<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ยาบ้า Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/ยาบ้า/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Fri, 27 Feb 2026 04:31:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>ยาบ้า Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/ยาบ้า/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ยาบ้า กัญชา กระท่อม : วังวนของเยาวชนกับปัญหายาเสพติด</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/teen-drug-abuse/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Feb 2026 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxThaiHealth]]></category>
		<category><![CDATA[กระท่อม]]></category>
		<category><![CDATA[กัญชา]]></category>
		<category><![CDATA[ยาบ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยาเสพติด]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=6209</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3648;&#3618;&#3634;&#3623;&#3594;&#3609;&#3585;&#3633 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/teen-drug-abuse/">ยาบ้า กัญชา กระท่อม : วังวนของเยาวชนกับปัญหายาเสพติด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>ในช่วงปี 2565-2566 จำนวนคดียาเสพติดจะลดลง แต่จำนวนคดียาเสพติดที่เกิดจากการเสพนั้นเพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อพิจารณาข้อมูลในปี 2560 จะพบว่า ประเภทของคดียาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นการครอบครอง เสพ และอื่นๆ นั้นมีจำนวนใกล้เคียงกัน และคดียาครอบครองมีจำนวนมากที่สุด แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา คดีการเสพยามีจำนวนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งในปี 2566 ที่สูงถึง 77.44% เมื่อเทียบกับคดีอื่นๆ&nbsp;</li>



<li>แม้สัดส่วนของเยาวชนที่มีประวัติเคยใช้ยาเสพติดจากเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอาญารวมในแต่ละปีจะลดลงเล็กน้อย แต่ในแง่ของจำนวนกลับพบว่าจำนวนของเยาวชนที่มีประวัติใช้ยาเสพติดเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี 2567 มีเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอาญารวม 13,631 คน โดยที่มีประวัติเคยใช้ยาเสพติด 8,971 คน คิดเป็น 65.81%</li>



<li>ยาเสพติดที่เยาวชนมีประวัติเคยใช้มากที่สุด คือ ยาบ้า 3,607 คน คิดเป็น 40.21% ตามด้วยกัญชา 3,240 คน คิดเป็น 36.12% สารผสมน้ำต้มใบกระท่อม 1,579 คน คิดเป็น 17.60% ยาไอซ์ 317 คน คิดเป็น 3.53% ใบกระท่อม 71 คน คิดเป็น 0.79% สารระเหย 63 คน คิดเป็น 0.70% และอื่นๆ (ทรามาดอล เฮโรอีน ฝิ่น มอร์ฟีน โคเคน ยาเค กลุ่มยาหลอนประสาทและยากล่อมประสาท) 94 คน คิดเป็น 1.05%</li>



<li>จำนวนเยาวชนที่ใช้กัญชาและกระท่อมมีจำนวนเพิ่มขึ้น ในปี 2564 มีเด็กและเยาวชนใช้กัญชา 2,032 คน แต่ในปี 2567 เพิ่มเป็น 3,240 คน และในปี 2564 มีเด็กและเยาวชนใช้สารผสมน้ำต้มใบกระท่อม 960 คน แต่ในปี 2567 เพิ่มเป็น 1,579 คน ซึ่งเป็นปีหลังจากที่มีการปลดล็อกกัญชา กัญชง และกระท่อม ออกจากบัญชียาเสพติด</li>
</ul>



<p>เยาวชนกับยาเสพติด เป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทยมาช้านานและยังไม่มีท่าทีที่จะลดน้อยลง ดูได้จากตัวเลขเยาวชนที่มีประวัติเคยใช้ยาเสพติดในแต่ละปีที่แทบจะไม่ลดลงเลย สิ่งนี้ไม่ได้เป็นปัญหาเพียงแค่เรื่องสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาสำหรับประเทศที่ต้องการวัยแรงงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเนื่องจากเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว รวมไปถึงภาระทางด้านงบประมาณที่จะต้องนำมาใช้ในการปราบปราม ป้องกัน ตลอดจนบำบัดดูแลอีกด้วย โดยในปีงบประมาณ 2569 มีการขอจัดสรรงบฯ เพื่อใช้แก้ไขปัญหายาเสพติดกว่า 5 พันล้านบาท&nbsp;</p>



<p>Rocket Media Lab ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดทำข้อมูลการศึกษาในประเด็นเรื่องเยาวชนกับปัญหายาเสพติดขึ้นเพื่อฉายให้เห็นภาพรวมในปัจจุบันของปัญหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อที่จะนำไปสู่การวางแผนนโยบายในอนาคตเพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน<br></p>



<h3 class="wp-block-heading">ปัญหายาเสพติดกับสังคมไทย : คดีลดลงแต่คนเสพเพิ่มมากขึ้น?&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-6967" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image.png 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ยาเสพติดยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังในสังคมไทย และดูเหมือนว่าจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ข้อมูลจากสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยชี้ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ต้องขังสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก และเมื่อคิดเป็นจำนวนผู้ต้องขังต่อจำนวนประชากรก็สูงติดอันดับ 17 ของโลกเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังพบว่าจำนวนผู้ต้องขังในคดียาเสพติดยังคงสูงอยู่ที่ 70% ของจำนวนผู้ต้องขังทั้งหมด&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาจำนวนคดียาเสพติดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยใช้ข้อมูลจากข้อมูลเปิดภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในปี 2560-2566 จะพบว่า แม้ในช่วงปี 2565-2566 จำนวนคดียาเสพติดจะลดลง แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ จำนวนคดียาเสพติดที่เกิดจากการเสพนั้นเพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อพิจารณาข้อมูลในปี 2560 จะพบว่า ประเภทของคดียาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นการครอบครอง เสพ และอื่นๆ นั้นมีจำนวนใกล้เคียงกัน และคดียาเสพติดจากการครอบครองนั้นมีจำนวนมากที่สุด แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา คดียาเสพติดที่เกิดจากการเสพยามีจำนวนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งในปี 2566 ที่สูงถึง 77.44% เมื่อเทียบกับคดีครอบครองและอื่นๆ&nbsp;</p>



<p>เช่นเดียวกับข้อมูลจำนวนผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ในช่วงปี 2560 นั้น จำนวนผู้ต้องหาคดียาเสพติดจากการครอบครอง เสพ และอื่นๆ ใกล้เคียงกัน จากนั้นจำนวนผู้ต้องหาคดียาเสพติดจากการเสพก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งในปี 2566 จำนวนผู้ต้องหาคดียาเสพติดจากการเสพ มีสัดส่วนสูงถึง 76.02% เลยทีเดียว</p>



<p>จากข้อมูลข้างต้นทำให้เห็นได้ว่า นอกจากจะต้องรับมือกับปัญหายาเสพติดในเชิงของการเป็นสิ่งผิดกฎหมายแล้ว ประเทศไทยยังจะต้องรับมือปัญหายาเสพติดมุมของ ‘ผู้เสพ’ เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย และนั่นนำมาซึ่งภาระในการจัดการทั้งในแง่ทรัพยากร งบประมาณ กระบวนการ และอื่นๆ อีกมากมาย ปัญหายาเสพติดที่แม้จะเป็นเรื่องไม่ใหม่ในสังคมไทย แต่กลับยังคงมีความท้าทายในการแก้ปัญหาเพิ่มมากขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">จากเฮโรอีนถึงยาบ้า และการปลดกัญชา กระท่อม ออกจากการเป็นยาเสพติด</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-6969" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-2-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-2.png 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ประเทศไทยแบ่งประเภทของยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2564 ได้ทั้งหมด 5 ประเภทด้วยกัน ได้แก่&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 : ยาเสพติดชนิดร้ายแรง ไม่มีการนำมาใช้ในทางการแพทย์ทุกกรณี เช่น เฮโรอีน แอลเอสดี ยาบ้า (แอมเฟตามีน) ยาอี&nbsp;</li>



<li>ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 : เป็นยาเสพติดให้โทษทั่วไป บางส่วนจะเป็นสารที่มีประโยชน์ในการ รักษาโรคต่างๆ หากใช้เป็นประจำหรือติดต่อกันมากเกินไป จะทำให้เกิดการเสพติดได้ในที่สุด เช่น มอร์ฟีน โคเคน เมทาโดน โคเดอีนหรือฝิ่นยา&nbsp;</li>



<li>ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 3 : เป็นยาเสพติดที่สามารถเป็นยารักษาโรคได้ด้วย และมีส่วนผสมของยาเสพติดประเภทที่ 2 อยู่ เช่น ยาแก้ไอ ยาแก้ปวด&nbsp;</li>



<li>ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 4 : เป็นสารเสพติดที่ไม่ได้อยู่ในประเภทที่ 1 หรือ 2 เช่น น้ำยาอาเซ ติค แอนไฮไดรด์ (acetic anhydride) อะซีทิลคลอไรด์ (acetyl chloride) กรดเฟนิลอะซีติก (phenylacetic acid) ฯลฯ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</li>



<li>ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 : ยาเสพติดประเภทอื่นๆ นอกเหนือจากข้างต้น ได้แก่ กัญชา กระท่อม เห็ดขี้ควาย ฝิ่น และสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชง (พืชสกุล cannabis) ที่มีปริมาณสาร THC เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก</li>
</ol>



<p>แต่ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการปลดกัญชาออกจากรายชื่อยาเสพติดแล้วเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ปลดล็อกกัญชาและกัญชงออกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 มีผลให้กัญชาและกัญชงเป็นพืชสมุนไพรควบคุมเท่านั้น</p>



<p>ในอดีตยาเสพติดที่แพร่ระบาดมากที่สุดในประเทศไทยคือเฮโรอีน ก่อนที่ในช่วงปี 2540 ยาบ้าหรือแอมเฟตามีนจะเริ่มระบาดอย่างหนัก จากข้อมูล ‘การศึกษายาบ้าและยาอี’ ของชนิดา พลานุเวช และคณะ ในวารสารวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า จากสถิติผู้เข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาล 305 แห่ง ในระหว่างปี 2533-2542 จำนวน 58,327-101,145 รายต่อปี ในปี 2542 พบผู้รักษาที่เสพยาบ้าเพิ่มขึ้นถึง 57.4% จากปี 2538 ที่มีเพียง 2.6% เท่านั้น&nbsp;</p>



<p>ปัจจุบันจากข้อมูลปริมาณของกลางยาเสพติด โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดพบว่า ปริมาณของกลางยาเสพติดประเภทต่างๆ ที่จับได้ มีทั้งลดลงและเพิ่มขึ้นในแต่ละปีสลับกันไป แต่หากพิจารณาข้อมูลจากรายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ในปี 2564 จะพบว่า ปริมาณยาไอซ์ที่ถูกจับกุมลดลง แต่สามารถจับยาบ้าได้จำนวนมากขึ้นและมีสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยหากรวมการจับกุมทั้งยาไอซ์และยาบ้าในไทย ปี 2564 พบว่ามีปริมาณมากที่สุดในทุกชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวน 13 ประเทศ&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ ในรายงานฉบับล่าสุดเรื่อง ‘ยาเสพติดสังเคราะห์ในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: พัฒนาการและความท้าทายล่าสุดในปี 2025’ (Synthetic Drugs in East and Southeast Asia: Latest developments and challenges 2025) ของ UNODC ยังชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ยาเสพติดในประเทศไทยว่า จำนวนผู้เสพเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ปริมาณของยาเสพติดที่ถูกตรวจยึดได้ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">เยาวชนไทยกับยาเสพติด : เมื่อเยาวชนไทยที่มีคดีอาญาติดยาเสพติดเกินครึ่ง&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-3-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-6970" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-3-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-3-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-3-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-3-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-3-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-3-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-3-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-3.png 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ในด้านของเยาวชน ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังจากสถานการณ์ยาเสพติด เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เริ่มใช้ยาเพราะความอยากรู้ อยากลอง และมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เยาวชนหันมาใช้ยาเสพติดเพิ่มขึ้น ทั้งจากสังคม โรงเรียน เพื่อนฝูง และครอบครัว จากข้อมูลคดีอาญาของเด็กและเยาวชน โดยศูนย์ข้อมูลและสถิติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม พบว่า&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปี 2564 มีเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอาญารวม 13,552 คน โดยที่มีประวัติเคยใช้ยาเสพติด 9,171 คน คิดเป็น 67.67%</li>



<li>ปี 2565 มีเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอาญารวม 11,307 คน โดยที่มีประวัติเคยใช้ยาเสพติด 7,183 คน คิดเป็น 63.53%</li>



<li>ปี 2566 มีเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอาญารวม 11,597 คน โดยที่มีประวัติเคยใช้ยาเสพติด 7,321 คน คิดเป็น 63.13%</li>



<li>ปี 2567 มีเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอาญารวม 13,631 คน โดยที่มีประวัติเคยใช้ยาเสพติด 8,971 คน คิดเป็น 65.81%</li>
</ul>



<p>จะเห็นได้ว่าแม้สัดส่วนของเยาวชนที่มีประวัติเคยใช้ยาเสพติดจากเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอาญารวมในแต่ละปีจะลดลงเล็กน้อย แต่ในแง่ของจำนวนกลับพบว่าจำนวนของเยาวชนที่มีประวัติใช้ยาเสพติดเพิ่มขึ้นทุกปี&nbsp;</p>



<p>จากนั้นหากพิจารณาในด้านอายุ จะพบว่าเยาวชนที่อายุน้อยที่สุดที่มีประวัติเคยใช้ยาเสพติดจากเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอาญาในปี 2567 คือ 11 ปี ในขณะที่ส่วนใหญ่ที่มีประวัติเคยใช้ยาเสพติดจะอยู่ที่อายุ 17 ปี คิดเป็น 32.51%&nbsp;</p>



<p>และเมื่อพิจารณาต่อไปว่าเยาวชนที่มีประวัติเคยใช้ยาเสพติดจากเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอาญา มีระดับการศึกษาชั้นใดบ้าง โดยระดับการศึกษาหมายถึงการศึกษาสูงสุดของบุคคลนั้น ไม่ได้หมายความเฉพาะว่าคนนั้นกำลังศึกษาอยู่ชั้นไหน จากข้อมูลจะพบว่า เยาวชนที่มีประวัติเคยใช้ยาเสพติดจากเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอาญาในปี 2567 มีระดับการศึกษาชั้นมัธยมต้นมากที่สุด 7,350 คน คิดเป็นสัดส่วน 53.92% รองลงมาคือประถมศึกษา ปวช. และมัธยมปลาย</p>



<p>และเมื่อพิจารณาถึงอาชีพของเยาวชนที่มีประวัติเคยใช้ยาเสพติดจากเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีอาญา ก็จะพบว่าเป็นเยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่หรือฝึกงานมากที่สุด 4,708 คน หรือคิดเป็น 34.54% รองลงมาคือ ว่างงาน 4,509 คน คิดเป็น 33.08% ตามมาด้วยมีงานทำเป็นกิจจะลักษณะ และมีงานทำไม่เป็นกิจจะลักษณะ&nbsp;</p>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า นอกจากจำนวนเยาวชนที่มีประวัติใช้ยาเสพติดเพิ่มขึ้นทุกปีที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการติดยาเสพติดของเยาวชนไทยที่น่าเป็นห่วงกังวลมากขึ้น ยาเสพติดยังเป็นภัยคุกคามต่อระบบการศึกษาของไทยอีกด้วย ทั้งอายุของเยาวชนที่มีประวัติเคยใช้ยาเสพติดที่น้อยลง รวมไปถึงการติดยาเสพติดในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ และการที่เยาวชนที่มีประวัติเคยใช้ยาเสพติดมีระดับการศึกษาชั้นมัธยมต้นมากที่สุดนั้นอาจชี้ให้เห็นว่า เยาวชนไทยเข้าถึงยาเสพติดได้ง่ายขึ้นในกลุ่มคนที่อายุน้อยลง&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ยาบ้า กัญชา กระท่อม : ยาเสพติดยอดฮิตของเยาวชนไทย&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-4-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-6971" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-4-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-4-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-4-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-4-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-4-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-4-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-4-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-4.png 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>นอกจากนี้เมื่อจำแนกตามประเภทของยาเสพติดที่เยาวชนเคยใช้ จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลและสถิติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ปี 2567 พบว่า ยาเสพติดที่เยาวชนมีประวัติเคยใช้มากที่สุด คือ ยาบ้า 3,607 คน คิดเป็น 40.21% ตามด้วยกัญชา 3,240 คน คิดเป็น 36.12% สารผสมน้ำต้มใบกระท่อม 1,579 คน คิดเป็น 17.60% ยาไอซ์ 317 คน คิดเป็น 3.53% ใบกระท่อม 71 คน คิดเป็น 0.79% สารระเหย 63 คน คิดเป็น 0.70% และอื่นๆ (ทรามาดอล เฮโรอีน ฝิ่น มอร์ฟีน โคเคน ยาเค กลุ่มยาหลอนประสาทและยากล่อมประสาท) 94 คน คิดเป็น 1.05%</p>



<p>หากเทียบยาเสพติดที่เด็กและเยาวชนมีประวัติในการใช้มากที่สุด ปี 2564 &#8211; 2567 พบว่ายาบ้าเป็นยาเสพติดที่เยาวชนมีประวัติเคยใช้มากที่สุด ตามมาด้วยกัญชา และสารผสมน้ำต้มใบกระท่อม อย่างไรก็ตาม จำนวนเด็กและเยาวชนที่มีประวัติใช้ยาบ้ากลับมีจำนวนลดลงจากปี 2564 และเริ่มกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งในปี 2567 ในขณะที่เยาวชนที่ใช้กัญชาและกระท่อมมีจำนวนเพิ่มขึ้น ในปี 2564 มีเด็กและเยาวชนใช้กัญชา 2,032 คน แต่ในปี 2567 เพิ่มเป็น 3,240 คน และในปี 2564 มีเด็กและเยาวชนใช้สารผสมน้ำต้มใบกระท่อม 960 คน แต่ในปี 2567 เพิ่มเป็น 1,579 คน</p>



<p>โดยเยาวชนที่ใช้กัญชาและสารผสมน้ำต้มใบกระท่อมนั้นจะพบว่ามีจำนวนพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2566 หลังจากที่มีการปลดล็อกกัญชา กัญชง และกระท่อม ออกจากบัญชียาเสพติดนั่นเอง&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ยาบ้า กัญชา กระท่อม : เสพแล้วเป็นยังไง อะไรทำได้-ไม่ได้บ้าง</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-5-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-6972" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-5-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-5-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-5-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-5-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-5-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-5-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-5-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-5.png 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อพิจารณายาเสพติดที่เด็กและเยาวชนมีประวัติในการใช้มากที่สุด ปี 2564 &#8211; 2567 ซึ่งมีทั้งยาบ้า กัญชา และสารผสมน้ำต้มใบกระท่อม โดยยาเสพติดทั้ง 3 ชนิดนี้ ออกฤทธิ์แตกต่างกัน</p>



<h4 class="wp-block-heading">ยาบ้า</h4>



<p>ยาบ้า (Methamphetamine) เป็นสารกระตุ้นกลุ่มแอมเฟตามีน เป็นยาเสพติด</p>



<p>ที่ออกฤทธิ์กระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวตลอดเวลา ลดความอยากอาหาร ทำให้ในช่วงเวลาหนึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มคนทำงาน ทำให้มีแรงทำงานมากขึ้น จนเคยมีชื่ออื่นว่า ‘ยาม้า’ หรือ ‘ยาขยัน’&nbsp;</p>



<p>ลักษณะของยาบ้าจะเป็นเม็ดหรือแคปซูล สามารถเสพได้โดยการกิน หรือเผาไฟเพื่อสูดดม โดยสามารถออกฤทธิ์ได้นานถึง 8-24 ชั่วโมง มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ผู้เสพมีความคึกครึ้นมากกว่าปกติ อารมณ์ดี มีเหงื่อออกมาก มีอาการหลอน นอนไม่หลับ ใจสั่น คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย มีพฤติกรรมก้าวร้าว และควบคุมสติไม่ได้ หากเสพเป็นเวลานานและมีปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการทางจิต หวาดระแวงจนอาจทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น&nbsp;</p>



<p>ปัจจุบันยาบ้าถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 หรือยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 หากพบว่าเสพมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากมีไว้ครอบครองมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</p>



<h4 class="wp-block-heading">กระท่อม</h4>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-6-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-6973" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-6-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-6-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-6-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-6-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-6-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-6-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-6-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-6.png 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>กระท่อม (Kratom) เป็นพืชไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ขนาด 10-15 เมตร ใบมีลักษณะคล้ายรูปไข่มีปลายแหลม และขอบใบเรียบ โดยในใบกระท่อมมีสารไมทราไจนีน (Mitragynine) ที่ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง</p>



<p>การเสพกระท่อม มีหลายวิธีทั้งการเคี้ยวใบสดไปจนถึงการนำใบกระท่อมมาต้มเป็นเครื่องดื่ม โดยฤทธิ์ของกระท่อมหลังกินไปประมาณ 5 &#8211; 10 นาทีจะมีอาการกระปรี้กระเปร่า ลดความอยากอาหารและความรู้สึกเหนื่อยล้า ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานได้นานมากขึ้น แต่จะมีผลข้างเคียง เช่น ผิวหนังแดง ปากแห้ง ปัสสาวะบ่อย เบื่ออาหาร ท้องผูก อุจจาระแข็ง และนอนไม่หลับ บางรายอาจเกิดอาการหวาดระแวง และเห็นภาพหลอน&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้การเสพแบบสารผสมน้ำต้มกระท่อม มีความเสี่ยงต่อการทำงานของตับ ทำให้ไส้เน่าและอาเจียนเป็นเลือด พบมากในการทำน้ำกระท่อมสูตร 4&#215;100 ที่นำน้ำกระท่อมมาผสมกับยาแก้ไอและน้ำอัดลม ซึ่งให้สารเสพติดได้มากกว่าการเคี้ยวใบสด</p>



<p>กระท่อมเคยถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 หรือยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ก่อนที่จะถูกนำเอาออกจากบัญชียาเสพติดพร้อมกับกัญชาในปี 2565 ทำให้กระท่อมเป็นพืชถูกกฎหมายที่สามารถเพาะปลูกและซื้อขายได้ อย่างไรก็ตาม การต้มน้ำกระท่อมเพื่อขายยังผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 หากทำผิดมีโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 2 ปี ปรับ 5,000 &#8211; 20,000 บาท</p>



<p>ในปี 2568 กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงยุติธรรมออกประกาศกําหนดสถานที่ วิธีการ หรือลักษณะต้องห้ามในการขายใบกระท่อม พ.ศ. 2568 ห้ามขายใบกระท่อมและน้ำต้มกระท่อมในรัศมี 1,000 เมตรจากสถานศึกษา และห้ามขายกระท่อมในลักษณะเร่ขายและตั้งแผงลอย เพื่อลดการเข้าถึงของกระท่อมในกลุ่มเด็กและเยาวชน เนื่องจากน้ำกระท่อมในปัจจุบันมีสูตรที่เด็กสามารถเข้าถึงได้ง่าย ทั้งการนำไปผสมกับน้ำหวาน ชานม และน้ำอัดลม</p>



<h4 class="wp-block-heading">กัญชา</h4>



<p>กัญชา (Cannabis sativa) เป็นพืชล้มลุกจำพวกหญ้า ใบมีลักษณะแตกเป็นแฉกราว 5 &#8211; 8 แฉก ในกัญชาสาร Cannabinoids และ d9- tetrahydrocannabinol (thc) เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและระบบประสาท จึงถูกนำมาใช้ผลิตยา dronabinol (marinol) สำหรับผู้ป่วยมะเร็งและเอดส์ เพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้ อาเจียน และเพิ่มความอยากอาหาร</p>



<p>การเสพกัญชาจะใช้วิธีการสูบใช้เวลาออกฤทธิ์ภายใน 2-3 นาที และออกได้นานสูงสุด 1 ชั่วโมง ทำให้ผู้ใช้มีอาการเซื่องซึมลงอย่างช้าๆ และมีอาการเคลิ้ม แต่หากเสพเป็นเวลานานจะมีผลกระทบต่อร่างกาย เกิดอาการเวียนศีรษะ เห็นภาพหลอน มีอารมณ์แปรปรวน วูบหมดสติ หายใจไม่สะดวก และคลื่นไส้อาเจียน</p>



<p>กัญชาเคยถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 หรือยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ก่อนที่ในปี 2565 จะนำกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด และปลดล็อกกัญชาเสรี เกิดเป็นธุรกิจเกี่ยวกับกัญชาที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงกัญชาได้ง่ายขึ้นมากขึ้นในการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ ก่อนที่ในปี 2568 กระทรวงสาธารณสุขจะประกาศให้ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม เพื่อให้กัญชาใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น</p>



<h4 class="wp-block-heading"></h4>



<h3 class="wp-block-heading">ยาเสพติดกับเยาวชน : ไปเสพกันที่ไหน?</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-7-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-6974" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-7-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-7-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-7-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-7-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-7-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-7-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-7-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-7.png 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนยังคงมีความซับซ้อน โดยพฤติกรรมการมั่วสุมเสพยาไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเท่านั้น แต่กระจายตัวไปตามบริบททางสังคมและสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ตั้งแต่ในพื้นที่ส่วนตัว ไปจนถึงแหล่งมั่วสุมที่สาธารณะ จากการรวบรวมข้อมูลงานวิจัยและรายงานข่าวในสื่อต่างๆ พบว่าสถานที่ที่เยาวชนนัดรวมตัวเพื่อเสพยา มีดังนี้</p>



<p>1. สถานที่ส่วนตัว เช่น บ้าน บ้านเพื่อน หอพัก&nbsp;</p>



<p>สถานที่ส่วนตัว <a href="https://www.youtube.com/watch?v=RUjJD2FGq1Q">บ้าน</a> หรือพื้นที่อยู่อาศัยส่วนตัว ยังคงเป็นจุดที่เยาวชนใช้เป็นที่หลบซ่อนและเสพยาในลำดับต้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการเลิกเรียน โดยพบข่าวว่าเยาวชน<a href="https://www.naewna.com/likesara/794830">นัดเสพยา</a>ในที่พักอาศัย บางรายซื้อมาจากจากอินเทอร์เน็ต มักจะรอจนโรงเรียนเลิกแล้วไปใช้ที่บ้านโดยอ้างกับผู้ปกครองว่าเป็นของเพื่อน นอกจากนี้ยังพบตามหอพักและ<a href="https://nctc.oncb.go.th/article_attach/52-20170228_cdbox2_16.pdf">บ้านเพื่อน</a> เนื่องจากห่างไกลสายตาของผู้ปกครอง&nbsp;</p>



<p>2. ปาร์ตี้ เช่น โรงแรม รีสอร์ท พูลวิลล่า</p>



<p>สถานที่ประเภทนี้เป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการสังสรรค์ ปาร์ตี้ โดยมีรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับรีสอร์ท โรงแรมซึ่งเป็นสถานที่ปิดสำหรับการรวมกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นรายงานข่าววัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสพติดใน<a href="https://www.youtube.com/watch?v=0BSZV-gW_Yg">รีสอร์ท </a>ตามจังหวัดต่างๆ รายงานข่าวทลายพูลวิลล่า รวบวัยรุ่นชาย-หญิง 53 คน <a href="https://www.matichon.co.th/region/news_5407589">จับปาร์ตี้ยากลางเมืองสงขลา</a>&nbsp;</p>



<p>ในช่วงหลังการนัดสังสรรค์ในโรงแรม รีสอร์ท และพูลวิลล่ากำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นในการเสพยาเสพติด เนื่องจากเป็นสถานที่ปิดที่มีความเป็นส่วนตัว มีการนัดรวมกลุ่มทั้งในกลุ่มเพื่อนและการเชิญชวนในโซเชียลมีเดีย เพื่อเสพยาเสพติดควบคู่ไปกับการมีกิจกรรมทางเพศ จะเห็นได้ว่ามีข่าวตำรวจบุกจับปาร์ตี้ยาเสพติดลักษณะนี้ทุกปี</p>



<p>3. สถานบันเทิง เช่น ร้านคาราโอเกะ ผับ บาร์</p>



<p>สถานบันเทิงยังคงเป็นแหล่งสำคัญที่เอื้อต่อการซื้อขายยาเสพติดและการรวมกลุ่มทำกิจกรรมเสี่ยง พบการนัดเสพยาย่านสถานบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ตั้งของย่านสถานบันเทิง ย่านการค้า ผับ บาร์ ใน ‘รายงานการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 19 เรื่องการศึกษาการส่งยาเสพติดของกลางประเภทต่างๆ มาตรวจพิสูจน์ ณ กลุ่มงานตรวจยาเสพติด กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ศึกษากรณีกองบังคับการตำรวจนครบาล’ พบว่า ยาเสพติดของกลางหลายชนิดที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ และสถานีตำรวจนครบาลลุมพินียึดได้จากสถานบันเทิง คือ เมทแอมเฟตามีน คีตามีน โคคาอีน และยาอี ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการใช้และจำหน่ายยาเสพติดในบริเวณดังกล่าว</p>



<p>นอกจากนี้ยังพบในพื้นที่อื่นๆ ด้วย อาทิ ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต โดยสถานที่เหล่านี้เป็นสถานที่ที่สำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม วธ. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และภาคีเครือข่ายเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม ระบุให้เป็นพื้นที่<a href="https://mgronline.com/qol/detail/9570000044856">เฝ้าระวัง</a>&nbsp;</p>



<p>4. พื้นที่สาธารณะ เช่น วัด โรงเรียน สวนสาธารณะ</p>



<p>พื้นที่สาธารณะที่มีการรวมกลุ่มหรือสถานที่ที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยในปัจจุบันก็กลับกลายเป็นแหล่งเสี่ยงไม่ต่างกัน อย่างสถานศึกษาหรือโรงเรียน ในรายงานปีที่ 9 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2567 วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เรื่องสงครามยาเสพติดในโรงเรียนกับปฏิบัติการน่านน้ำสีคราม : แนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดเชิงรุก ระบุว่าโรงเรียนเป็นสถานที่ที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยมีการกล่าวถึงการใช้กระท่อม โดยเด็กบางคนถึงกับต้มมากินที่โรงเรียนอย่างโจ่งแจ้ง เนื่องจากมีความเข้าใจผิดว่าสามารถนำมาโรงเรียนได้ การแก้ปัญหายาเสพติดจึงต้องมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง<a href="https://www.tobenumber1.net/activities/ac11-addiction.php">สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกับสถานศึกษา</a> และโรงเรียนต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อต่อต้านยาเสพติด</p>



<p>ขณะเดียวกัน สถานที่อย่างวัด สถานที่ราชการ ก็เป็นสถานที่ที่เยาวชนนัดเสพยากัน มีรายงานการมั่วสุมเสพยาบ้าภายใน<a href="https://www.youtube.com/watch?v=0kTTOG2LUWI">กุฏิของวัด</a> ไม่ว่าจะพระสงฆ์ หรือ<a href="https://www.youtube.com/watch?v=bOgL4X9FVWg">กลุ่มสามเณร</a> ก็พบในรายงานข่าวเช่นกัน</p>



<p>5. พื้นที่รกร้าง ลับตาคน เช่น ป่าอ้อย สวนปาล์ม บ้านร้าง</p>



<p>สถานที่ลับตาคนและสถานที่ที่ถูกทอดทิ้งก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งมั่วสุมที่เสี่ยงต่ออาชญากรรมอื่นๆ และพบรายงานข่าวการนัดเสพยาในเยาวชน เช่น บ้านร้าง จากวิทยานิพนธ์เรื่องการลงโทษที่เหมาะสมในกรณีผู้เสพยาเสพติด ของกรรณิกา สัมพันธ์พ่วง วิทยานิพนธ์ปริญญานิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ วิชาเอกกฎหมายอาญาและกระบวนการยุติธรรม มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พบการมั่วสุมของนักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่หนีเรียนมานัดกันเสพยา ทั้งยาไอซ์และกัญชา ในบ้านร้างเป็นประจำโดยเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าบุกจับกุม กลุ่มนักเรียนพยายามทำลายของกลางและกระโดดหลบหนีจนได้รับบาดเจ็บ</p>



<p>นอกจากนี้ การเสพยายังพบได้ในแหล่งมั่วสุม ชุมชนแออัด ซึ่งเป็นปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดการกระทำผิดซ้ำได้ง่าย โดยมักเต็มไปด้วยการพนันและยาเสพติด และเป็นแหล่งมั่วสุมอบายมุขหรือยาเสพติด นอกจากนี้ยังมีรายงานการพบแหล่งมั่วสุมขนาดใหญ่กลางเมืองแพร่ ตามข่าวว่า<a href="https://mgronline.com/local/detail/9570000129753">วัยโจ๋นัดเสพยามั่วเซ็กส์</a> ซึ่งสถานที่เป็นแนวกำแพงโบราณเก่า และยังพบในสถานที่เปลี่ยว อย่าง<a href="https://www.youtube.com/shorts/LSx7c7p8trs">ป่าอ้อย</a> และสวนปาล์ม</p>



<h3 class="wp-block-heading">ยาเสพติดกับเยาวชน : ซื้อยากันจากไหน มีรหัสลับอะไรบ้าง?&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-8-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-6975" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-8-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-8-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-8-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-8-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-8-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-8-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-8-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-8.png 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>จากข้อมูลข้างต้นจะพบกว่าการที่เยาวชนไทยติดยาเสพติดมากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการเข้าถึงยาเสพติดได้ง่ายมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การซื้อขายยาบ้าซึ่งมักจะเกิดขึ้นในตลาดใต้ดิน ผ่านเครือข่ายผู้ค้ารายย่อยตามหมู่บ้าน ชุมชน และชุมชนแออัด ขณะเดียวกัน การซื้อขายยาเสพติดได้ขยายตัวเข้าสู่ตลาดออนไลน์ โดยผู้ค้าอาศัยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ในการเปิดบัญชีอวตารเพื่อโฆษณาขายยา และมักทิ้งช่องทางติดต่อส่วนตัว เช่น LINE ID ไว้เพื่อใช้ในการสื่อสารและปิดการขาย&nbsp;</p>



<p>จากรายงานการตลาดและการขายยาเสพติดบนโลกอินเทอร์เน็ต ปี พ.ศ. 2568 ของ กนิษฐา ไทยกล้า ซึ่งสำรวจข้อมูลที่ได้จากการเฝ้าระวังผู้ขายยาเสพติดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ในประเทศไทย ระหว่าง ม.ค.-ส.ค. 2568 จำนวน 2,103 บัญชีผู้ขาย และโพสต์ 7,112 โพสต์ โดย 60.1% เป็นผู้ขายยาเสพติด ตามด้วยพืชในกำกับควบคุมพิเศษ เช่น กัญชาและใบกระท่อม 19.2% ผู้ขายยาเสพติดและยารักษาโรคแบบผิดแผน 7.9% และผู้ขายยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้า 5.5%</p>



<p>โดยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีการโพสต์ขายสารเสพติดทุกประเภท (พืชควบคุมพิเศษ, ยารักษาโรคแบบผิดแผน, ยาเสพติด, ยาเสพติดบุหรี่ไฟฟ้า และยาเสพติดและยารักษาโรคแบบผิดแผน) มากที่สุด คือ X 1,428 บัญชี คิดเป็น 67.9% ตามด้วย Facebook 414 บัญชี คิดเป็น 19.7% LINE 112 บัญชี คิดเป็น 5.3% Instagram 78 บัญชี คิดเป็น 3.7% และ Tiktok 43 บัญชี คิดเป็น 2%&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้หากแบ่งเป็นเฉพาะผู้ที่ขายยาเสพติด จะพบมากใน X 78.1% ตามด้วย Facebook 11.8% ส่วนผู้ขายพืชควบคุมพิเศษ จะพบมากที่สุดใน Facebook 49.9% ตามด้วย X 31.8% นอกจากนี้ผู้ขายส่วนใหญ่เป็นบัญชีเก่า 58.3% และบัญชีที่ถูกปิดแล้วกลับมาเปิดใหม่ 7.3% มีรายใหม่ 34.4% โดยผู้ขาย 59.5% จะเปิดเผย LINE ID หรือเบอร์ติดต่อ เพื่อความสะดวกในการติดต่อและปิดการขาย โดยการตั้งโพสต์ขายยาเสพติดส่วนใหญ่จะแสดงเป็นภาพนิ่งของยาเสพติดหรืออุปกรณ์ ตามด้วยใช้สัญลักษณ์อิโมจิแทนชนิดของยาเสพติดและคลิปวิดีโอ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ในการโพสต์ขายยาบ้าจะแสดงภาพยาจำนวนมาก ระบุว่าพร้อมขาย และบอกแหล่งที่มา ขณะที่พืชในกำกับควบคุมพิเศษอย่างกัญชาและใบกระท่อม พบการโพสต์ขายกัญชาแห้งอัดแท่ง ช่อดอกกัญชาแบบแห้ง กัญชาพันลำ พอตกัญชา ดอกป๊อป คีฟกัญชา ใบทริมกัญชา ผลิตภัณฑ์ขนม เช่น บราวนี่กัญชา คุกกี้กัญชา ใบกระท่อม และน้ำต้มใบกระท่อมในลักษณะพร้อมดื่ม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-9-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6976" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-9-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-9-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-9-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-9.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>ส่วนกัญชานั้นเริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้นจากนโยบายปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดในช่วงการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2562 นำไปสู่การประกาศให้กัญชาออกจากบัญชียาเสพติด เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ทำให้กัญชาเป็นของถูกกฎหมายและเกิดธุรกิจเกี่ยวกับกัญชาทั่วประเทศ</p>



<p>จากข้อมูลของ <a href="http://weed.th">WEED.TH</a> ได้รวบรวมจำนวนร้านกัญชาในไทย ณ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 พบว่าประเทศไทยมีร้านกัญชาสูงถึง 10,821 ร้าน โดยจังหวัดที่มีร้านกัญชามากที่สุดคือ กรุงเทพฯ 2,022 ร้าน ตามด้วย ชลบุรี 1,014 ร้าน ภูเก็ต 1,010 ร้าน สุราษฎร์ธานี 666 ร้าน และเชียงใหม่ 609 ร้าน&nbsp;</p>



<p>จากบทความ<a href="https://tdri.or.th/2024/06/cannabis-economic-study/">กัญชาในมิติเศรษฐกิจ</a> ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่าลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกัญชาในไทยเป็นชาวต่างชาติถึง 90% จะเห็นได้ว่า ร้านกัญชาจำนวนมากกระจุกตัวในพื้นที่ท่องเที่ยวและมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นลูกค้าหลัก ในขณะที่การปลดล็อกกัญชาได้สร้างงานสร้างอาชีพ ทำให้ตลาดของกัญชามีมูลค่าสูงถึง 3.5 พันล้านบาท</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การปลดล็อกกัญชาทำให้การใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการเพิ่มขึ้น ทำให้มีผู้ป่วยจากการใช้กัญชาเพิ่มมากขึ้น จากรายงาน <a href="https://www.unodc.org/roseap/uploads/documents/Publications/2025/Synthetic_Drugs_in_East_and_Southeast_Asia_2025.pdf">Synthetic Drugs in East and Southeast Asia</a> ของ United Nations Office on Drugs and Crime (UNODC) ระบุว่า ในปี 2567 พบคนไทยใช้กัญชาสูงถึง 1.5 ล้านคน และมีผู้ต้องเข้ารับการบำบัดจากการใช้กัญชา 7,500 คน&nbsp;</p>



<p>เมื่อวันที่ <a href="https://www.bbc.com/thai/articles/cdezl7lpewjo">25 มิถุนายน 2568</a> กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงฉบับใหม่ โดยให้ ‘ช่อดอกกัญชา’ เป็นสมุนไพรควบคุม เพื่อให้การใช้กัญชามุ่งเน้นไปที่เพื่อการแพทย์มากกว่าการสันทนาการ ผู้ต้องการใช้กัญชาจะต้องมีใบสั่งแพทย์และสามารถใช้ได้ในสถานประกอบการที่มีผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์อยู่ดูแล รวมถึงการจำกัดพื้นที่ห้ามขายกัญชาในบริเวณสถานศึกษา สถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา หอพัก สวนสาธารณะ สวนสัตว์ และสวนสนุก</p>



<p>จากข้อมูลภาพรวมจำนวนคดี-จำนวนคน ปี 2564-2567 ศูนย์ข้อมูลและสถิติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พบว่า มีจำนวนเด็กและเยาวชนที่เคยมีประวัติใช้กัญชาเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่มีการเปิดกัญชาเสรี โดยในปี 2565 มีจำนวนเด็กและเยาวชนที่เคยมีประวัติใช้กัญชา 1,696 คน ขณะที่ปี 2567 มีจำนวนเด็กและเยาวชนที่เคยมีประวัติใช้กัญชา 3,240 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ถึง 91.04%<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-11-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-6978" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-11-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-11-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-11-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-11-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-11-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-11-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-11-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-11.png 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ไม่เพียงแค่นั้น กระท่อมยังเป็นยาเสพติดอีกชนิดที่ได้ปลดล็อกพร้อมกับกัญชาในปี 2565 ทำให้สามารถใช้และจำหน่วยได้โดยไม่ผิดกฎหมาย โดยต้นกระท่อมที่ขายในไทยส่วนใหญ่ มี 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ กระท่อมก้านแดง กระท่อมก้านใบสีเขียว (พันธุ์แตงกวา) และกระท่อมยักษ์ใหญ่ (หางกั้ง) โดยราคาขายมีตั้งแต่แบบใบสด ราคา 14-19 บาทต่อกิโลกรัม เศษใบแห้ง 57 &#8211; 59 บาทต่อกิโลกรัม แบบใบหมัก 61-64 บาทต่อกิโลกรัม และแบบผงบด 95-106 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั่วไปและในออนไลน์</p>



<p>กลุ่มน้ำต้มใบกระท่อมเป็นหนึ่งในวิธีเสพกระท่อมที่ได้รับสารมากที่สุด ซึ่งพบว่ามีการวางขายน้ำต้มใบกระท่อมได้ทั่วไป รวมถึงขายในช่องทางออนไลน์เช่นเดียวกัน โดยน้ำกระท่อมดิบมีราคาขายขวดละ 35 &#8211; 60 บาท และน้ำกระท่อมผสมราคาขวดละ 60-120 บาท&nbsp; อย่างไรก็ตาม น้ำต้มใบกระท่อมถูกกฎหมายเฉพาะกรณีต้มเพื่อบริโภคเอง แต่การต้มเพื่อจำหน่ายยังถือว่าผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มีโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 2 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 &#8211; 20,000 บาท</p>



<p>อีกทั้งยังมีสูตรน้ำต้มใบกระท่อม หรือ 4X100 เป็นการนำมาผสมกับชานม น้ำอัดลม หรือนำไปผสมกับยาแก้ไอหรือแก้แพ้ชนิดน้ำที่มีสารคลอเฟนิรามีน มาลีเอท (Chlorpheniramine Maleate) ที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท จากรายงานการบริโภคน้ำกระท่อมที่มีส่วนผสมต่างๆ ในกลุ่มเยาวชนชายภาคใต้ โดย วิภา ด่านธํารงกูล และ สมปอง สิมมา จากวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอนุกูล รักษ์ธรรมเสมอ สํารวย วรเตชะคงคา และสุภาพร สวัสดิชัย จากสํานักงานยุทธศาสตร์ สํานักงาน ป.ป.ส. กล่าวถึงส่วนผสมน้ำต้มใบกระท่อมในกลุ่มเด็กและเยาวชนว่า ส่วนผสมที่นำมาทำน้ำกระท่อมเพื่อการบริโภค จำแนกออกเป็น 3 กลุ่ม 1. ยาที่ถูกกฎหมายหรือมีการควบคุมในการจำหน่าย ได้แก่ ยาแก้ไอ ยากล่อมประสาท เหล้าแห้ง ยาแก้อักเสบ 2. เครื่องดื่มประเภทต่างๆ ได้แก่ น้ำอักลม น้ำส้ม กาแฟ และชา และ 3. สารอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ได้แก่ ผงสีขาวในหลอดไฟฟลออเรสเซ้นต์ ยากันยุง</p>



<p>การเพิ่มส่วนผสมในน้ำกระท่อม เพื่อทำให้น้ำกระท่อมมีรสชาติหวานๆ ขมๆ ตามความพึงพอใจของผู้ดื่ม และช่วยกระตุ้นอาการมึนเมา เคลิบเคลิ้ม เพลิดเพลิน และช่วยให้หลับง่าย นอกจากนี้ การต้มน้ำกระท่อมในกลุ่มเด็กและเยาวชนมีความพยายามปรับเปลี่ยนและแสวงหาส่วนผสมใหม่ เช่น ข่าวกลุ่มวัยรุ่นทำน้ำกระท่อมสูตรตายโหงหรืออวตาร โดยเอา<a href="https://mgronline.com/south/detail/9530000012086">ขี้เถ้าเผาศพ</a>มาผสม เพราะเชื่อว่าจะทำให้ร่างกายแข็งแรง และแคล้วคลาดปลอดภัย</p>



<p>นอกจากนี้จากวิทยานิพนธ์เรื่อง ‘ความคิดอัตโนมัติในวัยรุ่นชายที่ดื่มน้ำใบกระท่อม’ โดยนิศาลักษณ์ รัตนะ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ศึกษาความถี่ในการดื่มน้ําใบกระท่อมของวัยรุ่นชายพบว่า จากกลุ่มตัวอย่างของวัยรุ่นจำนวน 127 คน ส่วนใหญ่ดื่มน้ำกระท่อม 1-2 ครั้งต่อวันมากที่สุด จํานวน 77 คน คิดเป็น 60.63% โดยแต่ละครั้งจะดื่มน้ำใบกระท่อมครั้งละ 1-2 แก้ว จํานวน 71 คน คิดเป็น 55.91% นอกจากนี้ในการต้มน้ำกระท่อมจะใช้ใบกระท่อมเฉลี่ย 1-5 ใบ จํานวน 61 คน คิดเป็น 48.03% และมีการใส่ยาแก้ไอผสมในน้ำกระท่อมจํานวน 46 คน คิดเป็น 36.22%&nbsp;</p>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าเด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงกระท่อมได้ง่าย ไปจนถึงการต้มน้ำกระท่อมเองที่มีการใส่ส่วนผสมเพิ่มเติม เช่น ยาแก้ไอ เพื่อเพิ่มรสชาติและฤทธิ์ยา โดยปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขออกประกาศห้ามขายกระท่อมในรัศมี 1,000 เมตรจากสถานศึกษา และห้ามตั้งจุดขายแบบหาบเร่ แผงลอย โดยสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ทำปฏิบัติการเชิงรุกในการจัดระเบียบการขายกระท่อมรอบบริเวณสถานศึกษา และทลายแหล่งผลิตน้ำกระท่อม เพื่อลดการเข้าถึงกระท่อมในกลุ่มเด็กและเยาวชน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">เยาวชนที่ติดยาเสพติดมีทางเลือกอะไรบ้าง?&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-12-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6979" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-12-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-12-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-12-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-12.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>ประเทศไทยประกาศใช้พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 เปลี่ยนผู้เสพยาเสพติดเป็นผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการบำบัดรักษาได้ โดยไม่มีความผิดตามเงื่อนไขของกฎหมาย เพิ่มช่องทางให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการบำบัดรักษาได้โดยไม่ต้องถูกดำเนินคดี และแก้ปัญหานักโทษล้นคุก จากปัญหานักโทษคดียาเสพติดที่เพิ่มสูงขึ้น การเข้ารับการบำบัดยาเสพติดจึงเป็นอีกทางเลือกในการคืนผู้เสพกลับสู่สังคม</p>



<p>ทางเลือกการเข้ารับการบำบัดรักษาแบ่งออกเป็น 2 กรณี ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>การเข้ารับการบำบัดรักษาโดยสมัครใจ</li>
</ol>



<p>ผู้ที่มีปัญหายาเสพติดสามารถเข้ารับการบำบัดรักษาแบบสมัครใจได้โดยไม่ถูกดำเนินคดี ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ม.113 และ ม.114 ทั้ง 2 มาตรามีความแตกต่างดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>มาตรา 113 กรณีผู้เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เช่น ยาบ้า ยาอี ยาเลิฟ เฮโรอีน แอลเอสดี และแอมเฟตามีน) ประเภทที่ 2 (เช่น ฝิ่น มอร์ฟีน โคเคน โคดาอีน และเมทาโดน) และประเภทที่ 5 (กัญชา กระท่อม และเห็ดขี้ควาย) ขอเข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลยาเสพติดโดยสมัครใจ ก่อนที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะตรวจพบ<br></li>



<li>มาตรา 114 กรณีผู้เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เช่น ยาบ้า ยาอี ยาเลิฟ เฮโรอีน แอลเอสดี และแอมเฟตามีน) ประเภทที่ 2 (เช่น ฝิ่น มอร์ฟีน โคเคน โคดาอีน และเมทาโดน) และประเภทที่ 5 (กัญชา กระท่อม และเห็ดขี้ควาย) ถูกเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตรวจพบ และไม่ปรากฏว่าเป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดที่มีโทษต้องจำคุกหรืออยู่ระหว่างรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาล โดยไม่มีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นหรือสังคม หากผู้เสพสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา เจ้าหน้าที่สามารถส่งตัวผู้เสพที่สถานพยาบาลยาเสพติดหรือศูนย์คัดกรอง</li>
</ul>



<p>ทั้ง 2 มาตรา หากผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดรักษาครบโปรแกรม และได้รับหนังสือรับรองว่าผ่านการบำบัดรักษา ผู้นั้นถือว่าไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมาย</p>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>การเข้ารับการบำบัดรักษาตามคำสั่งศาล</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>มาตรา 166 กรณีที่ศาลพิพากษาว่าผู้เสพไม่ได้เป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดอื่นที่มีโทษจำคุกหรืออยู่ระหว่างรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาล ศาลจะพิจารณาคดีเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามประมวลกฎหมายอาญามาใช้แทนการลงโทษ ตามระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>มาตรา 168 กรณีที่ศาลพิพากษาว่าผู้เสพไม่ได้เป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดอื่นที่มีโทษจำคุกหรืออยู่ระหว่างรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาล หากศาลมองว่าไม่สมควรลงโทษผู้ต้องหา และผู้ต้องหาสำนึกในการกระทำโดยเข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติด ศาลจะส่งตัวผู้ต้องหาไปสถานพยาบาลยาเสพติดเพื่อเข้ารับการบำบัดรักษาต่อไป</li>
</ul>



<p><strong>การคัดกรองผู้ป่วยยาเสพติด</strong></p>



<p>ก่อนที่ผู้ป่วยยาเสพติดจะเข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดเข้าสถานพยาบาลยาเสพติดและศูนย์คัดกรองยาเสพติด ผู้ป่วยยาเสพติดจำเป็นต้องถูกคัดกรองประเภทของผู้ป่วยโดยศูนย์คัดกรองยาเสพติดที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อคัดกรองผู้ป่วยยาเสพติด โดยการประเมินจะประกอบไปด้วย&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย เป็นขั้นตอนการตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายเบื้องต้นของผู้ป่วย สามารถใช้ผลตรวจของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ฝ่ายปกครองหรือตำรวจได้ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างแรงจูงใจในการบำบัดและวางแผนการดูแลช่วยเหลือ</li>



<li>การคัดกรองและประเมินความรุนแรงของการติดยาเสพติดและภาวะความเสี่ยงทางสุขภาพกายหรือสุขภาพใจ เป็นขั้นตอนการคัดกรองตามระเบียบคณะกรรมการบำบัดรักษายาเสพติดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด เพื่อแยกระดับความรุนแรงของผู้ป่วยยาเสพติดผ่านการประเมิน ดังนี้</li>
</ul>



<ol class="wp-block-list">
<li>แบบคัดกรองและส่งต่อผู้ป่วยที่ใช้ยาเสพติดเพื่อรับการบำบัดรักษาต่อไป กระทรวงสาธารณสุข (บคก. กสธ.) V.2 เป็นแบบประเมินว่าผู้ป่วยยาเสพติดเป็นกลุ่มผู้ป่วยประเภทไหน ได้แก่ ผู้ใช้ ผู้เสพ และผู้ติด เพื่อจำแนกและออกแบบแนวทางการช่วยเหลือให้กับผู้ป่วยยาเสพติด</li>



<li>การประเมินพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง (Overt Aggression Scale: OAS) เป็นการแยกระดับความก้าวร้าวรุนแรงของผู้ป่วยยาเสพติด สามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>กลุ่มสีแดง เป็นผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตเวชอย่างรุนแรง</li>



<li>กลุ่มสีส้ม เป็นผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตเวชร่วมด้วยอยู่ในระยะกำเริบ และมี 5 สัญญาณเตือน ได้แก่ ไม่หลับไม่นอน เดินไปเดินมา พูดคนเดียว มีอาการหงุดหงิดฉุนเฉียว และเที่ยวหวาดระแวง</li>



<li>กลุ่มสีเหลือง เป็นผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตเวชร่วมด้วย แต่อยู่ในอาการสงบ</li>



<li>กลุ่มสีเขียว เป็นผู้ป่วยยาเสพติดที่ไม่มีอาการทางจิตเวชร่วมด้วย</li>
</ul>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>การให้คำแนะนำแบบสั้น (Brief Advice: BA) และการบำบัดแบบสั้น (Brief Intervention: BI)</li>
</ol>



<p>จากรายงานการจำแนกตามแบบคัดกรอง ระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.) กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปี 2567 มีการคัดกรองผู้ป่วยเพื่อเข้ารับการบำบัด จำนวน 238,069 คน โดยเป็นเด็กและเยาวชน อายุต่ำกว่า 19 ปี จำนวน 16,180 คน หากแยกตามการประเมินพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง (OAS) พบว่าเป็นผู้ป่วยยาเสพติดกลุ่มสีเขียว จำนวน 13,853 คน คิดเป็น 85.94% กลุ่มสีเหลือง จำนวน 263 คน คิดเป็น 1.63% กลุ่มสีส้ม จำนวน 584 คน คิดเป็น 3.62% และกลุ่มสีแดง 1,420 คน คิดเป็น 8.81%</p>



<p>ในขณะที่ข้อมูลการจำแนกเด็กและเยาวชนผู้ใช้ยาเสพติดที่เข้ารับการบำบัด พบว่า เป็นผู้ใช้ จำนวน 1,693 คน คิดเป็น 10.46% ผู้เสพ จำนวน 11,291 คน คิดเป็น 69.79% และผู้ติด จำนวน 3,194 คน คิดเป็น 19.74%</p>



<p>หมายเหตุ : ใช้ข้อมูลจากระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.) กระทรวงสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าตัวเลขรวมของแต่ละประเภทรวมได้ไม่เท่ากัน</p>



<p><strong>การเข้ารับการบำบัด</strong></p>



<p>หลังการคัดกรองและแบ่งกลุ่มผู้ป่วยยาเสพติดแล้ว จะดำเนินการส่งผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดรักษาภายใต้กระบวนการ 2 รูปแบบ ได้แก่ การบำบัดรักษาทางการแพทย์ (Medical treatment) และการบำบัดฟื้นฟูทางสังคม (Social treatment) ในการบำบัดรักษาจะแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 4 กลุ่มตามการประเมิน OAS ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ผู้ป่วยกลุ่มสีแดง กลุ่มผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการจิตเวชร่วมด้วยและมีอาการคลุ้มคลั่ง จะส่งไปเข้ารับการบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช สังกัดกรมสุขภาพจิต โรงพยาบาลธัญญารักษ์ สังกัดกรมการแพทย์ โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วไป สังกัดกระทรวงสาธารณสุข</li>



<li>ผู้ป่วยกลุ่มสีส้ม กลุ่มผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตเวชร่วมด้วยอยู่ในระยะกำเริบ และมี 5 สัญญาณเตือน ได้แก่ ไม่หลับไม่นอน เดินไปเดินมา พูดคนเดียว มีอาการหงุดหงิดฉุนเฉียว และเที่ยวหวาดระแวง จะส่งตัวไปเข้ารับการบำบัดรักษาที่สถานพยาบาลยาเสพติดที่เปิดบริการ มินิธัญญารักษ์ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป สังกัดกระทรวงสาธารณสุข</li>



<li>ผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง กลุ่มผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตเวชร่วมด้วย แต่อยู่ในอาการสงบ จะส่งไปบำบัดรักษาที่สถานพยาบาลยาเสพติด โรงพยาบาลชุมชน</li>



<li>ผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว กลุ่มผู้ป่วยยาเสพติดที่ไม่มีอาการทางจิตเวชร่วมด้วย จะส่งไปบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน (CBTx) ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลชุมชน สังกัดกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย</li>
</ol>



<p>ในขณะที่การบำบัดฟื้นฟูสภาพทางสังคม (Social treatment) เป็นการบำบัดเพื่อปรับเปลี่ยนแนวพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องให้กลับสู่สภาพปกติ โดยจะมีการพัฒนาศักยภาพให้กับผู้ป่วยและครอบครัว ให้ความช่วยเหลือทางสังคม ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือสวัสดิการต่างๆ เช่น การศึกษา อาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือตัวเองให้อยู่ในครอบครัวและสังคมได้ปกติ โดยอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด สังกัดกรมการปกครอง ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม สังกัดกระทรวงมหาดไทย โดยการบำบัดฟื้นฟูสภาพทางสังคมเป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วยยาเสพติดที่มีความประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือทางสังคม</p>



<p><strong>การติดตามผลการบำบัด</strong></p>



<p>ในระหว่างกระบวนการบำบัดยาเสพติด จะมีการติดตามผลการบำบัดของผู้ป่วย เพื่อติดตามผลการรักษา พัฒนาการและการฟื้นฟูของผู้ป่วยให้สามารถกลับไปดำรงชีวิตในสังคมได้และป้องกันไม่ให้กลับไปใช้ยาเสพติดอีก โดยจะมีระยะเวลาในการประเมินเฉลี่ย 3 เดือน ถึง 1 ปี หรือขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ตามความเหมาะสม โดยในการติดตามผลการบำบัดอยู่ในความรับผิดชอบของสถานพยาบาลยาเสพติด สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม สังกัดกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่ายนอกกระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับขึ้นทะเบียนตามระเบียบหรือประกาศกระทรวงสาธารณสุข</p>



<p>เมื่อสิ้นสุดขั้นตอนการเข้ารับการบำบัด ผู้เข้ารับการบำบัดครบตามกระบวนการจะได้รับการรับรองผ่านการบำบัดยาเสพติด และจะไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด อย่างไรก็ตาม หากการบำบัดไม่สำเร็จจะมีการบันทึกประวัติพฤติการณ์ของผู้ป่วยในการพิจารณาการบำบัดครั้งต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บำบัด มาตรา 168 และ มาตรา 166 หากไม่ให้ความร่วมมือในการบำบัด ศาลจะยกคดีขึ้นมาพิจารณาต่อไป โดยที่คำสั่งศาลเป็นที่สุด</p>



<p>จากรายงานการจำแนกตามแบบคัดกรอง ระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.) กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุต่ำกว่า 19 ปี ที่เข้ารับการบำบัดยาเสพติด มีผู้เข้ารับการบำบัดครบโปรแกรมการบำบัด จำนวน 13,781 คน คิดเป็น 90.07% ในขณะที่มีผู้ที่เข้ารับการบำบัดไม่ครบโปรแกรม จำนวน 1,519 คน คิดเป็น 9.93%&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ทรัพยากรสาธารสุขจะเพียงพอในการรองรับผู้ป่วยยาเสพติดไหม?&nbsp;</h3>



<p>การเปิดช่องทางให้ผู้ป่วยยาเสพติดสามารถเข้ารับการบำบัดผ่านระบบสมัครใจเป็นหนึ่งในทางออกในการแก้ปัญหาเพื่อคืนผู้ป่วยยาเสพติดกลับสู่สังคมและลดปัญหานักโทษล้นคุก เมื่อนำข้อมูลจาก<a href="http://www.correct.go.th/rt103pdf/report_index.php?report=drug">รายงานสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์คดี พ.ร.บ. ยาเสพติดทั่วประเทศ</a> กรมราชทัณฑ์ มาเทียบกับจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด จากระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.) พบว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปี 2564 มีผู้ต้องขังคดียาเสพติด 231,362 คน และมีผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด 130,108 คน</li>



<li>ปี 2565 มีผู้ต้องขังคดียาเสพติด 207,085 คน และมีผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด 114,549 คน</li>



<li>ปี 2566 มีผู้ต้องขังคดียาเสพติด 205,127 คน และมีผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด 197,023 คน</li>



<li>ปี 2567 มีผู้ต้องขังคดียาเสพติด 201,621 คน และมีผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด 215,995 คน</li>
</ul>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ต้องขังคดียาเสพติดลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยในปี 2564 มีผู้ต้องขัง 231,362 คน แต่ในปี 2567 ลดลงเหลือ 201,621 คน ในขณะที่จำนวนผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติดเพิ่มขึ้น โดยในปี 2564 มีผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด 130,108 คน แต่ในปี 2567 เพิ่มขึ้น 215,995 คน ส่วนหนึ่งมาจากการปรับโครงสร้างการเข้ารับการบำบัดให้ผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดโดยสมัครใจ อย่างไรก็ตามในช่วงปีเดียวกันก็มีการนำกัญชา กัญชง และกระท่อม ออกจากบัญชียาเสพติดด้วย ทำให้มีผลต่อการลดลงของจำนวนผู้ต้องขังคดียาเสพติด และการเพิ่มขึ้นของผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด&nbsp;</p>



<p>สิ่งที่ต้องคำนึงคือความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยยาเสพติดของระบบสาธารณสุข โดยในรายงานแนวทางการดำเนินงานการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด (ฉบับปรับปรุง) กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าศักยภาพในการรองรับการบำบัดผู้ป่วยยาเสพติดสามารถรองรับได้มากถึง 250,000 รายต่อปี แต่เมื่อดูจำนวนผู้ป่วยยาเสพติดที่เข้ารับการบำบัดในปี 2567 พบว่ามีผู้ป่วยยาเสพติดเข้ารับการบำบัด จำนวน 215,995 คน และในปี 2568 กลับมีมากถึง 263,409 คน ซึ่งมากกว่าการรองรับของระบบสาธารณสุข<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-13-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-6980" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-13-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-13-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-13-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-13-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-13-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-13-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-13-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-13.png 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อพิจารณาข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุข จากรายงานข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุข ประจำปี 2567 เพื่อสำรวจจำนวนจิตแพทย์ และนักจิตวิทยา และจำนวนเตียงจิตเวช จากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเทศไทยมีจำนวนจิตแพทย์ 961 คน คิดเป็นสัดส่วนผู้ป่วยยาเสพติดต่อจิตแพทย์ 224.76 คนต่อจิตแพทย์ 1 คน มีนักจิตวิทยา 849 คน คิดเป็นสัดส่วนผู้ป่วยยาเสพติดต่อนักจิตวิทยา 254.41 คนต่อนักจิตวิทยา 1 คน และเตียงจิตเวช 6,001 เตียง คิดเป็นสัดส่วนผู้ป่วยยาเสพติดต่อเตียงจิตเวช 35.99 คนต่อเตียง นอกจากนี้ยังพบว่าในจำนวนจิตแพทย์ดังกล่าว มีแพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์การเสพติด (Addiction Psychiatry) เพียง 3 คนเท่านั้น โดยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ 2 คน และเชียงใหม่ 1 คน</p>



<p>ในขณะที่ข้อมูลจำนวนสถานพยาบาลยาเสพติดและสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดของสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ปัจุบันมีสถานพยาบาลยาเสพติด 1,086 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนผู้ป่วยยาเสพติด 198.89 คนต่อสถานพยาบาลยาเสพติด และมีสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด 340 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนผู้ป่วยยาเสพติด 635.28 คนต่อสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด&nbsp;</p>



<p>จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า จำนวนผู้เข้ารับบำบัดยาเสพติดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการเปิดระบบสมัครใจเข้ารับการบำบัด แต่เมื่อเทียบกับทรัพยากรสาธารณสุขด้านจิตเวชที่รองรับผู้เข้ารับการบำบัดกลับพบว่าอาจเป็นการเพิ่มภาระทางสาธารณสุข เนื่องจากมีบุคลากรและทรัพยากรที่ไม่เพียงพอ ซึ่งในกรณีนี้ยังไม่รวมกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชในระบบสาธารณสุข ปี 2567 ที่มีมากถึง 1,441,466 คน ที่ระบบสาธารณสุขต้องรองรับ ภาครัฐอาจต้องมีมาตรการในการจัดการทั้งในการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์และทรัพยากรทางสาธารณสุขเพื่อรองรับการบำบัดผู้ป่วยยาเสพติด</p>



<h3 class="wp-block-heading">สสส. ทำอะไรบ้าง&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/13-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-7014" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/13-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/13-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/13-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/13-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/13-1-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/13-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/13-1-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/13-1.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>สสส. สนับสนุนให้มีการจัดตั้ง ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนางานวิชาการสารเสพติด ดำเนินงานโดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีบทบาทสำคัญในการรวบรวมองค์ความรู้ ผลักดันเชิงนโยบาย และเป็นแหล่งฐานข้อมูลที่ทันต่อ สถานการณ์ ทำงานเชื่อมโยงกับปัญหาสุราและยาสูบ ซึ่งเป็นสารเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประเทศ เพื่อเป้าหมายลดผลกระทบด้านสุขภาพและสังคม เพิ่มความเข้าใจในสังคม และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน</p>



<p>แม้จะมีข้อจำกัดด้านเศรษฐศาสตร์ แต่ที่ผ่านมาศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) ได้พัฒนาผลงานวิชาการด้านสารเสพติดที่สามารถตอบสนองและชี้นำนโยบายได้อย่างทันท่วงที ร่วมกับหน่วยงานวิจัยภายนอก เช่น สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) จนเกิดผลงานสำคัญ ได้แก่ การศึกษาผลกระทบจากนโยบายกัญชา การสำรวจพฤติกรรม และทัศนคติการใช้กัญชาและสารเสพติดทั่วประเทศ การตรวจวัดปริมาณสาร THC ในเครื่องดื่มกัญชา และการศึกษาความเป็นธรรมทางสุขภาพจากการจำหน่ายกัญชา ผลงานเหล่านี้ถูกนำเสนอในเวทีวิชาการและขยายผลสู่การประชุมระดับชาติที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จัดขึ้น จนนำไปสู่การพิจารณานโยบายด้านการควบคุมปัญหายาเสพติดและกัญชาในเวลาต่อมา</p>



<p>นอกจากนี้ ศศก. ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่กระทรวงสาธารณสุขและสมาคมจิตแพทย์ฯ ใช้ประกอบการนำเสนอเชิงนโยบายต่อคณะรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ขอข้อมูลจาก ศศก. โดยตรง แสดงให้เห็นถึงการนำผลงานวิชาการไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายอย่างแท้จริง สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจาก ศกก. ติดต่อ: <a href="https://www.facebook.com/cads.in.th">https://www.facebook.com/cads.in.th</a></p>



<p>นอกจากนี้ในระยะถัดไป จะมีการเน้นขอบเขตการทำงานในด้านการฟื้นตัวและการเข้าถึงบริการใน ชุมชนเพื่อให้มีผลกระทบทางบวกในเชิงการป้องกันปัญหาการเสพติดในชุมชน ผ่านกลไกชุมชนล้อมรักษ์ (CBTx) ซี่งเป็นโครงการมุ่งแก้ปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร โดยการดำเนินงาน 4 ด้าน 1.ป้องกัน 2.เฝ้าระวัง 3.บำบัดฟื้นฟู 4.ช่วยเหลือผู้ที่ผ่านการฟื้นฟูให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ โดยมีหลักการใช้ “ชุมชนเป็นฐาน” (Community-based) เนื่องจากชุมชนเป็นผู้ที่เข้าใจต้นตอของปัญหายาเสพติด&nbsp;</p>



<p>กระบวนการ CBTx เป็นการขับเคลื่อนการทำงานเชื่อมกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบจากทุกภาคส่วน ประกอบด้วย ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ และภาคประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบโดยชุมชนเป็นฐาน มีเป้าหมายสำคัญคือ 1. พัฒนาอำเภอให้เป็นต้นแบบดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดระดับพื้นที่ 2. พัฒนารูปแบบการขยายผลการดำเนินงานไปยังพื้นที่อื่น ๆ เพื่อนำไปสู่การสร้างเครือข่ายการบำบัดรักษาผู้ป่วย บำบัดฟื้นฟูในชุมชน 3. ค้นหารูปแบบการฟื้นฟูหรือบำบัดผู้ป่วยในชุมชน และเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายในพื้นที่ให้สามารถใช้กระบวนการ CBTx ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 4. พัฒนากลไกการสื่อสารและขับเคลื่อนงานไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้แนวทางการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติดในชุมชนเป็นมาตรฐานเดียวกัน</p>



<p>จากการดำเนินงานขับเคลื่อนงานป้องกันยาเสพติดมาตั้งแต่ปี 2558 ปัจจุบันมีพื้นที่ต้นแบบปลอดภัยจากยาเสพติด 29 พื้นที่ทั่วประเทศ มีเครือข่ายภาคประชาชนขับเคลื่อนงานสร้างพื้นที่ปลอดภัยป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 12,942 คน ในพื้นที่ 4,022 หมู่บ้าน/ชุมชน มีแกนนำเครือข่ายที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง 282 คน</p>



<p>รายการชุดความรู้ คู่มือสำหรับพ่อแม่ ครู ผู้ปกครอง เพื่อการลดอันตรายจากสารเสพติด โดยภาคีเครือข่ายภายใต้การสนับสนุนของ สสส.</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="353" height="502" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-14.png" alt="" class="wp-image-6982" style="width:199px;height:auto" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-14.png 353w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-14-211x300.png 211w" sizes="(max-width: 353px) 100vw, 353px" /></figure>
</div>


<p><strong>คู่มือครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง ชุมชนร่วมฟื้น คืนคนสู่สังคมที่ดี</strong></p>



<p>ดาวน์โหลด: <a href="https://dmh-elibrary.org/items/show/2062">https://dmh-elibrary.org/items/show/2062</a></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="591" height="839" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-15.png" alt="" class="wp-image-6983" style="aspect-ratio:0.7044109063620445;width:198px;height:auto" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-15.png 591w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-15-211x300.png 211w" sizes="(max-width: 591px) 100vw, 591px" /></figure>
</div>


<p><strong>การป้องกันการใช้สารเสพติดในเด็กและวัยรุ่น&nbsp;</strong></p>



<p>โดย National Institute on Drug Abuse (NIDA)</p>



<p>ดาวน์โหลด: <a href="https://dmh-elibrary.org/items/show/1214">https://dmh-elibrary.org/items/show/1214</a></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="363" height="360" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image.jpeg" alt="" class="wp-image-6981" style="width:213px;height:auto" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image.jpeg 363w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-300x298.jpeg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-150x150.jpeg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-100x100.jpeg 100w" sizes="(max-width: 363px) 100vw, 363px" /></figure>
</div>


<p><strong>ELDA เกมเสริมทักษะความรู้เรื่องสารเสพติด</strong></p>



<p>โดย หน่วยสารเสพติด สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยชียงใหม่สถานศึกษาติดต่อขอรับที่ ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด <a href="https://www.facebook.com/cads.in.th/">https://www.facebook.com/cads.in.th/</a><br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="538" height="775" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/image.png" alt="" class="wp-image-6997" style="aspect-ratio:0.6942067265363621;width:180px;height:auto" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/image.png 538w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/image-208x300.png 208w" sizes="(max-width: 538px) 100vw, 538px" /></figure>
</div>


<p><strong>คู่มือการดูแลตัวเองเพื่อลด ละ เลิกสารเสพติด</strong><br>โดย องค์การอนามัยโลก ค.ศ.2010 ร่วมกับแผนงานพัฒนาระบบการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา (ผรส.)<br>ดาวน์โหลด: <a href="https://iris.who.int/bitstream/handle/10665/44322/9789241599405_tha.pdf">https://iris.who.int/bitstream/handle/10665/44322/9789241599405_tha.pdf</a></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="536" height="767" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/image-1.png" alt="" class="wp-image-6998" style="width:181px;height:auto" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/image-1.png 536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/image-1-210x300.png 210w" sizes="(max-width: 536px) 100vw, 536px" /></figure>
</div>


<p><strong>คู่มือการจัดโปรแกรมฝึกอบรมทักษะครอบครัว เพื่อป้องกันปัญหาสารเสพติด</strong></p>



<p>โดย สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC)</p>



<p>ดาวน์โหลด: <a href="https://dol.thaihealth.or.th/File/media/7c26da13-5054-46a5-aaa8-a0c93fe442e4.pdf">https://dol.thaihealth.or.th/File/media/7c26da13-5054-46a5-aaa8-a0c93fe442e4.pdf</a></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="589" height="825" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-18.png" alt="" class="wp-image-6987" style="width:191px;height:auto" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-18.png 589w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-18-214x300.png 214w" sizes="(max-width: 589px) 100vw, 589px" /></figure>
</div>


<p><strong>กัญชา กับการควบคุมตามกฎหมาย</strong></p>



<p>โดย ศูนย์วิชาการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ (คคส.) คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยดาวน์โหลด: <a href="https://www.thaihealthconsumer.org/wp-content/uploads/2021/12/book01.pdf">https://www.thaihealthconsumer.org/wp-content/uploads/2021/12/book01.pdf</a></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="533" height="737" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-17.png" alt="" class="wp-image-6986" style="width:193px;height:auto" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-17.png 533w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/12/image-17-217x300.png 217w" sizes="(max-width: 533px) 100vw, 533px" /></figure>
</div>


<p><strong>มารู้จัก &#8220;กระท่อม&#8221; สมุนไพรที่ถูกห้ามใช้เกือบศษวรรษ</strong></p>



<p>โดย ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยาดาวน์โหลด: <a href="https://www.thaidrugwatch.org/download/2565-10_folkdoctor-510_kratom.pdf">https://www.thaidrugwatch.org/download/2565-10_folkdoctor-510_kratom.pdf</a></p>



<p></p>



<p>ที่มา</p>



<p>กองควบคุมวัตถุเสพติด</p>



<p>การลงโทษที่เหมาะสมในกรณีผู้เสพยาเสพติด ปริญญานิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ วิชาเอกกฎหมายอาญาและกระบวนการยุติธรรม มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช</p>



<p><a href="https://data.oncb.go.th/">ข้อมูลเปิดภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบยาเสพติด (ป.ป.ส.)</a></p>



<p>ความคิดอัตโนมัติในวัยรุ่นชายที่ดื่มน้ำใบกระท่อม โดยนิศาลักษณ์ รัตนะ มหาวิทยาลัยมหิดล</p>



<p><a href="https://antidrug.moph.go.th/report/normal">ระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.)</a></p>



<p><a href="https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-report-detail/3865906d6555a8903a8ae3d3e4dc7024">ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข</a></p>



<p>รายงานการตลาดและการขายยาเสพติดบนโลกอินเทอร์เน็ต ปี พ.ศ. 2568 ของ กนิษฐา ไทยกล้า</p>



<p>รายงานการบริโภคน้ำกระท่อมที่มีส่วนผสมต่างๆ ในกลุ่มเยาวชนชายภาคใต้</p>



<p><a href="https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/2025/07/Report-Health-Resource-2024.pdf">รายงานข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุข ประจำปี 2567 กระทรวงสาธารณสุข</a></p>



<p><a href="http://www.correct.go.th/rt103pdf/report_index.php?report=drug">รายงานสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์คดี พ.ร.บ. ยาเสพติดทั่วประเทศ</a></p>



<p><a href="https://ncmc.moph.go.th/home/upload/web_download/wpnrvtv5buow00088.pdf">รายงานแนวทางการดำเนินงานการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด (ฉบับปรับปรุง) กระทรวงสาธารณสุข</a></p>



<p><a href="https://www.ha.pmnidat.go.th/">สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กระทรวงสาธารณสุข</a></p>



<p><a href="https://doc.djop.go.th/public/">ศูนย์ข้อมูลและสถิติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน</a></p>



<p><a href="http://weed.th">WEED.TH</a></p>



<p></p>



<p>ดูข้อมูลที่<a href=" https://rocketmedialab.co/database-teen-drug-abuse"> https://rocketmedialab.co/database-teen-drug-abuse</a></p>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/ebook-teen-drug-abuse/">อ่านเวอร์ชัน E-Book ที่นี่</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/teen-drug-abuse/">ยาบ้า กัญชา กระท่อม : วังวนของเยาวชนกับปัญหายาเสพติด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยาบ้า กัญชา กระท่อม : วังวนของเยาวชนกับปัญหายาเสพติด [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-teen-drug-abuse/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Feb 2026 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxThaiHealth]]></category>
		<category><![CDATA[กระท่อม]]></category>
		<category><![CDATA[ยาบ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยาเสพติด]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=6212</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3616;&#3634 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-teen-drug-abuse/">ยาบ้า กัญชา กระท่อม : วังวนของเยาวชนกับปัญหายาเสพติด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ข้อมูลภาพรวมยาเสพติดในเด็กและเยาวชน ประกอบไปด้วย สถิติคดียาเสพติดและปริมาณของกลาง ข้อมูลประวัติการใช้ยาเสพติดในเยาวชน จำนวนร้านกัญชารายจังหวัด สถิติการเข้ารับการบำบัดยาเสพติของเยาวชน และทรัพยากรสาธารณสุขด้านการบำบัดยาเสพติด</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQtqdG1vkQidTcbc6p0kdpEIb7VA7ZbBBMJAu81vnu6uESeToFzlkGvYf_gmHSPqDLazkUEfDyn-5SA/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1ELiB-02Y5xegA6cgR0Z3a2fwBgLPYDarbnccWRIfQ5Y/edit?usp=sharing">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p>อ่านบทความ  <a href="https://rocketmedialab.co/teen-drug-abuse/">ยาบ้า กัญชา กระท่อม : วังวนของเยาวชนกับปัญหายาเสพติด</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-teen-drug-abuse/">ยาบ้า กัญชา กระท่อม : วังวนของเยาวชนกับปัญหายาเสพติด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยาบ้า กัญชา กระท่อม : วังวนของเยาวชนกับปัญหายาเสพติด [E-Book]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/ebook-teen-drug-abuse/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Feb 2026 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxThaiHealth]]></category>
		<category><![CDATA[กระท่อม]]></category>
		<category><![CDATA[กัญชา]]></category>
		<category><![CDATA[ยาบ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยาเสพติด]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7016</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3604;&#3634;&#3623;&#3609;&#3660;&#3650;&#3627;&#3621 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/ebook-teen-drug-abuse/">ยาบ้า กัญชา กระท่อม : วังวนของเยาวชนกับปัญหายาเสพติด [E-Book]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[

		
		<div id="ep-gutenberg-content-e33d34798fff4a2fbebd2ebbed2ab2c7" class="ep-gutenberg-content   ep-percentage-width   ep-content-protection-disabled ">
			<div class="embedpress-inner-iframe emebedpress-unit-percent ep-doc-e33d34798fff4a2fbebd2ebbed2ab2c7"  style="max-width:100%" id="embedpress-pdf-1771910179309">
				<div >
					<div class="ep-embed-content-wraper"><div class="position-right-wraper gutenberg-pdf-wraper"><iframe title="ebook-teen-drug-abuse" class="embedpress-embed-document-pdf embedpress-pdf-1771910179309" style="width:600px;height:600px; max-width:100%; display: inline-block" src="https://rocketmedialab.co/wp-admin/admin-ajax.php?action=get_viewer&#038;file=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fwp-content%2Fuploads%2F2026%2F02%2Febook-teen-drug-abuse.pdf#key=dGhlbWVNb2RlPWRlZmF1bHQmdG9vbGJhcj10cnVlJnBvc2l0aW9uPXRvcCZwcmVzZW50YXRpb249dHJ1ZSZsYXp5TG9hZD1mYWxzZSZkb3dubG9hZD10cnVlJmNvcHlfdGV4dD10cnVlJmFkZF90ZXh0PXRydWUmZHJhdz1mYWxzZSZkb2Nfcm90YXRpb249dHJ1ZSZhZGRfaW1hZ2U9dHJ1ZSZkb2NfZGV0YWlscz10cnVlJnpvb21faW49dHJ1ZSZ6b29tX291dD10cnVlJmZpdF92aWV3PXRydWUmYm9va21hcms9dHJ1ZSZmbGlwYm9va190b29sYmFyX3Bvc2l0aW9uPWJvdHRvbSZzZWxlY3Rpb25fdG9vbD0wJnNjcm9sbGluZz0tMSZzcHJlYWRzPS0x" frameborder="0" oncontextmenu="return false;"></iframe> <p class="embedpress-el-powered">Powered By EmbedPress</p></div></div>
									</div>
			</div>
		</div>
	


<p><a href="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/ebook-teen-drug-abuse.pdf">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p>อ่านเวอร์ชั่นเว็บที่ <a href="https://rocketmedialab.co/teen-drug-abuse/">https://rocketmedialab.co/teen-drug-abuse/</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/ebook-teen-drug-abuse/">ยาบ้า กัญชา กระท่อม : วังวนของเยาวชนกับปัญหายาเสพติด [E-Book]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
