<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การเมือง Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/การเมือง/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Jan 2026 06:39:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.1</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>การเมือง Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/tag/การเมือง/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความเห็นเด็กไทยต่อการเมืองและการเลือกตั้ง : ติดตามข่าวผ่าน TikTok ไม่เชื่อมั่นใน กกต. มากที่สุด และยังไม่มีพรรคการเมืองที่ชอบเป็นพิเศษ</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/student-q1-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 10:31:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[rocketmedialabxp2h]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[วันเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง69]]></category>
		<category><![CDATA[แบบสอบถาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=6411</guid>

					<description><![CDATA[<p>แบบสอบถามวันเด็ก’69: เด็กไทยสนใจการเมืองและการเลือกตั้งแค่ไหน?</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/student-q1-2026/">ความเห็นเด็กไทยต่อการเมืองและการเลือกตั้ง : ติดตามข่าวผ่าน TikTok ไม่เชื่อมั่นใน กกต. มากที่สุด และยังไม่มีพรรคการเมืองที่ชอบเป็นพิเศษ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งตรงกับเสาร์ที่ 2 ของทุกปี ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) และเครือข่ายเยาวชน Feel Good เพื่อสำรวจทัศนคติเกี่ยวกับการเมืองและการเลือกตั้งของกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) และ ปวช. ระหว่าง 4-27 ธ.ค. 2568 ผลการสำรวจมีดังนี้&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6423" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">จากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 515 คน แบ่งเป็นเพศหญิง 306 คน หรือคิดเป็น 59.42% เพศชาย 158 คน หรือคิดเป็น 30.68% ตามด้วย LGBTQ+ 34 คน หรือคิดเป็น 6.60% และไม่ต้องการระบุ 17 คน คิดเป็น 3.30% โดยผู้ตอบมีอายุระหว่าง 15-20 ปี จาก 49 จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 364 คน คิดเป็น 70.68% ตามมาด้วยภาคกลาง จำนวน 77 คน คิดเป็น 14.95% ภาคเหนือ จำนวน 42 คน คิดเป็น 8.16% ภาคใต้ จำนวน 21 คน คิดเป็น 4.08% ภาคตะวันออก จำนวน 9 คน คิดเป็น 1.75% และภาคตะวันตก จำนวน 2 คน คิดเป็น 0.39%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6424" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เด็กไทยสนใจการเมืองมากแค่ไหน รู้ศัพท์การเลือกตั้งคำไหนบ้าง?</h3>



<p class="wp-block-paragraph"><br>เมื่อสอบถามระดับความอินกับการเมืองโดยให้คะแนนเต็ม 5 (สนใจติดตามสม่ำเสมอ) พบว่านักเรียนส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง คือระดับ 3 จำนวน 191 คน คิดเป็น 37.09% รองลงมาคือระดับ 2 จำนวน 130 คน คิดเป็น 25.24% ตามด้วยระดับ 4 จำนวน 85 คน คิดเป็น 16.50% ระดับ 1 จำนวน 81 คน คิดเป็น 15.73% และระดับ 5 มีจำนวนน้อยที่สุดคือ 28 คน คิดเป็น 5.44%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคำศัพท์ทางการเลือกตั้ง พบว่าคำที่นักเรียนเกินกว่าครึ่งรู้ความหมาย ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สมาชิกวุฒิสภา มีผู้รู้ความหมายมากที่สุด จำนวน 433 คน คิดเป็น 84.08%</li>



<li>สส. เขต จำนวน 414 คน คิดเป็น 80.39%</li>



<li>เผด็จการรัฐสภา จำนวน 398 คน คิดเป็น 77.28%</li>



<li>รัฐบาลเสียงข้างน้อย จำนวน 390 คน คิดเป็น 75.73%</li>



<li>ประชามติ จำนวน 305 คน คิดเป็น 59.22%</li>



<li>บ้านใหญ่ จำนวน 272 คน คิดเป็น 52.82%</li>



<li>รัฐบาลผสม จำนวน 268 คน คิดเป็น 52.04%</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม มีคำศัพท์เทคนิคหรือคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่นักเรียนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ความหมาย คือ Gerrymandering ซึ่งเป็นการแบ่งเขตเลือกตั้งที่สร้างความได้เปรียบให้ผ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งมีผู้ไม่รู้มากถึง 408 คน คิดเป็น 79.22% รองลงมาคือ ปาร์ตี้ลิสต์ มีผู้ไม่รู้จำนวน 323 คน คิดเป็น 62.72% และ แลนด์สไลด์ มีผู้ไม่รู้จำนวน 307 คน คิดเป็น 59.61%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-3-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6444" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-3-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-3-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-3-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-3-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-3-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-3-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">มองการเมืองมีผลต่อชีวิต และ TikTok คือช่องทางรับข่าวเบอร์ 1</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสอบถามว่า การเมืองระดับประเทศส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันมากน้อยเพียงใด โดยให้คะแนนเต็ม 5 (มากที่สุด) พบว่านักเรียนส่วนใหญ่รู้สึกว่าได้รับผลกระทบในระดับปานกลาง หรือระดับ 3 จำนวน 180 คน คิดเป็น 34.95% รองลงมาคือระดับ 4 จำนวน 121 คน คิดเป็น 23.50% และระดับ 5 จำนวน 104 คน คิดเป็น 20.19% ส่วนกลุ่มที่รู้สึกว่าได้รับผลกระทบน้อยมีจำนวนไม่มาก คือระดับ 2 จำนวน 65 คน คิดเป็น 12.62% และระดับ 1 จำนวน 45 คน คิดเป็น 8.74%</p>



<h4 class="wp-block-heading">ช่องทางติดตามข่าวการเมืองมากที่สุด</h4>



<ol class="wp-block-list">
<li>TikTok (41.36%)&nbsp;</li>



<li>Facebook (17.86%)</li>



<li>โทรทัศน์ (13.98%)</li>



<li>X (Twitter) (10.68%)</li>



<li>ไม่ติดตาม (7.38%)</li>



<li>อื่นๆ (YouTube, Instagram, เว็บไซต์ข่าว ต่ำกว่า 3%)</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับช่องทางในการติดตามข่าวสารการเมือง พบว่าแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นอย่าง TikTok ครองแชมป์อันดับหนึ่ง มีผู้ตอบสูงถึง 213 คน คิดเป็น 41.36% โดยเมื่อเจาะลึกช่วงอายุพบว่าเป็นช่องทางหลักของกลุ่มอายุ 16 ปีมากที่สุดถึงจำนวน 85 คน รองลงมาคือ Facebook จำนวน 92 คน คิดเป็น 17.86% ซึ่งผู้ตอบจำนวนมาก คือกลุ่มอายุ 18 ปี จำนวน 32 คน อันดับสามคือโทรทัศน์ จำนวน 72 คน คิดเป็น 13.98% และ X (Twitter) จำนวน 55 คน คิดเป็น 10.68%</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ไม่ติดตามข่าวการเมืองเลย จำนวน 38 คน คิดเป็น 7.38% ซึ่งกระจายตัวอยู่ในกลุ่มอายุ 15 และ 16 ปีเป็นส่วนใหญ่ ส่วนช่องทางอื่นๆ เช่น YouTube Instagram และเว็บไซต์ข่าว มีสัดส่วนน้อยกว่า 3%&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">เช็กก่อนแชร์ไหม?</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>ตรวจสอบบ้าง (54.56%)&nbsp;</li>



<li>ตรวจสอบทุกครั้ง (34.76%)</li>



<li>ไม่เคยเลย (10.68%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในประเด็นเรื่องการตรวจสอบข่าวปลอมก่อนส่งต่อ พบว่านักเรียนส่วนใหญ่เลือกที่จะตรวจสอบบ้าง จำนวน 281 คน คิดเป็น 54.56% กลุ่มที่ตอบว่าไม่เคยตรวจสอบเลย มีจำนวน 55 คน คิดเป็น 10.68%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อคิดสัดส่วนเป็นกลุ่มอายุ จะพบว่า กลุ่มที่ตรวจสอบทุกครั้ง มากที่สุดคือกลุ่มอายุ 19 ปี โดยคิดเป็น 66.67% ของผู้ตอบในช่วงอายุ 19 ปี ขณะที่กลุ่มอายุที่ตอบว่า ไม่เคยตรวจสอบเลย มากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 15 ปี คิดเป็น 15.12% ของกลุ่มอายุ 15 ปี&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-4-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6427" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-4-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-4-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-4-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-4-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-4-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-4-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เด็กไทยติดตามข่าวจากสื่อหลักมากกว่าตัวบุคคล</h3>



<h4 class="wp-block-heading">ติดตามข่าวการเมืองจากใคร?</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>สื่อ/ข่าว (32.62%)</li>



<li>ไม่มี/ไม่ตอบ (31.84%)</li>



<li>อื่นๆ (9.51%)</li>



<li>บุคคล (7.96%)</li>



<li>ทั่วไป/ฟีด/แพลตฟอร์ม (7.38%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถามถึงแหล่งข่าวที่นักเรียนเลือกติดตาม โดยเป็นคำถามปลายเปิด พบว่าส่วนใหญ่ยังคงรับข่าวสารผ่านสื่อหลักหรือสำนักข่าวต่างๆ เช่น ไทยรัฐ ช่อง 3 The Standard หรือ Workpoint มากกว่าการติดตามจากตัวบุคคล โดยกลุ่มที่ติดตามจากสื่อและข่าวมีจำนวน 168 คน คิดเป็น 32.62% รองลงมาคือกลุ่มที่ไม่ได้ระบุแหล่งข้อมูลหรือไม่ได้ติดตาม จำนวน 164 คน คิดเป็น 31.84%</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับกลุ่มที่ติดตามข่าวจากตัวบุคคล เช่น สรยุทธ สุทัศนะจินดา หรือนักการเมืองโดยตรง มีจำนวน 41 คน คิดเป็น 7.96% ในขณะที่การติดตามผ่านอินฟลูเอนเซอร์หรือเพจวิเคราะห์ข่าวอย่าง อีจัน หรือ Drama-addict มีจำนวน 33 คน คิดเป็น 6.41% และที่น่าสนใจคือการรับข่าวสารจากคนใกล้ตัว เช่น พ่อแม่ หรือครู มีสัดส่วนน้อยที่สุด เพียง 22 คน คิดเป็น 4.27%</p>



<h4 class="wp-block-heading">ติดตามนักการเมือง/พรรคการเมืองไหนในโซเชียล?</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไม่ติดตาม/ไม่มี/ไม่ทราบ (55.73%)</li>



<li>พรรคประชาชน/ส้ม/ก้าวไกล (25.83%)</li>



<li>อื่นๆ (5.05%)</li>



<li>อนุทิน/ภูมิใจไทย (4.08%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถามถึงการติดตามนักการเมืองหรือพรรคการเมืองบนโซเชียลมีเดีย โดยเป็นคำถามปลายเปิด พบว่านักเรียนเกินครึ่งระบุว่าไม่ได้ติดตามโซเชียลมีเดียของนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ จำนวน 287 คน คิดเป็น 55.73% แต่ในกลุ่มที่ติดตามนั้น พบว่าพรรคประชาชน เช่น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, รังสิมันต์ โรม หรือ ไอซ์ รักชนก ได้รับความสนใจมากที่สุด จำนวน 133 คน คิดเป็น 25.83% รองลงมาคือกลุ่มอื่นๆ จำนวน 26 คน คิดเป็น 5.05% ตามด้วยอนุทิน ชาญวีรกูล หรือพรรคภูมิใจไทย จำนวน 21 คน คิดเป็น 4.08% และพรรคเพื่อไทย เช่น แพทองธาร หรือเศรษฐา จำนวน 10 คน คิดเป็น 1.94% ส่วนชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีผู้ติดตามเท่ากันที่จำนวน 3 คน คิดเป็น 0.58%</p>



<h4 class="wp-block-heading">รู้จัก สส. เขตตัวเองไหม?</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไม่ทราบ (50.87%)&nbsp;</li>



<li>ทราบทั้งชื่อและพรรค (20.39%)</li>



<li>ทราบพรรค (17.86%)</li>



<li>ทราบชื่อ (10.87%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถามว่า รู้จัก สส. ในเขตของตนเองหรือไม่ พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่า สส. ในเขตคือใคร โดยมีผู้ที่ไม่ทราบเลยจำนวน 262 คน คิดเป็น 50.87% สำหรับกลุ่มที่ทราบข้อมูล มีเพียงจำนวน 105 คน คิดเป็น 20.39% ที่รู้ทั้งชื่อจริงและพรรคสังกัด ส่วนคนที่รู้เฉพาะพรรคแต่ไม่รู้ชื่อมีจำนวน 92 คน คิดเป็น 17.86% และคนที่รู้แต่ชื่อไม่รู้พรรคมีจำนวน 56 คน คิดเป็น 10.87%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-5-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6429" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-5-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-5-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-5-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-5-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-5-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-5-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เด็กส่วนใหญ่อยากให้ รร. หนุนการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนทางการเมืองได้อย่างอิสระ</h3>



<h4 class="wp-block-heading">ช่องทางในโรงเรียนที่ส่งผลต่อความรับรู้เรื่องการเมือง</h4>



<ol class="wp-block-list">
<li>วิชาเรียน/หลักสูตร (32.62%)</li>



<li>กิจกรรมนักเรียน/การเลือกตั้งในโรงเรียน (31.26%)</li>



<li>ครู (20.19%)</li>



<li>ไม่มี (15.92%)</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสำรวจว่าสิ่งใดในโรงเรียนที่มีผลต่อความรับรู้เรื่องการเมืองระดับประเทศมากที่สุด พบว่าวิชาเรียนและหลักสูตร เช่น วิชาสังคมศึกษาหรือหน้าที่พลเมือง มาเป็นอันดับหนึ่ง จำนวน 168 คน คิดเป็น 32.62% ตามมาด้วยกิจกรรมนักเรียน เช่น สภานักเรียน หรือการเลือกตั้งประธานนักเรียน จำนวน 161 คน คิดเป็น 31.26% ส่วนครูและการพูดคุยนอกบทเรียนมีผลรองลงมา จำนวน 104 คน คิดเป็น 20.19% และมีผู้ที่มองว่าโรงเรียนไม่มีส่วนช่วยสร้างความรับรู้นี้เลย จำนวน 82 คน คิดเป็น 15.92%</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากเปรียบเทียบผลลัพธ์ของแต่ละช่องทางว่าจะช่วยกระตุ้นความสนใจทางการเมืองได้มากน้อยเพียงใด พบว่า</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>กิจกรรมนักเรียนและการเลือกตั้งในโรงเรียน เป็นช่องทางที่กระตุ้นความสนใจได้ดีที่สุด โดยทำให้นักเรียนรู้สึกอยากมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น จำนวน 214 คน คิดเป็น 41.55% ส่วนคนที่รู้สึกเฉยๆ มีจำนวน 268 คน คิดเป็น 52.04%</li>



<li>วิชาเรียนและหลักสูตร ส่วนใหญ่ทำให้นักเรียนรู้สึกเฉยๆ หรือไม่มีความเห็น จำนวน 296 คน คิดเป็น 57.48% ส่วนคนที่รู้สึกสนใจมากขึ้นมีจำนวน 176 คน คิดเป็น 34.17%</li>



<li>ครู ส่วนใหญ่มักทำให้นักเรียนรู้สึกเฉยๆ เช่นกัน โดยมีจำนวนสูงถึง 311 คน คิดเป็น 60.39% ส่วนที่ทำให้รู้สึกสนใจมากขึ้นมีจำนวน 163 คน คิดเป็น 31.65%&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับบทบาทของโรงเรียนที่นักเรียนคาดหวัง ส่วนใหญ่อยากเห็นโรงเรียนสนับสนุนให้มีการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนทางการเมืองได้อย่างอิสระ จำนวน 310 คน คิดเป็น 60.19% รองลงมาคือกลุ่มที่รู้สึกเฉยๆ จำนวน 128 คน คิดเป็น 24.85% มีส่วนน้อยที่มองว่าควรจำกัดการสอนไว้เพียงแค่ในหลักสูตร จำนวน 54 คน คิดเป็น 10.49% และกลุ่มที่มองว่าไม่ควรอนุญาตให้มีกิจกรรมหรือการแสดงออกทางการเมืองในโรงเรียนเลย มีจำนวน 23 คน คิดเป็น 4.47%&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-6-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6430" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-6-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-6-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-6-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-6-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-6-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-6-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">สำหรับเด็กไทย การเมืองคือ…?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อตั้งคำถามปลายเปิดว่า การเมืองคืออะไร ในมุมมองของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง พบว่าคำตอบส่วนใหญ่มองเป็นเรื่องของโครงสร้างและการทำงานของภาครัฐ โดยมองว่าคือการบริหาร การปกครอง หรือหน้าที่ของรัฐบาลและสภามากที่สุด จำนวน 210 คน คิดเป็น 40.78% รองลงมามองในมุมของความสัมพันธ์เชิงอำนาจ คือการช่วงชิงผลประโยชน์และความขัดแย้ง จำนวน 124 คน คิดเป็น 24.08% นอกจากนี้ยังมีมุมมองอื่นๆ เช่น เรื่องของประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วม หรือเรื่องเศรษฐกิจและปากท้อง แต่มีสัดส่วนไม่มากนัก บางส่วนเปรียบเปรยการเมืองว่าคือ &#8220;สงครามธุรกิจ&#8221; &#8220;ธุรกิจของคนใหญ่คนโต&#8221; หรือบางคนระบุว่าเป็นเรื่องของ &#8220;คนโง่แก่งแย่งประโยชน์กับคนโง่ที่มีอำนาจ จนทำให้ประชาชนลำบาก&#8221; และมองว่า &#8220;มีอำนาจจะมีทุกอย่าง การเมืองมีอยู่ทุกที่&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และมีบางส่วนระบุว่า การเมืองเป็น &#8220;วิธีที่มนุษย์จัดการกันเองในสังคม เพื่อตัดสินใจว่า ใครจะได้อะไร เมื่อไหร่ และอย่างไร&#8221; หรือมองด้วยความหวัง โดยระบุว่าเป็น &#8220;พื้นที่แห่งการแสดงออก การเรียกร้องสิทธิและความยุติธรรม&#8221; และเป็น &#8220;สิ่งที่มนุษย์ทุกคนมีส่วนร่วมในการออกความเห็นอย่างเท่าเทียม&#8221; แต่ท้ายที่สุด ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีกลุ่มที่รู้สึกเบื่อหน่ายกับเรื่องนี้ โดยระบุว่า &#8220;วุ่นวายเล็กน้อย&#8221; หรือ &#8220;น่าเบื่อ เรียนก็ยุ่งพอแล้ว&#8221;&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ความพอใจต่อการเมืองไทยตอนนี้</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>เฉยๆ (61.17%)&nbsp;</li>



<li>ไม่พอใจ (34.56%)</li>



<li>พอใจ (เพียง 4.27%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในด้านความพึงพอใจต่อสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน พบว่านักเรียนส่วนใหญ่รู้สึกเฉยๆ จำนวน 315 คน คิดเป็น 61.17% ตามมาด้วยกลุ่มที่ไม่พอใจ จำนวน 178 คน คิดเป็น 34.56% ส่วนกลุ่มที่รู้สึกพอใจกับการเมืองตอนนี้มีเพียง 22 คน คิดเป็น 4.27%</p>



<h4 class="wp-block-heading">พื้นที่ถกเถียงเรื่องการเมือง</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>เถียงกับเพื่อน (29.71%)</li>



<li>ไม่เคยถกเถียง (28.87%)</li>



<li>เถียงกับครอบครัว (24.55%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับการถกเถียงหรือแลกเปลี่ยนความเห็นทางการเมือง พบว่าเพื่อน คือคู่สนทนาหลักที่นักเรียนเลือกถกเถียงด้วยมากที่สุด จำนวน 213 คน คิดเป็น 29.71% รองลงมาคือไม่เคยถกเถียงกับใครเลย มีจำนวนใกล้เคียงกับอันดับแรก คือ 207 คน คิดเป็น 28.87% ตามมาด้วยคนในครอบครัว เป็นกลุ่มที่นักเรียนถกเถียงด้วยรองลงมา จำนวน 176 คน คิดเป็น 24.55%</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสำรวจไปถึงการพูดคุยเรื่องการเมืองในครอบครัว พบว่าเกินครึ่งระบุว่าที่บ้านเปิดใจและแลกเปลี่ยนกันได้ จำนวน 270 คน คิดเป็น 52.43% แต่ก็มีตัวเลขที่น่าสนใจคือกลุ่มที่ไม่คุยเรื่องการเมืองกันเลยในครอบครัว ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 186 คน คิดเป็น 36.12% ส่วนครอบครัวที่มีบรรยากาศตึงเครียดแต่ยังคุยได้ มี 49 คน คิดเป็น 9.51% หรือคุยแล้วจบลงด้วยการทะเลาะกัน มีจำนวน 10 คน คิดเป็น 1.94% โดยเป็นสัดส่วนที่น้อย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-7-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6431" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-7-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-7-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-7-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-7-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-7-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-7-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading"></h3>



<h3 class="wp-block-heading">เด็กไทยเป็นนักส่องมากกว่าเป็นนักโพสต์</h3>



<p class="wp-block-paragraph">แม้จะติดตามข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย แต่เมื่อถามถึงการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง พบว่านักเรียนที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เลือกที่จะเป็นผู้สังเกตการณ์เงียบๆ มากกว่า โดยมีผู้ที่ไม่เคยแสดงความเห็นเลย จำนวน 262 คน คิดเป็น 50.87% รองลงมาคือกลุ่มที่แสดงความเห็นบ้างแต่นานๆ ครั้ง จำนวน 175 คน คิดเป็น 33.98% ส่วนกลุ่มที่แสดงความเห็นบ่อยครั้ง เช่น สัปดาห์ละ 2-5 ครั้ง หรือทุกวัน มีจำนวนไม่มากนัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถามว่าแสดงความเห็นทางการเมืองในแพลตฟอร์มใดมากที่สุด พบว่าเด็กไทยตอบไม่แสดงความเห็น กว่า 246 คน คิดเป็น 47.77% รองลงมาคือแสดงความเห็น โดยแพลตฟอร์มยอดนิยมยังคงเป็น TikTok จำนวน 127 คน คิดเป็น 24.66% ตามมาด้วย Facebook จำนวน 67 คน คิดเป็น 13.01% และ X (Twitter) จำนวน 52 คน คิดเป็น 10.10%</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อถามถึงรูปแบบการแสดงความเห็นทางการเมือง ส่วนใหญ่ตอบว่าไม่แสดงความเห็น กว่า 317 คน คิดเป็น 53.46% ตามมาด้วยเน้นการแชร์หรือรีโพสต์เนื้อหาของผู้อื่น จำนวน 173 คน คิดเป็น 29.17% มากกว่าการเขียนคอมเมนต์หรือตอบโต้ที่มีจำนวน 85 คน คิดเป็น 14.33% และมีเพียงส่วนน้อยมากที่สร้างเนื้อหาหรือโพสต์ด้วยตนเอง จำนวน 18 คน คิดเป็น 3.04%</p>



<h4 class="wp-block-heading">เมื่อเจอคนเห็นต่างในโซเชียลทำอย่างไร?</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไม่ทำอะไรเลย (78.45%)</li>



<li>เข้าไปอธิบายด้วยเหตุผล (8.93%)</li>



<li>กดรีพอร์ต (2.91%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเห็นต่างทางการเมืองบนโลกออนไลน์ นักเรียนส่วนใหญ่เลือกที่จะนิ่งเฉยหรือไม่ทำอะไรเลย ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 404 คน คิดเป็น 78.45% โดยคำตอบนี้เป็นคำตอบที่ทุกกลุ่มอายุเลือกมากที่สุด มีเพียงส่วนน้อยที่เลือกจะเข้าไปอธิบายด้วยเหตุผล จำนวน 46 คน คิดเป็น 8.93% หรือใช้วิธีการกดรีพอร์ต จำนวน 15 คน คิดเป็น 2.91%</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-8-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6433" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-8-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-8-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-8-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-8-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-8-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-8-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">การมีส่วนร่วมและการชุมนุม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถามถึงการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยให้เลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ พบว่า รูปแบบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักเรียนไทยยังคงเน้นรูปแบบออนไลน์ หรือ Clicktivism มากกว่าการลงถนน โดยกิจกรรมที่ทำมากที่สุดคือการกดไลก์ แชร์ หรือรีโพสต์เนื้อหาที่เกี่ยวกับประเด็นทางการเมือง จำนวน 331 คน คิดเป็น 53.82% รองลงมาคือการเข้าไปแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในโซเชียลมีเดีย จำนวน 101 คน คิดเป็น 16.42% ส่วนกลุ่มที่ระบุว่าไม่เคยมีส่วนร่วมหรือไม่สนใจ มีจำนวน 73 คน คิดเป็น 11.87%</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับการมีส่วนร่วมในรูปแบบอื่นๆ พบว่ามีการเข้าร่วมรณรงค์หรือลงชื่อสนับสนุนประเด็นต่างๆ จำนวน 54 คน คิดเป็น 8.78% การซื้อสินค้าเพื่อรณรงค์ จำนวน 24 คน คิดเป็น 3.90% ในขณะที่การมีส่วนร่วมในชีวิตจริงอย่างการเข้าร่วมชุมนุม มีเพียงจำนวน 16 คน คิดเป็น 2.60% ซึ่งเท่ากันกับกลุ่มที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือเคยช่วยงานพรรค</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อการชุมนุมทางการเมือง โดยเป็นคำถามปลายเปิด พบว่านักเรียนส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่มีความคิดเห็นหรือไม่ตอบในประเด็นนี้ จำนวน 188 คน คิดเป็น 36.50% รองลงมาคือกลุ่มที่รู้สึกเป็นกลางหรือเฉยๆ จำนวน 100 คน คิดเป็น 19.42% ส่วนกลุ่มที่เห็นด้วยหรือมองในเชิงบวกมีจำนวน 87 คน คิดเป็น 16.89% และกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยหรือมองในเชิงลบมีจำนวน 50 คน คิดเป็น 9.71% นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่เห็นด้วยแบบมีเงื่อนไข คือมองว่าชุมนุมได้แต่ต้องทำอย่างสันติ จำนวน 18 คน คิดเป็น 3.50% และกลุ่มที่มองในเชิงวิเคราะห์สิทธิและประชาธิปไตย จำนวน 9 คน คิดเป็น 1.75%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เสียงสะท้อนจากนักเรียนที่มีต่อเรื่องนี้มีความหลากหลายและน่าสนใจ โดยกลุ่มที่มองในเชิงบวกให้เหตุผลว่า &#8220;การชุมนุมคือบททดสอบว่าอำนาจเคารพประชาชนแค่ไหน ฟังแล้วแก้ = มองประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ ปิดหูปิดตา = มองประชาชนเป็นภาระ&#8221; อีกทั้งยังมองว่า &#8220;เป็นช่องทางให้ประชาชนที่เสียงไม่ดัง ได้ถูกรับฟัง&#8221; บางคนตอบว่า &#8220;ถ้าประเทศดีอยู่แล้ว คงไม่มีใครอยากออกมาเดินตากแดดเรียกร้อง&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่กลุ่มซึ่งเห็นด้วยแบบมีเงื่อนไข มองว่า &#8220;ชุมนุมได้ เป็นเรื่องปกติของประชาธิปไตย ขอแค่ไม่รุนแรงและไม่ทำลายข้าวของ&#8221; และ &#8220;ต้องไม่ไปละเมิดสิทธิการใช้ชีวิตของคนอื่น&#8221; ส่วนมุมมองของกลุ่มที่รู้สึกเฉยๆ หรือไม่เห็นด้วย ส่วนหนึ่งสะท้อนความจริงของชีวิตนักเรียนว่า &#8220;ลำพังเรียนก็ยุ่งพอแล้ว ไม่อยากมีเรื่องปวดหัวเพิ่ม&#8221; หรือมองว่าทำไปก็ &#8220;ไร้สาระ ทำไปก็ไม่ได้อะไร เพราะผู้ใหญ่บางคนก็ไม่ฟังอยู่ดี&#8221; รวมถึงเหตุผลที่ได้ยินมาเสมออย่าง &#8220;ทำให้รถติด กลับบ้านช้า&#8221; ส่วนกลุ่มที่ตอบว่าเฉยๆ ส่วนหนึ่งมองเรื่องนี้ด้วยความชินชาว่า &#8220;เฉยๆ ชินแล้ว เห็นจนเป็นเรื่องปกติของประเทศไทย&#8221;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-9-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6434" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-9-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-9-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-9-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-9-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-9-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-9-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เด็กไทยไม่เชื่อมั่นในองค์กรอิสระอย่าง กกต. มากที่สุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสำรวจความเชื่อมั่นที่มีต่อองค์กรอิสระ พบว่าเด็กไทยให้ความไว้วางใจในสถาบันตุลาการหรือศาล มากกว่าองค์กรที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบ โดยสามารถแบ่งกลุ่มตามระดับความเชื่อมั่นได้ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มที่ได้รับความเชื่อมั่นเกินครึ่ง องค์กรที่นักเรียนให้ความเชื่อมั่นมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ศาลปกครอง มีผู้ให้ความเชื่อมั่นสูงสุด จำนวน 320 คน คิดเป็น 62.14% ในขณะที่มีผู้ไม่เชื่อมั่นจำนวน 126 คน คิดเป็น 24.47%</li>



<li>ศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับความเชื่อมั่นรองลงมา จำนวน 295 คน คิดเป็น 57.28% และมีผู้ไม่เชื่อมั่นจำนวน 151 คน คิดเป็น 29.32%</li>



<li>คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. มีผู้เชื่อมั่นจำนวน 270 คน คิดเป็น 52.43% และไม่เชื่อมั่นจำนวน 143 คน คิดเป็น 27.77%</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มที่มีสัดส่วนผู้ไม่เชื่อมั่นสูงกว่าผู้เชื่อมั่น ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เป็นองค์กรที่นักเรียนไม่เชื่อมั่นมากที่สุด จำนวน 252 คน คิดเป็น 48.93% ซึ่งสูงกว่าผู้ที่เชื่อมั่นที่มีเพียงจำนวน 155 คน คิดเป็น 30.10%</li>



<li>สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. มีผู้ไม่เชื่อมั่นจำนวน 239 คน คิดเป็น 46.41% สูงกว่าผู้ที่เชื่อมั่นที่มีจำนวน 182 คน คิดเป็น 35.34%</li>



<li>สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ สำนักงาน ปปง. มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันมาก แต่ฝ่ายไม่เชื่อมั่นมีจำนวนมากกว่าเล็กน้อย คือจำนวน 208 คน คิดเป็น 40.39% ส่วนผู้ที่เชื่อมั่นมีจำนวน 201 คน คิดเป็น 39.03%</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มที่มีความเชื่อมั่นอยู่ในระดับปานกลาง เป็นกลุ่มที่คะแนนความเชื่อมั่นนำหน้าความไม่เชื่อมั่น แต่ยังไม่ถึงระดับเกินครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีผู้เชื่อมั่นจำนวน 256 คน คิดเป็น 49.71% และไม่เชื่อมั่นจำนวน 168 คน คิดเป็น 32.62%</li>



<li>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีผู้เชื่อมั่นจำนวน 239 คน คิดเป็น 46.41% และไม่เชื่อมั่นจำนวน 188 คน คิดเป็น 36.50%</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-10-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6436" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-10-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-10-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-10-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-10-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-10-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-10-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เตรียมพร้อมเลือกตั้ง 69 แต่เรื่องเซอร์ไพรส์คือเด็กไทยส่วนใหญ่ &#8220;ไม่เห็นด้วย&#8221; ให้ลดอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งเหลือ 16 ปี</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสอบถามว่า ได้ยินข่าวหรือไม่ว่า ปี 2569 อาจจะมีการเลือกตั้งทั่วไป (แบบสอบถามนี้ปล่อยวันที่ 4 ธ.ค. 68 ก่อนที่จะมีการประกาศยุบสภาในวันที่ 12 ธ.ค. 68) พบว่านักเรียนที่ตอบแบบสอบถามเกินครึ่งทราบเรื่องนี้แล้ว จำนวน 272 คน คิดเป็น 52.82% ส่วนกลุ่มที่ไม่ทราบข่าวมีจำนวน 243 คน คิดเป็น 47.18%</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อถามว่า หากมีสิทธิเลือกตั้ง ปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองคืออะไร โดยให้เลือกตอบเพียง 1 ข้อ มีคำตอบว่า ดูจากนโยบายที่ชอบ มากที่สุด จำนวน 223 คน คิดเป็น 43.30% รองลงมาคือดูจากผลงานในอดีต จำนวน 111 คน คิดเป็น 21.55% และเลือกจากพรรคที่ชอบ จำนวน 78 คน คิดเป็น 15.15% เช่นเดียวกับการเลือก สส. ที่นโยบายยังคงเป็นปัจจัยหลัก จำนวน 200 คน คิดเป็น 38.83% ตามด้วยผลงานในอดีต จำนวน 140 คน คิดเป็น 27.18%</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถามว่า จะชวนให้คนรอบตัวเลือกพรรค/นักการเมืองเหมือนกับตนเองแค่ไหน พบว่านักเรียนส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่ชักชวนให้คนอื่นเลือกเหมือนตนเอง จำนวน 229 คน คิดเป็น 44.47% รองลงมาคือกลุ่มที่อาจจะชวนบ้างถ้ามีคนถามหรือเปิดประเด็นขึ้นมา จำนวน 226 คน คิดเป็น 43.88% และมีเพียงกลุ่มเล็กๆ ที่จะพยายามชักชวนให้ได้มากที่สุด จำนวน 60 คน คิดเป็น 11.65%</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับประเด็นเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง หากมีคนมาแจกเงิน นักเรียนส่วนใหญ่ยืนยันว่าจะไม่รับเงินและไม่เลือกผู้สมัครรายนั้น จำนวน 218 คน คิดเป็น 42.33% รองลงมาคือกลุ่มที่จะรับเงินไว้แต่ไม่เลือก จำนวน 184 คน คิดเป็น 35.73% ส่วนกลุ่มที่จะแจ้ง กกต. มีจำนวน 86 คน คิดเป็น 16.70% และกลุ่มที่ยอมรับเงินและจะเลือกให้ด้วย มีจำนวน 27 คน คิดเป็น 5.24%</p>



<h4 class="wp-block-heading">เห็นด้วยหรือไม่ ถ้าปรับอายุเลือกตั้งเป็น 16 ปี?</h4>



<ul class="wp-block-list">
<li>ไม่เห็นด้วย (56.50%)&nbsp;</li>



<li>เห็นด้วย (43.50%)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นที่น่าสนใจ คือความคิดเห็นต่อข้อเสนอการปรับลดอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งจาก 18 ปี เป็น 16 ปี ซึ่งพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ โดยมีผู้ไม่เห็นด้วยจำนวน 291 คน คิดเป็น 56.50% ในขณะที่ผู้ที่เห็นด้วยมีจำนวน 224 คน คิดเป็น 43.50%</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูช่วงอายุ กลุ่มอายุ 15 ปี ซึ่งจะเป็นผู้ได้รับสิทธิโดยตรงหากมีการปรับกฎหมาย กลับเป็นกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยสูงที่สุด คือประมาณ 64% รองลงมาคืออายุ 16 ปีที่ไม่เห็นด้วย 60%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ในกลุ่มที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมายปัจจุบันแล้ว พบแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสนใจ โดยในกลุ่มอายุ 18 ปี เสียงส่วนใหญ่ยังคงไม่เห็นด้วยจำนวน 58 คน ต่อเห็นด้วย 44 คน แต่เมื่อขยับขึ้นไปที่กลุ่มอายุ 19 ปีและ 20 ปี กลับพบจุดเปลี่ยนสำคัญคือเสียงส่วนใหญ่พลิกกลับมาเป็นเห็นด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 20 ปี ที่มีผู้เห็นด้วยสูงถึง 15 คน ในขณะที่ผู้ไม่เห็นด้วยมีเพียง 6 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนเกิน 70% ที่สนับสนุนแนวคิดนี้ ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่ายิ่งอายุมากขึ้น ความเชื่อมั่นว่าเด็กอายุ 16 ปีควรมีสิทธิเลือกตั้งกลับมีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-11-1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6441" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-11-1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-11-1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-11-1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-11-1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-11-1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-11-1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ปัญหาเร่งด่วน: ปัญหาชายแดนมาแรงแซงเศรษฐกิจ&nbsp;</h3>



<h4 class="wp-block-heading">Top 5 ปัญหาที่อยากให้แก้ด่วนที่สุด</h4>



<ol class="wp-block-list">
<li>ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา (14.56%)</li>



<li>เศรษฐกิจ (13.66%)</li>



<li>คุณภาพการศึกษา (12.88%)</li>



<li>ยาเสพติด (12.75%)</li>



<li>คอร์รัปชัน (11.33%)</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถามถึงปัญหาเร่งด่วนที่สุดที่อยากให้นักการเมืองแก้ไขที่สุด 3 อันดับแรก มีประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมาก คือปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา ที่พุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 1 จำนวน 225 คน คิดเป็น 14.56% ซึ่งอาจเป็นผลมาจากกระแสข่าวในช่วงที่มีการสำรวจ รองลงมาคือปัญหาเศรษฐกิจ จำนวน 211 คน คิดเป็น 13.66% ตามด้วยคุณภาพการศึกษา จำนวน 199 คน คิดเป็น 12.88% ปัญหายาเสพติด จำนวน 197 คน คิดเป็น 12.75% และปัญหาคอร์รัปชัน จำนวน 175 คน คิดเป็น 11.33%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของความนิยมต่อพรรคการเมือง พบว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังไม่มีพรรคที่ชอบเป็นพิเศษ จำนวน 378 คน คิดเป็น 73.40% ส่วนกลุ่มที่มีพรรคในใจแล้วมีจำนวน 137 คน คิดเป็น 26.60%</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับพรรคการเมืองในฝัน ซึ่งเป็นคำถามปลายเปิด เมื่อนำมาจัดหมวดพบว่า นักเรียนให้ความสำคัญกับเรื่องการทำได้จริงตามนโยบายมากที่สุด จำนวน 97 คน คิดเป็น 18.83% รองลงมาคือการมีคุณธรรม โปร่งใส และไม่โกง จำนวน 82 คน คิดเป็น 15.92% ซึ่งเท่ากันกับพรรคที่เข้าใจและรับฟังประชาชน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อาทิ &#8220;หาเสียงเป็นยังไง ได้เป็นก็ต้องเป็นอย่างงั้น&#8221; &#8220;พูดจริงทำจริง ไม่ขายฝัน&#8221; &#8220;ไม่เทา ซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้&#8221; และ &#8220;ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนนายกรัฐมนตรีในฝัน ซึ่งเป็นคำถามปลายเปิด เมื่อนำมาจัดหมวดพบว่า คุณสมบัติที่มาเป็นอันดับหนึ่งคือการรับฟังและเข้าใจประชาชน จำนวน 198 คน คิดเป็น 38.45% รองลงมาคือการมีคุณธรรม โปร่งใส และไม่โกง จำนวน 103 คน คิดเป็น 20.00% ตามด้วยการมีภาวะผู้นำ เด็ดขาด และรอบคอบ จำนวน 99 คน คิดเป็น 19.22%</p>



<p class="wp-block-paragraph">นักเรียนอยากได้นายกฯ ที่ &#8220;ฟังเสียงประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แค่ตอนหาเสียง&#8221; &#8220;ประชาชนเดือดร้อน ต้องมาให้ไว&#8221; และต้องมีความเป็นผู้นำ &#8220;กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ&#8221; พร้อมทั้งย้ำเรื่องความซื่อสัตย์ว่า &#8220;ไม่โกงกินบ้านเมือง&#8221; และ &#8220;เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าพวกพ้อง&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากคุณสมบัติต่างๆ แล้ว ยังมีนักเรียนบางส่วน (3.50%) ที่ระบุชื่อบุคคลที่เป็นนายกฯ ในฝันมาโดยตรง ซึ่งสะท้อนความชื่นชอบในตัวบุคคลที่หลากหลาย เช่น &#8220;แบบพิธา ลิ้มเจริญรัตน์&#8221; หรือ &#8220;เท้ง&#8221; (ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ) &#8220;ปิยบุตร แสงกนกุล&#8221; &#8220;แบบลุงตู่&#8221; หรือ &#8220;เเบบนายประยุทธ&#8221; &#8220;แบบโดนอล ทรัมป์&#8221;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-12-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-6438" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-12-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-12-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-12-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-12-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-12-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/01/Thai-children-12-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เก้าอี้รัฐมนตรีในฝัน</h3>



<h4 class="wp-block-heading">Top 5 กระทรวงยอดฮิต</h4>



<ol class="wp-block-list">
<li>กระทรวงศึกษาธิการ (16.50%)</li>



<li>กระทรวงยุติธรรม (12.82%)</li>



<li>กระทรวงการต่างประเทศ (9.13%)</li>



<li>กระทรวง พม. (8.35%)</li>



<li>กระทรวงสาธารณสุข (8.35%)</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสมมติสถานการณ์ว่าหากมีโอกาสได้เข้าไปบริหารประเทศ กระทรวงที่นักเรียนอยากเข้าไปทำงานมากที่สุดคือกระทรวงใด นักเรียนที่ตอบแบบสอบถามเลือกกระทรวงศึกษาธิการมากที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องใกล้ตัวที่สุด โดยมีจำนวน 85 คน คิดเป็น 16.50% รองลงมาคือกระทรวงยุติธรรม จำนวน 66 คน คิดเป็น 12.82% ตามด้วยกระทรวงการต่างประเทศ จำนวน 47 คน คิดเป็น 9.13% ส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงสาธารณสุข มีผู้เลือกเท่ากันที่จำนวน 43 คน คิดเป็น 8.35%</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับกระทรวงที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม 5 อันดับรั้งท้าย ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม (0.78%) กระทรวงพลังงาน (1.55%) กระทรวงคมนาคม (1.94%) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (1.94%) และกระทรวงพาณิชย์ (2.14%)</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับมุมมองที่มีต่ออนาคตของประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง นักเรียนส่วนใหญ่ยังคงมีความหวัง โดยเชื่อว่าประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น จำนวน 287 คน คิดเป็น 55.73% ในขณะที่กลุ่มที่มองว่าทุกอย่างจะยังคงเหมือนเดิมและไม่มีการเปลี่ยนแปลง มีจำนวน 189 คน คิดเป็น 36.70% ส่วนกลุ่มที่มองโลกในแง่ร้ายว่าสถานการณ์จะแย่ลง มีจำนวน 39 คน คิดเป็น 7.57%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ :&nbsp;<a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q1-2026">https://rocketmedialab.co/database-student-q1-2026</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/student-q1-2026/">ความเห็นเด็กไทยต่อการเมืองและการเลือกตั้ง : ติดตามข่าวผ่าน TikTok ไม่เชื่อมั่นใน กกต. มากที่สุด และยังไม่มีพรรคการเมืองที่ชอบเป็นพิเศษ</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลสำรวจความเห็นนักเรียนต่อการเมืองและการเลือกตั้ง [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-student-q1-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jan 2026 10:19:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[future]]></category>
		<category><![CDATA[rocketmedialabxp2h]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[วันเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[แบบสอบถาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=6409</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3619;&#3655;&#3629;&#3585;&#3648;&#3585;&#3605; &#361 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q1-2026/">ผลสำรวจความเห็นนักเรียนต่อการเมืองและการเลือกตั้ง [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ร็อกเกต มีเดีย แล็บ ร่วมกับ มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (p2h) และเครือข่ายเยาวชน Feel Good เพื่อสำรวจทัศนคติเกี่ยวกับการเมืองและการเลือกตั้งของกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) และ ปวช. ระหว่าง 4-27 ธ.ค. 2568 ผลการสำรวจมีดังนี้ </p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vTspv89R_r3mp64FzgiOOrjlyWPRK2G0NzFmerfTt1I92MtZggHrWna1EKF3CYiQH7sr8yP0aUdJjfo/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน<a href="https://rocketmedialab.co/student-q1-2026"> ความเห็นเด็กไทยต่อการเมืองและการเลือกตั้ง : ติดตามข่าวผ่าน TikTok ไม่เชื่อมั่นใน กกต. มากที่สุด และยังไม่มีพรรคการเมืองที่ชอบเป็นพิเศษ</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1JvfFOF1HIoA_KoEkUt2U0ckYXphFPIm1olm0siSXRUc/edit?gid=1519600875#gid=1519600875">ดาวน์โหลดข้อมูลที่นี่</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-student-q1-2026/">ผลสำรวจความเห็นนักเรียนต่อการเมืองและการเลือกตั้ง [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
