<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>RMLxKPIxPolSciCU Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/rmlxkpixpolscicu/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/rmlxkpixpolscicu/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Fri, 08 Aug 2025 08:19:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>RMLxKPIxPolSciCU Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/rmlxkpixpolscicu/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>4 ปี อบจ. 76 จังหวัด ใช้งบค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในการทำถนน 71.11% </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/pao-2025-collab-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jan 2025 03:14:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxKPIxPolSciCU]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้งท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[งบก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4822</guid>

					<description><![CDATA[<p>งบก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคจะเป็นตัวบอกได้ว่า อบจ. ใช้งบไปสร้างอะไรและครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัดแค่ไหน </p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pao-2025-collab-3/">4 ปี อบจ. 76 จังหวัด ใช้งบค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในการทำถนน 71.11% </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ในงบประมาณรายจ่ายของ อบจ. จะพบว่างบในหมวดของอุตสาหกรรมและโยธาสูงที่สุด คิดเป็น 32.53% ใช้ไปกับการก่อสร้าง ซ่อมแซมปรับปรุง ขยายต่อเติม ฯลฯ โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถนน สะพาน อาคาร เสาไฟฟ้า ประปา ท่อระบายน้ำ ฯลฯ</li>



<li>จากข้อบัญญัติงบประมาณ ปี 2565-2568 ของ อบจ. 76 จังหวัดทั่วประเทศพบงบค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภค ในหมวดอุตสาหกรรมและโยธา ทั้งหมด 55,686,358,177 บาท จำนวน 24,084 โครงการ โดยจังหวัดที่มีงบส่วนนี้มากที่สุดคือชลบุรี 7,243,087,590 บาท หรือคิดเป็น 13.01%</li>



<li>จากงบค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภค ในหมวดอุตสาหกรรมและโยธา ทั้งหมด 55,686,358,177 บาท ทั้ง 4 ปี พบว่าโครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุดคือ คือโครงการที่เกี่ยวข้องกับถนน 39,600,591,263 บาท หรือคิดเป็น 71.11%</li>



<li>จากงบค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคทั้ง 4 ปีของ อบจ. 76 จังหวัด จำนวน 24,084 โครงการ พบว่าครอบคลุมพื้นที่ตำบล 86.51% ของ อบจ. ทั่วประเทศ โดยมี 9 จังหวัดที่ครอบคลุม 100% คือกำแพงเพชร ขอนแก่น ตราด ประจวบคีรีขันธ์ พะเยา ยโสธร หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ และอุดรธานี และจังหวัดที่ครอบคลุมพื้นที่น้อยที่สุดคือสมุทรปราการ เพียง 16%</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">อำนาจหน้าที่ของ อบจ. ก็คือการจัดการบริการสาธารณะภายในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัย การศึกษา สาธารณสุข ไปจนถึงการสังคมสงเคราะห์และการเกษตร หากพิจารณาการใช้งบประมาณแยกตามหมวดการใช้งบของ อบจ. ทั้ง 76 จังหวัด ในงบประมาณปี 2567 จะพบว่า&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spendingtype-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4862" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spendingtype-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spendingtype-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spendingtype-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spendingtype-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spendingtype-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spendingtype-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spendingtype-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spendingtype.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<ol class="wp-block-list">
<li>อุตสาหกรรมและโยธา 22,846,269,817 บาท หรือคิดเป็น 32.53%</li>



<li>การศึกษา 13,555,527,818 บาท หรือคิดเป็น 19.3%&nbsp;</li>



<li>บริหารงานทั่วไป 10,676,796,337 บาท หรือคิดเป็น 15.2%</li>



<li>สาธารณสุข 7,244,285,408 บาท หรือคิดเป็น 10.31%</li>



<li>งบกลาง 7,244,285,408 หรือคิดเป็น 8.67%</li>



<li>ศาสนา วัฒนธรรม และนันทนาการ 3,964,899,609 บาท หรือคิดเป็น 5.65%</li>



<li>เคหะและชุมชน 1,597,771,973 บาท หรือคิดเป็น 2.27%</li>



<li>การเกษตร 1,268,691,240 บาท หรือคิดเป็น 1.81%</li>



<li>รักษาความสงบภายใน 1,190,384,605 บาท หรือคิดเป็น 1.65%</li>



<li>สร้างความเข้มแข็งของชุมชน 1,006,573,465 บาท หรือคิดเป็น 1.43%</li>



<li>สังคมสงเคราะห์ 620,976,934 บาท หรือคิดเป็น 0.88%</li>



<li>การพาณิชย์ 167,854,745 บาท หรือคิดเป็น 0.24%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">โดยหนึ่งในหน้าที่ของ อบจ. ก็คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นบริการสาธารณะต่างๆ ผ่านการใช้งบประมาณการก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในหมวดอุตสาหกรรมและโยธา ซึ่งจากข้อมูลจะเห็นได้ว่าการใช้งบประมาณของ อบจ. ในหมวดของอุตสาหกรรมและโยธา เป็นหมวดที่ใช้งบประมาณสูงที่สุด ซึ่งก็คือการก่อสร้าง ซ่อมแซมปรับปรุง ขยายต่อเติม ฯลฯ โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถนน สะพาน อาคาร เสาไฟฟ้า ประปา ท่อระบายน้ำ ฯลฯ นัยหนึ่งการที่งบประมาณในหมวดนี้มีสูงที่สุดอาจเป็นเพราะการก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในหมวดอุตสาหกรรมและโยธาเป็นส่วนที่ต้องใช้เงินอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็เป็นเพราะงบประมาณในส่วนงานก่อสร้างจากหมวดอื่นๆ ทั้งหมวดการศึกษา สาธารณสุข แม้แต่การรักษาความสงบภายใน หากเป็นงานก่อสร้าง งบประมาณในส่วนนั้นก็จะมาอยู่ในหมวดอุตสาหกรรมและโยธา ดังนั้นจึงอาจอนุมานได้ว่างบการก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในหมวดอุตสาหกรรมและโยธาของ อบจ. จะเป็นตัวบอกได้ว่า อบจ. ใช้งบประมาณไปทำอะไรบ้าง ในส่วนที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของบริการสาธารณะที่ อบจ. รับผิดชอบ</p>



<h3 class="wp-block-heading">อบจ. ไหนมีงบค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภค ในหมวดอุตสาหกรรมและโยธามากที่สุด น้อยที่สุด&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการรวบรวมข้อมูลของ Rocket Media Lab จากข้อบัญญัติงบประมาณ ปี 2565-2568 ของ อบจ. 76 จังหวัดทั่วประเทศ (ยกเว้นข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ของ อบจ. สุพรรณบุรี และมุกดาหาร ซึ่งยังไม่ผ่านการพิจารณา) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ อบจ. ที่มาจากการเลือกตั้งในปี 2563 เป็นผู้ร่างและใช้งบประมาณในวาระการทำงาน 4 ปีตามกฎหมาย พบว่า จากงบประมาณค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภค ในหมวดอุตสาหกรรมและโยธา ทั้งหมด 55,686,358,177 บาท จำนวน 24,084 โครงการ 10 จังหวัดที่มีงบมากและน้อยที่สุดคือ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/top10budget-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4863" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/top10budget-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/top10budget-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/top10budget-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/top10budget-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/top10budget-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/top10budget-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/top10budget-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/top10budget.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">มากที่สุด</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ชลบุรี 7,243,087,590 บาท หรือคิดเป็น 13.01%&nbsp;</li>



<li>สมุทรปราการ 2,397,464,800 บาท หรือคิดเป็น 4.31%</li>



<li>ขอนแก่น 2,381,336,000 บาท หรือคิดเป็น 4.28%</li>



<li>นครปฐม 2,025,503,331 บาท หรือคิดเป็น 3.64%</li>



<li>ระยอง 2,010,126,700 บาท หรือคิดเป็น 3.61%</li>



<li>นครศรีธรรมราช 1,986,578,000 บาท หรือคิดเป็น 3.57%</li>



<li>สุราษฎร์ธานี 1,615,207,000 บาท หรือคิดเป็น 2.90%</li>



<li>นครราชสีมา 1,563,977,000 บาท หรือคิดเป็น 2.81%</li>



<li>สระบุรี 1,562,019,200 บาท หรือคิดเป็น 2.81%</li>



<li>พระนครศรีอยุธยา 1,543,784,800 บาท หรือคิดเป็น 2.77%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">น้อยที่สุด</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>*จันทบุรี 49,217,000 บาท หรือคิดเป็น 0.09%</li>



<li>แม่ฮ่องสอน 84,036,500 บาท หรือคิดเป็น 0.15%</li>



<li>หนองบัวลำภู 129,236,312 บาท หรือคิดเป็น 0.23%</li>



<li>อุตรดิตถ์ 131,639,400 บาท หรือคิดเป็น 0.24%</li>



<li>เลย 132,924,954 บาท หรือคิดเป็น 0.24%</li>



<li>สมุทรสงคราม 146,657,780 บาท หรือคิดเป็น 0.26%</li>



<li>สิงห์บุรี 147,619,400 บาท หรือคิดเป็น 0.27%</li>



<li>น่าน 153,434,400 บาท หรือคิดเป็น 0.28%</li>



<li>นครนายก 158,009,800 บาท หรือคิดเป็น 0.28%</li>



<li>แพร่ 160,625,360 บาท หรือคิดเป็น 0.29%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">*ในกรณีของ อบจ. จันทบุรี ที่มีงบค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภค ในหมวดอุตสาหกรรมและโยธา น้อยที่สุดในประเทศนั้น เนื่องจากว่าอบจ. จันทบุรี มีการบรรจุงบปรมาณโครงการการก่อสร้างที่แตกต่างจากจังหวัดอื่น โดย อบจ. จันทบุรีบรรจุงบประมาณโครงการก่อสร้างไว้ใน 2 ลักษณะคือการจัดซื้อวัสดุสำหรับก่อสร้างในหัวข้อค่าวัสดุ และค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในหัวข้อค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ในขณะที่ข้อบัญญัติงบประมาณของจังหวัดอื่น งบประมาณโครงการก่อสร้างทั้งหมดจะอยู่ในค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในหัวข้อค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างเพียงที่เดียว โดยในการทำข้อมูลชุดนี้ของ Rocket Media Lab พิจารณาเฉพาะงบประมาณในโครงการค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในหัวข้อค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างเท่านั้น จึงอาจทำให้จำนวนโครงการและงบประมาณรวมของ อบจ. จันทบุรี น้อยกว่าความเป็นจริง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า อบจ. ที่มีงบประมาณค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคมากที่สุดส่วนใหญ่เป็น อบจ.ในจังหวัดขนาดใหญ่ในแต่ละภาค และในเขตปริมณฑล แต่ก็มีจังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ใน 10 อันดับแรกที่มีงบโยธามากที่สุดคือพระนครศรีอยุธยา และสระบุรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นรายภาค จะเห็นว่า อบจ. จังหวัดในภาคกลางมีงบประมาณค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภครวมกัน 4 ปีมากที่สุด 16,215,780,812 บาท คิดเป็น 29.12% ของงบประมาณโยธาทั้งหมด ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าภาคกลางมีจำนวนจังหวัดมากที่สุด รองลงมาก็คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12,044,780,414 บาท คิดเป็น 21.63% ตามมาด้วยภาคตะวันออก 11,684,928,270 บาท คิดเป็น 20.98% จะเห็นได้ว่าภาคตะวันออกแม้จะมีเพียงแค่ 7 จังหวัด แต่มีงบประมาณสูงเป็นอันดับสามเลยทีเดียว ตามมาด้วยภาคใต้ 9,003,857,390 บาท คิดเป็น 16,17% ภาคตะวันตก 3,569,334,552 บาท คิดเป็น 6.41% และภาคเหนือน้อยที่สุด 3,167,676,739 บาท คิดเป็น 5.69%&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">งบก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคของ อบจ. นำไปใช้ทำอะไรมากที่สุด&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำงบในส่วนค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภค หมวดอุตสาหกรรมและโยธาของ อบจ. จาก 76 จังหวัด ทั้ง 4 ปี มาจัดประเภทตามโครงการที่ปรากฏในข้อบัญญัติงบประมาณ สามารถแบ่งได้เป็น 10 ประเภท คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ถนน หมายถึง ถนน ถนน คสล. ถนนลูกรัง ถนนคอนกรีต ถนนหินคลุก ถนนประเภทต่างๆ การบุกเบิกสร้างถนน</li>



<li>การจราจร หมายถึง งานจราจรที่เกี่ยวกับการอำนวยความปลอดภัย รวมถึงที่กั้นเพื่ออำนวยความปลอดภัย งานปรับปรุงบริเวณจุดเสี่ยงอันตรายทางแยก ป้ายสัญญาณไฟ ราวกันตก โครงการทางเท้า และเครื่องหมายจราจร โดยไม่รวมการทำถนน</li>



<li>อาคารและสิ่งปลูกสร้าง หมายถึง อาคารต่างๆ อาคารอเนกประสงค์ อาคารสถานีขนส่ง ท่าเทียบเรือ เตาเผาขยะ บ่อน้ำพุร้อน เมรุเผาศพ ห้องน้ำ ห้องน้ำในสนามกีฬา ห้องน้ำสาธารณะ ห้องน้ำโรงเรียน/ห้องน้ำ อบจ. ศาลาที่พักต่างๆ รวมถึงสิ่งปลูกสร้างภายในอาคาร เช่น รั้ว รั้วโรงเรียน รั้วโรงพยาบาล รั้วภายใน อบจ. โรงจอดรถ ลานคอนกรีต ลานอเนกประสงค์ สนามกีฬา สนามหญ้าเทียม ลานกีฬา อัฒจันทร์ หลังคา สวนสาธารณะ&nbsp;</li>



<li>สิ่งก่อสร้างอื่นๆ หมายถึง สิ่งก่อสร้างนอกเหนือจากโครงสร้างอาคาร เช่น ซุ้ม ป้าย ป้ายชื่อสนามกีฬา ป้ายโรงพยาบาล ป้ายต่างๆ ในที่สาธารณะ</li>



<li>ไฟฟ้า หมายถึง ระบบไฟฟ้า เสาไฟฟ้า ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ไฟฟ้าส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ เสารับสัญญาณอัจฉริยะ ต่อเติม CCTV</li>



<li>ประปาและระบบน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค หมายถึง ระบบประปา การสร้างท่อประปาเพื่อสาธารณูปโภค ระบบน้ำบาดาล ระบบน้ำเพื่อการเกษตร สร้างหอสูบน้ำ อาคารสูบน้ำ หอส่งน้ำถังสูงเพื่อเกษตรและชลประทาน สร้างระบบกักเก็บน้ำผิวดินด้วยถังไฟเบอร์กลาส รวมถึงกว๊านที่ใช้น้ำทั้ง การอุปโภค บริโภคและการเกษตร&nbsp;</li>



<li>การระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม หมายถึง รางระบายน้ำ ท่อระบายน้ำเพื่อระบายน้ำเสียและน้ำท่วม ท่อระบายน้ำริมถนน ท่อ คสล. ท่อลอดเหลี่ยม ท่อเหลื่ยมคอนกรีตเสริมข้างลำห้วย รวมถึงเขื่อน ฝาย อาคารป้องกันตลิ่ง คันกั้นน้ำ พนังกั้นดิน คลองส่งน้ำและการเรียงหินยาแนว</li>



<li>สะพาน หมายถึง สะพานประเภทต่างๆ สะพานข้ามลำน้ำ สะพานข้ามลำห้วย สะพาน คอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนประกอบของสะพาน เช่น คอสะพาน</li>



<li>โครงการที่ทำมากกว่า 1 ประเภทงาน หมายถึง โครงการที่ทำมากกว่าหนึ่งประเภทงาน เช่น ปรับปรุงถนนคอนกรีตเสริมเหล็กและวางท่อระบายน้ำ ก่อสร้างป้ายชื่อและรั้วโรงเรียน&nbsp;</li>



<li>อื่นๆ หมายถึง ค่าชดเชยสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) และโครงการที่ไม่ทราบประเภทการทำงานแน่ชัด เช่น โครงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคภายในศูนย์ส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นเมื่อพิจารณา งบประมาณค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภค ในหมวดอุตสาหกรรมและโยธา ทั้งหมด 55,686,358,177 บาท ในแต่ละโครงการรวมทั้ง 4 ปี พบว่าโครงการที่ใช้มีการงบประมาณมากที่สุดคือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ถนน 39,600,591,263 บาท หรือคิดเป็น 71.11%</li>



<li>อาคารและสิ่งปลูกสร้าง 6,047,821,491 บาท หรือคิดเป็น 10.86%</li>



<li>ไฟฟ้า 2,419,499,283 บาท หรือคิดเป็น 4.34%</li>



<li>ประปาและระบบน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค 2,409,126,510 บาท หรือคิดเป็น 4.33%</li>



<li>การระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม 2,148,637,750 บาท หรือคิดเป็น 3.86%</li>



<li>สะพาน 1,558,716,600 บาท หรือคิดเป็น 2.80%</li>



<li>โครงการที่ทำมากกว่า 1 ประเภทงาน 656,840,120 บาท หรือคิดเป็น 1.18%</li>



<li>สิ่งก่อสร้างอื่นๆ 228,423,500 บาท หรือคิดเป็น 0.41%</li>



<li>การจราจร 138,651,940 บาท หรือคิดเป็น 0.25%</li>



<li>อื่นๆ 478,049,720 บาท หรือคิดเป็น 0.86%</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spending-budget-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4861" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spending-budget-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spending-budget-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spending-budget-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spending-budget-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spending-budget-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spending-budget-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spending-budget-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/spending-budget.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">แต่หากพิจารณาโครงการต่างๆ โดยแยกจากรูปแบบของงานก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคที่ทำ ซึ่งแบ่งออกเป็น ก่อสร้าง, ปรับปรุง/ช่อมแซม และขยาย/ต่อเติม จะพบว่างบก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคตลอดทั้ง 4 ปี ทั้งหมด 55,686,358,177 บาท ของ อบจ. นั้น เป็นการนำมาใช้เพื่อ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ก่อสร้าง 27,396,636,254 บาท หรือคิดเป็น 49.20%</li>



<li>ปรับปรุง/ซ่อมแซม 24,307,039,324 บาท หรือคิดเป็น 43.65%</li>



<li>ขยาย/ต่อเติม 3,810,792,099 บาท หรือคิดเป็น 6.84%</li>



<li>โครงการที่ทำมากกว่า 1 รูปแบบ 164,205,500 บาท หรือคิดเป็น 0.29%</li>



<li>อื่นๆ 7,685,000 บาท หรือคิดเป็น 0.01%</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/category-budget-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4850" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/category-budget-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/category-budget-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/category-budget-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/category-budget-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/category-budget-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/category-budget-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/category-budget-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/category-budget.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า งบก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคส่วนมากของ อบจ. ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา นำไปใช้ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับถนน ซึ่งมากกว่ากว่างบในโครงการอื่นๆ ที่เหลือรวมกันทั้งหมด ในขณะที่เมื่อพิจารณาจากรูปแบบของงานจะพบว่า เป็นการก่อสร้างขึ้นใหม่เกือบครึ่งหนึ่ง และเป็นการปรับปรุง/ซ่อมแซมในสัดส่วนเกือบเท่ากัน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">โครงการในงบก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคของ อบจ. ทำอะไร ทำยังไง ทำที่ไหน&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำงบประมาณค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภค ในหมวดอุตสาหกรรมและโยธา ทั้งหมด 55,686,358,177 บาท ในแต่ละโครงการรวมทั้ง 4 ปีของ อบจ. ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มาพิจารณาเป็นรายหมวดตามที่แยกไว้ ตามลำดับจำนวนงบที่ใช้ ในอันดับหนึ่งโครงการที่เกี่ยวข้องกับการทำถนน 39,600,591,263 บาท นั้นพบว่าเป็นโครงการในรูปแบบการปรับปรุง/ซ่อมแซมมากที่สุด 22,240,883,589 บาท หรือคิดเป็น 56.16% รองลงมาคือการก่อสร้าง 16,922,137,224 บาท หรือคิดเป็น 42.73% ตามมาด้วยการขยาย/ต่อเติม 384,922,200 บาท หรือคิดเป็น 0.97% และโครงการที่ทำมากกว่า 1 รูปแบบ 52,648,250 บาท หรือคิดเป็น 0.14%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาการใช้งบประมาณค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในโครงการที่เกี่ยวข้องกับถนนในระดับพื้นที่จะพบว่า ภาคกลางเป็นภาคที่ใช้งบในโครงการที่เกี่ยวข้องกับถนนมากที่สุด 11,808,764,480 บาท หรือคิดเป็น 29.82% ของงบเกี่ยวกับถนน รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11,193,849,726 บาท หรือคิดเป็น 28.27% ตามมาด้วยภาคใต้ 6,231,223,750 บาท หรือคิดเป็น 15.74% ภาคตะวันออก 5,674,286,200 บาท หรือคิดเป็น 14.33% ภาคตะวันตก 2,402,684,177 บาท หรือคิดเป็น 6.07% ภาคเหนือ 2,290,482,550 บาท หรือคิดเป็น 5.78%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/road-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4860" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/road-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/road-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/road-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/road-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/road-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/road-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/road-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/road.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากงบประมาณที่เกี่ยวกับถนน ทั้งหมด 39,600,591,263 บาท อบจ. ที่ใช้งบในโครงการที่เกี่ยวข้องกับถนนมากที่สุด 10 อันดับแรกคือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ขอนแก่น 2,328,290,000 บาท คิดเป็น 5.88%</li>



<li>ชลบุรี 2,144,895,000 บาท คิดเป็น 5.42%</li>



<li>นครศรีธรรมราช 1,707,625,700 บาท คิดเป็น 4.31%</li>



<li>ระยอง 1,687,823,200 บาท คิดเป็น 4.26%</li>



<li>นครปฐม 1,592,845,000 บาท คิดเป็น 4.02%</li>



<li>นครราชสีมา 1,436,644,000 บาท คิดเป็น 3.63%</li>



<li>พระนครศรีอยุธยา 1,369,586,900 บาท คิดเป็น 3.46%</li>



<li>สระบุรี 1,348,276,000 บาท คิดเป็น 3.40%</li>



<li>สมุทรปราการ 1,153,276,000 บาท คิดเป็น 2.91%</li>



<li>ประจวบคีรีขันธ์ 1,147,144,300 บาท คิดเป็น 2.90%&nbsp;</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสอง โครงการที่เกี่ยวข้องกับอาคารและสิ่งปลูกสร้าง 6,047,821,491 บาท นั้นพบว่าเป็นโครงการในรูปแบบการก่อสร้างมากที่สุด 4,606,212,810 บาท คิดเป็น 76.17% รองลงมาก็คือ ปรับปรุง/ซ่อมแซม 1,212,990,281 บาท คิดเป็น 20.05% ขยาย/ต่อเติม 206,516,900 บาท คิดเป็น 3.42% และโครงการที่ทำมากกว่า 1 รูปแบบ 22,101,500 บาท คิดเป็น 0.36%</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาการใช้งบก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในโครงการที่เกี่ยวข้องกับอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ในระดับพื้นที่จะพบว่าภาคตะวันออกมากที่สุด 2,342,325,59 คิดเป็น 38.73% ของงบเกี่ยวกับอาคารและสิ่งปลูกสร้าง รองลงมาคือภาคกลาง 1,624,592,890 บาท คิดเป็น 26.87% ภาคใต้ 1,151,043,340 บาท คิดเป็น 19.03% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 431,308,550 บาท คิดเป็น 7.13% ภาคเหนือ 267,045,271 บาท คิดเป็น 4.42% และภาคตะวันตก 231,305,850 บาท คิดเป็น 3.82%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/building-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4849" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/building-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/building-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/building-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/building-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/building-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/building-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/building-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/building.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">อบจ. ที่ใช้งบในโครงการที่เกี่ยวข้องเกี่ยวข้องกับอาคารและสิ่งปลูกสร้าง 6,047,621,491 บาท มากที่สุด 10 อันดับแรกคือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ชลบุรี 2,113,527,990 บาท คิดเป็น 34.95%</li>



<li>สมุทรปราการ 901,088,800 บาท คิดเป็น 14.90%</li>



<li>สุราษฎร์ธานี 421,557,000 บาท คิดเป็น 6.97%</li>



<li>ภูเก็ต 238,914,040 บาท คิดเป็น 3.95%</li>



<li>อุดรธานี 140,649,800 บาท คิดเป็น 2.33%</li>



<li>ยะลา 134,265,200 บาท คิดเป็น 2.22%</li>



<li>สระบุรี 129,975,000 บาท คิดเป็น 2.15%%</li>



<li>สมุทรสาคร 105,903,400 บาท คิดเป็น 1.75%</li>



<li>กาญจนบุรี 104,890,000 บาท คิดเป็น 1.73%</li>



<li>ระนอง 95,756,000 บาท คิดเป็น 1.58%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสามโครงการที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า 2,419,499,283 บาท พบว่าเป็นโครงการในรูปแบบการขยาย/ต่อเติมมากที่สุด 2,232,651,259 บาท คิดเป็น 92.28% รองลงมาก็คือ ก่อสร้าง 109,618,900 บาท คิดเป็น 4.53% และปรับปรุง/ซ่อมแซม 77,229,124 บาท คิดเป็น 3.19%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาการใช้งบก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในโครงการที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าในระดับพื้นที่ จะพบว่าภาคกลางมากที่สุด 865,880,940 บาท คิดเป็น 35.79% ของงบเกี่ยวกับไฟฟ้า รองลงมาคือภาคตะวันตก 734,619,425 บาท คิดเป็น 30.36% ภาคตะวันออก 353,066,000 บาท คิดเป็น 14.59% ภาคใต้ 247,788,150 บาท คิดเป็น 10.24% ภาคเหนือ 116,635,368 บาท คิดเป็น 4.82% และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 101,509,400 บาท คิดเป็น 4.20%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/electric-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4855" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/electric-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/electric-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/electric-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/electric-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/electric-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/electric-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/electric-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/electric.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">อบจ. ที่ใช้งบในโครงการที่เกี่ยวข้องเกี่ยวข้องกับไฟฟ้า 2,419,499,283 บาท มากที่สุด 10 อันดับแรกคือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เพชรบุรี 333,585,425 บาท คิดเป็น 13.79%</li>



<li>อ่างทอง 264,892,000 บาท คิดเป็น 10.95%</li>



<li>สุโขทัย 224,306,000 บาท คิดเป็น 9.27%</li>



<li>สงขลา185,157,000 บาท คิดเป็น 7.65%</li>



<li>ชลบุรี 169,517,000 บาท คิดเป็น 7.01%</li>



<li>ราชบุรี 146,723,000 บาท คิดเป็น 6.06%</li>



<li>ประจวบคีรีขันธ์ 142,486,000 บาท คิดเป็น 5.89%</li>



<li>พิษณุโลก 118,160,000 บาท คิดเป็น 4.88%</li>



<li>ระยอง 112,837,000 บาท คิดเป็น 4.66%&nbsp;</li>



<li>อุตรดิตถ์ 93,170,000 บาท คิดเป็น 3.85%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสี่ โครงการที่เกี่ยวข้องกับประปาและระบบน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค 2,409,126,510 บาท พบว่าเป็นโครงการในรูปแบบการก่อสร้างมากที่สุด 1,531,886,030 บาท คิดเป็น 63.59% รองลงมาคือขยาย/ต่อเติม 850,462,040 บาท คิดเป็น 35.30% ปรับปรุง/ซ่อมแซม 22,038,440 บาท คิดเป็น 0.92% และโครงการที่ทำมากว่า 1 รูปแบบ 4,740,000 บาท คิดเป็น 0.19%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาการใช้งบประมาณค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในโครงการที่เกี่ยวข้องกับประปาและระบบน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภคในระดับพื้นที่ จะพบว่าภาคตะวันออกมากที่สุด 2,062,110,900 บาท หรือคิดเป็น 85.60% ของงบเกี่ยวกับประปาและระบบน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค รองลงมาคือภาคกลาง 128,770,540 บาท หรือคิดเป็น 5.35% ภาคใต้ 95,728,250 บาท หรือคิดเป็น 3.97% ภาคเหนือ 88,889,900 บาท หรือคิดเป็น 3.69% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 24,627,320 บาท หรือคิดเป็น 1.02%และภาคตะวันตก 8,999,600 บาท หรือคิดเป็น 0.37%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/watersupply-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4865" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/watersupply-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/watersupply-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/watersupply-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/watersupply-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/watersupply-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/watersupply-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/watersupply-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/watersupply.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">อบจ. ที่ใช้งบในโครงการที่เกี่ยวข้องกับประปาและระบบน้ำเพื่ออุปโภคและบริโภค 2,409,126,510 บาท มากที่สุด 10 อันดับแรกคือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ชลบุรี 2,060,029,100 บาท คิดเป็น 85.51%</li>



<li>สมุทรปราการ 90,000,000 บาท คิดเป็น 3.74%&nbsp;</li>



<li>สุราษฎร์ธานี 41,031,000 บาท คิดเป็น 1.70%</li>



<li>ลำปาง 37,707,000 บาท คิดเป็น 1.57%</li>



<li>ปัตตานี 24,930,000 บาท คิดเป็น 1.03%</li>



<li>แม่ฮ่องสอน 24,164,000 บาท คิดเป็น 1.00%</li>



<li>สุโขทัย 22,746,000 บาท คิดเป็น 0.94%</li>



<li>ลำพูน 18,144,900 บาท คิดเป็น 0.75%</li>



<li>นครศรีธรรมราช 13,258,000 บาท คิดเป็น 0.55%</li>



<li>ขอนแก่น 12,930,000 บาท คิดเป็น 0.54%&nbsp;</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับห้า โครงการที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม 2,148,637,750 บาท พบว่าเป็นโครงการในรูปแบบการก่อสร้างมากที่สุด 1,998,399,800 บาท คิดเป็น 93.01% รองลงมาก็คือ ปรับปรุง/ซ่อมแซม 142,687,950 คิดเป็น 6.64% และขยาย/ต่อเติม 7,550,000 คิดเป็น 0.35%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาการใช้งบประมาณค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมในระดับพื้นที่ จะพบว่า ภาคกลางมากที่สุด 1,090,816,500 คิดเป็น 50.77% ของงบเกี่ยวกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม รองลงมาคือภาคตะวันออก 518,089,900 บาท คิดเป็น 24.11% ภาคเหนือ 208,695,700 บาท คิดเป็น 9.71% ภาคใต้ 193,615,800 บาท คิดเป็น 9.01% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 75,021,450 บาท คิดเป็น 3.49% และภาคตะวันตก 62,398,400 คิดเป็น 2.90%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/flooding-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4857" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/flooding-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/flooding-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/flooding-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/flooding-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/flooding-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/flooding-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/flooding-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/flooding.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">อบจ. ที่ใช้งบในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม 2,148,637,750 บาท มากที่สุด 10 อันดับแรกคือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สมุทรสาคร 352,249,500 บาท คิดเป็น 16.39%</li>



<li>ชลบุรี 349,143,200 บาท คิดเป็น 16.25%</li>



<li>นครปฐม 279,641,000 บาท คิดเป็น 13.01%</li>



<li>สมุทรปราการ 223,100,000 บาท คิดเป็น 10.38%</li>



<li>ระยอง 155,575,000 บาท คิดเป็น 7.24%</li>



<li>พระนครศรีอยุธยา 77,941,000 บาท คิดเป็น 3.63%</li>



<li>ลำพูน 56,268,300 บาท คิดเป็น 2.62%</li>



<li>สุราษฎร์ธานี 52,249,000 บาท คิดเป็น 2.43%</li>



<li>สุโขทัย 50,619,500 บาท คิดเป็น 2.36%</li>



<li>ลำปาง 47,162,000 บาท คิดเป็น 2.19%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับหก โครงการที่เกี่ยวข้องกับสะพาน 1,558,716,600 บาท นั้นพบว่าเป็นโครงการในรูปแบบการก่อสร้างมากที่สุด 1,500,380,600 บาท คิดเป็น 96.26% รองลงมาก็คือ การปรับปรุง/ซ่อมแซม 48,496,000 บาท คิดเป็น 3.11% และการขยาย/ต่อเติม 9,840,000 บาท คิดเป็น 0.63%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาการใช้งบประมาณค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในโครงการที่เกี่ยวข้องกับสะพานในระดับพื้นที่ จะพบว่า ภาคใต้มากที่สุด 691,636,000 บาท คิดเป็น 44.37% ของงบเกี่ยวกับสะพาน รองลงมาคือภาคตะวันออก 294,072,100 บาท คิดเป็น 18.87% ภาคกลาง 292,138,100 บาท คิดเป็น 18.74% ภาคเหนือ 155,321,400 บาท คิดเป็น 9.96% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 89,464,000 บาท คิดเป็น 5.74% และภาคตะวันตก 36,085,000 คิดเป็น 2.32%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/bridge-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4848" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/bridge-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/bridge-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/bridge-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/bridge-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/bridge-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/bridge-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/bridge-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/bridge.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">อบจ. ที่ใช้งบในโครงการที่เกี่ยวข้องกับสะพาน 1,558,716,600 บาท มากที่สุด 10 อันดับแรกคือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ฉะเชิงเทรา 209,924,000 บาท คิดเป็น 13.468%</li>



<li>นครศรีธรรมราช 196,349,000 บาท คิดเป็น 12.60%</li>



<li>สุราษฎร์ธานี 150,298,000 บาท คิดเป็น 9.64%</li>



<li>สงขลา 123,020,000 บาท คิดเป็น 7.89%</li>



<li>เชียงราย 57,780,000 บาท คิดเป็น 3.707%</li>



<li>ตรัง 57,390,000 บาท คิดเป็น 3.68%</li>



<li>นครปฐม 51,648,000 บาท คิดเป็น 3.31%</li>



<li>พระนครศรีอยุธยา 46,727,000 บาท คิดเป็น 3.00%</li>



<li>กระบี่ 44,864,000 บาท คิดเป็น 2.878%</li>



<li>ลำปาง 36,123,000 บาท คิดเป็น 2.32%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับแปด โครงการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งก่อสร้างอื่นๆ 228,423,500 บาท พบว่าเป็นโครงการในรูปการก่อสร้าง 181,308,500 บาท คิดเป็น 79.37% รองลงมาก็คือการปรับปรุง/ซ่อมแซม 29,740,000 บาท คิดเป็น 13.02% ขยาย/ต่อเติม 15,375,000 บาท คิดเป็น 6.73% และโครงการที่มีมากกว่า 1 รูปแบบ 2,000,000 บาท คิดเป็น 0.88%</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาการใช้งบประมาณค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในโครงการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ในระดับพื้นที่ จะพบว่า ภาคใต้มากที่สุด 177,222,000 บาท คิดเป็น 77.58% ของงบเกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างอื่นๆ รองลงมาคือภาคตะวันออก 15,445,000 บาท คิดเป็น 6.76% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13,861,000 บาท คิดเป็น 6.07% ภาคตะวันตก 12,212,000 บาท คิดเป็น 5.35% ภาคเหนือ 6,383,500 บาท คิดเป็น 2.79% และภาคกลาง 3,300,000 บาท คิดเป็น 1.44%&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/others-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4859" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/others-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/others-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/others-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/others-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/others-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/others-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/others-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/others.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">อบจ. ที่ใช้งบในโครงการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งก่อสร้างอื่นๆ 228,423,500 บาท มากที่สุด 10 อันดับแรกคือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สุราษฎร์ธานี 170,714,000 บาท คิดเป็น 74.74%</li>



<li>ชลบุรี 11,687,000 บาท คิดเป็น 5.12%</li>



<li>อุดรธานี 7,000,000 บาท คิดเป็น 3.06%</li>



<li>ตาก 6,880,000 บาท คิดเป็น 3.01%</li>



<li>ลำพูน 4,020,000 บาท คิดเป็น 1.76%</li>



<li>ระนอง 3,558,000 บาท คิดเป็น 1.56%</li>



<li>ตราด 3,000,000 บาท คิดเป็น 1.31%</li>



<li>ประจวบคีรีขันธ์ 3,000,000 บาท คิดเป็น 1.31%</li>



<li>สมุทรสาคร 3,000,000 บาท คิดเป็น 1.31%</li>



<li>หนองบัวลำภู 2,400,000 บาท คิดเป็น 1.05%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับเก้า โครงการที่เกี่ยวข้องกับการจราจร 138,151,940 บาท พบว่าเป็นการขยาย/ต่อเติมมากที่สุด 91,453,200 บาท คิดเป็น 66.32% รองลงมาก็คือ ปรับปรุง/ซ่อมแซม 42,301,740 บาท คิดเป็น 30.51% และการก่อสร้าง 4,397,000 บาท คิดเป็น 3.17%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาการใช้งบประมาณค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจราจร ในระดับพื้นที่ จะพบว่าภาคตะวันตกมากที่สุด 58,239,10 บาท คิดเป็น 42% ของงบเกี่ยวกับการจราจร รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 34,327,240 คิดเป็น 24.76% ภาคใต้ 22,000,000 บาท คิดเป็น 15.87% ภาคตะวันออก 17,437,000 บาท คิดเป็น 12.58% ภาคเหนือ 4,208,600 บาท คิดเป็น 3.40% และภาคกลาง 1,940,000 บาท คิดเป็น 1.40%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/traffic-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4864" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/traffic-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/traffic-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/traffic-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/traffic-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/traffic-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/traffic-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/traffic-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/traffic.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">อบจ. ที่ใช้งบในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจราจร 138,151,940 บาท มากที่สุด 10 อันดับแรกคือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เพชรบุรี 31,500,000 บาท คิดเป็น 22.72%</li>



<li>อำนาจเจริญ 29,433,240 บาท คิดเป็น 21.23%</li>



<li>ตาก 26,739,100 บาท คิดเป็น 19.285%</li>



<li>สตูล 15,500,000 บาท คิดเป็น 11.18%</li>



<li>ชลบุรี 12,367,000 บาท คิดเป็น 8.919%</li>



<li>ระนอง 3,500,000 บาท คิดเป็น 2.52%</li>



<li>สงขลา 3,000,000 บาท คิดเป็น 2.16%</li>



<li>ตราด 2,970,000 บาท คิดเป็น 2.142%</li>



<li>เชียงราย 2,505,600 บาท คิดเป็น 1.807%</li>



<li>ฉะเชิงเทรา 2,100,000 บาท คิดเป็น 1.515%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า อบจ. ที่มีงบประมาณค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภครวมสูงสุดนั้น มักจะอยู่ในอันดับต้นๆ ของงบโครงการที่เกี่ยวข้องกับถนนและงบอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นสองประเภทที่ใช้งบประมาณค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคมากที่สุด รวมกันแล้ว 81.97% ในขณะที่เมื่อพิจารณาในประเภทอื่นๆ จะเห็นว่า อบจ. ที่ติดใน 10 อันดับแรกจะกระจายตัวกันไป ขณะที่หากพิจารณาเป็นรายภาคจะพบว่าภาคตะวันออกและภาคกลางนั้นมักจะอยู่อันดับต้นๆ เสมอในเกือบทุกประเภท ขณะที่ภาคตะวันตกนั้นมักจะอยู่รั้งท้ายในเกือบทุกประเภท&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ก่อสร้างอะไรมากที่สุด ซ่อมอะไรมากที่สุด ขยายอะไรมากที่สุด&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาจากการแบ่งประเภทของรูปแบบโครงการจะพบว่า งบในการก่อสร้าง 27,396,636,254 บาท นั้น เป็นงบที่ถูกใช้ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับถนนมากที่สุด 61.77% รองลงมาคือ อาคารและสิ่งปลูกสร้าง 16.81% และการระบายน้ำและการป้องกันน้ำท่วม 7.29% </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/construct-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4851" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/construct-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/construct-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/construct-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/construct-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/construct-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/construct-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/construct-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/construct.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">อบจ. ที่ใช้งบในโครงการที่เป็นการก่อสร้างมากที่สุด 10 อันดับแรกคือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ชลบุรี 3,294,970,960 บาท คิดเป็น 12.03%</li>



<li>สุราษฎร์ธานี 1,433,456,000 บาท คิดเป็น 5.23%</li>



<li>สมุทรปราการ 1,243,100,000 บาท คิดเป็น 4.54%</li>



<li>ประจวบคีรีขันธ์ 1,088,915,800 บาท คิดเป็น 3.97%</li>



<li>นครราชสีมา 1,069,582,800 บาท คิดเป็น 3.90%</li>



<li>ระยอง 1,049,793,800 บาท คิดเป็น 3.83%&nbsp;</li>



<li>นครศรีธรรมราช 968,040,000 บาท คิดเป็น 3.53%</li>



<li>ขอนแก่น 926,011,400 บาท คิดเป็น 3.38%</li>



<li>สมุทรสาคร 729,505,500 บาท คิดเป็น 2.66%</li>



<li>นครปฐม 707,665,331บาท คิดเป็น 2.58%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่รูปแบบการปรับปรุง/ซ่อมแซม 24,307,039,324 บาทนั้น พบว่าเป็นงบที่ถูกใช้ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับถนนมากที่สุดเช่นเดียวกัน 91.50% รองลงมาก็คือ อาคารและสิ่งปลูกสร้าง 4.99% และโครงการที่ทำมากกว่า 1 รูปแบบ 1.66%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/improve-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4858" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/improve-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/improve-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/improve-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/improve-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/improve-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/improve-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/improve-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/improve.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">อบจ. ที่ใช้งบในโครงการที่เป็นการปรับปรุง/ซ่อมแซมมากที่สุด 10 อันดับแรกคือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ชลบุรี 2,861,794,530 บาท คิดเป็น 11.77%</li>



<li>ขอนแก่น 1,440,044,600 บาท คิดเป็น 5.92%</li>



<li>นครปฐม 1,317,838,000 บาท คิดเป็น 5.42%</li>



<li>สมุทรปราการ 1,154,364,800 บาท คิดเป็น 4.75%</li>



<li>พระนครศรีอยุธยา 1,099,307,900 บาท คิดเป็น 4.52%</li>



<li>นครศรีธรรมราช 1,013,221,700 บาท คิดเป็น 4.17%</li>



<li>สระบุรี 861,505,800 บาท คิดเป็น 3.54%</li>



<li>ระยอง 807,573,400 บาท คิดเป็น 3.32%</li>



<li>ฉะเชิงเทรา 764,398,580 บาท คิดเป็น 3.14%</li>



<li>บุรีรัมย์ 753,906,000 บาท คิดเป็น 3.10%</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">และรูปแบบขยาย/ต่อเติม รวม 3,810,792,099 บาท พบว่าเป็นงบที่ถูกใช้ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้ามากที่สุด 58.59% รองลงมาก็คือ ประปาและระบบน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค 22.32% และถนน 10.11%&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/extend-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4856" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/extend-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/extend-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/extend-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/extend-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/extend-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/extend-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/extend-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/extend.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">อบจ. ที่ใช้งบในโครงการที่เป็นการขยาย/ต่อเติม มากที่สุด 10 อันดับแรกคือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ชลบุรี 1,086,322,100 บาท คิดเป็น 28.51%&nbsp;</li>



<li>เพชรบุรี 365,085,425 บาท คิดเป็น 9.58%</li>



<li>อ่างทอง 274,062,000 บาท คิดเป็น 7.19%</li>



<li>สงขลา 270,957,000 บาท คิดเป็น 7.11%</li>



<li>สุโขทัย 218,370,000 บาท คิดเป็น 5.73%</li>



<li>ระยอง 151,477,000 บาท คิดเป็น 3.97%</li>



<li>ราชบุรี 147,063,000 บาท คิดเป็น 3.86%</li>



<li>ตาก 106,686,100 บาท คิดเป็น 2.80%</li>



<li>พิษณุโลก 99,520,000 บาท คิดเป็น 2.61%</li>



<li>อุตรดิตถ์ 93,660,000 บาท คิดเป็น 2.46%</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading">งบค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคของ อบจ. ถูกนำไปใช้ในพื้นที่ครอบคลุมตำบลในจังหวัดมากน้อยแค่ไหน&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">อบจ. แม้จะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับบน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีพื้นที่รับผิดชอบเป็นของตัวเอง พื้นที่ในการทำงานต่างๆ ของ อบจ. ล้วนทับซ้อนกับ อบต. และเทศบาล โดยเฉพาะเทศบาลตำบล เมื่อนำงบค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในหมวดอุตสาหกรรมและโยธาทั้ง 4 ปี ของ อบจ. 76 จังหวัด จำนวน 24,084 โครงการ มาพิจารณาว่าแต่ละโครงการในแต่ละ อบจ. เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลใด และครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัดหรือไม่ พบว่าในระยะเวลา 4 ปี ของการทำงานของ อบจ. ซึ่งมีโครงการในส่วนของงบค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภค ในหมวดอุตสาหกรรมและโยธา จำนวน 24,084 โครงการนั้นครอบคลุมพื้นที่ 86.51% ของ อบจ. ทั่วประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นรายภาค จะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุม 95.71%<br>ภาคเหนือ ครอบคลุม 90.19%<br>ภาคตะวันตก ครอบคลุม 84.73%<br>ภาคใต้ ครอบคลุม 83.56%<br>ภาคกลาง ครอบคลุม 76.62%<br>ภาคตะวันออก ครอบคลุม 73.39%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-all-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4852" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-all-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-all-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-all-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-all-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-all-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-all-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-all-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-all.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากพิจาณาเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดที่ใช้ค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด 10 อันดับแรกได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. กำแพงเพชร ครอบคลุม 100.00%<br>1. ขอนแก่น ครอบคลุม 100.00%<br>1. ตราด ครอบคลุม 100.00%<br>1. ประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุม 100.00%<br>1. พะเยา ครอบคลุม 100.00%<br>1. ยโสธร ครอบคลุม 100.00%<br>1. หนองบัวลำภู ครอบคลุม 100.00%<br>1. อำนาจเจริญ ครอบคลุม 100.00%<br>1. อุดรธานี ครอบคลุม 100.00%<br>10. ชัยภูมิ ครอบคลุม 99.19%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-most-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4854" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-most-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-most-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-most-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-most-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-most-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-most-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-most-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-most.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่จังหวัดที่ใช้ค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคครอบคลุมพื้นที่น้อยที่สุด 10 อันดับแรกได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สมุทรปราการ ครอบคลุม 16.00%</li>



<li>จันทบุรี ครอบคลุม 18.42%</li>



<li>เพชรบูรณ์ ครอบคลุม 32.48%</li>



<li>นราธิวาส ครอบคลุม 46.75%</li>



<li>แม่ฮ่องสอน ครอบคลุม 48.89%</li>



<li>นนทบุรี ครอบคลุม 53.85%</li>



<li>ปทุมธานี ครอบคลุม 58.33%</li>



<li>ภูเก็ต ครอบคลุม 58.82%</li>



<li>กระบี่ ครอบคลุม 60.38%</li>



<li>สุพรรณบุรี ครอบคลุม 65.45%</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-less-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4853" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-less-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-less-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-less-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-less-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-less-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-less-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-less-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/cover-less.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาจำนวนตำบลที่ระบุว่าจะมีโครงการเกิดขึ้นกับจำนวนตำบลทั้งหมดของแต่ละจังหวัด พบว่า งบประมาณ ปี 2565-2568 ของ อบจ. ทั้ง 76 จังหวัด (ยกเว้นปี 2568 ของ อบจ.สุพรรณบุรีและมุกดาหารที่ยังไม่ผ่านการพิจารณา) มี 9 จังหวัดที่ใช้งบค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภค ครอบคลุมพื้นที่ตำบลในจังหวัด 100% คือ กำแพงเพชร ขอนแก่น ตราด ประจวบคีรีขันธ์ พะเยา ยโสธร หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ และอุดรธานี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่เมื่อพิจารณาจากค่ามัธยฐานจะพบว่ามีค่ามัธยฐานอยู่ที่ 90.44% ดังนั้น จะมีอยู่ 38 จังหวัดที่ต่ำกว่าค่ามัธยฐานในการกระจายตัวของโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคของ อบจ. คือ สมุทรปราการ จันทบุรี เพชรบูรณ์ นราธิวาส แม่ฮ่องสอน นนทบุรี ปทุมธานี ภูเก็ต กระบี่ สุพรรณบุรี ราชบุรี อุตรดิตถ์ นครนายก ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา ปัตตานี อ่างทอง ปราจีนบุรี ชัยนาท น่าน สมุทรสงคราม สระแก้ว ระนอง สมุทรสาคร สระบุรี สตูล อุทัยธานี ลพบุรี สุรินทร์ สงขลา เลย เพชรบุรี ยะลา นครสวรรค์ สุราษฎร์ธานี นครพนม กาญจนบุรี และสกลนคร</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังจะต้องพิจารณาต่อไปว่าการที่ อบจ. ในจังหวัดที่มีก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดน้อย เป็นเพราะสาเหตุใด ยกตัวอย่างเช่น อบจ. สมุทปราการ ที่ครอบคลุมเพียง 16% จะพบว่า ในปี 2567 อบจ. สมุทรปราการมีโครงการก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคเพียง 4 โครงการ รวมเป็นเงิน 1,153,875,500 บาท เช่น โครงการปรับปรุงถนนทางหลวงหมายเลข 303 ตอนพระสมุทร เจดีย์-ป้อมพระจุลจอม ใกล้ตําบลพระสมุทรเจดีย์ เชื่อมตําบลแหลมฟ้าผ่า อําเภอพระสมุทรเจดีย์ ช่วงที่ 3 ความยาว 1,590 เมตร งบประมาณ 766,830,000 บาท จะเห็นว่าส่วนมากเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณสูง จึงอาจทำให้ไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ขอนแก่น ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 100% ในปี 2567 งบประมาณรวม 578,164,000 บาท มีทั้งสิ้น 1,045 โครงการ โดยโครงการที่มีงบการก่อสร้างมากที่สุดในปีนั้นคือ โครงการปรับปรุงถนนลาดยางแบบแอสฟิลต์คอนกรีต บ้านป่าแดง หมู่ที่ 5 ตำบลคอนฉิม &#8211; บ้านหนองทุ่ม หมู่ที่ 8 ตำบลใหม่นาเพียง อำเภอแวงใหญ่ รวมระยะทางยาว 2,450 เมตร กว้าง 5 เมตร งบประมาณ 8,870,000 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น ความแตกต่างของขนาดของโครงการและงบประมาณที่ใช้ จึงอาจจะทำให้ความครอบคลุมพื้นที่ของโครงการก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคของแต่ละ อบจ. แตกต่างกันไป&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ความเห็นจากนักวิชาการ&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากประเด็นที่ได้กล่าวมาข้างต้น ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">“เราอาจจะไม่ต้องไปตั้งธงว่า อบจ. ทุก อบจ. มีแนวโน้มที่จะทุจริต แต่เราต้องตั้งคำถามว่าสิ่งที่ทำมันคุ้มค่าหรือเปล่า ลงไปถูกส่วนหรือเปล่า ถูกพื้นที่หรือเปล่า เรามักจะมองว่าถนนเป็นผู้ร้าย แต่จริงๆ ถนนมันคือการพัฒนารูปแบบหนึ่งเหมือนกัน ถนนไปที่ไหนพื้นที่ตรงนั้นก็จะเจริญ คำถามคือ จะทำอะไรได้มากกว่านี้ไหม ถนนมันตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่นั้นๆ จริงหรือเปล่า นอกจากทำถนนแล้วในอีก 4 ปี เขาจะจัดสรรสัดส่วนของงบประมาณอย่างไร</p>



<p class="wp-block-paragraph">“เวลาพูดเรื่อง อบจ. อย่าดูแต่ว่า อบจ. มีเงินเยอะ เราต้องตรวจสอบการใช้เงิน แต่เราควรไปดูว่า อบจ.มีหน้าที่อะไร และตรวจสอบการทำงานในพื้นที่ได้ไหม มากกว่าให้ สส. เอาไปพูดในสภาส่วนกลาง แต่ระบบการตรวจสอบในพื้นที่มันควรอยู่ในพื้นที่ ในการพูดถึงปัญหาระดับจังหวัด อย่าไปจำกัดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ของ อบจ. อบจ. ทำอะไรไม่ได้ เวที อบจ. มันควรจะสามารถทำให้ทุกคนพูดเรื่องในจังหวัดได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าในวันนี้จะทำได้หรือไม่ อะไรที่เกิดขึ้นในจังหวัด ควรจะเป็นพื้นที่ที่ทุกคนมีสิทธิที่จะตรวจสอบได้ ผู้ว่าฯ ก็ต้องตอบคำถามได้ ไม่ใช่ให้ อบจ. ต้องไปรายงานตัวกับผู้ว่าฯ หรือมองว่ามันเป็นคนละส่วนกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">“เราต้องส่งเสริมให้เกิดการรวมตัวของประชาชนในพื้นที่ให้มากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เกิดฟังก์ชันว่า ผู้บริหารท้องถิ่นนอกจากจะต้องตอบคำถามสภาฯ แล้ว ต้องตอบคำถามกับเครือข่ายของประชาชนด้วย เพราะฉะนั้น ระบบการตรวจสอบโดยประชาชนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ เพราะตอนนี้ สภา อบจ. เป็นองค์กรเดียวที่จะตรวจสอบการทำงานของ อบจ. แต่ถ้า ส.อบจ. และนายก อบจ. มาจากกลุ่มเดียวกันหมด ก็อาจจะตรวจสอบกันไม่ได้”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ให้ความเห็นว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ที่จริงเรื่องการใช้งบประมาณมาสร้างถนน ของ อบจ. มันต้องไปดูที่โครงสร้างใหญ่ด้วย เพราะคนที่คุมเรื่องการจัดสรรงบ คือสำนักงบประมาณ คำถามคือ เวลาคุณตัดงบประมาณท้องถิ่นกับส่วนกลาง คุณไม่เอามาพิจารณาร่วมกันเหรอว่า ถนนที่สร้างโดยกรมทางหลวงชนบทในจังหวัดนั้นๆ เท่าไหร่แล้ว แล้วท้องถิ่น หรือ อบจ. ก็มาเสนอทำอีก มันซ้ำซ้อนกันไปหมด หรือท้องถิ่้นเสนอ แล้วไปตัดส่วนกลางก็ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;“ในส่วนของการตรวจสอบการใช้งบประมาณนั้น ต้องเพิ่มสองจุด คือ สภา อบจ. ซึ่งเป็นฟังก์ชันหลักให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ และในระยะยาวก็ต้องทำให้คนเข้าใจมากขึ้นว่า กลไกนี้มันเป็นกลไกที่ต้องคานอำนาจกันในการพิจารณางบประมาณ เพราะคนจะเข้าใจว่า นายก อบจ. กับ ส.อบจ. เป็นทีมเดียวกันจากตอนที่หาเสียงว่าต้องเป็นพวกเดียวกันอยู่แล้วเพื่อเข้าไปช่วยกันทำงาน แต่จริงๆ สภาเป็นตัวถ่วงดุลอำนาจของผู้บริหาร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">“นอกจากนี้ ยังอาจจะต้องไปเพิ่มสัดส่วนการมีส่วนร่วมทางตรงของประชาชนอีกที โดยการทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วม ต้องใส่กลไกนี้เข้าไป เช่น งบประมาณกี่เปอร์เซนต์ที่จะให้ประชาชนมาออกแบบ สภามีหน้าที่ให้การรับรองอย่างเดียวตามความเห็นของประชาชน แล้วก็ต้องสร้างประชาชนที่มีความตื่นตัวด้วยนะ ไม่ใช่ประชาชนจัดตั้ง มาหนุนผู้บริหารอีกที</p>



<p class="wp-block-paragraph">“และ อบจ. เองก็ต้องมองไปข้างหน้า ด้วยการมีแผนยุทธศาสตร์อีกด้วย ที่จริงยุทธศาสตร์ อบจ. มีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่ามันมีสองระบบ คือ แผนของ อบจ. และแผนพัฒนาตำบล อำเภอ ขึ้นถึงระดับจังหวัด ซึ่งเจ้าภาพอยู่ที่ผู้ว่าฯ มันก็เลยกลายเป็นว่าหนึ่งจังหวัดมีสองแผน แผนของ อบจ. เลยเป็นแผนปฏิบัติการใช้งบของตัวเองมากกว่าจะแสดงให้เห็นถึงภาพรวมของจังหวัดจริงๆ เพราะผู้ว่าฯ ก็จะเชื่อมโยงกับอำนาจรัฐส่วนกลาง ซึ่งจะมีงบกระทรวงต่างๆ ลงมา แต่ก็จะไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ เพราะแขนขามือไม้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ส่วนกลางไม่ได้ใกล้ชิดกับประชาชนเท่า อบจ. หรือส่วนท้องถิ่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">“เพราะฉะนั้น อบจ. ก็จะทำงานในแบบ Quick Win มากกว่า ต้องเห็นผลภายใน 4 ปี ไม่มีโครงการแบบระยะยาวเท่าไหร่ มันต้องไปรื้อว่าเจ้าภาพหลักในการทำยุทธศาสตร์จังหวัด ควรจะย้ายมาอยู่ที่ อบจ. ไหม ในฐานะผู้แทนที่ประชาชนเลือกตั้งมา ส่วนตัวแทนราชการส่วนกลาง ผู้ว่าฯ หรือส่วนราชการต่างๆ ในจังหวัดนั้นๆ ควรจะเป็นตัวเสริม หรือเอานโยบายส่วนกลางที่มองภาพใหญ่มาเชื่อมมากกว่า แต่ตอนนี้มันกลับด้านกันอยู่”&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">อ้างอิง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อบัญญัติงบประมาณ ประจำปี 2565-2568 ของ อบจ. 76 จังหวัด (ยกเว้นปี 2568 ของ อบจ.สุพรรณบุรี และมุกดาหารที่ยังไม่ผ่านการพิจารณา)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-pao-3/">https://rocketmedialab.co/database-pao-3/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pao-2025-collab-3/">4 ปี อบจ. 76 จังหวัด ใช้งบค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในการทำถนน 71.11% </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งบ อบจ. 2567 แยกตามหมวดการใช้ และงบ อบจ. 2568 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-pao-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jan 2025 03:14:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxKPIxPolSciCU]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้งท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4826</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3607;&#3637;&#3656;&#3617;&#3634;: &#3591;&#3610; &#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-pao-3/">งบ อบจ. 2567 แยกตามหมวดการใช้ และงบ อบจ. 2568 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vSNn4hwZyAKpvrT57B-PCdnEbZIWHtljsSKYBNMQYFuUDAsNQf0cHTTwOr-RpCXbTsg50VaSjZDbJxG/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา: งบ อบจ.2567 แยกตามหมวดการใช้ จากข้อบัญญัติงบประมาณปี 2567 ของ อบจ. ทั้ง 76 จังหวัด และงบ อบจ. 2568 เฉพาะค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในหมวดอุตสาหกรรมและโยธา จากข้อบัญญัติงบประมาณปี 2568 ของ อบจ. ทั้ง 76 จังหวัด  (ยกเว้นปี 2568 ของ อบจ.สุพรรณบุรีและมุกดาหารที่ยังไม่ผ่านการพิจารณา) </p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1fvYY0JZ2qt59a5cYqT-zpqEO5GxlRImJ19pzlLJPFl0/edit?gid=857249834#gid=857249834">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/pao-2025-collab-3/">4 ปี อบจ. 76 จังหวัด ใช้งบค่าก่อสร้างสิ่งสาธารณูปโภคในการทำถนน 71.11%&nbsp;<br></a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-pao-3/">งบ อบจ. 2567 แยกตามหมวดการใช้ และงบ อบจ. 2568 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งบประมาณ อบจ. [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-pao-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Jan 2025 06:26:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxKPIxPolSciCU]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้งท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้ท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4789</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3591;&#3610;&#3611;&#3619;&#3632;&#3617;&#3634;&#3603 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-pao-2/">งบประมาณ อบจ. [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"> </p>



<p class="wp-block-paragraph">งบประมาณของ อบจ. สามารถแยกที่มาได้เป็น 3 ทางด้วยกันคือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>รัฐจัดสรร โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ<br>1.1. รัฐจัดเก็บให้ จาก<br>ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน และค่าภาคหลวงแร่และปิโตรเลียม<br>1.2. รัฐจัดเก็บแล้วแบ่งให้ จาก<br>ภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน ค่าภาคหลวงแร่และปิโตรเลียม และภาษีธุรกิจเฉพาะ เช่น ธุรกิจธนาคาร ประกันภัย</li>



<li>เงินอุดหนุนจากรัฐ<br>เงินอุดหนุน หมายถึง เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นแหล่งรายได้เสริมที่รัฐบาลให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยเหลือเสริมรายได้ทางการคลังให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และยังมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการคลังระหว่างชุมชนท้องถิ่น โดยอยู่บนหลักการสร้างความเป็นธรรมทางการคลังระหว่างพื้นที่ เพื่อเป็นหลักประกันว่าประชาชนในพื้นที่ทุรกันดารจะได้รับบริการขั้นพื้นฐานอย่างเพียงพอและสมฐานะ </li>



<li>อบจ. จัดเก็บเอง มาจากการจัดเก็บรายได้จาก<br>ภาษี เช่น ยาสูบ น้ำมัน อากรรังนกอีแอ่น ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และใบอนุญาต เช่น ค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม ค่าธรรมเนียมการกำจัดขยะมูลฝอย รายได้จากทรัพย์สิน เช่น ค่าเช่าบริการ ดอกเบี้ย และรายได้เบ็ดเตล็ด เช่น การขยายเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง และรายได้จากทุน เช่น การขายทอดตลาด</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนดูงบประมาณ อบจ. พร้อมสัดส่วนของงบฯ แต่ละก้อน</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRdYG3cQ7oCiJWQvsUarDESAx-z5o6LmaFxR6UXQHJ7nTxUaL17Gzgg1upQrkCMDiuyxBazrSHGduLu/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1ltNBKhSEeJ1namifCCNv7ci8CHPU7TsUqyILexmW8gQ/edit?gid=819130067#gid=819130067">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่านรายงาน <a href="https://rocketmedialab.co/pao-2025-collab-2">อบจ. ได้งบประมาณมาจากไหน เก็บเงินจากอะไรได้มากที่สุด</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา:<br>รายได้ อบจ. จากข้อมูลรายได้ อปท. 2566 จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น<br>เปรียบเทียบภาษีที่จัดเก็บเอง จากรายรับจริงปี 2566 ที่ปรากฏในข้อบัญญัติงบประมาณ อบจ. 76 จังหวัด ปี 2568</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-pao-2/">งบประมาณ อบจ. [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อบจ. ได้งบประมาณมาจากไหน เก็บเงินจากอะไรได้มากที่สุด</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/pao-2025-collab-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Jan 2025 06:25:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxKPIxPolSciCU]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้งท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[สติธร ธนานิธิโชติ]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4795</guid>

					<description><![CDATA[<p> รายได้จากการจัดเก็บเองของ อบจ. แม้จะมีเพียง 6.44% แต่ก็เป็นส่วนที่สำคัญมากต่อเงินสะสมของ อบจ. แต่ปัจจุบันพบว่า อบจ. 60 แห่งมีรายรับจริงที่จัดเก็บได้เองมากที่สุดจากภาษียาสูบ </p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pao-2025-collab-2/">อบจ. ได้งบประมาณมาจากไหน เก็บเงินจากอะไรได้มากที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>งบประมาณก้อนใหญ่ที่สุดของ อบจ. มาจากการจัดสรรของรัฐจากภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน โดยในปี 2566 อบจ. 76 จังหวัดได้รับงบประมาณในส่วนของรัฐจัดสรร 49,393,944,491.59 บาท หรือคิดเป็น 62.39% ของงบประมาณทั้งหมด </li>



<li>รายได้จากการจัดเก็บเองของ อบจ. ในหมวดภาษีอากร ซึ่งได้แก่ ภาษี จากยาสูบ น้ำมัน อากรรังนกอีแอ่น นั้นเป็นรายได้ที่มีสัดส่วนสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบจากหมวดอื่นๆ โดยในปี 2566 อบจ. ทั่วประเทศมีรายรับจริงจากการจัดเก็บเองในหมวดภาษีอากรสูงถึง 288,303,852.08 บาท หรือคิดเป็น 55.28% ของรายได้ที่จัดเก็บเองของ อบจ.</li>



<li>อบจ. ภูเก็ต เป็น อบจ. ที่มีรายได้จากการจัดเก็บเองสูงสุดในประเทศ มาจากรายได้ในหมวดค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และใบอนุญาต โดยมาจากค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรมสูงสุด เป็นเงิน 238,316,787.35 บาท ซึ่งสูงที่สุดของประเทศในหมวดนี้เช่นเดียวกัน </li>



<li>จากข้อมูลรายรับจริงที่จัดเก็บได้เองในปี 2566 ของ อบจ. ทั่วประเทศ พบว่า 60 อบจ. มีรายรับจริงที่จัดเก็บได้เองมากที่สุดจากภาษียาสูบ, 4 อบจ. มีรายรับจริงที่จัดเก็บได้เองมากที่สุดจากภาษีน้ำมัน, 5 อบจ. มีรายรับจริงที่จัดเก็บได้เองมากที่สุดจากค่าธรรมเนียมโรงแรม และ 7 อบจ. มีรายรับจริงที่จัดเก็บได้เองมากที่สุดจากค่าอื่นๆ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"> </p>



<p class="wp-block-paragraph">องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีจังหวัดละหนึ่งแห่ง ใน 76 จังหวัด มีเขตพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมทั้งจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง เนื่องด้วย อบจ. ถือว่าเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นชั้นบน ที่มีทั้งงบประมาณ และพื้นที่ที่ต้องดูแลรับผิดชอบขนาดใหญ่มากกว่า องค์กรปกครองท้องถิ่นชั้นล่างอย่างเทศบาล หรือ อบต. ดังนั้น งบประมาณ และการใช้งบประมาณของ อบจ. จึงมีส่วนสำคัญอย่างมากในการพัฒนาพื้นที่ที่รับผิดชอบเพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีในทุกๆ ด้านจากบริการสาธารณะที่ อบจ. เป็นผู้รับผิดชอบ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่งบประมาณเหล่านั้นมาจากที่ไหนบ้าง และจะมีความท้าทายอย่างไรในอนาคต Rocket Media Lab ร่วมกับสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า และคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชวนหาคำตอบจากข้อมูลงบประมาณของ อบจ. แต่ละจังหวัด</p>



<h3 class="wp-block-heading">อบจ. ได้งบประมาณมาจากไหนบ้าง</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4800" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">งบประมาณของ อบจ. สามารถแยกที่มาได้เป็น 3 ทางด้วยกันคือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>รัฐจัดสรร โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ </li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.1. รัฐจัดเก็บให้ จาก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542)</li>



<li>ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน (ตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542)</li>



<li>ค่าภาคหลวงแร่และปิโตรเลียม (ตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.2. รัฐจัดเก็บแล้วแบ่งให้ จาก&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% (ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด)</li>



<li>ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน (ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด)</li>



<li>ค่าภาคหลวงแร่และปิโตรเลียม (ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด)</li>



<li>ภาษีธุรกิจเฉพาะ เช่น ธุรกิจธนาคาร ประกันภัย (ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นว่าในส่วนของงบประมาณที่มาจากการจัดสรรของรัฐ ซึ่งเป็นก้อนใหญ่สุดนี้ จะมีการจัดเก็บที่ดูเหมือนซ้ำซ้อนกัน เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน ซึ่งเกิดจากการจัดเก็บภายใต้กฎหมายคนละตัว นั่นก็คือ พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ที่กำหนดการจัดเก็บรายได้และจัดสรรให้องค์การปกครองท้องถิ่นอีกแบบหนึ่ง และ พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งกำหนดที่มาของรายได้ของ อบจ. ไว้อีกทางหนึ่ง&nbsp;</p>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>เงินอุดหนุนจากรัฐ </li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">เงินอุดหนุน หมายถึง เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้แก่<a href="http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99">องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</a> เป็นแหล่งรายได้เสริมที่<a href="http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5&amp;action=edit&amp;redlink=1">รัฐบาล</a>ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยเหลือเสริมรายได้ทางการคลังให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และยังมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการคลังระหว่างชุมชนท้องถิ่น โดยอยู่บนหลักการสร้าง<a href="http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1&amp;action=edit&amp;redlink=1">ความเป็นธรรม</a>ทางการคลังระหว่างพื้นที่ เพื่อเป็นหลักประกันว่าประชาชนในพื้นที่ทุรกันดารจะได้รับบริการขั้นพื้นฐานอย่างเพียงพอและสมฐานะ โดยแบ่งเป็น เงินอุดหนุนทั่วไป และเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ในกรณีของ อบจ. จะพบว่ามีเงินอุดหนุนจากรัฐบาลในหลายแผนงานด้วยกัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของ อบจ. ในการให้บริการสาธารณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ เช่น ในกรณีของแผนงานการศึกษา อบจ. สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาของโรงเรียนสังกัด อบจ. เป็นหลัก แต่สถานศึกษาที่ไม่ได้สังกัด อบจ. ก็อาจได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก อบจ. ผ่านเงินอุดหนุนที่รัฐให้ผ่าน อบจ. อีกที&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3. อบจ. จัดเก็บเอง มาจากการจัดเก็บรายได้จาก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภาษี เช่น ยาสูบ น้ำมัน อากรรังนกอีแอ่น</li>



<li>ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และใบอนุญาต เช่น ค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม ค่าธรรมเนียมการกำจัดขยะมูลฝอย </li>



<li>รายได้จากทรัพย์สิน เช่น ค่าเช่าบริการ ดอกเบี้ย</li>



<li>รายได้เบ็ดเตล็ด เช่น การขยายเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง</li>



<li>รายได้จากทุน เช่น การขายทอดตลาด</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">โดยในส่วนนี้จะกลายเป็นเงินสะสม หรือทุนสำรองของ อบจ. ซึ่งจะถูกนำมาใช้ในโครงการฉุกเฉิน หรือโครงการที่ต้องใช้เงินโดยที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือตั้งไว้แต่ไม่พอ เช่น การนำเงินสะสมไปซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4801" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาจากข้อมูลเงินรายได้ อปท. 2566 จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พบว่า งบประมาณที่มาจากรัฐจัดสรรนั้น ถือเป็นงบประมาณก้อนที่ใหญ่ที่สุดของ อบจ. เป็นจำนวน 49,393,944,491.59 บาท หรือคิดเป็น 62.639% รองลงมาคือเงินอุดหนุนจากรัฐ จำนวน 24,673,736,314.09 บาท คิดเป็น 31.17% และจากการจัดเก็บเองของ อบจ. 5,099,462,737.91 บาท คิดเป็น 6.44% </p>



<h3 class="wp-block-heading">อบจ. หาเงินเองจากไหน จังหวัดไหนได้มากที่สุด&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป้าหมายหนึ่งของการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะในเรื่องการจัดเก็บรายได้ของตนเอง ในบทบัญญัติมาตรา 283 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 จึงได้กำหนดให้มีการยกร่างกฎหมายรายได้ท้องถิ่นเป็นครั้งแรก เพื่อที่จะทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศไทยมีความเข้มแข็ง และมีอิสระทางการเงินการคลังของตนเอง สามารถรับผิดชอบดูแลให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนของตนเองได้ รวมทั้งมีความสามารถในการพึ่งตนเองได้ในระดับหนึ่ง นอกเหนือไปจากงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรรจากรัฐ และการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดเก็บรายได้ของตนเองได้นั้นยังเป็นการช่วยเสริมสร้างความรับผิดรับชอบระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับประชาชน และสร้างความสมดุลระหว่างรายได้และอำนาจหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกด้วย&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4820" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับรายได้ที่ อบจ. จัดเก็บเอง ซึ่งมีทั้ง ภาษี จาก ยาสูบ น้ำมัน รักนกอีแอ่น, ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และใบอนุญาต เช่น ค่าธรรมเนียมโรงแรม ค่าธรรมเนียมการกำจัดขยะมูลฝอย, รายได้จากทรัพย์สิน เช่น ค่าเช่าที่ดิน ดอกเบี้ย, รายได้เบ็ดเตล็ด เช่น การขายเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง, รายได้จากทุน เช่น การขายทอดตลาด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะพบว่ารายได้จากการจัดเก็บเองในหมวดภาษีอากร ซึ่งได้แก่ ภาษีจากยาสูบ น้ำมัน อากรรังนกอีแอ่น นั้นเป็นรายได้ที่มีสัดส่วนสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบจากหมวดอื่นๆ ของรายได้ที่จัดเก็บเองของ อบจ. โดย อบจ. จะจัดเก็บในอัตราภาษีน้ำมัน ลิตรละ 4.54 สตางค์, ภาษียาสูบ มวนละ 9.30 สตางค์ โดยในปี 2566 อบจ. ทั่วประเทศมีรายรับจริงจากการจัดเก็บเองในหมวดภาษีอากรสูงถึง 288,303,852.08 หรือคิดเป็น 55.28% ของรายได้ที่จัดเก็บเองของ อบจ.</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือหมวดค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และใบอนุญาต เช่น ค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม ค่าธรรมเนียมการกำจัดขยะมูลฝอย ซึ่งค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม อบจ. จะเก็บร้อยละ 1.0 ของค่าเช่าห้องพัก โดยในปี 2566 อบจ. ทั่วประเทศมีรายรับจริงจากการจัดเก็บเองในหมวดภาษีอากรสูงถึง 1,152,331,466.54 หรือคิดเป็น 22.52% ของรายได้ที่จัดเก็บเองของ อบจ.</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสามคือ หมวดรายได้จากทรัพย์สิน เช่น ค่าเช่าบริการ หรือดอกเบี้ย โดยในปี 2566 อบจ. ทั่วประเทศมีรายรับจริงจากการจัดเก็บเองในหมวดภาษีอากรสูงถึง 784,568,361.19 หรือคิดเป็น 15.33% ของรายได้ที่จัดเก็บเองของ อบจ. โดยสามารถกล่าวได้ว่ารายได้จากการจัดเก็บเองของ อบจ. ใน 3 ส่วนนี้เป็นรายได้หลักของ อบจ. ทั่วประเทศ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จังหวัดที่มีรายได้จากการจัดเก็บเองสูงที่สุด 10 อันดับแรก และต่ำที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4805" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำเอารายรับจริงจากการจัดเก็บเองของ อบจ. แต่ละจังหวัด ในปี 2566 โดยเฉพาะจังหวัดที่มีรายได้จากการจัดเก็บเองสูงที่สุด 10 อันดับแรกมาเปรียบเทียบกับการบริโภคยาสูบจากข้อมูลการคัดกรองและการบำบัดผู้ติดบุหรี่ของประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปปี 2565 กระทรวงสาธารณสุข สถิติการใช้น้ำมันจากปริมาณการจำหน่ายเชื้อเพลิงรายจังหวัด ปี 2566 กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน และจำนวนโรงแรมในแต่ละจังหวัด ปี 2567 จากสำนักการสอบสวนนิติการ กรมการปกครอง จะพบว่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อบจ. ภูเก็ต ซึ่งมีรายได้จากการจัดเก็บเองสูงสุดในประเทศนั้นมาจากรายได้ในหมวดค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และใบอนุญาต โดยมาจากค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรมสูงสุด เป็นเงิน 238,316,787.35 บาท ซึ่งสูงที่สุดของประเทศ ในขณะที่เมื่อเปรียบเทียบจำนวนโรงแรมในภูเก็ตจะพบว่ามีมากเป็นอันดับสามของประเทศ จำนวน 753 แห่ง โดยอันดับหนึ่งคือ สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นจังหวัดท่องเที่ยวทางทะเล โดยมีเกาะสมุยเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลัก 1,003 แห่ง จัดเก็บรายได้จากค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม 68,041,778.03 บาท ตามด้วยเชียงใหม่ 882 แห่ง จัดเก็บรายได้จากค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม 46,418,915,68 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่อันดับสอง อบจ.นนทบุรีนั้น มีรายได้จากการจัดเก็บเองในหมวดภาษีอากรมากที่สุด 118,082,566.11 บาทโดยมาจากภาษียาสูบมากที่สุด 76,448,427.30 บาท และภาษีน้ำมัน 41,634,138.81 บาท และอีกส่วนหนึ่งที่จัดเก็บรายได้สูงคือรายได้เบ็ดเตล็ดต่างๆ ที่สูงถึง 119,910,674.06 บาท และค่าธรรมเนียมการกำจัดขยะมูลฝอย 55,506,408.24 บาท แต่ถึงอย่างนั้นจำนวนคนสูบบุหรี่ในนนทบุรีกลับไม่ได้มาก อยู่ที่อันดับที่ 36 ของประเทศ 18,023 คนเท่านั้น แต่มีการใช้น้ำมันสูงถึง 925,070,000 ลิตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสาม คือ อบจ. ชลบุรี มีรายได้จากการจัดเก็บเองในหมวดภาษีอากรมากที่สุดเช่นเดียวกัน โดยมาจากภาษียาสูบมากที่สุด 146,547,959.32 บาท ตามด้วยภาษีน้ำมัน 77,016,824 บาท และค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม 47,115,592.24 บาท แม้ชลบุรีจะมีรายได้ที่จัดเก็บเองจากภาษียาสูบสูงสุด แต่ชลบุรีก็เป็นจังหวัดที่เก็บรายได้ภาษีน้ำมันได้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศเช่นเดียวกัน และมีการใช้น้ำมันสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ 3,046,307,000 ลิตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่เมื่อพิจารณา อบจ. ที่มีรายได้จากการจัดเก็บเองน้อยที่สุด พบว่า อบจ. แม่ฮ่องสอน ที่มีรายได้จากการจัดเก็บเองน้อยที่สุด จัดเก็บรายได้จากหมวดภาษีได้มากที่สุด โดยมาจากภาษียาสูบมากที่สุด 4,022,569.92 บาท ตามด้วยภาษีน้ำมัน 2,321,737.39 และค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม 1,846,040.56 บาท อีกส่วนหนึ่งที่เป็นรายได้ของ อบจ. แม่ฮ่องสอน ก็คือดอกเบี้ย 1,125,007.66 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสองคือ อบจ. อำนาจเจริญ มีรายได้มาจากหมวดภาษีมากที่สุด 8,477,000 โดยมาจากภาษียาสูบมากที่สุด 7,368,000 บาท ภาษีน้ำมัน 1,091,000 บาท อีกส่วนหนึ่งที่เป็นรายได้ของ อบจ. อำนาจเจริญ ก็คือดอกเบี้ย 1,200,000 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสามคือ อบจ. ยะลา มีรายได้จากดอกเบี้ยมากที่สุด 2,464,483.04 บาท รองลงมาก็คือภาษียาสูบ 2,453,862.66 และภาษีน้ำมัน 2,330,844.19 บาท โดยจังหวัดยะลามีจำนวนผู้สูบบุหรี่สูงเป็นอันดับ 7 ของประเทศ 47,309 คน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">เมื่อรายได้จากการจัดเก็บเองของ อบจ. ต้องพึ่งพิงภาษียาสูบ</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4806" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลรายรับจริงที่จัดเก็บได้เองในปี 2566 ของ อบจ. ทั่วประเทศ พบว่า 60 อบจ. มีรายรับจริงที่จัดเก็บได้เองมากที่สุดจากภาษียาสูบ โดย 5 อันดับที่จัดเก็บรายได้จากภาษียาสูบได้สูงที่สุดคือ ชลบุรี 146,547,959.32 บาท สมุทรปราการ 95,647,282.4 บาท ปทุมธานี 89,581,922.06 บาท นครราชสีมา 84,620,921.36 บาท และนนทบุรี 76,448,427.30 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยใน 4 อันดับแรก ภาษียาสูบที่ อบจ. จัดเก็บได้ถือเป็นรายได้สูงสุดจากการจัดเก็บรายได้เองของ อบจ. ในจังหวัดนั้นๆ ยกเว้น อบจ. นนทบุรี ที่มีรายได้สูงสุดจากการจัดเก็บเองจากหมวดรายได้เบ็ดเตล็ด ค่ารายได้เบ็ดเตล็ดอื่นๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ภาษีน้ำมัน มี 4 อบจ. ที่มีรายได้จากการจัดเก็บภาษีน้ำมันสูงที่สุดในบรรดารายได้ที่ อบจ. จังหวัดนั้นๆ จัดเก็บได้ คือ อบจ. สระบุรี 27,194,873.69 บาท รองลงมาคือ อบจ.สตูล 3,901,241.07 บาท อบจ. นราธิวาส 3,525,474.34 บาท และ อบจ. ยะลา 2,456,754.16 บาท แต่หากพิจารณาเฉพาะรายได้จากภาษีน้ำมันว่า อบจ. ใด มีรายได้จากภาษีน้ำมันสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับ อบจ. อื่นๆ ทั่วประเทศ พบว่า อันดับหนึ่งคือ ชลบุรี 77,016,824 บาท ตามด้วยปทุมธานี 52,481,298.84 บาท สมุทรปราการ 47,212,057.34 บาท นนทบุรี 41,634,138.81 บาท และระยอง 35,944,336.37 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม พบว่า มี 5 อบจ.ที่มีรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรมสูงที่สุดในบรรดารายได้ที่ อบจ. จังหวัดนั้นๆ จัดเก็บได้ คือ ภูเก็ต 238,316,787.35 บาท สุราษฏร์ธานี 68,041,778.03 บาท กระบี่ 36,830,262.71 บาท พังงา 25,406,861.15 บาทและ ตราด 9,237,181.05 บาท แต่หากพิจารณาเฉพาะรายได้จากค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรมว่า อบจ. ใด มีรายได้จากค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรมสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับ อบจ. อื่นๆ ทั่วประเทศ พบว่า อันดับหนึ่ง คือ ภูเก็ต 238,316,787.35 บาท ตามด้วยสุราษฏร์ธานี 68,041,778.03 บาท ชลบุรี 47,155,592.24 บาท เชียงใหม่ 46,418,915.68 บาท และกระบี่ 36,830,262.71 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้นยังพบว่ามี 2 อบจ. ที่มีรายได้จากค่าธรรมเนียมในการจัดเก็บขยะมูลฝอยสูงที่สุดในบรรดารายได้จากค่าอื่นๆ ที่ อบจ. จังหวัดนั้นๆ จัดเก็บได้ (รายได้จากค่าธรรมเนียมในการจัดเก็บขยะมูลฝอย ไม่ได้มีทุกจังหวัด) คือ ระยอง 162,539,199.57บาท และสิงห์บุรี 11,120,152.8บาท และอีก 7 อบจ. ที่มีรายได้จากการจัดเก็บเองสูงสุดมาจากค่าอื่นๆ เช่น พัทลุงจากภาษีรังนกอีแอ่น 11,429,999.91 บาท ตรังจากค่าเช่าบริการ 9,266,203.71 บาท สงขลาจากค่าบริการแพขนานยนต์ 29,459,616.00 บาท นนทบุรีจากค่าเบ็ดเตล็ดอื่นๆ 119,910,674.06 บาท และปัตตานีจากค่าเช่าที่ดิน 6,380,207.69 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลพบว่า รายได้ที่จัดเก็บเองของ อบจ. ส่วนใหญ่พึ่งพาจากการจัดเก็บภาษียาสูบ รองลงมาคือภาษีน้ำมัน ในขณะที่ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า บุหรี่ไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้น และบุหรี่ไฟฟ้านั้นก็ยังไม่ถูกกฎหมาย จึงยังไม่อาจเก็บภาษีจากการจำหน่ายได้ เช่นเดียวกันกับน้ำมัน ที่การใช้รถพลังงานไฟฟ้ากำลังจะเป็นเทรนด์แห่งอนาคตและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทดแทนการใช้รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ระบบการสันดาปจากน้ำมันที่ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโลกร้อน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การที่ทั้งยาสูบและน้ำมันมีแนวโน้มการบริโภคลดลง ย่อมส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้จาก อบจ. ในอนาคต การที่ อบจ. ส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพิงรายได้จากการจัดเก็บเองจากภาษีทั้งสองชนิด จึงอาจจะทำให้การเงินการคลังของ อบจ. ลดลงได้ และรายได้ที่จัดเก็บเองของ อบจ. ก็มีส่วนสำคัญทั้งในแง่ความเป็นอิสระในการบริหารจัดการท้องถิ่นของตนเองในอนาคต และในแง่การดูแลประชาชนในพื้นที่ในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ ดังเช่น วิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อเสนอของนักวิชาการ&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากประเด็นที่ได้กล่าวมาข้างต้นผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">“เวลาพูดเรื่องการการจัดเก็บงบประมาณ ส่วนหนึ่งมันเกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องความเป็นอิสระของท้องถิ่นด้วย ซึ่งอาจจะต้องพิจารณาหลายส่วน ทั้งเรื่องวิธีการและประเภทในการจัดเก็บรายได้ และเรื่องอำนาจในการตัดสินใจ ในส่วนของวิธีการจัดเก็บ ผมไม่คิดว่าท้องถิ่นต้องทำเองทุกอย่างหรือจัดเก็บภาษีทุกอย่างเอง หากพิจารณาในแง่ต้นทุนในการจัดเก็บ ซึ่งบางอย่างหากมีหน่วยงานจัดเก็บแล้วจัดสรรให้มันอาจจะง่ายและประหยัดกว่า เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งถ้าให้ท้องถิ่นจัดเก็บเองก็อาจจะทำไม่ได้ก็ได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ส่วนที่คิดว่าน่าสนใจและเป็นประเด็นสำคัญก็คือเรื่องอำนาจในการตัดสินใจมากกว่า ว่าท้องถิ่นควรมีอำนาจในการตัดสินใจไหมว่า อยากจะจัดเก็บรายได้จากอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องอำนาจในการตัดสินใจซึ่งเกี่ยวกับความเป็นอิสระของท้องถิ่นโดยตรง เขาสามารถคิดได้เองและตัดสินใจได้เองไหมว่าท้องถิ่นสามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีอะไรเพิ่มเติม เพื่อให้ท้องถิ่นมีรายได้มากขึ้น หรือเพื่อประโยชน์อื่นๆ และแต่ละท้องถิ่นก็อาจจะมีการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมที่แตกต่างกัน เพราะแต่ละพื้นที่ก็มีความแตกต่างกัน ทั้งในด้านทรัพยากรหรือต้นทุนอื่นๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ภาษีที่ท้องถิ่นควรเก็บได้เองเพิ่มมากขึ้นในอนาคต อาจจะเป็นภาษีเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมบางอย่าง หรือป้องกันพฤติกรรมบางอย่าง ซึ่งอาจมีความเฉพาะในแต่ละพื้นที่ เช่น ถ้าต้องการส่งเสริมเรื่องรีไซเคิล ก็ต้องเก็บภาษีขยะเพิ่ม ภาษีสิ่งแวดล้อม หรือภาษีมลพิษต่างๆ เพื่อลดพฤติกรรมของผู้ที่ก่อให้เกิดมลพิษในพื้นที่ หรือแม้กระทั่งภาษีโรงแรมที่มีการเก็บอยู่แล้ว ในบางพื้นที่ก็อาจจะสูงกว่าภาษีโรงแรมทั่วไป เพราะไม่ต้องการให้มีโรงแรมขนาดใหญ่จำนวนมาก เพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน มันมีความเป็นไปได้ แต่ต้องสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของจังหวัด และหากส่วนกลางกังวลเรื่องนี้ก็อาจจะกำหนดเพดานไว้ว่าไม่ควรเกินกี่เปอร์เซ็นต์ก็ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องวางแผน ท้องถิ่นเองต้องมองเห็นทั้งทิศทางในการพัฒนาของจังหวัดของตัวเอง รวมไปถึงฉากทัศน์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มันจึงจะสามารถออกแบบได้ เช่น หากในอนาคตภาษียาสูบลดลง จะต้องทำอย่างไร ในอนาคตบุหรี่ไฟฟ้าจะถูกกฎหมายไหม แล้วถ้าบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายจะเก็บภาษีอย่างไร หรือภาษีน้ำมัน ก็อาจจะเปลี่ยนไปเก็บภาษีหัวจ่ายไฟฟ้าแทน แต่รายได้ก็อาจจะลดลง เพราะคนที่ใช้รถพลังงานไฟฟ้าก็อาจจะชาร์จที่บ้านของตัวเองได้ แต่มากไปกว่านั้น ท้องถิ่นก็ต้องมองไปข้างหน้าถึงแผนของตัวเองด้วยว่า จะทำอย่างไรที่จะลดการพึ่งพาสิ่งเหล่านี้ หรือจะต้องลงทุนในส่วนไหนเพิ่มเติม</p>



<p class="wp-block-paragraph">“เพราะรายได้อีกส่วนหนึ่งของท้องถิ่นก็อาจจะมาจากการลงทุนทางพาณิชย์อื่นๆ แต่ถ้าจะทำก็ต้องดูว่ามันเป็นการทำที่คู่ขนานไปกับการทำให้บ้านเมืองเติบโตหรือพัฒนาขึ้นไหม ถ้าใช่ก็ควรต้องทำ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ต้องพึงระวังว่าสิ่งที่ทำนั้นจะกระจายไปสู่พื้นที่ต่างๆ อย่างสมเหตุสมผลไหม ไม่ใช่โครงการลงไปแต่ในพื้นที่ที่มีความเจริญแล้ว พื้นที่ยากจนไม่ได้ทำ หรือลงไปในพื้นที่ที่ตัวเองมีฐานคะแนน</p>



<p class="wp-block-paragraph">“แต่ทั้งหมดนั้นก็กลับมาสู่ประเด็นหลักก็คือ ความเป็นอิสระของท้องถิ่น ว่าในปัจจุบันเขามีสิทธิทำอะไรได้บ้าง มีอำนาจในการตัดสินใจที่จะทำหรือไม่ทำอะไรได้บ้าง ซึ่งอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องการจัดเก็บรายได้ใหม่ๆ หรือการพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังอาจจะรวมไปถึงการกู้ยืมเงินระหว่างกัน การออกพันธบัตร ซึ่งบางพื้นที่ที่เขามีความพร้อมเขาควรจะทำได้ ความเป็นอิสระของท้องถิ่นที่สัมพันธ์กันกับรายได้ของท้องถิ่นเองนั้นสำคัญ อย่าลืมว่า เราเคยผ่านเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ส่วนกลางไม่สามารถซัพพอร์ตท้องถิ่นอย่างรวดเร็วและทั่วถึงมาแล้วตอนเรื่องวัคซีนโควิด ที่ท้องถิ่นต้องใช้เงินของตัวเองในการซื้อวัคซีนมาฉีดให้ประชาชนในพื้นที่ ความเป็นอิสระของท้องถิ่นจึงมีความสำคัญตรงนี้ไม่ใช่แค่ตัวองค์กร อบจ. เองแต่ยังรวมไปถึงประชาชนในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากสิ่งนี้อีกด้วย”&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ให้ความเห็นว่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">“อาจจะต้องคุยกันให้ชัดว่า ในแง่สัดส่วนการจัดเก็บรายได้ ควรจะเข้ากระเป๋าท้องถิ่นกี่เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลกลางกี่เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้มองในเชิงงบประมาณการใช้จ่ายมันเป็น 70:30 แต่ว่าการจัดเก็บรายได้ปัจจุบันนี้กลับเป็น 80:20 ควรเขยิบให้มันเท่าๆ กันไหม ค่อยไปคิดต่อว่าต้องเขยิบสัดส่วนไหนที่มันขาดหายไป ตรงไหน เท่าไหร่ อาจจะมีการกำหนดร่วมกันในภาษีบางประเภท แบ่งไว้ที่ท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่แล้วค่อยส่งกลับไปที่ส่วนกลางเท่าไหร่ หรือยกให้ท้องถิ่นหมดเลย หรือจริงๆ มันควรจะดูตามศักยภาพและทรัพยากรของท้องถิ่นด้วยว่าพื้นที่ไหนมีอะไรเยอะ แต่ตอนนี้มันเป็นการกำหนดแบบเหมารวมที่ใช้กับทุกพื้นที่อยู่ กลายเป็นว่าบางพื้นที่ไปเก็บภาษีในส่วนที่เขาไม่ค่อยมี แต่ส่วนที่มีเข้าส่วนกลางเกือบหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ท้องถิ่น ถ้าต้องจ่ายเงินไปกับการดูแลอะไรมาก เขาก็ควรจะสามารถเก็บรายได้จากเรื่องนั้นมากได้ เช่น ถ้าดูแลสิ่งแวดล้อมเยอะ แปลว่าภาษีที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมก็เป็นสิ่งที่เขาควรจะเก็บได้มาก มันก็จะสอดคล้องกัน เพราะทุกวันนี้ภารกิจมันถูกกำหนดไว้เหมือนกันหมด แต่ที่จริงควรจะยืดหยุ่นตามพื้นที่ บางเรื่องกฎหมายเขียนไว้แต่ท้องถิ่นบางพื้นที่แทบจะไม่ต้องทำ ไม่เช่นนั้นก็จะต้องไปกำหนดงบประมาณมาเพื่อรองรับภารกิจอีก ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยมีอะไรต้องทำในส่วนนั้น ควรจะเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นได้ออกแบบภารกิจเองได้ อาจจะไม่ถึงกับฟรีสไตล์ แต่สามารถกำหนดให้สอดคล้องกับพื้นที่ได้”&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">อ้างอิง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลรายได้ อปท. ปี 2566 จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อบัญญัติงบประมาณ อบจ. ปี 2568 ทั้ง 76 จังหวัด </p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/?p=4789" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://rocketmedialab.co/database-pao-2</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pao-2025-collab-2/">อบจ. ได้งบประมาณมาจากไหน เก็บเงินจากอะไรได้มากที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อบจ. เลือกตั้งไปทำไม ทำไมเลือกตั้งนายก อบจ. เหลือแค่ 47 จังหวัด</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/pao-2025-collab-1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Jan 2025 04:34:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxKPIxPolSciCU]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้งท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4721</guid>

					<description><![CDATA[<p>1 ก.พ. 68 เลือกตั้ง อบจ. แต่มี 29 จังหวัดที่มีการเลือกนายก อบจ. ไปก่อนหน้านี้แล้ว เพราะเหตุใดนายก อบจ. ต้องลาออกก่อนหมดวาระเพื่อเลือกตั้งก่อน </p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pao-2025-collab-1/">อบจ. เลือกตั้งไปทำไม ทำไมเลือกตั้งนายก อบจ. เหลือแค่ 47 จังหวัด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>นายก อบจ. ลาออก แล้วมีการเลือกตั้งใหม่ อายุงานของนายก อบจ. คนใหม่จะเท่ากับ 4 ปีนับแต่วันเลือกตั้งใหม่ แต่หาก ส.อบจ. ลาออก แล้วมีการเลือกตั้งซ่อม อายุงานของ ส.อบจ. ใหม่จะเหลือเท่ากับอายุงานที่เหลืออยู่ของสภา อบจ. จากการเลือกตั้งก่อนหน้านั้น จึงทำให้เกิดการเลือกตั้งไม่พร้อมกันทั่วประเทศ</li>



<li>มีนายก อบจ. ลาออกและมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ไปแล้ว 29 จังหวัด แบ่งเป็นในปี 2565 จำนวน 2 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ปี 2566 จำนวน 2 จังหวัด คือ สระแก้วและกาญจนบุรี และปี 2567 จำนวน 25 จังหวัด โดยใน 29 จังหวัด มี 26 จังหวัด เป็นการลาออกก่อนหมดวาระ และอีก 3 จังหวัดเป็นการเลือกตั้งใหม่จากคำพิพากษาของศาลและคำสั่งของ กกต.&nbsp;</li>



<li>การชิงลาออกก่อนเพื่อเลือกตั้งใหม่ของ นายก อบจ. มาจากแท็กติกเพื่อหลบเลี่ยงปัญหาเชิงกฎหมาย ทั้งการหาเสียงและการใช้งบประมาณ นอกจากนั้นยังมาจากแท็กติกทางการเมืองทั้งระบบอุปถัมภ์ในการช่วยกันหาเสียงของ ส.อบจ. การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันเพื่อให้คู่แข่งเตรียมตัวไม่ทัน ลดจำนวนคู่แข่ง และการลงมาช่วยหาเสียงของพรรคการเมือง&nbsp;</li>



<li>ปทุมธานี ในปี 2566 มีการใช้งบเลือกตั้ง อบจ. 2,279,435.71 บาท ส่วนในปี 2567 ซึ่งมีการเลือกตั้งใหม่ถึง 2 ครั้ง มีการตั้งงบประมาณไว้ที่ 79,000,000 บาท ส่วนในวันที่ 1 ก.พ. 2568 ปทุมธานีก็ยังต้องมีการจัดการเลือกตั้ง ส.อบจ. อยู่ ก็มีการตั้งงบประมาณไว้ 89,000,000 บาท จะเห็นว่าการเลือกตั้งที่ไม่พร้อมกันหรือการลาออกก่อนหมดวาระที่ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ อบจ. จะต้องใช้งบประมาณในการจัดการเลือกตั้งมากขึ้นไปอีก</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">การเลือกตั้ง อบจ. และ ส.อบจ. ทั้ง 76 จังหวัด ครั้งก่อนหน้านี้ จัดขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ซึ่งจะครบวาระดำรงตำแหน่งในวันที่ 19 ธันวาคม 2567 และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 1 ก.พ. 2568 แต่ถึงอย่างนั้นในวันที่ 1 ก.พ. 2568 จะมีเพียง 47 จังหวัดเท่านั้นที่จะมีการเลือกตั้ง นายก อบจ. พร้อมกับ ส.อบจ. เนื่องจาก 29 จังหวัดมีการเลือกตั้งนายก อบจ. ไปก่อนหน้านี้แล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">เหตุใดนายก อบจ. ในหลายจังหวัดจึงชิงลาออกและเลือกตั้งใหม่ไปก่อน และปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้างในการเมืองท้องถิ่นของไทย ถ้าเป็นแบบนี้แล้วการเลือกตั้ง อบจ. ในวันที่ 1 ก.พ. 2568 ยังมีความสำคัญอยู่ไหม Rocket Media Lab ร่วมด้วยสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า และคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชวนหาคำตอบและทางออกของการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดจากปรากฏการณ์ครั้งนี้&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">อบจ. ทำงานอะไร&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีจังหวัดละหนึ่งแห่งใน 76 จังหวัด ไม่รวมกรุงเทพมหานครที่เป็นหน่วยการปกครองพิเศษ มีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมทั้งจังหวัด จัดตั้งขึ้นเพื่อบริการสาธารณประโยชน์ในเขตจังหวัด ตลอดจนช่วยเหลือพัฒนางานของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล รวมทั้งประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากจะเข้าใจว่า อบจ. นั้นสำคัญอย่างไร คงต้องพิจารณาดูที่อำนาจหน้าที่ของ อบจ. ว่าทำอะไรบ้าง จากกฎหมายที่กำหนดอำนาจและหน้าที่ของ อบจ. ซึ่งก็คือ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 45 รวมไปถึงฉบับเพิ่มเติม ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2562 (6/1)&nbsp;ฉบับเพิ่มเติม ฉบับที่ 5 พ.ศ.2562 (7 ตรี)&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. กฎกระทรวงมหาดไทย (พ.ศ.2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจได้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 มาตรา 17&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่เพื่อความเข้าใจอย่างง่าย หากพิจารณาตามแผนการใช้งบประมาณ จะเห็นว่า อำนาจหน้าที่ในการทำงานของ อบจ. ครอบคลุมอยู่ 10 เรื่องด้วยกันคือ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4728" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่า อบจ. มีอำนาจหน้าที่ในการสนับสนุนระบบบริการสาธารณะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของพื้นที่ในจังหวัดเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง เนื่องด้วย อบจ. ถือว่าเป็นองค์การปกครองท้องถิ่นชั้นบน ที่มีทั้งงบประมาณและพื้นที่ที่ต้องดูแลรับผิดชอบขนาดใหญ่มากกว่าองค์การปกครองท้องถิ่นชั้นล่างอย่าง เทศบาล หรือ อบต.&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น การเลือกตั้ง อบจ. จึงมีความสำคัญอย่างมากในการที่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดๆ นั้นจะมีโอกาสได้กำหนดทิศทางการพัฒนาของจังหวัดโดยเฉพาะในส่วนของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริการสาธารณะ ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ผ่านการเลือก นายก อบจ. และ สมาชิกสภา อบจ. ที่มีนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">เลือกตั้ง อบจ. วันที่ 1 ก.พ. 68 ทำไมเหลือแค่เลือก นายก อบจ. 47 จังหวัด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">โครงสร้าง อบจ. ประกอบด้วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร และมีสมาชิกสภาองค์การบริการส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ทำหน้าที่เป็นสภา มีอำนาจพิจารณาข้อบัญญัติต่างๆ ของ อบจ. และพิจารณาการจัดสรรงบประมาณของ อบจ.&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด กำหนดให้นายก อบจ. มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน โดยมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งครั้งละ 4 ปีนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง หากลาออกต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน หากครบวาระต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน โดยเริ่มนับระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งนับแต่วันเลือกตั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ ส.อบจ. มีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งครั้งละ 4 ปีเช่นเดียวกัน หากลาออกต้องมีการเลือกตั้งซ่อมภายใน 60 วัน หากครบวาระต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน แต่ความแตกต่างระหว่าง นายก อบจ. กับ ส.อบจ. อยู่ที่วาระในการทำงานของ ส.อบจ. ซึ่งจะนับตามอายุที่เหลืออยู่ของสภา อบจ.&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นั่นหมายความว่าหาก นายก อบจ. ลาออก แล้วมีการเลือกตั้งใหม่ อายุงานของนายก อบจ. คนใหม่จะเท่ากับ 4 ปีนับแต่วันเลือกตั้งใหม่ แต่หาก ส.อบจ. ลาออก แล้วมีการเลือกตั้งซ่อม อายุงานของ ส.อบจ. ใหม่จะเหลือเท่ากับอายุงานที่เหลืออยู่ของสภา อบจ. จากการเลือกตั้งก่อนหน้านั้น ซึ่งคือ 20 ธันวาคม 2563 และหากอายุของสภาเหลือไม่ถึง 180 วัน กฎหมายก็เปิดช่องให้ไม่จัดการเลือกตั้งก็ได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4727" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">โดยการเลือกตั้ง อบจ. และ ส.อบจ. ทั้ง 76 จังหวัด ครั้งก่อนหน้านี้ จัดขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคม 2563 และจะครบวาระดำรงตำแหน่งในวันที่ 19 ธันวาคม 2567 และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 1 ก.พ. 2568 แต่ในระหว่างการดำรงตำแหน่ง มีนายก อบจ. ลาออกและถูกให้ออก และมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ไปแล้ว 29 จังหวัด แบ่งเป็นในปี 2565 จำนวน 2 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ปี 2566 จำนวน 2 จังหวัด คือ สระแก้วและกาญจนบุรี และปี 2567 จำนวน 25 จังหวัด โดยใน 29 จังหวัด 26 จังหวัด เป็นการลาออกก่อนหมดวาระ และอีก 3 จังหวัดเป็นการเลือกตั้งใหม่จากคำพิพากษาของศาลและมติ กกต.</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่าจะมีอีก 8 จังหวัดที่นายก อบจ. ลาออกก่อนหมดวาระเช่นเดียวกัน ซึ่งก็คือ เชียงใหม่ นครพนม นครราชสีมา บึงกาฬ บุรีรัมย์ มหาสารคาม ระยอง และลำปาง ซึ่งเป็นการลาออกเพียงไม่กี่วันก่อนจะหมดวาระ โดยการลาออกก่อนหมดวาระนั้นกฎหมายกำหนดให้ต้องเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน ทำให้ระยะเวลาในการเลือกตั้งใหม่ของนายก อบจ. กลุ่มนี้คาบเกี่ยวกับช่วงระยะเวลาการจัดการเลือกตั้ง อบจ. ในวันที่ 1 ก.พ. 2568 ดังนั้นจึงสามารถจัดการเลือกตั้งพร้อมกับ ส.อบจ. ที่หมดวาระการทำงานลงตามกรอบระยะเวลาตามกฎหมายในวันที่ 1 ก.พ. 2568 ได้ เท่ากับว่าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 จะมีการเลือกตั้งนายก อบจ. เพียง 47 จังหวัด และ ส.อบจ. 76 จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จาก 29 จังหวัดที่มีการเลือกตั้ง นายก อบจ. ไปก่อนแล้ว พบว่าอดีตนายก อบจ. ที่ลาออกหรือถูกให้ออกไปนั้นกลับมาลงสมัครเลือกตั้งนายก อบจ. อีกครั้ง 21 จังหวัด และได้กลับเข้ามาเป็น นายก อบจ. 12 จังหวัด ซึ่งนำมาสู่คำถามที่น่าสนใจก็คือ ทำไม นายก อบจ. ในหลายจังหวัดถึงชิงลาออกก่อนเพื่อเลือกตั้งใหม่ก่อนที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/3-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4726" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/3-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/3-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/3-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/3-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/3-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/3-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/3-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/3-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่าจังหวัดที่มีการเลือกตั้ง นายก อบจ. ไปแล้ว 29 จังหวัด มี 26 จังหวัด ที่เป็นการเลือกตั้งใหม่จากการที่ นายก อบจ. ลาออกก่อนหมดวาระ จากนั้นจะพบว่า สาเหตุของการลาออกของ นายก อบจ. ไม่ใช่เพราะไม่อยากทำงานหรือไม่อยากดำรงตำแหน่งนายก อบจ. แล้ว เพราะใน 26 จังหวัดที่ นายก อบจ. ลาออกก่อนหมดวาระ พบว่ามีถึง 20 จังหวัด ที่นายก อบจ. คนที่ลาออกไปนั้นกลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ. ในการเลือกตั้งใหม่ (หากรวมปทุมธานีที่ไม่ได้ลาออกก่อนหมดวาระแต่ต้องเลือกตั้งใหม่จากมติ กกต. และนายก อบจ. เดิมก็กลับมาลงเลือกตั้งอีกครั้งก็จะเป็น 21 จังหวัด) ในขณะที่อีก 8 จังหวัดที่แม้นายก อบจ. คนเดิมจะไม่ได้กลับมาลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ก็มีเครือข่ายของอดีตนายกหรือของพรรคลงสมัครแทน เช่น จังหวัดร้อยเอ็ดที่ภรรยาของอดีตนายก อบจ. ลงสมัคร หรือพรรคส่งคนอื่นลงสมัครแทน เช่น กาญจนบุรี หรือพะเยา</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ยังพบว่าใน 21 จังหวัดที่นายก อบจ. ที่ลาออกหรือถูกให้ออกไปนั้นกลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ. ในการเลือกตั้งใหม่ มี 14 จังหวัดที่ นายก อบจ. คนเดิม ได้รับการเลือกตั้งกลับเข้าไปดำรงตำแหน่งเดิม ซึ่งก็คือ กำแพงเพชร ชุมพร นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ยโสธร ราชบุรี สุโขทัย อ่างทอง อุตรดิตถ์ อุทัยธานี และอุบลราชธานี และ 7 จังหวัดที่เป็นเครือข่าย/พรรค เดิมได้รับการเลือกตั้งเข้าไป คือ กาญจนบุรี ชัยนาท ตาก พะเยา เลย สระแก้ว และอุดรธานี ในขณะที่อีก 8 จังหวัด ที่ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากกลุ่มใหม่ ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับนายก อบจ. คนเดิม ซึ่งก็คือ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครศรีธรรมราช ระนอง สุรินทร์ ปทุมธานี และร้อยเอ็ด โดยในกรณีของปทุมธานีนั้นนับจากนายก อบจ. ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ครั้งล่าสุด ซึ่งก็คือ ชาญ พวงเพ็ชร์</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าการลาออกก่อนหมดวาระของนายก อบจ. เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ไม่ได้เป็นประเด็นปัญหาที่มาจากการไม่ต้องการทำงานในตำแหน่งนายก อบจ. ต่อแต่อย่างใด แต่เป็นเกิดมาจากปัจจัยอื่นๆ โดยปัจจัยที่ทำให้นายก อบจ. ชิงลาออกจากตำแหน่งก่อนหมดวาระ แล้วลงเลือกตั้งใหม่นั้นมาจากทั้งปัจจัยทางกฎหมายและปัจจัยทางการเมืองด้วยกัน คือ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="3840" height="3840" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4725" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 3840px) 100vw, 3840px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ปัจจัยทางกฎหมาย ประกอบด้วย</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการถูกร้องเรียนจากการหาเสียงภายในช่วงเวลา 180 วันก่อนครบวาระ</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">พระราชบัญญัติการเลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ. 2562 กำหนดให้ผู้สมัครสามารถเริ่มหาเสียงได้ตั้งแต่ 180 วันก่อนครบวาระของผู้บริหารท้องถิ่นที่ดำรงตำแหน่ง นั่นเท่ากับว่านายก อบจ. ที่จะอยู่ครบวาระและจะลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง ก็สามารถเริ่มหาเสียงในขณะที่ตนเองยังเป็นนายก อบจ. อยู่ได้ตั้งแต่ 180 วันก่อนหมดวาระในการดำรงตำแหน่ง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ถึงอย่างนั้นข้อกำหนดในการหาเสียงว่าการกระทำใดอาจเป็นการผิดกฎหมายก็มีความเคร่งครัดและซับซ้อนเป็นอย่างมาก และการกระทำบางอย่างของนายก อบจ. ที่แม้จะเป็นการกระทำตามหน้าที่ก็สุ่มเสี่ยงที่จะถูกตีความและอาจถูกร้องเรียนได้ว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่เพื่อจูงใจในการหาเสียง ดังนั้น การลาออกก่อนหมดวาระเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่จึงทำให้นายก อบจ. ไม่ต้องตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกร้องเรียนว่ากระทำผิดตามกฎหมายนี้&nbsp;</p>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>เพื่อหลีกเลี่ยงกรอบเวลาการคำนวณค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากพระราชบัญญัติการเลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ. 2562 จะกำหนดกรอบระยะเวลาเริ่มหาเสียงได้ตั้งแต่ 180 วันก่อนครบวาระของผู้บริหารท้องถิ่นแล้ว ยังกำหนดกรอบเวลาในการคำนวณค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งอีกด้วย โดยให้คำนวณค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายไป ตั้งแต่ 180 วันก่อนวันที่ครบวาระจนถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดก็จะกำหนดแตกต่างกันไปในแต่ละจังหวัด เช่น อบจ. กาญจนบุรี ในการเลือกตั้งที่ผ่านมากำหนดไว้ที่คนละไม่เกิน 7,000,000 บาท ในกรณีตำแหน่งว่างลง และคนละไม่เกิน 26,250,000 บาท ในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งอันเนื่องมาจากการครบวาระ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าหากครบวาระ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการหาเสียงเลือกตั้งจะถูกคิดตั้งแต่ 180 วันก่อนวันที่ครบวาระ แต่หากลาออกก่อนครบวาระ ภาระในการแจ้งค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งก็จะลดลงไม่อยู่ภายในกรอบระยะเวลา 180 วัน ซึ่งทำให้ผู้สมัครที่แม้จะหาเสียงไปก่อนหน้านั้นสามารถหลบเลี่ยงไม่ต้องนับสิ่งที่ได้ดำเนินการไปมาคิดเป็นค่าใช้จ่าย</p>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>การอนุมัติโครงการหรือกิจกรรมที่มีลักษณะสุ่มเสี่ยงภายใน 90 ก่อนวันครบวาระหรือก่อนการลาออกจากตำแหน่ง</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">พระราชบัญญัติการเลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ. 2562 กำหนดห้ามไม่ให้นายก อบจ. อนุมัติโครงการหรือกิจกรรมบางอย่างที่อาจมีลักษณะเอื้อประโยชน์หรือจูงใจเพื่อคะแนนเสียง แม้ว่าตัว พ.ร.บ. จะกำหนดทั้งนายก อบจ. ที่ลาออกก่อนครบวาระและนายก อบจ. ที่อยู่จนครบวาระในกรอบเวลา 90 วันเท่ากัน แต่ในทางปฏิบัติจะเห็นได้ว่า นายก อบจ. มักจะคิดว่าการอยู่จนครบวาระนั้นอาจจะทำให้เสียเวลามากกว่า ทั้ง 90 วันก่อนหมดวาระที่อนุมัติโครงการไม่ได้ บวก 45 วันที่ต้องจัดการเลือกตั้ง และอีก 30 วันที่กว่าจะรับรองการเลือกตั้ง รวมแล้วใช้เวลา 165 วันถึงจะสามารถอนุมัติโครงการหรือกิจกรรมใดๆ ที่อาจเป็นการสุ่มเสี่ยงได้ เพราะฉะนั้นการอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระก็อาจไม่มีประโยชน์เทียบเท่ากับการลาออกก่อน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่หากนายก อบจ. วางแผนหรือตัดสินใจที่จะลาออกก่อนหมดวาระ ก็มักจะอนุมัติโครงการไว้ล่วงหน้าก่อน 90 วันเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายไว้แล้ว เท่ากับว่าหากได้รับเลือกตั้งเข้ามาใหม่ ก็จะเป็นเวลา 60 วันที่ต้องจัดการเลือกตั้งและอีก 30 วันรับรองผลการเลือกตั้ง จึงถือว่าระยะเวลาสั้นกว่าในเชิงการวางแผนและการปฏิบัติจริง นอกจากนี้การลาออกก่อนยังได้ประโยชน์จากประเด็นอื่นๆ ร่วมอีกด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจัยทางการเมือง ประกอบด้วย</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>การเลือกตั้งไม่พร้อมกันกับ ส.อบจ. ทำให้สามารถเช็กเสียงและการสนับสนุนจาก ส.อบจ. ได้&nbsp;</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางการเมือง การเลือกไม่พร้อมกัน เปิดโอกาสให้การเมืองแบบอุปถัมภ์เช็กเสียงความเป็นพวกพ้อง ความจงรักภักดีกันได้ในระดับหนึ่ง เช่น หากนายก อบจ. ลาออกแล้วเลือกตั้งใหม่ก่อน ส.อบจ ก็มักจะต้องมีข้อตกลงกับ ส.อบจ. ที่จะต้องเลือกตั้งหลังจากนั้นในวันที่ 1 ก.พ. 2568 ว่า ในรอบการเลือกตั้ง นายก อบจ. ก่อนวันที่ 1 ก.พ. 2568 หาก ส.อบจ. มาช่วยในการหาเสียงและทำให้ นายก อบจ. ชนะเลือกตั้งได้ เมื่อถึงคราวการเลือกตั้ง ส.อบจ. ในวันที่ 1 ก.พ. 2568 นายก อบจ. ที่ได้ตำแหน่งไปแล้วจากการเลือกตั้งใหม่ก็อาจจะเป็นผู้สนับสุนกลุ่ม ส.อบจ. นั้นได้อย่างเต็มที่ ทั้งด้วยตำแหน่งนายกที่ได้มาแล้ว และการจัดการเลือกตั้ง อบจ. ก็อยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ. เอง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่หากเป็นการเลือกตั้งพร้อมกัน ทั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ. การที่ต่างฝ่ายต่างมีภาระในการหาเสียงและไม่มีความแน่นอนว่าจะได้รับการเลือกตั้งไปด้วยกัน ก็อาจทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือกันและกันในการหาเสียงได้&nbsp;</p>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>การชิงลาออกก่อน ทำให้คู่แข่งตั้งตัวไม่ทันในการลงสมัครรับเลือกตั้งและหาเสียง</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">การลาออกก่อนหมดวาระเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ของนายก​ อบจ. โดยไม่รอเลือกตั้งพร้อม ส.อบจ. ตามวาระ ในทางการเมืองจะเห็นได้ว่า นัยหนึ่งเป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของนายก อบจ. เดิมที่ลาออกมาเลือกตั้งใหม่กับคู่แข่งที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อแข่งขัน ทั้งในแง่การเตรียมความพร้อมในการหาเสียง ระยะเวลาในการเลือกตั้ง ที่ไม่อาจกำหนดได้ตามวาระเดิมที่จะเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งอาจทำให้คู่แข่งที่ไม่ได้เตรียมพร้อมไม่อาจสู้ในการเลือกตั้งที่ฉับพลันเพียง 45 วันหลังการประกาศลาออกได้ ในขณะเดียวกันก็ทำให้คู่แข่งในการเลือกตั้งลดจำนวนลงอีกด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการเลือกตั้งนายก อบจ. 27 จังหวัดที่ลาออกก่อนหมดวาระที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ามีผู้สมัครในแต่ละจังหวัดเพียง 2-3 คน หรือเพียงคนเดียวเช่นในจังหวัดอุทัยธานี อ่างทองและชุมพร ในขณะที่การเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ 76 จังหวัดในปี 2563 นั้นมีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งนายก อบจ. ถึง 335 คน หรือเฉลี่ยจังหวัดละ 4.4 คน&nbsp;</p>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>การไม่รอเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ ทำให้พรรคการเมืองลงมาช่วยหาเสียงได้อย่างทั่วถึง&nbsp;</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ในการเลือกตั้ง นายก อบจ. ในปี 2563 ซึ่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 34 มีกำหนดข้อห้ามให้ข้าราชการการเมือง, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่สามารถหาเสียงเลือกตั้งช่วยผู้สมัครได้ ทำให้พรรคการเมืองไม่อาจลงมาสนับสนุนการหาเสียงเลือกตั้งของนายก อบจ. ได้อย่างเต็มกำลัง เพราะอาจจะสุ่มเสี่ยงการกระทำที่ผิดกฎหมาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ปัจจุบัน ข้อห้ามดังกล่าวได้มีการแก้ไขใหม่ ทำให้พรรคการเมืองลงมาช่วยหาเสียงได้อย่างเปิดเผยและเต็มกำลัง ดังที่เห็นได้จากการที่พรรคประชาชนลงมาช่วยผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ. ราชบุรี หรืออุดรธานี หรือแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงไปช่วยหาเสียงเลือกตั้ง นายก อบจ. พะเยา ซึ่งหากเป็นการเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ พรรคการเมืองก็อาจไม่สามารถลงไปช่วยหาเสียงหรือให้การสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ. ได้ทุกพื้นที่จังหวัด ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาและทรัพยากรบุคคล แต่เมื่อมีการลาออกก่อนหมดวาระ ทำให้การเลือกตั้งนายก อบจ. ในแต่ละจังหวัดนั้นเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน ก็ทำให้พรรคการเมืองสามารถลงไปช่วยหาเสียงได้อย่างทั่วถึง&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">เลือกตั้งก่อนหรือเลือกตั้งพร้อมกัน ได้อะไร เสียอะไร&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากการที่ พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด กำหนดให้วาระการทำงานของนายก อบจ. เริ่มนับระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งนับแต่วันเลือกตั้ง ในขณะที่วาระการทำงานของ ส.อบจ. จะเหลือเท่ากับอายุงานที่เหลืออยู่ของสภา อบจ. จากการเลือกตั้งก่อนหน้านั้น ซึ่งทำให้หากจังหวัดใด นายก อบจ. ลาออกก่อนหมดวาระก็จะต้องมีการเลือกตั้งนายก อบจ. ใหม่ก่อนวันที่ 1 ก.พ. 2568 และนอกจากนั้นก็ยังจะต้องจัดการเลือกตั้ง ส.อบจ. ในวันที่ 1 ก.พ. 2568 อีกด้วย ซึ่งทำให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้งหลายครั้ง แทนที่จะจัดเพียงครั้งเดียวโดยเลือกทั้ง นายก อบจ. และ ส.อบจ.และรัฐธรรมนูญเองก็เปิดช่องให้ กกต. ไม่ต้องเป็นผู้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ โดยยกอำนาจในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดการเลือกตั้งเอง ประเด็นการจัดการเลือกตั้งนายก อบจ. โดยเฉพาะในกรณีการลาออกก่อนหมดวาระ และการจัดการเลือกตั้ง ส.อบจ. พร้อมกันทั่วประเทศ จึงไม่ได้มีเพียงมุมของข้อกฎหมาย หรือปัจจัยทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องงบประมาณ การบริหารจัดการและความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้งอีกด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4724" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อการจัดการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถูก กกต. ยกให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดการเลือกตั้งเอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ต้องใช้งบประมาณขององค์กรที่ตั้งไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี และหากไม่เพียงพอก็จะต้องใช้เงินจากเงินสะสมหรือทุนสำรองสะสมของตนเองมาเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/6-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4783" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/6-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/6-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/6-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/6-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/6-1-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/6-1-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/6-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/6-1-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากการรวบรวมข้อมูลของ Rocket Media Lab จากรายงานประมาณการรายจ่ายในข้อบัญญัติงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2568 ของ อบจ. ทั่วประเทศ โดยไม่รวม อบจ. แม่ฮ่องสอนที่ไม่มีการตั้งงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณ อบจ. ปี 2568 และ อบจ. กำแพงเพชร บึงกาฬ เลย และสมุทรสาคร ที่ไม่ตั้งงบค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในการเลือกตั้งไว้ พบว่า ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง อบจ. ในปีงบประมาณ 2568 ประกอบด้วย ค่าจัดการเลือกตั้ง และค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ รวมเป็นเงิน 3,563,810,232 บาท </p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยจังหวัดที่มีการตั้งงบประมาณในการเลือกตั้ง อบจ. มากที่สุด 10 อันดับแรกคือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>นครราชสีมา 188,098,000 บาท</li>



<li>สมุทรปราการ 153,000,000 บาท</li>



<li>เชียงใหม่ 100,000,000 บาท</li>



<li>บุรีรัมย์ 98,780,000 บาท</li>



<li>ขอนแก่น 92,000,000 บาท</li>



<li>ชลบุรี 90,000,000 บาท</li>



<li>ปทุมธานี 89,000,000 บาท</li>



<li>นนทบุรี 82,500,000 บาท</li>



<li>อุดรธานี 81,800,000 บาท</li>



<li>พระนครศรีอยุธยา 79,500,000 บาท</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/7-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4784" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/7-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/7-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/7-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/7-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/7-1-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/7-1-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/7-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/7-1-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่าใน 10 อันดับแรก มีจังหวัดที่มีการเลือกตั้งนายก อบจ. ไปแล้ว คือ ขอนแก่น ปทุมธานี อุดรธานี และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งนอกจากจะจัดการเลือกตั้งไปแล้ว ยังเป็นจังหวัดที่ตั้งงบประมาณการเลือกตั้งในปี 2568 ไว้สูงมาก ดังนั้น ในกรณีของจังหวัดที่มีการเลือกตั้งนายก อบจ. ไปก่อนหน้าและยังต้องจัดการเลือกตั้ง ส.อบจ. อีกครั้งในวันที่ 1 ก.พ. 2568 ก็อาจจะต้องใช้งบประมาณในการจัดการเลือกตั้งมากกว่าการใช้งบประมาณในการจัดการเลือกตั้งครั้งเดียว และหากจังหวัดใดมีการเลือกตั้งมากกว่า 2 รอบ เช่น ปทุมธานี ที่มีการเลือกตั้ง นายก อบจ. ถึง 2 รอบในหนึ่งปี และยังจะต้องจัดการเลือกตั้ง ส.อบจ. อีกครั้งในวันที่ 1 ก.พ. 2568 พบว่า ในปี 2566 ปทุมธานีใช้งบในการเลือกตั้ง อบจ. 2,279,435.71 บาท ส่วนในปี 2567 ซึ่งมีการเลือกตั้งใหม่ถึง 2 ครั้ง มีการตั้งงบประมาณไว้ที่ 79,000,000 บาท ส่วนในวันที่ 1 ก.พ. 2568 ปทุมธานีก็ยังต้องมีการจัดการเลือกตั้ง ส.อบจ. อยู่ ก็มีการตั้งงบประมาณไว้ 89,000,000 บาท จะเห็นว่าการเลือกตั้งที่ไม่พร้อมกันหรือการลาออกก่อนหมดวาระที่ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ จะต้องใช้งบประมาณในการจัดการเลือกตั้งมากขึ้นไปอีก โดยหากงบประมาณที่ตั้งไว้ไม่เพียงพอก็อาจจะต้องใช้เงินจากงบฯ สะสม หรือทุนสำรองสะสมในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณของ อบจ.&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากปัญหาด้านการใช้งบประมาณแล้ว การให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นเอง แทนที่จะเป็นความรับผิดชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งดังเช่นการเลือกตั้งทั่วไป ยังก่อให้เกิดปัญหาในด้านประสิทธิภาพของการบริหารจัดการอีกด้วย โดยจะเห็นได้ว่าในการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่ง กกต. เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการเลือกตั้งนั้น มีการเลือกตั้งล่วงหน้ารวมถึงการเลือกตั้งนอกเขตในขณะที่การเลือกตั้ง อบจ. นั้น ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งนอกเขต เนื่องด้วยการจัดการเลือกตั้ง อบจ. เป็นความรับผิดชอบของ อบจ. เอง การจะจัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขตจะต้องมีหน่วยเลือกตั้งใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ ต้องใช้งบประมาณและการจัดการอีกมหาศาล ซึ่งศักยภาพและงบประมาณของ อบจ. ในจังหวัดหนึ่งๆ นั้นไม่สามารถจะทำได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเลือกตั้ง อบจ. ปี 2563 ที่ผ่านมา มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ประมาณ 29,016,536 ล้านคน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 46,610,759 ล้านคน คิดเป็น 62.25% เท่านั้น ในขณะที่การเลือกตั้งทั่วไปในปี 2566 นั้น ซึ่งจัดโดย กกต. และมีการเลือกตั้งล่วงหน้า มีผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 39,293,867 คน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศประมาณ 52 ล้านคน คิดเป็น 75.22% ยังไม่นับว่าการเลือกตั้ง อบจ. ในวันที่ 1 ก.พ. 2568 นี้จัดขึ้นในวันเสาร์อีกด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้นการที่ให้ อบจ. เป็นผู้รับผิดชอบในการเลือกตั้ง อบจ. เอง ยังอาจก่อให้เกิดปัญหาเรื่องความโปร่งใสของกระบวนการการจัดการเลือกตั้ง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งนั้น ก็เป็นเจ้าหน้าที่ของ อบจ. ซึ่งมีความใกล้ชิดกับผู้บริหารที่อาจจะเพิ่งหมดวาระการทำงานลง และมาเป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนั้นอีกด้วย&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อเสนอจากนักวิชาการ&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากประเด็นปัญหาปัญหาต่างๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ให้ความเห็นว่า การเลือกตั้ง อบจ. และ ส.อบจ. ที่ไม่พร้อมกัน อันเกิดจากการที่นายก อบจ. บางจังหวัดชิงลาออกก่อนนั้น ก่อให้เกิดปัญหา ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เรื่องงบประมาณ เพราะต้องจัดการเลือกตั้งสองครั้งโดยไม่มีความจำเป็น ซึ่งเห็นชัดจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น จ.อุบลราชธานี ที่เพิ่งจัดการเลือกตั้งนายก อบจ. ไปเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2567 เมื่อถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ระยะเวลาห่างจากกันเพียงเดือนเศษๆ ก็ต้องจัดการเลือกตั้ง ส.อบจ. อีกรอบ ทำให้มีการใช้งบประมาณสองรอบโดยไม่จำเป็น&nbsp;</li>



<li>พอมีการจัดการเลือกตั้งแยกจากการที่นายก อบจ. ชิงลาออกก่อน จะทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิน้อยลง เพราะต้องไปเลือกตั้งหลายรอบ อาจจะทำให้ไม่อยากไปอีก ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ประชาชนเสียโอกาสในการเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง&nbsp;</li>



<li>การที่มีการเลือกตั้งไม่พร้อมกันได้ ทำให้กลายเป็นช่องว่างที่ถูกใช้เป็นแท็กติกทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการหลบข้อกฎหมาย ค่าใช้จ่าย การกระทำต่างๆ ที่อาจจะเข้าข่ายที่ผิดกฎหมายการเลือกตั้ง ฯลฯ การชิงลาออกก่อนเพื่อเลือกตั้งใหม่ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบตามข้อห้ามทางกฎหมายต่างๆ ในแบบการเลือกตั้งจากการหมดวาระได้&nbsp;</li>



<li>การเอาเปรียบคู่แข่งทางการเมือง คนที่อยู่ในตำแหน่งเดิมจะได้เปรียบคู่แข่ง ถ้าหากชิงลาออกก่อน คู่แข่งก็จะตั้งตัวไม่ทัน ซึ่งเห็นปรากฏการณ์ในหลายพื้นที่ที่พบว่าบางกลุ่มการเมืองเตรียมผู้สมัครไม่ทันจนไม่ได้ส่งลงรับสมัครเลือกตั้ง ทำให้การแข่งขันทางการเมืองน้อยลงไปอีก&nbsp;</li>



<li>ในขณะเดียวกันก็เป็นแท็กติกในการตัดกระแสผู้ลงสมัครจากพรรคการเมืองแนวกระแสนิยม การไปเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ อาจทำให้เกิดการกระแสการตื่นตัวผู้คนสนใจการเลือกตั้งมากขึ้น แล้วหันไปลงคะแนนให้พรรคการเมืองแนวกระแสนิยม ก็อาจทำให้กลุ่มการเมืองเดิมที่มีตำแหน่งอยู่แล้วชนะการเลือกตั้งยากมากขึ้น หรืออาจจะแพ้การเลือกตั้งได้ การลาออกเพื่อไม่ต้องไปเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศจึงเป็นอีกแท็กติกหนึ่งในการสร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้ง&nbsp;</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดร.สติธร เสนอว่า&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>แก้กฎหมาย กำหนดวาระของนายก อบจ. และ ส.อบจ. ให้เหมือนกัน โดยเอาแนววาระการดำรงตำแหน่งของ ส.อบจ. ในแบบปัจจุบันเป็นหลัก ซึ่งก็คือถ้านายก อบจ. ลาออกก่อนครบวาระ คนที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาใหม่จะอยู่ได้จนแค่ครบวาระ 4 ปีตามระยะเวลาในแบบ ส.อบจ. หรือลาออกในช่วง 6 เดือนสุดท้าย ก็อาจจะไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ก็ได้ตามที่กฎหมายเขียนเอาไว้เหมือน ส.อบจ. การแก้กฎหมายเป็นแบบนี้จะทำให้แรงจูงใจให้คนที่จะชิงลาออกก่อนน้อยลง&nbsp;</li>



<li>ทำให้การเลือกตั้งสะดวกขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งท้องถิ่นมากขึ้น เช่น มีการเลือกตั้งด้วยเครื่องมืออื่น ที่ไม่จำเป็นจะต้องเดินทางกลับบ้านเพื่อไปเข้าคูหาเท่านั้น หรือการเลือกตั้งนอกเขต ซึ่งในกรณีการเลือกตั้งนอกเขตนั้น ถ้าจะเกิดสิ่งนี้ได้ต้องไปปรับเรื่องวิธีคิดในการจัดการเลือกตั้งว่าคงไม่ใช่ท้องถิ่นเป็นคนจัดการเลือกตั้งแล้ว อาจจะเป็น กกต. เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง เหมือนการเลือกตั้งระดับชาติ ซึ่งจะสามารถจัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขตได้ เหมือนการเลือกตั้ง สส.&nbsp;</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading">อ้างอิง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540<br>พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจได้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542<br>ข้อบัญญัติงบประมาณประจำปี 2568 ของ อบจ. ทั่วประเทศ</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pao-2025-collab-1/">อบจ. เลือกตั้งไปทำไม ทำไมเลือกตั้งนายก อบจ. เหลือแค่ 47 จังหวัด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
