<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วันเด็ก Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/วันเด็ก/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Jan 2026 06:39:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.1</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>วันเด็ก Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/วันเด็ก/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความเห็นเด็กไทยต่อการเมืองและการเลือกตั้ง : ติดตามข่าวผ่าน TikTok ไม่เชื่อมั่นใน กกต. มากที่สุด และยังไม่มีพรรคการเมืองที่ชอบเป็นพิเศษ</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/student-q1-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 10:31:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[rocketmedialabxp2h]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[วันเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[แบบสอบถาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=6411</guid>

					<description><![CDATA[<p>แบบสอบถามวันเด็ก’69: เด็กไทยสนใจการเมืองและการเลือกตั้งแค่ไหน?</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/student-q1-2026/">ความเห็นเด็กไทยต่อการเมืองและการเลือกตั้ง : ติดตามข่าวผ่าน TikTok ไม่เชื่อมั่นใน กกต. มากที่สุด และยังไม่มีพรรคการเมืองที่ชอบเป็นพิเศษ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งตรงกับเสาร์ที่ 2 ของทุกปี ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) และเครือข่ายเยาวชน Feel Good เพื่อสำรวจทัศนคติเกี่ยวกับการเมืองและการเลือกตั้งของกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) และ ปวช. ระหว่าง 4-27 ธ.ค. 2568 ผลการสำรวจมีดังนี้&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6423" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 515 คน แบ่งเป็นเพศหญิง 306 คน หรือคิดเป็น 59.42% เพศชาย 158 คน หรือคิดเป็น 30.68% ตามด้วย LGBTQ+ 34 คน หรือคิดเป็น 6.60% และไม่ต้องการระบุ 17 คน คิดเป็น 3.30% โดยผู้ตอบมีอายุระหว่าง 15-20 ปี จาก 49 จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 364 คน คิดเป็น 70.68% ตามมาด้วยภาคกลาง จำนวน 77 คน คิดเป็น 14.95% ภาคเหนือ จำนวน 42 คน คิดเป็น 8.16% ภาคใต้ จำนวน 21 คน คิดเป็น 4.08% ภาคตะวันออก จำนวน 9 คน คิดเป็น 1.75% และภาคตะวันตก จำนวน 2 คน คิดเป็น 0.39%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6424" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เด็กไทยสนใจการเมืองมากแค่ไหน รู้ศัพท์การเลือกตั้งคำไหนบ้าง?</h3>



<p class="wp-block-paragraph"><br>เมื่อสอบถามระดับความอินกับการเมืองโดยให้คะแนนเต็ม 5 (สนใจติดตามสม่ำเสมอ) พบว่านักเรียนส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง คือระดับ 3 จำนวน 191 คน คิดเป็น 37.09% รองลงมาคือระดับ 2 จำนวน 130 คน คิดเป็น 25.24% ตามด้วยระดับ 4 จำนวน 85 คน คิดเป็น 16.50% ระดับ 1 จำนวน 81 คน คิดเป็น 15.73% และระดับ 5 มีจำนวนน้อยที่สุดคือ 28 คน คิดเป็น 5.44%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคำศัพท์ทางการเลือกตั้ง พบว่าคำที่นักเรียนเกินกว่าครึ่งรู้ความหมาย ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สมาชิกวุฒิสภา มีผู้รู้ความหมายมากที่สุด จำนวน 433 คน คิดเป็น 84.08%</li>



<li>สส. เขต จำนวน 414 คน คิดเป็น 80.39%</li>



<li>เผด็จการรัฐสภา จำนวน 398 คน คิดเป็น 77.28%</li>



<li>รัฐบาลเสียงข้างน้อย จำนวน 390 คน คิดเป็น 75.73%</li>



<li>ประชามติ จำนวน 305 คน คิดเป็น 59.22%</li>



<li>บ้านใหญ่ จำนวน 272 คน คิดเป็น 52.82%</li>



<li>รัฐบาลผสม จำนวน 268 คน คิดเป็น 52.04%</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม มีคำศัพท์เทคนิคหรือคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่นักเรียนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ความหมาย คือ Gerrymandering ซึ่งเป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งที่สร้างความได้เปรียบให้ผ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งมีผู้ไม่รู้มากถึง 408 คน คิดเป็น 79.22% รองลงมาคือ ปาร์ตี้ลิสต์ มีผู้ไม่รู้จำนวน 323 คน คิดเป็น 62.72% และ แลนด์สไลด์ มีผู้ไม่รู้จำนวน 307 คน คิดเป็น 59.61%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-3-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6444" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-3-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-3-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-3-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-3-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-3-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-3-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">มองการเมืองมีผลต่อชีวิต และ TikTok คือช่องทางรับข่าวเบอร์ 1</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสอบถามว่า การเมืองระดับประเทศส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันมากน้อยเพียงใด โดยให้คะแนนเต็ม 5 (มากที่สุด) พบว่านักเรียนส่วนใหญ่รู้สึกว่าได้รับผลกระทบในระดับปานกลาง หรือระดับ 3 จำนวน 180 คน คิดเป็น 34.95% รองลงมาคือระดับ 4 จำนวน 121 คน คิดเป็น 23.50% และระดับ 5 จำนวน 104 คน คิดเป็น 20.19% ส่วนกลุ่มที่รู้สึกว่าได้รับผลกระทบน้อยมีจำนวนไม่มาก คือระดับ 2 จำนวน 65 คน คิดเป็น 12.62% และระดับ 1 จำนวน 45 คน คิดเป็น 8.74%</p>



<h4 class="wp-block-heading">ช่องทางติดตามข่าวการเมืองมากที่สุด</h4>



<ol class="wp-block-list">
<li>TikTok (41.36%)&nbsp;</li>



<li>Facebook (17.86%)</li>



<li>โทรทัศน์ (13.98%)</li>



<li>X (Twitter) (10.68%)</li>



<li>ไม่ติดตาม (7.38%)</li>



<li>อื่นๆ (YouTube, Instagram, เว็บไซต์ข่าว ต่ำกว่า 3%)</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับช่องทางในการติดตามข่าวสารการเมือง พบว่าแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นอย่าง TikTok ครองแชมป์อันดับหนึ่ง มีผู้ตอบสูงถึง 213 คน คิดเป็น 41.36% โดยเมื่อเจาะลึกช่วงอายุพบว่าเป็นช่องทางหลักของกลุ่มอายุ 16 ปีมากที่สุดถึงจำนวน 85 คน รองลงมาคือ Facebook จำนวน 92 คน คิดเป็น 17.86% ซึ่งผู้ตอบจำนวนมาก คือกลุ่มอายุ 18 ปี จำนวน 32 คน อันดับสามคือโทรทัศน์ จำนวน 72 คน คิดเป็น 13.98% และ X (Twitter) จำนวน 55 คน คิดเป็น 10.68%</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ไม่ติดตามข่าวการเมืองเลย จำนวน 38 คน คิดเป็น 7.38% ซึ่งกระจายตัวอยู่ในกลุ่มอายุ 15 และ 16 ปีเป็นส่วนใหญ่ ส่วนช่องทางอื่นๆ เช่น YouTube Instagram และเว็บไซต์ข่าว มีสัดส่วนน้อยกว่า 3%&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">เช็กก่อนแชร์ไหม?</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>ตรวจสอบบ้าง (54.56%)&nbsp;</li>



<li>ตรวจสอบทุกครั้ง (34.76%)</li>



<li>ไม่เคยเลย (10.68%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในประเด็นเรื่องการตรวจสอบข่าวปลอมก่อนส่งต่อ พบว่านักเรียนส่วนใหญ่เลือกที่จะตรวจสอบบ้าง จำนวน 281 คน คิดเป็น 54.56% กลุ่มที่ตอบว่าไม่เคยตรวจสอบเลย มีจำนวน 55 คน คิดเป็น 10.68%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อคิดสัดส่วนเป็นกลุ่มอายุ จะพบว่า กลุ่มที่ตรวจสอบทุกครั้ง มากที่สุดคือกลุ่มอายุ 19 ปี โดยคิดเป็น 66.67% ของผู้ตอบในช่วงอายุ 19 ปี ขณะที่กลุ่มอายุที่ตอบว่า ไม่เคยตรวจสอบเลย มากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 15 ปี คิดเป็น 15.12% ของกลุ่มอายุ 15 ปี&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-4-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6427" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-4-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-4-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-4-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-4-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-4-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-4-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เด็กไทยติดตามข่าวจากสื่อหลักมากกว่าตัวบุคคล</h3>



<h4 class="wp-block-heading">ติดตามข่าวการเมืองจากใคร?</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>สื่อ/ข่าว (32.62%)</li>



<li>ไม่มี/ไม่ตอบ (31.84%)</li>



<li>อื่นๆ (9.51%)</li>



<li>บุคคล (7.96%)</li>



<li>ทั่วไป/ฟีด/แพลตฟอร์ม (7.38%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถามถึงแหล่งข่าวที่นักเรียนเลือกติดตาม โดยเป็นคำถามปลายเปิด พบว่าส่วนใหญ่ยังคงรับข่าวสารผ่านสื่อหลักหรือสำนักข่าวต่างๆ เช่น ไทยรัฐ ช่อง 3 The Standard หรือ Workpoint มากกว่าการติดตามจากตัวบุคคล โดยกลุ่มที่ติดตามจากสื่อและข่าวมีจำนวน 168 คน คิดเป็น 32.62% รองลงมาคือกลุ่มที่ไม่ได้ระบุแหล่งข้อมูลหรือไม่ได้ติดตาม จำนวน 164 คน คิดเป็น 31.84%</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับกลุ่มที่ติดตามข่าวจากตัวบุคคล เช่น สรยุทธ สุทัศนะจินดา หรือนักการเมืองโดยตรง มีจำนวน 41 คน คิดเป็น 7.96% ในขณะที่การติดตามผ่านอินฟลูเอนเซอร์หรือเพจวิเคราะห์ข่าวอย่าง อีจัน หรือ Drama-addict มีจำนวน 33 คน คิดเป็น 6.41% และที่น่าสนใจคือการรับข่าวสารจากคนใกล้ตัว เช่น พ่อแม่ หรือครู มีสัดส่วนน้อยที่สุด เพียง 22 คน คิดเป็น 4.27%</p>



<h4 class="wp-block-heading">ติดตามนักการเมือง/พรรคการเมืองไหนในโซเชียล?</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไม่ติดตาม/ไม่มี/ไม่ทราบ (55.73%)</li>



<li>พรรคประชาชน/ส้ม/ก้าวไกล (25.83%)</li>



<li>อื่นๆ (5.05%)</li>



<li>อนุทิน/ภูมิใจไทย (4.08%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถามถึงการติดตามนักการเมืองหรือพรรคการเมืองบนโซเชียลมีเดีย โดยเป็นคำถามปลายเปิด พบว่านักเรียนเกินครึ่งระบุว่าไม่ได้ติดตามโซเชียลมีเดียของนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ จำนวน 287 คน คิดเป็น 55.73% แต่ในกลุ่มที่ติดตามนั้น พบว่าพรรคประชาชน เช่น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, รังสิมันต์ โรม หรือ ไอซ์ รักชนก ได้รับความสนใจมากที่สุด จำนวน 133 คน คิดเป็น 25.83% รองลงมาคือกลุ่มอื่นๆ จำนวน 26 คน คิดเป็น 5.05% ตามด้วยอนุทิน ชาญวีรกูล หรือพรรคภูมิใจไทย จำนวน 21 คน คิดเป็น 4.08% และพรรคเพื่อไทย เช่น แพทองธาร หรือเศรษฐา จำนวน 10 คน คิดเป็น 1.94% ส่วนชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีผู้ติดตามเท่ากันที่จำนวน 3 คน คิดเป็น 0.58%</p>



<h4 class="wp-block-heading">รู้จัก สส. เขตตัวเองไหม?</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไม่ทราบ (50.87%)&nbsp;</li>



<li>ทราบทั้งชื่อและพรรค (20.39%)</li>



<li>ทราบพรรค (17.86%)</li>



<li>ทราบชื่อ (10.87%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถามว่า รู้จัก สส. ในเขตของตนเองหรือไม่ พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่า สส. ในเขตคือใคร โดยมีผู้ที่ไม่ทราบเลยจำนวน 262 คน คิดเป็น 50.87% สำหรับกลุ่มที่ทราบข้อมูล มีเพียงจำนวน 105 คน คิดเป็น 20.39% ที่รู้ทั้งชื่อจริงและพรรคสังกัด ส่วนคนที่รู้เฉพาะพรรคแต่ไม่รู้ชื่อมีจำนวน 92 คน คิดเป็น 17.86% และคนที่รู้แต่ชื่อไม่รู้พรรคมีจำนวน 56 คน คิดเป็น 10.87%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-5-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6429" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-5-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-5-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-5-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-5-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-5-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-5-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เด็กส่วนใหญ่อยากให้ รร. หนุนการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนทางการเมืองได้อย่างอิสระ</h3>



<h4 class="wp-block-heading">ช่องทางในโรงเรียนที่ส่งผลต่อความรับรู้เรื่องการเมือง</h4>



<ol class="wp-block-list">
<li>วิชาเรียน/หลักสูตร (32.62%)</li>



<li>กิจกรรมนักเรียน/การเลือกตั้งในโรงเรียน (31.26%)</li>



<li>ครู (20.19%)</li>



<li>ไม่มี (15.92%)</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสำรวจว่าสิ่งใดในโรงเรียนที่มีผลต่อความรับรู้เรื่องการเมืองระดับประเทศมากที่สุด พบว่าวิชาเรียนและหลักสูตร เช่น วิชาสังคมศึกษาหรือหน้าที่พลเมือง มาเป็นอันดับหนึ่ง จำนวน 168 คน คิดเป็น 32.62% ตามมาด้วยกิจกรรมนักเรียน เช่น สภานักเรียน หรือการเลือกตั้งประธานนักเรียน จำนวน 161 คน คิดเป็น 31.26% ส่วนครูและการพูดคุยนอกบทเรียนมีผลรองลงมา จำนวน 104 คน คิดเป็น 20.19% และมีผู้ที่มองว่าโรงเรียนไม่มีส่วนช่วยสร้างความรับรู้นี้เลย จำนวน 82 คน คิดเป็น 15.92%</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากเปรียบเทียบผลลัพธ์ของแต่ละช่องทางว่าจะช่วยกระตุ้นความสนใจทางการเมืองได้มากน้อยเพียงใด พบว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>กิจกรรมนักเรียนและการเลือกตั้งในโรงเรียน เป็นช่องทางที่กระตุ้นความสนใจได้ดีที่สุด โดยทำให้นักเรียนรู้สึกอยากมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น จำนวน 214 คน คิดเป็น 41.55% ส่วนคนที่รู้สึกเฉยๆ มีจำนวน 268 คน คิดเป็น 52.04%</li>



<li>วิชาเรียนและหลักสูตร ส่วนใหญ่ทำให้นักเรียนรู้สึกเฉยๆ หรือไม่มีความเห็น จำนวน 296 คน คิดเป็น 57.48% ส่วนคนที่รู้สึกสนใจมากขึ้นมีจำนวน 176 คน คิดเป็น 34.17%</li>



<li>ครู ส่วนใหญ่มักทำให้นักเรียนรู้สึกเฉยๆ เช่นกัน โดยมีจำนวนสูงถึง 311 คน คิดเป็น 60.39% ส่วนที่ทำให้รู้สึกสนใจมากขึ้นมีจำนวน 163 คน คิดเป็น 31.65%&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับบทบาทของโรงเรียนที่นักเรียนคาดหวัง ส่วนใหญ่อยากเห็นโรงเรียนสนับสนุนให้มีการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนทางการเมืองได้อย่างอิสระ จำนวน 310 คน คิดเป็น 60.19% รองลงมาคือกลุ่มที่รู้สึกเฉยๆ จำนวน 128 คน คิดเป็น 24.85% มีส่วนน้อยที่มองว่าควรจำกัดการสอนไว้เพียงแค่ในหลักสูตร จำนวน 54 คน คิดเป็น 10.49% และกลุ่มที่มองว่าไม่ควรอนุญาตให้มีกิจกรรมหรือการแสดงออกทางการเมืองในโรงเรียนเลย มีจำนวน 23 คน คิดเป็น 4.47%&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-6-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6430" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-6-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-6-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-6-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-6-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-6-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-6-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">สำหรับเด็กไทย การเมืองคือ…?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อตั้งคำถามปลายเปิดว่า การเมืองคืออะไร ในมุมมองของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง พบว่าคำตอบส่วนใหญ่มองเป็นเรื่องของโครงสร้างและการทำงานของภาครัฐ โดยมองว่าคือการบริหาร การปกครอง หรือหน้าที่ของรัฐบาลและสภามากที่สุด จำนวน 210 คน คิดเป็น 40.78% รองลงมามองในมุมของความสัมพันธ์เชิงอำนาจ คือการช่วงชิงผลประโยชน์และความขัดแย้ง จำนวน 124 คน คิดเป็น 24.08% นอกจากนี้ยังมีมุมมองอื่นๆ เช่น เรื่องของประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วม หรือเรื่องเศรษฐกิจและปากท้อง แต่มีสัดส่วนไม่มากนัก บางส่วนเปรียบเปรยการเมืองว่าคือ &#8220;สงครามธุรกิจ&#8221; &#8220;ธุรกิจของคนใหญ่คนโต&#8221; หรือบางคนระบุว่าเป็นเรื่องของ &#8220;คนโง่แก่งแย่งประโยชน์กับคนโง่ที่มีอำนาจ จนทำให้ประชาชนลำบาก&#8221; และมองว่า &#8220;มีอำนาจจะมีทุกอย่าง การเมืองมีอยู่ทุกที่&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และมีบางส่วนระบุว่า การเมืองเป็น &#8220;วิธีที่มนุษย์จัดการกันเองในสังคม เพื่อตัดสินใจว่า ใครจะได้อะไร เมื่อไหร่ และอย่างไร&#8221; หรือมองด้วยความหวัง โดยระบุว่าเป็น &#8220;พื้นที่แห่งการแสดงออก การเรียกร้องสิทธิและความยุติธรรม&#8221; และเป็น &#8220;สิ่งที่มนุษย์ทุกคนมีส่วนร่วมในการออกความเห็นอย่างเท่าเทียม&#8221; แต่ท้ายที่สุด ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีกลุ่มที่รู้สึกเบื่อหน่ายกับเรื่องนี้ โดยระบุว่า &#8220;วุ่นวายเล็กน้อย&#8221; หรือ &#8220;น่าเบื่อ เรียนก็ยุ่งพอแล้ว&#8221;&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ความพอใจต่อการเมืองไทยตอนนี้</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>เฉยๆ (61.17%)&nbsp;</li>



<li>ไม่พอใจ (34.56%)</li>



<li>พอใจ (เพียง 4.27%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในด้านความพึงพอใจต่อสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน พบว่านักเรียนส่วนใหญ่รู้สึกเฉยๆ จำนวน 315 คน คิดเป็น 61.17% ตามมาด้วยกลุ่มที่ไม่พอใจ จำนวน 178 คน คิดเป็น 34.56% ส่วนกลุ่มที่รู้สึกพอใจกับการเมืองตอนนี้มีเพียง 22 คน คิดเป็น 4.27%</p>



<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่ถกเถียงเรื่องการเมือง</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>เถียงกับเพื่อน (29.71%)</li>



<li>ไม่เคยถกเถียง (28.87%)</li>



<li>เถียงกับครอบครัว (24.55%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับการถกเถียงหรือแลกเปลี่ยนความเห็นทางการเมือง พบว่าเพื่อน คือคู่สนทนาหลักที่นักเรียนเลือกถกเถียงด้วยมากที่สุด จำนวน 213 คน คิดเป็น 29.71% รองลงมาคือไม่เคยถกเถียงกับใครเลย มีจำนวนใกล้เคียงกับอันดับแรก คือ 207 คน คิดเป็น 28.87% ตามมาด้วยคนในครอบครัว เป็นกลุ่มที่นักเรียนถกเถียงด้วยรองลงมา จำนวน 176 คน คิดเป็น 24.55%</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสำรวจไปถึงการพูดคุยเรื่องการเมืองในครอบครัว พบว่าเกินครึ่งระบุว่าที่บ้านเปิดใจและแลกเปลี่ยนกันได้ จำนวน 270 คน คิดเป็น 52.43% แต่ก็มีตัวเลขที่น่าสนใจคือกลุ่มที่ไม่คุยเรื่องการเมืองกันเลยในครอบครัว ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 186 คน คิดเป็น 36.12% ส่วนครอบครัวที่มีบรรยากาศตึงเครียดแต่ยังคุยได้ มี 49 คน คิดเป็น 9.51% หรือคุยแล้วจบลงด้วยการทะเลาะกัน มีจำนวน 10 คน คิดเป็น 1.94% โดยเป็นสัดส่วนที่น้อย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-7-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6431" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-7-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-7-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-7-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-7-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-7-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-7-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"></h3>



<h3 class="wp-block-heading">เด็กไทยเป็นนักส่องมากกว่าเป็นนักโพสต์</h3>



<p class="wp-block-paragraph">แม้จะติดตามข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย แต่เมื่อถามถึงการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง พบว่านักเรียนที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เลือกที่จะเป็นผู้สังเกตการณ์เงียบๆ มากกว่า โดยมีผู้ที่ไม่เคยแสดงความเห็นเลย จำนวน 262 คน คิดเป็น 50.87% รองลงมาคือกลุ่มที่แสดงความเห็นบ้างแต่นานๆ ครั้ง จำนวน 175 คน คิดเป็น 33.98% ส่วนกลุ่มที่แสดงความเห็นบ่อยครั้ง เช่น สัปดาห์ละ 2-5 ครั้ง หรือทุกวัน มีจำนวนไม่มากนัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถามว่าแสดงความเห็นทางการเมืองในแพลตฟอร์มใดมากที่สุด พบว่าเด็กไทยตอบไม่แสดงความเห็น กว่า 246 คน คิดเป็น 47.77% รองลงมาคือแสดงความเห็น โดยแพลตฟอร์มยอดนิยมยังคงเป็น TikTok จำนวน 127 คน คิดเป็น 24.66% ตามมาด้วย Facebook จำนวน 67 คน คิดเป็น 13.01% และ X (Twitter) จำนวน 52 คน คิดเป็น 10.10%</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อถามถึงรูปแบบการแสดงความเห็นทางการเมือง ส่วนใหญ่ตอบว่าไม่แสดงความเห็น กว่า 317 คน คิดเป็น 53.46% ตามมาด้วยเน้นการแชร์หรือรีโพสต์เนื้อหาของผู้อื่น จำนวน 173 คน คิดเป็น 29.17% มากกว่าการเขียนคอมเมนต์หรือตอบโต้ที่มีจำนวน 85 คน คิดเป็น 14.33% และมีเพียงส่วนน้อยมากที่สร้างเนื้อหาหรือโพสต์ด้วยตนเอง จำนวน 18 คน คิดเป็น 3.04%</p>



<h4 class="wp-block-heading">เมื่อเจอคนเห็นต่างในโซเชียลทำอย่างไร?</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไม่ทำอะไรเลย (78.45%)</li>



<li>เข้าไปอธิบายด้วยเหตุผล (8.93%)</li>



<li>กดรีพอร์ต (2.91%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเห็นต่างทางการเมืองบนโลกออนไลน์ นักเรียนส่วนใหญ่เลือกที่จะนิ่งเฉยหรือไม่ทำอะไรเลย ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 404 คน คิดเป็น 78.45% โดยคำตอบนี้เป็นคำตอบที่ทุกกลุ่มอายุเลือกมากที่สุด มีเพียงส่วนน้อยที่เลือกจะเข้าไปอธิบายด้วยเหตุผล จำนวน 46 คน คิดเป็น 8.93% หรือใช้วิธีการกดรีพอร์ต จำนวน 15 คน คิดเป็น 2.91%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-8-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6433" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-8-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-8-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-8-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-8-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-8-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-8-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">การมีส่วนร่วมและการชุมนุม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถามถึงการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยให้เลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ พบว่า รูปแบบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนไทยยังคงเน้นรูปแบบออนไลน์ หรือ Clicktivism มากกว่าการลงถนน โดยกิจกรรมที่ทำมากที่สุดคือการกดไลก์ แชร์ หรือรีโพสต์เนื้อหาที่เกี่ยวกับประเด็นทางการเมือง จำนวน 331 คน คิดเป็น 53.82% รองลงมาคือการเข้าไปแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในโซเชียลมีเดีย จำนวน 101 คน คิดเป็น 16.42% ส่วนกลุ่มที่ระบุว่าไม่เคยมีส่วนร่วมหรือไม่สนใจ มีจำนวน 73 คน คิดเป็น 11.87%</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับการมีส่วนร่วมในรูปแบบอื่นๆ พบว่ามีการเข้าร่วมรณรงค์หรือลงชื่อสนับสนุนประเด็นต่างๆ จำนวน 54 คน คิดเป็น 8.78% การซื้อสินค้าเพื่อรณรงค์ จำนวน 24 คน คิดเป็น 3.90% ในขณะที่การมีส่วนร่วมในชีวิตจริงอย่างการเข้าร่วมชุมนุม มีเพียงจำนวน 16 คน คิดเป็น 2.60% ซึ่งเท่ากันกับกลุ่มที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือเคยช่วยงานพรรค</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อการชุมนุมทางการเมือง โดยเป็นคำถามปลายเปิด พบว่านักเรียนส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่มีความคิดเห็นหรือไม่ตอบในประเด็นนี้ จำนวน 188 คน คิดเป็น 36.50% รองลงมาคือกลุ่มที่รู้สึกเป็นกลางหรือเฉยๆ จำนวน 100 คน คิดเป็น 19.42% ส่วนกลุ่มที่เห็นด้วยหรือมองในเชิงบวกมีจำนวน 87 คน คิดเป็น 16.89% และกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยหรือมองในเชิงลบมีจำนวน 50 คน คิดเป็น 9.71% นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่เห็นด้วยแบบมีเงื่อนไข คือมองว่าชุมนุมได้แต่ต้องทำอย่างสันติ จำนวน 18 คน คิดเป็น 3.50% และกลุ่มที่มองในเชิงวิเคราะห์สิทธิและประชาธิปไตย จำนวน 9 คน คิดเป็น 1.75%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เสียงสะท้อนจากนักเรียนที่มีต่อเรื่องนี้มีความหลากหลายและน่าสนใจ โดยกลุ่มที่มองในเชิงบวกให้เหตุผลว่า &#8220;การชุมนุมคือบททดสอบว่าอำนาจเคารพประชาชนแค่ไหน ฟังแล้วแก้ = มองประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ ปิดหูปิดตา = มองประชาชนเป็นภาระ&#8221; อีกทั้งยังมองว่า &#8220;เป็นช่องทางให้ประชาชนที่เสียงไม่ดัง ได้ถูกรับฟัง&#8221; บางคนตอบว่า &#8220;ถ้าประเทศดีอยู่แล้ว คงไม่มีใครอยากออกมาเดินตากแดดเรียกร้อง&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่กลุ่มซึ่งเห็นด้วยแบบมีเงื่อนไข มองว่า &#8220;ชุมนุมได้ เป็นเรื่องปกติของประชาธิปไตย ขอแค่ไม่รุนแรงและไม่ทำลายข้าวของ&#8221; และ &#8220;ต้องไม่ไปละเมิดสิทธิการใช้ชีวิตของคนอื่น&#8221; ส่วนมุมมองของกลุ่มที่รู้สึกเฉยๆ หรือไม่เห็นด้วย ส่วนหนึ่งสะท้อนความจริงของชีวิตนักเรียนว่า &#8220;ลำพังเรียนก็ยุ่งพอแล้ว ไม่อยากมีเรื่องปวดหัวเพิ่ม&#8221; หรือมองว่าทำไปก็ &#8220;ไร้สาระ ทำไปก็ไม่ได้อะไร เพราะผู้ใหญ่บางคนก็ไม่ฟังอยู่ดี&#8221; รวมถึงเหตุผลที่ได้ยินมาเสมออย่าง &#8220;ทำให้รถติด กลับบ้านช้า&#8221; ส่วนกลุ่มที่ตอบว่าเฉยๆ ส่วนหนึ่งมองเรื่องนี้ด้วยความชินชาว่า &#8220;เฉยๆ ชินแล้ว เห็นจนเป็นเรื่องปกติของประเทศไทย&#8221;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-9-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6434" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-9-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-9-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-9-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-9-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-9-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-9-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เด็กไทยไม่เชื่อมั่นในองค์กรอิสระอย่าง กกต. มากที่สุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสำรวจความเชื่อมั่นที่มีต่อองค์กรอิสระ พบว่าเด็กไทยให้ความไว้วางใจในสถาบันตุลาการหรือศาล มากกว่าองค์กรที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบ โดยสามารถแบ่งกลุ่มตามระดับความเชื่อมั่นได้ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มที่ได้รับความเชื่อมั่นเกินครึ่ง องค์กรที่นักเรียนให้ความเชื่อมั่นมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ศาลปกครอง มีผู้ให้ความเชื่อมั่นสูงสุด จำนวน 320 คน คิดเป็น 62.14% ในขณะที่มีผู้ไม่เชื่อมั่นจำนวน 126 คน คิดเป็น 24.47%</li>



<li>ศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับความเชื่อมั่นรองลงมา จำนวน 295 คน คิดเป็น 57.28% และมีผู้ไม่เชื่อมั่นจำนวน 151 คน คิดเป็น 29.32%</li>



<li>คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. มีผู้เชื่อมั่นจำนวน 270 คน คิดเป็น 52.43% และไม่เชื่อมั่นจำนวน 143 คน คิดเป็น 27.77%</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มที่มีสัดส่วนผู้ไม่เชื่อมั่นสูงกว่าผู้เชื่อมั่น ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เป็นองค์กรที่นักเรียนไม่เชื่อมั่นมากที่สุด จำนวน 252 คน คิดเป็น 48.93% ซึ่งสูงกว่าผู้ที่เชื่อมั่นที่มีเพียงจำนวน 155 คน คิดเป็น 30.10%</li>



<li>สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. มีผู้ไม่เชื่อมั่นจำนวน 239 คน คิดเป็น 46.41% สูงกว่าผู้ที่เชื่อมั่นที่มีจำนวน 182 คน คิดเป็น 35.34%</li>



<li>สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ สำนักงาน ปปง. มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันมาก แต่ฝ่ายไม่เชื่อมั่นมีจำนวนมากกว่าเล็กน้อย คือจำนวน 208 คน คิดเป็น 40.39% ส่วนผู้ที่เชื่อมั่นมีจำนวน 201 คน คิดเป็น 39.03%</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มที่มีความเชื่อมั่นอยู่ในระดับปานกลาง เป็นกลุ่มที่คะแนนความเชื่อมั่นนำหน้าความไม่เชื่อมั่น แต่ยังไม่ถึงระดับเกินครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีผู้เชื่อมั่นจำนวน 256 คน คิดเป็น 49.71% และไม่เชื่อมั่นจำนวน 168 คน คิดเป็น 32.62%</li>



<li>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีผู้เชื่อมั่นจำนวน 239 คน คิดเป็น 46.41% และไม่เชื่อมั่นจำนวน 188 คน คิดเป็น 36.50%</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-10-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6436" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-10-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-10-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-10-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-10-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-10-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-10-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เตรียมพร้อมเลือกตั้ง 69 แต่เรื่องเซอร์ไพรส์คือเด็กไทยส่วนใหญ่ &#8220;ไม่เห็นด้วย&#8221; ให้ลดอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งเหลือ 16 ปี</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสอบถามว่า ได้ยินข่าวหรือไม่ว่า ปี 2569 อาจจะมีการเลือกตั้งทั่วไป (แบบสอบถามนี้ปล่อยวันที่ 4 ธ.ค. 68 ก่อนที่จะมีการประกาศยุบสภาในวันที่ 12 ธ.ค. 68) พบว่านักเรียนที่ตอบแบบสอบถามเกินครึ่งทราบเรื่องนี้แล้ว จำนวน 272 คน คิดเป็น 52.82% ส่วนกลุ่มที่ไม่ทราบข่าวมีจำนวน 243 คน คิดเป็น 47.18%</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อถามว่า หากมีสิทธิเลือกตั้ง ปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองคืออะไร โดยให้เลือกตอบเพียง 1 ข้อ มีคำตอบว่า ดูจากนโยบายที่ชอบ มากที่สุด จำนวน 223 คน คิดเป็น 43.30% รองลงมาคือดูจากผลงานในอดีต จำนวน 111 คน คิดเป็น 21.55% และเลือกจากพรรคที่ชอบ จำนวน 78 คน คิดเป็น 15.15% เช่นเดียวกับการเลือก สส. ที่นโยบายยังคงเป็นปัจจัยหลัก จำนวน 200 คน คิดเป็น 38.83% ตามด้วยผลงานในอดีต จำนวน 140 คน คิดเป็น 27.18%</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถามว่า จะชวนให้คนรอบตัวเลือกพรรค/นักการเมืองเหมือนกับตนเองแค่ไหน พบว่านักเรียนส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่ชักชวนให้คนอื่นเลือกเหมือนตนเอง จำนวน 229 คน คิดเป็น 44.47% รองลงมาคือกลุ่มที่อาจจะชวนบ้างถ้ามีคนถามหรือเปิดประเด็นขึ้นมา จำนวน 226 คน คิดเป็น 43.88% และมีเพียงกลุ่มเล็กๆ ที่จะพยายามชักชวนให้ได้มากที่สุด จำนวน 60 คน คิดเป็น 11.65%</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับประเด็นเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง หากมีคนมาแจกเงิน นักเรียนส่วนใหญ่ยืนยันว่าจะไม่รับเงินและไม่เลือกผู้สมัครรายนั้น จำนวน 218 คน คิดเป็น 42.33% รองลงมาคือกลุ่มที่จะรับเงินไว้แต่ไม่เลือก จำนวน 184 คน คิดเป็น 35.73% ส่วนกลุ่มที่จะแจ้ง กกต. มีจำนวน 86 คน คิดเป็น 16.70% และกลุ่มที่ยอมรับเงินและจะเลือกให้ด้วย มีจำนวน 27 คน คิดเป็น 5.24%</p>



<h4 class="wp-block-heading">เห็นด้วยหรือไม่ ถ้าปรับอายุเลือกตั้งเป็น 16 ปี?</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไม่เห็นด้วย (56.50%)&nbsp;</li>



<li>เห็นด้วย (43.50%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นที่น่าสนใจ คือความคิดเห็นต่อข้อเสนอการปรับลดอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งจาก 18 ปี เป็น 16 ปี ซึ่งพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ โดยมีผู้ไม่เห็นด้วยจำนวน 291 คน คิดเป็น 56.50% ในขณะที่ผู้ที่เห็นด้วยมีจำนวน 224 คน คิดเป็น 43.50%</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูช่วงอายุ กลุ่มอายุ 15 ปี ซึ่งจะเป็นผู้ได้รับสิทธิโดยตรงหากมีการปรับกฎหมาย กลับเป็นกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยสูงที่สุด คือประมาณ 64% รองลงมาคืออายุ 16 ปีที่ไม่เห็นด้วย 60%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ในกลุ่มที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมายปัจจุบันแล้ว พบแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสนใจ โดยในกลุ่มอายุ 18 ปี เสียงส่วนใหญ่ยังคงไม่เห็นด้วยจำนวน 58 คน ต่อเห็นด้วย 44 คน แต่เมื่อขยับขึ้นไปที่กลุ่มอายุ 19 ปีและ 20 ปี กลับพบจุดเปลี่ยนสำคัญคือเสียงส่วนใหญ่พลิกกลับมาเป็นเห็นด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 20 ปี ที่มีผู้เห็นด้วยสูงถึง 15 คน ในขณะที่ผู้ไม่เห็นด้วยมีเพียง 6 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนเกิน 70% ที่สนับสนุนแนวคิดนี้ ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่ายิ่งอายุมากขึ้น ความเชื่อมั่นว่าเด็กอายุ 16 ปีควรมีสิทธิเลือกตั้งกลับมีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-11-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6441" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-11-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-11-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-11-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-11-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-11-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-11-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ปัญหาเร่งด่วน: ปัญหาชายแดนมาแรงแซงเศรษฐกิจ&nbsp;</h3>



<h4 class="wp-block-heading">Top 5 ปัญหาที่อยากให้แก้ด่วนที่สุด</h4>



<ol class="wp-block-list">
<li>ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา (14.56%)</li>



<li>เศรษฐกิจ (13.66%)</li>



<li>คุณภาพการศึกษา (12.88%)</li>



<li>ยาเสพติด (12.75%)</li>



<li>คอร์รัปชัน (11.33%)</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถามถึงปัญหาเร่งด่วนที่สุดที่อยากให้นักการเมืองแก้ไขที่สุด 3 อันดับแรก มีประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมาก คือปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา ที่พุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 1 จำนวน 225 คน คิดเป็น 14.56% ซึ่งอาจเป็นผลมาจากกระแสข่าวในช่วงที่มีการสำรวจ รองลงมาคือปัญหาเศรษฐกิจ จำนวน 211 คน คิดเป็น 13.66% ตามด้วยคุณภาพการศึกษา จำนวน 199 คน คิดเป็น 12.88% ปัญหายาเสพติด จำนวน 197 คน คิดเป็น 12.75% และปัญหาคอร์รัปชัน จำนวน 175 คน คิดเป็น 11.33%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของความนิยมต่อพรรคการเมือง พบว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังไม่มีพรรคที่ชอบเป็นพิเศษ จำนวน 378 คน คิดเป็น 73.40% ส่วนกลุ่มที่มีพรรคในใจแล้วมีจำนวน 137 คน คิดเป็น 26.60%</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับพรรคการเมืองในฝัน ซึ่งเป็นคำถามปลายเปิด เมื่อนำมาจัดหมวดพบว่า นักเรียนให้ความสำคัญกับเรื่องการทำได้จริงตามนโยบายมากที่สุด จำนวน 97 คน คิดเป็น 18.83% รองลงมาคือการมีคุณธรรม โปร่งใส และไม่โกง จำนวน 82 คน คิดเป็น 15.92% ซึ่งเท่ากันกับพรรคที่เข้าใจและรับฟังประชาชน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อาทิ &#8220;หาเสียงเป็นยังไง ได้เป็นก็ต้องเป็นอย่างงั้น&#8221; &#8220;พูดจริงทำจริง ไม่ขายฝัน&#8221; &#8220;ไม่เทา ซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้&#8221; และ &#8220;ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนนายกรัฐมนตรีในฝัน ซึ่งเป็นคำถามปลายเปิด เมื่อนำมาจัดหมวดพบว่า คุณสมบัติที่มาเป็นอันดับหนึ่งคือการรับฟังและเข้าใจประชาชน จำนวน 198 คน คิดเป็น 38.45% รองลงมาคือการมีคุณธรรม โปร่งใส และไม่โกง จำนวน 103 คน คิดเป็น 20.00% ตามด้วยการมีภาวะผู้นำ เด็ดขาด และรอบคอบ จำนวน 99 คน คิดเป็น 19.22%</p>



<p class="wp-block-paragraph">นักเรียนอยากได้นายกฯ ที่ &#8220;ฟังเสียงประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แค่ตอนหาเสียง&#8221; &#8220;ประชาชนเดือดร้อน ต้องมาให้ไว&#8221; และต้องมีความเป็นผู้นำ &#8220;กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ&#8221; พร้อมทั้งย้ำเรื่องความซื่อสัตย์ว่า &#8220;ไม่โกงกินบ้านเมือง&#8221; และ &#8220;เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าพวกพ้อง&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากคุณสมบัติต่างๆ แล้ว ยังมีนักเรียนบางส่วน (3.50%) ที่ระบุชื่อบุคคลที่เป็นนายกฯ ในฝันมาโดยตรง ซึ่งสะท้อนความชื่นชอบในตัวบุคคลที่หลากหลาย เช่น &#8220;แบบพิธา ลิ้มเจริญรัตน์&#8221; หรือ &#8220;เท้ง&#8221; (ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ) &#8220;ปิยบุตร แสงกนกุล&#8221; &#8220;แบบลุงตู่&#8221; หรือ &#8220;เเบบนายประยุทธ&#8221; &#8220;แบบโดนอล ทรัมป์&#8221;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-12-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6438" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-12-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-12-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-12-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-12-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-12-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-12-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เก้าอี้รัฐมนตรีในฝัน</h3>



<h4 class="wp-block-heading">Top 5 กระทรวงยอดฮิต</h4>



<ol class="wp-block-list">
<li>กระทรวงศึกษาธิการ (16.50%)</li>



<li>กระทรวงยุติธรรม (12.82%)</li>



<li>กระทรวงการต่างประเทศ (9.13%)</li>



<li>กระทรวง พม. (8.35%)</li>



<li>กระทรวงสาธารณสุข (8.35%)</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสมมติสถานการณ์ว่าหากมีโอกาสได้เข้าไปบริหารประเทศ กระทรวงที่นักเรียนอยากเข้าไปทำงานมากที่สุดคือกระทรวงใด นักเรียนที่ตอบแบบสอบถามเลือกกระทรวงศึกษาธิการมากที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องใกล้ตัวที่สุด โดยมีจำนวน 85 คน คิดเป็น 16.50% รองลงมาคือกระทรวงยุติธรรม จำนวน 66 คน คิดเป็น 12.82% ตามด้วยกระทรวงการต่างประเทศ จำนวน 47 คน คิดเป็น 9.13% ส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงสาธารณสุข มีผู้เลือกเท่ากันที่จำนวน 43 คน คิดเป็น 8.35%</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับกระทรวงที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม 5 อันดับรั้งท้าย ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม (0.78%) กระทรวงพลังงาน (1.55%) กระทรวงคมนาคม (1.94%) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (1.94%) และกระทรวงพาณิชย์ (2.14%)</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับมุมมองที่มีต่ออนาคตของประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง นักเรียนส่วนใหญ่ยังคงมีความหวัง โดยเชื่อว่าประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น จำนวน 287 คน คิดเป็น 55.73% ในขณะที่กลุ่มที่มองว่าทุกอย่างจะยังคงเหมือนเดิมและไม่มีการเปลี่ยนแปลง มีจำนวน 189 คน คิดเป็น 36.70% ส่วนกลุ่มที่มองโลกในแง่ร้ายว่าสถานการณ์จะแย่ลง มีจำนวน 39 คน คิดเป็น 7.57%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ :&nbsp;<a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q1-2026">https://rocketmedialab.co/database-student-q1-2026</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/student-q1-2026/">ความเห็นเด็กไทยต่อการเมืองและการเลือกตั้ง : ติดตามข่าวผ่าน TikTok ไม่เชื่อมั่นใน กกต. มากที่สุด และยังไม่มีพรรคการเมืองที่ชอบเป็นพิเศษ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลสำรวจความเห็นนักเรียนต่อการเมืองและการเลือกตั้ง [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-student-q1-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 10:19:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[rocketmedialabxp2h]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[วันเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[แบบสอบถาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=6409</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3619;&#3655;&#3629;&#3585;&#3648;&#3585;&#3605; &#361 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q1-2026/">ผลสำรวจความเห็นนักเรียนต่อการเมืองและการเลือกตั้ง [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) และเครือข่ายเยาวชน Feel Good เพื่อสำรวจทัศนคติเกี่ยวกับการเมืองและการเลือกตั้งของกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) และ ปวช. ระหว่าง 4-27 ธ.ค. 2568 ผลการสำรวจมีดังนี้ </p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTspv89R_r3mp64FzgiOOrjlyWPRK2G0NzFmerfTt1I92MtZggHrWna1EKF3CYiQH7sr8yP0aUdJjfo/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน<a href="https://rocketmedialab.co/student-q1-2026"> ความเห็นเด็กไทยต่อการเมืองและการเลือกตั้ง : ติดตามข่าวผ่าน TikTok ไม่เชื่อมั่นใน กกต. มากที่สุด และยังไม่มีพรรคการเมืองที่ชอบเป็นพิเศษ</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1JvfFOF1HIoA_KoEkUt2U0ckYXphFPIm1olm0siSXRUc/edit?gid=1519600875#gid=1519600875">ดาวน์โหลดข้อมูลที่นี่</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q1-2026/">ผลสำรวจความเห็นนักเรียนต่อการเมืองและการเลือกตั้ง [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครูเอาด้วยขอปรับปรุงห้องน้ำ ไม่อยากอยู่เวร ยกเลิกการประกันเกรด และเพิ่มเงินเดือน : ผลสำรวจครูไทยอยากได้อะไรจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/teacher-q1-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jan 2024 14:47:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[rocketmedialabxp2h]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ประถม]]></category>
		<category><![CDATA[ปวช.]]></category>
		<category><![CDATA[มัธยม]]></category>
		<category><![CDATA[วันครู]]></category>
		<category><![CDATA[วันเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[แบบสอบถาม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4208</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3648;&#3609;&#3639;&#3656;&#3629;&#3591;&#3651;&#3609 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/teacher-q1-2024/">ครูเอาด้วยขอปรับปรุงห้องน้ำ ไม่อยากอยู่เวร ยกเลิกการประกันเกรด และเพิ่มเงินเดือน : ผลสำรวจครูไทยอยากได้อะไรจากระบบการศึกษา</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>จากแบบสำรวจความเห็นของครูทั่วประเทศ เสียงส่วนใหญ่อยากให้โรงเรียนปรับปรุงห้องน้ำ 134 คน คิดเป็น 44.22% รองลงมาคือห้องเรียน 70 คน คิดเป็น 23.10% ตามด้วยห้องสมุด 23 คน คิดเป็น 7.59%</li>



<li>ส่วนกฎของโรงเรียนที่ครูไม่ชอบมากที่สุด พบว่าคือการแต่งกายประจำวัน มีผู้ตอบข้อนี้มากที่สุด 74 คน คิดเป็น 24.42% รองลงมาคือ การเช็คชื่อก่อนเข้าแถว และการใส่กระโปรง (ยกเว้นครูพละ) 63 คน คิดเป็น 20.79% และอื่นๆ 56 คน คิดเป็น 18.48% เช่น การเข้าเวรเสาร์-อาทิตย์ การสแกนนิ้วหลังเลิกเรียน และมีจำนวนหนึ่งที่ตอบว่าไม่มีปัญหากับกฎระเบียบ</li>



<li>สิ่งที่ครูไม่อยากให้นักเรียนทำมากที่สุด พบว่าครูไม่อยากให้นักเรียนเล่นโทรศัพท์ในเวลาเรียนมากที่สุด 101 คน คิดเป็น 33.33% รองลงมาคือการพูดจาหยาบคาย 88 คน คิดเป็น 29.04% ตามด้วยการล้อเลียนเรื่องกายภาพ เพศ ชาติพันธุ์ สำเนียง 54 คน คิดเป็น 17.82%&nbsp;</li>



<li>ส่วนสิ่งที่อยากเห็นผู้บริหารโรงเรียนทำที่สุด พบว่า ครูอยากให้ยกเลิกนโยบายการประกันเกรด ปลอด 0 ร. มส. นักเรียนมากที่สุด 123 คน คิดเป็น 40.59% รองลงมา คือไม่เลือกปฏิบัติ 100 คน คิดเป็น 33 % ยกเลิกการส่งไปอบรมที่ไม่จำเป็น 34 คน คิดเป็น 11.22%&nbsp;</li>



<li>สิ่งที่อยากเห็นผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการทำมากที่สุด พบว่า ครูอยากให้ลดภาระงานเอกสารที่ต้องทำส่งกระทรวงมากที่สุด 146 คน คิดเป็น 48.18% รองลงมาเป็น เพิ่มค่าตอบแทนครู 62 คน คิดเป็น 20.46% ปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ 38 คน 12.54%&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">เนื่องในวันครูแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 16 มกราคมของทุกปี <a href="http://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a> ร่วมกับ<a href="http://path2health.or.th">มูลนิธิแพธทูเฮลท์ </a>จัดทำแบบสอบถามครูผู้สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 &#8211; มัธยมศึกษาปีที่ 6 และ ปวช. ทั่วประเทศ ในช่วงวันที่ 9 – 15 มกราคม 2567 ทางออนไลน์ เพื่อสำรวจความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ในโรงเรียน การเรียนการสอน นักเรียน โดยผลสำรวจมีดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากจำนวนครูที่ตอบแบบสอบถามออนไลน์ทั่วประเทศทั้งหมด 303 คน พบว่า เป็นเพศชาย 71 คน หญิง 220 คน LGBTQ+ 7 คน และไม่ต้องการระบุเพศ 5 คน ในจำนวนนี้แยกเป็นครูระดับชั้นประถมศึกษา 118 คน ระดับชั้นมัธยมศึกษา 171 คน และ ปวช. 14 คน และเมื่อแยกพื้นที่ของครูที่ตอบแบบสอบถามตามภาคจะพบว่า เป็นครูในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด 114 คน คิดเป็น 37.62% รองลงมาคือภาคกลาง 74 คน คิดเป็น 24.42% ตามด้วยภาคเหนือ 70 คน คิดเป็น 23.10% ภาคใต้ 36 คน คิดเป็น 11.88% ภาคตะวันตก 5 คน คิดเป็น 1.65% และภาคตะวันออก 4 คน คิดเป็น 1.32%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4230" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4232" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile1-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile1.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">สถานที่ใดในโรงเรียนที่อยากให้ปรับปรุงมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4233" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากคำถามข้อแรกที่ถามว่าสถานที่ใดที่อยากให้ปรับปรุงมากที่สุด ผลสำรวจพบว่า ครูอยากให้โรงเรียนปรับปรุงห้องน้ำมากที่สุด โดยตอบสูงถึง 134 คน คิดเป็น 44.22% รองลงมาคือห้องเรียน 70 คน คิดเป็น 23.10% ห้องสมุด 23 คน คิดเป็น 7.59% โรงอาหาร 22 คน คิดเป็น 7.26% สนามกีฬา 19 คน คิดเป็น 6.27% ห้องพยาบาล 14 คน คิดเป็น 4.62% ห้องพักครู 11 คน คิดเป็น 3.63% และอื่นๆ 10 คน คิดเป็น 3.30% เช่น ห้องคอมพิวเตอร์ ที่จอดรถ อาคารเรียน และบางส่วนก็เขียนตอบว่าทุกข้อ</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่าไม่ว่าจะเป็นครูชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา หรือ ปวช. ต่างก็เลือกให้ห้องน้ำเป็นสถานที่ที่อยากให้ปรับปรุงมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคก็พบว่าครูทุกภาคต่างลงความเห็นเหมือนกันว่าอยากให้โรงเรียนปรับปรุงห้องน้ำมากที่สุด&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">กฎที่ครูไม่ชอบที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4234" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากคำถามว่ากฎของโรงเรียนเรื่องใดที่ครูไม่ชอบมากที่สุด ผลสำรวจพบว่า ครูไม่ชอบการแต่งกายประจำวันมากที่สุด 74 คน คิดเป็น 24.42% รองลงมาคือ การเช็คชื่อก่อนเข้าแถว และการใส่กระโปรง (ยกเว้นครูพละ) 63 คน คิดเป็น 20.79% การแต่งกายผ้าไทย 47 คน คิดเป็น 15.51% และอื่นๆ 56 คน คิดเป็น 18.48% เช่น การเข้าเวรเสาร์-อาทิตย์ การสแกนนิ้วหลังเลิกเรียน และมีจำนวนหนึ่งที่ตอบว่าไม่มีปัญหากับกฎระเบียบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากมองรายภาค พบว่าการต้องใส่กระโปรง (ยกเว้นครูพละ) เป็นกฎที่ครูในภาคกลางไม่ชอบที่สุด ส่วนการเช็คชื่อก่อนเข้าแถวเป็นกฎที่ครูภาคเหนือไม่ชอบมากที่สุด ส่วนการแต่งกายผ้าไทยเป็นกฎที่ครูภาคใต้ไม่ชอบมากที่สุด หากมองในรายสังกัดของโรงเรียน ทั้งครูโรงเรียนรัฐและเอกชนไม่ชอบการแต่งกายประจำวันมากที่สุด นอกจากนี้หากมองครูประถมและมัธยม พบว่าครูประถมไม่ชอบการเช็คชื่อก่อนเข้าแถวเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนครูมัธยมยังคงยกให้การแต่งกายประจำวันเป็นกฎที่ไม่ชอบมากที่สุด</p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ</p>



<p class="wp-block-paragraph">การแต่งกายประจำวัน คือการกำหนดชุดการแต่งกายของครูในแต่ละวัน เช่น วันจันทร์ &#8211; ชุดข้าราชการ (สีกากี) วันอังคาร &#8211; ชุดเสื้อกีฬา วันพุธ &#8211; ชุดสุภาพ วันพฤหัส &#8211; ชุดลูกเสือ เป็นต้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><br>สิ่งที่ไม่อยากให้นักเรียนทำมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3dislike-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4235" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3dislike-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3dislike-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3dislike-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3dislike-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3dislike-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3dislike-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3dislike.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ส่วนคำถามที่ว่าอะไรคือสิ่งที่ครูไม่อยากให้นักเรียนทำมากที่สุด พบว่าครูไม่อยากให้นักเรียนเล่นโทรศัพท์ในเวลาเรียนมากที่สุด 101 คน คิดเป็น 33.33% รองลงมาคือการพูดจาหยาบคาย 88 คน คิดเป็น 29.04% ตามด้วยการล้อเลียนเรื่องกายภาพ เพศ ชาติพันธุ์ สำเนียง 54 คน คิดเป็น 17.82% การนินทาครูลงโซเชียลมีเดีย 17 คน คิดเป็น 5.61% การโพสต์คลิป/ภาพถ่ายของครูลงโซเชียลมีเดีย 15 คน คิดเป็น 4.95% การถึงเนื้อถึงตัว 15 คน คิดเป็น 4.95% และอื่นๆ 13 คน คิดเป็น 4.29% เช่น นักเรียนมาสาย การไม่ตั้งใจเรียน และบางส่วนก็เขียนตอบว่าทุกข้อ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณารายภาค พบว่าครูภาคเหนือและภาคใต้ไม่อยากให้นักเรียนพูดจาหยาบคายมากที่สุด เช่นเดียวกันกับการจำแนกตามสังกัดของโรงเรียน ครูโรงเรียนเอกชนไม่อยากให้นักเรียนพูดจาหยาบคายมากที่สุด นอกจากนี้ครูประถมให้การพูดจาหยาบคายเป็นสิ่งที่ไม่อยากให้นักเรียนทำมากที่สุด</p>



<h3 class="wp-block-heading">สิ่งที่ครูอยากได้มากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4want-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4236" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4want-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4want-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4want-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4want-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4want-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4want-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4want.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ส่วนคำถามถึงอะไรคือสิ่งที่ครูอยากได้มากที่สุด พบว่า ครูอยากให้เพิ่มเงินเดือน/ค่าวิทยฐานะมากที่สุด 149 คน คิดเป็น 49.17% รองลงมาคือ มาตรฐานการขึ้นเงิน 45 คน คิดเป็น 14.85% ค่าสื่อการสอน 32 คน คิดเป็น 10.56% ค่าทำงานล่วงเวลา 25 คน คิดเป็น 8.25% รถโรงเรียนอำนวยความสะดวกสำหรับกิจกรรมนอกสถานที่ 13 คน คิดเป็น 4.29% ค่าอยู่เวร 10 คน คิดเป็น 3.30% เพิ่มค่าเบี้ยเลี้ยง 6 คน คิดเป็น 1.98% ค่าอินเทอร์เน็ต 5 คน คิดเป็น 1.65% และอื่นๆ 18 คน คิดเป็น 5.94% เช่น ขอให้มีเจ้าหน้าที่การเงิน พัสดุ โดยตรง ขอขวัญและกำลังใจ การลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอน และการบรรจุข้าราชการเมื่ออายุงานถึงเกณฑ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้พบว่า ไม่ว่าจะครูประถม-มัธยม ครูโรงเรียนรัฐ-เอกชน ครูทุกภาค และทุกเพศ ต่างก็เลือกให้การเพิ่มเงินเดือน/ค่าวิทยฐานะเป็นสิ่งที่ครูอยากได้มากที่สุด</p>



<h3 class="wp-block-heading">สิ่งที่ครูไม่อยากให้มีมากที่สุด&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5unwant-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4237" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5unwant-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5unwant-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5unwant-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5unwant-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5unwant-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5unwant-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5unwant.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">คำถามที่ว่าสิ่งที่ครูไม่อยากให้มีมากที่สุด พบว่าครูไม่อยากอยู่เวรนอกเวลาเรียนมากที่สุด 124 คน คิดเป็น 40.92% รองลงมาคืองานการเงิน 37 คน คิดเป็น 12.21% งานพัสดุ 33 คน คิดเป็น 10.89% งานประกันคุณภาพ 19 คน คิดเป็น 6.27% งานธุรการ 17 คน คิดเป็น 5.61% งานอบรม 15 คน คิดเป็น 4.95% งานพิธีการ 12 คน คิดเป็น 3.96% งานวัดผลประเมินผล 3 คน คิดเป็น 0.99% งานทะเบียน 2 คน คิดเป็น 0.66% งานทะเบียนนักเรียน 2 คน คิดเป็น 0.66% งานโภชนาการ 2 คน คิดเป็น 0.66% งานสารสนเทศ 2 คน คิดเป็น 0.66% งานอนามัย 2 คน คิดเป็น 0.66% งานอาคารสถานที่ 1 คน คิดเป็น 0.33% และอื่นๆ 32 คน คิดเป็น 10.56% เช่น งาน PLC (การทำชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ) และส่วนใหญ่ตอบว่า ทุกงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่า ครูทุกภาคทุกระดับชั้นเลือกไม่อยากอยู่เวรนอกเวลามากที่สุด ในขณะที่อันดับสองนั้น หากดูรายภาคจะพบว่าภาคเหนือเป็นเรื่องงานพัสดุ ส่วนภาคใต้เป็นเรื่องงานการเงินกับงานการประกันคุณภาพที่มีการเลือกในจำนวนเท่ากัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">กิจกรรมที่ครูไม่อยากให้มีที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6hate-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4238" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6hate-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6hate-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6hate-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6hate-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6hate-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6hate-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6hate.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับคำถามที่ว่า กิจกรรมที่ครูไม่อยากให้มีมากที่สุด พบว่ากิจกรรมพานักเรียนไปแข่งขันนอกสถานที่เป็นกิจกรรมที่ครูไม่อยากให้มีที่สุด 80 คน คิดเป็น 26.40% ตามมาด้วยกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ 48 คน คิดเป็น 15.84% สมุดบันทึกความดี 42 คน คิดเป็น 13.86% กิจกรรมวันพ่อวันแม่ 37 คน คิดเป็น 12.21% กิจกรรมค่ายธรรมะ 30 คน คิดเป็น 9.90% กิจกรรมหน้าเสาธง 12 คน คิดเป็น 3.96% กิจกรรมสวดมนต์ 11 คน คิดเป็น 3.63% กิจกรรมจิตอาสา 5 คน คิดเป็น 1.65% และอื่นๆ 38 คน คิดเป็น 12.54% เช่น กีฬาสี กิจกรรม PLC (การทำชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ) กิจกรรมแนะแนว งานประเมิน และบางส่วนตอบว่าไม่มีกิจกรรมไหนที่ไม่อยากให้มี</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาสัดส่วนผู้เลือกกิจกรรมพานักเรียนไปแข่งขันนอกสถานที่พบว่า เป็นครูที่ทำงานมากกว่า 20 ปีมากที่สุด 25 คน คิดเป็น 31.25% สัดส่วนน้อยที่สุดคือ ครูที่ทำงานน้อยกว่า 1 ปี มี 1 คน คิดเป็น 1.25% โดยที่อันดับ 2 เป็นครูซึ่งทำงานมาแล้ว 5-10 ปี มี 17 คน คิดเป็น 21.25% อันดับ 3 เป็นครูที่ทำงานมาแล้ว 15-20 ปี 16 คน คิดเป็น 20% ของผู้ที่เลือกคำตอบนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">วิชาที่ครูอยากให้ยกเลิกที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7bansubject-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4239" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7bansubject-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7bansubject-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7bansubject-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7bansubject-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7bansubject-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7bansubject-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7bansubject.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ส่วนคำถามที่ว่าวิชาที่ครูอยากให้ยกเลิกมากที่สุด พบว่าวิชาลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด บำเพ็ญประโยชน์เป็นวิชาที่ครูอยากยกเลิกมากที่สุด 114 คน คิดเป็น 37.62% รองลงมาคือ วิชาชุมนุม/ชมรม 57 คน คิดเป็น 18.81% วิชาหน้าที่พลเมือง 46 คน คิดเป็น 15.18% วิชานาฏศิลป์ 18 คน คิดเป็น 5.94% วิชาพุทธศาสนา 12 คน คิดเป็น 3.96% วิชาพลศึกษา 4 คน คิดเป็น 1.32% และอื่นๆ 52 คน คิดเป็น 17.16% เช่น สุขศึกษา ศิลปะ และส่วนใหญ่เขียนตอบว่าไม่มีวิชาที่อยากยกเลิก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาครูที่อยากให้ยกเลิกวิชาลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด บำเพ็ญประโยชน์ พบว่า ทุกช่วงอายุการทำงานเลือกตอบข้อนี้เป็นสัดส่วนมากที่สุด ครูที่ทำงานมากกว่า 20 ปี มี สัดส่วน 29.76% ของจำนวนครูในกลุ่มนี้ ครูที่ทำงาน 15 ปี- 20 ปี มี 39.02% ของจำนวนครูในกลุ่มนี้ ครูที่ทำงาน 10 ปี -15 ปี มี 37.25% ของจำนวนครูในกลุ่มนี้ ครูที่ทำงาน 5-10 ปี มี 40.48% ของจำนวนครูในกลุ่มนี้ 1-5 ปี มี 42.55% ของจำนวนครูในกลุ่มนี้ น้อยกว่า 1 ปี มี 44.74% ของจำนวนครูในกลุ่มนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">สิ่งที่อยากเห็นผู้บริหารโรงเรียนทำที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8helpfromdirector-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4240" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8helpfromdirector-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8helpfromdirector-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8helpfromdirector-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8helpfromdirector-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8helpfromdirector-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8helpfromdirector-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8helpfromdirector.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับคำถามที่ว่าสิ่งที่อยากเห็นผู้บริหารโรงเรียนทำที่สุด พบว่า ครูอยากให้ยกเลิกนโยบายการประกันเกรด ปลอด 0 ร. มส. ของนักเรียนมากที่สุด 123 คน คิดเป็น 40.59% รองลงมา คือไม่เลือกปฏิบัติ 100 คน คิดเป็น 33 % ยกเลิกการส่งไปอบรมที่ไม่จำเป็น 34 คน คิดเป็น 11.22% ไม่ใช้ให้ทำงานส่วนตัว 32 คน คิดเป็น 10.56% อื่นๆ 14 คน คิดเป็น 4.62% เช่น รับฟังความคิดเห็นของครู มีแผนในการทำงาน บางคนเขียนตอบว่า ทุกข้อรวมกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาครูที่ตอบว่าต้องการให้ยกเลิกนโยบายประกันเกรด พบว่า จากผู้ตอบ 123 คน เป็นครูมัธยมมากที่สุด 87 คน หรือคิดเป็น 50.29% ของครูมัธยมทั้งหมด 171 คน ครูประถม 30 คน หรือคิดเป็น 25.42% ของครูประถมทั้งหมด 118 คน ครู ปวช. 6 คน หรือคิดเป็น 42.85% ของครูปวช.ทั้งหมด 14 คน หากจำแนกผู้ที่เลือกข้อนี้ตามระยะเวลาในการทำงาน พบว่า ครูที่ทำงานมานานมากกว่า 20 ปี มีสัดส่วนมากที่สุด 30 คน คิดเป็น 24.59% ของครูที่เลือกข้อนี้ รองลงมา ครูที่ทำงาน 1-5 ปี 24 คน คิดเป็น 19.67% อันดับ 3 ครูที่ทำงาน 15- 20 ปี 19 คน คิดเป็น 15.57%&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">สิ่งที่อยากเห็นผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการทำที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9helpfromMOE-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4241" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9helpfromMOE-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9helpfromMOE-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9helpfromMOE-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9helpfromMOE-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9helpfromMOE-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9helpfromMOE-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9helpfromMOE.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากคำถามที่ว่าสิ่งที่อยากเห็นผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการทำมากที่สุด พบว่า ครูอยากให้ลดภาระงานเอกสารที่ต้องทำส่งกระทรวงมากที่สุด 146 คน คิดเป็น 48.18% รองลงมาเป็นการเพิ่มค่าตอบแทนครู 62 คน คิดเป็น 20.46% ปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ 38 คน 12.54% เพิ่มจำนวนครูให้เหมาะสมกับนักเรียน 35 คน 11.55% มีระบบรับเรื่องร้องเรียนตรงถึงรัฐมนตรี 9 คน 2.97% และอื่นๆ เช่น เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน เพื่อจัดการเอกสารที่ไม่จำเป็นกับการสอน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเฉพาะการลดภาระงานเอกสารที่ต้องทำส่งกระทรวงพบว่า เป็นครูที่ทำงานมานานกว่า 20 ปีมากที่สุด 37 คน คิดเป็น 25.34% รองลงมา ครูที่ทำงานมาแล้ว 10-15 ปี 28 คน คิดเป็น 19.17% อันดับ 3 ครูที่ทำงานน้อยกว่า 1 ปี 23 คน คิดเป็น 15.75%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/?p=4211">https://rocketmedialab.co/database-teacher-q1-2024</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/teacher-q1-2024/">ครูเอาด้วยขอปรับปรุงห้องน้ำ ไม่อยากอยู่เวร ยกเลิกการประกันเกรด และเพิ่มเงินเดือน : ผลสำรวจครูไทยอยากได้อะไรจากระบบการศึกษา</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยกเลิกวิชาลูกเสือ เพิ่มวิชาการเงิน ไม่ชอบห้องน้ำในโรงเรียน ไม่อยากให้ครูประจานและล้อเลียน : ผลสำรวจเด็กไทยอยากได้อะไรจากระบบการศึกษา?</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/student-q1-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jan 2024 08:20:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[rocketmedialabxp2h]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ประถม]]></category>
		<category><![CDATA[ปวช.]]></category>
		<category><![CDATA[มัธยม]]></category>
		<category><![CDATA[วันเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[แบบสอบถาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4179</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3648;&#3609;&#3639;&#3656;&#3629;&#3591;&#3651;&#3609 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/student-q1-2024/">ยกเลิกวิชาลูกเสือ เพิ่มวิชาการเงิน ไม่ชอบห้องน้ำในโรงเรียน ไม่อยากให้ครูประจานและล้อเลียน : ผลสำรวจเด็กไทยอยากได้อะไรจากระบบการศึกษา?</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ห้องน้ำเป็นสถานที่ที่นักเรียนอยากให้ปรับปรุงมากที่สุด โดยตอบสูงถึง 1,388 คน คิดเป็น 96.92% รองลงมาคือ ห้องเรียน 187 คน คิดเป็น 9.42% และโรงอาหาร 156 คน คิดเป็น 7.86%</li>



<li>กฎของโรงเรียนที่นักเรียนไม่ชอบมากที่สุดคือ การกำหนดทรงผม โดยมีนักเรียนตอบข้อนี้ 990 คน คิดเป็น 49.87% รองลงมาคือ ยึดโทรศัพท์ก่อนเข้าเรียน 209 คน คิดเป็น 10.5% อันดับสามคือ ห้ามแต่งหน้า จำนวน 195 คน</li>



<li>การประจานต่อหน้าเพื่อน เป็นสิ่งที่นักเรียนไม่ชอบให้ครูทำมากที่สุด โดยมีนักเรียนเลือกตอบในข้อนี้ 777 คน คิดเป็น 39.14% รองลงมาคือการด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย จำนวน 356 คน คิดเป็น 17.93% อันดับสามคือ กล้อนผม ตัดผม จำนวน 248 คน คิดเป็น 12.49%</li>



<li>นักเรียนอยากให้ชั่วโมงเรียนน้อยลงมากที่สุด จำนวน 757 คน คิดเป็น 38.14% รองลงมาคือนักเรียนอยากใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียน จำนวน 386 คน คิดเป็น 19.45% อันดับสามคือ อยากให้มีกิจกรรมประเมินครู จำนวน 231 คน คิดเป็น 11.64%</li>



<li>นักเรียนอยากให้ยกเลิกกิจกรรมหน้าเสาธง มากที่สุด จำนวน 532 คิดเป็น 26.8%&nbsp; รองลงมาก็คือ สมุดบันทึกความดี จำนวน 328 คน คิดเป็น 16.52% อันดับสามคือ กิจกรรมค่ายธรรมะ จำนวน 276 คน คิดเป็น 13.9%</li>



<li>วิชาลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด บำเพ็ญประโยชน์ เป็นวิชาที่นักเรียนอยากให้ยกเลิกมากที่สุด จำนวน 1,216 คน คิดเป็น 61.26% รองลงมาก็คือ วิชาพุทธศาสนา จำนวน 225 คน คิดเป็น 11.34% อันดับสามก็คือ วิชาหน้าที่พลเมือง จำนวน 128 คน คิดเป็น 6.45%&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งตรงกับเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปี Rocket Media Lab ร่วมกับ<a href="http://path2health.or.th">มูลนิธิแพธทูเฮลท์</a> ได้จัดทำแบบสอบถามนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 &#8211; มัธยมศึกษาปีที่ 6 และ ปวช. ทั่วประเทศ ในช่วงวันที่ 9 – 11 มกราคม 2567 ทางออนไลน์ เพื่อสำรวจความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ในโรงเรียน การเรียนการสอน ครู โดยผลการสำรวจมีดังนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4197" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/0profile.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากจำนวนนักเรียนที่ตอบแบบสอบถามทั่วประเทศทั้งหมด 1,985 คน พบว่า เป็นเพศชาย 488 คน หญิง 1,247 คน LGBTQ+ 199 คน และไม่ต้องการระบุเพศ 51 คน ในจำนวนนี้แยกเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา 163 คน ระดับชั้นมัธยมศึกษา 1,772 คน และ ปวช. 50 คน และเมื่อแยกพื้นที่ของนักเรียนที่ตอบแบบสอบถามตามภาคจะพบว่า เป็นนักเรียนในภาคกลางมากที่สุด 746 คน คิดเป็น 37.58% รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 709 คน คิดเป็น 35.72.% ภาคเหนือ 248 คน คิดเป็น 12.49% ภาคใต้ 194 คน คิดเป็น 9.77% ภาคตะวันออก 49 คน คิดเป็น 2.47% และ ภาคตะวันตก 39 คน คิดเป็น 1.9%</p>



<h3 class="wp-block-heading">สถานที่ใดในโรงเรียนที่อยากให้ปรับปรุงมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4199" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/1place.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากคำถามข้อแรกที่ถามว่าสถานที่ใดที่อยากให้ปรับปรุงมากที่สุด ผลสำรวจพบว่า ห้องน้ำเป็นสถานที่ที่นักเรียนอยากให้ปรับปรุงมากที่สุด โดยตอบสูงถึง 1,388 คน คิดเป็น 96.92% รองลงมาก็คือ ห้องเรียน 187 คน คิดเป็น 9.42% โรงอาหาร 156 คน คิดเป็น 7.86% สนามกีฬา 142 คน คิดเป็น&nbsp; 7.15% ห้องพยาบาล 31 คน คิดเป็น 1.56% ห้องสมุด 27 คน คิดเป็น 1.36% อื่นๆ 54 คน คิดเป็น 2.72% เช่น ห้องพักครู โดม หอประชุม โรงรถ ห้องเก็บของ และบางส่วนก็เขียนตอบว่าทุกข้อ</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่าไม่ว่าจะเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา หรือ ปวช. ต่างก็เลือกให้ห้องน้ำเป็นสถานที่ที่อยากให้ปรับปรุงมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายภาคก็พบว่านักเรียนทุกภาคต่างก็ลงความเห็นเหมือนกันว่าอยากให้โรงเรียนปรับปรุงห้องน้ำมากที่สุดเช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">กฎที่ไม่ชอบที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4198" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/2norule.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับคำถามว่ากฎเกณฑ์ของโรงเรียนเรื่องใดที่นักเรียนไม่ชอบมากที่สุดนั้น พบว่านักเรียนไม่ชอบให้โรงเรียนกำหนดทรงผมมากที่สุด โดยมีนักเรียนตอบข้อนี้ 990 คน คิดเป็น 49.87% รองลงมาก็คือ ยึดโทรศัพท์ก่อนเข้าเรียน เป็นจำนวน 209 คน คิดเป็น 10.5% อันดับสามคือ ห้ามแต่งหน้า จำนวน 195 คน คิดเป็น 9.82% บังคับใช้กระเป๋าของโรงเรียน 150 คน 7.56% ห้ามทำสีผม 121 คน 6.10% เล็บต้องสั้น 100 คน คิดเป็น 5.04% กำหนดรูปแบบถุงเท้า 59 คน คิดเป็น 2.97% กำหนดความยาวกางเกง/กระโปรง 29 คน คิดเป็น 1.46% บังคับใส่เสื้อซับใน 16 คน คิดเป็น 0.81% อื่นๆ 116 คน คิดเป็น 5.84% เช่น ห้ามใส่เสื้อแขนยาวเสื้อกันหนาวหน้าร้อน ห้ามใส่เครื่องประดับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่าทั้งนักเรียนชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา และ ปวช. ต่างตอบว่ากฎที่ไม่ชอบมากที่สุดคือกำหนดทรงผมเหมือนกัน ขณะที่นักเรียนทุกภาคตอบข้อนี้มากที่สุดเช่นกัน และมีความน่าสนใจว่ากฎเรื่องยึดโทรศัพท์ก่อนเข้าเรียนนั้น นักเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอบข้อนี้มากที่สุดกว่าภาคอื่นๆ ในขณะที่กฎเรื่องห้ามแต่งหน้านั้นพบว่านักเรียนที่ตอบข้อนี้มากที่สุดอยู่ในภาคกลาง</p>



<h3 class="wp-block-heading">การลงโทษของครูที่ไม่ชอบที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3punishment-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4200" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3punishment-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3punishment-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3punishment-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3punishment-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3punishment-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3punishment-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/3punishment.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ส่วนคำถามที่ว่าการลงโทษแบบไหนของครูที่นักเรียนไม่ชอบที่สุด พบว่า การประจานต่อหน้าเพื่อนเป็นสิ่งที่นักเรียนไม่ชอบมากที่สุด โดยมีนักเรียนเลือกตอบในข้อนี้ 777 คน คิดเป็น 39.14% รองลงมาคือการด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย จำนวน 356 คน คิดเป็น 17.93% อันดับสามคือ กล้อนผม/ตัดผม จำนวน 248 คน คิดเป็น 12.49% ยึดโทรศัพท์ 182 คน คิดเป็น 9.17% สกอตจัมป์/วิ่งรอบสนาม 130 คน คิดเป็น 6.55% การตี 107 คน คิดเป็น 5.39% ให้นั่งตากแดด 66 คน คิดเป็น 3.32% อื่นๆ 119 คน คิดเป็น 5.99% เช่น หักคะแนนความประพฤติ เก็บเงิน/โดนปรับด้วยเงิน ยึดของ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่าคำตอบของนักเรียนชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาและ ปวช. เหมือนกันในอันดับหนึ่งและสอง ซึ่งก็คือ การประจานต่อหน้าเพื่อนและการด่าหยาบคาย และการประจานต่อหน้าเพื่อนยังเป็นคำตอบที่มีนักเรียนทุกเพศตอบมากที่สุดในทุกภาคอีกด้วย และเกือบทุกภาคที่นักเรียนทั้งชั้นประถมและมัธยมศึกษาตอบมาเป็นอันดับสองก็คือ การด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ยกเว้นภาคตะวันตกที่อันดับสองคือการกล้อนผม/ตัดผม ซึ่งเมื่อพิจารณาเฉพาะนักเรียนที่ตอบในเรื่องการกล้อนผม/ตัดผมจะพบว่า สูงเป็นอันดับสองในกลุ่มของนักเรียนเพศชายและ LGBTQ+ ในขณะที่เรื่องการตีนั้น นักเรียนหญิงจะตอบข้อนี้มากกว่านักเรียนเพศอื่นๆ&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">เรื่องที่อยากให้ครูเข้าใจและช่วยเหลือมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4understanding-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4201" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4understanding-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4understanding-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4understanding-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4understanding-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4understanding-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4understanding-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/4understanding.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ส่วนคำถามที่ว่าเรื่องที่นักเรียนอยากให้ครูเข้าใจและช่วยเหลือมากที่สุดคือเรื่องใดนั้น พบว่า เรื่องที่นักเรียนตอบมากที่สุดก็คือ อยากให้ครูเข้าใจเงื่อนไขที่ต่างกันของนักเรียนแต่ละคน เช่น ปัญหาครอบครัว ปัญหาส่วนตัว โดยมีจำนวน 807 คน คิดเป็น 40.65% รองลงมาคือ อยากให้เข้าใจเรื่องสุขภาพจิตของนักเรียน เช่น อาการซึมเศร้า วิตกกังวล จำนวน 421 คน คิดเป็น 21.21% อันดับสามคือ ความแตกต่างทางกายภาพ เช่น รูปร่าง ความสูง สีผิว จำนวน 382 คน คิดเป็น 19.24% ความหลากหลายทางเพศ จำนวน 282 คน คิดเป็น 14.21% และอื่นๆ จำนวน 93 คน คิดเป็น 4.69% เช่น ความสามารถที่แตกต่างกันของนักเรียน การโดนบูลลี่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่า ทั้งนักเรียนชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา และ ปวช. ต่างเลือกอันดับหนึ่งเหมือนกันคือ อยากให้ครูเข้าใจเงื่อนไขที่ต่างกันของนักเรียนแต่ละคน เช่น ปัญหาครอบครัว ปัญหาส่วนตัว และนักเรียนทุกภาคยังเลือกคำตอบว่า อยากให้ครูเข้าใจเงื่อนไขที่ต่างกันของนักเรียนแต่ละคนเหมือนกันอีกด้วย และยังมีความน่าสนใจว่านักเรียนเกือบทุกภาคที่เลือกปัญหาสุขภาพจิตมาเป็นอันดับสอง ยกเว้นภาคเหนือและภาคตะวันออกที่อันดับสองคือ ความแตกต่างทางกายภาพ ส่วนเรื่องความหลากหลายทางเพศนั้นเป็นสิ่งที่นักเรียนเพศ LGBTQ+ เลือกเป็นอันดับหนึ่ง และเกือบทุกภาค ยกเว้นนักเรียนที่เป็น LGBTQ+ ภาคใต้ ซึ่งเลือกตอบเงื่อนไขที่ต่างกันของนักเรียนแต่ละคนเป็นอันดับหนึ่งและความหลากหลายทางเพศเป็นอันดับสอง&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">สิ่งที่ไม่อยากให้ครูทำมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5dont-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4202" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5dont-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5dont-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5dont-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5dont-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5dont-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5dont-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/5dont.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">คำถามที่ว่าอะไรคือสิ่งที่นักเรียนไม่อยากให้ครูทำมากที่สุด พบว่าอันดับหนึ่งคือการล้อเลียนนักเรียนด้วยเรื่องกายภาพ เพศ ชาติพันธุ์ สำเนียง จำนวน 447 คนคิดเป็น 22.52% รองลงมาก็คือ สั่งการบ้าน 400 คน คิดเป็น 20.15% พูดจาหยาบคาย จำนวน 290 คน คิดเป็น 14.61 % เลือกที่รักมักที่ชัง จำนวน 280 คน คิดเป็น 14.11% สั่งงานที่ทำให้เกิดภาระทางการเงิน 239 คน คิดเป็น 12.04% ถึงเนื้อถึงตัว 63 คน คิดเป็น 3.17% นินทานักเรียนลงโซเชียลมีเดีย 59 คน คิดเป็น 2.97% ใช้ให้ทำงานในเรื่องส่วนตัว 54 คน คิดเป็น 2.72% รับสอนพิเศษแล้วออกข้อสอบ 42 คน คิดเป็น 2.12% โพสต์คลิป/ภาพถ่ายของนักเรียนลงโซเชียลมีเดีย 32 คน คิดเป็น 1.61% และ อื่นๆ 79 คน คิดเป็น 3.98% เช่น นินทานักเรียนให้ครูคนอื่นหรือห้องอื่นฟัง สั่งงานในช่วงก่อนสอบหรือสั่งงานมากเกินไป&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่ามีความแตกต่างกันในคำตอบระหว่างนักเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โดยนักเรียนชั้นประถมศึกษาพบว่า อันดับหนึ่งเป็นไม่อยากให้ครูพูดจาหยาบคาย ในขณะที่ชั้นมัธยมศึกษาเป็นล้อเลียนนักเรียนด้วยเรื่องกายภาพ ขณะที่นักเรียน ปวช. มีอันดับหนึ่งเท่ากันสองเรื่องคือ การล้อเลียนเรื่องกายภาพ เพศ ชาติพันธุ์ สำเนียง และการสั่งงานที่ทำให้เกิดภาระทางการเงิน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อพิจารณาตัวเลือกอันดับหนึ่งของนักเรียนในแต่ละภาคก็จะพบว่ามีความแตกต่างกันไป เช่น นักเรียนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่อยากให้ครูสั่งการบ้านมากที่สุด และภาคตะวันตกเลือกข้อเลือกที่รักมักที่ชังมาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนภาคที่เหลือเหมือนกันคือ ไม่อยากให้ครูล้อเลียนนักเรียนด้วยเรื่องกายภาพ เพศ ชาติพันธุ์ สำเนียง</p>



<h3 class="wp-block-heading">สิ่งที่นักเรียนอยากให้มีมากที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6want-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4203" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6want-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6want-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6want-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6want-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6want-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6want-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/6want.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ส่วนคำถามเรื่องสิ่งที่นักเรียนอยากให้มีมากที่สุด พบว่านักเรียนอยากให้ชั่วโมงเรียนน้อยลงมากที่สุด จำนวน 757 คน คิดเป็น 38.14% รองลงมาคือนักเรียนอยากใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียน จำนวน 386 คน คิดเป็น 19.45% อันดับสามคือ อยากให้มีกิจกรรมประเมินครู จำนวน 231 คน คิดเป็น 11.64% แต่งชุดนักเรียนตามเพศสภาพ 189 คน คิดเป็น 9.52% มีนักจิตวิทยาในโรงเรียน 185 คน คิดเป็น 8.32% อินเทอร์เน็ตฟรี 157 คน คิดเป็น 7.91% และ อื่นๆ 80 คน คิดเป็น 4.03% เช่น ยกเลิกฎระเบียบทรงผม คาบว่าง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเลือกอันดับหนึ่งและสองตรงกัน ในขณะที่อันดับสาม นักเรียนชั้นประถมศึกษาเลือกอินเทอร์เน็ตฟรี ส่วนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาเลือกการประเมินครู ขณะที่ ปวช. เลือกชั่วโมงเรียนน้อยลง เป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยอยากมีกิจกรรมประเมินครู เช่น โหวตครูที่ชอบประจำปี และนักจิตวิทยาในโรงเรียน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากมองในรายภาค เรื่องอยากให้ชั่วโมงเรียนน้อยลงมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในทุกภาค ในขณะที่ส่วนใหญ่อันดับสองเป็นอยากใส่ชุดไปรเวท ยกเว้นภาคตะวันออกที่อันดับสองคืออยากให้มีกิจกรรมการประเมินครู ส่วนเรื่องแต่งชุดนักเรียนตามเพศสภาพ นั้นพบว่านักเรียนที่ตอบมากที่สุดเป็นเพศหญิง คิดเป็น 58.73% รองลงมาคือเพศ LGBTQ+ คิดเป็น 23.81%&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">กิจกรรมที่นักเรียนไม่อยากให้มีที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7banactivity-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4204" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7banactivity-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7banactivity-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7banactivity-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7banactivity-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7banactivity-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7banactivity-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/7banactivity.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับคำถามที่ว่ากิจกรรมใดที่นักเรียนไม่อยากให้มีมากที่สุด พบว่านักเรียนอยากให้ยกเลิกกิจกรรมหน้าเสาธง มากที่สุด จำนวน 532 คิดเป็น 26.8% รองลงมาก็คือ สมุดบันทึกความดี จำนวน 328 คน คิดเป็น 16.52% อันดับสามคือ กิจกรรมค่ายธรรมะ จำนวน 276 คน คิดเป็น 13.9% กิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ จำนวน 267 คน คิดเป็น 13.45% กิจกรรมสวดมนต์ จำนวน 220 คน คิดเป็น 11.08% กิจกรรมวันพ่อวันแม่ จำนวน 106 คน คิดเป็น 5.34% เวรทำความสะอาด จำนวน 98 คน คิดเป็น 4.94% กิจกรรมจิตอาสา จำนวน 82 คน คิดเป็น 4.13% อื่นๆ 76 คน คิดเป็น 3.83% เช่น กิจกรรมกีฬาสี บันทึกรักการอ่าน กิจกรรม 5 ส.&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่ามีความแตกต่างกันในคำตอบระหว่างนักเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โดยนักเรียนชั้นประถมศึกษา อันดับหนึ่งเป็นยกเลิกกิจกรรมค่ายธรรมะ ยกเลิกส่วนกิจกรรมหน้าเสาธงมาเป็นอันดับสอง ในขณะที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา อันดับหนึ่งคือยกเลิกกิจกรรมหน้าเสาธง อันดับสองคือสมุดบันทึกความดี และนักเรียนเกือบทุกภาคเลือกให้กิจกรรมหน้าเสาธงเป็นกิจกรรมที่นักเรียนไม่อยากให้มีที่สุด ยกเว้นนักเรียนภาคเหนือที่เลือกกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือเป็นกิจกรรมที่อยากให้ยกเลิกมากที่สุด&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">วิชาที่อยากให้ยกเลิกที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8bannedsubject-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4205" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8bannedsubject-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8bannedsubject-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8bannedsubject-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8bannedsubject-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8bannedsubject-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8bannedsubject-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/8bannedsubject.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ในคำถามที่ว่าวิชาใดที่นักเรียนอยากให้ยกเลิกที่สุด พบว่าวิชาลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด บำเพ็ญประโยชน์ เป็นวิชาที่นักเรียนอยากให้ยกเลิกมากที่สุด จำนวน 1,216 คน คิดเป็น 61.26% รองลงมาก็คือ วิชาพุทธศาสนา จำนวน 225 คน คิดเป็น 11.34% อันดับสามก็คือ วิชาหน้าที่พลเมือง จำนวน 128 คน คิดเป็น 6.45% วิชาชุมนุม/ชมรม จำนวน 127 คน คิดเป็น 6.40% นาฏศิลป์ จำนวน 122 คน คิดเป็น 6.15% พลศึกษา จำนวน 40 คน คิดเป็น 2.02% อื่นๆ 127 คน คิดเป็น 6.4% เช่น แนะแนว คณิตศาสตร์ กระบี่กระบอง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเลือกอันดับหนึ่งคือวิชาลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด บำเพ็ญประโยชน์ เป็นวิชาที่นักเรียนอยากให้ยกเลิกมากที่สุด โดยแตกต่างกันที่อันดับสอง นักเรียนชั้นประถมศึกษาเลือกวิชาชุมนุม/ชมรม&nbsp; และมัธยมศึกษาเลือกวิชาพุทธศาสนา ในส่วนของรายภาคนั้นพบว่าเหมือนกันทุกภาคคือนักเรียนทุกภาคเลือกอันดับหนึ่งเหมือนกันคือยกเลิกวิชาลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด บำเพ็ญประโยชน์ ส่วนอันดับสองนั้นเกือบทุกภาคเลือกวิชาพุทธศาสนา ยกเว้นภาคใต้ที่เลือกวิชาชุมนุม/ชมรม ในส่วนคนที่อยากให้ยกเลิกวิชานาฏศิลป์นั้น พบว่าเป็นนักเรียนเพศหญิงเป็นสัดส่วนมากที่สุด 59.02% รองลงมาคือผู้ชาย 36.89% และวิชาพลศึกษาพบว่านักเรียนหญิงอยากให้ยกเลิกมากที่สุด 80%&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">วิชาที่อยากให้มีที่สุด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9wantsubject-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4206" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9wantsubject-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9wantsubject-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9wantsubject-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9wantsubject-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9wantsubject-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9wantsubject-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2024/01/9wantsubject.png 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">คำถามสุดท้ายที่ถามว่า วิชาใดที่นักเรียนอยากให้มีมากที่สุด พบว่า คือ การเงิน การลงทุน โดยมีนักเรียนที่เลือกตอบข้อนี้ 788 คน คิดเป็น 39.7% รองลงมาก็คือ วิชาว่าด้วยการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย จำนวน 416 คน คิดเป็น 20.96% อันดับสามก็คือ วิชาอีสปอร์ต จำนวน 396 คน คิดเป็น 19.95% แดนซ์ จำนวน 268 คน คิดเป็น 13.5% อื่นๆ จำนวน 117 คน คิดเป็น 5.89% เช่น ปฐมพยาบาลเบื้องต้น วิชาการป้องกันตัว แต่งหน้าทำผม ทำอาหาร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาเลือกวิชาการใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาก็คือวิชาอีสปอร์ต ส่วนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาเลือกวิชาการเงิน การลงทุน มาเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาก็คือวิชาอีสปอร์ต นักเรียนทุกภาคเลือกวิชาการเงิน การลงทุน มาเป็นอันดับหนึ่งเหมือนกัน ส่วนอันดับสอง คือ วิชาว่าด้วยการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย มีภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ขณะที่ภาคกลาง กลางเหนือ ภาคตะวันตก เลือกวิชาอีสปอร์ตเป็นอันดับสอง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลทั้งหมดที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q1-2024/">rocketmedialab.co/database-student-q1-2024&nbsp;</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/student-q1-2024/">ยกเลิกวิชาลูกเสือ เพิ่มวิชาการเงิน ไม่ชอบห้องน้ำในโรงเรียน ไม่อยากให้ครูประจานและล้อเลียน : ผลสำรวจเด็กไทยอยากได้อะไรจากระบบการศึกษา?</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลสำรวจความเห็นนักเรียนต่อระบบการศึกษา [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-student-q1-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jan 2024 08:19:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[rocketmedialabxp2h]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ครู]]></category>
		<category><![CDATA[ประถม]]></category>
		<category><![CDATA[มัธยม]]></category>
		<category><![CDATA[วันเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[แบบสอบถาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4183</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3619;&#3656;&#3623;&#3617;&#3585;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q1-2024/">ผลสำรวจความเห็นนักเรียนต่อระบบการศึกษา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ร่วมกับ<a href="http://path2health.or.th">มูลนิธิแพธทูเฮลท์ </a>จัดทำแบบสอบถามนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 &#8211; มัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศ ในช่วงวันที่ 9 – 11 มกราคม 2567 ทางออนไลน์เพื่อสำรวจความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นกฎเกณฑ์ในโรงเรียน การเรียนการสอน ครู เพื่อนำเสนอในวาระวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งตรงกับเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปี โดยผลการสำรวจมีดังนี้</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTz90pptmtNC4gxxQJtNNxUA3tB-mLUUdjF5TVOna9KHltTEaqsMDNeZLkhH0kWaSen_FmgaotWiT2-/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1z7GEBwVFRUpyjTbS8hPJ0h9_-MpcWck9ENcISHxIsBg/edit?usp=sharing">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="http://rocketmedialab.co/student-q1-2024">ยกเลิกวิชาลูกเสือ เพิ่มวิชาการเงิน ไม่ชอบห้องน้ำในโรงเรียน ไม่อยากให้ครูประจานและล้อเลียน : ผลสำรวจเด็กไทยอยากได้อะไรจากระบบการศึกษา?</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q1-2024/">ผลสำรวจความเห็นนักเรียนต่อระบบการศึกษา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
