<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บางบาล Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/บางบาล/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Wed, 19 Nov 2025 10:39:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>บางบาล Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/บางบาล/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การจัดการและการชดเชยเยียวยาน้ำท่วม อ. บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban-datatbase/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Nov 2025 04:24:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[flood]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[บางบาล]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=6051</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621; &#3629;&#363 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban-datatbase/">การจัดการและการชดเชยเยียวยาน้ำท่วม อ. บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูล อัตราการปล่อยน้ำสูงสุดจากเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา งบประมาณโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vT33CR8UsypclcsV5U-T5XvfYhNOiuC1ajLwiPsnudvVK4tYbumkE4RwpfdT-dBEe0g3_IfHzwvexeC/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vT33CR8UsypclcsV5U-T5XvfYhNOiuC1ajLwiPsnudvVK4tYbumkE4RwpfdT-dBEe0g3_IfHzwvexeC/pubhtml">ดาวน์โหลดข้อมูลที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban/">ท่วมไม่เหมือนกันแต่จ่ายเหมือนกัน : สำรวจปัญหาการจัดการและการชดเชยเยียวยาน้ำท่วม อ. บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban-datatbase/">การจัดการและการชดเชยเยียวยาน้ำท่วม อ. บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท่วมไม่เหมือนกันแต่จ่ายเหมือนกัน : สำรวจปัญหาการจัดการและการชดเชยเยียวยาน้ำท่วม อ. บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา </title>
		<link>https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Nov 2025 04:10:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[บางบาล]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=6036</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3651;&#3609;&#3594;&#3656;&#3623;&#3591;&#3652;&#3617 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban/">ท่วมไม่เหมือนกันแต่จ่ายเหมือนกัน : สำรวจปัญหาการจัดการและการชดเชยเยียวยาน้ำท่วม อ. บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>พื้นที่อำเภอบางบาลถูกกำหนดเป็นพื้นที่รับน้ำนองในปีที่มีปริมาณน้ำมากจนอาจเกิดอุทกภัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และเป็นที่ตั้งของโครงการขุดคลองระบายน้ำบางบาล-บางไทร ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ วงเงินงบประมาณอยู่ที่ 25,400 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี (2562-2569)</li>



<li>การผันน้ำเข้าทุ่งบางบาลทำให้ปฏิทินการทำนาเปลี่ยนไป ตั้งแต่ปี 2560 ต้องเปลี่ยนมาเป็นระบบการปลูกข้าวเหลื่อมเวลา เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก และเพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนกำหนดการเป็นพื้นที่รับการระบายน้ำ</li>



<li>จากสถิติน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอบางบาล พบว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีน้ำท่วมติดต่อกันหลายเดือน โดยปี 2565 และ 2567 ท่วมนานถึง 5 เดือน</li>



<li>จนถึงปัจจุบัน ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำบางบาลไม่ได้รับการชดเชยจากการที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเป็นพื้นที่รับน้ำแทนกรุงเทพฯ และปริมณฑลเกือบทุกปี ส่วนเงินที่ได้รับเป็นความช่วยเหลือสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ ซึ่งหมายถึงผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จะมีการพิจารณาอนุมัติเป็นครั้งคราว</li>



<li>ไทยมีกฎกระทรวง 2 ฉบับให้ประชาชนได้รับชดเชยเมื่อรัฐใช้ที่ดิน-สิ่งก่อสร้างแก้น้ำท่วม คือ 1) กฎกระทรวงค่าชดเชยความเสียหายจากการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม พ.ศ. 2564 2) กฎกระทรวงค่าทดแทนและค่าชดเชยความเสียหายจากการใช้ที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้งและภาวะน้ำท่วม พ.ศ. 2564</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ บางบาล อำเภอหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถูกกล่าวถึงในช่วงสิงหาคมถึงพฤศจิกายนทุกปี จากการที่เป็น ‘ทุ่งรับน้ำ’ ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ในปี 2568 นี้ก็เช่นกัน ปีนี้พื้นที่อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเผชิญกับน้ำท่วมขัง ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม โดย<a href="https://gcc.go.th/2025/08/19/%E0%B8%9B%E0%B8%A0-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99-10-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2-6/">กรมชลประทานแจ้ง</a>ว่า เนื่องจากจะเพิ่มอัตราการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 1,200 – 1,500 ลบ.ม./วินาที จนถึงวันที่ 22 ตุลาคม 2568 หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมสูง 2-3 เมตร เพจ <a href="https://www.facebook.com/khaoAyutthaya/posts/pfbid0iU2LXnstNxvdkmiek6QbuFDyLXFXYbuxzoWCASuJmw8s8YiU97LhTYFVKxeWr8zgl?__cft__[0]=AZUFsFK9CAnqADpKcUdPCwmvH4MravhocfAYL8KO3OFMrbHpawFkFwHMfCPMOH5zC_LUYrcl-iEYislx-vR56pphVtr2adszgUqwkwe3yEuP6LslRCdWINIHADltyNHsR1hDA0EAFZYe2P3992Ht0UvIrqvMsNpUETxaQs8Z3FGXUg&amp;__tn__=%2CO%2CP-R">ข่าวอยุธยา </a>รายงานสถานการณ์ว่า บ้านเรือนของชาวบ้านริมสองแม่น้ำเจ้าพระยายังถูกน้ำท่วมสูง 2-3 เมตร บางพื้นที่ถูกน้ำท่วมนานกว่า 2-3 เดือนแล้ว ในพื้นที่อำเภอบางบาล ระดับน้ำในคลองบางบาล สูงกว่าตลิ่ง 0.30 เมตร และระดับน้ำคลองบางหลวง สูงกว่าตลิ่ง 2.42 เมตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้คนนอกพื้นที่จะเข้าใจว่า น้ำท่วมเป็นเรื่องปกติของพื้นที่แถบนี้ ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ แต่สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบเช่น เพจ อยุธยา-Ayutthaya Station ซึ่งเป็นเพจสื่อสารข้อมูลภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโพสต์ข้อความว่า “อยุธยามันไม่ควรเป็นพื้นที่รับน้ำจังหวัดเดียว มันควรมีการแก้ปัญหาร่วมกัน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงท้ายน้ำ อย่าปล่อยให้อยุธยาท่วม ปีละ 3-4 เดือน ใช้ชีวิตครึ่งบกครึ่งน้ำแบบนี้#คนอยุธยาคือคนเหมือนกันค่ะ น้ำลงเงิน 9000 ซ่อมบ้านไม่พอค่ะ ช่วยปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการน้ำ ที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตร และปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ต้องยัดคำว่า #เพื่อประชาชนไปด้วย พวกเราไม่ได้อยากรับน้ำ แต่เพราะเราไม่มีทางเลือกและถูกยัดเยียดให้รับน้ำค่ะ คำพูด-ทฤษฎี มากมายความหมาย = ทำอะไรไม่ได้เลย แบบนี้เรายังควรมีคำว่า #บริหารจัดการน้ำอยู่อีกไหมคะ ??? ช่วยพวกเราด้วยค่ะ ท่วม 3 เดือนแล้ว”</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab สำรวจที่มาที่ไปของการกลายเป็น ‘ทุ่งรับน้ำ’ ของบางบาล ไปจนถึงการเกิดขึ้นของโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ภายใต้แผนบริหารจัดการน้ำ ที่ชาวบางบาลต้องแบกรับน้ำแทนกรุงเทพฯ และพื้นที่เศรษฐกิจอื่นๆ รวมถึง การชดเชยและช่วยเหลือจากภาครัฐ ในฐานะที่เป็นผู้เสียสละด้วยความจำยอม</p>



<h3 class="wp-block-heading">บางบาลไม่ได้ท่วมเพราะภัยพิบัติ แต่เป็นผลจากการบริหารจัดการน้ำ</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6038" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ในอดีตบางบาลเผชิญกับ<a href="https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jsbs/article/download/277155/185939/1245526">น้ำท่วมครั้งใหญ่หลายครั้ง</a> ได้แก่ ปี 2521, 2526, 2531, 2535, 2538, 2545, 2549, 2553 และ 2554&nbsp; เนื่องจากมีสภาพเป็นที่ราบน้ำท่วมถึง แต่การประกาศแผนการใช้พื้นที่เกษตรกรรมรับน้ำนองหรือกำหนดพื้นที่แก้มลิงในบริเวณเจ้าพระยาตอนบนและเจ้าพระยาตอนล่าง ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 10 มกราคม 2555 หลังจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ทำให้บางบาลถูกกำหนดให้เป็นทุ่งรับน้ำอย่างเป็นทางการ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2023/TU_2023_6124300077_19469_29253.pdf">ความคิดที่ใช้บางบาลเป็นพื้นที่รับน้ำ</a>สามารถย้อนกลับไปได้ถึงปี 2538 ซึ่งเกิดน้ำท่วมใหญ่หลายจังหวัดของลุ่มเจ้าพระยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้มีพระราชดำรัสแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางในการป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ โดยการใช้แก้มลิง (monkey cheek) รับน้ำเป็นครั้งแรก จากนั้นรัฐบาลไทยได้ร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) ศึกษาแผนแม่บทเพื่อการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มเจ้าพระยา ในช่วงปีพ.ศ. 2539-2542 ของกรมชลประทาน โดยเนื้อหาหลักแผนแม่บทดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นอย่างสอดคล้องกับแนวคิดโครงการแก้มลิงของในหลวงรัชกาลที่ 9</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนปี 2550 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)&nbsp; สนับสนุน ‘โครงการนำร่องการบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่การเกษตรเป็นพื้นที่รับน้ำนองเพื่อการบรรเทาอุทกภัยขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ของพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตามแนวพระราชดำริ แก้มลิงพื้นที่บางบาล 1’ โครงการนี้ศึกษาและพัฒนาพื้นที่ลุ่มต่ำบางบาลเพื่อพัฒนาพื้นที่แก้มลิงรับน้ำนองบรรเทาอุทกภัยแก่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งจะถูกน้าไปใช้เป็นตัวแบบทุ่งรับน้ำอื่นๆ ต่อ โดยให้พื้นที่เกษตรกรรมมาเป็นพื้นที่กักเก็บยอดน้ำหลาก เพื่อลดระดับความรุนแรงของน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนตามแนวริมน้ำเจ้าพระยา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในการศึกษากำหนดให้ พื้นที่แก้มลิงบางบาลตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ในเขตพื้นที่ปกครองของ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.อ่างทอง พื้นที่ประมาณ 55.507 ตร.กม. หรือ 34,691.94 ไร่ โดยมีขอบเขตด้านทิศเหนือติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองโผงเผง ทิศใต้ติดกับคลองบางหลวงและคลองมโนราห์ ทิศตะวันออกติดคลองบางบาล และทิศตะวันตกติดกับคลองบางบาลและแม่น้ำน้อย เป้าหมายของการมีพื้นที่รับน้ำก็เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้พื้นที่เกษตรกรรมมาเป็นพื้นที่กักเก็บยอดน้ำหลาก เพื่อลดระดับความรุนแรงของน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนตามแนวริมน้ำเจ้าพระยา ผู้จัดทำโครงการมีความเห็นว่า การนำพื้นที่เกษตรกรรมมาใช้บรรเทาอุทกภัยจะช่วยให้ระดับน้ำหลากตามแนวริมทางน้ำสายหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยามีระดับลดลงประมาณ 1 ถึง 2 เมตร จนสามารถลดความเสียหายที่ต่อชุมชนที่ตั้งอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้มีประสิทธิภาพ จาก<a href="http://kmcenter.rid.go.th/kmc10/data/safty/bangban.pdf">ผลการศึกษาความเหมาะสม</a>พบว่า การผันน้ำเข้ามาเก็บไว้แก้มลิงบางบาลระดับความลึก 3 เมตรเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด โดยจะจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 37.21 ล้านบาทต่อปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ 2554 รัฐบาลออกแผนปฏิบัติการบริหารจัดการน้ำตามยุทธศาสตร์น้ำ 3.5 แสนล้านบาทซึ่งมีการกำหนดกรอบแนวคิดการบริหารจัดการน้ำ แบ่งพื้นที่ดำเนินการหลัก เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 6 แผนงาน และแผนงานลุ่มน้ำอื่นอีก 4 แผนงาน แม้จะถูกยกเลิกหลังการรัฐประหารของ คสช. 2557 ในปี 2555 ทุ่งบางบาลกลายเป็นพื้นที่รับน้ำแก้มลิงอย่างเป็นทางการตามมติคณะรัฐมนตรี 10 มกราคม 2555 ที่กำหนดพื้นที่แก้มลิงในบริเวณเจ้าพระยาตอนบนและเจ้าพระยาตอนล่าง จากนั้นในปี 2559 กรมชลประทานได้นำเสนอแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างและนำข้อเสนอขององค์กรไจก้ามาปรับปรุงจนออกมาเป็น 9 แผนงาน หนึ่งในนั้นคือ แผนงานคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ประกอบด้วย งานขุดคลองระบายน้ำหลากพร้อมอาคารประกอบ ระยะทาง 22 กม. โดยกรมชลประทาน กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ระหว่างปี 2555 ถึง 2560 จังหวัดพระนครศรีอยุธยากลายเป็นพื้นที่เป้าหมายของแผนบรรเทาอุทกภัย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/5-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6044" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/5-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/5-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/5-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/5-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/5-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/5-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างเกือบทุกแผนงาน <a href="https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2023/TU_2023_6124300077_19469_29253.pdf">พื้นที่อำเภอบางบาลถูกกำหนดเป็นพื้นที่รองรับ 2 แผนงานหลั</a>ก คือ แผนงานพื้นที่รับน้ำนอง ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างสำหรับบรรเทาอุทกภัยขนาดกลางและขนาดใหญ่ 12 ทุ่ง ในปีที่มีปริมาณน้ำมากจนอาจเกิดอุทกภัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และแผนงานขุดคลองระบายน้ำบางบาล-บางไทร ที่เป็นการใช้มาตรการสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ การศึกษาทบทวนความเหมาะสมของโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล–บางไทรดำเนินการเสร็จในปี 2559 ด้วยเหตุผลว่า เพื่อแก้ปัญหาการไหลไม่สะดวกของน้ำในบริเวณอำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา ซึ่งลำน้ำมีลักษณะคดเคี้ยวเป็นคอขวดทำให้น้ำที่ไหลผ่านจากเขื่อนเจ้าพระยาที่มีปริมาณการไหล 2,800 ลบ.ม./วินาที ชะลอตัวไหลระบายได้ช้าลงเพียง 1,200 ลบ.ม./วินาที จึงต้องสร้างเส้นทางระบายน้ำเพิ่มอีกเส้น โดยการขุดคลองบางบาล-บางไทรให้ไหลระบายตัดตรงจากทิศเหนือลงใต้จากอำเภอบางบาลไปยังอำเภอบางไทร ซึ่งจะช่วยให้น้ำไหลเพิ่มได้อีก 1,200 ลบ.ม&nbsp; และเมื่อปรับปรุงการไหลระบายของแม่น้ำป่าสักด้วยแล้วจะเพียงพอที่จะรองรับน้ำปริมาณ 2,800 ลบ.ม./วินาทีที่ไหลจากเขื่อนเจ้าพระยาได้เพียงพอ</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ในพื้นที่แก้มลิงทุ่งรับน้ำนองยังมีการปรับปรุงถนนคันกั้นน้ำรอบทุ่งบางบาลที่มีความกว้างเกือบ 30,000 ไร่ ให้สูงขึ้น โดยจะทำให้สูงกว่าน้ำท่วมสูงสุดในแต่ละปี ผลที่ตามมาก็คือ คันกั้นน้ำนี้อยู่ในระดับสูงกว่าบ้านเรือนในชุมชนตามริมน้ำ จนทำให้พื้นที่ตามแนวคันกั้นน้ำถูกแยกเป็นสองฝั่งคือ ฝั่งในคันกั้นน้ำ กับฝั่งนอกคันกั้นน้ำ ทั้งสองฝั่งมีผู้อยู่อาศัยหลายร้อยหลังคาเรือน</p>



<p class="wp-block-paragraph">น้ำท่วมปี 2560 เป็นปีแรกที่มีการใช้มาตรการทุ่งรับน้ำนอง 12 ทุ่งในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างของกรมชลประทานเป็นครั้งแรก ระดับน้ำท่วมสูงจนเกือบเท่าปี 2554 <a href="https://www.thairath.co.th/scoop/1116327">ชาวบางบาลเผชิญกับน้ำท่วมถึง 6 ครั้ง</a>ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ถึงธันวาคม มวลน้ำอยู่ยาวนานถึง 5 เดือน นายชูเกียรติ บุญมี นายกเทศมนตรีเทศบาล ตำบลบางบาล กล่าวว่า สถานการณ์ในปีนี้แย่กว่าปี 2554 ทั้งที่เมื่อเปรียบเทียบอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่บางบาลก็พบว่า อัตราการปล่อยน้ำสูงสุดอยู่ที่ 2,697 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนปี 2554 อยู่ที่ 3,721 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่<a href="https://tiwrmdev.hii.or.th/current/2017/floodOct2017/floodOct2017.html%E0%B8%AD">พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา </a>นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณเกษตรกรที่อยู่ในทุ่งรับน้ำว่า “เรื่องสำคัญคือการแก้ปัญหาภาพรวมทั้งระบบ การบริหารจัดการน้ำเป็นเรื่องของการเก็บกักน้ำ ทำแก้มลิง ที่เกี่ยวพันกับการเพาะปลูกที่เหมาะสม เก็บเกี่ยวกันฤดูน้ำหลาก ขอบคุณเกษตรกรทำให้ 12 ทุ่งภาคกลาง รองรับได้เป็นแก้มลิงได้ ก็อาจจะมีท่วมบ้างในบางพื้นที่ที่มันเอ่อล้น ก็เป็นน้ำสะสมตั้งแต่กลาง ใต้ ในหลายระดับ พยายามทำให้เดือดร้อนน้อยที่สุด เมื่อเก็บกักไม่ไหว เดี๋ยวมีน้ำมาอีก ก็ต้องมีการปล่อยบ้าง อย่างไรก็ตามพื้นที่นอกคันกั้นน้ำได้รับผลกระทบ หรือบางพื้นที่ท่วมคันกั้นน้ำ รัฐบาลก็มีมาตรการดูแลเยียวยา” ในปีนี้มีการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย <a href="https://www.js100.com/th/site/news/view/53834">ครัวเรือนละ 3,000 บาท </a>ตามมติคณะรัฐมนตรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">บางบาลเผชิญกับการผันน้ำเข้าทุ่งอย่างต่อเนื่องทุกปีเมื่อลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำมาก เริ่มจากปี <a href="https://www.matichon.co.th/region/news_2988277">2564</a> ซึ่งเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำสูงสุด 2,779 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งมากกว่าปี 2560 ทำให้ <a href="https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_6694953">ระดับน้ำในพื้นที่บางบาลสูงมากกว่า 2 เมตร</a> หลายบ้านที่ยกบ้านสูงขึ้นจากระดับน้ำท่วมในปี 2554 พบว่า ระดับน้ำสูงกว่า 10 ปีก่อน ถึง 1 เมตร ต่อมาปี 2565 ซึ่งมีปริมาณน้ำมากกว่าปี 2564 เขื่อนเจ้าพระยามีอัตราระบายสูงสุดถึง 3,180 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จนถึงปี 2568 ที่อัตราการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาสูงสุดที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่<a href="https://water.rid.go.th/flood/Download/area_warning/area_flood2560.pdf">กรุงเทพฯ และปริมณฑล</a>ไม่เป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย เว้นแต่ชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและอยู่นอกคันกั้นน้ำที่ประสบภัยน้ำท่วม</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ แม้ว่าอัตราการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาจะน้อยกว่าปี 2554 แต่ระดับน้ำท่วมที่ชาวบางบาลต้องเผชิญแทบไม่แตกต่างกันเลย การถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่รับน้ำทำให้ชาวบางบาลต้องอยู่กับน้ำท่วม ที่สูงกว่าและนานกว่าก่อนหน้านี้ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมาจากการบริหารจัดการน้ำที่รัฐตั้งใจให้พื้นที่อื่นๆ ที่ถูกจัดเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น ในเขตนิคมอุตสาหกรรมและเขตเมืองของจังหวัดอยุธยา และกรุงเทพฯ แห้งกว่า ทั้งที่ก็เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำเช่นเดียวกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">คนบางบาลต้องทนกับน้ำท่วมนานแค่ไหน</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6063" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"><em>*หมายเหตุ ปี 2568 ข้อมูลอัตราการระบายน้ำสูงสุดของเขื่อนเจ้าพระยา ณ วันที่ 6 พ.ย. 2568 ต่อมากรมชลประทาน ทยอยปรับเพิ่มการระบาย โดยวันที่ 8 พ.ย. 2568 เป็น 2,750 ลบ.ม.ต่อวินาที และ 9 พ.ย. เป็น 2,800 ลบ.ม./วินาที</em></p>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนหน้าที่บางบาลจะถูกใช้เป็นพื้นที่รับน้ำ โดยปกติน้ำท่วมที่อำเภอบางบาล ทั้ง 16 ตำบล จะอยู่ระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคมของทุกปี <a href="https://waymagazine.org/the-story-of-bangbarn02/">ระดับน้ำเฉลี่ย 30-40 เซนติเมตร</a> โดยน้ำจะค้างทุ่งประมาณ 10-15 วัน ก่อนจะลดลง แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2565 ถึง 2567&nbsp; ทุกตำบลในอำเภอบางบาลเป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมนานกว่าในอดีตมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากสถิติน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอบางบาล คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ พบว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีน้ำท่วมติดต่อกันหลายเดือน โดยปี 2565 และ 2567 ท่วมนานถึง 5 เดือน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปี 2565 ระยะเวลา 5 เดือน สิงหาคม-ธันวาคม พื้นที่น้ำท่วม 58,223.51 ไร่<br>ปี 2566 ระยะเวลา 3 เดือน กันยายน-พฤศจิกายน พื้นที่น้ำท่วม 34,022.55 ไร่<br>ปี 2567 ระยะเวลา 5 เดือน สิงหาคม-ธันวาคม พื้นที่น้ำท่วม 39,149.38 ไร่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนน้ำท่วมในปี 2568 ที่ท่วมมากว่า 3 เดือนแล้ว ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม จนถึง 4 พฤศจิกายน ประชาชนในบางบาลยังคงเผชิญกับระดับน้ำท่วมสูง ตัวอย่างเช่น <a href="https://www.matichon.co.th/region/news_5426768">ชุมชนหมู่ที่ 5</a> ตำบล บ้านกุ่ม อำเภอบางบาล ที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำท่วมสูง 2-3 เมตร ถนนภายในชุมชนถูกน้ำท่วมทั้งหมด ชาวบ้านคนหนึ่งเปิดเผยว่า น้ำท่วมในพื้นที่กินเวลานานกว่า 2–3 เดือนแล้ว ระดับน้ำบางช่วงสูงจนมิดหัว แม้จะมีหน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาแจกถุงยังชีพบ้าง แต่การเข้าออกยังคงลำบาก ตนเองอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยผันน้ำไปทางอื่นบ้าง แบ่งๆ กันไป จะได้ไม่หนักที่เดียวแบบนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">น้ำที่ท่วมขังเป็นระยะเวลานานและระดับน้ำท่วมที่สูงขึ้นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวนาและชาวสวน การผันน้ำเข้าทุ่งบางบาลทำให้ปฏิทินการทำนาเปลี่ยนไป <a href="https://bangban.go.th/public/list_upload/backend/list_297/files_default_581_1.pdf">ตั้งแต่ปี 2560 จังหวัดพระนครศรีอยุธยาออกประกาศ</a> เปลี่ยนระบบการปลูกข้าวเหลื่อมเวลา เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก และเพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนกำหนดการเป็นพื้นที่รับการระบายน้ำ ซึ่งเป็น “ระยะเวลาปล่อยน้ำเข้านา เอาปลาเข้าทุ่ง” ในพื้นที่ทุ่งรับการระบายน้ำจำนวน 7 ทุ่ง โดยระบบการปลูกข้าวเหลื่อมเวลาดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>การทำนารอบที่ 2/2560 หรือรอบนาปรัง ให้ชาวนาปลูกข้าวช่วงวันที่ 1-31 ธันวาคม 2560 และเก็บเกี่ยวช่วงวันที่ 15 มีนาคม-15 เมษายน 2561</li>



<li>การทำนารอบที่ 1/2561 หรือรอบนาปี ให้ชาวนาปลูกข้าวช่วงวันที่ 16 เมษายน 2561- 20 พฤษภาคม 2561 (พื้นที่ที่เริ่มปลูกวันที่ 16 เมษายนคือ พื้นที่ริมตลิ่ง นอกคันกั้นน้ำ ใกล้แหล่งน้ำ ส่วนพื้นที่อื่นๆ ที่ใช้เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรับการระบายน้ำ เริ่มปลูกวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป) เก็บเกี่ยวช่วงวันที่ 1 สิงหาคม &#8211; 15 กันยายน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ทางการจะเริ่มปล่อยน้ำเข้านา เอาปลาเข้าทุ่ง ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2561 จนถึง 30 พฤศจิกายน 2561 โดยสำนักงานประมงของจังหวัดจะจัดหาพันธุ์ปลาโตเร็ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังต้องเลือกพันธุ์ข้าวตามกำหนดการปล่อยน้ำ โดยต้องเลือกพันธุ์ข้าวที่มีอายุปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว 110-120 วัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">กำหนดการปล่อยน้ำเข้าพื้นที่นาส่งผลต่อวิถีการทำนา <a href="https://prachatai.com/journal/2025/08/114410">เครือข่ายชาวนาภาคกลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา </a>ตั้งคำถามต่อมาตรการนี้ว่า ชาวนาที่พื้นที่นากลายเป็นทุ่งรับน้ำ มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้หรือไม่ ชาวนาซึ่งเช่าที่ทำนาต้องจ่ายค่าเช่าทั้งปี แต่ใช้ทำนาจริงได้แค่ 200 วัน วันที่เหลือของปีกลายเป็นทุ่งรับน้ำ และมีคำถามว่าชาวนาในเขตนอกคันกั้นน้ำเหล่านี้เต็มใจหรือไม่ และมีค่าชดเชยให้กับการเป็นทุ่งรับน้ำหรือไม่ เมื่อกรมชลประทานผันน้ำเข้าทุ่งตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน หลังน้ำลดจึงจะได้ทำนาปรัง เกี่ยวข้าวหลังจากเดือนเมษายน ซึ่งหลังจากนี้แทบไม่มีเวลาทำนาปี เพราะไม่สามารถกำจัดวัชพืชด้วยการเผาตอซังข้าวได้ การใช้วิธีอื่นต้องใช้เวลานานเกิน 1 เดือน ส่งผลให้ทำนาปีไม่ทันช่วงเวลาผันน้ำท่วมทุ่ง ขณะที่ฐิติวัฒน์ กลีบมาลัย ตัวแทนกล่าวว่า “ที่ผ่านมาชาวนารับน้ำแทนพื้นที่กรุงเทพฯ แต่พอน้ำลด ชาวนากลับไม่ได้ใช้น้ำทำนา เพราะต้องเผื่อเอาน้ำไปทำน้ำประปาให้คนในเมืองก่อน แล้วเดี๋ยวต้องเอาน้ำไปดันน้ำทะเลหนุนสูง แล้วก็มีคำสั่งให้ชาวนาต้องชะลอทำนาไปก่อน กว่าจะทำนาได้ต้องรอน้ำทะเลหยุดหนุน” ชาวนาต้องประสบปัญหาเช่นนี้ทุกปี โดยที่ไม่มีมาตรการใดๆ จากภาครัฐ</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ การปรับช่วงเวลาการปลูกพืชผลทางการเกษตรเพื่อให้เก็บเกี่ยวก่อนจะมีการผันน้ำเข้ามา ซึ่งใช้ช่วงเวลาการปลูกข้าวเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตามในพื้นที่ อ. บางบาล ไม่ได้มีแค่การปลูกข้าวเท่านั้น ยังมีการปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งมีระยะเวลาในการปลูกและเก็บเกี่ยวไม่เท่ากันกับข้าว จึงทำให้ยังไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนที่จะมีการผันน้ำเข้ามาได้ นอกจากนี้พืชเศรษฐกิจบางชนิดยังเป็นพืชยืนต้น ที่แม้จะมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนจะมีการผันน้ำเข้ามา แต่ต้นก็ยังได้รับความเสียหายจากการถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน โดยอ.บางบาลยังมีการปลูกพืชอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผลหรือไม้ยืนต้น ซึ่งไม่สามารถปรับเปลี่ยนเวลาเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวได้เช่นเดียวกับข้าว การกลายเป็นพื้นที่รับน้ำทำให้พื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหาย ตัวอย่างเช่น<a href="https://www.thairath.co.th/news/local/central/2204206"> สวนกล้วยหอม </a>&nbsp;ซึ่งในปี 2564 พื้นที่ปลูกกล้วยหอมที่อยู่บริเวณคลองบางบาลถูกน้ำท่วมเสียหายหลายพันต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องพบว่า การกำหนดทุ่งบางบาลเป็นพื้นที่แก้มลิงรับน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่อื่นๆ ของกรมชลประทานให้สามารถผันน้ำเข้าท่วมทรัพย์สิน บ้านเรือน ที่นา สวนของประชาชน อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 ตามนโยบายตามมาตรา 4 ซึ่งไม่ได้บัญญัติเกี่ยวกับการชดเชยหรือการเยียวยา</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐส่งผลต่อวิถีชีวิตของคนบางบาลหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพักอาศัยในบ้านของตนเอง การประกอบอาชีพ การสัญจร จนอาจกล่าวได้ว่า คนบางบาลแลกวิถีชีวิตปกติของตนเองเพื่อให้คนที่อยู่ปลายน้ำสามารถดำเนินชีวิตได้ปกติ</p>



<h3 class="wp-block-heading">คนบางบาลจะได้อะไรจากโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทรฯ ราคา 25,400 ล้านบาท</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6069" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นอกจากแผนงานพื้นที่รับน้ำนอง ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างสำหรับบรรเทาอุทกภัยขนาดกลางและขนาดใหญ่ 12 ทุ่ง&nbsp; และพื้นที่บางบาลยังเป็นที่ตั้งของแผนงานขุดคลองระบายน้ำบางบาล-บางไทรด้วย ตามมาตรการสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ในแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://resolution.soc.go.th/?prep_id=99331128">คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562</a> อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินงานก่อสร้างโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ระยะเวลา 5 ปี (ปีงบประมาณ 2562-2566) ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 21,000 ล้านบาท ในส่วนที่มีการดำเนินการในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาประกอบด้วย 4 โครงการ คือ 1.การเสริมคันกั้นน้ำเจ้าพระยาความยาว 54 กิโลเมตร 2. ก่อสร้างประตูระบายน้ำ 2 แห่ง คือ (1) ประตูระบายน้ำคลองบางหลวง (2) ประตูระบายน้ำคลองบางบาล 3.คลองระบายน้ำบางบาล-บางไทร 22.5 กิโลเมตร และ 4. เขื่อนพระนครศรีอยุธยา</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทรนี้ก่อสร้างเริ่มต้นที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางบาล ตัดตรงผ่านทุ่งบางบาลถึงตำบลสนามชัย อำเภอบางไทร โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาและพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่างได้เฉลี่ย 1.9 – 2.5 ล้านไร่ต่อปี และลดระดับความลึกของน้ำท่วม <a href="https://www.bangkokbiznews.com/social/898821">กรมชลประทาน</a> ให้เหตุผลว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงผ่านตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาที่มีลักษณะเป็นคอขวดให้สามารถระบายน้ำเพิ่มจาก 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเป็น 2,930 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที <a href="https://www.komchadluek.net/news/497179">ประชาชนในสามอำเภอ</a>ได้แก่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางบาล และ อำเภอบางไทร ต้องถูกเวนคืนที่ดิน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://pis.parliament.go.th/PARFileDownloadProxy/download?s=-uqs-Vr9hr2Vb0_COD5vpD8NyALwRbTpVGTgp8lhSQRTlaRbkXXYTZt5p3GKqzGiL2IiEuRV7U70GF6tcD4Ac7PYjg--2Mhxw_rE1pZZEaV109CVJZpwdnRDOD0IRnBGbHyCH1-TG1sKNiz6ZdTOhoURTQtXsNcyxDQ=&amp;ref=6675602&amp;n=1">ต่อมามีการขยายระยะเวลาและเพิ่มกรอบวงเงินงบประมาณ</a> เป็นวงเงิน 25,400 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี (2562-2569) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ เมื่อสำรวจเอกสารรายงานงบประมาณปี 2560-2569 ของ สำนักงบประมาณ พบว่าแต่ละปีที่การของบประมาณดังต่อไปนี้&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปี 2560 จำนวน 20 ล้านบาท</li>



<li>ปี 2562 จำนวน 250 ล้านบาท</li>



<li>ปี 2563 จำนวน 1,866.2 ล้านบาท</li>



<li>ปี 2564 จำนวน 2,159.25 ล้านบาท</li>



<li>ปี 2565 จำนวน 2,561.6&nbsp; ล้านบาท</li>



<li>ปี 2566 จำนวน 3,568.3&nbsp; ล้านบาท</li>



<li>ปี 2567 จำนวน 2,899.5&nbsp; ล้านบาท</li>



<li>ปี 2568 จำนวน 3,331.48&nbsp; ล้านบาท</li>



<li>ปี 2569 จำนวน 1,510.25&nbsp; ล้านบาท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">โดยปัจจุบันมีการของบประมาณไปแล้ว รวม 18,166.73 ล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ในการก่อสร้างมีการแบ่งสัญญาก่อสร้างออกเป็น 7 สัญญา ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://www.set.or.th/th/market/news-and-alert/newsdetails?id=2020085173&amp;symbol=UNIQ">สัญญาที่ 1</a> ความยาว 3.7 ก.ม. ดำเนินการโดย บมจ. ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น มูลค่า 2,758.08 ล้านบาท</li>



<li><a href="https://www.prachachat.net/finance/news-500648">สัญญาที่ 2</a> ความยาว 3.9 ก.ม. ดำเนินการโดย บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ มูลค่า 2,795.29 ล้านบาท</li>



<li><a href="https://www.kaohoon.com/news/company/441098">สัญญาที่ 3 </a>ความยาว 5.4 ก.ม. ดำเนินการโดย บมจ. ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น&nbsp; มูลค่า 3,669.03 ล้านบาท</li>



<li><a href="https://www.ryt9.com/s/iq10/3356468">สัญญาที่ 4</a> ความยาว 3.5 ก.ม. ดำเนินการโดย บมจ. ช.การช่าง มูลค่า 3,280.00 ล้านบาท</li>



<li><a href="http://kromchol.rid.go.th/lproject/lsp02/2014/images/sampledata/project%20progress%20report/bangban/2568/01%202568.pdf">สัญญาที่ 5</a> ความยาว 0.5 ก.ม. ดำเนินการโดย บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์&nbsp; มูลค่า 1,129.74 ล้านบาท</li>



<li><a href="https://weblink.set.or.th/dat/news/202304/23047952.pdf">สัญญาที่ 6</a> ความยาว 3.0 ก.ม. ดำเนินการโดย กิจการร่วมค้า ยูซีเอ็น มูลค่า 3,280.00 ล้านบาท</li>



<li><a href="https://weblink.set.or.th/dat/news/202507/0933NWS010720251905497940T.pdf">สัญญาที่ 7</a> ความยาว 0.6 ก.ม. ดำเนินการโดย กิจการร่วมค้า ยู-เอเอสไอ มูลค่า 849.7 ล้านบาท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ กิจการร่วมค้า ยูซีเอ็น และ กิจการร่วมค้า ยู-เอเอสไอ มีบมจ. ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เป็นหุ้นส่วน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนถึงสิงหาคม 2568 <a href="http://kromchol.rid.go.th/lproject/lsp02/2014/images/sampledata/project%20progress%20report/bangban/2568/08%20%202568.pdf">โครงการดำเนินการเสร็จแล้ว 80%</a> สำหรับปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่บางบาล โครงการนี้ถูกมองว่าจะช่วยแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอบางบาลได้ จากหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี กรมชลประทาน รวมทั้งตัวแทนจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติที่กล่าวว่า โครงการนี้จะทำให้ <a href="https://www.nationtv.tv/news/378633374">ทุ่งบางบาลพ้นจากน้ำท่วมซ้ำซากได้ถึง 70 %</a> อย่างไรก็ตามมีคำถามจาก<a href="https://www.bbc.com/thai/articles/cr70knz8157o">ประชาชน</a> ที่อยู่ในพื้นที่ว่า น้ำที่ปลายทางคลองบางไทรมีแผนการบริหารจัดการอย่างไร ซึ่งคำถามนี้มีอยู่ทุกครั้งระหว่างทำประชาพิจารณ์ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากทางการ จนกังวลว่าน้ำอาจจะไปติดคอขวดที่ปลายทาง และแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">คนบางบาลประสบภัยเป็นประจำ แต่ได้เงินช่วยเหลือเป็นครั้งคราว</h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/4-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6042" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/4-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/4-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/4-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/4-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/4-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/4-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จนถึงปัจจุบัน ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทุ่งรับน้ำบางบาลไม่ได้รับการชดเชยจากการที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเป็นพื้นที่รับน้ำแทนกรุงเทพฯ และปริมณฑลเกือบทุกปี ส่วนเงินที่ได้รับเป็นความช่วยเหลือสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ ซึ่งหมายถึงผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จะมีการพิจารณาอนุมัติเป็นครั้งคราว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยประชาชนที่ประสบภัยพิบัติจะได้รับเงินเยียวยามาจาก<a href="https://theactive.thaipbs.or.th/data/flood-disaster"> 4 ช่องทางหลัก</a> ได้แก่</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2560 ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะตั้งงบเพื่อสำรองจ่ายกรณีมีเหตุสาธารณภัยเกิดขึ้น หรือกรณีการป้องกันและยับยั้งก่อนเกิดสาธารณภัย อยู่ภายใต้งบกลาง</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่า ในปีงบประมาณ 2568 องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (อบจ.)&nbsp; ตั้งเงินสำรองจ่ายกรณีที่มีเหตุสาธารณภัยเกิดขึ้น หรือกรณีการป้องกันและยับยั้งก่อนเกิดสาธารณภัย หรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัย หรือกรณีฉุกเฉินเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน 20,241,775 บาท ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอบางบาล ซึ่งมี 4 อบต.และ 2 เทศบาลตำบล ตั้งงบ เงินสำรองจ่ายเพื่อจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในกรณีที่มีเหตุสาธารณภัยเกิดขึ้นหรือกรณี การป้องกันและยับยั้งก่อนเกิดสาธารณภัยหรือคาดว่าจะเกิด สาธารณภัยหรือกรณีฉุกเฉินเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นส่วนรวม โดยงบประมาณในส่วนนนี้ของแต่ละ อบต. หรีอแต่ละเทศบาลตั้งงบไว้ไม่เท่ากัน เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณองค์กรละ 200,000 บาท</p>



<ol start="2" class="wp-block-list">
<li>เงินทดรองราชการสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินโดยเป็นไปตาม <a href="https://backofficeminisite.disaster.go.th/apiv1/apps/minisite_help/194/sitedownload/704/download?TypeMenu=MainMenu&amp;filename=5f7d9d7c2a099.pdf">หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2563</a> ซึ่งเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามความหมายแห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 <a href="https://backofficeminisite.disaster.go.th/apiv1/apps/minisite_help/194/sitedownload/704/download?TypeMenu=MainMenu&amp;filename=fe18079274936860daa1bd2737ac1182.pdf">เจตนารมณ์</a> ของระเบียบนี้ก็ “เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ไม่ได้มุ่งหมายชดใช้ค่าเสียหาย ต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและความเป็นอยู่ของประชาชน ไม่สามารถสร้างสิ่งก่อสร้าง หรือสาธารณูปโภคที่ถาวรหรือก่อสร้างใหม่ได้” ครอบคลุมความช่วยเหลือ 5 ด้าน คือ ด้านการดำรงชีพ ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ด้านการเกษตร ด้านบรรเทาสาธารณภัย</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://backofficeminisite.disaster.go.th/apiv1/apps/minisite_cco/204/sitedownload/32432/download?TypeMenu=MainMenu&amp;filename=9e04f4dc2c7eeb675fc27762fa4373e3.pdf&amp;fbclid=IwY2xjawKBU1hleHRuA2FlbQIxMABicmlkETEzY1ZPdW84Y1RxMnVqSVBNAR6OhA_AZXSVa2XYilNvMVg5Ag0QKODfmTgopovALsHgSW_muk9F0TMk9Y8-og_aem_Got1RJ5eLHD7o8RTx2MBEQ">หน่วยงานที่มีอำนาจอนุมัติจ่ายเงิน</a> แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กระทรวงและกรม และจังหวัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทรวงและกรม</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สำนักนายกรัฐมนตรี 100 ล้านบาท นายกรัฐมนตรีอนุมัติ</li>



<li>กระทรวงกลาโหม 50 ล้านบาท ปลัดกระทรวงอนุมัติ</li>



<li>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 10 ล้านบาท ปลัดกระทรวงอนุมัติ</li>



<li>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 50 ล้านบาท ปลัดกระทรวงอนุมัติ</li>



<li>กระทรวงมหาดไทย&nbsp; 50 ล้านบาท ปลัดกระทรวงอนุมัติ</li>



<li>กระทรวงสาธารณสุข 10 ล้านบาท ปลัดกระทรวงอนุมัติ</li>



<li>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 50 ล้านบาท อธิบดีกรมฯ อนุมัติ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จังหวัด</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด แห่งละ 20 ล้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติ</li>



<li>ในระดับอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติตามความจำเป็น ไม่เกิน 500,000 บาท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ ในปี 2568 คณะรัฐมนตรีมี <a href="https://infocenter.oic.go.th/upload/cms/1755576384_9947.pdf">มติเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568</a>&nbsp; ปรับเพิ่มวงเงินในบางหน่วยงาน ดังนี้&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>กระทรวงกลาโหม เพิ่มเป็น 100 ล้านบาท</li>



<li>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพิ่มเป็นเป็น 100 ล้านบาท</li>



<li>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพิ่มเป็น 100 ล้านบาท</li>



<li>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพิ่มเป็น แห่งละ 50 ล้านบาท</li>



<li>และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจจัดสรรเงินทดรองราชการของ ปภ.จังหวัด แก่อำเภอหรือกิ่งอำเภอ ตามความจำเป็นและเหมาะสม แต่ละแห่งต้องไม่เกิน 1 ล้านบาท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณารายละเอียดอัตราจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp; ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินช่วยเหลือโดยตรงจากเงินด้านการดำรงชีพและด้านการเกษตร ตามหลักเกณฑ์ฯ ส่วนที่เหลือเป็นเงินสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการกับสาธารณสมบัติ เช่น จ้างเหมาก้าจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำที่อุดช่องทางน้ำ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่าง เงินช่วยเหลือด้านดำรงชีพและด้านการเกษตร เช่น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพเบื้องต้น กรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 3,800 บาท</li>



<li>ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ ซึ่งผู้ประสบภัยพิบัติเป็นเจ้าของที่ได้รับความเสียหาย เท่าที่จ่ายจริงหลังละไม่เกิน 49,500 บาท</li>



<li>ค่าวัสดุซ่อมแซมหรือสร้างยุ้งข้าว โรงเรือนสำหรับเก็บพืชผลและคอกสัตว์ที่ได้รับความเสียหาย เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 5,700 บาท</li>



<li>กรณีที่ผู้ประสบภัยพิบัติเช่าบ้านเรือนของผู้อื่น และบ้านเช่าเสียหายจากภัยพิบัติทั้งหลังหรือเสียหายบางส่วนจนอยู่อาศัยไม่ได้ ให้ช่วยเหลือเป็นค่าเช่าบ้านแก่ผู้ประสบภัยพิบัติเท่าที่จ่ายจริงในอัตราครอบครัวละไม่เกินเดือนละ 1,800 บาท เป็นเวลาไม่เกิน 2 เดือน</li>



<li>ค่าดัดแปลงสถานที่สำหรับเป็นที่พักชั่วคราว เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 2,500 บาท หรือค่าผ้าใบหรือผ้าพลาสติกหรือวัสดุอื่น ๆ สำหรับกันแดดกันฝน เท่าที่จ่ายจริง ครอบครัวละไม่เกิน 1,000 บาท</li>



<li>ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ และหรือเงินทุนสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติที่เป็นอาชีพหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติ เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 11,400 บาท</li>



<li>ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่พืชตาย หรือเสียหาย ตามจำนวนพื้นที่ทำการเกษตรจริงที่ได้รับความเสียหาย ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ กรณีพืชอายุสั้นเสียหาย ให้ช่วยเหลือเฉพาะรายการค่าวัสดุ กรณีไม้ผล ไม้ยืนต้นเสียหาย ให้ช่วยเหลือเฉพาะรายการค่าวัสดุและต้นทุนเฉลี่ยก่อนให้ผลผลิต ใน<a href="https://backofficeminisite.disaster.go.th/apiv1/apps/minisite_help/194/sitedownload/704/download?TypeMenu=MainMenu&amp;filename=f9738bd1d391ade03ac7df8572dcaf8e.pdf">อัตรา</a> ดังนี้
<ul class="wp-block-list">
<li>ข้าว ไร่ละ 1,340 บาท</li>



<li>พืชไร่และพืชผัก ไร่ละ 1,980 บาท</li>



<li>ไม้ผลไม้ยืนต้น และอื่น ๆ ไร่ละ 4,048 บาท</li>
</ul>
</li>



<li>ค่าใช้จ่ายในการขุดลอก ขนย้ายหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน รวมทั้งซากวัสดุที่ทับถมพื้นที่แปลงเกษตรกรรม เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่เพื่อการเพาะปลูกพืชได้ในขนาดพื้นที่ไม่เกิน 5 ไร่ ราคาไม่เกินไร่ละ 7,000 บาท</li>



<li>ปลาหรือสัตว์น้ำที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าวหรือร่องสวน ไร่ละ 4,682 บาท ไม่เกินรายละ 5 ไร่&nbsp;</li>



<li>สัตว์น้ำที่เลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ หรือที่เลี้ยงใน ลักษณะอื่นที่คล้ายคลึงกัน ตารางเมตรละ 368 บาท ไม่เกินรายละ 80 ตารางเมตร</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับน้ำท่วมปี 2568 <a href="https://gcc.go.th/2025/09/12/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%82%E0%B8%A2-2/">กรมบัญชีกลางอนุมัติขยายวงเงิน</a>ทดรองราชการฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพิ่มเติมอีก 30 ล้านบาท เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568</p>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li>งบฯ กลาง สำหรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เป็นเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้เบิกจ่าย ตามวงเงินงบประมาณ โดยจะมีการกำหนดเงื่อนไขและกฎเกณฑ์การจ่ายเงินแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในแต่ละครั้งตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ตามแต่ละครัวเรือน</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ฤดูฝนปี 2565 จำนวน 7,449.00 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ฤดูฝนปี 2567 จำนวน 3,827 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ฤดูฝนปี 2568 จำนวน 6,169.99 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2565-2566 มีการแบ่งเป็นอัตราการจ่ายขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่น้ำท่วมขัง 1) ไม่เกิน 30 วัน จะได้รับเงินช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 5,000 บาท 2) เกินกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 7,000 บาท 3) เกินกว่า 60 วัน ขึ้นไป ครัวเรือนละ 9,000 บาท ต่อมาในปี <a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/330580">2567</a> เปลี่ยนเป็นการช่วยเหลืออัตราเดียวครัวเรือนละ 9,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ ประชาชนจะได้เงินก็ต่อเมื่อมีหนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกให้ ต้องผ่านการประชาคมหมู่บ้านของแต่ละพื้นที่ประสบสาธารณภัย และผ่านการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลจากคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) และคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) ก่อน</p>



<ol start="4" class="wp-block-list">
<li><a href="https://www.opm.go.th/opmportal/multimedia/siriposu/File/Dissaster_Reltef_fund.pdf">เงินบริจาคผ่านกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี </a>ซึ่งเป็นกองทุนของรัฐบาลที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรับบริจาคและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย พ.ศ. 2542 ที่สามารถนำไปใช้ในการจัดการศพ ซ่อมสร้างที่อยู่อาศัย ค่าเครื่องอุปโภคบริโภค ค่าใช้จ่ายเพื่อป้องกันหรือบรรเทาความรุนแรงของภัยที่เกิดขึ้น จนถึงกุมภาพันธ์ 2567 ยอดเงินอยู่ที่&nbsp; 605,891,533.90 บาท</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">ประชาชนจะได้รับเงินช่วยเหลือ ก็ต่อเมื่อ ตนเองหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องยื่นคำขอต่อคณะกรรมการกองทุนฯ ซึ่งคณะกรรมการกองทุนนี้มีรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หากคณะกรรมการอนุมัติ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะสั่งจ่ายเงินไปยังสำนักงานจังหวัดเพื่อส่งให้แก่ผู้ยื่นคำขอรับความช่วยเหลือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">รัฐจะจ่ายเงินช่วยเหลือก็ต่อเมื่อมีการประกาศให้พื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ อย่างไรก็ตาม ทุ่งรับน้ำบางบาลเป็นโครงการที่มีการศึกษาและวางแผนไว้ล่วงหน้า ซึ่งสามารถคาดการณ์ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้ ประชาชนที่อยู่อาศัยในบางบาลไม่ได้ประสบภัยพิบัติที่เกิดขึ้นฉุกเฉินเป็นครั้งคราว แต่ต้องอยู่กับสภาพน้ำท่วมสูง ขังนานปีละหลายเดือน นับตั้งแต่ที่ถูกประกาศให้เป็นทุ่งรับน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ และพื้นที่เศรษฐกิจอื่นๆ หากย้อนกลับไปดูผลการศึกษาของโครงการนำร่องฯ พบว่า มีการกล่าวถึงการชดเชยความเสียหายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการแก้มลิงบางบาลหลายร้อยครัวเรือน ทั้งที่อยู่อาศัย เกษตรกรรมและการประกอบการอื่นๆ โครงการฯ จึงควรลดผลกระทบต่อประชาชนอย่างเต็มที่ด้วยมาตรการสำคัญคือ การจัดให้มีการจ่ายค่าชดเชยอย่างเป็นธรรม ผลการศึกษาจากโครงการนำร่องฯ แก้มลิงบางบาล เสนอว่า ควรจะจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 37.21 ล้านบาทต่อปี</p>



<h3 class="wp-block-heading">ไทยมีกฎหมายกำหนดค่าชดเชยความเสียหาย แต่ไม่ใช้?</h3>





<p class="wp-block-paragraph">แนวทางการจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้พื้นที่เพื่อการรับน้ำเคยถูกกล่าวถึงไว้ใน<a href="http://irrigation.rid.go.th/rid10/Book/Book%202555/book/0384.pdf">รายงานความก้าวหน้า</a>ของคณะทำงานจัดทำแผนงานการกำหนดพื้นที่รับน้ำนองและมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้พื้นที่เพื่อการรับน้ำ ในเขตเจ้าพระยาตอนบน/เจ้าพระยาตอนล่าง ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในรายงานระบุว่า มีการแต่งตั้งคณะทำงานกำหนดมาตรการชดเชยความเสียหาย และมีการนำเสนอข้อสรุปเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การชดเชยและการช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ ให้ที่ประชุมพิจารณา 2 แนวทางคือ แนวทางที่ 1 น้ำจะมาหรือไม่มาก็ต้องจ่าย เมื่อประกาศเป็นเขตพื้นที่รับน้ำนอง แนวทางที่ 2 จ่ายต่อเมื่อน้ำเข้าไปในพื้นที่รับน้ำ ซึ่งที่ประชุมเลือก แนวทางที่ 1 ส่วนหลักเกณฑ์ความเสียหาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในกรณีที่เกษตรต้องงดปลูกพืชในช่วงเวลา 3 เดือนเพื่อใช้พื้นที่ในการรับน้ำนอง จะได้รับค่าตอบแทนเสมือนหนึ่งเป็นค่าเช่า จะได้ค่าตอบแทน = ค่าเช่าเฉลี่ย x จำนวนพื้นที่ เมื่อคำนวณแล้วจะได้ประมาณ 625 บาท/ไร่ หากเกษตรกรในพื้นที่เขตประกาศเป็นพื้นที่รับน้ำนอง ที่มีการเพาะปลูกพืชข้าว ตามแผนที่กำหนด (2 รอบการเพาะปลูก) ได้รับความเสียหายเนื่องจากน้ำท่วมหรือขาดน้ำ จะได้รับค่าช่วยเหลือกรณีพิเศษ ดังนี้ ค่าช่วยเหลือกรณีพิเศษ = (ต้นทุนการผลิต + ค่าเสียโอกาส (20% ต้นทุนการผลิต) x จำนวนพื้นที่เสียหาย เมื่อคำนวณแล้วจะได้ประมาณ 5,557 บาท/ไร่ อย่างไรก็ตามแนวทางนี้ไม่ถูกกล่าวถึงหรือนำไปปฏิบัติต่อแต่อย่างใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องพบว่า มีการกล่าวถึงมาตรการชดเชยความเสียหายจากการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ. 2561 มาตรา 66 และมาตรา 67 ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ แต่ต้องชดเชยความเสียหายแก่บุคคลนั้นด้วย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">10 กันยายน 2564 มีการประกาศกฎกระทรวง 2 ฉบับให้ประชาชนได้รับชดเชยเมื่อรัฐใช้ที่ดิน-สิ่งก่อสร้างแก้น้ำท่วมดังนี้ 1) กฎกระทรวงค่าชดเชยความเสียหายจากการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม พ.ศ. 2564 2) กฎกระทรวงค่าทดแทนและค่าชดเชยความเสียหายจากการใช้ที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้งและภาวะน้ำท่วม พ.ศ. 2564</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยสรุปกฎกระทรวงทั้งสองฉบับนิยามว่า ค่าชดเชยความเสียหายหมายถึง เงินที่จ่ายให้แก่ผู้เสียหายเพื่อเป็นค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินของบุคคลนั้นอันเนื่องมาจากการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม ซึ่งรวมถึงการใช้ที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างเพื่อก่อสร้าง วางสิ่งของ สูบน้ำ หรือระบายน้ำผ่านหรือเข้าไปในที่ดินหรือติดตั้งอุปกรณ์ใดๆ กระบวนการชดเชยค่าเสียหายเริ่มจากการที่มีความเสียหายเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จะแจ้งต่อหัวหน้างานผู้รับผิดชอบ จากนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณา ก่อนที่จะมีคำสั่งให้จ่ายค่าชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการลุ่มน้ำหรือผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค ประกาศบัญชีรายชื่อผู้เสียหาย ซึ่งมีสิทธิได้รับค่าชดเชยความเสียหาย ณ ศาลากลางจังหวัด ค่าชดเชยความเสียจะคึานึงความเสียหายตามความเป็นจริง หรืออ้างอิงจากราคากลางของราชการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้กฎกระทรวงนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่กันยายน 2564 แต่จากการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้นยังไม่พบว่า มีการนำไปใช้ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะในกรณีของทุ่งรับน้ำบางบาลและทุ่งรับน้ำทั้งหมดในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาที่ดูเหมือนจะต้องประสบอุทกภัยอยู่เป็นประจำ เพื่อไม่ให้พื้นที่ปลายน้ำอย่างกรุงเทพมหานครจมน้ำก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban-datatbase/">https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban-datatbase/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/flood2025-bangban/">ท่วมไม่เหมือนกันแต่จ่ายเหมือนกัน : สำรวจปัญหาการจัดการและการชดเชยเยียวยาน้ำท่วม อ. บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา </a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
