<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ประชาธิปไตย Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/ประชาธิปไตย/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Mon, 18 Jul 2022 14:42:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.4</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>ประชาธิปไตย Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/ประชาธิปไตย/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>90 ปีประชาธิปไตย รัฐมนตรี/กระทรวงไหน ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นอะไรมากที่สุด</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/censure-debate-all/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Jul 2022 11:42:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[อภิปรายไม่ไว้วางใจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=2822</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำรวจข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา นักการเมืองไทยคนไหนถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นไหนมากที่สุด และเหตุใดถึงไม่เคยมีครั้งไหนที่มีการลงมติ ‘ไม่ไว้วางใจ’ เลย</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/censure-debate-all/">90 ปีประชาธิปไตย รัฐมนตรี/กระทรวงไหน ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นอะไรมากที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list"><li>กระทรวงที่ถูกอภิปรายมากที่สุด โดยนับเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจรายบุคคลคือ กระทรวงมหาดไทย 32 ครั้ง กระทรวงคมนาคม 24 ครั้ง กระทรวงพาณิชย์ 20 ครั้ง กระทรวงการคลัง 18 ครั้ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 13 ครั้ง และกระทรวงอุตสาหกรรม 11 ครั้ง&nbsp;</li><li>รัฐมนตรีที่ยังไม่เคยถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเลยมี 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;</li><li>ในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบทั้งคณะ 9 ครั้งพบว่า การบริหารไร้ประสิทธิภาพ เป็นประเด็นที่ถูกนำมาใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจมากที่สุด สูงถึงร้อยละ 41 รองลงมาคือ การทุจริต ร้อยละ 23 ตามมาด้วยการใช้อำนาจโดยมิชอบ ร้อยละ 9</li><li>การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบรายบุคคล ทั้ง 36 ครั้งที่ผ่านมาพบว่า การบริหารงานไร้ประสิทธิภาพ เป็นประเด็นที่ถูกนำมาใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจมากที่สุด สูงถึงร้อยละ 34 รองลงมาคือ การทุจริต ร้อยละ 27 ตามมาด้วยการใช้อำนาจโดยมิชอบ ร้อยละ 24</li><li>กระทรวงที่ถูกอภิปรายประเด็นการบริหารงานไร้ประสิทธิภาพมากที่สุดคือ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทย 18 ครั้ง ประเด็นการทุจริตคือ กระทรวงมหาดไทย 21 ครั้ง ส่วนประเด็นการใช้อำนาจโดยมิชอบคือ กระทรวงมหาดไทย 14 ครั้ง&nbsp; ประเด็นการดำเนินนโยบายผิดพลาดคือ กระทรวงการคลัง 4 ครั้ง และประเด็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพ คือ กระทรวงกลาโหม 3 ครั้ง</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2565 ฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในคณะ 10 คน ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list"><li>ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</li><li>ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี</li><li>อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</li><li>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</li><li>อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</li><li>ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</li><li>ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</li><li>จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</li><li>สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง</li><li>นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย</li><li>สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนสำรวจข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตั้งแต่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรกในวันที่ 2 ส.ค. 2478 ในสมัยรัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนา ซึ่งเป็นการเปิดอภิปรายเพื่อให้มีการลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นมาใหม่ในสภา ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ 44 เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2564 สมัยรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่านักการเมืองไทยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจประเด็นอะไรมากที่สุด และมีประเด็นอะไรน่าสนใจอีกบ้าง </p>



<figure class="wp-block-gallery aligncenter has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="820" height="1024" data-id="2842" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/07/censuredebate-1-820x1024.jpg" alt="" class="wp-image-2842" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/07/censuredebate-1-820x1024.jpg 820w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/07/censuredebate-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/07/censuredebate-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/07/censuredebate-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/07/censuredebate-1-1639x2048.jpg 1639w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/07/censuredebate-1.jpg 2001w" sizes="(max-width: 820px) 100vw, 820px" /></figure>
</figure>



<h3 class="wp-block-heading">อภิปรายไม่ไว้วางใจ 2478-ปัจจุบัน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เกิดขึ้นตลอด 90 ปี ที่ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตย รัฐสภาเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรวมทั้งหมด 44 ครั้ง (ยังไม่นับรวมครั้งล่าสุดที่จะมีขึ้นในวันที่ 19-22 กรกฎาคม 2565) พบว่าเป็นการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบทั้งคณะ จำนวน 9 ครั้ง และแบบรายบุคคล จำนวน 36 ครั้ง ซึ่งในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ในเดือนมิถุนายน 2536 มีการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งสองแบบในคราวเดียว โดยพรรคชาติไทยของประมาณ อดิเรกสาร ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบรายบุคคล และพรรคชาติพัฒนาของชาติชาย ชุณหะวัณ ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งคณะ โดยอาศัยข้อ 39 (2) ใน<a href="https://dl.parliament.go.th/handle/lirt/90008">ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2535</a> กล่าวว่า “ขอให้รวมระเบียบวาระการประชุมที่เป็นเรื่องเดียวกัน ทำนองเดียวกัน หรือเกี่ยวเนื่องกันเพื่อพิจารณาพร้อมกัน” โดยฝ่ายค้านอ้างว่าทั้ง 2 ญัตติมีเนื้อหาการอภิปรายไม่เหมือนกันจึงยื่นขอเปิดอภิปรายทั้งสองแบบ โดย<a href="https://dl.parliament.go.th/handle/lirt/74335">ประธานสภาผู้แทนราษฎรรับรองญัตติทั้งสอง</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ในจำนวนการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบทั้งคณะทั้ง 9 ครั้ง พบว่ามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นจริง 7 ครั้ง&nbsp; และไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2 ครั้ง โดยเกิดขึ้นในปี 2481 สมัยรัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนา อันเกิดมาจาก ขุนชำนิอนุสาส์น ผู้ยื่นขอเปิดอภิปรายตัดสินใจถอนญัตติในวันอภิปรายทำให้ไม่มีการอภิปรายเกิดขึ้น และในปี 2530 สมัยรัฐบาลเปรม ติณสูลานนท์ อันเกิดจากในวันอภิปราย มีผู้ขอถอนญัตติจำนวน 15 คน ทำให้ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจมีจำนวนผู้รับรองไม่ถึง 1 ใน 5 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 137 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2521 ทำให้ไม่สามารถเสนอญัตติต่อไปได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบรายบุคคลทั้ง 36 ครั้ง จะพบว่ามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นจริง 33 ครั้ง ไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 ครั้ง โดยเกิดขึ้นในปี 2523 สมัยรัฐบาลเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เนื่องจากเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมสภา ทำให้ไม่มีการอภิปรายเกิดขึ้น ต่อมาในปี 2527 สมัยรัฐบาลเปรม ติณสูลานนท์ ประมาณ อดิเรกสาร ผู้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ออกมาชี้แจงญัตติ ทำให้ญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจถูกตีตกไป และในปี 2528 สมัยรัฐบาลเปรม ติณสูลานนท์ ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของประมาณ อดิเรกสาร ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ เพราะในรัฐธรรมนูญไม่มีไม่ชอบตามมาตรา 137 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2521</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อพิจารณาผลการลงมติจะพบว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบทั้งคณะ มีผลการลงมติไว้วางใจ 5 ครั้ง ผ่านญัตติในที่ประชุม* 1 ครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2478 สมัยรัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนา โดยในที่ประชุมมีมติให้ผ่านระเบียบวาระ* และไม่มีการลงมติ 1 ครั้ง ซึ่งเกิดในปี 2538 สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย โดยนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาในวันที่มีการลงมติไม่ไว้วางใจ ทำให้ไม่มีการลงมติเกิดขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบรายบุคคล มีผลการลงมติ ไว้วางใจ 32 ครั้ง และผ่านญัตติในที่ประชุม 1 ครั้ง ในปี 2526 สมัยรัฐบาลเปรม ติณสูลานนท์ โดยสภาผู้แทนราษฎรเสนอให้ผ่านระเบียบวาระตามมติในที่ประชุมสภาตามมาตรา 137 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2521&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้ง 44 ครั้งที่ผ่านมา รัฐบาลที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบทั้งคณะมากที่สุด คือ รัฐบาลชวน หลีกภัย 4 ครั้ง จากการดำรงตำแหน่งนายกฯ 2 สมัย, รัฐบาลพระยาพหลพลหยุหเสนา 2 ครั้ง จากการดำรงตำแหน่ง 5 สมัย และรัฐบาลของถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, รัฐบาลเปรม ติณสูลานนท์ และรัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐบาลละ 1 ครั้งเท่ากัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนรัฐบาลที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบรายบุคคลมากที่สุด คือรัฐบาลเปรม ติณสูลานนท์ 8 ครั้ง จากการดำรงตำแหน่ง 3 สมัย, รัฐบาลชวน หลีกภัย 4 ครั้ง จากการดำรงตำแหน่ง 2 สมัย เท่ากับรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 4 ครั้ง จากการดำรงตำแหน่ง 2 สมัย และรัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ 3 ครั้ง จากการดำรงตำแหน่ง 2 สมัย และรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา 3 ครั้ง จากการดำรงตำแหน่ง 1 ครั้ง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และหากรวมทั้งแบบทั้งคณะและรายบุคคล จะพบว่า รัฐบาลที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจมากที่สุดก็คือรัฐบาลเปรม ติณสูลานนท์ 9 ครั้ง จากการดำรงตำแหน่ง 3 สมัย รองลงมาคือรัฐบาลชวน หลีกภัย 7 ครั้ง (เนื่องจากในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ 21 เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2536 มีการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2 แบบ ในคราวเดียวกัน ทำให้เวลานับจำนวนครั้งแบบแยกทั้งคณะและรายบุคคลต้องแยกการยื่นญัตติครั้งนี้ออกเป็น 1 ครั้งเสมอ) จากการดำรงตำแหน่ง 2 สมัยและรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 4 ครั้งจากการดำรงตำแหน่ง 2 สมัย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาจากกระทรวงที่ถูกอภิปรายมากที่สุด โดยนับเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจรายบุคคล จะพบว่า กระทรวงที่ถูกอภิปรายมากที่สุดคือ กระทรวงมหาดไทย จำนวน 32 ครั้ง กระทรวงคมนาคม 24 ครั้ง กระทรวงพาณิชย์ 20 ครั้ง กระทรวงการคลัง 18 ครั้ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 13 ครั้ง และกระทรวงอุตสาหกรรม 11 ครั้ง ในขณะที่รัฐมนตรีที่ยังไม่เคยถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเลยมี 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งทั้ง 4 กระทรวงเพิ่งก่อตั้งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ในส่วนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นรายบุคคล จะพบว่า ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนักการเมืองที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจมากที่สุด 6 ครั้ง แบ่งเป็นขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย 3 ครั้ง เมื่อปี 2536 และ 2537, ขณะเป็นนายกรัฐมนตรี 1 ครั้งในปี 2540 และขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรองนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 2 ครั้ง ในปี 2545 และปี 2547 ตามลำดับ&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">อภิปรายไม่ไว้วางใจ อภิปรายประเด็นอะไรมากที่สุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากเนื้อหาของการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้ง 44 ครั้งที่ผ่านมา Rocket Media Lab ได้จำแนกหมวดหมู่ประเด็นออกเป็น&nbsp; 1. การบริหารงานไร้ประสิทธิภาพ 2. การใช้อำนาจโดยมิชอบ 3. การทุจริต 4. การดำเนินนโยบายผิดพลาด และ 5. การคุกคามสิทธิเสรีภาพ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากพิจารณาจากการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบทั้งคณะทั้ง 9 ครั้ง ที่ผ่านมา จะพบว่าการบริหารไร้ประสิทธิภาพ เป็นประเด็นที่ถูกนำมาใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจมากที่สุด สูงถึงร้อยละ 41 โดยถูกกล่าวถึงครั้งแรกในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้งคณะ ณ วันที่ 12 ต.ค. 2478 สมัยรัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนา มีการอภิปรายถึงการไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ละเลยการดำเนินนโยบายที่ควรทำ และไม่สามารถควบคุมการระบาดของโรครินเดอร์เปสต์และบาโบนในสัตว์พาหนะของราษฎรได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือ การทุจริต ร้อยละ 23 ซึ่งถูกพูดถึงครั้งแรกในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้งคณะ เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2530 ในสมัยรัฐบาลเปรม ติณสูลานนท์ ในประเด็นที่รัฐมนตรีลงนามในใบอนุโมทนาบัตรและใบเกียรติคุณรับรองการบริจาคเงินอันเป็นเท็จ และใช้หลักฐานเท็จขอรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากพระมหากษัตริย์</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตามมาด้วยการใช้อำนาจโดยมิชอบ ซึ่งเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อประโยชน์ต่อตนเองหรือคนอื่น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 9 โดยถูกกล่าวถึงครั้งแรกในการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งคณะ ในวันที่ 19 พ.ค. 2490 ในสมัยรัฐบาลถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ โดยมีรายละเอียดเรื่องการโยกย้ายข้าราชการตามอำเภอใจ และประเด็นที่องค์การสรรพาหารนำเงินไปใช้โดยไม่ได้รับการยินยอมจากสภาอย่างถูกต้องตาม พ.ร.บ.งบประมาณ</p>



<p class="wp-block-paragraph">การดำเนินนโยบายผิดพลาด ซึ่งเกี่ยวกับนโยบายที่เคยแถลงต่อรัฐสภา แต่ในการดำเนินตามนโยบายนั้นกลับไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หรือสร้างความเสียหายให้กับประเทศ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 13.5&nbsp; โดยถูกกล่าวถึงครั้งแรกในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้งคณะ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2533 ในสมัยรัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ ในประเด็นการไม่ปฏิรูปที่ดินและออกเอกสารสิทธิ์เพื่อให้ประชาชนมีที่ทำกิน และการเก็บค่าผ่านทาง กรณีเส้นทางเข้าภาคอีสานทั้ง 4 ด่านสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน</p>



<p class="wp-block-paragraph">และการคุกคามสิทธิเสรีภาพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการคุกคามประชาชนผ่านอำนาจหน้าที่ทั้งทางตรงและทางอ้อม มีสัดส่วนร้อยละ 13.5 โดยถูกกล่าวถึงครั้งแรกในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้งคณะ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2533 สมัยรัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ กรณีเจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงกับประชาชนที่ออกมาชุมนุมอย่างสันติ กรณีต่อต้านการทำนาเกลือในลุ่มน้ำเสียว และการสร้างเขื่อนปากน้ำมูล</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่เมื่อพิจารณาจากการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบรายบุคคล ทั้ง 36 ครั้งที่ผ่านมา จะพบว่า การบริหารงานไร้ประสิทธิภาพ เป็นประเด็นที่ถูกนำมาใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจมากที่สุด สูงถึงร้อยละ 34 โดยถูกพูดถึงครั้งแรกในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2517 ในสมัยรัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ โดยสมหมาย ฮุนตระกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถูกอภิปรายประเด็นการไม่สามารถรักษานโยบายทางการเงิน จากกรณีการเร่งรัดพิมพ์ธนบัตรกับบริษัทโธมัส เดอลารู 4,000 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือ การทุจริต มีสัดส่วนร้อยละ 27 ถูกพูดถึงครั้งแรกในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2517 ในสมัยรัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ โดยสมหมาย ฮุนตระกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถูกอภิปรายประเด็นรับสินบนในการเปิดประมูลโรงเหล้า 100 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตามมาด้วยการใช้อำนาจโดยมิชอบ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24 โดยถูกกล่าวถึงครั้งแรกในการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งคณะ ในวันที่ 12 ธ.ค. 2517 สมัยรัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ โดยสมหมาย ฮุนตระกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถูกอภิปรายในประเด็นการใช้อำนาจแทรกแซงการเมืองในข้าราชการประจำ กรณีการย้ายสวัสดิ์ อุทัยศรี ออกจากอธิบดีกรมธนารักษ์ เพราะเป็นผู้เอาหลักฐานการทุจริตไม้เถื่อนให้กับหนังสือพิมพ์ ส่วนเกษม ศิริสัมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และขุนทอง ภูผิวเดือน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถูกอภิปรายในประเด็นไร้สมรรถภาพในการจัดหาที่เรียนให้เพียงพอ เกิดการวิ่งเต้นและการคอรัปชั่นในวงการศึกษา และอบ วสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ถูกอภิปรายในประเด็นที่รัฐมนตรีรู้เห็นเป็นใจกรณีที่กรมสรรพสามิตร่วมมือกับกลุ่มสุราทิพย์ในการขายเหล้าข้ามเขต</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นเรื่องการดำเนินนโยบายผิดพลาด คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6 โดยถูกกล่าวถึงครั้งแรกในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2488 สมัยรัฐบาลควง อภัยวงศ์ โดยเล้ง ศรีสมวงศ์ และอุดม สนิทวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ถูกอภิปรายในประเด็นที่กระทรวงการคลังขึ้นค่าเช่าอาคาร และเรียกเก็บเงินกินเปล่ากับผู้เช่าอาคารของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เกินขนาด ส่งผลกระทบกับประชาชนผู้เช่าอาคารที่อยู่อาศัยมาอย่างยาวนาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">และสุดท้าย การคุกคามสิทธิเสรีภาพ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4 โดยถูกกล่าวถึงครั้งแรกในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล ในวันที่ 9 มิ.ย. 2536 สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย โดยชวลิต ยงใจยุทธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถูกอภิปรายในประเด็นสลายการชุมนุมม็อบชาวนาที่กำแพงเพชร ส่งผลให้มีประชาชนเสียชีวิต</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่ไม่อาจถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ดังกล่าว อีกร้อยละ 6 เช่น ประเด็นคุณสมบัติของรัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2478 สมัยรัฐบาลพระยาพหลพลพยุหเสนา, ประเด็นเจ้าหน้าที่การทูตไทยถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จับกุมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลในวันที่ 2 มิ.ย. 2525 สมัยรัฐบาลเปรม ติณสูลานนท์, ประเด็นการบรรยายหัวข้อการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ ของกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล เมื่อ 1 มิ.ย. 2553 สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อนำเอาข้อมูลกระทรวงที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาพิจารณาร่วมกันก็จะพบว่า ในประเด็นการบริหารงานไร้ประสิทธิภาพ กระทรวงที่ถูกอภิปรายมากที่สุดคือกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงมหาดไทย 18 ครั้ง ส่วนการทุจริต กระทรวงที่ถูกอภิปรายมากที่สุดคือ กระทรวงมหาดไทย 21 ครั้ง ประเด็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ กระทรวงที่ถูกอภิปรายมากที่สุดคือ กระทรวงมหาดไทย 14 ครั้ง&nbsp; ประเด็นการดำเนินนโยบายผิดพลาด กระทรวงที่ถูกอภิปรายมากที่สุดคือ กระทรวงการคลัง 4 ครั้ง และประเด็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพ กระทรวงที่ถูกอภิปรายมากที่สุดคือ กระทรวงกลาโหม 3 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลับกันหากพิจารณาจากรายกระทรวงก็จะพบว่า กระทรวงมหาดไทย ซึ่งถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจมากที่สุด ถูกอภิปรายในประเด็นการบริหารงานไร้ประสิทธิภาพมากที่สุด เช่นเดียวกับกระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ ในขณะที่กระทรวงการคลัง ถูกอภิปรายในประเด็นการบริหารงานไร้ประสิทธิภาพและการใช้อำนาจโดยมิชอบมากที่สุดเท่าๆ กัน ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถูกอภิปรายในประเด็นการบริหารงานไร้ประสิทธิภาพและการทุจริตมากที่สุดเท่าๆ กัน&nbsp; และกระทรวงอุตสาหกรรม ถูกอภิปรายในประเด็นการบริหารงานไร้ประสิทธิภาพมากที่สุด&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ไม่ใช่ทุกรัฐบาลที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ตลอด 90 ปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ระบอบประชาธิปไตย มีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 23 คน ที่มีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้ว 44 ครั้ง แต่ไม่ใช่ทุกรัฐบาลที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ซึ่งจะกำหนดว่าต้องมีสมาชิกรับรองการยื่นจำนวนเท่าไหร่ถึงจะสามารถเปิดอภิปรายได้ จำนวนสมาชิกในสภาทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่จะมีผลต่อการรับรองในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ และที่มาของรัฐบาล</p>



<p class="wp-block-paragraph">การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรายบุคคลหรือทั้งคณะ ถูกระบุในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับแรก โดยในฉบับพ.ศ. 2475 ระบุในมาตรา 26 ให้ถือเสียงข้างมากเป็นประมาณของสภาผู้แทนราษฎร (ในข้อ 24 วรรคสองแห่งข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2477 ระบุว่าในการยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องมีสมาชิกรับรองไม่ต่ำกว่า 15 คน)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนในฉบับพ.ศ. 2489 &#8211; 2490 ได้บัญญัติไว้ว่าการยื่นเสนอญัตติต้องมีสภาผู้แทนราษฎรรับรองไม่ต่ำกว่า 24 คน ขณะที่ฉบับ พ.ศ. 2492 &#8211; 2495 ปรับจำนวนผู้ยื่นเสนอญัตติต้องมีสมาชิกรับรอง 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ต่อมาฉบับพ.ศ. 2511 เป็นครั้งแรกที่ให้สมาชิกวุฒิสภามีส่วนร่วมในการรับรองญัตติร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร โดยต้องมีผู้รับรองไม่ต่ำกว่า 1 ใน 5 ของรัฐสภา หลังจากนั้นในฉบับ พ.ศ. 2517 &#8211; 2534 ปรับให้เฉพาะสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รับรองในการเสนอญัตติเท่านั้น โดยต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 นั้น ถือเป็นครั้งแรกที่มีการแยกรูปแบบการอภิปรายไว้ชัดเจน กำหนดให้การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี จะต้องมีสภาผู้แทนราษฎรรับรองไม่น้อยกว่า 2 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ส่วนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล จะต้องมีสภาผู้แทนราษฎรรับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมารัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ได้ปรับสัดส่วนการยื่นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ โดยการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีจะต้องมีสภาผู้แทนราษฎรรับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร และการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 6 ของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้ระบุไว้ในมาตรา 151 ว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลหรือทั้งคณะจะต้องมีสภาผู้แทนราษฎรรับรอง 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น สัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล กับรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่มีผลต่อการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากในสภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิกฝ่ายรัฐบาลมากกว่าสมาชิกฝ่ายค้าน อาจทำให้ฝ่ายค้านไม่สามารถยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามที่ต้องการได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มาของรัฐบาลก็มีส่วนต่อการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเช่นกัน โดยรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร และไม่ได้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร แต่ใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวของสภานิติบัญญัติในการปกครอง เมื่อไม่มีกลไกของรัฐสภา จึงไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังเช่นกรณีของถนอม กิตติขจรหลังทำรัฐประหารตัวเองใน พ.ศ. 2514 และยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511 ทำให้กฎหมายสูงสุดของประเทศในเวลานั้นคือธรรมนูญการปกครองของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งไม่ได้มีการบัญญัติข้อกฎหมายเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเป็นการตรวจสอบกันเองในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แม้ต่อมาถนอม กิตติขจรลาออกจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และมีสัญญา ธรรมศักดิ์ ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทน แต่การมีอยู่ของสภานิติบัญญัติทำให้ไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จนกว่าจะมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และจัดการเลือกตั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกหนึ่งกรณีที่น่าสนใจคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยของสัญญา ธรรมศักดิ์ ที่มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในปี 2517 โดยเป็นการอภิปราย สมหมาย ฮุนตระกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สาเหตุเนื่องจากในช่วงนั้นมีการคัดเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติชุดใหม่ สมาชิกที่ได้รับการแต่งตั้งจากถนอม กิตติขจร ลาออกเป็นจำนวนมากจนไม่สามารถเปิดประชุมสภานิติบัญญัติได้ มีการคัดเลือกสภานิติบัญญัติใหม่ทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการพลเรือน ประจวบเหมาะกับได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517 มีบทบัญญัติในมาตรา 159 ที่ทำให้สามารถขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ จนทำให้มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นในสภานิติบัญญัติ</p>



<h3 class="wp-block-heading">นายกรัฐมนตรีที่ไม่เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลพบว่าตลอด 90 ปีที่ประเทศปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจผู้ที่อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 23 ครั้ง โดยมีชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจมากที่สุด 4 ครั้ง แต่ขณะเดียวกันมีนายกรัฐมนตรีอยู่ 17 คนที่ยังไม่เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แบ่งออกเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากมติของสภาผู้แทนราษฎร 12 คน ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list"><li>พระยามโนปกรณ์นิติธาดา (พ.ศ. 2475 &#8211; 2476)</li><li>แปลก พิบูลสงคราม (พ.ศ. 2481 &#8211; 2487, พ.ศ. 2491 &#8211; 2494 และ พ.ศ. 2500)</li><li>ควง อภัยวงศ์ (พ.ศ. 2487 &#8211; 2488, พ.ศ. 2489 และ พ.ศ. 2491)</li><li>ทวี บุณยเกตุ (พ.ศ. 2488)</li><li>เสนีย์ ปราโมช (พ.ศ. 2488 &#8211; 2489, พ.ศ. 2518 และ พ.ศ.&nbsp; 2519)</li><li>ปรีดี พนมยงค์ (พ.ศ. 2489)</li><li>ถนอม กิตติขจร (พ.ศ. 2512 &#8211; 2514)</li><li>คึกฤทธิ์ ปราโมช (พ.ศ. 2518 &#8211; 2519)</li><li>สุจินดา คราประยูร (พ.ศ. 2535)</li><li>อานันท์ ปันยารชุน (พ.ศ. 2535)</li><li>ทักษิณ ชินวัตร (พ.ศ. 2544 &#8211; 2549)</li><li>สมชาย วงศ์สวัสดิ์ (พ.ศ. 2551)</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">นายกรัฐมนตรีที่มาจากมติของคณะรัฐประหาร 10 คน&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list"><li>พระยามโนปกรณ์นิติธาดา (พ.ศ. 2476)</li><li>แปลก พิบูลสงคราม (พ.ศ. 2495 &#8211; 2500)</li><li>ควง อภัยวงศ์ (พ.ศ. 2490 &#8211; 2491)</li><li>พจน์ สารสิน (พ.ศ. 2500 &#8211; 2501)</li><li>ถนอม กิตติขจร (พ.ศ. 2506 &#8211; 2512 และ พ.ศ. 2515 &#8211; 2516)</li><li>สฤษดิ์ ธนะรัชต์ (พ.ศ. 2502 &#8211; 2506)</li><li>สัญญา ธรรมศักดิ์ (พ.ศ. 2516 &#8211; 2518)</li><li>ธานินทร์ กรัยวิเชียร (พ.ศ. 2519 &#8211; 2520)</li><li>อานันท์ ปันยารชุน (พ.ศ. 2534 &#8211; 2535)</li><li>สุรยุทธ์ จุลานนท์ (พ.ศ. 2549 &#8211; 2551)</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารจะไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น โดยแบ่งเป็นสองรูปแบบ คือ หนึ่ง แม้รัฐธรรมนูญชั่วคราวให้อำนาจในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจไว้ เช่น รัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2490 แต่ก็ไม่เกิดการยื่นญัตติขอเปิดอภิปราย สอง รัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้โดยคณะรัฐประหารแทบทั้งหมด (ยกเว้นรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2490) ก็ไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยการยื่นขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจระบุไว้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนนายกรัฐมนตรีที่มาจากมติของสภาผู้แทนราษฎร แม้จะมีรัฐธรรมนูญประกาศใช้อยู่ และเป็นรัฐบาลในระบบรัฐสภา แต่รัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้ สัดส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน และระยะเวลาในการทำงานของรัฐบาล&nbsp; ก็มีผลต่อการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยกตัวอย่างกรณีของทักษิณ ชินวัตร แม้จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตรถึง 4 ครั้ง แต่ตัวนายกรัฐมนตรีเองไม่เคยถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะในมาตรา 185 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 กำหนดไว้ว่า ในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า 2 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร</p>



<p class="wp-block-paragraph">พ.ศ. 2544 พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งได้จัดตั้งรัฐบาลเป็นสมัยแรก โดยมีที่นั่งในสภาสูงถึง 326 ที่นั่ง จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 500 คน ในขณะที่ในสมัยที่ 2 พรรคไทยรักไทยได้ที่นั่งในสภาสูงขึ้นเป็น 375 ที่นั่ง เท่ากับว่าหากฝ่ายค้านต้องการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี จะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับรองไม่ต่ำกว่า 200 คน จึงจะสามารถขอเปิดอภิปรายนายกรัฐมนตรีได้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ดังนั้น ฝ่ายค้านซึ่งมีจำนวนสมาชิกสภารวมกันไม่เกิน 125 ที่นั่งจึงไม่สามารถยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญในขณะนั้นได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านระยะเวลาในการทำงานของรัฐบาล และวิกฤติทางการเมืองนั้น มีกรณีที่น่าสนใจคือ รัฐบาลเสนีย์ ปราโมช ที่แม้จะมาจากการเลือกตั้ง และมีรัฐธรรมนูญประกาศใช้ก็ตาม แต่เนื่องจากระยะเวลาดำรงตำแหน่งไม่นานนักคือ สมัยแรก 136 วัน สมัยที่สอง&nbsp; 27 วัน และสมัยที่สาม 169 วัน ก่อนถูกรัฐประหารจากคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินของสงัด ชลออยู่ จึงทำให้ไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกับสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากมติสภาผู้แทนราษฎรได้เพียง 75 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">และกรณีของเปรม ติณสูลานนท์ แม้จะดำรงตำแหน่งนานถึง 8 ปี 154 วัน และรัฐบาลเคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้วถึง 9 ครั้ง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่เคยมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แม้จะมีการยื่นขอเปิดอภิปรายนายกรัฐมนตรีในพ.ศ. 2528 แต่ก็ยังถูกตีตกไปเนื่องจากญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จากกรณีที่ผู้ยื่นญัตติขอเปลี่ยนรูปแบบการอภิปรายจาก ‘นายกรัฐมนตรี’ เป็น ‘นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรายบุคคล’ สภาผู้แทนราษฎรจึงลงมติว่า ญัตติไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ</p>



<h3 class="wp-block-heading">อภิปรายไม่ไว้วางใจมีผลแค่ไหน เมื่อบทสรุปไว้วางใจตลอด&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นว่ายังไม่เคยมีผลลงมติไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเมืองไทย แม้จะมีข้อหาที่ร้ายแรงถึงขนาดที่ฝ่ายค้านอาจโน้มน้าวให้สภาผู้แทนราษฎรในสภาร่วมโหวตไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ แต่ก็ไม่เกิดขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">เหตุที่เป็นเช่นนี้ อิสร์กุล อุณหเกตุ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายใน<a href="https://www.the101.world/economic-theory-and-vote-of-confidence/">บทความ “พูดไปสองไพเบี้ย?: เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจ</a>” โดยอ้างถึงงานศึกษาของนักเศรษฐศาสตร์การเมืองหลายคน แล้วสรุปว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">“&#8230;ในระบอบรัฐสภา รัฐบาลได้รับอำนาจฝ่ายบริหารจากผู้ออกเสียงเลือกตั้งโดยอ้อมผ่านการรับรองโดยสภาผู้แทน (ซึ่งต่างจากในระบอบประธานาธิบดีซึ่งรัฐบาลได้รับอำนาจโดยตรง) อำนาจฝ่ายบริหารของรัฐบาลนี้จะคงอยู่ตราบเท่าที่รัฐบาลสามารถกุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนไว้ได้ อย่างไรก็ตาม หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ชะตาชีวิตของรัฐบาลย่อมกลับไปขึ้นอยู่กับผลการลงมติโดยสมาชิกสภาผู้แทน ด้วยเหตุนี้ การอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงสร้างภาวะ ‘ลงเรือลำเดียวกัน’ (legislative cohesion) ให้แก่สมาชิกสภาผู้แทนที่อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล เพราะหากไม่ยินยอมร่วมมือกัน ผลการลงมติไม่ไว้วางใจก็อาจกลายเป็นวิกฤตของรัฐบาล และนำไปสู่การยุบสภาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งในที่สุดแล้ว สมาชิกสภาผู้แทนเองก็ต้องพ้นจากตำแหน่งตามไปด้วย…”</p>



<p class="wp-block-paragraph">อาจเรียกได้ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมและตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติที่รุนแรงที่สุดในการปกครองในระบบรัฐสภา เพราะมีกลไกและเงื่อนไขที่สามารถนำไปสู่การถอดถอนการดำรงตำแหน่ง และแต่งตั้งรัฐมนตรีคนใหม่ขึ้นมาแทนได้ ในขณะเดียวกันฝ่ายบริหารมีสิทธิที่จะประกาศยุบสภา&nbsp; เพื่อล้มฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ นำไปสู่การคืนอำนาจให้กับประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถึงอย่างนั้น รัฐธรรมนูญของไทย อาจจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเดียวในโลก ที่ห้ามยุบสภาระหว่างยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจจนกว่าจะมีการอภิปรายเสร็จโดยเริ่มบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 โดย จิรากิตติ์ แสงลี กล่าวถึงในบทความ <a href="https://www.law.cmu.ac.th/lasc/conference/wp-content/uploads/sites/2/2017/09/13-%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%8C-149-159.pdf">“ข้อพิจารณาเกี่ยวกับการ ‘ยุบสภา’ ในฐานะที่เป็นกลไกของระบบรัฐสภาในรัฐธรรมนูญไทย”</a> ในหนังสือประมวลบทความในการประชุมวิชาการนิติสังคมศาสตร์ระดับชาติ เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2563 ในประเด็นนี้ว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ข้อห้ามของการไม่ให้ยุบสภาภายหลังจากการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนี้เป็นลักษณะเฉพาะของประเทศไทย อันเป็นบทบัญญัติที่เป็นผลมาจากข้อเท็จจริงที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และไม่ได้มีการลอกเลียนข้อความคิดนี้จากต่างประเทศ”</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม แม้รัฐธรรมนูญจะพยายามแก้ไขข้อผิดพลาดของการอภิปรายไม่ไว้วางใจในอดีต และเพิ่มอำนาจให้กับฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร แต่ฝ่ายนิติบัญญัติยังประสบปัญหาเรื่องการมีมติของพรรคที่อยู่เหนือความเป็นปัจเจกในอุดมการณ์ของนักการเมือง ตระกูล มีชัย และชมพูนุท ตั้งถาวร อธิบายไว้ใน <a href="https://www.kpi.ac.th/uploads/pdf/MnmOgRdYYSDskMxho3YHNer7J8Z0sBUlGxMjtZYW.pdf">การศึกษาอนาคตและฉากทัศน์การเมืองไทยเพื่อสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืน : ในมิติของสถาบันการเมือง</a> (2563) ต่อกรณีที่ไม่มีสมาชิกสภาฝ่ายรัฐบาลคนใดลงชื่อกับพรรคการเมืองฝ่ายค้านเลยว่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ถึงแม้รัฐธรรมนูญบัญญัติให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นอิสระ ไม่ผูกมัดกับมติพรรค ซึ่งส่งผลต่อการลงคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจ หรือไว้วางใจ จะเป็นการลงคะแนนตามที่วิปของรัฐบาล และวิปพรรคฝ่ายค้านกำหนด ทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นที่คาดหมายล่วงหน้าว่าพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลต้องลงคะแนนเสียงสนับสนุนรัฐมนตรีโดยไม่ต้องพิจารณาข้อมูลจากการอภิปรายว่ารัฐมนตรีมีข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาดในการบริหารหรือไม่ มาตรการควบคุมเสียงของวิปรัฐบาล และมติของพรรคการเมืองที่ถือเป็นกฎเหล็กในการควบคุมระเบียบวินัยในการลงมติใดๆ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นเพียงหุ่นยนต์ ที่ถูกโปรแกรมไว้ให้ต้องทำอะไร ไม่ต้องทำอะไร ห้ามทำในเรื่องใด จากพรรคการเมืองที่ตนสังกัด”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งหมดจึงนำมาสู่คำถามว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นเป็นกลไกในกระบวนการรัฐสภาที่ใช้ได้จริงหรือไม่ พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงประเด็นเดียวกันนี้ใน<a href="https://www.matichon.co.th/article/news_2579524">บทความ “บทบาทและสถานะของการอภิปรายไม่ไว้วางใจของการเมืองรัฐสภาในปัจจุบัน” </a>&nbsp;ในเว็บไซต์มติชน ว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">“แม้จะล้มรัฐบาลไม่ได้ แต่การอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจมีบทบาทและสถานะของมันในการสร้างทางเลือกใหม่ให้กับประชาชนให้เห็นความแตกต่างในทางอุดมการณ์ จุดยืนทางการเมือง และจุดยืนทางนโยบายที่แตกต่างกันของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เคยมีกลไกที่สามารถมีบทลงโทษโดยตรงต่อผู้ถูกอภิปรายหากพบความผิดจากประเด็นที่ถูกอภิปรายมีมูลพอ ในรัฐธรรมนูญ&nbsp; พ.ศ. 2540 และพ.ศ. 2550 ระบุขั้นตอนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในกรณีที่มีหัวข้อการมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และจงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย จะต้องยื่นคำร้องถอดถอนออกจากตำแหน่งต่อประธานวุฒิสภาก่อน จึงจะสามารถเสนอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในหัวข้อนี้ได้ โดยในระหว่างการตรวจสอบ สามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ผลการลงมติจะออกมาว่า ไว้วางใจ แต่ในกระบวนการถอดถอนและดำเนินคดีหากพบว่ามีความผิดจะถูกส่งเรื่องไปศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตามกระบวนการดังกล่าวถูกถอดออกจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลพบว่า ถึงแม้การอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้งจะได้รับการลงมติไว้วางใจทุกครั้ง แต่ก็มีหลายครั้งที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อให้เกิดผลตามมา เช่น ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจสมัยรัฐบาลถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ในวันที่ 19 พ.ค. 2490 แม้ผลจะออกมาว่าไว้วางใจ แต่หลังการอภิปรายนายกรัฐมนตรีและคณะลาออกจากตำแหน่ง เพื่อให้มีการจัดตั้งรัฐมนตรีใหม่ ก่อนที่ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ จะกลับเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งกับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในสมัยรัฐบาลเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ แม้ผลอภิปรายครั้งแรกใน พ.ศ. 2522 สภายังไว้วางใจรัฐมนตรี แต่ต่อมาในช่วงต้นปี 2523 รัฐบาลได้ปรับคณะรัฐมนตรีใหม่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากผลที่เกิดตามหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ก็ยังมีผลทางอ้อมที่เกิดก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย เช่น เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2523 เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกฯ ในขณะนั้นประกาศลาออกจากตำแหน่งก่อนมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกับสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย&nbsp; ในช่วงปลาย พ.ศ. 2537 พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล 2 คน คือ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ และสุเทพ เทือกสุบรรณ รัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ทั้งสองคนลาออกก่อน ต่อมาฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ในวันที่ 17-18 พ.ค.2538 และยังไม่ทันมีการลงมติ รัฐบาลนายชวน หลีกภัย ประกาศยุบสภา และในรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา หรือแม้กระทั่งรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ประกาศยุบสภาหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้ผลการลงมติจะออกมาไว้วางใจก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">สถานะเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจในไทย แม้จะเป็นกลไกควบคุมฝ่ายบริหารของฝ่ายนิติบัญญัติที่สำคัญต่อความงอกงามของประชาธิปไตย แต่ในเมื่อเสียงข้างมากของฝ่ายนิติบัญญัติยังถูกฝ่ายบริหาร หรือพรรคการเมืองรัฐบาลควบคุมอยู่ สถานะที่สามารถนำไปสู่การตรวจสอบและถอดถอนผู้ถูกอภิปรายตามกลไกประชาธิปไตย ถูกลดลงมาเป็นเพียงการแสดงจุดยืนทางการเมือง อุดมการณ์ และนโยบาย ของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ทำให้การไว้วางใจที่แท้จริงกลับไปอยู่ในมือของประชาชนแทนว่า รัฐบาลชุดนี้สมควรที่จะได้ไปต่อในการเลือกตั้งสมัยหน้าหรือไม่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลพื้นฐานได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-censure-debate-all/">https://rocketmedialab.co/database-censure-debate-all/</a>&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง</p>



<ul class="wp-block-list"><li><a href="https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/ewt_dl_link.php?nid=44904&amp;filename=index">การเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี </a>โดยสำนักวิชาการและสำนักงานเวลาธิการสภาผู้แทนราษฎร</li><li><a href="https://democracyxinnovation.com/2020/02/22/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A7/">คลังข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจ</a> โดยสถาบันพระปกเกล้า</li><li><a href="https://dl.parliament.go.th/">คลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ</a> โดยสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร</li><li><a href="https://www.matichon.co.th/article/news_2579524">บทบาทและสถานะของการอภิปรายไม่ไว้วางใจในการเมืองรัฐสภาในปัจจุบัน</a> โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์</li><li><a href="https://www.the101.world/economic-theory-and-vote-of-confidence/">พูดไปสองไพเบี้ย?: เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจ</a> โดยอิสร์กุล อุณหเกตุ</li><li><a href="https://www.kpi.ac.th/uploads/pdf/MnmOgRdYYSDskMxho3YHNer7J8Z0sBUlGxMjtZYW.pdf?fbclid=IwAR1jp0bax7SA5XTAu8YgOnD9JjqMdbINTvv-9V6rJgE1aQgc8K4quZO8csk">การศึกษาอนาคต และฉากทัศน์การเมืองไทย เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืนในมิติของสถาบันการเมือง (รัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา) เล่ม 2</a> โดยรองศาสตราจารย์ตระกูล มีชัย และชมพูนุท ตั้งถาวร</li><li><a href="https://tdc-thailis-or-th.eu1.proxy.openathens.net/tdc/browse.php?option=show&amp;browse_type=title&amp;titleid=518181&amp;fbclid=IwAR0GDjKebHb43S_VDcYwm0G-AF8qbx43-BAwXHyV42sz2_DKZlW3eCu2ZkM">ประสิทธิภาพของการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550</a> โดยนพรุจ หวันสู&nbsp;</li><li><a href="https://www.law.cmu.ac.th/lasc/conference/wp-content/uploads/sites/2/2017/09/13-%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%8C-149-159.pdf">“ข้อพิจารณาเกี่ยวกับการ ‘ยุบสภา’ ในฐานะที่เป็นกลไกของระบบรัฐสภาในรัฐธรรมนูญไทย”</a> โดยจิรากิตติ์ แสงลี</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">* ผลการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านญัตติในที่ประชุม เพื่อผ่านระเบียบวาระ จะเกิดขึ้นจากกรณีหลังการอภิปรายเสร็จสิ้นแล้วมีการขอให้ลงมติในวันเดียวกับที่มีการอภิปราย ซึ่งไม่สามารถทำได้ตามที่รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับกำหนด ไม่ให้มีการลงมติในวันเดียวกับวันอภิปราย เว้นแต่ในที่ประชุมจะมีมติให้ผ่านระเบียบวาระเท่านั้นถึงจะทำได้ในวันเดียวกัน ตามข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/censure-debate-all/">90 ปีประชาธิปไตย รัฐมนตรี/กระทรวงไหน ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นอะไรมากที่สุด</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พ.ศ. 2478-2565 [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-censure-debate-all/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Jul 2022 11:11:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐสภา]]></category>
		<category><![CDATA[อภิปรายไม่ไว้วางใจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=2816</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3626;&#3635;&#3619;&#3623;&#3592;&#3586;&#3657;&#3629 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-censure-debate-all/">การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พ.ศ. 2478-2565 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">สำรวจข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นับแต่ปี 2478 จนถึงปัจจุบัน นักการเมืองไทยคนไหนถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นไหนมากที่สุด </p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vThIPibLbsxdvvZjfJVWwgGthg1qJAtAYnR_gWLx6LdFAFJ5UBt4M9l7fIGfhUXfr7oGmeByNcb6FJD/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/177n2pwdH5936mGmcM-VyLzkop_MHCfLfYz0vfZ5gQgw/edit#gid=1969171764">ดาวน์โหลดข้อมูล</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่านรายงานได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/censure-debate-all/">https://rocketmedialab.co/censure-debate-all/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>รวบรวมจาก</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://dl.parliament.go.th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://democracyxinnovation.com/2020/02/22/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A7/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">คลังข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจ สถาบันพระปกเกล้า</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/ewt_dl_link.php?nid=44904&amp;filename=house2558_2" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-censure-debate-all/">การยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พ.ศ. 2478-2565 [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
