<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>soft power Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/soft-power/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/soft-power/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Mon, 30 Jun 2025 13:07:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>soft power Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/soft-power/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จาก ‘เล่นเพื่อน’ &#8211; ‘ทอมดี้’ &#8211; ‘เลสเบี้ยน’ &#8211; สู่ ‘แซฟฟิก’: สำรวจจักรวาล GL ผ่าน 51 ซีรีส์ 38 คู่จิ้น</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/13-years-thai-gl-evolution/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Jun 2025 12:03:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[GirlsLove]]></category>
		<category><![CDATA[GLSeries]]></category>
		<category><![CDATA[GLThai]]></category>
		<category><![CDATA[SapphicSeries]]></category>
		<category><![CDATA[soft power]]></category>
		<category><![CDATA[ThaiGL]]></category>
		<category><![CDATA[ThaiSoftPower]]></category>
		<category><![CDATA[Yuri]]></category>
		<category><![CDATA[ซีรีส์วาย]]></category>
		<category><![CDATA[แซฟฟิก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5725</guid>

					<description><![CDATA[<p>13 ปี GL ไทย จากคู่รองในซีรีส์วายของ BL สู่การเติบโตเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทย</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/13-years-thai-gl-evolution/">จาก ‘เล่นเพื่อน’ &#8211; ‘ทอมดี้’ &#8211; ‘เลสเบี้ยน’ &#8211; สู่ ‘แซฟฟิก’: สำรวจจักรวาล GL ผ่าน 51 ซีรีส์ 38 คู่จิ้น</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สำรวจซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2013-2025 ครอบคลุมซีรีส์ที่มีคู่ GL เป็นคู่หลักหรือคู่รองที่มีบทบาทเด่น เน้นคู่ที่มีเส้นเรื่องพัฒนาความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญ พบว่ามีซีรีส์ GL รวม 51 เรื่อง ก่อให้เกิดคู่จิ้น GL ที่เป็นที่รู้จักถึง 38 คู่</li>



<li>จากคู่ทดลองตลาด ที่ปรากฏเป็นส่วนประกอบของเนื้อเรื่องหลัก หรือเป็นคู่รองในช่วงปีแรก ซีรีส์ GL เริ่มมีจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2024 ที่มีการผลิตซีรีส์มากถึง 21 เรื่อง ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในรอบทศวรรษ</li>



<li>ท่ามกลางผู้ผลิตซีรีส์ GL จำนวนมาก ช่องฟรีทีวีหลักอย่างช่อง 3 และทีวีสาธารณะอย่างไทยพีบีเอส ก็กระโดดเข้ามาร่วมผลิตซีรีส์แนวนี้ รวมถึงเวทีการประกวดนางงามมิสแกรนด์ ก็มีผู้เข้าประกวดที่กลายเป็นคู่จิ้น เกิดฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง นำมาสู่การสร้างซีรีส์ งานแฟนมีต และการไลฟ์คู่ขายของ</li>



<li>คู่จิ้น GL ที่มียอดฟอลฯ ใน IG ตั้งแต่ 1 ล้านคนขึ้นไป 4 คู่ อาทิ #ฟรีนเบค #อิงล็อต #หลิงออม #มิ้ลค์เลิฟ มีกิจกรรมแฟนมีตติ้ง/คอนเสิร์ตคู่ในต่างประเทศรวมกันถึง 55 ครั้ง (นับตั้งแต่ 2023 จนถึง 20 มิ.ย. 2025) อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงกระจุกตัวอยู่ในทวีปเอเชียเป็นหลัก โดยมีคู่ #อิงล็อต เป็นคู่เดียวที่สามารถบุกตลาดทวีปอเมริกาเหนือได้อย่างโดดเด่น </li>



<li>ในซีรีส์ BL เราไม่ค่อยได้เห็นตัวละครหลักที่เป็นพ่อม่ายหรือเคยมีครอบครัวมาก่อนบ่อยนัก ขณะที่พล็อตของ GL มีตัวละครที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตอย่างการเป็นแม่ม่าย แม่เลี้ยงเดี่ยว หรือผ่านการหย่าร้างมาก่อน ทำให้ตัวละครมีความขัดแย้งภายในใจและมีประเด็นเรื่องการได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะลูก และการเริ่มต้นชีวิตใหม่&nbsp;</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5726" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ซีรีส์วาย (BL) ถูกกล่าวถึงว่าเป็นเหมือน ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ของประเทศไทย ทั้งในแง่ของกระแสความนิยมระดับโลก ไปจนการสร้างรายได้กลับสู่ประเทศทั้งในแง่การนำไปฉายในแพลตฟอร์มต่างๆ หรืองานอีเวนต์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ในระยะเวลาไล่เลี่ยกันกับที่ซีรีส์วายกำลังเติบโตนั้น ซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ก็เริ่มก่อร่างสร้างความนิยมของตนเองขึ้นมาเช่นเดียวกัน ทั้งจากภาพยนตร์ Yes or No อยากรัก ก็รักเลย นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่จุดประกายและบุกเบิกวงการ GL ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง การเป็นคู่รองในซีรีส์วาย (BL) หลากหลายเรื่อง จนสามารถมีซีรีส์ GL เป็นของตัวเอง ไม่ต้องอยู่ใต้เงาของซีรีส์วายอีกต่อไป จนทำให้ช่องฟรีทีวีหลายช่องเริ่มผลิตคอนเทนต์ GL อย่างจริงจัง หรือแม้แต่การได้รับการยอมรับจากภาครัฐ เช่นกรณีซีรีส์ &#8220;<a href="https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/263616">ปิ่นภักดิ์</a>&#8221; ที่ได้รับการเลือกจากกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นซีรีส์นำร่องในการส่งเสริมสินค้าไทยสู่ระดับโลก มาจนถึงปัจจุบันที่คู่ GL ไม่ว่าจะเป็น #ฟรีนเบค #อิงล็อต #หลิงออม #น้ำตาลฟิล์ม ฯลฯ โด่งดังไม่แพ้กระแสคู่จิ้นชาย-ชาย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนสำรวจจักรวาลซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ในไทยระหว่างปี 2013-2025 (เก็บข้อมูลจนถึง 16 มิ.ย. 2025) ครอบคลุมซีรีส์ที่มีคู่ GL เป็นคู่หลักหรือคู่รองที่มีบทบาทเด่น เน้นคู่ที่มีเส้นเรื่องพัฒนาความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญ ผลการรวบรวมข้อมูลพบซีรีส์ 51 เรื่อง และมีคู่จิ้น 38 คู่ จากนักแสดง 74 คน ว่าเป็นมาอย่างไร เติบโตมามากแค่ไหน และในจักรวาล GL นี้มีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5761" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">จักรวาล GL กว้างใหญ่แค่ไหน เริ่มต้นมาอย่างไร</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2013-2025 ครอบคลุมซีรีส์ที่มีคู่ GL เป็นคู่หลักหรือคู่รองที่มีบทบาทเด่น เน้นคู่ที่มีเส้นเรื่องพัฒนาความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญ พบว่ามีซีรีส์ GL รวม 51 เรื่อง ก่อให้เกิดคู่จิ้น GL ที่เป็นที่รู้จักถึง 38 คู่</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยหากสำรวจเส้นทางการเติบโตของซีรีส์ GL ในแต่ละปี นับตามจำนวนเรื่องที่ออกฉาย พบการเติบโตของจำนวนเรื่องที่ออกฉายในแต่ละปี ดังนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5728" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<ul class="wp-block-list">
<li>ปี 2013 (1 เรื่อง): รักเธอรักเขาและรักของเรา (Club Friday The Series 3)</li>



<li>ปี 2014 (2 เรื่อง): ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น 2, สงครามนางงาม 1</li>



<li>ปี 2015 (1 เรื่อง): ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น 3</li>



<li>ปี 2016 (4 เรื่อง): The Dreamer คอนโด/บาริสต้า/สถาปนิก, ผมม้าหน้าเต่อ, รักออนไลน์ (Club Friday The Series 7), สงครามนางงาม 2</li>



<li>ปี 2017 (2 เรื่อง): รัก/ชั้น/นัย, รักแท้หรือแค่ความหวัง (Club Friday The Series 8)</li>



<li>ปี 2018 (2 เรื่อง): i Stories ตอน B, i Stories ตอน L</li>



<li>ปี 2019 (1 เรื่อง): Club Friday The Series 11 ตอน รักล้ำเส้น</li>



<li>ปี 2020 (0 เรื่อง)</li>



<li>ปี 2021 (2 เรื่อง): 7 Project ตอน Remember, Bad Buddy แค่เพื่อนครับเพื่อน</li>



<li>ปี 2022 (4 เรื่อง): FAVORITE GIRL ชุบแป้งทอด, GAP The Series ทฤษฎีสีชมพู, Love Of Secret อากงจ๋า…ป๊าไม่รู้, Magic of Zero ตอน Zero Photography</li>



<li>ปี 2023 (5 เรื่อง): 23.5 องศาที่โลกเอียง, Love Senior พี่ว้ากคะ รักหนูได้มั้ย, Lucky My Love รักนี้มากับดวง, Show Me Love The Series แค่อยากบอกรัก, Wedding Plan The Series แผนการ(รัก)ร้ายของนายเจ้าบ่าว</li>



<li>ปี 2024 (21 เรื่อง): 21 Days Closer Step, Affair รักเล่นกล, Apple My Love ถึงเธอ…ที่รัก, Blank เติมคำว่า (รัก) ลงในช่องว่าง, Blank เติมคำว่า (รัก) ลงในช่องว่าง SS2, Club Friday The Series: Love Bully รักให้ร้าย, Delete Your Past ลบเธอให้หาย, I Am Devil เตือนแล้วนะ&#8230; ว่าฉันร้าย, Love Senior Special พี่ว้ากคะ รักหนูได้มั้ย!? ตอนพิเศษ, Making Memorable Memories, Mate The Series เพื่อนรัก, My Marvellous Dream Is You ฝันรักห้วงนิทรา, Petrichor หยดฝนกลิ่นสนิม, Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก, Reverse 4 You The Series ดาวบริวาร, The Loyal Pin ปิ่นภักดิ์, The Secret of us Series ใจซ่อนรัก, The Two Of Us Season 2 รักนี้มีแค่เรา, The Two Of Us รักนี้มีแค่เรา, Unlock Your Love รักได้ไหมยัยตัวร้าย, หม่อมเป็ดสวรรค์ (Mhom Ped Sawan), Deep Night The Series คืนนี้มีแค่เรา</li>



<li>ปี 2025 (5 เรื่อง): I&#8217;m Your Moon กัษธิษฐาน, Music Story: Losing Control, Reverse With Me ล้านวงโคจร, Your Apple เธอ&#8230;ที่รักของฉัน, Us รักของเรา</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><br>ในระยะแรกของการบุกเบิกวงการ Girls&#8217; Love (GL) ในประเทศไทย ก่อนที่จะมีการผลิตซีรีส์ GL ที่มีเนื้อหาจริงจังและหลากหลายเช่นในปัจจุบัน จุดเริ่มต้นที่สำคัญมาจากภาพยนตร์เรื่อง Yes or No อยากรัก ก็รักเลย (2010) ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงและเป็นที่จดจำในฐานะผลงาน GL เรื่องแรกๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ภาพยนตร์เรื่อง Yes or No จุดประกายให้เกิดความสนใจใน GL แต่ในยุคแรกเริ่มนั้น ซีรีส์ GL ที่มีตัวละครหลักเป็นหญิงรักหญิงโดยสมบูรณ์และไม่มีผู้ชายเข้ามาเกี่ยวข้องเลยยังไม่แพร่หลายนัก เรียกได้ว่ายุคตั้งไข่นั้นมักจะพบความขัดแย้งที่สำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รักสามเส้ากับเพศชาย: ตัวละครหญิงคนหนึ่งมักจะมีแฟนเป็นผู้ชาย หรือคบอยู่กับผู้ชายมาก่อน ก่อนที่จะค่อยๆ ค้นพบความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อผู้หญิงอีกคน และเลิกรากับแฟนชายเพื่อมาคบกับทอมบอย ซึ่งเป็นพล็อตที่พบได้บ่อยในช่วงแรก</li>



<li>บทบาททอม-ดี้ ที่ชัดเจน: ลักษณะภายนอกของตัวละคร GL ในยุคแรกจะมีความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยคนหนึ่งจะเป็นทอมที่มีบุคลิกแมน แต่งกายแบบผู้ชาย ตัดผมสั้น ส่วนอีกคนจะเป็นดี้ หรือผู้หญิงที่มีความเป็นหญิงที่ผันตัวมารักทอมบอย หรือบางครั้งก็เป็นผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นทอมแต่แรกแต่ก็แต่งตัวแมนกว่า&nbsp;</li>



<li>เรื่องราวที่จบลงด้วยความไม่สมหวัง: ซีรีส์ GL ในยุคแรก โดยเฉพาะจาก Club Friday The Series ซึ่งสร้างจากเรื่องจริงที่โทรเข้ามาเล่าในรายการ มักจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรม ตัวละครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องยอมจำนน เสียสละ หรือต้องเผชิญกับความเจ็บปวด ทำให้เรื่องราวความรักมักจะไม่สมหวัง คล้ายคลึงกับซีรีส์ Boys&#8217; Love (BL) ในยุคแรกๆ ที่มักจะจบลงด้วยความเศร้าโศก สะท้อนให้เห็นว่าความรักแบบหญิงรักหญิงในบริบทสังคมไทยขณะนั้นยังถูกมองว่าไม่จีรังยั่งยืน หรือผิดปกติ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จนมาถึง GL ในจอโทรทัศน์ ซึ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของทีวิดิจิทัลพอดี เริ่มต้นด้วยเรื่อง รักเธอรักเขาและรักของเรา (Club Friday The Series 3) โดยเลือกซีรีส์ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นการนับข้อมูลซีรีส์ GL ของ Rocket Media Lab เนื่องจากตัวละครหลักอย่างเจและดรีม มีความสัมพันธ์แบบคู่รักหญิงรักหญิงที่พัฒนาอย่างชัดเจน มีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิด รวมถึงฉากจูบและหอมแก้ม แม้เรื่องราวจะจบลงด้วยการเลิกรา แต่ก็แสดงถึงพัฒนาการของความรักที่ลึกซึ้งระหว่างผู้หญิงด้วยกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">พัฒนาการของ Girls&#8217; Love (GL) ในประเทศไทยก็ได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่โดดเด่นอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2021 ที่นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความนิยม GL ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือการปรากฏตัวของคู่รอง GL อย่างอิ๊งค์และภา ในซีรีส์ Bad Buddy Series แค่เพื่อนครับเพื่อน จนสร้างปรากฏการณ์คู่จิ้น #มิ้ลค์เลิฟ เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าผู้ชมเริ่มเปิดรับและชื่นชอบความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิงมากขึ้น อีกทั้งความนิยมของมิ้ลค์เลิฟยังมีการต่อยอด ผลิตเป็น<a href="https://entertainment.trueid.net/detail/WJgD9EzaW7xG">มินิซีรีส์</a> Magic of Zero ตอน Zero Photography (2022) ซึ่งเป็นตอนเฉพาะของคู่มิ้ลค์เลิฟอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2022 และการมาถึงของซีรีส์ <a href="https://www.dailynews.co.th/news/488846/">GAP The Series ทฤษฎีสีชมพู</a> ของคู่ #ฟรีนเบค ฟรีน (สโรชา จันทร์กิมฮะ) &#8211; เบ็คกี้ (รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญและเป็นการเปิดศักราชของซีรีส์ GL ในประเทศไทยอย่างแท้จริง ซีรีส์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามด้วยยอดชมบน YouTube กว่า <a href="https://www.komchadluek.net/entertainment/y-entertainment/543544">300 ล้านวิว</a> แต่ยังสร้างปรากฏการณ์ด้วยการฉายผ่าน <a href="https://entertainment.trueid.net/detail/XY5BozjnLLOx">ช่อง 3</a> ทุกคืนวันเสาร์ เวลา 22.55 น.ซึ่งเป็นช่อง ฟรีทีวีหลักของประเทศ และยังสามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง YouTube การเข้าถึงที่ง่ายดายนี้ทำให้ GAP The Series เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างและสร้างฐานแฟนคลับ GL ที่แข็งแกร่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ<br><br>หากกล่าวว่า Love Sick The Series รักวุ่น วัยรุ่นแสบ คือผู้จุดกระแสของซีรีส์ Boys&#8217; Love (BL) ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง GAP The Series ทฤษฎีสีชมพู ก็เปรียบเสมือนซีรีส์ที่เป็นหัวหอกในการบุกเบิกและยกระดับวงการ GL สู่กระแสหลัก ด้วยความยาวถึง 12 ตอน ซึ่งแตกต่างจากซีรีส์ GL ในยุคแรกๆ ที่มักจะปรากฏเป็นส่วนประกอบของเนื้อเรื่องหลัก หรือเป็นคู่รองเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ดาว-ก้อย ใน ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น 3 (ปี 2015) หรือ คู่ยีนส์-เจ ใน รัก/ชั้น/นัย (ปี 2017) หรือเป็นมินิซีรีส์ที่มีจำนวนตอนสั้นๆ เพียง 1-4 ตอน หรืออาจจะสั้นเพียง 15 นาที ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นการทดลองตลาด โดยเฉพาะในซีรีส์อย่าง i Stories ตอน B (ปี 2018), i Stories ตอน L (ปี 2018) และ It’s Complicated เพราะรักมันซับซ้อน (ปี 2018)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นความยาวของ GAP The Series ที่มีจำนวนตอนถึง 12 ตอนนั้น แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในการนำเสนอเรื่องราว GL อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2024 ที่มีการผลิตซีรีส์มากถึง 21 เรื่อง ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในรอบทศวรรษ</p>



<p class="wp-block-paragraph">และจากกระแสที่พุ่งสูงขึ้นและคู่จิ้น #ฟรีนเบค ส่งผลให้กระแส GL พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และตามมาด้วยการแจ้งเกิดของคู่จิ้น GL ชื่อดังอีกหลายคู่ ไม่แพ้กระแสคู่จิ้นชาย-ชาย อาทิ #อิงล็อต อิงฟ้า วราหะ &#8211; ชาล็อต ออสติน #หลิงออม หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง &#8211; ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ #น้ำตาลฟิล์ม น้ำตาล ทิพนารี วีรวัฒโนดม &#8211; ฟิล์ม รชานันท์ มหาวรรณ์ #มิ้ลค์เลิฟ มิ้ลค์-พรรษา วอสเบียน และเลิฟ-ภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร ที่สร้างปรากฏการณ์และมีฐานแฟนคลับจำนวนมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในปัจจุบันคือความตื่นตัวในการผลิตซีรีส์ GL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล มีลิสต์ซีรีส์ GL ที่ได้รับการยืนยันการสร้างและกำลังรอออกอากาศเป็นจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของตลาดและความมั่นใจของผู้ผลิตที่จะนำเสนอเรื่องราวความรักแบบหญิงรักหญิงอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น นับเป็นการยืนยันว่าวงการ GL ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคทองอย่างแท้จริง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5748" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ช่องทางการฉายหลักของซีรีส์ GL: Youtube มาแรงที่สุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่าซีรีส์ GL (Girls&#8217; Love) และ BL (Boys&#8217; Love) จะจัดอยู่ใต้ร่มของซีรีส์วาย (Yaoi และ Yuri) เหมือนกัน แต่เมื่อมองย้อนกลับไป จะพบว่าทั้งสองแนวมีเส้นทางการเติบโตและบุกเบิกพื้นที่บนแพลตฟอร์มสื่อที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือเส้นทางของ GL จะเริ่มจากโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ก่อนเข้าสู่โลกออนไลน์ และฟรีทีวี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความน่าสนใจของซีรีส์ GL คือการเริ่มต้นและสร้างการรับรู้ผ่านโทรทัศน์ระบบดิจิทัล การนำเสนอความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิงมักจะถูกสอดแทรกเป็นพล็อตย่อยหรือตอนพิเศษในซีรีส์ที่ฉายทางโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ทำให้เข้าถึงผู้ชมในวงกว้าง ยุคบุกเบิกผ่านซีรีส์ทางทีวีในช่วง 2013-2017 จะเห็นซีรีส์อย่าง Club Friday The Series ที่ฉายผ่านช่อง GMM25 โดยถือเป็นผู้บุกเบิกสำคัญในการนำเสนอเรื่องราวความรักหลากหลายรูปแบบ รวมถึงความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิง เช่นในตอน รักเธอรักเขาและรักของเรา (2013), รักออนไลน์ (2016), และ รักแท้หรือแค่ความหวัง (2017) แม้จะไม่ได้เป็นซีรีส์ GL เต็มตัว แต่ก็ทำให้ภาพของความรักระหว่างผู้หญิงกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในสังคมวงกว้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความสัมพันธ์แบบ Girls&#8217; Love ยังปรากฏในซีรีส์ดังอย่าง ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น (One 31), สงครามนางงาม (One 31), The Dreamer คอนโด/บาริสต้า/สถาปนิก (One 31) หรือแม้กระทั่งซีรีส์เฉพาะทางอย่าง ผมม้าหน้าเต่อ (PPTV) และ รัก/ชั้น/นัย (MCOT) จะเห็นได้ว่าช่องทางหลักในช่วงแรกคือโทรทัศน์ทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนถึงช่วงจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2022 โดยความสำเร็จของ GAP The Series ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ตอกย้ำเส้นทางของ GL ที่เติบโตจากทีวี การที่ซีรีส์ GL เต็มรูปแบบได้ออกอากาศทางช่อง 3 ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีรายใหญ่ของประเทศ ถือเป็นการยกระดับและมอบความชอบธรรมให้กับคอนเทนต์ GL ในสื่อกระแสหลักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และต่อมาถึงขยายฐานสู่แพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากสร้างฐานการรับรู้บนทีวีแล้ว ซีรีส์ GL จึงเริ่มขยายอิทธิพลมายังแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างจริงจัง เช่น การนำ GAP The Series มาลงย้อนหลังทาง YouTube ซึ่งทำให้เกิดฐานแฟนคลับในระดับนานาชาติอย่างมหาศาล กลายเป็นโมเดลของการฉายทางทีวีเพื่อสร้างการรับรู้ในประเทศ และใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเจาะตลาดโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางกลับกัน ซีรีส์ BL มีจุดกำเนิดและเติบโตจากวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่มในโลกออนไลน์ ก่อนที่จะขยายอิทธิพลเข้าสู่สื่อกระแสหลักในภายหลัง อาจกล่าวได้ว่าจุดตั้งไข่มาจากนิยายออนไลน์ อย่างนิยายวายที่ได้รับความนิยมอย่างสูงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Love Sick The Series (2014) ซึ่งดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องดังในเว็บไซต์ Dek-D แสดงให้เห็นว่ากลุ่มเป้าหมายและคอมมูนิตี้ของ BL นั้นแข็งแกร่งในโลกดิจิทัลมาตั้งแต่แรก</p>



<p class="wp-block-paragraph">อาจกล่าวได้ว่าสำหรับ BL แล้ว มีช่องฟรีทีวีเป็นสะพานเชื่อมสู่ผู้ชมวงกว้าง เพราะแม้ว่า<a href="https://rocketmedialab.co/10-years-thai-bl-evolution/"> Love Sick</a> จะได้ออกอากาศทางช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ทีวี ซึ่งเป็นฟรีทีวี แต่บทบาทของทีวีในยุคแรกของ BL นั้นเปรียบเสมือนสะพานที่นำคอนเทนต์จากโลกออนไลน์มาแนะนำให้ผู้ชมในวงกว้างได้รู้จัก มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้น เพราะหลังจากความสำเร็จของ Love Sick นั้น ซีรีส์ BL ส่วนใหญ่กลับเลือกแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการออกอากาศ ไม่ว่าจะเป็น LINE TV (ในยุครุ่งเรือง), YouTube, และตามมาด้วยแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง WeTV, iQIYI, Viu เหตุผลสำคัญคือความเป็นอิสระในการนำเสนอเนื้อหา การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง และการสร้างรายได้จากฐานแฟนคลับทั่วโลกได้ง่ายกว่า การฉายทางทีวีจึงกลายเป็นตัวเลือกรองหรือฉายควบคู่กันไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความแตกต่างที่เกิดขึ้น อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า GL ใช้กลยุทธ์การแทรกซึมเข้าสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัลก่อน แล้วจึงต่อยอดสู่โลกออนไลน์และฟรีทีวี ในขณะที่ BL จุดตั้งต้นอย่าง Love Sick นั้นได้เริ่มจากช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ทีวี ซึ่งเป็นฟรีทีวี แล้วตามมาด้วยพื้นที่ออนไลน์อย่างโทรทัศน์ระบบดิจิทัล และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งออนไลน์</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่มีพลวัตอย่างหนึ่งที่เห็นได้ไม่ต่างกันคือการพัฒนาจากการเป็น “คู่รอง” โดยก่อนที่ BL จะยืนหยัดในสื่อได้ก็เริ่มจากการเป็นคู่รองในซีรีส์ที่มีคู่หลักเป็นชาย-หญิง ก่อน หรือเป็นเพียงโครงเรื่องรอง (subplot) ของซีรีส์ก่อน และการพัฒนาของ GL ก็เริ่มมาจากจุดนี้เช่นกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อสำรวจข้อมูลของซีรีส์ GL ในไทย ว่ามีการเผยแพร่ผ่านช่องทางไหนบ้าง จะพบว่ามีหลากหลายช่องทาง สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของการเข้าถึงผู้ชมดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>YouTube เป็นช่องทางหลักที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยมีจำนวนซีรีส์ฉายถึง 36 เรื่อง (34.29%) แสดงให้เห็นว่า YouTube เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงที่ซีรีส์ GL กำลังเริ่มตั้งไข่และยังไม่เป็นกระแสหลักในฟรีทีวี เช่น GAP The Series ทฤษฎีสีชมพูที่ฉายผ่าน YouTube และตอนที่ 1 มียอดวิวรวมสูงถึง <a href="https://youtu.be/o3gZsuz8w8o?si=L0M843xDd6a2oK4l">63</a> ล้านครั้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 24 มิ.ย. 2025)&nbsp;</li>



<li>GMM 25 เป็นช่องฟรีทีวีที่มีการฉายซีรีส์ GL ค่อนข้างมากถึง 12 เรื่อง (11.43%) เช่น รักเธอรักเขาและรักของเรา (Club Friday The Series 3) ในปี 2013, รักออนไลน์ (Club Friday The Series 7) ในปี 2016, และ Magic of Zero ตอน Zero Photography ในปี 2022 นอกจากนี้ GMM25 ยังเป็นช่องที่ออกอากาศ ซีรีส์ 23.5 องศาที่โลกเอียง ในปี 2023 ซึ่งถือเป็นซีรีส์แนวแซฟฟิกเรื่องแรกอย่างเป็นทางการของ GMMTV และในปีเดียวกันนั้น ยังได้ฉายซีรีส์ Love Senior พี่ว้ากคะ รักหนูได้มั้ย อีกด้วย</li>



<li>iQIYI เป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งสัญชาติจีนที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก โดยมีซีรีส์ GL ฉายถึง 11 เรื่อง (10.48%) หนึ่งในซีรีส์เด่นคือ 23.5 องศาที่โลกเอียง ซึ่งออกอากาศในปี 2023 ตามมาด้วยซีรีส์ในปี 2024 อย่าง Affair รักเล่นกล และ Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก การที่ iQIYI นำซีรีส์ GL เข้ามาฉายอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของคอนเทนต์แนวนี้ และการยอมรับจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับนานาชาติ&nbsp;</li>



<li>Channel 3 มีบทบาทสำคัญในการผลักดัน GL สู่กระแสหลัก โดยมีการฉายซีรีส์ GL ถึง 6 เรื่อง (5.71%) รวมถึงการฉายเรื่องที่สร้างปรากฏการณ์อย่าง GAP The Series ทฤษฎีสีชมพู และ The Secret of Us ใจซ่อนรัก</li>



<li>One 31 มีซีรีส์ GL ฉาย 7 เรื่อง (6.67%) โดยเฉพาะซีรีส์ในตระกูล Club Friday</li>



<li>Amarin TV และ WeTV มีจำนวนซีรีส์ฉายช่องทางละ 5 เรื่อง (4.76%) โดยในปี 2024 มีซีรีส์ฉายผ่าน WeTV อย่าง Mate The Series เพื่อนรัก และ Apple My Love ถึงเธอ…ที่รัก</li>



<li>LINE TV มีซีรีส์ GL ฉาย 4 เรื่อง (3.81%)</li>



<li>Netflix มีซีรีส์ GL ฉาย 3 เรื่อง (2.86%)</li>



<li>ช่องทางฟรีทีวีและแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่มีจำนวนเรื่องฉาย 1-2 เรื่อง ได้แก่ Facebook (2 เรื่อง), GTH On Air (2 เรื่อง), iflix (2 เรื่อง), Viu (2 เรื่อง), GagaOOLala (1 เรื่อง), MCOT (1 เรื่อง), PPTV (1 เรื่อง), Reel (1 เรื่อง), Thai PBS (1 เรื่อง), TikTok (1 เรื่อง), Viki (1 เรื่อง), และ Workpoint TV (1 เรื่อง)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">คอนเทนต์ GL ใช้เวลาหลายปีในการเป็นส่วนประกอบหนึ่งของซีรีส์เรื่องอื่นๆ เพื่อปูทางและทดลองตลาด ช่วงเวลานี้กินระยะเวลายาวนานเกือบ 8 ปี ในยุคแรกเริ่ม (2014-2016) ความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิงมักถูกนำเสนอในฐานะคู่รองไม่ต่างจาก BL หรือบางครั้งก็เส้นเรื่องย่อยในซีรีส์ เช่น ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น (คู่ดาว-ก้อย) และ สงครามนางงาม (คู่เดียร์-ลูกหว้า) หรือเป็นเพียงมินิซีรีส์สั้นๆ ใน Club Friday The Series เพื่อสร้างความคุ้นเคยและทดลองตลาด แม้กระทั่งในปี 2021 ที่ BL เฟื่องฟู คู่ GL ก็ยังคงเป็นเพียงคู่รองในซีรีส์ แค่เพื่อนครับเพื่อน ซึ่งสะท้อนว่าอุตสาหกรรมยังมอง GL เป็นเพียงส่วนเสริม</p>



<p class="wp-block-paragraph">การมาถึงของ ทฤษฎีสีชมพู ในปี 2022 จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยสเกลการผลิตเต็มรูปแบบ 12 ตอน จำนวนความยาวต่อตอนยาว <a href="https://www.youtube.com/watch?v=pBl9uKcZFXo&amp;list=PL4D0KlUVq4IzJslrn8ilKnXV7B3U6DBqO&amp;ab_channel=IDOLFACTORYOFFICIAL">1 ชั่วโมง 13 นาที </a>และความสำเร็จถล่มทลายทั้งในและต่างประเทศ ซีรีส์เรื่องนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าตลาด GL มีอยู่จริงและมีกำลังซื้อมหาศาล พร้อมสร้างฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากใช้เวลาเกือบทศวรรษในฐานะคู่รอง ซีรีส์ GL ก็ได้พิสูจน์ศักยภาพของตลาดผ่านความสำเร็จของ ทฤษฎีสีชมพู การที่ซีรีส์ได้ออกอากาศทางช่อง 3 แม้จะไม่ได้บุกเบิกฟรีทีวีก่อน BL แต่ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการยอมรับในวงกว้าง ซึ่งเป็นผลจากพลังของฐานแฟนคลับที่สร้างขึ้นบนโลกออนไลน์</p>



<h3 class="wp-block-heading">พี่อ้อย พี่ฉอด และ GMMTV: สองค่ายยักษ์ใหญ่ผู้นำการผลิตซีรีส์ GL</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจข้อมูลซีรีส์ BL ในช่วงปี 2014-2023 โดย Rocket Media Lab ในบทความ <a href="https://rocketmedialab.co/10-years-thai-bl-evolution/">10 ปีซีรีส์วาย : จักรวาลแห่งการจิ้นสู่การเป็นซอฟต์พาวเวอร์ไทย</a> พบว่ามีบริษัทผู้ผลิตรวมถึง 131 บริษัท ที่ผลิตซีรีส์วายออกสู่ตลาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่สูงและความหลากหลายของค่ายผู้ผลิต โดย GMMTV ถือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดและมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในวงการ BL โดยผลิตซีรีส์ BL ไปถึง 58 เรื่อง คิดเป็น 19.46% ของซีรีส์ BL ทั้งหมด ตัวอย่างผลงานเด่นที่สร้างปรากฏการณ์และได้รับความนิยมอย่างสูง ได้แก่ SOTUS The Series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง (2016), เพราะเราคู่กัน 2gether The Series (2020), แค่เพื่อนครับเพื่อน BAD BUDDY SERIES (2021)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ซีรีส์ GL จากข้อมูลที่สำรวจในช่วงปี 2013-2025 พบว่ามีบริษัทผู้ผลิตทั้งหมด 36 บริษัท ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยกว่าฝั่ง BL อย่างเห็นได้ชัด แต่ก็พบผู้เล่นหลักและผู้เล่นหน้าใหม่ในอุตสาหกรรมดังกล่าวมากขึ้น โดยจากการสำรวจพบมีบริษัทผู้ผลิตหลายรายที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ซีรีส์ GL ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>CHANGE2561 เข้ามาผลิตซีรีส์ GL จำนวน 5 เรื่อง (8.62%)</li>



<li>GMMTV ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการซีรีส์วาย ได้ผลิตซีรีส์ GL ไปแล้ว 5 เรื่อง (8.62%)</li>



<li>IDOL FACTORY ซึ่งเป็นผู้สร้าง GAP The Series ทฤษฎีสีชมพ มีผลงานซีรีส์ GL 3 เรื่อง (5.17%)</li>



<li>บริษัท สตาร์ทติ้ง จำกัด มีผลงานซีรีส์ GL 3 เรื่อง (5.17%)&nbsp;</li>



<li>นอกจากผู้ผลิตรายใหญ่เหล่านี้ ยังมีผู้ผลิตอื่นๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ซีรีส์ GL อีกมากมาย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตรายเล็กหรือรายใหม่ที่กำลังสร้างฐานในตลาดนี้ เช่น -iSM BRANDED ENTERTAINMENT, Exact Scenario, GTH, H&#8217;our Channel, K11D HOUSE, Kongthup Production, Miss Grand Organization, Nadao Bangkok, NineStar Studios, และ Star hunter Entertainment ซึ่งแต่ละรายมีผลงาน 2 เรื่อง (3.45%)</li>



<li>ส่วนผู้ผลิตรายอื่นๆ ที่มีผลงานแห่งละ 1 เรื่อง (1.72%) ได้แก่ ATIME, Baanchan Production, ช่อง 3, CHEZKLUR-5, Fragrant Property, GMM Bravo, houston film, Jungka.Studio, KJN IDOL STUDIO, Maxlive Online TV, MBO Teen Entertainment, Me Mind Y, NeZT MEDIA, PA DONG DIB, SHAKESHOULDER FILMMAKER, SiamSi Studio, Studio Wabi Sabi, TV Thunder, U ENTERTAINMENT CO.,LTD, กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส, บริษัท แม็กซ์ เมจิก เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด, และไทยพีบีเอส</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ GMMTV นอกจากจะเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการ BL แล้ว ก็ยังคงรักษาบทบาทในการผลิตซีรีส์ GL ด้วยเช่นกัน หนึ่งในผลงานสำคัญของ GMMTV ในตลาด GL คือซีรีส์ 23.5 องศาที่โลกเอียง (ปี 2023) ซึ่งนับเป็นซีรีส์แนวแซฟฟิกเรื่องแรกของ GMMTV อย่างเป็นทางการ ซีรีส์เรื่องนี้นำแสดงโดยคู่จิ้นยอดนิยมอย่าง #มิ้ลค์เลิฟ ซึ่งเคยสร้างกระแสโด่งดังและได้รับความรักจากแฟนๆ ในฐานะคู่รองจากซีรีส์ Bad Buddy แค่เพื่อนครับเพื่อน (ปี 2021) มาก่อนแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ GMMTV ยังมีซีรีส์ GL ที่น่าจับตามองและกำลังรอออกอากาศ นั่นคือเรื่อง Whale Store xoxo คุณวาฬร้านชำ ซึ่งยังคงเป็นการแสดงของคู่ #มิ้ลค์เลิฟ อีกครั้ง สะท้อนถึงการมองเห็นศักยภาพของตลาดนี้ การนำคู่จิ้นที่มีฐานแฟนคลับแข็งแกร่งมารับบทนำในซีรีส์ GL เรื่องแรกของค่าย ยิ่งตอกย้ำถึงความตั้งใจของ GMMTV ในการเจาะตลาดนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าย CHANGE2561 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ผลิตซีรีส์ดราม่าเข้มข้นอย่าง Club Friday The Series ภายใต้การดูแลของพี่อ้อย-พี่ฉอด ก็เป็นยุคบุกเบิกในการผลิตซีรีส์ที่มีตัวเอกเป็นผู้หญิงสองคนที่มีสัมพันธ์กัน และยังมีซีรีส์ GL อีกมากมาย โดยมีผลงานเด่นที่ออกฉายแล้ว ได้แก่ Affair รักเล่นกล และ Club Friday The Series: Love Bully รักให้ร้าย ซึ่งเรื่องหลังนี้ยังได้คู่จิ้นยอดนิยมอย่าง #อิงล็อต (อิงฟ้า วราหะ และ ชาล็อต ออสติน) มาร่วมแสดงอีกด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนบริษัท IDOL FACTORY ซึ่งเป็นผู้ผลิตที่สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการ GL จากซีรีส์ GAP The Series ทฤษฎีสีชมพู (2022) อาจกล่าวได้ว่า #ฟรีนเบค เป็นคู่ที่สร้างปรากฏการณ์และบุกเบิกวงการ GL ในไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างจากซีรีส์เรื่องดังกล่าว</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากผู้ผลิตที่กล่าวไปแล้ว การที่ช่องฟรีทีวีกระแสหลักและทีวีสาธารณะเริ่มเข้ามามีบทบาทในการผลิตซีรีส์ GL เองนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำถึงการเติบโตและยอมรับในวงกว้างของคอนเทนต์แนวนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">เราจะเห็นว่า ช่อง 3 (Channel 3) ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีรายใหญ่ ได้ลงมาผลิตซีรีส์ GL เองอย่างจริงจัง ดังเช่นเรื่อง <a href="https://www.thairath.co.th/novel/news/2795941">ใจซ่อนรัก (The Secret of Us)</a> การมาของ #หลิงออม หลิงหลิง (ศิริลักษณ์ คอง) &#8211; ออม (กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์) ที่เป็นคู่จิ้น GL แถวหน้าที่ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว โดยได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ การที่ช่องหลักระดับประเทศเข้ามาลงทุนผลิตเองเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาด GL และความต้องการของผู้ชมที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ไทยพีบีเอส (องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย) ซึ่งเป็นทีวีสาธารณะ ก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตซีรีส์ GL เช่นกัน โดยเฉพาะการนำเรื่องราวของ <a href="https://www.thaipost.net/entertainment-news/588565/">หม่อมเป็ดสวรรค์</a> มาสร้างใหม่ ซึ่งเป็นการตีความความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิงในอดีตด้วยมุมมองที่ทันสมัย การที่ทีวีสาธารณะเข้ามาอำนวยการสร้างเช่นนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการเปิดกว้างของสังคมเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นการส่งเสริมให้เกิดการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศในวงกว้างยิ่งขึ้นด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเข้ามาของช่องฟรีทีวีกระแสหลักและทีวีสาธารณะ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับซีรีส์ GL ให้ก้าวจากพื้นที่เฉพาะกลุ่ม รวมถึงขยายตลาดไปสู่พื้นที่อย่างช่องโทรทัศน์ในช่วงเวลายอดนิยม (prime time) ได้อีกด้วย ไปสู่ตลาดกระแสหลักได้อย่างแท้จริง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม นอกจากข้อมูลที่ปรากฏ เราก็ยังเห็นแนวโน้มในอนาคต อย่างช่อง 7 ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องโทรทัศน์ฟรีทีวีที่มีฐานผู้ชมจำนวนมาก ก็ได้ส่งสัญญาณของการยอมรับและปรับตัวเข้าสู่กระแส GL ด้วยการนำซีรีส์ชุด <a href="https://www.ch7.com/activities/800054">บ้านวาทินวณิช</a> มาฉาย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าช่องฟรีทีวียักษ์ใหญ่เริ่มเปิดพื้นที่ให้กับคอนเทนต์ GL อย่างเป็นทางการมากขึ้น การที่ช่อง 7 เลือกซีรีส์ GL มาฉายในผังรายการปกติ ทุกคืนวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ย่อมส่งผลให้ GL เข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ๆ และได้รับการยอมรับในวงกว้างยิ่งขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">เมื่อเวทีนางงามก็หันมาจับกระแส GL</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เวทีการประกวดนางงามมิสแกรนด์ (Miss Grand Organization) ได้กลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญที่ก่อกำเนิดคู่จิ้น GL ที่ได้รับความนิยมอย่างมหาศาล ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างผู้เข้าประกวดในเวทีนี้ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับ และพัฒนาไปสู่การสร้างคู่จิ้นที่มีเคมีเข้ากันและมีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง เช่น คู่ของอิงล็อต อิงฟ้า วราหะ และ ชาล็อต ออสติน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกเหนือจากคู่จิ้นสร้างปรากฏการณ์อย่าง #อิงล็อต แล้ว เวทีมิสแกรนด์ยังคงเป็นแหล่งกำเนิดคู่จิ้น Girls&#8217; Love (GL) ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเคมีที่ลงตัวและความผูกพันที่เกิดขึ้นระหว่างผู้เข้าประกวด และได้รับการตอบรับอย่างดีจากแฟนคลับ ไม่ว่าจะเป็น #มีนเบ้บ #จ๊าบหลิน หรือคู่จิ้นน้องใหม่อย่าง #โซน่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากกระแสความนิยมของคู่จิ้นนางงามนี้เอง ทำให้มิสแกรนด์ต่อยอดความสำเร็จด้วยการสร้างซีรีส์ที่มีนางงามเหล่านี้แสดงนำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างซีรีส์ GL ที่มีคู่จิ้นของตัวเองเป็นตัวเอก อย่างซีรีส์ <a href="https://mgronline.com/live/detail/9650000087307">แค่อยากบอกรัก (Show me love)</a> ที่เป็นซีรีส์ GL เรื่องแรกของมิสแกรนด์ ตามมาด้วยซีรีส์ <a href="https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/entertainment/1116166">หยดฝนกลิ่นสนิม</a> ที่ผลิตร่วมกับบริษัท ทีวีธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) ล่าสุดนี้ยังเริ่มผลิตเรื่องใหม่อย่าง <a href="https://x.com/MissGrandTH/status/1910287685622923265">#บริษัทนี้ไม่มีจำกัด</a> ที่มิสแกรนด์นำคู่จิ้นทั้งหมดจากเวทีของตนเองมาต่อยอดเป็นซีรีส์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการตอบรับความต้องการของแฟนคลับแล้ว ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวนางงามและองค์กร การมีคู่จิ้นที่โด่งดังส่งผลให้เกิดกิจกรรมหลายรูปแบบ ทั้งการจัดแฟนมีตติ้ง ที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก และการไลฟ์คู่ขายสินค้า&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การปรับตัวและก้าวเข้ามามีบทบาทอย่างชัดเจนของช่องฟรีทีวีและเวทีนางงาม ตอกย้ำให้เห็นว่ากระแส GL ได้ขยายตัวอย่างมาก และซีรีส์ GL ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราวอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นส่วนสำคัญและเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมบันเทิงของไทยอย่างแท้จริง ทั้งในแง่ของปริมาณการผลิต ความหลากหลายของช่องทางการเผยแพร่ และจำนวนบริษัทผู้ผลิตที่เข้ามามีบทบาท ซึ่งตอกย้ำว่า GL ได้กลายเป็นหนึ่งในกระแสสำคัญของวงการบันเทิงไทยในปัจจุบัน และมีแนวโน้มที่จะเติบโตและพัฒนาต่อไปได้ในอนาคต&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5749" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">Uncut Version: ความร้อนแรงที่ยังคงแตกต่างกับจักรวาล BL</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจ พบว่าการนำเสนอซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ในรูปแบบ Uncut Version ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น เมื่อเทียบกับซีรีส์ <a href="https://rocketmedialab.co/10-years-thai-bl-evolution/">Boys&#8217; Love (BL)</a> โดยมีซีรีส์ GL เพียง 16 เรื่อง (31.37%) เท่านั้นที่มีฉบับ Uncut ในขณะที่ 35 เรื่อง (68.63%) ไม่มีเวอร์ชัน Uncut</p>



<p class="wp-block-paragraph">สัดส่วนที่น้อยกว่านี้สะท้อนให้เห็นว่าวงการ GL ยังคงอยู่ในช่วงตั้งไข่ และมีจำนวนการผลิตโดยรวมที่น้อยกว่า BL อย่างเห็นได้ชัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ผลิตจึงอาจยังคงใช้ความระมัดระวังในการนำเสนอเนื้อหาที่เปิดเผย เพื่อให้สอดคล้องกับการยอมรับของตลาด ในทางกลับกัน ซีรีส์ BL บางเรื่องได้ก้าวไปไกลกว่าการนำเสนอฉบับ Uncut ไปสู่ “Sultrier version” ที่ร้อนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของตลาดและฐานผู้ชม BL ที่เปิดกว้างต่อเนื้อหาที่เข้มข้นกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนที่มาของบทประพันธ์สำหรับซีรีส์ GL แสดงให้เห็นว่า นิยายยังคงเป็นหัวใจหลักในการสร้างสรรค์ โดยมีสัดส่วนซีรีส์ที่สร้างมาจากนิยายถึง 19 เรื่อง (37.25%) ในขณะที่ 32 เรื่อง (62.75%) เป็นการเขียนบทขึ้นใหม่ ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่านิยายเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญในการสร้างสรรค์ซีรีส์ GL แต่ก็มีซีรีส์จำนวนมากที่ไม่ได้มีพื้นฐานมาจากนิยาย ซึ่งอาจเป็นการสร้างบทประพันธ์ขึ้นใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายในการพัฒนาเนื้อหาของซีรีส์ GL</p>



<h3 class="wp-block-heading">ปรากฏการณ์ ‘จิ้นนอกจอ’: คู่จิ้น GL ไทยที่ก้าวข้ามบทบาทสู่ชีวิตจริงในใจแฟนด้อม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในอุตสาหกรรมซีรีส์ GL ของไทย ปรากฏการณ์ &#8220;คู่จิ้น&#8221; ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในบทบาทการแสดงอีกต่อไป แต่ยังต่อยอดไปสู่ความสัมพันธ์นอกจอที่ได้รับความนิยมอย่างมหาศาลจากแฟนด้อม ซึ่งมีการสนับสนุนและติดตามอย่างเหนียวแน่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากคู่จิ้น GL ทั้งหมด 38 คู่ที่สำรวจมาจากซีรีส์ GL 51 เรื่องนั้น มีอย่างน้อย 10 คู่ ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ &#8220;จิ้นนอกจอ&#8221; ได้อย่างจริงจังและชัดเจน โดยคู่เหล่านี้ไม่เพียงแต่มีเคมีที่เข้าขาในซีรีส์ แต่ยังคงมีโมเมนต์ การทำกิจกรรมร่วมกัน และได้รับการสนับสนุนจากแฟนคลับอย่างต่อเนื่องนอกเหนือจากบทบาทการแสดง อาทิ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ฟรีนเบค (#ฟรีนเบค): เป็นคู่จิ้น GL ที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายและสร้างปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน ยอดวิวตอนแรกของซีรีส์บน YouTube รวมสูงถึง 63 ล้านครั้ง สะท้อนถึงการเข้าถึงผู้ชมจำนวนมหาศาลและกระแสตอบรับ พลังของแฟนด้อมฟรีนเบคยังแข็งแกร่ง แฮชแท็กก็มักติดเทรนด์โลกและเทรนด์ประเทศไทยอยู่เสมอ การสนับสนุนยังขยายไปสู่การร่วมงานโฆษณา โดยฟรีนได้รับแต่งตั้งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Maison Valentino และเบคกี้เป็น Brand Ambassador ของ L&#8217;Oreal Paris Makeup ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ถึงความนิยมและการยอมรับในระดับสากล&nbsp;</li>



<li>อิงล็อต (#อิงล็อต): คู่จิ้นที่มีจุดเริ่มต้นจากเวทีประกวด Miss Grand Thailand และต่อยอดมายังซีรีส์ แฟนด้อมของทั้งสองมีความแข็งแกร่งและมีการจิ้นนอกจออย่างชัดเจน มีกิจกรรมร่วมกันและโมเมนต์ที่แฟนคลับให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง</li>



<li>&nbsp;คู่หลิงออม (#หลิงออม) จากซีรีส์ The Secret of Us ใจซ่อนรัก ซึ่งเป็นคู่ที่ฮอตไม่แพ้กัน โดยยอดวิวตอนแรกของซีรีส์บน Youtube สูงถึง 13.7 ล้านครั้ง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ยังมีคู่จิ้นอื่นๆ ที่มีกระแส &#8220;จิ้นนอกจอ&#8221; และน่าจับตามองอย่าง มิ้ลค์เลิฟ (#มิ้ลค์เลิฟ) จากซีรีส์ 23.5 องศาที่โลกเอียง หรือคู่ ฝ้ายโยโกะ (#ฝ้ายโยโกะ) จากซีรีส์ Blank เติมคำว่า (รัก) ลงในช่องว่าง ทั้งคู่ได้รับความนิยมอย่างมากและมีแฟนด้อมที่ติดตามและสนับสนุนการจิ้นนอกจอ แม้กระทั่งคู่ ธัญญ่าหนิง (#ธัญญ่าหนิง) แม้จะเป็นนักแสดงรุ่นใหญ่ที่แต่งงานแล้วในชีวิตจริงอย่าง ธัญญาเรศ เองตระกูล และ ปณิตา พัฒนาหิรัญ แต่จากบทบาทใน Club Friday The Series และโมเมนต์ต่างๆ ทำให้เกิดกระแสการจิ้นและมีแฟนด้อมที่ให้การสนับสนุนอย่างน่าสนใจ แสดงให้เห็นว่าความจิ้นเกิดได้จากทั้งความสามารถทางการแสดงและเคมีที่ส่งถึงกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปรากฏการณ์ &#8220;จิ้นนอกจอ&#8221; ของคู่จิ้น GL ไทยเป็นเครื่องยืนยันว่าอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เติบโตอย่างมั่นคงและมีอิทธิพลต่อวงการบันเทิงไทยและในระดับนานาชาติ ความสามารถของนักแสดงในการสร้างเคมีที่น่าประทับใจทั้งในและนอกจอ พร้อมกับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากแฟนด้อม คือหัวใจสำคัญที่ผลักดันให้ซีรีส์ GL ไทยก้าวไปไกล</p>



<h3 class="wp-block-heading">ส่งออก ซอฟต์พาวเวอร์ ไทย ทั้ง BL และ GL</h3>



<p class="wp-block-paragraph">กระแสซีรีส์วาย Boys&#8217; Love (BL) ของไทยได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างปรากฏการณ์ในประเทศเท่านั้น แต่ยังขยายฐานแฟนคลับไปทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงพลังของ ซอฟต์พาวเวอร์ไทย ที่แผ่ขยายไปทั่วเอเชียและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปรากฏการณ์ Fan Meeting ของคู่จิ้นซีรีส์วายไทยในต่างประเทศ ทั้งในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และจีน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะเดียวกัน ซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มสร้างฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งในระดับสากลเช่นกัน จากการสำรวจคู่จิ้น GL ที่มียอดผู้ติดตาม Instagram มากกว่า 1 ล้านคนขึ้นไป โดย Instagram เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงอิทธิพลและความน่าสนใจของคู่จิ้น GL เหล่านี้ในระดับสากล แสดงให้เห็นถึงยอดผู้ติดตาม Instagram ของคู่จิ้น GL ยอดนิยม (ข้อมูล ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2025) อาทิ</p>



<p class="wp-block-paragraph">#ฟรีนเบค (FreenBecky) คู่จิ้นระดับปรากฏการณ์จากซีรีส์ GAP The Series ทฤษฎีสีชมพู ยังคงรักษาความนิยมในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดย ฟรีน สโรชา จันทร์กิมฮะ (@srchafreen) มียอดผู้ติดตามสูงถึงประมาณ 4.7 ล้านคน และ เบ็คกี้ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง (@beccca) ก็มีผู้ติดตามใกล้เคียงกันที่ประมาณ 4.3 ล้านคน ซึ่งตอกย้ำสถานะความเป็นผู้นำของทั้งคู่ในวงการ GL ไทย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">#มิ้ลค์เลิฟ (MilkLove) คู่จิ้นจาก GMMTV ที่ได้รับความรักอย่างต่อเนื่อง มิ้ลค์ พรรษา วอสเบียน (@panly.v) มียอดผู้ติดตามประมาณ 2 ล้านคน ในขณะที่ เลิฟ ภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร (@loverrukk) มีผู้ติดตามสูงถึงประมาณ 4 ล้านคน</p>



<p class="wp-block-paragraph">#หลิงออม (LingOrm): อีกหนึ่งคู่จิ้นที่กำลังมาแรง หลิงหลิง คอง (@linglingkwong) มียอดผู้ติดตามประมาณ 2.4 ล้านคน และ ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ (@orm.kornnaphat) ก็มีผู้ติดตามใกล้เคียงกันที่ประมาณ 2.3 ล้านคน</p>



<p class="wp-block-paragraph">#อิงล็อต (Englot) คู่จิ้นสุดฮอตจากเวทีมิสแกรนด์ อิงฟ้า วราหะ (@fa_engfa8) มีฐานแฟนคลับบน Instagram อย่างล้นหลาม ด้วยยอดผู้ติดตามประมาณ 4.1 ล้านคน ส่วน ชาล็อต ออสติน (@itscharlotty) ก็มีผู้ติดตามประมาณ 1.7 ล้านคน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5763" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อสืบค้นข้อมูลการจัดแฟนมีตติ้งคู่/คอนเสิร์ตคู่ในต่างประเทศ นับตั้งแต่ 2023-2025 (เก็บข้อมูลจนถึง 20 มิ.ย. 2025) จะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">#ฟรีนเบค (FreenBecky) เป็นคู่จิ้น GL ที่เดินสายจัดแฟนมีตติ้งในต่างประเทศมากที่สุด ด้วยจำนวนรวมถึง 19 ครั้ง พวกเธอสามารถเข้าถึงแฟนคลับในหลายประเทศแถบเอเชียพบว่า ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่ถูกเยือนบ่อยครั้งที่สุดถึง 6 ครั้ง อย่างงาน FreenBecky FaBulous FanBoom ตามมาด้วย จีน ซึ่งมีการจัดกิจกรรมไป 5 ครั้ง เช่น งาน FreenBecky FaBulous FanBoom ซึ่งจัดขึ้นที่ฮ่องกง ส่วน ญี่ปุ่น ถูกเยือนไป 3 ครั้ง ขณะที่ ไต้หวัน และ เวียดนาม มีจำนวนเท่ากันที่ 2 ครั้ง ปิดท้ายด้วย สิงคโปร์ ที่มีการจัดกิจกรรมเพียง 1 ครั้ง ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงความนิยมอันล้นหลามของทั้งสองในตลาดเอเชียอย่างชัดเจน</p>



<p class="wp-block-paragraph">#อิงล็อต (Englot) จากเวทีมิสแกรนด์ ก็เป็นอีกหนึ่งคู่จิ้นที่สร้างปรากฏการณ์ในต่างแดน โดยมีแฟนมีตติ้งรวม 17 ครั้ง ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือการจัดงานในสหรัฐอเมริกาถึง 12 ครั้ง ซึ่งเป็นการบุกตลาดทวีปอเมริกาเหนืออย่างเห็นได้ชัดนอกเหนือจากประเทศที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีการจัดงานในประเทศอื่นๆ อีก โดย ฟิลิปปินส์ มีการจัดงาน 2 ครั้ง ส่วน กัมพูชา, จีน, และ เวียดนาม มีการจัดงานประเทศละ 1 ครั้ง แสดงให้เห็นถึงการขยายฐานแฟนคลับไปยังตลาดที่หลากหลายและนอกเหนือจากทวีปเอเชีย และล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2025 อิงล็อตได้จัดงาน <a href="https://x.com/EWaraha/status/1936903385808257416">Englot 1st Fan Meet in Mexico</a> ขึ้นที่ Mexico City (Circo Volador) ซึ่งเป็นการบุกตลาดทวีปอเมริกาเหนืออย่างต่อเนื่อง และในวันที่ 22 มิถุนายน 2025 ก็ได้มีงาน <a href="https://x.com/MGIBeyond/status/1936864693601354059">#1stFanmeetENGLOTinBrazil </a>ที่ Sao Paulo (Terra SP) ซึ่งเป็นการขยายอิทธิพลสู่ทวีปอเมริกาใต้เป็นครั้งแรก</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ อิงล็อตยังมีตารางงาน <a href="https://www.tiktok.com/@fan_englot32/video/7516919914888842497">FANMEETING WORLD TOUR 2025</a> ที่แสดงให้เห็นถึงการวางแผนบุกตลาดทั่วโลกอย่างจริงจัง อาทิ ตารางงานแฟนมีตติ้งที่บาร์เซโลนา สเปน (Teatre Sant Cugat) ที่ปารีส ฝรั่งเศส (Bouillon République) และลอนดอน อังกฤษ (The Drum Wembley) การเคลื่อนไหวเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการขยายฐานแฟนคลับของอิงล็อตไปยังตลาดที่หลากหลาย และการบุกเบิกตลาดใหม่ๆ นอกเหนือจากเอเชียอย่างชัดเจน ทั้งในทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และกำลังจะขยายสู่ยุโรปอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">คู่จิ้น #หลิงออม (LingOrm) ก็เป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อน GL ไทยในต่างประเทศ ด้วยจำนวนแฟนมีตติ้งรวม 10 ครั้ง พบว่า จีน เป็นประเทศที่มีการจัดงานมากที่สุดถึง 6 ครั้ง โดยมีงาน LINGORM 1st FAN MEETING ในฮ่องกง, LINGORM 1st FAN MEETING ในมาเก๊า และ Our Secret Love LINGORM MEETING ในมาเก๊า เป็นตัวอย่าง ในขณะที่ ญี่ปุ่น มีการจัดงาน Dear my Love LING &amp; ORM 1st FAN MEETING ในโตเกียวเพียง 1 ครั้ง เช่นเดียวกับ ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และ เวียดนาม ที่มีการจัดงานประเทศละ 1 ครั้ง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่คู่ #มิ้ลค์เลิฟ (MilkLove) ซึ่งมีผลงาน GL ที่น่าจับตามอง ก็ได้จัดแฟนมีตติ้งในต่างประเทศรวม 9 ครั้ง โดยยังคงเน้นตลาดเอเชียเป็นหลักในจีน ที่มีการจัดงานมากที่สุดถึง 5 ครั้ง ซึ่งรวมถึงงาน MilkLove 1st Fan Meeting ในฮ่องกง และงาน MilkLove 1st Fan Meeting ในมาเก๊า ตามมาด้วย ไต้หวัน ที่มีการจัดงาน 2 ครั้ง ส่วน ฟิลิปปินส์ และ เวียดนาม มีการจัดงานประเทศละ 1 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยรวมแล้ว คู่จิ้น GL ยอดนิยมทั้ง 4 คู่นี้ ได้เดินทางไปจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้ง/คอนเสิร์ตคู่ในต่างประเทศรวมกันถึง 55 ครั้ง ตัวเลขนี้ตอกย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าซีรีส์ GL ไทยได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากแฟนคลับทั่วโลก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาการกระจายตัวของแฟนมีตติ้ง จะเห็นว่า ตลาดยังคงกระจุกตัวอยู่ในทวีปเอเชียเป็นหลัก โดยมีคู่ #อิงล็อต เป็นคู่เดียวที่สามารถบุกตลาดทวีปอเมริกาเหนือได้อย่างโดดเด่น ซึ่งเป็นการเปิดมิติใหม่ให้กับซีรีส์ GL ไทยในการขยายฐานแฟนคลับไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ นอกเหนือจากเอเชีย และกำลังก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมบันเทิงและซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทยในระดับสากล</p>



<h3 class="wp-block-heading">วิวัฒนาการของซีรีส์ GL ในไทย: จาก “ทอมดี้” สู่ “แซฟฟิก”</h3>



<p class="wp-block-paragraph">พัฒนาการของซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) หรือที่ในปัจจุบันมักเรียกว่า ซีรีส์แซฟฟิก (Sapphic Series) โดยแซฟฟิก (Sapphic) เป็นคำที่ใช้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 และแพร่หลายตั้งแต่ทศวรรษ 1890 มีรากศัพท์จากกวีหญิงกรีกที่ชื่อ <a href="https://www.etymonline.com/word/Sapphic">แซฟโฟ</a> (Sappho) โดยกวีที่เขียนส่วนใหญ่นั้นกล่าวถึงความรักระหว่างผู้หญิง คำนี้เป็นคำกว้างๆ (umbrella term) ที่ครอบคลุมความดึงดูดหรือความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิง ไม่ว่าจะระบุตัวตนเป็นเลสเบี้ยน (lesbian), ไบเซ็กชวล (bisexual), แพนเซ็กชวล (pansexual), เอเซ็กชวล (asexual), นอนไบนารี (non-binary) หรือทรานส์ (trans) รวมถึงความรักโรแมนติกระหว่างผู้หญิงทุกรูปแบบ โดยในประเทศไทย มีการกล่าวถึงคำดังกล่าวในช่วงปี 2022 เป็นต้นมา ทำให้มีการนำคำดังกล่าวมานิยามซีรีส์ GL ในประเทศไทยด้วย ทั้งนี้เมื่อมองพลวัต จะพบว่ารูปแบบซีรีส์ GL ในไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในเรื่องของการนำเสนอตัวละครและความสัมพันธ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยุคเริ่มต้นมีทอม-ดี้ เป็นภาพจำ โดยจะพบว่าในยุคแรกเริ่ม ซีรีส์หรือภาพยนตร์ GL มักจะนำเสนอตัวละครหลักในรูปแบบของ “ทอม” และ “ดี้” โดยพระเอก/นางเอกคนที่ 1 ของเรื่องมักจะเป็นทอม ซึ่งหมายถึงผู้หญิงที่มีลักษณะภายนอกและบุคลิกภาพอย่างชาย มีความแมน แต่งกายแบบผู้ชาย และมักจะตัดผมสั้น เช่น ตัวละครเจ จาก รักเธอรักเขาและรักของเรา (Club Friday The Series 3) ในปี 2016 ยังพบใน รักออนไลน์ (Club Friday The Series 7) ซึ่งเป็นมินิซีรีส์ในปีเดียวกัน เอ้ ตัวเอกก็ปรากฏในบุคลิกแมนๆ ด้วยผมสั้นและเสื้อเชิ้ต โดยเธอปลอมโปรไฟล์เป็นชายเพื่อคุยกับ รุ้ง จนเกิดความรัก นอกจากนี้ ยังมีตัวละครอย่าง อลิส จาก สงครามนางงาม 2 ที่ในซีซั่นแรกไม่ได้ระบุรสนิยมชัดเจน แต่ในซีซั่น 2 มีปฏิสัมพันธ์กับ ลูกน้ำ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสไตล์การแต่งกายและการไว้ผมสั้นที่เน้นย้ำบุคลิกภาพที่แมนขึ้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนนางเอก หรือตัวเอกหญิงอีกคน มักจะถูกนำเสนอในรูปแบบของผู้หญิงที่เคยคบกับผู้ชายมาก่อน และหลังจากผิดหวังในความรักจากผู้ชาย ก็เริ่มตกหลุมรักทอม หรือเป็นดี้ ซึ่งหมายถึงผู้หญิงที่มีความเป็นหญิงทั่วไป แต่มีความชื่นชอบผู้หญิงที่มีลักษณะอย่างชาย (ทอม) เช่น ในปี 2016 ซีรีส์ ผมม้าหน้าเต่อ ยังนำเสนอเรื่องราวที่นางเอกอย่าง น้ำฝน ถูกรุมจีบโดยพี่ทอมสองคน หรือแม้กระทั่ง พาย จากภาพยนตร์ Yes or No อยากรัก ก็รักเลย ที่ตอนแรกปฏิเสธ คิม เพราะบุคลิกคล้ายทอม แต่ภายหลังคิมได้ตั้งคำถามถึงความหมายของทอมและการเปลี่ยนแปลงตัวตนเมื่อตกหลุมรักเพศเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ส่วนนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการค้นพบความรู้สึกใหม่ที่เกินกว่ากรอบนิยามทางเพศเดิมด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การนำเสนอในลักษณะนี้เป็นการสร้างภาพจำให้กับความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิงในยุคแรกเริ่ม โดยยึดติดกับกรอบบทบาททางเพศที่ค่อนข้างชัดเจน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ปัจจุบัน ซีรีส์ GL หรือที่เรียกว่าซีรีส์แซฟฟิก เริ่มบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของผู้หญิงทุกรูปแบบได้หลากหลายมากขึ้น โดยที่ตัวละครหลักทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นนางเอกคนที่ 1 หรือนางเอกคนที่ 2 ก็ตาม มักจะมีลักษณะทั่วไปแบบผู้หญิง ส่วนความรักที่เกิดขึ้นเป็นความรักระหว่างหญิงรักหญิง ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็ชื่นชอบผู้หญิงที่มีลักษณะแบบผู้หญิงด้วยกัน ตัวอย่างย้อนกลับไปในปี 2017 คือ รักแท้หรือแค่ความหวัง (Club Friday The Series 8) ที่ ซี เจ้าของห้องเสื้อผู้มีรสนิยมชอบผู้หญิง ตกหลุมรัก เคท นางแบบ ซึ่งทั้งคู่แต่งกายแบบผู้หญิง แต่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการมีลูก จนเคทไปหาผู้ชายและจบลงด้วยการทิ้งซีไปอยู่ต่างประเทศกับสามี (พ่อของลูก) นอกจากนี้ ยังมีคู่ ดาวและก้อย ในฮอร์โมน วัยว้าวุ่น 2 (ปี 2014) และคู่ ภาและอิ๊ง จาก Bad Buddy แค่เพื่อนครับเพื่อน (ปี 2021) โดยภาสารภาพรักก่อน และอิ๊งก็เผยว่าแอบมองภามานานแล้ว ทั้งภาและอิ๊งต่างก็แต่งกายแบบผู้หญิง ซึ่งสะท้อนการนำเสนอความรักระหว่างผู้หญิงที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติมากขึ้นในปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ในซีรีส์แซฟฟิกยุคใหม่นี้ บทบาทของการเป็น “รุก” หรือ “รับ” ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยลักษณะภายนอกหรือการแต่งกายอีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องของสิ่งที่เรียกว่า “โพสิชั่น (Position)” ในความสัมพันธ์ที่แสดงออกผ่านพฤติกรรมและความเข้าขาของตัวละคร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ก็ยังคงมีข้อถกเถียงกันเช่นเคย เพราะแม้ว่าซีรีส์ GL ยุคใหม่จะพยายามนำเสนอความหลากหลายและหลุดพ้นจากกรอบทอม-ดี้ แต่ก็ยังคงหนีไม่พ้นการบอก “โพ” หรือตำแหน่งในความสัมพันธ์ เช่น ใครคือ “ผู้นำ” หรือ “ผู้ตาม” ในความสัมพันธ์นี้ โดยการแสดงออกถึง “โพ” มักจะปรากฏผ่านการแต่งกาย ที่แม้จะไม่ใช่ทอม-ดี้ชัดเจน แต่ก็อาจมีการแต่งกายที่สื่อถึงความเป็นผู้นำหรือผู้ตามในบางสถานการณ์ ตลอดจนพฤติกรรม บุคลิก การกระทำ หรือการตัดสินใจของตัวละครที่บ่งบอกถึงบทบาทในความสัมพันธ์ ยังรวมไปถึงภาพโปรโมท โปสเตอร์ หรือภาพประชาสัมพันธ์ต่างๆ ที่จัดท่าทางของตัวละครเพื่อสื่อถึงตำแหน่งในความสัมพันธ์ และปรากฏการณ์การบอก “โพ” นี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในซีรีส์ GL เท่านั้น แต่ยังคงเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยใน ซีรีส์ Boys&#8217; Love (BL) ชายรักชาย เช่นกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังของผู้ชมและวิธีการเล่าเรื่องที่ยังคงมีอิทธิพลอยู่ในวงการซีรีส์วายของไทย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือโปสเตอร์โปรเจกต์ซีรีส์ Girl&#8217;s Love ฟอร์มยักษ์อย่าง Sapphic Series Mega Project ชุด 4 Elements บ้านวาทินวณิช ที่ใช้การแต่งกายมาสื่อถึงบทบาท โดยตัวละครฝั่งที่คล้ายพระเอก (นางเอกคนที่ 1) มักจะใส่สูท ในขณะที่ตัวละครนางเอก (นางเอกคนที่ 2) จะใส่เสื้อเปิดไหล่ เพื่อสื่อถึงบทบาทของแต่ละฝ่าย&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">สำรวจเนื้อหาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) รสนิยมทางเพศตัวเอกเป็นยังไง ต่างจากซีรีส์วาย Boys&#8217; love (BL) มากน้อยแค่ไหน?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab เคยสำรวจซีรีส์วาย BL ในไทยทั้งหมดในรอบ 10 ปี (2014-2023) โดยเลือกสำรวจรสนิยมทางเพศของตัวละครคู่หลักในซีรีส์วาย 418 ตัวละคร 209 คู่ ซึ่งนับเฉพาะคู่หลักของเรื่อง พบว่าในจำนวนซีรีส์วาย 209 เรื่อง (จำนวน 209 คู่) จากปี 2014 ถึงปี 2023 มีตัวละครพระเอกและนายเอกที่แสดงให้เห็นรสนิยมทางเพศอย่างชัดเจนว่าชอบเพศเดียวกัน จำนวน 129 เรื่อง คิดเป็น 61.72%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ย้อนกลับไปที่ ซีรีส์ BL (Boys&#8217; Love) หลายคนมักนึกถึงพล็อตหรือเอกลักษณ์จำเพาะ เช่น เรื่องราวความรักในรั้วมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะคณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือการที่ &#8220;ชายแท้&#8221; สองคนค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์จนเกิดเป็นความรัก คำถามที่น่าสนใจคือ แล้วในฝั่งของซีรีส์ GL (Girls&#8217; Love) มีเอกลักษณ์ทำนองนี้บ้างหรือไม่?</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ฝั่ง GL จากการสำรวจรสนิยมทางเพศของตัวละครคู่หลักในซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ทั้งหมด 51 คู่ ซึ่งครอบคลุมตัวละคร 102 ตัว ในที่นี้แบ่งบทบาทของตัวละคร โดยจะเรียกว่าเป็นนางเอกคนที่ 1 และนางเอกคนที่ 2 พบ ดังนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5751" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h4 class="wp-block-heading">กลุ่มที่ 1: ตัวละคร GL ที่มีรสนิยม &#8220;ไม่ระบุ/ไบเซ็กชวล&#8221; หรือลื่นไหล</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ในซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ตัวละครที่มีรสนิยม &#8220;ไม่ระบุ/ไบเซ็กชวล&#8221; หรือมีลักษณะความลื่นไหลทางเพศ (fluidity) เป็นกลุ่มที่พบมากที่สุด โดยมีจำนวนถึง 52 ตัวละคร (50.98%) พบในนางเอกคนที่ 1 จำนวน 27 ตัวละคร และนางเอกคนที่ 2 จำนวน 25 ตัวละคร การนำเสนอเช่นนี้มักเป็นเพราะเนื้อเรื่องไม่ได้มุ่งเน้นการระบุอัตลักษณ์ทางเพศของตัวละครอย่างชัดเจน ปล่อยให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ชมสามารถตีความความสัมพันธ์ได้เอง ซึ่งสะท้อนความหลากหลายของรสนิยมทางเพศในชีวิตจริงได้ดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างซีรีส์ที่มีตัวละครในกลุ่มนี้ ได้แก่:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>The Dreamer คอนโด/บาริสต้า/สถาปนิก (ปี 2016): เรื่องราวความสัมพันธ์สามเส้าระหว่างปอง (สถาปนิกหญิง), เติ้ล (บาริสต้าหญิง) และเท็ด (สถาปนิกชาย) ซึ่งจบลงแบบปลายเปิด ทำให้ผู้ชมตีความได้หลากหลายว่าปองจะลงเอยกับเท็ดหรือเติ้ล แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เปิดกว้างทางเพศสภาพ</li>



<li>Club Friday The Series 11 ตอน รักล้ำเส้น (ปี 2019): ตัวละครบุหงาและธาร ต่างไม่เคยมีประวัติชอบผู้หญิงมาก่อน และมีสถานะเป็นแม่สามีกับลูกสะใภ้ แต่กลับดึงดูดและตกหลุมรักกันอย่างลึกซึ้งตั้งแต่แรกพบ ความซับซ้อนของเรื่องจึงไม่ได้อยู่ที่การยอมรับเพศสภาพของตนเองเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ซึ่งสะท้อนถึงความรักที่เกิดขึ้นเหนือความคาดหมายและกรอบเกณฑ์เดิมๆ</li>



<li>Lucky my love รักนี้มากับดวง (ปี 2023): ตัวละครหลักอย่างนับดาว เคยผ่านประสบการณ์การนัดบอดกับผู้ชายมาก่อน ก่อนที่เรื่องราวจะดำเนินไปสู่ความสัมพันธ์กับเวฬา ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าตัวละครไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่การชอบเพศตรงข้ามเท่านั้น</li>



<li>Reverse 4 You The Series ดาวบริวาร (ปี 2024): เล่าเรื่องของ จัตวา เด็กสาวผู้ควบคุมกาลเวลาที่ได้พบกับโฟร์ รุ่นพี่นิสัยไม่ดีในวันที่กรุงเทพฯ มีหิมะตก ทั้งคู่ตกหลุมรักกันอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยไม่ได้เน้นย้ำถึงอัตลักษณ์ทางเพศเริ่มต้นของตัวละคร ทำให้ความรักดูเป็นธรรมชาติและไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบเพศสภาพ</li>



<li>หม่อมเป็ดสวรรค์ (Mhom Ped Sawan) (ปี 2024): เป็นการตีความใหม่ของเรื่องราวความรักระหว่าง คุณขำ และ คุณสุด หม่อมห้ามในสมเด็จเจ้าวังหน้าฯ ที่มีความรู้สึกเกินเพื่อนให้กัน แม้จะถูกพันธนาการด้วยกฎเกณฑ์สังคมในอดีต แต่การนำเสนอใหม่นี้อาจสื่อถึงรสนิยมที่ลื่นไหลหรือไบเซ็กชวล ที่สามารถมีความรักและความสัมพันธ์กับผู้หญิงได้ แม้จะต้องใช้ชีวิตอยู่ในกรอบของเพศตรงข้ามก็ตาม&nbsp;</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading">กลุ่มที่ 2: ตัวละคร GL ที่มีรสนิยม &#8220;ชอบผู้หญิงมาก่อน&#8221; หรือ &#8220;แซฟฟิก&#8221; อย่างชัดเจน</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวละครในกลุ่มนี้มีจำนวน 38 ตัวละคร (37.25%) โดยแบ่งเป็น พบในนางเอกคนที่ 1 จำนวน 18 ตัวละคร และพบในนางเอกคนที่ 2 จำนวน 20 ตัวละคร โดยมีลักษณะร่วมคือการระบุหรือแสดงออกอย่างชัดเจนว่าตนเองเป็นแซฟฟิก หรือมีความสนใจในเพศหญิงมาตั้งแต่ต้น ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มแรกที่เน้นความลื่นไหลหรือการค้นพบตัวเองในภายหลัง ตัวละครกลุ่มนี้มักเปิดเรื่องมาพร้อมกับอัตลักษณ์ทางเพศที่ชัดเจน และความสัมพันธ์ที่มุ่งตรงไปที่ความรักระหว่างผู้หญิงด้วยกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างซีรีส์ที่มีตัวละครในกลุ่มนี้ ได้แก่:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รักแท้หรือแค่ความหวัง (Club Friday The Series 8) (ปี 2017): ซีรีส์เรื่องนี้เล่าถึงซี เจ้าของห้องเสื้อที่มีรสนิยมชอบผู้หญิงด้วยกันอย่างชัดเจน เธอตกหลุมรักเคท นางแบบ ทั้งคู่เป็นคู่รักเลสเบี้ยน/แซฟฟิกที่ปรารถนาจะมีลูก แต่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางกฎหมายที่ไม่อนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถทำ IVF ได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่สูง เพื่อเติมเต็มความต้องการที่จะเป็นแม่ เคทจึงตัดสินใจไปหาผู้ชายเพื่อตั้งครรภ์ ซึ่งจบลงด้วยการที่เคททิ้งซีและไปอยู่เมืองนอกกับสามี (พ่อของลูก) สะท้อนภาพความรักที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางสังคมและกฎหมายในยุคนั้น</li>



<li>Love Senior พี่ว้ากคะ รักหนูได้มั้ย (ปี 2023): ซีรีส์เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงตัวละครที่มีรสนิยมชัดเจนในการชอบเพศเดียวกัน โดยมะนาวแสดงออกชัดเจนว่าชอบเกี๊ยวซ่ารุ่นพี่ผู้หญิง นอกจากนี้ เกี๊ยวซ่ายังมีรักแรกเป็นพอย (ผู้หญิง) และมะนาวก็มีประสบการณ์ทางเพศกับผู้หญิงคนอื่นมาก่อนหน้านี้เช่นกัน&nbsp;</li>



<li>The Loyal Pin ปิ่นภักดิ์ (ปี 2024): ซีรีส์พีเรียดเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวความรักระหว่างหม่อมเจ้าหญิงอนิลภัทร (ท่านหญิงอนิล) และหม่อมราชวงศ์ปิลันธิตา (คุณหญิงปิ่น) ทั้งสองรักกันมาตั้งแต่ต้น และต้องฝ่าฟันอุปสรรคทั้งเรื่องฐานันดรศักดิ์และกฎเกณฑ์ทางสังคม&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวละครในกลุ่มนี้แสดงให้เห็นถึงการก้าวไปอีกขั้นของซีรีส์ GL ในการนำเสนอความรักที่ตรงไปตรงมา และอัตลักษณ์ทางเพศที่ชัดเจน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ชมกลุ่มเป้าหมายรู้สึกเชื่อมโยงและเห็นการเป็นตัวแทนของตนเองในสื่อบันเทิงมากขึ้น</p>



<h4 class="wp-block-heading">กลุ่มที่ 3: ตัวละคร GL ที่ &#8220;ชอบผู้ชายมาก่อน&#8221; หรือ &#8220;ชอบเพศตรงข้าม&#8221;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ในกลุ่มนี้มีจำนวน 12 ตัวละคร (11.76%) ซึ่งเป็นสัดส่วนที่พบน้อยที่สุดในกลุ่มตัวละครหลัก โดยแบ่งเป็นนางเอกคนที่ 1 พบ 6 ตัวละคร และนางเอกคนที่ 2 พบ 6 ตัวละคร ของซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ตัวละครเหล่านี้มีรสนิยมทางเพศที่เคยสนใจหรือมีความสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามมาก่อน ก่อนที่จะมาค้นพบความรู้สึกต่อเพศเดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างซีรีส์ที่มีตัวละครในกลุ่มนี้ ได้แก่:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รักออนไลน์ (Club Friday The Series 7) (ปี 2016): เอ้ ตัวเอกในเรื่องเคยแต่งงานและมีลูกมาแล้วแต่เลิกกับสามี เธอเริ่มต้นหาเพื่อนคุยออนไลน์โดยปลอมโปรไฟล์เป็นผู้ชาย และใช้ชื่อผู้ชายในการสนทนากับ รุ้ง เจ้าของร้านเสื้อผ้าออนไลน์ ต่อมาความสัมพันธ์พัฒนาจนเกิดเป็นความรักที่ถอนตัวไม่ขึ้น แต่เมื่อทั้งคู่ได้นัดเจอกันและรุ้งพบว่าเอ้เป็นผู้หญิง ความสับสนในความสัมพันธ์ก็เกิดขึ้น นำไปสู่บทสรุปที่ว่าเอ้และรุ้งจะรักกันต่อไปหรือหยุดไว้แค่นั้น</li>



<li>7 Project ตอน Remember (ปี 2021): ใน EP. 3 ตอนที่ชื่อว่า &#8216;Remember&#8217; เล่าเรื่องราวของพราว หญิงสาวที่พยายามจะลืมความรักครั้งเก่ากับแฟนเก่าที่เป็นผู้ชาย จนกระทั่งเธอได้พบกับ ใจดีที่เข้ามาช่วยสร้างสีสันให้กับชีวิต แต่ในขณะที่พราวกำลังจะก้าวไปข้างหน้า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ</li>



<li>23.5 องศาที่โลกเอียง (ปี 2023): ซีรีส์แซฟฟิกเรื่องแรกของ GMMTV นำเสนอเรื่องราวขององศา ที่แอบชอบซัน ซึ่งเป็นดาวโรงเรียน แม้ว่าองศาจะที่เคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อน แต่เมื่อมาชอบซัน เธอก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะบอกชอบผู้หญิงได้ด้วยหรือ ในเรื่องนี้ยังมีความน่าสนใจเพิ่มเติมด้วยการนำเสนอคู่ของครูนิดา กับแบมแบมซึ่งเป็นคู่รักทรานส์ (หญิงข้ามเพศ) ทั้งคู่ นับเป็นการนำเสนอภาพคู่รักทรานส์เพศหญิงด้วยกันที่ยังไม่เคยได้รับการนำเสนอในสื่อไทยมาก่อน</li>



<li>Club Friday The Series: Love Bully รักให้ร้าย (ปี 2024): เรื่องราวของไอรีน ที่ตกหลุมรักไนท์ บาร์เทนเดอร์สาวสวยตั้งแต่แรกเห็นและรุกจีบทันที ความสัมพันธ์ที่รวดเร็วนี้ดำเนินไปจนเกิดเป็นความรัก แต่ไนท์มีปมในใจเกี่ยวกับอดีตและพ่อของเธอ (น้าโจ ซึ่งเป็นกะเทย) และเคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อน ไนท์ตัดสินใจบอกความจริงทั้งหมดให้ไอรีนรู้ เพื่อให้ไอรีนตัดใจจากเธอ แต่ไอรีนยังคงมั่นใจในความรักที่เธอมีให้ไนท์และยอมรับในสิ่งที่น้าโจเป็น อย่างไรก็ตาม ความรักของทั้งคู่ต้องเผชิญอุปสรรคจากแม่ของไอรีน ซึ่งเป็นนักธุรกิจผู้มีอิทธิพลและไม่ยอมรับที่ลูกสาวรักผู้หญิงด้วยกัน ทั้งสองจึงต้องฝ่าฟันเพื่อความรักของตนเองโดยมีน้าโจคอยให้กำลังใจอยู่เคียงข้างเสมอ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวละครในกลุ่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางของการค้นพบตนเองและการเปลี่ยนแปลงรสนิยมทางเพศ ซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งของการนำเสนอความสัมพันธ์ GL ที่เน้นย้ำถึงความซับซ้อนและพลวัตของความรักในชีวิตจริง จนกล่าวได้ว่า จุดนี้ถือเป็นข้อแตกต่างที่น่าสนใจ เพราะในซีรีส์ BL เราไม่ค่อยได้เห็นตัวละครหลักที่เป็นพ่อม่ายหรือเคยมีครอบครัวมาก่อนบ่อยนัก ขณะที่พล็อตของ GL มีตัวละครที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตอย่างการเป็นแม่ม่าย แม่เลี้ยงเดี่ยว หรือผ่านการหย่าร้างมาก่อน ทำให้ตัวละครมีความขัดแย้งภายในใจและมีประเด็นเรื่องการได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะลูก และการเริ่มต้นชีวิตใหม่ หากเอกลักษณ์ของ BL คือการเล่าเรื่องรักครั้งแรกของหนุ่มวัยรุ่น เอกลักษณ์ของ GL ก็เปรียบเสมือนการเล่าเรื่องรักครั้งใหม่ของผู้หญิงที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาแล้ว ซึ่งอาจหล่อหลอมให้ตัวละครมีมิติที่ลึกซึ้งและเผชิญกับความท้าทายที่แตกต่างออกไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากผลสำรวจทั้งหมด จะพบว่า ไม่ว่าจะเป็นนางเอกคนที่ 1 หรือนางเอกคนที่ 2 ของเรื่องพบว่าตัวละครที่มีรสนิยมทางเพศแบบไม่ระบุอัตลักษณ์ทางเพศสูงที่สุด ซึ่งอาจสะท้อนถึงแนวโน้มของซีรีส์ GL ที่ต้องการนำเสนอความลื่นไหลทางเพศ หรือการที่ตัวละครไม่ได้จำกัดอัตลักษณ์ของตนเองตายตัว และหากสำรวจลึกลงไปอีกว่ารสนิยมทางเพศแบบไหนที่มักจะเจอในซีรีส์ GL เมื่อสำรวจจาก 51 เรื่อง พบรูปแบบดังนี้&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>นางเอกคนที่ 1 ประเภท &#8220;สนใจมากกว่า 1 เพศ&#8221; หรือ &#8220;ไม่ได้ระบุเพศที่ชอบอย่างเฉพาะเจาะจง&#8221; (27 ตัวละคร):<br>
<ul class="wp-block-list">
<li>มักจับคู่กับ นางเอกคนที่ 2 ที่มีรสนิยมแบบ &#8220;สนใจมากกว่า 1 เพศ&#8221; หรือ &#8220;ไม่ได้ระบุเพศที่ชอบอย่างเฉพาะเจาะจง&#8221; เหมือนกัน (ทั้งคู่เป็นไบเซ็กชวลหรือไม่ระบุ) พบมากถึง 18 ตัวละคร</li>



<li>รองลงมาคือจับคู่กับ นางเอกคนที่ 2 ที่มีรสนิยม &#8220;ชอบผู้หญิงมาก่อน/ชอบเพศเดียวกัน&#8221; จำนวน 5 ตัวละคร</li>



<li>พบน้อยที่สุดคือจับคู่กับ นางเอกคนที่ 2 ที่มีรสนิยม &#8220;สนใจในเพศตรงข้าม&#8221; หรือ &#8220;ชอบผู้ชายมาก่อน&#8221; จำนวน 4 ตัวละคร<br></li>
</ul>
</li>



<li>นางเอกคนที่ 1 ประเภท &#8220;สนใจในเพศเดียวกัน/ชอบผู้หญิงมาก่อน&#8221; (18 ตัวละคร):<br>
<ul class="wp-block-list">
<li>มักจับคู่กับ นางเอกคนที่ 2 ที่มีรสนิยมตรงกันคือ &#8220;ชอบผู้หญิงมาก่อน&#8221; จำนวน 14 ตัวละคร</li>



<li>รองลงมาคือจับคู่กับ นางเอกคนที่ 2 ที่มีรสนิยม &#8220;สนใจมากกว่า 1 เพศ&#8221; หรือ &#8220;ไม่ได้ระบุเพศที่ชอบอย่างเฉพาะเจาะจง&#8221; จำนวน 4 ตัวละคร<br></li>
</ul>
</li>



<li>นางเอกคนที่ 1 ประเภท &#8220;สนใจในเพศตรงข้าม/ชอบผู้ชายมาก่อน&#8221; (6 ตัวละคร):<br>
<ul class="wp-block-list">
<li>มักจับคู่กับ นางเอกคนที่ 2 ที่มีรสนิยม &#8220;สนใจในเพศตรงข้าม&#8221; จำนวน 2 ตัวละคร</li>



<li>และจับคู่กับ นางเอกคนที่ 2 ที่มีรสนิยม &#8220;สนใจมากกว่า 1 เพศ&#8221; หรือ &#8220;ไม่ได้ระบุเพศเฉพาะเจาะจง&#8221; จำนวน 3 ตัวละคร</li>



<li>พบน้อยที่สุดคือจับคู่กับ นางเอกคนที่ 2 ที่ &#8220;สนใจในเพศเดียวกัน/ชอบผู้หญิงมาก่อน&#8221; เพียง 1 ตัวละคร เท่านั้น</li>
</ul>
</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ทั้งนี้ที่ไม่พบเลยคือประเภทที่ตั้งคำถามกับอัตลักษณ์ตัวเองอย่างหนัก แตกต่างจากฝั่ง BL โดยจะพบว่า ซีรีส์ GL ไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่คือการที่ตัวละครหญิงมักจะก้าวข้ามการตั้งคำถามเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศ กล่าวคือพวกเธอมักตกหลุมรักกันโดยธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการตั้งคำถามกับตัวเองอย่างหนักหน่วงเหมือนที่พบได้บ่อยในซีรีส์ BL โดยพบว่าหลายเรื่องเปิดตัวละครมาโดยระบุชัดเจนว่าเป็นเลสเบี้ยนหรือแซฟฟิก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และความขัดแย้งหลักในซีรีส์ GL ไม่ได้เกิดจากภายในใจของตัวละคร แต่เป็นการปะทะกับกำแพงภายนอก อย่างสถาบันครอบครัวและแนวคิดที่คาดหวังให้เป็นลูกสาวที่ดี ต้องแต่งงานกับผู้ชายเพื่อรักษาหน้าตาและสืบทอดวงศ์ตระกูล</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาพนี้สะท้อนชัดเจนในซีรีส์อย่าง GAP The Series ทฤษฎีสีชมพู (2022) และภาคแยก Blank เติมคำว่า (รัก) ลงในช่องว่าง (2024) ที่ตัวละครอย่างหม่อมสาม และคุณหนึ่ง ไม่เคยสับสนในความรักที่มีต่อผู้หญิงด้วยกัน แต่ปัญหาทั้งหมดเกิดจากการต่อสู้กับหม่อมย่า ที่พยายามจับคู่ให้ หรือในเรื่อง Club Friday The Series: Love Bully รักให้ร้าย (2024) ที่ปัญหาซับซ้อนยิ่งกว่าแค่เรื่องของตัวละคร เมื่อไนท์ต้องเจอกับเปิดเผยความจริงเรื่องพ่อที่เป็นกะเทย ซึ่งเป็นบาดแผลจากการถูกบูลลี่มาทั้งชีวิต คู่ไปกับการที่คนรักอย่างไอรีนต้องเผชิญหน้าปัญหาที่ว่า แม่ที่รับไม่ได้ที่ชอบผู้หญิง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้อาจมองว่า แนวคิดเรื่องความลื่นไหลที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มีรากฐานที่เชื่อมโยงกับบริบททางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยมายาวนาน อย่างคำว่า “เล่นเพื่อน” ที่ปรากฏในประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ ที่เล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงในราชสำนัก ซึ่งไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธการแต่งงานกับผู้ชายอย่างสิ้นเชิง แต่เป็นการโอนอ่อนตามโครงสร้างสังคม ขณะเดียวกันก็ยังรักษาความชอบของตนไว้ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ลักษณะร่วมเช่นนี้ยังพบได้ในวัฒนธรรมเอเชียอื่นๆ ดังที่งานวิจัย <a href="https://ccc.hznu.edu.cn/upload/resources/file/2025/03/24/7875559.pdf">The matrices of female bonding and lesbian sexuality: female homoerotic cinema in Mainland China</a> โดย Fan Yang ได้เสนอแนวคิด “การกลับบ้าน” (Coming-Home) ที่เลสเบี้ยนจีนมักจะมุ่งหวังให้ครอบครัวยอมรับคนรักของตนในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว มากกว่าจะใช้วิธี “Coming Out” แบบตะวันตกที่เน้นการเผชิญหน้าเพื่อประกาศอัตลักษณ์ทางการเมือง</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลยุทธ์การกลับบ้านนี้สอดคล้องกับความลื่นไหลในซีรีส์ GL ไทย ที่ตัวละครไม่ได้ต้องการปฏิวัติสังคม แต่ปรารถนาที่จะได้ใช้ชีวิตกับคนที่ตนรักกับครอบครัว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากเปรียบเทียบกับฝั่ง BL ซึ่งมักจะเน้นไปที่แรงกดดันในฐานะลูกชาย ซึ่งเป็นของลูกชายของครอบครัว หรือต้องพบการพิสูจน์ตัวเองให้พ่อแม่เห็นว่าความรักแบบชาย-ชายนั้นมั่นคงเพียงใด ฝั่ง GL ก็มีแรงกดดันไม่ต่างกัน โดยตัวละครหญิงในซีรีส์ GL มักจะถูกนำเสนอในฐานะผู้ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิต มีความมั่นคงและยอมรับในตัวตนของตัวเองได้อย่างลื่นไหล แต่ปัญหาคือพวกเธอต้องต่อสู้กับขนบธรรมเนียมและจารีตในฐานะผู้หญิง และลูกสาว (และบางครั้งอาจรวมถึงบทบาทแม่ด้วย)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การต่อสู้ในเรื่องราวของจักรวาล GL จึงไม่ใช่แค่การประกาศอิสรภาพด้านความรัก แต่คือการให้ภาพถึงทางเลือกอื่นในชีวิตของผู้หญิงด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-13-years-thai-gl-evolution">https://rocketmedialab.co/database-13-years-thai-gl-evolution</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/13-years-thai-gl-evolution/">จาก ‘เล่นเพื่อน’ &#8211; ‘ทอมดี้’ &#8211; ‘เลสเบี้ยน’ &#8211; สู่ ‘แซฟฟิก’: สำรวจจักรวาล GL ผ่าน 51 ซีรีส์ 38 คู่จิ้น</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งบฯ Soft Power ฉบับ 30 พ.ย. 66 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-soft-power/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jan 2024 01:34:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[economy]]></category>
		<category><![CDATA[soft power]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์พาวเวอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4134</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ทั้ง 11 สาขา 54 โครงการ รวม 5,201,358 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมการจัดงาน Soft Power Forum อีก 90 ล้านบาท และ World Water Festival ที่ยังไม่ได้ตั้งงบฯ ไว้ </p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-soft-power/">งบฯ Soft Power ฉบับ 30 พ.ย. 66 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ใน<a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/334481">การประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566</a> เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานคณะกรรมการฯ แถลงว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้เห็นชอบในหลักการตามข้อเสนอแผนงานโครงการภายใต้ทั้ง 11 สาขาในเบื้องต้นแล้วจำนวน 54 โครงการ กรอบวงเงิน 5,164 ล้านบาท ซึ่งแต่ละคณะได้เสนอแผนการดำเนินการเร่งด่วนภายใน 100 วัน ภายใน 6 เดือน และภายใน 1 ปี ขั้นตอนหลังจากนี้จะนำเสนอโครงการดังกล่าวพร้อมกรอบงบประมาณต่อไปยังสำนักงบประมาณตามขั้นตอน ก่อนนำเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติและเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับที่มาของงบประมาณนั้น ในการประชุมเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2567 <a href="https://www.matichon.co.th/economy/news_4360106">สุรพงษ์ สืบวงศ์ลีกล่าวถึงที่มาของงบประมาณว่า</a> จากคำขอ มีโครงการที่ต้องใช้งบประมาณปี 2567 จำนวน 3,500 ล้านบาท ส่วนที่เหลือยังเป็นงบประมาณปี 2568 ยังอยู่ในช่วงลงรายละเอียดและตรวจสอบกับสำนักงบประมาณอีกครั้ง ปัจจุบันสำนักงบประมาณตั้งข้อสังเกตว่า งบ 3,500 ล้านบาทเป็นส่วนที่อยู่ใน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่เกือบ 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จะใช้งบประมาณในปี 2567 ได้ก็ต่อเมื่อหลังเดือนเมษายน 2567 ไปแล้ว ดังนั้นทั้งส่วนที่ยื่นขอเกินงบมา และกิจกรรมที่ต้องเกิดขึ้นก่อนเมษายน 2567 ต้องมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติวันที่ 9 มกราคม 2567</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนสำรวจร่างแรกของโรดแมปซอฟต์พาวเวอร์ จากเอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566 ในวันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ  </p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRf4no_k7ICsdlqeN6BuN4uUkZERX5vIek90PTIjrxSI-9hp63Mm5dqxYXPCPBhxOI0RxkeiCnKIgEB/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา: เอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566 ในวันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1tG6PmZq_-exB4P2FYSzAw2nF8AxQEyoM70lb-NAAmtw/edit#gid=2114202652">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/soft-power">เปิดงบฯ Soft Power ทั้ง 11 สาขา 54 โครงการ กว่า 5 พันล้านบาท</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-soft-power/">งบฯ Soft Power ฉบับ 30 พ.ย. 66 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดงบฯ Soft Power ทั้ง 11 สาขา 54 โครงการ กว่า 5 พันล้านบาท</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/soft-power/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jan 2024 01:34:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[economy]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[soft power]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์พาวเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาลเพื่อไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาลเศรษฐา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4137</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3595;&#3629;&#3615;&#3605;&#3660;&#3614;&#3634;&#3623 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/soft-power/">เปิดงบฯ Soft Power ทั้ง 11 สาขา 54 โครงการ กว่า 5 พันล้านบาท</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>งบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ทั้ง 11 สาขา 54 โครงการ รวม 5,201,295,179 บาท ซึ่งยังไม่รวมการจัด งาน Soft Power Forum อีก 90 ล้านบาท และ World Water Festival ซึ่งยังไม่ได้ตั้งงบประมาณในการจัดงานไว้&nbsp;</li>



<li>โครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุดจากทั้งหมด 54 โครงการคือ โครงการเงินอุดหนุนการสนับสนุนภาพยนตร์ ละครและซีรีส์ ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรรมซอฟต์พาวเวอร์ 545.2 ล้านบาท</li>



<li>งบฯ ซอฟต์พาวเวอร์ใช้ในการประชาสัมพันธ์มากที่สุด ซึ่งหมายถึงการผลิตสื่อรูปแบบต่างๆ การสื่อสารทางการตลาด การจัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์ การจัดทำแอปพลิเคชั่น รวม 1,676,133,06 บาท คิดเป็น 32.23% มีทั้งหมด 29 โครงการ&nbsp;</li>



<li>สาขาเฟสติวัลยื่นของบฯ มากที่สุดเป็นเงิน 1,009,840,000 บาท รองลงมาเป็นสาขาอาหาร 1,000,000,000 บาท และอันดับ 3 สาขาท่องเที่ยว 749,000,000 บาท ทั้งสามสาขานี้ใช้งบฯ รวมกัน 53% มากกว่าครึ่งของงบฯ ซอฟต์พาวเวอร์ทั้งหมด</li>



<li>นอกจากทั้ง 11 สาขา 54 โครงการแล้ว ยังมีการจัด Soft Power Forum โดยมีวัตถุประสงค์เป็นเวทีแลกเปลี่ยนระดับนานาชาติให้เกิดกลไกสร้างความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์สู่ระดับสากล โดยใช้งบประมาณ 90 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเช่าสถานที่ 15 ล้านบาท ประชาสัมพันธ์ 25 ล้านบาท และออแกไนเซอร์ 50 ล้านบาท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ซอฟต์พาวเวอร์ เป็นนโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทยตั้งแต่การหาเสียงเลือกตั้ง และเมื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำรัฐบาล พรรคเพื่อไทยก็ขับเคลื่อนนโยบายนี้ทันที โดย<a href="https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1094687">มีเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้ให้ประเทศ 4 ล้านล้านบาทต่อปี</a>ภายในระยะเวลา 4 ปี หรือเพิ่มรายได้ให้คนไทย 20 ล้านครัวเรือนประมาณ 2 แสนบาทต่อปี หรือประมาณ 16,000 บาทต่อเดือน เพียงไม่ถึงเดือนหลังจากการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ก็มีการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติจำนวน 29 คนในวันที่ 13 กันยายน 2566 โดยมีตัวแทนรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม เป็นกรรมการ โดยมีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานกรรมการเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้น 3 ตุลาคม 2566 มีการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ที่มีแพทองธาร ชินวัตร เป็นประธานกรรมการ เพื่อทำหน้าที่ผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ในด้านต่างๆ ให้มีความคืบหน้าแล้วนำเสนอต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติให้พิจารณา ต่อมา <a href="https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1095508">25 ตุลาคม 2566 </a>มีการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งแรก ตั้งคณะอนุกรรมการ 11 ด้าน 12 คณะ ได้แก่ แฟชั่น หนังสือ ภาพยนตร์ ละครและซีรีส์ เฟสติวัล อาหาร ออกแบบ ท่องเที่ยว เกม ดนตรี ศิลปะ และกีฬา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ใน<a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/334481">การประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566</a> เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานคณะกรรมการฯ แถลงว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้เห็นชอบในหลักการตามข้อเสนอแผนงานโครงการภายใต้ทั้ง 11 สาขาในเบื้องต้นแล้วจำนวน 54 โครงการ กรอบวงเงิน 5,164 ล้านบาท ซึ่งแต่ละคณะได้เสนอแผนการดำเนินการเร่งด่วนภายใน 100 วัน ภายใน 6 เดือน และภายใน 1 ปี ขั้นตอนหลังจากนี้จะนำเสนอโครงการดังกล่าวพร้อมกรอบงบประมาณต่อไปยังสำนักงบประมาณตามขั้นตอน ก่อนนำเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติและเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/open-use-1024x683.png" alt="" class="wp-image-4152" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/open-use-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/open-use-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/open-use-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/open-use-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/open-use-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หลังจากที่มีการเผยแพร่กรอบวงเงินงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นงบฯ ที่สูงและเกินจริงเกินไป จน<a href="https://www.infoquest.co.th/2023/356574">นายกรัฐมนตรีต้องออกมายืนยัน</a>ว่า คณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ฯ ขับเคลื่อนงานผ่านกระทรวงและคณะรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนที่ถูกต้อง และตรงไปตรงมา และพร้อมจะพิจารณาอีกครั้ง ทางด้าน<a href="https://www.infoquest.co.th/2023/357120">แพทองธารชี้แจง</a>ว่าไม่ได้ของบประมาณเพิ่ม เนื่องจากเป็นงบที่อยู่ในแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นตัวเลขที่รัฐบาลคิดขึ้นมา แต่เป็นงบประมาณที่มาจากผู้รู้จริงในแต่ละสาขานั้นคือภาคเอกชน รัฐบาลเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก อีกทั้งภาคเอกชนก็มีความตั้งใจทำ และระมัดระวังเรื่องการใช้งบประมาณอยู่แล้ว ส่วนการพิจารณาปรับลดวงเงินงบประมาณลงหรือไม่ต้องรอดูคณะกรรมการชุดใหญ่จะเห็นควรอย่างไร</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับที่มาของงบประมาณนั้น ในการประชุมเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2567 <a href="https://www.matichon.co.th/economy/news_4360106">สุรพงษ์ สืบวงศ์ลีกล่าวถึงที่มาของงบประมาณว่า</a> จากคำขอ มีโครงการที่ต้องใช้งบประมาณปี 2567 จำนวน 3,500 ล้านบาท ส่วนที่เหลือยังเป็นงบประมาณปี 2568 ยังอยู่ในช่วงลงรายละเอียดและตรวจสอบกับสำนักงบประมาณอีกครั้ง ปัจจุบันสำนักงบประมาณตั้งข้อสังเกตว่า งบ 3,500 ล้านบาทเป็นส่วนที่อยู่ใน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่เกือบ 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จะใช้งบประมาณในปี 2567 ได้ก็ต่อเมื่อหลังเดือนเมษายน 2567 ไปแล้ว ดังนั้นทั้งส่วนที่ยื่นขอเกินงบมา และกิจกรรมที่ต้องเกิดขึ้นก่อนเมษายน 2567 ต้องมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติวันที่ 9 มกราคม 2567</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนมาสำรวจร่างแรกของโรดแมปซอฟต์พาวเวอร์ จากเอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566 ในวันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ ที่มีรายละเอียดข้อเสนอโครงการ 54 โครงการ ว่ามีหน้าตาอย่างไร สาขาใดใช้งบประมาณมากน้อยแค่ไหน และใช้งบประมาณไปกับกิจกรรมใดบ้าง</p>



<h3 class="wp-block-heading">สาขาเฟสติวัล ได้งบประมาณมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 โดยยังไม่รวมงานเทศกาลสงกรานต์ และ Soft Power Forum)</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0.1งบประมาณ-สาขาใดของงบ-1024x683.png" alt="" class="wp-image-4153" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0.1งบประมาณ-สาขาใดของงบ-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0.1งบประมาณ-สาขาใดของงบ-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0.1งบประมาณ-สาขาใดของงบ-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0.1งบประมาณ-สาขาใดของงบ-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0.1งบประมาณ-สาขาใดของงบ-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เนื้อหาส่วนหนึ่งในเอกสารประกอบการประชุมระบุถึงแนวทางและหลักการของข้อเสนอแผนงาน/โครงการว่า เน้นการสื่อและยกระดับคุณค่าความเป็นไทยใน 4 มิติ คือ Smart, Kind, Deep, and Mysterious โดยเป็น ความเป็นไทยที่ Amazing และ Awakening Sense ผ่านการประชาสัมพันธ์ การทำตลาด การพัฒนา/สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ฯ</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากกรอบวงเงินทั้งหมด 5,164 ล้านบาท (แต่จากการบวกงบประมาณทั้ง 11 สาขา ได้รวม 5,201,295,179 บาท ซึ่งยังไม่รวมการจัด Soft Power Forum อีก 90,000,000 บาท และ World Water Festival) สาขาเฟสติวัลยื่นของบประมาณมากที่สุดในบรรดา 11 สาขา เป็นเงิน 1,009,840,000 บาท รองลงมาเป็นสาขาอาหาร 1,000,000,000 บาท และอันดับ 3 สาขาท่องเที่ยว 749,000,000 บาท ทั้งสามสาขานี้ใช้งบประมาณรวมกัน 53% มากกว่าครึ่งของงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์ทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับที่ 4 สาขาภาพยนตร์ ละครและซีรีส์ 545,200,000 บาท อันดับ 5 กีฬา 500,000,000 บาท อันดับ 6 สาขาศิลปะ 375,000,000 บาท (อย่างไรก็ตามในเอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566 สาขาศิลปะสรุปว่าใช้งบประมาณ 625 ล้านบาท แต่ในโครงการย่อย 5 โครงการ รวมกันได้ 375 ล้านบาท) อันดับ 7 สาขาเกม 374,000,000 บาท อันดับ 8 สาขาแฟชั่น 268,900,000 บาท อันดับ 9 สาขาออกแบบ 165,936,979 บาท อันดับ 10 สาขาดนตรี 144,000,000 บาท และอันดับ 11 สาขาหนังสือ 69,418,200 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเมื่อพิจารณารายโครงการ โครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุดจากทั้งหมด 54 โครงการคือ โครงการเงินอุดหนุนการสนับสนุนภาพยนตร์ ละครและซีรีส์ ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรรมซอฟต์พาวเวอร์ 545.2 ล้านบาท (สาขาภาพยนตร์ ละครและซีรีส์) อันดับ 2 โครงการ Thai Food Channel 500 ล้านบาท (สาขาอาหาร) อันดับ 3 โครงการ Pitch and Support World Festival 400 ล้านบาท (สาขาเฟสติวัล) อันดับ 4 ร้านอาหารเชฟชุมชนอาหารถิ่นอาหารไทย Local Chef Restaurant 300 ล้านบาท (สาขาอาหาร) และอันดับ 5 โครงการแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว “Be My Guest” 290 ล้านบาท (สาขาท่องเที่ยว)&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0.2-1024x683.png" alt="" class="wp-image-4154" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0.2-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0.2-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0.2-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0.2-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0.2-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">งบประมาณถูกนำไปใช้กับการประชาสัมพันธ์มากที่สุด 1.67 พันล้านบาท</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณารายละเอียดในข้อเสนอโครงการซอฟต์พาวเวอร์ทั้ง 11 สาขา จำนวน 54 โครงการ จากนั้น Rocket Media Lab นำมาจำแนกเป็นประเภทต่างๆ 8 ด้าน ได้แก่ ด้านการจัดงานอีเวนต์ ด้านการทำประชาสัมพันธ์ ด้านการฝึกอบรม ด้านการผลิตผลงาน/จัดประกวด ด้านฐานข้อมูล/องค์ความรู้ ด้านบริหารโครงการ ด้านก่อสร้างอาคาร และด้านตั้งกองทุน/สนับสนุนเงินทุน</p>



<p class="wp-block-paragraph">พบว่า งบประมาณซอฟต์พาวเวอร์เป็นงบประมาณที่การใช้จ่ายสำหรับการประชาสัมพันธ์ ซึ่งหมายถึงการผลิตสื่อรูปแบบต่างๆ การสื่อสารทางการตลาด การจัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น การจัดทำแอปพลิเคชั่นมากที่สุด รวม 1,676,133,06 บาท คิดเป็น 32.23% มีทั้งหมด 29 โครงการ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการจำแนกตามสาขา พบว่า สาขาที่ใช้งบประมาณด้านประชาสัมพันธ์มากที่สุดคือ สาขาอาหาร 540,000,000 บาท รองลงมา สาขาท่องเที่ยว 516,000,000 บาท อันดับ 3 สาขาเฟสติวัล 353,000,000 บาท อันดับ 4 สาขาแฟชั่น 124,500,000 บาท อันดับ 5 สาขาออกแบบ 75,633,062 บาท อันดับ 6 สาขาศิลปะ 30,800,000 บาท อันดับ 7 สาขาดนตรี 16,000,000 บาท อันดับ 8 สาขาเกม 3,200,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการที่ใช้งบกิจกรรมการประชาสัมพันธ์มากที่สุด 3 อันดับแรก คือ โครงการ Thai Food Channel สาขาอาหาร 480 ล้านบาท ซึ่งการประชาสัมพันธ์ประกอบด้วยกิจกรรมจัดทำข้อมูล Content 365 ล้านบาท และกิจกรรมเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ 115 ล้านบาท โครงการระบุว่า “เป็นการสร้างแพลตฟอร์มภายใต้กรอบ 4s (Super Product , Super Food, Special Menu, Study) 4I (Ingredient, Inspire, Influencer, In Thailand) เพื่อสร้างการรับรู้อัตลักษณ์ทุกอย่างของประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต เข้ามาสอดแทรกในทุกอุตสาหกรรมเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศ”</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับ 2 โครงการแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว “Be My Guest” สาขาการท่องเที่ยว 280 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย กิจกรรมรายการนำเที่ยวเชิญแขกของประเทศ 200 ล้านบาท กิจกรรมกระตุ้นการเดินทางนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยให้คนไทยเป็น ‘Host’ ในการเชิญ 60 ล้านบาท การสื่อสารการตลาดออนไลน์ 20&nbsp;ล้านบาท กิจกรรมหลักของโครงการนี้เป็น “การเชิญนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และเอกอัครราชทูตไทย ณ ต่างประเทศ ให้เป็นผู้เชิญแขก ในฐานะนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ในเส้นทางที่ได้รับการออกแบบที่สะท้อนถึงความเป็นไทย (Thainess) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวไทย ทั้งสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางตามเส้นทางของผู้นำ หรือแขกของประเทศไทยในอนาคต”</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับ 3 โครงการสื่อสารต่างประเทศ สาขาเฟสติวัล ใช้งบประมาณด้านประชาสัมพันธ์รวม 249 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมเผยแพร่โฆษณาผ่านสื่อต่างประเทศ 120 ล้านบาท กิจกรรมเผยแพร่โฆษณาทางโซเชียลมีเดีย 70 ล้านบาท กิจกรรมเผยแพร่โฆษณาผ่านช่องทางสื่อที่เน้นการสื่อสารไปยังตลาดเฉพาะ 29 ล้านบาท และกิจกรรมผลิตชิ้นงานโฆษณา 30 ล้านบาท ทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในช่องทางต่างประเทศอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับการจัดเทศกาลตลอดทั้งปีของไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่าการประชุม Soft Power Forum มีการใช้งบประชาสัมพันธ์ 25 ล้านบาท</p>



<h3 class="wp-block-heading">ทุกสาขามุ่งจัดอีเวนต์ มาเป็นอันดับสอง 1.24 พันล้านบาท</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณารายละเอียดในข้อเสนอโครงการซอฟต์พาวเวอร์ภายใต้ 11 สาขาจำนวน 54 โครงการ ประเภทกิจกรรมที่มีสัดส่วนงบประมาณมากเป็นอันดับ 2 รองจากการประชาสัมพันธ์และใช้งบประมาณใกล้เคียงกันที่กว่า 1 พันล้านบาท คือ การจัดอีเวนต์ ซึ่งหมายถึงการจัดงานแถลงข่าว การจัดงานเทศกาล การจัดการแข่งขัน งานแสดงสินค้า งานประกาศรางวัล โชว์กีฬา โดยใช้งบประมาณรวม 1,244,192,116 บาท คิดเป็น 23.92% ของงบประมาณทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">กิจกรรมจัดอีเวนต์อยู่ในทุกสาขา สาขาที่ใช้งบประมาณจัดอีเวนท์มากที่สุดคือ สาขาเฟสติวัล 459,370,000 บาท คิดเป็น 36.92% ของด้านอีเวนต์ทั้งหมด อันดับ 2 สาขากีฬา 389,500,00 บาท คิดเป็น 31.31% อันดับ 3 สาขาภาพยนตร์ ละครและซีรีส์ 148,200,000 บาท คิดเป็น 11.91% อันดับ 4 สาขาออกแบบ 90,003,916 บาท คิดเป็น 7.23% อันดับ 5 สาขาดนตรี 51,000,000 บาท คิดเป็น 4.21% ส่วนอีก 6 สาขาใช้งบประมาณด้านอีเวนต์น้อยกว่า 4% ของงบประมาณอีเวนต์ทั้งหมด เมื่อแยกรายโครงการ พบว่ากิจกรรมจัดอีเวนต์ปรากฏใน 21 โครงการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการ Pitch and Support สาขาเฟสติวัลเป็นโครงการที่ของบประมาณเกี่ยวกับงานอีเวนต์มากที่สุด 400 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย กิจกรรมการประมูลสิทธิเป็นเจ้าภาพการจัดเทศกาลนานาชาติหรือเทศกาลเชิงธุรกิจนานาชาติ จำนวน 5 งาน 100 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการจัดเทศกาลนานาชาติ 250 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าใช้จ่ายในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งาน 50 ล้านบาท ในระยะเวลา 2 ปี กลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้คือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเกิดเทศกาลนานาชาติหรือเทศกาลเชิงธุรกิจนานาชาติจำนวน 5 ครั้ง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับ 2 โครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กีฬามวยไทยทั้งในและต่างประเทศ สาขากีฬา 216 ล้านบาท เป็นกิจกรรมการเผยแพร่มวยไทยในรูปแบบต่างๆ มุ่งเน้นไปที่การจัดงานซึ่งไม่มีรายละเอียดว่าแต่ละกิจกรรมใช้งบประมาณเท่าใด เช่น การจัด Muaythai Roadshow การจัดการประชุมมวยไทยโลกครั้งที่ 1 งานไหว้ครูมวยไทยโลก กิจกรรม MuayThai to the World at One Lumpinee กิจกรรม Amazing Muay Thai Experience (มวยไทย 4 สาย) กิจกรรม Amazing Muay Thai Youth Summer Camp in Thailand โดยมีเป้าหมายให้ชาวต่างชาติรับรู้ถึงการเอกลักษณ์ของมวยไทย และประเทศไทยคือหมุดหมายที่ดีที่สุดสำหรับการเรียนรู้เรื่องมวยไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับ 3 โครงการการจัดการแข่งขันกีฬามวยไทยเพื่อสร้างกระแสความตื่นตัว 173.5 ล้านบาท สาขากีฬา กิจกรรมในโครงการนี้ประกอบด้วยการจัดแข่งขันมวยไทย Amazing MuayThai World Festival การแข่งขันชิงแชมป์ WBC MuayThai ศึก ONE Championship และ ศึก ONE Lumpinee &amp; ONE Fight Night ในประเทศต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการส่งแข่งกีฬามวยไทยในระดับนานาชาติ สร้างการท่องเที่ยวเชิงกีฬามวยไทยและวัฒนธรรม มีการแข่งขันกีฬามวยไทยไปทั่วโลกอย่างเป็นระบบภายใต้กฎกติกากีฬามวยไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่าการประชุม Soft Power Forum มีงบประมาณจัดอีเวนต์ 65 ล้านบาท</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1.festival-1024x683.png" alt="" class="wp-image-4155" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1.festival-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1.festival-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1.festival-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1.festival-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1.festival-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2.travel-1024x683.png" alt="" class="wp-image-4156" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2.travel-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2.travel-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2.travel-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2.travel-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2.travel-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3.food_-1024x683.png" alt="" class="wp-image-4157" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3.food_-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3.food_-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3.food_-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3.food_-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3.food_-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4.art_-1024x683.png" alt="" class="wp-image-4158" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4.art_-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4.art_-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4.art_-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4.art_-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4.art_-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5.design-1024x683.png" alt="" class="wp-image-4159" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5.design-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5.design-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5.design-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5.design-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5.design-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6.sport_-1024x683.png" alt="" class="wp-image-4160" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6.sport_-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6.sport_-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6.sport_-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6.sport_-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6.sport_-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7.music_-1024x683.png" alt="" class="wp-image-4161" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7.music_-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7.music_-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7.music_-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7.music_-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7.music_-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8.book_-1024x683.png" alt="" class="wp-image-4162" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8.book_-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8.book_-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8.book_-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8.book_-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8.book_-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9.movie_-1024x683.png" alt="" class="wp-image-4163" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9.movie_-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9.movie_-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9.movie_-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9.movie_-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9.movie_-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/10.fashion-1024x683.png" alt="" class="wp-image-4164" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/10.fashion-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/10.fashion-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/10.fashion-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/10.fashion-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/10.fashion-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/11.game_-1024x683.png" alt="" class="wp-image-4165" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/11.game_-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/11.game_-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/11.game_-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/11.game_-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/11.game_-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">การฝึกอบรมให้เป็นผู้ประกอบการอาหารไทย-อินฟลูเอนเซอร์ สร้างอีเวนต์เชิดชูซอฟต์พาวเวอร์ ใช้งบ 800 ล้าน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณารายละเอียดในข้อเสนอโครงการซอฟต์พาวเวอร์ภายใต้ 11 สาขาจำนวน 54 โครงการ ประเภทกิจกรรมด้านประเภทที่มีสัดส่วนงบประมาณมากเป็นอันดับ 3 เป็นกิจกรรมการฝึกอบรม ซึ่งหมายถึงโครงการที่มีกิจกรรมที่มุ่งให้ความรู้ ฝึกอบรมทักษะต่างๆ การพัฒนาบุคลากร การประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำหลักสูตร การจัดทำแพลตฟอร์มสำหรับการเรียนการสอนออนไลน์มีทั้งหมด 19 โครงการ รวม 832,058,000 บาท กระจายอยู่ใน 7 สาขา อันดับ 1 สาขาอาหาร 335,100,000 บาท อันดับ 2 สาขาเฟสติวัล 141,770,000 บาท อันดับ 3 สาขากีฬา 98,500,000 บาท อันดับ 4 สาขาแฟชั่น 97,300,000 บาท อันดับ 5 สาขาดนตรี 69,900,000 บาท อันดับ 6 สาขาท่องเที่ยว 40,000,000 บาท อันดับ 7 สาขาเกม 29,488,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุดในด้านการฝึกอบรม 2 อันดับแรกเป็นโครงการจากสาขาอาหาร โดยอันดับ 1 คือ โครงการร้านอาหารเชฟชุมชนอาหารถิ่นอาหารไทย Local Chef Restaurant โดยจะใช้งบฯ ด้านการฝึกอบรม 210 ล้านบาท และอันดับ 2 โครงการหนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย เพื่อไทยซอฟต์พาวเวอร์ ใช้งบฯ ด้านการฝึกอบรม 125.1 ล้านบาท ทั้ง 2 โครงการต้องการสร้างและพัฒนาบุคลากรเพื่อเป็นผู้ประกอบการอาหารไทย จากประชาชนทั่วไปจากทั่วประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับ 3 โครงการ World Influencers สาขาเฟสติวัล 71.57 ล้านบาท มีกิจกรรมฝึกอบรมที่นำอินฟลูเอนเซอร์จากทั่วโลกมาอบรมทักษะด้าน influencer marketing และ digital marketing มีกลุ่มเป้าหมายเป็น 1) บุคลากรของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนผู้รับผิดชอบการจัดเทศกาลและอีเวนต์ของทุกสาขาทั้งหมด 11 สาขาซอฟต์พาวเวอร์ 2) ผู้ประกอบการไทยผู้ให้บริการสร้างสรรค์และบริการจัดเทศกาลและอีเวนต์ และ 3) สมาชิกโครงการ OFOS &#8211; 1 ครอบครัว 1 Soft Power ทุกระดับตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ไปจนถึงระดับประเทศ โดยโครงการคาดหวังว่าจะสามารถ “1) วางตําแหน่งให้ไทยอยู่ในใจของ world influencers สําหรับ 11 สาขาซอฟต์พาวเวอร์ไทย 2) สร้างเครือข่ายการขายซอฟต์พาวเวอร์ไทย ผ่านร้านอาหารไทยทั่วโลก 3) ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดการประชุมระดับโลก World Conference on Creative Economy”</p>



<h3 class="wp-block-heading">การผลิตชิ้นงาน เสริมสร้าง-ต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อเผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณารายละเอียดในข้อเสนอโครงการซอฟต์พาวเวอร์ภายใต้ 11 สาขาจำนวน 54 โครงการ ประเภทกิจกรรมที่มีสัดส่วนงบประมาณมากเป็นอันดับ 4 คือ การผลิตชิ้นงาน/การจัดการประกวด ซึ่งหมายถึง การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ การจัดทำต้นแบบผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการประกวดสร้างสรรค์ผลงาน รวม 504,012,000 บาท อยู่ในสาขา ภาพยนตร์ ละครและซีรีส์มากเป็นอันดับที่ 1 งบฯ 350,000,000 บาท อันดับ 2 สาขาท่องเที่ยว 77 ล้านบาท อันดับ 3 สาขาแฟชั่น 46,500,00 บาท อันดับ 4 สาขาเกม 20,320,000 บาท อันดับ 5 สาขาอาหาร 10,000,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุด เป็นโครงการเงินอุดหนุนการสนับสนุนภาพยนตร์ ละครและซีรีส์ ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรรมซอฟต์พาวเวอร์ 350 ล้านบาท ทั้งนี้ไม่มีการกำหนดว่า เนื้อหามีลักษณะใด ในข้อเสนอของโครงการระบุผลที่คาดว่าจะได้รับว่า จะสามารถสร้างการรับรู้เอกลักษณ์ความเป็นไทยผ่านอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละคร และซีรีส์ โดยจะมีจำนวนภาพยนตร์ไทยที่เผยแพร่ในเทศกาลต่างประเทศ ไม่น้อยกว่า 15 เรื่อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนโครงการที่ใช้งบประมาณมากเป็นอันดับ 2 คือ โครงการ Thailand’s Souvenirs สาขาท่องเที่ยว ที่ใช้ในกิจกรรมออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตามอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัด และผลิตต้นแบบ First Lot โดยใช้งบฯ 77 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับ 3 โครงการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าแฟชั่นจากทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่สากล เพื่อกิจกรรมผลิตผลงานสร้างสรรค์ และการจัดแสดงสินค้า สาขาแฟชั่น 45 ล้านบาท โดยเป็นโครงการที่มีการผลิตผลงานสินค้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกีฬามวยไทย กลุ่มเป้าหมายของโครงการคือ นักออกแบบ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการมวยไทย ด้วยการพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดแฟชั่นในระดับสากล และเกิดการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมแฟชั่นกับธุรกิจอื่นๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading">เฟสติวัลใช้ งบฯ 1,006 ล้านบาท เน้นจัดอีเวนต์-ประชาสัมพันธ์</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาทั้งหมด 10 โครงการของสาขาเฟสติวัลพบว่า โครงการที่ของบประมาณมากที่สุด คือ โครงการ Pitch and Support ซึ่งเป็นการประมูลสิทธิเป็นเจ้าภาพการจัดเทศกาลนานาชาติ หรือเทศกาลเชิงธุรกิจนานาชาติ จำนวนเงินทั้งหมด 400 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 40% ของงบฯ ในสาขานี้ มีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการเป็นผู้รับผิดชอบ โดยในเอกสารข้อเสนอโครงการระบุว่า ใช้งบประมาณเพื่อการประมูลสิทธิเป็นเจ้าภาพการจัดเทศกาลนานาชาติหรือเทศกาลเชิงธุรกิจนานาชาติ จำนวน 5 งาน 100 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการจัดเทศกาลนานาชาติ 250 ล้านบาท และเป็นค่าใช้จ่ายในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งาน 50 ล้านบาท โดยระบุเหตุผลว่า “เพื่อมาดำเนินการสนับสนุนการจัดเทศกาลในประเทศไทยให้มีระดับสากล สามารถสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศต่อไป”</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการในสาขาเฟสติวัลที่ใช้งบฯ มากเป็นอันดับที่ 2 คือ โครงการการสื่อสารต่างประเทศ 249 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 24.9% ของงบฯ ในสาขานี้ เป้าหมายของโครงการคือ การจัดทำแคมเปญในการสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเทศกาลที่จัดขึ้นทั่วประเทศของไทยในต่างประเทศ โดยใช้เงินไปกับการเผยแพร่โฆษณาผ่านสื่อที่ระบุในข้อเสนอโครงการว่าเป็น Global Media อาทิ Skynews, Euronews, CCTV Pheonix, Al Jazeera จำนวนเงิน 120 ล้านบาท หรือเกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณทั้งหมดของโครงการ อันดับ 3 คือ โครงการ World Influencers ที่ระบุว่าเป็นการอบรมเพื่อสร้างทักษะด้าน influencer marketing และ digital marketing ยื่นของบประมาณ 132.99 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 13.29% ของสาขานี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบสาขาเฟสติวัลได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ และสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการส่วนใหญ่เป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงาน โครงการการสื่อสารต่างประเทศ ซึ่งใช้งบประมาณ 1 ใน 4 ของสาขานี้รับผิดชอบโดย ททท. หน่วยงานเดียว ในทำนองเดียวกับโครงการ World Influencers และโครงการร่วมมือกับ UFI (The Global Association of the Exhibition Industry) ซึ่งใช้งบประมาณ 132.99 ล้านบาท และ 31.75 ล้านบาทตามลำดับ รวม 164.74 ล้านบาท รับผิดชอบโดยสำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการหน่วยงานเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากจำแนกประเภทของการใช้งบประมาณ สาขาเฟสติวัล โครงการเกือบทั้งหมดเป็นเงินสำหรับการจัดงาน (459,370,000 บาท) และประชาสัมพันธ์ (349,500,000 บาท) และการฝึกอบรม (141,770,000 บาท) ซึ่งการฝึกอบรมในโครงการต่างๆ มีเป้าหมายเพื่อสร้างทักษะด้านการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจัดเทศกาลในพื้นที่รูปแบบต่างๆ เช่น โครงการ Design Thinking 11 มีการจัดอบรมการจัดทำ “Creative Content” แก่ บุคลากรผู้รับผิดชอบในการจัดอีเวนต์ ทั้งรัฐและเอกชน โครงการ OFOS Festival ดำเนินการฝึกอบรมในระดับจังหวัด หรือโครงการร่วมมือกับ UFI มีการอบรมเพิ่มทักษะการใช้ AI สําหรับการทําการตลาดนานาชาติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม งบด้านเฟสติวัลยังไม่รวมการจัดเทศกาล World Water Festival ที่ยังไม่มีการเปิดเผยงบประมาณที่จะใช้</p>



<h3 class="wp-block-heading">สาขาที่งบฯ น้อยกว่า 500 ล้านบาท ทำอะไรบ้าง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากทั้งหมด 11 สาขาของงบประมาณซอฟต์พาวเวอร์จะเห็นว่า มี 6 สาขาที่ใช้งบประมาณน้อยกว่า 500 ล้านบาท คือ สาขาแฟชั่น ศิลปะ เกม ออกแบบ ดนตรี และหนังสือ โดยสาขาศิลปะและเกมใช้งบประมาณใกล้เคียงกันที่ 375 ล้านบาท และ 374 ล้านบาท และมีรายละเอียดของงบประมาณเป็นไปในทำนองเดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในสาขาเกม มีงบฯ กองทุนเพื่อพัฒนาและส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์เกมไทย 200 ล้านบาท และโครงการเกี่ยวกับสนามกีฬาอีสปอร์ตแห่งชาติ 120 ล้านบาท ซึ่งเป็นการสร้างสนามกีฬาอีสปอร์ต 80 ล้านบาท ส่วนสาขาศิลปะ โครงการที่มีงบประมาณที่เป็นสัดส่วนมากที่สุดคือ โครงการสร้างคอลเลคชั่นถาวรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หอศิลป์แห่งชาติ (รัชดาภิเษก) 250 ล้านบาท จากทั้งหมดของสาขา 375 ล้านบาท และอีกส่วนหนึ่งเป็นโครงการเพิ่มงบประมาณให้กองทุนส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย 80 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">สาขาออกแบบ มีโครงการเดียว ใช้งบประมาณ 166 ล้านบาท คือโครงการ Thailand as Brand สรรหานักออกแบบ 100 คน พร้อมจัดทำหนังสือและสื่อเผยแพร่ภายใต้ชื่อ CREATIVE THAI 100 ซึ่งเป็นหนังสือภาษาอังกฤษที่จัดทำขึ้นพิเศษ และ Traveling Exhibition นิทรรศการเคลื่อนที่ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเผยแพร่ในมิลาน อิตาลี, นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา, ปารีส ฝรั่งเศส และโตเกียว ญี่ปุ่น ซึ่งโครงการระบุว่าเป็นพื้นที่ที่มีอิทธิพลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของโลก เพื่อให้สนับสนุนบุคคลที่คัดเลือกมาเป็นที่รู้จักในระดับสากล</p>



<p class="wp-block-paragraph">สาขาแฟชั่น มีโครงการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าแฟชั่นจากทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่สากล ซึ่งใช้งบประมาณมากที่สุดเป็นการออกแบบสินค้าโดยใช้ผู้ที่มีองค์ความรู้ทางด้านมวยไทยมาร่วมออกแบบใช้งบประมาณ 130 ล้านบาท ใช้งบประมาณในกิจกรรมงานแถลงข่าวและผลิตสื่อ 40 ล้านบาท และงบการบริหารจัดการสินค้า การตลาด และการสนับสนุน 45 ล้านบาท โครงการที่ใช้งบประมาณมากรองลงมา คือ FASHION ALLIANCE 95 ล้านบาท เป็นโครงการที่มุ่งพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมแฟชั่น มีการฝึกอบรมเพื่อสร้างผู้ประกอบการเป็นหลัก</p>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td>ในสาขาแฟชั่น มีการตั้งงบประมาณไว้ 268.9 ล้านบาท โดยมีโครงการอยู่ 5 โครงการด้วยกัน ซึ่งโครงการที่ใช้งบฯ มากที่สุดก็คือ โครงการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าแฟชั่นจากทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่สากล เมื่อดูรายละเอียดของโครงการจะพบว่าเป็นการออกแบบสินค้าโดยใช้ผู้ที่มีองค์ความรู้ทางด้านมวยไทยมาร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์ทางแฟชั่นทีไ่ด้แรงบันดาลใจมาจากมวยไทย อันถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทย โดยใช้งบประมาณถึง 130 ล้านบาท<br><br>โดยในงบฯ 130 ล้านบาท แยกเป็นงบฯ สำหรับการแถลงข่าวและผลิตสื่อประชาสัมพันธ์โครงการ 40 ล้านบาท ผลิตผลงาน จัดแสดงสินค้าโรดโชว์ในต่างประเทศ 45 ล้านบาท งบการบริหารจัดการสินค้า การตลาด จัดตกแต่งสถานที่สำหรับจำหน่ายสินค้า ส่งเสริมการขายผ่านช่องทางการค้าส่ง 45 ล้านบาท<br><br>อันดับต่อมา ในส่วนของโครงการ Fashion Alliance ซึ่งใช้งบประมาณ 95 ล้านบาท ใช้ไปกับการจัดจ้างคณะทำงานออกแบบพัฒนาหลักสูตร 25 ล้านบาท พัฒนาหลักสูตรออนไลน์ 30 ล้านบาท บ่มเพาะธุรกิจให้คำปรึกษา 20 ล้านบาท และเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการเพื่อส่งออก 20 ล้านบาท<br><br>และในโครงการสุดท้ายคือ ส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าแฟชั่นประเภทกีฬาผ่านนักกีฬาโอลิมปิกไทยในเวทีโลก งบประมาณ 5 ล้านบาท แยกเป็นออกแบบชุดนักกีฬา 1.5 ล้านบาท ผลิตสื่อสำหรับส่งเสริมภาพลักษณ์ 2 ล้านบาท และประชาสัมพันธ์ 1.5 ล้านบาท</td></tr></tbody></table></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><br></p>



<p class="wp-block-paragraph">สาขาดนตรี มี 3 โครงการ ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ การแสดงดนตรี และการจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนดนตรีทั่วประเทศ โครงการที่ใช้งบประมาณมากที่สุดคือ Talent Everywhere 84 ล้านบาท ซึ่งเป็นการสร้างทักษะด้านดนตรีแก่เยาวชนและบุคลากรทั่วประเทศ ผ่านการพัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางด้านดนตรีสากลอาชีพ หลักสูตรรายวิชาดนตรีในสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา และการจัดสรรพื้นที่สาธารณะเพื่อการฝึกซ้อม และแสดงผลงาน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือ โครงการ Music Exchange ​Push และ Music Exchange Pull ใช้งบประมาณ 30 ล้านบาทเท่ากัน เป็นการส่งศิลปินไทยเพื่อเข้าร่วมแสดงผลงานในเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติ และเชิญศิลปินของเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติ เข้าร่วมเทศกาลดนตรีของไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">สาขาหนังสือ ใช้งบประมาณน้อยที่สุด โดยมีกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่เป้าหมายเกือบทุกโครงการ มี 3 โครงการที่เป็นการจัดกิจกรรมอีเวนต์ รวม 19.41 ล้านบาท มี 1 โครงการที่ไม่ใช้เงิน และอีก 1 โครงการไม่ระบุจำนวนเงิน และยังมีการใช้งบประมาณสำหรับงานสถาปัตยกรรมและปรับปรุง/ตกแต่งอาคาร จัดหาหนังสือและสื่ออื่นๆ ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ ที่หอสมุดเมืองกรุงเทพฯ อีก 50 ล้านบาท</p>



<h3 class="wp-block-heading">ไม่เพียงแค่ซอฟต์พาวเวอร์ 11 สาขา แต่ยังมีการจัดงาน Soft Power Forum และ World Water Festival อีกด้วย</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ในเอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566 ในวันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ ยังมีส่วนของการจัดงาน การจัดงาน World Water Festival – The Songkran Phenomenon โดยกำหนดจัดงานใน 77 จังหวัดตลอดเดือนเมษายน ซึ่งจะมีพิธิเปิดงานที่ถนนราชดำเนิน โดยจัดเป็น Soft Power Avenue ประกอบไปด้วยกิจกรรม อาทิ การสรงน้ำพระ กิจกรรมสายมู น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ หมอดู ขบวนพาเหรด Mardi Gras รวบรวมของดีทั้ง 77 จังหวัด การแสดงทางวัฒนธรรมจาก 4 ภาค การจำหน่ายสินค้าของดี 77 จังหวัด ถนนแห่งสายน้ำชุ่มฉ่ำ (Water Battle Street) การแสดงดนตรีหลากหลายประเภทพร้อมด้วยศิลปินรับเชิญระดับโลก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้ประเทศไทยติด 1 ใน 10 ประเทศสุดยอดเฟสติวัลของโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35 ล้านคนในปี 2567 สร้างรายได้ประมาณ 40,000 ล้านบาท และสร้างงานสร้างรายได้สู่ชุมชนทั้ง 77 จังหวัด โดยตัวโครงการนี้ยังไม่มีการกำหนดงบประมาณในการใช้จัดงาน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งโครงการ คือ การจัดการประชุมนานาชาติด้านซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power Forum) โดยมีวัตถุประสงค์เป็นเวทีแลกเปลี่ยนระดับนานาชาติให้เกิดกลไกสร้างความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์สู่ระดับสากล ส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการด้านซอฟต์พาวเวอร์ ขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ระดับสากล โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่อยู่ในอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ รวมไปถึงผู้ประกอบการ นักธุรกิจ นักลงทุน จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยวางแผนจะจัดขึ้นในวันที่ 21-23 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยใช้งบประมาณ 90 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเช่าสถานที่ 15 ล้านบาท ประชาสัมพันธ์ 25 ล้านบาท และออแกไนเซอร์ 50 ล้านบาท</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/soft-power-forum-1024x683.png" alt="" class="wp-image-4169" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/soft-power-forum-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/soft-power-forum-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/soft-power-forum-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/soft-power-forum-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/soft-power-forum-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอโครงการซอฟต์พาวเวอร์ทั้ง 11 สาขา จำนวน 54 โครงการ ซึ่งใช้งบประมาณรวม 5,201,295,179 บาท จากเอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566 ในวันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ นี้ ยังจะต้องมีการนำเสนอต่อสำนักงบประมาณ ก่อนนำเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติและเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/?p=4134">https://rocketmedialab.co/database-soft-power/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เอกสารงบประมาณโครงการ Soft Power ประกอบการประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566 มี 2 ส่วน คือ เอกสารสรุปทุกโครงการในรูปแบบ PDF สำหรับผู้เข้าประชุม และเอกสารแบบฟอร์ม: สรุปสาระของข้อเสนอโครงการ (Project Brief) ซึ่งแยกแต่ละสาขา โดยเอกสารทั้งสองชุดนี้ ปรากฏว่ามีสาขาที่ตัวเลขงบฯ ไม่ตรงกันคือสาขาเฟสติวัล และสาขาท่องเที่ยว ตัวเลขงบประมาณจากงานชิ้นนี้ยึดตามจำนวนงบประมาณที่นำมาจากไฟล์สรุปสาระของข้อเสนอโครงการ (Project Brief) ของแต่ละสาขา</li>



<li>ในสไลด์เอกสารประกอบการประชุม กลุ่มศิลปะสรุปว่าใช้งบประมาณ 625 ล้านบาท แต่ในโครงการย่อย 5 โครงการ รวมกันได้ 375 ล้านบาท</li>



<li>เอกสารประกอบการประชุม (ไฟล์รวม) บวกเลขงบประมาณรวมของสาขาเฟสติวัล โครงการ Design Thinking 11 ได้ 27.05 ล้าน แต่ในกิจกรรมบวกงบรวมได้ 27.10 ล้านบาท ขณะที่เอกสารข้อเสนอโครงการก็ระบุว่า 27.10 ล้าน</li>



<li>กลุ่มศิลปะไม่มีรายละเอียดข้อเสนอโครงการ สนับสนุนสาขาศิลปะการแสดงร่วมสมัยและการจัดแสดงให้ต่างประเทศ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง</p>



<p class="wp-block-paragraph">เอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566 ในวันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/soft-power/">เปิดงบฯ Soft Power ทั้ง 11 สาขา 54 โครงการ กว่า 5 พันล้านบาท</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
