<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรคทางจิตเวช Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/โรคทางจิตเวช/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Sep 2025 09:59:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>โรคทางจิตเวช Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/โรคทางจิตเวช/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ราคา’ ที่ต้องจ่ายและสิ่งที่อยากได้ ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/depression/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Oct 2022 06:02:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[จิตแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ซึมเศร้า]]></category>
		<category><![CDATA[นักจิตบำบัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผลสำรวจ]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[แบบสอบถาม]]></category>
		<category><![CDATA[โรคทางจิตเวช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=2934</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทำความเข้าใจสถานการณ์ที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าต้องเผชิญระหว่างกระบวนการรักษา ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงที่พวกเขาอยากเห็น</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/depression/">‘ราคา’ ที่ต้องจ่ายและสิ่งที่อยากได้ ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list"><li>ก่อนจะเข้ารับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถาม (33.6%) ระบุว่า มีอาการมานานกว่า 2 ปี จึงเริ่มรักษา</li><li>ผู้ตอบแบบสอบถามเกินครึ่ง (56.9%) เปลี่ยนจิตแพทย์มาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง ก่อนเข้ารักษากับจิตแพทย์คนปัจจุบัน</li><li>ครึ่งหนึ่ง (51.5%) ของผู้ที่เคยรับการรักษากับจิตแพทย์มากกว่า 1 คน ใช้เวลารักษากับจิตแพทย์คนก่อนหน้านี้มากกว่า 1 ปี</li><li>เกือบ 1 ใน 3 (29.6%) ระบุว่า ค่ารักษาอย่างน้อยร้อยละ 21 ของรายได้</li><li>เกือบ 3 ใน 4 (72.3%) ใช้เวลาพบแพทย์ต่อครั้งไม่เกิน 1 ชั่วโมง</li><li>ผู้ตอบแบบสอบถามต้องการยาราคาถูกมากที่สุด รองลงมาคือ ลักษณะการทำงานที่ยืดหยุ่นกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ตามด้วย การทำประกันสุขภาพส่วนบุคคลได้</li></ul>



<p>ปัญหาสุขภาพจิตไม่ใช่การเป็นทุกข์ในระดับบุคคลเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมที่เราอยู่ด้วย ทั้งเศรษฐกิจ วัฒนธรรม รวมถึงระบบสาธารณสุข การสำรวจ<a href="https://www.who.int/health-topics/mental-health">ภาระโรค การบาดเจ็บ และปัจจัยเสี่ยง (Global Burden of Diseases, Injuries, and Risk Factors Study)</a> ขององค์การอนามัยโลก เมื่อปี 2562 พบว่าในกลุ่มอายุระหว่าง 15-29 ปี โรคทางจิตเวช 2 โรคคือ โรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลเป็นสองโรคที่ติดอันดับ 1 และ 2 ของภาระโรค ส่วนการฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ขณะที่ <a href="https://www.dw.com/en/global-mental-health-issues-saw-sharp-rise-during-pandemic-who/a-62163813">รายงานขององค์การอนามัยโลกเมื่อมิถุนายน 2565</a> เรียกร้องให้ชาติต่างๆ ลงทุนกับสุขภาพจิตให้มากขึ้น ด้วยเหตุผลว่าโรคโควิด-19 ทำให้สถานการณ์แย่ลงทั่วโลก ในปีแรกของการระบาด ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและวิตกกังวลเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 ขณะที่สัดส่วนงบประมาณด้านสุขภาพจิตของประเทศต่างๆ มีเพียงร้อยละ 2 ของงบประมาณสาธารณสุข</p>



<p>ในประเทศไทย ตัวเลขประมาณการจาก<a href="https://www.thaidepression.com/www/report/main_report/pdf/ahb-06-22-mix_HDC.pdf">ฐานข้อมูลของกรมสุขภาพจิต เมื่อเดือนมิถุนายน 2565 </a>พบว่า มีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในประเทศไทยราว 1.35 ล้านคน อัตราการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาอยู่ที่ 88.33% <a href="https://www.prachachat.net/general/news-1060160">อธิบดีกรมสุขภาพจิต</a>เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 กันยายนว่า จำนวนผู้ป่วยจิตเวชมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งโรคซึมเศร้าด้วย โดยระบุว่า เป็นไปตามแนวโน้มเดียวกันกับสถานการณ์ทั่วโลกที่เป็นผลมาจากวิกฤติการระบาดของโควิด-19 กระทรวงสาธารณสุขมุ่งคัดกรองค้นหากลุ่มเสี่ยงให้มากขึ้น รวมทั้งเปิดหอผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มเติมในโรงพยาบาลทั่วประเทศ&nbsp; นอกจากนี้ยังประสานงานกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) เพื่อผลักดันยาจิตเวชที่จำเป็นเข้าสู่บัญชียาหลักเพิ่มเติมด้วย</p>



<p>ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โรคซึมเศร้าเป็นที่รับรู้กันอย่างแพร่หลายในสังคมมากขึ้น ผู้ป่วยมีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและกล้าพบแพทย์มากขึ้น</p>



<p>Rocket Media Lab สำรวจความคิดเห็นของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับทำความเข้าใจสถานการณ์ว่า ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่เข้ารับการรักษาพยาบาลต้องเผชิญกับสถานการณ์ใดบ้างในกระบวนการรักษา ตลอดจนสะท้อนความต้องการของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าว่าอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>รู้จัก (ส่วนหนึ่งของ) ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า</strong></h3>



<p>การสำรวจออนไลน์ของ Rocket Media Lab นี้ สำรวจระหว่างวันที่ 11 กรกฎาคมถึง 30 กันยายน 2565 โดยเก็บข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยจากจิตแพทย์ว่าป่วยด้วยโรคซึมเศร้าและเข้ารับบริการในสถานพยาบาล เพื่อทำความเข้าใจภาระค่าใช้จ่ายที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าต้องเผชิญ มีผู้ตอบแบบสอบถามออนไลน์ทั้งหมด 506 คน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-2938" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey1-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey1-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey1-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey1-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey1-1536x1536.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey1-2048x2048.jpg 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey1-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey1-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 65.2 เพศชายร้อยละ 19.4 และ LGBT+ ร้อยละ 15 อื่นๆ ร้อยละ 0.4 ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 21-30 ปี ร้อยละ 46.2 อันดับที่ 2 คือช่วงอายุ&nbsp; 31-40 ปี ร้อยละ 33.2 อันดับ 3 คือ 41-50 ปี ร้อยละ 11.1 ตามด้วยช่วงอายุ 13-20 ปี ร้อยละ 6.7 อายุ 51-60 ปี ร้อยละ 2.0 ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 0.8</p>



<p>ผู้ตอบแบบสอบถามมาจาก 50 จังหวัด ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ คิดเป็นร้อยละ 57.7 อันดับที่ 2 นนทบุรี ร้อยละ 7.1 อันดับที่ 3 เชียงใหม่ ร้อยละ 5.1 อันดับที่ 4 ปทุมธานี ร้อยละ 4.3 อันดับที่ 5 สมุทรปราการ ร้อยละ 2.5</p>



<p>โดยมีผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมากที่สุด ร้อยละ 62.6 รองลงมา ปริญญาโท ร้อยละ 24.3 อันดับที่ 3 มัธยมศึกษาหรือ ปวช. ร้อยละ 7.7 อันดับที่ 4 ปริญญาเอก ร้อยละ 3.8 อันดับที่ 5 อนุปริญญาหรือปวส. ร้อยละ 1.4</p>



<p>อาชีพของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทเอกชน คิดเป็นร้อยละ 37.2 อันดับที่ 2 นักเรียนหรือนักศึกษา ร้อยละ 15 อันดับที่ 3 รับจ้างอิสระ ร้อยละ 12.8 อันดับที่ 4 เจ้าของกิจการหรือค้าขาย และผู้ไม่ประกอบอาชีพ เท่ากันที่ร้อยละ&nbsp; 9.9 อันดับที่ 5 ข้าราชการ ร้อยละ 7.7</p>



<p>รายได้ต่อเดือนส่วนใหญ่อยู่ที่ 15,001-30,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 32.8 อันดับที่ 2 คือผู้ที่มีรายได้ระหว่าง 30,001-45,000 บาท ร้อยละ 16.8 อันดับที่ 3 ผู้ที่มีรายได้ แต่ไม่ถึง 15,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 16 อันดับที่ 4 ผู้ที่ไม่มีรายได้เลย คิดเป็นร้อยละ 15.2 อันดับที่ 5 คือผู้ที่มีรายได้ระหว่าง 45,001-60,000 บาท เท่ากับผู้ที่มีรายได้มากกว่า 90,001 คิดเป็นร้อยละ 6.1</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-2944" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey2-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey2-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey2-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey2-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey2-1536x1536.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey2-2048x2048.jpg 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey2-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey2-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>โดยส่วนใหญ่ผู้ตอบแบบสอบถามพบแพทย์ทุก 1 เดือน คิดเป็นร้อยละ 43.9 รองลงมา พบแพทย์ทุก 2 เดือน ร้อยละ 20.2 อันดับ 3 พบแพทย์ทุก 3 เดือน ร้อยละ 18 อันดับ 4 พบแพทย์มากกว่า 1 ครั้งต่อเดือน ร้อยละ 8.1 อันดับ 5 พบแพทย์ทุก 4 เดือน ร้อยละ 3</p>



<p>ทั้งนี้เกือบ 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้เวลาในการพบแพทย์ต่อครั้งไม่เกิน 1 ชั่วโมง คิดเป็นร้อยละ 72.3 รองลงมาอันดับ 2 ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง ร้อยละ 24.3 อันดับ 3 ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง ร้อยละ 2.4 อันดับ 4 ใช้เวลามากกว่า 3 ชั่วโมง ร้อยละ 1</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>นานเท่าใด กว่าจะเจอหมอที่ (คิดว่า) ใช่</strong></h3>



<p>ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าหลายคนใช้เวลานานหลายปีกว่าจะรู้ว่าตนเองเป็นโรคซึมเศร้า หลายคนใช้เวลานานกว่าจะเจอกับจิตแพทย์ที่เหมาะกับตนเอง ไม่เพียงเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมากมายจึงจะเชื่อมั่นในหมอที่รักษา แต่ยังทำให้อาการแย่ลงกว่าเดิมร่วมด้วย</p>



<p>ในจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม 506 คน ผู้ป่วยมีอาการเข้าข่ายอาการซึมเศร้ามาแล้วระยะเวลาหนึ่ง เช่น นอนไม่หลับ วิตกกังวล ก่อนจะเข้ารับการวินิจฉัย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey5-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-2945" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey5-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey5-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey5-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey5-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey5-1536x1536.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey5-2048x2048.jpg 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey5-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey5-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามหรือ ร้อยละ 33.6 ระบุว่า มีอาการมาแล้วนานกว่า 2 ปี จึงจะเริ่มรักษา อันดับที่ 2 มีอาการระหว่าง 6 เดือนถึง 1 ปี ร้อยละ 24.1 อันดับที่ 3 มีอาการน้อยกว่า 6 เดือนถึง 1 ปี ร้อยละ 23.7 อันดับที่ 4 มีอาการนาน 1-2 ปี ร้อยละ 12.6 อันดับที่ 5 ไม่แน่ใจ ร้อยละ 5.9</p>



<p>ผู้ตอบแบบสอบถามเกินครึ่งหรือร้อยละ 56.9 เปลี่ยนจิตแพทย์มาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง ก่อนจะเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์คนปัจจุบัน จำแนกเป็นผู้ที่เคยรักษากับจิตแพทย์มาก่อนหน้านี้ 1 คน คิดเป็นร้อยละ 27.7 เคยหามาแล้ว 2 คน ร้อยละ 12.5 เคยรักษากับจิตแพทย์มาแล้ว 3 คน ผู้ที่เคยรักษากับจิตแพทย์มาแล้ว 3 คน ร้อยละ 8.7 ผู้ที่เคยรักษากับจิตแพทย์มากกว่า 5 คน ร้อยละ 3.8 ผู้ที่เคยรักษากับแพทย์มาแล้ว&nbsp; 4 คน ร้อยละ 2.8 และผู้ที่เคยรับการรักษากับจิตแพทย์มาแล้ว 5 คน ร้อยละ 1.6 ขณะที่มีผู้ตอบแบบสอบถามที่ไม่เคยรักษากับจิตแพทย์คนอื่นเลย ร้อยละ 43.1</p>



<p>ครึ่งหนึ่งของผู้ที่เคยเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์มากกว่า 1 คน ใช้เวลารักษากับจิตแพทย์คนก่อนหน้านี้มากกว่า 1 ปี คิดเป็นร้อยละ 51.5 ซึ่งสามารถจำแนกเป็นผู้ที่ใช้เวลารักษากับ 1-2 ปี ร้อยละ 16.5 ใช้เวลา 2-3 ปีร้อยละ 15.5 ใช้เวลามากกว่า 5 ปี ร้อยละ 11.3 และ และผู้ที่ใช้เวลารักษานาน 3-5 ปีร้อยละ 8.2 ส่วนผู้ที่ใช้เวลารักษาน้อยกว่า 6 เดือน มีร้อยละ 31.3 และระหว่าง 6 เดือนถึง 1 ปี ร้อยละ 17.2</p>



<p>สำหรับการรักษาในปัจจุบัน ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 82.2 พอใจจิตแพทย์คนปัจจุบัน มีร้อยละ 17.8 ที่ไม่พอใจแพทย์ที่ตนเองกำลังเข้ารับการรักษา</p>



<p>สำหรับเหตุผลตัดสินใจเลือกรักษาที่สถานพยาบาลปัจจุบันว่า มีผู้ตอบว่า เชื่อมั่นในประสิทธิภาพการรักษามากที่สุด ร้อยละ 25.9&nbsp; อันดับที่ 2 ได้รับคำแนะนำจากบุคคลอื่น ร้อยละ 19.8 อันดับที่ 3 ตามสิทธิรักษาพยาบาล ร้อยละ 17.6 อันดับที่ 4 เดินทางสะดวก ร้อยละ 17.2 อันดับที่ 5 แพทย์ส่งมารักษาต่อร้อยละ 3.8 อันดับที่ 6 สะดวกไม่ต้องรอคิวนาน ร้อยละ 2.7 จากข้อมูลอาจสะท้อนว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการรักษาเป็นลำดับต้นๆ&nbsp;</p>



<p>โดยเมื่อพิจารณาเฉพาะผู้ที่ไม่พอใจแพทย์ที่ตนเองกำลังเข้ารับการรักษาพบว่า ให้เหตุผลว่าเป็นการรักษาตามสิทธิมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 24.4&nbsp; และร้อยละ 17.7 ระบุว่าต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ขณะที่ผู้ที่พอใจกับแพทย์ปัจจุบัน มีผู้ให้เหตุผลว่า เชื่อมั่นในประสิทธิภาพการรักษามากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 27.8</p>



<p>นอกจากนี้เมื่อถามถึงประสบการณ์หยุดรักษากลางคัน สัดส่วนระหว่างผู้ที่เคยกับผู้ที่ไม่เคยหยุดรักษากลางคันใกล้เคียงกันมาก ร้อยละ 46.2 เคยหยุดรักษากลางคัน ขณะที่ร้อยละ 53.8 ไม่เคย สำหรับที่เคยหยุดรักษากลางคัน มีผู้ตอบแบบสอบถามที่หยุดการรักษาเพราะคิดว่าตนเองดีขึ้นแล้วมากที่สุดร้อยละ 20.9 มีร้อยละ 19.2 ให้เหตุผลว่า มาจากการค่าใช้จ่าย ส่วนผู้ให้เหตุผลว่าไม่สะดวกในการเดินทางมีร้อยละ 10.6 ผู้ที่ตอบว่า ผลข้างเคียงจากยา ร้อยละ 6.3</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1 ใน 3 เสียเงินค่ารักษาอย่างน้อย 21% ของรายได้</strong></h3>



<p>จากการสำรวจเหตุผลในการเลือกรักษาพยาบาลก่อนหน้านี้สะท้อนให้เห็นว่า สำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มีความพึงพอใจระหว่างคนไข้กับแพทย์เป็นหัวใจสำคัญของการรักษา แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาของผู้ป่วยด้วยโรคทางจิตเวชจะได้รับความคุ้มครองตามสิทธิการรักษาพยาบาลทั้งบัตรทอง บัตรประกันสังคม และบัตรข้าราชการ&nbsp; แต่ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนหนึ่งก็เลือกที่จะจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามที่เลือกจ่ายค่ารักษาเอง เนื่องจากความไม่สะดวกจากการขอใบส่งตัวจากคลินิกต้นสังกัดเพื่อรักษาในโรงพยาบาลที่สะดวก โดยอธิบายว่า เลือกจ่ายเองเพราะเดินทางจุดเดียว วันเดียวจบ ลดความวุ่นวาย แทนที่จะใช้สิทธิรักษาฟรี</p>



<p>สถานพยาบาลที่ผู้ตอบแบบสอบถามเข้ารับการรักษาครั้งล่าสุด มีสัดส่วนใกล้เคียงกันระหว่างรัฐและเอกชน โดยมีผู้เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลสังกัดรัฐ ร้อยละ 50.69&nbsp; สังกัดเอกชนร้อยละ&nbsp; 48.51 อื่นๆ เช่น แอปพลิเคชั่น</p>



<p>ผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งส่วนใหญ่มีรายได้มากกว่า 15,000 บาท จำนวนมากกว่า 2 ใน 3 เลือกชำระค่ารักษาเองทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 68.2 รองลงมาใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ร้อยละ 11.9 อันดับที่ 3 สิทธิประกันสังคม ร้อยละ 8.7 อันดับที่ 4 ประกันสุขภาพ/สวัสดิการของที่ทำงาน ร้อยละ 5.7 อันดับที่ 5 สิทธิข้าราชการร้อยละ 5.3 อันดับที่ 6 ประกันสุขภาพส่วนบุคคล ร้อยละ 0.2</p>



<p>สำหรับผู้ที่ใช้สิทธิเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล เกินครึ่งตอบว่า ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ร้อยละ 51.6 ครอบคลุมบางส่วน ร้อยละ 48.4 โดยเมื่อพิจารณา เหตุผลที่เข้ารับบริการของผู้ใช้สิทธิเบิกจ่ายพบว่า เลือกเพราะตามสิทธิเบิกจ่ายมากที่สุด ร้อยละ 67.3 รองลงมาเป็น ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายร้อยละ 11.54&nbsp; อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ใช้สิทธิเบิกจ่ายร้อยละ 77.8 พอใจกับแพทย์คนปัจจุบัน</p>



<p>ขณะที่ในจำนวนผู้ตอบว่าจ่ายค่ารักษาเองให้เหตุผลว่า เชื่อมั่นในประสิทธิภาพการรักษาของจิตแพทย์คนปัจจุบันมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 33.9 รองลงมาคือ ได้รับคำแนะนำจากบุคคลอื่นร้อยละ 25.2 ทั้งนี้จำนวนผู้ที่จ่ายเองพอใจจิตแพทย์คนปัจจุบันคิดเป็นร้อยละ 83.7</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey4-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-2936" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey4-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey4-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey4-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey4-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey4-1536x1536.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey4-2048x2048.jpg 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey4-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey4-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>มีผู้ตอบแบบสอบถามเกือบ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 29.6 ตอบว่า ค่ารักษาคิดเป็นอย่างน้อยร้อยละ 21 ของรายได้ ซึ่งจำแนกเป็นค่าใช้จ่ายร้อยละ 21-30 ของรายได้ ร้อยละ 13.8 ค่าใช้จ่ายร้อยละ 31-40 ของรายได้ ร้อยละ 5.1 ค่าใช้จ่ายร้อยละ 41-50 ของรายได้ ร้อยละ 2.6 ค่าใช้จ่ายร้อยละ 51-60 ของรายได้ ร้อยละ 1.4 ค่าใช้จ่ายร้อยละ 61-70 ของรายได้ ร้อยละ 1.2 ค่าใช้จ่ายมากกว่าร้อยละ 70 ของรายได้ ร้อยละ 5.5 ขณะที่ส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าร้อยละ 10 ของรายได้ คิดเป็นร้อยละ 43.7 และผู้ที่มีค่าใช้จ่ายร้อยละ 10-20 ของรายได้ ร้อยละ 26.7</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey3-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-2937" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey3-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey3-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey3-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey3-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey3-1536x1536.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey3-2048x2048.jpg 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey3-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey3-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ค่ารักษาพยาบาลก่อนใช้สิทธิเบิกจ่ายต่อครั้ง มีความหลากหลาย ตั้งแต่ไม่เสียเลยไปจนถึงมากสุดที่ 35,000 บาท โดยค่ามัธยฐานอยู่ที่ 1,800 บาท ทั้งนี้ มากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (ร้อยละ 52) เสียค่ารักษาต่อครั้งตั้งแต่ 1,501 บาทขึ้นไป กลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดคือ กลุ่มที่เสียค่ารักษาตั้งแต่ 0-200 บาทต่อครั้ง อยู่ที่ร้อยละ 16.8 ตามด้วย 1,401-1,600 บาท ร้อยละ 9.5 อันดับ 3 คือ 1,801-2,000 บาท ร้อยละ 7.3 อันดับ 4 คือ 2,801-3,000 บาท ร้อยละ 6.7 และอันดับ 5 จ่าย 801-1,000 บาท ร้อยละ 5.7</p>



<p>ค่ายาต่อครั้ง มีความหลากหลาย ตั้งแต่ไม่เสียเลยไปจนถึงมากสุดที่ 32,000 บาท โดยค่ามัธยฐานอยู่ที่ 2,075 บาท ทั้งนี้ เกือบครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (ร้อยละ 47.8) เสียค่ายาต่อครั้งตั้งแต่ 1,501 บาทขึ้นไป โดยในจำนวนนี้ มากกว่า 1 ใน 10 (ร้อยละ 13.8) เสียค่ายาต่อครั้งตั้งแต่ 5,001 บาทขึ้นไป&nbsp;กลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดคือ กลุ่มที่เสียค่ายา 200 บาทหรือน้อยกว่า ร้อยละ 13.8 ตามด้วย 801-1,000 บาท และ 1,801-2,000 บาท ที่ร้อยละ 10.1 เท่ากัน 1,401-1,600 บาท ร้อยละ 7.3&nbsp;และ 401-600 บาท ร้อยละ 6.3</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามบำบัดซึมเศร้าเพิ่มเติมหลากหลายวิธี</strong></h3>



<p>นอกจากจิตแพทย์แล้ว ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งยังใช้วิธีการบำบัดอื่นร่วมด้วยเพื่อรักษาโรคซึมเศร้าให้หายไวขึ้น โดยให้เหตุผลหลากหลาย เช่น โรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษาตามสิทธิบัตรทองในต่างจังหวัด มีจิตแพทย์แค่ 1 คนเท่านั้น จึงหาทางเลือกอื่นด้วยการพบนักจิตบำบัดที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเองร่วมด้วย อาการจึงดีขึ้น หรือมีกรณีที่อยู่ระหว่างนัดพบจิตแพทย์ แล้วหากเกิดความกังวลหรือจัดการตัวเองไม่ได้ ก็จะใช้บริการนักบำบัดที่ติดต่อได้ทันที</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey6-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-2942" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey6-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey6-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey6-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey6-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey6-1536x1536.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey6-2048x2048.jpg 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey6-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey6-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ผู้ตอบแบบสอบถามที่ใช้วิธีการบำบัดอื่นร่วมด้วยเพื่อรักษาโรคซึมเศร้า คิดเป็นร้อยละ 36.2 ส่วนที่เหลือร้อยละ 63.8 รักษากับจิตแพทย์เพียงอย่างเดียว สำหรับผู้ที่ใช้การบำบัดอื่น แบ่งเป็น การบำบัดกับนักจิตวิทยามากที่สุด ร้อยละ&nbsp;65.8 อันดับที่ 2 กิจกรรมบำบัดและศิลปะบำบัด เท่ากันที่ ร้อยละ 22.3 อันดับที่ 4 ดนตรีบำบัด ร้อยละ 10.9 อันดับที่ 5 ละครบำบัดร้อยละ 2.1 โดยค่ามัธยฐานของค่าใช้จ่ายต่อครั้งอยู่ที่ 500 บาท</p>



<p>โดยเมื่อพิจารณาเหตุผลของการบำบัดด้วยวิธีการอื่นพบว่า มีหลายคนพบนักจิตวิทยาควบคู่กับจิตแพทย์ในสถานพยาบาลเดียวกันตามคำแนะนำของแพทย์ ผู้ตอบแบบสอบถามพอใจที่ได้พบนักจิตวิทยาร่วมด้วย เพราะคิดว่าจิตแพทย์มีเวลาจำกัด เน้นไปที่การปรับยามากกว่า</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ยาราคาถูก-ระบบการทำงานยืดหยุ่น ความหวังของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey7-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-2941" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey7-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey7-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey7-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey7-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey7-1536x1536.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey7-2048x2048.jpg 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey7-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey7-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อให้ผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งส่วนใหญ่ชำระค่ารักษาเองทั้งหมดระบุว่าต้องการให้มีความเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายด้านใดบ้าง ผู้ตอบแบบสอบถามต้องการยาราคาถูกมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 41.1 รองลงมาคือ ลักษณะการทำงานที่ยืดหยุ่นกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ร้อยละ 27.3 อันดับที่ 3 คือ สามารถทำประกันสุขภาพส่วนบุคคลได้ ร้อยละ 27.1 อันดับที่ 4 มีช่องทางพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการบำบัดโดยด่วน ไม่ต้องรอนัดหมาย ร้อยละ 26.3 อันดับที่ 5 ใช้สิทธิการรักษาพยาบาลสำหรับการพบนักจิตวิทยา ร้อยละ 24.3 อันดับที่ 6 รัฐมีช่องทางการเข้าถึงนักจิตวิทยาที่สะดวกและเป็นระบบ ร้อยละ 22.7 อันดับที่ 7 ได้รับการสนับสนุนทางการเงินให้กับการบำบัดอื่นๆ นอกเหนือจากการรักษาหลักกับจิตแพทย์ ร้อยละ 22.3 อันดับที่ 8 ความถี่ในการพบแพทย์ที่เหมาะสม ร้อยละ 18.4 อันดับที่ 9 สัดส่วนของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเหมาะสมกับจำนวนผู้ป่วย ร้อยละ 18 อันดับที่ 10 มีระบบจำกัดระยะเวลารอพบแพทย์ไม่ให้นานเกินไป เช่น ไม่ควรเกิน 1 เดือน ร้อยละ 14.2</p>



<p>สำหรับข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่า ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพจิต ด้วยการสนับสนุนและผลิตบุคลากรทางด้านจิตให้มากขึ้น รวมทั้งมีการเชื่อมต่อการรักษาระหว่างจิตแพทย์และนักจิตบำบัดด้านอื่นตามความเหมาะสมของคนไข้ เนื่องจากที่ผ่านมาต้องรอแพทย์ตรวจนาน ขณะที่มีเวลาพบแพทย์สั้นๆ เช่น มีกรณีที่ได้ปรึกษากับแพทย์นาน 5-7 นาที นอกจากนี้ในหลายจังหวัด มีตัวเลือกสถานให้พยาบาลหรือแพทย์ค่อนข้างน้อย ทำให้ต้องเดินทางไปรักษาไกล ผู้ตอบแบบสอบถามสะท้อนประสบการณ์การรักษาด้วยสิทธิการรักษาพยาบาลว่า ควรให้สิทธิรักษากับโรงพยาบาลโดยตรง โดยไม่ต้องไปขอใบส่งตัวจากคลินิกมิตรไมตรีที่เป็นต้นสังกัด เพราะต้องเดินทางเพิ่มหลายจุด วุ่นวาย เสียเวลา ค่าเดินทาง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey8-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-2943" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey8-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey8-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey8-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey8-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey8-1536x1536.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey8-2048x2048.jpg 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey8-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey8-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ขณะเดียวกันผู้ตอบแบบสอบถามก็ต้องการให้ยาจิตเวชที่มีคุณภาพอยู่ในหลักบัญชีแห่งชาติมากกว่านี้ เพราะการใช้ยานอกบัญชีเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายมาก ผู้ตอบแบบสอบถามคนหนึ่งระบุว่า “อยากให้เบิกได้ โดยไม่จำกัดตัวยา เนื่องจากแพ้ยาในระบบที่ราคาถูก ทำให้ต้องจ่ายค่ายานอกระบบตัวที่ราคาแพงกว่าเองทั้งหมด เพิ่มปริมาณแพทย์โรงพยาบาลรัฐ สาเหตุที่ยอมไปเอกชนที่ราคาแพงกว่ามากๆ เพราะมีช่วงที่อาการแย่มากๆ ไม่สามารถทนรอเวลานัดของรพ.รัฐที่ต้องรอนานหลายเดือนได้”</p>



<p>นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามยังกังวลในประเด็นการทำประกันสุขภาพส่วนบุคคลกับบริษัทเอกชน เนื่องจากบริษัทปฏิเสธผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า อีกทั้งยังไม่ยอมให้ผู้ที่เคยเป็นโรคซึมเศร้าทำประกันสุขภาพด้วย ทั้งที่หายจากโรคมาแล้วหลายปี ผู้ตอบแบบสอบถามจึงต้องการให้มีการกำกับดูแลการทำประกันสุขภาพด้วย</p>



<p>ขณะเดียวกันก็ต้องการให้ภาครัฐสร้างความเข้าใจ เพื่อลดอคติต่อผู้ป่วยจิตเวชให้เห็นภาพด้านดีของผู้ป่วยมากขึ้น มากกว่าภาพที่น่ากลัว และอยากให้รัฐทำระบบการส่งต่อผู้ป่วยในการบำบัดรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ และมีงานทำ พร้อมมีสิทธิค่ารักษาครอบคลุมค่าใช้จ่ายในกระบวนการบำบัดฟื้นฟูและรักษา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey9-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-2939" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey9-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey9-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey9-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey9-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey9-1536x1536.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey9-2048x2048.jpg 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey9-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey9-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>สำหรับข้อเสนอต่อสถานพยาบาลค่อนข้างเชื่อมโยงกับนโยบายของภาครัฐ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นว่า โรงพยาบาลควรมีแพทย์และบุคลากรทางจิตเวชที่เหมาะสมกับจำนวนผู้ป่วย เนื่องจากประสบปัญหาต้องรอนานเกินไป โดยมีข้อเสนอแนะว่า สถานพยาบาลอาจจะจ้างบุคลากรเกี่ยวกับจิตวิทยาเพิ่มขึ้น เปิดคลินิกปรึกษานักจิตวิทยาทั่วไปเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาและบำบัดผ่อนคลายสภาวะจิตใจ ที่หากปล่อยไว้อาจส่งผลต่อการป่วยเป็นโรคทางจิตเวช หรืออาจจะจัดให้มีกิจกรรมหรือวิธีการเพื่อบำบัดหรือสืบหาผู้ป่วยซึมเศร้าจากภายนอกสถานพยาบาล เพื่อลดผลกระทบเนื่องจากข้อจำกัดด้านบุคลากรของสถานพยาบาลของรัฐไม่เพียงพอ และช่วยแบ่งเบาภาระจิตแพทย์ที่ปัจจุบันมีปริมาณน้อย เมื่อเทียบกับอัตราสัดส่วนประชากร</p>



<p>เนื่องจากผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน จึงมีความเห็นว่า บริษัท นายจ้าง หรือฝ่ายทรัพยากร​บุคคล ​ควร​ให้ความสำคัญ​กับสุขภาพจิตของพนักงาน นอกจากสร้างความเข้าใจเพื่อลดการตีตราต่อผู้ป่วย เช่น การอบรมพนักงานแล้ว ควรมีนักจิตวิทยาประจำองค์กร เพื่อให้พนักงานเข้ารับการปรึกษาได้สะดวกขึ้น ผู้ตอบแบบสอบถามบางคนมองว่า ควรออกกฎหมายให้มีนักจิตวิทยาหรือเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญประจำทุกสถานที่ทำงาน สถานศึกษา และชุมชน และจัดเวลาให้ทุกคนได้รับคำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นประจำ และเท่าเทียม ไม่ใช่เฉพาะผู้ป่วยเท่านั้น รวมทั้งมีระบบทำงานที่ยืดหยุ่นแก่ผู้ที่มีอาการจิตเวช รวมถึงมีระบบลาป่วยที่คำนึงถึง​ปัจจัย​การพบจิตแพทย์​ โดยขอให้การจ้างออกคือทางเลือกสุดท้าย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey10-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-2946" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey10-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey10-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey10-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey10-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey10-1536x1536.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey10-2048x2048.jpg 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey10-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/10/survey10-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>ภาระค่าใช้จ่ายจากยาใน-นอกบัญชียาหลักแห่งชาติ</strong></h3>



<p>จำนวนแพทย์ที่ไม่สามารถรองรับจำนวนผู้ป่วยได้เพียงพอ จนนำไปสู่การหันไปรักษาในสถานพยาบาลเอกชน ที่ผู้ป่วยต้องชำระค่าใช้จ่ายเอง เป็นปัญหาที่ผู้เกี่ยวข้องเองก็ตระหนักถึง นพ.ปิยะวัฒน์ เด่นดำรงกุล คณะกรรมการสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย<a href="https://www.thairath.co.th/scoop/theissue/2507026">เคยให้ความเห็น</a>ว่า การรักษาผู้ป่วยซึมเศร้าต้องใช้เวลานานในการตรวจ ขณะที่มีคนไข้มารับการรักษาจำนวนมาก แต่จำนวนแพทย์มีจำกัดทำให้แพทย์ต้องบริหารเวลา ด้วยสภาวะที่มีผู้ป่วยแออัด คนไข้หลายคนจึงเลือกรักษากับโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายแตกต่างจากโรงพยาบาลรัฐมาก ขณะเดียวกันผู้ป่วยส่วนหนึ่งไม่ตอบสนองต่อยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ ทำให้ต้องใช้ยาที่อยู่นอกบัญชีที่มีราคาสูง นพ.ปิยะวัฒน์เสนอว่า กระทรวงสาธารณสุขควรเพิ่มบุคลากรเพื่อรองรับกับปริมาณผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่มากขึ้น และเพิ่มงบประมาณสายด่วนสุขภาพจิตเพื่อให้ผู้มีภาวะซึมเศร้าได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้สะดวกมากยิ่งขึ้น</p>



<p>นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามยังมาจากค่ายานอกบัญชียาหลัก นพ.พนม เกตุมาน ที่ปรึกษาภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลให้สัมภาษณ์ในประเด็นการใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าที่อยู่นอกบัญชียาหลักแห่งชาติว่า การจ่ายยาของแพทย์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แพทย์บางคนใช้ยาในบัญชียาหลัก ซึ่งปัจจุบันมี 8 รายการ บางคนก็ชอบใช้ยานอกบัญชี จึงตอบยากว่า มีสัดส่วนเท่าใด สำหรับตนเองใช้ยาในบัญชีเป็นหลัก เพราะเป็นยาที่มีประสิทธิภาพดี ผู้ป่วยที่ต้องใช้ยานอกบัญชีไม่เกินร้อยละ 5 ซึ่งจำเป็นต้องใช้ เพราะยาในบัญชีมีผลข้างเคียงหรือใช้ไม่ได้ผลเท่านั้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่ใช้ยาในบัญชียาหลักได้ แต่ก็เห็นว่า ควรเพิ่มยาในบัญชีหลักให้มากขึ้น เพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มที่ไม่สามารถใช้ยาในบัญชียาหลักได้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายระหว่างยาในบัญชีกับนอกบัญชีต่างกันมากหลายเท่าตัว</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>นิมิตร์ย้ำ ต้องไม่มีส่วนต่างค่ายา</strong></h3>



<p>นิมิตร์ เทียนอุดม กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ย้ำหลักการว่า โรคซึมเศร้าเป็นสิทธิประโยชน์ในทุกระบบ ไม่ว่า ประกันสังคม บัตรทอง ข้าราชการ หมายความว่าถ้าเราป่วย สิทธิประโยชน์คือไม่จำเป็นต้องจ่ายค่ารักษา</p>



<p>ส่วนกรณีที่ต้องใช้ยา หลักการคือ ยาที่ระบบจะจ่ายต้องเป็นยาที่อยู่ในบัญชียาหลัก ซึ่งกลไกและกระบวนการพิจารณายาของบัญชียาหลักคือ หมอ กระทรวง กอง ที่ดูแลเรื่องนี้อยู่รวมถึงภาคประชาชน จะเสนอให้อนุกรรมการบัญชียาหลักแห่งชาติพิจารณาว่า ยาตัวไหนที่ควรเข้ามาอยู่ในบัญชี โดยมีงานวิชาการเข้ามาซัพพอร์ต แล้วถ้าตัวไหนผ่านเข้าไป ก็จะอยู่ในสิทธิประโยชน์ เวลาเราป่วย หมอก็จะรักษาเราด้วยยาในบัญชียาหลัก เราก็ไม่ต้องจ่ายเงินส่วนต่างเรื่องยา&nbsp;</p>



<p>นิมิตร์ อธิบายต่อว่า กรณีที่เรามักได้ยินว่าคนที่เป็นโรคซึมเศร้าบอกว่าค่ายาแพงมาก หมายความว่าน่าจะเป็นยานอกบัญชี พอเป็นยานอกบัญชี โรงพยาบาลก็จะเรียกเก็บเงิน ซึ่งมีทางเลือกสองทาง ทางที่หนึ่งคือ เราเจรจากับหมอให้เปลี่ยนยาให้ โดยเลือกยาที่อยู่ในบัญชียาหลัก และอีกทางเลือก สำหรับผู้ป่วยในระบบบัตรทองและประกันสังคม คือผู้ป่วยต้องยืนยันสิทธิว่า ถ้าหมอผู้รักษา เป็นคนตัดสินใจใช้ยาตัวที่อยู่นอกบัญชียาหลักให้เรา โดยที่เราไม่ได้เป็นคนร้องขอ หลักการคือเราไม่ต้องจ่ายเงิน</p>



<p>&#8220;เพราะว่าเราเป็นผู้ป่วยและเราไม่รู้หรอกว่าการรักษาจะต้องใช้ยาตัวไหน คนที่รู้ คิดและตัดสินใจใช้ยา คือ หมอ เพราะฉะนั้น ระบบบอกไว้เลยว่า ถ้าเป็นแนวทางการรักษาของหมอที่จะตัดสินใจใช้วิธีรักษาเราแบบนี้ๆ มันอยู่ในสิทธิประโยชน์แม้ว่าจะอยู่นอกบัญชี</p>



<p>&#8220;หมอก็มีหน้าที่จ่ายยาแล้วไปอุทธรณ์กับระบบว่ายาตัวนี้มันสำคัญ จำเป็นต้องใช้ ไม่มีตัวเลือกอื่น แต่ราคาอาจจะแพงกว่า เพราะฉะนั้นก็ไปเคลมเงินเพิ่มกับระบบ ทีนี้ถ้าระบบถูกเคลมเงินเพิ่มจากยาตัวนี้มากขึ้นๆ เรื่อยๆ คนจ่ายเงินคือ สปสช. หรือประกันสังคม ต้องเป็นคนเสนอยาตัวนี้เข้ามาให้กรรมการบัญชียาหลักพิจารณา เพื่อให้อยู่ในบัญชีเสีย เพราะถ้าใช้บ่อย เท่ากับว่ามีความสำคัญ จำเป็น&#8221;</p>



<p>นิมิตร์ เล่าว่า ที่ผ่านมา ผู้ป่วยโรคอื่นๆ เช่น เบาหวาน ไต ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ซึ่งมีความเรื้อรังของโรค ต้องจ่ายค่ายาอยู่เรื่อยๆ พอได้รู้ข้อเท็จจริงนี้ก็พยายามยืนยันสิทธิและได้ผลพอสมควร แต่ยังไม่มากพอ เพราะบางคนก็กลัวว่าร้องเรียนไปจะถูกกลั่นแกล้ง ไม่รักษา</p>



<p>&#8220;นี่คือสารหลักที่เราส่งเสียงบอกกับผู้คนว่าเรามีสิทธิอย่างนี้นะ เพียงแต่ในทางปฏิบัติจริง ต้องแข็งแรงพอ เพราะมันต้องไปเผชิญหน้ากับห้องยา ห้องเก็บเงิน สมมติเราไปถูกเรียกเก็บเงินตรงห้องแล้วเราบอกไม่จ่าย แล้วขอให้เปลี่ยนเป็นบัญชียาหลัก ห้องเก็บเงินจะบอกว่าคุณต้องไปบอกกับหมอ พอจะกลับไปหาหมอ หมอที่ตรวจเราอาจจะออกเวรไปแล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าหมอตรวจเสร็จแล้วบอกว่าเดี๋ยวจ่ายยาให้ ต้องต่อรองตรงนั้นเลยว่าเป็นยาอะไร ยาอยู่นอกบัญชีไหม มีตัวอื่นไหม ถ้ามีตัวในบัญชีหมอต้องเปลี่ยนเป็นตัวในบัญชีให้ เราไม่พร้อมจ่ายเงิน แล้วถ้าไม่มี หมอต้องเขียนไปว่าไม่มียาตัวอื่นให้เลือก เพราะฉะนั้น คุณเก็บเงินเราไม่ได้ ต้องต่อรองตั้งแต่ตอนอยู่กับหมอ พอเราแข็งขัน ยืนยันแบบนี้เขาก็ต้องยอม&#8221;</p>



<p>“ย้ำว่า ต้องไม่มีส่วนต่าง กรณีถือบัตรทอง เราจ่ายได้เต็มที่ 30 บาท ถ้าประกันสังคม ต้องไม่จ่ายเลย ถ้าถูกเก็บส่วนต่าง ต้องร้องเรียนและเอาเงินคืน แต่เบื้องต้นคือต้องไม่จ่าย”</p>



<p></p>



<p>ดูข้อมูลพื้นฐานได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-depression/">https://rocketmedialab.co/database-depression/</a>&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง</h3>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/psy-resource/">ทรัพยากรสาธารณสุขไทย มากพอไหมในการให้บริการด้านจิตเวช?</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/depression/">‘ราคา’ ที่ต้องจ่ายและสิ่งที่อยากได้ ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
