<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>culture Archives - Rocket Media Lab</title>
	<atom:link href="https://rocketmedialab.co/category/culture/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://rocketmedialab.co/category/culture/</link>
	<description>แหล่งข้อมูลติดตามประเด็นสังคม ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เพื่อต่อยอดในงานข่าว</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Jul 2026 06:42:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.1</generator>

<image>
	<url>https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2021/03/cropped-RML-circle-black-32x32.png</url>
	<title>culture Archives - Rocket Media Lab</title>
	<link>https://rocketmedialab.co/category/culture/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โลกใบเดียว สิทธิไม่เท่ากัน: กฎหมายการรับรองเพศของ Transgender ทั่วโลก ประเทศไหนทำได้บ้าง?</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/legal-gender-recognition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Jun 2026 09:56:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[คำนำหน้านาม]]></category>
		<category><![CDATA[รับรองเพศสภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สมรสเท่าเทียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7868</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3611;&#3619;&#3632;&#3648;&#3604;&#3655;&#3609;&#3648 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/legal-gender-recognition/">โลกใบเดียว สิทธิไม่เท่ากัน: กฎหมายการรับรองเพศของ Transgender ทั่วโลก ประเทศไหนทำได้บ้าง?</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นเรื่องคำนำหน้านามของกลุ่มบุคคลข้ามเพศ (Transgender) กลายเป็นข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์มาอย่างยาวนาน ซึ่งหากมองผ่านเลนส์ของข้อมูลเชิงสถิติและกฎหมายระดับสากล ประเด็นคำนำหน้านามนั้นเป็นเพียงส่วนปลายของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ในระดับสากลแล้ว มีแนวคิดที่ใหญ่กว่าและครอบคลุมกว่านั้นคือ กฎหมายว่าด้วยการรับรองเพศสภาพตามกฎหมาย <a href="https://tgeu.org/topics/legal-gender-recognition/#:~:text=Legal%20gender%20recognition%20(LGR)%20is,passports%20and%20other%20official%20identification.">(Legal Gender Recognition หรือ LGR</a>) กระบวนการแก้ไขเอกสารราชการให้ตรงกับตัวตนของบุคคล ซึ่งจะควบรวมการเปลี่ยนคำนำหน้านามด้วย และแต่ละประเทศทั่วโลกก็มีพัฒนาการและระดับของการให้สิทธิที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในเชิงนโยบายนั้น การรับรองเพศสภาพตามกฎหมาย หมายถึงกระบวนการที่รัฐยอมรับและสะท้อนอัตลักษณ์ทางเพศของบุคคลลงในเอกสารทางราชการ ไม่ว่าจะเป็นทะเบียนราษฎร์ บัตรประจำตัวประชาชน สูติบัตร หรือหนังสือเดินทาง สิ่งนี้มีความหมายที่ครอบคลุมกว่าเพียงการเปลี่ยนคำนำหน้าอย่าง “นาย” หรือ “นางสาว” แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนตัวระบุเพศ (<a href="https://www.aclu-in.org/news/why-does-gender-marker-matter/">Gender marker</a>) ให้ตรงกับเพศสภาพที่แท้จริงของบุคคลนั้นด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งการเปลี่ยนคำนำหน้านามยังถูกให้ความสำคัญเป็นประเด็นสิทธิมนุษยชนระดับโลก อย่างองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ได้ปรับปรุง<a href="https://edition.cnn.com/2018/06/20/health/transgender-people-no-longer-considered-mentally-ill-trnd">บัญชีจำแนกโรคระหว่างประเทศฉบับที่ 11 (ICD-11)</a> โดยถอดประเด็นของคนข้ามเพศออกจากกลุ่มความผิดปกติทางจิต (Mental and behavioural disorders) และย้ายไปจัดอยู่ในหมวดภาวะไม่สอดคล้องทางเพศ (Gender incongruence) แทน พร้อมส่งเสริมให้มีการรับรองเพศทางกฎหมายโดยไม่ต้องมีเงื่อนไขทางการแพทย์</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2569 <a href="https://strasbourgobservers.com/2026/03/27/building-on-strasbourg-the-ecthrs-gender-identity-case-law-in-the-cjeus-shipova-judgment/">ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป (CJEU)</a> ยังได้มีคำวินิจฉัยใน<a href="https://eapil.org/2026/03/18/cjeu-free-movement-and-legal-gender-in-shipov-c-43-24/">คดี Shipova</a> ระบุว่าการที่รัฐสมาชิกปฏิเสธออกเอกสารยืนยันตัวตนที่ตรงกับเพศสภาพในการใช้ชีวิตจริง ถือเป็นการขัดขวางสิทธิในการเดินทางและการอยู่อาศัยอย่างเสรีภายในสหภาพยุโรป และเป็นการละเมิดสิทธิในชีวิตส่วนตัว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน <a href="https://www.ohchr.org/en/sexual-orientation-and-gender-identity/transgender-people">สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR)</a> ก็ระบุชัดว่าการบีบบังคับให้บุคคลต้องผ่าตัดแปลงเพศ หรือรับการรักษาทางการแพทย์เพื่อเป็นเงื่อนไขในการรับรองเพศ นับเป็นการละเมิดมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ นอกจากนี้การมีเอกสารที่ระบุเพศไม่ตรงกับเพศสภาพจริง มักนำไปสู่การถูกเลือกปฏิบัติในการหางาน การทำธุรกรรม และการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ดังนั้นในกระบวนการการเปลี่ยนเพศในเอกสารให้ตรงกันกับเพศสภาพภายนอกจึงเป็นสิ่งที่องค์กมนุษยชนให้ความสำคัญอย่างยิ่ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-world-map-name-prefix-change-eligibility-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7896" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-world-map-name-prefix-change-eligibility-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-world-map-name-prefix-change-eligibility-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-world-map-name-prefix-change-eligibility-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-world-map-name-prefix-change-eligibility-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info1-world-map-name-prefix-change-eligibility-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">สำรวจ 239 ประเทศทั่วโลก: ใครทำได้ ใครทำไม่ได้</h3>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนมาสำรวจกฎหมายว่าด้วยการรับรองเพศสภาพตามกฎหมายทั่วโลก ว่าแต่ละประเทศมีกฎหมายอย่างไร โดยสำรวจจาก 239 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ซึ่งพบว่าประเทศที่สามารถดำเนินการรับรองเพศสภาพได้ มีจำนวน 77 ประเทศ ไม่สามารถดำเนินการได้เลย จำนวน 71 ประเทศ ไม่มีข้อมูลปรากฏแน่ชัด&nbsp; 70 ประเทศ กลุ่มพิจารณาเป็นรายกรณีหรือ Case-by-case พบว่ามี 11 ประเทศ และมีอีก 10 แห่ง ที่จำกัดการรับรองให้เฉพาะกรณีที่เป็นเพศกำกวมหรือ intersex เท่านั้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. ประเทศที่ทำได้ แต่มีเงื่อนไขต่างกันออกไป</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจนถึงเดือนมิถุนายน&nbsp; 2569 พบว่ามี 77 ประเทศทั่วโลกที่ผ่านกฎหมายให้บุคคลสามารถรับรองเพศสภาพได้ หากพิจารณาตามทวีป จะพบว่าทวีปยุโรปมีความก้าวหน้ามากที่สุด โดยพบ 36 ประเทศ รองลงมาคือทวีปเอเชีย 18 ประเทศ ทวีปอเมริกา 17 ประเทศ (แบ่งเป็นทวีปอเมริกาเหนือ 9 ประเทศ อเมริกาใต้ 8 ประเทศ) ทวีปออสเตรเลีย และ ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนีย 4 ประเทศ&nbsp; และทวีปแอฟริกา 2 ประเทศ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยแบ่งเป็นการอนุญาตและการรองรับแยกย่อยออกไปอีก ได้แก่ การรับรองตามเจตจำนงของตนเองซึ่งมีมากที่สุด 40 ประเทศทั่วโลก ตามมาด้วยมีระเบียบว่าให้การรับรองเพศสภาพต้องผ่านกระบวนการวินิจฉัยทางการแพทย์ 17 ประเทศ และมีประเทศที่กำหนดให้การผ่าตัดเป็นเงื่อนไขสำคัญ 11 ประเทศ&nbsp; มีกฎหมายระบุว่าสามารถรับรองเพศสภาพได้ แต่ไม่มีระเบียบที่ชัดเจนอีก 6 ประเทศ&nbsp; และกระบวนการรับรองเพศสภาพต้องผ่านระบบตุลาการ&nbsp; 3 ประเทศ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-world-gender-recognition-self-identification-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7897" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-world-gender-recognition-self-identification-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-world-gender-recognition-self-identification-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-world-gender-recognition-self-identification-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-world-gender-recognition-self-identification-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info2-world-gender-recognition-self-identification-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h4 class="wp-block-heading">การรับรองตามเจตจำนงของตนเอง (Self-identification)</h4>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มนี้ก้าวหน้าที่สุดและพบมากที่สุด โดยอนุญาตให้บุคคลเปลี่ยนเครื่องหมายเพศได้ตามการรับรู้อัตลักษณ์ภายในของตนเอง โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขทางการแพทย์ใดๆ ปัจจุบันมีถึง 40 ประเทศทั่วโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">อาร์เจนตินา คือ<a href="https://www.opendemocracy.net/en/argentina-trans-rights-luana-self-id-gabriela-mansilla-healthcare/">ผู้บุกเบิกด้วยกฎหมายอัตลักษณ์ทางเพศปี 2555</a> ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับแรกของโลกที่ยึดหลักการกำหนดตัวตนด้วยตนเอง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่ต้องใช้หลักฐานทางการแพทย์ และไม่ต้องผ่านการพิจารณาของศาลเลย ซึ่งแม้ในปี 2567 รัฐบาลอาร์เจนตินาจะพยายาม<a href="https://www.ilga-europe.org/case-law/a-p-v-france-garcon-v-france-and-nicot-v-france/">แก้ไขกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิ</a>ของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีและผู้ที่มีประวัติอาชญากรรม โดยไม่อนุญาตให้มีการเปลี่ยนเพศ แต่ศาลรัฐบาลกลางตัดสินว่าการพยายามแก้ไขดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมายการเปลี่ยนเพศโดยใช้หลักเจตจำนงด้วยตนเองจึงยังดำเนินต่อไปในอาร์เจนตินา</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.equaldex.com/region/colombia">โคลอมเบีย</a> รัฐบาลโคลอมเบียออกพระราชกฤษฎีกาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2558 ที่กำหนดว่าการเปลี่ยนเพศสภาพเป็นสิทธิโดยชอบของบุคคล และยกเลิกข้อกำหนดเรื่องการตรวจทางจิตเวชและการตรวจร่างกาย ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 ศาลรัฐธรรมนูญโคลอมเบียก็วินิจฉัยว่าบุคคล Non-binary มีสิทธิที่จะปฏิเสธการระบุเพศว่าเป็นชายหรือหญิงในเอกสารทางการได้ ซึ่งถือว่าเป็นประเทศแรกในละตินอเมริกาที่มีคำพิพากษาระกับศาลรัฐธรรมนูญรับรองสิทธิดังกล่าว และเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายสำคัญด้านความหลากหลายทางเพศในภูมิภาค</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://cyprus-mail.com/2022/11/24/groundbreaking-gender-identity-bill-brought-to-the-house/">ไซปรัส</a> มีกฎหมายทะเบียนราษฎร์ที่เอ่ยถึงการแก้ไขเพศสภาพมาตั้งแต่ปี 2546 แต่ไม่ได้ระบุขั้นตอนไว้ ในทางปฏิบัติจึงมักจำกัดอยู่เพียงการแก้ไขในหนังสือเดินทาง (passport) เท่านั้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุโรป เบลเยียม <a href="https://justitie.belgium.be/en/themes_and_files/people_and_families/new_legislation_for_transgender_persons">ยกเลิกข้อกำหนดทางการแพทย์ทั้งหมดในปี 2561</a> โดยบุคคลที่บรรลุนิติภาวะเพียงยื่นคำร้องและรอช่วงเวลาไตร่ตรองอีก 3-6 เดือนเพื่อยืนยันเจตจำนงอีกครั้ง ก็สามารถเปลี่ยนเพศสภาพได้อย่างถาวร ขณะที่<a href="https://equal-eyes.org/database/2018/7/13/portugal-parliament-approves-new-gender-change-law">โปรตุเกสรับรองสิทธิการกำหนดตัวตนด้วยตนเองสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป</a> และอนุญาตให้เยาวชนอายุ 16-17 ปี สามารถเปลี่ยนชื่อและเครื่องหมายระบุเพศได้ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่ฝรั่งเศส จากเดิมที่บุคคลต้องพิสูจน์ภาวะทางจิตเวชและผ่านการผ่าตัดตามคำพิพากษาศาลฎีกาปี 2535 มาสู่<a href="https://www.newsweek.com/france-rules-transgender-people-can-legally-transition-without-sterilization-509845">การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งในปี 2560</a> ที่เปิดโอกาสให้ผู้บรรลุนิติภาวะขอแก้ไขคำนำหน้าเพศได้ หากพิสูจน์ได้ว่าเพศที่ใช้ชีวิตจริงไม่ตรงกับเอกสาร โดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทางการแพทย์หรือการผ่าตัดใดๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนแคนาดา มีระบบที่อนุญาตให้พลเมืองอายุ 16 ปีขึ้นไปเปลี่ยนเพศในหนังสือเดินทางผ่านการกำหนดตัวตนด้วยตนเอง พร้อมเปิดโอกาสให้เลือกเครื่องหมายเพศ X สำหรับกลุ่ม Non-binary นอกจากนี้แคนาดายังเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่<a href="https://mjlh.mcgill.ca/2023/01/27/legal-barriers-to-access-canadas-trans-health-care-crisis/">ขยายสิทธินี้ให้ครอบคลุมผู้พำนักถาวร นักศึกษาต่างชาติ และผู้ลี้ภัย</a> แม้จะไม่มีสูติบัตรที่ออกโดยทางการแคนาดาก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรณีที่น่าสนใจพิเศษได้แก่ ปากีสถาน ซึ่งในปี 2561 เคยอนุญาตให้บุคคลรับรองเพศสภาพได้ตามการรับรู้ของตนเองและมีการรับรองเพศที่สาม แต่ในปี 2566 ศาลชาริอะฮ์กลางวินิจฉัยว่าการอนุญาตให้บุคคลเปลี่ยนเพศสภาพตามความสมัครใจขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม และ<a href="https://www.thelancet.com/journals/lanpsy/article/PIIS2215-0366(23)00191-8/fulltext">เสนอให้เปลี่ยนนิยามคำว่า Transgender เป็น Khunsa</a> (หรือ Intersex) เพื่อจำกัดสิทธิเฉพาะผู้ที่มีความบกพร่องทางอวัยวะเพศโดยกำเนิดเท่านั้น ส่งผลให้เกิดการระงับการออกบัตรประชาชนที่มีเครื่องหมายเพศ X ในช่วงปลายปี 2566 และยังคงเป็นประเด็นการต่อสู้ในชั้นศาลสูงสุดจนถึงปัจจุบัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-world-gender-recognition-medical-diagnosis-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7898" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-world-gender-recognition-medical-diagnosis-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-world-gender-recognition-medical-diagnosis-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-world-gender-recognition-medical-diagnosis-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-world-gender-recognition-medical-diagnosis-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info3-world-gender-recognition-medical-diagnosis-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">การรับรองผ่านการวินิจฉัยทางการแพทย์ (Medical Diagnosis)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">มี 17 ประเทศทั่วโลกที่กำหนดให้การรับรองเพศสภาพต้องผ่านกระบวนการวินิจฉัยทางการแพทย์ ครอบคลุมทั้งการประเมินทางจิตวิทยาและการตรวจสอบสภาพร่างกาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุโรป <a href="https://www.loc.gov/item/global-legal-monitor/2018-07-06/austria-court-allows-intersex-individuals-to-register-third-gender-other-than-male-or-female/">ออสเตรีย</a> ใช้แนวทางตามกฎหมายสถานะพลเมืองปี 2556 โดยเปิดโอกาสให้แก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดในทะเบียนราษฎร์ได้ ซึ่งผู้สมัครหรือผู้ยื่นต้องยื่นคำยืนยันจากนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ว่าความรู้สึกในอัตลักษณ์ทางเพศนั้นมีความถาวร และผู้ยื่นต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้สอดคล้องกับเพศสภาพแล้ว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โปแลนด์ มีกระบวนการที่ค่อนข้างซับซ้อนและมีลักษณะเฉพาะตัว กล่าวคือ ต้องอาศัยการตีความกฎหมายแพ่งและคำพิพากษาศาลฎีกาตั้งแต่ปี 2534 ผู้ที่ต้องการรับรองเพศสภาพต้องดำเนินการผ่าน<a href="https://www.hrw.org/news/2025/03/13/landmark-ruling-trans-rights-poland">กระบวนการฟ้องร้องทางแพ่งต่อบิดามารดา </a>หรือต่อคู่สมรสและบุตรหากมีครอบครัวแล้ว กระบวนการนี้ต้องใช้ผลการทดสอบทางการแพทย์อย่างครบถ้วน ทั้งด้านจิตวิทยาและร่างกาย เช่น การตรวจโครโมโซมหรือการตรวจอวัยวะเพศ และบางกรณีอาจต้องผ่านการทดสอบการใช้ชีวิตจริงในเพศสภาพใหม่ (Real-life test) นานประมาณ 2 ปีด้วย อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 กระทรวงยุติธรรมโปแลนด์เริ่มมีความพยายามปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อเร่งรัดกระบวนการให้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม แต่อย่างไรก็ยังคงต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์ทางเพศผ่านการแพทย์อยู่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่สหราชอาณาจักร มีดำเนินการภายใต้กฎหมายการรับรองเพศสภาพปี 2547 ซึ่งกำหนดให้ผู้สมัครอายุ 18 ปีขึ้นไป ต้องยื่นขอใบรับรองจากคณะกรรมการพิจารณาการรับรองเพศสภาพ โดยมีเงื่อนไขสำคัญสองข้อ คือ ต้องมี<a href="https://commonslibrary.parliament.uk/research-briefings/cbp-9079/">ผลการวินิจฉัยภาวะไม่พอใจในเพศตนเอง (Gender dysphoria)</a> จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 2 คน และต้องพิสูจน์ได้ว่าใช้ชีวิตในเพศสภาพที่ต้องการมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี รวมถึงต้องทำคำปฏิญาณตนว่าจะใช้ชีวิตในเพศสภาพนั้นตลอดไป จึงจะสามารถเปลี่ยนเพศได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทวีปอเมริกา<a href="https://outrightinternational.org/our-work/americas/cuba"> คิวบา</a> เดิมกำหนดให้ผู้ยื่นคำร้องต้องผ่านการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพก่อน แล้วจึงนำหลักฐานภาพถ่ายพร้อมประวัติการรักษายื่นต่อศาล แต่<a href="https://www.lgbtqnation.com/2025/07/cuba-now-allows-trans-people-to-change-id-gender-markers-without-requiring-surgery/">ในเดือนกรกฎาคม 2568</a> สมัชชาแห่งชาติได้ผ่านกฎหมายทะเบียนราษฎร์ฉบับใหม่ โดยยกเลิกข้อกำหนดเรื่องการผ่าตัดและการรักษาทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังคงกำหนดให้ต้องมีความเห็นจากทีมสหสาขาวิชาชีพของศูนย์การศึกษาเพศแห่งชาติ (CENESEX) ซึ่งประกอบด้วยจิตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพิจารณา&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่น่าสนใจคือในปี 2565&nbsp; คิวบายังผ่านประมวลกฎหมายครอบครัวฉบับใหม่ผ่านการลงประชามติระดับชาติ ด้วยคะแนนสนับสนุน<a href="https://www.npr.org/2022/09/27/1125344835/cuba-approves-same-sex-marriage"> 66.9%</a> ซึ่งประมวลกฎหมายดังกล่าว เปิดให้มีการสมรสและการรับบุตรบุญธรรมโดยคู่รักเพศเดียวกันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-world-gender-recognition-surgery-required-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7899" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-world-gender-recognition-surgery-required-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-world-gender-recognition-surgery-required-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-world-gender-recognition-surgery-required-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-world-gender-recognition-surgery-required-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info4-world-gender-recognition-surgery-required-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">การรับรองที่ต้องผ่านการผ่าตัด (Surgery Required)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">มี 11 ประเทศทั่วโลกที่บุคคลจะเปลี่ยนแปลงข้อมูลเพศในเอกสารทางราชการได้ก็ต่อเมื่อผ่านกระบวนการปรับเปลี่ยนลักษณะทางกายภาพอย่างสมบูรณ์แล้วเท่านั้น กล่าวคือต้องผ่าตัดแปลงเพศให้สมบูรณ์ก่อน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุโรป <a href="https://balkaninsight.com/2024/03/14/balkan-countries-urged-to-do-more-on-transgender-rights/bi/">บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา</a> กำหนดให้ผู้สมัครต้องยื่นเอกสารยืนยันจากทีมแพทย์ว่ากระบวนการปรับเปลี่ยนเพศสภาพเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว หากไม่ต้องการผ่าตัด จะอนุญาตให้เปลี่ยนได้เพียงชื่อเท่านั้น แต่ไม่สามารถแก้ไขเครื่องหมายเพศได้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.lewissilkin.com/insights/2024/04/15/hong-kong-amends-policy-on-changing-gender-marker-on-id-cards-102j5a6">ฮ่องกง</a> เดิมในปี 2555 กำหนดให้ต้องผ่าตัดแปลงเพศอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงการสร้างอวัยวะเพศใหม่ จึงจะเปลี่ยนเพศในบัตรประชาชนได้ ต่อมาในปี 2566 ศาลวินิจฉัยว่าข้อกำหนดนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ผ่อนปรนเงื่อนไขลงเหลือเพียงการผ่าตัดบางส่วน เช่น การตัดหน้าอกสำหรับชายข้ามเพศ หรือการตัดอัณฑะและองคชาตสำหรับหญิงข้ามเพศ พร้อมทั้งต้องพิสูจน์ว่ามีภาวะไม่พอใจในเพศตนเองและใช้ชีวิตในเพศสภาพใหม่มาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.scmp.com/week-asia/lifestyle-culture/article/3210600/hong-kongs-landmark-transgender-ruling-will-rest-asia-now-follow-suit">สิงคโปร์</a>กำหนดหลักเกณฑ์การเปลี่ยนเครื่องหมายเพศในบัตรประจำตัวประชาชน (NRIC) ไว้อย่างเคร่งครัด โดยหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและจุดตรวจ (ICA) กำหนดให้ผู้ยื่นคำร้องต้องแสดงรายงานการตรวจทางการแพทย์ที่รับรองโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ ไม่ว่าจะเป็นศัลยแพทย์พลาสติก นรีแพทย์ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ หรืออายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อ เพื่อรับรองว่าการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แบบฟอร์มดังกล่าวต้องระบุว่าอวัยวะเพศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์ จากเพศหนึ่งไปสู่อีกเพศหนึ่ง นอกจากนี้ผู้ที่ผ่าตัดแล้วยังต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวภายใน 28 วันนับจากวันที่ผ่าตัด ทั้งนี้การเปลี่ยนเครื่องหมายเพศทำได้เพียงเอกสารอื่นๆ เช่น บัตรประชาชน และหนังสือเดินทาง ไม่ครอบคลุมถึงสูติบัตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">กรณีที่น่าสนใจที่สุดในกลุ่มนี้คือ อิหร่าน ซึ่งมีการรับรองเพศสภาพโดยอ้างอิง<a href="https://www.voanews.com/a/despite-fatwa-transgender-people-in-iran-face-harassment/4402998.html">หลักกฎหมายอิสลาม (Fatwa) </a>ของอายะตุลลอฮ์ โคมัยนี ตั้งแต่ช่วงปี 2506 โดยให้เหตุผลทางศาสนาว่า “จิตวิญญาณต้องอยู่เหนือเนื้อหนัง” และถือว่าการข้ามเพศเป็นวิธีการรักษาอาการเจ็บป่วยทางจิตใจและร่างกายอย่างหนึ่ง กระบวนการของอิหร่านจึงเป็นลำดับขั้น คือต้องขออนุญาตศาลครอบครัว <a href="https://www.researchgate.net/publication/265737439_Transsexuality_under_Surveillance_in_Iran_Clerical_Control_of_Khomeini's_Fatwas?__cf_chl_tk=xGtdH_AVNUpT3laLXv1HuCp2LNFuuQLad.z8NoIty74-1780567089-1.0.1.1-H1eTBd6Nai_Q0erL8inIZNh4rpdmksGsRqo._aJ.c3o">รับการตรวจวินิจฉัยและรับรองภาวะอัตลักษณ์ทางเพศจากองค์กรนิติเวช</a> เข้ารับการผ่าตัดให้ครบถ้วน แล้วจึงยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ออกคำสั่งแก้ไขชื่อและเครื่องหมายเพศในบัตรประจำตัวได้</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info5-world-gender-recognition-unclear-process-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7900" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info5-world-gender-recognition-unclear-process-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info5-world-gender-recognition-unclear-process-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info5-world-gender-recognition-unclear-process-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info5-world-gender-recognition-unclear-process-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info5-world-gender-recognition-unclear-process-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">กฎหมายมีแต่กระบวนการไม่ชัดเจน (Unclear)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">มี 6 ประเทศทั่วโลกที่กฎหมายระบุว่าสามารถรับรองเพศสภาพได้ แต่ไม่มีการกำหนดระเบียบวิธีปฏิบัติหรือเงื่อนไขที่แน่ชัด บางครั้งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ล้วนๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สหรัฐอเมริกา จัดอยู่ในกลุ่มนี้เนื่องจากความซับซ้อนและความไม่แน่นอนของนโยบาย ในช่วงปี 2564-2567 รัฐบาลกลางเคยอนุญาตให้พลเมืองกำหนดเพศในหนังสือเดินทางได้เอง และมีตัวเลือกเพศ X สำหรับกลุ่ม Non-binary อย่างไรก็ตาม กฎหมายบางข้อในสหรัฐอเมริกามักขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่ง ตัวอย่างที่เห็นได้คือเมื่อมีการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่ในเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา มีการออก<a href="https://www.govinfo.gov/content/pkg/FR-2025-01-30/pdf/2025-02090.pdf">คำสั่งประธานาธิบดีหมายเลข 14168</a> เพื่อยกเลิกการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศในระดับรัฐบาลกลาง โดยกำหนดให้ยึดถือเพศตามกำเนิด (Sex assigned at birth) เป็นเกณฑ์เดียวในเอกสารราชการทั้งหมด และยกเลิกตัวเลือกเพศ X โดยให้เหตุผลว่าเพศสภาพเป็นข้อเท็จจริงทางชีววิทยาที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากนี้ บางรัฐยังสั่งห้ามการบำบัดทางเพศสภาพและการใช้ยาฮอร์โมนด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info6-world-gender-recognition-judicial-order-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7901" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info6-world-gender-recognition-judicial-order-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info6-world-gender-recognition-judicial-order-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info6-world-gender-recognition-judicial-order-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info6-world-gender-recognition-judicial-order-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info6-world-gender-recognition-judicial-order-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">การรับรองโดยอาศัยคำสั่งศาล (Judicial)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">กระบวนการนี้พบใน 3 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ญี่ปุ่น ไต้หวัน และโรมาเนีย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในฝั่งเอเชีย<a href="https://edition.cnn.com/2023/10/26/asia/japan-transgender-sterilization-ruling-lgbtq-intl-hnk/index.html"> ญี่ปุ่น</a> มีกฎหมายว่าด้วยกรณีพิเศษสำหรับบุคคลที่มีภาวะไม่สอดคล้องทางอัตลักษณ์เพศมาตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งกำหนดเงื่อนไขเข้มงวด ได้แก่ การรับการประเมินทางจิตเวช <a href="https://www.hrw.org/news/2025/09/29/japan-court-drops-key-legal-hurdle-for-transgender-people">ผ่าตัดทำหมัน</a> การมีอวัยวะเพศที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเพศที่ต้องการเปลี่ยน รวมถึงต้องเป็นโสดและไม่มีบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยพัฒนาการสำคัญเริ่มในปี 2566 เมื่อผู้พิพากษาทั้ง 15 คนของศาลฎีกาวินิจฉัยว่า <a href="https://www.upi.com/Top_News/World-News/2023/10/25/japan-supreme-court-overturns-sterilization-surgery-transgender/7281698228208/">ข้อกำหนดเรื่องการผ่าตัดทำหมันเป็นเงื่อนไขที่ขัดต่อสิทธิในการแสวงหาความสุขที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ </a>ซึ่งในปี 2567 <a href="https://www.hrw.org/news/2025/09/29/japan-court-drops-key-legal-hurdle-for-transgender-people">ศาลสูงของฮิโรชิม่า</a>ก็วินิจฉัยว่าการบังคับผ่าตัดเพื่อให้ลักษณะอวัยวะเพศเปลี่ยนแปลงอาจขัดรัฐธรรมนูญเช่นกัน และตัดสินว่าการรักษาด้วยฮอร์โมนสามารถทดแทนข้อกำหนดดังกล่าวได้ ซึ่งในศาลอื่นของญี่ปุ่นก็มีการตัดสินในลักษณะที่คล้ายกัน โดยพบว่าในเดือนกันยายน 2568 <a href="https://www.hrw.org/news/2025/09/29/japan-court-drops-key-legal-hurdle-for-transgender-people">ศาลครอบครัวซัปโปโร</a>วินิจฉัยว่าแม้แต่การบังคับให้ใช้ฮอร์โมนเพื่อเปลี่ยนลักษณะอวัยวะเพศก็ยังละเมิดการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเช่นกัน แต่ในสถานการณ์จริง ก็พบว่ายังมีการถกเถียงกันว่าจะนำคำพิพากษาของศาลฏีกาไปใช้อย่างไร ทำให้ปัจจุบันก็ยังต้องยื่นคำร้องต่อศาลอยู่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไต้หวัน มีกระบวนการซับซ้อน โดยในปี 2551 กระทรวงมหาดไทยออกคำสั่งกำหนดให้บุคคลที่ต้องการเปลี่ยนเพศในทะเบียนราษฎร์ต้องผ่าตัดนำอวัยวะสืบพันธุ์ออกก่อน ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2564 เมื่อศาลปกครองสูงสุดไทเปวินิจฉัยในคดีของหญิงข้ามเพศคนหนึ่ง โดยว่าข้อกำหนดการผ่าตัดอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งจากการตัดสินทำให้เธอกลายเป็นหญิงข้ามเพศคนแรกในไต้หวันที่เปลี่ยนเครื่องหมายเพศสำเร็จโดยไม่ต้องผ่าตัด ต่อมาในปี 2566 ศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงว่าคำสั่งกระทรวงมหาดไทยไม่มีผลผูกพัน ซึ่งหมายความว่าต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">ล่าสุดในปี 2567 ศาลปกครองสูงสุดไทเปวินิจฉัยในคดีของชายข้ามเพศคนหนึ่ง ว่าเขามีหลักฐานเพียงพอที่แสดงว่าอัตลักษณ์ทางเพศของเขามีความมั่นคงและยาวนาน โดยชายข้ามเพศคนดังกล่าวได้ยื่นผลวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ บันทึกการรักษาด้วยฮอร์โมน และคำให้การส่วนตัว ทำให้ใน<a href="https://www.taiwannews.com.tw/news/5880305">ปี 2567 เขาจึงเป็นชายข้ามเพศที่สามารถเปลี่ยนคำนำหน้าเพศในบัตรประชาชนได้สำเร็จโดยไม่ต้องผ่านการผ่าตัด</a> โดยศาลปกครองสูงสุดไทเปวินิจฉัยว่ารัฐควรเคารพเสรีภาพในการกำหนดเพศสภาพของตนเอง ตราบเท่าที่ไม่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม ซึ่งจากทั้งสองกรณีถือว่าบุคคลข้ามเพศยังจำเป็นต้องยื่นคำร้องต่อศาลอยู่</p>



<p class="wp-block-paragraph">และที่โรมาเนีย มาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนสถานะพลเรือน (ปี 2539) กำหนดให้ต้องผ่านกระบวนการศาล แต่ไม่ได้ระบุเงื่อนไขชัดเจน ทำให้แต่ละศาลตีความแตกต่างกัน และหลายแห่งยังบังคับให้ผ่าตัดในทางปฏิบัติ และที่สำคัญโรมาเนียเป็นสมาชิกในสภาพยุโรป ดังนั้นจึงเกิดกรณีหนึ่งในปี 2564 ที่มีคำพิพากษาใน<a href="https://tgeu.org/ecthr-rules-romania-violated-trans-rights/">คดีของนาย X. และนาย Y.</a> ว่าโรมาเนียละเมิดมาตรา 8 ของอนุสัญญายุโรปว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โดยศาลชี้ว่าการบังคับให้เลือกระหว่างการผ่าตัดที่ไม่ต้องการ กับการสละสิทธิในการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศถือเป็นทางเลือกที่เป็นไปไม่ได้ และพบอีกคดีในปี 2567 ที่<a href="https://www.erininthemorning.com/p/romanian-court-forces-state-to-recognize">ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป</a>วินิจฉัยในคดีชื่อ C-4/23 Mirin ว่ารัฐสมาชิกสหภาพยุโรปมีพันธกรณีต้องรับรองการเปลี่ยนแปลงเพศที่รัฐสมาชิกอื่นรับรองแล้ว ซึ่งปัจจุบันยังพบว่าโรมาเนียยังคงไม่มีกระบวนการที่ชัดเจนในระดับชาติ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info7-world-gender-recognition-case-by-case-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7902" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info7-world-gender-recognition-case-by-case-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info7-world-gender-recognition-case-by-case-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info7-world-gender-recognition-case-by-case-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info7-world-gender-recognition-case-by-case-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info7-world-gender-recognition-case-by-case-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">2. ประเทศที่พิจารณาเป็นรายกรณี (Case-by-case)</h3>



<p class="wp-block-paragraph">มี 11 ประเทศทั่วโลกที่ใช้วิธีพิจารณาการรับรองเพศสภาพเป็นรายกรณี โดยอาศัยกลไกทางศาลหรือคณะกรรมการพิเศษแทนการมีกฎหมายรองรับทั่วไป แบ่งเป็นเอเชีย 4 ประเทศ (ภูฏาน อินโดนีเซีย อิสราเอล เลบานอน) ยุโรป 3 ประเทศ (โคโซโว ลิกเตนสไตน์ และโมนาโก) แอฟริกา 2 ประเทศ (บอตสวานาและเอสวาตินี) และทวีปอเมริกา 2 ประเทศ (เอลซัลวาดอร์และเวเนซุเอลา)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในกลุ่มนี้ กระบวนการมักเริ่มจากการที่บุคคลข้ามเพศต้องยื่นคำร้องต่อศาลหรือหน่วยงานทะเบียนราษฎร์เพื่อพิสูจน์ความจำเป็นในการเปลี่ยนเครื่องหมายเพศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อินโดนีเซีย แม้ไม่มีกฎหมายรับรองเพศสภาพโดยเฉพาะ แต่อาศัยการตีความตามกฎหมายทะเบียนราษฎร์ ศาลในแต่ละพื้นที่ซึ่งมีดุลยพินิจต่างกัน เช่น ศาลในยอกยาการ์ตาเคยอนุญาตให้ชายข้ามเพศเปลี่ยนเพศได้เพียงเพราะใช้ฮอร์โมนมานานพอสมควร ขณะที่ศาลในจาการ์ตาเหนือจะอนุญาตก็ต่อเมื่อมีการผ่าตัดแปลงเพศแล้วเท่านั้น ทั้งนี้พบว่าด้วยสถานะที่ซับซ้อนทำให้เกิดการตีความกำกวมด้านกฎหมาย เห็นได้จากเมื่อ<a href="https://www.humandignitytrust.org/country-profile/indonesia/">วันที่ 2 มกราคม 2569</a> มีการบังคับใช้กฎหมายอาญาฉบับใหม่ที่ห้ามกิจกรรมทางเพศนอกสมรส ซึ่งสร้างความกังวลแก่ชุมชน LGBTQ+ อย่างมากเนื่องจากบทบัญญัติบางข้อของกฎหมายนี้อาจถูกนำมาใช้เอาผิดกับบุคคล LGBTQ+</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.timesofisrael.com/israel-to-allow-sex-changes-on-id-card-without-surgery/">อิสราเอล</a> มีระบบที่ซับซ้อนเนื่องจากผสมผสานระหว่างกฎหมายแพ่งและกฎหมายศาสนา แม้กฎหมายปี 2508 จะระบุว่าทะเบียนราษฎร์ต้องบันทึกการเปลี่ยนแปลงทางเพศ แต่ในทางปฏิบัติมักต้องผ่านคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และจิตวิทยาเพื่อพิจารณาเป็นรายบุคคล ซึ่งหากคณะกรรมการเห็นชอบ ก็สามารถเปลี่ยนเครื่องหมายเพศได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป แม้จะมีความพยายามผลักดันให้ใช้ระบบกำหนดตัวตนด้วยตนเองหรือลดอายุผู้สมัครลงเหลือ 15 ปี แต่รัฐบาลสายอนุรักษนิยมมักระงับทุกครั้ง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.humandignitytrust.org/country-profile/lebanon/">เลบานอน</a> พบความไม่แน่นอนในกระบวนการสูงมาก โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้พิพากษาแต่ละท่าน โดยมีแนวคิดสองทางที่ขัดแย้งกัน ทางหนึ่งมองว่าการเปลี่ยนเพศจะทำได้ก็ต่อเมื่อเกิดขึ้นตามธรรมชาติโดยไม่ผ่านการผ่าตัดเพราะโครโมโซมไม่เปลี่ยนแปลง แต่อีกทางหนึ่งมองว่าการไม่ยอมรับเพศสภาพใหม่สร้างความเสียหายต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรง บรรทัดฐานจึงแกว่งไปมา เช่น ในปี 2530 ศาลเบรุตเคยอนุญาตให้หญิงข้ามเพศที่ผ่าตัดแล้วเปลี่ยนเพศได้ แต่ในปี 2535 ศาลเดียวกันปฏิเสธคำร้องของอีกคน อ้างว่าผู้สมัครยังมีลูกกระเดือกและโครโมโซมชายอยู่ จนกระทั่งปี 2558 ศาลอุทธรณ์เบรุตสร้างบรรทัดฐานใหม่ว่าการเปลี่ยนเพศเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญด้านสุขภาพและเป็นความจำเป็นทางการแพทย์เพื่อเยียวยาภาวะไม่พอใจในเพศตนเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่เห็นร่วมกันในกลุ่มนี้คือ สิทธิในการรับรองเพศสภาพไม่ได้เป็นสิทธิอัตโนมัติอย่างกลุ่มก่อนหน้า แต่มักจะเป็นสิทธิที่ต้องพิสูจน์และรับรองจากอำนาจตุลาการหรือผู้เชี่ยวชาญเป็นรายๆ ไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info8-world-gender-recognition-intersex-only-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7903" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info8-world-gender-recognition-intersex-only-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info8-world-gender-recognition-intersex-only-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info8-world-gender-recognition-intersex-only-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info8-world-gender-recognition-intersex-only-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info8-world-gender-recognition-intersex-only-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">3. ประเทศที่อนุญาตเฉพาะกลุ่ม Intersex: เพราะอะไร?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">มี 10 ประเทศทั่วโลกที่อนุญาตให้มีการรับรองหรือแก้ไขเพศสภาพได้เฉพาะกลุ่ม Intersex หรือเพศกำกวมเท่านั้น แบ่งเป็นเอเชีย 5 ประเทศ (บาห์เรน จอร์แดน โอมาน ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)&nbsp; แอฟริกา 4 ประเทศ (อียิปต์ เคนยา โมร็อกโก และยูกันดา) และอเมริกาใต้ 1 ประเทศ (เปรู)</p>



<p class="wp-block-paragraph">เหตุผลหลักๆ ในกลุ่มนี้มีความน่าสนใจมาก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่ใช้กฎหมายอ้างอิงหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งแยกแยะระหว่างการเปลี่ยนเพศ (Sex Change) กับการแก้ไขเพศ (Sex Correction) เอาไว้ โดยมองว่ากลุ่ม Intersex เป็นผู้ที่มีความบกพร่องทางชีวภาพมาแต่กำเนิด การผ่าตัดและการรับรองเพศสภาพใหม่จึงถือเป็นการแก้ไขให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางกายภาพที่ควรจะเป็น ซึ่งไม่ถือว่าขัดต่อหลักการศาสนา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น <a href="https://cairo52.com/2024/02/07/bahrain-continued-denial-of-legal-gender-recognition-and-gender-affirming-healthcare-for-transgender-people-in-the-name-of-islamic-sharia/">บาห์เรน</a> ศาลเคยตัดสินอ้างอิงหลักนิติศาสตร์อิสลามสายซุนนีว่าห้ามการเปลี่ยนเพศหากไม่มีความจำเป็นทางชีวภาพ และอนุญาตเฉพาะกลุ่ม Intersex เพื่อปรับเปลี่ยนให้เข้ากับระบบเพศทวิลักษณ์ ส่วน <a href="https://reutersinstitute.politics.ox.ac.uk/elephant-room-missing-transgender-news-coverage-jordan">จอร์แดน</a> กฎหมายความรับผิดทางการแพทย์ปี 2561 ระบุว่ามีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ถึง 10 ปีพร้อมใช้แรงงานหนักสำหรับแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด แต่ยกเว้นให้เฉพาะกรณีแก้ไขเพศสำหรับผู้ที่มีลักษณะทางกายภาพแตกต่างจากโครโมโซมหรือพันธุกรรม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ใน<a href="https://www.legislation.gov.uk/ukpga/2004/7/notes">ซาอุดีอาระเบีย</a> กฎระเบียบสถานะพลเมืองปี 2529 เปิดช่องให้แก้ไขชื่อและเพศได้ หากมีรายงานทางการแพทย์รับรองว่าเป็นเหตุผลทางการแพทย์หรือการแก้ไขเพศ ซึ่งทางการตีความว่าใช้ได้เฉพาะกลุ่ม Intersex&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยูกันดา กฎหมายการลงทะเบียนบุคคลปี 2558 ระบุว่าเด็กที่เกิดมาพร้อมภาวะเพศกำกวมสามารถเปลี่ยนเครื่องหมายเพศได้ หากผ่านการผ่าตัดและได้รับการรับรองจากแพทย์แล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนที่<a href="https://76crimes.com/2022/08/02/in-5-middle-east-nations-gender-affirming-health-care-is-illegal/">โอมาน</a> มีกฎหมายหมายเลข 75/2562 ที่ใช้ถ้อยคำเดียวกับกฎหมายต้นแบบของอียิปต์ โดยห้ามแพทย์ให้การรักษาทางการแพทย์ใด ๆ ที่อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพศสภาพ ขณะที่การแก้ไขเพศสภาพ (sex correction) จะอนุญาตได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบทางการแพทย์และมีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่าบุคคลนั้นมีลักษณะ Intersex</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตามพบว่าในประเทศไทยมีกรณี <a href="https://www.ilaw.or.th/articles/737">เมื่อปี 2555</a> ซึ่งเป็นบุคคลที่มีอวัยวะเพศกำกวมแต่กำเนิด (มีลักษณะ Intersex) และใช้คำนำหน้าชื่อ “นาย” ทำให้ประสบปัญหาในการติดต่อราชการ การทำธุรกรรม และการเข้าถึงบริการต่างๆ ก่อนจะใช้เวลาต่อสู้กว่า 5 ปีจึงสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อเป็น “นางสาว” ได้ กรมการปกครองชี้แจงว่า การเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อทำได้เฉพาะผู้ที่มีอวัยวะเพศกำกวมแต่กำเนิดและมีเอกสารรับรองทางการแพทย์ ไม่ครอบคลุมผู้ที่เปลี่ยนเพศภายหลัง เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายรองรับ<br></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info9-world-gender-recognition-not-permitted-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7904" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info9-world-gender-recognition-not-permitted-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info9-world-gender-recognition-not-permitted-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info9-world-gender-recognition-not-permitted-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info9-world-gender-recognition-not-permitted-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info9-world-gender-recognition-not-permitted-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">4.. ประเทศที่ทำไม่ได้: ให้เหตุผลว่าอย่างไรบ้าง?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มประเทศที่ไม่รับรองเพศสภาพตามกฎหมายมีจำนวนทั้งหมด 71 ประเทศ พบมากที่สุดในแอฟริกา 24 ประเทศ รองลงมาคืออเมริกา 19 ประเทศ (แบ่งเป็นอเมริกาเหนือ 16 ประเทศ และอเมริกาใต้ 3 ประเทศ) ทวีปเอเชีย 16 ประเทศ และทวีปยุโรป กับทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนียแห่งละ 6 ประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนใหญ่สาเหตุหลักมักมาจากเหตุผลทางศาสนา บรรทัดฐานทางสังคมดั้งเดิม และแนวคิดเรื่องเพศที่ยึดโยงกับลักษณะทางชีววิทยา บ้างก็เกิดจากการต่อต้านของกลุ่มอนุรักษนิยม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในเอเชีย หลายประเทศอ้างหลักศาสนาอิสลาม เช่น <a href="https://76crimes.com/2024/03/09/spotlight-on-bangladeshi-politicians-anti-trans-anti-gay-remarks/">บังกลาเทศ</a> ที่รัฐบาลประกาศชัดในต้นปี 2567 ว่าจะไม่ผ่านกฎหมายใดๆ ที่ขัดต่อหลักการศาสนา และจะไม่รับรองสถานะบุคคลข้ามเพศ แม้เคยมีความพยายามร่างกฎหมายคุ้มครองสิทธิมาก่อน ขณะที่<a href="https://www.hrw.org/news/2024/05/20/iraq-repeal-anti-lgbt-law">อิรัก</a> ผ่านกฎหมายต่อต้านการค้าประเวณีและความเบี่ยงเบนทางเพศในปี 2567 ซึ่งกำหนดโทษจำคุกสำหรับผู้ที่พยายามเปลี่ยนแปลงเพศสภาพ <a href="https://www.aljazeera.com/news/2024/4/27/iraq-criminalises-same-sex-relationships-with-maximum-15-years-in-prison">การมีความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันยังเป็นความผิดทางอาญาด้วย</a> รวมถึงลงโทษแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด โดยอนุญาตเฉพาะกรณีแก้ไขความผิดปกติแต่กำเนิดเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://outrightinternational.org/our-work/asia/thailand">ประเทศไทย</a> แม้ปัจจุบันจะผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้ว แต่การรับรองเพศสภาพตามกฎหมายยังคงทำไม่ได้ โดยมีบรรทัดฐานจากคำพิพากษาศาลฎีกาปี 2524 ที่ระบุว่าการรับรองเพศต้องยึดตามเพศกำเนิดและความสามารถในการให้กำเนิดบุตรเป็นหลัก ปัจจุบันยังไม่มีช่องทางใดที่บุคคลข้ามเพศจะเปลี่ยนเครื่องหมายเพศในเอกสารประจำตัวได้ โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 สภาผู้แทนราษฎรลงมติตีตกร่าง พ.ร.บ. การรับรองเพศสภาพที่เสนอโดย ส.ส. พรรคก้าวไกล โดยที่ประชุมมีมติ “ไม่รับหลักการ” ทำให้ร่างกฎหมายดังกล่าว ด้วยคะแนนเสียง <a href="https://www.ilaw.or.th/articles/19770">เห็นด้วย 154 เสียง ไม่เห็นด้วย 257 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง</a> ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง ร่างพ.ร.บ.รับรองเพศฯ เป็นอันตกไปในวาระหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร <a href="https://www.parliament.go.th/section77/manage/files/file_20231121145230_2_292.pdf">ฝ่ายคัดค้านสรุปว่า</a> ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังขาดความรัดกุมในการคุ้มครองสิทธิของผู้อื่น โดยเฉพาะเพศหญิงที่อาจได้รับผลกระทบเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในการใช้พื้นที่สาธารณะ เช่น ห้องน้ำ หรือห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุโรปและอเมริกา นอกจากจะไม่อนุญาต บางประเทศยังพบการเพิกถอนสิทธิที่มีอยู่เดิม ด้วย เช่น <a href="https://www.hrw.org/news/2020/05/21/hungary-ends-legal-recognition-transgender-and-intersex-people">ฮังการี ยกเลิกการรับรองเพศสภาพในปี 2563</a> โดยเปลี่ยนนิยามในทะเบียนราษฎร์จากคำว่า “เพศ” เป็น “เพศเมื่อแรกเกิด” ซึ่งกำหนดโดยโครโมโซมและถือเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ส่วน<a href="https://www.aljazeera.com/news/2024/9/17/georgias-parliament-approves-law-curbing-lgbtq-rights"> จอร์เจีย ผ่านกฎหมายคุ้มครองคุณค่าครอบครัวในปี 2567</a> ที่สั่งห้ามระบุเพศในเอกสารราชการที่แตกต่างจากเพศสภาพทางชีววิทยา และห้ามการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพอย่างเด็ดขาด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในแอฟริกา <a href="https://www.state.gov/reports/2023-country-reports-on-human-rights-practices/burundi/">บุรุนดี</a> พบว่ามีกฎหมายที่รุนแรงมาก โดยพบว่าหากมีเอกสารไม่ตรงกับอัตลักษณ์อาจถูกตีความว่าเป็นความผิดทางอาญาได้ ตลอดจนนำกฎหมายป้องกันการฉ้อโกงมาใช้กับบุคคลข้ามเพศที่มีการแสดงออกทางเพศที่ไม่ตรงกับเอกสารประจำตัว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info10-world-gender-recognition-marriage-equality-both-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7905" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info10-world-gender-recognition-marriage-equality-both-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info10-world-gender-recognition-marriage-equality-both-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info10-world-gender-recognition-marriage-equality-both-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info10-world-gender-recognition-marriage-equality-both-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info10-world-gender-recognition-marriage-equality-both-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">5. กฎหมายรับรองเพศสภาพกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม: มาพร้อมกันหรือเปล่า?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการตรวจสอบข้อมูลทางกฎหมายและสถิติ กฎหมายการรับรองเพศสภาพ (LGR) และกฎหมายสมรสเท่าเทียม (Same-sex marriage) ในแต่ละประเทศมีไทม์ไลน์ที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ โดยในปัจจุบัน ประเทศที่ผ่านทั้งกฎหมายการรับรองเพศสภาพและกฎหมายสมรสเท่าเทียม มีทั้งหมด 41 ประเทศทั่วโลก แต่ทั้งกฎหมายการรับรองเพศสภาพและกฎหมายสมรสเท่าเทียมนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน และมักมีกฎหมายหนึ่งนำมาก่อน ซึ่งส่งผลให้เกิดช่องว่างทางกฎหมายในรอยต่อระหว่างสองฉบับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในหลายประเทศฝั่งตะวันตก กฎหมายการรับรองเพศสภาพมักเกิดก่อนกฎหมายสมรสเท่าเทียม ตัวอย่างที่พบเช่นในสหราชอาณาจักร มีการผ่านกฎหมายการรับรองเพศสภาพ (<a href="https://commonslibrary.parliament.uk/research-briefings/cbp-9079/">Gender Recognition Act</a>) ตั้งแต่ปี 2547 แต่ในระหว่างนั้นยังไม่มีกฎหมายเรื่องสมรสเท่าเทียม การจะเปลี่ยนเพศสภาพได้ บุคคลข้ามเพศที่แต่งงานแล้วต้องจดทะเบียนหย่าก่อน หลังจากนั้นจึงจะขอใบรับรองเพศสภาพใหม่ได้ ซึ่งรอยต่อนี้ได้รับการแก้ไขเมื่อสหราชอาณาจักรผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมในปี 2556 ที่ผ่านมา โดยอนุญาตให้คู่สมรสรักษาสถานะการแต่งงานเดิมไว้ได้ ตราบใดที่คู่สมรสอีกฝ่ายให้ความยินยอม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางตรงกันข้าม บางประเทศรวมถึงประเทศไทย เลือกผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมก่อน ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนเพศหรือคำนำหน้านาม&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">6. ร่าง พ.ร.บ. การรับรองเพศสภาพของประเทศไทย ไปถึงไหนแล้ว?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม <a href="https://thailand.un.org/en/310202-one-year-marriage-equality">(มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการวันที่ 22 มกราคม 2568</a>) แต่การที่ยังไม่มีกฎหมายรับรองเพศสภาพควบคู่กัน ทำให้เกิดช่องว่างและข้อถกเถียงที่น่าสนใจหลายด้าน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้กลุ่มบุคคลข้ามเพศและผู้มีภาวะเพศกำกวมจะจดทะเบียนสมรสได้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว แต่ทะเบียนสมรสและเอกสารราชการอื่น ๆ ยังต้องใช้คำนำหน้าและตัวระบุเพศเดิมที่ไม่ตรงกับเพศสภาพ ปัญหานี้ส่งผลในชีวิตจริงโดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางข้ามประเทศ เนื่องจากข้อมูลในหนังสือเดินทางไม่ตรงกับการแสดงออกทางเพศสภาพ นอกจากนี้ บุคคลข้ามเพศในไทยที่ต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทางเพศในด้านการแพทย์ ยังต้องผ่านการประเมินและอนุมัติจากจิตแพทย์ก่อน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนความคืบหน้านั้น เส้นทางของร่าง พ.ร.บ. นี้ยังเผชิญความท้าทายอย่างมาก โดย<a href="https://www.bangkokpost.com/life/social-and-lifestyle/3161214/cheers-queers-2025s-lgbti-news-in-review">ร่างฉบับแรกที่เสนอโดย สส. ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ อดีตพรรคก้าวไกล</a> (ซึ่งมีต้นแบบมาจากกฎหมายของมอลตาและอาร์เจนตินา) โดยสภาฯ ปัดตกในวาระแรก เมื่อกุมภาพันธ์ 2567 ด้วยคะแนน<a href="https://www.ilaw.or.th/articles/19770">เห็นด้วย 154 เสียง ไม่เห็นด้วย 257 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง</a> ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง (นับจากมกราคม 2568) มีการจัดทำร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 ฉบับ เพื่อเตรียมผลักดันอีกครั้ง ได้แก่ ร่างของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่างของพรรคประชาชน ร่างของกลุ่ม Intersex Thailand และร่างของภาคประชาสังคม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งในอนาคต นักเคลื่อนไหวและฝ่ายนิติบัญญัติประเมินตรงกันว่าการแก้ไขกฎหมายนี้จะเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากต้องการการบูรณาการของหน่วยงานรัฐหลายภาคส่วน รวมถึงต้องรื้อและปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่มีอยู่เดิมทั้งระบบ อย่างไรก็ตามภาคประชาสังคมยังคงใช้เวทีสาธารณะอย่างงาน Bangkok Pride เพื่อรณรงค์กดดันให้รัฐบาลเร่งพิจารณา ขณะที่ <a href="https://bangkok.ohchr.org/news/2025/thailand-un-human-rights-office-welcomes-enactment-historic-marriage-equality-law">OHCHR ก็ออกแถลงการณ์สนับสนุน</a>ให้รัฐบาลไทยเร่งผ่านร่างกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติและกฎหมายรับรองเพศตามอัตลักษณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info11-world-gender-recognition-rights-struggle-1024x683.png" alt="" class="wp-image-7906" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info11-world-gender-recognition-rights-struggle-1024x683.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info11-world-gender-recognition-rights-struggle-300x200.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info11-world-gender-recognition-rights-struggle-768x512.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info11-world-gender-recognition-rights-struggle-1536x1024.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/06/info11-world-gender-recognition-rights-struggle-2048x1365.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เส้นทางการต่อสู้: สิทธิในการรับรองเพศสภาพได้มาอย่างไร?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การได้มาซึ่งสิทธิในการรับรองเพศสภาพมีรูปแบบการต่อสู้ที่หลากหลาย คล้ายคลึงกับการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม แบ่งออกได้เป็น 4 เส้นทางหลัก</p>



<h4 class="wp-block-heading">เส้นทางที่ 1: การต่อสู้ผ่านกระบวนการยุติธรรม&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างจากญี่ปุ่น ซึ่งในปี 2564 ชายข้ามเพศชื่อ <a href="https://www.hrw.org/news/2023/10/16/japan-court-rules-against-mandatory-transgender-sterilization">Gen Suzuki</a> ยื่นฟ้องต่อศาลครอบครัวเพื่อขอเปลี่ยนเพศทางกฎหมายโดยปฏิเสธการผ่าตัดทำหมัน การต่อสู้ดำเนินจนถึงศาลฎีกา และในเดือนตุลาคม 2566 ศาลฎีกาญี่ปุ่นวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ว่าการบังคับให้ต้องผ่าตัดทำหมันเป็นการละเมิดเสรีภาพและขัดต่อรัฐธรรมนูญ ต่อมาในเดือนกันยายน 2568 ศาลครอบครัวซัปโปโรวินิจฉัยเพิ่มเติมว่าข้อบังคับเรื่องการปรับเปลี่ยนอวัยวะเพศก็ขัดรัฐธรรมนูญเช่นกัน คำพิพากษาเหล่านี้กดดันให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติต้องแก้ไขกฎหมายในที่สุด</p>



<h4 class="wp-block-heading">เส้นทางที่ 2: การต่อสู้ในระดับศาลสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุโรป การเปลี่ยนแปลงกฎหมายมักถูกกดดันจากคำพิพากษาของ ECHR และ CJEU ตัวอย่างเช่นคดี Shipova ในปี 2569 ในบัลแกเรีย ซึ่งศาลฎีกาของบัลแกเรียเคยตัดสินห้ามคนข้ามเพศเปลี่ยนเพศในเอกสาร แต่ CJEU วินิจฉัยว่า<a href="https://www.businessupturn.com/trade-policy/cjeu-orders-bulgaria-to-recognise-gender-changes-for-trans-citizens/4761/">ต้องรับรองเพศสภาพตามการใช้ชีวิตจริงของพลเมือง</a> เพื่อประกันสิทธิในการเดินทางเสรีภายในสหภาพยุโรป ดังนั้นคำพิพากษานี้ จึงทำให้บัลแกเรียต้องข้ามคำตัดสินเดิมของตัวเอง แล้วอนุญาตให้แก้ไขเพศในทะเบียนได้ เพราะหลักการความเป็นเอกภาพของกฎหมายของสหภาพยุโรป กำหนดว่าเมื่อกฎหมายหรือคำพิพากษาในประเทศขัดกับกฎหมาย EU ศาลในประเทศนั้นต้องไม่นำกฎหมายนั้นมาใช้ แล้วปฏอบะตอตามกฎหมายของ EU แทน</p>



<h4 class="wp-block-heading">เส้นทางที่ 3: การผลักดันร่วมกันของภาคประชาสังคมและฝ่ายนิติบัญญัติ&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ความสำเร็จของกฎหมาย <a href="https://www.tandfonline.com/doi/abs/10.1080/14754835.2018.1450739">Gender Identity Law ของอาร์เจนตินา</a>ในปี 2555 เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มขับเคลื่อนเชิงสถาบันที่นำประเด็นเข้าสู่วาระรัฐสภา และเครือข่ายภาคประชาชนสายรากหญ้าที่ยืนกรานในเนื้อหาที่ก้าวหน้า จนออกมาเป็นกฎหมายที่ให้สิทธิโดยไม่ต้องผ่านการรับรองจากแพทย์ และกลายเป็นต้นแบบระดับโลกของการใช้เจตจำนงตนเองในการรับรองเพศสภาพ</p>



<h4 class="wp-block-heading">เส้นทางที่ 4: การต่อต้านทางการเมืองและการใช้อำนาจยับยั้ง</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ในบางประเทศ การผลักดันกฎหมายกลายเป็นสมรภูมิขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น ตัวอย่างที่ชัดเจนคือสหราชอาณาจักร ที่รัฐสภาสกอตแลนด์ลงมติผ่านร่างกฎหมายปฏิรูปการรับรองเพศ (<a href="https://www.instituteforgovernment.org.uk/explainer/section-35-scotland-gender-recognition-bill">Gender Recognition Reform Bill)</a> ในเดือนธันวาคม 2565 ด้วยคะแนน 86 ต่อ 39 ซึ่งร่างนี้จะทำให้คนข้ามเพศเปลี่ยนเพศในเอกสารได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องผ่านการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์เหมือนเดิม เพียงแค่ประกาศเจตจำนงด้วยตัวเอง (self-ID) แต่รัฐบาลกลาง (Westminster) ที่ลอนดอน ใช้อำนาจตามมาตรา 35 ของกฎหมาย Scotland Act 1998 ยับยั้งร่างกฎหมายดังกล่าว โดยอ้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยของสตรีและเด็ก นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการใช้อำนาจนี้ยับยั้งกฎหมายของสกอตแลนด์ สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นการรับรองเพศสภาพถูกฝ่ายการเมืองนำมาใช้เป็นเครื่องมือในหลายครั้ง</p>



<h3 class="wp-block-heading">สรุป</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ท่ามกลางแผนที่สิทธิที่ซับซ้อนนี้ ประเทศไทยยืนอยู่ในจุดที่น่าสนใจและน่าคิดในเวลาเดียวกัน ในฐานะประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่บุคคลข้ามเพศยังต้องพกเอกสารที่ไม่ตรงกับตัวเองไปทุกที่ ทั้งการทำธุรกรรม การเดินทาง หรือแม้แต่การเข้ารับการรักษาพยาบาล กล่าวคือยังมีช่องว่างระหว่างคำนำหน้าและเพศสภาพที่ไม่ตรงกันอยู่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจาก 239 ประเทศและดินแดนทั่วโลกจากที่สำรวจมา ทำให้เห็นว่าการรับรองเพศสภาพไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะเรื่องของความก้าวหน้าเพียงอย่างเดียว บางครั้งยังเกี่ยวข้องกับเจตจำนงทางการเมืองด้วย ซึ่งในบางประเทศพบว่ามีบริบททางศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง บางประเทศมีบริบทศาสนาและสังคมใกล้เคียงกับไทยแต่ก็เลือกเดินหน้าเปลี่ยนแปลง หรือบางประเทศที่เคยมีสิทธินี้แล้วก็เลือกที่จะยกเลิก บางประเทศต่อสู้กันในศาลทีละคดีจนกว่าบรรทัดฐานจะเปลี่ยน ซึ่งพบว่าบางประเทศก็ไม่มีสูตรสำเร็จในการจัดการ แต่สิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้กระจ่างชัดว่าแต่ละประเทศมองบุคคลข้ามเพศเป็นปัญหาที่ต้องจัดการหรือมองว่าเป็นพลเมืองที่มีสิทธิเท่ากัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลได้ที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-legal-gender-recognition">https://rocketmedialab.co/database-legal-gender-recognition</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/legal-gender-recognition/">โลกใบเดียว สิทธิไม่เท่ากัน: กฎหมายการรับรองเพศของ Transgender ทั่วโลก ประเทศไหนทำได้บ้าง?</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจ Hate Speech ที่ถูกผลิตซ้ำผ่านวิดีโอ AI ในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 07:54:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[hate speech]]></category>
		<category><![CDATA[ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7296</guid>

					<description><![CDATA[<p>Rocket Media Lab &#3619;&#3623;&#3610;&#3619;&#3623;&#3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/">สำรวจ Hate Speech ที่ถูกผลิตซ้ำผ่านวิดีโอ AI ในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab รวบรวมวิดีโอที่เข้าข่ายการบิดเบือนข้อเท็จจริง (Disinformation) ที่สร้างโดย AI และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการสร้างความเกลียดชังในบริบทความขัดแย้งชายแดนไทยและกัมพูชา จำนวน 212 คลิป จาก 14 บัญชีผู้ใช้บน Facebook โดยในจำนวนนี้มี 9 บัญชีที่เปิดหารายได้โดยให้สมัครสมาชิกรายเดือนได้ มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 19 บาทไปจนถึง 69 บาทต่อเดือน การเก็บข้อมูลครอบคลุมตั้งแต่ช่วงเริ่มเหตุปะทะในเดือนกรกฎาคม จนถึงการลงนามหยุดยิงในเดือนตุลาคม 2568 เพื่อวิเคราะห์ลักษณะของวิดีโอที่สร้างโดย AI ทั้งในแง่รูปแบบการสื่อสาร วิธีการสร้างความเกลียดชัง กลุ่มเป้าหมายที่ถูกโจมตี ตลอดจนบทบาทของเนื้อหาเหล่านี้ในการขยายความขัดแย้งในพื้นที่ออนไลน์</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>วิธีการเก็บข้อมูล</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">การเก็บข้อมูลเริ่มต้นจากการค้นหาบน Facebook ด้วยคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่เกี่ยวกับความขัดแย้งโดยตรง ทั้งชื่อบุคคล เช่น ฮุนเซน มาลี และคำที่สะท้อนบริบทความตึงเครียด เช่น ทหารกัมพูชา สงคราม และชายแดน จากนั้นกรองเฉพาะวิดีโอที่สร้างด้วย AI และมีเนื้อหาที่เข้าข่ายสร้างความเกลียดชัง การเก็บข้อมูลเน้นไปที่ 14 บัญชีผู้สร้างที่มีความสม่ำเสมอในการผลิตเนื้อหาลักษณะนี้ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว และไม่ได้รวบรวมวิดีโอทั้งหมดที่มีอยู่ แต่คัดเลือกตัวอย่างที่สะท้อนรูปแบบเนื้อหาเกลียดชังได้อย่างชัดเจน ข้อมูลที่รวบรวมได้นำมาวิเคราะห์และจำแนกลักษณะการเล่าเรื่อง (Narrative) ออกเป็น 4 หมวดหลัก โดยพิจารณาจากทั้งคีย์เวิร์ดในบทพูด องค์ประกอบภาพและเสียงที่ปรากฏในวิดีโอ</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vQWe4NTlC4GL-QCEbhwhkfcv6csYYKBPF3whBgMyts-N15NFMLZTosYXEk4j5xpPboUWkGzpF8xq-8w/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1foGjmovhWw_1rnPAhg-SbGwZHpzOwhNLu__ZP3J0kT0/edit?usp=sharing">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="https://rocketmedialab.co/ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/">ความเกลียดชังที่ขายได้ : สำรวจ Hate Speech ที่ถูกผลิตซ้ำผ่านวิดีโอ AI ในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/">สำรวจ Hate Speech ที่ถูกผลิตซ้ำผ่านวิดีโอ AI ในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความเกลียดชังที่ขายได้ : สำรวจ Hate Speech ที่ถูกผลิตซ้ำผ่านวิดีโอ AI ในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 07:53:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[hate speech]]></category>
		<category><![CDATA[ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=7283</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3651;&#3609;&#3648;&#3604;&#3639;&#3629;&#3609;&#3585 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/">ความเกลียดชังที่ขายได้ : สำรวจ Hate Speech ที่ถูกผลิตซ้ำผ่านวิดีโอ AI ในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>วิดีโอบิดเบือนข้อเท็จจริง (Disinformation) ที่สร้างโดย AI และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการสร้างความเกลียดชังในบริบทความขัดแย้งชายแดนไทยและกัมพูชาที่ใช้ในงานศึกษาชิ้นนี้ เป็นวิดีโอเนื้อหาภาษาไทย สื่อสารกับผู้รับสารคนไทยโดยเฉพาะ</li>



<li>ลักษณะการเล่าเรื่องประกอบด้วย 4 รูปแบบหลัก คือ 1. การล้อเลียน 2. การลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ 3. การสร้างความเหนือกว่าทางชาตินิยม และ 4.การกล่าวหาว่าอีกฝ่ายสมคบคิดแผนร้าย</li>



<li>คลิปที่สร้างโดย AI เหล่านี้ ไม่ได้มุ่งหมายสื่อสารเนื้อหาการเมืองหรือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เท่ากับการสร้างคลิปบันเทิงที่จุดติดได้ด้วยปลุกปั่นความเกลียดชัง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในเดือนกรกฎาคม ปี 2568 ความขัดแย้งทางทหารระหว่างไทยและกัมพูชาปะทุขึ้นอีกครั้งตามแนวชายแดน นับเป็นวิกฤตที่มีรากฐานทั้งจากข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ทับซ้อนที่ยาวนานนับทศวรรษ และจากความตึงเครียดทางการเมืองที่สะสมระหว่างสองประเทศ ความขัดแย้งในครั้งนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่ชายแดน แต่ยังขยายตัวเข้าสู่พื้นที่ออนไลน์อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เนื้อหาปลุกปั่นสร้างความเกลียดชังแพร่กระจายได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และเวลา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในวิกฤตครั้งนี้ สมรภูมิทางความคิดที่รุนแรงบนพื้นที่ออนไลน์มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นตัวช่วยผลิตสื่อสังเคราะห์ (Synthetic Media) ทั้งภาพและเสียงที่สมจริงสูงจนยากต่อการคัดกรอง ในระหว่างที่ความขัดแย้งดำเนินไป บัญชีผู้ใช้หลายรายบน Facebook ใช้โอกาสนี้ผลิตวิดีโอ AI เพื่อขยายกระแสความเกลียดชัง ควบคู่ไปกับการเปิดรับรายได้จากผู้ติดตาม สะท้อนให้เห็นว่าความเกลียดชังไม่เพียงแพร่กระจายได้ง่าย แต่ยังกลายเป็น ‘สินค้า’ ที่สร้างรายได้อีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab รวบรวมวิดีโอที่เข้าข่ายการบิดเบือนข้อเท็จจริง (Disinformation) ที่สร้างโดย AI และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการสร้างความเกลียดชังในบริบทความขัดแย้งชายแดนไทยและกัมพูชา จำนวน 212 คลิป จาก 14 บัญชีผู้ใช้บน Facebook โดยในจำนวนนี้มี 9 บัญชีที่เปิดหารายได้โดยให้สมัครสมาชิกรายเดือนได้ มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 19 บาทไปจนถึง 69 บาทต่อเดือน การเก็บข้อมูลครอบคลุมตั้งแต่ช่วงเริ่มเหตุปะทะในเดือนกรกฎาคม จนถึงการลงนามหยุดยิงในเดือนตุลาคม 2568 เพื่อวิเคราะห์ลักษณะของวิดีโอที่สร้างโดย AI ทั้งในแง่รูปแบบการสื่อสาร วิธีการสร้างความเกลียดชัง กลุ่มเป้าหมายที่ถูกโจมตี ตลอดจนบทบาทของเนื้อหาเหล่านี้ในการขยายความขัดแย้งในพื้นที่ออนไลน์</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>วิธีการเก็บข้อมูล</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">การเก็บข้อมูลเริ่มต้นจากการค้นหาบน Facebook ด้วยคีย์เวิร์ด (Keyword) ที่เกี่ยวกับความขัดแย้งโดยตรง ทั้งชื่อบุคคล เช่น ฮุนเซน มาลี และคำที่สะท้อนบริบทความตึงเครียด เช่น ทหารกัมพูชา สงคราม และชายแดน จากนั้นกรองเฉพาะวิดีโอที่สร้างด้วย AI และมีเนื้อหาที่เข้าข่ายสร้างความเกลียดชัง การเก็บข้อมูลเน้นไปที่ 14 บัญชีผู้สร้างที่มีความสม่ำเสมอในการผลิตเนื้อหาลักษณะนี้ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว และไม่ได้รวบรวมวิดีโอทั้งหมดที่มีอยู่ แต่คัดเลือกตัวอย่างที่สะท้อนรูปแบบเนื้อหาเกลียดชังได้อย่างชัดเจน ข้อมูลที่รวบรวมได้นำมาวิเคราะห์และจำแนกลักษณะการเล่าเรื่อง (Narrative) ออกเป็น 4 หมวดหลัก โดยพิจารณาจากทั้งคีย์เวิร์ดในบทพูด องค์ประกอบภาพและเสียงที่ปรากฏในวิดีโอ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7288" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_1.png 961w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">4 รูปแบบหลัก ของเนื้อหาเกลียดชังที่สร้างด้วย AI</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการวิเคราะห์วิดีโอทั้ง 212 คลิปที่ถูกสร้างขึ้นด้วย AI สามารถจำแนกรูปแบบการสร้างเนื้อหาเกลียดชังที่พบออกได้เป็น 4 รูปแบบหลัก ตามลักษณะการเล่าเรื่อง (Narrative) ได้แก่&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. การล้อเลียน (Ridicule)</strong> คือรูปแบบที่พบมากที่สุด โดยปรากฏเป็นแกนหลักของเรื่องในวิดีโอรวม 103 วิดีโอ ในจำนวนนี้เป็นการล้อเลียนอย่างเดียว 81 คลิป และอยู่คู่กับรูปแบบอื่น เช่น ลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ ใช้ความรุนแรง (Violence) และใช้มุกตลกทางเพศ (Sexual joke) เป็นรูปแบบย่อยคู่กับการล้อเลียนไปด้วย อีก 22 คลิป เนื้อหาประเภทนี้ใช้การล้อเลียนผ่านภาพและเสียงที่สร้างด้วย AI เพื่อทำให้ผู้นำและบุคคลสาธารณะของกัมพูชาดูตลก ไร้ความสามารถ หรืออยู่ในสถานการณ์ที่น่าอับอาย</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. การลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ (Dehumanization) </strong>เป็นรูปแบบที่พบรองลงมา พบ 51 วิดีโอ โดยมีเนื้อหาที่มุ่งเป้าเพื่อลดทอนความเป็นมนุษย์อย่างเดียวจำนวน&nbsp; 48 คลิป และมีอีก 3 คลิปที่ผสมกับการล้อเลียน เนื้อหาลักษณะนี้มักนำใบหน้าบุคคลจริงไปซ้อนทับกับสัตว์หรือสิ่งที่ถูกมองว่าต่ำต้อย เช่น หมาขี้เรื้อน ตัวเงินตัวทอง งู หรือแมลง โดยรูปแบบนี้จะแตกต่างจากการล้อเลียนทั่วไปคือ การล้อเลียนจะยังคงสถานะความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกโจมตี แต่ทำให้หัวเราะกับพฤติกรรมที่ดูตลกหรือน่าอับอาย ขณะที่การลดทอนความเป็นมนุษย์จะตัดขาดความเป็นมนุษย์โดยสิ้นเชิง ทำให้ผู้ชมรับรู้ผู้ถูกโจมตีในฐานะสัตว์แทน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>3. การสร้างความเหนือกว่าทางชาตินิยม (National superiority) และการใช้ความรุนแรง (Violence) </strong>พบใน 50 คลิป โดยทั้งสองรูปแบบมีลักษณะร่วมกันคือการสร้างภาพความเหนือกว่าทางทหารของฝ่ายไทย ผ่านวิดีโอที่นำเสนอภาพอาวุธยุทโธปกรณ์ การโจมตี หรือการพ่ายแพ้ของอีกฝ่าย เพื่อเล่าเรื่องว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และสูญเสีย</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>4. การกล่าวหาว่าอีกฝ่ายสมคบคิดแผนร้าย (Conspiracy) </strong>พบในจำนวนน้อยที่สุดรวม 8 รายการ เนื้อหาประเภทนี้จะสร้างภาพภัยคุกคาม โดยกล่าวหาว่าฝ่ายกัมพูชากำลังดำเนินการบางอย่างอย่างลับๆ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะกระตุ้นความกลัวและความระแวงให้แก่คนดู</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_2-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7289" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_2-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_2-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_2-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_2.png 961w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">วิเคราะห์วิดีโอล้อเลียน : เมื่อการล้อเลียนกลายเป็นเกราะกำบัง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการเก็บข้อมูลคลิปที่ generate ด้วย AI (เจน AI) ที่มีเนื้อหาสร้างความเกลียดชังในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ทั้งหมด 212 คลิป พบรูปแบบการล้อเลียน (Ridicule) เป็นสัดส่วนสูงถึง 48.58% (103 คลิป) ของเนื้อหาทั้งหมด โดยมีจุดเด่นที่วิธีเล่าเรื่องให้ดู ‘ตลก’ เพื่อเป็นเกราะกำบังในการส่งผ่านวาทกรรมเกลียดชังและการทำลายความน่าเชื่อถือของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>วิดีโอที่มียอดเข้าชมและยอด engagement สูงสุดในหมวดล้อเลียน</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>วิดีโอที่มียอดเข้าชมสูงสุด</strong> คือวิดีโอเจน AI ให้ฮุนเซนเกาะกระจกเครื่องบินรบ พร้อมพูดอ้อนวอนว่า &#8220;กูขอร้องกี่ครั้งแล้วว่าอย่าใช้ F-16 กูไหว้ล่ะ&#8221; มียอดเข้าชมสูงถึง 5,600,000 ครั้ง ยอด engagement รวม 57,000 ครั้ง ยอดแชร์ 3,100 ครั้ง และแสดงความคิดเห็น 1,800 ครั้ง เผยแพร่ ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2568</li>



<li><strong>วิดีโอที่มียอด engagement สูงสุด</strong> คือวิดีโอเจน AI เป็นทหารกัมพูชาคุยกันว่า &#8220;เสบียงไม่มีจะขัดกระทะทำไม&#8221; อีกคนตอบ &#8220;วิทยุบอกเดี๋ยวมีไข่มาส่ง&#8221; และตัดภาพไปเป็นเครื่องบินรบจากไทยบรรทุกระเบิดมาพูดว่า &#8220;ไข่ฟองโตมาส่งแล้วครับ&#8221; มียอดเข้าชม 1,800,000 ครั้ง และมียอด engagement สูงถึง 88,000 ครั้ง ยอดแชร์ 1,700 ครั้ง แสดงความคิดเห็น 595 ครั้ง เผยแพร่ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2568</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เนื้อหาที่ได้รับความนิยมเหล่านี้ไม่ได้เน้นที่การแสดงข้อเท็จจริงใดๆ แต่เน้นสร้างความสะใจ และเปลี่ยนความตึงเครียดของสถานการณ์ชายแดนให้กลายเป็นสินค้าความบันเทิง นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์เนื้อหาของวิดีโออื่นๆ ในหมวดนี้ยังพบองค์ประกอบที่ซ้ำกัน ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. ทำลายภาพลักษณ์ผู้นำ </strong>มีการใช้ AI เปลี่ยนภาพลักษณ์ของผู้นำกัมพูชาให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอับอาย โดยเฉพาะการให้แต่งกายด้วยชุดผู้หญิง ใส่ชุดเสื้อเกาะอก กระโปรง รองเท้าส้นสูง หรือชุดรัดรูป ตัวอย่างเช่น วิดีโอเจน AI ให้ฮุนเซนและฮุนมาเน็ตใส่ชุดเกาะอกและกระโปรง วิ่งหนีร้องไห้กอดคอกัน พร้อมพูดว่า &#8220;ยอมแล้ว ไม่เอาแล้ว&#8221; โดยมีฉากหลังเป็นเครื่องบินรบและรถถัง ในหลายวิดีโอยังให้แสดงกิริยาที่ถูกมองว่าไม่เหมาะสมกับภาพลักษณ์ผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นการเต้นแอโรบิก หรือนั่งบนรถถังขึ้นสนิม</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. ล้อเลียนว่าเป็นประเทศที่ยากจนหรือใช้เทคโนโลยีที่ล้าสมัย</strong> วิดีโออีกจำนวนมากเจน AI เป็นภาพกองทัพที่ไร้ประสิทธิภาพ เครื่องบินขึ้นสนิมสตาร์ตไม่ติด งบประมาณไม่พอซื้ออาวุธจริง และทหารอายุมากที่อ่อนแอ วิดีโอเหล่านี้พยายามสร้างภาพว่ากัมพูชาไม่ใช่ภัยคุกคามที่ต้องกังวล เพื่อตอกย้ำความเหนือกว่าของไทย เช่น วิดีโอเจน AI เป็นฮุนเซนเปิดเผยอาวุธลับ ซึ่งเป็นปืนฉีดน้ำที่อ้างว่าสั่งมาจากลาซาด้าในช่วงลดราคา</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>3. การลดทอนสถานะให้เป็นขอทาน หรือผู้รอรับความช่วยเหลือ</strong> วิดีโอส่วนหนึ่งใช้การสร้างบทสนทนาให้ชาวกัมพูชาหรือทหารยอมรับว่าตนเองต้องพึ่งพาไทยหรือเป็นขอทาน เช่น วิดีโอเจน AI เป็นการสัมภาษณ์ชาวกัมพูชาที่ใส่เสื้อผ้าขาด ตอบคำถามนักข่าวว่าที่ชอบฉีกแบงก์ 20 ของไทย เพราะ &#8220;เราเป็นขอทาน คนไทยโยนเศษเงินมาให้มากสุดก็แค่แบงก์ 20&#8221; หรืออีกวิดีโอเจน AI เป็นชาวกัมพูชายืนหลังรั้วลวดหนามและพูดว่า &#8220;เราต้องรื้อลวดหนามเพื่อเข้าไปเป็นขอทานในไทยให้ได้&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>4. การใช้มุกตลกทางเพศและความสัมพันธ์ที่ผิดศีลธรรม </strong>วิดีโอลักษณะนี้ทำคล้ายกับ ‘ละครน้ำเน่า’ โดยนำเสนอความสัมพันธ์สามเส้าระหว่างฮุนเซน บุนรานี และมาลี ผ่านการจัดฉากให้ดูเหมือนภาพจากกล้องวงจรปิด บทสนทนาที่แอบได้ยิน หรือตอนต่อเนื่องที่มีชื่อว่า ‘ละครไร้คุณธรรม’ ที่แสดงภาพมาลีแอบมีความสัมพันธ์กับฮุนเซนและบุนรานีจับได้ วิดีโอรูปแบบนี้จะดึง engagement ได้สูงเป็นพิเศษ เนื่องจากผสานดราม่ากับความบันเทิงเข้ากับการทำลายภาพลักษณ์ของบุคคลสาธารณะได้อย่างกลมกลืน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>5. การใช้สิ่งปฏิกูล</strong> วิดีโอกลุ่มนี้เปลี่ยนเป้าหมายจากโจมตีผู้นำมาสู่ประชาชนชาวกัมพูชา โดยใช้รถดูดส้วมเป็นเครื่องมือหลักในการโจมตี ตัวอย่างเช่น วิดีโอนักข่าวถามคนขับรถดูดสวมว่า &#8220;ขึ้นมาบนรถดูดสวมแบบนี้จะเอารถมาทำอะไรคะ&#8221; คนขับตอบว่า &#8220;ถ้าคุยกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง ก็ต้องคุยกับขี้แล้วกัน&#8221; หรือวิดีโอที่ให้ชาวกัมพูชาตะโกนว่า &#8220;หิวขี้ ขอกินขี้คนไทยหน่อย&#8221; ทั้งยังพูดว่า &#8220;ขี้คนไทยนี่อร่อยจริงๆ อยากกินมาตั้งนานแล้ว&#8221; นอกจากนี้ยังพบวิดีโอที่นำเสนอการฉีดน้ำดูดสวมใส่ ‘กลุ่มเด็ก’ ชาวกัมพูชาที่ยืนอยู่หลังลวดหนาม ซึ่งมียอดชมถึง 57,000 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเป้าหมายของการโจมตีในหมวดล้อเลียน โดยนับจำนวนครั้งที่ตัวละครต่างๆ ปรากฏในวิดีโอ ไม่ว่าจะปรากฏเดี่ยวหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่น พบว่า <strong>ฮุนเซน</strong> คือเป้าหมายอันดับหนึ่งที่ถูกโจมตีมากที่สุด พบใน 57 วิดีโอ รองลงมาคือ <strong>มาลี</strong> โฆษกกระทรวงกลาโหมประเทศกัมพูชา พบ 36 วิดีโอ ตามด้วย<strong>ชาวกัมพูชาและประเทศกัมพูชา</strong> พบ 22 วิดีโอ และ <strong>ทหารกัมพูชา</strong> พบ 17 วิดีโอ นอกจากนี้ยังพบบุคคลอื่นที่ถูกดึงเข้ามาเป็นตัวละครสมทบ เช่น <strong>บุนรานี</strong> ภริยาของฮุนเซน พบ 10 วิดีโอ<strong> แพทองธาร </strong>พบ 4 วิดีโอ <strong>ทักษิณและฮุนมาเน็ต</strong> พบอย่างละ 3 วิดีโอ และนักร้องอย่าง<strong>แวนด้า</strong> พบ 2 วิดีโอ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่น่าสังเกตจากข้อมูลชุดนี้คือ มีถึง 19 วิดีโอด้วยกันที่ฮุนเซนและมาลีปรากฏร่วมกัน โดยส่วนใหญ่จะถูกนำเสนอในฐานะคู่ที่มีความสัมพันธ์ต่อกัน เพื่อทำลายภาพลักษณ์ผ่านมุกตลกทางเพศ นอกจากนี้ ยังพบว่าการโจมตีไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้นำ แต่ขยายมาสู่ชาวกัมพูชาทั่วไปอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็มีการดึงตัวละครฝ่ายไทย เช่น แพทองธารและทักษิณ เข้ามาร่วมเฟรมในสถานการณ์ที่ดูตลกหรือน่าอับอาย เช่น วิดีโอเจน AI ให้แพทองธารขี่หลังฮุนเซน หรือวิดีโอที่ให้ฮุนเซนขี่หลังทักษิณวิ่งหนีตัวเงินตัวทอง เพื่อสื่อถึงความสัมพันธ์และผลประโยชน์ที่มีร่วมกัน ตามข่าวที่ปรากฏในขณะนั้น เป็นการใช้ AI เพื่อแซะการเมืองในประเทศไทยไปพร้อมๆ กับการสร้างวาทกรรมเกลียดชังต่อกัมพูชา วิดีโอล้อเลียนลักษณะนี้ทำออกมาได้ง่ายกว่าการโจมตีเชิงนโยบายหรือโจมตีความสามารถในการบริหารบ้านเมือง และยังง่ายต่อการแพร่กระจายในรูปแบบความบันเทิงอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกประเด็นที่สำคัญคือการล้อเลียน ไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด แต่ยังเป็นรูปแบบที่มักถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นสู่เนื้อหาที่รุนแรงกว่า จากการตรวจสอบเนื้อหาในบัญชีผู้ใช้หลายราย พบว่า ส่วนใหญ่มีจุดเริ่มต้นด้วยการล้อเลียนหรือใช้มุกตลกผ่านบทพูด ก่อนค่อยๆ เพิ่มความรุนแรงของเนื้อหาขึ้น เช่น วิดีโอที่เริ่มต้นด้วยการบ่นเรื่องเสบียง แต่จบด้วยการส่ง ‘ไข่ฟองโต’ หรือระเบิดจากเครื่องบินรบมาถล่ม หรือวิดีโอพัสดุส่งด่วน ที่ล้อเลียนการส่งของแต่จบด้วยการยิงปืนใหญ่ใส่บ้านผู้นำ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้มีการใช้แฮชแท็กอย่าง #คลิปตลก #คลิปเอไอ ทำหน้าที่เป็นเกราะกำบัง เปลี่ยนสถานะของ Hate Speech ให้กลายเป็นมุกขำๆ ซึ่งอาจสร้างความคุ้นชินกับความเกลียดชัง ดังที่พบในตัวอย่างคอมเมนต์ว่า &#8220;ขำๆ..ขายหัวเราะ555..ขอบคุณ AI&#8221; หรือ &#8220;ทำหนังตลกได้เลยรายได้กระจุยกระจายแน่นอน&#8221; เมื่อผู้ชมคุ้นชินกับการเห็นผู้นำอีกฝ่ายถูกกระทำให้อับอาย การเห็นภาพศพทหารหรือการโจมตีทางทหารที่รุนแรงกว่าในคลิปถัดๆ ไป จึงกลายเป็นเรื่องที่รับได้ง่ายขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_3-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7290" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_3-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_3-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_3-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_3.png 961w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">วิเคราะห์วิดีโอลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ (Dehumanization): เมื่อ AI ถูกใช้ทำให้สูญสิ้นความเป็นคน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการเก็บข้อมูลวิดีโอที่มีเนื้อหาสร้างความเกลียดชังในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่สร้างด้วย AI ทั้งหมด 212 คลิป พบรูปแบบการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ (Dehumanization) เป็นสัดส่วน 24.06% (51 คลิป) ของเนื้อหาทั้งหมด วิดีโอในหมวดนี้มีจุดเด่นที่มีการแสดงภาพบุคคลในฐานะสัตว์หรือสิ่งสกปรก ผ่านการใช้ AI แทนใบหน้าบุคคลนั้นลงในร่างกายของสัตว์หรือฉากที่ออกแบบมาเพื่อสื่อความด้อยกว่า กระบวนการนี้แตกต่างจากหมวดการล้อเลียน (Ridicule) ตรงที่ไม่ได้มุ่งเป้าเพียงให้เกิดเสียงหัวเราะ แต่จงใจสร้างภาพแทนว่าอีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>วิดีโอที่มียอดเข้าชมและยอด engagement สูงสุดในหมวด Dehumanization</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>วิดีโอที่มียอดเข้าชมสูงสุด</strong> คือวิดีโอเจน AI เป็นฮุนเซนและมาลีถูกนำไปใส่แทนหน้าคางคก นอนทับกัน และมีตัวเงินตัวทองอยู่ข้างๆ มียอดเข้าชมสูงถึง 2,100,000 ครั้ง ยอด engagement รวม 5,200 ครั้ง ยอดแชร์ 480 ครั้ง และแสดงความคิดเห็น 346 ครั้ง เผยแพร่ ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2568</li>



<li><strong>วิดีโอที่มียอด engagement สูงสุด</strong> คือวิดีโอเจน AI เป็นภาพพยาบาลเข็นผู้ป่วยในชุดทหารกัมพูชาเข้ามาที่โรงพยาบาล แต่เมื่อหมอไทยเห็นกลับตอบว่า &#8220;ไหนล่ะ เห็นมีแต่เหี้ย&#8221; และหัวเราะเยาะอย่างสนุกสนาน มียอดเข้าชม 1,600,000 ครั้ง และมียอด engagement สูงถึง 45,000 ครั้ง ยอดแชร์ 3,000 ครั้ง แสดงความคิดเห็น 1,600 ครั้ง เผยแพร่ ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2568<br></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เนื้อหาลักษณะนี้สะท้อนว่า AI ถูกใช้เพื่อสร้างภาพจำที่เปลี่ยนฝ่ายตรงข้ามให้กลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจและไม่มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์เนื้อหาของวิดีโออื่นๆ ในหมวดนี้ยังพบองค์ประกอบที่ซ้ำกัน ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. การเปรียบเทียบเป็นสัตว์</strong> พบการนำหน้าของบุคคลมาใส่ในสัตว์ต่างๆ กว่า 15 ชนิด ได้แก่ ตัวเงินตัวทอง, หมาขี้เรื้อน, ควาย, หมู, ชะนี, แมลงสาบ, แมลงวัน, แมงกุดจี่, เห็บหมัด, กิ้งกือ, หนอน, งู, ตุ๊กแก, อึ่งอ่าง และคางคก การเลือกสัตว์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สัตว์ทุกชนิดที่ถูกเลือกใช้มีความหมายเชิงลบในบริบทของไทยอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นภาพแทนของความสกปรก ต่ำต้อย โง่เขลา หรือน่ารังเกียจ ทำให้ผู้ชมสามารถรับรู้ข้อความเชิงดูถูกหรือสร้างความรู้สึกขยะแขยงในใจผู้ชมทันทีที่เห็นภาพ โดยไม่ต้องพึ่งคำบรรยายใดๆ นอกจากนี้ยังพบการใช้ AI สร้างภาพให้ผู้นำกัมพูชาและมาลีอุ้มตัวเงินตัวทองในฐานะ ‘ลูก’ บางวิดีโอมีการเพิ่มเสียงพากย์ที่ให้ตัวละครพูดบทสนทนาด่าทอกันเองว่าเป็นสัตว์ เช่น วิดีโอเจน AI เป็นหน้าฮุนเซนมีลำตัวตัวเป็นงู และหน้ามาลีมีลำตัวเป็นตัวเงินตัวทอง พร้อมบทพูดว่า &#8220;มะลิ เธอมันตัวเงินตัวทองจริงๆ สินะ&#8221; &#8220;วุ้นเส้น เธอมันงูเหลือมกินหมา เธอมันชั่วช้าสารเลว&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. การให้อยู่ในสถานะที่ต่ำต้อย อยู่ในพื้นที่สกปรก และมีพฤติกรรมที่สุดโต่ง</strong> ตัวละครถูกกำหนดให้คุ้ยขยะ กินขยะ คลานใส่สายจูง อยู่ในท่อน้ำเสีย น้ำเน่า อยู่ในโคลน ทำพฤติกรรมแบบสัตว์ เช่น คาบฟันปลอม คาบแพมเพิสที่เปื้อนอุจาระ การสร้างภาพตัวละครเช่นนี้เป็นระดับความรุนแรงเชิงสัญลักษณ์ที่สูงกว่าการล้อเลียนทั่วไป เพราะจะมุ่งไปที่การทำลายสุขอนามัยและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การสูญเสียสิ่งเหล่านี้ไปทำให้ตัวละครถูกมองเป็นเพียง ‘สิ่งสกปรก’ ในสายตาผู้ชม</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเป้าหมายของการโจมตีในหมวด Dehumanization โดยนับจำนวนครั้งที่ตัวละครต่างๆ ปรากฏในวิดีโอ ไม่ว่าจะปรากฏเดี่ยวหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่น พบว่า <strong>ฮุนเซน</strong> คือเป้าหมายอันดับหนึ่งที่ถูกโจมตีมากที่สุด พบใน 44 วิดีโอ รองลงมาคือ <strong>มาลี</strong> โฆษกกระทรวงกลาโหมประเทศกัมพูชา พบ 37 วิดีโอ <strong>ฮุนมาเนต </strong>บุตรชายคนโตของฮุนเซน<strong> </strong>พบ 4 วิดีโอ <strong>ชาวกัมพูชา ทหารกัมพูชา</strong> และ<strong>บุนรานี</strong> ภริยาของฮุนเซน พบในสัดส่วนที่เท่ากัน อย่างละ 3 วิดีโอ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">วิดีโอที่จัดอยู่ในหมวด Dehumanization นี้คือจุดที่เนื้อหาข้ามเส้นจากการล้อเลียนไปสู่รากฐานของการความรุนแรง การให้ภาพคนว่าเป็นเหี้ยหรือหมาขี้เรื้อนซ้ำหลายสิบครั้งในช่วงเวลาไม่กี่เดือนไม่ใช่การล้อเลียนธรรมดา แต่คือการก่อสร้างทางวัฒนธรรมที่ค่อยๆ ทำให้การมองอีกฝ่ายว่าเป็นสิ่งที่ต่ำกว่ามนุษย์กลายเป็นเรื่องปกติ และเมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับข้อสังเกตว่าวิดีโอเหล่านี้ผลิตโดยบุคคลที่มีแรงจูงใจทางการหารายได้จากยอด engagement ความน่ากังวลจึงไม่ได้อยู่ที่เจตนาของผู้สร้าง แต่อยู่ที่ความรวดเร็วของเนื้อหาที่กระจายตัวไปแล้วอย่างกว้างขวาง และไม่มีกลไกใดที่จะเรียกคืนได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_4-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7291" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_4-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_4-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_4-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_4.png 961w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">วิเคราะห์วิดีโอหมวดการสร้างความเหนือกว่าทางชาตินิยมและความรุนแรง: เมื่อความรุนแรงถูกทำให้ชอบธรรมในนามความเป็นชาติ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการเก็บข้อมูลวิดีโอที่มีเนื้อหาสร้างความเกลียดชังในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่สร้างด้วย AI ทั้งหมด 212 คลิป พบวิดีโอที่มีรูปแบบเนื้อหาสร้างความเหนือกว่าทางชาตินิยม (National Superiority) และการใช้ความรุนแรง (Violence) เป็นสัดส่วน 23.58% (50 คลิป) ของเนื้อหาทั้งหมด โดยวิดีโอในหมวดนี้จะครอบคลุมรูปแบบเนื้อหาสองกลุ่มที่มีจุดร่วมเชิงอุดมการณ์ คือ กลุ่มแรกสร้างภาพว่าไทยเหนือกว่ากัมพูชาในมิติทางการทหาร เทคโนโลยี อธิปไตย และศีลธรรม กลุ่มที่สองนำเสนอหรือสนับสนุนการใช้ความรุนแรงต่อฝ่ายกัมพูชา ทั้งสองกลุ่มถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมในหมวดเดียวกันเพราะมักปรากฏซ้อนทับในคลิปเดียวกัน และสร้างเรื่องเล่าเดียวกันคือ ‘ฝ่ายเราชนะ ฝ่ายนั้นสมควรถูกลงโทษ’</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>วิดีโอที่มียอดเข้าชมและยอด engagement สูงสุดในหมวดการสร้างความเหนือกว่าทางชาตินิยมและความรุนแรง</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>วิดีโอที่มียอดเข้าชมสูงสุด</strong> คือวิดีโอเจน AI เป็นศพทหารกัมพูชานอนเกลื่อน ระบุข้อความในคลิปว่า &#8220;ไม่มีใครพาออกไปหน่อยหรอ ญาติพี่น้องเขารออยู่นะ&#8221; มียอดเข้าชมสูงถึง 9,200,000 ครั้ง ยอด engagement รวม 31,000 ครั้ง ยอดแชร์ 9,600 ครั้ง และแสดงความคิดเห็น 2,900 ครั้ง เผยแพร่ ณ วันที่ 5 สิงหาคม 2568&nbsp;</li>



<li><strong>วิดีโอที่มียอด engagement สูงสุด</strong> คือวิดีโอเจน AI เป็นภาพซากปรักหักพังของบ้านเรือน ระบุข้อความในคลิปว่า &#8220;หลังจากท่านแม่ทัพ สั่งให้รื้อบ้านเรือนตรงช่องอานม้ากว่า 80 หลังคาเรือน ก็ได้เอารถเครื่องจักรหนักเข้าทำลายพื้นที่ทันที&#8221; มียอดเข้าชม 2,600,000 ครั้ง และมียอด engagement สูงถึง 100,000 ครั้ง ยอดแชร์ 2,400 ครั้ง แสดงความคิดเห็น 5,400 ครั้ง เผยแพร่ ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2568</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">วิดีโอภาพศพทหารกัมพูชาที่มียอดเข้าชมสูงสุดถึง 9.2 ล้านครั้ง แม้ภาพที่ปรากฏจะแสดงถึงความตายที่น่าสยดสยองของทหารกัมพูชา แต่กลับเลือกใช้คำแสดงความเป็นห่วงอย่าง “ญาติพี่น้องเขารออยู่นะ&#8221; การนำเสนอเนื้อหาผ่านวิธีนี้ทำหน้าที่เป็นเหมือน ‘โล่ทางศีลธรรม’ (Moral Shield) ให้แก่ผู้ชม เพราะรูปแบบการสื่อสารไม่ได้ถูกจัดวางให้เป็นการฉลองชัยชนะบนซากศพ แต่เป็นการตั้งคำถามด้วยความเวทนา ทำให้ผู้ชมสามารถรับชมเนื้อหาได้โดยไม่รู้สึกว่าตนเองกำลังทำผิดอะไร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม การสร้างเนื้อหาลักษณะนี้ไม่ได้ทำให้ความรุนแรงลดลง และที่น่าสังเกตคือ วิดีโอกลุ่มนี้มีเนื้อหาที่บริโภคและเผยแพร่ง่ายขึ้น ผู้ชมสามารถมีปฏิสัมพันธ์ เช่น การกดไลก์หรือแชร์ โดยไม่รู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมสร้างความรุนแรง ตลอดจนทำให้ความรุนแรงกลายเป็นเรื่องปกติ จึงจะเห็นได้ว่า วิดีโอในหมวดนี้มียอดการแชร์ที่สูงมาก และสูงที่สุดเมื่อเทียบกับวิดีโอในทุกหมวด</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาวิดีโออื่นในชุดข้อมูลเดียวกัน ยังพบรูปแบบการผลิตเนื้อหาที่เป็นแบบแผน โดยในช่วงวันที่ 2-10 สิงหาคม 2568 มีวิดีโออย่างน้อย 12 คลิปจากบัญชีผู้สร้างเดียวกันที่ใช้โครงสร้างเหมือนกันทั้งหมด คือภาพศพทหารกัมพูชาอยู่ในสถานที่ต่างๆ เช่น แม่น้ำ ทุ่งหญ้า ป่า หรือปราสาท แต่เปลี่ยนข้อความกำกับในคลิปเล็กน้อย เช่น “เริ่มจะใกล้เน่าไปทุกที” “ป่านนี้เข้ามาเก็บกันหรือยังนะ” หรือ “แมลงวันเริ่มตอมแล้ว” สะท้อนว่าวิดีโอเหล่านี้ไม่ได้เป็นการผลิตเนื้อหาแบบธรรมชาติ แต่เป็นการทดลองโดยใช้ภาพชุดเดิมแล้วปรับข้อความเพื่อดูว่ารูปแบบใดสร้าง engagement ได้ดีที่สุด และผลคือคลิปที่ใช้ประโยค “ญาติพี่น้องเขารออยู่นะ” ทำผลงานได้ดีที่สุด ด้วยยอดเข้าชม 9.2 ล้านครั้ง ซึ่งมากกว่าคลิปอื่นในกลุ่มเดียวกันราว 5-10 เท่า แสดงให้เห็นว่า โทนความเวทนา ไม่เพียงทำหน้าที่เป็นโล่ทางศีลธรรม แต่ยังเป็นสูตรที่มีประสิทธิภาพในการดึงความสนใจและการมีส่วนร่วมของผู้ชมอย่างมีนัยสำคัญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนวิดีโอที่มียอด engagement สูงสุด ซึ่งแสดงภาพซากบ้านเรือนที่ถูกทำลาย แม้ยอดวิวจะต่ำกว่าวิดีโอภาพศพ ราว 3.5 เท่า แต่กลับมี engagement สูงกว่ามาก โดยเฉพาะจำนวนคอมเมนต์ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ทำให้คลิปนี้มีอัตราการมีส่วนร่วมสูงที่สุดในวิดีโอทั้งหมด นอกจากนี้ การอ้างถึง ‘ท่านแม่ทัพ’ ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเนื้อหา โดยทำให้การกระทำนั้นดูเป็นคำสั่งอย่างเป็นทางการของรัฐ แม้ภายหลังภาครัฐจะมีการออกมา<a href="https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3219/iid/417055">ยืนยัน</a>ว่าเป็นข่าวปลอม แต่วิดีโอนี้ก็ถูกแชร์ไปอย่างกว้างขวาง สะท้อนข้อจำกัดของระบบตรวจจับเนื้อหา ขณะเดียวกัน ช่องว่างระหว่างยอดวิวกับ engagement ยังบ่งชี้ว่า ผู้ชมไม่ได้เพียงถูกอัลกอริทึมพามาดู แต่มีสัดส่วนสูงที่เลือกจะมีส่วนร่วมกับวิดีโอนี้ โดยความเห็นที่ได้รับการกดถูกใจกว่า 1 พันครั้ง ระบุว่า “ท่านแม่ทัพทำถูกแล้ว” “ต้องเด็ดขาดงี้ สุดยอด ท่านแม่ทัพ” โดยตัวเลข engagement 100,000 ครั้งนี้ หมายความว่ามีผู้ชมกว่า 100,000 รายที่รู้สึกถูกกระตุ้นให้อยากมีส่วนร่วมกับเนื้อหานี้ และอาจมีแนวโม้มในการส่งต่อความเกลียดชังมากกว่าคลิปที่มีคนดู 9.2 ล้านรายแต่เป็นการดูผ่านไปเฉยๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อวิเคราะห์เนื้อหาของวิดีโออื่นๆ ในหมวดนี้ยังพบองค์ประกอบที่ซ้ำกัน ได้แก่</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. ให้ภาพแสนยานุภาพทางทหารของไทยที่เหนือกว่า </strong>มีการใช้ภาพ AI เจนภาพเครื่องบินรบ F-16, จรวดกริพเพน, รถถัง และเรือดำน้ำในการถล่มฐานทัพหรือบ้านพักของผู้นำกัมพูชา&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. การทำให้ความตายเป็นเรื่องปกติ </strong>มีการใช้ภาพศพทหาร เลือด และแมลงวันที่ตอมศพ เพื่อสื่อว่าฝ่ายตรงข้ามถูกกำจัดไปเป็นจำนวนมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>3. วาทกรรม ‘เพื่อชาติ’ และการปกป้องอธิปไตย </strong>มักใช้ประโยคอย่าง &#8220;ดอกนี้เพื่อคนไทยทั้งประเทศ&#8221; &#8220;ของขวัญจากไทย&#8221; หรือ &#8220;พัสดุส่งด่วน&#8221; ร่วมกับการโจมตีด้วยการทิ้งระเบิด มีการสร้างภาพการกั้นกำแพงและลวดหนามสูงเพื่อตัดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมตั้งคำถามกับผู้ชมว่า &#8220;เพื่อนๆ คิดว่าไง&#8221; เพื่อเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเป้าหมายของการโจมตีในหมวดการสร้างความเหนือกว่าทางชาตินิยมและความรุนแรง โดยนับจำนวนครั้งที่ตัวละครต่างๆ ปรากฏในวิดีโอ ไม่ว่าจะปรากฏเดี่ยวหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่น พบว่า <strong>ทหารกัมพูชา</strong> คือเป้าหมายอันดับหนึ่งที่ถูกโจมตีมากที่สุด พบใน 26 วิดีโอ รองลงมาคือโจมตีไปที่<strong>ชาวกัมพูชาและประเทศกัมพูชาในภาพรวม </strong>พบ 20 วิดีโอ และโจมตี <strong>ฮุนเซน</strong> โดยตรง พบ 4 วิดีโอ ซึ่งจะเน้นการถล่มบ้านพักด้วยระเบิด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากตัวเลขนี้จะเห็นว่าเป้าหมายในการโจมตีนั้นแตกต่างจากหมวดล้อเลียน หรือลดทอนความเป็นมนุษย์อย่างชัดเจน เนื่องจากจุดประสงค์หลักของการสร้างของวิดีโอในหมวดนี้เพื่อต้องการเห็นฝ่ายตรงข้ามพ่ายแพ้ เป้าหมายจึงเปลี่ยนจากผู้นำมาเป็นการโจมตีทหารและประเทศในภาพรวม เพื่อตอกย้ำชัยชนะและความเหนือกว่าของชาติตนเอง รูปแบบนี้จึงนับว่ามีอันตรายกว่าการโจมตีไปที่ตัวบุคคลใดคนหนึ่ง เพราะไม่มีเส้นแบ่งว่าชาวกัมพูชาคนไหนบ้างที่อยู่นอกขอบเขตของความเกลียดชัง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้วิดีโอในหมวดนี้เลือกใช้ภาพที่มีความสมจริงสูง เช่น ภาพศพ อาวุธจริง แทนที่จะเป็นภาพสัตว์หรือการล้อเลียนแบบสุดโต่ง ซึ่งอาจทำให้ผู้รับสารจำนวนหนึ่งไม่แน่ใจว่าเนื้อหาเป็นของจริงหรือ AI สร้าง ดังที่ปรากฏในตัวอย่างคอมเมนต์ว่า &#8220;จริงหรือไม่จริงดูไม่รู้ แต่ฉันชอบนะ&#8221; “ของจริงหรือของปลอม ปลอมอย่าเอามาลงเลยค่ะ” “เรื่องจริงรึเปล่าเนี่ย ถ้าจริงก็ยอดเยี่ยมมากเลย” โดยงานวิจัยด้านเทคโนโลยีดีพเฟค (Deepfake) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการปลอมแปลงใบหน้าและเสียงที่สมจริง ของ <a href="https://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=3213954">Chesney &amp; Citron (2019)</a> ชี้ให้เห็นว่าอันตรายที่ร้ายแรงที่สุดของ Deepfake ไม่ใช่เพียงแค่การทำให้คนหลงเชื่อในข้อมูลเท็จ แต่คือการทำลายความสามารถของสังคมในการแยกแยะความจริงออกจากความเท็จ ซึ่งเป็นสิ่งที่วิดีโอในหมวดนี้ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_5-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7292" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_5-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_5-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_5-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_5.png 961w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">วิเคราะห์วิดีโอหมวดการกล่าวหาว่าอีกฝ่ายจัดฉาก สมคบคิด หรือมีแผนร้าย: เมื่อความสงสัยถูกใช้แทนข้อเท็จจริง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการเก็บข้อมูลวิดีโอที่มีเนื้อหาสร้างความเกลียดชังในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่สร้างด้วย AI ทั้งหมด 212 คลิป พบวิดีโอที่มีรูปแบบเนื้อหากล่าวหาว่าอีกฝ่ายมีแผนร้าย สมคบคิด หรือจัดฉากหลอกลวง (Conspiracy) พบเป็นสัดส่วน 3.77% (8 คลิป) ของเนื้อหาทั้งหมด โดยวิดีโอในหมวดนี้มีลักษณะกล่าวหาว่าฝ่ายกัมพูชากำลังวางแผนหรือดำเนินการลับบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการรื้อรั้วลวดหนาม ขุดหลุมใกล้แนวชายแดน ลักลอบเข้าประเทศ หรือปกปิดยอดผู้เสียชีวิตจากสาธารณะ เนื้อหาในหมวดนี้แม้จะพบเป็นสัดส่วนน้อยที่สุด แต่กลับมีอิทธิพลสูงในการปลุกปั่นกระแสความระแวงของผู้คนภายในประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>วิดีโอที่มียอดเข้าชมและยอด engagement สูงสุดในหมวดการกล่าวหาว่าอีกฝ่ายจัดฉาก สมคบคิด หรือมีแผนร้าย</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>วิดีโอที่มียอดเข้าชมสูงสุดและยอด engagement สูงสุด</strong> คือวิดีโอเจน AI ให้คล้ายภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดตอนกลางคืน แสดงให้เห็นทหารกำลังขุดหลุมบริเวณรั้วลวดหนาม ระบุข้อความว่า &#8220;กลางค่ำกลางคืนก็ไม่เว้นเลยนะเขมร ทหารไทยอยู่ไหนครับมาดูกันหน่อย&#8221; มียอดเข้าชมสูงถึง 1,500,000 ครั้ง ยอด engagement รวม 15,000 ครั้ง ยอดแชร์ 12,000 ครั้ง และแสดงความคิดเห็น 2,300 ครั้ง เผยแพร่ ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2568&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่ทำให้วิดีโอนี้ได้รับความสนใจคือรูปแบบการนำเสนอที่เลือกใช้ภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อสร้างภาพว่านี่คือ ‘หลักฐานจริง’ ที่ถูกจับได้ วิธีนี้ช่วยลดการคัดกรองข้อมูล (Critical Thinking) ของผู้ชม และทำให้สิ่งที่ AI สร้างขึ้นดูเหมือนหลักฐานชิ้นสำคัญที่ถูกเปิดโปง มากกว่าจะเป็นเพียงคอนเทนต์เพื่อความบันเทิง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่สะท้อนชัดเจนว่าผู้ชมเชื่อและตื่นตระหนกกับหลักฐานปลอมที่ AI สร้างขึ้นคือจำนวนยอดแชร์ของวิดีโอนี้ที่สูงถึง 12,000 แชร์ ซึ่งสูงที่สุดจากทุกหมวด ทั้งยังพบการแสดงความคิดเห็นที่แฝงด้วยความกังวลต่อความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน เช่น “ทหารไทยอยู่ไหนนะ มันกำลังฝังลูกระเบิดหรือเปล่าตรงไหนก็ไม่รู้เลยนะคะ” “สันดานโจรชัดๆ บ้านหนองจานก็ระวังนะคะแกล้งป่วนส่วนอีกทางอาจจะวางทุ่นก็ได้ คำสั่งมันอาจจะมาแบบนี้ พวกนี้เชื้อไม่ทิ้งแถว” หรือ “เห็นเขาขนาดนี้ยังทำอะไรเขาไม่ได้เลยเหรอ” แสดงให้เห็นว่า AI ถูกใช้เพื่อเปลี่ยนจากความเกลียดชังเชิงตัวบุคคล เช่น ฮุนเซน หรือ มาลี ไปสู่การสร้างภาพจำว่าประชาชนและทหารกัมพูชาทุกคนคือภัยคุกคามที่พร้อมจะทำร้ายคนไทยทุกเมื่อ</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบว่าบัญชีผู้โพสต์คลิปนี้มาตอบกลับบางความเห็นด้วย เช่น เมื่อมีผู้ชมแสดงความเห็นว่า “ถ่ายให้จบหน่อยว่าขุดอะไร” ผู้โพสต์ก็มาตอบกลับว่า “มันหนีไปก่อนคับ” ทำให้การสร้างกระแสความหวาดระแวงไม่ได้จบเพียงแค่การลงคลิป แต่มีการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมต่อ ซึ่งอาจทำให้ผู้ชมเชื่อว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้หมวดนี้จะมีเพียง 8 คลิป แต่พบองค์ประกอบที่ซ้ำกันชัดเจน แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ คือ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. การสร้างภาพหลักฐานเท็จ </strong>มีการใช้ AI สร้างภาพการลอบวางระเบิด รื้อลวดหนามของไทย การลอบขุดหลุมที่รั้วชายแดนเพื่อฝังวัตถุอันตราย หรือการโรยตะปูในป่า</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. การสร้างภาพว่ากัมพูชาจัดฉาก</strong> พบการกล่าวหาว่าฝ่ายกัมพูชาทำการแสดงเพื่อหลอกลวงคนไทยและคนกัมพูชาด้วยกันเอง เช่น วิดีโอเจน AI เป็นทหารสั่งให้ชาวบ้านทำหน้าเศร้า ร้องไห้ เพื่อหลอกให้ไทยเปิดด่าน หรือวิดีโอกล่าวหาว่ากองทัพกัมพูชาโกหกเรื่องยอดการสูญเสีย โดยสร้างภาพ AI เป็นทหารกัมพูชา ใส่บทสนทนาว่า &#8220;ทหารของเราสูญเสียไป 2 พันนายแล้ว&#8221; &#8220;รายงานประชาชนว่าแค่ 20 คนพอ&#8221; เพื่อชูให้ฝ่ายไทยเป็นผู้กุมความจริงที่เหนือกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้คำบรรยาย (Caption) ในแต่ละวิดีโอของหมวดนี้ มักใช้การตั้งคำถามเพื่อทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมไปด้วย เช่น &#8220;เขมรเหิมเกริมรื้อลวดหนามไทย ทำยังไงดีครับเพื่อนๆ&#8221; หรือ &#8220;ใช่มันป่าววะ เพื่อนๆ ช่วยดูหน่อย&#8221; “เขมรจงจำไว้ ความเจ็บครั้งนี้ มึงจะต้องได้รับคืนอย่างสาสม” วิธีนี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมในการป้องกันประเทศ การสร้างภาพจำว่าทุกคนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามคือภัยคุกคามของวิดีโอหมวดนี้ ทำให้เกิดความรู้สึกชอบธรรมหากจะตอบโต้ด้วยความรุนแรงในท้ายที่สุด</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาเป้าหมายของการโจมตีในหมวดการกล่าวหาว่าอีกฝ่ายมีแผนร้าย สมคบคิด หรือจัดฉากหลอกลวง โดยนับจำนวนครั้งที่ตัวละครต่างๆ ปรากฏในวิดีโอ ไม่ว่าจะปรากฏเดี่ยวหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่น พบว่า <strong>ทหารกัมพูชา</strong> คือเป้าหมายอันดับหนึ่งที่ถูกโจมตีมากที่สุด พบใน 5 วิดีโอ อยู่ในฐานะผู้ปฏิบัติตามแผนลับ รองลงมาคือโจมตีไปที่<strong>ชาวกัมพูชา </strong>พบ 3 วิดีโอ อยู่ในฐานะผู้ร่วมขบวนการลักลอบเข้าเมืองหรือจัดฉากหลอกลวง</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นว่าหมวดนี้ต่างจากหมวดอื่นตรงที่ไม่ปรากฏการโจมตีตัวผู้นำ แต่พุ่งเป้าไปยังทหารและประชาชนแทน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าชาวกัมพูชาทุกคนคือภัยคุกคามที่ไม่อาจไว้วางใจได้ วิดีโอที่ถูกผลิตในหมวดนี้มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของอีกฝ่ายในทุกมิติ ไม่ว่าความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นจริงกับอีกฝ่ายจะเป็นอย่างไร ผู้ชมฝั่งไทยที่รับสารและเชื่อในวิดีโอหมวดนี้ก็จะมองว่าเป็นเพียงการแสดง แม้จะมีจำนวนคลิปน้อยที่สุด แต่วิดีโอในหมวดนี้กลับเป็นหมวดที่อันตรายที่สุดเพราะทำให้วิดีโอในหมวดอื่นๆ มีความชอบธรรมมากขึ้น เมื่อผู้รับสารเชื่อว่าอีกฝ่ายกำลังสมคบคิดแผนร้ายอยู่ การเสียดสี ล้อเลียน ลดทอนความเป็นมนุษย์ หรือการเชียร์ให้ใช้ความรุนแรงต่อไป ก็จะไม่ดูเหมือนความเกลียดชัง แต่เป็นความยุติธรรมที่สมควรได้รับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">วิดีโอ AI ไม่ได้ผลิตขึ้นเพื่อให้ชาวกัมพูชาได้ยิน แต่เพื่อให้คนไทยได้ดู&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการรวบรวมวิดีโอทั้งหมด 212 วิดีโอ พบลักษณะร่วมที่สำคัญคือ ตัวละครทุกตัวล้วนเป็นวิดีโอที่ใช้<strong>พูดภาษาไทย</strong> ไม่ว่าจะเป็นเสียงของ ฮุนเซน มาลี ฮุนมาเน็ต ทหารกัมพูชา หรือแม้กระทั่งตัวละครที่ถูกนำเสนอว่าเป็นนักข่าวต่างประเทศหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเทคนิคในการสร้างเนื้อหา แต่เป็นข้อเท็จจริงสำคัญที่สะท้อนว่า วิดีโอเหล่านี้ไม่ได้ผลิตขึ้นเพื่อสื่อสารหรือตอบโต้กับชาวกัมพูชาโดยตรง แต่ผลิตขึ้นเพื่อสร้างพื้นที่สำหรับการเยาะเย้ยของคนไทยโดยเฉพาะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเลือกใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักของเนื้อหา ทำให้ผู้ชมชาวไทยสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมกับเนื้อหาได้ทันที ในขณะเดียวกัน การนำเสนอผู้นำและประชาชนกัมพูชาให้พูดภาษาไทย ยังเป็นวิธีหนึ่งในการวางตัวตนของอีกฝ่ายให้กลายเป็นเพียงตัวละครในเรื่องเล่าที่คนไทยเป็นผู้ควบคุม โดยตัวละครเหล่านี้มักถูกกำหนดให้พูดประโยคที่ลดทอนคุณค่าของตนเอง เช่น การยอมรับว่าเป็น ‘ขอทาน’ หรือการว่าโจมตีประเทศของตนว่า ‘จนจะตายห่า’ ไม่มีอะไรที่สู้ไทยได้ นอกจากนี้ยังมีการนำภาษาอีสานมาใช้ในบทสนทนาเพื่อเพิ่มอรรถรสและความตลกขบขัน เช่น การพากย์เสียงให้คนแก่พูดภาษาอีสานเพื่อด่าทออีกฝ่ายว่า “ซุมขี้กะตืกเขมร” หรือการใช้คำเรียกแทนฮุนเซนว่า ‘วุ้นเส้น’ ซึ่งเป็นคำที่ผู้ชมชาวไทยเข้าใจและรู้สึกมีส่วนร่วมได้ทันที</p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกสิ่งที่น่าสังเกตคือ เมื่อวิดีโอต้องการนำเสนอเสียงของต่างชาติเพื่อมายืนยันความเหนือกว่าของฝ่ายไทยเช่น ตัวละครนักข่าวต่างชาติที่ตำหนิทหารกัมพูชาว่าโกหก หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ระบุว่าเที่ยวประเทศไทยดีกว่า ตัวละครเหล่านั้นก็ยังพูดภาษาไทยอยู่ดี ถือเป็นการใช้ AI สร้างความภาคภูมิใจในระดับชาติผ่านตัวละครสมมติ การใช้ภาษาไทยที่ตลกขบขันและการติดแฮชแท็กอย่าง #คลิปตลก #ฮา #เพื่อความบันเทิง ทำให้วาทกรรมเกลียดชังเหล่านี้ดูเบาลงและแนบเนียนขึ้น และผู้ชมมักเข้ามาคอมเมนต์ในเชิงสนุกสนาน เช่น &#8220;คนไทยนี่อย่างปั่น&#8221; หรือ “ขอบคุณ AI ที่ทำให้มีอะไรขำๆ ดู” ส่งผลให้ความขัดแย้งถูกทำให้กลายเป็นเรื่องบันเทิงที่เข้าถึงง่ายสำหรับคนไทยด้วยกันเอง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_6-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7293" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_6-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_6-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_6-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_6.png 961w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">สำรวจเครื่องมือสร้างวิดีโอจาก AI : เมื่อความเกลียดชังสร้างง่ายเพียงปลายนิ้ว</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการวิเคราะห์วิดีโอที่สร้างด้วย AI ผ่านการตรวจสอบลายน้ำที่ปรากฏในคลิป และการใช้โปรแกรม HIVE เพื่อตรวจสอบย้อนหลัง พบเครื่องมือหลักที่ใช้สร้างวิดีโอจาก AI ได้แก่&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>HeyGen </strong>เป็นเครื่องมือสร้างวิดีโอจากข้อความพร้อมใบหน้าคนพูดที่สมจริงได้ มีจุดเด่นที่สามารถพูดและแสดงท่าทางได้อย่างสมจริง พร้อมเปลี่ยนปากให้ตรงกับเสียง และยังสามารถใช้งานร่วมกับเครื่องมือออกแบบอย่าง Canva ได้อีกด้วย</li>



<li><strong>Google Veo3</strong>&nbsp; ใช้สำหรับสร้างวิดีโอจากข้อความ โดย Veo3 สามารถสร้างเสียงบรรยากาศ เสียงดนตรีประกอบ หรือแม้แต่บทสนทนาที่ลิปซิงค์ (Lip-sync) กับปากของตัวละครในวิดีโอได้โดยตรงไม่ต้องใช้โปรแกรมอื่นช่วย และสามารถรักษาหน้าตาและลักษณะของตัวละครให้คงเดิมตลอดทั้งคลิป แม้จะมีการเปลี่ยนมุมกล้องหรือฉาก</li>



<li><strong>Hailuo AI</strong> เป็น AI สัญชาติจีนที่สามารถสร้างวิดีโอจากข้อความ สามารถทดลองใช้งานได้ฟรีแบบจำกัดเครดิต โดยรองรับทั้งการใช้งานบนเบราว์เซอร์และแอปพลิเคชันมือถือ&nbsp;</li>



<li><strong>Kling AI</strong> เป็น AI สัญชาติจีน รองรับการสร้างคลิปวิดีโอที่มีความยาวต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 10 วินาที มีระบบจัดเก็บตัวละครเพื่อให้สามารถนำมาใช้ซ้ำในหลายๆ ฉากได้โดยที่หน้าตาและลักษณะไม่เปลี่ยนแปลง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เครื่องมือเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีสร้างสื่อสังเคราะห์ (synthetic media) ที่สามารถแปลงข้อความให้กลายเป็นวิดีโอได้โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้งานเพียงพิมพ์คำสั่งสั้นๆ เช่น ฉาก ตัวละคร หรือสถานการณ์ที่ต้องการ ระบบจะประมวลผลและสร้างภาพเคลื่อนไหว เสียง หรือแม้แต่บทสนทนาออกมาโดยไม่ต้องถ่ายทำจริง การเข้ามาของ AI เหล่านี้ทำให้ช่วยขั้นตอนและลดต้นทุนการผลิตลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับในอดีตที่การจะทำวิดีโอขึ้นมาสักหนึ่งชิ้น อาจจะต้องใช้ทักษะหลายด้าน เช่น การถ่ายทำ ตัดต่อ เขียนบท หรือการใช้โปรแกรมเฉพาะทาง แต่ในปัจจุบันถูกทำให้ง่ายขึ้นเพียงปลายนิ้วเพียงโดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะต่างๆ เหล่านี้ ใช้เพียงข้อความไม่กี่บรรทัดก็สามารถสร้างเนื้อหาได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเครื่องมือเหล่านี้ใช้งานได้ง่ายและมีต้นทุนต่ำ ทำให้การสร้างวิดีโอไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องมือสาธารณะที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้การผลิตเนื้อหาบิดเบือนหรือสร้างความเกลียดชัง สามารถเกิดขึ้นได้ในวงกว้างและรวดเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังเอื้อให้เกิดการผลิตเนื้อหาในลักษณะทดลองและทำซ้ำได้อย่างรวดเร็ว โดยแค่ปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อย เช่น เปลี่ยนฉาก เปลี่ยนถ้อยคำ หรือปรับโทนของเนื้อหา แล้วสร้างวิดีโอหลายๆ คลิป ภายในเวลาอันสั้น ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบที่พบในชุดข้อมูลที่มีการผลิตคลิปจำนวนมากโดยใช้โครงสร้างคล้ายกันแต่ปรับข้อความเพื่อทดสอบการตอบสนองของผู้ชม</p>



<p class="wp-block-paragraph">เครื่องมือสร้างวิดีโอด้วย AI ไม่เพียงแค่ลดขั้นตอนการผลิต แต่ได้เปลี่ยนโครงสร้างของการผลิตสื่อไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ต้องอาศัยทักษะและทรัพยากรเฉพาะทาง กลายเป็นกระบวนการที่ขับเคลื่อนด้วยความง่ายในการเข้าถึงและความสามารถในการผลิตซ้ำ ส่งผลให้เนื้อหาเกี่ยวกับความขัดแย้งถูกสร้างและเผยแพร่ถึงความรุนแรงได้อย่างต่อเนื่อง แม้เหตุการณ์จริงจะลดระดับลงแล้วก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้เครื่องมือเหล่านี้จะมีมาตรฐานความปลอดภัยในการสร้างวิดีโอจาก AI ที่เข้มงวด เช่น <a href="https://www.heygen.com/trust-and-safety">HeyGen</a> ระบุว่าห้ามสร้างเนื้อหาทางการเมือง การเกลียดชัง หรือการใช้รูปลักษณ์บุคคลจริงโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือ <a href="https://docs.cloud.google.com/vertex-ai/generative-ai/docs/multimodal/configure-safety-filters">Google Veo</a> ที่มีระบบคัดกรองเนื้อหา Hate Speech และความรุนแรง และมีการบล็อกการตอบกลับเนื้อหาที่เป็นอันตราย ขณะที่แพลตฟอร์มสัญชาติจีนอย่าง <a href="https://kling.ai/docs/community-policy">Kling AI</a> และ <a href="https://hailuoai.video/doc/terms-of-service.html">Hailuo AI</a> มีนโยบายเซ็นเซอร์ประเด็นละเอียดอ่อนทางการเมืองและห้ามสร้างเนื้อหาที่ก่อให้เกิดความอับอายต่อบุคคลอื่น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่จากฐานข้อมูลวิดีโอกลับพบช่องว่างในการบังคับใช้ที่สำคัญ กล่าวคือ ยังคงพบการผลิตเนื้อหาที่ละเมิดนโยบายเหล่านี้ออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอล้อเลียนผู้นำ หรือแม้กระทั่งวิดีโอที่แสดงภาพศพทหารซึ่งมีความรุนแรงก็ยังสามารถเข้าถึงได้อยู่ สิ่งนี้สะท้อนว่าแม้บริษัทต่างๆ จะพยายามสร้างมาตรฐานในการกำกับดูแล แต่ในทางปฏิบัติ AI ยังคงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือผลิตซ้ำความเกลียดชังและบิดเบือนข้อมูลในพื้นที่ออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อถูกหล่อเลี้ยงด้วยระบบเศรษฐกิจของแพลตฟอร์มที่ให้รางวัลแก่ยอด Engagement มากกว่าคุณภาพและความถูกต้องของเนื้อหา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_7-819x1024.png" alt="" class="wp-image-7294" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_7-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_7-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_7-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2026/04/info_Hate-Speech-AI_7.png 961w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เมื่อความเกลียดชังเป็นสินค้า: เพียง 19 บาทต่อเดือนที่ขับเคลื่อนการบิดเบือนข้อมูล</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการตรวจสอบบัญชีผู้สร้างเนื้อหาหลัก 14 บัญชี พบว่ามีถึง 9 บัญชีที่เปิดรับรายได้ผ่านการสมัครสมาชิกรายเดือน โครงสร้างนี้เปลี่ยนให้ยอดปฏิสัมพันธ์ (Engagement) ถูกแปลงเป็นรายได้โดยตรง ยิ่งเนื้อหาปั่นกระแสให้คนเข้ามาด่าทอหรือแชร์ต่อมากเท่าไหร่ โอกาสที่ผู้สร้างเนื้อหานั้นจะเปลี่ยนผู้ชมขาจรให้กลายเป็นสมาชิกรายเดือนก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงสร้างราคาสมาชิกถูกออกแบบให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อให้ตัดสินใจสมัครได้ง่าย โดยพบช่วงราคาตั้งแต่ 19 บาท (3 บัญชี) 35 บาท (5 บัญชี) และ 69 บาทต่อเดือน (1 บัญชี) ขณะเดียวกัน บางบัญชีที่ไม่ได้เปิดระบบสมาชิกก็ยังหารายได้ผ่านการขายสินค้า หรือแทรกโฆษณาในคอมเมนต์ใต้คลิป สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งไม่ได้เป็นเพียงประเด็นทางการเมือง แต่ถูกแปรรูปเป็น ‘สินค้าความบันเทิง’ ผ่าน AI เนื้อหาจำนวนมากจึงถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นตอนต่อเนื่อง โดยใช้ตัวละครซ้ำ เช่น ฮุนเซนและมาลี เพื่อสร้างเรื่องราวให้ผู้ชมติดตามอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่สมัครสมาชิกจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้ชม แต่กลายเป็นฐานรายได้ระยะยาวที่ผู้ผลิตต้องรักษาไว้ ส่งผลให้เนื้อหาเหล่านี้ยังคงถูกผลิตซ้ำอย่างต่อเนื่อง แม้ความขัดแย้งจะลดระดับลงแล้วก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อตรวจสอบบัญชีผู้สร้างเนื้อหาย้อนหลัง พบว่า บัญชีที่เปิดหารายได้เหล่านี้ไม่ได้เพิ่งสร้างขึ้นในช่วงความขัดแย้ง แต่มีอยู่ก่อนแล้ว โดยพบเก่าสุดตั้งแต่ปี 2553 และใหม่สุดในปี 2566 สะท้อนว่าผู้ผลิตเนื้อหาเหล่านี้มีฐานผู้ชมเดิมอยู่แล้ว เมื่อความขัดแย้งปะทุขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2568 เหตุการณ์ดังกล่าวจึงถูกดึงเข้าสู่สายพานการผลิตคอนเทนต์อย่างรวดเร็ว คล้ายกับการปรับตัวของสื่อกระแสหลักตามกระแสข่าว แต่แตกต่างตรงที่ไม่มีระบบกลั่นกรองเนื้อหาหรือควบคุมความถูกต้องของข้อมูล&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เมื่อ Engagement = รายได้โดยตรง</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">จากวิดีโอทั้งหมด 212 คลิป มียอดเข้าชมสะสมรวม 141 ล้านครั้ง ภายในช่วงเวลาไม่ถึงสี่เดือน บัญชีผู้ผลิตเนื้อหาทั้งหมด 14 รายนี้ไม่ใช่บัญชีปลอม ไม่ใช่ปฏิบัติการของรัฐ และไม่ได้แสดงเจตนาเกลียดชังอย่างชัดเจนในโปรไฟล์ แต่เป็นเพียงเพจสาธารณะที่เปิดสมัครสมาชิกรายเดือน และผลิตเนื้อหาตามสิ่งที่ระบบบอกว่า ‘ทำแล้วได้เงิน’</p>



<p class="wp-block-paragraph">โมเดลธุรกิจของผู้ผลิตเนื้อหากลุ่มนี้เปลี่ยนความโกรธและความเกลียดชังให้เป็นรายได้อย่างเป็นระบบผ่าน <strong>Facebook Bonus Program</strong> เป็นโปรแกรมที่ Facebook เปิดให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้จากคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ เช่น วิดีโอ Reels, Live, หรือโพสต์ที่ได้รับความนิยม โดย<a href="https://www.facebook.com/GraphicIncomee/posts/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A-facebook-bonus-program-%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93/686905296995925/">รายได้จากโบนัส</a>ไม่ได้มาจากการดูเพียงอย่างเดียว แต่คำนวณจากการมีส่วนร่วมทุกรูปแบบ ทั้งยอดไลก์ คอมเมนต์ และการแชร์ เนื้อหาที่สร้างความขัดแย้งมักกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงและคอมเมนต์จำนวนมหาศาล ตัวอย่างเช่น วิดีโอเจน AI ระบุในคลิปว่า &#8220;ล่าสุดชาวกัมพูชามายืนประท้วงหน้าลวดหนามของประเทศไทย บอกให้รื้อลวดหนามของประเทศไทยออก เพื่อนๆ ว่าสมควรรื้อออกไหม&#8221; วิดีโอนี้มียอดแสดงความเห็นสูงสุดถึง 11,000 ความเห็น เมื่อวิดีโอไหนที่มียอดการมีส่วนร่วมสูงเช่นนี้ระบบจะตีค่าเป็น ‘เนื้อหาที่มีประสิทธิภาพสูง’ และจ่ายเงินรางวัลให้แก่ผู้สร้างตามระดับการมีส่วนร่วมนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ Meta จะมีเกณฑ์ที่จะไม่นับยอดวิวจากเนื้อหาที่<a href="https://transparency.meta.com/policies/community-standards/?fbclid=IwY2xjawQ8O79leHRuA2FlbQIxMABicmlkETFDNVpGd2xpNEh0ajNmQXVOc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHknqrF8uh8bjQBdCAlkIc4Cinc_L6ER3v0i64UUKc5OHHSwzv8HOtGVHu7kF_aem_MQVSgZBdRYRHmXM5ceJ7Nw">ผิดกฎชุมชน</a>หรือข้อมูลเท็จ แต่จากข้อมูลพบว่าผู้สร้างส่วนใหญ่ใช้ผลิตเนื้อหาออกมาโดยใช้ความตลกเป็นเกราะกำบังไว้ และมีการติดแฮชแท็ก #เพื่อความบันเทิง #คลิปตลก #คลิปสั้นสร้างรายได้ เพื่อไม่ให้ระบบตรวจสอบมองว่าเป็น Hate Speech ส่งผลให้เนื้อหาเหล่านี้ยังไม่ถูกแบนและยังได้รับยอดการมีส่วนร่วมอย่างมหาศาล</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า โครงสร้างแพลตฟอร์มไม่ได้เพียงเอื้อให้การผลิตเนื้อหาเกิดขึ้นง่ายขึ้น แต่ยังสร้างแรงจูงใจโดยตรงให้ผลิตเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์และดึงการมีส่วนร่วมได้สูง ซึ่งในบริบทของความขัดแย้ง ย่อมหมายถึงเนื้อหาที่มีแนวโน้มรุนแรงและสร้างความแตกแยกมากขึ้น อัลกอริทึมที่มุ่งเน้น Engagement ได้กลายเป็นเครื่องมือหลักที่ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถแปรรูปความเกลียดชังระหว่างประเทศให้กลายเป็นกำไรเข้ากระเป๋าตัวเองได้อย่างแนบเนียนผ่านค่าสมาชิกเพียงไม่กี่สิบบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict">https://rocketmedialab.co/database-ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>งานศึกษานี้เก็บข้อมูลระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม 2568 โดยวิเคราะห์คลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา จาก 14 บัญชีที่โพสต์เนื้อหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหมด 212 คลิป</li>



<li>เนื่องจากคลิปบางส่วนมีเนื้อหารุนแรงและอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย งานชิ้นนี้จึงใช้วิธีการวิเคราะห์โดยไม่ผลิตซ้ำ กล่าวคือ ไม่เผยแพร่ลิงก์หรือภาพประกอบ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Indo-Pacific Media Resilience Program โดย Internews</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/ai-hate-speech-thailand-cambodia-conflict/">ความเกลียดชังที่ขายได้ : สำรวจ Hate Speech ที่ถูกผลิตซ้ำผ่านวิดีโอ AI ในช่วงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงเทพฯ เมืองคอนเสิร์ต : สำรวจคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งในไทยจำนวน 526 งาน ตั้งแต่ปี 2023-2024</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/concert-2023-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Nov 2025 07:13:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[AsiaConcertHub]]></category>
		<category><![CDATA[BangkokConcert]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[ThailandConcer]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพเมืองคอนเสิร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[คอนเสิร์ต2023]]></category>
		<category><![CDATA[คอนเสิร์ต2024]]></category>
		<category><![CDATA[คอนเสิร์ตไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดคอนเสิร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติคอนเสิร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์คอนเสิร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[แฟนมีตติ้งไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=6074</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3651;&#3609;&#3594;&#3656;&#3623;&#3591;&#3627;&#3621 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/concert-2023-2024/">กรุงเทพฯ เมืองคอนเสิร์ต : สำรวจคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งในไทยจำนวน 526 งาน ตั้งแต่ปี 2023-2024</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>ระหว่างปี 2023-2024 มีการจัดคอนเสิร์ต 526 งาน ในปี 2023 มีการจัดงานรวมทั้งหมด 242 งาน โดยแบ่งเป็น คอนเสิร์ต 220 งาน (41.83%) แฟนมีตติ้ง 22 งาน (4.18%) ขณะที่ในปี 2024 มีจำนวน 284 งาน แบ่งเป็นคอนเสิร์ต 268 งาน (50.95%) แฟนมีตติ้ง 16 งาน (3.04%) </li>



<li>เดือนไหนที่มีคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งถี่ที่สุด คือ เดือนพฤศจิกายน มีจำนวน 67 งาน หรือคิดเป็น 12.74% ของงานทั้งหมด ส่วนเดือนที่มีคอนเสิร์ตน้อยที่สุด คือเดือนมกราคม โดยมีการจัดงานเพียง 23 ครั้ง คิดเป็น 4.37% ของงานทั้งหมด </li>



<li>ศิลปินที่เดินทางมาเปิดการแสดงในไทยมากที่สุดคือ ศิลปินจากเกาหลีใต้ สูงถึง 168 งาน  คิดเป็น 31.94% แบ่งเป็นปี 2023 จำนวน 82 งาน คิดเป็น 15.59% ปี 2024 จำนวน 86 งาน คิดเป็น 16.35% อันดับสองเป็นศิลปินรวมสัญชาติ (หมายถึงในงานนั้นมีศิลปินหลากหลายสัญชาติ) ที่มี 124 งาน คิดเป็น 23.57% และอันดับสามคือศิลปินอเมริกัน มี 67 งาน คิดเป็น 12.74% </li>



<li>ปี 2023-24 พบผู้จัดจำนวน 211 ราย รายใหญ่ที่โดดเด่นที่สุดในตลาดตอนนี้ คือ Live Nation Tero ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดถึง 71 งาน คิดเป็น 13.50% โดยในปี 2023 จัดไป 42 งาน และปี 2024 อีก 29 งาน ตามมาด้วย THE VERY COMPANY 19 งาน แบ่งเป็นปี 2023 จัดไป 13 งาน และปี 2024 อีก 6 รองลงมาคือ SM True ที่จัดคอนเสิร์ตไป 17 งาน (ปี 2023 มี 7 งาน ปี 2024 มี 10 งาน)</li>



<li>โลเคชั่นฮิตอันดับ 1 ในการจัดคอนเสิร์ตคือ สถานที่จัดงานในศูนย์การค้า ซึ่งมีจำนวน 138 งาน คิดเป็น 26.24% รองลงมาก็คือ สถานบันเทิง ไนท์คลับและไลฟ์เฮาส์ มีจำนวน 104 งาน คิดเป็น 19.77% และสนามกีฬาขนาดใหญ่และอารีน่า จำนวน 87 งาน คิดเป็น 16.54%</li>



<li>งานคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในปี 2023 มีการจัดงานในกรุงเทพฯ 155 งาน ขณะที่จังหวัดนนทบุรีมี 71 งาน และในปี 2024 กรุงเทพฯ ยิ่งจัดงานหนาแน่นกว่าเดิมที่ 210 งาน ขณะที่นนทบุรีมี 46 งาน เมื่อรวมทั้งสองจังหวัด (กรุงเทพฯ 365 งาน และ นนทบุรี 117 งาน) จะคิดเป็น 91.63% ของพื้นที่จัดงานทั้งหมด<a href="https://rocketmedialab.co/wp-admin/edit.php?post_type=post"></a></li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="512" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-17-1024x512.png" alt="" class="wp-image-6097" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-17-1024x512.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-17-300x150.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-17-768x384.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-17-1536x768.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-17.png 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยกลายเป็นหมุดหมายที่ศิลปินเบอร์ใหญ่ๆ ระดับโลกที่ออกทัวร์คอนเสิร์ตมักจะมีชื่อของกรุงเทพฯ อยู่ในตารางทัวร์เสมอ (ยกเว้นเทเลอร์ สวิฟต์ไว้คน อ้อ…ล่าสุด เลดี้ กาก้า ด้วย) รวมไปถึงเทศกาลดนตรีระดับโลกที่ก็ทยอยมาจัดงานที่ในไทยเช่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นประโยคที่ว่า ‘กรุงเทพฯ เมืองคอนเสิร์ต’ นั้นจริงสักแค่ไหน ?&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนสำรวจการจัดคอนเสิร์ตในไทยว่าตลอดสองปีที่ผ่านมา (2023-2024) ประเทศไทยเป็นสถานที่สำหรับจัดคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งบ่อยแค่ไหน ราคาบัตรคอนเสิร์ตแพงมากน้อยแค่ไหน ศิลปินกลุ่มใดที่มาจัดบ่อยที่สุด และตลาดคอนเสิร์ตนี้ กว้างใหญ่แค่ไหนกัน และมีปัจจัยอะไรบ้างที่เป็นทั้งอุปสรรคและความท้าทายที่จะทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองคอนเสิร์ตได้อย่างแท้จริง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">งานชิ้นนี้รวบรวมข้อมูลเฉพาะคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งของ ‘ศิลปินต่างชาติ’ ที่จัดขึ้นในประเทศไทย ระหว่างปี 2023-2024 เฉพาะงานที่มีช่องทางการจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการและน่าเชื่อถือ ไม่นับรวมงานแสดงประเภทอื่น เช่น งานมหกรรม (Expo) งานแสดงสินค้า ทอล์กโชว์ การแสดงตลกเดี่ยวไมโครโฟน (Comedy Show) ละครเวที ละครเพลง โอเปร่า งานมอบรางวัล และการแสดงมายากล</p>



<p class="wp-block-paragraph">การสำรวจนี้ครอบคลุมงาน Concert รวมถึง Fanmeeting และ Fancon ด้วย ซึ่งคำว่า Fancon เกิดจากการผสมคำว่า Fanmeet และ Concert เข้าด้วยกัน โดยกิจกรรมในงานจะผสมผสานการร้องเพลง การพูดคุย และการเล่นเกม เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับแฟนคลับ ทั้งนี้ รูปแบบและรายละเอียดจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการจัดงาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับศิลปินสัญชาติไทย จะนับรวมเฉพาะกรณีที่เดบิวต์หรือเป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินของวงการบันเทิงต่างประเทศเป็นหลัก อาทิ ศิลปินที่แจ้งเกิดจากรายการเซอร์ไวเวิล (เช่น แพทริค ณัฐวรรธ์, ซันนี่ เกวลิน) และสมาชิกวงดนตรีของเกาหลีใต้ (เช่น แบมแบม GOT7)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ในส่วนของการวิเคราะห์ราคาบัตร กรณีที่งานเทศกาลดนตรีมีการจำหน่ายบัตรหลายรูปแบบ จะยึดราคาบัตรประเภท 1 วัน (One-Day Pass) เป็นมาตรฐานในการเปรียบเทียบ ไม่นับการขายบัตรล่วงหน้า (Early Bird)</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับการวิเคราะห์จำนวนกิจกรรมรายเดือน หากคอนเสิร์ต 1 งานมีการจัดแสดงหลายรอบในเดือนเดียวกัน (เช่น ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์) จะถูกนับเป็น 1 งาน ในภาพรวมของเดือนนั้นๆ และสำหรับการวิเคราะห์รายวัน จากตัวอย่างเดียวกัน จะถูกนับแยกเป็น 3 ครั้ง ตามวันที่จัดแสดงจริง คือ วันศุกร์ 1 ครั้ง, วันเสาร์ 1 ครั้ง และวันอาทิตย์ 1 ครั้ง เพื่อสะท้อนความหนาแน่นของการจัดงานในแต่ละวันของสัปดาห์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น คอนเสิร์ต 2024 TREASURE RELAY TOUR [REBOOT] IN BANGKOK มีการจัดแสดง 4 รอบ ในวันที่ 23-26 พฤษภาคม 2024 (พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์) ในการนับรายเดือนนั้น คอนเสิร์ตนี้จะถูกนับเป็น 1 งาน สำหรับเดือนพฤษภาคม และในการนับรายวัน จะถูกนับแยกเป็น 4 ครั้ง คือ วันพฤหัสบดี 1 ครั้ง วันศุกร์ 1 ครั้ง วันเสาร์ 1 ครั้ง และวันอาทิตย์ 1 ครั้ง<br> </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6101" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/2.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ท่องตลาดคอนเสิร์ต/แฟนมีตติ้ง: เดือนไหนจัดฉ่ำที่สุด?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการเก็บข้อมูลของ Rocket Media Lab พบว่า ระหว่างปี 2023-2024 มีการจัดคอนเสิร์ต 526 งาน เมื่อจำแนกเป็นรายปีจะพบว่าในปี 2023 มีการจัดงานรวมทั้งหมด 242 งาน โดยแบ่งเป็น คอนเสิร์ต 220 งาน (41.83%) แฟนมีตติ้ง 22 งาน (4.18%) ขณะที่ในปี 2024 มีจำนวน 284 งาน แบ่งเป็นคอนเสิร์ต 268 งาน (50.95%) แฟนมีตติ้ง 16 งาน (3.04%)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากสำรวจว่าเดือนไหนที่มีคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งถี่ที่สุด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">คำตอบคือ เดือนพฤศจิกายน มีจำนวน 67 งาน หรือคิดเป็น 12.74% ของงานทั้งหมด รองลงมาคือเดือนธันวาคม ซึ่งมี 57 งาน คิดเป็น 10.84% ตามมาด้วยเดือนมีนาคม และ ตุลาคม ที่มีจำนวน 54 งาน คิดเป็น 10.27% เท่ากัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเดือนที่มีคอนเสิร์ตน้อยที่สุด คือเดือนมกราคม โดยมีการจัดงานเพียง 23 ครั้ง คิดเป็น 4.37% ของงานทั้งหมด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อมองแยกทีละปี ข้อมูลนี้ยังสอดคล้องและต่อเนื่อง คือ เดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนยอดนิยมของการจัดงาน และเดือนมกราคมมีการจัดงานน้อยครั้งที่สุด&nbsp; พบว่าใน 242 งานที่เกิดขึ้นปี 2023 เดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนที่คึกคักที่สุด ซึ่งงานสูงถึง 35 งาน คิดเป็น 6.65% รองลงมาคือเดือนธันวาคม 30 งาน คิดเป็น 5.70% และเดือนมีนาคม 25 งาน คิดเป็น 4.75% ส่วนเดือนที่มีการจัดงานน้อยที่สุดคือเดือนมกราคม ซึ่งมีเพียง 9 งาน คิดเป็น 1.71%</p>



<p class="wp-block-paragraph">และในปี ซึ่งมี 284 งาน เดือนที่คึกคักที่สุดยังคงเป็นเดือนพฤศจิกายน โดยมี 32 งาน คิดเป็น 6.08% ตามมาด้วยเดือนตุลาคม 30 งาน คิดเป็น 5.70% และเดือนมีนาคม กับ สิงหาคม 29 งานเท่ากัน คิดเป็น 5.51% ส่วนเดือนที่เงียบเหงาที่สุดคือเดือนมกราคม ซึ่งมีเพียง 14 งาน คิดเป็น 2.66%</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งที่จัดในเดือนพฤศจิกายน มีความหลากหลายสูง ทั้งคอนเสิร์ตเต็มวงและงานแฟนมีตติ้งเดี่ยว เช่น งานของศิลปินเกาหลีอย่าง 2024 WayV CONCERT [ON THE Way] IN BANGKOK, DAY6 3RD WORLD TOUR &lt;FOREVER YOUNG&gt; in Bangkok (2024), 2023 KIM SEJEONG 1st CONCERT TOUR (2023), CHANYEOL FANCON TOUR &#8216;THE ETERNITY&#8217; in BANGKOK (2023) และงานแฟนมีตอัปของ LISA (2024)</p>



<p class="wp-block-paragraph">รวมไปถึงงานของศิลปินตะวันตก เช่น ROD STEWART LIVE IN CONCERT ONE LAST TIME (2023), JAMES ARTHUR SOUTH EAST ASIA TOUR 2023, Dua Lipa Radical Optimism Tour (2024) และ Imagine Dragons: LOOM WORLD TOUR (2024) นอกจากนี้ ยังมีศิลปินเอเชียชาติอื่นๆ เช่น China-Thailand Friendship Culture Exchange “Special Live Show with Luo Yunxi” (2023), Best of Fujii Kaze 2020-2024 ASIA TOUR in Bangkok (2024) และเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่อย่าง Supersound Festival Thailand 2023 และ Rolling Loud Thailand 2024</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากสถิติจะเห็นว่า คอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งต่างๆ นิยมมาจัดในไทยช่วงกลางปีไปจนถึงท้ายปีมากที่สุด ซึ่งสอดคล้องข้อมูลที่ว่า ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย ฤดูกาลที่มีการจัดคอนเสิร์ตหรือเทศกาลดนตรีมากที่สุดคือ<a href="https://www.festivalpro.com/festival-management/3614/news/2025/2/11/Chasing-the-Summer-Music-Festival.html">ฤดูหนาว</a> ประมาณเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงมีนาคม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สาเหตุเพราะหลีกเลี่ยงช่วงมรสุมหนักอย่างฤดูฝน ใช้ประโยชน์จากความหนาวเย็น ทั้งยังสอดคล้องกับสภาพอากาศในภูมิภาคที่เป็นเขตร้อนด้วย แม้จะมีกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในช่วงกลางปี และผลสำรวจของ <a href="https://www.brandage.com/article/40160">GMM SHOW</a> ผู้นำในการจัดคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีในไทย พบว่า คนวัยทำงาน อายุ 23-39 ปี ระบุว่าชอบเที่ยวเทศกาลดนตรีในช่วงปลายปีมากที่สุด เพราะต้องการพักผ่อนช่วงวันหยุด คลายเครียดจากการทำงานช่วงส่งท้ายปี และสร้างประสบการณ์ใหม่ในสถานที่ดีๆ จึงอาจเป็นเหตุผลว่า เทศกาลดนตรีจำนวนไม่น้อยเลือกจัดเดือนธันวาคม ทั้งเพราะอากาศเย็นสบาย และมักจะเลือกงานท่ามกลางธรรมชาติเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ปัจจัยที่ทำให้เดือนพฤศจิกายน ธันวาคม ตุลาคม มีคอนเสิร์ตหนาแน่น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะจังหวะของทัวร์คอนเสิร์ตศิลปินระดับโลก โดยศิลปินเฉพาะจากฝั่งอเมริกาและยุโรปมักจะสิ้นสุดทัวร์ในประเทศตัวเองช่วงฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อน (ประมาณเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม) หลังจากทัวร์ฝั่งยุโรปจบ ก็จะเริ่มทัวร์คอนเสิร์ตฝั่งเอเชีย ซึ่งมักจะตรงกับช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่น ช่วงเทศกาลดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาและยุโรป อย่าง Coachella, Glastonbury, Lollapalooza ที่ศิลปินส่วนใหญ่จึงมักจะทัวร์คอนเสิร์ตในช่วงนี้เพื่อเดินสายตามเทศกาลต่างๆ หลังจบเทศกาลดนตรีใหญ่ๆ แล้วจึงเริ่มออกทัวร์ในเอเชีย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือความหนาแน่นในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเต็มไปด้วยศิลปินตะวันตกที่กำลังเดินสายทัวร์ เช่น BEBE REXHA ‘BEST F’N NIGHT OF MY LIFE’ TOUR (2023), ROD STEWART LIVE IN CONCERT ONE LAST TIME (2023), JAMES ARTHUR SOUTH EAST ASIA TOUR 2023, TATE MCRAE THINK LATER WORLD TOUR 2024, Imagine Dragons: LOOM WORLD TOUR (2024) และ Dua Lipa Radical Optimism Tour (2024)</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้อาจสัมพันธ์กับปัจจัยด้านสภาพอากาศ ช่วงที่คึกคักที่สุด (พฤศจิกายน-ธันวาคม) เป็นช่วงฤดูหนาวซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ที่เหมาะกับการจัดอีเวนต์และเทศกาลต่างๆ อยู่แล้ว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนปัจจัยที่ทำให้เดือนมกราคมมีการจัดคอนเสิร์ตน้อย อาจอนุมานได้ตามเหตุผลเชิงพฤติกรรมผู้บริโภค กล่าวคือเดือนมกราคมเป็นช่วงหลังปีใหม่ ที่ผู้บริโภคเพิ่งเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทั้งการท่องเที่ยว&nbsp; การให้ของขวัญ ตลอดจนงานเลี้ยงสังสรรค์ อีกทั้งยังมีการแข่งขันจากเทศกาลอื่นๆ ในช่วงสิ้นปีอีก ทั้งจากงานเคาท์ดาวน์และคอนเสิร์ตช่วงปีใหม่ ผู้จัดจึงมีการวางแผนคอนเสิร์ตและมักเลี่ยงไปจัดในช่วงที่ผู้ชมมีแนวโน้มจะซื้อบัตรคอนเสิร์ตมากกว่า&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-11-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6091" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-11-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-11-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-11-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-11.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">วันไหนของสัปดาห์ที่นิยมจัดคอนเสิร์ตมากที่สุด?: วันเสาร์ เดือนสิงหาคม คือวันมงคลแห่งวงการคอนเสิร์ต</h3>



<p class="wp-block-paragraph">อาจดูไม่น่าแปลกใจอะไร ที่การจัดคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งมักจัดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ กว่า 64% ของงานทั้งหมดกระจุกตัวอยู่ในวันเสาร์ อาทิตย์ โดยวันที่นิยมที่สุดคือวันเสาร์ ซึ่งถูกเลือกเป็นวันจัดงานมากที่สุดถึง 258 ครั้ง คิดเป็น 39.27% ของงานทั้งหมด รองลงมาคือวันอาทิตย์ ซึ่งมีการจัดงาน 162 ครั้ง (24.66%)</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากแยกเป็นรายปี แนวโน้มความนิยมในการจัดคอนเสิร์ตก็ยังคงเป็นวันเสาร์มากที่สุด ในปี 2023 โดยพบว่าวันเสาร์ เป็นวันที่นิยมที่สุดด้วยจำนวน 111 งาน ตามมาด้วยวันอาทิตย์ 73 งาน ส่วนปี 2024 แนวโน้มนี้ยิ่งชัดเจนขึ้น โดยสัดส่วนของวันเสาร์ เพิ่มขึ้นเป็น 147 งาน ขณะที่วันอาทิตย์มีจำนวน 89 งาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสำรวจต่อไปว่า วันไหนของปีที่จัดงานชุกที่สุด จะพบว่า วันเสาร์ในเดือนสิงหาคม ในปี 2023-2024 มีการจัดคอนเสิร์ตถึง 32 งาน รองลงมาคือวันเสาร์ในเดือนพฤศจิกายนที่มี 31 งาน และตามมาด้วย วันเสาร์ในเดือนกรกฎาคม, วันเสาร์ในเดือนธันวาคม และ วันเสาร์ในเดือนตุลาคม ซึ่งมี 25 งานเท่ากัน&nbsp; เช่น งาน D&amp;E WORLD TOUR FANCON &#8211; [DElight Party] ของศิลปิน Super Junior D&amp;E งานTHE BOYZ 2ND WORLD TOUR: ZENERATION จากบอยแบนด์ THE BOYZ เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนวันที่มีการจัดคอนเสิร์ตน้อยที่สุดคือวันจันทร์ โดยเกิดขึ้นเพียง 24 ครั้ง (3.65%) ในช่วงเวลาที่สำรวจ แบ่งเป็นปี 2023 จำนวน&nbsp; 9 งาน และปี 2024 จำนวน 15 งาน โดยพบว่าในเดือนกรกฎาคม 2023-2024 มีการจัดงานในวันจันทร์เพียง 2 งาน เดือนสิงหาคม 3 งาน และเดือนกันยายน 5 งาน เช่น คอนเสิร์ตของ Dermot Kennedy ในงาน DERMOT KENNEDY THE SONDER TOUR และวงร็อกระดับตำนาน Mr. BIG กับทัวร์อำลา Mr. BIG Farewell World Tour The BIG Finish</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้เมื่อสำรวจว่าวันไหนเป็นวันคอนเสิร์ตแห่งชาติ โดยนับวันที่มีการจัดงานชนกันมากที่สุด มี 4 วันด้วยกันคือ วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2024, 3 พฤศจิกายน 2023, 6 กรกฎาคม 2024, 24 สิงหาคม 2024 และ 23 พฤศจิกายน 2024 ซึ่งมีการจัดงานพร้อมกันถึง 6 งาน ด้วยกัน ตัวอย่างเช่น วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2024 ซึ่งมีการจัดงานพร้อมกันถึง 6 งาน ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>งาน DOYOUNG &#8211; 2024 DOYOUNG CONCERT [ Dear Youth, ] in BANGKOK โดยอง (DOYOUNG) แห่งวง NCT โวคอลเสียงหลักผู้ทรงพลัง </li>



<li>งาน SUMMER SONIC BANGKOK 2024 เทศกาลดนตรีนานาชาติฟอร์มยักษ์จากญี่ปุ่น</li>



<li>งาน SALENA JONES &#8211; An Evening with SALENA JONES Live in Bangkok ของคอนเสิร์ตของศิลปินแจ๊ซระดับตำนานชาวอเมริกัน</li>



<li>งาน KIM SUNG KYU &#8211; 2024 KIM SUNG KYU CONCERT [LV3: Let&#8217;s Vacay] จากลีดเดอร์และเสียงร้องหลักแห่งวง INFINITE</li>



<li>งาน KIM JI WON &#8211; 2024 KIM JI WON ASIA FAN MEETING TOUR &lt; BE MY ONE > ของนางเอกสุดฮอตจาก ‘Queen of Tears ราชินีแห่งน้ำตา’ </li>



<li>งาน YOUNGJAE &#8211; 2024 YOUNGJAE ASIA TOUR ‘ONCE IN A DREAM’ สมาชิกจากวง GOT7 </li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">เหตุผลที่วันเสาร์เป็นที่นิยมสูงสุดนั้นสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค คือ วันเสาร์เป็นวันหยุดเต็มวันสำหรับคนส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศหรือนักเรียนนักศึกษา ขณะเดียวกัน วันจันทร์เป็นวันเริ่มต้นสัปดาห์ทำงาน จึงไม่เป็นที่นิยมสำหรับการจัดกิจกรรมที่เลิกดึกและต้องใช้พลังงานเยอะอย่างคอนเสิร์ต </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6102" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/3.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ศิลปินสัญชาติไหน มาจัดคอนฯ ที่ไทยบ่อยสุด: K-Pop ยังมาแรง&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อวิเคราะห์สัญชาติของศิลปินที่เดินทางมาเปิดการแสดงในไทย เมื่อวิเคราะห์สัญชาติของศิลปินที่เดินทางมาเปิดการแสดงในไทย พบว่าศิลปินจากเกาหลีใต้ยังคงแวะเวียนมาจัดคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งบ่อยที่สุด สูงถึง 168 งาน คิดเป็น 31.94% อันดับสองเป็นศิลปินรวมสัญชาติ (หมายถึงในงานนั้นมีศิลปินหลากหลายสัญชาติ) ที่มี 124 งาน คิดเป็น 23.57% และอันดับสามคือศิลปินอเมริกัน มี 67 งาน คิดเป็น 12.74%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลี พบว่า ใน 168 งาน แบ่งเป็นปี 2023 จำนวน 82 งาน คิดเป็น 15.59% ปี 2024 จำนวน 86 งาน คิดเป็น 16.35%&nbsp; ซึ่งสะท้อนถึงอิทธิพลของวัฒนธรรม K-Pop ที่แข็งแกร่งในไทย มีศิลปินแวะเวียนมาจัดงานครบทุกรูปแบบ ตั้งแต่เกิร์ลกรุ๊ป บอยแบนด์ ไปจนถึงศิลปินเดี่ยวและนักแสดงชื่อดัง&nbsp; เช่น BLACKPINK ใน <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/blackpink-born-pink-bangkok-encore.html">BLACKPINK WORLD TOUR [BORN PINK] BANGKOK ENCORE</a> หรือบอยแบนด์ Stray Kids กับ Stray Kids World Tour &lt;dominATE BANGKOK&gt; ไปจนถึงคอนเสิร์ตเดี่ยวของศิลปินอย่าง Suga แห่งวง BTS กับทัวร์ SUGA | Agust D TOUR &#8216;D-DAY&#8217; IN BANGKOK และ TAEYEON ใน TAEYEON CONCERT &#8211; The ODD Of LOVE in BANGKOK ซึ่งล้วนได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม นอกจากนี้กระแสความนิยมจากซีรีส์ยังส่งผลให้นักแสดงเกาหลีใต้เดินทางมาจัดแฟนมีตติ้งอย่างต่อเนื่อง เช่น คิมซูฮยอน จากซีรีส์ My Love From the Star (ยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว)&nbsp; It’s Okay to Not Be Okay (เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน) และ Queen of Tears (ราชินีแห่งน้ำตา)&nbsp; ในงาน <a href="https://www.theconcert.com/concerts/2024-kim-soo-hyun-asia-tour-in-bangkok-eyes-on-you">2024 KIM SOO HYUN ASIA TOUR in BANGKOK</a> และบยอนอูซอก จากซีรีส์ Lovely Runner (ข้ามเวลามาเซฟเมน) กับ 2024 BYEON WOO SEOK Asia Tour in Bangkok ก็เคยมาจัดแฟนมีตติ้งด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตามมาด้วยคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีที่รวบรวมศิลปินหลากหลายสัญชาติ (รวม) ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอันดับสอง โดยมีการจัดงานทั้งหมด 124 งาน และน่าสังเกตว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจาก 46 ครั้งในปี 2023 เป็น 78 ครั้งในปี 2024 ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่ เช่น Rolling Loud Thailand, SUMMER SONIC BANGKOK และ Maho Rasop เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนศิลปินอเมริกัน 67 งาน แบ่งเป็นปี 2023 จำนวน 30 งาน ปี 2024 จำนวน 37 งาน ตัวอย่างเช่น การมาเยือนของ Bruno Mars ในคอนเสิร์ต BRUNO MARS LIVE IN BANGKOK ศิลปิน Olivia Rodrigo กับทัวร์ล่าสุด GUTS world tour ตลอดจน Post Malone ในงาน Post Malone: If Y’all Weren’t Here ไปจนถึง Mika Hashizume ศิลปินญี่ปุ่น-อเมริกันที่มาจัดงาน MIKA 1ST FAN MEETING IN BANGKOK ก็แวะเวียนมาจัดคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งที่ไทยแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ศิลปินฝั่งอเมริกันก็ไม่ได้จัดเฉพาะคอนเสิร์ตสเกลใหญ่แต่ยังมีการจัดคอนเสิร์ตระดับเล็กๆ ในสเกลไลฟ์เฮ้าส์ เช่น งาน BEBE REXHA ‘BEST F’N NIGHT OF MY LIFE’ TOUR BANGKOK (2023) และ Cigarettes After Sex (2023) ที่จัดในสเกล MOONSTAR STUDIO, DOMI &amp; JD BECK (2024), Sasha Alex Sloan (2024) และ Boys Like Girls (2024) ที่จัดใน Lido Connect Hall ไปจนถึงวงอย่าง La Dispute (2024) ที่ Decommune และ CONVERGE (2024) ที่ The Rock Pub</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกันกระแส J-Pop และ J-Rock ก็ยังคงมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นในไทย โดยมีทั้งวงร็อกแถวหน้าและศิลปินรุ่นใหม่ที่เป็นไวรัลมาเปิดการแสดงอย่างต่อเนื่อง มากถึง 38 งาน คิดเป็น 7.22% โดยปี 2023 มี 14 งาน และปี 2024 มี 24 งาน ตัวอย่างเช่น วงร็อกแถวหน้าของญี่ปุ่นอย่าง ONE OK ROCK ที่มาพร้อมทัวร์ ONE OK ROCK Luxury Disease Asia Tour 2023 in Bangkok, ศิลปินหนุ่มมากความสามารถ FUJII KAZE กับ Fujii Kaze and the piano Asia Tour in Bangkok, วง RADWIMPS เจ้าของเพลงประกอบภาพยนตร์อนิเมะ Your Name ที่มาจัดทัวร์ถึงสองครั้ง ในรอบสองปี คือ RADWIMPS Asian Tour 2023 และ RADWIMPS WORLD TOUR 2024 ไปจนถึง Ado ศิลปินหญิงลึกลับที่ไม่เปิดเผยใบหน้าที่สร้างปรากฏการณ์กับ Ado THE FIRST WORLD TOUR &#8221;Wish&#8221; in Bangkok&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตามมาด้วยศิลปินจากฝั่งอังกฤษ ที่ถือเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้ชมกลุ่มใหญ่เสมอ โดยเฉพาะศิลปินระดับโลกที่สามารถจัดคอนเสิร์ตสเกลสเตเดียมได้ โดยจากข้อมูลพบการจัดคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งจำนวน 35 งาน คิดเป็น 6.65% แบ่งเป็นปี 2023 มี 17 งาน และปี 2024 มี 18 งาน&nbsp; เช่น การมาเยือนของ Coldplay กับทัวร์ครั้งประวัติศาสตร์ Coldplay Music Of The Spheres World Tour, Ed Sheeran ใน ‘+ &#8211; = ÷ x’ Mathematics Tour และ Harry Styles กับ HARRY STYLES PRESENTS LOVE ON TOUR 2023 ซึ่งทั้งหมดนี้จัดขึ้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน และยังมีศิลปินป๊อปชื่อดังอย่าง Sam Smith กับ GLORIA The Tour, Dua Lipa ใน Radical Optimism Tour และวงอัลเทอร์เนทีฟร็อกขวัญใจวัยรุ่นอย่าง The 1975 ที่มาพร้อมทัวร์ At Their Very Best Live in Bangkok 2023 รวมถึงศิลปินระดับตำนานอย่าง Rod Stewart ที่ยังคงเดินทางมาพบปะแฟนเพลงชาวไทยด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีศิลปินจากจีน จำนวน 20 งาน คิดเป็น 3.80% แบ่งเป็น ปี 2023 มี 12 งาน และปี 2024 มี 8 งาน ซึ่งกระแสความนิยมของศิลปินจีน (C-Pop) กำลังเติบโตขึ้นอย่างน่าจับตา โดยเฉพาะกลุ่มนักแสดงและไอดอลจากรายการเซอร์ไวเวิลที่มีฐานแฟนคลับชาวไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยศิลปินที่เดินทางมาจัด คอนเสิร์ต เต็มรูปแบบนั้นมีหลากหลายแนวทาง ตั้งแต่ Dylan Wang (หวังเฮ่อตี้) พระเอก F4 เวอร์ชั่นล่าสุดที่ได้รับความนิยมจนบัตรคอนเสิร์ต D.Party Concert in Bangkok <a href="https://mgronline.com/entertainment/detail/9670000109849">ขายหมด</a>เต็มความจุอิมแพ็ค อารีน่า, เวิลด์ทัวร์ของศิลปินเดี่ยวชื่อดังอย่าง KUN (ไช่สวีคุน) ในงาน KUN 2023 WORLD TOUR IN BANGKOK และ Joker Xue (เซวียจือเชียน) ไปจนถึงนักแสดงมากความสามารถอย่าง Zhang Zhehan (จางเจ๋อฮั่น) ที่มาพร้อมคอนเสิร์ตเดี่ยว PRIMORDIAL THEATER ของตัวเอง ส่วนในฝั่งของ งานแฟนมีตติ้ง ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน นำโดยบอยแบนด์สัญชาติจีนจากค่าย SM Entertainment อย่าง WayV กับงาน 2023 WayV Fanmeeting Tour [Phantom], นักแสดงหนุ่ม Luo Yunxi (หลัวอวิ๋นซี) กับงาน China-Thailand Friendship Culture Exchange “Special Live Show with Luo Yunxi” โดยมาในฐานะตัวแทนเชื่อมความสัมพันธ์อันดี <a href="https://www.thaiticketmajor.com/variety/exclusive/15218/">แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างไทย-จีน</a> เป็นคนแรก ตลอดจนเกิร์ลกรุ๊ปจากรายการเซอร์ไวเวิล Gen1es</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้หากมองในภาพรวม จะพบว่าศิลปินที่มาจัดคอนเสิร์ตในไทย เป็นศิลปินจากตะวันตก 28.71% โดยแยกเป็น ศิลปินอเมริกัน (รวมอเมริกัน-ฟิลิปปินส์) 12.93% และ ศิลปินตะวันตกที่ไม่ใช่อเมริกัน 15.78%ส่วนศิลปินตะวันออก คิดเป็น 47.72% แยกเป็นศิลปินเกาหลี (รวมเกาหลี-ไทย / เกาหลี-อเมริกัน) 33.46% และศิลปินเอชียที่ไม่ใช่ศิลปินเกาหลี 14.26% นอกจากนั้นส่วนที่เหลือ 23.57% นั้นเป็นคอนเสิร์ตรวมศิลปินหลายเชื้อชาติ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวเลขเหล่าสะท้อนว่า ศิลปิน K-Pop ยังคงรักษาฐานแฟนคลับในไทยได้อย่างเหนียวแน่นผ่านการจัดงานคอนเสิร์ตและกิจกรรมอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มศิลปินตะวันตกก็ได้รับความนิยมสูง โดยอาศัยผลงานทางด้านดนตรี และเพลงสากลที่เข้าถึงแฟนเพลงชาวไทยในวงกว้าง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-12-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6092" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-12-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-12-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-12-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-12.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เจาะตลาดแฟนมีตติ้ง กลยุทธ์เด็ดของศิลปินฝั่งเอเชีย</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากการจัดคอนเสิร์ตแบบเต็มรูปแบบแล้ว แฟนมีตติ้งก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบอีเวนต์ที่ได้รับความนิยามอย่างสูง ความแตกต่างจากคอนเสิร์ตโดยทั่วไปคือเน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์และความใกล้ชิดระหว่างศิลปินและแฟนคลับ ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การพูดคุย การเล่นเกม การตอบคำถาม ผสมกับการแสดงโชว์พิเศษมากกว่าแสดงดนตรีเพียงอย่างเดียว และมีระยะเวลาสั้นกว่าคอนเสิร์ต โดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1.30 &#8211; 2.30 ชั่วโมง และส่วนใหญ่เป็นศิลปินจากเกาหลีใต้และจีนเป็นหลัก พบว่ามีการจัดงานรวมทั้งหมด 38 งาน ในช่วงปี 2023-2024&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความสำเร็จของศิลปินเกาหลีในไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่คอนเสิร์ต แต่แฟนมีตติ้งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ทรงพลัง โดยเฉพาะการต่อยอดความสำเร็จจากกระแสความนิยมของซีรีส์เกาหลี (K-Drama) ที่ทำให้นักแสดงแถวหน้าเดินทางมาพบปะแฟนคลับชาวไทยอย่างต่อเนื่อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปรากฏการณ์นี้เห็นได้จากการจัดงานแฟนมีตติ้งของนักแสดงระดับแม่เหล็กมากมาย จากข้อมูลพบว่ามีการจัดแฟนมีตติ้งของศิลปินและนักแสดงเกาหลีใต้ (รวมเกาหลีใต้-ไทย) จำนวน 31 งาน ตัวอย่างเช่น งานที่มีความเอ็กซ์คลูซีฟสูงสุด อย่างงาน2023 <a href="https://www.thaiticketmajor.com/performance/2023-lee-sung-kyoung-asia-fan-meeting-be-closer-in-bangkok.html">LEE SUNG KYOUNG ASIA FAN MEETING [BE CLOSER] IN BANGKOK </a>ของนักแสดงสาว อีซองคยอง (Lee Sung Kyoung) เจ้าของซีรีส์ Dr. Romantic 3 (2023) ซึ่งจัดในสเกลกระทัดรัดเพียง 821 ที่นั่ง หรืองานคิมซอนโฮ (Kim Seon Ho) ที่โด่งดังซีรีส์เกาหลีฮีลใจอย่างซีรีส์ Hometown Cha-Cha-Cha (2021)&nbsp; ในงาน <a href="https://www.theconcert.com/concert/1910">KIM SEON HO ASIA TOUR IN BANGKOK &lt; ONE, TWO, THREE. SMILE &gt;</a> ที่จัด ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งรองรับผู้ชมได้ 4,615 ที่นั่ง โดยมีราคาบัตรสูงสุดถึง 6,500 บาท และงานบยอนอูซอก (Byeon Woo Seok) จากซีรีส์เรื่อง Lovely Runner (2024) กับงาน <a href="https://www.thaiticketmajor.com/performance/2024-byeon-woo-seok-asia-tour-in-bangkok.html">2024 BYEON WOO SEOK Asia Tour in Bangkok</a> ที่จัดในสเกลโรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ซึ่งมีความจุเพียงประมาณ 1,069 ที่นั่ง แต่สามารถสร้างปรากฏการณ์บัตร <a href="https://en.sportschosun.com/celebrity/2024/10/comprehensive-byeon-woo-seoks-fan-meeting-which-was-sold-21036">Sold Out</a> ทั้งสองรอบ ด้วยราคาบัตรที่ตั้งไว้ 3,000 &#8211; 6,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ยังรวมถึงไอดอลที่มีผลงานการแสดงเป็นที่รู้จักอย่าง ยูริ (Yuri), อกแทคยอน (Ok Taecyeon), พัคจีฮุน (Park Jihoon) และไอดอล K-Pop ระดับโลกอย่าง ลิซ่า (LISA) และ แบมแบม (BamBam) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แฟนมีตติ้งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างและรักษาฐานแฟนคลับในต่างประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในด้านหนึ่ง แม้กระแสความนิยมในตัวศิลปินและนักแสดงชาวจีน (ติ่งจีน) จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในกลุ่มแฟนคลับชาวไทย แต่ช่วงสองปีนี้ จำนวนการจัดคอนเสิร์ตหรือแฟนมีตติ้งจากศิลปินจีนยังมีค่อนข้างน้อย จากการสำรวจ พบแฟนมีตติ้งของศิลปินจีน (รวมจีน-ไทย) เพียง 5 งาน ได้แก่ WayV, หลัวอวิ๋นซี (Luo Yunxi), จางเจ๋อฮั่น (Zhang Zhehan), Gen1es และ แพทริค (Patrick) ตัวอย่างเช่นงาน China-Thailand Friendship Culture Exchange “Special Live Show with Luo Yunxi” ที่จัดขึ้น ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2023 สำหรับผู้ชม 4,400 คน บัตรราคา 2,800 &#8211; 8,800 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">เหตุผลสำคัญคืออุตสาหกรรมบันเทิงจีนยังคงเน้นตลาดในประเทศเป็นหลัก แตกต่างจาก K-Pop ที่มีนโยบายส่งออกวัฒนธรรมและจัดเวิลด์ทัวร์อย่างเป็นระบบ แฟนคลับชาวไทยส่วนใหญ่มักติดตามนักแสดงจีนจากซีรีส์ ซึ่งทำให้รูปแบบความต้องการในการพบปะศิลปินแตกต่างจากแฟนคลับ K-Pop ที่ติดตามในฐานะไอดอล</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ศิลปินเพลงภาษาจีนกลาง (Mandopop) ที่มีชื่อเสียงระดับโลกและประสบความสำเร็จในการจัดคอนเสิร์ตใหญ่ในไทยอย่าง Jay Chou (เจย์ โชว์) กับคอนเสิร์ต Jay Chou Carnival World Tour 2023 – Bangkok และ JJ Lin (เจเจ หลิน) ในคอนเสิร์ต JJ LIN “JJ20” WORLD TOUR- BANGKOK นั้น ไม่ได้มีสัญชาติจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเจย์ โชว์ เป็นศิลปินชาวไต้หวัน และเจเจ หลิน เป็นชาวสิงคโปร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาด Mandopop ในไทยยังคงเปิดกว้าง แต่การนำเข้าศิลปินจากจีนแผ่นดินใหญ่โดยตรงยังมีจำนวนไม่มากนัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น แม้จะมีฐานแฟนคลับที่พร้อมให้การสนับสนุน แต่การจะเห็นงานอีเวนต์ของศิลปินจีนในไทยเพิ่มขึ้น ยังคงเป็นความท้าทายและขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจของผู้จัดและต้นสังกัดในฝั่งจีนในอนาคตด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">และหากสำรวจภาพรวมของแฟนมีตติ้งที่เกิดในไทย ก็พบว่าสถานที่จัดงานยอดนิยม มักจัดขึ้นในฮอลล์ขนาดกลางที่มีความจุระหว่าง 1,000 &#8211; 5,000 คน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ใกล้ชิด แต่ก็จะมีบางงานที่ขยับไปใช้ฮอลล์ขนาดใหญ่ขึ้นตามความนิยมของศิลปินด้วย โดยสถานที่ที่ถูกเลือกใช้บ่อยที่สุดคือ Thunder Dome (ใช้จัด 6 ครั้ง) และ แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ (ใช้จัด 6 ครั้ง) โดย Thunder Dome (ความจุประมาณ 3,500 ที่นั่ง) ถือเป็นตัวเลือกหลักสำหรับศิลปินและนักแสดงระดับแม่เหล็กที่มีฐานแฟนคลับในไทยอย่างหนาแน่น (เช่น คิมซูฮยอน, Super Junior D&amp;E, WayV) ซึ่งต้องการสเกลที่ใหญ่เพียงพอแต่ยังคงให้ความรู้สึกใกล้ชิดมากกว่าอารีน่าขนาดใหญ่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตามมาด้วย KBank Siam Pic-Ganesha Theatre (ใช้จัด 5 ครั้ง) ซึ่งเป็นฮอลล์ที่เน้นความใกล้ชิดยิ่งขึ้น (ความจุประมาณ 1,069 ที่นั่ง) และสถานที่ยอดนิยมอื่นๆ เช่น Royal Paragon Hall (ใช้จัด 3 ครั้ง) และ Queen Sirikit National Convention Center (ใช้จัด 3 ครั้ง) ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เดินทางสะดวก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนราคาบัตรในงานแฟนมีตติ้งนั้นก็มีช่วงราคาที่กว้างมาก ตั้งแต่ราคาเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ของงาน Hatano Yui &amp; Otsuki Hibiki For 16 Years Asia Tour Fan Meeting in Bangkok หรือราคาบัตร 1,500 บาท เช่น ในงาน 2024 Lee Yi Kyung Fan Meeting in Bangkok (Love Holee Day) ของอีอีคยอง ศิลปินจากเกาหลีใต้ ไปจนถึงแพ็กเกจ VVIP ที่มีราคาสูงถึง 13,800 บาท ในงาน <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/chase-zhangzhehan-2023-fanmeeting.html">CHASE ZHANGZHEHAN 2023 FANMEETING</a> ของจางเจ๋อฮั่น โดยเฉลี่ย ราคาบัตรแฟนมีตติ้งอยู่ที่ราว 4,500 &#8211; 5,500 บาท จำนวนผู้เข้าชมของแฟนมีตติ้งก็ขึ้นอยู่กับความจุดของฮอลล์ที่จัด ซึ่งอยู่ในช่วง 500 คน (เช่น Mr. FOX Live House) ไปจนถึง 12,000 คน (เช่น Impact Arena ในงาน 2024 Red Velvet FANCON &lt;HAPPINESS: My Dear, ReVe1uv&gt; in BANGKOK) ดังจะเห็นได้จากงานของแบมแบม <a href="https://www.thaiticketmajor.com/variety/ent/15470/">BamBam [BAMESIS] SHOWCASE TOUR in Bangkok</a> ของแบมแบม ที่จัดขึ้นในสเกลใหญ่ถึง 2 รอบ เมื่อวันที่ 17-18 สิงหาคม 2024 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจุผู้ชมได้ถึง 7,776 คน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">น่าสนใจว่า ราคาบัตรคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งมีค่ากลาง (ค่ามัธยฐาน) ที่เท่ากัน แม้สเกลงานและปัจจัยการเตรียมจัดงานจะแตกต่างกันก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยทั่วไป งานคอนเสิร์ตต้องใช้เวลาเตรียมการนานกว่า มีโปรดักชันขนาดใหญ่ และมีความซับซ้อนด้านเวที แสง สี เสียง และทีมงานมากกว่า พบว่าราคาบัตรคอนเสิร์ตมีค่ากลาง (ค่ามัธยฐาน) อยู่ที่ 4,500 บาท และค่าเฉลี่ย 4,750 บาท โดยราคาบัตรคอนเสิร์ตก็มีช่วงราคาที่กว้างมากตั้งแต่ 300 บาทไปจนถึง 28,300 บาท เพื่อรองรับสเกลงานที่หลากหลาย ซึ่งจัดได้ทั้งในฮอลล์ขนาดเล็กไปจนถึงสเตเดียม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางกลับกัน งานแฟนมีตติ้งมักจะมีรายละเอียดให้เตรียมการน้อยกว่า เน้นกิจกรรมสร้างความใกล้ชิดมากกว่าโปรดักชันเต็มรูปแบบ จัดงานแต่ละครั้งใช้เวลาราว 1-2 ชั่วโมง มีค่ากลาง (ค่ามัธยฐาน) อยู่ที่ 4,500 บาท และค่าเฉลี่ย 4,723.26 บาท&nbsp; ซึ่งสามารถทำราคาได้ในระดับที่แทบไม่ต่างกับงานคอนเสิร์ต&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และจุดนี้ ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อพิจารณาสเกลความจุของแฟนมีตติ้ง 38 งาน ซึ่งมีค่ามัธยฐานของความจุผู้ชมอยู่ที่เพียง 3,000 ที่นั่ง และมีค่าเฉลี่ยความจุอยู่ที่ 3,503 ที่นั่ง (แม้จะมีบางงานที่ขยับไปถึง 7,000 &#8211; 12,000 ที่นั่งก็ตาม) สิ่งเหล่านี้อาจอนุมานได้ว่า การที่งานแฟนมีตติ้งซึ่งจัดในสเกลความจุเฉลี่ย 3,000-3,500 คน และใช้เวลาเตรียมงานน้อยกว่า กลับมีราคากลางและราคาเฉลี่ยเทียบเท่าคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบนี้ ในขณะที่ ค่ามัธยฐานความจุของที่นั่งของคอนเสิร์ตอยู่ที่ 1,584 ที่นั่ง และค่าเฉลี่ยความจุอยู่ที่ 3,987 ที่นั่ง สะท้อนให้เห็นว่าแฟนคลับในตลาดยินดีจ่ายในราคาสูงเพื่อแลกกับประสบการณ์และความพิเศษ แม้ว่าจะใช้ระยะเวลาที่ได้พบปะศิลปินน้อยกว่าในคอนเสิร์ตก็ตาม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-14-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6094" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-14-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-14-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-14-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-14.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ตั๋วไหนราคาใครแพงเว่อร์: ยิ่งบัตรแพง ยิ่งซอยโซนเยอะ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ราคาบัตรคอนเสิร์ต เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คนตัดสินใจว่าจะเลือกไปดูคอนเสิร์ตไหน โดยเฉพาะกรณีที่มีหลายคอนเสิร์ตที่อยากจะไปแต่มีงบประมาณจำกัด ราคาบัตรคอนเสิร์ตของศิลปินต่างประเทศที่มาเล่นคอนเสิร์ตในไทยมีความหลากหลายตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลายหมื่นบาทสำหรับบัตร VIP หรือแพ็คเกจพิเศษต่างๆ การตั้งราคาดังกล่าวขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ชื่อเสียงของศิลปิน ขนาดของสถานที่จัดงาน และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่ผู้ชมจะได้รับ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจพบว่า ราคาบัตรมีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลายหมื่นบาทโดยราคาที่เข้าถึงง่ายที่สุดเริ่มต้นเพียง <a href="https://www.ticketmelon.com/beamclub/beamcube-kleo/">300</a> บาท ซึ่งเป็นค่าบัตรสำหรับเข้าชมการแสดงของศิลปิน/ดีเจในคลับและไลฟ์เฮาส์ เช่น ดีเจชาวดัตช์ Dekmantel Soundsystem หรือ Kléo ที่ BEAMCUBE ซึ่งพบราคาเหล่านี้ในอีกหลายงาน และขยับขึ้นมาเป็นบัตรเข้าชมเทศกาลดนตรี <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/octopop-2023.html">OCTOPOP 2023</a> ในโซน GA (Only Cave Stage) ที่ราคา 588 บาท ซึ่งเป็นงานที่รวบรวมศิลปินต่างชาติชื่อดังไว้มากมาย อาทิ แทยัง (Taeyang) ยูคยอม (Yugyeom) และเจสซี่ (Jessi) ไปจนถึงแพ็กเกจ VIP สุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง Ultimate Spheres Experience ของคอนเสิร์ต <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/Coldplay-music-of-the-spheres-in-bangkok.html?">Coldplay Music Of The Spheres World Tour</a> ที่มีราคาสูงสุดถึง 28,300 บาท และมีการแบ่งโซนราคามากถึง 10 ระดับ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการวิเคราะห์ราคาบัตร พบว่าราคาที่พบมากที่สุดคือบัตรราคา 2,500 บาท มีข้อสังเกตว่า ผู้จัดมักจะตั้งราคานี้ไว้ เพราะไม่ต่ำเกินไปและไม่สูงโดดจนเกินไป แต่เมื่อพิจารณาจากราคาบัตรทั้งหมดที่สำรวจใน 526 งานนั้น พบว่าค่ากลางที่แท้จริง (หรือค่ามัธยฐาน) จะอยู่ที่ 4,500 บาท ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของบัตรทั้งหมดจะอยู่ที่ 4,750 ซึ่งการที่ค่าเฉลี่ยสูงกว่าค่ามัธยฐานเล็กน้อย สะท้อนว่ามีการกระจายตัวของบัตรราคาสูงหรือบัตร VVIP ที่ดึงมูลค่าภาพรวมให้สูงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น บัตรราคาสูงและแพ็กเกจ VIP ที่ดึงค่าเฉลี่ยโดยรวมให้สูงขึ้น โดยราคาสูงที่สุดที่พบในการสำรวจนี้คือแพ็กเกจ <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/Coldplay-music-of-the-spheres-in-bangkok.html">&#8220;ULTIMATE SPHERES EXPERIENCE&#8221;</a> ของคอนเสิร์ต Coldplay Music Of The Spheres World Tour ซึ่งมีราคาสูงถึง 28,300 บาท ซึ่งสิทธิประโยชน์ของแพ็กเกจนี้ประกอบไปด้วย บัตรนั่งสำหรับเข้าชมการแสดง ราคา 7,800 บาท จำนวน 1 ใบ สิทธิ์ในการทัวร์หลังเวที (Once-in-a-lifetime backstage tour) สิทธิ์ในการได้ถ่ายภาพบนเวทีการแสดงโดยช่างภาพมืออาชีพ (ไม่มีศิลปิน) สิทธิ์ในการใช้ช่องทางเข้าวีไอพี ของที่ระลึกพิเศษสำหรับแพ็คเกจ ULTIMATE SPHERES EXPERIENCE ของที่ระลึกที่ออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมจาก COLDPLAY สิทธิ์ในการซื้อของที่ระลึกช่องทางพิเศษ ซึ่งทำให้บัตรคอนเสิร์ตมีราคาแพง</p>



<p class="wp-block-paragraph">และยังมีตัวอย่างอื่นๆ อีก เช่น แพ็กเกจ VVIP ราคา 16,000 บาท ของคอนเสิร์ต <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/zhang-zhehan-2023-primordial-theater-world-tour-in-bangkok.html">ZHANGZHEHAN 2023 CONCERT PRIMORDIAL THEATER</a> หรือบัตรยืนโซนหน้าราคา 15,500 บาท ของ <a href="http://www.impact.co.th/index.php/visitor/event_detail/th/56794/">Post Malone: If Y’all Weren’t Here, I’d Be Crying Tour</a> ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแฟนคลับตัวยงพร้อมที่จะจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่พิเศษที่สุด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และลองมาคำนวณเล่นๆ ว่า หากตั้งใจจะไปดูคอนเสิร์ตทุกงานที่เกิดขึ้น ที่จัดตลอด 2 ปี ระหว่าง 2023-2024 (และหากวันไหนชนกัน จะเลือกไปเพียงงานเดียว) จะต้องเสียเงินเท่าไหร่? จากการคำนวณพบว่าหากเลือกซื้อบัตรในราคาสูงสุด (VVIP) ของทุกคอนเสิร์ต ทุกงาน ตลอด 301 งานนั้น พบว่าต้องมีงบประมาณสำหรับค่าบัตรเพียงอย่างเดียคือ 1,770,051 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">และในทางกลับกัน หากเป็นสายประหยัดที่ขอแค่ได้เข้าสัมผัสบรรยากาศ และเลือกซื้อบัตรในราคาต่ำสุดของทุกงาน ยอดรวมค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 547,748 บาท  สรุปคือ เพื่อที่จะได้ไปดูคอนเสิร์ตทั้งหมด 301 งานตลอดทั้ง 2 ปี ต้องมีงบประมาณอย่างน้อยครึ่งล้านบาท สำหรับบัตรถูกสุด และถ้าอยากเป็น King of VIP ของงาน ก็จำเป็นต้องใช้งบกว่า 1.8 ล้านบาทเลยทีเดียว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-19-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6105" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-19-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-19-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-19-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-19.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">กลยุทธ์ขายบัตร VIP แบบใหม่: เมื่อเบเนฟิตกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการขาย</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ปฏิเสธไม่ได้ว่า การขายบัตรคอนเสิร์ต นอกจากจะได้ไปชมคอนเสิร์ตจริงๆ แล้ว ยังมาพร้อมกลยุทธ์จูงใจอื่นๆ การขายบัตรราคาแพงมักมาพร้อมกับสิทธิพิเศษ ซึ่งพบว่านี่เป็นอีกหนึ่งในกลยุทธ์หลักเลยทีเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจ งานที่ขายบัตรราคา 6,500 บาทขึ้นไป จำนวน 130 งาน ในปี 2023-2024 พบว่ามีเพียง 17 งานเท่านั้นที่ขายบัตรโดยไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ เช่น คอนเสิร์ต JJ LIN (บัตรสูงสุด ราคา 11,000 บาท) Jay Chou (บัตรสูงสุด ราคา 9,988 บาท) Westlife (บัตรสูงสุด ราคา 6,500 บาท) The 1975 (บัตรสูงสุด ราคา 6,500 บาท) ขณะที่อีก 113 งาน หรือคิดเป็น 86.9% ของกลุ่มบัตรราคาสูง เลือกใช้กลยุทธ์การขายแพ็กเกจที่พ่วงสิทธิพิเศษมาด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">เหตุผลสำคัญคือการจูงใจให้ผู้บริโภคยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น เพราะสิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่ตั๋วคอนเสิร์ตเท่านั้น แต่เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากบัตรทั่วไป กลยุทธ์นี้ขยายไปถึงงานเทศกาลดนตรี (Festival) ซึ่งมักชูจุดขายด้านความสะดวกสบาย เช่น ห้องน้ำโซนพิเศษ ไม่ต้องรอคิว, ทางเข้าพิเศษ (Fast Lane) หรือบาร์เครื่องดื่มเฉพาะผู้ถือบัตร VIP&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อวิเคราะห์สิทธิพิเศษที่พบใน 113 งานนั้น สิทธิประโยชน์ที่ผู้จัดนิยมใช้มากที่สุด และกลายเป็นมาตรฐานของตลาดคอนเสิร์ตไปแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มศิลปิน K-Pop คือสิทธิพิเศษที่เน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์กับแฟนๆ ได้แก่ Soundcheck (เข้าชมรอบซ้อม) ซึ่งพบบ่อยที่สุด เช่น คอนเสิร์ต <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/blackpink-born-pink-bangkok-encore.html">BLACKPINK [BORN PINK] ENCORE</a> กับบัตรราคา 14,800 บาท คอนเสิร์ต <a href="https://www.allticket.com/event/THE_DREAM_SHOW_3_in_BKK">NCT DREAM [THE DREAM SHOW 3] </a>กับบัตรราคา 8,700 บาท คอนเสิร์ต <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/stray-kids-2nd-world-tour-maniac-live-in-bangkok.html">Stray Kids &#8220;MANIAC&#8221;</a> กับบัตรราคา 8,500 บาท และ <a href="https://www.allticket.com/event/SEVENTEENFOLLOWTOBKK">SEVENTEEN &#8216;FOLLOW&#8217;</a> กับบัตรราคา 9,900 บาท&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิทธิประโยชน์อีกอย่างคือการไฮทัช เป็นสิทธิ์ในการได้ใกล้ชิดศิลปินในระยะประชิด มักเกิดหลังจบงาน หรือที่เรียกว่า Hi-Touch / Hi-Bye / Send-off แล้วแต่งาน เช่นงาน <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/2024-g-i-dle-world-tour-idol-in-bangkok.html">(G)I-DLE [iDOL]</a> ด้วยบัตรราคา 6,900 บาท งานของ <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/cha-eun-woo-2024-just-one-10-minute-mystery-elevator.html?utm_source=ttm-fb&amp;utm_medium=social&amp;utm_campaign=ChaEunWooBKK2024&amp;fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAAR63jYzu7KDVrM9mwftnYIVkJVsvqnXUCOwAQOlO57A4K8Mx7NVCkBm9V4sQPQ_aem_UstOrijdXjGBX5NtbrL0RA">CHA EUN-WOO 2024 Just One 10 Minute [Mystery Elevator] in Bangkok</a> บัตรราคา 6,500 บาท หรืองาน <a href="https://www.theconcert.com/concert/1910">KIM SEON HO ASIA TOUR IN BANGKOK &lt; ONE, TWO, THREE. SMILE &gt;</a> ด้วยราคา 6,500 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิทธิ์ในการได้ถ่ายรูปร่วมกับศิลปิน หรือที่เรียกว่า Group Photo ที่มักแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ 10-20 คน ก็เป็นส่วนหนึ่งของแพคเกจที่นิยมมากในงานแฟนมีตติ้ง เช่นงาน <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/lany-a-beautiful-blur-the-world-tour-2024.html">LANY &#8211; a beautiful blur: the world tour 2024</a> ด้วยราคา 11,500 บาท งาน <a href="https://www.allticket.com/event/Getback_iKONLIMITED_in_BKK">GET BACK iKON LIMITED TOUR IN BANGKOK</a> ด้วยราคา 6,900 บาท และงาน <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/mark-tuan-the-other-side-asia-tour-2024-in-bangkok.html">Mark Tuan: The Other Side Asia Tour </a>ด้วยราคา 8,500 บาท เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">Signed Poster โปสเตอร์/โพลารอยด์พร้อมลายเซ็นก็นับเป็นสิทธิพิเศษที่พบบ่อย ซึ่งมักจะเป็นการสุ่มสำหรับผู้ซื้อบัตรแพงสุด เป็นแรงจูงใจที่สำคัญเช่นกัน เช่นงาน <a href="https://www.bitec.co.th/th/event/dentiste-presents-lisa-fan-meetup-in-asia-2024-bangkok#:~:text=%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%87%3A%2013%20%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99,%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%87%3A%20BITEC%20LIVE">DENTISTE’ Presents: LISA Fan Meetup in Asia 2024 – Bangkok </a>ด้วยราคา 10,000 บาท งาน <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/2024-baekhyun-asia-tour-lonsdaleite-in-bangkok.html">2024 BAEKHYUN ASIA TOUR [Lonsdaleite] IN BANGKOK</a> ด้วยราคา 6,800 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิทธิพิเศษที่กล่าวมานั้นจะเป็นมาตรฐาน แต่ในแต่ละคอนเสิร์ตหรือแฟนมีตติ้งก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปอีก ขณะที่ศิลปิน K-Pop จะเน้นความใกล้ชิดและประสบการณ์ร่วม ศิลปินตะวันตก มักเน้นความสะดวกสบายและมอบของที่ระลึก อาจจะเป็นของที่ระลึกพิเศษ (Exclusive Merch) เช่น แพ็กเกจ Ultimate Spheres Experience ของคอนเสิร์ต Coldplay Music Of The Spheres World Tour Bangkok ในราคา 28,300 บาทที่ให้สิทธิ์ทัวร์หลังเวทีและประตูพิเศษ หรือคอนเสิร์ต Post Malone: If Y’all Weren’t Here, I’d Be Crying Tour In Bangkok กับแพคเกจบัตรราคา 15,500 บาทที่ให้สิทธิ์เข้าโซนบาร์และเคาน์เตอร์ Merch เฉพาะผู้ถือ VIP</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีโอกาสพิเศษอื่นๆ ที่เหนือขึ้นไปอีก เช่น การถ่ายรูปเดี่ยว หรือที่เรียกว่า 1:1 Photo ซึ่งพบในงานของ <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/woosung-world-tour-b4-we-die-comes-to-bangkok.html?utm_source=ttm-fb&amp;utm_medium=social&amp;utm_campaign=Woosung2024BKK&amp;fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExeGhWNzNWdTRyR2VDUFZLQQEeWPVp76Iacmt1AO_L42wa40e0N2ht1Q8KUqjIkqyBHMK-NFbGn3k0EryPhC4_aem_Y9HHzJSW2h249tnmSzTjiw">WOOSUNG WORLD TOUR &#8216;B4 WE DIE&#8217; COMES TO BANGKOK </a>ในราคา 10,900 บาท หรืองาน <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/ATARASHII-GAKKO!-World-Tour-Bangkok.html">ATARASHII GAKKO! World Tour</a> ในราคา 8,500 บาท รวมถึงเบเนฟิตพิเศษอย่างการสุ่ม Morning call จากงานแฟนมีตติ้ง <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/park-jihoon-winter-fan-meeting-opening-in-bangkok.html?utm_source=ttm-fb&amp;utm_medium=social&amp;utm_campaign=ParkJihoonFanMeet2024BKK&amp;fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExeGhWNzNWdTRyR2VDUFZLQQEemeLb678awt1x0hRTFcgjeJp2G0Ia_U4PDU78LpKK8zxs7JJ19STaf7kngQg_aem_PcTNQ6vL_I6IqKc4DStkHw">PARK JIHOON WINTER FAN MEETING ‘OPENING’ IN BANGKOK</a> ในราคา 6,800 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากความใกล้ชิดข้างต้น ยังมีการขายประสบการณ์สุดพิเศษอีกมาก อาทิ งาน Steve Vai Live in Bangkok 2023 กับบัตรราคา 15,420 บาทที่ให้สิทธิ์ทัวร์อุปกรณ์และกีตาร์ Steve Vai ซึ่งมักเจาะกลุ่มแฟนเพลงตัวจริง หรือกรณีพิเศษอย่าง Charlie Puth ที่ขายบัตรคอนเสิร์ต <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/Charlie-Puth-Presents-The-Charlie-Live-Experience.html">Charlie Puth Presents The “Charlie” Live Experience </a>แพงที่สุดราคา 7,000 บาท แต่หากอยากได้สิทธิพิเศษเพิ่ม ก็จะมีขายเบเนฟิตแยกจากตั๋วคอนเสิร์ต เพื่อให้สิทธิ์ไปฟังเบื้องหลังเพลง และเข้าร่วม Q&amp;A กับศิลปิน รวมถึงการเข้าชมพรมแดง (Red Carpet) ในงาน DENTISTE’ Presents: LISA Fan Meetup in Asia 2024 – Bangkok กับบัตรราคา 10,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิทธิพิเศษยังถูกยกระดับไปถึงของที่ระลึกเฉพาะทางที่ไม่ใช่แค่สินค้าหรือ Merchandise ทั่วไป เช่น งานของ <a href="https://www.ticketmelon.com/pmg/slash15march2024/?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExUDVZT1RXdUhrWm5CbW9HSgEeI1a23VX2ijUIN8h9XOfj_tvSmFeNvPZv7QcErNXVNkcb1NbF6_ZTdvA9u9s_aem_Hj7HxKkA6TH-_iZfvq5l0Q">SLASH featuring Myles Kennedy Live in Bangkok</a> กับบัตรราคา 6,800 บาท ที่ระบุว่าจะมอบ Limited Guitar Pick หรืองานของ <a href="https://www.bexconcert.com/index_deantrbltabber.html#:~:text=%E2%96%BADate%20%3A%20Sunday%2C%2017th%20March,5900%2C%203900%20and%202900%20THB">DEAN with Tabber Live in Thailand</a> ในราคา 6,500 บาทที่ระบุว่าจะเซ็นลายเซ็นบนไอเทมที่แฟนคลับพกมา ซึ่งให้ความรู้สึกต่างจากการได้โปสเตอร์ที่เซ็นไว้แล้ว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลยุทธ์ทางธูรกิจนี้ยังแตกแขนงไปสู่การขายบัตรพร้อมกับแพ็กเกจสายปาร์ตี้และบริการ ที่พบได้มากในงานแบบเฟสติวัล EDM หรือ Hip-Hop ซึ่งเปลี่ยนโมเดลจากการยืนทั่วไป เป็นการขายบัตรที่มาพร้อมกับสิ่งที่เรียกว่าโต๊ะ VIP แถมแชมเปญ/ลิคเกอร์พรีเมียมจำนวนมาก พร้อมบริการส่วนตัวระดับไอคอนิก เช่นงาน <a href="https://www.ticketmelon.com/rollingloudthailand/rlthailand2024/">Rolling Loud 2024</a> ที่ขายบัตรสูงสุด 2,000,000 บาท กับโต๊ะที่นั่งได้ 28 คน หรือ 71,429 บาท/คน หรืออย่างงาน <a href="https://www.ticketmelon.com/ultrathailand/rtuthailand2023/">Road To Ultra 2023</a> ที่ขายบัตรสูงสุด 650,000 บาท ที่เบเนฟิตคือโต๊ะส่วนตัวนั่งได้ 30 คน และแพ็กเกจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมาก บางงานยังมีการบริการสุดพิเศษพร้อมบัตเลอร์หรือผู้ช่วยส่วนตัว และฟรีโรงแรมอีกหนึ่งคืน อย่างงาน <a href="https://www.ticketmelon.com/togetherfestival/togetherfestival2024/?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExRG03Umt6V25BeXVubkN6TAEewPkQOTg_KOld4yuEWpoB9kkwwImrj0Kx_q30t1iIu5Ee9iYoEzkReLJB5Qs_aem_5T3uqUZqrsUqyeyJkCeKxg">Together Festival 2024 </a>ด้วยโต๊ะ VVIP ราคา 120,000 บาท สำหรับ 2 วัน นั่งได้ 6 คน ตลอดจนแถมมื้ออาหารในงานของ <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/an-evening-with-salena-jones-live-in-bangkok.html?utm_source=ttm-fb&amp;utm_medium=social&amp;utm_campaign=SalenaJonesBKK20224&amp;fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExNGJMY0VlMmVPNGpIUHV1dAEemPFVbWi1Yc1yrMfm6pjjkUxNJsBPRFTRCMt-z3792H5Zv5pE_rR0zbS2P3g_aem_u6A6kWsZshAY-m2imgQhYA">An Evening with SALENA JONES</a> ด้วยราคา 7,000 บาท ที่ให้ชุด Afternoon Tea จากโรงแรมหรู</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นที่น่าสนใจคือแพ็กเกจ VIP หลายงานระบุ &#8216;ราคาบัตร&#8217; ที่แท้จริงไว้อย่างชัดเจน ทำให้เราเห็นต้นทุนของสิทธิพิเศษที่เพิ่มเข้ามา ตัวอย่างเช่น คอนเสิร์ต Coldplay แพ็กเกจ Ultimate Experience ราคา 28,300 บาท ระบุว่า รวมบัตรนั่ง 7,800 บาท นั่นหมายความว่าส่วนต่าง 20,500 บาท คือราคาของเบเนฟิต (เช่น ทัวร์หลังเวที, ของที่ระลึก) ล้วนๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกับ BRUNO MARS แพ็กเกจ Gold VIP ราคา 11,000 บาท ที่รวมบัตรนั่ง 8,000 บาท และ Conan Gray แพ็กเกจ VIP ราคา 10,000 บาท ที่รวมบัตรนั่ง 4,800 บาท ซึ่งส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นมาก็คือต้นทุนสำหรับสิทธิพิเศษอย่าง Q&amp;A, Merch และสิทธิ์เข้างานก่อนนั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หนึ่งในปรากฏการณ์ที่สะท้อนการปรับตัวของผู้จัดได้ชัดเจนที่สุด คือวิวัฒนาการของกลยุทธ์ในธุรกิจแฟนคลับ แม้แต่ในศิลปินที่แข็งแกร่งมากอยู่แล้วก็ยังหันมาเพิ่มสิทธิพิเศษให้แฟนคลับ เช่น ในปี 2023 คอนเสิร์ต <a href="https://www.allticket.com/event/NCTDREAMTDS2BKK">NCT DREAM &#8216;THE DREAM SHOW2&#8217;</a> มีราคาบัตรสูงสุด 6,500 บาท โดยไม่มีแพ็กเกจเบเนฟิตเพิ่ม แต่ในปี 2024 คอนเสิร์ต <a href="https://www.allticket.com/event/THE_DREAM_SHOW_3_in_BKK">NCT DREAM &#8216;THE DREAM SHOW 3</a>&#8216; มีการปรับกลยุทธ์ โดยตั้งราคาบัตร VIP ไว้ที่ 8,700 บาท และเพิ่มสิทธิพิเศษ (Soundcheck, VIP lane, Postcard set ฯลฯ) เข้ามา</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปรากฏการณ์นี้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อพิจารณากรณีของวงในตำนานอย่าง Super Junior ซึ่งจัดคอนเสิร์ตใหญ่ ณ อิมแพค อารีน่า มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2008 ได้แก่ SUPER SHOW 1 และมักจะขายบัตรหมดเกลี้ยงจนต้องเพิ่มรอบการแสดงอยู่เสมอ</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้จะเป็นวงที่ขายโชว์ได้โดยไม่ต้องพึ่งสิทธิพิเศษ แต่กลยุทธ์ในปี 2024 ของ Super Junior ก็แสดงให้เห็นการปรับตัวที่ซับซ้อนและน่าสนใจ เช่น ในคอนเสิร์ต <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/2024-super-junior-super-show-spin-off-halftime-in-bangkok.html">2024 SUPER JUNIOR&lt; SUPER SHOW SPIN &#8211; OFF: Halftime &gt; in Bangkok</a> ราคาบัตรสูงสุด 6,500 บาท ไม่มีสิทธิพิเศษเพิ่มใดๆ แต่ในคอนเสิร์ตของยูนิตย่อยอย่าง <a href="https://www.allticket.com/event/TheShow_Th3eeGuys_in_BKK">SUPER JUNIOR-L.S.S. THE SHOW: Th3ee Guys in BANGKOK</a> ที่ตั้งราคาบัตรสูงสุดไว้ที่ 6,500 บาท ได้เพิ่มเบเนฟิตแบบสุ่มลุ้น Group Photo และ Send Off เข้ามาเพื่อสร้างแรงจูงใจ ต่อมาในคอนเสิร์ตใหญ่อย่าง <a href="https://www.allticket.com/event/SUPERSHOW10_in_BANGKOK">SUPER SHOW 10</a> ที่กำลังจะมาถึงนี้ ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือสิทธิพิเศษแบบขั้นบันได อย่างเช่น บัตร VIP ราคา 6,800 และ 6,500 บาท การันตีได้สิทธิ์ในการเข้าชม Soundcheck ส่วนบัตรราคารองลงมาอย่าง 5,900 และ 4,900 บาท ก็จะได่สุ่มผู้โชคดีเพื่อเข้าร่วม Soundcheck ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า แม้แต่ศิลปินที่เคยขายบัตรหมดเกลี้ยงได้โดยไม่มีเบเนฟิต ก็ยังต้องปรับตัวตามกลไกตลาด และหันมาใช้กลยุทธ์แพ็กเกจ VIP ที่ไม่เพียงเพื่อสร้างความพิเศษให้กับแฟนๆ ในคอนเสิร์ตครั้งถัดไปเท่านั้น แต่ยังสร้างความคุ้มค่าที่แตกต่างกันให้กับบัตรในแต่ละระดับราคาด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลยุทธ์การตั้งราคาที่หลากหลายนี้ยังเห็นได้ชัดเจนจากคอนเสิร์ตระดับสเตเดียม เช่น Ed Sheeran ‘+ &#8211; = ÷ x’ Mathematics Tour ที่มีราคาตั้งแต่ 1,800 ถึง 12,000 บาท หรือ BLACKPINK WORLD TOUR [BORN PINK] BANGKOK ENCORE ที่มีช่วงราคาตั้งแต่ 2,800 ถึง 14,800 บาท มีระดับราคาถึง 8 ระดับ ซึ่งการมีโซนราคาหลายหลายช่วยให้เข้าถึงแฟนคลับได้ทุกกลุ่ม&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และหากมองไปถึงกลยุทธ์การตั้งราคาบัตรคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งในไทยช่วงปี 2023-2024 จากข้อมูลก็สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ระบบราคาหลายระดับ (Multi-tiered Pricing) ให้แฟนคลับหลายกลุ่มได้มีโอกาสจับจ่ายใช้สอยในราคาที่เงินในกระเป๋าจับต้องได้ ตั้งแต่ผู้ที่ต้องการเพียงสัมผัสบรรยากาศไปจนถึงผู้ที่ต้องการประสบการณ์ที่ดีที่สุด ภาพรวมของตลาดจึงมีช่วงราคาที่กว้างอย่างยิ่ง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ศิลปินตะวันตกระดับ A-List อย่าง Coldplay Ed Sheeran Bruno Mars ที่สามารถจัดคอนเสิร์ตในสเกลสเตเดียมได้ จะมีราคาบัตรเริ่มต้นและราคาบัตร VIP ที่สูงที่สุดในตลาด ส่วนศิลปิน K-Pop บัตรมีราคาสูงแต่มาพร้อมแพ็กเกจ VIP แม้ส่วนใหญ่จะจัดในสเกลอารีน่าที่ขนาดใหญ่รองลงมา แต่มีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นและมีกำลังซื้อสูง ผู้จัดจึงนิยมตั้งราคาบัตร VIP ที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์พิเศษ เช่น สิทธิ์ Soundcheck และ Send-Off ในราคาสูง ซึ่งเป็นกลยุทธ์มาตรฐานของวงการ ส่วนศิลปินเอเชียอื่นๆ ราคาจะเข้าถึงง่ายกว่า ส่วนใหญ่มักจัดในฮอลล์ขนาดกลางถึงเล็ก ทำให้มีต้นทุนที่ต่ำกว่าและสามารถตั้งราคาที่เข้าถึงง่าย ตั้งแต่บัตรที่เข้าถึงง่ายที่สุดในราคาเพียง 300 บาท ของงาน Dekmantel Soundsystem ไปจนถึงแพ็กเกจระดับพรีเมียมอย่าง <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/Coldplay-music-of-the-spheres-in-bangkok.html?">Ultimate Spheres Experience </a>ของคอนเสิร์ต Coldplay ที่มีราคาสูงสุดถึง 28,300 บาท โดยส่วนต่างของราคาภายในคอนเสิร์ตเดียวอาจสูงถึง 26,500 บาท และมีส่วนต่างโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,100 บาทต่อหนึ่งงาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้จัดใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ตำแหน่งที่นั่ง สินค้าที่ระลึก หรือสิทธิ์ชมรอบซ้อม มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบัตรแต่ละประเภทอย่างชัดเจน</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อเปรียบเทียบราคาบัตรโดยเฉลี่ย พบว่าศิลปินตะวันตกมีแนวโน้มที่จะมีราคาบัตรเฉลี่ยโดยรวมสูงกว่าศิลปิน K-Pop เล็กน้อย โดยศิลปินตะวันตกราคาเริ่มต้นอาจจะไม่สูงมากนัก แต่หากเป็นศิลปินเบอร์ใหญ่ มีชื่อเสียงในวงกว้างอย่าง Coldplay, Ed Sheeran, Bruno Mars มักจัดคอนเสิร์ตในสนามราชมังคลากีฬาสถานซึ่งมีแพ็กเกจ VIP ที่ราคาสูงมาก ตั้งแต่ 20,000-28,000 บาท ส่วนศิลปิน K-Pop นั้นตั้งราคาบัตร VIP ในระดับอารีน่าได้สูง 8,500 &#8211; 9,900 บาท แต่เนื่องจากสเกลสถานที่จัดงานส่วนใหญ่เล็กกว่าสเตเดียม เมื่อคิดค่าเฉลี่ยออกมาแล้ว ทำให้เพดานราคายังไม่เท่าศิลปินตะวันตกเบอร์ใหญ่ที่สุด</p>



<h3 class="wp-block-heading">แล้วประเทศอื่นขายบัตรคอนเสิร์ตกันยังไงบ้าง?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของระบบการขายและโครงสร้างราคาบัตรคอนเสิร์ตนั้น ปัจจุบันตลาดคอนเสิร์ตในไทย ใช้การตั้งราคา ที่ชื่อเรียกไม่ได้ไพเราะนักอย่าง Price Discrimination หรือแปลเป็นไทยว่า<a href="https://www.bangkokbiznews.com/columnist/998251">การเลือกปฏิบัติด้านราคา</a> ที่จำหน่ายบัตรในราคาที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับโซนที่นั่งหรือสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ โดยอ้างอิงจากความพอใจที่จะจ่าย (Willingness to Pay) ของผู้บริโภคในแต่ละโซน</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงสร้างราคาแบบนี้ แม้บัตรจะมีราคาหน้าตั๋วที่ตายตัว แต่เมื่อความต้องการสูงกว่าจำนวนบัตรที่มีจำหน่าย จะเปิดช่องให้เกิดการนำบัตรไปจำหน่ายต่อเพื่อเก็งกำไร หรือที่เรียกว่าร้านรับกดบัตร ซึ่งนำบัตรมาขายต่อในราคาที่สูงกว่าราคาปกติหลายเท่าตัว</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังพบปัญหา เช่น การแข่งกันกดบัครคอนเสิร์ต&nbsp; ซึ่งไม่เพียงแข่งขันกันระหว่าง คน เท่านั้น แต่ยังรวมถึง บอท และผู้ค้ารีเซลล์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การแข่งขันมีความยากเพราะมีบอทกดบัตรที่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์แย่งชิงบัตรในเสี้ยววินาที แฟนคลับจำนวนมากที่พลาดโอกาสในการซื้อบัตรในราคาปกติจึงต้องหันไปซื้อบัตร Resell ในราคาที่สูงกว่าหลายเท่าตัวจากผู้ค้าคนกลาง ซึ่งเป็นปัญหาที่ยังไม่มีมาตรการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เคยมีเคสตัวอย่างการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นที่ให้การใช้<a href="https://plus.thairath.co.th/topic/subculture/105335">แคปต์ชา (CAPTCHA)</a> เพื่อยืนยันว่าเป็นมนุษย์กดไม่ใช่บอท ตลอดจนเพิ่มการใช้<a href="https://plus.thairath.co.th/topic/subculture/105335">คำถามแบบสุ่ม</a> เพื่อคัดแยกคนกับบอท อาทิ คอนเสิร์ตของ BABYMONSTER 1st WORLD TOUR ที่มีคำถามว่า ในเพลง DRIP นั้นคำว่า DRIP ทั้งหมดกี่ครั้ง ซึ่งแม้ว่าวิธีนี้จะช่วยยืนยันว่ามนุษย์เป็นผู้กดบัตรจริง แต่ก็มีเสียงร้องเรียนจำนวนมากว่าคำถามยากเกินไป และไม่เหมาะสมกับเวลาเร่งรีบแย่งชิงบัตร ภายหลัง <a href="https://x.com/jsmtjyygyjbbjb/status/1903424677105778977">ชิกิต้า</a> สมาชิกวง BABYMONSTER ก็มายืนยันด้วยว่าแม้ตนจะเป็นนักร้องเจ้าของเพลง แต่ก็ตอบไม่ได้เช่นกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน ระบบการขายบัตรในต่างประเทศก็มีรูปแบบที่แตกต่างออกไป ยกตัวอย่างที่ สหรัฐอเมริกา มีระบบที่เรียกว่า ราคาแปรผันตามความต้องการ (<a href="https://archive.cm.mahidol.ac.th/bitstream/123456789/5365/1/TP%20MM.005%202567.pdf">Dynamic Pricing</a>) โดยผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่อย่าง Ticketmaster เริ่มใช้ระบบดังกล่าวกำหนดราคาตามความต้องการของตลาดแบบเรียลไทม์ หลักการทำงานคล้ายกับการจองตั๋วเครื่องบินหรือโรงแรม คือหากคอนเสิร์ตไหนมีความต้องการสูง ราคาบัตรจะปรับตัวสูงขึ้น และหากความต้องการน้อย ราคาอาจปรับลดลงเพื่อกระตุ้นยอดขาย ข้อดีของระบบนี้คือ ช่วยลดปัญหาการรีเซลล์เพื่อเก็งกำไร เพราะราคาหน้าตั๋วจะสะท้อนมูลค่าตลาดที่แท้จริง และทำให้รายได้ส่วนเพิ่มกลับสู่ศิลปินและผู้จัดโดยตรง แทนที่จะตกไปอยู่ในมือของผู้ค้าบัตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนประเทศในเอเชียอย่างญี่ปุ่น มีระบบการขายบัตรแบบสุ่ม ที่เรียกว่าระบบลอตเตอรี่ (<a href="https://www.japanconcerttickets.com/5-basics/">Lottery System</a>) ซึ่งเป็นระบบการขายบัตรที่มีเอกลักษณ์มาก เนื่องจากสิทธิ์ซื้อบัตรไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเร็วในการกด แต่ขึ้นอยู่กับ ดวงแฟนคลับล้วนๆ จะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการสุ่ม หากเป็นผู้โชคดี จะได้รับสิทธิ์ในการชำระเงินเพื่อซื้อบัตรในราคาปกติ ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบัตร และลดปัญหาเซิร์ฟเวอร์ล่มจากการที่มีผู้ใช้งานเข้ามาแย่งกันซื้อบัตรในเวลาเดียวกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">บัตรยืน vs. บัตรนั่ง: ไปบัตรไหนคุ้มกว่ากัน ความใกล้ชิดที่มาพร้อมราคา</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจพบว่า คอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งในไทยมีการจำหน่ายบัตรหลายประเภท ทั้งบัตรยืนและบัตรนั่ง เมื่อพิจารณาเฉพาะของบัตรนั่งอย่างเดียว จะพบว่าบัตรนั่งมีช่วงราคาที่กว้างที่สุด ตั้งแต่ต่ำสุด คือราคา 900 &#8211; 1,800 โดยราคาเหล่านี้จะเป็นที่นั่งประเภทที่นั่งมุมอับ หรือชั้นบนสุดของสเตเดียม ซึ่งมักจะเป็นที่นั่งโซนไกลบนชั้นสูงสุดหรือโซนที่มีมุมมองจำกัดในสนามกีฬา ดังเช่นในคอนเสิร์ตของคอนเสิร์ตของ Tommy Emmanuel (900 บาท) หรือคอนเสิร์ต BLACKPINK และคอนเสิร์ต Ed Sheeran&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนบัตรที่นั่งที่ดีที่สุดติดเวทีซึ่งมีราคาสูงถึง 12,000 &#8211; 16,000 บาท ดังเช่นในคอนเสิร์ตของ Ed Sheeran (12,000 บาท) หรือแพ็กเกจ VVIP ของ ZHANGZHEHAN (16,000 บาท) และในกรณีพิเศษอย่างแพ็กเกจ Ultimate Spheres Experience ของคอนเสิร์ต Coldplay ราคาบัตรที่นั่งอาจพุ่งสูงไปถึง 28,300 บาท เพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์และของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ในส่วนของบัตรยืน หรือที่เรียกกันในหมู่แฟนคลับว่าบัตรหลุม ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงของแฟนเพลงที่อยากใกล้ชิดศิลปิน พบว่ามีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,625 บาท โดยมีราคาสูงที่สุดคือบัตรยืนโซนหน้าราคา 14,000 บาท ของคอนเสิร์ต Post Malone และราคาต่ำสุดที่เข้าถึงง่ายที่สุดอยู่ที่ 300 บาท ในคอนเสิร์ต The Noname Live in Overstay (2023) ซึ่งจัดในเวทีระดับคลับเฮาส์ กลยุทธ์การตั้งราคาบัตรยืนเองก็มีความหลากหลายเช่นกัน ในคอนเสิร์ตสเกลใหญ่อย่าง HARRY STYLES PRESENTS LOVE ON TOUR 2023 มีการแบ่งโซนยืนเป็นหลายระดับราคาตั้งแต่ 3,500 ถึง 8,500 บาท หรือในคอนเสิร์ตของ Mark Tuan ที่แบ่งเป็นโซน VVIP Standing และ VIP Standing นอกจากนี้ ศิลปิน K-Pop ยังนิยมนำบัตรยืนไปรวมกับสิทธิประโยชน์เพื่ออัปเกรดเป็นแพ็กเกจ VIP เช่นในคอนเสิร์ต SUGA | Agust D TOUR &#8216;D-DAY&#8217; ที่มี VIP Package สำหรับบัตรยืนโดยเฉพาะ ในขณะที่คอนเสิร์ตของศิลปินทางเลือกอย่าง CONAN GRAY ก็มีบัตรยืนเริ่มต้นที่ 1,500 บาท เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนเพลงในวงกว้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจัยสำคัญที่กำหนดโครงสร้างราคานี้คือสัญชาติและขนาดของศิลปิน โดยศิลปินตะวันตก อย่าง Coldplay Ed Sheeran และ Bruno Mars มักจะมีราคาบัตรเฉลี่ยสูงสุด เนื่องจากเป็นศิลปินระดับโลกที่จัดคอนเสิร์ตสเกลสเตเดียมซึ่งมีต้นทุนการผลิตมหาศาล รองลงมาคือศิลปินเกาหลี ที่แม้จะจัดในสเกลอารีน่าเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งและมีกำลังซื้อสูง ทำให้สามารถตั้งราคาบัตร VIP พร้อมสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในราคาสูงได้ ในขณะที่ศิลปินเอเชียอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่นและจีน มักจัดในฮอลล์ขนาดกลางถึงเล็ก ทำให้สามารถตั้งราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าเพื่อดึงดูดแฟนเพลงได้เป็นอย่างดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ: เกณฑ์การนับราคาบัตรยืน (บัตรหลุม) พิจารณาจากกราคาบัตรที่มีคำว่ายืน หรือ Standing กำกับไว้อย่างชัดเจน เช่น บัตรยืน 6,800, 5,500 (Standing), All Standing เป็นต้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">บัตรดอย: ดอยที่ไหนแพงที่สุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากบัตรนั่ง บัตรหลุมแล้ว หากเจาะลึกส่วนของบัตรดอย ซึ่งก็คือบัตรนั่งที่อยู่ไกลจากเวทีที่สุดและมีราคาถูกที่สุดในคอนเสิร์ตนั้นๆ ราคาของบัตรดอยก็แตกต่างกันไปตามสถานที่ พบว่าบัตรดอยที่แพงที่สุดไม่ได้มาจากคอนเสิร์ตในสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุด แต่พบในคอนเสิร์ต <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/ed-sheeran-uob-live-grand-opening.html">An evening with Ed Sheeran brought to you by AEG Presents and UOB</a> ของ Ed Sheeran ซึ่งจัดที่ UOB LIVE ราคาบัตรดอยอยู่ที่ 4,800 บาท ตามมาด้วยบัตรดอยราคา 4,500 บาทของคอนเสิร์ต <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/jj-lin-jj20-world-tour-bangkok.html">JJ LIN “JJ20” WORLD TOUR</a> ที่อิมแพ็ค อารีน่า และ 3,988 บาท ของคอนเสิร์ต <a href="https://www.thaiticketmajor.com/concert/jay-chou-carnival-world-tour-2023-bangkok.html">Jay Chou Carnival World Tour 2023</a> ที่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากดูตามสถานที่ บัตรดอยที่อิมแพ็ค อารีน่า ของคอนเสิร์ตใหญ่ๆ เช่น Westlife และ ONE REPUBLIC มีราคาเริ่มต้นที่ 1,500 บาท ส่วนคอนเสิร์ต K-Pop ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ 2,000 &#8211; 2,500 บาท ขณะที่บัตรดอยในสนามเปิดอย่างสนามราชมังคลากีฬาสถาน ของศิลปินระดับโลกอย่าง Ed Sheeran และ Coldplay มีราคาเริ่มต้นที่ 1,800 บาท ส่วนของ Harry Styles เริ่มต้นที่ 1,500 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">อาจกล่าวได้ว่าบัตรดอย หรือก็คือบัตรเริ่มต้นที่ถูกที่สุดของคอนเสิร์ต ก็ถือเป็นมาตรวัดของตลาดได้เหมือนกัน ซึ่งราคาเริ่มต้นนี้จะแตกต่างมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความนิยมของศิลปินและประเภทของสถานที่ในการจัดงานด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">*หมายเหตุ: การวิเคราะห์ราคาบัตรที่ถูกที่สุด (บัตรดอย) คัดเลือกเฉพาะคอนเสิร์ตที่มีการจำหน่ายบัตร หลายระดับราคา (Multi-tiered Pricing) เพื่อให้สามารถระบุบัตรที่มีราคาต่ำสุดได้อย่างชัดเจน และจะไม่นับรวมคอนเสิร์ตที่มีการจำหน่ายบัตรราคาเดียว (Flat Rate) หรือคอนเสิร์ตที่มีแต่บัตรยืน (All Standing) เท่านั้น เนื่องจากบัตรดอย โดยนิยามแล้วคือบัตรประเภทนั่ง และงานเทศกาลดนตรีที่มีการจำหน่ายบัตรแบบหลายวัน (Multi-day Pass) แต่ไม่มีการแบ่งโซนราคาที่ชัดเจนสำหรับบัตร 1 วัน จะไม่ถูกนำมาพิจารณาในส่วนนี้ด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-3-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6078" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-3-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-3-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-3-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-3.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">เจาะมูลค่าทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมคอนเสิร์ต: เม็ดเงินสะพัดกว่า 7,000 ล้านบาทจากยอดขายบัตร</h3>



<p class="wp-block-paragraph">อุตสาหกรรมคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งนับเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างแท้จริง โดยมีการประเมินว่า ในปี 2025 ธุรกิจอีเวนต์โดยรวมจะกลับมาเติบโตแซงยุคก่อนโควิด-19 โดยมีแรงหนุนหลักจากการจัดคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้ง โดยเฉพาะกระแสเค-ป๊อป ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเม็ดเงินในธุรกิจนี้กว่า <a href="https://www.brandbuffet.in.th/2025/04/index-creative-village-target-revenue-increase-12-percent-for-2025/">14,000</a> ล้านบาท ซึ่งเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ก็ระบุว่าหนึ่งในนโยบายของภาครัฐ คือการผลักดันประเทศไทยให้เป็น<a href="https://www.brandbuffet.in.th/2025/04/index-creative-village-target-revenue-increase-12-percent-for-2025/">เมืองเฟสติวัล</a> จัดกิจกรรมดึงนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับการสำรวจครั้งนี้อย่างยิ่ง หากลองประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจเบื้องต้นเฉพาะยอดขายบัตร ของคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้ง 526 งาน ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2023-2024 ก็จะพบว่าอุตสาหกรรมนี้สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาล โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมสูงถึง 14,512.02 ล้านบาท ปี 2023 (242 งาน) สร้างมูลค่าประมาณ 7,225 ล้านบาท และปี 2024 (284 งาน) สร้างมูลค่าประมาณ 7,287 ล้านบาทซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ เช่น การเดินทาง ที่พัก หรือการซื้อสินค้าของที่ระลึก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หมายเหตุ: เป็นการคำนวณมูลค่าโดยประมาณ เพื่อแสดงขนาดทางเศรษฐกิจเบื้องต้น โดยคำนวณจาก (ค่าเฉลี่ยบัตร x จำนวนที่นั่ง (ความจุ) x จำนวนวันที่จัดงาน) ของแต่ละงาน และยังไม่นับรวมการใช้จ่ายอื่นๆ เช่น การซื้อสินค้าที่ระลึก, ค่าเดินทาง, ค่าที่พัก และค่าอาหาร</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากลองคำนวณคอนเสิร์ตระดับสเตเดียม อย่างคอนเสิร์ต Ed Sheeran &#8216;+ &#8211; = ÷ x&#8217; Mathematics Tour Bangkok 2024 ซึ่งจัดที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน มีความจุประมาณ 50,000 ที่นั่ง โดยลองคำนวณจากราคาบัตรเฉลี่ย 5,475 บาท ก็อาจคิดเป็นมูลค่าราวๆ 272.23 ล้านบาท ต่อหนึ่งรอบการแสดง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือต่อมาลองคำนวณคอนเสิร์ตระดับอารีน่าบ้าง กับคอนเสิร์ต NCT DREAM TOUR &#8216;THE DREAM SHOW2: In A DREAM&#8217; in BANGKOK ซึ่งจัดในอิมแพ็ค อารีน่า มีความจุประมาณ 12,000 ที่นั่ง และคำนวณด้วยราคาบัตรเฉลี่ย 4,514 บาท หากบัตรขายเกลี้ยง ในคอนเสิร์ตดังกล่าวก็จะมีมูลค่าราวๆ 54.17 ล้านบาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือคอนเสิร์ตของ<a href="https://www.thairath.co.th/entertain/news/2825651">หวังเฮ่อตี้</a> อย่างงาน 2024-2025 Dylan Wang D.PARTY CONCERT IN BANGKOK ที่ขายบัตรราวๆ 12,000 ที่นั่งจนหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่วินาทีหลังเปิดขาย ราคาบัตรเฉลี่ยคือ 7,880 บาท ตัดคอนเสิร์ต 1 รอบ จะมีเงินหมุนเวียนราวๆ 94.56 ล้านบาท&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แฟนมีตติ้งของหลัวอวิ๋นซี กับงาน China-Thailand Friendship Culture Exchange “Special Live Show with Luo Yunxi” ซึ่งเปิดขายบัตรทั้งแพลตฟอร์มไทยและแพลตฟอร์มจีน สถานที่จัดคืออิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 ความจุประมาณ 4,400 ที่นั่ง ราคาบัตรเฉลี่ยคือ 5,600 บาท หากคำนวณมูลค่าทางเศรษฐกิจ จากราคาบัตรที่เปิดขายก็จะพบว่ามีมูลค่าราวๆ 24.64 ล้านบาท และถึงแม้งานแฟนมีตติ้งของหลัวอวิ๋นซีจัดในฮอลล์ที่มีขนาดเล็กกว่า แต่ด้วยการตั้งราคาบัตรเฉลี่ยที่ค่อนข้างสูง ก็ยังสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เกือบ 25 ล้านบาท สะท้อนว่ารูปแบบงานแฟนมีตติ้งก็สามารถทำรายได้สูงไม่แพ้คอนเสิร์ตขนาดกลาง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลที่เกิดจากยอดขายบัตรเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้วมูลค่าทางเศรษฐกิจอาจจะสูงกว่านั้นมากโดยการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ขนาดใหญ่ถือเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมไมซ์ (<a href="https://www.timeconsulting.co.th/micedrivingthailandseconomy">MICE</a>: Meetings, Incentives, Conventions, and Exhibitions) ซึ่งรวมถึงเมกะอีเวนต์และคอนเสิร์ต โดยอุตสาหกรรมนี้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และถูกบรรจุไว้ใน<a href="https://www.timeconsulting.co.th/micedrivingthailandseconomy">แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13</a> เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจาก <a href="https://www.businesseventsthailand.com/th/press-media/news-press-release/detail/1631-5-3-68">สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ</a> (TCEB) ชี้ว่าอุตสาหกรรมไมซ์เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยในปี 2024 ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมนี้ดึงดูดนักเดินทางทั้งในและต่างประเทศ 25,350,288 คน สร้างรายได้ 148,341 ล้านบาท นั่นหมายความว่า ไม่เพียงแค่มูลค่าบัตรคอนเสิร์ตเท่านั้น แต่เม็ดเงินเหล่านี้ยังจะกระจายไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น สายการบิน โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร การคมนาคมขนส่ง แหล่งช้อปปิ้ง และการจ้างงานในท้องถิ่นด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งวิธีการคำนวณมูลค่าทางเศรษฐกิจขององค์กรที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ มาจากการรวบรวมและประเมินตัวเลขสำคัญหลายมิติ ได้แก่ GDP ที่เพิ่มขึ้น (มูลค่าเพิ่ม), รายจ่ายรวมของกิจกรรม (Spending), การสร้างงาน (Job Creation), และ รายได้/ภาษีที่เกี่ยวข้อง โดยองค์กรที่เกี่ยวข้อง ในไทยก็จะมีสํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. (TCEB) เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาและส่งเสริมการตลาดไมซ์ของไทย และเป็นผู้รวบรวมสถิติอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยไว้</p>



<p class="wp-block-paragraph">และหากเราลองคำนวณเล่นๆ ยกตัวอย่าง หากคำนวณค่าใช้จ่าย #ติ่งอิมแพ็ค 1 วัน กำเงินเท่าไหร่ถึงจะพอ? หากลองคำนวณค่าใช้จ่ายของแฟนคลับหนึ่งคนสำหรับการไปชมคอนเสิร์ตที่อิมแพ็ค อารีน่าตลอดทั้งวัน โดยมีจุดเริ่มต้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพื่อไปชมคอนเสิร์ตของวง IVE จะพบว่าค่าใช้จ่ายหลักเริ่มต้นที่ราคาบัตรเฉลี่ยประมาณ 5,257 บาท เมื่อรวมกับค่าเดินทางจากจุดตั้งต้นที่ขาไป มักเลือกใช้บริการรถตู้ซึ่งสะดวกและรวดเร็วจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 40 บาท จากนั้นบวกกับค่าอาหารและเครื่องดื่มระหว่างรอเข้าชมคอนเสิร์ต ประมาณการว่าอาจอยู่ที่ประมาณ 250 บาท&nbsp; และสุดท้ายคือค่าเดินทางขากลับ ซึ่งหลังคอนเสิร์ตเลิกดึก การใช้บริการแท็กซี่เป็นทางเลือกที่สะดวกที่สุด อาจมีค่าใช้จ่ายราว 350 บาท ทำให้ค่าเดินทางรวมตลอดวันอยู่ที่ประมาณ 390 บาท รวมทั้งวันจะอยู่ที่ 640 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งแต่ค่าบัตรคอนเสิร์ต ค่าเดินทาง และค่าอาหาร จะพบว่าแฟนคลับหนึ่งคนต้องใช้งบประมาณราวๆ 5,897 บาท หรือควรเตรียมเงินไว้อย่างน้อย 6,000 บาท สำหรับหนึ่งวัน และหากประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจของคอนเสิร์ต IVE หนึ่งรอบการแสดงที่อิมแพ็ค อารีน่า ซึ่งมีผู้ชมเต็มความจุ 12,000 ที่นั่ง จะพบว่าสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนโดยตรงได้อย่างมหาศาล โดยเริ่มต้นจากยอดขายบัตรคอนเสิร์ต ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 63 ล้านบาท (คำนวณจากราคาบัตรเฉลี่ย 5,257 บาท)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และหากสมมติให้ผู้ชมทั้ง 12,000 ที่นั่ง มีพฤติกรรมการใช้จ่ายตามที่คำนวณไว้เบื้องต้น ทั้งจากค่าบัตรเฉลี่ย ค่าเดินทาง ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ประเมินไว้อีกราว 640 บาทต่อคน จะเกิดเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนในส่วนนี้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 7.7 ล้านบาท ทำให้มูลค่าเงินหมุนเวียนโดยตรงที่เกิดขึ้นจากคอนเสิร์ตเพียงรอบเดียวมีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 70.7 ล้านบาท ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวก็ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายสำหรับสินค้าที่ระลึกหน้าคอนเสิร์ต เช่น แท่งไฟ ของที่ระลึก พวงกุญแจ เหรือเสื้อ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งค่าใช้จ่ายสำคัญที่อาจเพิ่มขึ้นได้อีกหลายพันบาทเลยทีเดียว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-15-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6095" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-15-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-15-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-15-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-15.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ผู้จัดเจ้าไหนครองตลาดมากที่สุด: Live Nation Tero ยืนหนึ่ง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อดูข้อมูลของผู้จัดคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งในไทย จากการสำรวจ 526 งาน และหากแยกเป็นรายปี จะพบว่า ปี 2023 และปี 2024 ซึ่งมี 242 งาน และ 284 งาน ตามลำดับ พบผู้จัดจำนวน 211 ราย ซึ่งมีตั้งแต่บริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ ผู้จัดอิสระ ไปจนถึงบริษัทจากธุรกิจอื่นที่เข้ามาร่วมจัดงาน สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดคอนเสิร์ตในประเทศไทยเปิดกว้างและมีผู้เล่นหลายราย แต่ทั้งนี้ก็จะพบว่าผู้เล่นรายใหญ่ที่โดดเด่นที่สุดในตลาดตอนนี้ คือ Live Nation Tero ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดถึง 71 งาน คิดเป็น 13.50% โดยในปี 2023 จัดไป 42 งาน และปี 2024 อีก 29 งาน&nbsp; ในฐานะบริษัทร่วมทุนระหว่างผู้จัดอันดับหนึ่งของโลกและบริษัทบันเทิงชั้นนำของไทยที่ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนาน ทำให้มีศักยภาพสูงสุดในการนำเข้าศิลปินระดับโลกทุกสัญชาติ ตั้งแต่สเกลสเตเดียมอย่าง Coldplay, Ed Sheeran ไปจนถึงศิลปิน K-Pop แถวหน้าอย่าง Stray Kids และ TWICE</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตามมาด้วย THE VERY COMPANY 19 งาน แบ่งเป็นปี 2023 จัดไป 13 งาน และปี 2024 อีก 6 งาน โดยเน้นศิลปินอินดี้ตะวันตก เช่น ARCTIC MONKEYS, BRING ME THE HORIZON และ YUNGBLUD รวมถึงศิลปิน K-Indie ที่ได้รับความนิยมอย่าง WAVE TO EARTH (ซึ่งจัดทั้งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่) และยังจัดเทศกาลดนตรีของตัวเองอย่าง VERY FESTIVAL ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองลงมาคือ SM True บริษัทเอเจนซี่สัญชาติไทยที่ก่อตั้งผ่านการร่วมทุนระหว่างเอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์ และทรู ที่เน้นจัดการคอนเสิร์ตศิลปินจากค่าย SM Entertainment โดยเฉพาะ ที่จัดคอนเสิร์ตไป 17 งาน (ปี 2023 มี 7 งาน ปี 2024 มี 10 งาน) และ Loudly Prefer ซึ่งโดดเด่นในสายดนตรีร็อก เมทัล และฮาร์ดคอร์ โดยเน้นจัดในสเกลไลฟ์เฮาส์ ที่จัดไป 17 งานเช่นกัน (ปี 2023 มี 11 งาน, ปี 2024 มี 6 งาน)&nbsp; ตัวอย่างเช่น Mr. FOX Live House นำเข้าศิลปิน เช่น NECK DEEP, Mayhem, Coldrain และจัดเทศกาลเฉพาะทางอย่าง BANGKOK&#8217;S POST และ Brotherhood Brutality</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีผู้จัดที่มีบทบาทสำคัญในตลาดเฉพาะทาง ได้แก่ Blueprint Livehouse ซึ่งเป็นกลุ่มไลฟ์เฮาส์ที่ผันตัวเป็นผู้จัดเอง ที่จัดไป 15 งาน (ปี 2023 มี 5 งาน, ปี 2024 มี 10 งาน) Defiance Entertainment ที่เน้นจัดงานสายร็อก รวมถึงเมทัล โดยมีทั้งสิ้น 13 งาน (ปี 2023 มี 8 งาน ปี 2024 มี 5 งาน)&nbsp; และ Seen Scene Space ที่เน้นจัดงานสายอินดี้และดนตรีทางเลือก มีทั้งสิ้น 13 งาน (ปี 2023 มี 6 งาน ปี 2024 มี 7 งาน)</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มผู้จัดรายใหญ่อย่าง AVALON LIVE จัดงานไปทั้งสิ้น 12 งาน คิดเป็น 2.28% (ปี 2023 มี 6 งาน, ปี 2024 มี 6 งาน) ผู้จัดรายนี้เองที่เป็นผู้นำสาย<a href="https://themomentum.co/thechair-avalon-live/#:~:text=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%8A%E0%B8%A1,%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2">ศิลปินญี่ปุ่น</a> ทั้ง J-Rock และ J-Pop เช่น ONE OK ROCK, RADWIMPS, Fujii Kaze และล่าสุดได้ขยายตลาดสู่ K-Pop ผ่านบริษัทลูกในเครืออย่าง <a href="https://kiraent.com/th/about.html">Kira Entertainment</a> ด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และกรุงเทพ เอ็กซิบิชั่น (BEX) จำนวน 12 งาน คิดเป็น 2.28% (ปี 2023 มี 6 งาน ปี 2024 มี 6 งาน) โดย BEX เป็นบริษัทอีเวนต์ออกาไนเซอร์ในเครือ Workpoint Group ซึ่งเป็นผู้จัดรายสำคัญในสาย K-Pop ที่จัดงานหลากหลายรูปแบบ เช่น คอนเสิร์ตของ ENHYPEN และ IVE&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตามมาด้วย Have You Heard? บริษัทที่เน้นจัดงานสายอินดี้ รวมถึงดนตรีทางเลือก จำนวน 11 งาน BEAM ซึ่งเน้นจัดงานในกลุ่มไลฟ์เฮาส์จำนวน 10 งาน Witchhunter Production Thailand 9 งาน และ Slamman Booking Asia 8 งาน ที่เน้นจัดงานสายร็อกและเมทัล เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน ยังพบการขยายตัวของผู้จัดรายใหญ่ในอุตสาหกรรมบันเทิง เช่น <a href="https://mgronline.com/entertainment/detail/9650000093014">Idea Fact</a> (ไอเดีย แฟค) 2 งาน ทีมผู้จัดภายใต้หน่วยงาน GMM SHOW ในเครือ GMM GRAMMY เข้ามามีบทบาทในการจัดแฟนมีตติ้งและคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลี เช่น งานของพัคจินยอง และอกแทคยอน หรือ<a href="https://mgronline.com/business/detail/9640000100903">บริษัท โฟร์ท แอปเปิ้ล</a> ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ RS ได้ร่วมกับ BE HEAR NOW KPOP จัดคอนเสิร์ตของ MOONBIN&amp;SANHA (ASTRO) ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">และตลาดนี้ยังมีความน่าสนใจจากการเกิดขึ้นของผู้จัดรายย่อย ผู้จัดหน้าใหม่ หรือบริษัทที่ขยายธุรกิจมาจากแขนงอื่น เช่น Viu (แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง), บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้จัดงานมอเตอร์โชว์ หรือแม้กระทั่งกลุ่มบริษัททิพยประกันภัยที่ร่วมจัดคอนเสิร์ต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมคอนเสิร์ตมีพลวัตและเปิดกว้างสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่อยู่เสมอ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-9-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6089" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-9-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-9-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-9-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-9.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">สมรภูมิรบของแฟนคลับกับสถานที่จัดคอนเสิร์ต: นิยมจัดงานที่ไหน?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สถานที่จัดงาน คือปัจจัยสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันในการจัดคอนเสิร์ตหรือแฟนมีตติ้ง จากข้อมูลรวมตลอดปี 2023-2024 ซึ่งมีการจัดงานในไทยรวม 526 งาน (แบ่งเป็นปี 2023 จำนวน 242 งาน และปี 2024 จำนวน 284 งาน) หากเราลองจำแนกสถานที่ตามลักษณะการใช้งาน จะพบว่าสถานที่ประเภทต่างๆ ถูกใช้งานดังนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading">โลเคชั่นฮิตอันดับ 1 ฮอลล์ในห้าง เดินทางง่าย</h4>



<p class="wp-block-paragraph">สถานที่จัดงานในศูนย์การค้า หรือห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีจำนวน 138 งาน คิดเป็น 26.24% ได้รับความนิยมสูงเนื่องจากความสะดวกในการเดินทาง กลุ่มนี้ประกอบไปด้วยฮอลล์อเนกประสงค์หลากหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า สถานที่ที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุดในกลุ่มนี้คือ Union Hall (26 งาน), UOB LIVE (18 งาน) และ KBank Siam Pic-Ganesha Theatre (14 งาน) ตามมาด้วยสถานที่ยอดนิยมอื่นๆ เช่น แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ (9 งาน), Royal Paragon Hall (8 งาน), Bcc Hall Central Plaza Ladprao (6 งาน), MCC Hall The Mall Lifestore Bangkapi (6 งาน), SHOW DC, Ultra Arena Hall (6 งาน), เซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์ (6 งาน) และ สามย่าน มิตรทาวน์ ฮอลล์ (6 งาน) ตัวอย่างงานในกลุ่มนี้ เช่น Fujii Kaze and the piano Asia Tour (2023) ที่ KBank Siam Pic-Ganesha งาน 2024 KYUHYUN ASIA TOUR (2024) ที่ MCC Hall The Mall Lifestore Bangkapi ซึ่งจัดในกรุงเทพมหานคร&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">ไลฟ์เฮาส์ขนาดเล็ก ก็นิยมไม่แพ้กัน</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ฮอลล์ยอดนิยมรองจากฮอลล์ในห้าง พบว่าโดยมากเป็นสถานบันเทิง ไนท์คลับและไลฟ์เฮาส์ มีจำนวน 104 งาน คิดเป็น 19.77% ฮอลล์ในกลุ่มนี้เป็นสถานที่ขนาดเล็กถึงกลาง เน้นการแสดงดนตรีสด สถานที่ที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุดในกลุ่มนี้คือ Mr. FOX Live House (35 งาน), Blueprint Livehouse (21 งาน) และ Decommune (15 งาน) ตามมาด้วย BEAMCUBE (8 งาน), Brownstone (6 งาน), BEAM (4 งาน), SIWILAI RADICAL CLUB (3 งาน), The Rock Pub (3 งาน), BLAQLYTE ROVER (2 งาน) เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ฮอลล์ที่ถูกใช้งานมากที่สุดอย่าง Mr. FOX Live House มีความจุประมาณ 500 คน กทม. เป็นฮอลล์ที่งานส่วนมากจะเน้นเพลงเฮฟวีเมทัล ฮาร์ดคอร์ และพังก์ระดับนานาชาติ&nbsp; เช่น Arch Enemy (2024), HAKEN (2024), FEAR FACTORY (2024), 40 Anniversary Vader Live (2023), Rotting Christ (2024) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีความหลากหลายอย่างงานแฟนมีตติ้ง Hatano Yui &amp; Otsuki Hibiki (2024) ซึ่งด้วยความจุและขนาดฮอลล์ที่ไม่ใหญ่มาก ทำให้ตั้งราคาบัตรไว้ 1,000 &#8211; 20,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ Blueprint Livehouse ฮอลล์ที่ถูกใช้งานรองลงมา มีความจุโดยประมาณใกล้เคียงกัน คือความจุ 120-300 คน กทม. โดยมากจะเน้นจัดงานสำหรับวงดนตรีอินดี้และพังก์จากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากเอเชีย เช่น SCHOOLGIRL BYEBYE จากจีน, Reality Club (2023) และ TEENAGE WRIST (2024) รวมถึงงานรวมวงดนตรีญี่ปุ่นอย่าง FEVER TOURS 2024 โดยบัตรเข้าชมมักมีราคาเข้าถึงง่าย เช่น Anorak จากญี่ปุ่น (2024) โดยมีราคา 500 บาทเป็นราคาเริ่มต้น</p>



<h4 class="wp-block-heading">สถานที่จัดงานขนาดใหญ่ อย่างสเตเดียมและอารีน่า&nbsp;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">แน่นอนว่าสถานที่ยอดฮิตอันดับที่ 3 ยังคงเป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตยอดนิยมอย่างกลุ่ม สนามกีฬาขนาดใหญ่และอารีน่า จำนวน 87 งาน คิดเป็น 16.54% ซึ่งเป็นตัวเลือกหลักสำหรับคอนเสิร์ตระดับโลก สถานที่ในกลุ่มนี้ได้แก่ Thunder Dome (37 งาน) และ Impact Arena (36 งาน) ตามมาด้วยสนามกีฬาขนาดใหญ่อื่นๆ ได้แก่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน (8 งาน) สนามกีฬาแห่งชาติ (สนามศุภชลาศัย) (2 งาน) Thunder Dome Stadium (2 งาน) Indoor Stadium Huamark (1 งาน)&nbsp; และ Thammasat Stadium (1 งาน)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างงานที่จัดในกลุ่มนี้ เช่น ที่ Thunder Dome มีความจุ 3,500 คน เคยจัดงาน 2023 (G)I-DLE WORLD TOUR โดยบัตรราคาตั้งไว้ที่ 2,900 &#8211; 6,900 บาท และงาน 2024 RIIZE FAN-CON &#8216;RIIZING DAY&#8221; บัตรราคา 2,500 &#8211; 5,800 บาท เป็นต้น ส่วนที่ Impact Arena ซึ่งเป็นฮอลล์ที่โดดเด่น มีความจุ 12,000 คน โดยมากล้วนจัดงานของศิลปินที่มีแฟนคลับจำนวนมาก อาทิงาน TAEYEON CONCERT &#8211; The ODD Of LOVE (2023) งาน Olivia Rodrigo &#8211; GUTS world tour (2024) และที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือสนามราชมังคลากีฬาสถาน ที่มีความจุ 49,722 คน เคยจัดงาน BLACKPINK WORLD TOUR ENCORE&nbsp; (2023) เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้สถานที่อื่นๆ รองลงมา ยังพบฮอลล์ กลุ่มโรงมหรสพ โรงละคร และหอประชุมหลัก อย่าง Lido Connect Hall&nbsp; หรือฮอลล์ประเภท ศูนย์แสดงสินค้าและศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ ที่ถูกใช้งานบ่อยๆ คือ Bitec Bangna Hall เป็นต้น&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">สถานที่จัดงานในร่ม ครองตลาดคอนเสิร์ตขาดลอย</h4>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อจำแนกอีกว่า ฮอลล์คอนเสิร์ตที่เคยจัดมานั้น เป็นสถานที่ในร่มหรือกลางแจ้งมากกว่ากัน จะเห็นภาพที่ชัดเจนว่าผู้จัดส่วนใหญ่ในไทยนิยมเลือกฮอลล์คอนเสิร์ตประเภทในร่ม (Indoor) มากกว่า จากข้อมูลทั้งหมด 526 งาน พบว่ามีการจัดงานในร่มสูงถึง 476 งาน คิดเป็น 90.49% เทียบกับงานกลางแจ้ง (Outdoor) ที่มีเพียง 50 งาน หรือ 9.51% เท่านั้น คิดเป็นอัตราส่วนสูงถึงประมาณ 10 ต่อ 1</p>



<p class="wp-block-paragraph">และหากจำแนกเฉพาะปี จะพบว่าปี 2023 จัดในร่ม 220 งาน กลางแจ้ง 22 งาน ส่วนปี 2024 จัดในร่ม 256 งาน และกลางแจ้ง 28 งาน ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำว่าผู้จัดในประเทศไทยให้ความสำคัญกับการควบคุมสภาพแวดล้อมในการจัดแสดงเป็นอย่างยิ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่แปรปรวนของไทย ทั้งฝนตกและความร้อนจัด ทำให้สถานที่ในร่มเป็นตัวเลือกหลักที่ปลอดภัยและแน่นอนที่สุด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">กล่าวโดยสรุป จะเห็นว่าสถานที่จัดงานกว่า 476 งานเป็นสถานที่ในร่ม (Indoor) โดยกระจุกตัวอยู่ใน 3 กลุ่มหลัก คือ สนามกีฬาในร่ม/อารีน่า, สถานที่จัดงานในศูนย์การค้า และศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านความจุ การเดินทาง และการควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีที่สุด ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกิจกรรมหลักด้านความบันเทิงระดับโลก คอนเสิร์ตขนาดใหญ่ และการแข่งขันกีฬาในร่ม สถานที่เหล่านี้จึงเป็นตัวเลือกแรกๆ ไม่ว่าจะเป็น Impact Arena ซึ่งเป็นสนามกีฬาในร่มและอาคารหลักของอิมแพ็ค เมืองทองธานี และเป็นโถงคอนเสิร์ตที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีความจุ 12,000 ที่นั่ง ฮอลล์ UOB LIVE ตั้งอยู่ที่ชั้น 6 ของ EMSPHERE สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้ถึง <a href="https://www.brandage.com/article/37080">6,000 ที่นั่ง</a> หรือ Thunder Dome ซึ่งเป็นสนามกีฬาในร่ม (Indoor Stadium) และเป็นโถงคอนเสิร์ตที่ใช้จัดกิจกรรมต่างๆ มีความจุราวๆ 3,500-4,000 คนจึงเป็นตัวเลือกแรกๆ สำหรับศิลปิน K-Pop และศิลปินตะวันตกชื่อดัง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางตรงกันข้าม สถานที่สำหรับจัดงานกลางแจ้ง (Outdoor) ซึ่งมีจำนวน 50 งาน กระจายไปทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด โดยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะพบในสนามกีฬาขนาดใหญ่เป็นหลัก เพื่อรองรับคอนเสิร์ตที่ต้องการความจุผู้ชมจำนวนมาก เช่น สนามราชมังคลากีฬาสถาน สนามกีฬาแห่งชาติ (สนามศุภชลาศัย) นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ไลฟ์สไตล์และสวนสาธารณะในเมือง เช่น CHULALONGKORN UNIVERSITY: CENTENARY PARK ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือสถานที่อย่าง Lakeside Muangthong Thani ที่นนทบุรี เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน สถานที่จัดงานกลางแจ้งในต่างจังหวัด มักจะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เน้นบรรยากาศ กระจายตัวไปในหลายจังหวัด อย่างชลบุรี จะเน้นจัดงานที่พัทยา เป็นที่นิยมสูงสำหรับเทศกาลดนตรีริมชายหาดและรีสอร์ต อย่าง Siam Country Club, LEGEND SIAM&nbsp; เป็นต้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-10-819x1024.png" alt="" class="wp-image-6090" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-10-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-10-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-10-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-10.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">กรุงเทพฯ เป็นเมืองคอนเสิร์ต: จริงหรือเค้ก</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หลายคนอาจสงสัยว่ากรุงเทพฯ คือศูนย์กลางคอนเสิร์ตของไทยจริงไหม หรือแท้จริงแล้วอาจเป็นนนทบุรี? ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Impact Areana) จากการสำรวจพบว่ามีสถานที่สำหรับจัดคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งนนทบุรี&nbsp; ปทุมธานี รวมกัน 72 แห่ง โดยแบ่งเป็นใน กรุงเทพฯ 60 แห่ง นนทบุรี 9 แห่ง และปทุมธานี 3 แห่ง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">งานคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในปี 2023 มีการจัดงานในกรุงเทพฯ 155 งาน ขณะที่จังหวัดนนทบุรีมี 71 งาน และในปี 2024 กรุงเทพฯ ยิ่งจัดงานหนาแน่นกว่าเดิมที่ 210 งาน ขณะที่นนทบุรีมี 46 งาน เมื่อรวมทั้งสองจังหวัด (กรุงเทพฯ 365 งาน และ นนทบุรี 117 งาน) จะคิดเป็น 91.63% ของพื้นที่จัดงานทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ทั้งนี้ก็ยังขยายครอบคลุมไปถึงพื้นที่ปริมณฑล และต่างจังหวัดด้วย สำหรับงานที่จัดนอกพื้นที่ศูนย์กลางนี้ (คิดเป็น 8.37%) มักเป็นงานที่ต้องการสถานที่ขนาดใหญ่เป็นพิเศษ โดยเฉพาะงานประเภทเทศกาลดนตรี (Music Festival) ที่ต้องการพื้นที่กว้าง โล่ง และบรรยากาศแบบเปิด (Outdoor) ซึ่งหาได้ยากในเขตเมืองที่หนาแน่น โดยมักจะจัดที่นครราชสีมา อย่างเขาใหญ่ พบจำนวน 4 งาน เช่น <a href="https://www.ticketmelon.com/beatforest/beatforest/">BEATFOREST 2024</a> ซึ่งจัดขึ้นที่ Bonanza Khaoyai โดยเป็นเทศกาลที่เน้นการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ศิลปะ และดนตรี งาน <a href="https://www.ticketmelon.com/mysticvalley/mysticvalley2024/">Mystic Valley 2024 “The Enchanted Forest”</a> ที่ Mountain Creek Golf Resort เขาใหญ่ งาน <a href="https://www.ticketmelon.com/pazan-group/lonelipop-music-festival/">Lonelipop Music Festival </a>(2023) ที่ลานกิจกรรมเขาใหญ่มาราธอน และ <a href="https://www.ticketmelon.com/mahaheretonight/postgazer-x2023/">Postgazer 6</a> (2023) ที่ Mirasierra Khaoyai เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในเทรนด์นี้ยังพบในจังหวัดอื่นๆ ที่มีพื้นที่ธรรมชาติหรือรีสอร์ตขนาดใหญ่ เช่น พัทยา ชลบุรี (10 งาน) ที่เป็นหมุดหมายของเทศกาลอย่าง Wonderfruit หรือ Rolling Loud Thailand พบที่เชียงใหม่ (11 งาน) ที่จัดงานอย่าง Sai Mok Waterfall พบที่เพชรบูรณ์ (1 งาน) ที่เขาค้อ&nbsp; หรือนครนายก (1 งาน) ที่ Rabiangprai Valley Resort รวมถึงปทุมธานี (5 งาน), ขอนแก่น (4 งาน) และ ภูเก็ต (4 งาน) ด้วยเช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">สถานที่จัดคอนเสิร์ตในไทย ปัญหาคือ ฮอลล์ไม่มี หรือฮอลล์ที่มี มันไม่ใช่?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สถานที่สำหรับจัดคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้ง มีตั้งแต่ฮอลล์ขนาดเล็ก อย่าง Lido Connect, KBank Siam Pic-Ganesha, MGI HALL ความจุที่นั่งโดยประมาณ 2,000 ที่นั่ง ฮอลล์ขนาดกลางอย่าง Union Hall, UOB LIVE, Thunder Dome, Royal Paragon Hall, Bitec Bangna Hall ที่มีความจุโดยประมาณ 2,000 &#8211; 7,000 ที่นั่ง ไปจนถึงฮอลล์ขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่าระดับอารีน่า (Arena) ที่มีความจุที่นั่งประมาณ 7,000 &#8211; 15,000 ที่นั่ง อย่าง Impact Arena (ความจุ 12,000 ที่นั่ง) และ QSNCC Hall (ความจุ 7,776 ที่นั่ง) และขนาดใหญ่ระดับสเตเดียมที่มีความจุ 20,000 ที่นั่ง อย่างราชมังคลากีฬาสถาน (ความจุ 49,722 ที่นั่ง) สนามกีฬาแห่งชาติ (ความจุ 35,000 ทีนั่ง) สนามกีฬาธรรมศาสตร์ (ความจุ 25,000 ที่นั่ง)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากลองคำนวณเล่นๆ ว่าถ้าจัดคอนเสิร์ตพร้อมกันในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเต็มทุกแห่งในหนึ่งวัน จำนวนสถานที่ที่จัดงานทั้ง 72 แห่ง จะสามารถรองรับผู้ชมได้สูงถึง 287,777 คน (กรุงเทพฯ 199,627 คน&nbsp; นนทบุรี 57,500 คน, ปทุมธานี 30,650 คน) ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่า ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีสถานที่หลากหลายขนาดเพื่อรองรับศิลปินได้ทุกระดับ ตั้งแต่ฮอลล์ขนาดเล็ก ขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ไว้รองรับศิลปินเบอร์ต้นๆ ของโลก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่อย่างไรก็ตาม พบว่า ในเมืองไทยมีสถานที่จัดงานในร่มขนาดใหญ่ที่จุคนได้ในระดับ 10,000 &#8211; 15,000 ที่นั่งอยู่น้อยมาก มีแค่&nbsp; Impact Arena เท่านั้นที่สามารถรองรับจำนวนคนหลักหมื่นได้ ทำให้เกิดการแข่งขันสูงมากในการจองคิว ศิลปินหลายรายต้องลดสเกลงานไปในฮอลล์ขนาดกลางแทน หรือบางครั้งก็ข้ามไปจัดในฮอลล์แบบ Exhibition ซึ่งไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นฮอลล์คอนเสิร์ตตั้งแต่แรก ดังจะเห็นได้จาก<a href="https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1193371">พอลล์ กาญจนพาสน์ </a>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ กล่าวว่า ยอดจองการจัดคอนเสิร์ตใน อิมแพ็ค อารีน่า (Impact Arena) เต็มทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ มียอดจองยาวไปถึง 6-9 เดือนข้างหน้า ยาวถึงสิ้นปี 2569 แล้วด้วย งานเยอะจนล้น ต้องไปจัดในฮอลล์ (Hall) หรือเวนู (Venue) อื่นๆ ในอิมแพ็ค เมืองทองธานีแทน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนรู้สึกว่าฮอลล์ไม่พอ แม้จะมีฮอลล์ไว้รองรับมากมาย หลากหลายขนาด แต่ฮอลล์ขนาดใหญ่ที่เป็นที่ต้องการของตลาด ยังถือว่ามีน้อยมาก&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-7.png" alt="" class="wp-image-6082" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-7.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-7-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-7-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-7-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-7-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/11/image-7-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">อยากเป็นเมืองแห่งคอนเสิร์ต แต่ Pain Point มากมาย</h3>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่ากรุงเทพฯ จะเป็นศูนย์กลางการจัดคอนเสิร์ตที่สำคัญ แต่เบื้องหลังความสำเร็จยังคงมี Pain Point หรือปัญหาและความท้าทายมากมายที่แฟนคลับต้องเผชิญ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องได้รับการแก้ไข หากต้องการผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งคอนเสิร์ตระดับโลกอย่างแท้จริง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนไปดูปัญหา มาลองสำรวจประเทศรอบข้างอย่างสิงคโปร์ที่ประกาศว่าตนจะเป็นฮับแห่งคอนเสิร์ต ซึ่งเห็นได้จากกรณีคอนเสิร์ต <a href="https://thaibizsingapore.com/news/main/directions/singapore-concert-hub-boosting-economy/">The Eras Tour</a> ของ Taylor Swift ที่สิงคโปร์เป็นจุดหมายเดียวในภูมิภาค เหตุผลหลักๆ ที่สิงคโปร์ทำได้เพราะการท่องเที่ยวแห่งสิงคโปร์ (STB) มีบทบาทอย่างมากในการสร้างความร่วมมือ และมีข้อเสนอที่ดึงดูดให้กับผู้เล่นในอุตสาหกรรมคอนเสิร์ต</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ Ross. Knudson หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง <a href="https://www.lamcproductions.com/history/">LAMC Productions</a> ซึ่งเป็นบริษัทจัดคอนเสิร์ตระดับโลก เคยจัดแสดงคอนเสิร์ตที่ประสบความสำเร็จมาแล้วหลายร้อยรายการ ไม่ว่าจะเป็น&nbsp; Crosby, Stills &amp; Nash, Lady Gaga, One Ok Rock, Fifth Harmony เคยให้สัมภาษณ์กับ <a href="https://www.straitstimes.com/singapore/geography-convenience-and-political-stability-why-music-stars-like-taylor-swift-come-to-singapore">The Straits Times</a> เกี่ยวกับสาเหตุที่ศิลปินนานาชาติเลือกสิงคโปร์เป็นจุดหมายในการแสดง โดยเน้นไปที่ปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ การขนส่ง และความน่าเชื่อถือของตลาด โดยเล่าว่า ที่สิงคโปร์ไม่มีกฎที่เข้มงวดและตายตัวเกี่ยวกับการขนส่งสินค้า หมายความว่าการขนส่งอุปกรณ์จำนวนมากที่มาพร้อมกับการแสดงดนตรีนั้นทำได้ง่ายขึ้น ประกอบกับความมั่นคงทางการเมืองและเสถียรภาพในด้านอื่น ไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนดด้านวีซ่าที่มีประสิทธิภาพและไม่ซับซ้อน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยกตัวอย่างเช่น งานของ<a href="https://mgronline.com/entertainment/detail/9610000007513">จางเซียะโหย่ว</a> (Jacky Cheung) นักร้องหนึ่งในตำนาน 4 หนุ่มจตุรเทพของวงการเพลงป๊อบในเอเชียตะวันออก ที่เมื่อมีงานหนึ่ง จะมาพร้อมกับคณะผู้ติดตาม ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรี บุคลากรฝ่ายบริหาร และทีมเทคนิค รวมเกือบ 200 คน แต่การจัดการต่างๆ ล้วนไม่มีปัญหา ทำให้ทั้งนักท่องเที่ยว ศิลปิน และผู้จัดงานสามารถจัดแสดงในสิงคโปร์ได้ง่าย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ผู้ร่วมก่อตั้ง <a href="https://www.straitstimes.com/singapore/geography-convenience-and-political-stability-why-music-stars-like-taylor-swift-come-to-singapore">LAMC Productions</a> ระบุว่า เคยต้องยกเลิกการแสดงบ่อยครั้งในตลาดรอบข้างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยเหตุผลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ทางการเมือง อย่างกรณีของคอนเสิร์ตของ Taylor Swift ในประเทศไทย ที่มีกำหนดจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน ปี 2014 แต่การแสดงถูกยกเลิกหลังมีรัฐประการเกิดขึ้นในวันที่ 22 พฤษภาคม ปี 2014 (2557) หรือเหตุการณ์ในเดือนกรกฎาคม ปี 2023 ที่ทางการมาเลเซียสั่ง<a href="https://www.bbc.com/news/world-asia-66275913">ยกเลิกเทศกาลดนตรี Good Vibes</a> ของวง The 1975 เนื่องจาก Matty Healy นักร้องนำของวง วิพากษ์วิจารณ์กฎหมายต่อต้าน LGBTQ&nbsp; ในประเทศมาเลเซีย และยังจูบกับ Ross MacDonald มือเบสของวง ขณะเล่นเพลง I Like America &amp; America Likes Me ด้วย ในทางตรงกันข้าม การแสดงในสิงคโปร์มักจะดำเนินต่อไปได้ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์ใดขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความน่ามั่นใจแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของการจัดงาน&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading">รถติด ต่อรถ เดินไกล ด่านทดสอบความเป็นแฟนคลับตัวจริง</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ความท้าทายหลักที่ผู้ชมต้องเผชิญในการไปคอนเสิร์ตในกรุงเทพฯ คือปัญหาด้านการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ (Mega Venues)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สนามราชมังคลากีฬาสถาน เขตบางกะปิ คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด แม้จะเป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่จุคนได้มหาศาล กลับมีการใช้งานค่อนข้างน้อยเพียง 6 ครั้ง ในปี 2023-2024 คิดเป็น 2.18% เท่านั้น และแม้สนามกีฬากลางแจ้งจะจุคนได้มหาศาล&nbsp; แต่ก็มีความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ประกอบกับการเดินทางที่ค่อนข้างยากลำบาก อย่างล่าสุด คอนเสิร์ต 2025 NCT DREAM TOUR &lt;THE DREAM SHOW 4: DREAM THE FUTURE&gt; in BANGKOK เมื่อวันที่ 16 &#8211; 17 สิงหาคม 2025 แม้ว่จะเป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่ แต่ก็มีปัญหาเรื่องการเดินทางที่ยุ่งยาก จนเกิดเป็นวลีไวรัลบนอินเทอร์เน็ตที่แฟนคลับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถือป้ายว่า <a href="https://x.com/hamsjpn/status/1957112697608118544">“ถ้าไม่มีน้องดรีมก็ไม่มาหรอกนะที่แบบนี้”</a> เพื่อสะท้อนถึงความยากลำบากในการเดินทางที่ต้องใช้ความพยายามและความรักที่มีต่อศิลปินอย่างสูง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สนามกลางแจ้งยังต้องเผชิญความเสี่ยงสูงจากสภาพอากาศ ทั้งฝนและความร้อน เช่นเดียวกับการแข่งฟุตบอล อย่างที่เกิดขึ้นกับ<a href="https://mgronline.com/live/detail/9660000067356">แมตช์อุ่นเครื่องพิเศษ</a>ระหว่าง ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ และ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ต้องยกเลิกเพราะฝนตกหนักจนระบายน้ำไม่ทัน ปัญหาเหล่านี้ยิ่งซ้ำเติมด้วยการจัดการฝูงชนหลังเลิกงานที่อลหม่าน และนำไปสู่ปัญหาการฉวยโอกาสโก่งราคาค่าโดยสาร ดังที่ปรากฏใน<a href="https://ch3plus.com/news/news/category/329016">ข่าวปี 2023</a> ที่มี ผู้ชมเรียก 2 คนรถเรียกวินมอเตอร์ไซตค์ 2 คันเพื่อไปขึ้นแท็กซี่หน้า ม.รามคำแหง แต่โดนเรียกเก็บค่าโดยสารคนละ 780 บาท เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนมีคลิปรีวิวบนแพลตฟอร์ม TikTok ทั้งการ<a href="https://www.tiktok.com/@best.lingnoii/video/7487694000409840914">เตือนภัย </a>การรีวิวค่าโดยสารในการไปดูคอนเสิร์ต ตลอดจนคลิปสอนเดินทาง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ความหวังในอนาคตสำหรับการเดินทางไปยังราชมังฯ ซึ่งมีเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้ม <a href="https://www.home.co.th/hometips/topic-4576">ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี</a> น่าจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้เมื่อเปิดให้บริการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถัดมาคือกลุ่มอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ซึ่งรวมถึงอิมแพ็ค อารีน่า และธันเดอร์โดม แม้ในอดีตจะมีปัญหาคลาสสิกเรื่องที่ตั้งที่อยู่นอกเขตกรุงเทพฯ ทำให้คนที่ไปคอนเสิร์ตต้องเจอกับปัญหารถติดบนถนนแจ้งวัฒนะ และพึ่งพารถสาธารณะอย่างรถเมล์ที่มักจะขาดแคลนหลังคอนเสิร์ตเลิกดึก แต่ปัญหาเหล่านี้คลี่คลายลงแล้วหลังเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีชมพู<a href="https://home.frasersproperty.co.th/blog/living-ideas/details-of-Pink-Line">ช่วงแคราย-มีนบุรี</a> ซึ่งให้บริการถึงเที่ยงคืนได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าปัญหาทั้งหมดหายไป เพราะย้ายจากปัญหาบนท้องถนนไปสู่ความท้าทายใหม่ อย่างปัญหาการจัดการหลังคอนเสิร์ตเลิก ที่ผู้ชมจะหลั่งไหลไปยังที่สถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี และสถานีทะเลสาบเมืองทองธานี พร้อมๆ กัน ซึ่งทั้งสองสถานี้นี้มี<a href="https://www.bts.co.th/traintime-frequency/?fbclid=IwY2xjawN_1f1leHRuA2FlbQIxMABicmlkETExZjF1TWoyVUtsQjRxRWNWc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHu7kZZ3TXKE07I-ssdQAJTuG--htGGE2-a1eP2aLWuh7MIah0c-0Ik5BYi_L_aem_Vkxt_0X_YO_HW8bzcrZl8A&amp;brid=szWUcECT5CXmaj709pHXlg">ความถี่ในการให้บริการทุก 10 นาที</a> อาจไม่เร็วพอที่จะระบายคนได้อย่างรวดเร็ว และแม้รถไฟฟ้าจะไปถึงแล้ว แต่ด้วยขนาดของพื้นที่อิมแพ็คที่กว้างมาก ผู้ชมก็ยังต้องเดินต่อในระยะหนึ่ง ซึ่งก็ต่างจากฮอลล์คู่แข่งในเมืองที่เดินตรงจากสถานีเข้าไปยังห้างได้เลย ส่วนปัญหาสำหรับผู้ที่ยังเลือกขับรถส่วนตัว และปัญหารถติดบนถนนแจ้งวัฒนะก็ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่หายไป และสถานการณ์มักจะเลวร้ายทวีคูณเมื่อฝนตก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางกลับกัน การเกิดขึ้นของกลุ่มฮอลล์ทางเลือกใหม่ในเมือง ที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอย่าง BTS และ MRT ก็กลายเป็นจุดแข็งที่สำคัญให้กับฮอลล์เหล่านี้ สถานที่ เช่น UOB LIVE (BTS พร้อมพงษ์), Royal Paragon Hall และ KBank Siam Pic-Ganesha (BTS สยาม), Union Hall (MRT พหลโยธิน), Queen Sirikit National Convention Center (MRT ศูนย์ฯ สิริกิติ์) และ TRUE ICON HALL (BTS สายสีทอง) แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องความจุที่ไม่สามารถเทียบเท่าสเตเดียมได้ แต่ความสะดวกสบายในการเดินทางก็กลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ทั้งผู้จัดและผู้ชมเลือกใช้สถานที่เหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังเดินตรงจากสถานีเข้าไปยังฮอลล์ได้เลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่เมื่อหันไปมองที่สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ (Singapore National Stadium) ซึ่งโดยปกติรองรับผู้ชมได้สูงถึง 55,000 คน และสามารถขยายความจุไปถึง 63,000 คนได้ (ดังเช่นในคอนเสิร์ต Taylor Swift, The Eras Tour เมื่อเดือนมีนาคม 2024) กลับสามารถจัดการระบายคนได้อย่างเป็นระบบและไม่วุ่นวาย จนกลายเป็นต้นแบบที่น่าศึกษา&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความสำเร็จของสิงคโปร์เริ่มต้นจากการวางโครงสร้างที่พร้อมรับมือกับการจัดงาน ซึ่งตัวสนามเป็นแบบ In-Door ที่มีหลังคาเปิด-ปิดได้ (Retractable Roof) ทำให้ปัญหาเรื่องฝนตกหรืออากาศร้อนถูกตัดทิ้งไปโดยสิ้นเชิง และที่สำคัญคือมีสถานีรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับสเตเดียมโดยตรง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากโครงสร้างที่ดี สิงคโปร์ยังมี<a href="https://mothership.sg/2024/03/smrt-staff-crowd-control-eras-tour-explain/">กระบวนการจัดการฝูงชน</a> (Crowd Management) ที่เด็ดขาด พวกเขาไม่ได้ปล่อยให้คนนับหมื่นวิ่งไปอัดกันที่สถานี โดยใช้การ<a href="https://www.tiktok.com/@ilivetoplay/video/7505824732760034578">ปล่อยคนทีละจุด</a> เจ้าหน้าที่จะใช้เชือกกั้นฝูงชนไว้เป็นแนวก่อนถึงทางเข้าสถานี และมีพนักงานที่เรียกว่า Crowd Manager&nbsp; คอยประเมินสถานการณ์บนชานชาลา เมื่อขบวนรถชุดก่อนหน้าออกไปและมีที่ว่าง จะให้สัญญาณเปิดที่กั้น ให้คนชุดถัดไปเข้าไปได้ วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้สถานีอัดแน่นจนเกิดอันตราย ขณะเดียวกัน ระบบรถไฟฟ้าก็เพิ่มความถี่ในการเดินรถทุกๆ 2 นาที และมีขบวนรถเปล่า (Standby Trains) จอดสแตนด์บายเพื่อให้บริการทันทีที่ต้องการระบายคนเพิ่ม</p>



<p class="wp-block-paragraph">บทเรียนนี้สะท้อนกลับมายังการจัดการฮอลล์คอนเสิร์ต อย่างฮอลล์ยอดฮิต อิมแพ็ค เมืองทองธานี แม้ทุกวันนี้จะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูไปถึงแล้ว แต่ก็ยังเผชิญความท้าทายสำคัญ เนื่องจากความถี่ในการเดินรถทุก 10 นาที ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับระบบที่ยืดหยุ่นของสิงคโปร์ที่มีขบวนรถเปล่าสแตนด์บายรอเสริม ในขณะที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ยังคงติดอยู่ในปัญหาเดิมคือรถไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง และต้องรอคอยการมาของรถไฟฟ้าสายสีส้มในอนาคต</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในจุดนี้ เทคโนโลยีอาจเป็นคำตอบสำคัญสำหรับการจัดการฝูงชนในพื้นที่เปิด โดยมีกรณีศึกษาล่าสุดจากการเตรียมจัดงาน<a href="https://www.chinadailyhk.com/hk/article/621010">กีฬาแห่งชาติ (National Games)</a> ของฮ่องกงในปี 2025 ซึ่งใช้แนวทางที่เทียบเคียงได้กับคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ เครื่องมือแรกคือใช้โดรน โดยไม่ได้นำโดรนมาใช้แค่สอดส่อง แต่ถูกติดตั้งระบบกระจายเสียง (ลำโพง) เพื่อทำหน้าที่สั่งการและให้ข้อมูลแก่ผู้ชมโดยตรง ช่วยประกาศบอกเส้นทางออกและควบคุมการระบายคน และเครื่องมือที่สองคือ เว็บไซต์ Easy Leave ของฮ่องกงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งในเว็บไซต์ก็จะแสดงข้อมูลการเดินทางแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ชมทราบเวลารอคิวและตารางรถที่แน่นอน ทำให้สามารถตัดสินใจเลือกเส้นทางกลับที่เหมาะสมกับตัวเอง และลดการไปแออัดกันในจุดเดียว</p>



<h3 class="wp-block-heading">อนาคตสมรภูมิฮอลล์คอนเสิร์ต: การมาถึงของผู้ท้าชิงรายใหม่ อยากเป็น Hub แห่งเอเชีย จะทำได้ไหม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">วงการคอนเสิร์ตไทยน่าจะคึกคักยิ่งขึ้นหลังฮอลล์ใหม่เปิดตัวๆ เป็นทางเลือกให้ผู้จัดและผู้ชม ฮอลล์คอนเสิร์ตที่เกิดใหม่อย่าง One Bangkok Forum ซึ่งเปิดตัวเรียบร้อยแล้วในปี 2024 อยู่ในโครงการวัน แบงค็อก (One Bangkok) นับเป็นศูนย์ประชุมและโรงมหรสพอเนกประสงค์ รองรับการจัดกิจกรรม เช่น มหรสพ คอนเสิร์ต และการจัดแสดงสินค้า รองรับได้ถึง <a href="https://www.bangkokbiznews.com/corporate-moves/lifestyle/1151115">6,000</a> ที่นั่ง หรือ 10,000 คน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการในอนาคตอย่าง Bangkok Arena โดย บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของแบงค็อก มอลล์ (Bangkok Mall) บนถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ถูกออกแบบให้เป็น Indoor Arena ฮอลล์ในร่ม ติดแอร์ สามารถจัดได้ทั้งคอนเสิร์ต การแข่งขันกีฬา และอีเวนต์ระดับนานาชาติ มีแผนจะเปิดในปี 2028 โดยตั้งอยู่บนถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ด้วยทำเลที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า BTS สถานีอุดมสุขและบางนา และคาดการณ์ว่า เมื่อสร้างเสร็จจะกลายเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความจุสูงสุดถึง <a href="https://www.thansettakij.com/business/tourism/637574">18,000</a> ที่นั่ง ซึ่งมากกว่าความจุ 12,000 ที่นั่งของอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี และสนามกีฬาบางกอกอารีนา</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกเหนือจากโครงการของภาคเอกชนแล้ว ยังมีแนวคิดในการจัดตั้ง Entertainment Complex ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของรัฐบาล&nbsp; ในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจรแห่งใหม่ หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของโครงการคือการสร้าง Indoor Stadium ขนาดใหญ่ที่มีความจุสูงถึง <a href="https://www.one31.net/news/detail/74596">50,000</a> คน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นการยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับงานแสดงและคอนเสิร์ตจากศิลปินระดับโลกได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และจะมีขนาดใหญ่กว่า Bangkok Arena&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเกิดขึ้นของฮอลล์คอนเสิร์ตแห่งใหม่ โดยเฉพาะที่เดินทางสะดวกและเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมในหลายมิติ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้จัดและผู้ชมเท่านั้น แต่ยังช่วยลดการกระจุกตัวของงานในพื้นที่ที่เดินทางลำบาก และยังจะกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันด้านการบริการด้วย ที่สำคัญที่สุดคือ นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ Pain Point&nbsp; เรื้อรังที่ผู้ชมต้องเจอมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นปัญหารถติดหนัก การขาดแคลนขนส่งมวลชนยามดึก หรือความอลหม่านในการระบายคนหลังจบงานได้อีก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-concert-2023-2024/">https://rocketmedialab.co/database-concert-2023-2024/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/concert-2023-2024/">กรุงเทพฯ เมืองคอนเสิร์ต : สำรวจคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งในไทยจำนวน 526 งาน ตั้งแต่ปี 2023-2024</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีนกำแพงส่องซีรีส์จีน: จีนส่งออกภาพลักษณ์แบบไหนสู่สายตาโลก</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/chinese-dramas-thailand-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Sep 2025 05:53:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[iqiyi]]></category>
		<category><![CDATA[ซีรีย์จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีรีส์จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ติ่งจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ละครจีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5934</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำรวจซีรีส์จีน 96 เรื่อง ที่ฉายในไทยปี 2024 ผ่าน WeTV และ iQIYI บอกเล่าเรื่องอะไร มีความเป็นจีนแบบไหนบ้าง</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/chinese-dramas-thailand-2024/">ปีนกำแพงส่องซีรีส์จีน: จีนส่งออกภาพลักษณ์แบบไหนสู่สายตาโลก</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>จากซีรีส์จีนในปี 2024 ทั้ง 96 เรื่อง ซีรีส์แนวจีนโบราณ (Costume Drama) เป็นประเภทซีรีส์ที่ออกฉายมากที่สุด ตามมาด้วยแนวรักในเมือง (Metropolitan) และแนววัยรุ่น (Idol/Youth) ส่วนซีรีส์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งแตกต่างจากชาติอื่นอย่างชัดเจน ได้แก่ แนวกำลังภายใน (Wuxia), เทพเซียน (Xianxia) และแฟนตาซีตะวันออก (Xuanhuan) ที่มักสอดแทรกวัฒนธรรมและประเพณีจีนโบราณลงไปด้วย มีซีรีส์ประเภทนี้รวม 15 เรื่อง หรือคิดเป็นสัดส่วน 15.63% ของทั้งหมด</li>



<li>การส่งออกวัฒนธรรมจีนดำเนินการอย่างเป็นระบบนับตั้งแต่โครงการ Going Global ในปี 1999 จนการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 20 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2022 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึงหนึ่งในเป้าหมายและงานของประเทศในอีก 5 ปีข้างหน้าคือ การทำให้วัฒนธรรมจีนได้รับความสนใจ และเพิ่มบทบาทของจีนในต่างประเทศ</li>



<li>ซีรีส์ที่ออกอากาศทางช่องของรัฐบาลจีนสอดแทรกอุดมการณ์ทางการเมือง เช่น ซีรีส์ยุคสาธารณรัฐ เสนอเนื้อหาแนวรักชาติ แสดงภาพลักษณ์ไม่ดีของพรรคก๊กมินตั๋งว่าเป็นผู้บ่อนทำลายชาติ กระทั่งซีรีส์แนวรักในเมืองและวัยรุ่นก็สอดแทรกเหตุการณ์ที่จีนเห็นว่าสำคัญ เช่น เหตุการณ์การที่ฮ่องกงกลับคืนสู่จีนปี 1997 หรือช่วงเวลาที่เป็นการประกาศผลการคัดเลือกประเทศเจ้าภาพโอลิมปิก 2008</li>



<li>ซีรีส์ที่ใช้ซินเจียงและทิเบตเป็นสถานที่ถ่ายทำ ถ่ายทอดให้เห็นภูมิทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงาม แปลกตา ทั้งที่อาจถือว่าเป็นพื้นที่อ่อนไหวและเป็นพื้นที่ขัดแย้งที่ทำให้จีนถูกวิจารณ์ว่า รุกรานผู้ที่อยู่อาศัยเดิม และละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น เรื่องสู่แดนฝัน อาเล่อไท่ ที่นำเสนอเรื่องราววิถีชีวิตและธรรมชาติ โดยไม่กล่าวถึงประเด็นขัดแย้งอื่นๆ&nbsp;</li>



<li>ซีรีส์แนวรักในเมืองมักเสนอภาพความทันสมัยของจีน ความรักของคนหนุ่มสาวที่ทำงานบริษัทในอาคารสำนักงาน ฉากหลังที่เป็นเมืองใหญ่สมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า เทคโนโลยีล้ำสมัย ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมของจีนตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา โดยเฉพาะเซี่ยงไฮ้ที่ปรากฏอยู่ 7 เรื่องจาก 15 เรื่อง</li>



<li>ในซีรีส์ยุคปัจจุบัน พระเอกมักมีอาชีพที่แสดงออกถึงความสำเร็จและความมั่งคั่ง อาชีพที่พบมากที่สุดคือ ประธานบริษัท ขณะที่นางเอกในซีรีส์จีนต้องฝ่าฟันเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยความสามารถของตัวเอง หรือมีทักษะเฉพาะทางบางอย่าง ที่ต้องใช้ความรู้ เพื่อเอาชนะอุปสรรค อย่างไรก็ตามยังคงต้องปะทะกับความคิดที่ว่า ผู้หญิงต้องแต่งงาน ดูแลสามี ลูกและครอบครัว</li>



<li>หลายเรื่องเป็นซีรีส์ที่สอดแทรกตำนานตามความเชื่อของจีนอยู่ด้วย รวมทั้งคำสอนขงจื๊อและคำสอนอื่นๆ ตามจารีตเดิมที่แทรกอยู่ในซีรีส์จีนหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น บทบาททางเพศ ความกตัญญู และความสัมพันธ์ในครอบครัว</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="11520" height="5760" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/FB-cover-half-2.png" alt="" class="wp-image-5938"/></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ซีรีส์จีนได้รับความนิยมในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดย<a href="https://trends.google.co.th/trends/explore?date=all&amp;geo=TH&amp;q=%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99,%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99&amp;hl=en">ยอดการค้นหาคำว่า “ซีรีย์จีน” และ “ซีรีส์จีน”</a> ในกูเกิลเติบโตตั้งแต่กลางปี 2020 ถึงสิงหาคม 2025 จนประเทศไทยเป็นตลาดใหญ่ของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจากจีน <a href="https://fulcrum.sg/chinese-streaming-content-in-southeast-asia-opportunities-for-thailand/">ผู้ชมซีรีส์จีนคิดเป็นสัดส่วน 45%</a> ในตลาดแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง โดยเฉพาะละครย้อนยุคและละครแนวกำลังภายใน การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของทั้งซีรีส์จีนและแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งสัญชาติจีนถูกมองว่าเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การต่างประเทศผ่านซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาลจีน ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างความประทับใจในวัฒนธรรมจีน ซึ่งจะส่งผลต่อการรับรู้เกี่ยวกับจีนในทางบวก</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากซีรีส์จีนจำนวน 5,044 เรื่องที่ฉายในจีนตั้งแต่ปี 2006-2024 Rocket Media Lab เลือกสำรวจซีรีส์จีนที่เผยแพร่และฉายในประเทศไทยในปี 2024 ผ่านแพลตฟอร์มหลัก 2 แพลตฟอร์ม ได้แก่ iQIYI และ WeTV และมีคำบรรยายใต้ภาพภาษาไทยอย่างเป็นทางการ (Official Thai Subtitles) จำนวน 96 เรื่อง เพื่อทำความเข้าใจว่า ซีรีส์จีนที่ออกฉายสู่ชาวโลกนำเสนออะไรบ้าง</p>



<h3 class="wp-block-heading">เส้นทางส่งออกวัฒนธรรมจีนสู่สายตาโลก&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ซีรีส์จีนหรือที่เรียกกันว่า C-Dramas กลายเป็นสินค้าส่งออกทางวัฒนธรรมสำคัญของจีน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซีรีส์จีนได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ <a href="https://www.facebook.com/CGTNGlobalBusiness/posts/in-2024-c-dramas-chinese-dramas-have-ignited-a-surge-of-popularity-overseas-acco/1012813537532919/">มีรายงานว่า</a> ในปี 2024 จำนวนผู้ชมซีรีส์จีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ มีสัดส่วนมากกว่าซีรีส์อเมริกันแล้ว ยอดผู้ชมละครจีนที่ผสมผสานประวัติศาสตร์จีน ภาษา และคุณค่า ไปจนถึงละครแนวความรักได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว <a href="https://www.scmp.com/comment/opinion/article/3211185/story-yanxi-palace-three-body-chinas-tv-exports-could-do-what-wolf-warrior-diplomacy-hasnt">ข้อมูลของทางการจีน โดย Global Times</a> ระบุว่า ในปี 2021 จีนส่งออกละครสูงถึง 714 เรื่องเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 118% สร้างรายได้มูลค่า 56.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การส่งออกซีรีส์จีนมากขึ้นและเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นโดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ผู้คนในแถบภูมิภาคนี้เริ่มสนใจในวัฒนธรรมจีนมากขึ้น จนทำให้ในปี 2025 จีนเริ่มกลายเป็นหมุดหมายของการท่องเที่ยวของคนในภูมิภาคนี้ จาก<a href="https://www.channelnewsasia.com/east-asia/china-c-dramas-soft-power-boom-southeast-asia-tourism-5056776">ผลสำรวจของ ISEAS 2025 </a>พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามที่ตอบว่า ชอบเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 5.9% เป็น 6.7% ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนหนึ่งให้เหตุผลว่าชอบเที่ยวประเทศจีนเพราะอยากตามรอยซีรีส์จีน</p>



<p class="wp-block-paragraph">การส่งออกวัฒนธรรมจีนดำเนินการอย่างเป็นระบบนับตั้งแต่<a href="https://www.nature.com/articles/s41599-024-02897-7">โครงการ Going Global </a>ในปี 1999 ที่ส่งเสริมให้ธุรกิจจีนออกไปลงทุนยังต่างประเทศ รัฐบาลจีนยังเน้นย้ำบทบาทของภาพยนตร์และโทรทัศน์จีนเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมมากขึ้น การส่งออกซีรีส์จีนเติบโตพร้อมกับนโยบายกำกับดูแลจากรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นของจีน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเลือก การแปล การเผยแพร่ซีรีส์จีน และการตลาด ต่อมาในปี 2017 มีการก่อตั้งสมาคมนำเข้าและส่งออกภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์จีน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ในปี 2018 สมาคมฯ มีนโยบายมอบสิทธิประโยชน์ทางการเงิน และมาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมให้ผู้ผลิตซีรีส์ส่งออกไปยังต่างประเทศ ภายใต้นโยบายโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative &#8211; BRI) ซึ่งเปิดตัวโดยประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ตั้งแต่ปี 2013 โดยที่ซีรีส์จีนกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักของรัฐบาลจีนในการสื่อสาร ทั้งการเล่าเรื่องจีน เผยแพร่เสียงของชาวจีน และโปรโมทวัฒนธรรมจีนสู่ระดับโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">การให้ความสำคัญกับการเผยแพร่วัฒนธรรมจีนสู่สายตาชาวโลกยังถูกเน้นย้ำให้ชัดเจนมากขึ้นจากนโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์ <a href="https://www.scmp.com/comment/opinion/article/3211185/story-yanxi-palace-three-body-chinas-tv-exports-could-do-what-wolf-warrior-diplomacy-hasnt">ในการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ครั้งที่ 20 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2022 </a>ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวถึงหนึ่งในเป้าหมายและงานของประเทศในอีก 5 ปีข้างหน้าคือ การทำให้วัฒนธรรมจีนได้รับความสนใจ และเพิ่มบทบาทของจีนในต่างประเทศ สุนทรพจน์ของสี จิ้นผิง มีคำว่าวัฒนธรรมถึง 69 ครั้ง และปีเดียวกันนี้ กระทรวงพาณิชย์จีนและหน่วยงานรัฐอีก 27 องค์กรร่วมกันแถลงยุทธศาสตร์การสถาปนาจีนให้เป็นอำนาจวัฒนธรรมในระดับโลก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคฯ ครั้งที่ 20 ปี 2022 มีการเสนอการทำงานทางวัฒนธรรมจาก 5 ด้าน ได้แก่ 5 ด้าน ได้แก่ (1) การสร้างอุดมการณ์สังคมนิยมที่มีพลังยึดเหนี่ยวและชี้นำที่แข็งแกร่ง (2) การปฏิบัติตามค่านิยมหลักสังคมนิยมอย่างกว้างขวาง (3) การยกระดับอารยธรรมของสังคมโดยรวม (4) การส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองของกิจการและอุตสาหกรรมวัฒนธรรม (5) การเพิ่มพลังการเผยแพร่และอิทธิพลของอารยธรรมจีน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมาเมื่อ<a href="https://www.12371.cn/2025/02/06/ARTI1738807499642416.shtml">มิถุนายน 2023 </a>ที่ประชุมว่าด้วยมรดกทางวัฒนธรรมและการพัฒนา ออกแนวทาง 14 ประการในการสร้างสรรค์วัฒนธรรม ซึ่งสอดคล้องกับอุดมการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์ โดยข้อ 14 กล่าวถึงการเผยแพร่วัฒนธรรมจีนออกสู่ต่างประเทศอย่างชัดเจนว่า ต้องส่งเสริมคุณค่าร่วมของมนุษยชาติ นำแนวคิดความคิดริเริ่มอารยธรรมโลก (Global Civilization Initiative: GCI) ซึ่งเป็นโครงการที่นำเสนอโดย สี จิ้นผิง เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนในเดือนมีนาคม 2023 และต้องส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและเรียนรู้อารยธรรมระหว่างกัน ทั้งนี้ ภารกิจทางวัฒนธรรมใหม่ คือการส่งเสริมความมั่งคั่งทางวัฒนธรรม สร้างอำนาจทางวัฒนธรรม และสร้างอารยธรรมใหม่เพื่อชาติจีนจากจุดเริ่มต้นใหม่</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.tap-magazine.net/blog-th/14022025">Fan Yi </a>ผู้อำนวยการสถานีวิทยุและโทรทัศน์กว่างซีกล่าวงานใน 2025 International Creative Content Creators (2025 ICCC) ระหว่างวันที่12-14 กุมภาพันธ์ ที่กรุงเทพฯ ว่า “ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ของจีนเติบโตอย่างรวดเร็วการเผยแพร่สื่อจีนในหลากหลายช่องทาง ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจวัฒนธรรมและสังคมจีนมากขึ้นด้วยความใกล้เคียงทางวัฒนธรรม ผู้ชมในอาเซียนจึงเข้าถึงและชื่นชอบซีรีส์จีนได้ง่ายโดยเฉพาะแนวย้อนยุค จากสถิติในช่วงสิบปีที่ผ่านมา มีซีรีส์ย้อนยุคของจีนมากกว่า 20 เรื่องที่ได้รับความนิยมในภูมิภาคอาเซียน ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา ทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์กว่างซีได้ร่วมมือกับสื่อจากหลายประเทศในอาเซียนแปลและออกอากาศผลงานร่วมกันแล้วมากกว่า 170 เรื่อง 8,000 ตอน ครอบคลุมตั้งแต่ภาพยนตร์และละครทีวี แอนิเมชั่น ซีรีส์ย้อนยุค ซีรีส์ยุคปัจจุบันไปจนถึงสารคดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">กระแสสังคมและทิศทางของอุตสาหกรรมบันเทิงในจีนมักจะดำเนินไปในทิศทางที่สอดคล้องกับแนวคิดหรือสุนทรพจน์สำคัญของผู้นำประเทศ โดยเฉพาะประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยมีสำนักงานวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติ (National Radio and Television Administration: NRTA) เป็นกลไกสำคัญที่ทำหน้าที่ควบคุมและผู้คัดกรองเนื้อหาทั้งหมด ไม่ว่าจะฉายผ่านสถานีโทรทัศน์หลักหรือแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง iQIYI และ WeTV ทุกเรื่องจะต้องได้รับใบอนุญาตเผยแพร่ (发行许可证) จาก NRTA ก่อนจึงจะสามารถออกอากาศได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นซีรีส์จีนทุกเรื่องที่ผู้ชมชาวไทยได้รับชมผ่าน iQIYI และ WeTV จึงไม่ใช่เป็นเพียงผลงานสร้างสรรค์ของผู้ผลิต แต่ผ่านการคัดกรองและขัดเกลาอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากภาครัฐแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าค่านิยมเหล่านี้สอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลต้องการ</p>



<h3 class="wp-block-heading">กำแพงเมืองจีน เปิดให้คนปีน(เข้า)ตอนไหน?</h3>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.creativethailand.org/article-read?article_id=34076">ซีรีส์จีนเฟื่องฟูในประเทศไทย</a>มานานก่อนหน้านี้แล้ว โดยเฉพาะในยุค 1970-1990 โดยเป็นซีรีส์จีนจากฮ่องกง หรือไต้หวัน แนวกำลังภายใน เช่น เปาบุ้นจิ้น, เดชคัมภีร์เทวดา, กระบี่ไร้เทียมทาน, มังกรหยก ฉายผ่านสถานีโทรทัศน์ ขณะที่จีนแผ่นดินใหญ่ยังไม่เปิดประเทศ <a href="https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2021/TU_2021_6323110079_15066_21379.pdf">สถานีโทรทัศน์ในประเทศจีนเริ่มฉายละครจีนทางโทรทัศน์ครั้งแรก</a> เมื่อปี 1990 ส่วนใหญ่เป็นละครอิงประวัติศาสตร์และเกี่ยวกับวังหลวง โดยเฉพาะราชวงศ์ชิง ในประเทศไทยละครชุดทางโทรทัศน์เรื่อง สามก๊ก ซึ่งสร้างขึ้นโดยสถานีโทรทัศน์ CCTV เป็นหนึ่งในเรื่องแรกๆ ที่ได้รับความนิยมในไทย ออกอากาศทางช่อง 9 อสมท. เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 1994</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากจีนมีนโยบายที่เกี่ยวกับการเผยแพร่วัฒนธรรมไปสู่ต่างชาติตั้งแต่กลางทศวรรษ 1990 ซึ่งจีนเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และมีอิทธิพลในเวทีต่างประเทศมากขึ้น <a href="https://elibrary.tsri.or.th/fullP/RDG5510010/RDG5510010_full.pdf">จีนมีนโยบายเชิงรุกด้านวัฒนธรรมและภาษาโดยจัดตั้งสถาบันขงจื่อในปี 2004 </a>และแพร่ขยายไปทุกภูมิภาคของโลก จากนั้นด้วยนโยบายที่ต้องการผลักดันการสร้างอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรม เพื่อให้เป็นสินค้าส่งออกพร้อมกับสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และเผยแพร่วัฒนธรรมจีน เริ่มมีซีรีส์จากจีนแผ่นดินใหญ่ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย และต่างประเทศ เช่น <a href="https://www.creativethailand.org/article-read?article_id=34076">เจาะมิติพิชิตบัลลังก์ ปี 2011</a> ซึ่งเป็นเรื่องราวในวังหลวงสมัยราชวงศ์ชิง มีการฉายทางช่อง 3 และถูกผู้ผลิตเกาหลีใต้ซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างใหม่ในเวอร์ชั่นเกาหลีใต้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซีรีส์จีนได้รับความนิยมในต่างประเทศเป็นวงกว้างมากขึ้นจากพัฒนาการของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต และการเติบโตของบริษัทไอทีของจีน โดย Tencent บริษัทซึ่งก่อตั้งในปี 1998 และต่อมาขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วทั้งบริษัทเกม เสิร์ชเอนจิ้น และเปิด Tencent Video หรือใช้ชื่อในต่างประเทศว่า WeTV แพลตฟอร์มบริการสตรีมมิ่งในปี 2011 ซึ่งในช่วงแรกฉายสารคดีจากต่างประเทศ เช่น BBC ออกอากาศภายในประเทศ จนต่อมาในปี 2019 เปิด<a href="https://www.brandbuffet.in.th/2019/06/wetv-road-to-be-number-one-for-ott-platform/">บริการสตรีมมิ่งในต่างประเทศครั้งแรก</a>ที่ประเทศไทย โดยฉายคอนเทนต์ที่มาจากจีน มีพากย์ไทยและคำบรรยายไทย ดูฟรีแบบมีโฆษณาและแบบพรีเมียมที่เสียเงินเพื่อให้ได้ดูก่อนแบบดูฟรี โดยสามารถดูพร้อมกับการออกอากาศในจีน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หนึ่งในซีรีส์ที่เรียกได้ว่าเปิดตลาดซีรีส์จีนยุคใหม่ในไทย คือ ปรมาจารย์ลัทธิมาร ซึ่ง<a href="https://workpointtoday.com/theuntamed1stanniversary-03/">ออกอากาศทาง WeTV </a>พร้อมกับประเทศจีนในวันที่ 27 มิถุนายน 2019 ซีรีส์เรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในไทย โดยตั้งแต่วันแรกที่ออกอากาศ #ปรมาจารย์ลัทธิมาร ก็ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ติดต่อกันถึง 3 วันในช่วงเวลาที่ออกอากาศ ผู้บริหารของ WeTV ประเทศไทยระบุว่า ซีรีส์นี้ทำให้มี<a href="https://www.marketingoops.com/exclusive/wetv/">ผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 250 เท่าตัว</a> ซีรีส์เรื่องนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ซีรีส์จีนเข้ามาตีตลาดในประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งรายอื่นที่ฉายซีรีส์จีนเพิ่มขึ้นด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในประเทศไทย<a href="https://fulcrum.sg/chinese-streaming-content-in-southeast-asia-opportunities-for-thailand/"> ผู้ชมซีรีส์จีนคิดเป็นสัดส่วน 45%</a> ในตลาดแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งในไทย และ<a href="https://www.channelnewsasia.com/east-asia/china-c-dramas-soft-power-boom-southeast-asia-tourism-5056776">ประเทศไทยยังเป็นตลาดใหญ่ของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจากจีน</a> บริษัท iQIYI ให้ข้อมูลแก่สำนักข่าว CNA ว่า ในปี 2023 ยอดผู้ชมละครจีนในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอยู่ที่ 20% โดยมาจาก 5 ประเทศ ซึ่งครึ่งหนึ่งมาจากประเทศไทย แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งรายสำคัญของซีรีส์จีนได้แก่ WeTV ซึ่งมีบริษัท Tencent เป็นเจ้าของเปิดให้บริการในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2019 และ iQIYI ภายใต้บริษัท Baidu เข้ามาทำการตลาดในไทยตั้งแต่ปี 2020 ทั้งคู่เป็นบริษัทสัญชาติจีน ซึ่ง WeTV <a href="https://www.marketingoops.com/media-ads/event/revealing-the-we-tv-strategy-for-2024-boosting-sales-with-data-a-line-up-of-y-series-to-please-clubs/">เปิดเผย</a>ข้อมูลว่า ในปี 2023 ผู้ชม WeTV กว่า 70% เป็นผู้หญิง และในจำนวนนี้ 80% ของผู้หญิงช่วงอายุ 25-44 ปี ชื่นชอบการดูซีรีส์จีน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-1-819x1024.png" alt="" class="wp-image-5939" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-1-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-1-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-1-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-1-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-1-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-1-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ซีรีส์จีนส่วนมากเป็นประเภทไหน มีเนื้อหายังไงบ้าง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการรวบรวมข้อมูลซีรีส์จีนที่ฉายในประเทศไทยระหว่าง ปี 2019 &#8211; 2024 ของ Rocket Media Lab พบว่า ซีรีส์จีนที่ฉายผ่านแพลตฟอร์ม iQIYI และ WeTV ในไทย รวม 661 เรื่อง โดย iQIYI มีจำนวนซีรีส์มากกว่าอยู่ที่ 382 เรื่อง ในขณะที่ WeTV มีจำนวน 279 เรื่อง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ปี 2019 ผ่าน WeTV จำนวน 43 เรื่อง&nbsp;</li>



<li>ปี 2020 ผ่าน iQIYI จำนวน 91 เรื่อง และ WeTV จำนวน 58 เรื่อง&nbsp;</li>



<li>ปี 2021 ผ่าน iQIYI จำนวน 74 เรื่อง และ WeTV จำนวน 43 เรื่อง&nbsp;</li>



<li>ปี 2022 ผ่าน iQIYI จำนวน 77 เรื่อง และ WeTV จำนวน 43 เรื่อง&nbsp;</li>



<li>ปี 2023 ผ่าน iQIYI จำนวน 85 เรื่อง และ WeTV จำนวน 47 เรื่อง&nbsp;</li>



<li>ปี 2024 ผ่าน iQIYI จำนวน 55 เรื่อง และ WeTV จำนวน 45 เรื่อง</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-2-819x1024.png" alt="" class="wp-image-5940" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-2-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-2-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-2-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-2-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-2-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-2-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อ Rocket Media Lab จำแนกประเภทจากเนื้อหาของซีรีส์จีนที่ออกฉายในประเทศไทยปี 2024 ทางแพลตฟอร์ม iQiyi และ WeTV และมีคำบรรยายใต้ภาพภาษาไทยอย่างเป็นทางการ 96 เรื่อง สามารถแบ่งประเภทตามเนื้อเรื่องได้เป็น 13 ประเภท ดังนี้&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>จีนโบราณ (Costume Drama) เรื่องที่มีฉากหลังเป็นยุคจีนโบราณ 29 เรื่อง 30.21%</li>



<li>รักในเมือง (Metropolitan) ความรักของพระเอกนางเอกที่มีฉากหลังเป็นเมืองสมัยใหม่ 20 เรื่อง 20.83%</li>



<li>วัยรุ่น (Idol/Youth) 10 เรื่อง 10.42%</li>



<li>ยุคสาธารณรัฐ (Republican) ซึ่งมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับจีนในยุคเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นสาธารณรัฐ 8 เรื่อง 8.33%</li>



<li>เทพเซียน ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับแฟนตาซีที่มีฉากและเนื้อหาเกี่ยวข้องกับแนวคิดเต๋าหรือปกรณัมจีน (Xianxia) 7 เรื่อง 7.29%</li>



<li>แฟนตาซีตะวันออก (Xuanhuan) ซึ่งมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับแฟนตาซีผสมผสานกับความเป็นจีนโบราณ 6 เรื่อง 6.25%</li>



<li>สืบสวน (Mystery) 6 เรื่อง 6.25%</li>



<li>แฟนตาซี (Fantasy) ซึ่งเนื้อหาประเภทนี้จะเป็นแฟนตาซีสมัยใหม่ เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น เมตาเวิร์ส 3 เรื่อง 3.13%</li>



<li>จอมยุทธ์ (Wuxia) เนื้อหาหลักจะเกี่ยวข้องกับศิลปะการต่อสู้ 2 เรื่อง 2.08%</li>



<li>ผจญภัย (Adventure) 2 เรื่อง 2.08%&nbsp;</li>



<li>แนวครอบครัว (Family) 1 เรื่อง 1.04%&nbsp;</li>



<li>ชนบท (Rural) 1 เรื่อง 1.04%&nbsp;</li>



<li>ย้อนยุค (Historical) อีกอย่างละ 1 เรื่อง 1.04%&nbsp;</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนั้น เมื่อพิจารณาว่าซีรีส์จีนที่ฉายในประเทศไทยปี 2024 ทางแพลตฟอร์ม iQiyi และ WeTV และมีคำบรรยายใต้ภาพภาษาไทยอย่างเป็นทางการ 96 เรื่อง เป็นซีรีส์ที่ถูกฉายมาก่อนในแพลตฟอร์มแบบใดในประเทศจีน ก็จะพบว่ามาจากแพลตฟอร์มเอกชนได้แก่ iQIYI, Tencent Video และ Sohu TV รวมกัน 74 เรื่อง เช่น เรื่องเทพยุทธ์สะบั้นฟ้าท้าสวรรค์, สื่อรักปีศาจจิ้งจอกภาคจันทราสีชาด, สตรีกล้าท้าสงครามรัก, คะนึงรักหัวใจเพรียกหา, ห้วงฝันหวนคืน</p>



<p class="wp-block-paragraph">และแพลตฟอร์มของรัฐบาลจีน ทั้งรัฐบาลกลางและท้องถิ่น เช่น CCTV-8 12, Beijing TV, Hunan TV รวมกัน 22 เรื่อง เช่น เธอผู้เปล่งประกายกว่าแสงดาว ทาง Hunan TV, สุดท้ายคือเธอ ทาง CCTV-8, ลมหนาวและสองเรา ทาง Dragon TV, เส้นทางวีรบุรุษ ทาง Beijing TV, ตำรวจหน้าใสหัวใจปู๊นปู๊น ทาง CCTV-8</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ซีรีส์ที่เข้ามาฉายในประเทศเป็นซีรีส์ประเภทจีนโบราณ (Costume Drama) มากที่สุด ตามมาด้วยแนวรักในเมือง (Metropolitan) และแนววัยรุ่น (Idol/Youth) ซีรีส์แนวจีนโบราณ มีโครงเรื่องหลักเป็นความรักระหว่างตัวละครหลักที่ดำเนินชีวิตประจำวันภายใต้ฉากที่เป็นจีนดั้งเดิม ทั้งเครื่องแต่งกาย สถานที่ วิถีชีวิต พร้อมกับถ่ายทอดวัฒนธรรมจีนที่มีอารยธรรมด้วย ขณะที่ซีรีส์แนวรักในเมืองบอกเล่าถึงชีวิตของหนุ่มสาวจีนที่มีฉากหลังเป็นเมือง (urban) ในยุคสมัยใหม่อาจทำให้ผู้ชมที่เป็นคนหนุ่มสาว ซึ่งเป็นผู้ชมกลุ่มใหญ่ของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งรู้สึกเชื่อมโยงกับกับตนเอง เช่นเดียวกับแนววัยรุ่นที่ตรงกับผู้ชมกลุ่มเป้าหมาย จุดขายสำคัญเป็นนักแสดงหลักที่เป็นดาราไอดอลที่อาจจะมีแฟนคลับของตนเอง โดยสองแนวแรกเป็นเนื้อหาที่คนไทยชอบมากที่สุด จากการสำรวจของ<a href="https://techsauce.co/news/tencent-premieres-wetv-in-thailand">แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง</a>เพื่อทำการตลาดในไทย ขณะที่<a href="https://ent.sina.com.cn/v/m/2019-03-29/doc-ihtxyzsm1441776.shtml">ในประเทศจีน</a> ซีรีส์ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเป็นแนวชีวิตในเมือง วัยรุ่น อาชีพ สืบสวนสอบสวน กำลังภายในและเรื่องรีเมคจากซีรีส์ต่างประเทศ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-3-819x1024.png" alt="" class="wp-image-5941" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-3-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-3-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-3-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-3-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-3-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-3-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสำรวจว่ามีเนื้อหาที่อ้างอิงมาจากประวัติศาสตร์จริงหรือไม่ โดยดูจากการระบุชื่อบุคคล หรือเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ สำหรับซีรีส์จีน 96 เรื่อง พบว่ามีเพียง 5 เรื่องเท่านั้น (5.21%) ที่มีเนื้อหาอิงประวัติศาสตร์จริง เช่น ตำรวจหน้าใสหัวใจปู๊นปู๊น ซึ่งมีเนื้อหาในยุค 1970 บนรถไฟไอน้ำจากหนิงหยางไปยังฮาร์บินในช่วงเปิดประเทศ เรื่องเล่ห์จารชน มีเนื้อหาในช่วงสงครามต่อต้านญี่ปุ่น โดยเป็นเรื่องราวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1939 &#8211; 1945 เรื่องคนกล้าล่าสมบัติ มีเนื้อหาในช่วงปลายราชวงศ์ชิงจนถึงต้นสาธารณรัฐ เล่าถึงการล่าสมบัติที่มีความเชื่อมโยงไปสู่การปฏิวัติซินไห่ในปี 1911 เรื่องฮาร์บิน 1944 ที่มีเหตุการณ์ในเมืองฮาร์บินภายใต้การปกครองของแมนจูในปี 1944 และเรื่องสมรภูมิแห่งศรัทธา กับภาพของเซี่ยงไฮ้ในทศวรรษ 1930</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่อีก 91 เรื่อง (94.79%) เป็นเรื่องราวที่แต่งขึ้นทั้งหมด เช่น เรื่องจิ่วฉงจื่อ ที่ระบุว่าเป็นราชวงศ์สมมติ แต่ใช้เสื้อผ้ายุคราชวงศ์หมิง มีองค์ประกอบของราชวงศ์หมิง ได้ผนวกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์จริงเข้ามาในเนื้อเรื่อง อย่างการจำลองภาพของราชวงศ์หมิงตอนกลางถึงตอนปลาย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การค้าทางทะเลกับต่างชาติเฟื่องฟูมาก มีสินค้าส่งออกสำคัญอย่างชา และเครื่องเคลือบดินเผา ซึ่งนางเอกในเรื่องค้าขายสินค้าเหล่านี้ ความรุ่งเรืองนี้ได้นำมาซึ่งภัยคุกคามจากโจรสลัดญี่ปุ่น ที่คอยปล้นสะดมเรือสินค้าตามชายฝั่ง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ราชสำนักหมิงต้องเผชิญตามประวัติศาสตร์ ส่วนพระเอกก็เป็นแม่ทัพที่คอยปราบปรามโจรสลัดตามปัญหาชายฝั่ง&nbsp; หรือเรื่องเนรมิตฝันแดนหย่งอัน ที่ระบุว่ามีเมืองหลวงชื่อหย่งอัน ในราชวงศ์สมมติ เรื่องขุมทรัพย์ลับแห่งทะเลทราย การตามหาสมบัติของจีนจากยุคราชวงศ์เซี่ยตะวันตก ดำเนินเรื่องตั้งแต่ปี 1943 จนถึงปัจจุบัน และแม้จะเล่าจนถึงปัจจุบัน แต่เมืองหลักของเรื่องก็ยังคงเป็นเมืองสมมติด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีเบื้องหลังสำคัญคือกลไกการตรวจสอบเนื้อหา (Censorship) ที่เข้มงวดโดยหน่วยงานกำกับดูแลวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติของจีน (National Radio and Television Administration: NRTA) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมบันเทิง โดยมีข้อจำกัดสำคัญ เช่น ห้ามบิดเบือนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ในทางที่อาจสร้างความเสื่อมเสีย และห้ามนำเสนอหรือส่งเสริมค่านิยมที่ขัดต่อแนวทางของพรรคคอมมิวนิสต์ กฎเกณฑ์เหล่านี้ทำให้การสร้างซีรีส์ที่อิงประวัติศาสตร์จริงมีความเสี่ยงและซับซ้อนสูง ดังนั้นในหลายเรื่องจึงออกแบบเครื่องแต่งกาย สถาปัตยกรรม และฉากต่างๆ ให้มีกลิ่นอายที่สามารถอ้างอิงถึงยุคสมัยจริงในประวัติศาสตร์ได้ เช่น ราชวงศ์ถังหรือราชวงศ์หมิง แต่จะประกาศอย่างชัดเจนว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องสมมติที่เกิดขึ้นในราชวงศ์สมมติเท่านั้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ช่องรัฐปลูกฝังอุดมการณ์ทางการเมือง ความยิ่งใหญ่ของจีนตรงไปตรงมา</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากซีรีส์จีนที่ฉายในประเทศไทย ปี 2024 ทางแพลตฟอร์ม iQIYI และ WeTV 96 เรื่อง เมื่อพิจารณาจากช่องทางออกอากาศดั้งเดิมในประเทศจีนพบว่ามาจากช่อง iQIYI มากที่สุด 38 เรื่อง อันดับ 2 Tencent 35 เรื่อง อันดับ 3 CCTV-8 12 เรื่อง อันดับ 4 Hunan TV และ Dragon TV 3 เรื่อง อันดับ 4 Beijing TV 2 เรื่อง และ CCTV-1, Jiangsu TV และ Sohu TV อย่างละ 1 เรื่อง ทั้งนี้ หากพิจารณาจากความเป็นเจ้าของพบว่า มีซีรีส์ที่ออกอากาศในช่องที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ ได้แก่ CCTV-8 12 , CCTV-1, Dragon TV, Jiangsu TV, Beijing TV และ Hunan TV รวม 22 เรื่อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซีรีส์ที่จะออกอากาศผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CCTV) ได้นั้นจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานการผลิตและควบคุมบทอย่างเข้มงวด เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายและมาตรฐานของภาครัฐ เช่นเดียวกับซีรีส์ที่ฉายผ่านช่องทีวีประจำมณฑลหรือภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น Beijing TV, Dragon TV, Hunan TV ซีรีส์ที่ฉายก็จะถูกตรวจสอบเนื้อหาเช่นกัน ต่างจากซีรีส์ที่ฉายเฉพาะบนแพลตฟอร์มออนไลน์ในจีน เช่น iQIYI หรือ Tencent ที่อาจมีความยืดหยุ่นด้านเนื้อหามากกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซีรีส์ที่ออกอากาศทางช่องเอกชนทั้งหมด 74 เรื่อง มีสัดส่วนของซีรีส์ประเภทจีนโบราณและมีฉากหลังเป็นยุคสมมติมากที่สุด แต่มีฉากเนื้อหาเกี่ยวกับยุคสาธารณรัฐน้อยที่สุด เพียง 3 เรื่องจากซีรีส์จีนที่ออกอากาศในช่องของเอกชน คือ เหมันต์ใต้เงาจันทร์ คดีปริศนาเมืองเจียง และคนกล้าล่าสมบัติ ส่วนซีรีส์ที่มีเนื้อหายุคสาธารณรัฐที่เหลืออีก 5 เรื่องออกอากาศทางช่องของรัฐบาล</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพิจารณาการนำเสนอประเด็นอุดมการณ์ทางการเมืองในซีรีส์ยุคสาธารณรัฐ ซึ่งเป็นช่วงที่จีนเปลี่ยนแปลงการปกครอง (1912-1949) จะพบว่า ส่วนใหญ่นำเสนอเนื้อหาแนวรักชาติโดยเฉพาะพรรคคอมมิวนิสต์ แสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ด้านลบของพรรคก๊กมินตั๋งในการบ่อนทำลายและความมั่นคงของชาติ ทั้งช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในเรื่องเส้นทางวีรบุรุษ และเล่ห์จารชน ซึ่งเป็นเรื่องราวของสายลับของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ปฏิบัติการต่อต้านญี่ปุ่นในช่วงปี 1941 ควบคู่ไปกับรักสามเส้าไปจนถึงยุคที่จีนรวมชาติได้แล้ว (บนแผ่นดินใหญ่) และในเรื่องคืนค่ำและยามอรุณ ที่ตัวละครหลักเป็นสายลับของพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งคอยปกป้องประเทศอยู่หลังฉาก ศัตรูสำคัญของซีรีส์ในยุคนี้ คือ พรรคก๊กมินตั๋ง และญี่ปุ่นที่มีบทบาทเป็นผู้รุกรานของจีน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนเรื่องสมรภูมิแห่งศรัทธา เล่าเรื่องราวในเซี่ยงไฮ้ ช่วงทศวรรษ 1930 ในรัฐบาลก๊กมินตั๋ง ที่พระเอกเห็นการทุจริตในธนาคารกลางภายใต้รัฐบาลก๊กมินตั๋ง และมีนางเอกเป็นสายลับของพรรคคอมมิวนิสต์ ส่วนซีรีส์เรื่องคนกล้าท้าฝัน ที่ออกอากาศทางแพลตฟอร์มเอกชน iQIYI เล่าเรื่องราวการล่าสมบัติที่มีความเชื่อมโยงไปสู่การปฏิวัติซินไห่ในปี 1911 สอดแทรกอุดมการณ์ชาตินิยม ความพยายามทำลายการปกครองของชนชั้นศักดินา และมองชาติอื่นเป็นศัตรูคอยตักตวงผลประโยชน์จากจีน แต่เรื่องเหมันต์ใต้เงาจันทร์ และคดีปริศนาเมืองเจียง ออกอากาศทาง Tencent ไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอุดมการณ์ทางการเมือง พรรคคอมมิวนิสต์หรือสายลับโดยตรง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากซีรีส์ยุคสาธารณรัฐที่นำเสนอเนื้อหาปลูกฝังอุดมการณ์ทางการเมืองโดยตรงแล้ว ซีรีส์ที่ออกอากาศในช่องของรัฐบาลแนวอื่นๆ ก็สอดแทรกประเด็นอื่นๆ ที่รัฐบาลอาจจะต้องการสื่อสารด้วย เช่น ตำรวจหน้าใสหัวใจปู๊นปู๊น เสนอภาพคุณธรรมของตำรวจรถไฟ ออกอากาศทาง CCTV ซึ่งมีฉากหลังอยู่ในปี 1978 แสดงให้เห็นวิถีชีวิตของคนจีนซึ่งควบคู่ไปกับการพัฒนาชาติในยุคที่เติ้ง เสี่ยวผิง เพิ่งขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีและมีนโยบายปฏิรูปจีน ในเรื่องสอดแทรกวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนควบคู่ไปกับอุดมการณ์คอมมิวนิสต์</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-8-819x1024.png" alt="" class="wp-image-5942" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-8-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-8-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-8-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-8-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-8-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-8-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นอกจากเนื้อหาที่เป็นประเด็นอุดมการณ์ทางการเมืองแล้ว ยังมีซีรีส์ที่ใช้ซินเจียงและทิเบต ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่อ่อนไหวและเป็นพื้นที่ขัดแย้ง ที่ทำให้จีนถูกวิจารณ์ว่ารุกรานผู้ที่อยู่อาศัยเดิมและละเมิดสิทธิมนุษยชน กลายเป็นสถานที่ถ่ายทำของเรื่อง โดยถ่ายทอดให้เห็นภูมิทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงาม แปลกตา แต่ไม่กล่าวถึงประเด็นที่ขัดแย้ง เช่น สู่แดนฝันอาเล่อไท่ เป็นซีรีส์ยุคปัจจุบัน ออกอากาศทางช่อง CCTV เล่าถึงวิถีชีวิตของคนที่อยู่ในซินเจียงโดยตรง นางเอกที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนชาวฮั่นมีความฝันจะเป็นนักเขียนกลับมาอยู่บ้านเกิด และได้พบกับพระเอก คนเลี้ยงม้าในคาซัคสถาน ซึ่งมีพื้นที่เชื่อมต่อกัน ถ่ายทอดทิวทัศน์ที่สวยงามของซินเจียง โดยไม่ได้มีการกล่าวถึงมิติอื่นๆ ที่อาจจะเป็นปมขัดแย้ง เช่น ชาวอุยกูร์ที่นับถือศาสนาอิสลาม ซีรีส์เรื่องนี้ได้รับ<a href="https://thai.cri.cn/2025/06/28/ARTI1751105157270930">รางวัลแมกโนเลีย ครั้งที่ 30 </a>ซึ่งจัดขึ้นในปี 2025 โดยได้รับรางวัลละครโทรทัศน์จีนยอดเยี่ยม ถ่ายภาพยอดเยี่ยม รวมไปถึงรางวัลการสื่อสารระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่รับรางวัลมากที่สุด <a href="https://export.shobserver.com/baijiahao/html/913790.html">เฉินเป่ากั๋ว</a> วัย 69 ปี ประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัลแมกโนเลียในครั้งนี้ ยังได้เน้นย้ำว่าผลงานที่ได้รับรางวัลยืนยันว่าละครจีนที่ดีต้องไม่โชว์แค่ความเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ต้องสะท้อนภาพลักษณ์ของจีนที่ดี ใส่ใจถึงบริบทในโลกยุคใหม่ เล่าเรื่องราวชีวิตประจำวันที่ดีของจีน และยังต้องรับใช้การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.wsj.com/world/china/chinese-drama-to-the-wonder-xinjiang-c5688f29">ซีรีส์เรื่องนี้มีผู้ชมทั้งในจีนและต่างประเทศ 100 ล้านวิว</a>ในสัปดาห์แรกที่ออกฉาย หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการท่องเที่ยวในเมืองอาเล่อไท่ ที่อยู่ในซินเจียง ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำให้ข้อมูลว่ามียอดจองที่พักเพิ่มขึ้น 370% ตั้งแต่ที่ซีรีส์ออกฉาย ซีรีส์เรื่องนี้ผลิตร่วมกันระหว่างสถานีของรัฐและแพลตฟอร์มวิดีโออย่าง iQIYI กลายเป็นรูปแบบทางธุรกิจใหม่ของทางการจีน ที่ร่วมมือกับท้องถิ่นในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว โดยผู้บริหาร CCTV ส่งเสริมให้แพลตฟอร์มใช้อัลกอริทึมเพื่อโปรโมทซีรีส์ นอกจากนี้ แม้ว่าจะเน้นโปรโมทไปที่คนหนุ่มสาวเป็นหลัก และซีรีส์เรื่องนี้ยังถูกนำไปฉายในงานเทศกาลคานส์ซีรีส์ ทั้งยังเป็นซีรีส์จีนเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่เข้าชิงในสาขา<a href="https://www.dailynews.co.th/articles/3525696/">รางวัลซีรีส์ยอดเยี่ยม</a>แห่งปี และออกอากาศในประเทศคาซัคสถาน รวมถึงการโฆษณาผ่านบัญชีของทางการซินเจียง ใน X ซึ่งถูกบล็อคในประเทศจีน ด้วยเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษว่าเป็นซีรีส์ที่เสนอภาพเสรีภาพ สง่างาม และงดงามของภาคเหนือของซินเจียง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ฝ่ายสื่อสารของซินเจียงวางแผนงบประมาณ 308 ล้านหยวน หรือประมาณ 15 ล้านบาทสำหรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการสื่อสารผ่านสื่อในปี 2024 เพิ่มขึ้นจากปี 2020 ถึง 27% การส่งเสริมการท่องเที่ยวและนำเสนอเรื่องราววิถีชีวิตและธรรมชาติในซีรีส์เป็นการทำให้ซินเจียง เป็นเหมือนกับเมืองอื่นๆ ในจีน โดยไม่กล่าวถึงประเด็นขัดแย้งอื่นๆ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนซีรีส์ที่ออกอากาศทาง iQIYI เรื่องหิมะเจ็ดรัตติกาล รักไร้กาลเวลา เป็นเรื่องเกี่ยวกับเซียนมีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะในซินเจียง และที่ออกอากาศทาง Tencent เรื่องบันทึกจอมโจรแห่งสุสาน ตอน ดอกไม้ทะเลทิเบต ที่เป็นเรื่องการผจญภัยในทิเบต ทั้งสองเรื่องเป็นแนวแฟนตาซี มีฉากหลังเป็นมณฑลซินเจียงและทิเบตก็มุ่งถ่ายทอดภาพความยิ่งใหญ่และสวยงามของธรรมชาติ และไม่มีการกล่าวถึงประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงอื่นๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีซีรีส์แนวรักในเมืองใหญ่และวัยรุ่นที่ออกอากาศทาง CCTV อย่างน้อย 2 เรื่อง ที่สอดแทรกเหตุการณ์ที่จีนเห็นว่าสำคัญ เช่น ในเรื่องคลื่นลมแห่งฝัน ที่เป็นเรื่องวัยรุ่นตามหาความฝัน มีฉากที่ครอบครัวของเด็กๆ ฉลองเหตุการณ์ที่ฮ่องกงกลับคืนสู่จีนปี 1997 และความพยายามวางแผนเดินทางไปที่ฮ่องกง หรือเรื่อง กุหลาบร้อยรัก ที่มีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับความรักของหญิงสาวคนหนึ่ง มีตอนหนึ่งแทรกภาพบรรยากาศชาวจีนเฉลิมฉลองที่ประเทศได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกปี 2008 ขณะที่เรื่องวัยกล้าท้าฝัน ที่แม้จะออกอากาศทาง Tencent และมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักของวัยรุ่นก็นำเสนอชีวิตของแรงงานในโรงงาน เมืองชายฝั่งทะเลของจีนในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ก็สอดแทรกประเด็นความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างโรงงานกับพรรคคอมมิวนิสต์ เช่น ตอนหนึ่งผู้จัดการโรงงานกล่าวขอบคุณผู้บริหารพรรคที่แต่งตั้งเขาให้เป็นผู้จัดการ และกล่าวสุนทรพจน์ปลุกใจแรงงานว่า งานจะสำเร็จได้ เพราะการร่วมแรงร่วมใจของเหล่า “สหาย” ในสายพานการผลิต&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่า ซีรีส์ที่ออกอากาศทางแพลตฟอร์มของรัฐบาลจีนมีเนื้อหาที่บ่งบอกเป้าหมายชัดเจนว่า ต้องการเผยแพร่แนวคิดของรัฐ ซึ่งอาจจะสอดแทรกอย่างกลมกลืนหรือนำเสนออย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ที่มีโครงเรื่องหลักเป็นประเภทใดก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าซีรีส์ที่ออกอากาศทางช่องเอกชนจะปราศจากการนำเสนออุดมการณ์รัฐ ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างในเรื่อง วัยกล้าท้าฝัน ทั้งนี้<a href="https://www.wsj.com/world/china/chinese-drama-to-the-wonder-xinjiang-c5688f29">หนึ่งในเกณฑ์ที่รัฐพิจารณา</a>ว่าจะให้ทุนสนับสนุนการสร้างซีรีส์เรื่องใด จะต้องบอกเล่าเรื่องราวของจีนได้เป็นอย่างดี</p>



<h3 class="wp-block-heading">ซีรีส์แฟนตาซีอัตลักษณ์จีน สะท้อนอารยธรรมเก่าแก่</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการแบ่งประเภทเนื้อหาซีรีส์จีนพบว่า ซีรีส์จีนนั้นมีละครพีเรียดที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยนอกจากซีรีส์จีนโบราณ ที่เป็นเรื่องราวความรักระหว่างตัวละครหลักซึ่งดำเนินชีวิตประจำวันภายใต้ฉากที่เป็นจีนย้อนยุค ทั้งเครื่องแต่งกาย สถานที่ วิถีชีวิต ยังมีซีรีส์ย้อนยุคที่มีลักษณะเฉพาะตัวอย่างแนวกำลังภายในหรือจอมยุทธ์ เทพเซียน ซึ่งปรากฏการแบ่งประเภทอยู่ในแพลตฟอร์มฉายซีรีส์จีน และเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปในกลุ่มผู้ชมซีรีส์จีน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากซีรีส์จีนในปี 2024 ทั้ง 96 เรื่อง มีซีรีส์ที่เป็นประเภทกำลังภายในหรือจอมยุทธ์ (Wuxia) เทพเซียน (Xianxia) และแฟนตาซีตะวันออก (Xuanhuan) รวม 15 เรื่อง คิดเป็นสัดส่วน 15.63% ประเภทละครนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่น แตกต่างจากชาติอื่น พร้อมกับนำเสนอวัฒนธรรมประเพณีจีนโบราณลงไปด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซีรีส์แนวกำลังภายใน หรือจอมยุทธ์ (<a href="https://vtechworks.lib.vt.edu/items/df605a2c-0671-437e-b947-294f7ee5d9ad">Wuxia</a>) มาจากวรรณกรรมแนวแฟนตาซีของจีนที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ 20 คำนี้มาจากนิยายกำลังภายในของจีนซึ่งคำว่า 武 หมายถึงการต่อสู้ ส่วน 俠 หมายถึงผู้กล้าหรือวีรบุรุษ ดังนั้น เนื้อหาหลักจะเกี่ยวข้องกับศิลปะการต่อสู้ และอุดมคติของการเป็นจอมยุทธ์จีนที่มีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น </p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนละครแนวเทพเซียน (<a href="https://vtechworks.lib.vt.edu/items/df605a2c-0671-437e-b947-294f7ee5d9ad">Xianxia</a>) เป็นซีรีส์แฟนตาซีที่มีฉากและเนื้อหาเกี่ยวข้องกับแนวคิดเต๋าหรือปกรณัมจีน ตัวละครมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติ พยายามบรรลุความเป็นอมตะผ่านการฝึกฝนตนเองอย่างเข้มงวด มีการแข่งขันอย่างดุเดือดกับคู่แข่ง หรือมีการต่อสู้กับสัตว์ประหลาด ขณะที่แฟนตาซีตะวันออก (Xuanhuan) ซึ่งหมายถึง ความลึกลับและแฟนตาซี ถือเป็นแฟนตาซีที่มีลักษณะเฉพาะของจีน มักจะผสมผสานแฟนตาซี ศิลปะการต่อสู้ วีรบุรุษ โรแมนติก และแรงบันดาลใจเข้าไว้ด้วยกันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานในการเล่าเรื่อง ทั้งยังมีปรัชญาจีนดั้งเดิม เช่น เต๋า ร่วมด้วย คล้ายกับแนวเทพเซียน แต่แตกต่างจากแนวกำลังภายใน (Wuxia) และนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ตรงที่แฟนตาซีตะวันออกจะสร้างโลกจำลองมากกว่าจะเป็นช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์จีนจริง และมักผสมกับยุคสมัยใหม่ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ลักษณะร่วมกันของทั้งซีรีส์ทั้งสามประเภทนี้อยู่ที่ฉาก ที่มักเป็นทิวทัศน์ธรรมชาติ สถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือนย้อนยุค เครื่องแต่งกายที่อ้างอิงจีนดั้งเดิมของชาวฮั่น ผู้หญิงผู้ชายไว้ผมยาว ภาษาย้อนยุค ไปจนถึงการสอดแทรกคติหรือความเชื่อของจีน อาหาร ตลอดจนเครื่องดนตรี โดยพบมากในละครย้อนยุค เพื่อสะท้อนภาพวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ของจีน<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-4-819x1024.png" alt="" class="wp-image-5943" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-4-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-4-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-4-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-4-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-4-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-4-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">หลายเรื่องเป็นซีรีส์ที่สอดแทรกตำนานตามความเชื่อของจีนอยู่ด้วย เมื่อพิจารณาว่าซีรีส์ประเภทใดที่มีเทพเซียนอยู่ในเนื้อเรื่อง พบว่าไม่ใช่แค่ซีรีส์ประเภทเทพเซียนเท่านั้น แต่ตำนานเทพเซียนยังอยู่ในซีรีส์จีนโบราณ แฟนตาซีตะวันออก และจอมยุทธ์ ตัวอย่างเช่น เรื่องปฐพีไร้พ่าย ที่นางเอกเคยเป็นเทพมาก่อน กลับมาเกิดใหม่กลายเป็นหงส์ในโลกมนุษย์ ซีรีส์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากนิยายในชื่อเดียวกัน คือปฐพีไร้พ่าย (Accompanying the Phoenix) ตามตำนานจีนแล้ว นกฟีนิกซ์เพศเมียมีคุณสมบัติเป็นอมตะ สามารถฟื้นชีพจากความตายได้ หรือเรื่องห้วงฝันหวนคืน ที่เป็นแฟนตาซีตะวันออกเล่าถึงการผจญภัยของหน่วยปราบปีศาจที่อิงจากตำนานจีนโบราณอย่างซานไห่จิง คัมภีร์ขุนเขามหาสมุทร รวมทั้งตำราโบราณอื่นๆ เช่น คัมภีร์พิธีกรรม (禮記) และเอกสารโบราณเกี่ยวกับกษัตริย์เจี้ยนปราบภัยแล้ง แม้แต่ตัวเอกในเรื่องก็อ้างอิงมาจากตัวละครในคัมภีร์ อาทิ ลิงจูเยี่ยน เทพธิดาไป๋เจ๋อ มังกรอิ้งหลง ต้นไหวในคัมภีร์ขุนเขามหาสมุทร เช่นเดียวกับเรื่องห้วงคำนึงดวงใจนิรันดร์ ภาค 2 ที่อ้างอิงจากคัมภีร์ขุนเขามหาสมุทร ทั้งสถานที่อาศัยของเทพเจ้า สัตว์ร้าย ผู้คน และสิ่งมีชีวิตต่างๆ รวมถึงอ้างอิงตำราอื่นๆ ของจีนอย่างคัมภีร์กวีนิพนธ์ หรือบันทึกประวัติศาสตร์ซื่อหม่าเชียนด้วย ส่วนพิธีกรรมที่แทรกอยู่ในเรื่องที่เห็นชัดเจนคือ การแต่งงาน รวมทั้งงานศพ</p>



<p class="wp-block-paragraph">คำสอนขงจื๊อและคำสอนอื่นๆ ตามจารีตเดิมที่แทรกอยู่ในซีรีส์จีนหลายเรื่องคือ บทบาททางเพศ ความกตัญญู และความสัมพันธ์ในครอบครัว ตัวอย่างเช่น หน้าที่ของผู้หญิงคือการดูแลบ้าน การมีความสามารถทัดเทียมกับบุรุษถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ตามแนวคิดที่ว่า “สตรีที่ไร้ความสามารถ คือสตรีที่มีจรรยา” (女子无才便是德) ซึ่งหมายถึงการที่สตรีไม่มีพรสวรรค์ (หรือความรู้ความสามารถ) ถือเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่ง คำกล่าวนี้เป็นค่านิยมที่หยั่งรากลึกในสังคมศักดินาของจีนโบราณซึ่งมีแนวคิดแบบปิตาธิปไตย ความหมายที่แท้จริงของประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงโง่คือคนดี แต่หมายถึงการไม่แสดงความรู้ความสามารถหรือพรสวรรค์ให้โดดเด่นเหนือกว่าบุรุษ และจำกัดบทบาทของตนเองอยู่เพียงเรื่องในบ้าน เช่น เรื่อง คะนึงรักหัวใจเพรียกหา ตัวละครหญิงที่ชื่อ เจียงซัวหลัว มีความรู้ความสามารถจนได้รับตำแหน่งเป็นราชบัณฑิตในสำนักศึกษาชาย แต่ในวันเข้ารับตำแหน่งยังโดนนินทาลับหลังว่า “สตรีไร้ความสามารถก็คือคุณธรรม สตรีจะเป็นราชบัณฑิตได้อย่างไร อีกสองปีก็แต่งงานมีลูกแล้ว สตรีก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ” นอกจากนี้ในเรื่องนี้ยังสะท้อนคติเกี่ยวกับการแต่งงานที่บุตรมีหน้าที่ต้องกตัญญูต่อบิดามารดาและบรรพบุรุษ ด้วยการมีทายาทสืบทอดวงศ์ตระกูล ด้วยเหตุนี้เองเจียงซัวหลัวจึงต้องแต่งงานตามคำสั่งของผู้ใหญ่ ภายใต้หลักการสมรสตามคำสั่งของผู้ใหญ่และผ่านการทาบทามของแม่สื่อ (父母之命，媒妁之言) ซึ่งในที่นี้คือองค์ฮองเฮา การแต่งงานของซัวหลัวจึงสะท้อนค่านิยมในยุคนั้นที่มองว่าการแต่งงานเป็นเพียงหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อความเหมาะสม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/5KEAPy3T-1024x681.jpg" alt="ภาพเรื่อง คะนึงรักหัวใจเพรียกหา จาก iQIYI" class="wp-image-5944" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/5KEAPy3T-1024x681.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/5KEAPy3T-300x200.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/5KEAPy3T-768x511.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/5KEAPy3T-1536x1022.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/5KEAPy3T.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption class="wp-element-caption">ภาพเรื่อง คะนึงรักหัวใจเพรียกหา จาก iQIYI</figcaption></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือความสัมพันธ์ในครอบครัวตามหลัก “สามคล้อยตามสี่คุณธรรม” (三从四德) ที่พบในเรื่องจิ่วฉงจื่อ ในฉากการโต้เถียงระหว่างลุงห้าและย่าชุย ที่ลุงห้า ซึ่งเป็นลูกชายของย่าชุยและพ่อของโต้วเจาต้องทำตามคำสั่งของตนเอง เขายกหลักการนี้ขึ้นมาอ้างว่า “สตรีต้องเชื่อฟังบิดา, เมื่อออกเรือนต้องเชื่อฟังสามี, และหากสามีตายต้องเชื่อฟังบุตรชาย” แต่เขาก็ถูกโต้เถียงจากแม่ด้วยคำสอนว่า หลักการเหล่านี้ไม่ใช่การเชื่อฟังอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่มีคำอธิบายกำกับอยู่ เช่น พ่อเป็นหลักของลูก (父为子纲) นั้นหมายความว่าบิดาต้องเป็นแบบอย่างที่ดี หากบิดาไร้ซึ่งคุณธรรม บุตรก็มีสิทธิที่จะไม่เชื่อฟัง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/VwcQtsZS-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-5945" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/VwcQtsZS-1024x1024.jpg 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/VwcQtsZS-300x300.jpg 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/VwcQtsZS-150x150.jpg 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/VwcQtsZS-768x768.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/VwcQtsZS-1536x1536.jpg 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/VwcQtsZS-600x600.jpg 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/VwcQtsZS-100x100.jpg 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/VwcQtsZS.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption class="wp-element-caption">ภาพเรื่อง จิ่วฉงจื่อ จาก WeTV</figcaption></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่เพียงแต่นำเสนอคำสอนหรือจารีตดั้งเดิม ในซีรีส์ยังมีมุมมองอื่นที่แตกต่างออกไปด้วย เช่น เรื่องคะนึงรักหัวใจเพรียกหา นางเอกตั้งคำถามต่อประเพณีที่กำหนดให้ผู้หญิงต้องแต่งงาน และเชื่อว่าตนเองมีสิทธิเลือกคู่ครองและตัดสินใจเรื่องการแต่งงานด้วยตนเอง ขณะเดียวกันในเรื่องนี้ยังมีผู้หญิงที่แต่งงานและหย่าร้างแล้ว ท้าทายค่านิยมที่ห้ามสตรีแต่งงานใหม่หลังจากสามีตายด้วยการเลือกสามีใหม่ให้มาแต่งเข้าบ้านตนเอง และให้ลูกสาวได้ใช้นามสกุลของแม่ ซึ่งนับว่าเป็นการท้าทายขนบประเพณีของสังคมในยุคนั้น<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-6-819x1024.png" alt="" class="wp-image-5946" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-6-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-6-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-6-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-6-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-6-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-6-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">เครื่องแต่งกายในซีรีส์กำลังภายในหรือจอมยุทธ์ เทพเซียน หรือแฟนตาซีตะวันออก จะใช้ชุดจีนโบราณแบบชาวฮั่นที่ปกครองประเทศจีนมายาวนาน แต่อาจจะมีทั้งการอ้างอิงตามขนบเดิมหรือดัดแปลงเล็กน้อย โดยรวมจะเป็นเสื้อคลุมยาวที่มีแขนเสื้อหลวมและเข็มขัดที่เห็นที่เอว บนเสื้อผ้ามีการตกแต่งลวดลาย หรือมีผ้าคลุมไหล่ที่เรียกว่า อวิ๋นเจี่ยน โดยอาจจะมีรายละเอียดแตกต่างในราชวงศ์ต่างๆ เช่น ราชวงศ์ถัง ตัวละครชายในเรื่อง จะสวมเสื้อคลุมคอกลม (圓領袍) ที่ใส่ตั้งแต่จักรพรรดิจนถึงสามัญชน และยังได้รับความนิยมในหมู่ผู้หญิงอีกด้วย จนกลายเป็นแฟชั่นที่แพร่หลาย เสื้อของผู้ชายมักเป็นสีเรียบไม่มีลวดลาย ในขณะที่ของผู้หญิงจะมีสีสันสดใสและประดับด้วยลวดลายงดงาม เห็นได้จากเรื่อง #ตำนานแมวขาวแห่งศาลต้าหลี่ #ปริศนาลับราชวงศ์ถัง เสื้อผ้าของผู้หญิงในยุคนี้จะเป็นชุดที่เรียกว่า ชุดรู่ฉวิน ซึ่งประกอบด้วยเสื้อท่อนบน (รู่) และกระโปรง (ฉวิน) โดยสมัยถังผู้หญิงจะผูกกระโปรงไว้สูงเหนือหน้าอก ทำให้สามารถอวดเรือนร่าง แขน และหัวไหล่ได้ นอกจากนี้ผู้หญิงยังแต่งหน้าด้วยฮวาเตี้ยน (花钿) หรือสติ๊กเกอร์ประดับหน้าผากที่ทำจากแผ่นทอง กระดาษ หรือวัสดุอื่นๆ ตัดเป็นรูปดอกไม้แปะไว้กลางหน้าผาก เป็นต้น ซึ่งฮวาเตี้ยนก็ยังคงดัดแปลงและนำมาใช้ในละครจีนย้อนยุคอีกหลายเรื่อง อาทิ เรื่อง #ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าเฟิ่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอวัฒนธรรมจีนอื่นๆ อีกมากในซีรีส์จีน ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนออาหารจีนหลากหลาย&nbsp; ไม่ว่าจะเป็นซาลาเปา แซนด์วิชหรือแฮมเบอร์เกอร์แบบจีน ที่เป็นแป้งประกบเนื้อสัตว์ บะหมี่เส้นแบน อย่างในเรื่องคะนึงรักหัวใจเพรียกหา หรือโจ๊กถั่วแดง เหล้าสำหรับผู้หญิง ในเรื่องตำนานเซียนกระบี่ ดนตรีนาฏศิลป์จีน การใช้ร่มกระดาษ ศิลปะการตัดกระดาษที่นำมาใช้เป็นเครื่องประดับบ้านในเทศกาลต่างๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่า แม้ธีมหลักของซีรีส์จีนทั้ง 4 ประเภทนี้จะเป็นความรักชาย-หญิง แต่การนำเสนอเรื่องราวภายใต้ฉากและบริบทที่ฉายภาพจีนยุคโบราณก็สามารถทำให้ผู้ชมรับรู้ถึงวัฒนธรรมของจีนในด้านต่างๆ ที่อยู่ในเรื่องด้วย ซึ่งในทางหนึ่งก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของจีน ภูมิประเทศ สถาปัตยกรรม ไปจนถึงความลุ่มลึกทางวัฒนธรรม</p>



<h3 class="wp-block-heading">สังคมจีนที่ทันสมัย รุ่งเรืองทัดเทียมโลก</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากซีรีส์จีนที่นำมาศึกษาทั้งหมด 96 เรื่อง มีซีรีส์ที่มีฉากหลังเป็นยุคปัจจุบัน 44 เรื่อง ซึ่งมีเนื้อหาแนวรักในเมืองมากที่สุด 20 เรื่อง รองลงมาเป็นวัยรุ่น 10 เรื่อง สอบสวน 6 เรื่อง แฟนตาซี 3 เรื่อง ผจญภัย 2 เรื่อง ชนบท แฟนตาซีตะวันออกและครอบครัวอย่างละ 1 เรื่อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในซีรีส์ที่เกี่ยวกับรักในเมืองเสนอภาพความทันสมัยของจีน โดยมากมักมีฉากหลังเป็นเมืองใหญ่สมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า เทคโนโลยีล้ำสมัย ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมของจีนตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา โดยเฉพาะเซี่ยงไฮ้ที่ปรากฏอยู่ 7 เรื่องจาก 15 เรื่อง เช่น #สาวสตรองสองชีวิต #สามสายใยหนึ่งหัวใจ #ในวันที่รักผลิบาน ซึ่งฉายภาพเมืองที่ทันสมัย ภาพรถไฟความเร็วสูงวิ่งระหว่างเมืองที่สามารถเข้าถึงเมืองที่อยู่ห่างไกลได้ในเวลารวดเร็ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">เนื้อเรื่องของรักในเมืองส่วนใหญ่เป็นความรักของคนหนุ่มสาวที่ทำงานบริษัทในอาคารสำนักงานทันสมัย นักแสดงนำชายส่วนใหญ่เป็นประธานบริษัทหรือผู้บริหารบริษัทซึ่งพบ 5 เรื่อง จาก 15 เรื่อง เช่น #รักนี้ทีละสเตป พระเอกเป็นประธานบริษัทเกี่ยวกับงานออกแบบพื้นที่ ส่วนนางเอกเป็นลูกหลานของบริษัทคู่แข่ง และยังพบว่าตัวละครจำนวนหนึ่งในซีรีส์รักในเมืองทำงานเกี่ยวกับศิลปะและการออกแบบตามขนบตะวันตก เช่น ทำงานเป็นนักซื้อขายผลงานศิลปะในแกลอรี่ที่ทันสมัย ทำงานเป็นครูสอนบัลเลต์ ฉากในเรื่องหรือการพูดถึงการใช้เวลาในหอศิลป์หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ตัวอย่างเช่น เรื่องวันธรรมดาที่มีเธอ ที่ตัวเอกเป็นนายหน้าขายงานศิลปะในแกลลอรี่ อาจสะท้อนให้เห็นถึงว่าชาวจีนในปัจจุบันมีรสนิยมที่เข้าใจศิลปะแบบตะวันตก ทัดเทียมกับโลกสากล โดยการทำงานอย่างหนักภายใต้บรรยากาศแข่งขันปรากฏอยู่ในเกือบทุกเรื่อง พร้อมกับการนำเสนอว่าเศรษฐกิจจีนยิ่งใหญ่กว่าชาติอื่น ขณะเดียวกันก็ไม่ตกขบวนกระแสโลกที่คนอายุน้อยเป็นเจ้าของกิจการ เช่น ในซีรีส์เรื่องห้วงประกายพร่างพรายรัก พระเอกเป็นประธานบริษัทสตาร์ทอัปธัญพืชหนุ่ม มีหุ้นส่วนเป็นเพื่อนวัยเดียวกัน มีกิจกรรมส่งเสริมการตลาดไลฟ์ขายสินค้าทางออนไลน์</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีนอาจแสดงออกผ่านซีรีส์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ เช่น เรื่องอุบัติรักข้ามเมตาเวิร์ส ที่นางเอกเป็นนักออกแบบเกม เนื้อเรื่องเกี่ยวกับบริษัทเกมที่ใช้เทคโนโลยีเมตาเวิร์ส เช่นเดียวกับเรื่องดารารักนิรันดร์ ที่นางเอกได้หลุดเข้าไปในโลกเกมและมีเทคโนโลยีล้ำหน้าแบบเดียวกัน หรือเรื่องเธอพิเศษใส่ไข่ ก็เล่าเรื่องการสร้างหุ่นยนต์และมีพระเอกเป็นวิศวกรเอไอ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซีรีส์จีนที่เป็นแนววัยรุ่นไม่เพียงถ่ายทอดชีวิตวัยรุ่นจีนในปัจจุบัน แต่ยังสะท้อนความคาดหวังของผู้ใหญ่ต่อคนรุ่นหลังด้วย เช่น #รักวัยใสในความทรงจำ ที่เล่าถึงชีวิตนักเรียนชั้นมัธยมปลายและบรรยากาศการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดำเนินเรื่องในปี 2008 พร้อมทั้งแสดงให้เห็นทศวรรษแห่งความรุ่งเรืองของจีน มีทั้งสัญญาณ 3G ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ งานกีฬาโอลิมปิกปักกิ่ง 2008 และความกดดันของเยาวชนจีนที่ต้องเผชิญกับการสอบเกาเข่า ซึ่งคือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับชาติของจีน นอกจากนี้ซีรีส์วัยรุ่นยังมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการเป็นนักกีฬา เช่น สเก็ตน้ำแข็ง สนุกเกอร์ วอลเลย์บอลชายหาด วิ่ง ซึ่งสอดแทรกการฝึกฝนกีฬาด้วยความมุ่งมั่น และการคว้าชัยชนะเพื่อประเทศชาติ เช่น กระซิบรักผ่านสายลม ที่เป็นความรักของนักกีฬาสเก็ตน้ำแข็งและการเป็นนักกีฬาทีมชาติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้เห็นได้ชัดว่า ซีรีส์แนวละครไอดอลที่ลักษณะเน้นเรื่องราวความรักใสๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนมัธยมใช้นักแสดงรุ่นใหม่ที่หน้าตาดีและมีฐานแฟนคลับ พล็อตเรื่องไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย เพื่อสร้างความรู้สึกผูกพันและทัศนคติเชิงบวกต่อวัฒนธรรมจีนร่วมสมัยในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยนำเสนอสังคมจีนในมุมที่สดใส ปลอดภัย และโรแมนติก รวมถึงส่งเสริมเรื่องวัยรุ่นมีชีวิตครั้งเดียว ควรกล้าหาโอกาส กล้าสู้ เช่น กระซิบรักผ่านสายลม ที่เล่าถึงชีวิตของนักกีฬาสเกตน้ำแข็งในการแข่งขันโอลิมปิก แม้จะเคยยอมแพ้ไป แต่สุดท้ายในตอนจบก็บรรยายว่าตัวเอกใช้ความเลือดร้อนของวัยรุ่นคว้าชัยชนะมาให้ประเทศชาติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในซีรีส์สืบสวนสอบสวนแสดงให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมของจีน ควบคู่ไปกับความมีประสิทธิภาพในการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ เช่น อัยการทีม 9 พิทักษ์เยาวชน เสนอมุมมองของกฎหมายและคดีจากเยาวชนในจีน ปัญหาการทำงานด้านกฎหมายในจีนที่มีอุปสรรค การสร้างความเชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ของรัฐในการดำเนินการทางกฎหมาย หรือ Frozen Surface ที่บอกเล่าปัญหาของอาชญากรรมในท้องถิ่นของจีน ความเด็ดขาดของตำรวจน้ำดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่ปรากฏชัดเจนอีกประเด็นหนึ่งในซีรีส์จีนคือ การให้คุณค่ากับสถาบันครอบครัวที่เข้มแข็งและความกตัญญู ส่วนใหญ่ความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นจุดสำคัญของเรื่องไม่ว่าจะเป็นแนวใดก็ตาม โดยลูกต้องเชื่อฟังพ่อแม่ เวลาพ่อแม่เจ็บไข้ได้ป่วย ลูกมีหน้าที่ดูแลพ่อแม่ เช่น สาวสตรองสองชีวิต ซีรีส์แนวรักในเมืองใหญ่ ปมขัดแย้งหนึ่งของเรื่องก็คือการที่พ่อของแฟนหนุ่มที่ตั้งใจว่าจะไปทำงานที่เซี่ยงไฮ้ด้วยกันล้มป่วยลง นางเอกจึงตัดสินใจไปเซี่ยงไฮ้เพื่ออนาคตของตัวเอง ส่วนฝ่ายชายตัดสินใจว่าจะอยู่ดูแลพ่อ นางเอกถูกประณามว่าเห็นแก่ตัว อกตัญญู ทั้งนี้สำหรับสังคมจีนแล้วครอบครัวสำคัญมาก <a href="http://english.scio.gov.cn/topnews/2021-05/10/content_77478264.htm">ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน</a> เน้นย้ำคุณค่าของครอบครัวและประเพณีหลายครั้ง ครอบครัวเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของชาติ ชาติคือครอบครัวหลายครอบครัวที่อยู่ร่วมกัน เราควรส่งเสริมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของครอบครัว สนับสนุนให้คนกตัญญูต่อครอบครัว หล่อเลี้ยงประเพณีดีงามของครอบครัว และดูแลผู้สูงอายุ แม่ควรจะทำให้ลูกตั้งใจเรียนเรียน มีจิตวิญญาณของการทำงานหนัก และรักบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อให้พวกเขาเป็นกำลังสำคัญของประเทศและประชาชน เราต้องช่วยให้ผู้หญิงมีสมดุลระหว่างครอบครัวและการทำงาน เพื่อให้เป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่สามารถรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมกับดูแลครอบครัวได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ระหว่างการนำเสนอชีวิตจีนสมัยใหม่ ในซีรีส์ยังมีเทศกาลและพิธีกรรมต่างๆ ที่ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสกับรากฐานทางวัฒนธรรมของจีน เช่น ในสาวสตรองสองชีวิต มีประเพณีตามฤดูกาล ฤดูหนาว ต้มแกงจืดสมุนไพรและกินเกาลัดคั่ว, ฤดูใบไม้ผลิ เก็บดอกหอมหมื่นลี้ และวันไหว้พระจันทร์ ดื่มเหล้าดอกหอมหมื่นลี้พร้อมเล่านิทานฉางเอ๋อ หรือเรื่องวัยกล้าท้าฝัน ที่ฉายภาพเทศกาลโคมไฟ และเทศกาลไหว้พระจันทร์ ขณะเดียวกันยังพบเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง มีชื่อเรียกอีกชื่อว่าเทศกาลตวนอู่ (端午节) รวมไปถึงเทศกาลแข่งเรือมังกรที่ปรากฏในเรื่องดารารักนิรันดร์ ไม่เพียงแต่แสดงถึงประเพณีเก่าแก่แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ของตัวละครอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่า ซีรีส์จีนที่มีเนื้อหาในยุคปัจจุบันแสดงให้เห็นถึงภาพของสังคมจีนที่ต้องการแสดงให้ผู้ชมเห็น ทั้งตึกรามบ้านช่องที่ทันสมัย เมืองที่มีผู้คนพลุกพล่าน ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน พร้อมกับคุณค่าที่จีนให้ความสำคัญไม่ว่าจะเป็น การทำงานหนัก ครอบครัว การทุ่มเทเพื่อประเทศชาติ ในขณะเดียวกันก็ยังแฝงวัฒนธรรมประเพณีจีนในซีรีส์อย่างแนบเนียน ไม่เพียงสะท้อนการผสานอย่างกลมกลืนระหว่างความทันสมัย แต่ยังทำให้ผู้ชมที่อยู่ต่างวัฒนธรรมรู้จักขนบธรรมเนียมจีนด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-5-819x1024.png" alt="" class="wp-image-5947" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-5-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-5-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-5-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-5-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-5-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-5-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">งานในซีรีส์จีน: ชายเป็นประธานบริษัท-หญิงสู้ชีวิต&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสำรวจบทบาททางเพศในซีรีส์จีนโดยพิจารณาผ่านงานของพระเอกและนางเอกพบว่า ซีรีส์ย้อนยุค พระเอกมักมีสถานะทางสังคมที่สูงส่ง และเกี่ยวข้องกับอำนาจด้วย พบมากที่สุดคือกลุ่มขุนนางและข้าราชการ จำนวน 17 เรื่อง คิดเป็น 17.71% หากเป็นซีรีส์ยุคปัจจุบัน (Modern) อาชีพของพระเอกมักจะเป็นแสดงออกถึงความสำเร็จและความมั่งคั่ง อาชีพที่พบมากที่สุดคือ ประธานบริษัท จำนวน 16 เรื่อง คิดเป็น 16.67% นอกจากนี้พระเอกยังมีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการปกครองหรือการทหาร อาทิ เป็นเชื้อพระวงศ์ อ๋อง องค์ชาย บางครั้งก็เป็นขุนนางระดับสูง เป็นแม่ทัพ ตลอดจนเจ้าเมืองด้วย เช่น เจียงซินไป๋ พระเอกจากเรื่อง คะนึงรักหัวใจเพรียกหา มีฐานะเป็นจวิ้นอ๋อง (ลูกของอ๋องหญิง), สิงจื่อ พระเอกจาก ปฐพีไร้พ่าย มีฐานะเป็นเทพองค์สุดท้ายของสวรรค์, ชุยสิงโจวจากซ่อนรักชายาลับ มีฐานะเป็นอ๋อง, อู่เกิง พระเอกจาก เทพยุทธ์สะบั้นฟ้าท้าสวรรค์ มีฐานะเป็นองค์ชายเผ่ามนุษย์, ซ่งโม่ พระเอกจาก จิ่วฉงจื่อ เป็นแม่ทัพ, ซางอี้จือ พระเอกจาก สตรีกล้าท้าสงครามรัก, มีฐานะเป็นลูกชายขององค์หญิงใหญ่ (ต่อมาเป็นฮ่องเต้), เสิ่นจือเหิง พระเอกจากเหมันต์ใต้เงาจันทร์ เป็นประธานสำนักพิมพ์และหนังสือพิมพ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม หากสำรวจด้วยประเภทของละคร จะพบว่าอาชีพของพระเอกถูกกำหนดโดยขนบของแนวเรื่อง กล่าวคือ หากเป็นกลุ่มละครแนวย้อนยุคหรือกำลังภายใน อาชีพของพระเอกจะผูกติดกับอำนาจการปกครองและการทหาร เช่น ขุนนาง อ๋อง แม่ทัพ และมีสถานะสูงในสังคม เช่น จอมยุทธ์ หากเป็นกลุ่มละครรักในเมือง และละครโรแมนติก อาชีพของพระเอกก็สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในโลกปัจจุบันด้วยตำแหน่งประธานบริษัท มีพระเอกที่เป็นนักธุรกิจผู้บริหาร และทำการค้า รวม 16 เรื่อง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับซีรีส์เฉพาะทาง พระเอกมีงานที่มีบทบาทสำคัญของเรื่องนั้น เช่น ในซีรีส์สืบสวน ก็มักจะเป็นตำรวจ นักสืบ พบอาชีพกลุ่มทหาร ตำรวจ และผู้รักษากฎหมาย 16 เรื่อง (16.67%) นักเรียนและนักศึกษาในละครวัยรุ่น 6 เรื่อง 6.25% อย่างไรก็ตาม ยังพบอาชีพที่น่าสนใจจากพระเอกอีกบ้าง เช่น คนเคาะยาม ในแนวย้อนยุค จากเรื่องผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าเฟิ่ง, ข้าราชการนักแต่งหน้าศพ จากเรื่องในวันที่รักผลิบาน, ตำรวจรถไฟ จากเรื่องตำรวจหน้าใสหัวใจปู๊นปู๊น</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากงานแล้ว รูปร่างหน้าตาของพระเอกในซีรีส์ย้อนยุคและปัจจุบัน มักเป็นชายผิวขาว ใบหน้าเล็กเกลี้ยงเกลา ไม่มีหนวดเครา รูปร่างผอมบางโดยเฉพาะซีรีส์ที่มีตัวเอกเป็นจอมยุทธ์หรือมีพลังวิเศษ ทั้งในเรื่องเซียนกระบี่พิชิตมาร 4, หิมะเจ็ดรัตติกาลรักไร้กาลเวลา และเทพบุตรจุติมารัก ที่แม้จะคงการไว้ผมยาวไว้ตามความงามแบบขงจื๊อที่เห็นว่า “ร่างกายของเรา อวัยวะต่างๆ ผิวหนัง และขน หรือผมต่างก็มาจากบิดามารดามอบให้ไม่ควรทำลายหรือทำให้เสียหาย” (身体发肤，受之父母，不敢毁伤，孝之始也) ซึ่งนับเป็นขั้นแรกของความกตัญญู แต่ก็ไม่ไว้หนวดเครา เพื่อให้สอดคล้องกับพิมพ์นิยมในปัจจุบัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสำรวจนางเอกในซีรีส์จีน งานที่พบมากที่สุดคือเป็นนักธุรกิจ ผู้บริหาร และการค้า จำนวน 16 เรื่อง คิดเป็น 16.67% ซึ่งกลุ่มนี้ก็สะท้อนถึงการสร้างเนื้อสร้างตัว ใช้ความสามารถในดูแลตัวเอง เช่น ซ่อนรักชายาลับ จิ่วฉงจื่อ รองลงมา คือสถานะพิเศษ เช่น จอมยุทธ์หญิง เซียน เทพ ปีศาจ จำนวน 16 เรื่อง คิดเป็น 16.67% ตามมาด้วย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น นักกีฬา นักแสดง นักออกแบบ 13 เรื่อง คิดเป็น 13.54% ต่อมาอาชีพตำรวจ นักสืบ สายลับ ฉายภาพผู้หญิงที่เข้มแข็ง มี 13 เรื่อง (13.54%) เช่น ฮาร์บิน1944, ข้ามเวลาท้าคดีเดือด อาชีพพนักงานบริษัท 8 เรื่อง (8.33%) เช่น สาวสตรองสองชีวิต กลุ่มอาชีพขุนนาง ธิดาขุนนาง ข้าราชการ จำนวน 7 เรื่อง (7.29%) เช่น ดารารักนิรันดร์ อาชีพนักเรียนนักศึกษา 7 เรื่อง (7.29%) ซึ่งพบในซีรีส์แนววัยรุ่นที่เน้นการเติบโตของตัวเอก เช่น คลื่นลมแห่งฝัน ส่วนอาชีพแพทย์ มี 6 เรื่อง (6.25%) เช่น คืนค่ำและยามอรุณ, เธอคือเพลงรักฤดูหนาว</p>



<p class="wp-block-paragraph">น่าสังเกตว่าในละครย้อนยุค มักมีนางเอกหรือผู้หญิงในเรื่องที่แหวกขนบซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์ฉลาดเฉลียวพึ่งพาตัวเองได้ ส่วนกลุ่มละครรักในเมืองก็จะพบนางเอกที่เก่งและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ตั้งแต่นักออกแบบ ทนาย วิสัญญีแพทย์ โปรดิวเซอร์ ไปจนถึง ผอ.สำนักงานบริหารสินเชื่อ ในซีรีส์จีนร่วมสมัยยังสอดแทรกนโยบายของรัฐบาลจีนด้วย เช่น นโยบายสนับสนุนให้มีลูกคนที่ 2 ที่เริ่มในปี 2016 ในเรื่องสาวสตรองสองชีวิต</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภายใต้โครงเรื่องความรักระหว่างชายหญิงในเมืองใหญ่ นางเอกในซีรีส์จีนต้องทำงานด้วยความฝ่าฟันเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยความสามารถของตัวเอง หรือมีทักษะเฉพาะทางบางอย่าง ที่ต้องใช้ความรู้ เพื่อเอาชนะอุปสรรค อย่างไรก็ตามยังคงต้องปะทะกับความคิดที่ว่า ผู้หญิงต้องแต่งงาน ดูแลสามี ลูกและครอบครัว ทั้งในเรื่อง สุดท้ายคือเธอ, สามสายใยหนึ่งหัวใจ และ หัวใจไร้พันธนาการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้น่าสนใจว่า ซีรีส์จีนที่ฉายในปี 2024 มีตัวละครที่เป็นเพศชาย-หญิง เท่านั้น ไม่ปรากฏ LQBTQ ในเรื่องใดเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งหมดนี้ก็ทำให้เห็นว่าบทบาทของนางเอกในซีรีส์ ถูกพัฒนาไปไกลกว่าการเป็นแค่คนรักของพระเอก แต่มีอาชีพ มีทักษะบางอย่างที่ใช้ความสามารถในการดูแลตัวเอง ซึ่งก็สอดคล้องต่อค่านิยมในสมัยใหม่ด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-7-819x1024.png" alt="" class="wp-image-5948" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-7-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-7-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-7-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-7-1229x1536.png 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-7-1638x2048.png 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/09/chinese-dramas-thailand-2024-7-scaled.png 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ภาพลักษณ์ผู้หญิงในซีรีส์จีน จากแม่ศรีเรือน สู่เวิร์กกิ้งวูเมน</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีข้อสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการภาพลักษณ์ของตัวละครหญิงในซีรีส์จีน ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากขนบเดิมที่มีสถานะเป็นเพียงช้างเท้าหลัง ไปสู่ภาพลักษณ์ใหม่ที่สะท้อนความเป็นอิสระและพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น จนเกิดเป็นคำเรียกซีรีส์ประเภทนี้ว่า “ซีรีส์แนวผู้หญิง” (<a href="https://www.zgwypl.com/content/details81_442766.html">她剧集</a>/<a href="https://m.cyol.com/gb/articles/2023-03/09/content_6z390mCjxW.html">女性题材剧</a>) ซึ่งมีผู้หญิงเป็นศูนย์กลางของเรื่อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปรากฏการณ์นี้ส่วนหนึ่งมาจากแนวคิดเรื่องพลังหญิง (Women&#8217;s empowerment) ที่ส่งผลให้ผู้หญิงมีอำนาจมากขึ้น ภาพลักษณ์ของผู้หญิงในซีรีส์จึงเริ่มมีลักษณะของการพึ่งพาตนเอง มีงานที่ดีทำ มีอิสระ มีอำนาจในการตัดสินใจในชีวิตตนเอง ประกอบกับแนวคิดเรื่อง เศรษฐกิจพลังหญิง (She-economy) หรือภาษาจีนเรียกว่า <a href="https://guangdong.chinatax.gov.cn/gdsw/swxw/2025-03/10/content_e59799e4e5f54263808344838290dc9b.shtml">她经济</a> ซึ่งเป็นคำศัพท์ใหม่ที่กระทรวงศึกษาธิการจีนได้ให้การรองรับและบัญญัติเป็นคำใหม่ ที่หมายถึงเศรษฐกิจที่เกิดจากการบริโภคของผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องสำอาง สินค้าแม่และเด็ก ของใช้ในบ้าน ด้วยกระแสนี้ทำให้ซีรีส์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิง ปรับเปลี่ยนเนื้อหาไปในทิศทางดังกล่าว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ เดิมทีซีรีส์ที่มีผู้หญิงเป็นศูนย์กลางจะเสนอภาพการต่อสู้เดี่ยวๆ ของตัวละครหญิง แต่ปัจจุบันพัฒนามาเป็นการต่อสู้แบบกลุ่ม สร้างความรู้สึกร่วมว่าผู้หญิงต่างกำลังเผชิญหน้ากับเรื่องเดียวกัน ดังจะเห็นได้จากซีรีส์ที่ฉายในประเทศจีนและมีบางเรื่องที่ฉายในประเทศไทยด้วย อย่างเรื่อง Nothing But Thirty ที่เล่าเรื่องผู้หญิงในเมืองที่เผชิญกับแรงกดดันอย่างมากในวัย 30 ปี โดยเล่าจากผู้หญิง 3 คน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่แต่งงานและมีลูกแล้ว ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วแต่ยังไม่มีลูก รวมไปถึงผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน การเล่าแบบนี้ทำให้เห็นมุมมองของผู้หญิงหลากหลายแบบในสังคมว่าต้องเผชิญกับปัญหาใดบ้าง ในโครงเรื่องที่คล้ายกันยังมีละครเรื่อง Lady&#8217;s Character ที่เล่าถึงผู้หญิง 3 คน ที่ต่างฝ่ายต่างแสวงหาคุณค่าส่วนตัว พัฒนาอาชีพ และความสุขในครอบครัว มีสถานะทั้งแต่งงานแล้วหย่า แต่งงานแล้วยังไม่มีลูก และแต่งงานแล้วมีลูก รวมไปถึงอาชีพอย่างการเป็นพนักงานระดับล่าง ผู้บริหารระดับกลาง และเจ้าของกิจการ นอกจากนี้ยังมีเรื่อง For the First Time in My Life เรื่อง Viva Femina เรื่อง A Dream of Splendor เรื่อง Ode to Joy ซึ่งเล่าเรื่องผู้หญิงหลากหลายรูปแบบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือการเจาะลึกเฉพาะตัวละครหญิงเดี่ยวๆ อย่าง The Story of Xing Fu เน้นการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของตัวละครหญิงชื่อ ซิ่งฟู ซึ่งมีความหมายว่าความสุข เธอเป็นหญิงชนบทที่ต้องเผชิญบททดสอบหลายด้าน ทั้งอาชีพ การแต่งงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัว ตัวละครเหอซิ่งฝูกล้าที่จะปฏิเสธการที่ต้องประพฤติตัวสงบเสงี่ยม และต่อสู้เพื่อสิทธิที่ชอบธรรม จนท้ายที่สุดก็ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำคนใหม่ของหมู่บ้านด้วยสติปัญญาของตัวเอง ไม่พึ่งพาความช่วยเหลือจากพระเอก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นว่าจากเดิมภาพลักษณ์ของผู้หญิงในละครมักถูกสร้างโดยมีผู้ชายเป็นศูนย์กลาง ผู้หญิงมีบทบาทแค่เพียงแม่ หรือภรรยาในเรื่อง แต่ในละครจีนแบบใหม่ให้พื้นที่ของตัวละครหญิง ได้สำรวจเส้นทางของตัวเอง มีตัวเลือกในชีวิต แสวงหาคุณค่าทั้งด้านอาชีพและความรัก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสำรวจจากซีรีส์หลากหลายประเภทในปี 2024 ที่ฉายผ่าน WeTV และ iQIYI ในไทย พบซีรีส์ที่มีลักษณะข้างต้นเช่นกัน โดยซีรีส์แนวรักในเมือง (Metropolitan) อย่างเรื่องเธอผู้เปล่งประกายกว่าแสงดาว ตัวละครจี้ซิง เป็นผู้หญิงที่เก่งด้านเทคโนโลยี ที่ลาออกจากงานประจำเพื่อไล่ตามความฝันในการเป็นผู้ประกอบการ ท้าทายกับแนวคิดที่ว่าผู้หญิงควรมีอาชีพที่มั่นคงและหลีกเลี่ยงความเสี่ยง นอกจากนี้ เรื่องนี้ยังสะท้อนการต่อสู้กับความคิดดั้งเดิมผ่านความสัมพันธ์ของตัวละคร โดยนางเอกยอมสละเงินดาวน์บ้านเพื่อนำมาลงทุนทำธุรกิจ ทำให้ความสัมพันธ์กับแฟนที่คบมานานต้องจบลง เพราะทั้งคู่มีเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกัน โดยแฟนของเธอต้องการชีวิตที่มั่นคง แต่จี้ซิงให้ความสำคัญกับคุณค่าในชีวิตของตัวเองมากกว่า ท้ายที่สุดจี้ซิงประสบความสำเร็จในการสร้างบริษัทสตาร์ทอัป ทั้งยังพบความรักกับพระเอกในเวลาต่อมา มีชีวิตแต่งงานที่สงบสุข สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าจี้ซิงยังคงได้รับรางวัลแบบดั้งเดิม คือการแต่งงาน หลังจากได้พิสูจน์ตัวเองทั้งในด้านส่วนตัวและอาชีพ ภาพของจี้ซิงจากเรื่องเธอผู้เปล่งประกายกว่าแสดงดาวจึงเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ที่เลือกความสมดุลให้ชีวิต ไม่ได้ตามหาแค่ความรักจากผู้ชายแต่ต้องเติมเต็มตนเองได้ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในประเภทละครแนวครอบครัว เรื่องหากชีวิตคือการวิ่ง ตัวละครเฉิงอันซินเป็นครูสอนเต้นรำที่มีความมุ่งมั่นในชีวิตการงาน มีระเบียบวินัย แต่ต่อมาเธอประสบอุบัติเหตุและสูญเสียขา จึงต้องเผชิญกับความสิ้นหวังในชีวิต เฉิงอันซินร้องไห้ไม่หยุดเมื่อต้องนั่งรถเข็น ไม่มั่นใจในตัวเอง ที่สำคัญตัวละครนี้แต่งงานและมีสามีแล้ว เมื่อเผชิญหน้ากับความพิการทางกาย จึงต้องหย่าร้างกับสามีที่ไม่สามารถทนกับอารมณ์รุนแรงของเธอในช่วงฟื้นตัวได้ อีกทั้งสามียังนอกใจไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อันซินเลือกคือหย่าร้าง และขอเพียงแค่แบ่งทรัพย์สินเท่ากัน ไม่ยึดติดกับชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลวหรือเรียกร้องผลประโยชน์เพิ่มเติม ในตอนท้ายเรื่อง อันซินก้าวพ้นจากความสิ้นหวังในชีวิต กลับมาเต้นรำได้อีกครั้งด้วยการใส่ขาเทียม เอาชนะความไม่มั่นใจในตนเอง ในแง่ของการท้าทายขนบ จะเห็นว่าการหย่าร้างของเธอกับฉินเฟิง ซึ่งเกิดจากการที่เขานอกใจเนื่องจากความพิการและการไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ เป็นการปฏิเสธการแต่งงานที่ล้มเหลว ส่งเสริมการเคารพตนเองและแนวคิดที่ว่าคุณค่าของผู้หญิงไม่ได้ผูกติดกับสถานะการสมรสหรือความสามารถในการมีบุตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในละครจีนโบราณ (Costume Drama) เรื่องสตรีกล้าท้าสงครามรัก ตัวละครอาม่าย นางเอกปลอมตัวเป็นชายเข้าร่วมทัพเพื่อล้างแค้น จุดเริ่มต้นในกองทัพของอาม่ายเริ่มจากการเป็นทหารเดินเท้าในกองทัพ และค่อยๆ สร้างผลงาน จนได้เป็นผู้คุมและจอมทัพในที่สุด ซึ่งท้าทายบทบาททางเพศแบบดั้งเดิมที่จำกัดผู้หญิงอยู่แต่ในบ้าน นอกจากนี้อาม่ายยังละทิ้งความรู้สึกส่วนตัวและความรักฉันท์หนุ่มสาวเพื่อมุ่งมั่นกับการปกป้องแผ่นดิน ทำหน้าที่ของจอมทัพอย่างเต็มที่ ทั้งยังเลือกที่จะละทิ้งบรรดาศักดิ์ที่พระเอกจะมอบให้ เพื่อกลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและเป็นอิสระ ซึ่งแตกต่างจากละครจีนโบราณหลายเรื่องที่ตัวละครหญิงเดินเรื่อง และมักจะเน้นไปที่ความรักเป็นหลัก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในเรื่องห้วงคำนึง ดวงใจนิรันดร์ ภาค 2 ซึ่งดำเนินเรื่องด้วยตัวละครหญิงอย่างเสี่ยวเยา เธอต้องต่อสู้กับขนบธรรมเนียมในหลายมิติ ตั้งแต่ปลอมตัวเป็นชายเพื่อเอาชีวิตรอดและใช้ชีวิตในฐานะหมอ แสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านสติปัญญาและความสุขุมในการแก้ปัญหา ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้หญิงที่ไม่ใช่อารมณ์ในการแก้ไขปัญหา ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ของเธอกับตัวละครชาย ยังสะท้อนการท้าทายบทบาทของผู้หญิงยุคโบราณที่ต้องพึ่งพาผู้ชายและถูกจำกัดอยู่แต่ในบ้าน อาทิ การมีส่วนสนับสนุนลูกพี่ลูกน้องในการขึ้นครองราชย์ การปฏิเสธความรักกับตัวละครที่มีคู่หมั้นอยู่แล้ว การปฏิเสธการแต่งงานแบบคลุมถุงชน สละตำแหน่งในราชวงศ์เพื่อความสุขของตัวเองกับคนรัก ซึ่งถือเป็นการท้าทายแนวคิดดั้งเดิมที่ผู้หญิงมักถูกคาดหวังให้แต่งงานกับผู้มีอำนาจเพื่อยกระดับฐานะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในซีรีส์แนวเทพเซียน (Xianxia) ปฐพีไร้พ่าย ตัวละครนางเอก เสิ่นหลี มีฐานะเป็นเทพสงครามอันดับหนึ่งในสามภพ มีฐานะเป็นอ๋องหญิงแห่งแดนวิญญาณผู้ถือกำเนิดพร้อมไข่มุกศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มักมีสถานะรองลงมาหรือเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ทั้งนี้เสิ่นหลีแม้จะเป็นผู้หญิงร่างบอบบาง แต่มีบุคลิกอาจหาญ เยือกเย็น สง่างาม เด็กขาดและตรงไปตรงมา สามารถปราบปีศาจชั่วร้ายได้ด้วยตัวเอง จากการให้ภาพว่าเสิ่นหลีทะลวงท้องปีศาจออกมาได้ด้วยหอก และสามารถอดทนต่อความทรมานอย่างแสนสาหัสจากการถูกตอกตะปูโดยไม่ปริปากบ่นแม้แต่น้อย ในการต่อสู้กับขนบธรรมเนียมจะเห็นว่าเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเทพเซียนก็ยังหนีการแต่งงานไม่พ้น ในเรื่องจะเห็นว่าเสิ่นหลีถูกจับแต่งงานแบบคลุมถุงชน แต่เธอหลบหนีการแต่งงาน ทั้งยังประณามคู่หมั้นอย่างฟู่หรงจวินว่าเป็นเทพที่ไม่ได้เรื่อง และดูถูกการแต่งงานทางการเมืองนี้อย่างมาก เสิ่นหลียืนยันว่าการยกเลิกการหมั้นหมายขึ้นอยู่กับเธอเท่านั้น การกระทำเหล่านี้เป็นการยืนยันอำนาจของตนเอง และเมื่อเสิ่นหลีมีความรักให้สิงจื่อ เธอก็แสดงออกถึงความรักและความปรารถนาอย่างเต็มที่ ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ผู้หญิงในอดีตที่มักต้องเก็บงำความรู้สึก โดยเสิ่นหลีระบุว่าตนเพียงแค่ทำในสิ่งที่อยากทำมานานแล้วและไม่เสียใจกับการตัดสินใจของตัวเอง ในตอนท้ายเรื่องเสิ่นหลีได้รับความรักที่แท้จริงและมั่นคงเป็นรางวัล ได้รับการยอมรับและยกย่องจากทั้งสามภพ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากตัวอย่างซีรีส์ที่ได้กล่าวมา จะเห็นว่าซีรีส์จีนยุคใหม่พยายามนำเสนอภาพลักษณ์ของผู้หญิงที่แข็งแกร่งและก้าวข้ามขนบดั้งเดิม พวกเธอไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในบ้านหรือเป็นเพียงส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้ชายอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็น ผู้นำที่กล้าตัดสินใจกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาชีพ ความรัก หรือแม้แต่การปกป้องแผ่นดิน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจแบบ She-economy ที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน</p>



<p class="wp-block-paragraph">การที่ซีรีส์จีนสร้างตัวละครหญิงที่พึ่งพาตนเองและมีทักษะเฉพาะทาง แต่ยังสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของเศรษฐกิจจีนในปัจจุบัน ที่กำลังเผชิญปัญหาจากอัตราการเกิดใหม่ที่ลดลง และการว่างงานที่เพิ่มขึ้นในหมู่คนหนุ่มสาว โดย <a href="https://www.reuters.com/world/china/chinas-youth-jobless-rate-rises-169-february-2025-03-20/">สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน</a> เมื่อเดือนมีนาคม 2025 ระบุว่า อัตราการว่างงานของประชากรวัย 16-24 ปีในเขตเมือง (ไม่รวมนักเรียนนักศึกษา) เพิ่มขึ้นเป็น 16.9% จาก 16.1% ในเดือนมกราคม ขณะที่อัตราการว่างงานของประชากรวัย 25-29 ปีเพิ่มขึ้นเป็น 7.3% จาก 6.9% และกลุ่มวัย 30-59 ปี เพิ่มขึ้นเป็น 4.3% จาก 4.0%&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นการนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ของผู้หญิงจีนในซีรีส์ จึงไม่ได้เป็นแค่การสนับสนุนแนวความคิดพลังหญิง หรือการพยายามจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ผู้หญิงจีนในอดีตที่เป็นเพียงช้างเท้าหลัง หรือมีสถานะที่เป็นเพียงแม่และเมียที่อยู่แต่ในบ้านเท่านั้น แต่พยายามจะเสนอภาพว่า ผู้หญิงก็สามารถกลายมาเป็นอีกหนึ่งทรัพยากรมนุษย์ในฐานะฟันเฟืองของระบบเศรษฐกิจได้ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศจีนที่กำลังถดถอย จะเห็นได้ว่าแนวความคิดในซีรีส์จีนนั้นผูกพันกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างแนบแน่น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้ามกำแพงเมืองจีนเข้ามาแล้ว (ถูกทำให้) ปีนออกยาก</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ไทยเป็นผู้บริโภคหลักของผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจากจีน <a href="https://www.amarintv.com/spotlight/business-marketing/522696">ปัจจุบันผู้ให้บริการสตรีมมิ่งคอนเทนต์จากจีนครองส่วนแบ่งตลาดราว 40% ในประเทศไทย </a>แซงหน้าแพลตฟอร์มจากสหรัฐอเมริกา ที่อยู่ราว 30% โดยมี iQIYI และ WeTV ของ Tencent เป็นกำลังหลัก กระแสความนิยมซีรีส์ทำให้เกิดกิจกรรมอื่นๆ ตามมาอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวจีน อาหารและการแต่งกาย ตัวอย่างเช่น ซีรีส์เรื่อง ปรมาจารย์ลัทธิมารที่ออกอากาศทาง WeTV เมื่อปี 2019 ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างปรากฏการณ์ความนิยมซีรีส์จีนในไทย นำไปสู่การจัดแฟนมีตติ้งนักแสดงนำ การท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ถ่ายทำในประเทศจีน เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายจีนโบราณ เพลง และวัฒนธรรมต่างๆ ในโซเชียลมีเดีย ไปจนถึงการเรียนภาษาจีน รูปร่างหน้าตาและบุคลิกของนักแสดงสร้างภาพเชิงบวกต่อวัฒนธรรมจีน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับซีรีส์จีนเรื่องอื่นๆ ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความนิยมของซีรีส์จีนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งออนไลน์เท่านั้น แต่ยังส่งผลให้สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวียังนำไปอยู่ในผังรายการของตัวเองด้วย เช่น <a href="https://x.com/9_mcot/status/1610185965246775297">ช่อง MCOT </a>ฉายเรื่อง ปรมาจารย์ลัทธิมาร <a href="https://ch3plus.com/special/scoop/1225">ช่อง 3</a> ฉายเรื่อง สามชาติสามภพป่าท้อสิบหลี่ <a href="https://www.bugaboo.tv/th/news/36794/">ช่อง 7</a> ฉายเรื่อง ดาบพิฆาตกลางหิมะ <a href="https://www.one31.net/shows/detail/204">ช่อง One</a> ฉายเรื่อง เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน หรือช่องโมโน ที่เพิ่มรายการซีรีส์จีนลงในผังรายการปกติหลายเรื่อง รวมทั้งการร่วมมือกันระหว่างแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจีนกับสถานีโทรทัศน์ไทยที่นำคอนเทนต์ไทยไปฉายผ่านแพลตฟอร์มด้วย เช่น <a href="https://www.khaosod.co.th/newspaper/newspaper-inside-pages/news_5008309">ช่อง 3</a> นำละครไทยฉายผ่าน WeTV เพื่อขยายฐานผู้ชมละครไทย หรือการผลิตคอนเทนต์ออริจินัลกับผู้ผลิตไทย เช่น<a href="https://www.prachachat.net/breaking-news/news-1803119"> WeTV ร่วมมือกับบริษัท BeOnCloud</a> ผลิตซีรีย์เรื่อง Shine ซึ่งเป็นกลยุทธ์แลกเปลี่ยนระหว่างกันสร้างผลประโยชน์ร่วมระหว่างอุตสาหกรรมจีนและไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่ผ่านมามีความพยายามศึกษาว่า การชมซีรีส์จีนมีผลต่อการรับรู้เกี่ยวกับจีนมากน้อยเพียงใด ในวิทยานิพนธ์เรื่อง <a href="https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2021/TU_2021_6323110079_15066_21379.pdf">อุดมการณ์ความเป็นชาติจีนที่ปรากฏในซีรีส์จีนย้อนยุค: กรณีศึกษา ผู้บริโภคซีรีส์จีนในไทย</a> ของ ธนาภา รัตนวรรณ ซึ่งสำรวจความคิดเห็นของผู้ชมซีรีส์จีนย้อนยุค 43 คนพบว่า ได้รับคำตอบหลากหลาย ทั้งไม่เปลี่ยนแปลงความคิดเห็นต่อจีน หรือเข้าใจและชอบสังคมจีนมากขึ้นต้องการไปเที่ยว บริโภคสินค้า และศึกษาภาษาวัฒนธรรมจีน ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันที่ 21 กับ 22 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนหน้านี้ <a href="https://www.bangkokbiznews.com/social/1000497">รายงานการวิจัย </a>เรื่อง การตอบรับซีรีส์โทรทัศน์กับการเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย-จีนในสังคมไทยร่วมสมัย โดย ฐณยศ โล่ห์พัฒนานนท์ ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลในปี 2018-2021 มีข้อสังเกตว่า ซีรีส์จีนสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ผู้ชมซีรีส์จีนมีมุมมองใหม่ส่งผลต่อภาพจำ โดยมองว่าจีนเป็นชาติงดงาม ทั้งรูปลักษณ์ตัวละคร บทประพันธ์ ประเพณีวัฒนธรรม สถานที่ และมีความแสวงหาความก้าวหน้าของตัวละคร ผู้ชมมีการพูดคุยและแลกเปลี่ยนหลังจากการดูซีรีส์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้ภาพจำเชิงบวกต่อจีนถูกส่งต่ออย่างรวดเร็ว โดยการชมซีรีส์ทำให้คนมีภาพจำต่อจีนเปลี่ยนมาสู่การนิยมสังคมจีน ฐณยศเห็นว่า การตอบรับเชิงสร้างสรรค์นี้เกิดขึ้นพร้อมกับการสานสัมพันธ์ไทย-จีน ในด้านอื่นๆ พร้อมกันด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในประเด็นนี้จะเห็นได้ว่า รัฐบาลจีนทุ่มสรรพกำลังหลายด้านเพื่อส่งเสริมการทูตเชิงวัฒนธรรมของซีรีส์จีน โดย<a href="https://www.nationtv.tv/health-lifestyle/378951108">ความเห็นของ กั้วอี้ (Guo Yi) </a>ศาสตราจารย์ และผู้อำนวยการสถาบัน International Communication มหาวิทยาลัยฉงชิ่ง ซึ่งให้ข้อมูลแก่คณะสื่อมวลชนที่เดินทางไปเยือนสำนักงานใหญ่บริษัท Tencent ตามโครงการความร่วมมือระหว่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยกับสถานทูตจีนว่า ซีรีส์จีนเป็นสินค้าเชิงวัฒนธรรมที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญและสนับสนุน ไม่เพียงแต่เผยแพร่วัฒนธรรมจีน แต่ยังสะท้อนภาพประเทศจีนในปัจจุบันให้ชาวโลกเห็น รัฐบาลส่งเสริมหลายด้านทั้งเงิน งดเว้นภาษี และบริหารจัดการคนทั้งในระดับประเทศ พื้นที่และภูมิภาค เพื่อให้สามารถนำผลงานของจีนเผยแพร่ไปต่างประเทศได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกันก็มีนโยบายด้านอื่นๆ ที่เอื้อให้เกิดการสร้างการรับรู้ต่อจีนในทางบวกด้วย เช่น มาตรการฟรีวีซ่าท่องเที่ยวจีนสำหรับคนไทยที่เริ่มเมื่อ 1 มีนาคม 2024 ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากไทยเพิ่มสูงขึ้นมาก <a href="https://www.posttoday.com/general-news/lifestyle/723158">ในไตรมาสแรกของปี 2025 </a>มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปเยือนเซี่ยงไฮ้กว่า 109,000 คน เพิ่มขึ้นถึง 242.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา คนไทยติดอันดับ 3 ของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเซี่ยงไฮ้มากที่สุด หรือหน่วยงานท่องเที่ยวท้องถิ่นของจีนทำการตลาดควบคู่ไปด้วย เช่น เขตซินเจียงมีกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกระแสเที่ยวซินเจียงในหมู่นักท่องเที่ยวไทยตั้งแต่กลางปี 2024 ที่ผ่านมา มีการจัด<a href="https://www.lovelyholidaystour.com/Program%20Tour/Tour%20China/Xinjiang/GO1AAT-CZ001.pdf">ทัวร์ตามรอยซีรีส์ สู่แดนฝัน อาเล่อไท่</a> ด้วย สถิติการค้นหาคำว่า “ซินเจียง” ใน<a href="https://trends.google.co.th/trends/explore?date=2023-01-01%202025-08-25&amp;geo=TH&amp;q=%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87">กูเกิล</a>โดดเด่นขึ้นมาตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นมิถุนายน 2024 ทั้งที่ปี 2023 มีการค้นหาน้อยมาก นอกจากนี้ ยังเกิดกระแสใส่ชุดจีนโบราณ และแต่งหน้าแบบจีนในสถานที่ท่องเที่ยวจีน พร้อมกับการรีวิวแพคเกจการแต่งตัวในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของจีน เช่น <a href="https://www.khaosod.co.th/sports/news_9667404">เทนนิส พาณิภัค นักกีฬาเทควันโด</a> ลงคลิปแต่งหน้าและแต่งตัวแบบจีนเมื่อไปเที่ยวเมืองฉงชิ่ง หรือคลิปของ BeBell ยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตาม 1 ล้านคน ลงคลิป<a href="https://www.youtube.com/watch?v=zHKaEKT1Zlc">รีวิวการแต่งชุดจีน</a>เที่ยวเมืองกวางโจว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แน่นอนว่าซีรีส์จีนที่นำเสนอภาพทางวัฒนธรรมของจีนมีส่วนสำคัญต่อการรับรู้ของผู้ชมต่อจีนจนถูกมองว่า ซีรีส์จีนเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ของจีน แต่การดำเนินการด้านอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วยอย่างเป็นระบบ เช่น นโยบายด้านท่องเที่ยว เศรษฐกิจ ก็ยิ่งช่วยให้ผู้ชมชาวไทยมีความเข้าใจเข้าใจจีนมากขึ้น และสั่งสมความรู้สึกทางบวกต่อจีนได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีความตึงเครียดในการเมืองเชิงภูมิศาสตร์ และข้อพิพาทเรื่องเขตแดนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การใช้ซอฟต์พาวเวอร์มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสร้างการรับรู้ทางบวกต่อจีนและเพื่อสร้างอิทธิพลในภูมิภาคนี้ จนอาจเรียกได้ว่าอุตสาหกรรมบันเทิงถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อขยายซอฟต์พาวเวอร์ของจีน ซึ่ง<a href="https://fulcrum.sg/chinese-streaming-content-in-southeast-asia-opportunities-for-thailand/">รัฐบาลจีน</a>หวังว่าจะทำให้ภาพลักษณ์จีนในสายตานานาชาติดีขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-chinese-dramas-thailand-2024/">https://rocketmedialab.co/database-chinese-dramas-thailand-2024/</a>&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Indo-Pacific Media Resilience Program โดย Internews</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/chinese-dramas-thailand-2024/">ปีนกำแพงส่องซีรีส์จีน: จีนส่งออกภาพลักษณ์แบบไหนสู่สายตาโลก</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จาก ‘เล่นเพื่อน’ &#8211; ‘ทอมดี้’ &#8211; ‘เลสเบี้ยน’ &#8211; สู่ ‘แซฟฟิก’: สำรวจจักรวาล GL ผ่าน 51 ซีรีส์ 38 คู่จิ้น</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/13-years-thai-gl-evolution/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Jun 2025 12:03:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[GirlsLove]]></category>
		<category><![CDATA[GLSeries]]></category>
		<category><![CDATA[GLThai]]></category>
		<category><![CDATA[SapphicSeries]]></category>
		<category><![CDATA[soft power]]></category>
		<category><![CDATA[ThaiGL]]></category>
		<category><![CDATA[ThaiSoftPower]]></category>
		<category><![CDATA[Yuri]]></category>
		<category><![CDATA[ซีรีส์วาย]]></category>
		<category><![CDATA[แซฟฟิก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5725</guid>

					<description><![CDATA[<p>13 ปี GL ไทย จากคู่รองในซีรีส์วายของ BL สู่การเติบโตเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทย</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/13-years-thai-gl-evolution/">จาก ‘เล่นเพื่อน’ &#8211; ‘ทอมดี้’ &#8211; ‘เลสเบี้ยน’ &#8211; สู่ ‘แซฟฟิก’: สำรวจจักรวาล GL ผ่าน 51 ซีรีส์ 38 คู่จิ้น</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สำรวจซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2013-2025 ครอบคลุมซีรีส์ที่มีคู่ GL เป็นคู่หลักหรือคู่รองที่มีบทบาทเด่น เน้นคู่ที่มีเส้นเรื่องพัฒนาความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญ พบว่ามีซีรีส์ GL รวม 51 เรื่อง ก่อให้เกิดคู่จิ้น GL ที่เป็นที่รู้จักถึง 38 คู่</li>



<li>จากคู่ทดลองตลาด ที่ปรากฏเป็นส่วนประกอบของเนื้อเรื่องหลัก หรือเป็นคู่รองในช่วงปีแรก ซีรีส์ GL เริ่มมีจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2024 ที่มีการผลิตซีรีส์มากถึง 21 เรื่อง ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในรอบทศวรรษ</li>



<li>ท่ามกลางผู้ผลิตซีรีส์ GL จำนวนมาก ช่องฟรีทีวีหลักอย่างช่อง 3 และทีวีสาธารณะอย่างไทยพีบีเอส ก็กระโดดเข้ามาร่วมผลิตซีรีส์แนวนี้ รวมถึงเวทีการประกวดนางงามมิสแกรนด์ ก็มีผู้เข้าประกวดที่กลายเป็นคู่จิ้น เกิดฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง นำมาสู่การสร้างซีรีส์ งานแฟนมีต และการไลฟ์คู่ขายของ</li>



<li>คู่จิ้น GL ที่มียอดฟอลฯ ใน IG ตั้งแต่ 1 ล้านคนขึ้นไป 4 คู่ อาทิ #ฟรีนเบค #อิงล็อต #หลิงออม #มิ้ลค์เลิฟ มีกิจกรรมแฟนมีตติ้ง/คอนเสิร์ตคู่ในต่างประเทศรวมกันถึง 55 ครั้ง (นับตั้งแต่ 2023 จนถึง 20 มิ.ย. 2025) อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงกระจุกตัวอยู่ในทวีปเอเชียเป็นหลัก โดยมีคู่ #อิงล็อต เป็นคู่เดียวที่สามารถบุกตลาดทวีปอเมริกาเหนือได้อย่างโดดเด่น </li>



<li>ในซีรีส์ BL เราไม่ค่อยได้เห็นตัวละครหลักที่เป็นพ่อม่ายหรือเคยมีครอบครัวมาก่อนบ่อยนัก ขณะที่พล็อตของ GL มีตัวละครที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตอย่างการเป็นแม่ม่าย แม่เลี้ยงเดี่ยว หรือผ่านการหย่าร้างมาก่อน ทำให้ตัวละครมีความขัดแย้งภายในใจและมีประเด็นเรื่องการได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะลูก และการเริ่มต้นชีวิตใหม่&nbsp;</li>
</ul>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5726" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover1.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ซีรีส์วาย (BL) ถูกกล่าวถึงว่าเป็นเหมือน ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ของประเทศไทย ทั้งในแง่ของกระแสความนิยมระดับโลก ไปจนการสร้างรายได้กลับสู่ประเทศทั้งในแง่การนำไปฉายในแพลตฟอร์มต่างๆ หรืองานอีเวนต์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ในระยะเวลาไล่เลี่ยกันกับที่ซีรีส์วายกำลังเติบโตนั้น ซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ก็เริ่มก่อร่างสร้างความนิยมของตนเองขึ้นมาเช่นเดียวกัน ทั้งจากภาพยนตร์ Yes or No อยากรัก ก็รักเลย นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่จุดประกายและบุกเบิกวงการ GL ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง การเป็นคู่รองในซีรีส์วาย (BL) หลากหลายเรื่อง จนสามารถมีซีรีส์ GL เป็นของตัวเอง ไม่ต้องอยู่ใต้เงาของซีรีส์วายอีกต่อไป จนทำให้ช่องฟรีทีวีหลายช่องเริ่มผลิตคอนเทนต์ GL อย่างจริงจัง หรือแม้แต่การได้รับการยอมรับจากภาครัฐ เช่นกรณีซีรีส์ &#8220;<a href="https://radiothailand.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/263616">ปิ่นภักดิ์</a>&#8221; ที่ได้รับการเลือกจากกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นซีรีส์นำร่องในการส่งเสริมสินค้าไทยสู่ระดับโลก มาจนถึงปัจจุบันที่คู่ GL ไม่ว่าจะเป็น #ฟรีนเบค #อิงล็อต #หลิงออม #น้ำตาลฟิล์ม ฯลฯ โด่งดังไม่แพ้กระแสคู่จิ้นชาย-ชาย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนสำรวจจักรวาลซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ในไทยระหว่างปี 2013-2025 (เก็บข้อมูลจนถึง 16 มิ.ย. 2025) ครอบคลุมซีรีส์ที่มีคู่ GL เป็นคู่หลักหรือคู่รองที่มีบทบาทเด่น เน้นคู่ที่มีเส้นเรื่องพัฒนาความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญ ผลการรวบรวมข้อมูลพบซีรีส์ 51 เรื่อง และมีคู่จิ้น 38 คู่ จากนักแสดง 74 คน ว่าเป็นมาอย่างไร เติบโตมามากแค่ไหน และในจักรวาล GL นี้มีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5761" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/4-5-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">จักรวาล GL กว้างใหญ่แค่ไหน เริ่มต้นมาอย่างไร</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2013-2025 ครอบคลุมซีรีส์ที่มีคู่ GL เป็นคู่หลักหรือคู่รองที่มีบทบาทเด่น เน้นคู่ที่มีเส้นเรื่องพัฒนาความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญ พบว่ามีซีรีส์ GL รวม 51 เรื่อง ก่อให้เกิดคู่จิ้น GL ที่เป็นที่รู้จักถึง 38 คู่</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยหากสำรวจเส้นทางการเติบโตของซีรีส์ GL ในแต่ละปี นับตามจำนวนเรื่องที่ออกฉาย พบการเติบโตของจำนวนเรื่องที่ออกฉายในแต่ละปี ดังนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5728" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2-100x100.png 100w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/cover2.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<ul class="wp-block-list">
<li>ปี 2013 (1 เรื่อง): รักเธอรักเขาและรักของเรา (Club Friday The Series 3)</li>



<li>ปี 2014 (2 เรื่อง): ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น 2, สงครามนางงาม 1</li>



<li>ปี 2015 (1 เรื่อง): ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น 3</li>



<li>ปี 2016 (4 เรื่อง): The Dreamer คอนโด/บาริสต้า/สถาปนิก, ผมม้าหน้าเต่อ, รักออนไลน์ (Club Friday The Series 7), สงครามนางงาม 2</li>



<li>ปี 2017 (2 เรื่อง): รัก/ชั้น/นัย, รักแท้หรือแค่ความหวัง (Club Friday The Series 8)</li>



<li>ปี 2018 (2 เรื่อง): i Stories ตอน B, i Stories ตอน L</li>



<li>ปี 2019 (1 เรื่อง): Club Friday The Series 11 ตอน รักล้ำเส้น</li>



<li>ปี 2020 (0 เรื่อง)</li>



<li>ปี 2021 (2 เรื่อง): 7 Project ตอน Remember, Bad Buddy แค่เพื่อนครับเพื่อน</li>



<li>ปี 2022 (4 เรื่อง): FAVORITE GIRL ชุบแป้งทอด, GAP The Series ทฤษฎีสีชมพู, Love Of Secret อากงจ๋า…ป๊าไม่รู้, Magic of Zero ตอน Zero Photography</li>



<li>ปี 2023 (5 เรื่อง): 23.5 องศาที่โลกเอียง, Love Senior พี่ว้ากคะ รักหนูได้มั้ย, Lucky My Love รักนี้มากับดวง, Show Me Love The Series แค่อยากบอกรัก, Wedding Plan The Series แผนการ(รัก)ร้ายของนายเจ้าบ่าว</li>



<li>ปี 2024 (21 เรื่อง): 21 Days Closer Step, Affair รักเล่นกล, Apple My Love ถึงเธอ…ที่รัก, Blank เติมคำว่า (รัก) ลงในช่องว่าง, Blank เติมคำว่า (รัก) ลงในช่องว่าง SS2, Club Friday The Series: Love Bully รักให้ร้าย, Delete Your Past ลบเธอให้หาย, I Am Devil เตือนแล้วนะ&#8230; ว่าฉันร้าย, Love Senior Special พี่ว้ากคะ รักหนูได้มั้ย!? ตอนพิเศษ, Making Memorable Memories, Mate The Series เพื่อนรัก, My Marvellous Dream Is You ฝันรักห้วงนิทรา, Petrichor หยดฝนกลิ่นสนิม, Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก, Reverse 4 You The Series ดาวบริวาร, The Loyal Pin ปิ่นภักดิ์, The Secret of us Series ใจซ่อนรัก, The Two Of Us Season 2 รักนี้มีแค่เรา, The Two Of Us รักนี้มีแค่เรา, Unlock Your Love รักได้ไหมยัยตัวร้าย, หม่อมเป็ดสวรรค์ (Mhom Ped Sawan), Deep Night The Series คืนนี้มีแค่เรา</li>



<li>ปี 2025 (5 เรื่อง): I&#8217;m Your Moon กัษธิษฐาน, Music Story: Losing Control, Reverse With Me ล้านวงโคจร, Your Apple เธอ&#8230;ที่รักของฉัน, Us รักของเรา</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><br>ในระยะแรกของการบุกเบิกวงการ Girls&#8217; Love (GL) ในประเทศไทย ก่อนที่จะมีการผลิตซีรีส์ GL ที่มีเนื้อหาจริงจังและหลากหลายเช่นในปัจจุบัน จุดเริ่มต้นที่สำคัญมาจากภาพยนตร์เรื่อง Yes or No อยากรัก ก็รักเลย (2010) ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงและเป็นที่จดจำในฐานะผลงาน GL เรื่องแรกๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ภาพยนตร์เรื่อง Yes or No จุดประกายให้เกิดความสนใจใน GL แต่ในยุคแรกเริ่มนั้น ซีรีส์ GL ที่มีตัวละครหลักเป็นหญิงรักหญิงโดยสมบูรณ์และไม่มีผู้ชายเข้ามาเกี่ยวข้องเลยยังไม่แพร่หลายนัก เรียกได้ว่ายุคตั้งไข่นั้นมักจะพบความขัดแย้งที่สำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รักสามเส้ากับเพศชาย: ตัวละครหญิงคนหนึ่งมักจะมีแฟนเป็นผู้ชาย หรือคบอยู่กับผู้ชายมาก่อน ก่อนที่จะค่อยๆ ค้นพบความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อผู้หญิงอีกคน และเลิกรากับแฟนชายเพื่อมาคบกับทอมบอย ซึ่งเป็นพล็อตที่พบได้บ่อยในช่วงแรก</li>



<li>บทบาททอม-ดี้ ที่ชัดเจน: ลักษณะภายนอกของตัวละคร GL ในยุคแรกจะมีความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยคนหนึ่งจะเป็นทอมที่มีบุคลิกแมน แต่งกายแบบผู้ชาย ตัดผมสั้น ส่วนอีกคนจะเป็นดี้ หรือผู้หญิงที่มีความเป็นหญิงที่ผันตัวมารักทอมบอย หรือบางครั้งก็เป็นผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นทอมแต่แรกแต่ก็แต่งตัวแมนกว่า&nbsp;</li>



<li>เรื่องราวที่จบลงด้วยความไม่สมหวัง: ซีรีส์ GL ในยุคแรก โดยเฉพาะจาก Club Friday The Series ซึ่งสร้างจากเรื่องจริงที่โทรเข้ามาเล่าในรายการ มักจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรม ตัวละครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องยอมจำนน เสียสละ หรือต้องเผชิญกับความเจ็บปวด ทำให้เรื่องราวความรักมักจะไม่สมหวัง คล้ายคลึงกับซีรีส์ Boys&#8217; Love (BL) ในยุคแรกๆ ที่มักจะจบลงด้วยความเศร้าโศก สะท้อนให้เห็นว่าความรักแบบหญิงรักหญิงในบริบทสังคมไทยขณะนั้นยังถูกมองว่าไม่จีรังยั่งยืน หรือผิดปกติ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จนมาถึง GL ในจอโทรทัศน์ ซึ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของทีวิดิจิทัลพอดี เริ่มต้นด้วยเรื่อง รักเธอรักเขาและรักของเรา (Club Friday The Series 3) โดยเลือกซีรีส์ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นการนับข้อมูลซีรีส์ GL ของ Rocket Media Lab เนื่องจากตัวละครหลักอย่างเจและดรีม มีความสัมพันธ์แบบคู่รักหญิงรักหญิงที่พัฒนาอย่างชัดเจน มีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิด รวมถึงฉากจูบและหอมแก้ม แม้เรื่องราวจะจบลงด้วยการเลิกรา แต่ก็แสดงถึงพัฒนาการของความรักที่ลึกซึ้งระหว่างผู้หญิงด้วยกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">พัฒนาการของ Girls&#8217; Love (GL) ในประเทศไทยก็ได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่โดดเด่นอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2021 ที่นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความนิยม GL ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือการปรากฏตัวของคู่รอง GL อย่างอิ๊งค์และภา ในซีรีส์ Bad Buddy Series แค่เพื่อนครับเพื่อน จนสร้างปรากฏการณ์คู่จิ้น #มิ้ลค์เลิฟ เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าผู้ชมเริ่มเปิดรับและชื่นชอบความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิงมากขึ้น อีกทั้งความนิยมของมิ้ลค์เลิฟยังมีการต่อยอด ผลิตเป็น<a href="https://entertainment.trueid.net/detail/WJgD9EzaW7xG">มินิซีรีส์</a> Magic of Zero ตอน Zero Photography (2022) ซึ่งเป็นตอนเฉพาะของคู่มิ้ลค์เลิฟอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2022 และการมาถึงของซีรีส์ <a href="https://www.dailynews.co.th/news/488846/">GAP The Series ทฤษฎีสีชมพู</a> ของคู่ #ฟรีนเบค ฟรีน (สโรชา จันทร์กิมฮะ) &#8211; เบ็คกี้ (รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญและเป็นการเปิดศักราชของซีรีส์ GL ในประเทศไทยอย่างแท้จริง ซีรีส์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามด้วยยอดชมบน YouTube กว่า <a href="https://www.komchadluek.net/entertainment/y-entertainment/543544">300 ล้านวิว</a> แต่ยังสร้างปรากฏการณ์ด้วยการฉายผ่าน <a href="https://entertainment.trueid.net/detail/XY5BozjnLLOx">ช่อง 3</a> ทุกคืนวันเสาร์ เวลา 22.55 น.ซึ่งเป็นช่อง ฟรีทีวีหลักของประเทศ และยังสามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง YouTube การเข้าถึงที่ง่ายดายนี้ทำให้ GAP The Series เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างและสร้างฐานแฟนคลับ GL ที่แข็งแกร่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ<br><br>หากกล่าวว่า Love Sick The Series รักวุ่น วัยรุ่นแสบ คือผู้จุดกระแสของซีรีส์ Boys&#8217; Love (BL) ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง GAP The Series ทฤษฎีสีชมพู ก็เปรียบเสมือนซีรีส์ที่เป็นหัวหอกในการบุกเบิกและยกระดับวงการ GL สู่กระแสหลัก ด้วยความยาวถึง 12 ตอน ซึ่งแตกต่างจากซีรีส์ GL ในยุคแรกๆ ที่มักจะปรากฏเป็นส่วนประกอบของเนื้อเรื่องหลัก หรือเป็นคู่รองเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ดาว-ก้อย ใน ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น 3 (ปี 2015) หรือ คู่ยีนส์-เจ ใน รัก/ชั้น/นัย (ปี 2017) หรือเป็นมินิซีรีส์ที่มีจำนวนตอนสั้นๆ เพียง 1-4 ตอน หรืออาจจะสั้นเพียง 15 นาที ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นการทดลองตลาด โดยเฉพาะในซีรีส์อย่าง i Stories ตอน B (ปี 2018), i Stories ตอน L (ปี 2018) และ It’s Complicated เพราะรักมันซับซ้อน (ปี 2018)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นความยาวของ GAP The Series ที่มีจำนวนตอนถึง 12 ตอนนั้น แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในการนำเสนอเรื่องราว GL อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2024 ที่มีการผลิตซีรีส์มากถึง 21 เรื่อง ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในรอบทศวรรษ</p>



<p class="wp-block-paragraph">และจากกระแสที่พุ่งสูงขึ้นและคู่จิ้น #ฟรีนเบค ส่งผลให้กระแส GL พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และตามมาด้วยการแจ้งเกิดของคู่จิ้น GL ชื่อดังอีกหลายคู่ ไม่แพ้กระแสคู่จิ้นชาย-ชาย อาทิ #อิงล็อต อิงฟ้า วราหะ &#8211; ชาล็อต ออสติน #หลิงออม หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง &#8211; ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ #น้ำตาลฟิล์ม น้ำตาล ทิพนารี วีรวัฒโนดม &#8211; ฟิล์ม รชานันท์ มหาวรรณ์ #มิ้ลค์เลิฟ มิ้ลค์-พรรษา วอสเบียน และเลิฟ-ภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร ที่สร้างปรากฏการณ์และมีฐานแฟนคลับจำนวนมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในปัจจุบันคือความตื่นตัวในการผลิตซีรีส์ GL ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล มีลิสต์ซีรีส์ GL ที่ได้รับการยืนยันการสร้างและกำลังรอออกอากาศเป็นจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของตลาดและความมั่นใจของผู้ผลิตที่จะนำเสนอเรื่องราวความรักแบบหญิงรักหญิงอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น นับเป็นการยืนยันว่าวงการ GL ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคทองอย่างแท้จริง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5748" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/3-4-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">ช่องทางการฉายหลักของซีรีส์ GL: Youtube มาแรงที่สุด</h3>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่าซีรีส์ GL (Girls&#8217; Love) และ BL (Boys&#8217; Love) จะจัดอยู่ใต้ร่มของซีรีส์วาย (Yaoi และ Yuri) เหมือนกัน แต่เมื่อมองย้อนกลับไป จะพบว่าทั้งสองแนวมีเส้นทางการเติบโตและบุกเบิกพื้นที่บนแพลตฟอร์มสื่อที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือเส้นทางของ GL จะเริ่มจากโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ก่อนเข้าสู่โลกออนไลน์ และฟรีทีวี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความน่าสนใจของซีรีส์ GL คือการเริ่มต้นและสร้างการรับรู้ผ่านโทรทัศน์ระบบดิจิทัล การนำเสนอความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิงมักจะถูกสอดแทรกเป็นพล็อตย่อยหรือตอนพิเศษในซีรีส์ที่ฉายทางโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ทำให้เข้าถึงผู้ชมในวงกว้าง ยุคบุกเบิกผ่านซีรีส์ทางทีวีในช่วง 2013-2017 จะเห็นซีรีส์อย่าง Club Friday The Series ที่ฉายผ่านช่อง GMM25 โดยถือเป็นผู้บุกเบิกสำคัญในการนำเสนอเรื่องราวความรักหลากหลายรูปแบบ รวมถึงความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิง เช่นในตอน รักเธอรักเขาและรักของเรา (2013), รักออนไลน์ (2016), และ รักแท้หรือแค่ความหวัง (2017) แม้จะไม่ได้เป็นซีรีส์ GL เต็มตัว แต่ก็ทำให้ภาพของความรักระหว่างผู้หญิงกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในสังคมวงกว้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความสัมพันธ์แบบ Girls&#8217; Love ยังปรากฏในซีรีส์ดังอย่าง ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น (One 31), สงครามนางงาม (One 31), The Dreamer คอนโด/บาริสต้า/สถาปนิก (One 31) หรือแม้กระทั่งซีรีส์เฉพาะทางอย่าง ผมม้าหน้าเต่อ (PPTV) และ รัก/ชั้น/นัย (MCOT) จะเห็นได้ว่าช่องทางหลักในช่วงแรกคือโทรทัศน์ทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนถึงช่วงจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2022 โดยความสำเร็จของ GAP The Series ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ตอกย้ำเส้นทางของ GL ที่เติบโตจากทีวี การที่ซีรีส์ GL เต็มรูปแบบได้ออกอากาศทางช่อง 3 ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีรายใหญ่ของประเทศ ถือเป็นการยกระดับและมอบความชอบธรรมให้กับคอนเทนต์ GL ในสื่อกระแสหลักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และต่อมาถึงขยายฐานสู่แพลตฟอร์มออนไลน์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากสร้างฐานการรับรู้บนทีวีแล้ว ซีรีส์ GL จึงเริ่มขยายอิทธิพลมายังแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างจริงจัง เช่น การนำ GAP The Series มาลงย้อนหลังทาง YouTube ซึ่งทำให้เกิดฐานแฟนคลับในระดับนานาชาติอย่างมหาศาล กลายเป็นโมเดลของการฉายทางทีวีเพื่อสร้างการรับรู้ในประเทศ และใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเจาะตลาดโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในทางกลับกัน ซีรีส์ BL มีจุดกำเนิดและเติบโตจากวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่มในโลกออนไลน์ ก่อนที่จะขยายอิทธิพลเข้าสู่สื่อกระแสหลักในภายหลัง อาจกล่าวได้ว่าจุดตั้งไข่มาจากนิยายออนไลน์ อย่างนิยายวายที่ได้รับความนิยมอย่างสูงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Love Sick The Series (2014) ซึ่งดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องดังในเว็บไซต์ Dek-D แสดงให้เห็นว่ากลุ่มเป้าหมายและคอมมูนิตี้ของ BL นั้นแข็งแกร่งในโลกดิจิทัลมาตั้งแต่แรก</p>



<p class="wp-block-paragraph">อาจกล่าวได้ว่าสำหรับ BL แล้ว มีช่องฟรีทีวีเป็นสะพานเชื่อมสู่ผู้ชมวงกว้าง เพราะแม้ว่า<a href="https://rocketmedialab.co/10-years-thai-bl-evolution/"> Love Sick</a> จะได้ออกอากาศทางช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ทีวี ซึ่งเป็นฟรีทีวี แต่บทบาทของทีวีในยุคแรกของ BL นั้นเปรียบเสมือนสะพานที่นำคอนเทนต์จากโลกออนไลน์มาแนะนำให้ผู้ชมในวงกว้างได้รู้จัก มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้น เพราะหลังจากความสำเร็จของ Love Sick นั้น ซีรีส์ BL ส่วนใหญ่กลับเลือกแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการออกอากาศ ไม่ว่าจะเป็น LINE TV (ในยุครุ่งเรือง), YouTube, และตามมาด้วยแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง WeTV, iQIYI, Viu เหตุผลสำคัญคือความเป็นอิสระในการนำเสนอเนื้อหา การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง และการสร้างรายได้จากฐานแฟนคลับทั่วโลกได้ง่ายกว่า การฉายทางทีวีจึงกลายเป็นตัวเลือกรองหรือฉายควบคู่กันไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความแตกต่างที่เกิดขึ้น อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า GL ใช้กลยุทธ์การแทรกซึมเข้าสู่โทรทัศน์ระบบดิจิทัลก่อน แล้วจึงต่อยอดสู่โลกออนไลน์และฟรีทีวี ในขณะที่ BL จุดตั้งต้นอย่าง Love Sick นั้นได้เริ่มจากช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ทีวี ซึ่งเป็นฟรีทีวี แล้วตามมาด้วยพื้นที่ออนไลน์อย่างโทรทัศน์ระบบดิจิทัล และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งออนไลน์</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่มีพลวัตอย่างหนึ่งที่เห็นได้ไม่ต่างกันคือการพัฒนาจากการเป็น “คู่รอง” โดยก่อนที่ BL จะยืนหยัดในสื่อได้ก็เริ่มจากการเป็นคู่รองในซีรีส์ที่มีคู่หลักเป็นชาย-หญิง ก่อน หรือเป็นเพียงโครงเรื่องรอง (subplot) ของซีรีส์ก่อน และการพัฒนาของ GL ก็เริ่มมาจากจุดนี้เช่นกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อสำรวจข้อมูลของซีรีส์ GL ในไทย ว่ามีการเผยแพร่ผ่านช่องทางไหนบ้าง จะพบว่ามีหลากหลายช่องทาง สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของการเข้าถึงผู้ชมดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>YouTube เป็นช่องทางหลักที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยมีจำนวนซีรีส์ฉายถึง 36 เรื่อง (34.29%) แสดงให้เห็นว่า YouTube เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงที่ซีรีส์ GL กำลังเริ่มตั้งไข่และยังไม่เป็นกระแสหลักในฟรีทีวี เช่น GAP The Series ทฤษฎีสีชมพูที่ฉายผ่าน YouTube และตอนที่ 1 มียอดวิวรวมสูงถึง <a href="https://youtu.be/o3gZsuz8w8o?si=L0M843xDd6a2oK4l">63</a> ล้านครั้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 24 มิ.ย. 2025)&nbsp;</li>



<li>GMM 25 เป็นช่องฟรีทีวีที่มีการฉายซีรีส์ GL ค่อนข้างมากถึง 12 เรื่อง (11.43%) เช่น รักเธอรักเขาและรักของเรา (Club Friday The Series 3) ในปี 2013, รักออนไลน์ (Club Friday The Series 7) ในปี 2016, และ Magic of Zero ตอน Zero Photography ในปี 2022 นอกจากนี้ GMM25 ยังเป็นช่องที่ออกอากาศ ซีรีส์ 23.5 องศาที่โลกเอียง ในปี 2023 ซึ่งถือเป็นซีรีส์แนวแซฟฟิกเรื่องแรกอย่างเป็นทางการของ GMMTV และในปีเดียวกันนั้น ยังได้ฉายซีรีส์ Love Senior พี่ว้ากคะ รักหนูได้มั้ย อีกด้วย</li>



<li>iQIYI เป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งสัญชาติจีนที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก โดยมีซีรีส์ GL ฉายถึง 11 เรื่อง (10.48%) หนึ่งในซีรีส์เด่นคือ 23.5 องศาที่โลกเอียง ซึ่งออกอากาศในปี 2023 ตามมาด้วยซีรีส์ในปี 2024 อย่าง Affair รักเล่นกล และ Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก การที่ iQIYI นำซีรีส์ GL เข้ามาฉายอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของคอนเทนต์แนวนี้ และการยอมรับจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับนานาชาติ&nbsp;</li>



<li>Channel 3 มีบทบาทสำคัญในการผลักดัน GL สู่กระแสหลัก โดยมีการฉายซีรีส์ GL ถึง 6 เรื่อง (5.71%) รวมถึงการฉายเรื่องที่สร้างปรากฏการณ์อย่าง GAP The Series ทฤษฎีสีชมพู และ The Secret of Us ใจซ่อนรัก</li>



<li>One 31 มีซีรีส์ GL ฉาย 7 เรื่อง (6.67%) โดยเฉพาะซีรีส์ในตระกูล Club Friday</li>



<li>Amarin TV และ WeTV มีจำนวนซีรีส์ฉายช่องทางละ 5 เรื่อง (4.76%) โดยในปี 2024 มีซีรีส์ฉายผ่าน WeTV อย่าง Mate The Series เพื่อนรัก และ Apple My Love ถึงเธอ…ที่รัก</li>



<li>LINE TV มีซีรีส์ GL ฉาย 4 เรื่อง (3.81%)</li>



<li>Netflix มีซีรีส์ GL ฉาย 3 เรื่อง (2.86%)</li>



<li>ช่องทางฟรีทีวีและแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่มีจำนวนเรื่องฉาย 1-2 เรื่อง ได้แก่ Facebook (2 เรื่อง), GTH On Air (2 เรื่อง), iflix (2 เรื่อง), Viu (2 เรื่อง), GagaOOLala (1 เรื่อง), MCOT (1 เรื่อง), PPTV (1 เรื่อง), Reel (1 เรื่อง), Thai PBS (1 เรื่อง), TikTok (1 เรื่อง), Viki (1 เรื่อง), และ Workpoint TV (1 เรื่อง)</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">คอนเทนต์ GL ใช้เวลาหลายปีในการเป็นส่วนประกอบหนึ่งของซีรีส์เรื่องอื่นๆ เพื่อปูทางและทดลองตลาด ช่วงเวลานี้กินระยะเวลายาวนานเกือบ 8 ปี ในยุคแรกเริ่ม (2014-2016) ความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิงมักถูกนำเสนอในฐานะคู่รองไม่ต่างจาก BL หรือบางครั้งก็เส้นเรื่องย่อยในซีรีส์ เช่น ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น (คู่ดาว-ก้อย) และ สงครามนางงาม (คู่เดียร์-ลูกหว้า) หรือเป็นเพียงมินิซีรีส์สั้นๆ ใน Club Friday The Series เพื่อสร้างความคุ้นเคยและทดลองตลาด แม้กระทั่งในปี 2021 ที่ BL เฟื่องฟู คู่ GL ก็ยังคงเป็นเพียงคู่รองในซีรีส์ แค่เพื่อนครับเพื่อน ซึ่งสะท้อนว่าอุตสาหกรรมยังมอง GL เป็นเพียงส่วนเสริม</p>



<p class="wp-block-paragraph">การมาถึงของ ทฤษฎีสีชมพู ในปี 2022 จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยสเกลการผลิตเต็มรูปแบบ 12 ตอน จำนวนความยาวต่อตอนยาว <a href="https://www.youtube.com/watch?v=pBl9uKcZFXo&amp;list=PL4D0KlUVq4IzJslrn8ilKnXV7B3U6DBqO&amp;ab_channel=IDOLFACTORYOFFICIAL">1 ชั่วโมง 13 นาที </a>และความสำเร็จถล่มทลายทั้งในและต่างประเทศ ซีรีส์เรื่องนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าตลาด GL มีอยู่จริงและมีกำลังซื้อมหาศาล พร้อมสร้างฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากใช้เวลาเกือบทศวรรษในฐานะคู่รอง ซีรีส์ GL ก็ได้พิสูจน์ศักยภาพของตลาดผ่านความสำเร็จของ ทฤษฎีสีชมพู การที่ซีรีส์ได้ออกอากาศทางช่อง 3 แม้จะไม่ได้บุกเบิกฟรีทีวีก่อน BL แต่ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการยอมรับในวงกว้าง ซึ่งเป็นผลจากพลังของฐานแฟนคลับที่สร้างขึ้นบนโลกออนไลน์</p>



<h3 class="wp-block-heading">พี่อ้อย พี่ฉอด และ GMMTV: สองค่ายยักษ์ใหญ่ผู้นำการผลิตซีรีส์ GL</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจข้อมูลซีรีส์ BL ในช่วงปี 2014-2023 โดย Rocket Media Lab ในบทความ <a href="https://rocketmedialab.co/10-years-thai-bl-evolution/">10 ปีซีรีส์วาย : จักรวาลแห่งการจิ้นสู่การเป็นซอฟต์พาวเวอร์ไทย</a> พบว่ามีบริษัทผู้ผลิตรวมถึง 131 บริษัท ที่ผลิตซีรีส์วายออกสู่ตลาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่สูงและความหลากหลายของค่ายผู้ผลิต โดย GMMTV ถือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดและมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในวงการ BL โดยผลิตซีรีส์ BL ไปถึง 58 เรื่อง คิดเป็น 19.46% ของซีรีส์ BL ทั้งหมด ตัวอย่างผลงานเด่นที่สร้างปรากฏการณ์และได้รับความนิยมอย่างสูง ได้แก่ SOTUS The Series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง (2016), เพราะเราคู่กัน 2gether The Series (2020), แค่เพื่อนครับเพื่อน BAD BUDDY SERIES (2021)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ซีรีส์ GL จากข้อมูลที่สำรวจในช่วงปี 2013-2025 พบว่ามีบริษัทผู้ผลิตทั้งหมด 36 บริษัท ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยกว่าฝั่ง BL อย่างเห็นได้ชัด แต่ก็พบผู้เล่นหลักและผู้เล่นหน้าใหม่ในอุตสาหกรรมดังกล่าวมากขึ้น โดยจากการสำรวจพบมีบริษัทผู้ผลิตหลายรายที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ซีรีส์ GL ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>CHANGE2561 เข้ามาผลิตซีรีส์ GL จำนวน 5 เรื่อง (8.62%)</li>



<li>GMMTV ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการซีรีส์วาย ได้ผลิตซีรีส์ GL ไปแล้ว 5 เรื่อง (8.62%)</li>



<li>IDOL FACTORY ซึ่งเป็นผู้สร้าง GAP The Series ทฤษฎีสีชมพ มีผลงานซีรีส์ GL 3 เรื่อง (5.17%)</li>



<li>บริษัท สตาร์ทติ้ง จำกัด มีผลงานซีรีส์ GL 3 เรื่อง (5.17%)&nbsp;</li>



<li>นอกจากผู้ผลิตรายใหญ่เหล่านี้ ยังมีผู้ผลิตอื่นๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ซีรีส์ GL อีกมากมาย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตรายเล็กหรือรายใหม่ที่กำลังสร้างฐานในตลาดนี้ เช่น -iSM BRANDED ENTERTAINMENT, Exact Scenario, GTH, H&#8217;our Channel, K11D HOUSE, Kongthup Production, Miss Grand Organization, Nadao Bangkok, NineStar Studios, และ Star hunter Entertainment ซึ่งแต่ละรายมีผลงาน 2 เรื่อง (3.45%)</li>



<li>ส่วนผู้ผลิตรายอื่นๆ ที่มีผลงานแห่งละ 1 เรื่อง (1.72%) ได้แก่ ATIME, Baanchan Production, ช่อง 3, CHEZKLUR-5, Fragrant Property, GMM Bravo, houston film, Jungka.Studio, KJN IDOL STUDIO, Maxlive Online TV, MBO Teen Entertainment, Me Mind Y, NeZT MEDIA, PA DONG DIB, SHAKESHOULDER FILMMAKER, SiamSi Studio, Studio Wabi Sabi, TV Thunder, U ENTERTAINMENT CO.,LTD, กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส, บริษัท แม็กซ์ เมจิก เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด, และไทยพีบีเอส</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ GMMTV นอกจากจะเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการ BL แล้ว ก็ยังคงรักษาบทบาทในการผลิตซีรีส์ GL ด้วยเช่นกัน หนึ่งในผลงานสำคัญของ GMMTV ในตลาด GL คือซีรีส์ 23.5 องศาที่โลกเอียง (ปี 2023) ซึ่งนับเป็นซีรีส์แนวแซฟฟิกเรื่องแรกของ GMMTV อย่างเป็นทางการ ซีรีส์เรื่องนี้นำแสดงโดยคู่จิ้นยอดนิยมอย่าง #มิ้ลค์เลิฟ ซึ่งเคยสร้างกระแสโด่งดังและได้รับความรักจากแฟนๆ ในฐานะคู่รองจากซีรีส์ Bad Buddy แค่เพื่อนครับเพื่อน (ปี 2021) มาก่อนแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ GMMTV ยังมีซีรีส์ GL ที่น่าจับตามองและกำลังรอออกอากาศ นั่นคือเรื่อง Whale Store xoxo คุณวาฬร้านชำ ซึ่งยังคงเป็นการแสดงของคู่ #มิ้ลค์เลิฟ อีกครั้ง สะท้อนถึงการมองเห็นศักยภาพของตลาดนี้ การนำคู่จิ้นที่มีฐานแฟนคลับแข็งแกร่งมารับบทนำในซีรีส์ GL เรื่องแรกของค่าย ยิ่งตอกย้ำถึงความตั้งใจของ GMMTV ในการเจาะตลาดนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ค่าย CHANGE2561 ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ผลิตซีรีส์ดราม่าเข้มข้นอย่าง Club Friday The Series ภายใต้การดูแลของพี่อ้อย-พี่ฉอด ก็เป็นยุคบุกเบิกในการผลิตซีรีส์ที่มีตัวเอกเป็นผู้หญิงสองคนที่มีสัมพันธ์กัน และยังมีซีรีส์ GL อีกมากมาย โดยมีผลงานเด่นที่ออกฉายแล้ว ได้แก่ Affair รักเล่นกล และ Club Friday The Series: Love Bully รักให้ร้าย ซึ่งเรื่องหลังนี้ยังได้คู่จิ้นยอดนิยมอย่าง #อิงล็อต (อิงฟ้า วราหะ และ ชาล็อต ออสติน) มาร่วมแสดงอีกด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนบริษัท IDOL FACTORY ซึ่งเป็นผู้ผลิตที่สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการ GL จากซีรีส์ GAP The Series ทฤษฎีสีชมพู (2022) อาจกล่าวได้ว่า #ฟรีนเบค เป็นคู่ที่สร้างปรากฏการณ์และบุกเบิกวงการ GL ในไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างจากซีรีส์เรื่องดังกล่าว</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากผู้ผลิตที่กล่าวไปแล้ว การที่ช่องฟรีทีวีกระแสหลักและทีวีสาธารณะเริ่มเข้ามามีบทบาทในการผลิตซีรีส์ GL เองนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำถึงการเติบโตและยอมรับในวงกว้างของคอนเทนต์แนวนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">เราจะเห็นว่า ช่อง 3 (Channel 3) ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีรายใหญ่ ได้ลงมาผลิตซีรีส์ GL เองอย่างจริงจัง ดังเช่นเรื่อง <a href="https://www.thairath.co.th/novel/news/2795941">ใจซ่อนรัก (The Secret of Us)</a> การมาของ #หลิงออม หลิงหลิง (ศิริลักษณ์ คอง) &#8211; ออม (กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์) ที่เป็นคู่จิ้น GL แถวหน้าที่ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว โดยได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ การที่ช่องหลักระดับประเทศเข้ามาลงทุนผลิตเองเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาด GL และความต้องการของผู้ชมที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ไทยพีบีเอส (องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย) ซึ่งเป็นทีวีสาธารณะ ก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตซีรีส์ GL เช่นกัน โดยเฉพาะการนำเรื่องราวของ <a href="https://www.thaipost.net/entertainment-news/588565/">หม่อมเป็ดสวรรค์</a> มาสร้างใหม่ ซึ่งเป็นการตีความความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิงในอดีตด้วยมุมมองที่ทันสมัย การที่ทีวีสาธารณะเข้ามาอำนวยการสร้างเช่นนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการเปิดกว้างของสังคมเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นการส่งเสริมให้เกิดการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศในวงกว้างยิ่งขึ้นด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเข้ามาของช่องฟรีทีวีกระแสหลักและทีวีสาธารณะ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับซีรีส์ GL ให้ก้าวจากพื้นที่เฉพาะกลุ่ม รวมถึงขยายตลาดไปสู่พื้นที่อย่างช่องโทรทัศน์ในช่วงเวลายอดนิยม (prime time) ได้อีกด้วย ไปสู่ตลาดกระแสหลักได้อย่างแท้จริง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม นอกจากข้อมูลที่ปรากฏ เราก็ยังเห็นแนวโน้มในอนาคต อย่างช่อง 7 ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องโทรทัศน์ฟรีทีวีที่มีฐานผู้ชมจำนวนมาก ก็ได้ส่งสัญญาณของการยอมรับและปรับตัวเข้าสู่กระแส GL ด้วยการนำซีรีส์ชุด <a href="https://www.ch7.com/activities/800054">บ้านวาทินวณิช</a> มาฉาย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าช่องฟรีทีวียักษ์ใหญ่เริ่มเปิดพื้นที่ให้กับคอนเทนต์ GL อย่างเป็นทางการมากขึ้น การที่ช่อง 7 เลือกซีรีส์ GL มาฉายในผังรายการปกติ ทุกคืนวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ย่อมส่งผลให้ GL เข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ๆ และได้รับการยอมรับในวงกว้างยิ่งขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">เมื่อเวทีนางงามก็หันมาจับกระแส GL</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เวทีการประกวดนางงามมิสแกรนด์ (Miss Grand Organization) ได้กลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญที่ก่อกำเนิดคู่จิ้น GL ที่ได้รับความนิยมอย่างมหาศาล ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างผู้เข้าประกวดในเวทีนี้ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับ และพัฒนาไปสู่การสร้างคู่จิ้นที่มีเคมีเข้ากันและมีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง เช่น คู่ของอิงล็อต อิงฟ้า วราหะ และ ชาล็อต ออสติน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกเหนือจากคู่จิ้นสร้างปรากฏการณ์อย่าง #อิงล็อต แล้ว เวทีมิสแกรนด์ยังคงเป็นแหล่งกำเนิดคู่จิ้น Girls&#8217; Love (GL) ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเคมีที่ลงตัวและความผูกพันที่เกิดขึ้นระหว่างผู้เข้าประกวด และได้รับการตอบรับอย่างดีจากแฟนคลับ ไม่ว่าจะเป็น #มีนเบ้บ #จ๊าบหลิน หรือคู่จิ้นน้องใหม่อย่าง #โซน่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากกระแสความนิยมของคู่จิ้นนางงามนี้เอง ทำให้มิสแกรนด์ต่อยอดความสำเร็จด้วยการสร้างซีรีส์ที่มีนางงามเหล่านี้แสดงนำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างซีรีส์ GL ที่มีคู่จิ้นของตัวเองเป็นตัวเอก อย่างซีรีส์ <a href="https://mgronline.com/live/detail/9650000087307">แค่อยากบอกรัก (Show me love)</a> ที่เป็นซีรีส์ GL เรื่องแรกของมิสแกรนด์ ตามมาด้วยซีรีส์ <a href="https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/entertainment/1116166">หยดฝนกลิ่นสนิม</a> ที่ผลิตร่วมกับบริษัท ทีวีธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) ล่าสุดนี้ยังเริ่มผลิตเรื่องใหม่อย่าง <a href="https://x.com/MissGrandTH/status/1910287685622923265">#บริษัทนี้ไม่มีจำกัด</a> ที่มิสแกรนด์นำคู่จิ้นทั้งหมดจากเวทีของตนเองมาต่อยอดเป็นซีรีส์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการตอบรับความต้องการของแฟนคลับแล้ว ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวนางงามและองค์กร การมีคู่จิ้นที่โด่งดังส่งผลให้เกิดกิจกรรมหลายรูปแบบ ทั้งการจัดแฟนมีตติ้ง ที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก และการไลฟ์คู่ขายสินค้า&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การปรับตัวและก้าวเข้ามามีบทบาทอย่างชัดเจนของช่องฟรีทีวีและเวทีนางงาม ตอกย้ำให้เห็นว่ากระแส GL ได้ขยายตัวอย่างมาก และซีรีส์ GL ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราวอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นส่วนสำคัญและเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมบันเทิงของไทยอย่างแท้จริง ทั้งในแง่ของปริมาณการผลิต ความหลากหลายของช่องทางการเผยแพร่ และจำนวนบริษัทผู้ผลิตที่เข้ามามีบทบาท ซึ่งตอกย้ำว่า GL ได้กลายเป็นหนึ่งในกระแสสำคัญของวงการบันเทิงไทยในปัจจุบัน และมีแนวโน้มที่จะเติบโตและพัฒนาต่อไปได้ในอนาคต&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5749" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/2-4-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h3 class="wp-block-heading">Uncut Version: ความร้อนแรงที่ยังคงแตกต่างกับจักรวาล BL</h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการสำรวจ พบว่าการนำเสนอซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ในรูปแบบ Uncut Version ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น เมื่อเทียบกับซีรีส์ <a href="https://rocketmedialab.co/10-years-thai-bl-evolution/">Boys&#8217; Love (BL)</a> โดยมีซีรีส์ GL เพียง 16 เรื่อง (31.37%) เท่านั้นที่มีฉบับ Uncut ในขณะที่ 35 เรื่อง (68.63%) ไม่มีเวอร์ชัน Uncut</p>



<p class="wp-block-paragraph">สัดส่วนที่น้อยกว่านี้สะท้อนให้เห็นว่าวงการ GL ยังคงอยู่ในช่วงตั้งไข่ และมีจำนวนการผลิตโดยรวมที่น้อยกว่า BL อย่างเห็นได้ชัด&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ผลิตจึงอาจยังคงใช้ความระมัดระวังในการนำเสนอเนื้อหาที่เปิดเผย เพื่อให้สอดคล้องกับการยอมรับของตลาด ในทางกลับกัน ซีรีส์ BL บางเรื่องได้ก้าวไปไกลกว่าการนำเสนอฉบับ Uncut ไปสู่ “Sultrier version” ที่ร้อนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของตลาดและฐานผู้ชม BL ที่เปิดกว้างต่อเนื้อหาที่เข้มข้นกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนที่มาของบทประพันธ์สำหรับซีรีส์ GL แสดงให้เห็นว่า นิยายยังคงเป็นหัวใจหลักในการสร้างสรรค์ โดยมีสัดส่วนซีรีส์ที่สร้างมาจากนิยายถึง 19 เรื่อง (37.25%) ในขณะที่ 32 เรื่อง (62.75%) เป็นการเขียนบทขึ้นใหม่ ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่านิยายเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญในการสร้างสรรค์ซีรีส์ GL แต่ก็มีซีรีส์จำนวนมากที่ไม่ได้มีพื้นฐานมาจากนิยาย ซึ่งอาจเป็นการสร้างบทประพันธ์ขึ้นใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายในการพัฒนาเนื้อหาของซีรีส์ GL</p>



<h3 class="wp-block-heading">ปรากฏการณ์ ‘จิ้นนอกจอ’: คู่จิ้น GL ไทยที่ก้าวข้ามบทบาทสู่ชีวิตจริงในใจแฟนด้อม</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในอุตสาหกรรมซีรีส์ GL ของไทย ปรากฏการณ์ &#8220;คู่จิ้น&#8221; ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในบทบาทการแสดงอีกต่อไป แต่ยังต่อยอดไปสู่ความสัมพันธ์นอกจอที่ได้รับความนิยมอย่างมหาศาลจากแฟนด้อม ซึ่งมีการสนับสนุนและติดตามอย่างเหนียวแน่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากคู่จิ้น GL ทั้งหมด 38 คู่ที่สำรวจมาจากซีรีส์ GL 51 เรื่องนั้น มีอย่างน้อย 10 คู่ ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ &#8220;จิ้นนอกจอ&#8221; ได้อย่างจริงจังและชัดเจน โดยคู่เหล่านี้ไม่เพียงแต่มีเคมีที่เข้าขาในซีรีส์ แต่ยังคงมีโมเมนต์ การทำกิจกรรมร่วมกัน และได้รับการสนับสนุนจากแฟนคลับอย่างต่อเนื่องนอกเหนือจากบทบาทการแสดง อาทิ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ฟรีนเบค (#ฟรีนเบค): เป็นคู่จิ้น GL ที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายและสร้างปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน ยอดวิวตอนแรกของซีรีส์บน YouTube รวมสูงถึง 63 ล้านครั้ง สะท้อนถึงการเข้าถึงผู้ชมจำนวนมหาศาลและกระแสตอบรับ พลังของแฟนด้อมฟรีนเบคยังแข็งแกร่ง แฮชแท็กก็มักติดเทรนด์โลกและเทรนด์ประเทศไทยอยู่เสมอ การสนับสนุนยังขยายไปสู่การร่วมงานโฆษณา โดยฟรีนได้รับแต่งตั้งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Maison Valentino และเบคกี้เป็น Brand Ambassador ของ L&#8217;Oreal Paris Makeup ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ถึงความนิยมและการยอมรับในระดับสากล&nbsp;</li>



<li>อิงล็อต (#อิงล็อต): คู่จิ้นที่มีจุดเริ่มต้นจากเวทีประกวด Miss Grand Thailand และต่อยอดมายังซีรีส์ แฟนด้อมของทั้งสองมีความแข็งแกร่งและมีการจิ้นนอกจออย่างชัดเจน มีกิจกรรมร่วมกันและโมเมนต์ที่แฟนคลับให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง</li>



<li>&nbsp;คู่หลิงออม (#หลิงออม) จากซีรีส์ The Secret of Us ใจซ่อนรัก ซึ่งเป็นคู่ที่ฮอตไม่แพ้กัน โดยยอดวิวตอนแรกของซีรีส์บน Youtube สูงถึง 13.7 ล้านครั้ง</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ยังมีคู่จิ้นอื่นๆ ที่มีกระแส &#8220;จิ้นนอกจอ&#8221; และน่าจับตามองอย่าง มิ้ลค์เลิฟ (#มิ้ลค์เลิฟ) จากซีรีส์ 23.5 องศาที่โลกเอียง หรือคู่ ฝ้ายโยโกะ (#ฝ้ายโยโกะ) จากซีรีส์ Blank เติมคำว่า (รัก) ลงในช่องว่าง ทั้งคู่ได้รับความนิยมอย่างมากและมีแฟนด้อมที่ติดตามและสนับสนุนการจิ้นนอกจอ แม้กระทั่งคู่ ธัญญ่าหนิง (#ธัญญ่าหนิง) แม้จะเป็นนักแสดงรุ่นใหญ่ที่แต่งงานแล้วในชีวิตจริงอย่าง ธัญญาเรศ เองตระกูล และ ปณิตา พัฒนาหิรัญ แต่จากบทบาทใน Club Friday The Series และโมเมนต์ต่างๆ ทำให้เกิดกระแสการจิ้นและมีแฟนด้อมที่ให้การสนับสนุนอย่างน่าสนใจ แสดงให้เห็นว่าความจิ้นเกิดได้จากทั้งความสามารถทางการแสดงและเคมีที่ส่งถึงกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปรากฏการณ์ &#8220;จิ้นนอกจอ&#8221; ของคู่จิ้น GL ไทยเป็นเครื่องยืนยันว่าอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เติบโตอย่างมั่นคงและมีอิทธิพลต่อวงการบันเทิงไทยและในระดับนานาชาติ ความสามารถของนักแสดงในการสร้างเคมีที่น่าประทับใจทั้งในและนอกจอ พร้อมกับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากแฟนด้อม คือหัวใจสำคัญที่ผลักดันให้ซีรีส์ GL ไทยก้าวไปไกล</p>



<h3 class="wp-block-heading">ส่งออก ซอฟต์พาวเวอร์ ไทย ทั้ง BL และ GL</h3>



<p class="wp-block-paragraph">กระแสซีรีส์วาย Boys&#8217; Love (BL) ของไทยได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างปรากฏการณ์ในประเทศเท่านั้น แต่ยังขยายฐานแฟนคลับไปทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงพลังของ ซอฟต์พาวเวอร์ไทย ที่แผ่ขยายไปทั่วเอเชียและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปรากฏการณ์ Fan Meeting ของคู่จิ้นซีรีส์วายไทยในต่างประเทศ ทั้งในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และจีน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะเดียวกัน ซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ก็กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มสร้างฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งในระดับสากลเช่นกัน จากการสำรวจคู่จิ้น GL ที่มียอดผู้ติดตาม Instagram มากกว่า 1 ล้านคนขึ้นไป โดย Instagram เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงอิทธิพลและความน่าสนใจของคู่จิ้น GL เหล่านี้ในระดับสากล แสดงให้เห็นถึงยอดผู้ติดตาม Instagram ของคู่จิ้น GL ยอดนิยม (ข้อมูล ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2025) อาทิ</p>



<p class="wp-block-paragraph">#ฟรีนเบค (FreenBecky) คู่จิ้นระดับปรากฏการณ์จากซีรีส์ GAP The Series ทฤษฎีสีชมพู ยังคงรักษาความนิยมในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดย ฟรีน สโรชา จันทร์กิมฮะ (@srchafreen) มียอดผู้ติดตามสูงถึงประมาณ 4.7 ล้านคน และ เบ็คกี้ รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง (@beccca) ก็มีผู้ติดตามใกล้เคียงกันที่ประมาณ 4.3 ล้านคน ซึ่งตอกย้ำสถานะความเป็นผู้นำของทั้งคู่ในวงการ GL ไทย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">#มิ้ลค์เลิฟ (MilkLove) คู่จิ้นจาก GMMTV ที่ได้รับความรักอย่างต่อเนื่อง มิ้ลค์ พรรษา วอสเบียน (@panly.v) มียอดผู้ติดตามประมาณ 2 ล้านคน ในขณะที่ เลิฟ ภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร (@loverrukk) มีผู้ติดตามสูงถึงประมาณ 4 ล้านคน</p>



<p class="wp-block-paragraph">#หลิงออม (LingOrm): อีกหนึ่งคู่จิ้นที่กำลังมาแรง หลิงหลิง คอง (@linglingkwong) มียอดผู้ติดตามประมาณ 2.4 ล้านคน และ ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ (@orm.kornnaphat) ก็มีผู้ติดตามใกล้เคียงกันที่ประมาณ 2.3 ล้านคน</p>



<p class="wp-block-paragraph">#อิงล็อต (Englot) คู่จิ้นสุดฮอตจากเวทีมิสแกรนด์ อิงฟ้า วราหะ (@fa_engfa8) มีฐานแฟนคลับบน Instagram อย่างล้นหลาม ด้วยยอดผู้ติดตามประมาณ 4.1 ล้านคน ส่วน ชาล็อต ออสติน (@itscharlotty) ก็มีผู้ติดตามประมาณ 1.7 ล้านคน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5763" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/5-4-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อสืบค้นข้อมูลการจัดแฟนมีตติ้งคู่/คอนเสิร์ตคู่ในต่างประเทศ นับตั้งแต่ 2023-2025 (เก็บข้อมูลจนถึง 20 มิ.ย. 2025) จะพบว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">#ฟรีนเบค (FreenBecky) เป็นคู่จิ้น GL ที่เดินสายจัดแฟนมีตติ้งในต่างประเทศมากที่สุด ด้วยจำนวนรวมถึง 19 ครั้ง พวกเธอสามารถเข้าถึงแฟนคลับในหลายประเทศแถบเอเชียพบว่า ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่ถูกเยือนบ่อยครั้งที่สุดถึง 6 ครั้ง อย่างงาน FreenBecky FaBulous FanBoom ตามมาด้วย จีน ซึ่งมีการจัดกิจกรรมไป 5 ครั้ง เช่น งาน FreenBecky FaBulous FanBoom ซึ่งจัดขึ้นที่ฮ่องกง ส่วน ญี่ปุ่น ถูกเยือนไป 3 ครั้ง ขณะที่ ไต้หวัน และ เวียดนาม มีจำนวนเท่ากันที่ 2 ครั้ง ปิดท้ายด้วย สิงคโปร์ ที่มีการจัดกิจกรรมเพียง 1 ครั้ง ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงความนิยมอันล้นหลามของทั้งสองในตลาดเอเชียอย่างชัดเจน</p>



<p class="wp-block-paragraph">#อิงล็อต (Englot) จากเวทีมิสแกรนด์ ก็เป็นอีกหนึ่งคู่จิ้นที่สร้างปรากฏการณ์ในต่างแดน โดยมีแฟนมีตติ้งรวม 17 ครั้ง ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือการจัดงานในสหรัฐอเมริกาถึง 12 ครั้ง ซึ่งเป็นการบุกตลาดทวีปอเมริกาเหนืออย่างเห็นได้ชัดนอกเหนือจากประเทศที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีการจัดงานในประเทศอื่นๆ อีก โดย ฟิลิปปินส์ มีการจัดงาน 2 ครั้ง ส่วน กัมพูชา, จีน, และ เวียดนาม มีการจัดงานประเทศละ 1 ครั้ง แสดงให้เห็นถึงการขยายฐานแฟนคลับไปยังตลาดที่หลากหลายและนอกเหนือจากทวีปเอเชีย และล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2025 อิงล็อตได้จัดงาน <a href="https://x.com/EWaraha/status/1936903385808257416">Englot 1st Fan Meet in Mexico</a> ขึ้นที่ Mexico City (Circo Volador) ซึ่งเป็นการบุกตลาดทวีปอเมริกาเหนืออย่างต่อเนื่อง และในวันที่ 22 มิถุนายน 2025 ก็ได้มีงาน <a href="https://x.com/MGIBeyond/status/1936864693601354059">#1stFanmeetENGLOTinBrazil </a>ที่ Sao Paulo (Terra SP) ซึ่งเป็นการขยายอิทธิพลสู่ทวีปอเมริกาใต้เป็นครั้งแรก</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ อิงล็อตยังมีตารางงาน <a href="https://www.tiktok.com/@fan_englot32/video/7516919914888842497">FANMEETING WORLD TOUR 2025</a> ที่แสดงให้เห็นถึงการวางแผนบุกตลาดทั่วโลกอย่างจริงจัง อาทิ ตารางงานแฟนมีตติ้งที่บาร์เซโลนา สเปน (Teatre Sant Cugat) ที่ปารีส ฝรั่งเศส (Bouillon République) และลอนดอน อังกฤษ (The Drum Wembley) การเคลื่อนไหวเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการขยายฐานแฟนคลับของอิงล็อตไปยังตลาดที่หลากหลาย และการบุกเบิกตลาดใหม่ๆ นอกเหนือจากเอเชียอย่างชัดเจน ทั้งในทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และกำลังจะขยายสู่ยุโรปอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">คู่จิ้น #หลิงออม (LingOrm) ก็เป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อน GL ไทยในต่างประเทศ ด้วยจำนวนแฟนมีตติ้งรวม 10 ครั้ง พบว่า จีน เป็นประเทศที่มีการจัดงานมากที่สุดถึง 6 ครั้ง โดยมีงาน LINGORM 1st FAN MEETING ในฮ่องกง, LINGORM 1st FAN MEETING ในมาเก๊า และ Our Secret Love LINGORM MEETING ในมาเก๊า เป็นตัวอย่าง ในขณะที่ ญี่ปุ่น มีการจัดงาน Dear my Love LING &amp; ORM 1st FAN MEETING ในโตเกียวเพียง 1 ครั้ง เช่นเดียวกับ ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และ เวียดนาม ที่มีการจัดงานประเทศละ 1 ครั้ง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่คู่ #มิ้ลค์เลิฟ (MilkLove) ซึ่งมีผลงาน GL ที่น่าจับตามอง ก็ได้จัดแฟนมีตติ้งในต่างประเทศรวม 9 ครั้ง โดยยังคงเน้นตลาดเอเชียเป็นหลักในจีน ที่มีการจัดงานมากที่สุดถึง 5 ครั้ง ซึ่งรวมถึงงาน MilkLove 1st Fan Meeting ในฮ่องกง และงาน MilkLove 1st Fan Meeting ในมาเก๊า ตามมาด้วย ไต้หวัน ที่มีการจัดงาน 2 ครั้ง ส่วน ฟิลิปปินส์ และ เวียดนาม มีการจัดงานประเทศละ 1 ครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยรวมแล้ว คู่จิ้น GL ยอดนิยมทั้ง 4 คู่นี้ ได้เดินทางไปจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้ง/คอนเสิร์ตคู่ในต่างประเทศรวมกันถึง 55 ครั้ง ตัวเลขนี้ตอกย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าซีรีส์ GL ไทยได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากแฟนคลับทั่วโลก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาการกระจายตัวของแฟนมีตติ้ง จะเห็นว่า ตลาดยังคงกระจุกตัวอยู่ในทวีปเอเชียเป็นหลัก โดยมีคู่ #อิงล็อต เป็นคู่เดียวที่สามารถบุกตลาดทวีปอเมริกาเหนือได้อย่างโดดเด่น ซึ่งเป็นการเปิดมิติใหม่ให้กับซีรีส์ GL ไทยในการขยายฐานแฟนคลับไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ นอกเหนือจากเอเชีย และกำลังก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมบันเทิงและซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทยในระดับสากล</p>



<h3 class="wp-block-heading">วิวัฒนาการของซีรีส์ GL ในไทย: จาก “ทอมดี้” สู่ “แซฟฟิก”</h3>



<p class="wp-block-paragraph">พัฒนาการของซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) หรือที่ในปัจจุบันมักเรียกว่า ซีรีส์แซฟฟิก (Sapphic Series) โดยแซฟฟิก (Sapphic) เป็นคำที่ใช้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 และแพร่หลายตั้งแต่ทศวรรษ 1890 มีรากศัพท์จากกวีหญิงกรีกที่ชื่อ <a href="https://www.etymonline.com/word/Sapphic">แซฟโฟ</a> (Sappho) โดยกวีที่เขียนส่วนใหญ่นั้นกล่าวถึงความรักระหว่างผู้หญิง คำนี้เป็นคำกว้างๆ (umbrella term) ที่ครอบคลุมความดึงดูดหรือความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิง ไม่ว่าจะระบุตัวตนเป็นเลสเบี้ยน (lesbian), ไบเซ็กชวล (bisexual), แพนเซ็กชวล (pansexual), เอเซ็กชวล (asexual), นอนไบนารี (non-binary) หรือทรานส์ (trans) รวมถึงความรักโรแมนติกระหว่างผู้หญิงทุกรูปแบบ โดยในประเทศไทย มีการกล่าวถึงคำดังกล่าวในช่วงปี 2022 เป็นต้นมา ทำให้มีการนำคำดังกล่าวมานิยามซีรีส์ GL ในประเทศไทยด้วย ทั้งนี้เมื่อมองพลวัต จะพบว่ารูปแบบซีรีส์ GL ในไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในเรื่องของการนำเสนอตัวละครและความสัมพันธ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยุคเริ่มต้นมีทอม-ดี้ เป็นภาพจำ โดยจะพบว่าในยุคแรกเริ่ม ซีรีส์หรือภาพยนตร์ GL มักจะนำเสนอตัวละครหลักในรูปแบบของ “ทอม” และ “ดี้” โดยพระเอก/นางเอกคนที่ 1 ของเรื่องมักจะเป็นทอม ซึ่งหมายถึงผู้หญิงที่มีลักษณะภายนอกและบุคลิกภาพอย่างชาย มีความแมน แต่งกายแบบผู้ชาย และมักจะตัดผมสั้น เช่น ตัวละครเจ จาก รักเธอรักเขาและรักของเรา (Club Friday The Series 3) ในปี 2016 ยังพบใน รักออนไลน์ (Club Friday The Series 7) ซึ่งเป็นมินิซีรีส์ในปีเดียวกัน เอ้ ตัวเอกก็ปรากฏในบุคลิกแมนๆ ด้วยผมสั้นและเสื้อเชิ้ต โดยเธอปลอมโปรไฟล์เป็นชายเพื่อคุยกับ รุ้ง จนเกิดความรัก นอกจากนี้ ยังมีตัวละครอย่าง อลิส จาก สงครามนางงาม 2 ที่ในซีซั่นแรกไม่ได้ระบุรสนิยมชัดเจน แต่ในซีซั่น 2 มีปฏิสัมพันธ์กับ ลูกน้ำ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสไตล์การแต่งกายและการไว้ผมสั้นที่เน้นย้ำบุคลิกภาพที่แมนขึ้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนนางเอก หรือตัวเอกหญิงอีกคน มักจะถูกนำเสนอในรูปแบบของผู้หญิงที่เคยคบกับผู้ชายมาก่อน และหลังจากผิดหวังในความรักจากผู้ชาย ก็เริ่มตกหลุมรักทอม หรือเป็นดี้ ซึ่งหมายถึงผู้หญิงที่มีความเป็นหญิงทั่วไป แต่มีความชื่นชอบผู้หญิงที่มีลักษณะอย่างชาย (ทอม) เช่น ในปี 2016 ซีรีส์ ผมม้าหน้าเต่อ ยังนำเสนอเรื่องราวที่นางเอกอย่าง น้ำฝน ถูกรุมจีบโดยพี่ทอมสองคน หรือแม้กระทั่ง พาย จากภาพยนตร์ Yes or No อยากรัก ก็รักเลย ที่ตอนแรกปฏิเสธ คิม เพราะบุคลิกคล้ายทอม แต่ภายหลังคิมได้ตั้งคำถามถึงความหมายของทอมและการเปลี่ยนแปลงตัวตนเมื่อตกหลุมรักเพศเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ส่วนนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการค้นพบความรู้สึกใหม่ที่เกินกว่ากรอบนิยามทางเพศเดิมด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การนำเสนอในลักษณะนี้เป็นการสร้างภาพจำให้กับความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิงในยุคแรกเริ่ม โดยยึดติดกับกรอบบทบาททางเพศที่ค่อนข้างชัดเจน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ปัจจุบัน ซีรีส์ GL หรือที่เรียกว่าซีรีส์แซฟฟิก เริ่มบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของผู้หญิงทุกรูปแบบได้หลากหลายมากขึ้น โดยที่ตัวละครหลักทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นนางเอกคนที่ 1 หรือนางเอกคนที่ 2 ก็ตาม มักจะมีลักษณะทั่วไปแบบผู้หญิง ส่วนความรักที่เกิดขึ้นเป็นความรักระหว่างหญิงรักหญิง ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็ชื่นชอบผู้หญิงที่มีลักษณะแบบผู้หญิงด้วยกัน ตัวอย่างย้อนกลับไปในปี 2017 คือ รักแท้หรือแค่ความหวัง (Club Friday The Series 8) ที่ ซี เจ้าของห้องเสื้อผู้มีรสนิยมชอบผู้หญิง ตกหลุมรัก เคท นางแบบ ซึ่งทั้งคู่แต่งกายแบบผู้หญิง แต่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการมีลูก จนเคทไปหาผู้ชายและจบลงด้วยการทิ้งซีไปอยู่ต่างประเทศกับสามี (พ่อของลูก) นอกจากนี้ ยังมีคู่ ดาวและก้อย ในฮอร์โมน วัยว้าวุ่น 2 (ปี 2014) และคู่ ภาและอิ๊ง จาก Bad Buddy แค่เพื่อนครับเพื่อน (ปี 2021) โดยภาสารภาพรักก่อน และอิ๊งก็เผยว่าแอบมองภามานานแล้ว ทั้งภาและอิ๊งต่างก็แต่งกายแบบผู้หญิง ซึ่งสะท้อนการนำเสนอความรักระหว่างผู้หญิงที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติมากขึ้นในปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ในซีรีส์แซฟฟิกยุคใหม่นี้ บทบาทของการเป็น “รุก” หรือ “รับ” ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยลักษณะภายนอกหรือการแต่งกายอีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องของสิ่งที่เรียกว่า “โพสิชั่น (Position)” ในความสัมพันธ์ที่แสดงออกผ่านพฤติกรรมและความเข้าขาของตัวละคร&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ก็ยังคงมีข้อถกเถียงกันเช่นเคย เพราะแม้ว่าซีรีส์ GL ยุคใหม่จะพยายามนำเสนอความหลากหลายและหลุดพ้นจากกรอบทอม-ดี้ แต่ก็ยังคงหนีไม่พ้นการบอก “โพ” หรือตำแหน่งในความสัมพันธ์ เช่น ใครคือ “ผู้นำ” หรือ “ผู้ตาม” ในความสัมพันธ์นี้ โดยการแสดงออกถึง “โพ” มักจะปรากฏผ่านการแต่งกาย ที่แม้จะไม่ใช่ทอม-ดี้ชัดเจน แต่ก็อาจมีการแต่งกายที่สื่อถึงความเป็นผู้นำหรือผู้ตามในบางสถานการณ์ ตลอดจนพฤติกรรม บุคลิก การกระทำ หรือการตัดสินใจของตัวละครที่บ่งบอกถึงบทบาทในความสัมพันธ์ ยังรวมไปถึงภาพโปรโมท โปสเตอร์ หรือภาพประชาสัมพันธ์ต่างๆ ที่จัดท่าทางของตัวละครเพื่อสื่อถึงตำแหน่งในความสัมพันธ์ และปรากฏการณ์การบอก “โพ” นี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในซีรีส์ GL เท่านั้น แต่ยังคงเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยใน ซีรีส์ Boys&#8217; Love (BL) ชายรักชาย เช่นกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังของผู้ชมและวิธีการเล่าเรื่องที่ยังคงมีอิทธิพลอยู่ในวงการซีรีส์วายของไทย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือโปสเตอร์โปรเจกต์ซีรีส์ Girl&#8217;s Love ฟอร์มยักษ์อย่าง Sapphic Series Mega Project ชุด 4 Elements บ้านวาทินวณิช ที่ใช้การแต่งกายมาสื่อถึงบทบาท โดยตัวละครฝั่งที่คล้ายพระเอก (นางเอกคนที่ 1) มักจะใส่สูท ในขณะที่ตัวละครนางเอก (นางเอกคนที่ 2) จะใส่เสื้อเปิดไหล่ เพื่อสื่อถึงบทบาทของแต่ละฝ่าย&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">สำรวจเนื้อหาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) รสนิยมทางเพศตัวเอกเป็นยังไง ต่างจากซีรีส์วาย Boys&#8217; love (BL) มากน้อยแค่ไหน?</h3>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab เคยสำรวจซีรีส์วาย BL ในไทยทั้งหมดในรอบ 10 ปี (2014-2023) โดยเลือกสำรวจรสนิยมทางเพศของตัวละครคู่หลักในซีรีส์วาย 418 ตัวละคร 209 คู่ ซึ่งนับเฉพาะคู่หลักของเรื่อง พบว่าในจำนวนซีรีส์วาย 209 เรื่อง (จำนวน 209 คู่) จากปี 2014 ถึงปี 2023 มีตัวละครพระเอกและนายเอกที่แสดงให้เห็นรสนิยมทางเพศอย่างชัดเจนว่าชอบเพศเดียวกัน จำนวน 129 เรื่อง คิดเป็น 61.72%&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ย้อนกลับไปที่ ซีรีส์ BL (Boys&#8217; Love) หลายคนมักนึกถึงพล็อตหรือเอกลักษณ์จำเพาะ เช่น เรื่องราวความรักในรั้วมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะคณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือการที่ &#8220;ชายแท้&#8221; สองคนค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์จนเกิดเป็นความรัก คำถามที่น่าสนใจคือ แล้วในฝั่งของซีรีส์ GL (Girls&#8217; Love) มีเอกลักษณ์ทำนองนี้บ้างหรือไม่?</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ฝั่ง GL จากการสำรวจรสนิยมทางเพศของตัวละครคู่หลักในซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ทั้งหมด 51 คู่ ซึ่งครอบคลุมตัวละคร 102 ตัว ในที่นี้แบ่งบทบาทของตัวละคร โดยจะเรียกว่าเป็นนางเอกคนที่ 1 และนางเอกคนที่ 2 พบ ดังนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-5751" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-1024x1024.png 1024w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-300x300.png 300w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-150x150.png 150w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-768x768.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-1536x1536.png 1536w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-2048x2048.png 2048w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-600x600.png 600w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/Girls-Love-100x100.png 100w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>


<h4 class="wp-block-heading">กลุ่มที่ 1: ตัวละคร GL ที่มีรสนิยม &#8220;ไม่ระบุ/ไบเซ็กชวล&#8221; หรือลื่นไหล</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ในซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ตัวละครที่มีรสนิยม &#8220;ไม่ระบุ/ไบเซ็กชวล&#8221; หรือมีลักษณะความลื่นไหลทางเพศ (fluidity) เป็นกลุ่มที่พบมากที่สุด โดยมีจำนวนถึง 52 ตัวละคร (50.98%) พบในนางเอกคนที่ 1 จำนวน 27 ตัวละคร และนางเอกคนที่ 2 จำนวน 25 ตัวละคร การนำเสนอเช่นนี้มักเป็นเพราะเนื้อเรื่องไม่ได้มุ่งเน้นการระบุอัตลักษณ์ทางเพศของตัวละครอย่างชัดเจน ปล่อยให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ชมสามารถตีความความสัมพันธ์ได้เอง ซึ่งสะท้อนความหลากหลายของรสนิยมทางเพศในชีวิตจริงได้ดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างซีรีส์ที่มีตัวละครในกลุ่มนี้ ได้แก่:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>The Dreamer คอนโด/บาริสต้า/สถาปนิก (ปี 2016): เรื่องราวความสัมพันธ์สามเส้าระหว่างปอง (สถาปนิกหญิง), เติ้ล (บาริสต้าหญิง) และเท็ด (สถาปนิกชาย) ซึ่งจบลงแบบปลายเปิด ทำให้ผู้ชมตีความได้หลากหลายว่าปองจะลงเอยกับเท็ดหรือเติ้ล แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เปิดกว้างทางเพศสภาพ</li>



<li>Club Friday The Series 11 ตอน รักล้ำเส้น (ปี 2019): ตัวละครบุหงาและธาร ต่างไม่เคยมีประวัติชอบผู้หญิงมาก่อน และมีสถานะเป็นแม่สามีกับลูกสะใภ้ แต่กลับดึงดูดและตกหลุมรักกันอย่างลึกซึ้งตั้งแต่แรกพบ ความซับซ้อนของเรื่องจึงไม่ได้อยู่ที่การยอมรับเพศสภาพของตนเองเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ซึ่งสะท้อนถึงความรักที่เกิดขึ้นเหนือความคาดหมายและกรอบเกณฑ์เดิมๆ</li>



<li>Lucky my love รักนี้มากับดวง (ปี 2023): ตัวละครหลักอย่างนับดาว เคยผ่านประสบการณ์การนัดบอดกับผู้ชายมาก่อน ก่อนที่เรื่องราวจะดำเนินไปสู่ความสัมพันธ์กับเวฬา ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าตัวละครไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่การชอบเพศตรงข้ามเท่านั้น</li>



<li>Reverse 4 You The Series ดาวบริวาร (ปี 2024): เล่าเรื่องของ จัตวา เด็กสาวผู้ควบคุมกาลเวลาที่ได้พบกับโฟร์ รุ่นพี่นิสัยไม่ดีในวันที่กรุงเทพฯ มีหิมะตก ทั้งคู่ตกหลุมรักกันอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยไม่ได้เน้นย้ำถึงอัตลักษณ์ทางเพศเริ่มต้นของตัวละคร ทำให้ความรักดูเป็นธรรมชาติและไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบเพศสภาพ</li>



<li>หม่อมเป็ดสวรรค์ (Mhom Ped Sawan) (ปี 2024): เป็นการตีความใหม่ของเรื่องราวความรักระหว่าง คุณขำ และ คุณสุด หม่อมห้ามในสมเด็จเจ้าวังหน้าฯ ที่มีความรู้สึกเกินเพื่อนให้กัน แม้จะถูกพันธนาการด้วยกฎเกณฑ์สังคมในอดีต แต่การนำเสนอใหม่นี้อาจสื่อถึงรสนิยมที่ลื่นไหลหรือไบเซ็กชวล ที่สามารถมีความรักและความสัมพันธ์กับผู้หญิงได้ แม้จะต้องใช้ชีวิตอยู่ในกรอบของเพศตรงข้ามก็ตาม&nbsp;</li>
</ul>



<h4 class="wp-block-heading">กลุ่มที่ 2: ตัวละคร GL ที่มีรสนิยม &#8220;ชอบผู้หญิงมาก่อน&#8221; หรือ &#8220;แซฟฟิก&#8221; อย่างชัดเจน</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวละครในกลุ่มนี้มีจำนวน 38 ตัวละคร (37.25%) โดยแบ่งเป็น พบในนางเอกคนที่ 1 จำนวน 18 ตัวละคร และพบในนางเอกคนที่ 2 จำนวน 20 ตัวละคร โดยมีลักษณะร่วมคือการระบุหรือแสดงออกอย่างชัดเจนว่าตนเองเป็นแซฟฟิก หรือมีความสนใจในเพศหญิงมาตั้งแต่ต้น ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มแรกที่เน้นความลื่นไหลหรือการค้นพบตัวเองในภายหลัง ตัวละครกลุ่มนี้มักเปิดเรื่องมาพร้อมกับอัตลักษณ์ทางเพศที่ชัดเจน และความสัมพันธ์ที่มุ่งตรงไปที่ความรักระหว่างผู้หญิงด้วยกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างซีรีส์ที่มีตัวละครในกลุ่มนี้ ได้แก่:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รักแท้หรือแค่ความหวัง (Club Friday The Series 8) (ปี 2017): ซีรีส์เรื่องนี้เล่าถึงซี เจ้าของห้องเสื้อที่มีรสนิยมชอบผู้หญิงด้วยกันอย่างชัดเจน เธอตกหลุมรักเคท นางแบบ ทั้งคู่เป็นคู่รักเลสเบี้ยน/แซฟฟิกที่ปรารถนาจะมีลูก แต่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางกฎหมายที่ไม่อนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถทำ IVF ได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่สูง เพื่อเติมเต็มความต้องการที่จะเป็นแม่ เคทจึงตัดสินใจไปหาผู้ชายเพื่อตั้งครรภ์ ซึ่งจบลงด้วยการที่เคททิ้งซีและไปอยู่เมืองนอกกับสามี (พ่อของลูก) สะท้อนภาพความรักที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางสังคมและกฎหมายในยุคนั้น</li>



<li>Love Senior พี่ว้ากคะ รักหนูได้มั้ย (ปี 2023): ซีรีส์เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงตัวละครที่มีรสนิยมชัดเจนในการชอบเพศเดียวกัน โดยมะนาวแสดงออกชัดเจนว่าชอบเกี๊ยวซ่ารุ่นพี่ผู้หญิง นอกจากนี้ เกี๊ยวซ่ายังมีรักแรกเป็นพอย (ผู้หญิง) และมะนาวก็มีประสบการณ์ทางเพศกับผู้หญิงคนอื่นมาก่อนหน้านี้เช่นกัน&nbsp;</li>



<li>The Loyal Pin ปิ่นภักดิ์ (ปี 2024): ซีรีส์พีเรียดเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวความรักระหว่างหม่อมเจ้าหญิงอนิลภัทร (ท่านหญิงอนิล) และหม่อมราชวงศ์ปิลันธิตา (คุณหญิงปิ่น) ทั้งสองรักกันมาตั้งแต่ต้น และต้องฝ่าฟันอุปสรรคทั้งเรื่องฐานันดรศักดิ์และกฎเกณฑ์ทางสังคม&nbsp;</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวละครในกลุ่มนี้แสดงให้เห็นถึงการก้าวไปอีกขั้นของซีรีส์ GL ในการนำเสนอความรักที่ตรงไปตรงมา และอัตลักษณ์ทางเพศที่ชัดเจน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ชมกลุ่มเป้าหมายรู้สึกเชื่อมโยงและเห็นการเป็นตัวแทนของตนเองในสื่อบันเทิงมากขึ้น</p>



<h4 class="wp-block-heading">กลุ่มที่ 3: ตัวละคร GL ที่ &#8220;ชอบผู้ชายมาก่อน&#8221; หรือ &#8220;ชอบเพศตรงข้าม&#8221;</h4>



<p class="wp-block-paragraph">ในกลุ่มนี้มีจำนวน 12 ตัวละคร (11.76%) ซึ่งเป็นสัดส่วนที่พบน้อยที่สุดในกลุ่มตัวละครหลัก โดยแบ่งเป็นนางเอกคนที่ 1 พบ 6 ตัวละคร และนางเอกคนที่ 2 พบ 6 ตัวละคร ของซีรีส์ Girls&#8217; Love (GL) ตัวละครเหล่านี้มีรสนิยมทางเพศที่เคยสนใจหรือมีความสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามมาก่อน ก่อนที่จะมาค้นพบความรู้สึกต่อเพศเดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างซีรีส์ที่มีตัวละครในกลุ่มนี้ ได้แก่:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>รักออนไลน์ (Club Friday The Series 7) (ปี 2016): เอ้ ตัวเอกในเรื่องเคยแต่งงานและมีลูกมาแล้วแต่เลิกกับสามี เธอเริ่มต้นหาเพื่อนคุยออนไลน์โดยปลอมโปรไฟล์เป็นผู้ชาย และใช้ชื่อผู้ชายในการสนทนากับ รุ้ง เจ้าของร้านเสื้อผ้าออนไลน์ ต่อมาความสัมพันธ์พัฒนาจนเกิดเป็นความรักที่ถอนตัวไม่ขึ้น แต่เมื่อทั้งคู่ได้นัดเจอกันและรุ้งพบว่าเอ้เป็นผู้หญิง ความสับสนในความสัมพันธ์ก็เกิดขึ้น นำไปสู่บทสรุปที่ว่าเอ้และรุ้งจะรักกันต่อไปหรือหยุดไว้แค่นั้น</li>



<li>7 Project ตอน Remember (ปี 2021): ใน EP. 3 ตอนที่ชื่อว่า &#8216;Remember&#8217; เล่าเรื่องราวของพราว หญิงสาวที่พยายามจะลืมความรักครั้งเก่ากับแฟนเก่าที่เป็นผู้ชาย จนกระทั่งเธอได้พบกับ ใจดีที่เข้ามาช่วยสร้างสีสันให้กับชีวิต แต่ในขณะที่พราวกำลังจะก้าวไปข้างหน้า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ</li>



<li>23.5 องศาที่โลกเอียง (ปี 2023): ซีรีส์แซฟฟิกเรื่องแรกของ GMMTV นำเสนอเรื่องราวขององศา ที่แอบชอบซัน ซึ่งเป็นดาวโรงเรียน แม้ว่าองศาจะที่เคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อน แต่เมื่อมาชอบซัน เธอก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะบอกชอบผู้หญิงได้ด้วยหรือ ในเรื่องนี้ยังมีความน่าสนใจเพิ่มเติมด้วยการนำเสนอคู่ของครูนิดา กับแบมแบมซึ่งเป็นคู่รักทรานส์ (หญิงข้ามเพศ) ทั้งคู่ นับเป็นการนำเสนอภาพคู่รักทรานส์เพศหญิงด้วยกันที่ยังไม่เคยได้รับการนำเสนอในสื่อไทยมาก่อน</li>



<li>Club Friday The Series: Love Bully รักให้ร้าย (ปี 2024): เรื่องราวของไอรีน ที่ตกหลุมรักไนท์ บาร์เทนเดอร์สาวสวยตั้งแต่แรกเห็นและรุกจีบทันที ความสัมพันธ์ที่รวดเร็วนี้ดำเนินไปจนเกิดเป็นความรัก แต่ไนท์มีปมในใจเกี่ยวกับอดีตและพ่อของเธอ (น้าโจ ซึ่งเป็นกะเทย) และเคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อน ไนท์ตัดสินใจบอกความจริงทั้งหมดให้ไอรีนรู้ เพื่อให้ไอรีนตัดใจจากเธอ แต่ไอรีนยังคงมั่นใจในความรักที่เธอมีให้ไนท์และยอมรับในสิ่งที่น้าโจเป็น อย่างไรก็ตาม ความรักของทั้งคู่ต้องเผชิญอุปสรรคจากแม่ของไอรีน ซึ่งเป็นนักธุรกิจผู้มีอิทธิพลและไม่ยอมรับที่ลูกสาวรักผู้หญิงด้วยกัน ทั้งสองจึงต้องฝ่าฟันเพื่อความรักของตนเองโดยมีน้าโจคอยให้กำลังใจอยู่เคียงข้างเสมอ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวละครในกลุ่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเดินทางของการค้นพบตนเองและการเปลี่ยนแปลงรสนิยมทางเพศ ซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งของการนำเสนอความสัมพันธ์ GL ที่เน้นย้ำถึงความซับซ้อนและพลวัตของความรักในชีวิตจริง จนกล่าวได้ว่า จุดนี้ถือเป็นข้อแตกต่างที่น่าสนใจ เพราะในซีรีส์ BL เราไม่ค่อยได้เห็นตัวละครหลักที่เป็นพ่อม่ายหรือเคยมีครอบครัวมาก่อนบ่อยนัก ขณะที่พล็อตของ GL มีตัวละครที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตอย่างการเป็นแม่ม่าย แม่เลี้ยงเดี่ยว หรือผ่านการหย่าร้างมาก่อน ทำให้ตัวละครมีความขัดแย้งภายในใจและมีประเด็นเรื่องการได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะลูก และการเริ่มต้นชีวิตใหม่ หากเอกลักษณ์ของ BL คือการเล่าเรื่องรักครั้งแรกของหนุ่มวัยรุ่น เอกลักษณ์ของ GL ก็เปรียบเสมือนการเล่าเรื่องรักครั้งใหม่ของผู้หญิงที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาแล้ว ซึ่งอาจหล่อหลอมให้ตัวละครมีมิติที่ลึกซึ้งและเผชิญกับความท้าทายที่แตกต่างออกไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากผลสำรวจทั้งหมด จะพบว่า ไม่ว่าจะเป็นนางเอกคนที่ 1 หรือนางเอกคนที่ 2 ของเรื่องพบว่าตัวละครที่มีรสนิยมทางเพศแบบไม่ระบุอัตลักษณ์ทางเพศสูงที่สุด ซึ่งอาจสะท้อนถึงแนวโน้มของซีรีส์ GL ที่ต้องการนำเสนอความลื่นไหลทางเพศ หรือการที่ตัวละครไม่ได้จำกัดอัตลักษณ์ของตนเองตายตัว และหากสำรวจลึกลงไปอีกว่ารสนิยมทางเพศแบบไหนที่มักจะเจอในซีรีส์ GL เมื่อสำรวจจาก 51 เรื่อง พบรูปแบบดังนี้&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>นางเอกคนที่ 1 ประเภท &#8220;สนใจมากกว่า 1 เพศ&#8221; หรือ &#8220;ไม่ได้ระบุเพศที่ชอบอย่างเฉพาะเจาะจง&#8221; (27 ตัวละคร):<br>
<ul class="wp-block-list">
<li>มักจับคู่กับ นางเอกคนที่ 2 ที่มีรสนิยมแบบ &#8220;สนใจมากกว่า 1 เพศ&#8221; หรือ &#8220;ไม่ได้ระบุเพศที่ชอบอย่างเฉพาะเจาะจง&#8221; เหมือนกัน (ทั้งคู่เป็นไบเซ็กชวลหรือไม่ระบุ) พบมากถึง 18 ตัวละคร</li>



<li>รองลงมาคือจับคู่กับ นางเอกคนที่ 2 ที่มีรสนิยม &#8220;ชอบผู้หญิงมาก่อน/ชอบเพศเดียวกัน&#8221; จำนวน 5 ตัวละคร</li>



<li>พบน้อยที่สุดคือจับคู่กับ นางเอกคนที่ 2 ที่มีรสนิยม &#8220;สนใจในเพศตรงข้าม&#8221; หรือ &#8220;ชอบผู้ชายมาก่อน&#8221; จำนวน 4 ตัวละคร<br></li>
</ul>
</li>



<li>นางเอกคนที่ 1 ประเภท &#8220;สนใจในเพศเดียวกัน/ชอบผู้หญิงมาก่อน&#8221; (18 ตัวละคร):<br>
<ul class="wp-block-list">
<li>มักจับคู่กับ นางเอกคนที่ 2 ที่มีรสนิยมตรงกันคือ &#8220;ชอบผู้หญิงมาก่อน&#8221; จำนวน 14 ตัวละคร</li>



<li>รองลงมาคือจับคู่กับ นางเอกคนที่ 2 ที่มีรสนิยม &#8220;สนใจมากกว่า 1 เพศ&#8221; หรือ &#8220;ไม่ได้ระบุเพศที่ชอบอย่างเฉพาะเจาะจง&#8221; จำนวน 4 ตัวละคร<br></li>
</ul>
</li>



<li>นางเอกคนที่ 1 ประเภท &#8220;สนใจในเพศตรงข้าม/ชอบผู้ชายมาก่อน&#8221; (6 ตัวละคร):<br>
<ul class="wp-block-list">
<li>มักจับคู่กับ นางเอกคนที่ 2 ที่มีรสนิยม &#8220;สนใจในเพศตรงข้าม&#8221; จำนวน 2 ตัวละคร</li>



<li>และจับคู่กับ นางเอกคนที่ 2 ที่มีรสนิยม &#8220;สนใจมากกว่า 1 เพศ&#8221; หรือ &#8220;ไม่ได้ระบุเพศเฉพาะเจาะจง&#8221; จำนวน 3 ตัวละคร</li>



<li>พบน้อยที่สุดคือจับคู่กับ นางเอกคนที่ 2 ที่ &#8220;สนใจในเพศเดียวกัน/ชอบผู้หญิงมาก่อน&#8221; เพียง 1 ตัวละคร เท่านั้น</li>
</ul>
</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ทั้งนี้ที่ไม่พบเลยคือประเภทที่ตั้งคำถามกับอัตลักษณ์ตัวเองอย่างหนัก แตกต่างจากฝั่ง BL โดยจะพบว่า ซีรีส์ GL ไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่คือการที่ตัวละครหญิงมักจะก้าวข้ามการตั้งคำถามเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศ กล่าวคือพวกเธอมักตกหลุมรักกันโดยธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการตั้งคำถามกับตัวเองอย่างหนักหน่วงเหมือนที่พบได้บ่อยในซีรีส์ BL โดยพบว่าหลายเรื่องเปิดตัวละครมาโดยระบุชัดเจนว่าเป็นเลสเบี้ยนหรือแซฟฟิก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และความขัดแย้งหลักในซีรีส์ GL ไม่ได้เกิดจากภายในใจของตัวละคร แต่เป็นการปะทะกับกำแพงภายนอก อย่างสถาบันครอบครัวและแนวคิดที่คาดหวังให้เป็นลูกสาวที่ดี ต้องแต่งงานกับผู้ชายเพื่อรักษาหน้าตาและสืบทอดวงศ์ตระกูล</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภาพนี้สะท้อนชัดเจนในซีรีส์อย่าง GAP The Series ทฤษฎีสีชมพู (2022) และภาคแยก Blank เติมคำว่า (รัก) ลงในช่องว่าง (2024) ที่ตัวละครอย่างหม่อมสาม และคุณหนึ่ง ไม่เคยสับสนในความรักที่มีต่อผู้หญิงด้วยกัน แต่ปัญหาทั้งหมดเกิดจากการต่อสู้กับหม่อมย่า ที่พยายามจับคู่ให้ หรือในเรื่อง Club Friday The Series: Love Bully รักให้ร้าย (2024) ที่ปัญหาซับซ้อนยิ่งกว่าแค่เรื่องของตัวละคร เมื่อไนท์ต้องเจอกับเปิดเผยความจริงเรื่องพ่อที่เป็นกะเทย ซึ่งเป็นบาดแผลจากการถูกบูลลี่มาทั้งชีวิต คู่ไปกับการที่คนรักอย่างไอรีนต้องเผชิญหน้าปัญหาที่ว่า แม่ที่รับไม่ได้ที่ชอบผู้หญิง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้อาจมองว่า แนวคิดเรื่องความลื่นไหลที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มีรากฐานที่เชื่อมโยงกับบริบททางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยมายาวนาน อย่างคำว่า “เล่นเพื่อน” ที่ปรากฏในประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ ที่เล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงในราชสำนัก ซึ่งไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธการแต่งงานกับผู้ชายอย่างสิ้นเชิง แต่เป็นการโอนอ่อนตามโครงสร้างสังคม ขณะเดียวกันก็ยังรักษาความชอบของตนไว้ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ลักษณะร่วมเช่นนี้ยังพบได้ในวัฒนธรรมเอเชียอื่นๆ ดังที่งานวิจัย <a href="https://ccc.hznu.edu.cn/upload/resources/file/2025/03/24/7875559.pdf">The matrices of female bonding and lesbian sexuality: female homoerotic cinema in Mainland China</a> โดย Fan Yang ได้เสนอแนวคิด “การกลับบ้าน” (Coming-Home) ที่เลสเบี้ยนจีนมักจะมุ่งหวังให้ครอบครัวยอมรับคนรักของตนในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว มากกว่าจะใช้วิธี “Coming Out” แบบตะวันตกที่เน้นการเผชิญหน้าเพื่อประกาศอัตลักษณ์ทางการเมือง</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลยุทธ์การกลับบ้านนี้สอดคล้องกับความลื่นไหลในซีรีส์ GL ไทย ที่ตัวละครไม่ได้ต้องการปฏิวัติสังคม แต่ปรารถนาที่จะได้ใช้ชีวิตกับคนที่ตนรักกับครอบครัว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">หากเปรียบเทียบกับฝั่ง BL ซึ่งมักจะเน้นไปที่แรงกดดันในฐานะลูกชาย ซึ่งเป็นของลูกชายของครอบครัว หรือต้องพบการพิสูจน์ตัวเองให้พ่อแม่เห็นว่าความรักแบบชาย-ชายนั้นมั่นคงเพียงใด ฝั่ง GL ก็มีแรงกดดันไม่ต่างกัน โดยตัวละครหญิงในซีรีส์ GL มักจะถูกนำเสนอในฐานะผู้ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิต มีความมั่นคงและยอมรับในตัวตนของตัวเองได้อย่างลื่นไหล แต่ปัญหาคือพวกเธอต้องต่อสู้กับขนบธรรมเนียมและจารีตในฐานะผู้หญิง และลูกสาว (และบางครั้งอาจรวมถึงบทบาทแม่ด้วย)&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การต่อสู้ในเรื่องราวของจักรวาล GL จึงไม่ใช่แค่การประกาศอิสรภาพด้านความรัก แต่คือการให้ภาพถึงทางเลือกอื่นในชีวิตของผู้หญิงด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูข้อมูลที่ <a href="https://rocketmedialab.co/database-13-years-thai-gl-evolution">https://rocketmedialab.co/database-13-years-thai-gl-evolution</a>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/13-years-thai-gl-evolution/">จาก ‘เล่นเพื่อน’ &#8211; ‘ทอมดี้’ &#8211; ‘เลสเบี้ยน’ &#8211; สู่ ‘แซฟฟิก’: สำรวจจักรวาล GL ผ่าน 51 ซีรีส์ 38 คู่จิ้น</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จักรวาล GL ผ่าน 51 ซีรีส์ 38 คู่จิ้น [ข้อมูลดิบ]</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/database-13-years-thai-gl-evolution/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Jun 2025 11:56:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[database]]></category>
		<category><![CDATA[GirlLove]]></category>
		<category><![CDATA[GL]]></category>
		<category><![CDATA[GLSeries]]></category>
		<category><![CDATA[ThaiGL]]></category>
		<category><![CDATA[YSeries]]></category>
		<category><![CDATA[คู่จิ้น]]></category>
		<category><![CDATA[คู่จิ้นวาย]]></category>
		<category><![CDATA[ซีรีส์วาย]]></category>
		<category><![CDATA[วายไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5722</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3586;&#3657;&#3629;&#3617;&#3641;&#3621;&#3604;&#3636 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-13-years-thai-gl-evolution/">จักรวาล GL ผ่าน 51 ซีรีส์ 38 คู่จิ้น [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลดิบจักรวาลซีรีส์ Girl&#8217;s Love ไทยจำนวน 51 เรื่อง โดยมีคู่จิ้นจำนวน 38 คู่ เก็บรวบรวมตั้งแต่ปี 2013-2025 (เก็บข้อมูลจนถึงวันที่ 16 มิ.ย. 2025)  รวบรวมโดย Rocket Media Lab</p>



<iframe src="https://docs.google.com/spreadsheets/d/e/2PACX-1vSJ9Z9-DPR1rqeDLy6YPGOELkZyFqOMTBn5WTliom_7l0EchqxIMVrX6bRsqoOxPeS2hfOOGp75apr1/pubhtml?widget=true&amp;headers=false"></iframe>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/13orJU01BBomuJikxMpmKA4i92PdZZGIdHvKVh-aYXCM/edit?gid=1441943314#gid=1441943314">ดาวน์โหลดที่นี่</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่าน <a href="http://rocketmedialab.co/13-years-thai-gl-evolution">จาก ‘เล่นเพื่อน’ &#8211; ‘ทอมดี้’ &#8211; ‘เลสเบี้ยน’ &#8211; สู่ ‘แซฟฟิก’: สำรวจจักรวาล GL ผ่าน 51 ซีรีส์ 38 คู่จิ้น</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/database-13-years-thai-gl-evolution/">จักรวาล GL ผ่าน 51 ซีรีส์ 38 คู่จิ้น [ข้อมูลดิบ]</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีรีส์วายคืออะไร ซีรีส์เกย์คืออะไร? ชวนมาสำรวจเนื้อหาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในซีรีส์วายไทย ในช่วงเวลา 10 ปี</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/bl-vs-gay-thai-series/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Jun 2025 08:44:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[BeOnCloud]]></category>
		<category><![CDATA[BLSeries]]></category>
		<category><![CDATA[BoysLove]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[RocketMediaLab]]></category>
		<category><![CDATA[ShineTheSeries]]></category>
		<category><![CDATA[ThaiBL]]></category>
		<category><![CDATA[YSeries]]></category>
		<category><![CDATA[คู่จิ้น]]></category>
		<category><![CDATA[คู่จิ้นวาย]]></category>
		<category><![CDATA[ซีรีส์วาย]]></category>
		<category><![CDATA[วายไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฺBL]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5673</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3592;&#3634;&#3585;&#3591;&#3634;&#3609;&#3649;&#3606 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bl-vs-gay-thai-series/">ซีรีส์วายคืออะไร ซีรีส์เกย์คืออะไร? ชวนมาสำรวจเนื้อหาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในซีรีส์วายไทย ในช่วงเวลา 10 ปี</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">จาก<a href="https://www.youtube.com/watch?v=svnPtwx6iL4&amp;ab_channel=Ch7HD">งานแถลงข่าว</a>เปิดตัวซีรีส์ “ชาย” (Shine The Series) ซึ่งจัดขึ้นโดย Ch7HD และ Be On Cloud&nbsp;งานนี้มีการแนะนำนักแสดงและทีมงานผู้สร้างพร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับซีรีส์ ผู้กำกับอย่างปอนด์-กฤษดา วิทยาขจรเดช เผยว่าซีรีส์เรื่อง “ชาย” ไม่ใช่ซีรีส์วายอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นซีรีส์เกย์ออริจินัลเรื่องแรกของ Be On Cloud&nbsp;ทั้งยังเน้นย้ำว่าต้องการให้ทุกคนภูมิใจกับคำว่าเกย์ไทย และทำให้โลกเห็นว่า “เกย์ไทยแม่งโคตรเท่” โดยกล่าวว่า “ผมว่ามันพิสูจน์แล้วว่าทุกคนพร้อมจะเติมเกย์ไปด้วยกันอยู่แล้วเนอะ … แล้วเราจะบอกเลยว่าตั้งแต่มีซีรีส์ไทยมาไม่มีเรื่องไหนเกย์กว่านี้แน่นอน เราจะทำให้ทั้งโลกภูมิใจในความเป็นเกย์ไทยไปด้วยกัน”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/info-bl-gay-sexual-819x1024.png" alt="" class="wp-image-5674" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/info-bl-gay-sexual-819x1024.png 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/info-bl-gay-sexual-240x300.png 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/info-bl-gay-sexual-768x960.png 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/info-bl-gay-sexual.png 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนสำรวจเนื้อหาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในซีรีส์วายไทย ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2014 ที่นับว่าเป็นปีที่มีซีรีส์วายเรื่องแรกออกฉาย จนถึง 2023 จำนวน 253 เรื่อง ว่าซีรีส์วายของไทยยังเป็นชายแท้รักกันหรือไม่?&nbsp;หรือมีเกย์กับเกย์รักกันมานานแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ในจำนวนซีรีส์วาย 209 เรื่อง (จำนวน 209 คู่) ซึ่งนับเฉพาะคู่หลักของเรื่อง จากปี 2014 ถึงปี 2023 มีตัวละครพระเอกและนายเอกที่แสดงให้เห็นรสนิยมทางเพศอย่างชัดเจนว่าชอบเพศเดียวกัน จำนวน 129 เรื่อง คิดเป็น 61.72% ของทั้งหมด&nbsp; โดยมีตัวละครรวม&nbsp; 193 คนแบ่งเป็นพระเอก 91 คน และนายเอก 102 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ครอบคลุมซีรีส์หลายเรื่องตั้งแต่ปี 2017 ไปจนถึงปี 2023 เช่น I Am Your King ผมขอสั่งให้คุณ, เดือนเกี้ยวเดือน, Our Skyy, TharnType The Series, Until We Meet Again ด้ายแดง, นับสิบจะจูบ Lovely Writer, แปลรักฉันด้วยใจเธอ ภาค 2, คุณหมีปาฏิหาริย์, นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ, Step By Step ค่อยๆ รัก</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">หากยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น คินน์ จากเรื่องรักโคตรร้าย สุดท้ายโคตรรัก KinnPorsche The Series (2022) ที่พระเอกอย่างคินน์มีแฟนเก่าเป็นผู้ชายด้วยกัน ตามมาด้วยการฉายภาพให้เห็นว่าคินน์มีคู่นอนเป็นผู้ชายอีกด้วย ซึ่งก็พบว่าหลายเรื่องใช้วิธีเล่าว่าพระเอกเอกมีแฟนเก่าเป็นผู้ชายมาก่อน เช่น คืนนั้นกับนายดาวเหนือ (2022), คุณหมีปาฏิหาริย์ (2022), A Boss and a Babe ชอกะเชร์คู่กันต์ (2023) เป็นต้น&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ฝั่งนายเอกก็พบการเล่าเรื่องด้วยวิธีนี้เป็นจำนวนมาก เช่น นะโม นายเอกจากเรื่อง Beyond the Star เส้นทางรักพิชิตดวงดาว (2023) โดยในเรื่องนะโม มีแฟนเก่าเป็นผู้ชายมาก่อน โดยตอนที่นะโมกลับมาเจอกันกับแฟนเก่าอีกครั้งก็ยอมรับว่าไม่กล้าทักไป กลัวใจตัวเอง เพราะเป็นคนที่เพิ่งเลิกกัน หรือ พัท นายเอกจากเรื่อง Step By Step ค่อยๆ รัก (2023) ก็พบว่าพัทมีแฟนเก่าเป็นผู้ชาย ทั้งนี้อาจกล่าวได้ว่าการไม่ประกาศว่าเป็นเกย์โดยตรงในซีรีส์วาย อาจเป็นกระบวนการหรือชั้นเชิงในการเล่าเรื่อง หมายความว่าอาจไม่ได้ประกาศตรงๆ ออกมา แต่ย้อนให้เห็นว่าตัวละครมีรสนิยมอย่างไร ผ่านการบอกว่าเคยมีแฟนเก่าเพศชายมาก่อน เพื่อให้คนดูเข้าใจถึงรสนิยมแบบง่ายๆ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้เส้นแบ่งระหว่างการเป็นซีรีส์วายกับซีรีส์เกย์จะยังเลือนราง และไม่ได้มีมาตรวัดที่ชัดเจน ว่าอะไรคือวาย อะไรคือเกย์ แต่หากจะนิยามคำว่าเกย์ คือ ‘ชายรักชาย’ ดังนั้นจากข้อมูลจะเห็นได้ว่า ในซีรีส์วายตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีตัวละครที่เป็น ‘ชายรักชาย’ อันหมายถึงตัวละครที่ระบุอย่างชัดเจนว่าตนเองเป็นเกย์หรือชอบผู้ชายมาก่อนมีจำนวนมากกว่าตัวละครลักษณะอื่นๆ แม้ว่าจะไม่ได้เรียกซีรีส์นั้นว่าซีรีส์เกย์ก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นจึงน่าสนใจและน่าติดตามดูว่าซีรีส์ “ชาย” (Shine The Series) ของค่าย BeOnCloud&nbsp;ที่กล่าวว่าไม่ใช่ซีรีส์วายแต่เป็นซีรีส์เกย์ นั้น นอกจากตัวละครที่เป็น ‘ชายรักชาย’ แล้ว จะมีองค์ประกอบไหนที่ทำให้ซีรีส์ชาย ถูกจัดประเภทว่าเป็นซีรีส์เกย์และแยกขาดจากซีรีส์วายได้</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<p class="wp-block-paragraph">อ่านเพิ่มเติม: <a href="https://rocketmedialab.co/10-years-thai-bl-evolution/">10 ปีซีรีส์วาย : จักรวาลแห่งการจิ้นสู่การเป็นซอฟต์พาวเวอร์ไทย &#8211; Rocket Media Lab</a><br></p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/bl-vs-gay-thai-series/">ซีรีส์วายคืออะไร ซีรีส์เกย์คืออะไร? ชวนมาสำรวจเนื้อหาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในซีรีส์วายไทย ในช่วงเวลา 10 ปี</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชวนส่องโครงการส่งเสริมสนับสนุนวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของกระทรวงวัฒนธรรม ในร่างงบฯ 69</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/creative-culture-budget/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Jun 2025 12:14:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[economy]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงวัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณ]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างงบ69]]></category>
		<category><![CDATA[ร่างงบประมาณ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5640</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3605;&#3657;&#3629;&#3609;&#3619;&#3633;&#3610; Pride [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/creative-culture-budget/">ชวนส่องโครงการส่งเสริมสนับสนุนวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของกระทรวงวัฒนธรรม ในร่างงบฯ 69</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><br>ต้อนรับ Pride Month ด้วยการชวนไปส่องโครงการส่งเสริมสนับสนุนวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ของกระทรวงวัฒนธรรม ในร่างงบฯ 69 ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ เงินอุดหนุนโครงการจัดงาน International BL&amp;GL (Boys’ Love &amp; Girls’ Love) Right Fair ด้วยงบประมาณ 10,296,700 บาท ซึ่งซีรีส์ BL และ GL กลายมาเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทยที่ทั้งสร้างความนิยมในระดับโลก และสามารถนำเงินเข้าประเทศได้อย่างมหาศาลอีกด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/culture-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-5642" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/culture-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/culture-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/culture-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/06/culture.jpg 1080w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div><p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/creative-culture-budget/">ชวนส่องโครงการส่งเสริมสนับสนุนวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของกระทรวงวัฒนธรรม ในร่างงบฯ 69</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นางแบบระดับโลกต้องหน้าตาเป็นยังไง สาวไทยมีโอกาสแค่ไหนบนรันเวย์ระดับโลก</title>
		<link>https://rocketmedialab.co/runway-model/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Rocket Media Lab]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Feb 2025 11:27:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[featured]]></category>
		<category><![CDATA[นางแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นวีค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://rocketmedialab.co/?p=5218</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#3609;&#3634;&#3591;&#3649;&#3610;&#3610;&#3619;&#3632 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/runway-model/">นางแบบระดับโลกต้องหน้าตาเป็นยังไง สาวไทยมีโอกาสแค่ไหนบนรันเวย์ระดับโลก</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">นางแบบระดับโลกต้องหน้าตาเป็นยังไง สาวไทยมีโอกาสแค่ไหนบนรันเวย์ระดับโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากกรณีที่ทักษิณ ชินวัตร ไป<a href="https://www.infoquest.co.th/2025/458718">ปราศรัย</a>ช่วยผู้สมัครนายก อบจ.เชียงราย ในวันที่ 5 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการกล่าวถึงนางแบบเชื้อสายแอฟริกันที่สามารถเป็นนางแบบระดับแถวหน้าของโลกได้ โดยกล่าวว่า&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">“หมู่คนแอฟริกา ดำก็ดำ จมูกก็แหมบ หายใจก็ยาก โดนเขาจ้างไปเป็นนางแบบ เดินแบบครั้งหนึ่งเป็นล้านบาท เด็กบ้านเรายังหน้าตาดีกว่า ไม่ต้องไปทำจมูก เสริมกราม ต่อไปนี้เราจะคัดคนบ้านเรา ที่เป็นชนชาติไทย คนดอย คนกระเหรี่ยง ที่สวยธรรมชาติ ไม่ต้องไปเสียเงินทำจมูก เสริมนม ใครบุคลิกดีก็ส่งไปเป็นนางแบบระดับโลก”</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือบนเวที <a href="https://www.thaipost.net/columnist-people/712284/">‘ISANNEXT พลิกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤตโลก’</a> ก่อนหน้านั้นที่กล่าวว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ผู้หญิงอีสานทำไมถึงมีฝรั่งมาชอบเยอะแยะ ความสวยของธรรมชาติบางทีบางครั้งมีเสน่ห์ ถ้าเราจะประกวดคนอีสาน ที่ไม่ผ่านการศัลยกรรมเลย แล้วนำไปสอน เป็นนางแบบระดับโลกดีหรือไม่ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนอีสาน เช่น คนผิวดำแอฟริกาที่เป็นนางแบบระดับโลก”</p>



<p class="wp-block-paragraph">จนถึงการที่ทักษิณ ชินวัตร เชิญ นาโอมิ แคมป์เบลล์ นางแบบระดับโลก มาเป็นที่ปรึกษาหารือขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่น คัดเด็กไทยในชนบท-ครอบครัวไม่ค่อยมีฐานะ ปั้นสู่เวทีโลก และนาโอมิก็ได้เดินทางมาประเทศไทยและได้เข้าพบกับแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมคนไทยและเยาวชนไทยที่มีความสามารถในด้านการเดินแบบ ออกแบบ และทักษะด้านแฟชั่นอื่นๆ ไปสู่วงการและอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">Rocket Media Lab ชวนสำรวจข้อมูลความหลากหลายของนางแบบบนรันเวย์ระดับโลก รวมไปถึงการก้าวขึ้นไปทำงานบนรันเวย์ระดับโลกของนางแบบไทย นางแบบระดับโลกต้องหน้าตาเป็นอย่างไร และนางแบบไทยที่ไปทำงานระดับโลกหน้าตาแบบไหน จะไปทำงานระดับโลกได้ต้องทำอย่างไรบ้าง&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความหลากหลายของนางแบบบนรันเวย์ระดับโลก</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/fasionweek1-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-5227" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/fasionweek1-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/fasionweek1-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/fasionweek1-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/fasionweek1-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/fasionweek1-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/fasionweek1-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาเรื่องความหลากหลายของนางแบบบนรันเวย์ไม่ว่าจะที่ปารีส มิลาน ลอนดอน หรือนิวยอร์ก เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงมานานว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลกนั้นเต็มไปด้วยนางแบบผิวขาว ในขณะที่นางแบบผิวสีอื่นๆ (Non-White) นั้นมีจำนวนน้อยกว่าและยากที่จะเบียดขึ้นมาอยู่ในะดับแถวหน้าได้ หรือหากก้าวขึ้นมาได้ก็ยังมีจำนวนน้อยกว่านางแบบผิวขาวอยู่ดี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2013 The Fashion Spot สื่อด้านแฟชั่นเริ่มทำรายงานเกี่ยวกับความหลากหลายของนางแบบในอุตสาหกรรมแฟชั่น เริ่มต้นจากสีผิวของนางแบบในเอเจนซีที่ส่งนางแบบเดินบนรัเวย์นิวยอร์กแฟชั่นวีค โดยพบว่าในคอลเลกชั่น Spring/Summer 2014 นั้น นิวยอร์กแฟชั่นวีคใช้นางแบบทั้งหมด 512 คน โดยมีนางแบบในกลุ่ม Non-White (คือผิวสีทั้งหมดที่ไม่ใช่ผิวขาว) เพียงแค่ 93 คน หรือคิดเป็น 18.16% เท่านั้นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ไม่เพียงแค่นั้น The Fashion Spot ยังทำรายงานตามมาอีกมากมายทุกปี ทั้งเรื่องความหลากหลายของนางแบบในแคมเปญโฆษณา บนปกนิตยสาร เจาะเฉพาะประเด็นนางแบบ/นายแบบที่เป็น LGBTQ, Transgender ไปจนถึงความหลากหลายของชาติพันธ์ุ รูปร่าง เพศสภาพ และอายุของนางแบบที่ปรากฏตัวบนรันเวย์แฟชั่นวีคที่นิวยอร์ก ก่อนจะขยายรายงานไปสู่รันเวย์หัวเมืองแฟชั่นทั้ง 4 เมืองหลักของโลกทั้งปารีส มิลาน ลอนดอน และนิวยอร์ก เพื่อขับเคลื่อนประเด็นเรื่องความหลากหลายของนางแบบในอุตสาหกรรมแฟชั่น</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยในคอลเลกชั่น Spring/Summer 2015 เป็นคอลเลกชั่นแรกที่ The Fashion Spot ทำการเก็บข้อมูลรันเวย์ทั้ง 4 หัวเมืองหลักเป็นครั้งแรก ซึ่งพบว่ามีนางแบบ Non-White เพียงแค่ 17% เท่านั้นเอง โดยนิวยอร์กอยู่ที่ 20.9% ลอนดอน 17.2% มิลาน 15.7% และปารีส 15.6%</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่รายงานล่าสุด Runway Diversity Report ของ The Fashion Spot ซึ่งเป็นรายงานของคอลเลกชั่น Fall/Winter 2022 พบว่า นางแบบ Non-White จากทั้ง 4 แฟชั่นวีคอยู่ที่ 48.6% ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากจาก 17% ในคอลเลกชั่น Spring/Summer 2015 และหากพิจารณาในแต่ละเมืองจะพบว่านิวยอร์กมีการใช้นางแบบ Non-White อยู่ที่ 54.9% ตามมาด้วยลอนดอน 50.9% ปารีส 46.3% และมิลาน 45.2% จะเห็นได้ว่านิวยอร์กเป็นรันเวย์ที่ให้โอกาสนางแบบที่ไม่ใช่ผิวขาวมากกว่าแฟชั่นวีคในเมืองอื่นเสมอมา&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แล้วนางแบบยอดนิยมบนรันเวย์แฟชั่นล่ะ หน้าตาแบบไหน&nbsp;</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/2-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-5220" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/2-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/2-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/2-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/2-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/2-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/2-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">นางแบบมีหลายประเภท ทั้งระดับไอคอนของวงการ ระดับซูเปอร์โมเดล ระดับที่คาบเกี่ยวระหว่างการเป็นคนดัง (เซเลบริตี้) กับการเป็นนางแบบอาชีพ และแม้แต่การเป็นนางแบบอาชีพเองก็มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานโฆษณา งานถ่ายแบบ งานเดินแบบ ฯลฯ หากจะพิจารณาจากรันเวย์เป็นหลัก ซึ่งถือเป็นพื้นที่ในการทำงานของนางแบบที่ไม่ว่าจะยุคไหน ประเภทไหนก็ล้วนแล้วแต่ต้องเริ่มต้น หรือผ่านการทำงานบนรันเวย์มาแทบทั้งนั้น โดยพิจารณาจากการเดินแบบให้กับแบรนด์ต่างๆ ในคอลเลกชั่นล่าสุด Spring/Summer 2025 จากทั้งแฟชั่นวีค 4 หัวเมืองหลัก ปารีส มิลาน ลอนดอน และนิวยอร์ก จะพบว่า ในจำนวน 100 คนแรกที่ได้เดินแบบจำนวนโชว์มากที่สุดให้กับแบรนด์ต่างๆ สามารถแยกได้เป็น</p>



<p class="wp-block-paragraph">นางแบบผิวขาว (White) 41 คน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นางแบบผิวดำ (Black) 31 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นางแบบเอเชีย (Asian) 16 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นางแบบลาติน (Latin and Caribbean) 10 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">อื่นๆ 2 คน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในนางแบบ 100 คนที่ได้งานเดินแบบมากที่สุดในคอลเลกชั่น Spring/Summer 2025 นี้ แม้นางแบบผิวขาวจะมีจำนวนมากที่สุด แต่นางแบบที่ได้งานมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของซีซั่นนี้ก็คือ Awar Odhiang นางแบบชาวเอธิโอเปีย โดยเธอได้เดินแบบให้กับแบรนด์มากถึง 40 โชว์ในซีซั่นนี้ และได้เดินฟินาเล่ (ปิดโชว์) ถึง 3 โชว์ด้วยกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในบรรดานางแบบผิวขาว 41 คนที่ได้เดินแฟชั่นโชว์มากที่สุดในซีซั่นนี้ พบว่ามาจากหลากหลายประเทศด้วยกัน ทั้งสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย รัสเซีย เนเธอร์แลนด์ โดยคนที่ได้งานสูงที่สุดก็คือ Lulu Tenney นางแบบชาวอเมริกัน ที่เดินแบบ 36 โชว์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับนางแบบผิวดำ 31 คน พบว่าเป็นนางแบบจากประเทศซูดานใต้จำนวนมากถึง 14 คน หนึ่งในนั้นคือ Anok Yai นางแบบที่ฮอตที่สุดในวงการแฟชั่นในตอนนี้ แต่ในซีซั่นนี้เธอเดินแบบแค่ 21 โชว์เท่านั้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นางแบบเอเชีย จำนวน 16 คน พบว่า เป็นนางแบบชาวจีน 10 คน และเป็นนางแบบเชื้อสายจีนสัญชาติแคนาดาอีก 1 คน เป็นนางแบบเกาหลีใต้ 2 คน อินเดีย 2 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นสัญชาติสวิส และนางแบบญี่ปุ่นอีก 1 คน โดยผู้ที่ได้งานสูงสุดคือ Yilan Hua นางแบบชาวจีน จำนวน 33 โชว์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นางแบบลาติน 10 คน โดยในการจัดประเภทในครั้งนี้นับรวมบราซิลและคาริบเบี้ยนอยู่ในหมวดหมู่นี้ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนางแบบชาวบราซิล 6 คน สเปน 2 คน โดนิมิกัน 1 คน และอเมริกันเชื้อสายคิวบาอีก 1 คน โดยผู้ที่ได้งานสูงสุดคือ Sara Caballero นางแบบชาวสเปน จำนวน 36 โชว์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และสุดท้ายเป็นนางแบบในกลุ่มอื่นๆ 2 คน ซึ่งมีทั้งนางแบบจากอิสราเอล และนางแบบเชื้อชาติอังกฤษ-โมร็อคกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าจากรายงาน Runway Diversity Report ของ The Fashion Spot แม้นางแบบในส่วนที่เป็น Non-White จะเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ในคอลเลกชั่น Spring/Summer 2025 นางแบบ 100 คนแรกที่ได้เดินแบบจำนวนโชว์มากที่สุด ก็มีนางแบบ Non-White ถึง 59 คน และยังเป็นนางแบบผิวดำมากถึง 31 คน และนางแบบที่ได้เดินโชว์มากที่สุดในซีซั่นนี้ยังเป็นนางแบบผิวดำอีกด้วย ในขณะเดียวกัน รายงาน Runway Model demographics and statistics in the US ของ Zippia The Career Expert พบว่า รายได้ของนางแบบผิวดำนั้นต่ำที่สุด โดยอยู่ที่เฉลี่ย 111,224 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในขณะที่นางแบบผิวขาวรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 163,404 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ส่วนนางแบบเอเชียอยู่ที่ 125,520 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี และนางแบบลาติน/ฮิสแปนิก อยู่ที่ 149,266 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>นางแบบไทยหน้าตาแบบไหนถึงจะได้โกอินเตอร์&nbsp;</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในอดีตประเทศไทยมีนางแบบไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงในระดับโลกอย่าง ยุ้ย-รจนา เพชรกัณหา สาวอีสาน จากจังหวัดอุบลราชธานี ที่โด่งดังถึงขั้นที่เคยถ่ายแอดโฆษณาน้ำหอม Allure ของ Chanel และนั่นอาจทำให้เกิดภาพจำของการเป็นสาวอีสานที่ฝรั่งชื่นชอบ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ปัจจุบันนี้ กลับกลายเป็นนางแบบ ‘หน้าหมวย’ อย่าง แจน ใบบุญ เจ้าของความสูง 180 เซนติเมตร ที่มีโอกาสไปทำงานในระดับอินเตอร์และประสบความสำเร็จอย่างสูง แจนมีโอกาสได้เดินแฟชั่นโชว์ให้กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Chanel, Burberry, Rick Owens, Dolce &amp; Gabbana แถมยังได้ถ่ายแอดแคมเปญให้กับ Vivienne Westwood และ Burberry อีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยในซีซั่น Spring/Summer 2023 แจนติด 1 ใน 100 นางแบบที่ได้เดินแบบสูวสุดในซีซั่นนั้นด้วย โดยแจนได้เดินถึง 14 โชว์เลยทีเดียว และในซีซั่น Fall/Winter 2024 แจนก็ติด 1 ใน 100 อีกครั้ง โดยได้เดินแบบถึง 15 โชว์&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และในซีซั่นนี้ Spring/Summer 2025 แจนเดินโชว์ให้กับแบรนด์มากมาย ทั้ง Elie Saab, Torishéju, Shiatzy Chen, Comme des Garçons, Andreas Kronthaler for Vivienne Westwood, Balmain, L’Oréal Paris, Diesel, Elisabetta Franchi, 16Arlington, Richard Quinn, Chet Lo&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากแจน ใบบุญ แล้วยังมี ไอด้า บัวรัตน์ ซึ่งเคยสร้างชื่อในการเดินโชว์ให้กับ Gucci มาแล้ว รวมถึง Rick Owens และ Valentino อีกด้วย โดยในคอลเลกชั่น Spring/Summer 2025 ไอด้ามีผลงานบนรันเวย์ของแบรนด์ Weinsanto และ Private Policy</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ เพียว-ปีย์วรา เรืองอร่าม นางแบบที่สร้างชื่อจากการเป็นนางแบบไทยคนแรกที่ได้เดินเปิดโชว์ให้กับแบรนด์ Alexander Wang และในคอลเลกชั่น Spring/Summer 2025 นี้ เพียวเดินแบบให้กับแบรนด์ Shiatzy Chen, Elisabetta Franchi, MM6 Maison Margiela, KNWLS, Ahluwalia, Cucculelli Shaheen, LaQuan Smith&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">และนางแบบรุ่นใหม่อีกคนที่เพิ่งจะโกอินเตอร์ นั่นก็คือ เตย-สุพิชชา ไชยานุกูลภา ที่เพิ่งจะเดบิวต์การเป็นนางแบบบนรันเวย์ระดับโลกในซีซั่นล่าสุดนี้ Fall/Winter 2025 ที่นิวยอร์กแฟชั่นวีค โดยมีผลงานบนรันเวย์ของ Christian Siriano, Kim Shui, The Blonds, Shao, HEARTHROB</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่านางแบบไทยที่มีโอกาสได้ไปทำงานระดับโลก มีทั้งสาวหมวย สาวทรานส์ ไปจนถึงสาวเฉี่ยว ไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในสเตอริโอไทป์แบบเดิมๆ อีกต่อไป&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โอกาสสาวไทยบนรันเวย์ระดับโลกจะเกิดขึ้นได้อย่างไร&nbsp;</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">จากการที่ทักษิณ ชินวัตร เชิญ นาโอมิ แคมป์เบลล์ นางแบบระดับโลก มาเป็นที่ปรึกษาและได้เดินทางมาประเทศไทยและได้เข้าพบกับแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมคนไทยและเยาวชนไทยที่มีความสามารถในด้านการเดินแบบ ออกแบบ และทักษะด้านแฟชั่นอื่นๆ ไปสู่วงการและอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">นำมาสู่คำถามที่น่าสนใจก็คือ แล้วสาวไทยจะเดินทางไปสู่ระดับโลกได้อย่างไร&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/3-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-5221" srcset="https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/3-819x1024.jpg 819w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/3-240x300.jpg 240w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/3-768x960.jpg 768w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/3-1229x1536.jpg 1229w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/3-1638x2048.jpg 1638w, https://rocketmedialab.co/wp-content/uploads/2025/02/3-scaled.jpg 2048w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>
</div>


<p class="wp-block-paragraph">ในกรณีของแจน ใบบุญ นอกจากการเริ่มทำงานในฐานะนางแบบที่ประเทศไทยแล้ว เธอยังมีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานที่ฮ่องกงและสิงคโปร์ และเป็นหนึ่งในนางแบบที่ได้เดินในแฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่นครูส 2019 ของ Chanel ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยอีกด้วย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นเมื่อ<a href="https://lofficielthailand.com/2021/08/jan-baiboon-interview/">เอเจนซี</a>ที่ประเทศอังกฤษเห็นภาพของเธอจากอินสตาแกรม จึงได้ติดต่อชักชวนให้ไปทำงานที่ลอนดอน โดยแจนได้เป็นนางแบบในสังกัดเอเจนซี Wilhelmina London ที่ลอนดอน ในขณะที่ที่ปารีสและนิวยอร์ก เธอมีเอเจนซีคือ Supreme Management ส่วนที่มิลานเธออยู่เอเจนซี Why Not Model Management&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การจะทำงานในฐานะนางแบบในเวทีระดับโลก สิ่งสำคัญก็คือต้องมีสังกัดเอเจนซี ซึ่งจะทำให้ได้วีซ่าการทำงาน บุคคลที่อาจจะเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้นี้และทำให้สาวไทยเดินทางไปสู่การทำงานในระดับโลกได้ ก็คือฝ่ายแคสติ้งหรือฝ่ายตามหานางแบบนายแบบมาเข้าสังกัดของเอเจนซีระดับโลกทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Wilhelmina, Supreme Management, Next, Muse Management, Select Model, Ford Models, Brave Model, Premium Model, Elite ฯลฯ ที่อาจจะให้คำตอบได้ว่าเอเจนซีมีวิธีการหานางแบบจากไหน อย่างไร หานางแบบแบบไหน และนางแบบแบบไหนที่เป็นที่ต้องการในอุตสาหกรรมแฟชั่นในตอนนี้และในอนาคตบ้าง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">รวมไปถึงผู้ที่เป็นแคสติ้งไดเร็กเตอร์ของแบรนด์เสื้อผ้า หรือของโชว์ต่างๆ งานโฆษณา งานแคมเปญโฆษณา ซึ่งเป็นทั้งคนที่เลือกนางแบบมาเดินแบบ หรือเป็นคนที่คัดเลือกนางแบบไปให้ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจเลือกอีกที ก็จะเป็นผู้ที่บอกได้ว่า อะไรคือสิ่งที่แคสติ้งไดเร็กเตอร์ตามหาในตัวนางแบบคนหนึ่ง และอะไรทื่จะทำให้นางแบบคนหนึ่งได้หรือไม่ได้งานบ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">และสุดท้ายคือตัวนางแบบที่มีโอกาสไปทำงานในระดับโลกเอง ไม่ว่าจะเป็นแจน ใบบุญ, ไอด้า บัวรัตน์ เพียว ปีย์วรา, เตย-สุพิชชา และคนอื่นๆ อีกมากมาย ที่จะสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ได้ว่ากว่าที่พวกเธอจะสามารถก้าวไปทำงานในระดับโลกได้ จะต้องทำอะไร หรือผ่านอะไรมาแล้วบ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อ้างอิง</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://models.com/rankings/ui/Runway-All-spring2025">Top 100 Runway Models Ranking&nbsp;</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.thefashionspot.com/runway-news/854319-diversity-report-fashion-month-fall-2020/">Fashion Diversity Report</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.zippia.com/runway-model-jobs/demographics/">Runway Model Demographics</a></p>
<p>The post <a href="https://rocketmedialab.co/runway-model/">นางแบบระดับโลกต้องหน้าตาเป็นยังไง สาวไทยมีโอกาสแค่ไหนบนรันเวย์ระดับโลก</a> appeared first on <a href="https://rocketmedialab.co">Rocket Media Lab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
