<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ฝุ่นพิษ Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/ฝุ่นพิษ/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Tue, 24 Mar 2026 11:32:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>ฝุ่นพิษ Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/ฝุ่นพิษ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ตรวจการบ้าน : ภาครัฐแก้ปัญหาฝุ่นในปี 2568 ประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้มากน้อยแค่ไหน</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Mar 2026 11:32:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นPM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7135</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3611;&#3619;&#3632;&#3648;&#3604;&#3655;&#3609;&#3648 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/">ตรวจการบ้าน : ภาครัฐแก้ปัญหาฝุ่นในปี 2568 ประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้มากน้อยแค่ไหน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จากการตั้งเป้าหมายปี 2568 ไว้ว่าพื้นที่การเผาป่าทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ จังหวัดกาญจนบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องลดลง 25% จากข้อมูลจะพบว่าไม่บรรลุผลสำเร็จในทุกระดับ โดยการเผาใน 17 จังหวัดภาคเหนือนั้นกลับสูงถึง 152.06% ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงขึ้น 39.82% </li>



<li>จากการตั้งเป้าหมายปี 2568 ไว้ว่าต้องลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือลง 20% ใน 17 จังหวัดภาคเหนือลง 30% ในภาคกลางลง 10% และในภาคตะวันตกลง 15% จากข้อมูลจะพบว่าบรรลุผลทั้งหมด </li>



<li>อย่างไรก็ตามการลดการเผาในพื้นที่เกษตรบรรลุตามเป้าหมายนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการลดค่าเป้าหมายจากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 50% เหลือเพียง 10-30% จึงทำให้บรรลุเป้าหมายได้ แต่หากยึดค่าเป้าหมายเดิมซึ่งอยู่ที่ 50% จะพบว่ามีเพียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันตกที่จะบรรลุผล ส่วนกลุ่มพืชเป้าหมายก็จะมีเพียงข้าวโพดเท่านั้นที่จะบรรลุผล </li>
</ul>



<p>ประเด็นเรื่องฝุ่น PM2.5 กลายเป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างมาตั้งแต่ปี 2558 และเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา จนทำให้ภาครัฐผลักดันแผนฝุ่นปี 62 หรือ <a href="http://www.ppb.moi.go.th/midev07/upload/cabinet.pdf">แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง”</a> ซึ่งมีขึ้นหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อให้เป็นแม่แบบแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ทั่วประเทศ ผลจากแผนดังกล่าวก่อให้เกิดการขยายสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศเป็น 96 สถานีใน 65 จังหวัด การบังคับใช้น้ำมัน Euro 5 (1 ม.ค. 67) การปรับค่ามาตรฐานฝุ่นใหม่ให้เข้มข้นขึ้น (รายปีไม่เกิน 15 มคก./ลบ.ม.) และมีระบบ Single Command สำหรับสั่งการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ถึงอย่างนั้นปัญหา PM2.5 ก็ยังคงไม่ทุเลาลง และยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น จนต่อมารัฐบาลใหม่ก็ได้ออกแผนฝุ่นแห่งชาติฉบับที่ 2 ซึ่งก็คือ <a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/407859">แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ &#8220;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&#8221; ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568-2570</a> โดยในแต่ละปีก็จะมีการกำหนดเกณฑ์เป้าหมายเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ลงให้ได้</p>



<p>Rocket Media Lab จึงชวนมาตรวจการบ้านภาครัฐในปี 2568 จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ใน <a href="https://www.pcd.go.th/airandsound/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2-%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2568/?fbclid=IwY2xjawIpNz1leHRuA2FlbQIxMAABHUZvL84gDfB8yMFnAY1QN0hPCOCZa3fsJFnkgOZUQsW6Q4sWCF4oauweZg_aem_Y1nHJLTp6zbj4dwd73TOMQ">มาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568</a> ว่าภาครัฐประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ในประเด็นใดบ้าง&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="748" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-748x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7141" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-748x1024.jpg 748w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-219x300.jpg 219w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-768x1051.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-1122x1536.jpg 1122w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-1496x2048.jpg 1496w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-2026-1-scaled.jpg 1870w" sizes="(max-width: 748px) 100vw, 748px" /></figure>
</div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่ป่าลดการเผาไหม้ลงจากปี 2567 ทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดกาญจนบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องลดลง 25%</h3>



<p>จากข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ (burnt scar) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ระหว่างเดือน ม.ค.-พ.ค. 2567 และ ม.ค.-พ.ค. 2568 พบว่าปี 2567 ในพื้นที่ 17 จังหวัดในภาคเหนือ มีการเผาป่า 2,292,112 ไร่ ส่วนปี 2568 เกิดการเผา 5,777,474 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น 3,485,362 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 152.06% จึงถือว่าเป้าหมายในส่วนนี้ไม่ประสบความสำเร็จ</p>



<p>ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีที่นับเป็นพื้นที่เป้าหมายใหม่ในมาตรการ พบว่าปี 2567 มีการเผาป่า 271,238 ไร่ ส่วนปี 2568 มีจำนวน 333,826 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น 62,588 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 23% จึงถือว่าเป้าหมายในส่วนนี้ไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งไว้</p>



<p>ส่วนพื้นที่ระดับภาคอย่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องลดพื้นที่เผาในป่า ลง 25% นั้นพบว่าปี 2567 มีพื้นที่เผาป่า 550,849 ไร่ ส่วนปี 2568 มีจำนวน 770,172 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น 219,323 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 40% จึงถือว่าเป้าหมายในส่วนนี้ไม่ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งไว้</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายลดการเผาในพื้นที่ป่า 17 จังหวัดภาคเหนือ ทั้งตอนล่างและตอนบน จังหวัดกาญจนบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลงให้ได้ 25% จึงไม่บรรลุผลในทุกระดับพื้นที่&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เกษตร เป้าหมายแบ่งเป็น ลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผานาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดลง 20% ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ลดลง 30% ภาคกลางลดลง 10% และภาคตะวันตกลดลง 15% และในส่วน KPI เฉพาะกลุ่มพืชเป้าหมาย ทั่วประเทศแบ่งเป็น นาข้าว ลดลง 30% ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลดลง 10% อ้อยโรงงาน ลดลง 15%</h3>



<p>เมื่อตรวจสอบการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ต้องลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผานาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลง 20% นั้น พบว่าปี 2567 นั้นมีพื้นที่การเผา 4,209,711 ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 2,024,402 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมลดลง 2,185,309 ไร่ หรือคิดเป็นลดลง 51.91% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568&nbsp;</p>



<p>ขณะที่พื้นที่ภาคเหนือ ต้องลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผานาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลง 30% ก็พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 3,895,749 ไร่ ขณะที่ปี 2568&nbsp; มีการเผา 2,073,665 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมลดลง 1,822,084 ไร่ หรือลดลง 46.77% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568 เช่นกัน&nbsp;</p>



<p>ส่วนพื้นที่ภาคกลาง ต้องลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผานาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลง 10% พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 3,505,195 ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 2,673,979 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมลดลง 831,216 ไร่ หรือลดลง 23.71% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568&nbsp;</p>



<p>ภาคตะวันตก ต้องลดพื้นที่เผาไหม้จากการเผานาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ลง 15% พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 902,195 ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 201,147 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมลดลง 701,048&nbsp; ไร่ หรือคิดเป็น ลดลง 77.7% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568 เช่นกัน&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของตัวชี้วัดว่าด้วยพืชเป้าหมายทั่วประเทศ โดยมีมาตรการคือ ลดการเผาในนาข้าว ลง 30% พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 6,054,743 ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 3,079,895 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่นาข้าวลดลง 2,974,848 ไร่ หรือคิดเป็น ลดลง 49.13% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568 เช่นกัน&nbsp;</p>



<p>พืชกลุ่มเป้าหมายยังมีลดการเผาในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลง 10% พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 4,434,357&nbsp; ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 542,288 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลง 3,892,069 ไร่ หรือคิดเป็นลดลง 88.77% ซึ่งถือว่าบรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568 ลดการเผาในอ้อยโรงงานลง 15% พบว่าปี 2567 มีพื้นที่การเผา 49,965 ไร่ ขณะที่ปี 2568 มีการเผา 1,796,678 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น 1,746,713 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มถึง 3,496% ซึ่งถือว่าไม่บรรลุผลตามเกณฑ์ปี 2568 แต่หากพิจารณาข้อมูลอ้อยเผาเข้าหีบกลับพบว่า จากข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ชี้ว่าปริมาณอ้อยเข้าหีบปี <a href="https://sugarzone.in.th/production-report-closed-box/">2566/67</a> มีอ้อยเผาเข้าหีบ 24.3 ล้านตัน ในหีบปี 2567/68 มีอ้อยเผาเข้าหีบ 13.6 ล้านตัน จากข้อมูลจะพบว่าปริมาณอ้อยเผาเข้าหีบลดลงเรื่อยๆ สวนทางกับพื้นที่การเผา ดังนั้นเป้าหมายลดการเผาในพืชกลุ่มเป้าหมายนั้น จึงบรรลุผลเพียงในกลุ่มข้าวและข้าวโพดเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตามการลดการเผาในพื้นที่เกษตรบรรลุตามเป้าหมายนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการลดค่าเป้าหมาย จากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 50% เหลือเพียง 10-30% จึงทำให้บรรลุเป้าหมายได้ แต่หากยึดค่าเป้าหมาย เดิมซึ่งอยู่ที่ 50% จะพบว่ามีเพียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันตกที่จะบรรลุผล ส่วนกลุ่มพืชเป้าหมายก็จะมีเพียงข้าวโพดเท่านั้นที่จะบรรลุผล&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">พื้นที่เมืองควบคุมการระบายฝุ่นในพื้นที่เมือง เน้นการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ 100%&nbsp;&nbsp;</h3>



<p>ไม่มีการวัดผล</p>



<h3 class="wp-block-heading">เปรียบเทียบเป้าหมายการแก้ปัญหาฝุ่น 3 ปี กับ KPI ที่ลดลงเรื่อยๆ&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7142" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="675" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-675x1024.jpg" alt="" class="wp-image-7143" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-675x1024.jpg 675w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-198x300.jpg 198w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-768x1164.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-1013x1536.jpg 1013w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-1351x2048.jpg 1351w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/03/2.5PM-KPI-2-scaled.jpg 1689w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></figure>
</div>


<p>จากการสำรวจ KPI การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 2568 และ 2569 พบว่ามีการลดเพดานความเข้มงวดลง โดยเห็นได้ในส่วนของการเผาในพื้นที่ป่านั้นมีการกำหนด KPI จาก 50% ในปี 2567 เหลือเพียง 25% ในปี 2568 และในปี 2569 เหลือเพียง 10% เท่านั้น ขณะที่ภาคการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลับมีการลด KPI จาก 50% ในปี 2567 เหลือเพียง 30% ในปี 2568 และลดลงเหลือ 10% ในปี 2569 ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการปรับ KPI การเผาในพื้นที่เกษตรจาก 20% ในปี 2568 เหลือ 10% ในปี 2569 นอกจากนี้ในปี 2569 มีการเพิ่มเป้าหมายพื้นที่เกษตร โดยแยกเป็นกลุ่มพืชเป้าหมาย&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของค่าเฉลี่ยฝุ่นนั้นพบว่า ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งในปี 2567 เคยตั้งเป้าลดค่าเฉลี่ยฝุ่นไว้สูงถึง 40% แต่ในปี 2568 กลับถอยมาตั้งเป้าเพียง 15% และลดลงเหลือ 10% ในปี 2569 เช่นเดียวกับจำนวนวันที่ฝุ่นเกินมาตรฐานที่เคยตั้งไว้ 30% ในปี 2567 ก็ถูกปรับลดลงเหลือเพียง 10% ในปี 2568 และลดลงเหลือ 5% ในปี 2569&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป้าหมายการลดค่าเฉลี่ยฝุ่นก็ลดลงจากเดิมที่ 20% ในปี 2567 เหลือเพียง 5% ในปี 2568 และคงที่ 5% ในปี 2569 โดยยังคงเป้าหมายจำนวนวันเกินมาตรฐานไว้ที่ 5% เท่าเดิมตลอดทั้ง 3 ปี สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็พบการปรับลดเป้าหมายค่าเฉลี่ยฝุ่นลงจาก 10% ในปี 2567 เหลือ 5% ในปี 2568 และคงไว้ที่ 5% ในปี 2569 ขณะที่จำนวนวันเกินมาตรฐานยังคงอยู่ที่ 5% ตลอดทั้ง 3 ปี และในพื้นที่ภาคกลางมีการปรับลดลงในทุกมิติคือเป้าหมายค่าเฉลี่ยฝุ่นลดจาก 10% ในปี 2567 เหลือ 5% ในปี 2568 และ 2569 ส่วนจำนวนวันเกินมาตรฐานก็ลดจาก 10% ในปี 2567 เหลือ 5% ในปี 2568 และ 2569 เช่นกัน</p>



<p>เมื่อพิจารณาข้อมูลสถิติเปรียบเทียบระหว่างปี 2567 และปี 2568 พบว่าค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ทั้งปีทุกภูมิภาคมีแนวโน้มลดลง เริ่มจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่ลดลงจาก 46 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในปี 2567 เหลือเพียง 33 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในปี 2568 คิดเป็นลดลง 28.26% ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดลงจาก 33 เหลือ 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือ 28.26%&nbsp; สำหรับ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่าเฉลี่ยลดลงจาก 37 เหลือ 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือลดลง18.92% ส่วนภาคกลางลดลงจาก 34 เหลือ 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 11.76% และภาคตะวันตก ลดลงจาก 41 เหลือ 33 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 19.51%</p>



<p>และหากพิจารณาจำนวนวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงจนเกินค่ามาตรฐานร่วมด้วย พบว่าใน 17 จังหวัดภาคเหนือ มีจำนวนวันฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานเพิ่มขึ้นจาก 129 วัน ในปี 2567 เป็น 163 วัน ในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นถึง 26.36% ทางด้าน กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีจำนวนวันฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานเพิ่มจาก 97 วัน เป็น 118 วัน หรือเพิ่มขึ้น 21.65% สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มขึ้นจาก 113 วัน เป็น 127 วัน คิดเป็น 12.39% และภาคกลาง เพิ่มขึ้นจาก 101 วัน เป็น 109 วัน หรือเพิ่มขึ้น 7.92% จากข้อมูลจะพบว่ามีเพียงภาคตะวันตกเพียงภูมิภาคเดียวที่สถานการณ์ดีขึ้นในทิศทางเดียวกันทั้งสองมิติ โดยจำนวนวันฝุ่นเกินมาตรฐานลดลงจาก 84 วัน เหลือ 73 วัน หรือลดลง 13.10%</p>



<p>ซึ่งหากพิจารณาจากข้อมูลทั้ง 2 ชุด จะพบว่าแม้ในภาพรวมค่าความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 จะลดลงและดูเหมือนจะเบาบางลง แต่ในความจริงแล้ว ประชาชนก็ยังต้องเผชิญกับจำนวนวันที่สภาพอากาศเป็นพิษยาวนานขึ้นกว่าปีก่อน และการที่ประสบความสำเร็จในเชิงตัวเลขก็เพราะเกิดจากการปรับลดค่าเป้าหมายในการวัดผล มากกว่าจะเป็นความสำเร็จจากการแก้ปัญหาจริง โดยหากใช้ KPI เดิม จะพบว่ามีเพียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้นที่บรรลุผลจาก KPI เดิมในส่วนของค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 แต่ถึงอย่างนั้นในส่วนของวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานก็ไม่บรรลุผลอยู่ดี&nbsp;&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ผ่าตัดแผนแก้ฝุ่นฉบับที่ 2 ของภาครัฐ อะไรเพิ่มมาบ้าง?</h3>



<p>แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 &#8211; 2570 และระยะ 5 ปีต่อไป จัดทำขึ้นเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้ครอบคลุมทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงสร้างของแผนใหม่นี้มีความแตกต่างจากเดิม ซึ่งระบุว่าแผนใหม่มุ่งเน้นการป้องกันและควบคุมการระบายมลพิษแบบเจาะจงรายพื้นที่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ได้แก่ มาตรการในพื้นที่เมือง พื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรกรรม ภาคมลพิษข้ามแดน และการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการยาแรงภาคเกษตร: เมื่อภาครัฐระบุว่าจะประกาศสงครามกับการเผา</h4>



<p>สำหรับพื้นที่เกษตรกรรมนั้น ในแผนแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ฉบับที่ 2 รัฐบาลได้เปลี่ยนจากการรณรงค์ขอความร่วมมือ มาสู่การใช้มาตรการเชิงรุกขั้นเด็ดขาดภายใต้คำว่า “ประกาศสงครามกับการเผาพื้นที่เกษตรกรรม” โดยระบุว่ามีใช้มาตรการตัดสิทธิเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรที่เผาในพื้นที่เกษตรกรรมจะไม่ได้รับสิทธิ หรืออาจถูกเพิกถอนสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก. และนิคมสหกรณ์ รวมถึงจะไม่ได้รับการจ่ายเงินช่วยเหลือตามโครงการต่างๆ ของภาครัฐอีกต่อไป</p>



<p>นอกจากบทลงโทษแล้ว แผนนี้ยังเน้นการจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยการนำระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) มาใช้ เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของผลผลิตทางการเกษตร สินค้าแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรว่าไม่ได้มาจากการเผา</p>



<p>ส่วนภาคธุรกิจจะถูกกระตุ้นให้รับซื้อผลผลิตจากแหล่งที่ปลอดการเผา และหลีกเลี่ยงการรับซื้อสินค้าเกษตรที่มาจากการเผาอย่างเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการเร่งรัดมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) สำหรับข้าวและอ้อยแบบไม่เผา รวมถึงมาตรฐาน PM2.5 Free Plus สำหรับกระบวนการผลิตข้าวโพดเมล็ดแห้งด้วย</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการเก็บเงินในภาคเมือง: โมเดล Low Emission Zone และ Congestion Charge&nbsp;</h4>



<p>ในภาคเมืองนั้น พบว่าปัญหาของฝุ่นมาจากการจราจรและการก่อสร้างดังนั้นในแผนฉบับใหม่นี้ จึงกำหนดให้จัดตั้งพื้นที่ควบคุมพิเศษ หรือ Low Emission Zone ซึ่งอาจนำไปสู่การจัดเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันตามขนาดและประเภทของยานพาหนะ หรือการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามประเภทรถยนต์</p>



<p>นอกจากนี้ยังพบว่า แผนนี้ระบุให้มีการกำหนดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถนนในพื้นที่การจราจรหนาแน่น (Congestion Charge) เพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการแก้ปัญหารถติดและลดปริมาณการปล่อยฝุ่นละออง PM2.5 ในเขตเมือง</p>



<h4 class="wp-block-heading">ยกระดับการจัดการฝุ่นข้ามแดน: ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy)&nbsp;</h4>



<p>มลพิษข้ามแดนถือเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ควบคุมได้ยาก แต่ในแผนใหม่นี้ได้มีการยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาคผ่านยุทธศาสตร์ฟ้าใส หรือ CLEAR Sky Strategy (ค.ศ. 2024-2030) ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการร่วมระหว่างประเทศไทย ลาว และเมียนมา อย่างที่เคยมีมาตลอด</p>



<p>มากไปกว่าความร่วมมือระดับรัฐ แผนนี้ยังใช้กลไกการค้าโดยส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคธุรกิจต้องดำเนินการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างรอบด้านทั้งในและนอกราชอาณาจักร เพื่อสร้างหลักประกันว่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในสายพานการผลิตของแต่ละประเทศ จะปราศจากการก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศข้ามแดน</p>



<h4 class="wp-block-heading">KPI ใหม่ที่หินกว่าเดิม: เปลี่ยนจาก Hotspot เป็น Burnt Scar</h4>



<p>ความน่าสนใจของแผนใหม่นี้ คือการปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดความสำเร็จ จากเดิมที่มีมาตรการควบคุมจุดความร้อน (Hotspot) มาเป็นการวัดพื้นที่เผาไหม้ (Burnt Scar) แทน ซึ่งมีการระบุสาเหตุที่ต้องเปลี่ยน เพราะข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียมมีข้อจำกัดในการตรวจจับ เนื่องจากเกษตรกรมีพฤติกรรมการเผาหลบดาวเทียม เช่น การเผาในเวลากลางคืน การเผาในช่วงเวลาสั้นๆ การเผาใต้แนวไม้ หรือการเผาในวันที่เมฆปกคลุม</p>



<p>ในขณะที่ข้อมูลร่องรอยพื้นที่เผาไหม้ (Burnt Scar) มีความแม่นยำสูงกว่า และยังช่วยชี้เป้าพื้นที่ที่มีการเผาซ้ำซากได้อีกด้วย ดังนั้นความน่าสนใจของแผนใหม่นี้คือการใช้มาตรวัดที่แม่นยำขึ้น และยังกำหนดให้พื้นที่เผาไหม้ (Burnt Scar) ต้องลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี</p>



<p>นอกจากนี้ในด้านสุขภาพ ยังมีการตั้งเกณฑ์ใหม่ที่เข้มงวดขึ้น โดยมีการกำหนดให้ค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง PM2.5 ราย 24 ชั่วโมง ต้องอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งอ้างอิงตามเกณฑ์ความปลอดภัยคือต้องมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่า 37.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p>แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติฯ ฉบับที่ 2 นี้ พบว่ามีการยกระดับการจัดการจากยุคของการขอความร่วมมือมาสู่ยุคของการบังคับใช้ด้วยมาตรการทางกฎหมาย อย่างไรก็ตามคำถามและความท้าทายที่รออยู่คือ รัฐบาลจะสามารถเปลี่ยนตัวหนังสือเหล่านี้ให้กลายเป็นการปฏิบัติจริงได้หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงแค่แผนฉบับใหม่ที่ใช้ KPI เดิมในการทำงานต่อไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">มาตรการใหม่ปี 2569 จากครม. มีอะไรบ้าง?</h3>



<p>ทั้งนี้พบว่ามาตรการใหม่ปี 2569 ที่<a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/475186">คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569</a> โดยแบ่งพื้นที่ปฏิบัติงานออกเป็นสามส่วนหลักคือพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และพื้นที่เมือง โดยในส่วนของพื้นที่ป่านั้นได้กำหนดเป้าหมายการลดการเผาทั่วประเทศรวมถึงกลุ่มป่าแปลงใหญ่ 14 กลุ่มป่า&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>พื้นที่ป่า โดยกำหนดเป้าหมายลดการเผาป่าทั่วประเทศ และป่าแปลงใหญ่ 14 กลุ่มป่า ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 </li>



<li>พื้นที่เกษตรภาพรวม ควบคุมพื้นที่เผาไหม้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 15 </li>



<li>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 </li>



<li>ภาคเหนือ 17 จังหวัด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 </li>



<li>ภาคกลาง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 </li>



<li>ภาคตะวันตก ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 </li>



<li>ภาคตะวันออก ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 </li>
</ul>



<p>นอกจากนี้นาข้าว มีเป้าหมายการเผาลดลงไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 ข้าวโพดและพืชไร่หมุนเวียนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10 และอ้อยโรงงานไม่น้อยกว่า ร้อยละ 15&nbsp;</p>



<p>พื้นที่เมืองมีการควบคุมการระบายฝุ่นในพื้นที่เมือง โดยตั้งเป้าหมายให้ยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม และสถานประกอบกิจการเป้าหมายปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ ร้อยละ 100</p>



<p>และมีการกำหนดเกณฑ์เรื่องกำหนดผลลัพธ์คุณภาพอากาศ โดยพบว่ามีการตั้งเป้าให้ลดลงจากปี 2568 ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>17 จังหวัด ภาคเหนือ เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 10 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>



<li>กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 5 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>



<li>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 5 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>



<li>ภาคกลาง เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 5 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>



<li>ภาคตะวันตก เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 10 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>



<li>ภาคตะวันออก เป้าหมายค่าเฉลี่ย PM2.5 ลดลงร้อยละ 10 จำนวนวันที่ PM2.5 เกินมาตรฐาน ลดลงร้อยละ 5</li>
</ul>



<p>รวมทั้งควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร และให้จัดหาเครื่องมือ/เครื่องจักรกลทางการเกษตรเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรทำการเกษตรแบบไม่เผา เช่น เครื่องเกี่ยวข้าว เครื่องไถกลบตอซัง และเครื่องอัดฟาง เป็นต้น โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ</p>



<p>ทั้งยังกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การบริหารการเผาในพื้นที่เกษตร (ประกอบด้วยช่วงเวลา จำนวนพื้นที่ เงื่อนไขการเผาการควบคุมดูแล) เพื่อให้แต่ละจังหวัดจัดเตรียมระบบ ขั้นตอนและผู้รับผิดชอบ รวมถึงประกาศให้เกษตรกรรับทราบโดยทั่วกัน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ปัญหาของอ้อย : พื้นที่เผาเพิ่มแต่อ้อยเผาเข้าหีบลด และราคาลด</h3>



<p>ส่วนนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอ้อยนั้น พบว่าปีหีบอ้อย 2568/2569 <a href="https://www.bangkokbiznews.com/economics/1220630">มติครม. เคาะราคาอ้อย-น้ำตาลทรายขั้นต้น ปี 68/69 ราคาเดียว 890 บาทต่อตันอ้อย</a> สาเหตุเพราะภาวะราคาน้ำตาลในตลาดโลกอ่อนตัวลง กล่าวคือ เมื่อมีคนขายมาก เลยต้องลดราคาลง ซึ่งระบบการคำนวณราคาอ้อยขั้นต้น เป็นการคำนวณราคาอ้อยอ้างอิงจากรายได้สุทธิของระบบอ้อยและน้ำตาลทราย เมื่อราคาขายน้ำตาลทรายและผลพลอยได้ในตลาดโลกลดลง รายได้รวมของระบบจึงลดลงตามไปด้วย</p>



<p>แต่ทั้งนี้ แม้ราคาอ้อยขั้นต้นจะลดลง แต่ก็ยังได้รับเงินส่งเสริมที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีลดฝุ่น PM 2.5 ในอัตรา 69 บาทต่อตัน (แต่เดิมได้ 100 บาท มาจากรัฐช่วย 69 บาท และกองทุน 31 บาท) แล้วก็ยังได้รับเงินเงินเพิ่มพิเศษจากโรงงาน โรงงานน้ำตาลส่วนใหญ่ยินดีจ่ายเงินเพิ่มให้อีก 40 บาทต่อตัน สำหรับชาวไร่ในบางเขตคำนวณราคา (เช่น เขต 1, 3, 6 และ 9) เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง&nbsp;</p>



<p>และพบว่าในฤดูการผลิตปี 2568/69 นี้ สอน. ได้วางแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลที่เก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดี ประกอบด้วยโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิต ฤดูการผลิต 2568/2569 โดยสนับสนุนให้แก่ชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดสะอาด 100% โครงการสนับสนุนเครื่องสาง-ตัด-กวาด-อัด-สับคลุก เพื่อการตัดอ้อยสดและมีโมเดลธุรกิจใหม่-คนละครึ่ง Farmer Plus รวมถึง “มาตรการแก้ไขปัญหาการเผาอ้อยและลดปัญหาฝุ่นมลพิษ PM 2.5 ฤดูการผลิตปี 2568/2569” และกำหนดให้โรงงานน้ำตาลรับอ้อยเผาเข้าหีบได้ไม่เกิน 20% ต่อวัน&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ที่น่ากังวลคืออุตสาหกรรมอ้อยที่ปีผลิต 2568/2569 มีการกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นเพียง 890 บาทต่อตันเนื่องจากสภาวะน้ำตาลล้นตลาดโลก ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว อีกทั้งเงินอุดหนุนการตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่นยังลดลงจากเดิม 100 บาทเหลือเพียง 69 บาทต่อตัน แม้จะมีความพยายามช่วยเหลือผ่านโครงการคนละครึ่งหรือการจำกัดการรับอ้อยเผาเข้าโรงงานไม่เกินร้อยละ 20 ต่อวัน&nbsp;</p>



<p>แต่เมื่อพิจารณาสถิติการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมระหว่างปี 2567 และ 2568 นั้นกลับพบความล้มเหลวจากตัวเลข เพราะพื้นที่เผาไหม้ในพื้นที่ปลูกอ้อยพุ่งสูงขึ้นจาก 49,965 ไร่ในปี 2567 เป็น 1,796,678 ไร่ในปี 2568 หรือเพิ่มขึ้นถึง 3,496% แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อพิจารณาจากตัวเลขอ้อยเผาเข้าหีบจะพบว่า ปริมาณอ้อยเข้าหีบปี 2566/67 มีอ้อยเผาเข้าหีบ 24.3 ล้านตัน ในหีบปี 2567/68 มีอ้อยเผาเข้าหีบ 13.6 ล้านตัน ส่วนอ้อย ปี 2568/69 พบว่ามีอ้อยเผาเข้าหีบปี 3.3 ล้านตัน โดยตัวเลขอ้อยเผาเข้าหีบที่ลดลงนั้นสวนทางกับพื้นที่การเผาที่สูงขึ้น ซึ่งการขยายตัวของการเผาที่มากกว่าสามสิบเท่าตัวท่ามกลางแรงจูงใจทางการเงินที่น้อยลงนี้ จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เป้าหมายการลดการเผาอ้อยลง 15% ในปี 2569 อาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง และส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิกฤตคุณภาพอากาศที่ประชาชนยังต้องเผชิญอยู่</p>



<h3 class="wp-block-heading">สรุป</h3>



<p>จากการวิเคราะห์สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่าภาพรวมยังคงไม่ประสบความสำเร็จตามตัวชี้วัด แม้จะมีการปรับลดเกณฑ์ KPI ให้ผ่อนปรนลงกว่าปี 2567 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในเชิงตัวเลขได้ง่ายขึ้น แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่าจำนวนวันที่อากาศเกินค่ามาตรฐานเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีวันฝุ่นพิษเพิ่มขึ้นถึง 26% และกรุงเทพมหานครที่เพิ่มขึ้นกว่า 21%</p>



<p>และเมื่อพิจารณาต่อไปยังมาตรการใหม่ปี 2569 จาก<a href="https://www.phetmuengthong.go.th/fileupload/2026-02-129822860485.pdf">มาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569</a> ก็พบว่ามาตรการเหล่านี้แทบไม่มีความแตกต่างในเชิงโครงสร้างจากแผนวาระฝุ่นแห่งชาติปี 2562 หรือแผนปี 2567 ที่ล้มเหลวมาแล้วในอดีต เพียงแต่มีการเพิ่มรายละเอียดรายพื้นที่ จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลว่ามาตรการในรูปแบบเดิมที่เน้นเพียงการตั้งตัวเลขและลด KPI ลง จะสามารถแก้ไขวิกฤตฝุ่นที่ฝังรากได้จริงหรือไม่&nbsp;</p>



<p>หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ้างอิงข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA </li>



<li>อ้างอิงมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2025 จากมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568 และปี 2569 โดยกรมควบคุมมลพิษ</li>
</ul>



<p>ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-kpi-pm25-2025">https://rocketmedialab.co/database-kpi-pm25-2025</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/kpi-pm25-2025/">ตรวจการบ้าน : ภาครัฐแก้ปัญหาฝุ่นในปี 2568 ประสบความสำเร็จจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้มากน้อยแค่ไหน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/pm25-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Feb 2025 14:16:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxThaiHealth]]></category>
		<category><![CDATA[จุดความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นPM25]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นทั่วไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เผาไหม้]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[หมอกควัน]]></category>
		<category><![CDATA[เผาป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5073</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3585;&#3619;&#3603;&#3637;&#3585 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024/">จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<p>จากกรณีการเสียชีวิตของ นายแพทย์กฤตไท ธนสมบัติกุล อาจารย์ประจำศูนย์ระบาดวิทยาคลินิกและสถิติศาสตร์คลินิก ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก &#8220;สู้ดิวะ&#8221; เนื่องด้วยมะเร็งปอดระยะสุดท้าย เมื่อปลายปี 2566 และสถานการณ์ไฟไหม้ป่าที่ภาคเหนือ ซึ่งเกิดขึ้นสม่ำเสมอทุกช่วงต้นปี ประกอบกับสถานการณ์ฝุ่นควันข้ามแดนจากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ส่งผลให้เชียงใหม่ติดอันดับเมือง PM2.5 สูงสุดในโลก ทำให้ประเด็นฝุ่น PM2.5 กลับมาเป็นประเด็นระดับชาติอีกครั้ง พร้อมด้วยแผนรับมือฝุ่น จากภาคส่วนต่างๆ Rocket Media Lab และ สสส. พาไปสำรวจประเด็นต่างๆ ที่น่าจับตา ว่าในปี 2567 ที่ผ่านมา คนไทยแต่ละภาคต้องเจอกับอะไรบ้าง และอะไรคือสิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปในปี 2568 นี้&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคเหนือ (9 จังหวัด): จับตาไฟป่า แต่ลืมจับตาการเผาแบบอื่นๆ&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5075" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_เหนือ.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ในปี 2566 เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ไฟป่ามากเป็นอันดับสามของประเทศ และเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ที่เกิดไฟป่าในเขตอนุรักษ์มากที่สุดในประเทศนับแต่ปี 2556 การเกิดไฟป่าอย่างหนักในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2566 ในเชียงใหม่ จนทำให้ครองแชมป์เมืองคุณภาพอากาศแย่ที่สุดของโลก ทำให้ปัญหาไฟป่าในภาคเหนือกลายเป็นประเด็นที่ภาครัฐต้องออกมาตรการป้องกันและแก้ไขโดยด่วน โดยเฉพาะการตั้งเป้าไว้ว่า ในปี 2567 ต้องลดการเผาไหม้ในป่าอนุรักษ์และป่าสงวน 50% เช่นเดียวกับพื้นที่การเกษตรต้องลดการเผาลงให้ได้ 50% ในพื้นที่ 17 จังหวัดในภาคเหนือ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5127" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_เหนือ.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>แม้จุดความร้อนในภาคเหนือ (9 จังหวัด) จะลดลง 75,007 จุดในเดือนพฤศจิกายน 2565 &#8211; ตุลาคม 2566 เป็น 59,821 จุดในเดือนพฤศจิกายน 2566 &#8211; ตุลาคม 2567 แต่หากพิจารณาจากข้อมูลพื้นที่การเผา (burn scar) ระหว่างมกราคม-พฤษภาคม 2566 และ มกราคม-พฤษภาคม 2567 ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) จะพบว่ากลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จาก 6,202,042 ไร่ในปี 2566 เป็น 6,269,701 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 1.09% และแม้พื้นที่เผาไหม้ป่าจะลดลงจาก 4,605,045 ไร่ในปี 2566 เป็น 1,827,813 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 60.31% รวมไปถึงข้าวโพด จาก 701,312 ไร่ในปี 2566 เป็น 533,147 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 23.98% แต่กลับพบการเผาในพื้นที่เกษตรอื่นๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จาก 580,162 ไร่ในปี 2566 เป็น 2,486,157 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 328.53% และพื้นที่เผาไหม้อ้อยเพิ่มขึ้น จาก 11,999 ไร่ เป็น 45,791 ไร่ หรือเพิ่มขึ้น 281.62% จะเห็นได้ว่าในขณะที่มาตรการของรัฐและการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่มุ่งเป้าไปที่ไฟป่า ซึ่งเป็นปัญหาหลักของภาคเหนือในปี 2566 แต่ในพื้นที่อื่นๆ กลับถูกละเลย จนท้ายที่สุดแล้วในปี 2567 พื้นที่การเผาไหม้รวมในภาคเหนือ (9 จังหวัด) ไม่ได้ลดลงตามที่ตั้งเป้าไว้ และยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย</p>



<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่และจังหวัดในภาคเหนือ (9 จังหวัด) ที่ต้องจับตา</h4>



<p>พื้นที่ที่ต้องจับตาในปี 2568: พื้นที่เกษตรอื่นๆ โดยเฉพาะจังหวัดลำปาง แม่ฮ่องสอนและน่าน</p>



<p>จังหวัดที่ต้องจับตาในปี 2568: จังหวัดแพร่ มีจำนวนพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาค โดยเพิ่มขึ้นจาก 319,262 ไร่ในปี 2566 เป็น 689,195 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 115.87%</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคตะวันตก: แม้พื้นที่ป่าจะมาก แต่เผาพื้นที่เกษตรมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5129" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-768x767.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันตก.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ในขณะที่ภาคตะวันตกซึ่งมีพื้นที่ติดกับภาคเหนือและได้รับผลกระทบจากหมอกควันจากไฟป่าที่เชียงใหม่ในปี 2566 พบว่า พื้นที่เผาไหม้รวมเพิ่มขึ้น 54.39% จาก 1,721,069 ไร่ในปี 2566 เป็น 2,657,134 ไร่ในปี 2567 โดยเฉพาะพื้นที่เผานาข้าวที่เพิ่มขึ้นสูงสุด จาก 15,274 ไร่ในปี 2566 เป็น 633,787 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มถึง 4,049.45% รองลงมาก็คือพื้นที่เกษตรอื่นๆ เพิ่มขึ้น จาก 129,599 ไร่ในปี 2566 เป็น 914,014 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 605.26% ส่วนพื้นที่เผาไหม้ป่า ก็เพิ่มจาก 1,281,688 ไร่ในปี 2566 เป็น 548,809 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 57.18% ในขณะที่ข้าวโพด เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย จาก 246,936 ไร่ในปี 2566 เป็น 268,188 ไร่ในปี 2567 หรือคิดเป็น 8.61%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5076" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันตก.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ส่วนพื้นที่ที่มีการเผาลดลงก็คืออ้อย โดยลดลงจากจาก 28,230 ไร่ในปี 2566 เหลือ 220 ไร่ในปี 2567 หรือลดลงถึง 99.22%</p>



<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่และจังหวัดในภาคตะวันตกที่ต้องจับตา</h4>



<p>พื้นที่ที่ต้องจับตาในปี 2568: พื้นที่เกษตรอื่นๆ โดยจังหวัดตากและกาญจนบุรี</p>



<p>จังหวัดที่ต้องจับตาในปี 2568: เพชรบุรี มีจำนวนพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาค โดยเพิ่มขึ้น 3,004.01% โดยเพิ่มจาก 3,146 ไร่ ในปี 2566 เป็น 97,652 ไร่ในปี 2567&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ภาคที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงในเรื่อง PM2.5 แต่การเพิ่มขึ้นของพื้นที่เผาไหม้สูงสุด</h3>



<p>แม้จากตัวเลขพื้นที่เผาไหม้ในปี 2567 ภาคเหนือ (9 จังหวัด) ยังคงเป็นภาคที่มีพื้นที่การเผาไหม้มากที่สุด ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นเป็นอันดับสอง คือมีพื้นที่เผาไหม้ 5,692,127 ไร่ แต่หากพิจารณาถึงการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เผาไหม้เปรียบเทียบกับปีก่อนหน้าจะพบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นมีอัตราการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เผาไหม้สูงสุด โดยเพิ่มถึง 506.41% จาก 938,666 ไร่ในปี 2566 เป็น 5,692,127 ไร่ในปี 2567 และสิ่งที่แตกต่างจากภาคเหนือ (9 จังหวัด) ก็คือ พื้นที่เผาไหม้ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นที่นาข้าวมากที่สุด โดยหากเปรียบเทียบพื้นที่เผานาข้าวกับปีก่อนหน้าจะพบว่า จากพื้นที่เผานาข้าว 331,218 ไร่ในปี 2566 เป็น 2,303,924 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นถึง 595.59%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5077" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-768x769.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออกเฉียงเหนือ.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ไม่เพียงแต่พื้นที่นาข้าวเท่านั้นที่มีการเผามากขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังพบว่า พื้นที่ข้าวโพดยังพบการเผาเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย จาก 28,651 ไร่ในปี 2566 เป็น 1,904,910 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 6548.67% รวมไปถึงพื้นที่การเผาป่า ที่เพิ่มขึ้น จาก 326,904 ไร่ในปี 2566 เป็น 550,849 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 68.50%</p>



<p>ในขณะที่พื้นที่การเผาอ้อยที่ลดลงจาก 56,167 ไร่ในปี 2566 เป็น 877 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 98.44%&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5130" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-768x769.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออกเฉียงเหนือ.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>อย่างไรก็ตามการที่พื้นที่เผารวมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในประเทศก็อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะต้องถูกจับตามองเป็นพิเศษในปี 2568 นี้</p>



<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่และจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ต้องจับตา</h4>



<p>พื้นที่ที่ต้องจับตาในปี 2568: นาข้าว โดยเฉพาะในจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ และขอนแก่น</p>



<p>จังหวัดที่ต้องจับตาในปี 2568: ร้อยเอ็ด มีจำนวนพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นมากขึ้นที่สุด โดยเพิ่ม 2,461.16% จาก 18,616 ไร่ในปี 2566 เป็น 476,786 ไร่ ในปี 2567&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคกลาง: เผาอ้อยลดลง แต่การเผาอย่างอื่นกลับเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;</h3>



<p>ภาคกลางเป็นภาคที่มีพื้นที่การปลูกอ้อยมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับภาคอื่นๆ และอ้อยยังเป็นพืชผลทางการเกษตรที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐตันละ 120 บาท เพื่อไม่ให้มีการเผาอ้อย แต่ก็เป็นพืชผลทางการเกษตรชนิดเดียวเช่นกันที่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการเผาหรือไม่เมื่อต้องส่งอ้อยเข้าหีบในโรงงาน อันจะส่งผลต่อราคาของอ้อยและมาตรการการหักเงินอ้อยไฟไหม้เข้าหีบ 130 บาทต่อตันที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้พื้นที่การเผาอ้อยในภาคกลางลดลง จาก 326,151 ในปี 2566 เป็น 2,970 ในปี 2567 หรือลดลง 99.09% ไม่เพียงแค่พื้นที่การเผาอ้อยเท่านั้นที่ลดลง แต่พื้นที่ไฟป่าในภาคกลางก็ลดลงอีกด้วย จาก 698,426 ในปี 2566 เป็น 252,604 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 63.83%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5078" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-768x769.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_กลาง.png 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>แต่ถึงอย่างนั้นกลับพบว่าพื้นที่เผาไหม้ในภาคกลางโดยรวมเพิ่มขึ้น 92.80% จาก 2,321,411 ไร่ในปี 2566 เป็น 4,475,787 ไร่ในปี 2567 โดยพื้นที่เผาไหม้ที่เพิ่มขึ้นอยู่ในส่วนของข้าวโพดมากที่สุด จาก 184,701 ไร่ในปี 2566 เป็น 1,588,395 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 759.98% พื้นที่อื่นๆ จาก 26,122 ไร่ในปี 2566 เป็น 88,085 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 237.21% พื้นที่เกษตรอื่นๆ จาก 203,039 ไร่ในปี 2566 เป็น 629,905 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 210.24% และนาข้าว 882,972 ไร่ในปี 2566 เป็น 1,913,830 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 116.75%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5131" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-768x767.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_กลาง.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>จะเห็นได้ว่าแม้พื้นที่เผาไหม้ในส่วนของข้าวโพดจะเพิ่มมากที่สุด แต่จำนวนพื้นที่ที่มีการเผาไหม้มากที่สุดในภาคกลางในปี 2567 ก็คือนาข้าว เช่นเดียวกันกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</p>



<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่และจังหวัดในภาคกลางที่ต้องจับตา</h4>



<p>พื้นที่ที่ต้องจับตาในปี 2568: นาข้าว โดยเฉพาะเฉพาะในจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และเพชรบูรณ์</p>



<p>จังหวัดที่ต้องจับตาในปี 2568: พระนครศรีอยุธยา มีจำนวนพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาค โดยเพิ่มขึ้นถึง 2393.02% จาก 2,809 ไร่ในปี 2566 เป็น 70,029 ไร่ในปี 2567&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคตะวันออก: พื้นที่อุตสาหกรรมของประเทศ แต่สัดส่วนพื้นที่เผาไหม้พุ่งขึ้นสู่อันดับสอง&nbsp;</h3>



<p>ภาคตะวันออกมักไม่ค่อยถูกพูดถึงในประเด็นเรื่องหมอกควันหรือฝุ่น PM2.5 มากนัก โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เนื่องด้วยภาคตะวันออกมักจะถูกมองเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมมากกว่า ประเด็นเรื่องมลพิษทางอากาศจึงผูกติดอยู่กับภาพของโรงไฟฟ้าหรือโรงงานอุตสาหกรรมภายในภาค แต่จากข้อมูลจะพบว่าการเผาไหม้ในภาคตะวันออกเพิ่มสูงถึง 371.96% โดยเพิ่มจาก 90,787 ไร่ในปี 2566 เป็น 428,477 ไร่ในปี 2567 โดยอัตราการเพิ่มขึ้นเป็นรองแค่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้น และยังพบว่าพื้นที่เผาไหม้มากที่สุดคือพื้นที่ปลูกข้าวโพดโดยเพิ่มขึ้นจาก 182 ไร่ในปี 2566 เป็น 139,717 ไร่ในปี 2567 หรือคิดเป็น 76,667.58%&nbsp;</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5079" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ตะวันออก.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>นอกจากพื้นที่ข้าวโพดแล้ว ยังพบว่า พื้นที่เกษตรอื่นๆ ก็มีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้น โดยเพิ่มจาก 9,673 ไร่ในปี 2566 เป็น 92,721 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 858.55% พื้นที่นาข้าวจาก 43,990 ไร่ในปี 2566 เป็น 187,299 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 325.78% รวมถึงพื้นที่อื่นๆ จาก 2,461 ไร่ในปี 2566 เป็น 3,699 ไร่ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้น 50.30%</p>



<p>ขณะที่พื้นที่เผาไหม้ในส่วนของป่าและอ้อยนั้นลดลงเช่นเดียวกับภาคอื่นๆ โดยพื้นที่เผาไหม้ป่า ลดลงจาก 14,903 ไร่ในปี 2566 เป็น 4,933 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 66.90% และพื้นที่เผาไหม้อ้อย ลดลงจาก 19,578 ไร่ในปี 2566 เป็น 107 ไร่ในปี 2567 หรือลดลงถึง 99.45%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5132" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ตะวันออก.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่และจังหวัดในภาคตะวันออกที่ต้องจับตา</h4>



<p>พื้นที่ที่ต้องจับตาในปี 2568: ข้าว โดยเฉพาะในจังหวัดปราจีนบุรี</p>



<p>จังหวัดที่ต้องจับตาในปี 2568: ระยอง มีจำนวนพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาค โดยเพิ่มขึ้นถึง 5,250% จาก 6 ไร่ในปี 2566 เป็น 321 ไร่ในปี 2567</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาพรวมของประเทศไทยในปี 2567: ใครว่าเผาลดลง?&nbsp;</h3>



<p>จากปริมาณฝุ่น PM2.5 ในปี 2566 รวมไปถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่เชียงใหม่ในปี 2566 ทำให้รัฐบาลมีมาตรการในการลดฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 โดยตั้งตัวชี้วัดให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดในภาคเหนือ ให้ลดการเผาไหม้ในป่าอนุรักษ์และป่าสงวน 50% เช่นเดียวกับพื้นที่การเกษตรต้องลดการเผาลงให้ได้ 50% ส่วนพื้นที่เป้าหมายรองต้องลดการเผาลง 20% และพื้นที่เกษตรอื่นๆ ให้ลดการเผาให้ได้ 10%</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5082" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งเผาป่า_ทั้งประเทศ.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>แต่จากข้อมูลจะพบว่า ในภาพรวมทั้งประเทศ มีการเผาเพิ่มขึ้น 73.15% จาก 11,275,651 ไร่ในปี 2566 เป็น 19,523,235 ไร่ในปี 2567 โดยพบการเพิ่มขึ้นของพื้นที่การเผาในพื้นที่เกษตรอื่นๆ มากที่สุด จาก 996,137 ไร่ในปี 2566 เป็น 4,883,724 ไร่ในปี 2567 หรือคิดเป็น 390.27% รองลงมาก็คือ นาข้าว จาก 1,529,604 ไร่ในปี 2566 เป็น 6,054,743 ไร่ ในปี 2567 หรือคิดเป็น 295.84% ตามมาด้วยข้าวโพด จาก 1,161,779 ไร่ในปี 2566 เป็น 4,434,360 ไร่ ในปี 2567 หรือคิดเป็น 281.69% และพื้นที่อื่นๆ จาก 218,987 ไร่ ในปี 2566 เป็น 915,426 ไร่ ในปี 2567 หรือคิดเป็น 318.03% &nbsp;</p>



<p>ในขณะที่พื้นที่เผาป่านั้นลดลง จาก 6,927,021 ไร่ในปี 2566 เหลือ 3,185,017 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 54.02% เช่นเดียวกับอ้อย จาก 442,124 ไร่ในปี 2566 เหลือ 49,966 ไร่ในปี 2567 หรือลดลง 88.70% แต่ในกรณีของการเผาอ้อยที่มีพื้นที่การเผาลดลงอย่างมาก มีข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า การเก็บข้อมูลพื้นที่การเผานั้นเก็บในช่วง 1 มกราคม-31 พฤษภาคม ในขณะที่การเผาอ้อยเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตและส่งเข้าหีบในโรงงานนั้นจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ดังนั้นตัวเลขพื้นที่การเผาอ้อยที่ลดลงอย่างมากอาจจะคลาดเคลื่อนกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น โดย<a href="https://spacebar.th/business/mitr-phol-thairungruang-subsidiary-factory-burnt-sugarcane?utm_source=facebook&amp;utm_medium=Pic_Post&amp;utm_campaign=Spacebar&amp;utm_content=facebook&amp;fbclid=IwY2xjawHoYXdleHRuA2FlbQIxMAABHfpbeXM-4xge-bik87aihF_s55jB7aa5c1YwjEW9vUpiJ1eu6mkCWQOaWQ_aem_ECmNX7wu4EklQPRBr2saPw">รายงาน</a>จากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ระบุว่าภาพรวมเฉลี่ยโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศรับซื้ออ้อยถูกเผากว่า 4 ล้านตัน คิดเป็น 21.80% ของปริมาณอ้อยที่รับเข้าหีบทั้งหมดกว่า 18 ล้านตัน เทียบเท่ากับการเผาป่ากว่า 4 แสนไร่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5081" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เผาป่า_treemap_ทั้งประเทศ.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>หากพิจารณาเฉพาะจำนวนพื้นที่เผาไหม้ในปี 2567 จะพบว่า พื้นที่เผานาข้าวสูงที่สุด จำนวน 6,054,743 ไร่หรือคิดเป็น 31.01% ในขณะที่น้อยที่สุดคืออ้อย 49,966 หรือคิดเป็น 0.26%&nbsp;</p>



<p>และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคจะพบว่า ภาคที่มีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มสูงคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเพิ่มถึง 506.41% จาก 938,666 ไร่ในปี 2566 เป็น 5,692,127 ไร่ในปี 2567 รองลงมาก็คือ ภาคตะวันออก เพิ่มขึ้น 371.96% โดยเพิ่มจาก 90,787 ไร่ในปี 2566 เป็น 428,477 ไร่ในปี 2567 ตามมาด้วยภาคกลาง มีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้น 92.80% จาก 2,321,411 ไร่ในปี 2566 เป็น 4,475,787 ไร่ในปี 2567&nbsp;</p>



<p>ภาคตะวันตก มีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้น 54.39% จาก 1,721,069 ไร่ในปี 2566 เป็น 2,657,134 ไร่ในปี 2567 และภาคเหนือ (9 จังหวัด) เพิ่มขึ้น 1.09% จาก 6,202,042 ไร่ในปี 2566 เป็น 6,269,701 ไร่ในปี 2567&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่ภาคใต้นั้น มีพื้นที่เผาไหม้ลดลง 99.52% จาก 1,677 ไร่ในปี 2566 เหลือ 8 ไร่ในปี 2567&nbsp;</p>



<p>จะเห็นได้ว่าปัญหาไฟป่าและเผาในพื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในปี 2567 โดยภาพรวมแล้วไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด อีกทั้งยังเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย หากในปี 2566 พื้นที่เผาที่ถูกจับตาเป็นพิเศษคือพื้นที่ป่า ข้อมูลในปี 2567 แสดงให้เห็นแล้วว่าในปี 2568 นี้ พื้นที่ที่ควรจับตาและมีมาตรการอย่างเคร่งครัดก็คือนาข้าว&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5083" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟเปรียบเทียบจุดความร้อน.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">หมอกควันข้ามแดน: จุดความร้อนลด แต่นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพิ่ม โดยเฉพาะจากกัมพูชา</h3>



<p>อีกปัจจัยของปัญหาเรื่องฝุ่นก็คือ หมอกควันข้ามพรมแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน จากข้อมูลจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านของ GISTDA ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.2566-31ต.ค.2567 พบว่า มีจุดความร้อนในเมียนมามากที่สุด 338,943 จุด ตามด้วย สปป.ลาว 175,930 จุด และกัมพูชา 156,420 จุด อันดับสี่ คือ เวียดนาม 57,871 จุด และอินโดนีเซีย อย่างน้อย 20,752 จุด และมาเลเซีย อย่างน้อย 493 จุด (เนื่องจากไม่ปรากฏข้อมูลในปี 2567 ของอินโดนีเซียและมาเลเซีย)&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบจุดความร้อนระหว่าง 1 พฤศจิกายน 2565- 31 ตุลาคม 2566 กับ 1 พฤศจิกายน 2566-31 ตุลาคม 2567 พบว่า กัมพูชา เพิ่มขึ้น 46.96% ส่วนเวียดนามเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4.90% ขณะที่ประเทศลาวและเมียนมา ลดลง 31.97% และ 17.88% ตามลำดับ&nbsp;</p>



<p>แม้จุดความร้อนโดยรวมในประเทศเพื่อนบ้านจะลดลง แต่กลับพบว่าการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยจากประเทศเพื่อนบ้านกลับเพิ่มสูงขึ้น โดยในปี 2566 ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมา ลาว และกัมพูชา รวม 1,331,428 ตัน โดยนำเข้าจากเมียนมาสูงสุด ในขณะที่ในปี 2567 เพิ่มเป็น 2,012,117 ตัน และยังเป็นการนำเข้าจากเมียนมามากที่สุดเช่นเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>สาเหตุที่ประเทศไทยต้องนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมานั้น มาจากความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย โดย<a href="https://www.thaifeedmill.org/wp-content/uploads/2020/12/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%B5-2543-2567-%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2.pdf">สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์</a> ให้ข้อมูลไว้ว่าในปี 2567 ประเทศไทยต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราว 8 ล้านตันต่อปี แต่คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพข้อมูลปริมาณการผลิตสินค้าเกษตร พยากรณ์ไว้ว่า ในปี 2567 ประเทศไทยจะสามารถผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศได้เพียง 4,742,139 ตัน จึงจำเป็นที่จะต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน แม้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาจะมีกระแสคัดค้านให้ยกเลิกการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากพบว่าจำนวนจุดความร้อนที่เกิดขึ้นอย่างมากในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว เมียนมา กัมพูชา สัมพันธ์กันกับปัญหาหมอกควันข้ามแดนและฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดในประเทศไทยที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยรายงานผืนป่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมลพิษ PM2.5 ข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ปี พ.ศ.2558-2563 ของ<a href="https://www.greenpeace.org/static/planet4-thailand-stateless/2021/04/46bdd195-minireport-forest-maize-haze-transboundary.pdf">กรีนพีซ</a> วิเคราะห์จุดความร้อนจากภาพดาวเทียม Suomi-NPP ระบบ VIIR พบว่า 1 ใน 3 ของจุดความร้อนอยู่ในพื้นที่ปลูกข้าวโพด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เปรียบเทียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-819x1024.png" alt="" class="wp-image-5085" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เปรียบเทียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เปรียบเทียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เปรียบเทียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_เปรียบเทียบการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์.png 1081w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>ขณะที่เมื่อเทียบกับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากเว็บไซต์กรมศุลกากร พบว่า ปริมาณการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วง 10 ปี ตั้งแต่ปี 2558 ถึงพฤศจิกายน 2567 พบว่า ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมามากที่สุด 8,127,18 ตัน จากทั้งหมด 9,394,819 ตัน และไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น 1,130.50% ปริมาณการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 2 ครั้ง ได้แก่ ปี 2561 กับ ปี 2562 เพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่า และปี 2562 กับปี 2563 เพิ่มขึ้น 2 เท่า ปี 2567 มีปริมาณนำเข้าสูงสุด 2,012,11 ตัน</p>



<p>ในช่วงปี 2558-2559 ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากลาวเป็นส่วนใหญ่ แต่ในปี 2562 จนถึงปี 2567 ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมาเป็นหลัก จาก 588,515 ตันในปี 2562 เป็น 1,750,024 ตันในปี 2567</p>



<p><a href="https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?ref=A&amp;id=Q1l4ckRaR2Y2Wm89">รายงานโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย</a> เมื่อ 28 มีนาคม 2567 ระบุว่า การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศกัมพูชา ลาว และเมียนมาอยู่ภายใต้ความตกลง ASEAN Trade in Goods Agreement (ATIGA) 3 ทำให้ผู้นำเข้าได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า รวมถึงต้นทุนค่าขนส่งต่ำ จึงมีความได้เปรียบกว่าประเทศอื่นๆ ในปีเดียวกัน <a href="https://www.infoquest.co.th/2024/454303">คณะรัฐมนตรี</a>ยังคงนโยบายที่ผู้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะได้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร ในอัตรา 0% เช่นเดิมในปี 2568&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">เผาก็เพิ่ม ผู้ป่วยก็เพิ่ม: ภาพรวมปัญหาสุขภาพในปี 2567 ที่อาจมีสาเหตุมาจากฝุ่นพิษ PM2.5</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="820" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งกลุ่มโรค-820x1024.png" alt="" class="wp-image-5086" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งกลุ่มโรค-820x1024.png 820w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งกลุ่มโรค-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งกลุ่มโรค-768x959.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_กราฟแท่งกลุ่มโรค.png 1081w" sizes="(max-width: 820px) 100vw, 820px" /></figure>
</div>


<p>จากข้อมูลผู้ป่วยรายโรครายเดือน 1 พ.ย. 2566 &#8211; 31 ต.ค.2567 ของระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ผู้ป่วยกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ (กลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ ประกอบด้วย โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคปอดอักเสบ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคต่อมทอนซิลอักเสบ โรคจมูกอักเสบเรื้อรัง โรคหลอดลมอักเสบ โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มโรคตาอักเสบ กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ กลุ่มโรคอื่นๆ และโรคมะเร็งปอด) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวนมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูเฉพาะจำนวนกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ (กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ ประกอบด้วย โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคปอดอักเสบ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคต่อมทอนซิลอักเสบ โรคจมูกอักเสบเรื้อรัง และโรคหลอดลมอักเสบ) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็สูงกว่าภาคอื่นเช่นกัน ขณะที่เมื่อดูเฉพาะตัวเลขมะเร็งปอด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นรองเพียงภาคกลาง ซึ่งห่างกันเพียง 1,252 คนเท่านั้น ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อมูลพื้นที่เผาในปี 2567 ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการเพิ่มขึ้นของพื้นที่เผาสูงที่สุดในประเทศ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาสัดส่วนผู้ป่วยต่อประชากรแสนคน จะพบว่า ภาคเหนือ (9 จังหวัด) มีสัดส่วนผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ และโรคมะเร็งปอดมากที่สุด โดยอยู่ที่ 20,459.65 คนต่อแสนประชากรและ 616.87 คนต่อแสนประชากรตามลำดับ ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อมูลพื้นที่การเผาในปี 2567 ที่ภาคเหนือ (9 จังหวัด) ยังครองแชมป์จำนวนพื้นที่การเผาสูงที่สุดของประเทศ ขณะที่เมื่อดูผู้ป่วยกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ พบว่า ภาคใต้ มีสัดส่วนผู้ป่วยมากที่สุด 9,471.19 คนต่อประชากรแสนคน</p>



<p>แม้ว่ามาตรการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 จะพุ่งเป้าไปที่ภาคเหนือเป็นพิเศษ แต่เมื่อดูข้อมูลผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับ PM2.5 ช่วงสองปีเทียบกันแล้ว พบว่า ภาคที่เริ่มมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นคือ ภาคตะวันออก ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ ซึ่งภาคตะวันออกมีพื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้นอยู่ในอันดับที่สอง รองจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยข้อมูลจำนวนผู้ป่วยรายโรครายเดือน ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2565 &#8211; 31 ต.ค.2566 กับ 1 พ.ย. 2566 &#8211; 31 ต.ค.2567 ของระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ภาคตะวันออก มีจำนวนผู้ป่วยกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ เพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่ม 14.25% จาก 786,974 คนเป็น 899,133 คน จังหวัดที่น่าจับตาคือ จังหวัดสระแก้วที่มีจำนวนผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ เพิ่มขึ้นมากกว่าจังหวัดอื่นในภาค คิดเป็น 16.68% ซึ่งจังหวัดสระแก้วเป็นจังหวัดที่มีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากที่สุดในภาคตะวันออก และอยู่ติดกับประเทศกัมพูชา พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จำนวนจุดความร้อนเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วยในปีที่ผ่านมา</p>



<p>ขณะที่เมื่อดูเฉพาะโรคมะเร็งปอด ก็พบว่า ภาคตะวันออกเป็นภาคที่มีจำนวนผู้ป่วย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน มากที่สุดเช่นกัน โดยอยู่ที่ 14.94% โดยสระแก้ว มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากกว่าจังหวัดอื่นในภาค คิดเป็น 15.52%</p>



<p>ส่วนภาคเหนือที่มักมีข่าวเรื่องมลพิษทางอากาศปรากฏว่า เป็นภาคที่มีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งปอด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.10% หรือลดลง 424 คน โดยลดลงที่จังหวัดเชียงใหม่ พะเยา และลำปาง</p>



<p>ขณะที่เมื่อดูเฉพาะกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ พบว่า ภาคกลาง เป็นภาคที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากที่สุด 11.47% จาก 1,141,505 คนเป็น 1,272,461 คน โดยกรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดที่น่าจับตา โดยเพิ่มขึ้น 43.37% จาก 82,201 คนเป็น 117,855 คนในช่วงเดียวกันของปีถัดไป แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลผู้ป่วยเดือน พ.ย.-ธ.ค.2565 ปรากฏก็ตาม</p>



<h3 class="wp-block-heading">พ.ร.บ. อากาศสะอาด จะช่วยลดปัญหา PM2.5 ได้จริงไหม</h3>



<p>ปัญหาฝุ่น PM2.5 เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน จึงต้องใช้ความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ที่ผ่านมา มีความพยายามผลักดันการออกกฎหมายเพื่อจัดการกับปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจัง โดยมีร่างกฎหมาย 7 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ 1 ฉบับ ฉบับที่พรรคการเมืองเป็นผู้เสนอ 5 ฉบับ (พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคประชาธิปัตย์) และฉบับประชาชน โดยมีคนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 22,251 คนเป็นผู้เสนอ&nbsp;</p>



<p>โดยเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ….ทั้ง 7 ฉบับ ผ่านรัฐสภาด้วยมติ 443: 0 มีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณายกร่างใหม่จาก 7 ฉบับดังกล่าว ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2567 จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด<a href="https://x.com/jakkaphon_18/status/1866745080834642348"> เขียนข้อความผ่าน X</a> ว่า ฝ่ายนิติบัญญัติ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาได้ราว 70% แล้ว และจะเร่งเสนอเข้าสภาภายในต้นปีหน้า&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลจากเว็บไซต์รัฐสภา มีรายงานสรุปผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. สภาผู้แทนราษฎร แล้ว 44 ครั้งจนถึงวันที่ 2 ธันวาคม 2567 โดยประเด็นที่มีการพิจารณาแล้ว มีเรื่องเด่น 7 เรื่อง ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กำหนดให้บุคคล ชุมชน และประชาชนมีสิทธิในอากาศสะอาด สิทธิในสุขภาพ และสิทธิในชีวิตอันเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน โดยรัฐมีหน้าที่ทำให้เกิดการเคารพ คุ้มครอง และทำให้สิทธิดังกล่าวเกิดขึ้นจริง&nbsp;</li>



<li>มีคณะกรรมการหลากหลายรูปแบบ ทั้งคณะกรรมการระดับชาติที่ดูแลด้านนโยบาย คณะกรรมการกำกับดูแลเพื่ออากาศสะอาด ที่จะทำหน้าที่ประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายและเป้าหมายที่กำหนด คณะกรรมการระดับจังหวัด ซึ่งจะจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในระดับจังหวัด โดยให้สอดคล้องกับนโยบายระดับชาติ และคำนึงถึงบริบทเฉพาะของพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีคณะกรรมการเฉพาะด้าน เช่น คณะกรรมการวิชาการ คณะกรรมการด้านเศรษฐศาสตร์</li>



<li>เมื่อพื้นที่ใดมีปัญหามลพิษทางอากาศ อันเกิดจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ สภาพแวดล้อม หรือปัญหาข้ามพื้นที่ คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดสามารถแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ในพื้นที่นั้นๆ อย่างเร่งด่วนได้</li>



<li>กรณีมีพื้นที่ที่มีคุณภาพอากาศไม่เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพระดับประเทศหรือมีแนวโน้มเกิดมลพิษทางอากาศซึ่งอาจกระทบต่อสุขภาพหรือคุณภาพสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดมีอำนาจประกาศให้พื้นที่นั้นเป็นเขตเฝ้าระวังมลพิษทางอากาศ และหากมีพื้นที่ใดที่มีคุณภาพอากาศเกินเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาด คณะกรรมการอากาศสะอาดจังหวัดก็มีอำนาจประกาศให้พื้นที่นั้นเป็นเขตประสบมลพิษทางอากาศได้ด้วย</li>



<li>จะมีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพระดับประเทศ มาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาดเพื่อสวัสดิภาพของสาธารณะ และดัชนีคุณภาพอากาศ โดยคณะกรรมการวิชาการเพื่ออากาศสะอาดเป็นผู้เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายร่วมเพื่ออากาศสะอาด&nbsp;</li>



<li>มีเครื่องมือและมาตรการทางเศรษฐศาสตร์เพื่ออากาศสะอาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกลไกตลาดและลดการปล่อยมลพิษโดยการสร้างแรงจูงใจ หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคล ผู้ประกอบการ หรือชุมชน ในการป้องกัน บำบัด ขจัด หรือลดมลพิษทางอากาศ หรือส่งเสริมให้มีอากาศสะอาด เช่น ภาษีอาการเพื่ออากาศสะอาด ค่าธรรมเนียมเพื่ออากาศสะอาด&nbsp; การจัดสรร การซื้อขาย และการโอนสิทธิในการระบายมลพิษทางอากาศ หลักประกันความเสี่ยงหรือความเสียหายอันเนื่องมาจากมลพิษทางอากาศ มาตรการอุดหนุน สนับสนุน หรือส่งเสริม บุคคล ผู้ประกอบการ ชุมชน หรือกิจกรรมเพื่ออากาศสะอาด&nbsp;&nbsp;</li>



<li>กำหนดให้หน่วยงานรัฐบูรณาการการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดน โดยร่วมมือกับต่างประเทศ ควบคุมสินค้าเกษตรที่ก่อมลพิษ และกำหนดความรับผิดของผู้กระทำผิด</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5087" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/info_บทบาทของสสส.png 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">บทบาทของ สสส.</h3>



<p>สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผลักดันกระบวนการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในทุกมติ ด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง ผ่าน 4 กลไกหลัก ได้แก่ พลังนโยบาย พลังปัญญา พลังสังคม และการสื่อสารสังคม เพื่อเสริมหนุนความเข้มแข็งให้กับภาคประชาสังคม เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน แบบสหวิชาชีพ อย่างบูรณาการข้ามศาสตร์&nbsp;</p>



<p>จนนำไปสู่การสร้างความร่วมมือระหว่างภาคประชาสังคม ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการในการแก้ปัญหาสาเหตุ PM2.5 อย่างบูรณาการ เช่น เครือข่ายสภาลมหายใจ ประกอบด้วย สภาลมหายใจเชียงใหม่ สภาลมหายใจแม่ฮ่องสอน สภาลมหายใจลำพูน สภาลมหายใจเชียงราย สภาลมหายใจลำปาง ชมรมอากาศดีที่เมืองแพร่ สภาลมหายใจพะเยา เครือข่ายรักษ์อากาศน่าน สภาลมหายใจตาก สภาลมหายใจกรุงเทพมหานคร และสภาลมหายใจกาญจนบุรี เป็นต้น ยกระดับการแก้ปัญหา PM2.5 ระดับตำบล ระดับอำเภอ นำไปสู่ข้อเสนอและปฏิบัติการทางนโยบายระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับชาติ เช่น การบริหารจัดการไฟตามบริบทภูมิสังคม แทนการบริหารควบคุมจุดความร้อนห้ามเผาเด็ดขาด หรือ Fire Management แทน Zero Burning และ การผลักดันการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าพื้นที่รอยต่อจังหวัดและพื้นที่ไหม้ซ้ำซากในภาคเหนือตอนบน (ไฟแปลงใหญ่)</p>



<p>&nbsp;เชื่อมโยงการบริหารจัดการ บูรณาการ Big Data พัฒนา ปรับปรุงงานวิชาการ เสนอแนะวิธีแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เช่น การจัดประชุมทางวิชาการระดับชาติ เรื่อง มลพิษทางอากาศ PM2.5 ครั้งที่ 1 (Thailand National PM 2.5 Forum) หัวข้อ “อากาศสะอาด: ความรับผิดชอบร่วมของรัฐ เอกชน และประชาสังคม” เพื่อร่วมกันหาข้อสรุปนโยบายและมาตรการจัดการมลพิษทางอากาศ นำเสนอต่อรัฐบาล ทั้งเรื่องระบบสุขภาพ การจัดการไฟป่า ไฟในที่โล่ง พื้นที่ทางการเกษตร มลพิษข้ามแดน ฝุ่นจากอุตสาหกรรม ผลกระทบภาคธุรกิจ และการกำหนดมาตรฐานฝุ่นละออง PM2.5 ใหม่ให้เข้มงวดขึ้น เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพอากาศของประเทศ ป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยผ่านการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน</p>



<p>โดยมีหมุดหมายสำคัญ คือ ก้าวข้ามการจัดการแบบเดิมไปสู่การจัดการมลพิษทางอากาศแบบสุขภาพนำสังคม หรือ “สังคมอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ” เชื่อมประสานการดำเนินงานทางสถาบันการศึกษา หน้าต่างทางนโยบาย และการเคลื่อนไหวทางสังคม โยงใยกลไกและองค์กรทั้งภาคการเมือง ภาครัฐ ภาคท้องที่ท้องถิ่น ภาควิชาการ ภาคการสื่อสารสาธารณะ ภาคเอกชน และการต่างประเทศ</p>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p>ข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ 1 มกราคม &#8211; 31 พฤษภาคม 2566&nbsp; สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ 1 มกราคม &#8211; 31 พฤษภาคม 2567&nbsp; สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลจุดความร้อน 2022 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลจุดความร้อน 2023 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลจุดความร้อน 2024 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)&nbsp;</p>



<p>ระบบรายงานสถิติ กรมศุลกากร</p>



<p></p>



<p>ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-pm25-2024/">https://rocketmedialab.co/database-pm25-2024/</a></p>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/ebook-pm25/">ดาวน์โหลดเวอร์ชัน E-book ที่นี่</a></p>



<p></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024/">จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-pm25-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Feb 2025 14:13:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxThaiHealth]]></category>
		<category><![CDATA[จุดความร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นทั่วไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เผาไหม้]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สสส.]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[หมอกควัน]]></category>
		<category><![CDATA[เผาป่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5072</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3604;&#3634;&#3623;&#3609;&#3660;&#3650;&#3627;&#3621 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-pm25-2024/">สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTkE7uSbgNqml17CnvbADttovi-qUf1LzqKHeCiFFRGNV-b9W8gNCpi6c87UHCKV3kSTtOrMGhHH6FM/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1dtN0UDUjHKo9k1c4QCMVYJjvr8SYaYaJjAVVenmmN0g/edit?gid=1295075901#gid=1295075901">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p>อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/pm25-2024">จากไฟป่าสู่ไฟเกษตร: สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-pm25-2024/">สำรวจสถานการณ์สุขภาพและการเผาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในปี 2567 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
