<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ไฟป่า Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/ไฟป่า/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Mon, 25 May 2026 04:46:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.4</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>ไฟป่า Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/ไฟป่า/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สถานการณ์ไฟป่าในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร และมีงบฯ ในการจัดการมาก-น้อย แค่ไหน </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/budget-forest-fire-2569/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 12:17:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7323</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3626;&#3606;&#3634;&#3609;&#3585 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/budget-forest-fire-2569/">สถานการณ์ไฟป่าในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร และมีงบฯ ในการจัดการมาก-น้อย แค่ไหน </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปี 2568 ภาคเหนือมีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุดถึง 3,934,676 ไร่ รองลงมาเป็นภาคตะวันตก 1,754,762 ไร่ ภาคกลาง 873,112 ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 770,172 ไร่ และน้อยที่สุดคือภาคตะวันออก 49,051 ไร่ ส่วนภาคใต้ไม่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเกิดขึ้น</li>



<li>ภาคเหนือเป็นภาคที่ได้รับงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับไฟป่าจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปีงบประมาณ 2569 สูงที่สุดเป็นจำนวนถึง 246,982,200 บาท รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 125,886,200 บาท ภาคกลาง 78,853,900 บาท ภาคตะวันตก 78,338,350 บาท ภาคใต้ 47,953,650 บาท และน้อยที่สุดคือภาคตะวันออกเป็นจำนวน 26,322,500 บาท</li>



<li>หากพิจารณาทั้ง 24 จังหวัดที่ไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่า จะมีถึง 16 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณในส่วนนี้และรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,857,550 บาท ซึ่งคิดเป็น 8.42% ของงบประมาณทั้งหมด</li>



<li>มหาสารคามมีพื้นที่ป่าถูกเผาอยู่ที่ 4,860 ไร่ จัดเป็นอันดับที่ 38 จาก 76 จังหวัดและชัยนาทมีพื้นที่ป่าถูกเผาอยู่ที่ 1,254 ไร่ จัดเป็นอันดับที่ 46 จาก 76 จังหวัด แต่ทั้ง 2 จังหวัดนี้กลับไม่ได้รับงบประมาณในส่วนนี้</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากสถานการณ์ไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้นทุกปี ภาคเหนือยังคงเป็นภาคที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าสูงที่สุด และยังได้รับงบประมาณสูงที่สุด แต่ในบางจังหวัดที่พบพื้นที่เผาไหม้ในป่า แต่กลับไร้งบประมาณในปีนี้ ในขณะที่บางจังหวัดไม่พบพื้นที่เผาไหม้แต่กลับได้รับงบประมาณมากกว่าจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้เสียอีก</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab จึงชวนมาลองสำรวจว่าในปี 2569 นี้ภาครัฐจัดการงบประมาณที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าอย่างไร</p>



<h3 class="wp-block-heading">สถานการณ์พื้นที่เผาไหม้ในป่า ปี 2568</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(GISTDA) ในช่วง 1 มกราคม 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2568 พบว่าภาคเหนือมีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุดถึง 3,934,676 ไร่ รองลงมาเป็นภาคตะวันตก 1,754,762 ไร่ ภาคกลาง 873,112 ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 770,172 ไร่ และน้อยที่สุดคือภาคตะวันออก 49,051 ไร่ ส่วนภาคใต้ไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณารายละเอียดของแต่ละภาคที่มีพื้นที่เผาไหม้จะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในภาคเหนือ แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุดถึง 1,110,340 ไร่ ส่วนเชียงรายมีพื้นที่ป่าถูกเผาเพียง 13,302 ไร่ ถือเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุดในภาคเหนือ ซึ่งต่างจากแม่ฮ่องสอนถึง 1,097,038 ไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคตะวันตก ตากเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุดถึง 1,195,419 ไร่ ส่วนประจวบคีรีขันธ์มีพื้นที่ป่าถูกเผาเพียง 25 ไร่ ถือเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุดในภาคตะวันตก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคกลาง ลพบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผามากที่สุดถึง 161,466 ไร่ ส่วนจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุดคือ ชัยนาท 1,254 ไร่ และยังมีจังหวัดที่ไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่าอีก 10 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สิงห์บุรีและอ่างทอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผามากที่สุดถึง 217,259 ไร่ ส่วนบึงกาฬเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุดเพียง 229 ไร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และภาคตะวันออก ชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผามากที่สุดถึง 17,067 ไร่ ส่วนจันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุดเพียง 113 ไร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้หากพิจารณาทั้ง 76 จังหวัด (ยกเว้นกรุงเทพฯ) จะพบว่า 10 จังหวัด ที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุด คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ตาก 1,195,419 ไร่</li>



<li>แม่ฮ่องสอน 1,110,340 ไร่</li>



<li>ลำปาง 829,250 ไร่</li>



<li>เชียงใหม่ 637,886 ไร่</li>



<li>กาญจนบุรี 333,826 ไร่</li>



<li>อุตรดิตถ์ 333,680 ไร่</li>



<li>ลำพูน 331,758 ไร่</li>



<li>แพร่ 255,494 ไร่</li>



<li>ชัยภูมิ 217,259 ไร่</li>



<li>น่าน 212,483 ไร่</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">จะพบว่า จาก10 จังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุด มีจังหวัดภาคเหนือถึง 7 จังหวัดและมีจังหวัดในภาคตะวันตกอีก 2 จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีก 1 จังหวัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วน 10 จังหวัด ที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาน้อยที่สุด คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ประจวบคีรีขันธ์ 25 ไร่</li>



<li>จันทบุรี 113 ไร่</li>



<li>ฉะเชิงเทรา 183 ไร่</li>



<li>บึงกาฬ 229 ไร่</li>



<li>สุรินทร์ 828 ไร่</li>



<li>หนองคาย 948 ไร่</li>



<li>ชัยนาท 1,254 ไร่</li>



<li>อำนาจเจริญ 1,445 ไร่</li>



<li>ศรีสะเกษ 1,556 ไร่</li>



<li>ปราจีนบุรี 1,669 ไร่</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ใน 10 จังหวัด ที่มีพื้นป่าถูกเผาน้อยที่สุด เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 จังหวัด รองลงมาเป็นภาคตะวันออก 3 จังหวัด ภาคกลาง 2 จังหวัด และภาคตะวันตกอีก 1 จังหวัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีจังหวัดที่ไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่าอีก 24 จังหวัด คือ นครนายก ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สิงห์บุรี อ่างทอง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ชุมพร สงขลา สุราษฎร์ธานี พัทลุง พังงา ภูเก็ต ตรัง ยะลา กระบี่ ปัตตานี ระนองและสตูล</p>



<h3 class="wp-block-heading">งบประมาณการจัดการไฟป่า ปี 2569</h3>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงที่ใช้งบประมาณเกี่ยวกับไฟป่าโดยตรงคือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้กระทรวงนี้ มี 3 หน่วยงานที่ดูแลเรื่องไฟป่าโดยตรง คือสำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งดูแลแผนงานและการจัดการ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดูแลเรื่องการทำแนวกันไฟ และกรมป่าไม้ ดูแลเรื่องการดับไฟ</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากงบประมาณประจำปี 2569 สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดสรรงบสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กไว้ 10,000,000 บาท โดยภาคเหนือได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 4,610,000 บาท และภาคตะวันตกได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 640,000 บาท ส่วนภาคตะวันออกไม่ได้รับงบประมาณ โดยมี 31 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณ เชียงใหม่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดจำนวน 600,000 บาท ส่วนกาญจนบุรีได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 90,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ตั้งงบสำหรับสำหรับการควบคุมไฟป่า การทำแนวกันไฟ และการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาไฟป่าไว้ทั้งหมด 486,682,500 บาท โดยภาคเหนือได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 184,015,900 บาท ส่วนภาคตะวันออกได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 22,954,500 บาท โดยมี 63 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณ เชียงใหม่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดจำนวน 63,635,500 บาท ส่วนสตูลได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 915,100 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนกรมป่าไม้ ได้ตั้งงบสำหรับงานป้องกันไฟป่าและควบคุมหมอกควันไว้ 107,654,300 บาท โดยภาคเหนือได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 58,356,300 บาท ส่วนภาคตะวันออกได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 3,368,000 บาท โดยมี 47 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณ น่านได้รับงบประมาณสูงที่สุดจำนวน 15,110,900 บาท ส่วนบึงกาฬได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 55,900 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณางบประมาณรวมทั้ง 3 หน่วยงานจะพบว่าภาคที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดคือ ภาคเหนือ จำนวน 246,982,200 บาท รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 125,886,200 บาท ภาคกลาง 78,853,900 บาท ภาคตะวันตก 78,338,350 บาท ภาคใต้ 47,953,650 บาท และน้อยที่สุดคือ ภาคตะวันออกเป็นจำนวน 26,322,500 บาท</p>



<h3 class="wp-block-heading">การเปรียบเทียบงบประมาณและพื้นที่เผาไหม้ในป่า</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/budget-forrest-fire-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7326" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/budget-forrest-fire-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/budget-forrest-fire-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/budget-forrest-fire-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/budget-forrest-fire.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้หากเทียบงบประมาณและพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นรายจังหวัดในแต่ละภาคจะพบว่า ในภาคเหนือ ซึ่งได้งบประมาณมากที่สุดและมีพื้นที่เผาไหม้ในป่ามากที่สุด&nbsp; เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 73,418,000 บาท ขณะที่แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าสูงที่สุดในภาคเหนือ แต่กลับได้รับงบประมาณเพียง 24,897,000 บาท จัดเป็นลำดับที่ 5 ในภาคเหนือ ในขณะที่เชียงรายมีพื้นที่เผาไม้ในป่าน้อยที่สุดในภาคเหนือ แต่กลับได้รับงบประมาณถึง 36,424,500 บาท จัดเป็นลำดับที่ 2 ในภาคเหนือ ซึ่งเชียงรายได้รับงบประมาณมากกว่าแม่ฮ่องสอนถึง 11,527,500 บาท ส่วนอุตรดิตถ์เป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 7,305,500 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับงบประมาณมากเป็นอันดับ 2 และมีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นอันดับที่ 4 นครราชสีมาเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 17,647,900 บาท และมีพื้นที่เผาไหม้เป็นลำดับที่ 4 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ชัยภูมิมีพื้นที่เผาไหม้ในป่ามากที่สุด กลับได้รับงบประมาณเพียง 6,481,000 บาท ถือเป็นลำดับที่ 8 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งชัยภูมิได้รับงบประมาณน้อยกว่านครราชสีมาถึง 11,166,900 บาท ส่วนยโสธรเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 423,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้มหาสารคามซึ่งเป็นจังหวัดเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ไม่ได้รับงบประมาณทั้งที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่า 4,860 ไร่ มากเป็นลำดับที่ 13 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่บึงกาฬมีพื้นที่เผาไหม้ในป่าน้อยที่สุดเพียง 25 ไร่ แต่ยังได้รับงบประมาณ 2,596,400 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคกลาง ซึ่งได้รับงบประมาณมากเป็นอันดับ 3 และมีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นอันดับที่ 3 พิษณุโลกเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 18,844,100 บาท แต่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นลำดับที่ 8 จาก 11 จังหวัดในภาคกลางที่พบพื้นที่เผาไหม้ในป่า ขณะที่ลพบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นเผาไหม้ในป่าสูงที่สุดในภาคกลาง แต่กลับได้รับงบประมาณเพียง 2,270,300 บาท ซึ่งถือเป็นลำดับที่ 10 จาก 12 จังหวัดในภาคกลางที่ได้รับงบประมาณ ส่วนพิจิตรและปทุมธานีเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 200,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ชัยนาทที่มีพื้นป่าถูกเผาไป 1,254 ไร่ แต่กลับไม่ได้รับงบประมาณ ในขณะที่นครนายกและปทุมธานีไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่า แต่ยังได้รับงบประมาณ โดยนครนายกได้รับงบประมาณถึง 2,703,900 บาท ถือเป็นลำดับที่ 7 จาก 12 จังหวัดในภาคกลางที่ได้รับงบประมาณ และปทุมธานีได้รับงบประมาณไป 200,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคตะวันตก ซึ่งได้รับงบประมาณมากเป็นอันดับ 4 และมีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นอันดับที่ 2 ตาก ซึ่งมีพื้นที่เผาไหม้มากที่สุดเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 31,608,100 บาท ประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้น้อยที่สุดในภาคตะวันตก ได้รับงบประมาณถึง 9,603,100 บาท ถือเป็นอันดับที่ 3 ของภาคตะวันตก ในขณะที่ราชบุรีมีพื้นที่เผาไหม้เป็นลำดับที่ 3 ของภาคตะวันตก แต่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 7,045,250 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคใต้ ซึ่งไม่ปรากฏข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่า แต่กลับได้รับงบประมาณรวมทั้งภาคเป็นลำดับที่ 5 จาก 6 ภาคมากกว่าภาคตะวันออกที่พบพื้นที่เผาไหม้ในป่าถึง 21,631,150 บาท โดยนครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 12,095,600 บาท ส่วนสตูลเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 915,100 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคตะวันออก ฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 6,717,100 บาท มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าเป็นลำดับรองสุดท้ายของภาคตะวันออก ชลบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าสูงที่สุดในภาคตะวันออก แต่กลับได้รับงบประมาณเพียง 3,063,800 บาท ถือเป็นลำดับที่ 4 ของภาคตะวันออก และตราดเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 1,625,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัดทั้งหมด 76 จังหวัดจะพบว่า 10 จังหวัด ที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุด มีดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เชียงใหม่ 73,418,000 บาท</li>



<li>เชียงราย 36,424,500 บาท</li>



<li>น่าน 32,620,500 บาท</li>



<li>ตาก 31,608,100 บาท</li>



<li>ลำปาง 31,136,600 บาท</li>



<li>แม่ฮ่องสอน 24,897,000 บาท</li>



<li>กาญจนบุรี 21,224,000 บาท</li>



<li>พิษณุโลก 18,844,100 บาท</li>



<li>นครราชสีมา 17,647,900 บาท</li>



<li>อุทัยธานี 17,185,100 บาท</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ใน 10 จังหวัด ที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุด มีจังหวัดในภาคเหนือไปแล้วถึง 5 จังหวัดและมีจังหวัดในภาคตะวันตก 2 จังหวัด ภาคกลาง 2 จังหวัด และภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีก 1 จังหวัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วน 10 จังหวัด ที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุด มีดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1. &nbsp; พิจิตร&nbsp; 200,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1. &nbsp; ปทุมธานี 200,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3. &nbsp; ยโสธร 423,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4. &nbsp; สตูล 915,100 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5. &nbsp; ระนอง 1,104,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6. &nbsp; ปัตตานี 1,158,500 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;7. &nbsp; กระบี่ 1,174,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;8. &nbsp; ยะลา 1,291,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;9. &nbsp; ตรัง 1,313,900 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;10.&nbsp; ภูเก็ต 1,355,900 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ใน 10 จังหวัด ที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุด เป็นจังหวัดในภาคใต้ถึง 7 จังหวัด และเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 จังหวัด และภาคกลางอีก 2 จังหวัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่า เมื่อพิจารณา 24 จังหวัดที่ไม่ปรากฏพื้นที่เผาไหม้ในป่า จะมีถึง 16 จังหวัดที่ได้รับงบประมาณในส่วนนี้และรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,857,550 บาท ซึ่งคิดเป็น 8.42% ของงบประมาณทั้งหมด ในงบประมาณของจังหวัดที่ได้รับงบประมาณแต่ไม่พบพื้นที่เผาไหม้จำนวน 50,857,550 บาท แบ่งออกเป็นงบประมาณจากกรมป่าไม้ 3,730,000 บาท สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1,200,000 บาท และงบประมาณจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชอีก 45,927,550 บาท ซึ่งถูกใช้ในงานควบคุมไฟป่าสูงถึง 36,868,900 บาท&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">การจัดสรรงบประมาณของ 3 หน่วยงาน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณางบประมาณ ใน 3 หน่วยงานภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวม 604,336,800 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเป็นหน่วยงานที่มีงบประมาณสูงที่สุดใน 3 หน่วยงาน 486,682,500 บาท&nbsp; โดยในจำนวนนี้มีงบที่ถูกระบุว่าเป็นงานเกี่ยวกับการจัดทำแนวกันไฟ 95,220,100 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดคือ เชียงใหม่ได้รับงบประมาณไป 63,635,500 บาท รองลงมาคือเชียงราย 27,263,600 บาท ตาก 24,343,100 บาท ลำปาง 21,104,700 บาท และกาญจนบุรี 20,016,000 บาท จะเห็นได้ว่าทั้ง 5 จังหวัดนั้นอยู่ในเขตภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนงบประมาณจำนวน 107,654,300 ของกรมป่าไม้จะเน้นไปที่การป้องกันไฟป่าและควบคุมหมอกควัน น่านได้รับงบประมาณสูงที่สุดถึง 15,110,900 บาท รองลงมาคือ ลำปาง 9,481,900 บาท เชียงใหม่ 9,182,500 บาท เชียงราย 8,610,900 บาท และตาก 6,715,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีงบประมาณในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีก 10,000,000 บาท&nbsp; ซึ่งระบุว่าเป็น งบสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันโดยจังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดคือ เชียงใหม่ 600,000 บาท รองลงมาคือ เชียงใหม่ ลำปาง ตาก แม่ฮ่องสอนและลำพูนที่ได้รับงบประมาณเท่ากันคือ 550,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา :&nbsp; การจัดสรรงบประมาณประจำปี 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, พื้นที่เผาไหม้รวมทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม 2568&nbsp; จาก GISTDA&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-budget-forest-fire-2569">https://rocketmedialab.co/database-budget-forest-fire-2569</a>/</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/budget-forest-fire-2569/">สถานการณ์ไฟป่าในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร และมีงบฯ ในการจัดการมาก-น้อย แค่ไหน </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สถานการณ์ไฟป่าในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร และมีงบฯ ในการจัดการมาก-น้อย แค่ไหน [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-budget-forest-fire-2569/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 12:17:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7331</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621; &#3585;&#363 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-budget-forest-fire-2569/">สถานการณ์ไฟป่าในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร และมีงบฯ ในการจัดการมาก-น้อย แค่ไหน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูล การเปรียบเทียบงบประมาณ 2569 และพื้นที่เผาไหม้ในป่าปี 2568</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRS4WI2RJtjTv0BGkdFgRd_FM8CUOTlrtqCJHkLsQhD3mM9zjw5SdjjWJoJoDCjJiRFcdxVWB1d_G69/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลดข้อมูล <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1suBlhAZ3GzspaInN0USxz2PBb8oJJBQ7aZaTsEX4F70/edit?usp=sharing">ที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/budget-forest-fire-2569/">สถานการณ์ไฟป่าในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร และมีงบฯ ในการจัดการมาก-น้อย แค่ไหน</a> </p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-budget-forest-fire-2569/">สถานการณ์ไฟป่าในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร และมีงบฯ ในการจัดการมาก-น้อย แค่ไหน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจพื้นที่การเผาทั่วไทย: ปี 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดไหนมีพื้นที่เผาไหม้มาก-น้อย เท่าไร</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/burn-scar-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 04:33:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[burn scar]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[GISTDA]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เผาไหม้]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟไหม้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7304</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3611;&#3633;&#3597;&#3627;&#3634;&#3617;&#3621;&#3614 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/burn-scar-2025/">สำรวจพื้นที่การเผาทั่วไทย: ปี 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดไหนมีพื้นที่เผาไหม้มาก-น้อย เท่าไร</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหามลพิษทางอากาศ และฝุ่นควันจากการเผาในที่โล่งไม่ได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในประเทศ แต่เป็นวิกฤตระดับชาติที่ส่งผลครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ในไทย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกันก็มีข้อถกเถียงมากมายในไทยในประเด็นเรื่องการเผา ตั้งแต่การประเมินผล<a href="https://readcard.dnp.go.th/fire/knew/docs/firemanual.pdf">มาตรการชิงเผา</a>โดยหน่วยงานรัฐ ความจำเป็นในการจัดการไฟของเกษตรกรและกลุ่มชาติพันธุ์ในหลากหลายบริบท ไปจนถึงปัญหาจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านที่ก่อให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดน ซึ่งแม้จะมีมาตรการ<a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/271024">ห้ามรับซื้อ-นำเข้า สินค้าเกษตร (ข้าวโพด)</a> จากประเทศเพื่อนบ้านที่มาจากการเผา แต่ปัญหาก็ยังไม่คลี่คลาย ซ้ำร้ายการเผาข้ามพรมแดนยิ่งเข้ามาซ้ำเติมให้สถานการณ์ในประเทศให้เลวร้ายลงอีก</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab จึงชวนย้อนสำรวจข้อมูลร่องรอยพื้นที่ถูกเผาไหม้ (Burnt Scar) ทั่วประเทศในปี 2568 ว่าพื้นที่จังหวัดใดมีการเผาเพิ่มขึ้น-ลดลง อย่างไรบ้าง </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7315" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เผาไหม้รวมทั่วประเทศ </h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อกางข้อมูลพื้นที่เผาไหม้รวมทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม 2568 จะพบว่าร่องรอยการเผาไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงแค่ภาคเหนือตอนบนอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ลุกลามครอบคลุมไปในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ โดยมียอดรวมพื้นที่ถูกเผาไหม้ทั่วประเทศสูงถึง 14,301,954 ไร่ โดยลดลงจากปี 2567 ที่มีพื้นที่เผาไหม้รวม 19,523,234 ไร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด จะเห็นว่าตากเป็นจังหวัดที่ครองแชมป์มีพื้นที่เผาไหม้สูงสุดในประเทศด้วยตัวเลขที่สูงถึง 1,390,888 ไร่ ตามมาติดๆ ด้วยแม่ฮ่องสอนที่ 1,227,208 ไร่ ซึ่งทั้งสองจังหวัดนี้เป็นสองพื้นที่ในประเทศที่มียอดการเผาทะลุหลักล้านไร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่เชียงใหม่ซึ่งมักถูกจับตามองในฐานะศูนย์กลางของปัญหามลพิษทางอากาศกลับมียอดพื้นที่เผาไหม้อยู่ที่ 704,562 ไร่ ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วยังน้อยกว่าหลายจังหวัดในเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางที่พบตัวเลขสูง เช่น นครสวรรค์มียอดการเผาถึง 956,132 ไร่ ลพบุรี 942,667 ไร่ และลำปาง 915,177 ไร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมาก็มีพื้นที่เผาไหม้สูงถึง 700,536 ไร่ ซึ่งจากข้อมูลจะเห็นว่าในหลายภูมิภาคทั่วไทย ยังคงมีการเผาในปริมาณมหาศาลอยู่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางตรงกันข้าม กลุ่มจังหวัดทางภาคใต้ทั้งหมด รวมถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียงอย่างสมุทรสงคราม และสมุทรสาคร กลับไม่มีรายงานพื้นที่เผาไหม้เลยแม้แต่ไร่เดียว หรือแม้แต่สมุทรปราการก็พบร่องรอยเพียง 8 ไร่ นนทบุรี 36 ไร่ และปทุมธานี 166 ไร่เท่านั้น&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7313" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เผาไหม้ในป่าทั่วประเทศ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสำรวจข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในเขตป่าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 31 พฤษภาคม 2568 จะพบว่ามียอดเผาทั้งสิ้น 7,381,773 ไร่ เช่นเดิม จะพบว่าวิกฤตไฟป่าไม่ได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่ภาคเหนือ แต่ยังกระจายตัวไปยังภูมิภาคอื่นในไทยด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยจังหวัดตากครองแชมป์จังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าสูงที่สุดในประเทศที่ 1,195,419 ไร่ ตามมาด้วยแม่ฮ่องสอนที่ 1,110,340 ไร่ ซึ่งทั้งสองจังหวัดนี้เป็นเพียงสองแห่งในไทยที่มียอดเผาป่าทะลุหลักล้านไร่ ขณะที่ลำปางและเชียงใหม่มียอดลดหลั่นลงมาที่ 829,250 ไร่และ 637,886 ไร่ตามลำดับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่น่าสนใจคือ จังหวัดทางภาคตะวันตก อย่างกาญจนบุรีมียอดการเผาในป่าสูงถึง 333,826 ไร่ ซึ่งสูสีกับหลายจังหวัดในภาคเหนือตอนบน ในทางกลับกัน พื้นที่ที่มีการเผาไหม้ในป่าน้อยที่สุด แต่ยังคงมีร่องรอยอยู่คือ ประจวบคีรีขันธ์ ที่พบเพียง 25 ไร่ รองลงมาคือจันทบุรี 113 ไร่ และฉะเชิงเทรา 183 ไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนกลุ่มจังหวัดในภาคใต้ ตั้งแต่ชุมพร ลงไปจนถึงยะลา และนราธิวาส รวมไปถึงกลุ่มจังหวัดที่ราบลุ่มภาคกลาง และปริมณฑลอย่างกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ด้วย โดยไม่ปรากฎข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่าเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากย้อนกลับไปในปี 2566 จะพบการเกิดไฟป่าทั่วประเทศสูงถึง <a href="https://forestinfo.forest.go.th/Content/file/stat2566/Table%2011.pdf">2,375 ครั้ง</a> ครั้ง ซึ่งพื้นที่ภาคเหนือมีความถี่สูงสุดถึง 2,179 ครั้ง ทำให้ปัญหาไฟป่าในภาคเหนือกลายเป็นประเด็นที่ภาครัฐต้องออกมาตรการป้องกันและแก้ไขโดยด่วน ซึ่งการแก้ปัญหาเหล่านี้สะท้อนผ่านการกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละออง โดยพบว่ามีการตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2567 มีการตั้ง KPI ไว้อย่างเข้มงวดโดยตั้งเป้าลดการเผาไหม้ทั้งในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน และพื้นที่เกษตรกรรมใน 17 จังหวัดภาคเหนือลงให้ได้ 50%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผลจากการตั้งเป้าหมายอย่างเข้มงวดส่งผลให้ไฟป่าลดลง แต่กลับพบว่าการเผาในพื้นที่เกษตรเพิ่มสูงขึ้นแทน จนกลายเป็นปีแรกในรอบหลายสิบปีที่สถิติการเผาในภาคเกษตรสูงกว่าพื้นที่ป่าในภาพรวมทั้งประเทศ ซึ่งก็นำมาสู่การบังคับใช้มาตรการห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่เกษตรอย่างเข้มงวด จนทำให้ตัวเลขการเผาภาคเกษตรลดลงในปี 2568 ทว่าพื้นที่ป่ากลับมามีสถิติไฟไหม้เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7314" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เผาในพื้นที่การเกษตรทั่วประเทศ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาสถิติพื้นที่เผาไหม้ในภาคการเกษตรทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 31 พฤษภาคม 2568 จะพบว่ามีการกระจายตัวเช่นกัน โดยในมิติของการทำเกษตรกรรมในหลากหลายภูมิภาคก็เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบอย่างหนัก โดยมียอดรวมพื้นที่เผาทางการเกษตรทั่วประเทศสูงถึง 6,677,564 ไร่ ซึ่งครอบคลุมทั้งนาข้าว ไร่ข้าวโพด ไร่อ้อย และเกษตรกรรมอื่นๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด จะพบว่าจังหวัดที่มียอดการเผาในพื้นที่เกษตรสูงสุดระดับประเทศนั้น โดยมากไปไปกระจุกตัวอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง นำโดยนครสวรรค์ที่มียอดรวมพุ่งสูงถึง 783,779 ไร่ ซึ่งมาจากการเผาในนาข้าวมากถึง 389,445 ไร่ ตามมาด้วยลพบุรีที่มียอดรวม 771,155 ไร่ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเผาไร่อ้อยที่สูงถึง 471,135 ไร่ เช่นเดียวกับเพชรบูรณ์ที่มียอดเผารวม 690,147 ไร่และเป็นการเผาไร่อ้อยไปแล้ว 404,427 ไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมาก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มียอดเผาสะสมสูงถึง 602,008 ไร่ ซึ่งกระจายตัวอยู่ในหลายพืชผลเกษตร ในทางตรงกันข้าม จังหวัดที่มีพื้นที่การเกษตร แต่มีพื้นที่เผาไหม้ต่ำสุดคือปทุมธานีที่พบร่องรอยพื้นที่เผาไหม้เพียง 142 ไร่ และตราด 199 ไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่กลุ่มจังหวัดทางภาคใต้ทั้งหมด ตั้งแต่ชุมพรลงไปสามจังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ไม่ปรากฏข้อมูลการเผาในพื้นที่เกษตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตามเมื่อสำรวจ <a href="https://www.pcd.go.th/strategy/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%92-%E0%B8%9E-%E0%B8%A8-%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%96%E0%B9%98-%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%97%E0%B9%90-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B0-%E0%B9%95-%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%9B/">แผนแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ฉบับที่ 2</a> ก็พบว่าภาครัฐได้ออกมาตรการยาแรงสำหรับภาคเกษตรออกมา โดยภาครัฐระบุว่าจะประกาศสงครามกับการเผา ซึ่งปรากฎในแผนแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ฉบับที่ 2 รัฐบาลได้เปลี่ยนจากการรณรงค์ขอความร่วมมือ มาสู่การใช้มาตรการเชิงรุกขั้นเด็ดขาดภายใต้คำว่า “ประกาศสงครามกับการเผาพื้นที่เกษตรกรรม” โดยระบุว่ามีใช้มาตรการตัดสิทธิเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรที่เผาในพื้นที่เกษตรกรรมจะไม่ได้รับสิทธิ หรืออาจถูกเพิกถอนสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก. และนิคมสหกรณ์ รวมถึงจะไม่ได้รับการจ่ายเงินช่วยเหลือตามโครงการต่างๆ ของภาครัฐอีกต่อไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากบทลงโทษแล้ว แผนนี้ยังเน้นการจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยการนำระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) มาใช้ เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของผลผลิตทางการเกษตร สินค้าแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรว่าไม่ได้มาจากการเผา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนภาคธุรกิจจะถูกกระตุ้นให้รับซื้อผลผลิตจากแหล่งที่ปลอดการเผา และหลีกเลี่ยงการรับซื้อสินค้าเกษตรที่มาจากการเผาอย่างเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการเร่งรัดมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) สำหรับข้าวและอ้อยแบบไม่เผา รวมถึงมาตรฐาน PM2.5 Free Plus สำหรับกระบวนการผลิตข้าวโพดเมล็ดแห้งด้วย ซึ่งจากการสำรวจพื้นที่การเผาในภาคเกษตร ก็พบว่ายังคงมีการเผาเกิดขึ้นอยู่</p>



<h3 class="wp-block-heading">สรุปการเผาทั่วประเทศ: ลดเผาไม่ได้ ก็เน้นแก้ KPI&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ภาพรวมสถานการณ์การเผาไหม้ทั่วประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 31 พฤษภาคม 2568 พบว่ามียอดพื้นที่เผาไหม้สะสมรวมกันสูงถึง 14,301,954 ไร่ ซึ่งสามารถแบ่งสัดส่วนหลักออกเป็นพื้นที่ป่าจำนวน 7,381,773 ไร่ และพื้นที่ทางการเกษตร 6,677,564 ไร่ หากมองในส่วนของพื้นที่ป่า จะพบการกระจุกตัวอยู่ในบริเวณที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขา โดยมีตาก และแม่ฮ่องสอนเป็นสองจังหวัดที่มียอดการเผาป่าทะลุหลักล้านไร่ รวมไปถึงจังหวัดทางภาคตะวันตก อย่างกาญจนบุรี ที่มียอดสูงกว่าสามแสนไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทางพื้นที่ทางการเกษตร กลับพบว่าพื้นที่การเผาส่วนใหญ่ ได้ย้ายมาสู่บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำโดยนครสวรรค์ มียอดเผาในนาข้าว และพื้นที่เกษตรอื่นๆ รวม 783,779 ไร่ ตามมาด้วยลพบุรี และเพชรบูรณ์ ที่มีการเผาไร่อ้อยรวมกันกว่าแปดแสนไร่ ไปจนถึงนครราชสีมา ที่มียอดเผาสะสมในภาคเกษตรถึง 602,008 ไร่ ในขณะที่พื้นที่ภาคใต้ กรุงเทพมหานคร ไม่ปรากฏข้อมูลการเผา&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน เมื่อ<a href="https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/">สำรวจ KPI การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5</a> ในปี 2567 2568 และ 2569 ของภาครัฐ กลับพบว่ามีการลดเพดานความเข้มงวดลง โดยเห็นได้ในส่วนของการเผาในพื้นที่ป่านั้นมีการกำหนด KPI จาก 50% ในปี 2567 เหลือเพียง 25% ในปี 2568 และในปี 2569 เหลือเพียง 10% เท่านั้น ขณะที่ภาคการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลับมีการลด KPI จาก 50% ในปี 2567 เหลือเพียง 30% ในปี 2568 และลดลงเหลือ 10% ในปี 2569 ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการปรับ KPI การเผาในพื้นที่เกษตรจาก 20% ในปี 2568 เหลือ 10% ในปี 2569 นอกจากนี้ในปี 2569 มีการเพิ่มเป้าหมายพื้นที่เกษตร โดยแยกเป็นกลุ่มพืชเป้าหมาย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาการเผาในไทยมีรากฐานมาจากสองส่วนหลักที่แตกต่างกัน ทั้งการจัดการทรัพยากรในเขตป่าไม้ และการพึ่งพาวิธีการเผา เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างนาข้าวและไร่อ้อยในพื้นที่ราบ นโยบายการแก้ปัญหาฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศหลังจากนี้จึงไม่อาจใช้เพียงมาตรการห้ามเผาแบบเหมารวม แต่จำเป็นต้องออกแบบแนวทางรับมือและแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศและวิถีการเกษตรของแต่ละพื้นที่</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ หากสำรวจไปถึงแผนแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ฉบับที่ 2 ก็จะพบว่าภาครัฐได้ปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดความสำเร็จ จากเดิมที่มีมาตรการควบคุมจุดความร้อน (Hotspot) มาเป็นการวัดพื้นที่เผาไหม้ (Burnt Scar) แทน ซึ่งมีการระบุสาเหตุที่ต้องเปลี่ยน เพราะข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียมมีข้อจำกัดในการตรวจจับ เนื่องจากเกษตรกรมีพฤติกรรมการเผาหลบดาวเทียม เช่น การเผาในเวลากลางคืน การเผาในช่วงเวลาสั้นๆ การเผาใต้แนวไม้ หรือการเผาในวันที่เมฆปกคลุม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ข้อมูลร่องรอยพื้นที่เผาไหม้ มีความแม่นยำสูงกว่า และยังช่วยชี้เป้าพื้นที่ที่มีการเผาซ้ำซากได้อีกด้วย ความน่าสนใจของแผนใหม่นี้จึงอยู่ที่การใช้มาตรวัดที่แม่นยำขึ้นพร้อมกับกำหนดเป้าหมายว่าพื้นที่เผาไหม้จะต้องลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลังห้าปี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลเทียบกันจะพบว่าในปี 2567 มีพื้นที่เผาไหม้รวม 19,523,234 ไร่ และในปี 2568 ก็มีพื้นที่เผาไหม้รวมไปแล้วถึง 14,301,954 ไร่ ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีลดการเผาลง แต่ก็ยังไม่ถึงเกณฑ์เป้าหมายที่ตั้งไว้ และแม้แผนปฏิบัติการฉบับนี้จะยกระดับการจัดการจากยุคของการขอความร่วมมือมาสู่การบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย แต่ความท้าทายที่รออยู่คือรัฐบาลจะสามารถเปลี่ยนตัวหนังสือในกระดาษเหล่านี้ให้กลายเป็นการปฏิบัติจริงได้หรือไม่</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่: <a href="https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025">https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่านเพิ่มเติม: </p>



<p class="wp-block-paragraph">จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: <a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024/">สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/">ตรวจการบ้าน : ภาครัฐแก้ปัญหาฝุ่นในปี 2568 ประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้มากน้อยแค่ไหน</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/burn-scar-2025/">สำรวจพื้นที่การเผาทั่วไทย: ปี 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดไหนมีพื้นที่เผาไหม้มาก-น้อย เท่าไร</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พื้นที่เผาไหม้ 2568 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 04:31:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[burn scar]]></category>
		<category><![CDATA[GISTDA]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เผาไหม้]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟไหม้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7309</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3594;&#3640;&#3604;&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025/">พื้นที่เผาไหม้ 2568 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ชุดข้อมูลพื้นที่เผาไหม้รายจังหวัด จำแนกตามประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน ได้แก่ พื้นที่ป่า พื้นที่เพาะปลูก (ข้าว ข้าวโพด อ้อย) และพื้นที่เกษตรอื่น ๆ รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 และ 2568 โดย GISTDA (สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)).</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQf890nxAQvaxmO7QMLiNQxb9xjqZGHlbTX5LLwPjueNbXvj95RVx0WS6TLOsygsWn5PUtkm9drl0_2/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลดข้อมูล <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1VGvLYq3fJBqLociwyadkhUy0VitfGVVEj_uxtYrXwcs/edit?usp=sharing">ที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/burn-scar-2025">สำรวจพื้นที่การเผาทั่วไทย: ปี 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดไหนมีพื้นที่เผาไหม้มาก-น้อย เท่าไร</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025/">พื้นที่เผาไหม้ 2568 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งบประมาณแก้หมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 ของภาคเหนือและจ.เชียงใหม่ [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-chiang-mai-smog-budget-breakdown/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2026 08:13:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[หมอกควัน]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7227</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3604;&#3634;&#3623;&#3609;&#3660;&#3650;&#3627;&#3621 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-chiang-mai-smog-budget-breakdown/">งบประมาณแก้หมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 ของภาคเหนือและจ.เชียงใหม่ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vSpCvFTNqPUwHW6VCHfcahU3jeRSI2oHqWm9HHbzd-dROlP9LWOBdBbZaUhtV8IWBZVDo0U11gFKLsv/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>


 



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1OtSAk7_MJB8bi17Yh0koaWp5CbnGPmtq2qnCnmYc-B8/edit?gid=1187238240#gid=1187238240">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/chiang-mai-smog-budget-breakdown/">เปิดงบฯ แก้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 เกือบ 400 ล้านบาทในภาคเหนือและเชียงใหม่เอาไปใช้ทำอะไรบ้าง</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-chiang-mai-smog-budget-breakdown/">งบประมาณแก้หมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 ของภาคเหนือและจ.เชียงใหม่ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดงบฯ แก้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 เกือบ 400 ล้านบาทในภาคเหนือและเชียงใหม่เอาไปใช้ทำอะไรบ้าง</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/chiang-mai-smog-budget-breakdown/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2026 08:13:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[หมอกควัน]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7225</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3651;&#3609;&#3611;&#3637; 2566 &#3611;&#3619;&#3632; [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/chiang-mai-smog-budget-breakdown/">เปิดงบฯ แก้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 เกือบ 400 ล้านบาทในภาคเหนือและเชียงใหม่เอาไปใช้ทำอะไรบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จากงบประมาณปี 2569 ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับไฟป่าใน 17 จังหวัดภาคเหนือ พบว่าพิจิตรได้รับงบน้อยที่สุดเพียง 200,000 บาท ขณะที่เชียงใหม่ได้รับสูงสุดที่ 73,418,000 บาท</li>



<li>ข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ปี 2568 ระบุว่าในกลุ่ม 17 จังหวัดภาคเหนือ เชียงใหม่มีพื้นที่ป่าในเขตอนุรักษ์ถูกเผาสูงที่สุดในประเทศ รวม 38,575.3 ไร่ ขณะที่อุตรดิตถ์มีพื้นที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในภูมิภาคเดียวกันที่ 767 ไร่</li>



<li>เชียงใหม่ได้รับงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสูงที่สุดใน 17 จังหวัดภาคเหนือ รวม 73,418,000 บาท หรือ 20.89% ของงบจัดการไฟป่าของกระทรวงฯ ในภูมิภาค แบ่งเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 63,635,500 บาท กรมป่าไม้ 9,182,500 บาท และสำนักปลัดกระทรวงฯ 600,000 บาท</li>



<li>จาก อบต. และเทศบาล 211 แห่งในเชียงใหม่ มี 191 แห่งที่ตั้งงบสำหรับการแก้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 รวม 18,432,336 บาท (ไม่รวมงบวัสดุ ครุภัณฑ์ และงบกลาง) ส่วนอีก 20 แห่งไม่ได้ตั้งงบในส่วนนี้ไว้</li>



<li>โครงการที่เกี่ยวข้องกับการทำแนวกันไฟโดยตรงมีประมาณ 41 โครงการใน 16 อปท. งบประมาณรวม 1,725,200 บาท เช่น อบต.บ้านสหกรณ์ อบต.อมก๋อย และเทศบาลตำบลจอมแจ้ง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2566 ประเทศไทยเกิดไฟป่ารวม 2,375 ครั้ง โดยภาคเหนือมีความถี่สูงสุดถึง 2,179 ครั้ง เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เกิดไฟป่ามากเป็นอันดับสามของประเทศ และยังครองสถิติพื้นที่ไฟป่าในเขตอนุรักษ์สูงสุดอย่างต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของปีนั้น เชียงใหม่เผชิญกับสถานการณ์ไฟป่าอย่างรุนแรง ส่งผลให้ระดับมลพิษทางอากาศพุ่งสูงจนติดอันดับเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกับปี 2569 ที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงใหม่ต้องเผชิญกับปัญหาหมอกควันและไฟป่าอีกครั้ง จนทำให้เชียงใหม่กลายเป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ หน่วยงานภาครัฐดำเนินการรับมือ ทั้งแก้ปัญหาและป้องกันอย่างไร งานชิ้นนี้ลองสำรวจงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 ของภาคเหนือและจ.เชียงใหม่</p>



<h3 class="wp-block-heading">งบไฟป่าจากส่วนกลางผ่านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงที่ใช้งบประมาณเกี่ยวกับไฟป่าโดยตรงคือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้กระทรวงนี้ มี 3 หน่วยงานที่ดูแลเรื่องไฟป่าโดยตรง คือสำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งดูแลแผนงานและการจัดการ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดูแลเรื่องการทำแนวกันไฟ และกรมป่าไม้ ดูแลเรื่องการดับไฟ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-2-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7281" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-2-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-2-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-2-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-2-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-2-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-2-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากงบประมาณปี 2569 สำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดสรรงบสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กใน 17 จังหวัดภาคเหนือ รวม 7,310,000 บาท โดยพิจิตรได้รับงบน้อยที่สุด 200,000 บาท และเชียงใหม่ได้รับมากที่สุด 600,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตั้งงบสำหรับการควบคุมไฟป่า การทำแนวกันไฟ และการเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาไฟป่าใน 17 จังหวัดภาคเหนือไว้ที่ 261,685,400 บาท โดยนครสวรรค์ได้รับน้อยที่สุด 3,074,100 บาท และเชียงใหม่ได้รับมากที่สุด 63,635,500 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนกรมป่าไม้ตั้งงบสำหรับงานป้องกันไฟป่าและควบคุมหมอกควันใน 17 จังหวัดภาคเหนือรวม 77,940,100 บาท โดยนครสวรรค์ได้รับน้อยที่สุด 462,000 บาท และน่านได้รับมากที่สุด 15,110,900 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณางบประมาณรวมทั้งสามหน่วยงานในระดับจังหวัด พบว่าพิจิตรเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณน้อยที่สุดเพียง 200,000 บาท ขณะที่เชียงใหม่ได้รับสูงสุด 73,418,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะเดียวกัน หากพิจารณาควบคู่กับข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ จากข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พบว่าในปี 2568 เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าในเขตอนุรักษ์ถูกไฟไหม้สูงที่สุดทั้งในระดับประเทศและใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่ 38,575.3 ไร่ ขณะที่อุตรดิตถ์มีพื้นที่ถูกเผาน้อยที่สุดใน 17 จังหวัดภาคเหนือเพียง 767 ไร่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-3-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7239" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-3-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-3-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-3-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-3-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-3-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-3-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ หากพิจารณาจากข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่าของ GISTDA ในปีเดียวกัน พบว่าตากเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าถูกเผาสูงที่สุดถึง 1,195,419 ไร่ ในขณะที่พิจิตรมีพื้นที่ถูกเผาน้อยที่สุดเพียง 1,715 ไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว งบประมาณที่เกี่ยวกับการจัดการไฟป่าในแต่ละพื้นที่จังหวัดยังมาจากงบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาล แต่ละหน่วยงานต่างก็มีโครงการหลากหลายรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่า ไม่ว่าจะเป็นโครงการเงินอุดหนุนหน่วยงานในพื้นที่ที่ทำงานด้านไฟป่าโดยตรง โครงการอบรมอาสาสมัครป้องกันไฟป่า โครงการทำแนวกันไฟ หรือจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้ในการจัดการไฟป่า ฯลฯ</p>



<h3 class="wp-block-heading">งบหมอกควัน ไฟป่าและ PM2.5 ของจ.เชียงใหม่</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7230" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/งบหมอกควันและไฟป่า-ภาคเหนือ-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ที่กำลังเผชิญปัญหาไฟป่าจนกลายเป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลกอยู่ในขณะนี้ หากพิจารณางบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ รวม 346,935,500 บาท พบว่าเชียงใหม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสูงที่สุดใน 17 จังหวัดภาคเหนือ รวม 73,418,000 บาท หรือคิดเป็น 21.16% ของงบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่าของกระทรวงฯ ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยแบ่งเป็นงบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 63,635,500 บาท กรมป่าไม้ 9,182,500 บาท และสำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 600,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณางบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่าจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของ อบจ.เชียงใหม่นั้นตั้งงบในปี 2569 ไว้ที่ 9,987,200 บาท แบ่งเป็น</p>



<p class="wp-block-paragraph">กล้องถ่ายภาพความร้อน 460,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">รถปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับ 3,500,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">อากาศยานไร้คนขับ 2,427,200 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">การรายงานข้อมูลฝุ่น PM2.5 1,600,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ติดตั้งเครื่องพ่นน้ำ 2,000,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 211 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อพิจารณาจากข้อบัญญัติงบประมาณของ อบจ. อบต. และเทศบาล ประจำปี 2569 หรือปีก่อนหน้าในกรณีที่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูล พบว่ามี 191 แห่งที่ตั้งงบประมาณสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 รวมทั้งสิ้น 18,432,336 บาท (ไม่รวมงบวัสดุ ครุภัณฑ์ และงบกลาง) ขณะที่อีก 20 แห่งไม่ได้ตั้งงบประมาณในส่วนนี้ไว้</p>



<p class="wp-block-paragraph">งบประมาณสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 ส่วนใหญ่จะอยู่ในหมวดงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย งานสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และงบอุดหนุน โดยแต่ละ อปท. มีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป แต่มักพบโครงการที่ใช้ชื่อซ้ำกันในหลาย อปท. เช่น &#8220;โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5&#8221; ซึ่งมีรายละเอียดการดำเนินงาน ได้แก่ การรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักแก่ประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบของหมอกควันและฝุ่น PM2.5 การจัดกิจกรรมฉีดน้ำในอากาศช่วงวิกฤต การรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่ และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าตกแต่งและจัดสถานที่ เช่น เครื่องเสียง เต็นท์ และเวที รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ<br><br>นอกจากนี้ยังพบโครงการที่เกี่ยวข้องกับการทำแนวกันไฟโดยตรงอีกประมาณ 41 โครงการใน 16 อปท. รวมงบประมาณทั้งสิ้น 1,725,200 บาท เช่น อบต.บ้านสหกรณ์ที่ได้รับเงินอุดหนุนสำหรับการทำแนวกันไฟใน 8 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 10,000 บาท โครงการทำแนวกันไฟป่าชุมชนของ อบต.อมก๋อย งบประมาณ 200,000 บาท และเงินอุดหนุนโครงการจัดทำแนวกันไฟประจำปีงบประมาณ 2569 ของเทศบาลตำบลจอมแจ้ง งบประมาณ 105,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">รวมถึงงบสำหรับการอบรมอาสาสมัคร เช่น โครงการฝึกอบรมอาสาสมัครป้องกันไฟป่าของ อบต.ออนเหนือ งบประมาณ 20,000 บาท และโครงการอบรมอาสาดับไฟป่าและกฎหมายสิ่งแวดล้อมของ อบต.แม่ตื่น งบประมาณ 200,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีโครงการที่มุ่งลดการเผาในภาคเกษตรกรรม เช่น โครงการแก้ไขปัญหาหมอกควันและลดการเผาในพื้นที่ของ อบต.แม่ก๊า ซึ่งสนับสนุนการนำเศษวัสดุทางการเกษตรมาทำปุ๋ยหมักแทนการเผา งบประมาณ 5,000 บาท โครงการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดหมอกควันของ อบต.บ้านหลวง งบประมาณ 30,000 บาท และโครงการพิธีรวมพลังป้องกันไฟป่าและหมอกควัน (พิธีสาปแช่ง) ขององค์กรเครือข่ายลุ่มน้ำแม่กลางตอนบน ของเทศบาลตำบลบ้านหลวง งบประมาณ 40,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากงบโครงการแล้ว บาง อปท. ยังมีการใช้งบวัสดุจัดซื้ออุปกรณ์ดับไฟป่าด้วย เช่น เทศบาลตำบลยุหว่าจัดซื้อเครื่องเป่าลม งบประมาณ 6,110 บาท และเครื่องเป่าใบไม้ งบประมาณ 9,080 บาท อบต.สันกลางจัดซื้อเครื่องเป่าลมสะพายหลัง งบประมาณ 11,800 บาท และเทศบาลตำบลบ้านตาลจัดซื้อโดรน งบประมาณ 308,600 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา: การจัดสรรงบประมาณประจำปี 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ข้อบัญญัติงบประมาณของ อบจ. อบต. และเทศบาล จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2569 หรือปีก่อนหน้าในกรณีที่หน่วยงานยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูล</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-chiang-mai-smog-budget-breakdown/">https://rocketmedialab.co/database-chiang-mai-smog-budget-breakdown/</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/chiang-mai-smog-budget-breakdown/">เปิดงบฯ แก้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และ PM2.5 เกือบ 400 ล้านบาทในภาคเหนือและเชียงใหม่เอาไปใช้ทำอะไรบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พื้นที่เผาใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ปี 66-68 : ปีไหนเผาป่าเยอะ การเผาในพื้นที่เกษตรลด </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/northern-burn-scar-3-years/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Apr 2026 10:58:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[burn scar]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เผาไหม้]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7202</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3648;&#3627;&#3605;&#3640;&#3585 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/northern-burn-scar-3-years/">พื้นที่เผาใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ปี 66-68 : ปีไหนเผาป่าเยอะ การเผาในพื้นที่เกษตรลด </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">จากเหตุการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ จนทำให้เชียงใหม่กลายเป็นพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก ในขณะเดียวกันก็เกิดการถกเถียงเรื่องนโยบายการผ้ามเผา ที่อาจไม่ช่วยให้ลดการเผาได้จริง ไปจนประเด็นเรื่องถึงการชิงเผาของหน่วยงานของรัฐ การจัดการไฟของชาวบ้าน กลุ่มชาติพันธ์ุ เกษตรกร และจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านที่ก่อให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนย้อนดูข้อมูลพื้นที่การเผา (Burnt Scar) ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ระว่างปี 2566-2568 ว่าพื้นที่จังหวัดใดมีการเผาเพิ่มขึ้น-ลดลง อย่างไรบ้าง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7212" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เผาไหม้รวม 17 จังหวัดภาคเหนือ 3 ปีย้อนหลัง : ในภาพรวมลดลง แต่ใช่ว่าจะลดลงทุกพื้นที่&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาภาพรวมของพื้นที่เผาไหม้ทั้งหมดใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งครอบคลุมทั้งพื้นที่ป่า และพื้นที่เกษตรกรรม ทั้งนาข้าว อ้อย ข้าวโพดและเกษตรกรรมอื่นๆ จาก GISTDA ระหว่างปี 2566-2568 พบว่า พื้นที่เผาไหม้รวมเพิ่มขึ้นจาก 9,686,956 ไร่ในปี 2566 เป็น 9,696,686 ในปี 2567 ก่อนจะลดลงเป็น 8,492,308 ไร่ ในปี 2568&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่าแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผามากที่สุดใน 3 ปีที่ผ่านมา รวม 4,117,067 ไร่ โดยในปี 2566 แม่ฮ่องสอนยังเป็นพื้นที่ที่มีการเผาสูงที่สุดอีกด้วย สูงถึง 1,754,585 ไร่ รองลงมาก็คือตาก พื้นที่เผารวม 3 ปี อยู่ที่ 3,937,182 ไร่ โดยในปี 2568 ตากยังเป็นพื้นที่ที่มีการเผาสูงที่สุดอีกด้วย สูงถึง 1,386,540 ไร่ ตามมาด้วย ลำปาง พื้นที่เผารวม 3 ปี อยู่ที่&nbsp; 3,007,622 ไร่ โดยในปี 2567 ลำปางยังเป็นพื้นที่ที่มีการเผาสูงที่สุดอีกด้วย สูงถึง 1,333,211ไร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของจังหวัดที่มีพื้นที่การเผาลดลงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มี 5 จังหวัดได้แก่ เชียงราย พื้นที่เผา 357,889 ไร่ ในปี 2566 ลดลงเหลือ 96,842 ไร่ในปี 2568 เชียงใหม่ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ติดอันดับหนึ่งของโลกว่ามีมลพิษทางอากาศสูงสุดในตอนนี้ พบว่าตลอด 3 ปีที่ผ่านมาพื้นที่เผาลดลงเรื่อยๆ จาก 1,157,434&nbsp; ไร่ ในปี 2566 ลดลงเหลือ 702,040&nbsp; ไร่ในปี 2568</p>



<p class="wp-block-paragraph">น่าน พื้นที่เผา 704,714 ไร่ ในปี 2566 ลดลงเหลือ 704,714 ไร่ในปี 2568 พิษณุโลก พื้นที่เผา 235,857 ไร่ ในปี 2566 ลดลงเหลือ 88,330 ไร่ในปี 2568 และอุตรดิตถ์ พื้นที่เผา 482,397 ไร่ ในปี 2566 ลดลงเหลือ 397,203 ไร่ในปี 2568 โดยพิษณุโลกยังเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้น้อยที่สุดในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนืออีกด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จังหวัดที่มีพื้นที่การเผาเพิ่มขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มี 3 จังหวัด คือ นครสวรรค์ มียอดรวมพื้นที่เผาในปี 2568 อยู่ที่ 917,832 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ 907,074 ไร่ เพชรบูรณ์ โดยขยับจาก 620,078 ไร่ในปี 2566 มาเป็น 753,246 ไร่ในปี 2567 และเพิ่มเป็น 838,310 ไร่ในปี 2568 และสุโขทัย จาก 113,435 ไร่ในปี 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 135,449 ไร่ในปี 2568</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7213" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เผาไหม้ในป่า 17 จังหวัดภาคเหนือ ปี 66-68 : เผาป่าเพิ่ม เผาในพื้นที่เกษตรลด&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวเลขพื้นที่เผาไหม้ในพื้นที่ป่า ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ตั้งแต่ปี 2566-2568 จาก GISTDA ในภาพรวมพบว่าในปี 2566 มีพื้นที่เผาไหม้รวมกันสูงถึง 6,326,544 ไร่ ก่อนจะลดลงในปี 2567 มาอยู่ที่ 2,292,112 ไร่ และกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในปี 2568 ที่ 5,777,474 ไร่ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 3,485,362 ไร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยในปี 2566 จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีการเผาในพื้นที่ป่ามากที่สุดที่ 1,467,199 ไร่ ส่วนจังหวัดพิจิตรมีการเผาในพื้นที่ป่าน้อยที่สุดเพียง 741 ไร่เท่านั้น ต่อมาในปี 2567 เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีการเผาไหม้ในพื้นที่ป่ามากที่สุด อยู่ที่ 558,338 ไร่ รองลงมาคือแม่ฮ่องสอน ด้วยพื้นที่การเผาไหม้ในป่า 422,457 ไร่ และพิจิตรยังคงน้อยที่สุดที่ 1,224 ไร่ จนกระทั่งในปี 2568 จังหวัดตากได้กลายเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าสูงที่สุดในภาคเหนือโดยมียอดรวม 1,195,419 ไร่ ในขณะที่พิจิตรยังคงเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้น้อยที่สุดเช่นเดิมที่ 1,715 ไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นรายจังหวัดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าจังหวัดเชียงรายเป็นเพียงจังหวัดเดียวที่มีสถิติการเผาในพื้นที่ป่าลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 93,738 ไร่ในปี 2566 ลดลงเหลือ 17,808 ไร่ในปี 2567 และลดลงเหลือต่ำสุดที่ 13,302 ไร่ในปี 2568 ในทางตรงกันข้ามกัน จังหวัดพิจิตรแม้จะมีพื้นที่เผาไหม้น้อยที่สุดในภาคเหนือ แต่การเผากลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกๆปี โดยจาก 741 ไร่ในปี 2566 ขยับขึ้นเป็น 1,224 ไร่ในปี 2567 และเป็น 1,715 ไร่ในปี 2568&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับสถิติในปี 2568 ปรากฏว่าพื้นที่เผาในป่าในภาคเหนือกลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นเกือบทุกจังหวัด โดยมีเพียงจังหวัดเชียงรายเท่านั้นที่มียอดพื้นที่เผาในป่าลดลงเมื่อเทียบกับปี 2567 ขณะที่อีก 16 จังหวัดที่เหลือต่างมีตัวเลขเพิ่มขึ้นทั้งหมด นำโดยจังหวัดตากที่พุ่งขึ้นจาก 231,752 ไร่ในปี 2567 ไปที่ 1,195,419 ไร่ในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นเกือบหกเท่าตัว ตามมาด้วยแม่ฮ่องสอนที่กลับไปแตะหลักล้านไร่อีกครั้งที่ 1,110,340 ไร่ และลำปางที่เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าตัวมาอยู่ที่ 829,250 ไร่ ส่วนจังหวัดอื่นๆ อย่างเชียงใหม่ขยับขึ้นมาเป็น 637,886 ไร่ ลำพูนเพิ่มขึ้นเป็น 331,758 ไร่ และอุตรดิตถ์กลับมาอยู่ที่ 333,680 ไร่ แม้แต่จังหวัดในภาคเหนือตอนล่างอย่างนครสวรรค์ และกำแพงเพชรก็มียอดพุ่งสูงขึ้นเกินหนึ่งแสนไร่ในปี 2568 เช่นกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7214" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เผาในพื้นที่การเกษตร 17 จังหวัดภาคเหนือ ปี 66-68 : เมื่อรัฐหันไปจับตาการเผาป่า การเผาภาคเกษตรก็เลยสูงขึ้น&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สถิติการเผาในพื้นที่การเกษตร ซึ่งเกิดขึ้นทั้งในนาข้าว อ้อย ข้าวโพด และเกษตกรรรมอื่นๆ ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ตั้งแต่ปี 2566-2568 จาก GISTDA โดยในปี 2566 มียอดรวมพื้นที่เผาในภาคเกษตรทั้งหมด 3,360,412 ไร่ จากนั้นในปี 2567 พุ่งสูงขึ้นเป็น 7,404,574 ไร่ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 4,044,162 ไร่ ก่อนที่ในปี 2568 สถานการณ์จะดีขึ้นโดยยอดรวมลดลงมาอยู่ที่ 2,714,834 ไร่ หรือลดลงจากปี 2567 ถึง 4,689,740 ไร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเป็นรายปี พบว่าในปี 2566 จังหวัดที่มีการเผาในพื้นที่การเกษตรมากที่สุดคือนครสวรรค์&nbsp; 540,845 ไร่ และน้อยที่สุดคือลำพูน 23,315 ไร่ ต่อมาในปี 2567 จังหวัดลำปางมีการเผาในพื้นที่เกษตรสูงสุดที่ 997,144 ไร่ ขณะที่กำแพงเพชรมีตัวเลขน้อยที่สุดที่ 107,502 ไร่ และล่าสุดในปี 2568 จังหวัดนครสวรรค์กลับมามียอดสูงสุดอีกครั้งที่ 783,779 ไร่ ส่วนลำพูนเป็นจังหวัดที่มีตัวเลขน้อยที่สุดเพียง 17,029 ไร่ ในปี 2568</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเป็นรายจังหวัดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าจังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดที่มีสถิติพื้นที่เผาในภาคเกษตรลดลง โดยในปี 2566 มียอด 264,151 ไร่ ลดลงเหลือ 184,912 ไร่ในปี 2567 และลดลงเหลือ 83,540 ไร่ในปี 2568 และมีเพียงจังหวัดเดียวที่มีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นในปี 2568 คือจังหวัดพิจิตร โดยมีพื้นที่เผาไหม้ 262,041 ไร่ในปี 2566 ลดลงมาเป็น 193,015 ไร่ในปี 2567 และกลับมาเพิ่มขึ้นเป็น 236,497 ไร่ในปี 2568 ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ในปีล่าสุดยังคงเป็นนาข้าวถึง 225,776 ไร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สถานการณ์ในปี 2568 พบว่าพื้นที่เผาในภาคเกษตรใน 17 จังหวัดภาคเหนือลดลงในเกือบทุกพื้นที่ มีเพียงจังหวัดพิจิตรจังหวัดเดียวเท่านั้นที่มีการเผาในพื้นที่เกษตรเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ส่วนอีก 16 จังหวัดที่เหลือมียอดลดลงทั้งหมด ตัวอย่างคือลำปางที่ลดลงจาก 997,144 ไร่ ในปี 2567 เหลือ 84,040 ไร่ ในปี 2568 ตากลดจาก 922,081 ไร่ ในปี 2567 เหลือ 191,121 ไร่&nbsp; ในปี 2568 และแพร่ที่ลดจาก 499,241 ไร่&nbsp; ในปี 2567 เหลือเพียง 56,148 ไร่ ในปี 2568 ด้านเพชรบูรณ์แม้จะลดลงมาอยู่ที่ 690,147 ไร่ ในปี 2568 แต่ยังพบการเผาไร่อ้อยสูงถึง 404,427 ไร่ ส่วนจังหวัดอื่นๆ เช่น แม่ฮ่องสอนมียอดรวม 115,391 ไร่ น่าน 81,241 ไร่ เชียงใหม่ 64,154 ไร่ และอุตรดิตถ์ลดลงมาอยู่ที่ 63,523 ไร่ ในปี 2568</p>



<h3 class="wp-block-heading">สรุปการเผาใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ปี 66-68 : ป่าลด เกษตรเพิ่ม สลับกันไปตาม KPI และความเข้มงวดของมาตรการจากภาครัฐ&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2566 พบการเกิดไฟป่าทั่วประเทศสูงถึง <a href="https://forestinfo.forest.go.th/Content/file/stat2566/Table%2011.pdf">2,375 ครั้ง</a> ซึ่งพื้นที่ภาคเหนือมีความถี่สูงสุดถึง 2,179 ครั้ง โดยเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เกิดไฟป่ามากเป็นอันดับสามของประเทศ และเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ที่เกิดไฟป่าในเขตอนุรักษ์มากที่สุดในประเทศนับแต่ปี <a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024/">2556</a> การเกิดไฟป่าอย่างหนักในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2566 ในเชียงใหม่ จนทำให้ครองแชมป์เมืองคุณภาพอากาศแย่ที่สุดของโลก ทำให้ปัญหาไฟป่าในภาคเหนือกลายเป็นประเด็นที่ภาครัฐต้องออกมาตรการป้องกันและแก้ไขโดยด่วน ซึ่งการแก้ปัญหาเหล่านี้สะท้อนผ่านการกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละออง</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยพบว่ามีการตั้งเป้าไว้ว่า ในปี 2567 <a href="https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/">มีการตั้ง KPI ไว้</a>อย่างเข้มงวดโดยตั้งเป้าลดการเผาไหม้ทั้งในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน และพื้นที่เกษตรกรรมใน 17 จังหวัดภาคเหนือลงให้ได้ 50% ส่งผลให้ไฟป่าลดลง แต่กลับพบว่าการเผาในพื้นที่เกษตรเพิ่มสูงขึ้นแทนจนกลายเป็นปีแรกในรอบหลายสิบปีที่สถิติการเผาในภาคเกษตรสูงกว่าพื้นที่ป่าในภาพรวมทั้งประเทศ ซึ่งก็นำมาสู่การบังคับใช้มาตรการห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่เกษตรอย่างเข้มงวดจนทำให้ตัวเลขการเผาภาคเกษตรลดลงในปี 2568 ทว่าพื้นที่ป่ากลับมามีสถิติไฟไหม้เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่: <a href="https://rocketmedialab.co/database-northern-burn-scar-3-years">https://rocketmedialab.co/database-northern-burn-scar-3-years</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่านเพิ่มเติม: </p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024/">จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567</a> </p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/">ตรวจการบ้าน : ภาครัฐแก้ปัญหาฝุ่นในปี 2568 ประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้มากน้อยแค่ไหน</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/northern-burn-scar-3-years/">พื้นที่เผาใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ปี 66-68 : ปีไหนเผาป่าเยอะ การเผาในพื้นที่เกษตรลด </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/pm25-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Feb 2025 14:16:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxThaiHealth]]></category>
		<category><![CDATA[จุดความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นPM25]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นทั่วไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เผาไหม้]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[หมอกควัน]]></category>
		<category><![CDATA[เผาป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5073</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3585;&#3619;&#3603;&#3637;&#3585 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024/">จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">จากกรณีการเสียชีวิตของ นายแพทย์กฤตไท ธนสมบัติกุล อาจารย์ประจำศูนย์ระบาดวิทยาคลินิกและสถิติศาสตร์คลินิก ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก &#8220;สู้ดิวะ&#8221; เนื่องด้วยมะเร็งปอดระยะสุดท้าย เมื่อปลายปี 2566 และสถานการณ์ไฟไหม้ป่าที่ภาคเหนือ ซึ่งเกิดขึ้นสม่ำเสมอทุกช่วงต้นปี ประกอบกับสถานการณ์ฝุ่นควันข้ามแดนจากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ส่งผลให้เชียงใหม่ติดอันดับเมือง PM2.5 สูงสุดในโลก ทำให้ประเด็นฝุ่น PM2.5 กลับมาเป็นประเด็นระดับชาติอีกครั้ง พร้อมด้วยแผนรับมือฝุ่น จากภาคส่วนต่างๆ Rocket Media Lab และ สสส. พาไปสำรวจประเด็นต่างๆ ที่น่าจับตา ว่าในปี 2567 ที่ผ่านมา คนไทยแต่ละภาคต้องเจอกับอะไรบ้าง และอะไรคือสิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปในปี 2568 นี้&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคเหนือ (9 จังหวัด): จับตาไฟป่า แต่ลืมจับตาการเผาแบบอื่นๆ&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5075" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2566 เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ไฟป่ามากเป็นอันดับสามของประเทศ และเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ที่เกิดไฟป่าในเขตอนุรักษ์มากที่สุดในประเทศนับแต่ปี 2556 การเกิดไฟป่าอย่างหนักในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2566 ในเชียงใหม่ จนทำให้ครองแชมป์เมืองคุณภาพอากาศแย่ที่สุดของโลก ทำให้ปัญหาไฟป่าในภาคเหนือกลายเป็นประเด็นที่ภาครัฐต้องออกมาตรการป้องกันและแก้ไขโดยด่วน โดยเฉพาะการตั้งเป้าไว้ว่า ในปี 2567 ต้องลดการเผาไหม้ในป่าอนุรักษ์และป่าสงวน 50% เช่นเดียวกับพื้นที่การเกษตรต้องลดการเผาลงให้ได้ 50% ในพื้นที่ 17 จังหวัดในภาคเหนือ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5127" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">แม้จุดความร้อนในภาคเหนือ (9 จังหวัด) จะลดลง 75,007 จุดในเดือนพฤศจิกายน 2565 &#8211; ตุลาคม 2566 เป็น 59,821 จุดในเดือนพฤศจิกายน 2566 &#8211; ตุลาคม 2567 แต่หากพิจารณาจากข้อมูลพื้นที่การเผา (burn scar) ระหว่างมกราคม-พฤษภาคม 2566 และ มกราคม-พฤษภาคม 2567 ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) จะพบว่ากลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จาก 6,202,042 ไร่ในปี 2566 เป็น 6,269,701 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 1.09% และแม้พื้นที่เผาไหม้ป่าจะลดลงจาก 4,605,045 ไร่ในปี 2566 เป็น 1,827,813 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 60.31% รวมไปถึงข้าวโพด จาก 701,312 ไร่ในปี 2566 เป็น 533,147 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 23.98% แต่กลับพบการเผาในพื้นที่เกษตรอื่นๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จาก 580,162 ไร่ในปี 2566 เป็น 2,486,157 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 328.53% และพื้นที่เผาไหม้อ้อยเพิ่มขึ้น จาก 11,999 ไร่ เป็น 45,791 ไร่ หรือเพิ่มขึ้น 281.62% จะเห็นได้ว่าในขณะที่มาตรการของรัฐและการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่มุ่งเป้าไปที่ไฟป่า ซึ่งเป็นปัญหาหลักของภาคเหนือในปี 2566 แต่ในพื้นที่อื่นๆ กลับถูกละเลย จนท้ายที่สุดแล้วในปี 2567 พื้นที่การเผาไหม้รวมในภาคเหนือ (9 จังหวัด) ไม่ได้ลดลงตามที่ตั้งเป้าไว้ และยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย</p>



<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่และจังหวัดในภาคเหนือ (9 จังหวัด) ที่ต้องจับตา</h4>



<p class="wp-block-paragraph">พื้นที่ที่ต้องจับตาในปี 2568: พื้นที่เกษตรอื่นๆ โดยเฉพาะจังหวัดลำปาง แม่ฮ่องสอนและน่าน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จังหวัดที่ต้องจับตาในปี 2568: จังหวัดแพร่ มีจำนวนพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาค โดยเพิ่มขึ้นจาก 319,262 ไร่ในปี 2566 เป็น 689,195 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 115.87%</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคตะวันตก: แม้พื้นที่ป่าจะมาก แต่เผาพื้นที่เกษตรมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5129" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-768x767.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ภาคตะวันตกซึ่งมีพื้นที่ติดกับภาคเหนือและได้รับผลกระทบจากหมอกควันจากไฟป่าที่เชียงใหม่ในปี 2566 พบว่า พื้นที่เผาไหม้รวมเพิ่มขึ้น 54.39% จาก 1,721,069 ไร่ในปี 2566 เป็น 2,657,134 ไร่ในปี 2567 โดยเฉพาะพื้นที่เผานาข้าวที่เพิ่มขึ้นสูงสุด จาก 15,274 ไร่ในปี 2566 เป็น 633,787 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มถึง 4,049.45% รองลงมาก็คือพื้นที่เกษตรอื่นๆ เพิ่มขึ้น จาก 129,599 ไร่ในปี 2566 เป็น 914,014 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 605.26% ส่วนพื้นที่เผาไหม้ป่า ก็เพิ่มจาก 1,281,688 ไร่ในปี 2566 เป็น 548,809 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 57.18% ในขณะที่ข้าวโพด เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย จาก 246,936 ไร่ในปี 2566 เป็น 268,188 ไร่ในปี 2567 หรือคิดเป็น 8.61%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5076" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ส่วนพื้นที่ที่มีการเผาลดลงก็คืออ้อย โดยลดลงจากจาก 28,230 ไร่ในปี 2566 เหลือ 220 ไร่ในปี 2567 หรือลดลงถึง 99.22%</p>



<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่และจังหวัดในภาคตะวันตกที่ต้องจับตา</h4>



<p class="wp-block-paragraph">พื้นที่ที่ต้องจับตาในปี 2568: พื้นที่เกษตรอื่นๆ โดยจังหวัดตากและกาญจนบุรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">จังหวัดที่ต้องจับตาในปี 2568: เพชรบุรี มีจำนวนพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาค โดยเพิ่มขึ้น 3,004.01% โดยเพิ่มจาก 3,146 ไร่ ในปี 2566 เป็น 97,652 ไร่ในปี 2567&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ภาคที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงในเรื่อง PM2.5 แต่การเพิ่มขึ้นของพื้นที่เผาไหม้สูงสุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">แม้จากตัวเลขพื้นที่เผาไหม้ในปี 2567 ภาคเหนือ (9 จังหวัด) ยังคงเป็นภาคที่มีพื้นที่การเผาไหม้มากที่สุด ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นเป็นอันดับสอง คือมีพื้นที่เผาไหม้ 5,692,127 ไร่ แต่หากพิจารณาถึงการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เผาไหม้เปรียบเทียบกับปีก่อนหน้าจะพบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นมีอัตราการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เผาไหม้สูงสุด โดยเพิ่มถึง 506.41% จาก 938,666 ไร่ในปี 2566 เป็น 5,692,127 ไร่ในปี 2567 และสิ่งที่แตกต่างจากภาคเหนือ (9 จังหวัด) ก็คือ พื้นที่เผาไหม้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นที่นาข้าวมากที่สุด โดยหากเปรียบเทียบพื้นที่เผานาข้าวกับปีก่อนหน้าจะพบว่า จากพื้นที่เผานาข้าว 331,218 ไร่ในปี 2566 เป็น 2,303,924 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นถึง 595.59%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5077" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-768x769.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ไม่เพียงแต่พื้นที่นาข้าวเท่านั้นที่มีการเผามากขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังพบว่า พื้นที่ข้าวโพดยังพบการเผาเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย จาก 28,651 ไร่ในปี 2566 เป็น 1,904,910 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 6548.67% รวมไปถึงพื้นที่การเผาป่า ที่เพิ่มขึ้น จาก 326,904 ไร่ในปี 2566 เป็น 550,849 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 68.50%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่พื้นที่การเผาอ้อยที่ลดลงจาก 56,167 ไร่ในปี 2566 เป็น 877 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 98.44%&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5130" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-768x769.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตามการที่พื้นที่เผารวมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในประเทศก็อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะต้องถูกจับตามองเป็นพิเศษในปี 2568 นี้</p>



<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่และจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ต้องจับตา</h4>



<p class="wp-block-paragraph">พื้นที่ที่ต้องจับตาในปี 2568: นาข้าว โดยเฉพาะในจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ และขอนแก่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">จังหวัดที่ต้องจับตาในปี 2568: ร้อยเอ็ด มีจำนวนพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นมากขึ้นที่สุด โดยเพิ่ม 2,461.16% จาก 18,616 ไร่ในปี 2566 เป็น 476,786 ไร่ ในปี 2567&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคกลาง: เผาอ้อยลดลง แต่การเผาอย่างอื่นกลับเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคกลางเป็นภาคที่มีพื้นที่การปลูกอ้อยมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับภาคอื่นๆ และอ้อยยังเป็นพืชผลทางการเกษตรที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐตันละ 120 บาท เพื่อไม่ให้มีการเผาอ้อย แต่ก็เป็นพืชผลทางการเกษตรชนิดเดียวเช่นกันที่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการเผาหรือไม่เมื่อต้องส่งอ้อยเข้าหีบในโรงงาน อันจะส่งผลต่อราคาของอ้อยและมาตรการการหักเงินอ้อยไฟไหม้เข้าหีบ 130 บาทต่อตันที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้พื้นที่การเผาอ้อยในภาคกลางลดลง จาก 326,151 ในปี 2566 เป็น 2,970 ในปี 2567 หรือลดลง 99.09% ไม่เพียงแค่พื้นที่การเผาอ้อยเท่านั้นที่ลดลง แต่พื้นที่ไฟป่าในภาคกลางก็ลดลงอีกด้วย จาก 698,426 ในปี 2566 เป็น 252,604 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 63.83%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5078" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-768x769.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">แต่ถึงอย่างนั้นกลับพบว่าพื้นที่เผาไหม้ในภาคกลางโดยรวมเพิ่มขึ้น 92.80% จาก 2,321,411 ไร่ในปี 2566 เป็น 4,475,787 ไร่ในปี 2567 โดยพื้นที่เผาไหม้ที่เพิ่มขึ้นอยู่ในส่วนของข้าวโพดมากที่สุด จาก 184,701 ไร่ในปี 2566 เป็น 1,588,395 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 759.98% พื้นที่อื่นๆ จาก 26,122 ไร่ในปี 2566 เป็น 88,085 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 237.21% พื้นที่เกษตรอื่นๆ จาก 203,039 ไร่ในปี 2566 เป็น 629,905 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 210.24% และนาข้าว 882,972 ไร่ในปี 2566 เป็น 1,913,830 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 116.75%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5131" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-768x767.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าแม้พื้นที่เผาไหม้ในส่วนของข้าวโพดจะเพิ่มมากที่สุด แต่จำนวนพื้นที่ที่มีการเผาไหม้มากที่สุดในภาคกลางในปี 2567 ก็คือนาข้าว เช่นเดียวกันกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</p>



<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่และจังหวัดในภาคกลางที่ต้องจับตา</h4>



<p class="wp-block-paragraph">พื้นที่ที่ต้องจับตาในปี 2568: นาข้าว โดยเฉพาะเฉพาะในจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และเพชรบูรณ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">จังหวัดที่ต้องจับตาในปี 2568: พระนครศรีอยุธยา มีจำนวนพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาค โดยเพิ่มขึ้นถึง 2393.02% จาก 2,809 ไร่ในปี 2566 เป็น 70,029 ไร่ในปี 2567&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคตะวันออก: พื้นที่อุตสาหกรรมของประเทศ แต่สัดส่วนพื้นที่เผาไหม้พุ่งขึ้นสู่อันดับสอง&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคตะวันออกมักไม่ค่อยถูกพูดถึงในประเด็นเรื่องหมอกควันหรือฝุ่น PM2.5 มากนัก โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เนื่องด้วยภาคตะวันออกมักจะถูกมองเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมมากกว่า ประเด็นเรื่องมลพิษทางอากาศจึงผูกติดอยู่กับภาพของโรงไฟฟ้าหรือโรงงานอุตสาหกรรมภายในภาค แต่จากข้อมูลจะพบว่าการเผาไหม้ในภาคตะวันออกเพิ่มสูงถึง 371.96% โดยเพิ่มจาก 90,787 ไร่ในปี 2566 เป็น 428,477 ไร่ในปี 2567 โดยอัตราการเพิ่มขึ้นเป็นรองแค่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้น และยังพบว่าพื้นที่เผาไหม้มากที่สุดคือพื้นที่ปลูกข้าวโพดโดยเพิ่มขึ้นจาก 182 ไร่ในปี 2566 เป็น 139,717 ไร่ในปี 2567 หรือคิดเป็น 76,667.58%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5079" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นอกจากพื้นที่ข้าวโพดแล้ว ยังพบว่า พื้นที่เกษตรอื่นๆ ก็มีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้น โดยเพิ่มจาก 9,673 ไร่ในปี 2566 เป็น 92,721 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 858.55% พื้นที่นาข้าวจาก 43,990 ไร่ในปี 2566 เป็น 187,299 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 325.78% รวมถึงพื้นที่อื่นๆ จาก 2,461 ไร่ในปี 2566 เป็น 3,699 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 50.30%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่พื้นที่เผาไหม้ในส่วนของป่าและอ้อยนั้นลดลงเช่นเดียวกับภาคอื่นๆ โดยพื้นที่เผาไหม้ป่า ลดลงจาก 14,903 ไร่ในปี 2566 เป็น 4,933 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 66.90% และพื้นที่เผาไหม้อ้อย ลดลงจาก 19,578 ไร่ในปี 2566 เป็น 107 ไร่ในปี 2567 หรือลดลงถึง 99.45%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5132" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่และจังหวัดในภาคตะวันออกที่ต้องจับตา</h4>



<p class="wp-block-paragraph">พื้นที่ที่ต้องจับตาในปี 2568: ข้าว โดยเฉพาะในจังหวัดปราจีนบุรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">จังหวัดที่ต้องจับตาในปี 2568: ระยอง มีจำนวนพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาค โดยเพิ่มขึ้นถึง 5,250% จาก 6 ไร่ในปี 2566 เป็น 321 ไร่ในปี 2567</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาพรวมของประเทศไทยในปี 2567: ใครว่าเผาลดลง?&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากปริมาณฝุ่น PM2.5 ในปี 2566 รวมไปถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่เชียงใหม่ในปี 2566 ทำให้รัฐบาลมีมาตรการในการลดฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 โดยตั้งตัวชี้วัดให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดในภาคเหนือ ให้ลดการเผาไหม้ในป่าอนุรักษ์และป่าสงวน 50% เช่นเดียวกับพื้นที่การเกษตรต้องลดการเผาลงให้ได้ 50% ส่วนพื้นที่เป้าหมายรองต้องลดการเผาลง 20% และพื้นที่เกษตรอื่นๆ ให้ลดการเผาให้ได้ 10%</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5082" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">แต่จากข้อมูลจะพบว่า ในภาพรวมทั้งประเทศ มีการเผาเพิ่มขึ้น 73.15% จาก 11,275,651 ไร่ในปี 2566 เป็น 19,523,235 ไร่ในปี 2567 โดยพบการเพิ่มขึ้นของพื้นที่การเผาในพื้นที่เกษตรอื่นๆ มากที่สุด จาก 996,137 ไร่ในปี 2566 เป็น 4,883,724 ไร่ในปี 2567 หรือคิดเป็น 390.27% รองลงมาก็คือ นาข้าว จาก 1,529,604 ไร่ในปี 2566 เป็น 6,054,743 ไร่ ในปี 2567 หรือคิดเป็น 295.84% ตามมาด้วยข้าวโพด จาก 1,161,779 ไร่ในปี 2566 เป็น 4,434,360 ไร่ ในปี 2567 หรือคิดเป็น 281.69% และพื้นที่อื่นๆ จาก 218,987 ไร่ ในปี 2566 เป็น 915,426 ไร่ ในปี 2567 หรือคิดเป็น 318.03% &nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่พื้นที่เผาป่านั้นลดลง จาก 6,927,021 ไร่ในปี 2566 เหลือ 3,185,017 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 54.02% เช่นเดียวกับอ้อย จาก 442,124 ไร่ในปี 2566 เหลือ 49,966 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 88.70% แต่ในกรณีของการเผาอ้อยที่มีพื้นที่การเผาลดลงอย่างมาก มีข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า การเก็บข้อมูลพื้นที่การเผานั้นเก็บในช่วง 1 มกราคม-31 พฤษภาคม ในขณะที่การเผาอ้อยเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตและส่งเข้าหีบในโรงงานนั้นจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ดังนั้นตัวเลขพื้นที่การเผาอ้อยที่ลดลงอย่างมากอาจจะคลาดเคลื่อนกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น โดย<a href="https://spacebar.th/business/mitr-phol-thairungruang-subsidiary-factory-burnt-sugarcane?utm_source=facebook&amp;utm_medium=Pic_Post&amp;utm_campaign=Spacebar&amp;utm_content=facebook&amp;fbclid=IwY2xjawHoYXdleHRuA2FlbQIxMAABHfpbeXM-4xge-bik87aihF_s55jB7aa5c1YwjEW9vUpiJ1eu6mkCWQOaWQ_aem_ECmNX7wu4EklQPRBr2saPw">รายงาน</a>จากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ระบุว่าภาพรวมเฉลี่ยโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศรับซื้ออ้อยถูกเผากว่า 4 ล้านตัน คิดเป็น 21.80% ของปริมาณอ้อยที่รับเข้าหีบทั้งหมดกว่า 18 ล้านตัน เทียบเท่ากับการเผาป่ากว่า 4 แสนไร่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5081" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเฉพาะจำนวนพื้นที่เผาไหม้ในปี 2567 จะพบว่า พื้นที่เผานาข้าวสูงที่สุด จำนวน 6,054,743 ไร่หรือคิดเป็น 31.01% ในขณะที่น้อยที่สุดคืออ้อย 49,966 หรือคิดเป็น 0.26%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคจะพบว่า ภาคที่มีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มสูงคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเพิ่มถึง 506.41% จาก 938,666 ไร่ในปี 2566 เป็น 5,692,127 ไร่ในปี 2567 รองลงมาก็คือ ภาคตะวันออก เพิ่มขึ้น 371.96% โดยเพิ่มจาก 90,787 ไร่ในปี 2566 เป็น 428,477 ไร่ในปี 2567 ตามมาด้วยภาคกลาง มีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้น 92.80% จาก 2,321,411 ไร่ในปี 2566 เป็น 4,475,787 ไร่ในปี 2567&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาคตะวันตก มีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้น 54.39% จาก 1,721,069 ไร่ในปี 2566 เป็น 2,657,134 ไร่ในปี 2567 และภาคเหนือ (9 จังหวัด) เพิ่มขึ้น 1.09% จาก 6,202,042 ไร่ในปี 2566 เป็น 6,269,701 ไร่ในปี 2567&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ภาคใต้นั้น มีพื้นที่เผาไหม้ลดลง 99.52% จาก 1,677 ไร่ในปี 2566 เหลือ 8 ไร่ในปี 2567&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าปัญหาไฟป่าและเผาในพื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในปี 2567 โดยภาพรวมแล้วไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด อีกทั้งยังเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย หากในปี 2566 พื้นที่เผาที่ถูกจับตาเป็นพิเศษคือพื้นที่ป่า ข้อมูลในปี 2567 แสดงให้เห็นแล้วว่าในปี 2568 นี้ พื้นที่ที่ควรจับตาและมีมาตรการอย่างเคร่งครัดก็คือนาข้าว&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5083" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">หมอกควันข้ามแดน: จุดความร้อนลด แต่นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่ม โดยเฉพาะจากกัมพูชา</h3>



<p class="wp-block-paragraph">อีกปัจจัยของปัญหาเรื่องฝุ่นก็คือ หมอกควันข้ามพรมแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน จากข้อมูลจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านของ GISTDA ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.2566-31ต.ค.2567 พบว่า มีจุดความร้อนในเมียนมามากที่สุด 338,943 จุด ตามด้วย สปป.ลาว 175,930 จุด และกัมพูชา 156,420 จุด อันดับสี่ คือ เวียดนาม 57,871 จุด และอินโดนีเซีย อย่างน้อย 20,752 จุด และมาเลเซีย อย่างน้อย 493 จุด (เนื่องจากไม่ปรากฏข้อมูลในปี 2567 ของอินโดนีเซียและมาเลเซีย)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบจุดความร้อนระหว่าง 1 พฤศจิกายน 2565- 31 ตุลาคม 2566 กับ 1 พฤศจิกายน 2566-31 ตุลาคม 2567 พบว่า กัมพูชา เพิ่มขึ้น 46.96% ส่วนเวียดนามเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4.90% ขณะที่ประเทศลาวและเมียนมา ลดลง 31.97% และ 17.88% ตามลำดับ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้จุดความร้อนโดยรวมในประเทศเพื่อนบ้านจะลดลง แต่กลับพบว่าการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยจากประเทศเพื่อนบ้านกลับเพิ่มสูงขึ้น โดยในปี 2566 ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมา ลาว และกัมพูชา รวม 1,331,428 ตัน โดยนำเข้าจากเมียนมาสูงสุด ในขณะที่ในปี 2567 เพิ่มเป็น 2,012,117 ตัน และยังเป็นการนำเข้าจากเมียนมามากที่สุดเช่นเดียวกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สาเหตุที่ประเทศไทยต้องนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมานั้น มาจากความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย โดย<a href="https://www.thaifeedmill.org/wp-content/uploads/2020/12/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2543-2567-%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2.pdf">สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์</a> ให้ข้อมูลไว้ว่าในปี 2567 ประเทศไทยต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราว 8 ล้านตันต่อปี แต่คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพข้อมูลปริมาณการผลิตสินค้าเกษตร พยากรณ์ไว้ว่า ในปี 2567 ประเทศไทยจะสามารถผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศได้เพียง 4,742,139 ตัน จึงจำเป็นที่จะต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน แม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาจะมีกระแสคัดค้านให้ยกเลิกการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากพบว่าจำนวนจุดความร้อนที่เกิดขึ้นอย่างมากในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว เมียนมา กัมพูชา สัมพันธ์กันกับปัญหาหมอกควันข้ามแดนและฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดในประเทศไทยที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยรายงานผืนป่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมลพิษ PM2.5 ข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ปี พ.ศ.2558-2563 ของ<a href="https://www.greenpeace.org/static/planet4-thailand-stateless/2021/04/46bdd195-minireport-forest-maize-haze-transboundary.pdf">กรีนพีซ</a> วิเคราะห์จุดความร้อนจากภาพดาวเทียม Suomi-NPP ระบบ VIIR พบว่า 1 ใน 3 ของจุดความร้อนอยู่ในพื้นที่ปลูกข้าวโพด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เปรียบเทียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-819x1024.png" alt="" class="wp-image-5085" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เปรียบเทียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เปรียบเทียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เปรียบเทียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เปรียบเทียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์.png 1081w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่เมื่อเทียบกับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากเว็บไซต์กรมศุลกากร พบว่า ปริมาณการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วง 10 ปี ตั้งแต่ปี 2558 ถึงพฤศจิกายน 2567 พบว่า ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมามากที่สุด 8,127,18 ตัน จากทั้งหมด 9,394,819 ตัน และไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น 1,130.50% ปริมาณการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 2 ครั้ง ได้แก่ ปี 2561 กับ ปี 2562 เพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่า และปี 2562 กับปี 2563 เพิ่มขึ้น 2 เท่า ปี 2567 มีปริมาณนำเข้าสูงสุด 2,012,11 ตัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงปี 2558-2559 ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากลาวเป็นส่วนใหญ่ แต่ในปี 2562 จนถึงปี 2567 ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมาเป็นหลัก จาก 588,515 ตันในปี 2562 เป็น 1,750,024 ตันในปี 2567</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?ref=A&amp;id=Q1l4ckRaR2Y2Wm89">รายงานโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย</a> เมื่อ 28 มีนาคม 2567 ระบุว่า การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศกัมพูชา ลาว และเมียนมาอยู่ภายใต้ความตกลง ASEAN Trade in Goods Agreement (ATIGA) 3 ทำให้ผู้นำเข้าได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า รวมถึงต้นทุนค่าขนส่งต่ำ จึงมีความได้เปรียบกว่าประเทศอื่นๆ ในปีเดียวกัน <a href="https://www.infoquest.co.th/2024/454303">คณะรัฐมนตรี</a>ยังคงนโยบายที่ผู้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะได้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร ในอัตรา 0% เช่นเดิมในปี 2568&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">เผาก็เพิ่ม ผู้ป่วยก็เพิ่ม: ภาพรวมปัญหาสุขภาพในปี 2567 ที่อาจมีสาเหตุมาจากฝุ่นพิษ PM2.5</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="820" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งกลุ่มโรค-820x1024.png" alt="" class="wp-image-5086" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งกลุ่มโรค-820x1024.png 820w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งกลุ่มโรค-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งกลุ่มโรค-768x959.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งกลุ่มโรค.png 1081w" sizes="(max-width: 820px) 100vw, 820px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลผู้ป่วยรายโรครายเดือน 1 พ.ย. 2566 &#8211; 31 ต.ค.2567 ของระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ผู้ป่วยกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ (กลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ ประกอบด้วย โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคปอดอักเสบ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคต่อมทอนซิลอักเสบ โรคจมูกอักเสบเรื้อรัง โรคหลอดลมอักเสบ โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มโรคตาอักเสบ กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ กลุ่มโรคอื่นๆ และโรคมะเร็งปอด) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวนมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูเฉพาะจำนวนกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ (กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ ประกอบด้วย โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคปอดอักเสบ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคต่อมทอนซิลอักเสบ โรคจมูกอักเสบเรื้อรัง และโรคหลอดลมอักเสบ) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็สูงกว่าภาคอื่นเช่นกัน ขณะที่เมื่อดูเฉพาะตัวเลขมะเร็งปอด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นรองเพียงภาคกลาง ซึ่งห่างกันเพียง 1,252 คนเท่านั้น ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อมูลพื้นที่เผาในปี 2567 ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เผาสูงที่สุดในประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาสัดส่วนผู้ป่วยต่อประชากรแสนคน จะพบว่า ภาคเหนือ (9 จังหวัด) มีสัดส่วนผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ และโรคมะเร็งปอดมากที่สุด โดยอยู่ที่ 20,459.65 คนต่อแสนประชากรและ 616.87 คนต่อแสนประชากรตามลำดับ ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อมูลพื้นที่การเผาในปี 2567 ที่ภาคเหนือ (9 จังหวัด) ยังครองแชมป์จำนวนพื้นที่การเผาสูงที่สุดของประเทศ ขณะที่เมื่อดูผู้ป่วยกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ พบว่า ภาคใต้ มีสัดส่วนผู้ป่วยมากที่สุด 9,471.19 คนต่อประชากรแสนคน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่ามาตรการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 จะพุ่งเป้าไปที่ภาคเหนือเป็นพิเศษ แต่เมื่อดูข้อมูลผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับ PM2.5 ช่วงสองปีเทียบกันแล้ว พบว่า ภาคที่เริ่มมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นคือ ภาคตะวันออก ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ ซึ่งภาคตะวันออกมีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นอยู่ในอันดับที่สอง รองจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยข้อมูลจำนวนผู้ป่วยรายโรครายเดือน ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2565 &#8211; 31 ต.ค.2566 กับ 1 พ.ย. 2566 &#8211; 31 ต.ค.2567 ของระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ภาคตะวันออก มีจำนวนผู้ป่วยกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ เพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่ม 14.25% จาก 786,974 คนเป็น 899,133 คน จังหวัดที่น่าจับตาคือ จังหวัดสระแก้วที่มีจำนวนผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ เพิ่มขึ้นมากกว่าจังหวัดอื่นในภาค คิดเป็น 16.68% ซึ่งจังหวัดสระแก้วเป็นจังหวัดที่มีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากที่สุดในภาคตะวันออก และอยู่ติดกับประเทศกัมพูชา พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จำนวนจุดความร้อนเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วยในปีที่ผ่านมา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่เมื่อดูเฉพาะโรคมะเร็งปอด ก็พบว่า ภาคตะวันออกเป็นภาคที่มีจำนวนผู้ป่วย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน มากที่สุดเช่นกัน โดยอยู่ที่ 14.94% โดยสระแก้ว มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากกว่าจังหวัดอื่นในภาค คิดเป็น 15.52%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนภาคเหนือที่มักมีข่าวเรื่องมลพิษทางอากาศปรากฏว่า เป็นภาคที่มีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งปอด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.10% หรือลดลง 424 คน โดยลดลงที่จังหวัดเชียงใหม่ พะเยา และลำปาง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่เมื่อดูเฉพาะกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ พบว่า ภาคกลาง เป็นภาคที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากที่สุด 11.47% จาก 1,141,505 คนเป็น 1,272,461 คน โดยกรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดที่น่าจับตา โดยเพิ่มขึ้น 43.37% จาก 82,201 คนเป็น 117,855 คนในช่วงเดียวกันของปีถัดไป แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลผู้ป่วยเดือน พ.ย.-ธ.ค.2565 ปรากฏก็ตาม</p>



<h3 class="wp-block-heading">พ.ร.บ. อากาศสะอาด จะช่วยลดปัญหา PM2.5 ได้จริงไหม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาฝุ่น PM2.5 เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน จึงต้องใช้ความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ที่ผ่านมา มีความพยายามผลักดันการออกกฎหมายเพื่อจัดการกับปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจัง โดยมีร่างกฎหมาย 7 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ 1 ฉบับ ฉบับที่พรรคการเมืองเป็นผู้เสนอ 5 ฉบับ (พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคประชาธิปัตย์) และฉบับประชาชน โดยมีคนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 22,251 คนเป็นผู้เสนอ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ….ทั้ง 7 ฉบับ ผ่านรัฐสภาด้วยมติ 443: 0 มีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณายกร่างใหม่จาก 7 ฉบับดังกล่าว ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2567 จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด<a href="https://x.com/jakkaphon_18/status/1866745080834642348"> เขียนข้อความผ่าน X</a> ว่า ฝ่ายนิติบัญญัติ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาได้ราว 70% แล้ว และจะเร่งเสนอเข้าสภาภายในต้นปีหน้า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจากเว็บไซต์รัฐสภา มีรายงานสรุปผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. สภาผู้แทนราษฎร แล้ว 44 ครั้งจนถึงวันที่ 2 ธันวาคม 2567 โดยประเด็นที่มีการพิจารณาแล้ว มีเรื่องเด่น 7 เรื่อง ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กำหนดให้บุคคล ชุมชน และประชาชนมีสิทธิในอากาศสะอาด สิทธิในสุขภาพ และสิทธิในชีวิตอันเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน โดยรัฐมีหน้าที่ทำให้เกิดการเคารพ คุ้มครอง และทำให้สิทธิดังกล่าวเกิดขึ้นจริง&nbsp;</li>



<li>มีคณะกรรมการหลากหลายรูปแบบ ทั้งคณะกรรมการระดับชาติที่ดูแลด้านนโยบาย คณะกรรมการกำกับดูแลเพื่ออากาศสะอาด ที่จะทำหน้าที่ประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายและเป้าหมายที่กำหนด คณะกรรมการระดับจังหวัด ซึ่งจะจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในระดับจังหวัด โดยให้สอดคล้องกับนโยบายระดับชาติ และคำนึงถึงบริบทเฉพาะของพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีคณะกรรมการเฉพาะด้าน เช่น คณะกรรมการวิชาการ คณะกรรมการด้านเศรษฐศาสตร์</li>



<li>เมื่อพื้นที่ใดมีปัญหามลพิษทางอากาศ อันเกิดจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ สภาพแวดล้อม หรือปัญหาข้ามพื้นที่ คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดสามารถแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ในพื้นที่นั้นๆ อย่างเร่งด่วนได้</li>



<li>กรณีมีพื้นที่ที่มีคุณภาพอากาศไม่เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพระดับประเทศหรือมีแนวโน้มเกิดมลพิษทางอากาศซึ่งอาจกระทบต่อสุขภาพหรือคุณภาพสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดมีอำนาจประกาศให้พื้นที่นั้นเป็นเขตเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศ และหากมีพื้นที่ใดที่มีคุณภาพอากาศเกินเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาด คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดก็มีอำนาจประกาศให้พื้นที่นั้นเป็นเขตประสบมลพิษทางอากาศได้ด้วย</li>



<li>จะมีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพระดับประเทศ มาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาดเพื่อสวัสดิภาพของสาธารณะ และดัชนีคุณภาพอากาศ โดยคณะกรรมการวิชาการเพื่ออากาศสะอาดเป็นผู้เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายร่วมเพื่ออากาศสะอาด&nbsp;</li>



<li>มีเครื่องมือและมาตรการทางเศรษฐศาสตร์เพื่ออากาศสะอาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกลไกตลาดและลดการปล่อยมลพิษโดยการสร้างแรงจูงใจ หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคล ผู้ประกอบการ หรือชุมชน ในการป้องกัน บำบัด ขจัด หรือลดมลพิษทางอากาศ หรือส่งเสริมให้มีอากาศสะอาด เช่น ภาษีอาการเพื่ออากาศสะอาด ค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาด&nbsp; การจัดสรร การซื้อขาย และการโอนสิทธิในการระบายมลพิษทางอากาศ หลักประกันความเสี่ยงหรือความเสียหายอันเนื่องมาจากมลพิษทางอากาศ มาตรการอุดหนุน สนับสนุน หรือส่งเสริม บุคคล ผู้ประกอบการ ชุมชน หรือกิจกรรมเพื่ออากาศสะอาด&nbsp;&nbsp;</li>



<li>กำหนดให้หน่วยงานรัฐบูรณาการการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดน โดยร่วมมือกับต่างประเทศ ควบคุมสินค้าเกษตรที่ก่อมลพิษ และกำหนดความรับผิดของผู้กระทำผิด</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5087" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">บทบาทของ สสส.</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผลักดันกระบวนการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในทุกมติ ด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง ผ่าน 4 กลไกหลัก ได้แก่ พลังนโยบาย พลังปัญญา พลังสังคม และการสื่อสารสังคม เพื่อเสริมหนุนความเข้มแข็งให้กับภาคประชาสังคม เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน แบบสหวิชาชีพ อย่างบูรณาการข้ามศาสตร์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนนำไปสู่การสร้างความร่วมมือระหว่างภาคประชาสังคม ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการในการแก้ปัญหาสาเหตุ PM2.5 อย่างบูรณาการ เช่น เครือข่ายสภาลมหายใจ ประกอบด้วย สภาลมหายใจเชียงใหม่ สภาลมหายใจแม่ฮ่องสอน สภาลมหายใจลำพูน สภาลมหายใจเชียงราย สภาลมหายใจลำปาง ชมรมอากาศดีที่เมืองแพร่ สภาลมหายใจพะเยา เครือข่ายรักษ์อากาศน่าน สภาลมหายใจตาก สภาลมหายใจกรุงเทพมหานคร และสภาลมหายใจกาญจนบุรี เป็นต้น ยกระดับการแก้ปัญหา PM2.5 ระดับตำบล ระดับอำเภอ นำไปสู่ข้อเสนอและปฏิบัติการทางนโยบายระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับชาติ เช่น การบริหารจัดการไฟตามบริบทภูมิสังคม แทนการบริหารควบคุมจุดความร้อนห้ามเผาเด็ดขาด หรือ Fire Management แทน Zero Burning และ การผลักดันการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าพื้นที่รอยต่อจังหวัดและพื้นที่ไหม้ซ้ำซากในภาคเหนือตอนบน (ไฟแปลงใหญ่)</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;เชื่อมโยงการบริหารจัดการ บูรณาการ Big Data พัฒนา ปรับปรุงงานวิชาการ เสนอแนะวิธีแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เช่น การจัดประชุมทางวิชาการระดับชาติ เรื่อง มลพิษทางอากาศ PM2.5 ครั้งที่ 1 (Thailand National PM 2.5 Forum) หัวข้อ “อากาศสะอาด: ความรับผิดชอบร่วมของรัฐ เอกชน และประชาสังคม” เพื่อร่วมกันหาข้อสรุปนโยบายและมาตรการจัดการมลพิษทางอากาศ นำเสนอต่อรัฐบาล ทั้งเรื่องระบบสุขภาพ การจัดการไฟป่า ไฟในที่โล่ง พื้นที่ทางการเกษตร มลพิษข้ามแดน ฝุ่นจากอุตสาหกรรม ผลกระทบภาคธุรกิจ และการกำหนดมาตรฐานฝุ่นละออง PM2.5 ใหม่ให้เข้มงวดขึ้น เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพอากาศของประเทศ ป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยผ่านการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยมีหมุดหมายสำคัญ คือ ก้าวข้ามการจัดการแบบเดิมไปสู่การจัดการมลพิษทางอากาศแบบสุขภาพนำสังคม หรือ “สังคมอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ” เชื่อมประสานการดำเนินงานทางสถาบันการศึกษา หน้าต่างทางนโยบาย และการเคลื่อนไหวทางสังคม โยงใยกลไกและองค์กรทั้งภาคการเมือง ภาครัฐ ภาคท้องที่ท้องถิ่น ภาควิชาการ ภาคการสื่อสารสาธารณะ ภาคเอกชน และการต่างประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ 1 มกราคม &#8211; 31 พฤษภาคม 2566&nbsp; สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ 1 มกราคม &#8211; 31 พฤษภาคม 2567&nbsp; สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจุดความร้อน 2022 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจุดความร้อน 2023 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจุดความร้อน 2024 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ระบบรายงานสถิติ กรมศุลกากร</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-pm25-2024/">https://rocketmedialab.co/database-pm25-2024/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://rocketmedialab.co/ebook-pm25/">ดาวน์โหลดเวอร์ชัน E-book ที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024/">จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไฟป่าเกิดขึ้นที่ไหน แล้วการกระจายงบเป็นยังไงบ้าง</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/forest-fire-budget/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Apr 2024 06:21:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[งบ66]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.]]></category>
		<category><![CDATA[อบต.]]></category>
		<category><![CDATA[เทศบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4346</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3648;&#3627;&#3605;&#3640;&#3585 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/forest-fire-budget/">ไฟป่าเกิดขึ้นที่ไหน แล้วการกระจายงบเป็นยังไงบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ที่เกิดไฟป่ามากที่สุดในปี 2566 จำนวน 43,265.91 ไร่&nbsp; และเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ที่เกิดไฟป่ามากที่สุดในประเทศมาตั้งแต่ปี 2556 โดยก่อนหน้านั้นตั้งแต่ปี 2541 มี 4 จังหวัดที่ผลัดกันเป็นอันดับหนึ่งนั่นคือ อุทัยธานี ชัยภูมิ เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช</li>



<li>จากงบจัดการไฟป่าทั้งประเทศจาก 3 หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีการใช้งบประมาณในการทำแนวกันไฟ 479,526,800 บาท ใน 64 จังหวัด กรมป่าไม้ใช้งบประมาณในการดับไฟป่า รวม 220,519,500 บาท ใน 59 จังหวัด สำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใช้งบในกิจกรรมที่เกี่ยวกับการป้องกันไฟป่า รวม 4,147,300 บาท ใน 22 จังหวัด รวมทั้งหมด 704,193,600 บาท</li>



<li>ส่วนงบจัดการไฟป่าจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง อบจ. อบต. และเทศบาล พบว่า เชียงใหม่มีงบประมาณมากที่สุด 13,936,800 บาท ตามด้วย อุบลราชธานี 2,482,200 บาท เชียงราย 2,263,500 บาท ลำปาง 2,219,600 และเลย 1,870,000 บาท</li>



<li>หากพิจารณาจากงบประมาณทั้งหมดที่แต่ละจังหวัดใช้ในการจัดการไฟป่าจากทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมกัน จะพบว่า จังหวัดเชียงใหม่ใช้งบประมาณสูงสุด 91,043.020 บาท รองลงมาคือ กระบี่ 41,640,500 บาท ลำปาง 38,627,320 บาท เชียงราย 38,551,540 บาท และแม่ฮ่องสอน 38,477,570 บาท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">จากเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่จังหวัดเชียงใหม่ จนต้องประกาศเขตภัยพิบัติใน 317 หมู่บ้าน 5 อำเภอ พร้อมกับจุดความร้อนที่สูงขึ้นในประเทศเมียนมาที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศจนทำให้เชียงใหม่กลายเป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศเลวร้ายอันดับหนึ่งของโลก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนทำความเข้าใจการดูแลรับผิดชอบไฟป่าผ่านการใช้งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับไฟป่าทั้งหมดจากงบประมาณปี 2566</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พื้นที่ที่เกิดไฟป่าจังหวัดไหนประสบภัยมากที่สุด</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/1.map_-683x1024.png" alt="" class="wp-image-4359" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/1.map_-683x1024.png 683w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/1.map_-200x300.png 200w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/1.map_-768x1152.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/1.map_-1024x1536.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/1.map_-1365x2048.png 1365w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลสถิติการเกิดไฟไหม้ป่าทั่วประเทศของส่วนควบคุมไฟป่า สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในปี 2566 ซึ่งมีการระบุว่า ได้รับข้อมูลอัปเดตจนถึงเดือนพฤษภาคม 2566 เท่านั้น พบว่า หากพิจารณาเฉพาะขนาดพื้นที่ที่เกิดไฟป่า เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่พื้นที่ป่าในเขตอนุรักษ์นั้นเกิดไฟป่ามากที่สุดเป็นจำนวน 43,265.91 ไร่ รองลงมาคือ ตาก 12,123 ไร่ ลำปาง 12,065 ไร่ กำแพงเพชร 10,580 ไร่ และนครศรีธรรมราช 10,346.81 ไร่ โดยมี 25 จังหวัดที่ไม่ปรากฏข้อมูล และพื้นที่ที่เกิดไฟป่าในเขตป่าอนุรักษ์ในปี 2566 รวมทั้งประเทศอยู่ที่ 166,467 ไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ เชียงใหม่เองยังเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ที่เกิดไฟป่ามากที่สุดในปี 2565 อีกด้วย และเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ที่เกิดไฟป่ามากที่สุดในประเทศมาตั้งแต่ปี 2556 โดยก่อนหน้านั้นตั้งแต่ปี 2541 มี 4 จังหวัดที่ผลัดกันเป็นอันดับหนึ่งนั่นคือ อุทัยธานี ชัยภูมิ เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช โดยสถิติสูงสุดอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานี ในปี 2541 จำนวน 75,788 ไร่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะเดียวกัน หากพิจารณาพื้นที่ที่เกิดไฟป่าในเขตอนุรักษ์กับพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในจังหวัดนั้นๆ ว่าเป็นสัดส่วนมากน้อยเท่าใด จะพบว่าจังหวัดที่มีสัดส่วนการเกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มากที่สุดคือ หนองคาย โดยหนองคายมีพื้นที่เกิดไฟป่าในเขตอนุรักษ์ 1,908 ไร่ จากพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 27,019.16 ไร่ หรือคิดเป็น 7.062% รองลงมาคือยโสธร คิดเป็น 1.164% ลำพูน 1.160% อุดรธานี 1.144% และกำแพงเพชร 1.109% ในขณะที่เชียงใหม่นั้นอยู่ในอันดับที่ 9 คิดเป็น 0.857%&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ไฟไหม้ป่า มีหน่วยงานไหนดูแลรับผิดชอบบ้าง&nbsp;</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/2.budget-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4360" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/2.budget-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/2.budget-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/2.budget-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/2.budget-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/2.budget-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/2.budget-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/2.budget-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/2.budget-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงที่มีการใช้งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับไฟป่าโดยคือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกระทรวงที่ดูแลเรื่องป่าไม้โดยตรง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะมี 3 หน่วยงานที่ดูแลเรื่องไฟป่าโดยตรง คือสำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งดูแลแผนงานและการจัดการ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดูแลเรื่องการทำแนวกันไฟ และกรมป่าไม้ดูแลเรื่องการดับไฟ โดยจะมีการตั้งงบประมาณที่เกี่ยวกับการจัดการไฟป่าทั้งส่วนกลางและรายจังหวัดไว้ โดยในงบประมาณ ปี 2566 สำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งงบประมาณส่วนกลางของโครงการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไว้ที่ 2,150,000 บาท ในขณะที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตั้งงบประมาณส่วนกลางไว้ที่ 37,850,300 บาท และกรมป่าไม้ 107,626,100 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้น งบส่วนใหญ่จะเป็นงบที่ลงไปยังหน่วยงานในพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆ ทั้ง 76 จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร ในการปฏิบัติหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช งบประมาณก็จะไปยังส่วนควบคุมไฟป่าของจังหวัดนั้นๆ โดยมีภารกิจหลักคือการจัดทำแนวกันไฟ ซึ่งอาศัยความร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่ หน่วยงานต่างๆ อาสาสมัคร และประชาชนในพื้นที่ หรือของกรมป่าไม้ก็จะไปยังส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าในจังหวัดนั้นๆ โดยมีภารกิจหลักคือปฎิบัติการด้านการควบคุมไฟป่า&nbsp;และสร้างการมีส่วนร่วมในการควบคุมไฟป่าให้บรรลุผลตามเป้าหมาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">งบอีกส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่าคืองบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นั่นก็คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเทศบาล โดยแต่ละหน่วยงานก็มีการตั้งโครงการหลากหลายรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่า ไม่ว่าจะเป็นโครงการเงินอุดหนุนหน่วยงานในพื้นที่ที่ทำงานด้านไฟป่าโดยตรง โครงการอบรมอาสาสมัครป้องกันไฟป่า โครงการทำแนวกันไฟ หรือจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้ในการจัดการไฟป่า ฯลฯ ไม่ใช่ทุก อบจ. อบต. หรือเทศบาล ที่จะมีโครงการและงบประมาณที่เกี่ยวกับการจัดการไฟป่า ขึ้นอยู่กับพื้นที่หรือปีงบประมาณนั้นๆ </p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จัดการไฟป่าใช้งบเท่าไร แต่ละจังหวัดได้งบจากที่ไหนไปบ้าง&nbsp;</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/4.wildfire-and-budget-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4362" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/4.wildfire-and-budget-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/4.wildfire-and-budget-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/4.wildfire-and-budget-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/4.wildfire-and-budget-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/4.wildfire-and-budget-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/4.wildfire-and-budget-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/4.wildfire-and-budget-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/4.wildfire-and-budget-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาจากงบประมาณปี 2566 จะพบว่า งบประมาณของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในงบด้านควบคุมไฟป่า จังหวัดที่ได้งบประมาณไปมากที่สุดคือจังหวัดเชียงใหม่ 64,225,780 บาท โดยมีเป้าหมายในการทำแนวกันไฟยาว 5,552 กิโลเมตร รองลงมาคือเชียงราย 25,596,960 บาท แม่ฮ่องสอน 21,922,820 บาท ลำปาง 20,009,220 บาท และตาก 19,322,780 บาท จะเห็นได้ว่าทั้ง 5 จังหวัดนั้นอยู่ในเขตภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนงบประมาณของกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นงบป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า จังหวัดที่ได้งบประมาณมากที่สุดคือ กระบี่ 39,526,400 บาท สาเหตุที่ในปี 2566 กระบี่ได้งบประมาณสูงเป็นอันดับหนึ่งเพราะมี “โครงการรื้อถอนทำลายต้นปาล์มน้ำมันออกจากพื้นที่ที่หมดอายุ การอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและไม่มีการต่ออายุการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ” จำนวน 5,000 ไร่ ซึ่งใช้งบประมาณสูงถึง 38,950,000 บาท ในขณะที่งบพัฒนาศักยภาพการป้องกันรักษาป่า มีเพียง 576,400 บาท โดยจังหวัดกระบี่ไม่ปรากฏข้อมูลจำนวนพื้นที่ไฟป่าในเขตอนุรักษ์ แต่มีแนวกันไฟ 52 กิโลเมตร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือ น่าน 17,945,200 บาท ลำปาง 16,090,800 บาท แม่ฮ่องสอน 14,988,400 และเชียงใหม่ 12,515,800 บาท ซึ่งยังคงเป็นกลุ่มจังหวัดในภาคเหนือเป็นส่วนใหญ่เช่นเดิม</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้น ยังพบว่ายังมีงบประมาณในโครงการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในส่วนของสำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยจังหวัดที่ได้งบมากที่สุดคือ แม่ฮ่องสอน 463,050 บาท รองลงมาคือ เชียงใหม่ 364,640 ลำปาง 307,700 บาท พิษณุโลก 270,000 บาท และลำพูน 231,620 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยหากพิจารณาเฉพาะงบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่า จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพียงกระทรวงเดียว จากทั้ง 3 หน่วยงาน (ไม่รวมงบกลาง) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีการใช้งบประมาณในการทำแนวกันไฟ 479,526,800 บาท ใน 64 จังหวัด (ไม่มีงบส่วนนี้ใน 12 จังหวัดไม่รวมกรุงเทพมหานคร) กรมป่าไม้ ใช้งบประมาณในการดับไฟป่า รวม 220,519,500 บาท ใน 59 จังหวัด (ไม่มีงบส่วนนี้ 17 จังหวัดไม่รวมกรุงเทพมหานคร) สำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใช้งบในกิจกรรมที่เกี่ยวกับการป้องกันไฟป่า รวม 4,147,300 บาท ใน 22 จังหวัด (ไม่มีงบส่วนนี้ 54 จังหวัดไม่รวมกรุงเทพมหานคร) รวมแล้วกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมมีงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่า ในปี 2566 จากทั้ง 3 หน่วยงาน 704,193,600 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น หากพิจารณางบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันไฟป่าจาก อบจ. โดยดูจากข้อบัญญัติงบประมาณปี 2566 ของแต่ละ อบจ. จะพบว่า อบจ. เชียงใหม่มีการตั้งงบไว้สูงที่สุด 10,870,000 บาท ภายใต้โครงการ “อุดหนุนมูลนิธิป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน” รองลงมาคือ อบจ. อุบลราชธานี 500,000 บาท ใน “ค่าใช้จ่ายโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5” ตามด้วย อบจ. 3 จังหวัดคือ อบจ. เชียงราย 300,000 บาท ในโครงการ “ส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านการอนุรักษ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน” อบจ. ราชบุรี 300,000 บาท ใน “โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)” และ อบจ. ชุมพร 300,000 บาท ใน “โครงการทำแนวป้องกันไฟป่าและกำจัดวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง”&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยงบ อบจ. ซึ่งดูจากข้อบัญญัติงบประมาณปี 2566 ของแต่ละ อบจ.&nbsp; ที่เกี่ยวข้องกับโครงการป้องกันไฟป่าโดยตรง จะพบว่ามีเพียง 8&nbsp; อบจ. เท่านั้นที่ปรากฏโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการป้องกันไฟป่าโดยตรงในข้อบัญญัติงบประมาณปี 2566</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นเมื่อพิจารณางบที่เกี่ยวข้องกับไฟป่าของ อบต. และเทศบาล จาก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.&nbsp;2566 จะพบว่า ทั้งหมดเป็นเงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุนภารกิจด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่าขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง อบต. และเทศบาลตำบล ภายใต้กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อการจัดบริการสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อม มี 66 จังหวัด รวม 49,181,000 บาท โดยจังหวัดเชียงใหม่มีการใช้งบส่วนนี้มากที่สุด รวม 3,066,800 บาท รองลงมาคือ ลำปาง 2,019,600 บาท อุบลราชธานี 1,982,200 บาท เชียงราย 1,963,500 บาท และเลย 1,870,000 บาท&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อรวมเฉพาะงบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่าในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดจะพบว่า เชียงใหม่ มีงบประมาณมากที่สุด 13,936,800 บาท รองลงมาก็คือ อุบลราชธานี 2,482,200 บาท เชียงราย 2,263,500 บาท ลำปาง 2,219,600 และเลย 1,870,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">และหากพิจารณาจากงบประมาณทั้งหมดที่แต่ละจังหวัดใช้ในการจัดการไฟป่าจากทั้งกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมกัน จะพบว่า จังหวัดเชียงใหม่ใช้งบประมาณสูงสุด 80,173,020 บาท รองลงมาคือ กระบี่ 41,640,500 บาท ลำปาง 38,627,320 บาท เชียงราย 38,551,540 บาท และแม่ฮ่องสอน 38,477,570 บาท โดยจะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นจังหวัดในภาคเหนือ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เชียงใหม่กับงบการจัดการไฟป่า&nbsp;</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/3.chiangmai_budget-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4361" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/3.chiangmai_budget-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/3.chiangmai_budget-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/3.chiangmai_budget-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/3.chiangmai_budget-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/3.chiangmai_budget-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/3.chiangmai_budget-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/3.chiangmai_budget-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/04/3.chiangmai_budget-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาการจัดการไฟป่าผ่านการใช้งบประมาณ ปี 2566 ของจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งกำลังประสบปัญหาไฟป่าและหมอกควันจนต้องประกาศเขตภัยพิบัติในบางพื้นที่อยู่ในขณะนี้ และเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เกิดไฟป่าในเขตอนุรักษ์สูงสุดมาเป็นอันดับหนึ่งยาวนานกว่า 10 ปี จะพบว่า เชียงใหม่ได้รับงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากทั้ง 3 หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบเรื่องไฟป่าและหมอกควันโดยตรง ทั้ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 64,225,780 บาท โดยมีการกำหนดเป้าหมายการทำแนวกันไฟไว้ 5,552 กิโลเมตร กรมป่าไม้ 12,515,800 บาท โดยมีการกำหนดเป้าหมายไว้ 80 หมู่บ้าน และสำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 364,640 บาท รวมทั้งหมด 190,106,220 หรือคิดเป็น 26.99% ของงบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากทั้งประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณางบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่าจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะพบว่า เมื่อพิจารณาจากข้อบัญญัติงบประมาณองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ปี 2566 ไม่ปรากฏงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่าในไฟล์งบประมาณปีนี้ แต่หากพิจารณาจากไฟล์งบประมาณปี 2567 มีการระบุว่าในงบประมาณปี 2564 มีโครงการ “อุดหนุนมูลนิธิป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน จังหวัดเชียงใหม่” ในงานบรรเทาสาธารณภัย เป็นงบประมาณ 13,656,300 บาท&nbsp; และในปี 2565 ก็ปรากฏงบในโครงการเดียวกันนี้ แต่อยู่ในงานสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เป็นงบประมาณ 13,670,000 บาท และปี 2566 ก็ปรากฏงบในโครงการเดียวกันนี้ในงานสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติเช่นเดียวกัน มีงบประมาณ 10,870,000 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของงบ อบต. กับเทศบาลนั้น หากพิจารณาจาก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.&nbsp;2566 จะพบว่า เชียงใหม่มีการใช้งบประมาณที่เกี่ยวกับการป้องกันไฟป่า ภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยระบุรายละเอียดว่าเป็นเงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุนภารกิจด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่าขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp; โดยปรากฏเป็นจำนวน 111 รายการ แบ่งเป็น 42 เทศบาลตำบล และ 59 อบต. รวม 3,066,800 บาท ซึ่งมากที่สุดในประเทศเช่นเดียวกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้น ในวิกฤตไฟป่าที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ซึ่งคาบเกี่ยวทั้งงบประมาณปี 2566 ที่ใช้ไปพลางก่อนและงบประมาณปี 2567 ที่สภาฯ เพิ่งจะลงมติผ่าน พ.ร.บ.&nbsp;งบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;2567&nbsp; เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ครม. ยังได้อนุมัติงบกลางเป็นจำนวน 272,655,350 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายโครงการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เพื่อลดฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และพื้นที่ที่มีจุดความร้อนและความเสี่ยงสูงที่จะเกิดไฟป่า ในช่วงเดือน ม.ค. – พ.ค. 2567 อีกด้วย &nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลดิบที่&nbsp;<a href="https://rocketmedialab.co/?p=4349" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://rocketmedialab.co/database-forest-fire-budget/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลพื้นที่ไฟไหม้ป่าในเขตอนุรักษ์ จากสถิติการเกิดไฟไหม้ป่าทั่วประเทศของส่วนควบคุมไฟป่า สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในปี 2566 (ข้อมูลสิ้นสุดถึงเดือน พ.ค. 2566)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลงบประมาณ ประกอบด้วย งบกระทรวงทรัพยากรฯ ดูเฉพาะงบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่าโดยตรง จากเอกสาร การจัดสรรงบประมาณ ประจำ ปี 2566 ที่ดำเนินการในพื้นที่ 76 จังหวัด และงบประมาณในส่วนของ อบจ. ดูเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่าโดยตรง จากเอกสาร ข้อบัญญัติงบประมาณประจำ ปี 2566 ของอบจ. ในแต่ละจังหวัด และงบประมาณของ อบต.+เทศบาล ดูเฉพาะงบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่าโดยตรง จาก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/forest-fire-budget/">ไฟป่าเกิดขึ้นที่ไหน แล้วการกระจายงบเป็นยังไงบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>งบไฟป่า 2566 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-forest-fire-budget/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Apr 2024 06:15:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[งบ66]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.]]></category>
		<category><![CDATA[อบต.]]></category>
		<category><![CDATA[เทศบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4349</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3611;&#3619 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-forest-fire-budget/">งบไฟป่า 2566 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQgTV_p3N9p9Nhn6cBVP5DQeUdvWPK85bXNnVBsp4z6o-PkMIVEsJBjotpyvQErnxGCCwMjgBrpn6dT/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลประกอบด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลพื้นที่ไฟไหม้ป่าในเขตอนุรักษ์ จากสถิติการเกิดไฟไหม้ป่าทั่วประเทศของส่วนควบคุมไฟป่า สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในปี 2566 (ข้อมูลสิ้นสุดถึงเดือน พ.ค. 2566)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลงบประมาณ ประกอบด้วย งบกระทรวงทรัพยากรฯ ดูเฉพาะงบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่าโดยตรง จากเอกสาร การจัดสรรงบประมาณ ประจำ ปี 2566 ที่ดำเนินการในพื้นที่ 76 จังหวัด และงบประมาณในส่วนของ อบจ. ดูเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่าโดยตรง จากเอกสาร ข้อบัญญัติงบประมาณประจำ ปี 2566 ของอบจ. ในแต่ละจังหวัด และงบประมาณของ อบต.+เทศบาล ดูเฉพาะงบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการไฟป่าโดยตรง จาก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1mVTcgGhnZiPFc2_n-pTJua1dpMiCE1ebuhyA36_mxMU/edit#gid=355037872">ดาวน์โหลดข้อมูลที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/forest-fire-budget">ไฟป่าเกิดขึ้นที่ไหน แล้วการกระจายงบเป็นยังไงบ้าง</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-forest-fire-budget/">งบไฟป่า 2566 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
