<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นักเรียน Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/นักเรียน/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Wed, 13 Aug 2025 07:50:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>นักเรียน Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/นักเรียน/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Bangkok Index: การศึกษา [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-education-bangkok-index-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Apr 2025 08:44:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5308</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3604;&#3636 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-education-bangkok-index-2024/">Bangkok Index: การศึกษา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ข้อมูลดิบการศึกษา ข้อมูลสัดส่วนโรงเรียนต่อ 1,000 ประชากร ในช่วงอายุ 0-18 ปี และสัดส่วนครูต่อ 1,000 ประชากร ในช่วงอายุ 0-18 ปี จากข้อมูลสารสนเทศการศึกษา ปีการศึกษา 2566 โดยศูนย์ข้อมูลการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vSCfjyGYWmFPMg22u6UOMmizfuxdMkFmvC8o3pxmTBrkkwm8O1lgaCUhCtbQ2c6GmT8ysC2-x_h54O3/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/14_qdXE-Fsgthzn-rkP4ub3ye62RzSfCFW6kt3rViiWw/edit?usp=sharing">ดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่</a></p>



<p>อ่าน<a href="https://rocketmedialab.co/quality-of-life-bangkok-index-2024/">&nbsp;สำรวจการศึกษาในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2024</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-education-bangkok-index-2024/">Bangkok Index: การศึกษา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลสำรวจสุขภาพจิตเด็กไทย : เครียดเรื่องเรียนมากที่สุด แต่ปัญหาครอบครัวทำให้ถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/student-q4-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Oct 2024 07:20:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[rocketmedialabxp2h]]></category>
		<category><![CDATA[ความเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[นักจิตวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เครียด]]></category>
		<category><![CDATA[แบบสอบถาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4654</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3648;&#3609;&#3639;&#3656;&#3629;&#3591;&#3651;&#3609 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/student-q4-2024/">ผลสำรวจสุขภาพจิตเด็กไทย : เครียดเรื่องเรียนมากที่สุด แต่ปัญหาครอบครัวทำให้ถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>ผลสำรวจเด็กนักเรียนชั้น ม.1- ม.6 รวมถึง ปวช. 3,516 คน พบว่า 3 อันดับแรกที่ทำให้วัยเรียนเครียดมากที่สุดคือ เรื่องการเรียน จำนวน 1,809 คน คิดเป็น 51.45% ตามด้วยเรื่องรูปร่าง-หน้าตา-บุคลิก 349 คน คิดเป็น 9.93%, ครอบครัว 344 คน คิดเป็น 9.78%</li>



<li>แม้พบว่าความเครียดที่มีไม่ส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันมากที่สุดถึง 54.58% แต่ก็พบว่าความเครียดด้านครอบครัวเป็นประเด็นที่ส่งผลให้นักเรียนคิดอยากจะฆ่าตัวตาย 74 คน เคยลงมือทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น 18 คน มีความคิดอยากทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น 12 คน&nbsp;</li>



<li>ในขณะที่ความเครียดที่ส่งผลกระทบในระดับอารมณ์ของนักเรียน เช่น วิตกกังวล กลัว เศร้า ไม่อยากเข้าสังคม พบว่ามาจากประเด็นเรื่องการเรียน 355 คน คิดเป็น 43.99% รูปร่าง หน้า บุคลิก 109 คน คิดเป็น 13.51% และครอบครัว 104 คน คิดเป็น 12.89%&nbsp;</li>



<li>ส่วนความเครียดที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย เช่น นอนไม่หลับ เครียดลงกระเพาะ พบว่ามาจากประเด็นเรื่องการเรียน 330 คน คิดเป็น 62.38% การเงิน 53 คน คิดเป็น 10.02% และครอบครัว 39 คน คิดเป็น 7.37%&nbsp;</li>



<li>โดยในจำนวนนักเรียนที่ปรึกษานักจิตวิทยา/แพทย์ 57 คน มีนักเรียนที่เครียดจากการเรียนมากที่สุด 21 คน รองลงมาเป็นความเจ็บป่วย 11 คน ตามด้วยเรื่องการเงิน ครอบครัว และรูปร่าง-หน้าตา-บุคลิกเท่ากันที่ 5 คน ความรัก 3 คน ตามด้วยเพศสัมพันธ์และเพื่อนเท่ากัน 2 คน สังคมการเมืองและครู เท่ากัน 1 คน</li>



<li>เมื่อถามว่า อยากได้การสนับสนุน หรือความช่วยเหลือในรูปแบบใดเพิ่มเติมในการจัดการความเครียด นักเรียนตอบว่าไม่ต้องการมากที่สุด 1,705 คน คิดเป็น 36.76% ส่วนที่ต้องการใน 3 อันดับแรกพบว่า ต้องการครูแนะแนวที่ให้คำปรึกษาได้ทุกเรื่อง 1,063 คน คิดเป็น 22.92% ตามด้วย มีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน 610 คน คิดเป็น 13.15% และการมีช่องทางให้คำปรึกษาในรูปแบบออนไลน์จากผู้เชี่ยวชาญ 590 คน คิดเป็น 12.72%&nbsp;<br></li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/ปก-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4672" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/ปก-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/ปก-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/ปก-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/ปก-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/ปก-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/ปก-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/ปก-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/ปก-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เนื่องในวันสุขภาพจิตโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 10 ตุลาคม ของทุกปี ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ <a href="http://path2health.or.th">มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h)</a> ทำการสำรวจข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต ทั้งความเครียด วิตกกังวลในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษา (ม.1-6) และ ปวช. (1-3) ผ่านทางแบบสอบถามออนไลน์ ระหว่างวันที่ 16-30 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ผลการสำรวจมีดังนี้&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/1-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4660" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/1-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/1-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/1-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/1-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/1-1-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/1-1-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/1-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/1-1-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>จากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 3,516 คน แบ่งเป็นเพศหญิง 1,935 คน หรือคิดเป็น 55.03% เพศชาย 1,323 คน หรือคิดเป็น 37.63% ตามด้วย LGBTQ+ 184 คน หรือคิดเป็น 5.23% และไม่ต้องการระบุ 74 คน คิดเป็น 2.10% โดยผู้ตอบมีอายุระหว่าง 11-20 ปี&nbsp;</p>



<p>เมื่อแบ่งตามระดับการศึกษา แบ่งได้เป็นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 2,461 คน หรือคิดเป็น 69.99%ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 843 คน หรือคิดเป็น 23.98% และ ปวช.1-3 จำนวน 212 คน หรือคิดเป็น 6.03%</p>



<p>เมื่อแยกพื้นที่ของนักเรียนที่ตอบแบบสอบถาม พบว่า อยู่ในภาคกลางมากที่สุด ที่ 2,716 คน หรือคิดเป็น 77.25% ตามด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 728 คน หรือ 20.71% ตะวันออก 24 คน หรือ 0.68% ตะวันตกและใต้ เท่ากันที่ 14 คน หรือ 0.40% ตามด้วย ภาคเหนือ 20 คน หรือ 0.57% โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามจาก 52 จังหวัดทั่วประเทศ จังหวัดที่ตอบมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ กรุงเทพมหานคร 1,006 คน หรือคิดเป็น 28.61% นนทบุรี 547 คน หรือ 15.56% ตามด้วยอุบลราชธานี 462 คน หรือ 13.14%</p>



<h3 class="wp-block-heading">การเรียน รูปร่างหน้าตา และครอบครัว คือสิ่งที่ทำให้เด็กเครียดมากที่สุด</h3>



<p>&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4661" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/2-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/2-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/2-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อถามว่า เครียดเรื่องอะไรมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา โดยมีตัวเลือก 12 ข้อ ให้เลือกได้เพียง 1 ข้อ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม ตอบว่า เป็นเรื่องการเรียนมากที่สุด จำนวน 1,809 คน คิดเป็น 51.45% ตามด้วยเรื่องรูปร่าง-หน้าตา-บุคลิก 349 คน คิดเป็น 9.93%, ครอบครัว 344 คน คิดเป็น 9.78%, การเงิน 343 คน คิดเป็น 9.76%, ความรัก 217 คน คิดเป็น 6.17%, เพื่อน 170 คน คิดเป็น 4.84%, ความเจ็บป่วย 83 คน คิดเป็น 2.36%, สังคม การเมือง 72 คน คิดเป็น 2.05%, การทำงาน 51 คน คิดเป็น 1.45%, ครู 43 คน คิดเป็น 1.22%, เพศสัมพันธ์ 22 คน คิดเป็น 0.63% และเรื่องเพศ/อัตลักษณ์ทางเพศ 13 คน คิดเป็น 0.37%&nbsp;</p>



<p>หากแบ่งตามระดับชั้น พบว่า เรื่องที่ผู้ตอบแบบสอบถามในระดับ ม.ต้น จำนวน 2,461 คน หรือคิดเป็น 69.99% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด เครียดมากที่สุด คือ การเรียน 1,265 คน คิดเป็น 51.40% ตามด้วยรูปร่าง-หน้าตา-บุคลิก 269 คน คิดเป็น 10.93% และความรัก 165 คน คิดเป็น 6.70%&nbsp;</p>



<p>เรื่องที่ผู้ตอบแบบสอบถามในระดับ ม.ปลาย จำนวน 843 คน หรือคิดเป็น 23.98% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด เครียดมากที่สุดคือ เรื่องการเรียน 479 คน คิดเป็น 56.82% ตามด้วย การเงิน 138 คน คิดเป็น 16.37% และรูปร่าง-หน้าตา-บุคลิก 59 คน คิดเป็น 7.00%&nbsp;</p>



<p>เรื่องที่ผู้ตอบแบบสอบถามในระดับ ปวช. จำนวน 212 คน หรือคิดเป็น 6.03% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด เครียดมากที่สุดคือ การเรียน 65 คน คิดเป็น 30.66% ตามด้วยการเงิน 52 คน คิดเป็น 24.53% และรูปร่าง-หน้าตา-บุคลิก 21 คน คิดเป็น 9.91%</p>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า นักเรียน ม.ปลาย และนักเรียน ปวช. มี 3 อันดับแรกที่เหมือนกัน คือ ในขณะที่นักเรียน ม.ต้น นั้น ไม่มีเรื่องการเงิน แต่ในอันดับสองเป็นเรื่องครอบครัว ซึ่งอาจเป็นเพราะว่านักเรียน ม.ต้น อาจจะยังไม่ต้องรับผิดชอบในเรื่องการเงินนั่นเอง&nbsp;</p>



<p>หากแบ่งตามเพศ จะพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่ระบุว่าเป็นเพศหญิง ตอบว่า เครียดเรื่องการเรียนมากที่สุด 979 คน คิดเป็น 50.59% ตามด้วยครอบครัว 238 คน คิดเป็น 12.30% และรูปร่าง-หน้าตา-บุคลิก 215 คน คิดเป็น 11.11%</p>



<p>ผู้ตอบแบบสอบถามที่ระบุว่าเป็นเพศชายตอบว่า เครียดเรื่องการเรียนมากที่สุด 732 คน คิดเป็น 55.33% ตามด้วยการเงิน 160 คน คิดเป็น 12.09% และรูปร่าง-หน้าตา-บุคลิก 98 คน คิดเป็น 7.41%&nbsp;</p>



<p>ผู้ตอบแบบสอบถามที่ระบุว่าเป็น LGBTQIA+ ตอบว่า เครียดเรื่องการเรียนมากที่สุด 67 คน คิดเป็น 36.41% ตามด้วย รูปร่าง-หน้าตา-บุคลิก 29 คน คิดเป็น 15.76% และครอบครัว 24 คน คิดเป็น 13.04%</p>



<p>ผู้ตอบแบบสอบถามที่ไม่ต้องการระบุเพศ ตอบว่า เครียดเรื่องการเรียนมากที่สุด 31 คน คิดเป็น 41.89% ตามด้วยการเงิน 11 คน คิดเป็น 14.86% และครอบครัว 10 คน คิดเป็น 13.51%</p>



<h3 class="wp-block-heading">กลัวเกรดไม่ดี ทำให้นักเรียนเครียดมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/3-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4662" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/3-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/3-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/3-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/3-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/3-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/3-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/3-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/3-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อเลือกตอบว่าเรื่องที่เครียดที่สุดคือเรื่องใดแล้ว ผู้ตอบแบบสอบถามแต่ละคนจะถูกให้ตอบเฉพาะคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องที่ตัวเองที่เครียดที่สุด&nbsp;</p>



<p>เมื่อถามต่อว่า ประเด็นด้านการเรียนที่เครียดมากที่สุดคืออะไร โดยให้เลือกได้เพียง 1 ข้อ ผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่ 727 คน คิดเป็น 40.19% ตอบว่า กลัวเกรดไม่ดี ตามด้วย กลัวสอบตก 241 คน คิดเป็น 13.32%, กลัวสอบเข้าเรียนต่อไม่ได้ 203 คน คิดเป็น 11.22%, กลัวเรียนไม่จบ 192 คน คิดเป็น 10.61%, งานที่ต้องส่งมากเกินไป 168 คน คิดเป็น 9.29%, ไม่เข้าใจบทเรียน 113 คน คิดเป็น 6.25%, กังวลว่าจะไม่ได้เรียนต่อในระดับที่อยากเรียน 92 คน คิดเป็น 5.09%, เรียนหนักเกินไป ชั่วโมงเรียนมากเกินไป 45 คน คิดเป็น 2.49%, ไม่ได้เรียนในสายที่อยากเรียน แต่เรียนตามใจผู้ปกครอง 14 คน คิดเป็น 0.77%, อุปกรณ์การเรียนไม่พร้อม 8 คน คิดเป็น 0.44% และไม่ได้เรียนพิเศษ 6 คน คิดเป็น 0.33%</p>



<p>โดยผู้ที่ตอบว่า เครียดเรื่องการเรียน เพราะกลัวเกรดออกมาไม่ดี แบ่งเป็นนักเรียน ม.ต้น 521 คน คิดเป็น 71.66% ตามด้วย ม.ปลาย 186 คน คิดเป็น 25.58% และ ปวช. 20 คน คิดเป็น 2.75%</p>



<p>หากพิจารณาจากระดับชั้นการศึกษาพบว่า ความเครียดเรื่องการเรียนของนักเรียน ม.ต้น 3 อันดับแรกคือ กลัวเกรดไม่ดี 521 คน คิดเป็น 41.19% กลัวสอบตก 214 คน คิดเป็น 16.92% กลัวเรียนไม่จบ 150 คน คิดเป็น 11.86% ม.ปลาย 3 อันดับแรกคือ กลัวเกรดไม่ดี 186 คน คิดเป็น 38.83% กลัวสอบเข้าเรียนต่อไม่ได้ 111 คน คิดเป็น 23.17% งานที่ต้องส่งมากเกินไป 45 คน คิดเป็น 9.39% และ ปวช. 3 อันดับแรกคือกลัวเกรดไม่ดี 20 คน คิดเป็น 30.77% กลัวเรียนไม่จบ 15 คน คิดเป็น 23.08% ไม่เข้าใจบทเรียน 7 คน คิดเป็น 10.77%&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">อ้วน-ผอม ไม่สวย-ไม่หล่อ ผิวไม่ขาวกระจ่างใสก็ทำให้เครียด&nbsp;</h3>



<p>เมื่อถามว่า ประเด็นรูปร่าง-หน้าตาที่เครียดมากที่สุดคืออะไร โดยให้เลือกได้เพียง 1 ข้อ ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบครึ่งระบุว่า กังวลเรื่องรูปร่าง-ส่วนสูง เช่น อ้วนหรือผอมเกินไป สูงหรือเตี้ยเกินไป หน้าอกเล็กหรือใหญ่เกินไป ไม่มีกล้าม 145 คน คิดเป็น 41.55% ตามด้วยกังวลเรื่องหน้าตา ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความสวย/หล่อ 82 คน คิดเป็น 23.50%, กังวลเรื่องสีผิว เช่น สีผิวไม่ขาวกระจ่างใส 73 คน คิดเป็น 20.92%, กังวลเรื่องทรงผม เช่น ผมหยิก ผมหยักศก ผมบาง 28 คน คิดเป็น 8.02% และกังวลเรื่องบุคลิก เช่น มีกลิ่นตัว มีกลิ่นปาก หลังค่อม 21 คน คิดเป็น 6.02%</p>



<p>หากพิจารณาจากระดับชั้นการศึกษาพบว่าความเครียดจากประเด็นรูปร่าง-หน้าตาของนักเรียน ม.ต้น 3 อันดับแรกคือ กังวลเรื่องรูปร่าง-ส่วนสูง 115 คน คิดเป็น 42.75% กังวลเรื่องหน้าตา ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความสวย/หล่อ 65 คน คิดเป็น 24.16% กังวลเรื่องสีผิว 55 คน คิดเป็น 20.45% ส่วน ม.ปลาย 3 อันดับแรกคือ กังวลเรื่องรูปร่าง-ส่วนสูง 22 คน คิดเป็น 37.29% กังวลเรื่องสีผิว 16 คน คิดเป็น 27.12% กังวลเรื่องหน้าตา ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความสวย/หล่อ 9 คน คิดเป็น 15.25% และ ปวช. 3 อันดับแรกคือ กังวลเรื่องรูปร่าง-ส่วนสูงและกังวลเรื่องหน้าตาเท่ากันที่ 8 คน คิดเป็น 38.10% ตามมาด้วยกังวลเรื่องบุคลิกและสีผิวเท่ากันที่ 2 คน คิดเป็น 9.52%</p>



<h3 class="wp-block-heading">ผู้ปกครองเข้มงวดเกินไป สร้างความเครียดให้นักเรียนทุกระดับชั้น&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="5760" height="5760" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/4-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4663" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/4-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/4-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/4-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/4-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/4-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/4-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/4-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/4-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 5760px) 100vw, 5760px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อถามว่า ประเด็นครอบครัวที่เครียดมากที่สุดคืออะไร โดยให้เลือกได้เพียง 1 ข้อ ผู้ตอบแบบสอบถาม</p>



<p>ตอบว่าปกครองเข้มงวดกดดันมากเกินไปมากที่สุด 151 คน คิดเป็น 43.90% รองลงมา ผู้ปกครองไม่สนับสนุนในสิ่งที่เราอยากเป็น/อยากทำ 34 คน คิดเป็น 9.88% ตามด้วยผู้ปกครองทะเลาะ ตบ-ตีกัน 33 คน คิดเป็น 9.59% ผู้ปกครองใช้ความรุนแรงกับนักเรียน 24 คน คิดเป็น 6.98% และผู้ปกครองแยกทางกัน/มีครอบครัวใหม่/นอกใจ 24 คน คิดเป็น 6.98% ตามด้วย ผู้ปกครองละเมิดความเป็นส่วนตัว เช่น เข้าห้องส่วนตัวโดยไม่ขอ ดูโทรศัพท์ 17 คน คิดเป็น 4.94% ผู้ปกครองไม่สนใจ ไม่มีเวลาให้ 13 คน คิดเป็น 3.78% มีผู้ปกครองเจ็บป่วย หรือพิการ 10 คน คิดเป็น 2.91% ผู้ปกครองเสียชีวิต 7 คน คิดเป็น 2.03% ถูกล่วงละเมิดทางเพศจากคนในครอบครัว 3 คน คิดเป็น 0.87% ผู้ปกครองไม่ยอมรับในอัตลักษณ์ทางเพศ 2 คน คิดเป็น 0.58%</p>



<p>หากพิจารณาจากระดับชั้นการศึกษาพบว่าความเครียดจากครอบครัวของนักเรียน ม.ต้น 3 อันดับแรกคือ ผู้ปกครองเข้มงวด กดดันมากเกินไป 121 คน คิดเป็น 44.65% ผู้ปกครองทะเลาะตบตีกัน 30 คน คิดเป็น 11.07% ผู้ปกครองไม่สนับสนุนสิ่งที่อยากเป็น/อยากทำ 24 คน คิดเป็น 8.86% นักเรียน ม.ปลาย 3 อันดับแรกคือ ผู้ปกครองเข้มงวด กดดันมากเกินไป 22 คน คิดเป็น 40.74% ผู้ปกครองไม่สนับสนุนสิ่งที่อยากเป็น/อยากทำ 8 คน คิดเป็น 14.81% ผู้ปกครองแยกทางกัน มีครอบครัวใหม่/นอกใจ 5 คน คิดเป็น 9.26% นักเรียน ปวช. 3 อันดับแรกคือ ผู้ปกครองเข้มงวด กดดันมากเกินไป 8 คน คิดเป็น 42.11% ผู้ปกครองเลือกปฏิบัติกับลูก รักลูกไม่เท่ากัน 3 คน คิดเป็น 15.79% และผู้ปกครองไม่สนับสนุนสิ่งที่อยากเป็น/อยากทำ, ผู้ปกครองแยกทางกัน มีครอบครัวใหม่/นอกใจ, ผู้ปกครองละเมิดความเป็นส่วนตัว เท่ากันที่ 2 คน คิดเป็น 10.53%&nbsp;</p>



<p>จะเห็นได้ว่านอกจากประเด็นความเครียดจากครอบครัว ที่เกิดจากการที่ผู้ปกครองปฏิบัติต่อตัวนักเรียนแล้ว ความเครียดที่เกิดขึ้นยังมาจากปัญหาของผู้ปกครองเองที่ส่งผลให้ลูกหรือตัวนักเรียนเกิดความเครียดอีกด้วย&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ไม่เพียงแค่เงินไม่พอใช้ แต่หนี้สินครอบครัวก็ทำให้เด็กเครียดเหมือนกัน</h3>



<p>เมื่อถามว่า ประเด็นการเงินที่เครียดมากที่สุด คืออะไร โดยให้เลือกได้เพียง 1 ข้อ ผู้ตอบแบบสอบถามตอบว่า เครียดเรื่องเงินไม่พอใช้มากที่สุด 236 คน คิดเป็น 69.21% รองลงมา ครอบครัวมีหนี้สิน 56 คน คิดเป็น 16.42% ตามด้วย ถูกยืมเงินแล้วไม่คืน 25 คน คิดเป็น 7.33% เติมเกมออนไลน์ 16 คน คิดเป็น 4.69% ติดพนันหรือพนันออนไลน์ 4 คน คิดเป็น 1.17% ถูกหลอกโอนเงินหรือถูกโกงเงิน 2 คน คิดเป็น 0.59% และเป็นหนี้นอกระบบ 2 คน คิดเป็น 0.59% และไม่ระบุสาเหตุ 2 คน&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาจากระดับชั้นการศึกษาพบว่าความเครียดเรื่องการเงินของนักเรียน ม.ต้น 3 อันดับแรกคือ เงินไม่พอใช้ 100 คน คิดเป็น 65.79% ครอบครัวมีหนี้สิน 31 คน คิดเป็น 20.39% ติดเกมออนไลน์ 11 คน คิดเป็น 7.24% นักเรียน ม.ปลาย 3 อันดับแรกคือ เงินไม่พอใช้ 105 คน คิดเป็น 76.64% ครอบครัวมีหนี้สิน 14 คน คิดเป็น 10.22% ถูกยืมเงินแล้วไม่คืน 9 คน คิดเป็น 6.57% นักเรียนปวช. 3 อันดับแรกคือ เงินไม่พอใช้ 31 คน คิดเป็น 59.62% ครอบครัวมีหนี้สิน 11 คน คิดเป็น 21.15% ถูกยืมเงินแล้วไม่คืน 9 คน คิดเป็น 13.46%</p>



<p>จะเห็นได้ว่านอกจากปัญหาเรื่องเงินไม่พอใช้ที่เป็นอันดับหนึ่งทั้งในผลสำรวจรวมทุกระดับชั้นและผลสำรวจในแต่ละระดับชั้น อีกหนึ่งปัญหาที่ก่อให้เกิดความเครียดด้านการเงินก็คือปัญหาหนี้สินของครอบครัว ที่พบในอันดับ 2 ของทุกระดับชั้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">Toxic Relationship คือความเครียดด้านความรักที่แม้แต่นักเรียนก็เจอ&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/5-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4664" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/5-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/5-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/5-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/5-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/5-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/5-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/5-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/5-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อถามว่า ประเด็นความรักที่เครียดมากที่สุดคืออะไร โดยให้เลือกได้เพียง 1 ข้อ ผู้ตอบแบบสอบถามตอบว่า เป็นเรื่องการอกหัก หรือแอบรักข้างเดียวมากที่สุด 77 คน คิดเป็น 35.48% รองลงมา การอยู่ในความสัมพันธ์ที่ส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจและอารมณ์ (Toxic Relationship) 50 คน คิดเป็น 23.04% ตามด้วย การอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน/เปิดเผยไม่ได้ 36 คน คิดเป็น 16.59% การไม่มีคู่/แฟน 31 คน คิดเป็น 14.29% การถูกคนรักนอกใจ 16 คน คิดเป็น 7.37% การเป็นคนนอกใจ/คุยหลายคน กลัวถูกจับได้ 6 คน คิดเป็น 2.76% การถูกคนรักทำร้ายร่างกาย 1 คน คิดเป็น 0.46%</p>



<p>หากพิจารณาจากระดับชั้นการศึกษาพบว่าความเครียดเรื่องความรักของนักเรียน ม.ต้น 3 อันดับแรกคือ อกหัก หรือแอบรักข้างเดียว 65 คน คิดเป็น 39.39% อยู่ในความสัมพันธ์ Toxic Relationship 35 คน คิดเป็น 21.21% ไม่มีคู่/แฟน 24 คน คิดเป็น 14.55% ม.ปลาย 3 อันดับแรกคือ อยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน/เปิดเผยไม่ได้ 12 คน คิดเป็น 33.33% อกหัก หรือแอบรักข้างเดียว 11 คน คิดเป็น 30.56% อยู่ในความสัมพันธ์ Toxic Relationship 7 คน คิดเป็น 19.44% ปวช. 3 อันดับแรกคือ อยู่ในความสัมพันธ์ Toxic Relationship 8 คน 50% ถูกคนรักนอกใจ 4 คน คิดเป็น 25% ไม่มีคู่/แฟน 2 คน คิดเป็น 12.50%</p>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าแม้ปัญหาความเครียดวิตกกังวลในเรื่องความรักจากการอกหัก หรือแอบรักข้างเดียวจะมีมากที่สุด แต่ปัญหาการอยู่ในความสัมพันธ์ Toxic Relationship นั้นกลับพบอยู่ใน 3 อันดับแรกของทุกระดับชั้นการศึกษา&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">การถูกเพื่อนบูลลี่ยังพบมากในเด็ก ม.ต้น&nbsp;</h3>



<p>เมื่อถามว่า ประเด็นเรื่องเพื่อนที่เครียดมากที่สุดคืออะไร โดยให้เลือกได้เพียง 1 ข้อ ผู้ตอบแบบสอบถาม</p>



<p>ตอบว่า เป็นเรื่องขัดแย้ง ทะเลาะกับเพื่อนมากที่สุด 87 คน คิดเป็น 51.18% รองลงมาเป็น ถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง บังคับข่มขู่ หรือถูกล้อเลียน และถูกเพื่อนละเลยหรือถูกกีดกันออกจากกลุ่ม เท่ากันที่ 26 คน คิดเป็น 15.29% ตามด้วย รู้สึกด้อยกว่าเพื่อนในเรื่องต่างๆ เช่น ฐานะการเงิน การเรียน รสนิยม รูปร่าง-หน้าตา ยอดผู้ติดตามในโซเชียลมีเดีย 15 คน คิดเป็น 8.82% เข้ากับเพื่อนไม่ได้ ไม่มีเพื่อน 12 คน คิดเป็น 7.06% ขโมยของ ไถเงิน 4 คน คิดเป็น 2.35%</p>



<p>หากพิจารณาจากระดับชั้นการศึกษาพบว่าความเครียดเรื่องเพื่อนของนักเรียน ม.ต้น 3 อันดับแรกคือ มีเรื่องขัดแย้ง ทะเลาะกับเพื่อน 62 คน คิดเป็น 47.69% ถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง บังคับข่มขู่ หรือถูกล้อเลียน และถูกเพื่อนละเลย หรือถูกกีดกันออกจากกลุ่ม เท่ากันที่ 22 คน คิดเป็น 16.92% รู้สึกด้อยกว่าเพื่อนในเรื่องต่างๆ 14 คน คิดเป็น 16.92% ม.ปลาย 3 อันดับแรกคือ มีเรื่องขัดแย้ง ทะเลาะกับเพื่อน 19 คน คิดเป็น 57.58% เข้ากับเพื่อนไม่ได้ ไม่มีเพื่อน, ถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง บังคับข่มขู่ หรือถูกล้อเลียน, ถูกเพื่อนละเลย หรือถูกกีดกันออกจากกลุ่ม เท่ากันที่ 4 คน คิดเป็น 12.12% ปวช. มี 2 อันดับคือ มีเรื่องขัดแย้ง ทะเลาะกับเพื่อน 6 คน คิดเป็น 85.71% และเข้ากับเพื่อนไม่ได้ ไม่มีเพื่อน 1 คน คิดเป็น 14.29%</p>



<p>จะเห็นได้ว่านอกจากปัญหาเรื่องขัดแย้ง ทะเลาะกับเพื่อน จะเป็นเรื่องใหญ่ที่ก่อให้เกิดความเครียดในวัยเรียนในทุกระดับชั้นแล้ว ปัญหาการถูกบูลลี่ กลั่นแกล้ง บังคับข่มขู่ หรือถูกล้อเลียน ยังเป็นปัญหาที่สร้างความเครียดให้กับเด็กนักเรียน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กนักเรียน ม.ต้น อีกด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">นอกจากโรคทางกายแล้ว โรคทางใจยังทำให้เครียดเพิ่มขึ้น</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/6-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4684" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/6-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/6-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/6-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/6-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/6-1-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/6-1-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/6-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/6-1-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อถามว่า ประเด็นความเจ็บป่วยที่เครียดมากที่สุดคืออะไร โดยให้เลือกได้เพียง 1 ข้อ ผู้ตอบแบบสอบถามตอบว่าเครียดเรื่อง มีโรคประจำตัว เช่น ภูมิแพ้ หอบหืด เบาหวานมากที่สุด 43 คน คิดเป็น 51.81% รองลงมาเป็น ความเจ็บป่วยทางใจ เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล แพนิค 24 คน คิดเป็น 28.92% แพ้อาหาร 11 คน คิดเป็น 13.25% และมีความพิการทางร่างกาย 5 คน คิดเป็น 6.02 %</p>



<p>หากพิจารณาจากระดับชั้นการศึกษาพบว่าความเครียดเรื่องการเจ็บป่วยของนักเรียน ม.ต้น 3 อันดับแรกคือ มีโรคประจำตัว 38 คน คิดเป็น 54.29% เจ็บป่วยทางใจ เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล แพนิค 21 คน คิดเป็น 30% แพ้อาหาร 9 คน คิดเป็น 12.86% ม.ปลาย 3 อันดับแรกคือ มีโรคประจำตัว 3 คน คิดเป็น 50% แพ้อาหาร 2 คน คิดเป็น 33.33% เจ็บป่วยทางใจ เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล แพนิค 1 คน คิดเป็น 16.67% ปวช. 3 อันดับแรกคือ มีความพิการทางร่างกาย 3 คน คิดเป็น 42.86% เจ็บป่วยทางใจ เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล แพนิค และ มีโรคประจำตัว เทากันที่ 2 คน คิดเป็น 28.57%&nbsp;</p>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าการเจ็บป่วยทางใจ เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวล แพนิค กลายมาเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้นักเรียนเกิดความเครียด วิตกกังวลในการใช้ชีวิตในทุกระดับชั้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">เรื่องสังคม-การเมืองก็ทำให้นักเรียนเครียดได้เหมือนกัน</h3>



<p>เมื่อถามว่า ประเด็นสังคมและการเมืองที่เครียดมากที่สุด คืออะไร โดยให้เลือกได้เพียง 1 ข้อ มีผู้ตอบว่า รู้สึกไม่พอใจกับสังคมที่เป็นอยู่ และไม่เห็นหนทางที่จะเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุด 32 คน คิดเป็น 44.44% รองลงมาเป็น การที่ไม่สามารถแสดงความเห็นทางการเมืองได้อย่างเสรี 25 คน คิดเป็น 34.72% ตามด้วย ความเห็นทางการเมืองขัดแย้งกับคนรอบตัว เช่น ครอบครัว เพื่อน แฟน 11 คน คิดเป็น 15.28% และการถูกกดดันให้ต้องเลือกฝั่งทางการเมือง 4 คน คิดเป็น 5.56%</p>



<p>หากพิจารณาจากระดับชั้นการศึกษาพบว่าความเครียดเรื่องสังคมการเมืองของนักเรียน ม.ต้น 3 อันดับแรกคือ รู้สึกไม่พอใจกับสังคมที่เป็นอยู่ และไม่เห็นหนทางที่จะเปลี่ยนแปลงได้ 23 คน คิดเป็น 42.59% ไม่สามารถแสดงความเห็นทางการเมืองได้อย่างเสรี 18 คน คิดเป็น 33.33% ความเห็นทางการเมืองขัดแย้งกับคนรอบตัว เช่น ครอบครัว เพื่อน แฟน 9 คน คิดเป็น 16.67% ม.ปลาย 3 อันดับแรกเช่นเดียวกับ ม.ต้น คือ รู้สึกไม่พอใจกับสังคมที่เป็นอยู่ และไม่เห็นหนทางที่จะเปลี่ยนแปลงได้ 8 คน คิดเป็น 57.14% ไม่สามารถแสดงความเห็นทางการเมืองได้อย่างเสรี 5 คน คิดเป็น 35.71% ความเห็นทางการเมืองขัดแย้งกับคนรอบตัว เช่น ครอบครัว เพื่อน แฟน 1 คน คิดเป็น 7.14% ปวช. 3 อันดับแรกคือ ไม่สามารถแสดงความเห็นทางการเมืองได้อย่างเสรี 2 คน คิดเป็น 50% ความเห็นทางการเมืองขัดแย้งกับคนรอบตัว เช่น ครอบครัว เพื่อน แฟน และรู้สึกไม่พอใจกับสังคมที่เป็นอยู่ และไม่เห็นหนทางที่จะเปลี่ยนแปลงได้ เท่ากันที่ 1 คน คิดเป็น 25%</p>



<p>จะเห็นได้ว่านอกจากความรู้สึกไม่พอใจกับสังคมที่เป็นอยู่ และไม่เห็นหนทางที่จะเปลี่ยนแปลงได้ทางสังคมการเมืองที่ทำให้นักเรียนรู้สึกเครียดมากที่สุดแล้ว เสรีภาพในการแสดงออกในเรื่องการเมืองยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในวัยเรียนอีกด้วย&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ทำงานไป เรียนไป ก็เครียดได้นะ&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/7-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4666" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/7-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/7-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/7-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/7-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/7-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/7-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/7-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/7-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อถามว่า ประเด็นการทำงานที่เครียดมากที่สุดคืออะไร โดยให้เลือกได้เพียง 1 ข้อ ผู้ตอบแบบสอบถามตอบว่า เครียดเรื่องการทำงานผิดพลาดมากที่สุด 20 คน คิดเป็น 39.22% รองลงมาเป็น ความกังวลว่าการทำงานส่งผลกระทบกับการเรียน 13 คน คิดเป็น 25.49% อยู่ในภาวะหมดไฟ อยากลาออก 6 คน คิดเป็น 11.76% ตามด้วย เรื่องชั่วโมงการทำงานมากเกินไป หรือต้องทำงานภายใต้แรงกดดันมากเกินไป หรือถูกกดค่าจ้าง ไม่ได้ค่าจ้างที่เหมาะสม 3 คน คิดเป็น 5.88% การถูกดุด่าด้วยคำพูดรุนแรงจากที่ทำงาน 2 คน คิดเป็น 3.92% และสภาพแวดล้อมในการทำงานไม่ดี เช่น สกปรก มลภาวะ อุณหภูมิ กลิ่น เสียง 1 คน คิดเป็น 1.96%&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาจากระดับชั้นการศึกษาพบว่าความเครียดเรื่องการทำงานของนักเรียน ม.ต้น 3 อันดับแรกคือ ทำงานผิดพลาด 15 คน คิดเป็น 48.39% การทำงานส่งผลกระทบกับการเรียน 7 คน คิดเป็น 22.58% ชั่วโมงการทำงานมากเกินไป 3 คน คิดเป็น 9.68% ม.ปลาย 3 อันดับแรกคือ การทำงานส่งผลกระทบกับการเรียน 4 คน คิดเป็น 40% ทำงานผิดพลาด 3 คน คิดเป็น 30% อยู่ในภาวะหมดไฟ อยากลาออก 2 คน คิดเป็น 20% ปวช. 3 อันดับแรก คือ ถูกกดค่าจ้าง ไม่ได้ค่าจ้างที่เหมาะสม และอยู่ในภาวะหมดไฟ อยากลาออก เท่ากันที่ 3 คน คิดเป็น 30% และการทำงานส่งผลกระทบกับการเรียน, ทำงานผิดพลาด เท่ากันที่ 2 คน คิดเป็น 20%</p>



<p>จากข้อมูลในประเด็นนี้จะเห็นได้ว่ายังมีนักเรียนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความเครียด วิตกกังวล อันเกิดมาจากการที่ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจก่อนหน้านี้ที่พบว่ามีนักเรียนถึง 19.41% ที่ต้องทำงานพิเศษ (<a href="https://rocketmedialab.co/student-q3-2024/">https://rocketmedialab.co/student-q3-2024/</a>)&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ไม่ใช่แค่เพื่อน แต่ครูก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียด</h3>



<p>เมื่อถามว่า ประเด็นเรื่องครูที่เครียดมากที่สุดคืออะไร โดยให้เลือกได้เพียง 1 ข้อ พบว่า นักเรียนเครียดเรื่องการที่ถูกครูใช้คำพูดทำร้ายจิตใจ เช่น ดุด่า คำหยาบ เหยียดรูปร่าง-หน้าตา-เพศ-สติปัญญามากที่สุด 24 คน คิดเป็น 61.54% รองลงมาเป็นถูกครูเลือกปฏิบัติ 6 คน คิดเป็น 15.38% ตามด้วยการถูกครูลงโทษเกินกว่าเหตุ เช่น ตัดผม บังคับวิ่งรอบสนาม ประจาน 5 คน คิดเป็น 12.82% และการถูกครูข่มขู่ ใช้ความรุนแรง เช่น หยิก ตี ทุบ ตบ ไถเงิน และถูกครูใช้ให้ทำงานส่วนตัว เท่ากันที่ประเด็นละ 2 คน คิดเป็น 5.13% และไม่ระบุสาเหตุอีก 4 คน</p>



<p>หากพิจารณาจากระดับชั้นการศึกษาพบว่าความเครียดเรื่องครูของนักเรียน ม.ต้น 3 อันดับแรกคือ ถูกครูใช้คำพูดทำร้ายจิตใจ 24 คน คิดเป็น 66.67% ถูกครูลงโทษเกินกว่าเหตุ 5 คน คิดเป็น 13.89% ถูกครูเลือกปฏิบัติ 4 คน คิดเป็น 11.11% ม.ปลาย 3 อันดับแรกคือ ถูกครูเลือกปฏิบัติ 2 คน คิดเป็น 66.67% ถูกครูใช้ให้ทำงานส่วนตัว 1 คน คิดเป็น 33% และพบว่านักเรียนในระดับชั้น ปวช. ไม่มีใครเลือกตอบในข้อนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">เพศสัมพันธ์อีกหนึ่งปัญหาสร้างความเครียดให้วัยเรียน</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/8-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4667" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/8-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/8-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/8-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/8-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/8-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/8-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/8-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/8-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อถามว่า ประเด็นเพศสัมพันธ์ที่เครียดมากที่สุดคืออะไร โดยให้เลือกได้เพียง 1 ข้อ มีนักเรียนที่ตอบว่ากังวลเรื่องตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมมากที่สุด 8 คน คิดเป็น 36.36% รองลงมาเป็นกังวลเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และกังวลว่าเพศสัมพันธ์จะไม่เป็นที่พึงพอใจของคู่ เท่ากันที่ 5 คน คิดเป็น 22.73% ตามด้วยการถูกคุกคามทางเพศ เช่น โดนสัมผัสตัวโดยไม่ยินยอม ใช้คำพูดคุกคาม 2 คน คิดเป็น 9.09% การถูกข่มขู่หรือบังคับให้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ยินยอม และรู้สึกไม่มีความสุขจากเพศสัมพันธ์อย่างที่ต้องการเท่ากันที่ 1 คน คิดเป็น 4.55%</p>



<p>หากพิจารณาจากระดับชั้นการศึกษาพบว่าความเครียดเรื่องเพศสัมพันธ์ของนักเรียน ม.ต้น ซึ่งตอบว่ากังวลเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์, กังวลว่าเพศสัมพันธ์จะไม่เป็นที่พึงพอใจของคู่, ถูกข่มขู่หรือบังคับให้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ยินยอม และถูกคุกคามทางเพศ เท่ากันที่ข้อละ 1 คน คิดเป็น 25% ม.ปลาย 3 อันดับแรกคือ กังวลเรื่องตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม 5 คน คิดเป็น 62.50% กังวลว่าเพศสัมพันธ์จะไม่เป็นที่พึงพอใจของคู่ 2 คน คิดเป็น 25% รู้สึกไม่มีความสุขจากเพศสัมพันธ์อย่างที่ต้องการเท่ากันที่ 1 คน คิดเป็น 12.50% ปวช. 3 อันดับแรกคือ กังวลเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 4 คน คิดเป็น 40% กังวลเรื่องตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม 3 คน คิดเป็น 30% กังวลว่าเพศสัมพันธ์จะไม่เป็นที่พึงพอใจของคู่ 2 คน คิดเป็น 20%</p>



<p>สิ่งที่น่าสนใจจากข้อมูลในการตอบข้อนี้ก็คือ แม้ว่าเรื่องการตั้งครรภ์ไม่พร้อมและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จะเป็นเรื่องใหญ่ที่วัยเรียนรู้สึกเครียดและวิตกกังวล แต่นอกจากนั้นกลับพบความเครียดวิตกกังวลในเรื่องเพศสัมพันธ์ในประเด็นถูกข่มขู่หรือบังคับให้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ยินยอม และการถูกคุกคามทางเพศจากคำตอบของนักเรียนในระดับชั้น ม.ต้น ด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">อัตลักษณ์ทางเพศอีกหนึ่งประเด็นที่ก่อให้เกิดความเครียดในยุคปัจจุบัน&nbsp;</h3>



<p>เมื่อถามว่า ประเด็นเพศ/อัตลักษณ์ทางเพศที่เครียดมากที่สุดคืออะไร โดยให้เลือกได้เพียง 1 ข้อ พบว่า มีนักเรียนกังวลกับสรีระที่ไม่ตรงตามเพศที่อยากเป็น เช่น หน้าอก หนวด และการไม่สามารถแสดงออกตามเพศที่เราอยากเป็นมากที่สุด โดยได้เท่ากันที่ประเด็นละ 3 คน คิดเป็น 25.00% ตามด้วยประเด็นเรื่องเพศที่อยากเป็น ขัดกับหลักศาสนาที่นับถือ และรู้สึกสับสนกับอัตลักษณ์ทางเพศของตนเอง เท่ากันที่ประเด็นละ 2 คน คิดเป็น 16.67% และกังวลเรื่องการใช้ฮอร์โมนเพื่อข้ามเพศ และการไม่ได้รับการยอมรับจากผู้ปกครอง เท่ากันที่ประเด็นละ 1 คน คิดเป็น 8.33% และไม่ระบุสาเหตุ 1 คน&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาจากระดับชั้นการศึกษาพบว่าความเครียดเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศของนักเรียน ม.ต้น 3 อันดับแรก คือ กังวลกับสรีระที่ไม่ตรงตามเพศที่อยากเป็น เพศที่อยากเป็น ขัดกับหลักศาสนาที่นับถือ รู้สึกสับสนกับอัตลักษณ์ทางเพศของตนเอง เท่ากันที่ประเด็นละ 2 คน คิดเป็น 25% ตามมาด้วย ไม่ได้รับการยอมรับจากผู้ปกครองและไม่สามารถแสดงออกตามเพศที่เราอยากเป็น เท่ากันที่ประเด็นละ 1 คน คิดเป็น 12.50% ม.ปลาย 3 อันดับแรกคือ กังวลกับสรีระที่ไม่ตรงตามเพศที่อยากเป็น, กังวลเรื่องการใช้ฮอร์โมนเพื่อข้ามเพศ และไม่สามารถแสดงออกตามเพศที่เราอยากเป็นได้ เท่ากันที่ประเด็นละ 1 คน คิดเป็น 33.33% ปวช. มี 1 ประเด็นคือ ไม่สามารถแสดงออกตามเพศที่เราอยากเป็นได้ 1 คน&nbsp;</p>



<p>จากข้อมูลจะพบว่าผู้ที่ตอบว่าเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศทำให้เกิดความเครียดวิตกกังวล 13 คน เป็นเพศ LGBTQ+ 8 คน หญิง 2 คน ไม่ต้องการระบุเพศ 2 คน และชาย 1 คน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ที่ว่าเครียด เครียดแค่ไหน และแก้ปัญหาอย่างไร&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/9-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4668" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/9-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/9-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/9-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/9-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/9-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/9-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/9-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/9-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>จากนั้นเมื่อถามว่าความเครียด วิตกกังวลในเรื่องที่ผู้ตอบแบบสอบถามตอบไปนั้นส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันแค่ไหน โดยเลือกได้เพียง 1 ข้อ พบว่านักเรียนตอบว่าไม่ส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันมากที่สุด 1,919 คน คิดเป็น 54.58% รองลงมาเป็นผลกระทบกับอารมณ์ เช่น วิตกกังวล กลัว เศร้า ไม่อยากเข้าสังคม 807 คน คิดเป็น 22.95% ผลกระทบกับร่างกาย เช่น นอนไม่หลับ, เครียดลงกระเพาะ 529 คน คิดเป็น 15.05% ตามด้วยมีความคิดว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว หรือคิดอยากฆ่าตัวตาย 185 คน คิดเป็น 5.26% เคยลงมือทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น 41 คน คิดเป็น 1.17% และมีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น 35 คน คิดเป็น 1 %</p>



<p>จากนั้นเมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่าความเครียดด้านครอบครัวเป็นประเด็นที่ส่งผลให้นักเรียนคิดอยากจะฆ่าตัวตาย 74 คน เคยลงมือทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น 18 คน มีความคิดอยากทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น 12 คน&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่ความเครียดที่ส่งผลกระทบในระดับอารมณ์ของนักเรียน เช่น วิตกกังวล กลัว เศร้า ไม่อยากเข้าสังคม พบว่ามาจากประเด็นเรื่องการเรียน 355 คน คิดเป็น 43.99% รูปร่าง หน้าตา บุคลิก 109 คน คิดเป็น 13.51% และครอบครัว 104 คน คิดเป็น 12.89%&nbsp;</p>



<p>ส่วนความเครียดที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย เช่น นอนไม่หลับ เครียดลงกระเพาะพบว่ามาจากประเด็นเรื่องการเรียน 330 คน คิดเป็น 62.38% การเงิน 53 คน คิดเป็น 10.02% และครอบครัว 39 คน คิดเป็น 7.37%&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/10-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4669" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/10-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/10-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/10-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/10-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/10-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/10-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/10-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/10/10-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>จากนั้นเมื่อถามว่าคุณจัดการกับความเครียด หรือมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร โดยเลือกได้มากกว่า 1 ข้อ พบว่านักเรียนตอบว่า หากิจกรรมทำเพื่อคลายเครียดมากที่สุด 2,283 คน คิดเป็น 42.37% รองลงมาเป็น ปรึกษาเพื่อน 1,082 คน คิดเป็น 20.08% ตามด้วย ไม่ทำอะไรเลย 697 คน คิดเป็น 12.94% ปรึกษาผู้ปกครอง 633 คน คิดเป็น 11.75% ปรึกษาแฟน 291 คน คิดเป็น 5.40% ปรึกษาครู 225 คน คิดเป็น 4.18% ปรึกษาคนในโซเชียลมีเดีย 95 คน คิดเป็น 1.76% ปรึกษานักจิตวิทยา/แพทย์ ที่สถานพยาบาล 57 คน คิดเป็น 1.06% ปรึกษาองค์กรให้คำปรึกษาทางออนไลน์-สายด่วน 25 คน คิดเป็น 0.46%</p>



<p>โดยในจำนวนนักเรียนที่ปรึกษานักจิตวิทยา/แพทย์ 57 คน มีนักเรียนที่เครียดจากการเรียนมากที่สุด 21 คน รองลงมาเป็นความเจ็บป่วย 11 คน ตามด้วยเรื่องการเงิน ครอบครัว และรูปร่าง-หน้าตา-บุคลิกเท่ากันที่ 5 คน ความรัก 3 คน ตามด้วยเพศสัมพันธ์และเพื่อนเท่ากัน 2 คน สังคมการเมืองและครู เท่ากัน 1 คน</p>



<p>และสุดท้ายเมื่อถามว่าคุณอยากได้การสนับสนุน หรือความช่วยเหลือ ในรูปแบบใดเพิ่มเติม เพื่อช่วยจัดการกับความเครียด โดยเลือกได้มากกว่า 1 ข้อ พบว่านักเรียนตอบว่าไม่ต้องการมากที่สุด 1,705 คน คิดเป็น 36.76% รองลงมาเป็น การมีครูแนะแนวที่ให้คำปรึกษาได้ทุกเรื่อง 1,063 คน คิดเป็น 22.92% ตามด้วย มีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน 610 คน คิดเป็น 13.15% การมีช่องทางให้คำปรึกษาในรูปแบบออนไลน์จากผู้เชี่ยวชาญ 590 คน คิดเป็น 12.72% การที่สามารถเข้าถึงนักจิตวิทยาในสถานพยาบาลได้โดยง่าย 307 คน คิดเป็น 6.62% การมีสายด่วนให้คำปรึกษา 24 ชั่วโมง 296 คน คิดเป็น 6.38% และอื่นๆ เช่น คุยกับแฟน ผู้ปกครอง พ่อแม่ที่ให้คำปรึกษาได้ทุกเรื่อง, หากิจกรรมทําเพื่อแก้เครียด เล่นกีฬา 67 คน คิดเป็น 1.44%</p>



<h3 class="wp-block-heading">บทสรุปสุขภาพจิตของเด็กไทย&nbsp;</h3>



<p>จากแบบสำรวจในครั้งนี้ แม้จะพบว่าเรื่องการเรียนเป็นประเด็นที่ทำให้เด็กนักเรียนเกิดความเครียด วิตกกังวลมากที่สุด เนื่องด้วยเพราะเป็นสิ่งที่ในวัยนี้ต้องรับผิดชอบ แต่ก็พบว่ามีเพียง 51.45% หรือประมาณเพียงกึ่งหนึ่งเท่านั้น แต่อีกกึ่งหนึ่งนั้นมาจากสภาพสังคมโดยรอบที่มีอิทธิพลต่อความคิดและการใช้ชีวิตของคนวัยเรียนด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรื่องรูปร่าง-หน้าตา-บุคลิก, ครอบครัว, การเงิน, ความรัก, เพื่อน ไปจนถึงเรื่องสังคมการเมือง ที่มีผู้ตอบมากกว่าประเด็นเรื่องครู การทำงาน หรือเพศสัมพันธ์เสียอีก&nbsp;</p>



<p>และถึงแม้ว่าความเครียดวิตกกังวลส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันมากที่สุด คิดเป็น 54.58% แต่ก็พบว่านักเรียในวัยมัธยมทั้ง ม.ต้น ม.ปลาย และปวช. นั้นประสบปัญหาความเครียด วิตกกังวลจนส่งผลกระทบต่อร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และการใช้ชีวิตเกือบกึ่งหนึ่งเลยทีเดียว โดยเฉพาะ ผู้ที่ตอบแบบสอบถามว่าความเครียด วิตกกังวลที่เกิดขึ้นส่งผลจนอยากจะฆ่าตัวตาย, เคยลงมือทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น หรือมีความคิดอยากทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งมีสูงถึง 7.43% และกลับพบว่ามาจากสาเหตุเรื่อง ‘ครอบครัว’ เป็นหลัก&nbsp;</p>



<p>นอกจากนั้นยังพบว่า เด็กในวัยเรียนที่มีความเครียดวิตกกังวลส่วนใหญ่ที่อยากได้การสนับสนุน หรือความช่วยเหลือเพื่อช่วยจัดการกับความเครียดตั้งแต่ครูแนะแนวที่สามารถให้คำปรึกษาได้ทุกเรื่อง, นักจิตวิทยาประจำโรงเรียน, ช่องทางให้คำปรึกษาในรูปแบบออนไลน์จากผู้เชี่ยวชาญ, การเข้าถึงนักจิตวิทยาในสถานพยาบาลได้โดยง่าย ไปจนถึงสายด่วนให้คำปรึกษา 24 ชั่วโมง ซึ่งจะพบว่าในปัจจุบันแม้จะมีระบบการใช้ความช่วยเหลือทางด้านสุขภาพจิตในรูปแบบเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทั่วถึงทั้งในด้านปริมาณ การเข้าถึงได้โดยง่าย สะดวกและรวดเร็ว</p>



<p></p>



<p>ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q4-2024/">https://rocketmedialab.co/database-student-q4-2024/</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/student-q4-2024/">ผลสำรวจสุขภาพจิตเด็กไทย : เครียดเรื่องเรียนมากที่สุด แต่ปัญหาครอบครัวทำให้ถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลสำรวจสุขภาพจิตเด็กไทย : เครียดเรื่องอะไรมากที่สุด [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-student-q4-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Oct 2024 06:16:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[rocketmedialabxp2h]]></category>
		<category><![CDATA[การเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[นักจิตวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[วัยรุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เครียด]]></category>
		<category><![CDATA[แบบสอบถาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4648</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3612;&#3621;&#3626;&#3635;&#3619;&#3623;&#3592;&#3586 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q4-2024/">ผลสำรวจสุขภาพจิตเด็กไทย : เครียดเรื่องอะไรมากที่สุด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ผลสำรวจข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต ทั้งความเครียด วิตกกังวลในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษา (ม.1-6) และ ปวช. (1-3) ผ่านทางแบบสอบถามออนไลน์ ระหว่างวันที่ 16-30 กันยายน 2567 จากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 3,516 คน ทั่วประเทศ</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vSk4ycrmH5B-T08aWGlhimFZ50lMPI85DIHA9JNKODZlwyRWUdFxaqnjqo9_YoZ487GdT_-qgaXUXlb/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/18aDY4MptNQbQDoJx1Cxx1I-vILi7rmX-7XRlW-uWsZM/edit?usp=sharing">ดาวน์โหลดที่นี่ </a></p>



<p>อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/student-q4-2024/">ผลสำรวจสุขภาพจิตเด็กไทย : เครียดเรื่องเรียนมากที่สุด แต่ปัญหาครอบครัวทำให้ถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง &#8211; Rocket Media Lab</a> </p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q4-2024/">ผลสำรวจสุขภาพจิตเด็กไทย : เครียดเรื่องอะไรมากที่สุด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Back To School สำรวจสุขภาพการเงินของเด็กไทย หาเงินจากไหน เปิดเทอมมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/student-q3-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 May 2024 07:16:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[economy]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[rocketmedialabxp2h]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าใช้จ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[งานพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ปกครอง]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดเทอม]]></category>
		<category><![CDATA[แบบสอบถาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4395</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3619;&#3655;&#3629;&#3585;&#3648;&#3585;&#3605; &#361 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/student-q3-2024/">Back To School สำรวจสุขภาพการเงินของเด็กไทย หาเงินจากไหน เปิดเทอมมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>นักเรียนไทยกว่าครึ่งหนึ่งมีเงินเก็บ แต่มีเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่ทำงานพิเศษหาเงิน ซึ่งทำทั้งในช่วงปิดเทอมและทำเป็นประจำแม้จะเปิดเทอมแล้ว โดยนักเรียนในทุกระดับชั้นที่ทำงานพิเศษมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากที่สุด รองลงมาคือเพื่อช่วยเหลือครอบครัว</li>



<li>โดยส่วนใหญ่นักเรียนได้เงินจากการทำงานพิเศษเดือนละ 1-3,000 บาทมากที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียน ม.ต้นและม. ปลาย ส่วนกลุ่มปวช. นั้นส่วนใหญ่ได้เดือนละ 3,001-5,000 บาท โดยงานพิเศษที่นักเรียนทำกันมากที่สุดในทุกระดับชั้นคืองานบริการ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า&nbsp;</li>



<li>นักเรียนชั้น ปวช. เป็นกลุ่มนักเรียนที่ตอบว่าต้องกู้ กยศ. มากที่สุด และเป็นกลุ่มที่ตอบว่าใช้จ่ายค่าเดินทางไปเรียนมากที่สุดอีกด้วย ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ เช่น ม.ต้นใช้จ่ายไปกับค่าอาหารในโรงเรียนมากที่สุด ส่วนนักเรียนประถมใช้ไปกับค่าอาหารนอกโรงเรียนมากที่สุด และส่วนใหญ่มักได้เงินไปโรงเรียนอยู่ที่ 51-100 บาทต่อวัน ยกเว้นนักเรียนชั้นประถมที่ได้ 1-50 บาทต่อวันเป็นส่วนใหญ่&nbsp;</li>



<li>นักเรียนกว่า 20% ต้องจ่ายค่าเรียนพิเศษ โดยมีในทุกระดับชั้นต้องจ่าย ตั้งแต่ชั้นประถมที่สะท้อนว่าจ่ายค่าเรียนพิเศษเดือนละ 1-500 บาทมากที่สุด ส่วน ม.ต้น ม.ปลาย และ ปวช. จ่ายค่าเรียนพิเศษเดือนละ 1,001- 3,000 มากที่สุด&nbsp;</li>



<li>นักเรียนประถมมีการเปลี่ยนชุดนักเรียนและรองเท้านักเรียนบ่อยที่สุด ในขณะที่นักเรียน ม.ปลายส่วนใหญ่ตอบว่าจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อขาดหรือใส่ไม่ได้ ส่วนหนังสือเรียนนั้นนักเรียนส่วนใหญ่มักยืมหรือได้จากโรงเรียนมากที่สุด และในส่วนของอุปกรณ์เสริมการเรียนพบว่านักเรียน 76% ล้วนมีสมาร์ทโฟน</li>
</ul>



<p></p>



<p>ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ <a href="https://path2health.or.th">มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h)</a> สำรวจค่าใช้จ่ายของกลุ่มนักเรียนชั้นประถม (ป.1-6) มัธยมศึกษา (ม.1-6) และ ปวช. ผ่านทางแบบสอบถามออนไลน์ ระหว่างวันที่ 16-23 พ.ค. ที่ผ่านมา ผลการสำรวจมีดังนี้ </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/1_bio-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4405" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/1_bio-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/1_bio-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/1_bio-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/1_bio-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/1_bio-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/1_bio-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/1_bio-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/1_bio-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>จากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 1,721 คน แบ่งเป็นเพศหญิง หญิง 1,023 คน คิดเป็น 59.44% ตามด้วย ชาย 591 คน คิดเป็น 34.34% LGBTQ+ 89 คน คิดเป็น 5.17% และ ไม่ต้องการระบุ 18 คน คิดเป็น 1.05%</p>



<p>เมื่อแบ่งตามระดับการศึกษา แบ่งได้เป็น ป.1-ป.6 จำนวน 593 คน คิดเป็น 34.46% ม.1-ม.6 จำนวน 895 คน คิดเป็น 52% และ ปวช.1-ปวช.3 จำนวน 233 คน คิดเป็น 13.54% โดยแบ่งเป็นโรงเรียนรัฐ 1,562 คน คิดเป็น 90.76% และโรงเรียนเอกชน 159 คน คิดเป็น 9.24%</p>



<p>เมื่อแยกพื้นที่ของนักเรียนที่ตอบแบบสอบถาม พบว่า อยู่ในภาคเหนือ มากที่สุด จำนวน 890 คน คิดเป็น 51.71% ตามด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 484 คน คิดเป็น 28.12% ภาคกลาง 182 คน คิดเป็น 10.58% ภาคใต้ 86 คน คิดเป็น 5.00% ภาคตะวันออก 50 คน คิดเป็น 2.91% และภาคตะวันตก 29 คน คิดเป็น 1.69%</p>



<h3 class="wp-block-heading">เด็กไทยหาเงินจากไหน ใช้เงินไปทำอะไรบ้าง</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/4_part-time-and-extra-work-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4409" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/4_part-time-and-extra-work-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/4_part-time-and-extra-work-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/4_part-time-and-extra-work-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/4_part-time-and-extra-work-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/4_part-time-and-extra-work-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/4_part-time-and-extra-work-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/4_part-time-and-extra-work-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/4_part-time-and-extra-work-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อถามว่าทำงานพิเศษหรือไม่ พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ทำงานพิเศษ เป็นจำนวน 1,387 คน คิดเป็น 80.59% มีนักเรียนที่ทำงานพิเศษ 334 คน คิดเป็น 19.41% แบ่งเป็นนักเรียน ม.1-6 จำนวน 177 คน คิดเป็น 52.99% ป.1-6 จำนวน 33 คน คิดเป็น 9.88% ปวช.1-3 จำนวน 124 คน คิดเป็น 37.13% กลุ่มนักเรียนที่ทำงานพิเศษมากที่สุด คือ ภาคเหนือ 26.35% ภาคกลาง 26.05% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 25.45%</p>



<p>ในจำนวนนักเรียนที่ทำงานพิเศษ 334 คน เมื่อถามว่าทำงานประเภทใด โดยมีตัวเลือกให้ตอบได้มากกว่า 1 คำตอบ มีผู้ที่ตอบว่าทำงานบริการ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า มากที่สุด 194 คน คิดเป็น 48.02% รองลงมา ค้าขายออนไลน์หรือมีหน้าร้าน 66 คน คิดเป็น 16.34% อันดับที่ 3 งานช่าง 25 คน คิดเป็น 6.19% อันดับที่ 4 งานที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง 17 คน คิดเป็น 4.21% อันดับที่ 5 งานดนตรี/ศิลปะ/การแสดง 15 คน คิดเป็น 3.71% อันดับที่ 6 คอนเทนต์ครีเอเตอร์ 10 คน คิดเป็น 2.48% อันดับที่ 7 สอนพิเศษ 6 คน คิดเป็น 1.49% อันดับที่ 8 แคสต์เกม 5 คน คิดเป็น 1.24% อันดับที่ 9 อื่นๆ เช่น แคดดี้สนามกอล์ฟ ช่วยงานครอบครัว 22 คน คิดเป็น 5.45%</p>



<p>ในผลการตอบแบบสอบถามยังพบว่า นักเรียนประถม ค้าขายออนไลน์/ มีหน้าร้าน มากที่สุด จำนวน 9 คน คิดเป็น 27.27% งานบริการ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า 8 คน คิดเป็น 24.24% ตามด้วยงานที่เกี่ยวกับการเกษตร 5 คน คิดเป็น 15.15%</p>



<p>นักเรียนชั้นมัธยมต้น ทำงานบริการ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า มากที่สุด 11 คน คิดเป็น 33.33% งานที่เกี่ยวกับการเกษตร 10 คน คิดเป็น 30.30% ค้าขายออนไลน์/ มีหน้าร้าน 8 คน คิดเป็น 24.24%&nbsp;</p>



<p>ส่วนนักเรียนชั้นมัธยมปลาย ทำงานบริการ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า มากที่สุด 82 คน คิดเป็น 56.94% ค้าขายออนไลน์/ มีหน้าร้าน 30 คน คิดเป็น 20.83% งานที่เกี่ยวกับการเกษตร 20 คน คิดเป็น 13.89%</p>



<p>นักเรียนชั้น ปวช.ทำงานบริการ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า มากที่สุด 93 คน คิดเป็น 75% ค้าขายออนไลน์/ มีหน้าร้าน 19 คน คิดเป็น 15.32% งานช่าง 12 คน คิดเป็น 9.68%</p>



<p>ช่วงเวลาที่ทำงานพิเศษของนักเรียนมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยมีนักเรียนที่ทำเฉพาะช่วงปิดเทอมมากที่สุด 120 คน คิดเป็น 35.93% แบ่งออกเป็น ม.ปลาย 60 คน คิดเป็น 50% ปวช. 39 คน คิดเป็น 32.50% และม.ต้น 13 คน คิดเป็น 10.83% รองลงมา ทำเป็นประจำ 109 คน แบ่งออกเป็น ม.ปลาย 46 คน คิดเป็น 51.69% ปวช. 33 คน คิดเป็น 37.08% และม.ต้น 10 คน คิดเป็น 11.24% คิดเป็น 32.63% อันดับที่ 3 ทำเป็นครั้งคราว 105 คน คิดเป็น 31.44% แบ่งออกเป็น ปวช. 52 คน คิดเป็น 52.00% ม.ปลาย 38 คน คิดเป็น 38.00% และม.ต้น 10 คน คิดเป็น 10%</p>



<p>รายได้จากงานพิเศษในแต่ละเดือน พบว่า มีนักเรียนได้เงิน 1-3,000 บาทมากที่สุด 162 คน คิดเป็น 48.50% รองลงมา มีรายได้ 3,001-5,000 บาท 97 คน คิดเป็น 29.04% อันดับที่ 3 มีรายได้ 5,001-10,000 บาท 64 คน คิดเป็น 19.16% อันดับที่ 4 มีรายได้ 10,001-20,000 บาท 9 คน คิดเป็น 2.69% อันดับที่ 5 มีรายได้มากกว่า 20,000 บาท 2 คน คิดเป็น 0.60%</p>



<p>เมื่อจำแนกตามระดับชั้น นักเรียนมัธยมต้นมีรายได้จากงานพิเศษ 1-3,000 บาท มากที่สุด 23 คน นักเรียนมัธยมปลาย มีรายได้ 1-3,000 บาทมากที่สุด 71 คน ส่วนนักเรียนระดับชั้น ปวช. มีรายได้จากงานพิเศษ 3,001-5,000 บาท มากที่สุด 50 คน</p>



<p>โดยกลุ่มที่รายได้ไม่เกิน 3,000 บาท ส่วนใหญ่ทำงานบริการ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า 71 คน ค้าขายออนไลน์/ มีหน้าร้าน 36 คน งานที่เกี่ยวกับการเกษตร 32 คน ขณะที่ กลุ่มที่รายได้เกิน 20,000 บาท ค้าขายออนไลน์/ มีหน้าร้าน 1 คน งานที่เกี่ยวกับการเกษตร 1 คน</p>



<p>เมื่อพิจารณารายภาค กลุ่มรายได้ 1-3,000 บาท แบ่งเป็นภาคเหนือ 61 คน คิดเป็น 37.65% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 45 คน คิดเป็น 27.78% ภาคกลาง 21 คน คิดเป็น 12.96% ภาคใต้ 18 คน คิดเป็น 11.11% ภาคตะวันออก 12 คน คิดเป็น 7.41% และภาคตะวันตก 5 คน คิดเป็น 3.09%</p>



<p>กลุ่มรายได้ 3,001-5,000 บาทแบ่งเป็นภาคกลาง 36 คน คิดเป็น 37.11% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 25 คน คิดเป็น 25.77% ภาคเหนือ 18 คน คิดเป็น 18.56% ภาคใต้ 11 คน คิดเป็น 11.34% ภาคตะวันตก 5 คน คิดเป็น 5.15% และภาคตะวันออก 2 คน คิดเป็น 2.06%</p>



<p>กลุ่มรายได้ 5,000-1,0000 บาท แบ่งเป็นภาคกลาง 24 คน คิดเป็น 37.50% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 คน คิดเป็น 18.75% ภาคใต้ 11 คน คิดเป็น 17.19% ภาคเหนือ 8 คน คิดเป็น 12.50% ภาคตะวันออก 7 คน คิดเป็น10.94% และภาคตะวันตก 2 คน คิดเป็น 3.13%</p>



<p>กลุ่มรายได้ 10,000-20,000 บาท แบ่งเป็นภาคกลาง 5 คน คิดเป็น 55.56% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 คน คิดเป็น 22.22% ภาคเหนือ 1 คน คิดเป็น 11.11% และ ภาคตะวันออก 1 คน คิดเป็น 11.11%&nbsp;</p>



<p>ส่วนกลุ่มรายได้ มากกว่า 20,000 บาท แบ่งเป็น ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคละ 1 คน คิดเป็นภาคละ 50%</p>



<p>เมื่อถามถึงจุดประสงค์ในการทำงานพิเศษของผู้ตอบแบบสอบถาม 334 คน โดยให้เลือกได้เพียงคำตอบเดียว มีผู้ตอบว่า เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากที่สุด 146 คน คิดเป็น 43.71% รองลงมา ช่วยเหลือครอบครัว 62 คน คิดเป็น 18.56% อันดับที่ 3 เก็บไว้เรียนต่อ 37 คน คิดเป็น 11.08% อันดับที่ 4 เก็บเป็นเงินออม 33 คน คิดเป็น 9.88% อันดับที่ 5 ใช้จ่ายด้านการศึกษา เช่น ค่าเทอม เครื่องแบบ 28 คน คิดเป็น 8.38% อันดับที่ 6 ซื้อของที่อยากได้ 22 คน คิดเป็น 6.59% อันดับที่ 7 ค่าโทรศัพท์/ค่าอินเทอร์เน็ต 2 คน คิดเป็น 0.60% อันดับที่ 8 อื่นๆ เช่น เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ลงทุนต่อ ท่องเที่ยวต่างจังหวัด/ต่างประเทศ เติมเกม 4 คน คิดเป็น 1.2%</p>



<p>เมื่อจำแนกตามระดับชั้นพบว่า นักเรียนชั้นประถมนำเงินที่ได้ไปเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากที่สุด 10 คน คิดเป็น 30.30% รองลงมาเก็บเป็นเงินออม 9 คน คิดเป็น 27.27% อันดับที่ 3 ช่วยเหลือครอบครัว 8 คน คิดเป็น 24.24% อันดับที่ 4 ซื้อของที่อยากได้ และเก็บไว้เรียนต่อ เท่ากันที่ 2 คน คิดเป็น 6.06% อันดับที่ 5 เติมเกม และใช้จ่ายด้านการศึกษา เช่น ค่าเทอม เครื่องแบบ เท่ากันที่ 1 คน คิดเป็น 3.03%&nbsp;</p>



<p>นักเรียนชั้นมัธยมต้นนำเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากที่สุด 13 คน คิดเป็น 39.39% รองลงมาเก็บซื้อของที่อยากได้ 7 คน คิดเป็น 21.21% อันดับที่ 3 ช่วยเหลือครอบครัว 5 คน คิดเป็น 15.15% อันดับที่ 4 เก็บไว้เรียนต่อ 3 คน คิดเป็น 9.09% อันดับที่ 5 เก็บเป็นเงินออม 3 คน คิดเป็น 9.09% อันดับที่ 6 ใช้จ่ายด้านการศึกษา เช่น ค่าเทอม เครื่องแบบ 2 คน คิดเป็น 6.06%</p>



<p>นักเรียนชั้นมัธยมปลายนำเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากที่สุด 53 คน คิดเป็น 36.81% รองลงมาช่วยเหลือครอบครัว 33 คน คิดเป็น 22.92% อันดับที่ 3 เก็บไว้เรียนต่อ 26 คน คิดเป็น 18.06% อันดับที่ 4 เก็บเป็นเงินออม 15 คน คิดเป็น 10.42% อันดับที่ 5 ใช้จ่ายด้านการศึกษา เช่น ค่าเทอม เครื่องแบบ 11 คน คิดเป็น 7.64% อันดับที่ 6 ซื้อของที่อยากได้ 5 คน คิดเป็น 3.47% และค่าโทรศัพท์/ค่าอินเทอร์เน็ต 1 คน คิดเป็น 0.69%</p>



<p>นักเรียนชั้น ปวช.นำเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากที่สุด 70 คน คิดเป็น 56.45% รองลงมาช่วยเหลือครอบครัว 16 คน คิดเป็น 12.90% อันดับที่ 3 ใช้จ่ายด้านการศึกษา เช่น ค่าเทอม เครื่องแบบ 14 คน คิดเป็น 11.29% อันดับที่ 4 ซื้อของที่อยากได้ 8 คน คิดเป็น 6.45% อันดับที่ 5 เก็บไว้เรียนต่อ 6 คน คิดเป็น 4.84% อันดับที่ 6 เก็บเป็นเงินออม 6 คน คิดเป็น 4.84% อันดับที่ 7เลี้ยงสัตว์เลี้ยง 1 คน คิดเป็น 0.81% ลงทุนต่อ 1 คน คิดเป็น 0.81% ท่องเที่ยวต่างจังหวัด/ต่างประเทศ 1 คน คิดเป็น 0.81% และค่าโทรศัพท์/ค่าอินเทอร์เน็ต 1 คน คิดเป็น 0.81%</p>



<p>เมื่อพิจารณาเฉพาะผู้ที่ตอบว่าจะนำเงินไปใช้เพื่อช่วยเหลือครอบครัวพบว่า มีสัดส่วนจากภาคเหนือมากที่สุด 22 คน รองลงมาเป็น ภาคกลาง 18 คน อันดับที่ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14 คน อันดับที่ 4 ภาคตะวันออก 4 คน อันดับที่ 5 ภาคใต้ 3 คน อันดับที่ 6 ภาคตะวันตก 1 คน</p>



<p>เมื่อพิจารณาเฉพาะผู้ที่ตอบว่าจะนำเงินไปใช้เพื่อจ่ายค่าเทอมพบว่า มาจากภาคกลางมากที่สุด 7 คน รองลงมาเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 คน อันดับที่ 3 ภาคใต้ 6 คน อันดับที่ 4 ภาคเหนือ 5 คน อันดับที่ 5 ภาคตะวันออก 2 คน อันดับที่ 6 ภาคตะวันตก 2 คน</p>



<h3 class="wp-block-heading">ไปโรงเรียนมีค่าใช้จ่ายเท่าไร อะไรบ้าง&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/3_-term-fees-and-saving-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4408" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/3_-term-fees-and-saving-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/3_-term-fees-and-saving-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/3_-term-fees-and-saving-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/3_-term-fees-and-saving-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/3_-term-fees-and-saving-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/3_-term-fees-and-saving-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/3_-term-fees-and-saving-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/3_-term-fees-and-saving-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>จากคำถามที่ว่ามีเงินเก็บเท่าไร นักเรียน 1,721 คนที่ตอบแบบสอบถามตอบว่า ส่วนใหญ่ไม่มีเงินเก็บ 748 คน คิดเป็น 43.46% รองลงมา มีเงินเก็บ 1-1,000 บาท 480 คน คิดเป็น 27.89% อันดับที่ 3 มีเงินเก็บ 1,001-5,000 บาท 267 คน คิดเป็น 15.51% อันดับที่ 4 มีเงินเก็บ 5,001-10,000 บาท 140 คน คิดเป็น 8.13% อันดับที่ 5 มีเงินเก็บ 10,001-50,000 บาท 61 คน คิดเป็น 3.54% อันดับที่ 6 มีเงินเก็บมากกว่า 50,000 บาท 25 คน คิดเป็น 1.45%</p>



<p>ในจำนวนนี้พบว่านักเรียนที่ตอบว่าไม่มีเงินเก็บ เป็นนักเรียนชั้นประถมมากที่สุด 301 คน โดยเงินเก็บที่นักเรียนประถม มีมากที่สุด อยู่ในช่วง 1-1,000 บาท มีจำนวน 122 คน</p>



<p>นักเรียนชั้นมัธยมต้นตอบว่ามีเงินเก็บอยู่ในช่วง 1-1,000 บาท มากที่สุด มีจำนวน 160 คน ส่วนที่ตอบว่าไม่มีเงินเก็บ มีจำนวน 146 คน นักเรียนชั้นมัธยมปลายตอบว่าไม่มีเงินเก็บมากที่สุดถึง 195 คน ส่วนที่ตอบว่ามีเงินเก็บนั้น มีเงินเก็บอยู่ในช่วง 1-1,000 บาท มากที่สุด มีจำนวน 128 คน ส่วนระดับชั้นปวช. ตอบว่าไม่มีเงินเก็บมากที่สุด 106 คน ส่วนที่มีเงินเก็บนั้นมีเงินเก็บในช่วง 1-1,000 บาทมากที่สุด 70 คน</p>



<p>กลุ่มที่เงินเก็บมากกว่า 50,000 บาท มากที่สุด คือกลุ่มนักเรียนชั้นประถม 11 คน (ไม่มีใครทำงานพิเศษ) มัธยมต้น 8 คน (ไม่มีใครทำงานพิเศษ) มัธยมปลาย 6 คน (ค้าขายออนไลน์/ มีหน้าร้าน, งานที่เกี่ยวกับการเกษตร, สอนพิเศษ, งานบริการ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า)</p>



<p>สำหรับเงินที่ต้องจ่ายค่าเทอมให้กับโรงเรียนในแต่ละเทอม ผู้ตอบแบบสอบถามตอบว่า ต้องจ่ายเงินระหว่าง 1-3,000 บาทมากที่สุด 746 คน คิดเป็น 43.35% อันดับ 2 ไม่ต้องจ่าย (ฟรี) 338 คน คิดเป็น 19.64% อันดับที่ 3 ต้องจ่าย 3,001-5,000 บาท 283 คน คิดเป็น 16.44% อันดับที่ 4 ต้องจ่าย 5,001-10,000 บาท 155 คน คิดเป็น 9.01% อันดับที่ 5 นักเรียนที่กู้ กยศ.76 คน คิดเป็น 4.42% อันดับที่ 6 นักเรียนต้องจ่าย 10,001-20,000 บาท 53 คน คิดเป็น 3.08% อันดับที่ 7 นักเรียนได้รับทุนการศึกษา 37 คน คิดเป็น 2.15% อันดับที่ 8 นักเรียนต้องจ่ายเงินมากกว่า 20,000 บาท 33 คน คิดเป็น 1.92%</p>



<p>เมื่อพิจารณาเฉพาะ กลุ่มที่ไม่ต้องจ่ายเงินค่าเทอมพบว่า มาจากกลุ่มประถมมากที่สุด 132 คน คิดเป็น 39.05% ม.ปลาย 125 คน คิดเป็น 36.98% ม.ต้น 66 คน คิดเป็น 19.53% ปวช. 15 คน คิดเป็น 4.44% โดยเป็น ภาคเหนือมากที่สุด 258 คน คิดเป็น 76.33% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 39 คน คิดเป็น 11.54% ภาคกลาง 21 คน คิดเป็น 6.21% ภาคใต้ 10 คน คิดเป็น 2.96% ภาคตะวันออก 7 คน คิดเป็น2.07% ภาคตะวันตก 3 คน คิดเป็น 0.89%</p>



<p>ส่วนกลุ่มที่กู้ กยศ.พบว่า มาจากกลุ่ม ปวช. มากที่สุด 47 คน คิดเป็น 61.84% ม.ปลาย 26 คน คิดเป็น 34.21% ม.ต้น 3 คน คิดเป็น 3.95% ในจำนวนนี้มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด 27 คน คิดเป็น 35.53% ภาคกลาง 23 คน คิดเป็น 30.26% ภาคเหนือ 10 คน คิดเป็น 13.16% ภาคใต้ 10 คน คิดเป็น 13.16% ภาคตะวันออก 4 คน คิดเป็น 5.26% ภาคตะวันตก 2 คน คิดเป็น 2.63%</p>



<p>เมื่อถามว่า เรียนพิเศษหรือไม่และมีค่าเรียนพิเศษเท่าใด มีผู้ตอบว่า ไม่เรียน มากที่สุด 1,367 คน คิดเป็น 79.43% ส่วนผู้ที่ตอบว่า เรียนพิเศษ จำนวน 354 คน คิดเป็น 20.57% มีค่าเรียนพิเศษอยู่ที่ 1-500 บาท/เดือน มากที่สุด 113 คน คิดเป็น 6.57% ตามด้วยค่าเรียนพิเศษ 1,001- 3,000 บาท/เดือน 110 คน คิดเป็น 6.39% ค่าเรียนพิเศษ 501-1,000 บาท/เดือน 81 คน คิดเป็น 4.71% ค่าเรียนพิเศษ 3,001-5,000 บาท/เดือน 27 คน คิดเป็น 1.57% ค่าเรียนพิเศษ 5,001-10,000 บาท/เดือน 15 คน คิดเป็น 0.87% และค่าเรียนพิเศษ มากกว่า 10,000 บาท/เดือน 8 คน คิดเป็น 0.46%</p>



<p>กลุ่มที่จ่ายค่าเรียนพิเศษ 1-500 บาท มากที่สุดคือ นักเรียนชั้นประถม 91 คน คิดเป็น 80.53% รองลงมา นักเรียนชั้นมัธยมปลาย 16 คน คิดเป็น 14.16% ส่วนนักเรียนชั้นมัธยมต้น 6 คน คิดเป็น 5.31%</p>



<p>ส่วนนักเรียนที่จ่ายเรียนพิเศษ มากกว่า 10,000 บาท มากที่สุดคือ นักเรียนชั้นมัธยมปลาย 3 คน คิดเป็น 37.50% นักเรียนชั้นมัธยมต้น 3 คน คิดเป็น 37.50% นักเรียนชั้นประถม 2 คน คิดเป็น 25%</p>



<p>นักเรียนชั้นประถมจ่ายค่าเรียนพิเศษ 1-500 บาท/เดือน 91 คนมากที่สุด คิดเป็น 15.35% นักเรียนมัธยมต้นจ่ายค่าเรียนพิเศษ 1,001- 3,000 บาท/เดือนมากที่สุด 30 คน คิดเป็น 6.42% นักเรียนชั้นมัธยมปลาย จ่ายค่าเรียนพิเศษ 1,001- 3,000 บาท/เดือนมากที่สุด 18 คน คิดเป็น 4.21% นักเรียนชั้นปวช.จ่ายค่าเรียนพิเศษ 1,001- 3,000 บาท/เดือนมากที่สุด 3 คน คิดเป็น 1.29%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/2_money_paid-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4407" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/2_money_paid-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/2_money_paid-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/2_money_paid-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/2_money_paid-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/2_money_paid-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/2_money_paid-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/2_money_paid-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/2_money_paid-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อถามว่า ได้เงินไปโรงเรียน วันละกี่บาท จำนวนเงินที่ผู้ตอบแบบสอบถาม ตอบมากที่สุดคือ 1-50 บาท จำนวน 811 คน คิดเป็น 47.12% ตามด้วย 51-100 บาท 656 คน คิดเป็น 38.12% 101-150 บาท 184 คน คิดเป็น 10.69% 151-200 บาท 52 คน คิดเป็น 3.02% มากกว่า 300 บาท 10 คน คิดเป็น 0.58% 201-250 บาท 6 คน คิดเป็น 0.35% และ 251-300 บาท 2 คน คิดเป็น 0.12%</p>



<p>โดยกลุ่มที่ได้เงินไปโรงเรียน 1-50 บาทต่อวัน แบ่งเป็นนักเรียน ป.1-ป.6 จำนวน 540 คน คิดเป็น 66.58% ตามด้วย ม.1- ม.6 จำนวน 261 คน คิดเป็น 32.18% และปวช. 1- ปวช. 3 จำนวน 10 คน คิดเป็น 1.23%</p>



<p>กลุ่มนักเรียน ม.ต้น พบว่าได้เงินไปโรงเรียนในช่วง 51-100 บาทต่อวัน มากที่สุด จำนวน 280 คน คิดเป็น 59.96% ขณะที่นักเรียน ม.ปลาย ได้เงินไปโรงเรียนในช่วง 51-100 บาทต่อวัน มากที่สุด จำนวน 211 คน คิดเป็น 49.30% และนักเรียน ปวช. ได้เงินไปโรงเรียนในช่วง 51-100 บาทต่อวัน มากที่สุด จำนวน 117 คน คิดเป็น 50.21%&nbsp;</p>



<p>ในแต่ละวัน นักเรียนส่วนใหญ่ใช้เงินไปกับค่าอาหารในโรงเรียนมากที่สุด 1,033 คน คิดเป็น 60.02% รองลงมาเป็น ค่าอาหารนอกโรงเรียน 471 คน คิดเป็น 27.37% อันดับที่ 3 ค่าเดินทางไปกลับ 80 คน คิดเป็น 4.65% อันดับที่ 4 ค่าจัดทำรายงาน/ชิ้นงาน/โครงงานที่ครูสั่ง 75 คน คิดเป็น 4.36% อันดับที่ 5 ค่าความงาม/แฟชั่น 28 คน คิดเป็น 1.63% อันดับที่ 6 ค่าสุขภาพ เช่น อุปกรณ์กีฬา ยาคุมกำเนิด ถุงยางอนามัย 25 คน คิดเป็น 1.45% อันดับที่ 7 ใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง เช่น เติมเกม ซื้อการ์ตูน 9 คน คิดเป็น 0.52%</p>



<p>ค่าอาหารในโรงเรียนเป็นกลุ่มมัธยมต้นที่ใช้จ่ายมากที่สุด 343 คน คิดเป็น 33.20% ม.ปลาย 294 คน คิดเป็น 28.46% ประถม 278 คน คิดเป็น 26.91% ปวช. 118 คน คิดเป็น 11.42% โดยเมื่อจำแนกตามภาคพบว่า ภาคเหนือมากที่สุด 483 คน คิดเป็น 46.76% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 348 คน คิดเป็น 33.69% ภาคกลาง 101 คน คิดเป็น 9.78% ภาคใต้ 52 คน คิดเป็น 5.03% ภาคตะวันออก 29 คน คิดเป็น 2.81% ภาคตะวันตก 20 คน คิดเป็น 1.94%</p>



<p>ค่าอาหารนอกโรงเรียน นักเรียนชั้นประถมใช้จ่ายมากที่สุด 284 คน คิดเป็น 60.30% รองลงมาเป็นนักเรียนชั้นมัธยมต้น 87 คน คิดเป็น 18.47% ม.ปลาย 60 คน คิดเป็น 12.74% ปวช.40 คน คิดเป็น 8.49% เมื่อจำแนกตามภาคพบว่า ภาคเหนือมากที่สุด 340 คน คิดเป็น 72.19% รองลงมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 74คน คิดเป็น 15.71% ภาคกลาง32 คน คิดเป็น 6.79% ภาคใต้ 13 คน คิดเป็น 2.76% ภาคตะวันออก 8 คน คิดเป็น 1.70% ภาคตะวันตก 4 คน คิดเป็น 0.85%</p>



<p>สำหรับกลุ่มที่ตอบว่า ใช้จ่ายค่าเดินทางมากที่สุดในแต่ละวัน เป็นนักเรียนกลุ่ม ปวช. มากที่สุด 31 คน คิดเป็น 38.75% ม.ปลาย 22 คน คิดเป็น 27.50% ประถม 18 คน คิดเป็น 22.50% ม.ต้น 9 คน คิดเป็น 11.25% เมื่อจำแนกตามภาคพบว่า เป็นภาคเหนือมากที่สุด 27 คน คิดเป็น 33.75% ภาคกลาง 23 คน คิดเป็น 28.75% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 คน คิดเป็น 20.00% ภาคใต้ 9 คน คิดเป็น 11.25% ภาคตะวันออก 4 คน คิดเป็น 5.00% ภาคตะวันตก 1 คน คิดเป็น 1.25%</p>



<p>ส่วนค่าเดินทางไป-กลับโรงเรียน มีนักเรียนที่ตอบว่า ไม่มีค่าใช้จ่ายเพราะผู้ปกครองรับ-ส่งมากที่สุด 61 คน คิดเป็น 35.74% รองลงมา ผู้ปกครองจ่ายค่ารถรับส่งรายเดือน 318 คน คิดเป็น 18.48% อันดับที่ 3 นักเรียนมีค่าเดินทาง 21-50 บาทต่อวัน 92 คน คิดเป็น 16.97% อันดับที่ 4 ค่าเดินทาง 51-100 บาท 127 คน คิดเป็น 7.38% อันดับที่ 5 ค่าเดินทาง มากกว่า 100 บาท 66 คน คิดเป็น 3.83% น้อยที่สุด ไม่มีค่าใช้จ่ายเพราะเพื่อนหรือแฟนรับส่ง 64 คน คิดเป็น 3.72%</p>



<p>โดยกลุ่มที่ตอบว่า ไม่มีค่าใช้จ่ายเพราะผู้ปกครองไปรับไปส่งมากที่สุด คือ นักเรียนชั้นประถม 327 คน คิดเป็น 53.17% ม.ต้น 196 คน คิดเป็น 31.87% ม.ปลาย 71 คน คิดเป็น 11.54% ปวช. 21 คน คิดเป็น 3.41% ขณะที่กลุ่มที่มีค่าเดินทางมากที่สุด คือ นักเรียน ม.ต้น 130 คน คิดเป็น 40.88% ประถม 119 คน คิดเป็น 37.42% ม.ปลาย 54 คน คิดเป็น 16.98% ปวช. 15 คน คิดเป็น 4.72%&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">เปิดเทอมใหม่ ต้องจ่ายเงินซื้ออะไร แค่ไหนบ้าง</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/5_frequency-for-buying-stuffs-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4410" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/5_frequency-for-buying-stuffs-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/5_frequency-for-buying-stuffs-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/5_frequency-for-buying-stuffs-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/5_frequency-for-buying-stuffs-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/5_frequency-for-buying-stuffs-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/5_frequency-for-buying-stuffs-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/5_frequency-for-buying-stuffs-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/5_frequency-for-buying-stuffs-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อถามถึงความถี่ในการซื้อชุดนักเรียนพบว่า นักเรียนตอบว่าซื้อปีละ 1 ครั้งมากที่สุด 639 คน คิดเป็น 37.13% ตามด้วยใส่จนกว่าจะขาด/ใส่ไม่ได้ 437 คน คิดเป็น 25.39% อันดับที่ 3 ซื้อเทอมละครั้ง 282 คน คิดเป็น 16.39% อันดับที่ 4 ซื้อทุก 2 ปี 194 คน คิดเป็น 11.27% อันดับที่ 5 ซื้อทุก 3 ปี 126 คน คิดเป็น 7.32% อันดับที่ 6 ไม่ซื้อแต่ใช้ของพี่/ญาติ 27 คน คิดเป็น 1.57% อันดับที่ 7 ไม่ซื้อ แต่ได้ฟรีจากโรงเรียน/หน่วยงานอื่นๆ 16 คน คิดเป็น 0.93%</p>



<p>นักเรียนตอบว่าซื้อปีละ 1 ครั้ง ปีละครั้ง เป็นนักเรียนชั้นประถมมากที่สุด 262 คน คิดเป็น 41% ส่วนคนที่ตอบว่า ใส่จนกว่าจะขาด/ใส่ไม่ได้ เป็นนักเรียน ม.ปลาย มากที่สุด 138 คน คิดเป็น 31.58% โดยมาจากภาคเหนือมากที่สุด 176 คน คิดเป็น 40.27% และคนที่ตอบว่าไม่ซื้อ แต่ได้ฟรีจากโรงเรียน/หน่วยงานอื่นๆ เป็นนักเรียน ม.ปลาย มากที่สุด 10 คน คิดเป็น 62.5% มาจากภาคเหนือมากที่สุด 5 คน 31.25%</p>



<p>สำหรับจำนวนชุดนักเรียนที่แต่ละคนมีโดยไม่นับรวมชุดลูกเสือ-เนตรนารี และชุดพละ นักเรียนส่วนใหญ่ตอบว่ามี 2 ชุด 933 คน คิดเป็น 54.21% รองลงมา มีชุดนักเรียน 3 ชุด 424 คน คิดเป็น 24.64% อันดับที่ 3 มี 1 ชุด 241 คน คิดเป็น 14.00% อันดับที่ 4 มี 4 ชุด 79 คน คิดเป็น 4.59% อันดับที่ 5 มี 5 ชุด 37 คน คิดเป็น 2.15% อันดับที่ 6 มี มากกว่า 5 ชุด 7 คน คิดเป็น 0.41%</p>



<p>นักเรียนที่มีชุดนักเรียน 2 ชุด เป็นนักเรียนชั้นประถมมากที่สุด 307 คน คิดเป็น 32.90% รองลงมา ชั้นมัธยมต้น 296 คน คิดเป็น 31.73% มัธยมปลาย 220 คน คิดเป็น 23.58% ปวช. 110 คน คิดเป็น 11.79% เมื่อจำแนกตามภาค เป็นภาคเหนือมากที่สุด 468 คน คิดเป็น 50.16% รองลงมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 307 คน คิดเป็น 32.90% อันดับที่ 3 ภาคกลาง 72 คน คิดเป็น 7.72% น้อยที่สุด ภาคตะวันตก 11 คน คิดเป็น 1.18%</p>



<p>นักเรียนที่มีชุดนักเรียน 5 ชุด เป็นนักเรียนชั้นประถมมากที่สุด 21 คน คิดเป็น 56.73% รองลงมา ชั้นมัธยมต้น 8 คน คิดเป็น 21.62% มัธยมปลาย 6 คน คิดเป็น 16.22% ปวช. 2 คน คิดเป็น 5.41% เมื่อจำแนกตามภาค เป็นภาคเหนือมากที่สุด 26 คน คิดเป็น 70.27% รองลงมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 คน คิดเป็น 16.22% อันดับที่ 3 ภาคกลาง 2 คน คิดเป็น 5.41% น้อยที่สุด ภาคตะวันออก 1 คน คิดเป็น 2.7%</p>



<p>ส่วนความถี่ในการซื้อรองเท้านักเรียนใหม่ นักเรียนตอบว่าใส่จนกว่าจะขาด/ใส่ไม่ได้มากที่สุด 676 คน คิดเป็น 39.28% รองลงมาซื้อปีละ 1 ครั้ง 572 คน คิดเป็น 33.24% อันดับที่ 3 ซื้อเทอมละ 1 ครั้ง 251 คน คิดเป็น 14.58% อันดับที่ 4 ซื้อทุก 2 ปี 144 คน คิดเป็น 8.37% อันดับที่ 5 ซื้อทุก 3 ปี 55 คน คิดเป็น 3.20% อันดับที่ 6 ไม่ซื้อ ใช้ของพี่/ญาติ 23 คน คิดเป็น 1.34%</p>



<p>เมื่อพิจารณาระดับชั้นของผู้ที่ตอบว่า ใส่จนกว่าจะขาดไม่ได้พบว่า เป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายมากที่สุด 138 คน คิดเป็น 31.58% รองลงมา นักเรียนชั้นมัธยมต้น 123 คน คิดเป็น 28.15% อันดับที่ 3 ประถม 98 คน 22.43% อันดับที่ 4 ปวช. 78 คน คิดเป็น 17.85% โดยหากดูรายภาคเป็นนักเรียนในภาคเหนือมากที่สุด 176 คน คิดเป็น 40.27% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 140 คน คิดเป็น 32.04% ตามด้วย ภาคกลาง 57 คน 13.04% ภาคใต้ 40 คน คิดเป็น 9.15% ภาคตะวันออก 19 คน คิดเป็น 4.35% และภาคตะวันตก 5 คน คิดเป็น 1.14%</p>



<p>ส่วนที่ไม่ซื้อ ใช้ของพี่/ญาติ เป็นกลุ่มนักเรียนประถม และม.ปลาย มากเท่ากันที่ 8 คน คิดเป็น 29.63% ตามด้วย นักเรียน ม.ต้น 6 คน คิดเป็น 22.22% และนักเรียน ปวช. จำนวน 5 คน คิดเป็น 18.52% โดยหากดูรายภาค พบว่า เป็นนักเรียนในภาคเหนือมากที่สุด 14 คน คิดเป็น 51.85% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 คน คิดเป็น 33.33% ภาคใต้ 2 คน คิดเป็น 7.41% ภาคกลางและภาคตะวันตก เท่ากันที่ 1 คน คิดเป็นภาคละ 3.70%&nbsp;</p>



<p>ในการซื้อหนังสือเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ยืมหรือได้จากโรงเรียนมากที่สุด 800 คน คิดเป็น 46.48% รองลงมา ซื้อใหม่ทั้งหมด 666 คน คิดเป็น 38.70% อันดับที่ 3 ได้ฟรีจากทุนการศึกษา 227 คน คิดเป็น 13.19% อันดับที่ 4 ใช้ต่อจากพี่/ญาติ 28 คน คิดเป็น 1.63%</p>



<p>นักเรียนชั้นประถมยืมจากโรงเรียนได้มากที่สุด 299 คน คิดเป็น 37.38% นักเรียนที่ซื้อใหม่ทั้งหมดเป็นนักเรียนชั้นประถมมากที่สุด 224 คน คิดเป็น 33.63% กลุ่มที่ได้ฟรีจากทุนการศึกษาเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายมากที่สุด 73 คน คิดเป็น 32.16% กลุมที่ใช้ต่อจากพี่/ญาติเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายมากที่สุด12 คน คิดเป็น 42.86%</p>



<p>สำหรับอุปกรณ์ส่วนตัว นอกจากเครื่องเขียนแล้ว เมื่อให้เลือกได้มากกว่า 1 คำตอบต่อคน นักเรียนมีสมาร์ทโฟนมากที่สุด 1,308 คน คิดเป็น 76% รองลงมาเป็นแล็ปท็อปหรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 234 คน คิดเป็น 10.84% อันดับที่ 3 แท็บเล็ต 230 คน คิดเป็น 10.65% อันดับที่ 4 โทรศัพท์มือถือแบบปุ่มกด 112 คน คิดเป็น 5.19% อันดับที่ 5 ไม่มี 275 คน คิดเป็น 12.74%</p>



<p>สำหรับกลุ่มที่ตอบว่า ไม่มี เป็นนักเรียนชั้นประถมมากที่สุด จำนวน 253 คน คิดเป็น 92% โดยอยู่ในภาคเหนือทั้งหมด ตามด้วยนักเรียนชั้น ม.ต้น 16 คน คิดเป็น 5.82% ม.ปลาย 4 คน คิดเป็น 1.45% และ ปวช. 2 คน คิดเป็น 0.73%</p>



<h3 class="wp-block-heading">ผู้ปกครองบ่นค่าใช้จ่ายเรื่องไหน และเด็กไทยอยากได้อะไรฟรี&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/6_frees-from-gov-and-complain-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4411" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/6_frees-from-gov-and-complain-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/6_frees-from-gov-and-complain-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/6_frees-from-gov-and-complain-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/6_frees-from-gov-and-complain-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/6_frees-from-gov-and-complain-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/6_frees-from-gov-and-complain-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/6_frees-from-gov-and-complain-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/05/6_frees-from-gov-and-complain-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อถามว่า ผู้ปกครองบ่นถึงค่าใช้จ่ายอะไรมากที่สุด มีนักเรียนตอบว่า ไม่บ่นมากที่สุด 472 คน คิดเป็น 27.43% รองลงมา ค่าเครื่องแบบ เช่น ชุดนักเรียน ชุดพละ 375 คน คิดเป็น 21.79% อันดับที่ 3 ค่าเทอม 333 คน คิดเป็น 19.35% อันดับที่ 4 กิจกรรมพิเศษ เช่น กีฬาสี โครงงาน ทัศนศึกษา 192 คน คิดเป็น 11.16% อันดับที่ 5 อุปกรณ์เสริมการเรียน เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ 179 คน คิดเป็น 10.40% อันดับที่ 6 ค่าอุปกรณ์การเรียน เช่น เครื่องเขียน สมุด 92 คน คิดเป็น 5.35% อันดับที่ 7 ค่าเรียนพิเศษ 33 คน คิดเป็น 1.92% อันดับที่ 8 ค่าใช้จ่ายแต่ละวัน/ค่าขนม/ค่าเดินทาง 26 คน คิดเป็น 1.51% อันดับที่ 9 อื่นๆ เช่น ใช้จ่ายเอง ทุกข้อที่กล่าวมา ไม่ได้อยู่กับผู้ปกครอง 19 คน คิดเป็น 1.10%&nbsp;</p>



<p>โดยผู้ที่ตอบว่า ผู้ปกครองบ่นถึงค่าเครื่องแบบ เช่น ชุดนักเรียน ชุดพละ เป็นนักเรียนกลุ่มประถมมากที่สุด 174 คน คิดเป็น 46.40% ขณะที่ค่าเทอม จะตอบโดยนักเรียนประถม มากที่สุด 138 คน คิดเป็น 41.44% ด้านกิจกรรมพิเศษ เช่น กีฬาสี โครงงาน ทัศนศึกษา เป็นกลุ่ม ม.ปลาย มากที่สุด 96 คน คิดเป็น 50.00% และค่าอุปกรณ์การเรียน เช่น เครื่องเขียน สมุด เป็นนักเรียน ม.ต้น มากที่สุด 32 คน คิดเป็น 34.78%</p>



<p>ความคิดเห็นของนักเรียนถึงสิ่งที่อยากได้ฟรีจากรัฐมากที่สุด นักเรียนตอบว่าอยากได้ค่าเทอมฟรีมากที่สุด 869 คน คิดเป็น 50.49% โดยนักเรียนทุกภาคและทุกระดับชั้น เลือกตอบว่า อยากได้ค่าเทอมฟรีเป็นอันดับ 1 รองลงมา คอมพิวเตอร์/แท็บเล็ต 430 คน คิดเป็น 24.99% อันดับที่ 3 ชุดนักเรียน 120 คน คิดเป็น 6.97% อันดับที่ 4 ผ้าอนามัย 103 คน คิดเป็น 5.98% อันดับที่ 5 อุปกรณ์เครื่องเขียน 97 คน คิดเป็น 5.64% อันดับที่ 6 ชุดลูกเสือ/เนตรนารี 34 คน คิดเป็น 1.98% อันดับที่ 7 หนังสือเรียน 27 คน คิดเป็น 1.57% อันดับที่ 8 รองเท้านักเรียน 23 คน คิดเป็น 1.34% อันดับที่ 9 ชุดพละ 18 คน คิดเป็น 1.05%</p>



<h3 class="wp-block-heading">บทสรุปสุขภาพทางการเงินของนักเรียนไทย</h3>



<p>ผลจากแบบสอบถามพบว่า นักเรียนไทยกว่าครึ่งหนึ่งมีเงินเก็บ แต่มีเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่ทำงานพิเศษหาเงิน ซึ่งทำทั้งในช่วงปิดเทอมและทำเป็นประจำแม้จะเปิดเทอมแล้ว โดยนักเรียนในทุกระดับชั้นที่ทำงานพิเศษมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากที่สุด รองลงมาคือเพื่อช่วยเหลือครอบครัว โดยส่วนใหญ่ได้เงินจากการทำงานพิเศษเดือนละ 1-3,000 บาทมากที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนม.ต้นและม. ปลาย ส่วนกลุ่ม ปวช. นั้นส่วนใหญ่ได้เดือนละ 3,001-5,000 บาท ซึ่งงานพิเศษที่นักเรียนทำกันมากที่สุดในทุกระดับชั้นคืองานบริการ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่ค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนนั้นพบว่า ในส่วนของค่าเทอม นักเรียนในระดับชั้น ปวช. เป็นกลุ่มนักเรียนที่ตอบว่าต้องกู้ กยศ. มากที่สุด และเป็นกลุ่มที่ตอบว่าใช้จ่ายค่าเดินทางไปเรียนมากที่สุดอีกด้วย ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ เช่น ม.ต้นใช้จ่ายไปกับค่าอาหารในโรงเรียนมากที่สุด ส่วนนักเรียนประถมใช้ไปกับค่าอาหารนอกโรงเรียนมากที่สุด และส่วนใหญ่มักได้เงินไปโรงเรียนอยู่ที่ 51-100 บาทต่อวัน ยกเว้นนักเรียนชั้นประถมที่ได้ 1-50 บาทต่อวันเป็นส่วนใหญ่&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ยังพบว่านักเรียนกว่า 20% ต้องจ่ายค่าเรียนพิเศษ โดยมีในทุกระดับชั้นต้องจ่าย ตั้งแต่ชั้นประถมที่สะท้อนว่าจ่ายค่าเรียนพิเศษเดือนละ 1-500 บาทมากที่สุด ส่วน ม.ต้น ม.ปลาย และ ปวช. จ่ายค่าเรียนพิเศษเดือนละ 1,001- 3,000 บาท มากที่สุด&nbsp;</p>



<p>สำหรับค่าใช้จ่ายในเรื่องเครื่องแบบจะพบว่า กลุ่มนักเรียนประถมมีการเปลี่ยนชุดนักเรียนและรองเท้านักเรียนบ่อยที่สุด ในขณะที่นักเรียน ม.ปลายส่วนใหญ่ตอบว่าจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อขาดหรือใส่ไม่ได้ ส่วนหนังสือเรียนนั้นนักเรียนส่วนใหญ่มักยืมหรือได้จากโรงเรียนมากที่สุด และในส่วนของอุปกรณ์เสริมการเรียนพบว่านักเรียน 76% ล้วนมีสมาร์ทโฟน ในกลุ่มที่ไม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสริมในการเรียนส่วนใหญ่เป็นนักเรียนประถม ซึ่งเป็นกลุ่มที่บอกว่าผู้ปกครองมักจะบ่นเรื่องค่าใช้จ่ายในเรื่องเครื่องแบบมากที่สุด ซึ่งก็ตรงกับข้อมูลที่ว่าเป็นกลุ่มนักเรียนที่เปลี่ยนเครื่องแบบบ่อยที่สุด ในขณะที่นักเรียนม.ปลายนั้น มักจะถูกผู้ปกครองบ่นเรื่องค่าใช้จ่ายของกิจกรรมพิเศษของโรงเรียนมากที่สุด&nbsp;</p>



<p>และสิ่งที่นักเรียนทุกระดับชั้นเห็นร่วมกันว่าอยากได้อะไรฟรีจากภาครัฐมากที่สุดในเรื่องการศึกษาก็คือค่าเทอมฟรี&nbsp;</p>



<p>ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q3-2024/">https://rocketmedialab.co/database-student-q3-2024/</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/student-q3-2024/">Back To School สำรวจสุขภาพการเงินของเด็กไทย หาเงินจากไหน เปิดเทอมมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลสำรวจค่าใช้จ่ายของนักเรียน [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-student-q3-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 May 2024 06:31:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[economy]]></category>
		<category><![CDATA[rocketmedialabxp2h]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าใช้จ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[งานพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ปกครอง]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดเทอม]]></category>
		<category><![CDATA[แบบสอบถาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4393</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3619;&#3655;&#3629;&#3585;&#3648;&#3585;&#3605; &#361 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q3-2024/">ผลสำรวจค่าใช้จ่ายของนักเรียน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ร็อกเกต มีเดีย แล็บ <a href="http://rocketmedialab.co/">rocketmedialab.co</a> ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) <a href="https://path2health.or.th/">https://path2health.or.th</a> สำรวจค่าใช้จ่ายของกลุ่มนักเรียนั้นประถม (ป.1-6) มัธยมศึกษา (ม.1-6) และ ปวช. ผ่านทางแบบสอบถามออนไลน์ ระหว่างวันที่ 16-23 พ.ค. ที่ผ่านมา ผลการสำรวจมีดังนี้&nbsp;</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQoCpjn86Q9i832dKsY36HA3hWkpVuU599u1r62d5nr-HlEZZlpVYrwApINxo7-6Uq8bkwda0fWTVzM/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1BUgzckWHSAruE7suW4zWHb1YUbspjl379-Cf_rRI-9M/edit#gid=0">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p>อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/student-q3-2024">Back To School สำรวจสุขภาพการเงินของเด็กไทย หาเงินจากไหน เปิดเทอมมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง </a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q3-2024/">ผลสำรวจค่าใช้จ่ายของนักเรียน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
