<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ผู้สูงอายุ Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/ผู้สูงอายุ/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Tue, 03 Feb 2026 02:35:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>ผู้สูงอายุ Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/ผู้สูงอายุ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>#DataDrivenPolicy เลือกตั้ง ’69 ปัญหาผู้สูงอายุ</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/datadrivenpolicy-election69-oldage/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Feb 2026 02:34:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[DataDrivenPolicy]]></category>
		<category><![CDATA[DataDrivenPolicyคำถามนี้นักการเมืองต้องตอบ]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมผู้สูงอายุ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=6593</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3614;&#3619;&#3619;&#3588;&#3585;&#3634;&#3619;&#3648 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/datadrivenpolicy-election69-oldage/">#DataDrivenPolicy เลือกตั้ง ’69 ปัญหาผู้สูงอายุ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h3 class="wp-block-heading">พรรคการเมืองจะมีนโยบายอย่างไร เมื่อปัจจุบันไทยมีผู้สูงอายุ 14 ล้านคน ต้องจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุปีละ 1 แสนล้านบาทต่อปี งบบัตรทองสูงกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี อีก 20 ปีข้างหน้าจะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 20.5 ล้านคน รัฐจะหาเงินมาจากไหน</h3>



<p>#DataDrivenPolicyคำถามนี้นักการเมืองต้องตอบ ชวนเปิดไพ่ ใช้ข้อมูลนำทาง กับไพ่ The Hermit ผู้สูงอายุ</p>



<p>#เลือกตั้ง69 ครั้งนี้ พรรคการเมืองมาพร้อมนโยบายมากมายสารพัดและแตกต่างกันไป Rocket Media Lab ขอเชิญชวนนักการเมืองทุกพรรค รวมไปถึงประชาชนทุกคน ทั้งผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง หรือยังไม่มี มาร่วมกันคลี่ปมปัญหา 12 ประเด็นของประเทศไทย ว่ามีอะไรซุกซ่อนอยู่บ้าง ผ่าน ‘ไพ่ทาโรต์’ ชุดพิเศษที่จัดทำขึ้น ที่จะมาพร้อมทั้งประเด็นปัญหา ชุดคำถามสำคัญที่จะพาเราไปหาทางออก และข้อมูลที่จะนำไปสู่การออกแบบนโยบายเพื่อแก้ปัญหานั้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">จะแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อประเทศไทยมีผู้สูงอายุ 14,027,411 คน แต่มีผู้สูงอายุที่ไม่มีงานทำสูงถึง 62.47% และมีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาท/ปี 19.91%</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6598" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/1-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/1-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/1-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>ปี 2567 ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 14,027,411 คน คิดเป็น 20% ของประชากรทั้งประเทศ ทำให้ไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) เมื่อเทียบกับข้อมูลจำนวนผู้สูงอายุที่ไม่มีงานทำ จากรายงานการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 ระดับจังหวัด สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าในปี 2567 มีผู้สูงอายุที่ไม่มีงานทำจำนวน 8,763,223 คน หรือคิดเป็น 62.47% ของประชากรผู้สูงอายุทั้งหมด&nbsp;</p>



<p>แม้ตัวเลขผู้สูงอายุที่ไม่มีงานทำอาจจะไม่ได้บอกได้ทั้งหมดว่าผู้สูงอายุของไทยเกิดวิกฤตการหารายได้เพื่อมาเลี้ยงชีพ แต่จากข้อมูลยังพบว่าประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อปี หรือมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 2,500 บาทต่อเดือนซึ่งต่ำกว่าเส้นความยากจน 3,078 บาทต่อคนต่อเดือน จำนวน 2,793,351 คน หรือ 19.91% ของประชากรผู้สูงอายุทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่ายังมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่ยังไม่มีรายได้ที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ส่วนทางกับค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยเฉพาะค่าดูแลรักษาสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">จะแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อเบี้ยผู้สูงอายุเป็นแบบขันบันได 600-1,000 บาท และไม่เพิ่มมา 16 ปีแล้ว</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/2-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6599" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/2-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/2-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/2-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/2-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/2-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/2-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>แนวคิดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุริเริ่มในปี 2535 รัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2535 ในการจัดทำสวัสดิการผู้สูงอายุยากจนหรือถูกทอดทิ้ง ในลักษณะของเงินสงเคราะห์เบี้ยยังชีพรายเดือน คนละ 200 บาทต่อเดือน และเริ่มให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยากจนที่มีรายได้ต่ำกว่า 6,000 บาทต่อปีในปี 2536 สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ก็ดำเนินการต่อโดยกรมประชาสงเคราะห์</p>



<p>ต่อมาในปี 2542 มีมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 7 ธันวาคม 2542 เห็นชอบให้มีการเพิ่มเงินพิเศษเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยในปี 2543 เพิ่มเป็น 300 บาทต่อเดือน และในปี 2545 มีการปรับรูปแบบการจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุจากรายเดือน เป็นราย 6 เดือน งวดละ 1,800 บาท จำนวน 2 งวด รวมปีละ 3,600 บาทต่อปี</p>



<p>ในปี 2549 คณะรัฐมนตรีมีมติรับหลักการให้ปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์เบี้ยยังชีพจากเดิม 300 บาทต่อเดือน เป็น 500 บาทต่อเดือน และได้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบการให้แบบถ้วนหน้าในปี 2551 ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อให้ครอบคลุมผู้สูงอายุทุกคน เป็นครั้งแรกที่มีการจัดเบี้ยสูงอายุให้เป็นสวัสดิการถ้วนหน้า</p>



<p>ในปี 2553 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีมติเห็นชอบเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเบี้ยสูงอายุจากแบบอัตราคงที่คงที่เป็นแบบขั้นบันได โดยที่ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 &#8211; 69 ปี จะได้รับเงิน 600 บาทต่อเดือน อายุ 70 &#8211; 79 ปี รับเงิน 700 บาทต่อเดือน อายุ 80 &#8211; 89 ปี รับเงิน 800 บาทต่อเดือน และอายุมากกว่า 90 ปีขึ้นไปรับเงิน 1,000 บาทต่อเดือน</p>



<p>เป็นเวลากว่า 32 ปี เบี้ยสูงอายุเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสวัสดิการขั้นพื้นฐาน เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุในยามเกษียณ แต่นับตั้งแต่ปี 2553 เบี้ยสูงอายุยังคงให้อัตราแบบขั้นบันได 600 &#8211; 1,000 บาทต่อเดือนมาเป็นเวลา 16 ปี ในขณะที่ค่าครองชีพกลับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">จะแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อประเทศไทยต้องจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี ในขณะที่อีก 20 ปีข้างหน้าจะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 20.5 ล้านคน&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/3-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6600" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/3-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/3-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/3-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/3-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/3-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/3-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>ข้อมูลงบประมาณเบี้ยผู้สูงอายุ จากรายงานงบประมาณฉบับประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2564- 2569 พบว่า นับตั้งแต่ปี 2564 ที่มีการตั้งงบประมาณเบี้ยผู้สูงอายุจำนวน 80,774.30 ล้านบาท เพื่อรองรับผู้สูงอายุจำนวน 10.19 ล้านคน จนถึงปี 2569 งบประมาณได้เพิ่มเป็น 101,540.10 ล้านบาท เพื่อรองรับผู้สูงอายุจำนวน 12.68 ล้านคน  เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ถึง 25.71% </p>



<p>ในขณะที่ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นทุกปี จากข้อมูลจำนวนประชากรไทยที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านแยกรายอายุรายเดือน กรมการปกครอง พบว่าในปี 2563 มีผู้สูงอายุจำนวน 11.63 ล้านคน จนถึงปี 2568 มีผู้สูงอายุจำนวน 14.01 ล้านคน โดยมีการคาดการณ์ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุสูงถึง 20.5 ล้านคน รัฐจะต้องเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการงบประมาณเบี้ยยังชีพที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">จะแก้ปัญหาอย่างไร เมื่องบบัตรทองเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ปีละ 3 หมื่นล้านบาท&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/4-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6601" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/4-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/4-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/4-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/4-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/4-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/4-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p>จากข้อมูลงบประมาณสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พบว่า งบประมาณของบัตรทองที่เป็นค่าบริการสุขภาพต่างๆ ในปีงบประมาณ 2566 สูงถึง 204,140.04 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 2569 งบเพิ่มเป็น 265,295.58 ล้านบาท</p>



<p>แม้บัตรทองจะครอบคลุมทุกช่วงอายุ แต่จำนวนผู้สูงอายุที่มีสิทธิในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติมีจำนวนเพิ่มขึ้น จากข้อมูลรายงานจำนวนประชากร จำแนกเพศและช่วงอายุ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พบว่า ในปีงบประมาณ 2566 มีผู้สูงอายุในระบบบัตรทอง 10,781,289 คน คิดเป็นร้อยละ 22.97 ของผู้มีสิทธิบัตรทองทั้งหมด ในขณะที่ในปีงบประมาณ 2569 มีผู้สูงอายุในระบบบัตรทอง 11,879,287 คน คิดเป็นร้อยละ 25.37 ของผู้มีสิทธิบัตรทองทั้งหมด</p>



<p>นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้สูงอายุยังมีอัตรการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) สูงขึ้นเรื่อย โดยในปี พ.ศ. 2566 ประเทศไทยพบผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อจำนวน 7,404,202 คน คิดเป็น 75% ของผู้สูงอายุทั้งหมด โดยพบป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง 4,615,969 คน คิดเป็น 46.91% โรคเบาหวาน 2,144,438 คน คิดเป็น 21.79% รวมไปถึงโรคไต ที่พบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยในปี 2566 มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคไตเรื้อรังในช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไปมากถึง 8,922 คน และมากที่สุดในทุกช่วงอายุ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนสร้างภาระทางด้านงบประมาณสาธารณสุขอย่างมหาศาล&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">รัฐทำอะไรไปแล้วบ้าง</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/6-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6602" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/6-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/6-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/6-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/6-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/6-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/6-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<ol class="wp-block-list">
<li>เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ</li>
</ol>



<p>เบี้ยผู้สูงอายุ เป็นเงินช่วยเหลือจากภาครัฐให้กับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพในแต่ละเดือนของผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันภาครัฐจะให้เงินช่วยเหลือในรูปแบบขั้นบันได โดยผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 &#8211; 69 ปี จะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ 600 บาทต่อเดือน อายุ 70 &#8211; 79 ปี ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ 700 บาทต่อเดือน อายุ 80 &#8211; 89 ปี ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ 800 บาทต่อเดือน และอายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาทต่อเดือน</p>



<p>แม้ที่ผ่านมา เบี้ยผู้สูงอายุจะเป็นสวัสดิการแบบถ้วนหน้า แต่เมื่อปี 2566 กระทรวงมหาดไทยได้ออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 โดยเพิ่มเงื่อนไขว่าผู้มีสิทธิรับเบี้ยผู้สูงอายุนอกจากจะมีสัญชาติไทย มีชื่อในทะเบียนบ้านของเขตองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น มีอายุ 60 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป จะต้องเป็นเป็นผู้ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด ส่งผลให้เบี้ยผู้สูงอายุไม่ได้เป็นสวัสดิการแบบถ้วนหน้า</p>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>โครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย</li>
</ol>



<p>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เริ่มทำโครงการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านให้ผู้สูงอายุ โดยกรมกิจการสูงอายุร่วมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้าช่วยเหลือปรับปรุงที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุให้เหมาสมและปลอดภัย โดยจะเป็นค่าปรับปรุง ซ่อมแซมในอัตราเหมาจ่าย หลังละไม่เกิน 40,000 บาท</p>



<p>คุณสมบัติของผู้ที่ได้สิทธิขอเข้าโครงการจะต้องเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีสัญชาติไทย มีฐานะยากจนหรือรายได้ไม่เพียงพอ ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐ หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ และมีที่อยู่อาศัยที่ไม่มั่นคง ไม่เหมาะสมหรือไม่ปลอดภัยต่อการดำรงชีพของผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุสามารถขอรับการสนับสนุนโครงการได้ที่ กรมกิจการผู้สูงอายุ สํานักงานเขตกรุงเทพมหานคร สำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทุกจังหวัด ศูนย์พัฒนาจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง และเทศบาลนครเมืองพัทยา</p>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>กองทุนผู้สูงอายุ</li>
</ol>



<p>กองทุนผู้สูงอายุ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 มาตรา 13 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเงินช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครองคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ โดยทางกองทุนจะให้ความช่วยเหลือในรูปแบบการกู้ยืมได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การกู้ยืมเพื่อนำไปประกอบอาชีพ โดยการกู้ยืมรายบุคคลจะได้รับวงเงินไม่เกิน 30,000 บาท และรายกลุ่มไม่น้อยกว่า 5 คน จะได้รับวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ผู้กู้สามารถผ่อนชำระคืนภายใน 3 ปี โดยไม่มีดอกเบี้ย</li>



<li>การขอรับการสนับสนุนโครงการจากกองทุนผู้สูงอายุสำหรับองค์กรของผู้สูงอายุและภาคเอกชนที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับการคุ้มครอง ส่งเสริม สนับสนุนผู้สูงอายุ</li>
</ul>



<ol start="4" class="wp-block-list">
<li>ไทยมีงานทำ</li>
</ol>



<p>ภาครัฐได้จัดทำ “ไทยมีงานทำ” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรวมรวมตำแหน่งงานจากภาครัฐ และเอกชน เพื่อให้ประชาชนสามารถค้นหาตำแหน่งงานที่ว่าง การส่งเสริมทักษะอาชีพ และรวบรวมหลักสูตรอบรมทางวิชาชีพ โดยไทยมีงานทำเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถหางานที่เหมาะสม และเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุเข้ามาหางานได้ ทั้งในรูปแบบงานพาร์ทไทม์ และงานประจำสำหรับผู้สูงอายุ</p>



<ol start="5" class="wp-block-list">
<li>ครอบครัวอุปถัมป์ผู้สูงอายุ</li>
</ol>



<p>เป็นโครงการสนับสนุนให้บุคคลหรือครอบครัวเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีฐานะยากจน ไม่มีผู้ดูแล หรือมีแต่ไม่สามารถเลี้ยงดูได้ โดยผู้ที่สนใจจะเข้าโครงการจะต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี หากมีอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่มีศักยภาพในการดูแลผู้สูงอายุอาจะได้รับการพิจรณาเป็นรายๆ ไป มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งและอยู่ในบริเวณเดียวกับผู้สูงอายุ ไม่เป็นผู้ต้องหาว่ากระทำผิดอาญาหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล และผู้สมัครต้องได้รับความยินยอมจากสมาชิกทุกคนในครอบครัวว่า “มีความพร้อมในการคุ้มครองผู้สูงอายุ”</p>



<p>โดยครอบครัวอุปถ์จะได้รับความช่วยเหลือในการคุ้มครองผู้สูงอายุ ครอบครัวละ 2,000 บาทต่อเดือน หากมีเหตุจำเป็นและเหมาะสม อาจะไม่รับการพิจารณาให้เงินช่วยเหลือได้ไม่เกินครอบครัวละ 3,000 บาทต่อเดือน</p>



<h3 class="wp-block-heading">เห็นด้วยหรือไม่? พรรคการเมืองของคุณจะรับนโยบายต่อไปนี้หรือไม่</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/7-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6603" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/7-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/7-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/7-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/7-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/7-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/02/7-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<ol class="wp-block-list">
<li>จัดตั้งบำนาญแห่งชาติ เพื่อเป็นหลักประกันรายได้ให้ผู้สูงอายุแบบถ้วนหน้า</li>



<li>เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุให้สอดคล้องกับเส้นความยากจนและค่าครองชีพ</li>



<li>กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐต้องรับผู้สูงอายุเข้าทำงานอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง</li>



<li>กำหนดให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ต้องจ้างผู้สูงอายุเข้าทำงานในอัตราส่วนลูกจ้างทั่วไป 100 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน เช่นเดียวกับการจ้างงานคนพิการ</li>



<li>ขยายอายุเกษียณเป็น 65 ปี เพื่อเพิ่มเวลาในการออมเงินและหารายได้</li>



<li>สร้างบ้านพักผู้สูงอายุในราคาที่เข้าถึงได้ ในแต่ละจังหวัดให้เพียงพอต่อจำนวนผู้สูงอายุที่ไม่มีที่อยู่อาศัย ในแต่ละจังหวัด&nbsp;</li>
</ol>



<p>ที่มา</p>



<p><a href="https://cmudc.library.cmu.ac.th/frontend/Info/item/dc:120907">การประเมินผลโครงการเบี้ยยังชีพสำหรับผู้สูงอายุขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</a></p>



<p><a href="https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2025/20241209145003_27188.pdf">การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567</a></p>



<p><a href="https://stat.bora.dopa.go.th/new_stat/webPage/statByAge.php">จำนวนประชากรแยกรายอายุ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย</a></p>



<p><a href="https://so01.tci-thaijo.org/index.php/JDAR/article/view/243957">พัฒนาการของนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในประเทศไทย: การเปรียบเทียบกระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรามคำแหง</a></p>



<p><a href="https://www.bb.go.th/topic.php?gid=1378&amp;mid=987">งบประมาณฉบับประชาชน สำนักงบประมาณ</a></p>



<p>งบประมาณสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2566 &#8211; 2569</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/datadrivenpolicy-election69-oldage/">#DataDrivenPolicy เลือกตั้ง ’69 ปัญหาผู้สูงอายุ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจความเปราะบางผู้สูงอายุ: สกลนครติดอันดับเสี่ยงที่สุด ขอนแก่นน้อยสุด ส่วนกรุงเทพฯ อยู่เกือบท้ายตาราง</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/frailty-old-age/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Nov 2025 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxThaiHealth]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านพักคนชรา]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5975</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3626;&#3633;&#3591;&#3588;&#3617;&#3612;&#3641;&#3657 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/frailty-old-age/">สำรวจความเปราะบางผู้สูงอายุ: สกลนครติดอันดับเสี่ยงที่สุด ขอนแก่นน้อยสุด ส่วนกรุงเทพฯ อยู่เกือบท้ายตาราง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>ภาคเหนือเป็นภาคที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านสุขภาพกายสูงที่สุด&nbsp; โดยจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านสุขภาพกายสูงที่สุด คือ กำแพงเพชร</li>



<li>ภาคที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านสุขภาพจิตสูงที่สุด คือ ภาคเหนือ โดยจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านสุขภาพจิตสูงที่สุด คือ แพร่</li>



<li>หากรวมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต พบว่าภาคเหนือเป็นภาคที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางสูงที่สุด และกำแพงเพชรเป็นจังหวัดเปราะบางทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตต่อผู้สูงอายุ อันดับ 1</li>



<li>ภาคที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านเศรษฐกิจสูงสุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านเศรษฐกิจสูงสุด คือ นราธิวาส</li>



<li>ภาคที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านที่อยู่อาศัยสูงสุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านที่อยู่อาศัยสูงสุด คือ สกลนคร</li>



<li>ในภาพรวมทั้ง 3 มิติ ภาคที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางสูงสุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางสูงสุด คือ สกลนคร ในขณะที่ต่ำที่สุดคือ ขอนแก่น&nbsp;</li>
</ul>



<p>สังคมผู้สูงวัยกำลังเป็นปัญหาที่ท้าทายทั่วโลก โดยองค์การสหประชาชาติ ได้ให้นิยามว่า ‘ผู้สูงอายุ’ คือ ประชากรทั้งเพศชายและ เพศหญิงซึ่งมีอายุมากกว่า 60&nbsp; ปีขึ้นไป ส่วนคำว่า &#8220;สังคมผู้สูงอายุ&#8221; องค์การสหประชาชาติ แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับการก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ระดับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) และระดับสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) โดยให้นิยามของระดับต่างๆ ซึ่งทั้งประเทศไทยและรวมทั้งประเทศต่างๆ ทั่วโลกใช้ความหมายเดียวกันในนิยามของทุกระดับของสังคมผู้สูงอายุดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คือ การมีประชากรอายุ 60&nbsp; ปีขึ้นไปรวมทั้งเพศชายและเพศหญิง มากกว่าร้อยละ 10&nbsp; ของประชากรทั้งประเทศ หรือมีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปี เกินร้อยละ 7&nbsp; ของประชากรทั้งประเทศ&nbsp;</li>



<li>สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ คือ เมื่อประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 หรือ ประชากรอายุ 65 ปี เพิ่มเป็นร้อยละ 14 ของประชากรทั้งประเทศ&nbsp;</li>



<li>สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด คือ สังคมที่มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศ</li>
</ol>



<p>นอกจากนี้องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) คาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) จำนวนประชากรของผู้สูงอายุทั่วโลกที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป จะเพิ่มสัดส่วนเป็นเท่าตัว จาก 605 ล้านคน หรือ ร้อยละ 11 ของ จำนวนประชากรโลกทั้งหมด เป็น 2 พันล้านคน หรือ ร้อยละ 22 กล่าวโดยสรุปคือ 1 ใน 5 ของประชากรโลกจะมีอายุตั้งแต่ 65 ปี ขึ้นไป</p>



<p>ในขณะที่ประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2567 มีผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 14,027,411 คน คิดเป็น 20% ของประชากรทั้งประเทศ ทำให้ไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) เนื่องจากมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากกว่า 20% ของประชากร</p>



<p>การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัย ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และเกิดภาระงบประมาณในการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งในด้านสาธารณสุข สวัสดิการ การเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานต่างๆ ซึ่งทำให้ภาครัฐและทุกภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำเป็นต้องวางแผนนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาและเตรียมการสำหรับอนาคตเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>Rocket Media Lab ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดทำข้อมูลการศึกษาพื้นที่เปราะบางต่อผู้สูงอายุ ทั้งในมิติด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และที่อยู่อาศัย เพื่อใช้ในการเฝ้าระวัง และวางแผนนโยบายในอนาคตเพื่อรับมือกับสังคมสูงวัยในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">มิติด้านสุขภาพ : แก่ตัวไป กาย-ใจ ใครจะดูแล&nbsp;</h3>



<p>จากข้อมูลสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร ของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง พบว่า ในปี 2567 ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุ 14,027,411 คน หรือคิดเป็น 20% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งถือว่าไทยเป็นประเทศสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์แล้ว อันหมายถึง สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด และเมื่อพิจารณาเป็นรายพื้นที่จะพบว่า จังหวัดที่มีจำนวนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งหมดในจังหวัดเป็นสัดส่วนสูงสุด 10 อันดับแรก คือ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พะเยา อุทัยธานี แพร่ พิษณุโลก ลำปาง นครสวรรค์ และกำแพงเพชร จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นจังหวัดในภาคเหนือ และภาคกลางตอนบน&nbsp;</p>



<p>แต่ถึงอย่างนั้นเราก็อาจจะยังไม่สามารถสรุปได้ว่าพื้นที่จังหวัดในภาคเหนือเป็นพื้นที่เปราะบางต่อผู้สูงวัยสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องสุขภาพ ในการจะหาพื้นที่เปราะบางต่อผู้สูงอายุในด้านสุขภาพ โดยเริ่มต้นจากสุขภาพกาย จะใช้ข้อมูลรายจังหวัดทั้งโรคไม่ติดต่อ (NCDs) และทรัพยากรสาธารณสุข เพื่อพิจารณาว่าพื้นที่จังหวัดใดนอกจากจะมีผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อในสัดส่วนที่สูงแล้ว ยังมีทรัพยากรทางสาธารณสุขไม่เพียงพอในการดูแลอีกด้วย</p>



<h4 class="wp-block-heading"><em>ผู้สูงอายุกับความเปราะบางต่อโรคไม่ติดต่อ</em></h4>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติสุขภาพ_NCDs-1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5997" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติสุขภาพ_NCDs-1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติสุขภาพ_NCDs-1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติสุขภาพ_NCDs-1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติสุขภาพ_NCDs-1-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อพิจารณาโรคไม่ติดต่อที่ผู้สูงอายุป่วยเป็นจำนวนมากจาก 5 โรคที่มีข้อมูลแยกเป็นรายจังหวัด คือ โรคเบาหวาน โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิต และโรคทางเดินหายใจ โดยใช้ข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) ปี 2567 กระทรวงสาธารณสุข และนำมาคำนวณเป็นคะแนนว่าพื้นที่ใดมีจำนวนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อ 5 โรค ต่อจำนวนประชากรสูงอายุ โดยใช้หลัก Normalization and Scaling ซึ่งเป็นวิธีการสากลที่ใช้ในการคำนวณการจัดอันดับ โดยมีสูตรดังนี้&nbsp;</p>



<p>Index = (((X &#8211; Min) / (Max &#8211; Min))*(1 &#8211; คะแนนเต็ม))+1</p>



<p>X คือ ตัวเลขข้อมูลที่จะใช้คำนวณ</p>



<p>Max คือ ตัวเลขข้อมูลสูงสุด</p>



<p>Min คือ ตัวเลขข้อมูลต่ำสุด</p>



<p>คะแนนเต็ม คือ คะแนน Index เต็ม</p>



<p>ซึ่งจังหวัดที่ได้คะแนนมาก หมายถึง จังหวัดที่มีความเปราะบางต่ำ ส่วนจังหวัดที่ได้คะแนนน้อย หมายถึง จังหวัดที่มีความเปราะบางสูง โดยหลังจากนั้นจะนำคะแนนไปรวมกันเพื่อจัดอันดับพื้นที่เปราะบางต่อผู้สูงอายุ โดยพบว่า&nbsp;</p>



<p>จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานต่อประชากรสูงอายุ สูงที่สุด&nbsp; 10 อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สิงห์บุรี 32.96% คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>อ่างทอง&nbsp; 30.89% คิดเป็น 8.03 คะแนน</li>



<li>นครนายก&nbsp; 30.21% คิดเป็น 10.33 คะแนน</li>



<li>ชัยนาท&nbsp; 26.49% คิดเป็น 22.99 คะแนน</li>



<li>พังงา&nbsp; 26.18% คิดเป็น 24.02 คะแนน</li>



<li>สมุทรสงคราม&nbsp; 24.63% คิดเป็น 29.31 คะแนน</li>



<li>แพร่&nbsp; 24.33% คิดเป็น 30.33 คะแนน</li>



<li>จันทบุรี&nbsp; 24.32% คิดเป็น 30.35 คะแนน</li>



<li>พัทลุง&nbsp; 23.93% คิดเป็น 31.66 คะแนน</li>



<li>เลย&nbsp; 23.42% คิดเป็น 33.40 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน จำนวน 2,329,795 คน คิดเป็น 16.61% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานต่อประชากรสูงอายุสูงที่สุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คิดเป็น 19.94% ของประชากรสูงอายุ ตามด้วยภาคเหนือ 17.60% ภาคตะวันออก 17.35% ภาคใต้ 17.20% ภาคตะวันตก 16.47% และภาคกลาง 13.17%&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า จังหวัดในภาคกลางอยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 5 จังหวัดด้วยกัน และใน 10 อันดับแรกก็มีการกระจายตัวแทบครบทุกภาค และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรกเพียง 1 จังหวัด คือ แพร่ โดยจะเห็นว่าสัดส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานต่อประชากรสูงอายุสูงที่สุด คือ สิงห์บุรี จำนวนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน 13,016 คน คิดเป็น 32.96% ของประชากรสูงอายุ ในขณะที่น้อยที่สุดคือ กรุงเทพฯ&nbsp; จำนวนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน 55,458 คน คิดเป็น 3.81% ของประชากรสูงอายุ</p>



<p>จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพองต่อประชากรสูงอายุ สูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กรุงเทพฯ 0.42% คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>ตรัง 0.35%&nbsp; คิดเป็น 17.61 คะแนน</li>



<li>พะเยา 0.35% คิดเป็น 17.67 คะแนน</li>



<li>นครนายก 0.32% คิดเป็น 24.78 คะแนน</li>



<li>เพชรบุรี 0.31% คิดเป็น 28.15 คะแนน</li>



<li>กระบี่ 0.26% คิดเป็น 38.17 คะแนน</li>



<li>ชุมพร 0.26% คิดเป็น 39.75 คะแนน</li>



<li>ราชบุรี 0.24% คิดเป็น 42.92 คะแนน</li>



<li>สมุทรสาคร 0.22% คิดเป็น 47.61 คะแนน</li>



<li>ปัตตานี 0.21% คิดเป็น 49.73 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง จำนวน 16,866 คน คิดเป็น 0.12% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพองต่อประชากรสูงอายุสูงที่สุดคือ ภาคกลาง 0.18% ของประชากรสูงอายุ ตามด้วยภาคตะวันตก 0.16% ภาคเหนือ 0.15% ภาคใต้ 0.12% ภาคตะวันออก 0.06% และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 0.05%&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า จังหวัดในภาคใต้อยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 4 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรก 1 จังหวัด คือ พะเยา โดยจะเห็นว่าสัดส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพองต่อประชากรสูงอายุสูงที่สุด คือ กรุงเทพฯ จำนวนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง 6,123 คน คิดเป็น 0.42% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด ในขณะที่น้อยที่สุดคือ อุทัยธานี&nbsp; จำนวนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง 2 คน คิดเป็น 0.0028% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด</p>



<p>จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดต่อประชากรสูงอายุ สูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>อ่างทอง 7.60% คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>จันทบุรี 5.74% คิดเป็น 25.47 คะแนน</li>



<li>นครนายก 5.26% คิดเป็น 31.71 คะแนน</li>



<li>สิงห์บุรี 4.39% คิดเป็น 43.24 คะแนน</li>



<li>พัทลุง 4.08% คิดเป็น 47.28 คะแนน</li>



<li>พะเยา 3.60% คิดเป็น 53.60 คะแนน</li>



<li>ชุมพร 3.60% คิดเป็น 53.63 คะแนน</li>



<li>อุดรธานี 3.48% คิดเป็น 55.17 คะแนน</li>



<li>สระบุรี 3.38% คิดเป็น 56.53 คะแนน</li>



<li>แพร่ 3.23% คิดเป็น 58.47 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด จำนวน 227,748 คน คิดเป็น 1.62% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่มีผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดต่อประชากรสูงอายุมากที่สุดคือ ภาคกลาง 1.84% ของประชากรสูงอายุ ตามด้วยภาคตะวันออก 1.70%&nbsp; ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1.63% ภาคเหนือ 1.51%&nbsp; ภาคใต้ 1.25% และภาคตะวันตก 1.08%&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า จังหวัดในภาคกลางอยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 4 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรก 2 จังหวัด คือ แพร่ และพะเยา โดยจะเห็นว่าสัดส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดต่อประชากรสูงอายุสูงที่สุด คือ อ่างทอง จำนวนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด 4,004 คน คิดเป็น 7.60% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด ในขณะที่น้อยที่สุดคือ เลย จำนวนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด 93 คน คิดเป็น 0.08% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด</p>



<p>จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจต่อประชากรสูงอายุ สูงที่สุด 10&nbsp; อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ศรีสะเกษ 27.33% คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>พัทลุง 23.07% คิดเป็น 18.42 คะแนน</li>



<li>ชัยนาท 20.85% คิดเป็น 27.48 คะแนน</li>



<li>พะเยา 19.80% คิดเป็น 31.76 คะแนน</li>



<li>นครนายก 19.56% คิดเป็น 32.77 คะแนน</li>



<li>สิงห์บุรี 19.19% คิดเป็น 34.25 คะแนน</li>



<li>สมุทรสงคราม 18.69% คิดเป็น 36.32 คะแนน</li>



<li>ร้อยเอ็ด 18.24% คิดเป็น 38.15 คะแนน</li>



<li>ตรัง 18.08% คิดเป็น 38.78 คะแนน</li>



<li>อำนาจเจริญ 17.86% คิดเป็น 39.72 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ จำนวน 1,645,931 คน คิดเป็น 11.73% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจต่อประชากรสูงมากที่สุดคือ ตะวันออกเฉียงเหนือ คิดเป็น 14.91% ของประชากรสูงอายุ ตามด้วยภาคใต้ 13.94% ภาคเหนือ 12.85% ภาคตะวันตก 10.67%&nbsp; ภาคตะวันออก 9.80% และภาคกลาง 8.50%&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า จังหวัดในภาคกลางอยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 4 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรก 1 จังหวัด คือ พะเยา โดยจะเห็นว่าสัดส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจต่อประชากรสูงอายุสูงที่สุด คือ ศรีสะเกษ จำนวนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ 58,058 คน คิดเป็น 27.33% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด ในขณะที่น้อยที่สุดคือ กรุงเทพฯ จำนวนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหาย 45,233 คน คิดเป็น 3.11% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด</p>



<p>จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตต่อประชากรสูงอายุ สูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สิงห์บุรี 72.98% คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>นครนายก 63.82% คิดเป็น 14.03 คะแนน</li>



<li>อ่างทอง 62.82% คิดเป็น 15.46 คะแนน</li>



<li>พังงา 62.74% คิดเป็น 15.57 คะแนน</li>



<li>ชัยนาท 61.43% คิดเป็น 17.43 คะแนน</li>



<li>แพร่ 60.62% คิดเป็น 18.59 คะแนน</li>



<li>สมุทรสงคราม 60.47% คิดเป็น 18.81 คะแนน</li>



<li>พัทลุง 57.90% คิดเป็น 22.46 คะแนน</li>



<li>ชุมพร 57.45% คิดเป็น 23.10 คะแนน</li>



<li>จันทบุรี 55.66% คิดเป็น 25.64 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิต จำนวน 4,898,535 คน คิดเป็น 34.92% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตต่อประชากรสูงมากที่สุดคือ ภาคเหนือ คิดเป็น 44.63% ของประชากรสูงอายุ ตามด้วยภาคใต้ 42.12% ภาคตะวันตก 39.93% ภาคตะวันออก 37.07% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 36.28% และภาคกลาง 27.32%&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า จังหวัดในภาคกลางอยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 5 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรก 1 จังหวัด คือ แพร่ โดยจะเห็นว่าสัดส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตต่อประชากรสูงอายุสูงที่สุด คือ สิงห์บุรี จำนวนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิต 28,816 คน คิดเป็น 72.98% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด ในขณะที่น้อยที่สุดคือ กรุงเทพฯ จำนวนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิต 49,945 คน คิดเป็น 3.43% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด</p>



<p>จากข้อมูลทั้งหมด เมื่อนำข้อมูลผู้สูงอายุที่ป่วยโรคเบาหวาน โรคถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิต และโรคทางเดินหายใจ ต่อจำนวนประชากรสูงอายุที่เรียงลำดับการให้คะแนนไว้แล้วมารวมกัน เพื่อหาคะแนนเฉลี่ยในแต่ละจังหวัด เพื่อจัดอันดับจังหวัดที่มีผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อ รวมทั้ง 5 โรค โดยจังหวัดที่ได้คะแนนมาก หมายถึง จังหวัดที่มีความเปราะบางต่ำ ส่วนจังหวัดที่ได้คะแนนน้อย หมายถึง จังหวัดที่มีความเปราะบางสูง พบว่า&nbsp;</p>



<p>จังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางจากโรคไม่ติดต่อ&nbsp; 5 โรคสูงที่สุด10 อันดับแรก คือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>นครนายก 22.73 คะแนน</li>



<li>อ่างทอง 31.93 คะแนน</li>



<li>พะเยา 33.50 คะแนน</li>



<li>สิงห์บุรี 35.55 คะแนน</li>



<li>พัทลุง 39.59 คะแนน</li>



<li>ชุมพร 41.66 คะแนน</li>



<li>จันทบุรี 43.68 คะแนน</li>



<li>ตรัง 46.38 คะแนน</li>



<li>สมุทรสงคราม 46.93 คะแนน</li>



<li>พังงา 47.19 คะแนน</li>
</ol>



<p>จากข้อมูล หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางโดยพิจารณาจากโรคไม่ติดต่อ 5 โรค สูงที่สุดคือ ภาคเหนือ 57.42 คะแนน ซึ่งเป็นภาคที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรมากที่สุด ตามด้วยภาคกลาง 60.99 คะแนน ภาคใต้ 62.22 คะแนน ภาคตะวันตก 64.52 คะแนน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 65.10 คะแนน และภาคตะวันออก 65.55 คะแนน</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัด พบว่า ใน 10 อันดับแรกมีจังหวัดในภาคกลางถึง 4 จังหวัด และจังหวัดในภาคใต้อีก 4 จังหวัด นอกจากนี้ยังพบว่า ใน 10 อันดับแรก มี 1 จังหวัดที่มีจำนวนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งหมดในจังหวัดเป็นสัดส่วนสูงสุด 10 อันดับแรกอีกด้วย ซึ่งคือ พะเยา และยังพบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นภาคที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ และโรคเบาหวานต่อประชากรสูงมากที่สุด แต่กลับไม่พบจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือติดอยู่ใน 10 อันดับแรกของจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการป่วยโรคไม่ติดต่อ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><em>ความสามารถในการรองรับดูแลสุขภาพกายของผู้สูงอายุ</em></h4>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพกาย_ทรัพยากรสาธารณสุข-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5979" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพกาย_ทรัพยากรสาธารณสุข-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพกาย_ทรัพยากรสาธารณสุข-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพกาย_ทรัพยากรสาธารณสุข-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพกาย_ทรัพยากรสาธารณสุข-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ไม่เพียงแค่นั้น หากเราพิจารณาถึงความสามารถในการรองรับดูแลสุขภาพกายของผู้สูงอายุโดยพิจารณาจากทรัพยากรทางสาธารณสุขที่มีในแต่ละประเภท ทั้ง จำนวนอายุรแพทย์ พยาบาล และเตียง โดยใช้ข้อมูลจากรายงานข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุข ประจำปี 2567 สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข เปรียบเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุในจังหวัดนั้นๆ เพื่อให้เห็นว่าทรัพยากรทางสาธารณสุขในแต่ละจังหวัดมีความสามารถในการรองรับดูแลสุขภาพกายของผู้สูงอายุมากน้อยแค่ไหน จะพบว่า&nbsp;</p>



<p>จังหวัดที่มีจำนวนผู้สูงอายุต่อจำนวนอายุรแพทย์ 1 คน สูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>บึงกาฬ 11,771.43 คน คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>เพชรบูรณ์&nbsp; 8,421.82 คน คิดเป็น 30.21 คะแนน</li>



<li>กำแพงเพชร 7,647.37 คน คิดเป็น 36.96 คะแนน</li>



<li>แม่ฮ่องสอน 7,115.11 คน คิดเป็น 41.60 คะแนน</li>



<li>มุกดาหาร 6,752.53 คน คิดเป็น 44.76 คะแนน</li>



<li>นครพนม 6,561.47 คน คิดเป็น 46.43 คะแนน</li>



<li>หนองบัวลำภู 5,723.16 คน คิดเป็น 53.74 คะแนน</li>



<li>นราธิวาส 5,432.08 คน คิดเป็น 56.28 คะแนน</li>



<li>ชัยภูมิ 5,298.73 คน คิดเป็น 57.44 คะแนน</li>



<li>ยโสธร 5,129.90 คน คิดเป็น 58.91 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีอายุรแพทย์ 9,097 คน คิดเป็นสัดส่วนผู้สูงอายุ 1,541.98 คนต่อจำนวนอายุรแพทย์ 1 คนหากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่มีจำนวนผู้สูงอายุต่อจำนวนอายุรแพทย์มากที่สุด คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวนผู้สูงอายุ 3,068.25 คนต่ออายุรแพทย์ 1 คน ตามด้วยภาคตะวันตก ผู้สูงอายุ 2,653.69 คนต่ออายุรแพทย์ 1 คน ภาคเหนือ ผู้สูงอายุ 2,076.34 คนต่ออายุรแพทย์ 1 คน ภาคใต้ ผู้สูงอายุ 2,053.45 คนต่ออายุรแพทย์ 1 คน ภาคตะวันออก ผู้สูงอายุ 1,371.73 คนต่ออายุรแพทย์ 1 คน และภาคกลาง ผู้สูงอายุ 952.82 คนต่ออายุรแพทย์ 1 คน</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 6 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรก 1 จังหวัด คือ กำแพงเพชร โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่มีจำนวนผู้สูงอายุต่อจำนวนอายุรแพทย์สูงที่สุด คือ บึงกาฬ โดยมีจำนวนอายุรแพทย์ 7 คน คิดเป็นสัดส่วนผู้สูงอายุ 11,771.43 คนต่ออายุรแพทย์ 1 คน ในขณะที่ต่ำที่สุดคือ นครนายก โดยมีจำนวนอายุรแพทย์ 98 คน คิดเป็นสัดส่วนผู้สูงอายุ 417.70 คนต่ออายุรแพทย์ 1 คน</p>



<p>จังหวัดที่มีจำนวนผู้สูงอายุต่อจำนวนพยาบาล 1 คน สูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กำแพงเพชร 156.42 คน คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>หนองบัวลำภู 146.16 คน คิดเป็น 9.36 คะแนน</li>



<li>สุโขทัย 143.04 คน คิดเป็น 11.90 คะแนน</li>



<li>เพชรบูรณ์ 135.37 คน คิดเป็น 18.15 คะแนน</li>



<li>พิจิตร 122.02 คน คิดเป็น 29.02 คะแนน</li>



<li>มุกดาหาร 121.45 คน คิดเป็น 29.49 คะแนน</li>



<li>สมุทรปราการ 120.96 คน คิดเป็น 29.89 คะแนน</li>



<li>บึงกาฬ 112.88 คน คิดเป็น 36.47 คะแนน</li>



<li>แม่ฮ่องสอน 111.76 คน คิดเป็น 37.38 คะแนน</li>



<li>ชัยภูมิ 105.76 คน คิดเป็น 42.26 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีพยาบาลในระบบ 198,836 คน คิดเป็นสัดส่วนผู้สูงอายุ 70.55 คนต่อจำนวนพยาบาล 1 คน หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่า ภาคที่มีผู้สูงอายุต่อพยาบาลมากที่สุดคือ ภาคตะวันตก มีจำนวนผู้สูงอายุ 89.34 คนต่อพยาบาล 1 คน ตามมาด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้สูงอายุ 84.68 คนต่อพยาบาล 1 คน ภาคเหนือ ผู้สูงอายุ 78.83 คนต่อพยาบาล 1 คน ภาคใต้ ผู้สูงอายุ 63.18 คนต่อพยาบาล 1 คน ภาคกลาง ผู้สูงอายุ 62.37 คนต่อพยาบาล 1 คน และภาคตะวันออก ผู้สูงอายุ 60.11 คนต่อพยาบาล 1 คน</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัด พบว่ามีจังหวัดในภาคกลางติดใน 10 อันดับแรกถึง 5 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรก 2 จังหวัด คือ สุโขทัย และกำแพงเพชร โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่จำนวนผู้สูงอายุต่อพยาบาลสูงที่สุด คือ กำแพงเพชร มีจำนวนพยาบาล 1,320 คน คิดเป็นสัดส่วนผู้สูงอายุ 156.42 คนต่อพยาบาล 1 คน ในขณะที่ต่ำที่สุดคือ กรุงเทพฯ มีจำนวนพยาบาล 41,766 คน คิดเป็นสัดส่วนผู้สูงอายุ 34.88 คนต่อพยาบาล 1 คน</p>



<p>จังหวัดที่มีจำนวนผู้สูงอายุต่อเตียงสูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กำแพงเพชร 196.27 คน คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>หนองบัวลำภู 152.72 คน คิดเป็น 29.45 คะแนน</li>



<li>สุโขทัย 145.51 คน คิดเป็น 34.16 คะแนน</li>



<li>เพชรบูรณ์ 143.70 คน คิดเป็น 35.35 คะแนน</li>



<li>มุกดาหาร 133.63 คน คิดเป็น 41.93 คะแนน</li>



<li>พิจิตร 128.22 คน คิดเป็น 45.46 คะแนน</li>



<li>แม่ฮ่องสอน 122.91 คน คิดเป็น 48.93 คะแนน</li>



<li>บึงกาฬ 118.56 คน คิดเป็น 51.77 คะแนน</li>



<li>ระนอง 117.63 ต่อ คิดเป็น 52.38 คะแนน</li>



<li>เชียงราย 114.05 คน คิดเป็น 54.72 คะแนน</li>
</ol>



<p>หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่า ภาคที่มีจำนวนผู้สูงอายุต่อจำนวนเตียงมากที่สุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวนผู้สูงอายุ 93.99 คนต่อเตียง ตามมาด้วยภาคเหนือ ผู้สูงอายุ 90.67 คนต่อเตียง ภาคตะวันตก ผู้สูงอายุ 89.35 คนต่อเตียง ภาคใต้ ผู้สูงอายุ 74.08 คนต่อเตียง ภาคกลาง ผู้สูงอายุ 72.79 คนต่อเตียง และภาคตะวันออก ผู้สูงอายุ 67.72 คนต่อเตียง</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า จังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ใน 10 อันดับแรกถึงภาคละ 3 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรก 2 จังหวัด คือ สุโขทัย และกำแพงเพชร โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่มีจำนวนผู้สูงอายุต่อเตียงสูงที่สุด คือ กำแพงเพชร มีจำนวนเตียง 1,052 เตียง คิดเป็นสัดส่วนผู้สูงอายุ 196.27 คนต่อเตียง 1 เตียง ในขณะที่ต่ำที่สุดคือ นครนายก มีจำนวนเตียง 915 เตียง คิดเป็นสัดส่วนผู้สูงอายุ 44.74 คนต่อเตียง 1 เตียง</p>



<p>จากข้อมูลทั้งหมด เมื่อนำข้อมูลจำนวนผู้สูงอายุต่อทั้งอายุรแพทย์ พยาบาล และเตียง ที่เรียงลำดับการให้คะแนนไว้แล้วมารวมกัน เพื่อหาคะแนนเฉลี่ยในแต่ละจังหวัด เพื่อจัดอันดับจังหวัดที่มีทรัพยากรทางสาธารณสุขต่อผู้สูงอายุ โดยจังหวัดที่ได้คะแนนมาก หมายถึง จังหวัดที่มีความเปราะบางต่ำ ส่วนจังหวัดที่ได้คะแนนน้อย หมายถึง จังหวัดที่มีความเปราะบางสูง โดยพบว่า&nbsp;</p>



<p>จังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางด้านทรัพยากรสาธารณสุขในประเด็นสุขภาพกายสูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กำแพงเพชร 12.99 คะแนน</li>



<li>เพชรบูรณ์ 27.90 คะแนน</li>



<li>บึงกาฬ 29.75 คะแนน</li>



<li>หนองบัวลำภู 30.85 คะแนน</li>



<li>สุโขทัย 36.19 คะแนน</li>



<li>มุกดาหาร 38.73 คะแนน</li>



<li>แม่ฮ่องสอน 42.64 คะแนน</li>



<li>พิจิตร 48.16 คะแนน</li>



<li>นครพนม 54.17 คะแนน</li>



<li>ชัยภูมิ 54.76 คะแนน</li>
</ol>



<p>หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่า ภาคที่มีความสามารถในการรองรับดูแลสุขภาพกายของผู้สูงอายุต่ำที่สุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 60.39 คะแนน ตามด้วยภาคเหนือ 66.28 คะแนน ภาคตะวันตก 67.42 คะแนน ภาคกลาง 67.38 คะแนน ภาคใต้ 78.07 คะแนน และภาคตะวันออก 80.25 คะแนน</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า มีจังหวัดในภาคกลางอยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 5 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรก 2 จังหวัด คือ กำแพงเพชร และสุโขทัย โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่มีความเปราะบางต่อผู้สูงอายุในประเด็นทรัพยากรสาธารณสุขในด้านสุขภาพกายต่ำที่สุด คือ กำแพงเพชร 41.77 คะแนน ในขณะที่สูงที่สุดคือ ภูเก็ต 88.30 คะแนน</p>



<p>ดังนั้น เมื่อนำคะแนนความเปราะบางต่อผู้สูงอายุโดยพิจารณาจากโรคไม่ติดต่อ 5 โรค และคะแนนความสามารถในการรองรับดูแลสุขภาพกายของผู้สูงอายุ มารวมกัน จะพบว่า&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-gallery aligncenter has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" data-id="5980" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพกาย_สรุป-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5980" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพกาย_สรุป-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพกาย_สรุป-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพกาย_สรุป-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพกาย_สรุป-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div></figure>



<p>จังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางด้านสุขภาพกายสูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กำแพงเพชร 41.77 คะแนน</li>



<li>เพชรบูรณ์ 48.47 คะแนน</li>



<li>บึงกาฬ 49.64 คะแนน</li>



<li>หนองบัวลำภู 50.73 คะแนน</li>



<li>พะเยา 52.66 คะแนน</li>



<li>สุโขทัย 52.87 คะแนน</li>



<li>อ่างทอง 53.60 คะแนน</li>



<li>พัทลุง 55.38 คะแนน</li>



<li>พิจิตร 56.82 คะแนน</li>



<li>ลำปาง 58.05 คะแนน</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพกาย-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5981" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพกาย-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพกาย-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพกาย-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพกาย-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพกาย-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพกาย-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพกาย-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพกาย-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่า ภาคที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางด้านสุขภาพกายสูงที่สุด คือ ภาคเหนือ 61.85 คะแนน ซึ่งเป็นภาคที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อจำนวนประชากรสูงที่สุด ตามมาด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 62.74 คะแนน ภาคกลาง 64.18 คะแนน ภาคตะวันตก 65.97 คะแนน ภาคใต้ 70.14 คะแนน และภาคตะวันออก 72.90 คะแนน</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า จังหวัดที่อยู่ใน 10 อันดับแรก ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางตอนบนและภาคเหนือ และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อจำนวนประชากรสูงที่สุดใน 10 อันดับแรกของประเทศ เป็นพื้นที่เปราะบางต่อผู้สูงอายุในด้านสุขภาพกายถึง 4 จังหวัด คือ สุโขทัย พะเยา ลำปาง และกำแพงเพชร ในขณะที่กำแพงเพชร ซึ่งเป็นจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านสุขภาพกายสูงที่สุด พบว่า กำแพงเพชรไม่ได้เป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อจำนวนประชากรสูงที่สุดใน 10 อันดับแรก และไม่ได้อยู่ใน 10 อันดับแรกของจังหวัดที่เป็นพื้นที่เปราะบางต่อโรคไม่ติดต่อทั้ง 5 โรค  แต่ปัจจัยที่ทำให้กำแพงเพชรนั้นเป็นพื้นที่เปราะบางต่อผู้สูงอายุสูงที่สุดในด้านสุขภาพกาย ก็เพราะทรัพยากรทางสาธารณสุขของกำแพงเพชรมีความสามารถในการรองรับดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุต่ำมาก ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนอายุรแพทย์ที่ต่ำเป็นอันดับสามของประเทศ และสัดส่วนพยาบาลและเตียงที่ต่ำเป็นอันดับหนึ่งของประเทศนั่นเอง </p>



<p>ในขณะที่จังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านสุขภาพกายต่ำที่สุด คือ ภูเก็ต เพราะเป็นจังหวัดที่มีผู้สูงอายุป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อ 5 โรค ต่ำที่สุดของประเทศ และมีทรัพยากรทางสาธารณสุขที่มีความสามารถในการรองรับดูแลผู้สูงอายุสูงเป็นอันดับ 7 ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนอายุรแพทย์ที่สูงเป็นอันดับสามของประเทศ พยาบาลที่สูงเป็นอันดับที่ 11 ของประเทศ และเตียงที่สูงเป็นอันดับ 12 ของประเทศ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><em>ผู้สูงอายุกับความเปราะบางต่อปัญหาสุขภาพจิต</em></h4>



<p>ไม่เพียงแค่โรคทางกายเท่านั้น แต่โรคทางใจยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ก่อเกิดความสูญเสียและภาระทางสาธารณสุขที่ภาครัฐจะต้องดูแลผู้สูงอายุมากขึ้นอีกด้วย ในการจะหาพื้นที่เปราะบางต่อผู้สูงอายุในด้านสุขภาพจิต จะใช้ข้อมูลผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพจิต และทรัพยากรทางสาธารณสุขเพื่อพิจารณาว่า พื้นที่จังหวัดใดนอกจากจะมีผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพจิตในสัดส่วนที่สูงแล้ว ยังมีทรัพยากรทางสาธารณสุขไม่เพียงพอในการดูแลอีกด้วย&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพจิต_ทรัพยากรสาธารณสุข-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5982" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพจิต_ทรัพยากรสาธารณสุข-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพจิต_ทรัพยากรสาธารณสุข-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพจิต_ทรัพยากรสาธารณสุข-150x150.png 150w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อนำข้อมูลจำนวนผู้สูงอายุ มาเปรียบเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ป่วยเป็นโรคจิตเวช 13 รายการได้แก่ ความผิดปกติทางจิตและอาการทางจิตที่เกิดจากโรคทางกาย ความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรมที่เกิดจากการใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท โรคจิตเภท พฤติกรรมแบบโรคจิตเภท และโรคหลงผิด ความผิดปกติทางอารมณ์ โรคประสาท ความผิดปกติที่สัมพันธ์กับความเครียด และโรคโซมาโตฟอร์ม กลุ่มอาการทางพฤติกรรมที่พบร่วมกับความผิดปกติทางสรีรวิทยาและปัจจัยทางกายภาพ ความผิดปกติทางบุคลิกภาพและพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ภาวะปัญญาอ่อน ความผิดปกติของพัฒนาการทางจิต ความผิดปกติทางอารมณ์และพฤติกรรมที่มักเริ่มต้นในวัยเด็กและวัยรุ่น ความผิดปกติทางจิตที่ไม่ระบุรายละเอียด การตั้งใจทำร้ายตนเอง และการถูกทำร้าย โดยใช้ข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) ปี 2567 กระทรวงสาธารณสุข พบว่า&nbsp;</p>



<p>จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคจิตเวชต่อจำนวนผู้สูงอายุ สูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สมุทรสงคราม 7.85%&nbsp; คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>สิงห์บุรี 6.65% คิดเป็น 16.31 คะแนน</li>



<li>ชัยนาท 6.00% คิดเป็น 24.67 คะแนน</li>



<li>นครนายก 5.56% คิดเป็น 30.40 คะแนน</li>



<li>นครศรีธรรมราช 5.20% คิดเป็น 34.90 คะแนน</li>



<li>อุทัยธานี 4.61% คิดเป็น 42.50 คะแนน</li>



<li>อ่างทอง 3.88% คิดเป็น 51.82 คะแนน</li>



<li>แพร่ 3.80% คิดเป็น 52.86 คะแนน</li>



<li>ลำพูน 3.78% คิดเป็น 53.17 คะแนน</li>



<li>นครสวรรค์ 3.60% คิดเป็น 55.47 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมพบว่า ประเทศไทยมีผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคจิตเวช 271,499 คนคิดเป็น 1.94% ของผู้สูงอายุทั้งหมด หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่มีผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคจิตเวชต่อจำนวนผู้สูงอายุมากที่สุดคือ ภาคเหนือ คิดเป็น 2.79% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด ตามมาด้วยภาคใต้ 2.33% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือคิดเป็น 2.03%&nbsp; ภาคตะวันออกคิดเป็น 1.60% ภาคกลางคิดเป็น 1.59% และภาคตะวันตก 1.56%</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า มีจังหวัดในภาคกลางอยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 7 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรกถึง 2 จังหวัด คือ แพร่ และนครสวรรค์ โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่มีผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคจิตเวชต่อจำนวนผู้สูงอายุสูงที่สุด คือ สมุทรสงคราม ซึ่งมีจำนวนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคจิตเวช 2,935 คน คิดเป็น 7.85% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด ในขณะที่ต่ำที่สุดคือ สมุทรปราการ มีจำนวนผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคจิตเวช 498 คน คิดเป็น 0.13% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด</p>



<h4 class="wp-block-heading"><em>ความสามารถในการรองรับดูแลสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ</em></h4>



<p>ไม่เพียงแค่นั้น หากเราพิจารณาถึงความสามารถในการรองรับดูแลสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ โดยพิจารณาจากทรัพยากรทางสาธารณสุขที่มีในแต่ละประเภท ทั้งจำนวนจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และเตียงจิตเวช โดยใช้ข้อมูลจากรายงานข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุข ประจำปี 2567 สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข เปรียบเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุในจังหวัดนั้นๆ เพื่อให้เห็นว่าทรัพยากรทางสาธารณสุขในแต่ละจังหวัดมีความสามารถในการรองรับดูแลสุขภาพจิตของผู้สูงอายุมากน้อยแค่ไหน จะพบว่า&nbsp;</p>



<p>จังหวัดที่มีจำนวนผู้สูงอายุต่อจำนวนจิตแพทย์ 1 คน เป็นสัดส่วนสูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ยโสธร ผู้สูงอายุ 102, 598 คน ไม่มีจิตแพทย์ คิดเป็น 0 คะแนน</li>



<li>บึงกาฬ ผู้สูงอายุ 82,400 คน คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>เพชรบูรณ์ ผู้สูงอายุ 78,603.67 คน คิดเป็น 5.74 คะแนน</li>



<li>อุดรธานี ผู้สูงอายุ 72,239.25 คน คิดเป็น 13.69 คะแนน</li>



<li>อำนาจเจริญ ผู้สูงอายุ 65,212 คน คิดเป็น 22.47 คะแนน</li>



<li>แม่ฮ่องสอน ผู้สูงอายุ 64,036 คน คิดเป็น 23.94 คะแนน</li>



<li>กาฬสินธุ์ ผู้สูงอายุ 60,184 คน คิดเป็น 28.75 คะแนน</li>



<li>เพชรบุรี ผู้สูงอายุ 55,262 คน คิดเป็น 34.90 คะแนน</li>



<li>หนองบัวลำภู ผู้สูงอายุ 54,370 คน คิดเป็น 36.01 คะแนน</li>



<li>ชัยภูมิ ผู้สูงอายุ 52,987.25 คน คิดเป็น 37.74 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีผู้สูงอายุ 14,596.68 คนต่อจิตแพทย์ 1 คน หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่มีผู้สูงอายุต่อจำนวนจิตแพทย์มากที่สุด คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้สูงอายุ 26,701.56 คนต่อจิตแพทย์ 1 คน ตามด้วยภาคตะวันตก ผู้สูงอายุ 25,589.11 คนต่อจิตแพทย์ 1 คน ภาคตะวันออก ผู้สูงอายุ 17,654.65 คนต่อจิตแพทย์ 1 คน ภาคใต้ ผู้สูงอายุ 15,652.74 คนต่อจิตแพทย์ 1 คน ภาคเหนือ ผู้สูงอายุ 15,454.79 คนต่อจิตแพทย์ 1 คน และภาคกลาง ผู้สูงอายุ 9,614.70 คนต่อจิตแพทย์ 1 คน</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 7 จังหวัดด้วยกัน และไม่มีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรกในนี้ โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่มีจำนวนผู้สูงอายุต่อจำนวนจิตแพทย์สูงที่สุด คือ ยโสธร ที่มีจำนวนผู้สูงอายุ 102,598 คน แต่จากข้อมูลไม่มีจิตแพทย์ในจังหวัดเลย ในขณะที่ต่ำที่สุดคือ นครนายก มีผู้สูงอายุ 40,935 คน และมีจิตแพทย์ 13 คน คิดเป็นจำนวนผู้สูงอายุ 3,148.85 คนต่อจิตแพทย์ 1 คน</p>



<p>นอกจากนี้ จากรายงานทรัพยากรสาธารณสุข ของกระทรวงสาธารณสุข ในปี 2567 ยังพบว่าประเทศไทยมีแพทย์จิตเวชศาสตร์ด้านจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ เพียง 8 คนเท่านั้น ได้แก่ กรุงเทพฯ 4 คน ราชบุรี 1 คน และนครราชสีมา 3 คน เท่ากับว่าแพทย์ด้านจิตเวชศาสตร์สูงอายุ 1 คนจะต้องดูแลผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตถึง 33,937.38 คน&nbsp;</p>



<p>จังหวัดที่มีจำนวนผู้สูงอายุต่อจำนวนนักจิตวิทยา 1 คน เป็นสัดส่วนสูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>หนองบัวลำภู 108,740 คน ไม่มีนักจิตวิทยา คิดเป็น 0 คะแนน</li>



<li>แพร่ 95,266 คน ไม่มีนักจิตวิทยา คิดเป็น 0 คะแนน</li>



<li>อ่างทอง 52,696 คน ไม่มีนักจิตวิทยา คิดเป็น 0 คะแนน</li>



<li>สมุทรสงคราม 37,404 คน ไม่มีนักจิตวิทยา คิดเป็น 0 คะแนน</li>



<li>กำแพงเพชร 103,239.50 คน คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>ร้อยเอ็ด 80,230.33 คน คิดเป็น 23.93 คะแนน</li>



<li>สมุทรปราการ 77,291.60 คน คิดเป็น 26.86 คะแนน</li>



<li>สมุทรสาคร 69,945.50 คน คิดเป็น 34.19 คะแนน</li>



<li>อุบลราชธานี 66,838.17 คน คิดเป็น 37.28 คะแนน</li>



<li>กาญจนบุรี 62,209 คน คิดเป็น 41.90 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีผู้สูงอายุ 16,522.27 คนต่อนักจิตวิทยา 1 คน หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่มีผู้สูงอายุต่อนักจิตวิทยามากที่สุด คือ ภาคเหนือ ผู้สูงอายุ 26,769.91 คนต่อนักจิตวิทยา 1 คน ตามด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้สูงอายุ 23,568.97 คนต่อนักจิตวิทยา 1 คน ภาคตะวันตก ผู้สูงอายุ 23,112.74 คนต่อนักจิตวิทยา 1 คน ภาคตะวันออก ผู้สูงอายุ 21,185.58 คนต่อนักจิตวิทยา 1 คน ภาคกลาง ผู้สูงอายุ 13,497.06 คนต่อนักจิตวิทยา 1 คน และภาคใต้ ผู้สูงอายุ 9,817.69 คนต่อนักจิตวิทยา 1 คน</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า มีจังหวัดในภาคกลางอยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 5 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรกถึง 2 จังหวัด คือ แพร่ และกำแพงเพชร โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่มีจำนวนผู้สูงอายุต่อจำนวนนักจิตวิทยาสูงที่สุด คือ หนองบัวลำภู อ่างทอง แพร่ และสมุทรสงคราม ซึ่งไม่มีนักจิตวิทยาในจังหวัด ในขณะที่ต่ำที่สุดคือ ปัตตานี มีผู้สูงอายุ 113,580 คน และนักจิตวิทยา 29 คน คิดเป็นจำนวนผู้สูงอายุ 3,916.55 คนต่อนักจิตวิทยา 1 คน</p>



<p>จังหวัดที่มีจำนวนผู้สูงอายุต่อจำนวนเตียงผู้ป่วยจิตเวช 1 เตียง สูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>แพร่ &nbsp; 95,266 คน ไม่มีเตียงจิตเวช คิดเป็น 0 คะแนน</li>



<li>ปทุมธานี 72,407.25 คน คิดเป็น 59.99 คะแนน</li>



<li>เชียงราย 29,481.30 คน คิดเป็น 60.06 คะแนน</li>



<li>มหาสารคาม&nbsp; 29,428.17 คน คิดเป็น 62.52 คะแนน</li>



<li>พระนครศรีอยุธยา&nbsp; 27,638 คิดเป็น 62.53 คะแนน</li>



<li>กำแพงเพชร 25,809.88 คน คิดเป็น 65.04 คะแนน</li>



<li>นครนายก&nbsp; 20,467.50 คน คิดเป็น 72.38 คะแนน</li>



<li>ลำพูน 19,541.40 คน คิดเป็น 73.65 คะแนน</li>



<li>นครปฐม 18,789.20 คน คิดเป็น 74.69 คะแนน</li>



<li>กาฬสินธุ์ 18,055.20 คน คิดเป็น 75.69 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีผู้สูงอายุ 2,337.51 คนต่อจำนวนเตียงจิตเวช 1 เตียง หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่มีผู้ป่วยที่เป็นผู้สูงอายุต่อจำนวนเตียงจิตเวชมากที่สุด คือ ภาคตะวันตก ผู้สูงอายุ 8,429.35 คนต่อจำนวนเตียงจิตเวช 1 เตียง ตามด้วยภาคตะวันออก ผู้สูงอายุ 3,724.03 คนต่อจำนวนเตียงจิตเวช 1 เตียง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้สูงอายุ 2,547.61 คนต่อจำนวนเตียงจิตเวช 1 เตียง ภาคเหนือ ผู้สูงอายุ 2,247.55 คนต่อจำนวนเตียงจิตเวช 1 เตียง ภาคกลาง ผู้สูงอายุ 2,093.49 คนต่อจำนวนเตียงจิตเวช 1 เตียง และภาคใต้ ผู้สูงอายุ 1,731.93 คนต่อจำนวนเตียงจิตเวช 1 เตียง</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า มีจังหวัดในภาคกลางอยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 5 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรกถึง 2 จังหวัด คือ แพร่ และกำแพงเพชร โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่มีจำนวนผู้สูงอายุต่อจำนวนเตียงจิตเวชสูงที่สุด คือ แพร่ มีผู้สูงอายุ 95,266 คน แต่ไม่มีเตียงจิตเวชในจังหวัดเลย ในขณะที่ต่ำที่สุดคือ สุราษฎร์ธานี มีผู้สูงอายุ 188,304 คน และจำนวนเตียงจิตเวช 511 เตียง คิดเป็นจำนวนผู้สูงอายุ 368.50 คนต่อเตียงจิตเวช 1 เตียง</p>



<p>จากข้อมูลทั้งหมด เมื่อนำข้อมูลจำนวนผู้สูงอายุต่อจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และเตียงจิตเวช ที่เรียงลำดับการให้คะแนนไว้แล้วมารวมกัน เพื่อหาคะแนนเฉลี่ยในแต่ละจังหวัด เพื่อจัดอันดับจังหวัดที่มีทรัพยากรทางสาธารณสุขของผู้สูงอายุ ทั้งจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และเตียงจิตเวช รวมกัน โดยจังหวัดที่ได้คะแนนมาก หมายถึง จังหวัดที่มีควาเปราะบางต่ำ ส่วนจังหวัดที่ได้คะแนนน้อย หมายถึง จังหวัดที่มีความเปราะบางสูง พบว่า&nbsp;</p>



<p>จังหวัดที่มีผู้สูงอายุมีความเปราะบางด้านทรัพยากรสาธารณสุขในประเด็นสุขภาพจิต สูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>แพร่ 28.03 คะแนน</li>



<li>กำแพงเพชร 35.16 คะแนน</li>



<li>หนองบัวลำภู 43.02 คะแนน</li>



<li>กาฬสินธุ์ 49.45 คะแนน</li>



<li>ยโสธร 49.53 คะแนน</li>



<li>เพชรบูรณ์ 54.26 คะแนน</li>



<li>อ่างทอง 54.80 คะแนน</li>



<li>ร้อยเอ็ด 55.75 คะแนน</li>



<li>บึงกาฬ 59.22 คะแนน</li>



<li>มหาสารคาม 59.24 คะแนน</li>
</ol>



<p>จากข้อมูล หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่า ภาคที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางด้านทรัพยากรทางสาธารณสุขในประเด็นสุขภาพจิตสูงที่สุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 68.86 คะแนน ตามด้วยภาคเหนือ 72 คะแนน ภาคตะวันตก 74.12 คะแนน ภาคกลาง 74.49 คะแนน ภาคตะวันออก 82.05 คะแนน และภาคใต้ 88.49 คะแนน</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า มีจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือถึง 6 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรก 2 จังหวัด คือ แพร่ และกำแพงเพชร โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางด้านทรัพยากรทางสาธารณสุขในประเด็นสุขภาพจิตสูงที่สุดคือ แพร่ 28.03 คะแนน ในขณะที่ต่ำที่สุดคือ กรุงเทพฯ 98.02 คะแนน</p>



<p>ดังนั้น เมื่อนำคะแนนความเปราะบางต่อผู้สูงอายุโดยพิจารณาจากโรคจิตเวช 13 รายการ และคะแนนความพร้อมของทรัพยากรสาธารณสุขในการรองรับผู้สูงอายุ มารวมกันเพื่อหาคะแนนเฉลี่ยเพื่อจัดอันดับจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านสุขภาพจิตสูงที่สุด พบว่า&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพจิต_สรุป-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5983" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพจิต_สรุป-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพจิต_สรุป-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพจิต_สรุป-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สุขภาพจิต_สรุป-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>จังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านสุขภาพจิตสูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>แพร่ 34.24 คะแนน</li>



<li>กำแพงเพชร 44.77 คะแนน</li>



<li>สมุทรสงคราม 46.18 คะแนน</li>



<li>อ่างทอง 54.05 คะแนน</li>



<li>หนองบัวลำภู 54.33 คะแนน</li>



<li>กาฬสินธุ์ 55.86 คะแนน</li>



<li>ยโสธร 55.94 คะแนน</li>



<li>เพชรบูรณ์ 60.11 คะแนน</li>



<li>ร้อยเอ็ด 60.96 คะแนน</li>



<li>กาญจนบุรี 63.91 คะแนน</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพจิต-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5984" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพจิต-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพจิต-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพจิต-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพจิต-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพจิต-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพจิต-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพจิต-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพจิต-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่า ภาคที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านสุขภาพจิตสูงที่สุด คือ ภาคเหนือ 69.95 คะแนน ตามมาด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 70.87 คะแนน ภาคกลาง 72.07 คะแนน ภาคตะวันตก 76.21 คะแนน ภาคตะวันออก 81.26 คะแนน และภาคใต้ 85.47 คะแนน</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่าจังหวัดที่อยู่ใน 10 อันดับแรก ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคละ 4 จังหวัด และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรก 2 จังหวัด คือ แพร่ และกำแพงเพชร รวมไปถึงจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านสุขภาพจิตสูงที่สุด คือ แพร่ 34.24 คะแนน ในขณะที่น้อยที่สุดคือ กรุงเทพฯ 97.73 คะแนน</p>



<h4 class="wp-block-heading"><em>จังหวัดไหนที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านสุขภาพทั้งกายและสุขภาพจิต มาก-น้อย ที่สุด</em></h4>



<p>โดยสรุป ในการจะหาพื้นที่เปราะบางต่อผู้สูงอายุในด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต โดยนำเอาการเรียงลำดับการให้คะแนนของทั้งสองด้านมารวมกัน เพื่อหาคะแนนเฉลี่ยในแต่ละจังหวัด และจัดอันดับจังหวัดที่มีความเปราะบางด้านสุขภาพทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตต่อผู้สูงอายุสูงที่สุดในประเทศไทย พบว่า&nbsp;<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติสุขภาพ_สรุป-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5985" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติสุขภาพ_สรุป-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติสุขภาพ_สรุป-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติสุขภาพ_สรุป-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติสุขภาพ_สรุป-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>จังหวัดที่มีความเปราะบางด้านสุขภาพทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตต่อผู้สูงอายุ สูงที่สุดในประเทศไทย 10 อันดับแรก คือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กำแพงเพชร 43.27 คะแนน</li>



<li>แพร่ 46.74 คะแนน</li>



<li>หนองบัวลำภู 52.53 คะแนน</li>



<li>สมุทรสงคราม 53.54 คะแนน</li>



<li>อ่างทอง 53.83 คะแนน</li>



<li>เพชรบูรณ์ 54.29 คะแนน</li>



<li>บึงกาฬ 57.62 คะแนน</li>



<li>ยโสธร 58.76 คะแนน</li>



<li>กาฬสินธุ์ 58.77 คะแนน</li>



<li>ร้อยเอ็ด 61.50 คะแนน</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5986" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพ-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพ-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพ-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านสุขภาพ-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>หากพิจารณาเป็นระดับภาค จะพบว่า ภาคเหนือ เป็นภาคที่มีผู้สูงอายุมีความเปราะบางด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตมากที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับการเป็นภาคที่มีจำนวนผู้สูงอายุต่อจำนวนประชากรสูงที่สุดในประเทศไทย จากการคำนวณพบว่าภาคเหนือได้คะแนนในมิติสุขภาพน้อยที่สุด 65.90 คะแนน แบ่งออกเป็นด้านสุขภาพกาย 61.85 คะแนน และด้านสุขภาพจิต 69.95 คะแนน ตามมาด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 66.81 คะแนน ภาคกลาง 68.13 คน ภาคตะวันตก 71.09 คะแนน ภาคตะวันออก 77.08 คะแนน และภาคใต้ 77.81 คะแนน</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า จังหวัดที่มีความเปราะบางทางสุขภาพของผู้สูงอายุทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตสูงที่สุด 10 อันดับแรก ส่วนมากเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือถึง 5 จังหวัด และที่น่าสนใจคือใน 10 อันดับแรกนี้ไม่มีจังหวัดในภาคตะวันออกและภาคใต้เลย นอกจากนี้ยังพบว่า ใน 10 อันดับนี้ มีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อจำนวนประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุดในประเทศถึง 2 จังหวัดด้วยกัน นั่นก็คือ แพร่ และกำแพงเพชร&nbsp;</p>



<p>กำแพงเพชร เป็นจังหวัดเปราะบางทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตต่อผู้สูงอายุ อันดับ 1 โดยกำแพงเพชรอยู่ในอันดับ 1 ของจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางด้านสุขภาพกายมากที่สุด และอันดับ 2 ของจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางด้านสุขภาพจิตมากที่สุด ในขณะที่จังหวัดที่มีความเปราะบางทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตต่อผู้สูงอายุต่ำที่สุดคือ กรุงเทพฯ อีกทั้งยังอยู่เพียงอันดับที่ 2 ของจังหวัดที่มีความเปราะบางด้านสุขภาพกายต่อผู้สูงอายุต่ำที่สุด และอันดับ 1 ของจังหวัดที่มีความเปราะบางด้านสุขภาพจิตต่อผู้สูงอายุต่ำสุด</p>



<h3 class="wp-block-heading">มิติด้านเศรษฐกิจ : แก่ไปจะมีงานทำไหม จะเลี้ยงตัวเองได้หรือเปล่า&nbsp;</h3>



<p>ไม่เพียงแค่เรื่องสุขภาพที่จะเป็นปัญหาใหญ่เมื่อประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น อีกหนึ่งปัญหาที่จะเกิดขึ้นและสำคัญไม่แพ้กันคือปัญหาด้านเศรษฐกิจ จากข้อมูลสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร ของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง พบว่า ในปี 2567 ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุ 14,027,411 คน หรือคิดเป็น 20% ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว่าจะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 28% ของประชากรทั้งหมดในปี 2578 แต่ใช่ว่าผู้สูงอายุทุกคนจะมีรายได้เลี้ยงตนเองไปตลอดชีวิต</p>



<p>จากข้อมูลรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ปี 2566 ของกรมกิจการผู้สูงอายุ และสถิติงานประกันสังคมประจำปี 2566 ของสำนักงานประกันสังคม จะเห็นว่าแม้จะมีผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งที่อาจไม่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ เพราะเป็นผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยหวัด บำเหน็จและบำนาญข้าราชการ โดยมีจำนวน 1.85 ล้านคน หรือคิดเป็น 13.99% รวมไปถึงผู้สูงอายุที่มีรายได้หลักจากการอุดหนุนของครอบครัว มีจำนวน 4.25 ล้านคน หรือคิดเป็น 32.2% แต่ก็ยังพบว่า มีผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งที่ยังต้องทำงานอยู่ โดยผู้สูงอายุที่ยังคงมีงานทำ มีจำนวน 5.11 ล้านคน หรือคิดเป็น 37.50% ซึ่งแม้จะมีงานทำ แต่ในส่วนที่ทำงานเป็นลูกจ้างนั้นมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเพียง 12,151 บาท ในขณะที่ภาคการเกษตรมีรายได้เพียง 5,796 บาทต่อเดือน ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ&nbsp;</p>



<p>แม้อาจจะมีเงินอุดหนุนจากภาครัฐ เช่น เบี้ยยังชีพ ซึ่งมีผู้สูงอายุจำนวน 10.96 ล้านคนหรือคิดเป็น 83.08% ที่ได้รับ แต่ก็จะได้รับเพียงเดือนละ 600-1,000 บาท เท่านั้น หรือผู้สูงอายุที่จะได้รับเงินบำนาญจากการที่เคยเป็นผู้ประกันตน ทั้ง ม.33 ม.39 และ ม.40 ก็มีเพียงแค่ 1.02 ล้านคน หรือคิดเป็น 7.76%&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้สูงอายุที่มีเงินออมนั้น มีเพียง 54.3% และแม้จะมีมากกว่าครึ่ง แต่กลับพบว่าในจำนวนนั้น 41.4% มีเงินออมต่ำกว่า 50,000 บาท ซึ่งก็อาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตไปจนสิ้นอายุขัย&nbsp;</p>



<p>จะเห็นว่าภาวะทางเศรษฐกิจของผู้สูงอายุในไทยนั้นน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง และอาจสร้างภาระที่ภาครัฐจะต้องเข้ามาดูแลทั้งด้านงบประมาณและนโยบายมากยิ่งขึ้นในอนาคตเมื่อจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น หนึ่งในการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจของผู้สูงอายุก็คือ การสร้างงานแก่ผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพิงตนเองได้ในทางเศรษฐกิจ&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติเศรษฐกิจ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5987" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติเศรษฐกิจ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติเศรษฐกิจ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติเศรษฐกิจ-150x150.png 150w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ในการจะหาพื้นที่เปราะบางของผู้สูงอายุในด้านเศรษฐกิจ จะใช้ข้อมูลรายจังหวัดทั้งข้อมูลจำนวนผู้สูงอายุที่ไม่มีงานทำ ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอ จำนวนผู้สูงอายุที่รายได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อปี และจำนวนผู้สูงอายุที่ไม่มีการออม จากรายงานการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 สำนักงานสถิติแห่งชาติ มาเปรียบเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุในแต่ละจังหวัด และนำมาคำนวณเป็นคะแนน ซึ่งจังหวัดที่ได้คะแนนมาก หมายถึง มีความเปราะบางต่ำ จังหวัดที่ได้คะแนนน้อย หมายถึง มีความเปราะบางสูง โดยหลังจากนั้นจะนำคะแนนไปรวมกันเพื่อจัดอันดับพื้นที่เปราะบางด้านเศรษฐกิจต่อสูงอายุ โดยพบว่า</p>



<p>จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ไม่มีงานทำต่อประชากรสูงอายุ สูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>นนทบุรี&nbsp; 82.32% คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>ปทุมธานี 76.88%&nbsp; คิดเป็น 13.00 คะแนน</li>



<li>สมุทรปราการ 76.87%&nbsp; คิดเป็น 13.03 คะแนน</li>



<li>บึงกาฬ 75.72%&nbsp; คิดเป็น 15.56 คะแนน</li>



<li>สกลนคร 74.86%&nbsp; คิดเป็น 17.46 คะแนน</li>



<li>เลย 73.44%&nbsp; คิดเป็น 20.59 คะแนน</li>



<li>นครนายก 71.65%&nbsp; คิดเป็น 24.55 คะแนน</li>



<li>กรุงเทพมหานคร 71.00%&nbsp; คิดเป็น 25.99 คะแนน</li>



<li>พระนครศรีอยุธยา 69.67%&nbsp; คิดเป็น 28.92 คะแนน</li>



<li>นราธิวาส 69.66%&nbsp; คิดเป็น 28.94 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีผู้สูงอายุที่ไม่มีงานทำจำนวน 8,763,223 คน คิดเป็น 62.47% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่มีผู้สูงอายุว่างงานมากที่สุดคือ ภาคกลาง คิดเป็น 66.91% ของประชากรสูงอายุ ตามด้วยภาคตะวันออก 62.25% ภาคเหนือ 60.71% ภาคใต้ 59.63% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 59.53% และภาคตะวันตก 59.50%&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า จังหวัดในภาคกลางอยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 6 จังหวัดด้วยกัน และไม่มีจังหวัดที่อยู่ใน 10 อันดับแรกของจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุดในนี้ โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่มีจำนวนผู้สูงอายุที่ไม่มีงานทำสูงที่สุด คือ นนทบุรี จำนวน 243,996 คน คิดเป็น 82.32% ของผู้สูงอายุทั้งหมด ในขณะที่น้อยที่สุดคือ ศรีสะเกษ จำนวน 79,578 คน คิดเป็น 37.46% ของผู้สูงอายุทั้งหมด และเมื่อนำข้อมูลจำนวนผู้สูงอายุที่มีงานทำและไม่มีงานทำ รายจังหวัด ปี 2567 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ มาเปรียบเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุในจังหวัดนั้นๆ จะพบว่า มีเพียง 5 จังหวัดที่มีผู้สูงอายุที่มีงานทำเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้สูงอายุในจังหวัดนั้น ได้แก่ ศรีสะเกษ 62.54% ยโสธร&nbsp; 56.97% จันทบุรี&nbsp; 52.36% สุรินทร์ 50.12% และพัทลุง 50.00%&nbsp;</p>



<p>ไม่เพียงแค่นั้นหากพิจารณาอาชีพของผู้สูงอายุในประเทศไทยราย (ไม่รวม กทม.) จากข้อมูล Thai People Map and Analytics Platform ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จะพบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตร-ทำนา 2,625,455 คน หรือคิดเป็น 33.28% รองลงมาคือ รับจ้างทั่วไป 1,401,912 คน หรือคิดเป็น 17.77% ไม่มีอาชีพ 918,510 คน หรือคิดเป็น 11.64% เกษตร-ทำสวน 832,123 คน หรือคิดเป็น 10.55% อาชีพอื่นๆ 670,070 คนหรือคิดเป็น 8.49%</p>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า แม้อาชีพของผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะเป็นอาชีพเกษตรกรรมทั้งทำนาและทำสวน ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วจะพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ และเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลผู้สูงอายุที่มีงานทำก็จะพบว่า กลุ่มจังหวัดที่มีจำนวนผู้สูงอายุที่มีงานทำสูง มักเป็นกลุ่มจังหวัดที่อาชีพส่วนใหญ่ของผู้สูงอายุเป็นอาชีพเกษตรกรรม ในขณะที่กลุ่มจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีงานทำต่ำก็พบว่ามักจะอยู่ในกลุ่มจังหวัดที่อาชีพส่วนใหญ่ของผู้สูงอายุเป็นอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งอาจจะรวมไปถึงงานบริการด้วยก็ได้ เช่น ในจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีผู้สูงอายุมีงานทำต่ำที่สุดในประเทศไทย อาชีพส่วนใหญ่ของผู้สูงอายุคือ รับจ้างทั่วไป หรือหากจะพิจารณาในส่วนของกรุงเทพฯ นั้นจากข้อมูลร้อยละผู้สูงอายุที่ทำงาน จำแนกตามอาชีพ และภาค ปี 2567 จากรายงานการทำงานของผู้สูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 สำนักงานสถิติแห่งชาติ จะพบว่า ผู้สูงอายุที่ทำงานในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพพนักงานบริการและผู้จำหน่ายสินค้ามากที่สุด 47.7% ของแรงงานผู้สูงอายุ ในขณะที่น้อยที่สุดคืออาชีพผู้ปฏิบัติงานที่มีฝีมือด้านการเกษตร และประมง 1.4% ของแรงงานผู้สูงอายุ</p>



<p>อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับค่าจ้างเฉลี่ยต่อเดือนของผู้สูงอายุที่ทำงานในฐานะลูกจ้าง จำแนกตามประเภทอุตสาหกรรม จากรายงานการทำงานของผู้สูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 สำนักงานสถิติแห่งชาติ ค่าจ้างของผู้สูงอายุในประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 13,339 บาทต่อเดือน หากแยกตามประเภทของอุตสาหกรรม พบว่า ภาคเกษตรกรรมซึ่งเป็นภาคที่มีผู้สูงอายุทำงานมากที่สุด กลับมีค่าจ้างเฉลี่ย 6,826 บาทต่อเดือน ในขณะที่ภาคการผลิต มีค่าจ้างเฉลี่ย 13,509 บาทต่อเดือน และภาคการบริการและการค้า มีค่าจ้างเฉลี่ย 14,612 บาทต่อเดือน หากแยกตามรายภาค จะพบว่า ภาคเหนือเป็นภาคที่มีค่าจ้างเฉลี่ยต่ำที่สุดอยู่ที่ 9,413 บาทต่อเดือน ตามด้วยภาคใต้ 10,708 บาทต่อเดือน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11,266 บาทต่อเดือน และภาคกลาง 11,879 บาทต่อเดือน</p>



<p>จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อประชากรสูงอายุ สูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ&nbsp;&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สระแก้ว 44.38%&nbsp; คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>นครพนม 41.08%&nbsp; คิดเป็น 8.71 คะแนน</li>



<li>สุรินทร์ 34.96%&nbsp; คิดเป็น 23.04 คะแนน</li>



<li>นราธิวาส 34.06%&nbsp; คิดเป็น 25.13 คะแนน</li>



<li>อำนาจเจริญ 31.34%&nbsp; คิดเป็น 31.51 คะแนน</li>



<li>สมุทรปราการ 29.85%&nbsp; คิดเป็น 34.99 คะแนน</li>



<li>สมุทรสาคร 29.76%&nbsp; คิดเป็น 35.19 คะแนน</li>



<li>อุบลราชธานี 29.01%&nbsp; คิดเป็น 36.96 คะแนน</li>



<li>บุรีรัมย์ 27.51% คิดเป็น 40.46 คะแนน</li>



<li>เชียงใหม่ 25.27%&nbsp; คิดเป็น 45.72 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอ จำนวน 2,285,073 คน คิดเป็น 16.29% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอมากที่สุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คิดเป็น 20.87% ของประชากรสูงอายุ ตามด้วยภาคตะวันออก 15.26% ภาคกลาง 14.68% ภาคใต้ 14.02% ภาคเหนือ 13.57%&nbsp; และภาคตะวันตก 12.81%&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 5 จังหวัดด้วยกัน และไม่มีจังหวัดที่อยู่ใน 10 อันดับแรกของจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุดในนี้ โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่มีผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอสูงที่สุด คือ สระแก้ว จำนวน 46,759 คน คิดเป็น 44.38% ของผู้สูงอายุทั้งหมด ในขณะที่น้อยที่สุดคือ นครนายก จำนวน 847 คน คิดเป็น 2.07% ของผู้สูงอายุทั้งหมด</p>



<p>จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อปีต่อประชากรสูงอายุ สูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สกลนคร 39.48% คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>สุโขทัย&nbsp; 38.71% คิดเป็น 3.09 คะแนน</li>



<li>อำนาจเจริญ 37.99%คิดเป็น 5.04 คะแนน</li>



<li>พะเยา 37.35% คิดเป็น 6.77 คะแนน</li>



<li>ตาก 37.00% คิดเป็น 7.72 คะแนน</li>



<li>นราธิวาส 34.91% คิดเป็น 13.39 คะแนน</li>



<li>นครพนม 33.26% คิดเป็น 17.87 คะแนน</li>



<li>เลย 33.06% คิดเป็น 18.43 คะแนน</li>



<li>กำแพงเพชร 31.58% คิดเป็น 22.44 คะแนน</li>



<li>กาฬสินธุ์ 31.51%&nbsp; คิดเป็น 22.62 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อปี จำนวน 2,793,351 คน คิดเป็น 19.91% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่มีผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อปีมากที่สุด คือ ภาคเหนือ คิดเป็น 25.52% ของประชากรสูงอายุ ตามด้วยภาคตะวันตก 22.57% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 22.31% ภาคใต้ 19.97% ภาคกลาง 16.80% และภาคตะวันออก 14.68%&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 5 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรก 3 จังหวัด คือ พะเยา กำแพงเพชร และสุโขทัย โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อปีต่อประชากรสูงอายุสูงสุด คือ สกลนคร จำนวน 82,928 คน คิดเป็น 39.48% ของผู้สูงอายุทั้งหมด ในขณะที่น้อยที่สุดคือ ขอนแก่น จำนวน 11,879 คน คิดเป็น 3.00% ของผู้สูงอายุทั้งหมด และหากเทียบกับเส้นความยากจน (Poverty Line) ที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)<a href="https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1199118"> เคยกำหนดไว้อยู่ที่ 3,078 บาทต่อคนต่อเดือน</a> พบว่ามีผู้สูงอายุจำนวน 2,793,351 คิดเป็น 19.92% ของประชากรสูงอายุทั้งหมดที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าเส้นความยากจน ทำให้ผู้สูงอายุจำเป็นต้องมีแหล่งรายได้อื่นเพิ่ม เพื่อให้มีรายได้เพียงพอหลังเกษียณ</p>



<p>จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ไม่มีการออมเงินต่อประชากรสูงอายุ สูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>กระบี่ 76.23% คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>สมุทรปราการ 71.82% คิดเป็น 7.01 คะแนน</li>



<li>ปราจีนบุรี 67.66% คิดเป็น 12.69 คะแนน</li>



<li>สุพรรณบุรี 63.05% คิดเป็น 18.96 คะแนน</li>



<li>สุรินทร์ 62.56% คิดเป็น 19.63 คะแนน</li>



<li>สระแก้ว61.75% คิดเป็น 20.73 คะแนน</li>



<li>นราธิวาส&nbsp; 61.73% คิดเป็น 20.77 คะแนน</li>



<li>เลย 61.69% คิดเป็น 20.81 คะแนน</li>



<li>พังงา 61.56% คิดเป็น 20.99 คะแนน</li>



<li>ภูเก็ต 60.99% คิดเป็น 21.77 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีผู้สูงอายุที่ไม่มีการออมเงิน จำนวน 6,208,067 คน คิดเป็น 44.26% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่มีผู้สูงอายุที่ไม่มีการออมเงินมากที่สุด คือ ภาคกลาง คิดเป็น 48.92% ของประชากรสูงอายุ ตามด้วยภาคตะวันออก 48.60% ภาคตะวันตก 46.69% ภาคใต้ 44.32% ภาคเหนือ 39.51% และตะวันออกเฉียงเหนือ 39.02%</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า มีจังหวัดในภาคใต้อยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 4 จังหวัดด้วยกัน และไม่มีจังหวัดที่อยู่ใน 10 อันดับแรกของจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุดในนี้ โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่ผู้สูงอายุไม่มีการออมเงินต่อประชากรสูงอายุสูงสุด คือ กระบี่ จำนวน 55,531 คน คิดเป็น 76.23% ของผู้สูงอายุทั้งหมด ในขณะที่น้อยที่สุดคือ อุบลราชธานี จำนวน 14,363 คน คิดเป็น 3.58% ของผู้สูงอายุทั้งหมด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติเศรษฐกิจ_สรุป-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5988" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติเศรษฐกิจ_สรุป-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติเศรษฐกิจ_สรุป-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติเศรษฐกิจ_สรุป-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติเศรษฐกิจ_สรุป-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ดังนั้น เมื่อนำคะแนนความเปราะบางต่อผู้สูงอายุในด้านเศรษฐกิจ โดยพิจารณาจากข้อมูลจำนวนจำนวนผู้สูงอายุที่ไม่มีงานทำ ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอ จำนวนผู้สูงอายุที่รายได้น้อยกว่า 30,000 บาทต่อปี และจำนวนผู้สูงอายุที่ไม่มีการออม มารวมกันเพื่อหาคะแนนเฉลี่ยเพื่อจัดอันดับจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านเศรษฐกิจสูงที่สุด โดยจังหวัดที่ได้คะแนนมาก หมายถึง จังหวัดที่มีความเปราะบางต่ำ ส่วนจังหวัดที่ได้คะแนนน้อย หมายถึง จังหวัดที่มีความเปราะบางสูง พบว่า&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>นราธิวาส 22.06 คะแนน</li>



<li>สมุทรปราการ 23.91 คะแนน</li>



<li>นครพนม 25.95 คะแนน</li>



<li>เลย 29.61 คะแนน</li>



<li>สระแก้ว 29.69 คะแนน</li>



<li>อำนาจเจริญ 33.29 คะแนน</li>



<li>สกลนคร 34.64 คะแนน</li>



<li>สุรินทร์ 34.79 คะแนน</li>



<li>สมุทรสาคร 36.70 คะแนน</li>



<li>นครราชสีมา 37.42 คะแนน</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านเศรษฐกิจ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5989" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านเศรษฐกิจ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านเศรษฐกิจ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านเศรษฐกิจ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านเศรษฐกิจ-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านเศรษฐกิจ-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านเศรษฐกิจ-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านเศรษฐกิจ-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านเศรษฐกิจ-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านเศรษฐกิจสูงสุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 50.45 คะแนน ตามด้วยภาคกลาง 52.30 คะแนน ภาคตะวันตก 53.87 คะแนน ภาคใต้ 54.10 คะแนน ภาคเหนือ 55.04 คะแนน และภาคตะวันออก 55.92 คะแนน</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า มีจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 6 จังหวัดด้วยกัน และไม่มีจังหวัดที่อยู่ใน 10 อันดับแรกของจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุดในนี้ โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านเศรษฐกิจสูงสุด คือ นราธิวาส 22.06 คะแนน ในขณะที่น้อยที่สุดคือ ขอนแก่น 76.41 คะแนน</p>



<h3 class="wp-block-heading">มิติด้านที่อยู่อาศัย : แก่ตัวไป จะอยู่อย่างไร กินนอนที่ไหน ปลอดภัยหรือเปล่า&nbsp;</h3>



<p>อีกหนึ่งปัญหาที่จะเกิดขึ้นในประเทศที่ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุก็คือปัญหาด้านที่อยู่อาศัย จากข้อมูลสถิติการสำรวจข้อมูลแจงนับคนไร้บ้าน ในปี 2566 ประเทศไทยมีผู้คนไร้บ้าน จำนวน 2,499 คน พบว่าเป็นกลุ่มวัยกลางคน อายุ 40 -59 ปี คิดเป็น 56.8% ของคนไร้บ้าน ในขณะที่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 22.1% ของคนไร้บ้าน นอกจากนี้ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีบ้านพักคนชราของรัฐเพียง 12 แห่ง โดยรองรับการดูแลผู้สูงอายุได้แค่ 1,375 คน ในขณะที่มีผู้สูงอายุประมาณ 7,812 คนที่รอคิวเพื่อเข้าใช้บริการบ้านพักคนชรา</p>



<p>จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า นโยบายทางด้านที่อยู่อาศัย เป็นสิ่งที่จำเป็นในสังคมสูงวัย เพราะปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ และมีแนวโน้มที่จะมีคนไร้บ้านซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติที่อยู่อาศัย-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5990" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติที่อยู่อาศัย-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติที่อยู่อาศัย-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติที่อยู่อาศัย-150x150.png 150w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ในการจะหาพื้นที่เปราะบางต่อผู้สูงอายุในด้านที่อยู่อาศัย โดยใช้ข้อมูลจำนวนผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวต่อประชากรสูงอายุ จำนวนผู้สูงอายุที่ต้องการผู้ดูแล จำนวนผู้สูงอายุที่อยู่บ้านที่ไม่เหมาะสม จากรายงานการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 ระดับจังหวัด สำนักงานสถิติแห่งชาติ จำนวนสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุ ปี 2567 จากกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมกิจการผู้สูงอายุ และจำนวนบ้านที่ผู้สูงอายุได้รับการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมและปลอดภัย ปี 2565 (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 &#8211; 30 กันยายน 2565) ข้อมูลจากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และนำมาคำนวณเป็นคะแนนว่าพื้นที่ใดมีความเปราะบางในด้านที่อยู่อาศัย โดยจังหวัดที่ได้คะแนนสูง หมายถึง จังหวัดที่มีความเปราะบางต่ำ ส่วนจังหวัดที่ได้คะแนนน้อย หมายถึง จังหวัดที่มีความเปราะบางสูง โดยหลังจากนั้นจะนำคะแนนไปรวมกันเพื่อจัดอันดับพื้นที่เปราะบางต่อสูงอายุในด้านที่อยู่อาศัย&nbsp; โดยพบว่า</p>



<p>จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวต่อประชากรสูงอายุ สูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ปราจีนบุรี 21.03% คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>แม่ฮ่องสอน 18.66% คิดเป็น 17.29 คะแนน</li>



<li>ระยอง 17.54%&nbsp; คิดเป็น 24.97 คะแนน</li>



<li>อุทัยธานี 17.31%&nbsp; คิดเป็น 26.58 คะแนน</li>



<li>นนทบุรี 16.83%&nbsp; คิดเป็น 29.87 คะแนน</li>



<li>พะเยา 16.43%&nbsp; คิดเป็น 32.59 คะแนน</li>



<li>เชียงใหม่ 16.42%&nbsp; คิดเป็น 32.71 คะแนน</li>



<li>ชัยนาท 16.41%&nbsp; คิดเป็น 32.74 คะแนน</li>



<li>ฉะเชิงเทรา 16.05% คิดเป็น 35.21 คะแนน</li>



<li>ชลบุรี 15.68%&nbsp; คิดเป็น 37.81 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว จำนวน 1,805,763 คน คิดเป็น 12.87% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่มีผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวมากที่สุด คือ ภาคตะวันออก คิดเป็น 15.72% ของประชากรสูงอายุ ตามด้วยภาคเหนือ 14.81% ภาคกลาง 13.42% ภาคตะวันตก 12.27% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11.97% และภาคใต้ 10.40%&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า จังหวัดในภาคตะวันออกอยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 4 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรก 1 จังหวัด คือ พะเยา โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวต่อประชากรสูงอายุสูงที่สุด คือ ปราจีนบุรี จำนวน 22,057 คน คิดเป็น 21.03% ของผู้สูงอายุทั้งหมด ในขณะที่น้อยที่สุดคือ ภูเก็ต จำนวน 6,689 คน คิดเป็น 6.63% ของผู้สูงอายุทั้งหมด</p>



<p>จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ต้องการผู้ดูแลต่อประชากรสูงอายุ สูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ&nbsp;&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สกลนคร 18.32% คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>ปราจีนบุรี 16.91%&nbsp; คิดเป็น 9.56 คะแนน</li>



<li>อุบลราชธานี 11.33% คิดเป็น 43.52 คะแนน</li>



<li>อุทัยธานี 10.78%&nbsp; คิดเป็น 46.92 คะแนน</li>



<li>สมุทรปราการ 10.73% คิดเป็น 47.19 คะแนน</li>



<li>ปัตตานี 10.67%&nbsp; คิดเป็น 47.59 คะแนน</li>



<li>ร้อยเอ็ด 10.25%&nbsp; คิดเป็น 50.14 คะแนน</li>



<li>นราธิวาส 10.03%&nbsp; คิดเป็น 51.48 คะแนน</li>



<li>ลพบุรี 9.89%&nbsp; คิดเป็น 52.33 คะแนน</li>



<li>ชลบุรี 9.81%&nbsp; คิดเป็น 52.81 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีผู้สูงอายุที่ต้องการผู้ดูแล จำนวน 924,728 คน คิดเป็น 6.59% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่ผู้สูงอายุต้องการผู้ดูแลมากที่สุด คือ ภาคตะวันออก คิดเป็น 8.20% ของประชากรสูงอายุ ตามด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7.15% ภาคใต้ 7.07% ภาคกลาง 6.26% ภาคตะวันตก 5.84% และภาคเหนือ 4.95%&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางอยู่ใน 10 อันดับแรกถึงภาคละ 3 จังหวัดด้วยกัน และไม่มีจังหวัดที่อยู่ใน 10 อันดับแรกของจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุดในนี้ โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ต้องการผู้ดูแลต่อประชากรสูงอายุสูงที่สุด คือ สกลนคร จำนวน 38,480 คน คิดเป็น 18.32% ของผู้สูงอายุทั้งหมด ในขณะที่น้อยที่สุดคือ เชียงราย จำนวน 6,062 คน คิดเป็น 2.06% ของผู้สูงอายุทั้งหมด</p>



<p>ทั้งนี้ มี 16 จังหวัดที่ไม่มีสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุทั้งภาครัฐและเอกชน คือ กาฬสินธุ์ ชัยนาท ตราด ตาก นราธิวาส น่าน บึงกาฬ ปัตตานี พังงา มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ระนอง นองบัวลำภู อ่างทอง และอำนาจเจริญ</p>



<p>ในภาพรวมพบว่ามีสัดส่วนผู้สูงอายุ 14,688.39 คนต่อสถานประกอบการ 1 แห่ง หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่มีสัดส่วนประชากรสูงวัยต่อสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุมากที่สุด คือ ตะวันออกเฉียงเหนือ มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุ 54,790.21 คนต่อสถานประกอบการ 1 แห่ง ตามด้วยภาคใต้ มีผู้สูงอายุ 39,504.52 คนต่อสถานประกอบการ 1 แห่ง ภาคเหนือ 15,948.03 คนต่อสถานประกอบการ 1 แห่ง ภาคตะวันตก มีผู้สูงอายุ 14,926.98 คนต่อสถานประกอบการ 1 แห่ง ภาคตะวันออก มีผู้สูงอายุ 12,222.45 คนต่อสถานประกอบการ 1 แห่ง และภาคกลาง มีผู้สูงอายุ 8,085.09 คนต่อสถานประกอบการ 1 แห่ง&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาเป็นรายจังหวัดจะพบว่า มีมากถึง 16 จังหวัดที่ไม่มีสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุ โดยเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือถึง 6 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ บึงกาฬ มุกดาหาร ยโสธร หนองบัวลำภู และอำนาจเจริญ ในขณะที่จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุทั้งภาครัฐและเอกชนต่ำสุด คือ นนทบุรี มีสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุ 112 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุต่อประชากรสูงวัย 2,646.39 คนต่อสถานประกอบการ 1 แห่งเท่านั้น</p>



<p>จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่อยู่บ้านที่ไม่เหมาะสมต่อประชากรสูงอายุ สูงที่สุด 10 อันดับแรก คือ&nbsp;&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>มหาสารคาม 99.50%&nbsp; คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>สุราษฎร์ธานี 99.39%&nbsp; คิดเป็น 1.40 คะแนน</li>



<li>กำแพงเพชร 99.02% &nbsp; คิดเป็น 2.79 คะแนน</li>



<li>พิษณุโลก 98.80% &nbsp; คิดเป็น 3.62 คะแนน</li>



<li>พัทลุง 98.53% &nbsp; คิดเป็น 4.66 คะแนน</li>



<li>นครศรีธรรมราช 98.51% &nbsp; คิดเป็น 4.74 คะแนน</li>



<li>ชัยภูมิ 98.39% &nbsp; คิดเป็น 5.17 คะแนน</li>



<li>นครราชสีมา 98.34% &nbsp; คิดเป็น 5.37 คะแนน</li>



<li>ประจวบคีรีขันธ์ 98.23% &nbsp; คิดเป็น 5.78 คะแนน</li>



<li>สระแก้ว 98.17% &nbsp; คิดเป็น 6.02 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีผู้สูงอายุที่อยู่บ้านที่ไม่เหมาะสม จำนวน 13,030,279 คน คิดเป็น 92.89% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านที่ไม่เหมาะสมมากที่สุด คือ ภาคใต้ คิดเป็น 95.32% ของประชากรสูงอายุ ตามด้วยภาคตะวันตก 95.12% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 93.02% ภาคเหนือ 92.90% ภาคกลาง 91.88% และภาคตะวันออก 91.70%&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า มีจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้อยู่ใน 10 อันดับแรกถึงภาคละ 3 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรก 2 จังหวัด คือ กำแพงเพชร และพิษณุโลก โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่อยู่บ้านที่ไม่เหมาะสมต่อประชากรสูงอายุสูงที่สุด คือ มหาสารคาม จำนวน 175,685 คน คิดเป็น 99.50% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด ในขณะที่น้อยที่สุดคือ ขอนแก่น จำนวน 289,607 คน คิดเป็น 73.19% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด</p>



<p>นอกจากนี้ยังพบว่าในรายงานการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 ระดับจังหวัด ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่ามีผู้สูงอายุที่หกล้มในระหว่าง 6 เดือนก่อนสัมภาษณ์จำนวน 788,376 คน คิดเป็น 5.62% ของประชากรสูงอายุทั้งหมด โดยสาเหตุการหกล้มเป็นการสะดุด/พื้นต่างระดับ/ตกบันไดจำนวน 759,765 คน คิดเป็น 58.3% ของผู้สูงอายุที่หกล้ม และลื่นจำนวน 232,941 คน คิดเป็น 29.55% ของผู้สูงอายุที่หกล้ม เป็นการหกล้มในพื้นที่บ้านสูงถึง 82.89% ของผู้สูงอายุที่หกล้ม&nbsp;</p>



<p>จังหวัดที่มีจำนวนบ้านของผู้สูงอายุที่ได้รับการปรับปรุงจากโครงการ ต่ำที่สุด 10 อันดับแรก คือ&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>แพร่ 31 หลัง คิดเป็น 1 คะแนน</li>



<li>หนองคาย 32 หลัง คิดเป็น 1.24 คะแนน</li>



<li>สงขลา 37 หลัง คิดเป็น 2.43 คะแนน</li>



<li>นครนายก 46 หลัง คิดเป็น 4.57 คะแนน</li>



<li>ภูเก็ต 49 หลัง คิดเป็น 5.28 คะแนน</li>



<li>ระนอง 52 หลัง คิดเป็น 6.00 คะแนน</li>



<li>กรุงเทพมหานคร 52 หลัง คิดเป็น 6.00 คะแนน</li>



<li>ยโสธร 60 หลัง คิดเป็น 7.90 คะแนน</li>



<li>สมุทรสงคราม 60 หลัง คิดเป็น 7.90 คะแนน</li>



<li>มุกดาหาร 61 หลัง คิดเป็น 8.14 คะแนน</li>
</ol>



<p>ในภาพรวมของประเทศไทย พบว่ามีบ้านของผู้สูงอายุที่ได้รับการปรับปรุงจากโครงการรัฐจำนวน 11,674 หลัง หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่มีบ้านของผู้สูงอายุที่ได้รับการปรับปรุงจากโครงการรัฐน้อยที่สุด คือ ภาคตะวันตก 1,050 หลัง ตามด้วยภาคตะวันออก 1,332 หลัง ภาคใต้ 1,872 หลัง ภาคเหนือ 1,875 หลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2,291หลัง และภาคกลาง 3,254 หลัง&nbsp;</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า มีจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้อยู่ใน 10 อันดับแรกถึงภาคละ 3 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรก 1 จังหวัด คือ แพร่ โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่มีจำนวนบ้านของผู้สูงอายุที่ได้รับการปรับปรุงจากโครงการต่ำสุด คือ แพร่ 31 หลัง ในขณะที่สูงที่สุดคือ ลำปาง 447 หลัง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติที่อยู่อาศัย_สรุป-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5991" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติที่อยู่อาศัย_สรุป-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติที่อยู่อาศัย_สรุป-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติที่อยู่อาศัย_สรุป-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_มิติที่อยู่อาศัย_สรุป-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>จากข้อมูลทั้งหมด เมื่อนำข้อมูลจำนวนผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวต่อประชากรสูงอายุ ผู้สูงอายุที่ต้องการผู้ดูแล จำนวนสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุ จำนวนผู้สูงอายุที่อยู่บ้านที่ไม่เหมาะสม และจำนวนบ้านของผู้สูงอายุที่ได้รับการปรับปรุงจากโครงการรัฐ ที่เรียงลำดับการให้คะแนนไว้แล้วมารวมกัน เพื่อหาคะแนนเฉลี่ยในแต่ละจังหวัด เพื่อจัดอันดับจังหวัดที่มีความเปราะบางด้านที่อยู่อาศัย โดยจังหวัดที่ได้คะแนนมาก หมายถึง จังหวัดที่มีควาเปราะบางต่ำ ส่วนจังหวัดที่ได้คะแนนน้อย หมายถึง จังหวัดที่มีความเปราะบางสูง พบว่า&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สกลนคร 18.79 คะแนน</li>



<li>ยโสธร 29.23 คะแนน</li>



<li>แม่ฮ่องสอน 30.11 คะแนน</li>



<li>มุกดาหาร 30.14 คะแนน</li>



<li>ปัตตานี 32.70 คะแนน</li>



<li>ระนอง 33.97 คะแนน</li>



<li>กาฬสินธุ์ 34.04 คะแนน</li>



<li>ตาก 34.11 คะแนน</li>



<li>นราธิวาส 34.34 คะแนน</li>



<li>ปราจีนบุรี 35.21 คะแนน</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านที่อยู่อาศัย-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5992" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านที่อยู่อาศัย-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านที่อยู่อาศัย-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านที่อยู่อาศัย-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านที่อยู่อาศัย-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านที่อยู่อาศัย-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านที่อยู่อาศัย-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านที่อยู่อาศัย-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่ภาพรวมรายภาค_ด้านที่อยู่อาศัย-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านที่อยู่อาศัยสูงสุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 43.05 คะแนน ตามด้วยภาคใต้ 48.73 คะแนน ภาคตะวันออก 49.15 คะแนน ภาคกลาง 52.45 คะแนน ภาคเหนือ 53.49 คะแนน และภาคตะวันตก 55.24 คะแนน</p>



<p>หากพิจารณาเป็นพื้นที่รายจังหวัด พบว่าใน 10 อันดับแรก มีจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือถึง 4 จังหวัดด้วยกันที่เป็นพื้นที่เปราะบางด้านที่อยู่อาศัย ได้แก่ สกลนคร ยโสธร มุกดาหาร และกาฬสินธุ์ และไม่มีจังหวัดที่อยู่ใน 10 อันดับแรกของจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุดในนี้ โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางในด้านที่อยู่อาศัยสูงสุด คือ สกลนคร 18.79 คะแนน ในขณะที่น้อยที่สุดคือ ขอนแก่น 71.39 คะแนน</p>



<h3 class="wp-block-heading">บทสรุปพื้นที่เปราะบางต่อผู้สูงอายุในประเทศไทย จังหวัดไหนเปราะบางมาก-น้อย ที่สุด&nbsp;</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สรุป-3-มิติ-10-อันดับ-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5993" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สรุป-3-มิติ-10-อันดับ-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สรุป-3-มิติ-10-อันดับ-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สรุป-3-มิติ-10-อันดับ-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/info_สูงอายุ-สสส_สรุป-3-มิติ-10-อันดับ-768x768.png 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>เมื่อนำข้อมูลที่เรียงลำดับการให้คะแนนของทั้ง 3 ด้าน คือสุขภาพ เศรษฐกิจ และที่อยู่อาศัย มารวมกัน เพื่อหาคะแนนเฉลี่ยในแต่ละจังหวัด ว่าจังหวัดใดมีความเปราะบางต่อผู้สูงอายุสูงที่สุด&nbsp; โดยจังหวัดที่ได้คะแนนมาก หมายถึง จังหวัดที่มีควาเปราะบางต่ำ ส่วนจังหวัดที่ได้คะแนนน้อย หมายถึง จังหวัดที่มีความเปราะบางสูง โดยพบว่า</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>สกลนคร 41.13 คะแนน</li>



<li>กำแพงเพชร 44.27 คะแนน</li>



<li>บึงกาฬ 44.32 คะแนน</li>



<li>อำนาจเจริญ 45.22 คะแนน</li>



<li>นราธิวาส 45.32 คะแนน</li>



<li>อ่างทอง 47.44 คะแนน</li>



<li>เลย 47.47 คะแนน</li>



<li>กาฬสินธุ์ 47.93 ตะแนน</li>



<li>นครพนม 48.43 คะแนน</li>



<li>หนองบัวลำภู 48.83 คะแนน</li>
</ol>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="821" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่สรุปภาพรวม-3-มิติ-821x1024.png" alt="" class="wp-image-5994" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่สรุปภาพรวม-3-มิติ-821x1024.png 821w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่สรุปภาพรวม-3-มิติ-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่สรุปภาพรวม-3-มิติ-768x958.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่สรุปภาพรวม-3-มิติ-1231x1536.png 1231w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่สรุปภาพรวม-3-มิติ-1642x2048.png 1642w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/แผนที่สรุปภาพรวม-3-มิติ.png 1943w" sizes="(max-width: 821px) 100vw, 821px" /></figure>
</div>


<p>หากพิจารณาเป็นรายภาค พบว่าภาคที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางสูงสุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 53.44 คะแนน ตามด้วยภาคกลาง 57.63 คะแนน ภาคเหนือ 58.14 คะแนน ภาคตะวันตก 60.07 คะแนน ภาคใต้ 60.21 คะแนน และภาคตะวันออก 60.72 คะแนน</p>



<p>หากพิจารณาในระดับจังหวัดจะพบว่า จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ใน 10 อันดับแรกถึง 6 จังหวัดด้วยกัน และมีจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้งจังหวัดสูงที่สุด 10 อันดับแรก 1 จังหวัด คือ กำแพงเพชร โดยจะเห็นว่าจังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางสูงสุด คือ สกลนคร 41.13 คะแนน ในขณะที่น้อยที่สุดคือ ขอนแก่น 75.83 คะแนน</p>



<p>จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่าแม้ภาคเหนือจะเป็นภาคที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรสูงที่สุดในประเทศไทย แต่เมื่อพิจารณาถึงพื้นที่เปราะบางต่อผู้สูงอายุ ภาคเหนือเป็นภาคที่มีความเปราะบางเฉพาะด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตสูงที่สุด แต่หากรวมทั้ง 3 ภาค จะพบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความเปราะบางต่อผู้สูงอายุสูงสุด โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางสูงที่สุดทั้งด้านเศรษฐกิจและที่อยู่อาศัย ส่วนด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปราะบางเป็นอันดับสองรองจากภาคเหนือ&nbsp;</p>



<p>มากไปกว่านั้น จังหวัดที่ผู้สูงอายุมีความเปราะบางสูงที่สุด ซึ่งก็คือสกลนคร ยังไม่ใช่จังหวัดที่อยู่ใน 10 อันดับแรกมีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรสูงที่สุดอีกด้วย ดังนั้นการจะพิจารณาพื้นที่เปราะบางต่อผู้สูงอายุในด้านใด จึงไม่อาจพิจารณาเพียงแค่จำนวนผู้สูงอายุในพื้นที่นั้นๆ แต่เพียงอย่างเดียวได้ จำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลอื่นๆ ประกอบเพื่อให้สามารถวางแผนนโยบายในการแก้ไขปัญหาในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุได้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">สสส. มีการทำงานอย่างไรบ้าง</h3>



<p><strong>สูงวัยให้พร้อม ต้องเตรียมก่อน 40</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="486" height="607" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image.jpeg" alt="" class="wp-image-5996" style="width:328px;height:auto" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image.jpeg 486w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-240x300.jpeg 240w" sizes="(max-width: 486px) 100vw, 486px" /></figure>
</div>


<p>หลังประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สนับสนุนให้ประชาชนเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมสูงอายุ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้สูงอายุอย่างมีสุขภาวะที่ดี ทั้งการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ และทำโครงการร่วมกับองค์กรหรือหน่วยงานอื่นๆ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงการเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับประชาชน</p>



<p>ในด้านสุขภาพ สสส. ทำโครงการ “สูงวัยให้พร้อม ต้องเตรียมก่อน 40” เชิญชวนคนไทยหันมาดูแลตัวเองก่อนจะอายุ 40 ปี ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อชีวิตที่สภาพร่างกายเริ่มเสื่อมถอย เพื่อสร้างความตระหนักให้กับประชาชนทั่วไปที่กำลังจะเข้าสู่อายุ 40 ปี จำเป็นต้องเริ่มดูแลตัวเองและเตรียมความพร้อม เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตดีหลังเกษียณ และร่วมกับมูลนิธิหมอชาวบ้าน จัดทำ <a href="https://creativehealthcampaign.thaihealth.or.th/microsite/healthyfamily/Inclusive/%C3%A0%C2%B8%C2%AA%C3%A0%C2%B8%C2%B9%C3%A0%C2%B8%C2%87%C3%A0%C2%B8%C2%A7%C3%A0%C2%B8%C2%B1%C3%A0%C2%B8%C2%A2%C3%A0%C2%B9%C2%83%C3%A0%C2%B8%C2%AB%C3%A0%C2%B9%C2%89%C3%A0%C2%B8%C2%9E%C3%A0%C2%B8%C2%A3%C3%A0%C2%B9%C2%89%C3%A0%C2%B8%C2%AD%C3%A0%C2%B8%C2%A1%C3%A0%C2%B8%C2%81%C3%A0%C2%B9%C2%88%C3%A0%C2%B8%C2%AD%C3%A0%C2%B8%C2%9940/content/4385">“คู่มือ พลิกจังหวะชีวิต 40 เริ่มยังทัน!”</a> คู่มือเตรียมความพร้อม เสริมสร้างภูมิคุ้มกับให้ประชาชนในการวางแผนการเกษียณ</p>



<p><strong>เดินดีไปด้วยกัน</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="651" height="434" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-11.jpeg" alt="" class="wp-image-6014" style="width:362px;height:auto" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-11.jpeg 651w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-11-300x200.jpeg 300w" sizes="(max-width: 651px) 100vw, 651px" /></figure>
</div>


<p>จากปัญหาการพลัด ตก หกล้ม ในกลุ่มผู้สูงอายุที่ทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงต่อภาวะกระดูกหัก&nbsp; สสส. เริ่มโครงการต้นแบบ ‘เดินดีไปด้วยกัน’ ร่วมกับคณะแพทย์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย และสมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังและป้องกันกระดูกหักในผู้สูงอายุ โดยมีระบบสารสนเทศต้นแบบการดูแลและเฝ้าระวังผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง ซึ่งต่อยอดขยายผลมาจาก ‘น่านโมเดล’ ผ่านเทคโนโลยีและระบบป้องกันที่มีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการข้อมูลสุขภาพและเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีให้ผู้สูงอายุ โดยผลการดำเนินงานในพื้นที่นำร่อง 11 จังหวัด 1 เขต พบว่า อัตราการล้มใหม่และล้มซ้ำ ลดลง 10% อัตราการเสียชีวิต 1 ปีหลังกระดูกสะโพกหักและได้รับการผ่าตัดเหลือเพียง 15% มีผู้สูงอายุเข้าถึงมาตรการประเมินความเสี่ยงและการติดตาม 70% ของพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการ</p>



<p><strong>หลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="671" height="447" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-10.jpeg" alt="" class="wp-image-6013" style="width:390px;height:auto" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-10.jpeg 671w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-10-300x200.jpeg 300w" sizes="(max-width: 671px) 100vw, 671px" /></figure>
</div>


<p>สสส. ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ประกอบด้วย สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล กลุ่มคนตัว D บริษัททำมาปัน กรมกิจการผู้สูงอายุ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทำโครงการ ‘พัฒนากลไกต้นแบบอาสาสูงวัยเฝ้าระวังสื่อเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย’ เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะในการใช้สื่ออย่างรู้เท่าทันให้ผู้สูงอายุสามารถแยกแยะกลั่นกรองว่าข้อมูลใดเชื่อถือได้ และมองเห็นผลกระทบของสื่อต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิตยุคดิจิทัล รวมถึงการรู้เท่าทันข่าวปลอมในด้านต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และการแพทย์&nbsp;</p>



<p>หลักสูตรทั้งหมดถูกสร้างขึ้นบนฐานขององค์ความรู้ทางวิชาการ และถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เหมาะกับผู้สูงอายุ แกนกลางของหลักสูตรอยู่ที่เรื่องการรู้ทันสื่อ (Media Literacy) ซึ่งเป็นแนวคิดและทักษะที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถสื่อสารได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ ไม่ตกเป็น “เหยื่อ” ของผู้ไม่หวังดีในกระบวนการสื่อสาร</p>



<p>ผลการดำเนินโครงการทำให้เกิดผลลัพธ์ต้นแบบกลไกเฝ้าระวังสื่อสำหรับผู้สูงวัยใน 10 พื้นที่ ซึ่งมีทั้งในระดับชุมชน และระดับจังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี พะเยา สุรินทร์ เลย กระบี่ และตรัง รวมถึงระดับพื้นที่ 3 จังหวัด (4 พื้นที่) ได้แก่ พื้นที่ด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี พื้นที่เชียงรากน้อย จังหวัดปทุมธานี พื้นที่ร่มเกล้า และพื้นที่ยานนาวา กรุงเทพฯ</p>



<p>นอกจากนี้การประเมินผลหลังโครงการยังพบว่า กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้สูงวัยใน 10 พื้นที่มีทักษะการเท่าทันสื่อเพิ่มขึ้น โดยสามารถคิดวิเคราะห์และรู้ทันการหลอกลวงของมิจฉาชีพผ่านช่องทางสื่อต่างๆ โดยโครงการฯได้จัดเวทีการถอดบทเรียนและสื่อสารสาธารณะ รวมทั้งการจัดทำรายงานและสื่อต่างๆ เพื่อนำเสนอสู่สาธารณชนในประเด็นของการสร้างระบบนิเวศสื่อที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุเป็นที่เรียบร้อย</p>



<p><strong>ชมรมสูงวัยเข้มแข็ง</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="685" height="457" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-8.jpeg" alt="" class="wp-image-6011" style="width:379px;height:auto" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-8.jpeg 685w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-8-300x200.jpeg 300w" sizes="(max-width: 685px) 100vw, 685px" /></figure>
</div>


<p>สสส. ร่วมกับ สมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนผลักดัน ‘ชมรมผู้สูงอายุเข้มแข็ง’ ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสุขภาวะของผู้สูงอายุในระดับพื้นที่ เสริมสร้างผู้สูงอายุให้เข้มแข็ง ชุมชนมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบาง&nbsp;</p>



<p>การดำเนินกิจกรรมภายในชมรมครอบคลุม 4 มิติ ทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อม เช่น กิจกรรมออกกำลังกาย จิตอาสา ออมเงิน โรงเรียนผู้สูงอายุ และกิจกรรมฟื้นฟู โดยมีเป้าหมายขยายให้ครอบคลุมถึง 3,000 ชมรมภายในปี 2570 เพื่อให้ผู้สูงอายุกว่า 600,000 คน ได้มีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบาง และหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้เกิด ‘ระบบดูแลผู้สูงอายุในชุมชนโดยชุมชน’ ที่เดินหน้าอย่างเป็นระบบร่วมกัน พัฒนาให้ชมรมผู้สูงอายุเป็นแกนกลางของการดูแลสุขภาวะในทุกพื้นที่ได้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่ ‘สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์’ ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&nbsp;</p>



<p><strong>ธนาคารเวลา</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="700" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-6-700x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-6009" style="width:298px;height:auto" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-6-700x1024.jpeg 700w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-6-205x300.jpeg 205w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-6-768x1123.jpeg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-6.jpeg 824w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /></figure>
</div>


<p>ในด้านเศรษฐกิจ สสส. สนับสนุนโครงการ ‘ธนาคารเวลา’ เพื่อพัฒนานวัตกรรมระบบ กลไกต่างๆ เพื่อรองรับสังคมสูงอายุให้เกิดกลไกและนโยบายที่สามารถกำเนินงานอย่างยั่งยืน ในการช่วยเหลือกัน สร้างความเท่าเทียมในสังคม รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการขยายแนวคิดและโอกาสในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพ&nbsp;</p>



<p>บทบาทหลักของ สสส.ในการดำเนินงานธนาคารเวลา คือ การสนับสนุนงานวิชาการและงานวิจัยศึกษา และสนับสนุนภาคีเครือข่ายที่มีความสนใจหาแนวคิดใหม่ในการช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุ โดยการสร้างต้นแบบการดำเนินงานในพื้นที่นำร่อง&nbsp;</p>



<p>การดำเนินงานธนาคารเวลาในพื้นที่นำร่องของภาคีเครือข่าย ถือว่าบรรลุเป้าหมายหลักของ สสส. ในการพัฒนาการทำงานจากพื้นที่นำร่องไปสู่การเป็นพื้นที่ต้นแบบ และเริ่มดำเนินงานขยายผล มีหน่วยงานต่างๆ ให้ความสนใจที่จะนำกลไกธนาคารเวลาไปใช้เสริมการทำงานในองค์กร โดยเฉพาะในระดับชุมชนที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้สูงอายุ อีกทั้งยังมีการยกระดับการทำงานในพื้นที่เดิมให้สามารถดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนมากขึ้น ในอนาคตจะมีการพัฒนา ‘ธนาคารเวลากลาง’ สำหรับช่วยหนุนเสริมหรือเป็นตัวกลางในการประสานเชื่อมโยงให้เกิด ‘เครือข่ายธนาคารเวลา’ และสามารถแลกเปลี่ยนเวลาข้ามธนาคารได้</p>



<p><strong>สนับสนุน Universal Design</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="680" height="454" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-7.jpeg" alt="" class="wp-image-6010" style="width:411px;height:auto" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-7.jpeg 680w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/10/image-7-300x200.jpeg 300w" sizes="(max-width: 680px) 100vw, 680px" /></figure>
</div>


<p>ในด้านที่อยู่อาศัย สสส. ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายคนพิการ เครือข่ายผู้สูงอายุ ซึ่งร่วมพัฒนาและขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2565 ในการปรับสภาพแวดล้อมและจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานที่สาธารณะ เช่น แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ตามแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design) โดยมีโครงการสำคัญคือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>จัดตั้งศูนย์การออกแบบเพื่อทุกคน (UDC) ในมหาวิทยาลัย 16 แห่ง ให้คำปรึกษาผู้สูงอายุและคนพิการมากกว่า 68,475 คน และเกิดการปรับสภาพแวดล้อมบ้านแล้วกว่า 200 หลัง สร้างช่างชุมชนต้นแบบ 57 คน และครูช่าง 15 คน เพื่อทำงานปรับสภาพแวดล้อมบ้าน/ชุมชนอย่างถูกหลัก UD</li>



<li>ขยายเครือข่ายขนส่งมวลชนพึ่งได้ (T4A)</li>



<li>ผลักดันระบบรางให้เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกทุกสถานี และพัฒนาโมเดลเมืองเดินได้ เช่น สกายวอล์ค-สกายพาร์คบางกะปิ สู่ Smart City</li>



<li>เดินหน้าการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล สนับสนุนการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล 5 จังหวัด ได้แก่ น่าน อุดรธานี พระนครศรีอยุธยา สงขลา และกรุงเทพฯ พัฒนาเครื่องมือข้อมูลสาธารณะ เช่น แอปฯ/ไลน์บอต ‘เมืองใจดี’ เพื่อแผนที่สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับทุกคน</li>



<li>ระดมพลังทูตอารยสถาปัตย์และอาสากว่า 300 คน รณรงค์ให้เกิดการปรับสภาพแวดล้อมและจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานที่สาธารณะต่างๆ ให้ใช้งานได้จริง สะดวก และปลอดภัย</li>
</ol>



<h3 class="wp-block-heading">อ้างอิง</h3>



<p>ข้อมูลการจัดที่พักอาศัยของผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ</p>



<p>รายงานการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 ระดับจังหวัด สำนักงานสถิติแห่งชาติ</p>



<p>ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข</p>



<p>รายงานข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุข ประจำปี 2567 กระทรวงสาธารณสุข</p>



<p>รายงานสถานประกอบการการดูแลผู้สูงอายุ กรมสนับสนุนการบริการสุขภาพ กรมกิจการผู้สูงอายุ</p>



<p>สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (2567)</p>



<p>ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-frailty-old-age/">https://rocketmedialab.co/database-frailty-old-age/</a></p>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/ebook-frailty-old-age.pdf">อ่านเวอร์ชัน E-Book ที่นี่</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/frailty-old-age/">สำรวจความเปราะบางผู้สูงอายุ: สกลนครติดอันดับเสี่ยงที่สุด ขอนแก่นน้อยสุด ส่วนกรุงเทพฯ อยู่เกือบท้ายตาราง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความเปราะบางของผู้สูงอายุ [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-frailty-old-age/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Nov 2025 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxThaiHealth]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมผู้สูงอายุ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=6018</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3588;&#3623 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-frailty-old-age/">ความเปราะบางของผู้สูงอายุ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ข้อมูลความเปราะบางของผู้สูงอายุในประเทศไทย ประกอบไปด้วย ข้อมูลมิติสุขภาพ มิติเศรษฐกิจ และมิติที่อยู่อาศัย</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vSAA9Nv1UrY88qqtzQ82Dk2Ix-w_ZQSsGdnr2V37NLqvFVNEq_xSrfnCZa22bHaeUgPFvAbLc9K73H_/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1-1JHRo8ocob5A0jccjTet2SWMwlApxSdFKo7Jpi-0lU/edit?gid=1281492106#gid=1281492106">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p>อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/frailty-old-age/">สำรวจพื้นที่เปราะบางต่อผู้สูงอายุ : สกลนครเปราะบางสูงสุด ต่ำที่สุดคือขอนแก่น กรุงเทพฯ เปราะบางต่ำ รั้งอันดับ 75</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-frailty-old-age/">ความเปราะบางของผู้สูงอายุ [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจพื้นที่เปราะบางต่อผู้สูงอายุทั้งในมิติด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และที่อยู่อาศัย [E-Book]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/ebook-frailty-old-age/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Nov 2025 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RMLxThaiHealth]]></category>
		<category><![CDATA[ความเปราะบาง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมผู้สูงอายุ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=6022</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3604;&#3634;&#3623;&#3609;&#3660;&#3650;&#3627;&#3621 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/ebook-frailty-old-age/">สำรวจพื้นที่เปราะบางต่อผู้สูงอายุทั้งในมิติด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และที่อยู่อาศัย [E-Book]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[

		
		<div id="ep-gutenberg-content-90b2de11f746cc8d7d45c1ea0d588ddb" class="ep-gutenberg-content ep-aligncenter  ep-percentage-width   ep-content-protection-disabled ">
			<div class="embedpress-inner-iframe emebedpress-unit-percent ep-doc-90b2de11f746cc8d7d45c1ea0d588ddb"  style="max-width:100%" id="embedpress-pdf-1764050420984">
				<div >
					<div class="ep-embed-content-wraper"><div class="position-right-wraper gutenberg-pdf-wraper"><iframe title="ebook-frailty-old-age" class="embedpress-embed-document-pdf embedpress-pdf-1764050420984" style="width:600px;height:600px; max-width:100%; display: inline-block" src="https://rocketmedialab.co/wp-admin/admin-ajax.php?action=get_viewer&#038;file=https%3A%2F%2Frocketmedialab.co%2Fwp-content%2Fuploads%2F2025%2F11%2Febook-frailty-old-age.pdf#key=dGhlbWVNb2RlPWRlZmF1bHQmdG9vbGJhcj10cnVlJnBvc2l0aW9uPXRvcCZwcmVzZW50YXRpb249dHJ1ZSZsYXp5TG9hZD1mYWxzZSZkb3dubG9hZD10cnVlJmNvcHlfdGV4dD10cnVlJmFkZF90ZXh0PXRydWUmZHJhdz1mYWxzZSZkb2Nfcm90YXRpb249dHJ1ZSZhZGRfaW1hZ2U9dHJ1ZSZkb2NfZGV0YWlscz10cnVlJnpvb21faW49dHJ1ZSZ6b29tX291dD10cnVlJmZpdF92aWV3PXRydWUmYm9va21hcms9dHJ1ZSZmbGlwYm9va190b29sYmFyX3Bvc2l0aW9uPWJvdHRvbSZzZWxlY3Rpb25fdG9vbD0wJnNjcm9sbGluZz0tMSZzcHJlYWRzPS0x" frameborder="0" oncontextmenu="return false;"></iframe> <p class="embedpress-el-powered">Powered By EmbedPress</p></div></div>
									</div>
			</div>
		</div>
	


<p><a href="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/ebook-frailty-old-age.pdf">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p>อ่านเวอร์ชั่นเว็บที่ <a href="https://rocketmedialab.co/frailty-old-age/">https://rocketmedialab.co/frailty-old-age/</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/ebook-frailty-old-age/">สำรวจพื้นที่เปราะบางต่อผู้สูงอายุทั้งในมิติด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และที่อยู่อาศัย [E-Book]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
