<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมรสเท่าเทียม Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/สมรสเท่าเทียม/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Jul 2026 06:42:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.2</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>สมรสเท่าเทียม Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/สมรสเท่าเทียม/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>คำนำหน้านามและกฎหมายสมรสเท่าเทียม [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-legal-gender-recognition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jun 2026 09:57:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[คำนำหน้านาม]]></category>
		<category><![CDATA[สมรสเท่าเทียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7871</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3600;&#3634;&#3609;&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-legal-gender-recognition/">คำนำหน้านามและกฎหมายสมรสเท่าเทียม [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ฐานข้อมูลประกอบด้วยข้อมูลกฎหมายของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกใน 2 ประเด็น ได้แก่ (1) สถานะการรับรองการสมรสและสหภาพพลเมืองของคู่รักเพศเดียวกัน (Same-Sex Marriage and Civil Unions) และ (2) การรับรองเพศตามกฎหมาย (Legal Gender Recognition) ซึ่งครอบคลุมรูปแบบการรับรอง สิทธิ และเงื่อนไขทางกฎหมายของแต่ละประเทศ โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูล ILGA World</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vT7yDbMfOVHFwFtn5DaWScvaIvp__JM87izcrvwx2L5qHw9F8ZvjAuVADNb2iwlMpRhUwbfpfFcapGf/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1fqYVu90V8DAQOEmlPyyXEsjQIBwRcQzQNF5M6uzJvik/edit?usp=sharing">ดาวน์โหลดข้อมูลที่นี่ </a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/legal-gender-recognition">โลกใบเดียว สิทธิไม่เท่ากัน: กฎหมายการรับรองเพศของ Transgender ทั่วโลก ประเทศไหนทำได้บ้าง?</a><br></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-legal-gender-recognition/">คำนำหน้านามและกฎหมายสมรสเท่าเทียม [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โลกใบเดียว สิทธิไม่เท่ากัน: กฎหมายการรับรองเพศของ Transgender ทั่วโลก ประเทศไหนทำได้บ้าง?</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/legal-gender-recognition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jun 2026 09:56:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[คำนำหน้านาม]]></category>
		<category><![CDATA[รับรองเพศสภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สมรสเท่าเทียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7868</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3611;&#3619;&#3632;&#3648;&#3604;&#3655;&#3609;&#3648 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/legal-gender-recognition/">โลกใบเดียว สิทธิไม่เท่ากัน: กฎหมายการรับรองเพศของ Transgender ทั่วโลก ประเทศไหนทำได้บ้าง?</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นเรื่องคำนำหน้านามของกลุ่มบุคคลข้ามเพศ (Transgender) กลายเป็นข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์มาอย่างยาวนาน ซึ่งหากมองผ่านเลนส์ของข้อมูลเชิงสถิติและกฎหมายระดับสากล ประเด็นคำนำหน้านามนั้นเป็นเพียงส่วนปลายของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ในระดับสากลแล้ว มีแนวคิดที่ใหญ่กว่าและครอบคลุมกว่านั้นคือ กฎหมายว่าด้วยการรับรองเพศสภาพตามกฎหมาย <a href="https://tgeu.org/topics/legal-gender-recognition/#:~:text=Legal%20gender%20recognition%20(LGR)%20is,passports%20and%20other%20official%20identification.">(Legal Gender Recognition หรือ LGR</a>) กระบวนการแก้ไขเอกสารราชการให้ตรงกับตัวตนของบุคคล ซึ่งจะควบรวมการเปลี่ยนคำนำหน้านามด้วย และแต่ละประเทศทั่วโลกก็มีพัฒนาการและระดับของการให้สิทธิที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในเชิงนโยบายนั้น การรับรองเพศสภาพตามกฎหมาย หมายถึงกระบวนการที่รัฐยอมรับและสะท้อนอัตลักษณ์ทางเพศของบุคคลลงในเอกสารทางราชการ ไม่ว่าจะเป็นทะเบียนราษฎร์ บัตรประจำตัวประชาชน สูติบัตร หรือหนังสือเดินทาง สิ่งนี้มีความหมายที่ครอบคลุมกว่าเพียงการเปลี่ยนคำนำหน้าอย่าง “นาย” หรือ “นางสาว” แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนตัวระบุเพศ (<a href="https://www.aclu-in.org/news/why-does-gender-marker-matter/">Gender marker</a>) ให้ตรงกับเพศสภาพที่แท้จริงของบุคคลนั้นด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งการเปลี่ยนคำนำหน้านามยังถูกให้ความสำคัญเป็นประเด็นสิทธิมนุษยชนระดับโลก อย่างองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ได้ปรับปรุง<a href="https://edition.cnn.com/2018/06/20/health/transgender-people-no-longer-considered-mentally-ill-trnd">บัญชีจำแนกโรคระหว่างประเทศฉบับที่ 11 (ICD-11)</a> โดยถอดประเด็นของคนข้ามเพศออกจากกลุ่มความผิดปกติทางจิต (Mental and behavioural disorders) และย้ายไปจัดอยู่ในหมวดภาวะไม่สอดคล้องทางเพศ (Gender incongruence) แทน พร้อมส่งเสริมให้มีการรับรองเพศทางกฎหมายโดยไม่ต้องมีเงื่อนไขทางการแพทย์</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2569 <a href="https://strasbourgobservers.com/2026/03/27/building-on-strasbourg-the-ecthrs-gender-identity-case-law-in-the-cjeus-shipova-judgment/">ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป (CJEU)</a> ยังได้มีคำวินิจฉัยใน<a href="https://eapil.org/2026/03/18/cjeu-free-movement-and-legal-gender-in-shipov-c-43-24/">คดี Shipova</a> ระบุว่าการที่รัฐสมาชิกปฏิเสธออกเอกสารยืนยันตัวตนที่ตรงกับเพศสภาพในการใช้ชีวิตจริง ถือเป็นการขัดขวางสิทธิในการเดินทางและการอยู่อาศัยอย่างเสรีภายในสหภาพยุโรป และเป็นการละเมิดสิทธิในชีวิตส่วนตัว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน <a href="https://www.ohchr.org/en/sexual-orientation-and-gender-identity/transgender-people">สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR)</a> ก็ระบุชัดว่าการบีบบังคับให้บุคคลต้องผ่าตัดแปลงเพศ หรือรับการรักษาทางการแพทย์เพื่อเป็นเงื่อนไขในการรับรองเพศ นับเป็นการละเมิดมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ นอกจากนี้การมีเอกสารที่ระบุเพศไม่ตรงกับเพศสภาพจริง มักนำไปสู่การถูกเลือกปฏิบัติในการหางาน การทำธุรกรรม และการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ดังนั้นในกระบวนการการเปลี่ยนเพศในเอกสารให้ตรงกันกับเพศสภาพภายนอกจึงเป็นสิ่งที่องค์กมนุษยชนให้ความสำคัญอย่างยิ่ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-world-map-name-prefix-change-eligibility-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7896" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-world-map-name-prefix-change-eligibility-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-world-map-name-prefix-change-eligibility-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-world-map-name-prefix-change-eligibility-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-world-map-name-prefix-change-eligibility-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-world-map-name-prefix-change-eligibility-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">สำรวจ 239 ประเทศทั่วโลก: ใครทำได้ ใครทำไม่ได้</h3>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนมาสำรวจกฎหมายว่าด้วยการรับรองเพศสภาพตามกฎหมายทั่วโลก ว่าแต่ละประเทศมีกฎหมายอย่างไร โดยสำรวจจาก 239 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ซึ่งพบว่าประเทศที่สามารถดำเนินการรับรองเพศสภาพได้ มีจำนวน 77 ประเทศ ไม่สามารถดำเนินการได้เลย จำนวน 71 ประเทศ ไม่มีข้อมูลปรากฏแน่ชัด&nbsp; 70 ประเทศ กลุ่มพิจารณาเป็นรายกรณีหรือ Case-by-case พบว่ามี 11 ประเทศ และมีอีก 10 แห่ง ที่จำกัดการรับรองให้เฉพาะกรณีที่เป็นเพศกำกวมหรือ intersex เท่านั้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. ประเทศที่ทำได้ แต่มีเงื่อนไขต่างกันออกไป</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจนถึงเดือนมิถุนายน&nbsp; 2569 พบว่ามี 77 ประเทศทั่วโลกที่ผ่านกฎหมายให้บุคคลสามารถรับรองเพศสภาพได้ หากพิจารณาตามทวีป จะพบว่าทวีปยุโรปมีความก้าวหน้ามากที่สุด โดยพบ 36 ประเทศ รองลงมาคือทวีปเอเชีย 18 ประเทศ ทวีปอเมริกา 17 ประเทศ (แบ่งเป็นทวีปอเมริกาเหนือ 9 ประเทศ อเมริกาใต้ 8 ประเทศ) ทวีปออสเตรเลีย และ ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนีย 4 ประเทศ&nbsp; และทวีปแอฟริกา 2 ประเทศ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยแบ่งเป็นการอนุญาตและการรองรับแยกย่อยออกไปอีก ได้แก่ การรับรองตามเจตจำนงของตนเองซึ่งมีมากที่สุด 40 ประเทศทั่วโลก ตามมาด้วยมีระเบียบว่าให้การรับรองเพศสภาพต้องผ่านกระบวนการวินิจฉัยทางการแพทย์ 17 ประเทศ และมีประเทศที่กำหนดให้การผ่าตัดเป็นเงื่อนไขสำคัญ 11 ประเทศ&nbsp; มีกฎหมายระบุว่าสามารถรับรองเพศสภาพได้ แต่ไม่มีระเบียบที่ชัดเจนอีก 6 ประเทศ&nbsp; และกระบวนการรับรองเพศสภาพต้องผ่านระบบตุลาการ&nbsp; 3 ประเทศ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-world-gender-recognition-self-identification-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7897" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-world-gender-recognition-self-identification-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-world-gender-recognition-self-identification-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-world-gender-recognition-self-identification-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-world-gender-recognition-self-identification-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-world-gender-recognition-self-identification-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h4 class="wp-block-heading">การรับรองตามเจตจำนงของตนเอง (Self-identification)</h4>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มนี้ก้าวหน้าที่สุดและพบมากที่สุด โดยอนุญาตให้บุคคลเปลี่ยนเครื่องหมายเพศได้ตามการรับรู้อัตลักษณ์ภายในของตนเอง โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขทางการแพทย์ใดๆ ปัจจุบันมีถึง 40 ประเทศทั่วโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">อาร์เจนตินา คือ<a href="https://www.opendemocracy.net/en/argentina-trans-rights-luana-self-id-gabriela-mansilla-healthcare/">ผู้บุกเบิกด้วยกฎหมายอัตลักษณ์ทางเพศปี 2555</a> ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับแรกของโลกที่ยึดหลักการกำหนดตัวตนด้วยตนเอง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่ต้องใช้หลักฐานทางการแพทย์ และไม่ต้องผ่านการพิจารณาของศาลเลย ซึ่งแม้ในปี 2567 รัฐบาลอาร์เจนตินาจะพยายาม<a href="https://www.ilga-europe.org/case-law/a-p-v-france-garcon-v-france-and-nicot-v-france/">แก้ไขกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิ</a>ของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีและผู้ที่มีประวัติอาชญากรรม โดยไม่อนุญาตให้มีการเปลี่ยนเพศ แต่ศาลรัฐบาลกลางตัดสินว่าการพยายามแก้ไขดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมายการเปลี่ยนเพศโดยใช้หลักเจตจำนงด้วยตนเองจึงยังดำเนินต่อไปในอาร์เจนตินา</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.equaldex.com/region/colombia">โคลอมเบีย</a> รัฐบาลโคลอมเบียออกพระราชกฤษฎีกาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2558 ที่กำหนดว่าการเปลี่ยนเพศสภาพเป็นสิทธิโดยชอบของบุคคล และยกเลิกข้อกำหนดเรื่องการตรวจทางจิตเวชและการตรวจร่างกาย ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 ศาลรัฐธรรมนูญโคลอมเบียก็วินิจฉัยว่าบุคคล Non-binary มีสิทธิที่จะปฏิเสธการระบุเพศว่าเป็นชายหรือหญิงในเอกสารทางการได้ ซึ่งถือว่าเป็นประเทศแรกในละตินอเมริกาที่มีคำพิพากษาระกับศาลรัฐธรรมนูญรับรองสิทธิดังกล่าว และเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายสำคัญด้านความหลากหลายทางเพศในภูมิภาค</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://cyprus-mail.com/2022/11/24/groundbreaking-gender-identity-bill-brought-to-the-house/">ไซปรัส</a> มีกฎหมายทะเบียนราษฎร์ที่เอ่ยถึงการแก้ไขเพศสภาพมาตั้งแต่ปี 2546 แต่ไม่ได้ระบุขั้นตอนไว้ ในทางปฏิบัติจึงมักจำกัดอยู่เพียงการแก้ไขในหนังสือเดินทาง (passport) เท่านั้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุโรป เบลเยียม <a href="https://justitie.belgium.be/en/themes_and_files/people_and_families/new_legislation_for_transgender_persons">ยกเลิกข้อกำหนดทางการแพทย์ทั้งหมดในปี 2561</a> โดยบุคคลที่บรรลุนิติภาวะเพียงยื่นคำร้องและรอช่วงเวลาไตร่ตรองอีก 3-6 เดือนเพื่อยืนยันเจตจำนงอีกครั้ง ก็สามารถเปลี่ยนเพศสภาพได้อย่างถาวร ขณะที่<a href="https://equal-eyes.org/database/2018/7/13/portugal-parliament-approves-new-gender-change-law">โปรตุเกสรับรองสิทธิการกำหนดตัวตนด้วยตนเองสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป</a> และอนุญาตให้เยาวชนอายุ 16-17 ปี สามารถเปลี่ยนชื่อและเครื่องหมายระบุเพศได้ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่ฝรั่งเศส จากเดิมที่บุคคลต้องพิสูจน์ภาวะทางจิตเวชและผ่านการผ่าตัดตามคำพิพากษาศาลฎีกาปี 2535 มาสู่<a href="https://www.newsweek.com/france-rules-transgender-people-can-legally-transition-without-sterilization-509845">การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งในปี 2560</a> ที่เปิดโอกาสให้ผู้บรรลุนิติภาวะขอแก้ไขคำนำหน้าเพศได้ หากพิสูจน์ได้ว่าเพศที่ใช้ชีวิตจริงไม่ตรงกับเอกสาร โดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทางการแพทย์หรือการผ่าตัดใดๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนแคนาดา มีระบบที่อนุญาตให้พลเมืองอายุ 16 ปีขึ้นไปเปลี่ยนเพศในหนังสือเดินทางผ่านการกำหนดตัวตนด้วยตนเอง พร้อมเปิดโอกาสให้เลือกเครื่องหมายเพศ X สำหรับกลุ่ม Non-binary นอกจากนี้แคนาดายังเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่<a href="https://mjlh.mcgill.ca/2023/01/27/legal-barriers-to-access-canadas-trans-health-care-crisis/">ขยายสิทธินี้ให้ครอบคลุมผู้พำนักถาวร นักศึกษาต่างชาติ และผู้ลี้ภัย</a> แม้จะไม่มีสูติบัตรที่ออกโดยทางการแคนาดาก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรณีที่น่าสนใจพิเศษได้แก่ ปากีสถาน ซึ่งในปี 2561 เคยอนุญาตให้บุคคลรับรองเพศสภาพได้ตามการรับรู้ของตนเองและมีการรับรองเพศที่สาม แต่ในปี 2566 ศาลชาริอะฮ์กลางวินิจฉัยว่าการอนุญาตให้บุคคลเปลี่ยนเพศสภาพตามความสมัครใจขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม และ<a href="https://www.thelancet.com/journals/lanpsy/article/PIIS2215-0366(23)00191-8/fulltext">เสนอให้เปลี่ยนนิยามคำว่า Transgender เป็น Khunsa</a> (หรือ Intersex) เพื่อจำกัดสิทธิเฉพาะผู้ที่มีความบกพร่องทางอวัยวะเพศโดยกำเนิดเท่านั้น ส่งผลให้เกิดการระงับการออกบัตรประชาชนที่มีเครื่องหมายเพศ X ในช่วงปลายปี 2566 และยังคงเป็นประเด็นการต่อสู้ในชั้นศาลสูงสุดจนถึงปัจจุบัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-world-gender-recognition-medical-diagnosis-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7898" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-world-gender-recognition-medical-diagnosis-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-world-gender-recognition-medical-diagnosis-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-world-gender-recognition-medical-diagnosis-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-world-gender-recognition-medical-diagnosis-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-world-gender-recognition-medical-diagnosis-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">การรับรองผ่านการวินิจฉัยทางการแพทย์ (Medical Diagnosis)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">มี 17 ประเทศทั่วโลกที่กำหนดให้การรับรองเพศสภาพต้องผ่านกระบวนการวินิจฉัยทางการแพทย์ ครอบคลุมทั้งการประเมินทางจิตวิทยาและการตรวจสอบสภาพร่างกาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุโรป <a href="https://www.loc.gov/item/global-legal-monitor/2018-07-06/austria-court-allows-intersex-individuals-to-register-third-gender-other-than-male-or-female/">ออสเตรีย</a> ใช้แนวทางตามกฎหมายสถานะพลเมืองปี 2556 โดยเปิดโอกาสให้แก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดในทะเบียนราษฎร์ได้ ซึ่งผู้สมัครหรือผู้ยื่นต้องยื่นคำยืนยันจากนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ว่าความรู้สึกในอัตลักษณ์ทางเพศนั้นมีความถาวร และผู้ยื่นต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้สอดคล้องกับเพศสภาพแล้ว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โปแลนด์ มีกระบวนการที่ค่อนข้างซับซ้อนและมีลักษณะเฉพาะตัว กล่าวคือ ต้องอาศัยการตีความกฎหมายแพ่งและคำพิพากษาศาลฎีกาตั้งแต่ปี 2534 ผู้ที่ต้องการรับรองเพศสภาพต้องดำเนินการผ่าน<a href="https://www.hrw.org/news/2025/03/13/landmark-ruling-trans-rights-poland">กระบวนการฟ้องร้องทางแพ่งต่อบิดามารดา </a>หรือต่อคู่สมรสและบุตรหากมีครอบครัวแล้ว กระบวนการนี้ต้องใช้ผลการทดสอบทางการแพทย์อย่างครบถ้วน ทั้งด้านจิตวิทยาและร่างกาย เช่น การตรวจโครโมโซมหรือการตรวจอวัยวะเพศ และบางกรณีอาจต้องผ่านการทดสอบการใช้ชีวิตจริงในเพศสภาพใหม่ (Real-life test) นานประมาณ 2 ปีด้วย อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 กระทรวงยุติธรรมโปแลนด์เริ่มมีความพยายามปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อเร่งรัดกระบวนการให้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม แต่อย่างไรก็ยังคงต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์ทางเพศผ่านการแพทย์อยู่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่สหราชอาณาจักร มีดำเนินการภายใต้กฎหมายการรับรองเพศสภาพปี 2547 ซึ่งกำหนดให้ผู้สมัครอายุ 18 ปีขึ้นไป ต้องยื่นขอใบรับรองจากคณะกรรมการพิจารณาการรับรองเพศสภาพ โดยมีเงื่อนไขสำคัญสองข้อ คือ ต้องมี<a href="https://commonslibrary.parliament.uk/research-briefings/cbp-9079/">ผลการวินิจฉัยภาวะไม่พอใจในเพศตนเอง (Gender dysphoria)</a> จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 2 คน และต้องพิสูจน์ได้ว่าใช้ชีวิตในเพศสภาพที่ต้องการมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี รวมถึงต้องทำคำปฏิญาณตนว่าจะใช้ชีวิตในเพศสภาพนั้นตลอดไป จึงจะสามารถเปลี่ยนเพศได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทวีปอเมริกา<a href="https://outrightinternational.org/our-work/americas/cuba"> คิวบา</a> เดิมกำหนดให้ผู้ยื่นคำร้องต้องผ่านการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพก่อน แล้วจึงนำหลักฐานภาพถ่ายพร้อมประวัติการรักษายื่นต่อศาล แต่<a href="https://www.lgbtqnation.com/2025/07/cuba-now-allows-trans-people-to-change-id-gender-markers-without-requiring-surgery/">ในเดือนกรกฎาคม 2568</a> สมัชชาแห่งชาติได้ผ่านกฎหมายทะเบียนราษฎร์ฉบับใหม่ โดยยกเลิกข้อกำหนดเรื่องการผ่าตัดและการรักษาทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังคงกำหนดให้ต้องมีความเห็นจากทีมสหสาขาวิชาชีพของศูนย์การศึกษาเพศแห่งชาติ (CENESEX) ซึ่งประกอบด้วยจิตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพิจารณา&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่น่าสนใจคือในปี 2565&nbsp; คิวบายังผ่านประมวลกฎหมายครอบครัวฉบับใหม่ผ่านการลงประชามติระดับชาติ ด้วยคะแนนสนับสนุน<a href="https://www.npr.org/2022/09/27/1125344835/cuba-approves-same-sex-marriage"> 66.9%</a> ซึ่งประมวลกฎหมายดังกล่าว เปิดให้มีการสมรสและการรับบุตรบุญธรรมโดยคู่รักเพศเดียวกันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-world-gender-recognition-surgery-required-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7899" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-world-gender-recognition-surgery-required-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-world-gender-recognition-surgery-required-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-world-gender-recognition-surgery-required-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-world-gender-recognition-surgery-required-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-world-gender-recognition-surgery-required-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">การรับรองที่ต้องผ่านการผ่าตัด (Surgery Required)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">มี 11 ประเทศทั่วโลกที่บุคคลจะเปลี่ยนแปลงข้อมูลเพศในเอกสารทางราชการได้ก็ต่อเมื่อผ่านกระบวนการปรับเปลี่ยนลักษณะทางกายภาพอย่างสมบูรณ์แล้วเท่านั้น กล่าวคือต้องผ่าตัดแปลงเพศให้สมบูรณ์ก่อน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุโรป <a href="https://balkaninsight.com/2024/03/14/balkan-countries-urged-to-do-more-on-transgender-rights/bi/">บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา</a> กำหนดให้ผู้สมัครต้องยื่นเอกสารยืนยันจากทีมแพทย์ว่ากระบวนการปรับเปลี่ยนเพศสภาพเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว หากไม่ต้องการผ่าตัด จะอนุญาตให้เปลี่ยนได้เพียงชื่อเท่านั้น แต่ไม่สามารถแก้ไขเครื่องหมายเพศได้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.lewissilkin.com/insights/2024/04/15/hong-kong-amends-policy-on-changing-gender-marker-on-id-cards-102j5a6">ฮ่องกง</a> เดิมในปี 2555 กำหนดให้ต้องผ่าตัดแปลงเพศอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงการสร้างอวัยวะเพศใหม่ จึงจะเปลี่ยนเพศในบัตรประชาชนได้ ต่อมาในปี 2566 ศาลวินิจฉัยว่าข้อกำหนดนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ผ่อนปรนเงื่อนไขลงเหลือเพียงการผ่าตัดบางส่วน เช่น การตัดหน้าอกสำหรับชายข้ามเพศ หรือการตัดอัณฑะและองคชาตสำหรับหญิงข้ามเพศ พร้อมทั้งต้องพิสูจน์ว่ามีภาวะไม่พอใจในเพศตนเองและใช้ชีวิตในเพศสภาพใหม่มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.scmp.com/week-asia/lifestyle-culture/article/3210600/hong-kongs-landmark-transgender-ruling-will-rest-asia-now-follow-suit">สิงคโปร์</a>กำหนดหลักเกณฑ์การเปลี่ยนเครื่องหมายเพศในบัตรประจำตัวประชาชน (NRIC) ไว้อย่างเคร่งครัด โดยหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและจุดตรวจ (ICA) กำหนดให้ผู้ยื่นคำร้องต้องแสดงรายงานการตรวจทางการแพทย์ที่รับรองโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ ไม่ว่าจะเป็นศัลยแพทย์พลาสติก นรีแพทย์ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ หรืออายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อ เพื่อรับรองว่าการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แบบฟอร์มดังกล่าวต้องระบุว่าอวัยวะเพศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์ จากเพศหนึ่งไปสู่อีกเพศหนึ่ง นอกจากนี้ผู้ที่ผ่าตัดแล้วยังต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวภายใน 28 วันนับจากวันที่ผ่าตัด ทั้งนี้การเปลี่ยนเครื่องหมายเพศทำได้เพียงเอกสารอื่นๆ เช่น บัตรประชาชน และหนังสือเดินทาง ไม่ครอบคลุมถึงสูติบัตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรณีที่น่าสนใจที่สุดในกลุ่มนี้คือ อิหร่าน ซึ่งมีการรับรองเพศสภาพโดยอ้างอิง<a href="https://www.voanews.com/a/despite-fatwa-transgender-people-in-iran-face-harassment/4402998.html">หลักกฎหมายอิสลาม (Fatwa) </a>ของอายะตุลลอฮ์ โคมัยนี ตั้งแต่ช่วงปี 2506 โดยให้เหตุผลทางศาสนาว่า “จิตวิญญาณต้องอยู่เหนือเนื้อหนัง” และถือว่าการข้ามเพศเป็นวิธีการรักษาอาการเจ็บป่วยทางจิตใจและร่างกายอย่างหนึ่ง กระบวนการของอิหร่านจึงเป็นลำดับขั้น คือต้องขออนุญาตศาลครอบครัว <a href="https://www.researchgate.net/publication/265737439_Transsexuality_under_Surveillance_in_Iran_Clerical_Control_of_Khomeini's_Fatwas?__cf_chl_tk=xGtdH_AVNUpT3laLXv1HuCp2LNFuuQLad.z8NoIty74-1780567089-1.0.1.1-H1eTBd6Nai_Q0erL8inIZNh4rpdmksGsRqo._aJ.c3o">รับการตรวจวินิจฉัยและรับรองภาวะอัตลักษณ์ทางเพศจากองค์กรนิติเวช</a> เข้ารับการผ่าตัดให้ครบถ้วน แล้วจึงยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ออกคำสั่งแก้ไขชื่อและเครื่องหมายเพศในบัตรประจำตัวได้</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info5-world-gender-recognition-unclear-process-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7900" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info5-world-gender-recognition-unclear-process-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info5-world-gender-recognition-unclear-process-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info5-world-gender-recognition-unclear-process-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info5-world-gender-recognition-unclear-process-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info5-world-gender-recognition-unclear-process-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">กฎหมายมีแต่กระบวนการไม่ชัดเจน (Unclear)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">มี 6 ประเทศทั่วโลกที่กฎหมายระบุว่าสามารถรับรองเพศสภาพได้ แต่ไม่มีการกำหนดระเบียบวิธีปฏิบัติหรือเงื่อนไขที่แน่ชัด บางครั้งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ล้วนๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สหรัฐอเมริกา จัดอยู่ในกลุ่มนี้เนื่องจากความซับซ้อนและความไม่แน่นอนของนโยบาย ในช่วงปี 2564-2567 รัฐบาลกลางเคยอนุญาตให้พลเมืองกำหนดเพศในหนังสือเดินทางได้เอง และมีตัวเลือกเพศ X สำหรับกลุ่ม Non-binary อย่างไรก็ตาม กฎหมายบางข้อในสหรัฐอเมริกามักขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่ง ตัวอย่างที่เห็นได้คือเมื่อมีการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่ในเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา มีการออก<a href="https://www.govinfo.gov/content/pkg/FR-2025-01-30/pdf/2025-02090.pdf">คำสั่งประธานาธิบดีหมายเลข 14168</a> เพื่อยกเลิกการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศในระดับรัฐบาลกลาง โดยกำหนดให้ยึดถือเพศตามกำเนิด (Sex assigned at birth) เป็นเกณฑ์เดียวในเอกสารราชการทั้งหมด และยกเลิกตัวเลือกเพศ X โดยให้เหตุผลว่าเพศสภาพเป็นข้อเท็จจริงทางชีววิทยาที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากนี้ บางรัฐยังสั่งห้ามการบำบัดทางเพศสภาพและการใช้ยาฮอร์โมนด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info6-world-gender-recognition-judicial-order-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7901" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info6-world-gender-recognition-judicial-order-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info6-world-gender-recognition-judicial-order-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info6-world-gender-recognition-judicial-order-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info6-world-gender-recognition-judicial-order-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info6-world-gender-recognition-judicial-order-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">การรับรองโดยอาศัยคำสั่งศาล (Judicial)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">กระบวนการนี้พบใน 3 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ญี่ปุ่น ไต้หวัน และโรมาเนีย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในฝั่งเอเชีย<a href="https://edition.cnn.com/2023/10/26/asia/japan-transgender-sterilization-ruling-lgbtq-intl-hnk/index.html"> ญี่ปุ่น</a> มีกฎหมายว่าด้วยกรณีพิเศษสำหรับบุคคลที่มีภาวะไม่สอดคล้องทางอัตลักษณ์เพศมาตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งกำหนดเงื่อนไขเข้มงวด ได้แก่ การรับการประเมินทางจิตเวช <a href="https://www.hrw.org/news/2025/09/29/japan-court-drops-key-legal-hurdle-for-transgender-people">ผ่าตัดทำหมัน</a> การมีอวัยวะเพศที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเพศที่ต้องการเปลี่ยน รวมถึงต้องเป็นโสดและไม่มีบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยพัฒนาการสำคัญเริ่มในปี 2566 เมื่อผู้พิพากษาทั้ง 15 คนของศาลฎีกาวินิจฉัยว่า <a href="https://www.upi.com/Top_News/World-News/2023/10/25/japan-supreme-court-overturns-sterilization-surgery-transgender/7281698228208/">ข้อกำหนดเรื่องการผ่าตัดทำหมันเป็นเงื่อนไขที่ขัดต่อสิทธิในการแสวงหาความสุขที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ </a>ซึ่งในปี 2567 <a href="https://www.hrw.org/news/2025/09/29/japan-court-drops-key-legal-hurdle-for-transgender-people">ศาลสูงของฮิโรชิม่า</a>ก็วินิจฉัยว่าการบังคับผ่าตัดเพื่อให้ลักษณะอวัยวะเพศเปลี่ยนแปลงอาจขัดรัฐธรรมนูญเช่นกัน และตัดสินว่าการรักษาด้วยฮอร์โมนสามารถทดแทนข้อกำหนดดังกล่าวได้ ซึ่งในศาลอื่นของญี่ปุ่นก็มีการตัดสินในลักษณะที่คล้ายกัน โดยพบว่าในเดือนกันยายน 2568 <a href="https://www.hrw.org/news/2025/09/29/japan-court-drops-key-legal-hurdle-for-transgender-people">ศาลครอบครัวซัปโปโร</a>วินิจฉัยว่าแม้แต่การบังคับให้ใช้ฮอร์โมนเพื่อเปลี่ยนลักษณะอวัยวะเพศก็ยังละเมิดการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเช่นกัน แต่ในสถานการณ์จริง ก็พบว่ายังมีการถกเถียงกันว่าจะนำคำพิพากษาของศาลฏีกาไปใช้อย่างไร ทำให้ปัจจุบันก็ยังต้องยื่นคำร้องต่อศาลอยู่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไต้หวัน มีกระบวนการซับซ้อน โดยในปี 2551 กระทรวงมหาดไทยออกคำสั่งกำหนดให้บุคคลที่ต้องการเปลี่ยนเพศในทะเบียนราษฎร์ต้องผ่าตัดนำอวัยวะสืบพันธุ์ออกก่อน ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2564 เมื่อศาลปกครองสูงสุดไทเปวินิจฉัยในคดีของหญิงข้ามเพศคนหนึ่ง โดยว่าข้อกำหนดการผ่าตัดอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งจากการตัดสินทำให้เธอกลายเป็นหญิงข้ามเพศคนแรกในไต้หวันที่เปลี่ยนเครื่องหมายเพศสำเร็จโดยไม่ต้องผ่าตัด ต่อมาในปี 2566 ศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงว่าคำสั่งกระทรวงมหาดไทยไม่มีผลผูกพัน ซึ่งหมายความว่าต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">ล่าสุดในปี 2567 ศาลปกครองสูงสุดไทเปวินิจฉัยในคดีของชายข้ามเพศคนหนึ่ง ว่าเขามีหลักฐานเพียงพอที่แสดงว่าอัตลักษณ์ทางเพศของเขามีความมั่นคงและยาวนาน โดยชายข้ามเพศคนดังกล่าวได้ยื่นผลวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ บันทึกการรักษาด้วยฮอร์โมน และคำให้การส่วนตัว ทำให้ใน<a href="https://www.taiwannews.com.tw/news/5880305">ปี 2567 เขาจึงเป็นชายข้ามเพศที่สามารถเปลี่ยนคำนำหน้าเพศในบัตรประชาชนได้สำเร็จโดยไม่ต้องผ่านการผ่าตัด</a> โดยศาลปกครองสูงสุดไทเปวินิจฉัยว่ารัฐควรเคารพเสรีภาพในการกำหนดเพศสภาพของตนเอง ตราบเท่าที่ไม่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม ซึ่งจากทั้งสองกรณีถือว่าบุคคลข้ามเพศยังจำเป็นต้องยื่นคำร้องต่อศาลอยู่</p>



<p class="wp-block-paragraph">และที่โรมาเนีย มาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนสถานะพลเรือน (ปี 2539) กำหนดให้ต้องผ่านกระบวนการศาล แต่ไม่ได้ระบุเงื่อนไขชัดเจน ทำให้แต่ละศาลตีความแตกต่างกัน และหลายแห่งยังบังคับให้ผ่าตัดในทางปฏิบัติ และที่สำคัญโรมาเนียเป็นสมาชิกในสภาพยุโรป ดังนั้นจึงเกิดกรณีหนึ่งในปี 2564 ที่มีคำพิพากษาใน<a href="https://tgeu.org/ecthr-rules-romania-violated-trans-rights/">คดีของนาย X. และนาย Y.</a> ว่าโรมาเนียละเมิดมาตรา 8 ของอนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โดยศาลชี้ว่าการบังคับให้เลือกระหว่างการผ่าตัดที่ไม่ต้องการ กับการสละสิทธิในการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศถือเป็นทางเลือกที่เป็นไปไม่ได้ และพบอีกคดีในปี 2567 ที่<a href="https://www.erininthemorning.com/p/romanian-court-forces-state-to-recognize">ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป</a>วินิจฉัยในคดีชื่อ C-4/23 Mirin ว่ารัฐสมาชิกสหภาพยุโรปมีพันธกรณีต้องรับรองการเปลี่ยนแปลงเพศที่รัฐสมาชิกอื่นรับรองแล้ว ซึ่งปัจจุบันยังพบว่าโรมาเนียยังคงไม่มีกระบวนการที่ชัดเจนในระดับชาติ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info7-world-gender-recognition-case-by-case-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7902" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info7-world-gender-recognition-case-by-case-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info7-world-gender-recognition-case-by-case-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info7-world-gender-recognition-case-by-case-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info7-world-gender-recognition-case-by-case-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info7-world-gender-recognition-case-by-case-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">2. ประเทศที่พิจารณาเป็นรายกรณี (Case-by-case)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">มี 11 ประเทศทั่วโลกที่ใช้วิธีพิจารณาการรับรองเพศสภาพเป็นรายกรณี โดยอาศัยกลไกทางศาลหรือคณะกรรมการพิเศษแทนการมีกฎหมายรองรับทั่วไป แบ่งเป็นเอเชีย 4 ประเทศ (ภูฏาน อินโดนีเซีย อิสราเอล เลบานอน) ยุโรป 3 ประเทศ (โคโซโว ลิกเตนสไตน์ และโมนาโก) แอฟริกา 2 ประเทศ (บอตสวานาและเอสวาตินี) และทวีปอเมริกา 2 ประเทศ (เอลซัลวาดอร์และเวเนซุเอลา)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในกลุ่มนี้ กระบวนการมักเริ่มจากการที่บุคคลข้ามเพศต้องยื่นคำร้องต่อศาลหรือหน่วยงานทะเบียนราษฎร์เพื่อพิสูจน์ความจำเป็นในการเปลี่ยนเครื่องหมายเพศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อินโดนีเซีย แม้ไม่มีกฎหมายรับรองเพศสภาพโดยเฉพาะ แต่อาศัยการตีความตามกฎหมายทะเบียนราษฎร์ ศาลในแต่ละพื้นที่ซึ่งมีดุลยพินิจต่างกัน เช่น ศาลในยอกยาการ์ตาเคยอนุญาตให้ชายข้ามเพศเปลี่ยนเพศได้เพียงเพราะใช้ฮอร์โมนมานานพอสมควร ขณะที่ศาลในจาการ์ตาเหนือจะอนุญาตก็ต่อเมื่อมีการผ่าตัดแปลงเพศแล้วเท่านั้น ทั้งนี้พบว่าด้วยสถานะที่ซับซ้อนทำให้เกิดการตีความกำกวมด้านกฎหมาย เห็นได้จากเมื่อ<a href="https://www.humandignitytrust.org/country-profile/indonesia/">วันที่ 2 มกราคม 2569</a> มีการบังคับใช้กฎหมายอาญาฉบับใหม่ที่ห้ามกิจกรรมทางเพศนอกสมรส ซึ่งสร้างความกังวลแก่ชุมชน LGBTQ+ อย่างมากเนื่องจากบทบัญญัติบางข้อของกฎหมายนี้อาจถูกนำมาใช้เอาผิดกับบุคคล LGBTQ+</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.timesofisrael.com/israel-to-allow-sex-changes-on-id-card-without-surgery/">อิสราเอล</a> มีระบบที่ซับซ้อนเนื่องจากผสมผสานระหว่างกฎหมายแพ่งและกฎหมายศาสนา แม้กฎหมายปี 2508 จะระบุว่าทะเบียนราษฎร์ต้องบันทึกการเปลี่ยนแปลงทางเพศ แต่ในทางปฏิบัติมักต้องผ่านคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และจิตวิทยาเพื่อพิจารณาเป็นรายบุคคล ซึ่งหากคณะกรรมการเห็นชอบ ก็สามารถเปลี่ยนเครื่องหมายเพศได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป แม้จะมีความพยายามผลักดันให้ใช้ระบบกำหนดตัวตนด้วยตนเองหรือลดอายุผู้สมัครลงเหลือ 15 ปี แต่รัฐบาลสายอนุรักษนิยมมักระงับทุกครั้ง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.humandignitytrust.org/country-profile/lebanon/">เลบานอน</a> พบความไม่แน่นอนในกระบวนการสูงมาก โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้พิพากษาแต่ละท่าน โดยมีแนวคิดสองทางที่ขัดแย้งกัน ทางหนึ่งมองว่าการเปลี่ยนเพศจะทำได้ก็ต่อเมื่อเกิดขึ้นตามธรรมชาติโดยไม่ผ่านการผ่าตัดเพราะโครโมโซมไม่เปลี่ยนแปลง แต่อีกทางหนึ่งมองว่าการไม่ยอมรับเพศสภาพใหม่สร้างความเสียหายต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรง บรรทัดฐานจึงแกว่งไปมา เช่น ในปี 2530 ศาลเบรุตเคยอนุญาตให้หญิงข้ามเพศที่ผ่าตัดแล้วเปลี่ยนเพศได้ แต่ในปี 2535 ศาลเดียวกันปฏิเสธคำร้องของอีกคน อ้างว่าผู้สมัครยังมีลูกกระเดือกและโครโมโซมชายอยู่ จนกระทั่งปี 2558 ศาลอุทธรณ์เบรุตสร้างบรรทัดฐานใหม่ว่าการเปลี่ยนเพศเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญด้านสุขภาพและเป็นความจำเป็นทางการแพทย์เพื่อเยียวยาภาวะไม่พอใจในเพศตนเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่เห็นร่วมกันในกลุ่มนี้คือ สิทธิในการรับรองเพศสภาพไม่ได้เป็นสิทธิอัตโนมัติอย่างกลุ่มก่อนหน้า แต่มักจะเป็นสิทธิที่ต้องพิสูจน์และรับรองจากอำนาจตุลาการหรือผู้เชี่ยวชาญเป็นรายๆ ไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info8-world-gender-recognition-intersex-only-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7903" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info8-world-gender-recognition-intersex-only-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info8-world-gender-recognition-intersex-only-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info8-world-gender-recognition-intersex-only-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info8-world-gender-recognition-intersex-only-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info8-world-gender-recognition-intersex-only-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">3. ประเทศที่อนุญาตเฉพาะกลุ่ม Intersex: เพราะอะไร?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">มี 10 ประเทศทั่วโลกที่อนุญาตให้มีการรับรองหรือแก้ไขเพศสภาพได้เฉพาะกลุ่ม Intersex หรือเพศกำกวมเท่านั้น แบ่งเป็นเอเชีย 5 ประเทศ (บาห์เรน จอร์แดน โอมาน ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)&nbsp; แอฟริกา 4 ประเทศ (อียิปต์ เคนยา โมร็อกโก และยูกันดา) และอเมริกาใต้ 1 ประเทศ (เปรู)</p>



<p class="wp-block-paragraph">เหตุผลหลักๆ ในกลุ่มนี้มีความน่าสนใจมาก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่ใช้กฎหมายอ้างอิงหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งแยกแยะระหว่างการเปลี่ยนเพศ (Sex Change) กับการแก้ไขเพศ (Sex Correction) เอาไว้ โดยมองว่ากลุ่ม Intersex เป็นผู้ที่มีความบกพร่องทางชีวภาพมาแต่กำเนิด การผ่าตัดและการรับรองเพศสภาพใหม่จึงถือเป็นการแก้ไขให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางกายภาพที่ควรจะเป็น ซึ่งไม่ถือว่าขัดต่อหลักการศาสนา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น <a href="https://cairo52.com/2024/02/07/bahrain-continued-denial-of-legal-gender-recognition-and-gender-affirming-healthcare-for-transgender-people-in-the-name-of-islamic-sharia/">บาห์เรน</a> ศาลเคยตัดสินอ้างอิงหลักนิติศาสตร์อิสลามสายซุนนีว่าห้ามการเปลี่ยนเพศหากไม่มีความจำเป็นทางชีวภาพ และอนุญาตเฉพาะกลุ่ม Intersex เพื่อปรับเปลี่ยนให้เข้ากับระบบเพศทวิลักษณ์ ส่วน <a href="https://reutersinstitute.politics.ox.ac.uk/elephant-room-missing-transgender-news-coverage-jordan">จอร์แดน</a> กฎหมายความรับผิดทางการแพทย์ปี 2561 ระบุว่ามีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ถึง 10 ปีพร้อมใช้แรงงานหนักสำหรับแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด แต่ยกเว้นให้เฉพาะกรณีแก้ไขเพศสำหรับผู้ที่มีลักษณะทางกายภาพแตกต่างจากโครโมโซมหรือพันธุกรรม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ใน<a href="https://www.legislation.gov.uk/ukpga/2004/7/notes">ซาอุดีอาระเบีย</a> กฎระเบียบสถานะพลเมืองปี 2529 เปิดช่องให้แก้ไขชื่อและเพศได้ หากมีรายงานทางการแพทย์รับรองว่าเป็นเหตุผลทางการแพทย์หรือการแก้ไขเพศ ซึ่งทางการตีความว่าใช้ได้เฉพาะกลุ่ม Intersex&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยูกันดา กฎหมายการลงทะเบียนบุคคลปี 2558 ระบุว่าเด็กที่เกิดมาพร้อมภาวะเพศกำกวมสามารถเปลี่ยนเครื่องหมายเพศได้ หากผ่านการผ่าตัดและได้รับการรับรองจากแพทย์แล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนที่<a href="https://76crimes.com/2022/08/02/in-5-middle-east-nations-gender-affirming-health-care-is-illegal/">โอมาน</a> มีกฎหมายหมายเลข 75/2562 ที่ใช้ถ้อยคำเดียวกับกฎหมายต้นแบบของอียิปต์ โดยห้ามแพทย์ให้การรักษาทางการแพทย์ใด ๆ ที่อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพศสภาพ ขณะที่การแก้ไขเพศสภาพ (sex correction) จะอนุญาตได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบทางการแพทย์และมีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่าบุคคลนั้นมีลักษณะ Intersex</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตามพบว่าในประเทศไทยมีกรณี <a href="https://www.ilaw.or.th/articles/737">เมื่อปี 2555</a> ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอวัยวะเพศกำกวมแต่กำเนิด (มีลักษณะ Intersex) และใช้คำนำหน้าชื่อ “นาย” ทำให้ประสบปัญหาในการติดต่อราชการ การทำธุรกรรม และการเข้าถึงบริการต่างๆ ก่อนจะใช้เวลาต่อสู้กว่า 5 ปีจึงสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อเป็น “นางสาว” ได้ กรมการปกครองชี้แจงว่า การเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อทำได้เฉพาะผู้ที่มีอวัยวะเพศกำกวมแต่กำเนิดและมีเอกสารรับรองทางการแพทย์ ไม่ครอบคลุมผู้ที่เปลี่ยนเพศภายหลัง เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายรองรับ<br></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info9-world-gender-recognition-not-permitted-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7904" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info9-world-gender-recognition-not-permitted-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info9-world-gender-recognition-not-permitted-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info9-world-gender-recognition-not-permitted-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info9-world-gender-recognition-not-permitted-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info9-world-gender-recognition-not-permitted-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">4.. ประเทศที่ทำไม่ได้: ให้เหตุผลว่าอย่างไรบ้าง?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มประเทศที่ไม่รับรองเพศสภาพตามกฎหมายมีจำนวนทั้งหมด 71 ประเทศ พบมากที่สุดในแอฟริกา 24 ประเทศ รองลงมาคืออเมริกา 19 ประเทศ (แบ่งเป็นอเมริกาเหนือ 16 ประเทศ และอเมริกาใต้ 3 ประเทศ) ทวีปเอเชีย 16 ประเทศ และทวีปยุโรป กับทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนียแห่งละ 6 ประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนใหญ่สาเหตุหลักมักมาจากเหตุผลทางศาสนา บรรทัดฐานทางสังคมดั้งเดิม และแนวคิดเรื่องเพศที่ยึดโยงกับลักษณะทางชีววิทยา บ้างก็เกิดจากการต่อต้านของกลุ่มอนุรักษนิยม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในเอเชีย หลายประเทศอ้างหลักศาสนาอิสลาม เช่น <a href="https://76crimes.com/2024/03/09/spotlight-on-bangladeshi-politicians-anti-trans-anti-gay-remarks/">บังกลาเทศ</a> ที่รัฐบาลประกาศชัดในต้นปี 2567 ว่าจะไม่ผ่านกฎหมายใดๆ ที่ขัดต่อหลักการศาสนา และจะไม่รับรองสถานะบุคคลข้ามเพศ แม้เคยมีความพยายามร่างกฎหมายคุ้มครองสิทธิมาก่อน ขณะที่<a href="https://www.hrw.org/news/2024/05/20/iraq-repeal-anti-lgbt-law">อิรัก</a> ผ่านกฎหมายต่อต้านการค้าประเวณีและความเบี่ยงเบนทางเพศในปี 2567 ซึ่งกำหนดโทษจำคุกสำหรับผู้ที่พยายามเปลี่ยนแปลงเพศสภาพ <a href="https://www.aljazeera.com/news/2024/4/27/iraq-criminalises-same-sex-relationships-with-maximum-15-years-in-prison">การมีความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันยังเป็นความผิดทางอาญาด้วย</a> รวมถึงลงโทษแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด โดยอนุญาตเฉพาะกรณีแก้ไขความผิดปกติแต่กำเนิดเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://outrightinternational.org/our-work/asia/thailand">ประเทศไทย</a> แม้ปัจจุบันจะผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้ว แต่การรับรองเพศสภาพตามกฎหมายยังคงทำไม่ได้ โดยมีบรรทัดฐานจากคำพิพากษาศาลฎีกาปี 2524 ที่ระบุว่าการรับรองเพศต้องยึดตามเพศกำเนิดและความสามารถในการให้กำเนิดบุตรเป็นหลัก ปัจจุบันยังไม่มีช่องทางใดที่บุคคลข้ามเพศจะเปลี่ยนเครื่องหมายเพศในเอกสารประจำตัวได้ โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 สภาผู้แทนราษฎรลงมติตีตกร่าง พ.ร.บ. การรับรองเพศสภาพที่เสนอโดย ส.ส. พรรคก้าวไกล โดยที่ประชุมมีมติ “ไม่รับหลักการ” ทำให้ร่างกฎหมายดังกล่าว ด้วยคะแนนเสียง <a href="https://www.ilaw.or.th/articles/19770">เห็นด้วย 154 เสียง ไม่เห็นด้วย 257 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง</a> ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง ร่างพ.ร.บ.รับรองเพศฯ เป็นอันตกไปในวาระหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร <a href="https://www.parliament.go.th/section77/manage/files/file_20231121145230_2_292.pdf">ฝ่ายคัดค้านสรุปว่า</a> ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังขาดความรัดกุมในการคุ้มครองสิทธิของผู้อื่น โดยเฉพาะเพศหญิงที่อาจได้รับผลกระทบเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในการใช้พื้นที่สาธารณะ เช่น ห้องน้ำ หรือห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุโรปและอเมริกา นอกจากจะไม่อนุญาต บางประเทศยังพบการเพิกถอนสิทธิที่มีอยู่เดิม ด้วย เช่น <a href="https://www.hrw.org/news/2020/05/21/hungary-ends-legal-recognition-transgender-and-intersex-people">ฮังการี ยกเลิกการรับรองเพศสภาพในปี 2563</a> โดยเปลี่ยนนิยามในทะเบียนราษฎร์จากคำว่า “เพศ” เป็น “เพศเมื่อแรกเกิด” ซึ่งกำหนดโดยโครโมโซมและถือเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ส่วน<a href="https://www.aljazeera.com/news/2024/9/17/georgias-parliament-approves-law-curbing-lgbtq-rights"> จอร์เจีย ผ่านกฎหมายคุ้มครองคุณค่าครอบครัวในปี 2567</a> ที่สั่งห้ามระบุเพศในเอกสารราชการที่แตกต่างจากเพศสภาพทางชีววิทยา และห้ามการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพอย่างเด็ดขาด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในแอฟริกา <a href="https://www.state.gov/reports/2023-country-reports-on-human-rights-practices/burundi/">บุรุนดี</a> พบว่ามีกฎหมายที่รุนแรงมาก โดยพบว่าหากมีเอกสารไม่ตรงกับอัตลักษณ์อาจถูกตีความว่าเป็นความผิดทางอาญาได้ ตลอดจนนำกฎหมายป้องกันการฉ้อโกงมาใช้กับบุคคลข้ามเพศที่มีการแสดงออกทางเพศที่ไม่ตรงกับเอกสารประจำตัว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info10-world-gender-recognition-marriage-equality-both-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7905" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info10-world-gender-recognition-marriage-equality-both-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info10-world-gender-recognition-marriage-equality-both-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info10-world-gender-recognition-marriage-equality-both-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info10-world-gender-recognition-marriage-equality-both-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info10-world-gender-recognition-marriage-equality-both-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">5. กฎหมายรับรองเพศสภาพกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม: มาพร้อมกันหรือเปล่า?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการตรวจสอบข้อมูลทางกฎหมายและสถิติ กฎหมายการรับรองเพศสภาพ (LGR) และกฎหมายสมรสเท่าเทียม (Same-sex marriage) ในแต่ละประเทศมีไทม์ไลน์ที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ โดยในปัจจุบัน ประเทศที่ผ่านทั้งกฎหมายการรับรองเพศสภาพและกฎหมายสมรสเท่าเทียม มีทั้งหมด 41 ประเทศทั่วโลก แต่ทั้งกฎหมายการรับรองเพศสภาพและกฎหมายสมรสเท่าเทียมนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน และมักมีกฎหมายหนึ่งนำมาก่อน ซึ่งส่งผลให้เกิดช่องว่างทางกฎหมายในรอยต่อระหว่างสองฉบับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในหลายประเทศฝั่งตะวันตก กฎหมายการรับรองเพศสภาพมักเกิดก่อนกฎหมายสมรสเท่าเทียม ตัวอย่างที่พบเช่นในสหราชอาณาจักร มีการผ่านกฎหมายการรับรองเพศสภาพ (<a href="https://commonslibrary.parliament.uk/research-briefings/cbp-9079/">Gender Recognition Act</a>) ตั้งแต่ปี 2547 แต่ในระหว่างนั้นยังไม่มีกฎหมายเรื่องสมรสเท่าเทียม การจะเปลี่ยนเพศสภาพได้ บุคคลข้ามเพศที่แต่งงานแล้วต้องจดทะเบียนหย่าก่อน หลังจากนั้นจึงจะขอใบรับรองเพศสภาพใหม่ได้ ซึ่งรอยต่อนี้ได้รับการแก้ไขเมื่อสหราชอาณาจักรผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมในปี 2556 ที่ผ่านมา โดยอนุญาตให้คู่สมรสรักษาสถานะการแต่งงานเดิมไว้ได้ ตราบใดที่คู่สมรสอีกฝ่ายให้ความยินยอม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางตรงกันข้าม บางประเทศรวมถึงประเทศไทย เลือกผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมก่อน ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนเพศหรือคำนำหน้านาม&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">6. ร่าง พ.ร.บ. การรับรองเพศสภาพของประเทศไทย ไปถึงไหนแล้ว?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม <a href="https://thailand.un.org/en/310202-one-year-marriage-equality">(มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการวันที่ 22 มกราคม 2568</a>) แต่การที่ยังไม่มีกฎหมายรับรองเพศสภาพควบคู่กัน ทำให้เกิดช่องว่างและข้อถกเถียงที่น่าสนใจหลายด้าน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้กลุ่มบุคคลข้ามเพศและผู้มีภาวะเพศกำกวมจะจดทะเบียนสมรสได้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แต่ทะเบียนสมรสและเอกสารราชการอื่น ๆ ยังต้องใช้คำนำหน้าและตัวระบุเพศเดิมที่ไม่ตรงกับเพศสภาพ ปัญหานี้ส่งผลในชีวิตจริงโดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางข้ามประเทศ เนื่องจากข้อมูลในหนังสือเดินทางไม่ตรงกับการแสดงออกทางเพศสภาพ นอกจากนี้ บุคคลข้ามเพศในไทยที่ต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทางเพศในด้านการแพทย์ ยังต้องผ่านการประเมินและอนุมัติจากจิตแพทย์ก่อน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนความคืบหน้านั้น เส้นทางของร่าง พ.ร.บ. นี้ยังเผชิญความท้าทายอย่างมาก โดย<a href="https://www.bangkokpost.com/life/social-and-lifestyle/3161214/cheers-queers-2025s-lgbti-news-in-review">ร่างฉบับแรกที่เสนอโดย สส. ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ อดีตพรรคก้าวไกล</a> (ซึ่งมีต้นแบบมาจากกฎหมายของมอลตาและอาร์เจนตินา) โดยสภาฯ ปัดตกในวาระแรก เมื่อกุมภาพันธ์ 2567 ด้วยคะแนน<a href="https://www.ilaw.or.th/articles/19770">เห็นด้วย 154 เสียง ไม่เห็นด้วย 257 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง</a> ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง (นับจากมกราคม 2568) มีการจัดทำร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 ฉบับ เพื่อเตรียมผลักดันอีกครั้ง ได้แก่ ร่างของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่างของพรรคประชาชน ร่างของกลุ่ม Intersex Thailand และร่างของภาคประชาสังคม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งในอนาคต นักเคลื่อนไหวและฝ่ายนิติบัญญัติประเมินตรงกันว่าการแก้ไขกฎหมายนี้จะเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากต้องการการบูรณาการของหน่วยงานรัฐหลายภาคส่วน รวมถึงต้องรื้อและปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่มีอยู่เดิมทั้งระบบ อย่างไรก็ตามภาคประชาสังคมยังคงใช้เวทีสาธารณะอย่างงาน Bangkok Pride เพื่อรณรงค์กดดันให้รัฐบาลเร่งพิจารณา ขณะที่ <a href="https://bangkok.ohchr.org/news/2025/thailand-un-human-rights-office-welcomes-enactment-historic-marriage-equality-law">OHCHR ก็ออกแถลงการณ์สนับสนุน</a>ให้รัฐบาลไทยเร่งผ่านร่างกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติและกฎหมายรับรองเพศตามอัตลักษณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info11-world-gender-recognition-rights-struggle-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7906" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info11-world-gender-recognition-rights-struggle-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info11-world-gender-recognition-rights-struggle-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info11-world-gender-recognition-rights-struggle-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info11-world-gender-recognition-rights-struggle-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info11-world-gender-recognition-rights-struggle-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เส้นทางการต่อสู้: สิทธิในการรับรองเพศสภาพได้มาอย่างไร?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การได้มาซึ่งสิทธิในการรับรองเพศสภาพมีรูปแบบการต่อสู้ที่หลากหลาย คล้ายคลึงกับการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม แบ่งออกได้เป็น 4 เส้นทางหลัก</p>



<h4 class="wp-block-heading">เส้นทางที่ 1: การต่อสู้ผ่านกระบวนการยุติธรรม&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างจากญี่ปุ่น ซึ่งในปี 2564 ชายข้ามเพศชื่อ <a href="https://www.hrw.org/news/2023/10/16/japan-court-rules-against-mandatory-transgender-sterilization">Gen Suzuki</a> ยื่นฟ้องต่อศาลครอบครัวเพื่อขอเปลี่ยนเพศทางกฎหมายโดยปฏิเสธการผ่าตัดทำหมัน การต่อสู้ดำเนินจนถึงศาลฎีกา และในเดือนตุลาคม 2566 ศาลฎีกาญี่ปุ่นวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ว่าการบังคับให้ต้องผ่าตัดทำหมันเป็นการละเมิดเสรีภาพและขัดต่อรัฐธรรมนูญ ต่อมาในเดือนกันยายน 2568 ศาลครอบครัวซัปโปโรวินิจฉัยเพิ่มเติมว่าข้อบังคับเรื่องการปรับเปลี่ยนอวัยวะเพศก็ขัดรัฐธรรมนูญเช่นกัน คำพิพากษาเหล่านี้กดดันให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติต้องแก้ไขกฎหมายในที่สุด</p>



<h4 class="wp-block-heading">เส้นทางที่ 2: การต่อสู้ในระดับศาลสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุโรป การเปลี่ยนแปลงกฎหมายมักถูกกดดันจากคำพิพากษาของ ECHR และ CJEU ตัวอย่างเช่นคดี Shipova ในปี 2569 ในบัลแกเรีย ซึ่งศาลฎีกาของบัลแกเรียเคยตัดสินห้ามคนข้ามเพศเปลี่ยนเพศในเอกสาร แต่ CJEU วินิจฉัยว่า<a href="https://www.businessupturn.com/trade-policy/cjeu-orders-bulgaria-to-recognise-gender-changes-for-trans-citizens/4761/">ต้องรับรองเพศสภาพตามการใช้ชีวิตจริงของพลเมือง</a> เพื่อประกันสิทธิในการเดินทางเสรีภายในสหภาพยุโรป ดังนั้นคำพิพากษานี้ จึงทำให้บัลแกเรียต้องข้ามคำตัดสินเดิมของตัวเอง แล้วอนุญาตให้แก้ไขเพศในทะเบียนได้ เพราะหลักการความเป็นเอกภาพของกฎหมายของสหภาพยุโรป กำหนดว่าเมื่อกฎหมายหรือคำพิพากษาในประเทศขัดกับกฎหมาย EU ศาลในประเทศนั้นต้องไม่นำกฎหมายนั้นมาใช้ แล้วปฏอบะตอตามกฎหมายของ EU แทน</p>



<h4 class="wp-block-heading">เส้นทางที่ 3: การผลักดันร่วมกันของภาคประชาสังคมและฝ่ายนิติบัญญัติ&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ความสำเร็จของกฎหมาย <a href="https://www.tandfonline.com/doi/abs/10.1080/14754835.2018.1450739">Gender Identity Law ของอาร์เจนตินา</a>ในปี 2555 เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มขับเคลื่อนเชิงสถาบันที่นำประเด็นเข้าสู่วาระรัฐสภา และเครือข่ายภาคประชาชนสายรากหญ้าที่ยืนกรานในเนื้อหาที่ก้าวหน้า จนออกมาเป็นกฎหมายที่ให้สิทธิโดยไม่ต้องผ่านการรับรองจากแพทย์ และกลายเป็นต้นแบบระดับโลกของการใช้เจตจำนงตนเองในการรับรองเพศสภาพ</p>



<h4 class="wp-block-heading">เส้นทางที่ 4: การต่อต้านทางการเมืองและการใช้อำนาจยับยั้ง</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ในบางประเทศ การผลักดันกฎหมายกลายเป็นสมรภูมิขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น ตัวอย่างที่ชัดเจนคือสหราชอาณาจักร ที่รัฐสภาสกอตแลนด์ลงมติผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปการรับรองเพศ (<a href="https://www.instituteforgovernment.org.uk/explainer/section-35-scotland-gender-recognition-bill">Gender Recognition Reform Bill)</a> ในเดือนธันวาคม 2565 ด้วยคะแนน 86 ต่อ 39 ซึ่งร่างนี้จะทำให้คนข้ามเพศเปลี่ยนเพศในเอกสารได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องผ่านการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์เหมือนเดิม เพียงแค่ประกาศเจตจำนงด้วยตัวเอง (self-ID) แต่รัฐบาลกลาง (Westminster) ที่ลอนดอน ใช้อำนาจตามมาตรา 35 ของกฎหมาย Scotland Act 1998 ยับยั้งร่างกฎหมายดังกล่าว โดยอ้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยของสตรีและเด็ก นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการใช้อำนาจนี้ยับยั้งกฎหมายของสกอตแลนด์ สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นการรับรองเพศสภาพถูกฝ่ายการเมืองนำมาใช้เป็นเครื่องมือในหลายครั้ง</p>



<h3 class="wp-block-heading">สรุป</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ท่ามกลางแผนที่สิทธิที่ซับซ้อนนี้ ประเทศไทยยืนอยู่ในจุดที่น่าสนใจและน่าคิดในเวลาเดียวกัน ในฐานะประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่บุคคลข้ามเพศยังต้องพกเอกสารที่ไม่ตรงกับตัวเองไปทุกที่ ทั้งการทำธุรกรรม การเดินทาง หรือแม้แต่การเข้ารับการรักษาพยาบาล กล่าวคือยังมีช่องว่างระหว่างคำนำหน้าและเพศสภาพที่ไม่ตรงกันอยู่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจาก 239 ประเทศและดินแดนทั่วโลกจากที่สำรวจมา ทำให้เห็นว่าการรับรองเพศสภาพไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะเรื่องของความก้าวหน้าเพียงอย่างเดียว บางครั้งยังเกี่ยวข้องกับเจตจำนงทางการเมืองด้วย ซึ่งในบางประเทศพบว่ามีบริบททางศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง บางประเทศมีบริบทศาสนาและสังคมใกล้เคียงกับไทยแต่ก็เลือกเดินหน้าเปลี่ยนแปลง หรือบางประเทศที่เคยมีสิทธินี้แล้วก็เลือกที่จะยกเลิก บางประเทศต่อสู้กันในศาลทีละคดีจนกว่าบรรทัดฐานจะเปลี่ยน ซึ่งพบว่าบางประเทศก็ไม่มีสูตรสำเร็จในการจัดการ แต่สิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้กระจ่างชัดว่าแต่ละประเทศมองบุคคลข้ามเพศเป็นปัญหาที่ต้องจัดการหรือมองว่าเป็นพลเมืองที่มีสิทธิเท่ากัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-legal-gender-recognition">https://rocketmedialab.co/database-legal-gender-recognition</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/legal-gender-recognition/">โลกใบเดียว สิทธิไม่เท่ากัน: กฎหมายการรับรองเพศของ Transgender ทั่วโลก ประเทศไหนทำได้บ้าง?</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กว่าจะได้เดินอย่าง ‘ไพรด์’ : สำรวจพาเหรดงานไพรด์และกฎหมายสมรสเท่าเทียมทั่วโลก</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/pride-parade/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Jun 2022 04:40:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[LGBT]]></category>
		<category><![CDATA[pride parade]]></category>
		<category><![CDATA[สมรสเท่าเทียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=2727</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3648;&#3604;&#3639;&#3629;&#3609;&#3617;&#3636;&#3606 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pride-parade/">กว่าจะได้เดินอย่าง ‘ไพรด์’ : สำรวจพาเหรดงานไพรด์และกฎหมายสมรสเท่าเทียมทั่วโลก</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>ไพรด์พาเหรดครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1970 หนึ่งปีหลังเหตุการณ์ ‘จลาจลสโตนวอลล์’ โดยมีการเดินขบวนในวันที่ 27 มิถุนายน ในหลายเมืองทั้ง ชิคาโก ซานฟรานซิสโก ลอสแองเจลิส และนิวยอร์ก</li>



<li>ปัจจุบันมีการจัดงานไพรด์พาเหรดใน 82 ประเทศทั่วโลก แต่มีเพียง 34 ประเทศ หรือเพียง 42% เท่านั้นที่กฎหมายรับรองการสมรสของเพศเดียวกัน</li>



<li>ไทยเคยมีการจัดงานไพรด์ครั้งแรกในปี 1999 ในชื่อ Bangkok Gay Festival 1999 เพื่อสร้างความรับรู้และความเข้าใจในสังคม และรณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์ และหลังจากนั้นก็มีการจัดงานเรื่อยมาอีกหลายครั้งและต้องหยุดไปในปี 2017</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">เดือนมิถุนายนของทุกปี ถือเป็นเดือนแห่งไพรด์ (Pride Month) อันเป็นการระลึกถึงเหตุการณ์ ‘จลาจลสโตนวอลล์’ ในสหรัฐอเมริกา โดยในวันที่ 28 มิถุนายน 1969 เกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าไปที่บาร์เกย์ชื่อสโตนวอลล์ อิน (Stonewall Inn) ในเมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และมีการจับกุม LGBTQ+ ในบาร์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">1 ปีหลังจากนั้นก็มีการเดินขบวนพาเหรดเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นและเรียกร้องสิทธิของ LGBTQ+ โดยเริ่มจากหลายๆ เมืองในสหรัฐฯ ก่อนจะลามไปทั่วโลก โดยได้ยึดเอาเดือนมิถุนายนเป็นช่วงเวลาในการเคลื่อนไหว จนทำให้เดือนมิถุนายนของทุกปี คือ Pride Month&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในโอกาสนี้ Rocket Media Lab ชวนสำรวจการจัดพาเหรดงานไพรด์และความคืบหน้าของกฎหมายสมรสเท่าเทียมทั่วโลก มาดูกันว่า ขบวนพาเหรดงานไพรด์ที่จะมีขึ้นทั่วโลกในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ เป็นเพียงแค่สีสันที่รัฐบาลในประเทศนั้นๆ ให้การยอมรับทางสังคมและยอมให้จัดเสียมากกว่าที่จะยอมรับในทางกฎหมายหรือเปล่า</p>



<h3 class="wp-block-heading">พาเหรดงานไพรด์ ประเทศไหนมีบ้าง&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ไพรด์พาเหรด (Pride parade) ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1970 หนึ่งปีหลังเหตุการณ์ ‘จลาจลสโตนวอลล์’ โดยมีการเดินขบวนในวันที่ 27 มิถุนายน ในหลายเมืองทั้ง ชิคาโก ซานฟรานซิสโก ลอสแองเจลิส และนิวยอร์ก หลังจากนั้นสองปีก็มีการจัดไพรด์พาเหรดในสหราชอาณาจักร ในวันที่ 1 กรกฎาคม 1972</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าในช่วง 20 ปีแรกที่เริ่มมีการจัดไพรด์พาเหรดนั้น ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในประเทศในแถบยุโรป ทั้งฟินแลนด์ในปี 1975 ตามมาด้วยฝรั่งเศส สเปน และเยอรมนี ในปี 1979 ส่วนแถบเอเชียนั้น ฟิลิปปินส์เริ่มมีการเดินขบวนในวันที่ 26 มิถุนายน 1994 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีเหตุการณ์ ‘จลาจลสโตนวอลล์’ และในปีเดียวกันนั้นญี่ปุ่นเองก็เริ่มมีการเดินขบวนเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่ได้ชื่อว่าไพรด์พาเหรดจนกระทั่งในปี 2007&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทวีปแอฟริกา ประเทศแอฟริกาใต้ เดินขบวนครั้งแรกในวันที่ 13 ตุลาคม 1990 และประเทศล่าสุดคือมาลาวีในปี 2021 ส่วนทวีปอเมริกาใต้ มีประเทศโคลอมเบีย ในปี 1982 ตามมาด้วยอุรุกวัยในปี 1990 และอาร์เจนตินาในปี 1992&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงแรกของการจัดการเดินขบวนไพรด์พาเหรดนั้น อาจจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตั้งแต่ Gay Parade, Gay and Lesbian Parade, LGBT Parade ฯลฯ และมีวัตถุประสงค์ในการจัดงานแตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่ระลึกถึงเหตุการณ์ ‘จลาจลสโตนวอลล์’ เรียกร้องสิทธิ การยอมรับในสังคมของเพศทางเลือก เฉลิมฉลองให้กับความหลากหลายทางเพศ ฯลฯ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเฉพาะประเด็นการเรียกร้องสิทธิทางกฎหมายนั้น แรกเริ่มเดิมที ในหลายประเทศจะเป็นการเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมาย Sodomy Law ที่บัญญัติว่าการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างคนเพศเดียวกันเป็นความผิดทางอาญา ก่อนจะค่อยๆ ขยับมาเป็นการเรียกร้องสิทธิทางกฎหมายอื่นๆ เช่น กฎหมายสมรสเท่าเทียม หรือกฎหมายป้องกันการเลือกปฏิบัติอันมาจากความแตกต่างทางเพศ หรือแม้กระทั่งหลักประกันความเสมอภาคความเท่าเทียมกันในรัฐธรรมนูญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในประเด็นเรื่องการผลักดันกฎหมายการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นประเด็นหลักที่มีการเรียกร้องผลักดันในหลายๆ ประเทศทั่วโลกในช่วงเวลาที่ผ่านมา จากข้อมูลของ Rocket Media Lab  พบว่าปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2023) มีประเทศและดินแดนที่มีกฎหมายรับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน 54 ประเทศ/ดินแดน แต่หากพิจารณาเฉพาะประเทศหลักๆ จะพบว่ามีเพียง 34 ประเทศเท่านั้น โดยประเทศล่าสุดคือ อันดอร์รา ซึ่งมีผลทางกฎหมายไปเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2023 ที่ผ่านมา </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="796" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Pride-796x1024.jpg" alt="" class="wp-image-3844" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Pride-796x1024.jpg 796w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Pride-233x300.jpg 233w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Pride-768x988.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Pride-1194x1536.jpg 1194w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Pride-1592x2048.jpg 1592w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/06/Pride-scaled.jpg 1990w" sizes="(max-width: 796px) 100vw, 796px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">(<a href="https://rocketmedialab.co/same-sex-marriage/">ข้อมูลเรื่องกฎหมายสมรสเท่าเทียมทั่วโลก</a>)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากนับช่วงเวลาตั้งแต่ปีที่เริ่มมีการจัดไพรด์พาเหรดจนถึงปีที่มีการผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม จะพบว่า ประเทศที่เริ่มมีการจัดงานไพรด์พาเหรดครั้งแรกอย่างสหรัฐอเมริกา ใช้เวลานานที่สุดถึง 45 ปี ตามมาด้วยออสเตรเลีย 44 ปี และสหราชอาณาจักร 42 ปี ในขณะที่ก็มีอีกหลายประเทศที่ความเคลื่อนไหวของ LGBTQ+ ผ่านการจัดงานไพรด์พาเหรดนั้นมาพร้อมการผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม เช่น นิวซีแลนด์ ที่เริ่มมีการจัดงานไพรด์พาเหรดในปี 2013 และมีการผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมในปีเดียวกัน หรือมอลตาที่มีการจัดงานไพรด์พาเหรดในปี 2016 และผ่านกฎหมายในปี 2017&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า แม้จะมีการจัดงานไพรด์พาเหรดใน 82 ประเทศทั่วโลก แต่มีเพียง 34 ประเทศ หรือเพียง 41% เท่านั้นที่กฎหมายรับรองการสมรสของเพศเดียวกัน นัยหนึ่งอาจมองได้ว่าขบวนพาเหรดงานไพรด์ที่จะมีขึ้นทั่วโลกในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ เป็นเพียงแค่สีสันที่รัฐบาลในประเทศนั้นๆ ให้การยอมรับทางสังคมและยอมให้จัดเสียมากกว่าที่จะยอมรับในทางกฎหมาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกนัยหนึ่งก็สามารถมองได้ว่ายังมีประเทศอีกกว่า 59% ที่ยังคงต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งการยอมรับและสิทธิทางกฎหมายที่เท่าเทียมกันผ่านพาเหรดงานไพรด์</p>



<h3 class="wp-block-heading">งานไพรด์พาเหรดกับการยอมรับทางสังคม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากประเด็นเรื่องการรำลึกถึงเหตุการณ์ ‘จลาจลสโตนวอลล์’ แล้ว การจัดงานในแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกันอีกด้วย ในหลายประเทศที่มีความก้าวหน้าในเรื่องสิทธิของ LGBTQ+ โดยเฉพาะประเทศที่กฎหมายรับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน งานไพรด์พาเหรดเป็นเสมือนดั่งงานเชิงวัฒนธรรมและมีคุณค่าในเชิงเศรษฐกิจอย่างมหาศาลในรูปแบบของงาน ‘เฟสติวัล’ ไม่ว่าจะเป็นไพรด์พาเหรดที่ลอสแองเจลิส ที่ในปี 2019 สามารถสร้างเม็ดเงินได้ถึง 74.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว หรืองานไพรด์ที่นิวยอร์ก สเปน บราซิล ฝรั่งเศส ที่ก็กลายเป็นเทศกาลท่องเที่ยวที่แต่ละปีสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้เดินทางมาได้และใช้เงินอย่างมหาศาล</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่บางประเทศงานไพรด์คือการต่อสู้ขั้นต้นอย่างการได้รับการยอมรับในสังคมอย่างเท่าเทียม โดยที่ยังไม่ต้องคิดถึงการต่อสู้ในประเด็นทางกฎหมาย อันเป็นผลมาจากสังคมวัฒนธรรมในประเทศนั้นๆ ที่มีความอนุรักษนิยมที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนา ไม่ว่าจะเป็นบัลแกเรีย ที่งานไพรด์พาเหรดในปี 2008 ถูกกลุ่มชายหัวอนุรักษนิยมเข้าปะทะ เช่นเดียวกับเซอร์เบียในปี 2001&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตุรกีเป็นประเทศมุสลิมที่มีการจัดงานไพรด์พาเหรดมาตั้งแต่ปี 2003 ก่อนจะโดนแบนในปี 2015 ในขณะที่อิสราเอลเมืองแห่งพหุศาสนาที่ถูกต่อต้านทั้งจากชาวมุสลิม ยิว และคริสเตียน แต่ในขณะเดียวกันงานไพรด์ของอิสราเอลนั้นกลายเป็นงานที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาในประเทศมากที่สุดกว่า 250,000 คนต่อปี สร้างเม็ดเงินให้กับประเทศอย่างมหาศาล</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน หลายประเทศที่ไม่มีงานไพรด์พาเหรด ก็ใช่ว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่ม LGBTQ+ เลย เพียงแต่สภาพสังคมและกฎหมายในประเทศนั้นๆ ไม่เปิดให้เกิดการเดินขบวนได้อย่างเสรี เช่น อิหร่าน ประเทศมุสลิมที่ยังมีกฎหมาย Sodomy Law อยู่ เพราะขัดกับหลักศาสนานั้น ในช่วงเดือนไพรด์ก็จะเป็นการงานแบบกองโจร โดยการถ่ายรูปกับธงสีรุ้งตามสถานที่ต่างๆ และโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรืออินโดนีเซีย ก็จะมีการจัดงานไพรด์ในบาหลี ซึ่งเป็นเมืองนักท่องเที่ยวที่ไม่เคร่งครัดทางศาสนามากนัก ประเทศจีน หรือเกาหลีใต้ แม้จะไม่มีการเดินขบวนพาเหรดแต่ก็มีการจัดอีเวนต์ต่างๆ อย่างการฉายหนัง นิทรรศการ และกิจกรรมรณรงค์ในสถานที่ปิด เช่นเดียวกันกับสิงคโปร์ ที่แม้อาจจะไม่มีไพรด์พาเหรด แต่ก็เคยมีการจัดงานในรูปแบบและชื่อที่แตกต่างกันออกไป ในชื่องาน Pink Dot&nbsp;&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ไพรด์พาเหรดในกรุงเทพฯ&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับประเทศไทย เราเคยมีการจัดงานไพรด์ครั้งแรกในปี 1999 ในชื่อ Bangkok Gay Festival 1999 โดยมีโต้โผหลักคือ ปกรณ์ พิมพ์ทนต์ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสถานบันเทิงในย่านสีลม และมีการเดินขบวนจากถนนพระรามสี่จนถึงถนนสีลม ซึ่งหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักในการจัดงานก็คือการสร้างความรับรู้และความเข้าใจในสังคม และรณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์ และหลังจากนั้นก็มีการจัดงานเรื่อยมาอีกหลายครั้งและต้องหยุดไปในปี 2017 เนื่องด้วยเหตุการณ์การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากในกรุงเทพฯ แล้ว ยังเคยมีการจัดงานเกย์ไพรด์ที่เชียงใหม่ในปี 2009 ซึ่งถูกต่อต้านจากกลุ่มการเมืองท้องถิ่นจนต้องยุติการจัดงานในที่สุด และกลับมาจัดอีกครั้งในปี 2019 หรือที่ภูเก็ตก็มีการจัดงาน Phuket Gay Pride มาตั้งแต่ปี 1999 ด้วยเช่นเดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อปีที่ผ่านมา ในวันที่ 5 มิถุนายน 2022 ก็มีการจัดงาน Bangkok Naruemit Pride 2022 โดยเครือข่ายเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ&nbsp; เดินขบวนพาเหรดหน้าวัดแขกมุ่งหน้าสู่ถนนสีลม โดยประเด็นสำคัญที่มีการเรียกร้องคือ สิทธิทางกฎหมายและสวัสดิการจากรัฐ กลางเดือนมิถุนายน สภาผู้แทนราษฎรของไทยก็รับหลักการร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความเท่าเทียมทางเพศ 4 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิมเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) (ฉบับที่&#8230;.) พ.ศ&#8230;. หรือ ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม เสนอโดย ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กับคณะ ร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต พ.ศ&#8230;. ซึ่ง คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ.&nbsp; (ฉบับที่&#8230;) พ.ศ.. ซึ่ง ครม. เสนอ และร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต พ.ศ&#8230; ที่เสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีมีมติไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. ซึ่งเสนอโดย ส.ส. พรรคก้าวไกลไปแล้วครั้งหนึ่ง รวมไปถึงเมื่อปลายปี 2021 ศาลรัฐธรรมนูญก็เคยมีคำวินิจฉัยออกมาว่า ป.พ.พ. มาตรา 1448 ที่กำหนดเรื่องการรับรองสมรสเฉพาะชาย-หญิง ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ตอนนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวยังอยู่ในชั้นกรรมาธิการ อย่างไรก็ตาม พอจะเห็นทิศทางของร่างกฎหมายนี้ในรัฐบาลหน้า จากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ทำขึ้นเพื่อสร้างพื้นฐานในการจัดตั้งรัฐบาลและทำงานร่วมกัน ระหว่างพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคเป็นธรรม และพรรคพลังสังคมใหม่ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2566 ที่ระบุในข้อ 2 ของภารกิจที่ทุกพรรคจะร่วมผลักดันว่า “ยืนยันและผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพื่อรับประกันสิทธิสมรสสำหรับคู่รักทุกเพศ โดยจะไม่บังคับประชาชนที่เห็นว่าขัดแย้งกับหลักการของศาสนาที่ตนเองนับถือ”</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับงานไพรด์ปีนี้ จะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 4 มิถุนายน ในชื่อ Bangkok Pride 2023 ธีม ‘Beyond Gender’ โดยจะเริ่มต้นขบวนจากสวนลุมพินีผ่านถนนราชดำริ มุ่งหน้าเข้าสู่ลานเซ็นทรัลเวิลด์ ชูประเด็นสมรสเท่าเทียมและพนักงานบริการ พร้อมประกาศยกระดับไพรด์พาเหรดของไทยไปสู่มาตรฐาน WorldPride ซึ่งทางคณะผู้จัดนฤมิตรไพรด์ รวมทั้งเครือข่าย LGBTQIA+ จะเสนอในที่ประชุมให้กรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพในการจัด WorldPride 2027 นอกจากกิจกรรมในกรุงเทพฯ แล้ว องค์กรเพื่อความหลากหลายทางเพศได้ประกาศจัดกิจกรรม Pride Month ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 20 จังหวัด ตลอดเดือนมิถุนายนด้วย&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังงานไพรด์และจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว คงต้องรอดูกันว่า ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมจะมีความคืบหน้าอย่างไร เมื่อนั้นอาจจะเป็นบทพิสูจน์ว่า ประเทศที่ได้ชื่อว่าให้การ ‘ยอมรับ’ เพศทางเลือกที่หลากหลายนั้น ยอมรับในระดับใด ระดับที่เพียงอนุญาตให้ไพรด์พาเหรดได้ หรือระดับที่ยอมรับว่าเพศทางเลือกนั้นควรได้รับสิทธิอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมทางกฎหมาย </p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลพื้นฐานได้ที่&nbsp; <a href="https://rocketmedialab.co/database-pride-parade/">https://rocketmedialab.co/database-pride-parade/</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pride-parade/">กว่าจะได้เดินอย่าง ‘ไพรด์’ : สำรวจพาเหรดงานไพรด์และกฎหมายสมรสเท่าเทียมทั่วโลก</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีที่แต่ละประเทศเริ่มเดินขบวนไพรด์พาเหรด-กม.สมรสเท่าเทียมบังคับใช้ [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-pride-parade/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Jun 2022 04:37:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[LGBT]]></category>
		<category><![CDATA[pride parade]]></category>
		<category><![CDATA[สมรสเท่าเทียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=2725</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3611;&#3637 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-pride-parade/">ปีที่แต่ละประเทศเริ่มเดินขบวนไพรด์พาเหรด-กม.สมรสเท่าเทียมบังคับใช้ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลปีที่แต่ละประเทศเริ่มเดินขบวนไพรด์พาเหรด และปีที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมเริ่มบังคับใช้ในประเทศดังกล่าว</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTr9F6vN2QD-80M_RJ5CdEOjG9hOcU8DCCRWk1OOW6ahuS__hbbMVqBzPgJAMg4lg/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูล ณ วันที่ 3 มิถุนายน 2023</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1sEa2kXpGULEKvoXH_Hn6Wzx9LTx529Tx/edit?usp=sharing&amp;ouid=112765492329886268643&amp;rtpof=true&amp;sd=true">ดาวน์โหลดข้อมูล</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่านรายงานได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/pride-parade/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://rocketmedialab.co/pride-parade/</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-pride-parade/">ปีที่แต่ละประเทศเริ่มเดินขบวนไพรด์พาเหรด-กม.สมรสเท่าเทียมบังคับใช้ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ช่องทางผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-same-sex-marriage/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Nov 2021 08:51:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[LGBT]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[สมรสเท่าเทียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=725</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3611;&#3633;&#3592;&#3592;&#3640;&#3610;&#3633;&#3609 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-same-sex-marriage/">ช่องทางผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบันมีประเทศและดินแดนที่มีกฎหมายรับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน 38 ประเทศ/ดินแดน โดยประเทศแรกที่ผ่านกฎหมายรับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน ก็คือเนเธอร์แลนด์ มีผลในวันที่ 1 เมษายน 2001 และประเทศล่าสุดก็คือกรีซ ที่ผ่านร่างกฎหมายอนุญาตการแต่งงานระหว่างคนรักเพศเดียวกัน เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2024 รวมทั้งให้อนุญาตอุปการะบุตรได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้นยังพบว่าใน 38 ประเทศนี้ มี 22 ประเทศที่ผ่านกฎหมายนี้ด้วยระบบรัฐสภา 13 ประเทศมาจากคำตัดสินของศาลซึ่งถูกนำมาบังคับใช้ออกเป็นกฎหมายต่อไป 3 ประเทศมาจากการลงประชามติ ซึ่งก็คือไอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และคิวบา และ 1 ประเทศ ที่มีทั้งระบบรัฐสภา คำตัดสินของศาล และประชามติ นั่นก็คือสหรัฐอเมริกา&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หมายเหตุ: ปรับปรุงเนื้อหาล่าสุด 22 ม.ค. 2025</strong></p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTCgR8Mqaj1rIzQSWN2XHmzkFBI0JI1_0muJ4my1JLpR4NXQYzdWNRzVIbdk0g4iw/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1sAb7fBeDuikX0EdOJs5N50eJbEfE87zF/edit#gid=1697794995">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่านรายงานได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/same-sex-marriage/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://rocketmedialab.co/same-sex-marriage/</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-same-sex-marriage/">ช่องทางผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมรส(เมื่อไรจะ)เท่าเทียม</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/same-sex-marriage/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Nov 2021 08:40:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[LGBT]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[สมรสเท่าเทียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=721</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำรวจไทม์ไลน์และช่องทางการผลักดันกฎหมายการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันทั่วโลก นอกจากใช้กระบวนการทางศาลแล้วไปทางไหนได้อีก  </p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/same-sex-marriage/">สมรส(เมื่อไรจะ)เท่าเทียม</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หมายเหตุ: ปรับปรุงเนื้อหาล่าสุด 22 ม.ค. 2025</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากวันที่ 17 พ.ย. 2564&nbsp; ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 1448 ที่กำหนดเรื่องการรับรองสมรสเฉพาะชาย-หญิงนั้น ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเสมอภาค ทำให้ประเด็นเรื่องกฎหมายการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันกลับมาเป็นที่พูดถึงของสังคมอีกครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนสำรวจไทม์ไลน์และช่องทางการผลักดันกฎหมายการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันทั่วโลก&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบันมีประเทศและดินแดนที่รับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน 38 ประเทศ/ดินแดน โดยประเทศแรกที่ผ่านกฎหมายรับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน ก็คือเนเธอร์แลนด์ มีผลในวันที่ 1 เมษายน 2001 และประเทศล่าสุดก็คือกรีซ ที่ผ่านร่างกฎหมายอนุญาตการแต่งงานระหว่างคนรักเพศเดียวกัน เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2024 รวมทั้งให้อนุญาตอุปการะบุตรได้ ในขณะที่ประเทศเนปาลและไทยนั้นอยู่ในขั้นตอนการออกกฎหมาย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้นยังพบว่าใน 38 ประเทศนี้ มี 22 ประเทศที่ผ่านกฎหมายนี้ด้วยระบบรัฐสภา 12 ประเทศมาจากคำตัดสินของศาลซึ่งถูกนำมาบังคับใช้ออกเป็นกฎหมายต่อไป 3 ประเทศมาจากการลงประชามติ ซึ่งก็คือไอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และคิวบา และ 1 ประเทศ ที่มีทั้งระบบรัฐสภา คำตัดสินของศาล และประชามติ นั่นก็คือสหรัฐอเมริกา&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="748" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/สมรสเท่าเทียม2025-1-748x1024.jpg" alt="" class="wp-image-4944" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/สมรสเท่าเทียม2025-1-748x1024.jpg 748w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/สมรสเท่าเทียม2025-1-219x300.jpg 219w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/สมรสเท่าเทียม2025-1-768x1052.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/สมรสเท่าเทียม2025-1-1122x1536.jpg 1122w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/สมรสเท่าเทียม2025-1-1495x2048.jpg 1495w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/สมรสเท่าเทียม2025-1.jpg 1643w" sizes="(max-width: 748px) 100vw, 748px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">การผ่านกฎหมายโดยรัฐสภา</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ประเทศที่ผ่านกฎหมายการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย เบลเยียม เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ไอซ์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ สเปน สวีเดน สหราชอาณาจักร ชิลี อุรุกวัย อันดอร์รา เอสโตเนีย กรีซ และไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในอาร์เจนตินา ก่อนหน้าที่จะมีการผ่านกฎหมายนี้โดยรัฐสภาก็มีการผลักดันผ่านกระบวนการศาล แต่ศาลตัดสินว่าการแต่งงานของเพศเดียวกันนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือในประเทศฝรั่งเศส หลังจากมีการผ่านกฎหมายโดยรัฐสภาแล้ว ต่อมาพรรคการเมืองอนุรักษนิยม Union for A Popular Movement ก็ได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่ากฎหมายการแต่งงานเพศของเดียวกันนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยศาลตัดสินว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือในประเทศสเปน ที่ผ่านกฎหมายตั้งแต่ปี 2005 แต่ถูกขัดขวางโดยพรรคอนุรักษนิยม People’s Party ที่นำเรื่องขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ และเมื่อพรรค People’s Party ได้เป็นรัฐบาล ก็มีแนวความคิดจะยกเลิกกฎหมายนี้ซึ่งจะทำได้ต้องมีคำวินิจฉัยของศาลรองรับ อย่างไรก็ตาม ต่อมาศาลตัดสินว่าไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">สามารถยกเลิกกฎหมายได้ จึงทำให้กฎหมายการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันในสเปนมีผลมาตั้งแต่ปี 2005&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือประเทศชิลี ที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมกัน โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 10 มีนาคม 2022 โดยเป็นการผ่านกฎหมายในระบบรัฐสภา ชิลีเคยมีความพยายามจะผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมมาตั้งแต่ปี 2011 แต่ถูกปัดตกด้วยคำวินิจฉัยของศาลด้วยคะแนนเสียง 9:1 ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ และล่าสุดประเทศอันดอร์รา ที่เพิ่งจะมีผลทางกฎหมายไปเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2023 ที่ผ่านมา อันเกิดจากการผลักดันของสหภาพแรงงานพลเรือน ตั้งแต่ 23 มีนาคม 2005 ที่ให้สิทธิและผลประโยชน์บางประการแก่คู่รักเพศเดียวกัน และต่อมาได้ออกกฎหมาย และได้ผลักดันต่อเนื่องจนออกเป็นกฎหมายสมรสเท่าเทียมในที่สุด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และในปี 2024 นี้ เอสโตเนียเพิ่งผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2024 ซึ่งถือว่าเป็นอดีตประเทศในสหภาพโซเวียตประเทศแรกที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม และขณะที่ประเทศกรีซ ที่แม้จะมีการคัดค้านจากศาสนาจักร แต่ก็ถือว่ากรีซเป็นออร์โธดอกซ์ประเทศแรกที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2024 รวมถึงไทยที่เพิ่งผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมในวาระ 3 ด้วยเสียงเห็นชอบที่ 400 เสียง เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2024</p>



<h3 class="wp-block-heading">การผ่านกฎหมายโดยคำวินิจฉัยของศาล</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในบรรดา 12 ประเทศ ที่มีกฎหมายรับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันที่มาจากคำตัดสินของศาลนั้น ได้แก่ ออสเตรีย บราซิล แคนาดา โคลอมเบีย คอสตาริกา เอกวาดอร์ เม็กซิโก โปรตุเกส แอฟริกาใต้ ไต้หวัน สโลวีเนีย และเนปาล โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญและการตีความรัฐธรรมนูญในประเด็นเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคนั้น ประเทศออสเตรีย ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า “บทบัญญัติที่ไม่เลือกปฏิบัติและความเท่าเทียมกันของรัฐธรรมนูญแห่งออสเตรียรับประกันสิทธิในการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน” ซึ่งนำมาสู่การรับรองกฎหมายการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันในออสเตรีย</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือในกรณีของโคลอมเบีย ศาลรัฐธรรมนูญโคลอมเบียมีคะแนนเสียง 6:3 เสียงว่าห้ามการแต่งงานของคนเพศเดียวกันขัดต่อรัฐธรรมนูญภายใต้รัฐธรรมนูญโคลอมเบียปี 1991 ซึ่งคล้ายคลึงกันกับเอกวาดอร์ เม็กซิโก หรือแอฟริกาไต้ ในขณะที่คอสตาริกานั้น ในปี 2006 ศาลสูงของคอสตาริกาเคยตัดสินว่า รัฐธรรมนูญของคอสตาริกาไม่รับรองการแต่งงานของเพศเดียวกัน แต่ก็มีการต่อสู้และนำเรื่องขึ้นศาลสิทธิมนุษยชนนานาชาติ-อเมริกัน (Inter-American Commission and Court on Human Rights &#8211; ACHR) อีกครั้ง ซึ่งศาลได้วินิจฉัยว่าประเทศต่างๆ ที่ลงนามในอนุสัญญาอเมริกันว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (the American Convention on Human Rights) จะต้องอนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันแต่งงานกันได้ ซึ่งรวมถึงประเทศคอสตาริกาด้วย ซึ่งทำให้ต่อมาคอสตาริกาให้การรับรองการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ประเทศแคนาดา การผ่านกฎหมายการสมรสของคนเพศเดียวกันมาจากคำวินิจฉัยของศาลในแต่ละรัฐ โดยเริ่มที่รัฐออนแทรีโอ ในปี 2003 จากนั้น ศาลรัฐต่างๆ ได้ทยอยมีคำวินิจฉัยในทำนองเดียวกันจนมีผลบังคับทั่วประเทศในปี 2005</p>



<p class="wp-block-paragraph">และในสหรัฐอเมริกานั้น การสมรสของคนเพศเดียวกัน เกิดขึ้นทั้งจากกระบวนการตุลาการ กระบวนการนิติบัญญัติ และการทำประชามติ แตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ โดยเริ่มต้นในปี 2004 และมีผลบังคับใช้ครบทุกรัฐ ทั้ง 50 รัฐ ในปี 2015&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ประเทศที่มีการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นที่ใกล้เคียงกันกับประเทศไทยก็คือ ไต้หวัน โดยในวันที่&nbsp; 24 พฤษภาคม 2017 ศาลตัดสินว่ากฎหมายการสมรสที่ให้สมรสได้เฉพาะหญิงชายนั้นขัดต่อหลักความเสมอภาคและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ จึงให้เวลาฝ่ายนิติบัญญัติ 2 ปีในการร่างกฎหมาย ซึ่งทำให้กฎหมายรับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันในไต้หวันมีผลในวันที่ 24 พฤษภาคม 2019</p>



<p class="wp-block-paragraph">และประเทศสโลวีเนีย ในวันที่ 4 ตุลาคม 2022 โดยศาลมีคำวินิจฉัยตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2022 ว่าการห้ามการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญของสโลวีเนีย และให้เวลารัฐสภาสโลวีเนีย 6 เดือนในการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับคำตัดสิน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเนปาล หลังจากคู่รักเพศเดียวกันคู่หนึ่งยื่นคำร้องต่อศาลสูงสุดขอให้จดทะเบียนสมรสได้ ศาลสูงสุดออกคำสั่งชั่วคราว เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2023 ให้คู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสกันได้ จนกว่ารัฐสภาจะมีการแก้กฎหมาย แต่จนขณะนี้ (มีนาคม 2024) ฝ่ายนิติบัญญัติเนปาลยังไม่ได้มีการพิจารณาแก้กฎหมาย</p>



<h3 class="wp-block-heading">การลงประชามติ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สองประเทศที่มีออกกฎหมายรับรองการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันอันเป็นผลมาจากการทำประชามติเพียงอย่างเดียว คือไอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และคิวบา ในส่วนของประเทศไอร์แลนด์นั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2000 ที่เริ่มมีการปฏิรูปกฎหมายในแต่ละหมวดของรัฐธรรมนูญเรื่อยมา โดยประเด็นเรื่องกฎหมายการสมรสของคนรักเพศเดียวกันเริ่มมีการพิจารณาในเดือนมีนาคม 2011 และมีการลงประชามติในวันที่ 22 พฤษภาคม 2015 ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้ออกกฎหมายรับรองการสมรสของคนรักเพศเดียวกัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2015&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้น ก็เกิดจากประชามติเช่นเดียวกัน โดยในการทำประชามติครั้งแรกในปี 2016 ผลประชามติออกมาว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยในการที่จะออกกฎหมายรับรองการสมรสของคนรักเพศ จากนั้นก็มีการทำประชามติอีกครั้งในวันที่ 26 กันยายน 2021 ซึ่งในครั้งนี้ผลออกมาว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะออกกฎหมายรับรองการสมรสของคนรักเพศเดียวกัน จึงทำให้มีการออกเป็นกฎหมายและมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2022</p>



<p class="wp-block-paragraph">และล่าสุดคือคิวบา ซึ่งเกิดจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ลงประชามติเห็นชอบให้การแต่งงานเพศเดียวกันถูกกฎหมายในการลงประชามติเมื่อ 25 กันยายน 2022 และต่อมามีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 กันยายน ปีเดียวกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">กฎหมายคู่ชีวิต&nbsp; vs&nbsp; กฎหมายสมรสเท่าเทียม&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ใน 38 ประเทศที่อนุญาตให้เพศเดียวกันแต่งงานได้ มี 32 ประเทศที่มีหรือเคยมีกฎหมายคู่ชีวิตใช้มาก่อน โดยมีชื่อเรียกและรายละเอียดที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น domestic partnership, registered partnership, civil union, de facto union, same sex union ฯลฯ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เดนมาร์กเป็นประเทศแรกของโลกที่มีกฎหมายคู่ชีวิต บังคับใช้มาตั้งแต่ 1 ตุลาคม 1989 ส่วนสองประเทศที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยไม่เคยมีกฎหมายคู่ชีวิต คือฝรั่งเศสและเอกวาดอร์</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับประเทศที่ไม่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่มีกฎหมายคู่ชีวิต ได้แก่&nbsp; โครเอเชีย เช็ก ซานมาริโน ไซปรัส มอนเตเนโกร โมนาโก ลิกเตนสไตน์ สโลวีเนีย หมู่เกาะเคย์แมน อิตาลี และฮังการี รวมถึงเมืองเวราครูซในเม็กซิโก กับเมืองอารูบาในเนเธอร์แลนด์</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้จะมี 32 ประเทศที่มีหรือเคยมีกฎหมายคู่ชีวิตใช้มาก่อน ซึ่งอาจทำให้เข้าใจไปว่า เส้นทางการต่อสู้นั้น ต้องได้กฎหมายคู่ชีวิตมาใช้ก่อน แล้วค่อยพัฒนาไปสู่กฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่เมื่อดูบริบทการเกิดขึ้นของกฎหมายคู่ชีวิตจะพบว่า ในประเทศที่มีกฎหมายคู่ชีวิตใช้มาก่อน มีเหตุผลเกี่ยวเนื่องกับ ‘หลักศาสนาและการสมรส’ มากกว่าจะเป็นเรื่องของคู่รักเพศเดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">กฎหมายคู่ชีวิตในบางประเทศก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับคู่รักเพศเดียวกันแต่แรก เช่น ประเทศโคลอมเบีย ซึ่งมีกฎหมายคู่ชีวิตสำหรับคู่รักต่างเพศตั้งแต่ปี 2007 จากนั้นอีก 2 ปี ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้กฎหมายคู่ชีวิตดังกล่าว ครอบคลุมถึงคู่รักเพศเดียวกันด้วย จนในปี 2013 โคลอมเบียจึงผ่านกฎหมายการสมรสเท่าเทียมของคู่รักเพศเดียวกัน</p>



<h4 class="wp-block-heading">ความแตกต่างของกฎหมาย ‘คู่ชีวิต’ และกฎหมาย ‘การสมรส’</h4>



<p class="wp-block-paragraph">การแต่งงานภายใต้กฎหมายการสมรสในหลายประเทศนั้นเกี่ยวพันกับเรื่องศาสนาอย่างแนบแน่น ‘คู่สมรส’ จะต้องได้รับการยอมรับจากศาสนา โดยเฉพาะในประเทศที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ด้วยเหตุนี้ ‘การสมรส’ นั้น จะมีผลในทางกฎหมายก็ต่อเมื่อได้รับการยอมรับจากทั้งรัฐ (State) และศาสนจักร (Church)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในเงื่อนไขนี้ การมีกฎหมายคู่ชีวิตจึงเป็นทางเลือกสำหรับคู่รักทั้งต่างเพศและเพศเดียวกัน ที่ต้องการจะมีสิทธิทางกฎหมายโดยไม่จำเป็นต้องได้รับการรับรองจากศาสนา ทั้งนี้รายละเอียดสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับในฐานะคู่ชีวิต จะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ โดยอาจได้รับสิทธิน้อยกว่าหรือเทียบเท่าสิทธิตามกฎหมายสมรส</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น ในสหรัฐอเมริกา การสมรสได้รับการรับรองทางกฎหมายในทุกรัฐ แต่คู่ชีวิตอาจไม่ได้รับการรับรองในบางรัฐ และขณะที่คู่สมรสจะได้รับมรดกโดยอัตโนมัติและไม่ต้องเสียภาษีมรดก คู่ชีวิตจะได้รับมรดกต่อเมื่อมีการแสดงเจตจำนงผ่านพินัยกรรมและต้องเสียภาษีมรดก ส่วนที่สหราชอาณาจักรนั้น คู่ชีวิตได้รับการยกเว้นภาษีมรดกเช่นเดียวกับคู่สมรส</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่า มีบางประเทศ เช่น นิวซีแลนด์ โปรตุเกส ที่ใช้กฎหมายคู่ชีวิตกับทั้งคู่รักเพศเดียวกันและคู่รักต่างเพศ ส่วนบางประเทศ เช่น สวีเดน ใช้กับคู่รักเพศเดียวกันเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">และในบางประเทศ เมื่อมีกฎหมายรับรองการแต่งงานของคนเพศเดียวกันแล้ว ก็ได้ยกเลิกกฎหมายคู่ชีวิต ขณะที่อีกหลายประเทศ ใช้กฎหมายคู่ชีวิต กฎหมายสมรส (ต่างเพศ) และกฎหมายสมรสเท่าเทียม (เพศเดียวกัน) ควบคู่กัน เปิดเป็นทางเลือกสำหรับคู่รักทั้งต่างเพศและเพศเดียวกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">แต่งงานได้ แต่อุปการะบุตรไม่ได้&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ใน 38 ประเทศที่อนุญาตให้เพศเดียวกันแต่งงานได้ มี 35 ประเทศที่สามารถอุปการะบุตรบุญธรรมได้ โดยมีเพียง 33 ประเทศที่อนุญาตให้รับอุปการะบุตรบุญธรรมได้โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยียม บราซิล แคนาดา โคลอมเบีย คอสตาริกา เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส แอฟริกาใต้ สเปน สวีเดน สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา อุรุกวัย สวิตเซอร์แลนด์ ชิลี คิวบา สโลวีเนีย อันดอร์รา เอสโตเนีย และกรีซ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และบางประเทศมีเงื่อนไขว่าสามารถอุปการะบุตรบุญธรรมได้ แต่ต้องไม่มีความเกี่ยวพันกันโดยสายเลือด คือไต้หวัน หรือในเม็กซิโกที่บางเขตการปกครองอนุญาตให้อุปการะบุตรบุญธรรมได้ (ได้ใน 21 เขต จาก 31 เขต)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนประเทศที่แม้มีกฎหมายสมรสเท่าเทียมแต่ไม่อนุญาตให้รับบุตรบุญธรรมได้คือ เอกวาดอร์ ขณะที่เนปาลยังอยู่ระหว่างรอฝ่ายนิติบัญญัติแก้กฎหมาย ส่วนประเทศไทยแม้จะผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว แต่ยังอยู่ในชั้นการพิจารณาโดยวุฒิสภา โดยหากไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ ในชั้นวุฒิสภาแล้ว สิทธิประโยชน์ต่างๆ ของคู่สมรส LGBTQ+ ก็ได้เทียบเท่าสิทธิของคู่สมรสชาย-หญิงทุกประการ รวมไปถึงการอุปการะบุตรบุญธรรมด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">ประเทศไทยกับการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกัน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2022 ที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรของไทยก็รับหลักการร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความเท่าเทียมทางเพศ 4 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิมเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) (ฉบับที่&#8230;.) พ.ศ&#8230;. หรือ ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม เสนอโดย ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กับคณะ ร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต พ.ศ&#8230;. ซึ่ง คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ.&nbsp; (ฉบับที่&#8230;) พ.ศ.. ซึ่ง ครม. เสนอ และร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต พ.ศ&#8230; ที่เสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีมีมติไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. ซึ่งเสนอโดย ส.ส. พรรคก้าวไกลไปแล้วครั้งหนึ่ง รวมไปถึงเมื่อปลายปี 2021 ศาลรัฐธรรมนูญก็เคยมีคำวินิจฉัยออกมาว่า ป.พ.พ. มาตรา 1448 ที่กำหนดเรื่องการรับรองสมรสเฉพาะชาย-หญิง ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังการเลือกตั้งทั่วไป 2023 มีการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ขึ้นเพื่อสร้างพื้นฐานในการจัดตั้งรัฐบาลและทำงานร่วมกัน ระหว่างพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคเป็นธรรม และพรรคพลังสังคมใหม่ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2023 โดยในข้อ 2 ของภารกิจที่ทุกพรรคจะร่วมผลักดัน มีการระบุว่า “ยืนยันและผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพื่อรับประกันสิทธิสมรสสำหรับคู่รักทุกเพศ โดยจะไม่บังคับประชาชนที่เห็นว่าขัดแย้งกับหลักการของศาสนาที่ตนเองนับถือ” ต่อมา พรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2023 สภาผู้แทนราษฎรมีมติ “รับหลักการ” ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) พิจารณาร่างกฎหมายที่ผ่านวาระแรกทั้ง 4 ฉบับ ทั้งร่างของ สส.พรรคก้าวไกล ร่างของ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ร่างของภาคประชาชน และร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนำเอาร่างของ ครม. เป็นหลักในการพิจารณา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมาในวันที่ 27 มีนาคม 2024 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีวาระพิจารณาร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมอีกครั้ง โดยเป็นการพิจารณารายมาตราในวาระ 2 และการลงมติเห็นชอบในวาระ 3 สาระสำคัญคือการแก้ไขกฎหมายสมรส ให้รองรับการสมรสสำหรับบุคคลสองคนโดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องเพศ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติ “เห็นชอบ” ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมในวาระ 3 ด้วยคะแนนเสียง เห็นด้วย 400 เสียง ไม่เห็นด้วย 10 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 3 เสียง กระบวนการถัดไป คือการพิจารณาในชั้นวุฒิสภา 3 วาระ</p>



<h3 class="wp-block-heading">อ้างอิง</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://www.equaldex.com/">Same-sex marriage</a>, Equaldex.com</li>



<li><a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Legal_status_of_same-sex_marriage">Legal status of same-sex marriage</a>, Wikipedia</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดูรายละเอียดข้อมูลได้ที่<a href="https://rocketmedialab.co/database-same-sex-marriage/"> https://rocketmedialab.co/database-same-sex-marriage/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ: เนื่องจากบทความนี้เกี่ยวข้องกับลำดับเวลาในหลายประเทศ จึงเลือกใช้ปีคริสตศักราชสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกประเทศไทย เพื่อให้สามารถสืบค้นย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของกฎหมายและลำดับเวลาในประเทศต่างๆ ได้สะดวก</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากมีข้อเสนอแนะ Rocket Media Lab พร้อมปรับแก้ข้อมูลเพื่อความสมบูรณ์ถูกต้องในการนำไปใช้หรืออ้างอิงในโอกาสต่อไป โดยสามารถแจ้งได้ที่ contact [@] rocketmedialab.co&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/same-sex-marriage/">สมรส(เมื่อไรจะ)เท่าเทียม</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
