<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภาษี Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/ภาษี/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Fri, 29 May 2026 11:11:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>ภาษี Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/ภาษี/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Bangkok Index 2025: รายได้จากการจัดเก็บภาษี [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-taxation-bangkok-index-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 09:55:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีบำรุงท้องที่]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีป้าย]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีโรงเรือนและที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้จากการจัดเก็บภาษี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7410</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3604;&#3636 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-taxation-bangkok-index-2025/">Bangkok Index 2025: รายได้จากการจัดเก็บภาษี [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลดิบการจัดเก็บภาษี 5 ประเภท ปี 2568 ได้แก่ ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีบำรุงกรุงเทพมหานครสำหรับน้ำมันฯ สำนักการคลัง กรุงเทพมหานคร</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRmGUIIsr8ASTI0iLgGlyCjgnmOHG8inigi55AwDZH8jGd3IUHkwUmeGv9vAnVFj_MqxRqjUgc6E411/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1Pqf_jNTF5hwiaXnPhZ-3uYVa_IvJP7K0Z6AL-KCxvJQ/edit?gid=0#gid=0">ดาวน์โหลดข้อมูลที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/taxation-bangkok-index-2025/">สำรวจรายได้จากการจัดเก็บภาษีในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2025</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-taxation-bangkok-index-2025/">Bangkok Index 2025: รายได้จากการจัดเก็บภาษี [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2024</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/economy-bangkok-index-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 12:41:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[economy]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การจดทะเบียนธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[สถานประกอบการอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5254</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3626;&#3635;&#3619;&#3623;&#3592;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/economy-bangkok-index-2024/">สำรวจเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2024</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab สำรวจเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2024</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านเศรษฐกิจ ประกอบไปด้วย 4 หัวข้อ ได้แก่ งบประมาณรายเขต รายได้จากการจัดเก็บภาษี การจดทะเบียนธุรกิจ และสถานประกอบการอาหาร</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อมูลที่ใช้</h3>



<ol class="wp-block-list">
<li>งบประมาณรายเขต สำรวจงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ในแต่ละเขต โดยเทียบสัดส่วนต่อจำนวนประชากร</li>



<li>รายได้จากการจัดเก็บภาษี สำรวจรายได้ในการจัดเก็บภาษี 4 ประเภทในปี 2565 ได้แก่ ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยเทียบสัดส่วนต่อจำนวนประชากร</li>



<li>การจดทะเบียนธุรกิจ สำรวจสถิติการจดทะเบียนธุรกิจในปี 2565 โดยดูจากสถิตินิติบุคคลคงอยู่ของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง และสถิติการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง เทียบกับสัดส่วนต่อ 1,000 ประชากร</li>



<li>สถานประกอบการอาหาร สำรวจจำนวนกิจการและสถานประกอบการอาหารในเขตปี 2566 โดยเทียบสัดส่วนจำนวนสถานประกอบการอาหารต่อ 1,000 ประชากร</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading">ผลการจัดอันดับ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เขตที่มีคะแนนด้านเศรษฐกิจมากที่สุด คือ เขตปทุมวัน ได้ 48.69 จาก 50 คะแนน รองลงมาคือเขตบางรัก 48.25 คะแนน เขตวัฒนา 45.56 คะแนน เขตสัมพันธวงศ์ 43.19 คะแนน และเขตห้วยขวาง 42.81 คะแนน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเขตที่มีคะแนนด้านเศรษฐกิจน้อยที่สุด คือ เขตบางแค ได้เพียง 5.75 คะแนน จาก 50 คะแนน ตามมาด้วยเขตบางแค 11 คะแนน เขตคลองสามวา 11.17 คะแนน เขตบางขุนเทียน 12.46 คะแนน เขตทุ่งครุและเขตบางบอน 13.25 คะแนน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดู Bangkok Index 2024 : <a href="https://bkkindex.rocketmedialab.co/">https://bkkindex.rocketmedialab.co/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่: <a href="https://rocketmedialab.co/database-bangkok-index-2024/">https://rocketmedialab.co/database-bangkok-index-2024/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/economy-bangkok-index-2024/">สำรวจเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ ผ่าน Bangkok Index 2024</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อบจ. ได้งบประมาณมาจากไหน เก็บเงินจากอะไรได้มากที่สุด</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/pao-2025-collab-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Jan 2025 06:25:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxKPIxPolSciCU]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้งท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[สติธร ธนานิธิโชติ]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4795</guid>

					<description><![CDATA[<p> รายได้จากการจัดเก็บเองของ อบจ. แม้จะมีเพียง 6.44% แต่ก็เป็นส่วนที่สำคัญมากต่อเงินสะสมของ อบจ. แต่ปัจจุบันพบว่า อบจ. 60 แห่งมีรายรับจริงที่จัดเก็บได้เองมากที่สุดจากภาษียาสูบ </p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pao-2025-collab-2/">อบจ. ได้งบประมาณมาจากไหน เก็บเงินจากอะไรได้มากที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>งบประมาณก้อนใหญ่ที่สุดของ อบจ. มาจากการจัดสรรของรัฐจากภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน โดยในปี 2566 อบจ. 76 จังหวัดได้รับงบประมาณในส่วนของรัฐจัดสรร 49,393,944,491.59 บาท หรือคิดเป็น 62.39% ของงบประมาณทั้งหมด </li>



<li>รายได้จากการจัดเก็บเองของ อบจ. ในหมวดภาษีอากร ซึ่งได้แก่ ภาษี จากยาสูบ น้ำมัน อากรรังนกอีแอ่น นั้นเป็นรายได้ที่มีสัดส่วนสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบจากหมวดอื่นๆ โดยในปี 2566 อบจ. ทั่วประเทศมีรายรับจริงจากการจัดเก็บเองในหมวดภาษีอากรสูงถึง 288,303,852.08 บาท หรือคิดเป็น 55.28% ของรายได้ที่จัดเก็บเองของ อบจ.</li>



<li>อบจ. ภูเก็ต เป็น อบจ. ที่มีรายได้จากการจัดเก็บเองสูงสุดในประเทศ มาจากรายได้ในหมวดค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และใบอนุญาต โดยมาจากค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรมสูงสุด เป็นเงิน 238,316,787.35 บาท ซึ่งสูงที่สุดของประเทศในหมวดนี้เช่นเดียวกัน </li>



<li>จากข้อมูลรายรับจริงที่จัดเก็บได้เองในปี 2566 ของ อบจ. ทั่วประเทศ พบว่า 60 อบจ. มีรายรับจริงที่จัดเก็บได้เองมากที่สุดจากภาษียาสูบ, 4 อบจ. มีรายรับจริงที่จัดเก็บได้เองมากที่สุดจากภาษีน้ำมัน, 5 อบจ. มีรายรับจริงที่จัดเก็บได้เองมากที่สุดจากค่าธรรมเนียมโรงแรม และ 7 อบจ. มีรายรับจริงที่จัดเก็บได้เองมากที่สุดจากค่าอื่นๆ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"> </p>



<p class="wp-block-paragraph">องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีจังหวัดละหนึ่งแห่ง ใน 76 จังหวัด มีเขตพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมทั้งจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง เนื่องด้วย อบจ. ถือว่าเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นชั้นบน ที่มีทั้งงบประมาณ และพื้นที่ที่ต้องดูแลรับผิดชอบขนาดใหญ่มากกว่า องค์กรปกครองท้องถิ่นชั้นล่างอย่างเทศบาล หรือ อบต. ดังนั้น งบประมาณ และการใช้งบประมาณของ อบจ. จึงมีส่วนสำคัญอย่างมากในการพัฒนาพื้นที่ที่รับผิดชอบเพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีในทุกๆ ด้านจากบริการสาธารณะที่ อบจ. เป็นผู้รับผิดชอบ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่งบประมาณเหล่านั้นมาจากที่ไหนบ้าง และจะมีความท้าทายอย่างไรในอนาคต Rocket Media Lab ร่วมกับสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า และคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชวนหาคำตอบจากข้อมูลงบประมาณของ อบจ. แต่ละจังหวัด</p>



<h3 class="wp-block-heading">อบจ. ได้งบประมาณมาจากไหนบ้าง</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4800" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/1-1-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">งบประมาณของ อบจ. สามารถแยกที่มาได้เป็น 3 ทางด้วยกันคือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>รัฐจัดสรร โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ </li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.1. รัฐจัดเก็บให้ จาก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542)</li>



<li>ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน (ตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542)</li>



<li>ค่าภาคหลวงแร่และปิโตรเลียม (ตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.2. รัฐจัดเก็บแล้วแบ่งให้ จาก&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% (ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด)</li>



<li>ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน (ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด)</li>



<li>ค่าภาคหลวงแร่และปิโตรเลียม (ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด)</li>



<li>ภาษีธุรกิจเฉพาะ เช่น ธุรกิจธนาคาร ประกันภัย (ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นว่าในส่วนของงบประมาณที่มาจากการจัดสรรของรัฐ ซึ่งเป็นก้อนใหญ่สุดนี้ จะมีการจัดเก็บที่ดูเหมือนซ้ำซ้อนกัน เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน ซึ่งเกิดจากการจัดเก็บภายใต้กฎหมายคนละตัว นั่นก็คือ พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ที่กำหนดการจัดเก็บรายได้และจัดสรรให้องค์การปกครองท้องถิ่นอีกแบบหนึ่ง และ พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งกำหนดที่มาของรายได้ของ อบจ. ไว้อีกทางหนึ่ง&nbsp;</p>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>เงินอุดหนุนจากรัฐ </li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">เงินอุดหนุน หมายถึง เงินที่รัฐบาลจัดสรรให้แก่<a href="http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99">องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</a> เป็นแหล่งรายได้เสริมที่<a href="http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5&amp;action=edit&amp;redlink=1">รัฐบาล</a>ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยเหลือเสริมรายได้ทางการคลังให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และยังมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการคลังระหว่างชุมชนท้องถิ่น โดยอยู่บนหลักการสร้าง<a href="http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1&amp;action=edit&amp;redlink=1">ความเป็นธรรม</a>ทางการคลังระหว่างพื้นที่ เพื่อเป็นหลักประกันว่าประชาชนในพื้นที่ทุรกันดารจะได้รับบริการขั้นพื้นฐานอย่างเพียงพอและสมฐานะ โดยแบ่งเป็น เงินอุดหนุนทั่วไป และเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ในกรณีของ อบจ. จะพบว่ามีเงินอุดหนุนจากรัฐบาลในหลายแผนงานด้วยกัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของ อบจ. ในการให้บริการสาธารณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ เช่น ในกรณีของแผนงานการศึกษา อบจ. สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาของโรงเรียนสังกัด อบจ. เป็นหลัก แต่สถานศึกษาที่ไม่ได้สังกัด อบจ. ก็อาจได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก อบจ. ผ่านเงินอุดหนุนที่รัฐให้ผ่าน อบจ. อีกที&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3. อบจ. จัดเก็บเอง มาจากการจัดเก็บรายได้จาก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภาษี เช่น ยาสูบ น้ำมัน อากรรังนกอีแอ่น</li>



<li>ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และใบอนุญาต เช่น ค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม ค่าธรรมเนียมการกำจัดขยะมูลฝอย </li>



<li>รายได้จากทรัพย์สิน เช่น ค่าเช่าบริการ ดอกเบี้ย</li>



<li>รายได้เบ็ดเตล็ด เช่น การขยายเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง</li>



<li>รายได้จากทุน เช่น การขายทอดตลาด</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">โดยในส่วนนี้จะกลายเป็นเงินสะสม หรือทุนสำรองของ อบจ. ซึ่งจะถูกนำมาใช้ในโครงการฉุกเฉิน หรือโครงการที่ต้องใช้เงินโดยที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือตั้งไว้แต่ไม่พอ เช่น การนำเงินสะสมไปซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4801" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2-1-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาจากข้อมูลเงินรายได้ อปท. 2566 จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พบว่า งบประมาณที่มาจากรัฐจัดสรรนั้น ถือเป็นงบประมาณก้อนที่ใหญ่ที่สุดของ อบจ. เป็นจำนวน 49,393,944,491.59 บาท หรือคิดเป็น 62.639% รองลงมาคือเงินอุดหนุนจากรัฐ จำนวน 24,673,736,314.09 บาท คิดเป็น 31.17% และจากการจัดเก็บเองของ อบจ. 5,099,462,737.91 บาท คิดเป็น 6.44% </p>



<h3 class="wp-block-heading">อบจ. หาเงินเองจากไหน จังหวัดไหนได้มากที่สุด&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป้าหมายหนึ่งของการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะในเรื่องการจัดเก็บรายได้ของตนเอง ในบทบัญญัติมาตรา 283 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 จึงได้กำหนดให้มีการยกร่างกฎหมายรายได้ท้องถิ่นเป็นครั้งแรก เพื่อที่จะทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศไทยมีความเข้มแข็ง และมีอิสระทางการเงินการคลังของตนเอง สามารถรับผิดชอบดูแลให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนของตนเองได้ รวมทั้งมีความสามารถในการพึ่งตนเองได้ในระดับหนึ่ง นอกเหนือไปจากงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรรจากรัฐ และการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดเก็บรายได้ของตนเองได้นั้นยังเป็นการช่วยเสริมสร้างความรับผิดรับชอบระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับประชาชน และสร้างความสมดุลระหว่างรายได้และอำนาจหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกด้วย&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4820" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/revenue-pao-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">สำหรับรายได้ที่ อบจ. จัดเก็บเอง ซึ่งมีทั้ง ภาษี จาก ยาสูบ น้ำมัน รักนกอีแอ่น, ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และใบอนุญาต เช่น ค่าธรรมเนียมโรงแรม ค่าธรรมเนียมการกำจัดขยะมูลฝอย, รายได้จากทรัพย์สิน เช่น ค่าเช่าที่ดิน ดอกเบี้ย, รายได้เบ็ดเตล็ด เช่น การขายเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง, รายได้จากทุน เช่น การขายทอดตลาด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะพบว่ารายได้จากการจัดเก็บเองในหมวดภาษีอากร ซึ่งได้แก่ ภาษีจากยาสูบ น้ำมัน อากรรังนกอีแอ่น นั้นเป็นรายได้ที่มีสัดส่วนสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบจากหมวดอื่นๆ ของรายได้ที่จัดเก็บเองของ อบจ. โดย อบจ. จะจัดเก็บในอัตราภาษีน้ำมัน ลิตรละ 4.54 สตางค์, ภาษียาสูบ มวนละ 9.30 สตางค์ โดยในปี 2566 อบจ. ทั่วประเทศมีรายรับจริงจากการจัดเก็บเองในหมวดภาษีอากรสูงถึง 288,303,852.08 หรือคิดเป็น 55.28% ของรายได้ที่จัดเก็บเองของ อบจ.</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือหมวดค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และใบอนุญาต เช่น ค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม ค่าธรรมเนียมการกำจัดขยะมูลฝอย ซึ่งค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม อบจ. จะเก็บร้อยละ 1.0 ของค่าเช่าห้องพัก โดยในปี 2566 อบจ. ทั่วประเทศมีรายรับจริงจากการจัดเก็บเองในหมวดภาษีอากรสูงถึง 1,152,331,466.54 หรือคิดเป็น 22.52% ของรายได้ที่จัดเก็บเองของ อบจ.</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสามคือ หมวดรายได้จากทรัพย์สิน เช่น ค่าเช่าบริการ หรือดอกเบี้ย โดยในปี 2566 อบจ. ทั่วประเทศมีรายรับจริงจากการจัดเก็บเองในหมวดภาษีอากรสูงถึง 784,568,361.19 หรือคิดเป็น 15.33% ของรายได้ที่จัดเก็บเองของ อบจ. โดยสามารถกล่าวได้ว่ารายได้จากการจัดเก็บเองของ อบจ. ใน 3 ส่วนนี้เป็นรายได้หลักของ อบจ. ทั่วประเทศ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จังหวัดที่มีรายได้จากการจัดเก็บเองสูงที่สุด 10 อันดับแรก และต่ำที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4805" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/4-1-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อนำเอารายรับจริงจากการจัดเก็บเองของ อบจ. แต่ละจังหวัด ในปี 2566 โดยเฉพาะจังหวัดที่มีรายได้จากการจัดเก็บเองสูงที่สุด 10 อันดับแรกมาเปรียบเทียบกับการบริโภคยาสูบจากข้อมูลการคัดกรองและการบำบัดผู้ติดบุหรี่ของประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปปี 2565 กระทรวงสาธารณสุข สถิติการใช้น้ำมันจากปริมาณการจำหน่ายเชื้อเพลิงรายจังหวัด ปี 2566 กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน และจำนวนโรงแรมในแต่ละจังหวัด ปี 2567 จากสำนักการสอบสวนนิติการ กรมการปกครอง จะพบว่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อบจ. ภูเก็ต ซึ่งมีรายได้จากการจัดเก็บเองสูงสุดในประเทศนั้นมาจากรายได้ในหมวดค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และใบอนุญาต โดยมาจากค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรมสูงสุด เป็นเงิน 238,316,787.35 บาท ซึ่งสูงที่สุดของประเทศ ในขณะที่เมื่อเปรียบเทียบจำนวนโรงแรมในภูเก็ตจะพบว่ามีมากเป็นอันดับสามของประเทศ จำนวน 753 แห่ง โดยอันดับหนึ่งคือ สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นจังหวัดท่องเที่ยวทางทะเล โดยมีเกาะสมุยเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลัก 1,003 แห่ง จัดเก็บรายได้จากค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม 68,041,778.03 บาท ตามด้วยเชียงใหม่ 882 แห่ง จัดเก็บรายได้จากค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม 46,418,915,68 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่อันดับสอง อบจ.นนทบุรีนั้น มีรายได้จากการจัดเก็บเองในหมวดภาษีอากรมากที่สุด 118,082,566.11 บาทโดยมาจากภาษียาสูบมากที่สุด 76,448,427.30 บาท และภาษีน้ำมัน 41,634,138.81 บาท และอีกส่วนหนึ่งที่จัดเก็บรายได้สูงคือรายได้เบ็ดเตล็ดต่างๆ ที่สูงถึง 119,910,674.06 บาท และค่าธรรมเนียมการกำจัดขยะมูลฝอย 55,506,408.24 บาท แต่ถึงอย่างนั้นจำนวนคนสูบบุหรี่ในนนทบุรีกลับไม่ได้มาก อยู่ที่อันดับที่ 36 ของประเทศ 18,023 คนเท่านั้น แต่มีการใช้น้ำมันสูงถึง 925,070,000 ลิตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสาม คือ อบจ. ชลบุรี มีรายได้จากการจัดเก็บเองในหมวดภาษีอากรมากที่สุดเช่นเดียวกัน โดยมาจากภาษียาสูบมากที่สุด 146,547,959.32 บาท ตามด้วยภาษีน้ำมัน 77,016,824 บาท และค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม 47,115,592.24 บาท แม้ชลบุรีจะมีรายได้ที่จัดเก็บเองจากภาษียาสูบสูงสุด แต่ชลบุรีก็เป็นจังหวัดที่เก็บรายได้ภาษีน้ำมันได้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศเช่นเดียวกัน และมีการใช้น้ำมันสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ 3,046,307,000 ลิตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่เมื่อพิจารณา อบจ. ที่มีรายได้จากการจัดเก็บเองน้อยที่สุด พบว่า อบจ. แม่ฮ่องสอน ที่มีรายได้จากการจัดเก็บเองน้อยที่สุด จัดเก็บรายได้จากหมวดภาษีได้มากที่สุด โดยมาจากภาษียาสูบมากที่สุด 4,022,569.92 บาท ตามด้วยภาษีน้ำมัน 2,321,737.39 และค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม 1,846,040.56 บาท อีกส่วนหนึ่งที่เป็นรายได้ของ อบจ. แม่ฮ่องสอน ก็คือดอกเบี้ย 1,125,007.66 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสองคือ อบจ. อำนาจเจริญ มีรายได้มาจากหมวดภาษีมากที่สุด 8,477,000 โดยมาจากภาษียาสูบมากที่สุด 7,368,000 บาท ภาษีน้ำมัน 1,091,000 บาท อีกส่วนหนึ่งที่เป็นรายได้ของ อบจ. อำนาจเจริญ ก็คือดอกเบี้ย 1,200,000 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อันดับสามคือ อบจ. ยะลา มีรายได้จากดอกเบี้ยมากที่สุด 2,464,483.04 บาท รองลงมาก็คือภาษียาสูบ 2,453,862.66 และภาษีน้ำมัน 2,330,844.19 บาท โดยจังหวัดยะลามีจำนวนผู้สูบบุหรี่สูงเป็นอันดับ 7 ของประเทศ 47,309 คน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">เมื่อรายได้จากการจัดเก็บเองของ อบจ. ต้องพึ่งพิงภาษียาสูบ</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-4806" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/5-1-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลรายรับจริงที่จัดเก็บได้เองในปี 2566 ของ อบจ. ทั่วประเทศ พบว่า 60 อบจ. มีรายรับจริงที่จัดเก็บได้เองมากที่สุดจากภาษียาสูบ โดย 5 อันดับที่จัดเก็บรายได้จากภาษียาสูบได้สูงที่สุดคือ ชลบุรี 146,547,959.32 บาท สมุทรปราการ 95,647,282.4 บาท ปทุมธานี 89,581,922.06 บาท นครราชสีมา 84,620,921.36 บาท และนนทบุรี 76,448,427.30 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยใน 4 อันดับแรก ภาษียาสูบที่ อบจ. จัดเก็บได้ถือเป็นรายได้สูงสุดจากการจัดเก็บรายได้เองของ อบจ. ในจังหวัดนั้นๆ ยกเว้น อบจ. นนทบุรี ที่มีรายได้สูงสุดจากการจัดเก็บเองจากหมวดรายได้เบ็ดเตล็ด ค่ารายได้เบ็ดเตล็ดอื่นๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ภาษีน้ำมัน มี 4 อบจ. ที่มีรายได้จากการจัดเก็บภาษีน้ำมันสูงที่สุดในบรรดารายได้ที่ อบจ. จังหวัดนั้นๆ จัดเก็บได้ คือ อบจ. สระบุรี 27,194,873.69 บาท รองลงมาคือ อบจ.สตูล 3,901,241.07 บาท อบจ. นราธิวาส 3,525,474.34 บาท และ อบจ. ยะลา 2,456,754.16 บาท แต่หากพิจารณาเฉพาะรายได้จากภาษีน้ำมันว่า อบจ. ใด มีรายได้จากภาษีน้ำมันสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับ อบจ. อื่นๆ ทั่วประเทศ พบว่า อันดับหนึ่งคือ ชลบุรี 77,016,824 บาท ตามด้วยปทุมธานี 52,481,298.84 บาท สมุทรปราการ 47,212,057.34 บาท นนทบุรี 41,634,138.81 บาท และระยอง 35,944,336.37 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรม พบว่า มี 5 อบจ.ที่มีรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรมสูงที่สุดในบรรดารายได้ที่ อบจ. จังหวัดนั้นๆ จัดเก็บได้ คือ ภูเก็ต 238,316,787.35 บาท สุราษฏร์ธานี 68,041,778.03 บาท กระบี่ 36,830,262.71 บาท พังงา 25,406,861.15 บาทและ ตราด 9,237,181.05 บาท แต่หากพิจารณาเฉพาะรายได้จากค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรมว่า อบจ. ใด มีรายได้จากค่าธรรมเนียมบำรุงท้องถิ่นจากโรงแรมสูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับ อบจ. อื่นๆ ทั่วประเทศ พบว่า อันดับหนึ่ง คือ ภูเก็ต 238,316,787.35 บาท ตามด้วยสุราษฏร์ธานี 68,041,778.03 บาท ชลบุรี 47,155,592.24 บาท เชียงใหม่ 46,418,915.68 บาท และกระบี่ 36,830,262.71 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้นยังพบว่ามี 2 อบจ. ที่มีรายได้จากค่าธรรมเนียมในการจัดเก็บขยะมูลฝอยสูงที่สุดในบรรดารายได้จากค่าอื่นๆ ที่ อบจ. จังหวัดนั้นๆ จัดเก็บได้ (รายได้จากค่าธรรมเนียมในการจัดเก็บขยะมูลฝอย ไม่ได้มีทุกจังหวัด) คือ ระยอง 162,539,199.57บาท และสิงห์บุรี 11,120,152.8บาท และอีก 7 อบจ. ที่มีรายได้จากการจัดเก็บเองสูงสุดมาจากค่าอื่นๆ เช่น พัทลุงจากภาษีรังนกอีแอ่น 11,429,999.91 บาท ตรังจากค่าเช่าบริการ 9,266,203.71 บาท สงขลาจากค่าบริการแพขนานยนต์ 29,459,616.00 บาท นนทบุรีจากค่าเบ็ดเตล็ดอื่นๆ 119,910,674.06 บาท และปัตตานีจากค่าเช่าที่ดิน 6,380,207.69 บาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลพบว่า รายได้ที่จัดเก็บเองของ อบจ. ส่วนใหญ่พึ่งพาจากการจัดเก็บภาษียาสูบ รองลงมาคือภาษีน้ำมัน ในขณะที่ปัจจุบันจะเห็นได้ว่า บุหรี่ไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้น และบุหรี่ไฟฟ้านั้นก็ยังไม่ถูกกฎหมาย จึงยังไม่อาจเก็บภาษีจากการจำหน่ายได้ เช่นเดียวกันกับน้ำมัน ที่การใช้รถพลังงานไฟฟ้ากำลังจะเป็นเทรนด์แห่งอนาคตและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทดแทนการใช้รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ระบบการสันดาปจากน้ำมันที่ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโลกร้อน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การที่ทั้งยาสูบและน้ำมันมีแนวโน้มการบริโภคลดลง ย่อมส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้จาก อบจ. ในอนาคต การที่ อบจ. ส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพิงรายได้จากการจัดเก็บเองจากภาษีทั้งสองชนิด จึงอาจจะทำให้การเงินการคลังของ อบจ. ลดลงได้ และรายได้ที่จัดเก็บเองของ อบจ. ก็มีส่วนสำคัญทั้งในแง่ความเป็นอิสระในการบริหารจัดการท้องถิ่นของตนเองในอนาคต และในแง่การดูแลประชาชนในพื้นที่ในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ ดังเช่น วิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อเสนอของนักวิชาการ&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากประเด็นที่ได้กล่าวมาข้างต้นผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">“เวลาพูดเรื่องการการจัดเก็บงบประมาณ ส่วนหนึ่งมันเกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องความเป็นอิสระของท้องถิ่นด้วย ซึ่งอาจจะต้องพิจารณาหลายส่วน ทั้งเรื่องวิธีการและประเภทในการจัดเก็บรายได้ และเรื่องอำนาจในการตัดสินใจ ในส่วนของวิธีการจัดเก็บ ผมไม่คิดว่าท้องถิ่นต้องทำเองทุกอย่างหรือจัดเก็บภาษีทุกอย่างเอง หากพิจารณาในแง่ต้นทุนในการจัดเก็บ ซึ่งบางอย่างหากมีหน่วยงานจัดเก็บแล้วจัดสรรให้มันอาจจะง่ายและประหยัดกว่า เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งถ้าให้ท้องถิ่นจัดเก็บเองก็อาจจะทำไม่ได้ก็ได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ส่วนที่คิดว่าน่าสนใจและเป็นประเด็นสำคัญก็คือเรื่องอำนาจในการตัดสินใจมากกว่า ว่าท้องถิ่นควรมีอำนาจในการตัดสินใจไหมว่า อยากจะจัดเก็บรายได้จากอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องอำนาจในการตัดสินใจซึ่งเกี่ยวกับความเป็นอิสระของท้องถิ่นโดยตรง เขาสามารถคิดได้เองและตัดสินใจได้เองไหมว่าท้องถิ่นสามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีอะไรเพิ่มเติม เพื่อให้ท้องถิ่นมีรายได้มากขึ้น หรือเพื่อประโยชน์อื่นๆ และแต่ละท้องถิ่นก็อาจจะมีการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมที่แตกต่างกัน เพราะแต่ละพื้นที่ก็มีความแตกต่างกัน ทั้งในด้านทรัพยากรหรือต้นทุนอื่นๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ภาษีที่ท้องถิ่นควรเก็บได้เองเพิ่มมากขึ้นในอนาคต อาจจะเป็นภาษีเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมบางอย่าง หรือป้องกันพฤติกรรมบางอย่าง ซึ่งอาจมีความเฉพาะในแต่ละพื้นที่ เช่น ถ้าต้องการส่งเสริมเรื่องรีไซเคิล ก็ต้องเก็บภาษีขยะเพิ่ม ภาษีสิ่งแวดล้อม หรือภาษีมลพิษต่างๆ เพื่อลดพฤติกรรมของผู้ที่ก่อให้เกิดมลพิษในพื้นที่ หรือแม้กระทั่งภาษีโรงแรมที่มีการเก็บอยู่แล้ว ในบางพื้นที่ก็อาจจะสูงกว่าภาษีโรงแรมทั่วไป เพราะไม่ต้องการให้มีโรงแรมขนาดใหญ่จำนวนมาก เพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน มันมีความเป็นไปได้ แต่ต้องสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของจังหวัด และหากส่วนกลางกังวลเรื่องนี้ก็อาจจะกำหนดเพดานไว้ว่าไม่ควรเกินกี่เปอร์เซ็นต์ก็ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องวางแผน ท้องถิ่นเองต้องมองเห็นทั้งทิศทางในการพัฒนาของจังหวัดของตัวเอง รวมไปถึงฉากทัศน์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มันจึงจะสามารถออกแบบได้ เช่น หากในอนาคตภาษียาสูบลดลง จะต้องทำอย่างไร ในอนาคตบุหรี่ไฟฟ้าจะถูกกฎหมายไหม แล้วถ้าบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายจะเก็บภาษีอย่างไร หรือภาษีน้ำมัน ก็อาจจะเปลี่ยนไปเก็บภาษีหัวจ่ายไฟฟ้าแทน แต่รายได้ก็อาจจะลดลง เพราะคนที่ใช้รถพลังงานไฟฟ้าก็อาจจะชาร์จที่บ้านของตัวเองได้ แต่มากไปกว่านั้น ท้องถิ่นก็ต้องมองไปข้างหน้าถึงแผนของตัวเองด้วยว่า จะทำอย่างไรที่จะลดการพึ่งพาสิ่งเหล่านี้ หรือจะต้องลงทุนในส่วนไหนเพิ่มเติม</p>



<p class="wp-block-paragraph">“เพราะรายได้อีกส่วนหนึ่งของท้องถิ่นก็อาจจะมาจากการลงทุนทางพาณิชย์อื่นๆ แต่ถ้าจะทำก็ต้องดูว่ามันเป็นการทำที่คู่ขนานไปกับการทำให้บ้านเมืองเติบโตหรือพัฒนาขึ้นไหม ถ้าใช่ก็ควรต้องทำ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ต้องพึงระวังว่าสิ่งที่ทำนั้นจะกระจายไปสู่พื้นที่ต่างๆ อย่างสมเหตุสมผลไหม ไม่ใช่โครงการลงไปแต่ในพื้นที่ที่มีความเจริญแล้ว พื้นที่ยากจนไม่ได้ทำ หรือลงไปในพื้นที่ที่ตัวเองมีฐานคะแนน</p>



<p class="wp-block-paragraph">“แต่ทั้งหมดนั้นก็กลับมาสู่ประเด็นหลักก็คือ ความเป็นอิสระของท้องถิ่น ว่าในปัจจุบันเขามีสิทธิทำอะไรได้บ้าง มีอำนาจในการตัดสินใจที่จะทำหรือไม่ทำอะไรได้บ้าง ซึ่งอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องการจัดเก็บรายได้ใหม่ๆ หรือการพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังอาจจะรวมไปถึงการกู้ยืมเงินระหว่างกัน การออกพันธบัตร ซึ่งบางพื้นที่ที่เขามีความพร้อมเขาควรจะทำได้ ความเป็นอิสระของท้องถิ่นที่สัมพันธ์กันกับรายได้ของท้องถิ่นเองนั้นสำคัญ อย่าลืมว่า เราเคยผ่านเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ส่วนกลางไม่สามารถซัพพอร์ตท้องถิ่นอย่างรวดเร็วและทั่วถึงมาแล้วตอนเรื่องวัคซีนโควิด ที่ท้องถิ่นต้องใช้เงินของตัวเองในการซื้อวัคซีนมาฉีดให้ประชาชนในพื้นที่ ความเป็นอิสระของท้องถิ่นจึงมีความสำคัญตรงนี้ไม่ใช่แค่ตัวองค์กร อบจ. เองแต่ยังรวมไปถึงประชาชนในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากสิ่งนี้อีกด้วย”&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ให้ความเห็นว่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">“อาจจะต้องคุยกันให้ชัดว่า ในแง่สัดส่วนการจัดเก็บรายได้ ควรจะเข้ากระเป๋าท้องถิ่นกี่เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลกลางกี่เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้มองในเชิงงบประมาณการใช้จ่ายมันเป็น 70:30 แต่ว่าการจัดเก็บรายได้ปัจจุบันนี้กลับเป็น 80:20 ควรเขยิบให้มันเท่าๆ กันไหม ค่อยไปคิดต่อว่าต้องเขยิบสัดส่วนไหนที่มันขาดหายไป ตรงไหน เท่าไหร่ อาจจะมีการกำหนดร่วมกันในภาษีบางประเภท แบ่งไว้ที่ท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่แล้วค่อยส่งกลับไปที่ส่วนกลางเท่าไหร่ หรือยกให้ท้องถิ่นหมดเลย หรือจริงๆ มันควรจะดูตามศักยภาพและทรัพยากรของท้องถิ่นด้วยว่าพื้นที่ไหนมีอะไรเยอะ แต่ตอนนี้มันเป็นการกำหนดแบบเหมารวมที่ใช้กับทุกพื้นที่อยู่ กลายเป็นว่าบางพื้นที่ไปเก็บภาษีในส่วนที่เขาไม่ค่อยมี แต่ส่วนที่มีเข้าส่วนกลางเกือบหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ท้องถิ่น ถ้าต้องจ่ายเงินไปกับการดูแลอะไรมาก เขาก็ควรจะสามารถเก็บรายได้จากเรื่องนั้นมากได้ เช่น ถ้าดูแลสิ่งแวดล้อมเยอะ แปลว่าภาษีที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมก็เป็นสิ่งที่เขาควรจะเก็บได้มาก มันก็จะสอดคล้องกัน เพราะทุกวันนี้ภารกิจมันถูกกำหนดไว้เหมือนกันหมด แต่ที่จริงควรจะยืดหยุ่นตามพื้นที่ บางเรื่องกฎหมายเขียนไว้แต่ท้องถิ่นบางพื้นที่แทบจะไม่ต้องทำ ไม่เช่นนั้นก็จะต้องไปกำหนดงบประมาณมาเพื่อรองรับภารกิจอีก ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยมีอะไรต้องทำในส่วนนั้น ควรจะเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นได้ออกแบบภารกิจเองได้ อาจจะไม่ถึงกับฟรีสไตล์ แต่สามารถกำหนดให้สอดคล้องกับพื้นที่ได้”&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">อ้างอิง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลรายได้ อปท. ปี 2566 จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อบัญญัติงบประมาณ อบจ. ปี 2568 ทั้ง 76 จังหวัด </p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/?p=4789" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://rocketmedialab.co/database-pao-2</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/pao-2025-collab-2/">อบจ. ได้งบประมาณมาจากไหน เก็บเงินจากอะไรได้มากที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภาษีผ้าอนามัย ไทย-ต่างประเทศ [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-tampon-tax/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Mar 2022 14:56:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[economy]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าอนามัย]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[เปรียบเทียบประเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=894</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้หญิงในแต่ละประเทศต้องทำงานเท่าไร ถึงจะซื้อผ้าอนามัยได้ 1 ชิ้น </p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-tampon-tax/">ภาษีผ้าอนามัย ไทย-ต่างประเทศ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ในแต่ละประเทศกำหนดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าในหมวดหมู่ที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้มีการเก็บภาษีที่แตกต่างกันด้วย มีทั้งประเทศที่จัดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าในหมวดหมู่สิ่งจําเป็นพื้นฐาน โดยจะได้รับการยกเว้นภาษี&nbsp;ประเทศที่จัดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าในหมวดหมู่สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ซึ่งมีการคิดภาษีตามอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรฐานในประเทศนั้นๆ หรือถูกจัดให้เป็นสินค้าในหมวดหมู่อื่นๆ เช่น เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ สินค้าประเภทสุขอนามัย ไปจนถึงสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งในแต่ละหมวดหมู่และในแต่ละประเภทก็จะมีการกำหนดอัตราภาษีที่แตกต่างกันไป&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รายละเอียดมีดังนี้ </p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRPuz1sFtogpPs_3RpwKtl5gC70N4wKPTobYSUpzeTGdZ5LFzGG3DIqfG2MM0kZ409pO2aUbDd1h6iW/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลดข้อมูล<a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1bHqTj7mO3j8nGQ26zCCZ_HYqWRKCty12qd-6pBKFMsE/edit#gid=895264665" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่านรายงานได้<a href="https://rocketmedialab.co/tampon-tax/">ที่นี่</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-tampon-tax/">ภาษีผ้าอนามัย ไทย-ต่างประเทศ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าแรง 1 ชั่วโมง ซื้อผ้าอนามัยได้กี่ชิ้น</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/tampon-tax/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Mar 2022 14:42:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างขั้นต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าแรงขั้นต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าอนามัย]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[เปรียบเทียบประเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=896</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3630;&#3633;&#3591;&#3585;&#3634;&#3619;&#3637;&#3648 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/tampon-tax/">ค่าแรง 1 ชั่วโมง ซื้อผ้าอนามัยได้กี่ชิ้น</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list"><li>ฮังการีเป็นประเทศที่มีการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยสูงที่สุดในโลก โดยอยู่ที่ 27%&nbsp;</li><li>เอธิโอเปียลดอัตราการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยลงเหลือเพียง 10% จาก 15% แต่ผู้หญิงในเอธิโอเปียทำงาน 1 ชั่วโมงก็ยังไม่สามารถซื้อผ้าอนามัยได้แม้แต่แผ่นเดียว</li><li>ฟินแลนด์เก็บภาษีจากผ้าอนามัยสูงถึง 24% แต่ฟินแลนด์มีค่าแรงขั้นต่ำชั่วโมงละ 517 บาท จึงสามารถซื้อผ้าอนามัยในราคาที่ถูกที่สุดในประเทศได้ถึง 500 ชิ้น</li><li>เคนยาเป็นประเทศแรกที่ยกเลิกการเก็บภาษีจากผ้าอนามัย ตั้งแต่ปี 2004</li><li>ประเทศที่ยกเลิกการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยล่าสุดในปี 2022 คือ นามิเบียและเม็กซิโก</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">เคยลองคำนวณดูไหมว่าที่ผ่านมา ใช้ผ้าอนามัยไปแล้วกี่ชิ้น เสียเงินไปแล้วกี่บาท ผ้าอนามัยถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิง ในขณะเดียวกันมันก็กลายมาเป็นภาระรายจ่ายประจำเดือนที่ผู้หญิงต้องแบกรับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">แล้วจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ควรยกเลิกการเก็บภาษีผ้าอนามัย? ควรขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ? ควรจัดให้ผ้าอนามัยเป็นสวัสดิการฟรี?&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab&nbsp; ชวนมาดูข้อมูลว่าประเทศไหนเก็บภาษีจากผ้าอนามัยในอัตราเท่าไรบ้าง มีประเทศไหนที่ยกเลิกภาษีที่เก็บจากผ้าอนามัยไปแล้ว และผู้หญิงในแต่ละประเทศต้องทำงานเท่าไร ถึงจะซื้อผ้าอนามัยได้ 1 ชิ้น&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-gallery aligncenter has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" data-id="899" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/03/padtax-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-899" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/03/padtax-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/03/padtax-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/03/padtax-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/03/padtax-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/03/padtax-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/03/padtax-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ภาษีผ้าอนามัยคืออะไร เก็บเท่าไร ทำไมถึงไม่เท่ากัน&nbsp;</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เราคงเคยได้ยินคำว่าภาษีผ้าอนามัย (Tampon Tax)&nbsp;หรือ “Pink Tax” ภาษีสีชมพู ซึ่งเป็นคําที่ใช้เรียกเชิงเสียดสีภาษีที่เก็บจากสินค้าที่ผลิตมาเพื่อผู้หญิง ที่จริงแล้ว ผ้าอนามัยถือเป็นสินค้าอย่างหนึ่งที่ในแต่ละประเทศจะจัดอยู่ในหมวดสินค้าใดสินค้าหนึ่ง ซึ่งแต่ละหมวดหมู่ของประเภทสินค้าก็จะมีการจัดเก็บภาษีแตกต่างกันไป&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในแต่ละประเทศกำหนดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าในหมวดหมู่ที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้มีการเก็บภาษีที่แตกต่างกันด้วย มีทั้งประเทศที่จัดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าในหมวดหมู่สิ่งจําเป็นพื้นฐาน โดยจะได้รับการยกเว้นภาษี ประเทศที่จัดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าในหมวดหมู่สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ซึ่งมีการคิดภาษีตามอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรฐานในประเทศนั้นๆ หรือถูกจัดให้เป็นสินค้าในหมวดหมู่อื่นๆ เช่น เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ สินค้าประเภทสุขอนามัย ไปจนถึงสินค้าฟุ่มเฟือย </p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab สำรวจภาษีที่เกี่ยวกับผ้าอนามัยใน 69 ประเทศ พบว่า มีหลายประเทศที่จัดให้ผ้าอนามัยเป็นสินค้าในหมวดหมู่สิ่งจําเป็นพื้นฐาน ที่ทำให้ได้รับการ<strong>ยกเว้นภาษี</strong> เช่น เคนยา ซึ่งเป็นประเทศแรกที่ยกเลิกภาษีจากผ้าอนามัยในปี 2004 ก่อนหน้านั้นเคนยาเก็บภาษีจากผ้าอนามัยในอัตราเดียวกับภาษีมูลค่าเพิ่มทั่วไปที่ 16% เช่นเดียวกันกับอินเดียและรวันดา โดยอินเดียยกเลิกภาษีจากผ้าอนามัยในปี 2018 และรวันดายกเลิกภาษีจากผ้าอนามัยในปี 2019 รวมไปถึงแคนาดา โคลอมเบีย มาเลเซีย ออสเตรเลีย ฯลฯ และประเทศที่ยกเลิกการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยล่าสุดในปี 2022 คือ นามิเบียและเม็กซิโก</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับประเทศที่<strong>เก็บภาษีจากผ้าอนามัยในอัตราเท่ากับภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป </strong>เช่น&nbsp; ฮังการี 27% ซึ่งเป็นประเทศที่มีการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยสูงที่สุดในโลก โครเอเชีย 25% ฟินแลนด์ 24% อาร์เจนตินา 21% อัลแบเนีย 20% บัลแกเรีย 20% ตุรกี 18% จีน 13% หรือประเทศไทยที่ 7%</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับประเทศที่มีการ<strong>เก็บภาษีจากผ้าอนามัยในอัตราที่ต่ำกว่าภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป</strong> ได้แก่ เบลเยียม ซึ่งเก็บภาษีจากผ้าอนามัยในอัตรา 6% ในขณะที่ภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปคือ 21% เยอรมนี เก็บภาษีจากผ้าอนามัยในอัตรา 7% ในขณะที่ภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปคือ 19% เวียดนาม เก็บภาษีจากผ้าอนามัยในอัตรา 5% ในขณะที่ภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปคือ 10% ไซปรัส เก็บภาษีจากผ้าอนามัยในอัตรา 5% ในขณะที่ภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปคือ 19% เอธิโอเปีย เก็บภาษีจากผ้าอนามัยในอัตรา 10% ในขณะที่ภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปคือ 15%</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมต้องยกเลิกภาษีจากผ้าอนามัย ประเทศไหนประสบความสำเร็จบ้าง</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ผ้าอนามัยถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิง ในขณะเดียวกันมันก็กลายมาเป็นภาระรายจ่ายประจำเดือนที่ผู้หญิงต้องแบกรับ โดย Huffington Post รายงานว่าทั้งชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งมีรอบประจำเดือนประมาณ 358 รอบ ใช้ผ้าอนามัยทั้งหมด 9,120 ชิ้น คิดเป็นเงิน 1,173 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 58,271 บาท ด้วยเหตุนี้จึงมีการรณรงค์เรียกร้องให้รัฐยกเลิกหรือลดภาษีที่เก็บจากผ้าอนามัย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้หญิง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ออสเตรเลียเคยเก็บภาษีจากผลิตภัณฑ์สุขอนามัยของผู้หญิงที่ 10% เท่ากับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้า และเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2019 ที่ผ่านมา รัฐบาลออสเตรเลียประกาศยกเลิกการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยทั้งแบบสอดและแบบแผ่น อันเป็นผลจากการรณรงค์เพื่อให้ยกเลิกการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยในออสเตรเลียต่อเนื่องและยาวนานถึง 18 ปี ตลอดระยะเวลาที่เคลื่อนไหว ชาวออสเตรเลียมีแคมเปญออกมามากมาย เช่นในปี 2015 นักเคลื่อนไหวชาวออสเตรเลีย ได้สร้างคลิปวิดีโอขึ้นเพื่อรณรงค์ให้งดเว้นภาษีในผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับประจำเดือน วิดีโอขาวดำเป็นการล้อเลียนเพลงแร็พสุดคลาสสิกของ Snoop Dogg เรื่อง &#8220;<a href="https://www.youtube.com/watch?v=wEdtTbtmxmI&amp;t=93s">Drop it like it&#8217;s hot</a>&#8221; มียอดเข้าชมกว่า 90,000 วิว</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือในอินเดียซึ่งมีการยกเลิกการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยในปี 2018 อันเป็นผลมาจากภาพยนตร์เรื่อง Pad Man บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชายคนหนึ่งซึ่งได้รู้ว่าภรรยาตนเองต้องใช้ผ้าขี้ริ้วแทนผ้าอนามัย เนื่องด้วยผ้าอนามัยมีราคาแพง เขาจึงคิดค้นผ้าอนามัยราคาถูกขึ้นมาเพื่อช่วยให้ภรรยาตนเองและผู้หญิงคนอื่นๆ สามารถเข้าถึงผ้าอนามัยราคาถูกได้ หลังจากภาพยนตร์ออกฉายก็เกิดเป็นกระแสและนักแสดงนำอย่าง อักษัย กุมาร (Akshay Kumar) ก็ได้รณรงค์ต่อจนเกิดการเปลี่ยนแปลงยกเลิกการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยในที่สุด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสํารวจ ปี 2015 &#8211; 16 <a href="https://dhsprogram.com/pubs/pdf/FR339/FR339.pdf">สุขภาพครอบครัวแห่งชาติ</a>ของอินเดียพบว่ามากกว่า 40% ของผู้หญิงอินเดียอายุ 15 ถึง 24 ปีไม่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขอนามัยได้ นอกจากนี้สถิติของกระทรวงสาธารณสุขอินเดียยังชี้ว่า 70% ของผู้หญิงอินเดียติดเชื้อในระดับที่แตกต่างกัน เนื่องจากการขาดผลิตภัณฑ์สุขอนามัยประจําเดือนที่ดี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่โคลอมเบีย ในปี 2016 นักการเมืองชูประเด็นเรื่องให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มในผ้าอนามัย แต่รัฐสภาปฏิเสธ โดยตกลงที่จะลดจาก 16% เป็น 5% จนกระทั่งวันที่ 14 พฤศจิกายน 2018 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับผ้าอนามัยแบบสอดและแบบแผ่น เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ โดยระบุในคำวินิจฉัยว่า การมีภาษีมูลค่าเพิ่มในผ้าอนามัย และผ้าอนามัยแบบสอดเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญของโคลอมเบียที่ระบุว่าเพศชายและหญิงเท่าเทียมกันทุกประการ การเรียกเก็บนั้นถือเป็นการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ก็มีอีกหลายประเทศที่มีการรณรงค์ให้ยกเลิกการเก็บภาษีจากผ้าอนามัย แม้จะไม่ประสบความสำเร็จขนาดถึงกับยกเลิกการเก็บภาษี แต่ก็ทำให้เกิดการลดอัตราภาษีที่เก็บจากผ้าอนามัย ทำให้ราคาของผ้าอนามัยนั้นถูกลง เช่น เยอรมนี ซึ่งเกิดจากการรณรงค์ของ Nanna-Josephine Roloff และ Yasemin Kotra ในปี 2018 โดยมีการลงชื่อเรียกร้องให้รัฐบาลลดภาษีที่เก็บจากผ้าอนามัย ซึ่งมีประชาชนร่วมลงชื่อกว่า 180,000 รายชื่อ ต่อมาแคมเปญนี้ประสบความสำเร็จในปี 2020 ทำให้เยอรมนีลดการเก็บภาษีจากผ้าอนามัย จากเดิม 17% เหลือเพียง 9%</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือในประเทศฝรั่งเศสซึ่งมีการรณรงค์จากภาคประชาชน ด้วยแฮชแท็ก #laissermoisaigner จนทำให้เกิดการโหวตในรัฐสภาในปี 2015 ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะลดอัตราการเก็บภาษีจากผ้าอนามัย ทำให้ประเทศฝรั่งเศสประกาศลดการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยในปีเดียวกัน จากเดิม 20% เหลือเพียง&nbsp; 5.5%</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่ายังมีประเทศอื่นๆ อีก ที่มีการปรับลดการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยซึ่งเกิดจากกระแสความเคลื่อนไหวทั่วโลกและในประเทศ เช่น เบลเยียม ที่เคยเก็บในอัตรา 21% แต่ปัจจุบันลดเหลือ 6% เท่ากับภาษีที่เรียกเก็บจากอาหารและหนังสือ&nbsp;หรือในเวียดนาม ที่ลดจาก 10% เหลือเพียง 5% ในปี 2018&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การยกเลิกภาษีจากผ้าอนามัย อาจไม่ใช่หนทางเดียวที่ทำให้ผู้หญิงเข้าถึงผ้าอนามัยได้</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ทั่วโลกจะมีการรณรงค์ยกเลิกการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยเพื่อให้ผู้หญิงสามารถเข้าถึงผ้าอนามัยในราคาที่ถูกลง อันเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายที่ผู้หญิงต้องแบกรับ แต่ก็ใช่ว่าเมื่อมีการการยกเลิกหรือลดภาษีที่เก็บจากผ้าอนามัยแล้วผู้หญิงจะสามารถเข้าถึงผ้าอนามัยได้ดีขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลของ Rocket Media Lab จะพบว่า ในประเทศยากจนที่มีค่าแรงขั้นต่ำน้อยมากเช่น รวันดา แม้จะมีการยกเลิกการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยแล้ว แต่เมื่อพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำและราคาผ้าอนามัยในแบบที่ถูกที่สุดในประเทศ ก็จะพบว่า รวันดามีค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ชั่วโมงละ 2.01 บาท ในขณะที่ราคาผ้าอนามัยที่ถูกที่สุดในประเทศ 1 แผ่น อยู่ที่ 108.25 RWF หรือ 3.47 บาท เท่ากับว่าผู้หญิงในรวันดาทำงาน 1 ชั่วโมงยังไม่สามารถซื้อผ้าอนามัย 1 ชิ้นได้เลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือในประเทศยากจนอื่นๆ ที่มีการยกเลิกหรือลดอัตราการเก็บภาษีจากผ้าอนามัย เช่น เอธิโอเปีย ที่ลดอัตราการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยลงเหลือเพียง 10% จาก 15% แต่ผู้หญิงในเอธิโอเปียทำงาน 1 ชั่วโมงก็ยังไม่สามารถซื้อผ้าอนามัยได้แม้แต่แผ่นเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลับกัน ในประเทศที่แม้จะมีการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยในอัตราที่สูง (เท่ากับภาษีสินค้าทั่วไป) แต่ค่าแรงขั้นต่ำในประเทศนั้นสูงมาก ก็ทำให้ผู้หญิงสามารถเข้าถึงผ้าอนามัยได้ง่ายกว่า เช่น ฟินแลนด์ ซึ่งมีการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยสูงถึง 24% แต่ฟินแลนด์มีค่าแรงขั้นต่ำชั่วโมงละ 517 บาท จึงสามารถซื้อผ้าอนามัยในราคาที่ถูกที่สุดในประเทศ (0.94 บาท) ได้ถึง 500 แผ่นจากการทำงานแค่ชั่วโมงเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้น ยังพบว่าแม้อัตราภาษีของผ้าอนามัยจะไม่สูงหรือค่าแรงขั้นต่ำจะไม่ถึงกับน้อยมาก แต่หากมีปัจจัยอื่นๆ ก็ทำให้ผู้หญิงเข้าถึงผ้าอนามัยได้ยากเช่นเดียวกัน เช่น ในตุรกีหรือเลบานอน ที่ภาวะเงินเฟ้อทำให้ราคาผ้าอนามัยสูงกว่าที่ควรจะเป็น เช่น ตุรกีราคาผ้าอนามัยเพิ่มขึ้น 50% จากราคาในปีที่แล้ว โดยเป็นผลมาจากภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 36%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการยกเลิกการเก็บภาษีจากผ้าอนามัยอาจไม่ได้เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ผู้หญิงสามารถเข้าถึงผ้าอนามัยได้มากขึ้น แต่อาจจะต้องมองไปยังบริบทต่างๆ ร่วมด้วย ทั้งเรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ หรือแม้แต่สวัสดิการผ้าอนามัยฟรี ดังเช่นที่มีการเรียกร้องเกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศ&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความเคลื่อนไหวเรื่อง “ภาษีผ้าอนามัย” รอบโลกและในประเทศไทย</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากการรณรงค์ให้ลด หรือยกเลิกภาษีที่เรียกเก็บจากผ้าอนามัยแล้ว ยังมีบางประเทศที่ริเริ่มโครงการเพื่อสุขอนามัยแก่ผู้หญิง โดยชาติแรกที่เริ่มแจกจ่ายผ้าอนามัยฟรีให้ประชาชนคือสกอตแลนด์ ในปี 2020 หลังจากการรณรงค์ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 4 ปี ขณะที่สหราชอาณาจักร ในปี 2015 ก็มีการตั้งเป็นกองทุนผ้าอนามัย (Tampon Tax Fund) โดยเอาเงินที่ได้จากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มไปอุดหนุนโครงการนี้เพื่อแจกจ่าย ต่อมาก็มีนโยบายแจกผลิตภัณฑ์สุขอนามัยประจำเดือนแบบให้เปล่า (policy of free sanitary products) ในสถานศึกษาและสถานพยาบาลของรัฐด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับที่ไทยนั้น ปี 2021 มีประเด็นร้อนแรงจากกรณีที่ราชกิจจานุเบกษาประกาศให้ “ผ้าอนามัยแบบสอด” เป็นเครื่องสำอาง โดยระบุไว้ว่า&nbsp; “ให้ผ้าอนามัยชนิดสอดที่ใช้สอดใส่เข้าไปในช่องคลอดเพื่อซับเลือดประจำเดือน เป็นเครื่องสำอาง” ซึ่งการระบุว่าเป็นเครื่องสำอางนั้น จะทำให้ผ้าอนามัยชนิดสอดกลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย และถูกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 30% จึงทำให้คนกังวลว่าราคาผ้าอนามัยอาจสูงขึ้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในไทย พร้อมด้วยแฮชแท็ก #ภาษีผ้าอนามัย&nbsp; #ผ้าอนามัยไม่มีภาษี #Saveผ้าอนามัย #แจกฟรีไม่ได้รึไง อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมสรรพสามิตยืนยืนว่าไม่เก็บภาษีผ้าอนามัยแบบสอดเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เพราะเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งยังคงเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ (VAT) 7%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีการลดอัตราภาษีให้ต่ำลง หรืองดเว้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผ้าอนามัยจากหน่วยงานรัฐ แต่ก็มีบางมหาวิทยาลัยที่เริ่มมีโครงการนำร่อง ทำสวัสดิการผ้าอนามัยฟรีให้สำหรับผู้หญิง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถือเป็นต้นแบบมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งงานนโยบาย สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับร้านสหกรณ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำโครงการ ‘ผ้าอนามัยฟรี’ ตั้งจุดผ้าอนามัยฟรีไว้ในห้องน้ำหญิงและที่สาธารณะในมหาวิทยาลัย รวมถึงทำศูนย์แจกจ่ายผ้าอนามัยให้นักศึกษาที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ในปี 2021 หรือที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ก็เริ่มทำโครงการ “สวัสดิการผ้าอนามัยฉุกเฉิน” เพื่อความเท่าเทียมทางเพศใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ซึ่งตั้งตู้แจกผ้าอนามัยในจุดต่างๆ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-tampon-tax" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://rocketmedialab.co/database-tampon-tax</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง:&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.bbc.com/news/world-asia-india-44912742">India scraps tampon tax after campaign &#8211; BBC News</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://periodtax.org/documents/periodtax_states-with-special-vat-treatment.pdf">200810_States with a Special VAT Treatment(2).xlsx &#8211; Schreibgeschützt (periodtax.org)</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://periodtax.org/resources.html">Resources (periodtax.org)</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.fawco.org/global-issues/target-program/health/blog-health-matters/4146-sample">Menstrual Health and the Problem with Menstrual Stigma (fawco.org)</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.globalcitizen.org/en/content/tampon-tax-explained-definition-facts-statistics/">The Tampon Tax: Everything You Need to Know (globalcitizen.org)</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.bbc.com/news/world-32883153">&#8216;Tampon tax&#8217; paid around the world &#8211; BBC News</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://civio.es/medicamentalia/2018/11/07/14-european-countries-levy-the-same-vat-on-sanitary-towels-and-tampons-as-on-tobacco-beer-and-wine/">Half of the European countries levy the same VAT on sanitary towels and tampons as on tobacco, beer and wine | Civio</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://edition.cnn.com/2018/07/22/health/india-tampon-tax-intl/index.html">India scraps controversial tax on sanitary pads &#8211; CNN</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://digitalcommons.pace.edu/cgi/viewcontent.cgi?article=2068&amp;context=lawfaculty">Tampon Taxes, Discrimination, and Human Rights (pace.edu)</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/tampon-tax/">ค่าแรง 1 ชั่วโมง ซื้อผ้าอนามัยได้กี่ชิ้น</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าแรง-ค่าครองชีพ พื้นฐานประเทศต่างๆ [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-where-go-to/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 May 2021 09:57:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[economy]]></category>
		<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างขั้นต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าแรงขั้นต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ย้ายประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการ]]></category>
		<category><![CDATA[เปรียบเทียบประเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rml.otters.dev/?p=354</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3585;&#3619;&#3632;&#3649;&#3626 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-where-go-to/">ค่าแรง-ค่าครองชีพ พื้นฐานประเทศต่างๆ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">จากกระแสในโซเชียลมีเดียที่คนรุ่นใหม่รู้สึกหมดหวังต่อการบริหารประเทศ จนเกิดประเด็นการชักชวนกันย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ตามมาด้วยการสร้างกรุ๊ปในเฟซบุ๊กชื่อ ‘ย้ายประเทศกันเถอะ’ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยมีสมาชิกในกรุ๊ปกว่า 7 แสนคนภายในเวลา 3 วันที่ก่อตั้งกรุ๊ป (ก่อนที่ต่อมาจะเปลี่ยนชื่อกรุ๊ปเป็น ‘โยกย้าย มาส่ายสะโพกโยกย้าย’) และได้รับการพูดถึงทั้งในสื่อและโซเชียลมีเดียเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีการตั้งกรุ๊ปเฉพาะของกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่อยากย้ายประเทศ เช่น หมอ พยาบาล วิศวกร</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากความนิยมในการตั้งกระทู้ในกรุ๊ป ‘ย้ายประเทศกันเถอะ’ พบว่าประเทศที่ได้รับการกล่าวถึงมีทั้งสหรัฐอเมริกา ประเทศในโซนยุโรปอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร หรือในโซนสแกนดิเนเวียที่ขึ้นชื่อเรื่องรัฐสวัสดิการและคุณภาพชีวิตทั้งฟินแลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน เนเธอร์แลนด์ หรือประเทศในแถบเอเชียอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน รวมไปถึงทวีปออสเตรเลีย อย่างออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ได้ทำข้อมูลเปรียบเทียบประเทศต่างๆ ที่ถูกพูดถึงในกรุ๊ป ‘ย้ายประเทศกันเถอะ’ ทั้งเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำ (อ้างอิงตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 4 พฤษภาคม 2564) ราคานม 1 ลิตร เพื่อสะท้อนอัตราค่าครองชีพ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องจ่ายแก่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประกันสังคม ประกันสุขภาพ และค่าใช้จ่ายพื้นฐานอื่นๆ ที่ต้องจ่ายแก่รัฐเพื่อนำไปจัดสวัสดิการสังคม</p>



<p class="wp-block-paragraph">มีรายละเอียดดังนี้</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQwP_8MwbodpRrbsyr876DUB9EjpS82pD76TJKJ1HJCY3_NZZSzqj9GsVYdVzfz--BpDNaZu87hT1Qb/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">ดาวน์โหลดข้อมูลที่ https://tinyurl.com/tablesforwheretogo</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-where-go-to/">ค่าแรง-ค่าครองชีพ พื้นฐานประเทศต่างๆ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ย้ายไปประเทศไหนดี</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/where-to-go/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 May 2021 09:47:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[economy]]></category>
		<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างขั้นต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าแรงขั้นต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ย้ายประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการ]]></category>
		<category><![CDATA[เปรียบเทียบประเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rml.otters.dev/?p=349</guid>

					<description><![CDATA[<p>เช็กค่าแรงขั้นต่ำ ค่าครองชีพ ภาษี และเงินที่ต้องจ่ายให้แก่รัฐเพื่อสวัสดิการสังคมในประเทศสุดฮิต หลังกระแส #ย้ายประเทศกันเถอะ</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/where-to-go/">ย้ายไปประเทศไหนดี</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">จากกระแสในโซเชียลมีเดียที่คนรุ่นใหม่รู้สึกหมดหวังต่อการบริหารประเทศ จนเกิดประเด็นการชักชวนกันย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ตามมาด้วยการสร้างกรุ๊ปในเฟซบุ๊กชื่อ ‘ย้ายประเทศกันเถอะ’ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยมีสมาชิกในกรุ๊ปกว่า 7 แสนคนภายในเวลา 3 วันที่ก่อตั้งกรุ๊ป (ก่อนที่ต่อมาจะเปลี่ยนชื่อกรุ๊ปเป็น ‘โยกย้าย มาส่ายสะโพกโยกย้าย’) และได้รับการพูดถึงทั้งในสื่อและโซเชียลมีเดียเป็นอย่างมาก ทั้งยังมีการตั้งกรุ๊ปเฉพาะของกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่อยากย้ายประเทศ เช่น หมอ พยาบาล วิศวกร&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูความนิยมในการตั้งกระทู้ในกรุ๊ป ‘ย้ายประเทศกันเถอะ’ พบว่าประเทศที่ได้รับการกล่าวถึงมีทั้งสหรัฐอเมริกา ประเทศในโซนยุโรปอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร หรือในโซนสแกนดิเนเวียที่ขึ้นชื่อเรื่องรัฐสวัสดิการและคุณภาพชีวิตทั้งฟินแลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน เนเธอร์แลนด์ หรือประเทศในแถบเอเชียอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน รวมไปถึงทวีปออสเตรเลีย อย่างออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ได้ทำข้อมูลเปรียบเทียบประเทศต่างๆ ที่ถูกพูดถึงในกรุ๊ป ‘ย้ายประเทศกันเถอะ’&nbsp; ทั้งเรื่องของค่าแรงขั้นต่ำ (อ้างอิงตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 4 พฤษภาคม 2564) ราคานม 1 ลิตร เพื่อสะท้อนอัตราค่าครองชีพ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องจ่ายแก่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประกันสังคม ประกันสุขภาพ และค่าใช้จ่ายพื้นฐานอื่นๆ ที่ต้องจ่ายแก่รัฐเพื่อนำไปจัดสวัสดิการสังคม โดยอ้างอิงจากเว็บไซต์ทางการและไม่เป็นทางการของแต่ละประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลพบว่าราคานมขนาด 1 ลิตร (อ้างอิงจาก globalproductprices.com) แตกต่างกันไม่มากนัก ในขณะที่ประเทศในแถบสแกนดิเนเวียที่มีค่าแรงขั้นต่ำในอัตราสูงนั้น ก็จะพบว่ามีอัตราภาษีแบบก้าวหน้าที่สูงมากเช่นเดียวกัน และมีระบบภาษีที่ซับซ้อนทั้งภาษีที่ต้องจ่ายให้รัฐบาลกลางและภาษีส่วนท้องถิ่น ในขณะที่ระบบประกันสังคม หรือระบบประกันสุขภาพ ก็มีความแตกต่างกันออกไป ทั้งในแบบที่รวมอยู่ในภาษีที่ต้องจ่าย แบบที่ต้องจ่ายเพิ่ม หรือแม้กระทั่งการสมทบของนายจ้างก็มีตัวเลขที่แตกต่างกัน ซึ่งระบบต่างๆ ในแต่ละประเทศนั้นส่งผลถึงรายได้สุทธิของประชาชนในประเทศนั้นๆ&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม เพียงแค่ค่าแรงขั้นต่ำ ราคานม อัตราภาษี ประกันสังคม ประกันสุขภาพ และค่าใช้จ่ายพื้นฐานอื่นๆ ที่ต้องจ่ายแก่รัฐเพื่อจัดสรรสวัสดิการสังคม เท่าที่ Rocket Media Lab ได้ทำข้อมูลในการนำเสนอในครั้งนี้ ไม่อาจวัดได้อย่างสมบูรณ์ว่าประเทศใดน่าจะย้ายไปอยู่มากกว่ากัน เพราะยังมีตัวแปรอื่นๆ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องค่าใช้จ่ายโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นค่าศึกษาเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล (ส่วนต่างหรือส่วนเกินจากระบบประกันสุขภาพของรัฐ) ค่าที่พักอาศัย ค่าเดินทางขนส่งมวลชน ฯลฯ หรือที่ไม่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายที่เป็นตัวเงินโดยตรง เช่น คุณภาพอากาศ คุณภาพเมืองและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน หรือแม้กระทั่งกฎระเบียบในการรับชาวต่างชาติเข้ามาเป็นพลเมือง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ข้อมูลชุดนี้ยังเป็นเพียงข้อมูลมาตรฐาน ที่อาจไม่ครบถ้วนในทุกประเภทของค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานที่ต้องจ่ายให้แก่รัฐ เช่น ในบางประเทศอาจมีค่าภาษีวิทยุและโทรทัศน์ รวมไปถึงอาจมีความคลาดเคลื่อนของตัวเลขและข้อมูลซึ่งแปรผันตามท้องที่ หรือมีการปรับใหม่ หรือแม้กระทั่งจากความผิดพลาดในการหาข้อมูลเอง ซึ่งทาง Rocket Media Lab พร้อมปรับแก้ข้อมูลเพื่อความสมบูรณ์ถูกต้องในการนำไปใช้หรืออ้างอิงในโอกาสต่อไป โดยสามารถแจ้งได้ที่ contact.rocketmedialab [at] gmail.com</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="813" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/infographic-ย้ายประเทศ-813x1024.jpg" alt="" class="wp-image-351" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/infographic-ย้ายประเทศ-813x1024.jpg 813w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/infographic-ย้ายประเทศ-238x300.jpg 238w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/infographic-ย้ายประเทศ-768x967.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/infographic-ย้ายประเทศ-1219x1536.jpg 1219w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/infographic-ย้ายประเทศ-1626x2048.jpg 1626w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/05/infographic-ย้ายประเทศ-scaled.jpg 2032w" sizes="(max-width: 813px) 100vw, 813px" /></figure></div>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลพื้นฐานได้ที่ <a href="https://tinyurl.com/tablesforwheretogo">https://tinyurl.com/tablesforwheretogo</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/where-to-go/">ย้ายไปประเทศไหนดี</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
