<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สิ่งแวดล้อม Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/สิ่งแวดล้อม/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Tue, 12 May 2026 11:15:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>สิ่งแวดล้อม Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/สิ่งแวดล้อม/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สำรวจพื้นที่การเผาทั่วไทย: ปี 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดไหนมีพื้นที่เผาไหม้มาก-น้อย เท่าไร</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/burn-scar-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 04:33:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[burn scar]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[GISTDA]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เผาไหม้]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟไหม้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7304</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3611;&#3633;&#3597;&#3627;&#3634;&#3617;&#3621;&#3614 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/burn-scar-2025/">สำรวจพื้นที่การเผาทั่วไทย: ปี 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดไหนมีพื้นที่เผาไหม้มาก-น้อย เท่าไร</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<p>ปัญหามลพิษทางอากาศ และฝุ่นควันจากการเผาในที่โล่งไม่ได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในประเทศ แต่เป็นวิกฤตระดับชาติที่ส่งผลครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ในไทย&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกันก็มีข้อถกเถียงมากมายในไทยในประเด็นเรื่องการเผา ตั้งแต่การประเมินผล<a href="https://readcard.dnp.go.th/fire/knew/docs/firemanual.pdf">มาตรการชิงเผา</a>โดยหน่วยงานรัฐ ความจำเป็นในการจัดการไฟของเกษตรกรและกลุ่มชาติพันธุ์ในหลากหลายบริบท ไปจนถึงปัญหาจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านที่ก่อให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดน ซึ่งแม้จะมีมาตรการ<a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/271024">ห้ามรับซื้อ-นำเข้า สินค้าเกษตร (ข้าวโพด)</a> จากประเทศเพื่อนบ้านที่มาจากการเผา แต่ปัญหาก็ยังไม่คลี่คลาย ซ้ำร้ายการเผาข้ามพรมแดนยิ่งเข้ามาซ้ำเติมให้สถานการณ์ในประเทศให้เลวร้ายลงอีก</p>



<p>Rocket Media Lab จึงชวนย้อนสำรวจข้อมูลร่องรอยพื้นที่ถูกเผาไหม้ (Burnt Scar) ทั่วประเทศในปี 2568 ว่าพื้นที่จังหวัดใดมีการเผาเพิ่มขึ้น-ลดลง อย่างไรบ้าง </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7315" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-1-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เผาไหม้รวมทั่วประเทศ </h3>



<p>เมื่อกางข้อมูลพื้นที่เผาไหม้รวมทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม 2568 จะพบว่าร่องรอยการเผาไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงแค่ภาคเหนือตอนบนอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ลุกลามครอบคลุมไปในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ โดยมียอดรวมพื้นที่ถูกเผาไหม้ทั่วประเทศสูงถึง 14,301,954 ไร่ โดยลดลงจากปี 2567 ที่มีพื้นที่เผาไหม้รวม 19,523,234 ไร่&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด จะเห็นว่าตากเป็นจังหวัดที่ครองแชมป์มีพื้นที่เผาไหม้สูงสุดในประเทศด้วยตัวเลขที่สูงถึง 1,390,888 ไร่ ตามมาติดๆ ด้วยแม่ฮ่องสอนที่ 1,227,208 ไร่ ซึ่งทั้งสองจังหวัดนี้เป็นสองพื้นที่ในประเทศที่มียอดการเผาทะลุหลักล้านไร่&nbsp;</p>



<p>ขณะที่เชียงใหม่ซึ่งมักถูกจับตามองในฐานะศูนย์กลางของปัญหามลพิษทางอากาศกลับมียอดพื้นที่เผาไหม้อยู่ที่ 704,562 ไร่ ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้วยังน้อยกว่าหลายจังหวัดในเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางที่พบตัวเลขสูง เช่น นครสวรรค์มียอดการเผาถึง 956,132 ไร่ ลพบุรี 942,667 ไร่ และลำปาง 915,177 ไร่&nbsp;</p>



<p>ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมาก็มีพื้นที่เผาไหม้สูงถึง 700,536 ไร่ ซึ่งจากข้อมูลจะเห็นว่าในหลายภูมิภาคทั่วไทย ยังคงมีการเผาในปริมาณมหาศาลอยู่&nbsp;</p>



<p>ในทางตรงกันข้าม กลุ่มจังหวัดทางภาคใต้ทั้งหมด รวมถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียงอย่างสมุทรสงคราม และสมุทรสาคร กลับไม่มีรายงานพื้นที่เผาไหม้เลยแม้แต่ไร่เดียว หรือแม้แต่สมุทรปราการก็พบร่องรอยเพียง 8 ไร่ นนทบุรี 36 ไร่ และปทุมธานี 166 ไร่เท่านั้น&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7313" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เผาไหม้ในป่าทั่วประเทศ</h3>



<p>เมื่อสำรวจข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในเขตป่าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 31 พฤษภาคม 2568 จะพบว่ามียอดเผาทั้งสิ้น 7,381,773 ไร่ เช่นเดิม จะพบว่าวิกฤตไฟป่าไม่ได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่ภาคเหนือ แต่ยังกระจายตัวไปยังภูมิภาคอื่นในไทยด้วย</p>



<p>โดยจังหวัดตากครองแชมป์จังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าสูงที่สุดในประเทศที่ 1,195,419 ไร่ ตามมาด้วยแม่ฮ่องสอนที่ 1,110,340 ไร่ ซึ่งทั้งสองจังหวัดนี้เป็นเพียงสองแห่งในไทยที่มียอดเผาป่าทะลุหลักล้านไร่ ขณะที่ลำปางและเชียงใหม่มียอดลดหลั่นลงมาที่ 829,250 ไร่และ 637,886 ไร่ตามลำดับ</p>



<p>ที่น่าสนใจคือ จังหวัดทางภาคตะวันตก อย่างกาญจนบุรีมียอดการเผาในป่าสูงถึง 333,826 ไร่ ซึ่งสูสีกับหลายจังหวัดในภาคเหนือตอนบน ในทางกลับกัน พื้นที่ที่มีการเผาไหม้ในป่าน้อยที่สุด แต่ยังคงมีร่องรอยอยู่คือ ประจวบคีรีขันธ์ ที่พบเพียง 25 ไร่ รองลงมาคือจันทบุรี 113 ไร่ และฉะเชิงเทรา 183 ไร่</p>



<p>ส่วนกลุ่มจังหวัดในภาคใต้ ตั้งแต่ชุมพร ลงไปจนถึงยะลา และนราธิวาส รวมไปถึงกลุ่มจังหวัดที่ราบลุ่มภาคกลาง และปริมณฑลอย่างกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ด้วย โดยไม่ปรากฎข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ในป่าเลย</p>



<p>หากย้อนกลับไปในปี 2566 จะพบการเกิดไฟป่าทั่วประเทศสูงถึง <a href="https://forestinfo.forest.go.th/Content/file/stat2566/Table%2011.pdf">2,375 ครั้ง</a> ครั้ง ซึ่งพื้นที่ภาคเหนือมีความถี่สูงสุดถึง 2,179 ครั้ง ทำให้ปัญหาไฟป่าในภาคเหนือกลายเป็นประเด็นที่ภาครัฐต้องออกมาตรการป้องกันและแก้ไขโดยด่วน ซึ่งการแก้ปัญหาเหล่านี้สะท้อนผ่านการกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละออง โดยพบว่ามีการตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2567 มีการตั้ง KPI ไว้อย่างเข้มงวดโดยตั้งเป้าลดการเผาไหม้ทั้งในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน และพื้นที่เกษตรกรรมใน 17 จังหวัดภาคเหนือลงให้ได้ 50%</p>



<p>ผลจากการตั้งเป้าหมายอย่างเข้มงวดส่งผลให้ไฟป่าลดลง แต่กลับพบว่าการเผาในพื้นที่เกษตรเพิ่มสูงขึ้นแทน จนกลายเป็นปีแรกในรอบหลายสิบปีที่สถิติการเผาในภาคเกษตรสูงกว่าพื้นที่ป่าในภาพรวมทั้งประเทศ ซึ่งก็นำมาสู่การบังคับใช้มาตรการห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่เกษตรอย่างเข้มงวด จนทำให้ตัวเลขการเผาภาคเกษตรลดลงในปี 2568 ทว่าพื้นที่ป่ากลับมามีสถิติไฟไหม้เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7314" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เผาในพื้นที่การเกษตรทั่วประเทศ</h3>



<p>เมื่อพิจารณาสถิติพื้นที่เผาไหม้ในภาคการเกษตรทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 31 พฤษภาคม 2568 จะพบว่ามีการกระจายตัวเช่นกัน โดยในมิติของการทำเกษตรกรรมในหลากหลายภูมิภาคก็เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบอย่างหนัก โดยมียอดรวมพื้นที่เผาทางการเกษตรทั่วประเทศสูงถึง 6,677,564 ไร่ ซึ่งครอบคลุมทั้งนาข้าว ไร่ข้าวโพด ไร่อ้อย และเกษตรกรรมอื่นๆ</p>



<p>หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด จะพบว่าจังหวัดที่มียอดการเผาในพื้นที่เกษตรสูงสุดระดับประเทศนั้น โดยมากไปไปกระจุกตัวอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง นำโดยนครสวรรค์ที่มียอดรวมพุ่งสูงถึง 783,779 ไร่ ซึ่งมาจากการเผาในนาข้าวมากถึง 389,445 ไร่ ตามมาด้วยลพบุรีที่มียอดรวม 771,155 ไร่ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเผาไร่อ้อยที่สูงถึง 471,135 ไร่ เช่นเดียวกับเพชรบูรณ์ที่มียอดเผารวม 690,147 ไร่และเป็นการเผาไร่อ้อยไปแล้ว 404,427 ไร่</p>



<p>ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมาก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มียอดเผาสะสมสูงถึง 602,008 ไร่ ซึ่งกระจายตัวอยู่ในหลายพืชผลเกษตร ในทางตรงกันข้าม จังหวัดที่มีพื้นที่การเกษตร แต่มีพื้นที่เผาไหม้ต่ำสุดคือปทุมธานีที่พบร่องรอยพื้นที่เผาไหม้เพียง 142 ไร่ และตราด 199 ไร่</p>



<p>ขณะที่กลุ่มจังหวัดทางภาคใต้ทั้งหมด ตั้งแต่ชุมพรลงไปสามจังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ไม่ปรากฏข้อมูลการเผาในพื้นที่เกษตร</p>



<p>อย่างไรก็ตามเมื่อสำรวจ <a href="https://www.pcd.go.th/strategy/%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%92-%E0%B8%9E-%E0%B8%A8-%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%96%E0%B9%98-%E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%97%E0%B9%90-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B0-%E0%B9%95-%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%9B/">แผนแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ฉบับที่ 2</a> ก็พบว่าภาครัฐได้ออกมาตรการยาแรงสำหรับภาคเกษตรออกมา โดยภาครัฐระบุว่าจะประกาศสงครามกับการเผา ซึ่งปรากฎในแผนแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ฉบับที่ 2 รัฐบาลได้เปลี่ยนจากการรณรงค์ขอความร่วมมือ มาสู่การใช้มาตรการเชิงรุกขั้นเด็ดขาดภายใต้คำว่า “ประกาศสงครามกับการเผาพื้นที่เกษตรกรรม” โดยระบุว่ามีใช้มาตรการตัดสิทธิเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรที่เผาในพื้นที่เกษตรกรรมจะไม่ได้รับสิทธิ หรืออาจถูกเพิกถอนสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก. และนิคมสหกรณ์ รวมถึงจะไม่ได้รับการจ่ายเงินช่วยเหลือตามโครงการต่างๆ ของภาครัฐอีกต่อไป</p>



<p>นอกจากบทลงโทษแล้ว แผนนี้ยังเน้นการจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยการนำระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) มาใช้ เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของผลผลิตทางการเกษตร สินค้าแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรว่าไม่ได้มาจากการเผา</p>



<p>ส่วนภาคธุรกิจจะถูกกระตุ้นให้รับซื้อผลผลิตจากแหล่งที่ปลอดการเผา และหลีกเลี่ยงการรับซื้อสินค้าเกษตรที่มาจากการเผาอย่างเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการเร่งรัดมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) สำหรับข้าวและอ้อยแบบไม่เผา รวมถึงมาตรฐาน PM2.5 Free Plus สำหรับกระบวนการผลิตข้าวโพดเมล็ดแห้งด้วย ซึ่งจากการสำรวจพื้นที่การเผาในภาคเกษตร ก็พบว่ายังคงมีการเผาเกิดขึ้นอยู่</p>



<h3 class="wp-block-heading">สรุปการเผาทั่วประเทศ: ลดเผาไม่ได้ ก็เน้นแก้ KPI&nbsp;</h3>



<p>ภาพรวมสถานการณ์การเผาไหม้ทั่วประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 31 พฤษภาคม 2568 พบว่ามียอดพื้นที่เผาไหม้สะสมรวมกันสูงถึง 14,301,954 ไร่ ซึ่งสามารถแบ่งสัดส่วนหลักออกเป็นพื้นที่ป่าจำนวน 7,381,773 ไร่ และพื้นที่ทางการเกษตร 6,677,564 ไร่ หากมองในส่วนของพื้นที่ป่า จะพบการกระจุกตัวอยู่ในบริเวณที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขา โดยมีตาก และแม่ฮ่องสอนเป็นสองจังหวัดที่มียอดการเผาป่าทะลุหลักล้านไร่ รวมไปถึงจังหวัดทางภาคตะวันตก อย่างกาญจนบุรี ที่มียอดสูงกว่าสามแสนไร่</p>



<p>ทางพื้นที่ทางการเกษตร กลับพบว่าพื้นที่การเผาส่วนใหญ่ ได้ย้ายมาสู่บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำโดยนครสวรรค์ มียอดเผาในนาข้าว และพื้นที่เกษตรอื่นๆ รวม 783,779 ไร่ ตามมาด้วยลพบุรี และเพชรบูรณ์ ที่มีการเผาไร่อ้อยรวมกันกว่าแปดแสนไร่ ไปจนถึงนครราชสีมา ที่มียอดเผาสะสมในภาคเกษตรถึง 602,008 ไร่ ในขณะที่พื้นที่ภาคใต้ กรุงเทพมหานคร ไม่ปรากฏข้อมูลการเผา&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกัน เมื่อ<a href="https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/">สำรวจ KPI การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5</a> ในปี 2567 2568 และ 2569 ของภาครัฐ กลับพบว่ามีการลดเพดานความเข้มงวดลง โดยเห็นได้ในส่วนของการเผาในพื้นที่ป่านั้นมีการกำหนด KPI จาก 50% ในปี 2567 เหลือเพียง 25% ในปี 2568 และในปี 2569 เหลือเพียง 10% เท่านั้น ขณะที่ภาคการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลับมีการลด KPI จาก 50% ในปี 2567 เหลือเพียง 30% ในปี 2568 และลดลงเหลือ 10% ในปี 2569 ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการปรับ KPI การเผาในพื้นที่เกษตรจาก 20% ในปี 2568 เหลือ 10% ในปี 2569 นอกจากนี้ในปี 2569 มีการเพิ่มเป้าหมายพื้นที่เกษตร โดยแยกเป็นกลุ่มพืชเป้าหมาย&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาการเผาในไทยมีรากฐานมาจากสองส่วนหลักที่แตกต่างกัน ทั้งการจัดการทรัพยากรในเขตป่าไม้ และการพึ่งพาวิธีการเผา เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างนาข้าวและไร่อ้อยในพื้นที่ราบ นโยบายการแก้ปัญหาฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศหลังจากนี้จึงไม่อาจใช้เพียงมาตรการห้ามเผาแบบเหมารวม แต่จำเป็นต้องออกแบบแนวทางรับมือและแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศและวิถีการเกษตรของแต่ละพื้นที่</p>



<p>นอกจากนี้ หากสำรวจไปถึงแผนแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ฉบับที่ 2 ก็จะพบว่าภาครัฐได้ปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดความสำเร็จ จากเดิมที่มีมาตรการควบคุมจุดความร้อน (Hotspot) มาเป็นการวัดพื้นที่เผาไหม้ (Burnt Scar) แทน ซึ่งมีการระบุสาเหตุที่ต้องเปลี่ยน เพราะข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียมมีข้อจำกัดในการตรวจจับ เนื่องจากเกษตรกรมีพฤติกรรมการเผาหลบดาวเทียม เช่น การเผาในเวลากลางคืน การเผาในช่วงเวลาสั้นๆ การเผาใต้แนวไม้ หรือการเผาในวันที่เมฆปกคลุม</p>



<p>ในขณะที่ข้อมูลร่องรอยพื้นที่เผาไหม้ มีความแม่นยำสูงกว่า และยังช่วยชี้เป้าพื้นที่ที่มีการเผาซ้ำซากได้อีกด้วย ความน่าสนใจของแผนใหม่นี้จึงอยู่ที่การใช้มาตรวัดที่แม่นยำขึ้นพร้อมกับกำหนดเป้าหมายว่าพื้นที่เผาไหม้จะต้องลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลังห้าปี&nbsp;</p>



<p>แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลเทียบกันจะพบว่าในปี 2567 มีพื้นที่เผาไหม้รวม 19,523,234 ไร่ และในปี 2568 ก็มีพื้นที่เผาไหม้รวมไปแล้วถึง 14,301,954 ไร่ ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีลดการเผาลง แต่ก็ยังไม่ถึงเกณฑ์เป้าหมายที่ตั้งไว้ และแม้แผนปฏิบัติการฉบับนี้จะยกระดับการจัดการจากยุคของการขอความร่วมมือมาสู่การบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย แต่ความท้าทายที่รออยู่คือรัฐบาลจะสามารถเปลี่ยนตัวหนังสือในกระดาษเหล่านี้ให้กลายเป็นการปฏิบัติจริงได้หรือไม่</p>



<p></p>



<p>ดูข้อมูลได้ที่: <a href="https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025">https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025</a></p>



<p>อ่านเพิ่มเติม: </p>



<p>จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: <a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024/">สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567</a></p>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/">ตรวจการบ้าน : ภาครัฐแก้ปัญหาฝุ่นในปี 2568 ประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้มากน้อยแค่ไหน</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/burn-scar-2025/">สำรวจพื้นที่การเผาทั่วไทย: ปี 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดไหนมีพื้นที่เผาไหม้มาก-น้อย เท่าไร</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พื้นที่เผาไหม้ 2568 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 04:31:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[burn scar]]></category>
		<category><![CDATA[GISTDA]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เผาไหม้]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟไหม้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7309</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3594;&#3640;&#3604;&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025/">พื้นที่เผาไหม้ 2568 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ชุดข้อมูลพื้นที่เผาไหม้รายจังหวัด จำแนกตามประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน ได้แก่ พื้นที่ป่า พื้นที่เพาะปลูก (ข้าว ข้าวโพด อ้อย) และพื้นที่เกษตรอื่น ๆ รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 และ 2568 โดย GISTDA (สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)).</p>



<p></p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQf890nxAQvaxmO7QMLiNQxb9xjqZGHlbTX5LLwPjueNbXvj95RVx0WS6TLOsygsWn5PUtkm9drl0_2/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p>ดาวน์โหลดข้อมูล <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1VGvLYq3fJBqLociwyadkhUy0VitfGVVEj_uxtYrXwcs/edit?usp=sharing">ที่นี่</a></p>



<p>อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/burn-scar-2025">สำรวจพื้นที่การเผาทั่วไทย: ปี 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดไหนมีพื้นที่เผาไหม้มาก-น้อย เท่าไร</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-burn-scar-2025/">พื้นที่เผาไหม้ 2568 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยร้อนมากแค่ไหน : ตาก-แม่ฮ่องสอนเคยร้อนสุด 44.6 °C อุทัยธานีเพิ่มสูงสุด 7.5 °C 5 ปีที่ผ่านมาลำปางเกิน 40 °C ถึง 368 วัน [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2026 05:04:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7242</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3629;&#3640 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/">ไทยร้อนมากแค่ไหน : ตาก-แม่ฮ่องสอนเคยร้อนสุด 44.6 °C อุทัยธานีเพิ่มสูงสุด 7.5 °C 5 ปีที่ผ่านมาลำปางเกิน 40 °C ถึง 368 วัน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดรายวันรายจังหวัด ในปี 2558 ถึง 2568</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTqBHpSsFxB_AgqUEWENC4-NGGI47qcK4wQV-M1UvpRleGUTws4dsCrpHpTm6JK0t7aw1OSEvC2yeRQ/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p>อ่าน</p>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/heat-thailand-2026/">ไทยร้อนมากแค่ไหน : ตาก-แม่ฮ่องสอนเคยร้อนสุด 44.6 °C อุทัยธานีเพิ่มสูงสุด 7.5 °C 5 ปีที่ผ่านมาลำปางเกิน 40 °C ถึง 368 วัน</a></p>



<p>ดาวน์โหลด <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1F0aIXXkJ8nacmRDBxfaiW6rv65U-HPMklXhtgETTvMA/edit?usp=sharing">ที่นี่</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-heat-thailand-2026/">ไทยร้อนมากแค่ไหน : ตาก-แม่ฮ่องสอนเคยร้อนสุด 44.6 °C อุทัยธานีเพิ่มสูงสุด 7.5 °C 5 ปีที่ผ่านมาลำปางเกิน 40 °C ถึง 368 วัน [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พื้นที่เผาใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ปี 66-68 : ปีไหนเผาป่าเยอะ การเผาในพื้นที่เกษตรลด </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/northern-burn-scar-3-years/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Apr 2026 10:58:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[burn scar]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เผาไหม้]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7202</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3648;&#3627;&#3605;&#3640;&#3585 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/northern-burn-scar-3-years/">พื้นที่เผาใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ปี 66-68 : ปีไหนเผาป่าเยอะ การเผาในพื้นที่เกษตรลด </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<p></p>



<p>จากเหตุการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ จนทำให้เชียงใหม่กลายเป็นพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก ในขณะเดียวกันก็เกิดการถกเถียงเรื่องนโยบายการผ้ามเผา ที่อาจไม่ช่วยให้ลดการเผาได้จริง ไปจนประเด็นเรื่องถึงการชิงเผาของหน่วยงานของรัฐ การจัดการไฟของชาวบ้าน กลุ่มชาติพันธ์ุ เกษตรกร และจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านที่ก่อให้เกิดมลพิษข้ามพรมแดน&nbsp;</p>



<p>Rocket Media Lab ชวนย้อนดูข้อมูลพื้นที่การเผา (Burnt Scar) ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ระว่างปี 2566-2568 ว่าพื้นที่จังหวัดใดมีการเผาเพิ่มขึ้น-ลดลง อย่างไรบ้าง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7212" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เผาไหม้รวม 17 จังหวัดภาคเหนือ 3 ปีย้อนหลัง : ในภาพรวมลดลง แต่ใช่ว่าจะลดลงทุกพื้นที่&nbsp;</h3>



<p>เมื่อพิจารณาภาพรวมของพื้นที่เผาไหม้ทั้งหมดใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งครอบคลุมทั้งพื้นที่ป่า และพื้นที่เกษตรกรรม ทั้งนาข้าว อ้อย ข้าวโพดและเกษตรกรรมอื่นๆ จาก GISTDA ระหว่างปี 2566-2568 พบว่า พื้นที่เผาไหม้รวมเพิ่มขึ้นจาก 9,686,956 ไร่ในปี 2566 เป็น 9,696,686 ในปี 2567 ก่อนจะลดลงเป็น 8,492,308 ไร่ ในปี 2568&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่าแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผามากที่สุดใน 3 ปีที่ผ่านมา รวม 4,117,067 ไร่ โดยในปี 2566 แม่ฮ่องสอนยังเป็นพื้นที่ที่มีการเผาสูงที่สุดอีกด้วย สูงถึง 1,754,585 ไร่ รองลงมาก็คือตาก พื้นที่เผารวม 3 ปี อยู่ที่ 3,937,182 ไร่ โดยในปี 2568 ตากยังเป็นพื้นที่ที่มีการเผาสูงที่สุดอีกด้วย สูงถึง 1,386,540 ไร่ ตามมาด้วย ลำปาง พื้นที่เผารวม 3 ปี อยู่ที่&nbsp; 3,007,622 ไร่ โดยในปี 2567 ลำปางยังเป็นพื้นที่ที่มีการเผาสูงที่สุดอีกด้วย สูงถึง 1,333,211ไร่&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของจังหวัดที่มีพื้นที่การเผาลดลงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มี 5 จังหวัดได้แก่ เชียงราย พื้นที่เผา 357,889 ไร่ ในปี 2566 ลดลงเหลือ 96,842 ไร่ในปี 2568 เชียงใหม่ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ติดอันดับหนึ่งของโลกว่ามีมลพิษทางอากาศสูงสุดในตอนนี้ พบว่าตลอด 3 ปีที่ผ่านมาพื้นที่เผาลดลงเรื่อยๆ จาก 1,157,434&nbsp; ไร่ ในปี 2566 ลดลงเหลือ 702,040&nbsp; ไร่ในปี 2568</p>



<p>น่าน พื้นที่เผา 704,714 ไร่ ในปี 2566 ลดลงเหลือ 704,714 ไร่ในปี 2568 พิษณุโลก พื้นที่เผา 235,857 ไร่ ในปี 2566 ลดลงเหลือ 88,330 ไร่ในปี 2568 และอุตรดิตถ์ พื้นที่เผา 482,397 ไร่ ในปี 2566 ลดลงเหลือ 397,203 ไร่ในปี 2568 โดยพิษณุโลกยังเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้น้อยที่สุดในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนืออีกด้วย&nbsp;</p>



<p>จังหวัดที่มีพื้นที่การเผาเพิ่มขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มี 3 จังหวัด คือ นครสวรรค์ มียอดรวมพื้นที่เผาในปี 2568 อยู่ที่ 917,832 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ 907,074 ไร่ เพชรบูรณ์ โดยขยับจาก 620,078 ไร่ในปี 2566 มาเป็น 753,246 ไร่ในปี 2567 และเพิ่มเป็น 838,310 ไร่ในปี 2568 และสุโขทัย จาก 113,435 ไร่ในปี 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 135,449 ไร่ในปี 2568</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7213" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เผาไหม้ในป่า 17 จังหวัดภาคเหนือ ปี 66-68 : เผาป่าเพิ่ม เผาในพื้นที่เกษตรลด&nbsp;</h3>



<p>ตัวเลขพื้นที่เผาไหม้ในพื้นที่ป่า ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ตั้งแต่ปี 2566-2568 จาก GISTDA ในภาพรวมพบว่าในปี 2566 มีพื้นที่เผาไหม้รวมกันสูงถึง 6,326,544 ไร่ ก่อนจะลดลงในปี 2567 มาอยู่ที่ 2,292,112 ไร่ และกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในปี 2568 ที่ 5,777,474 ไร่ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 3,485,362 ไร่&nbsp;</p>



<p>โดยในปี 2566 จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีการเผาในพื้นที่ป่ามากที่สุดที่ 1,467,199 ไร่ ส่วนจังหวัดพิจิตรมีการเผาในพื้นที่ป่าน้อยที่สุดเพียง 741 ไร่เท่านั้น ต่อมาในปี 2567 เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีการเผาไหม้ในพื้นที่ป่ามากที่สุด อยู่ที่ 558,338 ไร่ รองลงมาคือแม่ฮ่องสอน ด้วยพื้นที่การเผาไหม้ในป่า 422,457 ไร่ และพิจิตรยังคงน้อยที่สุดที่ 1,224 ไร่ จนกระทั่งในปี 2568 จังหวัดตากได้กลายเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้ในป่าสูงที่สุดในภาคเหนือโดยมียอดรวม 1,195,419 ไร่ ในขณะที่พิจิตรยังคงเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เผาไหม้น้อยที่สุดเช่นเดิมที่ 1,715 ไร่</p>



<p>หากพิจารณาเป็นรายจังหวัดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าจังหวัดเชียงรายเป็นเพียงจังหวัดเดียวที่มีสถิติการเผาในพื้นที่ป่าลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 93,738 ไร่ในปี 2566 ลดลงเหลือ 17,808 ไร่ในปี 2567 และลดลงเหลือต่ำสุดที่ 13,302 ไร่ในปี 2568 ในทางตรงกันข้ามกัน จังหวัดพิจิตรแม้จะมีพื้นที่เผาไหม้น้อยที่สุดในภาคเหนือ แต่การเผากลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกๆปี โดยจาก 741 ไร่ในปี 2566 ขยับขึ้นเป็น 1,224 ไร่ในปี 2567 และเป็น 1,715 ไร่ในปี 2568&nbsp;</p>



<p>สำหรับสถิติในปี 2568 ปรากฏว่าพื้นที่เผาในป่าในภาคเหนือกลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นเกือบทุกจังหวัด โดยมีเพียงจังหวัดเชียงรายเท่านั้นที่มียอดพื้นที่เผาในป่าลดลงเมื่อเทียบกับปี 2567 ขณะที่อีก 16 จังหวัดที่เหลือต่างมีตัวเลขเพิ่มขึ้นทั้งหมด นำโดยจังหวัดตากที่พุ่งขึ้นจาก 231,752 ไร่ในปี 2567 ไปที่ 1,195,419 ไร่ในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นเกือบหกเท่าตัว ตามมาด้วยแม่ฮ่องสอนที่กลับไปแตะหลักล้านไร่อีกครั้งที่ 1,110,340 ไร่ และลำปางที่เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าตัวมาอยู่ที่ 829,250 ไร่ ส่วนจังหวัดอื่นๆ อย่างเชียงใหม่ขยับขึ้นมาเป็น 637,886 ไร่ ลำพูนเพิ่มขึ้นเป็น 331,758 ไร่ และอุตรดิตถ์กลับมาอยู่ที่ 333,680 ไร่ แม้แต่จังหวัดในภาคเหนือตอนล่างอย่างนครสวรรค์ และกำแพงเพชรก็มียอดพุ่งสูงขึ้นเกินหนึ่งแสนไร่ในปี 2568 เช่นกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7214" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/พื้นที่เผาไหม้-66-68-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เผาในพื้นที่การเกษตร 17 จังหวัดภาคเหนือ ปี 66-68 : เมื่อรัฐหันไปจับตาการเผาป่า การเผาภาคเกษตรก็เลยสูงขึ้น&nbsp;</h3>



<p>สถิติการเผาในพื้นที่การเกษตร ซึ่งเกิดขึ้นทั้งในนาข้าว อ้อย ข้าวโพด และเกษตกรรรมอื่นๆ ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ตั้งแต่ปี 2566-2568 จาก GISTDA โดยในปี 2566 มียอดรวมพื้นที่เผาในภาคเกษตรทั้งหมด 3,360,412 ไร่ จากนั้นในปี 2567 พุ่งสูงขึ้นเป็น 7,404,574 ไร่ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 4,044,162 ไร่ ก่อนที่ในปี 2568 สถานการณ์จะดีขึ้นโดยยอดรวมลดลงมาอยู่ที่ 2,714,834 ไร่ หรือลดลงจากปี 2567 ถึง 4,689,740 ไร่&nbsp;</p>



<p>เมื่อพิจารณาเป็นรายปี พบว่าในปี 2566 จังหวัดที่มีการเผาในพื้นที่การเกษตรมากที่สุดคือนครสวรรค์&nbsp; 540,845 ไร่ และน้อยที่สุดคือลำพูน 23,315 ไร่ ต่อมาในปี 2567 จังหวัดลำปางมีการเผาในพื้นที่เกษตรสูงสุดที่ 997,144 ไร่ ขณะที่กำแพงเพชรมีตัวเลขน้อยที่สุดที่ 107,502 ไร่ และล่าสุดในปี 2568 จังหวัดนครสวรรค์กลับมามียอดสูงสุดอีกครั้งที่ 783,779 ไร่ ส่วนลำพูนเป็นจังหวัดที่มีตัวเลขน้อยที่สุดเพียง 17,029 ไร่ ในปี 2568</p>



<p>หากพิจารณาเป็นรายจังหวัดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าจังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดที่มีสถิติพื้นที่เผาในภาคเกษตรลดลง โดยในปี 2566 มียอด 264,151 ไร่ ลดลงเหลือ 184,912 ไร่ในปี 2567 และลดลงเหลือ 83,540 ไร่ในปี 2568 และมีเพียงจังหวัดเดียวที่มีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นในปี 2568 คือจังหวัดพิจิตร โดยมีพื้นที่เผาไหม้ 262,041 ไร่ในปี 2566 ลดลงมาเป็น 193,015 ไร่ในปี 2567 และกลับมาเพิ่มขึ้นเป็น 236,497 ไร่ในปี 2568 ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ในปีล่าสุดยังคงเป็นนาข้าวถึง 225,776 ไร่&nbsp;</p>



<p>สถานการณ์ในปี 2568 พบว่าพื้นที่เผาในภาคเกษตรใน 17 จังหวัดภาคเหนือลดลงในเกือบทุกพื้นที่ มีเพียงจังหวัดพิจิตรจังหวัดเดียวเท่านั้นที่มีการเผาในพื้นที่เกษตรเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ส่วนอีก 16 จังหวัดที่เหลือมียอดลดลงทั้งหมด ตัวอย่างคือลำปางที่ลดลงจาก 997,144 ไร่ ในปี 2567 เหลือ 84,040 ไร่ ในปี 2568 ตากลดจาก 922,081 ไร่ ในปี 2567 เหลือ 191,121 ไร่&nbsp; ในปี 2568 และแพร่ที่ลดจาก 499,241 ไร่&nbsp; ในปี 2567 เหลือเพียง 56,148 ไร่ ในปี 2568 ด้านเพชรบูรณ์แม้จะลดลงมาอยู่ที่ 690,147 ไร่ ในปี 2568 แต่ยังพบการเผาไร่อ้อยสูงถึง 404,427 ไร่ ส่วนจังหวัดอื่นๆ เช่น แม่ฮ่องสอนมียอดรวม 115,391 ไร่ น่าน 81,241 ไร่ เชียงใหม่ 64,154 ไร่ และอุตรดิตถ์ลดลงมาอยู่ที่ 63,523 ไร่ ในปี 2568</p>



<h3 class="wp-block-heading">สรุปการเผาใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ปี 66-68 : ป่าลด เกษตรเพิ่ม สลับกันไปตาม KPI และความเข้มงวดของมาตรการจากภาครัฐ&nbsp;</h3>



<p>ในปี 2566 พบการเกิดไฟป่าทั่วประเทศสูงถึง <a href="https://forestinfo.forest.go.th/Content/file/stat2566/Table%2011.pdf">2,375 ครั้ง</a> ซึ่งพื้นที่ภาคเหนือมีความถี่สูงสุดถึง 2,179 ครั้ง โดยเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เกิดไฟป่ามากเป็นอันดับสามของประเทศ และเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ที่เกิดไฟป่าในเขตอนุรักษ์มากที่สุดในประเทศนับแต่ปี <a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024/">2556</a> การเกิดไฟป่าอย่างหนักในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2566 ในเชียงใหม่ จนทำให้ครองแชมป์เมืองคุณภาพอากาศแย่ที่สุดของโลก ทำให้ปัญหาไฟป่าในภาคเหนือกลายเป็นประเด็นที่ภาครัฐต้องออกมาตรการป้องกันและแก้ไขโดยด่วน ซึ่งการแก้ปัญหาเหล่านี้สะท้อนผ่านการกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละออง</p>



<p>โดยพบว่ามีการตั้งเป้าไว้ว่า ในปี 2567 <a href="https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/">มีการตั้ง KPI ไว้</a>อย่างเข้มงวดโดยตั้งเป้าลดการเผาไหม้ทั้งในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน และพื้นที่เกษตรกรรมใน 17 จังหวัดภาคเหนือลงให้ได้ 50% ส่งผลให้ไฟป่าลดลง แต่กลับพบว่าการเผาในพื้นที่เกษตรเพิ่มสูงขึ้นแทนจนกลายเป็นปีแรกในรอบหลายสิบปีที่สถิติการเผาในภาคเกษตรสูงกว่าพื้นที่ป่าในภาพรวมทั้งประเทศ ซึ่งก็นำมาสู่การบังคับใช้มาตรการห้ามเผาเด็ดขาดในพื้นที่เกษตรอย่างเข้มงวดจนทำให้ตัวเลขการเผาภาคเกษตรลดลงในปี 2568 ทว่าพื้นที่ป่ากลับมามีสถิติไฟไหม้เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง</p>



<p></p>



<p></p>



<p>ดูข้อมูลได้ที่: <a href="https://rocketmedialab.co/database-northern-burn-scar-3-years">https://rocketmedialab.co/database-northern-burn-scar-3-years</a></p>



<p>อ่านเพิ่มเติม: </p>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024/">จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567</a> </p>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/">ตรวจการบ้าน : ภาครัฐแก้ปัญหาฝุ่นในปี 2568 ประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้มากน้อยแค่ไหน</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/northern-burn-scar-3-years/">พื้นที่เผาใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ปี 66-68 : ปีไหนเผาป่าเยอะ การเผาในพื้นที่เกษตรลด </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตรวจการบ้าน : ภาครัฐแก้ปัญหาฝุ่นในปี 2568 ประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้มากน้อยแค่ไหน</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Mar 2026 11:32:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นPM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7135</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3611;&#3619;&#3632;&#3648;&#3604;&#3655;&#3609;&#3648 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/">ตรวจการบ้าน : ภาครัฐแก้ปัญหาฝุ่นในปี 2568 ประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้มากน้อยแค่ไหน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จากการตั้งเป้าหมายปี 2568 ไว้ว่าพื้นที่การเผาป่าทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ จังหวัดกาญจนบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องลดลง 25% จากข้อมูลจะพบว่าไม่บรรลุผลสำเร็จในทุกระดับ โดยการเผาใน 17 จังหวัดภาคเหนือนั้นกลับสูงถึง 152.06% ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงขึ้น 39.82% </li>



<li>จากการตั้งเป้าหมายปี 2568 ไว้ว่าต้องลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือลง 20% ใน 17 จังหวัดภาคเหนือลง 30% ในภาคกลางลง 10% และในภาคตะวันตกลง 15% จากข้อมูลจะพบว่าบรรลุผลทั้งหมด </li>



<li>อย่างไรก็ตามการลดการเผาในพื้นที่เกษตรบรรลุตามเป้าหมายนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการลดค่าเป้าหมายจากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 50% เหลือเพียง 10-30% จึงทำให้บรรลุเป้าหมายได้ แต่หากยึดค่าเป้าหมายเดิมซึ่งอยู่ที่ 50% จะพบว่ามีเพียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันตกที่จะบรรลุผล ส่วนกลุ่มพืชเป้าหมายก็จะมีเพียงข้าวโพดเท่านั้นที่จะบรรลุผล </li>
</ul>



<p>ประเด็นเรื่องฝุ่น PM2.5 กลายเป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างมาตั้งแต่ปี 2558 และเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา จนทำให้ภาครัฐผลักดันแผนฝุ่นปี 62 หรือ <a href="http://www.ppb.moi.go.th/midev07/upload/cabinet.pdf">แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง”</a> ซึ่งมีขึ้นหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อให้เป็นแม่แบบแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ทั่วประเทศ ผลจากแผนดังกล่าวก่อให้เกิดการขยายสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศเป็น 96 สถานีใน 65 จังหวัด การบังคับใช้น้ำมัน Euro 5 (1 ม.ค. 67) การปรับค่ามาตรฐานฝุ่นใหม่ให้เข้มข้นขึ้น (รายปีไม่เกิน 15 มคก./ลบ.ม.) และมีระบบ Single Command สำหรับสั่งการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ถึงอย่างนั้นปัญหา PM2.5 ก็ยังคงไม่ทุเลาลง และยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น จนต่อมารัฐบาลใหม่ก็ได้ออกแผนฝุ่นแห่งชาติฉบับที่ 2 ซึ่งก็คือ <a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/407859">แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ &#8220;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&#8221; ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568-2570</a> โดยในแต่ละปีก็จะมีการกำหนดเกณฑ์เป้าหมายเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ลงให้ได้</p>



<p>Rocket Media Lab จึงชวนมาตรวจการบ้านภาครัฐในปี 2568 จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ใน <a href="https://www.pcd.go.th/airandsound/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2568/?fbclid=IwY2xjawIpNz1leHRuA2FlbQIxMAABHUZvL84gDfB8yMFnAY1QN0hPCOCZa3fsJFnkgOZUQsW6Q4sWCF4oauweZg_aem_Y1nHJLTp6zbj4dwd73TOMQ">มาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568</a> ว่าภาครัฐประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ในประเด็นใดบ้าง&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="748" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-748x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7141" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-748x1024.jpg 748w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-219x300.jpg 219w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-768x1051.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-1122x1536.jpg 1122w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-1496x2048.jpg 1496w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-scaled.jpg 1870w" sizes="(max-width: 748px) 100vw, 748px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่ป่าลดการเผาไหม้ลงจากปี 2567 ทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดกาญจนบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องลดลง 25%</h3>



<p>จากข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ (burnt scar) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ระหว่างเดือน ม.ค.-พ.ค. 2567 และ ม.ค.-พ.ค. 2568 พบว่าปี 2567 ในพื้นที่ 17 จังหวัดในภาคเหนือ มีการเผาป่า 2,292,112 ไร่ ส่วนปี 2568 เกิดการเผา 5,777,474 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น 3,485,362 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 152.06% จึงถือว่าเป้าหมายในส่วนนี้ไม่ประสบความสำเร็จ</p>



<p>ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีที่นับเป็นพื้นที่เป้าหมายใหม่ในมาตรการ พบว่าปี 2567 มีการเผาป่า 271,238 ไร่ ส่วนปี 2568 มีจำนวน 333,826 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น 62,588 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 23% จึงถือว่าเป้าหมายในส่วนนี้ไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งไว้</p>



<p>ส่วนพื้นที่ระดับภาคอย่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องลดพื้นที่เผาในป่า ลง 25% นั้นพบว่าปี 2567 มีพื้นที่เผาป่า 550,849 ไร่ ส่วนปี 2568 มีจำนวน 770,172 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น 219,323 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 40% จึงถือว่าเป้าหมายในส่วนนี้ไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งไว้</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายลดการเผาในพื้นที่ป่า 17 จังหวัดภาคเหนือ ทั้งตอนล่างและตอนบน จังหวัดกาญจนบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลงให้ได้ 25% จึงไม่บรรลุผลในทุกระดับพื้นที่&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เกษตร เป้าหมายแบ่งเป็น ลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผานาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดลง 20% ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ลดลง 30% ภาคกลางลดลง 10% และภาคตะวันตกลดลง 15% และในส่วน KPI เฉพาะกลุ่มพืชเป้าหมาย ทั่วประเทศแบ่งเป็น นาข้าว ลดลง 30% ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลดลง 10% อ้อยโรงงาน ลดลง 15%</h3>



<p>เมื่อตรวจสอบการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ต้องลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผานาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลง 20% นั้น พบว่าปี 2567 นั้นมีพื้นที่การเผา 4,209,711 ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 2,024,402 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมลดลง 2,185,309 ไร่ หรือคิดเป็นลดลง 51.91% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568&nbsp;</p>



<p>ขณะที่พื้นที่ภาคเหนือ ต้องลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผานาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลง 30% ก็พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 3,895,749 ไร่ ขณะที่ปี 2568&nbsp; มีการเผา 2,073,665 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมลดลง 1,822,084 ไร่ หรือลดลง 46.77% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568 เช่นกัน&nbsp;</p>



<p>ส่วนพื้นที่ภาคกลาง ต้องลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผานาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลง 10% พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 3,505,195 ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 2,673,979 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมลดลง 831,216 ไร่ หรือลดลง 23.71% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568&nbsp;</p>



<p>ภาคตะวันตก ต้องลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผานาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลง 15% พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 902,195 ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 201,147 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมลดลง 701,048&nbsp; ไร่ หรือคิดเป็น ลดลง 77.7% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568 เช่นกัน&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของตัวชี้วัดว่าด้วยพืชเป้าหมายทั่วประเทศ โดยมีมาตรการคือ ลดการเผาในนาข้าว ลง 30% พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 6,054,743 ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 3,079,895 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่นาข้าวลดลง 2,974,848 ไร่ หรือคิดเป็น ลดลง 49.13% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568 เช่นกัน&nbsp;</p>



<p>พืชกลุ่มเป้าหมายยังมีลดการเผาในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลง 10% พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 4,434,357&nbsp; ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 542,288 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลง 3,892,069 ไร่ หรือคิดเป็นลดลง 88.77% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568 ลดการเผาในอ้อยโรงงานลง 15% พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 49,965 ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 1,796,678 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น 1,746,713 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มถึง 3,496% ซึ่งถือว่าไม่บรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568 แต่หากพิจารณาข้อมูลอ้อยเผาเข้าหีบกลับพบว่า จากข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ชี้ว่าปริมาณอ้อยเข้าหีบปี <a href="https://sugarzone.in.th/production-report-closed-box/">2566/67</a> มีอ้อยเผาเข้าหีบ 24.3 ล้านตัน ในหีบปี 2567/68 มีอ้อยเผาเข้าหีบ 13.6 ล้านตัน จากข้อมูลจะพบว่าปริมาณอ้อยเผาเข้าหีบลดลงเรื่อยๆ สวนทางกับพื้นที่การเผา ดังนั้นเป้าหมายลดการเผาในพืชกลุ่มเป้าหมายนั้น จึงบรรลุผลเพียงในกลุ่มข้าวและข้าวโพดเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตามการลดการเผาในพื้นที่เกษตรบรรลุตามเป้าหมายนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการลดค่าเป้าหมาย จากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 50% เหลือเพียง 10-30% จึงทำให้บรรลุเป้าหมายได้ แต่หากยึดค่าเป้าหมาย เดิมซึ่งอยู่ที่ 50% จะพบว่ามีเพียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันตกที่จะบรรลุผล ส่วนกลุ่มพืชเป้าหมายก็จะมีเพียงข้าวโพดเท่านั้นที่จะบรรลุผล&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เมืองควบคุมการระบายฝุ่นในพื้นที่เมือง เน้นการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ 100%&nbsp;&nbsp;</h3>



<p>ไม่มีการวัดผล</p>



<h3 class="wp-block-heading">เปรียบเทียบเป้าหมายการแก้ปัญหาฝุ่น 3 ปี กับ KPI ที่ลดลงเรื่อยๆ&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7142" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="675" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-675x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7143" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-675x1024.jpg 675w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-198x300.jpg 198w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-768x1164.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-1013x1536.jpg 1013w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-1351x2048.jpg 1351w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-scaled.jpg 1689w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure>
</div>


<p>จากการสำรวจ KPI การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 2568 และ 2569 พบว่ามีการลดเพดานความเข้มงวดลง โดยเห็นได้ในส่วนของการเผาในพื้นที่ป่านั้นมีการกำหนด KPI จาก 50% ในปี 2567 เหลือเพียง 25% ในปี 2568 และในปี 2569 เหลือเพียง 10% เท่านั้น ขณะที่ภาคการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลับมีการลด KPI จาก 50% ในปี 2567 เหลือเพียง 30% ในปี 2568 และลดลงเหลือ 10% ในปี 2569 ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการปรับ KPI การเผาในพื้นที่เกษตรจาก 20% ในปี 2568 เหลือ 10% ในปี 2569 นอกจากนี้ในปี 2569 มีการเพิ่มเป้าหมายพื้นที่เกษตร โดยแยกเป็นกลุ่มพืชเป้าหมาย&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของค่าเฉลี่ยฝุ่นนั้นพบว่า ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งในปี 2567 เคยตั้งเป้าลดค่าเฉลี่ยฝุ่นไว้สูงถึง 40% แต่ในปี 2568 กลับถอยมาตั้งเป้าเพียง 15% และลดลงเหลือ 10% ในปี 2569 เช่นเดียวกับจำนวนวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐานที่เคยตั้งไว้ 30% ในปี 2567 ก็ถูกปรับลดลงเหลือเพียง 10% ในปี 2568 และลดลงเหลือ 5% ในปี 2569&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป้าหมายการลดค่าเฉลี่ยฝุ่นก็ลดลงจากเดิมที่ 20% ในปี 2567 เหลือเพียง 5% ในปี 2568 และคงที่ 5% ในปี 2569 โดยยังคงเป้าหมายจำนวนวันเกินมาตรฐานไว้ที่ 5% เท่าเดิมตลอดทั้ง 3 ปี สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็พบการปรับลดเป้าหมายค่าเฉลี่ยฝุ่นลงจาก 10% ในปี 2567 เหลือ 5% ในปี 2568 และคงไว้ที่ 5% ในปี 2569 ขณะที่จำนวนวันเกินมาตรฐานยังคงอยู่ที่ 5% ตลอดทั้ง 3 ปี และในพื้นที่ภาคกลางมีการปรับลดลงในทุกมิติคือเป้าหมายค่าเฉลี่ยฝุ่นลดจาก 10% ในปี 2567 เหลือ 5% ในปี 2568 และ 2569 ส่วนจำนวนวันเกินมาตรฐานก็ลดจาก 10% ในปี 2567 เหลือ 5% ในปี 2568 และ 2569 เช่นกัน</p>



<p>เมื่อพิจารณาข้อมูลสถิติเปรียบเทียบระหว่างปี 2567 และปี 2568 พบว่าค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ทั้งปีทุกภูมิภาคมีแนวโน้มลดลง เริ่มจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่ลดลงจาก 46 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในปี 2567 เหลือเพียง 33 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในปี 2568 คิดเป็นลดลง 28.26% ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดลงจาก 33 เหลือ 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือ 28.26%&nbsp; สำหรับ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่าเฉลี่ยลดลงจาก 37 เหลือ 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือลดลง18.92% ส่วนภาคกลางลดลงจาก 34 เหลือ 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 11.76% และภาคตะวันตก ลดลงจาก 41 เหลือ 33 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 19.51%</p>



<p>และหากพิจารณาจำนวนวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงจนเกินค่ามาตรฐานร่วมด้วย พบว่าใน 17 จังหวัดภาคเหนือ มีจำนวนวันฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานเพิ่มขึ้นจาก 129 วัน ในปี 2567 เป็น 163 วัน ในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นถึง 26.36% ทางด้าน กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีจำนวนวันฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานเพิ่มจาก 97 วัน เป็น 118 วัน หรือเพิ่มขึ้น 21.65% สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มขึ้นจาก 113 วัน เป็น 127 วัน คิดเป็น 12.39% และภาคกลาง เพิ่มขึ้นจาก 101 วัน เป็น 109 วัน หรือเพิ่มขึ้น 7.92% จากข้อมูลจะพบว่ามีเพียงภาคตะวันตกเพียงภูมิภาคเดียวที่สถานการณ์ดีขึ้นในทิศทางเดียวกันทั้งสองมิติ โดยจำนวนวันฝุ่นเกินมาตรฐานลดลงจาก 84 วัน เหลือ 73 วัน หรือลดลง 13.10%</p>



<p>ซึ่งหากพิจารณาจากข้อมูลทั้ง 2 ชุด จะพบว่าแม้ในภาพรวมค่าความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 จะลดลงและดูเหมือนจะเบาบางลง แต่ในความจริงแล้ว ประชาชนก็ยังต้องเผชิญกับจำนวนวันที่สภาพอากาศเป็นพิษยาวนานขึ้นกว่าปีก่อน และการที่ประสบความสำเร็จในเชิงตัวเลขก็เพราะเกิดจากการปรับลดค่าเป้าหมายในการวัดผล มากกว่าจะเป็นความสำเร็จจากการแก้ปัญหาจริง โดยหากใช้ KPI เดิม จะพบว่ามีเพียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้นที่บรรลุผลจาก KPI เดิมในส่วนของค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 แต่ถึงอย่างนั้นในส่วนของวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานก็ไม่บรรลุผลอยู่ดี&nbsp;&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ผ่าตัดแผนแก้ฝุ่นฉบับที่ 2 ของภาครัฐ อะไรเพิ่มมาบ้าง?</h3>



<p>แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 &#8211; 2570 และระยะ 5 ปีต่อไป จัดทำขึ้นเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้ครอบคลุมทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงสร้างของแผนใหม่นี้มีความแตกต่างจากเดิม ซึ่งระบุว่าแผนใหม่มุ่งเน้นการป้องกันและควบคุมการระบายมลพิษแบบเจาะจงรายพื้นที่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ได้แก่ มาตรการในพื้นที่เมือง พื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรกรรม ภาคมลพิษข้ามแดน และการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการยาแรงภาคเกษตร: เมื่อภาครัฐระบุว่าจะประกาศสงครามกับการเผา</h4>



<p>สำหรับพื้นที่เกษตรกรรมนั้น ในแผนแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ฉบับที่ 2 รัฐบาลได้เปลี่ยนจากการรณรงค์ขอความร่วมมือ มาสู่การใช้มาตรการเชิงรุกขั้นเด็ดขาดภายใต้คำว่า “ประกาศสงครามกับการเผาพื้นที่เกษตรกรรม” โดยระบุว่ามีใช้มาตรการตัดสิทธิเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรที่เผาในพื้นที่เกษตรกรรมจะไม่ได้รับสิทธิ หรืออาจถูกเพิกถอนสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก. และนิคมสหกรณ์ รวมถึงจะไม่ได้รับการจ่ายเงินช่วยเหลือตามโครงการต่างๆ ของภาครัฐอีกต่อไป</p>



<p>นอกจากบทลงโทษแล้ว แผนนี้ยังเน้นการจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยการนำระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) มาใช้ เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของผลผลิตทางการเกษตร สินค้าแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรว่าไม่ได้มาจากการเผา</p>



<p>ส่วนภาคธุรกิจจะถูกกระตุ้นให้รับซื้อผลผลิตจากแหล่งที่ปลอดการเผา และหลีกเลี่ยงการรับซื้อสินค้าเกษตรที่มาจากการเผาอย่างเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการเร่งรัดมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) สำหรับข้าวและอ้อยแบบไม่เผา รวมถึงมาตรฐาน PM2.5 Free Plus สำหรับกระบวนการผลิตข้าวโพดเมล็ดแห้งด้วย</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการเก็บเงินในภาคเมือง: โมเดล Low Emission Zone และ Congestion Charge&nbsp;</h4>



<p>ในภาคเมืองนั้น พบว่าปัญหาของฝุ่นมาจากการจราจรและการก่อสร้างดังนั้นในแผนฉบับใหม่นี้ จึงกำหนดให้จัดตั้งพื้นที่ควบคุมพิเศษ หรือ Low Emission Zone ซึ่งอาจนำไปสู่การจัดเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันตามขนาดและประเภทของยานพาหนะ หรือการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามประเภทรถยนต์</p>



<p>นอกจากนี้ยังพบว่า แผนนี้ระบุให้มีการกำหนดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถนนในพื้นที่การจราจรหนาแน่น (Congestion Charge) เพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการแก้ปัญหารถติดและลดปริมาณการปล่อยฝุ่นละออง PM2.5 ในเขตเมือง</p>



<h4 class="wp-block-heading">ยกระดับการจัดการฝุ่นข้ามแดน: ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy)&nbsp;</h4>



<p>มลพิษข้ามแดนถือเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ควบคุมได้ยาก แต่ในแผนใหม่นี้ได้มีการยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาคผ่านยุทธศาสตร์ฟ้าใส หรือ CLEAR Sky Strategy (ค.ศ. 2024-2030) ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการร่วมระหว่างประเทศไทย ลาว และเมียนมา อย่างที่เคยมีมาตลอด</p>



<p>มากไปกว่าความร่วมมือระดับรัฐ แผนนี้ยังใช้กลไกการค้าโดยส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคธุรกิจต้องดำเนินการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างรอบด้านทั้งในและนอกราชอาณาจักร เพื่อสร้างหลักประกันว่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในสายพานการผลิตของแต่ละประเทศ จะปราศจากการก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศข้ามแดน</p>



<h4 class="wp-block-heading">KPI ใหม่ที่หินกว่าเดิม: เปลี่ยนจาก Hotspot เป็น Burnt Scar</h4>



<p>ความน่าสนใจของแผนใหม่นี้ คือการปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดความสำเร็จ จากเดิมที่มีมาตรการควบคุมจุดความร้อน (Hotspot) มาเป็นการวัดพื้นที่เผาไหม้ (Burnt Scar) แทน ซึ่งมีการระบุสาเหตุที่ต้องเปลี่ยน เพราะข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียมมีข้อจำกัดในการตรวจจับ เนื่องจากเกษตรกรมีพฤติกรรมการเผาหลบดาวเทียม เช่น การเผาในเวลากลางคืน การเผาในช่วงเวลาสั้นๆ การเผาใต้แนวไม้ หรือการเผาในวันที่เมฆปกคลุม</p>



<p>ในขณะที่ข้อมูลร่องรอยพื้นที่เผาไหม้ (Burnt Scar) มีความแม่นยำสูงกว่า และยังช่วยชี้เป้าพื้นที่ที่มีการเผาซ้ำซากได้อีกด้วย ดังนั้นความน่าสนใจของแผนใหม่นี้คือการใช้มาตรวัดที่แม่นยำขึ้น และยังกำหนดให้พื้นที่เผาไหม้ (Burnt Scar) ต้องลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี</p>



<p>นอกจากนี้ในด้านสุขภาพ ยังมีการตั้งเกณฑ์ใหม่ที่เข้มงวดขึ้น โดยมีการกำหนดให้ค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง PM2.5 ราย 24 ชั่วโมง ต้องอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งอ้างอิงตามเกณฑ์ความปลอดภัยคือต้องมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่า 37.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p>แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติฯ ฉบับที่ 2 นี้ พบว่ามีการยกระดับการจัดการจากยุคของการขอความร่วมมือมาสู่ยุคของการบังคับใช้ด้วยมาตรการทางกฎหมาย อย่างไรก็ตามคำถามและความท้าทายที่รออยู่คือ รัฐบาลจะสามารถเปลี่ยนตัวหนังสือเหล่านี้ให้กลายเป็นการปฏิบัติจริงได้หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงแค่แผนฉบับใหม่ที่ใช้ KPI เดิมในการทำงานต่อไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">มาตรการใหม่ปี 2569 จากครม. มีอะไรบ้าง?</h3>



<p>ทั้งนี้พบว่ามาตรการใหม่ปี 2569 ที่<a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/475186">คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569</a> โดยแบ่งพื้นที่ปฏิบัติงานออกเป็นสามส่วนหลักคือพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และพื้นที่เมือง โดยในส่วนของพื้นที่ป่านั้นได้กำหนดเป้าหมายการลดการเผาทั่วประเทศรวมถึงกลุ่มป่าแปลงใหญ่ 14 กลุ่มป่า&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>พื้นที่ป่า โดยกำหนดเป้าหมายลดการเผาป่าทั่วประเทศ และป่าแปลงใหญ่ 14 กลุ่มป่า ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 </li>



<li>พื้นที่เกษตรภาพรวม ควบคุมพื้นที่เผาไหม้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 15 </li>



<li>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 </li>



<li>ภาคเหนือ 17 จังหวัด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 </li>



<li>ภาคกลาง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 </li>



<li>ภาคตะวันตก ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 </li>



<li>ภาคตะวันออก ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 </li>
</ul>



<p>นอกจากนี้นาข้าว มีเป้าหมายการเผาลดลงไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 ข้าวโพดและพืชไร่หมุนเวียนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 และอ้อยโรงงานไม่น้อยกว่า ร้อยละ 15&nbsp;</p>



<p>พื้นที่เมืองมีการควบคุมการระบายฝุ่นในพื้นที่เมือง โดยตั้งเป้าหมายให้ยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และสถานประกอบกิจการเป้าหมายปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ ร้อยละ 100</p>



<p>และมีการกำหนดเกณฑ์เรื่องกำหนดผลลัพธ์คุณภาพอากาศ โดยพบว่ามีการตั้งเป้าให้ลดลงจากปี 2568 ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>17 จังหวัด ภาคเหนือ เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 10 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>



<li>กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 5 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>



<li>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 5 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>



<li>ภาคกลาง เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 5 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>



<li>ภาคตะวันตก เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 10 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>



<li>ภาคตะวันออก เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 10 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>
</ul>



<p>รวมทั้งควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร และให้จัดหาเครื่องมือ/เครื่องจักรกลทางการเกษตรเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรทำการเกษตรแบบไม่เผา เช่น เครื่องเกี่ยวข้าว เครื่องไถกลบตอซัง และเครื่องอัดฟาง เป็นต้น โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ</p>



<p>ทั้งยังกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การบริหารการเผาในพื้นที่เกษตร (ประกอบด้วยช่วงเวลา จำนวนพื้นที่ เงื่อนไขการเผาการควบคุมดูแล) เพื่อให้แต่ละจังหวัดจัดเตรียมระบบ ขั้นตอนและผู้รับผิดชอบ รวมถึงประกาศให้เกษตรกรรับทราบโดยทั่วกัน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ปัญหาของอ้อย : พื้นที่เผาเพิ่มแต่อ้อยเผาเข้าหีบลด และราคาลด</h3>



<p>ส่วนนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอ้อยนั้น พบว่าปีหีบอ้อย 2568/2569 <a href="https://www.bangkokbiznews.com/economics/1220630">มติครม. เคาะราคาอ้อย-น้ำตาลทรายขั้นต้น ปี 68/69 ราคาเดียว 890 บาทต่อตันอ้อย</a> สาเหตุเพราะภาวะราคาน้ำตาลในตลาดโลกอ่อนตัวลง กล่าวคือ เมื่อมีคนขายมาก เลยต้องลดราคาลง ซึ่งระบบการคำนวณราคาอ้อยขั้นต้น เป็นการคำนวณราคาอ้อยอ้างอิงจากรายได้สุทธิของระบบอ้อยและน้ำตาลทราย เมื่อราคาขายน้ำตาลทรายและผลพลอยได้ในตลาดโลกลดลง รายได้รวมของระบบจึงลดลงตามไปด้วย</p>



<p>แต่ทั้งนี้ แม้ราคาอ้อยขั้นต้นจะลดลง แต่ก็ยังได้รับเงินส่งเสริมที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีลดฝุ่น PM 2.5 ในอัตรา 69 บาทต่อตัน (แต่เดิมได้ 100 บาท มาจากรัฐช่วย 69 บาท และกองทุน 31 บาท) แล้วก็ยังได้รับเงินเงินเพิ่มพิเศษจากโรงงาน โรงงานน้ำตาลส่วนใหญ่ยินดีจ่ายเงินเพิ่มให้อีก 40 บาทต่อตัน สำหรับชาวไร่ในบางเขตคำนวณราคา (เช่น เขต 1, 3, 6 และ 9) เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง&nbsp;</p>



<p>และพบว่าในฤดูการผลิตปี 2568/69 นี้ สอน. ได้วางแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลที่เก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดี ประกอบด้วยโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิต ฤดูการผลิต 2568/2569 โดยสนับสนุนให้แก่ชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดสะอาด 100% โครงการสนับสนุนเครื่องสาง-ตัด-กวาด-อัด-สับคลุก เพื่อการตัดอ้อยสดและมีโมเดลธุรกิจใหม่-คนละครึ่ง Farmer Plus รวมถึง “มาตรการแก้ไขปัญหาการเผาอ้อยและลดปัญหาฝุ่นมลพิษ PM 2.5 ฤดูการผลิตปี 2568/2569” และกำหนดให้โรงงานน้ำตาลรับอ้อยเผาเข้าหีบได้ไม่เกิน 20% ต่อวัน&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ที่น่ากังวลคืออุตสาหกรรมอ้อยที่ปีผลิต 2568/2569 มีการกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นเพียง 890 บาทต่อตันเนื่องจากสภาวะน้ำตาลล้นตลาดโลก ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว อีกทั้งเงินอุดหนุนการตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่นยังลดลงจากเดิม 100 บาทเหลือเพียง 69 บาทต่อตัน แม้จะมีความพยายามช่วยเหลือผ่านโครงการคนละครึ่งหรือการจำกัดการรับอ้อยเผาเข้าโรงงานไม่เกินร้อยละ 20 ต่อวัน&nbsp;</p>



<p>แต่เมื่อพิจารณาสถิติการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมระหว่างปี 2567 และ 2568 นั้นกลับพบความล้มเหลวจากตัวเลข เพราะพื้นที่เผาไหม้ในพื้นที่ปลูกอ้อยพุ่งสูงขึ้นจาก 49,965 ไร่ในปี 2567 เป็น 1,796,678 ไร่ในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นถึง 3,496% แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อพิจารณาจากตัวเลขอ้อยเผาเข้าหีบจะพบว่า ปริมาณอ้อยเข้าหีบปี 2566/67 มีอ้อยเผาเข้าหีบ 24.3 ล้านตัน ในหีบปี 2567/68 มีอ้อยเผาเข้าหีบ 13.6 ล้านตัน ส่วนอ้อย ปี 2568/69 พบว่ามีอ้อยเผาเข้าหีบปี 3.3 ล้านตัน โดยตัวเลขอ้อยเผาเข้าหีบที่ลดลงนั้นสวนทางกับพื้นที่การเผาที่สูงขึ้น ซึ่งการขยายตัวของการเผาที่มากกว่าสามสิบเท่าตัวท่ามกลางแรงจูงใจทางการเงินที่น้อยลงนี้ จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เป้าหมายการลดการเผาอ้อยลง 15% ในปี 2569 อาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง และส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิกฤตคุณภาพอากาศที่ประชาชนยังต้องเผชิญอยู่</p>



<h3 class="wp-block-heading">สรุป</h3>



<p>จากการวิเคราะห์สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่าภาพรวมยังคงไม่ประสบความสำเร็จตามตัวชี้วัด แม้จะมีการปรับลดเกณฑ์ KPI ให้ผ่อนปรนลงกว่าปี 2567 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในเชิงตัวเลขได้ง่ายขึ้น แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่าจำนวนวันที่อากาศเกินค่ามาตรฐานเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีวันฝุ่นพิษเพิ่มขึ้นถึง 26% และกรุงเทพมหานครที่เพิ่มขึ้นกว่า 21%</p>



<p>และเมื่อพิจารณาต่อไปยังมาตรการใหม่ปี 2569 จาก<a href="https://www.phetmuengthong.go.th/fileupload/2026-02-129822860485.pdf">มาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569</a> ก็พบว่ามาตรการเหล่านี้แทบไม่มีความแตกต่างในเชิงโครงสร้างจากแผนวาระฝุ่นแห่งชาติปี 2562 หรือแผนปี 2567 ที่ล้มเหลวมาแล้วในอดีต เพียงแต่มีการเพิ่มรายละเอียดรายพื้นที่ จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลว่ามาตรการในรูปแบบเดิมที่เน้นเพียงการตั้งตัวเลขและลด KPI ลง จะสามารถแก้ไขวิกฤตฝุ่นที่ฝังรากได้จริงหรือไม่&nbsp;</p>



<p>หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ้างอิงข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA </li>



<li>อ้างอิงมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2025 จากมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568 และปี 2569 โดยกรมควบคุมมลพิษ</li>
</ul>



<p>ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-kpi-pm25-2025">https://rocketmedialab.co/database-kpi-pm25-2025</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/">ตรวจการบ้าน : ภาครัฐแก้ปัญหาฝุ่นในปี 2568 ประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้มากน้อยแค่ไหน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>#DataDrivenPolicy เลือกตั้ง ’69 ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-datadrivenpolicy-election69-watermanagement/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Feb 2026 11:55:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[DataDrivenPolicy]]></category>
		<category><![CDATA[DataDrivenPolicyคำถามนี้นักการเมืองต้องตอบ]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=6778</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3604;&#3634;&#3623;&#3609;&#3660;&#3650;&#3627;&#3621 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-datadrivenpolicy-election69-watermanagement/">#DataDrivenPolicy เลือกตั้ง ’69 ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vSJUn6LgaT7ivn9Tx0tM23Y90yLamF9rucrqmOzhqV88UIZ8bMi_k7RLHrZ3jK8Rb65oeS5KbGk0X7Y/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p>ดาวน์โหลดข้อมูล<a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/18J0QiuivgiwnM5VrlJbL3tLgT3pmp8e5K_VbYiQ40w4/edit?usp=sharing" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ที่นี่</a><br>อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/datadrivenpolicy-election69-watermanagement/">#DataDrivenPolicy เลือกตั้ง ’69 ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-datadrivenpolicy-election69-watermanagement/">#DataDrivenPolicy เลือกตั้ง ’69 ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การจัดการและการชดเชยเยียวยาน้ำท่วม อ. บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban-datatbase/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Nov 2025 04:24:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[flood]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[บางบาล]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=6051</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621; &#3629;&#363 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban-datatbase/">การจัดการและการชดเชยเยียวยาน้ำท่วม อ. บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ข้อมูล อัตราการปล่อยน้ำสูงสุดจากเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา งบประมาณโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vT33CR8UsypclcsV5U-T5XvfYhNOiuC1ajLwiPsnudvVK4tYbumkE4RwpfdT-dBEe0g3_IfHzwvexeC/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vT33CR8UsypclcsV5U-T5XvfYhNOiuC1ajLwiPsnudvVK4tYbumkE4RwpfdT-dBEe0g3_IfHzwvexeC/pubhtml">ดาวน์โหลดข้อมูลที่นี่</a></p>



<p>อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban/">ท่วมไม่เหมือนกันแต่จ่ายเหมือนกัน : สำรวจปัญหาการจัดการและการชดเชยเยียวยาน้ำท่วม อ. บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban-datatbase/">การจัดการและการชดเชยเยียวยาน้ำท่วม อ. บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท่วมไม่เหมือนกันแต่จ่ายเหมือนกัน : สำรวจปัญหาการจัดการและการชดเชยเยียวยาน้ำท่วม อ. บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Nov 2025 04:10:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[บางบาล]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=6036</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3651;&#3609;&#3594;&#3656;&#3623;&#3591;&#3652;&#3617 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban/">ท่วมไม่เหมือนกันแต่จ่ายเหมือนกัน : สำรวจปัญหาการจัดการและการชดเชยเยียวยาน้ำท่วม อ. บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>พื้นที่อำเภอบางบาลถูกกำหนดเป็นพื้นที่รับน้ำนองในปีที่มีปริมาณน้ำมากจนอาจเกิดอุทกภัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และเป็นที่ตั้งของโครงการขุดคลองระบายน้ำบางบาล-บางไทร ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ วงเงินงบประมาณอยู่ที่ 25,400 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี (2562-2569)</li>



<li>การผันน้ำเข้าทุ่งบางบาลทำให้ปฏิทินการทำนาเปลี่ยนไป ตั้งแต่ปี 2560 ต้องเปลี่ยนมาเป็นระบบการปลูกข้าวเหลื่อมเวลา เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก และเพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนกำหนดการเป็นพื้นที่รับการระบายน้ำ</li>



<li>จากสถิติน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอบางบาล พบว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีน้ำท่วมติดต่อกันหลายเดือน โดยปี 2565 และ 2567 ท่วมนานถึง 5 เดือน</li>



<li>จนถึงปัจจุบัน ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำบางบาลไม่ได้รับการชดเชยจากการที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเป็นพื้นที่รับน้ำแทนกรุงเทพฯ และปริมณฑลเกือบทุกปี ส่วนเงินที่ได้รับเป็นความช่วยเหลือสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ ซึ่งหมายถึงผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จะมีการพิจารณาอนุมัติเป็นครั้งคราว</li>



<li>ไทยมีกฎกระทรวง 2 ฉบับให้ประชาชนได้รับชดเชยเมื่อรัฐใช้ที่ดิน-สิ่งก่อสร้างแก้น้ำท่วม คือ 1) กฎกระทรวงค่าชดเชยความเสียหายจากการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม พ.ศ. 2564 2) กฎกระทรวงค่าทดแทนและค่าชดเชยความเสียหายจากการใช้ที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้งและภาวะน้ำท่วม พ.ศ. 2564</li>
</ul>



<p>ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ บางบาล อำเภอหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถูกกล่าวถึงในช่วงสิงหาคมถึงพฤศจิกายนทุกปี จากการที่เป็น ‘ทุ่งรับน้ำ’ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในปี 2568 นี้ก็เช่นกัน ปีนี้พื้นที่อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเผชิญกับน้ำท่วมขัง ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม โดย<a href="https://gcc.go.th/2025/08/19/%E0%B8%9B%E0%B8%A0-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99-10-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2-6/">กรมชลประทานแจ้ง</a>ว่า เนื่องจากจะเพิ่มอัตราการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 1,200 – 1,500 ลบ.ม./วินาที จนถึงวันที่ 22 ตุลาคม 2568 หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมสูง 2-3 เมตร เพจ <a href="https://www.facebook.com/khaoAyutthaya/posts/pfbid0iU2LXnstNxvdkmiek6QbuFDyLXFXYbuxzoWCASuJmw8s8YiU97LhTYFVKxeWr8zgl?__cft__[0]=AZUFsFK9CAnqADpKcUdPCwmvH4MravhocfAYL8KO3OFMrbHpawFkFwHMfCPMOH5zC_LUYrcl-iEYislx-vR56pphVtr2adszgUqwkwe3yEuP6LslRCdWINIHADltyNHsR1hDA0EAFZYe2P3992Ht0UvIrqvMsNpUETxaQs8Z3FGXUg&amp;__tn__=%2CO%2CP-R">ข่าวอยุธยา </a>รายงานสถานการณ์ว่า บ้านเรือนของชาวบ้านริมสองแม่น้ำเจ้าพระยายังถูกน้ำท่วมสูง 2-3 เมตร บางพื้นที่ถูกน้ำท่วมนานกว่า 2-3 เดือนแล้ว ในพื้นที่อำเภอบางบาล ระดับน้ำในคลองบางบาล สูงกว่าตลิ่ง 0.30 เมตร และระดับน้ำคลองบางหลวง สูงกว่าตลิ่ง 2.42 เมตร</p>



<p>แม้คนนอกพื้นที่จะเข้าใจว่า น้ำท่วมเป็นเรื่องปกติของพื้นที่แถบนี้ ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ แต่สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบเช่น เพจ อยุธยา-Ayutthaya Station ซึ่งเป็นเพจสื่อสารข้อมูลภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโพสต์ข้อความว่า “อยุธยามันไม่ควรเป็นพื้นที่รับน้ำจังหวัดเดียว มันควรมีการแก้ปัญหาร่วมกัน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงท้ายน้ำ อย่าปล่อยให้อยุธยาท่วม ปีละ 3-4 เดือน ใช้ชีวิตครึ่งบกครึ่งน้ำแบบนี้#คนอยุธยาคือคนเหมือนกันค่ะ น้ำลงเงิน 9000 ซ่อมบ้านไม่พอค่ะ ช่วยปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการน้ำ ที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตร และปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ต้องยัดคำว่า #เพื่อประชาชนไปด้วย พวกเราไม่ได้อยากรับน้ำ แต่เพราะเราไม่มีทางเลือกและถูกยัดเยียดให้รับน้ำค่ะ คำพูด-ทฤษฎี มากมายความหมาย = ทำอะไรไม่ได้เลย แบบนี้เรายังควรมีคำว่า #บริหารจัดการน้ำอยู่อีกไหมคะ ??? ช่วยพวกเราด้วยค่ะ ท่วม 3 เดือนแล้ว”</p>



<p>Rocket Media Lab สำรวจที่มาที่ไปของการกลายเป็น ‘ทุ่งรับน้ำ’ ของบางบาล ไปจนถึงการเกิดขึ้นของโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ภายใต้แผนบริหารจัดการน้ำ ที่ชาวบางบาลต้องแบกรับน้ำแทนกรุงเทพฯ และพื้นที่เศรษฐกิจอื่นๆ รวมถึง การชดเชยและช่วยเหลือจากภาครัฐ ในฐานะที่เป็นผู้เสียสละด้วยความจำยอม</p>



<h3 class="wp-block-heading">บางบาลไม่ได้ท่วมเพราะภัยพิบัติ แต่เป็นผลจากการบริหารจัดการน้ำ</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6038" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>ในอดีตบางบาลเผชิญกับ<a href="https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jsbs/article/download/277155/185939/1245526">น้ำท่วมครั้งใหญ่หลายครั้ง</a> ได้แก่ ปี 2521, 2526, 2531, 2535, 2538, 2545, 2549, 2553 และ 2554&nbsp; เนื่องจากมีสภาพเป็นที่ราบน้ำท่วมถึง แต่การประกาศแผนการใช้พื้นที่เกษตรกรรมรับน้ำนองหรือกำหนดพื้นที่แก้มลิงในบริเวณเจ้าพระยาตอนบนและเจ้าพระยาตอนล่าง ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 10 มกราคม 2555 หลังจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ทำให้บางบาลถูกกำหนดให้เป็นทุ่งรับน้ำอย่างเป็นทางการ</p>



<p><a href="https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2023/TU_2023_6124300077_19469_29253.pdf">ความคิดที่ใช้บางบาลเป็นพื้นที่รับน้ำ</a>สามารถย้อนกลับไปได้ถึงปี 2538 ซึ่งเกิดน้ำท่วมใหญ่หลายจังหวัดของลุ่มเจ้าพระยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้มีพระราชดำรัสแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางในการป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ โดยการใช้แก้มลิง (monkey cheek) รับน้ำเป็นครั้งแรก จากนั้นรัฐบาลไทยได้ร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) ศึกษาแผนแม่บทเพื่อการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มเจ้าพระยา ในช่วงปีพ.ศ. 2539-2542 ของกรมชลประทาน โดยเนื้อหาหลักแผนแม่บทดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นอย่างสอดคล้องกับแนวคิดโครงการแก้มลิงของในหลวงรัชกาลที่ 9</p>



<p>จนปี 2550 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)&nbsp; สนับสนุน ‘โครงการนำร่องการบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่การเกษตรเป็นพื้นที่รับน้ำนองเพื่อการบรรเทาอุทกภัยขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ของพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตามแนวพระราชดำริ แก้มลิงพื้นที่บางบาล 1’ โครงการนี้ศึกษาและพัฒนาพื้นที่ลุ่มต่ำบางบาลเพื่อพัฒนาพื้นที่แก้มลิงรับน้ำนองบรรเทาอุทกภัยแก่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งจะถูกน้าไปใช้เป็นตัวแบบทุ่งรับน้ำอื่นๆ ต่อ โดยให้พื้นที่เกษตรกรรมมาเป็นพื้นที่กักเก็บยอดน้ำหลาก เพื่อลดระดับความรุนแรงของน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนตามแนวริมน้ำเจ้าพระยา</p>



<p>ในการศึกษากำหนดให้ พื้นที่แก้มลิงบางบาลตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ในเขตพื้นที่ปกครองของ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.อ่างทอง พื้นที่ประมาณ 55.507 ตร.กม. หรือ 34,691.94 ไร่ โดยมีขอบเขตด้านทิศเหนือติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองโผงเผง ทิศใต้ติดกับคลองบางหลวงและคลองมโนราห์ ทิศตะวันออกติดคลองบางบาล และทิศตะวันตกติดกับคลองบางบาลและแม่น้ำน้อย เป้าหมายของการมีพื้นที่รับน้ำก็เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้พื้นที่เกษตรกรรมมาเป็นพื้นที่กักเก็บยอดน้ำหลาก เพื่อลดระดับความรุนแรงของน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนตามแนวริมน้ำเจ้าพระยา ผู้จัดทำโครงการมีความเห็นว่า การนำพื้นที่เกษตรกรรมมาใช้บรรเทาอุทกภัยจะช่วยให้ระดับน้ำหลากตามแนวริมทางน้ำสายหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยามีระดับลดลงประมาณ 1 ถึง 2 เมตร จนสามารถลดความเสียหายที่ต่อชุมชนที่ตั้งอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้มีประสิทธิภาพ จาก<a href="http://kmcenter.rid.go.th/kmc10/data/safty/bangban.pdf">ผลการศึกษาความเหมาะสม</a>พบว่า การผันน้ำเข้ามาเก็บไว้แก้มลิงบางบาลระดับความลึก 3 เมตรเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด โดยจะจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 37.21 ล้านบาทต่อปี</p>



<p>หลังวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ 2554 รัฐบาลออกแผนปฏิบัติการบริหารจัดการน้ำตามยุทธศาสตร์น้ำ 3.5 แสนล้านบาทซึ่งมีการกำหนดกรอบแนวคิดการบริหารจัดการน้ำ แบ่งพื้นที่ดำเนินการหลัก เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 6 แผนงาน และแผนงานลุ่มน้ำอื่นอีก 4 แผนงาน แม้จะถูกยกเลิกหลังการรัฐประหารของ คสช. 2557 ในปี 2555 ทุ่งบางบาลกลายเป็นพื้นที่รับน้ำแก้มลิงอย่างเป็นทางการตามมติคณะรัฐมนตรี 10 มกราคม 2555 ที่กำหนดพื้นที่แก้มลิงในบริเวณเจ้าพระยาตอนบนและเจ้าพระยาตอนล่าง จากนั้นในปี 2559 กรมชลประทานได้นำเสนอแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างและนำข้อเสนอขององค์กรไจก้ามาปรับปรุงจนออกมาเป็น 9 แผนงาน หนึ่งในนั้นคือ แผนงานคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ประกอบด้วย งานขุดคลองระบายน้ำหลากพร้อมอาคารประกอบ ระยะทาง 22 กม. โดยกรมชลประทาน กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท</p>



<p>ทั้งนี้ระหว่างปี 2555 ถึง 2560 จังหวัดพระนครศรีอยุธยากลายเป็นพื้นที่เป้าหมายของแผนบรรเทาอุทกภัย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/5-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6044" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/5-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/5-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/5-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/5-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/5-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/5-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างเกือบทุกแผนงาน <a href="https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2023/TU_2023_6124300077_19469_29253.pdf">พื้นที่อำเภอบางบาลถูกกำหนดเป็นพื้นที่รองรับ 2 แผนงานหลั</a>ก คือ แผนงานพื้นที่รับน้ำนอง ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างสำหรับบรรเทาอุทกภัยขนาดกลางและขนาดใหญ่ 12 ทุ่ง ในปีที่มีปริมาณน้ำมากจนอาจเกิดอุทกภัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และแผนงานขุดคลองระบายน้ำบางบาล-บางไทร ที่เป็นการใช้มาตรการสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ การศึกษาทบทวนความเหมาะสมของโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล–บางไทรดำเนินการเสร็จในปี 2559 ด้วยเหตุผลว่า เพื่อแก้ปัญหาการไหลไม่สะดวกของน้ำในบริเวณอำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา ซึ่งลำน้ำมีลักษณะคดเคี้ยวเป็นคอขวดทำให้น้ำที่ไหลผ่านจากเขื่อนเจ้าพระยาที่มีปริมาณการไหล 2,800 ลบ.ม./วินาที ชะลอตัวไหลระบายได้ช้าลงเพียง 1,200 ลบ.ม./วินาที จึงต้องสร้างเส้นทางระบายน้ำเพิ่มอีกเส้น โดยการขุดคลองบางบาล-บางไทรให้ไหลระบายตัดตรงจากทิศเหนือลงใต้จากอำเภอบางบาลไปยังอำเภอบางไทร ซึ่งจะช่วยให้น้ำไหลเพิ่มได้อีก 1,200 ลบ.ม&nbsp; และเมื่อปรับปรุงการไหลระบายของแม่น้ำป่าสักด้วยแล้วจะเพียงพอที่จะรองรับน้ำปริมาณ 2,800 ลบ.ม./วินาทีที่ไหลจากเขื่อนเจ้าพระยาได้เพียงพอ</p>



<p>นอกจากนี้ ในพื้นที่แก้มลิงทุ่งรับน้ำนองยังมีการปรับปรุงถนนคันกั้นน้ำรอบทุ่งบางบาลที่มีความกว้างเกือบ 30,000 ไร่ ให้สูงขึ้น โดยจะทำให้สูงกว่าน้ำท่วมสูงสุดในแต่ละปี ผลที่ตามมาก็คือ คันกั้นน้ำนี้อยู่ในระดับสูงกว่าบ้านเรือนในชุมชนตามริมน้ำ จนทำให้พื้นที่ตามแนวคันกั้นน้ำถูกแยกเป็นสองฝั่งคือ ฝั่งในคันกั้นน้ำ กับฝั่งนอกคันกั้นน้ำ ทั้งสองฝั่งมีผู้อยู่อาศัยหลายร้อยหลังคาเรือน</p>



<p>น้ำท่วมปี 2560 เป็นปีแรกที่มีการใช้มาตรการทุ่งรับน้ำนอง 12 ทุ่งในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างของกรมชลประทานเป็นครั้งแรก ระดับน้ำท่วมสูงจนเกือบเท่าปี 2554 <a href="https://www.thairath.co.th/scoop/1116327">ชาวบางบาลเผชิญกับน้ำท่วมถึง 6 ครั้ง</a>ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ถึงธันวาคม มวลน้ำอยู่ยาวนานถึง 5 เดือน นายชูเกียรติ บุญมี นายกเทศมนตรีเทศบาล ตำบลบางบาล กล่าวว่า สถานการณ์ในปีนี้แย่กว่าปี 2554 ทั้งที่เมื่อเปรียบเทียบอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่บางบาลก็พบว่า อัตราการปล่อยน้ำสูงสุดอยู่ที่ 2,697 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนปี 2554 อยู่ที่ 3,721 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่<a href="https://tiwrmdev.hii.or.th/current/2017/floodOct2017/floodOct2017.html%E0%B8%AD">พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา </a>นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณเกษตรกรที่อยู่ในทุ่งรับน้ำว่า “เรื่องสำคัญคือการแก้ปัญหาภาพรวมทั้งระบบ การบริหารจัดการน้ำเป็นเรื่องของการเก็บกักน้ำ ทำแก้มลิง ที่เกี่ยวพันกับการเพาะปลูกที่เหมาะสม เก็บเกี่ยวกันฤดูน้ำหลาก ขอบคุณเกษตรกรทำให้ 12 ทุ่งภาคกลาง รองรับได้เป็นแก้มลิงได้ ก็อาจจะมีท่วมบ้างในบางพื้นที่ที่มันเอ่อล้น ก็เป็นน้ำสะสมตั้งแต่กลาง ใต้ ในหลายระดับ พยายามทำให้เดือดร้อนน้อยที่สุด เมื่อเก็บกักไม่ไหว เดี๋ยวมีน้ำมาอีก ก็ต้องมีการปล่อยบ้าง อย่างไรก็ตามพื้นที่นอกคันกั้นน้ำได้รับผลกระทบ หรือบางพื้นที่ท่วมคันกั้นน้ำ รัฐบาลก็มีมาตรการดูแลเยียวยา” ในปีนี้มีการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย <a href="https://www.js100.com/th/site/news/view/53834">ครัวเรือนละ 3,000 บาท </a>ตามมติคณะรัฐมนตรี</p>



<p>บางบาลเผชิญกับการผันน้ำเข้าทุ่งอย่างต่อเนื่องทุกปีเมื่อลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำมาก เริ่มจากปี <a href="https://www.matichon.co.th/region/news_2988277">2564</a> ซึ่งเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำสูงสุด 2,779 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งมากกว่าปี 2560 ทำให้ <a href="https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_6694953">ระดับน้ำในพื้นที่บางบาลสูงมากกว่า 2 เมตร</a> หลายบ้านที่ยกบ้านสูงขึ้นจากระดับน้ำท่วมในปี 2554 พบว่า ระดับน้ำสูงกว่า 10 ปีก่อน ถึง 1 เมตร ต่อมาปี 2565 ซึ่งมีปริมาณน้ำมากกว่าปี 2564 เขื่อนเจ้าพระยามีอัตราระบายสูงสุดถึง 3,180 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จนถึงปี 2568 ที่อัตราการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาสูงสุดที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่<a href="https://water.rid.go.th/flood/Download/area_warning/area_flood2560.pdf">กรุงเทพฯ และปริมณฑล</a>ไม่เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย เว้นแต่ชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและอยู่นอกคันกั้นน้ำที่ประสบภัยน้ำท่วม</p>



<p>จะเห็นได้ว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ แม้ว่าอัตราการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาจะน้อยกว่าปี 2554 แต่ระดับน้ำท่วมที่ชาวบางบาลต้องเผชิญแทบไม่แตกต่างกันเลย การถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่รับน้ำทำให้ชาวบางบาลต้องอยู่กับน้ำท่วม ที่สูงกว่าและนานกว่าก่อนหน้านี้ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมาจากการบริหารจัดการน้ำที่รัฐตั้งใจให้พื้นที่อื่นๆ ที่ถูกจัดเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น ในเขตนิคมอุตสาหกรรมและเขตเมืองของจังหวัดอยุธยา และกรุงเทพฯ แห้งกว่า ทั้งที่ก็เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำเช่นเดียวกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">คนบางบาลต้องทนกับน้ำท่วมนานแค่ไหน</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6063" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p><em>*หมายเหตุ ปี 2568 ข้อมูลอัตราการระบายน้ำสูงสุดของเขื่อนเจ้าพระยา ณ วันที่ 6 พ.ย. 2568 ต่อมากรมชลประทาน ทยอยปรับเพิ่มการระบาย โดยวันที่ 8 พ.ย. 2568 เป็น 2,750 ลบ.ม.ต่อวินาที และ 9 พ.ย. เป็น 2,800 ลบ.ม./วินาที</em></p>



<p>ก่อนหน้าที่บางบาลจะถูกใช้เป็นพื้นที่รับน้ำ โดยปกติน้ำท่วมที่อำเภอบางบาล ทั้ง 16 ตำบล จะอยู่ระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคมของทุกปี <a href="https://waymagazine.org/the-story-of-bangbarn02/">ระดับน้ำเฉลี่ย 30-40 เซนติเมตร</a> โดยน้ำจะค้างทุ่งประมาณ 10-15 วัน ก่อนจะลดลง แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2565 ถึง 2567&nbsp; ทุกตำบลในอำเภอบางบาลเป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมนานกว่าในอดีตมาก</p>



<p>จากสถิติน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอบางบาล คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ พบว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีน้ำท่วมติดต่อกันหลายเดือน โดยปี 2565 และ 2567 ท่วมนานถึง 5 เดือน</p>



<p>ปี 2565 ระยะเวลา 5 เดือน สิงหาคม-ธันวาคม พื้นที่น้ำท่วม 58,223.51 ไร่<br>ปี 2566 ระยะเวลา 3 เดือน กันยายน-พฤศจิกายน พื้นที่น้ำท่วม 34,022.55 ไร่<br>ปี 2567 ระยะเวลา 5 เดือน สิงหาคม-ธันวาคม พื้นที่น้ำท่วม 39,149.38 ไร่</p>



<p>ส่วนน้ำท่วมในปี 2568 ที่ท่วมมากว่า 3 เดือนแล้ว ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม จนถึง 4 พฤศจิกายน ประชาชนในบางบาลยังคงเผชิญกับระดับน้ำท่วมสูง ตัวอย่างเช่น <a href="https://www.matichon.co.th/region/news_5426768">ชุมชนหมู่ที่ 5</a> ตำบล บ้านกุ่ม อำเภอบางบาล ที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำท่วมสูง 2-3 เมตร ถนนภายในชุมชนถูกน้ำท่วมทั้งหมด ชาวบ้านคนหนึ่งเปิดเผยว่า น้ำท่วมในพื้นที่กินเวลานานกว่า 2–3 เดือนแล้ว ระดับน้ำบางช่วงสูงจนมิดหัว แม้จะมีหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาแจกถุงยังชีพบ้าง แต่การเข้าออกยังคงลำบาก ตนเองอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยผันน้ำไปทางอื่นบ้าง แบ่งๆ กันไป จะได้ไม่หนักที่เดียวแบบนี้</p>



<p>น้ำที่ท่วมขังเป็นระยะเวลานานและระดับน้ำท่วมที่สูงขึ้นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวนาและชาวสวน การผันน้ำเข้าทุ่งบางบาลทำให้ปฏิทินการทำนาเปลี่ยนไป <a href="https://bangban.go.th/public/list_upload/backend/list_297/files_default_581_1.pdf">ตั้งแต่ปี 2560 จังหวัดพระนครศรีอยุธยาออกประกาศ</a> เปลี่ยนระบบการปลูกข้าวเหลื่อมเวลา เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก และเพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนกำหนดการเป็นพื้นที่รับการระบายน้ำ ซึ่งเป็น “ระยะเวลาปล่อยน้ำเข้านา เอาปลาเข้าทุ่ง” ในพื้นที่ทุ่งรับการระบายน้ำจำนวน 7 ทุ่ง โดยระบบการปลูกข้าวเหลื่อมเวลาดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การทำนารอบที่ 2/2560 หรือรอบนาปรัง ให้ชาวนาปลูกข้าวช่วงวันที่ 1-31 ธันวาคม 2560 และเก็บเกี่ยวช่วงวันที่ 15 มีนาคม-15 เมษายน 2561</li>



<li>การทำนารอบที่ 1/2561 หรือรอบนาปี ให้ชาวนาปลูกข้าวช่วงวันที่ 16 เมษายน 2561- 20 พฤษภาคม 2561 (พื้นที่ที่เริ่มปลูกวันที่ 16 เมษายนคือ พื้นที่ริมตลิ่ง นอกคันกั้นน้ำ ใกล้แหล่งน้ำ ส่วนพื้นที่อื่นๆ ที่ใช้เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรับการระบายน้ำ เริ่มปลูกวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป) เก็บเกี่ยวช่วงวันที่ 1 สิงหาคม &#8211; 15 กันยายน</li>
</ul>



<p>ทางการจะเริ่มปล่อยน้ำเข้านา เอาปลาเข้าทุ่ง ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2561 จนถึง 30 พฤศจิกายน 2561 โดยสำนักงานประมงของจังหวัดจะจัดหาพันธุ์ปลาโตเร็ว</p>



<p>นอกจากนี้ยังต้องเลือกพันธุ์ข้าวตามกำหนดการปล่อยน้ำ โดยต้องเลือกพันธุ์ข้าวที่มีอายุปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว 110-120 วัน</p>



<p>กำหนดการปล่อยน้ำเข้าพื้นที่นาส่งผลต่อวิถีการทำนา <a href="https://prachatai.com/journal/2025/08/114410">เครือข่ายชาวนาภาคกลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา </a>ตั้งคำถามต่อมาตรการนี้ว่า ชาวนาที่พื้นที่นากลายเป็นทุ่งรับน้ำ มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้หรือไม่ ชาวนาซึ่งเช่าที่ทำนาต้องจ่ายค่าเช่าทั้งปี แต่ใช้ทำนาจริงได้แค่ 200 วัน วันที่เหลือของปีกลายเป็นทุ่งรับน้ำ และมีคำถามว่าชาวนาในเขตนอกคันกั้นน้ำเหล่านี้เต็มใจหรือไม่ และมีค่าชดเชยให้กับการเป็นทุ่งรับน้ำหรือไม่ เมื่อกรมชลประทานผันน้ำเข้าทุ่งตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน หลังน้ำลดจึงจะได้ทำนาปรัง เกี่ยวข้าวหลังจากเดือนเมษายน ซึ่งหลังจากนี้แทบไม่มีเวลาทำนาปี เพราะไม่สามารถกำจัดวัชพืชด้วยการเผาตอซังข้าวได้ การใช้วิธีอื่นต้องใช้เวลานานเกิน 1 เดือน ส่งผลให้ทำนาปีไม่ทันช่วงเวลาผันน้ำท่วมทุ่ง ขณะที่ฐิติวัฒน์ กลีบมาลัย ตัวแทนกล่าวว่า “ที่ผ่านมาชาวนารับน้ำแทนพื้นที่กรุงเทพฯ แต่พอน้ำลด ชาวนากลับไม่ได้ใช้น้ำทำนา เพราะต้องเผื่อเอาน้ำไปทำน้ำประปาให้คนในเมืองก่อน แล้วเดี๋ยวต้องเอาน้ำไปดันน้ำทะเลหนุนสูง แล้วก็มีคำสั่งให้ชาวนาต้องชะลอทำนาไปก่อน กว่าจะทำนาได้ต้องรอน้ำทะเลหยุดหนุน” ชาวนาต้องประสบปัญหาเช่นนี้ทุกปี โดยที่ไม่มีมาตรการใดๆ จากภาครัฐ</p>



<p>นอกจากนี้ การปรับช่วงเวลาการปลูกพืชผลทางการเกษตรเพื่อให้เก็บเกี่ยวก่อนจะมีการผันน้ำเข้ามา ซึ่งใช้ช่วงเวลาการปลูกข้าวเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตามในพื้นที่ อ. บางบาล ไม่ได้มีแค่การปลูกข้าวเท่านั้น ยังมีการปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งมีระยะเวลาในการปลูกและเก็บเกี่ยวไม่เท่ากันกับข้าว จึงทำให้ยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนที่จะมีการผันน้ำเข้ามาได้ นอกจากนี้พืชเศรษฐกิจบางชนิดยังเป็นพืชยืนต้น ที่แม้จะมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนจะมีการผันน้ำเข้ามา แต่ต้นก็ยังได้รับความเสียหายจากการถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน โดยอ.บางบาลยังมีการปลูกพืชอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผลหรือไม้ยืนต้น ซึ่งไม่สามารถปรับเปลี่ยนเวลาเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวได้เช่นเดียวกับข้าว การกลายเป็นพื้นที่รับน้ำทำให้พื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหาย ตัวอย่างเช่น<a href="https://www.thairath.co.th/news/local/central/2204206"> สวนกล้วยหอม </a>&nbsp;ซึ่งในปี 2564 พื้นที่ปลูกกล้วยหอมที่อยู่บริเวณคลองบางบาลถูกน้ำท่วมเสียหายหลายพันต้น</p>



<p>เมื่อพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องพบว่า การกำหนดทุ่งบางบาลเป็นพื้นที่แก้มลิงรับน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่อื่นๆ ของกรมชลประทานให้สามารถผันน้ำเข้าท่วมทรัพย์สิน บ้านเรือน ที่นา สวนของประชาชน อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 ตามนโยบายตามมาตรา 4 ซึ่งไม่ได้บัญญัติเกี่ยวกับการชดเชยหรือการเยียวยา</p>



<p>จะเห็นได้ว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐส่งผลต่อวิถีชีวิตของคนบางบาลหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพักอาศัยในบ้านของตนเอง การประกอบอาชีพ การสัญจร จนอาจกล่าวได้ว่า คนบางบาลแลกวิถีชีวิตปกติของตนเองเพื่อให้คนที่อยู่ปลายน้ำสามารถดำเนินชีวิตได้ปกติ</p>



<h3 class="wp-block-heading">คนบางบาลจะได้อะไรจากโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทรฯ ราคา 25,400 ล้านบาท</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6069" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>นอกจากแผนงานพื้นที่รับน้ำนอง ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างสำหรับบรรเทาอุทกภัยขนาดกลางและขนาดใหญ่ 12 ทุ่ง&nbsp; และพื้นที่บางบาลยังเป็นที่ตั้งของแผนงานขุดคลองระบายน้ำบางบาล-บางไทรด้วย ตามมาตรการสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ในแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง</p>



<p><a href="https://resolution.soc.go.th/?prep_id=99331128">คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562</a> อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินงานก่อสร้างโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ระยะเวลา 5 ปี (ปีงบประมาณ 2562-2566) ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 21,000 ล้านบาท ในส่วนที่มีการดำเนินการในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาประกอบด้วย 4 โครงการ คือ 1.การเสริมคันกั้นน้ำเจ้าพระยาความยาว 54 กิโลเมตร 2. ก่อสร้างประตูระบายน้ำ 2 แห่ง คือ (1) ประตูระบายน้ำคลองบางหลวง (2) ประตูระบายน้ำคลองบางบาล 3.คลองระบายน้ำบางบาล-บางไทร 22.5 กิโลเมตร และ 4. เขื่อนพระนครศรีอยุธยา</p>



<p>โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทรนี้ก่อสร้างเริ่มต้นที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางบาล ตัดตรงผ่านทุ่งบางบาลถึงตำบลสนามชัย อำเภอบางไทร โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาและพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่างได้เฉลี่ย 1.9 – 2.5 ล้านไร่ต่อปี และลดระดับความลึกของน้ำท่วม <a href="https://www.bangkokbiznews.com/social/898821">กรมชลประทาน</a> ให้เหตุผลว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงผ่านตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาที่มีลักษณะเป็นคอขวดให้สามารถระบายน้ำเพิ่มจาก 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเป็น 2,930 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที <a href="https://www.komchadluek.net/news/497179">ประชาชนในสามอำเภอ</a>ได้แก่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางบาล และ อำเภอบางไทร ต้องถูกเวนคืนที่ดิน</p>



<p><a href="https://pis.parliament.go.th/PARFileDownloadProxy/download?s=-uqs-Vr9hr2Vb0_COD5vpD8NyALwRbTpVGTgp8lhSQRTlaRbkXXYTZt5p3GKqzGiL2IiEuRV7U70GF6tcD4Ac7PYjg--2Mhxw_rE1pZZEaV109CVJZpwdnRDOD0IRnBGbHyCH1-TG1sKNiz6ZdTOhoURTQtXsNcyxDQ=&amp;ref=6675602&amp;n=1">ต่อมามีการขยายระยะเวลาและเพิ่มกรอบวงเงินงบประมาณ</a> เป็นวงเงิน 25,400 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี (2562-2569) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ เมื่อสำรวจเอกสารรายงานงบประมาณปี 2560-2569 ของ สำนักงบประมาณ พบว่าแต่ละปีที่การของบประมาณดังต่อไปนี้&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปี 2560 จำนวน 20 ล้านบาท</li>



<li>ปี 2562 จำนวน 250 ล้านบาท</li>



<li>ปี 2563 จำนวน 1,866.2 ล้านบาท</li>



<li>ปี 2564 จำนวน 2,159.25 ล้านบาท</li>



<li>ปี 2565 จำนวน 2,561.6&nbsp; ล้านบาท</li>



<li>ปี 2566 จำนวน 3,568.3&nbsp; ล้านบาท</li>



<li>ปี 2567 จำนวน 2,899.5&nbsp; ล้านบาท</li>



<li>ปี 2568 จำนวน 3,331.48&nbsp; ล้านบาท</li>



<li>ปี 2569 จำนวน 1,510.25&nbsp; ล้านบาท</li>
</ul>



<p>โดยปัจจุบันมีการของบประมาณไปแล้ว รวม 18,166.73 ล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ ในการก่อสร้างมีการแบ่งสัญญาก่อสร้างออกเป็น 7 สัญญา ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://www.set.or.th/th/market/news-and-alert/newsdetails?id=2020085173&amp;symbol=UNIQ">สัญญาที่ 1</a> ความยาว 3.7 ก.ม. ดำเนินการโดย บมจ. ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น มูลค่า 2,758.08 ล้านบาท</li>



<li><a href="https://www.prachachat.net/finance/news-500648">สัญญาที่ 2</a> ความยาว 3.9 ก.ม. ดำเนินการโดย บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ มูลค่า 2,795.29 ล้านบาท</li>



<li><a href="https://www.kaohoon.com/news/company/441098">สัญญาที่ 3 </a>ความยาว 5.4 ก.ม. ดำเนินการโดย บมจ. ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น&nbsp; มูลค่า 3,669.03 ล้านบาท</li>



<li><a href="https://www.ryt9.com/s/iq10/3356468">สัญญาที่ 4</a> ความยาว 3.5 ก.ม. ดำเนินการโดย บมจ. ช.การช่าง มูลค่า 3,280.00 ล้านบาท</li>



<li><a href="http://kromchol.rid.go.th/lproject/lsp02/2014/images/sampledata/project%20progress%20report/bangban/2568/01%202568.pdf">สัญญาที่ 5</a> ความยาว 0.5 ก.ม. ดำเนินการโดย บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์&nbsp; มูลค่า 1,129.74 ล้านบาท</li>



<li><a href="https://weblink.set.or.th/dat/news/202304/23047952.pdf">สัญญาที่ 6</a> ความยาว 3.0 ก.ม. ดำเนินการโดย กิจการร่วมค้า ยูซีเอ็น มูลค่า 3,280.00 ล้านบาท</li>



<li><a href="https://weblink.set.or.th/dat/news/202507/0933NWS010720251905497940T.pdf">สัญญาที่ 7</a> ความยาว 0.6 ก.ม. ดำเนินการโดย กิจการร่วมค้า ยู-เอเอสไอ มูลค่า 849.7 ล้านบาท</li>
</ul>



<p>ทั้งนี้ กิจการร่วมค้า ยูซีเอ็น และ กิจการร่วมค้า ยู-เอเอสไอ มีบมจ. ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เป็นหุ้นส่วน</p>



<p>จนถึงสิงหาคม 2568 <a href="http://kromchol.rid.go.th/lproject/lsp02/2014/images/sampledata/project%20progress%20report/bangban/2568/08%20%202568.pdf">โครงการดำเนินการเสร็จแล้ว 80%</a> สำหรับปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่บางบาล โครงการนี้ถูกมองว่าจะช่วยแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอบางบาลได้ จากหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี กรมชลประทาน รวมทั้งตัวแทนจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติที่กล่าวว่า โครงการนี้จะทำให้ <a href="https://www.nationtv.tv/news/378633374">ทุ่งบางบาลพ้นจากน้ำท่วมซ้ำซากได้ถึง 70 %</a> อย่างไรก็ตามมีคำถามจาก<a href="https://www.bbc.com/thai/articles/cr70knz8157o">ประชาชน</a> ที่อยู่ในพื้นที่ว่า น้ำที่ปลายทางคลองบางไทรมีแผนการบริหารจัดการอย่างไร ซึ่งคำถามนี้มีอยู่ทุกครั้งระหว่างทำประชาพิจารณ์ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากทางการ จนกังวลว่าน้ำอาจจะไปติดคอขวดที่ปลายทาง และแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">คนบางบาลประสบภัยเป็นประจำ แต่ได้เงินช่วยเหลือเป็นครั้งคราว</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/4-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6042" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/4-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/4-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/4-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/4-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/4-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/4-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>จนถึงปัจจุบัน ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำบางบาลไม่ได้รับการชดเชยจากการที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเป็นพื้นที่รับน้ำแทนกรุงเทพฯ และปริมณฑลเกือบทุกปี ส่วนเงินที่ได้รับเป็นความช่วยเหลือสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ ซึ่งหมายถึงผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จะมีการพิจารณาอนุมัติเป็นครั้งคราว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยประชาชนที่ประสบภัยพิบัติจะได้รับเงินเยียวยามาจาก<a href="https://theactive.thaipbs.or.th/data/flood-disaster"> 4 ช่องทางหลัก</a> ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2560 ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะตั้งงบเพื่อสำรองจ่ายกรณีมีเหตุสาธารณภัยเกิดขึ้น หรือกรณีการป้องกันและยับยั้งก่อนเกิดสาธารณภัย อยู่ภายใต้งบกลาง</li>
</ol>



<p>สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่า ในปีงบประมาณ 2568 องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (อบจ.)&nbsp; ตั้งเงินสำรองจ่ายกรณีที่มีเหตุสาธารณภัยเกิดขึ้น หรือกรณีการป้องกันและยับยั้งก่อนเกิดสาธารณภัย หรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัย หรือกรณีฉุกเฉินเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน 20,241,775 บาท ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอบางบาล ซึ่งมี 4 อบต.และ 2 เทศบาลตำบล ตั้งงบ เงินสำรองจ่ายเพื่อจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในกรณีที่มีเหตุสาธารณภัยเกิดขึ้นหรือกรณี การป้องกันและยับยั้งก่อนเกิดสาธารณภัยหรือคาดว่าจะเกิด สาธารณภัยหรือกรณีฉุกเฉินเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นส่วนรวม โดยงบประมาณในส่วนนนี้ของแต่ละ อบต. หรีอแต่ละเทศบาลตั้งงบไว้ไม่เท่ากัน เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณองค์กรละ 200,000 บาท</p>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>เงินทดรองราชการสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินโดยเป็นไปตาม <a href="https://backofficeminisite.disaster.go.th/apiv1/apps/minisite_help/194/sitedownload/704/download?TypeMenu=MainMenu&amp;filename=5f7d9d7c2a099.pdf">หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2563</a> ซึ่งเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามความหมายแห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 <a href="https://backofficeminisite.disaster.go.th/apiv1/apps/minisite_help/194/sitedownload/704/download?TypeMenu=MainMenu&amp;filename=fe18079274936860daa1bd2737ac1182.pdf">เจตนารมณ์</a> ของระเบียบนี้ก็ “เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ไม่ได้มุ่งหมายชดใช้ค่าเสียหาย ต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและความเป็นอยู่ของประชาชน ไม่สามารถสร้างสิ่งก่อสร้าง หรือสาธารณูปโภคที่ถาวรหรือก่อสร้างใหม่ได้” ครอบคลุมความช่วยเหลือ 5 ด้าน คือ ด้านการดำรงชีพ ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ด้านการเกษตร ด้านบรรเทาสาธารณภัย</li>
</ol>



<p><a href="https://backofficeminisite.disaster.go.th/apiv1/apps/minisite_cco/204/sitedownload/32432/download?TypeMenu=MainMenu&amp;filename=9e04f4dc2c7eeb675fc27762fa4373e3.pdf&amp;fbclid=IwY2xjawKBU1hleHRuA2FlbQIxMABicmlkETEzY1ZPdW84Y1RxMnVqSVBNAR6OhA_AZXSVa2XYilNvMVg5Ag0QKODfmTgopovALsHgSW_muk9F0TMk9Y8-og_aem_Got1RJ5eLHD7o8RTx2MBEQ">หน่วยงานที่มีอำนาจอนุมัติจ่ายเงิน</a> แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กระทรวงและกรม และจังหวัด&nbsp;</p>



<p>กระทรวงและกรม</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สำนักนายกรัฐมนตรี 100 ล้านบาท นายกรัฐมนตรีอนุมัติ</li>



<li>กระทรวงกลาโหม 50 ล้านบาท ปลัดกระทรวงอนุมัติ</li>



<li>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 10 ล้านบาท ปลัดกระทรวงอนุมัติ</li>



<li>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 50 ล้านบาท ปลัดกระทรวงอนุมัติ</li>



<li>กระทรวงมหาดไทย&nbsp; 50 ล้านบาท ปลัดกระทรวงอนุมัติ</li>



<li>กระทรวงสาธารณสุข 10 ล้านบาท ปลัดกระทรวงอนุมัติ</li>



<li>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 50 ล้านบาท อธิบดีกรมฯ อนุมัติ</li>
</ul>



<p>จังหวัด</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด แห่งละ 20 ล้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติ</li>



<li>ในระดับอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติตามความจำเป็น ไม่เกิน 500,000 บาท</li>
</ul>



<p>ทั้งนี้ ในปี 2568 คณะรัฐมนตรีมี <a href="https://infocenter.oic.go.th/upload/cms/1755576384_9947.pdf">มติเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568</a>&nbsp; ปรับเพิ่มวงเงินในบางหน่วยงาน ดังนี้&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>กระทรวงกลาโหม เพิ่มเป็น 100 ล้านบาท</li>



<li>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพิ่มเป็นเป็น 100 ล้านบาท</li>



<li>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพิ่มเป็น 100 ล้านบาท</li>



<li>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพิ่มเป็น แห่งละ 50 ล้านบาท</li>



<li>และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจจัดสรรเงินทดรองราชการของ ปภ.จังหวัด แก่อำเภอหรือกิ่งอำเภอ ตามความจำเป็นและเหมาะสม แต่ละแห่งต้องไม่เกิน 1 ล้านบาท</li>
</ul>



<p>เมื่อพิจารณารายละเอียดอัตราจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp; ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินช่วยเหลือโดยตรงจากเงินด้านการดำรงชีพและด้านการเกษตร ตามหลักเกณฑ์ฯ ส่วนที่เหลือเป็นเงินสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการกับสาธารณสมบัติ เช่น จ้างเหมาก้าจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำที่อุดช่องทางน้ำ</p>



<p>ตัวอย่าง เงินช่วยเหลือด้านดำรงชีพและด้านการเกษตร เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพเบื้องต้น กรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 3,800 บาท</li>



<li>ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ ซึ่งผู้ประสบภัยพิบัติเป็นเจ้าของที่ได้รับความเสียหาย เท่าที่จ่ายจริงหลังละไม่เกิน 49,500 บาท</li>



<li>ค่าวัสดุซ่อมแซมหรือสร้างยุ้งข้าว โรงเรือนสำหรับเก็บพืชผลและคอกสัตว์ที่ได้รับความเสียหาย เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 5,700 บาท</li>



<li>กรณีที่ผู้ประสบภัยพิบัติเช่าบ้านเรือนของผู้อื่น และบ้านเช่าเสียหายจากภัยพิบัติทั้งหลังหรือเสียหายบางส่วนจนอยู่อาศัยไม่ได้ ให้ช่วยเหลือเป็นค่าเช่าบ้านแก่ผู้ประสบภัยพิบัติเท่าที่จ่ายจริงในอัตราครอบครัวละไม่เกินเดือนละ 1,800 บาท เป็นเวลาไม่เกิน 2 เดือน</li>



<li>ค่าดัดแปลงสถานที่สำหรับเป็นที่พักชั่วคราว เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 2,500 บาท หรือค่าผ้าใบหรือผ้าพลาสติกหรือวัสดุอื่น ๆ สำหรับกันแดดกันฝน เท่าที่จ่ายจริง ครอบครัวละไม่เกิน 1,000 บาท</li>



<li>ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ และหรือเงินทุนสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติที่เป็นอาชีพหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติ เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 11,400 บาท</li>



<li>ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่พืชตาย หรือเสียหาย ตามจำนวนพื้นที่ทำการเกษตรจริงที่ได้รับความเสียหาย ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ กรณีพืชอายุสั้นเสียหาย ให้ช่วยเหลือเฉพาะรายการค่าวัสดุ กรณีไม้ผล ไม้ยืนต้นเสียหาย ให้ช่วยเหลือเฉพาะรายการค่าวัสดุและต้นทุนเฉลี่ยก่อนให้ผลผลิต ใน<a href="https://backofficeminisite.disaster.go.th/apiv1/apps/minisite_help/194/sitedownload/704/download?TypeMenu=MainMenu&amp;filename=f9738bd1d391ade03ac7df8572dcaf8e.pdf">อัตรา</a> ดังนี้
<ul class="wp-block-list">
<li>ข้าว ไร่ละ 1,340 บาท</li>



<li>พืชไร่และพืชผัก ไร่ละ 1,980 บาท</li>



<li>ไม้ผลไม้ยืนต้น และอื่น ๆ ไร่ละ 4,048 บาท</li>
</ul>
</li>



<li>ค่าใช้จ่ายในการขุดลอก ขนย้ายหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน รวมทั้งซากวัสดุที่ทับถมพื้นที่แปลงเกษตรกรรม เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่เพื่อการเพาะปลูกพืชได้ในขนาดพื้นที่ไม่เกิน 5 ไร่ ราคาไม่เกินไร่ละ 7,000 บาท</li>



<li>ปลาหรือสัตว์น้ำที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าวหรือร่องสวน ไร่ละ 4,682 บาท ไม่เกินรายละ 5 ไร่&nbsp;</li>



<li>สัตว์น้ำที่เลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ หรือที่เลี้ยงใน ลักษณะอื่นที่คล้ายคลึงกัน ตารางเมตรละ 368 บาท ไม่เกินรายละ 80 ตารางเมตร</li>
</ul>



<p>สำหรับน้ำท่วมปี 2568 <a href="https://gcc.go.th/2025/09/12/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%A2-2/">กรมบัญชีกลางอนุมัติขยายวงเงิน</a>ทดรองราชการฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพิ่มเติมอีก 30 ล้านบาท เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568</p>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>งบฯ กลาง สำหรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เป็นเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้เบิกจ่าย ตามวงเงินงบประมาณ โดยจะมีการกำหนดเงื่อนไขและกฎเกณฑ์การจ่ายเงินแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในแต่ละครั้งตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ตามแต่ละครัวเรือน</li>
</ol>



<p>ฤดูฝนปี 2565 จำนวน 7,449.00 ล้านบาท</p>



<p>ฤดูฝนปี 2567 จำนวน 3,827 ล้านบาท</p>



<p>ฤดูฝนปี 2568 จำนวน 6,169.99 ล้านบาท</p>



<p>ในปี 2565-2566 มีการแบ่งเป็นอัตราการจ่ายขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่น้ำท่วมขัง 1) ไม่เกิน 30 วัน จะได้รับเงินช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 5,000 บาท 2) เกินกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 7,000 บาท 3) เกินกว่า 60 วัน ขึ้นไป ครัวเรือนละ 9,000 บาท ต่อมาในปี <a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/330580">2567</a> เปลี่ยนเป็นการช่วยเหลืออัตราเดียวครัวเรือนละ 9,000 บาท</p>



<p>ทั้งนี้ ประชาชนจะได้เงินก็ต่อเมื่อมีหนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกให้ ต้องผ่านการประชาคมหมู่บ้านของแต่ละพื้นที่ประสบสาธารณภัย และผ่านการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลจากคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) และคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) ก่อน</p>



<ol start="4" class="wp-block-list">
<li><a href="https://www.opm.go.th/opmportal/multimedia/siriposu/File/Dissaster_Reltef_fund.pdf">เงินบริจาคผ่านกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี </a>ซึ่งเป็นกองทุนของรัฐบาลที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับบริจาคและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย พ.ศ. 2542 ที่สามารถนำไปใช้ในการจัดการศพ ซ่อมสร้างที่อยู่อาศัย ค่าเครื่องอุปโภคบริโภค ค่าใช้จ่ายเพื่อป้องกันหรือบรรเทาความรุนแรงของภัยที่เกิดขึ้น จนถึงกุมภาพันธ์ 2567 ยอดเงินอยู่ที่&nbsp; 605,891,533.90 บาท</li>
</ol>



<p>ประชาชนจะได้รับเงินช่วยเหลือ ก็ต่อเมื่อ ตนเองหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องยื่นคำขอต่อคณะกรรมการกองทุนฯ ซึ่งคณะกรรมการกองทุนนี้มีรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หากคณะกรรมการอนุมัติ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะสั่งจ่ายเงินไปยังสำนักงานจังหวัดเพื่อส่งให้แก่ผู้ยื่นคำขอรับความช่วยเหลือ</p>



<p>รัฐจะจ่ายเงินช่วยเหลือก็ต่อเมื่อมีการประกาศให้พื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ อย่างไรก็ตาม ทุ่งรับน้ำบางบาลเป็นโครงการที่มีการศึกษาและวางแผนไว้ล่วงหน้า ซึ่งสามารถคาดการณ์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้ ประชาชนที่อยู่อาศัยในบางบาลไม่ได้ประสบภัยพิบัติที่เกิดขึ้นฉุกเฉินเป็นครั้งคราว แต่ต้องอยู่กับสภาพน้ำท่วมสูง ขังนานปีละหลายเดือน นับตั้งแต่ที่ถูกประกาศให้เป็นทุ่งรับน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ และพื้นที่เศรษฐกิจอื่นๆ หากย้อนกลับไปดูผลการศึกษาของโครงการนำร่องฯ พบว่า มีการกล่าวถึงการชดเชยความเสียหายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการแก้มลิงบางบาลหลายร้อยครัวเรือน ทั้งที่อยู่อาศัย เกษตรกรรมและการประกอบการอื่นๆ โครงการฯ จึงควรลดผลกระทบต่อประชาชนอย่างเต็มที่ด้วยมาตรการสำคัญคือ การจัดให้มีการจ่ายค่าชดเชยอย่างเป็นธรรม ผลการศึกษาจากโครงการนำร่องฯ แก้มลิงบางบาล เสนอว่า ควรจะจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 37.21 ล้านบาทต่อปี</p>



<h3 class="wp-block-heading">ไทยมีกฎหมายกำหนดค่าชดเชยความเสียหาย แต่ไม่ใช้?</h3>





<p>แนวทางการจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้พื้นที่เพื่อการรับน้ำเคยถูกกล่าวถึงไว้ใน<a href="http://irrigation.rid.go.th/rid10/Book/Book%202555/book/0384.pdf">รายงานความก้าวหน้า</a>ของคณะทำงานจัดทำแผนงานการกำหนดพื้นที่รับน้ำนองและมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้พื้นที่เพื่อการรับน้ำ ในเขตเจ้าพระยาตอนบน/เจ้าพระยาตอนล่าง ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555</p>



<p>ในรายงานระบุว่า มีการแต่งตั้งคณะทำงานกำหนดมาตรการชดเชยความเสียหาย และมีการนำเสนอข้อสรุปเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การชดเชยและการช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ ให้ที่ประชุมพิจารณา 2 แนวทางคือ แนวทางที่ 1 น้ำจะมาหรือไม่มาก็ต้องจ่าย เมื่อประกาศเป็นเขตพื้นที่รับน้ำนอง แนวทางที่ 2 จ่ายต่อเมื่อน้ำเข้าไปในพื้นที่รับน้ำ ซึ่งที่ประชุมเลือก แนวทางที่ 1 ส่วนหลักเกณฑ์ความเสียหาย</p>



<p>ในกรณีที่เกษตรต้องงดปลูกพืชในช่วงเวลา 3 เดือนเพื่อใช้พื้นที่ในการรับน้ำนอง จะได้รับค่าตอบแทนเสมือนหนึ่งเป็นค่าเช่า จะได้ค่าตอบแทน = ค่าเช่าเฉลี่ย x จำนวนพื้นที่ เมื่อคำนวณแล้วจะได้ประมาณ 625 บาท/ไร่ หากเกษตรกรในพื้นที่เขตประกาศเป็นพื้นที่รับน้ำนอง ที่มีการเพาะปลูกพืชข้าว ตามแผนที่กำหนด (2 รอบการเพาะปลูก) ได้รับความเสียหายเนื่องจากน้ำท่วมหรือขาดน้ำ จะได้รับค่าช่วยเหลือกรณีพิเศษ ดังนี้ ค่าช่วยเหลือกรณีพิเศษ = (ต้นทุนการผลิต + ค่าเสียโอกาส (20% ต้นทุนการผลิต) x จำนวนพื้นที่เสียหาย เมื่อคำนวณแล้วจะได้ประมาณ 5,557 บาท/ไร่ อย่างไรก็ตามแนวทางนี้ไม่ถูกกล่าวถึงหรือนำไปปฏิบัติต่อแต่อย่างใด</p>



<p>เมื่อพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องพบว่า มีการกล่าวถึงมาตรการชดเชยความเสียหายจากการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ. 2561 มาตรา 66 และมาตรา 67 ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ แต่ต้องชดเชยความเสียหายแก่บุคคลนั้นด้วย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี</p>



<p>10 กันยายน 2564 มีการประกาศกฎกระทรวง 2 ฉบับให้ประชาชนได้รับชดเชยเมื่อรัฐใช้ที่ดิน-สิ่งก่อสร้างแก้น้ำท่วมดังนี้ 1) กฎกระทรวงค่าชดเชยความเสียหายจากการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม พ.ศ. 2564 2) กฎกระทรวงค่าทดแทนและค่าชดเชยความเสียหายจากการใช้ที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้งและภาวะน้ำท่วม พ.ศ. 2564</p>



<p>โดยสรุปกฎกระทรวงทั้งสองฉบับนิยามว่า ค่าชดเชยความเสียหายหมายถึง เงินที่จ่ายให้แก่ผู้เสียหายเพื่อเป็นค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินของบุคคลนั้นอันเนื่องมาจากการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม ซึ่งรวมถึงการใช้ที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างเพื่อก่อสร้าง วางสิ่งของ สูบน้ำ หรือระบายน้ำผ่านหรือเข้าไปในที่ดินหรือติดตั้งอุปกรณ์ใดๆ กระบวนการชดเชยค่าเสียหายเริ่มจากการที่มีความเสียหายเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จะแจ้งต่อหัวหน้างานผู้รับผิดชอบ จากนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณา ก่อนที่จะมีคำสั่งให้จ่ายค่าชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการลุ่มน้ำหรือผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค ประกาศบัญชีรายชื่อผู้เสียหาย ซึ่งมีสิทธิได้รับค่าชดเชยความเสียหาย ณ ศาลากลางจังหวัด ค่าชดเชยความเสียจะคึานึงความเสียหายตามความเป็นจริง หรืออ้างอิงจากราคากลางของราชการ</p>



<p>แม้กฎกระทรวงนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่กันยายน 2564 แต่จากการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้นยังไม่พบว่า มีการนำไปใช้ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะในกรณีของทุ่งรับน้ำบางบาลและทุ่งรับน้ำทั้งหมดในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาที่ดูเหมือนจะต้องประสบอุทกภัยอยู่เป็นประจำ เพื่อไม่ให้พื้นที่ปลายน้ำอย่างกรุงเทพมหานครจมน้ำก็ตาม</p>



<p>ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban-datatbase/">https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban-datatbase/</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban/">ท่วมไม่เหมือนกันแต่จ่ายเหมือนกัน : สำรวจปัญหาการจัดการและการชดเชยเยียวยาน้ำท่วม อ. บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลผลิตการเกษตรริมแม่น้ำกก [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-kok-river/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Aug 2025 10:28:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ปนเปื้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลผลิตทางการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำกก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5821</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3604;&#3657 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-kok-river/">ผลผลิตการเกษตรริมแม่น้ำกก [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ข้อมูลด้านการเกษตรที่จัดเก็บในระดับพื้นที่ ประกอบไปด้วยจังหวัด และประเภทของพืชหรือกิจกรรมการเกษตรที่ดำเนินการในพื้นที่ เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง หรือพืชผักชนิดต่างๆ เป็นต้น</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQN5_uouQqd8VQmFtkhed70evYFMrm3IKovnQglWkLW42ZtKkUgQW77OxZEClyRjr1GL3FDXKIoAKd7/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQN5_uouQqd8VQmFtkhed70evYFMrm3IKovnQglWkLW42ZtKkUgQW77OxZEClyRjr1GL3FDXKIoAKd7/pubhtml">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p>อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/kok-river">แม่น้ำกกปนเปื้อน อาจสร้างความเสียหายทางการเกษตรกว่า 3 พันล้านบาท</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-kok-river/">ผลผลิตการเกษตรริมแม่น้ำกก [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภาพรวม Bangkok Index 2024 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-bangkok-index-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Apr 2025 09:50:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[การจดทะเบียนธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ขนส่งสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณรายเขต]]></category>
		<category><![CDATA[จุดเสี่ยงอาชญากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[บริการสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้จากการจัดเก็บภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[สถานประกอบการอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สวนสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อัคคีภัย]]></category>
		<category><![CDATA[อากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทกภัย]]></category>
		<category><![CDATA[อุบัติเหตุบนท้องถนน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5339</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3594;&#3623;&#3609;&#3626;&#3635;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bangkok-index-2024/">ภาพรวม Bangkok Index 2024 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Rocket Media Lab ชวนสำรวจความน่าอยู่ของแต่ละเขตในกรุงเทพมหานคร ผ่านข้อมูล Bangkok Index เพื่อดูว่าแต่ละเขตน่าอยู่มากเพียงใด มีปัญหาด้านใดบ้าง&nbsp;</p>



<p>โดยมีข้อมูลดิบ 4 ด้าน แต่ละด้านประกอบด้วย 4 หัวข้อ ได้แก่ 1. ด้านบริการสาธารณะ ประกอบด้วยสาธารณสุข ขนส่งสาธารณะ การศึกษา และคุณภาพชีวิต 2. ด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วยงบประมาณรายเขต รายได้จากการจัดเก็บภาษี การจดทะเบียนธุรกิจ และสถานประกอบการอาหาร 3. ด้านสวัสดิภาพ ประกอบด้วยอัคคีภัย อุทกภัย จุดเสี่ยงอาชญากรรม และอุบัติเหตุบนท้องถนน 4. ด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ขยะ น้ำเสีย อากาศ และสวนสาธารณะ</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vROPwPFvJnzkLig8miGLBn0CDuA7-Rl0IGq7pHTIW2wwBjpb8bf24UtAcWwSjuuHSkaO5rMtfVrSrb5/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1S0Tu-US8xSbAysp75ProEOZBneUcyDS6uhw9KNNfelE/edit?usp=sharing">ดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่</a></p>



<p>อ่าน<a href="https://rocketmedialab.co/bangkok-index-2024/"> รายงานภาพรวม Bangkok Index 2024</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bangkok-index-2024/">ภาพรวม Bangkok Index 2024 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
