็จจริงจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ชัดเจนแทน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ข้อเสนอแนะสําหรับการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป</strong></h3>



<p>1) กกต. ควรเปิดเผยข้อมูลที่จําเป็นอย่างเป็นระบบและเป็นกิจจะลักษณะ เช่น ข้อมูล สถานที่ตั้งหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ข้อมูลจํานวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแต่ละพื้นที่ ข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้ง ข้อมูลค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ข้อมูลเรื่องร้องเรียนและผลการ พิจารณา ฯลฯ ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนตรวจสอบและสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งได้สะดวกขึ้น และเกิดการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>2) กกต. ควรให้ความรู้และจัดอบรมให้กับกรรมการประจําหน่วย (กปน.) ให้เข้าใจระบบ การจัดการเลือกตั้งภาพรวมให้มากขึ้น ให้มีความรู้เรื่องขั้นตอนการปฏิบัติและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้เข้าใจและเคารพประชาชนที่ต้องการมีส่วนร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนน เปิดให้ประชาชนตรวจสอบ สอบถาม ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งลดขั้นตอนที่ไม่จําเป็นเพื่อลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพของ กปน. ด้วย&nbsp;</p>



<p>3) กกต. ควรถอดบทเรียนจากระบบการรายงานผลคะแนนในปี 2566 และพัฒนาระบบที่ดีขึ้น โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกแบบกฎหมาย ระเบียบ และพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อการรายงานผลคะแนนที่รวดเร็ว ถูกต้อง และโปร่งใสกว่าเดิม</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/vote62-election66/">“ในวันที่ประชาชนลุกขึ้นยืนถือกล้อง” สรุปผลงานการจับตาและรายงานผลการนับคะแนนในการเลือกตั้ง ’66 โดย vote62</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลือกตั้ง ’66 : คนไทยเลือก ส.ส. เขต หน้าใหม่มากที่สุด กก.-ชทพ. มี ส.ส. เดิมได้รับเลือกตั้งกลับมา 100% พท.ได้ ส.ส. ที่มาจากการย้ายพรรคมากที่สุด</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/election-66-17/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 May 2023 12:07:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[DEMOThailand]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคก้าวไกล]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคชาติไทยพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคประชาธิปัตย์]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคพลังประชารัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคภูมิใจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พรรครวมไทยสร้างชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคเพื่อไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ส.ส.เขต]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง66]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=3739</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3649;&#3585;&#3657;&#3652;&#3586;&#3586;&#3657;&#3629 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-66-17/">เลือกตั้ง ’66 : คนไทยเลือก ส.ส. เขต หน้าใหม่มากที่สุด กก.-ชทพ. มี ส.ส. เดิมได้รับเลือกตั้งกลับมา 100% พท.ได้ ส.ส. ที่มาจากการย้ายพรรคมากที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><em>แก้ไขข้อมูลล่าสุด เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2566</em></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ว่าที่ ส.ส. แบบแบ่งเขตทั้ง 400 คน มาจากผู้สมัครหน้าใหม่มากที่สุด 178 คน คิดเป็น 44.5% รองลงมาก็คือผู้สมัครจากพรรคเดิม 155 คน คิดเป็น 38.75% และผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรค 67 คน คิดเป็น 16.75%</li>



<li>มีอดีต ส.ส. ปี 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเดิม 209 คน ซึ่งได้รับเลือกตั้ง 103 คน โดยพรรคที่อดีต ส.ส. ได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นจำนวนมากที่สุดก็คือ พรรคเพื่อไทย 40 คน รองลงมาก็คือภูมิใจไทย 24 คน พลังประชารัฐ 15 คน ก้าวไกล 8 คน ประชาธิปัตย์ 7 คน ชาติไทยพัฒนา 6 คน และประชาชาติ 4 คน</li>



<li>แต่หากคิดเป็นสัดส่วนจะพบว่าพรรคก้าวไกลและพรรคชาติไทยพัฒนา มีอดีต ส.ส. จากปี 2562 ได้รับเลือกตั้งกลับมา 100% ในขณะพรรคประชาธิปัตย์ มีอดีต ส.ส.ที่ได้รับการเลือกตั้งกลับมาน้อยที่สุด คิดเป็น 30.43%</li>



<li>อดีตผู้สมัคร ส.ส. จากปี 2562 ที่ลงสมัครในนามพรรคเดิมในปี 2566 จำนวน 382 คน และได้รับการเลือกตั้ง 37 คน แบ่งเป็น พรรคก้าวไกลมากที่สุด 13 คน พรรคภูมิใจไทย 9 คน พรรคเพื่อไทย 6 คน พรรคประชาธิปัตย์และพรรคพลังประชารัฐ พรรคละ 3 คน พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า และพรรคประชาชาติ พรรคละ 1 คน</li>



<li>พรรคที่มีว่าที่ ส.ส. ที่ย้ายมาจากพรรคอื่นมากที่สุดคือ พรรคเพื่อไทย จำนวน 29 คน โดยมาจากอดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคไทยรักษาชาติมากที่สุด 7 คน และหากนับเฉพาะ ส.ส. เดิมที่ย้ายพรรคจะพบว่า พรรคเพื่อไทยก็ยังเป็นพรรคที่มีว่าที่ ส.ส. ที่มาจาก ส.ส. พรรคอื่นย้ายมาลงสมัครและได้รับเลือกตั้งมากที่สุด เป็นจำนวน 6 คน</li>
</ul>



<p></p>



<p>หลังการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งรายงานผลการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2566 อย่างเป็นทางการ ทาง ECT Report เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2566 Rocket Media Lab ชวนสำรวจว่าที่ ส.ส. แบบแบ่งเขตทั้ง 400 คน ที่ได้รับการเลือกตั้งว่าเป็นใครมาจากไหน ผ่านฐานข้อมูลโครงการ DEMO Thailand ของ Rocket Media Lab</p>



<p>ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 Rocket Media Lab จัดทำฐานข้อมูลทางการเมืองของผู้สมัคร ส.ส. โดยแยกกลุ่มผู้สมัครเป็น 3 ประเภท ได้แก่</p>



<p>1. ผู้สมัครจากพรรคเดิม หมายถึง อดีต ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากการเลือกตั้งปี 2562 หรือปีที่เก่ากว่านั้น ที่ลงสมัครในนามพรรคเดิมในปี 2566</p>



<p>2. ผู้สมัครที่ย้ายพรรค หมายถึง อดีต ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากการเลือกตั้งปี 2562 หรือปีที่เก่ากว่านั้น โดยนับปีล่าสุดที่ผู้สมัครคนนั้นลงสมัคร ส.ส. ที่ย้ายไปลงสมัครพรรคใหม่ในปี 2566</p>



<p>3. ผู้สมัครหน้าใหม่ หมายถึง ผู้ที่ไม่เคยลงสมัคร ส.ส. มาก่อน ทั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-3866" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/1.png 960w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>และเมื่อนำเอาว่าที่ ส.ส. แบบแบ่งเขตทั้ง 400 คนมาพิจารณาจากฐานข้อมูลและการจัดประเภทดังกล่าว จะพบว่า ในการเลือกตั้ง ปี 2566 นี้ ผู้ที่ได้รับเลือกเป็น ส.ส. แบบแบ่งเขตมากที่สุดคือผู้สมัครหน้าใหม่ โดยมีจำนวนสูงถึง 178 คน คิดเป็น 44.5% รองลงมาคือผู้สมัครจากพรรคเดิม จำนวน 155 คน คิดเป็น 38.75% และผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรค จำนวน 67 คน คิดเป็น 16.75%&nbsp;</p>



<p>และเมื่อแยกตามภูมิภาคจะเห็นว่าภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคใต้ เป็นภาคที่มีผู้สมัครหน้าใหม่ได้รับเลือกเป็น ส.ส. มากที่สุด ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ผู้สมัครที่มาจากพรรคเดิมนั้นได้รับเลือกมากที่สุด</p>



<p>นอกจากนั้นยังพบว่าผู้สมัครหน้าใหม่ที่ได้รับเลือก มีสัดส่วนมากที่สุดที่ภาคตะวันออก คิดเป็น 58.62% น้อยที่สุดที่ภาคเหนือ 35.14% ส่วนผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรคนั้นได้รับเลือกเป็นสัดส่วนมากที่สุด ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือคิดเป็น 23.31% น้อยที่สุดที่ภาคตะวันออก คิดเป็น 6.9% และผู้สมัครจากพรรคเดิมที่ได้รับการเลือกตั้ง คิดเป็นสัดส่วนมากที่สุดที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คิดเป็น 45.86% และน้อยที่สุดที่ภาคตะวันออก คิดเป็น 31.03%</p>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ หากมองเรื่องฐานเสียงคะแนนของพรรคการเมืองในระดับภาค ภาคตะวันออกถือเป็นภาคที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นมีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/2-819x1024.png" alt="" class="wp-image-3867" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/2-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/2-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/2-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/2.png 960w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ว่าที่ ส.ส. ที่มาจากพรรคเดิม&nbsp;</h3>



<p>จากว่าที่ ส.ส. จำนวน 400 คนในการเลือกตั้งปี 2566 นี้ พบว่ามีผู้สมัครที่มาจากพรรคเดิมที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นจำนวน 155 คน โดยพบว่าเป็น</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>อดีต ส.ส. พรรคเดิมจากปี 2562 จำนวน 104 คน</li>



<li>อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคเดิมจากปี&nbsp; 2562 จำนวน 37 คน</li>



<li>อดีต ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่มาลงสมัครแบบแบ่งเขต จำนวน 6 คน</li>



<li>อดีตผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่มาลงสมัครแบบแบ่งเขต จำนวน 7 คน</li>
</ol>



<p>เมื่อพิจารณาในส่วนของอดีต ส.ส. จากปี 2562 จะพบว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีอดีต ส.ส. จากปี 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเดิมเป็นจำนวน 209 คน ซึ่งได้รับเลือกตั้งเพียง 104 คน โดยพรรคที่อดีต ส.ส. ได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นจำนวนมากที่สุดก็คือ พรรคเพื่อไทย 40 คน รองลงมาก็คือภูมิใจไทย 24 คน พลังประชารัฐ 15 คน ก้าวไกล 8 คน ประชาธิปัตย์ 7 คน ชาติไทยพัฒนา 6 คน และประชาชาติ 4 คน&nbsp;</p>



<p>แต่หากคิดเป็นสัดส่วนจะพบว่า พรรคที่อดีต ส.ส. จากปี 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเดิม ในปี 2566 และได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นสัดส่วนมากที่สุดก็คือพรรคก้าวไกลและพรรคชาติไทยพัฒนา คิดเป็น 100% โดยพรรคก้าวไกลมีอดีต ส.ส. เดิมจากปี 2562 ลงสมัครในนามพรรคเดิมเพียงแค่ 8 คน และได้รับการเลือกตั้งกลับมาทั้งหมด และพรรคชาติไทยพัฒนามีอดีต ส.ส. เดิมจากปี 2562 ลงสมัครในนามพรรคเดิม 6 คน และได้รับการเลือกตั้งกลับมาทั้งหมด ในขณะที่พรรคที่มีอดีต ส.ส. เดิมจากปี 2562 ลงสมัครในนามพรรคเดิมและได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นสัดส่วนน้อยที่สุดก็คือพรรคประชาธิปัตย์ คิดเป็น 30.43%&nbsp;</p>



<p>และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคจะพบว่า ภาคที่มีสัดส่วน ส.ส. เดิมจากปี 2562 ที่ได้รับเลือกตั้งอีกครั้งมากที่สุดคือ ภาคตะวันตกและตะวันออก คิดเป็น 57.14% เท่ากัน ส่วนภาคที่มีสัดส่วน ส.ส. เดิมจากปี 2562 ที่ได้รับเลือกตั้งอีกครั้งน้อยที่สุด ก็คือภาคใต้ คิดเป็น 42.85%&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของอดีต ส.ส. จากปี 2562 ที่ลงสมัครในนามพรรคเดิมในปี 2566 ที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งกลับมานั้น มีจำนวน 106 คน เป็นพรรคเพื่อไทยมากที่สุด จำนวน 53 คน รองลงมาก็คือพรรคพลังประชารัฐ 22 คน พรรคประชาธิปัตย์ 16 คน พรรคภูมิใจไทย 11 คน พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า และพรรคประชาชาติ พรรคละ 1 คน</p>



<p>จากนั้นเมื่อพิจารณาในส่วนของอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากปี 2562 ที่ลงสมัครในนามพรรคเดิมในปี 2566 จะพบว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากปี 2562 ที่ลงสมัครในนามพรรคเดิมในปี 2566 เป็นจำนวน 382 คน และได้รับการเลือกตั้งเป็นจำนวน 37 คน โดยมาจากพรรคก้าวไกลมากที่สุด 13 คน รองลงมาก็คือพรรคภูมิใจไทย 9 คน พรรคเพื่อไทย 6 คน พรรคประชาธิปัตย์และพรรคพลังประชารัฐ พรรคละ 3 คน พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า และพรรคประชาชาติ พรรคละ 1 คน&nbsp;</p>



<p>แต่หากคิดเป็นสัดส่วนจะพบว่า พรรคที่อดีตผู้สมัคร ส.ส. จากปี 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเดิม ในปี 2566 และได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นสัดส่วนมากที่สุดก็คือพรรคภูมิใจไทย คิดเป็น 27.59% และน้อยที่สุดก็คือพรรคประชาธิปัตย์ คิดเป็น 3.37%</p>



<p>และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคจะพบว่าภาคที่มีสัดส่วนอดีตผู้สมัคร ส.ส. เดิมจากปี 2562 ที่ได้รับเลือกตั้งมากที่สุดก็คือภาคเหนือ คิดเป็น&nbsp; 15.38% และน้อยที่สุดคือภาคตะวันออก 4.35%</p>



<p>ในส่วนของอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากปี 2562 ที่ลงสมัครในนามพรรคเดิมในปี 2566 ที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งนั้น มีจำนวน 345 คน จาก 22 พรรคการเมือง นอกจากนี้ยังพบว่ามีอดีต ส.ส. ก่อนปี 2562 ที่ลงสมัครในนามพรรคเดิมได้รับการเลือกตั้งในปี 2566 นี้อีก 1 คน อดีต ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่มาลงสมัครในแบบแบ่งเขตและได้รับเลือกตั้ง 6 คน และอดีตผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อที่มาลงสมัครในแบบแบ่งเขตและได้รับเลือกตั้งอีก 7 คน </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/3-819x1024.png" alt="" class="wp-image-3868" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/3-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/3-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/3-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/3.png 960w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ว่าที่ ส.ส. ที่มาจากการย้ายพรรค</h3>



<p>จากว่าที่ ส.ส. จำนวน 400 คนในการเลือกตั้งปี 2566 นี้ พบว่ามีผู้สมัครที่มาจากการย้ายพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นจำนวน 67 คน โดยพบว่าเป็น</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>อดีต ส.ส. จากปี 2562 จำนวน 19 คน</li>



<li>อดีตผู้สมัคร ส.ส. จากปี 2562 จำนวน 32 คน&nbsp;</li>



<li>อดีต ส.ส. ก่อนปี 2562 จำนวน 1 คน</li>



<li>อดีตผู้สมัคร ส.ส. ก่อนปี 2562 จำนวน 7 คน</li>



<li>อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ จำนวน 4 คน</li>



<li>อดีตผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ จำนวน 4 คน</li>
</ol>



<p>และหากพิจารณาเป็นรายพรรคจะพบว่า&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>พรรคก้าวไกล 2 คน เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคไทยรักษาชาติ 1 คน พรรคเพื่อไทย 1 คน</li>



<li>พรรคไทยสร้างไทย 3 คน เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐ 2 คน พรรคภูมิใจไทย 1 คน</li>



<li>พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคประชาชาติ 1 คน</li>



<li>พรรคพลังประชารัฐ 5 คน เป็นอดีต ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย พรรคละ 1 คน และอดีตผู้สมัครจากพรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคภูมิใจไทย และพรรคพลังท้องถิ่นไทย พรรคละ 1 คน</li>



<li>พรรคเพื่อไทย 29 คน เป็นอดีต ส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐ 3 คน พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อชาติ และพรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคละ 1 คน และอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคไทยรักษาชาติ 7 คน พรรคภูมิใจไทย 5 คน พรรคพลังประชารัฐ 3 คน พรรคเพื่อชาติ 2 คน พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคพลังท้องถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคชาติไทย และพรรคสามัคคีธรรม พรรคละ 1 คน&nbsp;</li>



<li>พรรคภูมิใจไทย 13 คน เป็นอดีต ส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐ 3 คน พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน และอดีตผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐ 6 คน พรรคไทยรักษาชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคละ 1 คน&nbsp;</li>



<li>พรรครวมไทยสร้างชาติ 14 คน คน เป็นอดีต ส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐ 5 คน พรรคประชาธิปัตย์ 4 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 คน อดีตผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย และพรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคละ 1 คน&nbsp;</li>
</ol>



<p>จากข้อมูลจะพบว่า พรรคที่มีว่าที่ ส.ส. ที่ย้ายมาจากพรรคอื่นมากที่สุดคือ พรรคเพื่อไทย จำนวน 29 คน โดยมาจากอดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคไทยรักษาชาติจำนวน 7 คน อย่างไรก็ตาม หากเรานับว่าพรรคไทยรักษาชาติคือส่วนหนึ่งของพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยก็ยังถือเป็นพรรคที่มีว่าที่ ส.ส. ที่ย้ายมาจากพรรคอื่นมากที่สุดอยู่ดี และหากนับเฉพาะ ส.ส. เดิมที่ย้ายพรรคจะพบว่า พรรคเพื่อไทยก็ยังเป็นพรรคที่มีว่าที่ ส.ส. ที่มาจาก ส.ส. พรรคอื่นย้ายมาลงสมัครและได้รับเลือกตั้งมากที่สุด เป็นจำนวน 6 คน&nbsp;</p>



<p>นอกจากนั้นหากพิจารณาเป็นรายภาคจะพบว่า ภาคที่มีว่าที่ ส.ส. ที่ย้ายมาจากพรรคอื่นและได้รับการเลือกตั้งเป็นสัดส่วนมากที่สุดก็คือ ภาคเหนือ คิดเป็น 7.76% และน้อยที่สุดคือภาคตะวันออก คิดเป็น  2.5%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="1200" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/4-819x1024.png" alt="" class="wp-image-3869" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/4-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/4-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/4-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/4.png 960w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ว่าที่ ส.ส. ที่มาจากผู้สมัครหน้าใหม่&nbsp;</h3>



<p>จากว่าที่ ส.ส. จำนวน 400 คนในการเลือกตั้งปี 2566 นี้ พบว่ามีผู้สมัครที่เป็นหน้าใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นจำนวน 178 คน โดยพบว่าเป็น</p>



<p>1. นักการเมืองระดับท้องถิ่น 76 คน คิดเป็น 42.46%</p>



<p>2. ผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ 59 คน คิดเป็น 32.96%</p>



<p>3. นักธุรกิจ 46 คน คิดเป็น 25.7%</p>



<p>4. เครือญาตินักการเมืองระดับชาติ 35 คน คิดเป็น 19.55%</p>



<p>5. ประกอบอาชีพส่วนตัว 31 คน คิดเป็น 17.31%</p>



<p>6. นักเคลื่อนไหวทางการเมือง/สังคม 21 คน คิดเป็น 11.73%</p>



<p>7. เครือญาตินักการเมืองระดับท้องถิ่น 15 คน คิดเป็น 8.38%</p>



<p>8. ข้าราชการ/หน่วยงานรัฐ/รัฐวิสาหกิจ 10 คน คิดเป็น 5.59%</p>



<p>9. บุคคลผู้มีชื่อเสียงในสังคม 3 คน คิดเป็น 1.68%</p>



<p>10. อดีตนักการเมืองระดับชาติ 2 คน คิดเป็น 1.12%</p>



<p>*ผู้สมัคร ส.ส. 1 คน อาจมีได้มากกว่า 1 สถานะ</p>



<p>จากข้อมูลว่าที่ ส.ส. ปี 2566 ที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่นั้นมาจากนักการเมืองระดับท้องถิ่นมากที่สุด คิดเป็น 42.46% ซึ่งก็คืออดีตคนที่ทำงานใน อบจ. อบต. ในตำแหน่งต่างๆ รวมไปถึงอดีตผู้สมัคร นายก อบจ. อบต. และ ส.อบจ. ส.อบต. อีกด้วย ซึ่งว่าที่ ส.ส. ที่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ที่มาจากนักการเมืองระดับท้องถิ่นได้รับเลือกตั้งมากที่สุดในภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้&nbsp;</p>



<p>อันดับสองคือ ผู้ที่เคยทำงานการเมืองด้านอื่นๆ 59 คน คิดเป็น 32.96% ซึ่งก็คือ ผู้ที่เคยทำงานให้กับพรรคการเมืองมาก่อน ทั้งอดีตผู้ช่วย ส.ส. ผู้ช่วยนักการเมืองในตำแหน่งต่างๆ หรือเคยทำงานกรรมาธิการในสภา อันดับสามคือนักธุรกิจ คิดเป็น 25.7% อันดับสี่คือเครือญาตินักการเมืองระดับชาติ คิดเป็น 18.99%&nbsp; ซึ่งก็คือเครือญาติของอดีต ส.ส. ที่ลงสมัครในการเลือกตั้งครั้งนี้ และอันดับห้าคือประกอบอาชีพส่วนตัว คิดเป็น 17.31%&nbsp;</p>



<p>ดูข้อมูลพื้นฐานได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-election-66-3/">https://rocketmedialab.co/database-election-66-3/</a> </p>



<p><strong>หมายเหตุ</strong></p>



<p>ข้อมูลว่าที่ ส.ส. อ้างอิงจากรายงานผลการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2566 อย่างเป็นทางการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง วันที่ 25 พ.ค. 2566</p>



<p>ข้อมูลผู้สมัคร ส.ส. เป็นข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลผู้สมัครและประวัติ สืบค้นจากการประกาศของพรรค การนำเสนอของสื่อและโซเชียลมีเดียของผู้สมัครแต่ละเขต</p>



<p>การนับ ส.ส. ปี 2562 นับจากการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 24 มีนาคม 2562</p>



<p>ปีที่ลงสมัคร ส.ส. ไม่นับปี 2557 ที่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ</p>



<p>ดูฐานข้อมูลว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ปี 2566 แบบแบ่งเขต รายจังหวัด (อย่างไม่เป็นทางการ) พร้อมประวัติทางการเมืองว่า เป็นผู้สมัครจากพรรคเดิม ย้ายมาจากพรรคไหน หรือเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ที่ไม่เคยลง ส.ส. มาก่อน ภายใต้ชื่อโครงการ DEMO Thailand ได้ที่ <a href="https://demothailand.rocketmedialab.co">https://demothailand.rocketmedialab.co</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/election-66-17/">เลือกตั้ง ’66 : คนไทยเลือก ส.ส. เขต หน้าใหม่มากที่สุด กก.-ชทพ. มี ส.ส. เดิมได้รับเลือกตั้งกลับมา 100% พท.ได้ ส.ส. ที่มาจากการย้ายพรรคมากที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
