<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โควิด-19 Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%94-19/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/โควิด-19/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2023 08:53:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.2</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>โควิด-19 Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/โควิด-19/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วัคซีนทางเลือก: ทางเลือกแห่งความเหลื่อมล้ำ?</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/covid-19-vaccine-pao/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2021 14:40:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=570</guid>

					<description><![CDATA[<p>อบจ. ที่สามารถจัดซื้อวัคซีนทางเลือกได้ เกือบทั้งหมดเป็น อบจ. ที่มีเงินสะสมจำนวนมาก อยู่ในลำดับต้นๆ ของประเทศ อันทำให้เกิดคำถามตามมาว่าการจัดการบริหารวัคซีนด้วยวิธีการนี้เป็นสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/covid-19-vaccine-pao/">วัคซีนทางเลือก: ทางเลือกแห่งความเหลื่อมล้ำ?</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">หลังจากที่มีการ<a href="https://www.prachachat.net/general/news-687066">ปลดล็อก</a>ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถใช้งบประมาณซื้อวัคซีนทางเลือกได้ ก็ปรากฏว่ามี อปท. ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาลในหลายจังหวัดแสดงความสนใจนำเงินสะสมของหน่วยงานยื่นแสดงแสดงความจำนงขอซื้อวัคซีนทางเลือก ทั้งวัคซีนซิโนฟาร์มจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หรือวัคซีนโมเดอร์นาจากสภากาชาดไทย โดยให้เหตุผลว่าเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลในการกระจายวัคซีนไปจนถึงการกระจายวัคซีนของรัฐบาลเป็นไปอย่างล่าช้าและไม่ทั่วถึงจึงมีความจำเป็นจะต้องจัดหาเองให้ได้โดยเร็ว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ในขณะเดียวกันก็มีอีกหลายหน่วยงานใน อปท. ซึ่งไม่มีศักยภาพหรือเงินสะสมมากพอที่จะซื้อวัคซีนทางเลือกได้ จนทำให้ประชานชนออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ เช่น <a href="https://www.77kaoded.com/news/thanapat/2147460?fbclid=IwAR3PbitfgQhdlyj1-XLzeGWQ0gWEv63gDWooJ2EWPdnxXnF4MYz3lUvruQs">จังหวัดสระแก้ว</a> ว่าเหตุใดถึงไม่ยอมซื้อวัคซีนทางเลือก จึงนำมาสู่การตั้งคำถามถึงความเหลื่อมล้ำไปจนถึงความจำเป็นที่ อปท. จะต้องใช้เงินสะสมจัดซื้อวัคซีนทางเลือกเอง เหตุใดจึงไม่เป็นนโยบายของรัฐบาลในการจัดหาและกระจายวัคซีนให้กับทุกหน่วยงานอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว</p>



<h3 class="wp-block-heading">อปท. เอาเงินมาจากไหน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การซื้อ/จอง วัคซีนทางเลือกของ อปท. ในครั้งนี้เป็นการใช้เงินจ่ายขาดเงินสะสม โดยปกติแล้วแต่ละปี อปท. จะมีรายรับทั้งเงินอุดหนุนทั่วไปจากส่วนกลาง และรายได้ที่จัดเก็บเอง อาทิ การจัดเก็บภาษี ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ ใบอนุญาต จากทรัพย์สินการลงทุน ฯลฯ โดยทุกสิ้นปีงบประมาณ เมื่อ อปท.ได้ปิดบัญชีรายรับ รายจ่ายแล้ว จะต้องกันยอดเงินสะสมประจำปีไว้ร้อยละ 25 ของทุกปี เพื่อเป็นทุนสำรองเงินสะสม ซึ่งจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 ของทุกปี ในขณะที่เงินที่เหลือก็จะเป็นเงินสะสมของ อปท. กล่าวโดยง่าย อปท. จะมีเงิน 2 ก้อนไว้ใช้ในกิจการและกรณีฉุกเฉิน คือ หนึ่ง เงินสะสม และสอง เงินทุนสำรองเงินสะสม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับการใช้เงินสะสมนั้น มีเงื่อนไขสองแบบก็คือ กรณีสภาท้องถิ่นอนุมัติ และกรณีผู้บริหารท้องถิ่นอนุมัติ โดยในกรณีแรกจะต้องเป็นกิจการดังต่อไปนี้ (1) เป็นกิจการตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งเกี่ยวกับด้านบริการชุมชนและสังคม (2) กิจการที่เป็นการเพิ่มพูนรายได้ (3) หรือกิจการที่จัดทำเพื่อบำบัดความเดือดร้อนของประชาชน (4) ต้องเป็นไปตามแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือตามที่กฎหมายกำหนด (5) ได้ส่งเงินสมทบกองทุนส่งเสริมกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ละประเภทตามระเบียบแล้ว (6) เมื่อได้รับการอนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องดำเนินการก่อหนี้ผูกพันและเบิกจ่าย ให้เสร็จภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีถัดไป หากไม่ดำเนินการให้การจ่ายขาดเงินสะสมนั้นเป็นอันพับไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนกรณีที่สองจะต้องเป็นการ (1) รับโอน เลื่อนระดับ เลื่อนขั้นเงินเดือนพนักงานส่วนท้องถิ่น (2) สิทธิประโยชน์ของพนักงาน ลูกจ้างและผู้บริหาร ฯลฯ (3) กรณีฉุกเฉินที่มีสาธารณภัยเกิดขึ้น ให้ผู้บริหารท้องถิ่นอนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมได้ตามความจําเป็นในขณะนั้น โดยให้คํานึงถึงฐานะการเงิน การคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">การนำเงินไปซื้อวัคซีนทางเลือกของ อปท.ในครั้งนี้ จึงอยู่ภายในกรณีสภาท้องถิ่นอนุมัติภายใต้กิจการที่จัดทำเพื่อบำบัดความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งจะต้องเบิกจ่ายให้เสร็จภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีถัดไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="811" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/07/Vacc-1--811x1024.jpg" alt="" class="wp-image-581" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/07/Vacc-1--811x1024.jpg 811w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/07/Vacc-1--238x300.jpg 238w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/07/Vacc-1--768x969.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/07/Vacc-1--1217x1536.jpg 1217w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/07/Vacc-1-.jpg 1275w" sizes="(max-width: 811px) 100vw, 811px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ใครซื้ออะไร เท่าไหร่</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการทำข้อมูลของ Rocket Media Lab พบว่า อบจ.ที่ตั้งงบประมาณสั่งซื้อวัคซีนทางเลือกมีทั้งหมด 57 จังหวัด ซึ่งงบประมาณที่มีการตั้งไว้ปรากฏในข่าวมากกว่า 4,300 ล้านบาท โดยแยกเป็น</p>



<p class="wp-block-paragraph">อบจ.ที่มีการตั้งงบฯ หรือสั่งจองซื้อซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 17 จังหวัดทั้งตามประกาศการได้รับจัดสรรจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 และตามที่ปรากฏในข่าวทั้งที่ได้รับการจัดสรรและยังไม่ได้รับการจัดสรร</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้น จากประกาศหน่วยงาน อปท. ที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์ม จาก<a href="https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2831573">ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์</a> <a href="https://www.cra.ac.th/th/news_activities/view/sinopharm_Local">ครั้งที่ 1</a> ประกาศ ณ วันที่ 15 กรกฎาคม ยังมีหน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่ อบจ. อีกจำนวน 37 องค์กร (จาก 54 องค์กร) เป็นเทศบาล 14 แห่งและองค์การบริหารส่วนตำบล 23 แห่ง และ<a href="https://www.cra.ac.th/th/news_activities/view/sinopharm_Local2">ครั้งที่ 2</a> ประกาศ ณ วันที่ 22 กรกฎาคม ยังมีหน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่ อบจ. อีกจำนวน 47 องค์กร (จาก 53 องค์กร) เป็นเทศบาล 29 แห่งและองค์การบริหารส่วนตำบล 18 แห่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่พบว่า อบจ.ที่มีการตั้งงบฯ หรือสั่งจองโมเดอร์นา จากสภากาชาดไทย มีจำนวน 24 จังหวัด ทั้งตามประกาศของสภากาชาดไทย และตามที่ปรากฏในข่าวที่ไม่มีรายชื่อตามประกาศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">และมี อบจ.ที่มีการตั้งงบฯ หรือสั่งจองทั้งซิโนฟาร์มและโมเดอร์นา มี 16 จังหวัดทั้งตามประกาศการได้รับจัดสรรจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 และสภากาชาดไทย และตามที่ปรากฏในข่าวทั้งที่ได้รับการจัดสรรและยังไม่ได้รับการจัดสรร</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมี อบจ. อื่นๆ ที่ยังไม่ปรากฏการตั้งงบฯ จัดซื้อวัคซีนทางเลือก (นับถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 ตามที่ปรากฏในข่าว) จำนวน 19 จังหวัดด้วยกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">อบจ. ไหนมีเงินมากที่สุด ซื้อหรือไม่ซื้อวัคซีนทางเลือก</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การที่ อปท. จะจัดซื้อวัคซีนทางเลือกในครั้งนี้ ต้องคำนึงถึงเงินสะสมและเงินทุนสำรองเงินสะสมของ อปท. เป็นหลัก จากการทำงานของ Rocket Media Lab ซึ่งได้จัดทำข้อมูลเงินสะสมและเงินทุนสำรองเงินสะสมปีงบประมาณ 2564 ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้ง 76 แห่ง พบว่า อบจ. ที่มีเงินจะสมมากที่สุด 5 อันดับคือ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. อบจ.สมุทรปราการ มีเงินสะสม 3,960,744,340 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. อบจ.ชลบุรี มีเงินสะสม 3,274,194,970 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. อบจ.ปทุมธานี มีเงินสะสม 2,410,849,521 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. อบจ.นครราชสีมา มีเงินสะสม 1,940,990,165 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. อบจ.อุบลราชธานี มีเงินสะสม 1,886,503,579 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยหากเราพิจารณาจากจำนวนงบประมาณหรือจำนวนโดสที่ทาง อบจ.ประกาศจองไว้ในการจัดซื้อวัคซีนทางเลือกในครั้งนี้ ก็จะพบว่า 5 อันดับ อบจ.ที่ตั้งงบประมาณเพื่อซื้อวัคซีนทางเลือกสูงสุดก็คือ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. อบจ.ปทุมธานี สั่งจองซิโนฟาร์ม 500,000 โดส (ได้รับ 110,000 โดส) และสั่งซื้อโมเดอร์นา</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. อบจ.สมุทรปราการ ตั้งงบฯ ไว้ 400,000,000 บาท ซื้อทั้งซิโนฟาร์มและโมเดอร์นา</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. อบจ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งงบฯ 400,000,000 ซื้อทั้งซิโนฟาร์มและโมเดอร์นา</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. อบจ.ชลบุรี สั่งจองซิโนฟาร์ม 200,000 โดส (ยังไม่ได้รับการจัดสรร) และสั่งจองโมเดอร์นา 100,000 โดส (ได้รับการจัดสรร 50,000 โดส)</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. อบจ.เชียงใหม่ ตั้งงบฯ ไว้ 260,000,000 บาท ในการสั่งจองโมเดอร์นา 200,000 โดส (ได้รับการจัดสรร 100,000 โดส)</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่า 5 อันดับ อบจ.ที่ตั้งงบประมาณเพื่อซื้อวัคซีนทางเลือกสูงสุด ก็จะเป็น อบจ. ที่มีเงินสะสมจำนวนมากในลำดับต้นๆ ของประเทศ โดยมี 3 อบจ. ที่อยู่ใน 5 อันดับแรก อบจ. ที่มีเงินสะสมมากที่สุด คือ อบจ.สมุทรปราการ (1)&nbsp; อบจ. ปทุมธานี (3) และ อบจ.ชลบุรี (2) ส่วน อบจ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ในอันดับที่ 18&nbsp; อบจ. เชียงใหม่ อยู่ในอันดับที่ 13&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และหากเปรียบเทียบกับข้อมูลหน่วยงาน อปท. ที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 1 ประกาศ ณ วันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่าน ซึ่ง 5 อันดับแรกของหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนรอบแรกสูงสุด คือ อบจ.สมุทรปราการ อบจ. ปทุมธานี อบจ.พระนครศรีอยุธยา อบจ.สมุทรสาคร และ อบจ.นครราชสีมา&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>ดังนั้น จะพบว่า อบจ. ที่สามารถจัดซื้อวัคซีนทางเลือกได้ เกือบทั้งหมดเป็น อบจ. ที่มีเงินสะสมจำนวนมาก อยู่ในลำดับต้นๆ ของประเทศ อันทำให้เกิดคำถามถึงความเหลื่อมล้ำตามมาว่าการจัดการบริหารวัคซีนด้วยวิธีการนี้เป็นสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่</em></p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบข้อสังเกตที่น่าสนใจอีกว่า ในส่วนของ อบจ. ที่มีการตั้งงบประมาณจัดซื้อทั้งสองวัคซีนนั้น และได้การจัดสรรเป็นจำนวนมากลำดับต้นๆ ของทั้งสองวัคซีน ก็ล้วนแล้วแต่เป็น อบจ. ที่มีเงินสะสมจำนวนมากทั้งสิ้นอีกด้วย และไม่เพียงแค่ อบจ. เท่านั้น หากจังหวัดนั้นเป็นจังหวัดที่มีรายได้จำนวนมาก ก็จะพบว่ามี อปท.อื่นๆ จัดซื้อเสริมอีกด้วย เช่น ชลบุรี ที่นอกจาก อบจ.ชลบุรีจะได้สั่งจองวัคซีนซิโนฟาร์มจากทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ไว้จำนวน 200,000 โดส (ยังไม่ได้รับการจัดสรร) และโมเดอร์นาจากสภากาชาดไทยอีก 100,000 โดส (โดยได้รับการจัดสรร 50,000 โดส) ยังปรากฏว่าเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เทศบาลนครแหลมฉบัง เทศบาลเมืองศรีราชา รวมทั้งเมืองพัทยา ซึ่งเป็น อปท. ที่มีงบประมาณจำนวนมากก็จะจัดซื้อด้วยตัวเองเพื่อช่วยเหลือประชาชนในเขตของตัวเองอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อน่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือ หากดูสัดส่วนของการตั้งงบประมาณเพื่อจัดหาวัคซีนทางเลือกของ อบจ. ในแต่ละจังหวัดในครั้งนี้จะพบว่า 5 อันดับ อบจ.ที่มีสัดส่วนการตั้งงบฯ วัคซีนทางเลือกต่อเงินสะสมสูงสุด คือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. อบจ.แม่ฮ่องสอน คิดเป็น 206.65% ของเงินสะสม</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. อบจ.พระนครศรีอยุธยา คิดเป็น 46.60% ของเงินสะสม</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. อบจ.ฉะเชิงเทรา คิดเป็น 35.37% ของเงินสะสม</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. อบจ.ร้อยเอ็ด 35.34% ของเงินสะสม</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. อบจ.อ่างทอง คิดเป็น 31.38% ของเงินสะสม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูล อบจ. แม่ฮ่องสอนนั้นใช้ไปถึง 206.65% ของเงินสะสม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งอาจจะต้องนำทั้งเงินสะสมและเงินทุนสำรองเงินสะสมมาใช้เกือบทั้งหมด นอกจากนี้ในหลายจังหวัดเป็นสัดส่วนที่สูงกว่า 30% ไม่เพียงแค่นั้นยังพบว่า อบจ. ที่มีการตั้งงบฯ จัดซื้อวัคซีนทางเลือกเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับเงินสะสมที่มี ก็ไม่ใช่ อบจ.ที่อยู่ในกลุ่มที่มีเงินสะสมจำนวนมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่กลับเป็น อบจ.ที่มีเงินสะสมน้อย ทั้ง อบจ. แม่ฮ่องสอน อุดรธานี ฉะเชิงเทรา ร้อยเอ็ด มีเพียงพระนครศรีอยุธยาเท่านั้นที่ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่มีเงินสะสมมาก ในขณะที่ อบจ.ที่จัดตั้งงบประมาณจำนวนมากเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศ เพื่อจัดซื้อวัคซีนทางเลือก เป็น อบจ.ที่มีเงินสะสมจำนวนมากอยู่แล้ว และถึงแม้จะใช้เงินจำนวนมากในการจัดซื้อวัคซีนทางเลือกครั้งนี้ แต่ก็ยังถือเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับเงินสะสมที่มี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>ทั้งหมดนี้ จึงทำให้น่าตั้งคำถามและขบคิดต่อว่าไปว่าการที่หน่วยงาน อปท. ต้องใช้เงินสะสมในสัดส่วนสูงขนาดนี้เพื่อจัดหาวัคซีนทางเลือกเป็นสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่ ทั้งในแง่สัดส่วนของการใช้เงินสะสม และกระบวนการการกระจายวัคซีนที่ล่าช้า จำนวนน้อย และไม่สม่ำเสมอ ที่ผลักดันให้ อปท.ต้องจัดซื้อวัคซีนด้วยตัวเอง&nbsp;</em></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="812" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/07/Vacc-2--812x1024.jpg" alt="" class="wp-image-583" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/07/Vacc-2--812x1024.jpg 812w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/07/Vacc-2--238x300.jpg 238w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/07/Vacc-2--768x968.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/07/Vacc-2--1218x1536.jpg 1218w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/07/Vacc-2-.jpg 1276w" sizes="(max-width: 812px) 100vw, 812px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">อบจ. ที่มีเงินน้อย ซื้อวัคซีนทางเลือกหรือเปล่า</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการทำงานของ Rocket Media Lab ซึ่งได้จัดทำข้อมูลเงินสะสมและเงินทุนสำรองเงินสะสมปีงบประมาณ 2564 ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้ง 76 แห่ง พบว่า อบจ. ที่มีเงินสะสมน้อยที่สุด 5 อันดับคือ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. อบจ.นครสวรรค์ มีเงินสะสม 10,257,152 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. อบจ.แม่ฮ่องสอน มีเงินสะสม 19,356,514 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. อบจ.หนองคาย มีเงินสะสม 45,194,884 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. อบจ.ร้อยเอ็ด มีเงินสะสม 56,588,011 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. อบจ.พัทลุง มีเงินสะสม 69,659,509 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลนี้จะพบว่ามีเพียง อบจ. <a href="https://mgronline.com/local/detail/9640000065458">แม่ฮ่องสอน</a> ที่ปรากฏข่าวสั่งซื้อวัคซีนซิโนฟาร์มจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 11,000 โดส (ได้รับเพียง 1,000 โดส) &nbsp;และโมเดอร์นา จากสภากาชาด (โดยไม่ได้ระบุจำนวนโดส) ด้วยงบประมาณ 40 ล้านบาท และ อบจ.ร้อยเอ็ด ที่ตั้งงบฯ ซื้อโมเดอร์นา 20,000,000 บาท (จองไป 15,300 โดส) เท่านั้นที่ตั้งงบฯ จัดหาวัคซีนทางเลือก ในขณะที่อีก 3 อบจ. ทั้งนครสวรรค์ หนองคาย และพัทลุง ไม่ปรากฏข่าวว่ามีการจัดตั้งงบฯ เพื่อจัดซื้อวัคซีนทางเลือกเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้จากข้อมูลยังพบว่า อบจ. ที่มีเงินสะสมน้อยส่วนมาก จะอยู่ในกลุ่มจังหวัดที่ยังไม่ปรากฏแผนการจัดซื้อวัคซีนทางเลือก เช่น อำนาจเจริญ หนองบัวลำภู สตูล นครพนม ตราด ฯลฯ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการปลดล็อกให้ อปท. จัดซื้อวัคซีนทางเลือกในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงวัคซีน ของ อปท. ที่มีเงินน้อย ที่ไม่สามารถจัดซื้อวัคซีนทางเลือกมาแก้ปัญหาการขาดแคลนวัคซีนหรือความล่าช้าของการกระจายวัคซีนของภาครัฐได้ดังเช่น อปท.ที่มีเงินสะสมจำนวนมาก</p>



<h3 class="wp-block-heading">ความสมดุลของการได้รับการจัดสรรวัคซีน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากเราเปรียบเทียบข้อมูลการตั้งงบประมาณเพื่อจัดซื้อวัคซีนทางเลือกของ อบจ.แต่ละจังหวัด และการได้วัคซีนหลักที่จัดสรรโดยรัฐบาล รวมไปถึงอัตราการติดเชื้อ ก็จะพบว่า จังหวัดที่ อบจ. มีเงินสะสมจำนวนมาก หรือจังหวัดที่ อบจ. จัดตั้งงบประมาณจัดซื้อวัคซีนทางเลือกเป็นอันดับต้นๆ นั้น ก็มักเป็นจังหวัดที่อยู่ในลำดับต้นๆ ที่ได้รับวัคซีน (ฟรี) จากทางภาครัฐเช่นเดียวกัน เช่น สมุทรสาคร ที่ได้รับจำนวนวัคซีน (ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ณ วันที่ 20 ก.ค. 64) จำนวน 387,960โดส คิดเป็นร้อยละ 40.70 ของจำนวนประชากร สูงสุดเป็นอันดับ 4 ของประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือสมุทรปราการ ที่ได้รับจำนวนวัคซีน จำนวน 716,554 โดส คิดเป็นร้อยละ 37.09 ของจำนวนประชากร สูงสุดเป็นอันดับ 6 ของ หรือปทุมธานี ที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว 408,884 โดส คิดเป็นร้อยละ 22.66 ของจำนวนประชากร เป็นอันดับที่ 12 ของประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ก็มีบางจังหวัดที่เห็นถึงความเชื่อมโยงว่าทำไมจึงต้องจัดหาวัคซีนทางเลือกด้วยการใช้งบฯ ซื้อเอง ด้วยเพราะได้รับการจัดสรรวัคซีนจากรัฐบาลน้อย เช่น พระนครศรีอยุธยา อยู่ในลำดับที่ 46 ได้วัคซีนรวมทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 10.52 ต่อจำนวนประชากร หรือเชียงใหม่ อยู่ในลำดับที่ 63 ได้วัคซีนรวมทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 9.39 ต่อจำนวนประชากร</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแนวโน้มว่า อบจ. จังหวัดที่มีเงินสะสมจำนวนมาก สามารถสั่งจองวัคซีนทางเลือกได้เพิ่มขึ้น และยังเป็นจังหวัดที่ได้รับการจัดสรรวัคซีน (ฟรี) จากทางรัฐบาลในจำนวนที่เป็นลำดับต้นๆ ของประเทศ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพิจารณาก็คือการเป็นจังหวัดพื้นที่เฝ้าระวัง และอัตราการติดเชื้อในจังหวัดนั้นๆ โดยในขณะนี้มีจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;นครปฐม&nbsp;นนทบุรี&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;ปัตตานี&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;ยะลา&nbsp;สงขลา สมุทรปราการ&nbsp;และ สมุทรสาคร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งในจังหวัดพื้นที่สีแดงเหล่านี้ก็มีทั้งจังหวัดที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ และในอันดับกลางๆ ของประเทศ เช่น นราธิวาส อยู่ในอันดับที่ 23 ได้รับวัคซีนร้อยละ 17.44 ของจำนวนประชากร และยะลา อันดับที่ 25 ได้รับวัคซีนร้อยละ 16.73 ของจำนวนประชากร สงขลา ในอันดับที่ 26 ได้รับวัคซีนร้อยละ 16.65 ของจำนวนประชากร แต่เมื่อดูจากจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมจะพบว่า ยะลาอยู่ในอันดับที่ 8 สงขลาอยู่ในอันดับที่ 14 และนราธิวาส อยู่ในอันดับที่ 19 ซึ่งสูงกว่าอันดับการได้รับจัดสรรวัคซีน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่พระนครศรีอยุธยาได้รับการจัดสรรวัคซีนอยู่ในอันดับที่ 46 คิดเป็นร้อยละ 10.52 ของจำนวนประชากร แต่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ในอันดับที่ 18 ของประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าหากดูความสัมพันธ์ระหว่างการตั้งงบประมาณเพื่อจัดซื้อวัคซีนทางเลือกของ อบจ.แต่ละจังหวัด และการได้วัคซีนหลักที่จัดสรรโดยรัฐบาล รวมไปถึงอัตราการติดเชื้อ ก็จะพบทั้งความสัมพันธ์ที่เป็นไปในทางเดียวกันคือ ผู้ติดเชื้อมาก ได้รับวัคซีนมาก และยังมีเงินสะสมจำนวนมากที่จะสั่งซื้อวัคซีนทางเลือกได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย และในขณะเดียวกันก็มีบางจังหวัดที่แม้จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมสูง แต่การได้รับการจัดสรรวัคซีนนั้นยังน้อย ซึ่งทำให้เกิดการใช้งบประมาณ อบจ. สั่งซื้อวัคซีนทางเลือกเพิ่มมากขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">อบจ.ที่มีเงินสะสมน้อย สถานการณ์เป็นอย่างไร&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากเรามาดูกันที่ อบจ. ที่มีเงินสะสมน้อยของประเทศและการเปรียบเทียบกับจำนวนการได้รับการจัดสรรวัคซีน และจำนวนผู้ติดเชื้อสะสม จะพบว่ามีทั้งที่มีความสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่น แม่ฮ่องสอน ที่มีผู้ติดเชื้อสะสมต่ำ อันดับที่ 77 ของประเทศ รั้งท้ายสุด ได้รับการจัดสรรวัคซีนเป็นอันดับที่ 31 ของประเทศ จำนวน 37,160 หรือคิดเป็นร้อยละ 15.12 ของจำนวนประชากร แต่ถึงอย่างนั้น อบจ. แม่ฮ่องสอนก็ตั้งงบประมาณเพื่อซื้อวัคซีนทางเลือกมาเสริม เนื่องด้วยเป็นจังหวัดในแถบชายแดนที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่มีความสัมพันธ์ไม่สอดคล้องกัน เช่น นครสวรรค์ ซึ่งมีเงินสะสมน้อยเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศ ได้รับวัคซีนเพียง 97,240 โดส หรือร้อยละ 9.18 ของจำนวนประชากร เป็นอันดับที่ 65 ของประเทศ ในขณะที่อัตราผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ในอันดับที่ 36 ของประเทศ และยังพบว่า อบจ.นครสวรรค์เองก็ไม่ได้มีแผนจัดซื้อวัคซีนทางเลือก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรืออย่าง ร้อยเอ็ด ซึ่งมีเงินสะสมน้อยเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศ ได้รับวัคซีนเพียง 11,8020 โดส หรือร้อยละ 9.03 ของจำนวนประชากร เป็นอันดับที่ 67 ของประเทศ ในขณะที่อัตราผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ในอันดับที่ 46 ของประเทศ ทำให้ อบจ.ร้อยเอ็ดได้ตั้งงบประมาณจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นา 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนเกือบ 50% ของเงินสะสมของ อบจ.ร้อยเอ็ดเลยทีเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทำให้เห็นว่าภายใต้การจัดสรรวัคซีน (ฟรี) ของรัฐบาลที่มีทั้งความสอดคล้องและไม่สอดคล้องกันเมื่อเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนผู้ติดเชื้อสะสม จำนวนวัคซีนที่ได้รับการจัดสรร รวมไปถึงการเปิดให้องค์การปกครองท้องถิ่น สามารถจัดงบประมาณซื้อวัคซีนทางเลือกได้เอง ยิ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เนื่องจาก อปท. แต่ละแห่งนั้นมีศักยภาพและเงินสะสมไม่เท่ากัน จึงทำให้ อปท.ที่มีเงินสะสมจำนวนมาก สามารถจัดซื้อวัคซีนทางเลือกมาเสริมได้ ในขณะที่ อปท.ที่มีขนาดเล็กและมีเงินสะสมไม่มากก็ได้แต่รอการจัดสรรวัคซีนจากทางภาครัฐ ซึ่งมีทั้งความสอดคล้องและไม่สอดคล้องอย่างที่กล่าวไป รวมไปถึงการบริหารจัดการที่ล่าช้าที่ยิ่งซ้ำเติมประชาชนมากยิ่งขึ้นไปอีก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจาก</p>



<ul class="wp-block-list"><li><a href="http://www.nonsawanglocal.go.th/fileupload/9930sp2.pdf">สำนักงานการคลังท้องถิ่น&nbsp;</a></li><li>ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ขององค์กรส่วนปกครองจังหวัดในแต่ละจังหวัด</li></ul>



<ul class="wp-block-list"><li>ข้อมูลสถิติจำนวนประชากรจากการทะเบียน จากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย</li><li>สถานการณ์ผู้ติดเชื้ออัปเดตรายวันตามพื้นที่ ตั้งแต่เริ่มระบาดถึง 22 กรกฎาคม 2564 กรมควบคุมโรค</li><li>จำนวนการจัดสรรวัคซีนรายจังหวัด ตั้งแต่เริ่มระบาดถึง 22 กรกฎาคม 2564 กรมควบคุมโรค</li><li>ประกาศหน่วยงาน อปท. ที่ได้รับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ครั้งที่ 1 ประกาศ ณ วันที่ 15 กรกฎาคม และครั้งที่ 2 ประกาศ ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2564</li><li>ข่าวการจัดตั้งงบประมาณเพื่อจัดซื้อวัคซีนทางเลือกของ อบจ.รายจังหวัดจากสื่อมวลชนต่างๆ จนถึงวันที่ 23 ก.ค. 64&nbsp;</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลการจอง-ได้รับการจัดสรรวัคซีนและงบประมาณ ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-covid-19-vaccine-pao ">https://rocketmedialab.co/database-covid-19-vaccine-pao </a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/covid-19-vaccine-pao/">วัคซีนทางเลือก: ทางเลือกแห่งความเหลื่อมล้ำ?</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การจอง-ได้รับจัดสรรวัคซีนโควิดของ อบจ. [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-covid-19-vaccine-pao/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2021 14:37:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีน]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=572</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3585;&#3634;&#3619;&#3611;&#3621 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-covid-19-vaccine-pao/">การจอง-ได้รับจัดสรรวัคซีนโควิดของ อบจ. [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">จากการปลดล็อกให้องค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้งบประมาณจากเงินสะสมจัดซื้อวัคซีนทางเลือกเองได้ หากดูเฉพาะในส่วนของ อบจ. จะพบว่ามี อบจ. 57 จังหวัดที่มีการตั้งงบฯ เพื่อจัดซื้อวัคซีนทางเลือก และมี อบจ. 19 จังหวัดที่ไม่ปรากฏว่ามีการตั้งงบฯ ซื้อวัคซีนทางเลือก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ อบจ. ที่มีเงินสะสมน้อยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม อบจ.ที่ยังไม่ปรากฏการจัดตั้งงบฯ ซื้อวัคซีนทางเลือก แม้กระนั้น อบจ.ที่ตั้งงบฯ ซื้อวัคซีนทางเลือกที่มีสัดส่วนมากเมื่อเทียบกับเงินสะสมที่มีอยู่ ก็มักเป็น อบจ. ที่ไม่ได้อยู่ในอันดับ อบจ.ที่มีเงินสะสมจำนวนมากเป็นลำดับต้นๆ จึงกลายเป็นว่า อบจ. จังหวัดที่มีเงินสะสมมากก็จะสามารถเข้าถึงวัคซีนได้มากขึ้น และยังเหลือเงินสะสมมากอยู่ดี ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงและการจัดการบริหารวัคซีน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รายละเอียดดังนี้</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQCNJVR7VfUzYkCFx6QbyWVPjFwhyshIdPZIxqQMt-kkLf79rZmpDMUnQimSjNOBQ/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>e>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลดได้<a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1P76614KG2rXH3K_GUlilSTP_xSJj7DmY/edit#gid=1432237422">ที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่านบทวิเคราะห์<a href="http://covid-19-vaccine-pao">ที่นี่</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-covid-19-vaccine-pao/">การจอง-ได้รับจัดสรรวัคซีนโควิดของ อบจ. [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จำนวนคนฉีด-คนจองวัคซีนโควิด-19 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-covid19-vaccine-th/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 May 2021 10:51:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีน]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rml.otters.dev/?p=360</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อมูล ณ วันที่ 10 พ.ค. 64</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-covid19-vaccine-th/">จำนวนคนฉีด-คนจองวัคซีนโควิด-19 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ตั้งแต่ประเทศไทยเริ่มปูพรมฉีดวัคซีนโควิด-19 เราฉีดกันไปถึงไหน Rocket Media Lab จัดทำข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการฉีดวัคซีน และการจองวัคซีน โดยอาศัยข้อมูลจากไทยรู้สู้โควิด กรมควบคุมโรค (จนถึง ณ วันที่ 10 พ.ค.64) และข้อมูลจำนวนประชากร ปี 2563 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อจัดแสดงให้เห็นอัตราและสัดส่วนของการฉีดวัคซีนและจองวัคซีนรายจังหวัด</p>



<p class="wp-block-paragraph">รายละเอียดมีดังนี้</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vSER72ab3aAzTjXA7Y3oqA_WzlV6_MM8yZ2QDk7KoZiyfC7A-B6G942t6EguCObAStn-US7iTXBC9bB/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ <a href="https://tinyurl.com/covid19vaccinethdata" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://tinyurl.com/covid19vaccinethdata</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-covid19-vaccine-th/">จำนวนคนฉีด-คนจองวัคซีนโควิด-19 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัคซีนโควิด-19 ในไทย ฉีดไปถึงไหนกันแล้ว</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/covid19-vaccine/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 May 2021 10:13:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[วัคซีน]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rml.otters.dev/?p=358</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาพรวมของประเทศ การฉีดวัคซีนครบทั้งสองเข็มอยู่ที่ 513,454 คน คิดเป็น 0.78% ของประชากรทั้งประเทศ (ณ 10 พ.ค. 64)</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/covid19-vaccine/">วัคซีนโควิด-19 ในไทย ฉีดไปถึงไหนกันแล้ว</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">นอกจากเรื่องจำนวนของวัคซีนโควิด-19 แล้ว ประเด็นความล่าช้าในการฉีดวัคซีน รวมไปถึงจำนวนผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและ 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ที่ลงทะเบียนจองการฉีดวัคซีนผ่านทางแอปพลิเคชั่น ‘หมอพร้อม’ ที่ยังถือว่าน้อยอยู่ จนเกิดเป็นประเด็นว่าจะทำอย่างไรให้มีการฉีดวัคซีนได้มากขึ้น เร็วขึ้น และมีผู้จองฉีดวัคซีนมากขึ้น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่รัฐบาลเองก็ถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งเรื่องการได้รับวัคซีนที่ล่าช้า การกระจาย อัตราการฉีดวัคซีน ความเชื่อมั่นต่อวัคซีน ไปจนถึงความยุ่งยากของการใช้แอปฯ ‘หมอพร้อม’&nbsp; ที่ทำให้ยอดการจองวัคซีนของผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและ 7 กลุ่มโรคเรื้อรังนั้นไม่มากเท่าที่ควร ซึ่งจะส่งผลต่อการได้ฉีควัคซีนครบของประชากรทั้งประเทศและการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างปกติอีกครั้ง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ซึ่งทำงานข้อมูลเพื่อการสื่อสารมวลชน จึงได้จัดทำข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการฉีดวัคซีน และการจองวัคซีน โดยอาศัยข้อมูลจากไทยรู้สู้โควิด กรมควบคุมโรค และข้อมูลจำนวนประชากร ปี 2563 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อจัดแสดงให้เห็นอัตราและสัดส่วนของการฉีดวัคซีนและจองวัคซีนรายจังหวัด </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="811" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-1--811x1024.jpg" alt="" class="wp-image-366" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-1--811x1024.jpg 811w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-1--238x300.jpg 238w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-1--768x969.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-1--1217x1536.jpg 1217w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-1-.jpg 1275w" sizes="(max-width: 811px) 100vw, 811px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="812" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-2--812x1024.jpg" alt="" class="wp-image-368" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-2--812x1024.jpg 812w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-2--238x300.jpg 238w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-2--768x968.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-2--1218x1536.jpg 1218w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-2-.jpg 1276w" sizes="(max-width: 812px) 100vw, 812px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="812" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-3--812x1024.jpg" alt="" class="wp-image-369" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-3--812x1024.jpg 812w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-3--238x300.jpg 238w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-3--768x968.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-3--1218x1536.jpg 1218w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Vacc-3-.jpg 1276w" sizes="(max-width: 812px) 100vw, 812px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ประเทศไทยฉีดวัคซีนไปถึงไหน จังหวัดไหนฉีดได้มากที่สุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค (รายงานวันที่ 10 พฤษภาคม 2564) จะพบว่า จังหวัดที่มีการฉีดวัคซีนครบสองเข็มมากที่สุดคือจังหวัดสมุทรสาคร 102,182 เข็ม ซึ่งเป็นเขตพื้นที่สีแดง รองลงมาคือภูเก็ต กรุงเทพมหานคร&nbsp; ตาก และสุราษฎร์ธานี&nbsp; แต่หากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรของจังหวัดนั้นๆ จะพบว่าจังหวัดที่มีอัตราการฉีดวัคซีนทั้งสองเข็มมากที่สุด ได้แก่ ภูเก็ต 22.60% สมุทรสาคร 17.43% ตาก 4.43% สุราษฎร์ธานี 2.44 พังงา 1.87%</p>



<p class="wp-block-paragraph">และหากสังเกตดูจะพบว่าจังหวัดที่อยู่ในลำดับต้นๆ ที่มีประชากรฉีดครบสองเข็มจำนวนมากมักจะเป็นจังหวัดเชิงการท่องเที่ยวทางทะเล รองลงมาคือจังหวัดแนวชายแดน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนจังหวัดที่มีอัตราการฉีดครบสองเข็มน้อยที่สุดคือ นครนายก 0.02% อุบลราชธานี 0.04% นครราชสีมา 0.04% บุรีรัมย์ 0.06% และศรีสะเกษ 0.06% โดยจะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับการฉีดวัคซีนเข็มแรกนั้น จังหวัดที่มีการฉีดวัคซีนเข็มแรกจำนวนมากที่สุดคือกรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร ภูเก็ต ตาก และชลบุรี แต่หากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรของจังหวัดนั้นๆ จะพบว่าจังหวัดที่มีอัตราการฉีดวัคซีนเข็มแรกมากที่สุด ได้แก่ สมุทรสาคร 26.86% ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง ภูเก็ต 23.61% ระนอง 7.97% ตาก 6.85% และกรุงเทพมหานคร 5.26%&nbsp;ซึ่งยังคงเป็นแนวจังหวัดที่ใกล้เคียงกันกับอันดับการฉีดครบทั้งสองเข็ม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนจังหวัดที่มีอัตราการฉีดเข็มแรกน้อยที่สุดคือ กาฬสินธุ์ 0.35% ศรีสะเกษ 0.54% มหาสารคาม 0.58% ลำปาง 0.59% ร้อยเอ็ด 0.60% โดยจะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นพื้นที่จังหวัดภาคอีสาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยในภาพรวมของประเทศ การฉีดวัคซีนครบทั้งสองเข็มอยู่ที่ 513,454 คิดเป็น 0.78% เข็มแรกอยู่ที่ 1,296,440 คิดเป็น 1.96%</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเรื่องการจองการฉีดวัคซีนผ่านแอปพลิเคชั่น ‘หมอพร้อม’&nbsp; จากข้อมูลของเพจไทยรู้สู้โควิด (ณ วันที่ 10 พฤษภาคม 2564) พบว่า จังหวัดที่มีการจองการฉีดวัคซีนมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ลำปาง นนทบุรี สมุทรปราการ และเชียงใหม่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนจังหวัดที่มียอดการจองน้อยที่สุดก็คือมุกดาหาร 1,177 คน ยโสธร 1,237 คน แม่ฮ่องสอน 1,368 คน&nbsp; สตูล 1,664 คน และ ชัยนาท 2,081 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนจำนวนผู้สูงอายุนั้น จังหวัดที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดก็คือ กรุงเทพมหานคร 1,108,912 คน นครราชสีมา 473,644 คน เชียงใหม่ 349,970 คน ขอนแก่น 326,053 คน และอุบลราชธานี 289,179 คน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ในประเด็นนี้ไม่สามารถแสดงสัดส่วนผู้จองวัคซีนกับจำนวนผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปได้ เพราะการจองการฉีดวัคซีนครั้งนี้ เป็นโควต้ารวมทั้งผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ดังจะเห็นว่าในบางจังหวัด ตัวเลขการลงทะเบียนจองวัคซีนนั้นสูงกว่าตัวเลขผู้สูงอายุ เช่น ลำปาง เป็นต้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพจไทยรู้สู้โควิดให้ข้อมูลว่า ประเทศไทย ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีจำนวนรวม 11.7 ล้านคน และผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง 4.3 ล้านคน แต่ในขณะนี้มีผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเรื้อรังลงทะเบียนเพียง 1,563,486 ราย หรือเพียง 12.61% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำ และในหลายจังหวัดก็ยังมีสัดส่วนที่ยังต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนรวมของประชากรสูงวัย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นภาพรวมและรายละเอียดรายจังหวัดที่กว้างมากขึ้น และทำให้เห็นภาพว่าการฉีควัคซีนโควิด-19 ของไทยนั้นดำเนินไปเช่นไร และควรจะทำนโยบายในด้านไหน พื้นที่ไหน อย่างไรต่อไป เพื่อให้สามารถฉีควัคซีนได้อย่างครอบคลุมและสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้เร็วที่สุด</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ที่มาข้อมูล:</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">สำนักงานสถิติแห่งชาติ <a href="http://statbbi.nso.go.th/staticreport/page/sector/th/01.aspx">http://statbbi.nso.go.th/staticreport/page/sector/th/01.aspx</a>&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รายงานสถานการณ์ให้บริการฉีดวัคซีนโควิด 19 ประจำวันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 โดยกระทรวงสาธารณสุข&nbsp; <a href="https://tinyurl.com/vaxcovidbyPHTH">https://tinyurl.com/vaxcovidbyPHTH</a>&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลการเปิดจองคิวฉีดวัคซีนโควิด 19 จากหมอพร้อม ข้อมูล ณ วันที่ 10 พฤษภาคม 2564 <a href="https://tinyurl.com/thaimoph">https://tinyurl.com/thaimoph</a>&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลพื้นฐานได้ที่ <a href="https://tinyurl.com/covid19vaccinethdata">https://tinyurl.com/covid19vaccinethdata</a>&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/covid19-vaccine/">วัคซีนโควิด-19 ในไทย ฉีดไปถึงไหนกันแล้ว</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>1 ปีโควิด-19 ในไทย มีดราม่าอะไรบ้าง ปัญหาอยู่ตรงไหน และใครเกี่ยวข้องบ้าง [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-covid19-conflict/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 May 2021 14:43:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[ดราม่าโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[ทวีศิลป์ วิษณโยธิน]]></category>
		<category><![CDATA[ประยุทธ์ จันทร์โอชา]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[อนุทิน ชาญวีรกูล]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โควิดไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rml.otters.dev/?p=256</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3648;&#3604;&#3639;&#3629;&#3609;&#3617;&#3585;&#3619 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-covid19-conflict/">1 ปีโควิด-19 ในไทย มีดราม่าอะไรบ้าง ปัญหาอยู่ตรงไหน และใครเกี่ยวข้องบ้าง [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">เดือนมกราคมปี 2021 ถือได้ว่าเป็นการครบรอบ 1 ปีที่ประเทศไทยยังต้องต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19 Rocket Media Lab ได้จัดทำข้อมูลประเด็นดราม่าโควิด-19 ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย ในตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา (จนถึงวันที่ 7 มกราคม 2021) </p>



<p class="wp-block-paragraph">เพื่อทำให้เห็นภาพรวมของการถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมในเรื่องโควิด-19 ของไทยว่าแท้ที่จริงแล้ว การจัดการวิกฤตในครั้งนี้ ประเทศไทยในฐานะที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีระบบสุขภาพดีที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก แต่ก็ยังมิวายเกิดดราม่ารายวันนั้น ดราม่าที่เกิดขึ้นเป็นเพราะสิ่งใด เกิดจากประเด็นใด และมีผู้ใดเป็นตัวละครที่เกี่ยวข้อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในการทำงานเก็บข้อมูลข่าว/ประเด็นที่ก่อให้เกิดดราม่า นั้นเลือกเฉพาะข่าว/ประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ทั้งวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายเดียว หรือเป็นการถกเถียงทั้งสองฝ่าย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นข่าว/ประเด็นที่ส่งผลกับการจัดการการแก้ปัญหาโควิด-19 ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยข้อมูลประเด็นดราม่าโควิด-19 ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย ในตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา (จนถึงวันที่ 7 มกราคม 2021) สามารถแยกเป็นหัวข้อได้ดังนี้</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRsyUSKHJym250436ThV_vLS5-4U8L8sv23si2_Tj-ekCnaPoz4-Sx_t_merGvtvn23MbjG9NCztSgR/pubhtml?gid=0&amp;single=true&amp;widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ <a href="https://tinyurl.com/covid19th-argument">https://tinyurl.com/covid19th-argument</a> </p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-covid19-conflict/">1 ปีโควิด-19 ในไทย มีดราม่าอะไรบ้าง ปัญหาอยู่ตรงไหน และใครเกี่ยวข้องบ้าง [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครบรอบ 1 ปี โควิด-19 ไทย มีดราม่าอะไรบ้าง ปัญหาอยู่ตรงไหน และใครเกี่ยวข้องบ้าง</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/covid19-conflict/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 May 2021 10:56:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[ดราม่าโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[ทวีศิลป์ วิษณโยธิน]]></category>
		<category><![CDATA[ประยุทธ์ จันทร์โอชา]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[อนุทิน ชาญวีรกูล]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โควิดไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rml.otters.dev/?p=234</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3649;&#3617;&#3657;&#3623;&#3656;&#3634;&#3650;&#3621 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/covid19-conflict/">ครบรอบ 1 ปี โควิด-19 ไทย มีดราม่าอะไรบ้าง ปัญหาอยู่ตรงไหน และใครเกี่ยวข้องบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่าโลกจะรู้จักโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในช่วงเดือนธันวาคม 2019 สำหรับในประเทศไทยเอง เริ่มมีการตื่นตัวในเรื่องโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในช่วงเดือนมกราคม 2020 ก่อนที่องค์การอนามัยโรคจะประกาศให้โรคโควิด-19 ที่เกิดจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้เป็นการระบาดใหญ่ (Pandemic) ในเดือนมีนาคม 2020</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในเดือนมกราคมปีนี้ (2021) จึงถือได้ว่าเป็นการครบรอบ 1 ปีที่ประเทศไทยยังต้องต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19 Rocket Media Lab ซึ่งทำงานด้านข้อมูลเพื่อการสื่อสารมวลชน ได้จัดทำข้อมูลประเด็นดราม่าโควิด-19 ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย ในตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา (จนถึงวันที่ 7 มกราคม 2021) เพื่อนำเสนอให้เห็นถึงปัญหาในการจัดการเรื่องโควิด-19 ของไทยที่ผ่านมาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ว่าเกิดจากประเด็นใด และมีผู้ใดเป็นตัวละครที่เกี่ยวข้อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพื่อทำให้เห็นภาพรวมของการถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมในเรื่องโควิด-19 ของไทยว่าแท้ที่จริงแล้ว การจัดการวิกฤตในครั้งนี้ ประเทศไทยในฐานะที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีระบบสุขภาพดีที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก แต่ก็ยังมิวายเกิดดราม่ารายวันนั้น ดราม่าที่เกิดขึ้นเป็นเพราะสิ่งใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในการทำงานเก็บข้อมูลข่าว/ประเด็นที่ก่อให้เกิดดราม่า นั้นเลือกเฉพาะข่าว/ประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ทั้งวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายเดียว หรือเป็นการถกเถียงทั้งสองฝ่าย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นข่าว/ประเด็นที่ส่งผลกับการจัดการการแก้ปัญหาโควิด-19 ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ในส่วนของตัวละครที่เกี่ยวข้องกับดราม่านั้นๆ พิจารณาจากการเป็นผู้ก่อให้เกิดดราม่าหรือถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วยการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของตัวละคร พร้อมทั้งมีการพิจารณาว่าดราม่านั้นๆ เกิดขึ้นจากประเด็นปัญหาใด </p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยแบ่งออกเป็น 7 ประเด็นคือ ความรู้ทางการแพทย์ เช่น ดราม่าเรื่องหน้ากากแบบมีวาล์วที่นายกรัฐมนตรีสวมใส่, ความโปร่งใส เช่น ดราม่าเรื่องโกดังติดแอร์ไม่ใช่บ่อน ชาวระยองรู้แต่ตำรวจไม่รู้, การเลือกปฏิบัติ เช่น ดราม่าเรื่องทหารอียิปต์มาพักที่ระยอง, ประสิทธิภาพในการจัดการ เช่น ดราม่าเรื่องเรียนออนไลน์วันแรก เน็ตไม่พร้อม เว็บล่ม จูนทีวีไม่ได้, การสื่อสาร เช่น ดราม่าเรื่องปิดห้างไม่ปิดห้างโฆษกรัฐบาลกับ กทม. สื่อสารไม่ตรงกัน, นโยบายและแผนงาน เช่น ดราม่าเรื่อง Fit to Fly สร้างความยากลำบากแก่คนไทยในต่างประเทศที่ต้องการกลับไทย และทัศนคติ เช่น ดราม่าเรื่อง เช่น ทวีศิลป์บอกว่ามีเงิน 5,000 บาท ปลูกผักสวนครัวก็อยู่ได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">โควิด-19 ไทย ดราม่ามากแค่ไหน ใครเกี่ยวข้องบ้าง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการทำงานของ Rocket Media Lab พบว่าจากการเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม 2020 จนถึงวันที่ 7 มกราคม 2021 มีข่าว/ประเด็น ที่เรียกได้ว่าเป็นดราม่าโควิด-19 รวมทั้งสิ้น 124 กรณี โดยเมื่อแยกตัวละคร สามารถแยกได้เป็นสามกลุ่มคือ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน พบว่าตัวละครที่เกี่ยวข้องกับดราม่า ซึ่งเป็นผู้ก่อให้เกิดดราม่าหรือถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วยการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นตัวละครภาครัฐสูงถึง 81.45% หรือเกี่ยวข้องกับดราม่าจำนวน 101 กรณี ซึ่งเป็นที่เข้าใจได้เนื่องจากภาครัฐมีอำนาจหน้าที่ในการแก้ปัญหาเรื่องโควิด-19 โดยตรงทั้งการออกนโยบายต่างๆ และการสื่อสาร รองลงมาคือภาคประชาชน 14.52% เกี่ยวข้องกับดราม่าจำนวน 18 กรณี และภาคเอกชน 4.03% เกี่ยวข้องกับดราม่าจำนวน 5 กรณี</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Dramacovid-1-683x1024.png" alt="" class="wp-image-238" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Dramacovid-1-683x1024.png 683w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Dramacovid-1-200x300.png 200w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Dramacovid-1-768x1152.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Dramacovid-1.png 961w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ภาครัฐ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลของ Rocket Medial Lab พบว่า ในดราม่า 101 กรณีที่ภาครัฐมีส่วนเกี่ยวข้องสูงสุด เกิดจากประเด็นปัญหาเรื่องนโยบายและแผนงาน 23 กรณี คิดเป็น 22.77% รองลงมาคือทัศนคติ 22 กรณี คิดเป็น 21.78% ประสิทธิภาพในการจัดการ 16 กรณี คิดเป็น 15.84% การสื่อสาร 14 กรณี คิดเป็น 13.86% การเลือกปฏิบัติ 12 กรณี คิดเป็น 11.88% ความโปร่งใส 12 กรณี คิดเป็น 11.88% และที่น้อยที่สุดคือ ความรู้ทางการแพทย์ มีเพียงแค่ 2 กรณี คิดเป็น 1.98% โดยหากดูที่ความถี่ของตัวละครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดราม่าโควิด-19 สามารถแยกได้ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">Top 5 ตัวก่อดราม่าจากภาครัฐ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของภาครัฐ ตัวละครที่ก่อให้เกิดดราม่า ก็คือ รัฐบาล 16.83% จำนวน 17 กรณี พบว่า ประเด็นปัญหาที่ก่อให้เกิดดราม่าจากการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของรัฐบาลนั้นเกิดจากปัญหานโยบายและแผนงานมากที่สุด จำนวน 9 กรณี รองลงมาคือ การเลือกปฏิบัติ 3 กรณี ประสิทธิภาพในการจัดการ และความโปร่งใส เท่ากันที่ 2 กรณี การสื่อสาร 1 กรณี และในประเด็นเรื่องความรู้ทางการแพทย์และทัศนคตินั้นไม่พบกรณีดราม่าที่เกิดจากรัฐบาล</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวละครที่ก่อให้เกิดดราม่าสูงสุดอันดับสอง ในส่วนของภาครัฐก็คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 7.92% จำนวน 8 กรณี พบว่า ประเด็นปัญหาที่ก่อให้เกิดดราม่าจากการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของ อนุทิน ชาญวีรกูล นั้นเกิดจากปัญหาทัศนคติ 6 กรณี และการสื่อสาร 2 กรณี โดยไม่พบกรณีดราม่าที่เกิดจากประเด็นอื่นๆ ที่เหลือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสาม คือ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน จำนวน 7 กรณี พบว่าประเด็นปัญหาที่ก่อให้เกิดดราม่าจากการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน นั้นเกิดจากปัญหาทัศนคติ 6 กรณี และการสื่อสาร 1 กรณี โดยไม่พบกรณีดราม่าที่เกิดจากประเด็นอื่นๆ ที่เหลือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสามเช่นเดียวกัน คือ กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 7 กรณี พบว่าประเด็นปัญหาที่ก่อให้เกิดดราม่าจากการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของ กระทรวงสาธารณสุข นั้นเกิดจากปัญหาความโปร่งใสและนโยบายและแผนงาน เท่ากันอย่างละ 3 กรณี และประสิทธิภาพในการจัดการอีก 1 กรณี</p>



<p class="wp-block-paragraph">และอีกหนึ่งตัวละครที่อยู่ในอันดับสามเช่นเดียวกันก็คือ ศบค. จำนวน 7 กรณี พบว่าประเด็นปัญหาที่ก่อให้เกิดดราม่าจากการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของ ศบค. นั้นเกิดจากปัญหานโยบายและแผนงาน 3 กรณี ประสิทธิภาพในการจัดการ 2 กรณี การสื่อสารและทัศนคติ อย่างละ 1 กรณี</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยในส่วนของตัวละครที่เป็นองค์กร/บุคคล อื่นๆ ในภาครัฐ นั้น แม้จะมีเปอร์เซ็นสูงถึง 55% แต่ก็มีตัวละครจำนวนมาก สูงถึง 30 ตัวละคร เช่น กระทรวงการคลัง 6 กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 5 กรณี ตำรวจ 4 กรณี ปารีณา ไกรคุปต์ กระทรวงพาณิชย์ ทหาร อย่างละ 3 กรณี เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในการแก้วิกฤตโควิด-19 แต่ไม่ติดใน Top5 นั้น จากข้อมูลของ Rocket Media Lab พบว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับดราม่าจำนวน 5 กรณี แบ่งเป็นปัญหาการสื่อสาร 3 กรณี นโยบายและแผนงาน และองค์ความรู้ทางการแพทย์ อย่างละ 1 กรณี แต่ดราม่าจำนวนมากที่เกิดขึ้นจากรัฐบาล หรือ ศบค. นั้น ที่จริงแล้วก็อยู่ในความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และผู้อำนวยการ ศบค.</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่าอาจจะมีบางองค์กรที่ไม่ได้อยู่ในลิสต์ตัวละครที่เกี่ยวข้องกับดราม่าโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขวิกฤตโควิด-19 ในครั้งนี้ก็ตาม ซึ่งอาจจะสามารถตั้งคำถามได้ว่า องค์กรเหล่านั้นที่หายไปในลิสต์ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว หรือเป็นเพราะว่าไม่มีบทบาทหรือผลงานในการแก้ปัญหาเลย</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคเอกชน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับภาคเอกชน จากข้อมูลของ Rocket Medial Lab พบว่า ในดราม่า 124 กรณีทั้งหมด เกี่ยวข้องกับภาคเอกชนเพียง 5 กรณี คิดเป็น 4.03% โดยมีตัวละครเพียง 5 ตัวละครด้วยกันคือบริษัท Grab, พนักงาน KFC, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยต่างๆ และร้านวอร์มอัพ จังหวัดเชียงใหม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยทั้ง 5 กรณี เกิดจากประเด็นปัญหาเรื่องนโยบายและแผนงาน 2 กรณี ความรู้ทางการแพทย์ ทัศนคติ การสื่อสาร อย่างละ 1 กรณี</p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาคประชาชน</h3>



<p class="wp-block-paragraph"><br>สำหรับภาคประชนจากข้อมูลของ Rocket Medial Lab พบว่า ในดราม่า 124 กรณีทั้งหมด เกี่ยวข้องกับภาคประชาชนเพียง 18 กรณี คิดเป็น 14.52% โดยมีตัวละครทั้งหมด 11 ตัวละครด้วยกัน เช่น ชาวเน็ต 5 กรณี ประชาชน 4 กรณี กาละแมร์ (พิธีกรหญิง), ฌอน บูรณหิรัญ, ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, ผู้กองเบนซ์, แชมป์ พีระพล (พิธีกรชาย), หนุ่มสกินเฮด, หนูเล็กก่อนบ่าย, หมาก-คิม (นักแสดง), แก้ว BNK อย่างละ 1 กรณี</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยทั้ง 18 กรณี เกิดจากประเด็นปัญหาเรื่องทัศนคติ 16 กรณี และความรู้ทางการแพทย์ 2 กรณี ส่วนประเด็นเรื่องความโปร่งใส, การเลือกปฏิบัติ, ประสิทธิภาพในการจัดการ, การสื่อสาร, นโยบายและแผนงาน ไม่ปรากฏ ซึ่งพอเข้าใจได้ว่าเป็นเพราะภาคประชาชนนั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหาร กำหนดนโยบายดังเช่นภาครัฐ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Dramacovid-2-Edit-683x1024.png" alt="" class="wp-image-240" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Dramacovid-2-Edit-683x1024.png 683w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Dramacovid-2-Edit-200x300.png 200w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Dramacovid-2-Edit-768x1152.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/Dramacovid-2-Edit.png 961w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">ปัญหาอยู่ตรงไหน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลของ Rocket Media Lab พบว่า จากดราม่าทั้ง 124 กรณีตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ดราม่าเหล่านั้นเกิดจากปัญหาเรื่องทัศนคติสูงสุดถึง 39 เรื่อง คิดเป็น 31.45% โดยเกิดจากภาครัฐ 22 กรณี คิดเป็น 56.41% ภาคประชาชน 16 กรณี คิดเป็น 41.03% และภาคเอกชน 1 กรณี คิดเป็น 2.56% โดยตัวละครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดราม่าในประเด็นเรื่องทัศนคติสูงที่สุดก็คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.จำนวนเท่ากันที่ 7 กรณี</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือนโยบายและแผนงาน 25 กรณี คิดเป็น 20.16% โดยเกิดจากภาครัฐ 23 กรณี ภาคเอกชน 2 กรณี โดยตัวละครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดราม่าในประเด็นเรื่องนโยบายและแผนงานสูงที่สุด ก็คือรัฐบาล จำนวน 9 กรณี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นปัญหาเรื่องประสิทธิภาพในการจัดการ 16 กรณี คิดเป็น 12.90% โดยทั้ง 16 กรณีเกิดจากภาครัฐ โดยตัวละครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดราม่าในประเด็นเรื่องประสิทธิภาพในการจัดการสูงที่สุด ก็คือ รัฐบาล, ศบค. และกระทรวงพาณิชย์ อย่างละ 2 กรณี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นปัญหาเรื่องการสื่อสาร 15 กรณี คิดเป็น 12.10% โดยเกิดจากภาครัฐ 14 กรณี ภาคเอกชน 1 กรณี โดยตัวละครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดราม่าในประเด็นเรื่องการสื่อสารสูงที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 3 กรณี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นปัญหาเรื่องการเลือกปฏิบัติ 12 กรณี คิดเป็น 9.68% โดยทั้ง 12 กรณีเกิดจากภาครัฐ โดยตัวละครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดราม่าในประเด็นเรื่องการเลือกปฏิบัติสูงที่สุด ก็คือ รัฐบาล จำนวน 3 กรณี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นปัญหาเรื่องความโปร่งใส 12 กรณี คิดเป็น 9.68% โดยทั้ง 12 กรณีเกิดจากภาครัฐ โดยตัวละครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดราม่าในประเด็นเรื่องความโปร่งใสสูงที่สุด ก็คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 กรณี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นปัญหาเรื่องความรู้ทางการแพทย์ 5 กรณี คิดเป็น 4.03% เกิดจากภาครัฐ 2 กรณี ภาคประชาชน 2 กรณี และภาคเอกชน 1 กรณี โดยตัวละครมีทั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, กองทัพบก, หนูเล็กก่อนบ่าย พนักงาน KFC และประชาชน</p>



<h3 class="wp-block-heading">ดราม่าเกิดขึ้นในเดือนไหนมากที่สุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลของ Rocket Media Lab พบว่า เดือนที่มีจำนวนดราม่าเกิดขึ้นมากที่สุดก็คือ เดือนมีนาคม 35 เรื่อง ซึ่งเป็นเดือนที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในการจัดการโควิด-19 ในวันที่ 25 มีนาคม 2020 แต่หากเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายเดือนจะพบว่า เดือนมีนาคม ไม่ใช่เดือนที่มีผู้ติดเชื้อใหม่มากที่สุด เพราะมีเพียง 1,609 ราย เดือนที่มีผู้ติดเชื้อใหม่มากที่สุดก็คือเดือนธันวาคม มีจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ 3,155 ราย และมีดราม่าเพียง 12 เรื่อง (โดยยังไม่ได้เปรียบเทียบกับเดือนมกราคม 2021) ซึ่งเป็นช่วงการระบาดรอบใหม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเดือนที่จำนวนดราม่าสูงเป็นอันดับสองก็คือเดือนเมษายน 32 เรื่อง ซึ่งประเทศไทยอยู่ในช่วงการล็อกดาวน์ มีผู้ติดเชื้อใหม่จำนวน 1,303 ราย และอันดับสามคือเดือนธันวาคม 12 เรื่อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเดือนที่ไม่ปรากฏมีดราม่าตามเกณฑ์การคัดเลือกเลยก็คือเดือนกันยายน ซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อจำนวน 157 คน และเดือนพฤศจิกายน ซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อจำนวน 224 คน โดยเดือนที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อต่ำสุดก็คือเดือนมกราคม 2020 จำนวน 19 คน อันเป็นเดือนแรกที่ไทยเริ่มตื่นตัวในเรื่องโรคโควิด-19</p>



<h3 class="wp-block-heading">บทสรุป</h3>



<p class="wp-block-paragraph">และหากมองในส่วนของภาครัฐเพียงส่วนเดียว อันเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ในการจัดการวิกฤตโรคระบาดในครั้งนี้ ก็จะพบว่า ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นมากที่สุดก็คือเรื่องนโยบายและแผนงานของรัฐ จำนวน 23 กรณี และที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งห่างกันเพียง 1 กรณี ก็คือประเด็นเรื่องทัศนคติ โดยที่ดราม่าอันมาจากประเด็นปัญหาเรื่องความรู้ทางการแพทย์นั้น มีน้อยที่สุด เพียง 5 กรณีเท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยการให้ความรู้ทางการแพทย์ที่ดี แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการวิกฤตโควิด-19 มีทัศนคติที่เป็นปัญหาและก่อให้เกิดดราม่าอย่างมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ประเทศไทยจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีระบบสุขภาพดีที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก แต่จากข้อมูลของ Rocket Media Lab ในประเด็นดราม่าโควิด-19 ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย ในตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา (จนถึงวันที่ 7 มกราคม 2021) อันเป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหา และการจัดการวิกฤตโรคระบาดในประเทศไทย พบว่า ประเด็นดราม่าส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นกลับมาจากประเด็นเรื่องทัศนคติ และจากข้อมูลพบว่าปัญหาเรื่องทัศนคตินั้นส่วนใหญ่มาจากภาครัฐ และหากพิจารณาถึงจำนวนสูงสุดของบุคคล/องค์กร ที่ก่อให้เกิดปัญหาจากประเด็นเรื่องทัศนคติก็จะพบว่า เป็นบุคคลจากภาครัฐ ซึ่งก็คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. นั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หมายเหตุ:</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">สามารถดูข้อมูลพื้นฐานได้ที่ <a href="https://tinyurl.com/covid19th-argument ">https://tinyurl.com/covid19th-argument </a><br></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/covid19-conflict/">ครบรอบ 1 ปี โควิด-19 ไทย มีดราม่าอะไรบ้าง ปัญหาอยู่ตรงไหน และใครเกี่ยวข้องบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
