<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฝุ่น Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/ฝุ่น/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Thu, 15 Jan 2026 08:52:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>ฝุ่น Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/ฝุ่น/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>#DataDrivenPolicy เลือกตั้ง ’69 ปัญหา PM2.5</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/datadrivenpolicy-election69-pm25/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Jan 2026 07:24:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[DataDrivenPolicy]]></category>
		<category><![CDATA[DataDrivenPolicyคำถามนี้นักการเมืองต้องตอบ]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นPM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เผาไหม้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=6457</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3614;&#3619;&#3619;&#3588;&#3585;&#3634;&#3619;&#3648 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/datadrivenpolicy-election69-pm25/">#DataDrivenPolicy เลือกตั้ง ’69 ปัญหา PM2.5</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">พรรคการเมืองจะมีนโยบายอย่างไร เมื่อวันที่อากาศดี ปี 2568 เหลือเพียง 38 วัน และเป้าการแก้ปัญหา PM2.5 ของรัฐบาลไม่เคยประสบความสำเร็จเลยมาตั้งแต่ปี 2562</h3>



<p>#DataDrivenPolicyคำถามนี้นักการเมืองต้องตอบ ชวนเปิดไพ่ ใช้ข้อมูลนำทาง กับไพ่ The Fool &#8211; เดอะฝุ่น PM2.5&nbsp;</p>



<p>#เลือกตั้ง69 ครั้งนี้ พรรคการเมืองมาพร้อมนโยบายมากมายสารพัดและแตกต่างกันไป Rocket Media Lab ขอเชิญชวนนักการเมืองทุกพรรค รวมถึงประชาชนทุกคน ทั้งผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง หรือยังไม่มี มาร่วมกันคลี่ปมปัญหา 12 ประเด็นของประเทศไทย ว่ามีอะไรซุกซ่อนอยู่บ้าง ผ่าน ‘ไพ่ทาโรต์’ ชุดพิเศษที่จัดทำขึ้น ที่จะมาพร้อมทั้งประเด็นปัญหา ชุดคำถามสำคัญที่จะพาเราไปหาทางออก และข้อมูลที่จะนำไปสู่การออกแบบนโยบายเพื่อแก้ปัญหานั้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">จะแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อวันที่อากาศดีๆ ลดลงทุกปี ปีล่าสุด 2568 เหลือเพียง 38 วัน</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/1-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6470" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/1-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/1-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/1-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/1-1.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>ประเด็นเรื่องฝุ่น PM2.5 กลายเป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงในวงกว้างมาตั้งแต่ปี 2558 และเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ปี 2561 เป้นต้นมา จนทำให้ภาครัฐผลักดันแผนฝุ่น 62 หรือ <a href="http://www.ppb.moi.go.th/midev07/upload/cabinet.pdf">แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง”</a> ซึ่งมีขึ้นหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 ให้เป็นแม่แบบแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ทั่วประเทศ&nbsp;</p>



<p>ถึงอย่างนั้นในปี 2563 วิกฤต PM2.5 ด็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นจนกรุงเทพฯ ติดอันดับ 3 เมืองที่มี<a href="https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/912339">อากาศแย่ที่สุดของโลก</a> สถิติชี้ให้เห็นความรุนแรงที่คนเมืองต้องสูดฝุ่นพิษสะสม ที่สะท้อนว่าปัญหาฝุ่นจิ๋วไม่ใช่แค่เรื่องตามฤดูกาลเพียงอย่างเดียว</p>



<p>จะเห็นได้ว่า แม้จะมีแผนแม่บทบังคับใช้ในการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 แล้ว แต่หลังจากนั้นเรื่อยมา กลับพบว่าจำนวนวันอากาศดี (สีเขียว) ลดลงทุกปี โดยเฉพาะในปี 2568 ที่กรุงเทพฯ มีอากาศดีเพียง 38 วัน ลดลงจากปี 2564 ซึ่งถือเป็นปีที่มีอากาศดีสูงถึง <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2021/">90 วัน</a> ทำให้เห็นว่า แม้จะมีแผนงานรองรับ แต่สถานการณ์จริงกลับยังคงวิกฤตและสวนทางกับเป้าหมายที่ตั้งไว้</p>



<h3 class="wp-block-heading">จะแก้ปัญหาอย่างไร แม้จะมีคำสั่งห้ามเผา แต่ในปี 2567 พื้นที่เผาภาคเกษตรกลับสูงที่สุด โดยเป็นนาข้าวถึง 31%&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/2-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6471" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/2-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/2-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/2-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/2-1.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>มาตรการห้ามเผาถูกนำมาใช้หลังจากประกาศใช้แผนฝุ่นแห่งชาติในปี 2562 โดยอาศัย พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ และประมวลกฎหมายอาญา มีโทษทั้งจำทั้งปรับหากฝ่าฝืน และมีมาตรการทางปกครองสำหรับเกษตรกร เช่น การตัดสิทธิ์รับความช่วยเหลือทางการเกษตรหากมีประวัติการเผา โดยในช่วงแรกๆ เป็นการประกาศห้ามเผาในบางจังหวัด ก่อนจะขยายเป็นการห้ามเผาทั่วประเทศ เช่นประกาศล่าสุดที่ห้ามเผาพื้นที่เกษตรทั่วประเทศในช่วงวันที่ 1 ก.พ. &#8211; 31 มี.ค. 2569&nbsp;</p>



<p>แต่แม้จะมีประกาศห้ามเผาทุกปี จากข้อมูล<a href="https://rocketmedialab.co/database-pm25-2024/">ปี 2567</a> กลับพบว่า พื้นที่เผาไหม้รวมพุ่งสูงถึง 19.5 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 73% ที่น่าสนใจคือสัดส่วนส่วนใหญ่เป็นการเผาในพื้นที่เกษตร (โดยเฉพาะนาข้าวและข้าวโพด)โดยเป็นนาข้าวถึง 6 ล้านไร่ หรือ 31% พุ่งสูงหลายเท่าจนแซงหน้าพื้นที่ป่าไม้เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี&nbsp;</p>



<p>แม้ตัวเลขการเผาในปี 2568 จะเริ่มลดลง แต่จากปี 2567 ที่ผ่านมา การเผาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกลับพุ่งสูงขึ้นกว่า 500% โดยในปี 2567 มีพื้นที่เผาพุ่งสูงถึง 5,692,127 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีเพียง 938,666 ไร่ ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า คำสั่งห้ามเผาอาจไม่สามารถหยุดยั้งการเผาได้เลย และยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐยังต้องจัดการให้ได้ ว่าประกาศการห้ามเผาเด็ดขาดทั่วประเทศนั้น เป็นมาตรการที่ช่วยลดการเผาซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่น PM2.5 ได้จริงหรือ หรือจะยิ่งก่อให้เกิดการชิงเผาล่วงหน้าและเผาหลบดาวเทียมมากขึ้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">จะแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อ PM2.5 เกิดมาจากฝุ่นควันข้ามแดน แต่ความร่วมมือในอาเซียนที่มีมา 30 ปีแล้ว ไม่เคยได้ผล</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/3-1-1024x683.png" alt="" class="wp-image-6472" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/3-1-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/3-1-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/3-1-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/3-1-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/3-1.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>วิกฤต PM2.5 หลายครั้งมีต้นตอมาจากหมอกควันข้ามแดนจากการเผาในประเทศเพื่อนบ้าน เริ่มต้นจากจากปัญหาไฟไหม้ป่าในประเทศอินโดนีเซียในปี 2537 หรือกรณีการเผาพื้นที่เกษตรในกัมพูชาที่ทำให้เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น หารือร่วมกับ ฮุน มาเนต แห่งกัมพูชา เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการป้องกันการเผาป่าและศูนย์ประสานงานร่วมกันอย่างเป็นทางการเพื่อเร่งจัดการจุดความร้อนที่ส่งผลกระทบข้ามพรมแดนโดยเฉพาะ<a href="https://www.prachachat.net/politics/news-1510450">ในช่วงต้นปี 2567</a></p>



<p>ความพยายามแก้ปัญหาระดับภูมิภาคนี้มีประวัติยาวนาน เริ่มต้นจากแผนปฏิบัติการหมอกควัน <a href="https://rocketmedialab.co/asean-haze-policy/">(RHAP)</a> ในปี 2538 พัฒนาสู่ข้อตกลงอาเซียน <a href="https://asean.org/wp-content/uploads/2021/01/ASEANAgreementonTransboundaryHazePollution-1.pdf">(AATHP) </a>และ<a href="https://asean.org/wp-content/uploads/2024/09/The-Second-Haze-Free-Roadmap-2023-2030.pdf">โรดแมปภูมิภาคปลอดหมอกควัน</a> จนกระทั่งล่าสุดคือ ยุทธศาสตร์ฟ้าใส <a href="https://www.mfa.go.th/en/content/clearskylaunch-en?page=5d5bd3cb15e39c306002a9ac&amp;menu=5d5bd3cb15e39c306002a9ad">(CLEAR Sky Strategy)</a> ปี 2567-2573 เป็นแผนงานที่ร่วมมือกันระหว่าง 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย สปป.ลาว และเมียนมา เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดน&nbsp;</p>



<p>แต่ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือเหล่านี้กลับยังไม่สามารถจัดการปัญหาได้จริง เนื่องจากข้อตกลงส่วนใหญ่เป็นเพียงกรอบแนวทางกว้างๆ ที่เน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและขอความร่วมมือ แต่ขาดมาตรการบังคับใช้ทางกฎหมายหรือบทลงโทษที่ชัดเจน ทำให้ปัญหาฝุ่นข้ามแดนยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่แก้ไม่ตกมาจนถึงปัจจุบัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">จะแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อรัฐบาลตั้ง KPI ในการแก้ปัญหา PM2.5 ใหม่ทุกปี แต่ไม่มีปีไหนประสบความสำเร็จ&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/4-2-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6473" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/4-2-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/4-2-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/4-2-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/4-2.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>จากปัญหาเรื้อรังเหล่านี้ รัฐบาลเคยยกระดับ PM2.5 เป็นวาระแห่งชาติตั้งแต่ปี 2562 อีกทั้งต่อมา วันที่ 19 ธันวาคม 2566 รัฐบาลเคยมีมติเห็นชอบ<a href="https://greennews.agency/?p=36511">มาตรการและกลไก</a>แก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ในปี 2567 ซึ่งกำหนด 3 ดัชนีหลัก คือเพิ่มวันอากาศดี ลดจุดความร้อน และลดจำนวนผู้ป่วย แต่ผลที่ได้กลับล้มเหลว เพราะจากข้อมูลปี 2567 พบจำนวนวันที่มีฝุ่นเกินมาตรฐานพุ่งสูงขึ้นในทุกภูมิภาคโดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่เพิ่มขึ้นจาก 52 วัน เป็น 97 วัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 86% และภาคกลาง 38% นั่นคือ เป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่บรรลุผล</p>



<p>นอกจากนี้ ยังเห็นได้จาก <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2024/">KPI ปี 2567</a> ที่ตั้งเป้าลดการเผาในภาคเหนือลง 50% แต่ข้อมูลจาก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA พบว่าการเผาในป่าสงวนกลับเพิ่มขึ้น 3.81 ล้านไร่ และพื้นที่เกษตรภาคเหนือเพิ่มชึ้น 1.60 ล้านไร่ ยิ่งไปกว่านั้น พื้นที่เกษตรนอกภาคเหนือกลับมีการเผาพุ่งสูงถึง 4.85 ล้านไร่ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 878% จากปี 2566</p>



<p>เมื่อทำตามเป้าไม่ได้ รัฐบาลจึงปรับเกณฑ์ KPI ในปี 2568-2569 ลง จากเดิมที่เคยตั้งเป้าลดการเผา 50% ในปี 2567 ก็เหลือเพียง 10-25% ในปี 2568 และตัดตัวชี้วัดสำคัญอย่างค่าเฉลี่ยฝุ่นออกไปด้วย ถึงแม้จะมีการนำ<a href="https://epo13.pcd.go.th/th/news/detail/185864/">ดาวเทียม Sentinel-2</a> ที่แม่นยำกว่ามาใช้ในปี 2569 แต่การตั้งเป้าหมายที่ต่ำลงเรื่อยๆ ท่ามกลางปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้ ก็ยิ่งสะท้อนฝีมือในการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/5-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6474" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/5-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/5-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/5-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/5-1.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">รัฐทำอะไรไปแล้วบ้าง&nbsp;</h3>



<ol class="wp-block-list">
<li>ออกแผนฝุ่นแห่งชาติ ปี 2568 ฉบับที่ 2</li>
</ol>



<p>ยกระดับปัญหา PM2.5 เป็น &#8220;วาระแห่งชาติ&#8221; ตั้งแต่ปี 2562 ออกเป็นแผนฝุ่นแห่งชาติหรือที่เรียกว่า <a href="http://www.ppb.moi.go.th/midev07/upload/cabinet.pdf">แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง”</a> ซึ่งมีขึ้นหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 ให้เป็นแม่แบบแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ทั่วประเทศ แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหา รัฐบาลใหม่ก็ได้ออกแผนฝุ่นแห่งชาติฉบับที่ 2 ซึ่งก็คือ แ<a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/407859">ผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ &#8220;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&#8221; ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568-2570</a> เพื่อเป็นแผนแม่บทหลักในการจัดการฝุ่นละออง ครอบคลุมทั้งพื้นที่เมือง ป่าไม้ และการเกษตร&nbsp;</p>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>มีร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด (แต่ยังไม่ผ่านสภา)</li>
</ol>



<p>ในด้านกฎหมาย พ.ร.บ. อากาศสะอาด ที่ถูกผลักดันมานานกว่า 6 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 และเป็นความหวังในการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานในการหายใจของประชาชน แม้จะมีความพยายามเร่งรัดและคำมั่นสัญญาจากผู้นำประเทศมาหลายครั้ง แต่ปัจจุบัน ในปี 2569 กฎหมายฉบับนี้ยังคงอยู่ในกระบวนการที่ล่าช้าและยังไม่มีผลบังคับใช้จริงอย่างเป็นรูปธรรมตามที่ภาคประชาชนคาดหวัง&nbsp;</p>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>ออกประกาศห้ามเผาทั้งประเทศ 1 ก.พ.- 31 มี.ค. 2569</li>
</ol>



<p>ยกระดับมาตรการสำหรับมาตรการห้ามการเผาในที่โล่ง (Open Burning) ในแผนฝุ่นฉบับที่ 2 ให้เป็นมาตรการเชิงรุกที่เข้มข้นกว่าเดิม ห้ามเผาในที่โล่งครอบคลุม 73 จังหวัด โดยใช้บทลงโทษที่รุนแรง ทั้งทางอาญาที่จำคุกสูงสุด 7 ปี โดยในปี 2569 มีการประกาศห้ามเผาพื้นที่เกษตรทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ &#8211; 31 มีนาคม 2569 เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5</p>



<p>นอกจากนี้ยังออกมาตรการทางปกครองด้วยการตัดสิทธิเกษตรกรจากการช่วยเหลือของรัฐ หรืออาจถูกเพิกถอนสิทธิในที่ดินทำกิน (ส.ป.ก.) หากฝ่าฝืน เพื่อมุ่งเป้าลดพื้นที่เผาไหม้ลงให้ได้ร้อยละ 50&nbsp;</p>



<p>ยังบรรจุแนวทางการ<a href="https://www.opsmoac.go.th/news-preview-471891791143">เผาตามกำหนด (Prescribed Burning)</a> เป็นข้อยกเว้นสำคัญตามหลักวิชาการเพื่อจัดการป่าไม้ โดยเน้น<a href="https://readcard.dnp.go.th/fire/knew/docs/firemanual.pdf">กลยุทธ์การชิงเผา (Early Burning) </a>เพื่อลดปริมาณเชื้อเพลิงสะสมในช่วงต้นฤดูกาล ช่วยตัดวงจรไฟป่ารุนแรง และการเผาล่า (Late Burning) ในช่วงปลายฤดูเพื่อกำจัดศัตรูพืชเฉพาะทาง&nbsp;</p>



<ol start="4" class="wp-block-list">
<li>ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy)&nbsp;</li>
</ol>



<p>สำหรับมาตรการป้องกันหมอกควันข้ามแดน มีความพยายามสร้างความร่วมมือผ่านแผนต่างๆ จนมาถึงแผนงานอาเซียนปลอดหมอกควัน (Haze Free ASEAN Roadmap) แต่สุดท้ายก็ไม่มีข้อตกลงหรือสภาพบังคับใดๆ&nbsp;</p>



<p>ในปี 2567 <a href="https://www.thaigov.go.th/infographic/contents/details/7531">กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</a>มาพร้อมแผนความร่วมมือชื่อใหม่ภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) เพื่อสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน 3 ประเทศ (ไทย ลาว พม่า) ยังคงขาดสภาพบังคับร่วมกันในการลดหมอกควันข้ามพรมแดน นอกจากนั้นยังมีแนวนโยบายออกมาเพิ่มเติมอีกว่า ให้เพิ่มเงื่อนไขเรื่องการเผาในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรในการนำเข้า &#8211; ส่งออกสินค้า เพื่อแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน</p>



<p>ภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส <a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/101238">รัฐบาลนายอนุทิน</a> ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เคยระบุว่า ไทยจะสนับสนุน สปป.ลาวในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพื่อยกระดับการจัดเก็บข้อมูลและการแจ้งเตือนประชาชน</p>



<ol start="5" class="wp-block-list">
<li>ครม.อนุมัติหลักการที่กำหนดให้ &#8220;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&#8221; เป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้า&nbsp;</li>
</ol>



<p>เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบใน<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/160523">หลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์ </a>เพื่อกำหนดให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นสินค้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้าอย่างเข้มงวด โดยผู้นำเข้าต้องแสดงหนังสือรับรองผลผลิตปลอดการเผาต่อกรมศุลกากรประกอบการนำเข้าทุกครั้ง ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 เพื่อลดผลกระทบจากการนำเข้าผลผลิตที่มีกระบวนการผลิตเกี่ยวข้องกับการเผาแปลงเพาะปลูกในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ข้ามแดน</p>



<p>นอกจากนี้ ผู้นำเข้าต้องขึ้นทะเบียนกับกรมการค้าต่างประเทศ และมีหน้าที่รายงานการนำเข้าตามหลักเกณฑ์เพื่อประสิทธิภาพในการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ถึงแหล่งที่มาของสินค้าได้ อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ยังให้ยกเว้นการนำเข้าเพื่อศึกษาวิจัยหรือกรณีความมั่นคงที่ได้รับอนุญาต โดยระบุไว้ว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรที่มีความยั่งยืนและเป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่ประเทศไทยให้ความสำคัญ</p>



<ol start="6" class="wp-block-list">
<li>กำหนดให้โรงงานน้ำตาลรับอ้อยเผาได้ไม่เกิน 20% ต่อวัน และทั้งฤดูการผลิตต้องไม่เกิน 10% และมีมาตรการสนับสนุนเกษตรกรที่ตัดอ้อยสด 100% ไม่เกิน 120 บาทต่อตัน</li>
</ol>



<p>แผนปี 2562 ที่รัฐบาลตั้งเป้าให้ไม่เผาไร่อ้อย 100% ภายในปี 2565 ไม่ประสบความสำเร็จ ยังพบสัดส่วนอ้อยไฟไหม้พุ่งสูงถึง 27-32% ในช่วงปี 2564-2567 อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาล 2567-2568 สถานการณ์เริ่มปรับตัวดีขึ้นจนเหลือสัดส่วนอ้อยเผาเพียง 14.86% หรือคิดเป็น 13.68 ล้านตัน ซึ่งเป็นผลจากการใช้มาตรการทางภาษีและเงินชดเชย โดย<a href="https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1163731">หักเงินอ้อยไฟไหม้ 30 บาทต่อตัน</a> เพื่อนำไปสนับสนุนเกษตรกรที่ตัดอ้อยสดซึ่งจะได้รับเงินเพิ่มถึง 120 บาทต่อตัน</p>



<p>ในแผนฉบับที่ 2 (2568–2570) รัฐบาลยกระดับจากการขอความร่วมมือเป็นการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจอย่างเข้มงวด ทั้งการตัดสิทธิความช่วยเหลือจากภาครัฐแก่ผู้ที่ยังลักลอบเผา และการกำหนดเงื่อนไขใบอนุญาตโรงงาน (ร.ง. 4) ให้รับเฉพาะอ้อยสดเท่านั้น รวมถึงการเร่งแก้ไข <a href="https://www.prachachat.net/hilight-prachachat/news-122296">พ.ร.บ. อ้อยและน้ำตาลทรายฯ</a> เพื่อเพิ่มบทลงโทษทางการเงิน และนำระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) มาใช้จำกัดช่องทางการตลาดของผลผลิตที่มาจากการเผาอย่างเด็ดขาด</p>



<p>นอกจากนี้ยังกำหนดให้โรงงานน้ำตาลรับอ้อยเผาได้ไม่เกิน 20% ต่อวัน และทั้งฤดูการผลิตต้องไม่เกิน 10% และมีมาตรการสนับสนุนเกษตรกรที่ตัดอ้อยสด 100% ไม่เกิน 120 บาทต่อตัน ยังออกมาตรการด้านการ<a href="https://gcc.go.th/2025/01/11/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5-%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%B1/">สนับสนุนเครื่องจักร</a>และสิทธิประโยชน์ทางการค้า ทั้งการยกเว้นอากรนำเข้ารถตัดอ้อย ชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ และร่วมกับ BOI <a href="https://gcc.go.th/2025/01/11/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5-%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%B1/">ให้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้</a>นิติบุคคลแก่โรงงานที่ลงทุนเครื่องจักรลดฝุ่นถึง 120% พร้อมส่งเสริมการสร้างรายได้ทางเลือกจากการนำใบอ้อยไปขายให้โรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมการเผาทิ้งให้เป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนแทน</p>



<h3 class="wp-block-heading">เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย: พรรคการเมืองของคุณจะรับนโยบายต่อไปนี้หรือไม่ <em>(ข้อเสนอเหล่านี้รวบรวมจากภาคส่วนต่างๆ ในสังคม)</em></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/6-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6475" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/6-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/6-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/6-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/6-1.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p><br></p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>ผลักดัน พรบ. อากาศสะอาดให้ผ่านสภาเร็วที่สุด</strong> <strong>จัดตั้ง “กองทุนอากาศสะอาด” เพื่อจะได้มีกองทุนบริหารรายได้จากมลพิษโดยตรง</strong> เพื่อสร้างกลไกความรับผิดชอบ เยียวยาประชาชน&nbsp;</li>



<li><a href="https://thailandcan.net/en/news/summary-of-three-public-forum-discussions"><strong>เก็บภาษีค่าธรรมเนียมสิ่งแวดล้อม</strong></a> โดยใช้หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย เพื่อเปลี่ยนภาระต้นทุนสุขภาพประชาชนให้เป็นความรับผิดชอบของผู้ผลิตอย่างเท่าเทียม</li>



<li>สนับสนุนให้<strong>จัดทำ</strong><a href="https://angkaewnews.com/content/%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%AF-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B2-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99-3-%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88"><strong>ระบบข้อมูลชุมชน เพื่อลงทะเบียนขอกำจัดเชื้อเพลิง</strong> และควบคุมเวลาและปริมาณการเผา โดยแจ้งพิกัด</a> พื้นที่ แล้วขออนุญาตผ่านแอปพลิเคชัน <a href="https://greennews.agency/?p=23771">Fire D</a> ให้ศูนย์บัญชาการบริหารจัดการเชื้อเพลิงพิจารณาคำร้องหรือหาทางออกที่เหมาะสม</li>



<li><strong>ออกแบบมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน ที่เหมาะสมตามแต่ละจังหวัด</strong> ซึ่งมีลักษณะของชุมชนและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เพราะ<a href="https://angkaewnews.com/content/%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%AF-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B2-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99-3-%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88">นโยบายการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันไม่ควรจะเป็นแบบเดียวทั้ง 77 จังหวัด</a></li>



<li><strong>ลดต้นทุนเกษตรกรด้วยการ</strong><a href="https://www.sdgmove.com/2023/05/17/sdg-insights-policy-pm2-5-agriculture/"><strong>ส่งเสริมตลาดเช่าเครื่องจักรเสรี</strong></a><strong> </strong>ผ่านระบบเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) ให้เข้าถึงได้ทุกพื้นที่ในราคาย่อมเยา</li>



<li>การใช้มาตรการห้ามเผาเด็ดขาดทั่วประเทศโดยเฉพาะในพื้นที่เกษตร</li>



<li>การใช้มาตรกาาร ‘ชิงเผา’ เพื่อลดเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าหรือเกษตรกรรมก่อนฤดูไฟป่าจริง</li>



<li>ตั้งคณะกรรมการ&nbsp; Airshed โดยรวมกลุ่มจังหวัดที่คาดว่าอยู่ในพื้นที่แอ่งฝุ่น PM2.5 เดียวกันให้ทำงานประสานกัน&nbsp;</li>



<li>มีพื้นที่ควบคุมพิเศษ (Low Emission Zone) เก็บค่าธรรมเนียมรถเข้าเมือง</li>



<li>เพิ่มงบประมาณให้ท้องถิ่นในการจัดการกับปัญหาไฟป่า</li>
</ol>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/database-datadrivenpolicy-election69-pm25/">ดูข้อมูลดิบ </a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/datadrivenpolicy-election69-pm25/">#DataDrivenPolicy เลือกตั้ง ’69 ปัญหา PM2.5</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bangkok Index: อากาศ [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-pollution-bangkok-index-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Apr 2025 09:37:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นPM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นPM25]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5333</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3604;&#3636 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-pollution-bangkok-index-2024/">Bangkok Index: อากาศ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ข้อมูลดิบอากาศ ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5 อ้างอิงจากรายงานผลการตรวจวัด ปี 2566 กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรุงเทพมหานคร</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQmIkfUW7CFg7AZ48HlUcxjMAqR6fY1U1zqRK5Ctm0tYo2dBzT7QolG0JKejjuM4l4hSQrVl9G1fz8c/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1BrJ2Y33FsJC8KfbhwJUXp4WrVNYe6ysAPYbclIrR-jw/edit?usp=sharing">ดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่</a></p>



<p>อ่าน&nbsp;<a href="https://rocketmedialab.co/weather-bangkok-index-2024/">สำรวจอากาศในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2024</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-pollution-bangkok-index-2024/">Bangkok Index: อากาศ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-pm25-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Feb 2025 14:13:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxThaiHealth]]></category>
		<category><![CDATA[จุดความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นทั่วไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เผาไหม้]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สสส.]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[หมอกควัน]]></category>
		<category><![CDATA[เผาป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5072</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3604;&#3634;&#3623;&#3609;&#3660;&#3650;&#3627;&#3621 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-pm25-2024/">สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTkE7uSbgNqml17CnvbADttovi-qUf1LzqKHeCiFFRGNV-b9W8gNCpi6c87UHCKV3kSTtOrMGhHH6FM/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1dtN0UDUjHKo9k1c4QCMVYJjvr8SYaYaJjAVVenmmN0g/edit?gid=1295075901#gid=1295075901">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p>อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024">จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-pm25-2024/">สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทม์ไลน์แผนหมอกควันข้ามแดนอาเซียน [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-asean-haze-policy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Jan 2025 09:43:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4987</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3604;&#3634;&#3623;&#3609;&#3660;&#3650;&#3627;&#3621 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-asean-haze-policy/">ไทม์ไลน์แผนหมอกควันข้ามแดนอาเซียน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQQq8tVX249EVy9e_tq5NmXiCpt1K0E0ipCIJ43OOMeMR_Yj07Pn2KPNTNxWslh6Q6uKn3XKOwqYRAm/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQQq8tVX249EVy9e_tq5NmXiCpt1K0E0ipCIJ43OOMeMR_Yj07Pn2KPNTNxWslh6Q6uKn3XKOwqYRAm/pubhtml">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p>อ่าน<a href="https://rocketmedialab.co/asean-haze-policy/"> 30 ปีแห่งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนร่วมกันของอาเซียน</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-asean-haze-policy/">ไทม์ไลน์แผนหมอกควันข้ามแดนอาเซียน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>30 ปีแห่งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนร่วมกันของอาเซียน</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/asean-haze-policy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Jan 2025 09:27:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4979</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3651;&#3609;&#3611;&#3637; 2567 &#3611;&#3633;&#3597; [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/asean-haze-policy/">30 ปีแห่งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนร่วมกันของอาเซียน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>จุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนของอาเซียนมาจากร่างแผนปฏิบัติการหมอกควันระดับภูมิภาค หรือที่เรียกว่า Regional Haze Action Plan: RHAP ที่เกิดขึ้นในปี 2538&nbsp;</li>



<li>จากนั้นในปี 2545 ก็มีข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution: AATHP) อันนำมาสู่การทำโรดแมป ASEAN Transboundary Haze Free Roadmap by 2020 เพื่อทำให้ภูมิภาคอาเซียนปลอดหมอกควันภายในปี 2563</li>



<li>แผน ASEAN Transboundary Haze Free Roadmap by 2020 ไม่สำเร็จภายในปี 2563 จึงเกิดแผนงานอาเซียนปลอดหมอกควันครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2566-2573) Second ASEAN Haze-Free Roadmap (2023-2030) ซึ่งเปิดตัวไปในปี 2567 ที่ผ่านมา&nbsp;</li>



<li>ในเดือนตุลาคม 2567 ก็เกิดแผนงานความร่วมมือระหว่างไทย สปป.ลาว และเมียนมา ภายใต้ชื่อ ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) ซึ่งมีกรอบระยะเวลาในการทำงานระหว่างปี 2567-2573 เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนใน 3 ประเทศ&nbsp;</li>
</ul>



<p>ในปี 2567 ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือรุนแรงมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัญหาเรื่องหมอกควันข้ามแดนจากเมียนมาและลาว อันมาจากพื้นที่การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำให้ประเด็นเรื่องหมอกควันข้ามแดนถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย ในขณะที่ปี 2568 นี้ พบจุดความร้อนจำนวนมากในกัมพูชาในช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 สูงขึ้น ประกอบกับการเผาพื้นที่เกษตรภายในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร กล่าวเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 ว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นวาระอาเซียน&nbsp;</p>



<p>Rocket Media Lab ชวนย้อนสำรวจความร่วมมือของประเทศในแถบอาเซียนในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนว่ามีมาตั้งแต่เมื่อไร ในปัจจุบันมีความคืบหน้าแค่ไหน และทำไมถึงยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้สักที</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>30 ปีแห่งความพยายามในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนของอาเซียน</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-1024x576.png" alt="" class="wp-image-4984" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-1024x576.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-300x169.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-768x432.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-1536x864.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-2048x1152.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-600x337.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ปัญหาหมอกควันข้ามแดนมีมานานแล้ว เช่นเดียวกับความพยายามในการสร้างความร่วมมือกันแก้ปัญหาของประเทศในแถบอาเซียน โดยในช่วงแรกนั้นเกิดมาจากปัญหาไฟไหม้ป่าในประเทศอินโดนีเซียซึ่งมักเกิดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนของทุกปี ส่งผลให้เกิดหมอกควันและฝุ่นละอองปกคลุมบริเวณพื้นที่ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ บูรไน สิงคโปร์ มาเลเซีย และภาคใต้ตอนล่างของไทย โดยเฉพาะเหตุการณ์หมอกควันครั้งรุนแรงในปี 2537&nbsp;</p>



<p>ในปี 2538 ในช่วงรัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา&nbsp;เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในการหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า โดยกำหนดให้มีการร่างแผนปฏิบัติการหมอกควันระดับภูมิภาค หรือที่เรียกว่า Regional Haze Action Plan: RHAP ขึ้น จากนั้นในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านหมอกควัน ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 &#8211; 23 ธันวาคม 2540 ณ ประเทศสิงคโปร์ มีความเห็นชอบให้จัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านหมอกควันทุก 2 ปี อีกทั้งยังได้มีการจัดตั้งเจ้าหน้าที่อาวุโสเฉพาะกิจของอาเซียนด้านหมอกควัน (Haze Technical Task Force: HTTF) ขึ้น เพื่อรับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันหมอกควันจากไฟป่าในภูมิภาคอาเซียน</p>



<p>ในปี 2543 มีการจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 8 (8th&nbsp;AMME) ในวันที่ 6–7 ตุลาคม 2543 ณ ประเทศมาเลเซีย และมีมติเห็นชอบการขยายความร่วมมือและการกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเรื่องหมอกควันและไฟป่าตามร่างแผนปฏิบัติการหมอกควันระดับภูมิภาค (RHAP) และมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดทำข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution by 2020: AATHP) เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือในระดับภูมิภาคในการติดตาม เฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และยกเลิก RHAP รวมไปถึงกลไกการทำงานเดิมทั้งหมด</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จาก RHAP สู่ AATHP</strong></h3>



<p>หลังจาก ยกเลิก RHAP และมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดทำข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution by 2020: AATHP) แล้ว ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศก็ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution by 2020: AATHP) เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2545 และข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2546 โดยที่ทั้ง 10 ประเทศได้ลงนามให้สัตยาบันแล้ว&nbsp;</p>



<p>แต่ถึงอย่างนั้นข้อตกลง AATHP ก็เป็นเพียง การแต่งตั้งหน่วยงานรับผิดชอบภายใต้ข้อตกลง AATHP โดยในประเทศไทยมีหน่วยงานรับผิดชอบหลักก็คือ กรมควบคุมมลพิษ และเป็นข้กตกลงในการดำเนินโครงการและจัดทำแผนงานเท่านั้น นอกจากนั้นก็มีเพียงการกำหนดการประชุมทั้ง การประชุมประเทศภาคีต่อข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (10 ประเทศอาเซียน) การประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม&nbsp;5 ประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และการประชุมคณะทำงานภายใต้รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (5 ประเทศในอนุภูมิภาคแม่โขง ได้แก่ เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา และไทย) และการประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม&nbsp;5&nbsp;ประเทศ เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และการประชุมคณะทำงานภายใต้รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม&nbsp;5 ประเทศ เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน&nbsp;(5 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย)&nbsp;</p>



<p>จากนั้นในปี 2559 จึงได้มีการนำเสนอ ASEAN Transboundary Haze Free Roadmap (ATHFR) ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินการร่วมกันเพื่อควบคุมการข้ามพรมแดนมลพิษจากหมอกควันในอาเซียน ในการประชุมสมัชชาภาคีภาคีฯ ครั้งที่ 12 (COP-12) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2559 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และได้รับการรับรองในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 28 และ 29 เมื่อวันที่ 6 – 8 กันยายน 2559 ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ซึ่งโรดแมป ATHFR&nbsp; นี้ตั้งเป้าหมายให้อาเซียนปลอดมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนให้ได้ภายในปี 2563</p>



<p>โดยในระหว่างนั้นในปี 2560 ก็มีการทำแผนย่อย ซึ่งก็คือ แผนปฏิบัติการเชียงราย 2017 เพื่อป้องกันมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (Chiang Rai 2017 Plan of Action for Transboundary Haze Pollution Control in the Mekong Sub-Region) โดยมีกรอบความร่วมมือให้ประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง 5 ประเทศ ให้เร่งรัดดำเนินการร่วมกันเพื่อลดจำนวนจุดความร้อนรวมในอนุภูมิภาคแม่โขงลงเหลือไม่เกิน 50,000 จุด ในปี 2563 ซึ่งจะทำให้บรรลุเป้าหมายของ ATHFR ที่จะทำให้ภูมิภาคอาเซียนปลอดหมอกควันภายในปี 2563 ได้&nbsp;</p>



<p>และในปี 2562 ภาคีของ AATHP ตกลงที่จะทบทวนแผนงานเพื่อประเมินความก้าวหน้าในความพยายามเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ข้ามพรมแดนอาเซียนปลอดหมอกควันภายในปี 2563 แต่เมื่อถึงปี 2563 ปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนยังคงมีอยู่และไม่ลดลง อีกทั้งก็ยังไม่มีมาตรการในทางปฏิบัติออกมาจากแผน ATHFR&nbsp; มีเพียงแค่การแลกเปลี่ยนข้อมูล การประชุมปรึกษาหารือและทบทวนแผนเท่านั้น สุดท้ายในปี 2563 แผนโรดแมป ATHFR จึงหมดอายุลงโดยปริยายและไม่ประสบความสำเร็จในการทำให้ภูมิภาคอาเซียนปลอดหมอกควันภายในปี 2563</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แผนเก่าไม่สำเร็จ แผนใหม่ ภาค 2 จึงออกมาอีกครั้ง&nbsp;</strong></h3>



<p>แม้แผนโรดแมป ATHFR จะไม่สำเร็จ แต่ข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution) ยังคงอยู่ โดยในปี 2564 ภาคีของ AATHP ได้มีการทบทวนและตกลงที่จะจัดทำแผนงานฉบับที่ 2 โดยมีคณะทำงานประกอบด้วยผู้อาวุโสเจ้าหน้าที่จาก AMS (Asean Member States) เพื่อสรุปผลแผนงานที่สอง</p>



<p>และในปี 2567 ที่ผ่านมาก็ได้มีการเปิดตัวแผนงานอาเซียนปลอดหมอกควันครั้งที่ 2 พ.ศ. 2566-2573 (Second ASEAN Haze-Free Roadmap 2023-2030) ซึ่งประกอบไปด้วยนโยบายและการเจรจาว่าด้วยยุทธศาสตร์และการดำเนินการเพื่อให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปราศจากหมอกควันให้สำเร็จ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากแผนอาเซียน 10 ประเทศ สู่แผน 3 ประเทศ ไทย ลาว เมียนมา</strong></h3>



<p>จากแผน Chiang Rai 2017 Plan of Action ในปี 2560 ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ประเทศ คือ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนามและไทย ซึ่งยังคงมีการดำเนินการต่อ แม้เป้าหมายที่กำหนดไว้ว่าจะลดจำนวนจุดความร้อนรวมในอนุภูมิภาคแม่โขงลงเหลือไม่เกิน 50,000 จุด ในปี 2563 เพื่อให้เป้าหมายหลักของ ATHFR ที่จะทำให้ภูมิภาคอาเซียนปลอดหมอกควันภายในปี 2563 จะไม่ประสบความสำเร็จ และ ATHFR ก็หมดระยะเวลาลงไปแล้วนั้น&nbsp;</p>



<p>ในปี 2565 มีการประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศ เรื่อง มลพิษจากหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขง ครั้งที่ 11 (11th Meeting of the Sub-Regional Ministerial Steering Committee on Transboundary Haze Pollution in the Mekong Sub-Region หรือ 11th MSC Mekong) อันสืบเนื่องมาจาก แผน Chiang Rai 2017 Plan of Action โดยมีการตั้งเป้าหมายลดจุดความร้อนภายใต้แผนปฏิบัติการเชียงราย (Chiangrai Plan of Action) ในปี 2566 2567 และ 2568 ให้ลดลงร้อยละ 30 35 และ 40 ตามลำดับ โดยใช้จำนวนจุดความร้อนปี 2563 เป็นฐาน&nbsp;</p>



<p>และต่อมาในเดือนตุลาคม 2567 ก็เกิดแผนงานใหม่ ซึ่งเป็นความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างไทย สปป.ลาว และเมียนมา ภายใต้ชื่อ ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) ซึ่งมีกรอบระยะเวลาในการทำงานระหว่างปี 2567-2573 โดยกำหนดเป้าหมายลดจุดความร้อน การจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงการเกิดไฟไหม้ป่า การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสุขภาพต่อประชาชน การส่งเสริมความร่วมมือกับพันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และการจัดตั้งสายด่วน (hotline) เพื่อประสานงานระหว่างทั้งสามประเทศ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>30 ปีแล้ว&#8230;มาตรการหมอกควันข้ามแดนของอาเซียนจะสำเร็จเมื่อไร</strong></h3>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าความพยายามในการสร้างความร่วมมือกันแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนร่วมกันของอาเซียนมีมานานถึง 30 ปีแล้ว แต่กลับยังไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากไม่มีมาตรการข้อบังคับต่อกัน เป็นเพียงกรอบแนวทางในการลดการเกิดจุดความร้อนและการเผาในประเทศของตนและแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้และความร่วมมืออื่นๆ มากกว่า เพราะเมื่อประเทศเพื่อนบ้านเกิดจุดความร้อนสูงและมีการเผาเกิดขึ้น จนส่งผลกระทบเป็นหมอกควันข้ามแดนเหมือนดังเช่น ที่เกิดขึ้นในเมียนมาเมื่อปีที่แล้ว หรือในกัมพูชาเมื่อต้นปีนี้ ประเทศไทย ซึ่งได้รับผลกระทบก็ยังไม่สามารถใช้ข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนในการจัดการได้</p>



<p>แต่จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ระหว่างปี 2565 ถึง 2566 พบว่า จุดความร้อนใน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา&nbsp; สิงคโปร์ เวียดนามและไทย เพิ่มขึ้นจาก 704,892 จุดในปี 2565 เป็น 1,130,626 จุด&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศในอาเซียนที่อยู่ในข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนด้วย มีการใช้กฎหมายหมอกควันข้ามพรมแดน (Transboundary Haze Pollution<strong> </strong>Act &#8211; THPA) ลงโทษบริษัทหรือบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดน ไม่ว่าบริษัทหรือบุคคลนั้นจะอยู่นอกเขตแดนสิงคโปร์ก็ตาม ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดคือการปรับเงิน 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์/วัน หรือสูงสุด 2,000,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลการตรวจสอบคุณภาพอากาศเพื่อรวบรวมหลักฐานในการดำเนินคดี&nbsp;</p>



<p>ประเทศไทยเอง จากการการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 รวมไปถึงการแถลงผลงาน 3 เดือนในวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจะใช้<a href="https://www.igreenstory.co/pm2-5-3/?fbclid=IwY2xjawIEObVleHRuA2FlbQIxMAABHViEAC53q6QYQNdDqKnVDXGx_GytnN__QAqMA2o5ZJBnC25Dh-aRCKaWoA_aem_LMmObOfvtoGe9j1Mwoer0A">มาตรการ</a>ไม่รับซื้อข้าวโพด อ้อย จากการเผาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อลดปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรและหมอกควันข้ามแดน</p>



<p>แต่จากข้อมูลการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากกรมศุลากร พบว่าในปี 2566 ประเทศนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมา ลาว และกัมพูชา รวม 1,331,428 ตัน โดยนำเข้าจากเมียนมาสูงสุด ในขณะที่ในปี 2567 เพิ่มเป็น 2,012,117 ตัน และยังเป็นการนำเข้าจากเมียนมามากที่สุดเช่นเดียวกัน โดยในปี 2567 การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศกัมพูชา ลาว และเมียนมาอยู่ภายใต้ความตกลง ASEAN Trade in Goods Agreement (ATIGA) 3 ทำให้ผู้นำเข้าได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า รวมถึงต้นทุนค่าขนส่งต่ำ จึงมีความได้เปรียบกว่าประเทศอื่นๆ ในปีเดียวกัน <a href="https://www.infoquest.co.th/2024/454303">คณะรัฐมนตรี</a>ยังคงนโยบายที่ผู้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะได้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร ในอัตรา 0% เช่นเดิมในปี 2568&nbsp;</p>



<p>นอกจากนั้น จำนวนจุดความร้อนที่เกิดขึ้นอย่างมากในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว เมียนมา กัมพูชา ยังสัมพันธ์กันกับปัญหาหมอกควันข้ามแดนและฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดในประเทศไทยที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย โดยรายงานผืนป่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมลพิษ PM2.5 ข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ปี พ.ศ.2558-2563 ของ<a href="https://www.greenpeace.org/static/planet4-thailand-stateless/2021/04/46bdd195-minireport-forest-maize-haze-transboundary.pdf">กรีนพีซ</a> วิเคราะห์ข้อมูลจากจุดความร้อนจากภาพดาวเทียม Suomi-NPP ระบบ VIIR พบว่า 1 ใน 3 ของจุดความร้อนอยู่ในพื้นที่ปลูกข้าวโพด</p>



<p>จะเห็นได้ว่าแม้ไทยจะอยู่ในข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน แต่เมื่อข้อตกลงดังกล่าวไม่มีสภาพบังคับต่อกัน ปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านจึงยังไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยข้อตกลงดังกล่าว และไทยเองก็ไม่มีกฎหมายดังเช่นสิงคโปร์ หรือแนวความคิดในการงดรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากต่างประเทศที่มาจากพื้นที่ที่มีการเผาก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง อีกทั้งยังนำเข้าเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย มาตรการที่ประเทศไทยใช้เพื่อพยายามจะแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนอยู่ในปัจจุบันนี้จึงเป็นเพียงมาตรการ ‘ปรึกษาหารือ’ ผ่าน<a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/336554">กระทรวงการต่างประเทศ</a> ดังเช่นเมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อจุดความร้อนในประเทศกัมพูชาสูงมากจนก่อมลพิษในประเทศไทย โดยทางกระทรวงการต่างประเทศสั่งการให้เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ เข้าพบเพื่อหารือกับผู้แทนระดับสูงของกัมพูชาเพื่อแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นแทน&nbsp;</p>



<p>อ้างอิง</p>



<p><a href="https://fad.mnre.go.th/th/as/content/255">ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution</a></p>



<p><a href="https://asean.org/wp-content/uploads/2024/09/The-Second-Haze-Free-Roadmap-2023-2030.pdf">The Second Roadmap on ASEAN Cooperation towards Transboundary Haze Pollution with Means of Implementation 2023-2030</a></p>



<p>ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-asean-haze-policy/">ไทม์ไลน์แผนหมอกควันข้ามแดนอาเซียน [ข้อมูลดิบ</a>]</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/asean-haze-policy/">30 ปีแห่งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนร่วมกันของอาเซียน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปี 2024 มีวันอากาศดีเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่รัฐบาลยังไม่บรรลุเป้าหมายแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jan 2025 05:46:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4914</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2024 คนกรุงเทพฯ มีวันอากาศดี 43 วัน เพิ่มจากปีก่อนซึ่งมี 31 วัน แต่ยังสูดฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,297.14 มวน</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2024/">ปี 2024 มีวันอากาศดีเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่รัฐบาลยังไม่บรรลุเป้าหมายแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<p><em>หมายเหตุ: มีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2025 เวลา 19.30 น.</em></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ในปี 2024 ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีวันที่อากาศดี คืออยู่ในเกณฑ์สีเขียว 43 วัน คิดเป็น 11.81% เพิ่มสูงขึ้นกว่าปี 2023 ที่มีวันที่อากาศดีเพียง 31 วัน และในปี 2024 ส่วนใหญ่นั้นเป็นวันที่อากาศมีคุณภาพปานกลาง คือเกณฑ์สีเหลือง 252 วัน หรือคิดเป็น 69.23% ของทั้งปี และหากเทียบกับปี 2023 ที่มีอากาศในเกณฑ์สีเหลือง 241 วันแล้วก็นับว่าเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน</li>



<li>ในปี 2024 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ ทั้งหมด 1,297.14 มวน ลดลงจากปี 2023 ที่มีจำนวน 1,370.09 มวน ถึง 81.95 มวน หรือคิดเป็น 4.09 ซอง แต่ก็ยังมากกว่าปี 2022 ที่มีจำนวน 1,224.77 มวน และปี 2021 ที่มีจำนวน 1,261.05 มวน&nbsp;</li>



<li>ในเดือนธันวาคม 2023 ในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ออก<a href="https://epo13.pcd.go.th/th/download/?file=oJM3MRkjoF5aBKDlnGS4AKNmoGM3A0jjoGOaZKDknGq4ZKNmoGO3ZHjloGEaZaDjnGW4YKNjoGO3BRjmoGSaAKD3nGO4ZUNkoGS3A0jkoGAaZUDknGW4AUNloGO3ZxjgoJIaoUEcnJM4Y3OyoJk3nHkzoF9aq3EhnGI4AaNkoF93MRkuoJ9aoUEjnKI4YjWewEb3QWewEb3Q&amp;n=%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%20PM2&amp;t=GTMgoJqwqS9cMUug">มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024</a> โดยกำหนดเป้าหมายเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ในปี 2024 โดยเฉพาะการลดพื้นที่เผาใน 17 จังหวัดภาคเหนือลง 50% จากข้อมูลพื้นที่เผาของ GISTDA ในปี 2024 พบว่ามาตรการในปี 2024 นั้นไม่บรรลุผล</li>
</ul>



<p>Rocket Media Lab ชวนสำรวจภาพรวมสภาพอากาศของกรุงเทพฯ ในปี 2024 ว่า ฝุ่น PM2.5 เป็นอย่างไร การแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 ในระดับชาติเกิดขึ้นได้จริงไหม&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-4938" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-768x961.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-1228x1536.jpg 1228w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-1637x2048.jpg 1637w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-scaled.jpg 2046w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">กรุงเทพฯ และสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในปี 2024</h3>



<p>จากการทำงานของ Rocket Media Lab โดยอ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project พบว่า ในปี 2024 ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีวันที่อากาศดี คืออยู่เกณฑ์สีเขียว 43 วัน คิดเป็น 11.81% เพิ่มสูงขึ้นกว่าปี 2023 ที่มีวันที่อากาศดีเพียง 31 วัน และในปี 2024 ส่วนใหญ่นั้นเป็นวันที่อากาศมีคุณภาพปานกลาง คือเกณฑ์สีเหลือง 252 วัน หรือคิดเป็น 69.23% ของทั้งปี และหากเทียบกับปี 2023 ที่มีอากาศในเกณฑ์สีเหลือง 241 วันแล้วก็นับว่าเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน ส่วนวันที่มีคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษหรือสีส้มนั้นมีเพียง 61 วัน หรือคิดเป็น 16.76% ของทั้งปี ลดลงจากปี 2023 ที่มีจำนวน 78 วัน และวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรืออยู่ในเกณฑ์สีแดงนั้นมี 8 วัน หรือคิดเป็น 2.20% ของทั้งปี และเมื่อเทียบกับปี 2023 ที่มีมากถึง 14 วัน กล่าวคือวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรืออยู่ในเกณฑ์สีแดงนั้นลดลงจากเดิมถึง 6 วัน</p>



<p>โดยภาพรวมแล้วอากาศในปี 2024 มีวันที่อากาศดีเพิ่มขึ้น วันที่อากาศมีคุณภาพปานกลางก็เพิ่มขึ้น ส่วนวันที่มีคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษหรือสีส้มนั้นลดลง และวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพก็ยังลดลงอีกด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">3 เดือนที่อากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2024: เดือนมีนาคมตกอันดับ เดือนมกราคมขึ้นมาแทนที่ วันที่อากาศแย่ที่สุดคือวันวาเลนไทน์</h3>



<p>ในปี 2023 เดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดเป็นเดือนมีนาคม ทว่าในปี 2024 เดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดคือเดือนมกราคม โดยมีค่าเฉลี่ยอากาศทั้งเดือนอยู่ที่ 119.87 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าปี 2023 ที่มีค่าเฉลี่ย 113.45 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยเดือนมกราคม 2024 ไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลย สำหรับวันที่มีสีเหลืองหรือคุณภาพอากาศปานกลางพบว่ามี 8 วัน ส่วนสีส้มหรือคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 19 วัน และสีแดง หรือมีผลต่อสุขภาพ 4 วัน</p>



<p>รองลงมาคือเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยค่าเฉลี่ยอากาศ 99.52 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลย ขณะที่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 19 วัน และสีส้ม คุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 6 วัน และสีแดง หรือมีผลต่อสุขภาพ 4 วัน</p>



<p>ตามมาด้วยเดือนธันวาคม ด้วยค่าเฉลี่ยอากาศที่ 99.31 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็ไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลยเช่นเดียวกัน ขณะที่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 15 วัน และสีส้ม คุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 14 วัน แต่ไม่พบวันที่มีสีแดง หรือวันที่มีผลต่อสุขภาพ ทั้งนี้ เนื่องจากไม่ปรากฏข้อมูลวันที่ 30 และ 31 ธันวาคม จึงไม่ได้นำมาคำนวณด้วย แต่แม้ข้อมูลจะขาดหายไปสองวัน แต่ค่าเฉลี่ยของเดือนธันวาคมก็ยังสูงจนติดอันดับสามของปี&nbsp;</p>



<p>หากสำรวจวันที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดของปี พบว่าเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2024 ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์ โดยมีค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 165 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p>อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าสามเดือนที่อากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2024 เป็นเดือนในช่วงต้นปีเช่นเดิม ดังเช่น ปี 2023 ที่พบในเดือนเมษายน มีนาคม และกุมภาพันธ์ ปี 2022 ที่พบในเดือนธันวาคม มกราคม และเมษายน ปี 2021 และ 2020 ที่มีพบในเดือนธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">เดือนสิงหาคมอากาศดีที่สุดในปี 2024: เฉลี่ยแค่ 11 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;</h3>



<p>เดือนที่มีอากาศดีที่สุดในปี 2024 คือเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเดือนที่มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงทั้งเดือนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับเดือนอื่น คือ 53.13 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยมีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 8 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 23 วัน ซึ่งถึงแม้จะมีวันที่มีอากาศสีเขียวเพียงแค่ 4 วันแต่เนื่องจากค่าเฉลี่ยในวันที่ 23 สิงหาคมคือ 11 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และวันที่ 22 สิงหาคมคือ 13 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยอากาศที่ต่ำมาก ทำให้จำนวนค่าเฉลี่ยทั้งเดือนต่ำไปด้วย จึงได้แชมป์เดือนที่อากาศดีที่สุดของปีไปครอง</p>



<p>รองลงมาคือเดือนกรกฎาคม 2024 ซึ่งเป็นเดือนที่มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง คือ 53.16 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยมีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 11 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 20 วัน&nbsp;</p>



<p>ตามมาด้วยมิถุนายน 2024 มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 12 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 30 วัน ทั้งนี้เดือนสิงหาคม เดือนกรกฎาคม และมิถุนายนซึ่งเป็น 3 เดือนที่อากาศดีที่สุดนั้น ไม่พบวันที่มีอากาศในเกณฑ์สีส้มและแดงเลย ในขณะที่วันที่อากาศดีที่สุดในปี 2024 คือวันที่ 23 สิงหาคม 2024 โดยมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 11 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่วันที่อากาศดีที่สุดในปี 2023 คือ วันที่ 16 กันยายน โดยมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 20 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งหนึ่งอาจจะมีบางเขตของกรุงเทพฯ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกทุกเขต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-4919" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ถ้าค่าฝุ่น PM2.5 22 มคก./ลบ.ม. = บุหรี่ 1 มวน ปี 2024 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูบบุหรี่ไปกี่มวน</h3>



<p>จาก<a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence/">งานของ&nbsp;Richard&nbsp;A. Muller&nbsp;</a>นักวิจัยชาวอเมริกันจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Berkeley Earth แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่า ค่าฝุ่น PM2.5 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ 1 มวน ซึ่งหากนำค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของปี 2024 มาคำนวณเปรียบเทียบตามเกณฑ์ของ&nbsp;Richard&nbsp;Muller จะพบว่า</p>



<p>ในปี 2024 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ ทั้งหมด 1,297.14 มวน ลดลงจากปี 2023 ที่มีจำนวน 1,370.09 มวน ถึง 81.95 มวน หรือคิดเป็น 4.09 ซอง แต่ก็ยังมากกว่าปี 2022 ที่มีจำนวน 1,224.77 มวน และปี 2021 ที่มีจำนวน 1,261.05 มวน</p>



<p>สำหรับเดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2024 อย่างเดือนมกราคม คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 168.91 มวน คิดเป็นเฉลี่ยวันละ 5.45 มวน ซึ่งมีจำนวนของมวนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2023 อย่างเดือนเมษายน ที่มีจำนวน 157.45 มวน หรือเฉลี่ยวันละ 5.24 มวน&nbsp;</p>



<p>หรือในเดือนที่อากาศดีที่สุดในปี 2024 อย่างเดือนสิงหาคม คนกรุงเทพฯ ก็ยังสูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 74.86 มวน เฉลี่ยวันละ 2.41 มวน อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ถือว่าลดลง เมื่อเทียบกับเดือนที่อากาศดีที่สุดในปี 2023 อย่างเดือนสิงหาคมที่มีจำนวน 70.14 มวน เฉลี่ยวันละ 2.33 มวน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-5203" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในปี 2024 ที่ผ่านมาสำเร็จแค่ไหน</h3>



<p>ปัญหา PM2.5 นับเป็นปัญหาซ้ำซากที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงต้นปีและปลายปีทุกปี ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพของประชาชนไทย รัฐบาลเคยมีมติให้ “การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละออง” เป็นวาระแห่งชาติในปี 2019 โดยในแผนวาระฝุ่นแห่งชาตินั้น มีการกำหนดตัวชี้วัดไว้ 3 ข้อด้วยกัน คือ1) จํานวนวันที่ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มขึ้น 2) จํานวนจุดความร้อน (Hotspot) ภายในประเทศลดลง 3) จํานวนผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ (ที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ) ลดลง&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่ในปี 2023 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่ภาคเหนืออย่างรุนแรง ส่งผลให้ประเด็นเรื่อง PM2.5 กลับมาเป็นที่พูดถึงและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอีกครั้ง ในเดือนธันวาคม 2023 ในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จึงได้ออก<a href="https://epo13.pcd.go.th/th/download/?file=oJM3MRkjoF5aBKDlnGS4AKNmoGM3A0jjoGOaZKDknGq4ZKNmoGO3ZHjloGEaZaDjnGW4YKNjoGO3BRjmoGSaAKD3nGO4ZUNkoGS3A0jkoGAaZUDknGW4AUNloGO3ZxjgoJIaoUEcnJM4Y3OyoJk3nHkzoF9aq3EhnGI4AaNkoF93MRkuoJ9aoUEjnKI4YjWewEb3QWewEb3Q&amp;n=%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%20PM2&amp;t=GTMgoJqwqS9cMUug">มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024</a> โดยกำหนดเป้าหมายเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ในปี 2024 ดังนี้&nbsp;ในขณะที่ในปี 2023 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่ภาคเหนืออย่างรุนแรง ส่งผลให้ประเด็นเรื่อง PM2.5 กลับมาเป็นที่พูดถึงและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอีกครั้ง ในเดือนธันวาคม 2023 ในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จึงได้ออก<a href="https://epo13.pcd.go.th/th/download/?file=oJM3MRkjoF5aBKDlnGS4AKNmoGM3A0jjoGOaZKDknGq4ZKNmoGO3ZHjloGEaZaDjnGW4YKNjoGO3BRjmoGSaAKD3nGO4ZUNkoGS3A0jkoGAaZUDknGW4AUNloGO3ZxjgoJIaoUEcnJM4Y3OyoJk3nHkzoF9aq3EhnGI4AaNkoF93MRkuoJ9aoUEjnKI4YjWewEb3QWewEb3Q&amp;n=%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%20PM2&amp;t=GTMgoJqwqS9cMUug">มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024</a> โดยกำหนดเป้าหมายเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ในปี 2024 ดังนี้&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>17 จังหวัดในภาคเหนือ ต้องดำเนินการลดการเผาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 10 แห่ง และป่าสงวนแห่งชาติทั้ง 10 แห่ง ลงให้ได้ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน</li>
</ol>



<p>จากข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ (burn scar) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ระหว่าง ม.ค.-พ.ค. 2023 และ ม.ค.-พ.ค. 2024 พบว่า ในปี 2023 จังหวัด 17 จังหวัดในภาคเหนือ มีพื้นที่เผาในป่าสงวนแห่งชาติ 3,731,468.34 ไร่ ส่วนปี 2024 เกิดการเผา 3,819,335.70 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ป่าสงวนเพิ่มขึ้น 87,867.363 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 2.35% จึงถือว่าเป้าหมายในส่วนนี้ไม่ประสบความสำเร็จ</p>



<p>ในส่วนของป่าอนุรักษ์นั้น พบว่าในปี 2023 พื้นที่ป่าอนุรักษ์ใน 17 จังหวัดภาคเหนือเกิดการเผา 3,952,486.113 ไร่ ส่วนปี 2024 เกิดการเผา 3,382,162.591 ไร่ หรือมีการเผาในป่าอนุรักษ์ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ลดลง 570,323.522 ไร่ หรือคิดเป็นลดลง 14.43% แม้พื้นที่เผาไหม้ในป่าอนุรักษ์จะลดลง แต่เมื่อเทียบกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ตั้งเป้าลดการเผาลง 50% นั้นก็ถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายลดการเผาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 10 แห่ง และป่าสงวนแห่งชาติทั้ง 10 แห่ง ลงให้ได้ 50% ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงไม่บรรลุผล</p>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>การเผาในพื้นที่เกษตรกรรมใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ต้องลดลง 50%&nbsp;</li>
</ol>



<p>เมื่อตรวจสอบการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ปี 2023 พบว่า มีพื้นที่การเผา 1,206,204.498 ไร่ ขณะที่ปี 2024 มีการเผา 1,609,633.09 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 403,428.59 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 33.45% ซึ่งถือว่าไม่สามารถทำตามเป้าได้</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ลง 50% จึงถือว่าไม่บรรลุผล</p>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>การเผาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนแห่งชาติ นอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือต้องลดลง 20%</li>
</ol>



<p>สำหรับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ นอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ พบว่าปี 2566 มีการเผา 240,720.83 ไร่ ขณะที่ปี 2567 มีการเผาสูงถึง 1,020,301.16 ไร่ หรือพื้นที่ป่าสงวนนอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เท่ากับมีการเผาเพิ่มขึ้น 779,580.33 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 323.85% เลยทีเดียว</p>



<p>ส่วนพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พบว่าในปี 2566 มีพื้นที่เผาเกิดขึ้น 463,572.441 ไร่ และปี 2567 มีพื้นที่เผา 999,132.12 ไร่ หรือพื้นที่ป่าอนุรักษ์นอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เท่ากับมีการเผาเพิ่มขึ้นถึง 535,559.679 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 115.53%&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายลดการเผาในพื้นป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนแห่งชาตินอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ลง 20% จึงถือว่าไม่บรรลุผล</p>



<ol start="4" class="wp-block-list">
<li>พื้นที่เกษตรกรรม นอกเหนือจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ ต้องลดการเผาลง 10%</li>
</ol>



<p>พื้นที่เกษตรกรรมนอกเหนือจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ พบว่า ในปี 2023 มีการเผา 495,733.499 ไร่ ส่วนปี 2024 มีการเผา 4,851,424.91 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรนอกเหนือจาก 17 จังหวัดภาคเหนือเพิ่มขึ้น 4,355,691.411 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 878.64% เลยทีเดียว</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายลดการเผาในพื้นที่เกษตร นอกเหนือจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ ลง 20% จึงถือว่าไม่บรรลุผล</p>



<ol start="5" class="wp-block-list">
<li>ค่าเฉลี่ยของฝุ่นควัน PM2.5 ในภาคเหนือจะต้องลดลง 40% กรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดลง 20% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องลดลง 10% และภาคกลางลดลง 10%</li>
</ol>



<p>จากรายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2023 และจากรายงานมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง โดยกรมควบคุมมลพิษ พบว่าคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 33 มคก./ลบ.ม. ในปี 2567 ก็ยังมีค่าเฉลี่ยอากาศเท่าเดิม เช่นเดียวกับส่วนของภาคกลางมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 34 มคก./ลบ.ม. ที่ปี 2024 ค่าเฉลี่ยฝุ่นยังเท่าเดิม ไม่ลดลงหรือเพิ่มขึ้น นับว่าไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้</p>



<p>ในขณะที่ภาคเหนือ มีค่าเฉลี่ย PM2.5 อยู่ที่ 62 มคก./ลบ.ม. ในปี 2567 อยู่ที่ 46 มคก./ลบ.ม. แม้ว่าจะลดลงถึง 16 มคก./ลบ.ม. แต่ก็ยังไม่บรรลุเป้าหมาย เพราะลดลง 25.81% เท่านั้น&nbsp;</p>



<p>ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 41 มคก./ลบ.ม. ปี 2024 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 37 มคก./ลบ.ม. ลดลงเพียง 9.76% ถือว่าไม่บรรลุเป้าหมาย&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายการลดค่าเฉลี่ยของฝุ่นควัน PM2.5 ในปี 2024 ในทุกพื้นที่ จึงถือว่าไม่ประสบความสำเร็จ&nbsp;</p>



<ol start="6" class="wp-block-list">
<li>จำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคเหนือต้องลดลง 30% กรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดลง 5% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดลง 5% ภาคกลาง 10%</li>
</ol>



<p>มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024 พบว่า ในปี 2024 มีจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคเหนือ 112 วัน กรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ที่ 52 วัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 95 วัน และภาคกลาง 73 วัน&nbsp;</p>



<p>โดยเมื่อเปรียบเทียบจากรายงานมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง พบว่าจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคเหนือ ต้องลดลง 30% นั้น พบว่าไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ เนื่องจากปี 2024 จำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคเหนือมี 129 วัน นับว่าเพิ่มขึ้น 15.18% ขณะที่ภาคอื่นๆ ก็ไม่บรรลุตามเป้าหมาย โดยจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดลง 5% แต่เดิมจาก 52 วัน เพิ่มมาเป็น 97 วัน หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 86.54% ส่วนจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จาก 95 วัน ก็เพิ่มมาเป็น 113 วัน หรือเพิ่มขึ้น 18.95% และจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคกลาง ที่ตั้งเป้าว่าต้องลดลง 10% นั้น ในปี 2023 มีจำนวนวันที่ 73 วัน ส่วนปี 2024 มี 101 วัน เพิ่มขึ้น 38.36%&nbsp;</p>



<p>จากการตรวจสอบเป้าหมายทั้งหมดพบว่าวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนดในแต่ละภาคล้วนเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% นับว่าไม่บรรลุเป้าหมาย</p>



<h3 class="wp-block-heading">ปี 2024 เป้าการลดฝุ่น PM2.5 ไม่ประสบความสำเร็จ แล้วมาตรการใน ปี 2025 เป็นอย่างไร&nbsp;</h3>



<p>สำหรับรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร กับการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่อง PM2.5 ในปี 2025 พบว่าเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2025 นายกรัฐมนตรีมี<a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2940/iid/354314">ข้อสั่งการเร่งด่วน</a>ในที่ประชุม ครม. คือ เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยมีเป้าหมายต้องลดให้ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา และมีข้อสั่งการให้แต่ละกระทรวงรับผิดชอบ โดยเฉพาะมาตรการเกี่ยวกับพืชผลทางการเกษตรที่มีการเผา&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการด้านการเกษตร</h4>



<p>สำหรับมาตรการด้านการเกษตรนั้น กำหนดให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งกำหนดมาตรการเพื่อให้ผู้ประกอบการงดการรับซื้ออ้อยไฟไหม้ รวมทั้งพืชเกษตรอื่นๆ ที่ผ่านการเผา บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้เผาป่า เผาตอซังข้าว ข้าวโพด อ้อย และพืชอื่นๆ รวมทั้งประกาศกำหนดเขตควบคุมมลพิษ กรมศุลกากรตรวจสอบการลักลอบการนำเข้าพืชที่ผ่านการเผาทุกชนิด ตามแนวชายแดนต่างๆ อย่างเข้มงวด&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม นโยบายการแก้ปัญหาเรื่องอ้อยไฟไหม้ จากข้อมูลการรับอ้อยเข้าหีบในปีหีบ 2024/2025 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2025 พบว่ามีอ้อยไฟไหม้เข้าหีบไปแล้ว 5,592,524.900 ตัน แม้ว่ารัฐบาลจะออก<a href="https://www.ocsb.go.th/2024/economic-news/31680/">มาตรการเพิ่มรายได้</a>จากใบและยอดอ้อย การให้เงินสนับสนุนการรับซื้อใบและยอดอ้อย เพื่อเป็นวัตถุดิบด้านพลังงานป้อนโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลรวมไปถึงนโยบายเพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลเพิ่มเติมทั้งในรูปแบบที่เป็นมาตรการสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตร (In Kind) และในรูปแบบเงินช่วยเหลือ (In Cash) เพื่อสนับสนุนชาวไร่อ้อยที่เก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีส่งโรงงานให้มีรายได้เพิ่มและเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อเก็บเกี่ยวอ้อยสดก็ตาม</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการด้านขนส่งและการก่อสร้าง</h4>



<p>มีนโยบายให้กระทรวงคมนาคมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบและห้ามใช้ยานพาหนะที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐานอย่างจริงจัง โดยเฉพาะรถกระบะ รถโดยสาร รถบรรทุกขนาดใหญ่ ที่ปล่อยควันดำรวมทั้งรถขนส่งมวลชนของ ขสมก. และรถร่วมบริการเส้นทางต่างๆ ที่อยู่ในความดูแลของรัฐ ด้านการก่อสร้างยังคงมีนโยบายคล้ายเดิม กล่าวคือให้หน่วยงานรับผิดชอบควบคุมการก่อสร้างป้องกันการปล่อย PM2.5 จากไซต์งานก่อสร้างรวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการด้านฝุ่นละอองและจุดความร้อน</h4>



<p>รัฐบาลมีมติให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พัฒนาแพลตฟอร์มฐานข้อมูลกลางเกี่ยวกับจุดความร้อน (Hotspot) และระบบระบายอากาศ (Ventilation) โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม หรือ low cost sensors เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ นำไปใช้ในการแก้ปัญหาการฟุ้งกระจายของ PM2.5&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการด้านหมอกควันข้ามพรมแดน&nbsp;</h4>



<p>รัฐบาลมีนโยบายให้กระทรวงการต่างประเทศหารือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อร่วมมือและให้ความช่วยเหลือในการลดปัญหาฝุ่นควันข้ามพรมแดน ภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (Clear Sky Strategy) และยังมีแนวความคิดควบคุมการนำเข้าและไม่รับซื้อสินค้าเกษตรที่มาจากการเผา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการการเฝ้าระวังและบูรณาการด้านข้อมูล</h4>



<p>มีการกำหนดให้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 และการคาดการณ์ในอนาคต โดยอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ การเฝ้าระวังและเตือนภัยฝุ่นละออง PM2.5 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยใช้เทคโนโลยีในการตรวจจับจุดความร้อน โดยผู้อำนวยการสำนักงานเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ รวมไปถึงการปฏิบัติการและการควบคุมไฟป่า 14 กลุ่มป่า โดยอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และยังมีการสนับสนุนกำลังพล ยุทโธปกรณ์และเครื่องมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า โดยแม่ทัพภาคที่ 3 อีกด้วย</p>



<p>นอกจากนี้ ในส่วนของ ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภา ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นและมีการประกาศใช้ใน 2025 นี้&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ชวนส่อง KPI เป้าหมายการลดฝุ่น PM2.5 ปี 2025 มาใหม่ มีอะไรอีกบ้าง?</h3>



<p>จากรายงานมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2025 โดยกรมควบคุมมลพิษ มีการกำหนดมาตรการในการลดฝุ่น PM2.5 และพื้นที่เป้าหมายไว้ 3 พื้นที่ด้วยกัน คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>พื้นที่ป่า เป้าหมาย : พื้นที่เผาไหม้ลดลงจากปี 2024 แบ่งเป็น</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ลดลงร้อยละ 25</li>



<li>8 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ลดลงร้อยละ 25&nbsp;</li>



<li>จังหวัดกาญจนบุรี ลดลงร้อยละ 25&nbsp;</li>



<li>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดลงร้อยละ 25</li>
</ul>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>พื้นที่เกษตร เป้าหมาย: พื้นที่เผาไหม้จากการเผาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว อ้อยโรงงาน ลดลงจากปี 2024 แบ่งเป็น&nbsp;</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดลงร้อยละ 20&nbsp;&nbsp;</li>



<li>17 จังหวัดภาคเหนือ ลดลงร้อยละ 30&nbsp;</li>



<li>ภาคกลาง ลดลงร้อยละ 10</li>



<li>ภาคตะวันตก ลดลงร้อยละ 15&nbsp;</li>
</ul>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>กลุ่มพืชเป้าหมาย แบ่งเป็น&nbsp;</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>นาข้าว ลดลงร้อยละ 30&nbsp;</li>



<li>ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลดลงร้อยละ 10&nbsp;</li>



<li>อ้อยโรงงาน ลดลงร้อยละ 15</li>
</ul>



<ol start="4" class="wp-block-list">
<li>พื้นที่เมือง เป้าหมาย : ควบคุมการระบายฝุ่นในพื้นที่เมือง</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>การปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ ร้อยละ 100&nbsp;</li>
</ul>



<p>จาก KPI ใหม่ในปี 2025 จะเห็นว่า ในพื้นที่ป่านั้นมีการกำหนด KPI ลดลงจากปี 2024 จาก 50% เหลือเพียง 25% และไม่มีการกำหนด KPI ในพื้นที่ป่าภาคกลาง ในขณะที่พื้นที่เกษตร จะพบว่า KPI ในภาคเหนือลดลง จาก 50% เหลือเพียง 30% ส่วนภาคอื่นๆ สูงขึ้น และมีการเพิ่มเป้าหมายพื้นที่เกษตร โดยแยกเป็นกลุ่มพืชเป้าหมาย ในขณะเดียวกัน ค่าเฉลี่ยของฝุ่นควัน PM2.5 และจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ซึ่งเคยมีการกำหนดเป็น KPI ในปี 2024 กลับไม่มีการกำหนด KPI แล้วในปี 2025รกำหนดเป็น KPI ในปี 2024 กลับไม่มีการกำหนด KPI แล้วในปี 2025</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">แล้ว กทม. มีมาตรการอะไรบ้างในปี 2025</h3>



<p>สำหรับกรุงเทพมหานคร มีการนำเสนอ (ร่าง) แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2025 ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” แบ่งออกเป็น มาตรการดำเนินการตลอดทั้งปี มาตรการดำเนินการเมื่อสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และมาตรการระยะยาว โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการดําเนินการตลอดทั้งปี</h4>



<ol class="wp-block-list">
<li>&nbsp;พยากรณ์ แจ้งเตือนป้องกันฝุ่น&nbsp;</li>
</ol>



<p>การแจ้งเตือนค่าฝุ่นละอองในที่สาธารณะ ทั้งป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณสี่แยก ธงคุณภาพอากาศในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 437 แห่ง โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร จํานวน 11 แห่ง สวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร จํานวน 39 แห่ง ชุมชนที่จดทะเบียน จํานวน 2,017 ชุมชน รวมไปถึงเว็บไซต์แอปพลิเคชัน AirBKK Air4Thai เฟซบุ๊ก และแอปพลิเคชันไลน์ป้ายจราจรอัจฉริยะของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และ Traffy Fondue</p>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>ขยายระบบการติดตามและแจ้งเตือนฝุ่นระดับแขวง 1,000 จุด (ปัจจุบัน 732 จุด)</li>
</ol>



<p>ขอความร่วมมือผู้ประกอบการและส่งเสริมสถานศึกษาติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 ประกอบด้วย สถานที่ก่อสร้าง จํานวน 100 แห่ง สถานศึกษา ให้ครอบคลุมโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ทั้ง 437 โรงเรียน</p>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>จัดทีม “นักสืบฝุ่น” และศึกษาต้นตอฝุ่นละออง PM2.5</li>
</ol>



<ol start="4" class="wp-block-list">
<li>ตรวจจับควันดําจากต้นตอ</li>
</ol>



<p>การตรวจสอบสถานที่และการตรวจวัดควันดํารถบรรทุกอย่างน้อยแห่งละ 2 ครั้งต่อเดือน ทั้งสถานที่ก่อสร้างหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่อนุญาตก่อสร้างโดยสํานักการโยธา ได้แก่ โครงการก่อสร้างทาง โครงการก่อสร้างอาคารราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร โครงการก่อสร้างอาคาร โครงการก่อสร้างที่อนุญาตโดยสํานักงานเขต สถานประกอบการหรือโรงงานอุตสาหกรรม สถานีขนส่ง อู่รถเมล์ ท่าปล่อยรถสองแถว บริษัทขนส่ง บริษัทรถบรรทุก ท่ารถตู้โดยสารสาธารณะ รถโดยสารสาธารณะประจําทาง รถโดยสารไม่ประจําทาง รถบรรทุกใช้งานในแพลนท์ปูน หากมีค่าควันดําไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน จะมอบสติ๊กเกอร์สําหรับใช้เข้าออกแพลนท์ปูนหรือสถานที่ก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร</p>



<ol start="5" class="wp-block-list">
<li>สนับสนุนให้เกิด Ecosystem รถพลังงานไฟฟ้า</li>
</ol>



<p>ส่งเสริมการดัดแปลงรถราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร ประเภทเครื่องยนต์ดีเซลเป็นรถยนต์ไฟฟ้า จัดทําหลักสูตรดัดแปลงรถจักรยานยนต์เป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้า และหลักสูตรดัดแปลงรถยนต์เป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้า ส่งเสริมการติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้า จัดหารถเก็บขนมูลฝอยให้เป็นรถพลังงานไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์ดีเซล</p>



<ol start="6" class="wp-block-list">
<li>ลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในชั่วโมงเร่งด่วน (Low Emission Zone)</li>
</ol>



<p>ให้บริการ Shuttle bus จํานวน 4 เส้นทาง ได้แก่ สาย B2 ดินแดง &#8211; BTS สนามเป้า สาย B3 ชุมชนเคหะร่มเกล้า &#8211; ARL ลาดกระบัง สายสามเสน &#8211; ฝั่งธนบุรี และบริการท่องเที่ยว 4 ตลาดน้ํา ขยายผลการดําเนินงานเขตควบคุมมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ไปอีก 5 เขต</p>



<ol start="7" class="wp-block-list">
<li>การตรวจสอบคุณภาพอากาศเชิงรุกในโรงงาน</li>
</ol>



<p>ตรวจกํากับโรงงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงและโรงงานที่มีฝุ่นละอองสูงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จํานวน 260 แห่ง อย่างน้อยแห่งละ 2 ครั้งต่อเดือน ทั้งกิจการผสมซีเมนต์ จํานวน 124 แห่ง กิจการหลอมโลหะ จํานวน 74 แห่ง กิจการที่มีการใช้หม้อไอน้ํา จํานวน 101 แห่ง ให้คําแนะนําและกํากับดูแลเจ้าหน้าที่ฌาปนกิจศพในวัดและฌาปนสถาน จํานวน 308 แห่ง ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ</p>



<ol start="8" class="wp-block-list">
<li>การก่อสร้าง</li>
</ol>



<p>กํากับดูแลผู้รับเหมาก่อสร้างในแต่ละโครงการที่อยู่ภายใต้สัญญาให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กําหนดไว้ในรายงาน EIA ดําเนินการตามกฎหมายกับผู้ขออนุญาตก่อสร้างที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขท้ายใบอนุญาตก่อสร้างของโครงการก่อสร้างที่ขออนุญาตที่สํานักการโยธาและสํานักงานเขต</p>



<ol start="9" class="wp-block-list">
<li>การควบคุมการเผาในที่โล่ง</li>
</ol>



<p>ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังและฟางข้าวแทนวิธีการเผา รณรงค์ให้เกษตรกรในพื้นที่ทํานาของกรุงเทพมหานครลดการเผาตอซังข้าวและวัสดุทางการเกษตร ติดตามผลการทําเกษตรปลอดการเผา 100% ในพื้นที่เขตลาดกระบัง เขตหนองจอก และเขตคลองสามวา ให้บริการรถอัดฟางแก่เกษตรกร จําวนวน 3 คัน เพื่อลดการเผาตอซังข้าว มีช่องทางกลุ่มไลน์ : monitor open burning เพื่อเฝ้าระวังและติดตามพื้นที่เสี่ยงการเผา ติดตามและเฝ้าระวังจุดความร้อนจากการเผาในที่โล่ง/พื้นที่การเกษตรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลบนเว็บไซต์ของ GISTDA และควบคุมแก้ไขปัญหาการเผา โดยประสานหน่วยงานรับผิดชอบหลักในพื้นที่เกิดเหตุเข้าระงับเหตุ&nbsp;</p>



<ol start="10" class="wp-block-list">
<li>การป้องกัน ดูแลสุขภาพ ประชาชน</li>
</ol>



<p>จัดทําห้องปลอดฝุ่น ประกอบด้วยโรงเรียนในสังกัด กทม. 429 แห่ง (กลุ่มเปราะบาง นักเรียนระดับอนุบาล อายุ 2-6 ปี) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด กทม. 274 แห่ง โรงพยาบาลในสังกัด กทม. 11 แห่ง ห้องปลอดฝุ่นในชุมชน โดยมีต้นแบบ ณ ชุมชนคลองลัดภาชี เขตภาษีเจริญ ขยายผลห้องเรียนสู้ฝุ่นครอบคลุมโรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 โรงเรียน</p>



<ol start="11" class="wp-block-list">
<li>การพัฒนาพื้นที่ปลอดฝุ่น (BKK Clean Air Area) ด้วยต้นไม้ สําหรับพื้นที่เปิด ด้วยเครื่องฟอกอากาศสําหรับพื้นที่ปิด&nbsp;</li>
</ol>



<p>จัดให้มีกําแพงต้นไม้กรองฝุ่น เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การทําเครื่องฟอกอากาศแบบ DIY โดยโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร เพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานครตามแนวรถไฟฟ้าหรือแผนการศึกษา เช่น ปลูกต้นไม้ล้านต้น สวน 15 นาที และถนนสวย ล้างและดูดฝุ่นถนน และล้างต้นไม้ ใบไม้ทุกวัน เพื่อดักจับฝุ่นละอองและเพิ่มความชื้นในอากาศ ล้างทําความสะอาดจุดสัมผัส ขยายเวลาเปิด-ปิดสวนสาธารณะ</p>



<p>ในขณะที่มาตรการดําเนินการเมื่อสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กําหนดไว้ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ก็จะคล้ายกันกับมาตรการทั้งปี แต่จะมีความเข้มข้นมากขึ้น เช่น สถานศึกษาสามารถสั่งปิดการเรียนการสอนได้ หรือมีหน่วยบริการสาธารณสุขและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจจํานวน 69 หน่วย เพื่อให้บริการตรวจรักษาโรคและให้คําแนะนําการป้องกันสุขภาพจากฝุ่นละออง PM2.5 หรือหากเกิน 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ก็จะมีการพิจารณาขยายพื้นที่ในการจํากัดเวลารถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือขอความร่วมมือให้ WFH และถ้าเกิน 150 มคก./ลบ.ม. ขึ้นไป ติดต่อกัน 5 วัน ก็จะประกาศเขตการให้ความช่วยแหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)</p>



<p>ส่วนมาตรการระยะยาวนั้นก็คล้ายกันกับมาตรการทั้งปี แต่เป็นเพียงกรอบมาตรการกว้างๆ โดยมีส่วนที่แตกต่างคือการกําหนดและบังคับใช้มาตรฐานการระบายมลพิษจากรถยนต์ใหม่ตาม EURO 6</p>



<h3 class="wp-block-heading">สรุป</h3>



<p>จากข้อมูลของ <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2023/">Rocket Media Lab</a> ที่เคยประเมินผลแผนวาระฝุ่นแห่งชาติ ปี 2019 ซึ่งกำหนดตัวชี้วัดไว้ 3 ข้อด้วยกันคือ 1) จํานวนวันที่ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มขึ้น 2) จํานวนจุดความร้อน (Hotspot) ภายในประเทศลดลง 3) จํานวนผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ (ที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ) ลดลง โดยแผนวาระฝุ่นแห่งชาติ ปี 2019 ไม่ประสบความสำเร็จตามตัวชี้วัดที่ได้ตั้งไว้&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดในปี 2024 ที่กรมควบคุมมลพิษ ตั้งเอาไว้กับข้อมูลที่ได้นำเสนอข้างต้น ก็จะพบว่าไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน </p>



<p>และเมื่อพิจารณาต่อไปยังมาตรการใหม่ในปี 2025 ทั้งในส่วนของรัฐบาลและกรุงเทพฯ นั้น ก็จะพบว่ามีมาตรการไม่ต่างจากแผนวาระฝุ่นแห่งชาติ ปี 2019 เพียงแต่มีการเพิ่มรายละเอียดมากขึ้นเท่านั้น ในขณะที่แผนวาระฝุ่นแห่งชาติ ปี 2019 ก็ล้มเหลว และเป้าหมายจาก<a href="https://epo13.pcd.go.th/th/download/?file=oJM3MRkjoF5aBKDlnGS4AKNmoGM3A0jjoGOaZKDknGq4ZKNmoGO3ZHjloGEaZaDjnGW4YKNjoGO3BRjmoGSaAKD3nGO4ZUNkoGS3A0jkoGAaZUDknGW4AUNloGO3ZxjgoJIaoUEcnJM4Y3OyoJk3nHkzoF9aq3EhnGI4AaNkoF93MRkuoJ9aoUEjnKI4YjWewEb3QWewEb3Q&amp;n=%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%20PM2&amp;t=GTMgoJqwqS9cMUug">มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024</a> ก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน จึงน่าสนใจว่า แล้วมาตรการในปี 2025 ที่ไม่ได้แตกต่างจากแผนเดิมในอดีตที่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จนั้น จะทำให้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ลดลงได้หรือไม่ในปี 2025 นี้&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"></h2>



<p>หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project ซึ่งค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง <a href="https://aqicn.org/city/chiang-mai">https://aqicn.org/city/chiang-mai</a>&nbsp;</li>



<li>ค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งหนึ่งอาจจะมีบางเขตของกรุงเทพฯ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกทุกเขต&nbsp;</li>



<li>PM2.5 เทียบกับบุหรี่ <a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence">http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence</a>&nbsp;</li>



<li>อ้างอิงข้อมูลจุดความร้อนจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA&nbsp;</li>



<li>อ้างอิงมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024 และกลไกการบริหารจัดการ จากการประชุมคณะรัฐมนตรี 19 ธันวาคม 2023 <a href="https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/76368?fbclid=IwAR08OpW3oXc6uRyV7cdKgvGcrHCYcfB3iMsTkn7n192r7sj3wpV9r0DE-uE">https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/76368</a></li>



<li>ค่าปกติของฝนหมายถึง ค่าเฉลี่ยคาบ 30 ปีระหว่าง 1991-2020 ประมาณค่าฝนเชิงพื้นที่ด้วยวิธี Inverse Distance Weighting (IDW) โดยใช้ข้อมูลจากสถานีตรวจอากาศกรมอุตุนิยมวิทยา</li>



<li>รายงานมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2025 โดยกรมควบคุมมลพิษ</li>
</ul>



<p>ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2024">https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2024</a>&nbsp;</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2024/">ปี 2024 มีวันอากาศดีเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่รัฐบาลยังไม่บรรลุเป้าหมายแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ 2020-2024 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jan 2025 05:41:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4923</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3588;&#3656;&#3634;&#3613;&#3640;&#3656;&#3609;&#3607 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2024/">ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ 2020-2024 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ค่าฝุ่นที่คนกรุงเทพฯ ที่สูดเข้าไปในแต่ละวัน เมื่อลองเทียบกับปริมาณการสูบบุหรี่แล้วจะได้จำนวนเท่าไร รวมปี 2020-2024 (5 ปี)</p>



<p>โดยค่าฝุ่นที่ยกมานี้ อ้างอิงจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง และได้นำมาเปรียบเทียบกับปริมาณการสูบบุหรี่ตามทฤษฎีของ Dr. Richard A. Muller นักวิจัยชาวอเมริกันจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Berkeley Earth แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM 2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่า ค่าฝุ่น PM 2.5 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ 1 มวน</p>



<p>เมื่อนำค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน มาคำนวณเปรียบเทียบตามเกณฑ์ของ Dr. Richard Muller ก็จะได้ผลลัพธ์ตามในตารางดังต่อไปนี้</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRzTKL2N38mPJo24XnG66b2xaeAHyLfPhjgWVX8h4eoVnPzddZ5Dhr7TjdpS0JJZlKUihdjbMGGe0J-/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRzTKL2N38mPJo24XnG66b2xaeAHyLfPhjgWVX8h4eoVnPzddZ5Dhr7TjdpS0JJZlKUihdjbMGGe0J-/pubhtml">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2024">อ่านรายงานที่นี่</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2024/">ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ 2020-2024 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปี 2023 คนกรุงเทพฯ มีวันอากาศดีเพียง 31 วัน น้อยกว่าปีก่อนที่มี 49 วัน สูดฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,379.09 มวน</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Feb 2024 06:04:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4276</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3651;&#3609;&#3594;&#3656;&#3623;&#3591;&#3627;&#3621 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2023/">ปี 2023 คนกรุงเทพฯ มีวันอากาศดีเพียง 31 วัน น้อยกว่าปีก่อนที่มี 49 วัน สูดฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,379.09 มวน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ในปี 2023 คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM 2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,379.09 มวน เพิ่มขึ้นถึง 154.32 มวนจากปี 2022 ที่มีจำนวน 1,224.77 มวน&nbsp;</li>



<li>อย่างไรก็ตาม กรุงเทพฯ มีวันที่อากาศดี คืออยู่เกณฑ์สีเขียวเพียง 31 วัน น้อยกว่าปี 2022 ที่มีอากาศดี 49 วัน คิดเป็น 8.52%&nbsp;</li>



<li>เดือนที่ทั้งเดือนมีค่าค่าเฉลี่ย PM2.5 สูงสุดคือเดือนเมษายน เช่นเดียวกันกับปี 2022 ส่วนเดือนที่มีวันที่มีค่าเฉลี่ย PM2.5 สูงสุดคือเดือนมีนาคม อยู่ที่ 179 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;</li>



<li>หากวัดความสำเร็จจากตัวชี้วัดทั้ง 3 ข้อ ข้อมูลในแต่ละประเด็นในปี 2566 ล้วนแสดงให้เห็นว่าแผนวาระฝุ่นแห่งชาติจากปี 2562 ไม่ประสบความสำเร็จตามตัวชี้วัดที่ได้ตั้งไว้&nbsp;</li>
</ul>



<p></p>



<p>ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฝุ่น PM2.5 เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ประเด็นดังกล่าวก็ยิ่งได้รับการพูดถึงมากขึ้นไปอีกเมื่อมีกรณีของ นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล อาจารย์ประจำศูนย์ระบาดวิทยาคลินิกและสถิติศาสตร์คลินิก ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “<a href="https://www.facebook.com/ktlivethelife?_rdc=1&amp;_rdr">สู้ดิวะ</a>” ที่พบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย แม้เขาจะไม่สูบบุหรี่และออกกำลังกายเป็นประจำ แต่สาเหตุของการป่วยการเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายนั้นอาจมาจากสถานการณ์ฝุ่นพิษ PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และท้ายที่สุด ในช่วงเช้าของวันที่ 5 ธันวาคม 2023 หมอกฤตไทได้จากไปอย่างสงบหลังจากต่อสู้กับมะเร็งปอดมานานนับปี</p>



<p>ที่ผ่านมา ภาครัฐและภาคประชาสังคมพยายามผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาฝุ่นพิษขึ้น ผ่านการจัดทำร่าง พ.ร.บ.กำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ พ.ศ.… หรือเรียกย่อๆว่า “ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด” เพื่อหาแนวทางในการจัดการฝุ่นรวมไปถึงการกำหนดโทษต่างๆ สำหรับผู้ฝ่าฝืน ทว่าร่างนี้แม้จะมีความพยายามผลักดันตั้งแต่ปี 2019 (พ.ศ.2562) แต่ปัจจุบันก็ยังไม่สำเร็จ ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2023 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี <a href="https://twitter.com/Thavisin?ref_src=twsrc%5Etfw%7Ctwcamp%5Etweetembed%7Ctwterm%5E1732249397088657783%7Ctwgr%5Ed88aa3d365226de416e0477d6fba6a143670abd1%7Ctwcon%5Es1_&amp;ref_url=https%3A%2F%2Fworkpointtoday.com%2Frip-doctor-kitthai%2F">โพสต์ X</a> หลังทราบข่าวหมอแทนไท โดยระบุว่ารู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่งกับการจากไป ทั้งยังระบุว่า “ผมจะสู้ให้เต็มที่ ร่วมกันผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพราะอากาศสะอาดต้องเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเราทุกคน ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวคุณหมอกฤตไทอีกครั้งครับ”&nbsp;</p>



<p>Rocket Media Lab ชวนสำรวจภาพรวมสภาพอากาศของกรุงเทพฯ ในปี 2023 ว่า ฝุ่น PM2.5 เป็นอย่างไร การแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 จะเกิดขึ้นได้จริงไหม&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กรุงเทพฯ และสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในปี 2023</strong></h3>



<p>จากการทำงานของ Rocket Media Lab โดยอ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project ซึ่งค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบว่า ในปี 2023 ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีวันที่อากาศดี คืออยู่เกณฑ์สีเขียวเพียง 31 วัน คิดเป็น 8.52% ของทั้งปี น้อยกว่าปี 2022 ที่มีอากาศดี 49 วัน และน้อยกว่าในปี 2021 ที่มีถึง 90 วัน ในขณะที่ส่วนใหญ่นั้นเป็นวันที่อากาศมีคุณภาพปานกลาง คือเกณฑ์สีเหลือง 241 วัน หรือคิดเป็น 66.21% ของทั้งปี แต่หากเทียบกับปี 2022 ที่มีอากาศในเกณฑ์สีเหลือง 261 วันแล้วก็นับว่าลดน้อยลงจากปีก่อนหน้า ส่วนวันที่มีคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษหรือสีส้มนั้นมี 78 วัน หรือคิดเป็น 21.43% ของทั้งปี มากกว่าปี 2022 ที่มีจำนวน 52 วัน และวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรืออยู่ในเกณฑ์สีแดงนั้นมีมากถึง 14 วัน หรือคิดเป็น 3.85% ของทั้งปี และเมื่อเทียบกับปี 2021 ที่มีเพียง 3 วัน กล่าวคือวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรืออยู่ในเกณฑ์สีแดงนั้นเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 11 วัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3 เดือนที่อากาศเลวร้ายที่สุด: เดือนเมษายนยังยืนหนึ่ง</strong></h3>



<p>เดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2023 ยังคงเป็นเดือนเมษายนเช่นเดียวกับปี 2022 โดยมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ทั้งเดือนอยู่ที่ 115.47 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลย สำหรับวันที่มีสีเหลืองหรือคุณภาพอากาศปานกลางพบว่ามี 12 วัน ส่วนสีส้มหรือคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 14 วัน และสีแดง หรือมีผลต่อสุขภาพ 4 วัน</p>



<p>รองลงมาคือเดือนมีนาคม โดยไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลย ขณะที่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 13 วัน และสีส้ม คุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 12 วัน และสีแดง หรือมีผลต่อสุขภาพ 6 วัน&nbsp;</p>



<p>ตามมาด้วยเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งก็ไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลยเช่นเดียวกัน ขณะที่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 12 วัน และสีส้ม คุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 13 วัน ส่วนวันที่มีสีแดง หรือมีผลต่อสุขภาพมี 3 วัน</p>



<p>หากสำรวจวันที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดของปี พบว่าเป็นวันที่ 8 มีนาคม ซึ่ง โดยมีค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 179 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าวันที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดของปี 2022 อย่างวันที่ 9 เมษายน 2022 โดยมีค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 173 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยวันที่มีอากาศเลวร้ายของปีล่าสุด มีค่าเฉลี่ยอากาศเพิ่มมา 6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p>ทั้งนี้จะเห็นว่า 3 เดือนที่อากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2023 เป็นเดือนในช่วงต้นปี และจะพบว่าเดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดมักปรากฏซ้ำในช่วงเวลาเดียวกันทุกปี โดยเป็นช่วง<a href="https://www.pcd.go.th/airandsound/%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84">หน้าแล้ง</a> มีระยะเวลาตั้งแต่เดือนธันวาคม &#8211; เมษายน เป็นช่วงที่มีสภาวะอากาศแห้งทำให้ฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นสามารถแขวนลอยอยู่ในอากาศได้นานขึ้น เช่นเดียวกับในปี 2022 ที่พบในเดือนธันวาคม มกราคม และเมษายน ปี 2020 และ 2021 ที่พบในเดือนธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์ แต่ข้อสังเกตที่พบเพิ่มเติมคือในปี 2023 เดือนที่อากาศเลวร้ายเพิ่มจำนวนเดือนมากขึ้น มีระยะเวลาติดต่อกันนานขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เดือนกันยายนอากาศดีที่สุด</strong></h3>



<p>เดือนที่มีอากาศดีที่สุดในปี 2023 คือเดือนกันยายน ซึ่งเป็นเดือนที่มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ทั้งเดือนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับเดือนอื่น โดยมีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 13 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 27 วัน&nbsp;</p>



<p>รองลงมาคือเดือนกรกฎาคม โดยมีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 6 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 25 วัน&nbsp;</p>



<p>ตามมาด้วยมิถุนายน มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 7 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 23 วัน ทั้งนี้เดือนกันยายน เดือนกรกฎาคม และมิถุนายนซึ่งเป็น 3 เดือนที่อากาศดีที่สุดนั้น ไม่พบวันที่มีอากาศในเกณฑ์สีส้มและแดงเลย ในขณะที่วันที่อากาศดีที่สุดในปี 2023 คือวันที่ 16 กันยายน 2023 โดยมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 20 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ปี 2022 คือวันที่ 30 กันยายน โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 16 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)</p>



<p>ข้อสังเกตที่พบในปี 2023 พบว่าเดือนมีอากาศดีที่สุดเปลี่ยนมาเป็นเดือนกันยายน ตามมาด้วยกรกฎาคม และมิถุนายน ขณะที่เดือนที่มีอากาศดีที่สุดในปี 2022 ก็คือกรกฎาคม ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าในปี 2023 นี้พบวันที่มีอากาศในเกณฑ์สีเขียวซึ่งหมายถึงอากาศดีมีจำนวนวันเพิ่มขึ้น 2 วันจากปีก่อนด้วย</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งหนึ่งอาจจะมีบางเขตของกรุงเทพฯ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกทุกเขต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info-pm2.5_compare_to_cigarette-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-4289" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info-pm2.5_compare_to_cigarette-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info-pm2.5_compare_to_cigarette-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info-pm2.5_compare_to_cigarette-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info-pm2.5_compare_to_cigarette.jpg 960w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าค่าฝุ่น PM 2.5 22 มคก./ลบ.ม. = บุหรี่ 1 มวน ปี 2023 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูบบุหรี่ไปกี่มวน</strong></h3>



<p>จาก<a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence/">งานของ&nbsp;Richard&nbsp;A. Muller&nbsp;</a>นักวิจัยชาวอเมริกันจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Berkeley Earth แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่า ค่าฝุ่น PM2.5 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ 1 มวน ซึ่งหากนำค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของปี 2023 มาคำนวณเปรียบเทียบตามเกณฑ์ของ&nbsp;Richard&nbsp;Muller จะพบว่า</p>



<p>ในปี 2023 ที่ผ่านมาคนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ ทั้งหมดจำนวน 1,370.09 มวน เพิ่มมากขึ้นถึง 154.32 มวน หรือเฉลี่ยสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น 7.7 ซองจากปี 2022 ที่มีจำนวน 1,224.77 มวน และปี 2021 ที่มีจำนวน 1,261.05 มวน อาจกล่าวได้ว่าอากาศปี 2023 เลวร้ายมากกว่าปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนผ่านเดือนที่มีอากาศในเกณฑ์สีส้มและสีแดงที่เพิ่มจำนวนเดือนขึ้น</p>



<p>สำหรับเดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2023 อย่างเดือนเมษายน คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 157.45 มวน คิดเป็นเฉลี่ยวันละ 5.24 มวน ซึ่งมีจำนวนของมวนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2022 อย่างเดือนเมษายน ที่มีจำนวน 127.77 มวน หรือเฉลี่ยวันละ 4.26 มวน&nbsp;</p>



<p>หรือในเดือนที่อากาศดีที่สุดในปี 2023 อย่างเดือนกันยายน คนกรุงเทพฯ ก็ยังสูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 70.14 มวน เฉลี่ยวันละ 2.33 มวน ถือว่าสูบบุหรี่น้อยลงกว่าเดิม เมื่อเทียบกับเดือนที่อากาศดีที่สุดในปี 2022 อย่างกรกฎาคมที่มีจำนวน 74.36 มวน เฉลี่ยวันละ 2.4 มวน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แผนแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 แก้แบบใดห์? แก้ไปถึงไหนแล้ว?</strong></h3>



<p>ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 คณะรัฐมนตรี มีมติให้ “การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละออง” เป็นวาระแห่งชาติ โดยมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2562 -2567 ซึ่งเป็นแผนแม่บทของรัฐบาลในการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทย Rocket Media Lab ชวนนำแผนแก้ปัญหาวาระฝุ่นแห่งชาติมากางดูอีกครั้ง พร้อมตรวจสอบว่าปัจจุบันมาตรการแต่ละเรื่องในแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2562 -2567 มีอะไรคืบหน้าไปแค่ไหนบ้างในแต่ละปีนับแต่มีแผนนี้&nbsp;</p>



<p>จากแผนดังกล่าวแบ่งสามารถออกเป็น 3 มาตรการด้วยกันคือ คือ มาตรการที่ 1 การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ มาตรการที่ 2 การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกำเนิด) และมาตรการที่ 3 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ โดยแบ่งช่วงเวลาในการดำเนินการออกเป็น 3 ช่วงคือ ระยะเร่งด่วน/ช่วงวิกฤต ระยะสั้น (2562-2564) ระยะยาว (2565-2567)&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info5_fact_check_from_action_plan-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-4290" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info5_fact_check_from_action_plan-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info5_fact_check_from_action_plan-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info5_fact_check_from_action_plan-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info5_fact_check_from_action_plan-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info5_fact_check_from_action_plan-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info5_fact_check_from_action_plan-100x100.jpg 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info5_fact_check_from_action_plan.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>โดยในแผนวาระฝุ่นแห่งชาติ 2562 มีการกำหนดตัวชี้วัดไว้ 3 ข้อด้วยกันคือ</p>



<p>1) จํานวนวันที่ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มขึ้น</p>



<p>2) จํานวนจุดความร้อน (Hotspot) ภายในประเทศลดลง</p>



<p>3) จํานวนผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ (ที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ) ลดลง</p>



<p>ในตัวชี้วัดแรก จํานวนวันที่ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มขึ้น เมื่อนำข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งมีรายงานว่าในปี 2563 มีจำนวนวันที่ค่าเฉลี่ย PM2.5 เกินมาตรฐาน 70 วัน ซึ่งลดลงเรื่อยๆ ในปีต่อมา คือ 67 วัน และในปี 2565 เหลือเพียง 26 วัน ก่อนจะสูงขึ้นในปี 2566 จำนวน 52 วัน ในขณะที่จากการรวบรวมข้อมูลโดย Rocket Media Lab ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก AQI พบว่าในปี 2563 มีวันที่อากาศดี 71 วัน และเพิ่มขึ้นในปีต่อมาเป็น 90 วัน ก่อนที่ในปี 2565 จะลดลงเหลือเพียง 49 วัน และลดลงอีกในปี 2566 เหลือเพียง 31 วัน</p>



<p>จะเห็นได้ว่าในช่วงระยะเวลา 4 ปีผ่านมา แม้จะมีช่วงปีที่ค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลง หรือมีวันที่อากาศดีปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มขึ้น อย่างเช่นในปี 2564 ที่เพิ่มจากปี 2563 ขึ้นมาจาก 71 วันเป็น 90 วัน แต่ในปีต่อมาในปี 2565 และปี 2566 ที่ผ่านมาคุณภาพอากาศกลับแย่ลงอีกครั้ง&nbsp;</p>



<p>ส่วนของตัวชี้วัดที่ 2 เรื่องจํานวนจุดความร้อน (Hotspot) ภายในประเทศลดลง ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ จุดความร้อนในปี 2564 ลดลงจากปี 2563 ซึ่งมีจำนวน 146,915 จุด เหลือเพียง 111,682 จุดและลดลงอย่างมากในปี 2565 เหลือเพียง 53,673 จุด ก่อนจะกลับมาเพิ่มสูงอีกครั้งในปี 2566 จำนวน 178,203 จุด ซึ่งสูงขึ้นกว่า 4 ปีที่ผ่านมา</p>



<p>และในตัวชี้วัดที่ 3 จํานวนผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ (ที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ) ลดลง จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ตัวเลขผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจลดลงในปี 2564 เพียงปีเดียว โดยจากในปี 2563 ที่มีจำนวน 1,163,632 ราย ปี 2564 เหลือเพียง 712,342 ราย ก่อนจะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งในปี 2565 จำนวน 911,453 ราย และสูงขึ้นอย่างมากในปี 2566 จำนวน 2,293,667 ราย </p>



<p>โดยสรุป จะเห็นได้ว่า หากวัดความสำเร็จจากตัวชี้วัดทั้ง 3 ข้อ ข้อมูลในแต่ละประเด็นในปี 2566 ล้วนแสดงให้เห็นว่าแผนวาระฝุ่นแห่งชาติไม่ประสบความสำเร็จตามตัวชี้วัดที่ได้ตั้งไว้&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info2_Check-List-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-4292" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info2_Check-List-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info2_Check-List-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info2_Check-List-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info2_Check-List.jpg 960w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>จากนั้นเมื่อนำเอาเฉพาะมาตรการที่มีแนวทางการดำเนินงานและมีตัวชี้วัดและการวัดผลชัดเจน มาติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานและผลสำเร็จของแต่ละมาตรการจะพบว่า</p>



<p>ในส่วนของกฎหมาย PRTR หรือกฎหมายว่าด้วยระบบการรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายมลพิษ และการส่งเสริมการจัดการสารเคมี ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการที่บรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ในปี 2562 ในมาตรการที่ 2 การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกำเนิด) พบว่าตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมาภาครัฐยังไม่มีการผลักดันกฎหมาย PRTR อย่างจริงจัง ปัจจุบันมีเพียงร่างกฎหมาย PRTR ของมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม มูลนิธิบูรณะนิเวศ กรีนพีซ ประเทศไทย และภาคีเครือข่ายภาคประชาชนเท่านั้นที่อยู่ในระหว่างเตรียมยื่นร่างฯ เข้าสู่สภาฯ&nbsp;</p>



<p>มาตรการต่อมาคือ จุดความร้อนในประเทศลดลง จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA พบว่าจากปี 2563-2566 จุดความร้อนลดลงเพียงเล็กน้อยในปี 2564 จาก 146,915 จุดในปี 2563 เหลือเพียง 111,682 จุด และลดลงอย่างมากในปี 2565 เหลือเพียง 53,673 จุด อย่างไรก็ตามในปี 2566 จุดความร้อนก็กลับมาเพิ่มอีกครั้งและสูงถึง 178,203 จุด โดยสูงขึ้นกว่า 3 ปีที่ผ่านมา</p>



<p>และเมื่อพิจารณาแนวนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบัน จากแผน<a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/257365"> “11 มาตรการเร่งด่วนป้องกันฝุ่น PM 2.5 ปี 67”</a> ของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน จะพบว่ายังคงวางแนวนโยบายเดิมคือลดจำนวนจุดความร้อนลง แต่มีความชัดเจนมากขึ้นโดยกำหนดไว้ว่าต้อง “ควบคุมพื้นที่เสี่ยงต่อการเผาใน 11 ป่าอนุรักษ์ 10 ป่าสงวนแห่งชาติ โดยจัดทำแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า จัดระเบียบควบคุมผู้เข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ เพื่อลดการเกิดไฟในพื้นที่ป่าให้ได้ 50% จากปี 2566”</p>



<p>มาตรการต่อมาก็คือการติดตั้งเครื่อง CEMS (ตรวจวัดมลพิษแบบอัตโนมัติมลพิษอากาศจากปล่องระบาย) ที่โรงงานอุตสาหกรรม โดยหลังจากมีมาตรการนี้ในแผนวาระฝุ่นแห่งชาติปี 2562 พบว่า กว่าจะมี<a href="https://www.mreport.co.th/news/government-news/344-factory-air-pollution-control-regulation-to-mandate-CEMS-installation-effective-on-10-June-2023">คำสั่ง</a>จากกระทรวงอุตสาหกรรมก็ล่วงเลยมาจนถึงปี 2565 โดยคำสั่งนี้กำหนดให้โรงงานขนาดใหญ่ 13 ประเภทที่ระบายมลพิษจากปล่องกว่า 600 โรงงานทั่วประเทศ ต้องติดตั้งเครื่อง CEMS และเชื่อมโยงข้อมูลไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เพื่อควบคุมเฝ้าระวังการระบายมลพิษอากาศจากปล่องแบบ Real time ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2566 เป็นต้นไป และโรงงานที่ขออนุญาตใหม่ต้องติดตั้ง CEMS ให้แล้วเสร็จก่อนเริ่มประกอบกิจการโรงงาน ส่วนโรงงานเก่าต้องติดตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 9 มิถุนายน 2567 แต่ในปัจจุบันพบว่ายังไม่ครอบคลุมทุกประเภทโรงงาน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>และเมื่อพิจารณาแนวนโยบายของรัฐในปัจจุบัน จะพบว่าในประเด็นนี้มีเพียงการกำหนดว่า “ให้ลดปริมาณฝุ่นละอองจากการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม การก่อสร้างและอื่นใด” เพียงเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>ส่วนมาตรการการกำหนดให้ใช้น้ำมัน Euro 6/VI ภายในปี 2565 ปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้และเลื่อนออกไปจนถึงปี 2569 ในขณะที่มาตรการของรัฐบาลใหม่ในเรื่องนี้ยังคงยึดจากแผนเดิมจากปี 2562 โดยกำหนดไว้ว่า “ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นไปตามมาตรฐานยูโร 5 การลดปริมาณฝุ่นละอองจากรถบรรทุก รถยนต์ รถจักรยานยนต์” ซึ่งในปัจจุบันนี้น้ำมันยูโร 5 มีจำหน่ายในปั๊ม<a href="https://greens-revolution.bangchakmarketplace.com/th/promotion/detail/Euro5#:~:text=%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AF%20%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A,%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%20PM%202.5%20%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89">บางจาก</a>เพียง 224 สาขาในกรุงเทพฯ&nbsp;</p>



<p>ส่วนที่ถือว่ามีความคืบหน้าก็คือการปรับค่ามาตรฐาน PM2.5 ตาม WHO โดยค่ามาตรฐานฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ถูกปรับจากเดิมต้องไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เป็นจะ 37.5 มคก./ลบ.ม. และค่าเฉลี่ยในเวลา 1 ปี จาก 25 มคก./ลบ.ม. เป็น 15 มคก./ลบ.ม. ในปี 2565 เป็นการปรับจากระดับ 2 ไปยังระดับ 3 อย่างไรก็ตามเกณฑ์ของ WHO นั้นมีถึง 5 ระดับ&nbsp;</p>



<p>นอกจากการปรับค่ามาตรฐานฝุ่น PM2.5 แล้ว ยังมีการปรับมาตรฐานค่าควันดำรถยนต์อีกด้วย โดยมีการปรับในปี 2565 จากการตรวจวัดค่าควันดำด้วยเครื่องวัดควันดำระบบวัดความทึบแสง ขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ เป็นสูงสุดไม่เกิน 30% จากเดิม 45% และการตรวจวัดควันดำด้วยระบบกระดาษกรอง ขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระ เป็นสูงสุดไม่เกิน 40% จากเดิม 50% โดยในส่วนของนโยบายของรัฐบาลในปี 2567 นั้นกำหนดไว้ว่า “เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีและการตรวจจับควันดำ การเข้มงวดวินัยจราจร การคืนพื้นผิวจราจรบริเวณการก่อสร้างรถไฟฟ้า การลดจำนวนรถยนต์ในท้องถนนโดยเฉพาะในพื้นที่เมือง สร้างจุดจอดแล้วจร และสนับสนุนการปรับเปลี่ยนใช้รถยนต์ไฟฟ้า”&nbsp;</p>



<p>สำหรับมาตรการป้องกันหมอกควันข้ามแดน มีความพยายามในการสร้างความร่วมมือผ่านแผนต่างๆ จนมาถึงแผนงานอาเซียนปลอดหมอกควัน (Haze Free ASEAN Roadmap) แต่สุดท้ายก็ไม่มีข้อตกลงหรือสภาพบังคับใดๆ ในขณะที่แผนในปี 2567 <a href="https://www.thaigov.go.th/infographic/contents/details/7531">กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</a>มาพร้อมแผนความร่วมมือชื่อใหม่ภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) เพื่อสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน 3 ประเทศ (ไทย ลาว พม่า) แต่ก็ยังไม่เห็นถึงมาตรการในการหาข้อตกลงร่วมหรือมีสภาพบังคับต่อกันระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในการลดปัญหาหมอกควันข้ามแดน นอกจากนั้นยังมีแนวนโยบายออกมาเพิ่มเติมอีกว่า ให้เพิ่มเงื่อนไขเรื่องการเผาในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรในการนำเข้า &#8211; ส่งออกสินค้า เพื่อแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน</p>



<p>อีกหนึ่งมาตรการที่เกิดขึ้นจากแผนปี 2562 ก็คือ การจัดซื้อรถเมล์ NGV 489 คัน ซึ่งมีการจัดซื้อครบจำนวนแล้วตั้งแต่ปี 2563 อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้เป็นเพียงการจัดซื้อรถเมล์ NGV เพิ่ม แต่ไม่ได้หมายถึงการใช้รถเมล์ NGV หรือรถเมล์ไฟฟ้าทดแทนรถเมล์น้ำมันทั้งหมดแต่อย่างใด โดยปัจจุบันมีรถเมล์เก่าที่ใช้น้ำมันยังคงให้บริการอยู่ ส่วนแผนการเปลี่ยนรถเมล์เป็นรถเมล์ไฟฟ้าทั้งหมดนั้นอยู่ภายใต้แผนการปฏิรูปรถเมล์อยู่แล้ว&nbsp;</p>



<p>อีกหนึ่งมาตรการที่ถูกบรรจุอยู่ในแผนปี 2562 ก็คือการผลักดันให้ประเทศไทยมี พ.ร.บ. อากาศสะอาด โดยปัจจุบันนี้ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดทั้ง 7 ฉบับ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภาฯ เช่นเดียวกันกับมาตรการการเพิ่มพื้นที่สีเขียว 9 ตรม./คน ที่ยังคงไม่ประสบความสำเร็จ โดยปัจจุบันกรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียว 6.99 ตรม./คน</p>



<p>สำหรับมาตรการห้ามการเผาในที่โล่ง แม้จะพบว่ามีประกาศจากทางกระทรวงมหาดไทยในการห้ามเผา โดยให้มีการกำหนดช่วงเวลาให้เผาและต้องแจ้งต่อพื้นที่ก่อนจะได้รับอนุญาตในการเผานั้น แต่กลับพบว่ายังคงมีการลักลอบเผาเรื่อยมา เช่นเดียวกันกับมาตรการ “ไม่ให้มีการเผาในไร่อ้อยร้อยละ 100 ภายในปี 2565” ซึ่งยังพบว่ายังคงมีอ้อยเผาเข้าหีบเพิ่มมากขึ้นทุกปี ยกเว้นในปี 2564 ที่ลดลง ในขณะที่รัฐบาลปัจจุบันนั้นมีแนวนโยบายในเรื่องว่า “ไม่รับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบ”&nbsp;</p>



<p>นอกจากนั้น<a href="https://greennews.agency/?p=36511">นโยบายปี 2567</a> ในส่วนของ 17 จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือ ยังมีนโยบายพิเศษคือ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 17 จังหวัดในภาคเหนือ ต้องดำเนินการลดการเผาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 10 แห่ง และป่าสงวนทั้ง 10 แห่ง ลงให้ได้ 50% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมใน 17 จังหวัดภาคเหนือก็ต้องลดลง 50% เช่นกัน&nbsp;</p>



<p>สำหรับพื้นที่นอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ รวมถึงพื้นป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนนอกเหนือจากพื้นที่ข้างต้น ตั้งเป้าว่าต้องลดการเผาลง 20% ส่วนพื้นที่เกษตรอื่นๆ นอกภาคเหนือให้ลดลง 10%</p>



<p>นอกจากนั้นได้กำหนดว่าค่าเฉลี่ยของฝุ่นควัน PM2.5 ในภาคเหนือจะต้องลดลง 40% กรุงเทพฯ ลดลง 20% ภาคตะวันออกเฉลียงเหนือต้องลดลง 10% และภาคกลางลดลง 10% สำหรับจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนดให้ ภาคเหนือต้องลดลง 30% กรุงเทพฯ ลดลง 5% ภาคตะวันออกเฉลียงเหนือลดลง 5% ภาคกลาง 10%</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ห้ามก็ยังเผา ให้เงินก็ยังเผา ถึงเวลาทบทวนมาตรการและงบฯ แล้วหรือยัง?</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info3_Hotspot-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-4291" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info3_Hotspot-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info3_Hotspot-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info3_Hotspot-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info3_Hotspot.jpg 960w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>ประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงกันมากว่าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงขึ้นก็คือ “การเผา” ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อมูลของ Rocket Media Lab ในงาน “<a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2022-regulation/">สืบจากค่าฝุ่น : อะไรกันแน่ที่ดันค่าฝุ่น PM2.5 ใน กทม. ให้พุ่งสูง”</a> ที่นำเอาข้อมูลตัวแปรต่างๆ มาเปรียบเทียบให้เห็นว่าในช่วงวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกตินั้นมีตัวแปรอะไรบ้างที่มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งก็พบว่าการเผาในพื้นที่เกษตรในจังหวัดใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ มีจำนวนพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติในช่วงเวลาเดียวกันกับวันที่ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ พุ่งสูงอย่างมาก&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ค่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ เริ่มสูงขึ้นมากกว่าเกณฑ์มาตรฐานอีกครั้ง ซึ่งมีรายงานว่าพบจุดการเผาใน<a href="https://www.bangkokbiznews.com/politics/1111789">ประเทศกัมพูชา</a>เกินกว่า 1,000 จุด ซึ่งเท่ากับว่าการเผาทั้งในประเทศและนอกประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ และในจังหวัดต่างๆ พุ่งสูงขึ้น จากข้อมูลของ GISTDA ในปี 2023 มีจุดความร้อนที่เกิดขึ้นทั้งหมด 178,203 จุด ทั่วประเทศ หากแยกเป็นจังหวัดจะพบว่าจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดคือเชียงใหม่ 14,035 จุด รองลงมาคือ กาญจนบุรี 12,778 จุด น่าน 11,848 จุด เชียงราย 10,475 จุด และตาก 10,275 จุด โดยจะพบว่าจุดความร้อนส่วนใหญ่อยู่ที่ภาคเหนือและภาคตะวันตก&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่จุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านนั้น พบจุดความร้อนในประเทศพม่ามากที่สุด 420,481 จุด รองลงมาคือลาว 257,146 จุด และกัมพูชา 119,325 จุด&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากลักษณะของพื้นที่ที่เกิดจุดความร้อนในประเทศไทยจะพบว่า เป็นพื้นที่ป่ามากที่สุด 114,546 จุด คิดเป็น 64.28% รองลงมาคือ นาข้าว 23,420 จุด คิดเป็น 13.14% เกษตรอื่นๆ 14,562 จุด คิดเป็น 8.17% ข้าวโพดและไร่หมุนเวียน 11,553 จุด คิดเป็น 6.48% อ้อย 4,928 จุด คิดเป็น 2.77% และอื่นๆ 9,194 จุด คิดเป็น 5.16% อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจุดความร้อนนั้นนับจำนวนจุด แต่ไม่ได้ระบุขนาดพื้นที่ที่ถูกเผา ดังนั้นจึงไม่อาจวัดได้ว่าแต่ละพื้นที่ที่มีการเผานั้นมีขนาดพื้นที่ที่ถูกเผามากน้อยแค่ไหน&nbsp;</p>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า แม้จุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านจะมีจำนวนสูงมากกว่าในประเทศไทย แต่เนื่องจากนโยบายที่ผ่านมาเป็นเพียงการหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูล ไม่มีสภาพบังคับทางกฎหมายหรือบทลงโทษต่อกัน จึงไม่อาจจะวัดความสำเร็จของนโยบายได้</p>



<p>ในขณะที่จุดความร้อนในประเทศนั้นมีมาตรการที่ชัดเจน รวมไปถึงการใช้บทบังคับและงบประมาณในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะส่วนของพื้นที่การเกษตรที่มีนโยบายเป็นรูปธรรมกว่าในส่วนของพื้นที่ป่า ซึ่งจะเห็นได้ว่า&nbsp;</p>



<p>นาข้าว ซึ่งเป็นพื้นที่การเกษตรที่พบจุดความร้อนมากที่สุด และข้าวโพดเป็นพื้นที่การเกษตรที่ใช้เพียงมาตรการกำหนดเงื่อนไขในการเผามาตั้งแต่แผนปี 2562 และในแผน “11 มาตรการเร่งด่วนป้องกันฝุ่น PM 2.5 ปี 67” ของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ก็ยังคงใช้มาตรการเดิมจากแผนปี 2562 คือกำหนดเงื่อนไขการอนุญาตการเผาและการบริหารจัดการการเผาในพื้นที่เกษตรโดยสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ในขณะเดียวกันก็มีการกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมคือ นำระบบการรับรองผลผลิตทางการเกษตรแบบไม่เผา (GAP PM2.5 Free) มาใช้กับการปลูกอ้อย ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การจัดหาและสนับสนุนเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่เหมาะสม จัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกร การบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยนำมาแปรรูปเพื่อสร้างรายได้ และจัดตั้งศูนย์รับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;</p>



<p>ซึ่งจากข้อมูลจุดเผาตั้งแต่ปี 2564-2566 จะพบว่า นาข้าวมีจุดเผาลดลงจาก 22,696 จุดในปี 2564 เหลือเพียง 14,937 จุดในปี 2565 และกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกในปี 2566 ซึ่งสูงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา จำนวน 23,420 จุด เช่นเดียวกันกับข้าวโพด ซึ่งจุดเผาลดลง จาก 6,704 ในปี 2564 เหลือเพียง 4,375 จุด ในปี 2565 และกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในปี 2566 สูงถึง 11,553 จุด&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่อ้อยนั้นพบว่า นอกจากมาตรการจากแผนวาระฝุ่นแห่งชาติ ปี 2562 ที่กำหนดไว้ว่า “ไม่ให้มีการเผาในไร่อ้อยร้อยละ 100 ภายในปีพ.ศ. 2565” ยังพบว่าในแต่ละปี ภาครัฐยังมีนโยบายและการอุดหนุนเงินงบประมาณเพื่อสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยให้ตัดอ้อยสดคุณภาพดีโดยไม่เผาเพื่อลดฝุ่น PM2.5 อีกด้วย โดยพบว่าในฤดูกาลหีบอ้อย 2563/2564 มีงบประมาณอุดหนุนเป็นวงเงิน 5,934 ล้านบาท ปี 2564/65 จำนวน 8,159.14 ล้านบาทและปี 2565/66 เป็นเงิน 7,990.60 ล้านบาท</p>



<p>แต่จากข้อมูลจุดที่เกิดในพื้นที่การปลูกอ้อยจะพบว่าไร่อ้อยมีจุดเผาลดลง จาก 4,535 จุดในปี 2564 เหลือเพียง 2,807 จุดในปี 2565 และกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกในปี 2566 ซึ่งสูงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา จำนวน 4,928 จุด นอกจากนั้น หากดูข้อมูลปริมาณอ้อยเผาเข้าหีบก็ยังพบว่าปริมาณอ้อยเผาเข้าหีบมีจำนวนลดลงในปี 2564 จากจำนวน 38,553,979.5 ตัน ในปี 2563 เหลือเพียง 17,610,220.42 ตันในปี 2564 และกลับเพิ่มสูงขึ้นเป็น 25,118,943.55 ตัน ในปี 2565 และ 30,781,303.2 ตันในปี 2566&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info4_hotspot_in_-agricultural_plants-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-4293" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info4_hotspot_in_-agricultural_plants-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info4_hotspot_in_-agricultural_plants-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info4_hotspot_in_-agricultural_plants-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info4_hotspot_in_-agricultural_plants-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info4_hotspot_in_-agricultural_plants-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info4_hotspot_in_-agricultural_plants-100x100.jpg 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/02/info4_hotspot_in_-agricultural_plants.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>จะเห็นได้ว่า มาตรการ “ไม่ให้มีการเผาในไร่อ้อยร้อยละ 100 ภายในปีพ.ศ. 2565” จากแผนปี 2562 ไม่ประสบความสำเร็จ โดยจุดเผาในพื้นที่ไร่อ้อยในปี 2566 ที่ผ่านมานั้นสูงกว่าปีก่อน แต่ที่น่าสังเกตมากไปกว่านั้นก็คือ การใช้งบประมาณอุดหนุนจากรัฐแก่ชาวไร่อ้อยปีละหลายพันล้านบาทเพื่อให้ตัดอ้อยสด ลดการเผาอ้อยนั้น ก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน ดังจะเห็นได้จากตัวเลขอ้อยเผาเข้าหีบในปีล่าสุด&nbsp;</p>



<p>การใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อลดฝุ่น PM2.5 จากไร่อ้อยโดยพยายามจูงใจให้เกษตรกรเลิกเผาอ้อยและตัดอ้อยสดมากขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าจำนวนอ้อยเผาเข้าหีบกลับยิ่งสูงขึ้นนั้น ก่อให้เกิดคำถามถึงมาตรการในการใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล รวมถึงเกิดคำถามว่า เหตุใดอ้อยจึงเป็นพื้นที่การเกษตรชนิดเดียวที่มีงบประมาณสนับสนุนทางตรงแก่เกษตรกร ในขณะที่นาข้าวกับข้าวโพดนั้น นอกจากจะไม่มีมาตรการที่ชัดเจนแล้วยังไม่มีงบประมาณในการจูงใจหรือช่วยเหลือเกษตรกรอีกด้วย โดยในประเด็นนี้ดร.เจน ชาญณรงค์ รองประธานสภาลมหายใจ กทม. ให้สัมภาษณ์กับ Rocket Media Lab ไว้ว่า</p>



<p>“โดยพื้นฐาน ราคาอ้อยให้ผลตอบแทนติดลบ ยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ การที่เกษตรกรจะต้องหารถตัดอ้อยมาตัด ยิ่งไปเพิ่มต้นทุนเขาอีก ประการที่สอง หลายพื้นที่ใช้รถตัดอ้อยไม่ได้ เพราะเป็นแปลงเล็ก พื้นที่ไม่เรียบ มีโคก มีดอน มีคันนา นอกจากรถจะเข้าไปตัดไม่ได้แล้วจำนวนรถก็อาจจะไม่พออีก เลยเผากันเสียก่อนแล้วมีแรงงานมาตัด ถ้าเกิดไม่เผาก็ตัดไม่ได้ แรงงานก็พร้อมแล้วก็เลยต้องเผา ไม่งั้นเข้าหีบไม่ทัน เป็นเรื่องของการจัดเวลาด้วย&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“การบอกให้ลดการเผาอ้อยเหลือ 0% เป็นไปไม่ได้ สหรัฐอเมริกาก็ยังไม่ศูนย์เลย สิ่งแรกเราต้องยอมรับว่ามันลดให้เป็น 0% ไม่ได้ แต่ว่าจะเผาอย่างไรให้มันไม่รบกวนดีกว่า</p>



<p>ในประเด็นที่ว่าทำไมพืชการเกษตรอื่นๆ ถึงไม่มีมาตรการที่ชัดเจนเหมือนอ้อย ดร.เจน ชาญณรงค์ กล่าวว่า</p>



<p>“เพราะกลไกมันง่าย ลำอ้อยที่เข้าโรงงานน้ำตาลมันเห็นชัดเลยว่าไหม้หรือไม่ไหม้ ส่วนข้าวนี่เวลาเราเกี่ยวข้าว เราเอาเมล็ดมาใส่ยุ้งฉางไว้แล้วค่อยเอามาส่ง เวลาโรงสีเห็นเมล็ดข้าวเปลือกก็ตอบไม่ได้ว่ามาจากนาที่เผาหรือไม่เผาเพราะเมล็ดมันเหมือนกันหมด ไม่เหมือนอ้อยที่เห็นว่าดำก็รู้เลยว่าเผามา เพราะฉะนั้นกลไกเลยให้คุณให้โทษไม่ได้ อีกอย่าง ข้าวมันไม่มีสำนักงานอ้อยและน้ำตาลเหมือนการทำไร่อ้อย มันก็เลยควบคุมไม่ได้</p>



<p>“อีกอย่างคือชาวนาไม่ได้เผาตอนเกี่ยวข้าว นาข้าวมันเกี่ยวข้าวไปแล้วก็ทิ้งต้นข้าวไว้ในนา อีกสักเดือนค่อยกลับมาเผา แต่อ้อยมันเผาตอนตัดลำ จริงๆ แล้วรัฐสามารถใช้ดาวเทียมดูว่าแปลงไหนเผาแล้วก็ทำบัญชีหนังหมาขึ้นมา คนนี้เผาบ่อยเวลาไปกู้เงิน ธ.ก.ส. มีชื่ออยู่ในบัญชี ดอกเบี้ยก็แพงหน่อย หรือเวลาจำนำข้าว ถ้ามีชื่อในลิสต์ราคาจำนำก็จะถูกลง เรื่องพวกนี้ทำได้หมด แต่ว่าจะทำหรือเปล่าเป็นอีกเรื่อง เพราะเกษตรกรเป็นฐานเสียงทางการเมืองขนาดใหญ่ ประเด็นนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่มีประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย&nbsp;</p>



<p>นอกจากกลไกที่ไม่เหมือนกันที่อาจจะทำให้ไม่สามารถใช้มาตรการเดียวกันหรือใกล้เคียงกันแล้ว ดร.เจน ชาญณรงค์ ยังย้ำว่า เราควรจะไปโฟกัสที่พื้นที่ที่มีการเผามากที่สุดอย่างป่ามากกว่า&nbsp;</p>



<p>“เราปลูกข้าวประมาณ 60 ล้านไร่ เราเผาเฉลี่ย 2 ล้านไร่ ก็คิดเป็น 3% แล้วเราปลูกอ้อยน้อยกว่าเยอะ แต่ พื้นที่ที่มีการเผาใหญ่กว่านั้นคือป่ารองลงมาก็คือนาข้าว ถ้าอยากแก้ปัญหาการเผาอาจจะต้องแก้ 2 ตัวนี้ก่อน อ้อยมันมีกลไกชัดเจนเรื่องราคารับซื้อที่สามารถใช้กำกับได้ แต่กับนาข้าวหรือป่าเรายังไม่เห็นกลไกนั้นอย่างชัดเจน”&nbsp;</p>



<p>หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project ซึ่งค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง <a href="https://aqicn.org/city/chiang-mai">https://aqicn.org/city/chiang-mai</a>&nbsp;</li>



<li>ค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งหนึ่งอาจจะมีบางเขตของกรุงเทพฯ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกทุกเขต&nbsp;</li>



<li>PM2.5 เทียบกับบุหรี่ <a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence">http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence</a>&nbsp;</li>



<li>แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2562 -2567 กรมควบคุมมลพิษ</li>



<li>อ้างอิงข้อมูลจุดความร้อนจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA</li>



<li>อ้างอิงจุดความร้อนจากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS ประเทศกัมพูชา ลาว พม่า ปี 2566 จาก GISTDA</li>



<li>จำนวนจุดเผาไม่ได้สะท้อนพื้นที่การเผาของพืชทุกชนิด</li>



<li>อ้างอิงข้อมูลปริมาณอ้อยเข้าหีบ จากรายงานการผลิตอ้อยและน้ำตาลทราย จากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย <a href="https://www.ocsb.go.th/report_area_yield/">https://www.ocsb.go.th/report_area_yield/</a>&nbsp;</li>



<li>อ้างอิงข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกจากสถิติการเกษตรของประเทศไทย ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร</li>



<li>อ้างอิงมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2567 และกลไกการบริหารจัดการ จากการประชุมคณะรัฐมนตรี 19 ธันวาคม 2566 <a href="https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/76368?fbclid=IwAR08OpW3oXc6uRyV7cdKgvGcrHCYcfB3iMsTkn7n192r7sj3wpV9r0DE-uE">https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/76368?fbclid=IwAR08OpW3oXc6uRyV7cdKgvGcrHCYcfB3iMsTkn7n192r7sj3wpV9r0DE-uE</a>&nbsp;</li>
</ul>



<p>ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/?p=4278">https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2023</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2023/">ปี 2023 คนกรุงเทพฯ มีวันอากาศดีเพียง 31 วัน น้อยกว่าปีก่อนที่มี 49 วัน สูดฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,379.09 มวน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2023 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Feb 2024 05:32:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4278</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3588;&#3656;&#3634;&#3613;&#3640;&#3656;&#3609;&#3607 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2023/">ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2023 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ค่าฝุ่นที่คนกรุงเทพฯ ที่สูดเข้าไปในแต่ละวัน เมื่อลองเทียบกับปริมาณการสูบบุหรี่แล้วจะได้จำนวนเท่าไร</p>



<p>โดยค่าฝุ่นที่ยกมานี้ อ้างอิงจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง และได้นำมาเปรียบเทียบกับปริมาณการสูบบุหรี่ตามทฤษฎีของ Dr. Richard A. Muller นักวิจัยชาวอเมริกันจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Berkeley Earth แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM 2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่า ค่าฝุ่น PM 2.5 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ 1 มวน</p>



<p>เมื่อนำค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของปี 2023 มาคำนวณเปรียบเทียบตามเกณฑ์ของ Dr. Richard Muller ก็จะได้ผลลัพธ์ตามในตารางดังต่อไปนี้</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRZ4rLYXkpmmR80W-fvJSIVoteBGPHtL4NvrPnSDaCKWUgTqZm69AVdXNFkKmp-U4vUB3yCYxi6OnqX/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/10oPPFf15Db7d46ljNBtXwzsslkEhYBvxGAPBni1IC58/edit#gid=0">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2023">อ่านรายงานที่นี่</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2023/">ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2023 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สืบจากค่าฝุ่น : อะไรกันแน่ที่ดันค่าฝุ่น PM2.5 ใน กทม. ให้พุ่งสูง </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2022-regulation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Feb 2023 10:59:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กำกับดูแล]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=3089</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3619;&#3634;&#3618;&#3591;&#3634 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2022-regulation/">สืบจากค่าฝุ่น : อะไรกันแน่ที่ดันค่าฝุ่น PM2.5 ใน กทม. ให้พุ่งสูง </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>จาก<a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2022/">รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ปี 2022 ของกรุงเทพฯ</a> โดย Rocket Media Lab มีข้อสังเกตน่าสนใจว่า เดือนที่มีสภาพอากาศแย่ที่สุดคือเมษายน โดยวันที่มีค่า PM2.5 สูงที่สุดในรอบปีก็อยู่ในเดือนนี้เช่นกัน ขณะที่ปี 2021 และ 2020 เดือนที่อากาศเลวร้ายที่สุดคือมกราคม</p>



<p>Rocket Media Lab ชวนย้อนดูข้อมูลต่างๆ ในเดือนเมษายน เพื่อดูว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่มีนัยสำคัญดันให้ค่า PM2.5 ในกรุงเทพฯ สูงขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เกิดอะไรขึ้นบ้างในเดือนเมษายน 2022</strong></h3>



<p>ในเดือนเมษายน 2022 ซึ่งเป็นเดือนที่มีวันที่มีค่า PM2.5 สูงที่สุดในรอบปี โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project พบว่าในวันที่ 8-10 เม.ย. ค่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ อยู่ในเกณฑ์สีแดงหรือมีผลกระทบต่อสุขภาพ และจากข้อมูลของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ซึ่งมาจากการศึกษาสัดส่วนการระบายมลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานคร พบว่าฝุ่นละออง PM2.5 มีสาเหตุหลักจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง โดยภาคการขนส่งทางถนนระบายฝุ่น PM2.5 มากที่สุด 72.5% รองลงมาได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรม 17% การเผาในที่โล่ง 5% และอื่นๆ 5.5%</p>



<p>นอกจากตัวแปรข้างต้นเรื่องการใช้ยานพาหนะ โรงงาน และการเผาในที่โล่งแล้ว ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อคุณภาพอากาศและค่าฝุ่น PM2.5 ตามหลัก Weather Index for Air Quality ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไปก็คือ ความเร็วลม การระบายอากาศ อุณหภูมิ ความกดอากาศ ปริมาณฝน ร้อยละเมฆปกคลุมท้องฟ้า ความเข้มแสงอาทิตย์ CAPE, CIN, Lifted Index, และความสูงชั้นบรรยากาศใกล้ผิวพื้น (PBLH)</p>



<p>ดังนั้นหากพิจารณาปัจจัยต่างๆ เพื่อสืบหาปัจจัยที่ทำให้ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ พุ่งสูงขึ้นในเดือนเมษายน 2022 ก็จะพบว่า ในกรณีของการใช้ยานพาหนะนั้น ไม่มีการเปิดเผยจำนวนการใช้ยานพาหนะ ประเภทเครื่องยนต์ หรือปริมาณการปล่อยควันพิษจากยานพาหนะในแต่ละวัน เช่นเดียวกับการปล่อยมลพิษของโรงงานอุตสาหกรรม ที่แม้จะมีคำสั่งให้ติดเครื่องตรวจวัดมลพิษทางอากาศจากปล่องระบายแบบอัตโนมัติพร้อมรายงานผล 24 ชั่วโมง (CEMS) ครอบคลุมโรงงานทั่วประเทศ แต่ปัจจุบันพบว่า กรุงเทพฯ ซึ่งมีโรงงาน 260 แห่ง มีโรงงานที่เชื่อมต่อผลตรวจวัดดังกล่าวเพียง 15 ปล่องจาก 4 โรงงานเท่านั้น ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่มีตัวเลขบ่งชี้ที่จะนำมาใช้ได้</p>



<p>นอกจากนี้เมื่อพิจารณาค่าอื่นๆ ที่มีความสำคัญ เช่น ความเร็วลม หรือความกดอากาศ ก็จะพบว่า ในช่วงเดือนเมษายน 2022 ไม่ว่าจะเป็นวันที่มีค่า PM2.5 สูงที่สุด (8-10 เม.ย.) หรือวันที่ค่า PM2.5 ต่ำลง (ช่วงก่อนและหลังวันที่ 8-10 เม.ย.) ค่าต่างๆ เหล่านี้ก็ไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญนัก เช่น ความกดอากาศ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ในช่วงวันที่ 8-10 เมษายน มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,010.41, 1,008.84, และ 1,007.71 เฮกโตปาสคาล ซึ่งไม่ได้สูงหรือต่ำอย่างมีนัยสำคัญไปกว่าช่วงก่อนหรือหลัง หรือเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่อื่น เช่น สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา นครนายก ก็จะพบว่าแทบไม่แตกต่างกันเลย อีกทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดในแถบภาคเหนือและภาคอีสาน กรุงเทพฯ ยังมีความกดอากาศที่สูงกว่าเล็กน้อย&nbsp;</p>



<p>ค่าความเร็วลม ซี่งมีค่าเฉลี่ยทั้งเดือนอยู่ที่ 10 น็อต ต่ำสุด 6 สูงสุด 15 น็อต โดยในช่วงวันที่ 8-10 เมษายนนั้นอยู่ที่ 12, 8, 7 น็อต ตามลำดับ ซึ่งไม่ได้ต่างกับเดือนอื่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยค่าเฉลี่ยความเร็วลมในช่วงเดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม อยู่ที่ 10 น็อต เท่ากัน&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่การระบายอากาศ กรุงเทพฯ มีการระบายอากาศแต่ละช่วงเวลาไม่เท่ากัน โดยขณะที่ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน กรุงเทพฯ มีการระบายอากาศที่ดีมากเรื่อยมา เช่น ในวันที่ 1 เมษายน ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 9,200 ตร.ม.ต่อวินาที ซึ่งถือว่าดีมาก แต่ในช่วงวันที่ 8-9 เมษายน 2022 มีการระบายอากาศในระดับอ่อน ที่ 2,700 และ 2,975 ตร.ม.ต่อวินาที จึงถือว่าการระบายอากาศของกรุงเทพฯ ต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงวันที่กรุงเทพฯ มีค่าฝุ่น PM2.5 ขึ้นสูงสุด</p>



<p>อย่างไรก็ตาม แม้ค่าการระบายอากาศของกรุงเทพฯ ในช่วงปลายเดือนเมษายนนั้นจะต่ำไม่ต่างจากช่วงวันที่ 8-9 เม.ย. แต่ค่า PM2.5 ในช่วงปลายเดือนไม่ได้สูงขึ้นเช่นในช่วงวันที่ 8-10 เม.ย. จึงอาจพอสรุปได้ว่า แม้ค่าการระบายอากาศในช่วงดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญสอดคล้องกับค่า PM2.5 ที่พุ่งสูงขึ้น แต่ค่าการระบายอากาศ หรือค่าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ ยังเป็นเพียงปัจจัยหนุนเสริม ถึงอย่างไรค่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ ก็ยังคงต้องดูที่แหล่งกำเนิดฝุ่นเป็นปัจจัยหลักอยู่นั่นเอง ซึ่งหากดูสาเหตุหลักของการเกิด PM 2.5 อย่างภาคการขนส่งทางถนน โรงงานอุตสาหกรรม และการเผาในที่โล่ง อีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถนำมาพิจารณาได้คือ การเผาในที่โล่ง (จุดความร้อน) ซึ่งมีการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบและมีความต่อเนื่อง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จุดความร้อนที่ก่อให้เกิดหมอกควันมาจากไหน แล้วเผาอะไร&nbsp;</strong></h3>



<p>เมื่อพิจารณาจากข้อมูลจุดความร้อนทั่วประเทศของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) จะพบว่าระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่กรุงเทพฯ มีค่า PM2.5 สูงสุดนั้น ตรวจพบจุดความร้อนในวันที่ 9 และวันที่ 10 เมษายน ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพียงวันละ 1 จุด ส่วนจังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯ ที่ตรวจพบจุดความร้อนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือ สุพรรณบุรี โดยในวันที่ 9 เมษายน มีจำนวนสูงถึง 42 จุด และในวันที่ 10 เมษายน มีจำนวน 24 จุด ขณะที่วันอื่นๆ ในเดือนเมษายน ส่วนใหญ่มีไม่ถึง 10 จุด</p>



<p>จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในช่วงวันที่ 8-10 เมษายน 2022 นั้น มีการเพิ่มขึ้นของจุดความร้อนอย่างมีนัยสำคัญ คือ 18, 15 และ 10 จุดตามลำดับ ในขณะที่วันก่อนหน้านั้นคือวันที่ 7 เมษายนมีเพียง 1 จุด และวันหลังจากนั้นคือ 11 เมษายน ไม่พบจุดความร้อนเลย นอกจากนั้นยังพบการเพิ่มขึ้นของจุดความร้อนอย่างมีนัยสำคัญในช่วงวันดังกล่าวอีกที่จังหวัดชัยนาท ในวันที่ 9 เมษายน 17 จุด และ 10 เมษายน 14 จุด นครนายก วันที่ 10 เมษายน 13 จุด และนครปฐม ในวันที่ 9 เมษายน 9 จุด</p>



<p>และเมื่อตรวจสอบพื้นที่การเผาก็จะพบว่า ช่วงวันที่ 8-10 เมษายน 2022 ในจังหวัดสุพรรณบุรีนั้น พื้นที่ที่ตรวจพบจุดความร้อนส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตร และเมื่อตรวจสอบลงไปอีกขั้นก็จะพบว่าส่วนใหญ่เป็นนาข้าว โดยเป็นนาข้าวมากที่สุด 71 จุด จากจุดความร้อนทั้งหมด 76 จุด และพืชอื่นๆ 5 จุด ในขณะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชัยนาท ปทุมธานี นครนายก และนครปฐมนั้น พื้นที่ที่ตรวจพบจุดความร้อนส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตร และเป็นนาข้าวเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งคิดเป็นพื้นที่นาข้าว 116 จุด จากจุดความร้อนทั้งหมด 126 จุด&nbsp;</p>



<p>จากข้อมูลข้างต้นจึงอาจตั้งข้อสังเกตได้ว่า ค่าฝุ่นที่เพิ่มขึ้นในช่วงเดือนเมษายน 2022 อาจสัมพันธ์กับจำนวนจุดความร้อนที่เกิดจากการเผาในภาคการเกษตรโดยเฉพาะพื้นที่นาข้าวในพื้นที่รอบกรุงเทพฯ</p>



<p>อีกหนึ่งปัจจัยที่อาจมีผลต่อค่าฝุ่น PM2.5 ก็คือ หมอกควันข้ามแดน ที่เกิดจากการเผาในพื้นที่การเกษตรในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา เมียนมา ลาว และเวียดนาม โดยหากดูข้อมูลในช่วงเดือนเมษายน 2022 ซึ่งเป็นเดือนที่กรุงเทพฯ มีวันที่มีค่า PM2.5 สูงสุดและเป็นเดือนที่อากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2022 ก็จะพบจำนวนจุดความร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งในเมียนมาและลาว โดยในเมียนมามี 63,755 จุด และลาวมี 64,569 จุด ซึ่งสูงที่สุดในรอบปี โดยข้อมูลจาก<a href="https://www.greenpeace.org/static/planet4-thailand-stateless/2021/04/46bdd195-minireport-forest-maize-haze-transboundary.pdf">รายงาน “ผืนป่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมลพิษ PM2.5 ข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงปี 2558-2563”</a>&nbsp; ของ กรีนพีซ ประเทศไทย ระบุว่าเมียนมาถือเป็นพื้นที่ปลูกไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่ ขณะที่ลาวนั้นส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาข้าว ส่วนจุดความร้อนในกัมพูชาและเวียดนาม ในช่วงเดียวกันนั้น ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>หมอกควันจากแดนไกลทำให้ PM2.5 ในกรุงเทพฯ พุ่งปรี๊ดได้แค่ไหนกัน&nbsp;</strong></h3>



<p>จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าจำนวนจุดความร้อนที่เพิ่มขึ้น อาจมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับค่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ ที่พุ่งสูงขึ้น Rocket Media Lab ได้พูดคุยกับ รศ.ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล หัวหน้าศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเขาตั้งข้อสังเกตค่าฝุ่นที่พุ่งสูงขึ้นในกรุงเทพฯ ว่า</p>



<p>“ปัญหา PM2.5 ของกรุงเทพฯ มักจะชี้ไปที่การขนส่งยานพาหนะ ว่าเป็นต้นตอของปัญหา PM2.5 กว่า 70% มันก็มีส่วนนะครับ แต่อาจจะยังไม่ชัดมาก หรืออาจจะไม่ถึง 70% ก็ได้ เพราะว่ารถใน กทม. ในแต่ละฤดูกาลไม่ได้มีจำนวนแตกต่างกันมากขนาดนั้น แต่ทำไมค่าฝุ่นช่วงนี้มันถึงเพิ่มขึ้นมากๆ การชี้ไปที่ภาคการขนส่งเป็นหลัก อาจจะทำให้เราหลงลืมพูดถึงปัญหาอื่นๆ หรือเปล่า เช่น การเผาในที่โล่ง หรือโรงงานอุตสาหกรรม</p>



<p>“เรื่องฝุ่นลอยมาจากที่อื่นได้ไหม ได้ไกลแค่ไหน อย่างแรกเราต้องเข้าใจก่อนว่าฝุ่น PM2.5 ไม่มีแพทเทิร์นที่ตายตัว อาจจะอยู่ระดับพื้นดินหรืออยู่เหนือพื้นดินขึ้นไป ซึ่งแต่ละชั้นก็อาจจะมีกำลังลมไม่เท่ากัน ในพื้นที่ที่มีลมดีๆ ฝุ่นก็อาจจะถูกพัดไปได้ไกลมาก อาจจะไกลเป็นพันกิโลเมตรก็มีความเป็นไปได้ ถ้าสมมติไม่มีลมเลย ก็อาจจะแขวนลอยในอากาศ เคลื่อนที่ในแนวตั้ง ในช่วงที่ความกดอากาศต่ำก็อาจจะอยู่ใกล้พื้นดิน พอมีแสงแดด อากาศร้อนอุณหภูมิอุ่นขึ้นก็อาจจะลอยตัวในแนวดิ่งแล้วตกลงมาอีก ฝุ่นเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลาและไม่ได้เป็นแพทเทิร์น มันมีทั้งต่ำทั้งสูง ใกล้และไกล มันขึ้นอยู่กับภูมิอากาศ และการสะสมตัวก็ขึ้นอยู่กับภูมิประเทศอีกว่ามีความสามารถในการอมฝุ่นได้นานขนาดไหน&nbsp;</p>



<p>“ถามว่าฝุ่นจากเพื่อนบ้าน พม่า ลาวมาถึงภาคเหนือ หรือ กทม.ได้ไหม ได้ครับ ไปถึงภาคใต้ก็ยังได้ หรือฝุ่นไทยไปถึงไต้หวันได้ไหม ก็ได้เหมือนกัน แล้วแต่แพทเทิร์นของลมเป็นยังไง ต้องไปดูโมเดลการกระจายตัวของอากาศว่าทำให้ฝุ่นไปในทิศทางไหน อย่างไร”</p>



<p>แม้จำนวนจุดความร้อนที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาที่ค่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ พุ่งสูงขึ้น แต่เศรษฐ์มีข้อสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับการมองประเด็นเรื่องจุดความร้อน ทั้งในแง่การเป็นปัจจัยในการเกิดฝุ่น PM2.5 และในการนำมากำหนดเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาของรัฐว่า&nbsp;</p>



<p>“การดูแค่จุดความร้อนและองค์ประกอบอื่นๆ อาจจะไม่พอ เพราะฝุ่นมันไม่ได้ตรงไปตรงมาขนาดนั้น อย่างบางพื้นที่ในภาคเหนือ ไม่มีจุดความร้อนเลย ไม่มีการเผาเลย แต่ทำไมค่าฝุ่น PM2.5 สูง เราไม่รู้ว่าลมพัดมาจากไหน และอยู่ดีๆ ตอนบ่ายฝุ่นก็หายไปหมดเลย มันก็อธิบายยากเหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>“ตอนนี้หลายจังหวัดในภาคเหนือ ใช้จำนวนจุดความร้อนมาเป็นตัวบอกความสำเร็จของการจัดการของจังหวัด ซึ่งนำมาสู่การเผาหนีดาวเทียม เพราะเรารู้ว่าดาวเทียมที่ใช้ในการนับจุดความร้อนมารอบเช้ากี่โมง รอบบ่ายกี่โมง กลางคืนกี่โมง ก็เลยเกิดการเผานอกเวลาที่ดาวเทียมมา ทำให้ดาวเทียมจับจุดความร้อนไม่ได้ เลยไม่มีจุดความร้อนแต่มีฝุ่น&nbsp;</p>



<p>ข้อเสนอของหัวหน้าศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ ก็คือควรพิจารณาจากพื้นที่ที่ถูกเผาไหม้หรือที่เรียกว่า Burn Scar มากกว่าจุดความร้อน&nbsp;</p>



<p>“เราต้องดูว่าแต่ละจังหวัดมีพื้นที่ถูกเผาไหม้ไปเท่าไร เป็นพื้นที่อะไรบ้าง เช่น พื้นที่การเกษตร หรือพื้นที่ป่าไม้ และอาจจะต้องดูด้วยว่าเป็นการเกษตรแบบไหน เป็นป่าไม้แบบไหน ป่าอนุรักษ์หรือป่าสงวน หรือแม้แต่พื้นที่ของกรมทางหลวง ตัวพื้นที่เผาไหม้จะบอกได้ว่าแต่ละจังหวัดมีการจัดการดีหรือไม่ เช่น จังหวัดหนึ่ง มีพื้นที่ป่าหรือพื้นที่เกษตรเท่านี้ มีพื้นที่เผาไหม้แค่ 10% แต่อาจจะมีจุดความร้อนเยอะ จังหวัดหนึ่งมีพื้นที่การเกษตรหรือพื้นที่ป่าเท่านี้ มีพื้นที่เผาไหม้ 30% แต่มีจุดความร้อนน้อย ซึ่งนั่นอาจจะเท่ากับว่าจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้น้อยกว่าจัดการได้ดีกว่านะ”&nbsp;</p>



<p>อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการใช้ดัชนีเพื่อประเมินการทำงานตามแนวนโยบายการลดฝุ่น PM2.5 ก็คือ จำนวนวันและคุณภาพอากาศ ซึ่งก็มีข้อสังเกตที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน โดยเศรษฐ์กล่าวว่า</p>



<p>“แม้การที่จังหวัดหนึ่งๆ จะมีวันที่มีค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐานจำนวนน้อยวันถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ประเด็นก็คือ ในแต่ละพื้นที่ของจังหวัดค่าฝุ่นแต่ละอำเภอแต่ละตำบลไม่เท่ากัน ในต่างจังหวัดถ้าเราใช้ค่าการอ้างอิงในอำเภอเมือง คุณภาพอากาศอาจจะดีกว่ารอบนอก เพราะว่าพื้นที่รอบนอกมีการเผามากกว่าในตัวเมือง สิ่งนี้เป็นความลักลั่นของการใช้ดัชนีชี้วัดพอสมควร โดยเฉพาะในบางจังหวัดที่อาจมีเครื่องวัดฝุ่น PM2.5 แค่หนึ่งหรือสองเครื่องและอยู่ที่ศาลากลางเท่านั้น”</p>



<p>ข้อสังเกตดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องจุดความร้อนสะท้อนให้เห็นถึงนโยบายการแก้ปัญหา PM2.5 ของภาครัฐได้อย่างน่าสนใจ เมื่อภาครัฐมีนโยบายลดจุดความร้อนให้ได้ 20% เมื่อเทียบกับ 5 ปีย้อนหลัง อีกนโยบายหนึ่งที่เกี่ยวข้องและมีความน่าสนใจก็คือ นโยบายลดการเผาภาคการเกษตร โดยเฉพาะนโยบายที่เกี่ยวกับไร่อ้อย และการออกประกาศห้ามเผานาข้าวหรือเผาในที่โล่ง</p>



<p>“นโยบายเรื่องของอ้อยมันค่อนข้างชัดและจัดการได้ง่าย เพราะมีผู้รับซื้อชัดเจน คือโรงน้ำตาล ราคามันแตกต่างกันอยู่แล้วระหว่างอ้อยที่ถูกไฟไหม้กับอ้อยไม่ถูกไฟไหม้ นอกจากนั้นยังมีการส่งเสริมทางการเกษตรจากโรงน้ำตาลให้มีเครื่องจักรในการเก็บเกี่ยวในพื้นที่ไร่อ้อยอีกด้วย แต่ในพื้นที่ที่ทำสัญญาซื้อขายกับโรงงานไม่ทัน อาจจะไม่ได้รับประโยชน์จากการใช้เครื่องจักร เลยยังมีการเผาอยู่ แต่ก็มีปริมาณที่ลดลง อีกอย่างก็คืออุตสาหกรรมน้ำตาลมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูงในเชิงภาพลักษณ์ทางสิ่งแวดล้อม เลยทำให้สามารถจัดการพื้นที่การปลูกอ้อยได้ดีขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>“ซึ่งแตกต่างจากกรณีนาข้าว ที่ไม่ได้มีการส่งเสริมเครื่องจักรจัดการแปลงนาข้าว การเผาเป็นต้นทุนที่ถูกที่สุด เลยยังมีการเผาอยู่ เราต้องทำข้อมูลให้ชัดเจนขึ้น ถ้าเรารู้ว่าพื้นที่ใดเครื่องจักรเข้าไปไม่ถึง จำเป็นจะต้องเผา ต้องมีการลงทะเบียนเพื่อบริหารจัดการเชื้อเพลิง ว่าจะเผาเท่าไหร่ เผาจบเมื่อไหร่ และดูแลการเผาอย่างไร จะอนุญาตหรือไม่อนุญาต เชียงใหม่เองก็กำลังทำเรื่องบริหารจัดการเชื้อเพลิงอยู่ การใช้นโยบายเช่นนี้จะทำให้เราทราบว่าเกษตรกรในจังหวัดมีกี่ราย ใครจำเป็นต้องเผาบ้าง และเผาพื้นที่เท่าไหร่ แล้วจบจริงไหม ซึ่งจะมีการรายงานโดยตัวแทนชุมชนในหมู่บ้านอีกที</p>



<p>เศรษฐ์มองว่า นโยบายของรัฐปัจจุบันเหมือนกำลังตัดเสื้อตัวเดียวให้คนที่มีไซส์แตกต่างกันใส่ เพราะการเกิดไฟไหม้นั้นซับซ้อนและมีความแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ จึงควรต้องมาจำแนกว่าในแต่ละพื้นที่เป็นอย่างไรมากกว่า โดยเศรษฐ์มีข้อเสนอว่าควรนำเอาชุดข้อมูลต่างๆ งานวิจัยที่มีการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก ที่มีอยู่อย่างกระจัดกระจาย มารวบรวม สังเคราะห์ วิเคราะห์ เพื่อจะได้เห็นถึงสาเหตุปัญหาที่แท้จริง และที่สำคัญก็คือจะต้องดูบริบทพื้นที่ที่แตกต่างกันอีกด้วย เพราะฝุ่นภาคเหนือ ฝุ่นภาคอีสาน ฝุ่นภาคกลาง หรือแม้กระทั่งฝุ่นกรุงเทพฯ ก็อาจจะมีที่มาไม่เหมือนกัน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เกิดอะไรขึ้นในวิกฤตฝุ่น กุมภาพันธ์ 2023</strong></h3>



<p>เมื่อตรวจสอบข้อมูล สภาพอากาศของกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2023 ซึ่งเป็นช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงสุด 82.9 และ 84.2 มคก.ต่อ ลบ.ม. ตามลำดับและถือว่าอยู่ในระดับวิกฤต พบว่า <a href="http://ozone.tmd.go.th/PM2.5/weather/VR_forecast.pdf">ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า</a> ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2023 อัตราการระบายอากาศของกรุงเทพฯ และปริมณฑลเฉลี่ย 500 ตร.ม.ต่อวินาที จัดอยู่ในเกณฑ์ไม่ดี เพราะน้อยกว่า 2,000 ตร.ม.ต่อวินาที ส่วนวันที่ 2-4 กุมภาพันธ์ อัตราการระบายอากาศอยู่ระหว่าง 2,000-4,000 ตร.ม.ต่อวินาทีซึ่งอยู่ในเกณฑ์อ่อน โดยวันที่ 2 กุมภาพันธ์ค่าเฉลี่ยอยู่ประมาณ 2,038 ตร.ม.ต่อวินาที วันที่ 5-10 กุมภาพันธ์ คาดว่าจะมีอัตราการระบายอากาศระหว่าง 4,000-8,000 ตร.ม.ต่อวินาที จึงจะอยู่ในเกณฑ์ดี</p>



<p>เมื่อเปรียบเทียบกับ 7 วันก่อนหน้านี้ อัตราการระบายอากาศของกรุงเทพฯ ในวันที่ 24 มกราคม 2023 เฉลี่ยอยู่ที่ 11,500 ตร.ม.ต่อวินาที ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีมากและถือว่ามากที่สุดของเดือนมกราคม <a href="https://www.iqair.com/th/thailand/bangkok">ค่า PM2.5</a> อยู่ที่ 29 มคก.ต่อ ลบ.ม อยู่ในระดับปานกลางตามมาตรฐาน AQI สหรัฐอเมริกา วันที่มีค่า PM2.5 น้อยที่สุดของเดือนมกราคมคือ 6 มกราคม ค่า PM2.5 อยู่ที่ 9.7 มคก.ต่อ ลบ.ม. อยู่ในระดับดีตามมาตรฐาน AQI สหรัฐอเมริกา อัตราการระบายอากาศมากเป็นอันดับที่ 2 ของเดือนมกราคม อยู่ที่ 8,125 ตร.ม.ต่อวินาทีอยู่ในเกณฑ์ดีมากเช่นกัน</p>



<p>ขณะที่<a href="https://www.tmd.go.th/climate/daily?date=2023-02-01">ความเร็วลมสูงสุด</a>ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2023 อยู่ที่ 7.4 กม.ต่อ ชม. (3.995 น็อต) และ วันที่ 2 กุมภาพันธ์อยู่ที่ 2.5 กม.ต่อ ชม. (1.349 น็อต) แต่ 7 วันก่อนหน้านี้ (24 มกราคม 2023) ความเร็วลมสูงสุดอยู่ที่ 18.5 กม.ต่อ ชม. (9.989 น็อต) นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบกับวันที่ 6 มกราคม ความเร็วลมสูงสุดอยู่ที่ 16.7 กม.ต่อ ชม. (9.017 น็อต)</p>



<p>ขณะเดียวกันมีรายงาน<a href="https://fire.gistda.or.th/dashboard.html">ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA)</a> ว่าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2023 พบจุดความร้อนทั่วประเทศรวม 1,208 จุด เพิ่มขึ้น 447 จุด จาก 2 วันก่อนหน้านี้ (30 มกราคม) ที่มีจุดความร้อน 761 จุด&nbsp;</p>



<p>โดยจังหวัดชัยภูมิ (ป่าอนุรักษ์) มีจุดความร้อนมากที่สุด 133 จุด อันดับที่ 2 กาญจนบุรี (ป่าอนุรักษ์) 128 จุด อันดับที่ 3 ลพบุรี (พื้นที่เกษตร/สปก.) 50 จุด นครสวรรค์ (พื้นที่เกษตร) 43 จุด เพชรบูรณ์ 40 จุด (เขตสปก.) ปราจีนบุรี 31 จุด ขณะที่รอบๆ กรุงเทพฯ เช่น นครนายกมี 19 จุด สุพรรณบุรีมี 12 จุด พระนครศรีอยุธยามี 8 จุด ชัยนาท 4 จุด</p>



<p>ส่วนจำนวนจุดความร้อนในต่างประเทศพบว่า ในกัมพูชามี 1,713 จุด เมียนมามี 1,072 จุด ลาวมี 927 จุด รวม 3,712 จุด</p>



<p>หากย้อนไปยัง 7 วันก่อนหน้านี้ (24 มกราคม) มีจุดความร้อนทั้งประเทศเพียง 601 จุด โดยพบในสุพรรณบุรี 14 จุด ชัยนาท 4 จุด และนครนายก 4 จุด ไม่พบจุดความร้อนในพระนครศรีอยุธยาเลย และมีจุดความร้อนในกัมพูชา 721 จุด เมียนมา 1,156 จุด ลาว 316 จุด รวม 2,193 จุด ส่วนวันที่ 6 มกราคม มีจุดความร้อนทั้งประเทศเพียง 165 จุด โดยพบในสุพรรณบุรี 5 จุด และกรุงเทพฯ 1 จุดเท่านั้น และจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านรวม 501 จุด</p>



<p>จากข้อมูลย้อนหลังในช่วง 30 วันที่ผ่านมา อาจตั้งข้อสังเกตได้ว่า ปัจจัยเสริมที่สัมพันธ์กับค่าฝุ่น PM2.5 คือ อัตราการระบายอากาศ ความเร็วลม และจำนวนจุดความร้อน ซึ่งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ปัจจัยเหล่านี้แตกต่างจากวันที่คุณภาพอากาศดีกว่าหลายเท่าตัว</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ที่อื่นเขาทำอย่างไรเพื่อลดฝุ่น PM2.5 แล้วไทยล่ะ ทำอะไรบ้างไหม&nbsp;</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-3095" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/1-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/1-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/1-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/1-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/1-1536x1536.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/1-2048x2048.jpg 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/1-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/1-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-3096" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/2-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/2-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/2-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/2-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/2-1536x1536.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/2-2048x2048.jpg 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/2-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/2-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/3-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-3097" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/3-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/3-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/3-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/3-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/3-1536x1536.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/3-2048x2048.jpg 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/3-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/02/3-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นพิษ PM2.5 ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่หลายประเทศก็ประสบกับปัญหานี้เช่นกัน และเร่งหาทางออกในขณะที่ปัญหาทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ มี<a href="https://thailandcan.org/Clean_Air_Green_Paper_TH.pdf">ตัวอย่าง</a>แนวทางจัดการกับมลพิษทางอากาศหลายวิธีที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการใช้มาตรการทางกฎหมายควบคุมอย่างเข้มข้นและเป็นระบบ นอกจากการขอความร่วมมือ</p>



<p>ในภาคเกษตรกรรม สหรัฐอเมริกาบังคับให้เกษตรกรอธิบายความจำเป็นในการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ด้านการเกษตร และมีระบบขออนุญาตการเผา เพื่อไม่ให้เกินขีดความสามารถในการดูดซับของธรรมชาติ เกษตรกรต้องขอใบอนุญาตความปลอดภัยการเผาจากหน่วยงานในท้องถิ่น เกษตรกรต้องผ่านการอบรมซึ่งทบทวนทุก 5 ปี หลังเผาเสร็จต้องรายงาน ในบางรัฐ เช่น รัฐไอดาโฮ เก็บค่าธรรมเนียมในการเผาด้วย โดยคิดเป็นสัดส่วนต่อพื้นที่ ขณะที่สหภาพยุโรปมีกฎหมายห้ามการเผาในที่โล่งแจ้งโดยเด็ดขาด เว้นแต่กรณีเพื่อสุขอนามัยพืช ตามระเบียบสหภาพยุโรป 1306/2013</p>



<p>ซึ่งแนวทางในสหรัฐฯ ก็สอดคล้องกับแนวความคิดการลงทะเบียนเพื่อจัดการบริหารเชื้อเพลิงที่หัวหน้าศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ เสนอไว้ ในขณะที่ปัจจุบัน แนวนโยบายในการจัดการฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่การเกษตรของไทยมีความชัดเจนเพียงแค่การเผาอ้อย ในขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ซึ่งก็คือนาข้าว มีเพียงการประกาศห้ามเผาในที่โล่ง แต่จากข้อมูลจุดความร้อนในเดือนเมษายน 2022 ที่พบจุดความร้อนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในหลายพื้นที่ก็พบว่ามาจากการเผานาข้าว และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ช่วงเวลาเดือนเมษายนเป็นช่วงเวลาที่มีการประกาศห้ามเผาในที่โล่งตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงเดือนเมษายน 2022 แต่กลับพบจุดความร้อนสูงขึ้น</p>



<p>ด้านไฟป่า สหรัฐอเมริกามีแนวทางการจัดการไฟป่าด้วยการเผาตามกำหนด (prescribed burning) มีหน่วยงานเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรในการจัดการพื้นที่ป่า มีผู้เชี่ยวชาญหลายด้านทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่พยากรณ์อากาศ และทำงานอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผนพื้นที่ การกำหนดวันและเวลาโดยพิจารณาจากหลายปัจจัย การทำงานร่วมกับชุมชน นอกจากนี้ยังมีมาตรการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในพื้นที่ป่า โดยในปี 2021 กระทรวงเกษตรเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำแก่เจ้าหน้าที่ด้วย ขณะที่ออสเตรเลียเน้นการทำงานระหว่างผู้เชี่ยวชาญกับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ป่า ดำเนินโครงการดับเพลิงสะวันนา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์และผู้จัดการที่ดินของชนพื้นเมือง</p>



<p>ในขณะที่ประเทศไทยมาตรการในพื้นที่ป่านั้นไม่มีความชัดเจน มีเพียงการกำหนดเป้าหมายลดจุดความร้อนให้ได้ 20% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง ซึ่งในประเด็นนี้มีข้อสังเกตเรื่องจุดความร้อนดังที่ได้กล่าวไปแล้ว ขณะเดียวกันจะพบว่ามาตรการในพื้นที่ป่าไม้นั้น แม้จะมีการใช้งบประมาณ ผ่านกรมอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ และการปกครองส่วนท้องถิ่น ทำแนวพื้นที่กันไฟ แต่แนวนโยบายดังกล่าวก็ยังขาดความโปร่งใสในการประเมินประสิทธิภาพของนโยบายและการใช้งบประมาณ</p>



<p>ภาคการควบคุมยานยนต์และขนส่ง มีทั้งการบังคับใช้มาตรฐานคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง การเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม และการจำกัดพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2014 สหภาพยุโรปประกาศใช้มาตรฐานการระบายไอเสียของรถยนต์ (Euro Standard) ได้แก่ ไฮโดรคาร์บอน (HC) ไนโตรเจนออกไซด์ (NO) ฝุ่นละออง (Particulate Matter: PM) และจำนวนอนุภาคของฝุ่นละออง (Particulate Number: PN) ควบคุมสารองค์ประกอบหลักของน้ำมัน 6 ชนิด ได้แก่ กำมะถัน อะโรมาติก โอเลฟิน เบนซีน (Benzene) โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนและกำมะถัน ขณะที่แอฟริกาใต้เก็บภาษีสิ่งแวดล้อม หากรถยนต์ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่ 120 กรัมต่อกิโลเมตรขึ้นไป โดยสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล โดยอัตราของภาษีสิ่งแวดล้อมจะขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยคือ จำนวนผู้โดยสารที่รถยนต์สามารถรองรับได้ และส่วนต่างของปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่รถยนต์ปล่อยเมื่อเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนด</p>



<p>มาตรการกำหนดเขตควบคุมการปล่อยมลพิษในตัวเมืองหรือเขตมลภาวะต่ำ (Low Emisssion Zone: LEZ) เป็นมาตรการที่ใช้ในหลายเมืองของยุโรป เขตพื้นที่ในเมืองที่จำกัดการเข้ามาของยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษสูง หากผู้ใช้รถต้องการนำรถผ่านเข้าไปในเขต LEZ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมที่แปรผันตามมลพิษที่ปล่อยออกมา <a href="https://cleancitiescampaign.org/wp-content/uploads/2022/07/The-development-trends-of-low-emission-and-zero-emission-zones-in-Europe-1.pdf">ระหว่างปี 2019-2022</a> มีพื้นที่ซึ่งกำหนดเขตเพิ่มขึ้น 40 % จาก 228 พื้นที่เป็น 320 พื้นที่ โดยอิตาลีเป็นประเทศที่ประกาศเขตควบคุมฯ มากที่สุด 172 แห่ง ตามด้วยเยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศส ทั้งนี้<a href="https://www.liverpoolecho.co.uk/news/uk-world-news/uk-tourists-warned-176-fine-25960334">สเปน</a>เป็นประเทศล่าสุดที่รัฐบาลประกาศเขตควบคุมในหลายเมือง เช่น กรุงมาดริด หรือ บาร์เซโลน่า มาตรการแตกต่างกันไปในแต่ละเมือง เช่น จำกัดการเข้าของยนต์ดีเซล หรือรถยนต์รุ่นเก่าด้วยการเก็บค่าธรรมเนียม กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรนับว่าเป็นเมืองที่มีมาตรการนี้เข้มงวดที่สุด โดยมีเขตปล่อยมลภาวะต่ำสุด (Ultra Low Emission Zone: ULEZ) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่บริเวณใจกลางกรุงลอนดอนทั้งหมด และปี 2023 <a href="https://www.bbc.com/news/uk-england-london-64381444">ชาดิก ข่าน</a> นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน เตรียมจะออกมาตรการขยายให้เขต ULEZ ครอบคลุมพื้นที่กรุงลอนดอนทั้งหมดแต่ยังมีเสียงคัดค้านจากชาวลอนดอน บางประเทศเช่น ฝรั่งเศส และสเปน มีกฎหมายที่บังคับให้เมืองที่มีประชากรมากกว่า 150,000 คน (ประมาณ 42 เมือง) ต้องมีมาตรการกำหนดเขตควบคุมฯ</p>



<p>ส่วนสิงคโปร์ ใช้การเก็บค่าธรรมเนียมการจราจรคับคั่ง (Congestion Charge: CC) โดยเก็บค่าธรรมเนียมภายใต้ระบบ Electronic Road Pricing (ERP) ซึ่งเป็นซุ้ม (Gantry System) กระจายอยู่ตามถนนรอบเมือง เมื่อผู้ใช้รถขับผ่าน ระบบ ERP จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมโดยอัตโนมัติด้วยการรับส่งข้อมูลผ่านเซนเซอร์ตัวรับสัญญาณที่รัฐบาลบังคับให้ผู้ใช้รถติดตั้ง</p>



<p>ในประเทศไทยนั้นก็มีแผนในการนําน้ำมันเชื้อเพลิงมีกํามะถันไม่เกิน 10 มิลลิลิตรต่อลูกบาศก์เมตร (ppm) (มีกำมะถันน้อยกว่า 5 เท่า) มาใช้ หรือการปรับปรุงน้ำมันให้มีมาตรฐานเทียบเท่ามาตรฐานยูโร 5 ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2024 โดยปัจจุบัน ในช่วงที่ยังไม่มีการใช้บังคับ ภาครัฐใช้วิธีขอความร่วมมือกับผู้จำหน่ายน้ำมันให้นำน้ำมันกำมะถันต่ำเทียบเท่ามาตรฐานยูโร 5 มาจำหน่ายก่อน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า&nbsp;</p>



<p>และอีกส่วนหนึ่งก็คือการออกประกาศกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 13 เมษายน 2022 ที่ผ่านมา และมาตรการการตรวจควันดำ ส่วนประเด็นเขตพื้นที่ในเมืองที่จำกัดการเข้ามาของยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษสูง กรุงเทพมหานครเคยมีทีท่าว่าจะใช้<a href="https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1984185">มาตรการ</a>นี้กับรถบรรทุกในปี 2020 ในช่วงเวลาที่ค่าฝุ่น PM2.5 เข้าขั้นวิกฤตแต่สุดท้ายก็มีการเลื่อนการใช้มาตรการออกไป&nbsp;</p>



<p>ในภาคอุตสาหกรรม ญี่ปุ่นพัฒนาระบบการติดตามและเฝ้าระวัง ปรับปรุงโมเดลพยากรณ์อากาศ ปรับปรุงฐานข้อมูลและรายชื่อแหล่งกำเนิดมลพิษ มาตรการระดับพื้นที่เพิ่มการติดตาม กำกับ และควบคุม การปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิดในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการปล่อยเขม่าไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) กฎหมายว่าด้วยระบบการรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายมลพิษ และการส่งเสริมการจัดการสารเคมี (Pollutant Release and Transfer Register หรือ PRTR) ในปี 1998 ประเด็นสำคัญของกฎหมายอยู่ที่เมื่อภาคเอกชนปลดปล่อยหรือมีการเคลื่อนย้ายสารอันตรายที่อยู่ในบัญชีรายชื่อที่กฎหมายควบคุมจะต้องรายงานปริมาณและชื่อสารเคมีนั้นๆ ให้หน่วยงานของกระทรวงเศรษฐกิจฯ ร่วมกับกระทรวงสิ่งแวดล้อม รับทราบและรวบรวมเป็นฐานข้อมูลของประเทศ ข้อมูลจากรายงานเหล่านี้ต้องเผยแพร่สู่สาธารณะบนเว็บไซต์ของทั้งสองกระทรวง และประชาชนสามารถขอให้ผู้ประกอบธุรกิจเปิดเผยข้อมูลที่ต้องการได้ ญี่ปุ่นยังมีกฎหมายว่าด้วยการชดเชยความเสียหายทางสุขภาพจากมลพิษด้วย</p>



<p>ในประเทศไทย กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ปรับปรุงประกาศกระทรวงฯ ที่ให้โรงงานประเภทต่างๆ ติดตั้งระบบตรวจสอบคุณภาพอากาศอัตโนมัติ พ.ศ. 2544 จากเดิมที่ใช้บังคับเฉพาะโรงงานในวงจำกัด เป็นครอบคลุมโรงงานที่เข้าข่ายทั่วประเทศ สั่งติดเครื่องตรวจวัดมลพิษทางอากาศจากปล่องฯ แบบอัตโนมัติพร้อมรายงานผล 24 ชั่วโมง</p>



<p>แต่จากข้อมูลกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะพบว่า กรุงเทพฯ มีโรงงานอุตสาหกรรม 260 โรงงาน แต่ปัจจุบัน ในกรุงเทพฯ มีโรงงานที่เชื่อมต่อผลการตรวจวัดมลพิษแบบอัตโนมัติมลพิษอากาศจากปล่องระบาย (CEMS) เพียง 4 โรงงาน 15 ปล่อง เท่านั้น&nbsp;</p>



<p>ในประเด็นเรื่องกฎหมายว่าด้วยระบบการรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายมลพิษ และการส่งเสริมการจัดการสารเคมี (Pollutant Release and Transfer Register หรือ PRTR) มีการพยายามผลักดัน “ร่างกฎหมาย PRTR” ซึ่งจะกำหนดให้อุตสาหกรรมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีที่ปล่อยออกมาสู่สภาพแวดล้อม โดยพรรคก้าวไกล แต่ก็ถูกปัดตกไปแล้วครั้งหนึ่งในปี 2021 และปัจจุบันมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม มูลนิธิบูรณะนิเวศ กรีนพีซ ประเทศไทย และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ก็ได้พยายามที่จะผลักดันร่างกฎหมายนี้อีกครั้ง</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีความพยายามผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด หลายร่าง ในขณะที่ร่างของเครือข่ายอากาศสะอาด หรือ Thailand CAN ที่ได้ยื่นต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2022 ยังไม่มีความคืบหน้า</p>



<p>ในระดับเมือง ยังมีแนวทางเกี่ยวกับการจัดทำแผนที่ภูมิอากาศเมืองและการวางผังทางระบายอากาศในพื้นที่เมือง โดยเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของสาธารณรัฐประชาชนจีนกำหนดเงื่อนไขขั้นต่ำในการออกแบบช่องอาคารเพื่อใช้เป็นทางผ่านของกระแสลม ยกตัวอย่างเช่น การกำหนดให้จำนวนสูงสุดของพื้นที่สวนลอยฟ้าในอาคารชุดพักอาศัยหรืออาคารที่มีการใช้งานประเภทอื่นมีค่าเท่ากับหรือไม่น้อยกว่าจำนวนชั้นของอาคารหารด้วย 15 และช่องอาคารต้องมีช่องเปิดอย่างน้อยสองด้านที่อยู่ตรงข้ามกันเพื่อให้เกิดการเคลื่อนที่ของกระแสลมแบบข้ามฟาก</p>



<p>ส่วนปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน สิงคโปร์ออกกฎหมายมลพิษจากหมอกควันข้ามพรมแดน (The Singapore Transboundary Haze Pollution Act: THPA) ในปี 2014 ที่มีเป้าหมายมุ่งจัดการบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเผาพื้นที่การเกษตรในอินโดนีเซีย กำหนดให้หน่วยงานซึ่งก่อให้เกิดหมอกควันในต่างประเทศต้องมีความรับผิดในสิงคโปร์ ไม่ว่าบริษัทเหล่านั้นจะเกี่ยวข้องกับบริษัทสิงคโปร์หรือไม่ก็ตาม ใช้การสันนิษฐานหลายระดับ ตัวอย่างเช่น หากมีแผนที่จากแหล่งใดที่ระบุว่าแปลงที่ดินแปลงหนึ่งถือครองโดยบริษัท หรือบริษัทเป็นผู้ใช้พื้นที่กฎหมายฉบับนี้จะสันนิษฐานว่าบริษัทที่ถือครองหรือเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวจะต้องรับผิดชอบ กรณีเกิดปัญหามลพิษหมอกควันขั้นรุนแรงในประเทศสิงคโปร์แล้วมีหลักฐานจากดาวเทียมหรือทางอุตุนิยมวิทยาใดๆ ที่บ่งชี้ว่าหมอกควันที่เกิดขึ้นนั้น มีสาเหตุมาจากเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นโดยผู้ถือครองหรือใช้ประโยชน์ที่ดินนั้น มีนักกฎหมายวิเคราะห์ว่า กฎหมายนี้เป็นการสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลอินโดนีเซียให้จริงจังกับการแก้ไขปัญหา</p>



<p>ขณะที่สหภาพยุโรปใช้แนวทางจัดการห่วงโซ่อุปทาน ประเด็นการทำลายป่าในอินโดนีเซียจากการเผาป่าเพื่อนำที่ดินมาปลูกปาล์มน้ำมันเพื่อส่งออกเป็นวัตถุดิบแก่หลายชาติในยุโรป ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาไฟป่าและหมอกควันพิษข้ามพรมแดนถูกกล่าวถึงมานานหลายปี เมื่อเดือนธันวาคม 2022 สหภาพยุโรป ประกาศใช้ระเบียบ Deforestation-Free Products บริษัทที่ต้องการวางจำหน่ายสินค้าในตลาดร่วมสหภาพยุโรปต้องเป็นสินค้าที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า (deforestation-free) โดยจะมีการตรวจสอบและประเมินสินค้า (due diligence rules) เพื่อยืนยันว่าเป็นสินค้าที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า กฎนี้ส่งผลต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น ปาล์มน้ำมันจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งต้องปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อให้สามารถส่งสินค้าออกได้</p>



<p>ในขณะที่ประเทศไทยมีเพียงการสร้างความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในอาเซียนเพื่อหารือแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกันภายใต้แผนงานอาเซียนปลอดหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Transboundary Haze-Free Roadmap) จนมาถึงแผนปฏิบัติการเชียงราย 2017 เพื่อป้องกันมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (Chiang Rai 2017 Plan of Action for Transboundary Haze Pollution Control in the Mekong Sub-Region) และล่าสุดคือแผนงานอาเซียนปลอดหมอกควัน (Haze Free ASEAN Roadmap) แต่ไม่มีข้อตกลงหรือสภาพบังคับใดๆ ออกมา มีเพียงแค่การแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเท่านั้น</p>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ข้อมูลค่าฝุ่น PM2.5 อ้างอิงจากจากเว็บไซต์ <a href="https://waqi.info/">The World Air Quality Index Project</a></li>



<li>ข้อมูล ความเร็วลม ความกดอากาศ และอัตราการระบายอากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา</li>



<li>ข้อมูลจุดความร้อนทั่วประเทศ จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA)</li>



<li><a href="https://www.pcd.go.th/strategy/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%87">แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง</a> กรมควบคุมมลพิษ</li>



<li><a href="https://www.pcd.go.th/airandsound/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B4">โครงการศึกษาแหล่งกำเนิดและแนวทางการจัดการฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล</a> กรมควบคุมมลพิษ</li>



<li>ตัวอย่างมาตรการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในต่างประเทศ จากสมุดปกเขียวอากาศสะอาด (Clean Air Green Paper): บูรณาการข้ามศาสตร์เพื่อข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับอากาศสะอาด โดยเครือข่ายอากาศสะอาดประเทศไทย <a href="https://thailandcan.org/Clean_Air_Green_Paper_TH.pdf">https://thailandcan.org/Clean_Air_Green_Paper_TH.pdf</a></li>
</ul>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2022-regulation/">สืบจากค่าฝุ่น : อะไรกันแน่ที่ดันค่าฝุ่น PM2.5 ใน กทม. ให้พุ่งสูง </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
