<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บุหรี่ Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/บุหรี่/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Tue, 25 Feb 2025 09:45:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>บุหรี่ Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/บุหรี่/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ปี 2024 มีวันอากาศดีเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่รัฐบาลยังไม่บรรลุเป้าหมายแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jan 2025 05:46:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4914</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2024 คนกรุงเทพฯ มีวันอากาศดี 43 วัน เพิ่มจากปีก่อนซึ่งมี 31 วัน แต่ยังสูดฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,297.14 มวน</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2024/">ปี 2024 มีวันอากาศดีเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่รัฐบาลยังไม่บรรลุเป้าหมายแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<p><em>หมายเหตุ: มีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2025 เวลา 19.30 น.</em></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ในปี 2024 ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีวันที่อากาศดี คืออยู่ในเกณฑ์สีเขียว 43 วัน คิดเป็น 11.81% เพิ่มสูงขึ้นกว่าปี 2023 ที่มีวันที่อากาศดีเพียง 31 วัน และในปี 2024 ส่วนใหญ่นั้นเป็นวันที่อากาศมีคุณภาพปานกลาง คือเกณฑ์สีเหลือง 252 วัน หรือคิดเป็น 69.23% ของทั้งปี และหากเทียบกับปี 2023 ที่มีอากาศในเกณฑ์สีเหลือง 241 วันแล้วก็นับว่าเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน</li>



<li>ในปี 2024 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ ทั้งหมด 1,297.14 มวน ลดลงจากปี 2023 ที่มีจำนวน 1,370.09 มวน ถึง 81.95 มวน หรือคิดเป็น 4.09 ซอง แต่ก็ยังมากกว่าปี 2022 ที่มีจำนวน 1,224.77 มวน และปี 2021 ที่มีจำนวน 1,261.05 มวน&nbsp;</li>



<li>ในเดือนธันวาคม 2023 ในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ออก<a href="https://epo13.pcd.go.th/th/download/?file=oJM3MRkjoF5aBKDlnGS4AKNmoGM3A0jjoGOaZKDknGq4ZKNmoGO3ZHjloGEaZaDjnGW4YKNjoGO3BRjmoGSaAKD3nGO4ZUNkoGS3A0jkoGAaZUDknGW4AUNloGO3ZxjgoJIaoUEcnJM4Y3OyoJk3nHkzoF9aq3EhnGI4AaNkoF93MRkuoJ9aoUEjnKI4YjWewEb3QWewEb3Q&amp;n=%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%20PM2&amp;t=GTMgoJqwqS9cMUug">มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024</a> โดยกำหนดเป้าหมายเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ในปี 2024 โดยเฉพาะการลดพื้นที่เผาใน 17 จังหวัดภาคเหนือลง 50% จากข้อมูลพื้นที่เผาของ GISTDA ในปี 2024 พบว่ามาตรการในปี 2024 นั้นไม่บรรลุผล</li>
</ul>



<p>Rocket Media Lab ชวนสำรวจภาพรวมสภาพอากาศของกรุงเทพฯ ในปี 2024 ว่า ฝุ่น PM2.5 เป็นอย่างไร การแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 ในระดับชาติเกิดขึ้นได้จริงไหม&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-4938" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-768x961.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-1228x1536.jpg 1228w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-1637x2048.jpg 1637w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/PM2.5-_-2020-2025-5YEARS-scaled.jpg 2046w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">กรุงเทพฯ และสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในปี 2024</h3>



<p>จากการทำงานของ Rocket Media Lab โดยอ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project พบว่า ในปี 2024 ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีวันที่อากาศดี คืออยู่เกณฑ์สีเขียว 43 วัน คิดเป็น 11.81% เพิ่มสูงขึ้นกว่าปี 2023 ที่มีวันที่อากาศดีเพียง 31 วัน และในปี 2024 ส่วนใหญ่นั้นเป็นวันที่อากาศมีคุณภาพปานกลาง คือเกณฑ์สีเหลือง 252 วัน หรือคิดเป็น 69.23% ของทั้งปี และหากเทียบกับปี 2023 ที่มีอากาศในเกณฑ์สีเหลือง 241 วันแล้วก็นับว่าเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน ส่วนวันที่มีคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษหรือสีส้มนั้นมีเพียง 61 วัน หรือคิดเป็น 16.76% ของทั้งปี ลดลงจากปี 2023 ที่มีจำนวน 78 วัน และวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรืออยู่ในเกณฑ์สีแดงนั้นมี 8 วัน หรือคิดเป็น 2.20% ของทั้งปี และเมื่อเทียบกับปี 2023 ที่มีมากถึง 14 วัน กล่าวคือวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรืออยู่ในเกณฑ์สีแดงนั้นลดลงจากเดิมถึง 6 วัน</p>



<p>โดยภาพรวมแล้วอากาศในปี 2024 มีวันที่อากาศดีเพิ่มขึ้น วันที่อากาศมีคุณภาพปานกลางก็เพิ่มขึ้น ส่วนวันที่มีคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษหรือสีส้มนั้นลดลง และวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพก็ยังลดลงอีกด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">3 เดือนที่อากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2024: เดือนมีนาคมตกอันดับ เดือนมกราคมขึ้นมาแทนที่ วันที่อากาศแย่ที่สุดคือวันวาเลนไทน์</h3>



<p>ในปี 2023 เดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดเป็นเดือนมีนาคม ทว่าในปี 2024 เดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดคือเดือนมกราคม โดยมีค่าเฉลี่ยอากาศทั้งเดือนอยู่ที่ 119.87 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าปี 2023 ที่มีค่าเฉลี่ย 113.45 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยเดือนมกราคม 2024 ไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลย สำหรับวันที่มีสีเหลืองหรือคุณภาพอากาศปานกลางพบว่ามี 8 วัน ส่วนสีส้มหรือคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 19 วัน และสีแดง หรือมีผลต่อสุขภาพ 4 วัน</p>



<p>รองลงมาคือเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยค่าเฉลี่ยอากาศ 99.52 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลย ขณะที่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 19 วัน และสีส้ม คุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 6 วัน และสีแดง หรือมีผลต่อสุขภาพ 4 วัน</p>



<p>ตามมาด้วยเดือนธันวาคม ด้วยค่าเฉลี่ยอากาศที่ 99.31 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็ไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลยเช่นเดียวกัน ขณะที่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 15 วัน และสีส้ม คุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 14 วัน แต่ไม่พบวันที่มีสีแดง หรือวันที่มีผลต่อสุขภาพ ทั้งนี้ เนื่องจากไม่ปรากฏข้อมูลวันที่ 30 และ 31 ธันวาคม จึงไม่ได้นำมาคำนวณด้วย แต่แม้ข้อมูลจะขาดหายไปสองวัน แต่ค่าเฉลี่ยของเดือนธันวาคมก็ยังสูงจนติดอันดับสามของปี&nbsp;</p>



<p>หากสำรวจวันที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดของปี พบว่าเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2024 ซึ่งตรงกับวันวาเลนไทน์ โดยมีค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 165 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p>อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าสามเดือนที่อากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2024 เป็นเดือนในช่วงต้นปีเช่นเดิม ดังเช่น ปี 2023 ที่พบในเดือนเมษายน มีนาคม และกุมภาพันธ์ ปี 2022 ที่พบในเดือนธันวาคม มกราคม และเมษายน ปี 2021 และ 2020 ที่มีพบในเดือนธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">เดือนสิงหาคมอากาศดีที่สุดในปี 2024: เฉลี่ยแค่ 11 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;</h3>



<p>เดือนที่มีอากาศดีที่สุดในปี 2024 คือเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเดือนที่มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงทั้งเดือนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับเดือนอื่น คือ 53.13 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยมีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 8 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 23 วัน ซึ่งถึงแม้จะมีวันที่มีอากาศสีเขียวเพียงแค่ 4 วันแต่เนื่องจากค่าเฉลี่ยในวันที่ 23 สิงหาคมคือ 11 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และวันที่ 22 สิงหาคมคือ 13 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยอากาศที่ต่ำมาก ทำให้จำนวนค่าเฉลี่ยทั้งเดือนต่ำไปด้วย จึงได้แชมป์เดือนที่อากาศดีที่สุดของปีไปครอง</p>



<p>รองลงมาคือเดือนกรกฎาคม 2024 ซึ่งเป็นเดือนที่มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง คือ 53.16 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยมีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 11 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 20 วัน&nbsp;</p>



<p>ตามมาด้วยมิถุนายน 2024 มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 12 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 30 วัน ทั้งนี้เดือนสิงหาคม เดือนกรกฎาคม และมิถุนายนซึ่งเป็น 3 เดือนที่อากาศดีที่สุดนั้น ไม่พบวันที่มีอากาศในเกณฑ์สีส้มและแดงเลย ในขณะที่วันที่อากาศดีที่สุดในปี 2024 คือวันที่ 23 สิงหาคม 2024 โดยมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 11 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่วันที่อากาศดีที่สุดในปี 2023 คือ วันที่ 16 กันยายน โดยมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 20 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งหนึ่งอาจจะมีบางเขตของกรุงเทพฯ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกทุกเขต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-4919" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ถ้าค่าฝุ่น PM2.5 22 มคก./ลบ.ม. = บุหรี่ 1 มวน ปี 2024 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูบบุหรี่ไปกี่มวน</h3>



<p>จาก<a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence/">งานของ&nbsp;Richard&nbsp;A. Muller&nbsp;</a>นักวิจัยชาวอเมริกันจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Berkeley Earth แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่า ค่าฝุ่น PM2.5 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ 1 มวน ซึ่งหากนำค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของปี 2024 มาคำนวณเปรียบเทียบตามเกณฑ์ของ&nbsp;Richard&nbsp;Muller จะพบว่า</p>



<p>ในปี 2024 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ ทั้งหมด 1,297.14 มวน ลดลงจากปี 2023 ที่มีจำนวน 1,370.09 มวน ถึง 81.95 มวน หรือคิดเป็น 4.09 ซอง แต่ก็ยังมากกว่าปี 2022 ที่มีจำนวน 1,224.77 มวน และปี 2021 ที่มีจำนวน 1,261.05 มวน</p>



<p>สำหรับเดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2024 อย่างเดือนมกราคม คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 168.91 มวน คิดเป็นเฉลี่ยวันละ 5.45 มวน ซึ่งมีจำนวนของมวนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2023 อย่างเดือนเมษายน ที่มีจำนวน 157.45 มวน หรือเฉลี่ยวันละ 5.24 มวน&nbsp;</p>



<p>หรือในเดือนที่อากาศดีที่สุดในปี 2024 อย่างเดือนสิงหาคม คนกรุงเทพฯ ก็ยังสูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 74.86 มวน เฉลี่ยวันละ 2.41 มวน อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ถือว่าลดลง เมื่อเทียบกับเดือนที่อากาศดีที่สุดในปี 2023 อย่างเดือนสิงหาคมที่มีจำนวน 70.14 มวน เฉลี่ยวันละ 2.33 มวน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-5203" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/01/2.5PM-2024-Update-Edit1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในปี 2024 ที่ผ่านมาสำเร็จแค่ไหน</h3>



<p>ปัญหา PM2.5 นับเป็นปัญหาซ้ำซากที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงต้นปีและปลายปีทุกปี ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพของประชาชนไทย รัฐบาลเคยมีมติให้ “การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละออง” เป็นวาระแห่งชาติในปี 2019 โดยในแผนวาระฝุ่นแห่งชาตินั้น มีการกำหนดตัวชี้วัดไว้ 3 ข้อด้วยกัน คือ1) จํานวนวันที่ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มขึ้น 2) จํานวนจุดความร้อน (Hotspot) ภายในประเทศลดลง 3) จํานวนผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ (ที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ) ลดลง&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่ในปี 2023 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่ภาคเหนืออย่างรุนแรง ส่งผลให้ประเด็นเรื่อง PM2.5 กลับมาเป็นที่พูดถึงและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอีกครั้ง ในเดือนธันวาคม 2023 ในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จึงได้ออก<a href="https://epo13.pcd.go.th/th/download/?file=oJM3MRkjoF5aBKDlnGS4AKNmoGM3A0jjoGOaZKDknGq4ZKNmoGO3ZHjloGEaZaDjnGW4YKNjoGO3BRjmoGSaAKD3nGO4ZUNkoGS3A0jkoGAaZUDknGW4AUNloGO3ZxjgoJIaoUEcnJM4Y3OyoJk3nHkzoF9aq3EhnGI4AaNkoF93MRkuoJ9aoUEjnKI4YjWewEb3QWewEb3Q&amp;n=%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%20PM2&amp;t=GTMgoJqwqS9cMUug">มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024</a> โดยกำหนดเป้าหมายเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ในปี 2024 ดังนี้&nbsp;ในขณะที่ในปี 2023 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่ภาคเหนืออย่างรุนแรง ส่งผลให้ประเด็นเรื่อง PM2.5 กลับมาเป็นที่พูดถึงและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอีกครั้ง ในเดือนธันวาคม 2023 ในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จึงได้ออก<a href="https://epo13.pcd.go.th/th/download/?file=oJM3MRkjoF5aBKDlnGS4AKNmoGM3A0jjoGOaZKDknGq4ZKNmoGO3ZHjloGEaZaDjnGW4YKNjoGO3BRjmoGSaAKD3nGO4ZUNkoGS3A0jkoGAaZUDknGW4AUNloGO3ZxjgoJIaoUEcnJM4Y3OyoJk3nHkzoF9aq3EhnGI4AaNkoF93MRkuoJ9aoUEjnKI4YjWewEb3QWewEb3Q&amp;n=%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%20PM2&amp;t=GTMgoJqwqS9cMUug">มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024</a> โดยกำหนดเป้าหมายเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ในปี 2024 ดังนี้&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>17 จังหวัดในภาคเหนือ ต้องดำเนินการลดการเผาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 10 แห่ง และป่าสงวนแห่งชาติทั้ง 10 แห่ง ลงให้ได้ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน</li>
</ol>



<p>จากข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ (burn scar) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ระหว่าง ม.ค.-พ.ค. 2023 และ ม.ค.-พ.ค. 2024 พบว่า ในปี 2023 จังหวัด 17 จังหวัดในภาคเหนือ มีพื้นที่เผาในป่าสงวนแห่งชาติ 3,731,468.34 ไร่ ส่วนปี 2024 เกิดการเผา 3,819,335.70 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่ป่าสงวนเพิ่มขึ้น 87,867.363 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 2.35% จึงถือว่าเป้าหมายในส่วนนี้ไม่ประสบความสำเร็จ</p>



<p>ในส่วนของป่าอนุรักษ์นั้น พบว่าในปี 2023 พื้นที่ป่าอนุรักษ์ใน 17 จังหวัดภาคเหนือเกิดการเผา 3,952,486.113 ไร่ ส่วนปี 2024 เกิดการเผา 3,382,162.591 ไร่ หรือมีการเผาในป่าอนุรักษ์ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ลดลง 570,323.522 ไร่ หรือคิดเป็นลดลง 14.43% แม้พื้นที่เผาไหม้ในป่าอนุรักษ์จะลดลง แต่เมื่อเทียบกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ตั้งเป้าลดการเผาลง 50% นั้นก็ถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายลดการเผาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 10 แห่ง และป่าสงวนแห่งชาติทั้ง 10 แห่ง ลงให้ได้ 50% ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงไม่บรรลุผล</p>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>การเผาในพื้นที่เกษตรกรรมใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ต้องลดลง 50%&nbsp;</li>
</ol>



<p>เมื่อตรวจสอบการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ปี 2023 พบว่า มีพื้นที่การเผา 1,206,204.498 ไร่ ขณะที่ปี 2024 มีการเผา 1,609,633.09 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 403,428.59 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 33.45% ซึ่งถือว่าไม่สามารถทำตามเป้าได้</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ลง 50% จึงถือว่าไม่บรรลุผล</p>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>การเผาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนแห่งชาติ นอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือต้องลดลง 20%</li>
</ol>



<p>สำหรับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ นอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ พบว่าปี 2566 มีการเผา 240,720.83 ไร่ ขณะที่ปี 2567 มีการเผาสูงถึง 1,020,301.16 ไร่ หรือพื้นที่ป่าสงวนนอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เท่ากับมีการเผาเพิ่มขึ้น 779,580.33 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 323.85% เลยทีเดียว</p>



<p>ส่วนพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พบว่าในปี 2566 มีพื้นที่เผาเกิดขึ้น 463,572.441 ไร่ และปี 2567 มีพื้นที่เผา 999,132.12 ไร่ หรือพื้นที่ป่าอนุรักษ์นอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เท่ากับมีการเผาเพิ่มขึ้นถึง 535,559.679 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 115.53%&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายลดการเผาในพื้นป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนแห่งชาตินอกเหนือจากพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ลง 20% จึงถือว่าไม่บรรลุผล</p>



<ol start="4" class="wp-block-list">
<li>พื้นที่เกษตรกรรม นอกเหนือจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ ต้องลดการเผาลง 10%</li>
</ol>



<p>พื้นที่เกษตรกรรมนอกเหนือจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ พบว่า ในปี 2023 มีการเผา 495,733.499 ไร่ ส่วนปี 2024 มีการเผา 4,851,424.91 ไร่ หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรนอกเหนือจาก 17 จังหวัดภาคเหนือเพิ่มขึ้น 4,355,691.411 ไร่ หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 878.64% เลยทีเดียว</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายลดการเผาในพื้นที่เกษตร นอกเหนือจาก 17 จังหวัดภาคเหนือ ลง 20% จึงถือว่าไม่บรรลุผล</p>



<ol start="5" class="wp-block-list">
<li>ค่าเฉลี่ยของฝุ่นควัน PM2.5 ในภาคเหนือจะต้องลดลง 40% กรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดลง 20% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องลดลง 10% และภาคกลางลดลง 10%</li>
</ol>



<p>จากรายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2023 และจากรายงานมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง โดยกรมควบคุมมลพิษ พบว่าคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 33 มคก./ลบ.ม. ในปี 2567 ก็ยังมีค่าเฉลี่ยอากาศเท่าเดิม เช่นเดียวกับส่วนของภาคกลางมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 34 มคก./ลบ.ม. ที่ปี 2024 ค่าเฉลี่ยฝุ่นยังเท่าเดิม ไม่ลดลงหรือเพิ่มขึ้น นับว่าไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้</p>



<p>ในขณะที่ภาคเหนือ มีค่าเฉลี่ย PM2.5 อยู่ที่ 62 มคก./ลบ.ม. ในปี 2567 อยู่ที่ 46 มคก./ลบ.ม. แม้ว่าจะลดลงถึง 16 มคก./ลบ.ม. แต่ก็ยังไม่บรรลุเป้าหมาย เพราะลดลง 25.81% เท่านั้น&nbsp;</p>



<p>ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 41 มคก./ลบ.ม. ปี 2024 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 37 มคก./ลบ.ม. ลดลงเพียง 9.76% ถือว่าไม่บรรลุเป้าหมาย&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น เป้าหมายการลดค่าเฉลี่ยของฝุ่นควัน PM2.5 ในปี 2024 ในทุกพื้นที่ จึงถือว่าไม่ประสบความสำเร็จ&nbsp;</p>



<ol start="6" class="wp-block-list">
<li>จำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคเหนือต้องลดลง 30% กรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดลง 5% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดลง 5% ภาคกลาง 10%</li>
</ol>



<p>มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024 พบว่า ในปี 2024 มีจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคเหนือ 112 วัน กรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ที่ 52 วัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 95 วัน และภาคกลาง 73 วัน&nbsp;</p>



<p>โดยเมื่อเปรียบเทียบจากรายงานมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง พบว่าจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคเหนือ ต้องลดลง 30% นั้น พบว่าไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ เนื่องจากปี 2024 จำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคเหนือมี 129 วัน นับว่าเพิ่มขึ้น 15.18% ขณะที่ภาคอื่นๆ ก็ไม่บรรลุตามเป้าหมาย โดยจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดลง 5% แต่เดิมจาก 52 วัน เพิ่มมาเป็น 97 วัน หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 86.54% ส่วนจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จาก 95 วัน ก็เพิ่มมาเป็น 113 วัน หรือเพิ่มขึ้น 18.95% และจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ในภาคกลาง ที่ตั้งเป้าว่าต้องลดลง 10% นั้น ในปี 2023 มีจำนวนวันที่ 73 วัน ส่วนปี 2024 มี 101 วัน เพิ่มขึ้น 38.36%&nbsp;</p>



<p>จากการตรวจสอบเป้าหมายทั้งหมดพบว่าวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนดในแต่ละภาคล้วนเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% นับว่าไม่บรรลุเป้าหมาย</p>



<h3 class="wp-block-heading">ปี 2024 เป้าการลดฝุ่น PM2.5 ไม่ประสบความสำเร็จ แล้วมาตรการใน ปี 2025 เป็นอย่างไร&nbsp;</h3>



<p>สำหรับรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร กับการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่อง PM2.5 ในปี 2025 พบว่าเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2025 นายกรัฐมนตรีมี<a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2940/iid/354314">ข้อสั่งการเร่งด่วน</a>ในที่ประชุม ครม. คือ เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยมีเป้าหมายต้องลดให้ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา และมีข้อสั่งการให้แต่ละกระทรวงรับผิดชอบ โดยเฉพาะมาตรการเกี่ยวกับพืชผลทางการเกษตรที่มีการเผา&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการด้านการเกษตร</h4>



<p>สำหรับมาตรการด้านการเกษตรนั้น กำหนดให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งกำหนดมาตรการเพื่อให้ผู้ประกอบการงดการรับซื้ออ้อยไฟไหม้ รวมทั้งพืชเกษตรอื่นๆ ที่ผ่านการเผา บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้เผาป่า เผาตอซังข้าว ข้าวโพด อ้อย และพืชอื่นๆ รวมทั้งประกาศกำหนดเขตควบคุมมลพิษ กรมศุลกากรตรวจสอบการลักลอบการนำเข้าพืชที่ผ่านการเผาทุกชนิด ตามแนวชายแดนต่างๆ อย่างเข้มงวด&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม นโยบายการแก้ปัญหาเรื่องอ้อยไฟไหม้ จากข้อมูลการรับอ้อยเข้าหีบในปีหีบ 2024/2025 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2025 พบว่ามีอ้อยไฟไหม้เข้าหีบไปแล้ว 5,592,524.900 ตัน แม้ว่ารัฐบาลจะออก<a href="https://www.ocsb.go.th/2024/economic-news/31680/">มาตรการเพิ่มรายได้</a>จากใบและยอดอ้อย การให้เงินสนับสนุนการรับซื้อใบและยอดอ้อย เพื่อเป็นวัตถุดิบด้านพลังงานป้อนโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลรวมไปถึงนโยบายเพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลเพิ่มเติมทั้งในรูปแบบที่เป็นมาตรการสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตร (In Kind) และในรูปแบบเงินช่วยเหลือ (In Cash) เพื่อสนับสนุนชาวไร่อ้อยที่เก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีส่งโรงงานให้มีรายได้เพิ่มและเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อเก็บเกี่ยวอ้อยสดก็ตาม</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการด้านขนส่งและการก่อสร้าง</h4>



<p>มีนโยบายให้กระทรวงคมนาคมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบและห้ามใช้ยานพาหนะที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐานอย่างจริงจัง โดยเฉพาะรถกระบะ รถโดยสาร รถบรรทุกขนาดใหญ่ ที่ปล่อยควันดำรวมทั้งรถขนส่งมวลชนของ ขสมก. และรถร่วมบริการเส้นทางต่างๆ ที่อยู่ในความดูแลของรัฐ ด้านการก่อสร้างยังคงมีนโยบายคล้ายเดิม กล่าวคือให้หน่วยงานรับผิดชอบควบคุมการก่อสร้างป้องกันการปล่อย PM2.5 จากไซต์งานก่อสร้างรวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการด้านฝุ่นละอองและจุดความร้อน</h4>



<p>รัฐบาลมีมติให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พัฒนาแพลตฟอร์มฐานข้อมูลกลางเกี่ยวกับจุดความร้อน (Hotspot) และระบบระบายอากาศ (Ventilation) โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม หรือ low cost sensors เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ นำไปใช้ในการแก้ปัญหาการฟุ้งกระจายของ PM2.5&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการด้านหมอกควันข้ามพรมแดน&nbsp;</h4>



<p>รัฐบาลมีนโยบายให้กระทรวงการต่างประเทศหารือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อร่วมมือและให้ความช่วยเหลือในการลดปัญหาฝุ่นควันข้ามพรมแดน ภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (Clear Sky Strategy) และยังมีแนวความคิดควบคุมการนำเข้าและไม่รับซื้อสินค้าเกษตรที่มาจากการเผา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการการเฝ้าระวังและบูรณาการด้านข้อมูล</h4>



<p>มีการกำหนดให้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 และการคาดการณ์ในอนาคต โดยอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ การเฝ้าระวังและเตือนภัยฝุ่นละออง PM2.5 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยใช้เทคโนโลยีในการตรวจจับจุดความร้อน โดยผู้อำนวยการสำนักงานเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ รวมไปถึงการปฏิบัติการและการควบคุมไฟป่า 14 กลุ่มป่า โดยอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และยังมีการสนับสนุนกำลังพล ยุทโธปกรณ์และเครื่องมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า โดยแม่ทัพภาคที่ 3 อีกด้วย</p>



<p>นอกจากนี้ ในส่วนของ ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภา ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นและมีการประกาศใช้ใน 2025 นี้&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ชวนส่อง KPI เป้าหมายการลดฝุ่น PM2.5 ปี 2025 มาใหม่ มีอะไรอีกบ้าง?</h3>



<p>จากรายงานมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2025 โดยกรมควบคุมมลพิษ มีการกำหนดมาตรการในการลดฝุ่น PM2.5 และพื้นที่เป้าหมายไว้ 3 พื้นที่ด้วยกัน คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>พื้นที่ป่า เป้าหมาย : พื้นที่เผาไหม้ลดลงจากปี 2024 แบ่งเป็น</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ลดลงร้อยละ 25</li>



<li>8 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ลดลงร้อยละ 25&nbsp;</li>



<li>จังหวัดกาญจนบุรี ลดลงร้อยละ 25&nbsp;</li>



<li>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดลงร้อยละ 25</li>
</ul>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>พื้นที่เกษตร เป้าหมาย: พื้นที่เผาไหม้จากการเผาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว อ้อยโรงงาน ลดลงจากปี 2024 แบ่งเป็น&nbsp;</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลดลงร้อยละ 20&nbsp;&nbsp;</li>



<li>17 จังหวัดภาคเหนือ ลดลงร้อยละ 30&nbsp;</li>



<li>ภาคกลาง ลดลงร้อยละ 10</li>



<li>ภาคตะวันตก ลดลงร้อยละ 15&nbsp;</li>
</ul>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>กลุ่มพืชเป้าหมาย แบ่งเป็น&nbsp;</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>นาข้าว ลดลงร้อยละ 30&nbsp;</li>



<li>ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลดลงร้อยละ 10&nbsp;</li>



<li>อ้อยโรงงาน ลดลงร้อยละ 15</li>
</ul>



<ol start="4" class="wp-block-list">
<li>พื้นที่เมือง เป้าหมาย : ควบคุมการระบายฝุ่นในพื้นที่เมือง</li>
</ol>



<ul class="wp-block-list">
<li>การปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ ร้อยละ 100&nbsp;</li>
</ul>



<p>จาก KPI ใหม่ในปี 2025 จะเห็นว่า ในพื้นที่ป่านั้นมีการกำหนด KPI ลดลงจากปี 2024 จาก 50% เหลือเพียง 25% และไม่มีการกำหนด KPI ในพื้นที่ป่าภาคกลาง ในขณะที่พื้นที่เกษตร จะพบว่า KPI ในภาคเหนือลดลง จาก 50% เหลือเพียง 30% ส่วนภาคอื่นๆ สูงขึ้น และมีการเพิ่มเป้าหมายพื้นที่เกษตร โดยแยกเป็นกลุ่มพืชเป้าหมาย ในขณะเดียวกัน ค่าเฉลี่ยของฝุ่นควัน PM2.5 และจำนวนวันที่มีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานกำหนด ซึ่งเคยมีการกำหนดเป็น KPI ในปี 2024 กลับไม่มีการกำหนด KPI แล้วในปี 2025รกำหนดเป็น KPI ในปี 2024 กลับไม่มีการกำหนด KPI แล้วในปี 2025</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">แล้ว กทม. มีมาตรการอะไรบ้างในปี 2025</h3>



<p>สำหรับกรุงเทพมหานคร มีการนำเสนอ (ร่าง) แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2025 ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” แบ่งออกเป็น มาตรการดำเนินการตลอดทั้งปี มาตรการดำเนินการเมื่อสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และมาตรการระยะยาว โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading">มาตรการดําเนินการตลอดทั้งปี</h4>



<ol class="wp-block-list">
<li>&nbsp;พยากรณ์ แจ้งเตือนป้องกันฝุ่น&nbsp;</li>
</ol>



<p>การแจ้งเตือนค่าฝุ่นละอองในที่สาธารณะ ทั้งป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณสี่แยก ธงคุณภาพอากาศในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 437 แห่ง โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร จํานวน 11 แห่ง สวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร จํานวน 39 แห่ง ชุมชนที่จดทะเบียน จํานวน 2,017 ชุมชน รวมไปถึงเว็บไซต์แอปพลิเคชัน AirBKK Air4Thai เฟซบุ๊ก และแอปพลิเคชันไลน์ป้ายจราจรอัจฉริยะของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และ Traffy Fondue</p>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>ขยายระบบการติดตามและแจ้งเตือนฝุ่นระดับแขวง 1,000 จุด (ปัจจุบัน 732 จุด)</li>
</ol>



<p>ขอความร่วมมือผู้ประกอบการและส่งเสริมสถานศึกษาติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดฝุ่นละออง PM2.5 ประกอบด้วย สถานที่ก่อสร้าง จํานวน 100 แห่ง สถานศึกษา ให้ครอบคลุมโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ทั้ง 437 โรงเรียน</p>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>จัดทีม “นักสืบฝุ่น” และศึกษาต้นตอฝุ่นละออง PM2.5</li>
</ol>



<ol start="4" class="wp-block-list">
<li>ตรวจจับควันดําจากต้นตอ</li>
</ol>



<p>การตรวจสอบสถานที่และการตรวจวัดควันดํารถบรรทุกอย่างน้อยแห่งละ 2 ครั้งต่อเดือน ทั้งสถานที่ก่อสร้างหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่อนุญาตก่อสร้างโดยสํานักการโยธา ได้แก่ โครงการก่อสร้างทาง โครงการก่อสร้างอาคารราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร โครงการก่อสร้างอาคาร โครงการก่อสร้างที่อนุญาตโดยสํานักงานเขต สถานประกอบการหรือโรงงานอุตสาหกรรม สถานีขนส่ง อู่รถเมล์ ท่าปล่อยรถสองแถว บริษัทขนส่ง บริษัทรถบรรทุก ท่ารถตู้โดยสารสาธารณะ รถโดยสารสาธารณะประจําทาง รถโดยสารไม่ประจําทาง รถบรรทุกใช้งานในแพลนท์ปูน หากมีค่าควันดําไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน จะมอบสติ๊กเกอร์สําหรับใช้เข้าออกแพลนท์ปูนหรือสถานที่ก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร</p>



<ol start="5" class="wp-block-list">
<li>สนับสนุนให้เกิด Ecosystem รถพลังงานไฟฟ้า</li>
</ol>



<p>ส่งเสริมการดัดแปลงรถราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร ประเภทเครื่องยนต์ดีเซลเป็นรถยนต์ไฟฟ้า จัดทําหลักสูตรดัดแปลงรถจักรยานยนต์เป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้า และหลักสูตรดัดแปลงรถยนต์เป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้า ส่งเสริมการติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้า จัดหารถเก็บขนมูลฝอยให้เป็นรถพลังงานไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์ดีเซล</p>



<ol start="6" class="wp-block-list">
<li>ลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในชั่วโมงเร่งด่วน (Low Emission Zone)</li>
</ol>



<p>ให้บริการ Shuttle bus จํานวน 4 เส้นทาง ได้แก่ สาย B2 ดินแดง &#8211; BTS สนามเป้า สาย B3 ชุมชนเคหะร่มเกล้า &#8211; ARL ลาดกระบัง สายสามเสน &#8211; ฝั่งธนบุรี และบริการท่องเที่ยว 4 ตลาดน้ํา ขยายผลการดําเนินงานเขตควบคุมมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ไปอีก 5 เขต</p>



<ol start="7" class="wp-block-list">
<li>การตรวจสอบคุณภาพอากาศเชิงรุกในโรงงาน</li>
</ol>



<p>ตรวจกํากับโรงงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงและโรงงานที่มีฝุ่นละอองสูงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จํานวน 260 แห่ง อย่างน้อยแห่งละ 2 ครั้งต่อเดือน ทั้งกิจการผสมซีเมนต์ จํานวน 124 แห่ง กิจการหลอมโลหะ จํานวน 74 แห่ง กิจการที่มีการใช้หม้อไอน้ํา จํานวน 101 แห่ง ให้คําแนะนําและกํากับดูแลเจ้าหน้าที่ฌาปนกิจศพในวัดและฌาปนสถาน จํานวน 308 แห่ง ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ</p>



<ol start="8" class="wp-block-list">
<li>การก่อสร้าง</li>
</ol>



<p>กํากับดูแลผู้รับเหมาก่อสร้างในแต่ละโครงการที่อยู่ภายใต้สัญญาให้ปฏิบัติตามมาตรการที่กําหนดไว้ในรายงาน EIA ดําเนินการตามกฎหมายกับผู้ขออนุญาตก่อสร้างที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขท้ายใบอนุญาตก่อสร้างของโครงการก่อสร้างที่ขออนุญาตที่สํานักการโยธาและสํานักงานเขต</p>



<ol start="9" class="wp-block-list">
<li>การควบคุมการเผาในที่โล่ง</li>
</ol>



<p>ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังและฟางข้าวแทนวิธีการเผา รณรงค์ให้เกษตรกรในพื้นที่ทํานาของกรุงเทพมหานครลดการเผาตอซังข้าวและวัสดุทางการเกษตร ติดตามผลการทําเกษตรปลอดการเผา 100% ในพื้นที่เขตลาดกระบัง เขตหนองจอก และเขตคลองสามวา ให้บริการรถอัดฟางแก่เกษตรกร จําวนวน 3 คัน เพื่อลดการเผาตอซังข้าว มีช่องทางกลุ่มไลน์ : monitor open burning เพื่อเฝ้าระวังและติดตามพื้นที่เสี่ยงการเผา ติดตามและเฝ้าระวังจุดความร้อนจากการเผาในที่โล่ง/พื้นที่การเกษตรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลบนเว็บไซต์ของ GISTDA และควบคุมแก้ไขปัญหาการเผา โดยประสานหน่วยงานรับผิดชอบหลักในพื้นที่เกิดเหตุเข้าระงับเหตุ&nbsp;</p>



<ol start="10" class="wp-block-list">
<li>การป้องกัน ดูแลสุขภาพ ประชาชน</li>
</ol>



<p>จัดทําห้องปลอดฝุ่น ประกอบด้วยโรงเรียนในสังกัด กทม. 429 แห่ง (กลุ่มเปราะบาง นักเรียนระดับอนุบาล อายุ 2-6 ปี) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด กทม. 274 แห่ง โรงพยาบาลในสังกัด กทม. 11 แห่ง ห้องปลอดฝุ่นในชุมชน โดยมีต้นแบบ ณ ชุมชนคลองลัดภาชี เขตภาษีเจริญ ขยายผลห้องเรียนสู้ฝุ่นครอบคลุมโรงเรียนสังกัด กทม. ทั้ง 437 โรงเรียน</p>



<ol start="11" class="wp-block-list">
<li>การพัฒนาพื้นที่ปลอดฝุ่น (BKK Clean Air Area) ด้วยต้นไม้ สําหรับพื้นที่เปิด ด้วยเครื่องฟอกอากาศสําหรับพื้นที่ปิด&nbsp;</li>
</ol>



<p>จัดให้มีกําแพงต้นไม้กรองฝุ่น เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การทําเครื่องฟอกอากาศแบบ DIY โดยโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร เพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานครตามแนวรถไฟฟ้าหรือแผนการศึกษา เช่น ปลูกต้นไม้ล้านต้น สวน 15 นาที และถนนสวย ล้างและดูดฝุ่นถนน และล้างต้นไม้ ใบไม้ทุกวัน เพื่อดักจับฝุ่นละอองและเพิ่มความชื้นในอากาศ ล้างทําความสะอาดจุดสัมผัส ขยายเวลาเปิด-ปิดสวนสาธารณะ</p>



<p>ในขณะที่มาตรการดําเนินการเมื่อสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กําหนดไว้ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ก็จะคล้ายกันกับมาตรการทั้งปี แต่จะมีความเข้มข้นมากขึ้น เช่น สถานศึกษาสามารถสั่งปิดการเรียนการสอนได้ หรือมีหน่วยบริการสาธารณสุขและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจจํานวน 69 หน่วย เพื่อให้บริการตรวจรักษาโรคและให้คําแนะนําการป้องกันสุขภาพจากฝุ่นละออง PM2.5 หรือหากเกิน 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ก็จะมีการพิจารณาขยายพื้นที่ในการจํากัดเวลารถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือขอความร่วมมือให้ WFH และถ้าเกิน 150 มคก./ลบ.ม. ขึ้นไป ติดต่อกัน 5 วัน ก็จะประกาศเขตการให้ความช่วยแหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)</p>



<p>ส่วนมาตรการระยะยาวนั้นก็คล้ายกันกับมาตรการทั้งปี แต่เป็นเพียงกรอบมาตรการกว้างๆ โดยมีส่วนที่แตกต่างคือการกําหนดและบังคับใช้มาตรฐานการระบายมลพิษจากรถยนต์ใหม่ตาม EURO 6</p>



<h3 class="wp-block-heading">สรุป</h3>



<p>จากข้อมูลของ <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2023/">Rocket Media Lab</a> ที่เคยประเมินผลแผนวาระฝุ่นแห่งชาติ ปี 2019 ซึ่งกำหนดตัวชี้วัดไว้ 3 ข้อด้วยกันคือ 1) จํานวนวันที่ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มขึ้น 2) จํานวนจุดความร้อน (Hotspot) ภายในประเทศลดลง 3) จํานวนผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ (ที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ) ลดลง โดยแผนวาระฝุ่นแห่งชาติ ปี 2019 ไม่ประสบความสำเร็จตามตัวชี้วัดที่ได้ตั้งไว้&nbsp;</p>



<p>ในขณะที่เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดในปี 2024 ที่กรมควบคุมมลพิษ ตั้งเอาไว้กับข้อมูลที่ได้นำเสนอข้างต้น ก็จะพบว่าไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน </p>



<p>และเมื่อพิจารณาต่อไปยังมาตรการใหม่ในปี 2025 ทั้งในส่วนของรัฐบาลและกรุงเทพฯ นั้น ก็จะพบว่ามีมาตรการไม่ต่างจากแผนวาระฝุ่นแห่งชาติ ปี 2019 เพียงแต่มีการเพิ่มรายละเอียดมากขึ้นเท่านั้น ในขณะที่แผนวาระฝุ่นแห่งชาติ ปี 2019 ก็ล้มเหลว และเป้าหมายจาก<a href="https://epo13.pcd.go.th/th/download/?file=oJM3MRkjoF5aBKDlnGS4AKNmoGM3A0jjoGOaZKDknGq4ZKNmoGO3ZHjloGEaZaDjnGW4YKNjoGO3BRjmoGSaAKD3nGO4ZUNkoGS3A0jkoGAaZUDknGW4AUNloGO3ZxjgoJIaoUEcnJM4Y3OyoJk3nHkzoF9aq3EhnGI4AaNkoF93MRkuoJ9aoUEjnKI4YjWewEb3QWewEb3Q&amp;n=%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9D%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%20PM2&amp;t=GTMgoJqwqS9cMUug">มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024</a> ก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน จึงน่าสนใจว่า แล้วมาตรการในปี 2025 ที่ไม่ได้แตกต่างจากแผนเดิมในอดีตที่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จนั้น จะทำให้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ลดลงได้หรือไม่ในปี 2025 นี้&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"></h2>



<p>หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project ซึ่งค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง <a href="https://aqicn.org/city/chiang-mai">https://aqicn.org/city/chiang-mai</a>&nbsp;</li>



<li>ค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งหนึ่งอาจจะมีบางเขตของกรุงเทพฯ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกทุกเขต&nbsp;</li>



<li>PM2.5 เทียบกับบุหรี่ <a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence">http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence</a>&nbsp;</li>



<li>อ้างอิงข้อมูลจุดความร้อนจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA&nbsp;</li>



<li>อ้างอิงมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปี 2024 และกลไกการบริหารจัดการ จากการประชุมคณะรัฐมนตรี 19 ธันวาคม 2023 <a href="https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/76368?fbclid=IwAR08OpW3oXc6uRyV7cdKgvGcrHCYcfB3iMsTkn7n192r7sj3wpV9r0DE-uE">https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/76368</a></li>



<li>ค่าปกติของฝนหมายถึง ค่าเฉลี่ยคาบ 30 ปีระหว่าง 1991-2020 ประมาณค่าฝนเชิงพื้นที่ด้วยวิธี Inverse Distance Weighting (IDW) โดยใช้ข้อมูลจากสถานีตรวจอากาศกรมอุตุนิยมวิทยา</li>



<li>รายงานมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2025 โดยกรมควบคุมมลพิษ</li>
</ul>



<p>ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2024">https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2024</a>&nbsp;</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2024/">ปี 2024 มีวันอากาศดีเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่รัฐบาลยังไม่บรรลุเป้าหมายแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2023 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Feb 2024 05:32:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[PM25]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=4278</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3588;&#3656;&#3634;&#3613;&#3640;&#3656;&#3609;&#3607 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2023/">ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2023 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ค่าฝุ่นที่คนกรุงเทพฯ ที่สูดเข้าไปในแต่ละวัน เมื่อลองเทียบกับปริมาณการสูบบุหรี่แล้วจะได้จำนวนเท่าไร</p>



<p>โดยค่าฝุ่นที่ยกมานี้ อ้างอิงจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง และได้นำมาเปรียบเทียบกับปริมาณการสูบบุหรี่ตามทฤษฎีของ Dr. Richard A. Muller นักวิจัยชาวอเมริกันจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Berkeley Earth แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM 2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่า ค่าฝุ่น PM 2.5 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ 1 มวน</p>



<p>เมื่อนำค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของปี 2023 มาคำนวณเปรียบเทียบตามเกณฑ์ของ Dr. Richard Muller ก็จะได้ผลลัพธ์ตามในตารางดังต่อไปนี้</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vRZ4rLYXkpmmR80W-fvJSIVoteBGPHtL4NvrPnSDaCKWUgTqZm69AVdXNFkKmp-U4vUB3yCYxi6OnqX/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/10oPPFf15Db7d46ljNBtXwzsslkEhYBvxGAPBni1IC58/edit#gid=0">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2023">อ่านรายงานที่นี่</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2023/">ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2023 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปี 2022 คนกรุงเทพฯ มีวันอากาศดีแค่ 49 วัน สูดฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,224 มวน </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Jan 2023 08:15:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=3062</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3649;&#3617;&#3657;&#3651;&#3609;&#3611;&#3637; 2022  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2022/">&lt;strong&gt;ปี 2022 คนกรุงเทพฯ มีวันอากาศดีแค่ 49 วัน สูดฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,224 มวน &lt;/strong&gt;</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>ในปี 2022 คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM 2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,224.77 มวน ลดลงถึง 37 มวนจากปี 2021 ที่มีจำนวน 1261.05 มวน&nbsp;</li>



<li>อย่างไรก็ตาม กรุงเทพฯ มีวันที่อากาศดี คืออยู่เกณฑ์สีเขียวเพียง 49 วัน คิดเป็น 13.42% ของทั้งปี น้อยกว่าในปี 2021 ที่มีถึง 90 วัน&nbsp;</li>



<li>มีข้อสังเกตว่า ในปี 2020 และ 2021 เดือนที่กรุงเทพฯ มีอากาศเลวร้ายเต็มไปมลพิษฝุ่น PM2.5 มากที่สุด คือเดือนมกราคม ขณะที่ปี 2022 กลับเป็นเดือนเมษายน</li>



<li>มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ภายใต้กรมควบคุมมลพิษเพียง 22 รายการ (จาก 78 รายการ) เป็นงบฯ 97,130,400 บาท หรือคิดเป็น 0.003% ของงบฯ รายจ่ายประจำปี 2565</li>



<li>ในส่วนของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยตรง 2 โครงการที่มีการตั้งงบฯ รวม 58,726,956 หรือคิดเป็น 0.74% ของงบฯ ทั้งหมดของ กทม.&nbsp;</li>
</ul>



<p></p>



<p>แม้ในปี 2022 จะเป็นปีที่กรุงเทพฯ มีฝนตกหนักและต่อเนื่องยาวนาน จนทำให้ปัญหาเรื่องฝุ่นพิษ PM2.5 ถูกกล่าวถึงน้อยลง และมีการคาดการณ์กันว่า ปริมาณฝุ่นจิ๋ว PM2.5 น่าจะลดลงตามไปด้วย เนื่องจากถูกฝนชะล้าง&nbsp;</p>



<p>Rocket Media Lab ชวนสำรวจภาพรวมสภาพอากาศของกรุงเทพฯ ในปี 2022 ว่า ฝุ่น PM2.5 หายไปจริงไหม</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กรุงเทพฯ และ PM2.5 ในปี 2022</strong></h3>



<p>จากการทำงานของ Rocket Media Lab ซึ่งทำงานด้านข้อมูลเพื่อการสื่อสารมวลชน โดยอ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project และอ้างอิงค่าระดับคุณภาพอากาศของค่า PM2.5 จากข้อเสนอของ<a href="https://greenpeace.or.th/s/right-to-clean-air/PM2.5CityRankingsREV.pdf">กรีนพีซ</a></p>



<p>พบว่า ในปี 2022 ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีวันที่อากาศดี คืออยู่เกณฑ์สีเขียวเพียง 49 วัน คิดเป็น 13.42% ของทั้งปี น้อยกว่าในปี 2021 ที่มีถึง 90 วัน ในขณะที่ส่วนใหญ่นั้นเป็นวันที่อากาศมีคุณภาพปานกลาง คือเกณฑ์สีเหลือง 261 วัน หรือคิดเป็น 71.51% ของทั้งปี ซึ่งมากกว่าปี 2021 ที่มีจำนวน 202 วัน ส่วนวันที่มีคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษหรือสีส้มนั้นมีจำนวน 52 วัน หรือคิดเป็น 14.25% ของทั้งปี ลดลงจากปี 2021 ที่มี 61 วัน และวันที่มีอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรืออยู่ในเกณฑ์สีแดงนั้นมีเพียง 3 วัน หรือคิดเป็น 0.82% ของทั้งปี ซึ่งลดลงจากปี 2021 ที่มีถึง 12 วัน</p>



<p>จากข้อมูลยังพบว่า เดือนที่กรุงเทพฯ อากาศแย่มากที่สุดในปี 2022 คือเมษายน โดยมีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีแดงหรือมีผลกระทบต่อสุขภาพ ถึง 3 วัน และเป็นเพียงเดือนเดียวที่มีสภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์สีแดง สูงสุด ณ วันที่ 9 เมษายน 2022 โดยมีค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 173 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า ในปี 2020 และ 2021 เดือนที่กรุงเทพฯ มีอากาศเลวร้ายเต็มไปมลพิษฝุ่น PM2.5 มากที่สุด คือเดือนมกราคม ขณะที่ปี 2022 กลับเป็นเดือนเมษายน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3 เดือนที่อากาศเลวร้ายที่สุด&nbsp;</strong></h3>



<p>นอกจากเมษายนจะเป็นเดือนที่มีวันที่มีค่า PM2.5 สูงสุด และมีวันที่สภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์สีแดงเพียงเดือนเดียวในปี 2022 แล้ว เมษายนยังเป็นเดือนที่มีอากาศเลวร้ายมากที่สุดโดยมีค่าฝุ่นเฉลี่ยสูงสุดอีกด้วย โดยมีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเพียง 2 วัน สีเหลืองหรือคุณภาพอากาศปานกลาง 19 วัน สีส้มหรือคุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 6 วัน และสีแดง หรือมีผลต่อสุขภาพ 3 วัน</p>



<p>รองลงมาคือธันวาคม โดยไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลย ขณะที่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 20 วัน และสีส้ม คุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 11 วัน&nbsp;</p>



<p>ถัดมาคือเดือนมกราคม ซึ่งไม่มีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดีเลย และมีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 19 วัน และสีส้ม คุณภาพอากาศที่มีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 12 วัน&nbsp;</p>



<p>จะเห็นได้ว่าสามเดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2022 แตกต่างจากในปี 2020 และ 2021 ที่มีสามเดือนที่มีอากาศเลวร้ายมากที่สุดคือเดือนธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3 เดือนที่มีอากาศดีที่สุด&nbsp;</strong></h3>



<p>เดือนที่มีอากาศดีที่สุดในปี 2022 ก็คือกรกฎาคม ซึ่งเป็นเดือนที่มีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ทั้งเดือนต่ำที่สุด โดยมีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 11 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 20 วัน&nbsp;</p>



<p>รองลงมาก็คือกันยายน โดยมีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 13 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 17 วัน และเดือนสิงหาคม โดยมีวันที่อยู่ในเกณฑ์สีเขียวที่ถือว่าอากาศดี 7 วัน มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง คุณภาพอากาศปานกลาง 24 วัน&nbsp;</p>



<p>จะเห็นได้ว่าสามเดือนที่มีอากาศดีที่สุดในปี 2022 แตกต่างจากในปี 2020 และ 2021 ที่สามเดือนที่มีอากาศดีที่สุดคือเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และกันยายน (โดยไม่เรียงลำดับ) ในขณะที่วันที่อากาศดีที่สุดในปี 2022 คือวันที่ 30 กันยายน 2022 โดยมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 16 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งหนึ่งอาจจะมีบางเขตของกรุงเทพฯ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกทุกเขต</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าค่าฝุ่น PM 2.5 22 มคก./ลบ.ม. = บุหรี่ 1 มวน ปี 2022 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูบบุหรี่ไปกี่มวน</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-3069" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022-683x1024.jpg 683w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022-200x300.jpg 200w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022-768x1151.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022-1025x1536.jpg 1025w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022-1367x2048.jpg 1367w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022-scaled.jpg 1708w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>
</div>


<p>จาก<a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence/">งานของ&nbsp;Richard&nbsp;A. Muller&nbsp;</a>นักวิจัยชาวอเมริกันจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Berkeley Earth แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่า ค่าฝุ่น PM2.5 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ 1 มวน ซึ่งหากนำค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของปี 2022 มาคำนวณเปรียบเทียบตามเกณฑ์ของ&nbsp;Richard&nbsp;Muller จะพบว่า</p>



<p>ในปี 2022 ที่ผ่านมาคนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ ทั้งหมดจำนวน 1,224.77 มวน ลดลงถึง 37 มวนจากปี 2021 ที่มีจำนวน 1,261.05 มวน ซึ่งอาจจะพูดได้ว่าในภาพรวมปี 2022 อากาศดีกว่าปี 2021 แม้จะมีวันที่อากาศดีอยู่ในเกณฑ์สีเขียวลดลงเกือบครึ่งหนึ่งก็ตาม&nbsp;</p>



<p>สำหรับเดือนที่มีอากาศเลวร้ายที่สุดในปี 2022 อย่างเดือนเมษายน คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน&nbsp; 127.77 มวน คิดเป็นเฉลี่ยวันละ 4.26 มวน โดยลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ซึ่งเป็นเดือนที่อากาศเลวร้ายที่สุด ที่คิดเป็นจำนวน 163.68 มวน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>หรือในเดือนที่อากาศดีที่สุดในปี 2022 อย่างกรกฎาคม คนกรุงเทพฯ ก็ยังสูดดมฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 74.36 มวน เฉลี่ยวันละ 2.4 มวน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2021 ซึ่งเป็นเดือนที่อากาศดีที่สุดเช่นเดียวกัน ที่คิดเป็นจำนวน 64.86 มวน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม มีนักวิชาการชี้ว่าควันพิษจากบุหรี่นั้นมีสารพิษมากกว่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>งบจิ๋วๆ กับการแก้ปัญหาฝุ่นจิ๋ว PM2.5&nbsp;</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022th-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-3072" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022th-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022th-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022th-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022th-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022th-1536x1536.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022th-2048x2048.jpg 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022th-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022th-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>ในปี 2565 ประเทศไทยมีงบประมาณรายจ่ายประจำปี อยู่ที่ 3,100,000,000,000 บาท โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับงบประมาณ 29,092,330,500 บาท หรือคิดเป็น 0.94% เท่านั้น และในส่วนของการแก้ไขปัญหามลพิษมีกรมควบคุมมลพิษเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง โดยกรมควบคุมมลพิษได้รับงบประมาณในปี 2565 จำนวน 485,948,300 บาท หรือคิดเป็น 0.016% ของงบประมาณประเทศ&nbsp;</p>



<p>แต่ในขณะเดียวกันกรมควบคุมมลพิษก็ไม่ได้มีหน้าที่ในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศหรือฝุ่นพิษ PM2.5 เพียงอย่างเดียว ซึ่งหากเราพิจารณาโครงการยุทธศาสตร์ต่างๆ ประจำปี 2565 ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจำนวน 5,484 โครงการ ก็จะพบว่ามีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ภายใต้กรมควบคุมมลพิษเพียง 22 รายการ (จาก 78 รายการ) รวมเป็นงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 โดยตรงเพียง 97,130,400 บาท หรือคิดเป็น 0.003% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565</p>



<p>และเมื่อพิจารณาโครงการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยตรงก็จะพบว่างบประมาณส่วนใหญ่เป็นการใช้เพื่อดูแลเครื่องและสถานีตรวจวัดคุณอากาศเป็นส่วนใหญ่ ทั้งที่กรมควบคุมมลพิษ เขตพญาไท 14 ล้านบาท และในจังหวัดต่างๆ 10 จังหวัด คือ&nbsp; กำแพงเพชร สุโขทัย บุรีรัมย์ พิจิตร จันทบุรี อุทัยธานี ลพบุรี เพชรบูรณ์ มุกดาหาร และประจวบคีรีขันธ์ จุดละ 7.5 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p>ในขณะเดียวกันก็มีโครงการอื่นๆ เช่น โครงการศึกษาเพื่อหาแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองในพื้นที่เขตควบคุมมลพิษตำบลหน้าพระลาน จังหวัดสระบุรี 1.5 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการจัดการมลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 1.3 ล้านบาท หรือ ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับยานพาหนะ 1.2 ล้านบาท</p>



<p>อย่างไรก็ตามโครงการที่อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ก็อาจจะไม่้ได้อยู่ภายใต้การทำงานของกรมควบคุมมลพิษทั้งหมด แต่อาจจะมีการกระจายอยู่ภายใต้หน่วยงานอื่นๆ ด้วยเช่นเดียวกัน เช่น โครงการค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนหมู่บ้านป้องกันไฟป่าในแต่ละจังหวัดของกรมป่าไม้ หรือโครงการเงินอุดหนุนสำหรับหมู่บ้านเครือข่ายการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในแต่ละจังหวัดของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022bkk-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-3073" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022bkk-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022bkk-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022bkk-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022bkk-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022bkk-1536x1536.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022bkk-2048x2048.jpg 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022bkk-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2023/01/PM252022bkk-100x100.jpg 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p>อีกหนึ่งหน่วยงานที่มีหน้าที่แก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ ก็คือกรุงเทพมหานคร โดยในปี 2565 กทม. มีงบประมาณรายจ่ายประจำปีอยู่ที่ 78,979,446,500 บาท และสำหรับการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 นั้น อยู่ภายใต้การทำงานของสำนักสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2565 สำนักสิ่งแวดล้อมได้รับงบประมาณ 6,845,454,756 หรือคิดเป็น 8.67% ของงบประมาณ กทม.</p>



<p>แต่ในขณะเดียวกันสำนักสิ่งแวดล้อมก็ไม่ได้มีหน้าที่ในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศหรือฝุ่นพิษ PM2.5 เพียงอย่างเดียว ซึ่งหากเราพิจารณาโครงการยุทธศาสตร์ต่างๆ ประจำปี 2022 ของสำนักสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยตรงก็จะพบว่ามีเพียง 2 รายการ รวม 58,726,956 หรือคิดเป็น 0.74% ของงบทั้งหมดของ กทม. ซึ่งก็คือ โครงการจ้างเหมาเอกชนเดินระบบและซ่อมบำรุงเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศและระบบข้อมูลคุณภาพอากาศ 58,647,556 บาท และค่าใช้จ่ายในการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมและลดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน จากรถราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร 79,400 บาท ซึ่งจะเห็นได้ว่างบประมาณส่วนใหญ่ในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ของสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ก็ยังเป็นการใช้งบประมาณในการดูแลซ่อมบำรุงเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศเช่นเดียวกับการใช้งบประมาณของกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ก็ยังปรากฏโครงการการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อื่นๆ โดยที่ไม่ใช้งบประมาณในการดำเนินการ เช่น โครงการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศและเสียงจากการก่อสร้างโครงการด้านอาคาร การจัดสรรที่ดิน และบริการชุมชน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โครงการตรวจวัดรถยนต์ควันดำในพื้นที่กรุงเทพมหานครโครงการอากาศสะอาดเพื่อเราทุกคน โครงการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในกรุงเทพมหานคร โครงการศึกษาการจัดการปัญหาการเผาในที่โล่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โครงการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศและเสียงจากการก่อสร้างโครงการด้านอาคาร การจัดสรรที่ดิน และบริการชุมชน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฯลฯ ซึ่งเป็นทั้งโครงการที่ทำงานในแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น หรือเป็นโครงการทำงานด้านการให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ขับเคลื่อนไปถึงไหนแล้ว?</strong></h3>



<p>ฝุ่น PM2.5 ถือเป็นวาระปัญหาระดับชาติ โดยในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 คณะรัฐมนตรี มีมติให้ “การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละออง” เป็นวาระแห่งชาติ โดยมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2562 -2567&nbsp;</p>



<p>จากข้อมูลของโครงการศึกษาแหล่งกำเนิดและแนวทางการจัดการฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ฝุ่น PM2.5 เกิดจากสาเหตุหลักๆ ก็คือ ภาคการขนส่งทางถนน ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตร และเมื่อพิจารณามาตรการต่างๆ ที่ออกมาเพื่อจัดการกับ 3 แหล่งกำเนิดหลัก ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ในช่วงปีที่ผ่านมา จะพบว่า</p>



<p>ในภาคการขนส่งทางถนน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดหลักของฝุ่น PM2.5 จะพบว่ามาตรการหลักที่เกิดขึ้นคือการออกประกาศกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 13 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา และมาตรการการตรวจควันดำ โดยกรมควบคุมมลพิษให้ข้อมูลไว้ว่า ภาพรวมการตั้งจุดสกัดรถยนต์ควันดำ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ผลการตรวจสอบสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2564 ถึง 9 มี.ค. 2565 แบ่งเป็น พื้นที่ กทม. ตรวจสอบสะสม 143,752 คัน พบรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐานสะสม 38,349 คัน ห้ามใช้สะสม 648 คัน และพื้นที่ต่างจังหวัด ตรวจสอบสะสม 70,522 คัน พบรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐาน 933 คัน ห้ามใช้สะสม 993 คัน จากสถิติในภาพรวมพบรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐานประมาณ 18%</p>



<p>อีกมาตรการคือมีการนําน้ำมันเชื้อเพลิงมีกํามะถันไม่เกิน 10 มิลลิลิตรต่อลูกบาศก์เมตร (ppm) (มีกำมะถันน้อยกว่า 5 เท่า) มาใช้ หรือการปรับปรุงน้ำมันให้มีมาตรฐานเทียบเท่ามาตรฐานยูโร 5 ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2567 โดยปัจจุบัน ในขณะที่มาตรการยังไม่มีการบังคับใช้ ภาครัฐใช้วิธีขอความร่วมมือกับผู้จำหน่ายน้ำมันให้นำน้ำมันกำมะถันต่ำเทียบเท่ามาตรฐานยูโร 5 มาจำหน่ายก่อน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า ซึ่งการปรับลดปริมาณกำมะถันในน้ำมันดีเซลนี้ จะสามารถช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองและก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ได้</p>



<p>ด้านภาคอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ปรับปรุงประกาศกระทรวงฯ ที่ให้โรงงานประเภทต่างๆ ติดตั้งระบบตรวจสอบคุณภาพอากาศอัตโนมัติ พ.ศ. 2544 จากเดิมที่ใช้บังคับเฉพาะโรงงานในวงจำกัด เป็นครอบคลุมโรงงานที่เข้าข่ายทั่วประเทศ สั่งติดเครื่องตรวจวัดมลพิษทางอากาศจากปล่องฯ แบบอัตโนมัติพร้อมรายงานผล 24 ชั่วโมง</p>



<p>จากข้อมูลกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะพบว่า กรุงเทพฯ มีโรงงานอุตสาหกรรม 260 โรงงาน แบ่งเป็น โรงงานที่มีการใช้หม้อน้ำ 154 โรงงาน โรงงานที่ใช้ถ่านหิน 1 โรงงาน โรงงานหลอมเหล็กหรือโลหะ 35 โรงงาน โรงงานผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ 68 และโรงงานแอสฟัลติก 2 โรงงาน และในปริมณฑลพบว่า นครปฐมมี 420 โรงงาน สมุทปราการ 175 โรงงาน นนทบุรี 20 โรงงาน และปทุมธานี 21 โรงงาน</p>



<p>ปัจจุบัน ในกรุงเทพฯ มีโรงงานที่เชื่อมต่อผลการตรวจวัดมลพิษแบบอัตโนมัติมลพิษอากาศจากปล่องระบาย (CEMS) เพียง 4 โรงงาน 15 ปล่อง เท่านั้น ขณะที่สมุทรปราการ มี 6 โรงงาน 16 ปล่อง นนทบุรี 3 โรงงาน 5 ปล่อง ปทุมธานี 6 โรงาน 17 ปล่อง ส่วนนครปฐมไม่มีเลย&nbsp;</p>



<p>และส่วนภาคการเกษตรมีการออกระเบียบกำหนดให้โรงงานน้ำตาลรับซื้ออ้อยไฟไหม้เข้าหีบในฤดูการผลิตปี 2564/2565 ไม่เกิน 10% ฤดูการผลิตปี 2565/2566 ไม่เกิน 5% และฤดูการผลิตปี 2566/2567 เป็นศูนย์ เพื่อลดการเผาในที่โล่งแจ้ง อันเป็นอีกสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหา PM2.5 และรัฐบาลยังได้ออกมาตราการส่งเสริมการตัดอ้อยสด ผ่านการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยเพื่อลดต้นทุนการตัดอ้อยสดโดยไม่ต้องเผาอ้อย สำหรับฤดูการผลิต 2565/2566 มีการอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือเป็นจำนวน 8,159 ล้านบาท</p>



<p>สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยข้อมูล<a href="https://mgronline.com/daily/detail/9660000001708">สถิติการลักลอบเผาอ้อย</a>อันเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการเกิดฝุ่นพิษ PM2.5 ว่าในช่วง 3 ปีการผลิตที่ผ่านมา พบว่า ปี 2562/2563 มีอ้อยที่ถูกลักลอบเผา 37.18 ล้านตัน ปี 2563/2564 มีอ้อยที่ถูกลักลอบเผา 17.61 ล้านตัน และปี 2564/2565 มีอ้อยที่ถูกลักลอบเผา 25.12 ล้านตัน ปริมาณอ้อยที่ถูกลักลอบเผาในฤดูการผลิต 2564/2565 พบว่า 5 จังหวัดที่มีการเผามากที่สุด ได้แก่ นครราชสีมา 3.532 ล้านตัน อุดรธานี 2.649 ล้านตัน กาฬสินธุ์ 2.359 ล้านตัน ขอนแก่น 1.952 ล้านตัน และเพชรบูรณ์ 1.950 ล้านตัน</p>



<p>ส่วนฤดูการผลิตล่าสุด 2565/2566 เพียง 21 วันของปี 2566 มีการลักลอบเผาอ้อยก่อนตัดส่งเข้าหีบโรงงานน้ำตาลมากถึง 2.3 ล้านตัน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า PM2.5 ที่เกิดจากการเผาในที่โล่งแจ้งจากภาคการเกษตรไม่ได้มีเพียงไร่อ้อยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงนาข้าวและข้าวโพดที่ปลูกเพื่อเลี้ยงสัตว์ด้วย โดยประเทศไทยมี<a href="http://www.ocsb.go.th/upload/journal/fileupload/13813-1585.pdf">พื้นที่เพาะปลูกอ้อย ปีการผลิต 2564/65</a> รวม 47 จังหวัด อยู่ที่ 11,022,348 ไร่&nbsp; ในขณะที่<a href="http://farmerone.oae.go.th:9502/analytics/saw.dll?Dashboard">พื้นที่ปลูกข้าวนาปี ปี 2564</a>&nbsp; 53,119,681ไร่ และ<a href="https://data.go.th/en/dataset/dataset_12_04">พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 2564 </a>จำนวน 3,116,500 ไร่ จะเห็นได้ว่าพื้นที่นาข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีมากกว่าพื้นที่ไร่อ้อย แต่กลับยังไม่มีมาตรการลดการเผาออกมาอย่างชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับมาตรการลดการเผาอ้อย</p>



<p>ดังนั้น จะเห็นได้ว่าแม้จะมีการนำเรื่องฝุ่น PM2.5 ให้เป็นวาระแห่งชาติ และจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติมาตั้งแต่ปี 2562 เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะ แต่จนถึงปี 2565 แนวนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะการออกกฎหมายควบคุมเรื่องต่างๆ นั้นยังมีความล่าช้าและไม่ครอบคลุม งบประมาณในส่วนที่จะนำมาใช้แก้ปัญหาที่ถือเป็นวาระของชาตินี้ก็ยังน้อยนิดเมื่อเปรียบเทียบกับงบของประเทศหรืองบประมาณในส่วนอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการใช้งบประมาณเพื่อการอ่านค่าฝุ่นและรายงานค่าฝุ่นเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นในระดับประเทศหรือระดับพื้นที่อย่างกรุงเทพมหานคร&nbsp;</p>



<p>สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในปี 2566 นี้ <a href="https://www.thaigov.go.th/infographic/contents/details/6590">ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี</a>เพิ่งจะเห็นชอบแผนเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ปี 2566 ไปเมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2566 ที่ผ่านมา โดยจะเป็นการถอดบทเรียนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละออง จากปี 2565 นำมาปรับปรุงและยกระดับความเข้มงวดมาตรการต่างๆ เป็น 7 แนวทาง ภายใต้กรอบ “สื่อสารเชิงรุก ยกระดับปฏิบัติการ สร้างการมีส่วนร่วม” เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองโดยเฉพาะในช่วงเกิดสถานการณ์ ซึ่งทั้ง 7 แนวทางมีดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เร่งรัดประชาสัมพันธ์เชิงรุกและแจ้งเตือนล่วงหน้า 7 วันทุกพื้นที่ สร้างความเชื่อมั่นและลดความสับสนของประชาชน และสื่อสารผ่านสื่อใหม่มากขึ้น เช่น Tiktok เพื่อเข้าถึงกลุ่มเยาวชน</li>



<li>ยกระดับมาตรการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” และแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น เพิ่มความเข้มงวด ควบคุมฝุ่นละอองในช่วงวิกฤตในพื้นที่ป่า เตรียมความพร้อมบุคลากร อุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา ควบคุมฝุ่นละอองจากยานพาหนะและภาคอุตสาหกรรม นำน้ำมันกำมะถันต่ำมาจำหน่ายในช่วงวิกฤต เป็นต้น</li>



<li>ยกระดับการบริหารจัดการเชื้อเพลิงแบบครบวงจร (ชิงเก็บ ลดเผา และระบบบริการการเผาในที่โล่ง) เช่น จัดเก็บเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า และพื้นที่การเกษตร และส่งเสริมให้เกษตรกรนำตอซัง ฟางข้าว และใบอ้อยไปใช้ประโยชน์หรือเพิ่มมูลค่าเพื่อลดการเผา</li>



<li>กำกับดูแลการดำเนินการในทุกระดับ ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมถึงจัดให้มีแพลตฟอร์ม หรือช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือแจ้งเหตุด้านมลพิษ และติดตามการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้</li>



<li>ลดจุดความร้อน ป้องกันและควบคุมการเกิดไฟในทุกพื้นที่ พัฒนาระบบพยากรณ์ความรุนแรงและอันตรายของไฟ จัดทำฐานข้อมูลสำหรับการป้องกัน และควบคุมการเกิดไฟ</li>



<li>ผลักดันกลไกระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยจัดทำ Roadmap และกำหนด เป้าหมายลดจำนวนจุดความร้อน/พื้นที่เผาไหม้ในภูมิภาคอาเซียน</li>



<li>ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนและดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าและฝุ่นละออง</li>
</ol>



<p>ในวาระที่ฝุ่น PM2.5 กลับมาเยือนอีกครั้ง คงต้องรอดูว่าแนวทางจากภาครัฐในปี 2566 นี้ ซึ่งหลายแนวทางก็ยังคงเป็นแนวทางเดิมจากแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ 2562 ว่าจะสามารถจัดการหรือทุเลาปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้หรือไม่&nbsp;</p>



<p>หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project ซึ่งค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง <a href="https://aqicn.org/city/chiang-mai">https://aqicn.org/city/chiang-mai</a>&nbsp;</li>



<li>ค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งหนึ่งอาจจะมีบางเขตของกรุงเทพฯ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกทุกเขต&nbsp;</li>



<li>PM2.5 เทียบกับบุหรี่ <a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence">http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence</a>&nbsp;</li>



<li>แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2562 -2567 กรมควบคุมมลพิษ</li>



<li>โครงการศึกษาแหล่งก าเนิดและแนวทางการจัดการฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน</li>
</ul>



<p>ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล กรมควบคุมมลพิษ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รายชื่อโรงงานที่เชื่อมต่อข้อมูล CEMS กรมอุตสาหกรรม</li>



<li>ข้อมูลงบประมาณกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากเว็บภาษีไปไหน<a href="https://govspending.data.go.th/dashboard/3"> https://govspending.data.go.th/dashboard/3</a></li>
</ul>



<p>ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2022/">https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2022/</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2022/">&lt;strong&gt;ปี 2022 คนกรุงเทพฯ มีวันอากาศดีแค่ 49 วัน สูดฝุ่นพิษ PM2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ 1,224 มวน &lt;/strong&gt;</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2022 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Jan 2023 07:46:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=3057</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3588;&#3656;&#3634;&#3613;&#3640;&#3656;&#3609;&#3607 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2022/">ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2022 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ค่าฝุ่นที่คนกรุงเทพฯ ที่สูดเข้าไปในแต่ละวัน เมื่อลองเทียบกับปริมาณการสูบบุหรี่แล้วจะได้จำนวนเท่าไร</p>



<p>โดยค่าฝุ่นที่ยกมานี้ อ้างอิงจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง และได้นำมาเปรียบเทียบกับปริมาณการสูบบุหรี่ตามทฤษฎีของ Dr. Richard A. Muller นักวิจัยชาวอเมริกันจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Berkeley Earth แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM 2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่า ค่าฝุ่น PM 2.5 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ 1 มวน</p>



<p>เมื่อนำค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของปี 2022 มาคำนวณเปรียบเทียบตามเกณฑ์ของ Dr. Richard Muller ก็จะได้ผลลัพธ์ตามในตารางดังต่อไปนี้</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQw1RVFAWn7FRP7CuoMNTWCG-Jmj3cCYGy-mim9PAd5LKnZACKAnz5lP8lk2nIdf0Z_fZQ-SMt3V6q3/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p>ดาวน์โหลดข้อมูลได้<a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1UYZqzfYNoYLcHIve-JBBlxBgFsKfyz8Cl5_tQlDYEbc/edit#gid=1498451062">ที่นี่</a></p>



<p>อ่านรายงานได้<a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2022">ที่นี่</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2022/">ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2022 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าฝุ่นในเชียงใหม่ ปี 2021 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-chiangmai-pm-25-2021/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Nov 2022 04:07:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=2995</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2021 ที่ผ่านมา คนเชียงใหม่สูดดมฝุ่นพิษ PM 2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่รวม 1379.05 มวน</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-chiangmai-pm-25-2021/">ค่าฝุ่นในเชียงใหม่ ปี 2021 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<p>จากปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในทุกๆ ปี เราจึงลองหาคำตอบว่าสำหรับคนเชียงใหม่ ที่ได้สูดฝุ่นเข้าไปในแต่ละวัน เมื่อลองเทียบกับปริมาณการสูบบุหรี่แล้วจะได้จำนวนเท่าไร</p>



<p>โดยค่าฝุ่นที่ยกมานี้ อ้างอิงจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง และได้นำมาเปรียบเทียบกับปริมาณการสูบบุหรี่ตามทฤษฎีของ Dr. Richard A. Muller นักวิจัยชาวอเมริกันจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Berkeley Earth แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM 2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่า ค่าฝุ่น PM 2.5 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ 1 มวน</p>



<p>เมื่อนำค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของปี 2021 มาคำนวณเปรียบเทียบตามเกณฑ์ของ Dr. Richard Muller ก็จะได้ผลลัพธ์ตามในตารางดังต่อไปนี้</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vS8_n9cWGQzLBYJwTkPyMWTNhjqGeDC5kpw-dilvFviW7W1hZ3aJT0HCfVmGOkoZwmTSkHDV3ys-vhY/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p>หมายเหตุ:<br>อ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project ซึ่งค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง <a href="https://aqicn.org/city/chiang-mai/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://aqicn.org/city/chiang-mai/</a></p>



<p>ค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งหนึ่งอาจจะมีบางเขตของเชียงใหม่ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกทุกเขต </p>



<p>PM2.5 เทียบกับบุหรี่ <a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence" target="_blank" rel="noreferrer noopener">http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence</a></p>



<p></p>



<p><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1woqrNQTyfoj7vt3ocXFlFJM7wMK0Iz9T7MDv-ZXqkWM/edit#gid=576971451">ดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่นี่</a></p>



<p><a href="https://rocketmedialab.co/chiangmai-pm-25-2021/">อ่านรายงานได้ที่นี่</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-chiangmai-pm-25-2021/">ค่าฝุ่นในเชียงใหม่ ปี 2021 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปี 2021 คนกรุงเทพฯ สูดฝุ่นพิษ PM2.5 เท่ากับการสูบบุหรี่ 1,261 มวน</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2021/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jan 2022 04:47:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=787</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2021 คนกรุงเทพฯ อยู่กับอากาศดี 90 วัน มากกว่าปีก่อนหน้า 19 วัน</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2021/">ปี 2021 คนกรุงเทพฯ สูดฝุ่นพิษ PM2.5 เท่ากับการสูบบุหรี่ 1,261 มวน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ในกรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ แม้ในปีที่ผ่านมา (2021) จะถูกพูดถึงน้อยลงเนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 แต่ถึงอย่างนั้นในปี 2021 กรุงเทพฯ ก็ยังติดอันดับที่ 11 ของโลกจาก<a href="https://www.springnews.co.th/news/819372">รายงาน</a>คุณภาพอากาศและจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษทั่วโลก&nbsp;ของเว็บไซต์ IQAir</p>



<p>ก่อนหน้านี้ Rocket Media Lab ได้จัดทำ<a href="https://rocketmedialab.co/pm-25-bkk-2020/">รายงานภาพรวมประจำปี 2020</a> ซึ่งพบว่าคนกรุงเทพฯ ใช้ชีวิตในวันที่ค่าฝุ่นน้อยจัดว่าอากาศดีเพียง 71 วัน และหากคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM 2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่าในปี 2020 ที่ผ่านมาคนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM 2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ ทั้งหมดจำนวน 1,270.07 มวน</p>



<p>ว่าแต่ปี 2021 คนกรุงเทพฯ ได้สูดอากาศดีๆ เพิ่มขึ้นบ้างไหม&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/01/PM25-2021--683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-791" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/01/PM25-2021--683x1024.jpg 683w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/01/PM25-2021--200x300.jpg 200w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/01/PM25-2021--768x1151.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/01/PM25-2021--1025x1536.jpg 1025w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/01/PM25-2021--1366x2048.jpg 1366w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/01/PM25-2021--scaled.jpg 1708w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>กรุงเทพฯ และ PM2.5 ในปี 2021</strong></h3>



<p>จากการทำงานของ Rocket Media Lab ซึ่งทำงานด้านข้อมูลเพื่อการสื่อสารมวลชน โดยอ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project และอ้างอิงค่าระดับคุณภาพอากาศของค่า PM2.5 จากข้อเสนอของ<a href="https://greenpeace.or.th/s/right-to-clean-air/PM2.5CityRankingsREV.pdf">กรีนพีซ</a></p>



<p>พบว่า ในปีที่ 2021 ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ อยู่ในระดับสีแดง หมายถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ มากถึง 12 วัน คิดเป็น 3.29% ระดับสีส้ม หรือมีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มคนที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ&nbsp;61 วัน คิดเป็น 16.71% ระดับสีเหลือง อากาศมีคุณภาพปานกลาง 202 วัน คิดเป็น 55.34% และระดับสีเขียว อากาศมีคุณภาพดี 90 วัน คิดเป็น 24.66%</p>



<p>จากข้อมูลยังพบว่า เดือนที่กรุงเทพฯ อากาศเลวร้ายเต็มไปด้วยฝุ่นพิษมากที่สุดในปี 2021 ยังคงเป็นเดือนมกราคมเช่นเดียวกันกับในปี 2020 โดยวันที่มีค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง สูงสุดแห่งปี คือวันที่ 23 มกราคม 2021 อยู่ในระดับสีแดง สูงถึง 187 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ปี 2020 สูงสุดเพียง 181 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p>และตลอดทั้งเดือนมกราคม 2021 ที่ผ่านมา ไม่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเขียวเลย ส่วนวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง มีจำนวน 11 วัน วันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีส้ม มีจำนวน 13 วัน และมีวันที่ค่าอากาศแบบมาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงฝุ่น PM 2.5 สูงกว่า 150 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในแถบสีแดง มีจำนวน 7 วัน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3 เดือนที่ค่าฝุ่นเลวร้ายที่สุด</strong></h3>



<p>เช่นเดียวกันกับในปี 2020 เดือนมกราคมที่ถึงแม้จะมีวันที่มีค่า PM 2.5 สูงสุดของปี แต่ก็ยังไม่ใช่เดือนที่มีค่าฝุ่นเฉลี่ยสูงสุด โดยเดือนที่มีค่าฝุ่นเฉลี่ยสูงสุดก็คือเดือนกุมภาพันธ์เช่นเดียกวันกับในปี 2020 ซึ่งไม่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเขียว ซึ่งหมายถึงอากาศมีคุณภาพดี ส่วนวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง สีเหลือง มีจำนวน 4 วัน วันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีส้ม ซึ่งหมายถึงมีผลต่อสุขภาพต่อกลุ่มคนที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ มีจำนวน 21 วัน และมีวันที่ค่าอากาศแบบมาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงฝุ่น PM 2.5 สูงกว่า 150 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในแถบสีแดง ซึ่งหมายถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ มีจำนวน 3 วัน&nbsp;</p>



<p>นอกจากเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์แล้ว เดือนที่มีอากาศเลวร้ายเต็มไปด้วยฝุ่นพิษมากเป็นอันดับสามของปี 2021 ซึ่งให้ผลเช่นเดียวกันกับปี 2020 ก็คือเดือนธันวาคม ที่ไม่มีวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเขียวเลย ส่วนวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีเหลือง มีจำนวน 14 วัน วันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์สีส้ม มีจำนวน 15 วัน และมีวันที่ค่าอากาศแบบมาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงฝุ่น PM 2.5 สูงกว่า 150 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในแถบสีแดง มีจำนวน 2 วัน&nbsp;</p>



<p>โดยในปี 2021 ที่ผ่านมา มีเพียง 3 เดือนเท่านั้นที่มีวันที่ค่าอากาศแบบมาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงฝุ่น PM 2.5 สูงกว่า 150 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในแถบสีแดง ซึ่งก็คือ มกราคม กุมภาพันธ์ และธันวาคม&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตามค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งหนึ่งอาจจะมีบางเขตของกรุงเทพฯ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกทุกเขต&nbsp;</p>



<p>สำหรับวันที่ค่าฝุ่นต่ำที่สุดในรอบปี 2021 ในกรุงเทพฯ ก็คือ วันที่ 24 กันยายน ซึ่งมีค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง เพียง 16 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ซึ่งช่วงเวลาใกล้เคียงกับในปี 2020 ที่ค่าฝุ่นต่ำที่สุดในรอบปีในวันที่ 21 กันยายน ซึ่งมีค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง เพียง 26 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) แต่ถึงอย่างนั้นเดือนกันยายนก็ยังไม่ใช่เดือนที่มีอากาศดีที่สุดของปี 2021 ของกรุงเทพฯ&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3 เดือนที่มีอากาศ ‘ดี’ ที่สุด</strong></h3>



<p>สำหรับเดือนที่มีจำนวนวันที่อากาศดีที่สุดในปี 2021 ของกรุงเทพฯ ก็คือเดือนกรกฎาคม (ในขณะที่ปี 2020 คือเดือนมิถุนายน) มีค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ในแถบสีเขียว อันหมายถึงคุณภาพดี มากถึง 22 วัน และวันที่อากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง สีเหลือง อีกจำนวน 9 วัน&nbsp;</p>



<p>รองลงมาคือเดือนกันยายน มีค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ในแถบสีเขียว จำนวน 17 วัน และวันที่อากาศอยู่ในแถบสีเหลือง อีกจำนวน 13 วัน&nbsp;ซึ่งมีลำดับและจำนวนเท่ากับในปี 2020&nbsp;</p>



<p>และอันดับสามเดือนมิถุนายน มีค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ในแถบสีเขียว จำนวน 14 วัน และวันที่อากาศอยู่ในแถบสีเหลือง อีกจำนวน 16 วัน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าค่าฝุ่น PM 2.5 22 ug/m3 = บุหรี่ 1 มวน ปี 2021 ที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ สูบบุหรี่ไปกี่มวน</strong></h3>



<p>จาก<a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence/">งานของ&nbsp;Dr. Richard A. Muller&nbsp;</a>นักวิจัยชาวอเมริกันจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Berkeley Earth แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM 2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่า ค่าฝุ่น PM 2.5 จำนวน 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ 1 มวน ซึ่งหากนำค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของปี 2021 มาคำนวณเปรียบเทียบตามเกณฑ์ของ Dr. Richard Muller จะพบว่า</p>



<p>เดือนกุมภาพันธ์ คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM 2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 163.68 มวน เฉลี่ยวันละ 5.84 มวน (ลดลงจากที่ 2020 ที่จำนวน 166.90 มวน) ขณะที่เดือนมกราคม คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM 2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 170.95 มวน เฉลี่ยวันละ 5.51 มวน (เพิ่มขึ้นจากปี 2020 ที่จำนวน 164.60 มวน) ตามมาด้วยเดือนธันวาคม 148.86 มวน (เพิ่มขึ้นจากปี 2020 ที่จำนวน 146.71 มวน)</p>



<p>แม้แต่ในเดือนที่มีอากาศดีจำนวนมากที่สุดแห่งปี 2021 อย่างเดือนกรกฎาคม เมื่อคำนวณเปรียบเทียบดูแล้ว คนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM 2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่จำนวน 64.86 มวน เฉลี่ยวันละ 2.09 มวน (ลดลงจากปี 2020 ที่จำนวน 73.41 มวน) และในเดือนกันยายน 64.32 มวน (ลดลงจากปี 2020 ที่จำนวน 69.80 มวน) และเดือนมิถุนายน จำนวน 73.41 มวน เฉลี่ยวันละ 2.14 มวน (เพิ่มขึ้นจากปี 2020 ที่จำนวน 66.70 มวน)</p>



<p>โดยรวมแล้วในปี 2021 ที่ผ่านมาคนกรุงเทพฯ สูดดมฝุ่นพิษ PM 2.5 เทียบเท่าการสูบบุหรี่ ทั้งหมดจำนวน 1261.05 มวน ลดลง 9 มวน จากปี 2020 ที่จำนวน 1,270.07 มวน ซึ่งอาจจะพูดได้ว่าปี 2021 อากาศดีกว่าปี 2020 เพียงเล็กน้อย</p>



<p>อย่างไรก็ตาม มีนักวิชาการชี้ว่าควันพิษจากบุหรี่นั้นมีสารพิษมากกว่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ข้อสังเกตเรื่องการเปรียบเทียบค่าฝุ่น PM2.5 และระดับคุณภาพอากาศ</strong></h3>



<p>ในรายงานนี้อ้างอิงระดับความเป็นอันตรายต่อสุขภาพตามข้อเสนอของ<a href="https://greenpeace.or.th/s/right-to-clean-air/PM2.5CityRankingsREV.pdf">กรีนพีซ</a>เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เสนอให้ใช้ดัชนีคุณภาพอากาศ PM2.5 (PM2.5 Air Quality Index) โดยมีเกณฑ์ดังนี้ 0-50 คุณภาพอากาศดี&nbsp; 51-100 คุณภาพปานกลาง 101-150 มีผลต่อสุขภาพของกลุ่มคนที่มีสัมผัสไวต่อมลพิษ 151-200 มีผลกระทบต่อสุขภาพ 201-300 มีผลกระทบต่อสุขภาพมาก 301 อันตราย</p>



<p>โดยปรกติแล้วการบอกระดับคุณภาพอากาศด้วยแถบสีและเกณฑ์การอธิบายว่าอากาศมีคุณภาพอย่างไร มักจะถูกใช้เทียบกับค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ซึ่งรวมความเข้มข้นของสารมลพิษทางอากาศ 6 ชนิด คือ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5), คือ ฝุ่นละองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10), ก๊าซโอโซน (O3), ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NO2)</p>



<p>การใช้ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เพื่อแสดงระดับคุณภาพอากาศนั้น จะมีเกณฑ์แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เช่น ตามแนวทางของ <a href="https://apps.who.int/iris/bitstream/handle/10665/345329/9789240034228-eng.pdf">WHO</a> มีการปรับแก้ค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงว่าไม่ควรเกิน 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (จากเดิม 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) มากกว่านั้นคือว่าระดับ PM2.5 ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ในขณะที่ประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือสหรัฐอเมริกา และมาเลเซียกำหนดไว้ที่ 35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และสิงคโปร์กำหนดไว้ที่ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p>ส่วนในการเทียบเคียงนั้นก็มีเกณฑ์แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศเช่นเดียวกัน ในสหรัฐอเมริกา ค่า AQI 0-50 เทียบเท่ากับค่า PM2.5 0-12 ค่า AQI 51-100 เทียบเท่ากับค่า PM2.5 12-35 ซึ่งก็ตรงกับเกณฑ์ของประเทศที่กำหนดไว้ว่าค่า PM2.5 ไม่ควรเกิน 35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p>



<p>ส่วนในประเทศไทยเอง จากข้อมูลของกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ กำหนดเกณฑ์ไว้ว่า ค่า AQI 0-25 เทียบเท่ากับค่า PM2.5 0-25 ค่า AQI 26-50 เทียบเท่ากับค่า PM2.5 26-37 ค่า AQI 51-100 เทียบเท่ากับค่า PM2.5 38-50 ค่า AQI 101-200 เทียบเท่ากับค่า PM2.5 51-90 และ ค่า AQI มากกว่า 200 เทียบเท่ากับค่า PM2.5 91 ขึ้นไป นั่นก็เท่ากับว่า ในไทยค่า AQI 101 ขึ้นไป หรือ PM2.5 51 ขึ้นไปจึงถือได้ว่าเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และ AQI มากกว่า 200 หรือ PM2.5 91 ขึ้นไป จึงถือว่า “มีผลกระทบต่อสุขภาพ” ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าการกำหนดค่าของไทยนั้นนอกจากจะไม่สอดคล้องกับคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกแล้ว ยังเป็นการกำหนดค่าที่สูงกว่าในหลายๆ ประเทศ ทำให้แม้ค่าฝุ่น PM2.5 จะสูงแต่การให้ความหมายถึงระดับคุณภาพอากาศยังไม่ถือว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="734" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/01/tan-kaninthanond-VEVfbQtyB8s-unsplash-734x1024.jpg" alt="" class="wp-image-792" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/01/tan-kaninthanond-VEVfbQtyB8s-unsplash-734x1024.jpg 734w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/01/tan-kaninthanond-VEVfbQtyB8s-unsplash-215x300.jpg 215w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/01/tan-kaninthanond-VEVfbQtyB8s-unsplash-768x1072.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/01/tan-kaninthanond-VEVfbQtyB8s-unsplash-1100x1536.jpg 1100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/01/tan-kaninthanond-VEVfbQtyB8s-unsplash-1467x2048.jpg 1467w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2022/01/tan-kaninthanond-VEVfbQtyB8s-unsplash-scaled.jpg 1834w" sizes="(max-width: 734px) 100vw, 734px" /><figcaption class="wp-element-caption">Photo by Tan Kaninthanond on Unsplash</figcaption></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"><strong>การแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5</strong></h3>



<p>ฝุ่น PM2.5 ถือเป็นวาระปัญหาระดับชาติ และในระดับเขตการปกครองในพื้นที่นั้นๆ ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2019 คณะรัฐมนตรี มีมติให้ “การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละออง” เป็นวาระแห่งชาติ โดยมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ โดยมีแนวทางดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>พัฒนาเครือข่ายการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ</li>



<li>ทบทวนปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์</li>



<li>ส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีในการติดตามตรวจสอบ การวิเคราะห์ และนวัตกรรมเพื่อลดมลพิษทางอากาศ</li>



<li>แก้ปัญหามลพิษข้ามชายแดน</li>



<li>จัดทำบัญชีระบายมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิด</li>



<li>พัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบเฝ้าระวังเป็นหนึ่งเดียว</li>



<li>พัฒนาระบบคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง</li>
</ul>



<p>นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาแผนปฏิบัติราชการรายปี พ.ศ. 2564 ของกรมควบคุมมลพิษจะพบว่า ในเรื่องการจัดการคุณภาพอากาศและเสียง ใช้งบประมาณ 20,992 ล้านบาท และหากพิจารณาเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ PM2.5 ซึ่งมีการกล่าวถึงในเอกสารดังกล่าวว่า&nbsp;</p>



<p>“แก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยขับเคลื่อนการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” และเผยแพร่ข้อมูลคุณภาพอากาศผ่านช่องทางต่างๆ”</p>



<p>โดยมีแผนงาน/โครงการสำคัญ คือ&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>กำหนดมาตรฐานการควบคุมการระบายมลพิษทางอากาศของปริมาณรวมและเชิงพื้นที่</li>



<li>เร่งรัดการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศที่ยังเป็นปัญหาเฉพาะพื้นที่</li>



<li>สร้างความเข้มแข็งในชุมชนในการติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังป้องกันและแก้ปัญหามลพิษในพื้นที่ของตน</li>



<li>กำหนดมาตรการควบคุมปริมาณการจราจรหรือยานพาหนะในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น</li>



<li>พัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางด้านคุณภาพอากาศและเสียง</li>



<li>มีระบบการแจ้งเตือนปัญหามลพิษทางอากาศที่สามารถเข้าถึงและทันเหตุการณ์</li>
</ul>



<p>ในส่วนระดับพื้นที่นั้น เมื่อพิจารณากรุงเทพมหานคร จะพบว่า รับผิดชอบโดยสำนักสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2020 สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ได้รับงบประมาณในด้านการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและเสียง 66,538,352 บาท และหากพิจารณาเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ PM2.5 ซึ่งมีการกล่าวถึงในแผนปฏิบัติการประจำปี 2564 ว่า&nbsp;</p>



<p>“ปัญหาสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานครปัจจุบันมีแนวโน้มสถานการณ์แตกต่างไปจากเดิม จะเห็นได้ จากในปี 2562 กรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจาก การเผาไหม้เชื้อเพลิงจากรถยนต์ ประกอบกับสภาพอากาศปิด ความกดอากาศสูง ทำให้ระดับมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก เกิดการสะสมตัวในบรรยากาศมากขึ้น โดย กรุงเทพมหานครต้องเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการระดมทุกภาคส่วนต่างๆ ฉีดพ่นน้ำเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง และร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาในระยะยาว”</p>



<p>โดยมีแผนงาน/โครงการสำคัญ คือ&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ตรวจจับรถยนต์ควันดำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;</li>



<li>การตรวจวัดรถสองแถว (ในซอย) ควันดำร่วมกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)&nbsp;</li>



<li>ตรวจวัดมลพิษจากรถราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;</li>



<li>รณรงค์ขอความร่วมมือเจ้าของรถหรือผู้ขับขี่รถหมั่นบำรุงรักษาเครื่องยนต์เพื่อลดมลพิษ&nbsp;</li>



<li>ตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมฝุ่นละอองและเสียง&nbsp;</li>
</ul>



<p>และหากพิจารณาดูที่โครงการ/กิจกรรมรองรับมาตรการ จะพบว่ามีดังต่อไปนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ฝึกอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมมลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานคร (งบประมาณ 190,000 บาท)</li>



<li>ตรวจวัดรถยนต์ควันดำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (ไม่ใช้งบประมาณ)</li>



<li>โครงการส่องรถยนต์ควันดำ (ไม่ได้รับงบประมาณ)</li>



<li>ตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง (ไม่ใช้งบประมาณ)</li>



<li>พัฒนาระบบสารสนเทศด้านการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อมและการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้ในรายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานคร (ไม่ได้รับงบประมาณ)</li>



<li>โครงการปิ้งย่างลดมลพิษ (ไม่ได้รับงบประมาณ)</li>



<li>จ้างเหมาเดินระบบพร้อมบำรุงรักษาสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศติดตั้งบนเสาเหล็กและแบบเคลื่อนที่ (งบประมาณ 38,256,500 บาท)&nbsp;</li>



<li>โครงการหน่วยเคลื่อนที่เร็วบรรเทาฝุ่นละออง (ไม่ใช้งบประมาณ)</li>



<li>โครงการจัดตั้งศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานคร (ไม่ได้รับงบประมาณ)</li>



<li>โครงการถนนอากาศสะอาด (ไม่ได้รับงบประมาณ)</li>



<li>โครงการแชะ &amp; แชร์ร่วมแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ (ไม่ได้รับงบประมาณ)</li>
</ul>



<p>จะเห็นได้ว่าในส่วนของการทำงานของกรุงเทพมหานคร ภายใต้สำนักสิ่งแวดล้อมนั้น งบประมาณเกือบทั้งหมดในส่วนของการดูแลคุณภาพอากาศใช้ไปกับการเดินระบบพร้อมบำรุงรักษาสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ในขณะที่ส่วนอื่นๆ คือการประสานความร่วมมือ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรตำรวจ ขสมก. และองค์กรภาคธุรกิจและประชาชนต่างๆ รวมไปถึงโครงการปลูกต้นไม้ต่างๆ&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ยังพบการทำงานของกรุงเทพมหานคร ในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในด้านอื่นๆ เช่น โครงการการทำความสะอาดเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองสะสมในอากาศและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีการฉีดล้างผิวจราจร ทางเท้า สะพานลอยคนข้าม, เช็ดทำความสะอาดป้ายรถประจำทาง ที่พักผู้โดยสาร จุดสัมผัสร่วมต่างๆ บริเวณพื้นที่สาธารณะ, ฉีดล้างลดฝุ่นไม้พุ่ม ไม้ยืนต้น&nbsp;</p>



<p>รวมไปถึงโครงการ “แผนประชาสัมพันธ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในกรุงเทพมหานคร” ซึ่งอยู่ในแผนงบประมาณปี 2565 โดยการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งข่าว อินโฟกราฟิก บทความ สารคดี ฯลฯ เผยแพร่ผ่านสื่อสารมวลชนและสื่ออื่นๆ เพื่อให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจนโยบายการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ของกรุงเทพมหานคร ลดความไม่พอใจต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ตลอดจนให้การสนับสนุนและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ฝุ่น PM2.5 มาจากไหน</strong></h3>



<p>จากข้อมูลของสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ซึ่งมาจากการศึกษาสัดส่วนการระบายมลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานคร พบว่าฝุ่นละออง PM2.5 มีสาเหตุหลักมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงซึ่งมีแหล่งกำเนิดหลักมาจากภาคการขนส่งทางถนนระบายฝุ่น PM2.5 มากที่สุด ร้อยละ 72.5 รองลงมาได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรม ร้อยละ 17 การเผาในที่โล่ง ร้อยละ 5 และอื่นๆ ร้อยละ 5.5&nbsp;</p>



<p>จาก<a href="https://www.thairath.co.th/news/local/2274460">การสัมภาษณ์</a>ของรศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช&nbsp;อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเกษตร ทางไทยรัฐออนไลน์ ยังกล่าวอีกว่า&nbsp;</p>



<p>“แนวโน้ม “ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล” น่าจะพีกสูงสุดเดือน ม.ค.2565 เพราะมีการเผาภาคเกษตรแถบภาคกลาง และภาคตะวันตก โดยเฉพาะการเผานาข้าว เผาอ้อย ตามดาวเทียมวัดค่าความร้อนกระจุกตัวในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา&#8230;กระแสลมก็นำพาฝุ่นพิษทั้งหลายมาในกรุงเทพฯและปริมณฑลนี้</p>



<p>“แล้วมาเจอ “โรงงานอุตสาหกรรม” ปล่อยมลพิษประจำในช่วงนี้ “รถบรรทุกน้ำมันดีเซลยูโร 3” ก็ยังวิ่งปล่อยควันดำเกลื่อนเมือง ทำให้ฝุ่นพีเอ็ม2.5 สะสมเพิ่มมากขึ้นด้วยพื้นที่กรุงเทพฯถูกล้อมรอบตึกสูง ในฤดูหนาวมักมี “ปรากฏการณ์ฝาชีครอบต่ำ” ลมนิ่งอากาศถ่ายเทไม่ดี มีพื้นที่สีเขียวน้อยไม่มีตัวช่วยดูดซับมลพิษ กลายเป็นแหล่งสะสมกักเก็บฝุ่น PM 2.5 อย่างดี ฉะนั้น “ปัญหามลพิษอากาศในกรุงเทพฯ” มักมีตัวแปรต้องพึ่งพากระแสลมเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์เป็นหลัก”&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ Rocket Media Lab ได้สัมภาษณ์อาจารย์ ดร.สินีนาถ ศุกลรัตนเมธี อาจารย์ประจำหลักสูตรภูมิสถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งให้ความคิดเห็นที่น่าสนใจไว้ว่า</p>



<p>“นอกจากประเด็นเรื่องกระแสและทิศทางลมแล้ว เราอาจจะต้องดูเรื่องรูปแบบอาคารของผังเมืองด้วย ว่ามันบล็อคอยู่หรือไม่ อย่างไร การ flood อากาศดี อากาศเสียของเมือง เป็นอย่างไร ขาดแคลนตรงไหน อะไร อย่างไร การทำ simulation อาจจะช่วยได้ ตรงไหนที่เป็นพื้นที่ที่มันสกปรกในเรื่องของอากาศที่สุด มีรูปแบบอาคารของผังเมืองอย่างไร อากาศถูกบล็อคไหม เพราะกรุงเทพฯ อากาศมันไม่ได้สกปรกเท่ากันทั้งหมดหรอกใช่ไหม มัน simulate ได้ แล้วลองเอามาวางแพลนดู ว่าจะจัดการในแต่ละพื้นที่อย่างไร</p>



<p>“เช่น ถ้าเราบอกว่าจะจัดการโดยการปลูกต้นไม้ มันอาจจะปลูกต้นไม้บางโซนรอบลาดกระบังหรือเปล่า เพื่อที่จะทำตัวเป็น buffer ไม่ให้อากาศเสียมันไหลเข้ามา หรืออย่างในต่างประเทศเขาย้ายแหล่งกำเนิดอากาศเสียที่มันอยู่ต้นลมออกไปเลย เราอาจจะต้องศึกษาและวางแผนให้เชื่อมโยงกันทั้งเมือง และเชื่อมโยงยังเรื่องอื่นๆ การแก้ปัญหาด้วยการฉีดน้ำมันอาจจะไม่ช่วยอะไร”</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การเคลื่อนไหวด้านกฎหมายและภาคประชาชน</strong></h3>



<p>ในแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” มีการกล่าวถึงการพิจารณาในด้านกฎหมายว่า “กำหนดค่ามาตรฐาน PM2.5 ในบรรยากาศเฉลี่ยรายปีให้เป็นไปตามเป้าหมายระยะที่ 3 ขององค์การอนามัยโลก, ปรับปรุง พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 รวมทั้งศึกษาความเหมาะสม เรื่องกฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act) รวมถึงการพิจารณาความเหมาะสมในการจัดระเบียบการเผาภาคการเกษตร”&nbsp;</p>



<p>ในประเด็นเรื่องกฎหมายอากาศสะอาด จากการรวบรวมข้อมูลของ iLaw (<a href="https://ilaw.or.th/node/5834">1</a>, <a href="https://www.facebook.com/iLawClub/posts/10166251226455551">2</a>) พบว่าในช่วงปี 2020 จนถึงปี 2021 มีร่างกฎหมายเกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหามลพิษและเกี่ยวข้องกับอากาศสะอาด รวม 5 ฉบับ ได้แก่&nbsp;</p>



<p>1)&nbsp;ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อประชาชน พ.ศ. &#8230;.&nbsp;เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย&nbsp;</p>



<p>2)&nbsp;ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. &#8230; เสนอโดย หอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ สมาคมการค้า สภาอุตสาหกรรมจังหวัด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และเครือข่ายภาคประชาสังคม&nbsp;</p>



<p>3)&nbsp;ร่าง พ.ร.บ.การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. &#8230;.&nbsp; เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล</p>



<p>4)&nbsp;ร่าง พ.ร.บ.กำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ พ.ศ. &#8230;. เริ่มโดยเครือข่ายอากาศสะอาด &nbsp;</p>



<p>5) ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อประชาชน พ.ศ. &#8230;. เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ&nbsp;</p>



<p>โดยร่างกฎหมายสามฉบับแรกถูกปัดตกไปแล้ว ส่วนร่าง พ.ร.บ.กำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ พ.ศ. &#8230;. จะยื่นรายชื่อประชาชน 24,000 คนต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 21 มกราคม นี้ และร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อประชาชน พ.ศ &#8230;. ที่เสนอโดยส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นอยู่ทางเว็บไซต์ของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;</p>



<p>ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 มกราคม องค์กรกรีนพีซ ประเทศไทย ได้ยื่นหนังสือต่อ​​กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงอุตสาหกรรมเรียกร้องให้ปฏิบัติตามแผน “การแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศด้านฝุ่นละออง” ปี 2562 เพื่อคืนอากาศสะอาดให้แก่คนไทย และยังเรียกร้องให้ปรับค่ามาตรฐาน PM2.5 ในบรรยากาศทั่วไป เป็น 37 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรสำหรับค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง และ 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรสำหรับค่าเฉลี่ยรายปีอีกด้วย&nbsp;</p>



<p></p>



<p>*หมายเหตุ:&nbsp;</p>



<p>อ้างอิงข้อมูลสถิติจากเว็บไซต์ <a href="https://aqicn.org/data-platform/register/">The World Air Quality Index Project</a> ซึ่งค่าฝุ่นเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง <a href="https://aqicn.org/city/bangkok/">https://aqicn.org/city/bangkok/</a>&nbsp;</p>



<p>ค่าฝุ่นในแต่ละวันตามสถิติจากเว็บไซต์ The World Air Quality Index Project เป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง จึงอาจเป็นไปได้ว่าในวันหนึ่งๆ อาจจะมีบางเขตของกรุงเทพฯ ที่มีค่าฝุ่นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและมีบางเขตที่มีค่าฝุ่นต่ำกว่าเฉลี่ย หรือแม้กระทั่งมีค่าฝุ่นอยู่ในปริมาณที่ใกล้เคียงกันในทุกๆ เขต&nbsp;</p>



<p>PM2.5 เทียบกับบุหรี่<a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence"> http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence</a></p>



<p></p>



<p>ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2021" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2021</a><a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2021"> </a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2021/">ปี 2021 คนกรุงเทพฯ สูดฝุ่นพิษ PM2.5 เท่ากับการสูบบุหรี่ 1,261 มวน</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2021 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2021/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jan 2022 04:47:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[bangkokindex]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=790</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2021 คนกรุงเทพฯ สูดฝุ่นพิษ PM 2.5 เท่ากับการสูบบุหรี่ 1,261.05 มวน ลดลง 9 มวนจากปี 2020</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2021/">ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2021 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>จากปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในทุกๆ ปี เราจึงลองหาคำตอบว่าสำหรับคนกรุงเทพฯ ที่ได้สูดฝุ่นเข้าไปในแต่ละวัน เมื่อลองเทียบกับปริมาณการสูบบุหรี่แล้วจะได้จำนวนเท่าไร</p>



<p>โดยค่าฝุ่นที่ยกมานี้ อ้างอิงจากเว็บไซต์ <a href="https://aqicn.org/city/bangkok/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">The World Air Quality Index Project </a>ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง และได้นำมาเปรียบเทียบกับปริมาณการสูบบุหรี่ตามทฤษฎีของ <a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence">Dr. Richard A. Muller </a>นักวิจัยชาวอเมริกันจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Berkeley Earth แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM 2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่า ค่าฝุ่น PM 2.5  22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ 1 มวน</p>



<p>เมื่อนำค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของปี 2021 มาคำนวณเปรียบเทียบตามเกณฑ์ของ Dr. Richard Muller ก็จะได้ผลลัพธ์ตามในตารางดังต่อไปนี้</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQ_wfXgfsNzg7AXNVuz0i-sIGAVMQ2NkW4JOiCs6CF6ubnxYk1FyguOr2Zr_8g0GAeVimhhDtRD-VjS/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p>ดาวน์โหลดข้อมูลได้<a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1IUEqGNvHO-QxAbn_PyuFRZGUCX8HvYVeajV84eoyUvY/edit#gid=1333447901" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ที่นี่</a></p>



<p>อ่านรายงานได้<a href="https://rocketmedialab.co/bkk-pm-25-2021/">ที่นี่</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-bkk-pm-25-2021/">ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2021 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าทั่วโลก [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-ecigarette/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Nov 2021 08:02:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[economy]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เปรียบเทียบประเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=695</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3585;&#3634;&#3619;&#3606;&#3585;&#3648;&#3606;&#3637 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-ecigarette/">สถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าทั่วโลก [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>การถกเถียงเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ไฟฟ้ายังคงหาข้อสรุปไม่ได้ ฝั่งผู้สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้ามองว่า นี่เป็นการช่วยเหลือคนนับล้านที่พยายามเลิกบุหรี่ ขณะที่ฝั่งคัดค้านมองว่าจะก่อให้เกิดผู้เสพติดบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมาแทน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว ความคิดเห็นที่ไม่ลงรอยกันระหว่างฝ่ายต่างๆ เช่นนี้มีขึ้นในหลายประเทศ และแต่ละประเทศก็มีแนวทางตอบสนองต่อสถานการณ์ที่บุหรี่ไฟฟ้ากำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ที่แตกต่างกัน</p>



<p>จากประเด็นนี้ Rocket Media Lab ชวนสำรวจสถานการณ์มาตรการทางกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้าทั่วโลกว่าจัดการกันอย่างไร ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของบุหรี่ไฟฟ้า</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQQfuiCDA3uoxe27z6zJR_gjazG18He7izbrLz-JeY3OOMDAKygYH1sS-H-GqKLNQ/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p>อ่านรายงานได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/ecigarette/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://rocketmedialab.co/ecigarette/</a></p>



<p></p>



<p>หมายเหตุ</p>



<ul class="wp-block-list"><li>เนื่องจากข้อมูลชุดนี้รวบรวมจากฐานข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายและนโยบายยาสูบในประเทศต่างๆ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลาหนึ่งให้ได้มากที่สุด ขณะที่นโยบายด้านบุหรี่ไฟฟ้าของแต่ละประเทศมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา อาจมีข้อมูลต่างจากที่นำเสนอ Rocket Media Lab พร้อมปรับแก้ข้อมูลเพื่อความสมบูรณ์ถูกต้องในการนำไปใช้หรืออ้างอิงในโอกาสต่อไป โดยสามารถแจ้งได้ที่ contact.rocketmedialab [at] gmail.com</li></ul>



<p>เอกสารอ้างอิง</p>



<p>Ajay Shah, John Britton &amp; Ilze Bogdanovica (2021) Developing a novel e-cigarette regulatory and policy control scale: results from the European Union, Drugs: Education, Prevention and Policy, DOI: 10.1080/09687637.2021.1959520</p>



<p>Campus, B., Fafard, P., St Pierre, J., &amp; Hoffman, S. (2021). Comparing the regulation and incentivization of e-cigarettes across 97 countries. <em>Social Science &amp; Medicine</em>, 114187. doi: 10.1016/j.socscimed.2021.114187</p>



<p>GGTC. (2021, May 28). <em>E-cigarette ban &amp; regulation: Global status as of February 2021</em>. <a href="https://landing.ggtc.world/2021/05/28/e-cigarette-ban-regulation-global-status-as-of-february-2021/">https://landing.ggtc.world/2021/05/28/e-cigarette-ban-regulation-global-status-as-of-february-2021/</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-ecigarette/">สถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าทั่วโลก [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายดีไหม ทั่วโลกจัดการอย่างไรบ้าง</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/ecigarette/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Nov 2021 06:41:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[economy]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เปรียบเทียบประเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=692</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3610;&#3640;&#3627;&#3619;&#3637;&#3656;&#3652;&#3615 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/ecigarette/">บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายดีไหม ทั่วโลกจัดการอย่างไรบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>บุหรี่ไฟฟ้ากลับมาเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังจากเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2565 ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.) ครั้งที่ 1/2565 มีมติเห็นชอบให้คงมาตรการ ห้ามนำเข้าและห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า ตามจุดยืนของประเทศไทยในฐานะประเทศรัฐภาคีภายใต้กรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก เพื่อป้องกันเด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ที่ไม่สูบบุหรี่ รวมถึงประชาชนทุกคน ไม่ให้ได้รับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภท</p>



<p>ย้อนไปก่อนหน้านี้ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้<a href="https://www.thairath.co.th/news/politic/2211202">สัมภาษณ์</a>สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 ว่า ตนเองกำลังศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า เพราะมองว่าการทำให้เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายจะสามารถลดอันตรายแก่ผู้สูบได้ พร้อมระบุว่าเครื่องยาสูบที่เป็นไฟฟ้าถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ 67 ประเทศทั่วโลกมีการยอมรับบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว นอกจากนี้ยังหยิบยกเหตุผลว่า เนื่องจากโรงงานยาสูบและผู้ปลูกยาสูบเองก็มีรายได้ลดลง เนื่องจากคนนิยมไปสูบบุหรี่นำเข้า หรือบุหรี่ที่ลักลอบนำเข้ามา แต่ต่อมานายสาธิต วงศ์หนองเตย รมช.กระทรวงสาธารณสุข<a href="https://www.matichon.co.th/politics/news_3020361">ออกมาปฏิเสธ</a>ว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย</p>



<p>ปัจจุบัน บุหรี่ไฟฟ้าเป็นของต้องห้ามในประเทศไทย โดยถูกจัดว่าผิดกฎหมายและห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาดตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2557 ภายใต้พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ผู้ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับเป็นเงิน 5 เท่าของสินค้าที่นำเข้า หรือทั้งจำทั้งปรับพร้อมถูกริบสินค้า และพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 244 ที่บัญญัติว่า “ผู้ใดนำเข้าของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการทางศุลกากรเข้าในราชอาณาจักร หรือส่งของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักร หรือนำของเข้าเพื่อการผ่านแดน หรือการถ่ายลำเลียงโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัด หรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น ซึ่งความผิดที่ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งของที่มิได้ผ่านพิธีการศุลกากรจะได้รับคือ ความผิดฐานสนับสนุนการกระทำความผิด</p>



<p>ถึงกระนั้นก็ยังมีผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยอยู่จำนวนหนึ่ง แต่จำนวนผู้สูบยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ไม่สามารถระบุตัวเลขได้แน่ชัด ขณะที่<a href="https://www.posttoday.com/social/general/665060">เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า</a>ซึ่งเรียกร้องให้มีการควบคุมการสูบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกกฎหมายระบุว่า มีผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยราว 2 ล้านคน แต่หลังจากนั้นมี<a href="https://curadio.chula.ac.th/Breaking-News-Detail.php?id=119062">การแถลงข่าวเปิดเผย</a>ผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติซึ่งร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า โครงการสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพประชากร ปี 2564 พบว่า ประชากรไทยที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า มีจำนวน 78,742 คน คิดเป็นอัตรา 0.14%</p>



<p>บุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นประเด็นร้อนที่ถกเถียงในแวดวงสาธารณสุขและนโยบายสาธารณสุขในต่างประเทศ เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ฟากผู้สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าให้เหตุผลว่า เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าเมื่อเทียบกับบุหรี่ทั่วไป ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกปีละหลายล้านคน แต่ตัวเลขจำนวนผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นเยาวชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วสร้างความตื่นตระหนกว่า คนรุ่นใหม่จะหันมาเสพติดนิโคตินผ่านอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้าซึ่งจำนวนหนึ่งมีนิโคตินเข้มข้น ขณะเดียวกันหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้ปลอดภัยในระยะยาวก็ยังไม่มากพอ หลายประเทศมีรายงานผู้ป่วยและเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของบุหรี่ไฟฟ้าที่อาจไปไกลเกินกว่าการควบคุมดูแลและผลการวิจัย&nbsp;</p>



<p>ท่ามกลางการอภิปรายประเด็นนี้กันอย่างกว้างขวางทั้งในและนอกประเทศ และในโอกาสที่จะมีการประชุมว่าด้วยกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (The WHO Framework Convention on Tobacco Control) ครั้งที่ 9 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ Rocket Media Lab จึงชวนมาสำรวจสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศต่างๆ และมาตรการที่เกี่ยวข้อง</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" data-id="716" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/1-edited-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-716" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/1-edited-1024x683.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/1-edited-300x200.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/1-edited-768x512.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/1-edited-1536x1024.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/1-edited-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</figure>



<p><strong>ประเทศที่ห้าม-อนุญาตจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า</strong></p>



<p>จากการรวบรวมข้อมูลของ Rocket Media Lab ทั้งจากข้อมูลที่เผยแพร่โดย <a href="https://landing.ggtc.world/2020/02/24/e-cigarette-ban-regulation-global-status-as-of-february-2020/">ศูนย์ธรรมาภิบาลนานาชาติในการควบคุมยาสูบ (Global Centre for Good Governance in Tobacco Control หรือ GGTC)</a> ที่รวบรวมข้อมูลจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2021 และแหล่งข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม พบว่า มี 35 ประเทศห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า มี 3 ประเทศที่ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าที่มีสารนิโคติน ได้แก่ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ศรีลังกา ส่วนประเทศที่อนุญาตให้ขายบุหรี่ไฟฟ้าได้ภายใต้กฎหมายควบคุมมี 73 ประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้มี 34 ประเทศที่ควบคุมนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า</p>



<p>ขณะที่ญี่ปุ่นไม่มีมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าแบบไม่มีนิโคติน (Non-nicotine e-cigarettes) บุหรี่ไฟฟ้าแบบที่มีนิโคตินได้รับการควบคุมตามกฎหมายผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ อย่างไรก็ตามยังไม่มีบุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคตินได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข ส่วน heat-not-burn tobacco product อยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมายยาสูบ และเก็บภาษีตามกฎหมายยาสูบด้วย ข้อมูลในตารางเป็นบุหรี่ไฟฟ้าแบบมีนิโคติน&nbsp;</p>



<p>ส่วนใน<a href="https://www.health.gov.au/health-topics/smoking-and-tobacco/about-smoking-and-tobacco/about-e-cigarettes#are-ecigarettes-legal">ออสเตรเลีย</a> <a href="https://globaltobaccocontrol.org/en/policy-scan/e-cigarettes/countries?country=61">บุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่มีสารนิโคตินเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค</a> แต่ละรัฐมีกฎหมายแตกต่างกัน มาตรการหลักเดียวกันคือ การกำหนดอายุขั้นต่ำ ห้ามใช้ในที่สาธารณะ และข้อห้ามเกี่ยวกับการโฆษณาและส่งเสริมการขาย ส่วนบุหรี่ไฟฟ้าแบบที่มีสารนิโคติน ใช้และนำเข้าได้เฉพาะมีใบสั่งยาจากแพทย์ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564 ด้าน<a href="https://www.tobaccocontrollaws.org/legislation/country/sri-lanka/ec-policies">ศรีลังกา</a> ห้ามบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนประกอบของยาสูบ&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม กฎหมายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าในแต่ละประเทศยังคงมีการแก้ไขเป็นระยะตามการถกเถียงในแต่ละช่วงเวลา เช่นที่ เม็กซิโก ที่เคยประกาศห้ามนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า แต่พฤศจิกายน 2562 ศาลฎีกาตัดสินว่ากฎหมายนี้ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่ามีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายหลังคำตัดสิน&nbsp;</p>



<p><strong>มาตรการกำกับดูแลบุหรี่ไฟฟ้าทั่วโลก</strong></p>



<p>ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น ในช่วง 4-5 ปีมานี้ บุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่รัฐบาลประเทศต่างๆ ให้ความสนใจ เนื่องจากมีผู้ใช้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และถูกมองว่าสามารถใช้เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้สูบบุหรี่ที่ต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สูบน้อยลง จนนำไปสู่การเลิกบุหรี่ได้ในที่สุด รวมถึงมีรายงานเกี่ยวกับอันตรายจากการใช้งาน เช่น มี<a href="https://www.nbcnews.com/think/health-technology/fda-approved-vaping-device-first-time-ex-smokers-are-shuddering-rcna3521">รายงาน</a>จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ สหรัฐอเมริกาว่า ในปี 2563 ผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าเสียชีวิตอย่างน้อย 68 คน ขณะเดียวกัน<a href="https://www.who.int/news-room/q-a-detail/tobacco-e-cigarettes">องค์การอนามัยโลก (WHO)</a> ยังเห็นว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นภัยต่อสุขภาพและไม่ปลอดภัย แม้จะยังไม่มีรายงานผลกระทบระยะยาวและการเปรียบเทียบระหว่างบุหรี่ทั่วไปและบุหรี่ไฟฟ้า ด้วยเหตุที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้แน่ชัด แต่ละประเทศจึงมีแนวทางจัดการกับบุหรี่ไฟฟ้าที่แตกต่างกันออกไป และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</p>



<p>จากการรวบรวมข้อมูลมาตรการทางกฎหมายใน 73 ประเทศที่อนุญาตให้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าจาก <a href="https://globaltobaccocontrol.org/en/policy-scan/e-cigarettes/countries?country=61">Institute for Global Tobacco Control</a>, <a href="https://www.tobaccocontrollaws.org/legislation">Campaign for Tobacco-Free Kids</a> และ Ajay Shah, John Britton &amp; Ilze Bogdanovica (2021) ระหว่างกุมภาพันธ์ 2563-กันยายน 2564 พบว่า แต่ละประเทศมีแนวทางในการจัดการกับบุหรี่ไฟฟ้าที่แตกต่างกันอย่างมาก มีทั้งประเทศที่ไม่มีมาตรการควบคุมใดๆ เลยจนถึงระบุรายละเอียดว่า ห้ามสูบบุหรี่ไฟฟ้าในรถที่มีเด็กโดยสารอยู่ด้วย ในภาพรวมจากทั้งหมด 76 ประเทศ (รวมออสเตรเลีย ญี่ปุ่นและศรีลังกาที่มีมาตรการสำหรับบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่มีสารนิโคติน) ส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่าต้องจำกัดอายุขั้นต่ำของผู้ซื้อ คิดเป็น 81.57% (62 ประเทศ) หรือมากกว่า 3 ใน 4 ที่มีกฎหมายกำหนดให้ผู้ซื้อบุหรี่ไฟฟ้าต้องอายุ 18 ปีขึ้นไป เช่นเดียวกับการจำกัดการโฆษณาและส่งเสริมการขาย ซึ่งราว 70% (50-56 ประเทศ) มีมาตรการควบคุมด้านนี้ รวมถึงการห้ามสูบในพื้นที่สาธารณะ 73.61% (53 ประเทศ)</p>



<p>มาตรการกำกับดูแลบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศต่างๆ ครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list"><li>การจำหน่ายและการกำหนดอายุขั้นต่ำ</li><li>การควบคุมผลิตภัณฑ์ ปริมาณและความเข้มข้นของนิโคติน ความปลอดภัยและความสะอาดส่วนประกอบของอุปกรณ์ กลิ่นและรส</li><li>การโฆษณา ส่งเสริมการขายและให้การสนับสนุนกิจกรรม</li><li>บรรจุภัณฑ์ คำเตือนด้านสุขภาพ</li><li>ความปลอดภัยกับเด็ก</li><li>การขออนุญาตก่อนจำหน่าย</li><li>มาตรการทางภาษี</li><li>การจัดประเภท</li></ul>



<p>เมื่อพิจารณารายละเอียด จะเห็นได้ว่าประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปหรืออียูมีแนวปฏิบัติที่มีรายละเอียดมากกว่า ทั้งการควบคุมการแต่งกลิ่น คุณลักษณะของอุปกรณ์ที่ใช้สูบและสารเหลว ไปจนถึงปลอดภัยจากการสัมผัสจากเด็ก ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากสหภาพยุโรปมี EU Tobacco Products Directive (TPC) กฎหมายกำกับผลิตภัณฑ์ยาสูบ รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่พฤษภาคม 2559 เป็นต้นมา ภายใต้ TPC มีข้อกำหนดที่ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวดหลายด้าน เช่น จำกัดไม่ให้มีนิโคตินเกิน 20 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร และไม่อนุญาตให้ผสมสารอื่นที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ลงไป โดยมีเพียง 2 ประเทศที่อยู่นอกทวีปยุโรปที่มีการควบคุมเรื่องนี้ ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย <a href="https://ijhpr.biomedcentral.com/articles/10.1186/s13584-020-00384-3">อิสราเอล</a> ซึ่งมีการแก้กฎหมายยาสูบครั้งสำคัญเมื่อปี 2561 และมีการออกมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าโดยเฉพาะซึ่งครอบคลุมการจำกัดปริมาณนิโคติน และบังคับให้อุปกรณ์บรรจุของเหลวปลอดภัยจากเด็กเพื่อลดความเสี่ยงที่เด็กจะสัมผัสกับสารที่เป็นอันตราย ข้อบัญญัติสหภาพยุโรปนอกจากจะจำกัดความเข้มข้นของนิโคตินแล้ว ยังกำหนดให้ขวดบรรจุสารเหลวมีขนาดไม่เกิน 10 มิลลิกรัม และกระบอกที่ติดอยู่กับอุปกรณ์สูบไม่เกิน 2 มิลลิลิตรด้วย&nbsp;</p>



<p>&nbsp;ขณะที่อีกหลายประเทศที่อนุญาตให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้ ยังไม่มีกฎหมายควบคุมอื่นๆ เช่น แอฟริกาใต้ ซึ่งอนุญาตให้สูบบุหรี่ไฟฟ้าได้ แต่มาตรการอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการร่างกฎหมาย</p>



<p>นอกจากนี้แม้ส่วนใหญ่จะจัดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้กฎหมายควบคุมยาสูบหรือบุหรี่ไฟฟ้าโดยเฉพาะ คิดเป็น 77% แต่บางประเทศจัดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ไว้ในบางกรณีด้วย เช่น สหราชอาณาจักร ที่มองว่าบุหรี่ไฟฟ้าสามารถช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่ได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีการขออนุญาตขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์</p>



<p><em>การกำหนดอายุขั้นต่ำในการซื้อบุหรี่ไฟฟ้า</em></p>



<p>การเข้าถึงบุหรี่ของเยาวชนเป็นข้อกังวลของหน่วยงานสาธารณสุขในหลายประเทศ เมื่อพิจารณามาตรการจำกัดการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าแก่เยาวชน พบว่า จากทั้งหมด 76 ประเทศ (รวมออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ศรีลังกา) มี 62 ประเทศ หรือคิดเป็นสัดส่วน 81.57% ที่มีกฎหมายกำหนดให้ผู้ซื้อบุหรี่ไฟฟ้าต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ประเทศที่ไม่มีมาตรการนี้มีเพียง 7 ประเทศ ได้แก่ จาไมกา ญี่ปุ่น เซเนกัล เซอร์เบีย ยูเครน เอลซัลวาดอร์ แอฟริกาใต้ ส่วนประเทศอื่นๆ ไม่พบข้อมูล</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-2 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" data-id="706" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/2--1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-706" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/2--1024x683.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/2--300x200.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/2--768x512.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/2--1536x1024.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/2--2048x1366.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</figure>



<p><em>การควบคุมการซื้อบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์</em></p>



<p>จากประเทศที่อนุญาตให้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมด 76 ประเทศ&nbsp; (รวมออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ศรีลังกา) พบว่าเกินครึ่งไม่มีข้อห้ามการจำหน่ายทางอินเทอร์เน็ต มีทั้งหมด 44 ประเทศ คิดเป็น 57.89% ส่วนอีก 25 ประเทศมีมาตรการห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ คิดเป็น 32.89% หรือประมาณ 1 ใน 3 ของทั้งหมด ที่น่าสนใจคือประเทศ<a href="https://www.nytimes.com/2019/11/01/business/china-vaping-electronic-cigarettes.html">จีน</a> ซึ่งเป็นผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลกก็ห้ามขายและโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้าทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่ปลายปี 2019 ด้วยเหตุผลว่าต้องการป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงได้ง่าย ส่วนใน<a href="https://www.eccbelgium.be/themes/services-in-europe/health-services/online-sale-of-e-cigarettes">ยุโรป</a> EU directive ให้แต่ละประเทศกำหนดเองว่าจะแบนการขายทางออนไลน์หรือไม่ ประเทศสมาชิกอียูที่ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ เช่น เบลเยียม&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" data-id="707" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/3--1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-707" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/3--1024x683.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/3--300x200.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/3--768x512.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/3--1536x1024.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/3--2048x1366.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</figure>



<p><em>การควบคุมการแต่งกลิ่นน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า</em></p>



<p>จากประเทศที่อนุญาตให้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมด 76 ประเทศ&nbsp; (รวมออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ศรีลังกา) พบว่า มีเพียง 14 ประเทศคิดเป็น 18.42 % ที่มีมาตรการจำกัดการแต่งกลิ่นน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ได้แก่ แคนาดา ซาอุดีอาระเบีย นิวซีแลนด์ ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ ฟิลิปปินส์ มอลโดวา ลักเซมเบิร์ก สหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออสเตรีย เอสโตเนีย ไอซ์แลนด์ ฮังการี มาตรการควบคุมการแต่งกลิ่นมีทั้งการห้ามแต่งกลิ่นทุกชนิด และห้ามเฉพาะบางกลิ่น เช่น <a href="https://calgary.ctvnews.ca/potential-ban-of-vape-juice-flavours-sparks-debate-1.5564709">แคนาดา</a>แบนการแต่งกลิ่นทุกชนิดยกเว้น เมนทอล มินต์ และยาสูบ เพื่อพยายามไม่ให้ดึงดูดใจเยาวชน</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-4 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" data-id="708" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/4--1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-708" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/4--1024x683.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/4--300x200.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/4--768x512.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/4--1536x1024.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/4--2048x1366.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</figure>



<p><em>มาตรการจำกัดการโฆษณาและส่งเสริมการขาย</em></p>



<p>ประเทศส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เป็นอย่างมากดังจะเห็นได้ว่า จากประเทศที่อนุญาตให้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมด 76 ประเทศ&nbsp; (รวมออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ศรีลังกา)&nbsp; พบว่าราว 3 ใน 4 ของทั้งหมด หรือ 58 ประเทศที่มีมาตรการนี้ มีเพียง 9 ประเทศที่ไม่มีการกำหนดเรื่องนี้ ได้แก่ จาไมกา จีน ซาอุดีอาระเบีย ทาจิกิสถาน มาเลเซีย ยูเครน อินโดนีเซีย เอลซัลวาดอร์ แอฟริกาใต้ มาตรการนี้มีขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า เช่น <a href="https://www.rnz.co.nz/news/national/430312/law-banning-vape-advertising-and-sales-to-under-18s-comes-into-effect">นิวซีแลนด์</a>บังคับใช้กฎหมายห้ามโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้าและห้ามไม่ให้บริษัทบุหรี่ไฟฟ้าสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ เมื่อ 12 พฤศจิกายน 2563 โดยให้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชน ผู้สนับสนุนมาตรการนี้มองว่า กิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ มีเป้าหมายเป็นเยาวชนและมักจะเสนอภาพการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นการผ่อนคลาย ไม่ใช่อุปกรณ์ช่วยให้คนเลิกบุหรี่</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-5 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" data-id="709" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/5--1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-709" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/5--1024x683.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/5--300x200.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/5--768x513.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/5--1536x1025.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/5--2048x1367.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</figure>



<p><em>มาตรการทางภาษีบุหรี่ไฟฟ้า</em></p>



<p>แม้ว่าการเก็บภาษีจะมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้ให้กับรัฐ มันยังถูกนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์บางอย่างที่ทำให้คนบริโภคน้อยลง เช่น บุหรี่ไฟฟ้า ภาษีที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้ามักจะเป็น ภาษีการค้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสรรพสามิต มีบางประเทศที่ใช้วิธีเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้าและสารเหลวนิโคตินเพิ่มขึ้นจากภาษีสินค้าปกติ ในปี 2015 มีแค่ 2 ประเทศที่ใช้แนวทางนี้คือ เกาหลีใต้และโตโก แต่ในปี 2563 มีหลายประเทศเก็บ<a href="https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0277953621005190?via%3Dihub">ภาษีสรรพสามิต</a>&nbsp;</p>



<p>จากประเทศที่อนุญาตให้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมด 76 ประเทศ&nbsp; (รวมออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ศรีลังกา)พบว่า เกินครึ่ง (55.26 %) ไม่มีมาตรการด้านภาษี มีจำนวน 42 ประเทศ ขณะที่ มี 27 ประเทศหรือคิดเป็น 35.52% ที่มีมาตรการทางภาษีสำหรับบุหรี่ไฟฟ้าโดยเฉพาะ เช่น ปารากวัย เก็บภาษีการค้าของบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งถูกจัดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบ 16% ซึ่งถือว่าสูงกว่าภาษีการค้า 10%</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-6 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" data-id="710" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/6--1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-710" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/6--1024x683.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/6--300x200.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/6--768x513.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/6--1536x1025.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/11/6--2048x1367.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</figure>



<p><strong>ประเทศต่างๆ มีกรอบคิดในการจัดการกับบุหรี่ไฟฟ้าอย่างไร</strong></p>



<p>หากพิจารณาภาพรวมแนวทางที่ประเทศต่างๆ กำกับดูแลบุหรี่ไฟฟ้าทั้งอนุญาตให้จำหน่ายและไม่อนุญาตใน 97 ประเทศ นักวิจัยจาก Global Strategy Lab มหาวิทยาลัยโตรอนโต แคนาดาวิเคราะห์ว่า อาจจำแนกตามฐานคิดได้ 7 แบบ ได้แก่&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list"><li>การห้าม ปิดกั้นกระบวนการทางกฎหมายทุกช่องทางเพื่อป้องกันอันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า ห้ามเป็นเจ้าของ ห้ามผลิต ส่งออก นำเข้า และซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้า ได้แก่ อาร์เจนตินา บราซิล บรูไน กัมพูชา โคลอมเบีย อียิปต์ แกมเบีย อินเดีย อิหร่าน คูเวต ลาว เลบานอน มอริเชียส เม็กซิโก เนปาล นิคารากัว โอมาน ปานามา กาตาร์ ซีเชลล์ สิงคโปร์ ศรีลังกา ซูรินาม ซีเรีย ไทย ติมอร์เอสเต ตุรกี เติร์กเมนิสถาน ยูกันดา อุรุกวัย&nbsp;</li><li>การควบคุมในฐานะที่เป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ปิดกั้นกระบวนการทางกฎหมายทุกช่องทาง ยกเว้นเพื่อการรักษา จำกัดการใช้เฉพาะผู้ป่วยที่มีใบรับรองแพทย์ บังคับใช้ระเบียบทางการแพทย์ ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยียม แคนาดา ชิลี เดนมาร์ค เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ จาไมกา ญี่ปุ่น นอร์เวย์ ฟิลิปปินส์ แอฟริกาใต้ สวีเดน ไทย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เวเนซูเอลา</li><li>ห้ามส่วนประกอบบางชนิด ป้องกันความเสี่ยงสูงสุดของบุหรี่ไฟฟ้า เช่น การเสพติดและการใช้ของเยาวชน ห้ามใช้สารเหลวนิโคติน จำกัดปริมาณนิโคติน ห้ามแต่งกลิ่นและรสเพื่อดึงดูดเยาวชน ได้แก่ ออสเตรีย ออสเตรเลีย เบลเยียม แคนาดา โครเอเชีย ไซปรัส สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ อิสราเอล อิตาลี จาไมกา ญี่ปุ่น แลตเวีย ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา มอลโดวา เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย ซาอุดีอาระเบีย สโลวาเกีย สโลเวเนีย สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร&nbsp;</li><li>การควบคุมในฐานะที่เป็นสารพิษ เป็นการป้องกันสารที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้งาน ห้ามบุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคติน จำกัดการใช้สารเหลวนิโคติน บังคับให้มีคำเตือน ได้แก่ ออสเตรเลีย เบลเยียม มาเลเซีย บรูไน</li><li>การควบคุมในฐานะที่เป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบ มองว่าบุหรี่ไฟฟ้าเหมือนกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว ห้ามขายให้เยาวชน ห้ามทำกิจกรรมทางการตลาดและส่งเสริมการขาย จำกัดการขายและใช้งานในบางพื้นที่ ต้องมีคำเตือน ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรีย อาเซอร์ไบจาน บาห์เรน บราซิล บรูไน บัลแกเรีย โคลอมเบีย คอสตาริกา โครเอเชีย เอกวาดอร์ เอสโตเนีย ฟินแลนด์ จอร์เจีย ฟินแลนด์ เยอรมนี กรีซ ฮอนดูรัส อินโดนีเซีย อิหร่าน อิตาลี แลตเวีย ลิทัวเนีย มัลดีฟส์ มอลตามอริเชียว เม็กซิโก มอลโดวา เนปาล เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นิคารากัว นอร์เวย์ ปาเลา ปานามา ปารากวัย โปแลนด์ โรมาเนีย เซเนกัล ซีเชลล์ สิงคโปร์ สโลวาเกีย สโลเวเนีย สเปน สวีเดน ทาจิกิสถาน ไทย โตโก ตุรกี เติร์กเมนิสถาน สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เวเนซูเอลา เวียดนาม</li><li>การควบคุมในฐานะที่เป็นสินค้าเพื่อบริโภค ลดอันตรายจากการใช้งานผิดหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่สมบูรณ์ มีมาตรฐานควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า บังคับใช้มาตรฐานบรรจุภัณฑ์ เช่น การแจ้งปริมาณนิโคติน ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอซ์แลนด์ อินโดนีเซีย ไอร์แลนด์ มอลโดวา เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เวเนซูเอลา</li><li>การควบคุมในฐานะที่เป็นผลิตภัณฑ์พิเศษ อนุญาตให้ออกกฎหมายที่เจาะจงเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า มีกลไกการควบคุมใหม่เพื่อบุหรี่ไฟฟ้าเท่านั้น ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรีย อาเซอร์ไบจาน บาห์เรน บาร์บาโดส เบลเยียม บราซิล บัลแกเรีย กัมพูชา แคนาดา คอสตาริกา โครเอเชีย ไซปรัส สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ เอสโตเนีย ฟิจิ ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส แกมเบีย จอร์เจีย เยอรมนี กรีซ ไอร์แลนด์ อิสราเอล อิตาลี จาไมกา จอร์แดน คูเวต ลาว แลตเวีย ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา มอลโดวา เนปาล เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โอมาน ปานามา ปารากวัย โปแลนด์ โปรตุเกส กาตาร์ โรมาเนีย ซาอุดีอาระเบีย เซอร์เบีย สโลวาเกีย สโลเวเนีย สเปน ศรีลังกา ซูรินาม สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ ซีเรีย ทาจิกิสถาน ไทย ติมอร์เลสเต เติร์กเมนิสถาน ยูกันดา ยูเครน สหราชอาณาจักร สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อุรุกวัย</li></ol>



<p><strong>ทั่วโลกถกเถียงประเด็นอะไร</strong></p>



<p>การถกเถียงเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ไฟฟ้ายังคงหาข้อสรุปไม่ได้ ฝั่งผู้สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้ามองว่า นี่เป็นการช่วยเหลือคนนับล้านที่พยายามเลิกบุหรี่ ขณะที่ฝั่งคัดค้านมองว่าจะก่อให้เกิดผู้เสพติดบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมาแทน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว นอกจากนี้ยังมีความคิดเห็นที่ไม่ลงรอยกันระหว่างฝ่ายต่างๆ เช่นนี้มีขึ้นในหลายประเทศ และแต่ละประเทศก็มีแนวทางตอบสนองต่อสถานการณ์ที่บุหรี่ไฟฟ้ากำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ที่แตกต่างกัน</p>



<p><em>ตัวช่วยเลิกบุหรี่?</em></p>



<p>สหราชอาณาจักรเป็นประเทศแรกๆ ที่มีทิศทางสนับสนุนว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ติดบุหรี่เลิกสูบบุหรี่ได้ รายงานของ NHS ในปี 2558 ที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ทั่วไปประมาณ 95% ถูกผู้สนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าอ้างถึงเป็นประจำ โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากสหราชอาณาจักรควบคุมการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเข้มงวดกว่าประเทศอื่นๆ ทั้งการจำกัดอายุ คำเตือนทางสุขภาพ กำหนดปริมาณนิโคติน ห้ามทำการตลาดกับเยาวชน ไม่สามารถโฆษณาทางโทรทัศน์ นอกจากนี้<a href="https://www.theguardian.com/society/2020/feb/18/the-great-vape-debate-are-e-cigarettes-saving-smokers-or-creating-new-addicts">ปริมาณนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าที่ขายในสหราชอาณาจักร</a>และประเทศอื่นๆ ในยุโรปอยู่ที่ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ถือว่าต่ำกว่าหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาอยู่ที่ประมาณ 59 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ล่าสุดมี<a href="https://www.bbc.com/news/health-59083491">รายงาน</a> ว่าองค์การกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของสหราชอาณาจักรเปิดรับคำขอจากผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อขึ้นทะเบียนให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2564 ซึ่งจะนับเป็นประเทศแรกของโลกที่จ่ายบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อการรักษาการติดบุหรี่ หลังจากมีการโต้แย้งประเด็นนี้กันมายาวนาน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์เมื่อตุลาคม 2564 ของคณะสาธารณสุขศาสตร์และศูนย์มะเร็ง มหาวิทยาลัยซาน ดิเอโก สหรัฐอเมริกา นำโดย<a href="https://jamanetwork.com/journals/jamanetworkopen/fullarticle/2785237">จอห์น เพียซ</a> ชี้ว่า มีผู้ที่เลิกสูบบุหรี่และหันไปสูบบุหรี่ไฟฟ้า หรือยาสูบประเภทอื่นๆ เสี่ยงที่จะกลับไปสูบบุหรี่เหมือนเดิมอีกใน 1 ปีต่อมามากกว่าผู้ที่เลิกใช้ยาสูบทุกชนิดเลยราว 8.5%&nbsp;</p>



<p><em>ส่งเสริมการเสพติดนิโคตินของเยาวชน?</em></p>



<p>การเพิ่มขึ้นของนักสูบหน้าใหม่ที่เป็นเยาวชนเป็นความกังวลหลักของหน่วยงานสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ สหรัฐอเมริกาหรือ CDC เปิดเผยรายงานว่า ระหว่างปี 2016-2019 ยอดขายบุหรี่ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นเกือบ 300% และพบว่าในปี 2020 มีเกือบ 20% เป็นนักเรียนมัธยมปลาย รายงานชี้ว่า เป็นผลมาจากกลิ่นและรส รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ที่ผู้ผลิตต้องการดึงดูดใจวัยรุ่น ปี 2019 สหรัฐอเมริกาตื่นตัวเรื่องการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อมีรายงานพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบกว่า 2,500 คน และเสียชีวิต 55 คน ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า จนรัฐนิวยอร์กออกกฎหมายแบนบุหรี่ไฟฟ้าแต่งกลิ่น โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นการดึงดูดใจวัยรุ่น อย่างไรก็ตามต้นเดือนมกราคม 2563 ศาลคว่ำกฎหมายนี้ โดยให้เหตุผลว่าใช้อำนาจมากเกินไป ต่อมากันยายน 2563 มีข้อกำหนดให้บริษัทต้องยื่นขออนุญาตก่อนวางจำหน่าย ล่าสุด<a href="https://edition.cnn.com/2021/08/26/health/fda-blocks-ecig-products/index.html">เมื่อสิงหาคม 2021</a> องค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกาหรือ FDA ประกาศห้ามขายผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าแต่งกลิ่นและรส 55,000 รายการเป็นครั้งแรก โดยให้เหตุผลว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเยาวชนในสหรัฐอเมริกา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ FDA เคยระบุว่า การใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นวิกฤตในหมู่เยาวชน</p>



<p>เช่นเดียวกับจีนที่มี<a href="https://www.scmp.com/news/people-culture/social-welfare/article/3153754/chinas-youth-increasingly-taking-vaping-e">รายงาน</a> ว่า คนอายุน้อยสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น แม้จะเป็นประเทศผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลก แต่มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าของจีนยังไม่ชัดเจนนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เมื่อปลายปี 2562 เพิ่งห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์เพื่อป้องกันไม่ให้วัยรุ่นเข้าถึงได้ง่าย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคติดต่อของจีนก็เคยทำแบบสำรวจในปีเดียวกัน พบว่านักเรียนมัธยมต้นที่อายุระหว่าง 12-15 ปีทั่วประเทศ 2.7% ใช้บุหรี่ไฟฟ้าภายใน 30 วันก่อนทำแบบสำรวจ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2014 ประมาณ 1.5% อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติร้านค้าต่างๆ ก็ยังคงขายอุปกรณ์และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าโดยไม่ตรวจสอบอายุ การขายออนไลน์ยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะในแอปพลิเคชั่น WeChat ปัจจุบันร่างกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับดูแลบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งจะเทียบเคียงกับบุหรี่ยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่มีนาคม 2564 ต่อมา เมื่อเดือนตุลาคม 2564 มีการเผยผลสำรวจนักเรียนมัธยมต้น 2,400 คนในหลายเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนพบว่า 4.5% เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างน้อย 1 ครั้งและ 1.6% เพิ่งสูบบุหรี่ไฟฟ้าภายใน 30 วันก่อนทำแบบสอบถาม เรื่องนี้ทำให้มีเสียงเรียกร้องให้รัฐให้ความสำคัญกับการควบคุม เช่น ควรห้ามออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ล่อใจวัยรุ่น</p>



<p><em>ปลอดภัยกว่า?</em></p>



<p>หนึ่งในประเด็นที่ยังเป็นข้อถกเถียงคือ บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยหรือไม่ เนื่องจากเป็นผลกระทบระยะยาว ในบางประเทศ เช่น <a href="https://www.theguardian.com/society/2021/oct/29/what-are-e-cigarettes-and-are-they-safe">สหราชอาณาจักร</a> เห็นว่า “ค่อนข้างมาก” เพราะว่ามันไม่ปล่อยคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งก่อให้เกิดโรคปอดและมะเร็ง จึงมองว่าปลอดภัยกว่าบุหรี่ทั่วไป และการติดนิโคตินอันตรายน้อยกว่าสารอื่นๆ สิ่งทดแทนบุหรี่ที่มีนิโคติน เช่น หมากฝรั่ง แผ่นนิโคตินก็มีใช้ทั่วไปอยู่แล้ว</p>



<p>ความปลอดภัยของบุหรี่ไฟฟ้าเชื่อมโยงกับสารอื่นๆ ที่เป็นส่วนประกอบ สหภาพยุโรปซึ่งออกมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2557 กำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าระบุส่วนผสมในสารเหลวเพื่อให้ผู้ใช้รู้ รวมทั้งกำหนดคุณสมบัติของอุปกรณ์ที่ใช้ด้วย ในแง่หนึ่งสะท้อนว่าทางการตระหนักถึงความเสี่ยงจากเครื่องมือและส่วนผสมเหล่านี้ว่าอาจก่อให้อันตรายได้ ในสหรัฐอเมริกา CDC เตือนว่า ผู้ใช้อาจสูดดมสารเคมีที่เป็นอันตรายที่มากับละอองบุหรี่ไฟฟ้า เช่น โลหะหนัก พวกนิคเกิล ตะกั่ว นอกจากนี้รายงานสอบสวนผู้ป่วยโรคปอดอับเสบที่สัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 2,807 คนในปี 2020 ของ <a href="https://www.cdc.gov/tobacco/basic_information/e-cigarettes/severe-lung-disease.html">CDC</a> เปิดเผยว่า วิตามิน อี อะซิเตทเป็นสารผสมอยู่ในอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้าที่ดัดแปลงเพื่อสูบกัญชา</p>



<p>ขณะที่<a href="https://www.oecd-ilibrary.org/sites/9789264311602-6-en/index.html?itemId=/content/component/9789264311602-6-en">ญี่ปุ่น</a> อนุญาตให้ใช้และจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าที่ใช้ความร้อนต่ำ แต่ไม่เผาไหม้ (heat-not-burn product) แบนบุหรี่ไฟฟ้าที่มีสารเหลวนิโคติน กระบวนการทำงานของบุหรี่ไฟฟ้าประเภทนี้เป็นการให้ความร้อนยาสูบเพื่อสร้างละออง หรือไอจากสารเลวที่ไม่มีนิโคติน แทนที่จะเผายาสูบด้วยอุณหภูมิ 900 องศาเซลเซียสเหมือนบุหรี่ไฟฟ้าทั่วไป ก็ลดลงเหลือ 350 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตามบางประเทศ เช่น <a href="https://tobaccointelligence.com/the-ban-stays-australia-confirms-the-permanent-prohibition-of-heated-tobacco/">ออสเตรเลีย</a> ซึ่งแบนบุหรี่ไฟฟ้าทุกประเภท ก็มองว่ามันมากพอที่จะทำให้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพระเหยและผู้ใช้สูดเข้าไปได้ หน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า ไม่เชื่อว่าผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะลดอันตรายได้มากพอ และไม่เห็นประโยชน์ทางสุขภาพ</p>



<p><strong>วิวาทะบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย</strong></p>



<p>ในประเทศไทย แม้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายตั้งแต่พ.ศ. 2557 เนื่องจากมีกฎหมายควบคุมอย่างเด็ดขาด ทั้งการห้ามนำเข้าและจำหน่าย อีกทั้งหากมีผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในสถานที่สาธารณะที่กำหนดให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ เช่น ในโรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด ถือว่าฝ่าฝืนมาตรา 42 พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท แต่ก็มีรายงานเปิดเผยว่ามีผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น <a href="https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=28265">การสำรวจพฤติกรรมบริโภคบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนไทย พ.ศ.2560</a> จำนวน 945 คนที่พบว่า กลุ่มตัวอย่าง 30.5% สูบบุหรี่ไฟฟ้า หรือ<a href="https://www.trc.or.th/th/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88/press-release-%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%A2/592-%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%9E%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87.html">ผลการวิจัยของศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.)</a> เรื่อง ‘การศึกษาการสื่อสารการตลาดบุหรี่ไฟฟ้าในสื่อสังคมเครือข่าย (social media network) และการสูบบุหรี่ฟ้าในกลุ่มเยาวชนและกลุ่มวัยทำงาน ปี 2564’ พบว่า จากการสำรวจแหล่งกายภาพที่จำหน่ายบุหรี่ 15 แหล่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีบุหรี่ไฟฟ้าขาย 10 แหล่ง และมีขายออนไลน์ด้วย และพบว่ามีนักเรียนมัธยมปลายและอุดมศึกษาสูบบุหรี่ไฟฟ้าในสัดส่วนที่มากกว่าวัยทำงาน</p>



<p>กระทรวงสาธารณสุขและนักวิชาการด้านสุขภาพ รวมทั้งองค์กรรณรงค์ด้านสุขภาพ เช่น มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพซึ่งมีจุดยืนคัดค้านการพิจารณาให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายในประเทศไทย โดยอ้างอิงงานวิจัยในต่างประเทศที่แสดงให้เห็นว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายต่อสุขภาพหลายด้าน และยืนยันว่าไม่ปลอดภัยกว่าบุหรี่ทั่วไป เช่น <a href="https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_6469000">งานวิจัยเกี่ยวกับผลของไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้า</a>ต่อการทำงานของเซลล์เยื่อบุหลอดเลือดแดงของหนูทดลอง และพบว่าทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้าทำลายเซลล์เยื่อบุหลอดเลือดแดงในระดับที่ไม่ต่างกันมากนัก นอกจากนี้ยัง<a href="https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_6469000">ไม่เห็นด้วย</a>กับการผลักดันให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเลิกสูบบุหรี่ธรรมดา นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ตอบโต้ประเด็นนี้ว่า งานวิจัยยังไม่น่าเชื่อถือและยังไม่มีการยืนยันจากองค์การอนามัยโลก อีกประเด็นสำคัญที่ใช้โต้แย้งคือ ข้อกังวลว่าจะเป็นการเปิดทางให้เยาวชนเข้าถึงสารเสพติดได้ง่ายขึ้น กลุ่มผู้คัดค้านยังอ้างประเด็นบริษัทบุหรี่ข้ามชาติอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย</p>



<p>ด้านกลุ่มผู้สนับสนุนให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า เช่น เ<a href="https://www.posttoday.com/social/general/666625">ครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าและไอคอสเห็นว่า</a> ที่ผ่านมาการห้ามขายนั้นไม่ได้ผล ดังนั้นจึงควรอนุญาตให้บุหรี่ไฟฟ้าควบคุมได้อย่างถูกกฎหมาย นอกจากนี้ยังกล่าวถึงจดหมายที่ลงนามโดยผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 รายชื่อที่เสนอให้องค์การอนามัยโลกทบทวนจุดยืนเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าว่าเป็นอันตรายให้หันมาสนับสนุนและนำแนวทางหลักการลดอันตราย (Harm Reduction) พร้อมทั้งอ้างอิงงานวิจัยจากต่างประเทศว่าบุหรี่ไฟฟ้าสามารถลดอันตรายจากสารพิษน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา และมีหลายประเทศที่อนุญาตให้ใช้ได้ภายใต้มาตรการควบคุม ขณะเดียวกันรัฐยังสามารถหารายได้จากการเก็บภาษีสรรพสามิตได้</p>



<p>ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-ecigarette/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://rocketmedialab.co/database-ecigarette/</a></p>



<p>หมายเหตุ</p>



<ul class="wp-block-list"><li>เนื่องจากข้อมูลชุดนี้รวบรวมจากฐานข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายและนโยบายยาสูบในประเทศต่างๆ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลาหนึ่งให้ได้มากที่สุด ขณะที่นโยบายด้านบุหรี่ไฟฟ้าของแต่ละประเทศมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา อาจมีข้อมูลต่างจากที่นำเสนอ Rocket Media Lab พร้อมปรับแก้ข้อมูลเพื่อความสมบูรณ์ถูกต้องในการนำไปใช้หรืออ้างอิงในโอกาสต่อไป โดยสามารถแจ้งได้ที่ contact.rocketmedialab [at] gmail.com</li></ul>



<p>เอกสารอ้างอิง</p>



<p>Ajay Shah, John Britton &amp; Ilze Bogdanovica (2021) Developing a novel e-cigarette regulatory and policy control scale: results from the European Union, Drugs: Education, Prevention and Policy, DOI: 10.1080/09687637.2021.1959520</p>



<p>Campus, B., Fafard, P., St Pierre, J., &amp; Hoffman, S. (2021). Comparing the regulation and incentivization of e-cigarettes across 97 countries. <em>Social Science &amp; Medicine</em>, 114187. doi: 10.1016/j.socscimed.2021.114187</p>



<p>GGTC. (2021, May 28). <em>E-cigarette ban &amp; regulation: Global status as of February 2021</em>. <a href="https://landing.ggtc.world/2021/05/28/e-cigarette-ban-regulation-global-status-as-of-february-2021/">https://landing.ggtc.world/2021/05/28/e-cigarette-ban-regulation-global-status-as-of-february-2021/</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/ecigarette/">บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายดีไหม ทั่วโลกจัดการอย่างไรบ้าง</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2020 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-pm-25-bkk-2020/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 May 2021 11:46:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rml.otters.dev/?p=284</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3611;&#3633;&#3597;&#3627;&#3634 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-pm-25-bkk-2020/">ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2020 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>จากปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในทุกๆ ปี เราจึงลองหาคำตอบว่าสำหรับคนกรุงเทพฯ ที่ได้สูดฝุ่นเข้าไปในแต่ละวัน เมื่อลองเทียบกับปริมาณการสูบบุหรี่แล้วจะได้จำนวนเท่าไร</p>



<p>โดยค่าฝุ่นที่ยกมานี้ อ้างอิงจากเว็บไซต์ <a href="https://aqicn.org/city/bangkok/">The World Air Quality Index Project</a> ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมง และได้นำมาเปรียบเทียบกับปริมาณการสูบบุหรี่ตามทฤษฎีของ<a href="http://berkeleyearth.org/air-pollution-and-cigarette-equivalence"> Dr. Richard A. Muller</a> นักวิจัยชาวอเมริกันจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศ Berkeley Earth แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ซึ่งคำนวณเปรียบเทียบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศหรือ PM 2.5 กับปริมาณการสูบบุหรี่ พบว่า ค่าฝุ่น PM 2.5 22 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เทียบได้กับการสูบบุหรี่ 1 มวน</p>



<p>เมื่อนำค่าฝุ่นแบบค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงในแต่ละวันของปี 2020 มาคำนวณเปรียบเทียบตามเกณฑ์ของ Dr. Richard Muller ก็จะได้ผลลัพธ์ตามในตารางดังต่อไปนี้</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vSahY0ss8DAbumzg35iCJdgMHJhqciMl1Or3tnKyn-0RVF8QbHL0PHHogXgPSNvAuRL4OES0ByYFeqn/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p>ดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ :<a href="https://tinyurl.com/pm25bkk2020" target="_blank" rel="noreferrer noopener"> https://tinyurl.com/pm25bkk2020</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-pm-25-bkk-2020/">ค่าฝุ่นในกรุงเทพฯ ตลอดปี 2020 เทียบกับจำนวนควันบุหรี่ที่เข้าปอด [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
