<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อากาศร้อน Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/อากาศร้อน/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Jun 2026 03:19:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>อากาศร้อน Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/อากาศร้อน/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กรุงเทพฯ ร้อนแค่ไหน : ดอนเมืองอุณหภูมิสูงสุด บางซื่อ ‘รู้สึก’ ร้อนที่สุด พระนครมีวันที่เกิน 35 °C มากที่สุด</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkkheat2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 31 May 2026 06:38:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[heatindex]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชนีความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7615</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3629;&#3634;&#3585;&#3634;&#3624;&#3619;&#3657;&#3629 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkkheat2026/">กรุงเทพฯ ร้อนแค่ไหน : ดอนเมืองอุณหภูมิสูงสุด บางซื่อ ‘รู้สึก’ ร้อนที่สุด พระนครมีวันที่เกิน 35 °C มากที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปี 2567-2568 อุณหภูมิสูงสุดรายวันของแต่ละเขต เขตดอนเมืองมีอุณหภูมิสูงสุดรายวันสูงที่สุด 41.3 องศาเซลเซียส ในวันที่ 30 เมษายน 2567 อันดับ 2 เขตพระนคร 40.5 องศาเซลเซียส วันที่ 25 เมษายน 2568 อันดับ 3 เขตสายไหม 40.4 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิสูงสุดรายวันเมื่อเทียบกับเขตอื่นๆ น้อยที่สุดเป็นของเขตยานนาวา 32.2 องศาเซลเซียส</li>



<li>เฉพาะฤดูร้อน (มีนาคม- พฤษภาคม) เขตพระนครมีวันที่อุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปมากที่สุด 145 วันจาก 184 วัน หากดูดัชนีความร้อนระดับอันตรายจะพบว่า เขตบางซื่อมีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายมากที่สุด 125 วัน</li>



<li>เดือนเมษายนเป็นเดือนที่ทั้งอุณหภูมิและดัชนีความร้อนเฉลี่ยสูงที่สุดจากทั้งสามเดือน ขณะที่เดือนพฤษภาคม แม้อุณหภูมิจะเริ่มลดลง แต่น่าสนใจว่าค่าดัชนีความร้อนสูง อาจจะเป็นเพราะมีความชื้นเพิ่มจากการเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">อากาศร้อนในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เพียงแค่ปรากฏการณ์ครั้งคราวที่คนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญเฉพาะในฤดูร้อนเท่านั้น แต่กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ภาครัฐควรให้ความสนใจมากขึ้น เพราะส่งกระทบทั้งในแง่เศรษฐกิจ สุขภาพ การใช้ชีวิต โดยเฉพาะประชากรกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก คนชรา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ย้อนกลับไป 40 ปีก่อนหน้านี้ช่วงปี 2503-2543 อุณหภูมิเฉลี่ยของกรุงเทพฯ อยู่ที่ราว 28-30 องศาเซลเซียส กระทั่งในช่วงสองทศวรรษมานี้ อุณหภูมิเฉลี่ยของกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมีการคาดกันว่าภายใต้สภาวะโลกรวน อุณหภูมิของกรุงเทพฯ อาจมากกว่าเดิมถึง 4.5 องศาเซลเซียส ตามสถานการณ์ก๊าซเรือนกระจก อุณหภูมิสูงสุดรายวันของกรุงเทพฯ ในช่วงสิบปีระหว่าง 2559-2558 เฉลี่ยอยู่ที่ 39.51 องศาเซลเซียส ขณะเดียวกันผลการศึกษาในรายงานของศูนย์พลังงานอาเซียน (Asean Energy Center คาดการณ์ว่า ในปี 2593 (ค.ศ. 2050) กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองที่มีวันที่มีอุณหภูมิเกิน 35 องศาเซลเซียสต่อปีมากที่สุดในกลุ่มประเทศกลุ่มอาเซียน อยู่ที่ 120 วันต่อปี พร้อมกับคาดว่าอุณหภูมิสูงสุดรายวันเฉลี่ยของกรุงเทพฯ ในปี 2050 จะพุ่งสูงถึง 38.1 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ รายงานวิเคราะห์สภาวะความร้อนในกรุงเทพฯ Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City เผยว่าเขตต่างๆ ในกรุงเทพฯ มีระดับความร้อนไม่เท่ากัน เขตชั้นในที่เป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูงจะมีอุณหภูมิสูงกว่าโดยเฉพาะเวลากลางคืนจากปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab สำรวจอุณหภูมิสูงสุดรายวันและดัชนีความร้อนในช่วงฤดูร้อนของกรุงเทพมหานคร (มีนาคมถึงพฤษภาคม) ปี 2567 และ 2568 จากข้อมูลของสำนักสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีข้อมูล 43 เขตในปี 2567 (ขาดเขตบางกะปิ, บางเขน, บางขุนเทียน, บางคอแหลม, บางแค, บางพลัด, ราชเทวี) และ 48 เขตในปี 2568 (ขาดเขตบางคอแหลม, บางกะปิ) ว่าแต่ละเขตร้อนแตกต่างมากน้อยเพียงใด และอาจนำไปสู่การจัดทำนโยบายที่เกี่ยวข้องเจาะจงสำหรับเขตนั้นได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">แต่ละเขตร้อนแค่ไหน อุณหภูมิสูงสุดเท่าไหร่<br></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7626" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดรายวันในช่วงฤดูร้อนของกรุงเทพมหานคร (มีนาคมถึงพฤษภาคม) ปี 2567 และ 2568 พบว่า ปี 2567 ร้อนกว่าปี 2568 ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ย 35.12 องศาเซลเซียส ส่วนปี 2568 อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 33.99 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยช่วง 2 ปีนี้ เมื่อพิจารณาอุณหภูมิสูงสุดของแต่ละเขต เขตดอนเมืองมีอุณหภูมิสูงสุดรายวันสูงที่สุด 41.3 องศาเซลเซียส ในวันที่ 30 เมษายน 2567 อันดับ 2 เขตพระนคร 40.5 องศาเซลเซียส วันที่ 25 เมษายน 2568 อันดับ 3 เขตสายไหม 40.4 องศาเซลเซียส อันดับ 4 เขตบางซื่อ 40.3 องศาเซลเซียส และอันดับ 5 คลองสามวา 39.9 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิสูงสุดรายวันเมื่อเทียบกับเขตอื่นๆ น้อยที่สุดเป็นของเขตยานนาวา อุณหภูมิสูงสุดของเขตยานนาวาอยู่ที่ 32.2 องศาเซลเซียส วันที่ 21 เมษายน 2567 วันเดียวกันนี้เองเป็นวันที่อีก 24 เขตก็มีอุณหภูมิรายวันสูงสุดในรอบ 2 ปีเช่นกัน นอกจากนี้ยานนาวายังเป็นเขตเดียวที่มีอุณหภูมิสูงสุดน้อยกว่า 35 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากดูอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยของแต่ละเขตเป็นรายปี ในปี 2567 อุณหภูมิรายวันสูงสุดอยู่ที่ 41.3 องศาเซลเซียส ที่เขตดอนเมือง เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 หากพิจารณาอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยสูงสุดรายเขต ดอนเมืองสูงสุดที่ 36.79 องศาเซลเซียส รองลงมาเป็น บางซื่อ 36.35 องศาเซลเซียส อันดับ 3 สายไหม 36.33 องศาเซลเซียส อันดับ 4 ลาดกระบัง 36.32 องศาเซลเซียส อันดับ 5 พระนคร 36.25 องศาเซลเซียส เขตยานนาวามีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยต่ำที่สุดที่ 29.23 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนปี 2568 อุณหภูมิรายวันสูงสุดอยู่ที่ 40.5 องศาเซลเซียส ในวันที่ 25 เมษายน 2568 ที่เขตพระนคร หากพิจารณาอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยสูงสุดรายเขต ลาดกระบัง สูงสุดที่ 36.15 องศาเซลเซียส รองลงมาเป็นพระนคร<br>อันดับ 3 บางขุนเทียน 35.19 องศาเซลเซียส อันดับ 4 สายไหม 34.96 องศาเซลเซียส อันดับ 5 ตลิ่งชัน<br>34.92 องศาเซลเซียส เขตยานนาวามีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยต่ำที่สุดที่ 28.31 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเปรียบเทียบทั้งสองปี นอกจากอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยสุดรายเขตของปี 2567 จะสูงกว่าปี 2568 แล้ว มีเขตที่เคยมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ 5 อันดับแรกในปี 2567 แล้วอันดับลดลงในปี 2568 เช่น ดอนเมืองจากอันดับ 1 ตกลงอยู่มาอันดับ 5 บางซื่อจากอันดับ 2 มาอยู่อันดับ 11 บางเขตมีอันดับสูงขึ้น เช่น ตลิ่งชันที่เคยอยู่อันดับ 13 ในปี 2567 ก็ขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ในปี 2568 เขตที่มีอุณหภูมิสูงสุดต่ำสุดทั้งสองปี คือ ยานนาวา</p>



<h3 class="wp-block-heading">พระนครมีวันที่ อุณหภูมิ35 องศาขึ้นไปมากที่สุด ยานนาวา (เกือบ) ไม่มีเลย<br></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7627" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">รายงาน “Roadmap for Extreme Heat Protection through Passive Cooling in ASEAN Region” ของศูนย์พลังงานอาเซียนระบุว่า ในปี 2568 กรุงเทพฯ มี “วันที่อากาศร้อนจัด” หรือวันที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส อยู่ที่ประมาณ 45 วัน เมื่อดูข้อมูลอุณหภูมิรายวันสูงสุดรายเขตของกรุงเทพมหานคร เฉพาะช่วงฤดูร้อน 3 เดือนของปี 2567 และ 2568 พบว่า จากทั้งหมด 184 วัน มี 163 วัน ที่อุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียส และ 21 วันที่ไม่มีเขตไหนเลยมีอุณหภูมิต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส โดยในปี 2567 มี 7 วัน และปี 2568 มี 14 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตพระนครมีวันที่อุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปมากที่สุด 145 วันจาก 184 วัน อันดับ 2 ดอนเมือง 128 วัน อันดับ 3 ลาดกระบังและสายไหม 126 วัน อันดับ 5 บางซื่อและวังทองหลาง 121 วัน ส่วนเขตยานนาวามี 183 วันที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส ส่วนอีก 1 วันไม่ปรากฏข้อมูล</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปี 2567 เมื่อเปรียบเทียบอุณหภูมิสูงสุดรายวันตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสของเขตต่างๆ ในกรุงเทพฯ พบว่า เขตยานนาวาเป็นเขตเดียวที่ไม่มีวันที่มีอุณหภูมิเกิน 35 องศาเซลเซียสเลย ส่วนเขตที่มีวันที่มีอุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปมากที่สุดคือ ดอนเมือง 78 วัน รองลงมาเป็น พระนคร 77 วัน อันดับ 3 บางซื่อ 76 วัน อันดับ 4 สายไหม 74 วัน อันดับ 5 วังทองหลาง 73 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2568 พบว่า จากทั้งหมด 48 เขต มีเพียงเขตเดียวคือ เขตยานนาวา ที่ 91 วันมีอุณหภูมิสูงสุดน้อยกว่า 35 องศาเซลเซียส และ 1 วันที่เหลือไม่มีข้อมูล ส่วนเขตที่มีวันที่มีอุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปมากที่สุดคือ เขตลาดกระบัง มี 72 วัน ขณะที่มี 5 เขตที่มีวันที่มีอุณหภูมิสูงสุดมากกว่า 35 องศาไม่ถึง 10 วัน ได้แก่ บึงกุ่ม 4 วัน วัฒนา 6 วัน พระโขนง 7 วัน และจอมทองและบางแค 9 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในรายงานวิเคราะห์สภาวะความร้อนในกรุงเทพฯ Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City ระบุว่า ปรากฏการณ์เกาะความร้อนที่กรุงเทพฯ กำลังเผชิญอยู่ ความหนาแน่นของอาคารและการมีพื้นที่สีเขียวปกคลุมน้อยเป็นปัจจัยหลักที่เร่งความร้อนในแต่ละย่าน โดยพื้นที่เมืองที่มีอาคารสูงหนาแน่นจะดูดซับและกักเก็บความร้อนไว้มากกว่าพื้นที่รอบนอก และระบายความร้อนออกได้ช้ากว่าในเวลากลางคืน และ เขตที่ร้อนที่สุดเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมือง (CBD) ที่มีอาคารสูงหนาแน่นและพื้นผิวคอนกรีตจำนวนมากสะสมความร้อนและระบายออกช้า ส่วนเขตที่อยู่ในพื้นที่รอบนอก เช่น ดอนเมือง สายไหม หนองจอกและบางเขต เย็นกว่า เพราะมีพื้นที่เปิดโล่งและมีพื้นที่สีเขียวมากกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถึงกระนั้นหากนำอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อพื้นที่เขตในกรุงเทพฯ มาพิจารณาร่วมด้วยก็จะพบว่าพื้นที่สีเขียวอาจไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้พื้นที่เขตนั้นๆ มีความร้อนลดลงหรือมากขึ้น ตามรายงานวิเคราะห์สภาวะความร้อนในกรุงเทพฯ Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City เนื่องจากหากพิจารณาข้อมูลของเขตพระนคร ก็จะพบว่า เขตพระนครมีอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวต่อพื้นที่ทั้งหมดของเขตมากเป็นอันดับ 2 ของกรุงเทพฯ แต่เขตพระนครเองก็เป็นเขตที่มีวันที่อุณหภูมิตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไปมากที่สุดถึง 145 วันจาก 184 วัน ดังนั้นจะเห็นว่าพื้นที่สีเขียวหรือแม้กระทั่งความหนาแน่นของอาคาร อาจจะไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่ส่งผลให้พื้นที่นั้นๆ ร้อนมากหรือน้อยกว่าพื้นที่อื่นเสมอไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">บางซื่อมีวันที่มีดัชนีความร้อนระดับอันตรายมากที่สุด<br></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7628" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นอกจากอุณหภูมิแล้ว ดัชนีความร้อนยังเป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่ถูกนำมาใช้พิจารณาความรุนแรงของสภาพอากาศที่คนต้องเผชิญในช่วงฤดูร้อนว่าจะส่งผลกระทบต่อร่างกายหรือไม่ ดัชนีความร้อนเป็นอุณหภูมิที่ “รู้สึก” ได้ ณ ขณะนั้น ซึ่งค่าดัชนีความร้อนคำนวณจากค่าอุณหภูมิอากาศและค่าความชื้นสัมพัทธ์ เมื่ออุณหภูมิสูง ค่าความชื้นสัมพัทธ์จะทำให้ค่าดัชนีความร้อนมีค่าอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิที่วัดได้จริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดัชนีความร้อนแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับเฝ้าระวัง ดัชนีความร้อน 27-32.9 องศาเซลเซียส ระดับเตือนภัย 33-41.9 องศาเซลเซียส ระดับอันตราย 42-51.9 องศาเซลเซียส และระดับอันตรายมาก มากกว่า 52 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดัชนีความร้อนสูงสุดของแต่ละเขตในช่วง 2 ปีนี้พบว่า เขตพระนครมีดัชนีความร้อนสูงที่สุด 64.4 องศาเซลเซียส ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2568 อันดับ 2 สาทร 52.8 องศาเซลเซียส ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 อันดับ 3 ตลิ่งชัน 51.8 องศาเซลเซียส อันดับ 4 บางซื่อ 51.7 องศาเซลเซียส และอันดับ 5 ดอนเมือง 51.3 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนรายเขต พบว่า เขตบางขุนเทียนมากที่สุด 43.36 องศาเซลเซียส อันดับ 2 สายไหม 41.84 องศาเซลเซียส อันดับ 3 บางซื่อ 41.78 องศาเซลเซียส อันดับ 4 ดอนเมือง 41.58 องศาเซลเซียส อันดับ 5 ประเวศ 41.55 องศาเซลเซียส ขณะที่พระนคร อยู่อันดับ 32 ดัชนีความร้อนเฉลี่ย 38.50 องศาเซลเซียส ส่วนเขตพระนคร ยานนาวามีค่าดัชนีความร้อนน้อยที่สุดที่ 29.14 องศาเซลเซียส ส่วนค่าเฉลี่ยของกรุงเทพฯ อยู่ที่ 40.80 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">เขตที่มีวันที่มีดัชนีความร้อนในระดับอันตรายมาก มี 2 เขตคือ เขตพระนคร มีค่าดัชนีความร้อน 64.4 องศาเซลเซียส ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2568 และเขตสาทร มีค่าดัชนีความร้อน 52.8 องศาเซลเซียส ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 อย่างไรก็ตาม หากดูดัชนีความร้อนระดับอันตรายจะพบว่า เขตบางซื่อมีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายมากที่สุด 125 วัน รองลงมา ดอนเมืองและหนองจอก 123 วัน เขตประเวศ 122 วัน เขตสายไหม 120 วัน และเขตหนองแขม 113 วัน ขณะที่เขตพระนครมีดัชนีความร้อนระดับอันตราย 71 วัน และเขตสาทรมี 21 วันเท่านั้น ทั้งนี้เขตยานนาวาและเขตบางแคเป็นเขตที่ไม่มีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายเลย โดยที่เขตยานนาวาเป็นเขตเดียวที่ในฤดูร้อนมีวันที่ดัชนีความร้อนระดับปกติ ซึ่งมี 8 วัน ทั้งนี้เขตบางขุนเทียน ซึ่งมีดัชนีความร้อนเฉลี่ยมากที่สุด 43.36 องศาเซลเซียส มีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตราย 70 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลดัชนีความร้อนในช่วงฤดูร้อน ปี 2567 กรุงเทพฯ มีดัชนีความร้อนสูงที่สุด 51.8 องศาเซลเซียสที่เขตตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 27 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่เขตส่วนใหญ่มีดัชนีความร้อนในระดับอันตรายเช่นกัน ยกเว้นเขตยานนาวาที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับเตือนภัย</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากดูที่ “ค่าเฉลี่ย” ดัชนีความร้อนจะพบว่า กรุงเทพฯ มีค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนอยู่ที่ 42.55 องศาเซลเซียส ซึ่งอยู่ในระดับอันตราย โดยเขตบางซื่อมีค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนสูงที่สุด 44.38 องศาเซลเซียส อันดับ 2 ทุ่งครุ 44.20 องศาเซลเซียส อันดับ 3 ดอนเมือง 43.92 องศาเซลเซียสเท่ากัน อันดับ 4 สวนหลวง 43.83 องศาเซลเซียส อันดับ 5 ตลิ่งชัน 43.81 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาว่าเขตใดมีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายมากที่สุดพบว่า เขตทุ่งครุมากที่สุด 74 วัน รองลงมาเป็น ดอนเมือง บางซื่อ และประเวศ เท่ากันที่ 73 วัน อันดับ 5 หนองจอก 72 วัน ส่วนเขตยานนาวาเป็นเขตที่ไม่มีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปี 2568 เขตพระนครมีดัชนีความร้อนสูงที่สุด 64.4 องศาเซลเซียสอยู่ในระดับอันตรายมาก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2568 ในวันนี้ยังมีเขตสาทรที่มีดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายมากที่ 52.8 องศาเซลเซียส ส่วนค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนอยู่ที่ 39.40 องศาเซลเซียสซึ่งจัดอยู่ในระดับเตือนภัย</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่หากดูที่ “ค่าเฉลี่ย” ดัชนีความร้อนจะพบว่า ในปีนี้เขตบางขุนเทียนมีค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนมากที่สุด 43.36 องศาเซลเซียส อันดับ 2 สายไหม 41.85 องศาเซลเซียส อันดับ 3 บางซื่อ 41.78 องศาเซลเซียส อันดับ 4 เขตดอนเมือง 41.58 องศาเซลเซียส และอันดับ 5 เขตประเวศ 41.55 องศาเซลเซียส</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7629" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาว่า เขตใดมีวันที่ดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายมากที่สุด คือ เขตบางขุนเทียน 70 วัน อันดับ 2 สายไหม 55 วัน อันดับ 3 บางซื่อ 52 วัน อันดับ 4 ดอนเมืองและหนองจอก 50 วัน อันดับ 5 ประเวศ 49 วัน ขณะที่มี 9 เขตที่ไม่มีวันที่มีดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตรายเลย ได้แก่ คันนายาว ตลิ่งชัน บางแค บางรัก ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย พญาไท มีนบุรี ยานนาวา</p>



<h3 class="wp-block-heading">9 เขตที่ติดอันดับทั้งอุณหภูมิสูงสุดและดัชนีความร้อนสูงสุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-4-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7644" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-4-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-4-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-4-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-4-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-4-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/05/HOT-BKK-4-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำอุณหภูมิสูงสุดรายวันเปรียบเทียบกับค่าดัชนีความร้อนที่สูงสุดของแต่ละเขต 15 อันดับแรก ในปี 2567 และ 2568 มี 9 เขตที่ติดอันดับทั้งอุณหภูมิสูงสุดและดัชนีความร้อนสูงสุด ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ดอนเมือง</li>



<li>พระนคร</li>



<li>สายไหม</li>



<li>บางซื่อ</li>



<li>คลองสามวา</li>



<li>วังทองหลาง</li>



<li>หลักสี่</li>



<li>ตลิ่งชัน</li>



<li>คันนายาว</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่ติดอันดับอุณหภูมิสูงสุด แต่ไม่ติดอันดับดัชนีความร้อนสูงสุด คือ หนองจอก ลาดกระบัง ประเวศ ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย และมีนบุรี ส่วนเขตที่ติดอันดับดัชนีความร้อนสูงสุด แต่ไม่ติดอันดับอุณหภูมิสูงสุดคือ สาทร จอมทอง ทุ่งครุ บางขุนเทียน ราชเทวี ธนบุรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในแง่ผลกระทบ อุณหภูมิและดัชนีความร้อนส่งผลกระทบต่อทุกคน และน่ากังวลมากขึ้นสำหรับประชากรกลุ่มเปราะบาง เมื่อสำรวจประชากรกลุ่มเปราะบางที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป เทียบกับเขตที่ติด 10 อันดับแรกที่มีอุณหภูมิสูงสุด หรือที่มีดัชนีความร้อนสูงสุดพบว่า ในกลุ่มนี้มีหลายเขตที่มีสัดส่วนประชากรกลุ่มเปราะบางมากเป็น 10 อันดับแรกของกรุงเทพฯ โดยเขตที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากและติดอันดับอากาศร้อนคือ พระนคร ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย สาทร เขตที่มีเด็กมากและติดอันดับอากาศร้อนคือ คันนายาว หนองจอก มีนบุรี บางขุนเทียน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบข้อสังเกตที่น่าสนใจ เดือนเมษายนเป็นเดือนที่ค่าเฉลี่ยดัชนีความร้อนสูงกว่าอุณหภูมิสูงสุดถึง 6.7 องศาเซลเซียส และเดือนเมษายนเป็นเดือนที่ทั้งอุณหภูมิและดัชนีความร้อนเฉลี่ยสูงที่สุดจากทั้งสามเดือน ขณะที่เดือนพฤษภาคม แม้อุณหภูมิจะเริ่มลดลง แต่น่าสนใจว่าค่าดัชนีความร้อนสูง อาจจะเป็นเพราะมีความชื้นเพิ่มจากการเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน</p>



<p class="wp-block-paragraph">การที่เขตอย่าง ดอนเมือง สายไหม และพระนคร ติดอันดับทั้งสองตารางอาจสะท้อนว่าพื้นที่เหล่านี้คือ จุดศูนย์กลางของวิกฤตความร้อนในกรุงเทพฯ เขตราษฎร์บูรณะ บางขุนเทียน และหนองแขม มีดัชนีความร้อนสูงกว่าอุณหภูมิจริงเฉลี่ย 8 องศาเซลเซียส ซึ่งหมายความว่าถึงแม้วันที่อากาศ 34 องศาเซลเซียสแต่ร่างกายรับรู้ความร้อนเสมือน 42 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกันเขตหนองจอก ลาดกระบัง และมีนบุรี มักติดอันดับอุณหภูมิอากาศสูงสุด แต่ร่างกายอาจไม่รู้สึก &#8220;อบอ้าว&#8221; เท่าเขตชั้นใน สถิติจำนวนวันร้อนจัด: เขตลาดกระบัง มีจำนวนวันที่อากาศร้อนจัด (เกิน 35 องศาเซลเซียส) มากที่สุดในปี 2568 ถึง 72 วัน อาจจะเป็นผลมาจากเป็นพื้นที่ชานเมือง มีที่ว่างและพื้นที่เกษตรกรรมมากกว่า อุณหภูมิอากาศจึงพุ่งสูงขึ้นได้ง่ายจากแสงแดดจัด แต่การระบายอากาศที่ดีกว่าและความชื้นที่อาจไม่สะสมหนาแน่น จึงทำให้ค่าดัชนีความร้อนสูงสุดมักไม่พุ่งไปอยู่ใน 15 อันดับแรกเท่ากับเขตในเมือง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkkheat2026/">https://rocketmedialab.co/database-bkkheat2026/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkkheat2026/">กรุงเทพฯ ร้อนแค่ไหน : ดอนเมืองอุณหภูมิสูงสุด บางซื่อ ‘รู้สึก’ ร้อนที่สุด พระนครมีวันที่เกิน 35 °C มากที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยร้อนมากแค่ไหน : ตาก-แม่ฮ่องสอนเคยร้อนสุด 44.6 °C อุทัยธานีเพิ่มสูงสุด 7.5 °C 5 ปีที่ผ่านมาลำปางเกิน 40 °C ถึง 368 วัน [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2026 05:04:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7242</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3629;&#3640 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/">ไทยร้อนมากแค่ไหน : ตาก-แม่ฮ่องสอนเคยร้อนสุด 44.6 °C อุทัยธานีเพิ่มสูงสุด 7.5 °C 5 ปีที่ผ่านมาลำปางเกิน 40 °C ถึง 368 วัน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดรายวันรายจังหวัด ในปี 2558 ถึง 2568</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTqBHpSsFxB_AgqUEWENC4-NGGI47qcK4wQV-M1UvpRleGUTws4dsCrpHpTm6JK0t7aw1OSEvC2yeRQ/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://rocketmedialab.co/heat-thailand-2026/">ไทยร้อนมากแค่ไหน : ตาก-แม่ฮ่องสอนเคยร้อนสุด 44.6 °C อุทัยธานีเพิ่มสูงสุด 7.5 °C 5 ปีที่ผ่านมาลำปางเกิน 40 °C ถึง 368 วัน</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลด <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1F0aIXXkJ8nacmRDBxfaiW6rv65U-HPMklXhtgETTvMA/edit?usp=sharing">ที่นี่</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/">ไทยร้อนมากแค่ไหน : ตาก-แม่ฮ่องสอนเคยร้อนสุด 44.6 °C อุทัยธานีเพิ่มสูงสุด 7.5 °C 5 ปีที่ผ่านมาลำปางเกิน 40 °C ถึง 368 วัน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยร้อนมากแค่ไหน : ตาก-แม่ฮ่องสอนเคยร้อนสุด 44.6 °C อุทัยธานีเพิ่มสูงสุด 7.5 °C 5 ปีที่ผ่านมาลำปางเกิน 40 °C ถึง 368 วัน </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/heat-thailand-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2026 05:03:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7247</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3616;&#3633;&#3618;&#3588;&#3623;&#3634;&#3617;&#3619 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/heat-thailand-2026/">ไทยร้อนมากแค่ไหน : ตาก-แม่ฮ่องสอนเคยร้อนสุด 44.6 °C อุทัยธานีเพิ่มสูงสุด 7.5 °C 5 ปีที่ผ่านมาลำปางเกิน 40 °C ถึง 368 วัน </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของประเทศไทยระหว่างปี 2558-2568&nbsp; มีอุณหภูมิเฉลี่ยรายปีมากกว่าหรือเท่ากับอุณหภูมิปกติตามคาบ 30 ปี ของกรมอุตุนิยมวิทยา แม้จะมีการปรับสูงขึ้นตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปจาก 27.1 องศาเซลเซียส เป็น 27.4 องศาเซลเซียสก็ตาม ปี 2567 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ สูงที่สุดในรอบ 74 ปี (พ.ศ. 2494–2567) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่เกิดระหว่างพฤศจิกายน 2566 ถึงเมษายน 2567</li>



<li>อุณหภูมิสูงสุดรายวันของปีเฉลี่ย 10 ปี (2559-2568) ของทั้งประเทศอยู่ที่ 39.72 องศาเซลเซียส จังหวัดตาก ลำปาง แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ ติดอันดับ 10 จังหวัดที่มีอากาศร้อนที่สุด บ่อยที่สุด</li>



<li>เมื่อวิเคราะห์อุณหภูมิสูงสุดรายวันของแต่ละปีแต่ละจังหวัดระหว่างปี 2558-2568 โดยเปรียบเทียบระหว่างอุณหภูมิสูงสุดรายวันที่ต่ำที่สุด และอุณหภูมิสูงสุดรายวันที่สูงที่สุดในรอบ 11 ปีของจังหวัดนั้น พบว่า อุทัยธานี มีส่วนต่างมากที่สุด ถึง 7.5 องศาเซลเซียส ตราด เป็นจังหวัดที่มีความแตกต่างน้อยที่สุดเพียง 1.0 องศาเซลเซียส</li>



<li>ในปี 2567 ประเทศไทยเผชิญกับสภาวะวิกฤตความร้อนรุนแรงที่สุด จังหวัดส่วนใหญ่ทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่ (New High) เมื่อเทียบกับอดีต เช่น นครพนม ที่พุ่งไปถึง 43.0 จากค่าเฉลี่ยเดิมที่ต่ำกว่านั้นมาก โดยปี 2567 อุณหภูมิสูงสุดรายวันเฉลี่ยทั่วประเทศสูงถึง 41.5 องศาเซลเซียสและมีจังหวัดที่เกิน 40 องศาเซลเซียส มากถึง 55 จังหวัด</li>



<li>เดือนเมษายน ปี 2567 หลายจังหวัดที่มีจำนวนวันที่อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสติดต่อกันนานถึง 30 วันเต็ม กลุ่มจังหวัดที่ร้อนจัดยาวนานที่สุด ซึ่งร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสจำนวน 28-31 วันติดต่อกันหลายปี โดยเฉพาะเดือนเมษายนคือ กาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน ลำปาง และ ลำพูน</li>



<li>หลายจังหวัดเช่น กรุงเทพฯ&nbsp; ต้องเผชิญกับปัญหาเกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island)&nbsp; ที่เมืองมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่รอบนอก ช่วงกลางคืนที่มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ สาเหตุสำคัญมาจากความหนาแน่น ระยะห่าง และความสูงของอาคาร ที่ส่งผลต่อทิศทางลม การระบาย อากาศ ตลอดจนโครงการก่อสร้างที่ใช้วัสดุที่ดูดซับและกักเก็บความร้อนได้ดี</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ภัยความร้อนทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี ในช่วงฤดูร้อนไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรามักได้ยินการแจ้งเตือนใหม่ นอกจากค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศแล้ว ยังมีค่าดัชนีความร้อน (heat index) ควบคู่กันมาด้วย ข้อมูลการเฝ้าระวังการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตด้วยโรคจากความร้อน <a href="https://www.posttoday.com/smart-life/706574">กรมอนามัย </a>ชี้ว่า ปี 2562 – 2566&nbsp; มีผู้เสียชีวิตสะสม 131 คน เฉลี่ย 26.1 รายต่อปี&nbsp; ส่วนในปี 2567 <a href="https://www.bangkok.go.th/news-detail/12001/%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A1-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2-Heat">กรุงเทพฯ </a>พบผู้ป่วยจากสภาวะอากาศร้อน สูงถึง 68 ราย ขณะที่ใน<a href="https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1172486">จังหวัดอื่นๆ</a> พบผู้เสียชีวิต 63 รายใน 31 จังหวัด ส่วนในปี 2568 สถิติลดลง ทั่วประเทศมีผู้เสียชีวิตลดลงเหลือ 21 คน ส่วนกรุงเทพฯ มีผู้ป่วยลดลงเหลือ 10 ราย ตามสภาพอากาศที่ร้อนน้อยลง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ใน<a href="https://www.germanwatch.org/sites/default/files/2025-11/CRI%2026%20full%20report.pdf">รายงานดัชนีความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk Index: CRI)</a> ประจำปี 2026 โดย Germanwatch ซึ่งวิเคราะห์ผลกระทบของสภาพอากาศสุดขั้ว เช่น พายุ น้ำท่วม คลื่นความร้อน และภัยแล้ง จากฐานข้อมูล ระบุว่า ในปี 2567 ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงสูงเป็นอันดับที่ 17 ของโลก ที่จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วมากที่สุด โดดขึ้นมาจากอันดับ 69 ในปี 2566&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2569 ที่มีการคาดการณ์กันว่า อากาศร้อนจัดและรุนแรงขึ้นจากปรากฏการณเอลนีโญ (El Niño)&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab สำรวจความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิตลอด 11 ปีที่ผ่านมาของไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนว่า ร้อนมากแค่ไหน และแต่ละจังหวัดเหมือนหรือต่างกันอย่างไร&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">11 ปี อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของประเทศไทยไม่เคยต่ำกว่าค่าปกติ</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7254" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของประเทศไทยระหว่างปี 2558-2568&nbsp; มีอุณหภูมิเฉลี่ยรายปีมากกว่าหรือเท่ากับอุณหภูมิปกติตามคาบ 30 ปี ของกรมอุตุนิยมวิทยา แม้จะมีการปรับสูงขึ้นตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปจาก 27.1 องศาเซลเซียส เป็น 27.4 องศาเซลเซียสก็ตาม ในแง่หนึ่งฐานอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นก็สะท้อนให้เห็นว่าสภาพอากาศโดยรวมของไทยร้อนขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนหน้าปี 2565 ซึ่งอ้างอิงกับค่าปกติคาบ 30 ปี พ.ศ.2524-2553 ซึ่งอุณหภูมิปกติอยู่ที่ 27.1 องศาเซลเซียส ในช่วง 2558-2564 ซึ่งอ้างอิงจากสถิติคาบ พ.ศ. 2524–2553 ซึ่งมีอุณหภูมิปกติอยู่ที่ 27.1 องศาเซลเซียส พบว่าทุกปีมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความร้อนรุนแรงที่เราเผชิญกันอยู่ในปัจจุบันเป็นผลมาจากหลายปัจจัย อิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) และลานีญา (La Niña) ตลอดจนภาวะโลกรวน เอลนีโญมักทำให้ประเทศไทยเผชิญกับอากาศร้อนจัดและภัยแล้งรุนแรง โดยเฉพาะในปี 2558 และ 2559 ที่สูงกว่าค่าปกติอย่างชัดเจน สอดคล้องกับการเกิดป<a href="https://www.tgo.or.th/2023/index.php/th/post/2558-%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81-764">รากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงทั่วโลกในช่วงปี 2558-2559</a> หลายประเทศในเอเชียเผชิญกับสภาพภูมิอากาศที่ร้อนกว่าปกติ เช่น คลื่นความร้อนในอินเดีย อุณหภูมิเฉลี่ยสูงเกิน 45 องศาเซลเซียส และบางพื้นที่สูงเกิน 48 องศาเซลเซียส ขณะเดียวกันทวีปยุโรปมีอุณหภูมิเฉลี่ยร้อนมากเป็นอันดับที่ 2 ของประวัติศาสตร์</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปี 2562 เป็นปีที่ร้อนจัดขึ้นมาอย่างชัดเจน โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 28.1 องศาเซลเซียส สูงกว่าปกติ 1.0 องศาเซลเซียส ซึ่งจัดว่าสูงเป็นอันดับ 1 ในรอบ 69 ปี และในปีนี้มีปริมาณฝนน้อยกว่าที่เคยเกิดขึ้นเป็นส่วนใหญ่ สาเหตุมาจากช่วงครึ่งแรกของปี อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยบริเวณตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรมีค่าสูงกว่าปกติประมาณ 0.5 -1.0 องศาเซลเซียส ซึ่งเกิดต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 หรือที่เรียกว่าเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังอ่อน (Weak El Nino) ขณะที่ช่วงครึ่งหลังของปีเกิดความผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรอินเดีย จนเกิดปรากฏการณ์ Positive Indian Ocean Dipole (Positive IOD) ทั้งสองปรากฏการณ์นี้ืส่งผลให้มรสุมที่พัดเข้าประเทศไทยมีกำลังอ่อนกว่าปกติ ไทยจึงมีฝนน้อยกว่าปกติ จากนั้นปี 2563 ยังคงร้อนต่อเนื่องด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 28 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ในรอบ 70 ปี ณ เวลานั้น ในปี 2564 แม้อุณหภูมิเฉลี่ยจะลดลงจากปีก่อนหน้า อยู่ที่ 27.5 องศาเซลเซียส แต่ก็ยังสูงกว่าค่าปกติ 0.4 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ในเวลาต่อมากรมอุตุนิยมวิทยาจะปรับค่าปกติคาบ 30 ปี (ตามคาบ พ.ศ. 2534–2563) มาเป็น 27.4 องศาเซลเซียส&nbsp; อุณหภูมิเฉลี่ยก็ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าหรือเท่ากับค่าปกติเสมอ ปี 2564 อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27.5 องศาเซลเซียส สูงกว่าปกติ 0.4 องศาเซลเซียส มีเพียง 2 ปีในรอบ 10 ปีที่อุณหภูมิเท่ากับค่าปกติพอดี คือปี 2565 และ 2568 อยู่ที่ 27.4 องศาเซลเซียส ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์ลานีญาที่ทำให้มีฝนตกมากกว่าปกติ ขณะที่ปี 2566 อุณหภูมิพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 28.1 องศาเซลเซียส สูงกว่าปกติ 0.6 องศา ครองตำแหน่งร้อนที่สุดเป็นอันดับ 1 ในรอบ 73 ปี ร่วมกับปี 2562&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปี 2567 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีพุ่งสูงถึง 28.5 องศาเซลเซียส และถือเป็นสถิติสูงที่สุดในรอบ 74 ปี (พ.ศ. 2494–2567) โดยในปีนี้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเฉลี่ยบริเวณตอนกลางและตอนกลางด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกมีค่าสูงกว่าค่าปกติต่อเนื่องจากปลายปี 2566 และมาจากสภาวะเอลนีโญกำลังแรง (Strong El Niño) ที่ต่อเนื่องจากครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2566 ปรากฏการณ์เอลนีโญที่เกิดระหว่างพฤศจิกายน 2566 ถึงเมษายน 2567 ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 5 ของเหตุการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของโลกด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">ตาก ลำปาง แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ ร้อนที่สุด ทั้งเป็นแอ่งกระทะและมีจุดเผาไหม้มากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7256" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากการรวบรวม<a href="https://www.thairath.co.th/news/local/2763537">อุณหภูมิสูงที่สุดของฤดูร้อนในอดีตของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2494 ของกรมอุตุนิยมวิทยา</a>จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงที่สุด 44.6 องศาเซลเซียส ณ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2559 ซึ่งถือว่าร้อนที่สุดนับตั้งแต่ประเทศไทยมีการเก็บสถิติอุณหภูมิ เท่ากับตากในปี 2566 ที่มีอุณหภูมิ 44.6 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2566 ส่วนอันดับ 2 อุณหภูมิ 44.5 องศาเซลเซียสที่จังหวัดสุโขทัย เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2559 อันดับ 3 อุณหภูมิ 44.3 องศาเซลเซียส จังหวัดสุโขทัย 12 เม.ย. 2559 อันดับ 4 อุณหภูมิ 44.2 องศาเซลเซียสที่จังหวัดลำปางในปี 2562 เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2562 และปี 2567 เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2567 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในประเทศของสองปีนี้ อันดับ 5 อุณหภูมิ 44.1 องศาเซลเซียส จังหวัดสุโขทัย วันที่ 13 พ.ค. 2559 และ จังหวัดอุดรธานี วันที่ 7 พ.ค. 2566</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาเฉพาะอุณหภูมิสูงสุดรายวันในปีนั้นของแต่ละจังหวัด โดยใช้ข้อมูล<a href="https://portal-analytics.tmd.go.th/tmd/go/cisstat.html">ค่าสูงสุด-ต่ำสุด (Extreme Event) รายปี</a>ของระบบสถิติภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ระหว่างปี 2559 ถึง 2568&nbsp; (ซึ่งมีเฉพาะ 72 จังหวัดขาดข้อมูลจังหวัด นนทบุรี สระบุรี สมุทรสาคร สิงห์บุรี และอ่างทอง) เลือกเฉพาะอุณหภูมิสูงที่สุดของปีนั้นของแต่ละจังหวัด พบว่า อุณหภูมิสูงสุดรายวันของปีเฉลี่ย 10 ปี (2559-2568) ของทั้งประเทศอยู่ที่&nbsp; 39.72 องศาเซลเซียส เมื่อจัดลำดับ 10 จังหวัดที่มีอากาศร้อนที่สุดในแต่ละปี มี 2 จังหวัดที่ติดอันดับ 10 ปี คือ ตากและลำปาง ขณะที่แม่ฮ่องสอนติดอันดับ 9 ปี ไม่ติดอันดับเพียงปีเดียว คือปี 2566 ส่วนเพชรบูรณ์ติดอันดับ 9 ปี ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จังหวัดเหล่านี้ที่มักครองตำแหน่งอุณหภูมิสูงสุดสลับไปสลับมาเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นๆ มาจากลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ที่เป็นแอ่งกะทะรายล้อมไปด้วยภูเขาสูง และอยู่ห่างไกลจากทะเลทำให้ไม่ได้รับลมทะเลเพื่อระบายความร้อน และไม่ได้ลมที่พัดพาเอาความชื่นเข้ามา เมื่ออากาศในที่ราบนิ่งไม่มีลมก็ยิ่งทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นตลอดทั้งวันเช่น <a href="https://www.tnnthailand.com/local/229555/">อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง</a> ซึ่งมักติดอันดับต้นๆ พื้นที่ที่ร้อนที่สุดของทุกปี เพราะอยู่ท่ามกลางภูเขาสูง ลมพัดได้ไม่ดี ประกอบกับพื้นดินทั่วไปยังเป็นหินแกรนิตซึ่งก่อให้เกิดการสะสมและขังตัวในพื้นที่</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความร้อนรุนแรงขึ้นคือ จุดความร้อนที่เกิดจากการเผาและไฟป่า โดยแม่ฮ่องสอน ลำปาง สุโขทัย มีจุดความร้อนในช่วงที่มีการเฝ้าระวังระหว่างมกราคมถึงพฤษภาคมเป็นลำดับต้นๆ ตัวอย่างเช่น<a href="https://disaster.gistda.or.th/services/download?type=fire"> รายงานของ GISTDA ปี 2568</a> แม่ฮ่องสอนมีจุดความร้อนสะสมมากที่สุดในประเทศ อันดับ 2 ตาก และอันดับ 3 ลำปาง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบเฉพาะข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี ปี 2566-2568 พบว่า มี 3 จังหวัดที่ติดอันดับพื้นที่เผาไหม้สูงสุด และอุณหภูมิสูงสุด สิบอันดับแรกทั้ง 3 ปีคือ ตาก เพชรบูรณ์ และลำปาง โดยแม่ฮ่องสอน ติดอันดับพื้นที่เผาไหม้ 3 ปี และอุณหภูมิสูงสุด 2 ปี ในปี 2566 และ 2568&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิ เช่น ความหนาแน่นของประชากร สัดส่วนประชากรต่อพื้นที่สีเขียวของจังหวัด ข้อมูลความหนาแน่นของประชากรและสัดส่วนของพื้นที่สีเขียวต่อประชากรแสดงให้เห็นว่าไม่มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างสองปัจจัยนี้กับอุณหภูมิสูงสุดของจังหวัด เช่น ลำปาง แม่ฮ่องสอน และตาก ล้วนเป็นจังหวัดที่มีความหนาแน่นประชากรต่ำมาก ขณะที่กรุงเทพฯ มีความหนาแน่นของประชากรสูงสุดมีอุณหภูมิต่ำกว่าจังหวัดเหล่านี้ ขณะเดียวกัน จังหวัดที่มีพื้นที่สีเขียวต่อประชากรสูงมาก เช่น กาญจนบุรี ตาก กลับมีอุณหภูมิสูงสุดในปี 2567</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<h3 class="wp-block-heading">แต่ละจังหวัดร้อนแค่ไหน อุณหภูมิสูงสุดเท่าไร</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/อุณหภูมิเฉลี่ย-4-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7274" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/อุณหภูมิเฉลี่ย-4-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/อุณหภูมิเฉลี่ย-4-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/อุณหภูมิเฉลี่ย-4-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/อุณหภูมิเฉลี่ย-4-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/อุณหภูมิเฉลี่ย-4-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/อุณหภูมิเฉลี่ย-4-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูว่าในรอบ 11 ปี ระหว่างปี 2558-2568 จังหวัดใดมีอุณหภูมิสูงสุดพบว่า จังหวัดที่มีอุณหภูมิสูงสุดรายวันต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียส มีเพียง 15 จังหวัดเท่านั้นต่ำกว่า ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่มีชายฝั่งทะเล ได้แก่ กระบี่ สตูล สมุทรปราการ สมุทรสงคราม พัทลุง ภูเก็ต ปัตตานี เพชรบุรี ระยอง ระนอง พังงา จันทบุรี นราธิวาส ตราด นครนายก จังหวัดที่มีอุณหภูมิสูงสุดคือ ตาก และแม่ฮ่องสอน ที่ 44.6 องศาเซลเซียส ขณะที่นครนายกมีอุณหภูมิสูงสุดรายวันต่ำที่สุด นอกจากนี้น่าสังเกตว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ไม่มีจังหวัดใดที่อุณหภูมิสูงสุดในรอบ 11 ปีต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียสเลย</p>



<h3 class="wp-block-heading"> อุทัยธานี อุณหภูมิสูงสุดรายวันเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดที่สุด ตราด แตกต่างน้อยที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7265" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-3-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อวิเคราะห์อุณหภูมิสูงสุดรายวันของแต่ละปีแต่ละจังหวัดระหว่างปี 2558 ถึง 2568&nbsp; (ไม่มีข้อมูลจังหวัด นนทบุรี สระบุรี สมุทรสาคร สิงห์บุรี และอ่างทอง) โดยเปรียบเทียบระหว่างอุณหภูมิสูงสุดรายวันที่ต่ำที่สุด และอุณหภูมิสูงสุดรายวันที่สูงที่สุดในรอบ 11 ปีของจังหวัดนั้น พบว่า อุทัยธานี มีส่วนต่างมากที่สุด ถึง 7.5 องศาเซลเซียส ซึ่งวัดได้ 43.3 องศาเซลเซียส (ปี 2559) และ อุณหภูมิสูงสุดรายวันที่ต่ำที่สุด ซึ่งวัดได้เพียง 35.8 องศาเซลเซียส (ปี 2558) รองลงมาเป็น บึงกาฬ ส่วนต่าง 5.3 องศาเซลเซียส จาก 37.3 องศาเซลเซียส (ปี 2565) เป็น 42.6 องศาเซลเซียส (ปี 2567) อันดับ 3 นครราชสีมา ส่วนต่าง 5.2 องศาเซลเซียส จาก 38.8 องศาเซลเซียส (ปี 2565) เป็น 44.0 องศาเซลเซียส (ปี 2567)&nbsp; อันดับที่ 4 เท่ากันสองจังหวัด สกลนคร และ เลย ส่วนต่าง 5.1 องศาเซลเซียส โดยสกลนคร จาก 38.3 องศาเซลเซียส (ปี 2564) เป็น 43.4 องศาเซลเซียส (ปี 2567) เลย จาก 38.7 องศาเซลเซียส (ปี 2565) เป็น 43.8 องศาเซลเซียส (ปี 2567)</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อจัดกลุ่มจังหวัด 72 จังหวัดตามส่วนต่างระหว่าง อุณหภูมิสูงสุดที่สูงที่สุด และ อุณหภูมิสูงสุดที่ต่ำที่สุด สามารถจัดกลุ่มจังหวัดออกเป็น 5 ช่วงอุณหภูมิได้ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สูงมาก (5.0–7.5°C)&nbsp; 9 จังหวัด ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดภาคเหนือตอนบนและตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ อุทัยธานี (7.5), บึงกาฬ (5.3), นครราชสีมา (5.2), สกลนคร (5.1), เลย (5.1), อุดรธานี (5.0), หนองคาย (5.0), นครพนม (5.0), เชียงราย (5.0)</li>



<li>สูง (4.0–4.9°C) 29 จังหวัด เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดและกระจายทั่วทุกภาค ได้แก่ กาญจนบุรี (4.0), ขอนแก่น (4.1), ตาก (4.0), ตรัง (4.3), นครนายก (4.5), นครศรีธรรมราช (4.0), บุรีรัมย์ (4.2), ประจวบคีรีขันธ์ (4.3), มุกดาหาร (4.1), ร้อยเอ็ด (4.3), ลำพูน (4.2), สงขลา (4.0), สระแก้ว (4.2), สุราษฎร์ธานี (4.1), สุโขทัย (4.7), อุบลราชธานี (4.3), แพร่ (4.1)</li>



<li>ปานกลาง (3.0–3.9°C)&nbsp; 26 จังหวัด ได้แก่&nbsp; กระบี่ (3.5), กรุงเทพมหานคร (3.8), กาฬสินธุ์ (3.9), กำแพงเพชร (3.5), ชัยนาท (3.6), ชัยภูมิ (3.9), เชียงใหม่ (3.2), นครสวรรค์ (3.4), ปทุมธานี (3.6), ปัตตานี (3.2), พังงา (3.1), พัทลุง (3.7), พิจิตร (3.8), พิษณุโลก (3.8), ภูเก็ต (3.3), มหาสารคาม (3.8), ยโสธร (3.8), ยะลา (3.8), ระนอง (3.1), ระยอง (3.2), ราชบุรี (3.3), ศรีสะเกษ (3.9), สตูล (3.8), สมุทรปราการ (3.6), สมุทรสงคราม (3.4), อุทัยธานี (ช่วงปี 2560-2568), อำนาจเจริญ (3.7)</li>



<li>ต่ำ (2.0–2.9°C)&nbsp; 5 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี (2.4), นครปฐม (2.7), ลำปาง (2.7), สุพรรณบุรี (2.9), เพชรบุรี (2.6)</li>



<li>ต่ำมาก (1.0–1.9°C) 3 จังหวัด ล้วนเป็นจังหวัดที่มีชายฝั่งทะเล ซึ่งจะได้รับอิทธิพลทะเลตลอดปี ได้แก่ จันทบุรี (1.5), ตราด (1.0), นราธิวาส (1.5)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นที่น่าสังเกตว่า อุทัยธานีเป็นจังหวัดที่มีความผันแปรของอากาศร้อนรุนแรงที่สุด โดยภายในปีเดียว (จากปี 2558 ไป 2559) อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 7.5 องศาเซลเซียส ซึ่งในปี 2558 อุทัยธานีมีอุณหภูมิสูงสุดที่ต่ำกว่าปกติอย่างมากเมื่อเทียบกับปีอื่นๆ ในทศวรรษเดียวกัน ขณะเดียวกันยังอาจเรียกได้ว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ก้าวกระโดดรุนแรงที่สุดภายใน 1 ปี ซึ่งผิดปกติมากเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น อุณหภูมิในปีนี้ถูกใช้เป็นฐานเปรียบเทียบอุณหภูมิสูงสุดของจังหวัดด้วยใน เอ<a href="https://www.tmd.go.th/media/climate/seasonal_announce/extmax_73.pdf">กสารสถิติอุณหภูมิสูงที่สุดในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทยระหว่าง พ.ศ. 2494 &#8211; 2566</a> ของกรมอุตุนิยมวิทยา แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2559 ซึ่งเป็นช่วงที่ปรากฏการณ์เอลนีโญ 2558-2559 พุ่งสูงสุด อุณหภูมิกลับดีดตัวขึ้นไปถึง 43.3 องศาเซลเซียส นอกจากนี้หลังจากปี 2560 เป็นต้นมา อุณหภูมิสูงสุดของอุทัยธานีมักจะเกาะกลุ่มอยู่ในระดับสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสเกือบทุกปี (เช่น ปี 2566 อยู่ที่ 42.2 และปี 2567 อยู่ที่ 42.0)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตราด เป็นจังหวัดที่มีความแตกต่างน้อยที่สุดเพียง 1.0 องศาเซลเซียส (35.2 องศาเซลเซียสในปี 2561 กับ 36.2 องศาเซลเซียสในปี 2565) ตามมาด้วย จันทบุรี (36 องศาเซลเซียสในปี 2558 กับ 37.5 องศาเซลเซียส ในปี 2567) และนราธิวาส (35.5 องศาเซลเซียสในปี 2560 กับ 37.2 องศาเซลเซียสในปี 2562) ที่มีความต่างเพียง 1.5 องศาเซลเซียส แสดงถึงสภาวะอากาศที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าจังหวัดที่เป็นแชมป์ความร้อนอย่าง ลำปาง (สูงสุด 44.2 องศาเซลเซียส) และ ตาก (สูงสุด 44.6 องศาเซลเซียส) ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มร้อนจัดแต่คงที่ กลับมีความแตกต่างของอุณหภูมิค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น โดยลำปางต่าง 2.7 องศาเซลเซียส และ ตากต่าง 4.0 องศาเซลเซียส อาจหมายความว่าพื้นที่เหล่านี้เผชิญกับอากาศร้อนจัดอย่างต่อเนื่องเป็นมาตรฐานในทุกปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ จากข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดรายวันของแต่ละปีแต่ละจังหวัดระหว่างปี 2558 ถึง 2568 แสดงให้เห็นว่าในปี 2567 จังหวัดส่วนใหญ่ทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดใหม่ (New High) เมื่อเทียบกับอดีต เช่น นครพนม ที่พุ่งไปถึง 43.0 จากค่าเฉลี่ยเดิมที่ต่ำกว่านั้นมาก โดยปี 2567 อุณหภูมิสูงสุดรายวันเฉลี่ยทั่วประเทศสูงถึง 41.5 องศาเซลเซียสและมีจังหวัดที่เกิน 40 องศาเซลเซียส มากถึง 55 จังหวัด และในปี 2567 นี้ยังมีถึง 41 จังหวัดที่มีอุณหภูมิสูงสุดรายวันร้อนที่สุดในรอบ 11 ปีด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ปี 2568 จะมีค่าเฉลี่ยลดลงเหลือ 38.8 องศาเซลเซียส แต่ยังมีถึง 22 จังหวัดที่ทะลุ 40 องศาเซลเซียส</p>



<p class="wp-block-paragraph">อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเพียงแค่ 1 องศาเซลเซียสส่งผลกระทบมากมาย สำหรับประชาชนเมื่ออุณหภูมิมากกว่า 35 องศาเซลเซียสกระทบกับระบบการระบายความร้อนของร่างกาย จนอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ในพื้นที่เมือง เช่น กรุงเทพฯ มีการประเมินว่า หากอุณหภูมิในเมืองเพิ่มขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียส กรุงเทพฯ อาจเผชิญกับการเสียชีวิตจากความร้อนกว่า 2,300 ราย ค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นราว 17,000 ล้านบาทต่อปี ตลอดจนผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ เช่น ถนน ซึ่งต้องได้รับการซ่อมแซมบ่อยขึ้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ฤดูร้อน 5 ปีที่ผ่านมา มี 5 จังหวัดร้อน 40 องศาเกือบทั้งเดือน</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7262" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/heat-2026-5-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อปี 2567 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเผยข้อมูล<a href="https://www.bangkokbiznews.com/environment/1121502">สภาพอากาศสุดขั้วของประเทศไทย</a> ระหว่างปี ค.ศ. 1970-2022 (พ.ศ. 2513-2565) ว่า ผลจากภาวะโลกร้อนทำให้ไทยเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้ว หนึ่งในนั้นคือ สภาพอากาศร้อนจัดที่อุณหภูมิมากกว่า 35 องศาเซลเซียส จำนวนวันที่สภาพอากาศร้อนของไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (7 วัน ใน 10 ปี) ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม โดยภาคกลางมี 97 วัน/ปี ภาคเหนือมี 89 วัน/ปี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 70 วัน/ปี ภาคตะวันออกมี 48 วัน/ปี และภาคใต้มี 23 วัน/ปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab วิเคราะห์ข้อมูลอุณหภูมิรายชั่วโมงที่ตรวจวัดจากระบบโทรมาตรของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ซึ่งติดตั้งเพื่อวัดระดับน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ&nbsp; ในช่วงฤดูร้อนของปีเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมระหว่างปี 2564-2568 พบว่า ปี 2567 ประเทศไทยเผชิญกับสภาวะวิกฤตความร้อนรุนแรงที่สุดโดยเฉพาะในเดือนเมษายน โดยมีหลายจังหวัดที่มีจำนวนวันที่อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ติดต่อกันนานถึง 30 วันเต็ม (ซึ่งหมายถึงร้อนจัดทุกวันตลอดทั้งเดือน) กลุ่มจังหวัดที่ร้อนจัดยาวนานที่สุด ซึ่งร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสจำนวน 28-31 วันติดต่อกันหลายปี โดยเฉพาะเดือนเมษายนคือ กาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน ลำปาง และ ลำพูน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากทั้งหมด 5 ปี รวม 460 วัน มี 12 จังหวัดที่มีวันที่อุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียสมากกว่า 300 วันขึ้นไป ลำปางมีมากที่สุด 368 วัน หรือคิดเป็น 80% ของฤดูร้อน เฉลี่ยปีละอย่างน้อย 70 วัน รองลงมาคือ พิจิตร และแม่ฮ่องสอน 358 วัน เท่ากัน มี 36 จังหวัดที่มีวันที่อุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียส 201-300 วัน มี 24 จังหวัดที่มีวันที่อุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียส 101-200 วัน และมี 5 จังหวัดที่มีวันที่อุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียสน้อยกว่า 100 วัน โดยภูเก็ตน้อยที่สุด 13 วัน รองลงมา กรุงเทพฯ 21 วัน สมุทรสาคร 35 วัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเปรียบเทียบรายปีพบว่าปี 2564 จังหวัดที่มีจำนวนวันที่มีอุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียสมากกว่า 25 วันขึ้นไปในแต่ละเดือน กระจุกตัวอยู่ในจังหวัดภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตก รวม 12 จังหวัด เช่น ลำปาง แม่ฮ่องสอน สุโขทัย ตาก พิจิตร โดยเดือนมีนาคมมีอากาศร้อนจัดหลายวันกว่าเดือนเมษายนที่จังหวัดส่วนใหญ่มีวันที่ร้อนจัดประมาณ 10-20 วัน น่าสังเกตว่าพื้นที่ชายฝั่งทะเล เช่น จังหวัดภูเก็ต กระบี่ ระนอง ภูเก็ต แทบไม่มีวันที่ร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสเลย ในปี 2564 ลำปางเป็นจังหวัดที่มีวันที่ร้อนกว่า 40 องศาเซลเซียสมากที่สุดรวม 78 วัน รองลงมาเป็น แม่ฮ่องสอน 77 วัน และลำพูน 74 วัน ซึ่งเดือนมีนาคม ลำพูนมีอากาศร้อนจัดทุกวัน ต่อมาในปี 2565 สถิติวันที่ร้อนจัดลดลงอย่างเห็นได้ชัดในหลายพื้นที่ และน้อยกว่าปีอื่นๆ&nbsp; โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคม หลายจังหวัดที่เคยร้อนจัดกลับมีวันที่อุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียส ลดลงเหลือ 0 วัน เช่น กรุงเทพฯ กาฬสินธุ์ จันทบุรี และลพบุรี เดือนมีนาคมเป็นเดือนเดียวที่มีวันที่อุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียสมากกว่า 25 วัน และมีเพียง 7 จังหวัดเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ปี 2566 อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของคลื่นความร้อน ความร้อนเริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจนในปีนี้ และขยายวงกว้างมากขึ้น เห็นได้ชัดเจนในเดือนเมษายน เมื่อมี 47 จังหวัดที่มีวันที่ร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียส 25 วันขึ้นไป และมี 5 จังหวัดที่มีวันที่ร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสทุกวัน คือ กาญจนบุรี เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ปีนี้เป็นปีที่เดือนพฤษภาคมร้อนจัดที่สุดใน 5 ปี นครสวรรค์มีวันที่ร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสทุกวัน ส่วนอยุธยา และอุบลราชธานี มีถึง 30 วัน จังหวัดที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดได้แก่ ระนอง ที่เคยมีวันร้อนจัดในปี 2564 และ 2565 อยู่ที่ 7 และ 6 วัน เพิ่มเป็น 55 วัน ในปี 2566&nbsp; เช่นเดียวกับกระบี่ เพิ่มจาก 3 วันในปี 2564 เป็น 12 วันในปี 2566 เป็น 42 วันในปี 2566</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปี 2567 ถือเป็นปีที่วิกฤตที่สุดในรอบ 5 ปี จุดเปลี่ยนจาก &#8220;ร้อนบางวัน&#8221; เป็น &#8220;ร้อนทุกวัน&#8221; โดยเกิดปรากฏการณ์เมษายนร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียสทุกวันตลอดทั้งเดือนในหลายสิบจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงการขยายตัวของพื้นที่ร้อนจัด บางจังหวัดในภาคตะวันออกและภาคใต้มีวันที่ร้อนจัดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปี 2567 โดยเฉพาะจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล ไม่ว่าจะเป็น ชลบุรี จันทบุรี สตูลและระนอง มีวันที่ร้อนจัด 30 วันหรือทั้งเดือนเมษายน น่าสนใจว่า กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่เดียวที่ไม่มีวันที่อุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซียสเลยในปี 2567 นี้ แม้จังหวัดรอบข้างจะร้อนจัดก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนปี 2568 แม้จะเป็นปีที่อากาศร้อนมาก โดยพบว่าในเดือนเมษายน มี 21 จังหวัดที่มีจำนวนวันที่มีอากาศร้อนจัดมากกว่า 25 วัน แต่เมื่อเทียบกับปี 2567 แล้วพบว่าอุณหภูมิในหลายจังหวัดลดลง เช่น เดือนมีนาคม สุโขทัยมีวันที่ร้อนจัดทุกวันในปี 2567 แต่พอในปี 2568 เหลือเพียง 5 วัน ส่วนในเดือนเมษายน หลายจังหวัดที่เคยมีวันที่ร้อนจัด 30 วัน ตัวเลขเริ่มลดลง เช่น นครศรีธรรมราชจาก 30 วันเหลือ 9 วัน สตูลจาก 30 วันเหลือ 7 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้เมื่อพิจารณาอุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนของทุกจังหวัดเทียบกับอุณหภูมิเฉลี่ยในคาบ 30 ปีของเดือนนั้น ในระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี 2564-2568 พบว่า ในแต่ละปี มีบางจังหวัดที่อุณหภูมิเฉลี่ยของเดือนนั้นสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ย เช่น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2564 เดือนมีนาคม สมุทรปราการ มีอุณหภูมิเฉลี่ย 28.7 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ย เดือนมีนาคม อยู่ที่ 28.2 องศาเซลเซียส จากนั้นเดือนพฤษภาคม มี 3 จังหวัดที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยของเดือนนั้น สูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ย 28.8 องศาเซลเซียส ได้แก่ สมุทรปราการ 30 องศาเซลเซียส, กรุงเทพฯ 29.4 องศาเซลเซียส และชลบุรี 29 องศาเซลเซียสขณะที่ปี 2564 เดือนพฤษภาคม มีเพียงจังหวัดเดียวที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยคือ สมุทรปราการ ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ย 29.5 องศาเซลเซียส ปี 2565 ไม่มีจังหวัดใดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าเฉลี่ยเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปี 2566 เดือนพฤษภาคมมี 2 จังหวัดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยที่ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 29.1 องศาเซลเซียส คือ สมุทรปราการ 30.3 องศาเซลเซียส และกรุงเทพมหานคร 29.3 องศาเซลเซียส ปี 2567&nbsp; มี 2 เดือนที่บางจังหวัดมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยเดือนเมษายนมี 5 จังหวัดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 29.6 องศาเซลเซียส ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 30.1 องศาเซลเซียส ระยอง 30 องศาเซลเซียส สมุทรปราการ 29.9 องศาเซลเซียส นครพนม 29.8 องศาเซลเซียส และชลบุรี 29.7 องศาเซลเซียส&nbsp; ส่วนเดือนพฤษภาคม มีเพียงสมุทรปราการที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 29.1 องศาเซลเซียส อยู่ที่ 29.8 องศาเซลเซียส</p>



<h3 class="wp-block-heading">ตึกสูงหนาแน่น พื้นที่สีเขียวน้อย ตัวเร่งความร้อนในเมือง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หลายจังหวัดเช่น กรุงเทพฯ จะมีสัดส่วนพื้นที่สีเขียวน้อยและมีความหนาแน่นของประชากรสูง แต่อุณหภูมิสูงสุดรายวันก็ไม่ทำสถิติติดอันดับต้นๆ ของประเทศ อาจจะมาจากการที่อาคารสูงและสิ่งปลูกสร้างสามารถช่วยบังรังสีจากดวงอาทิตย์ ในช่วงเช้าและเที่ยงวันได้ ซึ่งทำให้กระบวนการที่อากาศจะร้อนขึ้นจนแตะระดับสูงสุดนั้นถูกหน่วงให้ช้าลง เมื่อเทียบกับพื้นที่เปิดโล่งที่รับแดดโดยตรงตลอดเวลาส่งผลให้อุณหภูมิอากาศสูงสุดในช่วงกลางวันอาจไม่พุ่งไปแตะระดับวิกฤตเหมือนพื้นที่แอ่งกระทะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถึงอย่างนั้นกรุงเทพฯ ยังต้องเผชิญกับปัญหาเกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) ปรากฏการณ์ที่เมืองมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่รอบนอก สังเกตได้ชัดเจนในช่วงกลางคืนที่มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ&nbsp; โดยมีสาเหตุมาจาก</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>อาคาร ถนน และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ซึ่งมักทำจากวัสดุที่ดูดซับและกักเก็บความร้อนได้ดี เช่น คอนกรีตและแอสฟัลต์ จะดูดซับความร้อนจากแสงอาทิตย์ในตอนกลางวันและคายออกมาในตอนกลางคืน</li>



<li>ความหนาแน่น ระยะห่าง และความสูงของอาคาร&nbsp; ที่ส่งผลต่อทิศทางลม การระบายอากาศ และความร้อนที่ปล่อยออกมาจากตัวอาคาร</li>



<li>ความร้อนทิ้งจากกิจกรรมมนุษย์ เช่น การใช้เครื่องยนต์และเครื่องปรับอากาศอย่างต่อเนื่อง</li>



<li>พื้นที่สีเขียว ซึ่งช่วยดูดซับรังสีดวงอาทิตย์เพื่อสังเคราะห์แสง ให้ร่มเงา และให้ความชุ่มชื้นแก่อากาศ</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ในรายงานวิเคราะห์สภาวะความร้อนในกรุงเทพฯ <a href="https://documents1.worldbank.org/curated/en/099032525024532810/pdf/P181082-9cc5dd2a-bc60-49ed-a145-c3a8621dc1f4.pdf">&nbsp;Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City </a>โดยธนาคารโลก และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ โดยใช้แบบจำลองสภาพภูมิอากาศระบุว่า กรุงเทพฯ เผชิญกับปรากฏการณ์เกาะความร้อนที่ชัดเจน ความหนาแน่นของอาคารและการมีพื้นที่สีเขียวปกคลุมน้อยเป็นปัจจัยหลักที่เร่งความร้อนในแต่ละย่าน โดยพื้นที่เมืองที่มีอาคารสูงหนาแน่นจะดูดซับและกักเก็บความร้อนไว้มากกว่าพื้นที่รอบนอก และระบายความร้อนออกได้ช้ากว่าในเวลากลางคืน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">พื้นที่อาคารสูงหนาแน่น มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่อวันสูงกว่าพื้นที่รอบนอกประมาณ 1.5 ถึง 3.5 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับฤดูกาล ในช่วงเช้าและเที่ยง พื้นที่เมืองที่มีอาคารสูงอาจจะเย็นกว่าพื้นที่รอบนอกเล็กน้อยเพราะอาคารช่วยบังแดด อย่างไรก็ตามอาคารเหล่านี้ดูดซับความร้อนแล้วจะกักเก็บไว้และแผ่ออกมาในช่วงกลางคืน ทั้งนี้ความร้อนไม่ได้กระจายตัวเท่ากันทั่วกรุงเทพฯ แต่แตกต่างตามลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน เขตที่ร้อนที่สุดได้แก่ ปทุมวัน บางรัก ราชเทวี และพญาไท ซึ่งเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมือง (CBD) ที่มีอาคารสูงหนาแน่นและพื้นผิวคอนกรีตจำนวนมากสะสมความร้อนและระบายออกช้า&nbsp; ขณะที่เขตที่อยู่ในพื้นที่รอบนอก เช่น ดอนเมือง สายไหม หนองจอกและบางเขต เย็นกว่า เพราะมีพื้นที่เปิดโล่งและมีพื้นที่สีเขียวมากกว่า</p>



<h3 class="wp-block-heading">ร้อนขนาดนี้ ไทยทำอะไรไปแล้วบ้าง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ประเทศไทยเผชิญกับความเครียดจากความร้อนอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นเรื่องปกติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และ<a href="https://www.nature.com/articles/s41598-025-28817-6">มีการคาดการณ์</a>ว่าจะเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะมีความเสี่ยงรุนแรงที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่ร้อนที่สุด ประชากรจะต้องทนกับความเครียดจากความร้อนระดับรุนแรงนานถึง 6–9 ชั่วโมงต่อวัน ในอนาคตอันใกล้ และจะเพิ่มเป็น 10–12 ชั่วโมงต่อวัน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าจะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงที่อากาศร้อนจัด มากกว่าจะเป็นนโยบายระยะยาวที่เป็นรูปธรรม ตัวอย่างเช่น กระทรวงสาธารณสุข มีแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านสาธารณสุข ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2564 &#8211; 2573) เน้นไปที่เฝ้าระวังและสื่อสารเตือนภัยด้านสุขภาพ ด้วยการรายงานและแจ้งเตือนจากความร้อนตามระดับค่าดัชนีความร้อน (Heat index) รวมทั้งรวบรวมสถิติผู้ป่วยจากความร้อน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่กรุงเทพมหานคร แม้ยังไม่มีมาตรการเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน แต่ก็ได้เริ่มดำเนินการตามข้อเสนอจากรายงาน Shaping a Cooler Bangkok: Tackling Urban Heat for a More Livable City ทั้งการจัดทำแผนบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569 การแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 การสำรวจและรวบรวมจุดเสี่ยงความร้อนเมือง ซึ่งในปี 2569 พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 379 จุด นอกจากนี้ยังมีห้องหลบร้อน ซึ่งเปิดให้บริการแก่ประชาชนเพื่อเป็นพื้นที่พักคลายร้อน</p>



<h3 class="wp-block-heading">ประเทศอื่นๆ มีมาตรการคลายร้อนอย่างไร</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมืองสัมพันธ์อย่างยิ่งกับโครงสร้างของเมือง ทั้งอาคาร ทางเท้า และพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าความร้อนสะสมและกระจายที่ไหน อย่างไร ที่น่าสนใจก็คือ หลายเมืองแก้ปัญหาด้วยการปรับปรุงกฎหมายควบคุมอาคารและการวางผังเมือง หรือทดลองใช้วิธีการใหม่ๆ เพื่อบรรเทาปัญหานี้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://documents1.worldbank.org/curated/en/099032525024532810/pdf/P181082-9cc5dd2a-bc60-49ed-a145-c3a8621dc1f4.pdf">กรุงปารีส ฝรั่งเศส</a>&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ข้อบังคับด้านหลังคา (2015) ที่กำหนดให้อาคารพาณิชย์สร้างใหม่ต้องติดตั้งหลังคาสีเขียว (Green Roofs) หรือแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยลดความร้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน</li>



<li>มาตรฐานอาคารปรับตัวตามสภาพภูมิอากาศ (RE2020) บังคับใช้มาตรการสร้างความสบายในฤดูร้อน โดยเน้นเทคนิคการทำความเย็นแบบพาสซีฟ (Passive Cooling) เช่น การใช้ฉนวนกันความร้อนประสิทธิภาพสูง การระบายอากาศตามธรรมชาติ และการใช้วัสดุสะท้อนแสง เพื่อลดการพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ</li>



<li>แผนผังเมืองชีวภูมิอากาศ (Bioclimatic Urban Plan):กำหนดให้โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ต้องมีพื้นที่สีเขียวอย่างน้อย 50–65% และมีเป้าหมายรื้อถอนพื้นผิวที่ปูด้วยวัสดุไม่ให้น้ำผ่าน (De-paving) ออก 40% ของพื้นที่เมืองภายในปี 2050</li>



<li>คุ้มครองต้นไม้ริมถนนจำนวน 100,000 ต้น เพื่อขยายพื้นที่ร่มเงาให้กับเมือง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.onlinelibrary.iihl.org/wp-content/uploads/2025/02/2025-Making-Cities-Resilient-2030-Urban-Extreme-Heat-Risk-Management-Resource-Package.pdf">สิงคโปร์</a>&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>บังคับใช้ข้อกำหนด &#8220;Sky-rise Greenery&#8221; สำหรับโครงการพัฒนาใหม่ ให้เพิ่มพื้นที่สีเขียวในแนวดิ่งหรือบนดาดฟ้า ซึ่งช่วยลดภาระการใช้พลังงานเพื่อความเย็นได้ 10-31%</li>



<li>จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงาน (Interagency Working Group) นำโดยกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม (MSE) และหน่วยงานวางผังเมือง (URA) ในปี 2019 เพื่อดำเนินมาตรการลดปรากฏการณ์เกาะความร้อน (UHI) มาตรการสำคัญ ได้แก่:</li>



<li>การส่งเสริมการใช้ &#8220;สีลดความร้อน&#8221; (Cool Paint) บนผนังอาคาร</li>



<li>การขยายเครือข่ายระบบทำความเย็นระดับเขต (District Cooling Networks) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดความร้อนปล่อยทิ้งจากเครื่องปรับอากาศรายเครื่อง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.onlinelibrary.iihl.org/wp-content/uploads/2025/02/2025-Making-Cities-Resilient-2030-Urban-Extreme-Heat-Risk-Management-Resource-Package.pdf">กวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน</a></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ออกแบบผังเมืองใหม่โดยใช้ ระเบียงระบายอากาศ และกำหนดความสูงอาคารให้ลดหลั่นกันเพื่อช่วยในการไหลเวียนของลม</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://nyc-business.nyc.gov/nycbusiness/business-services/incentives/nyc-coolroofs">นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา</a></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>โครงการ NYC CoolRoofs ทาสีขาวสะท้อนความร้อนบนดาดฟ้า ตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปี 2016&nbsp; ทาสีขาวสะท้อนความร้อนบนดาดฟ้าไปแล้วกว่า 10 ล้านตารางฟุต พร้อมกับมีกฎหมายท้องถิ่นปี 2007 ข้อที่ 33 ที่กำหนดให้อาคารที่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดต้องมีหลังคาเป็นสีขาว หรือได้รับรองมาตรฐาน EnergyStar ว่ามีค่าการสะท้อนรังสีความร้อนสูง (Highly Reflective) อย่างน้อย 75% ของพื้นที่หลังคา และขยายขอบเขตถึงการซ่อมแซมและเปลี่ยนหลังคาว่า ต้องเป็นไปตามมาตรฐานความสามารถในการสะท้อนรังสีตามที่กำหนดไว้ด้วย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/heat-thailand-2026/">ไทยร้อนมากแค่ไหน : ตาก-แม่ฮ่องสอนเคยร้อนสุด 44.6 °C อุทัยธานีเพิ่มสูงสุด 7.5 °C 5 ปีที่ผ่านมาลำปางเกิน 40 °C ถึง 368 วัน </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
