<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียน Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/โรงเรียน/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Wed, 13 Aug 2025 07:50:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียน Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/โรงเรียน/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Bangkok Index: การศึกษา [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-education-bangkok-index-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Apr 2025 08:44:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5308</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3604;&#3636 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-education-bangkok-index-2024/">Bangkok Index: การศึกษา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลดิบการศึกษา ข้อมูลสัดส่วนโรงเรียนต่อ 1,000 ประชากร ในช่วงอายุ 0-18 ปี และสัดส่วนครูต่อ 1,000 ประชากร ในช่วงอายุ 0-18 ปี จากข้อมูลสารสนเทศการศึกษา ปีการศึกษา 2566 โดยศูนย์ข้อมูลการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vSCfjyGYWmFPMg22u6UOMmizfuxdMkFmvC8o3pxmTBrkkwm8O1lgaCUhCtbQ2c6GmT8ysC2-x_h54O3/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/14_qdXE-Fsgthzn-rkP4ub3ye62RzSfCFW6kt3rViiWw/edit?usp=sharing">ดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน<a href="https://rocketmedialab.co/quality-of-life-bangkok-index-2024/">&nbsp;สำรวจการศึกษาในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2024</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-education-bangkok-index-2024/">Bangkok Index: การศึกษา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลสำรวจความเห็นครูต่อระบบการศึกษา [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-teacher-q1-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jan 2024 14:47:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[rocketmedialabxp2h]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ครู]]></category>
		<category><![CDATA[ประถม]]></category>
		<category><![CDATA[มัธยม]]></category>
		<category><![CDATA[วันครู]]></category>
		<category><![CDATA[แบบสอบถาม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4211</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3619;&#3656;&#3623;&#3617;&#3585;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-teacher-q1-2024/">ผลสำรวจความเห็นครูต่อระบบการศึกษา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ร่วมกับมูลนิธิแพธทูเฮลท์ จัดทำแบบสอบถามครูระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศ ในช่วงวันที่ 9 – 15 มกราคม 2567 ทางออนไลน์ เพื่อสำรวจความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ในโรงเรียน การเรียนการสอน นักเรียน เพื่อนำเสนอในวาระวันครูแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 16 มกราคมของทุกปี โดยผลการสำรวจมีดังนี้</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vReBe8Dwvc8DXT8Qjvazy7vEiz7uIvc94XQdZSKe_vs3BrJjtCGHStymhMS_FcFB6QjaxcUcNWWZefu/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1f27jqkFpUQhbaPB3DxcfnRkGAB25Ta5jDiQFRXE82lg/edit#gid=658171920">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน<a href="https://rocketmedialab.co/teacher-q1-2024"> ครูเอาด้วยขอปรับปรุงห้องน้ำ ไม่อยากอยู่เวร ยกเลิกการประกันเกรด และเพิ่มเงินเดือน : ผลสำรวจครูไทยอยากได้อะไรจากระบบการศึกษา</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-teacher-q1-2024/">ผลสำรวจความเห็นครูต่อระบบการศึกษา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครูเอาด้วยขอปรับปรุงห้องน้ำ ไม่อยากอยู่เวร ยกเลิกการประกันเกรด และเพิ่มเงินเดือน : ผลสำรวจครูไทยอยากได้อะไรจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/teacher-q1-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jan 2024 14:47:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[rocketmedialabxp2h]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ประถม]]></category>
		<category><![CDATA[ปวช.]]></category>
		<category><![CDATA[มัธยม]]></category>
		<category><![CDATA[วันครู]]></category>
		<category><![CDATA[วันเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[แบบสอบถาม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4208</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3648;&#3609;&#3639;&#3656;&#3629;&#3591;&#3651;&#3609 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/teacher-q1-2024/">ครูเอาด้วยขอปรับปรุงห้องน้ำ ไม่อยากอยู่เวร ยกเลิกการประกันเกรด และเพิ่มเงินเดือน : ผลสำรวจครูไทยอยากได้อะไรจากระบบการศึกษา</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จากแบบสำรวจความเห็นของครูทั่วประเทศ เสียงส่วนใหญ่อยากให้โรงเรียนปรับปรุงห้องน้ำ 134 คน คิดเป็น 44.22% รองลงมาคือห้องเรียน 70 คน คิดเป็น 23.10% ตามด้วยห้องสมุด 23 คน คิดเป็น 7.59%</li>



<li>ส่วนกฎของโรงเรียนที่ครูไม่ชอบมากที่สุด พบว่าคือการแต่งกายประจำวัน มีผู้ตอบข้อนี้มากที่สุด 74 คน คิดเป็น 24.42% รองลงมาคือ การเช็คชื่อก่อนเข้าแถว และการใส่กระโปรง (ยกเว้นครูพละ) 63 คน คิดเป็น 20.79% และอื่นๆ 56 คน คิดเป็น 18.48% เช่น การเข้าเวรเสาร์-อาทิตย์ การสแกนนิ้วหลังเลิกเรียน และมีจำนวนหนึ่งที่ตอบว่าไม่มีปัญหากับกฎระเบียบ</li>



<li>สิ่งที่ครูไม่อยากให้นักเรียนทำมากที่สุด พบว่าครูไม่อยากให้นักเรียนเล่นโทรศัพท์ในเวลาเรียนมากที่สุด 101 คน คิดเป็น 33.33% รองลงมาคือการพูดจาหยาบคาย 88 คน คิดเป็น 29.04% ตามด้วยการล้อเลียนเรื่องกายภาพ เพศ ชาติพันธุ์ สำเนียง 54 คน คิดเป็น 17.82%&nbsp;</li>



<li>ส่วนสิ่งที่อยากเห็นผู้บริหารโรงเรียนทำที่สุด พบว่า ครูอยากให้ยกเลิกนโยบายการประกันเกรด ปลอด 0 ร. มส. นักเรียนมากที่สุด 123 คน คิดเป็น 40.59% รองลงมา คือไม่เลือกปฏิบัติ 100 คน คิดเป็น 33 % ยกเลิกการส่งไปอบรมที่ไม่จำเป็น 34 คน คิดเป็น 11.22%&nbsp;</li>



<li>สิ่งที่อยากเห็นผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการทำมากที่สุด พบว่า ครูอยากให้ลดภาระงานเอกสารที่ต้องทำส่งกระทรวงมากที่สุด 146 คน คิดเป็น 48.18% รองลงมาเป็น เพิ่มค่าตอบแทนครู 62 คน คิดเป็น 20.46% ปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ 38 คน 12.54%&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">เนื่องในวันครูแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 16 มกราคมของทุกปี <a href="http://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a> ร่วมกับ<a href="http://path2health.or.th">มูลนิธิแพธทูเฮลท์ </a>จัดทำแบบสอบถามครูผู้สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 &#8211; มัธยมศึกษาปีที่ 6 และ ปวช. ทั่วประเทศ ในช่วงวันที่ 9 – 15 มกราคม 2567 ทางออนไลน์ เพื่อสำรวจความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ในโรงเรียน การเรียนการสอน นักเรียน โดยผลสำรวจมีดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากจำนวนครูที่ตอบแบบสอบถามออนไลน์ทั่วประเทศทั้งหมด 303 คน พบว่า เป็นเพศชาย 71 คน หญิง 220 คน LGBTQ+ 7 คน และไม่ต้องการระบุเพศ 5 คน ในจำนวนนี้แยกเป็นครูระดับชั้นประถมศึกษา 118 คน ระดับชั้นมัธยมศึกษา 171 คน และ ปวช. 14 คน และเมื่อแยกพื้นที่ของครูที่ตอบแบบสอบถามตามภาคจะพบว่า เป็นครูในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด 114 คน คิดเป็น 37.62% รองลงมาคือภาคกลาง 74 คน คิดเป็น 24.42% ตามด้วยภาคเหนือ 70 คน คิดเป็น 23.10% ภาคใต้ 36 คน คิดเป็น 11.88% ภาคตะวันตก 5 คน คิดเป็น 1.65% และภาคตะวันออก 4 คน คิดเป็น 1.32%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4230" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4232" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile1-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile1.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">สถานที่ใดในโรงเรียนที่อยากให้ปรับปรุงมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4233" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากคำถามข้อแรกที่ถามว่าสถานที่ใดที่อยากให้ปรับปรุงมากที่สุด ผลสำรวจพบว่า ครูอยากให้โรงเรียนปรับปรุงห้องน้ำมากที่สุด โดยตอบสูงถึง 134 คน คิดเป็น 44.22% รองลงมาคือห้องเรียน 70 คน คิดเป็น 23.10% ห้องสมุด 23 คน คิดเป็น 7.59% โรงอาหาร 22 คน คิดเป็น 7.26% สนามกีฬา 19 คน คิดเป็น 6.27% ห้องพยาบาล 14 คน คิดเป็น 4.62% ห้องพักครู 11 คน คิดเป็น 3.63% และอื่นๆ 10 คน คิดเป็น 3.30% เช่น ห้องคอมพิวเตอร์ ที่จอดรถ อาคารเรียน และบางส่วนก็เขียนตอบว่าทุกข้อ</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่าไม่ว่าจะเป็นครูชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา หรือ ปวช. ต่างก็เลือกให้ห้องน้ำเป็นสถานที่ที่อยากให้ปรับปรุงมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคก็พบว่าครูทุกภาคต่างลงความเห็นเหมือนกันว่าอยากให้โรงเรียนปรับปรุงห้องน้ำมากที่สุด&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">กฎที่ครูไม่ชอบที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4234" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากคำถามว่ากฎของโรงเรียนเรื่องใดที่ครูไม่ชอบมากที่สุด ผลสำรวจพบว่า ครูไม่ชอบการแต่งกายประจำวันมากที่สุด 74 คน คิดเป็น 24.42% รองลงมาคือ การเช็คชื่อก่อนเข้าแถว และการใส่กระโปรง (ยกเว้นครูพละ) 63 คน คิดเป็น 20.79% การแต่งกายผ้าไทย 47 คน คิดเป็น 15.51% และอื่นๆ 56 คน คิดเป็น 18.48% เช่น การเข้าเวรเสาร์-อาทิตย์ การสแกนนิ้วหลังเลิกเรียน และมีจำนวนหนึ่งที่ตอบว่าไม่มีปัญหากับกฎระเบียบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากมองรายภาค พบว่าการต้องใส่กระโปรง (ยกเว้นครูพละ) เป็นกฎที่ครูในภาคกลางไม่ชอบที่สุด ส่วนการเช็คชื่อก่อนเข้าแถวเป็นกฎที่ครูภาคเหนือไม่ชอบมากที่สุด ส่วนการแต่งกายผ้าไทยเป็นกฎที่ครูภาคใต้ไม่ชอบมากที่สุด หากมองในรายสังกัดของโรงเรียน ทั้งครูโรงเรียนรัฐและเอกชนไม่ชอบการแต่งกายประจำวันมากที่สุด นอกจากนี้หากมองครูประถมและมัธยม พบว่าครูประถมไม่ชอบการเช็คชื่อก่อนเข้าแถวเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนครูมัธยมยังคงยกให้การแต่งกายประจำวันเป็นกฎที่ไม่ชอบมากที่สุด</p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ</p>



<p class="wp-block-paragraph">การแต่งกายประจำวัน คือการกำหนดชุดการแต่งกายของครูในแต่ละวัน เช่น วันจันทร์ &#8211; ชุดข้าราชการ (สีกากี) วันอังคาร &#8211; ชุดเสื้อกีฬา วันพุธ &#8211; ชุดสุภาพ วันพฤหัส &#8211; ชุดลูกเสือ เป็นต้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><br>สิ่งที่ไม่อยากให้นักเรียนทำมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3dislike-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4235" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3dislike-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3dislike-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3dislike-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3dislike-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3dislike-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3dislike-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3dislike.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ส่วนคำถามที่ว่าอะไรคือสิ่งที่ครูไม่อยากให้นักเรียนทำมากที่สุด พบว่าครูไม่อยากให้นักเรียนเล่นโทรศัพท์ในเวลาเรียนมากที่สุด 101 คน คิดเป็น 33.33% รองลงมาคือการพูดจาหยาบคาย 88 คน คิดเป็น 29.04% ตามด้วยการล้อเลียนเรื่องกายภาพ เพศ ชาติพันธุ์ สำเนียง 54 คน คิดเป็น 17.82% การนินทาครูลงโซเชียลมีเดีย 17 คน คิดเป็น 5.61% การโพสต์คลิป/ภาพถ่ายของครูลงโซเชียลมีเดีย 15 คน คิดเป็น 4.95% การถึงเนื้อถึงตัว 15 คน คิดเป็น 4.95% และอื่นๆ 13 คน คิดเป็น 4.29% เช่น นักเรียนมาสาย การไม่ตั้งใจเรียน และบางส่วนก็เขียนตอบว่าทุกข้อ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณารายภาค พบว่าครูภาคเหนือและภาคใต้ไม่อยากให้นักเรียนพูดจาหยาบคายมากที่สุด เช่นเดียวกันกับการจำแนกตามสังกัดของโรงเรียน ครูโรงเรียนเอกชนไม่อยากให้นักเรียนพูดจาหยาบคายมากที่สุด นอกจากนี้ครูประถมให้การพูดจาหยาบคายเป็นสิ่งที่ไม่อยากให้นักเรียนทำมากที่สุด</p>



<h3 class="wp-block-heading">สิ่งที่ครูอยากได้มากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4want-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4236" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4want-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4want-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4want-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4want-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4want-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4want-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4want.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ส่วนคำถามถึงอะไรคือสิ่งที่ครูอยากได้มากที่สุด พบว่า ครูอยากให้เพิ่มเงินเดือน/ค่าวิทยฐานะมากที่สุด 149 คน คิดเป็น 49.17% รองลงมาคือ มาตรฐานการขึ้นเงิน 45 คน คิดเป็น 14.85% ค่าสื่อการสอน 32 คน คิดเป็น 10.56% ค่าทำงานล่วงเวลา 25 คน คิดเป็น 8.25% รถโรงเรียนอำนวยความสะดวกสำหรับกิจกรรมนอกสถานที่ 13 คน คิดเป็น 4.29% ค่าอยู่เวร 10 คน คิดเป็น 3.30% เพิ่มค่าเบี้ยเลี้ยง 6 คน คิดเป็น 1.98% ค่าอินเทอร์เน็ต 5 คน คิดเป็น 1.65% และอื่นๆ 18 คน คิดเป็น 5.94% เช่น ขอให้มีเจ้าหน้าที่การเงิน พัสดุ โดยตรง ขอขวัญและกำลังใจ การลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอน และการบรรจุข้าราชการเมื่ออายุงานถึงเกณฑ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้พบว่า ไม่ว่าจะครูประถม-มัธยม ครูโรงเรียนรัฐ-เอกชน ครูทุกภาค และทุกเพศ ต่างก็เลือกให้การเพิ่มเงินเดือน/ค่าวิทยฐานะเป็นสิ่งที่ครูอยากได้มากที่สุด</p>



<h3 class="wp-block-heading">สิ่งที่ครูไม่อยากให้มีมากที่สุด&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5unwant-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4237" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5unwant-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5unwant-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5unwant-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5unwant-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5unwant-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5unwant-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5unwant.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">คำถามที่ว่าสิ่งที่ครูไม่อยากให้มีมากที่สุด พบว่าครูไม่อยากอยู่เวรนอกเวลาเรียนมากที่สุด 124 คน คิดเป็น 40.92% รองลงมาคืองานการเงิน 37 คน คิดเป็น 12.21% งานพัสดุ 33 คน คิดเป็น 10.89% งานประกันคุณภาพ 19 คน คิดเป็น 6.27% งานธุรการ 17 คน คิดเป็น 5.61% งานอบรม 15 คน คิดเป็น 4.95% งานพิธีการ 12 คน คิดเป็น 3.96% งานวัดผลประเมินผล 3 คน คิดเป็น 0.99% งานทะเบียน 2 คน คิดเป็น 0.66% งานทะเบียนนักเรียน 2 คน คิดเป็น 0.66% งานโภชนาการ 2 คน คิดเป็น 0.66% งานสารสนเทศ 2 คน คิดเป็น 0.66% งานอนามัย 2 คน คิดเป็น 0.66% งานอาคารสถานที่ 1 คน คิดเป็น 0.33% และอื่นๆ 32 คน คิดเป็น 10.56% เช่น งาน PLC (การทำชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ) และส่วนใหญ่ตอบว่า ทุกงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่า ครูทุกภาคทุกระดับชั้นเลือกไม่อยากอยู่เวรนอกเวลามากที่สุด ในขณะที่อันดับสองนั้น หากดูรายภาคจะพบว่าภาคเหนือเป็นเรื่องงานพัสดุ ส่วนภาคใต้เป็นเรื่องงานการเงินกับงานการประกันคุณภาพที่มีการเลือกในจำนวนเท่ากัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">กิจกรรมที่ครูไม่อยากให้มีที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6hate-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4238" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6hate-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6hate-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6hate-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6hate-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6hate-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6hate-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6hate.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับคำถามที่ว่า กิจกรรมที่ครูไม่อยากให้มีมากที่สุด พบว่ากิจกรรมพานักเรียนไปแข่งขันนอกสถานที่เป็นกิจกรรมที่ครูไม่อยากให้มีที่สุด 80 คน คิดเป็น 26.40% ตามมาด้วยกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ 48 คน คิดเป็น 15.84% สมุดบันทึกความดี 42 คน คิดเป็น 13.86% กิจกรรมวันพ่อวันแม่ 37 คน คิดเป็น 12.21% กิจกรรมค่ายธรรมะ 30 คน คิดเป็น 9.90% กิจกรรมหน้าเสาธง 12 คน คิดเป็น 3.96% กิจกรรมสวดมนต์ 11 คน คิดเป็น 3.63% กิจกรรมจิตอาสา 5 คน คิดเป็น 1.65% และอื่นๆ 38 คน คิดเป็น 12.54% เช่น กีฬาสี กิจกรรม PLC (การทำชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ) กิจกรรมแนะแนว งานประเมิน และบางส่วนตอบว่าไม่มีกิจกรรมไหนที่ไม่อยากให้มี</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาสัดส่วนผู้เลือกกิจกรรมพานักเรียนไปแข่งขันนอกสถานที่พบว่า เป็นครูที่ทำงานมากกว่า 20 ปีมากที่สุด 25 คน คิดเป็น 31.25% สัดส่วนน้อยที่สุดคือ ครูที่ทำงานน้อยกว่า 1 ปี มี 1 คน คิดเป็น 1.25% โดยที่อันดับ 2 เป็นครูซึ่งทำงานมาแล้ว 5-10 ปี มี 17 คน คิดเป็น 21.25% อันดับ 3 เป็นครูที่ทำงานมาแล้ว 15-20 ปี 16 คน คิดเป็น 20% ของผู้ที่เลือกคำตอบนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">วิชาที่ครูอยากให้ยกเลิกที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7bansubject-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4239" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7bansubject-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7bansubject-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7bansubject-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7bansubject-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7bansubject-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7bansubject-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7bansubject.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ส่วนคำถามที่ว่าวิชาที่ครูอยากให้ยกเลิกมากที่สุด พบว่าวิชาลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด บำเพ็ญประโยชน์เป็นวิชาที่ครูอยากยกเลิกมากที่สุด 114 คน คิดเป็น 37.62% รองลงมาคือ วิชาชุมนุม/ชมรม 57 คน คิดเป็น 18.81% วิชาหน้าที่พลเมือง 46 คน คิดเป็น 15.18% วิชานาฏศิลป์ 18 คน คิดเป็น 5.94% วิชาพุทธศาสนา 12 คน คิดเป็น 3.96% วิชาพลศึกษา 4 คน คิดเป็น 1.32% และอื่นๆ 52 คน คิดเป็น 17.16% เช่น สุขศึกษา ศิลปะ และส่วนใหญ่เขียนตอบว่าไม่มีวิชาที่อยากยกเลิก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาครูที่อยากให้ยกเลิกวิชาลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด บำเพ็ญประโยชน์ พบว่า ทุกช่วงอายุการทำงานเลือกตอบข้อนี้เป็นสัดส่วนมากที่สุด ครูที่ทำงานมากกว่า 20 ปี มี สัดส่วน 29.76% ของจำนวนครูในกลุ่มนี้ ครูที่ทำงาน 15 ปี- 20 ปี มี 39.02% ของจำนวนครูในกลุ่มนี้ ครูที่ทำงาน 10 ปี -15 ปี มี 37.25% ของจำนวนครูในกลุ่มนี้ ครูที่ทำงาน 5-10 ปี มี 40.48% ของจำนวนครูในกลุ่มนี้ 1-5 ปี มี 42.55% ของจำนวนครูในกลุ่มนี้ น้อยกว่า 1 ปี มี 44.74% ของจำนวนครูในกลุ่มนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">สิ่งที่อยากเห็นผู้บริหารโรงเรียนทำที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8helpfromdirector-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4240" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8helpfromdirector-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8helpfromdirector-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8helpfromdirector-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8helpfromdirector-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8helpfromdirector-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8helpfromdirector-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8helpfromdirector.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับคำถามที่ว่าสิ่งที่อยากเห็นผู้บริหารโรงเรียนทำที่สุด พบว่า ครูอยากให้ยกเลิกนโยบายการประกันเกรด ปลอด 0 ร. มส. ของนักเรียนมากที่สุด 123 คน คิดเป็น 40.59% รองลงมา คือไม่เลือกปฏิบัติ 100 คน คิดเป็น 33 % ยกเลิกการส่งไปอบรมที่ไม่จำเป็น 34 คน คิดเป็น 11.22% ไม่ใช้ให้ทำงานส่วนตัว 32 คน คิดเป็น 10.56% อื่นๆ 14 คน คิดเป็น 4.62% เช่น รับฟังความคิดเห็นของครู มีแผนในการทำงาน บางคนเขียนตอบว่า ทุกข้อรวมกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาครูที่ตอบว่าต้องการให้ยกเลิกนโยบายประกันเกรด พบว่า จากผู้ตอบ 123 คน เป็นครูมัธยมมากที่สุด 87 คน หรือคิดเป็น 50.29% ของครูมัธยมทั้งหมด 171 คน ครูประถม 30 คน หรือคิดเป็น 25.42% ของครูประถมทั้งหมด 118 คน ครู ปวช. 6 คน หรือคิดเป็น 42.85% ของครูปวช.ทั้งหมด 14 คน หากจำแนกผู้ที่เลือกข้อนี้ตามระยะเวลาในการทำงาน พบว่า ครูที่ทำงานมานานมากกว่า 20 ปี มีสัดส่วนมากที่สุด 30 คน คิดเป็น 24.59% ของครูที่เลือกข้อนี้ รองลงมา ครูที่ทำงาน 1-5 ปี 24 คน คิดเป็น 19.67% อันดับ 3 ครูที่ทำงาน 15- 20 ปี 19 คน คิดเป็น 15.57%&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">สิ่งที่อยากเห็นผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการทำที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9helpfromMOE-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4241" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9helpfromMOE-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9helpfromMOE-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9helpfromMOE-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9helpfromMOE-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9helpfromMOE-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9helpfromMOE-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9helpfromMOE.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากคำถามที่ว่าสิ่งที่อยากเห็นผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการทำมากที่สุด พบว่า ครูอยากให้ลดภาระงานเอกสารที่ต้องทำส่งกระทรวงมากที่สุด 146 คน คิดเป็น 48.18% รองลงมาเป็นการเพิ่มค่าตอบแทนครู 62 คน คิดเป็น 20.46% ปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ 38 คน 12.54% เพิ่มจำนวนครูให้เหมาะสมกับนักเรียน 35 คน 11.55% มีระบบรับเรื่องร้องเรียนตรงถึงรัฐมนตรี 9 คน 2.97% และอื่นๆ เช่น เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน เพื่อจัดการเอกสารที่ไม่จำเป็นกับการสอน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเฉพาะการลดภาระงานเอกสารที่ต้องทำส่งกระทรวงพบว่า เป็นครูที่ทำงานมานานกว่า 20 ปีมากที่สุด 37 คน คิดเป็น 25.34% รองลงมา ครูที่ทำงานมาแล้ว 10-15 ปี 28 คน คิดเป็น 19.17% อันดับ 3 ครูที่ทำงานน้อยกว่า 1 ปี 23 คน คิดเป็น 15.75%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/?p=4211">https://rocketmedialab.co/database-teacher-q1-2024</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/teacher-q1-2024/">ครูเอาด้วยขอปรับปรุงห้องน้ำ ไม่อยากอยู่เวร ยกเลิกการประกันเกรด และเพิ่มเงินเดือน : ผลสำรวจครูไทยอยากได้อะไรจากระบบการศึกษา</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเรียนสังกัด กทม.-สพฐ. ในกรุงเทพฯ [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-bkk-school/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 May 2022 09:47:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการ]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=2254</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3635;&#3609;&#3623;&#3609;&#3650;&#3619;&#3591 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-school/">โรงเรียนสังกัด กทม.-สพฐ. ในกรุงเทพฯ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"> จำนวนโรงเรียนสังกัด กทม.และสพฐ. รายเขต ต่อจำนวนประชากร</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQ1QjXBNdlZh9Up0h8iIFMiGKA6Xko2QIt-O74K23rfgxOtESwyz3mmDmmwjHHdm5gJsPHC8lCi798c/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา:</p>



<ul class="wp-block-list"><li><a href="https://webportal.bangkok.go.th/pipd/page/sub/22351/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C-PDF">สถิติกรุงเทพมหานคร 2563</a></li><li><a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/116/ITA/O10_%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5%20%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.%202565%20%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2.pdf">แผนปฏิบัติราชการประจำปี พ.ศ. 2565 สำนักการศึกษา</a></li><li><a href="https://webportal.bangkok.go.th/user_files/116/733121162622f13a8649479.63703332.pdf">แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2564-2569)</a> </li></ul>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1sGChTjex0q08sUhf7qH_nafRQ6ptwql6vun5lc59X7Y/edit#gid=2063537752">ดาวน์โหลดข้อมูล</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่านรายงานได้ที่นี่ <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-school">https://rocketmedialab.co/bkk-school</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-school/">โรงเรียนสังกัด กทม.-สพฐ. ในกรุงเทพฯ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเรียนในกรุงเทพฯ : เมืองหลวงที่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไม่ต่างจากต่างจังหวัด</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-school/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 May 2022 09:47:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=2248</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; &#3648;&#3586;&#3605;&#3614;&#3619;&#3632;&#3609 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-school/">โรงเรียนในกรุงเทพฯ : เมืองหลวงที่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไม่ต่างจากต่างจังหวัด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list"><li>เขตพระนครมีสัดส่วนระหว่างจำนวนโรงเรียน 2.91 แห่ง ต่อ 1,000 ประชากร ซึ่งถือว่ามากที่สุด&nbsp; มีโรงเรียนมัธยมสังกัด สพฐ.มากที่สุด และมีจำนวนนักเรียนต่อครูน้อยที่สุด ขณะที่มีจำนวนประชากรอายุ 0-18 ปี น้อยเป็นอันดับที่ 5</li><li>เขตที่มีจำนวนประชากรต่อ 1 โรงเรียนมากที่สุดคือ คันนายาว 7,971 คน เพราะมีโรงเรียนสังกัดรัฐบาลรวม 2 แห่ง แต่มีประชากรอายุ 0-18 ปี ถึง 15,942 คน</li><li>เขตพระนครซึ่งมีจำนวนประชากรวัยเรียนน้อย มีจำนวนโรงเรียนมาก และมีสัดส่วนระหว่างครูกับนักเรียนและห้องเรียนน้อยถูกจัดอยู่ในกลุ่มโรงเรียนที่มีคุณภาพมากกว่า มีคะแนนโอเน็ตมากกว่าและเป็นที่ต้องการมากเป็นลำดับต้นๆ</li><li>มี&nbsp; 3 เขตที่ไม่มีโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด สพฐ.เลย ได้แก่ เขตคลองสาน คันนายาว บางคอแหลม</li><li>เมื่อเปรียบเทียบรายเขต อัตราส่วนเฉลี่ยนักเรียนต่อห้องเรียนระหว่างกลุ่มที่มากที่สุดและน้อยที่สุดก็ต่างกันราว 2 เท่า อัตราส่วนนักเรียนต่อครูระหว่างอันดับที่มากที่สุดและน้อยที่สุดอยู่ที่ประมาณ 3 เท่า</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">หนึ่งในประเด็นที่มักถูกกล่าวถึงในการพัฒนากรุงเทพฯ คือ การศึกษา ดังจะเห็นได้จากในแผนพัฒนากรุงเทพฯ ตั้งแต่ฉบับที่ 1 พ.ศ.2520-2524 จนถึงแผนพัฒนาระยะ 20 ปี พ.ศ.2556-2575 ที่ต่างก็มักจะเน้นว่า มุ่งพัฒนาโรงเรียนให้มีมาตรฐานเดียวกัน และให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษาภาคบังคับ โดยฉบับล่าสุดมุ่งหวังว่า “มีร.ร.สังกัด กทม.จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานครอบคลุมทุกระดับชั้น และมีการใช้หลักสูตรท้องถิ่นกรุงเทพฯ”&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกับผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่มักจะหยิบยกประเด็นการศึกษามาเป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงอยู่เสมอ โดยส่วนใหญ่มักเสนอว่า “พัฒนาโรงเรียนสังกัดกทม.ให้มีมาตรฐาน” ด้วยมิติต่างๆ กันไป เช่น เพิ่มการเรียนการสอนภาษาที่ 3 ร่วมด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนสำรวจการจัดการศึกษาในเมืองหลวงแห่งนี้ เพื่อความเข้าใจสถานการณ์การจัดการศึกษาในกรุงเทพฯ ในขั้นแรกว่า โรงเรียนประถมฯ และมัธยมฯ กระจายตัวอย่างไรในแต่ละเขต สอดคล้องกับจำนวนประชากรมากน้อยเพียงใด&nbsp; แล้วที่ผ่านมามีการจัดสรรงบประมาณและมีปัญหาอย่างไรบ้าง</p>



<h3 class="wp-block-heading">เรียนจบชั้นประถมฯ แต่ไม่มีโรงเรียนระดับมัธยมฯ ให้ไปต่อ&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การจัดการศึกษาของโรงเรียนในกรุงเทพฯ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีโรงเรียนหลายประเภททั้งโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และมหาวิทยาลัย สำหรับโรงเรียนที่อยู่ภายใต้กรุงเทพมหานครจะได้รับงบประมาณจัดสรรจากกรุงเทพฯ ผ่านสำนักการศึกษาและสำนักงานเขต นอกจากนี้การพัฒนาการศึกษายังต้องเป็นไปตามนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล แผนการศึกษาแห่งชาติ 2560-2579 และแผนพัฒนากรุงเทพฯ ระยะ 20 ปีอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2564 กรุงเทพฯ มีสถานศึกษาชั้นประถมฯ และมัธยมฯ สังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพฯ 437 แห่ง และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 158 แห่ง รวม 595 แห่ง&nbsp; ส่วนโรงเรียนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนมี 825 แห่ง ซึ่งคิดเป็นโรงเรียนสามัญศึกษา 729 แห่ง และโรงเรียนนานาชาติ 96 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">จำนวนประชากรที่มีอายุระหว่าง 0-18 ปีของกรุงเทพฯ ในปี 2564 มีจำนวนทั้งหมด 957,781 คน เขตที่มีประชากรในกลุ่มนี้มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ คลองสามวา 44,992 คน หนองจอก 42,762 คน บางขุนเทียน 42,439 คน สายไหม 39,765 คน และประเวศ 38,304 คน ส่วนเขตที่มีประชากรน้อยที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ เขตสัมพันธวงศ์ 2,453 คน บางรัก 4,826 คน ป้อมปราบศัตรูพ่าย 5,086 คน ปทุมวัน 5,763 คน พระนคร 6,173 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นเมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนระหว่างจำนวนโรงเรียนต่อ 1,000 ประชากรซึ่งนับเฉพาะโรงเรียนทั้งสังกัดกทม.และ สพฐ. โดยไม่จำแนกระดับชั้นและขนาดของโรงเรียน พบว่า เขตพระนครมีสัดส่วนระหว่างจำนวนโรงเรียนต่อ 1,000 ประชากรมากที่สุดอยู่ที่ 2.91&nbsp; อันดับที่ 2 สัมพันธวงศ์อยู่ที่ 1.63 และอันดับที่ 3 บางรักอยู่ที่ 1.45&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่มีสัดส่วนระหว่างจำนวนโรงเรียนต่อ 1,000 ประชากรน้อยที่สุดคือ คือ คันนายาวอยู่ที่ 0.12 เนื่องจากเขตนี้มีโรงเรียนสังกัดรัฐบาลรวม 2 แห่ง แต่มีประชากรอายุ 0-18 ปี ถึง 15,942 คน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1300" height="1300" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-1.jpg" alt="" class="wp-image-2412" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-1.jpg 1300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-1-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-1-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-1-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-1-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-1-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-1-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1300px) 100vw, 1300px" /></figure>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1300" height="1300" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-2.jpg" alt="" class="wp-image-2413" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-2.jpg 1300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-2-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-2-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-2-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-2-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-2-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-2-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1300px) 100vw, 1300px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1300" height="1300" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-3.jpg" alt="" class="wp-image-2414" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-3.jpg 1300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-3-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-3-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-3-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-3-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-3-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-3-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1300px) 100vw, 1300px" /></figure></div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1300" height="1300" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-4.jpg" alt="" class="wp-image-2415" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-4.jpg 1300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-4-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-4-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-4-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-4-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-4-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-4-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1300px) 100vw, 1300px" /></figure>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1300" height="1300" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-5.jpg" alt="" class="wp-image-2416" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-5.jpg 1300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-5-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-5-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-5-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-5-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-5-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-5-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1300px) 100vw, 1300px" /></figure></div>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นภาพรวมเบื้องต้นได้ว่า มีความแตกต่างอย่างมากระหว่างเขตที่จำนวนประชากรต่อโรงเรียนน้อยที่สุดกับมากที่สุด โดยต่างกันเกือบ 30 เท่า เท่ากับว่า ประสิทธิภาพในการเรียนการสอนอาจจะต่างกันมากตามไปด้วย เนื่องจากครูต้องรับภาระหนักจากจำนวนนักเรียนที่มากกว่า และอาจส่งผลให้ประชากรวัยนักเรียนที่อยู่ในเขตคันนายาวต้องเดินทางไปเรียนที่เขตอื่นแทน เพื่อให้ได้เรียนโรงเรียนที่มีคุณภาพดีกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเมื่อพิจารณาจำนวนโรงเรียนแยกตามสังกัด จากทั้งหมด 437 แห่ง เขตที่มีโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานครมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ หนองจอก 37 แห่ง ลาดกระบัง 20 แห่ง คลองสามวา 18 แห่ง ธนบุรี 17 แห่ง ประเวศ บางคอแหลม ตลิ่งชัน เท่ากันที่ 16 แห่ง ส่วนเขตที่มีน้อยที่สุด 5 อันดับแรกคือ คันนายาว 1 แห่ง พญาไท สาทรและสัมพันธวงศ์ 2 แห่ง ดินแดง วังทองหลาง และห้วยขวาง 3 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่โรงเรียนมัธยมสังกัด สพฐ. และสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ทั้งหมด 121 แห่ง จากทั้งหมด 50 เขต เขตที่มีโรงเรียนมัธยมมากที่สุด 5 เขตแรก ได้แก่&nbsp; พระนคร 7 แห่ง บางกอกน้อย 6 แห่ง ดุสิต ตลิ่งชัน และภาษีเจริญ 5 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">น่าสนใจว่า มี 3 เขตที่ไม่มีโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด สพฐ.เลย ได้แก่ เขตคลองสาน คันนายาว บางคอแหลม ซึ่งนั่นหมายความว่านักเรียนชั้นประถมฯ ในทั้ง 3 เขตนี้เมื่อเรียนจบชั้นประถมฯ แล้ว ไม่มีโรงเรียนมัธยมในสังกัด สพฐ. ให้เรียนต่อได้เลย ซึ่งอาจจะต้องเดินทางไปเรียนยังเขตอื่นหรือเรียนโรงเรียนเอกชน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1300" height="1300" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-map.jpg" alt="" class="wp-image-2411" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-map.jpg 1300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-map-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-map-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-map-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-map-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-map-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/05/info-bkkschool-map-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1300px) 100vw, 1300px" /></figure></div>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบนักเรียนในสังกัดโรงเรียนรัฐบาลและเอกชนในระดับประถมศึกษา ปีการศึกษา 2564 พบว่า สัดส่วนของนักเรียนสังกัดรัฐบาลและเอกชนใกล้เคียงกันคือ รัฐบาล: เอกชน เป็น 57: 43 ขณะที่จังหวัดอื่นๆ มีนักเรียนในสังกัดรัฐบาลเป็นสัดส่วนที่มากกว่ามากอยู่ที่&nbsp; 79: 21&nbsp; ส่วนในระดับมัธยมต้น สัดส่วนนักเรียนในสังกัดรัฐบาล: เอกชน 81: 19&nbsp; มัธยมปลาย 82: 18 ส่วนสัดส่วนจังหวัดอื่นๆ ไม่แตกต่างกับกรุงเทพฯ มากนัก&nbsp; ระดับมัธยมต้นสัดส่วนรัฐบาลต่อเอกชนอยู่ที่ 85: 15 มัธยมปลายอยู่ที่ 89: 11</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลสัดส่วนจำนวนประชากรและจำนวนโรงเรียนในกรุงเทพฯ ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานในแต่ละเขต แต่ยังอาจสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ทำให้นักเรียนจำนวนหนึ่งต้องหาหนทางไปเรียนในเขตอื่นเพื่อคุณภาพการศึกษาที่ดีกว่า ดังเช่น เขตคลองสาน คันนายาว บางคอแหลม นักเรียนที่เรียนจบชั้นประถมแล้ว ต้องหาทางไปเรียนต่อชั้นมัธยมที่เขตอื่น เพราะไม่มีโรงเรียนมัธยมในสังกัด สพฐ. ในเขต ซึ่งกลายเป็นภาระทางเศรษฐกิจของครอบครัวที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงเป็นภาระของนักเรียนที่ต้องเสียเวลาเดินทางข้ามเขตด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">ครูไม่พอหรือนักเรียนมากเกินไป</h3>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"></figure>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาขนาดของห้องเรียน ซึ่งโรงเรียนควรมีห้องเรียนขนาดเล็กต่อครู 1 คนเพื่อให้ครูสามารถดูแลนักเรียนได้ทั่วถึง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาปรับสัดส่วนเมื่อ 23 ธันวาคม 2563 ให้โรงเรียนประถมศึกษามีนักเรียน 30 คนต่อ 1 ห้องเรียน และห้องเรียนขนาด 1-40 คนควรมีครู 1-4 คน <a href="https://data.oecd.org/teachers/students-per-teaching-staff.htm">ขณะที่ในประเทศพัฒนาแล้ว </a>เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น เดนมาร์ก สัดส่วนครูต่อนักเรียนอยู่ที่ประมาณ 11-15 คน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อัตราส่วนนักเรียนต่อครูต่อห้องเรียนสามารถจำแนกการพิจารณาเป็น 2 ประเภทคือ โรงเรียนชั้นประถมศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร และโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา สังกัด สพฐ. โดยคำนวณค่าเฉลี่ยจากทุกโรงเรียนในเขตนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลโรงเรียนชั้นประถมฯ สังกัดกรุงเทพฯ ในปี 2563 พบว่า เขตที่มีอัตราส่วนนักเรียนต่อครูน้อยที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ พระนคร สัมพันธวงศ์ บางกอกใหญ่ ป้อมปราบศัตรูพ่าย และบางรัก&nbsp; อัตราส่วนอยู่ระหว่าง ครู 1 คนต่อ นักเรียน 11-12 คน ขณะที่เขตที่มีอัตราส่วนนักเรียนต่อครูมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เขตราษฎร์บูรณะ สายไหม คลองสามวา ห้วยขวาง และบางขุนเทียน โดยมี อัตราส่วนอยู่ระหว่างครู 1 คนต่อนักเรียน 34-54 คน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่า มีความแตกต่างอย่างมากระหว่างอันดับที่มากที่สุดและน้อยที่สุด ราว 3 เท่า ในทำนองเดียวกันส่วนอัตราส่วนนักเรียนต่อห้องเรียนระหว่างกลุ่มที่มากที่สุดและน้อยที่สุดก็ต่างกันราว 2 เท่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเขตที่มีค่าเฉลี่ยอัตราส่วนนักเรียนต่อห้องเรียนน้อยที่สุด 10 อันดับแรกได้แก่ สัมพันธวงศ์ บางรัก พระนคร บางกอกใหญ่ บางกอกน้อย ธนบุรี ป้อมปราบศัตรูพ่าย ตลิ่งชัน บางพลัด และปทุมวัน อัตราส่วนเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 14-22 คนต่อห้อง ขณะที่เขตที่มีค่าเฉลี่ยอัตราส่วนนักเรียนต่อห้องมากที่สุด 10 อันดับแรกมีอัตราส่วนอยู่ระหว่าง 30-33 คนต่อห้องได้แก่ หนองแขม ดินแดง ดอนเมือง คันนายาว สายไหม ลาดพร้าว บางบอน บางนา ทวีวัฒนา และพญาไท</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตามอาจสรุปไม่ได้โดยตรงว่า เขตที่มีอัตราส่วนนักเรียนต่อครูต่อห้องมากกว่าจะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับคุณภาพการศึกษา โดยใช้ผลคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2563 เป็นตัวชี้วัดพบว่า มี 6 สำนักงานเขตที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าทั้งประเทศทุกวิชาคือ คลองเตย คลองสาน ยานนาวา วังทองหลาง หนองแขม และหนองจอก ซึ่ง<a href="https://webportal.bangkok.go.th/user_files/116/207767403761e4e5fb6fa166.18772202.pdf">สำนักการศึกษา</a>ระบุว่า “จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วน” ถึงกระนั้นอัตราส่วนนักเรียนต่อครูต่อห้องที่มากกว่า ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการเรียนรู้ด้านอื่นๆ ของนักเรียนนอกจากคะแนนโอเน็ต</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนระดับมัธยม โรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาสังกัด สพฐ. เขตที่มีโรงเรียนที่มีอัตราส่วนเฉลี่ยนักเรียนต่อครูน้อยที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ บางพลัด สัมพันธวงศ์ บางรัก ลาดพร้าว ราษฎร์บูรณะ ยานนาวา ราชเทวี บางซื่อ ดุสิต และดินแดง ค่าเฉลี่ยอัตราส่วนครู 1 คนต่อนักเรียน ของแต่ละเขตอยู่ระหว่าง ครู 1 คนต่อนักเรียน 8-14 คน ขณะที่เขตที่มีโรงเรียนที่มีค่าเฉลี่ยอัตราส่วนนักเรียนต่อครูมากที่สุด อัตราส่วนอยู่ระหว่างครู 1 คนต่อนักเรียน 18-22 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตที่มีโรงเรียนที่มีอัตราส่วนเฉลี่ยนักเรียนต่อห้องเรียนน้อยที่สุด 10 อันดับแรกได้แก่ เขตบางพลัด สัมพันธวงศ์ ยานนาวา ดุสิต บางซื่อ บางรัก ธนบุรี ป้อมปราบศัตรูพ่าย ราษฎร์บูรณะ และภาษีเจริญ ค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 19-28 คนต่อห้องเรียน ขณะที่เขตที่มีโรงเรียนที่มีค่าเฉลี่ยอัตราส่วนนักเรียนต่อห้องเรียนมากที่สุด อัตราส่วนอยู่ระหว่างครู 1 คนต่อนักเรียนอยู่ที่ 39-42 คนต่อห้อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">แน่นอนว่าการสำรวจสัดส่วนนักเรียนต่อครูต่อห้องเรียนของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพฯ เป็นเพียงการทำความเข้าใจสถานการณ์การจัดการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น แต่อย่างน้อยที่สุดก็ช่วยคลี่ให้เห็นถึงความแตกต่างของโรงเรียนในพื้นที่ต่างๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ ก็ปรากฏว่ามีโรงเรียนประถมและมัธยมของรัฐรวม 1,349 แห่ง โดยเฉลี่ยสัดส่วนครูต่อนักเรียนประถมอยู่ที่ประมาณ 14-20 คน และนักเรียนต่อห้องเรียนอยู่ที่ประมาณ 20-25 คน ซึ่งอาจสะท้อนให้เห็นว่า แม้กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองหลวง แต่ในแง่ของการกระจายโรงเรียนเพื่อเข้าถึงการศึกษาเบื้องต้น โดยที่ไม่พิจารณาแง่มุมอื่นๆ กรุงเทพฯ อาจไม่แตกต่างจากจังหวัดอื่นมากนัก</p>



<h3 class="wp-block-heading">นอกจากโรงเรียนไม่พอแล้ว คุณภาพยังแตกต่างกันอีกด้วย</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากการกระจายตัวของโรงเรียนต่างๆ ในแง่ของจำนวนแล้ว ประเด็นหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือ คุณภาพที่ไม่เท่ากันของแต่ละโรงเรียน</p>



<p class="wp-block-paragraph">คะแนนโอเน็ตของโรงเรียนอาจเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสามารถสะท้อนคุณภาพการศึกษาที่แตกต่างกันได้ ในระดับชั้นประถม 6 โรงเรียนในสังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานครมีคะแนนโอเน็ตน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับโรงเรียนสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนในช่วงปี 2558-2561 แต่กรุงเทพมหานครเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทั้งความไม่เท่าเทียมของการเข้าถึงการศึกษาของนักเรียนในพื้นที่รอบนอกกับชั้นใน และหลักสูตรที่ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน จนนำมาสู่ความพยายามเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการเรียนการสอน&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เกรียงยศ สุดลาภา <a href="https://www.naewna.com/local/546322">รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร </a>กล่าวถึงแผนพัฒนาด้านการศึกษาของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครเพื่อมุ่งให้นักเรียนของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครได้รับการศึกษามาตรฐานเดียวกันว่า “ในปีการศึกษา 2565 โรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครจะใช้หลักสูตรแกนกลางซึ่งกำลังจัดทำขึ้นใหม่เพื่อให้มาตรฐานการศึกษาเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะวัดผลสัมฤทธิ์จากผลการเรียนของนักเรียน เด็กนักเรียนของโรงเรียนกรุงเทพมหานครจะต้องเรียนได้มาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่หรือเล็ก หรือโรงเรียนใจกลางเมืองหรือชายขอบของกรุงเทพฯ โดยขณะนี้ สำนักการศึกษากำลังเร่งจัดวางโครงการในหลักสูตรแกนกลางใหม่”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่คะแนนโอเน็ตชั้นม.6 พ.ศ.2561 รายโรงเรียนสังกัดสพฐ.121 แห่ง เฉพาะ 3 รายวิชาหลัก ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ พบว่า เขตพระนคร ซึ่งมีโรงเรียนมัธยมของสพฐ.มากที่สุด (7 แห่ง) ได้คะแนนเฉลี่ยมากกว่าคะแนนเฉลี่ยทั้งประเทศทั้ง 3 วิชา ขณะที่เขตทุ่งครุ ซึ่งมี 2 แห่ง คะแนนโอเน็ตทั้ง 3 วิชานี้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ ด้วยช่องว่างระหว่างคุณภาพทางการศึกษา เราจึงเห็นการประกาศ<a href="https://www.newtv.co.th/news/32756">รายชื่อโรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันสูง</a>โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่องโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ระดับมัธยมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2561 เขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานครมีทั้งหมด 58 โรงเรียน เขตที่มีจำนวนโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงมากที่สุด 3 โรงเรียน ได้แก่ บางกอกน้อย พระนคร ภาษีเจริญ ลาดกระบัง&nbsp; ส่วนเขตที่ไม่มีโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงเลย ได้แก่ คลองสาน คันนายาว ทุ่งครุ บางเขน บางคอแหลม บางพลัด ประเวศ ยานนาวา วัฒนา สัมพันธวงศ์ และหลักสี่</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้น่าสังเกตว่า เขตพระนครซึ่งมีจำนวนประชากรวัยเรียนน้อย โรงเรียนมาก และมีสัดส่วนระหว่างครูกับนักเรียนและห้องเรียนน้อยถูกจัดอยู่ในกลุ่มโรงเรียนที่มีคุณภาพมากกว่า มีคะแนนโอเน็ตมากกว่าและเป็นที่ต้องการมากเป็นลำดับต้นๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในระดับประเทศที่ทำให้เด็กต้องออกจากพื้นที่เพราะต้องการโรงเรียนที่มีคุณภาพมากกว่าเขตที่ตนเองอยู่ รายงาน ‘ระบบบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ’ ซึ่งจัดทำโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ชี้ว่า “ครัวเรือนยอมจ่ายเงินให้การศึกษาในระดับสูง ในจังหวัดที่การศึกษาที่มีคุณภาพดี โดยเฉพาะจังหวัด/เมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี ชลบุรี นครปฐม นครนายก. ภูเก็ต เชียงใหม่เป็นต้น” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสจากฐานะทางเศรษฐกิจที่แตกต่าง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การที่โรงเรียนในกรุงเทพฯ ไม่มีมาตรฐานเดียวกัน ทำให้ต้องมีการเดินทางและก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ประสบปัญหาจราจร หรือปัญหาอื่นๆ ตามมา <a href="https://www.eef.or.th/thai-report-education/">รายงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a>ระบุว่า ค่าเดินทางนับเป็นภาระที่มากที่สุดของค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาทั้งหมด คิดเป็นสัดส่วนเกิน 1 ใน 3 ภาระทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นซึ่งครอบครัวไม่สามารถแบกรับได้ยังส่งผลให้เด็กส่วนหนึ่งต้องออกจากระบบการศึกษากลางคัน&nbsp; <a href="http://uis.unesco.org/en/topic/out-school-children-and-youth#:~:text=About%20258%20million%20children%20and,million%20of%20upper%20secondary%20age.">ข้อมูลของ Unesco Institute for Statistics</a> ประเทศไทยมีสัดส่วนเด็กวัยมัธยมต้นที่อยู่นอกระบบการศึกษา 12.16% เป็นอันดับที่ 4 ของอาเซียน ผลกระทบที่สำคัญของการหลุดออกนอกระบบการศึกษาของเด็กและเยาวชนก่อนวัยอันควรคือ เด็กและเยาวชนมีระดับทักษะต่ำทำให้ได้รับค่าจ้างที่ต่ำ ยังไม่นับรวมปัญหาทางสังคมด้านอื่นๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เนื่องจากการจัดการศึกษาเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ไม่ใช่เพียงแค่กรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆ ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการซึ่งมีอำนาจควบคุมมากกว่า ทั้งการกำหนดนโยบาย หลักสูตร ไปจนถึงการประเมินความสำเร็จ การซ้อนทับของบทบาทหน้าที่เหล่านี้จึงอาจนำมาสู่แนวทางที่กรุงเทพฯ ใช้จัดการศึกษาเท่าที่พอจะทำได้ด้วยการสนับสนุนด้านอื่นๆ เช่น การพัฒนาครู แทน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">กรุงเทพฯ ทุ่มเงินด้านบุคลากรมากที่สุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ตั้งแต่พ.ศ.2516 ถึง 2565 สำนักการศึกษา กทม. ใช้งบประมาณมากเป็นลำดับที่ 9 รวม 49,428.94 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากงบประมาณของสำนักการศึกษาแล้ว กรุงเทพฯ ยังได้รับงบประมาณด้านการศึกษาจากส่วนกลางด้วย งบประมาณด้านการศึกษาปี 2564 ของกรุงเทพฯ รวมทั้งสิ้น 15,232,681,320 บาท จำแนกเป็นงบสำนักการศึกษา กทม.&nbsp; 900,444,000 บาท งบสำนักงานเขต 3,937,198,920 บาท เงินอุดหนุนจากรัฐบาล 10,395,038,400&nbsp; บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อแบ่งตามรายจ่ายพบว่า มีหมวดรายจ่ายด้านบุคลากรมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 56.03 (8,538,723,100 บาท) รองลงมาเป็นเงินอุดหนุนร้อยละ 26.25 (3,998,316,800 บาท) อันดับที่ 3 คือ รายจ่ายอื่น ร้อยละ 7.42 (1,130,919,300 บาท) อันดับ 4 ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุร้อยละ 4.91 (747,726,371 บาท) อันดับ 5 ค่าครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง ร้อยละ 4.04 (615,222,349 บาท) อันดับ 6 ค่าสาธารณูปโภค ร้อยละ 1.32&nbsp; (201,773,400 บาท) เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560-2563 พบว่า งบประมาณรวมในช่วง 5 ปีนี้ไม่แตกต่างกันมากนัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ที่น่าสังเกตคือ ปี 2560-2562 กรุงเทพฯ ได้รับงบฯ กลาง ด้านการศึกษา 200 ล้านบาทในปี 2560&nbsp; และ 400 ล้านบาทในปี 2561-2562 แต่ปี 2563-2564 กลับไม่ได้รับงบประมาณส่วนนี้ แต่ได้รับงบประมาณหมวดค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ และหมวดค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียน บําเหน็จ ดํารงชีพ และบําเหน็จบํานาญเพิ่มขึ้น ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นรายจ่ายด้านบุคลากรเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นนี้สอดคล้องกับข้อค้นพบของ <a href="https://thaipublica.org/2021/02/national-education-accounts01/">‘โครงการวิจัยพัฒนาระบบบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ</a>’ ที่พบว่าสัดส่วนรายจ่ายสำหรับครูค่อนข้างสูง ตั้งแต่ปี 2551-2561 ซึ่งรายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทยในภาพรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่บุคลากรครูราว 3 ใน 4 ได้รับเงินค่าตอบแทนและค่าวิทยฐานะระดับชำนาญการและชำนาญการพิเศษ รวมทั้งได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามระบบข้าราชการด้วย ขณะที่งบฯ สำหรับพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการเรียนการสอนเหลือน้อยลง</p>



<h3 class="wp-block-heading">แล้วกรุงเทพฯ วัดความสำเร็จด้านการศึกษาอย่างไร</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ที่ผ่านมาไม่ค่อยปรากฏต่อสาธารณะมากนักว่า การจัดการศึกษาของกรุงเทพฯ เป็นอย่างไร นอกจากรายงานการประเมินผลการปฏิบัติงานของสำนักการศึกษาและเขตต่างๆ เฉพาะเรื่องที่มีการกำหนดตัวชี้วัดไว้ เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยวัดจากคะแนนโอเน็ต จำนวนโรงเรียนที่เปิดการจัดการศึกษาพิเศษ หรือสามารถรองรับกลุ่มนักเรียนที่หลากหลายมากขึ้น หรือการตรวจสอบตามตัวชี้วัดเชิงปริมาณตามแผนพัฒนากรุงเทพฯ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2564-2569) กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ที่ประกอบด้วย การยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ การพัฒนาผู้เรียนตามอัตลักษณ์แห่งมหานคร การยกระดับประสิทธิภาพจัดการศึกษาตอบสนองความต้องการของผู้เรียนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง การพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการดิจิทัลเพื่อการศึกษา และการพัฒนาทุนมนุษย์และบริหารจัดการสู่องค์การสมรรถนะสูง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่แผนพัฒนากรุงเทพฯ ระยะ 20 ปี ระบุว่าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการศึกษาสำหรับทุกคน วัดผลด้วยตัวชี้วัดที่ว่า “โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครทุกแห่งสามารถให้บริการการศึกษาสำหรับผู้เรียนในกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษ โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาหลักจากการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น” และ “นักเรียนได้รับการพัฒนาสมวัยและมีความสามารถทางด้านเทคโนโลยี”&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้วยเหตุนี้เมื่อพิจารณาโครงการต่างๆ ของ<a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/116/ITA/O10_%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5%20%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.%202565%20%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2.pdf">แผนปฏิบัติราชการ ปี 2565 ของสำนักการศึกษา</a>จึงมีโครงการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเหล่านี้ โดยในปี 2565 มีทั้งภารกิจที่ใช้งบประมาณคือ โครงการส่งเสริมและพัฒนา IQ, EQ และพัฒนาการทางกายของนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร และโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีการจัดการศึกษา&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่โครงการที่เกี่ยวกับพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และการพัฒนา IQ และ EQ ไม่ใช้งบประมาณ ส่วนสำนักงานเขตต่างๆ มีฝ่ายการศึกษาทำหน้าที่เกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไป เช่น งานกิจกรรมในโรงเรียนอย่างการจัดตั้งกลุ่มลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ตรวจเยี่ยมโรงเรียนเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับครูและเจ้าหน้าที่ รวมถึงการสนับสนุนการวิชาการและวิจัยของครูเป็นหลัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในแง่การประเมินผลระหว่างแผนพัฒนาการศึกษา หากย้อนไปดูแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560-2563 ซึ่งมุ่งให้ “นักเรียนกรุงเทพมหานครเป็นพลเมืองที่ดี มีองค์ความรู้ มีทักษะในการดํารงชีวิตรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในศตวรรษที่ 21” พบว่ามียุทธศาสตร์ที่ไม่ต่างจากฉบับที่ 3 มากนัก เน้นไปที่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พัฒนาสมรรรถนะของครู นักเรียนมีทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ และมีคุณธรรมจริยธรรม โดยมีตัวชี้วัดไม่แตกต่างกันนักกับฉบับที่ 3&nbsp; เช่น ค่าเฉลี่ยโอเน็ต จำนวนโรงเรียนที่มีการจัดการศึกษาแบบพิเศษ ที่น่าสังเกตคือในแผนพัฒนาการศึกษาฯ ฉบับที่ 3 ไม่มีการทบทวนว่าการดำเนินการตามแผนก่อนหน้านี้มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน</p>



<p class="wp-block-paragraph">งานประเมินคุณภาพกลับไปอยู่ที่หน่วยงานตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณแทน เมื่อเร็วๆ นี้ <a href="https://mgronline.com/politics/detail/9650000020178">พบว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน</a> (สตง.) เพิ่งออกผลการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของกรุงเทพมหานคร ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2561-2563 เมื่อเดือนมีนาคม 2565 พบว่า มีโครงการส่วนหนึ่งไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะโครงการโรงเรียนสองภาษาและการดำเนินงานสะเต็มศึกษา (STEM) มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการหลักสูตรไทย-อังกฤษ ปี 2562-2563 ต่ำกว่าเป้าหมายเชิงปริมาณที่กำหนด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสุ่มตรวจ 11 โรงเรียน ส่วนใหญ่ไม่มีการทดสอบสัมฤทธิ์ผลทักษะภาษาอังกฤษตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด นอกจากนี้สตง.ยังสุ่ม 22 โรงเรียนสังกัด กทม. พบว่า 9 แห่งที่ได้รับงบประมาณจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษา ไม่มีการจัดกิจกรรมสอดแทรกไปตามเนื้อหาที่เกี่ยวข้องของแต่ละรายวิชาภายในคาบเรียนอย่างเป็นรูปธรรม ไม่มีการจัดกิจกรรมไว้ในรายวิชาเพิ่มเติม หรือเลือกเสรี และไม่มีการจัดกิจกรรมไว้ในกลุ่มกิจกรรมนอกชั้นเรียน และส่วนใหญ่ไม่มีการจัดตั้งชมรม STEM &amp; Robotics รวมทั้งไม่มีการนิเทศติดตามการสอนของครูผู้สอนที่เข้ารับการอบรมแต่อย่างใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ กรุงเทพฯ ได้รับงบฯ จัดสรรจากรัฐเพื่อดำเนินโครงการสะเต็มศึกษา ปี 2560-2563 แก่โรงเรียนในสังกัด ผ่านสำนักการศึกษา สำนักงานเขต 50 เขต จำนวน 437 แห่ง เป็นค่าใช้จ่ายปีงบประมาณละ 25,000 บาท/โรงเรียน ได้รับงบประมาณรวมประมาณ 32 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ สตง.ยังพบว่า 20 โรงเรียนจากการสุ่มตรวจ 21 โรงเรียนมีคอมพิวเตอร์ไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนตามนโยบายการส่งเสริมสนับสนุนเทคโนโลยี และพัฒนาระบบสารสนเทศทางการศึกษา ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561-2563 มีโรงเรียนเพียง 1 แห่ง ที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงพอกับจำนวนนักเรียน อีกทั้ง แม้ แม้โรงเรียนทุกแห่งจะมีคอมพิวเตอร์ และครุภัณฑ์ประกอบห้องคอมพิวเตอร์ ที่ได้รับตามโครงการเช่าระบบและพัฒนาห้องคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้ ปี 2555-2559 แต่กว่า 30 % ของคอมพิวเตอร์ใช้งานไม่ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">การตรวจสอบโดยสตง.เป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า การรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของสำนักการศึกษาและสำนักงานเขตว่าสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้อาจไม่เพียงพอ</p>



<h3 class="wp-block-heading">หรือการกระจายอำนาจระดับพื้นที่คือคำตอบ?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ที่ผ่านมา แนวคิดการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นเป็นผู้จัดการศึกษาเองมักถูกหยิบยกมากล่าวถึงเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในระบบการศึกษา <a href="https://www.eef.or.th/interview-chaiyuth/">ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์</a> อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัยพัฒนาระบบบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ กสศ. มองว่า “จุดหนึ่งที่จะช่วยให้ระบบการจัดการศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้นคือ แนวคิดจัดการกระจายงบประมาณและความรับผิดชอบไปยังระดับพื้นที่หรือเขตพื้นที่การศึกษาให้มากขึ้น โดยส่วนกลางต้องลดบทบาทจากการเป็นผู้ใช้จ่ายงบประมาณไปสู่การทำหน้าที่เป็นผู้กำกับติดตามโครงการต่างๆ แต่ปัจจุบันยังไม่เห็นว่ามีการประเมินผลที่ชัดเจนว่าใช้เงินคุ้มค่าจริงหรือไม่”&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกับกรุงเทพฯ&nbsp; สมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา อดีตอาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เสนอในเวที<a href="https://www.eef.or.th/article-unlock-bangkok-120422/"> ‘ปลดล็อกกรุงเทพ : เมืองแห่งความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’ </a>ว่า กรุงเทพ ฯ จะพบครอบครัวเด็กยากจน 15 กลุ่ม เช่น แรงงานเด็ก เด็กในชุมชนแออัด แม่วัยใส เด็กชาติพันธุ์ พวกเขาเหล่านี้มีภาวะเสี่ยงออกนอกระบบการศึกษา ยิ่งไปกว่านั้นระบบการศึกษาไทยที่มุ่งเน้นการสร้างเด็กให้มีความเป็นเลิศทางการศึกษา หรือการศึกษาที่ตรงตามคุณภาพมาตรฐานยิ่งทำให้เด็กเหล่านี้ไม่มีที่ยืนสำหรับการศึกษาในระบบ สุดท้ายก็กลายเป็นแรงงานที่ไม่มีคุณภาพ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่กรุงเทพมหานครมีครูที่จบระดับปริญญาโท-เอกประมาณ 14,000 คน ซึ่งสามารถจัดการศึกษาของตนเองที่มีคุณภาพได้ โดยทำให้เด็กแต่ละคนที่มีสภาพปัญหาแตกต่างหลากหลายได้รับการส่งเสริมให้มีศักยภาพตามลู่ทางของตัวเอง โดยเฉพาะเด็กที่กำลังหลุดออกจากระบบ ก็ควรได้รับการส่งเสริมสิ่งที่มากกว่าในห้องเรียน อาจจะเป็นทักษะอาชีพ หรือสิ่งที่สอดคล้องกับชุมชน กรุงเทพฯควรใช้ศักยภาพที่เป็นเมืองปกครองพิเศษออกแบบการศึกษาของตนเอง อิสระและไม่ต้องยึดติดกับแนวทางของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยความเด็ดขาดของผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งหมดนี้นำมาสู่คำถามต่อนโยบายด้านการศึกษาของกรุงเทพฯ ในด้านต่างๆ ว่า คุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้จ่ายมากเพียงใด รวมไปถึงการประเมินผลการดำเนินงานของทางราชการเองด้วยว่ามันสะท้อนความจริงหรือบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ในแผนพัฒนาการกรุงเทพฯ มากน้อยเพียงใด และที่สำคัญก็คือทำไมยังคงมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสูงมาก ในเมืองหลวงที่พรั่งพร้อมไปด้วยทรัพยากรและงบประมาณมากมายขนาดนี้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลพื้นฐานได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-school/">https://rocketmedialab.co/database-bkk-school/</a>&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://webportal.bangkok.go.th/pipd/page/sub/22351/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C-PDF">สถิติกรุงเทพมหานคร 2563</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://webportal.bangkok.go.th/public/user_files_editor/116/ITA/O10_%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5%20%E0%B8%9E.%E0%B8%A8.%202565%20%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2.pdf">แผนปฏิบัติราชการประจำปี พ.ศ. 2565 สำนักการศึกษา</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://webportal.bangkok.go.th/user_files/116/733121162622f13a8649479.63703332.pdf">แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานกรุงเทพมหานคร ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2564-2569)</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-school/">โรงเรียนในกรุงเทพฯ : เมืองหลวงที่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไม่ต่างจากต่างจังหวัด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
