<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อาเซียน Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/อาเซียน/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Tue, 28 Jan 2025 09:47:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>อาเซียน Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/อาเซียน/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไทม์ไลน์แผนหมอกควันข้ามแดนอาเซียน [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-asean-haze-policy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Jan 2025 09:43:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4987</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3604;&#3634;&#3623;&#3609;&#3660;&#3650;&#3627;&#3621 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-asean-haze-policy/">ไทม์ไลน์แผนหมอกควันข้ามแดนอาเซียน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQQq8tVX249EVy9e_tq5NmXiCpt1K0E0ipCIJ43OOMeMR_Yj07Pn2KPNTNxWslh6Q6uKn3XKOwqYRAm/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQQq8tVX249EVy9e_tq5NmXiCpt1K0E0ipCIJ43OOMeMR_Yj07Pn2KPNTNxWslh6Q6uKn3XKOwqYRAm/pubhtml">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน<a href="https://rocketmedialab.co/asean-haze-policy/"> 30 ปีแห่งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนร่วมกันของอาเซียน</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-asean-haze-policy/">ไทม์ไลน์แผนหมอกควันข้ามแดนอาเซียน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>30 ปีแห่งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนร่วมกันของอาเซียน</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/asean-haze-policy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Jan 2025 09:27:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4979</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3651;&#3609;&#3611;&#3637; 2567 &#3611;&#3633;&#3597; [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/asean-haze-policy/">30 ปีแห่งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนร่วมกันของอาเซียน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>จุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนของอาเซียนมาจากร่างแผนปฏิบัติการหมอกควันระดับภูมิภาค หรือที่เรียกว่า Regional Haze Action Plan: RHAP ที่เกิดขึ้นในปี 2538&nbsp;</li>



<li>จากนั้นในปี 2545 ก็มีข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution: AATHP) อันนำมาสู่การทำโรดแมป ASEAN Transboundary Haze Free Roadmap by 2020 เพื่อทำให้ภูมิภาคอาเซียนปลอดหมอกควันภายในปี 2563</li>



<li>แผน ASEAN Transboundary Haze Free Roadmap by 2020 ไม่สำเร็จภายในปี 2563 จึงเกิดแผนงานอาเซียนปลอดหมอกควันครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2566-2573) Second ASEAN Haze-Free Roadmap (2023-2030) ซึ่งเปิดตัวไปในปี 2567 ที่ผ่านมา&nbsp;</li>



<li>ในเดือนตุลาคม 2567 ก็เกิดแผนงานความร่วมมือระหว่างไทย สปป.ลาว และเมียนมา ภายใต้ชื่อ ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) ซึ่งมีกรอบระยะเวลาในการทำงานระหว่างปี 2567-2573 เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนใน 3 ประเทศ&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2567 ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือรุนแรงมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัญหาเรื่องหมอกควันข้ามแดนจากเมียนมาและลาว อันมาจากพื้นที่การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำให้ประเด็นเรื่องหมอกควันข้ามแดนถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย ในขณะที่ปี 2568 นี้ พบจุดความร้อนจำนวนมากในกัมพูชาในช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 สูงขึ้น ประกอบกับการเผาพื้นที่เกษตรภายในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร กล่าวเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 ว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นวาระอาเซียน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนย้อนสำรวจความร่วมมือของประเทศในแถบอาเซียนในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนว่ามีมาตั้งแต่เมื่อไร ในปัจจุบันมีความคืบหน้าแค่ไหน และทำไมถึงยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้สักที</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>30 ปีแห่งความพยายามในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนของอาเซียน</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-1024x576.png" alt="" class="wp-image-4984" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-1024x576.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-300x169.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-768x432.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-1536x864.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-2048x1152.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/Haze-Free-Roadmap-600x337.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาหมอกควันข้ามแดนมีมานานแล้ว เช่นเดียวกับความพยายามในการสร้างความร่วมมือกันแก้ปัญหาของประเทศในแถบอาเซียน โดยในช่วงแรกนั้นเกิดมาจากปัญหาไฟไหม้ป่าในประเทศอินโดนีเซียซึ่งมักเกิดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนของทุกปี ส่งผลให้เกิดหมอกควันและฝุ่นละอองปกคลุมบริเวณพื้นที่ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ บูรไน สิงคโปร์ มาเลเซีย และภาคใต้ตอนล่างของไทย โดยเฉพาะเหตุการณ์หมอกควันครั้งรุนแรงในปี 2537&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2538 ในช่วงรัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา&nbsp;เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในการหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า โดยกำหนดให้มีการร่างแผนปฏิบัติการหมอกควันระดับภูมิภาค หรือที่เรียกว่า Regional Haze Action Plan: RHAP ขึ้น จากนั้นในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านหมอกควัน ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 &#8211; 23 ธันวาคม 2540 ณ ประเทศสิงคโปร์ มีความเห็นชอบให้จัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านหมอกควันทุก 2 ปี อีกทั้งยังได้มีการจัดตั้งเจ้าหน้าที่อาวุโสเฉพาะกิจของอาเซียนด้านหมอกควัน (Haze Technical Task Force: HTTF) ขึ้น เพื่อรับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันหมอกควันจากไฟป่าในภูมิภาคอาเซียน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2543 มีการจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 8 (8th&nbsp;AMME) ในวันที่ 6–7 ตุลาคม 2543 ณ ประเทศมาเลเซีย และมีมติเห็นชอบการขยายความร่วมมือและการกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเรื่องหมอกควันและไฟป่าตามร่างแผนปฏิบัติการหมอกควันระดับภูมิภาค (RHAP) และมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดทำข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution by 2020: AATHP) เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือในระดับภูมิภาคในการติดตาม เฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และยกเลิก RHAP รวมไปถึงกลไกการทำงานเดิมทั้งหมด</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จาก RHAP สู่ AATHP</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจาก ยกเลิก RHAP และมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดทำข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution by 2020: AATHP) แล้ว ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศก็ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution by 2020: AATHP) เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2545 และข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2546 โดยที่ทั้ง 10 ประเทศได้ลงนามให้สัตยาบันแล้ว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ถึงอย่างนั้นข้อตกลง AATHP ก็เป็นเพียง การแต่งตั้งหน่วยงานรับผิดชอบภายใต้ข้อตกลง AATHP โดยในประเทศไทยมีหน่วยงานรับผิดชอบหลักก็คือ กรมควบคุมมลพิษ และเป็นข้กตกลงในการดำเนินโครงการและจัดทำแผนงานเท่านั้น นอกจากนั้นก็มีเพียงการกำหนดการประชุมทั้ง การประชุมประเทศภาคีต่อข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (10 ประเทศอาเซียน) การประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม&nbsp;5 ประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และการประชุมคณะทำงานภายใต้รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (5 ประเทศในอนุภูมิภาคแม่โขง ได้แก่ เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา และไทย) และการประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม&nbsp;5&nbsp;ประเทศ เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และการประชุมคณะทำงานภายใต้รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม&nbsp;5 ประเทศ เรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน&nbsp;(5 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นในปี 2559 จึงได้มีการนำเสนอ ASEAN Transboundary Haze Free Roadmap (ATHFR) ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินการร่วมกันเพื่อควบคุมการข้ามพรมแดนมลพิษจากหมอกควันในอาเซียน ในการประชุมสมัชชาภาคีภาคีฯ ครั้งที่ 12 (COP-12) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2559 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และได้รับการรับรองในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 28 และ 29 เมื่อวันที่ 6 – 8 กันยายน 2559 ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ซึ่งโรดแมป ATHFR&nbsp; นี้ตั้งเป้าหมายให้อาเซียนปลอดมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนให้ได้ภายในปี 2563</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยในระหว่างนั้นในปี 2560 ก็มีการทำแผนย่อย ซึ่งก็คือ แผนปฏิบัติการเชียงราย 2017 เพื่อป้องกันมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (Chiang Rai 2017 Plan of Action for Transboundary Haze Pollution Control in the Mekong Sub-Region) โดยมีกรอบความร่วมมือให้ประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง 5 ประเทศ ให้เร่งรัดดำเนินการร่วมกันเพื่อลดจำนวนจุดความร้อนรวมในอนุภูมิภาคแม่โขงลงเหลือไม่เกิน 50,000 จุด ในปี 2563 ซึ่งจะทำให้บรรลุเป้าหมายของ ATHFR ที่จะทำให้ภูมิภาคอาเซียนปลอดหมอกควันภายในปี 2563 ได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และในปี 2562 ภาคีของ AATHP ตกลงที่จะทบทวนแผนงานเพื่อประเมินความก้าวหน้าในความพยายามเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ข้ามพรมแดนอาเซียนปลอดหมอกควันภายในปี 2563 แต่เมื่อถึงปี 2563 ปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนยังคงมีอยู่และไม่ลดลง อีกทั้งก็ยังไม่มีมาตรการในทางปฏิบัติออกมาจากแผน ATHFR&nbsp; มีเพียงแค่การแลกเปลี่ยนข้อมูล การประชุมปรึกษาหารือและทบทวนแผนเท่านั้น สุดท้ายในปี 2563 แผนโรดแมป ATHFR จึงหมดอายุลงโดยปริยายและไม่ประสบความสำเร็จในการทำให้ภูมิภาคอาเซียนปลอดหมอกควันภายในปี 2563</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แผนเก่าไม่สำเร็จ แผนใหม่ ภาค 2 จึงออกมาอีกครั้ง&nbsp;</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">แม้แผนโรดแมป ATHFR จะไม่สำเร็จ แต่ข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution) ยังคงอยู่ โดยในปี 2564 ภาคีของ AATHP ได้มีการทบทวนและตกลงที่จะจัดทำแผนงานฉบับที่ 2 โดยมีคณะทำงานประกอบด้วยผู้อาวุโสเจ้าหน้าที่จาก AMS (Asean Member States) เพื่อสรุปผลแผนงานที่สอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">และในปี 2567 ที่ผ่านมาก็ได้มีการเปิดตัวแผนงานอาเซียนปลอดหมอกควันครั้งที่ 2 พ.ศ. 2566-2573 (Second ASEAN Haze-Free Roadmap 2023-2030) ซึ่งประกอบไปด้วยนโยบายและการเจรจาว่าด้วยยุทธศาสตร์และการดำเนินการเพื่อให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปราศจากหมอกควันให้สำเร็จ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากแผนอาเซียน 10 ประเทศ สู่แผน 3 ประเทศ ไทย ลาว เมียนมา</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากแผน Chiang Rai 2017 Plan of Action ในปี 2560 ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ประเทศ คือ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนามและไทย ซึ่งยังคงมีการดำเนินการต่อ แม้เป้าหมายที่กำหนดไว้ว่าจะลดจำนวนจุดความร้อนรวมในอนุภูมิภาคแม่โขงลงเหลือไม่เกิน 50,000 จุด ในปี 2563 เพื่อให้เป้าหมายหลักของ ATHFR ที่จะทำให้ภูมิภาคอาเซียนปลอดหมอกควันภายในปี 2563 จะไม่ประสบความสำเร็จ และ ATHFR ก็หมดระยะเวลาลงไปแล้วนั้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2565 มีการประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 5 ประเทศ เรื่อง มลพิษจากหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขง ครั้งที่ 11 (11th Meeting of the Sub-Regional Ministerial Steering Committee on Transboundary Haze Pollution in the Mekong Sub-Region หรือ 11th MSC Mekong) อันสืบเนื่องมาจาก แผน Chiang Rai 2017 Plan of Action โดยมีการตั้งเป้าหมายลดจุดความร้อนภายใต้แผนปฏิบัติการเชียงราย (Chiangrai Plan of Action) ในปี 2566 2567 และ 2568 ให้ลดลงร้อยละ 30 35 และ 40 ตามลำดับ โดยใช้จำนวนจุดความร้อนปี 2563 เป็นฐาน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และต่อมาในเดือนตุลาคม 2567 ก็เกิดแผนงานใหม่ ซึ่งเป็นความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างไทย สปป.ลาว และเมียนมา ภายใต้ชื่อ ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) ซึ่งมีกรอบระยะเวลาในการทำงานระหว่างปี 2567-2573 โดยกำหนดเป้าหมายลดจุดความร้อน การจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงการเกิดไฟไหม้ป่า การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสุขภาพต่อประชาชน การส่งเสริมความร่วมมือกับพันธมิตรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และการจัดตั้งสายด่วน (hotline) เพื่อประสานงานระหว่างทั้งสามประเทศ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>30 ปีแล้ว&#8230;มาตรการหมอกควันข้ามแดนของอาเซียนจะสำเร็จเมื่อไร</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าความพยายามในการสร้างความร่วมมือกันแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนร่วมกันของอาเซียนมีมานานถึง 30 ปีแล้ว แต่กลับยังไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากไม่มีมาตรการข้อบังคับต่อกัน เป็นเพียงกรอบแนวทางในการลดการเกิดจุดความร้อนและการเผาในประเทศของตนและแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้และความร่วมมืออื่นๆ มากกว่า เพราะเมื่อประเทศเพื่อนบ้านเกิดจุดความร้อนสูงและมีการเผาเกิดขึ้น จนส่งผลกระทบเป็นหมอกควันข้ามแดนเหมือนดังเช่น ที่เกิดขึ้นในเมียนมาเมื่อปีที่แล้ว หรือในกัมพูชาเมื่อต้นปีนี้ ประเทศไทย ซึ่งได้รับผลกระทบก็ยังไม่สามารถใช้ข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนในการจัดการได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ระหว่างปี 2565 ถึง 2566 พบว่า จุดความร้อนใน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา&nbsp; สิงคโปร์ เวียดนามและไทย เพิ่มขึ้นจาก 704,892 จุดในปี 2565 เป็น 1,130,626 จุด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศในอาเซียนที่อยู่ในข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนด้วย มีการใช้กฎหมายหมอกควันข้ามพรมแดน (Transboundary Haze Pollution<strong> </strong>Act &#8211; THPA) ลงโทษบริษัทหรือบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดน ไม่ว่าบริษัทหรือบุคคลนั้นจะอยู่นอกเขตแดนสิงคโปร์ก็ตาม ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดคือการปรับเงิน 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์/วัน หรือสูงสุด 2,000,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลการตรวจสอบคุณภาพอากาศเพื่อรวบรวมหลักฐานในการดำเนินคดี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเทศไทยเอง จากการการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 รวมไปถึงการแถลงผลงาน 3 เดือนในวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าจะใช้<a href="https://www.igreenstory.co/pm2-5-3/?fbclid=IwY2xjawIEObVleHRuA2FlbQIxMAABHViEAC53q6QYQNdDqKnVDXGx_GytnN__QAqMA2o5ZJBnC25Dh-aRCKaWoA_aem_LMmObOfvtoGe9j1Mwoer0A">มาตรการ</a>ไม่รับซื้อข้าวโพด อ้อย จากการเผาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อลดปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรและหมอกควันข้ามแดน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่จากข้อมูลการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากกรมศุลากร พบว่าในปี 2566 ประเทศนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมา ลาว และกัมพูชา รวม 1,331,428 ตัน โดยนำเข้าจากเมียนมาสูงสุด ในขณะที่ในปี 2567 เพิ่มเป็น 2,012,117 ตัน และยังเป็นการนำเข้าจากเมียนมามากที่สุดเช่นเดียวกัน โดยในปี 2567 การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศกัมพูชา ลาว และเมียนมาอยู่ภายใต้ความตกลง ASEAN Trade in Goods Agreement (ATIGA) 3 ทำให้ผู้นำเข้าได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า รวมถึงต้นทุนค่าขนส่งต่ำ จึงมีความได้เปรียบกว่าประเทศอื่นๆ ในปีเดียวกัน <a href="https://www.infoquest.co.th/2024/454303">คณะรัฐมนตรี</a>ยังคงนโยบายที่ผู้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะได้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร ในอัตรา 0% เช่นเดิมในปี 2568&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้น จำนวนจุดความร้อนที่เกิดขึ้นอย่างมากในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว เมียนมา กัมพูชา ยังสัมพันธ์กันกับปัญหาหมอกควันข้ามแดนและฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดในประเทศไทยที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย โดยรายงานผืนป่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมลพิษ PM2.5 ข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ปี พ.ศ.2558-2563 ของ<a href="https://www.greenpeace.org/static/planet4-thailand-stateless/2021/04/46bdd195-minireport-forest-maize-haze-transboundary.pdf">กรีนพีซ</a> วิเคราะห์ข้อมูลจากจุดความร้อนจากภาพดาวเทียม Suomi-NPP ระบบ VIIR พบว่า 1 ใน 3 ของจุดความร้อนอยู่ในพื้นที่ปลูกข้าวโพด</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าแม้ไทยจะอยู่ในข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน แต่เมื่อข้อตกลงดังกล่าวไม่มีสภาพบังคับต่อกัน ปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านจึงยังไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยข้อตกลงดังกล่าว และไทยเองก็ไม่มีกฎหมายดังเช่นสิงคโปร์ หรือแนวความคิดในการงดรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากต่างประเทศที่มาจากพื้นที่ที่มีการเผาก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง อีกทั้งยังนำเข้าเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย มาตรการที่ประเทศไทยใช้เพื่อพยายามจะแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนอยู่ในปัจจุบันนี้จึงเป็นเพียงมาตรการ ‘ปรึกษาหารือ’ ผ่าน<a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/336554">กระทรวงการต่างประเทศ</a> ดังเช่นเมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อจุดความร้อนในประเทศกัมพูชาสูงมากจนก่อมลพิษในประเทศไทย โดยทางกระทรวงการต่างประเทศสั่งการให้เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ เข้าพบเพื่อหารือกับผู้แทนระดับสูงของกัมพูชาเพื่อแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นแทน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://fad.mnre.go.th/th/as/content/255">ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://asean.org/wp-content/uploads/2024/09/The-Second-Haze-Free-Roadmap-2023-2030.pdf">The Second Roadmap on ASEAN Cooperation towards Transboundary Haze Pollution with Means of Implementation 2023-2030</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-asean-haze-policy/">ไทม์ไลน์แผนหมอกควันข้ามแดนอาเซียน [ข้อมูลดิบ</a>]</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/asean-haze-policy/">30 ปีแห่งความล้มเหลวในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนร่วมกันของอาเซียน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
